The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phahon53, 2024-02-02 19:25:06

สวนถาด66

สวนถาด66

ภาพ เขามอวัดโพธิ์ ภาพ เขามอวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร มีเขามอ แต่เขาเรียกติดปากว่า เขาเต่า อาจจะเป็นเพราะเป็นที่อยู่ ของเต่าที่มีมาก เป็นภูเขาจำลองขนาดเล็ก ก่อด้วยศิลาตั้งอยู่กลางสระน้ำบริเวณหน้าวัด มีศาลาราย 8 หน้า ตั้งอยู่ริมสระน้ำเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และเป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีบันไดขึ้นสู่ยอดเขา บนยอดเขาเป็นที่ตั้งพระสถูปหล่อด้วยทองเหลืองลงรักปิดทองสำหรับบรรจุพระพุทธ รูปสำคัญไว้ภายใน สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ สร้างภูเขาจำลองนี้ขึ้นโดยได้แนวคิดเกี่ยวกับเค้าโครงของภูเขา จำลองมาจาก “หยดเทียนขี้ผึ้ง ” ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้พระราชทานแก่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ หยดเทียนขี้ผึ้งนี้เกิดจากน้ำตาเทียนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงจุดขณะเมื่อประทับอยู่ในห้องลงพระบังคนหนัก น้ำตาเทียนหยดทับถมกันเป็นเวลาหลายปี จนก่อรูปเหมือนภูเขา สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ จึงนำเค้าโครงของหยดเทียนขี้ผึ้งนี้มาเป็น แบบสำหรับสร้างภูเขาจำลอง บ้านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ระหว่างหมู่เรือนไทยที่อยู่อาศัยและศาลาไทยนี้ จัดเป็นสวน ศิลปะกลางแจ้ง มีกำแพงศิลาแลงสองข้าง เพื่อเชื่อมบริเวณที่อยู่อาศัยกับศาลาไทย ให้มีความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน ตรงกลางมีบ่อน้ำยาว หักมุม ทอดจากศาลาโขนไปสู่ตัวบ้าน ในบ่อปลูกบัว มีรูปนางปรัชญา ปรมิตา เทพีแห่งความรู้และน้ำพุอยู่ตรงกลาง รอบบ่อเป็นทางเดินมีบอนไซ ไม้แคระแบบญี่ปุ่นและไม้ดัด เขามอแบบไทย เขามอมีทั้งเขามอขนาดใหญ่ที่อยู่บนดิน และเขามอขนาดเล็กที่อยู่ในกระถาง เขามอหลาย 4


ชิ้นเป็นฝีมือของพระยามไหสวรรย์ ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นเจ้าตำรับเขามอที่มีชื่อเสียงของไทย เขามอนี้ใน อดีตนิยมใช้เป็นเครื่องประดับเรือนไทยระดับคหบดี นอกจากไม้ประดับชนิดต่างๆ ในสวนยังมีโบราณวัตถุที่เป็นศิลาทั้งที่เป็นของจริงและของจำลอง เช่นพระพุทธรูปนาคปรก พระพิฆเนศวร ศิวลึงค์ ทับหลัง วางตกแต่งในลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งหรือ สวนศิลปะ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ชอบสวนนี้มาก และปรับปรุงเคลื่อนย้ายต้นไม้เพื่อให้เกิดความสมดุลอยู่ เสมอจนแม้วาระสุดท้ายของชีวิต บ้านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่สวยงามที่สุดแห่ง หนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน ซึ่งนับวันจะสูญหายไปกับกาลเวลา เพราะการ เปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนไทย เขามอในปัจจุบันดูจะลดความสำคัญลงไปเนื่องจากการคมนาคม สะดวกสบายผู้คนสามารถไปดูเขาจริง ๆ ได้ ในเวลาอันรวดเร็ว มีกล้องถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ด้วย เครื่องมือสารพัดชนิด อันสามารถจำลองธรรมชาติมาให้ใกล้ตัวได้สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์และความสำคัญของเขามอจึงลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ แต่ก็อย่าลืมว่าเขามอก็คือภูมิ ปัญญาสุดนิยมกันในช่วงหนึ่งของชีวิตทั้งชาววัง ชาวบ้าน และชาววัดที่น่าสนใจน่าศึกษาสงวนรักษาและ อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง ภาพ เขามอจากมาเลเซีย 5


ภาพ เขามอจากเวียดนาม ภาพ เขามอวัดศรีทวี นครศรีธรรมราช 6


ภาพ เขามอจัดในถาด ศิลปะการก่อเขามอ การก่อเขามอจัดเป็นการนำเอาหินหลายๆก้อน มาปะติดปะต่อกันเข้าเป็นเขาจำลองในลักษณะ ล้อเลียนธรรมชาติ โดยผู้มองสามารถเกิดจินตนาการเห็นเหมือนสัตว์ทั้งตัว หรือเฉพาะส่วนศีรษะของสัตว์ ใหญ่สกุลสูง มีศักดิ์ศรีสง่างามตามทัศนคตินิยมรูปลักษณะท่าทีเขามอที่งาม นิยมท่าสิงห์ หรือคล้ายช้าง กวาง เป็นต้น ตามจินตนาการที่ผู้ก่อจะกำหนดไว้ในใจก่อนตั้งรูปขึ้น นับเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ละเอียด ประณีตอย่างหนึ่งทีเดียว เริ่มต้นด้วยการใช้แผ่นอิฐหรือกระเบื้องหนารองก้นกระถาง แล้ววางหินตั้งหลัก บนนั้นด้วยซีเมนต์ เสร็จแล้วอาศัยความยาวของหินตั้งเป็นขาเรียวประกบขึ้นไปหาหัวเขา และติดต่อเติมให้ รับกันเป็นสัดส่วน วิธีพอกแต่งหัวเขานิยมให้เบี้ยวเฉเป็นเหลี่ยมเป็นสันชะโงกเงื้อม ถ้าปะหัวกลมไม่งาม ใช้ ไม่ได้ กระถางขนาดย่อมมักก่อ 2 - 3 มอ ถ้า 3 มอก่อใหญ่ 1 เล็ก 1 ลูกใหญ่ท่าทีมีไหล่ลดหลั่นกันให้พอ งาม ลูกเล็กมักทำล้อเลียนลูกใหญ่ ถ้าก่อ 3 มอ ใหญ่ กลาง เล็ก ควรตั้งลูกใหญ่ไว้ตรงกลาง และก่อ 2 มอ ข้างละมุมกระถางให้มีไหล่ลดหลั่นลงมา หรือเป็นหมู่ใหญ่หลายมอลดหลั่นกันไปก็ได้ การหันหน้าเขาจะ เอียงไปทางซ้ายหรือทางขวา สุดแล้วแต่ผู้ก่อจะเห็นงาม จะพลิกแพลงอย่างไรก็ได้เมื่อก่อเสร็จแล้วควรแต่ง ด้วยไม้ดัดหรือไม้ประดับ การก่อเขามอเป็นศิลปะประณีต ต้องใช้ฝีมือ และความพินิจพิเคราะห์จึงจะทำได้ ผู้สนใจจะเริ่มต้นด้วยการดูแบบอย่างเขามอฝีมือดีๆ ก่อนก็ได้ เมื่อลงมือทำจนมีความชำนาญแล้วก็จะเกิด ความคิดประดิษฐ์แต่งไปได้เหมือนการทำงานศิลปะประเภทอื่น การก่อเขามอ เป็นศิลปะประณีตที่ต้องใช้ทั้งความรู้ความชำนาญและฝีมือมิใช่สักแต่เอาก้อนหินมา ปะติดปะต่อกันเข้าตามบุญตามกรรม แต่จะต้องเพ่งพิศท่าทีตกแต่งให้เข้ารูปเข้าแบบลดหลั่นกันเป็นชั้นเชิง หินที่จะก่อเขาได้ตามแบบไทย ต้องใช้หินทะเลมีร่องริ้วที่ปัจจุบันหาไม่ได้แล้ว ต้องใช้หินประเภทอื่นจาก ทะเลหรือภูเขา จึงทำให้เขามอแบบไทยมีลักษณะต่างไปจากเดิม 7


การทำไม้ดัด ก่อเขามอ เป็นงานอดิเรกของผู้ใหญ่สมัยก่อน แต่ก็เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปหรือ แม้แต่เยาวชนด้วย เพราะเป็นงานสร้างสรรค์ที่ต้องคิดประดิษฐ์ทำ เหมือนงานศิลปะอื่นๆ ที่ช่วยให้เกิด ความรู้สึกเพลิดเพลินโน้มน้าวจิตใจให้คิดแต่สิ่งดีงาม อันเป็นคุณสมบัติที่น่าสรรเสริญ ผู้ที่สนใจอยากจะลองเล่นไม้ดัดก่อเขามอ ควรเริ่มเรียนรู้หลักเกณฑ์ก่อนบ้าง แล้วลงมือทำตาม จินตนาการของตน ไม่นานนักก็จะได้ประสบการณ์ และสนุกกับงานนี้ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการช่วยอนุรักษ์ ศิลปะของไทยไว้มิให้สูญหายไปอย่างน่าเสียดาย เขามอ หรือสวนถาดที่ก่อภูเขาขึ้นเอง เขามอคือบอนไซชนิดหนึ่งซึ่งคนไทยนิยมเล่นกันมาตั้งแต่ ครั้งโบราณ โดยมากมักก่อภูเขาขึ้นเองด้วยหินขนาดเล็กสีน้ำตาลผิวมีรอยร่อง เรียกว่า หินเสี้ยน ใน สมัยก่อนมีการก่อเขามอขนาดใหญ่สูงท่วมศีรษะเพื่อประดับวังหรือบ้านด้วย ปัจจุบันก็มักอยู่ในถาดเคลือบ ซึ่งอาจโยกย้ายไปมาได้เหมือนสวนถาดอื่นๆ แต่ก็ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะค่อนข้างมีน้ำหนักมาก ทิวทัศน์ ภูเขาเหล่านี้ค่อนข้างเป็นเทือกเขาแบบภาพวาดของจีนหรือญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นแทรกหรือเกาะ บนหิน อาจมีแอ่งน้ำ ลำธารหรือน้ำตกบนภูเขาด้วยก็ได้ หรืออาจมีน้ำล้อมรอบภูเขาคล้ายทิวทัศน์ทะเล หรืออาจ ล้อมรอบภูเขาด้วยแนวป่าโปร่ง ทุ่งหญ้า ตามแต่จินตนาการของผู้จัด ลักษณะพิเศษของ เขามอคือ ภายในกลวง ถ้าจะเปรียบเทียบอย่างง่าย ก็เหมือนกระถางต้นไม้ใบหนึ่ง ซึ่งมีรูระบายน้ำที่ก้นและรูปทรง ของกระถางใบนี้ก็ เป็นภูเขาจำลองนั่นเอง ขออัญเชิญนามของผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้วางแบบอย่างเขามอไทยบางท่าน ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคล ที่มีอายุระหว่างรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลปัจจุบัน คือ หม่อมราชวงศ์เชย กุญชร (คุณใบ้) พระยาปริมาณสิน สมรรถ (จีบ โชติศาลิกร) พระยาเขื่อนเพชรเสนา พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม (ทองดี จารุทัต) พระยามไห สวรรย์ (กอ สมบัติศิริ) คำแนะนำโดยสังเขปของท่านมีดังนี้ การก่อเขามักจะตั้งหลัก ตั้งรูป และท่าทีไปต่างๆ กันแต่พอจะกำหนดความสูงต่ำได้ว่า ส่วนสูงไม่ ควรเกินขนาดกว้างของกระถาง คือ 1. วัดส่วนกว้างขอบนอกของกระถาง (เขาสูงหน่อย) 2. วัดขอบนอกมาเพียงปากร่วมใน (พอดี) 3. วัดเฉพาะร่วมใน (เตี้ยหน่อย) ดังนั้น ขณะตั้งรูปเขาที่จะก่อในกระถาง ควรวัดปากกระถางตามหลักเกณฑ์นี้ จะได้เขางาม ภาพ เขามอโบราณ 8


การเลือกหินเพื่อการก่อเขามอนี้ต้องพิถีพิถันมาก จากแบบอย่างที่เป็นฝีมือคนโบราณที่ยังคง หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันนั้น มักเป็นหินที่มาจากทะเล เกาะแก่งต่างๆในอ่าวไทย มีลักษณะมน มีร่องรอย การถูกกัดเซาะที่สวยงาม สามารถลอกเลียนแบบเขาหินในธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมาปะติดปะต่อ เข้าด้วยกันในธรรมชาติที่เราได้พบเห็นกัน และได้ยินการเรียกขานชื่อสถานที่บางแห่ง เช่น เกาะหนู เกาะ แมว หินตาหินยาย เขานมสาว เขานางนอน ฯลฯ เหล่านี้เป็นภูมิประเทศที่ถูกเรียกขานเช่นนั้นมีลักษณะ โดยรวมเป็นเช่นตามชื่อนั้นจริงๆ ในจินตนาการของผู้มอง หาได้เป็นจริงเหมือนดั่งหนูหรือแมว หรือนมสาว หรือผู้หญิงนอนจริงๆไม่ เขามอที่มีลักษณะเหมือนฝูงช้างลงเล่นน้ำนั้นก็ไม่ได้ก่อเป็นตัวช้างอย่างชัดเจนดั่ง เช่นงานปั้น หากแต่เป็นหมู่หรือชะง่อนหิน หรือก้อนหินก่อซ้อนเรียงรายอย่างวิจิตรบรรจง ลดหลั่นกันไป อย่างลงตัว ให้บรรยากาศแห่งศิลปะตามความนึกคิดของผู้ที่ก่อเขามอ ความได้สัดส่วนลงตัวที่ถูกต้อง จึง ปรากฏแก่สายตาผู้มองให้เกิดจินตนาการต่างๆ เห็นเป็นฝูงช้างตามประสบการณ์ที่เคยได้พบเห็นมา แม้การ เล่นเขามอและไม้ดัดไทย จะมีรากฐานงานศิลปะจากจีนและญี่ปุ่น แต่เราก็สามารถภาคภูมิใจในศิลปะไทย แขนงนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะภูมิใจในปัญญาของบรรพบุรุษผู้ชาญฉลาด สามารถพัฒนาดัดแปลงจนเกิดงาน ที่ประณีตกว่าแยกออกมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งได้แสดงถึงความเป็นตัวเป็นตนของเจ้าของเดิม สามารถ สร้างสรรค์งานศิลป์นี้ให้สอดคล้องกับตนเองจนเป็นเอกลักษณะเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบงานศิลปะด้านนี้ ของจีนและญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าต่างก็จำลองมาจากธรรมชาติในภูมิประเทศจริงที่เป็นของตน ภาพ เขามอโบราณ 9


ภาพ เขามอประกอบไม้แคระ 10


ไม้ดัด และเขามอ เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านที่สวยงามที่สุด ยากจะหาสิ่งอื่นใดมาเทียบได้ เป็นศิลปวัฒนธรรมไทยของไทยที่กำเนิดคู่กันมาแต่โบราณ ความงามที่สมบูรณ์ของศิลปะ ไม้ดัด-เขามอ ต้องพร้อมทั้ง 3 อย่าง คือ ไม้ดัด เขามอ และ กระถาง ตำราทำไม้ดัดเพิ่งจะเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยหลวงมงคลรัตน์ (ช่วง ไกรฤกษ์) ได้รจนาคำ โคลงจากหลักเกณฑ์ที่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงกำหนดไว้มี 9 แบบ กล่าวโดยสังเขป คือ 1. ไม้ขบวน เป็นต้นตรงหรือคดเล็กน้อย ดัดให้กิ่งวกวนขึ้นไปเป็นกระบวนอีกนัยหนึ่งเรียกว่า ไม้ ยอดแหลมทำ 5 , 7 หรือ 9 ช่อก็ได้ 2. ไม้ฉาก ลำต้นตรงหักให้เป็นมุมเหลี่ยมอย่างฉากไม้ที่ใช้บังประตูก็ได้กิ่งควรหักเป็นฉากด้วยจึง จะสมชื่อ 11


3. ไม้หกเหียน สัณฐานของกิ่งต้องหกห้อยลงมาก่อน หันเหียนไปรอบต้นแล้วกลับหัวขึ้นให้ตรงกับ คำว่า “หกเหียน” 4. ไม้เขน มีกิ่งสำคัญ 3 กิ่ง ลงล่าง 1 กิ่ง ไปทางข้าง 1 กิ่ง ข้างบน 1 กิ่ง ต่างทิศกันไปอย่างท่าเต้น เขน หรืออีกนัยหนึ่ง ดุจกวางเหลียวหลัง 5. ไม้ป่าข้อม ลักษณะต้นตรงตลอดถึงยอด ต้องมีกิ่งรอบหุ่นเป็นพุ่มกลม ช่องไฟงดงามสม่ำเสมอ กำหนดไว้ให้มี 9 ช่อ 6. ไม้ญี่ปุ่น คล้ายไม้แคระของญี่ปุ่นลักษณะคือ โคนใหญ่ปลายเรียวต้นตรงปลายเอนก็มีปล่อยกิ่ง กระจายไปตามที่เห็นงามอย่างไม้ธรรมชาติแต่จับช่อแบบไม้ดัดไทย 12


7. ไม้กำมะลอ ต้นตรงขึ้นไปตามส่วนแล้วดัดหักหุ่นวกเวียนให้ยอดลง เรียกว่าไม้กำมะลอ คือ ไม่ใช่ของจริงเพราะต้นไม้จริงต้องชี้ฟ้า 8. ไม้ตลก เป็นไม้ชนิดที่รากขึ้นมาพ้นดิน หัวโต เอารากทำต้น คดงอ เป็นไม้โขลกเขลกไม่ เรียบร้อยอย่างคนทำตลก 9. ไม้เอนชาย มีต้นขึ้นมาข้างๆ มากกว่าขึ้นข้างบน คล้ายต้นไม้ขึ้นริมตลิ่งมีรากยึดดินได้ข้างเดียว ถ้ามีต้นขึ้นมาพ้นดินแล้วจึงแต่งหุ่น (คือส่วนที่มีกิ่งต่อจากลำต้น) ให้เอนส่งยอดขึ้นไป ก็เป็นหุ่นเอน ไม้ดัดทั้ง 9 แบบ อาจดัดยักเยื้องกันได้บ้าง โดยไม่ให้เสียรูปทรงตามแบบ ควรทำให้งามตามแบบ ควรทำให้งามตามลักษณะของต้นไม้เป็นดีที่สุด การดัดควรทำอย่างประณีต ใจเย็น พยายามค่อยแก้ค่อย ทำไปให้เพลิดเพลิน นับว่าเป็นยอดของการเล่นต้นไม้ทั้งหลาย พันธุ์ไม้ที่นำมาทำไม้ดัด เช่น ตะโก ข่อย โมก มะขาม 13


เขามอก่อด้วยหินธรรมชาติ การก่อเขามอเป็นการช่างศิลปะประเภทหนึ่งที่เป็นงานอดิเรก เครื่องตกแต่งเพื่อชมเล่นคู่กับการ ทำไม้ดัดของชาวไทยมาแต่โบราณ ความนิยมมิใช่เฉพาะแต่ภายในพระราชวัง และตามบ้านเรือนผู้มีฐานะ เท่านั้น วัดวาอาราม และบ้านสามัญชนทั่วไปก็นิยมเล่นอย่างเดียวกัน การก่อเขา มิใช่เพียงจะต้องใช้ฝีมือของผู้ก่อเท่านั้น แต่จะต้องอาศัย “หิน” ที่นำมาใช้ประดิษฐ์ ทำด้วยจึงจะได้เขามอที่งดงาม หินที่ใช้ก่อเขามอ หินที่ใช้ในการก่อเขามอรุ่นเก่า คือสมัยตอนปลายกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พบ หลักฐานจากร่องรอยที่เคยก่อเขามอในพระราชวังหลวง ว่าเป็นชนิด “หินฟองน้ำ” แต่นักเล่นก่อเขาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมานิยมใช้หินจากชายหาด โดยเฉพาะหินจากเกาะลิ้นกลางทะเลที่อยู่ไม่ไกลจาก เกาะสีชังในอ่าวไทยนี้เอง เรียกว่า “หินซาก” มีลักษณะเป็นริ้วร่อง ลวดลายสวยงามตามธรรมชาติสีเทา เขียวคล้ำคล้ายน้ำทะเลไทย หินประเภทนี้ใช้ก่อเขามอได้สวยงามมาก เขามองามๆ ก่อแบบไทยฝีมือเก่ายังมีเหลืออยู่ให้ชมตามบ้านของผู้ที่เคยเล่นกันมาในอดีต สมัย ปัจจุบัน ผู้ที่ทำเขากระถางส่วนใหญ่ไม่รู้จักเขามอแบบไทย จึงตกแต่งเป็นแบบต่างๆ โดยใช้“หินกาบ” ที่ หาได้ตามภูเขาในจังหวัดราชบุรีกาญจนบุรี และเพชรบุรี ธรรมชาติของหิน นักธรณีวิทยาจำแนกหินออกเป็น 3 ประเภท คือ หินอัคนี หินชั้นหรือหินตะกอน และหินแปร หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัว และแข็งตัวของหินหลอมเหลวละลายที่ร้อนจัด ซึ่งเรียกว่า หินหนืด เมื่ออยู่ภายในเปลือกโลกเรียกว่า “แมกมา” และเมื่อผุดพ้นออกมาบนผิวโลกเรียกว่า “ลาวา” หินอัคนียังมี ส่วนประกอบของแร่ต่างๆ หลายชนิด หินชั้นหรือหินตะกอน เกิดจากหินชนิดต่างๆ ผุพังทำลายตัวแตกย่อยเป็นเศษหิน แล้วถูกแรงน้ำ แรงลม หรือหิมะ พัดพาไปตกจมเป็นหินตะกอน จะทับถมกันเป็นชั้นๆ หินชั้นอีกแบบหนึ่งเกิดจากสารที่ ละลายตัวได้ไปสะสมในบริเวณใดที่มีการระเหยสูงจะเกิดเป็นเกลือแร่ชนิดต่างๆ ก็เป็นหินชั้นเหมือนกัน หินแปร เกิดจากหินอัคนี หรือหินชั้นได้รับความร้อนและแรงกดดันสูงมาก จนเกิดการ เปลี่ยนแปลงเป็นหินชนิดใหม่เรียกว่าหินแปร 14


15


16


17


18


19


20


21


22


23


24


25


26


27


28


29


30


31


เอกสารอ้างอิง มัญชุสา วัฒนพร. สวนในบ้าน เล่ม 4 การจัดสวนถาด. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร. บ้านและสวน. 2545. ไม้ดัดไทย โดย บัญชา เขมธร และภูวดล น้ำดอกไม้ www.bloggang.com/viewblog.php www.bonsaibaan.com/ http://www.chaoprayanews.com http://www.dailynews.co.th http://www.igetweb.com/www/bonsaibaan/ http://kukrit-pramoj.org/ www1.mod.go.th www.online-english-thai-dictionary.com www.panmai.com www.royin.go.th www.sakulthai.com/ http://talung.pt.ac http://th.wikipedia.org http://www.trueplookpanya.com/ www.watpho.com http://www.watprayoon.com/


Click to View FlipBook Version