The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน งานปรับอากาศรถยนต์ ภาคการเรียนที่ 2 ปี 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wudthidanai Nawongwises, 2024-01-08 07:36:54

แผนการสอน 20101-2105 งานปรับอากาศรถยนต์

แผนการสอน งานปรับอากาศรถยนต์ ภาคการเรียนที่ 2 ปี 2566

ใบงาน หนวยที่ 3 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 28 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 4-5 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 4-5 ชื่อหนวย งานถอดประกอบคอมเพรสเซอร จำนวนชั่วโมง 7 1. หลักการทำงานทั่วไปของคอมเพรสเซอร ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบลูกสูบ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบสวอชเพลต ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบเวนโรตารี่ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบสโครล ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงาน หนวยที่ 3 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 28 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 4-5 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 4-5 ชื่อหนวย งานถอดประกอบคอมเพรสเซอร จำนวนชั่วโมง 7 1. หลักการทั่วไปของคอมเพรสเซอร คอมเพรสเซอรเปนอุปกรณที่เพิ่มความดันของสารทำความเย็นที่อยูในสถานะเปนแกส ใหแกสที่มี ความดันและอุณหภูมิต่ำจากอีวาพอเรเตอรผานเขาทางลิ้นดูด และอัดแกสใหมีความดัน และอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมี ความดันมากกวา 200 ปอนดตอตารางนิ้ว โดยใชกำลังของเครื่องยนตมาหมุนใหคอมเพรสเซอรทำงาน โดยใช สายพานและมีคลัตชแมเหล็ก ในการควบคุมใหคอมเพรสเซอรทำงานและหยุดทำงาน 2. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบลูกสูบ คอมเพรสเซอรชนิดนี้มีลูกสูบ 2 กระบอกสูบ ในขณะที่ลูกสูบหนึ่งเคลื่อนที่ลงในจังหวะดูด ลูกสูบหนึ่ง จะเคลื่อนที่ในจังหวะอัด ในจังหวะดูดลิ้นดานจายจะปด และลิ้นดานดูดจะเปดใหสารทำความเย็นจากทอ ดานดูดเขามา และในจังหวะอัดสารทำความเย็นในกระบอกสูบจะถูกอัดใหมีแรงดันสูง และลิ้นดานจายจะ เปดใหสารทำความเย็นผานออกทางทอดานจาย 3. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบสวอชเพลต ลูกสูบของคอมเพรสเซอรแบบสวอชเพลตจะอยูในแนวนอน การเคลื่อนที่ไมตองใชเพลาขอเหวี่ยง กานสูบเปน ตัวชวยใหลูกสูบเคลื่อนที่ ลูกสูบจะเลื่อนเขาออกในกระบอกสูบไดโดย การหมุนของสวอชเพลตอยูในตำแหนงเอียง 45 องศา ทำใหเกิดการดูดอัดสารทำความเย็น คอมเพรสเซอรแบบนี้จะมี ตั้งแต 5สูบขึ้นไป เชน 5สูบ และ 10 สูบ เปนตน 4. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบเวนโรตารี่ เปนคอมเพรสเซอรที่ใชใบพัดหมุน มีปริมาตรดูดสูงจากนอยไปกระทั่งสูงสุดมีความเสียดทานนอย เนื่องจากใชใบพัดมีระดับเสียงต่ำและสั่นสะเทือนนอยมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา 5. หลักการทำงานของคอมเพรสเซอรแบบสโครล โดยชุดสโครลที่หนึ่งจะอยูคงที่ สวนมวนที่สองจะเคลื่อนที่ โดยการเคลื่อนที่เปนแบบวงจร ในระหวางการ เคลื่อนไหวของชองวางขนาดเล็กที่ถูกสรางขึ้นระหวางชุดสโครลทั้งสอง ทำใหสารทำความเย็นจะไดรับการบีบอัด การหมุนเคลื่อนตัวของชุดสโครลที่สองจะถูกขับเคลื่อนโดยเครื่องยนตผาน เพลา แบริ่ง


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 4 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 35 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 6-7 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 6-7 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 2. สาระสำคัญ ระบบปรับอากาศรถยนต เปนระบบปรับอากาศที่ ถูกใชงานอยางหนักเพราะตองการ ความเย็นสบายแก ผูโดยสารและผูขับขี่ ตลอดชวงเวลาที่มีการเดินทาง การใชงานอยางตอเนื่อง ทำใหระบบปรับอากาศเกิดขัดของ และเกิดการสกปรกที่อุปกรณบางอยางในระบบปรับอากาศ การซอมบำรุงดูแลรักษาระบบปรับอากาศตาม ระยะเวลาที่กำหนด จึงมีความสำคัญอยางยิ่งที่จะยืดอายุการใชงานของระบบปรับอากาศ การมีความรูความเขาใจ ในระบบปรับอากาศ จึงมีความสำคัญและจำเปน ตอชางและนักเรียนที่จะจบไปเปนชาง เพื่อจะไดซอมบำรุงและ ดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศรถยนตใหมีอายุการใชงานไดยืนยาวขึ้น 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียน ซอมระบบปรับอากาศรถยนต 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.1 สามารถหาสาเหตุขอขัดของของระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถแกไขขอขัดของของระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 การวิเคราะหสาเหตุและปญหาในวงจรทางกล 5.2 การวิเคราะหสาเหตุและปญหาในวงจรไฟฟา


6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ) 6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับเงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศ รถยนตที่นักเรียนรูจักและใชในชีวิตประจำวัน 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องงานซอมบำรุงระบบปรับ อากาศรถยนต 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องงานซอม บำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชงานซอมบำรุงระบบปรับ อากาศรถยนต 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับงานซอม บำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบท 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องงานซอมบำรุงระบบปรับ อากาศรถยนต 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถอดบทเรียนที่ได


7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [✔] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [✔] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 4 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 35 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 6-7 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 6-7 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 การตรวจสอบระบบปรับอากาศดวยแมนิโฟลดเกจ ในการตรวจซอมระบบปรับอากาศรถยนต จำเปนจะตองใชแมนิโฟลดเกจ ตรวจสอบคาความดันของ ระบบทั้งดานความดันต่ำและความดันสูง แลวนำคาความดันในระบบที่อานไดมาวิเคราะหหาสาเหตุที่เปนไปได จากคาความดันจากแมนิโฟลดเกจที่ผิดปกติ ซึ่งเปนวิธีการหาขอขัดของอยางหนึ่งในวงจรทางกลหรือวงจรสารทำ ความเย็น การติดตั้งแมนิโฟลดเกจ มีขั้นตอนในการติดตั้งดังนี้ 1. ปดวาลวดานความดันสูง (HI) และดานความดันต่ำ (LO) 2. ตอทอดานความดันต่ำเขากับลิ้นบริการดานดูดคอมเพรสเซอร (S) 3. ตอทอดานความดันสูงเขากับลิ้นบริการดานสงคอมเพรสเซอร (D) 4. การตรวจสอบตามสภาวะ ดังตอไปนี้ 4.1 อุณหภูมิที่ทอทางเขาตองมีคาเทากับ 30-35 องศาเซลเซียส (86-95 องศาฟาเรนไฮต) 4.2 เครื่องยนตทำงานที่ 2,000 รอบตอนาที 4.3 เปดสวิตชระบบปรับอากาศ 4.4 เปดสวิตชพัดลมไปที่ความเร็วสูง (HI) 4.5 เปดสวิตชควบคุมอุณหภูมิ (เทอรโมสตัต) ไปที่ความเย็นสูงสุด ผลที่คาความดันแมนิโฟลดเกจ แสดงออกมาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบางเล็กนอย เนื่องจากสภาพอุณหภูมิ โดยรอบ การวิเคราะหปญหาจากแมนิโฟลดเกจ สภาวะปกติคาที่อานไดจากเกจ: ดานความดันต่ำ ดานความดันสูง R-134a 0.15-0.25 Mpa (1.5-2.5 kgf/cm2 ,21-36 psi) 1.37-1.57 Mpa(14-16 kgf/cm2 ,199-245 psi) R - 12 0.15-0.20 Mpa (1.5-2.0 kgf/cm2 ,21-28 psi) 1.42-1.47 Mpa(14.5-15 kgf/cm2 ,206-213 psi)


รูปที่ 1 การแสดงคาแมนิโฟลดเกจในสภาวะปกติ . มีความชื้นเขาไปในระบบปรับอากาศ (ทางเดินสารทำความเย็น) รูปที่ 2 การแสดงคาแมนนิโฟลดเกจเมื่อมีความชื้นเขาระบบ ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห วิธีแกไข - ระหวางการทำงาน ความดันทางดานความ ดันต่ำบางครั้งจะตกลง มาที่ตำแหนง สุญญากาศและ บางครั้งจะอยูใน ตำแหนงปกติ - ความดันทางดาน ความดันสูงบางครั้งจะ ตกลงมาที่ประมาณ 7kgf/cm2 หรือ 100 psi) - มีความชื้นเขาไปใน ระบบ ทำใหมีน้ำแข็ง อุดที่บริเวณทางเขา ของเอ็กซแพนชั่นวาลว และทำใหสารทำความ เย็นไมสามารถ ไหลเวียนไดชั่วขณะ แตเมื่อผานไประยะ หนึ่งน้ำแข็งจะละลาย ทำใหสารทำความเย็น ไหลเวียนไดเปนปกติ - สารกรองความชื้นใน รี ซีฟเวอรดรายเออร หมดอายุการใชงานหรือ - ความชื้นในระบบการ ทำความเย็นจะเกาะตัว เปนน้ำแข็งที่ทางเขาของ เอ็กซแพนชั่นวาลวและทำ ใหสารทำความเย็นไม สามารถไหลเวียนได (1) เปลี่ยนรีซีฟเวอร ดรายเออร (2) ใชเครื่องทำ สุญญากาศเอาความชื้น ออกจากระบบ (3) เติมสารทำความเย็น ในปริมาณที่พอเหมาะ


อากาศเขาไปในระบบปรับอากาศ (ทางเดินสารทำความเย็น) รูปที่ 3 การแสดงคาของแมนนิโฟลดเกจเมื่อมีการเปดระบบสารทำความเย็น และเติมสารทำความเย็น โดยทำสุญญากาศไมหมด ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห วิธีแกไข - ความดันที่เกจทั้งสอง ดานจะอานคาไดสูง - ทอทางดานความดัน ต่ำจะมีความรอนสูง - เมื่อมองที่กระจกมอง สารทำความเย็นจะเห็น เปนฟองอากาศ - มีอากาศเขาไปใน ระบบการทำความเย็น - มีอากาศเขาไปใน ระบบการทำความเย็น หรือ การทำสุญญากาศใช เวลานอยเกินไป (1) เปลี่ยนรีซีฟเวอร ดรายเออร (2) ทำสุญญากาศและ เติมสารทำความเย็นใน ปริมาณที่เหมาะสม


สารทำความเย็นมากเกินไป รูปที่ 4 การแสดงคาแมนิโฟลดเกจเมื่อสารทำความเย็นมากเกินไป ปญหาที่พบ สาเหตุที่ เปนไปได การวิเคราะห วิธีแกไข - ความดันที่เกจวัด ทั้งสองดานจะอานคา ไดสูง - ที่ความเร็วรอบของ เครื่องยนตต่ำสารทำ ความเย็นจะไหลได อยางราบเรียบ (ไมเกิด ฟองอากาศ) เมื่อมองดู ที่กระจกมองสารทำ ความเย็น - มีสารทำความเย็น ในระบบมากเกินไป - การระบายความ รอนของ คอนเดนเซอรไ ม เพียงพอ - สารทำความเย็นมาก เกินไปในวงจรการทำ ความเย็น หรือ เติมสาร ทำความเย็นมากเกินไป - การระบายความรอน ของคอนเดนเซอรชำรุด เสียหายหรือพัดลมไม ทำงาน (1) ทำความสะอาด คอนเดนเซอร (2) ตรวจการทำงาน ของพัดลมระบายความ รอน (3) ถา (1) และ (2) ทำงานปกติเติมสารทำ ความเย็นในปริมาณที่ พอเหมาะ


การไหลเวียนของสารทำความเย็นไมดี รูปที่ 4.5 การแสดงคาแมนิโฟลดเกจเมื่อคาความเย็นไมเพียงพอเพราะการอุดตัน ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห วิธีแกไข - ความดันที่เกจวัด ทั้งสองดานจะอาน คาไดต่ำ - มีน้ำแข็งเกาะบน ทอซึ่งออกจากรีซีฟ เวอรดรายเออร - สิ่งสกปรกในรีซีฟ เวอรดรายเออรจะ ขัดขวางการไหลของ สารทำความเย็น - เกิดการอุดตันที่ รีซีฟเวอรดรายเออร - เปลี่ยนรีซีฟ เวอร ดรายเออร


ไมมีการไหลเวียนของสารทำความเย็น ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไป ได การ วิเคราะห วิธีแกไข - ความดันที่เกจดานความ ดันต่ำจะอยูที่คาสุญญากาศ และความดันที่เกจดานความ ดันสูงจะมีคาต่ำ - มีน้ำแข็งเกาะบนทอ ทางเขาและทางออกของรีซีฟ เวอรดรายเออรหรือที่เอ็กซ แพนชั่นวาลว - ค ว า ม ช ื ้ น ห ร ื อ สิ่ ง สกปรกในระบบของสารทำ ความเย็น - มีสารทำความเย็นรั่ว อ อ ก จ า ก ท  อ ต ร ว จ จั บ อุณหภูมิของเอ็กซแพนชั่น วาลว - ไมมีการ ไหลเวียนของ สารทำความเย็น (1) ตรวจที่ทอตรวจอุณหภูมิที่ เอ็กซ แพนชั่นวาลวและ EPR (2) ทำความสะอาด เอ็กซแพนชั่น วาลว โดยใชลมเปา ถาไมสามารถทำ ความสะอาดไดเปลี่ยนเอ็กซแพนชั่น วาลว (3) เปลี่ยนรีซีฟเวอร ดรายเออร (4) ทำสุญญากาศแลวเติมสารทำ ความเย็นในปริมาณที่เหมาะสมเมื่อมี การรั่วจากทอตรวจจับอุณหภูมิเปลี่ยน เอ็กซแพนชั่นวาลว


สารทำความเย็นในระบบไมเพียงพอ รูปที่ 5 การแสดงคาแมนิโฟลดเกจเมื่อสารทำความเย็นไมเพียงพอเพราะเกิดรอยรั่ว ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห วิธีแกไข - ความดันที่เกจวัดทั้ง สองดานจะอานคาไดต่ำ - จะเกิดฟองอากาศ อยางตอเนื่องเมื่อมองดูที่ กระจกมองสารทำความ เย็น - ความเย็นไมเพียงพอ - เกิดการรั่วที่อุปกรณ บางชิ้นในระบบการทำ ความเย็น - เกิดการรั่วของสารทำ ความเย็น หรือ - สารทำความเย็นที่ ไหลเวียนในระบบไม เพียงพอ (1) ตรวจการรั่วของสาร ทำความเย็นดวยเครื่องมือ ตรวจสอบการรั่วและทำ การซอมถาจำเปน (2) ถาคาที่อานไดจากเกจ มีคาใกลเคียงศูนยเมื่อตอ เกจวัดเขากับระบบทำ ความเย็นแลว ใหตรวจสอบ ก า ร ร ั ่ ว แ ล ะ ซ  อ ม ใ ห เรียบรอย แลวทำ สุญญากาศ (3) เติมสารทำความเย็น ในปริมาณที่พอเหมาะ


การติดตั้งเอ็กซแพนชั่นวาลว/ทอตรวจจับอุณหภูมิไมเหมาะสม (เอ็กซแพนชั่นวาลวเปดนานเกินไป) รูปที่ 6 การแสดงคาแมนิโฟลดเกจเมื่อความเย็นไมเพียงพอ เพราะสารทำความเย็นมากเกินไป ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห วิธีแกไข - ความดันที่เกจ ทั้งสองดานจะอานคาได สูง - มีหยดน้ำหรือน้ำแข็ง อยูบนทอดานความดันต่ำ ในปริมาณที่มาก - เกิดขอขดของที่เอ็กซ แพนชั่นวาลวหรือติดตั้งทอ ตรวจจับอุณหภูมิใน ตำแหนงที่ไมถูกตอง - มีสารทำความเย็นมาก เกินไปที่ทอดานความดันต่ำ - เอ็กซแพนชั่นวาลวเปด นานเกินไป (1) ตรวจตำแหนงติดตั้ง ทอตรวจจับอุณหภูมิ (2) ถา (1) ปกติ,ตรวจ เอ็กซแพนชั่นวาลวเปลี่ยน ถาจำเปน


เกิดความบกพรองที่กำลังอัดของคอมเพรสเซอร รูปที่ 7 การแสดงคาแมนิโฟลดเกจเมื่อไมมีความเย็น ปญหาที่พบ สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห การแกไข - ความดันที่เกจดานความดัน ต่ำจะอานคาไดสูง - ความดันที่เกจดานความดัน สูงจะอานคาไดต่ำ - เกิดการรั่วขึ้นภายใน คอมเพรสเซอร - เกิดขอบกพรองกับกำลัง อัด - วาลวรั่วหรือชำรุดเสียหาย - ซอมหรือเปลี่ยน คอมเพรสเซอร


ใบงาน หนวยที่ 4 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 35 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 6-7 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 6-7 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 คำสั่ง ใหนักเรียนติดตั้ง แมนิโฟลดเกจเขากับชุดฝกระบบปรับอากาศรถยนตและวิเคราะหปญหาพรอมกับบอก วิธีแกไขที่เกิดขึ้น ลำดับขั้นปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ 2. ปดวาลวทั้งสองดานของแมนิโฟลดเกจและตอทอแมนิโฟลดเกจทั้งสองเขากับ ลิ้นบริการของ คอมเพรสเซอร 3. เดินเครื่องยนต ที่ 2,000 รอบ/นาที เปดสวิตชพัดลมและสวิตชควบคุมอุณหภูมิ (เทอรโมสตัต) ไป ตำแหนงสูงสุด 4. จดบันทึกคาความดันทั้งดานต่ำและดานสูง ลักษณะการขึ้นลงของเข็มแมนิโฟลดเกจ ลงในตารางเพื่อ วิเคราะหปญหาเพื่อหาสาเหตุและแกไขปญหา 5. เก็บเครื่องมือและทำความสะอาดบริเวณปฏิบัติงาน ...... เครื่องที่ 1 ดานความดันต่ำ…………………….. ดานความดันสูง………………….. ลักษณะของเข็ม ปญหา สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห การแกไข เครื่องที่ 2 ดานความดันต่ำ…………………….. ดานความดันสูง………………….. ลักษณะของเข็ม ปญหา สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห การแกไข


.. .. ... เครื่องที่ 3 ดานความดันต่ำ…………………….. ดานความดันสูง………………….. ลักษณะของเข็ม ปญหา สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห การแกไข เครื่องที่ 4 ดานความดันต่ำ…………………….. ดานความดันสูง………………….. ลักษณะของเข็ม ปญหา สาเหตุที่เปนไปได การวิเคราะห การแกไข


เฉลยใบงาน หนวยที่ 4 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 35 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 6-7 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 6-7 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. สภาวะปกติคาที่อานไดจากแมนิโฟลดเกจ ที่ความเร็วรอบของเครื่องยนต 2000รอบ/นาที 2. ในกรณีที่เกี่ยวกับการทำสุญญากาศไมดีพอใหนำขอมูลในใบความรูที่ 4.1 ในกรณีปญหาที่ 2 และ 3 มา เปนแนวทางเฉลย 3.ในกรณีที่เกี่ยวกับปริมาณสารทำความเย็นมากไปหรือนอยไป ใหนำขอมูลจากใบความรูที่ 4.1 ในกรณี ปญหาที่ 4 , 5 , 6 , 7 มาเปนแนวทางในการเฉลย 4.ในกรณีที่เกี่ยวกับคอมเพรสเซอรและอุปกรณอื่นๆใหนำขอมูลจากใบความรูที่ 4.1 ในกรณีปญหาที่ 8 , 9 มาเปนแนวทางในการเฉลย หมายเหตุกรณีสรางสถานการณจำลองทั้ง 9 กรณีนั้น ในบางกรณีไมสามารถสรางสถานการณ ให นักศึกษาฝกปฏิบัติไดเพราะอาจเกิดความเสียหายกับระบบปรับอากาศรถยนตได เชน การสรางสถานการณ จำลอง สารทำความเย็นมากหรือนอยเกินไปทำไดงายที่สุด สวนการสรางสถานการณจำลองระบบอุดตันทำไดยาก จึงเปนขอพิจารณาสำหรับครูผูสอน


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 5 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 42 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 8 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 8 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง หาสาเหตุขอขัดของของระบบปรับอากาศรถยนตได 2. สาระสำคัญ ระบบปรับอากาศรถยนต เปนระบบปรับอากาศที่ ถูกใชงานอยางหนักเพราะตองการ ความเย็นสบายแก ผูโดยสารและผูขับขี่ ตลอดชวงเวลาที่มีการเดินทาง การใชงานอยางตอเนื่อง ทำใหระบบปรับอากาศเกิดขัดของ และเกิดการสกปรกที่อุปกรณบางอยางในระบบปรับอากาศ การซอมบำรุงดูแลรักษาระบบปรับอากาศตาม ระยะเวลาที่กำหนด จึงมีความสำคัญอยางยิ่งที่จะยืดอายุการใชงานของระบบปรับอากาศ การมีความรูความเขาใจ ในระบบปรับอากาศ จึงมีความสำคัญและจำเปน ตอชางและนักเรียนที่จะจบไปเปนชาง เพื่อจะไดซอมบำรุงและ ดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศรถยนตใหมีอายุการใชงานไดยืนยาวขึ้น 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียน ซอมระบบปรับอากาศรถยนต 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.1 สามารถหาสาเหตุขอขัดของของระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถแกไขขอขัดของของระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 การวิเคราะหสาเหตุและปญหาในวงจรทางกล 5.2 การวิเคราะหสาเหตุและปญหาในวงจรไฟฟา


6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ) 6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับเงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศ รถยนตที่นักเรียนรูจักและใชในชีวิตประจำวัน 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องงานซอมบำรุงระบบปรับ อากาศรถยนต 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องงานซอม บำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชงานซอมบำรุงระบบปรับ อากาศรถยนต 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับงานซอม บำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบท 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องงานซอมบำรุงระบบปรับ อากาศรถยนต 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถอดบทเรียนที่ได


7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [✔] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [✔] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 5 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 42 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 8 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 8 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. วงจรไฟฟาระบบปรับอากาศรถยนต 2. คลัตชแมเหล็ก 3. เทอรโมสตัต 4. สวิตชควบคุมมอเตอรพัดลม (Blower Control Switch) 1. วงจรไฟฟา (Electrical Circuit) วงจรไฟฟาของระบบปรับอากาศรถยนตแยกจากวงจรไฟภายในรถยนต และแยกจากกลองฟวส (fuse block) หรือสวิตชจุดระเบิด (ignition switch) สายไฟฟาเขาระบบปรับอากาศ ควรจะใสฟวส20 แอมแปร และควรใชสายเบอร 12 อุปกรณหลักในวงจรไฟฟาระบบปรับอากาศรถยนต คือ มอเตอรพัดลมจะมีตัวควบคุมความเร็วคือ รี โอสตัตหรืออาจเปนสวิตชปรับความเร็วสามหรือสี่ความเร็ว รีโอสตัตจะทำงานโดยการปรับเปลี่ยนความตานทาน จะแตกตางจากสวิตชแบบสามหรือสี่ความเร็วที่ปรับความเร็วไดตามลำดับเทานั้น เทอรโมสตัตเปนตัวควบคุมอุณหภูมิของการปรับอากาศใหอยูในชวงที่ตองการโดยการตัดและตอวงจรไฟที่ เขาไปเลี้ยงคลัตชแมเหล็ก ตัวเทอรโมสตัตมีทอเล็ก ๆ สำหรับรับสัมผัส ทาบติดอยูกับทางลมออกของอีวาพอเร เตอร ซึ่งจะคอยควบคุมอุณหภูมิทางดานนั้นใหอยูในชวงที่ตองการ โดยปกติเทอรโมสตัตจะมีหนาสัมผัสที่ตอตลอด เพื่อใหมีกระแสไฟฟาเลี้ยงคลัตชแมเหล็ก เปนผลใหคอมเพรสเซอรทำงาน ดูด อัดสารทำความเย็นเมื่ออุณหภูมิของ อีวาพอเรเตอรลดต่ำลงประมาณ 33 ° ฟ หรือ 0 ° ซ เทอรโมสตัตจะเปดวงจรตัดการทำงานคลัตชแมเหล็ก เปนผล ใหคอมเพรสเซอรหยุดทำงาน


รูปที่ 4.10 วงจรไฟฟาระบบปรับอากาศรถยนต 2. คลัตชแมเหล็ก (Megnetic Clutch) คลัตชแมเหล็ก คือ อุปกรณหนึ่งในระบบปรับอากาศรถยนต โดยเปนสวนหนึ่งของคอมเพรสเซอรทำหนาที่ ตัดและตอกำลังงานจากเครื่องยนตกับเพลาของคอมเพรสเซอร และอาศัยอำนาจแมเหล็กไฟฟาเปนตัวควบคุม รูปที่ 4.11 คลัตชแมเหล็กยึดติดกับตัวคอมเพรสเซอร น็อตยึด น็อตยึด ขดลวด รอก แหวน แผ่นกด คอมเพรสเซอร์ แบตเตอรี่ คลัตช์แม่เหล็ก สวิตช์ จุดระเบิด เทอร์โมสตัต มอเตอร์พัดลม สวิตช์พัดลม ฟิ วส์


คลัตชแมเหล็กจะมีหลักการทำงานเหมือนๆกัน ซึ่งสามารถแบงออกได 2 แบบ คือ 2.1 แบบสนามแมเหล็กอยูกับที่ (Stationary field clutch) แบบนี้คอนขางนิยมใชกันมากเพราะมีการออกแบบใหมีชิ้นสวนนอยทำใหไมยุงยาก โดยขดลวดของ สนามแมเหล็กไฟฟานี้จะยึดอยูดานหนาของคอมเพรสเซอร โดยมีรอก ( pulley) สวมกับขดลวดและหมุนฟรีไป กับเครื่องยนต แผนคลัตชจะยึดกับเพลาของคอมเพรสเซอร เมื่อเปดสวิตชใหกระแสไฟฟาเขาไปเลี้ยงขดลวดสนามแมเหล็ก จะเกิดอำนาจแมเหล็กเหนี่ยวนำและดูด แผนกดเขามาจับกับหนาสัมผัสของรอก (pulley) ทำใหเพลาของคอมเพรสเซอรหมุนตามรอก (pulley)ไปดวย คอมเพรสเซอรจะอัดสารทำความเย็น หมายถึง ระบบปรับอากาศจะเริ่มทำงาน รูปที่ 4.12 คลัตชแมเหล็กแบบสนามแมเหล็กอยูกับที่ เมื่อเทอรโมสตัตไมทำงานหรือปดสวิตช ทำใหกระแสไฟฟาถูกตัดออกไปเลี้ยงขดลวดสนามแมเหล็กทำ ใหอำนาจการเหนี่ยวนำหมดลง แผนกดจะแยกออกจากหนาสัมผัสของรอก (pulley) คอมเพรสเซอรจะหยุดหมุน สวนตัวรอก (pulley) จะหมุนฟรีไปกับเครื่องยนต 2.2 แบบสนามแมเหล็กเคลื่อนที่ (Rotation field clutch) คลัตชแมเหล็กแบบนี้ตัวขดลวดจะเปนสวนประกอบเดียวกับรอก (pulley) ซึ่งขดลวดจะหมุนไปพรอมกับ รอก (pulley) ที่หมุนฟรีไปกับเครื่องยนต แบตเตอรี่ สวิตช์จุดระเบิด สวิตช์ควบคุมความดัน คลัตช์แม่เหล็ก วงจรไฟฟ้า


รูปที่ 4.13 ภาพตัดของคลัตชแมเหล็กแบบสนามแมเหล็กเคลื่อนที่ เมื่อกระแสไฟฟาถูกปอนเขาไปเลี้ยงขดลวดสนามแมเหล็ก โดยผานทางแปรงถาน ก็จะเกิดการเหนี่ยวนำ และดูดเอาแผนกดเขากับมาติดกับรอก (pulley) และทำใหคอมเพรสเซอรเริ่มทำงาน และเชนเดียวกันเมื่อเทอร โมสตัตหรือสวิตชถูกตัดทำใหไมมีกระแสไฟฟาไปเลี้ยงขดลวด อำนาจสนามแมเหล็กหมดลงทำใหแผนกดแยกออก จากหนาสัมผัสของรอก (pulley) เปนผลใหคอมเพรสเซอรหยุดทำงาน รอก (pulley) จะหมุนฟรีไปกับเครื่องยนต สรุปไดวาคลัตชแมเหล็กทั้งสองแบบ อาศัยหลักการทำงานจากการเหนี่ยวนำของสนามแมเหล็ก เชนเดียวกัน โดยทั่วไปแลวขดลวดสนามแมเหล็กจะมีแบบที่ใชกับแบตเตอรี่12 โวลต และ 24 โวลต ดังนั้น จะตองเลือกขดลวดใหถูกตอง มิฉะนั้นจะเกิดปญหาขึ้น เชน ถาเอาขดลวดขนาด 24 โวลตไปใชกับขนาด 12 โวลต จะทำใหเกิดความเขมสนามแมเหล็กนอยจะทำใหหนาสัมผัสของแผนกดลื่น ในทางตรงขามกัน ถานำขดลวด ขนาด 12 โวลต ไปใชกับขนาด 24 โวลต จะทำใหเกิดการช็อตวงจรของขดลวด เพราะขดลวดไมสามารถทนตอ แรงดันไฟฟาที่สูงกวาได เทอรโมสตัต (Thermostat) เทอรโมสตัต ทำหนาที่ควบคุมอุณหภูมิภายในหองโดยสารใหเหมาะสมกับความตองการที่เรากำหนด รอกหมุน เพลาไม่หมุน แผ่นกดแยกออก รอกหมุน เพลาหมุน แผ่นกดจับอยู่


รูปที่ 4.14 เทอรโมสตัต เทอรโมสตัตที่ใชกับระบบปรับอากาศรถยนตมีอยู 3 แบบ คือ 3.1 เทอรโมสตัตแบบกระเปาะ (bulb bellow type) เทอรโมสตัตแบบกระเปาะ เปนแบบที่อาศัยหลักการขยายตัวของของเหลวหรือแกสที่บรรจุอยูในกระเปาะ โดยที่กระเปาะจะสัมผัสกับสวนที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและต่ำลง ซึ่งมีผลทำใหของเหลวหรือแกสขยายหรือหดตัว ซึ่งมี ผลทำใหหนาสัมผัสตอกันหรือแยกจากกัน ทำใหเกิดการควบคุมการทำงานของคลัตชแมเหล็ก รูปที่ 4.15 แสดงการทำงานของเทอรโมสตัตแบบกระเปาะ แบตเตอรี่ หน้า สัมผัส คลัตช์แม่เหล็ก กระเดื่อง ส่วนพับยืด กระเปาะ ปรับความเย็น สวิตช์ พัดลม มอเตอร์ พัดลม ส่วนพับยืด (Bellow) กระเปาะ


จากที่เทอรโมสตัตแบบกระเปาะ เปนอุปกรณที่มีขนาดเล็กสามารถติดตั้งไดงาย จึงคอนขางเปนที่นิยมใชมาก แต จากที่ภายในมีการบรรจุของเหลวหรือแกส ดังนั้นการถอดประกอบและติดตั้งควรกระทำดวยความระมัดระวัง วิธีการตรวจสอบเทอรโมสตัตแบบกระเปาะ สามารถกระทำไดดังนี้ 1. หนาสัมผัสของเทอรโมสตัตควรแยกออกจากกันเมื่ออุณหภูมิที่อีวาพอเรเตอรประมาณ 26 องศาฟาเรนไฮต หรือ – 3 องศาเซลเซียส 2. หนาสัมผัสของเทอรโมสตัตจะเกาะกันอีกครั้ง เมื่ออุณหภูมิอีวาพอเรเตอรสูงขึ้นถึง 38 องศาฟาเรนไฮตหรือ 3 องศา เซลเซียส 3. คาความดันดานต่ำที่แมนิโฟลดเกจ ควรอยูที่ประมาณ 26 – 32 ปอนดตอตารางนิ้วซึ่งเปนอุณหภูมิตัด และตอของเทอรโมสตัต 4. ทดสอบการทำงานของเทอรโมสตัตอีก 2 – 3 ครั้ง เพื่อความมั่นใจของเทอรโมสตัต การปรับตั้ง เทอรโมสตัตแบบกระเปาะ ซึ่งเปนการปรับแตงตำแหนงอุณหภูมิจุดตัดและจุดตอของเทอรโมสตัต โดยมีขั้นตอนดังนี้ -ถอดอุปกรณเพื่อใหสามารถนำไขควงปรับแตงที่สกรูของเทอรโมสตัตได -ปรับสกรูในทิศทางทวนเข็มนาิกาจะทำใหอุณหภูมิภายในหองโดยสารเย็นจัดมากยิ่งขึ้นในทางตรงขามการปรับสกรูตาม เข็มนาิกาจะทำใหภายในหองโดยสารอุณหภูมิสูงขึ้น -ทดสอบการทำงานของเทอรโมสตัตไดคาใกลเคียงกับที่ควรจะเปนหรือไม ใหทดสอบ 2–3 ครั้ง -ถาทดสอบแลวไดคาที่ไมถูกตองและไมสามารถปรับแตงได ตองเปลี่ยนเทอรโมสตัตใหม 3.2 เทอรโมสตัตแบบการขยายตัวของโลหะสองชนิด (bimetal type) เทอรโมสตัต แบบนี้อาศัยหลักการที่นำโลหะสองชนิดมาตรึงติดกัน เมื่อไดรับความรอนมากขึ้นโลหะชนิดที่ขยายตัว ไดมากจะงอไปทางดานโลหะชนิดที่ขยายตัวไดนอย ในทางตรงขามเมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงโลหะชนิดที่ขยายตัวไดนอยจะหดตัวและ งอไปดานที่โลหะขยายตัว ไดมาก ซึ่งลักษณะการงอของโลหะทั้งสองชนิดจะไปดันใหสวิตชปดและเปดตามตองการ


รูปที่ 4.16 แสดงการขยายตัวของโลหะสองชนิดที่นำมาตรึงติดกัน 3.3 เทอรโมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส (electronic type) สำหรับเทอรมอสแตตแบบนี้มักเรียกวา เทอรมิสเตอร (thermister) เปนแบบที่ใชสารกึ่งตัวนำที่มีคา สัมประสิทธิ์ความตานทานเปนลบ (negative resistance) ซึ่งเทอรมิสเตอรจะมีขอดี คือ มีความไวตอการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิดีมากซึ่งดีกวาแบบอื่นๆ แตเทอรมิสเตอรตองใชรวมกับอุปกรณอื่นดวยจึงจะสามารถทำงาน ได การทดสอบเทอรมิสเตอร สามารถทดสอบไดดังนี้ 1. นำเทอรมิสเตอรที่ตองการทดสอบมาวัดคาความตานทานดวยโอหมมิเตอร (ดังรูป 4.17 ก) 2. อานคาอุณหภูมิขณะวัดคาความตานทานและจดบันทึกคาทั้งสองไว 3. นำคาทั้งสองมาหาจุดตัดที่กราฟแสดงคุณสมบัติของเทอรมิสเตอร ถาจุดตัดยังอยูในพื้นที่ แรเงาแสดงวายังใชงานได แตถาไมอยูในพื้นที่แรเงา แสดงวาเทอรมิสเตอรใชงานไมได โลหะต่างชนิดตรึงติดกัน ทองเหลืองหรือเหล็ก โลหะอินวา ขยายตัวได้มาก ขยายตัวได้น้อย อุณหภูมิปกติ อุณหภูมิเพิ่มขึ้น อุณหภูมิลดลง


4. สวิตชควบคุมพัดลม (Blower Control Switch) สวิตชควบคุมพัดลมทำหนาที่ควบคุมความเร็วของมอเตอรพัดลมที่อยูในอีวาพอเรเตอร เพื่อเปาลมเย็น ออกมา นิยมใชกันอยู 2 แบบ คือ 4.1 สวิตชควบคุมพัดลมแบบสามหรือสี่ความเร็ว โดยจะควบคุมใหความเร็วรอบของมอเตอรพัดลมใหหมุนเทากับ 3 – 4 ขั้นความเร็ว โดยอาศัยตัวความ ตานทานเปนตัวลดคาแรงดันไฟฟา ถาไฟฟาผานคาความตานทานมากแรงดันไฟฟาจะผานมอเตอรพัดลมไดนอย ทำใหความเร็วรอบของพัดลมต่ำ ลมที่ผานออกมาจากอีวาพอเรเตอรก็จะเบา ในทางตรงขาม ถาแรงดันไฟฟาผาน คาความตานทานนอยหรือไมผานเลยจะทำใหมีแรงดันไฟฟาผานมอเตอรพัดลม ก็จะทำใหความเร็วรอบของพัดลม มากขึ้นลมที่ออกจากอีวาพอเรเตอรก็จะแรงยิ่งขึ้น รูปที่ 4.18 สวิตชแบบสามและสี่ความเร็ว รูปที่ 4.19 วงจรไฟฟาตอเขากับสวิตชสามความเร็ว ความต้านทาน มอเตอร์พัดลม คลัตช์แม่เหล็ก สวิตช์พัดลม กลาง ตํ่า ปิด ฟิ วส์ 12 V เร็ว


4.2 สวิตชควบคุมพัดลมแบบรีโอสตัต สวิตชแบบนี้จะควบคุมความเร็วรอบของมอเตอรจากความเร็วรอบสูงสุดไปยังความเร็วรอบต่ำสุด โดย การปรับเลื่อนหนาสัมผัสของสวิตชผานรีโอสตัตโดยตรง ทำใหเกิดการเปลี่ยนคาความทานและทำใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงแรงดันไฟฟาที่จะไปจายใหกับมอเตอรพัดลม ดังนั้น สวิตชแบบนี้จะใหความเร็วรอบของพัดลมชาหรือ เร็วก็จะขึ้นอยูกับตำแหนงหนาสัมผัสที่แตะอยูกับตัวรีโอสตัตซึ่งจะมีหลายความเร็วรอบแตกตางกันหลายขั้น รูปที่ 4.20 สวิตชแบบรีโอสตัต 5 . สวิตชควบคุมความดัน (Pressure Switch) สวิตชควบคุมความดัน เปนสวิตชที่ติดตั้งอยูทางดานความดันสูง ทำหนาที่ชวยปองกันคอมเพรสเซอร เสียหายในกรณีมีปริมาณสารทำความเย็นในระบบมีนอย อาจเนื่องจากระบบมีการรั่วสำหรับตำแหนงที่ติดตั้งสวิตช ควบคุมความดัน บางครั้งจะติดตั้งกับรีซีฟเวอรดรายเออร หรืออาจติดตั้งอยูกับทอสารทำความเย็นระหวางรีซีฟ เวอรดรายเออรกับเอ็กซแพนชั่นวาลว รูปที่ 4.22 แสดงตำแหนงติดตั้งสวิตชควบคุมความดันที่ทอของเหลว คอมเดนเซอร์ สวิตช์ควบคุมความ เครื่องยนต์ คอมเพรสเซอ รีซิฟเวอร์ดราย ท่อของเหลวความดัน อีวาพอเร


โดยทั่วไปแลวสวิตชควบคุมความดันจะเปนสวิตชของวงจรไฟฟาในระบบปรับอากาศรถยนตที่ตอผาน คลัตชแมเหล็กโดยตรง เมื่อความดันในระบบไมนอยกวา 30 ปอนด / ตารางนิ้ว ความดันจะกดไดอะแฟรมทำให หนาสัมผัสของสวิตชแตะกันตลอดเวลา และทำใหมีไฟฟาไปจาย ใหคลัตชแมเหล็กทำใหระบบทำงาน ขณะเดียวกัน เมื่อระบบมีการรั่วและความดันต่ำกวา 30 ปอนด / ตารางนิ้ว ทำใหสปริงดันแผนไดอะแฟรมและหนาสัมผัสของ สวิตชแยกจากกัน จึงไมมีไฟฟา ไปจายใหคลัตชแมเหล็ก คอมเพรสเซอรจึงไมทำงาน เพราะถาไมมีสารทำความเย็น อยูในระบบแลวยังปลอยใหคอมเพรสเซอรหมุนตัวเปลา ก็จะทำใหคอมเพรสเซอรเสียหายได ซึ่งในสารทำความเย็น มีน้ำมันหลอลื่นปนอยูดวย


ใบงาน หนวยที่ 5 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 42 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 8 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 8 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. อุปกรณที่ทำหนาที่ เปด – ปด ระบบปรับอากาศรถยนตคือขอใด ? ก. อีวาพอเรเตอร ข . คอมเพรสเซอร ค. สวิตชพัดลม ง. สวิตชควบคุมความดัน 2. อุปกรณที่ทำหนาที่ควบคุมอุณหภูมิในหองโดยสารตามที่ตองการคือ ? ก. เทอรโมสตัต ข. สวิตชพัดลม ค. คอมเพรสเซอร ง. สวิตชความดัน 3. หนาสัมผัสของเทอรโมสตัต ควรจะแยกออกที่อุณหภูมิอีวาพอเรเตอรมีคาเทาใด ? ก. 16 - 18 °ฟ ข. 18 – 22 °ฟ ค. 22 – 24 °ฟ ง. ต่ำกวา 32 °ฟ 4. สวิตชควบคุมความดันมีคุณสมบัติอยางไร ? ก. ควบคุมความดันเกินพิกัด ข. ควบคุมความดันต่ำ ค. ควบคุมปริมาณสารทำความเย็น ง. ตัดวงจรเมื่อสารทำความเย็นดานต่ำกวา 28 psi 5. ในการตรวจเทอรมิสเตอรที่อุณหภูมิ 25 ° ซ คาความตานทานควรมีคาเทาใด ที่เหมาะสมกับการใชงาน ? ก. 200 – 250 โอหม ข. 600 – 800 โอหม ค. 1000 - 2000 โอหม ง. 1300 – 1500 โอหม


6. ในระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็นชนิด R-134a ขณะทำงานในภาวะปกติดานความดันต่ำควรมี คาความดันเทาไร ? ก. 14 -19 psi ข. 21 – 36 psi ค. 38 – 47 psi ง. 100 – 200 psi 7. ในระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็น ชนิด R – 12 ขณะทำงานในสภาวะปกติดานความดันสูงควร มีคาเทาไร ? ก. 100 – 120 psi ข. 150 – 200 psi ค. 200 – 215 psi ง. 230 – 250 psi 8. ถามีอากาศเขาไปในระบบทางเดินของสารทำความเย็น ขอใดเปนตัวบงชี้อาการดังกลาว ? ก. ทอทางดานความดันต่ำจะมีความรอนสูง ข. ทอทางดานความดันต่ำจะมีน้ำแข็งจับ ค. มองเห็นฟองอากาศที่กระจกตัวรีซีฟเวอรดรายเออร ง. ถูกทั้งขอ ก. และ ขอ ค. 9. ตัวอักษร H ที่ตัว สวิตชควบคุมความเร็วพัดลมมีความหมายอยางไร ? ก. หยุดทำงาน ข. ความเร็วมากสุด ค. ความเรงปานกลาง ง. ความเร็วต่ำสุด 10. โดยปกติฟวสที่ใชควบคุมวงจรไฟฟาของระบบปรับอากาศรถยนต ควรใชอยางนอยกี่แอมป ? ก. 15 แอมป ข. 20 แอมป ค. 25 แอมป ง. 30 แอมป


เฉลยใบงาน หนวยที่ 5 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 42 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 8 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 8 ชื่อหนวย งานซอมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เฉลยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1. ค 2. ก 3. ง 4. ง 5. ก 6. ข 7. ค 8. ง 9. ข 10 ข


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 6 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 49 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 9 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 9 ชื่อหนวย สุญญากาศเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง งานทำสุญญากาศเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 2. สาระสำคัญ ระบบปรับอากาศรถยนตทุกชนิดไมวาจะเปนระบบใหมหรือเกา เมื่อทำการติดตั้งใหม หรือตรวจ ซอมแกไข จะตองปลอยสารทำความเย็นออกจนหมด กอนเติมสารทำความเย็นทุกครั้ง จะตองดูดอากาศและ ความชื้นภายในทอทางเดินของสารทำความเย็นออกใหหมดเสียกอน โดยใชปมดูดอากาศออก (Vacuum pump) นอกจากนั้นกอนเติมสารทำความเย็นจะตองตรวจสอบระบบใหละเอียดวามีจุดรอยรั่วตำแหนงใดบางตรวจจน แนใจวาไมมีรอยรั่ว จึงเติมสารทำความเย็นเขาไปและเมื่อเติมเสร็จแลวตองตรวจสอบรอยรั่วอีกครั้งหนึ่งจึงจะ สมบูรณ 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับการทำสูญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียน การทำสูญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนต 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.1 อธิบายการทำสุญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถทำสุญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 วิธีการทำสุญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนต 6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ)


6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับเงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศ รถยนตที่นักเรียนรูจักและใชในชีวิตประจำวัน 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องงานการทำสูญญากาศใน ระบบปรับอากาศรถยนต 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องการทำ สูญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องการทำสุญญากาศ 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องการทำ สุญญากาศ 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชงานการทำสุญญากาศ 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการทำ สุญญากาศ 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท และฝกปฏิบัติ 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบทและฝกปฏิบัติ 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการทำ สุญญากาศ 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการทำสุญญากาศ 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการทำสุญญากาศ 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องการทำสุญญากาศ 3. ถอดบทเรียนที่ได 7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง


[✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [✔] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [✔] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 6 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 49 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 9 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 9 ชื่อหนวย สุญญากาศเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 การทำสุญญากาศระบบ (Vacuum pump) ภายหลังจากการตรวจรอยรั่วในระบบและแนใจแลววาไมมีที่รั่วใด ๆ ในระบบซึ่งติดตั้งหรือถอดประกอบ อยางแนนอน ขั้นตอไปก็คือ การทำสุญญากาศในระบบเพื่อดึงเอาอากาศและความชื้นที่เขาในระบบขณะติดตั้งหรือ ถอดซอมออกจากภายในระบบใหหมด การดูดเอาอากาศและความชื้นออกจากในระบบโดยปมสุญญากาศ (vacuum pump) เรียกวาการทำ สุญญากาศระบบ หรือการทำแวคคั่มระบบ ปมสุญญากาศถูกใชสำหรับลดความดันในระบบและอัดทิ้งออกสู อากาศภายนอก สายทอกลางของแมนิโฟลดเกจจะถูกตอเขากับปมสุญญากาศ วาลวทั้งคูของแมนิโฟลดเกจอยูใน ตำแหนงเปดเต็มที่ เดินปมสุญญากาศเพื่อดูดเอาอากาศ และความชื้นออกจากในระบบอยางนอย 20 นาที แตถา สามารถทำสุญญากาศระบบใหนานกวานี้ก็จะเปนการดี การทำสุญญากาศในระบบถาเดินเครื่องปมสุญญากาศได นานถึง 1 ชั่วโมงจะทำใหการดูดเอาอากาศและความชื้นออกจากระบบสมบูรณยิ่งขึ้น รูปที่ 5.1 แสดงการทำสุญญากาศระบบ


การดึงความชื้นออกจากระบบ (Moisture removal) ในขณะที่กำลังทำสุญญากาศระบบ คาความดันของเกจวัดความดันต่ำจะอานคาไดต่ำกวา 0 ปอนดตอ ตารางนิ้ว เกจจะแสดงคาใหทราบวาความดันในระบบเปนสุญญากาศ ซึ่งเปนที่เขาใจไดอยางงาย ๆ วาความดัน ในระบบจะตองนอยกวาคาความดันบรรยากาศ ในการทำสุญญากาศนั้น จะเห็นไดชัดเจนวาอากาศถูกดูดออกในระบบ แตสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำ สุญญากาศก็คือ ความชื้นภายในระบบจะตองถูกดูดออกใหหมดเชนกัน การลดความดันที่ผิวหนาของของเหลวจะ ทำใหจุดเดือดของของเหลวนั้นลดต่ำลง ฉะนั้นถึงแมวาในอากาศจะมีความชื้นสูงเขาไปในระบบปรับอากาศ แต เมื่อระบบถูกทำสุญญากาศ อากาศจะถูกดูดออกนอกระบบ และความดันต่ำลง ทำใหความชื้นที่เหลือในระบบ จะถูกเปลี่ยนสถานะงายขึ้น ตารางที่ 5.1 อุณหภูมิจุดเดือดของน้ำภายใตความดันสุญญากาศ ระบบสุญญากาศ/ นิ้วปรอท อุณหภูมิจุดเดือด ของน้ำ / ° ฟ ° ซ 24.04 25.30 26.45 27.32 27.99 28.50 28.89 29.18 29.40 29.66 29.71 29.76 29.82 29.86 29.87 29.88 29.90 29.91 140 130 120 110 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 5 0 -10 -20 60 54 49 43 38 32 27 21 16 10 4 -1 -7 -12 -15 -18 -23 -29


จากตารางที่ 5.1 แสดงใหเห็นถึงจุดเดือดของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามคาความดันที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง สังเกตวาขณะที่ในระบบใกลสุญญากาศหรือที่ความสูงของปรอทใกล 29 นิ้วปรอท น้ำจะมีจุดเดือดที่ 0 องศาฟาเรน ไฮต ซึ่งเปนขอยืนยันวา ในการทำสุญญากาศระบบ ถาใชเวลานานเพียงพอแลว ความชื้นในระบบจะถูกดูดออกหมด ดวย ถาปมสุญญากาศมีขีดความสามารถพอจะทำสุญญากาศไดถึง 29 นิ้วปรอท การทำสุญญากาศระบบสามารถ จะใชเวลานอยลงได ถาปมสุญญากาศมีขีดความสามารถนอยก็ตองใชเวลาในการทำสุญญากาศมากกวา ปม สุญญากาศจะตองสามารถทำสุญญากาศไดถึง 28 นิ้วปรอทเปนอยางนอย จึงจะสามารถทำใหภายในระบบไมมี ความชื้นหลงเหลืออยูเลย การตรวจรั่วก็สามารถทำไดในระหวางทำสุญญากาศ โดยการปดวาลวทั้งสองของแมนิ โฟลดเกจ ซึ่งขณะนี้ปมสุญญากาศถูกตัดออกจากระบบ ใหสังเกตคาความดันที่อานไดบนเกจวัดความดันต่ำ ทิ้ง ไวประมาณ 5 นาที แลวมาดูใหม ถาคาความดันสูงขึ้นกวาเดิมเกินกวา 1 นิ้วปรอทแสดงวาจะตองมีการรั่วที่ใดที่ หนึ่งของระบบใหการหาตำแหนงรั่ว แตถาคาความดันเกจคงที่อยูที่เดิม แสดงวาระบบไมรั่ว ใหเปดวาลวทั้งคู ของแมนิโฟลดเกจอีกครั้งหนึ่ง และเดินเครื่องปมสุญญากาศตอไป เมื่อระบบทำสุญญากาศเรียบรอยแลว ก็พรอม ที่จะเติมสารทำความเย็นเขาในระบบ และตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบตอไป ในการหยุดทำ สุญญากาศ ใหหมุนวาลวทั้งคูของแมนิโฟลดเกจ ใหอยูในตำแหนงปดกอนหยุดเครื่องปมสุญญกาศ แลวจึงปลดสายกลาง ของแมนิโฟลดเกจที่ตออยูกับปมสุญญากาศตอไป


ใบงาน หนวยที่ 6 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 49 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 9 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 9 ชื่อหนวย สุญญากาศเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหนักเรียน สามารถทำสุญญากาศในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง รายการเครื่องมืออุปกรณ 1. ชุดฝกปรับอากาศรถยนต 2. แมนิโฟลดเกจ 3. ปมสุญญากาศ 4. ประแจสำหรับขันปรับน็อต หรือขอตอตาง ๆ คำสั่ง ใหนักเรียนฝกทำสุญญากาศ โดยใชปมสุญญากาศ ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ พรอมตรวจสอบความเรียบรอย 2. เปดลิ้นทั้ง 2 ดานที่คอมเพรสเซอร 3. ตอสายแมนิโฟลดเกจเขากับลิ้นที่คอมเพรสเซอร โดยสายเกจ ดานความดันต่ำ ใหตอ เขากับลิ้นดานดูด สายเกจดานความดันสูงใหตอเขากับลิ้นดานอัด 4. ตอสายเกจเสนกลางเขากับปมสุญญากาศ 5. เดินเครื่องปมสุญญากาศ 6. เกจดานความต่ำ และดานความสูง จะลดลงมาอยูในตำแหนงที่ 0 7. เมื่อเข็มเกจดานความดันต่ำ จะอานคาได 30 นิ้วปรอท (30 in. Hg) แลวปดวาลว ของเกจทั้งคู 8. หยุดเดินเครื่องปมสุญญากาศ 9. หยุดไวประมาณ 5-10 นาที สังเกตดูเข็มที่ดานความดันต่ำชี้ขึ้นหรือไม - ถาเข็มไมชี้ขึ้น แสดงวาระบบไมมีจุดรั่ว - ถาเข็มชี้ขึ้น แสดงวาระบบมีจุดรั่ว ใหตรวจหาจุดรั่วและการแกไข หลังจากนั้น 10. ใหเริ่มขั้นตอนที่ 5 เปนตนไป อีกครั้งหนึ่ง


11. ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ และบริเวณปฏิบัติงาน หมายเหตุ โดยปกติแลว หลังจากเสร็จสิ้นจากการทำสุญญากาศแลวจะทำการเติมสารทำความเย็นตอไป ขอควรระวัง การตอสายแมนิโฟลดเกจ จะตองตอใหถูกตอง เกจดานความดันต่ำตอเขาดานดูด เกจวัดความดัน สูงตอเขาดานอัดของคอมเพรสเซอรและสายกลางตอเขากับปมสุญญากาศ


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 6 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 49 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 9 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 9 ชื่อหนวย สุญญากาศเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เกณฑการใหคะแนน 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช 1 ตองปรับปรุง ที่ รายการที่ตรวจ น้ำหนักการใหคะแนน รวม หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5. 6. ความเรียบรอยการเตรียมเครื่องมืออุปกรณ การตอสายแมนิโฟลดเกจถูกตอง การอานคาแมนิโฟลดเกจถูกตอง การปฏิบัติงานตามขั้นตอนทุกขั้นตอน การบันทึกการปฏิบัติงาน การเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ ผูตรวจ…………………........................……… ( ………………...............………)


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 7 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 56 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 10-11 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 10-11 ชื่อหนวย การบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง การบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 2. สาระสำคัญ ระบบปรับอากาศรถยนตทุกชนิดไมวาจะเปนระบบใหมหรือเกา เมื่อทำการติดตั้งใหม หรือตรวจ ซอมแกไข จะตองปลอยสารทำความเย็นออกจนหมด กอนเติมสารทำความเย็นทุกครั้ง จะตองดูดอากาศและ ความชื้นภายในทอทางเดินของสารทำความเย็นออกใหหมดเสียกอน โดยใชปมดูดอากาศออก (Vacuum pump) นอกจากนั้นกอนเติมสารทำความเย็นจะตองตรวจสอบระบบใหละเอียดวามีจุดรอยรั่วตำแหนงใดบางตรวจจน แนใจวาไมมีรอยรั่ว จึงเติมสารทำความเย็นเขาไปและเมื่อเติมเสร็จแลวตองตรวจสอบรอยรั่วอีกครั้งหนึ่งจึงจะ สมบูรณ 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับการบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียนสามารถบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.2 อธิบายการการบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.3 สามารถทำการบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.4 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 การบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ)


6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับเงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศ รถยนตที่นักเรียนรูจักและใชในชีวิตประจำวัน 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องงานการบรรจุสารทำความ เย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องการบรรจุ สารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องการบรรจุสารทำ ความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องการบรรจุสาร ทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชงานการบรรจุสารทำความเย็น ในระบบปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการบรรจุ สารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท และฝกปฏิบัติ 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบทและฝกปฏิบัติ 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการบรรจุสาร ทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการบรรจุสารทำ ความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการบรรจุสารทำความเย็นใน ระบบปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องการบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับ อากาศรถยนต 3. ถอดบทเรียนที่ได


7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [✔] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [✔] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 7 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 56 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 10-11 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 10- 11 ชื่อหนวย การบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. การเติมสารทำความเย็นเขาในระบบทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต การเติมสารทำความเย็นเขาในระบบเปนการปฏิบัติตอจากการทำสุญญากาศระบบสายกลางของแมนิ โฟลดเกจที่ปลดออกจากปมสุญญากาศแลวจะถูกตอเขากับถังบรรจุสารทำความเย็น ( R-134a) เมื่อตอ สายกลางของแมนิโฟลดเกจ เขากับถังสารทำความเย็น ( R-134a) แลวจะตองทำการไลอากาศในสายกลางนี้ เสียกอน โดยคลายสายกลางดานติดกับแมนิโฟลดเกจเล็กนอยเปดวาลวถังสารทำความเย็น ( R-134a) ความดัน ของสารทำความเย็น ( R-134a) ในถังจะดันออกเปนการไลอากาศในสาย แลวจึงขันหัวตอสายกลางใหแนน ตามเดิม ซึ่งขณะนี้สารทำความเย็น ( R-134a) พรอมที่จะบรรจุเขาระบบไดสารทำความเย็น ( R-134a) จะถูก บรรจุเขาในระบบในสถานะแกสหรือบางครั้งอาจบรรจุเขาในระบบในสถานะสารทำความเย็น ( R-134a) เหลวก็ได 2. การบรรจุสารทำความเย็น (R-134a) ในสถานะแกส (charging by vapor) การบรรจุสารทำความเย็นเขาในระบบโดยวิธีนี้จะใชเวลาเพิ่มขึ้นอีกเล็กนอย แตเปนวิธีที่ธรรมดา ๆ และ ปลอดภัยในการปฏิบัติในขณะที่หยุดระบบปรับอากาศ ใหเปดวาลวดานเกจวัดความดันสูง ปลอยใหสารทำความ เย็น ( R-134a) ในถังสารทำความเย็นผานเขาทางดานความดันสูงของระบบและคอยควบคุมใหเกจดานความดันสูง มีความดันประมาณ 50 ปอนดตอตารางนิ้ว เพื่อปองกันมิใหคอมเพรสเซอรเกิดชำรุดจากการเพิ่มความดันอยาง รวดเร็ว ขณะนี้สารทำความเย็น( R-134a) ไดถูกบรรจุเขาในระบบทางดานความดันสูงใหเพิ่มสารทำความเย็น ( R-134a) เขาในระบบจนกระทั่งไมสามารถบรรจุเพิ่มเขาไดอีกเนื่องจากความดันของแกสในระบบเทากับความดัน ของสารทำความเย็นภายในถังบรรจุตามปกติการเติมหรือบรรจุ สารทำความเย็น ( R-134a) เขาในระบบจะกระทำ ไมไดถาไมเดินระบบปรับอากาศและปดวาลวดานความดันสูงของแมนิโฟลดเกจ และการบรรจุสารทำความเย็นจะ กระทำตอไปไดโดยการเดินระบบปรับอากาศแลวคอย ๆ เปดวาลวเกจดานความดันต่ำ เมื่อระบบปรับอากาศเริ่มทำงานและบรรจุสารทำความเย็นในสถานะแกสเขาในระบบทางดานความดันต่ำ ใหสังเกตความดันดานเกจวัดความดันสูงของระบบประกอบการบรรจุ สารทำความเย็นเขาในระบบดวย


3. ขอแตกตางระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็น R-12 กับ R – 134a สารทำความเย็น R – 12 เปนสารที่มีขอบกพรองอยูอยางหนึ่ง คือ ทำลายชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่ง นานาชาติไดมีมติในที่ประชุมใหเลิกผลิตสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศของโลกออกมาใช ไมวาจะเปนอุตสาหกรรมใด ดังนั้นสารทำความเย็น R – 12 จึงอยูในขายของสารดังกลาวที่จะเลิกผลิตดวยเหตุนี้ R – 134 a จึงเปนสารที่ถูก ผลิตขึ้นมาใชงานแทน R – 12 แตสาร R – 134 a ไมสามารถนำมาใชแทน R – 12 ไดทันที เนื่องจากมี คุณสมบัติบางอยางที่แตกตางกันดังนี้ 3.1 R – 134a ไมสามารถใชรวมกับน้ำมันคอมเพรสเซอรทั่วไปได จึงตองเปลี่ยนน้ำมัน คอมเพรสเซอรใหม 3.2 R – 134a มีคุณสมบัติทำใหซีลและทอออนบวมหรือเสียหาย จึงตองเปลี่ยนวัสดุทำซีล และทอออน 3.3 R – 134a ดูดความชื้นไดมากทำใหมีโอกาสเกิดสนิมไดงาย ดังนั้นตองเปลี่ยนรีซีฟ เวอรดรายเออรที่มีประสิทธิภาพดูดความชื้นสูงกวาเดิม 3.4 R – 134a มีความดันขณะทำงานสูงมาก ดานต่ำ 40 – 60 ปอนดตอตารางนิ้ว ดานสูง 250 – 350 ปอนดตอตารางนิ้ว จึงตองเปลี่ยนคอมเพรสเซอร 3.5 R – 134a มีความดันของการทำงานสูงจึงมีผลทำใหอุณหภูมิของสารทำความเย็นสูงดวย ดังนั้นคอนเดนเซอรจึงมีการออกแบบใหมีการระบายความรอนไดดียิ่งขึ้น 3.6 ที่เอ็กซแพนชั่นวาลวก็มีการปรับความดันของสปริงเชนเดียวกัน เพื่อใหเหมาะสมกับ ความดันของสารทำความเย็น R – 134a 3.7 เพื่อปองกันความผิดพลาดระหวางระบบปรับอากาศ R – 12 กับ R – 134a จึงตอง เปลี่ยนแปลงเครื่องมือและอุปกรณดังนี้ - เปลี่ยนแปลงรูปทรงของขอตอตาง ๆ ไมใหเหมือนกัน , เปลี่ยนแปลงวาลวบริการ เปนแบบล็อก , เปลี่ยนเครื่องมือบริการใหมใหมีขนาดตางกัน , ทำเครื่องหมายบนทอหรืออุปกรณตาง ๆ ให ชัดเจน 4. ขอควรระวังในขณะบรรจุสารทำความเย็นเขาระบบปรับอากาศ 4.1 ในขณะทำการบรรจุสารทำความเย็นเขาในสถานะแกส และกำลังเดินคอมเพรสเซอร อยูนี้ หามเปดวาลวเกจดานความดันสูง เพราะถาเปดวาลวดานความดันสูงของระบบแลวสารทำความเย็นจะถูก อัดและเปนการหยุดบรรจุสารทำความเย็น ถาปลอยไวนานอาจจะอัดความดันเขาทอสารทำความเย็น จนกระทั่งเกิดการระเบิดได


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 7 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 56 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 10-11 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 10-11 ชื่อหนวย การบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 วัตถุประสงคการเรียนรู เพื่อใหนักเรียน สามารถบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนตได รายการเครื่องมืออุปกรณ 1. ชุดฝกระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็น R-12 2. ชุดฝกระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็น R-134a 3. แมนิโฟลดเกจ 4. สารทำความเย็น R – 12 , R-134a 5. เครื่องมือ ประแจสำหรับขันปด-เปด วาลวหรือขอตอตาง ๆ คำสั่ง ใหนักเรียนฝกบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็น R-12 และระบบปรับอากาศรถยนตที่ใชสารทำความเย็น R-134a ลำดับขั้นปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ 2. ตอชุดแมนิโฟลดเกจเขากับวาลวบริการของระบบ 3. วาลวเกจอยูในตำแหนงปดทั้งคู 4. ภายในระบบตองเปนสุญญากาศ 5. ตอสายกลางของแมนิโฟลดเกจเขากับถังสารทำความเย็น (R-12, R-134a) 6. เปดวาลวถังสารทำความเย็น (R-12, R-134a) 7. ไลอากาศที่คางอยูในสายกลางของแมนิโฟลดเกจ โดยคลายสายกลางดานติดกับตัว แมนิโฟลดเกจเล็กนอย ปลอยใหสารทำความเย็นจากถังไลอากาศออก แลวขันสายใหแนนตามเดิม 8. ในขณะหยุดระบบปรับอากาศ เปดวาลวเกจวัดความดันสูง สารทำความเย็นจากในถัง สามารถบรรจุเขาในระบบไดทั้งสถานะแกสหรือสถานะของเหลว 9. ความดันภายในระบบ จะอานคาได 60 ถึง 80 ปอนดตอตารางนิ้วที่ เกจวัดความดันทั้ง คูและจะไมสามารถอัดสารทำความเย็นเพิ่มเขาไดอีกเนื่องจากความดันในระบบเทากับความดันภายในถังสารทำ ความเย็นแลว


10. ปดวาลวเกจวัดความดันสูง 11. ถาบรรจุสารทำความเย็นเขาในระบบในสถานะแกส ใหวางถังสารทำความเย็นใน ลักษณะตั้งขึ้น 12. ใหเครื่องยนตทำงานที่ความเร็วรอบ 1500 รอบตอนาที และใหระบบปรับอากาศทำงานที่ ตำแหนงความเย็นสูงสุดและความเร็วรอบของพัดลมสูงสุด 13. เปดวาลวเกจวัดความดันต่ำ ในขณะที่จะบรรจุสารทำความเย็น (R-12, R-134a) เขา ในระบบ 14. บรรจุสารทำความเย็นเขาในระบบจนกวาจะไมเห็นฟองอากาศที่กระจกมองสารทำความเย็น ปดวาลวเกจ วัดความดันต่ำ ในขณะบรรจุสารทำความเย็นอาจมีความจำเปนตองจุมถังสารทำความเย็นลงในน้ำอุน (150 องศาฟาเรนไฮต, 65 องศาเซลเซียส) เพื่อชวยใหความดันของแกสในถังสารทำความเย็นสูงขึ้น เพื่อใหบรรจุสาร ทำความเย็นเขาในระบบไดงายขึ้น ขอควรระวัง หามใชไฟลนถังสารทำความเย็น หรือใหความรอนแกถังสารทำความเย็นในลักษณะอื่น ๆ 15. เมื่อบรรจุสารทำความเย็นเสร็จเรียบรอย ใหปรับความเร็วของเครื่องยนตอยูในตำแหนง เดินเบาปกติ (idle speed) ใหดับเครื่องยนตและระบบปรับอากาศ 16. ถอดสายชุดแมนิโฟลดเกจดวยความระมัดระวัง 17. ปดฝาครอบวาลวบริการตามเดิม 18. ในการตรวจสอบครั้งสุดทาย ใหทำการตรวจหาที่รั่วอีกครั้งหนึ่ง 19. ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณและบริเวณฝกปฏิบัติงาน ขอควรระวัง 1. ควรตอสายแมนิโฟลดเกจใหถูกตอง 2. ควรสังเกตเข็มเกจวัดความดันอยูเสมอ 3. สังเกตรอยรั่วทุกจุดใหดี


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 7 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 56 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 10-11 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 10-11 ชื่อหนวย การบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เกณฑการใหคะแนน 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช 1 ตองปรับปรุง ที่ รายการที่ตรวจ น้ำหนักการใหคะแนน รวม หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. การเตรียมเครื่องมืออุปกรณถูกตอง การตอสายแมนิโฟลดเกจถูกตอง การอานคาเกจวัดความดันถูกตอง การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ความเรียบรอยการปฏิบัติงาน ความสนใจการปฏิบัติงาน การบันทึกการปฏิบัติงาน ผูตรวจ…………………………........................... ( ........………………………)


Click to View FlipBook Version