The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อช21001 ช่องทางการพัฒาอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-06-24 00:32:22

อช21001 ช่องทางการพัฒาอาชีพ

อช21001 ช่องทางการพัฒาอาชีพ

1

1

เอกสารสรุปเน้อื หาท่ตี องรู

รายวิชา ชอ งทางการพฒั นาอาชีพ
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน
รหัส อช21001

หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
พุทธศักราช 2551

สาํ นักงานสง เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สํานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ

หามจาํ หนา ย
หนังสือเรยี นนจ้ี ดั พมิ พด ว ยเงินงบประมาณแผน ดนิ เพอ่ื การศกึ ษาตลอดชวี ติ สาํ หรับประชาชน
ลขิ สทิ ธิเ์ ปน ของสาํ นักงาน กศน.สาํ นักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร



3

สารบัญ

หนา
คาํ นํา
สารบัญ
คาํ แนะนาํ การใชห นงั สือสรุปเน้ือหาทตี่ องรู
บทท่ี 1 การงานอาชีพ...........................................................................................................1

เรอ่ื งท่ี 1 ความสาํ คัญและความจําเปนในการพัฒนาอาชพี ................................................ 1
เรื่องท่ี 2 กลมุ อาชพี ใหม..................................................................................................... 1
เรื่องท่ี 3 การประกอบอาชพี ในภูมภิ าค 5 ทวีป ................................................................. 2
เรื่องที่ 4 การพฒั นากระบวนการจดั การงานอาชพี ในชุมชน สังคม ประเทศ

และภูมภิ าค 5 ทวปี ...........................................................................................13
เรือ่ งท่ี 5 คุณธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพ.........................................................35
เร่อื งท่ี 6 การอนรุ กั ษพ ลังงานและสงิ่ แวดลอมในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค
5 ทวปี ...........................................................................................................................36
แบบฝก หดั ......................................................................................................................37
บทท่ี 2 ชองทางการพฒั นาอาชพี ........................................................................................39
เรื่องท่ี 1 ความจาํ เปนในการมองเห็นชอ งทางเพือ่ พัฒนาอาชพี .......................................39
เรอ่ื งที่ 2 ความเปน ไปไดในการเขา สอู าชีพ.......................................................................39
เรื่องท่ี 3 การกําหนดวิธกี ารพฒั นาอาชพี พรอมใหเหตุผล................................................47
แบบฝกหัด ......................................................................................................................49
บทที่ 3 การตดั สนิ ใจเลอื กพฒั นาอาชพี ................................................................................51
เรอ่ื งท่ี 1 ขอ มลู การตดั สินใจเลอื กพฒั นาอาชีพ................................................................51
เรื่องที่ 2 การตดั สินใจพัฒนาอาชีพดว ยการวเิ คราะหศ กั ยภาพ........................................56
แบบฝกหดั ......................................................................................................................58
เฉลยแบบฝก หัด ...................................................................................................................59
บรรณานกุ รม........................................................................................................................65
คณะผูจ ดั ทํา .........................................................................................................................66

4

คาํ แนะนําการใชเอกสารสรุปเนอ้ื หาทต่ี อ งรู

หนังสือสรุปเน้ือหาที่ตองรูหนังสือเรียนรายวิชา ชองทางการพัฒนาอาชีพ เลมนี้
เปนการสรปุ เนอื้ หาจากหนงั สอื เรยี นรายวิชาบังคับ สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาชองทาง
การพัฒนาอาชีพ อช21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ
การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) เพื่อใหนักศึกษาไดเรียนรู
และทําความเขาใจในเนอ้ื หาสาระของรายวิชา ชองทางการพัฒนาอาชีพ อช21001 ท่ีสําคัญ ๆ
ไดสะดวกและสามารถเขาใจยง่ิ ขน้ึ ในการศกึ ษาหนังสือสรุปเนอื้ หาทต่ี องรหู นังสือเรียนรายวิชา
ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ เลมนี้ นกั ศกึ ษาควรปฏิบัติ ดงั น้ี

1. ศกึ ษาหนังสือเรียนรายวชิ า ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ อช21001 สาระการประกอบ
อาชีพ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน ใหเ ขาใจกอน

2. ศกึ ษาเนอ้ื หาสาระของหนงั สือสรปุ เนื้อหาทตี่ องรหู นังสือเรียนรายวิชา ชองทางการ
พัฒนาอาชีพ อช21001 ใหเขาใจอยางถองแท พรอมทั้งทําแบบฝกหัดทายบททีละบท และ
ตรวจคาํ ตอบจากเฉลยแบบฝก หัดทายเลมใหครบ 3 บท

3. หากนักศึกษาตองการศึกษารายละเอียดเน้ือหาสาระรายวิชา ชองทางการพัฒนา
อาชีพ อช21001 เพิ่มเติมสามารถศึกษาคนควาไดจากส่ืออื่น ๆ ในหองสมุดประชาชน
อินเทอรเ นต็ หรือครผู ูสอน

1

บทท่ี 1
การงานอาชพี

เร่ืองที่ 1 ความสําคญั และความจาํ เปนในการพัฒนาอาชพี

การพฒั นาอาชพี หมายถึง การทําใหอาชีพท่ีมีอยูนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทาง
ที่ดีข้นึ กวาเดมิ ใหเ หมาะสมกับความตองการของตลาด การพฒั นาอาชีพท่มี ปี ระสทิ ธิภาพจะตอง
พฒั นาความรู ความสามารถในการวางแผน การกําหนดยุทธศาสตรตาง ๆ ท้ังดวยตนเองและ
กระบวนการกลุม โดยเฉพาะผูประกอบอาชีพเดียวกัน เพอ่ื แลกเปลีย่ นเรยี นรซู ่ึงกันและกนั
แลวนําไปตัดสินใจเพ่ือนําไปสูการปฏิบัติ นอกจากนี้ควรมีการบริหารจัดการแบบองครวม
บูรณาการปจ จยั ตาง ๆ ใหเ ปน หนง่ึ เดยี ว สามารถเกอ้ื หนนุ กนั ได

การพฒั นาอาชพี จึงเปน สิ่งทีส่ ําคญั ในวิถีชีวิตและการดํารงชีพในปจจุบัน เพราะอาชีพ
เปนการสรางรายไดเพ่ือเล้ียงชีพตนเองและครอบครัว กอใหเกิดผลผลิตและการบริการ
ซ่ึงสนองตอบตอความตอ งการของผูบริโภค และท่ีสําคัญคือ การพัฒนาอาชีพมีความสําคัญตอ
เศรษฐกิจของประเทศชาติ

เร่อื งที่ 2 กลมุ อาชพี ใหม

การประกอบอาชีพในปจ จุบนั มกี ารแบง ตามลักษณะของการประกอบอาชีพออกเปน
5 กลุม ดังนี้

1. กลุมอาชพี ดานการเกษตร คือ การพฒั นาอาชพี ในดา นการเกษตรเกี่ยวกับการปลูก
พืช เล้ียงสัตว การประมง โดยนําองคความรูใหม เทคโนโลยีนวัตกรรม มาพัฒนาใหสอดคลอง
กับศกั ยภาพหลกั ของแตล ะพน้ื ท่ี โดยคาํ นึงถงึ ทรัพยากรธรรมชาตใิ นพ้นื ที่เปน สาํ คญั

2. กลุมอาชีพดานพาณิชยกรรม คือ การพัฒนาหรือขยายขอบขายงานอาชีพดาน
พาณิชยกรรม เชน ผูใหบริการจําหนายสินคา ทั้งคาปลีกและคาสงใหแกผูบริโภค โดยการ
จาํ หนายหนา ราน เชน หางรา น หางสรรพสนิ คา ซุปเปอรส โตร รา นสะดวกซ้ือหรือการขายที่ไม
มีหนาราน เชน การขายผานส่ืออิเล็กทรอนิกส ซ่ึงเปนลักษณะงานอาชีพที่นิยมทํามาก
ในปจจุบัน และมีการลงทนุ ตํา่ ทส่ี ดุ

2

3. กลมุ อาชีพดานอตุ สาหกรรม คอื การประกอบอาชีพที่อาศัยองคความรู เทคโนโลยี
นวัตกรรมอาชีพเกี่ยวกับงานชาง เชน ชางไฟฟา ชางไม ชางยนต ชางประปา ชางปูน และชาง
เชื่อม โดยใหสอดคลองกับความตองการของตลาดในประเทศและตางประเทศและศักยภาพ
หลักของพืน้ ท่ี

4. กลุมอาชีพดานความคิดสรางสรรค คือการสราง/เพิ่มมูลคาใหกับของสินคาและ
บริการไดโดยไมตองใชทรัพยากรมากนัก แตใชความคิด สติปญญา และความสรางสรรค
ใหมากขึ้น เชน อาชพี การออกแบบจดั สวน อาชีพการออกแบบบรรจุภัณฑ อาชีพงานประดิษฐ
ใบตอง เปน ตน

5. กลมุ อาชีพดา นอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง เชน ธุรกิจบริการทองเท่ียว ธุรกิจ
บริการสุขภาพธุรกิจการจัดประชุมและแสดงนิทรรศการ ทั้งน้ีในการดําเนินธุรกิจดังกลาวนั้น
สง่ิ ทต่ี องคํานึงถงึ คือ การโฆษณาประชาสมั พนั ธ การสง เสริมการตลาด การบริการหลังการขาย
เพ่อื สรางความประทบั ใจใหแ กลูกคา

เรอื่ งท่ี 3 การประกอบอาชีพในภูมภิ าค 5 ทวปี

อาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ ของทวปี เอเชยี
การประกอบอาชพี ในทวีปเอเชยี มกี ารประกอบอาชีพท่หี ลากหลาย ดังน้ี
1. ดานการเกษตรกรรม ไดแ ก

1.1 การเพาะปลูก มีการเพาะปลูกแบบผสมผสาน โดยการใชพื้นท่ีทําการ
เพาะปลกู พชื หลายชนิดผสมกนั เชน ปลูกขา ว ปลกู ผัก ปลูกไมยืนตน ปลูกไมผล ในพ้ืนที่แปลง
เดียวกัน หรืออาจจะผสมกับการเล้ียงสัตว ก็ได เชน ในพ้ืนที่ 1 แปลง สามารถปลูกขาว
ปลูกผัก ปลูกไมยืนตน เลี้ยงปลา เลี้ยงไก เลี้ยงเปด เปนตน ประเภทพืชเกษตรกรรมที่มีการ
ปลกู มาก ไดแ ก

1) พืชท่ีใชเปนอาหาร เชน ขาวเจา ขาวเหนียว ขาวโพด มันสําปะหลัง มันฝรั่ง
ขาสาลี เปนตน

2) พชื นาํ้ มนั เชน มะพรา ว ปาลม นํ้ามัน งา มะกอก ถัว่ ทานตะวนั เปนตน
3) พืชเสนใย เชน ฝาย ปาน ปอ นนุ เปนตน
4) พืชทาํ เครื่องด่ืม เชน ชา กาแฟ โกโก เปนตน
5) พชื อ่ืน ๆ เชน ยางพารา ยาสูบ หวั ผกั กาด ออย เปนตน

3

ปจ จุบนั การทําการเกษตรมีการพัฒนาโดยใชเทคโนโลยีสมัยใหมเขามาชวย ทําให
ไดผ ลผลติ เพมิ่ มากขนึ้ กวาวิธีการด้งั เดิม

1.2 การเลีย้ งสตั ว แหลงเลี้ยงสตั วทีส่ ําคญั ไดแก
1) ภูมิภาคเอเชยี ใต เชน ประเทศอินเดีย ปากีสถานมีการเล้ียงสัตวเพื่อใชเปน

อาหารและเล้ียงไวใชงาน ไดแก โค กระบือ แพะ แกะ เพ่อื เปนอาหารและเลี้ยงไวใชงาน
2) ภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต นยิ มเล้ียงสัตวควบคูกบั การทํานา ไดแก โค

กระบอื
3) ญป่ี ุน บริเวณเกาะฮอกไกโด มีอากาศหนาวเย็น มีการเล้ยี งโคนม โคเนอ้ื
4) ตอนกลางทวีปเอเชียและแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต มีการเล้ียงสัตวแบบ

เรรอน เชน โค แพะ แกะ โดยเลยี้ งตามทงุ หญาตามฤดูกาล
2 ดานอตุ สาหกรรม ไดแ ก
2.1 การประมง ทวีปเอเชีย อุดมสมบูรณไปดวยสัตวน้ําจืด น้ําเค็ม นํ้ากรอย

ประเทศที่จับสัตวน้ําเค็มไดมากเปนอันดับตน ๆ ของโลก คือ ญ่ีปุน ไทย และเวียดนาม สวน
ประเทศทีจ่ ับปลาน้ําจืดไดม าก คือ กมั พชู า

2.2 การทําปาไม ทวปี เอเชีย มีปาไมอยูประมาณ 8.5 ลานตารางกิโลเมตร แตถูก
บุกรุกทําลายโดยไมมีการปลูกทดแทน ปาไมที่สําคัญของทวีปเอเชียที่สําคัญ เชน ปาสนเขต
หนาวในไซบีเรยี ปาเบญจพรรณ ปา ดิบ ปาชายเลน บริเวณที่ราบสูงภูเขาและชายทะเล พื้นท่ี
ท่ีมีปาไมจ าํ นวนมาก ไดแ ก เกาะบอรเนยี ว เกาะสุมาตรา ของประเทศอินโดนีเซีย ประเทศพมา
และลาว

2.3 การทําเหมืองแร แหลงแรธาตุท่ีสําคัญของทวีปเอเชียกระจายอยูทั่วไป เชน
แรถ านหินและเหลก็ พบมากในประเทศจีน สว นแรด ีบุกพบมากในประเทศจีน อินโดนีเซีย และ
มาเลเซีย แรเช้ือเพลิงพบมากในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต รอบอาวเปอรเซีย ไดแก
ประเทศซาอุดีอาระเบีย อิรัก อิหราน โดยผลิตน้ํามันไดปริมาณมาก เศรษฐกิจในภูมิภาคน้ี
จึงขนึ้ อยูกบั นา้ํ มัน

นอกจากน้ันแลวอาชีพอุตสาหกรรมสามารถแบงตามลักษณะของการผลิตได 3
ประเภท ดังน้ี

1) อุตสาหกรรมในครัวเรือน เปนอุตสาหกรรมท่ีใชแรงงานคนแปรสภาพ
วัตถดุ ิบทมี่ ีอยูในทอ งถนิ่ โดยจะทาํ ในยามวาง ผลผลิตสวนใหญจะใชบริโภคในครอบครัว และ

4

ผลผลติ ที่เหลอื อาจสง ออกไปขายตามตลาด ในทองถิ่นน้นั เชน การทําเคร่ืองปนดินเผา การทอ
ผา ประเทศทที่ ําอุตสาหกรรมประเภทนจี้ าํ นวนมาก ไดแก ประเทศลาว พมา ไทย

2) อุตสาหกรรมโรงงานขนาดเล็ก สวนใหญใชแรงงานคนเปนหลัก มีการนํา
เคร่ืองจักรและเครื่องทุนแรงขนาดเล็กเขามาใช เชน การผลิตเคร่ืองกระปอง สิ่งพิมพ เสื้อผา
สาํ เรจ็ รปู เฟอรนเิ จอร เปน ตน จะพบมากในประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถานและ
ตุรกี

3) อตุ สาหกรรมขนาดใหญ เปน อุตสาหกรรมท่มี ีเคร่ืองจกั รกลอัตโนมัติมาใชใน
การผลิต แรงงานที่ใชจะเปนชางฝมือและมีทักษะความเชี่ยวชาญ เชน การผลิตเคร่ืองจักรกล
ผลติ รถยนตและอุปกรณไฟฟา พบมากในประเทศญ่ีปนุ จนี และไตห วัน

3. ดานพาณิชยกรรม ในอดตี ทวีปเอเชยี มีการคาขายกับประเทศเพื่อนบานใกลเคียง
เทานัน้ ตอ มาไดขยายออกสูตลาดโลกโดยเฉพาะสินคาทางการเกษตรที่บรรจุหีบหอ จนเปนที่
นิยมของตลาดโลก เชน ยุโรป อเมริกาเหนือ นอกจากน้ี ยังมีสินคาดานอุตสาหกรรม ประเภท
วงจรไฟฟา อุปกรณไ ฟฟา ชิน้ สว นเคร่ืองจกั รกล เครือ่ งหนงั ผลติ ภณั ฑเฟอรนเิ จอร จงึ สงผลให
ประเทศญี่ปนุ ไตหวนั เกาหลีใต สิงคโปร มีบทบาทในการกําหนดระบบพาณิชยกรรมของโลก
สวนประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ก็มีการขยายตัวและมีบทบาทตอการทิศทางเศรษฐกิจ
ของทวปี มากขนึ้ กวาเดมิ

4. ดานคมนาคมขนสงและการส่ือสาร ประเทศในทวีปเอเชียยังไมไดรับการพัฒนา
ดานการขนสงเทาท่ีควร ประเทศมีการขนสงไดมาตรฐาน ไดแก จีน ญี่ปุน เกาหลีใตและ
สิงคโปร ถึงแมถนนสายเอเชียจะเช่ือมตอไปหลายประเทศ แตก็ยังไมเพียงพอและยังมีปญหา
ความปลอดภยั สวนการขนสงทางนํ้ายงั คงมคี วามสาํ คญั อยางมาก ในกลมุ เอเชยี ตะวันออกเฉียง
ใตมกี ารเรงขยายการขนสงทางอากาศ เพ่ือความสะดวกรวดเร็วในการนําสินคาไปจําหนายยัง
ภูมิภาคตาง ๆ และเปนการกระตุนสงเสริมการทองเท่ียวและการเดินทางของนักธุรกิจเขาสู
ประเทศอกี ดวย

อาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ ของทวปี ออสเตรเลีย
พื้นท่ีสวนใหญของทวีปออสเตรเลียมีอากาศแหงแลง ไมเหมาะแกการเพาะปลูก
ประชากรจึงนยิ มประกอบอาชีพการเล้ียงสัตว ดวยเหตุนเี้ องจงึ มีการขดุ บอบาดาลเพื่อนําเอานํ้า
ใตดนิ มาใชก ันอยางกวางขวางเชน แองแผนดินเกรตอารทีเชียนในรัฐควีนสแลนด แองแผนดิน
เมอรร ยี ใ นรฐั นวิ เซาทเวสตและแองแผนดินแอเดเลดเพลนในรฐั วิกตอเรีย อาชพี ทส่ี าํ คญั ไดแก

5

1. ดา นการเกษตรกรรม
1.1 การเพาะปลกู ไดแ ก
1) ขาวสาลี เปน พืชเศรษฐกจิ ท่ีทํารายไดท่ีสําคัญที่สุดของออสเตรเลีย มีเนื้อท่ี

เพาะปลูกประมาณ 2 ใน 3 ของเน้ือที่เพาะปลูกท้ังประเทศ แหลงปลูกขาวสาลีมากท่ีสุด คือ
บรเิ วณลุมน้าํ เมอรรีย- ดารล ิง และทางตะวันตกเฉยี งใตของรฐั นวิ เซาทเวสต

2) ขาวจาว แหลงปลูกท่ีสําคัญ ไดแก รัฐนิวเซาทเวสต โดยนําเอาระบบ
ชลประทานเขา มาชว ยในการเพาะปลูก รัฐเวสเทรินออสเตรเลีย นอรเทิรนเทรริทอรี ปลูกโดย
อาศยั นํา้ ฝนตามธรรมชาติ

3) กลวย ออย สับปะรด ฝายและยาสูบ ปลูกมากทางชายฝงตะวันออกของ
รฐั ควีนสแลนด ทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาทเ วสต

4) องุนและสม เปนพืชในอากาศเมดิเตอรเรเนียน ชายฝงตะวันตกเฉียงใต
และตะวันออก ของอา วเกรตออสเตรเลียไบตและเกาะแทสเมเนยี

1.2 การเลี้ยงสัตว ออสเตรเลียเปนประเทศท่ีมีการเล้ียงแกะมากที่สุดในโลก
พบมากบริเวณรัฐ นิวเซาทเวสต ควีนสแลนด และเวสเทิรนออสเตรเลีย พันธุท่ีนิยมเลี้ยงมาก
ที่สดุ คอื พันธุเ มอริโน เลีย้ งไวเพอ่ื ใชป ระโยชนจ ากขนมาเปน สินคาสงออก ซึ่งเปนสินคาสงออก
มากท่สี ุดในโลก สาํ หรบั การเลย้ี งโคนัน้ สว นใหญเปน โคเนือ้ เล้ยี งมากในบริเวณทุง หญา สะวันนา
ทางตอนเหนอื สวนโคนม เลย้ี งในเขตอบอุนทางชายฝง ตะวนั ออกเฉียงใตข องประเทศ

2. ดานอุตสาหกรรม สวนใหญเปนอุตสาหกรรมทางการเกษตร การผลิตรถยนต
การตอเรอื การผลติ เคร่อื งใชไฟฟา การกลัน่ น้ํามนั การทอผา ฯลฯ แหลงอุตสาหกรรมท่ีสําคัญ
อยูทางตะวันออกเฉียงใตของประเทศ ไดแก รัฐนิวเซาทเวสต วิกตอเรีย แทสเมเนีย และเซาท
ออสเตรเลีย

2.1 การประมง แหลง ประมงสวนใหญอยูทางชายฝง ตะวนั ออกของประเทศ เพราะ
เปนแหลงท่มี ปี ลาชุกชุมมากแหงหน่ึงของโลก นอกจากนี้ยังมีการเล้ียงหอยมุก โดยการทําการ
ประมงอยา งแพรหลายในบริเวณเกาะเทอรสเตย ทางเหนือสดุ ของคาบสมทุ รยอรก

2.2 การทําปาไม สวนใหญอยูทางฝงตะวันออกของประเทศ เพราะมีอากาศช้ืน
สว นใหญเ ปน ไมย ูคาลปิ ตัส และไมอ ะเคเซีย (ไมต ระกูลกระถนิ )

2.3 การทาํ เหมืองแร มีการทําเหมืองแรอยหู ลายแหง ไดแ ก
1) เหล็ก พบมากที่เมืองยัมปซาวด เขตเทือกเขาแฮมเมอรสเลย รัฐเวสเทิร

นออสเตรเลยี

6

2) ถานหิน พบมากทางชายฝงตะวันออกในนิวเซาทเวสตและควีนสแลนด
โดยเฉพาะที่เมอื งซิดนยี  นวิ คาสเซิล และวูลลองกอง เปนแหลงถา นหินท่ีใหญท ส่ี ุดของประเทศ

3) ทองคาํ อยใู นรัฐเซาทออสเตรเลยี เหมอื งใหญท่ีสุดอยูท ี่เมืองคาลกูรลี
4) ตะก่วั สงั กะสี เงิน ในรฐั นวิ เซาทเวสต เมือง โบรกเคนฮิ
5) ดบี ุก ใ นรัฐควนี สแลนด ท่ีเมอื ง เฮอรน เบอรต ัน และเมืองสแตนทอรป
6) บอกไซต ในรัฐควนี สแลนดบ ริเวณคาบสมุทรยอรก
7) น้ํามนั ในรัฐควีนสแลนด รฐั เซาทอ อสเตรเลยี
จะเหน็ ไดวาการประกอบอาชพี ของประชากรในทวีปออสเตรเลียมีความคลายคลึงกับ
การประกอบอาชพี ในประเทศไทย ไดแ กอาชีพ การเลย้ี งโคเน้ือและโคนม การปลูกขาวสาลี การ
ปลกู ออย การปลกู กลวย และการปลกู ยาสบู เปนตน

อาชพี ในชุมชน สังคม ประเทศ ของทวีปอเมริกา ประกอบดวย ทวีปอเมริกาเหนือ
และอเมรกิ าใต
อาชพี ในชุมชน สังคม ประเทศ ของทวีปอเมรกิ าเหนือ มดี งั นี้

1. ดา นการเกษตรกรรม ไดแ ก
1.1 การเพาะปลกู อเมริกาเหนอื เปน ดินแดนผลิตอาหารที่สําคัญของโลก โดยเปน

ผูนาํ ในการผลติ ขา วโพดและขา วสาลี
1.2 การเล้ยี งสัตว มีการทําฟารม ปศสุ ัตวขนาดใหญ ชาวอเมริกันนิยมรับประทาน

อาหารประเภทเนื้อสัตว นมเนย มากกวาอาหารโปรตีนชนิดอื่น โดยมีการเลี้ยงโคเนื้อในเขตท่ี
ราบภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพื้นท่ีดังกลาว มีการปลูก
ขา วโพดและถวั่ เหลืองเพ่อื นาํ มาเปนอาหารสัตว

1.3 การประมง มีการจับปลาในเขตน้ําตื้นชายฝง แหลงปลาชุกชุมอยูใกลเกาะนิว
ฟน ดแ ลนด เรยี กวา แกรนดแ บงก

2. ดานอตุ สาหกรรม อเมรกิ าเหนือเปนทวปี ทไี่ ดช ่ือวา ลาํ้ หนา ในเรือ่ งการอุตสาหกรรม
ของโลก โดยเฉพาะอยางย่ิง ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีโรงงานผลิตสินคาชนิดตางๆ กระจาย
อยูทุกภูมิภาคของประเทศ อุตสาหกรรมสําคัญ ไดแก การผลิตเหล็กและเหล็กกลา
เครอื่ งจักรกล อุตสาหกรรมเก่ียวกับการขนสง เขตอุตสาหกรรมท่ีสําคัญของสหรัฐอเมริกา คือ
ชายฝงมหาสมุทรแอตแลนตกิ ครอบคลุมพืน้ ท่จี นถงึ ทะเลสาบใหญทางตะวันตก และเขตท่ีราบ

7

ลมุ แมนํ้ามสิ ซิสซปิ ป มีประชากรอาศัยอยูหนาแนน สําหรับประเทศแคนาดา เขตอุตสาหกรรม
จะอยูทางตอนใตข องประเทศ ประกอบอาชพี ทํากระดาษและเยือ่ ไม

3. ดานพาณิชยกรรม ถือเปนตลาดการคาสําคัญของโลก มีประชากรจํานวนมาก
สภาพทางเศรษฐกิจดี ผูนําในทวีปอเมริกาเหนือทั้ง 3 ประเทศ ไดแก สหรัฐอเมริกา แคนาดา
และเมก็ ซิโก รวมกลมุ กัน จดั ตัง้ เปน เขตการคาเสรีอเมริกาเหนอื หรอื นาฟตา (NAFTA)
เพื่อตอ รองและถวงดลุ อํานาจกบั ประชาคมยุโรป

จะเหน็ ไดวาการประกอบอาชีพของประชากรในทวีปอเมริกาเหนือ มีความคลายคลึง
กับการประกอบอาชีพของประชากรในประเทศไทย ไดแก อาชีพ การเล้ียงวัวเนื้อ การปลูก
ขาวโพด

อาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ ของทวปี อเมริกาใต
ประเทศตาง ๆ ในทวีปอเมริกาใตจ ัดอยูในกลมุ ประเทศกาํ ลังพัฒนา อุปสรรคสาํ คัญ

ในการพฒั นาเศรษฐกจิ คอื ขาดแคลนเงินทนุ ขาดเทคโนโลยีสมัยใหม และลักษณะภูมิประเทศ
ไมเ อื้ออํานวย อยูหา งไกลจากตลาดการคา ของโลก อาชพี ทีส่ ําคัญ มีดงั นี้

1. ดา นการเกษตรกรรม ไดแก
1.1 การเพาะปลกู มี 2 ลกั ษณะ ดังน้ี
1) การเพาะปลูกเพอ่ื ยังชพี ชาวพ้นื เมอื งจะทําการเพาะปลูกในพ้ืนที่ขนาดเล็ก

และการทําไรเลอื่ นลอย บรเิ วณลุม แมนาํ้ อเมซอน และบริเวณทส่ี งู ของทวปี พืชท่ีปลูก ไดแก ผัก
ขาวโพด มันเทศ ถ่วั ลสิ งและมันสาํ ปะหลัง

2) การเพาะปลกู เพอ่ื การคา ไดแ ก
- ขาวโพด ปลูกมากในเขตอากาศอบอนุ ประเทศบราซิล อารเ จนตนิ า
- ขา วสาลี ปลูกมากบริเวณทงุ หญาปามปาส ประเทศอารเ จนตินา
- กาแฟ และ ออ ย ปลกู มากในบราซลิ โคลัมเบีย เอกวาดอร
- ฝา ย ในบราซิล อารเจนตินา เปรู
- กาเกา ปลูกมากในบราซลิ เอกวาดอร เวเนซูเอลา
- ยางพารา ปลกู มากในบราซิล อุรกุ วยั

8

1.2 การเลี้ยงสัตว ทวีปอเมริกาใตมีทุงหญาเลี้ยงสัตวที่กวางขวางมาก สัตวเลี้ยง
ที่สําคญั ไดแก วัวพันธุเน้อื เลี้ยงมากบริเวณชายฝงตะวันออกของบราซิล อุรุกวัย อารเจนตินา
และตอนเหนือของเวเนซูเอลา และโคลัมเบีย ประเทศท่ีสงวัวเน้ือออกจําหนายมากที่สุดของ
ทวีป คือ อารเจนตนิ า แกะพนั ธุเน้ือ และพนั ธขุ น เล้ียงกันมากบริเวณเขตอากาศก่ึงแหงแลงของ
เปรู ชิลี ที่ราบสูงปาตาโกเนีย และทางตอนใตของอารเจนตินา สวนการเลี้ยงหมูในประเทศ
บราซลิ และอารเ จนตินา

2. ดานอุตสาหกรรม ไดแ ก
2.1 การประมง สวนใหญทําการประมงขนาดเล็กบริเวณชายฝง แหลงประมง

ที่สําคัญ ไดแ ก บริเวณชายฝงประเทศเปรู อารเจนตินา บราซิล หมูเกาะฟอลกแลนด หมูเกาะ
ของเวเนซุเอลาประเทศเปรู

2.2 การทาํ ปา ไม เขตปาดงดิบบริเวณลุมแมน้ําอเมซอน คือ ปาเซลวาส เปนปาท่ี
อยใู นเขตอากาศรอนชื้น มลี าํ ตนสงู ใหญปกคลุมพน้ื ทห่ี นาแนน เปนเขตทุรกันดาร การคมนาคม
ไมสะดวก จงึ มกี ารทาํ ปาไมเฉพาะบริเวณทม่ี ีแมน ้าํ ไหลผานเทานน้ั

2.3 การทําเหมืองแร ทวีปอเมริกาใต เปนแหลงทรัพยากรท่ีสําคัญของโลก
แหลง แรท่ีสาํ คัญ ไดแก

1) นา้ํ มันปโตรเลยี ม ขดุ เจาะในประเทศอารเ จนตนิ า
2) เหล็ก ทองแดง ในประเทศบราซิล ชลิ ี
3) ดบี กุ ในโบลิเวีย
4) ไนเตรท นํามาทําปุย ในเขตทะเลทรายอะตากามา ตอนเหนือของประเทศ
ชิลี แรบอกไซดแมงกานสี เงนิ และพลวง ในประเทศซูรินาเม กายอานา
2.4 การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ไดแก
1) อาหาร ประเภทเน้ือววั เน้อื แกะสําเร็จรปู ในอารเ จนตินา บราซิล ชิลี
2) สตั วนาํ้ แชแขง็ และปลากระปอ ง ในเปรู อารเ จนตนิ า
3) นา้ํ ตาลทราย ในโคลัมเบยี บราซลิ
4) สกดั น้ํามันปาลม ในโคลมั เบีย เอกวาดอร
5) สกัดน้าํ มันถั่วเหลือง ในบราซิล อารเ จนตนิ า
6) ทอผา ฝาย ในบราซิล อารเ จนตินา เปรู ชิลี
7) ยางพารา ใน บราซิล

9

โรงงงานอุตสาหกรรมสมัยใหมท่ีใชเงินทุนสูง เทคโนโลยีชั้นสูงจะเปนการลงทุน
รว มกนั ระหวา งประเทศในทวปี อเมริกาใต และนักลงทนุ ชาติตาง ๆ เชน ชาวอเมริกัน และชาว
ญี่ปุน เปนตน

3. ดานพาณิชยกรรม สินคาหลักของทวีปอเมริกาใต สินคาสงออกจะเปนประเภท
วตั ถุดบิ ไดแก

- บราซิล สงออกกาแฟ น้าํ ตาลทราย ยาสบู กลว ย ผลไมต ระกลู สม
- อารเจนตนิ า สง ออกเนอ้ื สัตว ขนแกะ ฝา ย ขาวโพด ขา วสาลี
- เปรู สง ออกมันฝร่งั สตั วน าํ้
- สินคานําเขา ไดแก เคร่ืองจักรกลสําหรับการเกษตร เคมีภัณฑ เย่ือกระดาษ
รถยนต
- สินคาประเภทเสื้อผาสําเร็จรูป เครื่องใชไฟฟา ประเทศคูคาที่สําคัญ คือ
สหรฐั อเมริกา แคนาดา ประชาคมยโุ รป ญ่ีปุน ประเทศในทวปี แอฟรกิ าตะวนั ตก
จะเห็นไดวาการประกอบอาชีพของประชากรในทวีปอเมริกาใตมีความคลายคลึงกับการ
ประกอบอาชีพในประเทศไทย ไดแกอาชีพการเลี้ยงโคเน้ือ การเลี้ยงหมู การปลูกยางพารา การ
ปลูกขา วโพด มนั สาํ ปะหลงั และกาแฟ

อาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ ของทวปี ยุโรป
1. ดา นการเกษตรกรรม ไดแ ก

1.1 การเพาะปลูก เขตเพาะปลูกอยูในยุโรปตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคใต
ขององั กฤษ ภาคเหนอื และภาคตะวนั ตกของฝรงั่ เศส ตอนเหนือของเยอรมนี ยเู ครน พืชท่ีสําคัญ
ไดแ ก

1) ขาวสาลี ปลูกไดมากท่ีสุดคือ ยูเครน รองลงไปคือ ฝร่ังเศส อิตาลี สเปน
โรมาเนีย บลั แกเรยี เยอรมนี ฮงั การี

2) ขาวโอต ขาวบารเลย ขา วไรย ถัว่ มนั ฝรง่ั ปลกู ไดโ ดยท่ัวไป
3) องุน สม มะกอก มะนาว แอปเปลและผลไมชนิดตางๆ ปลูกไดมากเขต
อากาศแบบ เมดิเตอรเนียน ไดแก ประเทศอิตาลี ฝร่ังเศส สเปน กรีซ
3) ตนแฟลก็ ซ ใชใบทาํ ปา นลนิ ิน ปลกู มากในโปแลนด เบลเยยี ม ไอรแ ลนด

10

1.2 การเลี้ยงสัตว การเลี้ยงสัตวจะแตกตางกันไปตามลักษณะภูมิประเทศและ
ภมู ิอากาศ ดังน้ี

- เขตทุนดรา มีการเลีย้ งกวางเรนเดียร
- เขตทงุ หญา สเตปป มกี ารเล้ยี งโคเนอ้ื แพะ แกะ มา
- เขตเมดิเตอรเรเนียน มกี ารเล้ยี งโคเน้ือ และแกะ
- เขตภเู ขาสูง และท่รี าบสงู มีการเลี้ยงโคเนื้อ โคนม แกะ
- เขตอบอุนชื้นตอนเหนือของคาบสมุทรบอลขาน มีการเล้ียงสุกรดวย
ขาวโพด
- เขตภาคพ้นื สมุทรชายฝง ตะวันตก มีการทาํ ฟารม โคนม
2. ดานอุตสาหกรรม ยุโรปไดช่ือวาเปนทวีปอุตสาหกรรม เพราะเกือบทุกประเทศ
ประชากรผใู ชแ รงงานสวนใหญอยใู นภาคอตุ สาหกรรม เชน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี
เนเธอรแ ลนด สวนยุโรปตะวันออกอยูใ นรัสเซยี ยเู ครน เบลารสุ อาชีพทส่ี ําคญั มีดังน้ี
2.1 การประมง แหลงประมงที่สําคัญ ไดแก ทะเลเหนือ โดยเฉพาะบริเวณ
ทก่ี ระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือบรรจบกับกระแสน้ําเย็นกรีนแลนดตะวันออก เกิดเปนแหลง
ทม่ี ีปลาชุกชมุ มากแหงหน่ึงของโลกเรียกวา ดอกเกอรแบงก ประเทศที่จับปลาไดมาก สหราชา
อาณาจักร ไอซแลนด นอรเวย บริเวณอาวบิสเคยจนถึงทะเลเมดิเตอรเรเนียน โดยเฉพาะ
บริเวณทะเลดาํ ทะเลสาบแคสเปย นและแมน้าํ โวลกา มกี าร จับปลาสเตอรเจยี นมาทาํ เปนไข
ปลาคารว ียร
2.2 การทาํ ปา ไม พบมากในประเทศฟนแลนด สวีเดน รัสเซีย นอรเวย ในบริเวณ
ปาสน ซึง่ เปนไมเ นื้อออ น นาํ มาผลิตเปนเยือ่ กระดาษ
2.3 การทาํ เหมืองแร ยุโรปเปน ทวีปที่มแี รเ หลก็ และถา นหนิ อดุ มสมบรู ณ
1) ถานหิน แหลง สาํ คญั อยูทางภาคเหนือของสหราชอาณาจักร ภาคกลางของ
เบลเยียม ลุมแมน้ํารูหของเยอรมนี ภาคใตของโปแลนด ภาคเหนือของเช็ก สโลวัก ยูเครน
ไซบีเรยี ของรัสเซีย
2) เหล็ก แหลงสําคัญคือ แหลงคิรูนาและเยลีวารทางตอนเหนือของสวีเดน
แหลงคริวอยร็อกในยเู ครน แหลงลอเรนซทางตะวนั ออกเฉียงใตของฝรัง่ เศส
3) นํ้ามันดบิ และกา ซธรรมชาติ แหลงสําคัญของยุโรปอยูในบริเวณทะเลเหนือ
และรอบ ๆทะเลสาบแคสเปยน

11

4) บอกไซต เม่ือนํามาถลุงแลวไดอะลูมิเนียม แหลงผลิตสําคัญอยูทางภาคใต
ของฝรงั่ เศส ยโู กสลาเวยี ฮังการี เทือกเขาอูราลในรสั เซยี

5) โพแทช ใชในอุตสาหกรรมปุยและสบู แหลงผลิตอยูในประเทศฝร่ังเศส
เยอรมนี สเปน รสั เซีย

3. ดานพาณิชยกรรม เน่ืองจากยุโรปความเจริญกาวหนาทางอุตสาหกรรมและ
เทคโนโลยี ทําใหยุโรปมีการตดิ ตอคาขายกบั ภมู ภิ าคอ่ืนและมีการต้ังกลุมทางเศรษฐกิจระหวาง
ประเทศ เชน สหภาพยุโรป (EU-European Union) สมาคมการคาเสรีแหงยุโรป
(EFTA-European Free Trade Association) ตลาดการคาขายระหวางประเทศ ไดแก
ประเทศตาง ๆ ท่ีอยูในยุโรปและประเทศอเมริกาเหนือ ดังน้ันจึงสงผลใหธุรกิจการคมนาคม
ขนสง มีบทบาทสาํ คญั ซ่งึ การคมนาคมขนสง แบง ไดด ังน้ี

3.1 ทางรถยนต มที างหลวงเช่ือมระหวางเมือง เขตอุตสาหกรรมและประเทศตาง
ๆ มีระยะทางยาวประมาณ 1 ใน 5 ของทางรถยนตข องโลก

3.2 ทางรถไฟ ทวปี ยุโรปมที างรถไฟยาว 1 ใน 3 ของทางรถไฟในโลก ประเทศท่ีมี
ทางรถไฟยาวเม่ือเฉล่ียตอเน้ือท่ีแลวมากที่สุด คือ เบลเยียม รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร
สวิตเซอรแลนด เมืองที่เปนศูนยกลางการคมนาคมทางรถไฟคือ ปารีส ลอนดอน เบอรลิน
วอรซอ มอสโก

3.3 ทางอากาศ ในแตละประเทศตางก็มีสายการบินเปนของตนเอง เพื่อใชติดตอ
ระหวางเมืองภายในประเทศ ระหวา งประเทศ และระหวางทวีป ศูนยก ลางการบินสวนใหญเปน
เมืองหลวงของแตล ะประเทศ

3.4 ทางนํ้า แมนํ้าสําคัญที่ใชในการคมนาคมขนสงภายในประเทศและระหวาง
ประเทศ ไดแก แมน้ําไรน แมนํ้าเซน แมน้ําดานูบ แมน้ําโวลกา แมนํ้าโอเดอร และมีการขุด
คลองเพื่อการคมนาคม เชน คลองคีล ในเยอรมนี เชื่อมระหวางทะเลบอลติกกับทะเลเหนือ
คลองมดี ีในฝรั่งเศสเชื่อมทะเลเมดเิ ตอรเ รเนยี นกบั มหาสมทุ รแอตแลนติก

จะเห็นไดว าการประกอบอาชีพของประชากรในทวีปยุโรปจะโดดเดนในดานพาณิชยก
รรม เน่ืองจากมีการติดตอสื่อสารคมนาคมกับตางประเทศเปนจํานวนมาก สําหรับอาชีพท่ีมี
ความคลายคลึงกับการประกอบอาชีพของประเทศไทย คือ อาชีพการการปลูกองุน การปลูก
มะนาว การเลี้ยงโคเน้อื และโคนม

12

อาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ ของทวปี แอฟรกิ า
1. ดานการเกษตรกรรม ไดแ ก

1.1 อาชีพเพาะปลกู ทวปี แอฟริกา มีพื้นท่ีสวนใหญเปนทะเลทราย ดินขาดความ
อุดมสมบูรณจะสามารถใชประโยชน ในดานการเกษตรไดเฉพาะบริเวณที่ราบดินตะกอนปาก
แมน้ําสายตางๆ ดังน้ันผลผลิตจึงไมเพียงพอท่ีจะเลี้ยงประชากรภายในทวีป เขตเกษตรกรรม
ท่ีสําคัญคอื

1) แหลงปลูกพืชเมืองรอนในเขตรอนช้ืน บริเวณลุมแมน้ําคองโก ชายฝง
แอฟริกาตะวันออก แอฟริกาตะวันตก ปลูกโกโกมากที่สุด นอกจากนี้มี ปาลมนํ้ามัน กาแฟ
ถั่วลสิ ง ออย ยางพารา เผือก มัน

2) ลุมแมนํ้าไนล เขตนี้มีอากาศรอน แหงแลงสามารถปลูกฝาย ชา อินทผลัม
ขาวฟา ง

3) เขตเมดิเตอรเรเนยี น คือชายฝง บารบารี ตอนเหนอื สุดของทวีป และตอนใต
สุดของทวีปปลกู สม องนุ มะกอก ขา วสาลี

4) เขตอบอุนชื้น ดานตะวันออกเฉียงใตของทวปี ปลูกผลไม ขาวสาลี ขาวโพด
1.2 อาชพี เลี้ยงสัตวและลาสตั ว สัตวเลีย้ งทส่ี ําคัญในทวีปแอฟริกา มดี ังนี้

1) โคเขายาว พันธุพื้นเมือง เลี้ยงทางภาคตะวันออกและภาคใตของทวีป
เพอ่ื ใชแ รงงาน ใชเน้อื เปนอาหารและเปน เคร่อื งแสดงฐานะทางสงั คม

2) โคเนื้อ และโคนมพนั ธตุ างประเทศ เล้ียงในเขตอบอนุ ชืน้
3) แพะ แกะ เลีย้ งแบบเรรอนในเขตทะเลทราย
4) อูฐ ใชเ น้ือเปนอาหาร และใชเปน พาหนะในเขตทะเลทราย
5) ลา ใชเปน พาหนะในเขตทุง หญา กง่ึ ทะเลทราย
1.3 อาชีพลาสัตว โดยชาวพืน้ เมอื งเชน ปก มี และบชุ แมน สินคาที่เปนที่สนใจของ
ชาวตา งชาตคิ อื งาชาง นอแรด
2. ดา นอุตสาหกรรม ประเทศท่ีมีความกาวหนาทางดานอุตสาหกรรมของทวีปนี้ คือ
สาธารณรฐั แอฟรกิ าใต อาชีพทีส่ ําคัญคอื การทําเหมืองแร แหลง ผลิตแรธ าตทุ ่สี าํ คัญ ไดแก
1) ถานหนิ แหลงใหญท่ีสุด อยูในรัฐทรานสวาล และนาตาล ประเทศ สาธารณรัฐ
แอฟริกาใต
2) นํ้ามันปโตรเลียม พบในแอฟริกาเหนือเขตทะเลทรายสะฮารา ประเทศลิเบีย
แอลจีเรยี อยี ิปต ไนจีเรยี

13

3) กาซธรรมชาติ มีมากบริเวณท่ีลุมของแอฟริกาเหนือ และ แอฟริกาตะวันตก
แอลจเี รียมปี รมิ าณกา ซธรรมชาตมิ ากท่ีสดุ แหง หน่งึ ของโลก

4) เพชร มีแหลงใหญอยูในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต นามิเบีย บอตสวานา
ซมิ บบั เว โมซัมบกิ

5) ทองคาํ ท่วี ติ วอเตอรส แรนด ในสาธารณรฐั แอฟรกิ าใต
6) ทองแดง พบมากในประเทศซาอรี 
3. ดานพาณิชยกรรม การคาขายในทวีปแอฟริกาใตมีตลาดคูคาท่ีสําคัญคือ กลุม
ตลาดรวมยุโรป กลุมโอเปค สหรัฐอเมริกา ญ่ีปุน สินคาสงออกที่สําคัญคือ วัตถุดิบตาง ๆ เชน
นาํ้ มันดิบ กาซธรรมชาติ
จะเห็นไดว า การประกอบอาชพี ของประชากรในทวีปแอฟรกิ ามีความคลายคลึงกับการ
ประกอบอาชีพในประเทศไทย เชน อาชีพการปลูกยางพารา อาชีพการปลูกปาลมนํ้ามันและ
อาชพี การเลี้ยงโคเน้อื เปนตน

เร่ืองท่ี 4 การพฒั นากระบวนการจดั การงานอาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภมู ิภาค
5 ทวปี

การพัฒนากระบวนการจัดการงานอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวีป
ไดแก ทวีปเอเซีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกา มีกระบวนการ
จดั การงาน ดงั น้ี

1. การจดั การการผลิต
กระบวนการของการจัดการการผลิตมีขั้นตอนการดําเนินงานที่กําหนดไวกอนหลัง

อยา งชัดเจน เพอ่ื ใหผ ูดาํ เนินการสามารถปฏบิ ตั ติ ามไดอยางถูกตอง ผูประกอบการจําเปนตองมี
ความเขาใจและสามารถจัดระบบการบริหารจัดการไดอยางมีประสิทธิภาพ เพราะเปนการ
กําหนดแนวทางการสื่อสาร การประกันคุณภาพ การประเมิน การควบคุม การติดตาม
ตรวจสอบ การดําเนนิ งาน การแกปญหา และใชเปนเครือ่ งมอื ในการสรางนวัตกรรม รวมถึงการ
พยากรณส่ิงท่จี ะเกดิ ขึ้นตอไปได

14

โดยกระบวนการของการจดั การสามารถนําเสนอไดตามแผนภาพ ดังนี้

จากแผนภาพขางตน ปจ จยั นําเขา ไดแ ก คน เงนิ วสั ดุ อุปกรณ และวิธีการ ถูกนําเขา
สกู ระบวนการของการแปรรปู ทรพั ยากร ภายใตแ นวทางของการจดั การ 5 ประการ ไดแก การ
วางแผน การจัดองคการ การจัดคนเขาทํางาน การอํานวยการ และการควบคุม เมื่อผาน
กระบวนการแปรรปู แลว ผลลัพธท่ไี ดจ ะเปนปจจยั นําออก ไดแก สินคา ตา ง ๆ หรืออาจอยูในรูป
ของการบรกิ าร

จากแผนภาพจึงอธิบายกระบวนการจัดการผลิตไดวา องคประกอบของการจัดการ
ผลิต ไดแ ก การวางแผน การจัดทาํ โครงการ การใชวัสดุอุปกรณ การใชแรงงาน การใชสถานที่
และการใชท ุน โดยองคป ระกอบการจัดการผลติ มีรายละเอยี ดในแตล ะองคป ระกอบ ดงั นี้

1.1 การวางแผน การวางแผนเปนจุดเร่ิมตนของการทํางานตามนโยบาย เพื่อให
บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคโ ดยมีการกาํ หนดกิจกรรมไวอยางชัดเจนวา จะใหใครทําอะไร ที่ไหน เม่ือใด
เพราะอะไร ดว ยวธิ ใี ด เมอ่ื พบปญ หาและอปุ สรรคที่คาดวา จะมหี รือจะเกิดขนึ้ จะแกไขอยางไร

ความสําคัญของการวางแผน
การวางแผน เปนการกําหนดแนวทางวาจะทําอะไร เมื่อใด อยางไร โดยใชทรัพยากร
อะไรบางในการดําเนินการขององคกร ทําใหผูประกอบอาชีพเล็งเห็นถึงความชัดเจนท่ีจะ
ดําเนินงานไปสูความสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีตองการ หากการดําเนินการใดปราศจากการ
วางแผนจะกอ ใหเ กดิ ปญหาตา ง ๆ ไดดงั นี้

15

1) เกดิ ความสับสนวาจะตอ งทําอะไร ทําเมอื่ ใด ทําอยา งไร
2) เกิดความเสี่ยงตอความสําเร็จ เพราะไมทราบแนวทางวาจะมีโอกาสสําเร็จตาม
วัตถปุ ระสงคไดอ ยา งไร
3) เกิดความสูญเสียในการใชทรัพยากรตาง ๆ ซึ่งมีการนํามาใชอยางไมเหมาะสม
ไมกอ ใหเกิดประสทิ ธิภาพสงู สดุ และทําใหเสยี เวลา
4) เกดิ การทาํ งานทหี่ ลงทศิ ทาง เบย่ี งเบนออกจากวัตถปุ ระสงคเดมิ

5) ไมส ามารถตดิ ตามความกาวหนา ของงานและไมสามารถประเมินผลงานได
ประเภทของแผนงาน
การวางแผนสามารถแบงตามระยะเวลา แบง ได 3 ระยะ ดงั น้ี
1) แผนระยะส้ัน โดยปกติมักจะมีระยะเวลาดําเนินการไมเกิน 1 ป เชน แผนงาน
ประจําป แผนงบประมาณ แผนงานเฉพาะกจิ เปน ตน
2) แผนระยะกลาง เปนแผนงานท่ีมีระยะเวลาดําเนินการยาวนานกวา 1 ป สวน
ใหญจะมีระยะเวลา 3-5 ป เชน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ แผนโครงการกอสราง
รถไฟฟา แผนการสรางเขอื่ นเกบ็ กกั น้ํา เปน ตน
3) แผนระยะยาว เปน แผนงานทม่ี ีระยะเวลาดําเนนิ การยาวนานกวา 5 ป ประมาณ
5-10 ป เชน แผนรณรงคใหคนไทยรูหนังสือไทย 100 % แผนการพัฒนาทุกหมูบานปลอดฝุน
แผนการขยายไฟฟาท่ัวทุกหมูบาน เปนตน แผนระยะยาวสวนใหญจะเปนแผนการจัดบริการ
ของทางราชการ
ท้งั นก้ี ารวางแผนสามารถแบง ตามขอบเขตของการวางแผน มี 5 ประเภท ไดแก
1) แผนแมบท เปนแผนหลักท่ีครอบคลุมแผนระดับรองลงมาท้ังหมด โดยแผน
ระดับรองลงมาตองมีความสอดคลอ งกบั แผนแมบท
2) แผนกลุมหนาที่หรือกลุมงาน เปนแผนกวาง ๆ ที่ครอบคลุมขอบเขตของกลุม
หนา ท่ี เชน แผนงานขาย แผนการเงิน แผนการตลาด แผนการผลิต เปนตน
3) โครงการ เปนแผนงานเฉพาะกจิ ท่ีเกย่ี วของกบั สว นงานตา ง ๆ ในหนวยงานใหญ
ๆ ท่ีมีสวนงานมากกวาหน่ึงขึ้นไป เชน โครงการสงเสริมการขายในฤดูรอน โครงการจัดแสดง
สินคา โครงการจัดงานกาชาดประจําป เปนตน
4) แผนสรุป เปนแผนที่จัดทําขึ้นเพื่อสรุปรวมแผนกลุมหนาที่หรือโครงการตาง ๆ
เขา ดวยกนั เปน หมวดหมู เชน แผนการศึกษา แผนสาธารณสขุ แผนการเกษตร เปน ตน

16

5) แผนกิจกรรม เปนแผนท่ีแสดงกิจกรรมตาง ๆ ของแตละสวนงาน เปนแผนใน
ระดบั แผนขององคก ร มรี ายละเอียดในการปฏบิ ัตงิ าน ซ่ึงถือวาเปนแผนในระดบั ลา งขององคกร

การวางแผนแบง ตามลกั ษณะของการใช มี 2 ประเภท
1) แผนงานที่ใชประจํา เปนแผนที่ใชในการปฏิบัติงานท่ีมีการทําซํ้า ๆ หรือใช
สําหรบั การแกป ญหาทีเ่ กิดขึน้ เปน ประจํา เชน ระเบียบวธิ ปี ฏบิ ตั ิงาน กฎ เปนตน
2) แผนงานที่ใชครั้งเดียว เปนแผนที่กําหนดข้ึนเพื่อการปฏิบัติงานเฉพาะครั้งหรือ
ใชเพียงครัง้ เดยี ว เชน แผนเฉพาะกิจ โครงการ งบประมาณ เปน ตน
การวางแผนแบง ตามขอบขายของการใชแ ผน มี 2 ประเภท
1) แผนกลยุทธ เปนแผนที่มีขอบขายกวาง ครอบคลุมทุกสวนขององคกรเปนแผน
ระยะยาวทีก่ ําหนดแนวทางของการใชท รพั ยากรใหมปี ระสทิ ธิภาพสูงสุดภายใตสภาวะแวดลอม
ท้ังภายในและภายนอกทเี่ ปลีย่ นแปลงไป
2) แผนกลวิธี เปนแผนท่ีมีขอบขายท่ีแคบ กําหนดเฉพาะรายละเอียดของการ
ปฏิบัติงานวาควรทําอยางไรเพ่ือใหงานบรรลุผลสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพสูงสุดเปนแผนท่ีมี
ระยะเวลาส้ัน 1-5 ป
ลักษณะของแผนทดี่ ี ลกั ษณะของแผนทีด่ คี วรประกอบดว ยลกั ษณะดงั ตอไปนี้
1) มวี ตั ถปุ ระสงคหรอื เปาหมายทช่ี ัดเจน เขาใจงา ย วตั ถปุ ระสงคห รอื เปาหมายตอง
ไมมากจนไมสามารถกาํ หนดแผนงานทร่ี ัดกุมได
2) ตองครอบคลุมรายละเอียดอยางเพียงพอที่จะสามารถปฏิบัติใหสําเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงคห รือเปาหมาย
3) มีความยดื หยนุ สามารถปรบั ใชกบั สถานการณที่เปลี่ยนแปลงไปได
4) มรี ะยะเวลาการดาํ เนินการทแี่ นน อน
5) มกี ารกําหนดบทบาทหนา ท่ขี องผูปฏิบัตติ ามแผนชดั เจน
6) ผูทเี่ กีย่ วของกบั แผนมีสว นรวมในการวางแผนชัดเจน
7) ใชข อมลู เปนพ้ืนฐานในการตัดสินใจทกุ ขน้ั ตอน
เทคนคิ การวางแผนท่ีดี
1) กาํ หนดวัตถปุ ระสงคห รอื เปา หมายใหชัดเจน
วัตถุประสงค หมายถึง ส่ิงท่ีตองการใหเกิดข้ึนในอนาคต สวนเปาหมาย เปนสิ่งท่ี
ตอ งการใหเ กดิ ขนึ้ ในอนาคตเชน กัน แตมีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกวาวัตถุประสงค และมีการ
ระบเุ ปน จํานวนตัวเลขทชี่ ัดเจน เชน ตอ งการสรางผลกําไรปละ 1,000,000 บาท อยางไรก็ตาม

17

การกําหนดวัตถุประสงคและเปาหมายจะตองมีความสอดคลองกับกลยุทธและนโยบายของ
องคก รดว ย

2) กําหนดกิจกรรมเปนแนวทางหรือรองรับการปฏิบัติงานใหเกิดความสําเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงค เปาหมาย ดังนี้

- วิเคราะหก จิ กรรมท่ตี องการ
- กําหนดผรู บั ผิดชอบแตละกจิ กรรม
- กําหนดระยะเวลาดําเนินการของแตละกิจกรรม ตลอดจนความสัมพันธ
ระหวางกิจกรรม
- กําหนดงบประมาณของแตละกจิ กรรม
3) วเิ คราะหห รือตรวจสอบความเปนไปไดของแผนงานตาง ๆ วามีความเปนไปได
มากนอ ยเพียงใด อาจมกี ารปรบั ปรุงแผนใหม ีความสมบรู ณย ่งิ ข้นึ เปนการทบทวนแผนกอนที่จะ
นําไปปฏบิ ตั จิ รงิ เชน
- กิจกรรมที่กาํ หนดขน้ึ ไมสอดคลองตอ ความสําเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงค
- กจิ กรรมไมครบถว นท่ีจะทาํ ใหส าํ เร็จตามวตั ถุประสงค
- ผูรบั ผิดชอบท่ีระบุไวในแผนอาจไมเหมาะสมไมสามารถปฏิบัติงานตามแผน
ใหบรรลุผลได
- ระยะเวลาในแผนไมเ หมาะสม
- งบประมาณท่ีต่ําเกินไปจนไมสามารถปฏิบัติตามแผนได หรืออาจสูงเกินไป
ทาํ ใหสิน้ เปลอื งคา ใชจา ยในการดาํ เนนิ การ
4) การกําหนดรายละเอียดของแผน หลักการการพิจารณาตัดสินใจเลือกมี 4
ข้ันตอน ดงั นี้
- กาํ หนดประเด็นปญ หาใหชดั เจน
- กาํ หนดทางเลอื กตา ง ๆ ทส่ี ามารถแกป ญ หานนั้ ไดห ลาย ๆ ทางเลือก
- ประเมนิ ขอดี ขอเสียของทางเลอื กแตละทางเลือกวามอี ยา งไร
- ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด ภายใตสภาวะแวดลอมภายในและภายนอก
องคกร
แผนท่ีไดจัดทําข้ึน ควรมีการตรวจสอบขั้นตอนตาง ๆ วาครบถวนเพียงพอท่ีจะ
ดาํ เนินการไปสูค วามสําเร็จตามแผนไดห รือไม ตรวจสอบระยะเวลาวา สามารถดาํ เนนิ การใหแ ลว
เสรจ็ ไดตามแผนไดหรือไม ตรวจสอบผูรับผดิ ชอบวา มีความสามารถทจี่ ะดําเนินการใหเสร็จตาม

18

แผนไดหรือไม ตลอดจนการตรวจสอบงบประมาณที่ใชวาเพียงพอหรือเหมาะสมตอการ
ดําเนินการตามแผน การดําเนินงานตามแผนในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะพบขอบกพรอง ซ่ึงจะ
ทราบไดก ต็ อเมื่อมกี ารนาํ แผนสกู ารปฏิบัติ เม่ือพบความบกรองจะตองมีการปรับปรุงแผนใหดี
ขึ้นตามสภาพการณทเ่ี ปลยี่ นไป

1.2 การจดั ทําโครงการ
โครงการ เปนงานลักษณะหนึ่งท่ีนิยมนํามาใชในการดําเนินกิจกรรมอยางใด

อยางหน่ึง ลักษณะของงานโครงการเปนงานท่ีมีการกําหนดเวลาแลวเสร็จท่ีแนนอน มีการ
ประเมนิ ผลความสาํ เร็จเมอื่ สนิ้ สุดโครงการ

ความหมายของโครงการ
โครงการ หมายถึง งานที่มีการดําเนินการในขอบเขตที่จํากัด โดยมุงหวังความสําเร็จ
ของงานเปนสําคญั
จากความหมายขา งตน มสี าระสําคญั ดงั นี้
1. เปนงานทมี่ ขี อบเขตจํากัด ไดแก

1.1 ปริมาณงานท่ีจํากัด งานโครงการจะเปนงานที่มีเนื้องานจํากัด เชน โครงการ
จดั งานฉลองปใหม โครงการกอ สรา งสะพาน โครงการรณรงคง ดสบู บุหรใี่ นทีส่ าธารณะ เปน ตน

1.2 มีเวลาที่จํากัด โครงการจะมีการจํากัดเวลาการดําเนินการ เพื่อใหเห็น
ความสําเรจ็ ในเวลาที่แนน อน เชน 1 สัปดาห 1 เดือน 1 ป เปนตน

2. เปน งานทตี่ อ งการเห็นความสาํ เร็จท่ีชัดเจน โดยจะมีการประเมินผลงานเม่ือส้ินสุด
โครงการเพื่อวัดผลงานวา มีความสาํ เร็จมากนอ ยเพยี งใด

ความสาํ คญั ของโครงการ
การดําเนินงานโครงการตองมีการควบคุมระยะเวลาใหแลวเสร็จตามระยะเวลา
ทกี่ าํ หนด เพ่อื ควบคุมตนทนุ คา ใชจ ายและผลกระทบตา ง ๆ ทีอ่ าจเกิดข้นึ ได
ลกั ษณะของงานโครงการ
1. งานโครงการเปนงานท่ีมีกําหนดระยะเวลาที่แนนอน มีระยะเวลาเริ่มตนและ
ระยะเวลาสิน้ สุดซงึ่ แตกตางจากการดาํ เนินการประจํา
2. งานโครงการมกี ารบรหิ ารแยกออกจากงานประจาํ ไดแก งานโครงการพิเศษ ซ่ึงจะ
มีงบประมาณของโครงการโดยตรง มกี ารจดั สรรทรพั ยากรเพ่ือใชใ นโครงการโดยตรง
3. งานโครงการจะมีผูบริหารโครงการรับผิดชอบงานโครงการโดยตรง เพ่ือใหการ
ดําเนินงานโครงการมคี วามเดน ชัด

19

4. งานโครงการมีการประเมินผลงานท้ังโครงการเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยจะ
ประเมินผลการดาํ เนนิ งานท่ไี ดรับวา เปน ไปตามวตั ถปุ ระสงคของโครงการหรือไม และมีรายรับ
รายจา ยเปนอยา งไร

เทคนิคการบริหารงานโครงการ
1. เทคนคิ การดําเนินงานโครงการ การดําเนินงานโครงการมีลักษณะคลายการจัดการ
องคกรโดยเริ่มจากการกําหนดวัตถุประสงคของโครงการใหชัดเจนวาตองการทําอะไร
จากวตั ถุประสงคจ ะนํามาวางแผนของโครงการ ดังนี้

วตั ถุประสงคของโครงการ

แผนงานโครงการ

การวางแผนงานของโครงการมลี ักษณะเหมือนการวางแผนการดําเนนิ งานโดยท่ัวไปวา
จะใหใครทําอะไร ท่ีไหน และอยางไร ซึ่งเปนการกําหนดกิจกรรมท่ีทําและกําหนดการใช
ทรัพยากรตาง ๆ ทั้งคน เงิน วัสดุอุปกรณ และวิธีการ ทรัพยากรเหลานี้จะถูกตีมูลคามาเปน
งบประมาณท่ใี ช หรือแผนงานโครงการไดร บั การอนุมตั ใิ หด าํ เนนิ การแลว จะมีการจัดโครงสราง
องคกร จัดบคุ ลากรเขาทาํ งาน มกี ารอํานวยการและการควบคุมงานเชนเดยี วกบั การจดั องคกร

2. เทคนิคการจัดการทรัพยากรในงานโครงการ
2.1 เทคนิคการจัดการบุคลากร ควรจัดหาบุคคลท่ีมีความรู ความสามารถ

ท่ีเหมาะสมเขาทํางานในโครงการ โดยไมตองมีกระบวนการพัฒนาบุคลากรกอนเขาทํางาน
ตลอดจนในระหวา งการดาํ เนนิ งาน

2.2 เทคนิคการจดั หาวสั ดุอปุ กรณและเคร่ืองจักร ควรจัดหาเทาที่จะตองใชในงาน
โครงการเทา น้ัน ไมจําเปนตองมีวัสดุคงเหลือเหมือนการดําเนินงานประจํา เพราะหากมีสินคา
คงเหลืออาจไมม ีประโยชนท่ีจะใชไ ดตอ ไป

20

2.3 เทคนคิ การจดั สรรการเงนิ จะเนนการใชเงินทุนหมุนเวียนเปนหลัก การลงทุนใน
สนิ ทรพั ยถาวรควรจะใหม นี อ ยทสี่ ุดเทาทจ่ี ําเปน

3. เทคนคิ การบรหิ ารเวลาในงานโครงการ
เวลาในการดาํ เนินงานโครงการเปนส่ิงสําคัญ หากโครงการลาชาออกไปจากแผนงาน
จะมีผลตอคาใชจายท่ีสูงข้ึน การดําเนินงานโครงการจึงตองมีการควบคุมเรื่องเวลาเพื่อใหงาน
เสรจ็ สน้ิ ตามแผนงาน

1.3 การใชว ัสดุอปุ กรณ
เครือ่ งมือ หมายถึง สง่ิ ตาง ๆ ทม่ี นุษยคิดคนขนึ้ หรอื ประดษิ ฐขึน้ มาใชเ พ่ือความ

สะดวก รวดเรว็ ประหยดั เวลาและแรงงาน
วสั ดุ หมายถึง สิ่งที่ใชแลวสิ้นเปลืองและหมดไป เชน เนื้อสัตว สารใหสี เกลือ

ขาว กระเทยี ม พริกข้ีหนู
อปุ กรณ หมายถึง ส่งิ ที่ใชแลวยังคงเหลือ สามารถนํากลับใชไดอีก เชน เครื่อง

บดเน้ือ อุปกรณเ ครอ่ื งครัวตาง ๆ ไดแก มดี เขยี ง ถาด กะละมงั หมอ เตา ฯลฯ
1.4 การใชแ รงงาน
แรงงาน หมายถึง บุคคลท่ีผูประกอบการจางมาใหปฏิบัติงานตามความ

เหมาะสมของงานและความสามารถของแตละบคุ คล ท้งั นี้ นายจา งจะตอ งจายเงนิ เดอื น คา จา ง คา
คอมมิชชัน่ และสวัสดิการอืน่ ๆ ใหแกพนักงานอยางเหมาะสม

แรงงานนับเปน ทรัพยากรท่สี าํ คญั ทีส่ ดุ เพราะเปนการใชความสามรถของมนุษย
มาใชใ นการผลติ บริการ โดยไดผลตอบแทนของแรงงาน คือ คาจาง ซึ่งจะไดมากหรือนอยขึ้นอยู
กบั ความสามารถและชนิดของงานนัน้ ๆ

ประเภทของแรงงาน
สามารถแยกประเภทของแรงงาน ไดด งั นี้
1. แรงงานประเภทปญญาชน ไดแก ผทู ่ีจบการศึกษาในระดับอดุ มศึกษา มคี วามรูและ
มีสตปิ ญญาดแี ตไมคอ ยมีฝมอื ใน
2. แรงงานไรฝ มือ แรงงานประเภทนี้ไมคอยมปี ญหานกั ในอาชีพเกษตรกรรมแตกําลังมี
ปญหาในดานอตุ สาหกรรม ที่ตลาดแรงงานไมตอ งการเทาที่ควร
3. แรงงานประเภทฝม อื แรงงานประเภทน้ีตองผานการฝกอบรมหรือมีประสบการณ
ทํางานมากพอสมควร เชน ชา งยนต ชา งไม ชางปูน ชางไฟฟา เปนตน

21

4. แรงงานที่ใชความรูความชํานาญพิเศษ แรงงานประเภทน้ีจะตองฝกอบรมมาเปน
ระยะเวลานาน จดั เปน แรงงานทยี่ ังขาดแคลน โดยปจ จุบนั รฐั บาลไดผลิตแรงงานประเภทนี้มาก
ข้ึน เพอ่ื ใหเพียงพอกบั ความตองการของตลาดแรงงาน

ตลาดแรงงาน
ตลาดแรงงานในประเทศ แบงไดเ ปน 4 ภาคสวน ดังนี้
1. ตลาดแรงงานภาครัฐ ไดแก แรงงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เชน กระทรวงตาง ๆ
การไฟฟาสวนภูมภิ าค องคการโทรศัพทแ หงประเทศไทย เปนตน
2. ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรม ไดแก แรงงานในเมืองท่ีประกอบธุรกิจ การผลิต
การแปรรูปการผลติ เชน สถานประกอบการ โรงงานตาง ๆ ธุรกิจกอสรา ง เปน ตน
3. ตลาดแรงงานภาคเกษตรกรรม ไดแก แรงงานในชนบทที่มีอาชีพทําไร ทํานา
ทาํ สวน และกิจการอน่ื ๆ ที่เกีย่ วกบั การเกษตร จดั เปน แรงงานท่ีทํางานไมสม่ําเสมอ อาจมีการ
วา งงานตามฤดูกาล หรือมกี ารทาํ งานตา่ํ กวา ระดบั ทีค่ วรจะเปน
4. ตลาดแรงงานภาคพณิชยกรรม ไดแก แรงงานที่ประกอบการคา หรือการบริการ
เชน การคาขายปลีก-สง การโรงแรม ภัตตาคาร การธนาคาร ธุรกิจทองเท่ียว ธุรกิจสงออก
เปนตน

1.5 การใชสถานท่ี
สถานท่ี หมายถึง อาคาร บรเิ วณท่ปี ระกอบอาชพี ธรุ กจิ ของผปู ระกอบการ

1.6 การใชท ุน
ทุน หมายถึง เงินทุนสวนตัวของเจาของ หรือ เงินจากหุนสวนธุรกิจที่ตกลง

ปลงใจจะมาสรางธุรกิจรวมกัน กอนเร่ิมตนทําธุรกิจ นอกจากน้ันแลวทุนยังหมายถึง ปจจัยใน
การผลิตท่ีใชในการสรางสินคาหรือบริการอ่ืน ๆ ที่มนุษยเปนผูผลิตและไมเกิดขึ้นเองตาม
ธรรมชาติ

2. การจัดการการตลาด
การกําหนดทิศทางการตลาด เปนการศึกษาตลาดจากปจจัยภายนอกและภายใน

ทําใหผูประกอบการวางแผนการตลาดไดอยางมั่นใจและสามารถบอกรายละเอียดในการ
ดาํ เนนิ งานไดอยา งชดั เจน

การวิจัยการตลาดและขอมูลการตลาด จะตองพิจารณาถึงพฤติกรรมผูบริโภค
มขี ั้นตอนในการวจิ ัย ดงั นี้

22

1. การศกึ ษาโอกาสหรือการศกึ ษาตลาด ผูป ระกอบการจะตองศกึ ษาในเรื่องโอกาส
ทางการตลาดและการศึกษาสถานการณท างการตลาด ประกอบดว ย

1) การศึกษาจดุ แขง็ เปน การศึกษาถงึ ขอดีหรอื จุดแข็งของสนิ คาหรอื บรกิ าร
2) การศึกษาจุดออน เปนการศึกษาขอเสียหรือปญหาท่ีเกิดจากองคประกอบ
ทางการตลาด
3) การศกึ ษาโอกาส เปนการศึกษาขอ ไดเ ปรยี บหรอื สงิ่ ทเ่ี อื้ออํานวยใหแ กก ิจการ
4) การศกึ ษาอุปสรรค เปน การศกึ ษาปญ หา อุปสรรคที่จะเกดิ ขึ้น
2. การกาํ หนดวตั ถุประสงคทางการตลาด
3. การเลือกตลาดเปา หมาย
4. การศกึ ษาพฤติกรรมผูบริโภค
5. การศึกษาสวนประสมทางการตลาด ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดานการสงเสริม
การตลาด ดานการจัดจําหนา ย ดานราคา

การหาความตอ งการของตลาด
ความจาํ เปนและความตองการ
ความจําเปน หมายถึง ความตองการขั้นพ้ืนฐาน เปนตัวผลักดันใหเกิดพฤติกรรม
เพือ่ สนองความตองการนน้ั
ความตองการ หมายถึง ความตองการอยากได อยากมี อยากเปน แตไมมีก็ไม
เดือดรอนแกชีวติ เปน การแสดงออกหรือพฤตกิ รรมที่ตองการสนองความตองการขั้นพืน้ ฐาน
ซึง่ หลอ หลอมจากสภาพแวดลอ มและบคุ ลกิ สวนตัว
การตลาด หมายถึง กระบวนการวางแผนและการปฏิบัติตามแนวคิด การกําหนด
ราคา การสงเสริมการตลาด และการจัดจําหนายสินคาและบริการ เพ่ือสรางใหเกิดการ
แลกเปล่ยี นที่ทาํ ใหผบู รโิ ภคไดรับความสุข ความพอใจ และบรรลุวัตถปุ ระสงคของธุรกิจ
จุดสาํ คัญของการตลาด
1. ทาํ ใหเ กดิ การเปลี่ยนแปลงทท่ี าํ ใหผูบ รโิ ภคไดร บั ความพึงพอใจ
2. เปนการแลกเปลี่ยนความคิด สินคา และบรกิ าร
ความสําคัญของการตลาด ถือเปน เคร่ืองมือที่ชวยสรางยอดขาย กอใหเกิดรายได
และสรางกําไรใหกับธุรกิจ ในระบบเศรษฐกิจของประเทศจําเปนตองใชการตลาดเพ่ือการ

23

พัฒนาท้ังในดานเศรษฐกิจ สังคม และการคาทั้งภายในประเทศและระหวางประเทศ รวมท้ัง
การตลาดโลก ความสําคัญของการตลาด มดี งั น้ี

ความสําคญั ตอบคุ คล
1. สรา งอาชีพ
2. อํานวยความสะดวกใหล ูกคา
ความสาํ คัญตอองคก รธรุ กิจ
1. สรางรายไดใ หองคกร
2. กอใหเกดิ ธรุ กิจใหมเพิ่มมากข้นึ
ความสําคัญตอเศรษฐกิจและสังคม
1. สรางรายไดใ หป ระเทศ
หนา ท่ที างการตลาด
1. หนา ทท่ี ี่จะทาํ ใหม กี ารโอนกรรมสทิ ธ์ขิ องสินคา จากผูขายไปสูผ ูซอ้ื

1.1 การซ้ือ
- หาความตอ งการซอื้
- การเลือกแหลงซอ้ื
- การพจิ ารณาความเหมาะสมของสนิ คา

1.2 การขาย เปนการสรางอุปสงค กลา วคอื เปนการเสนอสนิ คา หรือบรกิ าร
ในปรมิ าณท่ผี ูบ รโิ ภคตองการ

2. หนา ที่เกยี่ วกบั การจัดสง สินคา
2.1 การขนสง กําหนด เลือกวิธีการขนสงที่ตนทุนต่ํา รวดเร็วและเหมาะสมกับ

สนิ คา
2.2 การจัดเกบ็ สินคา

3. หนาที่อาํ นวยความสะดวกตา ง ๆ
3.1 การเงิน
3.2 การลดความเสีย่ ง
3.3 สารสนเทศทางการตลาด
3.4 การจดั มาตรฐานและแบงเกรดของสนิ คา

24

4. สารสนเทศทางการตลาดและการวิจยั ตลาด
- การเก็บรวบรวมขอ มูลทางการตลาดมาใชในการวเิ คราะหและวิจัยเพ่ือกําหนด

วิธีการดาํ เนนิ ธุรกิจตอ ไปใหมคี วามเหมาะสม
5. การเกบ็ รักษา
- เก็บรักษาสินคาใหพอเพียงกับความตองการของลูกคา และไมนานเกินไปจน

ลาสมัย
6. การจัดมาตรฐานและคณุ ภาพของสนิ คา
- ไดมาตรฐานตรงกับความตอ งการของลกู คา
7. การเงนิ
- การบรหิ ารเงนิ ใหอยูในงบทป่ี ระมาณไว
8. การรับภาระเส่ยี งภัย
- การหาสาเหตแุ ละหาทางปอ งกันปญหาทอ่ี าจเกดิ ข้นึ ในการดาํ เนนิ ธรุ กิจ

3. การขนสง
การขนสง หมายถึง การเคลื่อนยายบุคคล ส่ิงมีชีวิตหรือส่ิงของจากท่ีหน่ึงไปอีกท่ี

หน่ึง โดยอาศัยอุปกรณในการขนสงตามความตองการและเกิดอรรถประโยชน สามารถ
จําแนกการขนสง ได 5 ประเภท ดงั น้ี

1. การขนสงทางน้ํา คือ การขนสงทางน้ํา เปนวิธีการขนสงเกาแกที่มีมาต้ังสมัย
โบราณ โดยการใชแมน ํา้ ลําคลองเปนเสนทางลําเลียงสินคา รวมถึงการขนสงทางทะเล ซึ่งสวน
ใหญใ ชสําหรบั ขนสง สินคาระหวา งประเทศ การขนสงประเภทนีเ้ หมาะกับการใชขนสงสินคาที่มี
ขนาดใหญ เชน ทราย แร ขาวเปลอื ก

การขนสงทางนํา้ มสี ว นประกอบ ดงั นี้
1.1 ผปู ระกอบการขนสงทางนาํ้
1.2 อุปกรณการขนสง คือ เรือ ไดแก เรือโดยสาร เรือสินคาและเรือเฉพาะกิจ
เชน เรือลากจูง เรอื ประมง
1.3 ทาเรอื
1.4 เสนทางเดนิ เรือ สามารถแบงไดเ ปน 3 ประเภท คือ

1) เสนทางเดนิ เรือภายในประเทศ
2) เสน ทางเดินเรือชายฝงทะเล
3) เสนทางเดนิ เรอื ระหวา งประเทศ ขอดี ขอ เสยี ของการขนสงทางน้ํา มดี ังนี้

25

ขอดี
1) อตั ราคา ขนสง ถกู กวา เม่ือเทียบกับการขนสงทางอ่ืน
2) ขนสง ไดป รมิ าณมาก
3) มคี วามปลอดภัย
4) สามารถสงไดระยะไกล ๆ
ขอ เสีย
1) มีความลา ชาในการขนสง มาก
2) ในฤดูน้ําลดหรือฤดูรอน นํ้าอาจมีนอย ซึ่งเปนอุปสรรคตอการขนสง เพราะ
เรอื เกยตนื้ ได
3) ไมสามารถกําหนดเวลาที่แนนอนในการขนสงไดเพราะการขนสงทางนํ้า
เก่ียวขอ งกบั ภูมอิ ากาศ และภมู ปิ ระเทศ
2. การขนสงทางบก จําแนกเปน 2 ประเภท ไดแก
2.1 การขนสง ทางรถไฟ เปนเสนทางการลําเลียงที่สําคัญที่สุดของประเทศไทย
มี 3 ประเภท

2.1.1 รถปด คือ รถไฟที่ปดทุกดาน เหมาะสําหรับการขนสงสินคาที่จะ
เสียหายไดง า ย

2.1.2 รถเปด คือ รถไฟทไี่ มมหี ลังคา เหมาะสําหรับการขนสงสินคาที่ไมเกิด
การเสยี หายเมื่อโดนแดด โดนฝน

2.1.3 รถเฉพาะกิจ คือ รถไฟที่ออกแบบสําหรับใชเฉพาะงาน เชน
รถบรรทุกนํา้ มนั รถบรรทุกปูนซีเมนต รถบรรทกุ น้าํ มนั เปน ตน

ขอ ดี
1) ประหยดั ขนสงสนิ คา ไดจาํ นวนมากหลายชนดิ
2) รวดเร็ว สามารถขนสงสนิ คาไดทนั ตามกาํ หนดเวลาท่ตี อ งการ
3) สะดวก เพราะมตี หู ลายชนดิ ใหเลอื กเพ่อื ความเหมาะสมกับสนิ คา
4) ปลอดภัยสูง เมือ่ เทยี บกบั เสนทางอนื่
5) ขนสง ไดทกุ สภาพดินฟา อากาศ
ขอ เสีย
1) ไมสามารถขนสง สนิ คาใหถ ึงทต่ี องการขนถา ยได
2) ความยดื หยุนมนี อ ย เพราะมเี สนทางตายตัว

26

3) มีความคลอ งตวั นอ ยกวาการขนสง แบบอ่ืน เพราะมกี ฎระเบียบมาก
4) ไมเหมาะสมกับผสู ง สนิ คารายยอย ปริมาณนอย
2.2 การขนสง ทางรถยนตหรือรถบรรทุก ถอื วาเปน หวั ใจของการขนสง ทางบก มี
สวน ประกอบ 3 สว น ดังน้ี

1) ผูประกอบการ
2) อุปกรณในการขนสง
3) ถนนหรือเสน ทางเดินรถ
ขอ ดี
1) บริการไดถ งึ ท่ีโดยไมต อ งมีการขนถา ย
2) ขนสง สินคาไดตลอดเวลาตามความตองการของลกู คา
3) สะดวก รวดเรว็
4) เหมาะกบั การขนสงระยะส้นั และระยะกลาง
5) เปนตวั เช่อื มในการขนสง แบบอ่ืนทีไ่ มสามารถไปถึงจุดหมาย ไดโดยตรง
ขอเสีย
1) คา ขนสง สงู เมือ่ เทียบกบั การขนสง ทางรถไฟ
2) มคี วามปลอดภยั ตาํ่ เกดิ อบุ ัติเหตุบอ ย
3) ขนสง สินคาไดป ริมาณและขนาดจาํ กัด
4) กาํ หนดเวลาแนน อนไมไ ด ข้ึนอยูกบั สภาพการจราจรและดินฟาอากาศ
3. การขนสงทางอากาศ การขนสงทางอากาศมีความสําคัญมากในปจจุบัน
โดยเฉพาะการขนสงระหวางประเทศ เพราะสามารถทําการขนสงไดรวดเร็วกวาการขนสง
ประเภทอ่ืน ๆ สว นประกอบของการขนสง ทางอากาศ มดี งั น้ี
3.1 ผูป ระกอบการ ไดแ ก บรษิ ทั การบนิ ใหบริการขนสงทั้งผูโดยสารและสินคา
ทง้ั ภายในและระหวางประเทศ
3.2 อปุ กรณใ นการขนสง ไดแก เครื่องบิน แบงเปน 3 ประเภท คอื
1) เครื่องบนิ โดยสาร ใหบ รกิ ารขนสงผโู ดยสาร
2) เครอื่ งบินบรรทกุ สินคา ใหบ รกิ ารขนสงเฉพาะสินคา
3) เครอื่ งบนิ แบบผสม ใหบริการทงั้ ผูโ ดยสารและสนิ คา ภายในลาํ เดียวกัน
3.3 เสนทางบิน คือ เสนทางท่ีกําหนดจากแหงหน่ึงไปยังอีกแหงหนึ่ง มี 2
ลักษณะ คอื

27

1) เสน ทางในอากาศ
2) เสน ทางบนพื้นดิน
3.4 สถานใี นการขนสงหรือทา อากาศยาน เปน บริเวณท่ีใชสําหรับการขึ้นลงของ
เครอื่ งบิน ประกอบดว ย อาคารสถานี ทางวิง่ และทางขบั และลานจอด
ขอดี
1) สะดวก รวดเร็วท่ีสดุ
2) สามารถขนสง กระจายไปท่วั ถงึ ไดอยางกวา งขวางทั้งใน ประเทศและระหวาง
ประเทศ
3) สามารถขนสง ไปในทอ งถ่ินท่ีการขนสง ประเภทอน่ื ไปไมถ ึงหรอื ไปยากลําบาก
4) เหมาะกับการขนสง ระยะไกล ๆ
5) เหมาะกับการขนสง สินคาท่ีเสียงา ย จําเปน ตองถึงปลายทางรวดเร็ว
6) ขนสง ไดหลายเทย่ี วในแตล ะวัน เพราะเครื่องบินข้นึ ลงไดร วดเร็ว
ขอ เสยี
1) คา ใชจ า ยในการขนสง สงู กวา ประเภทอ่ืน
2) จํากัดขนาดและนํ้าหนักของสินคาท่ีบรรทุกจะมีขนาดใหญและนํ้าหนักมาก
ไมไ ด
3) บริการขนสงไดเ ฉพาะเมืองทมี่ ที าอากาศยานเทา นัน้
4) การขนสงขนึ้ อยกู ับสภาพภมู ิอากาศ
5) การลงทนุ และคา ใชจา ยในการบาํ รงุ รักษาอปุ กรณสงู
6) มคี วามเส่ียงภัยอันตรายสงู
4. การขนสงทางทอ เปนการขนสงสิ่งของประเภทของเหลวและกาซผานสายทอ
เชน นํ้าประปา นํ้ามัน กาซธรรมชาติ เปนตน ซ่ึงการขนสงทางทอจะแตกตางกับการขนสง
ประเภทอื่น คือ อุปกรณท่ีใชในการขนสงไมตองเคลื่อนท่ี โดยเสนทางขนสงทางทออาจจะอยู
บนดนิ ใตด ินหรือใตน ้าํ ขน้ึ อยกู ับสภาพภมู ิอากาศ ประเทศแรกที่ใชระบบการขนสงทางทอ คือ
ประเทศสหรัฐอเมริกา ใชสําหรับขนสงสินคาประเภทเชื้อเพลิง ปจจุบันประเทศไทยใชระบบ
การขนสงทางทอ สาํ หรบั สินคา ประเภทนาํ้ มันเชือ้ เพลิงและกาซธรรมชาติ

28

สวนประกอบของการขนสง ทางทอ
1) ผูป ระกอบการ ซง่ึ ผูประกอบการท่ีสําคัญ ไดแก การปโตรเลียมแหงประเทศ
ไทย (ปตท.)
2) อุปกรณในการขนสง ไดแก ทอ หรอื สายทอ แบงเปน – ทอ หลัก – ทอยอ ย
3) สถานีในการขนสง ไดแก สถานีตน ทาง สถานปี ลายทาง สถานแี ยก สถานีสบู ดนั
ขอ ดี
1) ประหยัดตน ทนุ เวลาในการขนยายสนิ คา
2) สามารถขนสง ไดท ุกสภาพภมู ิอากาศ
3) สามารถขนสงไดไ มจาํ กัดเวลาและปริมาณ
4) มคี วามปลอดภัยสงู จากการสญู หายหรอื ลักขโมย
5) กําหนดเวลาการขนสง ไดแนน อนชัดเจน
6) ประหยัดคา แรง เพราะใชก ําลังคนนอย
ขอ เสีย
1) ใชข นสงไดเฉพาะสินคาท่ีเปนของเหลวหรือกาซเทา น้ัน
2) คา ใชจ ายในการลงทนุ ครงั้ แรกสงู
3) ตรวจสอบหาจุดบกพรองทาํ ไดยาก
4) ทอ หลกั ทใ่ี ชขนสง เมือ่ วางแลวเคล่อื นยา ยเปลย่ี นเสน ทางไมไ ด
5) ไมเหมาะกับการขนสง ในภมู ิประเทศทีม่ แี ผน ดินไหวบอ ย
5. การขนสงระบบคอนเทรนเนอร การขนสงระบบคอนเทรนเนอร เปนการ
พฒั นาการขนสง อกี ขน้ั หนง่ึ โดยการบรรจุสนิ คา ที่จะขนสงลงในตหู รือกลองเหล็กขนาดใหญ
ทเ่ี รยี กวา คอนเทรนเนอร แลว ทาํ การขนสงโดยรถบรรทุก รถไฟ หรือเครื่องบิน ไปยังจุดหมาย
ปลายทางโดยไมมีการขนถายสินคา ออกจากตูระหวางทําการขนสงเท่ียวนั้น ชนิดของตูคอน
เทรนเนอร ซึ่งสามารถแบง ได 3 ชนดิ คือ
5.1 ตแู หง หรอื ตูสนิ คา ท่ัวไป
5.2 ตูควบคุมอณุ หภมู ิ แบง ไดดังน้ี
- ตูหองเยน็ จะมีเครอื่ งทาํ ความเย็นในตู ภายในระบุฉนวนทกุ ดาน
เพือ่ ปองกันความรอนจากภายนอกเขาสูดานใน นิยมเก็บผกั สด ผลไม
- ตฉู นวน ภายในจะบฉุ นวนดว ยโฟมทุกดา นเพ่ือปองกนั ความรอนแผเ ขาตู นิยม
บรรทุกผัก

29

- ตรู ะบายอากาศ เหมอื นกบั ตเู ย็นแตมีพัดลมแทนเครื่องทําความเย็น พัดลม
จะดดู กาซอีเทอรล นี ท่รี ะเหยออกจากตัวสนิ คา

5.3 ตูพ เิ ศษ แบงไดดงั น้ี
- ตแู ท็งกเกอรหรอื ตบู รรจขุ องเหลว
- ตูเปดหลังคา
- ตแู พลตฟอรม
- ตเู ปดขา ง
- ตูบรรทุกรถยนต
- ตูบรรทกุ หนงั เค็ม
- ตสู ูงหรอื จัมโบ
ประโยชนข องระบบตูคอนเทรนเนอร
1) ทําใหข นถายสินคา ไดรวดเร็ว
2) ลดความเสยี หายของสินคาท่ขี นสง และปอ งกันการถกู โจรกรรมได
3) ประหยัดคา ใชจา ย
4) สามารถขนสงไดปรมิ าณมาก
5) การสง่ั จองเรอื ระวางเพ่อื ขนสง สินคา ทําไดสะดวก
6) ตรวจนับสินคา ไดง า ย

4. การขาย
ลักษณะทัว่ ไปของการขาย
หากวิเคราะหลกั ษณะท่วั ไปของการขาย จะแบง ออกได ดังนี้
1. การขายมีลกั ษณะเปน การตดิ ตอ สื่อสาร
2. การขายมลี กั ษณะของการจูงใจไมใชก ารบังคับ
3. การขายเปน งานท่ชี ว ยแกปญหา
4. การขายมลี ักษณะของการใหความรู
5. การขายเปน การใหส ่ิงตอบแทนแกท กุ ฝาย
ความสําคัญของการขาย
การขายมีความสาํ คัญ ดังน้ี
1. ชวยใหเกิดธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตจะกอใหเกิด

นวัตกรรมใหม ๆ รวมถงึ การพฒั นาสินคาเพ่ือตอบสนองความตอ งการของลูกคา อยา งแทจรงิ

30

2. ชว ยใหธรุ กจิ บรรลุผลสําเร็จ คือ ไดยอดขาย ไดกําไร สามารถขยายกิจกรรมให
เจริญเติบโตตอไปได

3. ชว ยใหเ กดิ การจางงาน ในภาวะท่ีอัตราการวางงานสูง เชน ปจจุบันงานดานการ
ขายมีบทบาทในการจา งงานอยางตอเนื่อง ทาํ ใหค นมรี ายไดและความเปน อยดู ีขน้ึ

4. ชวยลดปญหาของสังคม โดยเฉพาะปญหาสังคมอ่ืน ๆ ที่เกิดจากปญหาการ
วา งงาน เชน ปญหายาเสพตดิ ปญหาสขุ ภาพจติ เปน ตน

หนา ทแี่ ละคุณสมบัตขิ องพนักงานขาย
หนาทข่ี องพนักงานขาย พนกั งานขายมีหนาทีท่ ตี่ องปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1. พนกั งานขายควรมคี วามรอบรูอยา งดี
2. เปนตัวแทนของบริษัทในการพบปะกับลูกคา เพื่อรักษาความสัมพันธอันดี
ระหวางลูกคา และบรษิ ัท
3. ปฏิบัตหิ นา ท่ดี วยความต้งั ใจเพ่อื เพ่ิมพนู การขาย หาลูกคาใหม ๆ เพ่ิมข้ึน รายงาน
ความเคล่อื นไหว และสถติ กิ ารขายใหบ ริษัททราบ
4. ปฏิบตั ิตนเปน พนักงานทส่ี มบรู ณของบริษัท เชน ชว ยเหลือเก่ียวกับการทวงถาม
หนสี้ ิน รายงานภาวการณแขงขันของตลาดตอ บริษทั และเสนอความคิดเห็นท่ีเปนประโยชนตอ
บรษิ ัท
5. ใหความรว มมอื กับพนกั งานทุกฝา ยของ
คณุ สมบตั ขิ องพนกั งานขายที่ดี พนกั งานขายท่ีดี ควรมคี ุณสมบัตทิ ่สี าํ คัญ ดังนี้
1. จะตอ งมคี วามต้ังใจ เอาใจใส มีความรบั ผิดชอบสงู ตอ หนา ที่มากกวาเร่ืองสว นตวั
2. จะตอ งมีมนุษยสมั พนั ธท่ดี ี
3. จะตองเปน ผูท่มี คี วามสามารถอานเดาใจลกู คาไดถ กู ตอง
4. จะตอ งมีความขยัน อดทน
5. จะตองควบคุมอารมณไดอ ยา งดีในทุกสถานการณ
ประเภทของงานการขาย
งานการขายแบงออกได 4 ประเภท คือ
1. การขายโดยใชพนักงานขาย หมายถึง งานขายที่ใชพนักงานติดตอกับลูกคา
โดยตรงและพนกั งานขายจะเปนผูทําหนาท่ีโนมนาวชักจูง กระตุนใหลูกคาเกิดการตัดสินใจซื้อ
สินคา

31

2. การขายโดยไมใชพนักงานขาย หมายถึง การปฏิบัติการขายในปจจุบันที่
หลีกเล่ียงการใชพนักงานขาย มาเปนการใชสื่อหรือเคร่ืองจักรทําหนาที่แทนพนักงานขาย
เพราะสามารถทําใหเกิดการโนมนาวชักจูงและรับรูไดในวงกวาง ครอบคลุมพื้นที่ที่ตองการได
แบงได 2 ลักษณะ ดงั นี้

2.1 การขายโดยใหลูกคาบริการตนเอง การขายแบบนร้ี า นคาจะจดั วางสนิ คา บน
ชน้ั ในระดับสายตาเพือ่ ดงึ ดดู เม่อื ลกู คาเดนิ เขา มาในราน

2.2 การขายโดยใชเครื่องจักรอัตโนมัติ ตองอาศัยตูหยอดเหรียญและกดปุม
เพื่อใหไ ดสนิ คา ตามทต่ี องการ สินคา ท่ีจําหนายมักเปนสินคาท่ีลูกคาใชบอยใชประจํา เชน บุหร่ี
เครอ่ื งดมื่ ขนมขบเคีย้ ว ถงุ ยางอนามยั เปนตน

3. การขายทางไปรษณีย
ปจจุบันรานคาปลีกหลายแหงจะเปดแผนกขายปลีกตามคําสั่งซ้ือทางไปรษณีย
ซึ่งเปนแหลงระบายสินคาและเพิ่มปริมาณการขายไดดีวิธีหน่ึง การขายทางไปรษณียเปนการ
เสนอขายบริการเปน สว นใหญ การขายสินคา ในลกั ษณะนม้ี ยี อดขายทส่ี งู มาก เน่ืองจากขอบเขต
การขายไมจํากัด การโฆษณาสามารถเนนที่จุดเดนจึงทําใหมีโอกาสที่จะขายสินคาใหมากขึ้น
และมคี วามสะดวกในการสัง่ ซ้ือตามใบส่ังซ้อื ทสี่ ง ไปให
4. การขายทางโทรทศั น
เดิมทธี รุ กจิ การขายทางโทรทัศน ไมไดรับความสนใจเทาใดนักและยังถูกผูขายราย
ใหญมองวาเปนเพียงส่ือกลางในการขายสินคาไมมีระดับใหแกบุคคลที่อยูหางไกล ซึ่งไมใช
กลมุ เปาหมายสาํ คัญซึ่งเปนผทู ี่อยูตามเมืองใหญ ความรูสึกเชนน้ีเร่ิมลดลง ผูคาปลีกทั่วไปตางก็
ทบทวนแผนการท่ีจะเปดธุรกิจเชนน้ี โดยผานเครือขายโฮมช็อปปงเน็ตเวิรก โดยลูกคาที่สนใจ
สามารถสั่งซ้ือไดโดยไมตองเสียเวลามาเลือกซื้อดวยตนเอง เพียงแตชมรายการเสนอขายทาง
จอโทรทัศนก ็สามารถส่ังซอ้ื โดยใชโ ทรศพั ทไ ด การชาํ ระเงนิ สวนใหญจ ะชําระโดยใชเครดิตการด
ซ่ึงจัดวาเปนระบบการจัดจําหนายที่ตนทุนต่ํา ผูขายไมจําเปนตองเปดรานหรือโชวรูม
ไมจ ําเปนตอ งตกแตง สถานที่ ไมต อ งมรี ายจายที่เกยี่ วกับคาเชา คา ใชจ ายในการสงเสริมการขาย
คาโฆษณา การขายทางจอโทรทัศน ผูขายสามารถบอกรายละเอียดสรรพคุณ สีสัน รูปแบบ
ความกวางยาวของสินคา ราคา อยางตรงไปตรงมา พรอมกับหมายเลขโทรศัพทที่จะติดตอ
เทากบั ผขู ายไดท าํ การโฆษณาและทาํ การขายสนิ คาไปในเวลาเดียวกัน

32

5. การกาํ หนดราคาขาย
ราคา คือ จาํ นวนเงินทผ่ี ูซื้อจาย เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินคาหรือบริการท่ีผูซื้อเต็มใจ

ชว ย ในดานผขู ายราคา คือ มูลคาทผี่ ขู ายกาํ หนดไวสําหรับสิ่งทต่ี นเสนอขาย
พ้นื ฐานในการกําหนดราคาขึ้นอยูกับ
1. ตนทุน ตน ทุนในการผลิตสินคา เชน วัตถุดิบ คาแรงงานในการผลิต ตนทุนทาง

การตลาด เชน คา โฆษณา คานายหนา
2. สภาพของตลาด
3. คูแขง ขนั
4. กฎหมาย หรือพระราชบัญญตั ิ
5. สภาพทางเศรษฐกิจ
สาเหตุท่ีทําใหราคาสินคาแตกตางกัน สินคาที่มีชนิด แบบ ขนาดเดียวกัน ราคา

แตกตา งกนั เน่ืองจาก
1) ปรมิ าณการซือ้ ถา มีการซ้ือมากราคาจะต่ํา ถา ซ้อื นอยราคาจะสงู
2) สภาพของผูซ้ือ ถา ผคู าสง ผูค าปลีกซ้ือราคาจะต่าํ ถา ผบู รโิ ภคซื้อราคาจะสูง
3) สภาพภมู ศิ าสตร ถาระยะทางไกลราคาสงู เพราะตอ งเพม่ิ คาใชจ า ยในการขนสง
นโยบายและกลยุทธการตัง้ ราคา
1) แบบราคาเดียว เปนราคาสินคาที่กําหนดราคาเดียวกันไมวาจะซ้ือจํานวนมาก

หรอื นอย ซื้อประจาํ หรือไมก็ขายในราคาเดยี วกัน เชน ราคาสนิ คา ตามหา งสรรพสินคา
2) ราคาลอใจ เปน การตั้งราคาสนิ คาใหถกู หรือบางคร้งั อาจจะยอมขาดทุนเพ่ือจูงใจ

ใหคนเขาราน โดยจะมีสินคาที่ตัง้ ราคาประเภทน้ีเพียงไมก่ีรายการสวนมากเปนสินคาท่ีลูกคาใช
ประจาํ และรจู ักโดยท่วั ไป

3) การตงั้ ราคาตามหลกั จิตวทิ ยา
- การตง้ั ราคาท่แี สดงถงึ ชือ่ เสยี ง หรือสญั ลักษณข องสินคา คือ การต้ังราคาใหสูง

เพ่ือเปน การยกระดบั คณุ ภาพของสนิ คา
- การต้งั ราคาตามความเคยชินหรือตามประเพณีนิยม เชน ราคาที่ลูกคาเคยซ้ือ

มากอ น
- การต้ังราคาเลขคี่ เชน 29, 39, 49 และการต้ังราคาราคาเลขคู เชน 24, 32,

50
4) การตงั้ ราคาระดับสูงและการต้ังราคาระดบั ต่าํ

33

- การกาํ หนดราคาไวใ หสูงในระยะเริ่มแรกเพื่อจะสามารถลดราคาไดในระยะหลัง
กําไรสงู ทําใหสินคาดูมีคณุ คา นยิ มใชก ับสินคา พวกแฟชนั่ เชน เส้อื ผา

- การต้ังราคาต่ําไวในระยะเร่ิมแรกหรือการต้ังราคาแบบเจาะตลาด เพื่อเขาสู
ตลาด ไดง าย ตง้ั ขายไดง า ย สามารถขน้ึ ราคาในระยะหลงั ได ถา ผูซื้อตดิ ใจ ยอดขายสูง นิยมใช
กบั สนิ คา เพื่อการบรโิ ภค

5) สวนลด
- สว นลดปริมาณ คือ การลดราคาใหใ นกรณที ี่ซือ้ ในปริมาณมากขนึ้
- สวนลดการคา เชน การคา สง จะลดราคาใหมากกวาการคาปลีก
- สวนลดเงนิ สด เปนการลดใหในกรณีทีจ่ า ยเงนิ สดภายในเวลาทกี่ าํ หนด

6) การต้งั ราคาตามภูมศิ าสตร
- F.O.B. คือ ราคาท่รี วมคาใชจายทงั้ สน้ิ จนสินคา ไปอยูบนเรือ
- C&F คือ ราคาสินคาท่ีรวมคาใชจายท้ังสิ้น ณ สินคาอยูบนเรือและรวมถึงคา

ระวางขนสงสินคา
- C.I.F. คือ ราคาสินคาที่รวมคาใชจายท้ังส้ินจนสินคาอยูบนเรือรวมคาระวาง

และคา ประกันสินคา
6. การทําบัญชีรายรบั -รายจา ย
บัญชีรายรับรายจาย คือ แบบบันทึกรายการรับ หรือจาย ท่ีเกิดขึ้นจริงโดยบัญชี

รายรบั -รายจาย จะมีสว นประกอบ ดงั นี้
1) ช่อื บญั ชีรายรบั -รายจาย
2) วัน เดอื น ป โดยระบถุ งึ วัน เดือน ป ทไี่ ดรบั มา หรือที่จา ยไป
3) รายการหรือรายละเอียดของการไดเ งนิ มาหรอื จา ยเงนิ ไป
4) จาํ นวนเงนิ ทีร่ บั หรอื จายจริง
5) ยอดรวมรายรับและรายจายท้ังหมด
6) ยอดเงนิ คงเหลอื เมื่อรายรับสงู กวา รายจา ย

34

ตัวอยางการจดั ทาํ บญั ชรี ายรับ-รายจา ย
ประจาํ เดอื น เมษายน 2559

วนั เดอื น ป รายการ รายรับ รายจาย เงนิ คงเหลือ

บาท สตางค บาท สตางค บาท สตางค

1 เม.ย.59 รับเงนิ เดือน 15,000 - - - 15,000 -
จา ยคาเชา บา น
2 เม.ย.59 จายคา โทรศัพท - - 2,000 - 13,000 -
จา ยคา บตั รเครดิต
3 เม.ย.59 จา ยคา อาหาร - - 500 - 12,500 -
4 เม.ย.59 มนตรีเอาเงินมาใชห นี้
5 เม.ย.59 จายคาอาหาร - - 1,000 - 11,500 -
6 เม.ย.59 จายคา อาหาร
7 เม.ย.59 เจา นายใหเงนิ โบนสั - - 300 - 11,200 -
ซอื้ รองเทา
จายคางวดรถยนต 2,500 - - - 13,700 -

- - 250 - 13,450 -

- - 150 - 13,300 -

3,000 - - - 16,300 -

- - 200 - 16,100 -

- - 5,000 - 11,100

รวม 20,500 - 9,400 - 11,000 -

35

เรื่องที่ 5 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี

ประโยชนข องคณุ ธรรม จริยธรรมในการพฒั นาอาชพี ท่สี ามารถนําไปใชได คือ
คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดี และจริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เปนขอ
ประพฤติปฏบิ ตั ศิ ลี ธรรม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม หมายถงึ การประพฤติปฏบิ ัติท่ีดีที่ชอบท้ังกาย วาจาและใจ เปน
การประพฤติปฏิบัติเปนไปดวยความจริงใจ ไมแสแสรง เปนไปโดยธรรมชาติของแตละบุคคล
ดงั นัน้ คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี นับวามผี ลตอ ความม่นั คงของอาชพี ผูขายกับผู
ซอ้ื จะตองมคี ุณธรรม จริยธรรมตอ กัน จึงจะคา ขายรว มกนั ไดเ ปน เวลานาน
พฤติกรรมคุณธรรม จรยิ ธรรม ท่ีตอ งการในการประกอบอาชพี ไดแ ก
1. ความรับผิดชอบ หมายถึง ความสาํ นกึ ในหนา ท่ี ไมท อกับงาน สามารถปฏิบัติงานได
สําเร็จ
2. การประหยดั หมายถงึ การรจู กั ประมาณในการใชจาย
3. การอดออม หมายถึง การไมฟุม เฟอยในการใชจ าย
4. ความสะอาด หมายถงึ ไมสกปรก ไมม ีตาํ หนิ
5. ความประณตี หมายถงึ ละเอยี ดลออ เรียบรอยงดงาม
6. ความขยัน หมายถึง ทาํ การงานอยางแข็งขัน ไมป ลอยปละละเลย
7. ความซื่อสัตย หมายถึง ประพฤติตรงและจริงใจ ไมคิดคด ทรยศ ไมคดโกงและไม
หลอกลวง
พฤติกรรมของผปู ระกอบธุรกจิ พึงปฏิบตั ติ อคแู ขงขนั ในเชิงธรุ กิจ ไดแก
1. ไมกล่ันแกลงคแู ขง ขนั
2. ชวยกนั สรางสรรคส่งิ ที่ดงี ามใหเกดิ แกส ังคม
3. ไมคนหาความลับของคแู ขงขันในเชิงธุรกจิ โดยใชวิธกี ารทีม่ ิชอบ
4. พึงหลีกเลี่ยงการกระทําใด ๆ ท่ีจะบ่ันทอนช่ือเสียงตอสินคาหรือบริการของคู
แขง ขัน
พฤตกิ รรมของผปู ระกอบธุรกิจพึงปฏบิ ตั ิตอ สงั คมและสภาวะแวดลอม ไดแก
1. ละเวน การประกอบธุรกิจที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอสังคมและสภาวะแวดลอม
ทงั้ ดานศีลธรรม ความเปนอยแู ละจติ ใจ
2. ละเวนการประกอบธรุ กิจทีท่ าํ ลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาวะแวดลอม

36

3. ใหความรวมมอื ทกุ ฝายชวยสรางสรรคสงั คม เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ใหแกส งั คม
4. ใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสทิ ธิภาพท่ีสุด ไมท ําลายทรพั ยากรธรรมชาติ
5. พยายามหาวธิ สี รางส่ิงทดแทนทรพั ยากรธรรมชาติ นําสิ่งท่ีใชแลว มาปรับปรุงใชอกี
6. พึงรักษาและปรบั ปรุงมาตรฐานในการประกอบการเพื่อขจัดอันตราย อันอาจสงผล
กระทบตอ สภาวะแวดลอม
7. พงึ ประกอบธรุ กจิ ผลิตสนิ คา หรอื บรกิ ารทเี่ หมาะสมกับสภาวะแวดลอมและเปนส่ิง
ทม่ี ปี ระโยชนตอสังคมและมนุษยชาติ

เรือ่ งที่ 6 การอนรุ กั ษพ ลงั งานและสง่ิ แวดลอมในชุมชน สงั คม ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวีป
ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟริกา

ในการทํางานอาชีพในชุมชนสามารถอนุรักษพลังงาน โดยการใชพลังงานใหเกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด มกี ารพฒั นาและนําพลังงานจากแหลง ใหม ๆ มาใชเพ่ือทดแทน และมีการ
ปอ งกนั การสญู เสยี พลงั งาน

วิธีการอนรุ ักษพลงั งาน ไดแก
1. หาแหลง พลังงานทดแทน
2. การวจิ ัยและพฒั นาพลงั งาน
3. การเผยแพรความรูสสู งั คม
4. การประหยัดพลงั งาน
ในการทาํ งานอาชพี ในชุมชนสามารถอนุรักษสิ่งแวดลอม โดยการใชสิ่งแวดลอมอยาง
ชาญฉลาด ไมใหเกิดพิษภัยตอสังคม สวนรวม ดํารงไวซึ่งสภาพเดิมของสิ่งแวดลอมทาง
ธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ มทีม่ นุษยส รางข้นึ รวมท้ังหาทางกาํ จัดและปอ งกันมลพิษส่ิงแวดลอ ม

37

แบบฝกหดั

ใหผูเ รยี นตอบคาํ ถามตอไปนี้
1. ใหผ เู รยี นยกตัวอยา งการประกอบอาชพี ในทวีปแอฟริกา วา มีอาชีพใดทคี่ ลา ยกับการ

ประกอบอาชีพในประเทศไทย
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ใหน กั ศึกษาระบุพฤติกรรมทางกาย วาจา ใจ ของผปู ระกอบอาชพี ที่สามารถนําไปใชกับ
ลกู คา ได
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

38

3. ใหน กั ศึกษาระบุขอ ปฏิบัตเิ มือ่ ตองการจะลดกระแสไฟฟา ในการใชเ ครอ่ื งปรับอากาศ มี
อะไรบาง
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

39

บทที่ 2
ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ

เรือ่ งที่ 1 ความจาํ เปน ในการมองเหน็ ชอ งทางเพื่อพฒั นาอาชพี

การประกอบอาชีพ หรือประกอบธุรกิจหรือดําเนินการสิ่งใด ตองมีการสํารวจ
ขอเท็จจริง มีการวางแผน กําหนดเปาหมายที่ตองการ เขียนโครงการที่จะทําและปฏิบัติตาม
รวมท้ังการระบุปญหา อุปสรรคท่ีอาจจะเกิดขึ้นไดพรอมแนวทางการแกไข องคประกอบ
ดังกลา วเปน องคประกอบชองการวางแผนดาํ เนินธรุ กิจ

การวางแผน เปนการคิดไวลวงหนาวาจะทําอะไร มีจุดมุงหมายอะไร มีวิธีการอยางไร
มีกระบวนการอยางไร มีเปาหมาย และแผนการดําเนินงาน ต้ังแตจุดเร่ิมตนจนกระทั้งถึง
จุดสิ้นสุดอยางไร การดําเนินกิจกรรมตาง ๆ จะตองมีความสอดคลองกันกับทรัพยากร และ
งบประมาณท่ีมีอยู เพื่อใหมีความเปนไดมากท่ีสุด ดังน้ัน การวางแผนจึงมีความสําคัญตอการ
ประกอบอาชีพดงั น้ีคอื

1. ชว ยทําใหการดาํ เนนิ งานบรรลผุ ลสาํ เร็จตามเปา หมาย
2. ชวยทําใหก ารใชทรัพยากรเปนไปอยา งมปี ระสิทธิภาพ
3. ชวยทําใหก ารดําเนนิ งานมคี วามเสี่ยงนอยลง และมีความเชื่อมั่นในการบริหารงาน
มากขึน้
4. ชว ยปองกนั การขดั แยง ซงึ่ อาจจะเกดิ ขึ้นระหวางการดาํ เนินงานได
5. ชวยปรับวธิ ีการดําเนินงาน หรือเปลี่ยนแปลงกิจกรรมบางอยา งไดอยางเหมาะสม

เรอื่ งท่ี 2 ความเปน ไปไดในการเขาสูอ าชพี

1. การลงทนุ
“ก าร ลงทุ น ” หมา ยถึง การ ออม เพ่ือ ใหไ ดรับผ ลตอ บแท นท่ีม ากข้ึ น

ซึ่งผูประกอบการตองยอมรบั ความเสย่ี งทีเ่ พม่ิ ขน้ึ เชนกนั การตดั สินใจนาํ เงินออมมาลงทุนเราจึง
ตองพิจารณาอยางรอบคอบ และศึกษาหาขอมูลท่ีเกี่ยวของเปนอยางดี เพ่ือใหไดรับ
ผลตอบแทนที่คาดหวงั ไว และเพื่อลดความเส่ียงท่ีเกิดขึน้ จากการลงทนุ

40

วิเคราะหทางการเงิน การลงทุน เพ่ือเปรียบเทียบผลประโยชนตอบแทนที่ไดรับ
และคา ใชจา ยทต่ี องเสียไปในการดาํ เนนิ กจิ กรรมตามโครงการ

คาใชจ า ยของโครงการ
1. คา ลงทุน
2. คาใชจ ายในการดําเนินงาน และบาํ รงุ รักษา
3. คา ทดแทน
4. เงินสาํ รองจา ย
การประมาณคาใชจ ายโครงการ
1. ระบรุ ายการ และปริมาณคาใชจ า ย
2. การตรี าคาคาใชจ าย

- ราคาตลาด
- ราคาทางบัญชี
3. รวมคา ใชจา ยเปน รายป
ผลประโยชนตอบแทนของโครงการ
กระแสเงินสด = ผลประโยชนต อบแทนตอ ป – คา ใชจ า ยตอป
2. การตลาด
การตลาด เปนกจิ กรรมทางธรุ กจิ ท่ีมีความจาํ เปน และมีความสําคัญตอการอยูรอด
ขององคกรธุรกิจ ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ธุรกิจจําเปนจะตองอาศัยกลยุทธทาง
การตลาด คือ การขาย การเรียนรูเพ่ือใหเขาใจถึงความแตกตางของการขาย และการตลาด
อยา งชัดเจนซ่งึ จะชว ยใหธ ุรกิจพฒั นาตอ ไปไดอ ยา งเหมาะสม
ความสําคญั ของการตลาด
ยคุ แรกของการตลาดจะเนน ทก่ี ารผลิต โดยจะทําการผลติ สินคาใหไ ดมากเพ่ือสนอง
ความตองการในตลาด การผลิตจึงเปนหนทางทํากําไร หากผูผลิตสามารถผลิตสินคาใหได
จํานวนมาก ในระยะตอมาการตลาดจะเนนที่การขาย โดยใหความสําคัญกับงานการขายเปน
อยา งมาก และกําไรของธรุ กิจจะเกิดข้นึ มากนอยจะขึน้ อยทู คี่ วามสามารถและประสิทธิภาพของ
ทีมการขาย ปจจุบนั การตลาดเนน การใชเ ครื่องมอื ทางการตลาดทุกอยาง โดยเฉพาะการสราง
ความพึงพอใจใหเกิดกับลูกคา โดยใชสวนผสมทางการตลาด คือ ผลิตภัณฑและการกําหนด
ราคาของผลิตภัณฑท เี่ หมาะสม

41

ความหมายของการตลาดและการขาย
การตลาด หมายถงึ กิจกรรมทางธุรกิจที่จะทําใหสินคาจากผูผลิตไปสูมือผูบริโภค
และทําใหผูบริโภคเกิดความพึงพอใจที่ไดบริโภคสินคาหรือบริการนั้น อันเปนผลทําใหธุรกิจ
ประสบความสาํ เร็จตามวตั ถุประสงคข องธุรกิจนนั้ ๆ อกี ดว ย
การขาย หมายถึง กระบวนการในการชวยเหลือ โนมนาว ชักจูงใจ โดยใชบุคคล
หรือไมใ ชบ คุ คลกไ็ ด เพอ่ื ใหลูกคา คาดหวงั ตดั สนิ ใจซอื้ สินคาหรือบรกิ ารนัน้ ๆ
แนวความคดิ ทางการตลาด
นกั ธุรกจิ ใหค วามสําคัญกบั การตลาด เพือ่ ทาํ ใหธ ุรกิจนัน้ ประสบความสําเรจ็ โดยมี
แนวความคดิ ปรัชญา และการดาํ เนินธุรกิจ องคประกอบท้งั 3 ประการดังกลา วเปน
แนวความคดิ ทางการตลาด โดยมงุ เนน ไปที่ผูบรโิ ภคและการผสมผสานของกจิ กรรมทาง
การตลาด เพ่อื ทาํ ใหบ รรลถุ งึ วตั ถุประสงคข องธุรกจิ และใหผ บู รโิ ภคเกิดความพงึ พอใจท่ไี ดใ ช
ผลติ ภณั ฑนัน้ ๆ

แนวความคิดทางการตลาดสามารถสรปุ ไดด ังแผนภมู ิ ตอ ไปน้ี

นอกจากแนวความคิดท่ีกลาวขางตน ยังมีการเสนอแนวความคิดใหมทางธุรกิจอัน
เปนแนวความคิดท่ีเปนไปตามกระแสของสังคมและของประเทศชาติ คือ แนวความคิดทาง
การตลาดเพื่อสังคมและส่ิงแวดลอม การตลาดในลักษณะน้ีจะเนนในดานของการรักษา

42

สิ่งแวดลอ ม ความปลอดภัยตอชีวิตผูบริโภคและไมทํารายธรรมชาติ โอโซน อากาศ น้ํา ดังนั้น
ธุรกจิ จึงเสนอผลิตภณั ฑท ี่เปนมิตรตอธรรมชาติปลอดสารซเี อฟซี (CFCs) ซึง่ ทําลายโอโซน
มกี ิจกรรมทางการตลาดในเรื่องของรีไซเคิล รีฟล รียูส แนวความคิดที่กลาวถึงน้ีอาจเรียกไดวา
เปน กรีนมาเก็ตตงิ้

หนา ท่ที างการตลาดท่สี ําคัญ
1. การขาย ผูประกอบธุรกจิ ตองอาศยั นักการตลาด ดําเนินกิจกรรมในดานการขาย
เพือ่ เคลื่อนยา ยสนิ คา จากโรงงานผลิต และการทาํ การโอนกรรมสทิ ธิเ์ ปล่ียนมอื ความเปนเจาของ
ในสนิ คา นั้น ๆ ไปยังผูบริโภค โดยอาศัยการโฆษณา การสงเสริมการขาย และการใชพนักงาน
ขายเพอ่ื กระตนุ ใหล ูกคา เปา หมายตัดสินใจทจี่ ะซอ้ื ในทางกลบั กนั ผปู ระกอบธรุ กิจกส็ ามารถขาย
สนิ คาได
2. การซ้ือ ผูประกอบธุรกิจตองเปนนักซ้ือท่ีฉลาดเพ่ือใหไดวัตถุดิบ อุปกรณ
เครอื่ งมอื เครอ่ื งใชใ นราคาที่เหมาะสมดวย เพือ่ เปนการลดตนทุนของธุรกิจเอง โดยยึดหลักตอง
ซื้อใหไดป รมิ าณในเวลาและราคาที่เหมาะสมดวย จะตองรูวัตถุประสงคดวยวาจะซ้ือเพ่ืออะไร
เชน ซ้ือไปเพ่ือผลิต ซ้ือไปเพอ่ื ขายตอ และตอ งรูจกั เปรียบเทียบคุณภาพราคาของสินคาท่ีจะซื้อ
รวมถึงขอตกลงในเงอื่ นไขที่สมเหตุสมผล และตรวจสอบรับสินคาเขาเก็บไวในคลังสินคาหรือส
ตอก เพ่อื รอการจําหนายตอไป
3. การขนสงสินคา ตลาดตองจัดการขนสงที่เหมาะสมกับสินคาโดยพิจารณา
ลักษณะสินคาหีบหอของสินคา เพื่อเลือกพาหนะขนสงท่ีดีเหมาะกับสินคาประหยัดคาขนสง
หรือคาระวาง การสงมอบสินคาท่ีตรงตอเวลา ลูกคาทุกรายตองการรับสินคาตรงตอเวลา
โดยเฉพาะอยางย่ิงสินคาที่มีฤดูกาลในการขายยิ่งจําเปนอยางย่ิงท่ีตองรักษาเวลาในการขนสง
ธุรกจิ จาํ เปนตอ งเลอื กวิธีการขนสง ทเี่ หมาะสมไมวาจะเปนทางรถบรรทุก รถไฟ ทางเคร่ืองบิน
เรอื บรรทกุ สนิ คา หรอื การขนสงทางทอ
4. การจัดมาตรฐานสนิ คา เพ่ือใหไดสินคาเปนท่ีพอใจงายตอการตัดสินใจซื้อ และ
สรา งความมน่ั ใจใหก ับผูบรโิ ภค จึงมีการจัดแบงระดับหรือมาตรฐานของสินคา เพื่อใหลูกคาได
เลือกสินคา ทเี่ หมาะสม และตรงกับความตองาการโดยเฉพาะอยางย่ิงการซ้ือขายสินคาในตลาด
ตางประเทศ การจัดอันดับและมาตรฐานสินคามีความสําคัญอยางย่ิง ในปจจุบันประเทศไทย
สนับสนนุ การผลิตสินคา เพื่อสงออกเพม่ิ ข้นึ สงู ดงั นน้ั การที่สินคาไดมาตรฐาน ISO จึงเปนส่ิงท่ี
สาํ คญั โดยผูผ ลติ จําเปนตอ งศึกษาและพยายามผลิตใหไดม าตรฐานสากลท่กี ําหนด ไมวาจะเปน

43

มาตรฐานคุณภาพ ISO 9000 , ISO 9002 หรือ ISO 14000 ก็ตาม เพ่ือรักษาภาพพจน และ
การยอมรับในมาตรฐานสินคาไทย

5. หนาท่ีในการเก็บรักษาสินคา การเก็บรักษาสินคาในคลังเก็บสินคา หรือสต็อก
สินคา เพื่อตอบสนองความตองการของลูกคาใหตรงเวลา ไดทันทีที่มีคําส่ังซื้อสินคาเขามา การ
เก็บรกั ษาสินคาเพื่อวตั ถุประสงคห ลายประการ เชน เหลา ไวน ย่งิ หมักบมนานปก ็ยง่ิ มรี าคาแพง
เพือ่ ใหข ายนอกฤดกู าลได เชน การแชแข็ง การฉายแสงเก็บไว เพอ่ื ชะลอการสกุ ของผลไม
เพอ่ื เก็งกาํ ไรโดยรกั ษาระดบั อุปทานในตลาดเมื่อสนิ คาไดราคาดีคอ ยปลอ ยออกขาย

6. การประกันภัย สินคาท่ีผลิตออกมาและรอการจําหนาย อาจเส่ียงตอภัยตาง ๆ
เชน ความลาสมัย การถูกลักขโมย ภัยธรรมชาติ ลักษณะการเส่ียงภัยอาจเกิดขึ้นไดทุกเวลา
ดังนั้น การประกนั ภยั จงึ เปน ทางเลือกหน่ึงท่ีจะชวยแกปญหาดังกลาว โดยธุรกิจจะตองไมผลัก
ภาระการเสี่ยงภัยออกจากกิจการโดยสิ้นเชิง ปจจุบันไดมีสถาบันรับประกันภัยตาง ๆ เขามา
ชว ยแบง เบาภาระการเสี่ยงภัย โดยใชหลักการกระจายการเส่ียงภัยใหกวางออกไปถึงผูรับภาระ
หลาย ๆ ราย

7. การใหความชวยเหลือดานการเงิน การประกอบธุรกิจซื้อขายสินคาจะมีปญหา
เกีย่ วกับการเงิน หนสี้ ญู หนี้เสยี การขาดสภาพคลอ งทางการเงิน ขาดเงินสดหมุนเวียนในธุรกิจ
จนเปนผลใหไมมเี งินจายสินคา จา ยคาจางเงินเดือนพนักงาน ดังน้ัน การจัดการเงินที่ดีในฐานะ
การเงินของกิจการ อยูในภาวะสมดุลรายไดเกิดขึ้นสอดคลองกับชําระหน้ีสิน หากกิจการธุรกิจ
จัดการดานการเงินไมดีก็อาจนําไปสูการขาดทุน จนถึงตองออกจากธุรกิจนั้นไป การจัดหา
เงินทุนจากแหลงตาง ๆ และการจัดการนําเงินกําไรไปลงทุนใหมในธุรกิจท่ีมีความเสี่ยงตํ่า
รวมถึงสถาบันทางการเงินท่ีจะเขามาชวยในเร่ืองการกูยืมเงินเพ่ือการลงทุน เชน ธนาคาร
พาณิชย ทรัสต บรรษัทเงินทุน เปนการเขามามีบทบาทในการใหความชวยเหลือ พัฒนาการ
ลงทุนของธุรกจิ

8. การหาขอมูลทางการตลาด เพ่ือประกอบการตัดสินใจของผูบริหารธุรกิจและ
ประโยชนของธุรกิจ ใหมีผลเสียหายนอยท่ีสุด โดยเฉพาะอยางย่ิงยุคของขอมูลขาวสาร เชน
ในปจจุบันธุรกิจใดไดขอมูลขาวสารกอนก็ยอมจะไดเปรียบในการตัดสินใจไดรวดเร็ว ถูกตอง
เชน ขอ มลู ในการลดคา เงินบาท การใหคาเงินบาทลอยตัว ผูรูกอนยอมปรับกลยุทธและตักตวง
ผลประโยชนไ ดจ ากคาเงนิ ทีเ่ ปลี่ยนแปลง

44

3. กระบวนการผลติ
กระบวนการผลิต หมายถึง กระบวนการผลิตสินคา การใหบริการ ตามความ

ตองการของผูบริโภค ซึ่งประกอบไปดวย ลูกคา ตลาดแรงงาน สังคม ประเทศชาติ และ
ประชาคมโลก โดยมีวิธีการในการควบคุมดูแลการผลิตอยางมีคุณภาพท่ีไดมาตรฐาน และการ
สรา งคุณลักษณะที่โดดเดนของสนิ คา หรอื บรกิ าร ไดแ ก

1. ความนาเชือ่ ถือ ผใู หบรกิ ารจะตองแสดงถึงความนา เช่อื ถอื และไววางใจ
2. การตอบสนอง การตอบสนองที่มคี วามต้งั ใจและเต็มใจ
3. การสรา งความมั่นใจ สามารถท่จี ะทําใหลกู คา เกดิ ความเช่อื ใจ
4. การดแู ลเอาใจใส
5. เครื่องมอื อปุ กรณ
4. การขนสง สินคา
การขนสง หมายถึง การเคลื่อนยายสินคาจากท่ีหนึ่งไปยังอีกที่หน่ึง ซ่ึงเปนหนาท่ี
ของผูผ ลติ ท่จี ะใหประโยชนแกผ ูบรโิ ภค ในดานเวลา และสถานที่ สงผลใหสินคามีมูลคาเพ่ิมข้ึน
เพราะหลักในการจัดการขนสงมีอยูวา “มูลคาสินคาท่ีเพิ่มขึ้นหลังจากขนสงไปแลวจะตองสูง
กวาคา ขนสง” ซึง่ มสี นิ คา บางชนดิ ท่คี าขนสง สูงกวาราคาตวั สนิ คาจรงิ มาก เชน การขนหินทราย
ยิปซัม ถานหิน แตก็มีสินคาบางชนิดท่ีคาขนสงถูกกวาราคาสินคาจริง เชน การขนทองคํา
เพชรพลอย และยา เปน ตน
การขนสง มีสวนชวยลดคาตนทุนการผลิตได ในกรณีท่ีต้ังโรงงานขนาดใหญที่
ตนทุนตํ่าในสถานท่ีหนึ่ง แตตองการกระจายสินคาไปท่ัวประเทศ เชน โรงงานผลิตรถ
มอเตอรไซค ทีต่ ง้ั อยูชานเมอื งกรุงเทพฯ แตสามารถสงรถมอเตอรไซคไปขายทั่วประเทศ หรือ
โรงงานผลิตเส้อื ผา ตั้งอยูใ นประเทศไทย แตส ามารถสงเส้อื ผา ไปขายไดท ่วั โลก เปนตน ซึ่งจะทํา
ใหตนทนุ การผลิตตอ หนว ยสินคาลดลง
การขนสงทางธุรกจิ มี 3 ทาง คือ
1. การขนสงทางบก ปจจุบันมีทางรถไฟเชื่อมระหวางกรุงเทพฯ กับเมืองใหญ ๆ
เกือบทั่วประเทศผานจังหวัดใหญ ๆ ท้ังภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สว นท่ีผานภาคใตมีการเช่ือมตอกับประเทศมาเลเซีย ทางปาดังเบซาร และสุไหงโก-ลก จนถึง
สงิ คโปร นอกจากนัน้ ยงั มีทางรถไฟเชอื่ มกับประเทศกัมพชู า แตขณะนหี้ ยุดกจิ การ เพราะปญหา
ความปลอดภัยภายในของประเทศนนั้ กิจกรรมหลักของรถไฟ คือ การขนสงสินคา รอยละ 90

45

ของรถไฟเปนตูสินคา แตละปรถไฟทําการขนสงสินคาประมาณ 8 ลานตัน สวนใหญวัตถุดิบ
เชน นาํ้ มัน และปูนซเี มนต

2. การขนสงทางเรือ มีทาเรือใหญ ๆ ที่ใชขนสงสินคาท้ังภายในประเทศ และติดตอ
กบั ตางประเทศ เชน ทาเรือคลองเตย แหลมฉบัง มาบตาพุด ภูเก็ต สงขลา และสีชัง การขนสง
ทางเรือมีคา ใชจายต่ําแตลาชา ระบบบรหิ ารและระบบศลุ กากรยังลาสมยั มชี องวางใหเ จา หนาท่ี
ทําการทุจริตไดมาก สงผลใหมูลคาเพ่ิมของสินคาและบริการ ขององคกรธุรกิจหายไปเปน
จาํ นวนมาก

3. การขนสงทางอากาศ ประเทศไทยมีทาอากาศยานนานาชาติที่สุวรรณภูมิ ดอน
เมอื ง เชียงใหม อูต ะเภา ภูเก็ต และหาดใหญ ซ่ึงทาํ ใหก ารขนสงสินคาและบริการขาเขาและขา
ออกดีพอสมควร การขนสงทางอากาศมีความรวดเร็ว แตเสียคาใชจายสูงมาก เหมาะสําหรับ
การขนสง สนิ คา ขนาดเล็ก นํา้ หนักเบา

นอกจากน้ียังมีการขนสงทางทอซึ่งใชขนสงเฉพาะกาซ นํ้า และนํ้ามันเทาน้ัน
ปจจบุ ันการขนสงโดยบรรจุสินคาไวในตูคอนเทรนเนอรเปนที่นิยมมากเพราะสามารถใชบรรจุ
สนิ คา ไดหลายอยาง โดยบรรจุสินคาในกลองกอนที่รวมไวในตูคอนเทรนเนอร ทําใหสะดวกใน
การขนถา ย ในบางกรณที ี่ตองใชการขนสงหลายวิธี หรือเปล่ียนถายการขนสงหลายครั้งกวาจะ
ถึงจุดหมายปลายทางก็สามารถโยกยายไดดี เชน เคล่ือนยายจากรถลงเรือหรือจากเรือขึ้นรถ
ตูคอนเทรนเนอรมีหลายขนาดแลวแตการขนสง เชน การขนสงทางเรือสวนใหญจะใชตู
มาตรฐานขนาด 21 ฟุต และ 40 ฟุต สว นตูค อนเทรนเนอรสําหรับสงของทางอากาศจะมีขนาด
เล็กกวาการขนสงสินคาแตละวิธีมีขอดี ขอเสียตางกัน นักการตลาดท่ีดีตองรูจักเลือกวิธีการ
ขนสงที่เหมาะสมกับสินคาและบริการท่ีมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของตนเอง
เชน ตองการความรวดเร็ว หรือตอ งการราคาถูก หรือตอ งการความสะดวก

5. การบรรจุหีบหอ
การบรรจหุ บี หอน้นั นอกจากใชป อ งกนั ผลติ ภัณฑแ ลว ยังใชในการสงเสริมการขาย

ซึง่ ถอื วา มีความสาํ คัญมากทง้ั สาํ หรบั ผขู ายและผูบรโิ ภค การบรรจหุ ีบหอทดี่ ที ําใหสามารถรักษา
งาย ประหยัดเน้ือท่ี และทําใหผูบริโภคมองเห็นความแตกตางของผลิตภัณฑไดชัดเจน
ซึ่งประโยชนข องการบรรจหุ บี หอ มีดงั น้ี

1. ผบู รโิ ภคมักจะเลือกผลติ ภัณฑท มี่ กี ารบรรจุหีบหอที่ดีกวา เชน ผูบริโภคยอมซ้ือ
นํ้าที่บรรจุขวดพลาสติกใสในราคาที่แพงกวาน้ําทีบรรจุขวดขุน ท้ังท่ีเปนนํ้าด่ืมท่ีปลอดภัย
เหมอื นกันหรอื นิยมซ้อื บะหม่ีกงึ่ สาํ เร็จรูปทีบ่ รรจุในถวยพลาสติก


Click to View FlipBook Version