ฟ้อนสาวไหม
ประวัติฟ้อนสาวไหม
ฟ้อนสาวไหม เป็นฟ้อนท่ีต่างจาก การฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ซึ่งฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน เกิดจากราช
สานัก (คุ้มเจ้าดารารัศมี) แต่การฟ้อนสาวไหมเกิดจาก วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในการทอ
ผ้าฝ้ายของชาวล้านนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านศรีทรายมูล ท่ีเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด กา รฟ้อน
สาวไหม ซึ่งบุคคลผู้ที่คิดค้นการฟ้อนนี้ คือ นายกุย สุภาวสิทธิ์ อดีตศิลปินช่างฟ้อน (ปัจจุบันได้
ล่วงลับไปแล้ว) แห่งหมู่บ้านศรีทรายมูล หมู่ที่ ๑๑ ตาบลรอบเวียง อาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แต่
เดิมท่านเป็นชาวบ้านแม่คือ ตาบลแม่ก๊ะ อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบอาชีพทานา ทา
สวน และเป็นครูช่างฟ้อนผู้หนึ่งท่ีได้สอนศิลปะการฟ้อนเชิง ฟ้อนดาบ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจาก
พ่อครูปวน คามาแดง ซึ่งเป็นผู้ชานาญทางด้านนี้จนได้รับสมญานามว่า “ปวนเจิง” (หมายถึง นาย
ปวน ผู้เช่ียวชาญในการฟ้อนเชิง) จากน้ันนายกุย สุภาวสิทธ์ิ ได้ถ่ายทอดศิลปะการฟ้อนต่างๆ แก่
หนุ่มสาวชาวบ้านศรีทรายมูล เมื่อท่านได้ถ่ายทอดศิลปะเหล่าน้ีแก่ชาวบ้านศรีทรายมูล เด็กหญิงบัว
เรียวก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟ้อนสาวไหม นางบัว
เรียว (สุภาวสิทธิ์) รัตนมณีภรณ์ ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านการฟ้อนมาจากบิดาต้ังแต่ อายุ
ประมาณ ๗-๘ ขวบ ด้วย นายกุย เป็นผู้มีความชานาญและความสามารถทางศิลปะการฟ้อนของ
ฝ่ายชาย อันได้แก่ฟ้อนดาบ และฟ้อนเชิง นอกจากการฟ้อนทั้ง ๒ อย่างจะเป็นศิลปะการแสดง
พ้ืนบ้านล้านนาแล้วยังสามารถนามาเป็นอาวุธที่ใช้ป้องกันตัวจากการ ถูกทาร้ายได้ด้วย ด้วยเหตุน้ีนาย
กุยคิดว่าการที่จะถ่ายทอดการฟ้อนเชิง และฟ้อนดาบให้แก่บุตรสาวอย่างเดียวคงไม่พอ จึงได้
ประดิษฐ์การฟ้อนท่ีนาเอากระบวนการทอผ้าฝ้ายของชาวล้านนา และการฟ้อนเชิงของผู้ชายมา
ประดิษฐ์ท่าราเรียกว่า “ฟ้อนสาวไหม” การที่เรียกชื่อว่าฟ้อนสาวไหมมีเหตุผล ๓ ประการ ดังนี้
ประการท่ี ๑ คนเมือง หรอื คนภาคเหนือเรยี กดา้ ยเย็บผา้ ว่า “ไหมเย็บผา้ ”
ประการท่ี ๒ คาวา่ สาวไหม เปน็ กระบวนทา่ หนง่ึ ในการฟอ้ นเชงิ ของชาวลา้ นนา
ประการท่ี ๓ เพื่อสวยงามตามรูปภาษา นางบัวเรยี วได้กล่าววา่ บดิ าเลอื กชอ่ื น้เี พราะคาวา่ ฟ้อนสาวไหมมีความ
สวยงามมากกวา่ คาวา่ ฟ้อนสาวฝ้าย หรือฟ้อนปนั่ ฝ้าย
จากการได้รับการถ่ายทอดความรู้ดงั กลา่ ว นางบัวเรียวจงึ ไดน้ าแสดงสูส่ ายตาประชาชนชาวจงั หวัดเชียงราย และ
ได้มโี อกาสนาไปเผยแพร่ยังจงั หวัดเชยี งใหม่ ด้วยการนาของคณุ ชาญ
สโิ รรส จากการเผยแพร่ดงั กลา่ วจึงไดร้ ับทง้ั คาชมและคาแนะนาในการฟ้อน ทาใหน้ างบวั เรยี วไดท้ าการปรบั ปรุงทา่
ฟอ้ นสาวไหมมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับสรรี ะการฟอ้ นของผหู้ ญิงมากยิ่งข้ึน และเข้ากับโอกาสในการแสดง
ตามงานตา่ งๆ จนมีความงดงามตามแบบการฟ้อนพน้ื บ้านลา้ นนาอยา่ งแท้จรงิ ฟ้อนสาวไหม เปน็ การฟ้อน
พ้ืนเมอื งทเี่ ลียนแบบมาจากการทอผ้าไหมของชาวบ้าน การฟ้อนสาวไหมเปน็ การฟอ้ นราแบบเก่า เปน็ ทา่ หน่ึงของ
ฟอ้ นเจงิ ซ่ึงอยใู่ นชุดเดียวกบั การฟ้อนดาบ ลลี าการฟ้อนเปน็ จงั หวะทีค่ ลอ่ งแคลว่ และรวดเร็ว
(สะดุดเป็นชว่ ง ๆ เหมอื นการทอผ้าดว้ ยกก่ี ระตุก)
ประมาณปี พ.ศ. 2500 คณุ บวั เรยี ว รตั นมณีกรณ์ ได้คดิ ท่าราขน้ึ มาโดยอยู่ภายใต้การแนะนาของบิดา ทา่ ราน้ไี ดเ้ นน้
ถึงการเคล่ือนไหวท่ตี อ่ เนื่องและนุ่มนวล ซ่ึงเปน็ ท่าทีเ่ หมาะสมในการปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ สน้ ไหมพันกัน ในปี พ.ศ.
2507 คณุ พลอยศรี สรรพศรี ชา่ งฟ้อนเก่าในวังของเจา้ เชียงใหม่องคส์ ดุ ท้าย (เจา้ แกว้ นวรัฐ) ได้รว่ มกับคณุ บวั
เรียว รตั นมณกี รณ์ได้ขดั เกลาทา่ ราขน้ึ ใหม่
ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2520 คณะอาจารยว์ ิทยาลัยนาฏศลิ ปเ์ ชยี งใหม่ ไดค้ ิดทา่ ราข้ึนมาเปน็ แบบฉบบั ของวิทยาลัยเอง
- ดนตรีทใ่ี ชป้ ระกอบการฟอ้ น จะใชว้ งดนตรพี น้ื เมอื งซ่ึงมี สะล้อ ซอ ซึง เพลงรอ้ งมกั ไมน่ ยิ มนามา
แสดง จะมแี ตเ่ พลงที่ใชบ้ รรเลงประกอบ แต่เดมิ ทบ่ี ิดาของคุณบวั เรียวใช้น้นั เปน็ เพลงปราสาทไหว ส่วน
คุณบวั เรียวจะใช้เพลงลาวสมเดจ็ เม่อื มกี ารถ่ายทอดมา
คณะครนู าฏศิลปจ์ งึ ได้เลอื กสรรโดยใชเ้ พลง "ซอปั่นฝ้าย" ซง่ึ มที ่วงทานองเปน็
เพลงซอทานองหนึ่งทนี่ ิยมกนั ในจงั หวัดนา่ น และมลี ลี า ท่สี อดคล้องกับท่ารา
- การแต่งกาย แตง่ กายแบบพน้ื เมือง คอื นุง่ ผ้าถงุ ใส่เส้อื แขนกระบอกหม่ สไบทบั เกลา้ ผมมวยประดับ
ดอกไม้
- เทา่ ไรกไ็ ด้ ปจั จบุ นั ก็มีผู้ชาย
- ผู้แสดง ใช้ผหู้ ญงิ แสดงจานวน
เขา้ มาแสดงดว้ ยกม็ ี
- การแสดง เรม่ิ จากการแสดงทา่ หกั ร้างถางพง เพาะปลูกฝ้ายและหมอ่ น ซ่งึ เปน็ การแสดงของช่างฟ้อนชาย
เพ่งิ เพิม่ เข้ามาภายหลงั ตอ่ จากนนั้ ก็เปน็ ทว่ งท่าในการฟอ้ นสาวไหมเรม่ิ จากทา่ เลอื กไหม ดงึ ไหมออก
จากรงั มว้ นไหม สาวไหมออกจากตัว ไหล่ ศีรษะ เท้า มว้ นไหมใต้ศอก พงุ่ กระสวย กรอไหม พาด
ไหม ปอ๊ กไหม จนกระทัง่ ชื่นชมกับผา้ ท่ที อสาเรจ็ แล้ว
ประวตั คิ รผู ฝู้ กึ ซอ้ มทา่ รา
นางสาว อภชิ ญา รวยศลิ ป์ (ครูเฟีย)
การศกึ ษา
พ.ศ.2541-2546 วิลัยนาฏศลิ ปน์ าฏศิลปก์ รุงเทพ
พ.ศ.2547-2551 บัณฑติ พฒั นศลิ ป์
เร่ิมเขา้ ทางานปี 2555 ทโี่ รงเรยี น เตรียมอุดมศกึ ษา (ครอู ตั ราจ้าง)
ปี 2555 ครผู ชู้ ว่ ยโรงเรียนไตรมติ รวทิ ยาลัย
ปจั จุบนั ครู คศ.1 ณ โรงเรงเรียนไตรมิตรวิทยาลยั
จดั ทาโดย
นาย วรี พงษ์ อาพล (แนทต้)ี