นางสาวจรพี ร วงั คีรี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรฯ์
ระบบสืบพนั ธ์ุ (Reproductive System)
• ส่ิงมชี ีวติ มกี ารสืบพนั ธ์ุ เพื่อการดาํ รงเผ่าพนั ธ์ุของสิ่งมชี ีวติ
น้ันๆ
• เป็ นการรวมตวั กนั ของเซลล์สืบพนั ธ์ุเพศผู้ (อสุจิ) กบั เซลล์
สืบพนั ธ์ุเพศเมยี (เซลล์ไข่)
• การสืบพนั ธ์ุของมนุษย์จะเกดิ ขนึ้ ในวยั เจริญพนั ธ์ุ
– เพศชาย 11-16 ปี
• หลง่ั Testosterone
• เสียงแตกห้าว ไหล่กว้าง มหี นวด
• มขี นบริเวณอวยั วะเพศ
– เพศหญงิ 10-15 ปี
• หลงั่ Estrogen
• มเี ต้านม สะโพกขยาย มปี ระจาํ เดือน
• มขี นบริเวณอวยั วะเพศ
อวยั วะและหน้าทข่ี องอวยั วะในระบบสืบพนั ธ์ุ
ระบบสืบพนั ธ์ุเพศชาย : ประกอบดว้ ย อณั ฑะ (Testis) และอสจุ ิ
1. อณั ฑะ (Testis) : มี 2 ข้าง (Spermatozoa)
• ทาํ หน้าทส่ี ร้างอสุจิ (Sperm) ซ่ึงเป็ นเซลล์สืบพนั ธ์ุเพศชาย
และฮอร์โมนเพศชายทสี่ ําคญั ได้แก่ เทสโทสเทอโรน
(T est ost er on e)
• ภายในประกอบด้วยหลอดสร้างอสุจิ (seminiferous
tubule) เป็ นท่อขดเรียงกนั มขี ้างละ 800 หลอด
• บรรจุภายในถุงอณั ฑะ (scrotum)
1. อณั ฑะ (Testis)
1.1 ถุงอณั ฑะ (Scrotum) : ปรบั อุณหภูมิของอณั ฑะใหต้ าํ่ กวา่
อุณหภูมิรา่ งกายประมาณ 2-5 ๐C
1.2 หลอดสรา้ งอสจุ ิ (seminiferous tubules) : เป็ นทอ่ สรา้ งอสุจิ
และฮอรโ์ มนเพศชาย
1.3 หลอดเกบ็ อสจุ ิ (Epididymis) : เป็ นแหลง่ พกั ตวั อสุจใิ ห้
เจรญิ เตบิ โต
1.4 ท่อนาํ อสจุ ิ (Vas deferens) : ลาํ เลียงตวั อสุจไิ ปเก็บทต่ี อ่ มสรา้ ง
นาํ้ เล้ยี งอสุจิ
1.5 ต่อมสรา้ งนาํ้ เล้ยี งอสจุ ิ (seminal vesicle) : สรา้ งอาหารใหก้ บั อสุจิ
ไดแ้ ก่ นาํ้ ตาลฟรุกโทส และ Globulin
1.6 ต่อมลกู หมาก (prostate gland) : หลงั่ สารทเ่ี ป็ นเบสออ่ นเขา้ ไปในทอ่
ปัสสาวะ เพื่อใหต้ วั อสุจอิ ยไู่ ด้ (ปรบั pH)
1.7 ต่อมคาวเปอร์ (Cowper’s gland) : สรา้ งเมอื กสารลอ่ เลอ่ื นออกในขณะ
ทม่ี ีความรูส้ กึ ทางเพศ
1.8 องคชาติ (penis) : เป็ นทางผา่ นของนาํ้ ปัสสาวะและอสุจิ
ท่อนาํ อสจุ ิ ต่อมสรา้ งนา้ํ เล้ยี งอสจุ ิ
องคชาติ
ท่อปั สสาวะ ต่อมลกู หมาก
ท่อฉดี อสจุ ิ
ตอ่ มคาวเปอร์
หลอดเกบ็ อสุจิ
อัณฑะ
2. ตวั อสุจิ (Spermatozoa)
1. ส่วนหวั (Head) : บรรจุสารพนั ธุกรรม มีนวิ เคลยี ส ดา้ นหนา้ เป็ นสว่ นของอะโคร
โซม (Acrosome) เป็ นถุงบรรจุเอนไซม์ เพอ่ื สลายเยอ่ื หุม้ เซลลไ์ ข่ ซงึ่ โครงสรา้ งน้ี
เปลย่ี นแปลงมาจาก Golgi Apparatus
2. ส่วนกลาง (Middle) : มีลกั ษณะเป็ นแท่งมีไมโทคอนเดรยี ผลติ
พลงั งานไวส้ าํ หรบั การเคลอ่ื นที่อสจุ ิ
3. ส่วนหาง (Tail) : มีไมโครทูบลู ทาํ หนา้ ที่ โบกพดั ไดเ้ พอื่ ว่ายไปหาเซลลไ์ ข่
เพศชายสร้างตวั อสุจิเม่ืออายุ 12-13 ปี และสร้างตลอดชีวติ
การหลงั่ (semen) แต่ละคร้ังจะมีของเหลวอยปู่ ระมาณ 3-4
ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีตวั อสุจิ 350-500 ลา้ นตวั หากตวั อสุจิ
ตาํ่ กว่า 30 ล้านตวั ต่อลูกบาศก์ศเซนตเิ มตรหรือรูปร่างผดิ ปกติ
มากกว่าร้อยละ 25 จะมบี ุตรยากหรือเป็ นหมนั เมื่อออกสู่
ภายนอก อสุจิจะมีชีวติ ไดเ้ พยี ง 2-3 ชว่ั โมง แต่ถา้ อยใู่ น
มดลูกเพศหญิงจะอยไู่ ดน้ านถึง 24-48 ชว่ั โมง
ต่อมลกู หมากโต
• คอื ภาวะที่ต่อมลกู หมากมีขนาดใหญ่ผดิ ปกติ
• อาจกดทบั ท่อปัสสาวะใหต้ บี เลก็ ลง มีอาการปัสสาวะตดิ ขดั
• ผนงั กลา้ มเน้อื ของกระเพาะปัสสาวะหนาข้นึ เนอื่ งจากตอ้ งบบี ตวั แรงข้นึ เพอ่ื ขบั นา้ํ ปัสสาวะให้
ผ่านท่อแคบๆ การกกั เกบ็ นา้ํ ปัสสาวะลดลง ปัสสาวะบ่อย และอาจไดร้ บั การกระตนุ้ ใหป้ วด
ปัสสาวะข้นึ มาอย่างกะทนั หนั ได้
• เป็ นโรคที่พบไดเ้ ป็ นปกติ 50% ของผูช้ ายที่เป็ นโรคต่อมลกู หมากนน้ั มีอายุประมาณ 60 ปี
ยงั ไม่มีหลกั ฐานท่ีแสดงชดั ว่าโรคต่อมลกู หมากโตจะนาํ ไปสู่
โรคมะเรง็ ต่อมลกู หมาก แต่อย่างไรกต็ ามอาการของความผดิ ปกตทิ งั้ ใน
ต่อมลกู หมากโต และมะเรง็ ต่อมลกู หมากนนั้ มีความคลา้ ยกนั และอาจ
เป็ นไปไดว้ ่าภาวะต่อมลกู หมากโตและมะเรง็ ต่อมลกู หมากจะเกดิ ข้นึ ใน
ขณะเดยี วกนั ได้
• รกั ษาไดโ้ ดยผ่าตดั ควา้ นต่อมลกู หมากออกทางท่อปัสสาวะ
ระบบสืบพนั ธ์ุเพศหญงิ : ไดแ้ ก่ รงั ไข่ ท่อนาํ ไข่ มดลกู และช่องคลอด
1) รงั ไข่ (Ovary) เป็ นอวยั วะท่ีสาํ คญั ที่สดุ ในระบบสบื พนั ธ์ุเพศหญงิ มีอยู่ 2 ขา้ งในช่อง
ทอ้ งนอ้ ย ยดึ ตดิ กบั มดลกู โดยเอน็ ส่วนดา้ นนอกยดึ ตดิ กบั ลาํ ตวั รงั ไข่ทาํ หนา้ ที่ 2 อย่าง คอื
1. ผลติ ไข่ (Ovum) จะผลติ ไข่ประมาณ 400 ใบ ไข่ใบท่ีสกุ เตม็ ที่แลว้ จะหลดุ ออกมา
จากรงั ไข่ เรยี กว่า การตกไข่ (Ovulation) โดยปกตไิ ข่จะสกุ เดอื นละ 1 ใบ จากรงั ไข่แต่ละขา้ ง
สลบั กนั ทุกเดอื น
2. สรา้ งฮอรโ์ มนเพศหญงิ ซงึ่ มีอยู่หลายชนดิ ที่สาํ คญั ไดแ้ ก่
- อสี โทรเจน (Estrogen) ทาํ หนา้ ท่ีเกย่ี วกบั มดลกู ช่องคลอด
ต่อมนาํ้ นม และควบคุมการเกดิ ลกั ษณะต่างๆของเพศหญงิ
- โพรเจสเทอโรน (Progesterone) เป็ นฮอรโ์ มนท่ีทาํ งาน
ร่วมกบั อสี โทรเจนในการควบคุมเกย่ี วกบั การเจรญิ ของมดลกู การเปลยี่ นแปลงเยอื่
บมุ ดลกู เพอ่ื เตรยี มรบั ไข่ที่ผสมแลว้
ระบบสืบพนั ธ์ุเพศหญงิ
2) ท่อนาํ ไข่ (Oviduct) หรอื ปี กมดลกู
เชอื่ มต่อระหว่างรงั ไข่ทง้ั สองขา้ งกบั
มดลกู เป็ นทางผ่านของไข่ท่ีออกจากรงั
ไข่เขา้ ส่มู ดลกู โดยมีปลายขา้ งหนง่ึ เปิ ด
อยูใ่ กลก้ บั รงั ไข่ เรยี กว่า ปากแตร
(Funnel) บดุ ว้ ยเซลลข์ นสน้ั ๆทาํ
หนา้ ที่ พดั โบกไข่ท่ีตกมาจากรงั ไข่ให้
เขา้ ไปในท่อนาํ ไข่
ระบบสืบพนั ธ์ุเพศหญงิ
3) มดลกู (Uterus) มีขนาดกวา้ ง 2
น้วิ ยาว 3 น้วิ และหนา 1 น้วิ อยู่ใน
ช่องทอ้ งนอ้ ย ผนงั ยดื หดไดม้ ากเป็ น
พเิ ศษ และขยายตวั ไดม้ ากในเวลา
ตง้ั ครรภ์
4) ช่องคลอด (Vagina) ผนงั ดา้ นใน
มีเยอ่ื เมือกบอุ ยู่ ยดื หดไดด้ ี ที่ปากช่อง
คลอดมีกลา้ มเน้อื หูรดู สามารถบงั คบั
ได้
ประจาํ เดอื น รอบเดอื น หรอื ระดู (Menstruation cycle)
- เลอื ดและเน้อื เยอ่ื ต่างๆ ที่หลดุ ลอกออกจากเยอ่ื บโุ พรงมดลกู หรอื เยอื่ บุ
มดลกู
• เป็ นผลจากการเปลยี่ นแปลงของระดบั ฮอรโ์ มนเพศหญงิ
• สมั พนั ธ์กบั การตกไข่
• เกดิ ประมาณเดอื นละครง้ั จงึ ถูกเรยี กว่า ประจาํ เดอื น
ประจาํ เดอื น (Menstrual cycle)
เกดิ ข้นึ ภายใตก้ ารควบคุมของระบบต่อมไรท้ ่อ โดยในแต่ละรอบเดอื นใช้
เวลาประมาณ 28 วนั ดงั น้ี
• 1. รงั ไข่ (Ovary) : ปกติการที่ไข่สกุ และออกจากรงั ไข่เขา้ สทู่ ่อนาํ ไข่
ในช่วงกงึ่ กลางของรอบเดอื น ถา้ นบั วนั แรกที่มีประจาํ เดอื นเป็ นวนั ที่ 1
การตกไข่จะเกดิ ข้นึ ประมาณ วนั ที่ 14 ครงั้ ละ 1 ฟอง/รอบเดอื น
ประจาํ เดอื น (Menstrual cycle)
• 2. ผนงั มดลกู (Endometrium) : ช่วงตน้ ของรอบเดอื นจะบางแลว้ จะ
ค่อยๆ หนาข้นึ ตอนท่ีมีการตกไข่ หากไม่มีการฝังตวั ของตวั อ่อน จะ
สลายไป เป็ นประจาํ เดอื น
ประจาํ เดอื น (Menstrual cycle)
3. ระดบั ฮอรโ์ มน : มีการเปลยี่ นแปลงของฮอรโ์ มนท่ีเกย่ี วขอ้ งในแต่ละช่วงเวลา คอื
ก่อนการตกไข่ ขณะตกไข่ และหลงั ตกไข่ โดย
– ฮอรโ์ มนท่ีเกยี่ วขอ้ ง ไดแ้ ก่ FSH (Follicle Stimulating Hormone),
– LH (Lutinizing Hormone), เอสโตรเจน (Estrogen)
– โปรเจสเตอโรน (Progeterone)
Menopause (เมโนพอส)
• คอื การหมดของระดอู ย่างถาวร
ของสตรี เนอ่ื งจากรงั ไข่หยุด
ผลติ ฮอรโ์ มนเพศ โดยนบั จาก
การไม่มีระดตู ดิ ต่อกนั เป็ น
ระยะเวลาหนง่ึ ปี เต็ม ทาํ ใหส้ ตรี
เขา้ สวู่ ยั ท่ีไม่สามารถมีบตุ รไดอ้ กี
ต่อไป
• อายุเฉลยี่ ของวยั Menopause
สาํ หรบั สตรไี ทย คอื 45 ปี บาง
คนอาจเขา้ สวู่ ยั น้ตี ง้ั แต่อายุ 40
เกรวม่ิ ่าเมบื่อางอคานยอุปารจะมมีอาาณกา5ร0ชา้ปีคอื
การตง้ั ครรภ์ (Pregnancy)
การปฏสิ นธิ (Fertilization)
: การปฏสิ นธิภายนอกร่างกาย และการปฏสิ นธิภายในร่างกาย
• การปฏสิ นธิภายนอกร่างกาย / การทาํ เดก็ หลอดแกว้ / IVF
(In-vitro Fertilization)
– เป็ นการนาํ ไข่และอสจุ มิ าผสมกนั ใหเ้ กดิ การปฏสิ นธิ
ภายนอกร่างกายในหอ้ งปฏบิ ตั ิการ จากนน้ั จงึ จะนาํ ไข่ท่ีไดร้ บั
การผสมแลว้ (ตวั อ่อน) ยา้ ยกลบั เขา้ ไปในมดลกู ของฝ่ าย
หญงิ เพอื่ ใหเ้ กดิ การตงั้ ครรภต์ ่อไป
การปฏสิ นธิ (Fertilization)
• การปฏสิ นธิภายในร่างกาย
–อสจุ เิ ขา้ ไปผสมกบั เซลลไ์ ข่ภายในร่างกาย ของเพศเมีย หลงั จากนน้ั
ไข่ท่ีผสมแลว้ กจ็ ะเจรญิ เตบิ โตในร่างกายของเพศเมีย ทาํ ใหเ้ พศเมีย
ตงั้ ทอ้ ง และเมื่อทอ้ งแก่จนไดร้ ะยะเวลาคลอดกจ็ ะออกลกู มามี
ลกั ษณะเหมือนเผ่าพนั ธ์ุเดมิ
การปฏสิ นธิ (Fertilization)
• หญงิ สามารถมีบตุ รหลงั จากมีประจาํ เดอื นแลว้ 3 ปี โดยเฉลยี่ หญงิ มีบตุ รได้
เม่ืออายุประมาณ 17 ปี
• มารดาท่ีอายุยงั นอ้ ยจะใหบ้ ตุ รผดิ ปกติเนอื่ งจากสภาพทางสรรี วิทยาของ
ร่างกายยงั ไม่พรอ้ มท่ีจะมีบตุ ร
• อสจุ เิ จาะเขา้ ไปผสมกบั ไข่โดยอาศยั เอนไซมจ์ ากสว่ นหวั ของอสจุ ไิ ปย่อยเยอื่
หุม้ ไข่ (Corona radiata)
• หลงั จากการผสมแลว้ เรยี กว่า ไซโกต(Zygote) จะเคลอ่ื นตวั มาฝังตวั ที่ผนงั
ชนั้ ในสดุ ของมดลกู
ปัจจยั ที่จาํ เป็ นสาํ หรบั การมีชวี ิตอยู่ของทารกในครรภ์
1. รก (Placenta)
– เชอื่ มระหว่างเอม็ บรโิ อกบั ผนงั
มดลกู
– มีเสน้ เลอื ดมาเล้ยี งมากมาย
– ติดต่อระหว่างแม่ลกู เพอ่ื รบั อาหาร
แลกเปลย่ี นแกส๊ และขบั ของเสยี
2. สายสะดอื (Umbilical Cord)
– เชอื่ มระหว่างทารกกบั รก
3. ถุงนา้ํ คลาํ่ (Amnion)
– หุม้ เอม็ บรโิ อ
– บรรจุนาํ้ คลาํ่ ป้ องกนั การกระทบ
กระเทือน
4. อาหารและอากาศ
– ผ่านทางรก และสายสะดอื
การตรวจสอบการตงั้ ครรภ์
• เป็ นการตรวจหาฮอรโ์ มน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ซง่ึ เป็ นฮอรโ์ มนที่หลง่ั
มาจากรก ฮอรโ์ มนน้จี ะเรม่ิ ผลติ หลงั จากที่เกดิ การปฏสิ นธิแลว้ 6 วนั และข้นึ สงู สดุ 8-12
สปั ดาหด์ งั นนั้ เวลาท่ีควรจะตรวจทดสอบการตงั้ ครรภค์ อื 1 เดอื นหลงั ประจาํ เดอื นครง้ั สดุ ทา้ ย
การคลอด (Normal vaginal delivery)
• ต่อมใตส้ มองจะหลง่ั ฮอรโ์ มนออกซโิ ทซนิ (oxytocin hormone) ไปกระตนุ้ กลา้ มเน้อื มดลกู
บบี ตวั อย่างแรง ร่วมกบั การหดตวั ของกลา้ มเน้อื หนา้ ทอ้ ง ทาํ ใหป้ ากมดลกู เปิ ดและดนั ให้
ทารกออกมาทางช่องคลอด
ความผดิ ปกติของการตง้ั ครรภ์
• ฝาแฝด
• การแท้ง
• การคลอดก่อนกาํ หนด
• การท้องนอกมดลูก
• ความพกิ ารแต่กาํ เนิด
ฝาแฝด (Twins)
• เกดิ จากการแบ่งเซลลข์ องไข่ที่ไดร้ บั การผสมแลว้ ผดิ ปกติ / การสกุ ของไข่ผดิ ปกติ
• แบ่งออกเป็ น 2 ลกั ษณะ คอื
1. ฝาแฝดแท้ (Indentical Twins) 2. ฝาแฝดเทียม (Fraternal Twins)