The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน งานปรับอากาศรถยนต์ ภาคการเรียนที่ 2 ปี 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wudthidanai Nawongwises, 2024-01-08 07:36:54

แผนการสอน 20101-2105 งานปรับอากาศรถยนต์

แผนการสอน งานปรับอากาศรถยนต์ ภาคการเรียนที่ 2 ปี 2566

แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง การตรวจหารอยรั่ว 2. สาระสำคัญ ระบบปรับอากาศรถยนตทุกชนิดไมวาจะเปนระบบใหมหรือเกา เมื่อทำการติดตั้งใหม หรือตรวจ ซอมแกไข จะตองปลอยสารทำความเย็นออกจนหมด กอนเติมสารทำความเย็นทุกครั้ง จะตองดูดอากาศและ ความชื้นภายในทอทางเดินของสารทำความเย็นออกใหหมดเสียกอน โดยใชปมดูดอากาศออก (Vacuum pump) นอกจากนั้นกอนเติมสารทำความเย็นจะตองตรวจสอบระบบใหละเอียดวามีจุดรอยรั่วตำแหนงใดบางตรวจจน แนใจวาไมมีรอยรั่ว จึงเติมสารทำความเย็นเขาไปและเมื่อเติมเสร็จแลวตองตรวจสอบรอยรั่วอีกครั้งหนึ่งจึงจะ สมบูรณ 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับการตรวจหารอยรั่ว 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียนสามารถทำการตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศได 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.1 อธิบายการตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถการตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 วิธีการตรวจหารอยรั่วระบบปรับอากาศรถยนต 6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ)


6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับเงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศ รถยนตที่นักเรียนรูจักและใชในชีวิตประจำวัน 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องการตรวจหารอยรั่ว 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องการ ตรวจหารอยรั่ว 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องการตรวจหารอยรั่ว 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องการตรวจหา รอยรั่ว 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชการตรวจหารอยรั่ว 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการ ตรวจหารอยรั่ว 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท และฝกปฏิบัติ 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบทและฝกปฏิบัติ 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการตรวจหา รอยรั่ว 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการตรวจหารอย รั่ว 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการตรวจหารอยรั่ว 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องการตรวจหารอยรั่ว 3. ถอดบทเรียนที่ได


7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [✔] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [✔] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. การตรวจหารอยรั่ว โดยใชฟองสบู 1.1 การตรวจรอยรั่วโดยใชฟองสบู หลังจากบรรจุสารทำความเย็น (R-12, R-134a) เขาในระบบ ดังกลาวแลวใหใชฟองสบูตรวจรอยรั่วตามขอตอตาง ๆ ของทอทางเดินสารทำความเย็น หากมีการรั่วฟองสบูจะโปง ออกจนแตกสำหรับระบบที่ทำงานอยูแลวถาเกิดรอยรั่วที่จุดใด ๆ จะสังเกตเห็นคราบน้ำมันจับอยูรอบ ๆ ทั้งนี้เพราะ ขณะที่สารทำความเย็นรั่วออกมา จะพาเอามันหลอลื่นในระบบติดออกมาดวยแลวสารทำความเย็นจะระเหยตัวไป สวนน้ำมันจะจับเปนคราบติดอยู รูปที่ 1 แสดงการตรวจรอยรั่วดวยฟองสบู 2. การตรวจรอยรั่ว โดยใชตะเกียงตรวจสอบรอยรั่ว การตรวจรั่วโดยตะเกียงตรวจรั่ว การตรวจรั่วโดยวิธีนี้อาศัยหลักคุณสมบัติของสารทำความเย็น (R12) นั่นคือเมื่อถูกเผาไหมจะเปลี่ยนสีเปลวไฟ จากสีเหลืองสมเปนสีเขียวตองออน การตรวจรั่วโดยวิธีนี้ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังตอไปนี้คือ 1. เปดวาลวใหแกสในทอออกมา 2. จุดไฟที่หัวติดไฟ (burner)


3. นำปลายสายยางสำหรับดูดอากาศเขาไปจอตามจุดขอตอตาง ๆ ของทอทางเดินสารทำความเย็นที่ สงสัยวาจะรั่ว 4. สังเกตสีเปลวไฟ หากจุดใดของระบบเกิดรั่ว สารทำความเย็น (R-12) จะถูกดูดเขาไป ผสมกับแกสจุดไฟ เปลี่ยนสีของเปลวไฟเปนสีเขียวตองออน ตะเกียงตรวจรั่วนั้นนอกจากจะใชแกสสำหรับจุดไฟแลว บางครั้งก็พบวาใชแอลกอฮอล เปนเชื้อเพลิงในการจุดเปลวไฟแทนไดดวย รูปที่ 2 ตะเกียงตรวจรอยรั่ว 3. การตรวจรั่ว โดยใชเครื่องตรวจรอยรั่วอิเล็กทรอนิกส การตรวจรั่วโดยใชเครื่องตรวจรั่วอิเล็กทรอนิกส การตรวจรั่วโดยวิธีนี้ใชตรวจระบบที่ใช สารทำความเย็น (R-12 , R-134a) เทานั้นเชนเดียวกับตะเกียงตรวจรั่ว เครื่องตรวจรั่วนี้อาจมีลักษณะแตกตางกันออกไป ทุกแบบมีหลักการทำงานเชนเดียวกันคือจะมีปลายรับ สัมผัสแกสที่ไวมาก ซึ่งถาพบวาสารทำความเย็นรั่วจะทำใหเกิดเสียงดังเปนสัญญาณใหรู


รูปที่ 5.8 เครื่องตรวจรั่วอิเล็กทรอนิกส ขอแนะนำในการตรวจรั่ว ควรจะกระทำดังนี้คือ 1. ตรวจดูดวยสายตาวาตามจุดตอตาง ๆ ของระบบปรับอากาศมีคราบน้ำมันจับอยูที่ใดบาง 2. ตอชุดแมนิโฟลดเกจเขากับระบบที่วาลวบริการ 3. ถาอานคาความดันในระบบไดถึง 60-80 ปอนดตอตารางนิ้ว ใหตรวจหาจุดรั่วดวยเครื่องตรวจรั่ว ตอไป 4. ถาเกจแสดงใหเห็นวาไมมีความดันในระบบหรืออานคาไดต่ำมาก ใหเติม สารทำความเย็น (R-12, R134a) เขาอีก 1/2 กิโลกรัม ในขณะที่หยุดระบบ โดยทำตามลำดับขั้นดังนี้ 4.1 ตอสายบรรจุสารทำความเย็นจากถังสารทำความเย็น (R-12, R-134a) เขากับรูกลางของแม นิโฟลดเกจ 4.2 เปดวาลวดานเกจวัดความดันทางสูงและวาลวของถังทำความเย็น (R-12, R134a) 4.3 สังเกตดูวาสารทำความเย็นไหลเขาในระบบ เกจจะแสดงวาความดันที่เพิ่มขึ้น 4.4 ถาจำเปนควรวางถังสารทำความเย็น(R-12,R-134a) ลงในน้ำอุนเพื่อชวยใหน้ำยา ไหลเขาในระบบไดเร็วขึ้น 4.6 ปดวาลวดานเกจวัดความดันทางสูง และวาลวของถังสารทำความเย็น (R-12,R-134a) 5. ใชเครื่องตรวจรั่วตรวจตามจุดตอตาง ๆ ของทอทางเดินสารทำความเย็นในระบบทุกจุด และที่ คอนเดนเซอร คอมเพรสเซอร รีซีฟเวอรดรายเออร และอีวาพอเรเตอร 6. ในการตรวจอีวาพอเรเตอรใหเดินพัดลมดวยความเร็วที่ต่ำที่สุด และสังเกตที่ความเย็นของชองลมเย็น ออก ถาเย็นนอยก็อาจยืนยันไดวาสารทำความเย็นในระบบรั่ว


7. ถาพบวาจุดตอตาง ๆ รั่ว ใหขันใหแนน 8. เมื่อจำเปนตองซอมชิ้นสวนอุปกรณตาง ๆ ของระบบปรับอากาศ ตองปลอยสารทำความเย็นในระบบ ทิ้งกอนที่จะถอดชิ้นสวนอุปกรณนั้น ๆ ออกซอม 9. ถาพบวาจุดรั่วของระบบพาเอาน้ำมันของระบบออกมามาก จำเปนตองตรวจระดับน้ำมัน คอมเพรสเซอร หากนอยเกินเกณฑใหเติมน้ำมันคอมเพรสเซอรเขาไปใหพอดี


ใบงาน หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหนักเรียน สามารถตรวจสอบรอยรั่ว โดยใชฟองสบูไดอยางถูกตอง รายการเครื่องอุปกรณ 1. รถยนตที่ตองการตรวจสอบรอยรั่วของสารทำความเย็น 2. แปรงทาสี หรือผาสำหรับชุบน้ำสบู 3. สบูยี่หออะไรก็ได 4. น้ำ 5. แวนตานิรภัย คำสั่ง ใหนักเรียนตรวจสอบรอยรั่วของระบบปรับอากาศรถยนต ตามขอตอ หรือสายทุกจุดของ ระบบปรับอากาศรถยนต ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ 2. นำรถยนตที่ตรวจเขาในที่รม 3. ติดเครื่องยนต ใหระบบปรับอากาศทำงาน 4. ใชฟองสบูละลายน้ำพอประมาณ 5. ใชแปรงทาสีทาบริเวณขอตอ หรือสายสงสารทำความเย็น 6. สังเกตวา หากเกิดรอยรั่ว ความดันจะดันสบูใหเปนฟอง 7. ทำเครื่องหมายตรวจรอยรั่ว แลวทำการปรับปรุงแกไข 8. เก็บทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ และบริเวณปฏิบัติงาน ขอควรระวัง ผูตรวจสอบตองสวมแวนตานิรภัย เพื่อปองกันสารทำความเย็นกระเด็นเขาตาได


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เกณฑการใหคะแนน 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช 1 ตองปรับปรุง ที่ รายการที่ตรวจ น้ำหนักการใหคะแนน รวม หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5. 6. การเตรียมเครื่องมืออุปกรณ การใชฟองสบูตรวจหารอยรั่ว สังเกตลำดับขั้นการปฏิบัติงาน การซักถามขณะปฏิบัติงาน ความสนใจการปฏิบัติงาน ความเรียบรอยการปฏิบัติงาน ผูตรวจ………………....................………… ( …………….............…………) .


ใบงาน หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหนักเรียน สามารถตรวจสอบรอยรั่วโดยใชตะเกียงตรวจสอบรอยรั่วไดอยางถูกตอง รายการเครื่องมืออุปกรณ 1. ระบบปรับอากาศรถยนตที่ตองการตรวจหารอยรั่ว 2. ตะเกียงตรวจสอบหารอยรั่ว 3. แวนตานิรภัย 4. ไมขีดไฟ คำสั่ง ใหนักเรียน ฝกตรวจสอบรอยรั่วดวยตะเกียงตรวจรอยรั่ว ตามขั้นตอนที่กำหนดแลวสังเกต เปลวไฟที่พบพรอมกับจดบันทึก การตรวจสอบอยางละเอียด ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน 1. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ 2. ตรวจสอบความเรียบรอยของตะเกียงตรวจรอยรั่ว 3. เปดแกสตะเกียงตรวจรอยรั่ว พรอมจุดไฟ 4. นำทอยางไปจี้ลงจุดที่ คาดวาเกิดรอยรั่ว (สายดูดอากาศ) 5. สังเกตเปลวไฟ หากเกิดรอยรั่วเปลวไฟจะเปนสีเขียวตองออน 6. จดบันทึกการตรวจสอบ 7. ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ และบริเวณปฏิบัติงาน


รูปที่ 5.9 แสดงการตรวจรอยรั่วดวยตะเกียง ขอควรระวัง ขณะที่ทำการตรวจสอบบริเวณใหชัดเจนวา มีสิ่งที่ทำใหติดไฟงายหรือไม เพราะอาจจะทำใหไฟไหม เครื่องยนตได ฉะนั้นการตรวจสอบแบบนี้ตองมีความระมัดระวังเปนพิเศษ


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เกณฑการใหคะแนน 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช 1 ตองปรับปรุง ที่ รายการที่ตรวจ น้ำหนักการใหคะแนน รวม หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5. การตรวจสอบความเรียบรอยของ ตะเกียงตรวจสอบรอยรั่ว การปฏิบัติตามขั้นตอนถูกตอง ความเรียบรอยในการตรวจสอบ ความสนใจการปฏิบัติงาน การจดบันทึกการตรวจสอบ ผูตรวจ………………....................………… ( ………………..........………)


ใบงาน หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหนักเรียน สามารถตรวจรอยรั่วดวยเครื่องตรวจรอยรั่วอิเล็กทรอนิกสไดอยางถูกตอง รายการเครื่องมืออุปกรณ 1. รถยนตที่ตองการตรวจรอยรั่วของระบบปรับอากาศรถยนต 2. เครื่องตรวจรอยรั่วอิเล็กทรอนิกส คำสั่ง ใหนักเรียนฝกปฏิบัติ การใชงานของเครื่องตรวจรอยรั่วอิเล็กทรอนิกสใหเขาใจวิธีการใชกอน แลวนำ เครื่องตรวจรอยรั่ว ตามขั้นตอนที่กำหนดให พรอมจดบันทึกการตรวจอยางละเอียดทุกขั้นตอน พรอมสรุปผลการ ทดลอง ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ 1. เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ 2. ศึกษาเครื่องตรวจรอยรั่วอิเล็กทรอนิกสอยางละเอียด 3. ดับเครื่องยนตกอนตรวจรอยรั่ว 4. นำสายตรวจไปจี้ตามจุดตาง ๆ ที่คาดวาเกิดรอยรั่วได 5. ถาสวนใดเกิดรอยรั่วเครื่องตรวจรอยรั่วจะเกิดเสียงดัง 6. จดบันทึกการตรวจสอบอยางละเอียด 7. สรุปผลการตรวจสอบ 8. ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณและบริเวณปฏิบัติงาน


รูปที่ 5.10 แสดงการตรวจรอยรั่วดวยเครื่องตรวจรอยรั่วอิเล็กทรอนิกส ขอควรระวัง กอนตรวจสอบ นักศึกษาจะตองดับเครื่องยนตกอนทุกครั้ง และกอนใชเครื่องมือชนิดนี้ ควรศึกษาคูมือ การใชงานอยางละเอียด


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 8 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 63 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 12-13 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 12-13 ชื่อหนวย การตรวจหารอยรั่วในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เกณฑการใหคะแนน 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช 1 ตองปรับปรุง ที่ รายการที่ตรวจ น้ำหนักการใหคะแนน รวม หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5. การเตรียมเครื่องมืออุปกรณถูกตอง การใชเครื่องตรวจรอยรั่วถูกตอง การปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนด ความสนใจในการปฏิบัติงาน บันทึกการปฏิบัติงาน ผูตรวจ…………………...................……… ( ………………........………)


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 9 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 70 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่14-15 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 14-15 ชื่อหนวย งานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง งานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต 2. สาระสำคัญ การติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต มีขั้นตอนที่คอนขางจะยุงยาก และตองการความละเอียดพิถีพิถัน เพราะพื้นที่ที่ติดตั้งคือรถยนต การเกิดขอผิดพลาดจึงไมควรเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นชางที่ทำการติดตั้งระบบปรับ อากาศรถยนต ตองเปนผูที่มีความชำนาญ มีความรูระบบปรับอากาศรถยนตอยางเดียวไมพอ ตองรูจักระบบ ตางๆ ภายในรถยนตดวย ความรู เขาใจในการติดตั้งอุปกรณปรับอากาศคือสิ่งสำคัญ รถยนตแตละยี่หอมีตำแหนง ติดตั้งอุปกรณที่แตกตางกัน มีขนาดตางกัน การฝกฝนติดตั้งอุปกรณ เชน คอมเพรสเซอร คอนเดนเซอร อีวาพอเรเตอร รีซีฟเวอรดรายเออร และการเดินทอเชื่อมตออุปกรณ ตลอดจนขั้นตอน ทำสุญญากาศ ตรวจรอยรั่ว บรรจุสารทำความเย็น คือสิ่งที่นักศึกษาจะไดปฏิบัติในแผนการสอนนี้ เพื่อใหเกิดความชำนาญ และเปนชางที่ดีในอนาคต 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับงานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียนสามารถติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.1 อธิบายงานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 การติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต


6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ) 6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับเงานซอมบำรุงระบบปรับอากาศ รถยนตที่นักเรียนรูจักและใชในชีวิตประจำวัน 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานซอมบำรุง ระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องการตรวจหารอยรั่ว 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องการ ตรวจหารอยรั่ว 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องการตรวจหารอยรั่ว 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องการตรวจหา รอยรั่ว 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชการตรวจหารอยรั่ว 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการ ตรวจหารอยรั่ว 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท และฝกปฏิบัติ 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบทและฝกปฏิบัติ 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการตรวจหา รอยรั่ว 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการตรวจหารอย รั่ว 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการตรวจหารอยรั่ว 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องการตรวจหารอยรั่ว 3. ถอดบทเรียนที่ได


7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [ ] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [ ] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 9 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 70 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่14-15 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 14-15 ชื่อหนวย งานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 การติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต การติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต จะตองติดตั้งอุปกรณตามลำดับการทำงาน เพื่อใหการทำงานของอุปกรณมี การสัมพันธกัน ประกอบดวยคอมเพรสเซอรที่ใชเครื่องยนตฉุดดวยสายพาน การติดตั้งรอก(Pulley) สายพาน คอนเดนเซอรระบายความรอนติดตั้งหนาหมอน้ำรถยนต อีวาพอเรเตอรติดตั้งในชองดานลางคอนโซนรถยนต และรีซีฟ เวอรดรายเออรติดตั้งบริเวณหองเครื่องยนต ที่มีการระบายความรอนไดดี รูปที่ 6.1 แสดงตำแหนงการติดตั้งอุปกรณระบบปรับอากาศรถยนต ลำดับการเตรียมการกอนติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต 1. ตองเปลี่ยนรอก(pulley) เพลาขอเหวี่ยงเปนแบบ 2 รอง (มักมีขายเฉพาะยี่หอรถแตละรุน) 2. ตองซื้อแทนยึดคอมเพรสเซอรซึ่งมักมีขาย ทำไวเฉพาะยี่หอรถ และใชกับ คอมเพรสเซอรยี่หอใด (สามารถดัดแปลงทำเองไดโดยเฉพาะกรณีซื้อคอมเพรสเซอรเกามาดัดแปลงใชงาน) 3. ตองติดฟลมกรองแสง (เปอรเซนตสูงจะทึบมาก) 4. ควรปูสักหลาดพื้นรถใหม 5. ตองเลือกใชสายพานชั้นดี เพื่อความคงทนถาวร เพราะจะเกิดการสึกหรอเร็วมาก โดยเฉพาะถาติดตั้งคอมเพรสเซอรเยื้องศูนย 6. ตองอุดชองที่รั่วทุกแหงของตัวรถ แตใหคำนึงการระบายอากาศในตัวรถดวย คอมเพรสเซอร์ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ อีวาพอเรเตอร์ คอนเดนเซอร์ รีเอกซ์แพนชั่ นวาล์ว


7. ตองเจาะรูปลอยน้ำทิ้งออกจากชุดอีวาพอเรเตอร(ตูแอร) ลงใตพื้นรถ และระวังอยาให น้ำทิ้งโดนชิ้นสวนโลหะหรืออุปกรณเพื่อความปลอดภัย เชน ทอน้ำมันเบรก 8. ตองซื้อทอสารทำความเย็นชั้นดี1 ชุด ควรระบุใหผูจำหนายทราบวา จะนำไปใชกับคอมเพรสเซอร และชุดอีวาพอเรเตอร ยี่หอใด เครื่องยนตกี่สูบ (ทอสารทำความเย็น 1 ชุด จะมี4 เสน และมักเปนทอโลหะเพียง 1 เสน) 9. ตองซื้ออุปกรณและชิ้นสวนระบบปรับอากาศใหครบ โดยเฉพาะคอมเพรสเซอรตองเลือก พอดีกับขนาดความจุของเครื่องยนต(ซี.ซี.) และจำนวนผูโดยสารในรถ ขั้นตอนการติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต 2.1 การติดตั้งคอมเพรสเซอร คอมเพรสเซอรคืออุปกรณหลักของระบบปรับอากาศ สำหรับ การติดตั้งคอมเพรสเซอรระบบปรับอากาศรถยนตมีลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ตองถอดอุปกรณบางอยางของรถยนตออกบาง เพื่อความสะดวกในการติดตั้ง 2. รอก (pulley) ตัวขับมีรองสายพานเดี่ยวใหเปลี่ยนใหม เพื่อเพิ่มรองของรอก (pulley) ใหกับสายพานของคลัตชแมเหล็ก (Magnetic clutch) 3. ตองตัดแผนเหล็กยึดระหวางคอมเพรสเซอรกับตัวเครื่องยนต ( อาจหาซื้อเปนชุดหรือ ใชกระดาษแข็งตัดเปนแบบกอน ) 4. การติดตั้งคอมเพรสเซอรควรทำดวยความระมัดระวังตัวถังรถยนตดวย 5. ความตึงของสายพานฉุดคอมเพรสเซอรตองใหตึงพอประมาณ ไมตึงเกินไปเพราะ เปนสาเหตุของลูกปนคลัตชซึ่งอาจแตกไดนอกนั้นเราตั้งสายพานโดยการบิดสายพานบริเวณกึ่งกลางของดานที่ยาว ที่สุด ถาบิดได ¼ ถึง ½ รอบ แสดงวาความตึงของสายพานใชได 6. การตั้งรองรอก (pulley) ใหตรงจะเปนการยืดอายุการใชงานของสายพานตัวฉุด คอมเพรสเซอร 7. กอนที่เราจะใสคลัตชแมเหล็ก เขาปลายเพลาของตัวคอมเพรสเซอรเราตองตรวจ ปลายแกนขอเหวี่ยง หรือปลายเพลาเสียกอนสิ่งที่ดีควรทาดวยน้ำมันหรือจาระบีเสียกอน 8. การขันน็อตปลายเพลาเพื่อยึดตัวคลัตชแมเหล็ก ตองขันใหแนนจนแนใจกอน ทำการติดตั้งถาวร 2.2 การติดตั้งคอนเดนเซอร โดยปกติจะติดตั้งบริเวณดานหนาหมอน้ำ และจะมีพัดลมเพื่อชวย ระบายความรอน ลำดับขั้นการติดตั้งคอนเดนเซอรมีขั้นตอนดังนี้ 1. อาจจะตองถอดตะแกรงหรือหมอน้ำรถยนตออกกอน เพื่อความสะดวก


2. อยาวางชิดหมอน้ำเกินไป จะทำใหการระบายความรอนทั้งของคอนเดนเซอร และหมอน้ำไมดีเครื่องยนตจะรอน ควรวางหางกันประมาณ ½ - 1 ½ นิ้ว 3. ในการติดตั้งคอนเดนเซอรในรถยนตเกือบทุกยี่หอจะตองเปลี่ยนใบพัดลมใหมีขนาดโตและจำนวน ใบเพิ่มขึ้น(ขนาดโตไมเกินความสูงของหมอน้ำหรือไมโตจนอาจไปตีทอยางของหมอน้ำ) 4. การติดตั้งใหตำแหนงทอทางสารทำความเย็นออกอยูดานลางเสมอและอยูในตำแหนง ที่สามารถตอ ทอไปยังถังพักสารทำความเย็นไดโดยงาย 5. การเจาะสกรูเพื่อติดตั้งแผงคอนเดนเซอรจะตองไมอยูในตำแหนงของหมอน้ำ เพราะเวลาขันสกรู ยึดแผงคอนเดนเซอรจะทำใหสกรูนั้นอาจเจาะทะลุหมอน้ำ หรืออาจทำใหหมอน้ำบุบเสียหายได 6. ทอสารทำความเย็นทางออกของแผงคอนเดนเซอรสวนใหญอาจเปนทอยางหรือทออลูมิเนียมหนา และออน ทอนี้บางครั้งตองทำการติดตั้งทอทางออกเสียกอนเพื่อความสะดวก 7. ตำแหนงที่ตั้งควรจะอยูตรงกลางใบพัดลมรถยนต 2.3 การติดตั้งอีวาพอเรเตอรการติดตั้งชุดอีวาพอเรเตอรไมสูมีปญหามาก พอสรุปเปนหัวขอสำคัญได ดังนี้ 1. เลือกตำแหนงชุดอีวาพอเรเตอรอยูระหวางกลาง ระหวางคนขับกับคนนั่งดานหนาเพื่อใหลมเย็น สามารถสงออกไปทั่วไดภายในรถ 2. ทอระบายน้ำทิ้งตองเจาะอยางระมัดระวัง อยาใหเกะกะบริเวณที่วางเทา 3. ตองตอทอทางเดินสารทำความเย็นโดยถาวร กอนทำการยึดติดตั้งชองใหความเย็น ถาเราทำการ ติดตั้งชองใหความเย็นกอนตอทอทางเดินสารทำความเย็น จะลำบากหรือ ไมอาจตอทอทางเดินสารทำความเย็นได เลย 2.4 การติดตั้งรีซีฟเวอรดรายเออร และการเดินทอสารทำความเย็น ตัวรีซีฟเวอรดรายเออร หาที่ติดภายในกระโปรงรถ ทางออกหันไปทางหลังรถ เมื่อติดตั้งอุปกรณตาง ๆ แลว ตอทอตาง ๆ ดังนี้ 1. ทอทางอัดของคอมเพรสเซอร(D) ตอเขาทางคอนเดนเซอร (ดานบน) 2. ทอทางออกของคอนเดนเซอร(ดานลง) ตอเขาทางเขาของรีซีฟเวอรดรายเออร 3. ทอทางออกของรีซีฟเวอรดรายเออรตอเขาทางเขาของ เอ็กซแพนชั่นวาลว (อยูที่แผงอีวาพอเร เตอรภายในรถยนต) 4. ทอทางออกของอีวาพอเรเตอรตอเขาทอทางดูดของคอมเพรสเซอร(S) เมื่อทำการตอทอทางเดิน ของสารทำความเย็นเรียบรอยแลว ใหทำการตรวจทอสารทำความเย็นสองเสนที่ลอดผานตัวถังรถเขามานั้น วามี การปองกันการเสียดสีหรือเปลา จากนั้นใหใชฉนวนประเภทกันความชื้นและกันไมใหอากาศและฝุนจากภายนอก


เขามาไดปดสนิท กอนทำการปดควรทำความสะอาดบริเวณดังกลาวเสียกอน เพื่อทำใหแผนฉนวนมีการยึดจับ บริเวณนั้นไดดียิ่งขึ้น 2.5 การเดินวงจรไฟฟา ภายหลังจากการดำเนินการติดตั้ง อุปกรณวงจรทางกลแลว ใหดำเนินการติดตั้งอุปกรณทางไฟฟา ประกอบดวย เทอรโมสตัต สวิตชพัดลม สวิตชควบคุมแรงดันตลอดจนเดินสายวงจรไฟฟาตามแบบและรุนของ ระบบปรับอากาศ พรอมตรวจสอบความถูกตองเรียบรอย และทดสอบใหสมบูรณ เพื่อไมใหเกิดการผิดพลาดทำให เสียเวลา รูปที่ 6.2 ตัวอยางวงจรไฟฟาระบบปรับอากาศรถยนต นิปปอนเดนโซ การตรวจรอยรั่ว การทำสุญญากาศและการบรรจุสารทำความเย็น หลังจากดำเนินการติดตั้งอุปกรณระบบปรับอากาศแลว การบรรจุสารทำความเย็น ควรปฏิบัติตามขั้นตอน ใหครบถวน เพื่อไมใหเกิดปญหาขึ้นภายหลัง การปฏิบัติตามขั้นตอน ตรวจรอยรั่ว ทำสุญญากาศ ตองปฏิบัติดวย ความละเอียด 3.1 การทำสุญญากาศ ภายหลังจากตรวจสอบหารอยรั่วเรียบรอยการทำสุญญากาศ คือ ขั้นตอนการดูดอากาศ ความชื้น และฝุนละอองตาง ๆออกจากระบบเพื่อทำใหระบบสะอาดพรอมจะบรรจุสารทำ ความเย็น การทำสุญญากาศจะตองดำเนินการใหรัดกุม เพื่อไมใหมีความชื้นหลงเหลืออยูในระบบ ซึ่งจะกอใหเกิด ปญหาขึ้นมาภายหลัง 3.2 การบรรจุสารทำความเย็น ตองตรวจสอบใหแนใจวา สารทำความเย็นที่จะใชเปน R – 12 หรือ R-134 a และปฏิบัติตามขั้นตอนการเติมสารทำความเย็นใหครบถวนและสมบูรณ บรรจุสารทำความเย็นใน ปริมาณที่เหมาะสมตามเกณฑที่กำหนด ควรระมัดระวังเรื่องการใชสารทำความเย็น หามใชสารทำความเย็น Rสวิตช์กุญแจ ฟิ วส์ เมนรีเลย์ 20A ฟิ วส์ 15A แบตเตอรี่ มอเตอร์พัดลม รีซีสเตอร์ สวิตช์พัดลม สวิตช์ควบคุมความดัน สวิตช์ปรับความเย็น เทอร์มี คอยล์จุดระเบิด วงจรถ่ายทอด RPN วงจรถ่ายทอด อุณหภูมิ ทราน ซิสเตอร์ คลัตช์แม่เหล็ก แอมพลิฟาย


134a ปนหรือแทนสารทำความเย็น R-12 เพราะจะทำใหอุปกรณตาง ๆ เสียหายได โดยเฉพาะโอริงและทอยาง ตาง ๆ 3.3 การตรวจรอยรั่ว สามารถดำเนินการไดหลายวิธีตามความเหมาะสมแตไมแนะนำให ใชการตรวจหารอยรั่วดวยการใชตะเกียงตรวจรั่ว เพราะอาจเกิดการลุกไหมได หากจำเปนตองใชก็ควรใชดวยความ ระมัดระวัง


ใบงาน หนวยที่ 9 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 70 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่14-15 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 14-15 ชื่อหนวย งานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 จุดประสงคการเรียน เพื่อใหนักเรียนสามารถติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต รายการเครื่องมืออุปกรณ 1. ประแจปากตาย เบอร 14,16,17,19,20,22,24,26 2. คอมเพรสเซอร 1 ตัว 3. คอนเดนเซอร 1 แผง 4. อีวาพอเรเตอร 1 ชุด 5. รีซีฟเวอรดรายเออร 1 ตัว 6. ทอวงจรระบบปรับอากาศ 1 ชุด 7. อุปกรณวงจรไฟฟา 1 ชุด 8. ไขควง 1 ชุด 9. คีม 1 ชุด 10. เครื่องยนตสาธิต หรือ รถยนตสาธิต 1 ชุด 11. มัลติมิเตอร 1 เครื่อง 12. แมนิโฟลดเกจ 1 ชุด 13. ปมสุญญากาศ 1 ตัว 14. สารทำความเย็น 2 กิโลกรัม (kg) คำสั่ง ใหนักเรียน แบงกลุม ๆ ละ 5 – 6 คน ปฏิบัติการติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต ใหเสร็จสมบูรณในเวลาที่กำหนด


งานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต รายการปฏิบัติงาน ผลการปฏิบัติงาน หมายเหตุ ผาน ไมผาน 1. การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณติดตั้ง 2. คอมเพรสเซอร - มีความแข็งแรงดี - ตรงแนวรอก(pulley)ของเครื่องยนต 3. ติดตั้งคอนเดนเซอรมีความแข็งแรงดี 4. ติดตั้งอีวาพอเรเตอร - มีความแข็งแรงดี - ตอทอปลอยน้ำทิ้ง 5. ติดตั้งรีซีฟเวอรดรายเออร - มีความแข็งแรงดี - มองเห็นไดงาย - ตั้งตรง 90 องศา 6. ตอทอวงจรทุกจุด 7. ตอทอเขารีซีฟเวอรดรายเออรเปนตัว สุดทาย 8. ตรวจสอบรอยรั่วของระบบ 9. การทำสุญญากาศ 10. การบรรจุสารทำความเย็น - การไลอากาศ - ปริมาณเหมาะสม ความเรียบรอยของงาน ทำความสะอาดบริเวณปฏิบัติงาน 2 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน รวมคะแนน


แบบตรวจใบงาน หนวยที่ 9 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 70 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่14-15 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 14-15 ชื่อหนวย งานติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เกณฑการใหคะแนน 5 ดีมาก 4 ดี 3 ปานกลาง 2 พอใช 1 ตองปรับปรุง รายการที่ตรวจ น้ำหนักการใหคะแนน รวม 5 4 3 2 1 1. 2. 3. 4. 5. การจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ ความเขาใจในขั้นตอนปฏิบัติงาน การประสานงานและสัมพันธงานในกลุม ผลงานมีความถูกตอง สมบูรณและเรียบรอย ความสนใจการปฏิบัติงาน และปฏิบัติงาน ทันกำหนดเวลา รวม ผูตรวจ……………..................…………. (…………………...........……)


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 10 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 77 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่16-17 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 16-17 ชื่อหนวย การหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง การหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 2. สาระสำคัญ ระบบปรับอากาศรถยนตเมื่อติดตั้งเสร็จสิ้นสมบูรณหรือเมื่อมีการบรรจุสารทำความเย็น เสร็จสิ้นควรมีการ ทดสอบประสิทธิภาพของระบบดวย ซึ่งถาประสิทธิภาพอยูในเกณฑที่เหมาะสม ก็เปนสิ่งที่ดีในการนำไปใชงาน ตอไป ถาประสิทธิภาพดอยกวามาตรฐาน ซึ่งก็คือ ระบบปรับอากาศรถยนต ไมคอยเย็นนั่นเองและถาประสิทธิภาพ สูงกวามาตรฐาน ซึ่งก็คือระบบปรับอากาศรถยนต จะเย็นเกินไป เกินความจำเปนอันอาจจะกอใหเกิดผลเสีย ตามมา เชน มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะที่ครีบ อีวาพอเรเตอร ลมเย็นไมคอยออกมีน้ำกระเด็นออกมาจากหนากากชุดอีวา พอเรเตอร ขดทอ อีวาพอเรเตอรผุกรอนงายและรั่ว การทดสอบประสิทธิภาพจะบอกใหเราทราบวาระบบปรับอากาศ รถยนตที่ใชอยูมีประสิทธิภาพอยูในระดับใด เพื่อที่จะไดปรับปรุงแกไขตอไปกรณีที่ไมเขามาตรฐาน 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับการหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียนหาคาประสิทธิภาพในระบบปรับอากาศในรถยนต 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 4.2.1 สามารถทดสอบหาความชื้นในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง 4.2.2 สามารถทดสอบหาอุณหภูมิในระบบปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง 4.2.3 สามรถอานคาตารางความชื้นสัมพัทธไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถตรวจเช็คระบบความชื้นสัมพัทธได ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน


5. สาระการเรียนรู 5.1 ความชื้นในอากาศ 5.2 อุณหภูมิที่เหมาะสมกับรางกายมนุษย 5.3 การอานคาตารางความชื้นสัมพัทธ 6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ) 6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับการหาประสิทธิภาพระบบปรับ อากาศรถยนต 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องการหาประสิทธิภาพระบบ ปรับอากาศรถยนต 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชการหาประสิทธิภาพระบบ ปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท และฝกปฏิบัติ 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบทและฝกปฏิบัติ 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการหา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต


6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการหาประสิทธิภาพระบบ ปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องการหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศ รถยนต 3. ถอดบทเรียนที่ได 7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [ ] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [ ] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 10 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 77 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่16-17 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 16-17 ชื่อหนวย การหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 ความชื้นในอากาศ และอุณหภูมิที่เหมาะสมกับมนุษย หลังจากทำการบรรจุสารความเย็นแลว ควรทำการทดสอบหาประสิทธิภาพของระบบ ปรับอากาศ รถยนต วาอยูในเกณฑที่ใชไดหรือไม โดยคำนึงถึงหลัก 2 ประการนี้คือ 1. ความชื้นในอากาศ ถาอากาศรอนมักจะมีความชื้นมากกวาอากาศเย็น ขณะที่อากาศชื้นจะปองกัน ขัดขวางไมใหเกิดการระเหย จะทำใหรูสึกรอน ความชื้นมากทำใหรูสึกอึดอัด หรือถาความชื้นนอยทำใหผิวแหง ดังนั้นปริมาณความชื้นที่ทำใหเรารูสึกสบายคือ 50-55% 2. อุณหภูมิตองปรับใหเหมาะสมกับรางกายมนุษย อุณหภูมิที่กำลังสบายควรอยูระหวาง 23-25 ° ซ ดังนั้น เราจึงตองนำเอาปจจัยสองอยางนี้มา เพื่อหาประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศรถยนต ขั้นตอนการหาประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศรถยนต 1. เตรียมเครื่องมือและวัสดุ อุปกรณ 2. นำรถเขาในที่รมและเปดประตูรถทุกบาน 3. ใชผาคลุมบังโคลนรถ ผาคลุมเบาะรถ 4. ตรวจดูวาลวของแมนิโฟลดเกจ ตองอยูในตำแหนงปดทั้งคู แมนิโฟลดเกจ เมื่อเลิกใชงานแลว ตองปดวาลวทั้งคูเสมอ 5. เปดฝาครอบลิ้นบริการทั้งสองดานที่คอมเพรสเซอร 6. ตอสายเกจเขากับลิ้นบริการที่คอมเพรสเซอร 6.1 เกจดานความดันต่ำ ใหตอสายเขาที่ลิ้นบริการของคอมเพรสเซอรดานดูด 6.2 เกจดานความดันสูง ใหตอสายเขาที่ลิ้นบริการของคอมเพรสเซอรดานอัด 7. ติดเครื่องยนตและอุนเครื่องยนตประมาณ 5-10 นาที 8. ตั้งความเร็วรอบเครื่องยนตใหอยูประมาณ 1,200-1,5000 rpm 9. เปดสวิตชควบคุมความเร็วพัดลมอีวาพอเรเตอรใหอยูในตำแหนง เร็วสูงสุด 10. เปดสวิตชเทอรโมสตัตใหอยูในตำแหนง เย็นสูงสุดขณะนี้ วาลวทั้งคูของแมนิโฟลดเกจยังอยูในตำแหนง ปด 11. อานคาความดันที่แมนิโฟลดเกจ ทั้งสองดาน คาความดันควรอยูในเกณฑตอไปนี้


11.1 ความดันดานต่ำ 30-40 psi 11.2 ความดันดานสูง 200-250 psi รูปที่ 7.1 แสดงการวัดอุณหภูมิ 12. นำเทอรโมมิเตอรแบบกระเปาะเปยก กระเปาะแหง ติดไวที่ดานชองดูดอากาศเขาของ อีวาพอเร เตอร (ไมใชทางลมเย็นออก) 13. นำเทอรโมมิเตอรเฉพาะแบบกระเปาะแหง ติดไวทอดานหนาของชุดอีวาพอเรเตอร(ทางลมเย็นออก) โดยพยายามใหสวนที่เปนกระเปาะของเทอรโมมิเตอรปะทะกับลมเย็นมากที่สุด (สอดเขาใหลึกที่สุดแตอยาใหชน กับครีบหรือขดทอของอีวาพอเรเตอร) นิยมใชเทอรโมมิเตอร แบบหนาปดกลมหรือแบบแทงแกวยาว ประมาณ 1 ฟุต 14. ใหอานคาเทอรโมมิเตอรดังนี้ 14.1 คาอุณหภูมิจากเทอรโมมิเตอรกระเปาะแหงและกระเปาะเปยก (ทางอากาศเขา) ตัวอยาง อานเทอรโมมิเตอรกระเปาะแหงไดคา 25 ° ซ และอานเทอรโมมิเตอรกระเปาะเปยกได 20 ° ซ 14.2 คาอุณหภูมิจากเทอรโมมิเตอรกระเปาะแหง (ทางลมเย็นออก) ตัวอยาง อานเทอรโมมิเตอรได 8 ° ซ 15. นำคาอุณหภูมิจากขอ 14.1 มาหาคาความชื้นสัมพัทธจากกราฟ ตัวอยาง จะไดความชื้นสัมพัทธ เทากับ 60 เปอรเซ็นต


รูปที่ 7.2 แสดงการหาคาความชื้นสัมพัทธจากกราฟ 15. หาคาผลตางของอุณหภูมิกระเปาะแหงระหวางทางอากาศเขากับทางลมเย็นออก โดยนำคา อุณหภูมิกระเปาะแหงของทางอากาศเขาลบดวยคาอุณหภูมิกระเปาะแหงของทางลมเย็นออก ตัวอยาง อุณหภูมิกระเปาะแหงทางอากาศเขาเทากับ 25 ° ซ และอุณหภูมิกระเปาะแหงทางลมเย็นออกเทากับ 8 ° ซ ซึ่งผลตางเทากับ 17 ° ซ 16. นำคาความชื้นสัมพัทธจากขอ 15 และคาผลตางอุณหภูมิกระเปาะแหงจาก ขั้นตอนที่ 16 มาหาจุดรวมบนกราฟประสิทธิภาพมาตรฐานของระบบปรับอากาศรถยนต 17.1 ถาจุดรวมอยูในแนวเสนทึบ แสดงวา ประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต อยูในเกณฑมาตรฐาน 17.2 ถาจุดรวมอยูเหนือเสนทึบ แสดงวา ระบบปรับอากาศจะใหความเย็นจัดเกินซึ่งอาจ กอใหเกิดผลเสียตอระบบปรับอากาศได เชน เกิดเกล็ดน้ำแข็งอุดตันครีบอีวาพอเรเตอร ขดทอ อีวาพอเรเตอร รั่วไดงาย แตมีขอดีอยูบางในกรณีที่เปดระบบปรับอากาศใชงานสามารถเปดสวิตชพัดลมและสวิตชเทอรโมสตัตให อยูในตำแหนงต่ำหรือปานกลาง ซึ่งเปนการยืดอายุการใชงานของระบบปรับอากาศไดทางหนึ่ง 17.3 ถาจุดรวมอยูต่ำกวาเสนทึบ แสดงวา ระบบปรับอากาศไมคอยเย็น


รูปที่ 7.3 กราฟประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต จากตัวอยาง ผลตางอุณหภูมิกระเปาะแหง ของอากาศเขา – ลมเย็นออก = 17 ° ซ และคาความชื้นสัมพัทธ = 60 % นำมาหาจุดรวมบนกราฟ ปรากฏวาจุดรวมอยูในแนวเสนทึบ แสดงวาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต อยูในเกณฑมาตรฐาน 18. หลังจากทดสอบประสิทธิภาพแลว ใหปดสวิตชพัดลมและสวิตชเทอรโมสตัต กอนที่จะดับเครื่องยนต 19. อานคาความดันบนเกจทั้งสองดาน เมื่อคาความดันเทากันหรือใกลเคียงกัน (แตกตางกันไมเกิน 10 ปอนด/ตร.นิ้ว) จึงถอดสายเกจออกจากลิ้นบริการของคอมเพรสเซอรทั้งสองดานโดยพยายามใหสารทำความเย็น รั่วไหลไดนอยที่สุด 19.1 ควรสวมแวนตานิรภัยขณะถอดสายเกจ 19.2 การถอดสายเกจออก ใหกดสายเกจเขาไปในลิ้นบริการแลวรีบคลายน็อตล็อกสายเกจออกให เร็วที่สุด จะชวยใหสารทำความเย็นรั่วไหลไดนอย 20. ปดฝาครอบลิ้นบริการคอมเพรสเซอร 21. ทบทวนขั้นตอน การทดสอบประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต 22. ทำความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ และบริเวณปฏิบัติงาน ขอควรจำ ในขณะทดสอบ 1. ความชื้นสัมพัทธ ควรอยูระหวาง 50-70 % 2. คาผลตางอุณหภูมิกระเปาะแหงระหวางทางอากาศเขากับทางลมเย็นออก ควรมีคาผลตางอยูระหวาง 10-22 ° ซ หรือ 50-70 ° ฟ 3. อุณหภูมิบรรยากาศภายนอก ควรอยูระหวาง 86-95 ° ฟ หรือ 30-35 ° ซ 4. คาความดันบนเกจดานความดันต่ำ ควรอยูระหวาง 30-40 ปอนด / ตารางนิ้ว


5. คาความดันบนเกจดานความดันสูง ควรอยูระหวาง 200-250 ปอนด / ตารางนิ้ว 6. ถาคาในขณะทดสอบแตกตางจากดังกลาว 5 ขอขางตน ขอใดขอหนึ่งควรเลื่อนการทดสอบออกไป เพราะผลการทดสอบจะคลาดเคลื่อนจากสภาพความเปนจริง 7. หลักการอยางงายๆ อีกกรณีหนึ่งคือ การพิจารณาอุณหภูมิแตกตางระหวาง ในหองโดยสารซึ่งควร ตางกันไมต่ำกวา 18 ° ฟ หรือ 10 ° ซ ขึ้นไป จึงจะจัดไดวาระบบปรับอากาศ มีประสิทธิภาพดี


ใบงาน หนวยที่ 10 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 77 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่16-17 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 16-17 ชื่อหนวย การหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 คำสั่ง ใหนักเรียนทำเครื่องหมาย ทับขอที่ถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว (ขอละ 1 คะแนน) 1. ในการทดสอบหาประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ ควรติดเครื่องยนตไวอยางนอยประมาณกี่นาที ก. 30 - 35 นาที ข . 25 - 30 นาที ค. 15 - 20 นาที ง. 5 - 10 นาที 2. ในสภาวะอากาศรอนมาก คาความชื้นสัมพัทธจะเปนอยางไร ? ก. มีมาก ข . มีปานกลาง ค. มีนอย ง. มีคาเปนศูนย 3. เทอรโมมิเตอรที่ใชหาประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศรถยนตคือ ? ก. แบบกระเปาะแหง ข. แบบกระเปาะเปยก ค. แบบความดันสูง ง. ขอ ก และ ข ถูก 4. ถาอานคาเทอรโมมิเตอรกระเปาะแหงไดคา 80°ฟ และอานคาเทอรโมมิเตอรกระเปาะเปยก ไดคา 65° ฟ คาความชื้นสัมพัทธจากกราฟจะมีคาเทาไร ? ก. 45 % ข. 50 % ค. 55 % ง. 60 % 5. ขอใดกลาวผิด ? ก. การทดสอบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศตองใชแผนภาพมาตรฐานและ ไซโครเมตริกชารต ข. อุณหภูมิกระเปาะแหงและกระเปาะเปยก นำมาใชหาความชื้นสัมพัทธ ค. การหาความชื้นสัมพัทธตองหาจากแผนภาพประสิทธิภาพมาตรฐาน ง. การหาความชื้นสัมพัทธตองหาจากไซโครเมตริกชารต


6. อัตราสวนระหวางน้ำหนักไอน้ำในอากาศที่วัดไดจริงกับน้ำหนักไอน้ำที่ระเหยไดเต็มที่ ที่อุณหภูมิเดียวกัน เรียกวาอะไร ? ก. ความชื้นสัมพัทธ ข. ความแหงอากาศ ค. น้ำหนักไอน้ำสัมบูรณ ง. ไอน้ำอากาศสัมพัทธ 7. ความเร็วรอบของเครื่องยนตควรเปนเทาไร ในการหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต? ก. 1000 รอบ/นาที ข. 2000 รอบ/นาที ค. 3000 รอบ/นาที ง. 4000 รอบ/นาที 8. รางกายของคนตองการอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ ? ก. 15 - 18°ซ ข. 18 - 24°ซ ค. 23 - 25°ซ ง. 27 - 32°ซ 9. ขอใดกลาวถูกตอง ? ก. โดยปกติอุณหภูมิกระเปาะแหงจะต่ำกวาอุณหภูมิกระเปาะเปยก ข. โดยปกติอุณหภูมิกระเปาะแหงและอุณหภูมิกระเปาะเปยกจะเทากัน ค. เทอรโมมิเตอรที่หุมกระเปาะดวยผาชุบน้ำใชวัดอุณหภูมิกระเปาะแหง ง. เทอรโมมิเตอรที่หุมกระเปาะดวยผาชุบน้ำใชวัดอุณหภูมิกระเปาะเปยก 10. ในขณะทำการวัดอุณหภูมิดวยเทอรโมมิเตอรกระเปาะเปยกและแหง สวิตชควบคุมพัดลม อีวาพอเรเตอรควรอยูในตำแหนงใด ? ก. ปด ข. ต่ำสุด ค. ปานกลาง ง. เร็วสุด


เฉลยใบงาน หนวยที่ 10 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 77 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่16-17 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 16-17 ชื่อหนวย การหาประสิทธิภาพระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 เฉลยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1. ง 2. ก 3. ง 4. ก 5. ค 6. ก 7. ข 8. ข 9. ง 10. ง


แผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะ หนวยที่ 11 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 84 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 18 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 18 ชื่อหนวย การคิดราคางานปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 1. หัวขอเรื่อง การคิดราคางานปรับอากาศรถยนต 2. สาระสำคัญ การคิดราคาคาบริการงานปรับอากาศรถยนตนั้น ผูประกอบการหรือชางผูใหบริการจะตองคิดออกมาเพื่อ คิดราคากับลูกคาหรือผูเขารับบริการ การประมาณราคา ก็คือ แยกงานเปนงานยอย ๆ จากนั้นจะนำเอางานยอย ๆ นั้น มาคิดแยกเปนคาแรง คาวัสดุอุปกรณและกำไรที่ตองการ ก็จะไดประมาณราคาในงานนั้นเพื่อแจงแกลูกคา 3. สมรรถนะประจำหนวย 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับการคิดราคางานปรับอากาศรถยนต 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 จุดประสงคทั่วไป 4.1.1 เพื่อใหนักเรียนมีหลักการคิดราคาในการบริการงานปรับอากาศรถยนตในลักษณะตาง ๆ 4.2 จุดประสงคเชิงพฤติกรรม ดานความรู (ดานพุทธิพิสัย) 1.2.1 อธิบายการประมาณราคาคาบริการงานปรับอากาศรถยนตไดอยางถูกตอง 1.2.2 คำนวณหาราคาคาแรงไดอยางถูกตอง 1.2.3 คำนวณการหาราคาทุนไดอยางถูกตอง 1.2.4 คำนวณราคาคาบริการไดอยางถูกตอง ดานทักษะ (ดานทักษะพิสัย) 4.2.2 สามารถคำนวณราคาคาบริการได ดานเจตคติ(ดานจิตพิสัย) 4.2.3 เอาใจใสในการเรียน 5. สาระการเรียนรู 5.1 การประมาณราคาคาบริการงานปรับอากาศรถยนต 5.2 การหาราคาคาแรง


5.3 การหาราคาทุน 5.4 การหาคาบริการ 6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู (ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยใช MAIP) (กิจกรรมการเรียนรูใหเนนผูเรียนเปนสำคัญ) 6.1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน (Motivation) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูซักถามเกี่ยวกับการคิดราคางานปรับอากาศรถยนต 1. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการคิดราคา งานปรับอากาศรถยนต 2. เปดสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เรื่องการคิดราคางานปรับ อากาศรถยนต 2. ศึกษาสื่อ รูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องการคิด ราคางานปรับอากาศรถยนต 3. ถามเกี่ยวกับความรูเดิมพื้นฐาน นำเขาสูบทเรียน และ แจงวัตถุประสงคการเรียน 3. นักเรียนตอบคำถาม 6.2 ขั้นเรียนรูหรือขั้นศึกษาขอมูล (Information) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมาย เรื่องการคิดราคางาน ปรับอากาศรถยนต 1. นักเรียนถาม – ตอบ เกี่ยวกับเรื่องการคิดราคา งานปรับอากาศรถยนต 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใชการคิดราคางานปรับอากาศ รถยนต 2. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการคิด ราคางานปรับอากาศรถยนต 6.3 ขั้นทำกิจกรรมหรือขั้นพยายาม (Application) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูมอบหมายใหทำแบบฝกหัดทายบท และฝกปฏิบัติ 1. นักเรียนทำแบบฝกหัดทายบทและฝกปฏิบัติ 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับการคิดราคา งานปรับอากาศรถยนต 2. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการคิดราคางาน ปรับอากาศรถยนตต 6.4 ขั้นสรุปหรือขั้นสำเร็จผล (Progress) กิจกรรมผูสอน กิจกรรมผูเรียน 1. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการคิดราคางานปรับ อากาศรถยนต 1. นักเรียนตอบคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 2. นักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดทายบท 3. ครูสรุปเรื่องการคิดราคางานปรับอากาศรถยนต 3. ถอดบทเรียนที่ได


7. สื่อการเรียนหรือแหลงเรียนรู [✔] หนังสือเรียน [ ] เอกสารประกอบการเรียนการสอน [✔] สื่อ Power Point [✔] สื่อของจริง [✔] แผนภาพ [ ] วีดีโอ/ภาพเคลื่อนไหว [ ] แบบจำลอง (Model) [ ] สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือเว็บไซตที่เกี่ยวของ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 8. การบูรณาการความสัมพันธกับวิชาอื่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การวัดผลและประเมินผล [ ] แบบทดสอบกอนเรียน [ ] แบบฝกหัด [✔] ใบงาน/ใบสั่งงาน [ ] ใบมอบหมายงาน [✔] ใบกิจกรรม [ ] แบบทดสอบหลังเรียน [ ] ผลการเรียนของผูเรียน [ ] แบบสังเกตการณ [ ] อื่น ๆ (ระบุ) ……..……… 10. กิจกรรมเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 11. งานที่มอบหมาย (ถามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………


ใบความรู หนวยที่ 11 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต ชั่วโมงรวม 84 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 18 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 18 ชื่อหนวย งานบรรจุสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 การประมาณราคาคาบริการ การประมาณราคา คือ การรวมคาใชจายตางๆ ที่เกิดจากการทำงานในแตละงาน เชนคาแรงในการ ทำงาน คาวัสดุ คาอะไหล ระยะเวลาในการทำงาน และตองรวมคากำไรดวย การคิดราคาในการใหบริการ ในงานปรับอากาศรถยนตหรืองานซอมทั่วไปของรถยนตนั้นมีหลักการคิดงาย ๆ คือ คิดราคาทุนทั้งหมดแลวบวก กำไรที่ตองการ เขียนเปนสูตรไดดังนี้ สูตร ราคาคาบริการ = ราคาทุน + ราคากำไร ราคากำไร คือ ผลตอบแทนจาการลงทุนหรือจากการทำงานโดยทั่วไป ราคากำไรคิดเปนคาเปอรเซ็นต (%) จากราคาทุนในงานนั้น ๆ เชน ในการทำงานมีคาใชจายไปทั้งหมด 100 บาท ถาตองการกำไร 15 % จึง คิดเปนเงินที่เพิ่มจากราคาทุน 100 บาท อีก 15 บาท ดังนั้นราคาคาบริการเปนเงิน 115 บาท ราคาทุน คือ การคิดคาใชจายตาง ๆ ในการทำงานนั้นทั้งหมดประกอบดวย คาแรงของชาง คาวัสดุ หรือ คาใชจายอื่น ๆ เชน คาน้ำมันลางชิ้นสวน คาสื่อสาร และคาพาหนะในการไปซื้ออะไหลจากรานขายอะไหล เปนตน และคาอะไหลถามีการเปลี่ยน เขียนเปนสูตรไดดังนี้ สูตร ราคาทุน = ราคาคาแรง + ราคาคาวัสดุ + ราคาอะไหล ราคาคาแรง คือ คาจางของชางที่ทำงาน ในงานนั้น ๆ ตั้งแตเริ่มตนจนแลวเสร็จ สถาน ประกอบการบางแหง อาจคิดคาแรงจากการประเมินคาการทำงานเปนงาน ๆ เชน คาแรงในการเติม สารทำความเย็นเปนเงิน 100 บาท หรือคาแรงในการถอดตูอีวาพอเรเตอร มาลางทำความสะอาดเปนเงิน 300 บาท แตสถานประกอบการบางแหงไดนำเอาชั่วโมงมาตรฐานมาใชในการคิดคาแรง คูมือชั่วโมงมาตรฐาน คือ คูมือที่ใชสำหรับการประมาณระยะเวลาที่ใชในการคิดคาซอมหรือใหบริการ รถยนต โดยประเมินจากเวลาการทำงานของชางระดับมาตรฐานที่จะสามารถทำเสร็จไดภายในระยะเวลาที่ กำหนดไว ซึ่งสวนใหญมักนิยมกำหนดเวลาเปนเลขทศนิยม เชน 0.1 ชั่วโมง เทากับ 6 นาที 0.5 ชั่วโมง เทากับ 30 นาที 1.0 ชั่วโมง เทากับ 1 ชั่วโมง


ถาในการจางชางที่มีมาตรฐานทำงานจายคาแรงคนละคิดเปนชั่วโมง เปนเงิน 100 บาท ทำงานอยางหนึ่งเสร็จ ภายใน 1 ชั่วโมง สามารถคิดคาแรงไดดังนี้ สูตร ราคาคาแรง = เวลาทำงาน x คาแรงชางทำงาน = 1.0 x 100 ∴ เปนราคา คาแรง = 100 บาท ตัวอยางที่ 8.1 มีรถยนตมาติดตั้งพัดลมไฟฟาระบายความรอนแผงคอนเดนเซอร 1 อัน โดยนำพัดลมมาเอง ใหคิดราคาคาบริการกับลูกคา ในการทำงานติดตั้งพัดลมระบายความรอน จะตองมีการซื้อวัสดุเพื่อนำมาใชในการติดตั้ง เชน เหล็กแผนเจาะรู , สายไฟ , เทปพันสายไฟ , ฟวสตัดวงจร คิดเปนเงิน 150 บาท ในการทำงานครั้งนี้จะคิดราคากำไร 20 % (เวลาทำงานไวตารางที่ 8.2) ขั้นตอนที่ 1 หาคาราคาคาแรง (โดยใชคูมือชั่วโมงมาตรฐาน) สูตร ราคาคาแรง = เวลาทำงาน x คาแรงชาง = 1.0 x 100 บาท ∴ คิดเปนคาแรง = 100 บาท ขั้นตอนที่ 2 หาคาราคาทุน สูตร ราคาทุน = ราคาคาแรง+ราคาวัสดุ+ราคาอะไหล = 100+150 บาท ∴ คิดเปนราคาทุน = 250 บาท ขั้นตอนที่ 3 หาราคาคาบริการ สูตร ราคากำไร = 20% ของราคาทุน = 250 100 20 × ∴ คิดเปนราคากำไร = 50 บาท สูตร ราคาคาบริการ = ราคาทุน+ราคากำไร = 250+50 ∴ เปนราคาคาบริการ = 300 บาท ตอบ


ตารางที่ 8.1 ราคาคาแรงงานบริการระบบปรับอากาศรถยนต จากขอมูลของรานใหบริการงานปรับอากาศรถยนตทั่วไป ลำดับ รายการ จำนวนเงิน (บาท) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 เปลี่ยนซีลคอมเพรสเซอร เปลี่ยนคอมเพรสเซอร เปลี่ยนชุดคลัชทคอมเพรสเซอร เปลี่ยนทอทางระบบปรับอากาศรถยนต เปลี่ยนรีซีฟเวอรดรายเออร เปลี่ยนแผงคอนเดนเซอร เปลี่ยนเพรสเซอรสวิตช เปลี่ยน Expantion Valve เปลี่ยนแผงอีวาพอเรเตอร เติมสารทำความเย็น ทำสุญญากาศ+เติมสารทำความเย็น เติมน้ำมันคอมเพรสเซอร เปลี่ยนสายพานคอมเพรสเซอร เปลี่ยนสวิตชควบคุมพัดลม เปลี่ยนเทอรโมสเตท ติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต ติดตั้งพัดลมไฟฟาระบายความรอนแผงคอนเดนเซอร ลางตูอีวาพอเรเตอร 600 200 200 100 100 200 100 200 400 100 300 300 200 100 200 1200 200 300


ตารางที่ 8.2 กำหนดเวลาตรวจซอมระบบปรับอากาศรถยนต จากขอมูลของรานใหบริการงานปรับอากาศรถยนตทั่วไป ลำดับ รายการ เวลา 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 เปลี่ยนซีลคอมเพรสเซอร เปลี่ยนคอมเพรสเซอร เปลี่ยนชุดคลัชทคอมเพรสเซอร เปลี่ยนทอทางระบบปรับอากาศรถยนต เปลี่ยนรีซีฟเวอรดรายเออร เปลี่ยนแผงคอนเดนเซอร เปลี่ยนเพรสเซอรสวิตช เปลี่ยน Expantion Valve เปลี่ยนแผงอีวาพอเรเตอร เติมสารทำความเย็น ทำสุญญากาศ+เติมสารทำความเย็น เติมน้ำมันคอมเพรสเซอร เปลี่ยนสายพานคอมเพรสเซอร เปลี่ยนสวิตชควบคุมพัดลม เปลี่ยนเทอรโมสตัต ติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนต ติดตั้งพัดลมไฟฟาระบายความรอนแผง คอนเดนเซอร ลางตูอีวาพอเรเตอร 1 ชม. 1 ชม. 1 ชม. 30 นาที 30 นาที 30 นาที 30 นาที 1 ชม. 1.30 นาที 1.30 นาที 30 นาที 30 นาที 40 นาที 30 นาที 40 นาที 7 ชม. 1 ชม. 1.30 นาที สรุป ในการประมาณราคาคาบริการงานปรับอากาศรถยนตนั้น คิดจากการเอาคาแรง+ คาวัสดุ+ คา อะไหล และบวกคากำไรเขาไป แตคากำไรนั้น สถานประกอบการแตละแหงอาจคิดไมเทากัน แลวแตสถาน ประกอบการนั้นตองการกำไรมากหรือนอย แตสถานประกอบการก็ควรมีคุณธรรมและความซื่อสัตยกับลูกคาที่ เขามารับบริการ เพื่อจะไดเปนสิ่งดึงดูดลูกคาในโอกาสตอไป


ใบงาน หนวยที่ 11 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 84 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 18 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 18 ชื่อหนวย การคิดราคางานปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 จุดประสงคการเรียน เพื่อใหนักเรียนมีหลักการคิดราคาในการบริการงานปรับอากาศรถยนตในลักษณะตาง ๆ คำสั่ง ใหนักเรียน หาราคาคาบริการ 1. โดยวิธีใชชั่วโมงมาตรฐานมาคิดคาแรง คิดราคาคาบริการโดยใชตารางคิดราคาคาแรงงานบริการระบบปรับอากาศรถยนตจากขอมูลตอไปนี้ มีรถยนตมาติดตั้งระบบปรับอากาศใหมโดยรานที่รับติดตั้งมีรายละเอียดดังนี้ คาอะไหลทั้งหมดเปนเงิน 13,450 บาท คาวัสดุ 300 ตองการกำไร 20 % ของราคาทุน ใชชางทำงาน 2 คน โดยคิดคาแรงของชาง ชั่วโมงละ 100 บาทตอคน ใชเวลาทำงาน 6 ชม.


เฉลยใบงาน หนวยที่ 11 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 84 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 18 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 18 ชื่อหนวย การคิดราคางานปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 วิธีที่ 1 คิดราคาคาบริการโดยใชชั่วโมงมาตรฐานมาคิดคาแรง สูตรคาแรง = เวลาทำงาน คาแรงชาง = 1.0 100 6 2 บาท ∴คาแรงงาน 2 คน = 1,200 บาท สูตร ราคาทุน = คาแรง + คาวัสดุ + คาอะไหล = 1,200 + 300 + 13,450 บาท ∴คิดเปนราคาทุน = 14,950 บาท ตองการกำไร 20% ของราคาทุน ∴ราคากำไร = 14,950 100 20 บาท = 2,990 บาท สูตร คาบริการ = ราคาทุน + กำไร = 14,950 + 2,990 บาท ∴คิดเปนราคาคาบริการทั้งหมด = 17,940 บาท


วิธีที่ 2 คิดราคาคาบริการโดยใชตารางคาแรงงานบริการระบบปรับอากาศรถยนต จากตารางที่ 8.1 คาติดตั้งระบบปรับอากาศรถยนตเปนเงิน 1,200 บาท เปนการคิดงานเหมา จึงไมตองคิดจำนวนชางที่มาทำ คาแรง = 1,200 บาท สูตร ราคาทุน = คาแรง + คาวัสดุ + คาอะไหล = 1,200 + 300 + 13,450 บาท ∴คิดเปนราคาทุน = 14,950 บาท ตองการกำไร 20% ของราคาทุน ∴ราคากำไร = 14,950 100 20 บาท = 2,990 บาท สูตร คาบริการ = ราคาทุน + กำไร = 14,950 + 2,990 บาท ∴คิดเปนราคาคาบริการทั้งหมด = 17,940 บาท ตอบ


เฉลยใบงาน หนวยที่ 11 รหัสวิชา 20101 – 2105 ชื่อวิชา งานปรับอากาศยายนต ชั่วโมงรวม 84 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2566 สัปดาหที่ 18 สาขาวิชา ชางยนต สาขางาน ยานยนต สอนครั้งที่ 18 ชื่อหนวย การคิดราคางานปรับอากาศรถยนต จำนวนชั่วโมง 7 คำสั่ง ใหนักเรียนทำเครื่องหมาย ทับขอที่ถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว (ขอละ 1 คะแนน) 1. ขอใดคือความหมายของการประมาณราคาคาบริการ ? ก. ราคาอะไหลบวกราคาทุน ข . ราคาคาแรงบวกราคาทุน ค. ราคาทุนบวกราคากำไร ง. ราคาคาแรงบวกราคากำไร 2. ในการคิดชั่วโมงมาตรฐาน ถากำหนด 1.0 มีคาเทากับ 2 ชั่วโมง ถาเวลา 30 นาทีจะมีคาเทาไร ? ก. 0.25 ข . 0.5 ค. 0.75 ง. 1.0 3. ขอใดคือความหมายของราคากำไร ? ก. คาใชจายทั้งหมดในการทำงาน ข. คาแรงทั้งหมดในการทำงาน ค. คาแรงและคาใชจายทั้งหมด ง. ราคาที่คิดบวกเพิ่มจากคาใชจายทั้งหมด 4. ลงทุนไปทั้งหมด 300 บาท ตองการกำไร 5% ของราคาทุน คิดเปนกำไรกี่บาท ? ก. 20 บาท ข. 15 บาท ค. 10 บาท ง. 5 บาท 5. ในการประมาณราคาคาบริการตองคิดจากคาอะไรบาง ? ก. คาวัสดุ ข. คาแรง ค. คาอะไหล ง. ถูกทุกขอ


6. คาแรงบวกราคาวัสดุบวกราคาอะไหล คือคิดราคาอะไร ? ก. ราคาคาบริการ ข. ราคาทุน ค. ราคาคาแรง ง. ราคากำไร จากขอมูลตอไปนี้ ใชตอบคำถามขอ 7 - 10 รถยนตตองการเปลี่ยนคอมเพรสเซอรปรับอากาศตัวใหม ราคา 14,000 บาท ในการทำงานมีคาใชจายเปนคา วัสดุ 800 บาท ใชคนทำงานเพียงคนเดียว คิดในราคาเหมาคาแรงเปนเงิน 600 บาท และทางรานตองการ กำไร 20 % ของราคาทุน 7. งานเปลี่ยนคอมเพรสเซอรปรับอากาศ คิดเปนราคาทุนเทาใด ? ก. 800 บาท ข. 2,800 บาท ค. 14,000 บาท ง. 15,400 บาท 8. งานเปลี่ยนคอมเพรสเซอรปรับอากาศ คิดเปนราคากำไรเทาไร ? ก. 3,080 บาท ข. 280 บาท ค. 800 บาท ง. 15,400 บาท 9. งานเปลี่ยนคอมเพรสเซอรปรับอากาศ คิดเปนคาบริการเทาไร ? ก. 2,800 บาท ข. 3,080 บาท ค. 15,400 บาท ง. 18,480 บาท 10. ถารานคิดราคาโดยที่ไมคิดกำไรกับลูกคา จะเปนเงินเทาไร ? ก. 15,400 บาท ข. 14,000 บาท ค. 2,800 บาท ง. 800 บาท


Click to View FlipBook Version