The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อวิชาการปลูกฟักทองเพื่อการค้า ปรับปรุงครั้งที่ 1(2) มีหน้าปก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by al_kunya2011, 2023-07-25 10:35:53

สื่อวิชาการปลูกฟักทองเพื่อการค้า ปรับปรุงครั้งที่ 1(2) มีหน้าปก

สื่อวิชาการปลูกฟักทองเพื่อการค้า ปรับปรุงครั้งที่ 1(2) มีหน้าปก

คำนำ การปลูกฟักทองเพื่อการค้า เป็นแนวคิดทางการเกษตรอย่างหนึ่งที่นำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกต์ใช้กับการปลูกฟักทองเพื่อการค้า เพื่อให้ผู้เรียนมีช่องทางในการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพ ที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง และเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้เรียน ตลอดจนผู้เรียนได้นำความรู้ไปพัฒนา อาชีพและความเป็นอยู่ของตนเองได้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการ ปลูกฟักทองเพื่อการค้า จึงได้ทำการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรรายวิชาเลือก วิชาการปลูกฟักทองเพื่อการค้า (อช03354) ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและความแตกต่างของ ผู้เรียน จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการใช้สื่อนวัตกรรมและ เทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา มาช่วยในการจัดการเรียนรู้เพื่อ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการปลูกฟักทองเพื่อการค้า และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม ขอขอบคุณ ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่ง เรียนรู้ คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา อำเภอแม่จริม คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ในการจัดทำหลักสูตรครั้งนี้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์มา ณ โอกาสนี้ หวังว่าเอกสารหลักสูตรรายวิชาเลือก ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครูกศน. และผู้เกี่ยวข้องในการนำไปใช้ในการจัดการศึกษา ให้กับผู้เรียน กศน.อำเภอแม่จริม คำอธิบายรายวิชา การปลูกฟักทองเพื่อการค้าและแปรรูป รหัส อช 03354 สาระการประกอบอาชีพ


ระดับประถมศึกษา, ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น,ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 หน่วยกิต (120 ชั่วโมง) มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่3.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. ผู้เรียนสามารถบอกขั้นตอนการปลูกฟักทองได้ 2. ผู้เรียนสามารถบอกขั้นตอนการแปรรูปฟักทองได้ 3. ผู้เรียนสามารถปลูกฟักทองได้ 4. ผู้เรียนสามารถแปรรูปฟักทองได้ 5. ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 6. ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อการใช้งานในการค้าขาย (e-Commerce) ได้ ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้ ความหมาย ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณ ขั้นตอนการปลูก การตลาดและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ความรู้ความสามารถของตนเองต่อการปลูกฟักทองและการแปรรูปฟักทอง โดยวิเคราะห์ความพร้อม ของตนเอง ความต้องการของตลาด เทคนิคความรู้และทักษะในอาชีพ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ จัดให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากสื่ออินเตอร์เน็ต จากแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น อภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างผู้เรียน ภูมิปัญญา ทดลองฝึกปฏิบัติ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนมีการประเมินตนเอง ทำแผนปฏิบัติงานโครงงาน การวัดประเมินผล ๑. ประเมินจากสภาพจริง ผลงานปฏิบัติ สังเกตความสนใจ ความร่วมมือในกระบวนการเรียนรู้ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ๒. การทดสอบภาคปฏิบัติ โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมทดสอบการถ่ายภาพดิจิทัล รวมทั้งบอกพื้นฐานที่ จำเป็นสำหรับร้านค้าออนไลน์และการโพสต์ข้อความเพื่อการค้า


รายละเอียดคำอธิบายรายวิชา การปลูกฟักทองเพื่อการค้าและแปรรูป รหัส อช 03354 สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศึกษา, ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น,ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 หน่วยกิต (120 ชั่วโมง) มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่3.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จำนวน (ชั่วโมง) 1 การปลูก ฟักทองเพื่อ การค้า 1. อธิบายความหมาย ลักษณะ ทางพฤกษศาสตร์ ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณของ ฟักทองได้ 1. ความหมาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณ ของ ฟักทอง - ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของฟักทอง - ชนิดพันธุ์ของฟักทอง - ประโยชน์และสรรพคุณ 24 2 ขั้นตอนการ ปลูกฟักทอง 1. อธิบายขั้นตอนการปลูก ฟักทองได้ 2. ขั้นตอนการปลูกฟักทอง - การคัดเลือกพันธุ์ - การเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ - โรคและศัตรูพืช - การเตรียมดิน - การปลูก - การใส่ปุ๋ย - การเก็บเกี่ยว 30 3 การแปรรูป ฟักทอง 1. อธิบายความหมายของการ แปรรูปและการถนอมอาหารได้ 2. อธิบายขั้นตอนของการแปรรูป ฟักทองได้ 3. การแปรรูปฟักทอง - ความหมายของการแปรรูปและ การถนอมอาหาร - การทำข้าวเกรียบฟักทอง - การทำฟักทองทอดกรอบ - การทำฟักทองกวน - การทำฟักทองเชื่อม - การทำฟักทองแช่อิ่ม 40


ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา จำนวน (ชั่วโมง) 4 การบรรจุ ภัณฑ์ 1. อธิบายความหมาย ประเภท ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ได้ 4. บรรจุภัณฑ์ - ความหมายของบรรจุภัณฑ์ - ประเภทของบรรจุภัณฑ์ - ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ 7 5 การตลาดและ การทำบัญชี รายรับ - รายจ่าย 1. อธิบายถึงการตลาดและการ ทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ได้ 3. การตลาด และการทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย - การตลาด - การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย 5 6 เทคโนโลยี ดิจิทัลสำหรับ ชุมชนเพื่อการ ใช้งานในการ ค้าขาย (eCommerce) 1. อธิบายถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับชุมชนเพื่อการใช้งานใน การค้าขาย (e-Commerce) ได้ 3. เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อ การใช้งานในการค้าขาย (eCommerce) - การถ่ายภาพดิจิทัล - พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับร้านค้า ออนไลน์ 14


โครงสร้างหลักสูตร หลักสูตรรายวิชา การปลูกฟักทองเพื่อการค้าและแปรรูป สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศึกษา, ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น,ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 หน่วยกิต (120 ชั่วโมง) ความเป็นมา สภาพสังคมในโลกปัจจุบัน เป็นยุคโลกาภิวัฒน์มีวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย ทำให้วิถี การดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทยเปลี่ยนไป เกิดค่านิยมในด้านวัตถุสิ่งของมากเกินความจำเป็น และขาด ความตระหนักถึงความจำเป็นด้านพื้นฐาน จนลืมวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร เป็น ครอบครัวเกษตรกรรม อันสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทย ในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ในการทำงาน ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ซึ่งแตกต่างจากยุคสมัยนี้ที่มีอาชีพต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการ อพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างถิ่นมากขึ้น เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม ดังนั้นศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่จริม จึงได้จัดทำหลักสูตรการปลูกฟักทองเพื่อการค้าและการ แปรรูปขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะเกี่ยวกับการปลูกฟักทองเพื่อการค้าและการแปรรูป เพื่อให้ผู้เรียนมีช่องทางในการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง และเพื่อช่วยเพิ่ม รายได้ให้กับผู้เรียน ตลอดจนผู้เรียนได้นำความรู้ไปพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของตนเองได้ หลักการ หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการประกอบ อาชีพมีหลักการดังนี้ 1. มีความยืดหยุ่นทั้งเนื้อหา ระยะเวลาเรียนและการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการบูรณาการเนื้อหาให้ สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความแตกต่างของบุคคลและสามารถเลือกเรียนได้ 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีการพัฒนาและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อย่างต่อเนื่อง จุดประสงค์ของรายวิชา 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกฟักทอง 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการแปรรูปฟักทอง 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีช่องทางการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพ 4. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 5. เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนในสาระอื่น ๆ ระยะเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิต


ใช้เวลาเรียน 120 ชั่วโมง จำนวน 3 หน่วยกิต โครงสร้างหลักสูตร แบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ตอน จำนวน 120 ชั่วโมง ตอนที่ 1 ความหมาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ชนิดพันธุ์ของฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง จำนวน 24 ชั่วโมง ตอนที่ 2 ขั้นตอนการปลูกฟักทอง จำนวน 30 ชั่วโมง ตอนที่ 3 การแปรรูปฟักทอง จำนวน 40 ชั่วโมง ตอนที่ 4 การบรรจุภัณฑ์ จำนวน 7 ชั่วโมง ตอนที่ 5 การตลาดและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย จำนวน 5 ชั่วโมง ตอนที่ 6 เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อการใช้งานในการค้าขาย (e-Commerce)จำนวน 14 ชั่วโมง รายละเอียดเนื้อหา ตอนที่ 1 ความหมาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชนิดพันธุ์และประโยชน์ของฟักทอง 1.1 ความหมาย และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของฟักทอง 1.2 ชนิดพันธุ์ของฟักทอง 1.3 ประโยชน์ของฟักทอง ตอนที่ 2 ขั้นตอนการปลูกฟักทอง 2.1 การคัดเลือกพันธุ์ 2.2 การเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ 2.3 โรคและศัตรูพืช 2.4 การเตรียมดิน 2.5 การปลูก 2.6 การใส่ปุ๋ย 2.7 การเก็บเกี่ยว ตอนที่ 3 การแปรรูปฟักทอง 3.1 ความหมายของการแปรรูปและการถนอมอาหาร 3.2 การทำข้าวเกรียบฟักทอง 3.3 การทำฟักทองทอดกรอบ 3.4 การทำฟักทองกวน 3.5 การทำฟักทองเชื่อม 3.6 การทำฟักทองแช่อิ่ม ตอนที่ 4 การบรรจุภัณฑ์ 4.1 ความหมายของบรรจุภัณฑ์


4.2 ประเภทของบรรจุภัณฑ์ 4.3 ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ ตอนที่ 5 การตลาดและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย 5.1 ความหมายของการตลาด 5.2 การทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย ตอนที่ 6 เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อการใช้งานในการค้าขาย (e-Commerce) 6.1 การถ่ายภาพดิจิทัล 6.2 พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับร้านค้าออนไลน์ กระบวนการเรียนรู้ 1. ศึกษา เรียนรู้ด้วยตนเองโดยศึกษาจากเอกสารและสื่ออิเลคทรอนิกส์ตามเนื้อหาในหลักสูตร 2. สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียนและครูโดยมีประเด็นตามเนื้อหาในหลักสูตร 3. มอบหมายภารกิจตามใบงาน 4. ฝึกปฏิบัติการปลูกฟักทองและการแปรรูปฟักทอง 5. สรุปบทเรียนจากใบงานและการฝึกปฏิบัติ สื่อการเรียนรู้ 1. สื่อบุคคล (เกษตรกรผู้ปลูกฟักทองที่ประสบผลสำเร็จ) 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 3. สื่อเอกสาร 4. ใบความรู้ 5. ใบงาน แหล่งเรียนรู้ 1. สำนักงานเกษตรอำเภอแม่จริม 2. ห้องสมุดประชาชนอำเภอแม่จริม 3. ศูนย์ ICT กศน.เฉลิมพระเกียรติวัดห้วยซ้อตำบลหมอเมือง 4. แปลงเกษตรผู้ปลูกฟักทองที่ประสบผลสำเร็จ การวัดและประเมินผล 1. ทดสอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 2. ผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 3. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม 4. บันทึกผลการเรียนรู้/ฝึกปฏิบัติ


การวิเคราะห์ รายวิชา การปลูกฟักทองเพื่อการค้าและแปรรูป สาระ การประกอบอาชีพ ระดับ ประถมศึกษ ที่ ตัวชี้วัด เนื้อหา 1 การปลูกฟักทองเพื่อการค้า อธิบายความหมาย ลักษณะทาง พฤกษศาสตร์ ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และ สรรพคุณของฟักทองได้ 1. ความหมาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชนิดพันธุ์ ป สรรพคุณของฟักทอง - ความหมาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ของฟักทอ - ชนิดพันธุ์ของฟักทอง - ประโยชน์และสรรพคุณ 2. ขั้นตอนการปลูกฟักทอง อธิบายถึงขั้นตอนการปลูกฟักทองได้ 2. ขั้นตอนการปลูกฟักทอง - การคัดเลือกพันธุ์ - การเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ - โรคและศัตรูพืช - การเตรียมดิน - การปลูก - การใส่ปุ๋ย - การเก็บเกี่ยว


ห์หลักสูตรรายวิชา รหัส อช 03354 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง า / มัธยมศึกษาตอนต้น / มัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับความยากง่าย จำนวน (ชม.) วิธีการเรียน ยาก ปาน กลาง ง่าย พบ กลุ่ม ตน เอง ทาง ไกล อัธยาศัย อื่นๆ ประโยชน์ และ อง ✓ ✓ ✓ 4 10 10 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 6 4 4 4 4 4 4 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓


ที่ ตัวชี้วัด เนื้อหา 3. การแปรรูปฟักทอง - อธิบายความหมายของการแปรรูป และการถนอมอาหารได้ - อธิบ ายถึงขั้นตอนการแป รรูป ฟักทองได้ 3. การแปรรูปฟักทอง - ความหมายของการแปรรูปและการถนอมอ - การทำข้าวเกรียบฟักทอง - การทำฟักทองทอดกรอบ - การทำฟักทองกวน - การทำฟักทองเชื่อม - การทำฟักทองแช่อิ่ม 4. บรรจุภัณฑ์ 4. บรรจุภัณฑ์ - ความหมายของบรรจุภัณฑ์ - ประเภทของบรรจุภัณฑ์ - ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ 5. การตลาดและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย อธิบายถึงการตลาดและการทำบัญชี รายรับ – รายจ่าย 5. การตลาดและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่า - การตลาด - การทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย 6 เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อ การใช้งานในการค้าขาย (eCommerce) 6. เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อการใช้ง (e-Commerce) - การถ่ายภาพดิจิทัล - พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับร้านค้าออนไลน์ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชา


ระดับความยากง่าย จำนวน (ชม.) วิธีการเรียน ยาก ปาน กลาง ง่าย พบ กลุ่ม ตน เอง ทาง ไกล อัธยาศัย อื่นๆ อาหาร ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 6 10 6 6 6 6 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 1 4 2 ✓ ✓ ✓ ย ✓ ✓ 2 3 ✓ ✓ านในการค้าขาย ✓ ✓ 4 10 ✓ ✓ า การปลูกฟักทองเพื่อการค้าและแปรรูป รหัส อช 03354


สาระ การประกอบอาชีพ ระดับ ประถมศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับ มาตรฐานการเรียนรู้ 3.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินเลือก หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา รู กา 1.การปลูกฟักทอง เพื่อการค้า อธิบายความหมาย ชนิดพันธุ์ ประโยชน์ และสรรพคุณของ ฟักทองได้ 1. ความหมายชนิดพันธุ์ ประโยชน์ และสรรพคุณของฟักทอง - ความหมายของฟักทอง - ชนิดพันธุ์ของฟักทอง - ประโยชน์และสรรพคุณ พ (4 ต (2 2. ขั้นตอนการ ปลูกฟักทอง อธิบายถึงขั้นตอนการ ปลูกฟักทองได้ 2. ขั้นตอนการปลูกฟักทอง - การคัดเลือกพันธุ์ - การเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ - โรคและศัตรูพืช - การเตรียมดิน - การปลูก - การใส่ปุ๋ย - การเก็บเกี่ยว พ (6 ต (2 หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา รู กา


า / มัธยมศึกษาตอนต้น / มัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รปแบบ ารเรียน การจัดการแผนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ วัด/ ประเมินผล พบกลุ่ม 4 ชม.) ตนเอง 20 ชม.) ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการใน การเรียนรู้ (O:Orientation) 1.1 ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับปัญหา ด้านเกษตรกรรม ในปัจจุบันและการปลูกพืชที่เป็นความต้องการของ ตลาด 1.2 ครูและผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทาง และการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสม ในท้องถิ่นคือ การปลูกฟักทอง ใบความรู้ ใบงาน ห้องสมุด ฯลฯ -ตรวจใบงาน -สรุปรายงาน -สัมภาษณ์ -แบบทดสอบ พบกลุ่ม 6 ชม.) ตนเอง 24 ชม.) ใบความรู้ ใบงาน ห้องสมุด ฯลฯ -ตรวจใบงาน -รุปรายงาน -สัมภาษณ์ -สังเกต -แบบทดสอบ รปแบบ ารเรียน การจัดการแผนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ วัด/ ประเมินผล


3.การแปรรูป ฟักทอง - อธิบายความหมายของ การแปรรูปและการ ถนอมอาหารได้ - อธิบายขั้นตอนการ แปรรูปฟักทองได้ 3. การแปรรูปฟักทอง - ความหมายของการแปรรูป และการถนอมอาหาร - การทำข้าวเกรียบฟักทอง - การทำฟักทองทอดกรอบ - การทำฟักทองกวน - การทำฟักทองเชื่อม - การทำฟักทองแช่อิ่ม พ ( ต (3 4. บรรจุภัณฑ์ - อธิบายความหมาย ประเภท ประโยชน์ของ บรรจุภัณฑ์ได้ 4. บรรจุภัณฑ์ - ความหมายของบรรจุภัณฑ์ - ประเภทของบรรจุภัณฑ์ - ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ พ ( ต (3 5. การตลาดและ การทำบัญชี รายรับ – รายจ่าย - อธิบายความหมายของ การตลาดได้ - อธิบายการทำบัญชี รายรับ – รายจ่ายได้ 5. การตลาดและการทำบัญชี รายรับ – รายจ่าย - การตลาด - การทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย พ ( ต (3 หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา รู กา


พบกลุ่ม (6 ชม.) ตนเอง 34 ชม.) ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ ( N:New way of learning) 2.1 ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความหมายชนิด พันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทอง ขั้นตอนการปลูกฟักทอง การจัดการด้านตลาดการ จำหน่าย และเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อ การใช้งานในการค้าขาย (e-Commerce) 2.2 ครูและผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยใช้การ สัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์การปลูกฟักทอง เพื่อ หาข้อสรุปเกี่ยวกับการปลูกฟักทอง และสรุปเป็น รายงานเสนอในการพบกลุ่ม 2.3 แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มไม่เกิน 5 คน ในการ ทำรายงานเรื่อง การปลูกฟักทองในชุมชน สรุปเป็น รายงานและนำเสนอในการพบกลุ่ม พบกลุ่ม (4 ชม.) ตนเอง 3 ชม.) ใบความรู้ ใบงาน ห้องสมุด ฯลฯ -ตรวจใบงาน -สรุปรายงาน -สัมภาษณ์ -แบบทดสอบ พบกลุ่ม (2 ชม.) ตนเอง 3 ชม.) ใบความรู้ ใบงาน ห้องสมุด สื่อบุคคล ฯลฯ -ตรวจใบงาน -สรุปรายงาน -สัมภาษณ์ -แบบทดสอบ รปแบบ ารเรียน การจัดการแผนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ วัด/ ประเมินผล


6. เทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับชุมชนเพื่อ การใช้งานในการ ค้าขาย (eCommerce) - อธิบายถึงเทคโนโลยี ดิจิทัลสำหรับชุมชนเพื่อ การใช้งานในการค้าขาย (e-Commerce) ได้ 6. เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชน เพื่อการใช้งานในการค้าขาย (eCommerce) - การถ่ายภาพดิจิทัล - พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับร้านค้า ออนไลน์ พ (1


ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ ( I: Implementation) 3.1 ผู้เรียนสรุป จัดทำรายงาน และรวบรวมไว้ใน แฟ้มสะสมงาน 3.2 ครูแนะนำให้ผู้เรียนแก้ไขข้อบกพร่อง ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E:Evaluation) 4.1 ผู้เรียนนำแฟ้มสะสมงานมาสรุปเป็นองค์ความรู้ ไว้เป็นข้อมูลสารสนเทศ 4.2 ครูและผู้เรียนร่วมกันสร้างเกณฑ์การ ประเมินคุณภาพการเรียน 4.3 ครูตัดสินผลการเรียนรู้ตามเกณฑ์ ที่กำหนด ใบความรู้ ใบงาน ห้องสมุด ฯลฯ -ตรวจใบงาน -สรุปรายงาน -สัมภาษณ์ -แบบทดสอบ พบกลุ่ม 14 ชม.) ใบความรู้ ใบงาน ห้องสมุด ฯลฯ -ทดสอบภาคปฏิบัติ -แบบทดสอบ -ตรวจใบงาน -สัมภาษณ์ -สังเกต


ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมาย ชนิดพันธุ์ของฟักทอง ประโยชน์และสรรพคุณ **************************************** 1. ความหมาย ฟักทองเป็นพืชผักที่มีลำต้นทอดและเลื้อยไปตามพื้นดิน เช่นเดียวกับแตงโม มีดอกสีเหลือง ทั้งตัวผู้และ ตัวเมียจะแยกกันแต่อยู่ในต้นเดียวกัน ดังนั้น จึงต้องการช่วยผสมเกสร โดยวิธีธรรมชาติ เช่น ลมพัด หรือมีแมลง ผสมเกสร หรือผู้ปลูกช่วยผสมเกสรเพื่อการติดผลเป็นไม้เถาอ่อน มีขนสากมือ มีหนวดสำหรับเกี่ยวพันทอดไป ตามพื้นดิน จึงต้องการเนื้อที่ปลูกมากกว่าพืชผักอื่นๆ เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ที่มีอายุปีเดียว (ฤดูเดียว) เมื่อให้ผลแล้วก็ ตายไปมีหลายพันธุ์ทั้งแบบต้นเลื้อยและเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์เบามีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-60 วัน ส่วนพันธุ์หนักมี อายุตั้งแต่หยอดเมล็ดจนติดผลอ่อน 45-60 วันและให้ผลแก่เมื่อ 120-180 วัน โดยทยอยเก็บผลได้หลายครั้งจน หมดผล 2. ชนิดพันธุ์ของฟักทอง มีพันธุ์พื้นเมืองหลายพันธุ์ เรียกตามลักษณะของผล เช่น พันธุ์ข้องปลา จะมีลักษณะของผลคล้ายข้อง ปลา, พันธุ์ผลมะพร้าว จะมีลักษณะผลคล้ายมะพร้าว เป็นต้น พันธุ์ดำ เมื่อแก่เปลือกจะมีสีเขียวเข้มอมดำ เปลือกจะขรุขระเป็นปุ่มปม คล้ายผิวคางคก (บางทีก็เรียก พันธุ์คางคก) ก้นของผลยุบเข้าไปในผล ทำให้ปอกเปลือกยาก แต่เป็นพันธุ์หนักผลโต พันธุ์น้ำตก ผิวจะไม่ค่อยขรุขระนัก ก้นของผลจะนูนออกมา ทำให้ปอกเปลือกง่าย ผลเล็กกว่าพันธุ์ดำ เล็กน้อย พันธุ์ฟักทองนี้จะมีชื่อเรียกแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน มีขนาดรูปร่างสีเปลือก ผล และเนื้อก็แตกต่างกัน ไป พันธุ์เบาให้ผลเล็ก อายุเก็บเกี่ยว 120-180 วัน โดยทยอยเก็บผลได้เรื่อย ๆ 4-5 ครั้ง ต้นหนึ่ง ๆ จะให้ผลได้ 4-5 ผล หรือมากกว่าถึง 7 ผล 3. ประโยชน์ของฟักทอง ความหลากหลายของประโยชน์ที่ได้จากฟักทองอาจพอกล่าวได้ดังนี้ 1. สารเบต้าแคโรทีนในฟักทองช่วยป้องกันโรคผิวหนังช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะในผู้สูงอายุ และบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่าและบั้นเอว 2. ช่วยบำรุงไต ตับ และสายตา รวมทั้งการป้องการอาการโรคเบาหวาน 3. ฟักทองให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย คาร์โบไฮเดรตในฟักทองช่วยบำบัดแผลในกระเพาะและลำไส้ ส่วนบน คนที่เป็นโรคกระเพาะ การกินฟักทองนึ่งก็จะช่วยบรรเทาการปวดท้องได้ 4. บรรเทาอาการหอบหืดที่เกิดจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังในผู้สูงอายุ 5. เมล็ดฟักทองช่วยรักษาและลดอาการเกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 6. น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมีรสหวานมัน ดื่มกินบำรุงประสาท


4. สรรพคุณของฟักทอง ส่วนที่ใช้เป็นยา เมล็ด ราก ขั้ว น้ำมันจากเมล็ด เยื่อกลางผล ยาง และผล รสและสรรพคุณในตำรายาไทย เมล็ด รสมัน ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย แก้พิษปวดบวม ราก รสเย็น ต้มน้ำดื่ม บำรุงร่างกาย แก้ไอ ถอนพิษของฝิ่น ดับพิษสัตว์กัดต่อย ขั้ว รสเย็น ฝนกับมะนาวผสมใยฝ้ายเผาไฟ รับประทานแก้พิษกิ้งกือกัด น้ำมันจากเมล็ด รสหวานมัน รับประทานบำรุงประสาท เยื่อผลกลาง รสหวานเย็น พอก แก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ ยาง แก้พิษผื่นคัน เริมและงูสวัด ผล รสหวาน เนื้อในของผลฟักทองนั้นจะมีสารพวก carotenes อยู่ซึ่งสารนี้เมื่อเข้าไปในร่างกาย แล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคาวหรือของหวานเป็นอาหารเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี วิธีกินที่เป็นยา 1. ฟักทอง ครึ่ง กก นึ่ง แล้วราดด้วยน้ำผึ้ง กินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 5-7 วัน จะช่วยบรรเทา อาการหอบหืดได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปีผู้ที่มีอาการน้อยจะเห็นผลมากกว่าผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง (จะเห็นผลเร็ว) 2. ต้มฟักทอง 250 กรัมกับน้ำสะอาด ดื่มกินเป็นน้ำแกง ช่วยรักษาเบาหวาน 3. ต้มดอกฟักทองกับตับหมู 120 กรัม กินรักษาโรคตาบอดกลางคืน 4. นำเนื้อในเมล็ดฟักทอง 120 กรัม คั่วแล้วบดเป็นผง ผสมน้ำอุ่น ดื่มครั้งละ 30 กรัม ช่วยเพิ่มปริมาณ น้ำนมในสตรีหลังคลอด 5. กินเนื้อในเมล็ดฟักทองดิบปริมาณ 100 กรัม ติดต่อกัน 3 วันจะช่วยถ่ายพยาธิไส้เดือน 6. คั่วเมล็ดฟักทอง 150 กรัมให้สุก กินเนื้อในเพื่อขับพยาธิตัวตืด ข้อแนะนำเพิ่มเติม 1. ควรเลือกฟักทองพันธุ์ทีมีรสหวานและมีเนื้อละเอียด จะมีสรรพคุณทางยามาก 2. ผู้ที่มีอาการแน่นท้องและจุกเสียดท้องไม่ควรกิน 3. เมล็ดฟักทองคั่ว 1 ถ้วยตวงจะมีไขมัน 13 % อาจไม่เหมาะผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก อาจจะเพลินในการกิน จนเสียการควบคุมน้ำหนัก 4. การกินฟักทองมากเกินไป จะทำให้ผิวเหลืองและแน่นท้อง คนโบราณจะเจียวกระเทียมกับเต้าเจี้ยวผัด กับฟักทอง จะช่วยลดการแน่นท้องได้


ใบงานที่ 1 เรื่อง ความหมาย ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทอง ชื่อ – สกุล.................................................รหัส..................................ระดับ...................... 1. ให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ให้เข้าใจความหมาย ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทองแล้วนำมาจัดทำ เป็นแผ่นพับ เผยแพร่ และพูดนำเสนอให้เพื่อนฟังในการพบกลุ่ม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ให้ผู้เรียนอธิบายสรรพคุณของฟักทอง ที่ใช้เป็นยาพร้อมยกตัวอย่างประกอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 1 เรื่อง ความหมาย ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทอง 1. ให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ให้เข้าใจความหมาย ชนิดพันธุ์ ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทองแล้วนำมาจัดทำ เป็นแผ่นพับ เผยแพร่ และพูดนำเสนอให้เพื่อนฟังในการพบกลุ่ม แนวคำตอบ ความหมาย ฟักทองเป็นพืชผักที่มีลำต้นทอดและเลื้อยไปตามพื้นดิน เช่นเดียวกับแตงโม มีดอกสีเหลือง ทั้งตัวผู้และ ตัวเมียจะแยกกันแต่อยู่ในต้นเดียวกัน มีขนสากมือ มีหนวดสำหรับเกี่ยวพันทอดไปตามพื้นดิน จึงต้องการเนื้อที่ ปลูกมากกว่าพืชผักอื่นๆ เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ที่มีอายุปีเดียว (ฤดูเดียว) เมื่อให้ผลแล้วก็ตายไปมีหลายพันธุ์ทั้งแบบ ต้นเลื้อยและเป็นพุ่มเตี้ย มีพันธุ์พื้นเมืองหลายพันธุ์ เรียกตามลักษณะของผล เช่น พันธุ์ข้องปลา จะมีลักษณะของผลคล้ายข้อง ปลา, พันธุ์ผลมะพร้าว จะมีลักษณะผลคล้ายมะพร้าว เป็นต้น พันธุ์ดำ เมื่อแก่เปลือกจะมีสีเขียวเข้มอมดำ เปลือกจะขรุขระเป็นปุ่มปม คล้ายผิวคางคก (บางทีก็เรียก พันธุ์คางคก) ก้นของผลยุบเข้าไปในผล ทำให้ปอกเปลือกยาก แต่เป็นพันธุ์หนักผลโต พันธุ์น้ำตก ผิวจะไม่ค่อยขรุขระนัก ก้นของผลจะนูนออกมา ทำให้ปอกเปลือกง่าย ผลเล็กกว่าพันธุ์ดำ เล็กน้อย ประโยชน์ของฟักทอง 1. สารเบต้าแคโรทีนในฟักทองช่วยป้องกันโรคผิวหนังช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะในผู้สูงอายุ และบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่าและบั้นเอว 2. ช่วยบำรุงไต ตับ และสายตา รวมทั้งการป้องการอาการโรคเบาหวาน 3. ฟักทองให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย คาร์โบไฮเดรตในฟักทองช่วยบำบัดแผลในกระเพาะและลำไส้ ส่วนบน คนที่เป็นโรคกระเพาะ การกินฟักทองนึ่งก็จะช่วยบรรเทาการปวดท้องได้ 4. บรรเทาอาการหอบหืดที่เกิดจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังในผู้สูงอายุ 5. เมล็ดฟักทองช่วยรักษาและลดอาการเกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 6. น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมีรสหวานมัน ดื่มกินบำรุงประสาท สรรพคุณของฟักทอง ส่วนที่ใช้เป็นยา เมล็ด ราก ขั้ว น้ำมันจากเมล็ด เยื่อกลางผล ยาง และผล


2. ให้ผู้เรียนอธิบายสรรพคุณของฟักทอง ที่ใช้เป็นยาพร้อมยกตัวอย่างประกอบ แนวคำตอบ สรรพคุณในตำรายาไทย เมล็ด สรรพคุณ ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย แก้พิษปวดบวม ราก สรรพคุณ ต้มน้ำดื่ม บำรุงร่างกาย แก้ไอ ถอนพิษของฝิ่น ดับพิษสัตว์กัดต่อย ขั้ว สรรพคุณ ฝนกับมะนาวผสมใยฝ้ายเผาไฟ รับประทานแก้พิษกิ้งกือกัด น้ำมันจากเมล็ด สรรพคุณ รับประทานบำรุงประสาท เยื่อผลกลาง สรรพคุณ พอก แก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ ยาง สรรพคุณ แก้พิษผื่นคัน เริมและงูสวัด ผล สรรพคุณ เนื้อในของผลฟักทองนั้นจะมีสารพวก carotenes อยู่ซึ่งสารนี้เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะ เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคาวหรือของหวาน เป็นอาหารเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี *******************************


ใบความรู้ที่ 2 ขั้นตอนการปลูกฟักทอง ************************************* ฟักทอง ชื่ออื่น น้ำเต้า (ภาคใต้) มะพร้าว (ภาคเหนือ) มะน้ำแก้ว (เลย) หมักอื้อ (เลย – ปราจีนบุรี) ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Decne. วงศ์ Cucurbitaceae ชื่อสามัญ Pumpkin แหล่งที่พบ ทั่วไปของทุกภาค ประเภทไม้ ฟักทองเป็นพืชล้มลุกที่มีเถายาวเลื้อยไปตามพื้นดิน มีหนวดยาวที่ข้อ ใบสีเขียวใบไม้ มีหยัก 5 หยัก ด้วยกัน ผิวใบถ้าจับดูจะรู้สึกว่าสาก ดอกสีเหลืองเป็นรูปกระดิ่ง ผลมีขนาดใหญ่ ลักษณะกลมแบน ผิวขรุขระเนื้อ ในเป็นสีเหลืองถึงเหลืองอมส้มและเหลืองอมเขียว การคัดเลือกชนิดพันธุ์ของฟักทอง มีพันธุ์พื้นเมืองหลายพันธุ์ เรียกตามลักษณะของผล เช่น พันธุ์ข้องปลา จะมีลักษณะของผลคล้าย ข้องปลา, พันธุ์ผลมะพร้าว จะมีลักษณะผลคล้ายมะพร้าว เป็นต้น พันธุ์ดำ เมื่อแก่เปลือกจะมีสีเขียวเข้มอมดำ เปลือกจะขรุขระเป็นปุ่มปม คล้ายผิวคางคก (บางทีก็เรียก พันธุ์คางคก) ก้นของผลยุบเข้าไปในผล ทำให้ปอกเปลือกยาก แต่เป็นพันธุ์หนักผลโต พันธุ์น้ำตก ผิวจะไม่ค่อยขรุขระนัก ก้นของผลจะนูนออกมา ทำให้ปอกเปลือกง่าย ผลเล็กกว่าพันธุ์ดำ เล็กน้อย พันธุ์ฟักทองนี้จะมีชื่อเรียกแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน มีขนาดรูปร่างสีเปลือก ผล และเนื้อก็แตกต่างกัน ไป พันธุ์เบาให้ผลเล็ก อายุเก็บเกี่ยว 120 -180 วัน โดยทยอยเก็บผลได้เรื่อยๆ 4-5 ครั้ง ต้นหนึ่งๆ จะให้ผลได้ 4-5 ผล หรือมากกว่าถึง 7 ผล


พันธุ์คางคก หรือพันธุ์ดำ ผิวขรุขระมาก พันธุ์น้ำตก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ฟักทองเป็นพืชผักที่มีลำต้นทอดและเลื้อยไปตามพื้นดิน เช่นเดียวกับแตงโม มีดอกสีเหลือง ทั้งตัวผู้และ ตัวเมียจะแยกกันแต่อยู่ในต้นเดียวกัน ดังนั้น จึงต้องการช่วยผสมเกสร โดยวิธีธรรมชาติ เช่น ลมพัด หรือมีแมลง ผสมเกสร หรือผู้ปลูกช่วยผสมเกสรเพื่อการติดผล เป็นไม้เถาอ่อน มีขนสากมือ มีหนวดสำหรับเกี่ยวพันทอดไป ตามพื้นดิน จึงต้องการเนื้อที่ปลูกมากกว่าพืชผักอื่นๆ เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ที่มีอายุปีเดียว (ฤดูเดียว) เมื่อให้ผลแล้วก็ ตายไป มีหลายพันธุ์ทั้งแบบต้นเลื้อยและเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์เบามีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50 - 60 วัน ส่วนพันธุ์ หนักมีอายุตั้งแต่หยอดเมล็ดจนติดผลอ่อน 45 - 60 วันและให้ผลแก่เมื่อ 120 -180 วัน โดยทยอยเก็บผลได้หลาย ครั้งจนหมดผล ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ผล เมล็ด การขยายพันธุ์ เมล็ด


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิดที่มีการปลูกผัก ชอบดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ดี และ มีการ ระบายน้ำดีมีค่าความเป็นกรด-ด่างของดินระหว่าง 5.5-6.8 (ชอบดินเป็นกรดเล็กน้อย) ชอบอากาศแห้ง ดินไม่ ชื้นแฉะ และน้ำไม่ขัง ฤดูกาลที่ปลูก เริ่มปลูกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์– มีนาคม หรือหลังฤดูทำนาแต่สามารถปลูกได้ดีในปลาย ฤดูฝน และต้นฤดูหนาวคือ ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม และปลูกได้ดีที่สุด คือช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ โรคและศัตรูพืชที่สำคัญ 1. โรคเถาเหี่ยว (เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย) ลักษณะคือใบในเถาจะเหี่ยวลงทีละใบ เมื่อเหี่ยวจากปลายเถามาโคนเถาแล้ว จะเหี่ยวพร้อมกันหมดทั้ง ต้น ถ้าเอามีดเฉือนเถาที่เหี่ยวดูตามความยาวจะเห็นว่า กลางลำต้นในเถาฉ่ำน้ำมากกว่าปกติ เชื้อแบคทีเรียนี้จะ อาศัยอยู่ในตัวแมลงเต่าแตง เมื่อแมลงเต่ามากัดกินใบ จะนำเชื้อนี้เข้าสู่ต้นฟักทองและเพิ่มปริมาณขึ้นอย่าง รวดเร็ว การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีเซพวิน 85 อัตรา 20-30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (ห้ามใช้เกินจะทำให้ใบใหม้) ฉีดพ่นแมลงเต่าที่เป็นพาหะนำโรคเถาเหี่ยว โดยฉีดพ่นเมื่อต้นกล้าแข็งแรง พ่นทุก 5-7 วัน จนฟักทองเริ่ม ทอดยอด 2. เพลี้ยไฟ เป็นแมลงขนาดเล็กมาก ตัวอ่อนจะมีสีแสด ตัวแก่จะเป็นสีดำตัวขนาดเท่าปลายเข็มจะดูดน้ำเลี้ยงที่ยอด อ่อนและใต้ใบอ่อน ทำให้ยอดหดสั้นปล้องถี่ ยอดชูตั้งขึ้น หรือเรียกว่า โรคยอดตั้ง (ไอ้โต้ง) ถ้าพึ่งเริ่มเป็นใหม่ๆ แล้วมีฝนตกมาหรือให้น้ำทั่วถึงเพลี้ยไฟจะหายไป การป้องกันกำจัด 1. ปลูกมะระล้อมไว้สัก 2 ชั้น แล้วจึงปลูกฟักทอง เพราะมะระจะต้านทานเพลี้ยไฟได้ดี หรือปลูกมะระ แซมในแปลงที่ปลูกฟักทอง 2. เพลี้ยไฟชอบระบาดในฤดูแล้ง ถ้ามีฝนมาจะหายไป เมื่อเพลี้ยไฟเข้าทำลายใช้แลนเนท หรือไรเนต หรือพอสซ์ ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ถ้าระบาดมากฉีดพ่น 3-5 วัน โดยงดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน สรรพคุณของฟักทอง เมล็ด รสมัน ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย แก้พิษปวดบวม ราก รสเย็น ต้มน้ำดื่ม บำรุงร่างกาย แก้ไอ ถอนพิษของฝิ่น ดับพิษสัตว์กัดต่อย ขั้ว รสเย็น ฝนกับมะนาวผสมใยฝ้ายเผาไฟ รับประทานแก้พิษกิ้งกือกัด น้ำมันจากเมล็ด รสหวานมัน รับประทานบำรุงประสาท


เยื่อผลกลาง รสหวานเย็น พอก แก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ ยาง แก้พิษผื่นคัน เริมและงูสวัด ผล รสหวาน เนื้อในของผลฟักทองนั้นจะมีสารพวก carotenes อยู่ซึ่งสารนี้เมื่อเข้าไปในร่างกาย แล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของคาวหรือของหวาน เป็นอาหารเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนการเตรียมดิน ขั้นตอนที่ 1 ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 ซม. เพราะเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ขั้นตอนที่ 2 ควรตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืชได้บ้าง ขั้นตอนที่ 3 ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย และเพิ่มความ อุดมสมบูรณ์ให้ดิน แล้วจึงค่อยพรวนดินให้ร่วนซุย ขั้นตอนที่ 4 เก็บเศษวัชพืชต่างๆ ออกจากแปลงให้หมด ขั้นตอนการปลูก/การใส่ปุ๋ย ขั้นตอนที่ 1 โดยใช้ระยะปลูก 3x3 เมตรใช้วิธีหยอดหลุมปลูก หลุมละ 3-5 เมล็ด ลึกประมาณ 3 - 5 ซม. แล้วกลบหลุม ขั้นตอนที่ 2 ถ้ามีฟางข้าวแห้ง ให้นำมาคลุมแปลงปลูก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าดิน ขั้นตอนที่ 3 เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบแล้ว ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือ ต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้นและรดน้ำทุกวันเมื่อต้นกล้าเจริญจนมีใบจริง 4 ใบ ขั้นตอนที่ 4 ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อต้น ขั้นตอนที่ 5 เมื่อฟักทองเริ่มออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร14-14-21โรยรอบๆ ต้น (ประมาณ 1 กำมือ) แล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้งเมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อน ขั้นตอนที่ 6 การรดน้ำต้องรดน้ำทุกวัน จนคะเนว่าอีก 15 วัน จะเก็บผลแก่ได้ จึงหยุดรดน้ำ การดูแลรักษา และการใส่ปุ๋ย เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบแล้ว ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้น และรดน้ำทุกวัน เทคนิคการช่วยผสมเกสร เมื่อต้นกล้าเจริญจนไม่มีใบจริง 4 ใบ ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตหรือปุ๋ยผัก (21-0-0) ละลายน้ำ แล้วใช้รดต้นฟักทอง ต้องรดน้ำทุกวัน เมื่อฟักทองเริ่มออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 (หรือสูตรใกล้เคียง กัน เช่น 13-13-27 หรือ 14-14-21) โรยรอบๆต้นแล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้งเมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อนพันธุ์ ฟักทองที่เป็นพันธุ์หนักให้ผลโต อายุเก็บเกี่ยวยาวนาน ดังนั้นการใส่ปุ๋ยให้ฟักทองพันธุ์หนักควรใส่มากกว่าพันธุ์


เบา การรดน้ำต้องรดน้ำทุกวัน ประมาณอีก 15 วัน จะเก็บผลแก่ได้ จึงหยุดรดน้ำ เมื่อดอกฟักทองกำลังบานให้ เลือกดอกตัวผู้เด็ดมาแล้วปลิดกลีบดอกออกให้หมด นำไปเคาะละอองเกสรตัวผู้ให้ตกลงบนดอกตัวเมีย ถ้าติดผล จะให้ผลอ่อน ถ้าไม่ติดผลดอกตัวเมียจะฝ่อไป วิธีนี้เรียกว่า "การต่อดอก" อีกวิธีหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกฟักทอง จ.สกลนคร แนะนำเทคนิคง่ายๆ คือ เอานมผงที่ใช้เลี้ยงทารกผสม น้ำพอประมาณ พ่นใส่ดอกฟักทองในระยะที่ดอกกำลังบาน เพื่อล่อแมลงมาช่วยผสมเกสร วิธีนี้ช่วยให้ฟักทองติด ผลทุกเถา โดยไม่ต้องต่อดอก การเก็บเกี่ยว ฟักทองเป็นพืชผักที่แมลงไม่ค่อยชอบทำลายเมื่อผลแก่เก็บเกี่ยวไว้เลยโดยสังเกตสีเปลือกสีจะกลมกลืน เป็นสีเดียวกัน ไม่แตกต่างกันมากนักดูนวลขึ้นเต็มทั้งผล คือมีนวลขึ้นตั้งแต่ขั้วไปจนตลอดก้นผล แสดงว่าแก่จัดการเก็บควรเหลือขั้วติดไว้ด้วยสักพอประมาณเพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้นสามารถเก็บผลไว้รอ ขาย หรือบริโภคได้นานๆ โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น การให้ผลผลิต จะทยอยเก็บผลได้ 5-6 ครั้ง เก็บได้เรื่อยๆ ถ้าปลูกเดือนกุมภาพันธ์จะเก็บผลได้ในเดือนมิถุนายน (พันธุ์หนัก) ทยอยเก็บไปได้เรื่อยๆ จนเดือนกรกฎาคม ต้นหนึ่งถึง 5-7 ผล 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 1-1.5 ตัน ถ้าดูแลรักษาใส่ปุ๋ยดีจะให้ถึง 2 ตัน (น้ำหนักสด) ถ้าพันธุ์เบา ปลูกได้50-60 วัน ก็เก็บผลได้ การต่อดอก โดยปลิดกลีบดอกตัวผู้ออก แล้วนำไปเคาะให้ละอองเกสรตกลงบนดอกตัวเมีย


ใบงานที่ 2 ขั้นตอนการปลูกฟักทอง ชื่อ – สกุล..............................................รหัส.....................................ระดับ...................... 1. ให้ผู้เรียนอธิบายขั้นตอนการปลูกฟักทอง การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวฟักทองที่ถูกวิธีพอสังเขป ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 2 ขั้นตอนการปลูกฟักทอง ********************* 1. ให้ผู้เรียนอธิบายขั้นตอนการปลูกฟักทอง การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวฟักทองที่ถูกวิธีพอสังเขป แนวคำตอบ ขั้นตอนการปลูกฟักทอง มีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 โดยใช้ระยะปลูก 3x3 เมตรใช้วิธีหยอดหลุมปลูก หลุมละ 3-5 เมล็ด ลึกประมาณ 3-5 ซม. แล้วกลบหลุม ขั้นตอนที่ 2 ถ้ามีฟางข้าวแห้ง ให้นำมาคลุมแปลงปลูก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าดิน ขั้นตอนที่ 3 เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบแล้ว ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือ ต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้นและรดน้ำทุกวันเมื่อต้นกล้าเจริญจนมีใบจริง 4 ใบ ขั้นตอนที่ 4 ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อต้น ขั้นตอนที่ 5 เมื่อฟักทองเริ่มออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร14-14-21โรยรอบๆ ต้น (ประมาณ 1 กำมือ) แล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้งเมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อน ขั้นตอนที่ 6 การรดน้ำต้องรดน้ำทุกวัน จนคะเนว่าอีก 15 วัน จะเก็บผลแก่ได้ จึงหยุดรดน้ำ การดูแลรักษา และการใส่ปุ๋ย เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบแล้ว ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้น และรดน้ำทุกวัน การเก็บเกี่ยว ฟักทองเป็นพืชผักที่แมลงไม่ค่อยชอบทำลายเมื่อผลแก่เก็บเกี่ยวไว้เลยโดยสังเกตสีเปลือก สีจะกลมกลืน เป็นสีเดียวกัน ไม่แตกต่างกันมากนักดูนวลขึ้นเต็มทั้งผลคือมีนวลขึ้นตั้งแต่ขั้วไปจนตลอดก้นผล แสดงว่าแก่จัดการเก็บควรเหลือขั้วติดไว้ด้วยสักพอประมาณเพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้นสามารถเก็บผลไว้รอ ขาย หรือบริโภคได้นานๆ โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น ************************


ใบความรู้ที่ 3 การแปรรูปฟักทอง ********************* การแปรรูปและการถนอมอาหาร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรที่อยู่ในพื้นที่มาแปรรูปเพื่อเพิ่ม มูลค่าของผลผลิต ช่วยเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรไว้บริโภคในครัวเรือนเป็นเวลานานโดยไม่เน่าเสีย ทำให้ เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีรูปแบบและรสชาติแตกต่างจากเดิม ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่ผลผลิตทาง การเกษตร ทาให้บริโภคสะดวกและง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มช่องทางของตลาดให้มากขึ้น ตลอดจนช่วย กระจายปริมาณสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดในปริมาณที่สมดุล การแปรรูป การแปรรูป หมายถึง ขั้นตอนและวิธีการในการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบให้เป็นอาหารสำหรับบริโภค การถนอมอาหาร การถนอมอาหาร หมายถึง กระบวนการเก็บและรักษาอาหาร เพื่อชะลอการเน่าเสียของอาหาร หรือ ป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ในขณะที่ยังรักษาคุณค่าทางโภชนาการ สีสัน และกลิ่นให้คงอยู่ ประโยชน์ของการแปรรูปและการถนอมอาหาร ประโยชน์ที่ได้จากการแปรรูปอาหารมีทั้งการได้ทำลายสารที่เป็นพิษในอาหาร ช่วยถนอมอาหาร ทำให้มี กลิ่นและรสชาติดีขึ้น สามารถจำหน่ายได้สะดวกขึ้น และเพิ่มความเข้มข้นของอาหาร การแปรรูปอาหารใน สมัยใหม่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน และผู้ที่ไม่สามารถบริโภคอาหารได้อย่าง ปกติ และสามารถเติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย ผลเสียของการแปรรูปและการถนอมอาหาร การแปรรูปอาหารมักจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง และบางครั้งอาจจะมีสารเคมีที่เป็นพิษปะปน เข้าไปกับอาหารในระหว่างการแปรรูป อย่างเช่นสารประกอบประเภทไนไตรท์ หรืออะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งสารหลายชนิดที่ใช้เจือปนในอาหารก็พบว่ามีผลเสียต่อสุขภาพ ขณะที่การแปรรูปบางวิธีก็ทำให้อาหารมีกลิ่น และรสชาติน่ารับประทานน้อยลง


หลักสำคัญในการแปรรูปอาหาร การเตรียมสถานที่ สถานที่ในการผลิตควรสะอาดและมีการจัดแบ่งบริเวณให้เป็นสัดส่วนตามลำดับขั้นตอนการผลิต มีพื้นที่ พอที่จะติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต โดยการจัดแบ่งพื้นที่ภายในสถานที่ผลิตอย่างน้อยที่สุดควรมี บริเวณต่างๆ ดังนี้ 1. บริเวณรับและทำความสะอาดวัตถุดิบ 2. บริเวณจัดเก็บวัตถุดิบภาชนะบรรจุและสารเคมี 3. บริเวณเตรียมภาชนะบรรจุ 4. บริเวณผลิต 5. บริเวณบรรจุ 6. บริเวณฆ่าเชื้อ 7. บริเวณจัดเก็บผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้การจัดลำดับบริเวณให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนของสายการผลิตในแต่ละผลิตภัณฑ์เช่น ผลิตภัณฑ์ ที่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อ หลังบรรจุต้องจัดให้บริเวณฆ่าเชื้อผลิตภัณฑ์แยกออกจากบริเวณผลิต และบรรจุและจัดให้ อยู่ในลำดับหลังขั้นตอนการบรรจุ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีการดูแลทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ สถานที่ผลิตต้องเป็นไปตามหลักการดังต่อไปนี้ด้วย 1. อาคารที่ตั้งอยู่ในสถานการณ์ที่ห่างไกลจากสิ่งรบกวน เช่น ควัน ฝุ่น หรือกองขยะ มีการระบายน้ำที่ดี 2. ตัวอาคารต้องมีสภาพที่ดีแข็งแรงมีพื้นที่พอเพียงสาหรับปฏิบัติงาน 3. ตัวอาคารต้องมีการระบายอากาศที่ดีและสามารถป้องกันมิให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และแมลงต่างๆ 4. ตัวอาคารผลิตจะต้องจัดการปฏิบัติงานให้เป็นสัดส่วน 5. อาคารตั้งอยู่ในสถานที่เหมาะสมและไม่ใกล้เคียงกับสถานที่รังเกียจ เช่น คอกปศุสัตว์หรือ สถานที่ เลี้ยงสัตว์เมรุเผาศพ สถานที่ผลิตวัตถุมีพิษ 6. ตัวอาคารออกแบบสร้างในลักษณะง่ายแก่การทะนุบำรุงและรักษาความสะอาดในกระบวนการผลิต อาหาร คือ 6.1 แยกที่อยู่อาศัยออกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับบริเวณการผลิตอาหาร 6.2 จัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เหมาะสม พอเพียงสำหรับการปฏิบัติงาน 6.3 หลอดไฟมีฝาครอบ ป้องกันฝุ่นละอองปนเปื้อนและเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน 7. พื้นที่และผนังของอาคารผลิต ควรให้สีอ่อน ทาด้วยวัสดุที่ไม่เป็นพิษ ไม่มีรอยแตกอยู่ในสภาพกันน้ำได้ ไม่ดูดซับ 7.1 ตามมุมระหว่างผนังกับพื้นและหลังคาต้องปิดสนิท 7.2 พื้นอาคารผลิตควรมีความลาดเอียงที่จะให้น้าไหลลงสู่ท่อระบายน้าได้ 7.3 หลังคาต้องไม่เป็นที่สะสมฝุ่นได้ง่าย ราขึ้นไม่ได้ไม่มีรอยแตกและไม่มีไอน้าเกาะง่าย 7.4 หน้าต่างและประตูต้องเรียบผิวหน้าไม่ดูดซึม จะต้องอยู่ในสภาพที่ป้องกันการปนเปื้อน


จากภายนอก ไม่มีการเข้าออกของนกและแมลง 8. จะต้องติดตั้งอ่างล้างมือและป้ายเตือนให้ล้างมือ ซึ่งอ่างล้างมือจะต้องตั้งอยู่บริเวณทางเข้า และมีจานวนมากพอที่ให้เจ้าหน้าที่ได้ล้างมือก่อนจะเข้าบริเวณแปรรูป 9. จุดที่ต่อสายฉีดน้ำจะต้องมีไว้ในที่ที่เหมาะสม สะดวกต่อการใช้งาน การเตรียมอุปกรณ์ เริ่มด้วยขั้นตอนการล้าง ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆให้สะอาด แล้วเช็ดหรือตากแดดให้แห้งสนิททุก ครั้ง ทั้งก่อนและหลังการแปรรูป โดยเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ต้องถูกต้องตามหลักการต่อไปนี้ 1. เครื่องมือและเครื่องใช้ต่างๆ จะต้องออกแบบ และติดตั้ง ให้สะดวกต่อการใช้งานและบำรุงรักษา เพื่อให้ ถูกสุขลักษณะและทำความสะอาดได้ทั่วถึง 2. ขาตั้งสำหรับเครื่องมือ โต๊ะ อ่าง ต้องทำด้วยวัสดุทึบเรียบ เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ เข้าไปอยู่ได้ 3. เครื่องมือตั้งอยู่บนพื้น จะต้องมีการติดตั้งให้แนบสนิทกับพื้น หรือตั้งบนขาสูงอย่างน้อยสุด 30 เซนติเมตร ระหว่างใต้เครื่องมือและพื้น 4. ภาชนะหรือถังที่ใช้ใส่ของกินไม่ได้ จะต้องทำเครื่องหมายให้เห็นชัด การเลือกใช้วัตถุดิบ การเลือกใช้วัตถุดิบนั้นต้องคำนึงถึงแหล่งที่มา ชนิด ปริมาณ คุณภาพ การเสื่อมเสียตลอดจนการเก็บ รักษาวัตถุดิบ ก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เพื่อให้ได้วัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต มีคุณภาพ สม่ำเสมอ และมี ปริมาณ สอดคล้องกับความต้องการ ต้องเลือกวัตถุดิบที่สดสะอาด มีคุณภาพมาใช้ในการผลิต 1. แยกวัตถุดิบที่มีการเน่าเสียหรือปนเปื้อนสารพิษออกทันที 2. อุปกรณ์ที่ใช้ขนส่งวัตถุดิบ ต้องรักษาความสะอาดให้สม่ำเสมอ 3. บริเวณที่ใช้เก็บวัตถุดิบ จะต้องรักษาให้มีความสะอาดอยู่เสมอ การบรรจุภัณฑ์ การบรรจุภัณฑ์นั้นมีความสำคัญต่อผลผลิต ดังนี้ 1. ช่วยรักษาคุณภาพและปกป้องตัวสินค้า ไม่ให้เสียหายจากการปนเปื้อนจากฝุ่นละอองแมลง คน ความชื้น ความร้อน แสงแดด และการปลอมปน เป็นต้น 2. ให้ความสะดวกในเรื่องการขนส่ง การจัดเก็บ มีความรวดเร็วและสะดวกในการขนส่ง 3. ส่งเสริมทางด้านการตลาด บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็น ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จะต้องทำหน้าที่ บอกกล่าวสิ่งต่างๆของตัวผลิตภัณฑ์โดยการบอกข้อมูลที่เป็นจาเป็นทั้งหมดของตัวสินค้า และนอกจากนี้จะต้องมี รูปลักษณ์ที่สวยงามสะดุดสายตาเชิญชวนให้เกิดการตัดสินใจในการซื้อการเก็บรักษาในกระบวนการการเก็บ รักษานั้นควรเก็บรักษาในสถานที่ที่แห้ง สะอาด และอุณหภูมิที่เหมาะสมนั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก อุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอาหาร


การแปรรูปฟักทอง 1. การทำข้าวเกรียบฟักทอง การทำข้าวเกรียบฟักทองต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ครบ พร้อมที่จะนำมาใช้ได้ทันที่ถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ จะทำให้การทำงานไม่ได้ผลตามที่ต้องการ วัสดุและอุปกรณ์ในการทำข้าวเกรียบฟักทอง มีดังนี้ 1. ฟักทอง 2. แป้งสาลีและแป้งมัน 3. กระเทียม 4. น้ำตาลทราย 5. พริกไทย 6. เกลือ 7. กระด้ง 8. เตาถ่าน 9. รังถึงสำหรับนึ่งแป้ง 10. เขียงสำหรับหั่นข้าวเกรียบ 11. มีดสำหรับหั่นข้าวเกรียบ 12. ทัพพีสำหรับคนแป้งให้เข้ากันระหว่างเครื่องผสม 13. ไม้ (พาย) สำหรับคนแป้ง 14. กะละมังสำหรับนวดแป้ง 15. ตราชั่งสำหรับชั่งฟักทอง ส่วนผสม 1. ฟักทองปอกเปลือก 1 กิโลกรัม 2. แป้งมัน 2 กิโลกรัม 3. แป้งสาลี 2 ขีด 4. เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ 5. พริกไทยป่น 2 ช้อนโต๊ะ 6. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ 7. กระเทียมโขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ


หมายเหตุ 1. ถ้าทำปริมาณมากให้เพิ่มอัตราส่วนตามต้องการ จะใช้เผือก มัน มะละกอ หรือข้าวโพด ก็ได้ 2. การใช้แป้งสาลีผสมเพื่อทำให้ข้าวเกรียบฟักทองกรอบและรูปทรงอยู่ตัว 3. การใช้เผือกผสมกับมัน จะทำให้ข้าวเกรียบเป็นสีม่วงอ่อน ทำให้มีสีธรรมชาติแตกต่าง จากเดิม วิธีทำ ขั้นตอนที่1 ปอกเปลือกฟักทองเอาเมล็ดออกแล้วล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วชั่ง น้ำหนักตามส่วนที่ต้องการ ขั้นตอนที่2 ใส่น้ำพอท่วมฟักทองแล้วนำไปต้มจนเละ ขั้นตอนที่3 นำเกลือ พริกไทย กระเทียมที่ป่นเรียบร้อยแล้วมาผสมกับแป้งมันและแป้งสาลี น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนทั่ว ขั้นตอนที่4 นำฟักทองที่ต้มจนเละแล้วใส่ลงในแป้งขณะที่น้ำฟักทองยังร้อนอยู่คนให้เข้ากัน แล้วนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนที่5 นวดแป้งที่ผสมแล้วให้เนื้อเข้ากันระหว่างที่นวดควรเติมน้ำมันลงไปด้วย เพื่อไม่ให้ แป้งติดมือและติดกะละมัง เป็นการเพิ่มความนวลให้กับเนื้อแป้งด้วย ขั้นตอนที่6 นำแป้งที่นวดได้ที่แล้วมาปั้นให้เป็นแท่งให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว เพื่อ เตรียมนึ่งต่อไป ขั้นตอนที่7 นำแป้งที่ปั้นแล้วมาใส่รังถึงที่มีใบตองเป็นริ้ว ๆ รองก้นรังถึงเพื่อให้ไอน้ำเดือดผ่าน ขึ้นมาได้และใช้น้ำมันทาใบตองก่อนเพื่อมิให้ฟักทองติดใบตองแป้งที่นึ่งแล้วจะมีสีเหลืองใส นำออกจาก รังถึงทิ้งไว้ในเย็น 1 คืน หรือจะนำไปเข้าตู้เย็นประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพื่อนำมาหั่นต่อไปแป้งข้าวเกรียบที่ แห้งแข็งตัวแล้ว พร้อมที่จะหั่นได้ ขั้นตอนที่ 8 นำแป้งที่แข็งตัวแล้วมาหั่นเป็นแว่น เพื่อนำไปตากต่อไป ขณะที่ตากต้องกลับให้ แห้งสม่ำเสมอกัน ขั้นตอนที่9 นำชิ้นข้าวเกรียบฟักทองที่หั่นแล้วนำมาตากแดดให้แห้ง เพื่อมิให้เกิดวามชื้นแล เกิดรา ก่อนนำไปบรรจุใส่ถุงแล้วปิดปากถุงให้แน่น


2. การทำฟักทองทอดกรอบ ส่วนผสม 1. ฟักทองแก่ ๆ (ขูดเอาเมล็ดออก) 1/2 กิโลกรัม 2. น้ำปูนใส 3. เกลือป่นเล็กน้อย 4. น้ำมันพืชสำหรับทอด 5. เนยสดเล็กน้อย วิธีทำ 1. ฝานฟักทองให้เป็นแผ่นบาง ๆ (ไม่ต้องปอกเปลือก) จากนั้น นำมาแช่น้ำปูนใส ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที นำขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำมาก ๆ 2. ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน จากนั้น ลดไฟลงปานกลาง นำฟักทองที่ผึ่งไว้ ลงทอด คนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสุกและกรอบ นำขี้นจากกระทะ วางบนกระดาษซับน้ำมัน 3. คลุกเนย และโรยเกลือให้ทั่ว (ถ้าใช้เนยเค็มก็ไม่ต้องใส่เกลือก็ได้) จากนั้นเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น สนิท สามารถรับประทานได้ท้นทีหรือจัดเก็บใส่ขวดโหล ปิดฝาให้สนิทเก็บไว้ทานภายหลังได้ 3. การทำฟักทองกวน ส่วนผสม 1. ฟักทองนึ่งสุกบดละเอียด 5 ถ้วยตวง 2. หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง 3. มะพร้าวขูดขาว 2 ¼ ถ้วยตวง 4. วานิลลา 2 ช้อนชา 5. งาขาวคั่วพอหอมแต่งหน้าขนม 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่กระทะทอง ตั้งไฟอ่อนปานกลางคนด้วยช้อนไม้ขนาดใหญ่ตลอดเวลา จน ส่วนผสมเหนียวดี ลองปั้นดูแล้วไม่ติดมือใช้ได้ ยกลงจากเตา 2. ตักขนมใส่ถาด ขนาด 4 ½ *4 ½ *1 ½ นิ้วฟุต 3. ใช้หลังทัพพีทาน้ำมันพืชกดหน้าขนมให้เรียบเป็นมันสวย 4. ทิ้งให้ขนมเย็นตัดแบ่งถาดละ 9 ชิ้น แต่งหน้าด้วยงาขาวคั่ว 5. เก็บในภาชนะที่สะอาดและปิดให้สนิท


4. การทำฟักทองเชื่อม ส่วนผสม 1. ฟักทอง 500 กรัม 2. น้ำตาลทราย 250 กรัม 3. น้ำเปล่า 450 กรัม 4. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ 5. น้ำกะทิ 100 กรัม 6. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา 7. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำปูนใส วิธีทำ 1. นำฟักทองไปทำความสะอาด และหั่นเป็นชิ้นๆ (จะปอกเปลือกหรือไม่ปอกก็ได้ แล้วแต่ ความชอบ) เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำปูนใสประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงนำขึ้นมาล้างน้ำและผึ่งให้แห้ง 2. ทำน้ำราดกะทิ โดยใส่น้ำกะทิ แป้งข้าวเจ้าและเกลือ ลงในหม้อเล็ก ตั้งบนไฟอ่อนๆจน เข้ากันดี ปิดไฟและพักไว้ 5. การทำฟักทองแช่อิ่ม ส่วนผสม 1. เนื้อฟักทอง 1 กิโลกรัม 2. น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม 3. น้ำปูนใส 4. น้ำ 2 ลิตร วิธีทำ 1. หั่นเนื้อฟักทองเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร 2. ลวกในน้ำเดือดนาน 2 นาที เอาขึ้นให้สะเด็ดน้ำ แล้วแช่น้ำปูนใส 1 ชั่วโมง เอาขึ้น 3. แช่ในน้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้น 15 องศาบริกซ์ (น้ำตาล 400 กรัม ต่อน้ำ 2 ลิตร) 4. รุ่งขึ้น เอาชิ้นฟักทองขึ้นจากน้ำเชื่อม เพิ่มความเข้มข้นของน้ำเชื่อมทุกวันโดยการเติมน้ำตาล ทรายขาวอีกวันละ 50 กรัม (4 ช้อนโต๊ะ) แล้วต้มน้ำเชื่อมให้เดือดก่อนนำฟักทองลงแช่ทุกครั้ง 5. ทำทุกวันจนครบ 7 วัน เติมน้ำตาลทรายขาวอีก 130 กรัม (10 ช้อนโต๊ะ) เพื่อให้ได้น้ำเชื่อม เข้มข้น 75 องศาบริกซ์ แช่ฟักทองไว้ในน้ำเชื่อมอีก 2 คืน 6. นำชิ้นฟักทองขึ้นตากแดด หรือตากในตู้อบลมร้อนไฟฟ้า 7. บรรจุในภาชนะสะอาด


ใบงานที่ 3 การแปรรูปฟักทอง ชื่อ – สกุล...............................................รหัส.....................................ระดับ...................... 1. การแปรรูปและถนอมอาหารมีความสำคัญอย่างไร จงอธิบาย ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ......................................................................................................................................... ........................ ................................................................................................................................................................. 2. จงบอกประโยชน์ของการแปรรูปและถนอมอาหาร มาพอสังเขป ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... 3. จงบอกวิธีการแปรรูปฟักทองมา 1 อย่าง ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... .......................................................................................................................................... ....................... ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................................


เฉลยใบงานที่ 3 การแปรรูปฟักทอง 1. การแปรรูปและถนอมอาหารมีความสำคัญอย่างไร จงอธิบาย แนวคำตอบ 1. ช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร 2. ช่วยร้กษาผลผลิตทางการเกษตรไว้บริโภคเวลานาน 3. เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีรูปแบบและรสชาติต่างจากเดิม 4. ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ผลผลิตทางการเกษตร 5. ช่วยกระจายปริมาณสินค้าเกษตรออกสู่ตลาด 2. จงบอกประโยชน์ของการแปรรูปและถนอมอาหาร มาพอสังเขป แนวคำตอบ 1. ทำให้กลิ่นและรสชาติอาหารดีขึ้น 2. สามารถจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้สะดวกขึ้น 3. เพิ่มความเข้มข้นของอาหาร 4. สามารถเติมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ได้ 3. จงบอกวิธีการแปรรูปฟักทองมา 1 อย่าง แนวคำตอบ ให้ครูผู้สอนพิจารณาตามความเหมาะสม เช่น การทำฟักทองทอดกรอบ ส่วนผสม 1. ฟักทองแก่ ๆ (ขูดเอาเมล็ดออก) 1/2 กิโลกรัม 2. น้ำปูนใส 3. เกลือป่นเล็กน้อย 4. น้ำมันพืชสำหรับทอด 5. เนยสดเล็กน้อย วิธีทำ 1. ฝานฟักทองให้เป็นแผ่นบาง ๆ (ไม่ต้องปอกเปลือก) จากนั้น นำมาแช่น้ำปูนใส ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที นำขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำมาก ๆ 2. ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน จากนั้น ลดไฟลงปานกลาง นำฟักทองที่ผึ่งไว้ลงทอด คนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสุกและกรอบ นำขึ้นจากกระทะ วางบนกระดาษซับน้ำมัน 3. คลุกเนย และโรยเกลือให้ทั่ว (ถ้าใช้เนยเค็มก็ไม่ต้องใส่เกลือก็ได้) จากนั้นเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น สนิท สามารถรับประทานได้ท้นทีหรือจัดเก็บใส่ขวดโหล ปิดฝาให้สนิทเก็บไว้ทานภายหลังได้ ****************************


ใบความรู้ที่ 4 บรรจุภัณฑ์ ********************* บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หมายถึง สินค้าทุกชนิดที่ทำจากวัสดุใด ๆ ที่นำมาใช้สำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน ตั้งแต่วัตถุดิบ ถึงสินค้าที่ผ่านการผลิต ตั้งแต่ผู้ผลิตถึงผู้ใช้หรือผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วย บรรจุภัณฑ์สำหรับการขาย หรือบรรจุภัณฑ์ลำดับที่หนึ่ง ได้แก่บรรจุภัณฑ์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการขายของให้กับผู้ใช้หรือผู้บริโภครายสุดท้าย ณ จุดซื้อ บรรจุภัณฑ์กลุ่มหรือบรรจุภัณฑ์ ลำดับที่สอง ได้แก่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ที่จุดซื้อกลุ่มสินค้าที่มีจำนวนขายมากกว่าหนึ่ง ไม่ว่าสินค้านั้นจะถูกขายให้กับ ผู้ใช้คนสุดท้ายหรือผู้บริโภคหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าบรรจุภัณฑ์นี้จะถูกใช้เพื่อการดึงสินค้าจากชั้นวางของ ณ จุดขายก็ตาม บรรจุภัณฑ์นี้สามารถถูกดึงออกจากสินค้าโดยไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะเฉพาะตัวของสินค้า บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่ง หรือบรรจุภัณฑ์ลำดับที่สาม ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับช่วยในการลำเลียงและ ขนส่งสินค้า ที่ขายจำนวนมากหรือกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสียหายทางกายภาพระหว่างการขนส่ง บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งไม่รวมตู้คอนเทนเนอร์ ถนน รางเลื่อน เรือหรือทางอากาศ ประเภทของบรรจุภัณฑ์ ประเภทของบรรจุภัณฑ์สามารถแบ่งได้หลายวิธีตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้ 1. แบ่งตามวิธีการบรรจุและวิธีการขนถ่าย 2. แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้ 3. แบ่งตามความคงรูป 4. แบ่งตามวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ 1. ประเภทบรรจุภัณฑ์แบ่งตามวิธีบรรจุและวิธีการขนถ่าย สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท 1.1 บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอยู่กับผลิตภัณฑ์ชั้นแรก เป็นสิ่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์เอาไว้เฉพาะหน่วย โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรกคือ เพิ่มคุณค่าในเชิงพาณิชย์ (To Increase Commercial Value) เช่น การกำหนดให้มีลักษณะพิเศษเฉพาะหรือทำให้มีรูปร่างที่เหมาะแก่การจับ ถือ และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ภายใน พร้อมทั้งทำหน้าที่ให้ความปกป้องแก่ผลิตภัณฑ์โดยตรง 1.2 บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่อยู่ถัดออกมาเป็นชั้นที่สอง มีหน้าที่รวบรวม บรรจุภัณฑ์ขั้นแรกเข้าไว้ด้วยกันเป็นชุด ในการจำหน่ายรวมตั้งแต่ 2 – 24 ชิ้นขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรก คือ การป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์จากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรงกระทบกระเทือน และอำนวยความสะดวก แก่การขายปลีกย่อยเป็นต้น ตัวอย่างของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ กล่องกระดาษแข็งที่บรรจุเครื่องดื่ม 1 โหล


1.3 บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหน่วยรวมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการ ขนส่ง โดยปกติแล้วผู้ซื้อจะไม่ได้เห็นบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มากนัก เนื่องจากทำหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ใน ระหว่างการขนส่งเท่านั้น ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ หีบ ไม้ ลัง กล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ บรรจุสินค้าไว้ภายใน ภายนอกจะบอกเพียงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขนส่งเท่านั้น เช่น รหัสสินค้า (Code) เลขที่ (Number) ตราสินค้า สถานที่ส่ง เป็นต้น 2. การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของการใช้ บรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีก (Consumer Package) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคซื้อไปใช้ไป อาจมีชั้น เดียวหรือหลายชั้นก็ได้ซึ่งอาจเป็น Primary Package หรือ Secondary Package ก็ได้บรรจุภัณฑ์เพื่อ การขนส่ง (Shopping หรือ Transportation Package) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้รองรับหรือห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ ขั้นทุติยภูมิทำหน้าที่รวบรวมเอาบรรจุภัณฑ์ขายปลีกเข้าด้วยกัน ให้เป็นหน่วยใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและ ความสะดวกในการเก็บรักษา และการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษลูกฟูกที่ใช้บรรจุยาสีฟัน กล่องละ 3 โหล 3. การแบ่งบรรจุภัณฑ์ตามความคงรูป 3.1 บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงแข็งตัว (Rigid Forms) ได้แก่ เครื่องแก้ว (Glass Ware) เซรามิคส์ (Ceramic) พลาสติกจำพวก Thermosetting ขวดพลาสติก ส่วนมากเป็นพลาสติกฉีด เครื่องปั้นดินเผา ไม้ และโลหะ มีคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทานเอื้ออำนวยต่อการใช้งาน และป้องกันผลิตภัณฑ์จากสภาพแวดล้อม ภายนอกได้ดี 3.2 บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงกึ่งแข็งตัว (Semirigid Forms) ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก อ่อน กระดาษแข็งและอลูมิเนียมบาง คุณสมบัติทั้งด้านราคา น้ำหนักและการป้องกันผลิตภัณฑ์จะอยู่ใน ระดับปานกลาง 3.3 บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงยืดหยุ่น (Flexible Forms) ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุอ่อนตัว มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ได้รับความนิยมสูงมากเนื่องจากมีราคาถูก ( หากใช้ในปริมาณมากและระยะ เวลานาน ) น้ำหนักน้อย มีรูปแบบและโครงสร้างมากมาย 4. แบ่งตามวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ การจัดแบ่งและเรียกชื่อบรรจุภัณฑ์ในทรรศนะของผู้ออกแบบ ผู้ผลิต หรือนักการตลาด จะแตกต่าง กันออกไป บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทก็ตั้งอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์หลักใหญ่ (Objective Of Package) ที่ คล้ายกันคือ เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products)


ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ผลิต มีดังนี้ 1. ช่วยยกระดับราคา 2. สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า 3. ช่วยดึงดูดความสนใจจากลูกค้า 4. ใช้เป็นสื่อเผยแพร่ โฆษณาตัวสินค้า 5. สะดวกต่อการจัดส่งและเคลื่อนย้าย 6. สะดวกต่อการแยกประเภทและจัดหมวดหมู่ ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค มีดังนี้ 1. พกพา เคลื่อนย้ายสะดวก 2. ช่วยสร้างความภูมิใจในการซื้อ 3. สามารถแปรรูปประยุกต์ใช้งานอื่นได้ 4. ช่วยให้รู้รายละเอียดแหล่งที่มาของสินค้า 5. สามารถรักษาสินค้าให้มีอายุใช้งานมากขึ้น


ใบงานที่ 4 บรรจุภัณฑ์ ชื่อ – สกุล...............................................รหัส.....................................ระดับ...................... 1. จงอธิบายความหมายของบรรจุภัณฑ์ตามความเข้าใจ มาพอสังเขป ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. 2. จงบอกประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่รู้จักมา 3 ข้อ ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................... 3. จงบอกประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์มา 5 ข้อ ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ...................................................................................................................................... ........................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ....................................


เฉลยใบงานที่ 4 บรรจุภัณฑ์ 1. จงอธิบายความหมายของบรรจุภัณฑ์ตามความเข้าใจ มาพอสังเขป แนวคำตอบ บรรจุภัณฑ์ หมายถึง สินค้าทุกชนิดที่ทำจากวัสดุใด ๆ ที่นำมาใช้สำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน ตั้งแต่ วัตถุดิบถึงสินค้าที่ผ่านการผลิต ตั้งแต่ผู้ผลิตถึงผู้ใช้หรือผู้บริโภค การบรรจุภัณฑ์ (Packing) หมายถึง วิธีการบรรจุผลิตภัณฑ์ โดยการห่อหุ้ม หรือใส่ลงในบรรจุภัณฑ์ปิด หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ปลอดภัย 2. จงบอกประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่รู้จักมา 3 ข้อ แนวคำตอบ 1. แบ่งตามวิธีการบรรจุและวิธีการขนถ่าย 2. แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้ 3. แบ่งตามความคงรูป 4. แบ่งตามวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ 3. จงบอกประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์มา 5 ข้อ แนวคำตอบ ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ผลิต มีดังนี้ 1. ช่วยยกระดับราคา 2. สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า 3. ช่วยดึงดูดความสนใจจากลูกค้า 4. ใช้เป็นสื่อเผยแพร่ โฆษณาตัวสินค้า 5. สะดวกต่อการจัดส่งและเคลื่อนย้าย 6. สะดวกต่อการแยกประเภทและจัดหมวดหมู่ ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค มีดังนี้ 1. พกพา เคลื่อนย้ายสะดวก 2. ช่วยสร้างความภูมิใจในการซื้อ 3. สามารถแปรรูปประยุกต์ใช้งานอื่นได้ 4. ช่วยให้รู้รายละเอียดแหล่งที่มาของสินค้า 5. สามารถรักษาสินค้าให้มีอายุใช้งานมากขึ้น ********************


ใบความรู้ที่ 5 การตลาด ******************** การตลาด การตลาด หมายถึง การกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให้เกิดการนำสินค้าหรือบริการจาก ผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการนั้น ๆ ให้ได้รับความพอใจ ขณะเดียวกัน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ จากคำจำกัดความดังกล่าว มีการเน้นให้เห็นว่ากิจกรรมที่กระทำนั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ ต้องมีการซื้อขาย สินค้าหรือบริการซึ่งมิใช่การให้กันเปล่าๆ โดยเฉพาะมีการเคลื่อนไหวของสินค้าหรือบริการ มีการโอนเปลี่ยนมือ จากผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้ขาย ให้กับผู้บริโภค หรือผู้ใช้สินค้าหรือบริการในฐานะเป็นผู้ซื้อสินค้า องค์ประกอบที่เด่นชัดของการตลาดอีกส่วนหนึ่ง คือ ต้องมีสิ่งที่จะโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์คือสินค้าหรือ บริการ และต้องมีตลาด คือ ผู้ซื้อที่แสดงความจำนงต้องการรับสินค้าหรือบริการนั้น จะมีแต่ผู้ผลิตผู้ขายแต่ฝ่าย เดียวไม่ได้ องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการตลาดขึ้นต้องประกอบด้วย 1. มีการโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือบริการ (Ownership Transfers) 2. มีตัวสินค้าและตลาดที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ (Product-Market Interrelationship) ถ้าขาดองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งจะไม่มีการตลาดเกิดขึ้น กล่าวคือถ้าไม่มีการโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ สินค้าที่ผลิตได้ก็จะอยู่ที่ผู้ผลิตตลอดเวลา ย่อมไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ กับสินค้าหรือบริการ ขณะเดียวกันถ้ามี การโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์โดยไม่กล่าวถึงสินค้าและตลาด ก็หมายความถึงการโอนกรรมสิทธิ์ให้กันโดยเสน่หา ไม่ใช่กิจกรรมซื้อขายสินค้า ไม่อาจนับได้ว่ามีการตลาดเช่นกัน ตลาด (Market) มีพื้นฐานที่ประกอบด้วย 1. Needs, wants, demands ความจำเป็น ความต้องการ ความต้องการซื้อ Needs (ความจำเป็น) เป็นอำนาจพื้นฐานที่กระตุ้นให้บุคคลเกิดความต้องการในสิ่งใดสิ่ง หนึ่ง เพื่อมาตอบสนองในสิ่งที่ขาดหายไป แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. Physical needs คือ ความต้องการทางร่างกาย เช่น ปัจจัย 4 (อาหารที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ยารักษาโรค) ความอบอุ่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2. Social needs คือ ความต้องการทางสังคม เช่น การยอมรับ ความรักจากคนรอบข้าง 3. Individual needs คือ ความต้องการส่วนบุคคลซึ่งแตกต่างกัน เช่น ความต้องการ ศึกษาหาความรู้การแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง Wants (ความต้องการ) คือ สิ่งที่สามารถตอบสนอง Need ได้ ซึ่งความต้องการของคนแต่ละคนจะแตกต่างกัน ออกไป ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม สังคม และบุคลิกภาพส่วนบุคคล


Demands (ความต้องการซื้อ) เป็นความต้องการในรูปของอำนาจในการซื้อ เนื่องจากมนุษย์มีความ ต้องการไม่จำกัด แต่มีเงินจำกัด เพราะฉะนั้นจึงต้องเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี คุณค่าและสามารถตอบ สนองหรือสร้างความพึงพอใจสูงสุด 2. Products and services สินค้าและบริการ คือ สิ่งที่ผู้ผลิตหรือนักการตลาดนำเสนอแก่ตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจ (attention) การ ซื้อ (acquisition) การใช้ (use) หรือการบริโภค (consumption) โดยผลิตภัณฑ์นั้นต้องสามารถตอบสนอง ความจำเป็นและความต้องการของผู้บริโภค แบ่งเป็น 6 ประเภท คือ 1. สินค้า (Goods) เช่นสินค้าบริโภคอุปโภคต่าง สินค้าที่ผลิตจากโรงงาน เป็นต้น 2. บริการ (Services) เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับการเดินทาง ที่พัก สุขภาพ ร้านค้า ร้านอาหาร หรือ สิ่งบันเทิง ที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นต้น 3. บุคคล (Persons) เช่น การอบรม ฝึกฝนทักษะ แรงงาน บุคลากร เป็นต้น 4. สถานที่ (Place) เช่น โรงแรม วัด สนามกีฬา เป็นต้น 5. องค์กร (Organizations) เช่น ธนาคาร ธุรกิจเอกชน องค์กรอิสระ เป็นต้น 6. แนวความคิด (Ideas) /Services (บริการ) คือ กิจกรรมหรือผลประโยชน์ที่บุคคลหรือกลุ่ม บุคคลนำเสนอแก่บุคคลอื่น โดยเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ ตัวอย่างเช่น บริการเสริมสวย ซ่อมรถ ทำ ความสะอาด หรือบริการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น 3. คุณค่า / มูลค่า / ความพึงพอใจ - คุณค่า (Value) = คุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคได้รับ - มูลค่าของผลิตภัณฑ์ = จำนวนเงินที่จ่ายเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ - ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) เกิดขึ้นเมื่อ : คุณค่าที่ได้รับ > มูลค่าที่จ่าย 4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) คือ การกระทำที่ทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการจากบุคคลอื่น โดยการเสนอสิ่งอื่นเป็นการตอบแทน เช่น เงิน สิ่งของ หรือคำสัญญา เป็นต้น - Transaction (การทำธุรกรรม) เป็นการทำการค้าระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย คือระหว่างผู้ซื้อกับ ผู้ขาย โดยมีลักษณะดังนี้ ต้องมี 2 สิ่งที่มีคุณค่า มีข้อตกลงหรือเงื่อนไข มีระยะเวลาของการตกลงและมี สถานที่ในการตกลง - Relationships marketing (การสร้างความสัมพันธ์ทางการตลาด) กระบวนการสร้าง รักษา และการเพิ่มสัมพันธภาพกับลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น พนักงาน ผู้ป้อนปัจจัยการผลิต ผู้กระจาย สินค้า ผู้ค้าปลีก ธนาคาร รัฐบาล ชุมชน เป็นต้น


5. ตลาด / ตลาดเป้าหมาย - ในความหมายของบุคคลทั่วไป ๆ ตลาด : สถานที่ที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขาย - ในความหมายของทางธุรกิจตลาด : กลุ่มบุคคลที่คิดว่าจะซื้อสินค้า หรือความต้องการของผู้ซื้อ กลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจซื้อ - ตลาดเป้าหมาย (Target Markets) : กลุ่มลูกค้าซึ่งผู้ขายเลือกที่จะเสนอขายสินค้า


ใบงานที่ 5 การตลาด ชื่อ – สกุล...............................................รหัส.....................................ระดับ...................... 1. จงบอกความหมายของการตลาดมาพอสังเขป ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ........................................................................................................................................... ...................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. 2. ความจำเป็นและความต้องการของผู้บริโภคมีอะไรบ้าง ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................................. .................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................


เฉลยใบงานที่ 5 การตลาด 1. จงบอกความหมายของการตลาดมาพอสังเขป แนวคำตอบ การตลาด หมายถึง การกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให้เกิดการนำสินค้าหรือบริการจาก ผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการนั้น ๆ ให้ได้รับความพอใจ ขณะเดียวกัน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ จากคำจำกัดความดังกล่าว มีการเน้นให้เห็นว่ากิจกรรมที่กระทำนั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ ต้องมีการซื้อขาย สินค้าหรือบริการซึ่งมิใช่การให้กันเปล่าๆ โดยเฉพาะมีการเคลื่อนไหวของสินค้าหรือบริการ มีการโอนเปลี่ยนมือ จากผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้ขาย ให้กับผู้บริโภค หรือผู้ใช้สินค้าหรือบริการในฐานะเป็นผู้ซื้อสินค้า องค์ประกอบที่เด่นชัดของการตลาดอีกส่วนหนึ่ง คือ ต้องมีสิ่งที่จะโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์คือสินค้าหรือ บริการ และต้องมีตลาด คือ ผู้ซื้อที่แสดงความจำนงต้องการรับสินค้าหรือบริการนั้น จะมีแต่ผู้ผลิตผู้ขายแต่ฝ่าย เดียวไม่ได้ 2.ความจำเป็นและความต้องการของผู้บริโภคมีอะไรบ้าง แนวคำตอบ 1. สินค้า (Goods) เช่นสินค้าบริโภคอุปโภคต่าง สินค้าที่ผลิตจากโรงงาน เป็นต้น 2. บริการ (Services) เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับการเดินทาง ที่พัก สุขภาพ ร้านค้า ร้านอาหาร หรือ สิ่งบันเทิง ที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นต้น 3. บุคคล (Persons) เช่น การอบรม ฝึกฝนทักษะ แรงงาน บุคลากร เป็นต้น 4. สถานที่ (Place) เช่น โรงแรม วัด สนามกีฬา เป็นต้น 5. องค์กร (Organizations) เช่น ธนาคาร ธุรกิจเอกชน องค์กรอิสระ เป็นต้น 6. แนวความคิด (Ideas) /Services (บริการ) คือ กิจกรรมหรือผลประโยชน์ที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคล นำเสนอแก่บุคคลอื่น โดยเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ *********************


ใบความรู้ที่ 6 การทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ******************************************** 1. การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย การทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย หมายถึง การจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเงินหรือ อย่างน้อยที่สุดบางส่วนเกี่ยวข้องกับการเงิน โดยผ่านการวิเคราะห์ จัดประเภทและบันทึกไว้ในแบบ ฟอร์ม ที่กำหนดเพื่อแสดงฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง 2. ประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย 1. เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินกิจการ เพื่อให้ทราบว่ามีทรัพย์สิน หนี้สิน และเงินทุนเป็นจำนวน เท่าใด 2. เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ ตัวเงินสดกับยอดบัญชีว่าถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดอย่างไร 3. เป็นสถิติช่วยในการบริหาร การควบคุม การทำงบประมาณ เพื่อให้ผลงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น 4. ช่วยเป็นหลักฐานในการบริหารงาน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีก 5. ช่วยในการคำนวณผลการดำเนินงานว่ามีกำไรหรือขาดทุนอย่างไร 6. ช่วยให้ทราบฐานะทางการเงินของกิจการว่า ทรัพย์สิน หนี้สิน และเงินทุนในขณะใดขณะหนึ่ง เป็น จำนวนเท่าใด การจดบันทึกการปฏิบัติงานและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย เป็นการช่วยความทรงจำ และถ้ามี การจดบันทึกกิจการต่างๆ อย่างมีระบบ การลงบัญชีที่ดี มีความเข้าใจในการจดบันทึก และการสรุปข้อมูล ให้เหมาะสมแล้ว สามารถนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจทำการปลูกพืชให้สอดคล้องกับความ ต้องการของตลาด แนวโน้มของราคา ตลอดจนเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมได้ อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ผลิตทราบได้ว่ากิจการของตนเป็นอย่างไร และวิธีการอย่างหนึ่งที่จะแสดงฐาน ทางการเงินและผลการดำเนินงานว่ามีรายรับ – รายจ่ายอย่างไร ช่วยในการประเมินผลการดำเนินงานว่ามี กำไร หรือขาดทุนอย่างไรอีกด้วย 3. การบันทึกการปฏิบัติงานและการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย อาจบันทึกในหัวข้อต่อไปนี้ 3.1 การบันทึกเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ เพื่อจะได้ทราบว่าในการผลิตพืชสมุนไพร จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง จำนวนเท่าใด ถ้าจำเป็นจะต้องซื้อจะเสียค่าใช้จ่ายมากน้อย เพียงใด


Click to View FlipBook Version