The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทช31001 เศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-06-30 08:59:58

ทช31001 เศรษฐกิจพอเพียง

ทช31001 เศรษฐกิจพอเพียง

1

2

เอกสารสรุปเนื้อหาทต่ี องรู

รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

รหัสวชิ า ทช31001

หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551

สาํ นักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สาํ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

หามจาํ หนา ย

หนงั สอื เรียนนีจ้ ัดพมิ พด ว ยเงนิ งบประมาณแผน ดินเพื่อการศกึ ษาตลอดชีวิตสาํ หรับประชาชน
ลิขสทิ ธ์ิเปนของสํานักงาน กศน.สาํ นักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ



4

สารบัญ

คาํ นํา หนา
คาํ แนะนาํ การใชเ อกสารสรปุ เนือ้ หาทต่ี อ งรู
บทท่ี 1 ความพอเพียง 1
บทท่ี 2 ชมุ ชนพอเพยี ง 4
บทท่ี 3 การแกปญ หาชมุ ชน 6
บทที่ 4 สถานการณข องประเทศไทยและสถานการณโลกกับความพอเพยี ง 12
บทที่ 5 การประกอบอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี งเพือ่ การสรางรายได
46
อยา งม่ันคง ม่ังคง่ั และย่ังยนื 51
กจิ กรรมทา ยเลม 64
บรรณานกุ รม 66
คณะผจู ัดทํา

5

คาํ แนะนาํ การใชเอกสารสรปุ เนื้อหาทีต่ อ งรู

หนงั สือสรุปเนื้อหา สาระทักษะการดําเนนิ ชวี ิต รายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง ทช 31001
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช
2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2554) เปน การสรปุ เนอื้ หาหนงั สือเรียนที่จดั ทาํ ขนึ้ สําหรบั ผเู รยี น
ท่ีเปน นักศึกษา กศน. เพ่ือใหผูเรียนทําความเขาใจ เรียนรูในสาระสําคัญของเนื้อหารายวิชา
สาํ คัญ ๆ ไดส ะดวก และสามารถเขา ถึงแกน ของเน้อื หาไดดียง่ิ ขึน้

ในการศึกษาหนงั สอื สรุปเนอ้ื หา สาระทกั ษะการดําเนินชีวิต รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง
ทช 31001 เลม นี้ ผูเรียนควรปฏบิ ัติดงั น้ี

1. ศึกษาโครงสราง รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทช 31001 ระดบั มัธยมศกึ ษา
ตอนปลายหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2554) ใหเ ขาใจกอน

2. ศึกษารายละเอียดเนื้อหาของหนังสือสรุปเนอื้ หา รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง
ทช31001 ใหเขาใจอยา งชดั เจน ทลี ะบท จนครบ 5 บาท และทํากิจกรรมทายเลมตามที่กําหนด
ถายงั ไมม่ันใจวาปฏบิ ตั ิตามกจิ กรรมไดอยางเหมาะสม ควรยอนกลับไปทําความเขาใจในเนื้อหาน้ัน
อกี คร้ัง

3. หากตองการศึกษารายละเอียดเนอื้ หา รายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผูเรยี น
สามารถ ศกึ ษาหาความรูเ พม่ิ เติมจากตาํ รา หนังสอื เรยี น ท่ีมีอยูตามหองสมุด หรือรานจําหนาย
หนงั สือเรยี น หรือครผู สู อน

1

บทที่ 1
ความพอเพยี ง

เนอ้ื หาประกอบดวย
1. ความพอเพียง
2. ชมุ ชนพอเพียง
3. การแกป ญหาชุมชน
4. สถานการณข องประเทศไทยและสถานการณโ ลกกบั ความพอเพียง
5. การประกอบอาชพี ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งเพอื่ การสรางรายไดอ ยางมนั่ คง มัง่ คัง่

และยงั่ ยืน

1. ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)
เศรษฐกจิ พอเพียง หมายถงึ ปรัชญาทีพ่ ระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวไดท รงมพี ระราช

ดํารัส ช้แี นะแนวทางท่ีควรดาํ รงอยูและปฏบิ ัติตนแกพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกวา 30
ป ตั้งแตกอ นเกิดวกิ ฤตเศรษฐกจิ 2550 ใหใชเปนแนวทางการแกไ ข เพ่ือใหรอดพน วกิ ฤต และ
สามารถดํารงอยูไ ดอยางมัน่ คง และย่งั ยนื ภายใตความเปลี่ยนแปลงตา ง ๆ

2. ลักษณะของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2.1 เปนวิถกี ารดําเนินชีวิต ทีใ่ ชค ณุ ธรรมกํากบั ความรู
2.2 เปน การพัฒนาตวั เอง ครอบครวั องคก ร สงั คม ประเทศชาติ ใหกา วหนาไป

พรอมกับความสมดลุ ม่นั คง ย่ังยืน
2.3 เปน หลักคดิ และหลักปฏิบตั ิ
เพอื่ ใหค นสวนใหญพ อมพี อกินพอใช สามารถพ่ึงตนเองได
เพื่อใหคนกับคนในสังคม สามารถอยูร วมกนั อยา งสนั ติสุข
เพอื่ ใหค นกับธรรมชาติ อยรู วมกันอยางสมดลุ ยั่งยนื และใหแตล ะคนดาํ รง
ตนอยางมศี กั ด์ิศรี และรากเหงา ทางวัฒนธรรม

2

3. องคป ระกอบปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบดวยคุณลักษณะ 3 ประการ และเงื่อนไข 2 ประการ หรือ

ทเี่ รียกวา 3 หวง 2 เงือ่ นไข คอื
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีตอความจําเปน และเหมาะสมกับ

ฐานะของตนเอง สังคม สิ่งแวดลอม รวมทั้งวัฒนธรรมในแตละทองถ่ิน ไมมากเกินไป ไมนอย
เกินไป และตองไมเ บยี ดเบยี นตนเองและผอู นื่

ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจดําเนินการเรื่องตาง ๆ อยางมีเหตุผล
ตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักศีลธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมที่ดีงาม โดยพิจารณา
จากเหตปุ จ จัยท่ีเกยี่ วของ ตลอดจนคํานึงถึงผลท่ีคาดวาจะเกิดข้ึนจากการกระทํานั้น ๆ อยาง
รอบรูและรอบคอบ

ระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวใหพรอมรับตอผลกระทบ
และการเปล่ียนแปลงในดานตาง ๆ ไมวาจะเปนดานเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม และ
วฒั นธรรม เพอ่ื ใหสามารถปรับตัวและรับมอื ไดอยางทันทวงที

เงื่อนไขสําคัญที่จะทําใหการตัดสินใจ และการกระทําเปนไปพอเพียง จะตองอาศัย
ทั้งคุณธรรมและความรู ดงั น้ี

เง่ือนไขคุณธรรม ท่ีจะตองสรางเสริมใหเปนพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ
ประกอบดว ย ดานจติ ใจ คือการตระหนกั ในคณุ ธรรม รูผิดชอบชว่ั ดี ซอื่ สัตยสุจริต ใชสติปญญา
อยางถูกตองและเหมาะสมในการดําเนินชีวิต และดานการกระทํา คือมีความขยันหมั่นเพียร
อดทน ไมโลภ ไมตระหนี่ รจู กั แบง ปน และรบั ผดิ ชอบในการอยูรว มกบั ผอู ่ืนในสงั คม

เงื่อนไขความรู ประกอบดว ยการฝกตนใหมคี วามรอบรูเก่ียวกับวิชาการตาง ๆ
ที่เกยี่ วของอยา งรอบดาน มคี วามรอบคอบ และความระมัดระวังท่ีจะนําความรูตาง ๆ เหลานั้น
มาพิจารณาใหเช่ือมโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผน และในขัน้ ปฏิบัติ

เศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาที่เปนทั้งแนวคิด หลักการ และแนวทางปฏิบัติตนของ
แตละบุคคล และองคกร โดยคํานึงถึงความพอประมาณกับศักยภาพของตนเอง และสภาวะ
แวดลอ ม ความมีเหตมุ ีผล และการมีภมู คิ มุ กนั ทีด่ ใี นตัวเอง โดยใชความรูอยางถูกหลักวิชาการ
ดว ยความรอบคอบและระมัดระวัง ควบคูไปกบั การมคี ุณธรรม ซ่ือสัตยสุจริต ไมเบียดเบียนกัน

3

แบง ปน ชวยเหลอื ซึ่งกันและกัน และรวมมอื ปรองดองกันในสังคม ซ่ึงจะชวยเสริมสรางสายใย
เชอื่ มโยงคนในภาคสว นตา ง ๆ ของสงั คมเขา ดว ยกนั สรา งสรรคพ ลังในทางบวก นําไปสูความ
สามคั คี การพฒั นาทส่ี มดลุ และยั่งยืน พรอ มรับตอการเปลย่ี นแปลงภายใตกระแสโลกาภิวัตนได

การนําเศรษฐกิจพอเพียงไปประยกุ ตใ ช ตองคํานงึ ถึง 4 มติ ิ ดังนี้

ดานเศรษฐกิจ ลดรายจาย / เพ่มิ รายได / ใชช วี ิตอยางพอควร / คิดและ

วางแผนอยางรอบคอบ / มีภูมิคมุ กัน / ไมเสยี่ งเกนิ ไป / การ

เผอื่ ทางเลอื กสํารอง

ดา นสังคม ชวยเหลอื เก้อื กลู / รูรักสามคั คี / สรางความเขม แข็งให

ครอบครัวและชุมชน

ดา นทรพั ยากรธรรมชาติ รูจกั ใชและจดั การอยางฉลาดและรอบคอบ / เลอื กใช

และสงิ่ แวดลอม ทรพั ยากรทม่ี อี ยูอยางรูคา และเกิดประโยชนสูงสุด / ฟน ฟู

ทรัพยากรเพ่ือใหเกดิ ความย่งั ยืนสูงสุด

ดานวฒั นธรรม รักและเหน็ คุณคา ในความเปนไทย เอกลักษณไ ทย / เหน็

ประโยชนแ ละคมุ คา ของภูมิปญ ญาไทย ภมู ิปญ ญาทองถน่ิ /

รูจักแยกแยะและเลอื กรับวัฒนธรรมอ่ืน ๆ

4

บทท่ี 2
ชมุ ชนพอเพยี ง

1. ความหมาย ความสาํ คัญ การบรหิ ารจัดการชมุ ชน
ความหมายของชุมชน หมายถึง ถ่ินฐานท่ีอยูของกลุม คน ถิ่นฐานน้ีมีพ้ืนท่ีอางอิงได

และกลุม คนน้ี มีการอยูอ าศัยรว มกัน มีการทํากิจกรรมเรียนรู ติดตอ สื่อสารรว มมือและพ่ึงพา
อาศัยกัน มีวัฒนธรรมและภูมิปญ ญาประจําถิ่น มีจิตวิญญาณและความผูกพันอยูก ับพื้นที่
แหง นัน้ อยูภายใตก ารปกครองเดยี วกนั

โครงสรางของชมุ ชน ประกอบดวย 3 สว นคือ
1. กลุม คน
2. สถาบนั ทางสงั คม
3. สถานภาพและบทบาทสถานภาพ

การบริหารจัดการชมุ ชน หมายถงึ แนวทางการดาํ เนนิ งาน หรือ การปฏิบตั งิ านท่ีบุคคล
และ/หรือ หนวยงานนํามาใชในการเปล่ียนแปลง พัฒนาหรือ สรางความอยูเย็นเปนสุขอยาง
ยั่งยืน มง่ั คงใหก ับประชาชน ชุมชน ประเทศชาติ

2. การบรหิ ารจดั การชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การบริหารจัดการชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปนแนวทางวิถีทาง

หรือมรรควธิ ี ท่นี าํ ไปสจู ุดหมายปลายทางสงู สุด คอื ประเทศชาติ และประชาชนอยูเย็นเปนสุข
อยางม่ังคงและยั่งยืน โดยประกอบไดดวยขั้นตอนการคิด การลงมือปฏิบัติ การประเมินผล
ท้ังน้ีตั้งอยูบนทางสายกลาง เปนหลักการสําคัญ ยึดความพอประมาณ ความมีเหตุผล
มีภูมิคมุ กนั บนพ้นื ฐานความรแู ละคณุ ธรรม ซงึ่ อาจมีข้นั ตอนการดําเนนิ การ ดังน้ี

1. วิเคราะหช ุมชน
2. การเรยี นรูแ ละการตดั สนิ ใจของชุมชน
3. การวางแผนชุมชน
4. การดําเนินกจิ กรรมชมุ ชน
5. การประเมนิ ผลการดําเนินงานของชมุ ชน

5

ในการบรหิ ารจัดการชุมชน ควรคํานึงถงึ องคประกอบการขบั เคลอื่ นชุมชน ดงั น้ี
1. โครงสรา งพน้ื ฐานทางสงั คมของชุมชน
2. ความคดิ พื้นฐานของประชาชน
3. บรรทัดฐานของชมุ ชน
4. วิถปี ระชาธิปไตย

3. กระบวนการ เทคนิคการบรหิ ารจัดการชุมชน
ในการนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในการบริหารจัดการชุมชน ควรมี

กระบวนการ เทคนิคในการบริหารจดั การ ทสี่ าํ คญั ดงั น้ี
1. กลไกการพัฒนา (มศี ักยภาพและขดี ความสามารถ ประกอบดว ย ผูน ําชมุ ชน

อาสาสมัคร กลมุ /องคก ร และเครอื ขา ย)
2. การบริหารจัดการชุมชน (เปนระบบและมีประสิทธิ์ภาพ ประกอบดวย
2.1 ระบบการบริหารจัดการชุมชน (มีองคกรบริหารการพัฒนา มีแผนชุชน

และมีขอมูลเพื่อการพฒั นา)
2.2 กระบวนการพัฒนา (มีการวิเคราะห มีการวางแผน มีการปฏิบัติ

ตามแผนมกี ารแบงปน ผลประโยชน และมกี ารติดตามผล)
2.3 กระบวนทัศนการพัฒนา (มีกระบวนทัศนเศรษฐกิจพอเพียงมีกระบวน

ทัศนท ุนชมุ ชน มีกระบวนทัศนมุงสูอนาคตรว มกันและมกี ระบวนทศั นพ ึ่งตนเอง)

3. ชุมชนเขมแข็ง (จัดการตนเองได ปรับตัวทันการเปล่ียนแปลง และประชาชน
อยูเย็นเปนสุข) เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง (ทุนชุมชนเปนธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจชุมชน
พึงตนเองได).....

6

บทที่ 3
การแกปญหาชุมชน

เรอื่ งที่ 1. ปญหาของชุมชนดานสงั คม เศรษฐกิจ สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมพื้นฐานของ
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ในแตละชมุ ชนจะมีปญหาที่แตกตางกันออกไปข้ึนอยูกับบริบทของชุมชน แตโดยทั่วไป
เราสามารถแบงปญ หาของชมุ ชนออกในดา นตาง ๆ ดังนี้

1. ปญหาดา นการศึกษา อาทิเชน จํานวนผูไมร ูหนังสือระดับการศึกษาของ
ประชาชนอัตราการศึกษาในระดบั ตาง ๆ และแหลงเรยี นรูใ นชุมชน เปนตน

2. ปญหาดา นสุขภาพอนามัย ไดแก ภาวะโภชนาการคนพิการ โรคติดตอ
โรคประจําตัวอัตราการตายของทารกแรกเกิดสถานพยาบาลในชุมชน การรับบริการดา น
สาธารณสุข เปน ตน

3. ปญ หาดานสังคมการเมืองการปกครองไดแก การเกิดอาชญากรรมแหลง อบาย
มขุ ความขัดแยงทางการเมือง กิจกรรมท่ีเกี่ยวของกับการเลอื กตัง้ ในระดับตาง ๆ

4. ปญ หาดา นส่ิงแวดลอ มและทรัพยากรธรรมชาติ ไดแก ปญหามลภาวะตา ง ๆ
การทําลายทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมของมูลฝอยกับธรรมชาตติ า ง ๆ

5. ปญหาดานศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ไดแ ก การสืบทอดอนุรักษ และการปฏิบัติ
ศาสนกจิ ของประชาชน ที่สง ผลถึงความรักและความสามัคคขี องคนในชาติ

แนวทางการแกป ญหาชมุ ชนมีปจ จัยท่ีเก่ยี วของ ดงั นี้
1. เนน เร่ืองปญหาเปน การเปลี่ยนแปลงที่เอาปญ หามาเปนตัวตั้งแลวหาแนวทาง

จดั การหรือแกป ญหานน้ั ๆ ชุมชนเปล่ียนแปลงไปหรอื ไม อยางไร ดูที่ปญหาวา มีอยูแ ละแกไ ขไป
อยางไร

2. เนน เร่ืองอํานาจเปน การเปล่ียนแปลง ท่ีมองตัวอํานาจเปนสําคัญ ชุมชน
เปลี่ยนแปลงไปหรือไมอ ยางไร ดูท่ีใครเปน คนจัดการ อํานาจในการเปล่ียนแปลงอยูท ่ีไหน
ศกั ยภาพในการเปลี่ยนแปลงเพ่ิมขน้ึ หรอื ไม และสุดทายมีการเปลี่ยนโครงสรา งอาํ นาจหรือไม

7

3. เนน การพัฒนาเปน การเปลี่ยนแปลงที่เนนที่พลังจากภายในชุมชนดําเนินการ
เปลี่ยนแปลงชุมชนโดยการตัดสินใจการกระทําของคนในชุมชนเองไมไดไปเปล่ียนท่ีคนอ่ืน
หากเปน การเปล่ียนที่ชุมชนและไมไ ดเ อาตัวปญ หาเปนตัวต้ัง แตเปน ความพยายามที่จัดสรา ง
ชุมชนทพ่ี งึ่ ตนเองและสามารถยืนอยูไดด วยตนเอง

เรื่องที่ 2. การพฒั นาชมุ ชนดา นสงั คม เศรษฐกจิ สิง่ แวดลอมและวฒั นธรรมตามหลัก
แนวคิดปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

หวั ใจสาํ คญั ของการพัฒนาชุมชน คือ การยึดชมุ ชนเปนหลกั ประชาชนตอ งรวมมอื กัน
ชวยเหลือกัน พึ่งตนเอง และสรางความเขมแข็งของชุมชน ซึ่งเปนเสมือนทุนทางสังคมไทย
เร่ิมจากการสงเสริมการผลิตพ้ืนฐาน คือการเกษตรแบบผสมผสาน การมีสวนรวมของ
ประชาชนในชุมชนเปนหลัก โดยการรวมมือของประชาชน ตองใชกิจกรรมทางเศรษฐกิจเปน
เคร่ืองมือ มีการรวมกลุมโดยมีเปาหมายเปนผลผลิต สนับสนุนใหเกิดเครือขายของชาวบาน
โดยภาครัฐสามารถเขาไปสนับสนุนใหตรงกับความตองการ อันจะทําใหเกิดการพัฒนา
เศรษฐกิจพื้นฐานเพอ่ื การพง่ึ พาตนเองของชุมชนไดอยา งยัง่ ยืนตอ ไป

การพฒั นาประเทศภายใตแนวคิดปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมวี ัตถปุ ระสงค ดังนี้
1. ฟน ฟเู ศรษฐกจิ ใหม เี สถยี รภาพและมีภูมิคมุ กนั
2. วางรากฐานการพฒั นาประเทศใหเขม แข็งยัง่ ยนื สามารถพึ่งตนเองไดอ ยา งรู

เทา ทนั โลก
3. ใหเ กิดการบริหารจดั การท่ีดใี นสงั คมไทยทกุ ระดบั
4. แกไ ขปญ หาความยากจนและเพมิ่ ศักยภาพและโอกาสของคนไทยในการพึง่ พาตนเอง

การพัฒนายงั่ ยนื ( Sustainable Development ) หมายถงึ การพัฒนาท่ีตอบสนอง
ความตองการของปจจบุ นั โดยไมท าํ ใหผ ูคนในอนาคตเกิดปญหาในการตอบสนองความตองการ
ของตนเอง (นิยามของคณะกรรมการโลกวาดวยส่ิงแวดลอมและการพัฒนา World
Commission on Environment and Development ในรายงาน Our Common Future
1987 หรือ Brundtland Report ) ในการพัฒนายั่งยืนรวมความถึง 3 ดาน คือ เศรษฐกิจ
สังคมและสิ่งแวดลอม ซึ่งเชื่อมโยงและสัมพันธกัน โครงการพัฒนา ใด ๆ ตองคํานึงถึง
องคประกอบทงั้ สามดา นนี้

8

เรื่องที่ 3. การมสี ว นรวม แกป ญ หา หรือพฒั นาชมุ ชนดานสังคม เศรษฐกจิ สง่ิ แวดลอม
และวฒั นธรรมตามหลกั แนวคิดปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กระบวนการจัดทาํ แผนพัฒนาหมบู า น/ชุมชน เปน กระบวนการเรียนรูและการมีสวน

รว มของประชาชนในหมูบ านและชมุ ชน โดยเริ่มจากการกระตุนจิตสํานึก และความรับผิดชอบ
ของประชาชน/ชมุ ชน ใหม จี ิตสาธารณะ และรวมกนั คิด รวมกันจัดหา รวมกันเรียนรู/วิเคราะห
เพอื่ ใหร แู ละเขา ใจตน โดยใชกระบวนการชุมชน คือ การสํารวจขอมูลปญหาและศักยภาพของ
ชมุ ชน การวิเคราะหสาเหตุ/แนวทางแกไข แลวกําหนดอนาคตและทิศทางการพัฒนาตนเอง/
หมบู า น และชมุ ชน ออกมาเปน กิจกรรม/โครงการทจ่ี ะแกไ ขปญ หาและตอบสนองความตองการ
การพฒั นา ในลกั ษณะจากชุมชน โดยชมุ ชน และเพื่อชุมชน ซ่ึงจะเปนการสรางความเขมแข็ง
และพ่ึงตนเองอยางย่ังยืนของชุมชนดังน้ันแผนชุมชน จึงเปนเคร่ืองมือของการมีสวนรวม
แกป ญ หา หรอื พฒั นาชุมชนดานสังคม เศรษฐกิจ ส่ิงแวดลอมและวัฒนธรรมตามหลักแนวคิด
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

แนวคดิ เก่ียวกบั การจัดทาํ แผนชมุ ชน
การใหชาวบานในหมูบานและชุมชน จัดทําแผนชุมชนเพ่ือพัฒนาหมูบานและชุมชน

ของตนเอง มีแนวคิดหลักการและความเชื่อในหลาย ๆ ดา น เชน
1. แนวคิดจากปรัชญาพัฒนาชุมชน ซึ่งเปนสากลที่บอกวาชาวบานมีศักยภาพ

สามารถพัฒนาตนเองไดถาใหโอกาส และการพฒั นาตอ งเร่ิมตน ท่ชี าวบา น
2. แนวคดิ จากหลกั การพัฒนาชุมชน คือ การมสี ว นรวม การพง่ึ ตนเอง การชว ยเหลือ

ซ่ึงกนั และกนั และการรบั ผิดชอบตอ ชุมชนของตนเอง
3. แนวคิดในการพัฒนาชุมชนใหเขมแข็ง คือ การใหชุมชนไดมีกระบวนการในการ

จดั การชุมชน มกี ารเรยี นรูรวมกนั ในกระบวนการชุมชน
4. แนวคิดในการพัฒนาชุมชนใหเขมแข็ง คือ การสรางพลังชุมชน ใชพลังชุมชน

ในการพฒั นาชมุ ชน
5. แนวคดิ ทว่ี า ไมมีใครรปู ญหาชมุ ชนเทา คนในชุมชน ดังน้ัน การแกปญหาชุมชนจึง

เรมิ่ จากชุมชน การใหการสนับสนุนของภาครัฐจะตองเปนลักษณะ Bottom-up ไมใช Top
Down

9

ความหมายของแผนชมุ ชน
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ไดใหความหมาย

ของแผนชุมชนวา หมายถึง การกําหนดอนาคตและกิจกรรมการพัฒนาของชุมชน โดยเกิดข้ึน
จากคนในชมุ ชนทมี่ ีการรวมตวั กนั จัดทําแผนขึ้นมา เพื่อใชเปนแนวทางในการพัฒนาชุมชนหรือ
ทองถนิ่ ของตนเอง ใหเ ปน ไปตามท่ีตอ งการและสามารถแกปญหาที่ชุมชนเผชิญอยู คนในชุมชน
มีสวนรวมคิด รวมกําหนด แนวทางและทํากิจกรรมการพัฒนารวมกัน ยึดหลักการพึ่งตนเอง
ลดการพึ่งพิงภายนอก คํานึงถึงศักยภาพ ทรัพยากร ภูมิปญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และ
สิ่งแวดลอมในทองถ่ินเปนหลัก จึงกลาวไดวา แผนชุมชนเปนของชุมชนดําเนินการโดยชุมชน
และเพื่อประโยชนของชุมชนเอง ซึ่งแตกตางจากแผนท่ีภาครัฐจัดทําขึ้นเพ่ือการจัดสรร
งบประมาณเปนหลัก

กระบวนการจัดทาํ แผนชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน ไดกําหนดข้ันตอนการจัดทําแผนชุมชนไว 5 ขั้นตอน (หนังสือ

ระเบยี บวาระชุมชน : กรมการพัฒนาชุมชน ป 2551) ดังนี้
ข้นั ตอนที่ 1 เตรยี มความพรอมชุมชน โดยมกี ลุม เปา หมายคือ ผูนําชุมชน ผูแทนคุม

บาน อบต. ผแู ทนกลุม/องคก รชุมชน
ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะหขอมูลเรียนรูตนเองและชุมชน กลุมเปาหมาย คือ ผูนํา

ชุมชน ผูแทนคุม บาน อบต. ผูแ ทนกลมุ /องคกรชมุ ชน ตัวแทนครัวเรอื น ประชาชนในชุมชน
ข้ันตอนท่ี 3 การกาํ หนดเปา หมายและทิศทางการพฒั นา กลุมเปา หมาย ผแู ทนคมุ

บา น อบต. ผแู ทนกลมุ /องคกรชุมชน ประชาชนในชุมชน
ขน้ั ตอนท่ี ๔ การกําหนดแผนงานโครงการพัฒนาชุมชน กลมุ เปา หมายผูนําชุมชน

ผแู ทนคุมบา น อบต. ผูแทนกลุม/องคก รชมุ ชน ประชาชนในชุมชน
ข้ันตอนท่ี ๕ การปฏิบัติตามแผนชุมชน กลุมเปาหมาย คณะกรรมการ-บริหาร

ชุมชน อบต. หนวยงานสนบั สนุนการพัฒนาในพน้ื ที่

การจดั ทาํ แผนชมุ ชน 5 ขนั้ ตอน ดงั กลาวขางตนเปน แนวทางทีก่ รมการพฒั นาชุมชนได
ศึกษาคนควาจากกรณีศึกษาแผนชุมชนที่ประสบความสําเร็จในการสงเสริมกระบวนการแผน
ชุมชน อาจปรับใหเขากับบริบทลอมรอบหรือภูมิสังคมแตละพ้ืนที่ไดตามความเหมาะสม
โดยคํานึงถงึ ประโยชนท ่ีประชาชนจะไดร บั จากการดําเนนิ งานนั้น ๆ

10

เรอื่ งท่ี 4 การสง เสรมิ เผยแพร ขยายผลงานการปฏบิ ัตติ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งของบคุ คล ชมุ ชน ทปี่ ระสบความสําเร็จสอู าเซียน

การท่ปี ระเทศไทยของเรานั้น จะกาวเขา สูการเปนประชมอาเซยี นไดอยางสมบูรณพรอม
มูลนน้ั ยอ มจะตอ งอาศัยเหตปุ จจยั หลาย ๆ อยางมาประกอบเขาดวยกัน เพื่อเสถียรภาพ
ทม่ี ่นั คงถาวรอยางแทจริง

แนวทางสําคัญอยางหนึ่งท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 9 ทรงมอบไวแก
ชาวไทยทุกๆคนน้ัน คือหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงมีความเกี่ยวของและสอดคลองกับ
ความพอประมาณ, การมีเหตุผลและการมีภูมิคุมกัน โดยตองอาศัยหลักความรูคูคุณธรรม
ประกอบกันดวยหลักการเหลานี้สามารถที่จะนํามาประยุกตใชไดกับการเปนสวนหนึ่งของ
ประชาคมอาเซียน เพราะวากอนที่จะเขาเปนสวนหน่ึงของประชาคมดังกลาวไดอยางเต็ม
ภ า ค ภู มิ นั้ น จํ า ต อ ง ส ร า ง ค ว า ม มั่ น ค ง ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ใ ห ไ ด ม า ก พ อ ท่ี จ ะ เ ป น ท่ี ย อ ม รั บ ข อ ง
กลุม ประเทศตาง ๆ ในประชาคม

เศรษฐกิจพอเพียงเปนการพัฒนาไปสูความสามารถในการพ่ึงตนเองในระดับตาง ๆ
อยา งเปนขัน้ ตอนชว ยลดความเส่ียงเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงจากปจจัยตาง ๆ โดยอาศัยความ
พอประมาณ และความมีเหตุผล มีการสรางภูมิคุมกันที่ดี มีความรูควบคูคุณธรรม

หัวใจของหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การ “อยูไดดวยส่ิงท่ีมีอยูอยางยั่งยืน” เปน
หลักการและแนวปฏิบัติของโลกในอนาคต ดวยเร่ืองความพอเพียงเปนเรื่องของบุคคล และ
องคก รทกุ ระดับเมอ่ื ไดรบั การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนเกิดประสิทธิผลและเปนที่
ยอมรบั

นอกจากน้ี ยังมี 13 นักคิดระดับโลก เห็นดวยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และมี
การนําเสนอบทความ บทสัมภาษณต าง ๆ เชน

 ศ.ดร. วูลฟกัง ซัคส นักวชิ าการดานสิ่งแวดลอ มคนสําคญั ของเยอรมนีสนใจการ
ประยุกตใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยางมาก และมองวานาจะเปนอีกทางเลือกหนึ่ง
สําหรบั ทกุ ชาติ ในเวลานที้ ้ังมีแนวคดิ ผลักดนั เศรษฐกจิ พอเพยี งใหเ ปนทรี่ ูจ กั ในเยอรมนี

 ศ.ดร.อมาตยา เซน ศาสตราจารยชาวอินเดียเจาของรางวัลโนเบลสาขา
เศรษฐศาสตร ป ค.ศ. 1998 มองวา ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปนการใชส ง่ิ ตา ง ๆ ที่จําเปนตอ
การดํารงชีพ และใชโอกาสใหพ อเพียงกับชีวิตที่ดีซ่ึงไมไดหมายถึงความไมตองการ แตตองรูจัก

11

ใชช วี ติ ใหดีพออยาใหค วามสําคญั กบั เร่ืองของรายไดแ ละความรํ่ารวยแตใหมองที่คุณคาของชีวิต
มนุษย

 จิกมี ทินเลย นายกรัฐมนตรีแหงประเทศภูฏาน ใหทรรศนะวา หากประเทศไทย
กําหนดเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง ใหเปนวาระระดับชาติและดําเนินตามแนวทางน้ีอยางจริงจัง
“ผมวา ประเทศไทยสามารถสรางโลกใบใหมจากหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงสรา งชวี ิตท่ีย่งั ยืน
และสดุ ทายจะไมหยุดเพยี งแคในประเทศแตจะเปน หลักการและแนวปฏิบัติของโลก ซึ่งหากทํา
ไดสาํ เรจ็ ไทยก็คอื ผูนํา”และปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ไดร ับการเชดิ ชูเปน อยางสงู จากองคการ
สหประชาชาติ โดย นายโคฟ อันนัน ในฐานะเลขาธิการองคการสหประชาชาติไดทูลเกลาฯ
ถวายรางวลั ความสาํ เร็จสูงสดุ ดานการพัฒนามนษุ ยแดพ ระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เม่ือวันที่
26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และไดมีปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงวาเปนปรัชญาท่ีมี
ประโยชนตอประเทศไทย และนานาประเทศและสามารถเริ่มไดจากการสรางภูมิคุมกัน
ในตนเอง สูหมูบาน และสูเศรษฐกิจในวงกวางข้ึนในที่สุดและนาย Håkan Björkman
รักษาการผอู ํานวยการสาํ นกั งานโครงการพัฒนาแหง สหประชาชาติ ในประเทศไทยกลาวเชิดชู
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและยังไดตระหนักถึงวิสัยทัศน และแนวคิดในการพัฒนาของ
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และองคการสหประชาชาติยังไดสนับสนุนใหประเทศตาง ๆ
ทีเ่ ปน สมาชกิ 166 ประเทศ ใหยึดเปน แนวทางสูการพัฒนาประเทศแบบย่งั ยืน

12

บทที่ 4
สถานการณข องประเทศไทยและสถานการณโ ลกกบั ความพอเพียง

เรอ่ื งท่ี 1 สถานการณป ระเทศไทยกบั ความพอเพียง

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติไดจัดทําแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติเพ่อื ใชกาํ หนดทิศทางอนั สามารถจะถอื ไดว าเปนคานิยมรวมในการ
วางแผนแมบทของหนวยงานตางๆซ่ึงเปนจุดกําเนิดที่สําคัญของการนําแนวคิด หลักการ
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคล่ือนการทํางานในทุกระดับของสังคมไทย “เศรษฐกิจ
พอเพียง” เปนปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงมีพระราชดํารัสช้ีแนะแนวทางการ
ดําเนินชีวิตแกชาวไทยมาโดยตลอดนานกวา 25 ปต้ังแตกอนเกิดวิกฤตการณทางเศรษฐกิจ
และเม่ือภายหลังไดทรงเนนย้ําแนวทางการแกไขเพ่ือใหรอดพนและสามารถดํารงอยูไดอยาง
มั่นคงยั่งยืนภายใตกระแสโลกาภิวัตน และการเปลี่ยนแปลงตางๆปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จึงสามารถประยกุ ตใชเ ปนพ้นื ฐานการบริหารและพัฒนาประเทศไดในทุกภาคการผลิตรวมท้ัง
เปนแนวในการดํารงชีวิตและปฏิบัติงานของคนไทยทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและ
สงั คม โดยคาํ นึงถึงประเด็นดงั น้ี

- การดําเนินการในทางสายกลางที่อยูบนพื้นฐานความพอดีเนนการพึ่งตนเอง
ขณะเดยี วกนั ใหก าวทันโลกในยุคโลกาภิวัตน

- ความพอเพยี งทีเ่ นนการผลติ และบรโิ ภคอยบู นความพอประมาณมเี หตุผล
- ความสมดุลและการพัฒนาท่ียั่งยืน เปนการพัฒนาอยางมีองครวมมีสมดุล
ระหวางกระแสการแขงขันจากโลกาภิวัฒนและกระแสทองถ่ินนิยมมีความหลากหลายใน
โครงสรางการผลิตมีการใชทุนที่มีอยูในสังคมใหมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชนสูงสุดไมทําลาย
ทรัพยากรธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอมวฒั นธรรม ภูมิปญ ญาและวถิ ีชวี ิตท่ดี ีงาม
- การมีภูมิคุมกันในตัวท่ีดีพอสมควรในการเตรียมความพรอมรูเทาทันตอ
ผลกระทบ ที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงตาง ๆ มีความยืดหยุนในการปรับตัวมีการตัดสินใจ
อยางมเี หตผุ ลมคี วามเขม แขง็ มนั่ คง และย่งั ยนื
- การเสริมสรางจิตใจคนและพัฒนาคนในชาติใหเปนคนดีมีคุณธรรมมีความ
รบั ผิดชอบซอ่ื สัตยส ุจริตมสี ติปญญามคี วามเพยี รอดทนและรอบคอบ

13

เศรษฐกิจพอเพียงกับการพฒั นาเศรษฐกิจไทย
1. โครงสรา งเศรษฐกิจไทยกอนใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจ กอนที่ประเทศไทยจะ
ประกาศใชแ ผนพฒั นาเศรษฐกิจแหงชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2504-2509) โครงสรางเศรษฐกิจ
ของไทย มีสภาพ ดังนี้

1) เศรษฐกิจแบบยังชีพ เศรษฐกิจไทยสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัย
รตั นโกสนิ ทรตอนตน มีโครงสรางทางเศรษฐกจิ แบบยงั ชีพ โดยผลติ อาหารและส่ิงของเคร่ืองใช
ตาง ๆ พอกินพอใชภายในครอบครัวและหมูบาน เม่ือเหลือจากการบริโภคจึงนําไปคาขาย
แลกเปลี่ยนยงั หวั เมอื ง และประเทศใกลเคยี ง

2) เศรษฐกิจแบบทุนนยิ ม หรอื เศรษฐกิจแบบการคาและใชเงินตรา เกิดข้ึน
ภายหลังประเทศไทยทําสนธสิ ัญญาเบาวร ิงกับอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2398 สมัยรัชกาลท่ี 4 และ
กบั ชาตติ ะวันตกอ่นื ๆ ในเวลาไลเลียกนั ทําใหเกดิ การเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจตอประเทศ
ไทย ดงั น้ี

(1) มีการติดตอคาขายกับตางประเทศอยางกวางขวาง มีเรือสินคา
ตางชาติเดินทางเขามาคา ขายในกรงุ เทพฯ เพิม่ จํานวนมากขนึ้ หลายเทา ตัว

(2) ยกเลิกระบบการคาผูกขาดและเปลี่ยนมาเปนระบบการคาเสรี
การผกู ขาดการคาของหนวยราชการทเ่ี รยี กวา “พระคลงั สนิ คา” ตองยุติลง พอคาชาวอังกฤษ
และชาติตะวันตกอื่นๆ สามารถซ้ือขายสนิ คากับพอ คา ไทยไดโดยตรง เปนผลใหปริมาณการคา
ระหวางไทยกับชาตติ ะวันตกขยายตัวกวา งขวาง

(3)ระบบการผลิตแบบยังชพี เปลี่ยนมาเปน ระบบการผลิตเพื่อการคา
ขาวกลายเปนสินคาออกท่ีสําคัญของไทย ชาวนาขยายการผลิตเพิ่มมากขึ้นเพ่ือสนองความ
ตองการของตลาดโลก

(4) ความตองการใชแรงงานทํางานในไรนามีมากข้ึน ทําใหราชการ
ตองลดหยอนการเกณฑแรงงานไพร โดยใหจายเปนเงินคาราชการแทนเพื่อใหราษฎรมีเวลา
ทํางานใน ไรนามากขึ้น สวนงานกอสรางของทางราชการ เชนขุดคลอง สรางถนน ฯลฯ
ใชวธิ ีจา งแรงงาน ชาวจีนแทน

(5) เกิดระบบเศรษฐกจิ แบบใชเ งนิ ตรา มกี ารจดั ตงั้ โรงงานกษาปณ
ในป พ.ศ. 2403 เพ่ือใชเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ แบบประเทศตะวันตก และยกเลิกเงิน
พดดวงแบบเดิม ซงึ่ ปลอมแปลงไดง า ย ทาํ ใหก ารซอ้ื ขายแลกเปลี่ยนสินคาทําไดสะดวกคลองตัว
ยงิ่ ข้นึ

14

3) เศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ มโดยรัฐ เกดิ ขนึ้ ระหวาง พ.ศ. 2475-2504 ภายหลัง
เปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ในสมัยรัชกาลที่ 7 ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่าทั่วโลก ยังคง
ดํารงอยูตลอดรัชกาล ซ่ึงมีผลกระทบตอประเทศไทย เพราะทําใหการสงออกสินคาไทยใน
ตลาดโลกลดตาํ่ ลง อันเนื่องมาจากโครงสรา งเศรษฐกจิ ของไทยตอ งพ่งึ พารายไดจากการสงออก
สินคา เพยี ง ไมกช่ี นดิ เชน ขายไมสกั และดีบกุ ชาวนาและผคู นสวนใหญในชนบทจึงยากจน
ชวงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482-2488) เกิดภาวะเงินเฟอ ขาดแคลนสินคา และขาวของมีราคา
แพง รฐั สงเสริมการขยายตัวการผลิตภาคอุตสาหกรรมมากข้ึน โดยรัฐเขาดําเนินการผลิตโดยตรง
เชน โรงงานทอผายาสบู ทํากระดาษ และโรงงานสรุ า เปน ตน จึงเรียกวา เปนยุคเศรษฐกิจแบบ
ชาตินิยม หรือเศรษฐกิจแบบทนุ นิยมโดยรฐั

2. โครงสรา งเศรษฐกิจไทยในยคุ ทใ่ี ชแ ผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาติ
1) ความเปน มาของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คแหง ชาติ ภายหลงั

สงครามโลกครั้งที่ 2 ส้นิ สุดลงสหรัฐอเมรกิ าเปนชาตผิ นู าํ ของโลกทนุ นยิ มไดสนับสนุนใหไทย
พฒั นาความเจริญทางเศรษฐกจิ ของประเทศตามแนวทางทุนนิยมโดยผานธนาคารโลก ซึ่งชี้นาํ
ใหป ระเทศไทยจัดตัง้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแหง ชาตแิ ละวางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ โดยเนนให
ภาคเอกชนมบี ทบาทในการพัฒนามากขึน้

2) การเปลี่ยนแปลงโครงสรางเศรษฐกิจของไทย ประเทศไทยเร่ิมใช
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ ฉบบั ท่ี 1 (พ.ศ.2504-2509) จนกระทง้ั ในปจจุบันใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 11 (พ.ศ. 2555-2559) ผลจากการใชแผนพัฒนาดังกลาวมาเปน
เวลา 50 ป ทาํ ใหเกิดการเปลย่ี นแปลงโครงสรา งเศรษฐกิจของประเทศไทย ดงั น้ี

(1)ผลผลิตภาคการเกษตรลดปริมาณลงแตม กี ารกระจายหรอื เพมิ่ ชนิดข้ึน
แตเ ดมิ มเี พยี ง ขาว ไมสัก และยางพารา ตอมามีสินคาออกเพิ่มข้ึนอีกหลายชนิด เชน ขาวโพด
มันสาํ ปะหลัง ออ ย และผลไมตา ง ๆ เปน ตน

(2) ผลผลิตภาคอตุ สาหกรรมและการบรกิ าร (ธนาคารพาณิชย
การทองเที่ยว(โรงแรม) เพ่ิมข้ึนอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทาง
การเกษตร ขณะเดียวกนั มกี ารนาํ เคร่อื งจักรและเทคโนโลยีการผลติ สมัยใหมม าใชมากข้ึน

15

(3) การคาระหวา งประเทศ ขยายตวั มีมูลคาเพ่ิมสงู ขึ้นมาก ทั้งสินคา ออก
และสินคาเขา สินคาออก มีหลายชนิดมากขึ้น แตเดิมเปนผลผลิตทางการเกษตร แตใน
ปจ จุบันเปน สนิ คาอุตสาหกรรมเปนสวนใหญ เชน ช้ินสวนอะไหลรถยนต อุปกรณคอมพิวเตอร
และแผงวงจรไฟฟา

3. ความสําคญั ของการพฒั นาเศรษฐกจิ การพัฒนาเศรษฐกิจมีความจาํ เปน สําหรบั
ประเทศไทย ในปจ จุบันเพราะสาเหตุ ดังน้ี

1) การเพม่ิ ของจาํ นวนประชากร ซงึ่ ไมสมดลุ กบั ทรัพยากรท่ีมีอยูอยาง
จํากัด จึงจําเปนตองพัฒนาคนและใชทรัพยากรอยางคุมคา ผลของการพัฒนา
เศรษฐกิจ คือ ประชากรมีความเปนอยูท่ีดีหรือมีสวัสดิการทางเศรษฐกิจสูงข้ึน มีชีวิตความ
เปนอยูสะดวกสบาย ไดใชสินคาดีราคาไมแพง และมีบริการสนองความตองการอยางทั่วถึง
และมคี ณุ ภาพ เชน การคมนาคมขนสง การส่อื สารทีอ่ ยูอาศัย ฯลฯ

2) โครงสรางทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มีลักษณะผูกขาดโดย
คนสวนนอ ยเกิดการกระจายรายไดท่ีไมเปนธรรม และมีชองวางระหวางคนรวยกับคนจนผล
ของการพฒั นาเศรษฐกิจ คอื รัฐสามารถชว ยเหลือผูด อ ยโอกาสทางเศรษฐกจิ และสังคมไดมาก
ข้ึนอยางมีคุณภาพ เชน คนยากจน คนพิการ เด็กกําพรา คนชรา คนวางงาน และผูประสบภัย
พิบัติตา งๆ เปน ตน

3) ระบบเศรษฐกิจและสังคมของไทยเปนระบบเปด คือ ตองพึ่งทุนและ
การคากับตางประเทศ รวมท้ังเปด กวางรับเทคโนโลยี กาสื่อสาร วัฒนธรรม การศึกษา และ
การปรโิ ภคจากโลกตะวนั ตกอยา งเตม็ ท่ี ทําใหสังคมไทยตองเรงพัฒนาตนเอง ใหสามารถแขงขัน
และรูเทาทันความเปล่ียนแปลงในสังคมโลกได เพื่อมิใหถูกเอาเปรียบ ผลของการพัฒนา
เศรษฐกจิ คือ ประเทศ ที่มีความเจริญกาวหนาทางเศรษฐกิจจนไดชื่อวาเปนประเทศที่พัฒนา
แลวสงผลใหมีความมั่นคงทางการเมืองและการทหาร มีกองทัพที่เขมแข็ง ทําใหไมตกอยูใต
อาํ นาจหรอื อทิ ธิพลของชาติมหาอํานาจ

4) การเปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ เชน ภัยแลง
อุทกภัย วาตภัย และภัยจากธรณีพิบัติ (แผนดินไหว และสึนามิ) เปนตน รวมทั้งการเกิด
โรคระบาด เชน ไขหวัดนก ไขเลือดออก ฯลฯ ทําใหประชาชนไดรับความเดือดรอน ผลของ
การพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประเทศท่ีมีความเจริญกาวหนาทางเศรษฐกิจ จนไดช่ือวาเปน
ประเทศท่ี พัฒนาแลว สงผลใหมีความม่ันคงทางการเมืองและการทหาร มีกองทัพ

16

ท่ีเขมแข็ง ทําใหไมตกอยู ใตอํานาจหรืออิทธิพลของชาติมหาอํานาจ ผลของการพัฒนา
เศรษฐกิจ คอื ประเทศทม่ี กี ารพัฒนาเศรษฐกจิ เจรญิ กา วหนา จะเกิดผลดตี อ ประชาชน คอื

(4.1) มีมาตรการปองกันภัยพิบัติตาง ๆ อยางมีประสิทธิภาพสามารถ
ควบคุมวกิ ฤตจากภยั ธรรมชาติใหบรรเทาลงได

(4.2) ชวยเหลือผูประสบภัยไดอยางทันทวงที และชวยใหประชาชน
ดํารงชีวิตอยูอยางปลอดภัย เชน มีงบประมาณสรางเข่ือนประตูระบายนํ้า ศูนยเตือนภัย และ
สรางบานทอ่ี ยูอาศัยใหผูป ระสบภัยพิบัติ เปนตน

5) ประชาชนสว นใหญใ นประเทศกาํ ลังพฒั นามีมาตรฐานการดาํ รงชีวิตทตี่ ่าํ
กวาเกณฑพื้นฐาน อันเน่ืองมาจากปญหาความยากจน ทําใหขาดแคลนส่ิงอํานวยความ
สะดวกตางๆ รวมทั้งปจจัย 4 ในการดํารงชีพ และไมอาจเลือกอาชีพการงานไดผลของการ
พัฒนาเศรษฐกิจ คอื ประเทศทพ่ี ฒั นาแลว และมีเศรษฐกิจเจรญิ กาวหนาสงผลใหป ระชาชนมี
อาชพี และรายไดดีมีกําลังซอ้ื สงู ทาํ ใหมีอิสระ ในการดําเนินชีวิตมากข้ึน เชน มีอิสระในการ
เลอื กอาชพี ตามความถนดั และความสนใจทําใหช วี ติ มีสุข

4. ปจจยั สง เสรมิ การพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจเจริญกาวหนา
อยา งรวดเรว็ เกิดจากความไดเ ปรียบในปจจยั สําคัญ 2 ประการ คอื

1) ปจจัยทางเศรษฐกิจ มีความสําคัญตอการพัฒนาเศรษฐกิจโดยตรง
สรปุ ไดดงั นี้

(1) ทด่ี ิน มีพื้นท่ีประเทศกวางใหญ มีดินและนํ้าอุดมสมบูรณ มีแมนํ้า
สายยาวหลายสายไหลผานพื้นท่ีเพาะปลูก มีทรัพยากรปาไม แรธาตุ และมีทรัพยากร
นนั ทนาการ (แหลงทอ งเท่ยี ว) อยางอดุ มสมบรู ณ

(2) แรงงาน มีประชากรมีคุณภาพ มกี ารศึกษาดี มีระเบียบวินัย และ
เคารพกฎหมายของบานเมอื ง เปนแรงงานมีฝมือซึง่ ผา นการพฒั นาฝก ฝนทักษะเปน อยางดี

(3) ทุน มีเครื่องมือ เครื่องจักร และนิคมอุตสาหกรรมท่ีทันสมัย
มีสาธารณูปโภค และปจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีคุณภาพอยางพียงพอ เชน
ถนน ไฟฟา ประปา การสือ่ สารและการคมนาคมขนสง เปนตน รวมท้ังมีสถาบันการเงินเปน
แหลง เงนิ ทนุ ทส่ี าํ คญั ของผปู ระกอบการ

17

(4) เทคโนโลยี มีความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี โดยนําวิทยาการ
หรือเทคโนโลยีสมยั ใหมมาใชในการผลติ สนิ คา ทัง้ ภาคเกษตร อตุ สาหกรรม และบรกิ าร

(5) ตลาด มีตลาดขนาดใหญรองรับผลผลิตอยางกวางขวาง ท้ังตลาด
ภายในประเทศและตลาดตางประเทศ ชวยกระตุนใหการผลิตขยายตัว เกิดการจางงาน และ
เกิดธุรกจิ ใหมๆ เพ่มิ ขึน้ เชน การขนสงสนิ คา ประกันภัยสินคา ทาํ ปายโฆษณา ส่ิงพิมพ
กลอ งกระดาษ และบรรจุภณั ฑ

2) ปจ จยั ทางสังคม และการเมืองการปกครอง เปนปจจัยสนับสนุนใหการ
พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเจริญกาวหนาอยางรวดเร็ว ดังนี้

(1) สถาบันครอบครัว มีสถาบันครอบครัวท่ีเขมแข็ง มีความสามารถ
ในการเลี้ยงดสู มาชิกในครอบครัวและใหก ารศึกษาอบรมอยา งมคี ุณภาพ

(2) โครงสรางทางสังคมชนชั้นในสังคมไมยึดม่ันตายตัว ชนช้ันลางหรือ
กลุมคนระดับรากหญาสามารถเปลี่ยนหรือเลื่อนฐานะทางสังคมไดงายจากการศึกษาและ
อาชพี ทําใหเ กิดชนช้ันกลางใหม ๆ เพิม่ มากขึ้น เชน วิศวกร ชางฝมือ โปรแกรมเมอร ฯลฯ
ซง่ึ เปนผลดตี อ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

(3) การเมืองการปกครองและกฎหมาย เปนประเทศที่มีลักษณะดังนี้
มกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตยท่ีมั่นคง บานเมืองสงบเรียบรอย ไมมีปญหาความขัดแยง
ทางการเมืองภายในอยา งรนุ แรง และมบี รรยากาศท่เี อ้ือตอ การลงทนุ และการดําเนนิ ธุรกิจ
มกี ฎหมายสงเสริมการลงทุน คุมครองแรงงาน คุมครองผูบริโภค และสนับสนุนเกษตรกรใน
ดานราคาผลผลิต เปน ตน

6. เครื่องชวี้ ดั การเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ การพัฒนาเศรษฐกจิ เปน การดาํ เนนิ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจใหเกิดการเจรญิ เติบโตอยางเหมาะสมและมีเสถียรภาพ สงผลใหรายได
ท่ีแทจริงเฉลี่ยตอบุคคลเพ่ิมสูงขึ้น และทายท่ีสุดทําใหคุณภาพชีวิตของประชาชนดีข้ึน
โดยสามารถวดั การพัฒนาเศรษฐกิจจากความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจควบคูไปกับความอยูดีกิน
ดีของประชาชน ดังน้ี

1.) ดชั นวี ัดการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจแสดงถงึ การขยายตวั ทาง
เศรษฐกิจ เชน ผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ ผลิตภัณฑมวลรวมประชาชาติ รายได
ประชาชาติ เปน ตน

18

2.) ดัชนวี ัดความอยูดีกินดีของประชาชนแสดงถึงระดับความเปน อยูของ
ประชาชน เชน อัตราการอานออกเขียนได อายุเฉลี่ยของประชากร อัตราการตายของ
ทารก อัตราสวนของแพทยตอจํานวนประชากร เปนตนท้ังน้ีดัชนีช้ีวัดการเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจ เปนดัชนีพื้นฐานเบื้องตนท่ีจะสะทอนภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ ดังน้ี

(1) ผลติ ภณั ฑม วลรวภายในประเทศ (Gross Domestic Product :
GDP )เปน ตัวช้ีวดั การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ที่นยิ มใชม ากทีส่ ุด เพราะแสดงถึง
ความสามารถในการผลิตและการบรโิ ภคของประเทศ โดยผลติ ภัณฑมวลรวมภายในประเทศ
เปน มูลคา ของสนิ คาและบริการขั้นสุดทา ย ซ่ึงผลติ ข้นึ โดยใชทรัพยากรภายในประเทศในรอบ
ระยะเวลา 1 ป GDP : มูลคา ของสนิ คา และบรกิ ารขัน้ สุดทา ยทผี่ ลติ ขนึ้ โดยคนไทยและ
ชาวตางชาติโดย ใชท รพั ยากรของประเทศไทย

(2) ผลิตภัณฑมวลรวมประชาชาติ (Gross National Product :
GNP) แสดงถึง ความสามารถในการผลิต การบริโภคของคนไทยทั้งประเทศ โดยผลิตภัณฑ
มวลรวมประชาชาติเปนมูลคาของสินคาและบริการข้ันสุดทาย ซึ่งผลิตข้ึนโดยคนไทยใน
ประเทศและคนไทยในตา งประเทศ GNP :GDP + รายไดสทุ ธิจากปจจัยการผลิตตางประเทศ

(3) รายไดประชาชาติ (National Income : NI)คือ มูลคาของ
รายไดที่ประชาชนคนไทยในประเทศและคนไทยที่ไปทํางานในตางประเทศไดรับในชวง
ระยะเวลา 1 ป ทั้งน้ีรายไดประชาชาติคํานวณจากผลิตภัณฑมวลรวมประชาชาติ หักดวย
ภาษีทางออมและคาเส่อื มราคา
NI : GNP – (ภาษที างออม + คาเส่ือมราคา)

(4) รายไดเ ฉล่ียตอบคุ คล (Per Capita Income) คาํ นวณไดจ าก
รายไดป ระชาชาตหิ ารดวยจาํ นวนประชากร ซึง่ ใชเ ปนดัชนสี ําหรบั เปรียบเทียบระดบั ความอยดู ี
กินดีของประชาชนของประเทศตาง ๆ การวัดการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจเปนสว นหนึ่งของ
การวดั การพัฒนาเศรษฐกิจดังทีไ่ ดกลา วไปแลวขางตน อยางไรก็ตาม ในปจ จบุ ันมแี นวคิด
การวัดความสขุ มวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness : GNH) ขนึ้
เนือ่ งจากการพัฒนาท่ีผานมามงุ เนน แตก ารเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจเพยี งอยา งเดยี ว
จนละเลยความสขุ ซ่งึ เปน เปา หมายสูงสดุ ของการพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคม ทง้ั น้ียงั ไมมีดชั นี
วัดความสขุ มวลรวมประชาชาติทแ่ี นนอนหรอื ชดั เจนในขณะนี้ แตถ ือเปนจุดเร่ิมตน ของการให
ความสําคัญกบั ความสุขของประชาชน มากกวา การมุง เนนแตก ารเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ

19

ประเทศที่เปนผูนาํ เสนอแนวคิดการวัดความสขุ มวลรวมประชาชาติ
(Gross National Happiness : GNH) ขึน้ คอื ประเทศภูฏาน โดยมีหลักการ
สาํ คัญ 4 ประการ คือ

 การพฒั นาทางเศรษฐกจิ ท่ีย่ังยืน
 การอนรุ ักษแ ละสง เสริมคณุ คาทางวัฒนธรม
 การรกั ษาส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ
 การมีธรรมาภบิ าล

6. ความหมายและความเปน มาของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ
6.1 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ คือ การกําหนดแนวทางการ

พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อใหประชาชนมีชีวิตและความเปนอยูท่ีดีขึ้น
โดยการเขา มามสี วนรวมของประชาชนทุกขน้ั ตอนอยา งเปนระบบ

6.2 ความเปน มาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ประเทศไทย
ไดมีการริเริ่มจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจของชาติมาตั้งแตป พ.ศ. 2502 ในสมัยรัฐบาล
จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต โดยในป พ.ศ. 2504 ไดประกาศใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจแหงชาติ
ฉบับแรกข้ึน ซ่ึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแหงชาติ ฉบับที่ 1 มีระยะเวลาของแผน 6 ป โดยที่
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาตฉิ บับตอ ๆ มา มีระยะเวลาของแผน 5 ป หนวยงานที่
มีหนาท่ีรับผิดชอบในการจัดทําแผน คือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
สังคมแหงชาติ โดยปจจุบันประเทศไทยกําลังอยูในชวงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาติฉบับท่ี 11 (พ.ศ. 2555-2559) ซ่ึงสาระสําคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาตแิ ตล ะฉบบั มีดังตอ ไปนี้

7. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงกบั การประยกุ ตใชในชวี ิตประจาํ วัน
เศรษฐกิจพอเพียงสามารถประยุกตใชไดทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของ

เศรษฐกิจ ไมจําเปนจะตองจํากัดเฉพาะแตภาคเกษตร หรือภาคชนบท แมแตภาค
การเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย และการคาการลงทุนระหวางประเทศ โดยมีหลักการ
ทีค่ ลายคลึงกันคือ เนนการปฏิบัติอยางพอเพียง มีเหตุมีผล และสรางภูมิคุมกันใหแกตนเอง
และสงั คม

20

7.1 การประยุกตใชปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคเกษตรกรรม
เม่ือป พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดพระราชทานแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจ
พ อ เ พี ย ง ใ ห เ ก ษ ต ร ก ร นํ า ไ ป ป ฏิ บั ติ เ พ่ื อ ย ก ฐ า น ะ แ ล ะ ชี วิ ต ค ว า ม เ ป น อ ยู ใ ห ดี
ข้ึน เรียกวา การเกษตรทฤษฎีใหม หรอื ทฤษฎีใหม ซ่งึ มหี ลักปฏบิ ัติ 3 ข้ัน ดังนี้

ข้ันที่ 1 ผลิตอาหารเพื่อบริโภคแนวพระราชดําริทฤษฎีใหม เนนให
เกษตรกรสรางความม่ันคงทางอาหารแกครอบครัวตนเองกอน โดยทํานาขาวเพ่ือเก็บไวกิน
ตลอดป เหลือจากการบริโภคจึงขาย โปรดเกลาฯ ใหทดลองทฤษฎีใหมในท่ีดินสวน
พระองค ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อําเภอเมือง จังหวัดสระบุรี จํานวน 15 ไร โดยแบงพ้ืนที่
เปน 4 สว นตามอตั ราสว น 30 : 30 : 30 : 10 เนน การบริหารจัดการที่ดินและนํ้า ซ่ึงถือวา
เปน หัวใจของการเกษตรทฤษฎใี หม ดงั น้ี

 รอยละ 30 ของพื้นท่ี ขุดสระนาํ้ ไวใชส อยและเลยี้ งปลา
 รอ ยละ 30 ของพ้นื ที่ ทาํ นาขาว
 รอ ยละ 30 ของพ้นื ที่ ปลกู ไมย นื ตน พืชไร พชื สวนครัว
 รอ ยละ 10 ของพืน้ ที่ ปลกู บา น โรงนาเก็บอปุ กรณ โรงเลยี้ งสตั ว

ขน้ั ที่ 2 รวมตัวจัดตัง้ กลุม ชมรม หรอื สหกรณ เกษตรกรจะพฒั นาไปสู
ระดับพออยูพอกินพอใชใหสมบูรณย่ิงขึ้น มีรายไดจากผลผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยรวมมือจัดตั้ง
เปน กลมุ ชมรม หรอื สหกรณ ดําเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจรวมกัน ดงั นี้

(1) ดา นการผลิต มกี ารรวมตัวจัดตง้ั เปน กลุมแมบา น ชมรม หรอื สหกรณ
ผลติ สินคาหรอื บริการของชุมชนเพ่อื หารายไดชวยเหลือครอบครัวอกี ทางหนงึ่ เชน
งานหัตถกรรม

(2) ดานการตลาด รว มกนั สรางอํานาจตอรองในการจาํ หนา ยผลผลิตให
ไดร าคาดี ไมพ ึ่งพอ คาคนกลาง

(3) ดานสวสั ดกิ ารและชีวติ ความเปนอยู มีการจัดตั้งกองทุนใหสมาชิก
กูเงิน ยามฉุกเฉิน เพื่อชวยเหลือซึ่งกันและกันยามเจ็บไขไดปวย เกิดอุบัติเหตุ หรือประสบ
ภัยธรรมชาตติ าง ๆ

21

ข้ันที่ 3 รวมมือกับองคกรหรือภาคเอกชนภายนอกชุมชนเปนข้ัน
พัฒนากลุม ชมรม หรือสหกรณใหกาวหนา โดยกูเงินจากแหลงเงินทุนภายนอกชุมชนมา
ลงทุนขยายกิจการ เชน ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณการเกษตร (ธกส.) บริษัท
นาํ้ มัน ฯลฯ หรอื ขอความชว ยเหลือดา นวชิ าการจากหนวยงานทัง้ ภาครัฐและเอกชนเปาหมาย
ของขน้ั ที่ 3 คอื พฒั นากิจการสหกรณ จัดต้ังและบริหารโรงสีขาวของชุมชน ปมนํ้ามันของ
ชุมชนใหเขมแข็งยิ่งข้ึน พัฒนาคุณภาพของเกษตรกรใหอยูดีกินดี จําหนายผลผลิตไดราคา
สูง ไมถูกกดราคา ซ้ือเครื่องมืออุปกรณการเกษตรและสินคาอุปโภคบริโภคตาง ๆ ในราคา
ถูก เปน ตน

7.2 การประยกุ ตใ ชปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในภาคอตุ สาหกรรมการคา
และการบริการ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสามารถนาํ ไปประยุกตใ ชก ับธรุ กิจเอกชน
ทงั้ ภาคอตุ สาหกรรม การคา และการบริการ ดังนี้

1) ความพอประมาณ ผปู ระกอบการควรยดึ แนวทางปฏิบัติ ดงั นี้
(1) พอประมาณในการผลติ ไมผ ลติ สินคามากเกนิ ความตองการ

ของผูบรโิ ภคจนเหลือลนตลาด ถอื เปน การชวยประหยัดพลงั งาน และทรัพยากรในการผลิต
(2) พอประมาณในผลกําไร ไมค ากําไรเกนิ ควรจนผบู ริโภค

เดือดรอน ไมกดราคา รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร มีการแบงปนผลกําไรสวนหน่ึงไปพัฒนา
คุณภาพฝม อื แรงงานและองคกรของตน รวมทัง้ คืนกาํ ไรสูสังคม โดยตอบแทนชวยเหลือสังคม
ในรปู แบบตา ง ๆ

2) ความมีเหตผุ ล แนวทางปฏิบตั ิดงั น้ี
(1) มีเหตผุ ลในการพัฒนาองคกร โดยใหความสาํ คญั ตอการพัฒนา

ประสทิ ธภิ าพการทํางานของบุคลากรในองคกร ทั้งพนักงาน ลูกจาง และผูใชแรงงาน ตัดทอน
รายจายท่ไี มจําเปนรวมทงั้ พฒั นาคุณภาพสนิ คา และเพ่มิ ปริมาณผลผลติ เปน ตน

(3) มเี หตุผลในการจดั สวัสดกิ ารใหพ นักงาน ลูกจา ง และผูใชแ รงงาน
3) การมีภมู ิคมุ กนั ที่ดี ผปู ระกอบการควรใหค วามสาํ คญั และนาํ ไป
ปฏบิ ัติ ดงั น้ี

(1) ติดตามขา วสารและสถานการณต าง ๆ ท้งั ภายในและ
ตางประเทศ ซึ่งอาจมีผลกระทบตอการดําเนินธุรกิจของตน เชน ความผันผวนทาง
เศรษฐกิจ การเมือง และความเปล่ียนแปลงของสภาพดินฟาอากาศและภัยธรรมชาติ

22

เปนตน เพื่อใหสามารถตัดสินใจบริหารองคกรธุรกิจของตนไดอยางถูกตองเหมาะสมและลด
ความเสย่ี งใหเ หลือนอ ยที่สดุ

(2) การกเู งินจากสถาบนั การเงิน เพ่ือดําเนินธุรกจิ หรือขยาย
กจิ การตองดูตามกําลงั ฐานะของตน ไมท ําอะไรเกินตัวมฉิ ะนน้ั อาจเกิดความเสียหายได

(3) มีเงินออมหรอื เงินเกบ็ เพอ่ื ใชเปน ทนุ หมนุ เวียน โดยเฉพาะ
ธรุ กิจขนาดเลก็ ซึง่ ตองพง่ึ ตนเองใหมากที่สุด ควรจัดสรรผลกําไรสวนหน่ึงเปนเงินออมเพื่อใหมี
ใชจ า ยเปน ทนุ หมนุ เวยี นในการดาํ เนินกจิ การ

4) เงือ่ นไขความรคู คู ณุ ธรรม มีแนวทางปฏิบตั ดิ ังนี้
(1) ดําเนนิ ธรุ กจิ ภายใตค ณุ ธรรม เชน ซื่อสัตยตอ ผบู รโิ ภค

รักการใหบ ริการแกลกู คา และเอาใจใสพนกั งาน โดยจดั อบรมดา นคณุ ธรรมเปนระยะ ๆ
(2) มคี วามรบั ผิดชอบตอ สังคมและเอาใจใสต อสง่ิ แวดลอม ไมทาํ

ใหเกิดปญหามลพิษในแหลงนํ้า ดิน อากาศ ฯลฯ และมีสวนรวมกับชุมชนในการรักษา
สิ่งแวดลอ ม เชน สนับสนนุ กจิ กรรมลดภาวะโลกรอนกบั โรงเรยี นในชุมชน

7.3 การประยุกตใชป รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสําหรับนักเรียนและ
ประชาชนทั่วไป

นกั เรยี นและประชาชนท่วั ไปควรยึดหลักปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือใหเ กิดประโยชนตอตนเองและครอบครวั ดงั น้ี

(1) พ่ึงตนเอง มจี ติ สํานึกทดี่ ใี นการใชจ า ยเงิน รูจกั ประหยดั ลดรายจา ยที่ไม
จําเปน ไมฟุงเฟอหรือใชจายฟุมเฟอย ไมหลงใหลกับวัฒนธรรมบริโภคนิยมทางวัตถุ และมี
วินยั ในการออมเงนิ เงนิ เปน ตน

(2) ขยนั หมนั่ เพยี รในการประกอบอาชีพสุจรติ เพอ่ื เพิ่มพูนรายไดใ ห
ตนเองและครอบครัว หรือรูจักหารายไดร ะหวางเรยี นเพ่อื แบงเบาภาระของผูปกครอง

(3) ใฝศกึ ษาหาความรใู หม ๆ อยูเสมอ เพ่อื พัฒนาทักษะ ความสามารถ
และประสบการณในการประกอบอาชีพ เพื่อใหมีรายไดเพ่ิมข้ึนและเพียงพอตอการดํารงชีพ
(อางอิงจาก :https://sammy2830.wordpress.com/บทเรียน: เขาถึงเม่ือวันที่ 17
พฤษภาคม 2559)

23

เรือ่ งท่ี 2 การเลือกแนวทางการดาํ เนนิ ชวี ติ ภายใตสถานการณข องประเทศโดยใชหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

“.......การท่ีเราจะทําการคาขายไมใชเรื่องที่นาอายเพราะเงินท่ีไดเปนเงินที่เราหามาได
ดวยความสจุ รติ ไมใ ช ไปขอเขา หากแตเ งนิ ท่ไี ดม าน้ันเปน เงินที่ไดมาดวยความทุจริตน้ันแหละ
เปน สงิ่ ทน่ี า อายมากกวา ......”

“ตวั อยางเศรษฐกิจพอเพยี งทขี่ าพเจารจู กั ”

ในนา้ํ มปี ลาในนามีขาว แผนดินของเราชา งแสนอุดมสมบรู ณ...” ขาพเจาเคยไดยินเพลง
นีต้ ั้งแตเ ดก็ ๆ ซึง่ ในชวี ิตประจําวนั หรอื ในสภาพแวดลอมของขา พเจา ก็ผกู พนั อยกู ับสิง่ เหลา นม้ี า
เปนเวลานานแลว ขาพเจาอาศัยอยูใน หมูบานเล็กๆ แหงหนึ่งของอําเภอเดนชัย จังหวัดแพร
ช่ือหมูบานปงปาหวาย สภาพแวดลอมโดยรวมก็จะเปนพ้ืนที่ราบ อาชีพสวนใหญในหมูบาน
กค็ อื อาชีพเกษตรกรรม เชน ทํานา และปลกู ถั่วเหลืองสลับกนั ไป

บานของขาพเจามีลักษณะเปนบานไมหลังเล็ก ๆ ยกใตถุนสูง บานก็ยังสรางไมคอย
เรียบรอ ย หลังคาก็มงุ ดว ยสังกะสี อาชพี ของคนในครอบครัวกค็ อื รับจา งทาํ นา บา นของขาพเจา
จะอยหู างจากหมูบานติดกับทุง นา ซ่งึ ก็มเี พยี ง ไมกหี่ ลงั ทเี่ หมอื นบานขา พเจา อากาศจึงคอนขาง
ที่จะเย็นสบาย ต้ังแตเล็ก ๆ จนมาถึงปจจุบันขาพเจาก็มักจะเห็นการดํารงชีวิตของคนใน
ครอบครัว พอ แมกจ็ ะไมคอ ยอยูบา น สวนใหญก็จะออกไปทํานา แมบานที่ขาพเจาอาศัยอยูจะ
ไมหลังใหญโต สรางจะยังไมเสร็จ อาชีพของพอแมก็ไมใชเลิศหรู รับราชการเหมือนกับพอแม
ของคนอื่น แตขา พเจา กไ็ มร สู กึ วา ตัวเองมปี มดอยหรืออิจฉาคนอื่นเลย ขาพเจาคิดวา ชีวิตความ
เปนอยทู กุ วันน้ี เปน ชวี ิตที่มีความสุขมากเปนครอบครัวที่อบอุน กิจกรรมอยางหน่ึงท่ีทุกคนใน
ครอบครัวทํารว มกันก็คือ การรับประทานอาหารพรอ มหนาพรอ มตากนั ซ่ึงหากเปรียบเทียบกับ
อีกหลายครอบครัวแลวนอยคนที่จะมีโอกาสเชนน้ี

เม่ือขาพเจามาน่ังนึกไตรตรองดู ขาพเจาคิดวาครอบครัวของขาพเจา น่ีแหละท่ีไดนํา
แนวคิดในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว มาใชเปนแนวทางในการ
ดาํ รงชีวติ ประจาํ วันเปนอยางมากแบบไมรตู วั แมจะสอนขาพเจา เสมอในเรื่องความประหยัด
มวาจะเปนในเรื่องการประหยัดเงินหรือเร่ืองตางๆ ขาพเจาจะถูกปลูกฝงมาตั้งแตเล็ก ๆ
หลังจากทเ่ี ลิกโรงเรียนแลว ขาพเจาจะตองเหลอื เงินมาใสก ระปกุ ออมสนิ ดังนนั้ สิ่งของทีข่ าพเจา

24

ตอ งการซอ้ื จงึ ไมตอ งรบกวนพอแม นอกจากน้กี ย็ งั มีการประหยัดในเรื่องการปลูกผักสวนครัวไว
กินเอง ครอบครัวของขาพเจาไมเคยซื้อผักสวนครัวเลย แมบอกวาผักปลูกเองนี่แหละ ปลอด
สารพิษ ดังน้ัน สวนหลังบานของขาพเจาจึงเต็มไปดวยผักสวนครัว อาทิ ขิง ขา ตะไคร
ใบกะเพรา ใบมะกรูด ชะอม ตึง ตนฟกทอง ถ่ัวฝกยาว พริก เปนตน การปลูกผักสวนครัว
เหลานยี้ งั ถือไดวาเปนกิจกรรมอยางหนึ่งของครอบครัวท่ีมีการทํารวมกัน เวลาที่พอกับแมปลูก
ขาพเจา จะชอบเขาไปชว ย พอจะเปน คนถางหญา และขดุ หลุมให สวนขา พเจา และแมจ ะเปนคน
ปลูก แลว กช็ ว ยกันรดนํา้ ขาพเจา จึงคิดวามนั สนุกรอดวู า ผกั เหลา นจ่ี ะโต ระหวางน้ีก็ดูแลเอาใจ
ใสโดยถอนหญา และ รดน้ํา ฉะน้นั เวลาทํากบั ขาวครอบครวั จงึ ไมตอ งซือ้ ผกั สวนครวั เหลาน้ี
จงึ เปน การประหยัดรายจายในสวนน้ีเปนสวนมาก บางม้ือก็ไมตองเสียเงินซื้อแมแตบาทเดียว
เลย อาทิ แกงผักรวม หรือทํานํ้าพริกหนุมจ้ิมผักน่ึง ซึ่งวัตถุดิบเหลาน้ีก็เก็บจากสวนหลังบาน
บางคร้งั หากผกั เหลานี้มีมากเกินไปก็จะเก็บแบงใหเพื่อนบาน ก็ถือเปนการสรางน้ําใจใหเพื่อน
บานดวยกนั และบางครง้ั เพือ่ นบานมีอะไรก็จะแบงใหเราเหมือนกัน หากจะพูดถึงผลไมท่ีบาน
ของขา พเจา กจ็ ะมผี ลไม อาทิ มะละกอ มะขาม ลาํ ไย มะมว ง กลวย เปนตน ซ่ึงเมื่อถึงฤดูกาล
ท่ีผลไมเหลานีอ้ อก ครอบครวั ก็ไมต อ งซ้อื กินเลย หากจะกนิ ก็สอยจากสวนหลังบาน
ซงึ่ ตา งจากหลายครอบครวั ทต่ี อ งซื้อกนิ

ครอบครัวของขา พเจา จะมีความเปนอยูท่ีเรียบงาย สันโดษ ไมหรูหรา ฟุมเฟอย รายได
ของครอบครัวปหนึ่งๆ ก็ไมมาก ก็ประมาณ 20,000 - 25,000 บาท และรายไดสวนใหญก็มา
จากอาชีพรับจางทํานาและรับจางท่ัวไป ซึ่งเราจะไมมีท่ีนาเปนของตัวเองจึงตองอาศัยการ
รับจางทํานาของคนอื่น เมื่อไดผลผลิตสวนหน่ึง ก็จะแบงใหเจาของท่ีนา ที่เหลือก็จะแบงขาย
และเกบ็ ไวก ินในครอบครวั แมข า พเจา จะทาํ นาไมเปนแตจากการทเ่ี หน็ พอแมต ง้ั แตเ ลก็ ๆ
กพ็ อจะรูถึงขั้นตอนของการทาํ บา ง ซ่ึงขาพเจาคิดวามันเปนอาชีพท่ีคอนขางจะหนักและตอง
หมั่นดแู ลเอาใจใสผ ลผลิต หากปไหนราคาขา วตก ศตั รูพืชรบกวน ปน ้นั ก็จะไดผลผลิตนอย และ
หากจะรอแตผ ลผลิตจากการทํานาเพียงอยางเดียวก็คงไมพอกับคาใชจายในครอบครัวเปนแน
ในชว งฤดกู าลทํานาจะแบงเปนชว งๆ คือ ชว งแรกกจ็ ะหวา น รอใหข าวเปนกลา จากนั้นก็นํากลา
ไปปลูกและรอจนตน ขาวเหลืองถึงจะเก็บเก่ียวผลผลิตได และในชวงเวลาท่ีรอในแตละชวงพอ
กับแมก ็จะไมป ลอ ยเวลาใหว าง ทา นจะเปน คนทีข่ ยันมาก ซึ่งพอก็จะไปรับจางตามหมูบาน เชน
ถางหญา หรอื ไปรับจางไถนา จะรับจางทกุ อยา งที่สุจรติ ทตี่ นทาํ ได สวนแมก ็จะเหมอื นกัน
แมก็ไปรบั จางคนอ่ืน เชน ปลูกนา เปน ตน นอกจากนก้ี ็ยังมีการเก็บพืชผัก สวนครวั ท่ปี ลูก

25

ในบานขายดวย หากผักสวนครัวชนิดใดท่ีกินไมทันก็จะเก็บไปขายและพืชบางอยาง ท่ีนํามา
แปรรปู ได เชน กลวยสกุ แมจ ะนาํ มาตากแลว นง่ึ ไวกนิ เปน ตน ขา พเจา กจ็ ะขอไปชวยแมดว ย
ผักที่เก็บก็จะเปนผักบุง บางคร้ังก็จะเอาเบ็ดไปตกปลาดวย หรือเก็บปูตามทุงนา หากมีมากก็จะ
นําไปขาย อยางผักสวนครวั แมก็จะทําเปน มัดๆ มดั หนง่ึ ก็ไมแ พงประมาณ 3-5 บาท เวลาไปขาย
ที่ตลาดขาพเจา กจ็ ะไป นัง่ ขายกับแมด วย แตละวันก็จะขายหมด เพราะคนจะรูวาบานเราปลูก
ผกั ท่ีปลอดสารพิษ เงินที่ไดก็นํามาซื้อกับขาวก็ถือวาเปนการชวยประหยัดในครอบครัวอีกทาง
หนึง่ แมเ คยสอนขา พเจาเสมอ วา “การทเ่ี ราจะทําการคา ขายไมใ ชเ ร่ืองท่ีนาอาย เพราะเงินท่ีได
เปนเงินท่เี ราหามาไดดว ยความสจุ ริต ไมใชไปขอเขา หากแตเงินที่ไดมานั้น เปนเงินที่ไดมาดวย
ความทจุ รติ นน่ั แหละเปนส่ิงท่ีนาอายมากกวา” ขาพเจา จึงไดจดจํามาจนถึงทุกวันนี้ ดังน้ันแม
เพือ่ นหลาย ๆ คนจะถามขา พเจาถงึ เรอ่ื งท่ีไดน ั่งขายผักในตลาด ขาพเจา จึงตอบเพือ่ นไดเ ต็ม
คาํ วา “ไมอาย” วิญญาณการเปนแมคาของขาพเจา จึงถูกปลูกฝงจากแมมาต้ังแตขาพเจายัง
เปน เดก็

นอกจากจะมีผักสวนครัว สวนผลไมแลว บานของขาพเจาก็ยังมีการ เลี้ยงไกพันธุ
พ้นื เมืองเอาไวก ินเองและบางคร้ังหากครอบครวั ไมมีเงินจริงๆ ก็สามารถนําไปขายได ก็พอที่จะ
จนุ เจือครอบครวั ได และมลู ของไกก็สามารถนําไปใช เปน ปุย ใสพชื สวนครัวไดอีกดวย ครอบครัว
ของเราจึงไมมีวนั ไหนทจี่ ะไมม ีเงนิ เลย แมจ ะไมม ีมากก็ยังจะพอมีซื้อของใชในครอบครัว เพราะ
พอและแมจ ะเปนคนทนี่ าํ สิ่งของทม่ี ีในบานมาแปรรูปหรือประยุกตนําไปขาย อาทิ ผักสวนครัว
เปน ตน หากครอบครวั เราทวี่ นั ไหนไมม กี ินจรงิ ๆ ผกั สวนครัวตามรวั้ และสวนหลังบานจึง เปนสิ่ง
ที่ชวยชีวิตของทุกคน ในครอบครัวไดเปนอยางดี ครอบครัวของเราไมเคยที่จะไปขอความ
ชว ยเหลอื จากใคร มีอะไรเราก็ กนิ ไปตามประสาพอ แม ลูก และ ขา พเจาคิดวา มนั กม็ ีความสุข
ดี แมจ ะปลกู ฝง ใหข า พเจาเปน คนท่ปี ระหยัดตั้งแต เด็กๆ แลว โดยเฉพาะเรื่องเสือ้ ผาชุดนักเรียน
หรอื แมกระท่งั หนังสอื เรยี น ขาพเจา มี พีอ่ ยู 2 คน ดังนน้ั สิง่ เหลา น้ีขาพเจาจึงไมเคยซ้ือใหมเลย
เพราะจะใชตอ จากพีต่ ลอด แมกระทั่งสง่ิ ของช้นิ แรกทซ่ี ือ้ ตอนเด็กๆ ทีจ่ าํ ได กค็ ือ จักรยานเอาไว
ใชป น ไปเรยี น ขาพเจา กย็ งั ซ้อื ตอ มอื สองจากพีข่ า งบาน พอ บอกวา “มันก็ขไี่ ดเ หมือนกนั ลูก
เราไมใ ชค นรวยเหมือนคนอ่ืนเขา ส่ิงไหนท่ีเราพอประหยัดไดเราก็ประหยัด” ขาพเจาก็เช่ือพอ
และไมไดอิจฉาอะไรกันเพ่ือนก็เขาใจพอกับแมและก็เห็นสภาพครอบครัวของเราวาเราเปน
อยางไร ดังนั้นจึงเปนสิงหนึ่งท่ีขาพเจาจะชวยพอและแมประหยัดได และส่ิงที่ขาพเจาสราง
ความภาคภมู ิใจใหกบั พอและแมตั้งแตเล็กๆ ก็คือการทําตนเปนคนดี ต้ังใจเรียน ชวยเหลืองาน
บาน และเวลาโรงเรยี น มกี ิจกรรมอะไรขา พเจากจ็ ะเขารวมเสมอ เชน วาดรูป เรียงความ เขียน

26

คําขวัญ เนื่องในวันสําคัญตางๆ รางวัลที่ขาพเจาไดในแตละคร้ังก็จะเปน สมุด ดินสอ อุปกรณ
การเรียนตาง ๆ และบางครั้งก็เปนเงินทุน ขาพเจาคิดวามันเปนการชวยแบงเบาภาระและ
ประหยดั คา ใชจา ยในเร่อื งการเรียนของขาพเจา ไปมาก

นอกจากน้ี สงิ่ ท่พี อ กับแมปลูกฝง เสมอก็คือการชว ยเหลือสงั คม แมเ ราจะไมมีเงินมากแต
เรากช็ วยจากแรงกายของเราก็ได เชน เวลามีการพัฒนาวดั หรอื สถานที่สาํ คัญ ครอบครัวของเรา
ก็จะไปชว ยกนั เสมอ และขา พเจา เปนคนทชี่ อบไปวดั เน่ืองจากจะเปน คนที่ติดแม จึงชอบไปไหน
มาไหนกับแมและเปน คนท่ีชอบไปวดั ตง้ั แตเด็ก ๆ เวลาไปแลวจะรูสึกวาสบายใจ ไดเห็นขั้นตอน
พธิ ีกรรมทางศาสนาและเหตผุ ลลกึ ๆทีข่ าพเจา ไปวดั กค็ ือจะชอบไปอธิษฐานตอหนาพระพุทธรูป
ขอพรทาน ขอใหเรียนเกง บาง สอบไดที่ 1 บาง ขอใหครอบครัวมีความสุข ขอใหทุกคนมี
รางกายท่ีแข็งแรงปราศจากโรคภยั ไรเจบ็ นก่ี ค็ อื เหตผุ ลที่ขาพเจาชอบไปวัด แตขาพเจาก็คิดวา
มนั ชวยทาํ ใหเ รารสู ึกดี

ชีวิตของการเปนลูกเกษตรกรมันทําใหขาพเจาโตมาพรอมกับความประหยัด และอยู
ภายใตส ภาพแวดลอมที่เต็มไปดว ยธรรมชาติ เวลาขีจ่ ักรยานไปเรียนก็จะเหน็ ผคู นทําไรไถนากัน
มันเปน วัฏจกั รแบบนเี้ รอื่ ยมาตัง้ แตข า พเจา เปนเด็กจนถึงปจจุบันหลังจากทุกคนเสร็จจากฤดู
ทํานาแลวก็จะมีการปลูกถ่ัวเหลือง ก็คือเปนการปลูกพืชหมุนเวียนเรียกไดวาไมยอมปลอยให
พ้ืนท่ีไดวางเปลาเลย ซ่ึงครอบครัวของขาพเจาก็มีการปลูกถ่ัวเหลืองเหมือนกัน และรายได
จากถว่ั เหลอื งนแ่ี หละที่พอจะ ทําใหค รอบครัวของเราพอจะมีเงินเก็บบาง หรือพอจะแบงใชหน้ี
ที่เรากูมาเปนทุนในการทํานา เพราะไมตองแบงใหเจาของที่นา การปลูกถั่วเหลืองน้ีจะเก็บ
เกี่ยวในชว งประมาณปลายเดอื นกุมภาพันธ – ตนเดือนเมษายน และชวงท่ีเก็บเก่ียวนี้ ในเวลา
ทีข่ าพเจา วา งในวันเสาร - อาทิตย ขา พเจากจ็ ะไปชวยแม เกบ็ เก่ียวดวย ขาพเจารสู กึ วารอ นมาก
และก็รูถึงวา กวา ท่ีพอ แมจะไดเงิน แตละบาทมาใหเราใชนั้น มันตองอาศัยความอดทนเปน
อยางมาก เสรจ็ จากการเก็บเกี่ยวแลวกจ็ ะมีเปลือกถว่ั เหลือง ซึง่ เปลือกถ่วั เหลืองนี้ที่ขาพเจาเห็น
พอนาํ มาใชประโยชน คอื นาํ มาทาํ เปนปยุ หมัก ใชใสในทุงนาใหดนดื โดยพอจะขุดหลุมท่ีสวน
หลงั บาน นาํ เปลือกถว่ั เหลืองและเศษใบไมในบาน อาทิ ใบลาํ ไย ใบมะขาม เปนตน ไปหมัก ทํา
เปนปยุ รวมกับเปลอื กถัว่ เหลืองดวย และเปลอื กถ่วั เหลืองยังไมมปี ระโยชน เพยี งแคน้ียังสามารถ
สรา งรายไดใ หกบั ครอบครวั ของขา พเจาไดอีกดว ย โดยพอจะนํารถเข็นไปขนเปลือกถ่ัวเหลืองมา
ไวที่บาน จากน้ันก็จะมีการข้ึนเปนแปลงใสเปลือกถ่ัวเหลืองหมักไว ในแปลง รดนํ้าแลวนํา
ใบไมมาปด หมักใหเปลือก ถั่วเหลืองเนาไวประมาณสัก 2-3 อาทิตย ก็จะมี เห็ดออก ซ่ึงเรา
เรียกวา “เหด็ ถว่ั เหลอื ง” และเหด็ ถั่วน่ีเองท่ีเรานํามาใชทําประกอบอาหาร พอเห็ดออกมาก ๆ

27

เราก็จะนําไปขายแมจะเร่ิมเก็บประมาณ บาย 2-3 โมง เพราะหากเก็บค่ําจะไมทันขาย
ซึ่งจะตองนํามาปอกท่โี คนและลางใหสะอาดกอนที่จะนําใสถุงขาย ราคาท่ีขายก็ถุงละ 10 บาท
วนั หน่งึ ๆ ก็จะไดป ระมาณ 150-200 บาท บางทแี มจะเปนคนเก็บอยูที่บานสวนขาพเจาก็จะนํา
บางสว นไปขายที่ตลาดกอนและเงินท่ไี ดมานนั้ มันกช็ วยทจ่ี ะแบง เบาภาระคาใชจายในครอบครัว
ดวย ขาพเจา จะถกู ปลกู ฝงใหเ ห็นคณุ คาของเงนิ ตง้ั แตเ ลก็ ๆ ปจ จบุ นั น้ีขา พเจา ศึกษาอยูในระดับ
มหาวทิ ยาลัยกจ็ าํ เปน ตอ ง ใชเงินเปน จํานวนมาก และสง่ิ หนึง่ ท่ขี า พเจา สามารถท่จี ะชวยแบง เบา
ภาระของพอ แมไ ดก็คอื ในชวงปดภาคเรยี นขา พเจาจะไปทํางานหารายไดพิเศษ คือรับจางขาย
ของกบั รา นคา ในตัวเมอื ง ซึ่งเงินที่ไดมันก็พอท่ีจะชวยประหยัดคาใชจายของพอแมไปบาง แตก็
ยงั ดที ี่รฐั สนบั สนุนในเรอื่ งการกูยืมเงินเพ่ือการศกึ ษา เพราะการทอี่ ยูหอนั้นคาใชจายคอนขางสูง
โดยเฉพาะ ในเร่ืองเอกสารประกอบการเรียน แตขาพเจาก็หาวิธีประหยัดไดก็คือการขอ
เอกสารตอจากรุนพ่ีในวิชาท่ีเรียนเหมือนกัน ก็ทําใหประหยัดคาใชจายในสวนน้ีเปนอยางมาก
และอีกสงิ่ หนงึ่ ทข่ี า พเจาจะทําให พอและแมไ ดก ็คือ เปนคนดี ตั้งใจศึกษาเลาเรียนเพ่ือที่จบแลว
จะไดมกี ารงานทมี่ นั่ คงและจะไดน าํ เงินสว นนน้ั มาชว ยเหลอื ครอบครวั และพอ แม

ดังน้ัน ขาพเจาคิดวาจากตัวอยางเศรษฐกิจท่ีพอเพียงในครอบครัวของขาพเจา คงจะ
เปนแนวทางท่ีใหผูอานไดใชเปนแนวทางในการดํารงชีวิตในครอบครัวกับหลาย ๆ ครอบครัว
และกับหลายๆ คน ไมวา จะเปนในเร่ืองการ ปลูกพืชผักสวนครัวไวกินเอง การปลูกผลไมไวกิน
เอง การทําการเกษตรโดยปลูกพืชหมุนเวียน การทําปุยหมัก เปนตน ซึ่งขาพเจาคิดวาหากเรา
ทกุ คนรูจ กั ประมาณตน พอใจกบั สิง่ ท่ีตนเปน อยู ดํารงชีวติ โดยไมเบียดเบียนผอู ื่น โดยเร่ิมจากสิ่ง
ทใ่ี กลต วั กอนก็คือ ตัวเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติตอ ไป ประพฤติตนอยูใน ศีลธรรม
ชวยเหลือสังคมเทาท่ีจะทําได มีน้ําใจกับผูอื่น ไมสรางความเดือดรอนใหกับผูอื่น โดยเฉพาะ
เศรษฐกจิ ในยุคขา วยากหมากแพงในปจ จบุ นั “เศรษฐกจิ พอเพยี ง” เปน เร่อื งทส่ี าํ คญั มาก
ท่ีทุกคนจะตอ งนํามาเปน หลกั เปนแนวทางในการประพฤติ ปฏิบัติตนในสังคม ไมวาจะเปนเรื่อง
การชวยชาติประหยัด อาทิ ประหยัดไฟ ประหยัดนํ้า ประหยัดนํ้ามัน เปนตน นอกจากนี้
โดยเฉพาะวัยรนุ นกั ศึกษา ตอ งรูจกั ประมาณตน ในเร่ืองแฟชั่นตางๆ เชน ไมแตงตัวตามแฟช่ัน
ไมใชโทรศัพท หรือสินคาที่หรูหราฟุมเฟอยตามเพื่อน เพราะเรายังไมมีรายได ซึ่งหากเราตาม
เพือ่ นหรอื ตามแฟชัน่ กจ็ ะทาํ ใหเ ราทําในสิ่งผิด ๆ เพี่อที่จะให ไดส่ิงท่ีตองการมาก็ได และถาทุก
คนดําเนินชีวิตโดยยึดหลักทางสายกลางและความไมประมาท คํานึงถึง ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล การสรางภูมคุมกันที่ดีในตัว ตลอดจนการใชความรูดวยความรอบคอบ
ระมัดระวัง และมีคุณธรรมเปนพื้นฐานในการตัดสินใจ และการกระทําในชีวิตประจําวัน

28

ขาพเจาเช่ือวาสังคมและประเทศชาติกค็ งจะดีขน้ึ เพราะทุกคนชวยกัน และเช่ือวาส่ิงเหลาน้ีทุก
คนสามารถเรมิ่ ได ไมไดข ึ้นอยูกับวาคุณเปนใคร จะมีฐานะรวยหรือจน จะมีบานที่หลังเล็กหรือ
ใหญ แตอยูท่ีวา คุณพรอมที่จะประพฤติตนดังกลาวหรือไม และขาพเจาก็เช่ือวา ทุกคนทําได
และทําไดดีดวยหากเราต้ังใจท่ีจะทํา (วราภรณ สีศุข). ”พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาต”ิ ตัวอยา งเศรษฐกิจพอเพียงที่ขาพเจา รจู ัก ”2550”)

เรอ่ื งท่ี 3 สถานการณโ ลกปจ จุบัน (ชว งป 2551-2552)

เม่อื สหรฐั อเมริกาไดพัฒนาเศรษฐกิจของตนสูสูงสุดของทุนนิยมโลกเนื่องจากตลาดทุน
จากทั่วโลกหลงั่ ไหลสูตลาดทนุ ในสหรัฐอเมรกิ า หลังจากเกิดวกิ ฤตเศรษฐกิจเอเชียและขยายตัว
ออกไปทัว่ โลกสตอ กทุนจํานวนมหาศาลในแตละประเทศ ไมสามารถนําไปลงทุนได เน่ืองจาก
เศรษฐกิจชะลอตวั ถึงขนั้ วิกฤต เม็ดเงนิ จากสตอ กทนุ ทวั่ ทกุ มมุ โลกไดไหลบา ทะลักสูตลาดทุนใน
สหรัฐอเมริกา ปญ หาจากการเติบใหญข องทุนในสหรัฐอเมริกา ก็คือการขยายพ้ืนที่การลงทุน
เพื่อกระจายทนุ ออกไปในขอบเขตปริมณฑลใหก วา งทส่ี ุดเพือ่ รองรบั การขยายตัวของทนุ ท่ีนับวัน
จะเติบใหญ

ป พ.ศ.2541 ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจกําลังเปน ภัยคุกคามประเทศตาง ๆ จากท่ัวโลก
ตลาดทุนในสหรัฐอเมริกากลับพุงทะยานอยา งรวดเร็ว ดัชนีหุน DowJones พุง ทะยานทะลุ
10,000 จุด เปนคร้ังแรกและสูงสุดกวา 11,000 จุด Nasdaq สูงกวา 3,800 จุด
สรางความเล่อื มใสศรทั ธางุนงง และไมเ ขาใจตอเศรษฐกิจอเมริกาท่ีสวนทางกับวิกฤตเศรษฐกิจ
โลก ซึ่งจริงๆแลวเปน เรื่องที่สามารถทําความเขา ใจไดไ มยากเมื่อสตอกทุนในแตล ะประเทศ
ไมสามารถนําไปลงทุนภายในประเทศได และความเช่ือมั่นในตลาดทุนอเมริกายังคงอยูใ นความ
รูสกึ ทด่ี ขี องนกั ลงุ ทนุ ดังน้ันทุนจากท่วั ทุกมุมโลกจึงหลงั่ ไหลเขา สตู ลาดทุนในอเมริกา เมื่อตลาด
ทุนในอเมรกิ าไมไ ดเติบโตบนพื้นฐานของความเปน จริงการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบฟองสบูข อง
สหรฐั อเมรกิ าจึงนา จะยนื อยูไดไ มน าน

ป 2001 ปฐมวัยยา งกาวแรกของรอบพันปท่ี 3 บริษัทยักษใหญใ นสหรัฐอเมริกา
เริม่ ทยอยประกาศผลประกอบการกาํ ไรท่ลี ดลง และการประกาศปลดพนกั งาน เชน เม่ือ เดือน
ธันวาคม 2543เจเนอรลั มอเตอรส (จีเอ็ม) ปลดพนกั งาน 15,000 คน วันพุธท่ี 24 มกราคม
2544 ลูเซนต เทคโนโลยีผูผลิตอุปกรณโทรศัพทยักษใ หญป ระกาศปลดพนักงาน 16,000
ตาํ แหนง เวริ ล พูล ผผู ลติ เครื่องใชไ ฟฟา ปลดพนักงาน 6,000 คน เอโอแอลไทม วอรเ นอร

29

กจิ การสือ่ ยุคใหม จากการผนวกระหวางอเมริกาออนไลน กับ ไทม วอรเ นอร ปลดพนักงาน
2,000 คน

การแกวง ตวั อยางไรท ิศทาง และไมช ัดเจนของตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา เร่ิมที่จะผัน
ผวนและไมแ นนอน นักลงทนุ เร่ิมไมแนใจตอ ความเชื่อม่นั ตลาดทุนอเมริกา และเม่ือ นายคิอิชิ
มิยาซาวา รัฐมนตรีคลังญ่ีปุน กลา ว เม่ือวันท่ี 8 มีนาคม 2544 ในการชี้แจงตอคณะ
กรรมาธิการงบประมาณของวุฒิสภายอมรับความปราชัยทางเศรษฐกิจอยา งเปน ทางการ
ครั้งแรก หลงั จากทเ่ี ศรษฐกิจญป่ี ุน ผุกรอ นเปนปญ หายืดยอ้ื ยาวนานมารวม 10 ป วา ฐานะ
การเงนิ ของประเทศกาํ ลงั ยา่ํ แยเตม็ ที หรืออาจกลาวไดว า ใกลจะลมละลายแลวสัปดาห รุง ขึ้น
หลังการแถลงของมิยาซาวา ตลาดทุนในสหรัฐอเมริกานําโดย NASDAQ รว งลงกวา 30%
ตามดว ย DowJones,S&P และตลาดทุนท่ัวโลกพังทะลายลงทันทีจอรจ บุช เรียกสถาน
การณน ว้ี าเปน WorldStockCrisis

ขณะทนี่ ักลงทุนจากทั่วโลกเกิดความไมเชื่อมัน่ ตลาดทุนในสหรฐั อเมริกาเหตุการณค วาม
ตึงเครียดในภูมิภาคตา ง ๆ ท่ัวโลก ในชวงของเดือนมีนาคม 2544 ไลต้ังแตการประกาศจะ
พัฒนาขปี นาวธุ ปองกันตนเองของสหรฐั อเมรกิ า การจบั ตวั มิโลเซวชิ อดีตผนู าํ ยูโกสลาเวีย
การตอสูของชาวปาเลสไตนท ่ีพัฒนาจากการขวา งกอนอิฐกอ นดินมาเปนการวางระเบิดและมี
การใชป นความตึงเครยี ดในเชสเนีย การทําลายพระพุทธรูปท่ีใหญท ี่สุดในโลก ของกลุมตาลีบัน
ในอัฟกานิสถานไดส ราง แผลลึกในจิตใจของชาวพุทธตอชาวมุสลิมองคท ะไลลามะธิเบต
เยือนใตห วัน เรือดํานํ้าอเมริกาโผล ท่ีเกาะแหง หน่ึงในญี่ปุน โดยไมมีการแจงลวงหนา
สหรัฐอเมริกา ประกาศขายอาวุธแกใตหวันปด ทา ย ดวยการย่ัวยุจีน ดวยการใชเ คร่ืองสอด
แนมบินรุกล้ําเขาไปในนานฟาจีนกระท่ัง ทําใหจีนตอ งใชเคร่ืองบินขับไลสองลํา ขึ้นบังคับให
เคร่ืองบินสอดแนมของสหรัฐลงจอดบนเกาะไหหลํา เหตุการณท ี่เกิดความตึงเครียดดังกลา ว
ลว นเกดิ ขึ้นในเดือนมนี าคม ขณะที่วกิ ฤตตลาดทนุ ของสหรัฐอเมริกากําลังเกิดข้ึนพอดี โดยเบื้อง
ลกึ จะเกิดจากการสรา งสถานการณ โดยสหรัฐอเมริกาหรือไมก็ตามภายในระยะเวลาเพียงหนึ่ง
เดือน ดชั นีตลาดหนุ DowJones กด็ ดี กลบั ขึ้นมายนื อยูใ นระดับที่ สูงกวา เดือนมกราคมเสีย
อกี ทงั้ ทเ่ี ศรษฐกจิ ของสหรัฐอเมรกิ ายงั ตกอยใู นภาวะทีเ่ ลวรา ย

สถานการณเศรษฐกจิ สหรฐั อเมรกิ า–ญ่ีปุน กาํ ลงั จะนาํ ไปสูวิกฤตเศรษฐกิจทุนนิยมการ
เตรียมพรอมของสหรัฐอเมรกิ าในการต้งั รบั และเปดแนวรุกตอสถานการณด ังกลาวมานานกวา
20 ป น่ันก็คือ การเตรียมพรอ มดานยุทธศาสตร “การทําสงครามเลี้ยงเศรษฐกิจ”เนื่องจาก
สหรัฐอเมรกิ า ไดพฒั นาปจ จยั การผลติ สูยคุ IT (InformationTechnology) ดงั นัน้ ยุทธศาสตร

30

ยุทธวธิ ที างสงครามไดถ ูกพฒั นารูปแบบสงครามสูยุค IT ขณะทรี่ ปู แบบยทุ ธศาสตร -ยุทธปจ จัย
ของประเทศตางๆท่ัวโลก ยังคงใชร ูปแบบของสงครามในยุคอุตสาหกรรม (บางประเทศ
มหาอํานาจอยางจีน–รัฐเซียรูปแบบสงครามอาจพัฒนาสูยุค IT แลว แตยังไมมีการสาธิตเชน
สหรฐั อเมริกาท่ีไดผ านการสาธติ แลวในสงครามอา ว)

ประเทศจีนหลังจากท่ีเติ้งเซ่ียวผิงไดประกาศนโยบายสี่ทันสมัยนําประเทศจีนสูก าร
พฒั นา ดานพลงั การผลิตดวยนโยบายหน่ึง ประเทศสองระบบทําให GDP จีนเตบิ โตระหวาง
8–12% มาโดยตลอดแมปจุบันท่ีวิกฤตเศรษฐกิจโลก กระทบกับทุกประเทศการเติบโตทาง
เศรษฐกจิ ของจีนก็ยังยืนอยูใ นระดับ 7- 8%จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนดังกลา ว
ยอมที่จะไปกระทบ และขัดขวางตอผลประโยชนของสหรัฐอเมรกิ า ในการท่จี ะแผอ ิทธิพล
สูก ารเปน จักรวรรดินิยมจา วโลก ดังน้ัน ความพยายามในการที่จะทําลายจีนใหอ อ นกําลังลง
ดวยการแยกสลายจีนจาก 8 เขต ปกครองตนใหเปน 8 ประเทศ เชนเดียวกับรัสเซีย จึงนับ
เปนสดุ ยอดของยทุ ธศาสตร อนั จะนาํ ไปสคู วามสาํ เรจ็ ของการเปน จกั รวรรดนิ ิยมจา วโลก

สถานการณพ ลังงานโลกกบั ผลกระทบเศรษฐกจิ ไทย
ปญหาเรงดวนในปจจุบันที่สงผลกระทบตอ เกือบทุกประเทศในโลก คือ การท่ีราคา

นา้ํ มนั ไดสูงข้นึ อยางรวดเรว็ และตอเน่ืองในชว งเวลา 4-5 ป ท่ีผา นมาและดูเหมือนนํ้ามันในปนี้
(พ.ศ.2551) จะแพงสูงสุดเปนประวัติการณแลว ภาวะน้ํามันแพงทําใหต น ทุนดา นพลังงาน
(โดยเฉพาะอยา งยิง่ ในการขนสง ) สูงขึ้นอยา งรวดเร็วมผี ลลกู โซต อไปยังราคาสินคาและบรกิ าร
ตาง ๆ นอกจากจะทําให คาครองชีพสูงขึ้นมากแลวยังเปน อุปสรรคตอ การขยายตัวทาง
เศรษฐกจิ อกี ดว ย

ผลกระทบเหลา นี้ไดก อ ใหเ กิดการประทว งของกลุมผูที่ตองแบกรับภาระ เชน
คนขับรถบรรทกุ และชาวประมงในหลายประเทศ รวมทัง้ การเรียกรองใหร ฐั บาลยื่นมือเขามาแทรกแซง
และใหความชว ยเหลือปญ หาราคานํ้ามันแพงมากในชว งน้ี ถือไดวาเปนวิกฤตการณน ้ํามัน
ครั้งที่ 3ของโลกก็วาได

7 ปจ จัยตน เหตนุ า้ํ มันแพง!
ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกเริ่มขยับตัวข้ึนสูงอยางเห็นไดชัดในป 2547 โดยราคา

นํ้ามนั ดิบสงู ขนึ้ บารเรลละประมาณ $10 เปนกวา $38 ตอ บารเรลและหลังจากนั้น

31

เปน ตนมาราคาก็มี แนวโนมสูงข้ึนโดยตลอดจะมีลดลงบางในบางคร้ังเปนชว งสั้น ๆ เทา นั้น
โดยความผนั ผวนของราคา มีมากข้ึนแตก ารเปล่ยี นแปลงเปน ไปในทางเพิ่มมากกวา ทางลด

ในชวงปลายป 2550 ราคานํ้ามันดิบพุงสูงเกิน $100 ตอบารเรล ซึ่งนอกจากจะเปน
ระดับท่ีสูงท่ีสุดเปน ประวัติการณ ในรูปของราคาปปจ จุบันในชว งครึ่งปแ รกของป 255 ราคา
นํา้ มนั ก็ยงั คงขยบั สูงขึน้ อยา งตอ เน่ือง และอยูในระดับกวา $130 ตอบารเ รล ในสัปดาหที่ 2
ของเดอื นมิถนุ ายน2551 มบี ทความขอ เขียนจาํ นวนมากที่ไดวิเคราะห และอธิบายสาเหตุของ
ภาวะนาํ้ มนั แพงดังกลาว สวนใหญม ีประเดน็ ท่เี หมือนกนั และสอดคลอ งกนั ดังนี้

1. กําลังการผลิตสวนเกิน (excessproductioncapacity) ในตลาดน้ํามันดิบอยูใ น
ระดับ ทีค่ อนขา งตํ่ามาตลอด 5 ป ท่ีผา นมาทั้งนี้เปน ผลจากการที่ประเทศผูผ ลิตน้ํามันหลาย
แหง ขาดแรงจูงใจในการขยายกําลังการผลิต ในชวงท่ีราคานํ้ามันอยูใ นระดับคอ นขา งต่ํา
ในชวงทศวรรษ 1990หนว ยงานพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานวาในเดือนกันยายน 2550
OPEC มีกาํ ลงั การผลิต สว นเกินเพียง 2 ลา นบารเรลตอ วัน (ประมาณ 2% ของปริมาณการใช
นํา้ มนั ของโลก) โดยประมาณ 80% ของสว นเกินนีอ้ ยูในซาอุดอี าระเบยี เพียงประเทศเดียว

2. การผลิตน้ํามันจากแหลงใหม ๆ ในโลกเริ่มมีตน ทุนที่สูงมากข้ึนทั้งน้ีอาจเปนเพราะ
แหลง น้ํามันขนาดใหญ ๆ ถูกคนพบ และใชงานเปน สวนใหญแลว ยังเหลืออยูก ็จะเปนแหลง
นํา้ มนั ขนาดเล็กหรือทม่ี คี ุณภาพตา่ํ หรือทีอ่ ยใู นถิน่ ทรุ กนั ดาร/นํา้ ทะเลลกึ ๆซึ่งมีตนทุนการสํารวจ
และการผลติ ที่สูงมากมกี ารวเิ คราะหพบวาในปจจุบนั ตน ทนุ การผลิตน้ํามันในปริมาณ4ลา นบาร
เรลตอ วนั (คดิ เปน 5% ของปริมาณการผลิตของโลกในปจ จุบนั )มีตนทุนการผลติ สงู ถึง $70
ตอบารเรล ตวั อยางที่เห็นไดชดั คอื ทรายนํ้ามัน(tarssands) ในแคนาดาซ่ึงเริ่มผลิตออกมาแล
วและมตี น ทุนการผลิตไมต่ํากวา $60 ตอ บารเ รล

3. ในประเทศผผู ลิตและสงออกนา้ํ มนั รายใหญ หลายรายการผลิตนา้ํ มันมีโอกาสหยุด
ชะงักได (supply disruption)เพราะเหตุจากความไมสงบทางการเมืองสงคราม และภัย
ธรรมชาติเหตุการณสําคัญท่ีบง ช้ีถึงปญ หานี้ ไดแก การบุกอิรักของกองทัพสหรัฐในป 2546
ทาํ ใหก าํ ลงั การผลติ น้ํามันของอริ ักลดลงระดบั หนึง่ และความไมสงบซ่ึงยังคงเกิดข้ึนในประเทศ
หลังจากนั้นยังเปนอุปสรรคสําคัญตอการผลิตและการสงออกน้ํามันของอิรักใหกลับไปสูระดับ
ปกติ

ความขัดแยงระหวางอหิ รานกับประเทศตะวันตกเก่ียวกับโครงการพัฒนานิวเคลียรของ
อิหราน (ซ่ึงเปนผูผ ลิตนํ้ามันมากเปน อันดับท่ี4 ของโลก) กอ ใหเกิดความตึงเครียดในภูมิภาค

32

ตะวันออกกลาง ระหวางอิหรา นและสหรัฐ โดยอิหรานประกาศวา จะใชน้ํามันเปนอาวุธ
เพอ่ื ตอบโตม าตรการควาํ่ บาตรของสหรัฐ และในป 2551 ไดมีการเผชิญหนากันระหวา ง ทหาร
อิหรา นและทหารสหรัฐ ในบริเวณชอ งแคบฮอรมุซ ซึ่งเปน ทางผา นสําคัญสําหรับการขนสง
น้ํามันจากตะวันออกกลาง

พายุเฮอรริเคนในแถบอา วเม็กซิโก ในเดือนกันยายน2548 มีผลกระทบตอแทน ผลิต
นาํ้ มนั ของเม็กซิโก และโรงกล่ันที่ต้ังอยูต อนใตข องสหรัฐ มีผลใหร าคาน้ํามันเบนซินในสหรัฐ
เพิม่ สงู ข้นึ เปน $3 ตอแกลลอน ซ่งึ เปนระดับท่ีสงู สุดในรอบ25ป

ผกู อการรา ยในไนจเี รยี คกุ คามแหลง ผลิตน้ํามันหลายคร้งั ทาํ ใหป ระมาณการผลิตและ
สง ออกน้าํ มันจากไนจีเรีย ลดลงประมาณ 500,000 บารเรลตอวัน ความขัดแยงทางการเมือง
ระหวา งรฐั บาลเวเนซุเอลาและรัฐบาลสหรฐั ทาํ ใหการนําเขา นํ้ามันจากเวเนซุเอลาของสหรัฐมี
ความเสี่ยงมากข้นึ

4. ในหลายประเทศที่สง ออกน้ํามันได มีการผลิตน้ํามันในปริมาณท่ีลดลงไป เพราะ
ปรมิ าณสํารองเริม่ มีขอ จาํ กดั มากขึน้ ในขณะเดียวกันความตองการใชนํ้ามันในประเทศเหลา น้ี
ก็เพิ่มข้นึ ตามการขยายตัวของประชากรและเศรษฐกจิ ดวย ทาํ ใหหลายประเทศตอ งลดการ
สง ออกลง เชนอินโดนีเซียเม็กซิโกนอรเ วย และอังกฤษ ในระหวางป 2005 ถึง 2006
การบริโภคนํ้ามันภายในประเทศผสู งออก 5 อันดับแรก คือ ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย นอรเวย
อิหราน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส ไดเ พิ่มสูงขึ้นถึงรอ ยละ 5.9 และมีปริมาณการสงออกลด
ลงกวา รอยละ 3 เมอ่ื เทยี บกบั ปก อ นหนา น้ี หรือในกรณขี องอินโดนเี ซียทีร่ ัฐบาลมีการอุดหนุน
ผูบริโภคภายในประเทศ และกรณีของซาอุดิอาระเบียท่ีราคาน้ํามันเบนซินในประเทศอยูท่ี 5
บาทตอ ลิตร ขณะที่มาเลเซียอยูใ นระดับ 20 บาทตอ ลิตร จึงทําใหเ กิดการคาดการณวา
ปริมาณการสงออกนํ้ามันดิบของประเทศผูสงออกน้ํามันจะลดลงถึง 2.5 ลานบารเ รลตอ วัน
ภายในชว ง 10 ปน้ี เม่ือไมกี่เดือนมานี้ขา ววารัฐบาลอินโดนีเซียกําลังพิจารณาจะถอนตัวจาก
การเปนสมาชกิ OPEC เพราะอนิ โดนเี ซียจะไมส ามารถสง ออกน้ํามันไดอ ีกตอไป ในอนาคตอัน
ใกลน้ี

5. นอกจากกาํ ลังการผลิตสว นเกนิ ของนาํ้ มนั ดิบจะมีนอ ย กําลังการกล่ันน้ํามันของโลก
ก็มี ปญ หาคอขวดโดยมสี วนเกนิ นอ ยกวา 1 ลานบารเ รลตอ วัน ในขณะเดียวกันตลาดน้ํามันมี
แนวโนม ตอ งการใชน้ํามนั ชนดิ เบาและสะอาดมากขึน้ จงึ สรา งแรงกดดันใหโ รงกล่นั นํา้ มัน
ตองลงทุนปรับปรุงคุณภาพอกี ดวยขอจาํ กัดน้ี จงึ ทําใหราคาผลิตภณั ฑน ้ํามนั มรี าคาสงู ข้นึ

33

เพ่มิ ไปจากการเพ่มิ ของราคานํา้ มันดิบ และกาํ ไรของโรงกล่ันน้ํามันอยูใ นระดับท่ีคอ นขา งสูงมา
โดยตลอด เปน ทน่ี าสังเกตดวยวาสหรัฐ ซึ่งเปน ผูใชน ้ํามันรายใหญที่สุดของโลก ไมไ ดกอสรา ง
โรงกลั่นน้ํามนั แหง ใหมม าเลยต้ังแตท ศวรรษ 1970

6. ถึงแมว า ราคาน้ํามันระหวา ง ป 2546 ถึงป 2550 จะสูงขึ้นกวา 3เ ทา ตัว แลว แต
ความ ตอ งการใชน้าํ มนั ของโลกก็ไมไ ดล ดลงเลย กลบั ยังคงเพ่มิ ขน้ึ ในอตั รา 3.55% ในป
2548 และในอัตราที่ยังสงู กวา 1% ในปตอ ๆมาปรากฏการณเ ชน นี้แตกตางจากท่ีเกิดข้ึนในชว ง
วิกฤตนํ้ามัน สองครั้งแรก (ป 2516/17และป 2522/23) ซ่ึงเราพบวา ราคาน้ํามันที่สูงข้ึนมาก
ทําใหความตองการนํา้ มันลดลง ในปตอมาในชวง 4-5 ป ทีผ่ า นมา เศรษฐกจิ โลกยังขยายตัวได
คอนขางดีและดูเหมือนจะยังไมไดร ับผลกระทบจากภาวะราคาน้ํามันแพงมากนัก จีนและ
อนิ เดียเปน ผใู ชพลังงานที่มอี ทิ ธพิ ล ตอ ตลาดนา้ํ มนั โลก

7. กองทุนประเภท hedgefunds หันไปลงทุนซื้อขายเก็งกําไรในตลาดนํ้ามันลวงหนา
มากข้ึนทัง้ นเ้ี พอ่ื หลีกเลี่ยงการลงทนุ ในรปู ของเงนิ ดอลลารส หรฐั ซึ่งในระยะหลงั มีแนวโนม
ออนคาลงมาก เม่อื เปรยี บเทยี บกับเงนิ สกลุ อ่นื ๆ เน่อื งจากภาวะตลาดน้าํ มันตามท่ีกลา วมาแลว
ชี้ใหเ หน็ วา ราคาน้ํามันมีแนวโนมที่จะสูงขึ้น ผูจดั การกองทนุ เหลา นี้จึงเก็งกําไรโดยการซื้อน้ํามัน
ไวล ว งหนา เพือ่ ขายเอากาํ ไรในอนาคตสงผลใหราคาน้ํามัน ทั้งในตลาด spot และตลาดลว ง
หนา สูงขน้ึ อีกระดับหน่งึ

ปรากฏการณโ ลกรอนและปรากฏการณเ รอื นกระจก
คา ผิดปกติของอุณหภูมิเฉลี่ยท่ีผิวโลกท่ีเพ่ิมข้ึนในชว งป พ.ศ.2403–2549เทียบกับ

อุณหภูมิระหวา ง พ.ศ.2504–2533 คาเฉล่ียอุณหภูมิผิวพื้นท่ีผิดปกติที่เทียบกับอุณหภูมิเฉล่ีย
ระหวา ง ป พ.ศ.2538 ถึงพ.ศ.2547

ในชว ง 100 ปท ่ผี า นมา นบั ถึง พ.ศ.2548 อากาศใกลผิวดินท่ัวโลกโดยเฉล่ียมีคาสูงข้ึน
0.74±0.18 องศาเซลเซียสซึ่งคณะกรรมการระหวา งรัฐบาลวา ดวยการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ (Intergovernmental Panelon Climate Change:IPCC) ของสหประชาชาติ
ไดส รปุ ไวว า “จากการสงั เกตการณก ารเพิม่ อณุ หภูมิโดยเฉล่ยี ของโลกที่เกิดขน้ึ ตงั้ แตกลางคริสต
ศตวรรษที่ 20 (ประมาณตั้งแต พ.ศ.2490) คอนขา งแนช ัดวาเกิดจากการเพิ่มความเขม ของ
แกสเรือนกระจกที่เกดิ ขนึ้ โดยกิจกรรมของมนษุ ยที่เปนผลในรูปของปรากฏการณเรือนกระจก”
ปรากฏการณธรรมชาติบางอยา ง เชน ความผันแปรของการแผร ังสีจากดวงอาทิตย และการ
ระเบดิ ของภเู ขาไฟ อาจสงผลเพียงเล็กนอ ยตอ การเพิ่มอุณหภูมิ ในชวงกอนยุคอุตสาหกรรม

34

จนถึง พ.ศ.2490 และมีผลเพียง เล็กนอยตอการลดอุณหภูมิ หลังจากป 2490 เปนตนมา
ขอ สรปุ พ้นื ฐานดงั กลาวนีไ้ ดรับการรับรองโดยสมาคม และสถาบนั การศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตร
ไมนอยกวา 30 แหง รวมท้ังราชสมาคมทาง วิทยาศาสตรระดับชาติ ท่ีสําคัญของประเทศ
อุตสาหกรรมตา งๆ แมนกั วทิ ยาศาสตรบางคนจะมคี วามเหน็ โตแ ยงกบั ขอ สรุป ของ IPCC
อยูบ าง[4] แตเสียงสวนใหญของนักวิทยาศาสตรที่ทํางานดานการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
ของโลกโดยตรงเห็นดวยกับขอสรุปน้ี แบบจําลองการคาดคะเนภูมิอากาศบงชี้วาอุณหภูมิโลก
โดยเฉล่ียท่ีผิวโลกจะเพ่ิมขนึ้ 1.1ถงึ 6.4 องศาเซลเซียส ในชว ง คริสตศ ตวรรษท่ี 21 (พ.ศ.2544
–2643) คาตัวเลขดังกลาวไดมาจากการจําลองสถานการณแบบตางๆของการแผข ยายแกส
เรือนกระจกในอนาคต รวมถงึ การจาํ ลองคา ความไวภูมิอากาศอีกหลากหลายรูปแบบแตความ
รอนจะยังคงเพ่ิมข้ึน และระดับนํ้าทะเลก็จะสูงขึ้นตอ เนื่องไปอีกหลายสหัสวรรษ แมว าระดับ
ของแกส เรือนกระจกจะเขาสูภ าวะเสถียรแลวก็ตามการที่อุณหภูมิและระดับน้ําทะเลเขา สู
สภาวะดุลยภาพไดช า เปนเหตุมาจากความจุความรอ นของนํ้าในมหาสมุทร ซง่ึ มีคา สงู มากการ
ท่ีอุณหภูมิของโลกเพิม่ สงู ข้นึ ทาํ ใหร ะดบั นํ้าทะเลสูงขนึ้ และคาดวาทําใหเ กิดภาวะลมฟา อากาศ
ที่รุนแรงมากขึ้นปริมาณ และรูปแบบการเกิดหยาดนํ้าฟา จะเปลี่ยนแปลงไป ผลกระทบอื่นๆ
ของปรากฏการณโ ลกรอน ไดแก การเปล่ียนแปลงของผลิตผลทางเกษตรการเคล่ือนถอยของ
ธารน้ําแข็ง การ สญู พนั ธพุ ชื -สตั วตางๆ รวมท้ังการกลายพันธุ และแพรขยายโรคตาง ๆ
เพ่มิ มากข้ึน รัฐบาลของประเทศตาง ๆ แทบทุกประเทศ ไดลงนามและใหส ัตยาบันในพิธีสาร
เกียวโต ซึ่งมุงประเด็นไปท่ีการลดการปลอ ยแกส เรือนกระจก แตย ังคงมีการโตเ ถียงกันทาง
การเมืองและการโตว าทีสาธารณะไปทั่ว ท้ังโลกเกี่ยวกับมาตรการวา ควรเปนอยางไรจึงจะลด
หรอื ยอ นกลบั ความรอนทเ่ี พ่มิ ขึน้ ของโลกในอนาคตหรือจะปรับตัวกันอยา งไรตอผลกระทบของ
ปรากฏการณโ ลกรอนท่คี าดวา จะตองเกิดข้นึ

พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว มพี ระราชดาํ รัสเก่ียวกบั ปรากฏการณเรือนกระจก
ท่ีศาลาดสุ ดิ าลยั อยา งลึกซึ้ง กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จงึ ไดร ับสนองกระแส
พระราชดาํ รัสนําเขาประชุมคณะรัฐมนตรี จนกระทั่งทําใหว ันที่ 4 ธันวาคมของทุกป เปน วัน
สงิ่ แวดลอมแหงชาติ ตงั้ แตป 2534 เปน ตนมา

จากผลงานพระราชดําริ และการทรงลงมือปฏิบัติพัฒนาดวยพระองคเ อง เก่ียวกับ
สภาพแวดลอม โดยเฉพาะอยางย่ิงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมีคุณประโยชนต อ คนชนชาติ
ตาง ๆ ทั้งดานเศรษฐกจิ สงั คมความมน่ั คงของมนุษย และการเมอื ง ซงึ่ เปนท่ีประจักษไ ปทั่วโลก
องคก ารสหประชาชาติโดย นายโคฟ อันนัน อดีตเลขาธิการองคก ารสหประชาชาติ จึงได

35

เดินทางมาประเทศไทย ในวาระมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ป เขา เฝา พระบาท
สมเด็จพระเจาอยูหัววันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพ่ือถวายรางวัล “UNDP Human Develop
ment Lifetime Achievement Award” (รางวัลความสําเร็จสูงสุดดา นการพัฒนามนุษย)
ซึ่งเปนรางวัลประเภท Life-Long Achievement และพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงเปน
พระมหากษตั ริย พระองคแรกในโลกทไี่ ดร บั รางวลั นี้

องคการสหประชาชาติไดย กยองพระบาทสมเด็จพระเจา อยูห ัว เปน “พระมหากษัตริย
นักพัฒนา” และกลาวถึงปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง(SufficiencyEconomy)ของพระองคว าเปน
ปรัชญาหรือทฤษฎีใหม ที่นานาประเทศรูจักและยกยอ งโดยท่ีองคการสหประชาชาติ
ไดสนับสนนุ ใหประเทศ ตา งๆทเ่ี ปน สมาชกิ ยึดเปน แนวทางสูการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มใิ ชเ ปน เพียงปรัชญานามธรรมหากเปนแนวทางปฏิบตั ิ
ซึ่งสามารถจะชวยทัง้ แกไขและปอ งกนั ปญหาทเี่ กิดจากกเิ ลสมนษุ ย และความเปลยี่ นแปลง
ทีซ่ บั ซอนรุนแรงขนึ้ ที่กาํ ลังเกดิ ขน้ึ กบั มนษุ ยท งั้ โลกและปญ หาท่ีลกุ ลามตอถึงธรรมชาติกอ ใหเ กิด
ความเปล่ยี นแปลงใหญใ นเชิงรนุ แรงและสรา งปญหายอนกลับมาทีม่ นษุ ย

โดยทั่วไปมักเขา ใจกันวา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเหมาะที่จะใชเฉพาะกับคนยากจน
คนระดับรากหญา และประเทศยากจน อกี ท้ังเคร่อื งมือเทคโนโลยีก็จะตอ งใชเ ฉพาะเคร่ืองมือ
ราคาถูกเทคโนโลยีตํ่าการลงทุนไมควรจะมีการลงทุนระดับใหญ แตใ นความเปน จริงปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี งก็ตองการคนและความคดิ ท่ีกา วหนา คนทก่ี ลาคิดกลา ทาํ ในสงิ่ ใหมๆ

เนอื่ งจากการนาํ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชป ระโยชนในดานตางๆ ไมมีสูตรสําเร็จ
หรอื คมู อื การใชป รัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสําหรับภารกิจ ดังเชน วิกฤตโลกรอนผูเ กี่ยวขอ งจึง
ตองศึกษา ทาํ ความเขาใจแลวก็พฒั นาแนวทางหรือแนวปฏบิ ตั สิ าํ หรบั แตละปญ หาขน้ึ มา
โดยยึดหลักทีส่ ําคัญ ดงั เชน

- การคดิ อยางเปนระบบอยางเปน กระบวนการทางวิทยาศาสตร
- หลักคิดที่ใช ตองเปนหลักการปฏิบัติท่ีเปนสายกลางท่ีใหค วามสําคัญของความ
สมดุลพอดีระหวา งทกุ สิ่งทเี่ ก่ียวขอ งดงั เชน ระหวางธรรมชาติกับมนษุ ย
- ขอมลู ทใ่ี ช จะตองเปน ขอมูลจรงิ ท่เี กิดจากการศกึ ษาการวจิ ัยหรือการลงสนามใหไ ด
ขอ มลู ทเี่ ปนจริง
- การสรา งภมู ิตานทานตอความเปล่ียนแปลงท่จี ะเกิดข้นึ

36

- การยดึ หลักของความถกู ตองคณุ ธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณในทุกข้ันตอนของการ
ดําเนนิ งานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซ่ึงเปนกระบวนการสําคัญของการสรา งภูมิตา นทาน
ตอ ผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงท่ีกําลังเกดิ ข้นึ หรือที่จะเกิดข้นึ

เหลา นี้เปน หลักการใหญๆ ซึ่งผูที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวขอ งหรือคิดจะทําโครงการหรือ
กิจกรรมในระดับคอ นขางใหญ  จะตองคํานงึ ถงึ และสามารถจะนําปรัชญานี้ไปใชไ ดท ันที และมี
ผทู ี่ ไดใ ชล ว นประสบความสําเร็จสงู สุดที่มนุษยพ ึงจะมีคือความสุขท่ยี ัง่ ยืน

แลวเรื่องของการแขงขันชิงไหวชิงพริบการวางแผนยุทธศาสตรแ ละโลจิสติกส
(การจัดซื้อจัดหาการจัดสง การบํารุงรักษาอุปกรณ และการรักษาพยาบาลบุคลากร) ในการ
บริหารจัดการระบบหรือโครงการใหญๆ การใชจ ิตวิทยามวลชนการใชเทคโนโลยีกา วหนา
การกําหนดแผนหรือตนเองใหเ ปน“ฝา ยรุก” มิใช “ฝายต้ังรับ”ละ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ปฏเิ สธหรอื ไม?

คําตอบ คือ ปฏิเสธ ถาใชอ ยางไมถ ูกตอ งอยางหลีกเล่ียงกฎหมายอยา งผิดคุณธรรม-
จริยธรรม-และจรรยาบรรณ อยา งไมซ ่ือตรงตอหนา ที่และความรับผิดชอบอยา งมีเจตนา
เพอื่ ผลประโยชนท ี่ไมส ุจรติ ของตนเองและพวกพอง แตจ ะตองรูจกั และใชอ ยางรูเ ทา ทันปกปอง
และรกั ษาผลประโยชนของสว นรวมอยางมคี วามคิดกา วหนา ในเชิงสรางสรรค

สําหรับการแกป ญหาหรือการเตรียมเผชิญกับปญหาจากวิกฤตโลกรอ น มีประเด็นและ
เร่อื งราวท้ังเกา และใหม ดังเชน เรอ่ื งของมาตรการทถ่ี กู กาํ หนดข้ึนมา เพ่อื เผชญิ กับภาวะโลก
รอ น เพ่ือใหป ระเทศที่พัฒนาแลว และที่กําลังพัฒนา(ดังเชน ประเทศไทย)ไดดํารงอยูรวมกัน
พ่งึ พิงและเอือ้ อาทรตอกันอยางเหมาะสม ดังเชน เร่ืองคารบ อนเครดิตท่ีเปนเรื่องคอ นขางใหม
ของประเทศไทยแตก ็เปน ท้งั “โอกาส”และ“ปญ หา” ท่ีประเทศไทยตอ งเผชิญ ซ่ึงก็ขึ้นอยูกับคน
ไทยเราเองวาจะตอ งเตรียมตัวกันอยา งไรเพื่อใหส ามารถเปน“ท่ีพ่ึง”ของโลกหรือประเทศอื่น
แทนท่จี ะเปน“ปญ หา”ทเี่ กิดจากความไมใ สใ จหรือความใสใ จแตเ พอ่ื จะกอบโกยผลประโยชน
เทา น้นั

เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับวิกฤตโลกรอ น จึงมีโจทย มีเปาหมายมากมาย
ท่ที า ทายเชิญชวนใหผูคน และประเทศท่ีตองการมีชีวิตสรา งสรรค และมีความสุขอยา งยั่งยืน
ได นาํ ไปใช โดยใชป ญ ญาเปนตัวนํา กํากับดว ยสติ และควบคุมดว ยคณุ ธรรมกบั จริยธรรม

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงน้ี ถูกใชเ ปนกรอบแนวคิด และทิศทางการพัฒนาระบบ
เศรษฐกิจมหภาคของไทย ซ่ึงบรรจุอยูใ นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ ฉบับท่ี 10

37

(พ.ศ.2550–2554)เพ่ือมุง สูการพัฒนาที่สมดุลย่ิงขึ้น และมีภูมิคุมกันเพื่อความอยูด ีมีสุขมุงสู
สังคมท่ีมีความสุขอยางย่ังยืนดว ยหลักการดังกลาว แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 10 น้ี จะเนน เร่ือง
ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แตยังใหความสําคัญตอ ระบบเศรษฐกิจแบบทวิลักษณ
หรือระบบเศรษฐกิจที่มีความแตกตางกัน ระหวา งเศรษฐกิจชุมชน เมือง และชนบท
แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญของไทย เชน รัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2550 ในสวนที่ 3 แนวนโยบาย ดา นการบรหิ ารราชการ
แผน ดิน มาตรา78 (1) บริหารราชการแผน ดินใหเ ปน ไป เพื่อการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจและ
ความม่ันคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยตองสงเสริมการดําเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง และคํานงึ ถึงผลประโยชนของประเทศชาตใิ นภาพรวมเปนสาํ คญั

นายสรุ เกียรติ เสถยี รไทย ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการตา งประเทศไดก ลาว เม่ือวัน
ท่ี 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ในการประชุมสุดยอดTheFrancophonicOuagadougou
คร้ังที่ 10ที่ Burkina Faso วาประเทศไทยไดย ึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงควบคกู ับ
“การพัฒนาแบบยัง่ ยืน”ในการพิจารณาประเทศ ท้ังทางดานการเกษตรกรรมเศรษฐกจิ และการ
แขงขัน ซงึ่ เปน การสอดคลองกบั แนวทางของนานาชาตใิ นประชาคมโลก

การประยกุ ตน าํ หลักปรัชญา เพ่อื นํามาพัฒนาประเทศในตางประเทศน้ัน ประเทศไทย
ไดเปน ศูนยกลางการแลกเปลี่ยนผา นทางสํานักงานความรว มมือ เพื่อการพัฒนาระหวาง
ประเทศ (สพร.) โดย สพร.มหี นา ท่คี อยประสานงานรับความชวยเหลือทางวิชาการดา นตาง ๆ
จากตางประเทศมาสูภาครัฐแลว ถายทอดตอไปยงั ภาคประชาชน และยังสง ผา นความรูท ี่มีไปยัง
ประเทศกําลังพัฒนาอ่ืนๆเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น สพร.ถายทอดมาไมต่ํากวา 5 ป
ประสานกับสํานกั งานคณะกรรมการพิเศษ เพ่ือประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราช
ดําริ (กปร.) และคณะอนุกรรมการขับเคล่ือนเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงตางชาติก็สนใจเรื่อง
เศรษฐกจิ พอเพียง เพราะพสิ จู นแ ลว วาเปน สง่ิ ทดี่ แี ละมีประโยชน ซ่ึงแตล ะประเทศมีความตอง
การประยกุ ตใ ชป รัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ไมเ หมือนกนั ข้นึ อยูก บั วถิ ีชีวิตสภาพภูมิศาสตร ฯลฯ
เชน พมา ศรีลังกา เลโซโท ซูดาน อัฟกานิสถานบังกลาเทศ ภูฎาน จีน จิบูดี โคลัมเบีย
อียปิ ต เอธิโอเปย แกมเบยี อินโดนิเซีย เคนยา เกาหลใี ต มาดากัสการ มัลดีฟส ปาปว นิวกินี
แทนซาเนยี เวยี ดนาม ฯลฯ โดยไดใหป ระเทศเหลาน้ีไดมาดูงานในหลายระดับ ท้ังเจาหนาที่
ปฏบิ ตั งิ าน เจา หนา ท่ฝี ายนโยบาย จนถงึ ระดบั ปลดั กระทรวงรัฐมนตรีกระทรวงตา งๆ[14]

38

นอกจากน้ัน อดิศักด์ิ ภาณุพงศ เอกอัครราชทูตไทยประจํากรุงเวียนนา ประเทศ
ออสเตรียไดกลาววาตา งชาติสนใจ เร่ือง เศรษฐกิจพอเพียง[14]เนื่องจากมาจากพระราชดําริ
ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห ัว ท่ีทรงหวงใยราษฎรของพระองค และอยากรูว าทําไมรัฐบาล
ไทยถึงไดนํามาเปน นโยบายสว นประเทศท่ีพัฒนาแลว ก็ตอ งการศึกษาพิจารณาเพื่อนําไปชว ย
เหลือประเทศอ่ืน

13. นักคิดระดับโลกเห็นดว ยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และมีการนําเสนอ
บทความบทสัมภาษณ เปน การย่ืนขอ เสนอแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงใหแ กโลก เชน ศ.ดร.วูล
ฟกัง ซัคส นักวิชาการดา นสิ่งแวดลอม คนสําคัญของประเทศเยอรมนี สนใจการประยุกตใ ช
หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง อยางมาก และมองวานาจะเปนอกี ทางเลือกหน่ึงสําหรับทุกชาติ
ในเวลาน้ี ท้ังมีแนวคิดผลักดันเศรษฐกิจพอเพียงใหเปน ที่รูจักในเยอรมนี, ศ.ดร.อมาตยา
เซนอ ศาสตราจารย ชาวอินเดียเจา ของรางวัลโนเบล สาขา เศรษฐศาสตร ป 1998 มองวา
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนการใชส ่ิงตา งๆท่ีจําเปน ตอ การดํารงชีพ และใชโ อกาสให
พอเพยี งกับชีวิตท่ีดี ซ่ึงไมไดหมายถึงความไมตอ งการ แตตองรูจักใชช ีวิตใหดีพออยา ใหความ
สาํ คญั กบั เรอ่ื งของรายได และความรํา่ รวยแตใ หมองทคี่ ุณคาของชีวติ มนุษย, นายจิกมี ทินเลย
นายกรัฐมนตรีแหง ประเทศภูฎาน ใหทรรศนะวา หากประเทศไทยกําหนด เรื่อง เศรษฐกิจ
พอเพียง ใหเ ปน วาระระดับชาติ และดําเนินตามแนวทางน้ีอยา งจริงจัง “ผมวาประเทศไทย
สามารถสรา งโลกใบใหมจาก หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งสรา งชีวติ ทย่ี ่งั ยืน และสุดทายจะไม
หยุดเพียงแคใ นประเทศแตจ ะเปนหลักการและแนวปฏิบัติของโลก ซึ่งหากทําไดสําเร็จไทยก็คือ
ผูนาํ ”[15]

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไดร ับการเชิดชูสูงสุดจาก องคการสหประชาชาติ (UN)
โดย นายโคฟ อนั นนั ในฐานะเลขาธกิ ารองคการสหประชาชาติ ไดทูลเกลา ฯ ถวายรางวัล TheH
umanDevelopment lifetimeAchievementAward แก พ ระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห ัว
เมอ่ื วนั ท่ี 26 พฤษภาคม2549 และไดมีปาฐกถาถงึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง วาเปน ปรัชญาที่มี
ประโยชนตอ ประเทศไทยและนานาประเทศ[6] และสามารถเร่มิ ไดจ ากการสรา งภูมิคุม กันในตน
เองสูหมบู า น และสูเศรษฐกจิ ในวงกวา งขน้ึ ในที่สุด นาย Hakan Bjorkman รกั ษาการ
ผูอ ํานวยการ UNDP ในประเทศไทย กลา วเชิดชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ UNDP น้ัน
ตระหนักถึงวิสัยทัศน แ ละแนวคิดในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ[16] โดยท่ีองคก าร

39

สหประชาชาติไดสนับสนุนใหป ระเทศตา งๆที่เปน สมาชิก 166 ประเทศยึดเปน แนวทางสูการ
พฒั นาประเทศแบบยง่ั ยนื [7]

อยา งไรกต็ ามศ.ดร.เควิน ฮิววิสัน อาจารยประจํามหาวิทยาลัยนอรธแคโรไลนา ท่ีแซพ
เพลฮิลล ไดว ิจารณรายงานขององคการสหประชาชาติโดยสํานักงานโครงการพัฒนาแหง
สหประชาชาติ (UNDP) ท่ียกยองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง[17]วารายงานฉบับดังกลา วไมไ ดมี
เน้ือหาสนับสนนุ วา เศรษฐกิจพอเพียง “ทางเลือกท่ีจําเปนมากสําหรับโลกท่ีกําลังดําเนินไปใน
เสน ทางที่ไมยั่งยืนอยูในขณะน้ี”(น.V.ในรายงาน UNDP) โดยเนื้อหาแทบทั้งหมดเปน การเทิด
พระเกยี รติและเปน เพียงเคร่อื งมอื ในการโฆษณาชวนเช่ือ ภายในประเทศเทา นั้น (18) สว นHak
an Bjorkman รกั ษาการผูอาํ นวยการ“UNDP” ตอ งการท่ีจะทําใหเ กิดการอภิปรายพิจารณา
เรื่องนี้แตก ารอภิปรายดังกลาวนั้นเปนไปไมไ ด เพราะอาจสุมเส่ียงตอ การหม่ินพระบรมเดชา
นภุ าพ ซึง่ มีโทษถงึ จาํ คุก (10)

เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2 549 นายโคฟ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ
ไดเ ขา เฝา ทูลเกลา ฯถวายรางวัล Human Development Lifetime Achievement Award
หมายความวา พระเจาอยูห วั สละความสขุ สว นพระองค และทมุ เทพระวรกายในการพฒั นา
คนไทย ในชว ง 60 ป จนเปน ทปี่ ระจักษใ นความสาํ เร็จของพระราชกรณียกิจพระบรมราโชวาท
และเปน แบบอยางทั่วโลกได คํากราบบังคมทูลของ นายโคฟ บงบอกใหเห็นเขาศึกษาเรื่อง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอยางละเอียดและรับปากวา จะนําไปเผยแพรท ่ัวโลก รวมท้ัง
ประมุขหรือผูแทนของประเทศตา งๆทไี่ ดมาเขาเฝา และขออัญเชญิ ไปใชใ นประเทศของเขา
เพราะเห็นวาเปนแนวทางทด่ี ี

นอกจากUnited Nation Development Program (UNDP) เปน องคก รหนึ่งภายใต
สหประชาชาติที่ดแู ลเก่ียวกับการพัฒนาดานหน่งึ ทีเ่ ขาตอ งดแู ล คอื การพัฒนาคนมีหนา ท่ีจัดทํา
รายงานประจําป โดยในปหนาจะเตรียมจัดทําเรื่องการพัฒนาคนของโลก และคนในแตละ
ประเทศ (Countryrepor tและ Globalreport) โดยในสว นของประเทศไทยจะนําเรื่อง
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน หลักในการรายงานและเผยแพร ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
เพื่อท่ีประเทศอื่นจะไดรับประโยชนจากของพระราชทานท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา อยูห ัว
พระราชทาน ใหค นไทยมากกวา 30 ป แลว จะเห็นไดวาขณะนปี้ รัชญาฯนีไ้ ดเผยแพร
โดยองคกรระดบั โลกแลว เราในฐานะพสกนิกร ของพระองคทาน นาจะภูมิใจหันมาศึกษา และ
นําไปปฏิบตั ิอยา งจรงิ จังก็จะบงั เกิดผลดีย่ิง

40

เรอื งที 4 การเลอื กแนวทางการดาํ เนินชีวิตภายใตสถานการณของโลก/ประเทศโดยใชหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

“.............ผใู หญวิบูลย เข็มเฉลมิ เกษตรกรผูรเิ ริ่มทําวนเกษตร ซึง่ ยดึ หลักเศรษฐกิจพอเพียง
จนสามารถยืนหยัดอยา งเขมแข็มบนโลกทนุ นยิ มอยางสมภาคภมู ิ....”

“ตวั อยางเศรษฐกจิ พอเพียงท่ขี า พเจารจู ัก”

สังคมไทยในอดตี เปนสังคมแหงการพึ่งพิง อยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ วิถีชีวิตผูกพัน
กับธรรมชาติ และดํารงชีพดวยภูมิปญญาท่ีสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เปนความลงตัว
ระหวา งมนษุ ยแ ละธรรมชาติท่ีตางเอ้ือประโยชนซึ่งกันและกัน ตั้งแตขาพเจาลืมตาข้ึนมาดูโลก
จนกระท่ังจําความ ไดน้ัน บานเกิดของขาพเจาเปนสังคมชนบทที่ใชชีวิตอยางเรียบงายและ
พงึ่ พาอาศัยกัน วถิ ีชวี ิตผคู น องิ อยูกับธรรมชาติบนรากฐานของเกษตรกรรม แตวันเวลาผานไป
ไดลบรองรอยของอดีตเหลานั้น ใหเลือนหายไปจากความทรงจํา วิถีชีวิตแบบเดิม ๆ และ
ภูมิปญญาพื้นบานคอย ๆ ถูกกลืนไปดวยการไหลบาของวัฒนธรรมตะวันตกที่ครอบคลุมไป
ทุกภาคสวน ไมเวน แมแตสงั คมชนบท สาํ หรบั สงั คมเมอื งการเปลี่ยนแปลงย่ิงเห็นชัดเจน วิถีชีวิต
ของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปชนิดหนามือเปนหลังมือ ระบบทุนนิยมเขามามีบทบาท กระแส
บรโิ ภคนยิ มทดี่ ําเนินไปในทศิ ทางทผ่ี ดิ พลาด คอื มีการบริโภคมากกวา การผลิต ทําใหคนไทยฟง
เฟอ ฟุมเฟอ ยและเสียดุลการคาตางชาติจํานวนมหาศาล และคนไทยก็ไดรับบทเรียนราคาแพง
เมอ่ื เศรษฐกิจที่เฟอ งฟูเขาสยู คุ ฟองสบแู ตก วกิ ฤตการณทางเศรษฐกิจครัง้ ใหญเ ม่ือป พ.ศ. 2540
เปน จดุ เปลย่ี นท่ที ําใหคนไทย ตองหันมาทบทวนอดตี ทผี่ านมา และดํารงชพี อยางเขาใจชีวิตมาก
ข้ึน เศรษฐกิจพอเพียงจึงเปนแนวทางหนึ่งที่ไดรับความสนใจ ดวยความหวังที่จะรอดพนและ
ดํารงอยูอยางยั่งยนื ภายใตก ระแสโลกาภิวตั นและการเปล่ยี นแปลงตา ง ๆ

41

“เศรษฐกิจพอเพียงเปนเสมือนรากฐานของชวี ิต
รากฐานความมนั่ คงของแผนดิน เปรียบเสมอื นเสาเขม็

ทีถ่ กู ตอกรองรับบานเรือนตัวอาคารไวม ั่นเอง
สิ่งกอ สรา งจะมน่ั คงอยูไ ดกอ็ ยูท่เี สาเข็ม
แตค นสว นมากมองไมเ ห็นเสาเขม็
และลมื เสาเขม็ เสยี ดว ยซ้ําไป”

(พระราชดาํ รัสพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั จากวารสารชยั พฒั นา)

เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ไมไดเปนเรื่องใหม แตเปนปรัชญาการ
ดาํ เนินชีวติ ทพี่ ระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัวทรงมพี ระราชดาํ รัส ช้ีแนะแกพ สกนิกรมาโดยตลอด
ต้ังแตกอ นเกดิ วกฤตการณท างเศรษฐกิจ เพียงแต ณ เวลาน้ันหาคนเขาใจและเห็นความสําคัญ
ไดยากนัก โดย ครงั้ แรกที่ไดย ินคาํ นี้ จากสือ่ ตา งๆ ขา พเจาเองก็ตคี วามคดิ ของตนเองวา คือ
วถิ ชี วี ติ ทท่ี วนกลับไป ดาํ รงชพี อยา งบรรพบรุ ุษในอดตี ท่ีพ่ึงพงิ เฉพาะธรรมชาตเิ ปนหลัก
เปนสังคมพออยูพอกินไมเนนการ ทําการคา ซ่ึงตอมาเมื่อขาพเจาอายุมากข้ึน ทําใหทราบวา
ความเขา ใจของตนน้ันยังคลาดเคล่ือนอยมู ากทเี ดยี ว

พระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระราชทานใน
วโรกาสตา ง ๆ ซึง่ ไดม ีผปู ระมวลและกล่ันกรองเพ่ือเผยแพร ตอ สาธารณชนนนั้ ไดใหความหมาย
ของความพอเพยี งวา “ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมทั้งความจําเปนที่จะตองมีระบบ
ภูมคิ ุมกนั ในตวั ทีด่ ีพอสมควรตอการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอก
และภายใน ทัง้ นี้ จะตองอาศัยความรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังอยางยิ่ง ในการนํา
วิชาตาง ๆ มาใชในการวางแผน และดําเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันจะตองเสริมสราง
พน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาตโิ ดยเฉพาะเจา หนา ทีข่ องรฐั นักทฤษฎี และนักธรุ กิจ ในทุกระดับใหมี
สํานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริต และใหมีความรอบรูที่เหมาะสม ดําเนินชีวิตดวยความ
อดทน ความเพยี ร มีสติ ปญ ญา และความรอบคอบ เพ่ือใหสมดุลและพรอมตอการรองรับการ
เปลี่ยนแปลงอยา งรวดเร็วและกวางขวาง ท้ังดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอม และวัฒนธรรมจาก
โลกภายนอกไดเปน อยา งดี”

42

ซงึ่ แนวความคดิ เศรษฐกิจพอเพียงนี้ไดมีผูนําไปใชจนประสบความสําเร็จอยางมากมาย
ในสังคมไทยที่ขาพเจาเคยไดยินช่ือเสียงก็มีหลายทาน แตทานหน่ึงซ่ึงขาพเจาอยากนําเสนอ
เรื่องราวของทาน ณ โอกาสน้ี คือ ผูใหญวิบูลย เข็มเฉลิม เกษตรกรผูริเร่ิมการทําวนเกษตร
ซ่ึงยึดหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียงจนสามารถยืนหยัดอยางเขมแข็งบนโลกทุนนิยมไดอยางสม
ภาคภูมิ เน่ืองดวยเมื่อไมนานมาน้ีขาพเจามีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมวนเกษตรของทาน
ซ่ึงประกอบสัมมาชพี โดยใชการพึง่ ตนเองเปนหลักเปน ประสบการณตรงท่ีขาพเจาไดมีโอกาสได
ไปพบปะพดู คุยกบั บคุ คลคณุ ภาพอยางทา น ซงึ่ ทานไดแ ลกเปล่ยี นแนวความคิดดี ๆ หลายอยาง
ที่ฟงแลว รสู กึ วา ดมี เี หตุผล และอยากนาํ ไปประยกุ ตใชก ับตวั เอง

ผูใหญว บิ ลู ย เข็มเฉลิม เปน ผูใหญบาน บา นหว ยหิน ต.ลาดกระทงิ อ.สนามชยั เขต
จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพเดิมของทานคือเปนนายหนาและพอคาคนกลาง กูเงินจากพอคาและ
ธนาคารมาใหชาวไรชาวนากู ตอมาตัดสินใจเปน เกษตรกรเตม็ ขัน้ โดยเปน ผูน าํ กลมุ เกษตรกร
ในพน้ื ท่ี ทานเปน ผูมปี ระสบการณโ ชกโชนในเร่อื งการเกษตรแผนใหม มีพื้นท่ีทําการเกษตรมาก
ถึง 200 ไร โดยเนนปลูกพืชเศรษฐกิจ เชน มันสําปะหลังและฝาย ซึ่งชวงแรก ๆ ก็ประสบ
ความสาํ เรจ็ เปนท่นี า พอใจ แตตอ มาตอ งเผชิญกบั ภาวะตนทุนสูงและราคาผลผลิตตกต่ําก็กลาย
เปน คนมหี นีส้ ินไมแตกตางจากเพื่อนเกษตรกรจํานวนมาก จึงไดพยายามหาทางเอาชนะปญหา
ดวยวิธีการตาง ๆ เชน ขยายพื้นที่ทําไรออกไป หรือรวมกลุมเกษตรกร เพ่ือเรียกรองใหมีการ
ประกันราคา แตก็ไมพบทางออกท่ีดี จนในท่ีสุดทานก็หาขอสรุปไดวา การทําเกษตรแนบนี้
“ยิ่งทํามาก ย่ิงมีหน้ีมาก”ทานจึงทบทวนวิธีทํามาหากินใหมท้ังหมด ในที่สุดก็พบความจริงวา
“การผลิตเพ่ือมุงทํากินเองใชเอง ทําใหคนในอดีตพ่ึงพาตนเองไดโดยไมตองเอาชีวิตผูกติดกับ
ระบบตลาด” ดวยความคิดเชนน้ี ผูใหญวิบูลยจึงตัดสินใจหันเหชีวิตออกจากการผลิตเพ่ือหา
รายไดและปรับเปล่ียนเปนการผลิตเพ่ือ “ลดรายจาย” เพ่ือการพึ่งพาตนเองในปจจัยส่ี และ
สรางหลกั ประกนั ชวี ติ ในระยะยาว

ป พ.ศ. 2525 เปนจุดเริ่มตนของการแสวงหาทางเลือกใหม ผูใหญวิบูลยตัดสินใจขาย
ที่ดนิ ประมาณ 200 ไรที่มี เพ่ือปลดหน้ีสินใหหมดไป เหลือไวเพ่ือเปนอยูอาศัยและทํากินเพียง
9 ไรเศษ ทา นเริ่มตน ชวี ติ ใหมตามหลักการของวนเกษตรโดยมแี นวทางปฏิบัติคือ ในชวงแรกเรง
ปลูกพืชอาหารอายุส้ันท่ีเปนที่ตองการของตลาด เชน ขาวโพด ถ่ัว แตงกวา มะระ โดยใช
แรงงานตนเองและครอบครัวเปนหลัก ผลผลิตท่ีเหลือจากการบริโภคในครอบครัวเอาไปขาย
เพ่ือนําเงินไปซื้อสิ่งจําเปนอื่น ๆ ทําไปไดสักระยะจึงคนพบวา ถาปลูกพืชกินไดไวมากเทาไหร

43

แมไมมีเงินติดบานเลยก็อยูไดไมเดือดรอน ตอมาหันมาปลูกพืชท่ีทนตอโรคและแมลง เพื่อลด
การใชสารเคมี พรอมๆ กับปลูกสะสมสมุนไพรอยางจริงจัง ขณะท่ีขาพเจาเดินชมภายในวน
เกษตรของทาน พบพืชหลายชนิดปลูกคละกัน ไมไดเปนสัดสวน และไมไดจัดแถวใหเปน
ระเบียบ ทานบอกวาตองการใหเหมือนปาธรรมชาติมากท่ีสุด ที่ดิน 9 ไรเศษ มีพรรณไม
หลากหลาย ทานปลูกท้ังไมผลและไมยืนตน หลายชนิดแซมกันไป โดยวัตถุประสงคเพ่ือเปน
อาหาร เปน ไมใชส อย และบางชนิดปลูกเพื่อสรางสมดุลธรรมชาติ ทําใหตนไมเจริญเติบโตไดดี
และเปนการฟน ฟรู ะบบนเิ วศนใ นธรรมชาตดิ ว ย จุดเริ่มตนตรงน้ีเองเปนที่มาของวนเกษตรศูนย
การเรยี นรูภาคตะวันออกในปจ จบุ นั

หากเทยี บเคยี งหลักวนเกษตรของผูใ หญวบิ ลู ย จะเหน็ ไดวาเปน ไปตามปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั กลา วคือ

1. ทา นมีกรอบแนวคิดและปรัชญาการดาํ เนินชีวติ ท่ียึดหลักความพอดีและปฏบิ ัติ
ตนอยางเหมาะสม โดยใชวิถีชีวิตด้ังเดิมของบรรพบุรุษเปนพ้ืนฐาน ซ่ึงไมไดหมายถึงการยอน
อดีตกลับไปมีวิถีชีวิตแบบคนยุคโบราณ แตความพิเศษอยูท่ีทานสามารถประยุกตภูมิปญญา
ด้ังเดมิ ใหเ ขา กับยุคสมยั ไดอยางลงตัว ทานมองโลกเชิงระบบท่ีมีการเปล่ียนแปลงอยูตลอดเวลา
และมุงเนน การประกอบอาชีพเพือ่ รอดพนจากภยั และวิกฤตเพื่อใหเกิดความมั่นคงและย่ังยืนใน
การพฒั นา

2. แนวทางการทําวนเกษตรของทาน สามารถนํามาประยกุ ตใ ชใ นการปฏิบตั ิไดก บั
คนทกุ ระดบั ทุกสาขาอาชพี ไมเ ฉพาะเกษตรกรเทา นัน้ เพราะแนวคดิ ของทานน้ันสอนใหคนเรา
เขา ใจชวี ติ มากข้ึน ไมตงึ เครียดหรอื หยอนยานกับชวี ิตมากเกนิ ไป เนนการปฏิบตั ิบนทาง
สายกลาง เพือ่ ใหเ กิดการพฒั นาอยา งเปนขนั้ ตอนมีเหตุมีผลตอ ทุกการกระทํา

3. ความพอเพียงตามหลกั วนเกษตรของทานมี 3 คณุ ลักษณะ พรอ ม ๆ กัน ไดแก

 ความพอประมาณ หรือความพอดี ตามวิถีชีวิตของผูใหญวิบูลย ความ
พอดี ไมไดหมายถึงการสมถะจนเกินไป แตคือการใชชีวิตอยางสบาย ๆ
ไมอ ตั คัด ไมเ บียดเบียนตนเองและผอู น่ื

 ความมีเหตุผล ผูใหญวิบูลยบริหารจัดการเกี่ยวกับระดับความพอเพียง
อยางมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุผลและปจจัยท่ีเก่ียวของ ตลอดจน
คาํ นึงถึงผลที่คาดวา จะเกดิ ขนึ้ จากการกระทําน้ันอยางรอบคอบ เน่ืองจาก
ชวี ิตไดผ านประสบการณ ทงั้ ในทางบวกและทางลบมากอน

44

 การมีภูมิคุมกันท่ีดีเตรียมตัวพรอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง
ตาง ๆ ผูใหญวิบูลยเปนผูหนึ่งที่เรียนรูจากความผิดพลาดในอดีตของ
ตนเอง แลวเปลี่ยนวธิ ีคิดและวิถีชีวิตจนคนพบแนวทางที่ใชสําหรับตนเอง
แตทานก็ไมประมาทในการดําเนินชีวิต เพราะโลกยุคนี้หมุนเร็วย่ิงนัก
การจะยืนอยไู ดอ ยา งมัน่ คงจงตอ งคาํ นึงถึง ความเปน ไปไดของสถานการณ
ตาง ๆ ทีค่ าดวาจะเกิดขึน้ ทัง้ ในปจ จุบนั และในอนาคตดว ย

4. ผูใหญว ิบลู ยเปน ผใู ชค วามรูคคู ณุ ธรรมเปน พืน้ ฐานการดําเนนิ ชวี ิต แมท า นจะจบ
การศกึ ษาสามัญเพยี งแคชัน้ ป.4 แตเ ปนผใู ฝท่จี ะเรยี นรูเพม่ิ เติม ทั้งในและนอกระบบการศึกษา
จึงมีความรอบรูทั้งดานวิชาการและประสบการณชีวิต สามารถเชื่อมโยงแนวคิด และความรู
อยางรอบคอบเพื่อประกอบการวางแผน และระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ นอกจากนี้ ทานยังได
ขยายผลในรูปแบบเครือขายความสัมพันธกัลยาณมิตรไปทั่วประเทศ จนไดรับการยกยองเปน
“คนดีศรสี ังคม” วนเกษตรของทา นกลายเปน ศูนยกลางการเรียนรูของบคุ คลท่วั ไป

5. แนวทางปฏบิ ัตขิ องผูใหญวบิ ลู ย เปนการพฒั นาทีส่ มดุลย่งั ยืนพรอมรบั การ
เปล่ียนแปลงในทุกดาน ท้งั ดา นสงั คม เศรษฐกจิ สิง่ แวดลอม และเทคโนโลยี ทานเปนผูสาธิตให
เห็นภูมปิ ญ ญาในการปรับตัวกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนยิ ม ทานกลา ทําในส่งิ ทีค่ นสวนใหญ
ยังไมเคยทํา แตเปนการกระทําที่สอดคลองกบั พนื้ ฐานทางวัฒนธรรมแตเดิมของไทย
ทานเช่ือมั่นในอุดมการณวนเกษตรวา เปนทางออกท่ีเหมาะสม และมีคุณคานานาประการ
ทั้งตอตัวทานเองและสังคม หลักความพอเพียงในการดํารงชีวิต จึงเปนหลักสากลท่ีสามารถ
ประยุกตใชในการดําเนินชีวิตไดกับ คนทุกกลุม ไมใชเฉพาะเกษตรกร ตัวขาพเจาแมปจจุบัน
ไมไดประกอบอาชีพเกษตรกรรม และดําเนินชีวิตในเมืองใหญ อยางกรุงเทพมหานคร
ก็เชื่อม่ันวาหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวมี
ประโยชนก ับตวั เองมาก เมอื่ ผนวกกบั ประสบการณท ่ีตนเองไดรบั จากการเปล่ียนความคิดเห็น
กับผูมีประสบการณชีวติ หลาย ๆ ทา น ทําใหไ ดข อ สรุปกับตนเองวา แมเราอยูในสังคมเมืองแตก็
สามารถมีวิถีชีวิตท่ีพอเพียงไดเชนเดียวกัน ซึ่งความพอเพียงของคนเราน้ันยอมแตกตางกัน
ออกไปแลว แตค วามตองการและวถิ ีชวี ิตของแตละคน

อยา งไรก็ตามเราตองมีชีวิตอยอู ยางคนทเี่ ตรยี มพรอมและเขาใจชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง
เปนเครอ่ื งมอื ทสี่ รา งสมดุลแหง ชีวิตใหกบั คนเราได สมดลุ ชีวิตจะทําใหคนเราประสบความสําเร็จ
ในชีวิตอยางแทจริง ซึ่งผูที่ขาพเจาใหความเคารพ นับถือทานหนึ่งไดใหแงคิดกับขาพเจาวา

45

ความสาํ เรจ็ ในชีวิตอยางแทจริงน้ันไมไดวัดกันที่จํานวนเงินในกระเปา หรือตําแหนงหนาท่ีการ
งานสูง ๆ แตดูไดจากการบริหารจดั การหลักสาํ คัญ 3 อยา งไดอ ยา งสมดุล น่นั คือ

1. มเี งิน มีรายไดเพยี งพอเล้ียงครอบครวั เพื่อใหตนเองและครอบครัวมีคุณภาพชวี ติ ทดี่ ี
โดยไมจ าํ เปนตอ งดิ้นรนแสวงหาเงินทองเพื่อความรํ่ารวย ผูที่มีเงินทองมากมายแตไมมีเวลาหา
ความสุขใหก บั ชวี ิต เงินท่ีมีอยกู ไ็ มมปี ระโยชนอ ะไร

2. มีเวลาใหก บั ตนเองและครอบครวั เพ่ือสรางสายสมั พันธอันดีระหวา งกนั
เม่ือครอบครวั เขมแข็ง ยอมสงผลตอความแข็งแกรงของสังคมตามไปดวย ตนทุนเวลาเปนสิ่งท่ี
สําคัญท่ีเราทุกคนไมควรมองขาม เพราะเวลาที่ผานไปแลว เราไมสามารถเรียกกลับคืนมาได
และเปนตนทุนทม่ี ีอยจู าํ กดั และถดถอยไปเรอื่ ย ๆ

3. มีสขุ ภาพทีด่ ี สุขภาพเปน สงิ่ ทสี่ ําคัญทส่ี ุดในชวี ติ ของคนเรา เพราะเปน ตนทุนที่
นาํ ไปใชแลกเปลย่ี นส่งิ จําเปนอ่นื ๆ ในชีวิต ในวยั หนุมสาวคนเรามักใชความมสี ุขภาพดีไปแลกกับ
การทํางานเพ่ือใหมีเงินมีรายไดมาก ๆ โดยลืมคํานึงถึงสุขภาพท่ีสูญเสียไป สุขภาพที่ดียอมนํา
ความสขุ มาสผู ูเปน เจาของ หากเมือ่ ไรตวั เรา มีปญ หาสุขภาพ ความสขุ ท่มี อี ยูก็คงมลายไปเพราะ
คุณภาพชวี ติ ที่ดหี มายรวมถงึ การมสี ุขภาพกายและจิตทแ่ี ข็งแรงดว ย

ดังนั้นสังคมนี้จะสงบสุขไดตองเกิดจากแนวความคิดที่เขาใจชีวิตของคนในสังคมดวย
แตนอยคนนักที่จะเขาใจแกนของความสําเร็จอยางแทจริงน้ี ตัวขาพเจาโชคดีที่ความรูและ
ประสบการณจ ากผอู ื่นเปน ครูท่ที าํ ใหเราไดแ นวทางท่ีดี โดยไมจาํ เปนตองเสยี เวลาลองผดิ ลองถูก
ดวยตนเอง อยางไรก็ตามเราตองเขาใจตนเองกอนวาวิถีชีวิตแบบไหนท่ีเหมาะกับตัวเราและ
ประยุกตความรูเหลาน้ีใหเขากับวิถีชีวิตแบบท่ีเราตองการ รากฐานของเศรษฐกิจพอเพียงที่
ขาพเจาไดศึกษา เปรียบไดกับรากแกวของตนไมที่คอยพยุงลําตนใหแข็งแรงเพ่ือแตก
กงิ่ กา นสาขา ทําใหชวี ิตทุกยางกาวของขา พเจามคี วามเช่ือม่ัน และมีเปาหมายท่ีชัดเจนวาจะทํา
อะไร เพื่อสรางหลักประกันท่ีม่ันคงไมเพียงแตใหกับตัวเองเทาน้ัน และเปนการสรางรากฐาน
ทางความคิดเพ่ือคนรุนหลังไดสืบทอดเจตนารมณเหลาน้ีตอไป ดังพระมหากรุณาธิคุณของ
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัว ทีท่ รงเห็นวา การดาํ รงชีวิตอยางพอเพียงจะเปนวิถีทางท่ีจะสราง
ประโยชนสุขแกประชาขนชาวไทยจึงสงเสริมแนวความคิดนี้เรื่อยมา ทรงทุมเทโดยไมเห็นแก
ความเหนอ่ื ยยากเพ่อื ใหสมดังพระราชปณิธานวา
“เราจะครองแผนดนิ โดยธรรมเพ่ือประโยชนสุขแหงมหาชนชาวสยาม”(อรทัย พววงแกว.”
พฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ ตัวอยางเศรษฐกจิ พอเพียงท่ขี ารูจ ัก,2550.)


Click to View FlipBook Version