The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อช11001 ช่องทางการเข้าสู่อาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-07-06 05:27:44

อช11001 ช่องทางการเข้าสู่อาชีพ

อช11001 ช่องทางการเข้าสู่อาชีพ

1
1

เอกสารสรุปเนอ้ื หาท่ีตอ งรู

รายวิชา ชอ งทางการเขา สอู าชีพ
ระดับประถมศึกษา
รหัส อช11001

หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551

สํานกั งานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
สาํ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
กระทรวงศึกษาธิการ

หา มจําหนาย
หนังสือเรยี นนี้จดั พมิ พด วยเงินงบประมาณแผน ดินเพือ่ การศกึ ษาตลอดชีวติ สาํ หรบั ประชาชน
ลขิ สทิ ธเ์ิ ปนของสาํ นักงาน กศน.สํานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ



สารบญั หนา

คาํ นํา
สารบัญ
คําแนะนําการใชเ อกสารสรปุ เนอ้ื หาทต่ี อ งรู

บทที่ 1 การงานอาชพี ...........................................................................................................1
เร่อื งที่ 1 ความสําคัญและความจาํ เปนในการประกอบอาชีพ ..................................... 1
เร่ืองท่ี 2 งานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศและภูมภิ าค 5 ทวีป ................................. 2
เรอ่ื งท่ี 3 การจดั การงานอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศและภมู ภิ าค 5 ทวีป ................15
เร่อื งที่ 4 คณุ ธรรม จริยธรรม...........................................................................................27
เรอื่ งที่ 5 การอนุรกั ษพ ลงั งานและสงิ่ แวดลอมในการทํางานอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ
และภูมิภาค 5 ทวีป...........................................................................................28
แบบฝก หดั ........................................................................................................................30

บทท่ี 2 ชอ งทางการเขาสูอาชพี ...........................................................................................34
เร่ืองที่ 1 ความจําเปน ในการมองเห็นชอ งทางการประกอบอาชีพ...................................34
เร่ืองท่ี 2 ความเปน ไปไดใ นการเขาสูอาชพี ......................................................................34
เรือ่ งที่ 3 การลาํ ดับอาชีพและเหตุผล...............................................................................39
แบบฝก หดั ........................................................................................................................42

บทท่ี 3 การตดั สนิ ใจเลือกอาชพี ..........................................................................................45
การตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพตามศักยภาพ..............................................................................45
แบบฝก หัด........................................................................................................................48

เฉลยแบบฝก หัด ...................................................................................................................51
บรรณานกุ รม........................................................................................................................57
คณะผจู ัดทํา .........................................................................................................................58

คําแนะนําการใชเอกสารสรปุ เนื้อหาทตี่ องรู

หนังสอื สรุปเนอ้ื หาที่ตอ งรูหนงั สอื เรียนรายวชิ า ชอ งทางการเขา สอู าชพี เลม นี้ เปนการ
สรปุ เน้ือหาจากหนงั สือเรียนรายวิชาบงั คบั สาระการประกอบอาชพี รายวิชา ชอ งทางการเขาสู
อาชพี อช11001 ระดบั ประถมศึกษา หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) เพ่ือใหนักศึกษาไดเรียนรูและทําความเขาใจ
ในเน้ือหาสาระของรายวิชา ชองทางการเขาสูอาชีพ อช11001 ท่ีสําคัญ ๆ ไดสะดวกและ
สามารถเขา ใจย่ิงขึ้น ในการศึกษาหนังสือสรุปเนื้อหาที่ตองรูหนังสือเรียนรายวิชา ชองทางการ
เขา สอู าชีพ เลมน้ี นักศกึ ษาควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี

1. ศึกษาหนังสอื เรียนรายวิชา ชองทางการเขาสูอาชีพ อช11001 สาระการประกอบ
อาชีพ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2554) ระดบั ประถมศึกษา ใหเขาใจกอน

2. ศึกษาเนอ้ื หาสาระของหนงั สอื สรปุ เน้ือหาที่ตองรูหนงั สือเรียนรายวิชา ชองทางการ
เขาสูอาชพี อช11001ใหเ ขา ใจอยางถอ งแท พรอ มทัง้ ทาํ แบบฝกหัดทายบททีละบท และตรวจ
คําตอบจากเฉลยแบบฝกหัดทา ยเลม ใหครบ 3 บท

3. หากนักศึกษาตองการศึกษารายละเอียดเน้ือหาสาระรายวิชา ชองทางการเขาสู
อาชีพ อช11001 เพ่ิมเติมสามารถศึกษาคนควาไดจากสื่ออื่น ๆ ในหองสมุดประชาชน
อินเทอรเ น็ต หรือครูผูส อน

1

บทท่ี 1
การงานอาชพี

เรือ่ งท่ี 1 ความสาํ คญั และความจาํ เปน ในการประกอบอาชพี

1.1 ความหมายของอาชพี
อาชพี หมายถึง การประกอบอาชพี ท่ีสุจรติ ทําใหเกิดรายไดห รอื คาตอบแทน โดย

ใชแ รงงาน ความรู ทกั ษะ อปุ กรณ เครอ่ื งมอื สถานท่ี วิธีการ และไมเปนโทษหรือสงผลกระทบ
เสยี หายตอ ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ

1.2 ความสาํ คัญและความจําเปนในการประกอบอาชพี
การประกอบอาชีพมีความสําคัญและความจําเปนตอการดํารงชีวิต เพราะการ

ประกอบอาชีพ ทําใหเกิดรายไดหรือคาตอบแทนเพ่ือการเลี้ยงชีพ และนําไปใชเพ่ือพัฒนา
ปจ จัยพืน้ ฐานในการดํารงชวี ิต ไดแ ก ท่ีอยูอาศัย อาหาร เคร่ืองนุงหม ยารักษาโรค และปจจัย
อื่น ๆ ตามความตองการของแตละบุคคล ท้ังน้ี การประกอบอาชีพมีความสําคัญในหลายมิติ
ไดแก

1.2.1 เพื่อตนเอง การประกอบอาชีพทําใหเกิดรายไดเพื่อนํามาใชสอยในการ
ดําเนนิ ชวี ติ และตอบสนองความตอ งการของตนเอง

1.2.2 เพื่อครอบครัว การประกอบอาชพี ทําใหเกิดรายไดเพ่ือนํามาใชในการดูแล
สมาชกิ ภายในครอบครวั ใหมกี ารเปนอยทู ี่ดีขนึ้

1.2.3 เพื่อชมุ ชน การประกอบอาชีพทําใหประชาชนในชุมชน สังคมใชเวลาเพ่ือ
การประกอบอาชีพสรา งรายไดใ หแกตนเองและครอบครัวสงผลใหช ุมชนมีความเขม แข็ง

1.2.4 เพ่ือประเทศชาติ การประกอบอาชีพทําใหประชาชนในประเทศชาติมีการ
ประกอบอาชีพ มีรายได สงผลใหป ระเทศชาติมีความเจริญและความมง่ั คงทางเศรษฐกิจ

สรุปไดว า การประกอบอาชีพมีความสําคัญและความจําเปนเพราะการประกอบ
อาชีพทําใหเ กิดรายได ใชเวลาวางใหเกิดประโยชน และสรางสรรคผลผลิตใหแก ชุมชน สังคม
ประเทศชาติ

2

เร่ืองที่ 2 งานอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศและภูมภิ าค 5 ทวปี

2.1 งานอาชีพในชมุ ชน
การเปลี่ยนแปลงทางดานสังคมและส่ิงแวดลอม ความเจริญกาวหนาทางดาน

เทคโนโลยี มีผลตอชีวิตความเปนอยู โดยเฉพาะมีผลตอการประกอบอาชีพของคนในหมูบาน
ชมุ ชน และประเทศ ไดแก การเกิดอาชพี ใหม และการอนุรักษอาชีพเดิมใหอยูในทองถ่ิน ดังนั้น
เพอ่ื ใหการประกอบอาชีพสามารถดาํ เนนิ การตอไปไดอยา งมัน่ คง ผูประกอบการอาชีพ จึงตองมี
ความเขาใจในกระบวนการสรางงานอาชพี มีรายละเอยี ดดังนี้

2.1.1 การสรางอาชีพจากชอ งวา งระหวางอาชีพ โดยอาศัยชองวางระหวางอาชีพ
2 อาชีพ เชน อาชพี ขยายลาํ ไมไ ผ โดยซ้อื จากแหลงปลกู ไปขายใหกับแหลง ทาํ เคร่อื งจกั สาน

2.1.2 การสรางอาชีพจากผลของการประกอบอาชีพ โดยอาศัยผลพลอยไดจาก
อาชพี เดิม เชน ทําภาชนะใสของจากทางมะพราวโดยใชสวนตางๆ จากตนมะพราวท่ีปลูกเปน
อาชีพอยูแ ลว

2.1.3 การสรางอาชีพจากทรัพยากรทองถ่ิน เปนการสรางอาชีพใหม โดยการนํา
ทรัพยากรทีม่ ีอยูในทองถนิ่ มาใชใ หเปนประโยชน เชน การทําอิฐจากดินเหนียวที่มีอยูในทองถ่ิน
การผลิตปลาหมึกแหง โดยใชทรพั ยากรทางทะเลในทอ งถ่นิ

2.1.4 การสรางอาชีพจากความตองการของตลาด เปนการสรางอาชีพใหม โดย
อาศัยขอมูลทางการตลาด เชน เล้ียงกบเพราะตลาดมีความตองการมาก หรือปลูกผักปลอด
สารพิษ เพราะผูบรโิ ภคมีความตองการบริโภคเพ่ือการดแู ลสุขภาพ

2.1.5 การสรางอาชีพท่ีขาดแคลนในทองถ่ิน เปนการสรางอาชีพใหม โดยอาศัย
ขอมูลในทองถ่ิน เชน อาชีพรับซอมมอเตอรไซค เพราะชางในหมูบานขาดแคลน ชางซอม
โทรศัพทมือถือ เพราะทกุ คนมโี ทรศัพทมือถือและมีโอกาสที่จะชาํ รุดเสียหาย จึงตองการซอมดวย
ความรวดเร็ว
ชางซอ มบาํ รุงเครื่องปรับอากาศ เพราะปจจบุ นั เกือบทกุ หลงั คาเรอื นติดต้ังเคร่ืองปรับอากาศ แต
ชา งซอ มบาํ รงุ เครื่องปรบั อากาศมีจาํ กัด จึงเปน ชอ งวางท่สี ามารถตัดสินใจดําเนินงานอาชีพได

2.1.6 ประกอบอาชีพตามบรรพบุรุษ พอแม ปูยา ตายาย ทําอาชีพอะไร รุนลูก
รนุ หลานก็จะดําเนนิ การตอ เชน อาชีพขายกวยเต๋ียว ถามีชื่อเสียงก็จะขายตอจนกระทั่งรุนลูก
รุนหลาน หรืออาชีพคา ขายทว่ั ๆ ไป

3

2.1.7 ประกอบอาชีพตามสภาพภมู ิประเทศ ซึ่งในประเทศไทยประกอบดวยสภาพ
พื้นท่ี ท่ีเปนภูเขา ที่ราบลุม ท่ีดอน ดังน้ันการเพาะปลูกจึงขึ้นอยูกับสภาพพื้นที่ เชน ท่ีราบลุม
สามารถทาํ นาได อยใู กลท ะเลสามารถประกอบอาชีพดา นประมง หรอื บางทําเลสามารถจัดเปน
แหลงทอ งเที่ยวได

2.1.8 ประกอบอาชีพตามนโยบายของรัฐบาลหรอื ของผปู ระกอบการเอง เปนการ
ประกอบอาชพี ในพื้นท่ี ทยี่ ังไมเ คยมกี ารประกอบอาชีพน้นั มากอน เชน การนํายางพาราไปปลูก
ทางภาคอีสาน ซึง่ แตเ ดิมยางพาราจะนยิ มปลกู ทางภาคใตเปนสว นใหญ

2.2 การประกอบอาชีพ
ในโลกน้ีมีอาชีพท่ีหลากหลายและทุกคนตองมีอาชีพ เพื่อใหมีรายไดเล้ียงตนเอง

และครอบครัว ทั้งน้ี การมีอาชีพเปนของตนเองตองอาศัยปจจัยหลายอยางประกอบรวมกัน
ไดแก ความรคู วามสามารถ เงินทุน ความเหมาะสมของสถานท่ีและสภาพแวดลอม แรงงาน
ท้ังน้ี ปจจุบันไดมีการแบงลักษณะงานอาชีพออกเปน 5 กลุมอาชีพ ไดแก กลุมอาชีพ
เกษตรกรรม กลุมอาชีพพาณิชยกรรม กลุมอาชีพอุตสาหกรรม กลุมอาชีพดานความคิด
สรา งสรรค กลุม อาชีพดานอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง โดยแตละกลุมอาชีพมีรายละเอียด
ดงั น้ี

2.2.1 กลมุ อาชพี เกษตรกรรม คอื การประกอบอาชีพในดานการเกษตรเก่ียวกับ
การปลูกพืช เล้ียงสัตว การประมง โดยนําองคความรู เทคโนโลยี/นวัตกรรม มาใชในการ
ประกอบอาชีพใหสอดคลองกับศักยภาพหลักของพื้นท่ี คือ ดานทรัพยากรธรรมชาติ ดาน
ภูมอิ ากาศ ดานภูมิประเทศ ดานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีของแตละพ้ืนที่ และดาน
ทรัพยากรมนุษยในแตละพ้ืนที่ อาชีพดานการเกษตร เชน เกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน
เกษตรทฤษฎีใหม วนเกษตร ธุรกิจการเกษตร ฟารม ปศุสัตว การเล้ียงปลาในกระชัง แปรรูป
ผลผลิตทางการเกษตร เปน ตน

2.2.2 กลมุ อาชพี พาณชิ ยกรรม คือ งานอาชพี ทม่ี ีขอบขา ยเกย่ี วกบั ดานพาณิชยก
รรม เชน ผูใหบริการจาํ หนา ยสินคาท้ังแบบคา ปลกี และคา สงใหแกผูบริโภคท้ังท่ีมีหนารานเปน
สถานทจี่ ัดจําหนาย เชน หางรา น หา งสรรพสินคา ซปุ เปอรสโตร รา นสะดวกซอ้ื และการขายท่ี
ไมมีหนาราน เชน การขายผานส่ืออิเล็กทรอนิกส ซ่ึงปจจุบันเปนท่ีนิยมของผูประกอบอาชีพ
เพราะมีการลงทุนนอย หรือเรียกวา พาณิชยอิเล็กทรอนิกส (E-COMMERCE) หมายถึง
การดําเนินธุรกิจทุกรูปแบบท่ีเกี่ยวของกับการซ้ือขายสินคาและบริการ ผานคอมพิวเตอรและ
ระบบสอ่ื สารโทรคมนาคมหรอื สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส

4

2.2.3 กลุมอาชีพอุตสาหกรรม คือ การประกอบอาชีพที่อาศัยองคความรู
เทคโนโลยี/นวัตกรรม เก่ียวกับงานชาง ไดแก ชางไฟฟา ชางไม ชางยนต ชางประปา ชางปูน
และชา งเชอื่ มใหส อดคลองกบั ความตอ งการของตลาดในประเทศและตางประเทศ รวมถึงความ
เหมาะสมตามศกั ยภาพหลกั ของพนื้ ท่ี

2.2.4 กลุมอาชพี ดา นความคิดสรางสรรค เปนอาชีพท่ีอยูบนพื้นฐานของการใช
องคความรู การศึกษา การสรางสรรคงาน และการใชทรัพยสินทางปญญา นํามาเช่ือมโยงกับ
พืน้ ฐานทางวฒั นธรรม และเทคโนโลย/ี นวัตกรรมสมยั ใหม โดยการตอยอดหรือการพัฒนาอาชีพ
ในกลมุ อาชีพเดิม คอื กลมุ อาชีพเกษตรกรรม กลมุ อาชพี อุตสาหกรรม กลุมอาชีพพาณิชยกรรม
กลุมอาชีพคหกรรม กลุมอาชีพหัตถกรรม และกลุมอาชีพศิลปกรรม เชน แฟชั่นเสื้อผา
เคร่ืองประดับ เครื่องสําอาง ทรงผม สปาสมุนไพร การออกแบบส่ือ/ภาพยนตร/โทรทัศน
เครื่องใชไฟฟา เฟอรนิเจอร วัสดุกอสรางแบบประหยัดพลังงาน เซรามิก ผาทอ จักสาน
แกะสลกั รถยนตพ ลังงานทางเลือก ขากลอตั โนมตั เิ พ่อื ผูพกิ าร การทอ งเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปน
ตน โดยมีจุดมุงหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการผลิตสินคาท่ีตองตอสูดานราคาโดยใชหลักการของ
เศรษฐกจิ สรา งสรรค คอื แนวคิดและแนวปฏิบัติท่ีสรางข้ึนเพ่ือเพ่ิมมูลคาของสินคาและบริการ
โดยไมต องใชท รัพยากรมากนักแตใ ชความคดิ สตปิ ญญาและความคดิ สรา งสรรคไ ดมากขึ้น

2.2.5 กลุมอาชีพดานอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง เปนงานอาชีพท่ีมี
ทศิ ทางเติบโตในสังคมมากข้ึน เชน ธุรกิจบรกิ ารทอ งเท่ียว ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจบริการโล
จสิ ตกิ ส ธรุ กิจภาพยนตร ธรุ กจิ การจัดประชุมและแสดงนิทรรศการ ธุรกิจบริการที่ปรึกษาดาน
อสังหาริมทรพั ย ทป่ี รึกษาทางธุรกจิ ในอนาคต กลมุ อาชพี ดา นอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง
จะมีความตองการเจาหนาที่ บุคคล พนักงาน เพ่ือควบคุมและปฏิบัติงานที่มีความรู
ความสามารถ และทกั ษะฝมอื เปนจํานวนมาก โดยผูประกอบอาชีพในกลุมนี้ ตองมีองคความรู
มรี ะบบการบรหิ าร ระบบการจดั การ และมเี ครอื ขายทจี่ ะสามารถระดมทรพั ยากรสนับสนุนงาน
อาชพี ได

ท้ังน้ีสามารถสรปุ ไดว า
1. กลมุ อาชพี ในปจจบุ ันมี 5 กลุมอาชพี ไดแก กลมุ อาชีพเกษตรกรรม กลุมอาชีพ
พาณิชยกรรม กลุมอาชีพอุตสาหกรรม กลุมอาชีพดานความคิดสรางสรรค กลุมอาชีพดาน
อาํ นวยการและอาชีพเฉพาะทาง
2. การประกอบอาชีพใหประสบความสาํ เรจ็ ตองคาํ นึงถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับ
ขอมลู เกีย่ วกบั ตนเอง สังคมสง่ิ แวดลอ ม และวชิ าการ

5

3. การดําเนินงานอาชีพเกษตรกรรม กลุมอาชีพพาณิชยกรรม กลุมอาชีพ
อตุ สาหกรรมใหประสบความสําเรจ็ ผปู ระกอบการตองมีองคความรู ใชเ ทคโนโลยี นวัตกรรม ใน
การดําเนินงานอาชีพ

4. การดําเนินงานอาชีพในกลุมอาชีพดานความคิดสรางสรรค เชน ผูผลิตน้ํามัน
นวดสมุนไพร สําหรับสปาใหป ระสบความสําเร็จ ตอ งมี

4.1 ดานความรู ไดแก ความรูดานสมุนไพร ความเหมาะสมของสมุนไพรกับ
สรีระสว นตา ง ๆ ของรางกายมนษุ ย ความรใู นเรอื่ งธรุ กจิ การทาํ สปา

4.2 ดา นการสรางสรรคงาน ไดแก ความคิดสรางสรรคในการออกแบบบรรจุ
ภัณฑ และการปรุงแตง กล่นิ โปรโมชัน่ ใหม ๆ ทด่ี งึ ดูดความสนใจของลูกคา

4.3 ดานตอยอดกลมุ อาชพี เดิม ไดแ ก ปลูกพืชสมุนไพรปลอดสารพิษ การผลิต
สมุนไพรเก่ียวกบั ดานอน่ื ๆ ท่ผี บู ริโภคสนใจ เชน สมนุ ไพรเกย่ี วกบั การดูแลสุขภาพ

5. การดําเนินงานอาชีพในกลุมอาชีพดานอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง เชน
ผดู าํ เนินงานธุรกิจบรกิ ารสขุ ภาพดวยธรรมชาติ ใหประสบผลสําเรจ็ ตองมี

5.1 ความรู ไดแก ความรูในดานธุรกิจ การดูแลสุขภาพ ความสัมพันธของ
สุขภาพกับธรรมชาติ

5.2 การบรหิ าร ไดแก การบรหิ ารงาน บริหารคน
5.3 การจัดการ ไดแก การจัดการกระบวนลําดับขั้นตอนการดําเนินงานทาง
ธุรกิจสุขภาพดวยธรรมชาติ และระบบบริการ
5.4 เครือขาย ไดแก ภายในชุมชนทองถิ่นนั้น ๆ มีกลุมอาชีพเกี่ยวกับเกษตร
ธรรมชาติ แหลง เรยี นรู ภมู ิปญ ญา ทเี่ กี่ยวของและสนบั สนนุ ธุรกิจไดห รอื ไมอยางไร
2.3 การประกอบอาชพี ในภมู ภิ าค 5 ทวปี
ภูมิภาคของโลกประกอบดว ย 5 ภมู ิภาค ไดแก เอเชยี อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย
แอฟรกิ า ซ่ึงแตล ะภมู ิภาคจะมลี ักษณะการประกอบอาชีพที่แตกตางกัน เพราะมีความแตกตาง
กันทางสภาพบริบทของพื้นท่ี ไดแกทรัพยากรธรรมชาติและพื้นท่ี ลักษณะภูมิอากาศ
ภูมิประเทศ ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี วถิ ชี ีวิต และการดาํ รงชีวติ ของประชาชน ดังน้ัน ในการ
ประกอบอาชีพ ผูประกอบการจาํ เปน ตอ งเขา ใจในความแตกตา งของสภาพพน้ื ทีด่ ังกลาว เพราะ
ในอนาคตการติดตอทางการคาจะสามารถเชื่อมโยงติดตอซ้ือขายไดอยางไมมีขอบเขตจํากัด
ถาผูประกอบการอาชีพมีความเขาใจในความแตกตางของลักษณะงานอาชีพในแตละภูมิภาค
แลวจะทําใหผ ูป ระกอบการอาชพี สามารถแขง ขันไดในเวทีโลก

6

โดยในแตละภูมิภาคของโลก มีลักษณะของการประกอบอาชีพตามรายละเอียด
ดงั น้ี

ภูมภิ าคเอเชีย
ภมู ภิ าคเอเชยี สว นใหญของประเทศในภูมิภาคเอเชียประกอบอาชีพเกษตรกรรม
เปนหลัก ไดแ ก การปลูกพชื การเลี้ยงสตั ว การประมง ปาไม รวมถึงงานอาชีพทางดานเหมือง
แร และอุตสาหกรรมดวย โดยในแตละอาชีพท่ีประกอบการในภูมิภาคเอเชีย มีลักษณะการ
ประกอบอาชพี ดังน้ี
1. งานอาชพี ดานเกษตรกรรม

1.1)การปลกู พชื เปนอาชีพเกษตรกรรมทป่ี ระชาชนสวนใหญในแตล ะประเทศ
ของภูมิภาคเอเชียดําเนินการประกอบเปนอาชีพ แตมีความแตกตางกันไปตามลักษณะ
ภูมอิ ากาศ ภมู ปิ ระเทศ และการดาํ รงชีวติ ของประชากร โดยประเทศในเขตพ้นื ทรี่ าบทมี่ ีปริมาณ
นํ้าฝนเพียงพอ และประชากรอาศัยอยูอยางหนาแนน จะมีการดําเนินการประกอบอาชีพการ
ปลูกพืชเพ่ือเลี้ยงตนเอง สวนในเขตพื้นท่ี ที่มีภูมิอากาศแบบปาดิบชื้น มีประชากรอยูบางเบา
จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชแบบเลื่อนลอย ทั้งน้ีในพ้ืนที่ท่ีเปนทุงหญามีระบบ
ชลประทาน สว นใหญจ ะประกอบอาชีพปลกู พืชพรอมการเล้ยี งสตั ว

โดยพ้นื ท่ใี ดของประเทศท่อี ยใู นเขตอากาศหนาว เขตทะเลทราย และเขต
ภเู ขาจะเปน พ้ืนทีท่ ไ่ี มส ามารถประกอบอาชพี เกษตรกรรมปลูกพชื ได

สําหรับพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญนิยมปลูกในประเทศของภูมิภาคเอเชีย เชน
ขา วเจา ขา วโพด มะพรา ว ปาลมน้าํ มัน มะกอก ชา ฝา ย ปอ ปาน ยางพารา เปนตน

1.2) การเลี้ยงสัตว อาชีพเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว เปนอีกอาชีพหนึ่งท่ี
ประชาชนในประเทศตาง ๆ ของภูมิภาคเอเชียนิยมประกอบอาชีพ แตมีความแตกตางกันไป
ตามสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ โดยในประเทศท่ีมีอากาศแหงแลงแถบเอเชียตะวันตก
เฉียงใต และตอนกลางของภูมิภาค ซึ่งมีลักษณะพ้ืนที่เปนทุงหญากึ่งทะเลทราย ประชากรใน
เขตดังกลาวจึงนิยมเลี้ยงสัตวแบบเรรอน ไดแก อูฐ แพะ แกะ โค มา และจามรี โดยการเลี้ยง
สัตวในลักษณะดังกลาว เปนการประกอบอาชีพเพื่อตองการนมและเน้ือนํามาใชเปนอาหาร
สวนในเขตอากาศรอ นชน้ื และอบอนุ ประชากรจะนิยมเล้ียงสัตวเพื่อการบริโภคและการสงเปน
สินคาออก ไดแ ก สุกร ไก เปด และยงั จะนิยมเลีย้ งโค กระบอื และมา เพ่อื การใชงานดวย

1.3) การประมง การประกอบอาชีพประมงของภูมิภาคเอเชีย มีการ
ดําเนินการประกอบอาชีพประมงใน 2 ลักษณะ ไดแก ประมงนํ้าจืด และประมงทางทะเล

7

การประกอบอาชีพประมงนํ้าจืด สวนใหญจะนิยมทําอาชีพประมงควบคูกับการปลูกพืช
โดยเฉพาะพืชผัก สําหรับการประกอบอาชีพประมงทางทะเล มีการประกอบอาชีพในเขต
นานน้ําแถบชายฝงตะวนั ออกของภมู ิภาคเอเชีย ตั้งแตอาวไทยไปจนถึงชองแคบเบริง ที่กระแส
นํ้าอุนกุโรชิโว ไหลมาบรรจบกับกระแสน้ําเย็นโอยาชิโว เพราะเปนแหลงที่มีอาหารสมบูรณ
ทําใหมสี ตั วน า้ํ อยเู ปน จํานวนมาก โดยประเทศญี่ปุนเปนประเทศท่ีมีการประกอบอาชีพประมง
ทางทะเลมากที่สุดในโลก นอกจากการประกอบอาชีพประมงทางทะเลแลว ตามแนวชายฝง
ทะเล ยังมีการประกอบอาชีพการเล้ียงหอยประเภทตาง ๆ รวมถึงสาหรายทะเล ซ่ึงการ
ประกอบอาชพี เชน น้จี ะกระจายโดยทว่ั ไปในประเทศที่มีพนื้ ทีช่ ายฝง ทะเล

1.4)ปา ไม อาชพี ปา ไม มกี ารดาํ เนินงานอาชพี ใน 2 ลักษณะตามเขตภมู อิ ากาศ
คือ ปาไมในเขตรอน จะเปนปาไมประเภทไมเน้ือแข็ง ในเขตประเทศ ไทย พมา ลาว กัมพูชา
เวยี ดนาม อนิ เดีย และในประเทศกลมุ หมูเกาะ สวนปา ไมใ นเขตหนาวจะเปนปาตนสน เพื่อการ
นาํ ไมส นมาใชท ําเปนกระดาษและลังไม

1.5)เหมืองแร ภูมิภาคเอเชีย เปนภูมิภาคที่อุดมไปดวยแรธาตุนานาชนิด
เนือ่ งจากมสี ภาพภูมิประเทศเปน เทือกเขาท่ีมีอายุแตกตางกัน แรธาตุสําคัญที่มีการขุดข้ึนมาใช
ประโยชน ไดแก เหล็ก ถา นหนิ ดบี ุก น้าํ มนั แมงกานสิ เพชร พลอย เปนตน

2. งานอาชีพอุตสาหกรรม ในภูมิภาคเอเชีย การประกอบอาชีพดาน
อุตสาหกรรม สวนใหญจะเปนอุตสาหกรรมแบบหัตถกรรม หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน
ในลักษณะงานฝมือ ของทรี่ ะลกึ เชน ผา ทอ เคร่ืองโลหะ เครื่องแกะสลัก เคร่ืองจักสาน เปนตน
ประเทศอุตสาหกรรมช้ันนําในเอเชีย ไดแก ประเทศญี่ปุน เกาหลีใต ไตหวัน อินเดีย และ
สงิ คโปร โดยถกู จดั ใหเปน ประเทศในกลุมอตุ สาหกรรมใหม

ภูมิภาคอเมรกิ า
เน่อื งจากภูมภิ าคอเมริกา ประกอบดว ย เขตอเมริกาใต และอเมริกาเหนือ ซึ่งทั้ง 2
เขต มคี วามแตกตา งกันทงั้ ในดา นภมู ิประเทศ ภมู ิอากาศ และวิถกี ารดํารงชีวิตคอนขางสูง ทําให
การประกอบอาชีพของท้งั 2 เขต จงึ มคี วามแตกตางกนั ดังนี้
1. งานอาชพี ดานเกษตรกรรม

1.1)การปลูกพชื
กาแฟ
- อเมริกาใต ปลูกมากในประเทศบราซิล มีมากถึงรอยละ 50 ของโลก

และยงั มีการปลูกในประเทศโคลัมเบีย และเอกวาดอร

8

- อเมริกาเหนือ ไมม ีการปลูก
โกโก
- อเมริกาใต ปลูกเพ่ือนํามาทําเปนช็อกโกแลต เคร่ืองดื่มและขนมหวาน
นิยมปลกู ในประเทศบราซิล เอกวาดอร
- อเมรกิ าเหนอื ไมมีการปลูก
ขา วโพด
- อเมริกาใต เปนพชื ท่ีปลกู มากในประเทศบราซิล รวมถึงประเทศอารเจนตินา
เวเนซูเอลา เปรู และโคลัมเบีย
- อเมริกาเหนือ ขาวโพด เปนพืชเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา
ปลกู มากในแถบภาคกลางของประเทศ
ขาวสาลี
- อเมรกิ าใต นยิ มปลกู ในประเทศบราซิล อารเจนตินา ชิลี
- อเมริกาเหนือ ปลูกมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
โดยประเทศสหรัฐ อเมริกาจะปลูกขาวสาลีฤดูหนาว ประเทศแคนาดา จะปลูกขาวสาลีฤดูใบ
ไมผลิ
ออ ย
- อเมรกิ าใต ปลูกมากในประเทศบราซิล
- อเมริกาเหนอื ไมมีการปลกู
กลวย
- อเมริกาใต ปลกู มากในประเทศเอกวาดอร
- อเมริกาเหนอื ไมมกี ารปลกู
ฝาย
- อเมริกาใต ปลกู มากในประเทศบราซิล อารเจนตินา
- อเมริกาเหนอื ปลกู มากในบรเิ วณลมุ แมน ้าํ มิสซสิ ซิปป ภาคตะวันตกของ
รัฐแอริโซนา และแคลิฟอรเ นีย
ถั่วเหลอื ง
- อเมรกิ าใต ไมมกี ารปลูก
- อเมริกาเหนือ ปลูกมากในเขตทร่ี าบภาคกลางของประเทศสหรฐั อเมริกา

9

ยาสบู
- อเมริกาใต ไมมกี ารปลูก
- อเมริกาเหนือ เปนพืชเศรษฐกิจท่ีสรางชื่อเสียงใหแกประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า ปลกู มากในเขตภาคตะวันออกของประเทศสหรฐั อเมริกา
ขาวเจา
- อเมริกาใต ไมม ีการปลกู
- อเมริกาเหนือ ปลกู มากในเขตภาคใตข องประเทศสหรัฐอเมรกิ า
ผักและผลไม
- อเมรกิ าใต ไมม กี ารปลกู
- อเมริกาเหนือในภาคตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการปลูก
เชอรรี แอปเปล สตรอวเบอรรี ภาคใต ปลูกสม สับปะรด ชายฝงตะวันตกเฉียงใต ปลูกองุน
มะกอก สม มะนาว
1.2)การเล้ียงสตั ว ในเขตอเมริกาใต และอเมริกาเหนือ มีการเลย้ี งสัตว ไดแ ก
- โคเน้ือ นิยมเล้ียงในเขตอเมริกาใต ประเทศบราซิล อารเจนตินา และ
อุรุกวัย สวนในเขตอเมริกาเหนือ นยิ มเลย้ี งในแถบตะวนั ตกของประเทศ และจะเล้ียงเปนฟารม
ปศุสตั วข นาดใหญ
- โคนม ในเขตอเมริกาใตไมมีการเลี้ยงโคนม สวนในเขตอเมริกาเหนือ
นิยมเล้ียงแถบเขตท่ีราบภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพื้นที่
ดงั กลาว จะมกี ารปลกู ขาวโพด และถ่วั เหลอื ง เพ่ือนาํ มาใชเ ปน อาหารสตั วดว ย
- แกะ นิยมเลี้ยงในเขตอเมริกาใต ประเทศอุรุกวัย โดยมีการเล้ียงจํานวน
มากเปนอันดบั 2 ของโลก ในเขตอเมริกาเหนือนิยมเลี้ยงในภาคตะวันตก และตะวันตกเฉียงใต
ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า
- สุกร นิยมเลี้ยงในเขตอเมริกาใต ประเทศเปรู และบราซิล สวนเขต
อเมรกิ าเหนือ นยิ มเลยี้ งในเขตทีเ่ ลยี้ งโคนม โดยใชห างนมนาํ มาเลีย้ งสกุ ร
1.3)ปาไม เขตอเมริกาใต เปนแหลงไมเนื้อแข็งที่มีอยูอยางอุดมสมบูรณและ
กวา งขวาง แตนํามาใชประโยชนไ ดน อ ย เพราะการคมนาคมไมสะดวก สําหรับเขตอเมริกาเหนือ
สวนใหญประกอบอาชีพปา ไม ทส่ี ว นใหญเปน ไมเ นอื้ ออน
1.4)เหมืองแร เขตอเมรกิ าใตและอเมริกาเหนือ มแี รธาตุทสี่ าํ คญั ไดแ ก

10

ถานหิน
- อเมรกิ าใต ไมมที รัพยากรและการผลิต
- อเมริกาเหนือ มีมากแถบเทือกเขาดานตะวันตกของประเทศ
สหรฐั อเมริกา
เหลก็
- อเมริกาใต มีมากในประเทศบราซิล โดยมีการผลิตมากเปนอันดับ 2
ของโลกรวมถงึ เวเนซูเอลา โบลิเวีย ชลิ ี
- อเมรกิ าเหนือ มมี ากทบ่ี ริเวณเทือกเขาเมซาบี รฐั มินนโิ ซตา
ทองคาํ
- อเมรกิ าใต มมี ากในประเทศบราซิล
- อเมรกิ าเหนอื มแี หลงผลิตท่ีสําคัญ อยทู ีเ่ ทอื กเขารอ็ กกี้
ทองแดง
- อเมรกิ าใต มีมากเปน อันดับ 1 ของโลกในประเทศชิลี รวมท้ังในประเทศ
บราซลิ และเปรู
- อเมริกาเหนอื มแี หลง ผลิตทสี่ าํ คัญ อยูทเ่ี ทอื กเขารอ็ กก้ี
บอกไซต
- อเมรกิ าใต ไมมีทรพั ยากรและการผลติ
- อเมริกาเหนือ เปนแรธาตุที่นํามาใชเพ่ือการผลิตอลูมิเนียม มีมากท่ีรัฐ
อารคนั ซอ
ดีบกุ
- อเมริกาใต มีมากที่ประเทศโบลเี วยี โดยมกี ารผลติ ดีบุกมากเปนอันดับ 2
ของโลก
- อเมรกิ าเหนือ ไมมีทรพั ยากรและการผลิต
สังกะสี
- อเมรกิ าใต มกี ารผลิตมากในประเทศเปรู บราซิล และอารเจนตินา
- อเมรกิ าเหนือ ไมม ที รพั ยากรและการผลิต

11

นาํ้ มนั
- อเมริกาใต มีการผลิตมากท่ีสุด ที่ประเทศเวเนซูเอลา เปนประเทศท่ีมี
การผลิตมากทส่ี ุด และยงั มีในประเทศบราซิล โบลิเวยี เอกวาดอร
- อเมริกาเหนือ มีแหลงผลิตทางตอนเหนือของรัฐอะแลสกา และภาค
กลางตอนลา งของประเทศแคนาดา
2. งานอาชีพอุตสาหกรรม ในเขตอเมริกาใต จะเปนอุตสาหกรรมเบา เชน
การผลิตนํ้าตาล อาหารกระปอง โดยประเทศที่มีอุตสาหกรรมเจริญกาวหนาเปนอุตสาหกรรม
ขนาดใหญ ไดแ ก ประเทศบราซิล และอารเ จนตนิ า เปน การผลติ เหล็กกลา นํ้ามันและปโตรเคมี
สวนอเมริกาเหนือ มีความกาวหนามากทางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตในอุตสาหกรรม
หลัก
ภูมิภาคยโุ รป
การประกอบอาชพี ของประเทศในภมู ิภาคยุโรป มลี ักษณะการประกอบอาชีพ ดงั นี้
1. งานอาชีพดานเกษตรกรรม
1.1) การปลูกพืช การประกอบอาชีพเกษตรกรรมดานการปลูกพืชของภูมิภาค
ยุโรป สวนใหญปลูกในยุโรปตะวันออกและภาคใตของประเทศอังกฤษ ภาคเหนือและภาค
ตะวันตกของประเทศฝร่ังเศส รวมถึงตอนเหนือของประเทศเยอรมัน พืชท่ีสําคัญและมีผลตอ
เศรษฐกจิ ไดแ ก
ขาวสาลี ปลกู มากในประเทศยูเครน ฝร่งั เศส อิตาลี สเปน โรมาเนีย บัลกาเรีย
เยอรมัน ฮงั การี
ขา วโอต ขาวบารเ ลย ถ่วั มนั ฝรง่ั ปลูกไดโดยทว่ั ไปของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาค
ยุโรป
องนุ สม มะกอก มะนาว แอปเปล ปลกู มากในประเทศทีม่ ลี กั ษณะอากาศแบบ
เมดิเตอรเรเนยี น ไดแก ประเทศอติ าลี ฝรั่งเศส สเปน กรีซ
1.2)การเลี้ยงสัตว สัตวเศรษฐกิจที่นิยมเล้ียง ไดแก กวางเรนเดียร โคเน้ือ โคนม
แพะ แกะ มาและสุกร โดยการเลี้ยงสัตวเศรษฐกิจดังกลาว ข้ึนอยูกับความเหมาะสมของ
ลกั ษณะภมู ิประเทศและภมู อิ ากาศของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคยโุ รป
1.3)การประมง แหลงทําการประมงท่ีสําคัญในภูมิภาคยุโรป ไดแก ทะเลเหนือ
โดยเฉพาะบรเิ วณกระแสนาํ้ อุน แอตแลนติกเหนือบรรจบกับกระแสน้ําเย็นกรีนแลนดตะวันออก
ทําใหมีอาหารสมบูรณ ปลาชุกชุม ประเทศท่ีประกอบอาชีพประมงในเขตนี้ ไดแก ประเทศ

12

นอรเวย ไอรแ ลนด และสหราชอาณาจกั ร ทะเลดาํ ทะเลสาบแคสเปยน และแมน ้ําโวลกา มีการ
จับปลาสเตอรเจียน นํามาทาํ เปนไขป ลาคารเวยี ร

1.4)ปาไม อาชีพปาไม มีการประกอบอาชีพอยางจริงจังในประเทศฟนแลนด
สวเี ดน รัสเซีย
นอรเวย สวนใหญนิยมปลูกปาไมเปนไมในเขตหนาว ไดแก ปาไมสน เพ่ือนํามาใชทําเปนเย่ือ
กระดาษ

1.5)เหมอื งแร ภมู ภิ าคยุโรปเปนแหลงแรทส่ี าํ คัญจํานวนมาก ไดแ ก นํ้ามันและกาซ
ธรรมชาตทิ ่บี ริเวณทะเลเหนือ และรอบทะเลสาบแคสเปย น โดยแรที่สําคัญทางเศรษฐกิจ ไดแก
แรบอกไซต มกี ารขดุ ข้ึนมาเพื่อนํามาถลุงเปนอลูมิเนียม มีมากในประเทศฝรั่งเศส ยูโกสลาเวีย
ฮังการี และเทือกเขาคูราล ในประเทศรัสเซีย แรโพแทช นํามาใชในอุตสาหกรรมปุยและสบู
มมี ากในประเทศฝรงั่ เศส เยอรมนั สเปน และรสั เซีย

2. งานอาชีพอุตสาหกรรม ในภูมิภาคยุโรป ถือไดวาเปนภูมิภาคแหงอุตสาหกรรม
ประชากรสวนใหญจะประกอบอาชพี อยูในภาคอุตสาหกรรม แหลง อตุ สาหกรรมในภมู ิภาคยุโรป
จะอยูแถบยุโรปตะวันตก เชน ประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมัน เนเธอรแลนด
รวมถงึ ประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ไดแกรสั เซีย ยเู ครน เบลารุส

ภูมภิ าคออสเตรเลีย
การประกอบอาชีพของภมู ภิ าคออสเตรเลยี มลี ักษณะการประกอบอาชีพ ดังนี้
1. งานอาชพี ดานเกษตรกรรม

1.1)การปลูกพืช เกษตรกรรมการปลูกพืช ถือวาเปนอาชีพหลักของภูมิภาค
ออสเตรเลยี โดยในการดําเนินการอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืช เกษตรกรมีการนําเคร่ืองจักรกล
เขา มาชว ยในการทาํ การเกษตร เนอ่ื งจากพื้นที่ของออสเตรเลยี มคี วามแหงแลง และใชในการขุด
น้ําบาดาล พชื ทสี่ าํ คัญและมีผลตอเศรษฐกิจไดแก ขาวสาลี เปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญที่สุดของ
ภูมิภาคออสเตรเลีย นอกจากนั้นยังมีการปลูกขาวเจา กลวย ออย สับปะรด องุน และสม
กระจายในพ้ืนที่ภูมภิ าคออสเตรเลีย ตามความเหมาะสมของสภาพภมู ปิ ระเทศ และภมู อิ ากาศ

1.2)การเลี้ยงสตั ว การเล้ียงสตั ว ในภูมิภาคออสเตรเลียนิยมเล้ียงสัตว ไดแก แกะ
เปนการเล้ียงไวเพื่อการใชขน โคเนื้อ มีการเล้ียงในบริเวณทุงหญาสะวันนา และโคนม มีการ
เลยี้ งในบรเิ วณเขตอากาศอบอนุ

1.3)การประมง ภูมภิ าคออสเตรเลีย โดยเฉพาะฝงตะวันออก เปนบริเวณท่ีมีปลา
จํานวนมาก ไดแก ปลาทูนา ปลาฉลาม ปลาแซลมอน ปลากระบอก รวมท้ังมีการเล้ียงหอยมุก

13

ทเี่ กาะเทอรส เตย แตงานอาชีพดา นประมง มีปญหาไมสามารถจับปลาที่มีชุกชุมไดมาก เพราะ
ขาดแรงงาน

1.4)ปา ไม ภูมิภาคออสเตรเลีย มีการประกอบอาชีพปาไม ประเภทปายูคาลิปตัส
โดยมกี ารปลูกมากในแถบตะวันออกของภมู ิภาคออสเตรเลีย

1.5)เหมอื งแร ภูมิภาคออสเตรเลีย เปน แหลงแรท่ีสําคญั จํานวนมาก ไดแก
- เหล็ก มีมากท่รี ฐั เวสเทริ น ออสเตรเลีย
- ถานหนิ มีมากที่ซดิ นยี  นวิ คาสเซิล
- ทองคํา มมี ากที่เวสเทิรน ออสเตรเลีย
- ดบี ุก มมี ากท่รี ฐั ควนี สแลนด

2. งานอาชีพอุตสาหกรรม ในภูมิภาคออสเตรเลีย มีการดําเนินงานอาชีพ
อุตสาหกรรมการเกษตรเปนสวนใหญ ไดแก การผลิตสิ่งทอ นํ้าตาล นม เนย อาหารกระปอง
ดานอุตสาหกรรมอื่น มีการผลิตเครื่องใชไฟฟา การตอเรือสวนใหญภาคอุตสาหกรรมจะ
ประกอบการในแถบตะวนั ออกเฉยี งใตของภมู ิภาคออสเตรเลีย

ภูมภิ าคแอฟริกา
การประกอบอาชพี ของภมู ิภาคแอฟรกิ า มีลักษณะการประกอบอาชีพ ดังนี้
1. งานอาชพี ดา นเกษตรกรรม

1.1)การปลูกพืช ภูมิภาคแอฟริกา พื้นที่สวนใหญเปนทะเลทราย ดินขาดความ
อุดมสมบูรณ ประชากรจะปลูกพืชไดเฉพาะบริเวณท่ีเปนท่ีราบดินตะกอนของปากแมน้ําสาย
ตาง ๆ ทําใหผลผลติ ทไี่ ดไ มเ พยี งพอตอการบรโิ ภคของประชาชนในภมู ภิ าค ทัง้ นี้ แหลงปลูกและ
พชื ท่สี าํ คัญของภมู ิภาคแอฟรกิ า ไดแ ก

แหลงปลูกพืชเมืองรอนในเขตรอนชื้น บริเวณลุมนํ้าคองโก ชายฝงแอฟริกา
ดานตะวันออก และดานตะวันตก พืชที่นิยมปลูก ไดแก โกโก ปาลมนํ้ามัน กาแฟ ถั่วลิสง ออย
ยางพารา เผือก และมนั

ลมุ แมน้าํ ไนล เปนพน้ื ท่อี ากาศรอน แหงแลง สวนใหญปลูก ฝาย ชา อินทผาลัม
ขาวฟา ง

เขตเมดิเตอรเรเนียน บริเวณดานเหนือสุดและดานใตสุดของภูมิภาค มีการ
ปลูกสม องนุ มะกอก และขาวสาลี

14

เขตอบอนุ ชน้ื บริเวณดานตะวันออกเฉียงใตของภูมิภาค มีการปลูกผลไม ขาว
สาลี ขาวโพด

1.2)การเลย้ี งสตั ว ในภมู ภิ าคแอฟริกา มีการเลี้ยงสตั วและการลาสัตวป า ดงั น้ี
- โคเขายาว เล้ียงไวเพื่อใชแรงงาน ใชเน้ือเปนอาหาร และเปนการแสดง

ฐานะทางสังคม สว นใหญจ ะเลยี้ งในเขตภาคตะวนั ออก และภาคใตข องภูมิภาค
- โคเนื้อ และโคนมพันธุตา งประเทศ นยิ มเลี้ยงในเขตทม่ี ีภูมอิ ากาศอบอนุ ช้ืน
- แพะ แกะ เปนการเลีย้ งแบบเรรอน ในเขตทะเลทราย
- อูฐ เลย้ี งไวเพื่อใชเ ปนพาหนะ และอาหาร นิยมเล้ียงในเขตทะเลทราย
การลาสตั วปาโดยชนพน้ื เมือง สตั วปา ท่เี ปน ที่นยิ มในการลาเพื่อนํามาจําหนาย

ไดแก งาชาง และนอแรด
1.3)เหมืองแร ภูมิภาคแอฟริกา เปนภูมิภาคท่ีมีแหลงแรเปนจํานวนมาก

โดยเฉพาะเพชร มปี ริมาณมากกวาทกุ ภูมิภาค โดยแรธ าตุทีส่ ําคญั อ่ืน ไดแ ก
- ถานหนิ มีมากทีส่ าธารณรัฐแอฟรกิ าใต
- นํา้ มันปโตรเลียม มีมากทท่ี ะเลทรายสะฮารา ประเทศแอฟริกาเหนือ ลิเบีย

แอลจีเรีย อียิปต ไนจีเรยี
- กาซธรรมชาติ มีมากในท่ีลุมของแอฟริกาเหนือ และแอฟริกาตะวันตก

โดยประเทศแอลจเี รยี มีปรมิ าณกา ซธรรมชาตมิ ากท่สี ุดแหงหนง่ึ ของโลก
- ทองคํา มีมากท่ีสาธารณรฐั แอฟรกิ าใต
- ทองแดง มีมากที่ประเทศซาอรี  (คองโก)

2. งานอาชีพอุตสาหกรรม ในภูมิภาคแอฟริกา มีการดําเนินงานอาชีพดาน
อุตสาหกรรม โดยเฉพาะท่สี าธารณรฐั แอฟรกิ าใต

สรปุ ไดว า ตามสภาพภูมิอากาศตามเสน รงุ (แนวนอนรอบโลก) จะมีลักษณะภูมิอากาศ
ท่ีเหมือนกนั หรือใกลเคียงกันทาํ ใหม กี ารประกอบอาชีพที่ใกลเคียงกัน ดังน้ัน ประเทศไทยอยูใน
เขตสภาพภูมิอากาศรอนชน้ื อาชพี จงึ มคี วามสัมพนั ธก ับทวีปตา ง ๆ ท่ีมลี ักษณะภูมิอากาศรอนชื้น
เชน เดยี วกัน ไดแก ทวีปอเมริกาใต ทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมดานพืชจะสามารถ
ปลูกกาแฟ ขาวโพด ออย กลวย ฝาย ยางพารา ปาลมน้ํามัน ถั่ว มัน ไดเชนเดียวกับประเทศ
ไทย ดังนั้น การจัดการการผลิต การจัดการการตลาด หากประเทศไทยจะจําหนายผลผลิต
ใหกับประทศในทวีปอเมริกาใตและทวีปแอฟริกาจะทําไดยาก จึงควรพิจารณาการจําหนาย

15

ผลผลิตในประเทศตาง ๆ ในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย หรือประเทศในทวีปเอเชีย ที่อยูในเขต
หนาวจะทําใหส ามารถเจาะตลาดจําหนายได

เร่อื งท่ี 3 การจดั การอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป

3.1 กระบวนการของการจัดการการผลติ
กระบวนการของการจัดการการผลติ มีความสําคญั จาํ เปน อยา งยิ่งในการประกอบ

อาชีพ ดงั น้ัน เพ่อื ใหการดําเนนิ การประกอบอาชีพเปน ไปอยางมีระบบ จึงตองมีข้ันตอนที่แสดง
ถึงกระบวนการของการจัดการการผลิต กําหนดไวอยางชัดเจน เพ่ือใหผูประกอบการอาชีพ
สามารถปฏิบัติตามไดอยางถูกตอง ท้ังนี้ ผูประกอบการอาชีพ จําเปนตองมีความเขาใจและ
สามารถจัดระบบการบริหารจัดการใหมีประสิทธิภาพ เพราะเปนการกําหนดแนวทางการ
สื่อสารในการบริหารจัดการการประกอบอาชีพ การดําเนินงาน การประเมิน การควบคุม
การติดตามตรวจสอบ การแกปญหา ทั้งน้ี กระบวนการของการจัดการการผลิต ถือไดวาเปน
เครื่องมอื ในการสรา งนวัตกรรม รวมถึงสามารถพยากรณสิ่งท่ีจะเกิดขึ้นจากกระบวนการของการ
จัดการการผลติ ได โดยสามารถแสดงแผนภาพท่ีแสดงถึงข้ันตอนสําคัญของกระบวนการของการ
จดั การการผลติ ได ดงั นี้

16

ทรัพยากรการจดั การ หนา้ ทีการจดั การ ผลลพั ธ์
. คน . การวางแผน . สินคา้
2. เงิน 2. การจดั องคก์ ร 2. บริการ
. วสั ดุอปุ กรณ์ . การจดั คนเขา้ ทาํ งาน
. วธิ ีการ . การอาํ นวยการ
. การควบคุม

จากแผนภาพขางตน ปจจัยนําเขา ไดแก คน เงิน วัสดุอุปกรณ และวิธีการ หรือทาง
ธุรกิจ เรยี ก ปจ จยั นําเขานว้ี า 4 Ms นาํ เขาสกู ระบวนการโดยผูประกอบการมีหนาที่การจัดการ
5 ประการ คือ การวางแผน การจัดองคกร การจัดคนเขาทํางาน การอํานวยการ และการ
ควบคุม จากการดาํ เนินงานตามกระบวนการมุง หวังใหเ กิดผลลัพธ ไดแก สินคาตาง ๆ หรืออาจ
อยใู นรูปของการบริการ

จากแผนภาพจงึ อธิบาย กระบวนการของการจัดการการผลิต ไดวา กระบวนการของ
การจดั การการผลิต เปน การวเิ คราะหลกั ษณะขอบขาย ท่ีเกี่ยวของกับองคประกอบการจัดการ
การผลิต ไดแก การวางแผน การจัดทําโครงการ การใชวัสดุอุปกรณ การใชแรงงาน การใช
สถานท่ี และการใชทุน โดยองคประกอบการจัดการการผลิต มีรายละเอียดในแตละ
องคประกอบดงั นี้

3.1.1 การวางแผน
การวางแผน เปน จุดเรมิ่ ตนของการทํางาน เพอื่ ใหเกิดผลบรรลุวัตถุประสงคของ

องคกร โดยกําหนดกจิ กรรมไวชดั เจนวา จะใหใครทําอะไร ทาํ ทีไ่ หน ทาํ เมอื่ ใด เพราะอะไร
ดวยวิธใี ด และเมอ่ื พบปญ หาหรอื อปุ สรรคทค่ี าดวาจะเกดิ ขน้ึ แลว จะแกไ ขอยา งไร

17

1) ความสําคญั ของการวางแผน
การวางแผน เปนการกําหนดแนวทางวาจะทําอะไร เมื่อใด อยางไร โดยใช

ทรัพยากรตาง ๆ ขององคกร ทําใหเห็นถึงความชัดเจนที่จะดําเนินไปสูความสําเร็จตาม
วัตถุประสงคท ่ีตองการ หากการดําเนินการใดปราศจากการวางแผนจะกอใหเกิดปญหาตาง ๆ
ขน้ึ ดงั นี้

1.1) เกิดความสับสนวาจะตอ งทําอะไร กอน-หลัง ทําเม่ือใด ทาํ อยา งไร
1.2) เกิดความเส่ียงตอความสําเร็จ เพราะไมทราบแนวทางวาจะมีโอกาส
สําเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคไดอยา งไร
1.3) เกดิ ความสญู เสยี ในการใชทรพั ยากรตา ง ๆ ซ่ึงนํามาใชอยางไมเหมาะสม
ไมมีประสิทธภิ าพสงู สุดและการสญู เสยี เวลา
1.4) เกิดการทาํ งานท่ีหลงทิศทาง เบี่ยงเบนออกจากวัตถุประสงคท ่กี าํ หนดไว
1.5) ไมสามารถติดตามความกาวหนาของงานและไมสามารถประเมิน
ผลงานได
2) ลกั ษณะของแผนที่ดี
ลักษณะของแผนทีด่ ีควรประกอบดว ยลกั ษณะดงั ตอไปนี้
2.1) มีวัตถุประสงคหรือเปาหมายที่ชัดเจน เขาใจงาย วัตถุประสงคหรือ
เปา หมายตองไมมากจนไมสามารถกาํ หนดแผนงานทรี่ ัดกุมได
2.2) ตองครอบคลุมรายละเอียดและสามารถปฏิบัติใหสําเร็จไดตาม
วตั ถุประสงคห รอื เปาหมายที่กาํ หนด
2.3) มีความยดื หยุน และ สามารถปรับใชก บั สถานการณท ่ีเปลีย่ นแปลงไปได
2.4) มรี ะยะเวลาการดําเนนิ การทแ่ี นน อน
2.5) มีการกําหนดบทบาทหนา ทขี่ องผปู ฏิบตั ติ ามแผนชดั เจน
2.6) ผูท่ีเกย่ี วขอ งกับแผนมสี ว นรว มในการวางแผนชดั เจน
2.7) ใชข อมลู เปน พื้นฐานในการตัดสนิ ใจทกุ ข้นั ตอน
3.1.2 การจดั ทําโครงการ
1) ความหมายของโครงการ
โครงการ หมายถึง การดําเนินงานทมี่ ขี อบเขตท่จี าํ กัด โดยมงุ หวงั ความสําเร็จ
ของงานเปนสําคญั ภายใตข อบเขตและระยะเวลาที่กาํ หนด

18

2) ความสาํ คัญของโครงการ
การดําเนินโครงการ มีการใชทรัพยากรตาง ๆ ท่ีเก่ียวพันกับคาใชจาย

ท่ีเกิดขึ้น ดังนั้น การกําหนดงานโครงการ จึงตองมีการจัดทํางบประมาณใหครอบคลุมการ
ดําเนินงานตลอดโครงการ นอกจากนั้น ตองมีการกําหนดระยะเวลาเร่ิมตนและส้ินสุดของ
โครงการ เพราะหากการดําเนินโครงการเสร็จส้ินตามระยะเวลาที่กําหนด จะมีผลใหการใช
จายเงนิ เปน ไปตามวงเงนิ งบประมาณท่กี ําหนด แตใ นทางกลับกนั หากการดําเนนิ งานโครงการมี
การเลอื่ นกําหนดระยะเวลาการสิน้ สุดออกไป จะมีผลทําใหต อ งเพ่มิ งบประมาณคาใชจ า ย ดังนั้น
การดําเนินงานโครงการจึงตองมีการควบคุมเวลาใหการดําเนินงานแลวเสร็จตามระยะเวลา
ทกี่ ําหนด เพอื่ ควบคมุ ตนทนุ คาใชจ า ยและผลกระทบทอี่ าจเกิดขึ้นได

3) ลักษณะของงานโครงการ
ลักษณะของงานโครงการ สามารถอธบิ ายและแยกลกั ษณะของงานโครงการ

ไดด ังน้ี
3.1) งานโครงการ เปนงานทม่ี ีกําหนดระยะเวลาทแ่ี นนอนมีระยะเวลาเริ่มตน

และระยะเวลาส้นิ สุด ซึ่งแตกตางจากการดาํ เนนิ การประจําซึ่งจะมแี ตก ารกําหนดระยะเวลาเริ่มตน
เทานั้น ระยะเวลาในการดําเนินการของโครงการ มีระยะเวลาแตกตางกันตามลักษณะของเนื้อ
งาน โดยบางโครงการมีเนื้องานนอย ก็จะมีการกําหนดการใชระยะเวลาที่ส้ันตั้งแต 1 สัปดาห
ถงึ 1 ป เชน โครงการจัดงานคอนเสิรต หารายได โครงการสรา งสะพานลอยสาํ หรบั คนขา มถนน

3.2) งานโครงการมีการบริหารแยกออกจากงานประจํา ลักษณะของงาน
โครงการจะมกี ารจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรแยกออกจากหนว ยงานประจํา บางโครงการ
มกี ารแยกจากหนวยงานประจําอยางเดน ชดั ไดแก งานโครงการพิเศษ ซ่ึงจะมีงบประมาณของ
โครงการโดยตรง มกี ารจดั สรรทรัพยากรเพื่อใชในโครงการโดยตรง สวนบางโครงการอาจจะมี
การแยกจากหนวยงานเปน บางสว นและดาํ เนินการควบคูกบั หนว ยงานประจํา โครงการลักษณะ
นี้จะมีงบประมาณท่ีใชในโครงการเทาท่ีจําเปนและทรัพยากรสวนหนึ่งจะใชรวมกับหนวยงาน
ประจํา ไดแ ก แผนงานโครงการตาง ๆ

3.3) งานโครงการจะมีผูบริหารโครงการรับผิดชอบงานโครงการโดยตรง
เพ่ือใหการดําเนินงานโครงการมีความเดนชัด มีผูทําหนาท่ีจัดการและตัดสินใจโดยตรง ทําให
งานมีความกาวหนาตามลําดับ หากงานโครงการไมเปนไปตามแผนงานก็สามารถระบุ
ผรู ับผดิ ชอบได

19

3.4) งานโครงการมีการประเมินผลงานท้ังโครงการเม่ือส้ินสุดโครงการ งาน
โครงการจะเกย่ี วขอ งกับรายรับและรายจา ยท่ีเกดิ ขึ้นในการดําเนินการ เม่ือสิ้นสุดโครงการจะมี
การประเมินถึงผลงานที่ไดรับวาเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการหรือไม และมีรายรับ
รายจายเปนอยางไรเพื่อประเมินวาโครงการมีความสําเร็จมากนอยเพียงใด แตกตางจากการ
ดาํ เนินงานประจาํ ซึ่งจะมีการประเมินผลตามระยะเวลาชวงหนึ่ง เชน 1 เดือน 3 เดือน หรือ 1
ป เปนการวัดผลสําเร็จในชวงเวลาหนึ่งเทานั้น ไมใชการวัดผลสําเร็จตลอดอายุของการ
ดาํ เนนิ การ

การเขยี นโครงการประกอบอาชพี มีหัวขอดงั น้ี
ในการดาํ เนินการประกอบอาชีพก็เชนเดียวกัน เพ่ือใหการดําเนินการประกอบ
อาชพี เปนไปอยางมีระบบ สามารถควบคุมการดาํ เนนิ งาน และสามารถประเมินผลความสําเร็จ
ได จําเปนที่ผูประกอบการอาชีพตองดําเนินการจัดทําโครงการ ซึ่งในการจัดทําโครงการ
ประกอบอาชพี น้นั มีรายละเอยี ดทต่ี อ งระบไุ วด งั นี้
1. ช่อื โครงการ ควรตั้งช่ือโครงการทสี่ ่อื ความหมายไดชดั เจน เชน โครงการเล้ียง
ววั เนอ้ื โครงการผลติ ปยุ และดนิ ปลกู ตนไม โครงการจําหนา ยเครอ่ื งดืม่ กาแฟสําเรจ็ รูป เปนตน
2. เหตุผล/แรงจูงใจในการทําโครงการ ใหเขียนถึงเหตุผลที่เลือกทําโครงการ
นั้น เชน เปนอาชีพท่ีเปนความตองการของตลาด/ชุมชน หรือตัวผูประกอบอาชีพมีความ
ถนดั ความสนใจในอาชพี นน้ั ๆ อยา งไร เปน ตน
3. วัตถุประสงค ใหเขียนวัตถุประสงคในการทําโครงการนั้น ๆ ใหชัดเจน เชน
เพ่ือใหมีประสบการณในการทําอาชีพนั้น ๆ หรือเพ่ือศึกษาความเปนไปไดของตนเองในการ
ประกอบอาชีพน้นั ๆ
4. เปาหมาย ควรกําหนดเปาหมายในเชิงปริมาณและคุณภาพใหชัดเจน
เชน การเล้ยี งเปด เนอื้ จะเลยี้ งรนุ ละกี่ตัว
5. ระยะเวลาดาํ เนนิ โครงการ ใหระบุระยะเวลาตั้งแตเริ่มตนจนสิ้นสุดโครงการ
วา ใชเ วลาดาํ เนนิ การนานเทาไร เริ่มตนโครงการเมอ่ื ใด จะส้นิ สุดโครงการเม่ือใด

6. สถานที่ประกอบการ เปนการระบุสถานที่ที่จะดําเนินงานอาชีพให
ชัดเจน

7. การดําเนินงาน ใหเขียนแสดงข้ันตอนการดําเนินงานอยางละเอียดในทุก
ขั้นตอน ต้ังแตข้ันวางแผน (ใหกําหนดปจจัยนําเขาในการประกอบอาชีพวา มีอะไรบาง
ใหกําหนดข้ันตอนการดําเนินการอาชีพวา จะมีขั้นตอนการดําเนินงานอาชีพอยางไร) ขั้นการ

20

ปฏิบัติการตามแผน (ใหระบุวาในแตละขั้นตอนของการปฏิบัติงาน จะปฏิบัติอยางไร) และขั้น
ประเมนิ ผล (ใหระบุวาจะประเมินผลอยางไร ชว งระยะเวลาใด)

8. ปญหาและแนวทางแกไข ใหระบุปญหาที่คาดวาจะเกิดข้ึนกับการประกอบ
อาชพี พรอมระบุแนวทางการแกไ ขหากเกดิ ปญหานน้ั จริงในระหวา งการดําเนินงานอาชพี

9. ผลที่คาดวาจะไดรับ แสดงใหเห็นถึงผลของการดําเนินงานในการประกอบ
อาชีพในดานตาง ๆ เชน ดานความรูและประสบการณท่ีไดรับ ดานกําไร และความพึงพอใจ
ตา ง ๆ

10. ผูรับผิดชอบดําเนินการ ระบุช่ือผูที่เปนเจาของกิจการ หรือผูรับผิดชอบ
โครงการ

3.1.3 การใชวัสดอุ ุปกรณ
เครอ่ื งมอื หมายถงึ สง่ิ ตาง ๆ ท่ีมนุษยคิดคนขึ้นหรือประดิษฐขึ้นมาใชเพ่ือความ

สะดวกรวดเรว็ ประหยดั เวลาและแรงงาน
วสั ดุ หมายถึง ส่ิงที่ใชแลวสิ้นเปลืองและหมดไป เชน เน้ือสัตว เกลือ ขาว พริก

ข้หี นู กระเทียม
อุปกรณ หมายถึง สิ่งที่ใชแลวยังคงเหลือ สามารถใชไดอีก เชน เครื่องบดเน้ือ

เคร่ืองชั่ง อุปกรณเคร่อื งครัวตา ง ๆ ไดแ ก มีด เขยี ง ถาด กะละมงั หมอ เตา
3.1.4 การใชแรงงาน
แรงงาน หมายถงึ บุคคลท่ผี ปู ระกอบการจา งใหมาปฏิบัติงานตามความสามารถ

ของแตละบุคคล ซ่ึงมีทั้งแรงงานประเภทท่ีมีความชํานาญงานหรือแรงงานท่ีมีฝมือ แรงงาน
ประเภทไรฝมือท่ีตองใชกําลังแรงงานในการปฏิบัติงาน เชน คนงานแบกหาม และแรงงาน
ประเภทวชิ าการทตี่ อ งใชค วามรู ทักษะ ความคิด เพื่อชว ยในการวางแผน กําหนดนโยบาย และ
ประเมินผลใหธุรกิจดําเนินไปอยางเปนระบบ ราบรื่น และประสบความสําเร็จตามแผนงาน
ที่กําหนดไว ดังน้ัน เจาของกิจการหรือผูประกอบการ จึงจําเปนจะตองเลือกบุคคลที่มีความรู
ความสามารถมาชวยทํางานตามความถนัดของแตละบุคคล เพื่อใหงานเปนไปอยางมี
ประสิทธิภาพ ทั้งน้ี นายจางจะตองจายเงินเดือน คาจาง คาคอมมิชช่ัน และสวัสดิการอื่น ๆ
ใหแ กบุคคลอยา งเหมาะสม

สรุปไดวา แรงงาน เปนความสามารถของมนุษยท ่ถี ูกนํามาใชใ นการผลิต เพ่ือทํา
ใหเกดิ เปนสินคา หรือการบริการข้ึนมา แรงงานจึงนับเปนทรัพยากรที่สําคัญที่สุด ถาปราศจาก
แรงงานที่จะมาชวยในการทํางานแลว ยอมจะไมสงผลตอความสําเร็จของงานน้ัน ๆ ได และ

21

เม่ือมกี ารจางแรงงานแลว ผูวาจางหรอื ผูประกอบการ ตองจายคาตอบแทนแรงงานเปนคาจาง
ซงึ่ จะมากหรือนอ ยขึน้ อยกู บั ความสามารถและชนดิ ของงานน้ัน ๆ

3.1.5 การใชส ถานท่ี
สถานท่ี หมายถึง อาคาร บรเิ วณท่ีประกอบอาชีพธุรกจิ ของผูป ระกอบการ

3.1.6 การใชท ุน
ทุน มคี วามหมายท่แี ตกตางกันไปตามลักษณะของงานอาชีพ และมีความสําคัญ

อยา งย่ิงตอ การดาํ เนินงานอาชีพ สามารถเสนอขอมลู ไดดังน้ี
ทุน หมายถึง เงนิ ทนุ สว นตวั ของเจา ของกิจการ หรอื เงนิ จากหุนสวนธุรกิจท่ีไดมี

การตกลงรวมกนั ไว เพื่อนํามาใชใ นการดาํ เนนิ ธุรกจิ รวมกัน
ทนุ หมายถงึ ปจจัยตาง ๆ ในการผลิตท่ีนํามาใชในการสรางสินคาหรือบริการ

ทมี่ นุษยเ ปนผผู ลิตสินคาและบริการนั้น ๆ ข้ึน และรวมถึง ทุน หมายถึง สินคาหรือการบริการ
ทผี่ ปู ระกอบการรบั มาหรอื จัดหามา โดยใชเงินหรือเงนิ ทนุ ไปจัดซอ้ื มา

ในสว นของการเงินและการบญั ชี ทุน หมายถงึ ความมงั่ คง่ั ทใ่ี ชในการเปดกิจการ
เพราะทุนเปนหน่ึงในปจจัยในการผลิต โดยมีความหมายรวมถึง ที่ดิน แรงงาน องคกร
ผูประกอบการ การบริหารจดั การ

ทง้ั นี้ ทนุ ยังสามารถพิจารณาไดจ ากคณุ สมบตั ดิ งั ตอไปนี้
1) คณุ สมบตั ขิ อง ทุน ทส่ี ามารถนาํ ไปผลิตสนิ คาอืน่ ๆ ได อยูในรูปของปจจัยใน
การผลิต
2) คุณสมบัติของ ทุน ท่ีเปนปจจัยในการผลิตท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เชน
พ้นื ท่ที างภูมศิ าสตร และทรัพยากรทางธรรมชาติ เชน แรธาตุ
3) คุณสมบัติของ ทุน ที่ไมไดถูกใชในการผลิตเปนหลัก เชน ดอกเบี้ยเงินกู
(ยกเวนคา เสื่อมราคา)
สรุปไดวา การวางแผน มีความสําคัญตอการประกอบอาชีพ ผูประกอบจะ
ดําเนนิ งานอาชพี ใหประสบความสําเรจ็ ได ตองมกี ารวางแผนและกําหนดเปาหมายใหเหมาะสม
มคี วามเปนไปได โดยมีรายละเอียดดงั นี้
1. กระบวนการจดั การการผลิต ประกอบดวย ปจจัยนําเขา กระบวนการ และ
ผลผลิต
2. ปจ จยั นาํ เขา ประกอบดวย คน เงนิ วสั ดุอปุ กรณ วิธกี าร

22

3. กระบวนการ ประกอบดวย การวางแผน การจัดการ การบริหารงาน
การอํานวยการ การควบคุม

4. ปจ จัยนาํ ออกในการประกอบอาชพี ไดแ ก สนิ คาหรอื บรกิ าร
5. การวางแผน หมายถึง การกําหนดแนวทางวาจะทําอะไร เมื่อใด อยางไร
โดยใชทรัพยากรตาง ๆ ขององคกร ทําใหเห็นถึงความชัดเจนที่จะดําเนินการไปสูความสําเร็จ
ตามวัตถุประสงคท ่ีตอ งการ
6. โครงการประกอบอาชีพ หมายถึง งานหรือกิจกรรมท่ีจะนําไปสูการปฏิบัติ
โดยมีการดาํ เนินการในขอบเขตท่กี ําหนด โดยมงุ หวงั ความสําเรจ็ ของงานอาชีพเปนสาํ คัญ
7. สวนประกอบที่สําคัญที่สุดของโครงการประกอบอาชีพ ไดแก เหตุผล/
แรงจงู ใจในการประกอบอาชพี เปาหมาย วัตถปุ ระสงคใ นการประกอบอาชพี
3.2 การจัดการการตลาด
3.2.1 การกําหนดทศิ ทางการตลาด

การจดั การการตลาดใหเหมาะสมกับการดาํ เนินธรุ กจิ ผูป ระกอบการจะตอง
ศึกษาใน 2 เรื่อง คือ พฤติกรรมผูบริโภค และ สถานการณทางการตลาด เพราะเปน
การศึกษาสภาพแวดลอมภายในและภายนอกของกิจการ ดวยการวิเคราะหจุดออน จุดแข็ง
โอกาส และอปุ สรรคในการทํางาน ประกอบดว ย

1) การศึกษาจุดแข็ง เปนการศึกษาปจจัยภายในองคกรที่เปนขอดีหรือจุด
แข็งของสนิ คา หรือบรกิ ารทีด่ ําเนนิ การ

2) การศึกษาจุดออน เปนการศึกษาปจจัยภายในองคกรที่เปนขอเสียหรือ
ปญหาที่เกิดจากสินคาหรือบริการท่ีดําเนินการหรือขอเสียหรือปญหาที่เกิดจากองคประกอบ
ทางการผลติ การตลาด

3) การศึกษาโอกาส เปนการศึกษาปจจัยภายนอกองคกรท่ีมีผลใหเกิดขอ
ไดเปรียบหรอื ส่ิงท่ีเอ้อื ประโยชนต อ สนิ คา หรอื บรกิ ารท่ีดาํ เนินการ

4) การศกึ ษาอุปสรรค เปนการศึกษาปจ จัยภายนอกองคกรที่มีผลกอใหเกิด
ปญหา อปุ สรรคตอ สินคา หรอื บรกิ ารท่ีดาํ เนนิ การ

3.2.2 การหาความตองการของตลาด
ความจําเปน หมายถึง ความตองการข้ันพ้ืนฐาน ซ่ึงเปนตัวผลักดันใหเกิด

พฤติกรรมเพ่ือสนองความตองการ โดยความตองการขั้นพ้ืนฐานในการดํารงชีวิตของมนุษย
ไดแ ก ปจ จยั 4 ประกอบดว ย ท่ีอยูอาศัย อาหาร เสือ้ ผาเคร่อื งนุงหม และ ยารักษาโรค

23

ความตองการ หมายถึง ความตองการอยากได อยากมี อยากเปน แตถาไม
มีกไ็ มเ ดอื ดรอนแกช ีวิต เปนการแสดงออกทางพฤติกรรม ซึ่งถูกหลอหลอมจากสภาพแวดลอม
และบุคลิกสวนตวั เชน ตอ งการรถยนตใหมย หี่ อดงั แทนรถยนตคันเกา ทใ่ี ชอ ยู

การตลาด หมายถงึ การจดั จําหนายสินคาและบริการ เพื่อสรางใหเกิดการ
แลกเปลีย่ นสินคาหรือบรกิ ารกบั เงินตรา มีผลใหผ บู รโิ ภคไดรับความสขุ ความพอใจ และองคกร
บรรลุวัตถปุ ระสงคของการจําหนายสินคาหรือบริการ โดยการตลาด เปนกระบวนการวางแผน
เพื่อการจําหนายสินคาหรือบริการ ที่นําสูการปฏิบัติ คือ การจําหนายสินคาหรือบริการ
ดวยการกําหนดราคาทเี่ หมาะสม การสง เสริมการตลาด คือ การจัดกจิ กรรมเพ่ือการกระตุนการ
ขายหรอื การบริการ เชน การแจกสินคา เพ่อื ทดลองใช การลดราคา การซอื้ 1 แถม 1 เปน ตน

3.2.3 การขนสง
การขนสง หมายถึง การเคล่ือนยายบุคคล ส่ิงมีชีวิตหรือสิ่งของ จากที่หนึ่ง

ไปอกี ท่หี น่งึ โดยอาศัยอปุ กรณใ นการขนสงตามความตองการ เกิดประโยชน และไมทําใหส่ิงท่ี
เคลื่อนยายเกิดความเสียหาย ดังนั้น ผูประกอบธุรกิจ ตองเลือกวิธีการขนสงใหเหมาะสมกับ
ธุรกิจของตนเอง ซง่ึ สามารถจาํ แนกการขนสงได 5 ประเภท ดังน้ี

1) การขนสงทางนํ้า เปนวิธีการขนสงท่ีเกาแกมีมาแตสมัยโบราณ โดยการ
ใชแมนํ้าลําคลองเปนเสนทางลําเลียงสินคา รวมถึงการขนสงทางทะเล ซึ่งสวนใหญใชสําหรับ
การขนสงสนิ คา ระหวา งประเทศ การขนสงทางนํ้าน้ีเหมาะสมกับการขนสงสินคาที่มีขนาดใหญ
ปริมาณมากและเปนสินคาท่ียากแกการเสียหาย เชน ทราย แร ขาวเปลือก เคร่ืองจักร
ยางพารา เปนตน

2) การขนสงทางบก จาํ แนกเปน 2 ประเภท ไดแก
2.1) การขนสง ทางรถไฟ เปน เสนทางการลาํ เลียงสินคาที่สําคัญที่สุดของ

ประเทศไทย ดาํ เนินงานโดยการรถไฟแหงประเทศไทย ซึ่งถือวาเปนรัฐวิสาหกิจ เหมาะกับการ
ขนสงสินคาหนัก ปริมาณมากและใชระยะทางในการขนสงสินคาไกล อัตราคาบริการไมแพง
มกี ารกาํ หนดเวลาออกและถึงจุดหมายปลายทางในระยะเวลาแนนอนและมีความปลอดภัยจาก
การเสียหายของสนิ คา

2.2) การขนสง ทางรถยนตหรอื รถบรรทุก เปนเสนทางการลําเลียงสินคา
ท่ีถือวาเปนหัวใจของการขนสงทางบก ปจจุบันไดมีการสรางถนน ขยายถนนเพ่ือเชื่อมตอ
ระหวางจังหวัดตาง ๆ อยางท่ัวถึง โดยการขนสงทางรถยนตหรือทางรถบรรทุก สามารถ

24

แกปญหาในดานการจาํ หนายสนิ คาของผผู ลติ หรอื ผูคา ไดเ ปน อันมาก เพราะเปน การขนสงสินคา
ท่ีสะดวก รวดเรว็ สามารถสงสนิ คา ไปถงึ ผูใชไดโดยตรง

3) การขนสงทางอากาศ เปนเสนทางการลําเลียงสินคาท่ีมีความสําคัญมาก
ในปจจุบัน โดยเฉพาะการขนสง ระหวา งประเทศ เพราะสามารถทาํ การขนสงไดรวดเร็วกวาการ
ขนสงประเภทอ่ืน ๆ ใชระยะเวลานอยในการขนสง สะดวก และปลอดภัย เหมาะสมกับการ
ขนสงสินคาประเภทท่ีมีความเสียหายงาย เชน ผัก ผลไม ดอกไม เปนตน หรือสินคา
ท่ีมีการสัง่ จองมาและมคี วามเรงดวนในการนําไปใชงาน ทัง้ น้ี การขนสงทางอากาศ ไมเหมาะกับ
การขนสงสินคาท่ีมีขนาดใหญ นํ้าหนักมาก มีราคาถูก และไมมีความเรงดวนในการใชงาน
เพราะคา ขนสงทางอากาศมีอัตราคาขนสง แพงกวาการขนสงประเภทอ่นื

4) การขนสงทางทอ เปนการขนสงสิ่งของประเภทของเหลวและกาซผาน
สายทอ เชนนํ้าประปา นํ้ามัน กาซธรรมชาติ เปนตน ซึ่งการขนสงทางทอจะแตกตางกับการ
ขนสง ประเภทอ่ืน คอื อปุ กรณทีใ่ ชใ นการขนสงไมต องเคลือ่ นที่ โดยเสน ทางขนสงทางทออาจจะ
อยบู นดนิ ใตดนิ หรือใตน้ํา ขน้ึ อยกู บั สภาพภูมปิ ระเทศ ประเทศแรกท่ีใชระบบการขนสงทางทอ
คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ใชส ําหรับขนสงสินคาประเภทเชอ้ื เพลงิ ปจจุบันประเทศไทยใชระบบ
การขนสง ทางทอ สําหรบั สนิ คาประเภทน้าํ มันเช้ือเพลงิ และกา ซธรรมชาติ

5) การขนสงระบบคอนเทนเนอร เปนการพัฒนาการขนสงอีกข้ันหน่ึง
โดยการบรรจุสินคา ท่ีจะขนสง ลงในตูห รอื กลองเหล็กขนาดใหญ ท่ีเรยี กวา คอนเทนเนอร
แลว ทําการขนสง โดยรถบรรทกุ รถไฟ เรอื หรือเคร่ืองบิน ไปยังจุดหมายปลายทางโดยไมมีการ
ขนถายสินคา ออกจากตูระหวา งทําการขนสง เที่ยวนั้น

การกาํ หนดวิธกี ารขนสง สินคา จงึ ตองพิจารณาใหเหมาะสมกับลักษณะ ประเภท
ของสนิ คา ความปลอดภัย ความเรงดวน เพราะวิธีการขนสงแตละประเภทมีขอจํากัดในดาน
ระยะเวลา และคา ขนสงทแ่ี ตกตางกนั หากตดั สนิ ใจเลือกวิธีการขนสงสินคาท่ีไมเหมาะสม อาจ
สงผลตอ ความเสียหายของสินคา ความลาชาของสินคา ตนทุนการขนสงที่แพงขึ้นโดยไมจํา
เปนได

3.2.4 การขาย
1) ความสําคัญของการขาย การขายมีความสาํ คัญ ดงั น้ี
1.1) ชวยใหเกิดธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงกอใหเกิดนวัตกรรม

ใหม ๆ และการพัฒนาสนิ คาเพ่ือตอบสนองความตองการของลูกคา อยางแทจรงิ

25

1.2) ชวยใหธุรกิจบรรลผุ ลสาํ เรจ็ คอื ไดยอดขาย ไดกําไร สามารถขยาย
กิจกรรมใหเจรญิ เตบิ โตตอไปได

1.3) ชวยใหเกิดการจางงาน ในภาวะที่อัตราการวางงานสูง โดยใน
ปจจุบันงานดานการขายมีบทบาทในการจางงานอยางตอเน่ือง ทําใหคนมีรายไดและความ
เปนอยูดีข้ึน

1.4) ชวยลดปญหาของสังคม โดยเฉพาะปญหาสังคมที่เกิดจากปญหา
การวางงาน เชน ปญหายาเสพติด ปญหาสุขภาพจิต เปนตน หากคนมีงานทําก็จะสามารถ
แกป ญ หาดงั กลาวได

3.2.5 การกําหนดราคาขาย
ราคา มีความหมายท้ังในลักษณะของผูซอื้ และในลกั ษณะของผขู าย ดงั นี้
ราคาในลักษณะของผูซ้ือ คือ จํานวนเงินท่ีผูซื้อจาย เพื่อแลกเปลี่ยนกับ

สินคา หรอื บริการทผ่ี ซู ื้อเตม็ ใจ
ราคาในลกั ษณะของผขู าย คอื มลู คาที่ผขู ายกําหนดไวสําหรับสนิ คาหรือ

บรกิ ารที่เสนอขาย
ดังนน้ั การกําหนดราคา จึงขนึ้ อยูกบั ปจจัยตอไปนี้
1) ตนทุน ตนทุนในการผลิตสินคา เชน วัตถุดิบ คาแรงงานในการผลิต

ตนทนุ ทางการตลาด เชน คา โฆษณา คานายหนา
2) สภาพของตลาด
3) คูแ ขงขัน
4) กฎหมายหรอื พระราชบญั ญตั ิ
5) สภาพทางเศรษฐกจิ
สาเหตทุ ท่ี าํ ใหราคาสินคาหรอื บรกิ ารมีความแตกตางกัน เน่อื งจาก
1) ปริมาณการซ้อื ถามกี ารซื้อมากราคาจะตํ่า ถามกี ารซือ้ นอ ยราคาจะสงู
2) ลักษณะของการซ้ือ ถาผูคาสงหรือผูคาปลีกเปนผูซื้อสินคาดวยตนเอง

ราคาจะตํ่า แตถา ผูบริโภค เปนผูซ้อื สินคาดวยตนเองราคาจะสูง
3) สภาพภมู ศิ าสตร ถาระยะทางในการขนสงสินคาใกล ราคาจะต่ํา แตถา

ระยะทางในการขนสง สนิ คาไกล ราคาจะสงู เพราะตอ งมรี ายจายในการขนสงเพิ่มข้นึ

26

3.2.6 การทาํ บัญชปี ระเภทตาง ๆ
บญั ชรี ายรบั -รายจาย คือ แบบบันทกึ รายการรับ และรายการจายท่ีเกิดข้ึน

จรงิ โดยบญั ชีรายรับ-รายจา ย จะมสี ว นประกอบ ดังน้ี
1) ช่อื บญั ชีรายรับ-รายจาย
2) ประจําเดือน....................................... พ.ศ. ………………
3) วนั เดือนปที่เกดิ รายรบั หรือรายจาย
4) รายการรบั เงนิ หรือจา ยเงนิ ท่เี กิดขึ้นในแตล ะวนั
5) จํานวนเงนิ ท่รี ับ หรอื จายจรงิ
6) ยอดรวมรายรบั และรายจายทงั้ หมด
7) ยอดเงนิ คงเหลือ เมอื่ รายรบั สงู กวา รายจาย

ตวั อยาง
การจดั ทําบัญชรี ายรบั -รายจา ย ของนายดาํ (1)

ประจําเดอื น พฤษภาคม 2559 (2)

วนั เดอื นป (3) รายการ (4) รายรับ (5) รายจา ย (5) คงเหลอื (7)
1 พ.ค. 2559
2 พ.ค. 2559 เงินเดือน 5,000 3,500
3 พ.ค.2559 คาเชา บาน 1,500 3,400
14 พ.ค.2559 คา อาหาร 100 3,390
15 พ.ค. 2559 คา รถ 10 3,240
25 พ.ค. 2559 คา อาหาร 150 3,000
30 พ.ค. 2559 คา เสอ้ื ผา 240 2,950
31 พ.ค. 2559 คา อาหาร 50 2,920
คารถ 30 2,920

รวม (6) 5,000 2,080

จากบญั ชรี ายรับรายจา ยจะเห็นวา นายดาํ มีรายรบั ทั้งหมด 5,000 บาท และรายจาย
ท้งั หมด 2,080 บาท ในเดอื นพฤษภาคม 2559 นายดาํ มีเงินคงเหลือ 2,920 บาท
(5,000 – 2,080)

27

เรือ่ งท่ี 4 คุณธรรม จรยิ ธรรม

คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี มีผลตอความม่ันคงของอาชีพเปนอยางมาก
ผูขายและผูซื้อจะตองมีคุณธรรม จริยธรรมตอกัน จึงจะสามารถทําการคาขายรวมกันไดเปน
เวลานาน

4.1 ความหมายของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
คุณธรรม หมายถึง สภาพคณุ งามความดี
จรยิ ธรรม หมายถงึ ธรรมที่เปนขอ ประพฤตปิ ฏิบัติ
คณุ ธรรม จริยธรรม หมายถงึ การประพฤติปฏบิ ตั ิท่ดี ี ท่ชี อบ ท้งั กาย วาจา และใจ

การประพฤติปฏิบัติเปนไปดวยความจริงใจ ไมแสแสรง เปนไปโดยธรรมชาติของแตละบุคคล
คุณธรรม จริยธรรม ท่ีตองการในการประกอบอาชีพท่ีคนสวนใหญยอมรับวาเปนความดี เชน
ความซื่อสัตย ความรับผดิ ชอบ ความตรงตอ เวลา เปนตน

4.2 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี มดี งั นี้
4.2.1 ความรับผิดชอบ หมายถึง ความสํานึกในหนาที่ ไมทอกับงาน สามารถ

ปฏิบตั งิ านไดส ําเรจ็ ยอมรบั ผลแหงการกระทํา จะตองเปนคนที่เอาใจใสรอบคอบในการทํางาน
มีความตั้งใจจริงมีพันธะผูกพันในการจะปฏิบัติหนาที่การงานของผูรวมงานใหเปนไปตาม
เปา หมายขององคก ร

4.2.2 ประหยัด คอื การรูจักเก็บออม ถนอมใชทรัพยสิน ส่ิงของใหเกิดประโยชน
คุมคา ไมฟ ุมเฟอย ฟงุ เฟอ คดิ กอนใช คดิ กอนซื้อ

4.2.3 การอดออม คือ การประหยดั ไมฟุม เฟอ ยในการใชจ า ย
4.2.4 สะอาด คือ การปราศจากความมัวหมอง ทั้งกาย ใจ และสภาพแวดลอม
ท่ีเจริญตา ทาํ ใหเกิด ทอ่ี ยอู าศยั ส่ิงแวดลอ มถูกตอ งตามสุขลักษณะ
4.2.5 ความประณีต คือ ความละเอียดลออ เรียบรอยงดงาม เชน งานฝมือท่ีทํา
อยา งประณีต งานปรงุ อาหารทท่ี ําอยางสดุ ฝม ือดวยของดี มีคณุ ภาพ
4.2.6 ความขยัน คือ ความต้ังใจเพียรพยายามทําหนาที่การงานอยางตอเนื่อง
สมํ่าเสมอ มีความพยายาม ไมทอถอย กลาเผชิญอุปสรรค รักงานท่ีทํา ตั้งใจทําหนาท่ีอยาง
จรงิ จัง
4.2.7 ความซ่อื สตั ย คอื การประพฤติปฏิบัติอยางตรงไปตรงมา ไมเอนเอียง ไมมี
เลหเหลี่ยม มีความจรงิ ใจ และไมค ดิ หลอกลวงใคร

28

4.3 จรรยาบรรณวิชาชีพผูประกอบธุรกิจหรือนักธุรกิจ ผูประกอบอาชีพมีบทบาท
สําคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ดังน้ัน ผูประกอบอาชีพหรือนักธุรกิจ จึงจําเปนตอง
ปฏิบตั ติ นใหเปนแบบอยา งทีด่ ี เพื่อใหเกิดความศรทั ธาและเกิดการยอมรบั ของสงั คมตอวิชาชีพ

ในการประกอบอาชีพแตละอาชีพผูประกอบการอาชีพตองมีคุณธรรมจริยธรรม
ทุกอาชีพ เชน ใหบริการตัดเย็บเสื้อผา ควรมีคุณธรรม การตรงตอเวลา และความรับผิดชอบ
เปน ตน

เรื่องท่ี 5 การอนุรักษพลังงานและส่ิงแวดลอมในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5
ทวีป

การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การใชทรัพยากรธรรมชาติ ดวยวิธีการ
ที่ฉลาด เหมาะสม และประหยัด เพ่ือใหเกิดประโยชนและคุณคามากที่สุด ท้ังนี้ การอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติ ยงั หมายถึง การปรับปรงุ ของเสียใหสามารถนํากลับมาใชใหมไ ด เพ่ือใหเกิด
การสูญเสียนอ ยทส่ี ดุ

การอนรุ ักษส่งิ แวดลอม หมายถึง การใชสิ่งแวดลอมอยางชาญฉลาด ไมกอใหเกิดพิษ
ภัยตอ สังคม สว นรวม ดาํ รงไวซึง่ สภาพเดิมของส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ รวมท้ัง หาทางกําจัด
และปอ งกันมลพิษส่ิงแวดลอ มท่ีเกิดขึน้ ดว ย

การอนุรกั ษพ ลงั งาน หมายถงึ การใชพลังงานใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการพัฒนา
และนาํ พลังงานจากแหลง ใหม ๆ มาใชเพอื่ ทดแทนและมกี ารปอ งกันการสญู เสยี พลงั งาน

วธิ กี ารอนุรักษพ ลงั งาน สามารถสรปุ ไดดังนี้
1) การใชพลังงานทดแทนโดยเฉพาะพลังงานธรรมชาติ เชน พลังงานแสงอาทิตย
พลังงานลม พลังงานน้ํา และอน่ื ๆ
2) การวิจัยและพัฒนาพลังงาน เชน การวิจัยการเพ่ิมประสิทธิภาพเช้ือเพลิง เชน
การเปลีย่ นแปลงโครงสรา งทําใหเช้ือเพลงิ ใหพลังงานไดม ากข้ึน
3) การเผยแพรความรูสูสังคมในการประหยัดและอนุรักษพลังงาน เชน การเลือกใช
อุปกรณแ ละเครือ่ งมอื ทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ เชน ใชห ลอดไฟฟาชนดิ LED เคร่อื งใชไฟฟาเบอร 5
4) การใชพลังงานอยางประหยัดและคุมคาโดยการสรางคานิยมและจิตสํานึกในการ
ประหยัดพลังงาน

29

5) การหมุนเวียนกลับมาใชใหม โดยการนําวัสดุท่ีชํารุดนํามาซอมใชใหม การลดการ
ท้งิ ขยะท่ีไมจาํ เปนหรือการหมุนเวียนกลบั มาผลติ ใหม (Recycle)

30

แบบฝกหัด

ใหผ ูเรียนตอบคําถามตอ ไปนี้
1. จงอธบิ ายความหมายของคาํ วา “อาชพี ”
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. ปจจบุ นั งานอาชีพแบง เปน 5 กลุม ไดแกอะไรบา ง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
3. ทําไมภาคกลางของประเทศไทยจงึ นยิ มปลกู ขาว
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
4. ภาคใตของประเทศไทยควรปลกู อะไรดีท่สี ุด เพราะอะไร
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
5. ภาคตะวันออกสามารถปลกู พชื ได เชน เดียวกับภาคใด เพราะอะไร
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

31

6. ทวีปใดสามารถปลกู ยางพาราไดเ หมือนประเทศไทย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
7. ถา ตอ งการสง กาแฟไปขายตา งประเทศ ควรจาํ หนายใหก บั ประเทศในทวปี ใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
8. การประกอบอาชพี ในรปู แบบใดท่ีมกี ารลงทุนนอ ยท่สี ดุ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
9. จงบอกองคป ระกอบทีส่ ําคัญในการประกอบอาชีพธุรกิจรับจัดงาน
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
10. จงบอกขอมลู ทสี่ าํ คัญท่ีตองนาํ มาใชในการจัดการงานอาชพี
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

32

11. ขอมลู ตนเองในการจดั การงานอาชพี ไดแกอะไรบา ง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
12. ระบบการวางแผนท่ีดีประกอบดวยส่ิงใดบาง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
13. ความมุงหวงั ของการจดั ทําโครงการพจิ ารณาในประเด็นใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
14. การขนสง ดวยวธิ ใี ดเหมาะสมกับการขนสง ดอกไม
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
15. วิธีการใดทเี่ หมาะสมกับการเปดตัวสนิ คา ใหม
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

33

16. ชา งรบั เปลีย่ นทรงเส้ือผา ควรมีคุณธรรมใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
17. ผปู ระกอบอาชีพขายอาหาร ควรมีคุณธรรมใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
18. ผปู ระกอบอาชพี แปรรปู ผลผลิตปลาแดดเดยี ว ปลาตากแหง ปลาเค็ม ควรจดั การอยางไร

เพื่อไมทําลายส่งิ แวดลอ ม
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
19. ผปู ระกอบการอาชพี ขายอาหาร ควรกระทําอยางไรเพื่อชวยการอนรุ ักษท รัพยากร
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
20. ทา นมีแนวทางการอนุรกั ษพลงั งานและสงิ่ แวดลอ มอยา งไรบา ง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

34

บทที่ 2
ชอ งทางการเขาสอู าชีพ

เรอ่ื งท่ี 1 ความจาํ เปนในการมองเหน็ ชองทางการประกอบอาชีพไดอ ยางเหมาะสมกบั
ตนเอง

การมองเห็นชองทางการประกอบอาชีพ เปนการศึกษากระบวนการผลิต กระบวนการ
ตลาดและอน่ื ๆ ทเ่ี กี่ยวของ และนํามาพิจารณาวา อาชีพนี้จะสามารถยึดเปนอาชีพของตนเองได
หรือไม ดังนั้น การมองชองทาง การประกอบอาชีพเทากับการมีวิสัยทัศนกวางไกล ทําใหลด
ความเสย่ี งในการประกอบอาชพี ในอนาคตได

เรอ่ื งที 2 ความเปน ไปไดใ นการเขาสูอาชพี

การเขาสูอาชีพ จําเปนที่ผูจะเขาสูอาชีพตองเขาใจในปจจัยการดําเนินงานอาชีพ
ซง่ึ ประกอบดวย การลงทุน การตลาด กระบวนการผลิต การขนสง การบรรจุหีบหอ การแปร
รูป ผลกระทบตอชุมชนและสภาพแวดลอม ความรูความสามารถ โดยปจจัยการดําเนินงาน
อาชีพแตล ะปจจัย สามารถอธิบายไดด ังนี้

1. การลงทนุ
“การลงทุน” หมายถึง เปนการออมเพื่อใหไดรับผลตอบแทนท่ีมากขึ้น ซ่ึงเรา

จะตอ งยอมรบั ความเสย่ี งทเ่ี พ่มิ ข้นึ เชน กัน การตัดสินใจนําเงินออมมาลงทุนเราจึงตองพิจารณา
อยา งรอบคอบ และศึกษาหาขอมูลทเ่ี กยี่ วขอ งเปนอยา งดี เพ่ือใหไ ดรับผลตอบแทนที่คาดหวังไว
และเพอื่ ลดความเสีย่ งที่เกิดขนึ้ จากการลงทุน

2. การตลาด
การตลาด หมายถงึ กิจกรรมทางธุรกิจที่จะทําใหสินคาจากผูผลิตไปสูมือผูบริโภค

และทําใหผูบริโภคเกิดความพึงพอใจที่ไดบริโภคสินคาหรือบริการนั้น อันเปนผลทําใหธุรกิจ
ประสบความสําเร็จตามวตั ถุประสงคของธุรกิจนัน้ ๆ อกี ดว ย

การขาย หมายถึง กระบวนการในการชวยเหลือ โนมนาว ชักจูงใจ โดยใชบุคคล
หรือไมใ ชบุคคล กไ็ ด เพ่อื ใหล กู คาคาดหวังตดั สนิ ใจซอื้ สินคาหรอื บรกิ ารนัน้ ๆ

35

การจัดการดานตลาด หมายถึง การวิเคราะห การวางแผน การปฏิบัติงาน และ
การควบคุม การดําเนินงานการตลาดจากผูผลิตถึงผูบริโภค โดยมีผลประโยชนจากการ
แลกเปล่ียนสนิ คาหรือการบริการกบั กลมุ ผซู ้ือเปน การตอบแทน

หนาที่การตลาด เปนกิจกรรมการตลาดท่ีทําใหสินคาหรือบริการเคลื่อนยายจาก
ผผู ลติ ไปยังผูบ ริโภคโดยวธิ กี ารตา ง ๆ เชน การแลกเปลี่ยน โดยการซ้ือ-ขาย การกระจายสินคา
เก่ียวของกับการขนสง การเก็บรักษา การอํานวยความสะดวกทางการตลาด เชน ขอมูล
ทางการตลาด ขอมลู เกย่ี วกับผูบริโภค

ลักษณะของการตลาด
การตลาดเปนมากกวา การขายและการสงเสริมการขาย จุดมุงหมายของการตลาด
ทสี่ าํ คัญจะตอ งทาํ ใหก ารขายเปน เร่อื งงา ย แนวคิดหลักการตลาด ประกอบดวย
1. ความจาํ เปน ความตองการ และความตอ งการซือ้ สนิ คา
2. สินคาหรือบริการ
3. คุณคา ความพึงพอใจ และคณุ ภาพ
4.. การแลกเปลีย่ น การติดตอธุรกิจ และแนวการสรางความสมั พนั ธท ่ดี ี
5. ตลาด
องคประกอบของการตลาด
1. วเิ คราะหเก่ียวกับความจําเปน ความตองการ และความตองการซ้ือของผูบ รโิ ภค
2. ธุรกจิ ตอ งเสนอสินคาหรือบรกิ าร เพือ่ สนองตอบความตองการของผบู ริโภค
3. สนิ คาหรือบรกิ ารนัน้ ตองมคี ณุ คา ทาํ ใหลกู คาพึงพอใจและมีคณุ ภาพ
4. สนิ คา หรือบรกิ ารจะมีการแลกเปล่ยี น การติดตอธุรกิจและการสรางความสัมพันธ
อนั ดกี ับลกู คา
5. ตลาดเปาหมาย ตอ งมีลกั ษณะ 4 ประการ

5.1 มคี วามจาํ เปนหรอื ความตอ งการ
5.2 มีเงินหรอื มีอํานาจซื้อ
5.3 มีความเต็มใจท่ีจะซ้อื
5.4 มอี ํานาจในการตดั สนิ ใจซื้อ

36

การแขงขนั ทางการตลาด
นอกจากจะศึกษาขอมูลของกลุมลูกคาและขอมูลของคูแขงแลว จะตองมีการ
แขง ขนั ดานอน่ื ๆ ดวย ไดแ ก
1. สินคาหรือบริการ สินคาตองมีคุณภาพถูกใจผูบริโภค มีประโยชนตอการ
นาํ ไปใช
2. ราคา ราคาสินคาตองเหมาะสมกับคุณภาพ ไมตั้งราคาเกินความจริง และตอง
พจิ ารณาจากราคาของคแู ขง ดวยไมส ูงและไมต ่ําเกินไป
3. ชอ งทางการจําหนาย พิจารณาวาจะจําหนายอยางไร วิธีการใดสินคาจึงจะถึง
ผูบริโภคไดอยา งปลอดภัยและยังคงคุณภาพ เชน บริการถึงบานผา นการขายตรง หรือ ขายปลีก
ทางอินเทอรเ นต็
4. การสง เสรมิ การขาย เปนกรรมวิธีการขายทสี่ ามารถดงึ ดูดใจใหลกู คา เชน
การลด แลก แจก แถม หรือใหลองเอาสินคาไปใชกอน หรือขายควบกับสินคาชนิดอ่ืน ๆ
การโฆษณาตาง ๆ
ขอ มลู ทใี่ ชใ นการตดั สินใจทางการตลาด
1. ขอมูลผูบริโภค ตองรูวาผูบริโภคมีรสนิยมอยางไร และมีอํานาจในการซ้ือมาก
นอยเพยี งใด
2. ขอมูลคูแ ขง ตองรูวาคแู ขงขนั เปน ใคร ขายอะไร จุดเดน ของสินคา กําลังทําอะไร
ถาสามารถมขี อ มลู ผูบ ริโภคและขอมลู คแู ขง ขันมากเทาไร จะทําใหผ ปู ระกอบการอาชีพสามารถ
ตัดสนิ ใจไดถ ูกตอง
การคิดตนทนุ การผลติ
การคิดตนทนุ การผลิตของผูป ระกอบอาชพี นยิ มคดิ ตน ทุนในรอบปหรือตอรอบการ
ผลิต ขึ้นอยูกับลักษณะของผลผลิต โดยการคิดตนทุนการผลิตจะพิจารณาท้ังตนทุนท่ีใชไปใน
ลกั ษณะเงินสดและทไ่ี มเ ปน เงนิ สด ซงึ่ ประกอบดว ย
ตน ทนุ ผนั แปร
1. ตนทนุ ผนั แปรที่เปนเงินสด

1.1 คาวัสดุ อุปกรณในการประกอบอาชีพ เชน วัสดุอุปกรณอาชีพการเกษตร
เชน ปุย พันธุพืช พันธุสัตว คาน้ํามัน และคาแรงซอมเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณในอาชีพรับจาง
ซักรดี เส้อื ผา เชน ผงซกั ฟอก น้าํ ยาซักแหง

37

1.2 คาจางแรงงาน เปนคาจางแรงงานในการผลิต เชน คาแรงซอมเครื่องจักร

คา แรงงาน ไถดนิ คาจา งลูกจา งในรา นอาหาร

1.3 คาเชา ท่ดี นิ เปนคา เชา ท่ดี นิ ในการประกอบธุรกจิ เชน คาเชา นา

1.4 คาเสียโอกาสของเงินทุน หมายถึง คาชดเชยท่ีเจาของธุรกิจนําเงินสดของ

ตนไปลงทนุ แทนการไดรับ “ดอกเบ้ีย” เม่ือนําเงินไปฝากธนาคาร ดังนั้น การคิดตนทุนจะตอง

ใชอัตราดอกเบย้ี เงนิ ฝากมาคดิ เปนตน ทุนการผลติ ดวย

1.5 คา ใชจา ยอน่ื ๆ

2. ตน ทนุ ผนั แปรทไ่ี มเ ปน เงนิ สด ไดแก

2.1 คาแรงงานในครวั เรือน เปน แรงงานในครัวเรือน สวนใหญธรุ กิจ

ในครอบครัว ไมค อ ยมีการนาํ แรงงานมาคดิ เปน ตนทุน ทําใหไ มท ราบตน ทุนที่แทจริง โดยการคิด

คา แรงในครัวเรอื น ใหคดิ ในอัตราคาแรงงานในทอ งถน่ิ นั้น ๆ

2.2 คาเสียโอกาสของที่ดิน กรณีที่เจาของกิจการมีท่ีดินเปนของตนเอง ใหคิด

ตน ทนุ ตามอัตราคา เชา ทด่ี นิ ในทองถิ่นหรอื บริเวณใกลเคยี ง

ตน ทุนคงท่ี

1. ตน ทุนคงท่ีทเี่ ปน เงินสด เปนจาํ นวนเงินที่ตอ งจา ย เปนคาดอกเบ้ยี เงินกู

เพ่ือนาํ มาใชในการทําธรุ กจิ

2. ตนทนุ ท่ีไมมเี งินสด ไดแก คาเส่ือมราคาของอุปกรณ อาคาร โรงเรืยน หมายถึง

การเสื่อมของเคร่ืองจักร อุปกรณตาง ๆ อาคาร โรงเรือน ที่ลดลงตามอายุการ ใชงาน การคิด

ตนทนุ จะคิดจากการเฉล่ียจํานวนเงินที่ซือ้ ไป เชน ซื้อรถไถนามา 1 คัน ราคา 10,000 บาท

คาดวา จะใชงานได 5 ป

วิธีการคิดคาเส่อื มราคาตอป นาํ ราคารถไถนา 10,000 บาท หารดวย 5 ป

นั่นคอื คาเสือ่ มราคา = 10,000
5
= 2,000 บาทตอ ป

ดังน้ัน ใหนําคาเส่ือมราคาของรถไถนาปละ 2,000 บาท มาคิดเปนตนทุนการ

ผลิตทกุ ปภ ายใน 5 ป

3. กระบวนการผลติ

กระบวนการผลิต หมายถึง กระบวนการผลิตสินคา การใหบริการ ตามความ

ตองการของผูบริโภค ซึ่งประกอบไปดวย ลูกคา ตลาดแรงงาน สังคม ประเทศชาติ และ

38

ประชาคมโลก โดยมวี ิธีการในการควบคุมดูแลการผลิตอยางมีคุณภาพที่ไดมาตรฐาน และการ
สรางคณุ ลกั ษณะท่โี ดดเดน ของสินคา หรือบริการ

4. การขนสงสนิ คา
การขนสง หมายถึง การเคลื่อนยายสินคาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกท่ีหน่ึง ซ่ึงเปนหนาที่

ของผผู ลติ ทีจ่ ะใหผ บู รโิ ภคในดานเวลา และสถานที่ สงผลใหสินคามีมูลคาเพ่ิมขึ้นเพราะหลักใน
การจัดการขนสงมีอยูวา “มูลคาสินคาท่ีเพิ่มขึ้นหลังจากขนสงไปแลวจะตองสูงกวาคาขนสง”
ซงึ่ มสี ินคา บางชนิดที่คาขนสงสูงกวาราคาตัวสินคาจริงมาก เชน การขนหิน ทราย ยิปซัม ถาน
หนิ แตม ีสนิ คา บางชนดิ ท่คี า ขนสง ถกู กวาราคาสนิ คาจรงิ เชน การขนทองคํา เพชร พลอย และ
ยา เปนตน ซึง่ การขนสงหลัก ๆ ประกอบดวย 3 ชองทาง ดังนี้

การขนสงทางบก ประกอบดวยทางรถยนต รถไฟ โดยการขนสงทางบกดวย
รถยนต เหมาะสําหรับการขนสงสินคาท่ีตองการนําสงผูบริโภคดวยความรวดเร็ว ปจจุบันการ
ขนสง ทางบกดวยรถยนต มีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะมีการตัดเชื่อมถนนไปทั่วทุกพ้ืนท่ี
ราคาการขนสง ขึน้ อยกู ับระยะทางและความเรง ดว นของระยะเวลา สําหรับการขนสงสินคาทาง
รถไฟ คา ขนสงมีราคาไมแพง เหมาะกับการขนสงสินคาที่มีปริมาณและนํ้าหนักมากๆ เชน หิน
ปนู ทราย เปนตน

การขนสง ทางเรือ มคี า ใชจายต่าํ แตล า ชา เหมาะกับการขนสงสนิ คา ที่มีปริมาณและ
นํ้าหนกั มาก ๆ เชน เคร่ืองจักรกล รถยนต สวนใหญการขนสงสินคาทางเรือ จะนิยมใชในกรณี
สง สินคาไปขายตางประเทศ

การขนสงทางอากาศ มีความรวดเร็ว แตเสียคาใชจายสูงมาก เหมาะสําหรับการ
ขนสงสินคาขนาดเล็ก นาํ้ หนักเบา

ซึง่ การขนสงสินคา แตละวธิ ี มีขอดี ขอเสียตางกัน นักการตลาดท่ีดีตองรูจักเลือกใช
วิธีการขนสงท่ีเหมาะสมกับสินคาและบริการที่มีประสิทธิภาพ ซ่ึงข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของ
ตนเอง เชน ตองการความรวดเร็ว หรือตองการราคาถูก หรือตอ งการความสะดวก

5. การบรรจุหบี หอ
การบรรจหุ บี หอ นอกจากใชปองกันความเสียหายของผลิตภัณฑแลว ยังใชในการ

สงเสริมการขายอีกดวย ซึ่งการบรรจุหีบหอ ถือวามีความสําคัญมากท้ังสําหรับผูขายและ
ผูบ ริโภค เพราะการบรรจุหีบหอท่ีดี ทําใหสามารถเก็บรักษาไดงาย ประหยัดเน้ือท่ี และทําให
ผบู รโิ ภคมองเห็นความแตกตางของสนิ คาไดชดั เจน ในปจจุบันการบรรจุหีบหอมีความสมัยใหม
สวยงาม และสนบั สนนุ การตลาดเปนอยางดีดว ย โดยมกี ารใชบารโ คดในสนิ คาทจี่ ําหนา ย

39

ซ่ึงผขู ายสามารถใชเครอ่ื งมอื อเิ ล็กทรอนกิ สอ า นรหัสบารโคดไดสะดวก สามารถท่ีจะนําไปใชใน
การควบคมุ ทง้ั ในเรื่องการแยกหมวดหมสู ินคา และการชาํ ระเงนิ

6. การแปรรูป
การแปรรูป หมายถึง การนําผลผลิตทางการเกษตรซึ่งมีอยูในรูปวัตถุดิบมาผาน

กระบวนการดา นวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีเพ่อื การแปรสภาพ ใหไดผลผลิตที่สามารถบริโภค
มอี ายกุ ารเก็บยืนยาวขึ้น และเปน การสรางความโดดเดนในผลิตภัณฑ

7. ผลกระทบตอชมุ ชน และสภาพแวดลอ ม
ผลกระทบ หมายถึง ผลท่ีไดรับหรือเกิดจากการกระทํา ท่ีกอใหเกิดทั้งผลดีหรือ

ผลเสยี ตอ ธุรกิจได ทั้งในระยะสั้นหรือระยะยาว แตโดยสวนใหญ เมื่อพูดถึงคําวา “ผลกระทบ
ที่เกิดข้ึน” จะมีความหมายในแงผลเสียท่ีเกิดจากการดําเนินธุรกิจ ท้ังน้ี ผลกระทบ
ท่ีผูประกอบการควรใหความสําคัญอยางยิ่ง คือ ผลกระทบที่เกิดกับสภาพแวดลอม เพราะ
ผลกระทบทีเ่ กิดกับสภาพแวดลอ ม จะสง ผลตอ การดาํ รงชวี ติ ของผูคนโดยรอบท้ังในวงแคบและ
วงกวา ง

8. ความรู ความสามารถ
ความรู ความสามารถ หมายถึง ทักษะที่สําคัญหรือความจําเปนในการผลิต หรือ

การปฏบิ ัตงิ านใหมปี ระสทิ ธภิ าพในความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชพี

เรือ่ งท่ี 3 การลาํ ดับอาชพี และเหตผุ ล

องคป ระกอบและปจ จัยสาํ คัญของความเปนไปไดในการประกอบอาชีพในชมุ ชนสงั คม
ท่ีตนอยูอ าศัย กอ นการตดั สินใจเลือกประกอบอาชีพ ใหพิจารณาความเปนไปไดแ ละเหมาะสม
กบั ตนเอง สภาพแวดลอ มของชุมชน สงั คม ความรทู างวิชาการ

การตดั สนิ ใจเลือกอาชพี มีองคป ระกอบทสี่ ําคญั ดงั ตอ ไปน้ี
1. ขอมูลประกอบการตดั สนิ ใจ ซึ่งจะพิจารณาขอมูล 3 ดาน คอื

1) ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง คือ ขอมูลตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพที่ตนเอง
มีอยู เชน เงินทุน ท่ีดิน อาคารสถานที่ แรงงาน เครื่องมือ เคร่ืองใช วัสดุ อุปกรณ
ความรู ทักษะตาง ๆ ท่ีจะนํามาใชในการประกอบอาชีพนั้น ๆ

40

2) ขอมูลเก่ียวกับสภาพแวดลอมและสังคม เชน ผูท่ีจะมาใชบริการ (ตลาด) สวน
แบงของตลาด ทําเล การคมนาคม ทรพั ยากรท่จี ะเอื้อที่มีในทองถน่ิ แหลงความรู ตลอดจนผลที่
จะเกิดขนึ้ ตอชมุ ชน

3) ขอมูลทางวิชาการ ไดแก ความรูทางเทคนิคตาง ๆ ที่จําเปนตออาชีพนั้น ๆ
เชน การตรวจซอ มแกไข เทคนคิ การบริการลกู คา ทกั ษะงานอาชพี ตา ง ๆ ฯลฯ

2. ความถนัด โดยทั่วไปมนษุ ยแตละคนจะมีความถนัดแตกตางกันไป เชน ความถนัด
ในการทําอาหาร ความถนัดในการประดิษฐ ฯลฯ ผูที่มีความถนัดจะชวยใหการทํางาน
น้นั เปน ไปไดอ ยางสะดวก รวดเร็ว คลองแคลว รวมทั้งยังชวยใหมองเห็นลูทางในการตัดสินใจ
เลือกอาชพี ไดด แี ละเหมาะสมกวา คนท่ไี มม คี วามถนัด

3. เจตคติท่ีดีตองานอาชีพ เปนความรูสึกภายในของแตละคนท่ีมีตองานอาชีพ
ไดแก ความรัก ความศรัทธา ความภูมิใจ ความจริงใจ ฯลฯ ความรูสึกตาง ๆ เหลานี้จะเปน
แรงผลักดันใหคนเกดิ ความมานะอดทน มงุ มั่น ขยัน กลาสู กลาเสี่ยง ทําใหประสบความสําเร็จ
ในการประกอบอาชีพได

ตัวอยาง การตดั สินใจเลอื กอาชีพ

กรณที ่ี 1 นายดาํ มีความรูความสามารถในดา นซอมเครอื่ งปรบั อากาศ และ
เครื่องใชไฟฟา มีทนุ 200,000.-บาท มบี านในพน้ื ท่ี 1 ไร อาศัยอยู
ในเมือง มสี มาชิกในครอบครวั 5 คน

กรณที ี่ 2 ครอบครัวนางสาย มสี มาชิก 6 คน ประกอบดวย ตา ยาย พอ แม
ลูก 2 คน
มีอาชีพทําสวนผลไม 50 ไร สวนผลไมอยใู นเขตพ้ืนที่ทีม่ ีการคมนาคม
สะดวก

กรณีที่ 3 นางสาวสดุ สวย เรยี นจบใหมชอบคาขาย ตองการทําอาชีพขายสินคา
ออนไลน

41

รายการ/ขอ มลู นายดํา นางสาย นางสาวสุดสวย

กําหนดชนิดสนิ คา / ชา งซอม ทําสวน ขายสินคา ออนไลน

บริการ เคร่อื งปรบั อากาศ

ปจจัยในการผลติ ราคาอะไหล สภาพ ปยุ สารเคมีท่ใี ช แหลง เงนิ ทนุ

อากาศ แรงงาน แรงงานมีจํากดั เปน สินคา

ปจ จัยท่ีมคี วามผนั แปร

การจดั การการ พยายามลดตนทนุ ในการ พยายามลดตน ทุน สรางเพจขายสินคา

ผลิต ผลิต ใชส นิ คาทมี่ ีคุณภาพ โดยการลดการใช บนเฟสบุค

สารเคมี ลดการใชป ุย

การจัดการตลาด อยใู นชุมชนและออกไป ผลผลติ ปลอดสารเคมี จัดโปรโมช่ันขาย

บริการในพื้นท่ี มกี าร สดใหม มีบรรจภุ ณั ฑ สนิ คา

รับประกนั หลงั การบริการ ทสี่ วยออก

ความรู ความรดู านไฟฟา และการ มปี ระสบการณใ นการ มีความรแู ละ

ความสามารถใน ซอ มเคร่อื งปรับอากาศ ทําสวน ประสบการณใน

การประกอบอาชพี ดานคอมพิวเตอร

42

แบบฝกหัด

ใหผูเรียนตอบคาํ ถามตอ ไปนี้
1. กระบวนการเห็นชองทางการประกอบอาชีพกอ นการตดั สินใจเลือกอาชีพประกอบดว ย
อะไรบาง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. จงอธบิ ายความจําเปนในการมองเห็นชอ งทางในการประกอบอาชีพไดเหมาะสมกับตนเอง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
3. สมชายมีความรดู า นการทาํ ขนมเคก หากตอ งการประกอบอาชีพทําขนมเคก ขาย ควรให
ความสนใจกบั

การศึกษาขอมลู ดา นใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
4. องคป ระกอบของการตลาดประกอบดว ยอะไรบาง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

43

5. จงอธบิ ายความหมายของคาํ วา “ตน ทุนผนั แปร”
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
6. จงอธิบายความหมายของคาํ วา “ตน ทุนคงท่”ี
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
7. ถาทา นตองการประกอบอาชีพเลย้ี งสุกร ควรเลือกสถานทีใ่ นลักษณะใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
8. ถา ทา นตองการประกอบอาชพี การปลูกผกั ควรเลือกสถานทใ่ี นลกั ษณะใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
9. จงอธบิ ายการเขาสอู าชีพของตนเองโดยใหเ หมาะสมกบั พ้ืนทีบ่ รบิ ทของตนเอง
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

44

10. ใหผ เู รียนลําดับอาชพี ทคี่ ิดวา จะสามารถประกอบอาชีพท่เี หมาะสมกบั ตนเองและชุมชนได
พรอมท้งั ใหเหตผุ ลในการลาํ ดับอาชพี ทเ่ี ลอื ก จาํ นวน 3 อาชพี

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

45

บทที่ 3
การตดั สนิ ใจเลอื กอาชีพ

การตดั สนิ ใจเลือกอาชพี ตามศกั ยภาพ

การตัดสินใจท่ีจะดําเนินการส่ิงใดสิ่งหนึ่ง ตองมีขอมูลประกอบการตัดสินใจ
ซ่ึงประกอบดวย ขอมูลดานตัวเอง สภาพแวดลอมและสังคม และวิชาการ นอกจากนี้ ยังมี
วิธีการวิเคราะหศักยภาพตาง ๆ ที่เก่ียวของวามีการตัดสินใจเลือกอาชีพ มีความเหมาะสม
หรือไม โดยแนวทางในการตัดสินใจเขาสูอาชีพใหเหมาะสมน้ัน ควรมีความเขาใจในการ
วเิ คราะหศ ักยภาพทงั้ 5 ดาน ดงั น้ี

1. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติในแตล ะพื้นที่
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ซ่ึงมนุษยสามารถ

นาํ ไปใชใ หเ กิดประโยชนตอชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพ ทรัพยากรธรรมชาติ ไดแก
ปาไม แมน ้ํา ลาํ คลอง อากาศแรธาตุตาง ๆ โดยทรพั ยากรธรรมชาตบิ างชนิดใชแลวหมดไป เชน
แรธ าตุตา ง ๆ ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดมนุษยส ามารถสรางข้ึนมาทดแทนใหมได เชน ปาไม
เมื่อมนุษยตัดไปใชประโยชนแลวก็สามารถปลูกทดแทนขึ้นใหมได ดังนั้น การประกอบอาชีพ
ตองพจิ ารณาวา ทรัพยากรที่จะตองนํามาใชในการประกอบอาชีพในพ้ืนท่ีมีหรือไม มีเพียงพอ
หรือไม ถาไมมี ผปู ระกอบการตอ งพจิ ารณาใหมวา จะประกอบอาชีพที่ตัดสินใจเลือกไวหรือไม
หรือพอจะจัดหาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นท่ีใกลเคียงเพื่อนํามาใชในการประกอบอาชีพได
หรือไม ทั้งนี้ ผูประกอบการ จะตองเสียคาขนสงเปนตนทุนเพิ่มข้ึน จะมีความคุมคากับการ
ลงทุนหรือไม เชน ตัดสินใจจะประกอบอาชีพจักสานตะกราจากไมไผ แตในพ้ืนที่ไมมีตนไผ
ซึ่งตองพิจารณาแลววา จะประกอบอาชีพนี้ไดหรือไม ถาตองการประกอบอาชีพนี้จริง ๆ
เน่ืองจากตลาดมีความตองการมาก จึงตองคิดหาเพ่ือซื้อไมไผจากแหลงอ่ืน ซ่ึงจะทําใหตนทุน
การผลติ สงู ขน้ึ ในกรณเี ชนนี้ รายไดจ ากการประกอบอาชีพน้ี จะมีความคุมคาหรือไม เปนส่ิงที่
ตอ งคิดใหร อบคอบกอนการตดั สนิ ใจและดําเนินงานอาชีพ

2. ศกั ยภาพของพน้ื ท่ตี ามลักษณะภูมิอากาศ
ในแตละพื้นท่ีจะมีลักษณะภูมิอากาศแตกตางกัน เชน ประเทศไทยภาคกลางมี

อากาศรอน ภาคใตมีฝนตกเปน เวลานาน ภาคเหนือมอี ากาศเยน็ โดยเฉพาะการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมตองข้ึนอยูกับสภาพภูมิอากาศเปนสวนใหญ เชน การปลูกล้ินจี่ ลําไย ตองการ


Click to View FlipBook Version