การนาเสนอและสรุปผลการเรียนรู้
การอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสาธารณสุขระดับต้น รุ่นที่ ๓๐
ประจาปี งบประมาณ ๒๕๖๔
๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔
วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตนว์ ชิระ 1
ผบต.รุ่นสามสบิ นีม้ คี วามหมาย ประสบการณม์ ากมายได้ศึกษา
ขอน้อมรับศลิ ป์ ศาสตรพ์ ฒั นา เหนือตาราสร้างตานานการอบรม
ผบต.รุ่นสามสบิ นีม้ คี วามสุข ปนสนุกวชิ าการผสานผสม
“วทิ ยากร”ทรงคุณคา่ น่านิยม ตา่ งช่นื ชมล้วนชืน่ ชอบ “ขอบพระคุณ”
ผบต.รุ่นสามสบิ นีม้ คี วามหวงั รวมพลงั รัก จุนเจอื พร้อมเกอื้ หนุน
มติ รภาพทเี่ หน็ เป็ นตน้ ทนุ ความอบอุน่ ความหว่ งใย มใี หก้ ัน
อกั ษรามาลัยร้อยใจรัก ดว้ ยตระหนักทกุ อย่างร่วมสร้างสรรค์
จบหลกั สตู รโปรดอยา่ เลอื นเตอื นสมั พนั ธ์ จารึกม่ันไมล่ าลับ..”ประทบั ใจ”
วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตนว์ ชริ ะ 2
1 ข้อมลู ผู้เข้าอบรม
2 สรุปผลการเรียนรู้
กรอบการนาเสนอ การเตรียมพร้อม-พฒั นาตวั เอง
การเรียนรู้ทฤษฎี
3 ศกึ ษาดูงาน/ PBL
4 การสะทอ้ นผล 3
ผู้เข้าร่วมอบรม ผบต. รุ่นที่ 30
เชยี งใหม่ อตุ รดติ ถ์ หนองคาย
ปทมุ ธานี หนองบวั ลาภู
ปราจนี บรุ ี
สระบรุ ี
สระแกว้
ขอนแกน่
กรงุ เทพฯ
นนทบรุ ี บรุ รี มั ย์ สรุ นิ ทร์ ศรสี ะเกษ
จนั ทบรุ ี
สมทุ รสาคร
ระยอง ตราด
ภเู ก็ต
1 ข้อมูลผู้เข้าอบรม
2 สรุปผลการเรียนรู้
กรอบการนาเสนอ การเตรียมพร้อม-พฒั นาตวั เอง
การเรียนรู้ทฤษฎี
3 ศกึ ษาดูงาน/ PBL
4 การสะทอ้ นผล 5
2.1 การเตรียมความพร้อม พัฒนาตนเอง
การออกกาลังกาย การพฒั นาจติ
การพฒั นาทกั ษะการนาเสนอรายบุคคล
6
2.1 การเตรียมความพร้อม พฒั นาตนเอง
การเรยี น/อบรม
7
2.1 การเตรยี มความพร้อม พัฒนาตนเอง
การประชุมกลุม่ / การค้นคว้าดว้ ยตนเอง
8
2.2 การเรียนรู้ภาคทฤษฎี
ระหวา่ งสัปดาหท์ ่ี 1 วันท่ี 3-7 พ.ค.2564
• ยุทธศาสตรน์ โยบาย ทศิ ทางการพฒั นาคุณภาพบริการสุขภาพ และการปลูกฝังคา่ นิยม
• เทคนิคการนาเสนออย่างมีประสทิ ธิภาพ ⚫ การคดิ อยา่ งเป็ นระบบ
• การบริหารเชงิ กลยุทธ์ ⚫ การบริหารจดั การฐานขอ้ มูลสุขภาพ
• การพฒั นาบุคลกิ ภาพและการใหบ้ ริการทดี่ ี
• การบริหารความเสย่ี งและการควบคุมภายใน
• การพฒั นาทกั ษะทางดา้ นภาษาองั กฤษ 9
2.2 การเรียนรู้ภาคทฤษฎี 10
ระหว่างสัปดาหท์ ่ี 2 วันที่ 10-14 พ.ค.2564
• การบริหารการเงนิ และบรหิ ารงานพสั ดุ
• การเสรมิ สร้างวนิ ัยขา้ ราชการ
• การวเิ คราะหง์ าน และการใช้ R2R
• การเรยี นรู้โดยใชป้ ัญหาเป็ นหลกั
• การบรหิ ารงานและคนในองคก์ รเครือข่าย
• การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท
• การศกึ ษาดงู านองคก์ รตน้ แบบ (ออนไลน)์
2.2 การเรียนรู้ภาคทฤษฎ-ี /ฝึ กปฏบิ ัติ
การนาเสนองานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย การศกึ ษาดงู าน
PBL
11
1 ข้อมูลผู้เข้าอบรม
2 สรุปผลการเรียนรู้
กรอบการนาเสนอ การเตรียมพร้อม-พฒั นาตวั เอง
การเรียนรู้ทฤษฎี
3.ศึกษาดงู าน และ PBL
41 การสะทอ้ นผล 12
3.1 การศกึ ษาดูงานองคก์ รต้นแบบ
มีเป้าหมายการดาเนินงานทช่ี ดั เจน
มกี ารทางานเป็ นทมี
มกี ารจัดตง้ั ชมรมเพอื่ ใหค้ นในชุมชนไดช้ ว่ ยเหลอื เรียนรู้ซง่ึ กันและ
กนั
การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลใหส้ ามารถ
ปฏบิ ัตงิ านไดภ้ ายใตท้ รัพยากรทจี่ ากัด โดยการดงึ ศักยภาพของคนใน
ชุมชนออกมาช่วยทางาน ทาใหค้ นในชุมชนรู้สกึ เป็ นเจ้าของร่วมกัน
และมีการสร้างภาคเี ครือข่ายทกี่ วา้ งขวาง
13
3.1 การศกึ ษาดูงานองคก์ รต้นแบบ
การดแู ลสุขภาพของประชาชนในชุมชนทม่ี วี ฒั นธรรมทแี่ ตกตา่ งกัน
มกี ารพฒั นาผลงานวชิ าการ กระบวนการพัฒนาคุณภาพโดยใช้
กระบวนการ PDCA เช่น การทานวตั กรรมตา่ ง ๆ อยา่ งตอ่ เน่ือง
ผู้นาองคก์ รมภี าวะผู้นาและวสิ ัยทศั นใ์ นการนาองคก์ ร
14
3.1 การศกึ ษาดงู านองคก์ รต้นแบบ
รพ.สต.บ้านเขาเพมิ่ รพ.สต.บ้านลาดชา้ ง
15
3.1การศกึ ษาดงู านองคก์ รตน้ แบบ
รพ.สต.เขาทเุ รียน รพ.สต.บา้ นละวา้
16
3.1 การศกึ ษาดงู านองคก์ รตน้ แบบ
รพ.สต.บา้ นหนองหวั ลิงใน
17
3.2 Problem Based Learning
1) Understanding 8) Exchange Knowledge 9) Presentation Skills
of Trigger
7) Active Learning 2) Problem
Identification
6) Set Learning 3) Cause of
Objective
Problem and Set
5) Real Cause of Hypothesis
Problem
4) Additional ความรูเ้ ดมิ รวบรวมความคิดเหน็
Information ความคดิ เหน็ สมาชกิ ภายในกลุ่ม
อยา่ งเสรีภาพ
18
3.2 Problem Based Learning
การพฒั นาการเรียนรู้ การนาไปใชป้ ระโยชน์
โจทยฝ์ ึ กปฏบิ ตั คิ รอบคลุมการ แนวทางในการทางานทเี่ ป็ น การบริหารทรัพยากรบุคคล
บรหิ ารจัดการองคก์ ร ปัญหาบอ่ ยในหน่วยงาน
ธรรมาภบิ าล
คน ระเบยี บการจดั ซือ้ จดั จา้ ง ภาวะผู้นา
เงนิ การตรวจรับพสั ดุ ทกั ษะการเจรจาต่อรอง
ของ การสร้างแรงจงู ใจ
วธิ กี ารจดั การ ระเบยี บการเบกิ จา่ ยค่าตอบแทน ระเบยี บวินัยข้าราชการ
ระเบยี บพสั ดุ การบริหารความคัดแย้ง
การเดินทางไปราชการ 19
3.2 Problem Based Learning
สง่ิ ทไ่ี ดร้ ับจากการเรียนรู้การนาไปใชป้ ระโยชน์
ผู้มีประสบการณต์ ่อเติมความ
06.เข้าใจใหส้ มบรู ณ์ 01. มองแบบองคร์ วม
เปิ ดมุมมองการเรียนรู้ 02. การทางานเป็ นทมี
แก้ไขปัญหา
05.กระบวนการกลุม่ แบบมีส่วนร่วม
การค้นหาความรู้ใหม่ 03. รับฟังความคิดเหน็
ทุกความคดิ เหน็
การสร้างบรรยากาศ มีประโยชน์ มีคุณคา่
04.การเรียนรู้
4 การเปโคลยี่รงนกแาปรลพงรทะเี่ กรดิาชขนึด้ จารากิ การฝึ กอบรม
การสะทอ้ นผล 4.1 ความรู้
4.2 ทกั ษะ และพฤตกิ รรม
4.3 การนาไปใช้ประโยชน์
21
1. ยุทธศาสตรช์ าติระยะ 20 ปี ของกระทรวง สธ. 4.1 ความรู้ 11. การวิเคราะหง์ าน
• Thailand 4.0 • กาหนด Job Description
2. การจดั การเชงิ กลยุทธ์ 7. เทคนิคการนาเสนออยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ • กาหนด Job Specification
• ทกั ทาย, เกรนิ่ นา, เนือ้ เรอ่ื ง, สรุป 12. การคดิ เชงิ ระบบ
• PDCA • นาเสนอรายบคุ คล • PBL, FILA
• วิเคราะหป์ ัจจยั ภายใน (SWOT, BSC) 8. ทกั ษะด้านภาษาอังกฤษ • R2R
• วเิ คราะหป์ ัจจยั ภายนอก (PESTEL) • ทกั ทาย, แนะนาตน, อาลา 13. การบรหิ ารจดั การกาลังคน
3. การจัดการเชงิ กลยุทธธ์ รรมาภิบาลในการ • Organization Presentations • HR Motivation/Capabilities/Direction
จดั การข้อมูลสุขภาพ 9. ทกั ษะการเป็ นผบู้ ริหารทดี่ ี 14. หลกั การทางานสบื สานตามรอยพระยุคลบาท
• บรหิ ารการเงนิ • เศรษฐกิจพอเพยี ง
• IT Service • บรหิ ารงานพสั ดุ • โครงการพระราชดาริ
4. การบรหิ ารความเสยี่ งและการควบคุมภายใน 10. การเสรมิ สรา้ งวนิ ัยขา้ ราชการ คุณธรรม
• พรบ.วินยั การเงนิ การคลงั พ.ศ. 2561 มาตรา 79 ความโปร่งใส 15. การศึกษาดูงาน รพ.สต.
• ควบคมุ ภายใน (COSO) • พรก.วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการบรหิ ารกิจการ • วเิ คราะหอ์ งคก์ ร (SWOT, PESTEL)
5. การพัฒนาบุคลกิ ภาพและการใหบ้ ริการทด่ี ี • ขอ้ เสนอแนะองคก์ ร
• บคุ ลกิ ภาพภายใน (Mindset) บา้ นเมืองทีด่ ี พ.ศ. 2546
• เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล • กฎหมายท่วั ไป, กฏหมายวชิ าชีพ 22
• โทษทางวนิ ยั
6. การพัฒนาสมรรถนะทางกายภาพ
• 3 สมดลุ เพือ่ ชวี ิต (กิน, นอน, ออกกาลงั กาย)
• การเคล่ือนไหวและหดเกรง็ กลา้ มเนือ้
4 การเปโคลย่ีรงนกแาปรลพงรทะเี่ กรดิาชขนึด้ จารากิ การฝึ กอบรม
การสะทอ้ นผล 4.1 ความรู้
4.2 ทกั ษะ และพฤตกิ รรม
4.3 การนาไปใช้ประโยชน์
23
4.2 ทกั ษะ และ พฤตกิ รรม
การคดิ
วเิ คราะห์
การทางาน สังคม
เป็ นทมี
ความ ระเบยี บวนิ ัย
รับผดิ ชอบ
บทบาทหน้าท่ี
24
การคดิ วเิ คราะห์
มองแบบองคร์ วม วเิ คราะหอ์ งคก์ ร • เข้าใจโครงสร้างองคก์ ร
เจาะลกึ ทุกปัจจยั ทเี่ กย่ี วข้อง วเิ คราะหบ์ ุคคล • กาหนดทศิ ทางองคก์ ร
เชือ่ มโยงความสัมพนั ธ์ และแผนดาเนินงาน
• จดั การขอ้ มูล
• เข้าใจในความแตกตา่ ง
• คุณสมบตั ทิ เี่ หมาะสมกบั งาน
• เรียนรู้และพฒั นาอย่างต่อเน่ือง
วเิ คราะหป์ ัญหา • สาเหตุทแี่ ทจ้ ริง
• การแก้ไขปัญหา
• แนวทางป้องกัน
25
สังคม
✓ การฟัง การส่อื สาร สรา้ งมิตรภาพ ✓ สรา้ งความสมั พนั ธท์ างบวก
✓ การพดู ✓ เขา้ ใจผอู้ น่ื
✓ การใหแ้ ละรบั ขอ้ เสนอ ✓ อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ืน่
✓ ความหลากหลาย เขา้ ใจ การวางตวั ✓ บคุ ลกิ ภาพภายนอก
✓ รบั การเปลย่ี นแปลง สถานการณ์ ท่ีเหมาะสม ✓ บคุ ลกิ ภาพภายใน
✓ พรอ้ มแกป้ ัญหา ✓ ทศั นคติ
✓ การจดั การอารมณ์
26
ระเบยี บวนิ ัย
วินยั ขา้ ราชการ ระเบยี บการบรหิ าร
การเงินและพสั ดุ
หลกั กฎหมาย
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ความโปรง่ ใส
✓ ตระหนกั ใหค้ วามสาคญั ในการปฏิบตั ใิ หถ้ กู ตอ้ ง
เพ่ือประชาชน ราชการ ประเทศชาติ ตาแหน่งหนา้ ท่ีราชการ ผบู้ งั คบั บญั ชา ผรู้ ว่ มงาน และตนเอง
✓ แนะนาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
✓ รกั ษาสทิ ธิของตนเองและผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา
27
บทบาทหน้าที่
วิเคราะห์ : บทบาทหนา้ ท่ี ความรบั ผิดชอบ คณุ สมบตั ทิ ่จี าเป็น
✓ ความรบั ผิดชอบ การทางานชดั เจน บรรลเุ ปา้ หมาย
ทกั ษะการคดิ ทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธ์
ผู้บริหาร
ทกั ษะทางเทคโนโลยี ทกั ษะทางการจดั การ
28
ความรับผิดชอบ
ตอ่ ตนเอง ตอ่ สว่ นรวม
✓ มงุ่ ม่นั ตงั้ ใจทาหนา้ ท่ีใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย ✓ จรรยาบรรณ
✓ เอาใจใสต่ ิดตามการทางาน ✓ คานงึ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวม
✓ ยอมรบั ✓ ผลกระทบตอ่ อ่นื
✓ ยินดีปรบั ปรุง ✓ เคารพสิทธิสว่ นบคุ คล
29
การทางานเป็ นทมี
กาหนด บริหารงาน
เป้าหมาย
ทชี่ ัดเจน
ร่วมกนั
บริหารคน สร้าง
แรงจงู ใจ
ความเชอ่ื ม่ัน
เคารพผู้อืน่ แกไ้ ข
ยอมรับความ ปัญหา
ร่วมกนั
แตกตา่ ง
ไดง้ าน ได้เพอื่ น ได้พฒั นาตนเอง
ทกั ษะ และ พฤตกิ รรม
การคดิ Knowledges
วเิ คราะห์ Implementation
การทางาน สังคม
เป็ นทมี
ความ ระเบยี บวนิ ัย
รับผดิ ชอบ
Benefits
บทบาทหน้าท่ี
31
4 การเปโคลย่ีรงนกแาปรลพงรทะเี่ กรดิาชขนึด้ จารากิ การฝึ กอบรม
การสะทอ้ นผล 4.1 ความรู้
4.2 ทกั ษะ และพฤตกิ รรม
4.3 การนาไปใช้ประโยชน์
32
4.3การนาความรู้ ประสบการณไ์ ปใช้ในการพฒั นางานและการดารงชวี ติ
1. นาความรู้เรอื่ งยุทธศาสตร์ นโยบาย ทศิ ทางการพฒั นาคุณภาพการบรกิ ารสุขภาพและการปลูกฝังคา่ นิยม
MOPH การบรหิ ารความเสยี่ งและการควบคุมภายใน วางแผนกาหนดทศิ ทางการบริหารและพฒั นางานใน
หน้าทข่ี องตนใหส้ อดคล้องกับยุทธศาสตร์
2. ต้องมกี ารคดิ และวเิ คราะหง์ านอยา่ งเป็ นระบบ
3. วางแผนการทางานทรี่ ัดกุมและนาแนวคดิ Balanced Scorecard (BSC) มาช่วยในการนากลยุทธไ์ ปสู่การ
ปฏบิ ตั แิ ละวดั ผลดว้ ย KPI โดยมคี ่านิยม ขององคก์ รเป็ นตวั ขับเคลอื่ น
4. นาความรู้ทไี่ ดร้ ับกลับไปประเมนิ หน่วยงานและสมรรถภาพบคุ ลากรในหน่วยงาน
5. ความรู้การใช้งาน IT จะนาไปใช้ในการตดิ ตอ่ สอื่ สารกับเครือข่ายนาระบบดจิ ทิ ลั มาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การ
งานในระบบต่างๆ ในองคก์ ร
6. การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพและการใหบ้ ริการทด่ี ี โดยนามาปรับใช้ในการวางตัวเพอื่ ใหเ้ หมาะสมแกก่ ารเป็ น
ผู้บริหาร
7. พฒั นาการสอ่ื สารใหด้ ขี นึ้ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ในการนาเสนอ ใหเ้ หมาะสมน่าเชอ่ื ถอื การเสริมสร้างความ
ม่ันใจของการเป็ นผู้บรหิ าร เสรมิ ทกั ษะทางการบริหาร (ดา้ นภาษาอังกฤษ) 33
4.3 การนาความรู้ ประสบการณไ์ ปใช้ในการพฒั นางานและการดารงชวี ติ
1. ปฏบิ ตั ติ นเป็ นข้าราชการทด่ี ี ธรรมาภบิ าล ภาวะผู้นา เป็ นผู้มวี นิ ัย จรรยาบรรณ คุณธรรม จรยิ ธรรม ความ
ประพฤตทิ ด่ี งี าม
2. พัฒนาระบบการเงนิ ขององคก์ รใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุด และการบรหิ ารเงนิ งบประมาณใหเ้ กดิ
ประสทิ ธิภาพประสทิ ธผิ ลสงู สุด
3. สามารถจดั ทายุทธศาสตรด์ ้านกาลงั คน และวเิ คราะหจ์ ดั ทาแผนพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะของบุคลากร
4. นาแนวคดิ R2R มาแกไ้ ขปัญหางานประจา
5. นาแนวทาง (Problem Base Learning: PBL) แกไ้ ขปัญหาโดยการคดิ วเิ คราะหเ์ ชิงระบบ
6. ศาสตรพ์ ระราชามาประยุกตใ์ ช้ในการทางานและชวี ติ ประจาวนั ความสุขและความพอใจกบั งานทป่ี ฏบิ ตั กิ บั
ชวี ติ ทพี่ อเพยี ง
34
4 การสะทอ้ นคดิ โค4.ร4งกคาวราพมรคะารดาหชวดังาริ
4.5 ความเป็ นจริง
4.6 ความประทบั ใจ
4.7 ข้อเสนอแนะ
35
4.5 ความคาดหวัง – ความเป็ นจริง
ความคาดหวัง ความเป็ นจริง
• การอบรมแบบออนไลน์
• อยากพบปะเพ่ือนรว่ มรุน่ ได้ • ไดร้ ูจ้ กั เครอื ขา่ ยสขุ ภาพเพม่ิ
อบรมแบบตอ่ หนา้
มากขนึ้
• การสรา้ งเครอื ขา่ ย • ไดพ้ ฒั นาความรู้ การคิด
• อยากไดค้ วามรูท้ างดา้ นการ
วิเคราะห์
บรหิ าร และระเบยี บทางราชการ • ไดฝ้ ึกทกั ษะการนาเสนอ
• อยากพฒั นาตนเองและองคก์ ร
36
ความคาดหวังและความ4เป.็5นจรคงิ วามคาดหวัง – ความเป็ นจริง
ความคาดหวัง ความเป็ นจริง
1.ไดพ้ ฒั นาทกั ษะและหลกั การบรหิ าร 1.ไดร้ บั การพฒั นาทกั ษะและหลกั การเป็นผบู้ รหิ ารระดบั ตน้ ท่ดี ี
2. มีเครอื ขา่ ยท่ีดี เขา้ ใจบรบิ ทตนเอง
3. มีความรูด้ า้ นการบรหิ ารจดั การ
2. ไดร้ ูจ้ กั เพ่ือนรว่ มอบรมหลายจงั หวดั หลายสาขาวิชาชีพ
คน เงิน ของเพ่มิ มากขนึ้ 3. ไดค้ วามรูด้ า้ นการบรหิ ารงาน ดา้ นการจดั การองคก์ ร
4. มี Mind Set ท่ีดี
5. ไดป้ ระสบการณท์ ่ีดี ดา้ นกฎหมาย
6. พฒั นาทกั ษะดา้ นเทคโนโลยี 4. มีการปรบั เปล่ียนกระบวนการทางความคดิ เขา้ ใจความ
แตกตา่ งระหว่างบคุ คล
5. ไดท้ าในส่ิงท่ไี มใ่ ชง่ านประจา ไดเ้ รยี นรู้ และไดร้ บั
ประสบการณใ์ หมๆ่ สามารถนาไปปรบั ใชก้ บั การทางานได้
เป็นอยา่ งดี
6. สามารถใชเ้ ทคโนโลยีในการจดั การขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
และทนั สมยั เขา้ กบั สถานการณป์ ัจจบุ นั
37
4.5 ความคาดหวัง – ความเป็ นจริง
ความคาดหวัง ส่งิ ทไี่ ด้รับ
1. ไดเ้ รยี นรูห้ ลกั การบรหิ ารจดั การในองคก์ รทม่ี ปี ระสิทธิภาพ เนอื้ หาท่ีอบรมครอบคลมุ บรรลตุ ามท่คี าดหวงั แตเ่ นือ่ งจาก
หลกั การเป็นผนู้ าทดี่ ี แนวคดิ เชิงระบบ/การวิเคราะหเ์ พ่ือการแกไ้ ข ระยะเวลามจี ากดั จึงยงั คงตอ้ งไปศกึ ษาเพ่ิมเตมิ ในประเด็นตา่ งๆให้
ปัญหา การสอื่ สารและการทางานเป็นทีมอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ เขา้ ใจอยา่ งละเอยี ดมากขนึ้ และคอ่ ยๆนามาฝึกใชใ้ นการปฏิบตั งิ าน
ทกั ษะทจี่ าเป็นของการเป็นผบู้ รหิ ารระดบั ตน้ จรงิ นอกจากนยี้ งั ไดร้ บั การถ่ายทอดจากประสบการณจ์ รงิ ทาใหผ้ ู้
เขา้ อบรมเหน็ ภาพไดอ้ ยา่ งชดั เจน ซงึ่ นา่ จะสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้
2. ไดร้ ูจ้ กั ไดท้ างานรว่ มกบั เพ่ือนที่ตา่ งสายงาน เพ่ือจะได้ ในการทางานไดเ้ ป็นอยา่ งดี
แลกเปล่ียนความรูป้ ระสบการณ์ และไดเ้ ครอื ขา่ ยมากขนึ้
ไดร้ ูจ้ กั ไดค้ วามรูท้ เ่ี พิ่มเติมและแตกตา่ งความคดิ และไดเ้ รยี น
เทคนิคการอบรมออนไลนท์ ี่ไดค้ วามรูค้ รอบคลมุ ตามวตั ถปุ ระสงค์
38
4.6 ความประทบั ใจ
ดา้ นการจัดหลกั สูตร
1. เนือ้ หาครอบคลุมในทกุ ประเดน็ ทส่ี ามารถนาไปใช้ในการทางานไดจ้ รงิ
2. วทิ ยากรมคี วามรู้ความสามารถในเนือ้ หาวชิ านั้นๆ สามารถถา่ ยทอดไดอ้ ยา่ งชัดเจนและยกตัวอย่างจาก
ประสบการณจ์ ริงทาใหเ้ หน็ ภาพชัดเจน
3. ระยะเวลาในการจัดอบรมมคี วามเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกนิ ไป
4. เนือ้ หาทห่ี ลักสตู รกาหนดเป็ นเนอื้ หาทแี่ ปลกใหม่ ทต่ี นต้องการเอาไปใช้ตอบโจทยก์ ับสถานการณจ์ ริงได้
ดา้ นผู้จัดการอบรม
1. อาจารยผ์ ู้ประสานงานหลักใหก้ ารช่วยเหลอื เป็ นอยา่ งดใี นทกุ ๆเรอ่ื ง
2. สามารถจดั การอบรมในรูปแบบ online ไดเ้ ป็ นอย่างดี ไม่ตดิ ขัด ระบบมคี วามสมบรู ณแ์ บบ
3. มกี ารสอนการใช้งานระบบ Online เพอื่ ใหผ้ ู้เขา้ อบรม Online สามารถใช้งานได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและ
คอยใหก้ ารช่วยเหลอื อยู่ตลอดเวลา
4. คณาจารยผ์ ู้สอนมคี วามรู้ในการบรหิ ารเป็ นอยา่ งดี มอี ัธยาศัยทด่ี ี รักลกู ศิษย์ และใหเ้ วลากบั ลกู ศษิ ยเ์ สมอ
39
4.6 ความประทบั ใจ
ดา้ นสมาชกิ ผู้เขา้ อบรม
1. คอยช่วยเหลอื กันตลอด ใหก้ าลังใจกันอยู่เสมอแม้จะไม่ได้เจอหน้ากนั และตา่ งคนต่างมีภารกิจในงานประจามากมาย ได้
แลกเปลยี่ นเรียนรู้ประสบการณ์ ความคิด ทศั นคติระหวา่ งสมาชิกทมี่ าจากหลากหลายวิชาชพี
2. ใหค้ วามชว่ ยเหลือกันและกนั ดี มีน้าใจ ใหค้ าปรึกษาในสงิ่ ทสี่ มาชกิ ไม่ถนัด ทางานร่วมกันเป็ นทมี หวั หน้ากลุม่ มีภาวะผู้นา
ดแู ลสมาชิกในกลุม่ เป็ นอย่างดี
3. มีความมุ่งม่ันตง้ั ใจในการเขา้ รับการฝึ กอบรม มีสัมพนั ธภาพทดี่ ีตอ่ กนั ถึงแม้จะไม่ไดร้ ู้จกั กนั มาก่อน มีความเออื้ เฟื้ อในการ
ใหค้ วามชว่ ยเหลือ มีความรับผิดชอบและความสามัคคี ชว่ ยกันทางานทรี่ ับผิดชอบใหส้ าเร็จตามทค่ี าดหวัง
4. มีศักยภาพสงู และมีความสามารถ จุดเด่น จากตาแหน่งงานทแี่ ตกตา่ งกนั ออกไป ทาใหป้ ระทบั ใจกบั การทางานกลุ่มร่วมกับ
เพอ่ื นๆ
40
41
4 การสะทอ้ นคดิ โครวงากมาคราพดรหะวรงั าชดาริ
ความเป็ นจริง
ความประทบั ใจ
ทศั นคติ
42
ทศั นคตภิ าพรวมตอ่ การเขา้ รับการฝึ กอบรม
ด้านความเหมาะสมของหลักสตู ร ด้านความพึงพอใจการดาเนินการฝึ กอบรมของ ดา้ นการได้รับประโยชนจ์ ากการฝึ กอบรม
และหวั ขอ้ วิชาในภาพรวม วทิ ยากรในภาพรวม เพือ่ นาไปใช้ในการปฏิบตั งิ าน
ยอดเยีย่ ม ยอดเยี่ยม มากทสี่ ุด
ดีมาก น่าพอใจ ดมี าก มาก
ดา้ นการบริหารโครงการฝึ กอบรมและสิ่งอานวย ด้านความคุม้ คา่ ในการเข้ารบั การอบรม
ความสะดวกตา่ ง ๆ ได้อย่างความเหมาะสม
มากทสี่ ุด มากทส่ี ุด
มาก ปานกลาง มาก ปานกลาง
43
ทศั นคตภิ าพรวมตอ่ สัมพนั ธภาพในกลุ่มผู้เข้าอบรม
ดา้ นความพึงพอใจในการจัดอบรมในรูปแบบ Online ทกุ คนมคี วามเป็ นทมี ร่วมใจกันทางานอยา่ งตัง้ ใจ มคี วามเป็ นกันเองเหมือนพนี่ ้อง
มาก มากทสี่ ุด
มสี ัมพนั ธภาพดตี อ่ กนั แมจ้ ะเป็ นการอบรมออนไลน์
น่าพอใจ
ได้มคี วามรูเ้ พม่ิ เตมิ จากเพอ่ื นในกล่มและมีเครือขา่ ยเพิ่มขนึ้ ทกุ คนน่ารัก แตส่ มาชิกท่ี
ดา้ นรูปแบบทเ่ี หมาะสมสาหรบั การจัดอบรมหลักสูตรนี้ ไม่ใช่กลุ่มเดยี วกันทาใหไ้ มไ่ ดร้ ูจ้ กั กันเหมอื นการอบรมจรงิ
Onsite Online มคี วามสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกนั ทาภารกจิ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายใหส้ าเร็จ
สนิทกบั กลุม่ ยอ่ ยเน่ืองจากมกี ารพบปะสมา่ เสมอ แต่ในกลุม่ ใหญ่ยังขาดโอกาสใน
การพดู คุยเป็ นการส่วนตวั
ได้รบั ฟังความคิดเหน็ เพ่ือนมากขึน้ ไดแ้ ลกเปล่ยี นเรยี นรูเ้ พ่มิ ขึน้
ผู้เข้าอบรมยนิ ดีและพรอ้ มทจ่ี ะชว่ ยเหลอื ผ้เู ข้าอบรมดว้ ยกนั ในยามมีติดขดั หรอื พบปัญหา
อย่างเช่น การแชรไ์ สลดไ์ ม่ได้ ได้เหน็ ถงึ ความมีนา้ ใจ
44
ทศั นคติ มุมมองต่อเพอ่ื นร่วมงาน
1. การทางานร่วมกับผู้อนื่ ทม่ี คี วามแตกตา่ งในวชิ าชพี อาจมมี ุมมองทแี่ ตกตา่ งกันออกไป แต่
หากตอ้ งการใหง้ านสาเร็จ กต็ อ้ งเปิ ดใจรับฟังความคดิ เหน็ ของเพอ่ื นร่วมงาน
2. ทุกคนมคี วามรู้ความสามารถ และศักยภาพทแี่ ตกตา่ งกัน การมอบหมายงานกต็ อ้ งใหม้ ี
ความเหมาะสม และ สมรรถนะ แตล่ ะคน (Put the right man on the right job)
3. เพอ่ื นร่วมงานเป็ นสว่ นสาคัญทจี่ ะทาใหก้ ารทางานสาเร็จและบรรลุไดต้ ามวัตถุประสงค์
การพบปะ พดู คุยเพอื่ สร้างสมั พนั ธภาพ และ ความเข้าใจกนั เพอื่ ลดช่องว่างระหวา่ งวยั
เพอื่ หาจุดร่วม จะทาใหง้ านราบรน่ื และสาเร็จไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
4. การเปิ ดโอกาสเพอื่ นร่วมงานไดแ้ สดงออกในสง่ิ ทไ่ี ม่เคยทามากอ่ น เราอาจจะไดเ้ หน็ ถงึ
ความสามารถในดา้ นอน่ื ๆ ทไี่ ม่เคยเหน็ มากอ่ น
5. การทางานเป็ นทมี จะทาชว่ ยใหก้ ารทางานสาเรจ็ ไดอ้ ย่างรวดเร็วและมปี ระสทิ ธภิ าพ
45
4 การสะทอ้ นคดิ โครวงากมาคราพดรหะวรังาชดาริ
ความเป็ นจริง
ความประทบั ใจ
ข้อเสนอแนะ
สงิ่ ทตี่ อ้ งการเพม่ิ เตมิ หรือปรับปรุง
• ด้านการจัดการท่วั ไป
• ด้านวชิ าการ
ส่งิ ทตี่ อ้ งการเพมิ่ เตมิ หรือปรับปรุง
ด้านการจัดการท่วั ไป
. เน่ืองจากเป็ นหลกั สตู รออนไลน์ อยากใหผ้ ้จู ัดกจิ กรรมเพม่ิ เตมิ ใหก้ บั รุ่นทไ่ี ดร้ ับ
ผลกระทบจากสถานการณโ์ ควดิ - 19 เพอื่ ใหผ้ เู้ ขา้ อบรมมโี อกาสพบกนั (Reunion)
ระยะเวลาอยา่ งน้อย 3 วัน เพอ่ื ใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงคอ์ ยา่ งแทจ้ ริงในการสร้างเครอื ข่าย
การทางาน
• ควรมีการแจ้งกาหนดการความชัดเจน เพ่ือให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติได้
อย่างถกู ตอ้ ง และเป็ นไปในทศิ ทางเดยี วกัน
• การมีคมู่ อื การใชโ้ ปรแกรมสาหรับการอบรม (อาจทาเป็ นคลปิ สน้ั ๆ)
• การกาหนดหวั ข้อสาหรับรูปเลม่ ทช่ี ัดเจน (แนวทาง)
สิ่งทตี่ ้องการเพม่ิ เตมิ หรือปรับปรุง
ด้านการจดั การท่วั ไป
• มกี ารเว้นระยะการจัดอบรมนาน ขาดความต่อเนื่อง
• เพิ่มกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เล่นเกมส์ เพื่อผ่อนคลายให้
ผู้เข้าร่วมการอบรม และสร้างสัมพนั ธภ์ าพ
สิ่งทต่ี อ้ งการเพมิ่ เตมิ หรือปรับปรุง
ดา้ นวิชาการ ควรมกี ารฝึ กปฏบิ ัติ
1. จติ วทิ ยาการ 6. เทคนิคการเจรจา 7. เทคนิคการ
บริหารงาน ต่อรองกับผู้บริหาร เจรจาไกลเ่ กลย่ี
เพอื่ สร้างสมดลุ ในทมี
2. จติ วทิ ยาการ 5. เทคนิคการ
บรหิ ารคน สร้างพลงั ทมี งาน
3. ทกั ษะการโคช้ 4. ทกั ษะการสื่อสาร
(Coaching) การพดู และการฟัง
ในฐานะหัวหน้างาน