The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสรุปผลการนิเทศ ปี 2566 ไตรมาส 1-2 แม่จริม ส่ง สนง.กศน.จังหวัดน่าน มีเลขหน้า ไม่ลงชื่อผู้นิดทศ มีปก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by al_kunya2011, 2023-07-25 12:14:08

รายงานสรุปผลการนิเทศ ปี 2566 ไตรมาส 1-2 แม่จริม ส่ง สนง.กศน.จังหวัดน่าน มีเลขหน้า ไม่ลงชื่อผู้นิดทศ มีปก

รายงานสรุปผลการนิเทศ ปี 2566 ไตรมาส 1-2 แม่จริม ส่ง สนง.กศน.จังหวัดน่าน มีเลขหน้า ไม่ลงชื่อผู้นิดทศ มีปก

1


2 ส่วนที่ 1 บทนำ สภาพทั่วไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม มี กศน.ตำบล จำนวน 5 แห่ง และศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) จำนวน 1 แห่ง ประกอบด้วย ลำดับ กศน.ตำบล ศศช. 1 กศน.ตำบลหนองแดง 1 (ศศช.บ้านสว่าง) 2 กศน.ตำบลหมอเมือง - 3 กศน.ตำบลแม่จริม - 4 กศน.ตำบลน้ำพาง - 5 กศน.ตำบลน้ำปาย - รวมทั้งหมด 5 1 ประกาศสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย


3 เรื่อง จุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงาน กศน. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตามแผนพัฒนาประเทศ และนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติทั้งใน ด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความปลอดภัย และมีสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นในศตวรรษที่ 21 และ มีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยอันจะนำไปสู่การสร้างโอกาส ความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสำหรับ ทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ โดยได้กำหนดจุดเน้นการดำเนินงานสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ หลักการ กศน. เพื่อประชาชน "ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ" จุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.1 สร้างความปลอดภัยในหน่วยงาน/สถานศึกษา และป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม "White Zone กศน. ปลอดภัย ไร้สารเสพติด" เน้นแนวทางการปฏิบัติภายใต้หลักการ 3 ป. ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม โดยวางแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ต่าง ๆ อาทิเช่น โรคระบาด เหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นต้น ให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเข้มข้น รวมทั้ง ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามประเมินผลการดำเนินการ เพื่อปรับปรุง พัฒนา และขยายผลต่อไป 1.2 ปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ ที่ เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเชิงบ วกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา 1.3 เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน และวางแผนเตรียม ความพร้อมในการป้องกัน รับมือ และเยียวยา เหตุการณ์ภัยพิบัติจากธรรมชาติ รวมทั้งการปรับตัวรองรับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา


4 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถาศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถะไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้าง สมรรถนะที่สำคัญจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน 2.2 พัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 2.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ความยึดมั่น ในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองและ มีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การสื่อสารระหว่างบุคคล การเตรียมพร้อมรับความ เปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น 2.4 ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่ง เรียนรู้ต่าง ๆ รวมทั้งพัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของสำนักงาน กศน. ที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าถึงการสืบค้นได้ ง่ายและสะดวกรวดเร็ว และนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ตอบสนองความสนใจรายบุคคลของผู้เรียน 2.5 ส่งเสริมให้ความรู้ด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) การวางแผนและสร้างวินัยทาง การเงินให้กับบุคลากรและผู้เรียน กศน. โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคาร สหกรณ์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ 2.6 ปรับโฉมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพฯ ห้องสมุดประชาชน และแหล่ง เรียนรู้อื่น ๆ ของ กศน. ให้มีความทันสมัย สวยงาม สะอาด จูงใจผู้เข้ารับบริการ มีฐานจัดการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านอาชีพ มีมุมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว พื้นที่การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/Co - learning Space ที่ผู้รับบริการสามารถรับเอกสารรับรองการเข้าร่วม กิจกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) 2.7 จัดทำรายละเอียดการก่อสร้างแหล่งเรียนรู้ กศน. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำคำของบประมาณ ในการปรับปรุง/ซ่อมแซม 2.8 ส่งเสริมให้สถานศึกษานำผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (N-net) ไปใช้วางแผนพัฒนา ประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน 2.9 เร่งดำเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อการ สร้างโอกาสในการศึกษา 2.10 สร้าง อาสาสมัคร กศน. เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ในชุมชน 2.11 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชน 2.12 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการอ่านเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อมและการลืมหนังสือในผู้สูงอายุ


5 2.13 ส่งเสริมการนำระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในมาใช้เป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพ ให้กับผู้เรียน และผู้รับบริการของสำนักงาน กศน. 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 3.1 พัฒนาข้อมูลระบบสารสนทศของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ประกอบการส่งต่อผู้เรียน และการค้นหาเด็กตกหล่นและออกกลางคัน ผ่านโครงการ "พาน้องกลับมาเรียน" และ "กศน.ปักหมุด" 3.2 พัฒนาข้อมูล และวางแผนทางเลือกทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม 3.3 พัฒนาทักษะฝีมือ พัฒนาการทางร่างกายและจิตใจกลุ่มผู้สูงอายุ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้สามารถ ดำเนินชีวิตได้เต็มตามศักยภาพ โดยเน้นการดำเนินกิจกรรมใน 4 มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านสังคมด้านเศรษฐกิจ ด้านสภาพแวดล้อมและเทคโนโลยี 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีพที่เน้น New skill Up - skill และ Re - skill ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ บริบทพื้นที่ และความสนใจ พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบที่ความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่ รองรับ Disruptive Technology เพื่อการ เข้าสู่การรับรองสมรรถะและได้รับคุณวุฒิตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนรู้และ ประสบการณ์เทียบโอนเข้าสู่ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีการศึกษา ในระดับที่สูงขึ้น 4.2 ประสานการทำงานร่วมกับศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start-up) ของอาชีวศึกษา 4.3 ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น "ส่งเสริมความรู้สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี" ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทางการจำหน่าย 5. การพัฒนาบุคลากร


6 5.1 ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ (Performance Appraisal : PA) โดยใช้ ระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบ Digital Performance Appraisal (DPA) 5.2 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้การใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้คำปรึกษาเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบ อาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 53 พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัดให้มีสมรรถนะที่ สอดคล้องและเหมาะสมกับ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกอนาคต 5.5 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน 5.5 เร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา และจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรในสังกัดสำนักงาน กศน. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 5.6 บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน/สถานศึกษาในสังกัด กศน. เพื่อพัฒนาบุคลากรในด้าน วิชาการ อาทิองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นหรือหลักสูตรสถานศึกษา 6. การพัฒนาระบบราชการ การบริหารจัดการ และการบริการภาครัฐ 6.1 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูล การรายงานผลการดำเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบและเด็กออกกลางคัน เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 6.2 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการปฏิบัติราชการที่รองรับชีวิตและการทำงานวิถีใหม่ และนำไปปรับใช้ได้กับสถานการณ์ในภาวะปกติและ ไม่ปกติ อาทิ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยให้พิจารณาภารกิจและลักษณะงาน รูปแบบ ขั้นตอนวิธีการทำงาน รูปแบบการให้บริการประชาชน และเทคโนโลยีที่ใช้สนับสนุน การปฏิบัติงานให้มี ความเหมาะสม 6.3 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมินคุณภาพและ ความโปร่งใสการดำเนินงานของภาครัฐ (ITA] 6.4 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 6.5 เร่งจัดทำกฎหมายลำดับรองเพื่อรองรับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ..... ควบคู่กับการเตรียม ความพร้อมในการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง การนำไปสู่การปฏิบัติและการติดตามผล


7 1. สื่อสาร ถ่ายทอด และสร้างความเข้าใจในแนวนโยบาย จุดเน้น และทิศทางการดำเนินงานให้กับ บุคลากรทุกระดับทุกประเภทในหน่วยงาน/สถานศึกษาในสังกัด 2. วางแผนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติการ แผนพัฒนา และแผนการใช้จ่ายของ หน่วยงานและสถานศึกษา ให้มีความชัดเจน 3. กำกับ และติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับเครือข่าย ในระดับชุมชน 4. สรุปและรายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะ และนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์เพื่อวางแผน ปรับปรุง และแก้ไขแผนการดำเนินงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนคุณภาพทางการศึกษาเกิดประสิทธิภาพ ผลการนิเทศ


8 การนิเทศติดตามการดำเนินงานตามภารกิจต่อเนื่องของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอแม่จริม ประจำปีงบประมาณ 2566 ผู้รับผิดชอบตามคำสั่งแต่งตั้ง คือ คณะกรรมการนิเทศภายใน สถานศึกษา ตามคำสั่งศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม ที่ 108/2565 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา กศน.อำเภอแม่จริม ประจำปี งบประมาณ 2566 โดยมีวัตถุประสงค์ของการนิเทศ คือเพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ตามเกณฑ์ เพื่อกำกับ ดูแล ตรวจสอบ นิเทศ ภายใน ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และส่งเสริม สนับสนุนคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เป็นไปตามระบบประกันคุณภาพสถานศึกษา มีการใช้วิธีการนิเทศที่หลากหลาย เช่น การนิเทศ ติดตามในพื้นที่ การนิเทศโดยการประชุม ฯ การนิเทศผ่านระบบออนไลน์ การติดตามผ่านแบบรายงานการนิเทศ ของสถานศึกษา และ Social Media ต่าง ๆ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับกิจกรรมและสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้


9 ประเด็นการนิเทศ ภารกิจต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566


10 1. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.1 การส่งเสริมการรู้หนังสือไทย สำนักงาน กศน. เพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ที่ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติ การประจำปี ในยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ยังพบคนไทยจำนวนหนึ่ง ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ ส่งผลให้ทักษะความรู้ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงทาง เทคโนโลยีและนวัตกรรม ใหม่ๆ ทักษะการใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ในการพัฒนาวิถีชีวิตของตนเอง และสังคม การแก้ปัญหาผู้ไม่รู้หนังสือจึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงาน กศน. ในการสร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อเร่งลดจำนวนผู้ไม่รู้หนังสือ


11 แบบบันทึกการนิเทศการส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ปีงบประมาณ 2566 คำชี้แจง ให้ศึกษานิเทศก์หรือผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและ หรือผู้เรียน/ผู้เกี่ยวข้อง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบ บันทึกการนิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด........................................................กศน.อำเภอ............................................................ สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) ครูอาสาสมัคร กศน. ได้มีการสำรวจเพื่อการยืนยันข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือตามฐานข้อมูลความจำเป็น พื้นฐาน (จปฐ) และมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นไปตามเกณฑ์ มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้ไม่รู้หนังสือรายบุคคล มีการประเมินสภาพการรู้หนังสือก่อนจัดการเรียนรู้ ครูได้มีการนำหลักสูตรการรู้หนังสือไทย พุทธศักราช 2557 มาใช้ในการจัดการส่งเสริมการรู้หนังสือไทย โดยมีการจัดทำแผนการเรียนรู้ กระบวนการ (Process) ครูมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพผู้เรียน มีภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ เช่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้สูงอายุ ครูได้มีการใช้สื่อที่เหมาะสมกับสภาพและพื้นที่ของ กลุ่มเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ มีการใช้เครื่องมือและเกณฑ์การวัดผล มีการออกวุฒิบัตรให้กับผู้ผ่านการ ประเมิน มีการจัดกิจกรรมส่งเสริม /ป้องกันการลืมหนังสืออย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ครูได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริม พัฒนาอาชีพ และพัฒนาทักษะชีวิต ให้แก่ผู้ผ่านการประเมินผล และมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ผู้รู้หนังสือ เช่น สื่อออนไลน์ ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) ครูได้มีการจัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการ เรียนรู้ และสถานศึกษาได้มีการนำผลมาศึกษา วิเคราะห์และกำหนดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา น่าน แม่จริม


12 ข้อมูลการส่งเสริมการรู้หนังสือไทย สถานศึกษา จำนวนเป้าหมาย ผลการดำเนินงาน คิดร้อยละ กศน.อำเภอแม่จริม 20 70 ชาย = 23 คน หญิง = 47 คน 350 ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. มีการสำรวจจำนวนผู้ไม่รู้หนังสือในพื้นที่ให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และวิธีการจัดการเรียนของครูในพื้นที่ เหมาะสมกับบริบทของแต่ชุมชน 2. ความตั้งใจ ความสนใจและความสม่ำเสมอของผู้เรียนและครู 3. ได้รับความร่วมมือการนักศึกษา กศน. /ครูจิตอาสาฯ เข้าร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสืออย่าง ต่อเนื่อง ปัญหาอุปสรรค - ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมจากผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ที่ได้รับจากสำนักงานพัฒนาชุมชน เป็นข้อมูล ที่ชัดเจน ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทำให้ต้องใช้เวลาในการลงพื้นที่เพื่อสำรวจซ้ำ ส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้สูงอายุและ ไม่ประสงค์เข้ารับการพัฒนาในกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือไทยแต่อย่างใด ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับ สถานศึกษา 1. ความตั้งใจ ความสนใจและความสม่ำเสมอของผู้เรียนและครู และครูผู้สอนต้องบันทึกหลังการ สอนให้เป็นประจำสม่ำเสมอ 2. การเก็บข้อมูลประวัติผู้เรียนหลักสูตรการรู้หนังสือไทย พุทธศักราช 2557 เป็นรายบุคคล และจัดทำระบบสารสนเทศ 3. ควรเพิ่มการบูรณาการร่วมกันระหว่างบ้านหนังสือในชุมชนเข้าร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้ หนังสือ 4. ควรนำสื่อเทคโนโลยีแบบสำเร็จรูปไปใช้ในการพื้นที่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด - ไม่มี ระดับสำนักงาน กศน. - ไม่มี


13 ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม 1. ชื่อผลงาน : เรียนรู้ตลอดชีวิตกับกิจกรรม กศน. 2. หน่วยงาน / สถานศึกษา / กศน.ตำบล : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม กศน.ตำบลหนองแดง 3. ผู้ทำงานพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดี: นางจริมรัก เขียวสา 4. ความสอดคล้อง : สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้น สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประจำปี พ.ศ. 2566 ข้อ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา ข้อ 2.12 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการอ่านเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อมและการลืมหนังสือ ในผู้สูงอายุ 5. ที่มาและความสำคัญของผลงาน ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นจากปัจจัยการลดลงของอัตราการเกิดและอายุขัย เฉลี่ยของประชากรที่ยืนยาวขึ้น ทำให้จำนวนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถึงแม้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ร่างกายมีการ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติแต่สภาพจิตใจ ผู้สูงอายุควรให้ความสนใจ ดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีคุณภาพ ชีวิตที่ดี เพื่อให้ผู้สูงอาชีพมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า สามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคม และยังมีผู้สูงอายุบางส่วนอ่านยัง ไม่คล่อง เขียนภาษาไทยไม่ค่อยได้ บางส่วนยังไม่ได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง บางส่วนลืมหนังสือ ทำให้ไม่มี โอกาสในการแสวงหาความรู้ในการพัฒนาตนเองและจากการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือที่ผ่านมา พบว่าผู้สูงอายุสามารถอ่านออกเขียนได้มากขึ้นกว่าเดิมและเห็นความสำคัญของการศึกษา มีส่วนร่วมในกิจกรรม / โครงการต่างๆที่ได้ส่งเสริมแก่ผู้สูงอายุ มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น จากการพบปะพูดคุยกับคนอื่นๆ และผู้สูงอายุสามารถ นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 6. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อป้องกันการลืมหนังสือของผู้สูงอายุ 2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ตามความต้องการ ตามศักยภาพ และความเหมาะสม 3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความสามารถ อ่านออก เขียนได้และคิดเลขเป็น 7. วิธีดำเนินการ 7.1 กำหนดเป้าหมาย - เชิงปริมาณ ผู้สูงอายุบ้านดงไพรวัลย์ หมู่ 6 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน จำนวน 35 คน - เชิงคุณภาพ ผู้สูงอายุสามารถอ่านออก เขียนได้มากขึ้น มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น


14 7.2 วิธีการจัดกิจกรรม 7.2.1 ครูศึกษาสภาพปัญหาและสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้ หนังสือ บ้านดงไพรวัลย์ หมู่ 3 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน จำนวน 35 คน เพื่อจัดตั้งกลุ่มผู้เรียน กิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ 7.2.2 วิเคราะห์งานตามบทบาทหน้าที่และวิเคราะห์ความสอดคล้องที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายและจุดเน้น การดำเนินงาน สำนักงาน กศน. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ซึ่งจะเห็นว่าการส่งเสริมการรู้หนังสือสอดคล้องกับนโยบายและ จุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ข้อ 2.การยกระดับคุณภาพการศึกษา ข้อ 2.12 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการ อ่านเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อมและการลืมหนังสือในผู้สูงอายุ 7.2.3 ค้นหา Best Practice ในการจัดการส่งเสริมการรู้หนังสือ มาพิจารณา พบว่าสอดคล้องกับบทบาท หน้าที่โดยตรงของครูอาสาสมัครฯ พื้นที่ปกติในการจัดการเรียนการสอนผู้ไม่รู้หนังสือ ตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 35 คนและได้วางแผนในการจัดการเรียนการสอนผู้ไม่รู้หนังสือให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่รับผิดชอบในพื้นที่ ที่รับผิดชอบ ดังนี้ 1) แจ้งประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือและโครงการ จัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อคงสมรรถนะทางกาย จิตและสมองของผู้สูงอายุ 2) วางแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและโครงการจัดและ ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อคงสมรรถนะทางกาย จิตและสมองของผู้สูงอายุ 3) วางแผนการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ 7.2.4 ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ โดยดำเนินการดังนี้ 1) ครูชี้แจงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้และทดสอบความรู้ ของกลุ่มเป้าหมายก่อนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้แบบทดสอบที่ครูจัดทำขึ้น เพื่อวัดพื้นฐานความรู้ของ กลุ่มเป้าหมายและนำไปเป็นข้อมูลในการจัดการเรียนการสอนตามสภาพของผู้เรียน 2) ครูจัดการเรียนการสอน โดยใช้แนวทางการจัดการศึกษา หลักสูตรการรู้หนังสือ พุทธศักราช 2557 และบัตรคำ ซึ่งครูจะสอนโดยแยกกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มๆที่อ่านออก เขียนได้และกลุ่มที่อ่าน เขียนยัง ไม่ค่อยได้แล้วให้ผู้เรียนฝึกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด พร้อมทั้งวาดรูปตามจุดเชื่อมต่อและระบายสีให้สวยงาม 3) ครูให้ผู้เรียนฝึกอ่านบัตรคำ ฝึกสะกดคำ-แจกลูกให้เป็นคำ แล้วนำไปทบทวนที่บ้าน 4) ครูทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกหัดที่ครูจัดทำขึ้น 8. ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ : ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจและผ่านเกณฑ์การประเมินตามหลักสูตร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ : กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุ สามารถอ่านออก เขียนได้ คิดเลขได้มากขึ้นและสามารถนำความรู้ ไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง


15 9. การประเมินผลและเครื่องมือการประเมินผล 9.1 ทดสอบความรู้ก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม 9.3 ประเมินจากแบบฝึกหัด 9.4 ทดสอบความรู้หลังเรียนด้วยแบบทดสอบหลังเรียน 10. ผลการดำเนินงาน 11. บทสรุป การส่งเสริม สนับสนุนผู้ไม่รู้หนังสือ / ผู้ลืมหนังสือ เพื่อยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น เป็นการพัฒนา ผู้เรียนด้านการอ่านออก เขียนได้และคิดเลขเป็นด้วยการสอนแจกลูก สะกดคำและมีการดำเนินการามแนวทาง วงจรคุณภาพของเดมมิ่ง ( PDCA ) ดังนี้ ด้านการวางแผน ( P ) 1) ครูศึกษาสภาพปัญหาและสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมส่งเสริม การรู้หนังสือ บ้านดงไพรวัลย์ หมู่ 3 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน จำนวน 35 คน 2) วิเคราะห์งานตามบทบาทหน้าที่และวิเคราะห์ความสอดคล้องที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายและ จุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ซึ่งจะเห็นว่าการส่งเสริมการรู้หนังสือ สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ข้อ 2.การยกระดับคุณภาพ การศึกษา ข้อ 2.12 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการอ่านเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อมและการลืม หนังสือในผู้สูงอายุ กิจกรรม/สถานที่ จำนวนผู้ลงทะเบียนเรียน (คน) ร้อยละ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน ชาย หญิง รวม กิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ ณ หอประชุมบ้านดงไพรวัลย์ หมู่ 3 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน 35 10 25 35 100 รวม 35 10 25 35 100


16 3) ค้นหา Best Practice โดยพิจารณาประเด็น ดังนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภารกิจโดยตรงตามบทบาทหน้าที่ สนองนโยบายการแก้ปัญหา การพัฒนาประสิทธิภาพของผู้เรียน กศน. เป็นวิธีการริเริ่มสร้างสรรค์ มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน มีการพัฒนาปรับปรุงต่อไป 4) นำข้อมูลจากการวิเคราะห์และพิจารณาในข้อ 1 – 3 มากำหนดกรอบการดำเนินงานที่พิจารณา แล้วว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดี ( Best Practice ) โดยดำเนินการดังนี้ กำหนดวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ กำหนดวิธีการดำเนินการ กำหนดวิธีการประเมินผลแลเครื่องมือการประเมินผล ด้านการดำเนินงาน ( D ) ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ โดยดำเนินการดังนี้ 1) ครูชี้แจงรายละเอียดการพบกลุ่ม การวัดผลประเมินผลและทดสอบความรู้ของผู้เรียนก่อน จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้แบบทดสอบที่ครูจัดทำขึ้น เพื่อวัดความรู้และนำไปเป็น ข้อมูลในการจัดการเรียนการสอน ครูจัดการเรียนการสอนโดยใช้หนังสือคู่มือหลักสูตร กิจกรรมการรู้หนังสือไทย พุทธศักราช 2557 ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วยการเรียนรู้คำหลัก อย่างน้อย 800 คำ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน การใช้ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และการคิดคำนวณ เบื้องต้น โดยบูรณาการอยู่ในสภาพการ เรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน ครอบครัว ชุมชน และสังคม อย่างน้อย 12 สภาพ ด้านการตรวจสอบและประเมินผล ( C ) 1) ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบ หลังเรียน 2) ติดตามประเมินผลจากการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การอยู่ในสังคมได้อย่าง มีความสุข ด้านการปรับปรุงและพัฒนาผลการปฏิบัติงาน ( A ) นำข้อมูลที่ได้จากการดำเนินงานมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอน กิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ เพื่อพัฒนากลุ่มเป้าหมายกลุ่มอื่นๆที่มีสภาพปัญหาเหมือนกันต่อไป


17 ผังแนวปฏิบัติที่ดี “เรียนรู้ตลอดชีวิตกับกิจกรรม กศน”. 1.ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 2.รวบรวมและศึกษางานตามนโยบาย บทบาทหน้าที่และภารกิจ 3.วิเคราะห์ความสอดคล้องที่เกี่ยวข้อง 4.นำข้อมูลจากการวิเคราะห์มากำหนดกรอบการดำเนินงาน 5.วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนการส่งเสริมการรู้หนังสือ 6.การจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรกิจกรรมการรู้หนังสือ พุทธศักราช 2557 7.ครูให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติโดยใช้แบบฝึก 8.ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนจากแบบทดสอบ 9.สรุปผลการดำเนินงาน / โครงการ 10.เผยแพร่ผลงานแนวปฏิบัติที่ดี 11.นำข้อมูลที่ค้นพบจากการดำเนินงานมาพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ ในการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มอื่นๆที่มีสภาพปัญหาคล้ายกันต่อไป P D C A


18 . 12. กลยุทธ์หรือปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ 1) ครูผู้สอนและผู้เรียนสามารถสื่อสารเข้ากันได้ดี 2) ครูผู้สอนใช้เทคนิคการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ และเน้นย้ำ ซ้ำทวนจนผู้เรียนสามารถอ่านได้ 3) ครูผู้สอนมีการนำเข้าสู่บทเรียน 4) มีสื่อการเรียนการสอน เป็นภาพสี มีหลากหลาย ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน 5) แบบฝึกหัดการอ่านการเขียนช่วยฝึกทักษะให้ผู้เรียนสามารถอ่านและเขียนได้ 6) ครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยร่วมกับครู กศน.ตำบลและบรรณารักษ์ ในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน ส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพ 13. ข้อเสนอแนะ 1. ผู้เรียนที่อ่านออกเขียนได้ สามารถช่วยสอนเพื่อนที่อ่าน เขียนไม่ค่อยได้ เช่น เพื่อนช่วยเพื่อน พี่สอนน้อง หรือ ลูกสอนพ่อแม่ 2. เสริมทักษะอื่นๆ เช่น การคิดเลข การอ่าน การเขียน การสังเกต การจำ 3. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรมีกิจกรรมนันทนาการ การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไปตาม กระแสสังคมสอดแทรกในการเรียนรู้ด้วย เพื่อดึงดูดความสนใจในการเรียนรู้ 14. การอ้างอิง แนวทางการนำเสนอ แนวปฏิบัติที่ดี : สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ภาคเหนือ


19 ภาพกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน กิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน : บัตรคำ กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิถีชีวิต “การทำขนมวาฟเฟิล “


20 กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิถีชีวิต “การทำตุงใส้หมู” โครงการจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อคงสมรรถนะทางกาย จิตและสมองของผู้สูงอายุ


21 ภาพการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือในพื้นที่


22 แบบบันทึกการนิเทศการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คำชี้แจง ให้ศึกษานิเทศก์หรือผู้ทำหน้าที่นิเทศ นิเทศ ติดตาม หน่วยงาน/สถานศึกษา ที่ดำเนินการจัด กิจกรรม/ โครงการ โดยใช้วิธีการสอบถาม สัมภาษณ์ สังเกตตามสภาพจริง หรือวิธีการอื่น ๆ แล้วบันทึกสภาพที่พบ พร้อมให้ ข้อนิเทศ เพื่อแก้ไขพัฒนาตลอดจนยกตัวอย่างผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศลงในแบบนิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด........................................................กศน.อำเภอ............................................................ สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) มีการสำรวจและเตรียมความพร้อมของครูและผู้เรียน รวมทั้งการมอบหมายให้ครูผู้สอน ทำแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ทั้งภาคเรียนตามระดับการศึกษา และจัดทำใบความรู้/แบบทดสอบ/แบบฝึกหัด ของผู้บริหารสถานศึกษา มีการพัฒนาบุคลากรผู้สอน ในเรื่อง Google Classroom และ Application เพื่อการศึกษา ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น line facebook QR Code เป็นต้น มีการวางแผนนำผลการ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) มาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผน พัฒนาการจัดการเรียนการสอน มีการตรวจสอบข้อมูลฐานข้อมูลเด็กตกหล่นและออกกลางคันในโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” เพื่อเตรียมข้อมูลการส่งต่อ และจัดการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการเรียน ในทุกระบบการศึกษา และตรวจสอบข้อมูลฐานข้อมูลผู้พิการในระบบ โครงการ “ปักหมุดคนพิการ” เพื่อเตรียม ข้อมูลจัดการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการเรียนในทุกระบบการศึกษา รวมทั้งมีการตรวจสอบข้อมูล ผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายพิเศษ กลุ่มเปราะบาง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนทางเลือกการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม กระบวนการ (Process) ครูได้มีการชี้แจงกระบวนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Google classroom และ Application เพื่อการศึกษา ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ line facebook QR Code แก่ผู้เรียน มีการพัฒนาเนื้อหาความรู้ สื่อการเรียนรู้ผ่าน สื่อออนไลน์ของครู มีการบันทึกหลังสอนที่เน้นสภาพปัญหาที่พบจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ และนำผลไปแก้ไข ปรับปรุง โดยเน้นกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน และนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษา นอกระบบโรงเรียน (N-NET) มาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา มีการ นำข้อมูลจากฐานข้อมูลเด็กตกหล่นและออกกลางคันในโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” ที่ผ่านการตรวจสอบให้ เป็นปัจจุบัน แล้ว มาเตรียมข้อมูลการส่งต่อ และจัดการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการเรียนในทุกระบบ การศึกษา รวมทั้งนำข้อมูลฐานจากข้อมูลผู้พิการในระบบ โครงการ “ปักหมุดคนพิการ” มาเตรียมจัดการศึกษาให้ กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการเรียนในทุกระบบการศึกษา และนำข้อมูลผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายพิเศษ น่าน แม่จริม


23 กลุ่มเปราะบาง จากฐานข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว มาวางแผนทางเลือกการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) ครูได้มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการศึกษา มีการจัดทำสรุปรายงานผลการ ดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ และสถานศึกษาได้มีการนำผลมาศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. ผู้บริหารให้ความสำคัญและร่วมขับเคลื่อนตามนโยบายของจังหวัดและส่วนกลาง ในการยกระดับ การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดคุณภาพ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการนิเทศภายใน สถานศึกษาให้มีการนิเทศ ติดตาม การจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูผู้สอนอย่างต่อเนื่อง 2. ครูผู้สอนมีการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลและจัดกระบวนการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับบริบทของ ผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ปัญหาอุปสรรค 1. ครูผู้สอนยังขาดการใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย 2. ผู้เรียนมีความหลากหลายทุกช่วงวัย ทักษะในการใช้ การเข้าถึงเทคโนโลยีและการจัดการเรียนการ สอนแบบออนไลน์ 3. ขาดอุปกรณ์สำหรับประกอบการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูผู้สอน/ไม่มีความพร้อม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับให้บริการผู้เรียน ข้อนิเทศ 1. สถานศึกษาจัดหาสื่อที่ทันสมัย เพื่อนำมาบูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน 2. ใช้เทคโนโลยีทางเพื่อการศึกษาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด


24 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับ สถานศึกษา 1. ครูผู้สอนนำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละภาคเรียนมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาการจัด กระบวนการเรียนรู้ เช่น ผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ผลการสอบ N-NET เป็นต้น 2. ครูผู้สอนมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน 3. ครูผู้สอนบันทึกผลการจัดกระบวนการเรียนรู้แต่ละครั้งให้ครอบคลุมและชัดเจนเพื่อการนำผล ที่เกิดขึ้นไปใช้ในการปรับปรุงหรือพัฒนาให้การจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 4. ครูผู้สอนกำกับติดตามการใช้สื่อการเรียนการสอนออนไลน์ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ 5. จัดทำผลการดำเนินงานการใช้งานสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ของผู้เรียนให้ทางต้นสังกัด ทราบ ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด 1. ส่งเสริมและพัฒนาความรู้และแนวคิดในการสอนอย่างต่อเนื่อง 2. พัฒนาการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ต้นทางไปยัง ปลายทาง ระดับสำนักงาน กศน. - สำนักงาน กศน. ควรส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณ และจัดหาวัสดุ เช่น คอมพิวเตอร์ ให้มีความ เพียงพอและความพร้อมให้ กศน.ตำบล เพื่อให้บริการกลุ่มเป้าหมาย และควรจัดสรรงบประมาณ อย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) - ไม่มี


25 ภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


26 การจัดการศึกษาต่อเนื่อง


27 แบบบันทึกการนิเทศการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ (โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน) คำชี้แจง ให้ผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและหรือผู้เรียน/ ผู้เกี่ยวข้อง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบบันทึกการ นิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด....................................................... กศน.อำเภอ........................................................... สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) ครู กศน.ตำบล ได้มีการพัฒนาหลักสูตรครบองค์ประกอบที่ สอดคล้องกับ สภาพบริบทของ ชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหาหลักสูตรสามารถบูรณาการกับสภาพปัญหา ความต้องการของผู้เรียนชุมชน หลักสูตรที่ดำเนินการสอดคล้องตามหลักการ มีแผนงาน/ โครงการ / กิจกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้อง กับความต้องการของประชาชน มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร มีการประชุมชี้แจง /อบรมเทคนิควิธีการ ถ่ายทอดความรู้แก่วิทยากรก่อนดำเนินการ ไม่มีการจัดทำฐานข้อมูลหลักสูตรภูมิปัญญาและวิทยากร กระบวนการ (Process) วิทยากรเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม ตรงตามหลักสูตรและความ ต้องการของผู้เรียน วิทยากรจัดการเรียนรู้ตามแผน ที่กำหนด ใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ / ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบการ สอน มีการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้สอดคล้องตามหลักสูตร และมีเครื่องมือวัดและประเมินผลจากใบงาน การตอบคำถาม การสังเกตพฤติกรรม และผลงานของผู้เรียน มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนทุกหลักสูตร ไม่มีการออกวุฒิบัตรและออกใบรับรองความรู้ความสามารถ มีการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานเมื่อสิ้นสุด โครงการและในระบบ DMIS น่าน แม่จริม


28 ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) ผู้จบหลักสูตรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ แต่ไม่ได้นำความรู้ไปเทียบโอนความรู้ผู้จบหลักสูตรยังไม่สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็งและสามารถเข้าสู่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีการประเมินความพึงพอใจผู้รับบริการโดยใช้แบบสำรวจความพึงพอใจ ครูมีการประเมิน ความพึงพอใจของผู้รับบริการเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ และมีการจัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินการจัด กิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรที่หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพปัญหา บริบทพื้นที่ ทำให้ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตรงความต้องการของประชาชน 2. ผู้เรียนมีความสนใจและตั้งใจฝึกอาชีพเป็นอย่างดี เนื่องการจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ตรงกับความต้องการ 3. วิทยากรมีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ทักษะ ประสบการณ์ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับ ผู้เรียน มีความรู้และทักษะนำไปปฏิบัติได้จริง ปัญหาอุปสรรค 1. งบประมาณค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมมีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรม ข้อนิเทศ 1. มีการแนะนำครูให้มีการติดตามผู้จบหลักสูตร และจัดทำทำเนียบผู้ประสบความสำเร็จจากโครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เพื่อยกย่องผู้ที่ประสบความสำเร็จ และนำข้อมูลไปพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป 2. มีการแนะนำให้ครู ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการตลาดแบบออนไลน์ให้กับกลุ่มอาชีพ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย


29 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับสำนักงาน กศน. 1. ควรจัดสรรงบประมาณมาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 2. ควรปรับหลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายให้มีความเหมาะสมเพียงพอและสอดคล้องกับลักษณะ ของการจัดกิจกรรมแต่ละหลักสูตร เช่น ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าวัสดุฝึก เนื่องจากราคาวัสดุอุปกรณ์ในปัจจุบันมี ราคาสูงขึ้น ระดับ สถาบัน กศน.ภาค - ไม่มี ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด - ควรมีการจัดอบรมครู ให้มีความรู้ในการจัดทำแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับวิทยากร ระดับสถานศึกษา ระดับ สถานศึกษา 1. ควรจัดตลาดนัดอาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในแต่ละอาชีพ 2. วิทยากรควรผ่านการอบรมหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะวิทยากรการศึกษาต่อเนื่องด้านอาชีพ ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ........


30 ภาพการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ (โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน) ภาพการจัดการศึกษาแบบชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไปหลักสูตรการทำไม้กวาดดอกหญ้า จำนวน 35 ชั่วโมง ณ บ้านนาเจริญ หมู่ที่8 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไปหลักสูตรการทำไม้กวาดดอกหญ้า จำนวน 35 ชั่วโมง ณ บ้านตอง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


31 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการแปรรูปอาหาร (การทำแหนมหมู) จำนวน 15 ชั่วโมง ณ บ้านต๋อซ้อ หมู่ที่ 6ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการทำเครื่องประดับจากผ้า จำนวน 15 ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านน้ำปาย หมู่ 1 ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


32 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการสานตะกร้า จากเส้นพลาสติก จำนวน 20 ชั่วโมง ณ บ้านป่าสัก หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการทำขนมวาฟเฟิล จำนวน 5 ชั่วโมง ณ บ้านน้ำว้า หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


33 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการทำแหนมหมู จำนวน 15 ชั่วโมง ณ บ้านน้ำว้า หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการสานตะกร้าจากเส้น พลาสติก จำนวน 15 ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านน้ำพระทัย หมู่ 8 ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


34 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการออกแบบบรรจุภัณฑ์ สินค้า เม็ดมะม่วงหิมพานต์ จำนวน 10 ชั่วโมง ณ บ้านน้ำพาง หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30ชั่วโมง หลักสูตรเทคนิคการเขียนป้ายด้วยสีน้ำ จำนวน 20 ชั่วโมง ณ บ้านตอง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


35 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการทำขนมแซนวิช จำนวน 5 ชั่วโมง ณ บ้านก้อ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการทำน้ำพริกข่าสมุนไพร จำนวน 5 ชั่วโมง ณ บ้านตองเจริญราษฎร์ หมู่ที่ 6 ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


36 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรการทำปุ๋ยหมัก และบรรจุภัณฑ์ จำนวน 15 ชั่วโมง ณ บ้านฝาย หมู่ที่ 2 ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการแปรรูปอาหาร (การทำไส้อั่ว) จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านนาเจริญ หมู่ ๘ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


37 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการทำแคบหมู จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านหนองแดง หมู่ ๕ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการทำโดนัทจิ๋ว จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านหนองแดง หมู่ ๕ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


38 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการทำน้ำพริกกากหมู จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านพรหม หมู่ ๑ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ๓๑ ชั่วโมงขึ้นไป หลักสูตรพรมเช็ดเท้า จำนวน ๓๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านนาบัว หมู่ ๖ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


39 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการแปรรูปอาหาร (การทำแหนมหมู) จำนวน ๑๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านพรหม หมู่ ๑ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการทำอาหาร (การทำก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น) จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านบวกแรด หมู่ ๕ ตำบลหมอเมือง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


40 ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการแปรรูปอาหาร (การทำแคบหมู) จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านนาเซีย หมู่ ๒ ตำบลหมอเมือง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ภาพการจัดการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ ไม่เกิน ๓๐ ชั่วโมง หลักสูตรการทำขนมไทย (ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน) จำนวน ๕ ชั่วโมง ณ หอประชุมบ้านทุ่งกวาง หมู่ ๔ ตำบลหมอเมือง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


41 ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) “ ผ่าไผ่จักสาน สานศิลป์ ทำมือ เลื่องลือลวดลายงาม” ผู้ศึกษา นางสาววรินทร์พร ถาวนา สถานศึกษา กศน.ตำบลน้ำปาย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดน่าน บทคัดย่อ แนวทางปฏิบัติที่ดี ด้านอาชีพ เรื่อง ผ่าไผ่จักสาน สานศิลป์ ทำมือ เลื่องลือลวดลายงาม ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน มุ่งพัฒนาให้กลุ่มงานจักสานซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุและวัยรุ่นมีความรู้ในการจักสาน โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาฝีมือรูปแบบลวดลาย การจักสานไม้ไผ่ เป็นอาชีพและสร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการย้อมสีไม้ไผ่ด้วยวิธีธรรมชาติ และสืบทอดจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น ผลการดำเนินงานพบว่าสมาชิกกลุ่มจักสานทั้งหมด 12 คน มีความรู้และทักษะการจักสานไม้ไผ่รูปแบบ ลวดลายที่หลากหลาย สามารถนำความรู้และรายได้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว รายได้สามารถ พึ่งพาตนเอง อีกทั้งยังมีความรู้ในวิธีการย้อมสีไม้ไผ่ด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นกระบวนการอนุรักษ์และสืบทอดจาก ภูมิปัญญาในท้องถิ่น สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายผลิตภัณฑ์จักสานและยังจำหน่ายไปยังชุมชนอื่น ๆ


42 ความสอดคล้อง 1. สอดคล้องกับแผนการศึกษาชาติ 20 ปี ( พ.ศ.2560 – 2579 ) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ 2. สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษา 3. สอดคล้องกับนโยบาย กศน.2565 ข้อ 3.2 ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัยและ การจัด การศึกษาและการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ 2) พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้น ที่เน้น New skill Upskill และ Reskill ที่สอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายความต้องการของตลาดแรงงานและกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology 3) ยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าบริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่เน้น “ส่งเสริมความรู้สร้าง อาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญา ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทาง การจำหน่าย 4. สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรฐานการศึกษาต่อเนื่อง มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่อง 1.1 ผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่องมีความรู้ ความสามารถ และหรือทักษะ และหรือ คุณธรรมเป็นไปตามเกณฑ์การจบหลักสูตร 1.2 ผู้จบหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องสามารถนาความรู้ที่ได้ไปใช้ หรือประยุกต์ใช้ บนฐาน ค่านิยมร่วมของสังคม 1.3 ผู้จบหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องที่นำความรู้ไปใช้จนเห็นเป็นประจักษ์หรือ ตัวอย่างที่ดี


43 มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการเรียนรู้การศึกษาต่อเนื่อง 2.1 หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องมีคุณภาพ 2.2 วิทยากรการศึกษาต่อเนื่อง มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ตรงตาม หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 2.3 สื่อที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 2.4 การวัดและประเมินผลผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่อง 2.5 การจัดกระบวนการเรียนรู้การศึกษาต่อเนื่องที่มีคุณภาพ ความเป็นมาและความสำคัญ เครื่องจักสานไม้ไผ่เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่พบได้ในแหล่งชนบทของประเทศไทยทั่วทุกภาค ซึ่งจะเป็น เครื่องมือเครื่องใช้ทั่วทุกภาค จักสานไม้ไผ่ คือ งานศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะจะต้องสร้างงานที่ออกมาจากจิตใจ ที่รักในงาน สร้างสรรค์ เอกลักษณ์และวัฒนธรรมในท้องถิ่น มีความพยายาม ความฉลาดหลักแหลม ประยุกต์ พัฒนารูปแบบให้ดีขึ้น โดยไม่ทิ้ง ความรู้และภูมิปัญญาเดิมของท้องถิ่น แสดงถึงวิถีชีวิตของคนแต่ละท้องถิ่น งานจักสานต่าง ๆ มักจะทำกันในเวลาว่าง หลังหมดฤดูการทำเกษตรกรรม แล้ว สามารถสร้างงานเป็นอาชีพเสริม ได้อีกอย่างหนึ่ง ไม้ไผ่ เป็นทรัพยากร ธรรมชาติที่มีจำนวนมากในหมู่บ้านป่าสัก ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ซึ่งมีการเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาวะอากาศ ดำรงอยู่ได้ในพื้นดินทุกชนิด ไม้ไผ่ สามารถนำมาใช้ได้โดยตรงและ มีการแปรรูปให้เกิดประโยชน์โดยทำเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ในวิถีชีวิตของคนในชุมชน และลวดลายของชิ้นงาน/ ผลิตภัณฑ์ยังเป็นตัวสะท้อนถึงศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนที่สืบทอดกันมาได้อีกด้วย โดยกลุ่มอาชีพจักสานบ้านป่าสัก ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ได้นำทรัพยากรที่มีอยู่ ในท้องถิ่นนี้มาเพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว โดยมีการจักสานรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลวดลายหลากหลาย ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น การจักสานไม้ไผ่เป็นอาชีพหนึ่งที่จะเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับประชาชน บ้านป่าสัก ตำบลน้ำปาย โดยมี กศน.ตำบลน้ำปาย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ แม่จริม ส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มงานจักสาน เพื่อเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก ที่สร้างรายได้ให้กับประชาชน อีกอาชีพหนึ่ง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาฝีมือรูปแบบลวดลาย การจักสานไม้ไผ่ เป็นอาชีพและสร้างรายได้สามารถพึ่งพา ตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการย้อมสีไม้ไผ่ด้วยวิธีธรรมชาติและสืบทอดจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น


44 เป้าหมาย เชิงปริมาณ สมาชิกกลุ่มจำนวน 12 คน เชิงคุณภาพ ๑. ผู้เรียนมีความรู้และทักษะการจักสานไม้ไผ่รูปแบบลวดลายที่หลากหลาย สามารถนำความรู้ และรายได้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว รายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ๒. ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการย้อมสีไม้ไผ่ด้วยวิธีธรรมชาติและสืบทอดจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น กระบวนการดำเนินงาน 1. ด้านการวางแผน (P) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยครู กศน.ตำบล เข้าร่วมเวทีประชาคมระดับตำบล ณ อบต.หมอเมือง เพื่อประชุมวางแผนการดำเนินงาน โดยครูสำรวจจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ตำบลน้ำปาย ผู้ที่ไม่มีอาชีพ ผู้ที่มีอาชีพและต้องการพัฒนาอาชีพ และผู้ประกอบอาชีพทั่วไป ซึ่งมี ครู กศน.ตำบล,ครูอาสาสมัคร กศน.และวิทยากรได้รับมอบหมายหน้าที่ในการ ปฏิบัติงานและวางแผนร่วมกัน ทั้งครูและผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การ ดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการและทำให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด 2. ด้านการดำเนินการ (D) ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ โดย เรียนรู้การจักตอก วิธีการจากการย้อมสีไม้ตอกด้วย ไม้เปื๋อยและไม้ปั๋ง ตามภูมิปัญญาในท้องถิ่น และจักสานผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นจะมีหลากหลายลวดลาย เช่น ลายดอกพิกุล , ลายสามเวียน (จะเป็นแนวนอนถักเส้นคล้าข้ามสามเส้น ) ,ลายสองยืน (จะมองเห็นเส้นคล้าเส้นคู่ เรียงกันเป็นคู่ตามแนวตั้ง ) ,ลายตาแหลว สำหรับสานไม้ไผ่ทำฐาน, ลายผสม จะมีลวดลายที่แตกต่าง เพราะมีการ ผสมผสานหลายลายเข้าด้วยกัน เป็นต้น ซึ่งลวดลายเหล่านี้ถ่ายทอดมาจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น พร้อมทั้งจักสาน ให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆตามความต้องการของตลาด


45 3. ด้านการตรวจสอบและประเมินผล (C) 3.1 ครู กศน.ตำบล ร่วมกับวิทยากรการศึกษาต่อเนื่องมีการดำเนินการวัดและประเมินผลโดยใช้ เครื่องมือวัดผลตามแบบ กศ.ตน.7 แบบทดสอบ แบบสังเกต เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการบันทึกคะแนน และแบบประเมินความพึงพอใจไปใช้ในการวัดประเมินผลผู้เรียนได้เหมาะสมกับเนื้อหากิจกรรมและจุดมุ่งหมาย ของหลักสูตร โดยยึดหลักความสอดคล้องกับศักยภาพและความพร้อมของผู้เรียน พร้อมทั้งจัดทำรูปเล่มสรุปผลการ ดำเนินงาน 3.2 มีการนิเทศ ติดตามผลระหว่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4. ด้านการปรับปรุงและพัฒนาผลการปฏิบัติงาน (A) 4.1 นำข้อเสนอแนะของผู้เรียน ชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง มาปรับปรุงรูปแบบและวิธีการส่งเสริม อาชีพและพัฒนารูปแบบงานจักสานอย่างต่อเนื่องและเผยแพร่และขยายความรู้รูปแบบของลวดลายของเครื่อง จักสานสู่ชุมชนอื่นๆ 4.2 มีการเผื่อแพร่รูปแบบผลิตภัณฑ์จักสาน จนได้รับรางวัลชนะเลิศ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์สินค้า กศน. ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2566 ประเภทของใช้ของตกแต่ง ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดน่าน ผลการดำเนินงาน 1. ผู้เรียนมีความรู้และทักษะการจักสานไม้ไผ่รูปแบบลวดลายที่หลากหลาย สามารถนำความรู้และ รายได้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว รายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง 2. ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการย้อมสีไม้ไผ่ด้วยวิธีธรรมชาติและสืบทอดจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น


46 ปัญหาอุปสรรคและวิธีแก้ไข ปัญหาอุปสรรค 1. การจักตอกและย้อมสีตอกใช้เวลาและความประณีตในการทำ จึงทำให้ในการผลิตเส้นตอกล่าช้า 2. ผลิตภัณฑ์ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด วิธีแก้ไข 1. หาวัสดุ อุปกรณ์ในการจักตอกที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น 2. ขยายความรู้สู่คนรุ่นใหม่และรวมกลุ่มสมชาขิกให้มีจำนวนมากขึ้นเพื่อในการผลิตที่ได้จำนวน หลากหลายและได้จำนวนมากขึ้น แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ บ้านป่าสัก หมู่ 2 ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน เบอร์โทรศัพท์ บ้านนางบุญศรี ประทอง เลขที่ 19 หมู่ 2 ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน


47 แบบบันทึกการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน คำชี้แจง ให้ผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและหรือผู้เรียน/ ผู้เกี่ยวข้อง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบบันทึกการ นิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด....................................................... กศน.อำเภอ........................................................... สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) ครูได้มีการวางแผนสำรวจกลุ่มเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะจัดกิจกรรมพัฒนาสังคมและ ชุมชน ซึ่งโครงการ/กิจกรรม เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ดำเนินการสอดคล้องตาม หลักการจัดกิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชน มีการดำเนินการโดยใช้รูปแบบการอบรม มีหลักสูตร/สื่อ แผนการจัด กิจกรรมที่ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชน เหมาะสมกับสภาพของกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีการจัดทำ ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง (สภาพปัญหา, ความต้องการ, ความพร้อมภูมิปัญญา ฯลฯ) และมีชุมชน ภาคีเครือข่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและวางแผน ออกแบบ โครงการ/กิจกรรม เช่นผู้นำชุมชน เทศบาลตำบลหนองแดง กระบวนการ (Process) วิทยากรเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม มีการนำสื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดกิจกรรม ผู้เรียนส่วนใหญ่มีความพร้อมเข้าร่วมกิจกรรม มีการ ประเมินผลการจัดกิจกรรม ครูได้ดำเนินการจัดหาวิทยากรให้ตรงตามความต้องการของหลักสูตร โดยวิทยากรต้อง เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิหรือเกียรติบัตรรับรอง หรือหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ ในสาขาวิชาหรือหลักสูตรนั้น หรือเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ในสาขาวิชาหรือหลักสูตรนั้น และ เป็นผู้ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีกลุ่มเป้าหมายมาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามจำนวนที่แจ้งจัดไว้ เนื่องจากมีภารกิจหรือหน้าที่ของตนเอง น่าน แม่จริม


48 ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) มีการติดตามและประเมินผู้รับบริการหลังจากเข้าร่วมกิจกรรม ประเมินความพึงพอใจผู้รับบริการ โดยคณะกรรมการนิเทศดำเนินการนิเทศติดตามการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปใช้ประโยชน์ของผู้จบหลักสูตร หลังเสร็จสิ้นการเรียนภายในระยะเวลา 1 เดือน และสรุปรายงานผลการนิเทศ ติดตามต่อผู้บริหารสถานศึกษา ภายในสถานศึกษา และครูมีการจัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการ เรียนรู้ ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ตามบริบทและสภาพของแต่พื้นที่ ทำให้ตรงกับ ความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที 2. สถานศึกษามีการประสานทำงานร่วมกันกับชุมชน ภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนในการจัดกิจกรรม 3. วิทยากรมีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ทักษะ ประสบการณ์ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน มีความรู้และทักษะนำไปปฏิบัติได้จริง ปัญหาอุปสรรค - งบประมาณที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรม ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ข้อนิเทศ 1. ครูควรมีการสำรวจความต้องกำรของผู้เรียนให้มีความครอบคลุมกลุ่มอายุทุกช่วงวัย เพื่อให้มีความ เหมาะสมและต้องตามความต้องการของผู้เรียน 2. ครูควรมีการจัดกิจกรรมให้มีความหลากหลาย ทั้งรูปแบบออนไลน์ และรูปแบบออฟไลน์ เพื่อรองรับ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 3. ครูควรมีการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการในการจัดกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับผู้เรียน เช่น Kahoot Quizizz Google form ฯลฯ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับสำนักงาน กศน. - ควรจัดสรรงบประมาณมาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมได้อย่าง มีประสิทธิภาพ


49 ระดับ สถาบัน กศน.ภาค - ไม่มี ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด - ควรนิเทศติดตามให้เป็นไปตามสถานการณ์ เช่น การนิเทศออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน ระดับ สถานศึกษา 1. สถานศึกษาควรจัดอบรมส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ในการให้องค์ความรู้ การตระหนัก สร้างการรับรู้การบริหารจัดการ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน 2. สถานศึกษาควรกำกับ ติดตาม ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อทราบถึงสภาพปัญหาในการจัด กิจกรรมเพื่อวางแผนในการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป 3. สถานศึกษาควรมีการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ อย่างทั่วถึงหลากหลายช่องทาง เช่น กลุ่มไลน์ กศน.ตำบล เสียงตามสาย เฟซบุ๊ก แผ่นผับเพื่อประชาสัมพันธ์ กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) - ไม่มี


50 ภาพการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน


Click to View FlipBook Version