เอกสารประกอบการเรียน วิชา การจัดสวนถาด ช ั ้ นม ั ธยมศ ึ กษาปี ท ี ่ 3 นายพหล จุลนวล กลุ่มวิชาการงานเกษตร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช
~ 1 ~ ความหมายและความเป็นมาของสวนถาด สวนถาด (Tray Landscape หรือ Dish garden หรือ Miniature garden ) หมายถึง การจัดจ าลองทิวทัศน์ธรรมชาติโดยการย่อส่วน หรือการจัดปลูกพืชให้เกิดความสวยงาม โดยใช้หลักทางศิลปะ มาผสมผสาน ลงในภาชนะก้นตื้น ปากกว้าง หรือกระถางแบน สวนถาดเป็นการจัดสวนในภาชนะที่มีพื้นที่จ ากัด รู้จักกันมานาน ชาวยุโรปนิยมจัดสวนถาดเพื่อการ พักผ่อน จัดเป็นงานอดิเรกเพื่อใช้ตกแต่งห้องพักอาศัย บ้างก็จัดจ าหน่ายตามร้านขายของที่ระลึก ใน ประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนการจัดสวนถาดเช่นเดียวกับการสอนการจัดดอกไม้ ในบ้านเราก็นิยมจัดสวนถาด กันมานาน ทั้งในระดับของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่สนใจทั่วไป มีการจัดเพื่อการแข่งขัน จัดเพื่อ การศึกษาและมีบางส่วนจัดเพื่อการค้า ความเป็นมาของสวนถาดที่ถือเอาการจัดในแนวธรรมชาติ สันนิษฐานว่าเริ่มมาจากชาวจีนสมัย โบราณ โดยที่เขารู้จักการปลูกต้นไม้ในกระถาง และมีการควบคุมบังคับให้แคระ เตี้ยเล็ก แต่มีรูปทรง สัดส่วนที่สวยงาม แล้วน าก้อนหินขนาดต่างๆมาประดับเพิ่มเติม เพื่อให้มีลักษณะเหมือนกับภูมิประเทศที่พืช พันธุ์นั้นขึ้นและเติบโตอยู่จนกลายเป็นการจ าลองทิวทัศน์ธรรมชาติ และมีการพัฒนาเป็นการก่อภูเขาจ าลอง ขึ้น เรียกว่าเผ็งจิ้ง (Penjing) ค าว่า เผ็ง แปลว่า ภาชนะ หรือกระถาง และค าว่า จิ้ง แปลว่า ภูมิทัศน์หรือวิว ทิวทัศน์ ต่อมาชาวญี่ปุ่นได้รับเอาไม้แคระของจีนไปพัฒนาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน เรียกว่า บอนไซ (Bonsai) ค าว่า Bon แปลว่า ถาด และค าว่า sai แปลว่า ต้นไม้และสร้างรูปแบบของสวนถาดที่สวยงามโดดเด่นออกมา ด้วย สวนถาดของญี่ปุ่นจะใช้พันธุ์ไม้ที่เป็นบอนไซ หรือต้นกล้าที่เตรียมไว้ท าเป็นบอนไซในการจัดเป็นหลัก การจัดจะเน้นลักษณะการจ าลองทิวทัศน์ธรรมชาติ แต่เนื่องจากบอนไซเป็นพันธุ์ไม้ที่มีราคาแพง และต้องใช้ เวลาในการปลูกเลี้ยงนาน ท าให้มีการจัดอยู่ในขอบเขตจ ากัด แต่สวนถาดนั้นไม่ได้จ ากัดในรูปแบบและ จะต้องใช้พันธุ์ไม้ที่เป็นบอนไซเท่านั้น เราสามารถใช้พันธุ์ไม้อื่นๆที่หาได้ง่าย หรือพันธุ์ไม้ที่เราเตรียมไว้ ส าหรับท าบอนไซ เพราะแทนที่เราจะปลูกเลี้ยงไว้ในกระถางดินเผาธรรมดา เราก็น ามาชื่นชมในสวนถาดก่อน พร้อมกันนั้นก็คอยดูแล ตัดแต่งตามวิธีการปลูกเลี้ยงบอนไซ เราก็ได้เรียนรู้การท าบอนไซ โดยไม่ต้องพะวง ถึงคุณค่าของพันธุ์ไม้ว่าจะเสียไป ในประเทศไทยรับเอาการท าบอนไซ (Bonsai) มาเป็นไม้ดัดไทยแบบต่างๆ และใช้หินมาก่อเป็นภูเขา จ าลอง ประดับด้วยไม้ดัดคล้ายเผ็งจิ้ง (Penjing) ของจีน เรียกว่า เขามอ ภาพ เผ็งจิ้ง บอนไซ และเขามอ ใบความรู้ที่ 1 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมปีที่ 3 หน่วยที่ 1 ความส าคัญและประเภทของสวนถาด เรื่อง ความส าคัญของสวนถาด ผลการเรียนรู้ อธิบายความหมาย ความเป็นมา ความส าคัญและประโยชน์ของการจัดสวนถาด
~ 2 ~ คุณค่าและประโยชน์ของสวนถาด การจัดสวนถาดเป็นการจัดย่อส่วนทิวทัศน์ธรรมชาติลงในภาชนะหรือเป็นการจัดปลูกต้นไม้ให้เกิด ความสวยงามโดยใช้หลักของศิลปะมาช่วย ซึ่งจะไม่เหมือนกับการปลูกต้นไม้ลงในกระถางดินเผาธรรมดา สวนถาดจึงมีคุณค่าหลายประการ ได้แก่ 1. มีคุณค่าทางด้านจิตใจ เสริมสร้างสุขภาพจิต มีสมาธิจากการใกล้ชิดธรรมชาติ 2. เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 3. เป็นงานอดิเรกที่มีคุณค่า 4. จัดเป็นของที่ระลึกในโอกาสต่างๆ 5. ใช้ประดับตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ 6. จัดเป็นอาชีพสร้างเสริมรายได้ 7. จัดเพื่อการศึกษาด้านการเกษตรหรือการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น ศึกษาการ เจริญเติบโตของพืช การตอบสนองต่อแสงสว่าง วิธีการขยายพันธุ์พืช เป็นต้น ภาพ สวนถาดแบบต่างๆ
~ 1 ~ รูปแบบของการจัดสวนถาด สวนถาดเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนรักต้นไม้ เพราะได้น าต้นไม้นานาชนิดมาจัดปลูกรวมกันในภาชนะ โดยมากใช้ไม้ขนาดเล็ก ไม้แคระตามธรรมชาติหรือไม้ย่อส่วนอย่างบอนไซ ไม้ดัด สวนถาดเหมาะสมส าหรับตกแต่งในบ้านเรือนหรือสวนที่มีเนื้อที่น้อย แต่ก็ไม่ขัดตาหากจะใช้ประดับ ในสถานที่กว้างขวาง ทั้งยังทนทานกว่าแจกันดอกไม้ทั่วไป รูปแบบสวนถาดในบ้านเรานิยมท าเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ การจัดเหมือนการจัดแจกันดอกไม้ และการจัดแบบย่อส่วนทิวทัศน์หรือเรื่องราวต่างๆ 1. รูปแบบการจัดเหมือนการจัดแจกันดอกไม้ โดยใช้รูปทรง สีสันของพันธุ์ไม้มาประกอบกันให้ เกิดความสวยงาม ได้แก่ การจัดกลุ่มไม้ดอก ไม้ใบ หรือผสมผสานกัน ปลูกลงในภาชนะที่ต้องการ ซึ่ง เหมาะเป็นของขวัญ ของก านัล หรือใช้ตกแต่งสถานที่ โดยมีความทนทานกว่าดอกไม้สด ภาพ สวนถาดแบบแจกันดอกไม้ ใบความรู้ที่ 2 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมปีที่ 3 หน่วยที่ 1 ความส าคัญและประเภทของสวนถาด เรื่อง การจ าแนกประเภทของสวนถาด ผลการเรียนรู้ จ าแนกประเภทของการจัดสวนถาด
~ 2 ~ 2. รูปแบบการจัดแบบย่อส่วนทิวทัศน์ เป็นรูปแบบที่มีเนื้อหาหรือเรื่องราวที่เลียนแบบธรรมชาติ หรือย่อส่วนทิวทัศน์โดยใช้ก้อนหินจริง ตอไม้ มาจ าลองเป็นภูเขา น้ าตก ทะเล หรือทะเลทราย โดยมีต้นไม้เล็กประกอบเพื่อให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด มีหลายรูปแบบ ดังนี้ 2.1 สวนถาดแบบชื้น เป็นการจัดโดยย่อส่วนของทิวทัศน์ ภูเขา ทะเล น้ าตก หรือเรื่องราว ในธรรมชาติอื่นๆ โดยใช้ตอไม้ รากไม้หรือก้อนหินที่มีลักษณะเด่นสวยงามเป็นหลัก มีพันธุ์ไม้ที่มีรูปทรงและ สีสันสวยงามเป็นส่วนประกอบ ภาพ สวนถาดแบบชื้น
~ 3 ~ 2.2 สวนถาดแบบแห้ง เป็นการย่อทิวทัศน์ของทะเลทราย การจัดในที่นี้จะใช้หิน ทราย และต้นไม้ พวกแคคตัสกับพวกซัคคิวเลนท์เป็นองค์ประกอบ ภาพ สวนถาดแบบแห้ง
~ 4 ~ 2.3 สวนถาดเขามอ เป็นศิลปะของไทยตั้งแต่โบราณ จัดโดยใช้หินที่มีลักษณะสวยงามเป็น หลัก มาก่อจ าลองเป็นภูเขา ปลูกต้นไม้ให้เกาะหิน อาจมีน้ าตก แอ่งน้ าหรือทะเล รวมทั้งตุ๊กตาคนและสัตว์ จ าลอง ภาพ เขามอแบบโบราณ ภาพ เขามอแบบโบราณ ภาพ สวนถาดแบบเขามอ ภาพ เขามอโบราณ
~ 5 ~ รูปแบบสวนถาดของญี่ปุ่น รูปแบบการจัดสวนถาดของญี่ปุ่นที่นิยม มี 4 แบบ ได้แก่ 1. บอนเค (Bonkei) หมายถึง การจัดสวนถาดแบบย่อทิวทัศน์ลงในถาดโดยไม่นิยมใช้ต้นไม้ เป็นองค์ประกอบ เช่น ทิวทัศน์ของหาดทราย ชายทะเล ทิวทัศน์ของโขดหินกลางน้ า ฯลฯ ภาพ การจัดสวนถาดแบบบอนเค 2. โยเสะอุเอะ (Uoseue) หมายถึง การจัดสวนถาดแบบย่อป่าธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้ (Group Planting) ลงในถาด โดยไม่นิยมใช้หิน รากไม้ ตอไม้ และตุ๊กตาเป็นองค์ประกอบ ภาพ การจัดสวนถาดแบบโยเสะอุเอะ 3. อิชิสุกิ บอนไซ (Ishi Tsuki Bonsai) หมายถึง การจัดสวนถาดแบบปลูกต้นไม้เกาะหินหรือ บอนไซประเภทไม้เกาะหิน ซึ่งคล้ายกับการจัดเขามอของเรานั่นเอง ภาพ การจัดสวนถาดแบบอิชุสุกิบอนไซ
~ 6 ~ 4. ไซเค (Saikei) หมายถึง การจัดสวนแบบย่อส่วนของสวนธรรมชาติจริง ๆ เป็นสวนธรรมชาติที่ ประกอบด้วยต้นไม้กับองค์ประกอบอื่นๆ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์จากฝีมือมนุษย์ เช่น บ้าน สะพาน ม้านั่ง ตุ๊กตา ฯลฯ ภาพ การจัดสวนถาดแบบไซเค
~ 1 ~ หลักศิลปะในการจัดสวนถาด การจัดสวนถาดถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการน าความงามของพันธุ์ไม้ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกันกับองค์ประกอบของศิลปะ จึงจ าเป็นต้องมีความรู้ในหลักศิลปะ ดังนี้ 1. เส้น (line) เส้นเป็นพื้นฐานของโครงสร้างของทุกสิ่งในจักรวาล เป็นสิ่งส าคัญที่สุดในการ ออกแบบ สวนถาด ล้วนเกิดจากเส้นประกอบเข้าด้วยกัน คุณลักษณะของเส้น เส้นมีมิติเดียว คือความยาว เส้นขั้นต้นที่เป็นพื้นฐานมี 2 ลักษณะ คือเส้นตรง กับเส้นโค้ง ความรู้สึกที่เกิดจากลักษณะของเส้น - เส้นตั้งตรง ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง - เส้นนอน ให้ความรู้สึกกว้าง สงบเงียบ - เส้นโค้งน้อย หรือเส้นเป็นคลื่นน้อย ๆ ให้ความรู้สึกสบาย เลื่อนไหลต่อเนื่อง มีความ กลมกลืน - เส้นโค้งก้นหอย ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว คลี่คลาย เติบโต - เส้นฟันปลาหรือเส้นคดที่หักเหโดยกะทันหัน เปลี่ยนทิศทางรวดเร็วมาก ความรุนแรง - เส้นเอียง ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว ไม่มั่นคง ไม่สมบูรณ์ 2. สี (colour) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติมีอยู่ในแสงแดดเป็นคลื่นแสงชนิดหนึ่ง จะปรากฏให้เห็น เมื่อแสงแดดผ่านละอองไอน้ าในอากาศ เกิดการหักเหเป็นสีรุ้งบนท้องฟ้า 7 สี คือ แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ าเงิน ม่วงน้ าเงิน (คราม) และม่วง สีให้ความรู้สึกต่างกัน ได้แก่ - สีแดง สีแห่งการโฆษณาชวนเชื่อ ตื่นเต้น เร้าใจ - สีชมพู สีแห่งความเป็นหนุ่มสาว สีแห่งความรัก ความมั่นใจ - สีน้ าเงิน สีแห่งความเชื่อมั่น หนักแน่น สุภาพ ถ่อมตน - สีเหลือง สว่างสดใส ร่าเริง รู้สึกมีรสเปรี้ยว - สีแสด ตื่นตัวเร้าใจ สนุกสนาน - สีม่วง สีแห่งความผิดหวัง ไม่เชื่อมั่น ไม่แน่นอน เศร้า - สีเขียวอ่อน สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน - สีเทา เงียบสงัด ขรึม สุภาพ ใบความรู้ที่ 3 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 2 การออกแบบการจัดสวนถาด เรื่อง หลักทั่วไปในการจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ อธิบายหลักทั่วไปในการจัดสวนถาด
~ 2 ~ การใช้สีในการจัดสวนถาด ได้แก่ สีที่เกิดจากธรรมชาติของใบไม้ ดอกไม้ กรวด ทราย หิน หรือตอไม้ และสีที่เกิดจากการสร้างขึ้น ได้แก่ การทาสีภาชนะจัดสวน สีทาตอไม้ สีตุ๊กตาจ าลอง สีจะท าให้ เกิดความรู้สึกสวยงาม เป็นธรรมชาติ หากใช้ให้กลมกลืนกัน หรือตัดกัน ตามความต้องการของผู้ออกแบบ 3. รูปทรง หรือรูปร่าง (form and shape) เกิดจากการน าเส้นตรง และเส้นโค้งมาประกอบเข้า ด้วยกันจนเป็นรูป ได้แก่ - รูปทรงเรขาคณิต เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ทรงกระบอก - รูปทรงธรรมชาติ เช่น รูปทรงของก้อนหิน ตอไม้ กรวด ต้นไม้ ใบไม้ รูปทรง หรือรูปร่างในการจัดสวนถาดส่วนใหญ่น ามาใช้ในการเขียนแบบ ออกแบบก่อนการจัดจริง ภาพ รูปร่างต่างๆ
~ 3 ~ 4. ผิวสัมผัส (texture) หมายถึง ลักษณะของบริเวณพื้นผิวของสิ่งต่าง ๆ เมื่อสัมผัสจับต้องหรือ มองเห็นแล้วรู้สึกได้ว่าหยาบ ละเอียด เป็นมัน ด้าน ขรุขระ เป็นก ามะหยี่ มีความส าคัญต่อความงามในด้าน สุนทรียภาพ ท าให้เกิดความสุขทั้งทางกายและทางใจ เช่น ผิวของหิน ตอไม้ ใบไม้ ภาพ พื้นผิวของวัสดุและพันธุ์ไม้ 5. ลวดลาย (pattern) ลวดลายในแต่ละสิ่งล้วนแตกต่างกันมากมาย มีทั้งลวดลายที่เกิดจาก ธรรมชาติ เช่น ลายใบไม้ ลายในก้อนหิน ลายในตอไม้ หรือลายที่ประดิษฐ์ขึ้น เช่น ลวดลายบนถาดจัดสวน การโรยหินเกร็ดสลับสีต่างๆในสวนถาด การสร้างลวดลายในสวนถาดเพื่อให้เกิดความสวยงาม ชวนมอง มี จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ภาพ ลวดลายพันธุ์ไม้และวัสดุต่างๆ 6. ช่องว่าง หรือ ช่วงระยะ (space) หมายถึง ที่ที่ท าให้เกิดรูปร่างและที่ที่เรามองไม่เห็นว่าเป็น รูปร่าง เป็นบริเวณที่โล่งว่างของสวน ท าให้เกิดความโปร่ง โล่ง พอดีไม่แน่นหรืออึดอัดจนเกินไป เช่น ที่ว่าง ระหว่างต้นไม้ ตอไม้ หิน ความเป็นโพรงถ้ า หุบเขา แอ่งน้ า ภาพ การจัดสวนถาดให้มีช่องว่าง
~ 4 ~ 7. สัดส่วน (Proportion) เป็นการจัดองค์ประกอบต่างๆให้มีความสัมพันธ์เหมาะสมกัน ในการ จัดสวนถาดซึ่งมีพื้นที่แคบ หากปลูกต้นไม้หรือใช้ก้อนหินที่มีขนาดใหญ่โตเกินไปก็จะผิดสัดส่วน ไม่เป็นไป ตามธรรมชาติจริงๆ หรือการใช้วัสดุอื่นๆ เช่น ตุ๊กตารูปคน เก๋งจีน บ้าน สะพาน จะต้องได้สัดส่วนที่ เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับองค์ประกอบอื่นๆในสวน ภาพ การจัดสวนถาดที่มีสัดส่วนเหมาะสม 8. ความสมดุล (Balance) เป็นการจัดวางองค์ประกอบให้เกิดลักษณะที่ถ่วงซึ่งกันและกันทั้ง 2 ด้านเป็นอย่างน้อย การจัดวัสดุต่างๆให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างด้านซ้ายหรือขวา ในการจัดสวนถาด พยามให้มีความสมดุลโดยเติมส่วนประกอบต่างๆลงไปให้พอเหมาะ เช่น ถ้าเราวางหินทางด้านซ้ายมือของ สวนมาก ทางขวามือก็ต้องหาสิ่งอุปกรณ์อื่นมาถ่วง เช่น ต้นไม้ กรวด ทราย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม เสมอเหมือน ถ่วงดุลกัน ภาพ ความสมดุลในการจัดสวนถาด
~ 5 ~ 9. จังหวะ (Rhythm) ในการจัดองค์ประกอบในสวนถาด จะรับรู้ได้ด้วยสายตา ซึ่งจะ เกี่ยวข้องกับระยะโดยตรง การก าหนดต าแหน่งและขนาดขององค์ประกอบ จะกระจัดกระจายถ้าจังหวะ การจัดวางไม่ดี การจัดจังหวะที่ถูกต้องจะเกิดได้ง่าย ถ้าจัดให้องค์ประกอบมีระยะอย่างเหมาะสม ทั้งระยะ หน้า – หลัง ห่าง – ชิด สูง – ต่ า องค์ประกอบที่มีความสูงมากจะจัดให้อยู่ด้านหลัง ส่วนประกอบที่ รูปทรงต่ าก็จัดให้อยู่ด้านหน้าถัดกันมาตามล าดับ ภาพ การจัดสวนให้มีจังหวะต่างๆ 10. ความกลมกลืน (Harmony) เป็นการจัดองค์ประกอบให้เกิดความเหมาะพอดี ความ กลมกลืนไม่ได้หมายถึงเฉพาะจัดองค์ประกอบที่คล้ายกันหรือเหมือนกันอย่างเดียว แต่ความกลมกลืนเกิดจาก สิ่งที่แตกต่างหลากหลายมารวมกันได้อย่างเหมาะสมสวยงามก็ได้ เราแบ่งความกลมกลืนในการจัดสวนถาด เป็น 2 ลักษณะ คือ 10.1 ความกลมกลืนในส่วนประกอบของศิลปะ ได้แก่ ความกลมกลืนที่เกิดจากการใช้ เส้น รูปทรง สี ขององค์ประกอบที่น ามาจัด เช่น สวนถาดที่ใช้ต้นชาฮกเกี้ยนร่วมกับต้นชาปัตตาเวีย แม้ ขนาดของต้นจะแตกต่างกันก็กลมกลืนกันได้จากลักษณะของใบ สีใบ และรูปทรงของล าต้น ลักษณะนี้เป็น ความกลมกลืนในรูปแบบของสวน 10.2 ความกลมกลืนในเนื้อหาของสวน ได้แก่ความกลมกลืนในเรื่องราวของสวนที่จัดว่า มีเนื้อหาอย่างไร เช่น ถ้าจัดเนื้อหาเกี่ยวกับภูเขา สิ่งที่กลมกลืนกันได้คือ ก้อนหินที่แสดงถึงลักษณะของ ภูเขา อาจมีต้นไม้ขึ้นแซมตามซอกหิน ส่วนต้นไม้ที่ใช้ประกอบควรมีทรงพุ่มแน่น ล าต้นตั้งตรง แข็งแรง โดยโคนต้นปกคลุมด้วยมอส หากจ าลองทิวทัศน์ทางทะเล หินที่น ามาตกแต่งต้องเว้าแหว่ง แสดงถึงการกัด เซาะของคลื่นลม พันธุ์ไม้ประกอบต้องมีลักษณะล าต้นเอน พุ่มใบโปร่ง เนื่องจากปรับตัวไม่ให้ต้นลม เกิด บรรยากาศที่เหมือนจริงของสถานที่ที่จ าลองขึ้น ภาพ ความกลมกลืนของสวน
~ 6 ~ 11. ความแตกต่าง (Contrast) เป็นการน าเอาองค์ประกอบที่มีลักษณะแตกต่างกัน เช่น น าความแตกต่างของรูปทรง สี ลักษณะใบของต้นไม้ มาจัดรวมกันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์สวยงามใน รูปแบบของสวนถาด คุณค่าของความแตกต่าง ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและสร้างลักษณะที่น่าสนใจ ถ้าเรารู้จัดใช้ความแตกต่างในอัตราที่พอเหมาะ จะแก้ความซ้ าซากจ าเจ ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวและเกิดจุด สนใจขึ้นได้ ความแตกต่างที่ปรากฏในสวนถาด ได้แก่ พื้นดิน พื้นน้ า พื้นทราย ที่ราบ ที่สูง ความ แตกต่างของรูปทรง สีสันของพันธุ์ไม้ ก้อนหินและวัตถุอื่นๆ แต่ต้องค านึงอยู่เสมอว่า ความแตกต่างไม่ใช่ เกิดจากการจัดด้วยองค์ประกอบที่หลากหลาย กระจัดกระจาย แต่ความแตกต่างที่ใช้จะต้องเสริมสร้างความ กลมกลืนและความเป็นเอกภาพของสวนให้สมบูรณ์ขึ้น เปรียบได้กับป่าใหญ่ที่มีทั้งไม้ใหญ่ ไม้เล็ก ไม้เลื้อย พื้นน้ า พื้นดิน ก้อนหิน ตอไม้ แม้จะแตกต่างกันทุกสิ่งแต่ก็เสริมสร้างความเป็นเอกภาพและความกลมกลืน ของป่านั้นได้ ภาพ ความแตกต่างของพันธุ์ไม้ และวัสดุการจัดสวนถาด 12. เอกภาพ (Unity) คือ ความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผลงานโดยรวมทั้งหมด ไม่ใช่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของผลงาน ในการจัดกลุ่มต้นไม้ กลุ่มหิน จะจัดเป็นกี่กลุ่มก็ได้ แต่ต้องให้แต่ละ กลุ่มมีความส าคัญไม่เท่ากัน ให้กลุ่มที่มีความส าคัญที่สุดมีเพียงกลุ่มเดียว โดยการจัดวางองค์ประกอบ ทั้งหมดให้มีความสัมพันธ์กัน อย่างเหมาะสมและพอดี มีทั้งส่วนเด่น ส่วนรองที่เกื้อหนุนกัน ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ ก้อนหิน กรวด หรือวัสดุอื่นๆ ภาพ การจัดสวนให้มีเอกภาพ
~ 7 ~ 13. จุดเด่น (Dominant Point) เป็นจุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นจุดส าคัญที่สื่อถึง เนื้อหาของสวน จุดเด่นนั้นจะเป็นสิ่งใดก็ได้ที่มีลักษณะแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ เช่น ทางสี ทรงรูปร่าง ทรง ขนาด การสร้างจุดเด่นอาจจะท าขึ้นได้จากวัสดุต่างๆหลายอย่าง เช่น ตอไม้ หิน ตะเกียงหิน เครื่องปั้นดินเผา น้ าตก ฯลฯ จุดเด่นของสวนมักจะบ่งบอกถึงเนื้อหาเรื่องราวของสวนว่าเป็นอะไร ไม่ว่า จะเป็นทิวทัศน์ทางทะเล ภูเขา ธารน้ า เพราะเรื่องเหล่านี้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะอยู่ หากรู้จักเลือกเอา เอกลักษณ์นั้นมาสร้างเป็นจุดเด่นได้ก็นับเป็นความส าเร็จที่ส าคัญยิ่ง ในการจัดสวนถาดการเน้นให้เกิด จุดเด่นท าได้ยากเนื่องจากมีเนื้อที่จ ากัดจึงเน้นจุดเด่นน่าสนใจโดยรวมทั้งสวนมากกว่า ภาพ การใช้หินเป็นจุดเด่นของสวน การสร้างความเด่นให้เกิดขึ้นโดยรวมของสวน ก็เกิดจากการจัดวางองค์ประกอบหลัก และ องค์ประกอบรอง ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ก้อนหิน พันธุ์ไม้ ควรจัดวางให้ได้ต าแหน่งที่เหมาะสม อาจจะเป็น ตรงกลาง ซ้าย หรือขวาก็ได้ หลักเกณฑ์ทั้ง 13 ประการที่กล่าวมานี้เป็นหลักที่ก าหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวในการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่มี ใครสามารถก าหนดไว้อย่างแน่นอนตายตัวได้ว่า จะมีวิธีการจัดอย่างไรสวนถาดของเราจึงจะสวยงาม บางครั้ง ความสวยงามที่เกิดจากจินตนาการ ตามประสบการณ์ของเราอาจเป็นที่ยอมรับโดยเราอาจจะไม่ไม่ได้ ค านึงถึงหลักเกณฑ์มากนัก แต่หลักเกณฑ์ต่างๆก็ปรากฏอยู่ภายในสวนที่จัดขึ้นนั่นเอง
~ 1 ~ พันธุ์ไม้จัดสวนถาด พันธุ์ไม้เป็นองค์ประกอบหลักที่ส าคัญมากในการจัดสวนถาดเราจ าเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวพันธุ์ ไม้ที่จะน ามาในการจัดสวนถาด ซึ่งมีพื้นที่ขนาดเล็ก และจ ากัด ท าให้ต้นไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตและหยั่ง รากไปได้อย่างอิสระเหมือนอยู่บนพื้นดิน ดังนั้นควรเป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดเล็ก สวยงามทั้งลักษณะของรูปทรง และสีสัน มีการเจริญเติบโตช้าหรือค่อนข้างช้า เป็นพันธุ์ไม้ที่มีความต้องการความเป็นอยู่ใกล้เคียงกัน สามารถจัดรวมกลุ่มได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน ซึ่งเราสามารถแบ่งพันธุ์ไม้ที่ใช้ในการจัดสวนถาด ออกเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้ 1. ไม้รูปทรง คือต้นไม้ที่มีทรวดทรงสวยงาม ใช้แทนภาพของต้นไม้ใหญ่ได้ โดยมาก เป็นพันธุ์ไม้แคระหรือไม้ดัด ไม้บอนไซต่างๆ หลายชนิดเติบโตเป็นไม้ต้นใหญ่สูงเป็นเมตรๆได้ แต่เมื่อน า ต้นเล็กๆที่เกิดจากการเพาะเมล็ดหรือปักช า ก็จะได้ขนาดที่เหมาะสมกับการจัดสวนถาด เช่น โมกแคระ แก้วแคระ ทับทิมแคระ เข็มขาวแคระ เข็มพิษณุโลก มะสัง มะนาวเทศ ชาปัตตาเวีย ชาฮกเกี้ยน ไทร สนเลื้อย ยี่เข่งแคระ เล็บครุฑด่าง ฯลฯ ภาพ ไม้รูปทรง 2. ไม้ดอก โดยมากไม้ดอกชอบแสงแดดจัด แต่ก็มีหลายชนิดที่ผลิดอกได้ในแสงร าไร และใช้เป็นไม้ประดับตกแต่งสวนถาดได้ ควรมีขนาดไม่สูงนัก ใบและดอกเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม มีสีสัน สวยงาม หรือมีกลิ่นหอม แต่ก็อาจพิจารณาจากขนาดของภาชนะก็ได้ ภาชนะใหญ่ก็ควรใช้ไม้ดอกต้นสูง ดอกและใบโตสะดุดตา ควรเลือกไม้ดอกที่มีดอกบานทนทาน หรือมีดอกบานไล่เรียงกันมา จะได้มีดอก ประดับสวนถาดนานๆ เช่น เทียนฝรั่ง เข็มม่วง สังกรณี แอฟริกันไวโอเล็ต บีโกเนีย กล็อกซิเนีย มะเดหวี หน้าวัวแคระ ภาพ ไม้ดอก ใบความรู้ที่ 4 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 2 การออกแบบการจัดสวนถาด เรื่อง พันธุ์ไม้ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์การจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ ระบุขั้นตอนและปฏิบัติการออกแบบการจัดสวนถาด ใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า
~ 2 ~ 3. ไม้ใบ เป็นพันธุ์ไม้ที่มีความสวยงามอยู่ที่ใบ บางชนิดอาจมีดอกขนาดเล็กมาสะดุดตา จึงใช้ความงามของใบเป็นจุดเด่นในการจัดสวนถาด เช่น เฟิร์นต่างๆ (เฟิร์นเงิน เฟิร์นก้านด า เฟิร์นเจ้าฟ้า เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย เฟิร์นพลาสติก) พวงไข่มุก ข้าวตอก หยิกนิโกร หนวดปลาดุกแคระ เศรษฐีเรือนแก้ว เศรษฐีเรือนใน ผักเป็ดแดง ทับทิมสยาม ริบบิ้นด า ปริกน้ าค้าง หลิวเลื้อย หูเสือ ซิงโกเนียม เป็ปเปอร์โรเมีย คล้า ไผ่ฟิลิปปินส์ พรมออสเตรเลีย พรมก ามะหยี่ ภาพ ไม้ใบ 4. ไม้เลื้อย เป็นไม้ที่มีล าต้นทอดยาว มักอาศัยเลื้อยเกาะกับหลักหรือไม้อื่น เพื่อชูยอด ขึ้นรับแสงสว่าง โดยมาเป็นไม้ที่ชอบแสงมาก เราใช้ไม้เลื้อยในการจัดสวนถาดได้บ้างบางชนิด เพื่อเพิ่ม ความอ่อนช้อยนุ่มนวล โดยมากจัดให้พันหูตะกร้าหรือกระเช้า เช่น ผกาแก้ว เดปกระเป๋า พลูด่าง พลูฉลุ สร้อยฟ้า ไอวี่ด่าง ภาพ ไม้เลื้อย
~ 3 ~ 5. ไม้อวบน้้าและแคคตัส พันธุ์ไม้เหล่านี้มีมากมาย ลักษณะเด่น คือล าต้น ใบอวบอ้วน มีน้ าอยู่ภายในมาก มักมีล าต้นเล็กระทัดรัด มีทั้งที่ต้องการแสงจัด แสงปานกลาง และร าไร แต่จัดเป็นพืช ทนร่มได้ดี มักนิยมใช้จัดสวนถาดที่แสดงเรื่องราวที่เป็นทะเลทราย เช่น ปุ่มหยก โนนถังทอง ยิมโน แมม พีนัท ม้าเวียน กลีบลายตุ๊กแก กุหลาบหิน โป้ยเซียน ภาพ ไม้อวบน้้า 6. ไม้น้้า คือไม้ที่ต้องอาศัยน้ าในการด ารงชีวิต บางชนิดลอยตัวอยู่ระดับผิวน้ า บางชนิด หยั่งรากลึกลงในดินชายฝั่งหรือก้นบ่อ บางชนิดชอบขึ้นอยู่ที่ชื้นแฉะริมฝั่ง อาจปรับตัวให้รับสภาพแวดล้อม ความแห้งแล้งยามน้ าลดได้ หรืออยู่ในที่น้ าท่วมขังก็ได้ เราน าไม้น้ ามาประดับในสวนถาดที่มีน้ าพุ น้ าตก หรือสวนถาดจ าลองภาพสระน้ านิ่ง เช่น กกร่ม กกแก้ว กกอียิปต์แคระ อะเมซอนแคระ กระจับแก้ว ลานไพลิน ฝิ่นน้ า แว่นแก้ว ภาพ ไม้น้้า
~ 4 ~ 7. กล้วยไม้ โดยธรรมชาติมักขึ้นอยู่กับคาคบไม้ บางชนิดขึ้นแทรกอยู่กับผาหินบนเขาสูง หรือซอกหินใกล้น้ าตก บางชนิดก็ขึ้นอยู่ในดิน กล้วยไม้ส่วนใหญ่ชอบแสงร าไรและความชุ่มชื้นสูง แต่ก็มี บางพันธุ์ที่อยู่ได้ในแสงแดดจัด ความชุ่มชื้นไม่มากนัก รากกล้วยไม้โดยมากเป็นรากอากาศที่ดูดความชื้นใน อากาศได้ เราสามารถน ากล้วยไม้มาใช้จัดสวนถาดได้ดี เพราะดอกสวยสดใสน่ามอง แต่ควรเลือก กล้วยไม้ที่มีความทนทาน ดอกบานนาน เพื่อให้สวนถาดมีอายุการใช้งานมากขึ้น เราอาจจัดกล้วยไม้หลาย ชนิดรวมกันไว้ในสวนถาดเดียวกัน เพื่อความกลมกลืนและดูแลรักษาง่าย ถ้าจะปลูกไม้อื่นผสมก็ควรเป็นไม้ ที่ชอบแสงร าไร เพราะมีความต้องการแสงเท่าๆกับกล้วยไม้ และจะไม่ข่มดอกกล้วยไม้ แต่กลับเน้นให้ดอก กล้วยไม้ดูเด่นขึ้น กล้วยไม้ที่นิยมใช้จัดสวนถาด ได้แก่ แคทลียา แวนดา หวาย ฟาแลน เข็มแสด เข็มม่วง ช้างกระ ช้างแดง ช้างเผือก ช้างพลาย ภาพ กล้วยไม้ การเลือกใช้พันธุ์ไม่ในการจัดสวนถาดควรพิจารณาดังนี้ 1. เป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดเล็ก สวยงามสมบูรณ์ พืชที่มีใบขนาดเล็กจะสวยงามและเข้ากับสวนได้ ดีกว่าต้นไม้ที่มีใบหยาบใหญ่ 2. ขยายพันธุ์ได้ง่าย เพราะบางครั้งเราอาจจะใช้การปักช าหรือเพาะเมล็ดลงไปในสวนได้เลย 3. พันธุ์ไม้ที่น ามาจัดต้องสามารถเจริญเติบโตร่วมกันได้อย่างเหมาะสมในสวนเดียวกัน มีความ ต้องการแสง ความชื้น ดินปลูก หรือปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน 4. ลักษณะหรือรูปทรงของภาชนะมีส่วนการก าหนดลักษณะและรูปทรงของพันธุ์ไม้ด้วย เช่น ถ้า ภาชนะมีรูปทรงสูงพันธุ์ไม้ที่ใช้ก็ควรจะมีความสูงด้วย 5. ต าแหน่งการวางประดับสวนถาด เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่างและอุณหภูมิโดยตรง จึงควร เลือกใช้พันธุ์ไม้ให้เหมาะสม
~ 5 ~ วัสดุการจัดสวนถาด นอกเหนือจากพันธุ์ไม้ ซึ่งนับเป็นองค์ประกอบหลักในการจัดสวนถาดแล้ว ยังสามารถ ใช้วัสดุอื่นๆประกอบอีกได้ เพื่อให้สวนมีความงามสมบูรณ์เช่นเดียวกับการจัดสวนถาดขนาดใหญ่ในบ้านเรา เช่น ใช้มอสแทนสนามหญ้า กรวดใสสะอาดแทนล าธาร ใช้รูปปั้นและตะเกียงหินเล็กๆที่ท าจากดินเหนียว มาประดับ เป็นต้น แต่ที่ส าคัญสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมกลมกลืนกับขนาดของสวน สีสันไม่ ฉูดฉาด วัสดุต่างๆที่ใช้ ได้แก่ 1. หิน หินจะท าให้สวนมีความเด่นน่าสนใจได้ง่าย เพราะหินสร้างบรรยากาศที่เป็น ธรรมชาติ หินที่ใช้จัดสวนถาดเป็นหินที่หาง่าย ใช้ได้เกือบทุกชนิด แต่ควรเลือกหินที่มีลวดลายสีสันที่ คล้ายคลึงกัน มีรูปทรงสอดคล้องกลมกลืนกัน หินแต่ละก้อนจะมีลักษณะเฉพาะตัวของมัน บางก้อนแสดงถึง ภูเขา บางก้อนคล้ายเกาะแก่ง ธารน้ าตก หรือคล้ายหน้าผา ประสบการณ์ของเราจะบอกได้เองว่าหินแต่ ละก้อนควรจะเป็นตัวแทนและท าหน้าที่อะไร ควรจัดวางไว้ตรงไหนในสวนของเรา รูปทรงของหินที่ใช้ในการจัดสวนถาด ได้แก่ หินทรงยืน นั่ง หมอบ นอนและหินกิ่งหรือหิน เว้าแหว่ง ภาพ หินจัดสวน 2. กรวด หินเกล็ด ทราย กรวดและทรายเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีสีสันที่ แตกต่างออกไป ส่วนหินเกล็ดได้จากการย่อยหิน ลักษณะจึงค่อนข้างเป็นแผ่นแบนๆ การใช้ควรเลือก ชนิดและสีเดียวกัน มีขนาดเล็กสม่ าเสมอ และไม่ควรทาสีหรือย้อมสีใดๆ ลักษณะการใช้ขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ เช่น ใช้แทนน้ าควรใช้ทรายหรือหินเกร็ดขนาดเล็กสีขาว หรือใช้เพื่อคลุมหน้าดินให้เกิดความ สวยงามควรใช้กรวดหรือหินเกล็ดสีน้ าตาลบางๆ ภาพ กรวด หินเกร็ด ทราย
~ 6 ~ 3. ตอไม้หรือรากไม้ ควรเป็นไม้เนื้อแข็งและแห้งสนิท เลือกที่มีลีลางดงาม อ่อนช้อย ไม่เคลือบสี หรือทาน้ ามันขัดเงาใดๆ ตอไม้หรือรากไม้จะให้ความรู้สึกนุ่มนวลเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นถ้าจัด ประกอบกับพืชพวกเฟิร์น ภาพ ตอไม้และรากไม้ 4. ตุ๊กตาจ้าลอง ท าจากวัสดุต่างๆ เช่น ปูนพลาสเตอร์ ดินเหนียว เซรามิค มีทั้ง ที่เป็นรูปคนในอิริยาบทต่างๆ รูปสัตว์ เช่น นกกระยาง ปลา ควาย ม้า กวาง มังกร นอกจากนั้นยังมี รูปเจดีย์ ศาลา เรือ บ้าน มีทั้งที่ส่งมาจากต่างประเทศ และท าในประเทศ หากมีฝีมือก็สามารถท าเองได้ แต่ต้องค านึงถึงสัดส่วน การจัดวางตุ๊กตาจ าลองสามารถสร้างเรื่องราวในสวนดีขึ้น เช่นคนท่อแพจะบอก ถึงเกาะแก่ง เรือใบบอกถึงทิวทัศน์ทางทะเล รูปสัตว์เลี้ยงบอกถึงหมู่บ้านในชนบท สะพานจะบอกถึงล าธาร เป็นต้น ภาพ ตุ๊กตาจ าลอง 5. เม็ดดินเผา เป็นวัสดุจากต่างประเทศ มีจ าหน่ายเป็นถุงขนาดใหญ่แต่ก็มีแบ่งขายเป็นถุง เล็กๆด้วย มี 2 ขนาด คือเล็กกับใหญ่ เลือกให้เหมาะสมกับขนาดของภาชนะ คุณสมบัติเก็บความชื้นได้ดี มีน้ าหนักค่อนข้างเบา ใช้ปลูกต้นไม้จ าพวกพลูด่าง กวนอิม หรือกล้วยไม้ ภาพ เม็ดดินเผา
~ 7 ~ 6. มอส เป็นพืชขนาดเล็ก ขึ้นอยู่บนผิวดินหรือหินชื้นๆ มีแสงร าไร แซะมาเป็นแผ่นๆ ใช้ ปิดบนผิวดินปลูกแทนทุ่งหญ้าในการจัดสวนถาด ภาพ มอส 7. ดินปลูก เป็นดินที่ผสมขึ้นมาโดยเฉพาะให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูก มีธาตุอาหาร เพียงพอ ปราศจากโรค วัชพืช มีลักษณะโปร่ง ระบายน้ าและอากาศได้ดี โดยทั่วไปใช้ส่วนผสมดังนี้ ดินเหนียวร่วน 1 ส่วน ใบไม้ผุ 1 ส่วน ทรายหยาบ(น้ าจืด) 1 ส่วน ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน ดินปลูกไม้อวบน้้า ดินร่วน 1 ส่วน ทรายหยาบ 2 ส่วน ใบไม้ผุ 1 ส่วน ดินปลูกเฟิร์น ทราย 3 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ใบไม้ผุ 3 ส่วน ดินปลูกไม้ดอกไม้ใบ ทราย 2 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ดินร่วน 1 ส่วน ภาพ ดินปลูก
~ 8 ~ เครื่องมือและอุปกรณ์การจัดสวนถาด เครื่องมือและอุปกรณ์ในการจัดสวนถาดมีหลายอย่าง บางอย่างเราอาจดัดแปลงจากของใช้ ใกล้ตัวมาเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดสวน ได้แก่ 1. ช้อนปลูก ใช้ส าหรับตักดิน เครื่องปลูกหรือวัสดุอื่นๆ ใช้ขุดหลุมเล็กๆส าหรับปลูก ต้นไม้หรือวางวัสดุต่างๆ อาจดัดแปลงมาจากช้อนชา ช้อนโต๊ะต่อด้ามด้วยไม้ 2. กรรไกรตัดแต่ง ใช้ส าหรับตัดแต่งต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ รากไม้ 3. ตะเกียบ คีม หรือมือเสือ ใช้หยิบจับสิ่งต่างๆแทนมือ 4. ไม้ปลายแหลม ใช้ส าหรับคุ้ยเขี่ยในส่วนที่มือจับไม่ได้ ซอกเล็กๆ 5. มีดคม ใช้ตัดแต่งต้นไม้ 6. แปรงสีฟัน พู่กัน ใช้ปัดกวาดสิ่งสกปรกในซอกเล็กๆ
~ 9 ~ 7. ลวดขนาดต่างๆ ใช้ส าหรับดามต้นไม้ ช่อดอกไม้ หรือยึดต้นไม้กับกระเช้า 8. แผ่นพลาสติก ใช้ส าหรับบุรองภาชนะ ควรมีลักษณะค่อนข้างหนา สีเข้มเพื่อปิดบัง ดินปลูกได้ 9. เลื่อยมือเล็กๆ ใช้ส าหรับเลื่อยตัดแต่งกิ่งไม้ ขอนไม้ หรือภาชนะสาน 10. ขวดฉีดน้ า ใช้ฉีดล้างภาชนะ ต้นไม้ให้สะอาด ใช้รดน้ าต้นไม้ 11. เครื่องปั๊มขนาดเล็ก ส าหรับสวนถาดที่มีน้ าตก น้ าพุ
~ 10 ~ 12. แป้นหมุน ใช้วางภาชนะเพื่อความสะดวกในการจัด ช่วยผ่อนแรงในการยกถาดหรือ กระเช้าหมุนไปมาในขณะจัด 13. ภาชนะส าหรับจัดสวนถาด มีให้เลือกมากมาย ท าด้วยวัสดุต่างๆ แต่ควรเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับชนิดของสวนถาดเช่น การจัดแบบแจกันดอกไม้ เลือกใช้ได้แทบทุกทรง ไม่ว่าจะเป็นกระถาง ทรงกลม ทรงยาว รางข้าวหมู กระเช้าสาน แจกันทรงต่างๆ หากจัดแบบเลียนแบบธรรมชาติหรือ เรื่องราวต่างๆ ก็ควรเลือกภาชนะที่ลักษณะเป็นถาดหรือกระถางกว้างๆทรงใดก็ได้ เพื่อจัดแสดงเรื่องราวได้ เด่นชัดขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ยกย้ายสวนถาดเหล่านี้ได้ง่ายอาจเลือกใช้ตะกร้ากว้างๆค่อนข้างแบนที่มีหูหิ้วก็ได้ แม้ว่าอาจไม่สวยเด่นเท่าภาชนะที่ไม่มีหูหิ้วก็ตาม
~ 1 ~ การออกแบบสวนถาด การออกแบบสวนถาดนอกจากต้องมีความรู้เกี่ยวกับลักษณะพันธุ์ไม้ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆในการจัดสวน ถาด หลักศิลปะและหลักการจัดสวนถาดแล้ว จะต้องมีความรู้ในการใช้เครื่องมือ สัญลักษณ์ และขั้นตอนใน การออกแบบและเขียนแบบแปลน ดังนี้ เครื่องมือในการออกแบบ การเขียนแบบจัดสวนถาดต้องมีเครื่องมือในการเขียนหลายชนิด และผู้ใช้จ าเป็นต้องรู้จักเครื่องมือ ต่างๆและวิธีการใช้ด้วย เพื่อให้ได้แบบที่คมชัดและสวยงาม ได้แก่ 1. ดินสอ ใช้ส าหรับเขียนแปลน วาดรูป เขียนตัวหนังสือในแปลน มีหลายชนิดตั้งแต่ 9 H แข็งมาก ถึง 6 B ซึ่งอ่อนมาก ถ้ากระดาษหยาบมากก็ใช้ดินสอที่แข็งมาก เพราะถ้าใช้ดินสออ่อน จะท าให้ไส้หมดง่ายและแบบเลอะเทอะ 2. ไม้ที ใช้ในการเขียนเส้นนอน เส้นตั้งฉากหรือเส้นเฉียงประกอบกับไม้ฉาก ความยาวอย่าง น้อย 1 เมตร และควรลบมุมขอบด้านข้าง เพื่อความสะดวกในการเขียนแบบที่ใช้ปากกา เพราะจะช่วยให้ หมึกไม่ซึมเลอะการดาษเขียนแบบ 3. ไม้ฉาก ใช้ในการเขียนเส้นและตัวหนังสือ สามารถปรับองศาของมุมตามต้องการได้ ใบความรู้ที่ 5 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 2 การออกแบบการจัดสวนถาด เรื่อง วัสดุอุปกรณ์ในการออกแบบจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ ระบุขั้นตอนและปฏิบัติการออกแบบการจัดสวนถาด ใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรอย่างอย่างประหยัดและคุ้มค่า
~ 2 ~ 4. ไม้มาตราส่วน ใช้ในการวัดระยะเพื่อย่อส่วนลงในกระดาษ 1 อันมี 6 ด้าน ซึ่งก็ เท่ากับ 12 เสกล เช่น 1 : 25 , 1: 50 , 1 : 100 , 1 : 125 เป็นต้น การอ่านไม้มาตราส่วน 1 : 100 หมายความว่า 1 เซนติเมตร ที่เขียนในกระดาษเท่ากับ 100 เซนติเมตร ( 1 เมตร ) ในความเป็นจริง 5. ปากกาเขียนแบบ ใช้ในการเขียนเส้น ตัวอักษรและสัญลักษณ์ต่างๆ หลังจากร่างกับดินสอ เป็นที่แน่นอนแล้ว ปากกาเขียนแบบมีหลายขนาดตามงานที่เขียน 6. เทมเพลทวงกลมและตัวหนังสือ เทมเพลทตัวหนังสือมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีขนาดต่างๆทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อใช้เป็นแบบในการเขียนตัวหนังสือ เทมเพลทวงกลมและวงรี ใช้เขียนวงกลมและวงรี เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเขียนวงกลมและวงรี 7. วงเวียน ใช้เขียนวงกลม ครึ่งวงกลม หรือส่วนโค้งที่มีขนาดใหญ่ 8. ยางลบ ใช้ในการลบข้อความ หรือเส้นสัญลักษ์ต่างๆ ควรเลือกยางลบที่นิ่มที่สุด เพื่อไม่ให้ ผิวกระดาษเป็นรอย หรือซึมเมื่อเขียนด้วยหมึกอีกครั้ง
~ 3 ~ 9. เทปกาว ใช้ยึดติดกระดาษเขียนแบบ ควรใช้เทปกระดาษเพราะฉีกง่าย ละไม่เหนียว เหนอะหนะเมื่อดึงออก 10. กระดาษเขียนแบบ ควรเลือกกระดาษที่มีความเรียบ ไม่หนาหรือบางเกินไป
~ 1 ~ 1. สัญลักษณ์การเขียนแปลน สัญลักษณ์ต่างๆในการเขียนแปลนเป็นเครื่องหมายแทนสิ่งต่างๆที่เราจะใช้ในการจัดสวนถาด เพื่อเป็นแบบหรือแนวในการจัด โดยมองภาพของสิ่งนั้นจากด้านบน (Top view) และเขียนแบบให้มี ลักษณะและสัดส่วนเหมือนของจริงมากที่สุด ได้แก่ สัญลักษณ์แทนต้นไม้ วัสดุต่างๆ และรูปแบบของ ภาชนะที่ใช้จัด ตัวอย่างสัญลักษณ์แปลนต้นไม้ ใบความรู้ที่ 6 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 2 การออกแบบการจัดสวนถาด เรื่อง การออกแบบจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ ระบุขั้นตอนและปฏิบัติการออกแบบการจัดสวนถาด ใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า
~ 2 ~ ตัวอย่างสัญลักษณ์แปลนวัสดุอื่นๆ 2. หลักการออกแบบจัดสวนถาด ในการจัดสวนถาดนั้น จ านวนของไม้ หินหรือรากไม้ที่ใช้ประกอบควรใช้จ านวนที่เป็นเลขคี่เสมอ เช่น หิน 3 ก้อน ต้นไม้ 3 ต้น ขนาดของต้นไม้และหินหรือรากไม้ต้องมีขนาดแตกต่างกัน คือ ขนาดเล็ก กลาง และสูงหรือใหญ่ สวนถาดเป็นสวนที่ผู้ชมชมดูได้อย่างใกล้ชิดดังนั้นสวนที่ดีต้องมีความสวยงามรอบด้าน โดย น าความรู้ด้านศิลปะและพันธุ์ไม้ วัสดุประกอบต่างๆมาสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดความ สมดุล กลมกลืน สัดส่วนและช่วงจังหวะเหมาะสม มีความแตกต่าง มีเอกภาพและจุดเด่นของสวน ตาม หลักการ ดังนี้
~ 3 ~ 2.1 ก าหนดมุมมองภายในสวน ประกอบด้วยมุมมองหลักร้อยละ 60 และมุมมองรอง 2 ส่วน ส่วนละร้อยละ 20 ภาพ การแบ่งมุมมองภายในสวนถาด 2.2 ก าหนดต าแหน่งองค์ประกอบหลักหรือจุดเด่น อาจจะใช้หิน รากไม้หรือต้นไม้ที่มีลักษณะ เด่น สวยงาม แปลกตา อย่างใดอย่างหนึ่ง ตรงต าแหน่ง หมายเลข 1 หรือ 2 เท่านั้น ภาพ การก าหนดจุดเด่นในสวนถาด
~ 4 ~ 2.3 ระยะต่างๆ ในการจัดสวน แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 1. ระยะที่ 1 เป็นระยะที่อยู่ด้านหน้าของสวน เรียกว่า Fore Ground ระยะนี้อาจมีวัสดุต่างๆ อยู่บ้างแต่ไม่ควรใหญ่มากนัก ความสูงของวัสดุต่างๆเหล่านั้นต้องมีความสูงน้อยกว่าวัสดุที่อยู่ในระยะที่ 2 และ ที่ 3 แต่ถ้าเป็นของสูงก็ต้องมีลักษณะโปร่งเพื่อไม่ให้บังวัสดุที่อยู่ในระยะที่ 2 และ ที่ 3 2. ระยะที่ 2 หรือเรียกว่าระยะกลาง เรียกว่า Middle Ground เป็นระยะที่อยู่ต่อจากระยะ ด้านหน้าออกไป เป็นระยะที่มีความส าคัญมาก วัสดุต่างๆมักจะจัดในระยะนี้ และเป็นระยะที่ต้องตั้งจุดเด่น ของสวน แต่จุดเด่นจะต้องไม่ตั้งอยู่ตรงกลางระยะทีเดียวต้องเยื้องไปทางด้านใดด้านหนึ่งของระยะนี้ 3. ระยะที่ 3 อยู่ด้านหลังสุด เรียกว่า Back Ground ระยะนี้มีความส าคัญน้อย โดยมากจะปลูกต้นไม้เป็นฉากหลัง และเป็นต้นไม้ที่สูงกว่าทุกระดับ
~ 5 ~ 2.4 การจัดหินหรือตอไม้ หินหลักหรือตอไม้หลักที่เป็นจุดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องจัดวาง ในลักษณะรูปสามเหลี่ยม เป็นการน าสายตาสู่จุดเด่น ภาพ การวางหิน ภาพ การวางตอไม้ 2.5 การจัดต้นไม้ การจัดต้นต้องจัดในลักษณะรูปสามเหลี่ยมเช่นเดียวกับหิน ประกอบด้วย ต้นไม้อย่างน้อย 3 ขนาด คือ สูง กลาง และต่ า ภาพ การจัดต้นไม้
~ 6 ~ 2.6 การจัดวัสดุตกแต่งอื่นๆประกอบ การใช้วัสดุตกแต่งสวนถาดจะท าให้เรื่องราวการจัดสวน ถาดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ควรใช้วัสดุตกแต่งที่มีลักษณะกลมกลืนเข้ากันได้กับสวน สัดส่วนถูกต้องเหมาะสม ประกอบด้วยตุ๊กตารูปคน สัตว์ต่างๆ หรือบ้านเรือนสิ่งก่อสร้างอื่นๆ และวัสดุปิดผิวดิน ได้แก่ มอส ทรายสี ต่างๆ หินเกร็ดสีต่างๆ กรวดขนาดและสีต่างๆ หรือเม็ดดินเผา 3. ขั้นตอนการออกแบบสวนถาด การออกแบบจัดสวนถาดต้องมีขั้นตอนในการออกแบบเพื่อให้ผู้ออกแบบจะได้เข้าใจถึงความต้องการ และจุดประสงค์ของเจ้าของสวน โดยมีหลักในการออกแบบเป็นขั้นตอนไป ดังนี้ 3.1 การส ารวจวัสดุอุปกรณ์ เป็นการส ารวจวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ในการจัดสวนถาด จะท าให้การออกแบบได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด ได้แก่ ขนาดภาชนะ พันธุ์ไม้ต่างๆที่มี วัสดุและ อุปกรณ์ต่างๆ ก้อนหิน ตอไม้ ฯลฯ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ให้สวนที่จัดออกมา สมบูรณ์แบบที่สุด 3.2 การสัมภาษณ์เจ้าของสวน เป็นการหาข้อมูลจากเจ้าสวน โดยการสอบถาม สังเกต และพิจารณา อาจท าได้โดยตั้งปัญหาถาม สนทนาถึงเรื่องความชอบ และรสนิยมโดยทั่วไปของเจ้าของสวน และครอบครัว ตลอดจนงบประมาณในการจัดสวน 3.3 การใช้วงกลมในการออกแบบ เป็นการน าข้อมูลที่ได้มาจากการส ารวจวัสดุอุปกรณ์ และ สัมภาษณ์เจ้าของสวนมาแยกออกเป็นส่วนๆ โดยเรียงล าดับจากความส าคัญมากไปหาน้อย แล้วเลือกเอา ส่วนที่จ าเป็นต้องมีภายในสวนโดยให้แต่ละส่วนเป็นวงกลม 1 วง แล้วน าวงกลมเหล่านี้มาวางลงในแปลนจริง เพื่อหาความสัมพันธ์กันระหว่างแต่ละวง 4. การเขียนแบบแปลน การเขียนแบบให้สวยงามและมีระเบียบ จึงมีสัญลักษณ์ของต้นไม้และสิ่งประกอบอื่นๆ การใช้ สัญลักษณ์มีหลักดังนี้ 4.1 ถ้าแบบมีขนาดเล็กและมีพันธุ์ไม้ไม่กี่ชนิด ( 3 - 5 ชนิด ) สามารถใช้สัญลักษณ์ 1 อย่าง แทนต้นไม้ 1 ต้นได้ หรือเขียนบรรยายชื่อต้นไม้ลงในแปลนเลยก็ได้
~ 7 ~ 4.2 แบบที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กก็ตาม แต่มีพันธุ์ไม้หลายชนิดควรใช้สัญลักษณ์ที่เป็นแบบ เดียวกัน หรือใช้ตัวเลขแทนชนิดของต้นไม้ โดยมีรายชื่อต้นไม้ตามตัวเลขนั้นๆบรรยายอยู่ข้างๆแปลนอีกครั้ง หนึ่ง ถ้าแปลนมีเนื้อที่มากพอก็อาจจะเขียนชื่อต้นไม้ใส่ลงในแปลนของแต่ละต้นเลยก็ได้ 4.3 อย่าเขียนแปลนที่ท าให้ผู้อ่านต้องมึนงง เนื่องจากมีสัญลักษณ์ของต้นไม้หลายชนิด และ ต้องจ าสัญลักษณ์ของต้นไม้แต่ละชนิดเพื่อมาอ่านรายละเอียดในแปลนอีกว่าสัญลักษณ์แต่ละอันหมายถึงอะไร วิธีการเช่นนี้ผู้อ่านจะเกิดความเบื่อหน่ายและไม่เข้าใจในจินตนาการของผู้ออกแบบเท่าที่ควร เพราะได้ใช้สมอง ในการจดจ าสิ่งอื่นๆแล้ว 4.4 การเขียนแปลนต้นไม้แต่ละต้น ให้ถือว่าต้นไม้นั้นโตเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นการเขียนแปลน ต้องคิดถึงสัดส่วนต้นไม้ โดยการทราบถึงขนาดที่โตเต็มที่ของต้นไม้แต่ละชนิดด้วย ขั้นตอนการออกแบบพันธุ์ไม้ ขั้นตอนการออกแบบหิน
~ 8 ~ ขั้นตอนการออกแบบตอไม้ 4.5 การเขียนแปลน แปลน หมายถึง ลักษณะรูปร่างของสถานที่หรือสิ่งของนั้นๆ โดยมองจาก ด้านบนลงมา แปลนจะสามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้ง ทิศทางและขนาดของสิ่งต่างๆภายในแปลนไว้ ทั้งหมด แปลนที่ดีและสวยงามไม่ควรมีอะไรยุ่งยากเกินไป ต าแหน่งของสิ่งส าคัญต่างๆควรท าให้เด่นโดยใช้ หมึกที่มีเส้นหนัก และใช้หมึกเส้นเบากับสิ่งทั่วๆ ไป ขั้นตอนการเขียนแปลนสวนถาด 1. เขียนภาพวงกลมตามขนาดมาตราส่วนของภาชนะ 2. เขียนต าแหน่งการวางหินหรือตอไม้หลัก 3. เขียนต าแหน่งเนินดิน 4. เขียนต าแหน่งพันธุ์ไม้ส่วนหลังและกลาง
~ 9 ~ ลุมผิวดิน 5. เขียนต าแหน่งพันธุ์ไม้ส่วนหน้า 6. เขียนวัสดุคลุมผิวดิน 7. เขียนหมายเลขก ากับต าแหน่งต่างๆ 8. เขียนรายละเอียดภายในสวนทั้งหมด ตัวอย่างแปลนที่เขียนจัดจริง
~ 10 ~ ตัวอย่างแปลนที่เขียนจัดจริง 4.6 การเขียนทัศนียภาพ (Perspective View) เป็นการเขียนให้ผู้ดูสามารถเข้าใจได้มากที่สุด เพราะจะเป็นภาพที่มีลักษณะเหมือนภาพถ่าย และมีมุมต่างๆ กัน อาจเขียนโดยใช้ลายเส้นเป็นขาวด า หรือจะลงสีให้มีสีสันเหมือนจริงก็ได้ ขั้นตอนการออกแบบทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถตั้งต้นการท างานได้อย่างถูกต้องและมี ขั้นตอนที่ดี ท าให้การออกแบบง่ายกว่าที่จะออกแบบโดยไม่ทราบข้อมูลอะไรเลย การออกแบบตามขั้นตอน เหล่านี้จะท าให้เห็นและทราบถึงปัญหาของวัสดุอุปกรณ์ พันธุ์ไม้ และเจ้าของสวนด้วย ถ้าผู้ออกแบบสามารถ แก้ปัญหาได้ดีก็จะท าให้ประสบผลส าเร็จในการท างานเป็นอย่างดี
~ 1 ~ การเตรียมพันธุ์ไม้และวัสดุอุปกรณ์การจัดสวนถาด เตรียมเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ เมื่อได้ก าหนดรูปแบบและรูปทรงของสวนที่จะจัด จะท าให้เรามองเห็นโครงสร้างหรือโครงสวนถาด ท าให้รู้ว่าวัสดุอุปกรณ์หลักที่จะใช้ประกอบเป็นโครงสวนถาดได้แก่อะไรบ้าง วัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบเป็น โครงสวนถาด ได้แก่หินรูปทรงต่าง ๆ ที่จะใช้ประกอบเป็นน้ าตก รากไม้แก่นไม้ที่คดโค้ง เพื่อให้มอสและเฟิร์น เกาะกี่ยว เจริญงอกงาม เตรียมเครื่องมือที่จะใช้จัดสวนถาดให้ครบถ้วน โดยอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ ที่จะใช้ไว้ให้พร้อมที่จะใช้งาน ต้องมีจ านวนมากพอที่จะเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม รวมทั้งทรายที่จะใช้แต่ง สวนถาดให้เหมือนผิวทรายทะเล กรวดเม็ดเล็กสีน้ าตาล เหลือง ส้ม ซึ่งเป็นสีธรรมชาติเพื่อใช้ท าเป็นเส้นขอบ สวน วัสดุการจัดสวนถาดได้แก่ หิน รากไม้ แก่นไม้ สระน้ า และตุ๊กตาประดับ การเลือกใช้ควร ค านึงถึงความเหมาะสมกลมกลืนกับเนื้อหาเรื่องราวของสวน รวมถึงความกลมกลืนทางด้านรูปทรง และสีสัน ของ ผิวสัมผัสอีกด้วย และถาดต้องล้างให้สะอาด วางผึ่งลมให้แห้ง การเตรียมพันธุ์ไม้ การเลือกใช้ต้นไม้จัดสวนถาดควรเลือกที่มีผิวสัมผัสกลมกลืนกัน ต้นไม้ใบใหญ่จัดเป็นผิวสัมผัสหยาบ ใบขนาดกลางจัดเป็นผิวสัมผัสปานกลาง ต้นไม้ใบเล็กหรือใบฝอยจัดเป็นผิวสัมผัสละเอียด ต้นไม้ใบใหญ่ไม่ นิยมจัดสวนถาด เพราะใบใหญ่จะบดบังส่วนประกอบอื่น ๆ แต่ทั้งนี้ยกเว้นต้นที่ยังมีขนาดเล็ก เพราะใบยังไม่ ใหญ่ พันธุ์ไม้ส าหรับจัดสวนถาดนิยมใช้ไม้รูปทรง ซึ่งเป็นไม้ต้นที่มีทรวดทรงต้นหรือกอสวยงาม โดยให้มี ระดับความสูง กลาง ต่ า ให้เหมาะสมกับถาด เตรียมดิน เมื่อก าหนดรูปแบบของสวนถาดไว้แล้ว และรู้ว่าจะใช้ต้นไม้อะไรบ้าง จึงต้องเตรียมดินที่จะใช้จัดสวน ถาดเอาไว้ให้พร้อม และเหมาะสมกับต้นไม้ที่น ามาใช้จัดสวนถาด ส่วนผสมของดินเตรียมตามที่ได้กล่าวมาแล้ว หรือผสมให้ใกล้เคียงกับสูตร หรือเป็นดินส าหรับการปลูกไม้ดอกไม้ประดับทั่ว ๆ ไปก็ได้ ใบความรู้ที่ 7 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมปีที่ 3 หน่วยที่ 3 การจัดสวนถาด เรื่อง การเตรียมพันธุ์ไม้และวัสดุอุปกรณ์การจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ วางแผนและปฏิบัติการจัดสวนถาด มีลักษณะนิสัยในการท างาน
~ 1 ~ ขั้นตอนการจัดสวนถาด การจัดสวนถาดต้องคิดและท าเป็นล าดับขั้นตอนก่อนหลัง จะท าให้การจัดสวนถาดแต่ละขั้นตอนสอด รับรับกัน ผลสุดท้ายก็จะได้สวนถาดที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ขั้นตอนการจัดท าได้แก่ 1. ก าหนดรูปแบบ โดยคิดรูปแบบที่จะจัดว่าจะจัดสวนถาดแบบการจัดแจกัน แบบย่อทิวทัศน์ ธรรมชาติทางทะเล น้ าตก ป่าธรรมชาติ หรือทิวทัศน์ทะเลทราย หลังจากนั้นก็ด าเนินการเขียนรูปแบบหรือ แปลนลงในกระดาษตามหลักการจัดและศิลปะในการจัดสวนถาด 2. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมตามที่ได้เขียนแบบไว้ ได้แก่ จ านวนและชนิดพันธุ์ไม้ ขนาด ลักษณะและจ านวนก้อนหิน ตอไม้หรือรากไม้ ขนาด สีสันหรือลักษณะของ ภาชนะ ปริมาณหินเกร็ด ทราย มอส และเครื่องมือต่างๆที่ใช้ ท าความสะอาดภาชนะที่ใช้จัดให้เรียบร้อย โดยการล้างหรือเช็ดให้สะอาด วัสดุต่างๆต้องเตรียมเผื่อส ารองไว้ด้วยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการหาเพิ่มเติม ในขณะด าเนินการจัด 3. เตรียมดิน เมื่อก าหนดรูปแบบการจัดสวนถาดได้แล้ว ก็รู้ว่าจะใช้ต้นไม้อะไรบ้าง ก็เตรียมดิน ตามความต้องการและเหมาะสมของพันธุ์ไม้นั้น และต้องมีปริมาณเพียงพอและเผื่อไว้เล็กน้อยในการจัดเนินดิน ให้สวยงาม 4. ด าเนินการจัดท า 4.1 ใช้ตะแกรงลวดปิดรูระบายน้ าภาชนะที่ใช้จัดให้เรียบร้อย 4.2 ใส่วัสดุเพื่อการระบายน้ า เช่น เศษอิฐทุบ หนาประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร 4.3 ใส่ดินปลูกพอประมาณ หาต าแหน่งจัดวางองค์ประกอบหลักหรือต าแหน่งของจุดเด่น ของสวน 4.4 การวางหินหรือตอไม้ที่เป็นจุดเด่นลงในต าแหน่งที่ต้องการ ต้องเลือกด้านที่สวยงามมากที่สุด ออกทางมุมมอง ฝังส่วนที่ไม่ต้องการลงในดินเพื่อให้อยู่มั่นคง ใบความรู้ที่ 8 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมปีที่ 3 หน่วยที่ 3 การจัดสวนถาด เรื่อง การจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ วางแผนและปฏิบัติการจัดสวนถาด มีลักษณะนิสัยในการท างาน
~ 2 ~ 4.5 ปลูกต้นไม้ จะต้องปลูกให้อยู่ในลักษณะธรรมชาติมากที่สุด หันด้านที่มีความสวยงามออก ทางมุมมองที่ส าคัญ การย้ายต้นไม้มาปลูกจะต้องมีดินติดรากมาด้วย และอย่าให้รากกระทบกระเทือนมาก ค่อยๆวางต้อนไม้ลงให้น้ าหนักโดยรวมของต้นไม้ตั้งฉากกับพื้น กลบดินและอัดให้ดินแน่นพอสมควร โดย ล าดับการปลูกจากด้านหลัง กลางและหน้าสวน และล าดับขนาดล าต้นสูง กลางและต่ า 1) การปลูกไม้อวบน้ า ควรรองชั้นล่างด้วยเกร็ดถ่านเพื่อการระบายน้ าที่ดี ต้นไม้จะไม่เน่า 2) การปลูกไม้น้ า ควรปลูกในกระถางเล็กๆ โดยใช้ดินเหนี่ยวเป็นวัสดุปลูก โรยปิดผิวดิน เหนียวด้วยทรายหรือกรวด แล้วน าไปวางในอ่างที่ต้องการ 3) การปลูกไม้ประดับทั่วไป ถ้าปลูกในภาชนะสาน ต้องรองด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันน้ า ไหลสกปรกเลอะเทอะ 4) การปลูกไม้เกาะหินหรือขอนไม้ ได้แก่ ไทร ทิลแลนเซีย สับปะรดสี หรือไม้แคระ ต่างๆ โดยใช้ลวดหรือฟิวส์ผูกรัดให้ติดกับหินหรือตอไม้ ซึ่งต่อไปจะเกิดรากยึดกับหินได้เอง 5) การปลูกกล้วยไม้ ได้แก่ สกุลหวาย แคทลียา แอสโคเซ็นดา แวนดา หรือลูกผสม ต่างๆ โดยใช้ก้อนถ่าน อิฐทุบ กาบมะพร้าวเป็นเครื่องปลูกในกระถาง แล้วจัดกระถางลงในกระเช้าอีกครั้งหนึ่ง 5. การวางองค์ประกอบต่างๆไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้ ก้อนหิน หรือภูเขาที่ก่อขึ้น ไม่ควรให้ส่วนใด ส่วนหนึ่งล้ าออกนอกภาชนะมาก เพราะจ าท าให้เป็นตัวน าสายตาให้พ้นกรอบออกไปด้วย 6. หลังจากวางองค์ประกอบครบถ้วนแล้ว ปรับดินให้เรียบแน่นสม่ าเสมอ บริเวณใดที่ต้องการ ใส่ทรายหรือหินเกร็ดเพื่อจ าลองเป็นทางเดินหรือล าธาร ควรปรับให้ดินลึกเป็นแอ่งแล้วจึงโรยวัสดุเหล่านั้นลงไป
~ 3 ~ 7. พื้นที่ที่เหลือควรปลูกมอสคลุมเพื่อความสวยงาม หรือใช้หินเกร็ด ก้อนดินเผาโรยปิดหน้า เพื่อความสวยงามและไม่สกปรกเวลาให้น้ าแก่สวน 8. เก็บรายละเอียดของงานอีกครั้ง แล้วจึงให้น้ าโดยการฉีดพ่นเป็นฝอย โดยให้น้ าได้ซึมลงไป ในดินมากพอส าหรับความต้องการของต้นไม้ 9. เช็ดรอยเปื้อนรอบภาชนะให้สะอาด น าไปวางประดับในต าแหน่งที่ลมไม่โกรก มีแสงสว่าง เพียงพอกับความต้องการของพันธุ์ไม้ ท าความสะอาดและจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ และบริเวณพื้นที่จัดสวนถาด ให้เรียบร้อย
การดูแลรักษาสวนถาด สวนถาดเป็นการจัดกลุ่มของต้นไม้ที่ต้องการแสง น้้า ดินปลูก ตลอดจนสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน มาปลูกไว้ด้วยกัน การดูแลรักษาจึงสามารถแยกออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้ 1. กลุ่มไม้ที่ชอบแสงแดดจัด ได้แก่ 1.1) ไม้ดอกล้มลุก พืชสวนครัว ควรจัดวางไว้ในที่รับแสงตลอดวันหรืออย่างน้อยครึ่งวัน ภาชนะต้องมีรูระบายน้้าดี รดน้้าวันละครั้ง หากสังเกตเห็นว่าพืชแสดงอาการขาดปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยเคมีเพียงเล็กน้อย เดือนละ 1 – 2 ครั้ง ตัดแต่งใบที่เหี่ยวเฉาหรือดอกที่โรยแล้วออกให้เรียบร้อย 1.2) ไม้น้้า ควรให้แสงแดดจัด มิฉะนั้นจะไม่ผลิดอก ควรหมั่นเติมน้้าให้เพียงพออยู่เสมอ ก้าจัดสิ่งสกปรก หรือตะไคร่น้้าทิ้ง ล้างท้าความสะอาดก้อนหินหรือกรวดในถาดให้สะอาดอยู่เสมอ ตัดแต่ง กิ่งก้านให้ได้รูปทรงสวยงามอยู่เสมอ 1.3) ไม้ดัดไม้แคระ ควรให้แสงแดดอย่างน้อยครึ่งวัน ให้ปุ๋ยเล็กน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ตัดแต่งให้ได้รูปทรงที่สวยงามอยู่เสมอ ดูแลอย่าให้หนอนหรือแมลงมากัดกิน 2. กลุ่มไม้อวบน้้า พันธุ์ไม้ประเภทนี้จะไม่ชอบน้้าขัง ชอบแสงแดดประมาณ 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ ให้น้้า 2 – 3 วันต่อครั้ง ใส่ปุ๋ยเล็กน้อยเดือนละครั้งก็เพียงพอ 3. กลุ่มไม้ที่ชอบแสงร้าไรและกล้วยไม้ ไม้พวกนี้ชอบความชุ่มชื้นและแสงไม่มากนัก ควรจัดวางไว้ บริเวณที่แสงส่องถึงได้บ้าง ลมไม่โกรกจนเกินไป และคอยหมั่นหมุนกระถางให้ต้นไม้ได้รับแสงทั่วกัน รดน้้าวันละครั้งก็พอ ใส่ปุ๋ยเพียงเล็กน้อยเดือนละครั้ง ตัดแต่งใบที่เหลืองหรือเหี่ยวเฉา ออกบ้าง การดูแลสวนถาดไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ชนิดใดก็ตามสิ่งส้าคัญคือ การให้น้้า แสงและปุ๋ยให้เพียงพอต่อ ความต้องการของพันธุ์ไม้ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ตัดแต่งดอก ใบ กิ่งก้านที่แก่โรยหรือแมลงกัดกินทิ้งเสีย ก้าจัดโรคและแมลงโดยวิธีธรรมชาติหลีกเลี่ยงสารเคมี ใช้ปุ๋ยประเภทที่ละลายช้า หรือปุ๋ยหมักตามธรรมชาติ หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพันธุ์ไม้เพื่อจะได้แก้ปัญหาหรือย้ายที่จัดวาง เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสม สวนถาดก็จะมีอายุที่ยืนนาน เมื่อต้นไม้โตจนคับแน่นภาชนะหรือผิดสัดส่วนตลอดจนไม่ผลิดอก ก็ย้ายไปปลูกในภาชนะใหม่ที่โตขึ้นกว่าเดิม ก็ถือได้ว่าเราใช้ประโยชน์จากสวนถาดที่จัดได้คุ้มค่าแล้ว ใบความรู้ที่ 9 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 3 การจัดสวนถาด เรื่อง การดูแลรักษาสวนถาด ผลการเรียนรู้ วางแผนและปฏิบัติการจัดสวนถาด มีลักษณะนิสัยในการท างาน
การใช้ประโยชน์สวนถาด สวนถาดนับเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่สามารถเพิ่มบรรยากาศความงาม ความสดชื่น เกิดความสุขใจ ให้แก่ผู้พบเห็น การจัดวางเพื่อการประดับนั้นนอกจากจะให้เกิดความสวยงามแก่บริเวณที่ประดับแล้วยังต้อง ค านึงถึงอายุการใช้สอยเชิงประดับของสวนที่ยาวนานด้วย ดังนี้ 1. สวนที่ต้องการใช้ประดับภายในห้องของอาคาร ควรเป็นสวนที่เลือกใช้ไม้ในร่ม หรือไม้ที่ ต้องการแสงน้อย 2. บริเวณที่จัดวางสวนถาดควรเป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติบ้าง 3. บริเวณที่จัดวางสวนถาดควรมีอุณหภูมิปกติประมาณ 30 – 35 องศาเซลเซียส มีอากาศถ่ายเท ได้ดี 4. จัดวางสวนถาดให้ห่างจากเครื่องปรับอากาศ พัดลมและเครื่องก าเนิดความร้อนต่างๆ เพราะพืช จะคายน้ ามากเหี่ยวเฉาได้ง่าย 5. ไม่ควรจัดวางร่วมกับแจกันดอกไม้หรือต้นไม้ประดับภายในอาคาร ควรจัดวางแบบโชว์เดี่ยว มีฐานรองรับที่เหมาะสม ความสูงไม่เกิน 1 เมตร 6. การวางประดับสวดถาดควรมีฉากหลังบ้าง ไม่ควรวางไว้โดดๆกลางห้องหรือที่กว้างๆ เพราะสวน จะไม่เด่น แต่ควรวางไว้มุมใดมุมหนึ่ง เช่น มุมโต๊ะท างาน มุมตู้โชว์ มุมห้อง แต่ถ้าเป็นห้องส่วนรวมมีผู้คนใช้ บริการมาก เช่น ห้องสมุด งานปาร์ตี้ เราสามารถจัดวางไว้กลางห้องเพื่อโชว์ความสวยงามของสวนรอบ ด้านได้ 7. ประโยชน์ที่ได้รับจากสวนถาดจุสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถ้าเรารู้จักเลือกมุมประดับที่เหมาะสมกับห้อง ไม่กีดขวาง สะดวกในการท าความสะอาด และเลือกฐานรองถาดที่เหมาะสม สถานที่ที่ควรจัดวางได้แก่ มุมอ่านหนังสือ โต๊ะกาแฟ ห้องพักผ่อน ห้องรับแขก ห้องสมุด ชั้นวางหนังสือ ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ใบความรู้ที่ 10 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 3 การจัดสวนถาด เรื่อง การใช้ประโยชน์สวนถาด ผลการเรียนรู้ วางแผนและปฏิบัติการจัดสวนถาด มีลักษณะนิสัยในการท างาน
การค านวณค่าใช้จ่ายและประเมินราคาการจัดสวน ในการจัดสวนนั้นมีหลายขั้นตอน และทุกขั้นตอนต้องมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าพันธุ์ไม้ ค่าวัสดุและ อุปกรณ์ต่างๆ ค่าแรงงานในการจัดและตกแต่ง ตลอดจนค่าออกแบบและก าไร เพื่อให้การประเมินราคา มีประสิทธิภาพควรจะประเมินราคาทันทีที่ออกแบบเสร็จ เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจากการขึ้นลงของ ราคาหรือค่าแรงงานอื่นๆ การเตรียมการประเมินราคา การเขียนรายการต่างๆ ควรท าให้ผู้อ่านเข้าใจและอ่านได้ง่าย โดยมีหมายเลขต่างๆของต้นไม้แต่ละชนิด และหมายเลขของต้นไม้นั้นตรงตามแบบของแปลน ดังตัวอย่าง ราคาของพันธุ์ไม้ หมายเลข ชนิดของพันธุ์ไม้ จ านวนต้น ราคาต่อต้น (บาท) รวม (บาท) 1 2 3 4 5 6 7 8 ชาดัด มะสังดัด โมกดัด ซิงโกเนียม ไผ่ฟิลิปปินส์ เฟิร์นเงิน ทับทิมสยาม พรมออสเตรเลีย 2 1 1 1 1 1 1 1 100 80 50 20 30 30 20 20 200 80 50 20 30 30 20 20 รวมค่าพันธุ์ไม้ทั้งหมด 450 รายการค่าวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ล าดับที่ รายการ จ านวน ราคาต่อหน่วย รวม (บาท) 1 2 3 4 5 ถาดเคลือบ ตุ๊กตา บ้านจ าลอง ดินผสม หินเกร็ด มอส 1 ใบ 1 ชุด 2 ถุง 5 ถุง 1 ถาด 1,500 100 30 20 50 1,500 100 60 100 50 รวมราคาวัสดุและอุปกรณ์ 1,810 รวมค่าวัสดุ และค่าพันธุ์ไม้ทั้งหมด ค่าแบบและก าไร 30 (50) เปอร์เซ็นต์ 2,260 1,130 รวมราคาการจัดสวนทั้งหมด 3,390 ประเมินราคาสวนถาด 4,000 กิจกรรมที่ 11 วิชา การจัดสวนถาด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 4 การค านวณค่าใช้จ่ายการจัดสวนถาด เรื่อง การค านวณค่าใช้จ่ายการจัดสวนถาด ผลการเรียนรู้ วางแผนและปฏิบัติการค านวณค่าใช้จ่ายการจัดสวนถาด มีคุณธรรมและเจตคติที่ดีในอาชีพ
ค่าแบบและก าไรไม่จ าเปนนต้องเปนน 30 เปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจ านวนเงินรวมทั้งหมด ถ้าเงินรวมสูง ค่าแบบและก าไรจะลดลงเปนน 15 – 25 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเงินรวมต่ า เช่น น้อยกว่า 3,000 บาท ค่าแบบและค่าก าไรอาจสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2556 เวลา 08.55 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด าเนินไปยังวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ทรงเป็นประธานในพิธีสมโภชเขามอ โบราณสถานวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งทางวัดร่วมกับกรมศิลปากร และส านักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ พร้อมภาคีทุกภาคส่วน ด าเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เขามอ ให้คงความเป็น โบราณสถานทสี่ ่า คญัทางประวตัิศาสตร ์ และคุณค่าทางวฒันธรรมชาติทง้ัยงัเป็ นสถานที่ทอ่งเที่ยว ให้ประชาชนชาวไทยและต่างชาติเข้าชม ด้วยการบูรณปฏิสังขรณ์เขามอ และอาคารจ าลอง รวมถึง ภูมิทศัน ์โดยรอบ ใชเ้วลา 1 ปีนับตง้ัแต่เดือนมกราคม 2555 และแลวเสร็จในเดือนธันวาคม ้ ปีเดียวกัน 1
เขามอ (Replica Mountain) เขามอ มาจากคำซ้อนกันสองคำ คือ เขา อันหมายถึง ภูเขา และ มอ มาจากคำว่า ถมอ (ถะ – มอ) ทมอ (ทะ – มอ) หรือ สมอ ซึ่งภาษาเขมรแปลว่า หิน ก้อนหิน หรือเขาเป็นลูกๆ ต่อมา กร่อนเสียงเหลือเพียง มอ เพื่อสะดวกในการออกเสียงของคนไทย คำนี้มักใช้กันอยู่เสมอ เช่น คำว่า เขา สมอรัตน์ ซึ่งเป็นเขาหลวงเพราะพระเป็นถ้ำใหญ่ มีทั้งพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ ประดิษฐานอยู่ภายใน ถ้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ใกล้เมืองศรีเทพ อันเป็นเมืองรุ่นแรกๆ ที่ได้รับแบบอิทธิพลทางด้านศิลปะและ วัฒนธรรมแบบถ้ำคุปตะในสมัยทวารวดีซึ่งมีอายุประมาณ 1,000 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบคำว่า สมอ หรือ ทะมอ อีกแห่งที่เรารู้จักกันดี คือ ชื่อของหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อันเป็นเมืองคู่กับประชันสีเขต คือ เกาะกงในเขมรนี่เอง คำว่า หัวหิน ก็คือ ทะมอกะบาล นั่นเอง แต่เป็นชื่อดึกดำบรรพ์มาแล้ว ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายไว้ว่า เขามอ : น. เขาจําลองที่ทําไว้ ดูเล่นในบ้านเป็นต้น สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 23 ได้อธิบายถึง เขามอ ไว้ว่า เขามอ หรือภูเขาจำลองทำจากหินก้อนเล็กก้อนน้อยที่เก็บมาจากทะเล ที่ใกล้ภูเขา หรืออาจสกัดหรือต่อยมาจาก หินก้อนเขื่องๆ แล้วนำหินแต่ละก้อนมาก่อให้ติดเข้าด้วยกันจนเป็นภูเขาจำลองที่มีรูปทรงเลียนแบบภูเขา จริง อาจจัดให้มียอดเขาสูงลดหลั่นลำดับกันเป็นซุ้มคูหา ปากถ้ำมีหินย้อยและห้วงน้ำอยู่บ้าง นับได้ว่าเป็น เครื่องตกแต่งประดับเหย้าเรือนคู่กันมากับไม้ดัดที่นิยมกันมากในหมู่คนไทยสมัยก่อน การสร้างเขามอ ได้แนวความคิดมาจากพุทธปรัชญา และคติความเชื่อของอินเดียโบราณ เรื่องการ จำลองจักรวาล และการจำลองเขาพระสุเมรุ ซึ่งเชื่อกันว่า จะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ และสวัสดีมงคลแก่ บ้านเมือง เขามอ เป็นภูเขาจำลองขนาดย่อม ใช้เป็นเครื่องตกแต่งอาคารสถานที่ เช่น วัด วัง บ้าน เพื่อความ สวยงาม ก่อด้วยก้อนหินและวัสดุอื่น ๆ มีขนาดต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ขนาดเล็กที่ก่อขึ้นในถาด ในอ่าง จนถึง ก่อบนพื้นดินให้คนปีนป่ายขึ้นไปได้ก็มี นอกจากหินแล้ว อาจตกแต่งด้วยต้นไม้ อาคาร สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ตุ๊กตารูปคนและสัตว์ต่าง ๆ ส่วนประกอบเหล่านี้ทำด้วยหิน เครื่องเคลือบ รูปหล่อโลหะ และวัสดุอื่น ๆ ที่มี ขนาดย่อมเหมาะสมกับขนาดของเขามอ ความนิยมเล่นก่อเขามอ และตกแต่งประดับเหย้าเรือนด้วยเขามอ ได้รับความนิยมสืบทอดมาแต่สมัยอยุธยา ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ดังจะเห็นจากหลักฐานได้ที่พระที่นั่ง บรรยงค์รัตน์ในพระราชฐานพระนครศรีอยุธยา โดยก่อด้วยหินฟองน้ำและอ่างแก้วปลาทอง ซึ่งเชื่อกันว่า สร้างในสมัยพระเจ้าท้ายสระและเขามออย่างน้ำพุที่พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งทั้ง สองแห่งที่กล่าวมานี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาทั้งสิ้น คือ ราว พ.ศ. 2199 - 2275 ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับ หลักฐานของญี่ปุ่นในหนังสือสารานุกรม “วาคังซังไซสีไค” เป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นในสมัย เอโดะหรือใน สมัยอยุธยานั้นเอง กล่าวว่า หม่านชื่อเจียนั้น อยู่ทางใต้ของเมืองจีน ในสมัยราชวงศ์หมิง รัชกาลพระเจ้า “ย่อเล่อ” ปีที่ 3 ราว พ.ศ. 2055 มีพระเจ้าแผ่นดิน “โป้หลีซู้ซูเซ่อ” ได้พาบุตรและภรรยาไปเฝ้าพระ รามาธิบดีที่ 2 กษัตริย์จีนพร้อมเครื่องบรรณาการผ่านทางมณฑลกวางตุ้งไปยังปักกิ่ง เครื่องบรรณาการมีไม้ ฝาง พริกไทย งาช้าง นอแรด หรดาล ในเอกสารฉบับเดียวกันเขียนเป็นภาพชาวสยามไว้ผมยาวใส่รองเท้า แบบเกี๊ยะไม่สวมเสื้อ แต่สะพายย่าม ไว้หนวดเคราหร็อมแหร็ม มีอักษรอีก 147 ตัว 16 บรรทัด อ่านแปล พอเก็บใจความว่า เมืองสยาม (เซี่ยมล้อ) อยู่ทางใต้ของจามเมืองเสียม กับเมืองล้อ เป็น 2 เมือง แต่ที่ดิน 2
เมืองไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ส่วนเมืองล้อนั้นที่ดินอุดมสมบูรณ์ ราบเรียบ เหมาะแก่การเพาะปลูก เพื่อ เป็นการสืบทอดเผ่าพันธุ์ ประชาชนสองเมืองนี้แต่งงานกันและรวมเป็นประเทศเดียว ผู้ชายตามแถบชายฝั่ง ทะเลนิยม “ขลิบ” ที่อวัยวะเพศตั้งแต่เด็กและฝังรัตนชาติ 8 ชนิด ถือกันว่าดีมิเช่นนั้นผู้หญิงจะไม่แต่งงาน ด้วย ส่วนความนิยมของการปลูกต้นไม้แคระในกระถางหรือต้นบอนไซ ว่าน่าจะมีการนิยมกันมาแล้วตั้งแต่ สมัยอยุธยาตอนต้น โดยชาวเรือ นักเดินทางกวีและนักจดหมายเหตุตลอดจนพ่อครัวหรือไต้ก๋งกันต้นเกิด เหงาขึ้นมา จึงนำต้นไม้มาปลูกในเรือ เพื่อความเพลิดเพลินและความสวยงาม ซึ่งขณะนั้นมีแต่เพียงเหล้ายา ปลาปิ้ง หรือการร้องรำทำเพลง บางสิ่งที่ทำให้เกิดสุนทรียภาพมันก็เป็นเพียงกระถางต้นไม้แคระและ ภาพวาดอีก 2-3 ภาพเท่านั้น เมื่อเรือเทียบท่าผู้คนบนเรือก็นำต้นไม้มาเป็นของฝากของกำนัล พร้อมทั้ง กระถางต้นไม้อันมีค่าเป็นของฝากของแปลกจึงเป็นที่นิยมกันในสมัยนั้นดังกล่าว ตัวอย่างที่สำคัญ คือ ต้น สนใหญ่ที่ปลูกในสวนเต่าในพระบรมมหาราชวังกรุงเทพฯ ปัจจุบันก็เชื่อกันว่า เป็นของฝากบรรณาการจาก พระเจ้าแผ่นดินจีนมายังกรุงสยามในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เรียกกันว่า “ต้นจีน ราชบรรณาการ” ยังเล่ากันต่อว่าต้นไม้ต้นนี้ หมายถึง ต้นสนสิ่ว ซึ่งแปลว่า ยั่งยืนสถาพรหมื่นๆปีเป็นคำ ถวายพระพรอยู่ในตัว กระถางต้นไม้ในเมืองไทยนี้มีตั้งแต่ขนาดใหญ่ 1,000 เกี๋ย 800 เกี๋ย 500 เกี๋ย 300 เกี๋ย แตกต่าง กันที่ใช้คำว่า “เกี๋ย” นี้แปลว่า “ฟองไข่” คือ ชาวเรือจะต้องนำไข่กับฟักติดเรือมาด้วยเสมอ สำหรับไข่นั้น เป็นของเปราะบางต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง เช่น โอ่ง อ่าง ให้แม้นกระถางต้นไม้ก็เว้นเป็นบรรจุภัณฑ์ เป็นเครื่องอับเฉา เป็นสินค้า เป็นเงินเป็นทอง เครื่องแลกเปลี่ยนในระบบการค้าในสมัยโบราณได้ ทั้งสิ้น เท่าที่พบกระถางต้นไม้ก็มาจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะที่กังไสหรือเจียงชีในจิ่งเต๋อเจิ้นหรือเกงเต็ก นั้นเอง นอกจากนี้ยังมีที่อี๋ชิงและเตาในมณฑลเจ๋อเจียง เช่น ที่เยวโจวที่ผลิตพวกจูซาหรือโถพลู โอ่ง ตุ่ม เคลือบสีน้ำตาลเขียนลายมังกรและเขียวขุ่น ซึ่งมักตีตราว่า “เซียงไฮ้หรือซั่งไห่” นั้นเอง ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำ สืบเนื่องกันอยู่อย่างไม่ขาดสาย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระเจ้าแผ่นดินและเจ้านายโปรดเล่นไม้ดัดและเขามอกันมาก ดังมีตัวอย่าง ให้เห็นที่พระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้อยู่ในรั้วในวัง ขุนนาง ข้าราชการ นิยมเล่นกันมาก ตลอดจนวัดวาอาราม และชาวบ้านทั่วไป ครั้นต่อมาความนิยมเสื่อมถอยลง จนเหลือเฉพาะครอบครัวที่เคยเล่นกันมา แต่ตามวัดใหญ่ๆ ก็ยังมีไม้ดัดงามๆ เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมัง คลาราม (วัดโพธิ์) และวัดคลองเตยใน แม้ในบางจังหวัดชาวบ้านก็ยังเล่นกันอยู่ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เขามอหรือสวนหย่อม เป็นสวนหินปลูกไม้ประดับที่ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้รื้อขนก้อนศิลาใหญ่ และเล็กซึ่งก่อเป็นภูเขาในสวนขวาในพระบรมมหาราชวัง แต่ครั้งรัชกาลที่ 2 มาก่อเป็นภูเขาเป็นสวนประดับรอบวัด ปลูกต้นไม้ไว้ตามเชิงเขาและบนเขา มีทั้งสถูป และเสาโคมแบบจีน รูปตุ๊กตาจีนและรูปสัตว์จัตุบาท (สัตว์สี่เท้า) ต่างๆ เรียงรายอยู่ทั่วไปทั้งบนเขา และเชิง เขา เขามอมีทั้งหมด 24 ลูก เช่น เขาประดู่ เขาสะเดา เขาอโศก เขาสมอ เขาฤษีดัดตน เขาศิวลึงค์ เป็นต้น พรรณไม้ที่ปลูกประดับส่วนใหญ่ตายลงทางวัดได้ปรับปรุงเป็นสวนหิน ประดับด้วยไม้ดอกไม้ใบ นับเป็นมุมนั่งพักผ่อนที่เพลิดเพลินตาเย็นกายสบายใจ 3