The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดทำโดย
คณะอนุกรรมการฝึกภาคปฏิบัติ 2
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12121
โทรศัพท์ 02-696-5504 โทรสาร 02-986-8323
Website : http://www.socadmin.tu.ac.th
ออกแบบรูปเล่ม ณัฐนรี ช่วยวัฒนะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Faulty Of Social Administration, 2022-11-28 05:31:20

คู่มือการฝึกภาคปฏิบัติ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จัดทำโดย
คณะอนุกรรมการฝึกภาคปฏิบัติ 2
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12121
โทรศัพท์ 02-696-5504 โทรสาร 02-986-8323
Website : http://www.socadmin.tu.ac.th
ออกแบบรูปเล่ม ณัฐนรี ช่วยวัฒนะ

คู่มอื การฝึกภาคปฏบิ ัติ 2
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2565

กองบรรณาธิการ ผชู้ ว่ ยคณบดีฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบตั ิ
อาจารย์ปฐมพร สันติเมธี อนกุ รรมการ
รองศาสตราจารย์ ดร.ศริ ินทรร์ ัตน์ กาญจนกญุ ชร อนุกรรมการ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ป่นิ หทยั หนนู วล อนุกรรมการ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ พิมพฉ์ ตั ร รสสุธรรม อนกุ รรมการ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จิรพรรณ นฤภัทร อนุกรรมการ
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา รอดแก้ว อนกุ รรมการ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ รณรงค์ จนั ใด อนุกรรมการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธัญญาภรณ์ จันทรเวช อนกุ รรมการ
อาจารย์ ดร.วิไลลกั ษณ์ อยสู่ าราญ อนุกรรมการ
อาจารย์กรุณา ใจใส อนุกรรมการ
อาจารยป์ ุณิกา อภริ กั ษ์ไกรศรี อนกุ รรมการและเลขานกุ าร
นางสาวนศิ า สขุ ประเสรฐิ อนุกรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
นายธญั จธ์ นิน เลาหสขุ ไพศาล

จัดทาโดย

คณะอนกุ รรมการภาคปฏบิ ตั ิ 2

คณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธนิ ตาบลคลองหนึ่ง อาเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทุมธานี 12120

โทรศัพท์ 02-696-5504 โทรสาร 02-986-8323

Website : http://www.socadmin.tu.ac.th

พมิ พค์ รัง้ ที่ 1 พฤศจิกายน 2565

จานวน 100 เลม่

พมิ พท์ ่ี จรัญสนิทวงศก์ ารพิมพ์ จากดั

คานา

การฝึกภาคปฏิบัติเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สาคัญในหลักสูตรการศึกษา
สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เป็นการนาความรู้ที่ได้ศึกษาในห้องเรียน ไปปฏิบัติใน
สถานการณจ์ รงิ นกั ศึกษาตอ้ งประยุกต์ใช้ท้ังองค์ความรู้ วธิ ีการ เทคนิค ทักษะในการ
ปฏิบัติงาน โดยการฝึกภาคปฏิบัติเสมือนเป็นสนามของการสร้างเสริมทัศนคติท่ี
เหมาะสมต่อการทางานสงั คมสงเคราะห์ในองค์กรและชุมชน ภายใตก้ ารกากบั ดแู ลของ
อาจารยน์ ิเทศงานและหนว่ ยฝึกภาคปฏิบตั อิ ย่างใกลช้ ดิ

ด้วยความสาคัญดังกล่าวข้างต้น กระบวนการฝึกภาคปฏิบัติจึงจาเป็นต้องมี
แนวทางการทางานท่ีชัดเจนสาหรับผู้ที่เก่ียวข้อง ท้ังนักศึกษาที่จะต้องฝึกภาคปฏิบัติ
อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม อาจารยน์ เิ ทศงานในคณะ ผบู้ ริหารองค์กรและหนว่ ยงานท่ี
เกย่ี วข้อง คมู่ อื ฉบบั นีจ้ งึ ครอบคลมุ ความรับผดิ ชอบของผทู้ ีเ่ กย่ี วข้องทุกฝ่าย ขั้นตอนการ
ทางาน แนวทางการนเิ ทศงาน การประเมินผลการศึกษาภาคปฏิบัติ และแนวทางการ
เขียนรายงาน นอกจากนั้นยังให้ความสาคัญกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคม
สงเคราะห์เพอื่ เปน็ แนวทางให้นักศึกษาในการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิร่วมกับชมุ ชน

คณะอนุกรรมการภาคปฏิบัติ 2 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ หวังว่าคู่มือ
ฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องกับการฝึกภาคปฏิบัติ และเป็นประโยชน์
ต่ อ ก า ร ย ก ร ะ ดั บ ม า ต ร ฐ า น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ข อ ง นั ก ศึ ก ษ า แ ล ะ
ผู้ท่ีปฏิบัติงานในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และขอขอบคุณหน่วยงานฝึกภาคปฏิบัติและ
อาจารย์นิเทศงานทั้งภาคสนามและของคณะ ที่มีบทบาทสาคัญต่อการสร้าง
สภาพแวดล้อมของการเรยี นรแู้ ละฝกึ ปฏิบัตสิ าหรับนักศึกษา เพ่ือใหเ้ ตบิ โตไปสกู่ ารเปน็
นักสงั คมสงเคราะหว์ ิชาชพี ต่อไป

กองบรรณาธกิ าร

สารบัญ 1
3
หมวดที่ 1 การฝึกภาคปฏิบตั ิคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ 8
1.1 ภาพรวมหลกั สตู รการฝึกภาคปฏบิ ัติ 9
1.2 นโยบายการฝึกภาคปฏบิ ัติ 13
1.3 โครงสร้างของการฝึกภาคปฏิบตั ิ 14
1.4 หน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบของฝา่ ยต่าง ๆ ในการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 15
1) คณะกรรมการฝ่ายการศกึ ษาภาคปฏบิ ตั ิ 16
2) คณะอนกุ รรมการภาคปฏิบัติ 2 18
3) อาจารยน์ เิ ทศงานในคณะ 21
4) อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนามฯ 25
5) นกั ศึกษา 26
1.5 ข้นั ตอนการฝกึ ภาคปฏบิ ัติสาหรบั นกั ศึกษา 28
1.6 ข้อควรปฏบิ ัตแิ ละข้อควรระวังในการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 30
1.7 ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิและขอ้ ควรระวงั ในการฝึกภาคปฏิบัติ 33
1.8 แนวทางการประเมินผลการปฏบิ ตั ิ 35
36
หมวดที่ 2 การฝึกภาคปฏิบตั ิ 2 38
2.1 คาอธบิ ายรายวิชาและวตั ถุประสงคข์ องการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 39
2.2 ปฏทิ ินการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 ปกี ารศึกษา 2565
2.3 ผังกระบวนการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 44
2.4 แนวทางการฝึกภาคปฏบิ ัตแิ ละการนเิ ทศงาน 53
2.5 การจดั สมั มนาการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 2 63
(อบรม/ปฐมนเิ ทศ/มชั ฌิมนเิ ทศ/ปจั ฉิมนิเทศ)
2.6 การจดั ทารายงานการฝึกภาคปฏบิ ัติ 2 77
79
หมวดที่ 3 หลกั การและหลกั ปฏบิ ตั ิ 95
หมวดที่ 4 รายช่ือคณาจารยน์ เิ ทศงานและนกั ศกึ ษาฝึกภาคปฏิบตั ิ 2 101

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
รายชอ่ื คณาจารยน์ เิ ทศงานและนักศึกษาฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 ศูนยร์ ังสติ
รายช่อื คณาจารยน์ เิ ทศงานและนกั ศกึ ษาฝึกภาคปฏิบัติ 2 ศนู ยลาปาง
หมวดที่ 5 การตดิ ต่อคณะอนุกรรมการภาคปฏบิ ตั ิ 2

หมวดท่ี 6 ภาคผนวก 105
ภาคผนวก ก แบบบนั ทกึ การนิเทศงานของอาจารยน์ เิ ทศงานในคณะ 107
ภาคผนวก ข แบบประเมินการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 2 108
ภาคผนวก ค แบบประเมนิ การนิเทศงานอาจารย์นเิ ทศงานในคณะ 112
ภาคผนวก ง แบบประเมนิ พน้ื ท่ฝี ึกภาคปฏบิ ัติ 2 115
ภาคผนวก จ แนวทางการจดั ทารายงานประจาวนั /สปั ดาห์ 117
ภาคผนวก ช แนวทางการจัดทารายงานฉบบั สมบรู ณ์ 118

หมวดท่ี 1

1.1 ภาพรวมหลักสูตรการฝึกภาคปฏิบัติ

การศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตบัณฑิตให้สามารถ
บูรณาการองค์ความรู้ ทัศนคติ และทักษะทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และประยุกตใ์ ช้
เคร่ืองมือการทางานทางวิชาชีพในการทางานกับคน องค์กร ท้องถ่ิน ชุมชน สังคม
ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาคสากล รวมทั้งสามารถทางานแบบสหวิชาชีพได้อย่างเหมาะสม
และความสามารถพัฒนากลวิธีการทางานใหม่ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่
เปล่ยี นแปลงตลอดเวลา

การศึกษาในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประกอบดว้ ยภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัติ โดยการฝกึ ภาคปฏบิ ัตเิ ป็นหัวใจของการศึกษา
สังคมสงเคราะห์ เน่ืองจากประสบการณ์จากการฝึกภาคปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ
ท่ีสาคัญในการพัฒนาคุณสมบัติและศักยภาพทางวิชาชีพของนกั ศึกษาท่ีกาลงั จะก้าวไป
เป็นนักสังคมสงเคราะห์ในอนาคต โดยเป็นปัจจัยสาคัญในการปลูกฝังความรู้ เจตคติ
ทักษะ ค่านิยม และจริยธรรมของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ รวมท้ังเป็น “พื้นท่ี”
ของการฝึกให้นักศึกษาเข้าใจอย่างลึกซ้ึงถึงการสะท้อนความสัมพันธ์เช่ือมโยงระหว่าง
ความร้แู ละการปฏบิ ัติ ซ่ึงสามารถจดั การความรูไ้ ด้จากฐานการปฏบิ ัติงานจรงิ

แม้หน่วยฝึก/ชุมชน มีความแตกต่างด้านมิติทางสังคม รูปแบบการทางาน
รวมท้ังแนวทางการจัดสวัสดิการ แต่ประสบการณ์ท่ีได้เรียนรู้ร่วมกันในกระบวนการ
ฝึกภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การปฐมนิเทศ มัชฌิมนิเทศ และปัจฉิม
นิเทศ รวมท้ังการสัมมนาหลังจากการฝึกภาคปฏิบัติ และการประเมินร่วมกันระหว่าง
อาจารย์นิเทศงานและนักศึกษา จะสามารถสะท้อนวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่สาคัญ
รวมทั้งสอดคล้องกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษาของคณะสังคมสงเคราะห์
ศาสตร์ ในมิติก้าวทันโลกทันสังคม การส่ือสารอย่างสร้างสรรค์และทรงพลัง การเป็น
ผู้นาและการทางานเป็นทีมสหวิชาชีพ ตลอดจนการมีจิตวิญญาณธรรมศาสตร์
นอกจากน้ันยังต้องสอดคล้องกับคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของนักศึกษาคณะสังคม

3

สงเคราะห์ศาสตร์ ท้ังในด้านความรู้ด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (Knowledge) มี
ทัศนคติเชงิ บวกในการทางานกับคนและสังคม (Attitude) มีทักษะการปฏิบตั งิ านสังคม
สงเคราะห์ (Skills) และความสามารถการปฏิบัติงานทางวิชาชีพ (Competency) ดัง
ตารางตอ่ ไปนี้

1. มีความรูด้ ้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (Knowledge)

ตัวชวี้ ดั 1 ช้นั ปีที่ 4
 23 
1. มีความรูท้ างวิชาการดา้ นสังคมสงเคราะห์ สวสั ดกิ าร   
สงั คม พฒั นาสงั คม กฎหมายและศาสตร์ท่ีเกีย่ วข้อง
  
2. มคี วามรทู้ ีท่ นั สมยั เท่าทันการเปลย่ี นแปลงของโลก 
และสังคม  

3. มคี วามรพู้ ้นื ฐานการปฏบิ ัติงานสงั คมสงเคราะหร์ ะดบั  
จลุ ภาค (เฉพาะราย /กลมุ่ ชน) 
 
4. มีความรู้เฉพาะการปฏบิ ตั ิงานสังคมสงเคราะห์ใน
องคก์ ร/ชมุ ชน/การบรหิ าร/นโยบายสวสั ดกิ ารสังคม 

5. มคี วามรูด้ ้านการวจิ ยั ทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ัตงิ านสงั คม 
สงเคราะห์ 

6. มีความรเู้ ชงิ บูรณาการเพื่อการปฏิบตั ิงานเชงิ สห 
วชิ าชีพ

7. มกี ารพฒั นาองคค์ วามรไู้ ปสกู่ ารสร้างนวตั กรรมสังคม
8. มกี ารจัดการความรู้ท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ การนาไปใชง้ าน

ในองค์กร
9. มคี วามรดู้ ้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื พัฒนา

ระบบงานสังคมสงเคราะห์
10. มีความรูด้ า้ นภาษาอยา่ งนอ้ ย 2 ภาษาทใี่ ชป้ ฏบิ ตั งิ าน

สงั คมสงเคราะห์

4

2. มที ัศนคตเิ ชิงบวกในการทางานกับคนและสงั คม (Attitude)

ตัวชว้ี ดั ชั้นปีท่ี 4
123 

11. การเข้าใจคนตามสภาพความเป็นจรงิ ไม่มอี คติ   

12. การยอมรับและเคารพในความแตกตา่ ง หลากหลาย    

ของวฒั นธรรมและสังคม 

13. คดิ บวก มองโลกตามความเปน็ จรงิ  

14. คดิ เปน็ ระบบ จดั ลาดบั ความสาคญั ของงาน  

15. คดิ แก้ไขปญั หาการทางานสังคมสงเคราะห์ 

16. คดิ วิเคราะหป์ ัจจยั ทเ่ี ก่ียวข้องกับการทางาน 

สงั คมสงเคราะห์

17. คิดบรู ณาการเชือ่ มโยงการทางานกับองค์กร 

18. มที ัศนคติที่ดีในการปฏบิ ตั งิ านสงั คมสงเคราะห์ 

19. การคานึงถึงประโยชนส์ งู สุดของผใู้ ชบ้ รกิ าร 

20. การรักษาความลบั ของผใู้ ช้บริการ องค์กร และไม่นา 

ข้อมูลไปส่ือสารหรอื เผยแพรต่ ่อสาธารณะโดยไม่ได้

รบั อนุญาต

3. มีทกั ษะการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ (Skills)

ตวั ชว้ี ดั ช้นั ปที ่ี
1234

21. การสร้างสัมพันธภาพทางวชิ าชีพ 

22. การรับแจ้งเบอ้ื งต้น/แรกรบั 

23. การแสวงหาขอ้ เทจ็ จริง/การสืบค้นขอ้ เทจ็ จรงิ 

24. การศกึ ษาชมุ ชนอย่างละเอยี ดและรอบด้าน 

25. การประเมินผูใ้ ชบ้ ริการ ครอบครวั ชุมชนอย่างรอบ 

ด้าน

26. การประเมินปจั จยั เส่ยี ง ความตอ้ งการ ศักยภาพ 

ความเข้มแขง็ ของกลมุ่ เป้าหมาย

5

ตัวชว้ี ดั ช้นั ปีที่
1234

27. การใช้เครอ่ื งมือการประเมนิ บคุ คล ครอบครวั กลุ่ม 

ไดถ้ ูกต้อง

28. การใชเ้ ครอื่ งมอื การทางานกับชุมชน 

29. การวิเคราะหข์ อ้ มูล สถานการณ์ ปญั หาและบริบท 

ทางสังคม

30. การวางแผนการจดั การรายกรณี/กลุ่ม/ชุมชน/ 

องคก์ ร

31. การวางแผนการทางานกับชุมชน 

32. การจดั ทาโครงการ/กจิ กรรมทสี่ อดคล้องกบั แผนงาน 

33. การดาเนินงานตามแผนการจัดการรายกรณี 

34. การใหค้ าปรึกษาแนะนากับผใู้ ชบ้ ริการและครอบครัว 

35. การประสานงานกับหนว่ ยงานท่เี กย่ี วขอ้ งเพอื่ 

จดั บริการทางสงั คม

36. การระดมทรพั ยากรทางสงั คมเพอื่ จัดบรกิ ารทาง 

สังคม

37. การสัมภาษณผ์ ใู้ ชบ้ ริการ ครอบครวั และผู้เกี่ยวข้อง 

38. การเยีย่ มบา้ น 

39. การเข้าร่วม Case Conference กับทีมสหวิชาชพี 

40. การเสรมิ พลงั และพทิ ักษ์สิทธิกลมุ่ เป้าหมาย 

41. การสง่ เสริม สนบั สนนุ คุม้ ครองสวสั ดภิ าพ 

กลุ่มเป้าหมาย/ชุมชน

42. การทางานเปน็ ทมี /ทีมสหวิชาชพี 

43. การจดั การความขัดแยง้ ในชมุ ชน 

44. การเจรจาต่อรอง/การไกล่เกลี่ย 

45. การวจิ ยั เพ่ือพฒั นาบรกิ ารทางสงั คม 

46. การบันทึก/การรายงานการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 

47. การนาเสนองานตอ่ สาธารณะอยา่ งสรา้ งสรรค์ 

6

ตัวชว้ี ดั ชนั้ ปีที่
1234
48. การผลกั ดันใหเ้ กิดมาตรการ/แนวทาง/ขอ้ ตกลง/
กติกาของการทางานกบั กลุม่ เปา้ หมาย/ชุมชน/พ้ืนที่ 

49. การส่งตอ่ กบั หนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง 
50. การถอดบทเรียน /การจัดการความรู้ 

4.ความสามารถการปฏิบัตงิ านทางวิชาชพี (Competency)

ตวั ชี้วดั ช้ันปีที่ 4
123 

51. สามารถทางานรว่ มกับผูอ้ ื่น  

52. สามารถจดั การ วิเคราะหแ์ ละแก้ไขปญั หา 

53. สามารถวเิ คราะหข์ อ้ มลู อย่างเปน็ ระบบ  

54. สามารถบูรณาการความรูว้ ธิ กี ารทางสงั คมสงเคราะห์  

ไปสกู่ ารปฏิบตั ิงาน

55. สามารถสอ่ื สาร และแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสม   

56. สามารถใชเ้ ทคโนโลยีมาพัฒนาระบบงานในองค์กร   

57. สามารถทางานเปน็ ทีม 

58. สามารถทางานทีมสหวิชาชพี 

59. สามารถวางแผนบรกิ ารท่คี รอบคลุมด้านการป้องกัน/ 

แกไ้ ข/ฟ้ืนฟ/ู คุ้มครอง/พฒั นา/พิทักษ์สิทธิ

กลมุ่ เปา้ หมาย

60. สามารถประสานเครอื ขา่ ยทางสงั คมในการจัดบรกิ าร 

ทางสังคมกับกลุ่มเป้าหมาย

61. สามารถจัดการความขดั แยง้ ในการทางาน 

สังคมสงเคราะห์

62. สามารถผลักดนั ใหเ้ กดิ แนวทาง กตกิ า มาตรการทาง 

สังคม

63. สามารถใชง้ านวิจยั ไปพฒั นาการจดั บรกิ ารทางสังคม 

7

ตัวชว้ี ดั ช้นั ปีท่ี
1234

64. สามารถเป็นผูน้ าการเปลย่ี นแปลง 

65. สามารถใชท้ กั ษะและเทคนคิ พน้ื ฐานในการปฏิบัตงิ าน  

สังคมสงเคราะห์

66. สามารถใชท้ กั ษะและเทคนคิ ขนั้ กลางในการ 

ปฏบิ ัตงิ านสงั คมสงเคราะห์

67. สามารถใชท้ ักษะและเทคนิคข้ันสูงในการปฏิบัตงิ าน 

สงั คมสงเคราะห์

68. สามารถสร้างเครอื่ งมอื การปฏบิ ตั งิ านสงั คม 

สงเคราะห์

69. สามารถสร้างนวัตกรรมทางสงั คมมาพัฒนา 

ระบบงานสังคมสงเคราะห์

1.2 นโยบายการฝึกภาคปฏิบัติ
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มนี โยบายการฝกึ ภาคปฏิบัตดิ ังนี้
1) มุ่งให้นักศึกษามีโอกาสศึกษาในหน่วยงานและชุมชน เพื่อการเรียนรู้

ฝึกฝนทักษะตามความสนใจของตนเอง และใช้โอกาสในการฝึกภาคปฏิบัติอย่างมี
คณุ ภาพ เพือ่ พฒั นาความรู้ ทักษะ ความสามารถเชงิ วชิ าชพี จากการศึกษาทางวิชาการ
ไปสู่การปฏิบัตงิ านทีม่ คี ุณภาพตอ่ การประกอบอาชพี ในอนาคต

2) มุ่งให้คณาจารย์ นักศึกษา รวมถึงหน่วยงานและชุมชนภาคีเครือข่าย
ผู้ปฏิบัติงานทางสังคมสงเคราะห์ ได้มีโอกาสแลกเปล่ียนเรียนรู้ เกี่ยวกับองค์ความรู้
ทักษะ เทคนิคการปฏิบัติงานใหม่ๆ ทางสังคมสงเคราะห์ เพื่อนาไปสู่การพัฒนา
การเรียนการสอนและการปฏิบัตงิ านรว่ มกนั

3) ส่งเสริมให้หน่วยงานและชุมชนท่ีรับฝึกภาคปฏิบัติมีส่วนร่วมในการ
พัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ที่จะนาไปสู่การ
เป็นนกั สังคมสงเคราะห์วิชาชพี ท่มี คี ุณภาพไปปฏิบัตงิ านเพือ่ สงั คม

8

1.3 โครงสรา้ งของการฝึกภาคปฏิบตั ิ

หลกั สตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบณั ฑิต พ.ศ.2559 ไดก้ าหนดรายวชิ าท่ี

เกยี่ วขอ้ งกับการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิไว้ ดงั ต่อไปนี้

สว่ นที่ 1 วิชาบังคบั ภาคปฏบิ ัติ 4 วชิ า ไดแ้ ก่

สค.201 การดงู านและการสมั มนา 3 หน่วยกติ

สค.202 การฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 1 6 หนว่ ยกติ

สค.301 การฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 2 6 หน่วยกิต

สค.401 การฝึกภาคปฏิบตั ิ 3 6 หน่วยกิต

โดยมรี ายละเอยี ดรายวชิ าดังต่อไปน้ี

สว่ นท่ี 1 วิชาบงั คับภาคปฏบิ ัติ 4 วิชา

กระบวนการศึกษาฝึกภาคปฏิบัติเร่ิมจากการศึกษาดูงานหน่วยงานทาง

สังคมสงเคราะหแ์ ละสวสั ดกิ ารสงั คม เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดความเข้าใจเบ้ืองต้นในการ

ใหบ้ ริการโดยตรงกับผู้ใช้บริการท่ใี ช้วิธกี ารทางสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย กลมุ่ ชน และ

ชุมชน จากน้ันเป็นการฝึกงานบนฐานองค์กร เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการทางาน

สังคมสงเคราะห์เฉพาะรายและกลุ่มชนในองค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น และ

การฝึกงานบนฐานชุมชน เพ่ือให้นักศึกษาเรียนรู้การทางานกับชุมชน และการ

ดาเนินงานเพ่ือความเป็นธรรมทางสังคมในระดับท้องถิ่น โดยมีรายละเอียดของแต่ละ

วชิ าดังน้ี

1) สค. 201 การดูงานและการสมั มนา 3 หนว่ ยกติ

SW 201 Field Visits and Seminars

(เฉพาะนักศกึ ษาสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์)

วชิ าบังคบั กอ่ น : สอบได้ สค.111

การปฏิบัติงานขององค์การสังคมสงเคราะห์ และองค์การสวัสดิการสังคม

องค์การพัฒนาเอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์กร

ภาคประชาชน องค์กรธรุ กจิ เอกชน ผ้ปู ระกอบการทางสังคม เพ่อื เรยี นรู้ระบบงานสังคม

9

สงเคราะห์ ทั้งในระดับนโยบาย การบริหารงาน การปฏิบัติงานขององค์การที่มีความ
หลากหลายของสังคมไทย เสริมสร้างทัศนคติทางวิชาชีพที่ดีของนักศึกษา และ
จรยิ ธรรมของวิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ (มีการศึกษาดูงาน)

2) สค. 202 การฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 1 6 หนว่ ยกติ
SW 202 Field Practicum 1
(เฉพาะนกั ศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์)
วิชาบังคบั กอ่ น : สอบได้ สค.201 และ สค.223

การฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์เฉพาะรายและกลุ่มชนผ่านการทางาน
ผสมผสานในระดบั องค์กร โดยอาศยั พนื้ ฐานแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการปฏบิ ตั ิงาน
สงั คมสงเคราะห์ ทกั ษะทางวิชาชีพ โดยใหค้ วามสาคัญกบั การวเิ คราะหเ์ พอ่ื พัฒนาทง้ั รปู
แบและวิธีการใหบ้ ริการอย่างมมี าตรฐาน และจรรยาบรรณทางวิชาชพี ท่ีสอดคล้องกับ
บริบทของสังคมไทย

3) สค. 301 การฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 6 หน่วยกิต
SW 301 Field Practicum 2
(เฉพาะนักศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร)์
วชิ าบงั คับก่อน : สอบได้ สค. 202 และ สค. 311

การฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนและกลุ่มชน โดยประยุกต์ใช้ทักษะ
หลักการ แนวคิดและทฤษฎสี งั คมสงเคราะหแ์ บบผสมผสาน ในการทางานชุมชนหลาย
ลักษณะท้ังเมือง กึ่งเมืองก่ึงชนบท ชนบทชุมชนแออัดกลุ่มชาติพันธ์ุ ฯลฯ ครอบคลุม
การศึกษาและการวิเคราะห์ชุมชน การวางแผน การปฏิบัติการตามแผนงาน การ
ประเมินผล การพฒั นากลยทุ ธใ์ นการทางานกบั ชมุ ชน และการระดมการมสี ่วนร่วมของ
ป ร ะ ช า ช น ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ต า ม ม า ต ร ฐ า น แ ล ะ จ ริ ย ธ ร ร ม ท า ง วิ ช า ชี พ
(ฝกึ ภาคสนาม 360 ชั่วโมง ตลอดภาคการศกึ ษา)

10

4) สค. 401 การฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 3 6 หน่วยกติ
SW 401 Field Practicum 3
(เฉพาะนักศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์)
วชิ าบงั คับกอ่ น : สอบได้ สค. 301 สค.313 และ สค. 314

การประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎี หลักการ วิธีการสังคมสงเคราะห์อย่าง
ผสมผสาน ผ่านโครงการทางสังคมเพ่ือฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์อย่างลึกซึ้ง
ท้ังกลยุทธ์และกลวิธีการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์โดยตรงและโดยอ้อม ท้ังระดับ
จุลภาคเชื่อมโยงกับมัชฌิมภาคและระดับมหาภาค ในองค์การสังคมสงเคราะห์ท้ังใน
และต่างประเทศ หรือการทางานสังคมสงเคราะห์ตามประเดน็ สาคญั ทางสังคม อย่างมี
มาตรฐาน และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ (ฝึกภาคสนาม 570 ช่ัวโมง ตลอดภาค
การศกึ ษา)
ปฏทิ ินการฝึกภาคปฏบิ ัติในภาพรวม

ชน้ั ปี ภาคการศึกษาท่ี 1 ภาคการศกึ ษาที่ 2 ภาคฤดูรอ้ น

1

2 การดงู านและสัมมนา การดงู านและสมั มนา การฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 1

(สค 201) (สค 201) (สค 202)

3 การฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 2
(สค 301)

การฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 2

4 (สค 301)
การฝึกภาคปฏิบตั ิ 3

(สค 401)

หมายเหตุ การฝึกภาคปฏิบัติ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565 ภาคการศกึ ษาท่ี 2

(ช่วงเวลาระหว่าง 19 ธนั วาคม 2565 – 1 กุมภาพันธ์ 2566)

11

ท้ังน้ีกาหนดเวลาการฝึกภาคปฏิบัติในแต่ละปีจะมีรายละเอียดในปฏิทินการ
ฝึกภาคปฏิบัติประจาปีนั้น ๆ โดยการฝึกภาคปฏิบัติ 1 และ 2 ใช้เวลาครั้งละ 360
ชั่วโมง ขณะท่ีการฝึกภาคปฏิบัติ 3 ใช้เวลา 570 ช่ัวโมง รวมระยะเวลา
การฝึกภาคปฏิบัติตลอดหลักสูตร จานวน 1,290 ช่ัวโมง ในการฝึกภาคปฏิบัติแม้
รูปแบบการทางานในแตล่ ะองคก์ รและชุมชนจะมคี วามแตกต่างกัน แต่คณะฯ คาดหวงั
ให้นักศึกษาได้มีโอกาสปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์รายบุคคล รายกลุ่ม และบนฐาน
ชุมชน โดยทางานร่วมกับกลุ่มเป้าหมายท่ีหลากหลายท้ังในด้านอายุ ฐานวัฒนธรรม
ปญั หาทางสังคม และอื่น ๆ

เพ่ือให้การฝึกภาคปฏิบัติ 2 ครั้งนี้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมาก
ย่ิงข้ึน จึงได้กาหนดระยะเวลาการฝึกภาคปฏิบัติ 2 ระหว่าง 19 ธันวาคม 2565 – 1
กมุ ภาพนั ธ์ 2566

สว่ นท่ี 2 วชิ าบงั คบั กอ่ น : สอบได้ สค. 202 และ สค. 311
1) สค. 202 การฝึกภาคปฏบิ ัติ 1

SW 202 Field Practicum 1
(เฉพาะนักศกึ ษาสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร)์
วิชาบังคับก่อน : สอบได้ สค.201 และ สค.223
การฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์เฉพาะรายและกลุ่มชนผ่านการทางาน
ผสมผสานในระดับองค์กร โดยอาศยั พ้ืนฐานแนวคดิ ทฤษฎี หลกั การ วิธีการปฏบิ ัตงิ าน
สังคมสงเคราะห์ ทักษะ ทางวิชาชีพ โดยให้ความสาคัญกับการวิเคราะห์เพ่ือพัฒนาทั้ง
รูปแบและวิธีการให้บริการอย่างมีมาตรฐาน และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ที่สอดคล้อง
กบั บรบิ ทของสังคมไทย (ฝกึ ภาคสนาม 360 ชวั่ โมง ตลอดภาคการศึกษา)

12

2) สค. 311 หลักและวธิ ีการสังคมสงเคราะห์ 3
SW 311 Social Work Methodology 3
วชิ าบังคบั ก่อน : สอบได้ สค. 223

แนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธกี าร กระบวนการ กลวิธี เทคนิคและทกั ษะในการ
ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนในรูปแบบต่างๆ อย่างบูรณาการ การผนึกพลังเพื่อ
การจัดองคก์ รชุมชน เช่น ชุมชนจัดสรร ชุมชนอาคารชุด และองค์กรประชาชน การจัด
ระเบียบชุมชนภายใต้กระบวนทัศน์การมีส่วนร่วมของประชาชนและวัฒนธรรมชุมชน
การพัฒนาระบบสวสั ดกิ ารชมุ ชน และสวสั ดิการพน้ื ถิน่ เพ่ือสรา้ งหลกั ประกนั ความมน่ั คง
ของชมุ ชน เคร่ืองมือการปฏบิ ัติงานสังคมสงเคราะห์ชมุ ชน การจดั การความรู้โดยชุมชน
บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในฐานะผู้ร่วมสร้างการเปล่ียนแปลงทางสังคมสู่ความ
เป็นธรรม

1.4 หนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบของฝา่ ยต่าง ๆ ในการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ
การฝึกภาคปฏิบัติไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจาก

ฝ่ายต่าง ๆ ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง ประกอบด้วยฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นตัวแทน
ของคณะฯ ในการบริหารจัดการงานด้านการฝึกภาคปฏิบัติ หน่วยฝึก/ชุมชน และ
อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม ซงึ่ เปน็ หัวใจของการฝึกปฏิบัตใิ นพืน้ ที่ โดยเป็นหลักในการ
ถ่ายทอดความรู้ ทักษะ รวมถึงวิธีคิด วิธีปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้อง อาจารย์นิเทศงานของ
คณะทที่ างานร่วมกบั นกั ศึกษาในการนาสว่ นขององคค์ วามรู้ ทฤษฎี และหลักการเข้ามา
ผนวกกับการปฏิบัติงานจริง และส่วนท่ีเป็นศูนย์กลางของการฝึกภาคปฏิบัติ คือ
ตัวนักศึกษาท่ีเป็นเป้าหมายของการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ จากการฝึกปฏิบัติและจากการ
นเิ ทศงาน

ท้ังน้ี นอกเหนือจากหน้าที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานแล้ว ทุกฝ่ายยัง
ต้องคานึงถึงหน้าท่ีความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยอีกด้วย เนื่องจากงานสังคม
สงเคราะห์เป็นงานท่ีเก่ียวเน่ืองกับการพิทักษ์สิทธิ์และการเรยี กร้องความเป็นธรรมทาง

13

สังคมในรูปแบบต่าง ๆ และเป็นงานที่ต้องมีการติดต่อสัมพันธ์โดยตรงกับชุมชน/
ผู้ใช้บริการ ที่มีความแตกต่างหลากหลาย อันอาจจะรวมถึงคนท่ีมีอาการทางจิต
(ทั้งแบบที่แสดงออกชัดเจนและไม่ชัดเจน) และคนท่ีอยู่ในสภาวะสูญเสียประโยชน์
กอปรกับในการฝึกภาคปฏิบัติ นักศึกษาต้องไปทางานและใช้ชีวิตอยู่ในหน่วยงาน
ชุมชน หรือพ้ืนที่ท่ีอาจจะไม่คุ้นชิน ซ่ึงล้วนอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและความ
ปลอดภัยของนักศึกษา ดังนั้นจึงจาเป็นท่ีจะต้องมีการกาหนดหน้าท่ีเพื่อการส่งเสริมให้
เกิดสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยสาหรบั นกั ศกึ ษาในระหวา่ งการฝึกภาคปฏิบัตดิ ว้ ย

โดยรวมการแบ่งหน้าที่ และความรับผิดชอบของฝ่ายต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง อาจ
แบ่งให้เห็นเบอ้ื งตน้ ไดต้ ามสว่ นทเ่ี กีย่ วขอ้ ง คือ

1) คณะกรรมการฝา่ ยการศกึ ษาภาคปฏบิ ัติ
2) คณะอนุกรรมการฝึกภาคปฏิบตั ิ 2
3) อาจารยน์ ิเทศงานในคณะ
4) หน่วยฝึกและอาจารยน์ เิ ทศงานภาคสนาม
5) นกั ศกึ ษาผฝู้ กึ ภาคปฏบิ ตั ิ

1. หนา้ ทแ่ี ละความรับผดิ ชอบของฝา่ ยการศึกษาภาคปฏิบตั ิ
1) รับผิดชอบการจัดการเรียนการรู้ภาคปฏิบัติของนักศึกษาตามนโยบายของ
คณะฯ
2) กาหนดระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ สาหรับการฝึกภาคปฏิบัติ รวมท้ังกากับ
ดูแล และสนับสนุนการฝึกภาคปฏิบัติ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและบรรลุ
เป้าหมายของการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ
3) กาหนดคุณสมบัติหน่วยฝึกภาคปฏิบัติและอาจารย์นิเทศงาน ท้ังในคณะและ
ภาคสนาม รว่ มกับคณะอนฝุ กึ กรรมการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 3 2 1
4) แก้ปัญหาข้อขัดข้องในกรณีท่ีคณะอนุกรรมการ ส่งต่อปัญหามายัง
คณะกรรมการ

14

5) จัดทาทาเนียบหน่วยฝึกภาคปฏิบัติ และทาข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยฝึก
ภาคปฏิบัติ

6) ปฏบิ ัติงานอ่นื ๆ ตามทีค่ ณบดมี อบหมาย

2. หนา้ ท่แี ละความรับผิดชอบของคณะอนกุ รรมการภาคปฏิบัติ 2
คณะอนกุ รรมการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 2 มหี นา้ ทดี่ แู ลภาพรวมวชิ าในภาคปฏิบัติ
ทั้งหมด โดยครอบคลมุ เนอ้ื งานต่อไปนี้
1) รับผิดชอบการจัดการเรียนการรู้ภาคปฏิบัติของนักศึกษาตามนโยบายของ

คณะฯ
2) พจิ ารณาอาจารย์นเิ ทศงานท้ังในคณะและภาคสนาม
3) รวบรวมจัดทาทาเนียบหน่วยฝึกฯ ประสานงานกับหน่วยงานภาคสนาม

อาจารยน์ ิเทศงานทง้ั ในคณะและภาคสนาม
4) สารวจความสนใจของนักศึกษา และพิจารณาสรรหาหน่วยฝึกภาคปฏิบัติ

สาหรบั นกั ศกึ ษา
5) จัดให้มีการเตรียมความพร้อมนักศกึ ษา และคณาจารย์ ก่อนการฝึกภาคปฏิบัติ

จัดปฐมนิเทศ มัชฌิมนิเทศ และปัจฉิมนิเทศ เกี่ยวกับการฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อ
สรา้ งความเขา้ ใจร่วมกนั ของทุกฝา่ ยทเ่ี กยี่ วข้อง ทง้ั ในส่วนกลางและตา่ งจังหวัด
โดยอานวยความสะดวกกรณีการนเิ ทศงานแบบรวมกลุม่
6) รวบรวมผลการประเมินการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิของนักศึกษาเสนอคณะฯ เพื่อส่งต่อ
สานกั งานทะเบยี นนักศกึ ษา มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
7) รวบรวมข้อมูลและผลสะท้อนจากผู้ที่เก่ียวข้อง เพ่ือพัฒนาการฝึกภาคปฏิบัติ
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
8) สารวจความสนใจของนักศึกษา และพิจารณาสรรหาหน่วยงานฝึกภาคปฏบิ ตั ิ
สาหรับนกั ศกึ ษา
9) ปฏบิ ัติงานอ่นื ๆ ตามทค่ี ณบดมี อบหมาย

15

3. หน้าท่แี ละความรับผิดชอบของอาจารย์นเิ ทศงานในคณะ
อาจารย์นิเทศงานในคณะรับผิดชอบดูแลนักศึกษาฝึกปฏิบัติในภาคสนาม
โ ด ย เ ป็นผู้ส ร้ างความ ชัด เ จนเ กี่ย วกับเ ป้าหม าย การเ รี ย นรู้ของการ ฝึกภ าคปฏิบัติ
เชื่อมโยงแนวคิดทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติ และแลกเปล่ียนเรียนรู้กับอาจารย์นิเทศงาน
ภาคสนามและนักศึกษา เพื่อส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการเรยี นรขู้ องนกั ศึกษารายบุคคล

1) สร้างเสริมให้นักศึกษามีความเข้าใจในปัญหาทางสังคม พัฒนา
ความรแู้ ละปรบั ประยกุ ตค์ วามรู้ท่ีเรียนจากหอ้ งเรยี น เพอื่ ใชใ้ นการปฏบิ ัติงาน
เกิดการเรียนรู้และเห็นความเช่ือมโยงระหว่างทฤษฎีและประสบการณ์ใน
ภาคปฏบิ ัติ

2) ให้คาแนะนา ปรึกษาแก่นักศึกษา เกี่ยวกับการฝึกภาคปฏิบัติ
วัตถุประสงค์ กฎระเบียบต่าง ๆ ตลอดจนการเขียนบันทึก และการจัดทา
รายงาน ผ่านการนิเทศงานในหนว่ ยงาน และ/หรอื ช่องทางอ่ืน ๆ ตามความ
เหมาะสมอยา่ งสมา่ เสมอ

3) เข้าร่วมการสัมมนาท่ีจดั ขึ้นเพื่อสังเคราะหค์ วามรจู้ ากการฝกึ ปฏิบัติ
ให้กับนักศึกษา ซึ่งรวมถึงการปฐมนิเทศ มัชฌิมนิเทศ และปัจฉิมนิเทศ
การฝกึ ภาคปฏบิ ัติ

4) ลงพื้นท่ีเพื่อนิเทศงานฝึกภาคปฏิบัติแก่นักศึกษาทั้งรายหน่วยงาน
และแบบรวมกลุ่มตามปฏิทินการฝึกภาคปฏิบัติหรือเม่ือมีความจาเป็น โดย
ปกติแล้วกาหนดการนิเทศงานครั้งท่ี 1 จะอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจาก
นักศึกษาเข้าไปในหน่วยงาน (อาจไปส่งนักศึกษาเข้าหน่วยงาน หรือไปเยี่ยม
ติดตามภายหลัง ตามความเหมาะสม) การนิเทศงานครั้งท่ี 1 ในภาค
การศึกษาท่ี 2/2565 ในรูปแบบออนไลน์นั้น กาหนดให้จัดนิเทศงานครั้งที่ 1
ร่วมกับหน่วยงาน/ชุมชนในแต่ละพ้ืนท่ี ตั้งแต่วันที่ 19 - 30 ธันวาคม 2565
การนิเทศงานครั้งที่ 2 อยู่ระหว่างสัปดาห์ที่ 3-4 ต้ังแต่วันที่ 9– 17 มกราคม
2566 ในช่วงการมัชฌิมนิเทศในพ้ืนท่ี ซึ่งเป็นช่วงก่ึงกลางของการฝึก

16

ภาคปฏิบัติ จากนั้นการนิเทศงานคร้ังที่ 3 อยู่ระหว่างสัปดาห์ที่ 6-7 เพื่อช่วย
เช่อื มโยงในแงแ่ นวคดิ ทฤษฎีกอ่ นที่นักศกึ ษาจะกลบั มาสงั เคราะห์องค์ความรู้
ผ่านการปัจฉิมนิเทศในการนิเทศงานในหน่วยงาน หากเป็นไปได้อาจารย์
นิเทศงานของคณะ อาจใช้เวลาช่วงแรกในการแลกเปลี่ยนกับอาจารย์นิเทศ
งานภาคสนาม จากนั้นใช้เวลาพูดคุยเฉพาะนักศึกษา เพ่ือนิเทศเกี่ยวกับ
ประสบการณ์และการเรียนรู้ในหน่วยฝึก และหารือร่วมกันท้ังอาจารย์นิเทศ
งานภาคสนามและนักศึกษา เพ่ือกาหนดแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับ
นักศกึ ษาต่อไป

5) ประสานกับหน่วยฝึก/ชุมชน และอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม
เพ่ือปรึกษาหารือเก่ียวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษา และการฝึกใช้
ทกั ษะต่าง ๆ ในการปฏบิ ตั ิงาน รวมถงึ รว่ มแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ ทพี่ บในการฝึก
ภาคปฏิบัติ เพื่อประเมินแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามความเหมาะสมใน
รายกรณีตา่ ง ๆ

6) ในกรณีท่ีเกิดมีข้อขัดแย้งหรือปัญหาเกี่ยวกับการฝึกภาคปฏิบัติ
อาจารย์นิเทศงานของคณะ สามารถตัดสินใจได้ตามความเหมาะสม
โดยผ่านการหารือและทาข้อตกลงร่วมกับอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม และ
แจ้งต่อคณะกรรมการฝ่ายการศึกษาภาคปฏบิ ตั ิ

7) ประสานกับอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม ทีมอาจารย์นิเทศงานใน
คณะ ในการประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติของนักศึกษาจากการนิเทศงาน
การเขา้ ร่วมสัมมนา การเขียนบนั ทึก รายงาน และสงั เคราะห์การเรยี นรชู้ ุมชน
โดยมีการสะท้อนผลการประเมินร่วมกับนักศึกษา และส่งผลการประเมินต่อ
คณะกรรมการฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติตามกาหนดเวลาในปฏิทินการฝึก
ภาคปฏิบัติ

17

8) ประสานกับหน่วยฝึก/ชุมชน และอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม
เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาการฝึกภาคปฏิบัติ รวมถึงความเป็นไปได้ใน
การมีความร่วมมอื สาหรับการปฏิบตั ิงานพืน้ ทฝี่ กึ ในครัง้ ตอ่ ๆ ไป

9) ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการฝ่ายการศึกษา
ภาคปฏิบตั ิ เพอ่ื การพฒั นาการฝึกภาคปฏบิ ัตใิ ห้เกิดประโยชน์สงู สุดแกท่ กุ ฝ่าย
ตอ่ ไป

ท้ังน้ี ในสถานการณ์ท่ีมีความเส่ียงอันอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความ
ปลอดภัยของนักศึกษาในระหว่างการฝึกภาคปฏิบัติ ขอให้อาจารย์นิเทศงานของคณะ
ประสานกับอาจารย์นิเทศงานภาคสนามเพ่ือร่วมกันประเมินความเสี่ยง โดยสามารถ
แจ้งให้นักศึกษางดฝึกในช่วงเวลาท่ีมีความเสีย่ ง และทาการฝกึ ชดเชยในช่วงเวลาอื่น ๆ
ทดแทนได้

หากสถานการณค์ วามเสี่ยงมแี นวโนม้ ที่จะรนุ แรง หรอื ตอ่ เนื่องยาวนาน ขอให้
อาจารย์นิเทศงานของคณะประสานกับฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติเพื่อร่วมกันหา
แนวทางการดาเนินงานเพือ่ ลด/กาจัดความเสย่ี งดังกลา่ ว และรว่ มคน้ หาแนวทางในการ
ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั ท่เี หมาะสมต่อไป

4. หน้าท่ีและความรับผิดชอบของหน่วยฝึกและอาจารย์นิเทศงาน
ภาคสนาม

ระหว่างการฝกึ ภาคปฏิบัติ อาจารย์นิเทศงานภาคสนามเป็นครูที่ร่วมสรา้ งการ
เรียนรู้สาคญั ทสี่ ง่ ผลตอ่ การเรยี นรู้ การพัฒนาความสามารถ และการสร้างทศั นคติทาง
วิชาชีพที่เหมาะสม ท่ีจะนาไปสู่การเป็นนักสังคมสงเคราะห์ท่ีดีในอนาคต เพราะ
นอกจากจะเป็นผู้ให้ความรู้แลว้ ยังเป็นผู้ประสานและกาหนดกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
ในแต่ละวัน ที่นาไปสูก่ ารเสริมสรา้ งประสบการณ์ และการเช่ือมร้อยการเรยี นรู้จากส่วน
ต่าง ๆ เขา้ ด้วยกนั

18

วัตถุประสงค์หนึ่งของการฝึกภาคปฏิบัติ คือการจัดให้นักศึกษาได้มี
ประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะสาหรับงานสังคมสงเคราะห์ โดยนักศึกษาจะยิ่งได้รับ
ประโยชนห์ ากหน่วยฝึก/ชุมชน สามารถเปดิ โอกาสให้นกั ศกึ ษาได้ทางานกับคนที่มีความ
หลากหลายทั้งในแง่ประเด็น อายุ ศาสนา เชอื้ ชาติ ชาตพิ ันธ์ุ สถานะทางเศรษฐกิจ เพศ
และสถานการณแ์ วดลอ้ ม ทัง้ น้ี นกั ศึกษาควรจะได้ใชเ้ วลาอยา่ งน้อยสองในสามของการ
ฝึกภาคปฏิบัติในการฝึกทักษะด้านสังคมสงเคราะห์กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการ
เรียนรูต้ รงตามวัตถปุ ระสงคข์ องการฝึกภาคปฏิบตั ิ

ในช่วงการเริ่มฝึกภาคปฏิบัติ ขอความกรุณาอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม
จัดการปฐมนิเทศในหนว่ ยงานใหก้ ับนักศึกษา เพื่อช้ีแจงข้อมูลของหน่วยฝึก/ชุมชน ท้ัง
ด้านโครงสร้าง กฎระเบียบ และเจ้าหน้าที่ที่เก่ียวข้อง และข้อมูลเกี่ยวกับพื้นท่ี วิธี
ปฏิบัติงานรวมถึงข้อควรระวัง นอกจากน้ีควรชี้แจงบทบาทความรับผิดชอบของ
นักศึกษาระหว่างการฝึกภาคปฏิบัติและแนวทางปฏิบัติตนที่จาเป็นต่อการเรียนรู้ การ
ปรับตัว และความปลอดภยั ของนกั ศึกษา

การร่วมออกแบบและการบริหารจัดการแผนการเรียนรู้ของนักศึกษา
โดยจัดทาแผนการเรียนรู้ที่สะท้อนเป้าหมายและกิจกรรมท่ีเกี่ยวเน่ืองในการพัฒนา
ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนเทคนิคการทางานของนักศึกษารายบุคคล ภายใน
กรอบวตั ถปุ ระสงค์ของการฝึกน้นั ๆ และให้เวลาในการนิเทศงานสาหรับนกั ศกึ ษาอย่าง
ตอ่ เนอ่ื ง เพ่ือสะทอ้ นผลการเรียนรใู้ นสนามฝึก พรอ้ มให้ข้อคดิ เห็น คาแนะนา คาปรกึ ษา
เพอ่ื ประโยชน์ในการเรยี นร้ขู องนักศึกษาและป้องกนั การผดิ พลาดซึง่ อาจจะมีผลกระทบ
ทางลบต่อผใู้ ช้บริการ ชมุ ชน หรอื หน่วยงาน

การประสานกับอาจารย์นิเทศงานของคณะ เพ่ือปรึกษาหารือเกี่ยวกับการ
เรยี นรู้ พฤติกรรมการเรยี นร้ขู องนักศึกษา และการฝกึ ใช้ทักษะต่าง ๆ ในการปฏิบตั ิงาน
รวมถึงแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ที่พบในการฝกึ ภาคปฏิบัติ และในกรณที ่เี กดิ มขี ้อขัดแย้งหรอื
ปญั หาเกย่ี วกับการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม สามารถตัดสินใจได้ตาม

19

ความเหมาะสม โดยอาจหารือและทาข้อตกลงร่วมกับอาจารย์นิเทศงานของคณะแล้ว
แจง้ ตอ่ คณะกรรมการฝ่ายการศกึ ษาภาคปฏิบัติ

ขอความอนุเคราะห์อาจารย์นิเทศงานภาคสนามเข้าร่วม/จัดการสัมมนาเพือ่
แลกเปล่ียนเรียนรู้ความรู้จากการฝึกภาคปฏิบัติกับนักศึกษา ตามปฏิทินการฝึก
ภาคปฏิบตั ิ มีบทบาทในการดูแลใหน้ ักศึกษาปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของหน่วยงาน และ
กฎระเบียบของการฝึกภาคปฏิบัติ และประสานกับอาจารยน์ ิเทศงานของคณะ ในการ
ประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติของนักศึกษา ตามแนวทางการประเมินผลการฝึก
ภาคปฏิบัติ หรือแผนการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ
ทัศนคติ และทักษะการปฏิบัติงานของนักศึกษา โดยมีการสะท้อนผลการประเมิน
ร่วมกับนักศึกษา (เป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู้ระหว่างนักศึกษาและอาจารย์
นิเทศงาน) และส่งผลการประเมินต่อคณะกรรมการฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติตาม
กาหนดเวลาในปฏิทินการฝึกภาคปฏิบัติ ให้ความเห็นต่อบันทึกประจาวัน/สัปดาห์ของ
นักศึกษา รวมถึงรายงานสรุปผลการฝึกภาคปฏบิ ัติและการสังเคราะห์บทเรียนรู้ชุมชน
ของนกั ศกึ ษา

รวมทั้งการให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะแก่คณะกรรมการฝ่ายการศึกษา
ภาคปฏิบัติของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์โดยตรง และ/หรือผ่านทางอาจารย์นิเทศ
งานของคณะ เพือ่ พฒั นาการฝกึ ภาคปฏิบตั ติ อ่ ไป

ด้านความปลอดภยั
หน่วยฝึก/ชุมชนที่มีการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ควรพิจารณาจัดทา
นโยบายและแผนความปลอดภัย ซง่ึ มีรายละเอยี ดทส่ี ามารถอา่ นเข้าใจงา่ ย และกาหนด
ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นภาวะฉุกเฉิน ซง่ึ รวมถงึ สรา้ งพืน้ ท่ีทางานทมี่ ีความปลอดภัย ท้ังในแง่การจัด
วาง แสงสว่าง อุปกรณ์ส่งเสริมความปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมการทางานท่ีเน้น
ความปลอดภัย เช่น ไมใ่ หน้ กั ศกึ ษาทางานอยใู่ นพื้นท่ีตามลาพัง ไม่ดาเนินการเย่ียมบา้ น

20

ตามลาพัง และมีการแจง้ ให้เพือ่ นรว่ มงานทราบทุกครัง้ ในกรณีทีท่ างานกับผใู้ ช้บรกิ ารท่ี
มคี วามเส่ยี งในการใช้ความรนุ แรง

ในกรณีของนักศึกษาฝึกงาน ไม่ควรให้ทางานกับผู้ใช้บริการที่มีความเสีย่ งใน
การใช้ความรุนแรงตามลาพังในระหว่างการฝึกภาคปฏิบัติ ขอให้ทางหน่วยฝึก/ชุมชน
และอาจารย์นิเทศงานภาคสนามประสานกับอาจารย์นิเทศงานของคณะโดยเร็วที่สุด
เพื่อร่วมกันประเมินความเสี่ยง โดยสามารถแจ้งให้นักศึกษางดฝึกในช่วงเวลาที่มีความ
เสย่ี ง และทาการฝกึ ชดเชยในชว่ งเวลาอนื่ ๆ ทดแทนได้

ท้ังน้ีหากสถานการณ์ความเสี่ยงมีแนวโน้มที่จะรุนแรง หรือต่อเนื่องยาวนาน
ขอให้อาจารย์นิเทศงานภาคสนามและอาจารย์นิเทศงานของคณะประสานกับฝ่าย
การศึกษาภาคปฏิบัติเพื่อร่วมกันหาแนวทางการดาเนินงานเพ่ือลด/กาจัดความเสี่ยง
ดงั กล่าว

5. หนา้ ทแี่ ละความรับผิดชอบของนกั ศกึ ษา
กระบวนการฝึกภาคปฏิบัติถูกออกแบบและวางแผนเพ่ือมุ่งเน้นการเรียนรู้
ของนกั ศึกษา ทัง้ ในมิติความรู้ เทคนคิ ทักษะ และทศั นคติอยา่ งเป็นบรู ณาการในสนาม
การปฏิบัติงานจริงร่วมกับผู้คน กลุ่ม และชุมชนท่ีมีความหลากหลายแตกต่างกัน
ทั้งน้ีนักศึกษาจะต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องท้ังหมดด้วยการเคารพและ
ยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย ทั้งฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติ อาจารย์นิเทศงาน
ภาคสนาม อาจารย์นิเทศงานของคณะผู้ใช้บริการ และชุมชนที่เป็นสนามการเรียนรู้
นักศกึ ษาในฐานะผู้ฝึกฝนในสนามต่าง ๆ พึงปฏิบัตหิ นา้ ท่ขี องตนเอง ดังนี้
1) ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสงั คมสงเคราะห์ รวมถึงระเบียบของ
หนว่ ยฝกึ และระเบยี บของการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ อย่างเครง่ ครดั
2) การเก็บรักษาความลับ นักศึกษาต้องร่วมรับผิดชอบในการเก็บรักษา
ความลับของบันทึกทางสังคมสงเคราะห์ของหน่วยงาน/ชุมชน ต้องไม่มีการนาบันทึก
ของหน่วยงาน/ชุมชนออกจากพนื้ ทีโ่ ดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต ในกรณีทนี่ กั ศกึ ษาจัดทาบันทึก

21

ส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ นักศึกษาจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงาน/
ชุมชน และมีหน้าท่ีต้องเก็บรักษาข้อมูลเหล่าน้ันเป็นความลับ การนาเสนอข้อมูล
เก่ียวกับผู้ใช้บริการในรูปแบบใด ๆ จะต้องปกปิดในส่วนของช่ือ-สกุล วันท่ี ท่ีอยู่ หรือ
รายละเอียดใด ๆ ท่ีจะส่งผลให้ผู้รับข้อมูลระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ท้ังน้ีนักศึกษาจะต้อง
ระวังการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ส่วนตัว อีเมล์ และสื่ออ่ืน ๆ ที่อาจส่งผลต่อการเปิดเผย
ขอ้ มูลของผู้ใชบ้ รกิ ารหนว่ ยงานและชุมชน

3) เข้าร่วมเป็นผู้เรียนรู้ และเป็นผู้ริเร่ิมในกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง
โดยการศึกษาหาความรเู้ พิ่มเติมด้วยตนเอง และใช้เวลาในการเตรียมความพรอ้ ม และ
เข้าร่วมในการนิเทศงานทั้งรายหน่วยงาน และแบบกลุ่ม ตามช่วงเวลาท่ีกาหนดใน
ปฏิทินการฝึกหรือตามการนัดหมายของอาจารย์นิเทศงานในสนาม อาจารย์นิเทศงาน
ในคณะ หรอื ผ้ทู ีเ่ กีย่ วข้องในชุมชนทป่ี ฏบิ ัติงานร่วมกัน

4) จัดทารายงานรายบุคคล ประกอบด้วย บันทึกประจาวัน/สัปดาห์ การ
สงั เคราะหก์ ารเรยี นร้ชู ุมชน

5) จัดทารายงานกลุ่มฉบับสมบูรณ์และการสังเคราะห์การเรียนรู้ชุมชนเมื่อ
สิน้ สุดการฝกึ ภาคปฏิบัติ

6) ประเมินผลตนเอง อาจารย์นิเทศงานภาคสนามในคณะและอาจารย์นิเทศ
งานภาคสนามหลังสน้ิ สุดการฝึกฯ ตอ้ งใหข้ อ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ
ฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในช่วงหลังฝึกงาน
(วันปัจฉิมนิเทศ) เพ่ือให้คณะได้นาผลไปพัฒนาระบบการฝึกภาคปฏิบัติในช่วงเวลา
ต่อไป

7) นาข้อมลู ต่าง ๆ ท่ไี ดจ้ ากการศึกษา การนิเทศงานและแลกเปลี่ยนเรยี นรู้จาก
อาจารย์นิเทศงาน (ท้ังในคณะและภาคสนาม) และการเข้าร่วมสัมมนาเพ่ือสังเคราะห์
องค์ความรู้ มาใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์และการปฏิบัติงาน เพ่ือให้บรรลุ
วตั ถปุ ระสงค์ของการฝึกภาคปฏิบัติ (ในช่วงปัจฉิมนเิ ทศฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2)

22

การดูแลรักษาสุขภาพและความปลอดภัยของตนเองในระหว่างการฝึก
ภาคปฏิบตั เิ ปน็ ความรบั ผิดชอบของนักศกึ ษา โดยนักศกึ ษาตอ้ งเรยี นรนู้ โยบายและแผน
ความปลอดภัยของหน่วยฝึก/ชุมชนที่เป็นพ้ืนท่ีฝึก และในกรณีที่มีความกังวลเกี่ยวกับ
เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง ให้ปรึกษาอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม
อาจารย์นิเทศงานในคณะ หรือคณะอนุกรรมการฝึกภาคปฏิบัติ 2 อย่างสม่าเสมอ
เพ่ือหาแนวปฏบิ ตั ิรว่ มกนั ตอ่ ไป

ขณะเดียวกันเนื่องจากนักสังคมสงเคราะห์ต้องทางานในพื้นท่ีท่ีมีความ
หลากหลาย และบางคร้ังส่งผลให้มีความเสย่ี งบางประการต่อสขุ ภาพ ดังนั้น นักศึกษา
ต้องศึกษากฎระเบียบของหน่วยงาน/ชุมชน และศึกษาความเสยี่ งด้านสุขภาพในหน่วย
ฝึก/ชุมชนของตน เพ่ือเตรียมการป้องกันและรองรับตามความเหมาะสม ท้ังนี้หาก
นักศึกษามีความกังวลในประเด็นด้านใดเป็นพิเศษ ให้ปรึกษาอาจารย์นิเทศงานทั้งใน
คณะและภาคสนาม และ/หรือฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติ เพื่อให้การทางานร่วมกัน
เป็นไปได้อย่างเหมาะสม

การดูแลทรัพย์สินส่วนตัวนักศึกษาไม่ควรนาทรัพย์สินที่มีค่าติดตัวไปในพื้นท่ี
การฝึกภาคปฏิบัติ ในส่วนของอุปกรณ์ท่ีมีความจาเป็น เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่อง
คอมพิวเตอร์ กระเป๋าสตางค์ นักศึกษาจะต้องรับผิดชอบดูแลทรัพย์สินของตนเองตาม
ความเหมาะสม

ความปลอดภัยในการทางานกับผู้ใช้บริการในการทางานกับผู้ที่มีความ
เปราะบาง ผู้ใช้บริการบางส่วนอาจอยู่ในสภาวะสูญเสียได้รับความกระทบกระเทือน
ทางจิตใจ หรือมีข้อจากัดในการควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้สารเสพติด
ดังน้นั หากนกั ศกึ ษาตอ้ งมกี ารตดิ ตอ่ กบั ผูใ้ ชบ้ รกิ ารทีม่ ีแนวโนม้ วา่ อาจจะควบคมุ อารมณ์
ไม่ได้ และอาจมกี ารใช้ความรนุ แรงต่อตนเองและต่อผอู้ ื่นนั้น นักศึกษาจะตอ้ งนาขอ้ มลู

23

การประเมินความเสยี่ งเหล่าน้ันไปปรกึ ษากับอาจารยน์ ิเทศงานภาคสนามและอาจารย์
นิเทศงานในคณะตามความเหมาะสม

ความปลอดภัยในสถานที่ทางาน/ชมุ ชน
ในการทางานทต่ี ้องมีการพบปะกบั ผู้ใช้บรกิ ารเป็นสว่ นตัวน้ัน นักศึกษาตอ้ งใช้
ทักษะในการสังเกตพ้ืนท่ที างาน โดยพิจารณาถงึ ตาแหน่งการน่ัง ผังทางออก อุปกรณ์ท่ี
สามารถใชป้ ้องกันตวั ฯลฯ ทั้งน้ีหากต้องทางานกับผูใ้ ช้บริการท่ีนักศึกษาเห็นว่ามคี วาม
เส่ียงในการใช้ความรุนแรง อาจไม่ควรพบกันตามลาพัง แต่ควรปรึกษาอาจารย์
นิเทศงานภาคสนามเพ่อื ใหค้ าแนะนาทีเ่ หมาะสม รวมถึงการแตง่ กายที่เหมาะสม

ความปลอดภยั ในการเดินทาง/การเยยี่ มบา้ น
งานของนักสังคมสงเคราะห์บางครั้งเกี่ยวเนื่องกับการนาผู้ใช้บริการเดินทาง
เพ่ือไปรับบรกิ ารทจี่ าเปน็ หรือเก่ยี วขอ้ งกับการเดนิ ทางเพือ่ เขา้ ไปในพน้ื ท/ี่ เย่ียมบา้ น ซง่ึ
บางคร้ังทาให้ต้องมีการเดินทางไปในพ้ืนท่ีที่ไม่มีความคุ้นชิน นักศึกษาไม่ควรเดินทาง/
ไปเย่ียมบ้านตามลาพัง และก่อนการเดินทาง/เย่ียมบ้าน ควรมีการศึกษาเส้นทาง และ
ควรใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวในขณะเดินทาง ศึกษาข้อมูลของผู้ใช้บริการก่อนการ
เยี่ยมบ้าน หากเห็นว่าการเย่ียมบ้านไม่ปลอดภัย อาจนัดเจอผู้ใช้บริการในพ้ืนท่ี
สาธารณะก่อน ทั้งน้ีเมื่ออยู่ในบ้านแล้ว นักศึกษาควรท่ีจะต่ืนตัว ศึกษาตาแหน่งของส่ิง
ต่าง ๆ รวมถึงทางออก หากนักศึกษารู้สึกกลัวหรือไม่ปลอดภัยให้รีบออกจากพื้นที่
(อย่างสภุ าพ) หรอื หากผใู้ ชบ้ ริการไม่ยินยอมให้เขา้ ไปในบา้ น นกั ศกึ ษากไ็ ม่ควรฝนื ทงั้ นี้
ควรปรึกษาอาจารย์นิเทศงานภาคสนาม เพื่อการแนะนาทีเ่ หมาะสม

24

1.5 ขนั้ ตอนการฝกึ ภาคปฏิบัตสิ าหรับนกั ศกึ ษา
1. การเตรียมตัวก่อนการฝึกภาคปฏบิ ัติ
 นักศึกษาศึกษาข้อมูลประเด็นทางสังคมของพ้ืนท่ี/หน่วยงาน
เบ้ืองตน้ ตามที่สนใจฝึกภาคปฏบิ ัติ
 เข้ารว่ มประชุมอบรมเตรยี มความพรอ้ มและปฐมนิเทศตามทคี่ ณะฯ
กาหนด

 ค้นหาข้อมูลเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับหน่วยฝึก/ชุมชน รวมถึงรายงานฝึกใน
ปีที่ผ่านมา รวมถึงศึกษาประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้อง และทบทวนองค์
ความรูท้ ี่จาเปน็

2. ระหว่างการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ
 ดาเนนิ การตามกระบวนการฝกึ ภาคปฏบิ ัติท่กี าหนดไว้ในค่มู อื น้ี
 นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติตามข้อกาหนดที่ตกลงร่วมกันระหว่าง

อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม อาจารยน์ เิ ทศงานของคณะ และนกั ศึกษา
 จัดทาบันทึกประจาวัน/สัปดาห์ ตามท่ีได้ตกลงร่วมกันกับอาจารย์

นเิ ทศงานภาคสนาม และอาจารยน์ ิเทศในคณะ
 เข้าร่วมประชุมและปรึกษาหารือกับอาจารย์นิเทศงานอย่าง

สมา่ เสมอตามการนัดหมาย
 เข้าร่วมสัมมนาระหว่างฝึกภาคปฏิบัติตามระยะเวลาที่กาหนดใน

ปฏิทินการฝึกภาคปฏิบตั แิ ละแผนการศึกษาของแต่ละพนื้ ที่

25

3. ภายหลังการฝึกภาคปฏิบตั ิ
นักศึกษาส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ ให้กับอาจารย์นิเทศงานภาคสนามและ
อาจารย์นิเทศงานของคณะฯ หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกภาคปฏิบัติ (ตามปฏิทินการฝึก
ภาคปฏิบตั ิ 2)

1.6 ระเบียบการฝกึ ภาคปฏิบัติ
เพื่อให้การฝึกภาคปฏิบัติดาเนินไปตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ในหลักสูตร

สังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต 2556 ทางคณะฯ จึงต้องมีการกาหนดระเบียบสาหรับ
การฝกึ ภาคปฏิบัติ ดังรายละเอยี ดตอ่ ไปน้ี

1. การลงทะเบยี นศึกษาและการประเมนิ ผล
 นักศึกษาที่ฝึกภาคปฏิบัติ 1 จะต้องมีพ้ืนความรู้ คือ สอบได้
วิชาการดูงานและสัมมนา (สค.201) และวิชาหลักและวิธีการ
ปฏิบัติงานสงั คมสงเคราะห์ 1 (สค.223)
 นักศึกษาท่ีฝึกภาคปฏิบัติ 2 จะต้องมีพ้ืนความรู้ คือ สอบได้
วิชาการฝึกภาคปฏิบัติ 1 (สค.202) และวิชาหลักและวิธีการ
สังคมสงเคราะห์ 2 (สค.311)
 การประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติ จะดาเนินการโดย 3 ฝ่าย
คือ ฝา่ ยการศึกษาภาคปฏบิ ตั ิ อาจารยน์ เิ ทศงานของคณะ และ
อาจารย์นเิ ทศงานภาคสนาม

2. จานวนชวั่ โมงการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ
 นักศึกษาจะต้องไปรายงานตัวต่อหน่วยฝึก/ชุมชน และ
อาจารย์นเิ ทศงานภาคสนาม ตามวนั เวลาที่กาหนดไว้ในปฏทิ นิ
การฝึกภาคปฏิบัติ โดยในการฝึกภาคปฏิบัติ 2 นักศึกษาต้อง

26

ฝึกงานให้ครบ 360 ชั่วโมง (เฉล่ียวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยไม่
รวมเวลาพักรับประทานอาหาร) และเป็นไปตามกาหนดการ
ฝึกภาคปฏิบัติ โดยหากนักศึกษามีเหตุจาเป็นต้องหยุด
สามารถฝึกชดเชยได้ตามที่อาจารย์นิเทศงานภาคสนาม
เห็นสมควร

กรณีการขาด-ลา-หยุด
การกาหนดวันหยุดระหว่างการฝึกภาคปฏิบัติ เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง
นักศึกษา อาจารย์นิเทศงานภาคสนาม และอาจารยน์ ิเทศงานของคณะ (การฝึกงานใน
บางหน่วยงาน/ชุมชน นักศึกษาจะต้องมีความยืดหยุ่นสาหรับเวลาการปฏิบัติงานที่
เหมาะสมกับบริบทของหน่วยงาน/พ้ืนที่) ทั้งน้ี หากเกิดกรณี นักศึกษาป่วย หรือลากจิ
ไม่สามารถร่วมดาเนินกิจกรรมในการฝึกภาคปฏิบัติ 2 ได้ควรแจ้งขออนุญาตอาจารย์
ภาคสนาม และอาจารยน์ ิเทศงานของคณะ

 การลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดง และนักศึกษาจะต้อง
ฝึกงานชดเชยเท่ากับวันลาป่วยจริง หากไม่มีใบรับรองแพทย์
นกั ศึกษาจะต้องฝึกชดเชยเพิม่ เปน็ 2 เทา่ ของจานวนวนั ทขี่ าดไป

 การลากิจจะพิจารณาเฉพาะในกรณีท่ีจาเป็นในดุลยพินิจของ
อาจารย์นิเทศงานของคณะเท่านนั้ โดยมีหลกั ฐานประกอบ การฝกึ
ชดเชยคดิ เชน่ เดยี วกบั การลาป่วย

 การลาเพื่อคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร หรือลาเพ่ือแข่งขันกีฬา
มหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องขออนุญาตต่ออาจารย์นิเทศงาน
ภาคสนาม และรายงานให้อาจารยน์ เิ ทศงานของคณะฯ ทราบ โดย
อนญุ าตใหล้ าไดไ้ มเ่ กนิ 5 วัน และนักศกึ ษาจะตอ้ งฝึกชดเชยเท่ากับ
จานวนวันลาทไี่ ด้รบั อนุญาต

27

กรณีท่ีนักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติในพ้ืนท่ีต่างจังหวัด การออกนอกพ้ืนท่ีทุกคร้ัง
ต้องได้รับการอนุญาตจากอาจารย์นิเทศงานภาคสนามและอาจารย์นิเทศงานของคณะ
ซึ่งสามารถพิจารณาให้นักศึกษายุติการฝึกภาคปฏิบัติ และ/หรือ ไม่ผ่านการฝึก
ภาคปฏิบตั ิ

การขาด การลาบ่อยคร้ังโดยไม่มีเหตุผลความจาเป็น รวมถึงการลาโดยไม่มี
การแจ้งให้อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม/อาจารย์นิเทศงานของคณะทราบ ทางอาจารย์
นิเทศงานภาคสนามและอาจารย์นิเทศงานของคณะสามารถพิจารณาให้นักศึกษายุติ
การฝึกภาคสนาม และ/หรอื ไม่ผ่านการฝกึ ภาคปฏิบัติ

เน่ืองจากการฝึกภาคปฏิบัติเป็นส่วนหน่ึงของการเตรียมความพร้อมให้กับ
นกั ศึกษาในการปฏิบัตงิ านในฐานะนกั วิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ จึงมคี วามจาเปน็ อยา่ งย่ิง
ที่นักศึกษาจะต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
และระเบยี บวินัยนกั ศกึ ษา มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ในกรณีท่ีนักศึกษาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคม
สงเคราะห์ และระเบียบวินัยนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์นิเทศงาน
และฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัติสามารถให้นักศึกษายุติการฝึกภาคปฏิบัติ และ/หรือ ไม่
ผ่านการฝึกภาคปฏิบตั ิได้

1.7 ข้อควรปฏบิ ัตแิ ละขอ้ ควรระวังในการฝึกภาคปฏิบัติ
1. เคารพต่อวฒั นธรรม ความเชื่อและประเพณที อ้ งถน่ิ
 ให้เคารพตอ่ ผใู้ ช้บริการ รวมทัง้ สมาชกิ ของหน่วยฝึก/ชุมชนในฐานะ
“ครู” ผใู้ หโ้ อกาสนกั ศึกษาได้เรยี นรูภ้ าคปฏบิ ตั ิ
 ไม่ลบหลู่ดหู มิ่นพิธีกรรม ความเช่อื ประเพณวี ฒั นธรรมทแี่ ตกตา่ ง
 รจู้ ักกาลเทศะ มีสมั มาคารวะ

28

 แนะนาให้ผู้ปกครอง ญาติ มิตรที่มาเยี่ยมเยียน มีความเข้าใจและ
เคารพต่อบคุ คล วัฒนธรรม ความเชอ่ื และประเพณที อ้ งถนิ่
2. แตง่ กายสภุ าพใหเ้ หมาะสมกบั การเปน็ นักศกึ ษาสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์

 แต่งเครื่องแบบนักศึกษาในการรายงานตัว และ/หรือในการ
นาเสนองานระหว่างการมัชฌิมนิเทศ/ปัจฉิมนิเทศต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ
การฝึก (หรอื ตามสถานการณ์และความเหมาะสมของแตล่ ะพนื้ ที่)

 แต่งกายสุภาพในขณะอยู่ในชุมชน ควรเตรียมเส้ือเชียร์ของ
มหาวิทยาลัยหรือเสอ้ื ของคณะเพือ่ ใส่ในวาระโอกาสท่เี หมาะสม

 ไมใ่ ส่เส้ือรดั รูป เอวลอย ไม่ใชเ้ สือ้ ผ้าบางเกนิ ไป ไมส่ วมกระโปรงสัน้
ไมใ่ สก่ างเกงขาสน้ั ไม่ใส่เส้อื สายเด่ยี ว

 หากนักศึกษามีขอ้ สงสยั ขอให้นกั ศกึ ษาใช้ระเบยี บการแต่งกายของ
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
3. วางตัวเหมาะสมให้สมกบั ความเป็นนักวชิ าชีพ

 ตรงตอ่ เวลา
 ไมป่ ฏบิ ตั กิ ิจธรุ ะส่วนตวั ในระหว่างเวลาปฏบิ ัติงาน เชน่ คยุ โทรศพั ท์
เรอ่ื งสว่ นตัว เล่นเกมหรอื สือ่ ออนไลน์
 ใหค้ วามเคารพตอ่ อาจารย์/ เจา้ ของบ้านพัก/ เจา้ หนา้ ทหี่ น่วยงาน
 ใช้วาจาสุภาพ เคารพผรู้ ่วมงาน
 ไม่ฟมุ่ เฟือย ฟงุ้ เฟอ้
 ไมด่ ื่มสุรา หรอื เสพของมึนเมาและยาเสพติด
 ไมท่ ะเลาะววิ าท
 ไมม่ พี ฤตกิ รรมทางชู้สาว
 เป็นผู้ร่วมอาศัยท่ีเป็นมิตรและมีความรบั ผิดชอบ (กรณีพักอาศัยใน
หน่วยฝึก/ชุมชน) เช่น ต่ืนนอนแต่เช้าตรู่ ช่วยงานบ้าน ช่วยรับผิดชอบ

29

คา่ ใชจ้ ่ายในบา้ น ไม่ส่งเสียงดงั ไมใ่ ช้ห้องน้านาน ไม่ใช้ทรัพยากรในบ้านพัก
อย่างสิน้ เปลือง (เชน่ นา้ ไฟฟ้า โทรศัพท์ อาหาร ฯลฯ)

4. มีความรบั ผดิ ชอบและมนษุ ยส์ ัมพันธ์
 รับผิดชอบต่อการฝึกภาคปฏิบัติและภารกิจท่ีได้รับมอบหมาย

รวมถึงการจัดทารายงานตามท่ีกาหนดไว้ โดยกรณีท่ีมีการคัดลอกจาก
รายงานอ่นื จะต้องมกี ารอา้ งองิ ตามหลกั วิชาการให้ครบถว้ นทกุ คร้งั

 เคารพในความคิดเหน็ ของผู้อืน่
 มีน้าใจ โอบอ้อมอารี เอาใจใส่เพ่ือนร่วมงานและคนในหน่วยฝกึ /
ชุมชน
 คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่อื เสยี งของคณะและมหาวทิ ยาลยั
ในกรณีที่นักศึกษาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบการฝึกภาคปฏิบัติ
ระเบียบของคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ หรือระเบียบของทางมหาวทิ ยาลัย ทางคณะฯ
จะการดาเนินการตามระเบียบของทางมหาวิทยาลัยในการกาหนดโทษ (ข้อบังคับ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ.2564) ตามที่คณะกรรมการฝ่าย
การศึกษาภาคปฏิบัติเห็นเหมาะสม ซ่ึงอาจรวมถึง การลดคะแนน การปรับตก การ
ภาคทัณฑ์ การพักการเรียน และการให้พ้นสภาพนักศึกษา (ในกรณีท่ีมีความรุนแรง
โดยเฉพาะการกระทาที่ผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพ)

1.8 แนวทางการประเมนิ ผลการปฏิบัติ
อาจารย์นิเทศงานภาคสนาม และอาจารย์นิเทศงานของคณะเป็นผู้รับผิดชอบ

ประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติของนักศึกษา โดยประเมินตามแบบประเมินการฝึก
ภาคปฏิบัติที่กาหนดไว้ (แบบประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติ 2 ในภาคผนวก หรือสามารถ
download ได้ท่ี www.socadmin.tu.ac.th) ซ่ึงพัฒนาข้ึนตามวัตถุประสงค์ของการฝึก
ภาคปฏิบัติแต่ละครั้ง โดยอาจประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติของนักศึกษาเป็นระยะตาม

30

ความเหมาะสมหรืออาจพิจารณาผลตามข้ันตอนของการฝึกภาคปฏิบตั ิ ท้ังน้ีอาจารย์นิเทศ
งานสามารถประเมนิ นักศกึ ษาตามแผนการเรียนรู้รายบุคคลท่จี ดั ทาข้ึนพฒั นาใหส้ อดคล้อง
ไปกบั วตั ถุประสงคข์ องการฝึกด้วย

หัวข้อการประเมนิ ผลการฝกึ ภาคปฏิบัติ 2 และคะแนน

องค์ประกอบ หวั ข้อการประเมิน คะแนน

1 ด้านจรรยาบรรณวชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 20

2 ดา้ นความรู้ 20

3 ดา้ นความสามารถในการประยุกตใ์ ช้เทคนคิ ทักษะในการ 30

ปฏิบตั ิงานสงั คมสงเคราะหช์ มุ ชน

4 การจัดทารายงานและโครงการ 30

รวม 100

การให้คะแนน

ฝ่ายการศึกษาภาคปฏิบัตจิ ะเป็นผู้ดาเนินการตดั เกรดให้กับนกั ศึกษา บนฐาน

ของผลการประเมินทีไ่ ดจ้ ากอาจารย์นเิ ทศงาน ภาคสนามและอาจารยน์ ิเทศงานในคณะ

และการสะท้อนความรู้ของนักศึกษาในการสัมมนาฝึก สัดสว่ นคะแนน คะแนนเต็ม 100

คะแนน ดังนี้

สว่ นท่ี 1 ดา้ นจรรยาบรรณวชิ าชีพสงั คมสงเคราะห์ 20

ส่วนที่ 2 ด้านความรู้ 20

ส่วนท่ี 3 ด้านความสามารถในการประยุกตใ์ ชเ้ ทคนคิ

ทกั ษะในการปฏบิ ัตงิ านสังคมสงเคราะหช์ มุ ชน 30

ส่วนท่ี 4 การจดั ทารายงานและโครงการ 30

31

การให้คะแนน เกณฑ์การพิจารณาคะแนน ค่าระดับและเกรดดังน้ี (คะแนน

เต็ม 100 คะแนน) โดยนักศึกษาจะได้ผลการประเมินฝกึ ภาคปฏิบัติใน 8 ระดับตอ่ ไปนี้

คือ A, B+, B, C+, C, D+,D และ F

คะแนน 85-100 80-84 75-79 70-74 65-69 60-64 55-59 0-54

เกรด A B+ B C+ C D+ D F

32

หมวดท่ี 2

2.1 คาอธิบายรายวิชาและวตั ถปุ ระสงคข์ องการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 2
คาอธิบายรายวิชา
สค. 301 การฝกึ ภาคปฏิบัติ 2 6 หนว่ ยกิต
SW 301 Field Practicum 2
(เฉพาะนกั ศกึ ษาสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร)์
วชิ าบังคบั ก่อน : สอบได้ สค. 202 และ สค. 311
การฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนและกลุ่มชน โดยประยุกต์ใช้ทักษะ

หลักการ แนวคิดและทฤษฎสี ังคมสงเคราะห์แบบผสมผสาน ในการทางานชุมชนหลาย
ลักษณะท้ังเมือง ก่ึงเมืองกึ่งชนบท ชนบทชุมชนแออัดกลุ่มชาติพันธ์ุ ฯลฯ ครอบคลุม
การศึกษาและการวิเคราะห์ชุมชน การวางแผน การปฏิบัติการตามแผนงาน การ
ประเมนิ ผล การพฒั นากลยุทธใ์ นการทางานกบั ชุมชน และการระดมการมสี ่วนร่วมของ
ประชาชนในกระบวนการปฏิบัติงานตามมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาชีพ (ฝึก
ภาคสนาม 360 ชวั่ โมง ตลอดภาคการศกึ ษา)

วัตถปุ ระสงคข์ องการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 2
1) เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการศึกษาศักยภาพ

รวมถงึ ปญั หาและความตอ้ งการของชมุ ชน
2) เพ่ือให้นักศึกษาสามารถนาหลักการ และวิธีการทางสังคมสงเคราะห์ไป

ใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับชุมชนในการศึกษารวบรวมข้อมูล วิเคราะห์
ขอ้ มลู วางแผนดาเนินการ การระดมทรพั ยากร และการประเมนิ ผล
3) เพือ่ ใหน้ กั ศกึ ษาเรยี นรู้นโยบายทีเ่ กย่ี วขอ้ งในระดบั ตา่ ง ๆ และผลกระทบ
ตอ่ ชุมชน
4) เพ่ือให้นักศึกษามีทักษะในการส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทหลักใน
กระบวนการปฏบิ ัตงิ านในชุมชน

35

ทั้งนี้ นักศึกษาอาจเลือกหรือได้รับมอบหมายให้ฝึกภาคปฏิบัติกับชุมชนใน
หลายลกั ษณะ ได้แก่

1) ชุมชนหมบู่ า้ น หรือชมุ ชนเชิงพน้ื ทท่ี างกายภาพ ในเมืองหรือชนบท
2) ชุมชนที่อยู่ในเขตรับผิดชอบขององค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้แก่

องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตาบล และเทศบาล
ระดับต่าง ๆ
3) ชุมชนที่มีการขับเคล่ือนด้านงานชุมชนผ่านองค์กร ทั้งองค์กรภาครัฐ
องคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และองค์กรพฒั นาเอกชน
4) ชุมชนเครือข่ายหรือประชาสังคม ในมิติเศรษฐกิจชุมชน สุขภาพชุมชน
และสวัสดิการกลุ่มเป้าหมายในชุมชน โดยไม่ได้มีท่ีอยู่อาศัยในอาณา
บริเวณใกล้เคียงกัน เช่น เครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ เครือข่ายป่าชุมชน
เครือข่ายประชาคมเมอื ง เปน็ ตน้

2.2 ปฏิทินการฝึกภาคปฏบิ ัติ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2565 วัน / เดือน / ปี
10 สิงหาคม 2565
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 18 สิงหาคม 2565
ลาดับ กิจกรรม 18 สิงหาคม – 15
กันยายน 2565
1. ประชมุ คณะกรรมการฝ่ายการศกึ ษาภาคปฏิบัติ 20 กันยายน 2565
2. ประชมุ คณะอนกุ รรมการฝึกฯ 2 5 ตุลาคม 2565
3. สารวจหนว่ ยฝึกภาคปฏิบัติ 2 และสารวจความต้องการของ นศ.
10 ตุลาคม 2565
4. จัดทาทาเนยี บ/ฐานขอ้ มลู 12 ตลุ าคม 2565
5. ประชุมนกั ศกึ ษาเพอ่ื ชแี้ จงแนวทางและรปู แบบการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ 2
17 ตลุ าคม 2565
คร้ังที่ 1
6. ฝา่ ยการศกึ ษาภาคปฏบิ ัติ ประกาศหน่วยฝึกฯ
7. ประชมุ นักศกึ ษา ครง้ั ที่ 2

(นกั ศึกษาแจ้งความประสงคเ์ ลือกหน่วยงานสาหรบั การฝึกภาคปฏิบตั ิ 2)
8. ประกาศผลการเลอื กที่ฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 2

36

ลาดับ กจิ กรรม วัน / เดือน / ปี
9. นกั ศกึ ษาส่งประวัติสว่ นตัวให้คณะฯ 17 – 21 ตลุ าคม 2565
10. ประชุมคณาจารย์เพอื่ ชแ้ี จงแนวทางและรูปแบบการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 2 7 พฤศจกิ ายน 2565
(ออนไลน)์
11. คณาจารย์ เลือกหนว่ ยฝกึ ออนไลน์ 11 พฤศจิกายน 2565
12. ประกาศผลการเลือกหน่วยนิเทศงานอาจารย์ในคณะ 14 พฤศจิกายน 2565
13. อบรมเชิงปฏิบัตกิ าร: เตรียมความพร้อมนักศึกษา 12 – 13 พฤศจกิ ายน 2565
14. ประชุมชี้แจงรูปแบบกบั การทางานร่วม ระหวา่ ง อาจารย์นเิ ทศงานใน
คณะและภาคสนาม 19 ธนั วาคม 2565
15. ปฐมนิเทศออนไลน์
16. ฝกึ งาน : วนั แรกของการฝึกภาคปฏิบัติ 19 ธันวาคม 2565
17. นเิ ทศงานฝกึ ภาคปฏบิ ัติ ครัง้ ที่ 1* 19 - 31 ธันวาคม 2565
18. นเิ ทศงานฝึกภาคปฏบิ ตั ิ ครัง้ ที่ 2* และมัชฌิมนิเทศในหน่วยงาน 1 – 31 มกราคม 2566
19. นิเทศงานฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ ครงั้ ท่ี 3*
20. วันสดุ ทา้ ยของการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 31 มกราคม 2566
21. ปัจฉมิ นเิ ทศออนไลน์ 1 กมุ ภาพันธ์ 2566
22. กาหนดสง่ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ 3 กุมภาพนั ธ์ 2566
23. อาจารย์ภาคสนามส่งคะแนนให้อาจารยน์ เิ ทศงานในคณะ 14 กมุ ภาพันธ์ 2566
24. อาจารย์ในคณะส่งคะแนนใหเ้ ลขาฯ 24 กมุ ภาพนั ธ์ 2566
25. คณะฯ ส่งเกรดให้ มธ. 10 มีนาคม 2566

หมายเหตุ ปฏทิ นิ ดังกลา่ วอาจมกี ารเปลย่ี นแปลงได้

37

2.3 ผงั กระบวนการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 2

องคค์ วามรู้ท่จี าเปน็ บทบาทในการปฏบิ ัตงิ าน ทกั ษะในการปฏบิ ตั งิ าน
 แนวคิดการพัฒนาสังคม – การพฒั นา  ผนู้ าการเปลยี่ นแปลง  ทักษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพ
 ผเู้ สรมิ สร้างศกั ยภาพชุมชน  ทักษะการวเิ คราะห์/ วินิจฉัย
กระแสหลกั /กระแสทางเลอื ก  ผกู้ ระตนุ้ /ปลกุ จติ สานกึ  ทักษะการเปน็ วิทยากรกระบวนการ
 แนวคิดการพัฒนาอย่างยงั่ ยืน  ผพู้ ิทกั ษส์ ิทธิ์  ทกั ษะประเมนิ และตดิ ตามงาน
 แนวคิดปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง  ผปู้ ระสานงาน
 หลักการทรงงาน 23 ข้อของร.9  ผู้ระดมทรพั ยากรทางสงั คม  ทกั ษะการประสานและปรับใช้
 แนวคิดการมีสว่ นรว่ ม  ผชู้ ว่ ยเหลือทางสงั คม ทรพั ยากร ใน – นอก ชุมชน
 การคิดแบบหมวก 6 ใบ  ผใู้ ห้การศึกษา
 ผใู้ ห้ข้อมูล
( Edward De Buno)  ผู้อานวยความสะดวก
 การประเมนิ ผลกระทบทางสังคม  ผู้จดั การรายกรณี

สุขภาพ และส่ิงแวดลอ้ มของประชาชน

 ระบบสวัสดิการชุมชน ฯลฯ

วิธีวิทยาในการปฏบิ ัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชน ( ร่วมกับวธิ กี ารสงั คมสงเคราะหเ์ ฉพาะราย/สังคมสงเคราะห์กลุม่ ชน/
การบริหารงานสังคมสงเคราะห/์ การวจิ ัยทางสงั คมสงเคราะห์)

การถอนตวั การศกึ ษา ศกึ ษาและทาความเขา้ ใจ
ออกจาก ชุมชน  มติ ปิ ระวัติศาสตร์ ศาสนา
ชุมชน
การประเมนิ วัฒนธรรม
การตดิ ตาม วินจิ ฉยั ชุมชน
และ  มิตสิ ังคม เศรษฐกิจ การเมอื ง
การวางแผน และส่ิงแวดลอ้ ม
ประเมินผล ดาเนนิ งาน
 ทนุ ชุมชนทุนทางสงั คม
การ  รายงานประจาปีแผนชมุ ชน
ดาเนนิ งาน  พัฒนาการและประสบการณ์
รว่ มกับชมุ ชน
อยา่ งมีส่วน ชุมชน
 รูปแบบการจดั สวัสดิการใน
รว่ ม
ชุมชน

เปา้ หมาย : รว่ มสรา้ งการเปลยี่ นแปลงสสู่ งั คมท่ีเป็นธรรม (change agent)
38

2.4 แนวทางการฝกึ ภาคปฏบิ ตั แิ ละการนิเทศงาน/สมั มนาการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 2
ฝ่ายการศกึ ษาภาคปฏิบัติได้กาหนดแนวทางในการฝึกภาคปฏิบัติ รวมถึงการ

นิเทศงานและสมั มนาการฝกึ ภาคปฏิบัติ 2 และบทบาทของอาจารยน์ ิเทศงานของคณะ
อาจารย์นเิ ทศงานภาคสนาม และนักศกึ ษาเพ่อื ใหเ้ กิดความเข้าใจที่ตรงกัน อาจารย์ผู้ทา
หน้าท่ีนิเทศงาน ท้ังภาคสนามและในคณะ ทาการเสริมสร้างการพัฒนาความรู้
ประสบการณ์ ตลอดจนเทคนิคในการทางานแก่นักศึกษาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของ
การฝึกภาคปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่ การเข้าส่ชู ุมชนการศกึ ษาวเิ คราะห์ชมุ ชนอย่างมีสว่ นร่วม การ
วิเคราะห์/วินิจฉัย/ประเมิน การวางแผนการดาเนินงาน การกาหนดแนวทาง/
วัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน การดาเนินงานตามแผน การประเมินผล
การปฏิบัติงาน และการส้ินสุดการปฏิบัติงาน (ความเป็นไปได้ของการฝึกภาคปฏิบัติ
ของนักศึกษาในประเด็นและขั้นตอนต่าง ๆ ดังกล่าว ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและบริบท
ของแต่ละชุมชน)

ช่วงเวลาในการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิและแนวทางการนเิ ทศงาน/ สัมมนา

ระยะต้นของการฝกึ ภาคปฏิบัติ (นเิ ทศงานออนไลน์คร้ังที่ 1 สปั ดาห์ที่ 1 – 2 )

แนวทางการฝึกภาคปฏิบตั ิ แนวทางการนเิ ทศงาน/สมั มนา

1. การปฐมนเิ ทศออนไลน์ นเิ ทศงานครั้งท่ี 1

1.1 กาหนดข้อตกลงในแนวการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ  ข้อมูลองค์กร – ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
1.2 ศกึ ษาข้อมูลเบ้อื งต้นของหน่วยงาน/ชุมชน จดุ ม่งุ หมายขององค์กร ยทุ ธศาสตร์ แผนงานของ
2. การเข้าสู่ชุมชน – ปรับตัว และการสร้าง หน่วยงานท้งั ในแง่ประวัติความเป็นมา จดุ กาเนดิ
สมั พนั ธภาพ ของนโยบาย/แผนงาน จุดเปล่ียนการปฏิรูป ฯลฯ

2.1 เรียนรขู้ ้อมูลจากแห่งทรพั ยากรต่าง ๆ ท้ังใน  กาหนดขอบเขตการปฏิบัติงาน ทั้งขอบเขตด้าน
และนอกชมุ ชน พ้ืนทีค่ วามรับผิดชอบและภาระงาน

2.2 สารวจภาวะอารมณ์ การเรียนรู้และการ  ขอ้ แนะนาเกย่ี วกบั ชมุ ชน – รายละเอยี ดเบื้องต้น
ปรับตัวของตนเอง แจ้งให้อาจารย์นิเทศงานภาคสนาม ของพ้ืนท่ีลักษณะการพักอาศัยในชุมชนและ
และอาจารย์นิเทศงานของคณะ ทราบทันที หากมี ความรบั ผดิ ชอบคา่ ใชจ้ ่ายของนกั ศึกษา
ประเด็นท่ีตอ้ งการคาปรกึ ษาหรือต้องการบอกเล่า
 ข้อควรปฏิบัตแิ ละไมค่ วรปฏิบตั ิของนักศกึ ษา
2.3 ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซ่ึงอาจเป็น
ข้อมูลทุติยภูมิ เช่น แผนชุมชน แผนพัฒนาตาบล ข้อมูล

39

แนวทางการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ แนวทางการนิเทศงาน/สัมมนา
กชช 2 ค. ข้อมูล จปฐ. รายงานการวิจัยชุมชน หรือ
เอกสารอน่ื ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง  บท บาท นัก ศึก ษา อ า จาร ย์ผู้นิเท ศงาน
ภาคสนาม และอาจารยน์ ิเทศงานของคณะ
2.4 ศึกษาชมุ ชนในลักษณะต่อยอดจากขอ้ มูลที่มี
อยู่แล้ว โดยการใช้เครอ่ื งมือ เช่น แผนที่ชุมชน ปฏทิ ินการ  กาหนดการนิเทศงาน/สมั มนา คร้ังตอ่ ไป
ผลิต ปฏิทินประเพณีและวัฒนธรรม โดยเน้นการมีส่วน
รว่ มของชุมชน

2.5 พัฒนาโครงการรว่ มกบั ชุมชน

ระยะกลางของการฝึกภาคปฏบิ ัติ (กจิ กรรมมชั ฌมิ นิเทศ วนั ที่ 6 มกราคม 2566 สปั ดาหท์ ี่ 3)

แนวทางการฝึกภาคปฏิบัติ แนวทางการนเิ ทศงาน/สมั มนา

1. การศึกษาและวิเคราะห์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วม – นเิ ทศงานคร้ังที่ 2
ร่วมกับชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมายในชุมชน หรือตาม บทบาทและการเรยี นรขู้ องนักศกึ ษา
ประเด็นท่ไี ด้รบั มอบหมายจากชุมชนหรือหน่วยงาน  การศึกษาและวิเคราะห์ชมุ ชน
 การร่วมปฏิบัติงานในโครงการ/กิจกรรมของ
ขอ้ มูลเชิงลึก ประกอบด้วย
1.ขอ้ มลู เฉพาะด้านทน่ี ักศึกษาสนใจ หรอื ได้รับมอบหมาย ชมุ ชน
 การเป็นสมาชิกของครอบครวั ในชมุ ชน
จากหนว่ ยงาน/ชุมชน ให้ทาการศกึ ษา ไดแ้ ก่  ประเดน็ ปรึกษา ข้อคดิ เห็น ข้อเสนอแนะ
 กาหนดหวั ข้อการสงั เคราะหบ์ ทเรยี น
- พัฒนาการและประสบการณ์ชมุ ชน  แผนการฝึกภาคปฏิบัติในระยะสุดท้าย รวมถึง

- โครงสร้าง องค์ประกอบ บทบาทหนา้ ท่ขี องฝา่ ยตา่ งๆ แผนการถอนตวั ออกจากชมุ ชน

- กระบวนการ วธิ กี ารดาเนนิ งาน มชั ฌิมนเิ ทศ
 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฝึกงานช่วงท่ีผ่านมา (ผู้คน/
- การเปลี่ยนแปลงต่อการเรียนรู้และความสัมพันธ์ของ
คนในกลุ่ม ในชุมชน และบุคคลหรือหน่วยงาน เรื่องราวของชุมชน/การอยู่อาศัย/ง าน ที่
ภายนอก หน่วยงานทา/ประเด็นทางสังคมในพื้นที่/โอกาส
ในการพฒั นา)
2.มิติเศรษฐกิจชุมชน มิติสุขภาพชุมชน มิติสวัสดิการ  แนวทางการระดมการมีส่วนร่วม/การเสริมสร้าง
พลังชุมชน
กลุ่มเปา้ หมายในชุมชน  ปญั หาท่ีพบและคาถามขอ้ สงสยั ที่มี

3.การวเิ คราะห์ วินจิ ฉัย ประเมนิ ข้อมลู ชุมชน – นกั ศึกษา
อาจเลือกแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลได้ในหลายแนว
ดงั นี้
3.1 การวเิ คราะห์เชอื่ มโยงอดตี ปัจจบุ ัน และแนวโน้ม
ในอนาคต

40

แนวทางการฝึกภาคปฏิบัติ แนวทางการนเิ ทศงาน/สัมมนา
3.2 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลชุดต่างๆ
เช่น ระหวา่ ง คนกับคน คนกับธรรมชาติ และโครงสร้าง
การจดั การต่างๆ
3.3 การวิเคราะหค์ วามสมั พันธ์ของข้อมลู ชุดต่างๆ กับ
ความหลากหลายของบุคคลในฐานะทางเศรษฐกิจ
สงั คม เชือ้ ชาติ และเพศสภาพ (gender)
3.4 การวิเคราะห์ข้อมูลบุคคล ครอบครัว หรือ
กลุ่มเป้าหมายพิเศษ นักศึกษาสามารถเลือกใช้วิธีการ
สังคมสงเคราะห์เฉพาะราย หรือสังคมสงเคราะห์กลุ่ม
ชน และสังคมสงเคราะห์ชุมชน
4. ร่วมวางแผนการดาเนินงาน/กาหนดแนวทาง
วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ร่ ว ม กั บ ชุ ม ช น /
ดาเนินงานตามแผนงานในโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ
ของชมุ ชน กิจกรรมตา่ ง ๆ ของชุมชน

4.1 ในช่วงน้ี บางชุมชนที่จะมีกิจกรรมตาม
ประเพณีรวมทง้ั กิจกรรมตามแผนงานของกล่มุ หรอื
ชุมชน นักศึกษาจะร่วมปฏิบัติงานในกิจกรรมของ
ชุมชน
4.2 นักศึกษาอาจจะร่วมกับชุมชนในการจัดการ
ประชุม วางแผน ประสานทรัพยากรกับหน่วยงาน
ต่าง ๆ และดาเนินงานท่ีเกิดจากการศึกษา
วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงความ
สอดคล้องกบั แผนของชุมชนในกรณที มี่ อี ยเู่ ดิมแลว้
4.3 กรณีมีบุคคล หรือครอบครัวท่ีมีความต้องการ
พิเศษ ให้ดาเนินการโดยใช้หลักและวิธีการสังคม
สงเคราะห์เฉพาะรายหรือสังคมสงเคราะห์กลุม่ ชน
และประสานงานกับกลุ่มสวัสดิการในชุมชน หรือ
การส่งตอ่ (Referral)

41

ระยะสุดทา้ ยของการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ (สัปดาหท์ ี่ 4 - 5)

แนวทางการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ แนวทางการนเิ ทศงาน/สัมมนา

1. การวางแผนและการจดั ทาโครงการ นเิ ทศงานคร้งั ท่ี 3

2. การดาเนินงานและผลการดาเนินงาน บทบาทของนักศึกษาในการเรียนรู้และร่วม

3. การประเมินผลการปฏิบัติงาน – นักศึกษาทา ทางานในชุมชนตลอดระยะเวลาการฝึก

การประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง ร่วมกับ ภาคปฏบิ ตั ิ

ชุมชน ในประเดน็ ต่าง ๆ  การเปลี่ยนแปลงในความรู้ เจตคติ
1) บทบาทของนักศกึ ษาในการทางานชุมชน และทกั ษะ
2) ความเหมาะสมของหลักการ วิธีการ รูปแบบ
 หลักการและวิธีการทางสังคม
และเทคนิคการทางานกับชุมชน สงเคราะห์ท่ีประยุกต์ใช้ ตลอดจน
3) พลวัตของชุมชนในกระแสการเปล่ียนแปลง เง่ือนไขและความเหมาะสมตอ่ การ
ปฏิบตั ิงานชุมชน
ของสงั คม
4) ปัญหา อุปสรรค  สรุปบทเรียนและข้อเสนอแนะต่อ
5) ขอ้ เสนอแนะต่อการทางานในชมุ ชน และการ นักศึกษา คณะสังคมสงเคราะห์
ศาสตร์ ชุมชน และหน่วยงานท่ี
ฝึกภาคปฏิบัติ เก่ียวขอ้ ง
4.สิ้นสุดการปฏิบัติงาน – นักศึกษาเตรียมความ

พรอ้ มของชุมชนก่อนออกจากพนื้ ท่ี

1) ชี้แจงให้ชุมชน/ผู้มีส่วนเกยี่ วข้องทราบ ถึง

กาหนดเวลาออกจากพ้ืนที่

2) ส่งมอบงานท่ีดาเนินการเสร็จสิ้นแล้วให้

ชมุ ชน/ผู้มีหนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ

3) กรณีที่มีงานต่อเนื่อง ดาเนินการส่งต่องาน

ให้กับผู้มีหนา้ ท่รี ับผดิ ชอบ

ระยะสดุ ทา้ ยของการฝึกภาคปฏบิ ัติ (สปั ดาห์ที่ 6)

แนวทางการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ แนวทางการนิเทศงาน/สัมมนา

1. การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน – นักศึกษาทาการ

ประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง ร่วมกับชุมชนใน

ประเดน็ ต่าง ๆ

42

แนวทางการฝกึ ภาคปฏิบตั ิ แนวทางการนิเทศงาน/สัมมนา
1) การปรบั ตัว การสร้างสมั พันธภาพ นิเทศงานครัง้ ท่ี 4
2) บทบาทของนักศึกษาในการทางาน บทบาทของนักศึกษาในการเรียนรู้และร่วม
ท า ง า น ใ น ชุ ม ช น ต ล อ ด ร ะ ย ะ เ ว ล า ก า ร ฝึ ก
ชุมชน ภาคปฏิบัติ
3) การดาเนนิ งานและผลการดาเนนิ งาน
4) ความเหมาะสมของหลักการ วิธีการ  การเปลี่ยนแปลงในความรู้ เจตคติ
และทักษะ
รปู แบบและเทคนคิ การทางานกบั ชมุ ชน
5) พ ล วั ต ข อ ง ชุ ม ช น ใ น ก ร ะ แ ส ก า ร  หลักการและวิธีการทางสังคม
สงเคราะห์ท่ีประยุกต์ใช้ ตลอดจน
เปลี่ยนแปลงของสงั คม เงื่อนไขและความเหมาะสมต่อการ
6) ปัญหา อุปสรรค ปฏบิ ตั ิงานชุมชน
7) ขอ้ เสนอต่อการทางานในชุมชน และการ
 สรุปบทเรียนและข้อเสนอแนะต่อ
ฝึกภาคปฏบิ ัติ นักศึกษา คณะสังคมสงเคราะห์
2. ส้ินสุดการปฏิบัติงาน - นักศึกษาเตรียมความ ศาสตร์ ชุมชน และหน่วยงานท่ี
พรอ้ มของชมุ ชนก่อนออกจากพน้ื ที่ เก่ยี วข้อง

1) ช้ีแจงให้ชุมชน/ผู้มีส่วนเก่ียวข้องทราบ ปจั ฉิมนเิ ทศ (ส้นิ สุดการฝกึ ภาคสนาม)
ถงึ กาหนดเวลาออกจากพ้นื ที่
 รูปแบบสวัสดกิ ารทม่ี ีอยใู่ นชุมชน
2) ส่งมอบงานท่ีดาเนินการเสร็จส้ิน แล้วให้
ชมุ ชน/ผู้มีหน้าที่ความรบั ผิดชอบ  บทบาทของนักศึกษาในการเรียนรู้และรว่ ม
ทางานกบั ชุมชน
3) กรณีท่ีมีงานต่อเนื่อง ดาเนินการส่งต่อ
งานใหก้ บั ผมู้ ีหนา้ ทีร่ ับผดิ ชอบ  การนาความรู้ทางวิชาการ เชื่อมโยงสู่การ
ปฏิบตั งิ าน ปญั หา อุปสรรค

 การเปลี่ยนแปลงในความรู้ ทัศนคติ และ
ทักษะของนักศึกษา

 สรุปบทเรียน ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของ
นักศึกษา ต่อตนเอง ต่อหน่วยงาน/ชุมชน
และการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ

43

2.5 การอบรมเตรยี มความพรอ้ มเชิงปฏิบัตกิ าร (กอ่ นฝึก) การจัดอบรม การปฐมนเิ ทศ การมชั ฌมิ
นิเทศ และการปจั ฉิมนเิ ทศ
กาหนดการคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
1. ประชุมเชิงปฏบิ ัติการ : การฝกึ ภาคปฏิบตั ิ 2
ระหวา่ งวันเสาร์ท่ี 12 – วันอาทติ ย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565

44

45

2.ประชุมชี้แจงรูปแบบการทางานร่วมระหว่างอาจารย์นิเทศงานในคณะและคณาจารย์และ
กิจกรรมปฐมนเิ ทศนกั ศึกษาฝึกภาคปฏิบตั ิ 2

กาหนดการประชมุ
ช้แี จงรปู แบบการทางานร่วมระหวา่ งอาจารย์นิเทศงานในคณะและคณาจารย์

และกจิ กรรมปฐมนิเทศนกั ศกึ ษาฝกึ ภาคปฏิบัติ 2
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565

วนั ที่ 19 ธันวาคม 2565 ออนไลนผ์ ่านโปรแกรม Zoom

เวลา กาหนดการ
 ประชุมชแ้ี จงรูปแบบการทางานรว่ มระหวา่ งอาจารย์นเิ ทศงานในคณะและอาจารยน์ เิ ทศงานภาคสนาม

08.30 – 09.30 น. ลงทะเบยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรม
09.30 – 10.30 น. อาจารยภ์ าคสนาม พบฝ่ายฝกึ ฯ: ชี้แจงวัตถปุ ระสงค์ และรูปแบบการฝึกภาคปฏิบัติ 2

โดย ผ้คู ณบดฝี า่ ยการศึกษาภาคปฏิบัติ
10.30 – 12.00 น. บทบาทอาจารยน์ ิเทศภาคสนาม
12.00 – 13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารตามอธั ยาศัย
 ปฐมนิเทศนักศกึ ษาฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2
12.30 – 13.00 น. ลงทะเบียนเขา้ รว่ มกิจกรรม
13.00 – 14.30 น. พิธเี ปดิ การฝึกภาคปฏบิ ตั ิ และต้อนรบั อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม

อาจารย์นเิ ทศงานในคณะและนกั ศึกษา
และชีแ้ จงแนวทางการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ 2
(แบบประเมิน คูม่ อื กฎกตกิ า แนวปฏบิ ัต)ิ
โดย ผชู้ ว่ ยคณบดีฝ่ายการศกึ ษาภาคปฏิบัติ
14.30 – 16.00 น. พบอาจารย์นเิ ทศงานในคณะและอาจารย์ภาคสนาม (ตามหอ้ งย่อย)
*กาหนดอาจมกี ารเปล่ียนแปลงตามความเหมาะสม

46

3. การมชั ฌิมนเิ ทศนักศึกษาการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 (ในพืน้ ที)่
กาหนดการมัชฌิมนเิ ทศนกั ศึกษาการฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2565

ระหวา่ งวนั ท่ี 1 – 31 มกราคม 2566เวลา 08.30 – 16.30 น.
เวลา กาหนดการ
นักศึกษาฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2 พบอาจารย์นิเทศงานในคณะ /อาจารยน์ ิเทศงานภาคสนาม
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.30 – 12.00 น. นาเสนอและแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ตามประเดน็

 ข้อมูลหน่วยงาน
 ข้อมูลการศึกษาชุมชน (บริบทชุมชน / ประวัติศาสตร์ชุมชน/มิติสังคม เศรษฐกิจ

วัฒนธรรม /ทนุ ชมุ ชน ทรพั ยากรใน/นอกชุมชน
 แผน/โครงการ /กิจกรรม /บริการท่ีจะดาเนินการในช่วงเวลาต่อไป (จนสิ้นสุด

กระบวนการฝึกภาคปฏบิ ตั ิ)
12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวนั
13.00 – 16.30 น. นาเสนอประเดน็ และแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ (ต่อจากภาคเช้า)

สรุปบทเรยี นรูร้ ว่ มกัน
*กาหนดการอาจมกี ารเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม

47


Click to View FlipBook Version