สำเหตุของกำรผูกขำด เช่น
•การผกู ขาดแหลง่ วตั ถดุ ิบ ทาใหธ้ ุรกิจนนั้ ควบคมุ ปรมิ าณวตั ถดุ บิ ไดแ้ ตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว
•การผกู ขาดโดยธรรมชาติ (Natural Monopoly) เกิดจากการท่ีเป็นธุรกิจอตุ สาหกรรม
ขนาดใหญ่ท่ใี ชเ้ งนิ ลงทนุ สงู มากมีประสทิ ธิภาพในการผลติ ดว้ ยเทคโนโลยที ่ีทนั สมยั
รวมไปถึงการไดว้ ตั ถดุ บิ ในราคาถกู จนมีผลผลติ มากสง่ ออกขายไดท้ งั้ ตลาดในราคา
ท่ตี ่ากวา่ รายอ่นื ๆ ธุรกิจอื่นจงึ ไมส่ ามารถเขา้ มาแขง่ ขนั ได้ หรอื กิจการจาพวก
สาธารณปู โภค เชน่ ไฟฟา้ ประปา โทรศพั ท์
•การผกู ขาดดว้ ยทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์หรอื สทิ ธิบตั ร กฎหมายจะช่วย
ปอ้ งกนั มิใหผ้ อู้ ่นื ผลิตออกมาแขง่ ขนั
•การผกู ขาดเพราะการไดร้ บั อนญุ าตโดยกฎหมายและรฐั บาล ซง่ึ กฎหมายอาจ
อนญุ าตใหม้ ีผผู้ ลติ เพยี งรายเดยี ว โดยบงั คบั ในเรอ่ื งมาตรฐาน จานวนผลผลติ
พืน้ ท่ีดาเนินการและราคาขายไว้
ข้อดี
•มกั เกิดกบั ผผู้ ลิตและผขู้ ายท่สี ามารถเป็นผกู้ าหนดราคาและปรมิ าณสินคา้ ท่ที าใหต้ น
ไดร้ บั กาไรสงู สดุ ได้ และสามารถบรหิ ารจดั การตน้ ทนุ การผลติ ใหต้ ่าลงได้
ข้อเสีย
•มกั เกิดกบั ผบู้ รโิ ภคท่ีขาดอานาจการตอ่ รองในตลาด เน่ืองจากตอ้ งซอื้ สนิ คา้ จากผขู้ าย
เพยี งรายเดียวท่ีไมส่ ามารถมีสินคา้ อ่นื ใดมาทดแทนได้ และการผกู ขาดในธุรกิจใด
ธุรกิจหนง่ึ อาจเกิดความชะลอการพฒั นาทางเศรษฐกิจได้ เพราะเม่ือผอู้ ่นื ไมส่ ามารถ
เขา้ มาในธุรกิจประเภทนีไ้ ด้ การแขง่ ขนั ยอ่ มไมเ่ กิดขนึ้ ซง่ึ สง่ ผลตอ่ การพฒั นาความคิด
สรา้ งสรรค์ การตอ่ ยอดองคค์ วามรูจ้ ากส่งิ ท่มี ีและการพฒั นาคณุ ภาพในสินคา้
ผลิตภณั ฑ์ หรอื บรกิ ารนนั้ ๆ ได้
ตลาดผู้ขายน้อยราย (Oligopoly)
ลักษณะสำคัญ
•เป็นตลาดท่ีมีผขู้ ายมากกวา่ 1 ราย แตม่ ีจานวนไมม่ าก
•สินคา้ ท่ผี ลติ มีลกั ษณะแตกตา่ งกนั แตส่ ามารถใชแ้ ทนกนั ได้
•ผขู้ ายแตล่ ะรายจะขายสินคา้ เป็นจานวนมาก เม่ือเทียบกบั ปรมิ าณสนิ คา้ ทงั้ หมด
ในตลาด ดงั นนั้ หากผขู้ ายรายใดเปลย่ี นราคา นโยบายในการผลติ และการขายยอ่ ม
กระทบตอ่ ผผู้ ลิตรายอ่นื ๆ ท่ีขายสนิ คา้ ประเภทเดยี วกนั
•ตวั อย่างเช่น สญั ญาณโทรศพั ทเ์ คลอื่ นท่ี นา้ มนั ปิโตรเลียม หนงั สือพมิ พ์ คอมพิวเตอร์ สาย
การบนิ
สำเหตุทที่ ำให้เกดิ ตลำดผู้ขำยน้อยรำย
•การประหยดั อนั เกิดจากการผลติ ปรมิ าณมาก ๆ และตอ้ งลงทนุ ใชเ้ ทคโนโลยี
ระดบั สงู ทาใหม้ ีผผู้ ลติ ไดเ้ พียงไมก่ ่ีราย
•ผผู้ ลติ รายใหมเ่ ขา้ ไปแขง่ ขนั ไดย้ าก เน่ืองจากผผู้ ลติ เก่าเพยี งไมก่ ่ีรายนนั้
อาจใชว้ ธิ ีกีดกนั เชน่ การรวมตวั ตกลงรว่ มกนั เป็นผนู้ าราคา (Price Leader)
•การควบกิจการ (Merger) คือ การท่ีบรษิ ัทยกั ษใ์ หญ่สองบรษิ ัทหรอื มากกวา่
มารวมตวั กนั เป็นบรษิ ัทเดียวกนั ทาใหม้ ีพลงั อานาจการตอ่ รองสงู ผผู้ ลติ รายใหม่
จงึ เขา้ มาในอตุ สาหกรรมนีไ้ ดย้ าก
ข้อดี
• ผบู้ รโิ ภคยงั พอมีอานาจในการตดั สนิ ใจเลอื กซือ้ สนิ คา้ ตามความพอใจสงู สดุ ของตน
อยบู่ า้ ง
• ผผู้ ลติ ยงั สามารถกาหนดราคา หรอื เป็นผนู้ าทางราคา เพ่ือใหต้ นไดร้ บั กาไรสงู สดุ ได้
ข้อเสีย
• การแขง่ ขนั ยงั ต่า เพราะผขู้ ายนอ้ ยรายยงั มีวิธีในการกีดกนั ธรุ กิจรายใหม่
• การควบกิจการของผขู้ ายนอ้ ยรายอาจนาไปสกู่ ารผกู ขาดอยา่ งสมบรู ณใ์ นท่สี ดุ
ซง่ึ ก่อใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ ผบู้ รโิ ภคโดยตรง
ตลาดกงึ่ แข่งขันกงึ่ ผูกขาด (Monopolistic Competition)
ลักษณะสำคัญ
• เป็นตลาดท่ีมีทงั้ ผขู้ ายและผซู้ อื้ เป็นจานวนมาก และทงั้ ผขู้ ายและผซู้ ือ้ ตา่ งมีอสิ ระ
เตม็ ท่ีในการท่ีจะวางแผนนโยบายการขายและการซอื้ ของตน โดยไม่กระทบกระเทือน
ตอ่ คนอ่นื
• สินคา้ ท่ีขายคลา้ ยคลงึ กนั แตไ่ มเ่ หมือนกนั น่นั คอื การสรา้ งความแตกตา่ งใหก้ บั สนิ คา้ ดว้ ย
กลยทุ ธท์ างการตลาดตา่ ง ๆ ตงั้ แตก่ ารเลือกทาเลท่ีตงั้ ในการขายสนิ คา้ ท่ีเป็น
แหลง่ ชมุ ชนหรอื ตรงกลมุ่ เปา้ หมายของสนิ คา้ การกาหนดราคาท่ีเหมาะสมกบั
คณุ ภาพหรอื รูปลกั ษณะของสินคา้ การทารายการสง่ เสรมิ การขาย เช่น ซอื้ 1 แถม 1
การใหข้ องแถม การชิงโชค การเพ่ิมมลู คา่ ใหส้ ินคา้ ดว้ ยการบรรจหุ บี หอ่ ท่ีดงึ ดดู
ใสค่ วามคดิ ลงไปในตวั สินคา้ การชิงโชค การเพ่ิมมลู คา่ ใหส้ นิ คา้ ดว้ ยการบรรจหุ ีบหอ่
ท่ีดงึ ดดู ใสค่ วามคดิ ลงไปในตวั สนิ คา้ การท่ีผขู้ ายมีจิตใจบรกิ าร (Service Mind)
การบรกิ ารเสรมิ เช่น บรกิ ารสง่ ถงึ บา้ น (Home Delivery) ดว้ ยการส่งั ซือ้ ทางโทรศพั ท์
หรอื ระบบอินเทอรเ์ น็ต
• เป็น “ตลาดท่ีพรอ้ มตอ่ การตอ่ ส”ู้ หมายถงึ ตลาดท่ีมีผผู้ ลิตรายใหมท่ ่มี ีศกั ยภาพ
คอยแสวงหาโอกาสและชอ่ งโหวเ่ ขา้ มาแข่งขนั ไดต้ ลอดเวลา ตราบใดท่ีราคาและ
กาไรอยใู่ นระดบั สงู
• ตวั อย่างเชน่ สินคา้ อปุ โภคบรโิ ภคท่วั ไป การใหบ้ รกิ ารตา่ ง ๆ เชน่ ภตั ตาคาร
รา้ นตดั ผม รา้ นหนงั สอื
สำเหตุของกำรกงึ่ แข่งขันและกงึ่ ผูกขำด
•“กง่ึ แขง่ ขนั ” เน่ืองจากการเขา้ ออกจากอตุ สาหกรรมในตลาดประเภทนีส้ ามารถทาได้
โดยเสรี แมจ้ ะมคี วามพยายามกีดกนั โดยธรุ กิจรายเกา่ แตเ่ น่ืองจากการลงทนุ ท่ีไมส่ งู มาก
จนเกินไป และการเปิดโอกาสพฒั นาสรา้ งความแตกตา่ งในสนิ คา้ และบรกิ าร ประกอบ
กบั ตลาดผซู้ ือ้ ท่ียงั รองรบั ไดอ้ ยู่ ทาใหก้ ารเกิดธรุ กิจ “หนา้ ใหม”่ เป็นไปไดไ้ มย่ าก
•“ก่งึ ผกู ขาด” เน่ืองจากผขู้ ายแตล่ ะรายจะมีอานาจในการผกู ขาดสินคา้ ของตนในระดบั
หนง่ึ โดยเฉพาะ หากสามารถทาใหส้ ินคา้ ของตนโดยเฉพาะย่หี อ้ นนั้ “ติดตลาด” ไดน้ ่นั คือ
สามารถครองสว่ นแบง่ ทางตลาดไดเ้ ป็นอนั ดบั หน่งึ และ “ย่ีหอ้ ” นนั้ จะช่วยทาใหส้ ินคา้
มีความแตกตา่ งกนั ในสายตาและความรูส้ กึ ของผบู้ รโิ ภค แมจ้ ะเป็นสินคา้ ประเภท
เดียวกนั กต็ าม
ข้อดี
• เกิดการแขง่ ขนั สงู ทาใหเ้ กิดความไดเ้ ปรยี บของผบู้ รโิ ภค โดยผบู้ รโิ ภคมีอานาจในการ
ตอ่ รองและอานาจในการเลอื กท่ีมาก ไดบ้ รโิ ภคสินคา้ ในคณุ ภาพและราคาท่ีเหมาะสม
• เกิดการพฒั นาผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ๆ ท่ีสรา้ งสรรคข์ นึ้ เป็นจานวนมาก จากการแขง่ ขนั เสรี
และความพยายามช่วงชิงสว่ นแบง่ ทางการตลาด
ข้อเสีย
• ผผู้ ลติ อาจตอ้ งลงทนุ ในระยะแรก ทงั้ การทมุ่ งบประชาสมั พนั ธ์ การลดแลกแจกแถม
เพ่ือใหส้ ินคา้ เป็นท่ีรูจ้ กั
• การแขง่ ขนั สงู เพ่ือแสวงหาผลกาไรของผผู้ ลติ ผผู้ ลิตจงึ ตอ้ งมีคณุ ธรรมตอ่ การผลิต
ไม่เอาเปรยี บผบู้ รโิ ภค ดว้ ยการลดปรมิ าณวตั ถดุ ิบหรอื ลดคณุ ภาพของสินคา้ ลง
จะเหน็ ไดว้ า่ ในบรรดาตลาดการแขง่ ขนั ไมส่ มบรู ณท์ งั้ หมดนี้ ตลาดท่ีมีอทิ ธิพลตอ่
ชีวติ ประจาวนั ของมนษุ ยม์ ากท่ีสดุ คอื ตลาดก่งึ แขง่ ขนั ก่งึ ผกู ขาด เพราะครอบคลมุ
สินคา้ อปุ โภคบรโิ ภคท่ีมนษุ ยใ์ ชใ้ นการดารงชีวติ เป็นจานวนมาก
2.3 เปรียบเทียบประเภทของตลาดตามการแข่งขัน พจิ ารณาไดจ้ ากตาราง ดงั น้ี
ประเภทของตลาด ตลาด ตลาดแข่งขันไม่สมบรู ณ์
ประเดน็ เปรียบเทยี บ แข่งขัน
สมบรู ณ์ ตลาดผูกขาด ตลาดผู้ขาย ตลาดกงึ่ แข่งขันกง่ึ ผูกขาด
สมบรู ณ์ น้อยราย จานวนมาก
จานวนผขู้ าย มากท่ีสดุ
1 ราย 2-3 รายขนึ้ ไป
ลกั ษณะสนิ คา้ ท่ีขาย เหมือนกนั ไมม่ ีสนิ คา้ ใด เหมือนกนั หรอื แตกตา่ งกนั และหาสนิ คา้
อยา่ ง ทดแทนสินคา้ ตา่ งกนั แตม่ ีสนิ คา้ ทดแทนได้
พลงั ตลาดหรอื อานาจ สมบรู ณ์ ท่ีขายได้ ทดแทนได้
ในการกาหนดราคา ทกุ ประการ
มีมากท่ีสดุ มี แตต่ อ้ งเป็นไป มีบา้ ง แตต่ อ้ งระวงั เรอ่ื งการ
ไมม่ ี ในทศิ ทางเดียว รกั ษาฐานลกู คา้ หากราคา
กบั ผขู้ ายรายอ่ืน ท่ีตงั้ สงู กวา่ คแู่ ข่งเกินไป
ประเภทของตลาด ตลาด ตลาดแข่งขันไม่สมบรู ณ์
แข่งขัน ตลาดผูกขาด ตลาดผู้ขาย ตลาดกง่ึ แข่งขันกง่ึ ผูกขาด
ประเดน็ เปรียบเทยี บ สมบูรณ์ สมบูรณ์ น้อยราย เนน้ ไปท่ีการสรา้ งความ
แตกตา่ งใหก้ บั สนิ คา้
กลยทุ ธท์ างการตลาดเพ่ือเพ่มิ ไมจ่ าเป็น เนน้ ไปท่ีการ เนน้ ไปท่ีการ โดยเฉพาะย่ีหอ้ ราคา และ
การโฆษณาประชาสมั พนั ธ์
ยอดจาหนา่ ย โฆษณา กาหนดราคา
ประชาสมั พนั ธแ์ ละ ท่ีเหมาะสม
ปรบั ปรุงคณุ ภาพ ประชาสมั พนั ธ์
สนิ คา้ โดยอาจไม่ และปรบั ปรุง
คานงึ เร่อื งลดราคา คณุ ภาพสนิ คา้
ระดบั ของราคาสนิ คา้ ต่ากวา่ ตลาด สงู กวา่ ตลาดอ่ืน สงู กวา่ ตลาดก่งึ สงู กวา่ ตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์
อ่ืน แขง่ ขนั ก่งึ ผกู ขาด
การจดั สรรทรพั ยากรในระบบ มี มีประสทิ ธิภาพ มีประสทิ ธิภาพ มีประสทิ ธิภาพมากกวา่
มากกว่าตลาด ตลาดผขู้ ายนอ้ ยราย
เศรษฐกิจ ประสิทธิภาพ ต่าสดุ ผกู ขาดสมบรู ณ์
สงู สดุ
3. การกาหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ
3.1 การเกดิ ขนึ้ ของ “ราคา” สินค้าและบริการ
ดงั ท่ีไดก้ ลา่ วไปแลว้ วา่ “ทรพั ยากร” ลว้ นมีจากดั เม่ือเทยี บกบั ความตอ้ งการของมนษุ ย์
ดงั นนั้ ทรพั ยากรจงึ มี “มลู คา่ ” และมลู คา่ ดงั กลา่ วท่ีถกู มนษุ ยใ์ ชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรนนั้
ตคี า่ ออกมาในรูปของ “ราคา”
การท่ีมนษุ ยต์ อ้ งการใชป้ ระโยชนส์ งู สดุ จากทรพั ยากรท่ีมีจากดั ประกอบกบั เป็นไปไมไ่ ด้
ท่มี นษุ ยแ์ ตล่ ะคนจะเป็นเจา้ ของทรพั ยากรทกุ ชนิด ทาใหเ้ กิดการซอื้ ขายแลกเปลยี่ นกนั ซง่ึ ก็
ถกู มนษุ ยว์ ดั มลู คา่ การซอื้ ขายออกมาในรูปของ “ราคา”
สินคา้ และบรกิ ารตา่ ง ๆ ท่ีมนษุ ยบ์ รโิ ภคไดม้ าจากการผลิต ซง่ึ ตอ้ งใชท้ รพั ยากรการผลิต
ท่ลี ว้ นมีมลู คา่ ทาใหส้ ินคา้ และบรกิ ารตา่ ง ๆ จาเป็นตอ้ งมี “ราคา” ทงั้ เพ่ือชดเชยตน้ ทนุ ท่ีเสยี
ไปในการผลติ และเพ่ือสรา้ งเงนิ ใหอ้ อกมาในรูปของกาไรอกี ดว้ ย
ความจากดั /หายาก
ของทรัพยากร
ผู้ผลติ ตอ้ งการใช้ในการผลติ
ทรัพยากรมมี ูลค่า ซอื้ ขายแลกเปลยี่ น = “ตลาด””
ผู้บริโภคตอ้ งการบริโภคสนิ ค้าและบริการ
สินค้า – บริการต่าง ๆ จงึ มี “ราคา”
แผนภาพแสดงการกาเนิดของราคาสินค้า-บริการ
3.2 การกาหนดราคาในสังคมไทย ระบบเศรษฐกจิ แบบผสมของไทย
เน่ืองจากประเทศไทยใชร้ ะบบเศรษฐกิจ
แบบผสม ทาใหผ้ ทู้ ่มี ีบทบาทหลกั ในการ ผมู้ บี ทบาทกาหนดราคาในสังคมไทย
กาหนดราคานนั้ มาจากทงั้ เอกชนและรฐั
เอกชน รัฐ
ปล่อยใหเ้ ป็ นไป กาหนดราคา เข้าแทรกแซงราคา
ตามกลไกราคา เชงิ กลยทุ ธ์
อุปสงค์ อุปทาน หลกั หลัก เพอื่ ความเป็ นธรรม
การตลาด ต่อ
เศรษฐศาสตร์
ผู้ผลิต ผู้บริโภค
แผนภาพแสดงการกาหนดราคาในสังคมไทยจากระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
3.3 การกาหนดราคาโดยเอกชนด้วยการปล่อยให้เป็ นไปตามกลไกราคา
ในระบบเศรษฐกิจท่ีเนน้ บทบาทของภาคเอกชนเป็นสาคญั อย่างระบบทนุ นิยมหรอื ผสม
นนั้ ย่อมใหค้ วามสาคญั กบั “กลไกราคา” (Price Mechanism) เป็นอยา่ งมาก และถือไดว้ า่
เป็น “หวั ใจ” ของการดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามแนวคิดของ อดมั สมิธ ดงั ท่ีไดก้ ลา่ ว
ไปแลว้
กลไกราคา = การปล่อยให้ราคาขึน้ –ลงไปตามแรงผลกั ของอุปสงค์และอปุ ทานในตลาด
นกั เรยี นไดศ้ กึ ษามาแลว้ วา่ “ตลาด” คือ กิจกรรมซอื้ ขายแลกเปลี่ยน การแลกเปล่ยี น
ตอ้ งมีความตอ้ งการซอื้ ซง่ึ ศพั ทเ์ ศรษฐศาสตรเ์ รยี กวา่ “อุปสงค”์ (Demand) และความ
ตอ้ งการขาย ซง่ึ ศพั ทเ์ ศรษฐศาสตรเ์ รยี กวา่ “อุปทาน” (Supply) เม่ือเป็นเชน่ นี้ นกั เรยี นจงึ ควร
เขา้ ใจวา่ ราคามิไดถ้ กู สรา้ งขนึ้ จากฝ่ายผผู้ ลิตหรอื ผขู้ ายเพียงอยา่ งเดยี ว แตย่ งั มีตวั เราท่อี ยู่
ในฐานะผซู้ อื้ เป็นผรู้ ว่ มกาหนดราคาของสนิ คา้ -บรกิ ารตา่ ง ๆ ในตลาดอีกดว้ ย
1) อุปสงค์ (Demand)
(1) ความหมายในทางเศรษฐศาสตร์
อุปสงคท์ าง ความตอ้ งการ ความเตม็ ใจทจี่ ะซอื้ ความสามารถทจ่ี ะซอื้ ได้
เศรษฐศาสตร์ (Wants) (Willingness to buy) (Ability to Pay)
ดงั นนั้ อปุ สงคจ์ งึ มีเพยี งความตอ้ งการซอื้ อยา่ งเดียวไม่ได้ หากมีเพยี งความตอ้ งการซอื้
แตไ่ ม่มีความสามารถท่ีจะซอื้ เช่น มีเงนิ สดไม่เพียงพอ หรอื รอใหม้ ีการลดราคาสนิ คา้
เสียกอ่ น เชน่ นี้ ยอ่ มไมเ่ กิดอปุ สงค์
(2) ปัจจยั ทกี่ าหนดอุปสงค์
ความตอ้ งการซอื้ และความสามารถท่ีจะซอื้ สนิ คา้ หน่งึ ๆ นนั้ อาจมิไดเ้ กิดจาก
ตวั เราตงั้ แตแ่ รกโดยตรง แตอ่ าจเกิดจากการชกั จงู ของผขู้ ายผา่ นความแตกตา่ งหลากหลาย
ของสินคา้ และบรกิ าร รวมไปถงึ กลยทุ ธท์ างการตลาดท่ีผขู้ ายตอ้ งการดงึ เงนิ จากมือของ
ผบู้ รโิ ภคใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ ตอ่ ไปนีเ้ ป็นตวั อยา่ งของปัจจยั ท่ีกาหนดอปุ สงค์
ตวั อยา่ งปัจจยั ทก่ี าหนดอุปสงค์ ความสมั พนั ธก์ ับอุปสงค์
ราคาของสนิ ค้าทตี่ ้องการซอื้ ราคาสนิ คา้ ทต่ี อ้ งการซอื้ เพมิ่ ขนึ้ → อุปสงคล์ ดตา่ ลง
(เป็ นปัจจัยกาหนดอุปสงคท์ สี่ าคัญทสี่ ุด)
รสนิยมของผู้บริโภค มรี สนิยมชอบดม่ื นมรสชอ็ กโกแลต → อุปสงคน์ มรสชอ็ กโกแลต
เพม่ิ ขนึ้
(ความชอบส่วนบุคคล)
ผบู้ ริโภคหนั มาใสใ่ จบริโภคสนิ ค้าสุขภาพมากขนึ้ →
สมยั นิยมหรือความนิยมของผูบ้ ริโภค อุปสงคส์ นิ คา้ สุขภาพเพม่ิ ขนึ้
(ความชอบทเี่ ป็ นกลมุ่ /คนส่วนใหญ่)
ตวั อยา่ งปัจจยั ทกี่ าหนดอุปสงค์ ความสมั พนั ธก์ บั อุปสงค์
ราคาสนิ ค้าทท่ี ดแทนกนั ไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ เชน่ ถา้ ราคานือ้ หมูสงู → อุปสงคเ์ นือ้ ไก่สงู
รายไดข้ องผบู้ ริโภค มรี ายไดเ้ พม่ิ ขนึ้ → อุปสงคเ์ พม่ิ ขนึ้
ระยะเวลาทตี่ อ้ งใช้เพอื่ บริโภคสนิ ค้า
เทศกาลสาคญั หากนานครั้งจงึ จะไดม้ โี อกาสว่ายนา้ → อุปสงคต์ อ่ ชุดวา่ ยนา้ ลดลง
วนั สาคญั เทศกาลสงกรานต์ อุปสงคต์ อ่ ปื นฉีดนา้ นา้ หอมอบมะลเิ พม่ิ ขนึ้
ฤดกู าล
วนั แม่ → อุปสงคด์ อกมะลิ ของขวัญใหแ้ มเ่ พมิ่ ขนึ้
การจดั งานแสดงสนิ ค้า ฤดรู ้อน → อุปสงคต์ อ่ นา้ แขง็ ไอศกรีม เครื่องปรับอากาศเพมิ่ ขนึ้
หากเป็ นงานแสดงสนิ คา้ ทข่ี ายสนิ คา้ ทม่ี รี าคาถกู กว่าตลาด สามารถเขา้ ถงึ
งานไดไ้ มย่ าก และรวมสนิ คา้ ทหี่ ลากหลายไวใ้ นสถานทแ่ี หง่ เดยี ว →
อุปสงคต์ อ่ สนิ คา้ ในงานเพม่ิ ขนึ้
ตัวอย่างปัจจัยทก่ี าหนดอุปสงค์ ความสัมพนั ธก์ ับอุปสงค์
การสร้างจุดเดน่ เอกลักษณ์ หรือ
ความหมายให้กับสนิ คา้ หากเป็ นสนิ ค้ารุ่นทมี่ จี ากัด (Limited Edition) → อุปสงคต์ ่อสนิ คา้
เพม่ิ ขนึ้
กลยุทธท์ างการตลาด หากเป็ นสนิ ค้าท้องถน่ิ ทส่ี ามารถซอื้ ไดเ้ ฉพาะท้องถน่ิ นีเ้ ทา่ นั้น →
โครงสร้างกลุ่มประชากร อุปสงคต์ อ่ สนิ ค้าเพม่ิ ขนึ้
หากเป็ นสนิ ค้าทมี่ คี วามหมายทาใหร้ ะลกึ ถงึ สถานทท่ี ตี่ นไปทอ่ งเทย่ี ว
→ อุปสงคต์ อ่ สนิ ค้าเพม่ิ ขนึ้
หากมกี ารลด แลก แจก แถม มกี ารโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ →
อุปสงคต์ อ่ สนิ ค้าเพมิ่ ขนึ้
สังคมไทยมแี นวโน้มการเพมิ่ ขนึ้ ของประชากรวัยชรา →
อุปสงคต์ ่อสนิ ค้าของวัยชราเพม่ิ ขนึ้
(3) กฎของอุปสงคแ์ ละการแสดงเส้นอุปสงค์
กฎของอุปสงค์ ปริมาณของสนิ ค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งทผ่ี ู้บริโภค
(Law of Demand) ตอ้ งการซอื้ ย่อมแปรผกผันกับระดบั ราคาของสนิ ค้าและ
บริการชนิดนั้นเสมอ โดยสมมุตใิ ห้ปัจจัยอนื่ ๆ คงท่ี
ดงั นนั้ กฎอปุ สงคน์ นั้ จงึ เป็นการนาความ ราคาสนิ คา้ ตอ่ ขวด ปริมาณอุปสงค์
ตอ้ งการซอื้ ไปเทียบกบั ระดบั ราคาสนิ คา้ น่นั เอง (บาท) (ขวด)
เช่น อปุ สงคต์ อ่ เครอ่ื งด่มื ชาเขียว พิจารณาไดจ้ าก 5 5
10 4
ตาราง 15 3
20 2
25 1
จากตารางจะเหน็ ไดว้ า่ หากเครอ่ื งด่มื ราคา (บาท)
ชาเขียวมีราคาขวดละ 5 บาท จะมีปรมิ าณ
ความตอ้ งการซอื้ ถงึ 5 ขวด แตห่ ากราคา 25
ขวดละ 25 บาท จะมีปรมิ าณความตอ้ งการซอื้
เพียง 1 ขวด ดงั นนั้ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งราคา 20 เส้นอุปสงค์
และอปุ สงคจ์ งึ เป็นไปในลกั ษณะผกผนั กนั
เสน้ อปุ สงคต์ อ่ ราคาจงึ สามารถแสดงได้ 15
ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี้
10
5
0 1 2 3 45 ปริมาณสินค้า
(ขวด)
แผนภำพแสดงเส้นอุปสงค์เครือ่ งดืม่ ชำเขียวต่อรำคำ
(4) อุปสงคก์ ับรายไดข้ องผู้บริโภค เราสามารถพิจารณาได้ 2 กรณี ตามประเภท
ของสนิ คา้
สนิ ค้าปกติ (Normal Goods) สินคา้ ดอ้ ย (Inferior Goods)
เป็นสนิ คา้ ท่ีมีปรมิ าณเสนอซอื้ มากขนึ้ หากผบู้ รโิ ภค เป็นสนิ คา้ ท่ีปรมิ าณเสนอซอื้ มากขนึ้ หากผบู้ รโิ ภคมี
มีรายไดส้ งู ขนึ้ รายไดล้ ดลง หรอื เรยี กวา่ สนิ คา้ ดอ้ ยคณุ ภาพ
รายไดผ้ บู้ รโิ ภคเพ่มิ ขนึ้ → อปุ สงคเ์ พิม่ ขนึ้ รายไดผ้ บู้ รโิ ภคเพ่มิ ขนึ้ → อปุ สงคล์ ดลง
รายไดผ้ บู้ รโิ ภคลดลง → อปุ สงคล์ ดลง รายไดผ้ บู้ รโิ ภคลดลง → อปุ สงคเ์ พิ่มขนึ้
ตัวอย่างสินคา้ : สนิ คา้ ท่วั ไป ตัวอย่างสนิ ค้า : เช่น บะหม่ีกง่ึ สาเรจ็ รูป เสอื้ โหล
(5) อุปสงคก์ ับราคาสินคา้ ชนิดอน่ื ทเี่ กยี่ วข้อง เป็นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปรมิ าณ
เสนอซือ้ สินคา้ ชนิดหน่งึ กบั ราคาสนิ คา้ อีกชนิดหน่งึ ท่ีเก่ียวขอ้ งกนั ซง่ึ จะเรยี กวา่ “อปุ สงคไ์ ขว”้
(Cross Demand) เราสามารถพิจารณาได้ 2 กรณี ตามประเภทของสินคา้ ท่เี ก่ียวขอ้ ง
กรณีสินคา้ ทดแทนกันได้ (Substitute) กรณีสินคา้ ทต่ี อ้ งใช้ประกอบกัน (Complement)
สนิ คา้ อาจทดแทนกนั ไดห้ ากเป็นสนิ คา้ ในกลมุ่ สนิ คา้ ท่ีอาจจาเป็นตอ้ งใชป้ ระกอบกนั เพ่อื ใหเ้ กิดการ
ประเภทเดยี วกนั มีความคลา้ ยกนั หรอื เป็นสนิ คา้ บรโิ ภคท่ีสมบรู ณ์ หรอื สามารถตอบสนองความ
ชนดิ เดยี วกนั แตม่ ีย่หี อ้ ท่ีตา่ งกนั โดยถกู กาหนดวา่ ตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคไดม้ ากขนึ้
เป็นสนิ คา้ ท่ีแทนกนั ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์
กรณีสนิ ค้าทดแทนกันได้ (Substitute) กรณีสินคา้ ทตี่ อ้ งใช้ประกอบกัน (Complement)
ตวั อย่าง ตัวอย่าง
หากไขไ่ ก่และไขเ่ ป็ดเป็นสนิ คา้ ท่ีทดแทนกนั ได้ หากโทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ีกบั แบตเตอรเ่ี ป็นสนิ คา้ ท่ีตอ้ งใช้
เมอ่ื ราคาไข่ไก่สูง → อุปสงคไ์ ข่เป็ ดสูง ประกอบกนั
เมอ่ื ราคาโทรศัพทเ์ คล่ือนทสี่ ูง → อุปสงคแ์ บตเตอร่ี
ทงั้ นีเ้ พราะ ตา่
• เม่ือราคาไขไ่ ก่สงู → ปรมิ าณเสนอซอื้ ทงั้ นีเ้ พราะ
ไข่ไก่ จะตอ้ งลดลง (ตามกฎอปุ สงค)์
• เม่ือราคาโทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ีสงู → ปรมิ าณเสนอซอื้
โทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ีจะตอ้ งลดลง (ตามกฎอปุ สงค)์
กรณีสินค้าทดแทนกนั ได้ (Substitute) กรณีสินค้าทตี่ อ้ งใช้ประกอบกัน (Complement)
• เม่ือไขเ่ ป็ดแทนไข่ไกไ่ ดแ้ ละราคาของไขเ่ ป็ด • เม่ือแบตเตอรจ่ี าเป็นตอ้ งใชป้ ระกอบกบั
ไมส่ งู เท่าไขไ่ ก่ → ปรมิ าณเสนอซอื้ ไขเ่ ป็ด โทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ี ดงั นนั้ เม่ือปรมิ าณเสนอซอื้
จะสงู ขนึ้
โทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ีลดลง → ปรมิ าณเสนอซือ้ แบตเตอร่ี
จงึ ตอ้ งลดลงตาม
สรุปความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอปุ สงคก์ บั สนิ คา้ สรุปความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอปุ สงคก์ บั สินคา้ ท่ีตอ้ งใช้
ทดแทนกนั ได้ เปล่ยี นไปในทิศทางเดยี วกนั ประกอบกนั เปล่ยี นไปในทิศทางตรงกนั ขา้ ม
2) อุปทาน (Supply)
(1) ความหมายในทางเศรษฐศาสตร์
อปุ ทาน หมายถึง ปรมิ าณสินคา้ ชนิดใดชนิดหน่งึ ท่ผี ผู้ ลติ เต็มใจจะขายในตลาด
หน่งึ ๆ ภายในระยะเวลาใดเวลาหนง่ึ ณ ระดบั ราคาตา่ ง ๆ กนั ของสนิ คา้ ชนิดนนั้ โดยสินคา้
ท่ผี ผู้ ลติ เตม็ ใจจะนาออกมาขายในระยะเวลาหนง่ึ ๆ นนั้ ไมไ่ ดห้ มายถงึ ปรมิ าณสินคา้
ท่ผี ผู้ ลติ ผลติ ขนึ้ ทงั้ หมด เพราะหากในระยะเวลานนั้ ราคาสนิ คา้ ชนิดนนั้ มรี าคาท่ีไมเ่ ป็น
ท่พี อใจของผผู้ ลิต ผผู้ ลิตจงึ ยงั ไมน่ าสนิ คา้ ออกมาขายทงั้ หมด
(2) ปัจจัยทก่ี าหนดอุปทาน ความสัมพันธก์ ับอุปทาน
ราคาสินคา้ ท่ีตอ้ งการขายเพ่มิ ขนึ้ → อปุ ทานลดลง
ตวั อยา่ งปัจจยั ทก่ี าหนดอุปทาน
ราคาของสนิ คา้ ท่ีตอ้ งการขาย (เป็นปัจจยั หากตน้ ทนุ การผลติ เพ่มิ สงู ขนึ้ อนั เน่ืองมาจากราคาปัจจยั
กาหนดอปุ ทานท่ีสาคญั ท่ีสดุ ) การผลติ สงู ขนึ้ นโยบายของรฐั ท่ีเพมิ่ ภาษี เพิ่มอตั รา
ตน้ ทนุ การผลติ คา่ จา้ งแรงงานขนั้ ต่า เพิ่มมาตรการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น
การติดตงั้ เครอ่ื งบาบดั นา้ เสีย → อปุ ทานลดลง
การคาดคะเนเหตกุ ารณใ์ นอนาคต หากมกี ารคาดคะเนวา่ เศรษฐกิจจะดีในไตรมาสหนา้ →
อปุ ทานสนิ คา้ ไตรมาสนีล้ ดลง (เพราะจะรอไปขายใน
ไตรมาสหนา้ )
ตวั อย่างปัจจัยทก่ี าหนดอุปทาน ความสัมพันธก์ ับอุปทาน
สภาพแวดลอ้ ม ดนิ ฟา้ อากาศ มีอทิ ธิพลอยา่ งมากตอ่ อปุ ทานสนิ คา้ เกษตรกรรม เช่น หากเกิด
เทคโนโลยกี ารผลติ ภยั แลง้ → อปุ ทานสนิ คา้ เกษตรลดลง
จานวนของผขู้ าย การเพิม่ เทคโนโลยีเขา้ มาใชใ้ นการผลิต เกิดการผลติ คราวละ
มาก ๆ (Mass Production) → ตน้ ทนุ การผลติ โดยเฉล่ยี ลด
ต่าลง → อปุ ทานสนิ คา้ เพิม่ ขนึ้
หากมีผขู้ ายสนิ คา้ ชนิดนนั้ มาก → อปุ ทานเพิ่มขนึ้ ทงั้ นีเ้ พราะ
หากสนิ คา้ ชนิดใดมีผขู้ ายมาก ผขู้ ายยอ่ มเลง็ เห็นถึงผซู้ อื้ หรอื
ตลาดในสนิ คา้ ชนิดนนั้ วา่ ยงั คงขยายไดอ้ ยู่ ดว้ ยเหตนุ ี้ อปุ ทานใน
สนิ คา้ ชนิดนนั้ จงึ มีมากขนึ้ เพ่ือมาช่วงชิงใน “สว่ นแบง่ ทาง
การตลาด” (Market Share)
(3) กฎของอุปทานและการแสดงเส้นอุปทาน
กฎของอุปทาน ปริมาณสนิ ค้าทผ่ี ู้ผลติ เตม็ ใจจะนาสนิ ค้าออกขาย
(Law of Supply) ในขณะใดขณะหนึ่งจะมคี วามสัมพนั ธใ์ นทางเดยี วกัน
กับราคาสนิ ค้าชนิดนั้น
ดงั นนั้ กฎของอปุ ทานจงึ เป็นการนา ราคาสนิ คา้ ต่อขวด ปริมาณอุปทาน
ความตอ้ งการขายไปเทยี บกบั ระดบั ราคา (บาท) (ขวด)
สินคา้ ท่ตี อ้ งการขาย เช่น อปุ ทานตอ่ 5 1
เครอ่ื งด่มื ชาเขยี ว พิจารณาไดจ้ ากตาราง 10 2
15 3
20 4
25 5
จากตารางจะเห็นไดว้ า่ หากเครอ่ื งด่มื ราคา (บาท)
ชาเขียวมีราคาขวดละ 5 บาท จะมี
ปรมิ าณความตอ้ งการขายเพยี ง 1 ขวด 25
แตห่ ากราคาขวดละ 25 บาท จะมปี รมิ าณ
ความตอ้ งการขายมากท่ีสดุ ถึง 5 ขวด 20 เส้นอุปทาน
ดงั นนั้ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งราคาและ
อปุ ทานจงึ เป็นไปในทศิ ทางเดียวกนั 15
เสน้ อปุ ทานตอ่ ราคา จึงสามารถแสดงได้
ดงั นี้ 10
5
0 1 2 3 45 ปริมาณสนิ คา้
(ขวด)
แผนภาพแสดงเส้นอุปทานเครื่องดืม่ ชาเขียวต่อราคา
3) ราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price)
ราคาดุลยภาพ ราคาทที่ าใหป้ ริมาณสนิ ค้าและบริการที่
ตอ้ งการซอื้ ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง
เทา่ กับปริมาณทต่ี อ้ งการขาย
ปริมาณดุลยภาพ ปริมาณสนิ คา้ ณ ระดบั ราคาดุลยภาพ
พิจารณาตวั อย่างราคาดลุ ยภาพของเครอ่ื งด่มื ชาเขยี ว
ราคาสนิ ค้า ปริมาณ ปริมาณ ผลกระทบ ภาวะ
ต่อขวด อุปสงค์ อุปทาน ปริมาณเคร่ืองดมื่ ชาเขยี ว
(บาท) (ขวด) (ขวด) อุปสงค์
(ขวด) สว่ นเกนิ
5 5 1 ขาด 4 ขวด ดุลยภาพ
10 4 2 ขาด 2 ขวด อุปทาน
15 3 3 หมดพอดี ส่วนเกนิ
20 2 4 เหลอื 2 ขวด
25 1 5 เหลอื 4 ขวด
(1) ภาวะทไ่ี ม่ดุลยภาพ ภาวะท่ีไม่ดลุ ยภาพ เป็นภาวะท่ีมีปรมิ าณอปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน
ไม่เทา่ กนั สง่ ผลตอ่ ปรมิ าณสินคา้ ซง่ึ อาจจะเกิดการขาดแคลนสนิ คา้ หรอื สนิ คา้ เหลอื ลน้ ตลาด
อยา่ งไรก็ตามตลาดตอ้ งการสินคา้ ท่หี มดพอดี ในระดบั ราคาสินคา้ ท่ที งั้ ผซู้ ือ้ และผขู้ ายพอใจ
ราคาจงึ เกิดการปรบั ตวั เขา้ สจู่ ดุ ดลุ ยภาพในท่ีสดุ จงึ ถือวา่ เป็นความ “มหศั จรรย”์ ของ
กลไกราคา ท่ีเป็นเสมือน “มือท่ีมองไม่เหน็ ” ของอดมั สมธิ น่นั เอง
ภาวะทไ่ี ม่ดุลยภาพ ลักษณะ ผลตอ่ ปริมาณสินค้า การปรับตวั ของราคา
ภาวะตา่ กว่าดุลยภาพ ราคาท่ีทาการซือ้ ขายต่ากวา่ สนิ คา้ ขาดตลาด ผขู้ ายมกั ปรบั ราคาใหส้ งู ขนึ้
อปุ สงคส์ ว่ นเกิน หรอื สว่ นขาด ราคาดลุ ยภาพ ทาใหอ้ ปุ สงค์
ของตลาด (Excess มีมากกว่าอปุ ทาน
Demand)
ภาวะสูงกว่าดุลยภาพ ราคาท่ีทาการซือ้ ขายสงู กวา่ สินคา้ เหลือลน้ ตลาด ผขู้ ายมกั ปรบั ราคาใหล้ ด
อปุ ทานสว่ นเกิน หรอื สว่ นเกิน ราคาดลุ ยภาพ ทาใหอ้ ปุ ทาน ต่าลง
ของตลาด (Excess Supply) มีมากกวา่ อปุ สงค์
(2) ภาวะดุลยภาพ เกิดจากราคาดลุ ยภาพ ซง่ึ เป็นราคาท่ี
• อปุ สงคเ์ ทา่ กบั อปุ ทาน
• อปุ สงคส์ ว่ นเกินและอปุ ทานสว่ นเกินมีคา่ เป็นศนู ย์
ราคา (บาท) อุปทานส่วนเกนิ (S>D)
25 S
20
15 E(D=S)
10
5D
อุปสงคส์ ่วนเกนิ (D>S)
0 ปริมาณสนิ คา้
1 2 3 4 5 (ขวด)
3.4 การกาหนดราคาเชิงกลยุทธ์โดยเอกชน
แมต้ ามหลกั เศรษฐศาสตรจ์ ะพจิ ารณาการกาหนดราคาโดยเอกชนไปท่ี “กลไกราคา”
เป็นหลกั แตใ่ นทางปฏิบตั แิ ลว้ ผขู้ ายมกั มีบทบาทสาคญั ในการกาหนดราคาสินคา้ โดยมี
เปา้ หมายเพ่ือทาใหต้ นขายสินคา้ ออกไปใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ
1) เป้าหมายของการกาหนดราคาเชิงกลยทุ ธ์
ขายสนิ คา้ ใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ → กาไรมาก
ผู้ขาย ราคา ใหส้ นิ คา้ เป็นท่ี “ติดตลาด” (เป็นท่ีรูจ้ กั ของผบู้ รโิ ภค) → ช่วงชิง
สว่ นแบง่ การตลาด (Market Share)
“ครองตลาด”
•สามารถชว่ งชิงสว่ นแบง่ การตลาดไดม้ ากท่ีสดุ
•ผบู้ รโิ ภคเกิดความไวว้ างใจ เช่ือม่นั ในย่ีหอ้ นนั้ มากท่ีสดุ
แผนภาพแสดงเป้าหมายของการกาหนดราคาเชิงกลยุทธ์
2) ปัจจยั ทกี่ าหนดราคาเชงิ กลยุทธ์
กอ่ นท่ีผขู้ ายจะกาหนดหรอื ตงั้ ราคาหนง่ึ ๆ ขนึ้ มานนั้ มกั ตอ้ งพิจารณาจากปัจจยั ตา่ ง ๆ
เช่น
(1) ต้นทนุ การผลิต หากมีตน้ ทนุ การผลิตสงู ขนึ้ ผขู้ ายมกั จาเป็นตอ้ งกาหนดราคา
ใหส้ งู ขนึ้ แตห่ ากตน้ ทนุ การผลติ สงู ขนึ้ แตย่ งั ไมไ่ ดส้ ง่ ผลกระทบตอ่ ระดบั กาไรของผขู้ ายมากจนทา
ใหผ้ ขู้ ายตอ้ งขาดทนุ ผขู้ ายสว่ นใหญ่ก็มกั เลือกคงระดบั ราคาเดิมไว้ เพ่ือรกั ษากลมุ่ ลกู คา้ เดมิ
(2) ภาวะตลาดของสนิ คา้ ทจ่ี ะขาย โดยอาจพิจารณา
ราคาสินคา้ ในตลาด วา่ โดยปกติแลว้ มาตรฐานราคา หรอื ราคาสนิ คา้
โดยเฉลีย่ ท่ีขายกนั ท่ีอยเู่ ทา่ ใด
การแขง่ ขนั หากมีการแข่งขนั ในสนิ คา้ ท่ีตอ้ งการขายสงู ผขู้ ายอาจจาเป็น
ตอ้ งหาวธิ ีการลดตน้ ทนุ การผลิต เพ่ือสามารถทาใหร้ าคาสนิ คา้ ไมส่ งู กวา่ รายอ่นื ได้ แตท่ งั้ นีต้ อ้ ง
ตงั้ อยบู่ นคณุ ธรรมของผขู้ าย น่นั คือ ตอ้ งไม่ละเมิดหรอื เอาเปรยี บผบู้ รโิ ภค
3) กลยุทธร์ าคา
โดยปกติผขู้ ายมกั เลอื กใชว้ ิธีการลดราคาสนิ คา้ เพ่ือเพ่ิมยอดการขาย ซง่ึ เป็นไป
ตามหลกั เศรษฐศาสตรท์ ่ีไดศ้ กึ ษาไปแลว้ แตเ่ ม่ือผขู้ ายเลอื กลดราคา ก็อาจจะทาใหก้ าไร
ของผขู้ ายลดลงได้ อีกทงั้ การลดราคาเป็นไปเพ่ือการเพ่ิมยอดขายใหก้ บั สนิ คา้ ซง่ึ เป็นการ
แยง่ ชิงกลมุ่ ผบู้ รโิ ภคมาจากผขู้ ายรายอ่นื นนั้ อาจนามาสู่ “สงครามราคา” กลา่ วคอื เม่ือเรา
ลดราคา ผขู้ ายรายอ่นื ก็ลดราคาลงใหต้ ่ากวา่ หากเป็นเชน่ นีใ้ นระยะยาว กาไรของผขู้ ายทงั้ หมด
ก็จะเรม่ิ ลดลง การเพ่ิมยอดขายจงึ ไมอ่ าจชว่ ยอะไรไดม้ ากนกั ดว้ ยเหตนุ ีผ้ ขู้ ายจงึ มกั ใช้ “กลยทุ ธ์
ราคา” กบั ผบู้ รโิ ภค โดยไม่ไดล้ ดราคาสินคา้ โดยตรง แตจ่ ะใชว้ ธิ ีหรอื กลยทุ ธต์ า่ ง ๆ นานา
ในการดงึ ดดู ผบู้ รโิ ภคใหห้ นั มาซือ้ สินคา้ ของตนมากขนึ้ ตอ่ ไปนีจ้ ะนาเสนอตวั อย่างกลยทุ ธ์
ท่ีมีในสงั คมไทยโดยพจิ ารณาตาราง ดงั นี้
กลยทุ ธร์ าคา ตวั อยา่ งสถานการณร์ าคาทม่ี ใี นสังคมไทย
กลยุทธร์ าคา “เลขค”ี่ • ตวั อยา่ งเช่น การกาหนดราคาสนิ คา้ ไวท้ ่ี 99 บาท หรอื 199 บาท โดยนกั จิตวิทยาพบวา่
(Odding Pricing) ผบู้ รโิ ภคจะรูส้ กึ วา่ ไดซ้ ือ้ สนิ คา้ ราคาถกู แมว้ า่ จะมีช่วงราคาตา่ งกนั เพียง 1 บาทกต็ าม
• กลยทุ ธน์ ีน้ ิยมใชก้ บั รา้ นคา้ ปลีกท่ีขายผลติ ภณั ฑร์ ะดบั ปานกลางหรอื ต่า
กลยุทธส์ ร้างระดับราคา • การสรา้ งระดบั ราคา หมายถงึ การกาหนดราคาสนิ คา้ ท่ีแตกตา่ งกนั เป็นระดบั จากสงู
(Price Lining) ลงมาต่า สาหรบั ผลิตภณั ฑช์ นิดเดียวกนั แตต่ า่ งรุน่ หรอื ตา่ งคณุ ภาพกนั เพ่ือใหผ้ บู้ รโิ ภค
ไดม้ ีโอกาสเปรียบเทียบและเลือกผลติ ภณั ฑท์ ่ีพอใจสงู สดุ เช่น รองเทา้ หากมีลวดลาย
หรอื ทาจากวสั ดทุ ่ีดีกวา่ อาจมีราคาสงู กวา่ รองเทา้ ท่ีมีแคส่ ีพืน้ ไมม่ ีลวดลาย
กลยุทธต์ ัง้ ราคาแบบ • มกั ใชก้ นั มากในซเู ปอรม์ ารเ์ กต็ ซเู ปอรเ์ ซนเตอร์ ดสิ เคานตส์ โตร์ โดยกาหนดราคาสนิ คา้
ยอมขาดทุน (Loss บางชนิดในรา้ นใหต้ ่ากวา่ ตน้ ทนุ เพ่ือใหล้ กู คา้ รูส้ กึ วา่ รา้ นนนั้ ขายสนิ คา้ ต่ากวา่ รา้ นอ่ืน และ
Leader Pricing) จงู ใจใหเ้ ขา้ มาซือ้ สนิ คา้ นนั้ ซง่ึ จะทาใหล้ กู คา้ ซือ้ ผลติ ภณั ฑอ์ ่ืน ๆ ในรา้ นคา้ ดว้ ย ซง่ึ
ผลติ ภณั ฑด์ งั กลา่ ว จาหนา่ ยในราคาปกติท่ีเป็นตวั ทากาไรใหร้ า้ นชดเชยกบั สว่ นขาดทนุ
จากผลติ ภณั ฑท์ ่ีตงั้ ราคาลอ่ ใจได้
กลยุทธร์ าคา ตวั อยา่ งสถานการณร์ าคาทมี่ ีในสังคมไทย
กลยุทธต์ งั้ ราคา • การแบง่ กลมุ่ ผบู้ รโิ ภค อาจใชอ้ าชีพหรอื อายมุ าเป็นเกณฑ์ ทงั้ นีเ้ พราะผบู้ รโิ ภคแตล่ ะกลมุ่ มี
ตามกลุ่มผู้บริโภค ความสามารถในการซือ้ (Ability to Pay) ท่ีตา่ งกนั ออกไป เชน่ ราคาอาหารชดุ สาหรบั เดก็
(Pricing by Type of อาจถกู กวา่ สาหรบั ผใู้ หญ่ ราคาหอ้ งพกั ของโรงแรมอาจตงั้ ใหค้ นไทยกบั คนตา่ งชาตเิ ป็น
Customer) คนละราคากนั การมอบสว่ นลดใหก้ บั นกั เรยี นหรอื ผสู้ งู อายุ
กลยุทธต์ ัง้ ราคาตาม • ตวั อยา่ งเช่น ช่วงเวลาท่ีเป็นฤดกู าลทอ่ งเท่ียว ธรุ กิจโรงแรมอาจตงั้ ราคาหอ้ งไดส้ งู กวา่ นอก
ช่วงเวลา (Time ฤดกู าลทอ่ งเท่ียว หรอื รา้ นขายขนมปังอบอาจลดราคา หลงั เวลา 18.00 น. เพ่ือระบายสนิ คา้
Pricing) ขายหมดตอ่ วนั และยงั เป็นการสรา้ งภาพลกั ษณท์ ่ีดีแกร่ า้ นวา่ ขายสนิ คา้ สดใหมท่ กุ วนั ดว้ ย
หรอื การกาหนดราคาขายท่ีถกู โดยขายในช่วงเวลาท่ีกาหนดใหเ้ ทา่ นนั้ เชน่ ชว่ งนาทีทอง
กลยุทธต์ งั้ ราคาตาม
ทาเลทต่ี งั้ (Location • หากสนิ คา้ ขายอยใู่ นหา้ งสรรพสนิ คา้ โรงแรมชนั้ นา หรอื ขายในบรเิ วณทา่ อากาศยาน
Pricing) ราคาท่ีขายยอ่ มสามารถตงั้ ราคาใหส้ งู ได้ นอกจากนีก้ ารขายบตั รชมการแสดงตา่ ง ๆ ท่ีน่งั
แตล่ ะท่ียอ่ มมีราคาไมเ่ ทา่ กนั หากอยใู่ กลข้ อบเวทีหรอื ขอบสนามกีฬา ยอ่ มมีราคาสงู กวา่
ท่ีน่งั ในบรเิ วณอ่ืน
กลยทุ ธร์ าคา ตวั อยา่ งสถานการณร์ าคาทม่ี ใี นสังคมไทย
กลยุทธต์ งั้ ราคาชุด • เป็นการกาหนดราคารวมท่ีต่าลงสาหรบั ชดุ ของผลติ ภณั ฑท์ ่ีผซู้ ือ้ ตดั สนิ ใจซือ้ ทงั้ ชดุ ทาให้
ผลติ ภณั ฑ์ (Producte ผลิตภณั ฑช์ ดุ มีราคาถกู กวา่ เม่ือซือ้ แยก เช่น อาหารชดุ หนงั สือชดุ ในกลอ่ ง หรอื มี
Set Pricing) บรรจภุ ณั ฑท์ ่ีนา่ สะสม
กลยุทธท์ ุ่มตลาด
(Dumping Pricing) • เป็นการตงั้ ราคาท่ีต่ากวา่ ตน้ ทนุ หรอื ต่ากวา่ ผขู้ ายรายอ่ืนเป็นจานวนมาก โดยยอมขาดทนุ
ในระยะแรก เพราะเม่ือผขู้ ายรายอ่ืนทนสภาวการณข์ าดทนุ ไมไ่ หวจนตอ้ งยกเลกิ กิจการ
กลยุทธเ์ จาะตลาด ผขู้ ายจงึ ไดค้ รองตลาดและหนั มาปรบั ราคาสนิ คา้ ใหส้ งู ได้
(Penetration Pricing)
• เป็นการตงั้ ราคาในช่วงการเปิดตวั สนิ คา้ ใหเ้ ป็นท่ีรูจ้ กั ของผบู้ รโิ ภค จงึ มกั จดั รายการสง่ เสรมิ
การขาย เชน่ การตงั้ ราคาขายต่ากวา่ ปกติ การซือ้ 1 แถม 1 เม่ือสนิ คา้ ติดตลาดแลว้ จงึ ขาย
ในราคาปกติ
การศกึ ษากลยทุ ธร์ าคาดงั กลา่ วนนั้ ทาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจท่ีมาของราคาสนิ คา้ ท่ี
พบเห็นในชีวติ ประจาวนั วา่ มิไดม้ าจากเพียง “ราคาตลาด” (Market Pricing) หรอื ราคาดลุ ย
ภาพเทา่ นนั้ แตย่ งั มีกลยทุ ธท์ างการตลาดเป็นจานวนมากท่ีผขู้ ายเลือกนามาใชใ้ นการกาหนด
ราคา เพ่ือดงึ ดดู ใหผ้ บู้ รโิ ภคหนั มาซอื้ สินคา้ ของตนใหม้ ากท่ีสดุ การตงั้ ราคาเชิงกลยทุ ธจ์ งึ มงุ่ ไป
ท่คี วามรูส้ กึ ของผบู้ รโิ ภคเป็นสาคญั การมีความรูส้ กึ ไดว้ า่ “สนิ คา้ ถกู ” และย่ิงมีความจากดั ของ
เวลาเขา้ มาเก่ียวขอ้ ง จะทาใหผ้ บู้ รโิ ภครูส้ กึ วา่ ตนไดส้ ินคา้ ท่ีเกิดความคมุ้ คา่ กบั ตนเอง
อย่างไรก็ตาม การกาหนดราคาเชิงกลยทุ ธด์ งั กลา่ ว สามารถคงอยไู่ ดใ้ นสงั คมไทยไดต้ อ่ ไป
เพราะสรา้ งความพอใจสงู สดุ อนั เป็นเปา้ หมายสาคญั ของผบู้ รโิ ภคตามหลกั เศรษฐศาสตร์
4) ผลกระทบจากการกาหนดราคาเชิงกลยุทธ์
ผล/กระทบตอ่ ผู้ผลติ ผู้บริโภค
ผลดี • ช่วยกระตนุ้ ยอดขายของสนิ คา้ ตนทาให้ • ช่วยสรา้ งทางเลอื กท่ีหลากหลายใหแ้ ก่ผบู้ รโิ ภค
สามารถขายสินคา้ ไดม้ ากขนึ้ เป็นการสรา้ งอานาจเลือกซือ้ ท่ีเป็นอิสระ หรอื
• ชว่ ยขยายตลาด เพ่มิ สว่ นแบง่ ทาง “อานาจอธิปไตยของผบู้ รโิ ภค”
การตลาด ลดอานาจของคแู่ ข่งลงได้ • ทาใหผ้ บู้ รโิ ภคไดบ้ รโิ ภคสินคา้ ท่ีตนพอใจสงู สดุ
• ทาใหก้ ลไกราคายงั คงดาเนินตอ่ ไปได้ และไดเ้ ลือกทางเลอื กท่ีคิดวา่ คมุ้ คา่ ท่ีสดุ ในการซือ้
โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งใหร้ ฐั เขา้ แทรกแซง
ผลเสยี • อาจทาลายภาพลกั ษณข์ องสนิ คา้ ในระยะ • มีการบรโิ ภคท่ีมากขนึ้ จนอาจเกินความจาเป็น
ยาว หากสนิ คา้ มีราคาถกู ผบู้ รโิ ภคอาจ กระตนุ้ ใหส้ งั คมบรโิ ภคและระบบทนุ นิยมขยายตวั
เรม่ิ ไมม่ ่นั ใจในคณุ ภาพ ทาใหเ้ กิดความสนิ้ เปลือง และลดปรมิ าณเงนิ ออม
• อาจลดกาไรของผผู้ ลติ ลง ของผบู้ รโิ ภค
• สรา้ งนิสยั ใหผ้ บู้ รโิ ภคซือ้ สนิ คา้ เฉพาะ
ชว่ งเวลาท่ีมีราคาถกู
4. บทบาทของรัฐในการแทรกแซงราคาและการควบคุมราคา
จากการท่ีประเทศไทยใชร้ ะบบเศรษฐกิจแบบผสมท่ีคอ่ นไปทางทนุ นิยม ทาให้
เอกชนสามารถมีบทบาทในการกาหนดราคาในตลาดไดม้ าก ดงั ท่ีไดศ้ กึ ษาไปแลว้
แตห่ ากระดบั ราคาตลาดหรอื ราคาดลุ ยภาพนนั้ ก่อใหเ้ กิดความเดือดรอ้ นแก่คน
บางกลมุ่ รฐั จะเขา้ มาแทรกแซงกลไกราคาเพ่ือช่วยเหลอื และสรา้ งความเป็นธรรมให้
เกิดขนึ้ ในระบบเศรษฐกิจได้
4.1 การแทรกแซงด้วยการกาหนดราคาข้นั สูงหรือราคาเพดาน (Price Ceiling)
หากราคาดลุ ยภาพท่ีเป็นอยนู่ นั้
สงู เกินไปจนทาใหผ้ บู้ รโิ ภคไดร้ บั ความ ราคา (บาท) S
เดือดรอ้ น เพราะเป็นสินคา้ ท่จี าเป็น
สาหรบั ผบู้ รโิ ภค รฐั จะแทรกแซงดว้ ย
การกาหนดราคาเพดานไวโ้ ดยเป็น ราคาดุลยภาพ Pe E ราคาดุลยภาพ
ราคาท่ีต่ากวา่ ราคาดลุ ยภาพ เพ่ือช่วย
ใหผ้ บู้ รโิ ภคสามารถซือ้ สนิ คา้ ในราคาท่ี Pc A ส่วนขาดของตลาด (อุปสงคส์ ่วนเกิน)
ถกู ลง หากรฐั ไมแ่ ทรกแซงอาจนาไปสู่ B ราคาใหมท่ ร่ี ัฐบาลกาหนด
ภาวะเงินเฟอ้ อยา่ งรุนแรงได้ D (ราคาขนั้ สูง ราคาเพดาน)
0 Q1 Qe Q2 ปริมาณ
แผนภำพแสดงรำคำขัน้ สงู หรือรำคำเพดำนและส่วนขำดของตลำด
จากแผนภาพจะเห็นไดว้ า่ ราคาขนั้ สงู หรอื ราคาเพดาน (Pc) ท่รี ฐั เขา้ มากาหนดนนั้
อยใู่ นระดบั ท่ีต่ากวา่ ราคาดลุ ยภาพ (Pe) ดว้ ยเหตนุ ีจ้ งึ ทาใหป้ รมิ าณเสนอซือ้ เพ่มิ สงู ขนึ้ จนเกิด
ภาวะอปุ สงคส์ ว่ นเกินเทา่ กบั AB สง่ ผลใหเ้ กิดการขาดตลาดของสินคา้ ชนิดนนั้ เทา่ กบั Q1 Q2
ผลกระทบทสี่ าคัญจากการกาหนดราคาขัน้ สูง
1) เกิดภาวะอุปสงคส์ ่วนเกิน ซง่ึ สง่ ผลใหส้ นิ คา้ ขาดตลาดในท่ีสดุ ผบู้ รโิ ภคก็จะเดือดรอ้ นจาก
ภาวะท่ีขาดแคลนสินคา้ ในการบรโิ ภค รฐั บาลจึงตอ้ งมีมาตรการแกป้ ัญหาดว้ ยการ “ปันสว่ นสนิ คา้ ”
(Rationing) คือ การท่ีรฐั จดั สรรสนิ คา้ ใหป้ ระชาชนซือ้ ไปบรโิ ภคตามความจาเป็นไดอ้ ยา่ งท่วั ถึง
2) เกดิ ภาวะตลาดมืด (Black Market) เม่ือรฐั บาลไมส่ ามารถควบคมุ การปันสว่ นสนิ คา้
ไดอ้ ยา่ งใกลช้ ิด ทาใหเ้ กิดการลกั ลอบขายสนิ คา้ กนั ในราคาท่ีสงู กวา่ ราคาขนั้ สงู ท่ีรฐั บาลกาหนด ซง่ึ เกิดจาก
การตกลงกนั ระหวา่ งผซู้ อื้ และผขู้ าย แตร่ าคาท่ีซอื้ -ขายกนั ในตลาดมืดก็มกั จะต่ากวา่ ราคาดลุ ยภาพ
ดว้ ยเหตนุ ีร้ ฐั บาลจงึ ตอ้ งเขา้ มามีบทบาทในการปอ้ งกนั และควบคมุ ตลาดมืดดว้ ยการ
กาหนดบทลงโทษทงั้ ผซู้ ือ้ และผขู้ ายท่ขี ายสินคา้ สงู กวา่ ราคาท่ีรฐั บาลกาหนด พรอ้ มทงั้ การเพ่ิม
ปรมิ าณสินคา้ ใหเ้ พียงพอกบั ความตอ้ งการ เชน่ นาสนิ คา้ ในคลงั ออกมาขายกอ่ น หรอื อาจ
จาเป็นตอ้ งส่งั ซือ้ สินคา้ จากตา่ งประเทศมาขาย
4.2 การแทรกแซงราคาด้วยการกาหนดราคาข้นั ต่า (Price Floor)
หากราคาดลุ ยภาพท่ีเป็นอยนู่ นั้ ต่าเกินไปจนทาใหผ้ ผู้ ลิตเดือดรอ้ น เน่ืองมาจากปรมิ าณ
ผลผลิตมีมากกวา่ ความตอ้ งการของตลาด ทาใหร้ าคาผลผลิตตกต่า โดยเฉพาะผลผลติ
ทางการเกษตร รฐั บาลจงึ ตอ้ งเขา้ แทรกแซงดว้ ยการกาหนดราคาท่ีสงู กวา่ ราคาดลุ ยภาพเดิม
เพ่ือช่วยเหลือผผู้ ลติ ไม่ใหไ้ ดร้ บั ผลกระทบจากราคาท่ีตกต่ามากจนเกินไป
ราคา (บาท) S
B ราคาใหมท่ รี่ ัฐบาลประกัน (ราคาขนั้ ตา่ )
A
ส่วนเกินของตลาด (อุปทานส่วนเกิน)
Pf
ราคาดุลยภาพ Pe E จุดดุลยภาพ
D
0 Q1 Qe Q2 ปริมาณราคา
แผนภำพแสดงรำคำขัน้ ต่ำและส่วนเกินของตลำด
จากแผนภาพจะเห็นไดว้ า่ ราคาขนั้ ต่า (Pf) ท่ีรฐั เขา้ มากาหนดนนั้ อยใู่ นระดบั ท่ีสงู กวา่
ราคาดลุ ยภาพ (Pe) ดว้ ยเหตนุ ีจ้ งึ ทาใหป้ รมิ าณเสนอขายเพ่ิมสงู ขนึ้ จนเกิดภาวะอปุ ทาน
สว่ นเกินเทา่ กบั AB สง่ ผลใหเ้ กิดสว่ นเกินของตลาดเทา่ กบั Q1 Q2
ผลกระทบทส่ี าคัญจากการกาหนดราคาขั้นตา่
1) เกิดภาวะอุปทานส่วนเกนิ ซง่ึ สง่ ผลใหส้ นิ คา้ ท่ีผลิตออกมาเหลือลน้ ตลาด รฐั บาลจงึ ตอ้ ง
รบั ซอื้ ผลผลิตสว่ นเกินทงั้ หมดในราคาประกนั เรยี กวา่ การพยงุ ราคา (Price Support) ทาใหร้ ฐั บาลตอ้ ง
รบั ภาระเป็นอยา่ งมาก โดยเฉพาะเรอ่ื งงบประมาณท่ีรฐั ตอ้ งชว่ ยเป็นจานวนมาก เพ่อื รบั ซอื้ ผลผลิตสว่ นเกิน
นอกจากนีร้ ฐั ยงั ตอ้ งมโี กดงั ยงุ้ ฉาง หรอื ไซโล เพ่อื เก็บรกั ษาพืชผลไวใ้ นระยะหนง่ึ กอ่ นนาออกขาย
2) รัฐบาลอาจตอ้ งใช้มาตรการใหเ้ งนิ อุดหนุน (Price Subsidy) โดยรฐั จะปลอ่ ยใหผ้ ผู้ ลติ
ขายสนิ คา้ ท่ีผลิตในราคาท่ีจะทาใหข้ ายสินคา้ ไดท้ งั้ หมด แตร่ ฐั จะจ่ายเงินชดเชยใหก้ บั ผผู้ ลิตท่ีขายไป
เท่ากบั สว่ นตา่ งของราคาท่ีขายไปกบั ราคาท่ีรฐั ประกนั ไว้
เงนิ อุดหนุน ราคาประกนั - ราคาตลาด
โดยปกติรฐั มกั ใชว้ ธิ ีการใหเ้ งนิ อดุ หนนุ มากกวา่ การพยงุ ราคา เน่ืองจากวา่ ลดภาระ
ดา้ นงบประมาณและสถานท่ีในการจดั เก็บผลติ ผล