The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อช31001 ช่องทางการขยายอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-07-03 22:31:45

อช31001 ช่องทางการขยายอาชีพ

อช31001 ช่องทางการขยายอาชีพ





เอกสารสรปุ เนอ้ื หาท่ตี อ งรู

รายวิชา ชอ งทางการขยายอาชพี
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รหสั อช31001

หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551

สาํ นกั งานสงเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
สาํ นกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ

หามจาํ หนา ย
หนังสอื เรยี นนจ้ี ดั พมิ พด วยเงนิ งบประมาณแผน ดินเพอ่ื การศกึ ษาตลอดชวี ิตสาํ หรบั ประชาชน
ลขิ สิทธิ์เปน ของสาํ นกั งาน กศน.สาํ นกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิกา





สารบัญ

หนา

คาํ นาํ
สารบัญ
คําแนะนําการใชเ อกสารสรปุ เนื้อหาทตี่ องรู

บทที่ 1 ชองทางการเขา สูอ าชพี .............................................................................................1
เรือ่ งที่ 1 ความสําคญั และความจําเปน ในการขยายอาชพี ..................................................1
เรื่องที่ 2 การขยายอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป............................2
เรื่องที่ 3 การขยายกระบวนการจดั การงานอาชีพในชมุ ชน สังคม ประเทศ และ
ภูมภิ าค 5 ทวีป ....................................................................................................3
เรื่องท่ี 4 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม............................................................................................11
เรื่องท่ี 5 การอนรุ ักษพ ลงั งานและสงิ่ แวดลอ มในการขยายอาชีพในชมุ ชน สังคม
และภูมภิ าค 5 ทวปี ...........................................................................................12
แบบฝก หดั ........................................................................................................................15

บทท่ี 2 ชองทางการขยายอาชพี ..........................................................................................17
เรอ่ื งท่ี 1 ความจาํ เปนในการมองเห็นชอ งทางการประกอบอาชีพ....................................17
เรอื่ งที่ 2 ความจาํ เปนไปไดของการขยายอาชพี ...............................................................18
เร่อื งที่ 3 การกําหนดวธิ ีการขัน้ ตอนการขยายอาชพี และเหตุผลของการขยายอาชพี .......21
แบบฝก หัด ........................................................................................................................26

บทท่ี 3 การตดั สนิ ใจเลือกขยายอาชพี .................................................................................28
เรื่องท่ี 1 ภารกจิ เพ่ือความม่นั คงในการทําธุรกิจ...............................................................28
เรื่องที่ 2 การวดั และประเมินผลความมน่ั คงในอาชพี .......................................................32
เรื่องที่ 3 การตัดสินใจขยายอาชีพดว ยการวิเคราะหศกั ยภาพ..........................................40
แบบฝกหดั ........................................................................................................................42

เฉลยแบบฝก หัด ...................................................................................................................43
บรรณานกุ รม ......................................................................................................................48
คณะผจู ดั ทํา .........................................................................................................................49



คําแนะนาํ การใชเ อกสารสรุปเนอ้ื หาทตี่ อ งรู

หนงั สอื สรุปเนอื้ หาทต่ี องรูหนงั สือเรยี นรายวชิ า ชอ งทางการขยายอาชีพ เลมน้ีเปนการ
สรปุ เน้ือหาจากหนังสอื เรียนรายวชิ าบงั คับ สาระการประกอบอาชีพ รายวชิ า ชอ งทางการขยาย
อาชีพ อช31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) เพ่ือใหนักศึกษาไดเรียนรูและทํา
ความเขาใจในเนื้อหาสาระของรายวิชาชองทางการขยายอาชีพ อช31001 ที่สําคัญ ๆ
ไดสะดวกและสามารถเขาใจยงิ่ ข้ึน ในการศึกษาหนังสือสรุปเนื้อหาที่ตอ งรหู นังสือเรียนรายวิชา
ชองทางการขยายอาชพี เลม น้ี นกั ศึกษาควรปฏบิ ตั ิ ดังนี้

1. ศึกษาหนงั สือเรยี นรายวิชา ชองทางการขยายอาชีพ อช31001 สาระการประกอบ
อาชีพ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ใหเ ขาใจกอ น

2. ศึกษาเน้อื หาสาระของหนังสือสรุปเน้อื หาทตี่ อ งรูหนังสือเรียนรายวิชา ชองทางการ
ขยายอาชีพ อช 31001 ใหเขาใจอยางถองแท พรอมท้ังทําแบบฝกหัดทายบททีละบท และ
ตรวจคาํ ตอบจากเฉลยแบบฝกหัดทายเลมใหครบ 3 บท

3. หากนักศึกษาตองการศึกษารายละเอียดเนื้อหาสาระรายวิชา ชองทางการขยาย
อาชีพ อช31001 เพิ่มเติมสามารถศึกษาคนควาไดจากส่ืออื่น ๆ ในหองสมุดประชาชน
อินเทอรเ น็ต หรือครูผสู อน

1

บทที่ 1
ชองทางการเขา สูอาชีพ

เรอ่ื งท่ี 1 ความสําคญั และความจําเปน ในการขยายอาชีพ

การขยายขอบขายอาชีพ หมายถึง กิจกรรมอาชีพท่ีมีอยูแลว และสามารถขยาย
กจิ กรรมทเ่ี ก่ยี วของและสัมพันธกับอาชีพเดิมออกไปเปนอาชีพที่สรางรายไดเพ่ิมขึ้น โดยใชทุน
ทรพั ยากรจากอาชีพหลกั ใหเ กิดคณุ คา และสรา งความเขม แข็งย่งั ยนื ในอาชีพ เชน

1. การขยายขอบขายอาชีพจากการหมุนเวียนเปล่ียนรูปผลิตภัณฑหรือผลพลอยได
ไปสูกจิ กรรมใหม เชน

1.1 สรา งธุรกิจแปรรูปหมูจากฟารม สุกรของตนเอง
1.2 สรางธุรกจิ ปยุ หมักจากมูลสกุ ร
1.3 สรา งธุรกิจขนมหวานเยลลีจ่ ากหนงั สุกร
2. การขยายขอบขายอาชีพจากการสรางและพัฒนาเครือขา ยจากอาชีพ เชน
2.1 เฟรนไชส ชายส่ีบะหมเ่ี กยี๊ ว
2.2 การสรา งเครือขายนาขาวอินทรีย
3. การขยายขอบขายอาชพี จากการตลาด เชน
3.1 สวนมะพราวน้ําหอมแมตุม ศูนยกลางรับซื้อและขายสงมะพราวนํ้าหอม
ภายใตการควบคมุ คณุ ภาพของตนเอง
4. การขยายขอบขา ยอาชพี จากการสง เสรมิ การทองเทยี่ ว เชน
4.1 จัดบรกิ ารทองเที่ยวพักผอ น กินอาหารเกษตรอนิ ทรียท่ไี รสุดปลายฟา
4.2 ทองเท่ยี วชมิ ผลไม ชมสวนชาวไรจ นั ทบุรี
5. การขยายขอบขา ยอาชีพกบั การสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั เชน
5.1 การพักฟน รับประทานอาหารธรรมชาติไรสารพิษ ปฏิบัติธรรมกับ Home
Stay คลองรางจระเข
6. การขยายขอบขายอาชีพกบั การเรียนรู เชน
6.1 เรยี นรูร ะบบนิเวศ ความพอเพียงที่ไรนาสวนผสม

2

เร่อื งท่ี 2 การขยายอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวปี

การประกอบอาชพี ในปจ จบุ นั ไดมกี ารกาํ หนดลักษณะอาชีพ แบงได 5 ลกั ษณะอาชพี
ดังน้ี

2.1 งานอาชีพดานเกษตรกรรม
กลุมอาชีพดานการเกษตร คือ การพัฒนาอาชีพในดานการเกษตรเก่ียวกับการ

ปลูกพืช เล้ียงสัตว การประมง โดยนําองคความรูใหม เทคโนโลยี นวัตกรรม มาพัฒนาให
สอดคลองกับศักยภาพหลักของพื้นที่ เชน เกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม
ธุรกิจการเกษตร เปน ตน

2.2 งานอาชีพดานอตุ สาหกรรม
กลุม อาชพี ดา นอุตสาหกรรม คือ การพัฒนาอาชีพที่อาศัยองคความรู เทคโนโลยี

นวัตกรรม ใหสอดคลองกับความตองการของตลาดในประเทศและตางประเทศและศักยภาพ
หลักของพ้ืนท่ี เชน ผูผลิตช้ินสวนอิเล็กทรอนิกสเคร่ืองใชไฟฟาหรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกส
ผูประกอบรถยนตและยานยนตประเภทตาง ๆ ผูผลิต ตัวแทนจําหนายหรือผูประกอบช้ินสวน
หรอื อะไหลร ถยนต ผใู หบ ริการซอ มบํารงุ รถยนต ผจู ดั จําหนา ยและศูนยจําหนายรถยนตมือสอง
ผผู ลติ และจําหนา ยเคร่อื งจกั รและเคร่อื งมือทกุ ชนิด ผลิตอุปกรณหรือสวนประกอบพื้นฐานของ
เครือ่ งใชไ ฟฟาตาง ๆ เชน สายไฟ หลอดไฟ ฉนวนไฟฟา การผลิตอลูมิเนียม ผลิตและตัวแทน
จําหนายผลิตภัณฑเหล็ก สแตนเลส ผูผลิตจําหนายวัสดุกอสราง วัสดุตกแตง สุขภัณฑ
การกอ สรางอาคารหรอื ท่อี ยูอ าศัย

2.3 งานอาชีพดานพาณชิ ยกรรม
กลมุ อาชพี ดานพาณิชยกรรม คือ การพัฒนาหรือขยายขอบขายอาชีพดานพาณิชย

กรรม เชน ผูให บรกิ ารจาํ หนา ยสินคาท้ังแบบคาปลีกและคาสงใหแกผูบริโภคทั้งมีหนารานเปน
สถานทีจ่ ัดจาํ หนาย เชน หา งราน หา งสรรพสนิ คา ซปุ เปอรส โตร รา นสะดวกซอ้ื และการขาย
ท่ีไมมีหนาราน เชน การขายผานสื่ออิเล็กทรอนิกส (รานคาออนไลน) ซึ่งปจจุบันมี
ผูประกอบการธุรกิจลกั ษณะน้ีมากขน้ึ เพราะมกี ารลงทนุ นอ ย

2.4 งานอาชีพดานความคิดสรางสรรค
กลมุ อาชีพดานความคิดสรา งสรรค เปนอาชีพท่อี ยูบนพ้ืนฐานของการใชองคความรู

การศึกษา การสรางสรรค และการใชทรัพยสินทางปญญา ที่เช่ือมโยงพ้ืนฐานทางวัฒนธรรม
การสั่งสมความรูของสังคม และเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม ดังนั้นกลุมอาชีพดานความคิด

3

สรางสรรค จงึ เปน การตอยอดหรือการพฒั นาอาชพี ในกลมุ อาชพี เดมิ ในกลุมอาชีพเกษตรกรรม
กลุมอาชีพอตุ สาหกรรม กลมุ อาชีพพาณิชยกรรม กลุมอาชพี คหกรรม กลมุ อาชีพหตั ถกรรมและ
กลุมอาชีพศิลปกรรม ทําใหเกิดผลผลิตหรือผลิตภัณฑท่ีทันสมัยมากขึ้น เชน แฟช่ันเส้ือผา
เครื่องประดับ เคร่ืองสําอาง ทรงผม สปาสมุนไพร การออกแบบส่ือ/ภาพยนตร/โทรทัศน
เคร่ืองใชไฟฟา เฟอรนิเจอร วัสดุกอสรางแบบประหยัดพลังงาน เซรามิก ผาทอ จักสาน
แกะสลกั รถยนตพ ลังงานทางเลือก ขาเทียมหุนยนตเพื่อคนพิการ การทองเท่ียวเชิงวัฒนธรรม
ตลาดนาํ้ อโยธยา เปน ตน

2.5 งานอาชีพดา นอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง
กลมุ อาชพี ดานอาํ นวยการและอาชพี เฉพาะทาง เชน ธุรกิจบรกิ ารทองเทีย่ ว ธุรกิจ

บริการสุขภาพ ธุรกิจบริการ โลจิสติกส ธุรกิจภาพยนตร ธุรกิจการจัดประชุมและแสดง
นิทรรศการ บรกิ ารทปี่ รกึ ษาดานอสงั หาริมทรัพย ท่ีปรกึ ษาทางธุรกจิ

โดยงานอาชพี ดา นอํานวยการและอาชพี เฉพาะทาง ในอนาคตจะมีการเติบโตทาง
ธุรกิจมากขึ้น จึงมีความตองการเจาหนาท่ี บุคคล พนักงาน เพ่ือควบคุมและปฏิบัติงานท่ีมี
ความรู ความสามารถและทกั ษะฝมือเปน จาํ นวนมาก

เรอื่ งที่ 3 การขยายกระบวนการจัดการงานอาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภมู ภิ าค
5 ทวีป

กระบวนการจดั การงานอาชีพมีความสําคญั ตอการดาํ เนนิ ธรุ กจิ มีรายละเอียดดงั นี้
3.1 การจัดการการผลิต

กระบวนการของการจดั การการผลติ มีความสําคัญและจําเปนท่ีจะตองมีข้ันตอน
ท่ีกําหนดไวกอนหลังอยางชัดเจน เพื่อใหผูดําเนินการสามารถปฏิบัติตามไดอยางถูกตอง การ
กําหนดกระบวนการผลิตจําเปนตองมีความเขาใจและสามารถจัดระบบการบริหารจัดการได
อยางมีประสิทธิภาพ เพราะเปนการกําหนดแนวทางการสื่อสาร การประกันคุณภาพ การ
ประเมนิ การควบคมุ การตดิ ตามตรวจสอบ การดาํ เนินงาน การแกปญหา และเปนเครื่องมือใน
การสรางนวตั กรรม รวมถึงการพยากรณส่งิ ท่เี กดิ ข้นึ ใหเหมาะสมยิง่ ข้ึน

กระบวนการของการจดั การการผลิต เปนการวเิ คราะหล กั ษณะ ขอบขา ย
ทีเ่ กย่ี วของกับการจัดการการผลติ ประกอบดวย

4

1. การวางแผน การวางแผนเปนจุดเรมิ่ ตน ของการทาํ งานตามนโยบาย
เพื่อบรรลุวัตถุประสงคของธุรกิจ โดยกําหนดกิจกรรมไวชัดเจนวา จะใหใครทําอะไร ที่ไหน
เม่ือใด เพราะอะไร ดวยวิธีใด เม่ือพบปญหาและอุปสรรคท่ีคาดวาจะมี จะเกิดอยางไรน้ัน
จะแกไขอยางไร ในชวงเวลาขางหนา ของการดาํ เนนิ การภายใตงบประมาณท่ีตัง้ ไว

องคประกอบของการวางแผนงาน สรปุ ไดด ังนี้
1. การวางแผนเปน จดุ เริ่มตนของการลงมือทาํ งาน
2. แผนตองสอดคลองกบั นโยบาย ซึง่ นโยบายสนองตอบวัตถุประสงค
3. แผนงานประกอบดว ยกิจกรรมตาง ๆ ตามลําดับความสําคัญและวิธีการทํางาน
อยางเปน ข้ันตอน
4. ทุกข้ันตอนแตละกิจกรรม ตอบคําถามไดวา ใคร ทําอะไร เรื่องอะไร ทําท่ี
ไหนทําเมื่อใด เพาะอะไร จะไดผ ลอะไร กําหนดวิธีทํางานในแตล ะขน้ั ตอนแลวจะเกิดอะไรขึ้น
5. ตองกาํ หนดชว งเวลาของแผน
6. ในทุกกจิ กรรมตองใชท รพั ยากรหรืองบประมาณเทาไร
ประเภทของแผนงาน มกี ารแบง ประเภทของแผนงาน ดงั นี้
1. การวางแผนตามระยะเวลา ดังนี้

1.1 แผนระยะสน้ั
1.2 แผนระยะปานกลาง
1.3 แผนระยะยาว
2. การวางแผนตามขอบเขตของการวางแผน
2.1 แผนแมบ ท
2.2 แผนกลุมหนา ทีห่ รือกลุมงาน เชน แผนงานขาย แผนการเงิน แผนการ
ตลาด แผนการผลิต
2.3 โครงการ เชน โครงการสง เสรมิ การขาย โครงการจัดแสดงสนิ คา
2.4 แผนสรุป เชน แผนการศึกษา
2.5 แผนกิจกรรม
3. การวางแผนตามลักษณะของการใช
3.1 แผนงานทใี่ ชประจํา
3.2 แผนงานท่ีใชค รง้ั เดยี ว

5

4. การแบงการวางแผนตามขอบขายของการใชแผน
4.1 แผนกลยุทธ
4.2 แผนกลวธิ ี

ลกั ษณะของแผนท่ีดี มีดงั นี้
1. มวี ตั ถปุ ระสงคห รอื เปาหมายที่ชัดเจน
2. ครอบคลุมรายละเอียดอยางเพียงพอท่ีสามารถจะปฏิบัติใหสําเร็จไดตาม
วัตถุประสงค
3. มคี วามยดื หยุนพอสมควรปรับใชไ ดก บั สถานการณท ีเ่ ปลีย่ นแปลง
4. มีระยะเวลาดําเนินการทแ่ี นนอน
5. มีการกําหนดบทบาหนา ที่ของผูปฏบิ ัติตามแผนชัดเจน
6. ผูเกยี่ วขอ งกับแผนมีสวนรว มในการวางแผนที่ชดั เจน
7. ใชขอมลู เปน พน้ื ฐานในการตัดสนิ ใจทกุ ขัน้ ตอน
2. การจัดทาํ โครงการ
โครงการ หมายถึง งานที่มีการดําเนินการในขอบเขตที่จํากัด โดยมุงหวัง
ความสําเร็จของงานเปน สาํ คญั
ความสําคัญของโครงการ การดําเนินโครงการ มีการใชทรัพยากรตาง ๆ ของ
องคกร ซึง่ เก่ียวพันกบั คา ใชจ า ยที่เกิดขน้ึ จากการใชทรัพยากร การกําหนดโครงการมีการจัดทํา
งบประมาณท่ตี อ งใชตลอดโครงการและกําหนดระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการ หากการดําเนิน
โครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลาท่ีกําหนด จะมีการใชเงินตามงบประมาณ แตหากการ
ดําเนินงานโครงการมีการเลื่อนกําหนดเวลาออกไป จะมีผลทําใหตองเพิ่มงบประมาณ
การดําเนินโครงการตองมีการควบคุมเวลาใหแลวเสร็จตามระยะเวลาที่กําหนดเพ่ือควบคุม
ตน ทนุ คา ใชจา ยและผลกระทบตา ง ๆ ทอี่ าจเกดิ ขึ้นได
สวนประกอบของโครงการ มดี งั นี้
1. ชื่อโครงการ ควรตั้งช่ือโครงการอาชีพใหสื่อความหมายไดชัดเจน
ครอบคลุมความหมายของกิจกรรมอาชพี ทท่ี าํ ใหช ดั เจนวา ทําอะไร
2. ชอื่ ผดู าํ เนนิ โครงการหรือผูจดั ทาํ โครงการ อาจจะเปนบุคคลคนเดียวหรือเปน
กลุมบคุ คลก็ได
3. หลักการและเหตุผลหรือความสําคัญของโครงการหรือของงานนั้น ๆ วามี
เหตุผลอะไร มีความจาํ เปน มีคุณคา และประโยชนมากนอ ยเพยี งใด

6

4. วัตถุประสงค ระบวุ า มงุ ที่จะใหเ กิดผลอะไร อยางไร หรือแกใคร มีปริมาณ
และคณุ ภาพมากนอ ยเพยี งใด

5. เปา หมาย กําหนดเปาหมายของผลผลิตใหชัดเจนคืออะไร มีปริมาณเทาใด
และคุณภาพเปน อยา งไร

6. ระยะเวลา กาํ หนดระยะเวลาต้งั แตเร่ิมตนจนส้นิ สดุ การดาํ เนินโครงการ
7. งบประมาณ จัดทํารายละเอียดรายจายที่เกิดขึ้นในการดําเนินโครงการ
ตง้ั แตข ้นั ตอนแรกจนถงึ ขัน้ ตอนสดุ ทาย
8. ข้ันตอนวิธีดําเนินงาน กําหนดรายละเอียดข้ันตอนของการทํางาน ตั้งแต
เร่ิมตนจนส้ินสุดโครงการ โดยเขียนเปนแผนปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบดวยหัวขอ กิจกรรม
ระยะเวลา สถานท่ี ทรพั ยากร/ ปจ จัย เปนตน
9. การติดตามและการประเมินผล ระบุวิธีการหรือเทคนิคในการดูแลและ
ควบคุมการปฏิบัติงานใหบรรลุวัตถุประสงค ท้ังนี้ตองบอกใหชัดเจนวากอนเริ่มทําโครงการ
ระหวางทาํ โครงการและหลงั การทาํ โครงการจะมีการตดิ ตามและประเมนิ ผลอยา งไร
10. ผลที่คาดวาจะไดรับ ใหระบุผลที่จะเกิดขึ้นเม่ือเสร็จส้ินโครงการ ผลที่
ไดรับโดยตรงและผลพลอยไดหรือผลกระทบจากโครงการ ที่เปนผลในดานดีเปนอยางไร
สอดคลอ งกับวัตถุประสงคแ ละเปาหมายอยางไร

ตวั อยางการเขียนโครงการอาชพี

1. ช่ือโครงการ โครงการจาํ หนา ยอาหารสาํ เรจ็ รูป
2. ชอ่ื ผดู ําเนินโครงการ

1. นางสาวอารยี า ศริ มิ าลา
2. นางสาวสรวงสุดา วภิ าวรรณ
3. นางสาววภิ าวดี วเิ ชยี รสวุ รรณ
4. นางสาวอภสิ มัย ศรคี มสัน
5. นายยรุ นนั ต ภมรศักดิ์
3. ชอ่ื อาจารยที่ปรกึ ษาโครงการ
1. อาจารยร อบรู สอนดี
2. อาจารยฉลาด ดีพรอม

7

4. หลักการและเหตผุ ล
อาหารเปนสง่ิ จําเปนสําหรบั ทกุ คน เราตองรบั ประทานอาหารทกุ วนั คนในหมูบานของ

กลมุ ผูดําเนินโครงการสวนใหญประกอบอาชีพนอกบาน มักไมมีเวลาประกอบอาหารเอง ใกล
หมูบานยงั มสี าํ นักงานของเอกชนซ่งึ มพี นักงานจาํ นวนมาก แตใ นบริเวณน้ีมีรานจําหนายอาหาร
สําเร็จรูปนอย คุณภาพอาหารและการบริการไมคอยดี ไมมีรานจําหนายอาหารสําเร็จรูปท่ีมี
คุณภาพดี และราคาปานกลาง สมาชิกของกลุม มีความสามารถในการประกอบอาหารไดดี และ
บริเวณบานของสมาชิกมีสถานที่กวางเหมาะท่ีจะจัดเปนราน จําหนายอาหาร จึงไดจัดทํา
โครงการจําหนา ยอาหารสาํ เรจ็ รูป
5. วัตถุประสงค

1. เพือ่ ใหมีประสบการณในการประกอบอาชพี จาํ หนา ยอาหารสาํ เร็จรปู
2. เหน็ ชอ งทางและมีความรคู วามสามารถในการประกอบอาชีพจาํ หนา ยอาหาร
สําเรจ็ รปู
3. สามารถนาํ ความรูท ไี่ ดจากการเรยี นและประสบการณการปฏิบัติโครงการอาชีพไป
ใชประโยชน ในการประกอบอาชีพไดอ ยางเหมาะสม
6. เปาหมาย
ดา นปรมิ าณ ปรงุ และจาํ หนายอาหารสาํ เรจ็ รปู ในวันเสารแ ละวันอาทิตย
ดา นคณุ ภาพ นักเรียนทุกคนในกลมุ เห็นชองทางในการประกอบอาชีพและพัฒนาการ
ประกอบอาชพี ไดอ ยางเหมาะสม
7. ระยะเวลาดําเนนิ โครงการตลอดโครงการ
ตั้งแตเปดภาคเรียนจนถึงปดภาคเรียน (20 พฤษภาคม - 30 กันยายน และ 1
พฤศจกิ ายน – 15 มีนาคม)
8. สถานท่ีประกอบอาชีพ
บานของนางสาวอารยี า ศิรมิ าลา ในหมบู า นชื่นใจ แขวงลาดยาว เขตลาดพรา ว
กรุงเทพมหานคร
9. งบประมาณ
1. แหลงเงินทุน เงินสะสมของสมาชิกกลุม คนละ 1,000 บาท และเงินยืมจาก
ผปู กครองของ นางสาวอารยี า ศิรมิ าลา เปนเงิน 10,000 บาท รวมเปนเงนิ 15,000 บาท
2. จาํ นวนเงินทุน เร่ิมโครงการ 15,000 บาท

8

3. ทรัพยส นิ ถาวร โตะ เกา อ้ี ถวย ชาม ชอน และเคร่ืองครัว สวนหน่ึงยืมใชชั่วคราว
/ จดั ซ้อื

4. ทรัพยสนิ ส้นิ เปลือง อาหารสด ซ้อื เปน รายวนั
5. เงินทุนขยายกิจการ หากกิจกรรมประสบความสําเร็จก็จะนํากําไรมาขยายกิจการ
และขอยืมเพ่มิ เตมิ จากผปู กครอง
6. กําไร (คาดการณ) ในระยะเริ่มแรกมกี ําไรประมาณวันละ 300-500 บาท
10. ขน้ั ตอนการดําเนินงาน
10.1 การเตรียมการ

- ศึกษาสาํ รวจขอมลู
- เขียนโครงการ
- ขออนุมัตโิ ครงการ
- เตรยี มหาทุน
- กาํ หนดรายการอาหารท่จี ะปรงุ จาํ หนา ย
- ประชาสัมพันธใ หลูกคา เปาหมายทราบ
10.2 การเตรยี มสถานท่ี
- จัดตกแตงสถานที่
- เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ
10.3 ข้นั ตอนการดําเนินงานอยางละเอียด
- ศกึ ษาหาความรูเ บอื้ งตนเก่ยี วกบั การปฏบิ ัติงานอาชีพ
- ศึกษาสํารวจขอ มลู ตา ง ๆ เพื่อสํารวจความสนใจประกอบการเลอื กอาชพี
- วเิ คราะหข อ มูล
- ตดั สินใจเลือกอาชพี
- ศกึ ษาวิธเี ขยี นโครงการอาชพี
- ขออนุมัตโิ ครงการอาชีพ
- ศึกษาคนควาหาความรเู พ่มิ เตมิ
- กาํ หนดรายการอาหารทจ่ี ะจําหนา ย
- ประชาสมั พนั ธบอกกลุมลกู คา เปาหมาย

- เตรียมอปุ กรณก ารปรุงอาหาร ภาชนะตาง ๆ
- ตกแตง สถานที่

9

- ลงมือปรุงอาหารจาํ หนาย โดยสับเปลยี่ นหมนุ เวยี นการปฏบิ ตั ิหนาที่

ดงั นี้

ซื้ออาหารสด ตกแตง / ทําความสะอาดราน / ลา งภาชนะ บรกิ าร

ลกู คา

เกบ็ เงิน – ทาํ บญั ชี

- ประเมินการปฏบิ ตั ิงานเปนรายวนั / รายสัปดาห

- ประเมินสรุปเม่ือปฏิบัติงานเสร็จสิ้น

- เสนอแนะแนวทางการพฒั นาอาชพี

11. ปญหาและแนวทางแกไข

11.1 ปญหาท่ีคาดวาจะเกดิ ขึ้นระหวา งปฏิบัตงิ าน

1) จาํ นวนลกู คาไมเ ปน ไปตามเปาหมาย

2) ประสบการณใ นการจาํ หนา ยสินคา ไมเพยี งพอ

11.2 แนวทางแกไข

1) นาํ อาหารสําเรจ็ รูปใสถุงไปจาํ หนา ยตามบาน / ชุมชน

2) ขอคาํ แนะนาํ จากอาจารยท ีป่ รกึ ษาเปน ระยะ

12. ผลทค่ี าดวาจะไดร บั

- ดานความรูและประสบการณ นักเรียนทุกคนมีประสบการณในการประกอบอาชีพ

เห็นชอ งทางใน การประอบอาชีพในอนาคต

- ดานผลผลิต ทรพั ยสนิ กาํ ไร นกั เรียนมรี ายไดระหวางเรียน ทําใหเห็นคุณคาของการ

ประกอบอาชีพ แบงเบาภาระผปู กครอง

ลงชอื่ ผเู สนอโครงการ

( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .) ( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .)

(นางสาวอารียา ศิรมิ าลา) (นางสาวอภิสมยั ศรีคมสัน)

( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .) ( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .)

(นางสาวสรวงสดุ า วิภาวรรณ) (นางสาววิภาวดี วิเชยี รสุวรรณ)

( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .)

(นายยุรนันต ภมรศักด์)ิ

10

ลงช่ืออาจารยทปี่ รกึ ษาโครงการ

( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .) ( . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .)

(นายรอบรู สอนด)ี (นายฉลาด ดพี รอม)

3. การใชว สั ดอุ ปุ กรณ
วสั ดุ หมายถงึ ส่งิ ท่ีใชแ ลว สิ้นเปลืองและหมดไป อุปกรณ หมายถึง ส่ิงที่ใชแลว

ยังคงเหลือ สามารถนาํ กลบั มาใชไ ดอ กี
4. การใชแ รงงาน
แรงงาน หมายถึง บุคคลท่ีผูประกอบการจางมาใหปฏิบัติงานตามความ

เหมาะสมของงาน และความสามารถของแตละบคุ คล ซ่งึ มีท้ังแรงงานประเภทท่ีมีความชํานาญ
แรงงานท่ีมีฝมือ แรงงานประเภทไรฝมือที่ตองใชกําลังแบกหาม ดังนั้น เจาของกิจการ หรือ
ผปู ระกอบการจําเปน จะตอ งเลือกบุคลากรท่ีมีความรู ความสามารถทํางานตามความถนัดของ
แตล ะบคุ คลเพอ่ื ประสทิ ธิภาพของงาน

5. การใชสถานท่ี
สถานที่ หมายถึง อาคาร บริเวณทป่ี ระกอบอาชพี ธุรกิจ ของผปู ระกอการ

6. การใชทุน
ทุน หมายถงึ ปจจยั ในการผลติ ทใี่ ชในการสรา งสนิ คา หรอื บรกิ ารอน่ื ๆ

3.2 การจดั การการตลาด
การจดั การการตลาด ประกอบดว ย
1. การกําหนดทิศทางการตลาด เปนการศึกษาตลาดจากปจจัยภายนอกและ

ภายใน ทาํ ใหผูประกอบการวางแผนการตลาดไดอยางมั่นใจ และสามารถบอกรายละเอียดใน
การดาํ เนินงานไดอ ยางชดั เจน

2. การหาความตอ งการของตลาด
3. การขนสง
4. การขาย
5. การกําหนดราคาขาย
6. การทาํ บญั ชีประเภทตาง ๆ เปนการบนั ทึกรายรับ รายจาย ที่เกิดข้ึนจริงในการใชจาย
ตาง ๆ ของสถานประกอบการ

11

เรอื่ งที่ 4 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม

ผูประกอบการจะตอ งมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรรม เก่ยี วกบั เร่อื งความรับผิดชอบในการผลิต
สนิ คา เชน ความสะอาด ความประณตี ความซอ่ื สตั ย โดยเฉพาะดานความปลอดภยั ตอ สุขภาพ
ของผูบริโภคหรอื การใหบ ริการท่ปี ลอดภัยแกผูรบั บริการ

ในสวนตัวของผูประกอบอาชีพใหมีความม่ันคงน้ัน ตองมีคุณลักษณะเปนคนขยัน
ซือ่ สตั ย รจู ักประหยัด อดออม มีความพากเพยี ร มีอุตสาหะ เพื่อความมนั่ คงในการพัฒนาอาชีพ
ของตนเองใหม ีความมน่ั คง

4.1 การพัฒนาตนเองตามแนวพระราชดาํ ริ
4.1.1 มีความรู ความสามารถ
4.1.2 รูจักการประยุกตใ ช
4.1.3 คดิ อยางรอบคอบ
4.1.4 ใชปญ ญา
4.1.5 มีสติและสงบสํารวม
4.1.6 มีความจริงใจและมีสจั จะ
4.1.7 มวี ินยั
4.1.8 สรางสรรคและพฒั นา
4.1.9 วางแผนในการทาํ งาน

4.2 การพฒั นาตนเองตามแนวพทุ ธศาสนา
4.2.1 ทาน คือ การให เปนหลักปฏิบัติในการพัฒนาตนเองสําหรับที่จะใชในการ

เก้อื หนุนจนุ เจอื ซ่ึงกันและกนั
4.2.2 ศลี คอื การรกั ษา กาย วาจา ใจ ใหต้ังอยูอยางปกติ ไมเบียดเบียนกันความ

สงบสขุ ยอมเกิดข้นึ
4.2.3 ปริจจาคะ คือ การสละส่ิงท่ีเปนประโยชนนอย เพ่ือประโยชนท่ีมากกวา

การสละเพ่ือรักษาหนาที่ รักษากิจท่ีพึงกระทํา รักคุณความดี เพื่อความสุข ความเจริญใน
การอยูรวมกนั

4.2.4 อาชวะ คือ ความเปนผูซ่ือตรงตอตนเอง บุคคล องคกร มิตรสหาย หนาที่
การงาน

12

4.2.5 มทั วะ คอื ความออ นโยน มีอธั ยาศัยไมตรี ออนโยน มีสัมมาคารวะตอผูใหญ
ไมด ื้อดึง ถอื ตนวางอาํ นาจ

4.2.6 ตบะ คือ ความเพยี ร ผูมคี วามเพยี รสามารถปฏิบตั ิหนา ท่ีใหบรรลุลวงสําเร็จ
ไดด ว ยดี มกั เปน ผมู คี วามอดทนสูง

4.2.7 อักโกธะ คือ ความไมโกรธ ตลอดจนไมพยาบาทมุงทํารายผูอ่ืน ความไม
โกรธมขี ้นึ ไดเ พราะความเมตตา หวังความสขุ ความเจริญซึ่งกนั และกนั

4.2.8 อหิงสา คือ การหลีกเลี่ยงความรุนแรงและไมเบียดเบียนหรือเคารพในชีวิต
ของผอู ่นื

4.2.9 ขันติ คือ ความอดทน อดทนตอการตรากตราํ ประกอบการตาง ๆ อดทนตอ
ถอยคาํ ไมพ งึ ประสงคหรือส่งิ อนั ไมชอบใจตาง ๆ ในการอยรู วมกันของคนหมมู าก

4.2.10 อวิโรธนะ คือ ความไมผิด ผิดในท่ีน้ี หมายถึง ผิดจากความถูกตอง ทุก
อยา งท่คี นท่ัวไปทําผิด เพราะไมรูวาผิด หรือรูวาผิดแตยังด้ือดึงทํา ทั้ง ๆ ท่ีรู ถาปลอยเชนน้ีไป
เรอ่ื ย ๆ กไ็ มรูจ ัก ไมอ าจปฏบิ ัติในสิง่ ท่ถี กู ตอ งไดเลย

เร่อื งที่ 5 การอนุรกั ษพ ลังงานและสิง่ แวดลอมในการขยายอาชพี ในชุมชน สังคม และ
ภมู ภิ าค 5 ทวีป

ทรัพยากร เปนปจจัยท่ีสําคัญในการประกอบอาชีพ แบงเปน 2 ประเภท คือ
ทรพั ยากรธรรมชาติ และทรพั ยากรในการประกอบการ การใชทรพั ยากรธรรมชาติ ตองคํานึงถึง
ความหมดเปลอื ง และการใชทรัพยากรอืน่ ทดแทน

5.1 ความหมายของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งตาง ๆ ที่ปรากฏและเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ

และมนุษยสามารถนาํ มาใชป ระโยชนไ ด เชน อากาศ ดนิ นํ้า ปา ไม สตั วป า แรธาตุ พลังงาน
สง่ิ แวดลอม หมายถึง สง่ิ ตาง ๆ ทอี่ ยูร อบตัวเรา ทง้ั ส่ิงมีชีวิต และไมมีชีวิต รวมทั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่ิงท่ีมนุษยสรางข้ึน หรือกลาวไดวา ส่ิงแวดลอมประกอบดวย
ทรัพยากรธรรมชาติและทรพั ยากรมนษุ ยทีส่ รางขึ้นในชวงเวลาหน่ึงเพ่ือสนองความตองการของ
มนุษยน่ันเอง

13

ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ แบงออกเปน 4 ประเภท คือ
1. ทรพั ยากรธรรมชาติที่ใชแ ลวไมห มดสน้ิ เชน นาํ้ อากาศ พลังงานแสงอาทิตย
2. ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีใชแลว ทดแทนได เชน พชื ปาไม สัตวป า มนุษย
3. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชแ ลวหมดส้นิ ไป ไดแก นํา้ มันปโตรเลียม กาซธรรมชาติ
ถา นหนิ
4. ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่สี ามารถนาํ มาใชใ หมได เชน แรโลหะ แรอ โลหะ
การอนุรักษพ ลังงาน หมายถึง การใชพ ลังงานอยางมีประสทิ ธิภาพ และประหยัด
การอนุรกั ษพลังงานและสง่ิ แวดลอม นอกจากจะชวยลดปริมาณจากแหลงที่ใชพลังงาน ซึ่งเปน
การประหยดั คา ใชจ า ยในกิจกรรมแลว ยงั ชว ยลดปญหาสิ่งแวดลอมทีเ่ กดิ จากแหลง ทใ่ี ชและผลิต
พลังงานดวย
การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การใชทรัพยากรธรรมชาติอยาง
ประหยัด ใหเ กิดคณุ คา และประโยชนส ูงสุด รวมท้งั ปรับปรงุ หมนุ เวียนนํากลับมาใชใหม เพ่ือให
เกิดการสญู เสียนอ ยท่สี ดุ
การอนุรักษสิ่งแวดลอม หมายถึง การใชส่ิงแวดลอมไมใหเกิดพิษภัยตอสังคม
สวนรวม ดํารงไวซึ่งสภาพเดิมของสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมท่ีมนุษยสรางขึ้น
รวมทั้งการกาํ จดั และปองกนั มลพษิ สง่ิ แวดลอ ม
ในการขยายขอบขายอาชพี ผูประกอบอาชีพจําเปนตองคํานึงถึงผลกระทบที่เกิด
จากการใชทรพั ยากรธรรมชาติ พลังงาน และส่ิงแวดลอม เชน ปาไม ดิน น้ํา ทรัพยากรมนุษย
ตน ทุนการผลติ อยา งคุม คา และวถิ ีชีวติ ของคนในชุมชน สงั คมนัน้ ๆ
5.2 แนวทางการอนุรักษพลงั งาน มดี ังนี้
5.2.1 ใชพ ลังงานอยางประหยัดและคุมคา
5.2.3 ใชพลงั งานอยางรูคุณคา จะตองมีการวางแผนใชอยางมีประสิทธิภาพและ
เกดิ ประโยชนส งู สุด มกี ารลดการสญู เสยี พลังงานทุกข้นั ตอน
5.2.4 ใชพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานท่ีไดจากธรรมชาติ เชน พลังงาน
แสงอาทิตย พลังงานลม พลงั งานน้ํา
5.2.5 เลือกใชเครอ่ื งมือและอุปกรณท ม่ี ปี ระสิทธภิ าพสูง
5.2.6 เพ่ิมประสิทธิภาพเช้ือเพลิง เชน การเปล่ียนโครงสราง ทําใหเชื้อเพลิงให
พลังงานมากข้นึ

14

5.2.7 หมุนเวียนกลับมาใชใหม โดยการนําวัสดุท่ีชํารุดนํามาใชใหม การลดการท้ิง
ขยะที่ ไมจําเปน หมนุ เวียนกลบั มาผลิตใหม

5.3 กจิ กรรมทีส่ ง ผลกระทบตอสิ่งแวดลอ ม มดี งั นี้
5.3.1 อุตสาหกรรม เชน อุตสาหกรรมเหมืองแร เหมอื งทองคํา
5.3.2 เกษตรกรรม เชน การใชสารเคมี การใชยาฆา แมลง
5.3.3 กจิ กรรมการบรโิ ภคของมนษุ ย เชน การซอ้ื สนิ คา การใชน้ํา

15

แบบฝกหัด

ใหผูเรียนตอบคาํ ถามตอไปน้ี
1. ใหผูเรียนอธิบายความสําคญั และความจาํ เปน ในการขยายอาชีพ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. ใหผูเรียนอธิบายลกั ษณะการขยายอาชีพดานเกษตรกรรม พรอ มยกตวั อยา ง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
3. ใหผเู รียนอธบิ ายลักษณะการขยายอาชพี ดา นพาณชิ ยกรรม พรอมยกตัวอยาง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
4. ใหผ เู รียนบอกขอ ดีของการขยายอาชพี ดา นความคดิ สรางสรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

16

5. ใหผเู รยี นบอกคณุ ธรรมจรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพตามแนวพระราชดําริ มาอยา งนอย 5
ขอ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
6. การซอ้ื สินคาผานระบบออนไลนเปน การอนุรักษทรพั ยากรหรือไม อยางไร
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

17

บทท่ี 2
ชอ งทางการขยายอาชพี

เรื่องที่ 1 ความจําเปนในการมองเหน็ ชอ งทางการประกอบอาชีพ

การมองเห็นชอ งทางการประกอบอาชพี
โอกาสและความสามารถท่ีจะนํามาประกอบอาชีพไดกอนผูอื่น เปนหัวใจสําคัญของ
การประกอบอาชพี หากผูประกอบอาชีพสามารถผลิตสินคาหรือบริการไดตามที่ตลาดตองการ
ไดกอน และเปนอาชีพที่เหมาะสมกับสถานการณในขณะนั้น ยอมทําใหมีโอกาสประสบ
ความสาํ เร็จ สามารถพฒั นาตนเองใหม องเหน็ โอกาสในการประกอบอาชีพได
หลกั สําคัญของชอ งทางในการขยายอาชพี มดี ังน้ี
1. ความชํานาญจากงานท่ีทําในปจจุบัน มีสวนชวยใหมองเห็นโอกาสในการประกอบ
อาชพี ไดมาก เชน บางคนมคี วามชํานาญทางดานการทาํ อาหาร ตัดเย็บเสื้อผา ซอมเครื่องใชไฟฟา
ตอทอนํ้าประปา ชางไม ชางปูกระเบ้ือง ชางทาสี ฯลฯ ซึ่งสามารถนําความชํานาญดังกลาวมา
พัฒนาและประกอบอาชีพได บางคนทํางานที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผา เมื่อกลับมาภูมิลําเนาเดิม
ของตนเอง ก็นําความรคู วามสามารถและความชํานาญมาใชเปน ชอ งทางการประกอบอาชีพของ
ตนเองได
2. ความชอบความสนใจสวนตัว เปนอีกทางหนึ่งท่ีชวยใหมองเห็นชองทางโอกาสใน
การประกอบอาชีพ บางคนชอบประดิษฐดอกไม บางคนชอบวาดรูป ทําใหบุคคลเหลานี้พัฒนา
งานทช่ี อบ ซ่งึ เปน งานอดเิ รกกลายเปนอาชีพหลัก สรางรายไดเปนอยา งดี
3. การฟงความคิดเห็นจากแหลงตาง ๆ โดยการพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับ
บคุ คลผทู ่ปี ระสบความสําเร็จ เปนการเรียนรูจากแหลงความรูและกอใหเกิดความคิดริเร่ิมเปน
อยา งดี ในบางครัง้ ตัวเราเองอาจจะมีความคดิ แลว และไดพูดคุยกับบุคคลตาง ๆ จะชวยใหการ
วิเคราะหความคิดมีความชัดเจนขึ้น ชวยใหมองไปขางหนาไดอยางรอบคอบกอนที่จะลงมือ
ทํางานจริง
4. การศึกษาคนควา จากหนงั สือ นิตยสาร หนังสอื พิมพ เว็บไซต การดวู ีดที ัศน ฟงวิทยุ
ดูรายการโทรทัศน จะชวยใหเกดิ ความรูและความคดิ ใหม ๆ

18

5. ขอมูล สถิติ รายงาน ขาวสารจากหนวยราชการและเอกชน รวมท้ังแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ ของประเทศในการมองหาชองทางในการประกอบอาชีพ ผูท่ีจะมองหาอาชีพ พัฒนา
อาชีพ ควรใหความสนใจขอมูลตาง ๆ ในการติดตามเหตุการณใหทัน แลวนํามาพิจารณา
ประกอบการตดั สนิ ใจประกอบอาชีพ

เรอื่ งท่ี 2 ความเปน ไปไดข องการขยายอาชีพ

การประเมินความเปนไปไดในการนํากรอบแนวคิดไปใชใ นการขยายอาชพี ไดจริง

จากแผนภูมิดังกลาวแสดงใหเห็นกรอบแนวคิดในการประเมินความเปนไปได ท่ีมี
องคประกอบรว มกนั 5 องคป ระกอบ โดยในแตละองคประกอบมตี ัวแปรดังน้ี

1. รปู แบบการขยายอาชีพ มีตัวแปรรวม ดงั นี้
1.1 ผลผลติ เชน การผลติ สินคาไดต รงตามความตองการของตลาด
1.2 กระบวนการผลิต เชน การใชเทคโนโลยีทท่ี นั สมยั ในการผลิต
1.3 ปจ จัยนาํ เขาการผลติ เชน วตั ถุดิบในการผลติ

2. ความยากงายของการดําเนนิ การจัดการ มตี ัวแปรรวม ดังน้ี
2.1 การบริหารจัดการ แรงงาน เงินทุน เชน การบริหารจัดการกระบวนการผลิต

การขนสง ชอ งทางการตลาด ชอ งทางการหาแหลงทุน
2.2 แผนธุรกิจ เชน มีการศึกษาชองทางการตลาด แผนงานการขยายชองทาง

การตลาด

19

3. การรับไดข องลกู คา มตี ัวแปรรวมดงั น้ี
3.1 ผลผลิตอยูในความนิยม เชน มีการพัฒนา ปรับปรุง สินคาใหตรงตามความ

ตองการของผูบ รโิ ภค
3.2 เปน สิง่ จาํ เปนตอชีวิต เชน สนิ คาทเี่ ปน ที่ตองการและใชเปนประจํา
3.3 ราคา เชน การกาํ หนดราคาขายท่เี หมาะสมกับสินคา

4. การรับไดข องสงั คมชมุ ชน มีตัวแปรรว ม ดงั นี้
4.1 สภาพแวดลอม เชน สถานท่ีประกอบการไมสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมของ

สังคมชมุ ชน
4.2 วัฒนธรรมประเพณี เชน การขยายอาชีพไมขัดแยงกับประเพณีวัฒนธรรมของ

สังคมชุมชน

5. ความเหมาะสมของเทคนคิ วิทยาการทีใ่ ชในการขยายอาชพี
5.1 เทคนิควิทยาการเพ่ือการลดตนทุน เชน นําเทคโนโลยีมาใชเพื่อลดตนทุนใน

การผลิต
5.2 เทคนิควิทยาการเพ่ือการลดของเสีย เชน การนําวัสดุเหลือใชกลับมาใช

ประโยชนอ ีก
วธิ ีการวเิ คราะห
การวิเคราะหเพ่ือการตัดสินใจมีความจําเปนท่ีเจาของธุรกิจจะตองประเมินตัดสินใจ

ดวยตนเองสําหรับกรณีที่ธุรกิจมีหุนสวนหรือผูเกี่ยวของ ควรจะใชวิธีสนทนาเจาะลึกและวิธี
ความสัมพันธรวมกนั โดยมวี ิธกี ารวิเคราะหความสัมพันธระหวางองคประกอบดวยตนเอง ดวย
รายละเอียดและความเปนไปได ความเปน พวกเดียวกัน โดยทบทวนหลาย ๆ ครั้ง จนมั่นใจ
แลว จึงตัดสินใจ
ตัวอยาง ความเปน ไปไดของการขยายอาชีพ

“ลงุ อนิ ปลูกขาวโพดหวาน ขนาดรองกวาง 0.75 เมตร ยาว 40 เมตร สัปดาหละ 5 รอง
อยา ง ตอเนื่องไดผลผลติ สปั ดาหละ 250 กโิ ลกรัม ขายใหกับลูกคาประจํา มีรายได 2,500 บาท
คอนขา งแนน อน แตปนี้ลูกของลุงอินเขาเรียนระดับอุดมศึกษา 2 คน จะตองมีรายจายเพิ่มอีก
เดือนละ 10,000 บาท ลงุ อนิ หาตลาดขาวโพดหวาน ไดลูกคาเพิ่มสามารถรับซื้อขาวโพดหวาน
ตามปริมาณที่เพิ่มข้ึนไดตามตองการ อยูมาไมนานเพ่ือนบานหลายครอบครัวเอาอยางปลูก
ขาวโพดหวานขาย ทําใหขาวโพดมีปริมาณมาก ราคาตก ลุงอินเห็นวาเพื่อนบานตางก็ยากจน

20

หากปลอยใหสภาพเหตุการณเปนเชนนี้ก็จะพากันขาดทุนเสียหาย ลุงอินประเมินปริมาณ

ขาวโพดหวานที่ผลิตไดและมีคุณภาพปานกลางกับของลุงอิน ประมาณสัปดาหละ 3,000

กิโลกรมั จึงตัดสินใจไปพบ พอคาขายสงรายใหมต อ งการขาวโพดหวานปริมาณมาก หากลุงอิน

สามารถรวบรวมผลผลิต ควบคมุ คุณภาพใหไดมาตรฐานที่ตองการและจัดการสงมอบใหได จะ

รับซ้ือกโิ ลกรัมละ 15 บาท ลุงอินจงึ เจรจารับซือ้ ขาวโพดหวานของเพื่อนบานใหราคากิโลกรัมละ

10 บาท หักคาขนสง กโิ ลกรมั ละ 1 บาท ลุงอินไดกําไรกิโลกรัมละ 4 บาท เดือนหน่ึงจะมีรายได

48,000 บาท พอเพียงใชจายดาํ รงชวี ติ สง ลูกเรียนได”

จากกรณีตวั อยา งขา งตน จะเหน็ ไดวา กรอบแนวคิดการขยายอาชีพเปน ไปไดจ รงิ

มีองคประกอบ ดงั น้ี

1. รปู แบบการขยายอาชีพ 1. เปน ตัวแทนรบั ซ้ือขา วโพดจากเพอื่ นบานเพื่อสง ใหผ รู ับซ้อื

รายใหม

2. การควบคมุ คุณภาพของขาวโพด

2. ความยากงายของการ 1. ขาวโพดมีผลผลิตมาก ราคาตก

ดําเนนิ การจดั การ 2. การรวบรวมขาวโพดเพ่ือขายใหผ คู า รายใหม

3. การควบคมุ คุณภาพของขา วโพด

3. การรับไดของลูกคา 1. ผรู ับซอ้ื รายใหมม คี วามตอ งการสนิ คา จาํ นวนมาก

2. ผรู บั ซอ้ื พึงพอใจกบั คณุ ภาพของสินคา

4. การรบั ไดข องสังคม 1. เพ่ือนบานมคี วามพึงพอใจกับการทขี่ ายใหผูร บั ซอ้ื รายใหม

2. เพื่อนบานมีรายไดท ี่แนนอน

5. ความเหมาะสมของเทคนคิ 1. มเี ทคนคิ การปลูกเพอื่ ใหมีผลผลติ ตลอดทงั้ ป

วทิ ยาการทีใ่ ชใ นการขยาย 2. มีการรวบรวมผลผลติ จํานวนมากเพอ่ื ขายใหผรู ับซอื้ ราย

อาชพี ใหม

21

เรอ่ื งที่ 3 การกาํ หนดวิธีการขัน้ ตอนการขยายอาชีพและเหตผุ ลของการขยายอาชพี

เปน ขน้ั ตอนการปฏิบัติการในอาชีพท่ีจะตองใชองคความรูที่ยกระดับคุณคาเพื่อมาใช
ปฏิบัติการ จึงเปนกระบวนการของการทํางานที่เริ่มจากการนําองคความรูที่จัดทําในรูปของ
คมู ือคณุ ภาพหรอื เอกสารคูมือดําเนินงานมาศึกษาวิเคราะหจัดระบบปฏิบัติการ จัดปจจัยนําเขา
ดําเนินการ ทํางานตามข้ันตอนและการควบคุมผลผลิตใหมีคุณภาพเปนไปตามขอกําหนด
ดําเนินการตรวจสอบหาขอบกพรองในการทํางาน ปฏิบัติแกไขขอบกพรองเปนวงจรอยาง
ตอเนื่อง และมีการปรับปรุงพัฒนาเอกสารคูมือดําเนินงานไปเปนระยะ ๆ ก็จะทําใหการ
ปฏิบัติการในกิจกรรมอาชีพประสบความสําเร็จสูความเขมแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ตามกรอบ
ความคดิ นี้

1. การปฏบิ ตั กิ ารใชความรู โดยใชว งจรเดม็ มงิ่ เปนกรอบการทํางาน
1.1 P- Plan ดวยการจัดทําเอกสารคูมือดําเนินงาน โดยศึกษาวิเคราะหจัด

ระบบปฏิบตั ิการที่ประกอบดวย กจิ กรรมขัน้ ตอน และผูรบั ผิดชอบกาํ หนดระยะเวลาการทํางาน
กาํ หนดปจจัยนาํ เขาดาํ เนินงานใหส ามารถทาํ งานไดอ ยา งมปี ระสิทธิภาพ

การจัดทําแผนปฏิบัติการ (P)
การจัดทําแผนปฏิบัติการทางอาชีพ เปนการดําเนินการท่ีมีองคประกอบรวม
ดังนี้

22

1. เหตุการณหรือข้ันตอนการทํางาน ซึ่งจะบอกวาเหตุการณใดควรทําพรอม
กัน หรอื ควรทาํ ทีหลัง เปนการลาํ ดับขัน้ ตอนในแตล ะกจิ กรรมใหเ ปนแผนการทํางาน

2. ระยะเวลาที่กําหนดวา ในแตละเหตุการณจะใชเวลาไดไมเกินเทาไร
เพอื่ ออกแบบการใชปจ จยั ดาํ เนินงานใหสัมพนั ธกนั

3. ปจจัยนําเขาและแรงงาน เปนการระบุปจจัยนําเขาและแรงงานในแตละ
เหตกุ ารณว าควรใชเทาไร การจัดทําแผนปฏบิ ตั กิ ารทางอาชีพ มักจะนิยมใชผังการไหลของงาน
มาใชออกแบบการทํางานใหมองเห็นความสัมพันธรวมระหวางเหตุการณ ระยะเวลา ปจจัย
นําเขาและแรงงานจะชวยใหผูปฏิบัติงานและผูจัดการไดขับเคลื่อนการทํางานสูความสําเร็จได
ดังนั้น ในการออกแบบแผนปฏิบัติงาน จําเปนตองใชองคความรูท่ีสรุปไดในรูปของเอกสาร
ขัน้ ตอนการทาํ งานมาคิดวิเคราะหแ ละสรางสรรคใ หเ กิดแผนปฏบิ ตั กิ าร

1.2 D-Do การปฏบิ ตั ิการทํางานตามระบบงานท่ีจัดไวอยางเครงครัด ควบคุมการ
ผลติ ใหเ สียหายนอ ยท่ีสดุ ไดผลผลิตออกมามคี ณุ ภาพเปนไปตามขอ กําหนด

การทาํ งานตามแบบแผนปฏิบตั กิ าร (D)
การทํางานตามแผนปฏิบัตกิ ารของผรู ับผดิ ชอบ ยังใชวงจรเด็มมิ่ง เชนเดียวกัน
โดยเริ่มจาก
P : ศึกษาเอกสารแผนปฏบิ ตั กิ ารใหเ ขา ใจอยางรอบคอบ
D : ทาํ ตามเอกสารข้ันตอนใหเ ปน ไปตามขอ กําหนดทุกประการ
C : ขณะปฏบิ ตั กิ ารตองมกี ารตรวจสอบทุกขัน้ ตอนใหเ ปนไปตามขอ กําหนด
A : ถา มกี ารทําผดิ ขอ กาํ หนด ตองปฏิบัติการแกไขใหเ ปนไปตามขอกําหนด
1.3 C-Check การตรวจสอบหาขอบกพรองในการทํางานโดยผูปฏิบัติการหา
เหตผุ ลของการเกิดขอบกพรองและจดบันทึก
การตรวจสอบหาขอบกพรอ ง (C)
เปนข้ันตอนที่สําคัญของการปฏิบัติการใชความรู สรางความเขมแข็ง ยั่งยืน
โดยมรี ปู แบบการตรวจตดิ ตามขอบกพรองดงั นี้

23

1.4 A-Action การนําขอบกพรองท่ีตรวจพบของคณะผูปฏิบัติการมารวมกันเรียนรู
หาแนวทาง แกไขขอบกพรองจนสรุปไดผลแลว นําขอมูลไปปรับปรุงเอกสารคูมือดําเนินงานเปน
ระยะ ๆ จะทําใหไดองคความรูสูงข้ึนโดยลําดับ แลวสงผลตอประสิทธิภาพของธุรกิจ ประสบ
ผลสําเร็จนําไปสูค วามเขม แข็งยัง่ ยืน

การปฏิบัติการแกไ ขและพฒั นา (A)
เปนกิจกรรมตอเนื่องจากกิจกรรมการตรวจสอบหาขอบกพรอง และกําหนด
แนวทางแกไขขอ บกพรอ งโดยมกี าํ หนดระยะเวลา เมื่อถงึ กําหนดเวลาจะตองมีการติดตามผลวา
ไดมีการปฏิบัติการแกไขขอบกพรองตามแนวทางท่ีกําหนดไวหรือไมเกิดผลอยางไร โดยมี
ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งานดงั น้ี
1. ตรวจตดิ ตามเอกสารสรุปประเมินผลการศึกษา
2. เชญิ คณะผรู ับผิดชอบแกไขขอบกพรองมาประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู เสนอ
สภาพปญ หาขอ บกพรอ ง ปจ จยั ท่ีสง ผลตอ ความบกพรองและการแกไ ข
3. ผรู บั ผิดชอบตรวจตดิ ตามและผูร ับผดิ ชอบแกไขขอ บกพรองเขาศึกษาสภาพ
จรงิ ของการดําเนินงาน แลวสรุปปจ จัยที่เปน เหตแุ ละปจ จยั สนบั สนุนการแกไข
4. นําขอมูลท่ีไดนําสูการปรับปรุงแกไขพัฒนาเอกสารองคความรู ใหมี
ประสิทธภิ าพสูงย่ิงข้นึ

24

ตวั อยาง การใชวงจรเดม็ มิ่ง (PDCA) เปนกรอบการทํางาน
“ลุงอินปลูกขาวโพดหวาน ขนาดรองกวาง 0.75 เมตร ยาว 40 เมตร สัปดาหละ 5

รอ งอยา ง ตอเน่ืองไดผลผลิตสัปดาหละ 250 กิโลกรัม ขายใหกับลูกคาประจา มีรายได 2,500
บาท คอ นขางแนนอน แตป น ล้ี ูกเขา เรียนระดับอุดมศึกษา 2 คน จะตองมีรายจายเพ่ิมอีกเดือน
ละ 10,000 บาท ลุงอินหาตลาดขาวโพดหวาน ไดลูกคาเพิ่มสามารถรับซ้ือขาวโพดหวานตาม
ปริมาณทเ่ี พิ่มข้นึ ไดตามตอ งการ อยูมาไมนานเพ่ือนบานหลายครอบครัวเอาอยางปลูกขาวโพด
หวานขาย ทําใหขาวโพดมีปริมาณมาก ราคาตก ลุงอิน เห็นวา เพื่อนบานตางก็ยากจน
หากปลอยใหสภาพเหตุการณเปนเชนนี้ก็จะพากันขาดทุน เสียหาย ลุงอินประเมินปริมาณ
ขาวโพดหวานที่ผลิตไดและมีคุณภาพปานกลางกับของลุงอิน ประมาณ สัปดาหละ 3,000
กโิ ลกรัม จึงตัดสนิ ใจไปพบพอ คาขายสงรายใหมตองการขาวโพดหวานปริมาณมาก หากลุงอิน
สามารถรวบรวมผลผลิต ควบคุมคุณภาพใหไดมาตรฐานท่ีตองการและจัดการสงมอบใหได
จะรับซือ้ กิโลกรมั ละ 15 บาท ลุงอนิ จงึ เจรจารบั ซ้อื ขาวโพดหวานของเพ่ือนบา นใหราคากโิ ลกรัม
ละ 10 บาท หักคาขนสงกิโลกรัมละ 1 บาท ลุงอินไดกําไรกิโลกรัมละ 4 บาท เดือนหน่ึงจะมี
รายได 48,000 บาท พอเพียงใชจายดํารงชีวิต สงลูกเรียนได ท่ีดินที่เคยปลูกขาวโพดและวาง
เปลา จํานวน 20 ไร ลุงอิน ปลูกไมปาตนยางนา ตนสัก เปนไมโตไวได 2,000 ตน อีก 15 ป
ขา งหนา จะสามารถตัดโคนขายไดตนละ 5,000 บาท คาดวา จะไดเ งนิ ประมาณ 10 ลานบาท”

จากกรณีตวั อยา งขา งตนจะเหน็ ไดว า การใชวงจรเดม็ ม่ิง (PDCA) เปนกรอบการทาํ งาน
ดงั น้ี

การจัดทําแผนปฏบิ ตั กิ าร (P) 1.มกี ารวางแผนการเพาะปลูกขา วโพดใหม ผี ลผลติ ตลอด
ท้ังป
2.วางแผนรับซ้ือขา วโพดจากเพอ่ื นบา นเพอื่ ขายตอ
3.มปี ลกู ตน ไมย ืนตนเพือ่ ใหม รี ายไดระยะยาว

การทํางานตามแบบแผนปฏบิ ัตกิ าร 1.ลงมือเพาะปลูกขาวโพดตามแผนการเพาะปลกู
(D) 2.รบั ซือ้ ขาวโพดจากเพ่อื นบานเพื่อนาํ ไปขายตอ

3.ปลกู ตน ไมยืนตน เพือ่ ใหมรี ายไดในอนาคต
การตรวจสอบหาขอ บกพรอ ง (C) 1.ปริมาณของขาวโพดทม่ี ากข้นึ

2.ตรวจสอบคุณภาพของขา วโพด

25

การปฏิบัติการแกไ ขและพัฒนา (A) 1.ควบคมุ คุณภาพของขา วโพด
2.ปลกู ตน ไมย ืนตนเพือ่ ประกันความเส่ียงของรายได

2. ทุนทางปญญา ผลจากการนําองคความรูไปใช มีการตรวจสอบหาขอบกพรอง
และปฏิบัติการแกไขขอบกพรองเปนระยะ ๆ อยางตอเน่ืองทําใหองคความรูสูงข้ึนเปนลําดับ
จนกลายเปนทุนทางปญ ญาของตนเองหรอื ของชุมชนทีจ่ ะเกดิ ผลตอ ธรุ กจิ ดงั นี้

2.1 องคความรูสามารถใชสรางผลผลิตท่ีคนอ่ืนไมสามารถเทียบเคียงได และไม
สามารถทาํ ตามได จงึ ไดเ ปรยี บทางการแขงขัน

2.2 การเปลย่ี นแปลงยกระดบั คณุ ภาพผลผลติ อยางตอเน่ือง ทําใหลูกคาเช่ือม่ันตอ
การทาํ ธรุ กจิ รว มกัน

2.3 เปนการสรางทุนทางมนุษยผูรวมงานไดเรียนรูบริหารระบบธุรกิจดวยตนเอง
สามารถเกิดภูมิปญญาในตัวบุคคล ทําใหชุมชนพรอมขยายขอบขายอาชีพออกสูความเปน
สากล

3. ธุรกิจสูความเขมแข็งยั่งยืน การจัดการความรูทําใหองคความรูสูงข้ึนโดยลําดับ
การขยายของอาชีพจึงเปนการทํางานท่ีมีภูมิคุมกัน โอกาสของความเส่ียงในดานตาง ๆ ตํ่าลง
ดงั นัน้ ความนาจะเปนในการขยายอาชีพจึงประสบความสําเร็จคอนขางสูง เพราะมีการจัดการ
ความรู ยกระดับความรูนําไปใชและปรับปรุง แกไขเปนระยะ ๆ อยางตอเนื่อง จึงสงผลทําให
ธรุ กิจเขม แขง็ ยงั่ ยืนได เพราะรจู กั และเขาใจตนเองตลอดเวลา

บทสรปุ
การขยายขอบขายอาชีพเพื่อสรางความเขมแข็งและย่ังยืนใหกับธุรกิจ จําเปนจะตอง

ดําเนนิ งานอยา งเปน ระบบ ไมใชท าํ ไปตามท่ีเคยทํา ดังนนั้ การจัดการความรูเปนเร่ืองสําคัญของ
ทุกคนที่ประกอบอาชีพ จะขยายชองทางการประกอบอาชีพออกไป จําเปนตองมีคุณสมบัติ
ดังน้ี

1. เปนบุคคลที่ทาํ งานบนฐานขอมูล ซึ่งจะตองใชความรูดานตาง ๆ เขามาบูรณาการ
รวมกนั ทัง้ ระบบของอาชพี

2. ตองใชกระบวนการวิจัยเปนเคร่ืองมือ หมายถึง ผูประกอบการตองตระหนักและ
เห็นถึงปญหาเพื่อการจัดการความรูหรือใชแกปญหา จัดการทดลอง สรุปองคความรูใหมั่นใจ
แลว นําไปขยายกิจกรรมเขาสกู ารขยายขอบขายอาชีพออกไป

26

3. ตองเปนบุคคลท่ีมีความภูมิใจในการถายทอดประสบการณการเรียนรูแลกเปลี่ยน
เรยี นรู สรางองคค วามรูใหส ูงสงเปน ทุนทางปญญาของตนเอง ชุมชนได

แบบฝกหัด

ใหผ ูเรียนตอบคําถามตอ ไปนี้
1. ใหผ เู รียนอธบิ ายความจาํ เปนและความเปน ไปไดในการขยายอาชพี พรอมยกตวั อยา ง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. ใหผ เู รียนยกตวั อยา งอาชีพและความเปน ไปไดตามกรอบแนวคิดการขยายอาชีพ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

27

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

28

บทท่ี 3
การตัดสนิ ใจเลือกขยายอาชีพ

เรอื่ งที่ 1 ภารกจิ เพอ่ื ความมน่ั คงในการทําธรุ กิจ

ความมั่นคงในอาชีพเปนเรื่องที่ตองสรางตองทําดวยตนเอง สรางองคความรูสําหรับ
ตนเองสูการพ่ึงพาตนเองได และการที่จะสรางความมั่นคงอาชีพ จําเปนตองมีภารกิจเพื่อสราง
ความยงั่ ยนื ในอาชีพ อยา งนอ ย 5 ภารกจิ ดงั นี้

1. บทบาทหนาที่เจาของธุรกิจ มีหนาที่ตองกําหนดทิศทางธุรกิจที่ผูประกอบอาชีพ
จะตองกําหนดทิศทางของธุรกิจวา จะดําเนินไปทางไหนเพ่ือใหสอดคลองกับสภาวะทาง
เศรษฐกจิ สงั คมทเ่ี ปน อยแู ละจะเกิดข้ึนในอนาคต ตองทาํ 2 กิจกรรม ดงั นี้

1.1 การกาํ หนดวสิ ยั ทศั น การกําหนดทิศทางของอาชีพท่ีจะเปนไปหรือจะตองการ
ใหเกิดขึ้นในอนาคต 3-5 ป ขางหนา ดวยความรอบคอบและมีความเปนไปไดจนมั่นใจ
จึงกําหนดเปนขอ ความเปน วิสยั ทศั นทต่ี องการใหเ กดิ กบั อาชพี ตอไป

1.2 การจัดทําแผนพัฒนาอาชีพ เพ่ือใชในการพัฒนาอาชีพใหบรรลุวิสัยทัศนดวย
การกําหนดภารกจิ วิเคราะหภารกจิ กําหนดกลยทุ ธส ูค วามสําเร็จ วิเคราะหกลยุทธ กําหนดตัว
บงชคี้ วามสําเรจ็ และจดั ทาํ แผนปฏิบัตกิ าร

2. การบริหารทรัพยากรดําเนินการ เปนการจัดการใหเกิดระบบการควบคุมการใช
ทรัพยากรใหเกิดความคุมคามากทีส่ ุด ประกอบดว ย

2.1 การวางแผนใชแ รงงานคนและจัดคนใหเหมาะสมกับงาน
2.2 ระบบการควบคมุ วัสดุอุปกรณและปจ จัยการผลติ
2.3 การควบคมุ การเงนิ
3. การบริหารการผลิต เปนการควบคุมการดําเนินงานใหเกิดผล ซ่ึงเก่ียวของกับกิจ
กรรมการบริหารอยางนอย 3 กิจกรรม ดังน้ี การควบคุมคนทํางานใหเปนไปตามข้ันตอนท่ี
กําหนด การควบคมุ ระยะเวลา การตรวจสอบคดั เลือกผลิตภณั ฑใหม คี ุณภาพ
4. การจัดการสงมอบผลิตภณั ฑ ผูป ระกอบการตองพฒั นาระบบการสงมอบผลผลิตให
ถึงมอื ลกู คา ไดตามขอกําหนดในเรื่องตา ง ๆ ดงั นี้

29

4.1 การบรรจุภัณฑเพื่อการปกปอ งผลผลิตไมใหเสียหาย
4.2 การสงสินคามีหลายรูปแบบท่ีจะนําสินคาไปถึงลูกคาไดอยางปลอดภัย
สามารถเลอื กวิธีการท่เี อกชนและภาครฐั จัดบรกิ ารใหหรอื จัดสงเอง
4.3 การจัดการเอกสารสงมอบ ใชเพ่ือควบคุมใหทราบถึงผลผลิตที่นําออกไปมี
ปริมาณเทา ใดไปถึงลกู คา ดว ยวธิ ีใดและไดร บั หรอื ไม
5. การวิจัยและพัฒนา เปน การดําเนนิ งานใหธ ุรกิจที่ทําอยูใหไดรับความนิยมและกาว
ทันตอการเปล่ยี นแปลง ดังน้ี
5.1 ตดิ ตามขอมูลกระแสความนิยมในสนิ คา
5.2 ติดตามประเมนิ เทยี บเคยี งคณุ ภาพผลติ ภณั ฑของคูแขงและสภาวะของตลาด
5.3 ดาํ เนินการวจิ ยั และพัฒนา ดวยการคนควาหาขอมูล สรางองคความรู พัฒนา
ผลผลติ ใหอ ยใู นกระแสความนยิ มหรือเปลีย่ นโฉมออกไปสตู ลาด
จากสาระความเขาใจภารกิจเพื่อความมั่นคงในอาชีพเปนการนําเสนอแนวคิดที่เปน
ธุรกจิ คอ นขา งขนาดใหญ ดงั นั้น ผปู ระกอบการจึงจาํ เปนตอ งคดิ สรา งสรรคเพื่อตนเองวาธุรกิจท่ี
ดาํ เนินการจะทําอะไร เทาไรและอยางไร

ตัวอยาง ธุรกจิ ไรทนเหนือ่ ย

เปน ธุรกจิ ขยายแลวดําเนินการผลิตผักสดผลไมใ นระบบเกษตรอินทรียบนพื้นท่ี 130 ไร
ระบบการบริหารจัดการดานตาง ๆ ตองลงมือทําดวยตนเองในครอบครัวเพียง 3 คน ภารกิจ
สรางความม่ันคงจะตองคิดสรางสรรคออกแบบใหเหมาะสมกับตนเอง ตัวอยางบทบาทหนาท่ี
เจา ของธุรกจิ ซึง่ จะตองกําหนดทศิ ทางและแผนงานดว ยตนเอง ดวยการกําหนดวิสยั ทัศน จัดทํา
แผนควบคุมเชงิ กลยุทธและโครงการพัฒนาที่จําเปนและมีพลังทําใหการขับเคลื่อนการทํางาน
เขาสแู ละเปนไปตามวิสัยทัศนไ ด ดงั ตวั อยางการคิดสรางสรรคกําหนดทิศทางและแผนงานของ
ไรท นเหน่ือย ดังน้ี

ตัวอยาง : แผนการควบคุมเชิงกลยุทธ วิสัยทัศน “ป 2551 ไรทนเหน่ือยผลิตผักสด
ผลไมอินทรีย เขาสตู ลาดประเทศสิงคโปรได”

30

แผนควบคมุ เชิงกลยุทธ

เงื่อนไข ดานการลงทนุ ดา นลกู คา ดา นผลติ ผล ดา นการพฒั นา

ตนเอง

1.เปา หมาย 1.1 จัดพ้นื ที่การ 1.1 ผสู งออก 1.1 ผลผลติ ตอ งผา น 1.1 พัฒนา

เชงิ กลยุทธ ผลติ ตามแผน ดําเนินการสรา ง การประเมินรบั รอง คนงานในแตละ

จาํ นวน 80 ไร ความเช่อื ถือดวย คณุ ภาพจาก ฟารมใหทํางาน

การประชาสัมพันธ หนวยงานอาหาร ตามขนั้ ตอนได

ทางอินเทอรเน็ต และยาและ ถกู ตอ ง

1.2 จดั สงเสริม สาํ นักงานมาตรฐาน 1.2 การตรวจ

การตลาดกับการ เกษตรอินทรียของ ตดิ ตามหา

ผลติ ผลตวั เดนในแต ประเทศสงิ คโปร ขอบกพรองใน

ละฤดกู าล การทาํ งาน

เงอื่ นไข ดานการลงทนุ ดา นลกู คา ดา นผลติ ผล ดา นการพฒั นา
ตนเอง
2. ปจ จัย 2.1จัดซื้อรถไถ 2.1 จดั ทาํ สารคดี 2.1 เมล็ดพนั ธุ
นําเขา 2.1 เอกสาร
ดําเนนิ งาน พรวน เผยแพรค ณุ ภาพ ออแกนิค ขั้นตอนการ
ทาํ งานของ
ขนาด26 แรงมา ผลผลิตและ 2.2 จลุ นิ ทรีย คนงานแตล คน
2.2 เอกสาร
2.2ซอ้ื ข้ีวัว ราํ ขา ว กระบวนการผลติ อารักขาพชื ระบบการตรวจ
ติดตามหา
เพ่อื ขยายจลุ ินทรยี  2.3 จุลินทรีย ขอบกพรอง

ในรปู แหง ตรึงไนโตรเจนใน

2.3จดั หาและจดั ซื้อ ดิน

เมล็ดพันธปุ ยุ พชื สด 2.4 จุลินทรีย

สรางฟอสฟอรัส

ในดิน

31

3. ตวั บง ชี้ 3.1ดาํ เนนิ การ 3.1 ยอดสงั่ ซ้อื 3.1 ผลการ 3.1 คนงาน
ความสาํ เร็จ พัฒนาคุณภาพดนิ
เพ่มิ ขึ้นเปน ระยะ ตรวจสอบ ทาํ งานถกู ตอง
ได
ตามขอกาํ หนดครบ อยางตอเน่ือง คุณภาพและ ไดตามเอกสาร
80 ไร
3.2ภายใน 6 รอบ ความปลอดภยั ขั้นตอนการ
การผลิตยกเลกิ การ
ใชข วี้ วั ของผลิตผล ทาํ งาน
3.3 เกบ็ เมลด็ พนั ธุ
ปยุ พชื สดใชเองได ตรวจสอบผาน
อยางพอเพยี ง
4. กจิ กรรม ทุกคร้ังเกี่ยวกับ
โครงการท่ี
ตอ งทํา (1) สารพษิ

(2) ตกคา ง

(2) จุลินทรยี 

บดู เนา

4.1 กิจกรรม 4.1 โครงการผลิต 4.1 โครงการ

รวมมือกบั ผู เมล็ดพันธใุ ชเ อง จดั ทําเอกสาร

สงออกและผจู ัด 4.2 โครงการผลิต ขนั้ ตอนการ

จําหนายที่ จลุ นิ ทรยี อ ารกั ขา ทํางาน

ประเทศสงิ คโปร และบํารงุ พืชเพ่ือ 4.2 โครงการ

จดั ทําVDO ใชเ อง ศึกษาจดั ทํา

เผยแพรค ณุ ภาพ ระบบการตรวจ

ผลผลติ และ ตดิ ตามหา

กระบวนการผลิต ขอบกพรองและ

ปฏบิ ตั ิการแกไข

32

เร่อื งที่ 2 การวดั และประเมนิ ผลความมนั่ คงในอาชีพ

การประเมินความม่ันคงในอาชีพ ผูรับผิดชอบในการวัดและประเมินผลที่ดีที่สุด คือ
ตัวผปู ระกอบอาชพี เอง เพราะการวัดและประเมินผลความมน่ั คงในอาชีพ เปนเรื่องที่บูรณาการ
สิ่งตา ง ๆ ในตัวของประกอบการอาชพี เอง ต้ังแตการเรียนรูวาตนเองจะทําอยางไร การคิดเห็น
คุณคาของกิจกรรมความมั่นคง ความจดจําในกิจกรรมและความรูสึกพอใจตอกิจกรรม
เปน เรอื่ งภายในท้งั สิน้ บุคคลอ่ืนไมสามารถรูเทาตัวของผูประกอบอาชีพ ดังนั้น ความม่ันคงใน
อาชีพตัวแปรตน เหตุทีส่ าํ คัญ คอื ใจของผูประกอบอาชพี ซงึ่ มหี ลกั การประเมนิ สภาวะของธุรกิจ
ประกอบดวย ตวั แปร 4 ตัว ดงั นี้

1. การรบั รู (วญิ ญาณ) วิธกี ารรับรูท ใ่ี ชศึกษาภารกจิ สรา งความม่นั คง
2. ความคิด (สังขาร) ประเมนิ คณุ คาวา ดหี รือไมด ีของภารกจิ ความม่นั คงที่จะ
ดําเนนิ การ
3. จําได หมายรู (สญั ญา) ประเมนิ ความจําวา ตนเองเอาใจใสต อภารกจิ ความมั่นคง
มากนอ ยเพยี งใด
4. ความรสู กึ (เวทนา) ประเมินความรสู ึกทต่ี นเองพึงพอใจหรือชอบตอ ภารกิจความ
มน่ั คงแบบใด
กรอบการประเมินความเปนไปไดใ นการนํากรอบแนวคิดการขยายอาชีพไปใชจริง
กรอบแนวคิดในการประเมนิ ความเปน ไปไดดังนี้

33

A B F

รปู แบบการ ความยากงายของการ ความเปนไปไดในการนาํ
ขยายอาชีพ ดําเนินการขยายอาชีพ กรอบแนวคดิ การขยาย

C อาชพี ไปใชจริง

การรบั ไดข องลกู คา

D

การรบั ไดข องสงั คม ชมุ ชน

E

ความเหมาะสมกบั เทคนคิ
วทิ ยาการท่ใี ชในการขยาย

อาชีพ

จากแผนภูมิดังกลาว แสดงใหเห็นกรอบแนวคิดในการประเมิน ความเปนไปได
มอี งคป ระกอบรวมกัน 6 องคป ระกอบ ในแตละองคประกอบมตี วั แปรบง ชี้วดั ดังน้ี

1. รูปแบบการขยายอาชีพ มตี วั แปรรวม ดงั นี้
1.1 ผลผลติ
1.2 กระบวนการผลติ
1.3 ปจ จัยนําเขาการผลติ

2. ความยากงา ยของการดาํ เนินการจดั การ มีตวั แปรรว ม ดงั น้ี
2.1 การบริหารจดั การ แรงงาน เงินทนุ
2.2 แผนธุรกจิ

3. การรบั ไดของลกู คา มตี ัวแปรรว ม ดังนี้

34

3.1 ผลผลติ อยูในความนิยม
3.2 เปน สงิ่ จําเปนตอชวี ติ
3.3 ราคา
4. การรบั ไดข องสังคมชุมชน มตี วั แปรรวม ดงั นี้
4.1 สภาพแวดลอม
4.2 วฒั นธรรมประเพณี
5. ความเหมาะสมของเทคนิควทิ ยาการทีใ่ ชในการขยายอาชีพ
5.1 เทคนคิ วิทยาการเพ่อื การลดตนทุน
5.2 เทคนคิ วทิ ยาการเพอ่ื การลดของเสีย
เปา หมายการประเมนิ ผล
การประเมินความเปนไปไดในการนํารูปแบบขยายอาชีพไปใชจริง มีเปาหมายท่ีจะ
วเิ คราะห ดงั นี้
1. วเิ คราะหบ ทความสมั พนั ธส อดคลองรับกนั ได ระหวา งองคประกอบ
1.1 ความสมั พนั ธ ระหวา ง AB AC AD AE
1.2 ความสัมพันธ ระหวาง BC BD BE
1.3 ความสัมพันธ ระหวาง CD CE
1.4 ความสัมพันธ ระหวาง DE

35

2. ประเมนิ ตดั สินใจรบั ความเปน ไปได
2.1 ตารางวิเคราะหความสมั พนั ธส อดคลองรับกนั ไดระหวา งองคป ระกอบ

AB CD E

รปู แบบการ ความยาก การรบั ไดข อง การรับไดของ ความ

ขยายอาชีพ งายของการ ลกู คา สังคมชุมชน เหมาะสม

-ผลผลติ ดาํ เนินการ -ผลผลติ อยูใน -สภาพแวดลอ ม ของ

A -กระบวนการ -การจดั การ ความนยิ ม -วฒั นธรรม เทคโนโลยี

รูปแบบการขยาย ผลิต -แผนธรุ กิจ -จําเปน ตอ ชวี ิต ประเพณี -เทคนคิ

อาชีพ -ปจจยั นําเขา -ราคา วิทยาการ

B AB √ เพ่ือลดตน ทุน

ความยากงาย -เทคนคิ

ของการดาํ เนนิ การ วิทยาการ

C AC √ BC √ เพ่ือลดของ

การรับไดข อง เสีย

ลกู คา

D AD √ BD √ CD √

การรับไดข อง

สังคมชมุ ชน

E AE √ BE √ CE √ DE

ความเหมาะสม

ของ

เทคโนโลยี

36

2.2 เกณฑการประเมิน
2.2.1 คะแนนระหวาง 1 - 3 คะแนน ถือวา นาํ รปู แบบไปใชไมได
2.2.2 คะแนนระหวาง 4 - 7 คะแนน ถอื วา มีความเปน ไปไดต า่ํ ตอง

ทบทวน พฒั นา
2.2.3 คะแนนระหวาง 8 -10 คะแนน ถือวา มีความเปนไปไดในการนําไปใช

วิธีการวิเคราะห
การวิเคราะหเพ่ือการตัดสินใจ มีความจําเปนที่เจาของธุรกิจจะตองประเมินตัดสินใจ
ดวยตนเองสําหรับกรณีที่ธุรกิจมีหุนสวนหรือผูเก่ียวของควรจะใชวิธีสนทนาเจาะลึกและวิธี
ความสมั พันธร วมกนั โดยมีวิธกี ารดงั น้ี
1. การวเิ คราะหตัดสินใจตัวบง ช้คี วามสัมพันธระหวางองคประกอบทีละคู ดวยการใช
วิจารณญาณของตนเอง นึกคิดในรายละเอียดความสัมพันธความไปกันได และความเปนพวก
เดยี วกันวาหนักไปทางมคี วามสมั พันธ
2. การใหคะแนนโดยใหคูองคประกอบท่ีมีความสัมพันธไดคะแนน 1 คะแนน คูที่ไม
สัมพันธใ ห 0 คะแนน
วิธีการประเมนิ
การรวมคะแนนจากองคประกอบการประเมินแตละขอ แลวประเมินสรุปตามเกณฑ
การประเมิน เชน
1. แนวทางขยายอาชีพของกลุมจักสาน มีคูความสัมพันธขององคประกอบการ
ประเมินรวมคะแนนได 9 คะแนน สามารถอธิบายไดวาแนวทางขยายอาชีพของกลุมจักสาน
มคี วามเปน ไปไดใ นการนาํ ไปใชจรงิ
2. แนวทางขยายอาชีพของกลุมเล้ียงปลา มีคูความสัมพันธขององคประกอบการ
ประเมนิ รวมคะแนนได 3 คะแนน สามารถอธิบายไดวาแนวทางขยายอาชีพของกลุมเลี้ยงปลา
เปน รปู แบบท่มี ีความเปนไปไดตา่ํ มากรปู แบบไมส ามารถนําไปใชได

สรุป
แนวทางประเมนิ ความเปนไปไดข องการนํารูปแบบขยายอาชีพไปใชเปนรูปแบบที่เนน

การใชเหตุผลเปนหลัก ไมใชการหาความสัมพันธเชิงคณิตศาสตร เปนการมองหาเหตุผลดวย
วิจารณญาณของตนเอง เพอื่ รบั ผดิ ชอบตนเองและนําตนเองได

37

ตวั อยาง : การวเิ คราะหก ําหนดตัวบงช้ีภายในองคป ระกอบของการประเมนิ

A รปู แบบของการขยาย B ความยากงาย C การรบั ได D การรบั ได E ความ
เหมาะสมของ
อาชีพ ของการบรหิ าร ของลกู คา ของสงั คม เทคนคิ วิทยาการ
E1วทิ ยาการลด
จัดการ ชมุ ชน ตน ทุน
- ไมมมี ลพษิ
A1ผลผลติ ผกั สด ผลไมไ ร B1การบริหาร C1 อยูใน D1 - มีเสียงรบกวน
E2วทิ ยาการลด
สารพิษ จัดการ ความนยิ ม สภาพแวดลอ ม ของเสีย
- ไมทาํ ใหแ หลง
A2กระบวนการผลิต - ใชแ รงงานทองถน่ิ -เปนอาหาร -ตอ งไมม ีกลน่ิ น้ําเนา เสีย
- สง่ิ ปฏิกลู ตองมี
- สรา งความสมดลุ ใน - เพิม่ ทนุ จากสว น สขุ ภาพ รบกวน การบาํ บัด

แปลงเกษตร แบง รายไดร อ ยละ -เปน อาหารไร -อากาศตอง

- ไมใชป ุย เคมี แตใชปยุ 10 สารพษิ สะอาด

พชื สด - ปจ จัยการผลติ ที่ C2เปน ปลอดภยั ไร

- ไมใ ชส ารพษิ ฆาแมลง เนน การพงึ่ พา ส่งิ จําเปน ตอ สารพษิ

แตใ ชก ารจดั การโดยชวี ปจจยั ภายนอกให ชวี ติ -เกือ้ กูล

วิธี นอ ยทสี่ ดุ -ผกั ผลไมตอ ง ธรรมชาติ

A3ปจ จัยการผลิต - ระบบจดั การใช รบั ประทาน แวดลอม

- เมล็ดพนั ธุออแกนคิ วิธกี ารทํางานตาม ทกุ วนั D2วฒั นธรรม

- เมลด็ พนั ธปุ ุย ขน้ั ตอนทีร่ ะบุไวใ น C3ราคา ประเพณี

พชื สดออแกนิค เอกสารอยา ง -สามารถซอ้ื -ไมกระทบกบั

- จลุ นิ ทรียคุณภาพจาก เครงครดั รับประทาน ศีลธรรม

กรมวิชาการเกษตรและ B2แผนธรุ กจิ เองไดอ ยาง -ไมกระทบตอ

กรมพัฒนาท่ีดนิ - ตลาดนาํ การผลติ ตอ เน่ือง จารีตประเพณี

- กาํ หนดสาขาที่

ลูกคามีพลังซื้อกนิ

ไดอยางตอ เนือ่ ง

38

ตวั อยา ง : การวิเคราะหค วามสัมพนั ธท ีเ่ ก่ียวของระหวางตวั แปรภายในของรปู แบบการ
ขยายอาชพี กบั

การรบั ไดข องสงั คม ชุมชน

A รูปแบบการขยาย D การรบั ไดของ เหตผุ ล ผลการวิเคราะห

อาชพี สังคม ชุมชน 1. กระบวนการผลติ มคี วามสัมพันธ
อินทรียเปนระบบท่ี ระหวางAD
A1ผลผลติ D1 สภาพแวดลอม เปนมติ รกับ
ส่งิ แวดลอม
- ผักสด ผลไม ไร ของชุมชนไมตองการ 2. การปลูกผัก ผลไม
เปน ธรุ กจิ ไมผ ิด
สารพษิ กล่นิ รบกวน อากาศ ศีลธรรมการบาํ รุงพชื
ใชปยุ พืชสดเปนสิ่งท่ี
A2กระบวนการผลิต ตองสะอาดไมมีฝนุ สะอาด ไมใชอจุ จาระ
ของคนซง่ึ ผิดจารีต
ดวยการสรา งความ ละอองปลอดภยั จาก ความรสู ึกของคนใน
ชมุ ชน
สมดลุ ของแปลงเกษตร สารพษิ และเกอ้ื กูล

ทีใ่ ชป ุย พืชสดแทน ธรรมชาติแวดลอม

ปยุ เคมีและใชการ D2 วัฒนธรรม

จัดการกบั แมลงโดยใช ประเพณีของชมุ ชน

ชวี วธิ แี ทนการใช ยึดมัน่ ในศีลธรรม

สารพิษ จารตี ประเพณที ่มี มี า

A3 ปจจัยการผลติ ใช

เมลด็ ผักจากระบบออ

แกนิค ใชจลุ ินทรีย

คุณภาพจากกรม

วชิ าการเกษตรและ

กรมพัฒนาทด่ี ิน

39

ตัวอยา ง : การวิเคราะหค วามสมั พันธท ี่เกี่ยวของระหวา งตัวแปรภายในของรปู แบบการ
ขยายอาชีพกบั

การรบั ไดข องลกู คา

Aรูปแบบการขยาย D การรับไดข อง เหตผุ ล ผลการวิเคราะห

อาชีพ ลกู คา

A1ผลผลติ C1 อยใู นความนยิ ม 1.ผกั สด ผลไมไ ร มคี วามสมั พนั ธ

- ผกั สด ผลไม ไร เปน อาหารสขุ ภาพ สารพิษอยูในความ ระหวา งAC

สารพิษ เปนอาหารไรสารพิษ นิยมเปน สิ่งจําเปน ตอ

A2กระบวนการผลิต C2 เปนสิ่งจําเปน ตอ ชวี ิตตอ งรับประทาน

ดว ยการสรางความ ชวี ิตตอ งรับประทาน ทกุ วนั

สมดุลของแปลง ทุกวนั อยางปลอดภยั 2.กระบวนการผลิต

เกษตรทใ่ี ชป ุยพชื สด C3 ราคา ยืนยนั ใหเห็นวา เปน

แทนปยุ เคมีและใช -สามารถรบั ประทาน ระบบท่ที ําใหผักสด

การจัดการกับแมลง ไดอ ยางปลอดภัย ผลไมมีคณุ ภาพ ไร

โดยใชช วี วิธีแทนการ สารพษิ

ใชสารพษิ

Aรปู แบบการขยาย D การรบั ไดของ เหตผุ ล ผลการวิเคราะห

อาชีพ ชุมชน

A3 ปจ จัยการผลิตใช

เมลด็ ผกั จากระบบ

ออแกนคิ ใช

จุลนิ ทรยี ค ุณภาพจาก

กรมวชิ าการเกษตร

และกรมพัฒนาที่ดิน

40

เรอ่ื งที่ 3 การตดั สินใจขยายอาชพี ดว ยการวิเคราะหศกั ยภาพ

การสรา งความม่นั คงยงิ่ ขน้ึ ผูประกอบการควรพจิ ารณาวิเคราะหศกั ยภาพในการขยาย
อาชพี 5 ดา น ดังนี้

1. ศักยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติในแตล ะพน้ื ท่ี
2. ศักยภาพของพืน้ ที่ตามลักษณะภูมอิ ากาศ
3. ศกั ยภาพของภมู ิประเทศและทําเลท่ีต้งั ของแตละพื้นที่
4. ศักยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณีและวถิ ีชีวติ ของแตละพื้นที่
5. ศกั ยภาพของทรัพยากรมนษุ ยในแตละพืน้ ที่

1. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติในแตละพ้นื ที่
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งมนุษยสามารถ

นาํ ไปใชใ หเกดิ ประโยชนต อชวี ติ ประจําวนั และการประกอบอาชีพ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ไดแก ปา ไม แมนํา้ ลาํ คลอง อากาศ แรธ าตตุ าง ๆ
ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดท่ีใชแลวหมดไป เชน แรธาตุตาง ๆ บางชนิดมนุษย

สามารถสรางทดแทนขึ้นใหมได
การขยายอาชีพตองพิจารณาวาทรัพยากรท่ีจะตองนํามาใชในการขยายอาชีพใน

พ้ืนที่มีหรือไมมีเพียงพอหรือไม ถาไมมีผูประกอบการตองพิจารณาใหมวาจะขยายอาชีพที่
ตัดสินใจเลือกไวห รอื ไมหรอื พอจะจัดหาไดในพ้ืนท่ีใกลเคียง ซ่ึงผูประกอบการตองเสียคาขนสง
คุมคา กบั การลงทุนหรือไม เชน ตดั สนิ ใจจะขยายอาชีพจากเดิมเล้ยี งสุกร 100 ตัว ตองการเลี้ยง
เพ่ิมเปน 200 ตัว ซึ่งเพิ่มอีกเทาตัวจะตองพิจารณาวาอาหารสุกรหาไดในพ้ืนที่หรือไม เชน รํา
ขาวในพ้นื ทมี่ ีพอเพยี งทจี่ ะเล้ียงสุกรท่ีเพ่ิมขนึ้ หรอื ไม

2. ศกั ยภาพของพน้ื ท่ตี ามลกั ษณะภูมิอากาศ
แตละพื้นท่ีจะมีลักษณะภูมิอากาศแตกตางกัน เชน ภาคกลางอากาศรอน ภาคใต

ฝนตกเปนเวลานาน ภาคเหนือมีอากาศเย็น โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมขึ้นอยูกับสภาพ
ภูมิอากาศเปนสวนใหญ เชน ในพ้ืนท่ีมีการปลูกลิ้นจ่ี ลําไยอยูแลวและมีผลผลิตออกมากใน
ฤดูกาล ทําใหราคาตกตํ่าตองการแปรรูปใหเปนลําไยตากแหง เพ่ือใหไดราคาดี ดังนั้น ตอง
พิจารณาวา ในชว งน้นั มีแสงแดดพอเพียงที่จะตากลําไยไดหรอื ไม

41

3. ศกั ยภาพของภูมปิ ระเทศและทาํ เลท่ีต้ังของแตล ะพ้นื ที่
สภาพภมู ปิ ระเทศและทําเลที่ต้ังของแตละพ้ืนที่จะแตกตางกนั เชน เปนภูเขา เปนท่ี

ราบสูง ท่ีราบลุมแตละพื้นท่ีตองพิจารณาวาแหลงทองเที่ยวแหงใหมในภูมิประเทศนั้น ๆ
สามารถดงึ ดูดนักทอ งเท่ียวไดหรือไม หรือตองการขยายสาขารานกาแฟสดไปอีกสถานท่ีหนึ่งก็
ตอ งพจิ ารณาทาํ เลทต่ี ั้งแหงใหมว าจะขายกาแฟไดหรือไม

4. ศกั ยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณแี ละวิถีชีวติ ของแตละพนื้ ที่
ประเทศไทยและตางประเทศมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตที่แตกตางกัน

ดังนนั้ แตละพ้นื ทีส่ ามารถนาํ เอาส่ิงเหลาน้ีมาใชเปนอาชีพได เชน เปนสถานที่ทองเที่ยวเขาชม
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีพ้ืนบานหรือพาชมวิถีชีวิตอาจจะขยายอาชีพโดยเพิ่มจํานวนรอบท่ี
เขา ชมใหพ อเพียงกับตลาดเปาหมาย

5. ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษยในแตล ะพื้นที่
ทรัพยากรมนุษยใ นแตละพ้ืนท่ี หมายถึง ความรู ความสามารถของมนุษยที่เปนภูมิ

ปญญาท้ังในอดีตจนถึงปจจุบัน ดานการประกอบอาชีพตาง ๆ ในพ้ืนท่ีน้ัน ๆ เมื่ออาชีพนั้นมี
ความมั่นคงในพ้ืนท่ีน้ัน ๆ แลว อาจจะขยายไปพ้ืนที่อ่ืน ๆ การกระจายความสามารถของ
ทรัพยากรมนษุ ยก ็สามารถทําไดโ ดยการอบรมผูสนใจ ในความรนู นั้ ๆ ใหสามารถนาํ ไปขยายยัง
พ้นื ทอ่ี น่ื ๆ ได

42

แบบฝกหัด

ใหผ ูเรียนตอบคําถามตอไปน้ี
1. จากการทผ่ี เู รยี นไดศกึ ษาบทที่ 3 การตดั สนิ ใจขยายอาชีพควรมอี งคประกอบในการตดั สินใจ

กอี่ งคป ระกอบ ผูเรยี นสามารถนาํ ไปใชตัดสนิ ใจไดอ ยางไรจงอธิบาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
2. เพอ่ื เปนการสรา งความม่ันคงย่งิ ขน้ึ ผปู ระกอบการควรพจิ ารณาการตดั สินใจขยายอาชีพดวย

การวิเคราะหศักยภาพในการขยายอาชีพกี่ดาน จงอธิบายยกตัวอยางการตัดสินใจขยาย
อาชพี ของทานทีส่ อดคลองมา 1 ตัวอยาง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
................................................................................................................................................

43

เฉลยแบบฝกหัด

บทท่ี 1

1. ใหผเู รยี นอธิบายความสําคญั และความจาํ เปนในการขยายอาชพี
ความสําคัญและความจําเปนในการขยายอาชีพ เนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงที่

เกิดขึ้นและสงผลกระทบตอกัน ในดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดลอม สงผลให
เกดิ อาชีพใหมท ีส่ รา งรายได และสรางความเขมแขง็ ในอาชพี ได

2. ใหผเู รียนอธิบายลักษณะการขยายอาชีพดานเกษตรกรรม พรอ มยกตัวอยา ง
การขยายอาชพี ดานเกษตรกรรม เปนการนําองคความรูใหม ๆ เทคโนโลยี นวัตกรรม

พัฒนาใหสอดคลองกบั ทรัพยากรธรรมชาติ ทําเล ทต่ี ้ัง รวมถงึ ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถี
ชวี ติ ในแตล ะพ้นื ที่ เชน อาชีพเกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน เปนตน

3. ใหผูเ รยี นอธบิ ายลักษณะการขยายอาชีพดา นพาณิชยกรรม พรอมยกตัวอยา ง
การขยายอาชีพดานพาณิชยกรรม เปนการนําวิธีการตาง ๆ เพ่ือตอบสนองความ

ตองการของผูบริโภคในยุคปจจุบัน เชน การขายสินคาในระบบออนไลน หนาเว็บไซตตาง ๆ
หนาเฟซบคุ หนา อนิ สตารแ กรม อนิ เทอรเนต็ แบงคก ้งิ

4. ใหผูเรยี นบอกขอ ดีของการขยายอาชพี ดานความคิดสรางสรรค
การขยายอาชีพดานความคิดสรางสรรคทําใหผูผลิตเกิดการแขงขันในดานความคิด

สติปญญา ในการผลิตสินคาในดานรูปลักษณ ทําใหสินคาดูมีราคานาใช และผูบริโภคมี
ทางเลือกในการซือ้ สนิ คาไดมากย่ิงขึ้นตรงตามความตองการ ในราคาทีย่ ุตธิ รรม

44

5. ใหผเู รยี นบอกคณุ ธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพตามแนวพระราชดําริ มาอยางนอย

5 ขอ

คณุ ธรรมจรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี เชน

การพัฒนาตนเองตามแนวพระราชดําริ ดังนี้

1. มคี วามรู ความสามารถ 6. มีความจริงใจและมีสจั จะ

2. รจู กั การประยกุ ตใช 7. มีวินยั

3. คดิ อยา งรอบคอบ 8. สรา งสรรคแ ละพฒั นา

4. ใชปญญา 9. วางแผนในการทาํ งานสํารวม

5. มสี ตแิ ละสงบ

6. การซ้อื สินคาผานระบบออนไลนเปน การอนุรกั ษท รพั ยากรหรือไม อยา งไร
การซื้อสินคาผานระบบออนไลนเปนการอนุรักษทรัพยากร เน่ืองจากเปนการ

ประหยัดเวลาและคาใชจายในการเดินทางของผูซื้อ ประหยัดทรัพยากรในการดําเนินกิจการ
ของผผู ลิต เชน นํา้ มนั ไฟฟา นํา้ กระดาษ เปนตน

บทที่ 2

1. ใหผ ูเ รยี นอธบิ ายความจําเปน และความเปน ไปไดในการขยายอาชพี พรอ มยกตัวอยา ง
ในการประกอบอาชีพ การมองเห็นชองทางการประกอบอาชีพกอนคนอ่ืน จะทําให

ประสบความสําเร็จไดกอ น ประกอบดว ยสงิ่ ตา ง ๆ ดังน้ี
1. ความชํานาญในงานทท่ี ํา
2. ความชอบ ความสนใจของตัวเอง
3. การฟงความคิดเห็นจากแหลงตา ง ๆ แลกเปลีย่ นความคิดเหน็ กับบุคคลผูที่ประสบ

ความสาํ เร็จ
4. การศกึ ษาคนควา จากแหลง ตา ง ๆ เชน สือ่ ส่งิ พิมพ สอื่ อิเลก็ ทรอนิกส ส่ือออนไลน
5. ขอ มูล สถิติ รายงาน ขาวสารจากหนว ยราชการและเอกชน

45

ตัวอยา งการขยายอาชพี
นางมาลี เปนพนกั งานตดั เยบ็ เสื้อผา ที่โรงงานเอ เปน เวลากวา 10 ป จากประสบการณ
การเปนพนักงานตัดเย็บเสื้อผา จึงไดลาออกเพ่ือเปดรานตัดเย็บเสื้อผาของตนเอง ท่ีบานเกิด
ของตนเอง

2. ใหผเู รยี นยกตัวอยางอาชีพและความเปนไปไดตามกรอบแนวคดิ การขยายอาชพี
อาชพี รานกาแฟเดลิเวอรี่ อธิบายกรอบแนวคิดความเปนไปไดใ นการขยายอาชีพ ดังน้ี
1. รูปแบบการขยายอาชีพ การบริการสงกาแฟเดลิเวอร่ี โดยผูซื้อสามารถโทรศัพท

สัง่ ซื้อ หรอื สัง่ ออนไลน ผา นทางแอพพลิเคชน่ั เชน เฟซบุก ไลน เปน ตน
2. ความยากงายของการดําเนนิ การจัดการ เนื่องจากปจจุบันผูบริโภคมีความนิยมด่ืม

ชา กาแฟ เปนจาํ นวนมาก และรานกาแฟก็มีจาํ นวนมากเชน กัน วิธีการบริการเดลิเวอร่ี สงถึงที่
จงึ เปน ทางเลอื กทด่ี สี าํ หรับผูบรโิ ภค โดยเฉพาะผทู ี่ทํางานในสํานักงานตางๆ ที่มีปริมาณการซ้ือ
จาํ นวนมาก จงึ เปน ชองทางในการจาํ หนายท่ีดี กาแฟเดลิเวอร่ี จัดสงเคร่อื งด่ืม ชา กาแฟ และเบ
เกอรี่ ใหกับลูกคาถึงท่ี โดยผูซ้ือสามารถโทรศัพทส่ังซื้อ หรือ ส่ังซื้อออนไลน ผานทาง
แอพพลเิ คชน่ั เชน เฟซบุก ไลน เปนตน นอกจากนี้ยังรับจดั อาหารวา ง ในการจดั ประชมุ อกี ดว ย

3. การรับไดของลูกคา ในปจ จุบันผูบริโภคมีความนิยมดื่ม ชา กาแฟ เปนจํานวนมาก
เครื่องดื่มบริการสงถึงท่ี กาแฟเดลิเวอร่ี จึงการตอบความตองการของผูบริโภค เพราะไมตอง
เสยี เวลามาท่ีรานกาแฟเอง ประหยดั เวลา คาใชจ ายในการเดนิ ทาง ราคาทเี่ หมาะสมกบั สนิ คา

4. การรับไดของสังคมชุมชน กาแฟเดลิเวอร่ี ไมสงผลกระทบตอสังคมชุมชน และยัง
สรา งรายไดใ หแ กช มุ ชน เชน คนสงกาแฟ คนทาํ ขนมเบเกอรี่ เปน ตน

5. ความเหมาะสมของเทคนิควิทยาการที่ใชในการขยายอาชีพ กาแฟเดลิเวอร่ี มีการ
ใชส่ือเทคโนโลยี โดยผูซื้อสามารถโทรศัพทสั่งซื้อ หรือ ส่ังซ้ือออนไลน ผานทางแอพพลิเคช่ัน
เชน เฟซบกุ ไลน เปน ตน

ดังนัน้ อาชพี กาแฟเดลเิ วอรี่ จึงเปนอาชีพทม่ี ีความเปนไปไดในการขยายอาชีพ เพราะ
มีการบริการที่อํานวยความสะดวกใหแกผูบริโภค เพ่ือใหผูบริโภคเกิดความพึงพอใจในสินคา
และบรกิ าร


Click to View FlipBook Version