51 แบบบันทึกการนิเทศการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต คำชี้แจง ให้ผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและหรือผู้เรียน/ ผู้เกี่ยวข้อง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบบันทึกการ นิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด....................................................... กศน.อำเภอ........................................................... สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) ครู กศน.ตำบล ได้มีการวางแผนสำรวจกลุ่มเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการจัด การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต มีการจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์เพียงพอและ มีการออกแบบให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มีการจัดโครงการ/กิจกรรมโดยใช้รูปแบบการอบรม ไม่มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง และชุมชน ภาคีเครือข่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน โครงการ/ กิจกรรม กระบวนการ (Process) วิทยากรเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม โดยวิทยากรต้องเป็นผู้ที่มี คุณวุฒิหรือเกียรติบัตรรับรอง หรือหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ ในสาขาวิชาหรือหลักสูตร นั้น หรือเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ในสาขาวิชาหรือหลักสูตรนั้น และเป็นผู้ที่มีความสามารถในการ ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน มีการนำสื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดกิจกรรม มีการ ประเมินผลการจัดกิจกรรม มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนทุกหลักสูตร และมีการจัดทำสรุปรายงานผลการ ดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ มีการติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์โดยใช้ แบบสอบถาม ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) ผู้จบหลักสูตรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปดูแลตนเอง ด้านสุขภาพกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการใช้ชีวิต (New Normal) ความปลอดภัย รู้เท่าทัน (Fake New) สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม มีทักษะการตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา มีกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ มีการประเมินความพึงพอใจผู้รับบริการ และมีการจัดทำสรุป รายงานผลการดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ น่าน แม่จริม
52 ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ตามบริบทและสภาพของแต่พื้นที่ ทำให้ตรงกับ ความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที 2. สถานศึกษามีการประสานทำงานร่วมกันกับชุมชน ภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนในการจัดกิจกรรม 3. วิทยากรมีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ทักษะ ประสบการณ์ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน มีความรู้และทักษะนำไปปฏิบัติได้จริง ปัญหาอุปสรรค - สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรม เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ข้อนิเทศ 1. ครูควรมีการจัดโครงการ/กิจกรรม ที่มีการดำเนินงานตามแผนและตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่าง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 2. ครูควรมีการให้นำสื่อประกอบ การใช้เทคโนโลยีมาบูรณาการในการจัดกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกัน กับผู้เรียน เช่น Kahoot Quizizz YouTube ฯลฯ เพื่อสร้างการเรียนรู้หลากหลาย และกระตุ้นความสนใจ ของผู้เรียนให้มากขึ้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับสำนักงาน กศน. - ควรจัดสรรงบประมาณมาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ระดับ สถาบัน กศน.ภาค - ไม่มี ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด - ควรกำกับ ติดตาม ประเมินผลทุกครั้ง เพื่อทราบถึงสภาพปัญหาในการจัดกิจกรรมเพื่อวางแผน ในการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป
53 ระดับ สถานศึกษา 1. สถานศึกษาควรมีการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่าง ทั่วถึงหลากหลายช่องทาง เช่น กลุ่มไลน์ กศน.ตำบล เสียงตามสาย เฟซบุ๊ก แผ่นผับเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม อย่างต่อเนื่อง 2. สถานศึกษาควรปรับรูปแบบหลักสูตรให้ทันต่อสถานการณ์ ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) - ไม่มี
54 ภาพการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
55 แบบบันทึกการนิเทศการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ คำชี้แจง ให้ผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและหรือผู้เรียน/ ผู้เกี่ยวข้อง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบบันทึก การนิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด....................................................... กศน.อำเภอ........................................................... สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) หลักสูตรมีองค์ประกอบครบถ้วนตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร เป็นหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นเอง เนื้อหาหลักสูตรมีการบูรณาการสภาพ ปัญหา ความต้องการของผู้เรียน ชุมชนและแนวโน้มการพัฒนา สอดคล้อง ตามหลักการ มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการฝึกที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและ ตลาดแรงงาน มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร มีการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับวิธีการถ่ายทอดความรู้แก่วิทยากรก่อน ดำเนินการ วิทยากรมีความรู้ความสามารถตามเนื้อหาหลักสูตร วัสดุ อุปกรณ์ ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เข้าร่วม กิจกรรม สถานที่มีความเหมาะสม ยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ในชุมชน และจัดทำเป็นทำเนียบในรูปแบบเอกสาร ไฟล์ข้อมูล ให้นักศึกษา ประชาชนสืบค้น ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นบางครั้ง มีการประชุมวางแผนจัดทำโครงการ/ กิจกรรมโดยการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มีการจัดทำหลักสูตรอบรมให้ความรู้ แก่ประชาชนที่หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพความต้องการ และมีการสรรหาวิทยากร ผู้รู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ กระบวนการ (Process) มีการดำเนินกิจกรรม/โครงการตามแผนที่กำหนด ยังไม่มีการจัดวิทยากร/จิตอาสาประจำ ศูนย์เรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ให้บริการข้อมูล แนะนำ ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา และประชาชนที่มาศึกษา เรียนรู้เป็นประจำ ไม่มีการจัดกิจกรรม นิทรรศการ แสดงผลงาน นำเสนอผลงานความสำเร็จ ความก้าวหน้าของ โครงการ/กิจกรรม ที่ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการประยุกต์ใช้สะเต็มศึกษา/การจัดการความรู้ด้านดิจิทัลและ ICT เพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สอดคล้องตามหลักสูตร และมีเครื่องมือวัดและประเมินผล มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน มีการรายงานผู้จบหลักสูตร และมีการ จัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ มีการติดตามผลการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์โดยใช้แบบสอบถาม น่าน แม่จริม
56 ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) นักศึกษาและประชาชนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตได้ นำความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติ ไปพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมได้ มีการประเมินความพึงพอใจ ผู้รับบริการ และมีการจัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นรูปเล่มเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมโครงการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ 2. มีการติดตามและให้คำแนะนำจากหน่วยงานต้นสังกัดอย่างสม่ำเสมอ 3. ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนในการดำเนินกิจกรรมและสนับสนุนทรัพยากร อย่างต่อเนื่อง ปัญหาอุปสรรค - การทำกิจกรรมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้การจัดกิจกรรมไม่เป็นไปตาม เวลาที่กำหนดไว้ตามแผน ข้อนิเทศ 1. ให้ครูกำหนดแผนการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและความจำเป็นมากที่สุด 2. แนะนำให้มีการติดตามหลังการจัดกิจกรรมตามรูปแบบที่กำหนด 3. เน้นย้ำครูในการจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 4. หลังการจัดกิจกรรมควรมีการติดตามผลการดำเนินงานและนำสภาพปัญหามาวิเคราะห์ เพื่อเป็นข้อมูล สู่การพัฒนางาน
57 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับสำนักงาน กศน. - ควรจัดสรรงบประมาณมาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ระดับ สถาบัน กศน.ภาค - ไม่มี ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด 1. ควรมีการติดตามการจัดการศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างต่อเนื่อง 2. ควรมีการมอบรางวัลให้กับสถานศึกษาที่ดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์เรียนรู้ดีเด่น ระดับ สถานศึกษา 1. สถานศึกษาควรมีการจัดทำทำเนียบแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาที่เป็นปัจจุบันโดยมีกิจกรรม ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ 2. ให้มีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการศึกษาศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................
58 ภาพการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่
59 ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ปลูกผักปลอดภัยห่วงใยสุขภาพ ผู้ศึกษา นางรัตติยา รุนคำจาย สถานศึกษา กศน.ตำบลหนองแดง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดน่าน ความสอดคล้องกับจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ๔.๑ พัฒนาหลักสูตรอาชีพที่เน้น New skill Up – skill และ Re - skill ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ บริบทพื้นที่ และความสนใจ พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบที่ความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมายเช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology เพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถะและได้รับคุณวุฒิตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนรู้ และประสบการณ์เทียบโอนเข้าสู่ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีการศึกษา ในระดับที่สูงขึ้น ๔.๒ ประสานการทำงานร่วมกับศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start-up) ของอาชีวศึกษา ๔.๓ ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น "ส่งเสริมความรู้สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี" ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทางการจำหน่าย บทคัดย่อ แนวปฏิบัติในการสร้างอาชีพในเรื่องของการปลูกผักปลอดสารพิษ บ้านพรหม หมู่ 1 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน มุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้สมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบ อาชีพเกษตรกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนบ้านพรหมที่เป็นสมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษมีอาชีพ และมีรายได้เสริม มีพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน การดำเนินงานโครงการนี้ได้รับการประสานงานความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านบ้านพรหม ที่ช่วยส่งเสริมและ สนับสนุนให้ความช่วยเหลือในการดำเนินงานจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ
60 ผลการดำเนินงานพบวว่า สมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ จำนวน 20 คน มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง การบริหารจัดการกลุ่ม และดำเนินการทางการตลาด มีตลาดพื้นบ้านจำหน่ายผลผลิตของสมาชิกกลุ่มให้กับ ผู้บริโภคในเขตพื้นที่ตำบลหนองแดงและพื้นที่ใกล้เคียง ความเป็นมาและความสำคัญ ชุมชนบ้านพรหม หมู่ที่ 1 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพเกษตรกรรม ซึ่งการจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของ ประเทศให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริม ความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำาหนดยุทธศาสตร์พัฒนา ๕ ศักยภาพของพื้นที่ใน ๕ กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน ๕ ภูมิภาคหลักของโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก” โดยได้กำหนดภารกิจจะพัฒนายกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชน ได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่างๆ มุ่งพัฒนา คนไทยให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทำอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชน มีรายได้มั่นคง มั่งคั่ง และมีงานทำอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความ มั่นคงให้แก่ประชาชน การปลูกผักปลอดสารพิษเป็นกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ที่น่าสนใจปลูกง่าย ใช้พื้นที่น้อย อายุการเก็บเกี่ยว ๓ -๔ เดือนจำหน่ายได้ และมีผู้บริโภคมาก ผักที่จำหน่ายในท้องตลาด ส่วนหนึ่งเป็นผักที่ส่งโดย ไม่ปลอดสารพบว่ามีสารปนเปื้อนจากสารเคมี สารส้ม และสารฟอร์มาลีน สารดังกล่าวมีอันตรายต่อ สุขภาพ การได้ทราบ ถึงอันตราย กศน.ตำบลหนองแดง สังกัด ศูนย์การศึกษานอกระบบและกรศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ แม่จริมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตรปลูกผักปลอดสารพิษ กลุ่มสนใจขึ้นในพื้นที่ โดยการจัดตั้งกลุ่มสอน อาชีพภายใน หมู่บ้าน จากการใช้วิธีการเพาะปลูกแบบหว่านลงพื้นดิน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้องรดน้ำ – เย็น ซึ่งเป็นรูปแบบเก่าๆ นายมนตรี พรมี ผู้ใหญ่บ้านพรหม ซึ่งได้รับการฝึกสอนอาชีพการปลูกผักสมัยใหม่ และ ได้พัฒนาการเพาะปลูกแบบผสมผสาน ปัจจุบันกลุ่มอาชีพ ปลูกผักปลอดสารพิษจำหน่ายภายในชุมชน วัตถุประสงค์ ๑. สามารถประกอบอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเอง ๒. ตัดสินใจประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับศักยภาพตนเอง ชุมชน และสังคม ๓. มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การบริหารจัดการในอาชีพ
61 วิธีดำเนินงาน กำหนดกลุ่มเป้าหมาย สมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ จำนวน 20 คน กระบวนการดำเนินงาน ๑. การวางแผน ( Plan ) 1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อทราบถึงความต้องการ สภาพปัญหา ข้อเสนอแนะในการจัดตั้งกลุ่มปลูก ผักปลอดสารพิษบ้านพรหม หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน 2. จัดทำโครงการและทำแผนจัดกิจกรรมกลุ่มปลูกผักปลอดสารนพิษ กระบวนการผลิต การจัดจำหน่าย การตลาด การจัดตั้งกลุ่มรูปแบบการจัดทำบัญชี 3. ประสานงานหน่วยงาน/เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการส่งเสริมสนับสนุน ได้แก่ พัฒนาชุมชนอำเภอ แม่จริม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง เทศบาลตำบลหนองแดง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนตำบลหนองแดง 4. ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนงานที่กำหนดและสามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม 5. ติดตามและประเมินผลร่วมกับหน่วยงาน/เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 6. สรุปและจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน และเผยแพร่ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒.การปฏิบัติตามแผน ( Do ) 1. การดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน โดยครูเชิญวิทยากรในหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านพรหมมาให้ความรู้ด้านการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย กศน.ตำบลหนองแดง ส่งเสริมและสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ การเรียนรู้ จากนั้นครูแนะนำให้สมาชิกในกลุ่มได้เรียนรู้ร่วมกันและลงมือฝึกปฏิบัติ 2. การดำเนินกิจกรรมร่วมกัน 2.1 จัดประชุมวางแผนเตรียมการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ ดังนี้ เสนอควรจะ ปลูกผักชนิดไหนก่อน และผักแต่ละชนิดควรปลูกระยะเวลากี่วัน และสมาชิกกลุ่มประชุมแบ่งงานการผลิตให้ สอดคล้องกับปริมาณและความต้องการของตลาด 2.2 วิธีการปลูกผักหมุนเวียนกันเพื่อรองรับผู้บริโภคและความต้องการของตลาด เพื่อแก้ไขปัญหา ด้านคุณภาพของผัก ความต้องการของตลาดและผู้บริโภค การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพการปลูกผักปลอดสารพิษโดยให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชี รายรับรายจ่าย ค่าตอบแทนสมาชิก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสรุปผลการดำเนินงานเป็นไตรมาส และร่วมกันติดตามและ ประเมินผล เป็นผลให้ทางกลุ่มมีกองทุนเพิ่มขึ้น
62 3. การตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน ( Cheak ) การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพการปลูกผักปลอดสารพิษโดยให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชี รายรับรายจ่าย ค่าตอบแทนสมาชิก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสรุปผลการดำเนินงานเป็นไตรมาส และร่วมกันติดตามและ ประเมินผล เป็นผลให้ทางกลุ่มมีกองทุนเพิ่มขึ้น 4. การปรับปรุงแก้ไข ( Act ) นำผลการนิเทศติดตามผลมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนากิจกรรมกลุ่มให้มีการพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป ผลการดำเนินงาน 1. ผู้เรียนเกิดทักษะจากกระบวนการเรียนรู้เรื่องการการปลูกผักปลอดสารพิษ เกษตรผสมผสานโดยยึด หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำผลผลิตที่ได้นำมาประกอบอาหารในชีวิตประจำวันและเห็นช่องทาง ประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว และชุมชน 2. กลุ่มสมาชิกสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนากลุ่มและพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้มีผลผลิตวางจำหน่าย ที่มีความหลากหลาย สมาชิกเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่ม รู้บทบาทและหน้าที่ของตนเองเกิดการมีส่วนร่วม มากขึ้น 3. กลุ่มสมาชิกได้มีงานทำ มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ในเขตอำเภอแม่จริมและตลาดในชุมชนซึ่งจะมี วางขายหน้าโรงเรียนบ้านพรหมทุกวัน ๔. ดำเนินการเผยแพร่ โดยประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook , Line และใน เพจกาดแม่จริมออนไลน์ และ ได้มีการรายงานสรุปและประเมินผลการดำเนินงานและเผยแพร่ให้กับหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทราบ และใช้ชุมชนเป็นฐานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจและชุมชนอื่น ๆ ปัญหา อุปสรรค และวิธีการแก้ไข ปัญหา อุปสรรค สมาชิกกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านพรหมขาดการบริหารจัดการกลุ่ม จึงเป็นอุปสรรคในการบริหาร จัดการภายในกลุ่ม
63 วิธีการแก้ไข กศน.ตำบลหนอองแดง โดยครู กศน.ตำบลได้แนะนำวิธีการในการบริหารจัดการกลุ่ม เพื่อให้สมาชิก ในกลุ่มเกิดความสามัคคีและมีความเข้มแข็งภายในกลุ่ม แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง 1. ครู กศน.ตำบลหนองแดง จะต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการดำเนินงานและคอยส่งเสริมสนับสนุน กลุ่มอาชีพให้มีการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง 2. มีการออกแบบการบรรจุผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น และสามารถเก็บผลผลิตให้อยู่นานยิ่งขึ้น
64 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
65 แบบบันทึกการนิเทศบ้านหนังสือชุมชน คำชี้แจง ให้ศึกษานิเทศก์หรือผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและ หรือผู้เรียน/ผู้เกี่ยวข้อง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบ บันทึกการนิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด......................................................กศน.อำเภอ.................................................................... สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) สถานที่มีความเหมาะสม ผู้ดูแลบ้านหนังสือมีจิตอาสาและความเต็มใจในการให้บริการ มีการ ส่งเสริม สนับสนุนจากชุมชนและภาคีเครือข่าย ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากร ที่เกี่ยวข้อง เช่น วัสดุอุปกรณ์ ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบ้านหนังสือชุมชน ยังไม่มีทะเบียนหนังสือ, ทะเบียนผู้ใช้บริการ, ทะเบียนยืมคืนหนังสือ และสมุดเยี่ยม ไม่มีการสำรวจความต้องการของผู้ใช้บริการ เช่น ประเภทหนังสือ สื่อ เป็นต้น มีการจัดทำแผนดำเนินงาน เช่น แผนการหมุนเวียนสื่อ แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริม การอ่านและการเรียนรู้ร่วมกับบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนอำเภอแม่จริม การประชาสัมพันธ์กิจกรรมและ บริการของบ้านหนังสือชุมชนยังไม่ทั่วถึง ทราบเป็นบางส่วน กระบวนการ (Process) มีการกำหนดเวลา เปิด-ปิด มีหนังสือบางเล่มที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ หมุนเวียน อย่างสม่ำเสมอ บ้านหนังสือชุมชนบางแห่ง มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ เช่น พบปะพูดคุย, ประชุม, และกิจกรรมอื่น ๆ ของชุมชน บางแห่งก็ไม่มีกิจกรรมดังกล่าว ไม่มีบริการอื่น ๆ เช่น กาแฟ, น้ำดื่ม, แว่นตา และ Wifi แก่ผู้ใช้บริการ ไม่มีบริการยืมคืนสื่อและอุปกรณ์ต่างๆ มีการประสานความร่วมกับอาสาสมัคร/ภาคีเครือข่าย เกี่ยวกับการให้บริการ บ้านหนังสือชุมชนบางแห่งเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมอื่น ๆ ของชุมชนอย่างหลากหลาย และผู้ดูแลบ้านหนังสือชุมชนบางแห่งได้มีการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทักษะการจัดกิจกรรม เทคนิคการแนะนำหนังสือ เป็นต้น น่าน แม่จริม
66 ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) จำนวนผู้รับบริการบ้านหนังสือชุมชนต่อเดือนของแต่ละแห่ง มีจำนวนน้อย ไม่ค่อยมีคนมายืม หนังสือ เนื่องจากมีหนังสือไม่ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. ผู้บริหารทุกระดับเห็นความสำคัญในการดำเนินการ ให้การสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่ อาจเกิดขึ้น โดยการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ/สำนักงาน กศน. มาวางแผนการ ดำเนินงาน 2. ผู้ดูแลบ้านหนังสือชุมชนให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการ โดยให้ความ อนุเคราะห์สถานที่ อย่างเต็มที่ 3. บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนอำเภอแม่จริม ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องการกระจายสื่อลงสู่บ้าน หนังสือชุมชน ปัญหาอุปสรรค 1. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ส่งผลกระทบต่อการ ดำเนินงาน ทำให้การจัดกิจกรรมมีข้อจำกัด ไม่หลากหลาย และไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ 2. ปัญหาความไม่ต่อเนื่องของบ้านหนังสือชุมชนบางแห่ง ซึ่งมีการย้ายบ้าน หรือปิดกิจการ/ร้านค้า ทำให้ต้องทำการคัดเลือกบ้านหนังสือชุมชนแห่งใหม่ และจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ในการจัดตั้งใหม่ เช่น ชั้นวางหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ หนังสือ สื่อ ตลอดจนป้ายบ้านหนังสือชุมชน ข้อนิเทศ 1. การจัดกิจกรรมควรมีความต่อเนื่องในกำรจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภายในบ้านหนังสือชุมชน และ ควรมี การติดตาม หรือมีแบบประเมินสำหรับผู้ใช้บริการ โดยมีหัวข้อประเมินให้ครอบคลุมหลากหลาย เพื่อเก็บ เป็นฐานข้อมูล ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภายในบ้านหนังสือชุมชน และพัฒนาการจัดกิจกรรม ต่อไป 2. ครูควรจัดทำทำเนียบบ้านหนังสือชุมชน ประกอบด้วยข้อมูล ชื่อบ้านหนังสือชุมชน สถานที่ตั้ง ชื่ออาสาสมัคร ครู กศน.ตำบลที่รับผิดชอบ จำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวัน จำนวนหนังสือที่ได้รับบริจาค จำนวน หนังสือที่ให้บริการทั้งหมด กิจกรรมส่งเสริมการอ่านบ้านหนังสือชุมชน และรูปภาพประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้ง เผยแพร่เป็นรูปแบบเอกสาร หรือผ่านช่องทางเว็บไซต์ เพจ กศน. ตำบล ห้องสมุดประชาชน กศน.อำเภอ และมีการอัพเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันทุกไตรมาส
67 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับสำนักงาน กศน. - ไม่มี ระดับ สถาบัน กศน.ภาค - ไม่มี ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด - ไม่มี ระดับ สถานศึกษา - ควรส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคเครือข่าย เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กร ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) - ไม่มี
68 ภาพบ้านหนังสือชุมชน
69 แบบบันทึกการนิเทศโครงการห้องสมุดประชาชน คำชี้แจง ให้ผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและหรือผู้เรียน/ ผู้รับบริการ สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลักสูตร สื่อ ฯลฯ แล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น – จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาลงในแบบบันทึก การนิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด...............................................กศน.อำเภอ.................................................................... สภาพที่พบ ปัจจัยป้อน (Input) ห้องสมุดประชาชนอำเภอแม่จริม มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของห้องสมุดประชาชน เช่น ฐานข้อมูลหนังสือ/สื่อ ฐานข้อมูลสมาชิกห้องสมุด ฐานข้อมูลการ ยืมคืน ผ่านโปรแกรมฐานข้อมูลระบบเชื่อมโยง แหล่งเรียนรู้ : Learning Resources Linkage System (LRLS) มีการสำรวจข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการ/ กลุ่มเป้าหมาย มีการจัดทำแผนดำเนินงาน เช่น แผนการจัดกิจกรรม แผนการพัฒนาห้องสมุด และแผนการจัดหา/ จัดทำสื่อส่งเสริมการอ่าน มีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับสภาพความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย สภาพของห้องสมุดประชาชนมีความพร้อมในการบริการ ประกอบด้วย หนังสือ/สื่อออนไลน์/ สื่อสำหรับเด็ก และสื่อการเรียนรู้อื่น มีความทันสมัยตรงตามความต้องการ มีมุมเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น มุมข้อมูล ท้องถิ่น มุมเด็ก มุมหนังสือใหม่ เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โต๊ะ เก้าอี้, ระบบสืบค้น และสัญญาณ Wifi มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูล จดหมายข่าว ความรู้หน้าเดียว หรือข่าวสารอื่นๆ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง กระบวนการ (Process) ผู้บริหารมีการสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาของบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด มีการดำเนินงานที่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด และมีความสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย/ หน่วยงาน/ชุมชน มีการจัดกิจกรรมที่มีความครอบคลลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักศึกษา กศน. เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป มีภาคีเครือข่าย/อาสาสมัครมีส่วนร่วมในการจัดและพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน มีการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมการอ่าน บรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุดมีส่วนร่วมในการ ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน หน่วยงานอื่นอย่างต่อเนื่อง และมีการดำเนินงานเป็นไปในลักษณะการบริการ ทั้งเชิงรับและเชิงรุก ทั้งในรูปแบบ offline Online
70 ผลผลิต (Output) / ผลผลลัพธ์ (Outcome) ผู้รับบริการมีความพึงพอใจของผู้รับบริการในด้านรูปแบบการให้บริการ สื่อการเรียนรู้ บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และผู้ให้บริการ มีการประเมินผลการเรียนรู้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ โครงการหรือกิจกรรมที่หลากหลาย มีจำนวนสมาชิกห้องสมุดประชาชน จำนวน 64 คน แยกตามเพศ ได้แก่ เพศชาย จำนวน 9 คน เพศหญิง จำนวน 55 คน แยกตามอายุ ได้แก่ อายุ 15 - 59 ปี จำนวน 50 คน และอายุ 60 ปี ขึ้นไป จำนวน 14 คน จำนวนผู้ใช้บริการจำนวน 815 คน และมีจำนวนหนังสือ/สื่อที่ยืม-คืน 53 ชิ้น/เดือน ปัจจัยที่ส่งผลความสำเร็จ 1. มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอผ่านหลายช่องทาง เช่น LINE Facebook 2. มีการประสานงานกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรม 3. มีการสำรวจความต้องการของผู้รับบริการของห้องสมุด รวมถึงการจัดทำแบบสอบถามความ ต้องการสื่อ ทรัพยากรสารสนเทศ ของผู้ใช้บริการก่อนการตัดสินใจซื้อหนังสือ สื่อ วารสาร ข้อนิเทศ 1. แนะนำให้บรรณารักษ์ และผู้ปฏิบัติงาน ประสำนกับ ครู กศน.ตำบล ในการนำนักศึกษามาศึกษา ค้นคว้าในห้องสมุด และทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (กพช.) ในการดูแล และบำรุงรักษา 2. แนะนำให้บรรณารักษ์จัดทำสาระสนเทศห้องสมุดให้ครอบคลุมครบถ้วน และเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้อง ทราบเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป 3. แนะนำและเน้นย้ำให้บรรณารักษ์ ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมส่งเสริมการอ่าน และจัดกิจกรรม ส่งเสริมการ อ่านเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ปัญหาอุปสรรค 1. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ขึ้น อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมจำกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และ มาตรการของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้น สำนักงาน กศน.จังหวัด จึงกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด จึงทำให้เกิดข้อจำกัด ในการจัดกิจกรรมที่มีผู้รับบริการเป็นจำนวนมาก
71 2. ปัจจุบันผู้มาใช้บริการห้องสมุดน้อยลง เนื่องจากพฤติกรรมการอ่านและการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไปเป็น เรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID - 19) ที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลต่อการเข้ารับบริการ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ระดับสำนักงาน กศน. - ระดับ สถาบัน กศน.ภาค - ระดับ สำนักงาน กศน.จังหวัด - ระดับ สถานศึกษา - ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในรูปแบบออนไลน์ให้มากขึ้น ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรม (ถ้ามี) - ไม่มี
72 ภาพโครงการห้องสมุดประชาชน
73 แบบบันทึกการนิเทศ การจัดการศึกษาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ปีงบประมาณ 2566 คำชี้แจง ให้ผู้รับผิดชอบการนิเทศ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ครูผู้สอนและหรือผู้เรียน/ ผู้เกี่ยวข้องแล้วบันทึก สภาพที่พบ (จุดเด่น - จุดที่ควรพัฒนา) และข้อนิเทศ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ลงในแบบนิเทศ สำนักงาน กศน.จังหวัด ............................................กศน.อำเภอ................................................. ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน การเดินทางอยู่นอกชุมชน แต่สะดวก มีป้ายบอกระยะทางเข้า ศศช. อาคารของ ศศช.บ้านสว่าง มีความเป็นเอกเทศ ภายในอาคาร มีวัสดุ อุปกรณ์ สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ชั้นวางของ กระดาน ป้ายประกาศ ป้ายข้อมูลชุมชน ข้อมูลนักเรียน ข้อมูลครูและโครงสร้างหลักสูตร มีสัญลักษณ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์สภาพพื้นที่ภายนอกอาคาร มีการตกแต่งหรือจัดให้มีวัสดุ สิ่งของ ได้แก่ ป้ายชื่อศูนย์การเรียน (ศศช.) ห้องน้ำสำหรับ ผู้เรียน ถังเก็บน้ำสำหรับอุปโภค ฯลฯ ไม่มีบ้านพักครูมีระบบ ฐานข้อมูลสารสนเทศ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” สำนักงาน กศน. DM HACLC และข้อมูล สารสนเทศต่าง ๆ เช่น ประวัติหมู่บ้าน แผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลจำนวนครัวเรือน ประชากรของหมู่บ้าน ป้ายประกาศ ป้ายนิทรรศการ ป้ายแสดงแผน และผลการปฏิบัติการ (รายปี / รายเดือน) ข้อมูลผู้เรียนทุกประเภทที่ครูจัด กระบวนการเรียนรู้ ฯลฯ เอกสารประจำศูนย์การเรียน อาคาร เช่น ทะเบียนผู้เรียน สมุดบันทึกการนิเทศ สมุดเยี่ยม บัญชีวัสดุ ครุภัณฑ์ บันทึกผลการปฏิบัติงานของครู หลักสูตร คู่มือ/แนวทางจัดกิจกรรม ศศช. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ฯลฯ ได้รับการสนับสนุนจากชุมชน เช่น อาคาร สถานที่ ตอนที่ 2 ข้อมูลการจัดการเรียนการสอนส่งเสริมการรู้หนังสือไทย ครูได้ดำเนินการสำรวจผู้ไม่รู้หนังสือ จัดทำข้อมูลสารสนเทศผู้ไม่รู้หนังสือรายบุคคล ประเมิน สภาพการรู้หนังสือก่อนจัดการเรียนรู้จัดการส่งเสริมการรู้หนังสือไทยครูมีการจัดทำแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับ สภาพผู้เรียน เครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ มีการใช้สื่อ เหมาะสมกับสภาพและพื้นที่ของ กลุ่มเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้มีการวัดผลประเมินผล มีการส่งเสริมการเรียนรู้อื่น ๆ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่กลุ่มเป้าหมาย มีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานเมื่อ สิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ มีการวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา และการดำเนินการแก้ไข ปัญหาอุปสรรค น่าน แม่จริม
74 ตอนที่ 3 ข้อมูลกิจกรรมการศึกษาสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน และเด็กวัยเรียน - ตอนที่ 4 ข้อมูลการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศศช.บ้านสว่าง มีนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียน 2/2565 จำนวน 11 คน แบ่งเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 3 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 8 คน มีการจัดทำแผน การจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ การวัดผล ประเมินผล ตอนที่ 5 ข้อมูลการจัดการศึกษาต่อเนื่อง มีการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ กระบวนการจัด ได้แก่ หลักสูตรจักสานหวายและไม้ไผ่ จำนวน 35 ชั่วโมง และจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กระบวนการจัด ได้แก่ โครงการอบรมส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักสูตรการดูแลไม้ผลและการทำ น้ำสมุนไพรไล่แมลง จำนวน 6 ชั่วโมง ตอนที่ 6 ข้อมูลการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย มีกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น การส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ เป็นต้น ตอนที่ 7 ข้อมูลการจัดกิจกรรมอื่น ๆ มีการจัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีภาคีเครือข่าย เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ตามโครงการขยายผลโครงการหลวงแม่จริม เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และ ดำเนินการจัดทำแผนโดยจัดเวทีประชาคม มีการจัดโครงการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ให้กับประชาชนบ้านสว่าง ณ ศศช.บ้านสว่าง โดยมีเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าโครงการพัฒนาเพื่อ ความมั่นคง พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ที่ 4 อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน เป็นวิทยากรให้ ความรู้และมีการจัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น โครงการสร้างป่า – สร้างรายได้ โครงการ ทุนการศึกษาเด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา - หมายเหตุ : สำหรับการบันทึกข้อมูลการนิเทศ ให้ใช้เครื่องมือนิเทศการจัดการศึกษาอื่นร่วมด้วย หากมีข้อมูล บันทึกมากให้บันทึกลงกระดาษบันทึกเพิ่มเติม
75 ภาพการจัดการศึกษาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”
76 แนวปฏิบัติที่ดี การบริหารจัดการแปลงเกษตรแบบมีส่วนร่วม บ้านสว่าง ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ผู้ศึกษา นางวิมลวรรณ ธรรมสละ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน สถานศึกษา ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านสว่าง ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม บทคัดย่อ แนวปฏิบัติที่ดี การบริหารจัดการแปลงเกษตรแบบมีส่วนร่วม บ้านสว่าง ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน เป็นโครงการที่ร่วมกันบูรณาการทำงานระหว่างศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านสว่าง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม และโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน(อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) พื้นที่ที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่บ้านสว่าง ลดพื้นที่การทำไร่ และมาร่วมทำการเกษตรแบบผสมผสาน ในพื้นที่ที่จำกัด ได้ผลตอบแทนสูง เพื่อให้ชุมชนสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ความสำคัญของการบริหารจัดการแปลงเกษตร แบบมีส่วนร่วม โดยครูและเกษตรกรบ้านสว่าง ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในชุมชนร่วมกันสำรวจวิเคราะห์ปัญหา ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย เพื่อลดปัญหาการทำลายพื้นที่ป่า และจัดทำเวทีประชาคมศึกษาข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ร่วมวางแผนการจัดกิจกรรม ศึกษาแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานสถานที่ประสบความสำเร็จ นำมาเป็นแนวทางในการ ดำเนินงานตามโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการหลวงและพัฒนาศักยภาพชุมชนชนบนพื้นที่สูง ผลการดำเนินงานพบว่ากลุ่มเกษตรกรปลูกผักในโรงเรือน สามารถลดพื้นที่การทำไร่ และมาร่วมทำ การเกษตรแบบผสมผสาน ในพื้นที่ที่จำกัด ได้ผลตอบแทนสูง เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว
77 ความเป็นมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยราษฎร พื้นที่สูง เนื่องจากป่าต้นน้ำลำธาร ถูกบุกรุกทำลายส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ จึงพระราชทานแนวทางการ พัฒนา การฟื้นฟูป่าต้นน้ำโดยการปลูกไม้หลายๆระดับ หลายๆชนิดทั้งไม้เรือนยอดสูงลดหลั่นกันลงมาให้มีความ เป็นป่าและการปลูกป่าร่วมกับพืชเศรษฐกิจเพื่อให้ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้ รวมทั้งทำให้มีพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น อีกทางหนึ่ง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านสว่าง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอแม่จริม เป็นแหล่งเรียนรู้ ในการจัดกิจกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมการรู้หนังสือ การศึกษา ต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัยและยังเป็นศูนย์กลาง ในการประสานงานของกลุ่มเครือข่ายต่าง ๆ ที่ได้มาส่งเสริม สนับสนุนโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ในชุมชน โดยมีเครือข่ายที่ร่วมกันบูรณาการทำงานระหว่างศูนย์การเรียนชุมชน ชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านสว่าง คือสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) โครงการพัฒนาพื้นที่ สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม และโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) พื้นที่ที่ 4 จากการทำงานร่วมกับเครือข่ายดังกล่าว ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านสว่าง ได้จัดโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการหลวงและพัฒนาศักยภาพชุมชนชนบนพื้นที่สูง โดยมีสถาบันวิจัยและ พัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการปลูกผักในโรงเรือน เพื่อนำมาเป็นอาหาร และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่บ้านสว่าง ลดพื้นที่การทำไร่ และมาร่วมทำการเกษตรแบบผสมผสาน ในพื้นที่ที่จำกัด ได้ผลตอบแทนสูง 2. เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่บ้านสว่างสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว
78 เป้าหมาย เชิงปริมาณ จำนวนสมาชิก 12 คน เชิงคุณภาพ 1. เกษตรกรในพื้นที่บ้านสว่าง ลดพื้นที่การทำไร่ และมาร่วมทำการเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่ ที่จำกัด ได้ผลตอบแทนสูง 2. เกษตรกรในพื้นที่บ้านสว่าง สามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว กระบวนการดำเนินงาน 1. การวางแผน (Plan) - ครู ศศช.บ้านสว่าง ร่วมกับชุมชน ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของชุมชน โดยประชาชนบ้านสว่าง มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก ทำไร่ข้าวโพด ขยายพื้นที่ทำไร่ บุกรุกป่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น และประชาชนยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการทำการเกษตรที่ถูกต้อง เนื่องจากยังมีความเชื่อเดิม นำความรู้เดิมในการประกอบอาชีพ ทางการเกษตร พื้นที่บ้านสว่างมีคุณภาพของดินดีสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย มีความเหมาะสมในการทำการเกษตร - จัดทำเวทีประชาคมข้อมูลพื้นฐานของชุมชน โดยมีชุมชนบ้านสว่าง ครู ศศช.บ้านสว่าง ร่วมกับ หน่วยงานเครือข่ายคือโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม และโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ ลุ่มน้ำน่าน (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) พื้นที่ ที่ 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านน้ำตวง สำรวจความต้องการ และวิเคราะห์ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย ลดปัญหาการทำลายพื้นที่ป่า - ร่วมสรุปข้อมูลความต้องการของประชาชนบ้านสว่าง มีข้อสรุปความต้องการประชาชนในพื้นที่ ต้องการปลูกผักในโรงเรือนและปลูกไม้ผล - สำรวจสภาพพื้นที่ทางการเกษตรบ้านสว่าง พบว่าพื้นที่บ้านสว่างมีคุณภาพของดินดีสภาพ อากาศที่เอื้ออำนวย มีความเหมาะสมในการปลูกผักในโรงเรือนและปลูกไม้ผล - จัดทำแผนการทำงานร่วมกัน วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการ สภาพปัญหา วางแผน /จัดทำแผน นำเสนอแผนให้กับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)
79 2. การปฏิบัติตามแผน (Do) - ดำเนินงานตามโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการหลวงและพัฒนาศักยภาพชุมชนชนบน พื้นที่สูง (ปลูกผักในโรงเรือน) ปีงบประมาณ 2562 - 2565 - อบรมให้ความรู้กลุ่มเกษตรกรเรื่องการปลูกผักในโรงเรือน โดยมีวิทยากรให้ความรู้จากโครงการ พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม และโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน (อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ) พื้นที่ที่ 4 - ลงพื้นที่แปลงเกษตรรายบุคคลเพื่อสร้างโรงเรือนปลูกผักที่ได้มาตรฐาน - การบริหารจัดการกลุ่มในการ ซื้อ -ขาย ผัก - ติดตามให้คำแนะนำกลุ่มปลูกผักในโรงเรือน 3. การตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน (Check) ประเมินผลและสรุปรายงานผลการดำเนินงานตาม โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการหลวงและพัฒนาศักยภาพชุมชนชนบนพื้นที่สูง (ปลูกผักในโรงเรือน) บ้านสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ปีงบประมาณ 2562 - 2565 4. การปรับปรุงแก้ไข (Act) นำผลการติดตามผลการดำเนินงาน มาปรับปรุงหรือพัฒนากระบวนการ รูปแบบวิธีดำเนินการใหม่ที่เหมาะสม
80 ผลการดำเนินงาน ผลที่ประชาชนบ้านสว่างได้รับ 1. ประชาชนในพื้นที่บ้านสว่าง ลดพื้นที่การทำไร่ และมาร่วมทำการเกษตรแบบผสมผสาน ในพื้นที่ ที่จำกัด ได้ผลตอบแทนสูง 2. ประชาชนในพื้นที่บ้านสว่าง สามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว พัฒนาคุณภาพชีวิตดีขึ้น 3. มีการบริหารจัดการกลุ่ม สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง 4. หน่วยงานเครือข่ายร่วมกันทำงานได้อย่างเข้มแข็ง การเผยแพร่ - เป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกรพื้นที่อื่นๆมาศึกษาดูงาน ปัญหาอุปสรรคและวิธีการแก้ไข ปัญหาอุปสรรค 1. ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร 2. เส้นทางในการเดินไปแปลงเกษตรมีความยากลำบากในการขนส่งผลผลิต วิธีการแก้ไข 1. ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร แนวทางแก้ไขคือประสานหน่วยงานเครือข่ายในการจัดหาที่กักเก็บน้ำ 2. ปัญหาเส้นทางในการเดินไปแปลงเกษตรมีความยากลำบากในการขนส่งผลผลิต แนวทางแก้ไข คือกลุ่มเกษตรกรมีการช่วยกันพัฒนาถนน/ เส้นทางเดินทางไปแปลงเกษตร
81 แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง 1. ส่งเสริมให้มีการเพาะพันธุ์ผักจำหน่ายภายในสมาชิกลุ่มบ้านสว่าง เพื่อลดต้นทุนการผลิต 2. เพิ่มจำนวนสมาชิกในการปลูกผักในโรงเรือน
82 คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นายกิตติพงศ์ กาลัง ผอ.กศน.อำเภอเมืองน่าน รักษาการในตำแหน่ง ผอ.กศน.อำเภอแม่จริม คณะผู้จัดทำ 1. นางสาวกันยา แอ่นกาศ ครู 2. นางสาววิภาวี ทองสุข ครู 3. นางสาวพลับพลึง สุวรรณเพชร บรรณารักษ์ปฏิบัติการ 4. นางจริมรัก เขียวสา ครูอาสาสมัคร กศน. 5. นางอรวรรณ์ ไชยจริม ครูอาสาสมัคร กศน. 6. นางวิมลวรรณ ธรรมสละ ครูอาสาสมัคร กศน. 7. นายนัทวัฒน์ ธงเงิน ครูอาสาสมัคร กศน. 8. นางรัตติยา รุนคำจาย ครู กศน.ตำบล 9. นายปราการ ยศไทย ครู กศน.ตำบล 10. นายปราชัญ โนกุญชร ครู กศน.ตำบล 11. นายสุบิน เงินปัน ครู กศน.ตำบล 12. นางสาววรินทร์พร ถาวนา ครู กศน.ตำบล 13. นายศุภสัณฑ์ มูลมา ครูผู้สอนคนพิการ ปก/รูปเล่ม/เนื้อหา นางสาวกันยา แอ่นกาศ ครู บรรณาธิการ 1. นายกิตติพงศ์ กาลัง ผอ.กศน.อำเภอเมืองน่าน รักษาการในตำแหน่ง ผอ.กศน.อำเภอแม่จริม 2. นางสาวกันยา แอ่นกาศ ครู