The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อช21001 ช่องทางการพัฒาอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-06-24 00:32:22

อช21001 ช่องทางการพัฒาอาชีพ

อช21001 ช่องทางการพัฒาอาชีพ

46

2. การบรรจุหีบหอ เปนการส่ือสารระหวางผูผลิตและผูบริโภคอยางหน่ึง เพราะ
การบรรจหุ บี หอเปนตวั กาํ หนดกลยุทธการตลาด เชน สุราที่มีราคาแพงจะบรรจุขวดที่สวยงาม
แมแตบริการก็ใชการบรรจุหีบหอสําหรับผูบริโภค เชน ต๋ัวเคร่ืองบิน จะตองมีซองที่สวยงาม
หรือใบเสรจ็ ของโรงแรมกต็ อ งบรรจุซองท่มี ขี อความสวยงาม

3. การบรรจุหีบหอ จะชว ยใหการกระจายสินคางายข้ึนและลดตนทุนลง เพราะวา
การบรรจหุ ีบหอทดี่ ีจะทาํ ใหการปองกนั ความเสยี หายของสนิ คา ดีขนึ้ บางคร้ังการบรรจุหีบหอที่
ดีก็เปนการโฆษณาประชาสัมพันธไดดีกวาการโฆษณาดวยสื่อ เพราะเมื่อวางผลิตภัณฑไวใน
รา นคา ผบู รโิ ภคอาจจะเหน็ บอยกวา การโฆษณาในส่อื

สิ่งทีน่ ักการตลาดพึงระลึกไวเสมอคือ จะตองไมมีการบรรจุหีบหอท่ีทําใหผูบริโภค
เขา ใจผดิ เชน กระปองทบ่ี รรจปุ ลาซาดีน ไมควรปด สลากวา ปลาทนู า หรือกําหนดบนหีบหอวา
สนิ คามนี าํ้ หนัก 0.8 กิโลกรัม แตก ลับปดสลากวา 1 กิโลกรมั หรือน้ําสมธรรมชาติ 100% ทั้ง ๆ
ที่จริงแลว มีเพยี ง 25% ผสมนา้ํ อกี 75% หรือระบุวา หีบหอสามารถหมุนเวียนมาใชใหมไดท้ัง ๆ
ที่นํามาใชอีกไมได ในปจจุบัน การบรรจุหีบหอสมัยใหม มักจะใชบารโคด ซึ่งสามารถอานได
ดว ยเครอื่ งมอื อิเลก็ ทรอนกิ สไดสะดวก ในการชําระเงนิ

6. การแปรรปู
การแปรรูป หมายถึง การนําผลผลิตทางการเกษตรซึ่งมีอยูในรูปวัตถุดิบมาผาน

กระบวนการดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีมาใชในกรรมวิธีการผลิต การแปรสภาพเพ่ือ
สามารถบรโิ ภค มีอายยุ นื ยาวข้นึ ตลอดท้งั ความสะดวกสบายในรูปผลิตภณั ฑก ่งึ สําเรจ็ รปู

7. ผลกระทบตอชมุ ชนและสภาพแวดลอ ม
ผลกระทบ หมายถึง ผลที่ไดรับหรือเกิดจากการกระทําท่ีคาดวาจะกอใหเกิดผลดี

หรือผลเสยี ในระยะยาวอยา งไร โดยประโยชนทีล่ งสูประชาชนนั้น ประชาชนจะไดรับประโยชน
อะไรบางจากการดําเนินการของโครงการนี้ท่ีสามารถแสดงผลประโยชนตอสังคม ระบบ
สิ่งแวดลอม นอกเหนือจากการเกษตรและอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม
ระบบสง่ิ แวดลอ มของชมุ ชนยังครอบคลุมถึงสภาพแวดลอมท่ีเอื้อตอวิถีชีวิต ระบบ สิ่งแวดลอม
จงึ หมายรวมถึงดิน นา้ํ ปา อากาศ การจัดการทางกายภาพของชุมชน เชน ถนนหนทาง แหลง
ศูนยกลางชุมชน เปน ตน และสภาพแวดลอ มทางสงั คมท่ีเออื้ ตอการเจริญเติบโตของชวี ิตดว ย

ปจ จยั ของผลกระทบสง่ิ แวดลอมและขอบเขตของการพิจารณา
1. ผลกระทบส่ิงแวดลอมทางกายภาพ
2. ผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม

47

3. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสนุ ทรยี ภาพ
4. ผลกระทบสิง่ แวดลอ มทางเศรษฐกิจ
ลกั ษณะของผลกระทบสิง่ แวดลอมและขอ สงั เกต
1. ลกั ษณะของผลกระทบส่ิงแวดลอ ม

- เกดิ ขนึ้ บางที่ บางสวน
- กระจายท่ัวไป
2. ขอ สงั เกตเกีย่ วกับผลกระทบสงิ่ แวดลอ ม
- อาจเกดิ ข้ึนโดยไมเรียงลําดับ
- สรา งปญหาลกู โซไ ดเ สมอ
- แสดงผลใหเห็นไดท ้งั ระยะสั้นและระยะยาว
- เปลี่ยนแปลงอยูเสมอ
- สามารถวัดขนาดได
3. ความรู ความสามารถ
ความรู ความสามารถ หมายถงึ ทกั ษะทส่ี ําคญั หรือความจําเปนในการผลิต หรือ
การปฏิบัติงานใหม ปี ระสิทธภิ าพในความเปน ไปไดในการพัฒนาอาชพี

เร่ืองที่ 3 การกําหนดวธิ กี ารพฒั นาอาชพี พรอมใหเ หตผุ ล

1. เทคนคิ วธิ ีการทาํ งานของอาชีพท่ีเลือกประกอบการ เปนเคล็ดวิชาในการประกอบ
อาชพี แตล ะอาชพี ใหป ระสบความสําเรจ็ จึงเปนปจ จยั สําคัญท่ีผูประกอบอาชีพจะตองเรียนรูให
เขา ใจอยางถองแท

2. เทคนิควิธีการทํางาน ชวยลดขั้นตอนการทํางานอาชีพบางอาชีพใหสําเร็จอยาง
รวดเร็ว ผูประกอบอาชีพจะนําเวลาที่เหลือไปดําเนินการในงานยอยอื่น ๆ ใหมีประสิทธิภาพ
ตอไป

3. เทคนคิ การทาํ งาน ชวยใหก ารทํางานประหยัดข้ึน เชน ใชวัสดุบางอยางที่มีราคาถูก
หางายในทองถ่นิ ทดแทนวสั ดุทมี่ ีราคาแพงหรือหายากมาใชในการผลติ แทน ผลผลิตท่ีผลิตไดยัง
มีคณุ ภาพเหมือนเดมิ

48

4. เทคนิควิธกี ารทาํ งานชวยใหผลติ ไดมากข้ึน โดยการนําเครื่องมืออุปกรณที่ดัดแปลง
มาใชใ นการเพม่ิ ปริมาณการผลิต ผูผลิตเสาะแสวงหาเทคโนโลยีตาง ๆ ที่มีในทองถ่ินมาใชหรือ
ดดั แปลงพฒั นาเทคโนโลยีทม่ี ีอยูแ ลวใหชว ยเพิ่มผลผลิตใหมากขึ้น

5. เทคนิควิธีการทํางาน ชวยใหงานอาชีพมีคุณภาพ มีมาตรฐานเปนสากล เปนที่
ยอมรบั ของตลาด

ประโยชนท ไ่ี ดรับจากการกาํ หนดวิชาการพฒั นาอาชพี
การจาํ แนกองคประกอบยอยของงานอาชีพที่เลือก มีประโยชนที่สําคัญ ๆ ดังตอไปน้ี
คือ จะสามารถชว ยใหผูป ระกอบอาชีพไดเตรียมความพรอ มดานขอมูลอาชีพท่ีตนเลือก เพราะผู
ประกอบอาชีพตองใชหลักวิชาในการเสาะแสวงหาขอมูลสําคัญ ๆ ในงานอาชีพน้ัน ๆ และ
ขอมูลดานอาชพี แตละอาชพี จะเปลีย่ นแปลงอยตู ลอดเวลา ตามระยะเวลา ตามกลไกแหงราคา
สภาพการณของตลาด ฤดกู าล เปน ตน

49

แบบฝกหดั

ใหผูเรยี นตอบคําถามตอไปนี้
1. ทานคิดวา การวางแผนในการประกอบอาชพี มคี วามสําคญั อยา งไร และมขี ้ันตอนอะไรบา ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. อธิบายความหมายของคาํ ตอไปน้ี

การลงทนุ
..............................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

การตลาด
..............................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

กระบวนการผลิต
...................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

การแปรรปู
...........................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

50

การขนสง สนิ คา
.....................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. หีบหอ (บรรจุภัณฑ) มคี วามสาํ คญั กบั สนิ คา อยา งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เทคนิคในการทํางาน ประกอบอาชพี มปี ระโยชนอยา งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
5. การแสวงหาความรู (ขอมูล) มีความสําคัญตอการประกอบอาชพี อยางไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

51

บทท่ี 3
การตัดสนิ ใจเลือกพัฒนาอาชีพ

เร่อื งที่ 1 ขอมลู การตดั สินใจเลอื กพฒั นาอาชีพ

การตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพใหเหมาะสมกับตนเอง จะตองอาศัยขอมูลดานตาง ๆ
ประกอบการตัดสนิ ใจ ดงั น้ี

1. ความพรอม หมายถึง สภาพของบคุ คลที่มีวฒุ ิภาวะแรงจูงใจและประสบการณเดิม
สงู พอทจี่ ะกอใหเ กดิ การตดั สินใจเลือกพัฒนาอาชีพไดโดยสะดวก

แรงจูงใจในการประกอบอาชีพ ไดแก ผลประโยชนตอบแทนทั้งที่เปนตัวเงินและไม
เปนตวั เงนิ

ประสบการณเดิม ไดแก มีความรู ความสามารถ ทักษะ สอดคลองกับการพัฒนา
อาชพี

2. ความตองการของตลาด
ตลาด คือ กลุมของบุคคลและองคการที่มีความตองการและมีอํานาจในการซ้ือ

สนิ คา และบรกิ าร
การพัฒนาอาชีพจะตองสอดคลองกับความตองการของตลาด ผูบริโภคใหความ

สนใจในสินคาและบรกิ าร มีอํานาจซอื้ สินคาและบรกิ ารนัน้
การวเิ คราะหค วามตองการของตลาด สามารถกระทําไดโ ดย
1. การสาํ รวจความคดิ เหน็ จากกลุม ตาง ๆ เชน ผบู ริหาร พนักงานขาย และลูกคา
2. การวเิ คราะหยอดขายในอดีต
3. การวิเคราะหแนวโนม ซ่ึงเปนผลจากการสํารวจความคิดเห็นจากกลุมตาง ๆ

และการวิเคราะหยอดขายในอดีต
4. การทดสอบตลาด โดยนําผลิตภัณฑจํานวนนอย ๆ ไปจําหนายในตลาดเล็ก ๆ

เพือ่ ศกึ ษาปฏิกิริยาการตอบรบั ของลกู คา
3. ความรู ทักษะและเทคนิคตา ง ๆ
การตดั สนิ ใจเลือกพฒั นาอาชพี ใด ควรมคี วามรู ทักษะ และเทคนิคในการประกอบ

อาชีพน้นั ๆ เพือ่ ใหส ามารถพัฒนาอาชพี ไดอ ยางมีคุณภาพและประสิทธภิ าพ

52

4. ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม
การตัดสนิ ใจเลือกพฒั นาอาชีพจําเปน ตองอาศัยขอ มูลดานทรัพยากรธรรมชาติและ

สง่ิ แวดลอม โดยพัฒนาอาชีพใหสัมพันธสอดคลองกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมที่มี
อยู ไมท ําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มีแนวทางอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ มอยางย่งั ยืน

แนวทางการวิเคราะหผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม คือ การ
วเิ คราะหผลกระทบทั้งดา นบวกและดา นลบ กําหนดแนวทางปรับปรุงแกไขผลกระทบที่มีอยูใน
ดา นลบ และกําหนดแนวทางการใชผ ลบวกใหเกดิ ประโยชนสูงสดุ

5. การใชทด่ี ิน
การตัดสินใจเลือกพฒั นาอาชพี จําเปนตองอาศัยขอมูลดานการใชท่ีดิน เพราะที่ดิน

เปนปจจัยสําคญั ในการผลติ ทางดานการเกษตร ดังนี้
1. ท่ีดินเปนปจ จยั สําคัญกาํ หนดวา ควรจะผลติ ชนิดพืชและสัตวอะไร
2. ลักษณะของที่ดินจะกําหนดรูปแบบการผลิตทางการเกษตร เชน การปลูกพืช

หมนุ เวียน การปลูกพชื แซม การปลูกพืชเหล่อื มฤดู รปู แบบการผลิต แบบไรนาสวนผสม และ
เกษตรผสมผสาน

3. ชนิดของดินมีสวนในการกําหนดกิจกรรม เชน ดินเหนียวปนดินรวน อาจจะ
เหมาะสมตอการทํานา ดินรวนปนดินทรายอาจจะเหมาะตอการทําพืชไรบางชนิด ดินเหนียว
หรือดนิ ทรายกย็ งั สามารถปลูกพชื และทาํ บอ ปลาได แตถ าหากดินท่ัวไป ไมมีความอุดมสมบูรณ
มากนกั อาจจะใชเ ลย้ี งสัตว เปน ตน

4. สภาพพ้นื ท่แี ตละแหง เชน ทีร่ าบและทลี่ มุ อาจจะเหมาะสมตอการทํานา พืชผัก
ไมด อกไมประดับ ไมผ ลและไมย ืนตน บางชนิด หากสภาพพื้นที่ลุมมากอาจจะทําบอปลา นาบัว
นาผักกระเฉด เปนตน สวนสภาพพื้นที่ดอนอาจจะปลูกพืชไร ไมผลและไมยืนตนบางชนิด
ตลอดจนการเลยี้ งสตั ว

5. ลักษณะและคุณสมบตั อิ นื่ ๆ เชน ความเปน กรดเปนดาง ปริมาณอินทรียวัตถุใน
ดิน ดินเปร้ียว ดินเค็ม ความลึกของหนาดิน ดินช้ันตาง ๆ เปนตน ส่ิงเหลาน้ีมีผลตอการกําหนด
กิจกรรม วิธีการผลิตทัง้ ปริมาณและคุณภาพ

ในประเทศไทย สภาพการใชท ่ีดนิ เพอื่ การเกษตรในแตละภาคมีลักษณะและปญหา
แตกตางกัน ดังน้ี

53

ภาคกลาง มีระบบชลประทานคอนขางสมบูรณ ปญหาคือปญหากรรมสิทธ์ิที่ดิน
ปญหาดนิ เปรย้ี วในทร่ี าบภาคกลาง และปญ หาดินเคม็ ตามแนวราบฝงทะเล ทําใหประสิทธิภาพ
ในการใชด ินโดยเฉล่ยี ทง้ั ภาคไมสูงเทาทีค่ วร

ภาคเหนือ มีผลผลิตตอไรสูงสุด เพราะคุณภาพดินดี มีการกระจายการผลิตและ
ปลูกพืชหมุนเวียนมาก แตมีขนาดการถือครองที่ดินเล็กท่ีสุดในประเทศ มีปญหาการบุกรุก
ทาํ ลายปา เพอ่ื ทาํ ไรเลอื่ นลอย แตม ีลทู างท่ีจะกระจายการผลิตไปสพู ืชหมนุ เวียน พืชยนื ตน
ไมผลเมอื งหนาว ไมดอกเมืองหนาว ชา กาแฟ และการเลยี้ งโคนม

ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มขี นาดพ้นื ทท่ี าํ การเกษตรสูดสุดในประเทศ แตเปนภาค
ที่มีอัตราการขยายตัวของการผลิตทางการเกษตรต่ําสุด เพราะคุณภาพดินไมดี ไมเก็บซับ
น้ําฝน และมดี นิ เคม็ อยเู ปนเนอ้ื ทกี่ วา งใหญ เปนภาคที่อาศัยการเกษตรน้ําฝนมากที่สุด แตยังมี
โอกาสกระจายการผลิตไปสูพืชฤดูแลงไดอีก เชน มันสําปะหลัง ออย พืชนํามัน ฝาย และ
ปศสุ ัตว เปน ตน

ภาคใต เปนภาคทมี่ ีผลผลิตเกษตรหลักเพียง 2 ชนิด คือ ยางพารา และขาว นับวา
เปนฐานการเกษตรที่แคบมากทั้ง ๆ ที่โอกาสในการใชท่ีดินเพ่ือปลูกพืชหมุนเวียนแซมสวน
ยางพาราและการปลกู ผลไมยืนตนยงั มีอีกมาก รวมท้ังโอกาสในการเล้ียงปศุสัตวในพ้ืนท่ีซ่ึงเคย
ใชท ําเหมอื งแร แลวนาํ มาฟนฟใู หเ ปนทุง หญาเล้ยี งสตั ว

6. การใชท ุน
ทุน หมายถึง เงินทุน เคร่ืองจักรกลการเกษตรตาง ๆ โรงเรือน สิ่งกอสรางท่ีใชใน

การผลิตและเก็บรักษาผลผลิต รวมท้ังปจจัยการผลิตท่ีเปนพันธุพืช พันธุสัตว ปุย สารเคมี
เปนตน

ทนุ มีความสาํ คญั มากตอการผลติ และทนุ ยังมคี วามสมั พันธกบั แรงงาน ถา ลงทนุ มาก
ทางดา นเคร่อื งจักร การใชแรงงานก็นอ ยลง สาํ หรบั แหลงเงิน ทนุ อาจไดจากทรัพยสินที่มีอยู ได
จากกิจกรรมที่ใหผลตอบแทนหลังจากดําเนินงานเสร็จ และการออมทรัพย ทุนอาจไดจากการ
กูเงินหรอื มีเครดิตกบั สถาบันการเงนิ หรอื กับเพ่ือนบา น

ในการพัฒนาอาชีพ จําเปนตองพิจารณาทุนที่ใชในการดําเนินการวามีมากนอย
เพยี งใด ขยายกิจการใหส ัมพันธก ับเงนิ ทุนทม่ี ี ศึกษาเรือ่ งระยะเวลาในการลงทุนกับผลตอบแทน
กลับคนื จากการลงทนุ วา มีความคมุ ทนุ เพียงใด แลว จึงตัดสินใจเลอื กพฒั นาอาชีพน้ัน ๆ

54

7. การใชแ รงงาน
แรงงานเปน ปจจัยสาํ คญั อยางหน่ึงในการผลิต มคี วามหมายรวมถึงทั้งกายภาพและ

จิตใจ ในดานกายภาพเก่ียวกับเร่ืองสุขภาพและอนามัย ความแข็งแรงสมบูรณในการทํางาน
สวนดา นจติ ใจนั้นรวมถึงทัศนคติ อุดมการณ ความขยันหม่ันเพียร ความรูสึกรับผิดชอบในการ
ผลติ

ลกั ษณะของแรงงาน อาจแบง ได 3 ประเภท คือ แรงงานคน แรงงานสัตว แรงงาน
เครือ่ งจกั รกล ในทางเศรษฐศาสตร เม่ือกลาวถึง “กําลังแรงงาน” จะหมายถึง “คน” ที่เปน
เจา ของแรงงาน

การใชแรงงานใหมีประสทิ ธภิ าพควรพจิ ารณา ดงั น้ี
1. การใชแ รงงานท่ีเหมาะสมกับชนดิ ของงาน เชน กจิ กรรมดา นพืชและสัตว
2. การใชแรงงานหรอื จัดระบบการกระจายของแรงงานใหเหมาะสม
3. การใชแรงงานใหเหมาะสมกับวิทยาการแผนใหมและพื้นบาน เชน วิทยาการ
การเตรียมดิน การปลูก การใสปุย การกําจัดศัตรูพืช และการเก็บเก่ียว ซึ่งบางครั้งวิทยาการ
สมยั ใหมอ าจจะมีความยงุ ยากหรอื มขี ้นั ตอนมาก เกษตรกรท่ีเปนแรงงานจําเปนตองมีความรูใน
วิทยาการนนั้ ๆ
4. การใชแรงงานใหเหมาะสมกับเพศและอายุของแรงงาน เชน การเตรียมดินควร
จะเปนเพศชายที่แข็งแรง การปลูกอาจจะเปนท้ังเพศชายและหญิงเชนเดียวกับการเก็บเกี่ยว
งานหตั ถกรรมพืน้ บานอาจจะเหมาะกบั เพศหญิงทั้งคนแก และหนุมสาว แรงงานเด็กอาจชวยให
อาหารปลา อาหารสัตว เปนตน
5. การใชแรงงานผสมผสานหรือทดแทนแรงงานคน สัตว และเคร่ืองจักรกล
การเกษตร ใหเ กดิ ประสทิ ธภิ าพลดตน ทนุ การผลติ และประหยดั เวลา
การจดั การเร่อื งแรงงานเปนเร่ืองท่ีจําเปนอยางยิ่ง โดยเฉพาะแรงงานในครอบครัว
เกษตรกร ควรจัดการใหมีการกระจายการใชแรงงานไดตลอดป มีกิจกรรมการเกษตรอยาง
ตอเน่ืองเพอ่ื ใหม ีการใชแ รงงานอยางสมํ่าเสมอทุก ๆ เดือน กอใหเกิดรายไดเพิ่มข้ึน และลดการ
จางแรงงานท่ีไมจําเปน เพ่ือลดตนทุนการผลิต สําหรับผลตอบแทนของแรงงานก็คือ คาจาง
แรงงานนน่ั เอง

55

8. การจดั การ
การจัดการ หมายถึง การจัดสรรหรือการดําเนินการทรัพยากรในการผลิต

(ท่ีดิน ทุน และแรงงาน) เพื่อใหสามารถผลิตไดตามวัตถุประสงคและเปาหมายของผูจัดการ
ฟารม ซึ่งแตกตางกนั ในแตล ะพนื้ ท่ี

เกณฑในการพิจารณาจัดการฟารม โดยท่วั ไป พอสรุปได ดงั นี้
1. จะผลติ อะไร
2. จะผลติ ที่ไหน
3. จะผลติ เม่อื ไร
4. จะผลิตเทา ไรและอยา งไร
5. จะผลติ และขายกบั ใคร
นอกจากนี้ ยังตอ งพิจารณาในเร่อื งตอ ไปน้ี
1. จะทาํ การผลติ พืชหรอื สตั วชนดิ อะไร
2. จํานวนและชนิดของปจจัยการผลิตที่ใชวาเหมาะสมกับแรงงานในครอบครัว
หรือไม หากไมเ พียงพอ จะจางแรงงานจํานวนเทาไร แรงงานที่จางมาจากไหน และระยะเวลา
ในการจา ง
3. วิธีการผลิต และเทคนิควิชาการ ตลอดจนการจัดการและบริหารฟารมจะ
ดําเนินการอยางไร จะเร่ิมตน ณ จุดใดกอน มีการตรวจสอบและปรับปรุงแกไขอยางไร และ
ประการสดุ ทา ย มีความสมั พนั ธกับกจิ กรรมตาง ๆ ภายในฟารมหรอื ไม
4. ชนิดของโรงเรือนและอาคาร มีความจําเปนหรือเหมาะสมเพียงไร เพ่ือความ
สะดวกในการจัดการตลอดจนเคร่อื งไมเคร่ืองมือและการจัดการ
5. การวางแผน และงบประมาณฟารม การจดบันทึกและบัญชีฟารมจะดําเนินการ
อยางไร เพื่อจะใหทราบทิศทางการทํางานและผลการดําเนินงาน โดยเฉพาะรายได รายจาย
และกําไร ตลอดจนปญหาและอุปสรรคในการทํางาน ซึ่งสามารถนํามาเปนขอมูลในการ
ปรบั ปรงุ แกไขและวางแผนในปตอไป
6. จะซ้อื ปจจยั การผลติ และขายผลผลิตท่ไี หน กับใคร และอยางไร
นอกจากนี้แลว ประสิทธิภาพและความเหมาะสมในดานการจัดการยังข้ึนอยูกับ
หลายองคประกอบ เชน ความรู ความสามารถ ความชํานาญ ความรอบรู และประสบการณ
การบริหารงานดานแรงงาน ความเขาใจสภาพการผลิตการตลาด ความคลองตัวและการ

56

แสวงหาความรูใหม ความขยันหมั่นเพียร และการดูแลเอาใจใส ตลอดจนความสํานึกและ
รับผดิ ชอบในการทํางาน เปนตน

เรอ่ื งที่ 2 การตดั สินใจพฒั นาอาชีพดว ยการวเิ คราะหศ ักยภาพ

การพฒั นาส่ิงใดก็ตาม มีวิธีการหลากหลาย เชน ทําการวิจัย ทดลองทํากอนลงมือทํา
จรงิ การใชก ระบวนการคิดเปน นอกจากนีย้ งั มวี ธิ กี ารวิเคราะหศักยภาพตา ง ๆ ทเี่ ก่ยี วของวาจะ
สามารถพัฒนาอาชพี ไดห รือไม โดยการวิเคราะหศักยภาพ 5 ดาน ไดแก

1. ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตล ะพืน้ ท่ี
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ส่ิงท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ซึ่งมนุษยสามารถ

นําไปใชใ หเ กดิ ประโยชนต อ ชีวติ ประจาํ วนั และการประกอบอาชีพ
ทรัพยากรธรรมชาติ ไดแก ปาไม แมนํ้า ลําคลอง อากาศ แรธาตุตาง ๆ

ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดใชแลวหมดไป เชน แรธาตุตาง ๆ บางชนิดมนุษยสามารถสราง
ทดแทนข้นึ ใหมได เชน ปา ไม เมอ่ื มนุษยต ดั ไปใชประโยชนแลวก็สามารถปลูกทดแทนข้ึนใหมได
ดังน้ัน หากผูประกอบอาชีพอยูแลวตองการพัฒนาอาชีพของตนใหดีขึ้น ตองพิจารณา
ทรัพยากรในพ้ืนที่ท่ีจะนํามาใชพัฒนาอาชีพดวย เชน จากการปลูกผักท่ีใชสารเคมีตองการ
พฒั นาโดยใชปุยหมักแทนปุยเคมีในการปลูกผักตองพิจารณาวาทรัพยากรท่ีจะตองนํามาใชใน
การทําปุยหมกั ในพื้นทม่ี หี รือไม มีเพยี งพอหรอื ไม ถาไมม ี ผปู ระกอบการตอ งพิจารณาใหมวาจะ
พัฒนาอาชีพท่ีตัดสินใจเลือกไวหรือไม หรือพอจะจัดหาไดในพื้นท่ีใกลเคียง ซึ่งผูประกอบการ
ตอ งเสยี คา ขนสงจะคุมคา กบั การลงทนุ หรอื ไม จึงจําเปนตองนําทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนที่มา
พิจารณาดวยเพื่อลดตน ทุนการผลิต

2. ศักยภาพของพนื้ ท่ตี ามลกั ษณะภมู อิ ากาศ
ในแตละพื้นที่จะมีลักษณะภูมิอากาศแตกตางกัน เชน ประเทศไทยภาคกลางมี

อากาศรอน ภาคใตมีฝนตกเปนเวลานาน ภาคเหนือมีอากาศเย็น อาชีพเกษตรกรรมขึ้นอยูกับ
สภาพภูมิอากาศเปนสวนใหญ เชน การปลูกล้ินจี่ ลําไย ตองการอากาศเย็น จึงจะออกผลได
แกวมังกรตองการอากาศรอน ทั้งนี้ทวีปอเมริกามีอากาศหนาวเย็นมากสามารถปลูกพืชเมือง
หนาวได เชน เชอรี่ แอปเปล ดงั นัน้ การพัฒนาอาชีพจําเปนตองพิจารณาสภาพภูมิอากาศดวย
วา เหมาะสมกบั ส่ิงทตี่ องพัฒนาหรือไม การพัฒนาพันธุของพืชใหม ๆ ท่ีเก่ียวของกับภูมิอากาศ

57

เชน ขา วหอมมะลิตอ งปลูกในสภาพภูมิอากาศแหงแลง ซงึ่ ไมเ หมาะที่จะนํามาปลูกในภาคกลาง
หรือการพฒั นาอาชีพการทอ งเท่ียวในชวงอากาศเย็นสบายกส็ ามารถพัฒนาไดเต็มที่ เน่ืองจากมี
นักทองเที่ยวหล่ังไหลเขามา ทําใหสามารถพัฒนากิจการท่ีเกี่ยวของ เชน พัฒนาท่ีพัก อาหาร
แหลงทอ งเท่ียว ใหตรงกบั ความตองการของลกู คา

3. ศักยภาพของภมู ิประเทศและทําเลที่ตั้งของแตละพน้ื ที่
สภาพภูมิประเทศและทําเลทต่ี ั้งของแตล ะพนื้ ที่จะแตกตางกนั เชน เปนภเู ขา ท่ีราบ

สูง ท่ีราบลุม ความแตกตางนี้มีผลตอการพัฒนาอาชีพตาง ๆ เชน ตองการพัฒนาอาชีพ
อตุ สาหกรรมจากการใชแรงคนเปนเคร่ืองจักร เพื่อใหสินคามีคุณภาพเดียวกัน ผูประกอบการ
ตองพิจารณาวาเคร่ืองจักรน้ันตอ งไมม ีผลกระทบตอ ชุมชน สภาพแวดลอมในภมู ิประเทศนัน้ ๆ

4. ศกั ยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวถิ ชี ีวติ ของแตล ะพน้ื ท่ี
แตละพืน้ ทที่ ั้งในประเทศไทยและตางประเทศมีศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถี

ชวี ติ ทแี่ ตกตา งกนั ดังนั้น แตล ะพ้ืนทสี่ ามารถนําเอาสิ่งเหลานี้มาใชพัฒนาอาชีพได เชน การทํา
ธุรกจิ รานอาหารกต็ องทราบวาภาคใดมวี ถิ ชี วี ิตการรบั ประทานอาหารรสชาติแบบใด ภาคเหนือ
นิยมอาหารรสจดื ภาคใตนิยมอาหารรสจัด สวนภาคกลางนิยมรับประทานอาหารท่ีมีกะทิเปน
สวนประกอบ ดังนั้น การจะพฒั นาอาชพี ตองศกึ ษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของ
ชุมชนดว ย

5. ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษยใ นแตล ะพน้ื ท่ี
ทรัพยากรมนุษยในแตละพ้ืนท่ี หมายถึง ความรู ความสามารถของมนุษยท่ีเปน

ภมู ิปญ ญาทัง้ ในอดตี จนถงึ ปจจุบนั ดานการประกอบอาชีพตา ง ๆ ในพ้นื ที่นั้น ๆ ปจจุบันมีหลาย
อาชพี ที่เกิดจากภูมปิ ญ ญา แตส ามารถพฒั นาใหเ หมาะสมกบั สถานการณปจจบุ ันได เชน การใช
จุลนิ ทรียในการทาํ ปุยหมัก แตจ ากการทาํ ปุยหมกั คนเรากม็ คี วามคิดท่ีจะนําไปประยุกตใชอยาง
อื่น ๆ เชน ทําน้ําหมกั นาํ ไปทําความสะอาดหองนํา้ เพอ่ื ดบั กล่ิน หรือนําไปผสมกับสวนประกอบ
อ่นื ๆ ใหสามารถปนเปนกอนได นําไปโยนในน้ําเพื่อแกปญหาน้ําเสียที่เนาเหม็น เปนการชวย
ปรับสภาพนํ้า ดังนั้นจะเห็นวาทรัพยากรมนุษยมีความคิดไมหยุดน่ิง ชวยใหเกิดสินคาใหม ๆ
ไดอยูตลอดเวลา

58

แบบฝกหดั

ใหผ เู รียนตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี
1. ใหผูเรียนกําหนดวาจะพัฒนาอาชีพอะไร และใหสํารวจขอมูลดานตาง ๆ ประกอบการ

ตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพ โดยวิเคราะหตนเองวามีความพรอมในดานตอไปนี้เพียงใด
(เลอื กวิเคราะหอยา งนอย 3 ดา น)

1. แรงจงู ใจและประสบการณเ ดิม
2. ความตอ งการของตลาด
3. ความรู ทกั ษะ และเทคนิคตา ง ๆ
4. ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม
5. ท่ีดิน สถานที่ในการดาํ เนินงาน
6. ทุน
7. แรงงาน
2. ใหผูเรียนกําหนดวาจะพัฒนาอาชีพอะไร และใหวิเคราะหศักยภาพในดานตาง ๆ
ประกอบการตดั สนิ ใจเลือกพัฒนาอาชีพ โดยวิเคราะหตนเองวามีความพรอมตามศักยภาพ
ดา นตา ง ๆ เพียงใด (เลือกวิเคราะหอ ยา งนอย 3 ดา น)
ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ
1. ศักยภาพของพื้นทตี่ ามลกั ษณะภมู อิ ากาศ
2. ศกั ยภาพของภูมปิ ระเทศและทาํ เลท่ตี ง้ั
3. ศกั ยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ีชวี ิต
4. ศกั ยภาพของทรพั ยากรมนุษย

59

เฉลยแบบฝกหัด

บทที่ 1

1. ใหผูเรียนยกตัวอยางการประกอบอาชีพในทวีปแอฟริกา วามีอาชีพใดท่ีคลายกับการ
ประกอบอาชีพในประเทศไทย
1. อาชีพการปลุกยางพารา
2. อาชพี การปลกู ปาลม น้าํ มนั
3. อาชีพการเลีย้ งโคเนอื้

2. ใหนักศกึ ษาระบพุ ฤติกรรมทางกาย วาจา ใจ ของผปู ระกอบอาชพี ทสี่ ามารถนาํ ไปใชก บั
ลกู คา ได

พฤติกรรมของผูประกอบอาชีพทีส่ ามารถนาํ ไปใชก บั ลกู คา คือ
- พฤติกรรมทางกาย เชน การไหว แสดงใบหนา ยิม้ แยมแจม ใส ทาทางแสดงอาการ
ตอนรบั ดวยความออ นนอม
- พฤตกิ รรมทางวาจา เชน การพดู ทกั ทาย การใชถ อ ยคําสภุ าพใหเ กียรตลิ ูกคา
- พฤตกิ รรมทางใจ เชน มีความซ่ือสตั ย รักษาคาํ พูด
3. ใหนกั ศึกษาระบุขอ ปฏบิ ตั ิเม่อื ตอ งการจะลดกระแสไฟฟาในการใชเ ครอื่ งปรบั อากาศ
มอี ะไรบา ง
1. เลอื กเคร่ืองปรับอากาศที่มีฉลากประหยดั ไฟเบอร 5 ซง่ึ เปนระดบั ความประหยัด
ไฟฟา สงู ทส่ี ดุ
2. ตดิ ตั้งเครื่องปรบั อากาศในบริเวณที่สามารถกระจายลมไดท ั่วถึงทง้ั หอง หลีกเลย่ี ง
การติดต้งั ใกลป ระตู หนาตา ง พัดลมดดู อากาศ และอยา ตดิ ชิดผนงั ทร่ี ับแสงแดดจัด
3. เลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศตามความเหมาะสมของขนาดหอ ง
4. อุณหภมู ทิ ่เี หมาะสมคือ 25-26 องศาเซลเซียส
5. ยายเครอ่ื งใชไฟฟาอนื่ ที่ไมจาํ เปน ออกนอกหองทีใ่ ชเ คร่อื งปรับอากาศ
6. งดกิจกรรมทาํ ความรอนภายในหอ งปรับอากาศ เชน การสูบบุหรี่
7. สวมใสเ สอื้ ผา ทส่ี บายเพอ่ื ใหรางกายไดร บั ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ

60

8. ใชผามา นใหทาํ หนาทกี่ ันความรอ นไมใหเ ขาสูภายในหอ งโดยตรง
9. ปลกู ตนไมใหญใหเปน ธรรมชาติรม รนื่ รอบบา น ทําใหบา นเย็นขึ้น

บทท่ี 2

1. ทานคิดวาการวางแผนในการประกอบอาชีพมีความสาํ คญั อยา งไร และมขี น้ั ตอนอะไรบาง
1. ชว ยทาํ ใหการดําเนินงานบรรลผุ ลสําเรจ็ ตามเปาหมาย
2. ชว ยทําใหก ารใชทรพั ยากรเปนไปอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
3. ชวยทาํ ใหการดําเนินงานมีความเส่ยี งนอ ยลง และมีความเชือ่ ม่นั ในการบรหิ ารงาน

มากขึน้
4. ชวยปอ งกันการขัดแยง ซึง่ อาจจะเกดิ ขึ้นระหวา งการดาํ เนินงานได
5. ชว ยปรับวธิ ีการดําเนินงาน หรือเปลี่ยนแปลงกิจกรรมบางอยางไดอ ยางเหมาะสม
มีข้ันตอน ดงั น้ี
1. สาํ รวจขอเทจ็ จรงิ
2. วางแผน
3. กาํ หนดเปา หมายทตี่ อ งการ
4. เขียนโครงการ
5. ปฏบิ ตั ิ
6. พฒั นาปรบั ปรงุ

2. อธิบายความหมายของคําตอ ไปนี้
การลงทนุ หมายถึง การออมเพื่อใหไดรับผลตอบแทนท่ีมากข้ึน ซึ่งเราจะตองยอมรับ

ความเสย่ี งที่เพิม่ ขน้ึ เชนกนั การตดั สนิ ใจนําเงินออมมาลงทุนเราจึงตองพิจารณาอยางรอบคอบ
และศึกษาหาขอมูลที่เก่ียวของเปนอยางดี เพ่ือใหไดรับผลตอบแทนที่คาดหวังไว และเพ่ือลด
ความเส่ียงท่ีเกดิ ข้นึ จากการลงทุน

การตลาด หมายถงึ กิจกรรมทางธุรกจิ ทจี่ ะทาํ ใหสนิ คา จากผูผ ลติ ไปสูมือผูบริโภค และ
ทาํ ใหผ บู รโิ ภคเกดิ ความพึงพอใจทไ่ี ดบรโิ ภคสินคาหรือบริการนั้น อันเปนผลทําใหธุรกิจประสบ
ความสําเร็จตามวตั ถปุ ระสงคข องธรุ กจิ น้นั ๆ อีกดวย

61

กระบวนกาผลิต หมายถึง กระบวนการผลิตสินคา การใหบริการ ตามความตองการ
ของผบู ริโภค ซึ่งประกอบไปดว ย ลกู คา ตลาดแรงงาน สังคม ประเทศชาติ และประชาคมโลก
โดยมวี ิธกี ารในการควบคมุ ดูแลการผลติ อยางมคี ุณภาพทีไ่ ดม าตรฐาน และการสรางคุณลักษณะ
ทีโ่ ดดเดนของสนิ คา หรอื บรกิ าร ไดแก

1. ความนา เชื่อถอื ผใู หบ ริการจะตองแสดงถงึ ความนา เชื่อถอื และไววางใจ
2. การตอบสนอง การตอบสนองที่มีความตั้งใจและเต็มใจ
3. การสรางความมน่ั ใจ สามารถทีจ่ ะทาํ ใหล กู คาเกิดความเช่ือใจ
4. การดแู ลเอาใจใส
5. เครอ่ื งมืออุปกรณ
การแปรรูป หมายถึง การนําผลผลิตทางการเกษตรซ่ึงมีอยูในรูปวัตถุดิบมาผาน
ขบวนการดา นวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีมาใชในกรรมวธิ ีการผลติ การแปรสภาพเพื่อสามารถ
บริโภค มอี ายยุ ืนยาวขึน้ ตลอดทง้ั ความสะดวกสบายในรปู ผลติ ภัณฑกึง่ สําเรจ็ รปู
การขนสง สนิ คา หมายถงึ การเคลอื่ นยายสินคา จากท่ีหน่ึงไปยงั อกี ท่ีหนึง่ ซ่ึงเปนหนาท่ี
ของผผู ลติ ท่จี ะใหป ระโยชนแ กผ ูบ รโิ ภค ในดานเวลา และสถานท่ี สงผลใหสินคามีมูลคาเพิ่มข้ึน
การขนสง มสี วนชว ยลด คาตนทุนการผลิตได ในกรณีท่ีตั้งโรงงานขนาดใหญที่ตนทุนต่ําใน
สถานที่หนึง่ แตต องการกระจายสินคาไปทั่วประเทศ เชน โรงงานผลิตรถมอเตอรไซค ท่ีตั้งอยู
ชานเมืองกรุงเทพฯ แตสามารถสงรถมอเตอรไซคไปขายท่ัวประเทศ หรือโรงงานผลิตเสื้อผา
ต้ังอยใู นประเทศไทย แตส ามารถสงเสื้อผาไปขายไดทั่วโลก เปนตน ซึ่งจะทําใหตนทุนการผลิต
ตอหนว ยสินคาลดลง
3. หบี หอ (บรรจภุ ัณฑ) มีความสาํ คัญกับสนิ คา อยา งไร
1. ใชป อ งกนั ผลติ ภณั ฑ
2 ใชใ นการสงเสรมิ การขาย
3. ผบู รโิ ภคมกั จะเลือกผลติ ภัณฑทมี่ กี ารบรรจุหบี หอ ทีด่ ีกวา
4. การบรรจุหบี หอ เปน การสอื่ สารระหวา งผผู ลติ และผบู รโิ ภคอยา งหนึ่ง เพราะการ
บรรจหุ ีบหอเปน ตวั กําหนดกลยทุ ธการตลาด
5. การบรรจุหีบหอ จะชวยใหการกระจายสนิ คา งา ยข้นึ และลดตนทุนลง

62

4. เทคนิคในการทํางาน ประกอบอาชีพ มปี ระโยชนอยา งไร
1. เทคนิควิธกี ารทํางานของอาชีพท่ีเลือกประกอบการ เปนเคล็ดวิชาในการประกอบ

อาชีพแตละอาชพี ใหป ระสบความสาํ เรจ็ จึงเปน ปจจยั สาํ คญั ท่ีผูประกอบอาชีพจะตองเรียนรูให
เขา ใจอยา งถองแท

2. เทคนิควิธีการทํางาน ชวยลดขั้นตอนการทํางานอาชีพบางอาชีพ ใหสําเร็จอยาง
รวดเร็ว ผูประกอบอาชีพจะนําเวลาท่ีเหลือ ไปดําเนินการในงานยอยอ่ืน ๆ ใหมีประสิทธิภาพ
ตอไป

3. เทคนิคการทาํ งาน ชว ยใหก ารทํางานประหยดั ขึน้ เชน ใชวัสดุบางอยางที่มีราคาถูก
หางายในทองถ่ิน ทดแทนวัสดทุ ีม่ รี าคาแพงหรือหายากมาใชในการผลติ แทน ผลผลติ ทผ่ี ลติ ไดยัง
มีคณุ ภาพเหมือนเดมิ

4. เทคนิควธิ ีการทาํ งานชวยใหผ ลิตไดมากข้ึน โดยการนําเคร่ืองมืออุปกรณที่ดัดแปลง
มาใชในการเพิ่มปรมิ าณการผลติ ผูผลิตเสาะแสวงหาเทคโนโลยีตาง ๆ ทีมีในทองถ่ินมาใชหรือ
ดดั แปลงพัฒนาเทคโนโลยีทมี่ ีอยแู ลวใหชว ยเพมิ่ ผลผลิตใหม ากข้นึ

5. เทคนิควิธีการทํางาน ชวยใหงานอาชีพมีคุณภาพ มีมาตรฐานเปนสากล เปนที่
ยอมรับของตลาด
5. การแสวงหาความรู (ขอ มลู ) มีความสาํ คัญตอการประกอบอาชพี อยา งไร ?

ชวยใหผูประกอบอาชีพไดเตรียมความพรอมดานขอมูลอาชีพท่ีตนเลือก เพราะ
ผูประกอบอาชีพตองใชหลักวิชาในการเสาะแสวงหาขอมูลสําคัญ ๆ ในงานอาชีพนั้น ๆ และ
ขอมูลดานอาชพี แตล ะอาชีพจะเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา ตามระยะเวลา ตามกลไกแหงราคา
ภาวการณต ลาด ฤดูกาล

บทท่ี 3

1. ใหผูเ รียนกําหนดวา จะพัฒนาอาชีพอะไร และใหส ํารวจขอ มูลดา นตา ง ๆ ประกอบการ
ตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพ โดยวเิ คราะหต นเองวามีความพรอ มในดานตอ ไปนีเ้ พยี งใด
(เลอื กวเิ คราะหอ ยา งนอย 3 ดา น)
ผูเรยี นสามารถเลือกพฒั นาอาชีพไดทกุ อาชีพท่ีตนเองสนใจ เชน อาชีพเกษตรกร

เกษตรธรรมชาติ แลว วเิ คราะหค วามพรอ มของตนเอง (อยางนอย 3 ดาน) เชน

63

ขอ มูล การวิเคราะหค วามพรอ ม
1. แรงจงู ใจและประสบการณเ ดิม 1. มีความรักในอาชพี เกษตรกร
2. ประกอบอาชพี การเกษตรอยแู ลว แตตอ งการ
2. ความตอ งการของตลาด พัฒนาใหเปน เกษตรธรรมชาติ เกษตรปลอด
สารพิษ
3. ความรู ทักษะ และเทคนิคตา ง ๆ 3. เกษตรธรรมชาติสงผลดตี อ สขุ ภาพ
4. ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ 4. ตลาดตองการผลผลิตจากเกษตรธรรมชาติ
สิ่งแวดลอ ม จากการสงั เกตและสอบถามบคุ คลทวั่ ไป พบวา
ผบู ริโภคนยิ มผัก-ผลไมปลอดสารพษิ
ผกั -ผลไมป ลอดสารพษิ มีราคาสูงกวา ผลผลิตท่ัวไป
สามารถศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ ภูมิปญ ญา
ในทองถิ่น
เกษตรธรรมชาตจิ ะสงผลดีตอ การอนรุ กั ษธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอม ฟน ฟสู ิ่งแวดลอมทถ่ี กู ทาํ ลาย

5. ทด่ี ิน สถานที่ในการดําเนินงาน มีท่ดี ินเปนของตนเอง สามารถดําเนินการไดท ันที
6. ทนุ ใชทุนจากการการขายผลผลติ ครงั้ กอ น ลงทนุ ตามปกติ
ในลักษณะคอยเปนคอยไปตามสภาพความพรอ มของ
7. แรงงาน ทุน
ใชแรงงานตนเองและแรงงานครอบครวั

64

2. ใหผเู รยี นกําหนดวา จะพฒั นาอาชีพอะไร และใหว เิ คราะหศ ักยภาพในดา นตาง ๆ

ประกอบการตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชพี โดยวเิ คราะหต นเองวามคี วามพรอ มตามศกั ยภาพ

ดานตา ง ๆ เพียงใด (เลือกวเิ คราะหอยางนอย 3 ดา น)

ผเู รียนสามารถเลอื กพัฒนาอาชีพไดทุกอาชีพท่ีตนเองสนใจ เชน อาชีพเกษตรกร

เกษตรธรรมชาติ แลววเิ คราะหศักยภาพในดา นตา ง ๆ วา มคี วามพรอมเพียงใด (เลือกวิเคราะห

อยางนอย 3 ดาน)

ขอมลู การวเิ คราะหศ กั ยภาพ (ความสอดคลอ ง/
แนวทางการพฒั นา)

1. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติ ชุมชนเปน ชมุ ชนชนบท มีแหลง น้าํ เพียงพอตอการทํา

การเกษตร สภาพของดินเสอ่ื มโทรมจากการใชสารเคมี

เปนเวลานาน แตสามารถปรับปรงุ ดินไดโ ดยใชป ุยคอก

ปยุ หมัก

ซ่ึงมีวัตถุดบิ ในชมุ ชน

2. ศกั ยภาพของพน้ื ที่ตามลักษณะ มภี ูมอิ ากาศรอนชน้ื แบบภาคกลาง สามารถทาํ

ภูมอิ ากาศ การเกษตรใหสอดคลอ งกับฤดกู าล

3. ศกั ยภาพของภูมิประเทศและ ภมู ปิ ระเทศเปนทร่ี าบลุม อยไู มห างไกลจากคลอง

ทําเลท่ตี ้ัง ชลประทาน สามารถใชน ้าํ จากคลองชลประทาน และ

น้าํ จากบอ ขุดในที่ดินของตนเองได

4. ศกั ยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม คนในชุมชนและชมุ ชนใกลเ คียงนยิ มรับประทานผัก-

ประเพณี และวิถีชีวิต ผลไม ในวิถีชวี ิตประจําวัน และกําลงั เร่มิ เหน็

ความสาํ คัญของเกษตรธรรมชาติ เกษตรปลอดสารพิษ

เพ่อื รักษาสขุ ภาพ ผลผลิตจากเกษตรธรรมชาติสามารถ

ขยายตลาดไดอยา งดี

5. ศกั ยภาพของทรพั ยากรมนษุ ย ในชุมชนและชุมชนใกลเ คียงมีภมู ิปญญาที่สามารถ

แลกเปลย่ี นเรียนรูดา นเกษตรธรรมชาติได สามารถเปน

แหลงเรยี นรูและเปน เครอื ขา ยในการทาํ งาน

65

บรรณานุกรม

กนก จนั ทรท อง, สิง่ แวดลอมศกึ ษา. (2539). ความรูเ รอ่ื งส่งิ แวดลอ ม. พิมพครั้งที่ 2. ปตตานี :
ฝา ยเทคโนโลยีทางการศกึ ษา สํานกั วทิ ยบริการ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร วิทยา
เขตปต ตานี.

กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (2538). ชุดวชิ าชองทางการประกอบอาชพี ระดบั มธั ยมศึกษา
ตอนตน .กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พป ระชาชนจํากัด.

กองพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น กรมการศึกษานอกโรงเรยี น. (2541). ชดุ วชิ าการฝก ทกั ษะ
และฝก ประกอบการเฉพาะอาชพี . กรงุ เทพฯ : โรงพิมพชุมชนสหกรณก ารเกษตร
แหงประเทศไทย,

นนั ท ศรีสุวรรณ. (2546). บญั ชเี บ้อื งตน . กรุงเทพฯ : สาํ นกั พิมพวงั อกั ษร.
ไพโรจน ทิพมาตร. (2545). การขายเบอ้ื งตน . กรงุ เทพฯ : โรงพิมพป ระสานมติ ร จาํ กัด.
มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช. (2536). เอกสารการสอนชดุ วชิ าการจดั การการผลติ ภณั ฑ

และราคา. นนทบุรี : สาํ นักพมิ พม หาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช.
วิชติ ออู น. (2544). การจดั การเชิงกลยุทธ. กรุงเทพฯ : ว.ี เจ.พร้ินติ้ง.
สุดาดวง เรืองรจุ ริ ะ. (2545). นโยบายผลติ ภณั ฑและราคา. กรงุ เทพฯ : ประกายพรกึ .
สุรชาติ ใฝรัชตพานิช. (2542). หลกั การจัดการ. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท สํานกั พมิ พป ระสานมติ ร

(ปสม.) จาํ กดั .
สมภพ เลิศปญญาโรจน, (2542). หลักการตลาด. กรงุ เทพฯ : บริษทั สาํ นักพมิ พประสานมิตร

(ปสม.) จาํ กัด.
สาํ นักงานสง เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวัดปราจนี บุรี. (2544).

ชุดวิชาพัฒนาอาชพี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน . กรุงเทพฯ : บรษิ ทั เอกพมิ พไทย
จํากดั .
อรุณี ปนประยงค และคณะ. (2547). การจัดการฟารม. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พเพิ่มทรพั ยการ
พิมพ.
Nagle,Thomas T. (1987). The strategy&tactics of pricing. New York : Prentice
Hall.

66

คณะผูจัดทาํ

ท่ีปรกึ ษา เลขาธิการ กศน.
นายสรุ พงษ จาํ จด รองเลขาธิการ กศน.
นายประเสรฐิ หอมดี ผูอ ํานวยการกลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบ
นางตรนี ุช สขุ สเุ ดช และการศกึ ษาตามอัธยาศัย
ผูอ ํานวยการ สถาบัน กศน. ภาคตะวนั ออก
นายวราวธุ พยคั ฆพงษ ขา ราชการบาํ นาญ สํานกั งาน กศน.
นางอัญชลี ธรรมะวธิ ีกลุ
ผูอาํ นวยการ กศน.อาํ เภอสัตหบี สํานักงาน กศน.
ผูสรปุ เนือ้ หา จังหวัดชลบุรี
นายไพรตั น เนื่องเกตุ ศึกษานิเทศกชํานาญการพิเศษ สาํ นกั งาน กศน.
จงั หวดั ชลบรุ ี
นายสญั ญา ทองจนิ ดา ศกึ ษานเิ ทศกชาํ นาญการพเิ ศษ สํานกั งาน กศน.
จังหวดั นครนายก
นายโอวาท สุทธนารกั ษ ครูผูชว ย กศน.อาํ เภอสัตหีบ สํานักงาน กศน.
จงั หวดั ชลบุรี
นายชยั วฒั น อดทน
ขาราชการบาํ นาญ สํานกั งาน กศน.
ผบู รรณาธกิ าร ศกึ ษานิเทศกเชยี่ วชาญ สาํ นักงาน กศน. จงั หวดั ตราด
นางอญั ชลี ธรรมะวธิ ีกลุ
นายสุธี วรประดิษฐ ครผู ชู วย กศน.อําเภอสตั หบี สาํ นักงาน กศน.จงั หวัดชลบรุ ี
พนกั งานพมิ พ สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก
ผพู ิมพต น ฉบับ
นายชยั วฒั น อดทด กลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษา
นางชนมณี เซย่ี งปอง ตามอัธยาศัย

ผูออกแบบปก
นายศภุ โชค ศรรี ัตนศลิ ป

1


Click to View FlipBook Version