ใบงานที่ ............
เรื่อง การหาร
คาสั่ง ให้นักเรียนหาคาตอบแล้วเติมลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ต้อง
ตวั อย่าง:
1÷1 = 1
1. 4 ÷ 2 = ………. 2. 5 ÷ 1 = ………….
3. 4 ÷ 1 = ………. 4. 6 ÷ 1 = …………
5. 6 ÷ 2 = .……… 6 . 8 ÷ 1 = …………
7. 6 ÷ 3 = ………. 8. 8 ÷ 2 = …………
9. 8 ÷ 4 = ………. 10. 9 ÷ 1 = …………
11. 9 ÷ 3 = ………. 12. 3 ÷ 1 = …………
13 .7 ÷ 1 = ………. 14. 1 ÷ 1 = …………
ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขท่ี ............................
ใบงานท่ี ............
เร่อื ง การหาร
คาส่งั ให้นักเรียนหาคาตอบ แล้วเตมิ ลงใน...........ให้ถกู ตอ้ ง
ตวั อย่าง 42 = 2
1. 8 2 = ………. 11. 1 1 = ……….
2. 4 2 = ………. 12. 7 1 = ……….
3. 2 2 = ………. 13. 8 1 = ……….
4. 3 3 = ………. 14. 9 1 = ……….
5. 9 3 = ………. 15. 4 4 = ……….
6. 2 1 = ………. 16. 5 5 = ……….
7. 3 1 = ………. 17. 6 6 = ……….
8. 4 1 = ………. 18. 7 7 = ……….
9. 5 1 = ………. 19. 8 8 = ……….
10. 6 1 = ………. 20. 9 9 = ……….
ชอ่ื -สกลุ ....................................................................................เลขท่ี ......................
ใบงานท่ี...............
เรอ่ื ง การหาร
คาสง่ั ใหน้ ักเรียนหาคาตอบแล้วเติมลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
1. 42 3 = ………. 11. 18 9 =……….
2. 38 2 = ………. 12. 25 5 =……….
3. 27 3 =………. 13. 28 7 =……….
4. 48 6 = ………. 14. 48 7 =……….
5. 30 5 =………. 15. 45 5 =……….
6. 24 4 =………. 16. 4 4 =……….
7. 36 3 =………. 17. 63 7 =……….
8. 62 2 =………. 18. 96 8 =……….
9. 40 4 =………. 19. 77 7 =……….
10. 86 2 =………. 20. 40 5 =……….
ชอ่ื -สกลุ ....................................................................................เลขที่ ......................
ใบงานท่ี...............
เรื่อง การหาร
คาสง่ั ใหน้ กั เรยี นหาคาตอบแล้วเตมิ ลงในช่องว่างใหถ้ ูกตอ้ ง
1. 42 5 =……….เศษ......... 11. 11 2 =……….เศษ.........
2. 40 3 =……….เศษ......... 12. 29 3 =……….เศษ.........
3. 23 2 =……….เศษ......... 13. 34 3 =……….เศษ.........
4. 26 5 =……….เศษ......... 14. 95 9 =……….เศษ.........
5. 72 7 =……….เศษ......... 15. 99 8 =……….เศษ.........
6. 85 4 =……….เศษ......... 16. 51 7 =……….เศษ.........
7. 64 7 =……….เศษ......... 17. 22 4 =……….เศษ.........
8. 40 6 =……….เศษ......... 18. 15 6 =……….เศษ.........
9. 35 3 =……….เศษ......... 19. 98 3 =……….เศษ.........
10. 77 3 =……….เศษ......... 20. 30 4 =……….เศษ.........
ช่อื -สกุล .................................................................................................เลขท่ี .......................
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 เรือ่ ง เวลา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5/1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่ือง คณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 เวลาเรยี น 24 ช่ัวโมง
นางเกศแกว้ เวชสิทธ์ิ ครผู ้สู อน
1.มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกบั การวดั วัดและการคาดคะเนขนาดของสิ่งของทต่ี อ้ งการวัด
ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสาร การส่ือความหมายทาง
คณิตศาสตร์และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยง
คณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืนๆ และมคี วามคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรค์
ตัวชี้วัด
ค 2.1(2):เขา้ ใจเกย่ี วกับเงินและเวลา
ค 2.3(1):นาความรเู้ กีย่ วกบั การวัด เงนิ เวลา ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้
ค 6.1(2):ใชค้ วามรูท้ างคณติ ศาสตร์แกป้ ญั หาในสถานการณ์จริงได้
ค 6.2(1):ให้เหตผุ ลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ค 6.4(1):นาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ
เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กบั วชิ าอนื่ ได้
ค 6.5(1):มีความคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ในการทางาน
2.สาระสาคัญ
การอา่ นเวลา จะอ่านตามตวั เลขโดยใชห้ น่วยเป็นนาฬิกา เวลาหลงั เที่ยงวนั ให้นับต่อจาก 12
นาฬิกา เป็น 13 นาฬกิ า...24 นาฬิกา สว่ นการเขียนบอกเวลา นยิ มใช้จุด ( . ) คนั่ ระหวา่ งตัวเลขท่บี อกเวลา
เปน็ ช่วั โมงและนาที
3.สมรรถนะสาคัญ
3.1 ความสามารถในการคิด
3.2ความสามารถในการแก้ปัญหา
3.3ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4.คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
4.1ใฝเ่ รยี นรู้
4.2มุ่งมัน่ ในการทางาน
4.3รักความเป็นไทย
4.4มีวนิ ัย
4.5มจี ิตสาธารณะ
5.สาระการเรยี นรู้
5.1ดา้ นความรู้(K)
การบอกและเขียนเวลา
5.2ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
บอกและเขียนเวลา
5.3คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค(์ A)
1)ใฝ่เรียนรู้
2)ม่งุ ม่ันในการทางาน
3)รกั ความเปน็ ไทย
4)มวี ินยั
5)มจี ิตสาธารณะ
6.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
6.1 เมื่อกาหนดเวลาบนหนา้ ปัดนาฬิกาให้ สามารถบอกเวลาได้
6.2 เมือ่ กาหนดเวลาให้ สามารถเขียนบอกเวลาโดยใช้จดุ ได้
6.3 เมื่อกาหนดกิจกรรมหรือเหตกุ ารณ์ต่างๆทรี่ ะบุเวลาให้ สามารถบันทึกได้
7.บรู ณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
หลกั ความพอประมาณ
นกั เรยี นสามารถบอกเวลาได้อย่างถูกต้องเพ่อื เชื่อมโยงไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั
หลักความมเี หตุผล
นักเรียนสามารถใชค้ วามรู้ในเรื่องเวลามาใช้ในชวี ิตในประจาวันได้
หลกั การมภี ูมิคุม้ กนั
นกั เรยี นมีทกั ษะในการคิด แกป้ ญั หา และตดั สินใจไดม้ าเช่ือมโยงในชวี ติ ประจาวนั ได้
เง่ือนไขความรู้
นักเรยี นมคี วามรูใ้ นเร่อื งเวลา เพ่ือนาไปสูก่ ารเรียนรู้ในเรื่องตา่ งๆ
เง่ือนไขคุณธรรม
นกั เรยี นมีความรอบคอบ ซ่อื สัตย์ มีสตปิ ัญญา สามัคคี ความอดทน มีสติ ตรงตอ่ เวลา ประหยดั
สิง่ ท่เี กิดกับผู้เรยี นด้านปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ด้าน ความพอเพยี งสมดุลและพรอ้ มรับการเปล่ยี นแปลงในดา้ นต่างๆ
วดั
วตั ถุ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
ความรู้
(Knowledge) -มีความร้เู ร่ืองเวลา -มีความสามารถใน -มคี วามเข้าใจใน - มีความเขา้ ใจใน
การจดั กลมุ่ และหา การสรา้ งข้อสรุปทม่ี ี การนาความรู้ท่ี
ความสัมพันธ์ เหตผุ ล ได้รับมาเชอื่ มโยงใน
ชวี ติ ประจาวนั
ทักษะ -มีทักษะในเรื่อง -มีความรู้ในเรอ่ื ง -มที ักษะในการ -มองเหน็
(Process) เวลา เวลาเพ่อื ตดั สินใจ
และวางแผน วิเคราะห์ ความสมั พนั ธ์
ค่านยิ ม
(Attitude) สังเคราะห์ทางาน ระหว่างเวลากบั
ร่วมกับผอู้ นื่ ชีวิตประจาวัน
-มคี วามรอบคอบ -ยอมรับความ -เหน็ คุณค่าของการ -มีความพอเพยี งใน
ซอื่ สัตย์ มีสติปญั ญา คดิ เห็นของคนอื่น
สามัคคี อดทน อยรู่ ว่ มกับผูอ้ ืน่ ใน การใชช้ วี ติ อยา่ งมี
มีสติ ตรงตอ่ เวลา
สงั คม ความสุข
ประหยดั ประหยดั
8.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน
1.นกั เรียนและครูพูดคยุ เรอ่ื งนาฬิกาซงึ่ เป็นอุปกรณ์ในการบอกเวลา
2.ใหน้ ักเรยี นจบั คู่ ครแู จกกระดาษ เปล่าใหน้ ักเรียนคู่ละ 1 แผน่ ครหู มนุ เข็มนาฬกิ าจาลองแสดงเวลา
จากนั้นให้นักเรียนแต่ละค่ชู ว่ ยกนั เขยี นบอกเวลาโดยใช้จุดทง้ั กลางวนั และกลางคนื ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1.นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ3–5 คนสังเกตสว่ นประกอบของนาฬิกา จากน้ันครูสุม่ ตัวแทนกลมุ่ ออกมา
อภปิ รายรว่ มกนั เก่ียวกบั ส่วนประกอบของนาฬิกาจนไดข้ อ้ สรปุ ว่าบนหน้าปัด นาฬิกามเี ข็มสน้ั และเข็มยาว
เขม็ สั้นบอกเวลาเป็นช่วั โมง เข็มยาวบอกเวลาเป็นนาที จากน้ันครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ วา่ เข็มยาวเดินได้ 12 ชั่วโมง
หรอื 60 ช่องเล็กเท่ากับ 60 นาทเี ข็มสนั้ จะเดนิ ได้ 1 ชอ่ งใหญ่หรือ 1 ชัว่ โมงเทา่ กบั 60 นาทีดงั น้นั เวลา1ชวั่ โมง
จงึ มี 60 นาทแี ละคร่ึง ช่วั โมงมี 30 นาที
2. นักเรยี นกลุม่ เดมิ ชว่ ยกนั จัดเขม็ นาฬกิ าจาลองแล้วอ่านเวลาเปน็ ภาษาพดู จากแผนภมู เิ พลง เวลา
โดยครแู นะนาเพิ่มเตมิ วา่ การอ่านเวลาในเวลากลางวันหลงั จากเทีย่ งวันหรือ12 นาฬิกาไปแลว้ จะอ่านไม่ตรงกับ
ตวั เลขช้ีบนหนา้ ปดั นาฬกิ า เช่น
3. ครใู ห้นกั เรยี นจดั เข็มนาฬิกาจาลองหลงั เวลา24.00น.แต่ยังไม่ถงึ 01.00น.ของวนั ใหม่ แล้วใหน้ กั เรียนแตล่ ะ
กลมุ่ ชว่ ยกนั อา่ นเวลาจะได้วา่ เวลาหลัง24.00น.แต่ยงั ไม่ถงึ 01.00 น.ของวนั ใหม่จะอ่านวา่ ศูนย์นาฬิกาหรือเทย่ี ง
คืน เช่น
4. นักเรยี นศึกษาหนงั สือเรียนสาระการเรียนรูพ้ ้นื ฐานคณิตศาสตร์/สอื่ การเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
5. ฝึกเขยี นเวลาโดยใช้จุด เชน่ 7 นาฬกิ า 25 นาที ( 7.25 )
6. ฝกึ เขยี นบนั ทกึ เหตกุ ารณห์ รอื กจิ กรรมของตวั เองคนละ 1 วัน
ข้นั สรุป
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้
2 .ทาใบงานที่ครูมอบหมาย
9.สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1.นาฬกิ าจริง
2.นาฬกิ าจาลอง
3.หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร์
4.กระดาษ
5.ใบงาน
10.การวัดผลประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประมาณ
วิธกี าร 1.แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน ร้อยละ 50 ข้ึนไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
1.ตรวจใบงาน
11.ขออนุมตั ใิ ชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
ลงชอ่ื
(นางเกศแกว้ เวชสทิ ธิ์)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าทักษะ/กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นางสุกุล ศิลารักษ์)
ตาแหนง่ ครูชานาญการ
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ บริหารวชิ าการ
1.การกาหนดจุดประสงค์การเรียนรูม้ คี วามสอดคล้องตามเนอ้ื หาและเหมาะสมกบั ผู้เรียน
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรงุ
2.การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนมีความสอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรยี นและถูกตอ้ ง
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
3.การกาหนดแนวทางการวดั ผลประเมนิ ผลและเคร่อื งมือ
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
4.ความสมบูรณ์และความถกู ตอ้ งเรียบร้อยโดยรวมอยู่ในระดับ
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื
(นางเกศแกว้ เวชสิทธิ์)
ตาแหนง่ หัวหนา้ กลุม่ บริหารวิชาการฯ
บันทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้
ความสาเรจ็ ในการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรคในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื
(นางเกศแกว้ เวชสิทธ)์ิ
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของหวั หนา้ ทกั ษะ/กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นางสกุ ลุ ศิลารักษ์)
ตาแหนง่ ครูชานาญการ
ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์ิ)
ตาแหนง่ ครูชานาญการ
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรือ่ ง...............................................................................
ที่ ช่ือ-สกุล ใบงานที.่ ...... ใบงานที่....... ใบงานที่....... ใบงานที่....... สรุปผล
1 ด.ญ.นิรันดร์รัตน์ ชหู อย คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ผา่ น ไม่
2 ด.ช.ธนดล หอมรสกล้า เตม็ ทไ่ี ด้ เต็ม ทีไ่ ด้ เตม็ ทไี่ ด้ เตม็ ท่ไี ด้ ผา่ น
3 ด.ช.ธนภทั ร
จิตชานาญ
4
5
6
7
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ (ระดบั 2,3,4 ผา่ นเกณฑ)์
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถึง ระดับ ดมี าก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถงึ ระดับ ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดับ พอใช้ = 2
คะแนนต่ากว่า 10 หมายถงึ ระดบั ปรบั ปรุง = 1
ลงช่ือ.........................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธิ์)
แบบสังเกตพฤติกรรมขณะทางานกลมุ่
ชน้ั ............................. ภาคเรยี นท.่ี .................................ปีการศกึ ษา..................................
กลุ่มสาระการเรยี นร.ู้ ......................................หน่วยการเรียนรู.้ .........................................
เรอื่ ง...................................................................................................................................
สถานภาพของผปู้ ระเมนิ
ตนเอง เพอื่ น ผู้ปกครอง ผ้สู อน ผู้สนใจ
คาช้ีแจง ใหก้ รอกคะแนนการประเมินตามเกณฑก์ ารให้คะแนนทก่ี าหนดไว้ตามความเป็นจรงิ
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั ิอยใู่ นระดับดเี ย่ียม ให้ 5 คะแนน
ปฏิบัตอิ ยู่ในระดบั ดีมาก ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั อิ ยู่ในระดบั ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติอยใู่ นระดบั พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตอิ ยู่ในระดับต้องปรบั ปรุง ให้ 1 คะแนน
รายการประเมิน
การแสดง
เลขที่ ช่อื -สกุล ความ ิคดเห็น
การ ัรบฟัง
ความ ิคดเห็น
ของ ู้ผอ่ืน
ความ ่รวม ืมอ
ักบก ุล่ม
ความ ้ัตงใจใน
การทางาน
รวม 20 คะแนน
่ผาน/ไ ่ม ่ผาน
1. ด.ญ.นริ ันดรร์ ัตน์ ชูหอย
2. ด.ช.ธนดล หอมรสกลา้
3. ด.ช.ธนภทั ร จิตชานาญ
4.
5.
6.
7.
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์ (ระดบั 2,3,4 ผ่านเกณฑ์)
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถงึ ระดับ ดีมาก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถึง ระดบั ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดบั พอใช้ = 2
คะแนนต่ากวา่ 10 หมายถึง ระดับ ปรับปรุง = 1
ลงชอื่ .........................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธ์ิ)
ใบงานท่.ี ..........
เรื่องเวลา
คาสั่ง ใหน้ ักเรยี นเตมิ คาตอบลงในช่องวา่ ง
1) กลางวนั 2) กลางคนื 3) กลางวนั
4) กลางคืน 5) กลางวัน 6) กลางคืน
ชือ่ -สกุล .................................................................................................เลขที่ .......................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12 เรื่อง การตวง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 15101 ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5/1
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 เร่ือง คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 2 เวลาเรียน 12 ชั่วโมง
นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์ิ ครผู สู้ อน
1.มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเก่ียวกบั การวัด วัดและการคาดคะเนขนาดของสง่ิ ของท่ตี ้องการวัด
ค 2.2 แกป้ ญั หาเกย่ี วกับการวดั
ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยง
คณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์
ตวั ชวี้ ัด
ค 2.1(2):เข้าใจเกี่ยวกับเงินและเวลา
ค 2.2 ป.4/1 แกป้ ญั หาเกี่ยวกับการวัดความยาว การช่งั การตวง และเงิน
ค 2.3(1):นาความร้เู กย่ี วกับการวัด เงนิ เวลา ไปใชแ้ ก้ปญั หาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้
ค 6.1(2):ใช้ความรูท้ างคณิตศาสตรแ์ ก้ปัญหาในสถานการณ์จรงิ ได้
ค 6.2(1):ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สินใจและสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ค 6.4(1):นาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงในการเรียนรู้เน้ือหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ
เชอื่ มโยงคณิตศาสตร์กบั วชิ าอ่ืนได้
ค 6.5(1):มีความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ในการทางาน
2.สาระสาคญั
เคร่อื งตวง เป็นเครอื่ งมือท่ใี ชว้ ดั ปริมาตรของของเหลวหรอื ของท่ตี วงได้ หน่วยทใี่ ช้ในการตวง เชน่
ลติ ร มิลลิลติ ร ถ้วยตวง และชอ้ นตวง
3.สมรรถนะสาคญั
3.1 ความสามารถในการคดิ
3.2ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.3ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
4.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
4.1ใฝ่เรยี นรู้
4.2มงุ่ ม่ันในการทางาน
4.3รักความเป็นไทย
4.4มวี นิ ัย
4.5ซอื่ สัตย์สุจริต
5.สาระการเรยี นรู้
5.1ดา้ นความรู้(K)
การตวงและบอกปริมาตร
5.2ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ตวงและบอกปรมิ าตร
5.3คุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์(A)
1)ใฝเ่ รยี นรู้
2)มงุ่ มน่ั ในการทางาน
3)รกั ความเป็นไทย
4)มีวนิ ยั
5)ซื่อสตั ยส์ ุจริต
6.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เม่อื กาหนดสงิ่ ตา่ งๆให้ สามารถตวงและบอกปรมิ าตรได้
7.บูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลกั ความพอประมาณ
นกั เรยี นสามารถบอกตวงส่ิงตา่ งๆไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเพอื่ เชอ่ื มโยงไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
หลักความมีเหตุผล
นักเรยี นสามารถใชค้ วามรู้ในเร่ืองการตวงมาใช้ในชวี ติ ในประจาวันได้
หลักการมภี มู ิคุ้มกัน
นกั เรยี นมที กั ษะในการคิด แก้ปัญหา คาดคะเน และตดั สนิ ใจไดม้ าเชื่อมโยงในชวี ิตประจาวนั ได้
เงื่อนไขความรู้
นกั เรยี นมีความรู้ในเร่ืองการตวง เพือ่ นาไปสกู่ ารเรียนร้ใู นเร่อื งตา่ งๆ
เงอ่ื นไขคณุ ธรรม
นักเรยี นมีความรอบคอบ ซอ่ื สตั ย์ มีสตปิ ัญญา ความอดทน มีสติ ประหยดั
สง่ิ ทเี่ กิดกบั ผเู้ รยี นด้านปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ดา้ น ความพอเพยี งสมดุลและพรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลงในด้านตา่ งๆ
วดั
วตั ถุ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
ความรู้
(Knowledge) -มคี วามรู้เรอ่ื ง -มคี วามสามารถใน -มีความเข้าใจใน - มีความเข้าใจใน
การตวง การจัดกลมุ่ และหา การสร้างข้อสรุปทีม่ ี การนาความรทู้ ี่
ความสมั พันธ์ เหตผุ ล ได้รับมาเช่ือมโยงใน
ชวี ติ ประจาวัน
ทักษะ -มีทักษะในเรอื่ ง -มคี วามรูใ้ นเรอ่ื ง -มที ักษะในการ -มองเหน็
(Process)
การตวง การตวง เพือ่ วิเคราะห์ ความสัมพนั ธ์
คา่ นยิ ม
(Attitude) ตัดสนิ ใจ และ สงั เคราะห์ทางาน ระหว่างการตวงกบั
วางแผน ร่วมกบั ผอู้ น่ื ชวี ติ ประจาวนั
-มีความรอบคอบ -ยอมรบั ความ -เหน็ คณุ คา่ ของการ -มีความพอเพยี งใน
ซอ่ื สัตย์ มสี ติปญั ญา คดิ เห็นของคนอน่ื อยรู่ ่วมกับผู้อ่ืนใน การใชช้ วี ติ อย่างมี
อดทน มีสติ สังคม ความสุข
ประหยัด ประหยัด
8.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1.นักเรยี นและครูพดู คยุ เรื่องการตวงส่ิงของตา่ งๆ
ข้ันจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.ครูนาภาชนะท่ีใช้ในการตวงทง้ั ทมี่ ีหน่วยมาตรฐานและมีหน่วยไมเ่ ปน็ มาตรฐานมาให้นักเรียนบอก
ช่อื ภาชนะท่ีนกั เรยี นรจู้ กั เชน่ ขนั ถ้วยแกว้ ถ้วยตวง ช้อนตวง กะละมงั ถังขวด นา้ อดั ลม ขวดน้ามันพชื ครู
แนะนาภาชนะท่มี ี หน่วยมาตรฐานท่ีนกั เรยี นยงั ไม่รจู้ ัก เชน่ ลติ ร ถัง ถ้วยตวง ชอ้ นตวง จากน้นั ใหน้ ักเรียน
ได้ปฏบิ ตั ิการตวงโดยแบง่ เป็น 2 ลักษณะดงั น้ี
การตวงของแหง้
ครูสาธติ การตวงของแหง้ ทีเ่ ตรยี มมาให้นกั เรียนสงั เกตวิธตี วงจากน้นั ครูใหน้ กั เรียนบอกข้นั ตอนการ
ตวงทีค่ รูดาเนนิ การและนาอภปิ รายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า
- ในการตวงของแห้งตอ้ งไม่เขย่าภาชนะตวงเมอ่ื ใสข่ องที่จะตวงลงไป
- เม่ือใส่ของท่ีจะตวงลงไปจนเต็มหรอื พนู ภาชนะแลว้ ตอ้ งใชไ้ มท้ ่ีมีขอบเรียบ เชน่ ไมบ้ รรทดั ปาด
สง่ิ ของให้เรยี บเสมอขอบภาชนะตวง ดังรปู
จากนน้ั แบง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 3 - 4 คนใหน้ กั เรยี นฝึกตวงของแห้งท่ีครูเตรียมมาตามปรมิ าตรท่ี
ครูกาหนด เช่น ตวงทราย 3 ขนั ตวงถวั่ เขยี ว 2 กระปอ๋ ง พร้อมทงั้ บอกปรมิ าตรของทต่ี วงได้
การตวงของเหลว
ครูสาธติ วธิ ตี วงนา้ ใหน้ ักเรียนดวู ่าตอ้ งตวงจนเตม็ เสมอขอบภาชนะตวงหรอื เสมอขดี ทีบ่ อกไว้ในเครื่อง
ตวงจากนน้ั จงึ ใหน้ กั เรยี นปฏิบตั ิจรงิ โดยครูกาหนดปรมิ าตรทีต่ ้องการเช่นตวงนา้ 3 ขนั ตวงน้า 5 ถว้ ยตวง
2. ให้นักเรียนเห็นความจาเป็นในการใชเ้ ครอื่ งตวงทีม่ หี นว่ ยมาตรฐานตวงส่ิงของตา่ งๆ โดยครูให้นักเรยี น 2 คน
ออกมาตวงส่ิงของทคี่ รเู ตรยี มไว้เช่นถ่วั เขยี ว1 ถงุ ทราย 1 ถัง โดยใช้ภาชนะตวง ชนิดเดยี วกนั 2 ขนาดที่มี
ขนาดแตกตา่ งกนั อยา่ งชดั เจน เช่น ถว้ ยแก้ว2 ใบ ให้นกั เรยี นคนทีห่ น่งึ ตวงถ่ัวเขยี ว 1 ถงุ โดยใชถ้ ว้ ยแก้วใบ
ใหญ่และใหน้ ักเรยี นคนท่สี องตวงโดยใช้ถ้วยแก้วใบเล็ก จากนน้ั ครถู ามนกั เรียนและร่วมกันอภิปรายเพื่อใหไ้ ด้
ข้อสรุปวา่ การตวงสงิ่ ของ ชนดิ เดียวกันปรมิ าตรเทา่ กัน โดยใช้ภาชนะตวงตา่ งขนาดกันทาให้ผลการตวงไม่
เท่ากันไมต่ รงกนั เช่นถ่ัวเขียว 1 ถุง คนหนึ่งตวงได้ 3 แก้ว อกี คนหนึ่งตวงได้ 5 แกว้ ดังนั้นถ้าจะตวงให้ได้ผล
การตวงเท่ากนั ตรงกนั ทกุ คร้งั จาเปน็ จะตอ้ งมเี ครือ่ งตวงทม่ี หี น่วยมาตรฐาน
ครูนาเครอ่ื งตวงท่ีมีหนว่ ยมาตรฐานชนดิ ต่างๆเชน่ ถัง ลติ ร เคร่ืองตวงน้ามนั เชื้อเพลิงและหยอดเครอื่ ง
กระบอกตวงถ้วยตวงชอ้ นตวงมาแนะนาให้นักเรยี นรจู้ ัก
3. ครูนาเหยือกน้าที่ใสน่ า้ เต็มเหยอื กมาวางบนโต๊ะหน้าชน้ั เรียนให้ผูแ้ ทนนกั เรียนออกมาเทน้าจาก
เหยือกใสใ่ นแกว้ น้าที่ครเู ตรียมไว้ (แต่ละใบเท่ากัน) ให้พอดขี อบแกว้
ครถู ามคาถามนักเรยี นดงั น้ี
-น้าเต็มเหยอื กเทใส่แกว้ นาให้พอดีขอบแก้วได้กใี่ บ
-เหยือกนีจ้ นุ า้ ไดก้ แี่ กว้
ครูดาเนินกจิ กรรมอกี ครง้ั แตเ่ ปล่ยี นเป็นถงุ ที่ใส่ถวั่ เขยี วจนเตม็ แล้วให้นกั เรยี นเทใสก่ ระป๋อง
จากน้ันครูถามคาถามนกั เรียนดงั น้ี
-นักเรยี นตวงสง่ิ ของใดบา้ ง
-นา้ เปน็ สง่ิ ของประเภทใด
-ถว่ั เขียวเป็นสง่ิ ของประเภทใด
ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายวา่ เราสามารถตวงสิง่ ของท่ีเป็นของเหลว และของแหง้
4. ครตู ดิ บตั รภาพเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการตวงบนกระดาน (หรือใช้ของจรงิ ) เชน่ ชอ้ นตวง ลิตร ถ้วยตวง
กระบอกตวง ถงั เครอ่ื งตวงน้ามัน ใหน้ กั เรยี นสังเกตเคร่ืองมอื เหล่านนั้ แล้วถามนักเรยี นว่าเคยเห็นเคร่อื งมอื
เหลา่ นหี้ รอื ไม่และเครอ่ื งมอื แต่ละชนิดมีวธิ กี ารใช้อยา่ งไรและใช้ตวงส่ิงของประเภทใดบา้ ง ครแู นะนาเพ่ิมเติม
วา่ นอกจากนเ้ี ราใช้ภาชนะอ่นื ๆ เช่น ขันหรอื แกว้ ในการตวง ส่งิ ของแตผ่ ลท่ีได้จะไม่คงที่
5. ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คนครูแจกภาชนะให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ (เชน่ ถว้ ยถังแก้ว)
นกั เรียนปฏบิ ตั ดิ ังนี้
- กลุ่ม 1-4 นานา้ หรอื ขา้ วสารหรอื ถั่วเขียวใส่ใหเ้ ต็มภาชนะที่ได้แล้วตวงใสแ่ ก้วและตอบคาถามครูวา่
ภาชนะนนั้ มคี วามจุเทา่ ไรโดยออกมาปฏบิ ตั ิหนา้ ชั้นเรยี น
- กลุ่ม 5-8 นานา้ หรอื ขา้ วสารหรอื ถ่วั เขียวใส่แกว้ แลว้ เทใสภ่ าชนะและตอบคาถามครูวา่ ภาชนะน้นั มี
ความจุเทา่ ไรโดยออกมาปฏิบตั หิ น้าชน้ั เรียน ครแู ละนักเรียนกลมุ่ อ่นื ๆรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนน้ั
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ว่าเราสามารถตวงสิง่ ใดได้บา้ งโดยครเู ขยี นสรปุ เปน็ แผนภาพความคิดบนกระดานดัง
ตวั อยา่ ง
ขนั้ สรุป
1. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ดงั น้ี
-การตวงสง่ิ ของทาใหท้ ราบปรมิ าณของสิ่งของและความจุของภาชนะการตวงโดยใช้เครอ่ื งมอื ที่แต่ละ
คนกาหนดอาจทาให้ผู้อน่ื เขา้ ใจไม่ตรงกนั จงึ ควรมีเครอื่ งมอื ที่เปน็ มาตรฐาน
2.ให้นักเรยี นทาใบงาน
9. ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์
2. แบบฝกึ หัดคณิตศาสตร์
3. เหยอื กน้า
4. แกว้ นา้
5. น้า
6. ถว่ั เขยี ว
7.ใบงาน
10.การวดั ผลประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประมาณ
วิธกี าร 1.แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน รอ้ ยละ 50 ข้ึนไปถือว่าผ่านเกณฑ์
1.ตรวจใบงาน
11.ขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้
ลงช่ือ
(นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์)ิ
ตาแหน่ง ครู ชานาญการ
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าทักษะ/กล่มุ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(นางสกุ ลุ ศลิ ารักษ์)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
1.การกาหนดจุดประสงคก์ ารเรียนรมู้ ีความสอดคลอ้ งตามเน้ือหาและเหมาะสมกบั ผู้เรียน
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรงุ
2.การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีความสอดคล้องเหมาะสมกบั ผู้เรียนและถูกต้อง
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
3.การกาหนดแนวทางการวัดผลประเมินผลและเคร่อื งมือ
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรงุ
4.ความสมบรู ณ์และความถูกต้องเรยี บร้อยโดยรวมอยใู่ นระดับ
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(นางเกศแกว้ เวชสิทธิ์)
ตาแหน่ง หวั หน้ากลมุ่ บริหารวิชาการฯ
บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
ความสาเร็จในการจัดการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรคในการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่
(นางเกศแก้ว เวชสทิ ธิ์)
ตาแหนง่ ครูชานาญการ
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ ทักษะ/กลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(นางสกุ ลุ ศลิ ารกั ษ์)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์ิ)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรือ่ ง...............................................................................
ที่ ช่ือ-สกุล ใบงานที.่ ...... ใบงานที่....... ใบงานที่....... ใบงานที่....... สรุปผล
1 ด.ญ.นิรันดร์รัตน์ ชหู อย คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ผา่ น ไม่
2 ด.ช.ธนดล หอมรสกล้า เตม็ ทไ่ี ด้ เต็ม ทีไ่ ด้ เตม็ ทไี่ ด้ เตม็ ท่ไี ด้ ผา่ น
3 ด.ช.ธนภทั ร
จิตชานาญ
4
5
6
7
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ (ระดบั 2,3,4 ผา่ นเกณฑ)์
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถึง ระดับ ดมี าก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถงึ ระดับ ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดับ พอใช้ = 2
คะแนนต่ากว่า 10 หมายถงึ ระดบั ปรบั ปรุง = 1
ลงช่ือ.........................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธิ์)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมขณะทางานกลุ่ม
ชน้ั ............................. ภาคเรยี นท่ี..................................ปกี ารศึกษา..................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้.......................................หน่วยการเรยี นรู้..........................................
เรอื่ ง...................................................................................................................................
สถานภาพของผปู้ ระเมิน
ตนเอง เพอ่ื น ผู้ปกครอง ผสู้ อน ผู้สนใจ
คาช้ีแจง ใหก้ รอกคะแนนการประเมนิ ตามเกณฑ์การใหค้ ะแนนทก่ี าหนดไว้ตามความเปน็ จรงิ
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั ิอยู่ในระดบั ดเี ย่ียม ให้ 5 คะแนน
ปฏิบัตอิ ยู่ในระดับดีมาก ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั อิ ยู่ในระดบั ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติอย่ใู นระดบั พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตอิ ยู่ในระดับต้องปรบั ปรุง ให้ 1 คะแนน
รายการประเมนิ
การแสดง
เลขที่ ช่อื -สกุล ความ ิคดเห็น
การ ัรบฟัง
ความ ิคดเห็น
ของ ู้ผอ่ืน
ความ ่รวม ืมอ
ักบก ุล่ม
ความ ้ัตงใจใน
การทางาน
รวม 20 คะแนน
่ผาน/ไ ่ม ่ผาน
1. ด.ญ.นริ ันดรร์ ัตน์ ชูหอย
2. ด.ช.ธนดล หอมรสกล้า
3. ด.ช.ธนภทั ร จิตชานาญ
4.
5.
6.
7.
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์ (ระดบั 2,3,4 ผา่ นเกณฑ์)
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถึง ระดับ ดีมาก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถึง ระดบั ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถงึ ระดบั พอใช้ = 2
คะแนนต่ากวา่ 10 หมายถึง ระดับ ปรับปรุง = 1
ลงชื่อ.........................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธ์ิ)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 13 เรอ่ื ง การช่ัง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 15101 ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5/1
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรือ่ ง คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 2 เวลาเรียน 12 ช่ัวโมง
นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์ิ ครูผู้สอน
1.มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกีย่ วกบั การวดั วดั และการคาดคะเนขนาดของสิ่งของทีต่ อ้ งการวดั
ค 2.2 แกป้ ญั หาเกี่ยวกับการวัด
ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การส่ือความหมายทาง
คณิตศาสตร์และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์และเช่ือมโยง
คณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคดิ ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์
ตวั ชว้ี ัด
ค 2.2 ป.4/1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกับการวดั ความยาว การชงั่ การตวง และเงิน
ค 6.1(2):ใชค้ วามรูท้ างคณติ ศาสตร์แก้ปญั หาในสถานการณ์จรงิ ได้
ค 6.2(1):ใหเ้ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ค 6.4(1):นาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ
เชื่อมโยงคณติ ศาสตรก์ บั วชิ าอื่นได้
ค 6.5(1):มคี วามคดิ รเิ ร่มิ สร้างสรรค์ในการทางาน
2.สาระสาคัญ
เคร่อื งช่ังมีหลายชนดิ ใช้ช่งั สง่ิ ของท่ีมีนา้ หนกั แตกต่างกัน ดงั นัน้ ควรเลอื กเครือ่ งช่งั ให้เหมาะสมกบั
สิง่ ของนั้นๆ การเปรียบเทยี บน้าหนกั จากจานวนหนว่ ยท่ชี ่งั ได้ กรมั และกโิ ลกรมั เป็นหนว่ ยมาตรฐานทใี่ ชบ้ อก
นา้ หนกั
3.สมรรถนะสาคัญ
3.1 ความสามารถในการคดิ
3.2ความสามารถในการแก้ปญั หา
3.3ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
4.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
4.1ใฝ่เรียนรู้
4.2มงุ่ มน่ั ในการทางาน
4.3รกั ความเปน็ ไทย
4.4มีวินยั
5.สาระการเรยี นรู้
5.1ด้านความรู้(K)
การชงั่ โดยใชเ้ ครือ่ งชัง่
5.2ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ชง่ั โดยใชเ้ ครื่องชั่ง
5.3คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์(A)
1)ใฝเ่ รียนรู้
2)มุง่ ม่นั ในการทางาน
3)รกั ความเป็นไทย
4)มีวินยั
6.จุดประสงค์การเรยี นรู้
เม่ือกาหนดสิ่งต่างๆให้ สามารถช่ังโดยใช้เครอื่ งช่ังที่มีหนว่ ยมาตรฐานและบอกนา้ หนกั
เปน็ กิโลกรมั และขดี ได้
7.บรู ณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลกั ความพอประมาณ
นกั เรียนสามารถช่ังสิ่งต่างๆได้อยา่ งถกู ต้องเพือ่ เชือ่ มโยงไปใช้ในชีวติ ประจาวนั
หลักความมีเหตุผล
นกั เรียนสามารถใช้ความรู้ในเรือ่ งการชงั่ มาใชใ้ นชีวิตในประจาวันได้
หลักการมีภูมิคมุ้ กัน
นกั เรยี นมที ักษะในการคดิ แก้ปญั หา คาดคะเน และตัดสนิ ใจไดม้ าเช่ือมโยงในชวี ติ ประจาวันได้
เงอ่ื นไขความรู้
นกั เรียนมีความรใู้ นเร่อื งการชง่ั เพือ่ นาไปสกู่ ารเรยี นรใู้ นเรอ่ื งตา่ งๆ
เงอื่ นไขคณุ ธรรม
นกั เรียนมีความรอบคอบ ซอ่ื สตั ย์ มีสตปิ ญั ญา ความอดทน มีสติ ประหยัด
สงิ่ ท่เี กิดกบั ผูเ้ รียนด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ด้าน ความพอเพยี งสมดลุ และพร้อมรบั การเปลย่ี นแปลงในดา้ นตา่ งๆ
วดั
วัตถุ สังคม สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
ความรู้
(Knowledge) -มคี วามรูเ้ รอ่ื ง -มคี วามสามารถใน -มีความเข้าใจใน - มคี วามเข้าใจใน
การช่งั การจัดกลุ่มและหา การสร้างขอ้ สรปุ ทีม่ ี การนาความร้ทู ี่
ความสมั พนั ธ์ เหตุผล ได้รบั มาเช่อื มโยงใน
ชีวิตประจาวนั
ทกั ษะ -มที กั ษะในเร่ือง -มคี วามรู้ในเรอ่ื ง -มีทักษะในการ -มองเห็น
(Process) การชง่ั การชงั่ เพื่อ
วเิ คราะห์ ความสมั พนั ธ์
คา่ นยิ ม ตดั สินใจ และ
(Attitude) วางแผน สังเคราะห์ทางาน ระหว่างการชงั่ กบั
-มคี วามรอบคอบ -ยอมรบั ความ ร่วมกับผู้อ่นื ชีวติ ประจาวนั
ซ่ือสัตย์ มีสติปญั ญา คิดเห็นของคนอนื่
อดทน มสี ติ -เห็นคณุ ค่าของการ -มคี วามพอเพยี งใน
ประหยดั ประหยัด
อยู่รว่ มกับผู้อน่ื ใน การใชช้ ีวิตอย่างมี
สังคม ความสขุ
8.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
นักเรียนและครพู ูดคยุ เรอื่ งการชัง่ สง่ิ ของต่างๆ
ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ครูสนทนากับนกั เรียนเกี่ยวกบั การช่งั และน้าหนกั เชน่
- นกั เรียนแตล่ ะคนหนักเท่าไร
- ทาไมนกั เรียนจงึ ทราบน้าหนกั ของตนเอง(โดยการช่ัง)
- ใชอ้ ะไรในการช่งั นา้ หนกั
จากนนั้ ครูแนะนาเครอ่ื งช่งั ชนิดต่าง ๆ เชน่ เครือ่ งชัง่ สองแขนเครอ่ื งชงั่ นา้ หนักตัว เคร่ืองช่งั สปรงิ
เคร่ืองชั่งแบบตมุ้ เลือ่ น
2.ครนู าเครอ่ื งชั่งสปริงมาใหน้ กั เรยี นดแู ละอธิบายส่วนประกอบของเคร่ืองชัง่ สปริงไดแ้ ก่ จาน และ
ตัวเครื่องช่งั ทมี่ ีหน้าปดั ซึ่งประกอบด้วยเขม็ ชี้นา้ หนกั และตัวเลขแสดงนา้ หนกั พร้อมท้ังแนะนาวิธกี ารชัง่ สงิ่ ของ
ดังน้ี
1)กอ่ นชัง่ ตอ้ งตรวจดใู ห้เข็มชนี้ า้ หนักช้ตี รงตวั เลข 0 และจานต้องอยใู่ นตาแหนง่ ท่ตี รงไมเ่ อียงข้างใด
ขา้ งหนึง่
2)วางส่งิ ของลงในจานบนเครื่องช่ัง
3)อา่ นตวั เลขบนหน้าปดั ว่าเขม็ ชี้ตวั เลขใด ตัวเลขน้ันจะบอกนา้ หนักของส่ิงของท่ีชงั่
3.ครูสาธติ การใช้เครอ่ื งชัง่ สปริงพร้อมทั้งซักถามและอธิบายประกอบ
- กอ่ นช่งั ต้องทาอย่างไร (กอ่ นช่ังต้องตรวจดูให้เขม็ ชีน้ ้าหนกั ช้ีตรงตัวเลข 0 และจานตอ้ งอยู่
ในตาแหน่งท่ีตรงไมเ่ อยี งข้างใดข้างหนง่ึ )
- ถ้าครูจะช่งั ถุงทราย จะวางถงุ ทรายไวท้ ี่ใดของเคร่ืองชั่ง(วางถุงทรายลงในจานบนเคร่อื งช่งั )
- นกั เรยี นจะทราบน้าหนักของถุงทรายไดอ้ ยา่ งไร(อา่ นตัวเลขบนหนา้ ปัดวา่ เข็มชี้ที่ตัวเลขใด ตวั เลข
นัน้ จะบอกนา้ หนกั ของถงุ ทราย) จากนน้ั ครูนาถุงทรายท่มี ีน้าหนกั 1 กิโลกรัม วางบนเคร่ืองชงั่ ให้นกั เรยี น
สังเกตว่า นา้ หนกั ของถงุ ทรายทาใหเ้ ข็มเล่อื นจากตวั เลข 0 ไปยังตัวเลข 1 อา่ นน้าหนกั ของถงุ ทรายทีช่ งั่ ได้จาก
ตวั เลขที่เข็มช้ีบนหนา้ ปัดซ่ึงจะได้วา่ ถุงทรายหนกั 1 กิโลกรัม ครูแนะนาวา่ กโิ ลกรัม เปน็ หน่วยทใ่ี ชบ้ อกน้าหนกั
อาจเขียนย่อเป็น กก.
4 แบง่ กลุ่มนักเรยี น ใหแ้ ต่ละกลุ่มผลัดกันออกมาชั่ง และอ่านน้าหนกั สิ่งของทีค่ รูเตรียมไว้ โดยให้
สิง่ ของ ท่ชี ่งั แตล่ ะครั้งหนกั เตม็ กิโลกรัมพอดี เช่น 1, 2 หรอื 3 กิโลกรัม ใหน้ กั เรยี นพิจารณาการชั่งน้าหนักโดย
ใชเ้ คร่อื งชงั่ สปรงิ
5.ครูนาบตั รภาพทม่ี สี ่งิ ของอยูบ่ นเครือ่ งช่ังสปริงทีบ่ อกนา้ หนกั เต็มกิโลกรัมพอดี 2 - 3 ภาพ มาให้
นกั เรยี นชว่ ยกันบอกนา้ หนัก
6.ครูทบทวนการบอกน้าหนกั โดยนาบตั รภาพการช่งั สงิ่ ของมาให้นักเรียนบอกน้าหนกั เป็นกิโลกรมั
และขีด
ตัวอย่างภาพ
7.การสอนการเปรียบเทยี บนา้ หนกั ครอู าจจัดกจิ กรรมดังนี้ ใหน้ กั เรยี นเปรียบเทยี บน้าหนกั
สิ่งของ 2 สงิ่ โดยเร่มิ จากหน่วย กโิ ลกรัม หรือหน่วยขีดอยา่ งใด อย่างหนึง่ ก่อน เช่น
2 กโิ ลกรัม กับ 3 กโิ ลกรัม
7 ขีด กบั 4 ขีด
จากนน้ั ให้นกั เรยี นเปรียบเทียบ นา้ หนกั ส่ิงของ 2 สงิ่ ทมี่ ีหนว่ ยเป็น กโิ ลกรัมและขีด เช่น
8.ในการสอนอาจให้นกั เรียน ปฏบิ ตั จิ รงิ แลว้ นาผลการช่งั มา เปรยี บเทียบหรือให้นกั เรยี นบอก
นา้ หนักของส่งิ ของจากบตั รภาพ แล้วเปรียบเทยี บน้าหนัก เชน่
2 กโิ ลกรมั เบากว่า 3 กโิ ลกรัม
7 ขดี หนกั กวา่ 4 ขีด
1 กิโลกรัม 3 ขีด เบากว่า 2 กโิ ลกรัม 4 ขีด
2 กิโลกรัม 5 ขดี เท่ากับ 2 กโิ ลกรมั ครงึ่
หลังจากนกั เรยี นสามารถเปรียบเทยี บน้าหนักได้แลว้ ครูให้นกั เรยี นทาใบงาน
ขนั้ สรปุ
1. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้การช่งั ร่วมกัน
2.ใหน้ ักเรียนทาใบงาน
9. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
1.เครือ่ งชั่งสองแขน
2.เครือ่ งช่ังนา้ หนกั ตวั
3.เครอ่ื งช่งั สปรงิ
4.เครอ่ื งชง่ั แบบตุ้มเล่ือน
5.ถุงทรายหรอื ถุงถ่ัวเขยี ว
6.บตั รภาพการชัง่ สง่ิ ของ
10.การวัดผลประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์การประมาณ
วิธกี าร 1.แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน ร้อยละ 50 ข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
1.ตรวจใบงาน
11.ขออนมุ ัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้
ลงชื่อ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธ)ิ์
ตาแหน่ง ครู ชานาญการ
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ ทกั ษะ/กล่มุ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
(นางสกุ ลุ ศิลารักษ์)
ตาแหนง่ ครูชานาญการ
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ บรหิ ารวชิ าการ
1.การกาหนดจุดประสงค์การเรยี นร้มู ีความสอดคล้องตามเนื้อหาและเหมาะสมกับผู้เรยี น
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรงุ
2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนมคี วามสอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียนและถกู ตอ้ ง
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรบั ปรงุ
3.การกาหนดแนวทางการวดั ผลประเมินผลและเครือ่ งมอื
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรบั ปรุง
4.ความสมบูรณ์และความถูกต้องเรยี บร้อยโดยรวมอยูใ่ นระดบั
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรบั ปรุง
ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่
(นางเกศแก้ว เวชสิทธ์ิ)
ตาแหน่ง หัวหนา้ กลมุ่ บรหิ ารวิชาการฯ
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
ความสาเรจ็ ในการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรคในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื
(นางเกศแก้ว เวชสิทธ)์ิ
ตาแหนง่ ครูชานาญการ
ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของหวั หน้าทกั ษะ/กลุม่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
(นางสกุ ุล ศิลารกั ษ์)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่
(นางเกศแก้ว เวชสิทธ์ิ)
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรือ่ ง...............................................................................
ที่ ช่ือ-สกุล ใบงานที.่ ...... ใบงานที่....... ใบงานที่....... ใบงานท่ี....... สรุปผล
1 ด.ญ.นิรันดร์รัตน์ ชหู อย คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ผา่ น ไม่
2 ด.ช.ธนดล หอมรสกล้า เตม็ ทไ่ี ด้ เต็ม ทีไ่ ด้ เตม็ ทไี่ ด้ เตม็ ทไี่ ด้ ผา่ น
3 ด.ช.ธนภทั ร
จิตชานาญ
4
5
6
7
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ (ระดบั 2,3,4 ผา่ นเกณฑ)์
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถึง ระดับ ดมี าก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถงึ ระดับ ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดับ พอใช้ = 2
คะแนนต่ากว่า 10 หมายถงึ ระดบั ปรบั ปรุง = 1
ลงช่ือ.........................................................ผู้ประเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธิ์)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมขณะทางานกลุ่ม
ชน้ั ............................. ภาคเรยี นท.ี่ .................................ปกี ารศกึ ษา..................................
กลุ่มสาระการเรยี นร.ู้ ......................................หน่วยการเรียนรู้..........................................
เรอื่ ง...................................................................................................................................
สถานภาพของผปู้ ระเมนิ
ตนเอง เพอื่ น ผู้ปกครอง ผูส้ อน ผู้สนใจ
คาช้ีแจง ใหก้ รอกคะแนนการประเมินตามเกณฑ์การใหค้ ะแนนท่กี าหนดไวต้ ามความเป็นจรงิ
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั ิอยใู่ นระดับดเี ย่ียม ให้ 5 คะแนน
ปฏิบัตอิ ยู่ในระดับดมี าก ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั อิ ยู่ในระดับดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติอยใู่ นระดบั พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตอิ ยู่ในระดับต้องปรบั ปรุง ให้ 1 คะแนน
รายการประเมิน
การแสดง
เลขที่ ช่อื -สกุล ความ ิคดเห็น
การ ัรบฟัง
ความ ิคดเห็น
ของ ู้ผอ่ืน
ความ ่รวม ืมอ
ักบก ุล่ม
ความ ้ัตงใจใน
การทางาน
รวม 20 คะแนน
่ผาน/ไ ่ม ่ผาน
1. ด.ญ.นริ ันดรร์ ัตน์ ชูหอย
2. ด.ช.ธนดล หอมรสกลา้
3. ด.ช.ธนภทั ร จิตชานาญ
4.
5.
6.
7.
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์ (ระดบั 2,3,4 ผา่ นเกณฑ์)
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถงึ ระดับ ดีมาก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถงึ ระดบั ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดบั พอใช้ = 2
คะแนนต่ากวา่ 10 หมายถึง ระดับ ปรับปรุง = 1
ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสิทธิ์)
แผนจัดการเรียนรูก้ ลุ่มสาระวชิ าคณติ ศาสตร์
บรู ณาการตามหลกั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 54/1
สาหรับนักเรียนทม่ี คี วามบกพร่องทางการได้ยนิ
ภาคเรยี นที่ 1-2 ประจาปกี ารศึกษา 2561
โดย
นางเกศแกว้ เวชสิทธ์ิ
ตาแหนง่ ครู ชานาญการ
โรงเรยี นภเู กต็ ปญั ญานกุ ูล ต.ปา่ คลอก อ.ถลาง จ.ภเู ก็ต
สานกั บริหารงานการศกึ ษาพิเศษ
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4/1
แผนการเรยี นรู้ท่ี 14 เรือ่ ง เงิน เวลาเรยี น 12 ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี 1- 2 ปีการศกึ ษา 2560 นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์ิ ครผู สู้ อน
1.มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและการคาดคะเนขนาดของสิ่งของทต่ี อ้ งการวดั
ค 2.2 แก้ปญั หาเกยี่ วกบั การวัด
ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสาร การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยง
คณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่ืนๆ และมคี วามคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์
2.ตวั ช้วี ัด
ค 2.2 ป.4/1 แก้ปัญหาเก่ยี วกับการวัดความยาว การช่ัง การตวง และเงนิ
ค 6.1(2):ใชค้ วามรทู้ างคณติ ศาสตร์แก้ปัญหาในสถานการณจ์ ริงได้
ค 6.2(1):ใหเ้ หตุผลประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลไดอ้ ย่างเหมาะสม
ค 6.4(1):นาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงในการเรียนรู้เน้ือหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ
เชื่อมโยงคณติ ศาสตรก์ บั วชิ าอ่ืนได้
ค 6.5(1):มคี วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ในการทางาน
3.สาระสาคัญ
เคร่อื งช่งั มีหลายชนดิ ใช้ชงั่ ส่งิ ของท่ีมีนา้ หนกั แตกตา่ งกัน ดังน้ันควรเลอื กเคร่ืองชง่ั ให้เหมาะสมกบั
สง่ิ ของน้ันๆ การเปรียบเทยี บน้าหนกั จากจานวนหน่วยท่ชี ่งั ได้ กรัมและกโิ ลกรมั เป็นหนว่ ยมาตรฐานทใ่ี ช้บอก
นา้ หนัก
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้
เมื่อกาหนดสง่ิ ตา่ งๆให้ สามารถช่ังโดยใชเ้ คร่ืองช่ังทีม่ ีหน่วยมาตรฐานและบอกนา้ หนัก
เป็นกโิ ลกรัมและขีดได้
5.สาระการเรียนรู้
การช่ัง
6.บูรณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลักความพอประมาณ
นักเรยี นสามารถชัง่ สง่ิ ต่างๆได้อย่างถกู ตอ้ งเพ่อื เชื่อมโยงไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
หลักความมีเหตุผล
นักเรียนสามารถใช้ความรู้ในเรอ่ื งการชั่งมาใช้ในชีวติ ในประจาวนั ได้
หลักการมภี ูมิค้มุ กนั
นักเรียนมีทกั ษะในการคดิ แก้ปญั หา คาดคะเน และตดั สนิ ใจไดม้ าเชื่อมโยงในชวี ติ ประจาวันได้
เงอ่ื นไขความรู้
นักเรียนมคี วามร้ใู นเรื่องการช่งั เพอ่ื นาไปสกู่ ารเรยี นรู้ในเรอื่ งตา่ งๆ
เงอื่ นไขคณุ ธรรม
นกั เรยี นมีความรอบคอบ ซื่อสตั ย์ มีสติปัญญา ความอดทน มีสติ ประหยัด
สงิ่ ทเี่ กดิ กับผู้เรียนดา้ นปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ดา้ น ความพอเพียงสมดุลและพร้อมรบั การเปลยี่ นแปลงในดา้ นต่างๆ
วดั
วตั ถุ สังคม สิง่ แวดล้อม วฒั นธรรม
ความรู้
(Knowledge) -มคี วามรเู้ รอ่ื ง -มีความสามารถใน -มคี วามเข้าใจใน - มคี วามเข้าใจใน
การชัง่ การจัดกลุม่ และหา การสรา้ งขอ้ สรปุ ทีม่ ี การนาความรูท้ ี่
ความสมั พันธ์ เหตผุ ล ไดร้ ับมาเช่อื มโยงใน
ชีวติ ประจาวัน
ทกั ษะ -มที ักษะในเรอ่ื ง -มีความรใู้ นเร่อื ง -มีทักษะในการ -มองเห็น
(Process) การชั่ง การช่ัง เพอ่ื
วิเคราะห์ ความสมั พันธ์
คา่ นิยม ตดั สนิ ใจ และ
(Attitude) วางแผน สงั เคราะห์ทางาน ระหว่างการช่ังกบั
-มีความรอบคอบ -ยอมรับความ ร่วมกบั ผูอ้ ่ืน ชวี ติ ประจาวนั
ซ่อื สตั ย์ มสี ติปัญญา คิดเหน็ ของคนอนื่
อดทน มีสติ -เหน็ คุณคา่ ของการ -มีความพอเพยี งใน
ประหยัด ประหยัด
อยรู่ ่วมกับผู้อ่ืนใน การใชช้ วี ิตอย่างมี
สงั คม ความสขุ
7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรียน
นกั เรียนและครูพดู คุยเรอื่ งการชัง่ สิ่งของต่างๆ
ข้นั จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ครสู นทนากับนักเรยี นเก่ียวกับการช่งั และนา้ หนกั เชน่
- นักเรยี นแตล่ ะคนหนกั เท่าไร
- ทาไมนักเรยี นจงึ ทราบนา้ หนกั ของตนเอง(โดยการชงั่ )
- ใช้อะไรในการชั่งนา้ หนกั
จากนนั้ ครูแนะนาเคร่ืองชั่งชนิดตา่ ง ๆ เชน่ เคร่อื งชง่ั สองแขนเครอ่ื งชงั่ น้าหนกั ตัว เครือ่ งชงั่ สปริง
เครือ่ งช่ังแบบตมุ้ เลือ่ น
2.ครูนาเคร่อื งช่ังสปริงมาใหน้ กั เรยี นดแู ละอธบิ ายสว่ นประกอบของเคร่ืองชัง่ สปริงได้แก่ จาน และ
ตัวเครื่องชงั่ ท่มี ีหนา้ ปัดซ่ึงประกอบด้วยเขม็ ชี้น้าหนกั และตวั เลขแสดงน้าหนกั พร้อมทงั้ แนะนาวธิ กี ารชงั่ สิง่ ของ
ดงั น้ี
1)ก่อนชงั่ ตอ้ งตรวจดใู ห้เขม็ ชน้ี ้าหนักช้ตี รงตัวเลข 0 และจานตอ้ งอย่ใู นตาแหน่งที่ตรงไมเ่ อียงขา้ งใด
ข้างหนงึ่
2)วางสงิ่ ของลงในจานบนเคร่อื งช่ัง
3)อา่ นตัวเลขบนหนา้ ปัดว่าเขม็ ช้ีตวั เลขใด ตวั เลขน้ันจะบอกนา้ หนักของสิ่งของท่ชี ง่ั
3.ครูสาธิตการใช้เคร่อื งช่ังสปริงพรอ้ มทงั้ ซกั ถามและอธิบายประกอบ
- ก่อนชง่ั ตอ้ งทาอย่างไร (ก่อนช่ังต้องตรวจดูให้เข็มชน้ี า้ หนักชต้ี รงตวั เลข 0 และจานต้องอยู่
ในตาแหนง่ ที่ตรงไมเ่ อยี งข้างใดขา้ งหน่ึง)
- ถา้ ครจู ะชั่งถงุ ทราย จะวางถุงทรายไวท้ ี่ใดของเคร่ืองชง่ั (วางถงุ ทรายลงในจานบนเครอ่ื งชัง่ )
- นกั เรียนจะทราบน้าหนกั ของถุงทรายไดอ้ ยา่ งไร(อ่านตวั เลขบนหน้าปัดว่าเข็มช้ีทต่ี ัวเลขใด ตวั เลข
นั้น จะบอกน้าหนกั ของถุงทราย) จากนนั้ ครนู าถุงทรายท่มี นี า้ หนัก 1 กโิ ลกรัม วางบนเคร่อื งช่ังให้นกั เรยี น
สังเกตว่า นา้ หนกั ของถุงทรายทาใหเ้ ขม็ เลื่อนจากตวั เลข 0 ไปยงั ตัวเลข 1 อ่านน้าหนักของถุงทรายทชี่ ่งั ไดจ้ าก
ตัวเลขที่เขม็ ชี้บนหน้าปัดซ่ึงจะได้วา่ ถุงทรายหนกั 1 กโิ ลกรัม ครแู นะนาว่า กิโลกรัม เป็นหนว่ ยทใ่ี ช้บอกนา้ หนัก
อาจเขยี นยอ่ เป็น กก.
4 แบง่ กลุม่ นักเรยี น ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ผลัดกันออกมาช่ัง และอา่ นนา้ หนกั สิ่งของท่คี รเู ตรยี มไว้ โดยให้
สง่ิ ของ ท่ชี ั่งแตล่ ะคร้งั หนักเตม็ กิโลกรมั พอดี เช่น 1, 2 หรอื 3 กโิ ลกรมั ใหน้ กั เรียนพิจารณาการชัง่ น้าหนักโดย
ใช้เคร่ืองชงั่ สปรงิ
5.ครูนาบตั รภาพทม่ี ีสงิ่ ของอย่บู นเครือ่ งช่งั สปรงิ ที่บอกนา้ หนักเต็มกโิ ลกรัมพอดี 2 - 3 ภาพ มาให้
นักเรียนช่วยกันบอกนา้ หนัก
6.ครูทบทวนการบอกนา้ หนัก โดยนาบัตรภาพการช่งั ส่ิงของมาใหน้ ักเรียนบอกนา้ หนักเปน็ กโิ ลกรัม
และขีด
ตวั อย่างภาพ
7.การสอนการเปรยี บเทียบนา้ หนัก ครูอาจจัดกจิ กรรมดงั นี้ ให้นกั เรียนเปรยี บเทียบน้าหนัก
ส่ิงของ 2 สิ่ง โดยเร่ิมจากหน่วย กิโลกรัม หรอื หนว่ ยขีดอยา่ งใด อยา่ งหนงึ่ ก่อน เช่น
2 กิโลกรัม กับ 3 กโิ ลกรัม
7 ขดี กบั 4 ขีด
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนเปรยี บเทยี บ นา้ หนักสง่ิ ของ 2 ส่ิงทมี่ หี น่วยเป็น กิโลกรมั และขีด เชน่
8.ในการสอนอาจใหน้ ักเรียน ปฏิบัติจรงิ แล้วนาผลการชัง่ มา เปรียบเทยี บหรือให้นกั เรียนบอก
นา้ หนักของสง่ิ ของจากบตั รภาพ แลว้ เปรยี บเทยี บน้าหนกั เช่น
2 กโิ ลกรัม เบากว่า 3 กิโลกรัม
7 ขดี หนักกว่า 4 ขีด
1 กโิ ลกรัม 3 ขดี เบากวา่ 2 กิโลกรมั 4 ขีด
2 กิโลกรัม 5 ขดี เท่ากับ 2 กิโลกรมั ครึ่ง
หลงั จากนกั เรยี นสามารถเปรียบเทยี บน้าหนักไดแ้ ล้ว ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงาน
ข้ันสรุป
1. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้การช่ังร่วมกัน
2.ให้นักเรียนทาใบงาน
8. ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้
1.เครอื่ งชั่งสองแขน
2.เครื่องช่งั นา้ หนกั ตวั
3.เครอ่ื งชง่ั สปริง
4.เครื่องช่งั แบบตุ้มเลื่อน
5.ถุงทรายหรือถุงถั่วเขียว
6.บัตรภาพการชัง่ สิง่ ของ
9.การวัดผลประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประมาณ
วิธีการ 1.แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน รอ้ ยละ 50 ข้นึ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
1.ตรวจใบงาน
ลงช่ือ
(นางเกศแกว้ เวชสทิ ธ์ิ)
ตาแหน่ง ครู
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของรองผอู้ านวยการฝ่ายวชิ าการ (ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
1.การกาหนดจุดประสงค์การเรยี นรูม้ คี วามสอดคล้องตามเนอื้ หาและเหมาะสมกับผู้เรียน
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรบั ปรุง
2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนมีความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับผู้เรยี นและถูกต้อง
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
3.การกาหนดแนวทางการวัดผลประเมนิ ผลและเคร่อื งมือ
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรงุ
4.ความสมบรู ณ์และความถูกต้องเรียบร้อยโดยรวมอยใู่ นระดบั
( / ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรบั ปรุง
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื
(นางนภาพร พรหมสร)
ตาแหน่ง รองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ
ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรียนภเู กต็ ปัญญานุกูล (ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/
รบั รอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...
ลงช่อื
(นางประกาทพิ ย์ ผาสขุ )
ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นภเู กต็ ปญั ญานกุ ลู
บนั ทกึ ผลหลงั เรียน
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ
(นางเกศแกว้ เวชสิทธ์)ิ
ตาแหน่ง ครู
แบบบันทึกคะแนนใบงาน
เรื่อง...............................................................................
ท่ี ช่อื -สกลุ ใบงานที.่ ...... ใบงานท.ี่ ...... ใบงานที.่ ...... ใบงานที.่ ...... สรปุ ผล
1 ด.ญ.นิรันดรร์ ตั น์ ชหู อย คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ผ่าน ไม่
2 ด.ช.ธนดล หอมรสกลา้ เตม็ ท่ไี ด้ เตม็ ท่ไี ด้ เต็ม ท่ีได้ เตม็ ทไ่ี ด้ ผ่าน
3 ด.ช.ธนภทั ร
จติ ชานาญ
4
5
6
7
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
ร้อยละ 50 ขึ้นไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์ (ระดับ 2,3,4 ผ่านเกณฑ์)
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน 16 – 20 หมายถงึ ระดบั ดีมาก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถึง ระดบั ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดบั พอใช้ = 2
คะแนนตา่ กว่า 10 หมายถงึ ระดบั ปรบั ปรุง = 1
ลงช่อื .........................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางเกศแกว้ เวชสทิ ธิ์)
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมขณะทางานกลุ่ม
ชั้น............................. ภาคเรยี นท.ี่ .................................ปีการศึกษา..................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้.......................................หนว่ ยการเรียนรู้..........................................
เรือ่ ง...................................................................................................................................
สถานภาพของผ้ปู ระเมนิ
ตนเอง เพื่อน ผปู้ กครอง ผู้สอน ผู้สนใจ
คาชแ้ี จง ให้กรอกคะแนนการประเมินตามเกณฑ์การให้คะแนนทก่ี าหนดไวต้ ามความเป็นจริง
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏิบัตอิ ยู่ในระดบั ดีเย่ียม ให้ 5 คะแนน
ปฏิบัตอิ ยู่ในระดบั ดมี าก ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั อิ ยูใ่ นระดบั ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตอิ ยใู่ นระดบั พอใช้ ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ปฏบิ ัติอย่ใู นระดบั ต้องปรับปรุง ให้
รายการประเมนิ
การแสดง
เลขท่ี ชือ่ -สกลุ ความ ิคดเห็น
การ ัรบฟัง
ความ ิคดเห็น
ของผู้อ่ืน
ความ ่รวม ืมอ
ักบก ุล่ม
ความ ้ัตงใจใน
การทางาน
รวม 20 คะแนน
ผ่าน/ไ ่มผ่าน
1. ด.ญ.นิรันดรร์ ตั น์ ชหู อย
2. ด.ช.ธนดล หอมรสกลา้
3. ด.ช.ธนภัทร จติ ชานาญ
4.
5.
6.
7.
เกณฑใ์ นการให้คะแนน
รอ้ ยละ 50 ขึน้ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์ (ระดับ 2,3,4 ผ่านเกณฑ)์
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน 16 – 20 หมายถึง ระดับ ดีมาก = 4
คะแนน 13 – 15 หมายถึง ระดับ ดี = 3
คะแนน 10 – 12 หมายถึง ระดบั พอใช้ = 2
คะแนนต่ากว่า 10 หมายถงึ ระดบั ปรบั ปรุง = 1
ลงชอ่ื .........................................................ผู้ประเมนิ
(นางเกศแก้ว เวชสทิ ธ์ิ)
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4/1
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง การใช้เงนิ เวลาเรียน ๙ ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี 1- ๒ ปกี ารศึกษา 2560 นางเกศแก้ว เวชสิทธ์ิ ครผู ู้สอน
1.มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใชจ้ านวนในชวี ิตจรงิ
ค 1.3 ใช้การประมาณคา่ ในการคานวณและแก้ปญั หา
ค 2.1 เขา้ ใจพืน้ ฐานเกยี่ วกับการวัด วัดและการคาดคะเนขนาดของสง่ิ ของทตี่ อ้ งการวัด
ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์และเชื่อ มโยง
คณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อืน่ ๆ และมคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์
2.ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1(1): มคี วามคดิ รวบยอดและความรสู้ กึ เชงิ จานวน(number sense เกย่ี วกบั จานวนนับและศนู ย์
ค 1.2(1): มคี วามคิดรวบยอดเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณและการหาร จานวนนบั และศนู ย์
ค 1.3(1): เข้าใจเกีย่ วกับการประมาณค่าและนาไปใชแ้ ก้ปญั หาได้
ค 2.1(2): เขา้ ใจเกย่ี วกบั เงินและเวลา
ค 2.3(1): นาความรู้เก่ยี วกับการวัด เงิน เวลา ไปใช้แก้ปญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
ค 6.1(2): ใชค้ วามรู้ทางคณติ ศาสตร์แกป้ ัญหาในสถานการณ์จรงิ ได้
ค 6.2(1): ให้เหตผุ ลประกอบการตดั สนิ ใจและสรุปผลไดอ้ ย่างเหมาะสม
ค 6.4(1): นาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ
เชอื่ มโยงคณติ ศาสตร์กับวชิ าอ่นื ได้
ค 6.5(1): มีความคิดริเริม่ สร้างสรรคใ์ นการทางาน
3.สาระสาคญั
การใช้เงนิ อยา่ งคุ้มค่าและเหมาะสมกับตนเอง
4.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1นกั เรียนนาความรู้เก่ยี วกับเงนิ ไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้
4.2นกั เรียนรู้คุณค่าของเงนิ และนาไปใชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าเหมาะสมกับตนเอง
5.สาระการเรยี นรู้
เงนิ เหรียญ ธนบัตรชนิดต่างๆ คา่ ของเงินเหรยี ญและธนบัตร การใช้เงินอย่างคมุ้ ค่าและเหมาะสมกบั
ตนเอง
6.บรู ณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลกั ความพอประมาณ
นักเรยี นรู้วา่ ตนเองมีรายได้มากน้อยเพียงใดและมีรายจ่ายท่ีจาเป็ นเพียงใด
หลกั ความมเี หตผุ ล
นักเรียนใชเ้ งนิ ใหพ้ อเพียงกับฐานะความเปน็ อยู่ของตนเองและตามความจาเปน็ ทาให้ชวี ติ มคี วามสุข
หลกั การมภี มู ิคมุ้ กนั
นักเรยี นมีการวางแผนการใชจ้ า่ ยเงินใหเ้ หมาะสมกบั ความเป็นอยู่ของตนไมก่ อ่ ให้เกดิ หนีแ้ ละอาจจะมี
เงนิ ออมไวใ้ ช้เมือ่ ยามจาเป็น
เงอ่ื นไขความรู้
นักเรียนมคี วามรอบคอบในการใชจ้ ่าย
เงอ่ื นไขคณุ ธรรม
นักเรยี นมคี วามประหยัด มคี วามเพยี ร อดทนในการเกบ็ ออม มีสติปญั ญาในการใชจ้ า่ ย
สงิ่ ทเ่ี กดิ กบั ผเู้ รยี นดา้ นปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ดา้ น ความพอเพยี งสมดลุ และพรอ้ มรบั การเปลย่ี นแปลงในดา้ นต่างๆ
วดั
ความรู้ วตั ถุ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
(Knowledge)
-มีความรูเ้ รือ่ ง -หาความร้เู กี่ยวกับ -ศึกษาสิง่ แวดล้อม -มคี วามรูใ้ นการใช้
ทกั ษะ
(Process) เกี่ยวกบั เงนิ ต่างๆ เงนิ และการใช้เงนิ ทอี่ าศยั อย่เู พ่ือวาง เงินใหพ้ อเพยี งกับ
ค่านยิ ม -มีความรเู้ กีย่ วกับ จากเพ่อื นในสังคม แผนการใช้จ่ายเงนิ ฐานะความเปน็ อยู่
(Attitude)
คณุ ค่าของเงิน ใหเ้ หมาะสมกับ ของตนเองและตาม
ความเปน็ อยูข่ อง ความจาเปน็
ตนเอง
-วางแผนในการใช้ -ฝกึ ปฏิบัตกิ ารใช้ -ฝกึ การทารายรบั -ปฏบิ ัติเป็น
เงินให้เกดิ ประโยชน์ เงินใหเ้ กดิ ประโยชน์ รายจ่าย แบบอยา่ งที่ดีใน
คุ้มค่าเหมาะสมกับ จากความรู้ท่ไี ด้จาก -อดทนในการเกบ็ ครอบครัวเร่อื งการ
ตนเอง บุคคลตวั อย่างใน ออม ใชเ้ งินอยา่ งคุ้มคา่
สงั คมท่ปี ระสบ
ความสาเรจ็
-มีความประหยัด -ยอมรบั ความ -มีความเพียร -ความภมู ิใจและมี
รจู้ ักเกบ็ ออม คดิ เหน็ ของคนอื่น -มสี ติปญั ญาในการ ความสขุ ในการ
-แบง่ ปันความร้หู รือ ใช้จ่าย ดารงชวี ติ ดว้ ยความ
เทคนิคการใช้เงนิ ให้ พอเพยี ง
เกดิ ประโยชน์แก่
เพ่ือนหรือคนท่ี
สนใจ
7.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
นักเรยี นและครพู ดู คยุ เก่ยี วกบั เงินในประเทศไทยว่ามีอะไรบ้าง
ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
1.นกั เรียนและครูศึกษาเงนิ เหรยี ญชนดิ ตา่ งๆจากเงนิ เหรยี ญจรงิ
2.นักเรียนและครศู ึกษาธนบตั รชนดิ ต่างๆจากของจริงจนครบทุกชนดิ
3.เล่นเกม “คา่ ของเงิน” แบง่ ใหน้ ักเรยี นทุกคนหยิบเงนิ คนละ 3 อยา่ ง
๔.เมอ่ื ครูสุ่มชีไ้ ปทีใ่ คร คนน้ันออกมาเขียนค่าของเงินท่ีตัวเองได้หยิบไปนั้นมีกี่บาท ใครเขียน
ถกู ได้ 1 คะแนน เลน่ จนครบทุกคนและสรุปว่าใครได้คะแนนสงู สดุ คนน้ันชนะ
5.เลม่ เกม “ใช้เงนิ ให้คุ้มค่า” ดังนี้
6.ครูทาแผน่ ภาพราคาสินคา้ พร้อมระบรุ าคาของสนิ ค้าแตล่ ะชนดิ มาให้นกั เรียนดู
7.ให้นักเรียนแต่ละคนแสดงความคิดวา่ สินค้าชนดิ ใดควรซ้อื และไม่ควรซอ้ื เพราะเหตุใด
8.ครูกาหนดสถานการณ์ ดังนี้ หนูนดิ จะไปทศั นศกึ ษาที่สวนสตั ว์ 1 วัน หนูนิดต้องเตรียมตัว
ซอื้ ของท่ีจะนาไปทัศนศกึ ษาในวันพรุ่งนี้ ถา้ หนูนดิ มีเงิน 20 บาท หนนู ิดจะซ้อื อะไรบ้าง เพราะเหตุใด ให้แต่ละ
คนชว่ ยหนูนิดคดิ
9.ใหแ้ ต่ละคนเขยี นชื่อสินค้าท่หี นูนิดซือ้ ลงในกระดาษ แล้วให้ออกมารายงานหน้าชัน้ เรียน
ขน้ั สรปุ
1.ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปถึง เงนิ ท่ีกีช่ นดิ คา่ ของเงินและการเลือกซื้อสนิ คา้ ของแต่ละคน
วา่ มีความจาเปน็ เพียงใดค้มุ ค่าและเหมาะสมกับตนเองหรือไม่
2.การเปน็ อยูข่ องแต่ละคนมคี วามแตกต่างกัน การรู้จักใช้เงินให้เหมาะสมกับตนเองเป็นการ
ไมก่ ่อหนี้และยังอาจทาใหเ้ กนิ เงินออมอกี ด้วย
3.ใหน้ กั เรียนทาใบงาน
4.ครตู รวจใบงาน และเกบ็ ผลงานไวใ้ นแฟ้มผลงานของนกั เรียน
8.ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1.เงินเหรียญชนดิ ตา่ งๆ
2.เงนิ ธนบัตรชนดิ ต่างๆ
3.เกม”ค่าของเงิน”
4.เกม”ใชเ้ งินใหค้ ้มุ คา่ ”
5.แผน่ ภาพราคาสนิ ค้าชนดิ ต่างๆ
6.กระดาษ
7.ใบงาน
9.การวดั ผลประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การประมาณ
ใบงาน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 80
วธิ ีการ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 80
1.ตรวจผลงาน
2.การนาเสนอผลงาน
ลงชื่อ
(นางเกศแกว้ เวชสิทธิ์)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เหน็ ของรองผอู้ านวยการฝา่ ยวชิ าการฯ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นางนภาพร พรหมสร)
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
ลงชอ่ื
(นางประกาทพิ ย์ ผาสุข)
ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียนภูเกต็ ปัญญานุกลู
บนั ทกึ ผลหลังเรียน
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื
(นางเกศแกว้ เวชสิทธ)์ิ
ตาแหนง่ ครู
ใบงาน การเลอื กซอื้ สนิ คา้
คาสงั่ ใหน้ ักเรียนเลือกซ้อื สิ่งของท่จี าเป็นต่อตนเองหน่ึงอยา่ งบอกเหตุผล พร้อมทั้งวาดภาพและระบายสใี ห้
สวยงาม
สนิ คา้ ท่ีนักเรียนเลอื กซื้อคอื ……………………………………………………………………………………………………………………
มีความจาเปน็ ต่อนักเรยี นอยา่ งไร…………………………………….……………………………………………………………………..