รายงานการวจิ ยั
แนวทางการบริหารทรพั ยากรองคก์ รในการทางานของพนกั งาน
บรษิ ทั กรีนเดย2์ 019 จากดั อาเภอเมืองสรุ าษฎรธ์ านี จังหวดั สุราษฎรธ์ านี
โดย
นายนฐั พล ลมิ้ สุวรรณ รหัสนักศึกษา 6112404001125
กลุ่มเรียน61056.121 สาขาบรหิ ารธุรกจิ แขนงวชิ าการบริหารทรัพยากรมนุษย์
บทคดั ย่อ
ช่อื การค้นควา้ การบริหารทรัพยากรองค์กรในการทางานของพนกั งาน
บริษัทกรีนเดย์2019 จากดั อาเภอเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี
ผจู้ ัดทา นายนัฐพล ล้มิ สุวรรณ
ชอ่ื ปริญญา บรหิ ารธุรกจิ มหาบณั ฑิต
สาขาวิชา วชิ าการบริหารทรพั ยากรมนุษย์
ปีการศึกษา 2563
อาจารย์ท่ีปรึกษา ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ธนายุ ภูวทิ ยาธร
_____________________________________________________________________
การวิจัยครั้งนีม้ วี ัตถุประสงคเ์ พือ่ ทดสอบความสมั พันธแ์ ละผลกระทบระหวา่ งการบริหาร
ทรัพยากรองค์กรกบั ประสิทธิภาพการดาเนินงานของเทศบาลในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ โดยใช้
แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากนายกเทศมนตรใี นเขตภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
จานวน 148 คนสถิติท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู ได้แก่ การวิเคราะหส์ หสัมพันธ์แบบพหุคูณ และการ
วิเคราะหก์ ารทดถอยแบบพหุคูณ
ผลการวจิ ัย พบว่าการบรหิ ารทรัพยากรองคก์ ร ดา้ นทรัพยากรทางกายภาพ ดา้ นทรพั ยากร
ทางการเงินและดา้ นทรัพยากรทางสาระสนเทศ มคี วามสัมพันธแ์ ละผลกระทบเชิงบวกกับ
ประสิทธภิ าพการดาเนินงานโดยรวม จากผลการศกึ ษาดังกลา่ วนายกเทศมนตรมี ีเทศบาลต้องใช้
ความสาคญั กับการบรหิ ารทรพั ยากร ในองค์กร อนั จะส่งผลใหม้ ผี ลการดาเนินงานทม่ี ปี ระสิทธิภาพ
และประสทิ ธผิ ล มีการประยุกต์ใช้แนวคิดในการทางานใหม่ๆ เกดิ การพฒั นาการดาเนินงานของ
องค์กรใหเ้ ข้ากบั มาตรฐานทกี่ าหนด และมุ่งมั่นทจี่ ะปฏิบตั ิงานให้บรรลสุ าเรจ็ ไปตามวัตถุประสงค์ของ
องค์กร อกี ทั้งมีการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมตามความจาเปน็ ความสามารถปฏบิ ตั งิ านและ
ปรับเปลย่ี นหาวิธีการบรหิ ารขององคก์ รของตนเพื่อให้องค์กรมีศกั ยภาพในการบรหิ ารจัดการ
ทรัพยากรภายในองคก์ รใหเ้ พ่ือพอเพยี งตอ่ การปฏิบตั ิงาน และคมุ้ ค่า ก่อใหเ้ กดิ ผลประโยชน์สูงสุด
รวมถงึ การให้ความสาคัญกับความรว่ มมือร่วมใจของทุกๆ ฝา่ ยในเทศบาลซ่ึงจะก่อให้เกิดการพฒั นา
บรหิ ารทรัพยากรองค์กร และประเมินการบริหารอย่างต่อเน่อื งเพื่อให้เกดิ ความสาเร็จอย่างยังยืน
สารบัญ
เร่ือง หนา้
บทคัดย่อ ................................................................................................................................
สารบญั ...................................................................................................................................
สารบัญตาราง .........................................................................................................................
สารบัญภาพ............................................................................................................................
บทที่ 1 บทนา.........................................................................................................................
ความสาคัญและความเป็นมาของปญั หา...........................................................................
วัตถปุ ระสงค์การวจิ ยั ........................................................................................................
ประโยชน์การวิจัย ............................................................................................................
กรอบแนวคิด ...................................................................................................................
สมมตุ ฐิ านการวิจัย ...........................................................................................................
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ.............................................................................................................
บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรม..............................................................................................
บริบทบรษิ ัทกรนี เดย2์ 019 จากดั .....................................................................................
แนวคดิ และทฤษฎี การบริหารทรัพยากรองค์กร...............................................................
ความมายการบรหิ ารทรัพยากรองค์กร........................................................................
ดา้ นาการบริหารทรัพยากรองคก์ ร...............................................................................
ด้านบรหิ ารทรพั ยากรทางกายภาพ .............................................................................
ดา้ นบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์........................................................................................
บทที่ 3 วิธีการดาเนินการวจิ ัย.................................................................................................
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ..............................................................................................
ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง.................................................................................
การทดสอบคุณภาพเคร่ืองมือ.........................................................................................
การเก็บรวบรวมข้อมูล........................................................................................
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู .............................................................................................
บทที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล................................................................................................
การเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล .....................................................................................
บทท่ี 5 สรุป อภปิ รายผลการวิจัย ขอ้ เสนอแนะ......................................................................
สรุปผลการวจิ ยั ..............................................................................................................
อภปิ รายผลการวจิ ัย .......................................................................................................
ข้อเสนอแนะการวจิ ัย......................................................................................................
บรรณานุกรม ..........................................................................................................................
ภาคผนวก...............................................................................................................................
ภาคผนวก ก เครอ่ื งมือการวิจัย.........................................................................................
แบบสอบถาม .....................................................................................................
ภาคผนวก ข เคร่ืองมือการวจิ ยั .........................................................................................
แบบทดสอบความเท่ยี งตรงเชิงเนอ้ื หา IOC ของแบบสอบถาม ...........................
วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั ...................................................................................
กรอบแนวคิดของการวจิ ัย...................................................................................
ภาคผนวก ค ...........................................................................................................................
ภาคผนวก ง............................................................................................................................
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี 2.1 ตารางสังเคราะห์การบริหารทรพั ยากรองคก์ รในการทางาน
ตารางที่3. 1 ตารางแสดงจานวนพนกั งานบรษิ ทั กรียนเดย2์ 019 จากดั
ตารางท3่ี .2 ตารางแสดงชื่อกล่มุ ตวั อยา่ ง
ตารางที่ 4.1 จานวนและร้อยละของปัจจัยส่วนบคุ คลของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 4.2 คา่ เฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการบริหารทรพั ยากรองคก์ รพนักงาน
บรษิ ัทกรีนเดย์ 2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวดั สุราษฎร์ธานี
ตารางที่ 4.3 ค่าเฉล่ยี และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานของประสิทธภิ าพการปฏิบตั ิงานการ
บรหิ ารทรัพยากรองคก์ รของพนักงานด้านการบรรลุเป้าหมายความสาเร็จของบริษัทกรนี
เดย์ 2019 จากัด จังหวดั สุราษฎร์ธานี
ตารางท่ี 4.4 ค่าเฉลยี่ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของการบริหารทรพั ยากรองค์กรของ
พนกั งานดา้ นการจดั หาและใช้ทรพั ยากรของบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากดั จังหวดั สุราษฎร์
ธานี
ตารางที่ 4.5 ค่าเฉลยี่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานของการบรหิ ารทรพั ยากรองค์กร
พนกั งานด้านกระบวนการปฏิบตั งิ านของบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากดั อาเภอเมือง จงั หวัด
สรุ าษฎร์ธานี
ตารางท่ี 4.6 ค่าเฉลย่ี และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการบริหารทรพั ยากรองค์กรของ
พนักงานด้านความพึงพอใจของทกุ ฝา่ ยของบรษิ ัทกรนี เดย์ 2019 จากดั อาเภอเมือง
จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
ตารางที่ 4.7 การวิเคราหเ์ ปรียบเทียบการบรหิ ารทรพั ยากรองคก์ รของพนักงานบริษัท
กรีนเดย์ จากดั อาเภอเมอื ง จังหวดั สุราษฎรธ์ านี จาแนกตามเพศ(n=59)
ตารางท่ี 4.8 พบว่า พนักงานบรษิ ทั กรีนเดย์2019 จากัด อาเภอเมือง จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี
สารบญั ภาพ
ภาพที่ 1 ตวั แปรตน้ และแปรตาม............................................................................ 1
บทที่ 1
ความสาคญั และควา
ในปี พธุ ศกั ราช2558 ประเทศสมาชิกอาเซยี นไดก้ าหนดและวางแผน เพ่ือพัฒ
ดว้ ยการจัดต้งั และประชาคมอาเซยี นขึ้นเพื่อสนบั สนุนให้เกิดความรว่ มมือระหว่างกนั อ
นโยบายและเชงิ ปฏบิ ัติซ่ึงปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาตฉิ บับท่ี 11
สาคญั ในการบรหิ ารราชการส่วนทอ้ งถน่ิ และรบั นโยบาย โดยมกี ารขับเคล่อื นใหเ้ ปน็ ไป
เกิดการเปลี่ยนแปลงท่สี าคญั สง่ ผลให้เทศบาลที่จะตอ้ งปรบั ตวั เองในการเพมิ่ ขดี ความส
ปรบั ปรุงกลไกการดาเนินงานภายในองค์กรปรับปรงุ ระบบการบรหิ ารการจดั การให้ก้าว
ทรัพยากรเพียงพอตอ่ ความต้องการมีความโปรง่ ใส พรอ้ มรับการตรวจสอบการกระจาย
หนว่ ยงานตลอดทศวรรษทีผ่ า่ นมาทาให้มภี ารกิจซ้าซ้อนและสบั สนยากต่อการประสาน
องค์กรสง่ ผลกระทบตอ่ การดาเนนิ โครงการตามนโยบายของรัฐดงั นน้ั ผู้บริหารเทศบาล
การใชง้ านและการจัดสรรทรัพยากรอันเปน็ ประโยชน์ตอ่ การดาเนินขององคก์ รให้บรรล
การบรหิ ารทรพั ยากรองค์กร เป็นการบรหิ ารจัดการทรัพยากรในองค์กร ซง่ึ เป
จดั การทรพั ยากรในองคก์ รของตนให้มปี ระโยชน์สงู สดุ ตามที่รฐั ได้มกี ารถ่ายโอนอานาจ
สาธารณะการจัดสว่ นภาษีและอากร และการจดั ทาแผนกระจายอานาจลงสู่ท้องถน่ิ เป
องค์กรของตนเพอ่ื ให้องคก์ รมีศักยภาพใน
1 บทนา
ามเป็นมาของปัญหา
ฒนาและยกระดบั ความรว่ มมอื ระหวา่ งกนั ไปสู่ทศิ ทางที่กา้ วหนา้ อกี ระดบั หน่ึง
อยา่ งรอบด้าน ประเทศไทยเปน็ หน่ึงในสมาชิกที่ได้มีการเตรียมพรอ้ มในเชงิ
พ.ศ. 2555 จนถงึ พ.ศ. 2559 เทศบาลในฐานะ หนว่ ยงานภาครัฐทมี่ ภี ารกิจ
ปตามพิมพเ์ ขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นของประเทศไทย เป็นแรงผักให้
สามารถในการดาเนินงานในอนาคตด้วยเหตนุ ี้ทาใหเ้ กดิ ภาครฐั มี การ
วทันการเปล่ียนแปลง เพื่อทีจ่ ะสรา้ งงานบริการสาธารณะท่ีได้มาตรฐาน มี
ยอานาจจากสว่ นกลางลงสูท่ ้องถิ่น อกี ทั้งการขยายตัวของภาวะหนา้ ทีข่ อง
นงานรวมถงึ การจัดสรรทรัพยากร ที่ล่าชา้ ไมเ่ พยี งพอต่อความต้องการใน
ลควรให้ความสาคญั กับทรัพยากรองค์กร เพ่ือให้ตอบสนองและเพียงพอต่อ
ลรุ ่วงตอ่ ไป
ปน็ หน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหาร โดยทผ่ี ้บู ริหารตอ้ งบริหาร
จหนา้ ท่ี และภารกจิ จากส่วนกลางสู่ส่วนภูมภิ าค อาทกิ ารจดั การระบบบริการ
ป็นต้นดงั นนั้ ผ้บู รหิ ารองคก์ รจงึ ต้องพยายามปรับเปลย่ี นและหาวิธีการบริหาร
การบรหิ าร จดั การทรัพยากรภายในองค์กรให้เพียงพอและคมุ้ ค่า การบรหิ ารท
ผ้บู รหิ าร และพนักงานในองค์กร ซึ่งผู้บรหิ ารจะมบี ทบาทในการกาหนดกรอบยุทธศาส
สามารถนามาปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ เพ่ือให้ได้บรรลุจดุ มุ่งหมายขององค์กร และให้พนกั งานสาม
ทรพั ยากรสาคัญในองค์กร 4 ด้าน ประกอบด้วยดา้ นทรัพยากรมนษุ ย์ ดา้ นทร
สนเทศ ซงึ่ ทรัพยากรท่ีกลา่ วมาเบื้องตน้ นัน้ เป็นสว่ นหน่งึ ของการบริหารองค์กรท่นี าไป
ความสาเร็จตามเปา้ หมายขององค์กรอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และเกดิ ประสทิ ธผิ ลครบถว้
ประสิทธภิ าพการดาเนนิ งาน เป็นหวั ใจสาคญั ในการบริหารท่ีองคก์ รต้องดาเน
รบั รู้ได้หลงั จากไดป้ ฏิบตั ิงานไปแลว้ ในช่วงระยะเวลาหน่งึ แล้วนาผลงานน้นั มาประเมิน
ประสทิ ธิภาพการดาเนินการ ประกอบดว้ ย ดา้ นบรรลุเปา้ หมายความสาเรจ็
ด้านการจดั หาและการใชป้ จั จัยทรัพยากร ดา้ นกระบวนการปฏบิ ตั ิงาน และดา้ นความพ
จากการที่ผ้บู รหิ ารสามารถบริหารจัดการในองค์กรของตน ใหส้ ามารถปฏิบัตงิ านใหบ้ ร
ได้มคี ุณภาพ และมคี วามสขุ ต้องมวี ธิ ีการทางานหรือมีการนาเทคโนโลยีท่ีมคี วามเหมาะ
โดยอาศยั ทรัพยากรต่างๆ ท่ีมีอยไู่ ด้อยา่ งคุม้ ค่าและมีประสิทธิภาพ องค์กรจึงจะตอ้ งมีก
นาพาองค์กรไปสูค่ วามสาเร็จของการดาเนินงานร่วมกันได้ ดังนัน้ หากองคก์ รใดสามาร
ขององค์กรนนั้ จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รวมทงั้ องค์กรภาครฐั
เทศบาล เปน็ หน่วยงาน หรอื องค์กรบรหิ ารราชการสว่ นท้องถิ่นท่ีจดั ตง้ั ตาม พ
อานาจ หรือกระจายอานาจไปให้หน่วยงานปกครองท้องถิ่น เพอื่ เปดิ โอกาสใหป้ ระชาช
การบริหารท้องถ่นิ ตามหลกั การทว่ี า่ ถ้าอานาจการปกครองมาจากประชาชนใหเ้ กิดท้อ
ทรัพยากรจึงเป็นกระบวนการกิจกรรมท่ตี ่อเนือ่ งและประสานงานกันระหวา่ ง
สตร์และแนวทางการบรหิ าร ทรัพยากรขององคก์ รให้มีความชดั เจนยงิ่ ขน้ึ
มารถทราบถึงสภาพปญั หาของการบริหารทรพั ยากรองคก์ รของตนเองได้
รพั ยากรทางกายภาพ ด้านทรัพยากรทางการเงนิ และด้านทรัพยากรสาระ
ปสู่การใช้ให้เกดิ ประโยชน์ใหเ้ กดิ ความคมุ้ คา่ และเพยี งพอรวมไปถึงการบรรลุ
วน
นนิ งานใหเ้ กิดความคุ้มคา่ และประสทิ ธภิ าพภาพ อย่างสูงสดุ เป็นสิ่งที่องคก์ ร
นดวู ่า เปน็ ไปตามแผนที่วางไวห้ รอื ไม่ โดยใช้การวัดผลซ่ึงการวัดผลของ
พอใจของทุกฝา่ ย ดังน้นั องค์กรจึงสามารถวัดประสิทธภิ าพการดาเนนิ งานได้
รรลุได้ตามตรงตามเปา้ หมายขององคก์ ร และทนั ระยะเวลาทกี่ าหนดผลงานที่
ะสม เข้ามาช่วยในการบริหารและสามารถลดระยะเวลาในการดาเนินงาน
การพฒั นาประสทิ ธิภาพการดาเนนิ งานอยู่อยา่ งต่อเน่อื ง เพราะเป็นส่ิงที่จะ
รถบรหิ ารองค์กรของตนให้มีความคุม้ ค่า และเกดิ ประโยชนส์ งู สุดการบริหาร
ฐเช่นรฐั บาลดว้ ย
พระราชบญั ญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 เป็นรปู แบบการปกครองท่ีรัฐบาลกลางให้
ชนในทอ้ งถนิ่ ได้มีอานาจการปกครองร่วมกนั ท้ังหมด หรอื เพียงบางส่วนใน
องถิ่นแล้ว รฐั บาลของทอ้ งถนิ่ จาเป็นตอ้ งมีองคก์ รของตนเอง อันเกิดจากการ
กระจายอานาจของรฐั บาลกลาง โดยเทศบาลทต่ี ้งั อยู่ในเขตทอ้ งถน่ิ ในจงั หวัดต่างๆทั่วป
ละทอ้ งถนิ่ เลือกผนู้ าและจดั เก็บภาษี บริหารปกครองตนเอง ดังนัน้ การบริหารเทศบาล
หลักเกณฑ์และมวี ธิ กี ารการบ้านเมอื งที่ดที ีต่ อบสนองความตอ้ งการของประชาชน รวม
สาคัญในการขับเคลื่อนการดาเนินงานตามแผนยทุ ธศาสตร์ นโยบายของจากส่วนกลาง
การทาใหป้ ระชาชนเกดิ ความพาสุกมีความเปน็ อยทู่ ด่ี ีได้รบั การอานวยความสะดวก แล
องค์กรจึงเปน็ ปจั จัยหลักในการพกั ดันใหเ้ กดิ บริหารองค์กรท่ีมีคุณภาพมากขึ้นสง่ ผลให้เ
เพมิ่ ทักษะและความสามารถในการบรรลุเปา้ หมายขององค์กร
จากเหตผุ ลทก่ี ลา่ วมาแลว้ ขา้ งต้น ผูว้ ิจัยจงึ ไดส้ นใจศกึ ษาวิจยั ความสมั พันธร์ ะ
เทศบาลใน เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ทดสอบว่าการบริหาร
ดาเนนิ งานหรือไม่ อย่างไร ซ่งึ ทาการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากเทศบาลในเขตภาคตะวนั อ
องค์กร ให้มีความเขม้ แขง็ และเปน็ แนวทางปรบั ปรุงประสิทธิภาพการบริหารทรัพยาก
เครือ่ งมอื ในการพฒั นาขีดความสามารถขององคก์ รมีการจัดสรรทรพั ยากรที่เหมาะสมต
และเปน็ แนวทางในการแสวงหาและพฒั นาทักษะการปฏบิ ัตงิ านอยเู่ สมอ ผักดนั ให้เกิด
เนินงานที่มปี ระสทิ ธิภาพอย่างย่งั ยนื ตอ่ ไป
ประเทศมีการกระจายอานาจ การปกครองจากส่วนกลางลงมาสู่ทอ้ งถิ่นให้แต่
ลให้มปี ระสทิ ธภิ าพนั้น จะตอ้ งสอดคล้องกบั พระราชกฤษฎีกา วา่ ด้วย
มไปถึง การบริหารทรัพยากรขององค์กรให้มีความพอเพียง เพราะเป็นส่วน
ง หรอื รฐั บาลเทศบาลแต่ละท้องถิ่นนัน้ ๆ รวมถงึ ผบู้ ริหารเทศบาลมหี นา้ ทใี่ น
ละได้รับการ ตอบสนองความต้องการ เพราะฉะน้นั การบริหารทรัพยากร
เกิดประสทิ ธผิ ลในด้านการบรหิ ารงานในองคก์ ร ใหเ้ ป็นไป อย่างมีคณุ ภาพ
ะหว่างการบริหารทรพั ยากรองคก์ รกับประสทิ ธภิ าพการดาเนนิ งานของ
รทรพั ยากรองค์กรมีความสมั พันธแ์ ละผลกระทบต่อประสทิ ธภิ าพการ
ออกเฉยี งเหนือ ผลลัพธ์ท่ีได้จากวจิ ัยสามารถนาไปใช้เปน็ ข้อมูลในการพัฒนา
กรองค์กรของเทศบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถนาไปเป็น
ตามความจาเป็นสามารถปฏิบตั งิ าน และปรบั ปรงุ การทางานได้อยา่ งต่อเน่ือง
ดการพฒั นาผลงานท่ีมีคุณภาพและมมี าตรฐานในการปฏิบัติงานใหม้ ีผลงาน
วัตถปุ ระสง
1. เพ่ือเพิม่ ประสิทธิภาพในองคก์ รทรัพยากรให้ดียง่ิ ข้นึ
2. เพื่อเป็นแนวทางในการแสวงหาและพัฒนาใหก้ ับตนเอง
3. เพื่อใหม้ ีความรว่ มมือภายในองค์กร
ประโยชนก์ ารวจิ ยั
1. สามารถนาข้อมลู ไปใช้ในการพฒั นาองค์กรใหม้ ีความเขม้ แขง็
2. สามารถเปน็ แนวทางปรบั ปรุงประสทิ ธิภาพการบรหิ ารทรพั ยากรองคก์ รขอ
3. สามารถนาไปเป็นเคร่อื งมือในการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กร
กรอบแนวคิด
ข้อมลู ส่วนบุคล
-เพศ
-ระดบั การศึกษา
ภาพท่ี 1 ตวั แปรตน้ และแปรตาม
งค์การวจิ ัย
องเทศบาลในเขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
การบริหารทรัพยากรองค์กร ( BAT )
1.ดา้ นบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย(์ BAT)
2.ดา้ นบริหารทรพั ยากรทางกายภาพ (BAA)
3.ดา้ นทรพั ยากรทางการเงิน (BAC)
4.ดา้ นทรพั ยากรสารสนเทศ (BAD)
สมมตุ ฐิ าน
การบรหิ ารทรัพยากรองค์กรมีความสมั พันธ์และผ
นยิ ามศัพท์เฉพาะ
การบรหิ ารทรพั ยากรองค์กร (Organizational Resource Management)
การบริหารทรัพยากรองค์กร หมายถึง กระบวนการวางแผน การจดั องค
ขององค์กร ซ่ึงเปน็ กระบวนการหนึ่งของการบริหารองค์กรทอ่ี งค์กรต้องใหค้ วามสาคัญ
เป้าหมายขององค์กรจากการทางานรว่ มกัน โดยใช้บคุ คลและทรัพยากรอื่นๆ
ด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) หมายถงึ พนักงานขององค์กร ซ
เป็นบุคคลในองค์กรท่สี ามารถสร้างคณุ คา่ ของการบริหารงานให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ทีอ่ ง
เพือ่ ใหป้ ฏิบัตงิ านจนบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ขององค์กร ซง่ึ ต้องใชก้ ารวางแผนเชงิ กลยุทธด์ า้
ดา้ นทรพั ยากรทางกาย (Physical Resources) ภาพหมายถงึ สินทรพั ยท์ เ่ี คล
ให้เกิดความไดเ้ ปรยี บทางการแขง่ ขันขององค์กร เช่นวตั ถดุ ิบ ทีด่ นิ เครอื่ งจักร เครื่องม
องค์กร
ดา้ นทรัพยากรทางการเงนิ (Financial Resources) หมายถงึ งบประมาณท่อี
ขององค์กรโดยมีผ้บู รหิ ารเปน็ ผ้กู าหนดนโยบายในการจดั สรรทรพั ยากรทางการเงินแตล่
นการวจิ ัย
ผลกระทบเชงิ บวกกับประสทิ ธภิ าพการดาเนนิ งาน
ค์กรการนาและบงั คบั บัญชา และการควบคุมตา่ งๆ เพ่ือบรรลุวตั ถปุ ระสงค์
ญและมีการบรหิ ารจดั การใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพสงู สุด สามารถนาไปสกู่ ารมุ่งสู่
ซึง่ มีความพรอ้ มและสามารถทจ่ี ะทางานใหบ้ รรลุเปา้ หมายขององคก์ ร หรือ
งค์กรตอ้ งการได้ ดังนนั้ องค์กรจึงมีหนา้ ที่ในการบริหารทรัพยากรมนษุ ย์
านการบรหิ ารทรัพยากรมนุษยเ์ ข้ามาชว่ ย
ลื่อนท่ไี ด้ และเคลอื่ นทีไ่ ม่ได้ ซ่ึงเปน็ สมบัติขององค์กรในการทีจ่ ะสร้างคุณคา่
มือโรงงาน และสานกั งานและอืน่ ๆที่นามาใช้ในการผลติ การดาเนินงานของ
องคก์ รมีอยู่ที่จะสามารถทาให้การดาเนินงานขององคก์ ร บรรลวุ ัตถุประสงค์
ละภาคส่วนในองค์กรให้มีประสิทธภิ าพ
ด้านทรพั ยากรสาระสนเทศ (Information Resources) หมายถึง ข้อมูลข่าวส
รวดเรว็ มกี ารใช้เทคโนโลยเี ขา้ มามีสว่ นในการดาเนินกิจกรรมขององค์กร มากขน้ึ ทรพั ย
ตัดสนิ ใจได้อยา่ งถูกต้องแมน่ ยาขึ้น
สารทอี่ งคก์ ร มีอยซู่ งึ่ ในปัจจบุ ันการที่สภาพแวดลอ้ มมกี ารเปล่ยี นแปลงอย่าง
ยากรสาระสนเทศ จึงสาคญั มากยง่ิ ขนึ้ เพราะทาใหผ้ ้บู รหิ ารสามารถทาการ
บทท่ี 2 การทบท
บริบทบรษิ ทั กรีน
บรษิ ัท กรนี เดย
Green Day Compa
บรษิ ทั กรนี เดย์ 2019 จากัด ประกอบกิจการ ผลไม้กระป๋อง
วิสัยทัศน
เราม่งุ มน่ั สกู่ ารเป็นผผู้ ลติ ทางด้านการแปรรปู ผลติ ผลทางการเกษตรชน้ั นาที่ม
พนั ธกิจ (
• ผลิตสนิ คา้ ทไ่ี ด้มาตรฐานคุณภาพจดั ส่งสนิ คา้ ตรงเวลาลูกค้าพงึ พอใจ
• ดาเนินธรุ กิจเพอื่ สร้างผลตอบแทนอยา่ งยุติธรรมให้แก่คุณผลู้ งทุน พนักงาน
• สรา้ งความสามารถสัมพนั ธก์ ับลกู คา้ เพ่ือเปน็ พนั ธมิตรทางการค้าที่ไดร้ บั ควา
• พนักงานมสี ่วนรว่ มในบริษัทในด้านการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพอ่ื สรา้
• ใหค้ วามสาคัญในบริษัทดา้ นการพฒั นาบุคลากรและเทคโนโลยใี นการผลติ เ
ทวนวรรณกรรม
นเดย์2019 จากดั
ย์ 2019 จากดั
any (2019) Co, Ltd.
น์ (Vison)
มีคุณภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานสากลโลก
(Misson)
นและองค์กร
ามสามารถไวว้ างใจในบริษทั จากัดระยะยาว
างความมั่นคง ก้าวหน้าอยา่ งยงั่ ยืน
เพ่ือมงุ่ สรู่ ะดับสากล
แนวคดิ และทฤษฎี การบ
ตารางท่ี 2.1 ตารางสังเคราะห์การบริหารทรัพยากรองค์กรในการทางา
ดา้ น เกยี รติสดุ า ศรี ชุมพล ทิพวรรณ หล
สขุ ศฤงคารศิริ สวุ รรณรัตน์
1.ดา้ นบริหาร // /
ทรพั ยากรมนษุ ย์
2.ด้านบริหาร // /
ทรัพยากรทาง
กายภาพ
3.ดา้ นทรัพยากรทาง /
การเงิน
4.ดา้ นทรพั ยากร /
สารสนเทศ
5.ดา้ นการเรียนรู้และ / //
การพัฒนา
6.ดา้ นการวางแผน / //
ทรัพยากรองคก์ ร
บรหิ ารทรพั ยากรองค์กร ผู้วิจยั
าน
ล่อ บุญชม ศรสี ะอาด เพลนิ พิศ หยาด
ผกา
/ //
/ //
/ //
/ //
//
//
ความมายการบริหารทรัพยากรองคก์ ร
(สมควร วานชิ สมั พันธ์ 2556) การวางแผนทรพั ยากรองค์กร เปน็ ระบบงานท่ีมีพฒั นาการ
อย่างต่อเนอื่ งไมห่ ยุดนง่ิ และมีการแข่งขนั ของผ้พู ฒั นาอยา่ งมาก จึงทาให้โปรแกรม การวางแผน
ทรพั ยากรองคก์ ร แต่ละค่ายและแต่ละรุ่นมีแนวคิดใหม่ๆ นาเสนอใหแ้ กผ่ ใู้ ช้ตลอดเวลา
(ชุมพล ศฤงคารศิริ2560) เปน็ กระบวนการหน่งึ ของการบริหารองค์กรที่องค์กรต้องให้
ความสาคัญและมีการบริหารจดั การใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพสงู สุดสามารถนาไปสู่การมุง่ สเู่ ป้าหมายของ
องค์กรจากการทางานรว่ มกันโดยใช้บคุ คลทรัพยากรอนื่ ๆ
(ทพิ วรรณ หล่อสุวรรณรตั น์ 2558)เป็นส่วนหนงึ่ ของการบริหารองค์กรทีจ่ ะนาไปสู่การใช้ให้
เกดิ ประโยชน์ให้เกดิ ความคุ้มคา่ และเพียงพอรวมไปถึงการบรรลคุ วามสาเร็จตามเป้าหมายขององค์กร
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและเกดิ ประสทิ ธิผลครบถ้วน
(บญุ ชม ศรสี ะอาด2552) ทรัพยากรตา่ งๆท่ีมีอยู่ได้อย่างคุม้ ค่าและมีประสทิ ธภิ าพองค์กรจึง
ตอ้ งมีการพฒั นาประสทิ ธิภาพการดาเนินงานอยอู่ ย่างต่อเน่ืองเพราะเป็นส่ิงที่จะนาพาองค์กรไปสู่
ความสาเร็จของการดาเนนิ งานร่วมกันได้
(เพลินพิศ หยาดผกา2560 )เป็นแนวทางประสิทธภิ าพการบริหารทรัพยากรองคก์ รของ
เทศบาลในเขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื สามารถนาไปเปน็ เครือ่ งมือในการพฒั นาขดี ความสามารถ
ขององค์กร
ผวุ้ จิ ยั การบรหิ ารจดั การภายในองค์กร เนือ่ งจากมีการแข่งขันกันทส่ี ูง องค์กรต่างๆจงึ ต้องมี
การพัฒนากระบวนการและข้อมลู ทง้ั หมด ในองค์กร เพอ่ื ที่จะได้มีศกั ยภาพในการแข่งขนั มากข้ึน
ด้านาการบริหารทรพั ยากรองค์กร
(เกยี รตสิ ุดา ศรีสขุ 2553) เป็นเครื่องมอื สาคัญของการพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ท่ที กุ คน
สามารถมีสว่ นร่วมทาใหส้ ถาบันการศึกษามีคุณภาพพ่อการจดั การศกึ ษาเป็นเร่ืองท่ีทุกฝ่ายตอ้ งร่วมมือ
กนั ตามบทบาทภารกิจความรู้ความสามารถและความถนัดทงั้ ภาครัฐ
(ชมุ พล ศฤงคารศริ ิ2554) เป็นสหความรูท้ ี่ใชใ้ นการจัดการทว่ี า่ ง โครงสร้างพ้ืนฐาน คน และ
หนว่ ยงาน โดยมกั จะร่วมกับส่วนการบริหารอาคาร อาทิ ออฟฟิศ สนามกีฬา โรงเรียน
หา้ งสรรพสนิ คา้ โรงพยาบาล ครอบคลุมกจิ กรรมหลายด้านทีเ่ กิดขึน้ ในอาคาร
(ทพิ วรรณ หลอ่ สวุ รรณรตั น์2553 )เนื้อหาในสว่ นนป้ี ระกอบดว้ ยความรู้เบ้อื งตน้ เก่ียวกับ
ระบบสารสนเทศผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศต่อองคก์ ารประเภทของระบบสารสนเทศ
เทคโนโลยีของระบบสารสนเทศการบริหารและการประยุกตร์ ะบบสารสนเทศ
(บญุ ชม ศรีสะอาด2557) การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซ่งึ กระจัดกระจายอยู่
ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เปน็ ระบบ เพอ่ื ให้ทกุ คนในองค์กรสามารถเข้าถงึ ความรู้ และ
พฒั นาตนเองให้เป็นผรู้ ู้รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ อนั จะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถ
ในเชงิ แขง่ ขนั สงู สดุ
(เพลนิ พิศ หยาดผกา2559) การพัฒนาการศกึ ษาให้กับมนุษย์คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ให้มศี กั ยภาพท่ีมีประโยชนต์ ่อองค์กร ประเทศชาติ และต่อโลกใบนใ้ี นคราวเดยี วกนั ด้วยการเรียนรู้ถือ
เปน็ การศึกษาตามอธั ยาศัยท่ีควรสง่ เสรมิ เพราะนี่คอื อีกหนง่ึ ปัจจัยสาคัญทจ่ี ะทาให้มนุษย์ไมห่ ยดุ ท่ีจะ
พฒั นาตนเอง และเกดิ การพัฒนาตนจากความสนใจและมุ่งม่นั ของตวั เอง
ผวู้ ิจัย เป็นส่วนหน่ึงของการบรหิ ารองค์กรทจี่ ะนาไปส่กู ารใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ใหเ้ กดิ ความ
คุม้ คา่ และเพียงพอรวมไปถงึ การบรรลคุ วามสาเร็จตามเปา้ หมายขององค์กรอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและ
เกดิ ประสิทธิผลครบถ้วน
ดา้ นบรหิ ารทรพั ยากรทางกายภาพ
(เกียรติสดุ า ศรีสขุ 2554)การวางแผนทรพั ยากรองค์กร หมายถึง การบรหิ ารจดั การภายในองค์กร
เน่อื งจากมีการแขง่ ขันกนั ทส่ี ูง องค์กรต่าง ๆ จงึ ต้องมีการพัฒนากระบวนการและข้อมลู ท้ังหมด ใน
องค์กร เพ่ือทจ่ี ะได้มศี ักยภาพในการแข่งขันมากขึน้ โดยจะมีการนาอินเทอรเ์ นต็ เขา้ มามีบทบาทใน
หว่ งโซ่อุปทาน
(ชุมพล ศฤงคารศริ ิ 2556) เป็นสหความรทู้ ่ใี ช้ในการจดั การทว่ี า่ ง โครงสร้างพืน้ ฐาน คน และ
หน่วยงาน โดยมกั จะรว่ มกับส่วนการบริหารอาคาร อาทิ ออฟฟิศ สนามกีฬา โรงเรียน
หา้ งสรรพสนิ ค้า โรงพยาบาล ครอบคลุมกจิ กรรมหลายดา้ นท่เี กิดขนึ้ ในอาคารและการจดั การ
ผลกระทบของกิจกรรมเหล่านี้ต่อบคุ ลากรและสภาพแวดล้อม
(ทพิ วรรณ หลอ่ สวุ รรณรัตน์2554) เป็นสว่ นหน่ึงของการบริหารองค์กรทีจ่ ะนาไปสู่การใช้ให้เกิด
ประโยชนใ์ หเ้ กิดความคุม้ ค่าและเพียงพอรวมไปถึงการบรรลุความสาเรจ็ ตามเปา้ หมายขององคก์ ร
อย่างมีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ลครบถว้ น
(บุญชม ศรีสะอาด 2553) ทรพั ยากรตา่ งๆท่ีมีอยู่ได้อย่างคมุ้ คา่ และมปี ระสิทธภิ าพองค์กรจึงต้องมีการ
พฒั นาประสทิ ธภิ าพการดาเนินงานอยู่อยา่ งต่อเนือ่ งเพราะเปน็ สงิ่ ทีจ่ ะนาพาองค์กรไปสคู่ วามสาเรจ็
ของการดาเนินงานร่วมกนั ได้
(เพลนิ พิศ หยาดผกา2557 )การพัฒนาการศึกษาใหก้ ับมนษุ ย์คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษยใ์ หม้ ี
ศักยภาพที่มีประโยชน์ต่อองค์กร ประเทศชาติ และต่อโลกใบน้ใี นคราวเดียวกนั ดว้ ยการเรียนรู้ถือเปน็
การศึกษาตามอธั ยาศยั ทีค่ วรสง่ เสรมิ เพราะน่ีคืออีกหน่ึงปัจจยั สาคัญที่จะทาใหม้ นุษย์ไม่หยดุ ทจี่ ะ
พัฒนาตนเอง และเกิดการพัฒนาตนจากความสนใจและมุ่งมนั่ ของตัวเอง
ผวู้ จิ ัย การบริหารจดั การภายในองค์กร เนื่องจากมีการแข่งขันกันที่สงู องค์กรต่าง ๆ จงึ ตอ้ งมกี าร
พฒั นากระบวนการและข้อมลู ทั้งหมด ในองค์กร เพ่ือที่จะได้มศี ักยภาพในการแขง่ ขันมากข้นึ โดยจะมี
การนาอินเทอรเ์ นต็ เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อปุ ทาน
ดา้ นบริหารทรัพยากรมนุษย์
(เกยี รตสิ ุดา ศรสี ุข2560)เปน็ ยคุ ท่ที ุกองคก์ รหันมาใส่ใจในการพฒั นาศักยภาพทรัพยากรมนษุ ยม์ ากขึน้
เพราะนี่คอื ขมุ พลังสาคญั ที่จะทาใหอ้ งคก์ รประสบความสาเร็จและก้าวไปข้างหน้าได้อยา่ งไรข้ ดี จากัด
การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรมนุษยท์ ด่ี ไี มใ่ ชก่ ารให้ความสาคัญทเี่ รือ่ งอตั ราจ้างเพยี งอย่างเดียว แตค่ วร
หันมาใส่ใจการพฒั นาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรดว้ ย เพราะทุกคนตอ้ งการความกา้ วหนา้ และ
พฒั นาศักยภาพในชีวิต
(ชุมพล ศฤงคารศิริ 2559 ) เป็นสหความรูท้ ีใ่ ช้ในการจดั การทว่ี า่ ง โครงสรา้ งพน้ื ฐาน คน และ
หน่วยงาน โดยมักจะร่วมกับส่วนการบริหารอาคาร อาทิ ออฟฟิศ สนามกีฬา โรงเรียน
ห้างสรรพสินคา้ โรงพยาบาล ครอบคลุมกจิ กรรมหลายด้านทเ่ี กดิ ขึน้ ในอาคารและการจดั การ
ผลกระทบของกจิ กรรมเหล่านี้ตอ่ บุคลากรและสภาพแวดลอ้ ม
(ทิพวรรณ หลอ่ สวุ รรณรัตน์ 2556)เปน็ ส่วนหนึ่งของการบริหารองค์กรทจ่ี ะนาไปสู่การใช้ใหเ้ กดิ
ประโยชนใ์ ห้เกิดความคุ้มค่าและเพียงพอรวมไปถึงการบรรลคุ วามสาเรจ็ ตามเป้าหมายขององคก์ ร
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและเกดิ ประสิทธิผลครบถว้ น
(เพลนิ พิศ หยาดผกา2554 )การพัฒนาการศึกษาให้กบั มนุษยค์ ือการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ให้มี
ศกั ยภาพที่มปี ระโยชน์ต่อองค์กร ประเทศชาติ และต่อโลกใบนใ้ี นคราวเดยี วกันด้วยการเรียนรู้ถอื เปน็
การศึกษาตามอัธยาศยั ทค่ี วรส่งเสริม เพราะน่ีคืออีกหนึ่งปัจจัยสาคัญท่จี ะทาใหม้ นุษยไ์ ม่หยดุ ที่จะ
พฒั นาตนเอง และเกดิ การพัฒนาตนจากความสนใจและมุ่งม่ันของตัวเอง
ผูว้ จิ ัย ดา้ นบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์ กลยุทธ์ตลอดจนกระบวนการในการจัดการบุคลากรในองค์กรตาม
มิตติ า่ งๆ เพ่อื ให้บุคลากรสามารถดาเนินการทางานตามหน้าท่ีของตนใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสุด และ
เกิดปญั หาใหน้ ้อยทส่ี ุด รวมถึงการพัฒนาใหบ้ ุคลากรมีศักยภาพเพ่ิมขน้ึ
ดา้ นการวางแผนทรัพยากรองค์กร
(เกียรติสุดา ศรีสุข2553 )ระบบงานทางดา้ นคอมพวิ เตอร์ที่ใช้ในการบรหิ ารทรัพยากรทั้ง
ทรัพยากรภายในและภายนอกองคก์ ร ซ่งึ หมายรวมท้งั สินทรพั ยท์ จี่ บั ต้องได้ เงนิ ทนุ วัตถุดิบ และ
ทรพั ยากร-บุคคล การวางแผนทรัพยากรองค์กรจะจดั การการไหลของข้อมลู ระหว่างส่วนงานต่างๆ
ภายในขอบเขตขององค์กรท้งั หมด และจดั การการสื่อสารกับผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder)
ภายนอกองค์กร การวางแผนทรพั ยากรองค์กรจะทางานอยู่บนศนู ย์รวมฐานข้อมูลขององค์กรและทา
ให้สามารถใชป้ ระโยชน์จากการประมวลผลท่เี ปน็ ฐานรากร่วมกนั ตลอดท้ังองค์กร หรือกล่าวอยา่ งสรปุ
ไดว้ า่ ระบบการวางแผนทรพั ยากรองค์กรจะรวมปฏิบัตกิ ารทางธรุ กรรมท้งั หมดขององค์กรให้เข้าอยู่ใน
รปู แบบเดยี วกนั (uniform) และทั่วถึงท้ังองคก์ ร
(ชมุ พล ศฤงคารศริ ิ ) ปน็ สหความรู้ท่ีใช้ในการจัดการท่ีวา่ ง โครงสรา้ งพ้นื ฐาน คน และ
หน่วยงาน โดยมักจะร่วมกับส่วนการบริหารอาคาร อาทิ ออฟฟิศ สนามกีฬา โรงเรียน
(ทพิ วรรณ หล่อสวุ รรณรตั น์) เปน็ สว่ นหนึง่ ของการบริหารองค์กรทจี่ ะนาไปส่กู ารใช้ใหเ้ กดิ
ประโยชน์ใหเ้ กิดความคุม้ ค่าและเพยี งพอรวมไปถึงการบรรลุความสาเรจ็ ตามเป้าหมายขององค์กร
อย่างมปี ระสิทธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธิผลครบถ้วน
(เพลนิ พิศ หยาดผกา) การพัฒนาการศกึ ษาให้กับมนุษยค์ ือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใหม้ ี
ศกั ยภาพทม่ี ปี ระโยชน์ต่อองค์กร ประเทศชาติ และต่อโลกใบน้ีในคราวเดียวกันด้วยการเรียนรู้ถอื เปน็
การศกึ ษาตามอธั ยาศัยท่คี วรส่งเสริม เพราะน่ีคืออีกหนึ่งปัจจัยสาคญั ท่จี ะทาใหม้ นุษย์ไม่หยุดทจี่ ะ
พัฒนาตนเอง และเกิดการพัฒนาตนจากความสนใจและมุ่งม่นั ของตัวเอง
ผูว้ ิจยั ด้านการวางแผนทรพั ยากรองค์กร ดยการมุ่งเนน้ ทจ่ี ะปรบั ปรงุ ระบบการดาเนนิ งาน
และการพฒั นาบคุ ลากรขององค์กร เพื่อให้องค์กรมีขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ซง่ึ เป็นการผสาน
กลยทุ ธท์ างธรุ กจิ เทคโนโลยี และบุคลากรเข้าดว้ ยกันเพื่อให้เกดิ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
ดาเนนิ งาน (ธงชัย สันตวิ งษ์
บทท่ี 3 วธิ กี ารดาเนนิ การวิจัย
ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง
ประชากร คือ พนักงาบรษิ ัทกรนี เดย์2019 น จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี
กลมุ่ ตวั อยา่ ง ขนาดกลุ่มตวั อย่าง โดยใชต้ าราง Krejcie and morgan จานวน 59 คน
วิธกี ารสมุ่ ตวั อยา่ ง แบบอย่างงา่ ย โดยใชว้ ธิ ีการจับฉลาก
ขนั้ ตอนท่ี 1 โดยการสมุ่ ตัวอย่างแบบสดั สว่ น
ตารางท3ี่ . 1 ตารางแสดงจานวนพนกั งานบรษิ ทั กรียนเดย์2019 จากดั
สาขา ประชากร กลุ่มตัวอย่าง
A 32 29
B 34 30
รวม 66 59
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ขน้ั ตอนท่ี 2 ใช้การสุ่มตวั อย่างแบบอย่างง่าย โดยใชว้ ธิ ีการหยบิ ฉลาก
ตารางท3่ี .2 ตารางแสดงชื่อกลุ่มตัวอย่าง
สาขา A สาขา B
นางสาวสุจนิ นั ท์ พษิ ครุฑ นางสาวอาภาพร ชนมท์ วี
นายวนั ชัย สมทอง นางสาวศิรริ ตั น์ ทองอ่อน
นางสาวประภัสสร ไตรมาศ นางสาวธนภรณ์ สุวรรณมณี
นายกรณด์ นยั ไชยพยนั ต์ นางสาวจารุวรรณ ถวลั ธรรม
นางสาววรรณกานต์ หวานทอง นางสาวกติ ตยิ า แสงศรี
นางสาวนฎา เล่ยี นเซง่ นางสาวอัญชรียา พลับแก้ว
นางสาวณฐั รุจี แซล่ มิ่ นายณัฎฐนนั ท์ เขาทอง
นางสาวทิพทวิ า มากจติ นางสาวอนัดดา เพชรคง
นางสาวภาสนิ ี เกษสี ม นางสาวดวงกมล ภมู่ ณี
นางสาวเกศรา แก้วเกดิ นางสาวสุริยาพร กรยุ ะ
นางสาวนันทยิ า น่มุ นวล นางสาวเกตุนภา สุขขวด
นางสาวรัชฎาภรณ์ บัวอนิ ทร์ นางสาวกิตตวิ รา นุ่นชผู ล
นางสาวรัตนาพร ศรประดิษฐ นางสาวจฑุ ารัตน์ ถงึ เสยี บญวน
นางสาวกนกกาญจน์ นุ่นแก้ว นางสาวอมราวดี วโิ รจน์
นายนฐั พล ล้ิมสุวรรณ นางสาวศศินา เสืออนิ โท
นางสาวพรศิริ พลจรัส นายอาทิตย์ ศริ ลิ าภา
นางสาวนชุ นาถ ทองสมั ฤทธิ์ นางสาวเบญจมาศ อาจหาญ
นางสาวรมณี โรมนิ ทร์ นางสาวศศิธร ฉมิ รกั ษ์
นางสาวจิตมิ า ตันสกุล นายจิรวัฒน์ ธรรมนาวาศ
นางสาวลดาภรณ์ ชปู นั นายสรรเพชร เพชรรักษ์
นางสาวศิรนิ ญา คงมาก นางสาวณฐั ภรณ์ มณเทยี ร
นางสาวอรอนงค์ เพชรคง นางสาวรวงขา้ ว สดุ ตา
นางสาวรชั ชิดา เจริญแพทย์ นายกติ ติศักด์ิ บ้านนบ
นางสาววิภารตั น์ เพ็งสวสั ดิ์ นางสาวอาภาพร หอมรืน่
นางสาวกนกวรรณ เรอื งวิเศษ นายณฐพณ ทองรักทอง
นางสาวกชามาส ทองเสมียน นางสาวกาญจนา บตุ รเลี่ยม
นางสาวสุชานันท์ ชาวชลี อง นายสหัสวรรษ ศรสี วสั ด์ิ
นางสาวจันทมิ า คาเอยี ด นางสาวรตั นาวดี วชิ ยั ดษิ ฐ์
นางสาวธดิ ารัตน์ คาแหง นางสาวชมุ นมุ พร แดงขาว
นายเจษฎา สมบรู ณ์
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการวิจัย
เครือ่ งมอื การวิจัยครัง้ นี้ คือ แบบสอบถาม มีจานวน 2 ตอน ไดแ้ ก่
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ส่วนบุคคล มีลักษะแบบ Checklist ประกอบดว้ ย 1.เพศและ2.ระดับ
การศกึ ษา
ตอนที่ 2 การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ย์ มีลกั ษณะแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั ดงั น้ี
คะแนน 5 หมายถงึ มากทส่ี ดุ
คะแนน 4 หมายถงึ มาก
คะแนน 3 หมายถึง ปานกลาง
คะแนน 2 หมายถึง น้อย
คะแนน 1 หมายถึง น้อยที่สุด
ประกอบ ด้านบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์ ด้านบรหิ ารทรัพยากรทางกายภาพ ดา้ นทรัพยากร
ทางการเงิน ด้านทรพั ยากรสาระสนเทศ โดยมีเกณฑ์วัด ดังน้ี (เกียรติสุดา ศรสี ขุ ) (ชุมพล ศฤงคารศริ ิ)
(ทพิ วรรณ หล่อสุวรรณรัตน์) (บญุ ชม ศรสี ะอาด) (เพลนิ พิศ หยาดผกา)
4.21 - 5.00 เกณฑ์การแปลความหมาย หมายถงึ เห็นดว้ ยมากทีส่ ดุ
3.41 - 4.20 เกณฑ์การแปลความหมาย หมายถงึ เห็นดว้ ยมาก
2.61 - 3.40 เกณฑ์การแปลความหมาย หมายถงึ เห็นด้วยปานกลาง
1.81 - 2.60 เกณฑ์การแปลความหมาย หมายถงึ เหน็ ด้วยน้อย
1.00 - 1.80 เกณฑ์การแปลความหมาย หมายถงึ เหน็ ด้วยนอ้ ยทส่ี ุด
การทดสอบคณุ ภาพเครอ่ื งมอื
หาคา่ ความเทย่ี งตรง
1.สร้างแบบสอบถามและนาเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาการวิจัยและเชี่ยวชาญจานวน 3
คน (1.นางสาวอัญชรียา พลับแก้ว 2.รัตนาวดี วิชัยดิษฐ์ 3.ชุมนุมพร แดงขาว.) เพ่ือตรวจสอบความ
เที่ยงตรงของเน้ือหา ความสมบูรณ์ถูกต้อง ของเนื้อหาและการใช้ภาษา นาแบบสอบถามมาปรับปรุง
แกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะ โดยมคี ่า IOC เท่ากับ 0.67 – 1.00 ซึ่งมากกวา่ 0.5 แสดงวา่ นาไปใช้ได้
หาค่าความน่าเช่ือถือ
ทดลองใช้ (Try-out) ท่ไี มใ่ ช่กลุม่ ตัวอย่าง จานวน 30 ชดุ เพอ่ื หาคา่ ความเช่ือมนั่ สมั ประสิทธ์ิ
แอลฟา่ ของครอนบาค มีคา่ เท่ากับ 0.92 ซึง่ มีค่ามากกว่า 0.7 แสดงวา่ นาไปใช้ได้
หาคา่ อานาจจาแนกรายขอ้
คา่ อานาจจาแนกรายข้อมีค่าระหว่าง 0.42 – 0.74 ซ่งึ มีคา่ มากกว่า 0.2 แสดงว่านาไปใช้ได้
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู คือ
1.ทาแบบสอบถาม
2.ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ
3.ส่งแบบสอบถามใหก้ บั กลุม่ ตวั อยา่ งโดยใช้ google form
4.นาขอ้ มลู มาวเิ คราะห์และสรปุ ผล
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
1.ขอ้ มลู ส่วนบคุ คลโดยใช้สถติ ิความถี่และรอ้ ยละ
2.การบริหารทรัพยากรองคก์ รใชส้ ถิติความถ่ี รอ้ ยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
3.ข้อมลู ส่วนบุคคลดา้ นเพศกับการบริหารทรัพยากรองค์กรสถติ ิ Independent SampiesTest
4.ข้อมูลส่วนตัวด้านระดับการศึกษากับการบริหารทรัพยากรองค์กรใช้สถิติ One way
ANOVA
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
การศึกษาของพนักงานบริษัท กรีนเดย์2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย
แบ่งการวเิ คราะหข์ ้อมลู เปน็ 4 ข้ันตอน ดงั น้ี
1.ขอ้ มูลส่วนบคุ คลโดยใช้สถิติความถีแ่ ละรอ้ ยละ
2.การบริหารทรพั ยากรองค์กรใชส้ ถิติความถี่ ร้อยละ คา่ เฉลยี่ และคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน
3.ขอ้ มูลสว่ นบคุ คลดา้ นเพศกับคณุ ภาพในการทางานใช้สถิติ Independent Sampies Test
4.ข้อมูลส่วนตัวด้านระดับการศึกษากับประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรองค์กรใช้สถิติ
One way ANOVA
การเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
เพ่ือให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยคร้ังน้ี ผู้วิจัยได้นาเสนอผลการวิเคราห์ข้อมูล
ตามลาดับดงั น้ี
ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลบริษทั กรนี เดย์2019 จากัด อาเภอเมอื ง จังหวดั สุ
ราษฎร์ธานี
การวิเคราะหข์ ้อมูลปัจจัยส่วนบคุ คลบริษัทกรีนเดย์2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์
ธานี ประกอบด้วยเพศและระดับการศึกษา โดยการแจกแจงความถี่(frequency)และร้อยละ
(Percentage) แสดงผลการวิเคราะห์ด้วยตารางท่ี 4.1
ตารางท่ี 4.1 จานวนและร้อยละของปัจจัยส่วนบคุ คลของผูต้ อบแบบสอบถาม
ปัจจัยส่วนบคุ คล จานวน (N = 59) รอ้ ยละ
เพศ 9 15.3
ชาย 50 84.7
หญงิ
วุฒกิ ารศกึ ษา 20 33.9
ตา่ กวา่ ปรญิ ญาตรี 24 40.7
ปริญญาตรี 15 25.4
สูงกว่าปริญญาตรี
จากตารางท่ี 4.1 ผลการศกึ ษาขอ้ มลู ปจั จยั ส่วนบคุ คลพบว่า ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น
เพศหญงิ ร้อยละ 84.7 และวุฒกิ ารศกึ ษาส่วนใหญ่เปน็ ปริญญาตรี รอ้ ยละ 40.7
ตอนที่ 2 การวิเคราะหข์ อ้ มูลการบรหิ ารทรพั ยากรองค์กรของพนักงานบริษัท กรียเดย์
2019 จากัด อาเภอเมือง จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยปัจจัยส่วนบุคคลการศึกษาการพัฒนาความรู้ความสามารถของ
พนักงานบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการหาค่าเฉลี่ย (Mean)
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standarddeviayion) แสดงผลการวเิ คราะห์ตารางที่ 4.2
ตารางท่ี 4.2 ค่าเฉลี่ยและสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานการบรหิ ารทรัพยากรองคก์ รพนกั งาน
บริษัทกรนี เดย์ 2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี
การบริหารทรพั ยากรองค์กรของพนกั งาน ระดับประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั งิ าน
1 ด้านบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์ ̅ S.D. แปลผล
4.77 0.421 มากที่สดุ
2 ดา้ นบรหิ ารทรพั ยากรทางกายภาพ 4.68 0.466 มากทีส่ ุด
3 ดา้ นการเรียนรูแ้ ละการพัฒนา 4.68 0.466 มากทส่ี ดุ
4 ดา้ นการวางแผนทรัพยากรองคก์ ร 4.68 0.453 มากทส่ี ดุ
รวม 4.71 0.453 มากท่ีสุด
จากตารางท่ี 4.2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับของพนักงานบริษัทกรีนเดย์
2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านองค์ประกอบการบริหารทรัพยากรองค์กรของ
พนักงาน โดยรวม พบว่า อยู่ในระดับ……มากที่สุด. เมื่อพิจารณารายด้าน พบวา่ อยู่ในระดับ…….มาก
ทส่ี ุด 4 ข้อ ไดแ้ ก่ ด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้านบริหารทรัพยากรทางกายภาพด้านการเรียนรแู้ ละ
การพฒั นา ด้านการวางแผนทรพั ยากรองคก์ ร
ตารางที่ 4.3 ค่าเฉล่ยี และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานของประสิทธภิ าพการปฏิบตั งิ านการ
บรหิ ารทรพั ยากรองคก์ รของพนักงานด้านการบรรลเุ ปา้ หมายความสาเร็จของบริษัท
กรนี เดย์ 2019 จากดั จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
ด้านการบรหิ ารทรัพยากรองคก์ ร ระดับคณุ ภาพในการทางาน
1 ทา่ นสามารถปฏิบตั ิงานให้เกดิ ประสิทธภิ าพได้ ̅ S.D. แปลผล
4.97 .183 มากท่สี ดุ
2 ทา่ นสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาใหเ้ กิดประโยชน์ ใน 4.90 .305 มากทส่ี ดุ
ชวี ติ ไดส้ าเร็จ
3 ท่านปฏบิ ัติงานให้เกดิ คุณภาพการปฏบิ ตั ิงานได้ 4.53 .504 มากทีส่ ุด
4 ท่านสามารถมคี วามพร้อมของพนักงานท่ีจะ 4.69 .464 มากทีส่ ุด
ดาเนนิ การปฏิบัตงิ านในองค์กร
รวม 4.77 0.421 มากทสี่ ุด
จากตารางท่ี 4.3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการบริหารทรัพยากรองค์กรของ
พนักงานด้านการบริหารทรัพยากรองค์กรของบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย
ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับ………มากที่สุด เม่ือพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด
จานวน…4…ดา้ น ไดแ้ ก่ ท่านสามารถปฏิบตั ิงานให้เกดิ ประสิทธภิ าพได้ ท่านสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนา
ให้เกิดประโยช์นในชีวิตไดส้ าเร็จ ท่านปฏิบัติงานให้เกิดคุณภาพการปฏิบัติงานได้ ท่านสามารถมีความ
พร้อมของพนกั งานที่จะดาเนนิ การปฏิบัตงิ านในองค์กร
ตารางที่ 4.4 คา่ เฉล่ียและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานของการบริหารทรัพยากรองค์กรของ
พนักงานดา้ นการจัดหาและใชท้ รัพยากรของบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากดั จงั หวัดสุ
ราษฎรธ์ านี
ดา้ นบริหารทรพั ยากรมนุษย์ ระดบั คณุ ภาพในการทางาน
̅ S.D. แปลผล
1 ทา่ นมีความสามารถในการจัดการบริหารทรัพยากร 4.69 .464 มากทสี่ ุด
องค์กรหรอื ไม่
2 ท่านมีความสามารถในการบริหารการใช้ทรพั ยากรท่ี 4.92 .281 มากที่สดุ
มีใหเ้ พยี งพอสาหรบั การดาเนินการตามแผนปฏบิ ตั ิ
งาน
3 ท่านสามารถควบคมุ การใชท้ รัพยากรในการ 4.44 .501 มากทส่ี ดุ
ดาเนนิ งานใหม้ ีประโยชนต์ ่อองค์กรไดห้ รอื ไม่
รวม 4.68 0.466 มากทสี่ ดุ
จากตารางท่ี 4.4 ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการบริหารทรัพยากรองค์กรของ
พนักงานด้านด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย
ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับ………มากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด
จานวน…3…ด้าน ได้แก่ ท่านมีความสามารถในการจัดการบริหารทรัพยากรองค์กรหรือไม่ ท่านมี
ความสามารถในการบริหารการใชท้ รพั ยากรท่ีมีใหเ้ พียงพอสาหรับการดาเนินการตามแผนปฏบิ ตั ิงาน
ทา่ นสามารถควบคุมการใช้ทรัพยากรในการดาเนนิ งานให้มีประโยชน์ตอ่ องค์กรได้หรือไม่
ตารางที่ 4.5 ค่าเฉล่ยี และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานของการบริหารทรพั ยากรองค์กร
พนกั งานดา้ นกระบวนการปฏิบัตงิ านของบรษิ ัทกรนี เดย์ 2019 จากดั อาเภอเมือง
จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
ดา้ นบรหิ ารทรพั ยากรทางกายภาพ ระดบั คณุ ภาพในการทางาน
1 ท่านมคี วามสามารถในการปฏิบตั ิหน้าที่ ที่ได้รับ ̅ S.D. แปลผล
4.73 .448 มากทีส่ ุด
หมอบหมายงานในองค์กรมากน้อยเพยี งใด
2 ทา่ นมีการทางานที่มีประสิทธิภาพได้อยา่ งครบถ้วน 4.98 130 มากที่สุด
3 ทา่ นมีความสามารถในการทางานเป็นทีม 4.34 .477 มากทส่ี ดุ
รวม 4.68 0.466 มากทสี่ ุด
จากตารางที่ 4.5 ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของการบริหารทรัพยากรองค์กรของ
พนักงานด้านบริหารทรัพยากรทางกายภาพของบริษทั กรนี เดย์ 2019 จากัด จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี โดย
ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับ……,…มากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด
จานวน…3…ด้าน ได้แก่ท่านมีความสามารถในการปฏิบัติหน้าท่ี ท่ีได้รับหมอบหมายงานในองคก์ รมาก
น้อยเพียงใด ท่านมีการทางานท่ีมีประสิทธิภาพได้อย่างครบถ้วน ท่านมีความสามารถในการทางาน
เป็นทมี
ตารางที่ 4.6 คา่ เฉล่ียและส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐานของการบรหิ ารทรัพยากรองค์กรของ
พนกั งานด้านความพึงพอใจของทุกฝา่ ยของบริษทั กรนี เดย์ 2019 จากัด อาเภอเมอื ง
จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี
ด้านทรัพยากรทางการเงนิ ระดับคุณภาพในการทางาน
1 ทา่ นมคี วามซอื่ สตั ยต์ ่อองค์กร ̅ S.D. แปลผล
4.83 .378 มากที่สุด
2 ท่านมคี วามความรบั ผดิ ชอบ 4.97 .183 มากทีส่ ดุ
3 ทา่ นมปี ระสบการณ์ในการทางานในองคก์ ร 4.29 .457 มากท่ีสุด
รวม 4.69 0.462 มากทสี่ ดุ
จากตารางท่ี 4.6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของการบริหารทรัพยากรองค์กรของพนักงาน
ดา้ นการวางแผนทรัพยากรองค์กรของบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยภาพรวม
พบว่า อยู่ในระดับ…มากท่ีสุด… เม่ือพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด จานวน…3…ด้าน
ไดแ้ ก่ ท่านมีความซอ่ื สัตย์ต่อองคก์ ร ทา่ นมีความความรับผิดชอบ ท่านมปี ระสบการณ์ในการทางานใน
องค์กร
ตารางท่ี 4.7 การวเิ คราห์เปรียบเทยี บการบริหารทรพั ยากรองคก์ รของพนกั งานบรษิ ัท
กรีนเดย์ จากัด อาเภอเมอื ง จังหวดั สุราษฎรธ์ านี จาแนกตามเพศ(n=59)
เพศ N ̅ S.D. t p - value
ชาย 9 4.7350 .15438 .642 .109
หญิง 50 4.7092 .12025 .483
ตารางท่ี 4.8 พบว่า พนกั งานบรษิ ทั กรีนเดย์2019 จากดั อาเภอเมอื ง จงั หวดั สุราษฎร์
ธานี
แหล่งข้อมู SS df MS F p - value
ความ
แปรปรวน
ระหวา่ งกลุ่ม 189 2 .095 .529 .592
ภายในกลมุ่ 10.000 56 .179
รวม 10.189 58
ตารางท่ี 4.8.พบว่าพนักงานการบริหารทรพั ยากรองค์กรของพนกั งานบริษทั กรนี เดย์ จากัด อาเภอ
เมอื ง จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี ที่มีวฒุ ิการศกึ ษาท่แี ตกต่างวางแผนทรพั ยากรมนุษย์ไม่แตกตา่ งกันอยา่ งมี
นยั สาคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ 0.05
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลการวจิ ัย ขอ้ เสนอแนะ
การศึกษาวิจัยเรื่อง การบริหารทรัพยากรองค์กรของพนักงานบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัด
อาเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) เพ่ือศึกษาข้อมูลส่วนบุคคลของ
พนักงานบริษัทกรีนเดย์2019 จากัด อาเภอเมอื ง จังหวดั สุราษฎร์ธานี 2) เพ่ือศึกษาประสิทธิภาพการ
ปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทกรีนเดย์2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3) เพ่ือศึกษา
เปรยี บเทียบประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั ิงานของพนักงานบรษิ ทั กรนี เดย์ 2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัด
สรุ าษฎร์ธานี จาแนกตามขอ้ มูลสว่ นตวั
ผวุ้ ิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกยี่ วข้อง เพ่อื นามากาหนดกรอบแนวคิดในการ
วิจัย โดยได้กาหนดสมมติฐานการวิจัยไว้ดังน้ี 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ และวุฒิการศึกษา
2) ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัดอาเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษา คือ พนักงานบริษัทกรีนเดย์ 2019 จากัด อาเภอ
เมืองสุราษฎรธ์ านี จงั หวดั สุราษฎร์ธานี จานวน 59 คน
เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ีเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างข้ึนจากการทบทวนแนวคิด
ทฤษฎี งานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง โดยผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง หลังจากน้ันนาแบบสอบถามมา
ตรวจสอบความถูกต้อง และครบถ้วนของข้อมูลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูป สถิติท่ีใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ (frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉล่ีย (Mean)
และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) การทดสอบค่าเฉลี่ยของกลุ่ม (Independent
Sampies Test) การวเิ คราะหค์ วามแปรปรวนทางเดยี ว (One way ANOVA)
สรุปผลการวิจยั
จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวจิ ยั สรุปประเด็นสาคัญดงั นี้
1. การบริหารทรัพยากรองคก์ รมีความสมั พันธแ์ ละผลกระทบเชงิ บวกต่อประสิทธิภาพการ
ดาเนนิ งาน ดงั นนั้ นายกเทศมนตรีเทศบาลต้องให้ความสาคัญกับการบริหารทรพั ยากรในองค์กรอนั จะ
ส่งผลให้มผี ลการดาเนนิ งานที่มปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลมกี ารประยุกต์ใชแ้ นวคดิ ในการทางาน
ใหมใ่ หมเ่ กดิ การพฒั นาการดาเนินงานขององค์กรให้เทา่ กับมาตรฐานท่กี าหนดและมุ่งมนั่ ทจี่ ะ
ปฏบิ ตั งิ านใหบ้ รรลผุ ลสาเรจ็
2. เปน็ ไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กรมีการจัดสรรทรพั ยากรท่เี หมาะสมตามความจาเปน็
สามารถปฏิบัตงิ านแรกปรบั เปลยี่ นหาวิธีการบริหารขององค์กรของตนเพื่อให้องค์กรมีศกั ยภาพในการ
บรหิ ารจัดการทรัพยากรองค์กรภายในองค์กรให้พอเพียงต่อการปฏิบตั ิงานและคมุ้ ค่าในการสร้างให้
เกิดผลประโยชนส์ งู สดุ รวมถึงการใหค้ วามสาคัญกบั ความร่วมมอื ร่วมใจของทุกๆฝา่ ยในเทศบาลซ่ึงจะ
ก่อให้เกิดการพัฒนาการบริหารทรัพยากรองคก์ รและประเมนิ การบริหารอย่างต่อเน่อื งเพ่ือให้เกิด
ความสาเร็จอย่างยังยืน
อภิปรายผลการวิจยั
จากการสรปุ วจิ ยั การวิเคราะห์สหสมั พันธร์ ะหว่างการบรหิ ารทรพั ยากรองค์กรและ
ประสทิ ธิภาพการดาเนนิ งานโดยรวมของเทศบาลในเขตภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือไทยพบว่าการ
บริหารทรัพยากรองคก์ รซง่ึ เป็นตัวแปรอสิ ระแตล่ ะด้านมีความสมั พันธก์ บั ประสิทธิภาพการดาเนนิ งาน
ซ่งึ เปน็ ตัวแปรตามโดยมีคา่ สมั ประสิทธส์ิ หสมั พันธร์ ะหว่าง 0.625 - 0.704 มีนัยสาคัญทางสถติ ิท่ีระดับ
0.05 ในลาดบั ตอ่ มาผู้วิจยั ทาการทดสอบความสมั พันธ์ระหวา่ งการบรหิ ารทรพั ยากรองค์กรปรากฏว่า
ค่า VlFs ของตวั แปรอิสระมีค่าต้ังแต่ 2.074 ถึง 3.228 ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 10 แสดงว่าความสมั พนั ธข์ อง
ตัวแปรอิสระมีความสมั พนั ธก์ ันแต่ไม่มนี ัยสาคญั
การบรหิ ารทรพั ยากรองค์กรด้านทรัพยากรทางกายภาพ มีความสมั พนั ธแ์ ละผลกระทบเชิง
บวกกับประสทิ ธิภาพการดาเนนิ งานโดยรวมเน่อื งจากการบริหารทรพั ยากรทางกายภาพเปน็ หลกั การ
และเปน็ ปฏบิ ัตทิ ่มี ุ่งเน้นใหม้ ีการบริหารและจดั การเพื่อใหท้ รัพยากรทางกายภาพขององค์กรสามารถ
ตอบสนองต่อความต้องการและกจิ กรรมขององคก์ รได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพสอดคล้องกับแนวคดิ ของ
อญั ชลี พิพฒั นเสรญิ (2548 : 86) กล่าววา่ การบริหารทรัพยากรทางกายภาพสามารถทางานบรรลุ
ตามเป้าหมายในการตอบสนองความต้องการและกจิ กรรมขององค์กรได้แก่การควบคมุ การใช้
ทรัพยากรทางกายภาพเปน็ การดาเนินการในการควบคุมการใชง้ านเพ่ือใชเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ การ
บรรลุตามเป้าหมายหรือวตั ถุประสงคข์ ององค์กรการกาหนดนโยบายและยทุ ธศาสตรท์ เี่ หมาะสมการมี
ขอบเขตความรบั ผิดชอบและการทางานท่ีเหมาะสมครบถ้วนการมรี ะบบความสาพันธ์ทด่ี ีกบั ผ้บู รหิ าร
องค์กรการมีโครงสรา้ งหนว่ ยงานทีส่ อดคล้องกับการทางานการเลอื กวิธกี ารหาผู้มาปฏิบัติงานอยา่ ง
เหมาะสมและการมรี ะบบตรวจสอบและประเมินผลการทางานทีด่ สี อดคลอ้ งกบั การวจิ ัยของ Volker
(2004 : 221-A) พบวา่ ผลกระทบของการบรหิ ารทรัพยากรทางกายภาพโดยใชก้ ารรวมกลวิธหี ลาย
แบบและการปฏิบตั งิ านด้านการจัดหาโดยโดยวธิ แี บบอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ี่มีต่อการปฏิบัตงิ านในสายงาน
บริหารทรัพยากรทางกายภาพในองค์กรเพื่อสารวจองค์ประกอบทีส่ าคัญของการบรหิ ารทรพั ยากรทาง
กายภาพโดยใช้การ รวมกลวิธีหลายแบบและการปฏิบัติงานด้านการจดั หาโดยวิธีแบบอเิ ล็กทรอนิกส์ท่ี
มีตอ่ การปฏบิ ัตงิ านในสายงานบรหิ ารทรัพยากรทางกายภาพในองค์กรเพ่ือสารวจองค์ประกอบที่
สาคัญของการบริหารทรัพยากรทางกายภาพโดยใชก้ ารรวมกลวธิ ีหลายหลายวิธรี ว่ มกันอันได้แก่การ
ยกระดบั ความสาคญั ของหน้าท่ีการจัดซื้อให้สงู ขึน้ การควบรวมหน้าท่กี ารปฏิบัตงิ านด้วยกันเพ่อื ใหเ้ กิด
ความเข้มแขง็ มากข้นึ และการใช้วธิ ีการสร้างความสัมพันธ์ท่ีมีตอ่ การแบบยัง่ ยืนและสอดคล้องกนั กับ
แนวคิดของ อญั ชลี พิพัฒนเสรญิ ( 2548 : 86 ) กลา่ ววา่ วตั ถุประสงค์เพ่ือการบรหิ ารสัญญากนั
ศักยภาพทจ่ี ะใหเ้ กดิ การประโยชน์สงู สดุ บรรลุตามเป้าหมายหรือวตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการในการใช้
วัสดุสานักงานอาคารเคร่ืองจักรอุปกรณ์สานกั งานตา่ งๆทรัพยากรทางกายภาพจะตอ้ งมีคุณภาพหรือ
คุณลักษณะท่ตี อบสนองวตั ถุประสงคใ์ นการใชง้ านของสวนราชการมากทส่ี ุดมีราคาท่เี หมาะสมและมี
แผนการปฏบิ ัตกิ ารบรหิ ารทรัพยากรทางกายภาพทเ่ี หมาะสมและชดั เจน
การบรหิ ารทรพั ยากรองค์กรด้านทรัพยากรทางการเงินมีความสัมพนั ธ์และผลกระทบเชงิ บวก
กับประสิทธิภาพการดาเนนิ งานโดยรวมด้านการบรรลเุ ปา้ หมายความสาเร็จและดา้ นการจดั หาและ
การใช้ปัจจยั ทรัพยากรเน่ืองจากปจั จบุ นั ภาวะเศรษฐกิจและการเงินมีความผนั ผวนอย่างมากอัตรา
ดอกเบีย้ อัตราแลกเปลีย่ นของของเงนิ สกลุ ต่างๆการขนึ้ ลงประจาวันของราคาน้ามันมากข้ึนลุงของ
อัตราเงนิ เฟ้อส่งผลให้มกี ารวางแผนการจัดระเบียบและการควบคุมกากบั กิจกรรมทางการเงนิ เช่นการ
จดั ซือ้ และการใช้ประโยชนจ์ ากเงนิ ทนุ ขององค์กรซงึ่ ใช้หลักการบริหารงานท่ัวไปของทรัพยากรทาง
การเงนิ ขององค์กรสอดคล้องกับแนวคดิ ของ พนม ทนิ กร ณ อยุธยา ( 2549 : 4 ) กลา่ ววา่ ทรพั ยากร
ทางการเงินจึง เปน็ เปน็ ส่ิงทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถึงประสิทธภิ าพในการวางแผนควบคุมการตดั สินใจในการ
วางแผนนโยบายและการบรหิ ารงบประมาณของผบู้ รโิ ภคของผบู้ รหิ ารโดยเงินหรืองบประมาณของ
องค์กรนามาเพ่ือใชส้ รา้ งกลไกในการดาเนนิ งานขององคก์ รและมีการจัดหางบประมาณอยา่ งมี
ประสิทธภิ าพโดยจัดสรรใหส้ อดคลอ้ งกับเป้าหมายขององค์กรสว่ นใหญจ่ ะเป็นรปู ของเงนิ งบประมาณ
ทัง้ ด้านรายจา่ ยเก่ียวกับการปฏบิ ตั งิ านประจาเชน่ เงินเดือนและคา่ ตอบแทนค่าใชจ้ า่ ยวสั ดปุ กรณแ์ ละ
สอดคล้องกบั งานวิจัยของ Srithogrung (2008 : 83-107) พบว่าการบรหิ ารทรัพยากรทางการเงนิ
เพ่ือการลงทุนสาธารณะของรัฐบาลมีผลกระทบเป็นทางอ้อมและเปล่ียนช่ือบวกในการเติบโตทาง
เศรษฐกจิ ตลอดจนระดับการใชเ้ งนิ ทนุ ผลกระทบที่มตี ่อการบริหารทรพั ยากรทางการเงนิ เพอ่ื การ
ลงทุนสาธารณะของรฐั บาลน้ันเปน็ สิง่ สาคญั การจดั หาโครงสรา้ งพ้ืนฐานสาธารณะจงึ เปน็ สิง่ ท่รี ฐั บาล
เขา้ มาแสดงความรับผิดชอบ
การบริหารทรัพยากรองค์กรด้านทรัพยากรสารสนเทศมีความสมั พันธแ์ ละผลกระทบเชงิ บวก
กบั ประสทิ ธิภาพการดาเนินงานโดยรวมดา้ นการบรรลุเป้าหมายอย่างความสาเร็จด้านการจัดหาและ
การใช้ปจั จยั ทางทรัพยากรและดา้ นกระบวนการปฏบิ ตั งิ านเนอ่ื งจากองค์กรจะตอ้ งทาการพิจารณาว่า
จะนาระบบสาระสนเทศมาใช้ในใหเ้ กดิ ความได้เปรียบทางการแข่งขันหรือจะนาเทคโนโลยีสาระ
สนเทศมาใช้แทนพนักงานเท่านัน้ หากองค์กรให้ความสาคัญตอ่ สาระสนเทศในการเป็นทรัพยากรที่ใช้
ในการแข่งขันองค์กร อาจจะต้องมีการจดั เตรียมงบประมาณในการลงทุนด้านเทคโนโลยีสาระสนเทศ
ให้มากขึ้นเพื่อปรบั ปรุงประสิทธิภาพในการทางานของระบบใหด้ ีขนึ้ เรือ่ ยเร่ือยสอดคลอ้ งกบั แนวคดิ
ของ ซุมพล ศฤงคารศิริ (2540 : 55 ) กล่าววา่ สอื่ ที่ใช้ในการนาข้อมูลขา่ วสารเร่ืองราวทีเ่ ปน็
ข้อเท็จจรงิ มาประมวลผลเป็นสาระสนเทศที่มคี นฆา่ ถา่ ยทอดหรือบนั ทึกไว้โดยใช้อคั ราภาพสญั ลักษณ์
รหสั หรอื เสยี งซง่ึ สามารถปรากฏให้เหน็ อยู่ไดย้ นิ ในรูปแบบตา่ งๆเช่นหนงั สอื วารสารหนังสอื พมิ พ์
รายงานสุรธัสวสั ดุสื่อสารอิเล็กทรอนิกสแ์ ละคาพูดโดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อเผยแพร่ความรู้ทาใหเ้ กดิ องค์
ความรเู้ ป็นฐานของสติปัญญาสามารถสรา้ งวฒั น ธรรมทีก่ ่อใหเ้ กดิ ความเจริญในองค์กรสอดคล้องกบั
แนวคดิ ของ ทิพวรรณ หล่อสวุ รรณ ( 2545 : 23-26 ) กล่าววา่ ทรพั ยากรสาระสนเทศทาให้การ
ปฏบิ ตั งิ านมคี วามรวดเร็วมากขึน้ โดยใช้กระบวนการประมวลผลขอ้ มลู ซ่ึงจะทาใหส้ ามารถเกบ็ รวบรวม
ประมวลผลและปรับปรงุ ข้อมูลใหท้ ันสมยั ได้อย่างรวดเรว็ เชน่ คอมพิวเตอร์ที่ใชป้ ระจาวันในองค์กรมขี ีด
ความสามารถในการทางานเป็นไปอย่างรวดเดยี วการใช้งานเครอื ข่ายคอมพิวเตอรท์ าให้มีการติดต่อท่วั
โลกภายในเวลาอันรวดเร็วไม่วา่ จะเปน็ การติดต่อระหว่างคอมพวิ เตอรด์ ้วยกนั หรือคนกบั คณุ หรอื คณุ
กับคอมพิวเตอร์และสอดคล้องกบั งานวจิ ัยของเพลินพิศ หยาดผกา (2552 : 5) พบวา่ ในการบรหิ าร
และจัดทาทรพั ยากรสาระสนเทศสถานศึกษามกี ารคณะกรรมการกลางทาหน้าทีบ่ ริหารสาระสนเทศ
ซ่ึงมีสถานศึกษาขนาดใหญ่จะมีงบประมาณมากในการบริหารทรพั ยากรสาระสนเทศสาหรบั จดั ขึ้นนนั้
วสั ดแุ ละการจดั ทาการบริหารทรพั ยากรสาระสนเทศส่วนใหญ่มเี ครื่องคอมพวิ เตอร์ใชใ้ นการบริหาร
ทรพั ยากรสานักงานเพศด้านสถานที่ทีใ่ ช้ในการบรหิ ารทรัพยากรสาระสนเทศสถานศึกษาส่วนมากใช้
ห้องเรยี นที่ ไมใ่ ช่หอ้ งสารสนเทศในการบริหารทรัพยากรสาระสนเทศมีการศึกษาเพยี งสามแหง่ ที่ใช้
หอ้ งสาระสนเทศโดยเฉพาะการบรหิ ารทรพั ยากรกรงุ เทพมีการแตง่ ต้ังบุคลากรดาเนนิ งานด้านนี้
โดยเฉพาะอยใู่ นการบังคบั บัญชาของผ้ชู ่วยผู้อานวยการฝา่ ยที่มีหนา้ ทร่ี ับผิดชอบทรพั ยากรสารสนเทศ
ข้อเสนอแนะการวจิ ยั
1.การบรหิ ารการบรหิ ารทรัพยากรองค์กรในการทางานของบริษทั กรีนเดย์ 2019 จากดั
ข้อเสนอแนะ สาหรบั การวจิ ยั ในอนาคต
การวจิ ัยครั้งนีม้ ีการศึกษาผลกระทบ หรือปจั จยั ด้านอนื่ ๆ ท่ี มผี ลกระทบต่อการบริหาร
ทรัพยากรองค์กรและประสทิ ธิภาพการดาเนินงานขององค์กรอื่นๆหรือควรมีการศกึ ษาเพิม่ เตมิ
เกย่ี วกับตัวแปรที่ไมส่ ่งผล เพื่อสามารถนาขอ้ มูลจากการวจิ ยั ไปประยุกต์ใช้งานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทงั้ ควรเพมิ่ วธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมูลจากการสอบถามแบบซง้ึ เพ่ือให้ไดข้ ้อมลู และความคิดเหน็ ที่
ถูกต้องและก่อใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสงู สุด
การวจิ ัยคร้ังนีน้ ายยกเทศมนตรีเทศบาลสามารถนาข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาองคก์ รให้มีความ
เข้มแข็งและเป็นแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารทรพั ยากรองคก์ รของเทศบาลในเขตภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือสามารถนาไปเป็นเคร่ืองมือในการพฒั นาขีดความสามารถขององค์กรมกี าร
จดั สรรทรพั ยากรทีเ่ หมาะสมตามความจาเปน็ สามารถปฏิบัตงิ านได้ปรับปรุงการทางานไดอ้ ย่าง
ตอ่ เน่ืองและเปน็ แนวทางในการแสวงหาและพฒั นาทกั ษะการปฏิบัตงิ านอยเู่ สมอผกั ดนั ให้เกิดการ
พัฒนาผลงานทีม่ ีคณุ ภาพและมีมาตรฐานในการปฏิบตั งิ านใหม้ ีผลการดาเนินงานท่ีมีประสิทธิภาพ
อย่างยงั่ ยืนต่อไป
บรรณานกุ รม
เกียรติสุดา ศรีสุข. (2552). ระเบียบวธิ วี ิจยั . เชยี งใหม่ : ครองช่าง
ชมุ พล ศฤงคารศิริ. (2540). ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ.กรงุ เทพฯ : ป.สัมพันธ์พาณิชย์.
ทพิ วรรณ หล่อสวุ รรณรตั น.์ (2545). ระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ. พิมพ์คร้ัง 3.กรงุ เทพฯ
: เอสแอนด์ จี กราฟฟิค.
บญุ ชม ศรีสะอาด. (2549). การวิจัยเบ้ืองตน้ . พิมพค์ ร้งั ที่ 7. กรุงเทพฯ : สวุ รี ิยาสาสน์ .
พนม ทนิ กร ณ อยธุ ยา. (2549). การบรหิ ารงานคลงั รฐั บาล. พมิ พค์ รง้ั ที่ 6. กรงุ เทพฯ : ศิลป์
สยาม.
เพลนิ พศิ หยาดผกา. (2550). การบรหิ ารทรพั ยากรสารสนเทศของสถานศกึ ษาในเขตพื้นที่
การศึกษา กรงุ เทพมหานคร เขต 1. สกลนคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
รงั สรรค์ มณเี ล็ก. (2546). การพัฒนาเคร่ืองมือสาหรบั การประเมินการศกึ ษา. นนทบุรี :
มหาวทิ ยาลัยสดุ โขทยั ธรรมมาธริ าช.
วทิ ย์ บณั ฑติ กุล. (2556). รู้จกั ประชาคมอาเซียน. กรงุ เทพฯ : นามมีบุ๊คส.์
สมใจ ลกั ษณะ. (2546). การพฒั นาประสทิ ธภิ าพในการทางาน.กรุงเทพฯ : ธนชัยการพิมพ์.
อัญชลี พพิ ัฒนเื สรมิ .(2548). การบัญชสี าหรบั ผูบ้ ริหารทมี่ ิใช่นักบัญช.ี พมิ พ์คร้ังที่ 4.
กรุงเทพ : คณะพาณชิ ยศาสตรแ์ ละการบัญชี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก เครือ่ งมอื การวิจยั
การบริหารทรพั ยากรองค์กร หมายถึง กระบวนการวางแผน การจัดองคก์ รการนาและบังคับ
บญั ชา และการควบคุมตา่ งๆ เพอ่ื บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ขององค์กร ซงึ่ เปน็ กระบวนการหนง่ึ ของการ
บรหิ ารองค์กรที่องค์กรตอ้ งให้ความสาคัญและมีการบรหิ ารจัดการใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพสงู สดุ สามารถ
นาไปสกู่ ารมุ่งสู่
ท่านสามารถปฏิบตั ิงานใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพได้
ทา่ นสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาใหเ้ กิดประโยช์นในชวี ิตได้สาเร็จ
ทา่ นปฏบิ ัติงานให้เกิดคุณภาพการปฏิบัติงานได้
ท่านสามารถมคี วามพร้อมของพนกั งานทจี่ ะดาเนนิ การปฏิบตั ิงานในองคก์ ร
การต้ังคาถามในแบบสอบถามม2ี แนวทาง
1.เปน็ ประโยคบอกเลา่ (ประธาน+กริยา+กรรม)
2.เปน็ ประโยคคาถาม
การบรหิ ารทรพั ยากรองคก์ ร เห็นดว้ ย เห็นด้วย เห็น เหน็ เหน็
มากท่ีสดุ มาก ด้วย ด้วย ด้วย
ท่านสามารถปฏิบตั ิงานใหเ้ กิดประสิทธภิ าพได้ นอ้ ย
ท่านสามารถเรยี นรแู้ ละพฒั นาให้เกิดประโยชน์ ใน ปาน นอ้ ย ทส่ี ุด
ชีวติ ไดส้ าเร็จ กลาง
ท่านปฏบิ ัตงิ านให้เกิดคุณภาพการปฏิบตั งิ านได้
ท่านสามารถมคี วามพร้อมของพนักงานท่จี ะ
ดาเนินการปฏิบัติงานในองค์กร
ด้านทรพั ยากรมนุษย์ หมายถึง ความสามารถในการจัดหาและบรหิ ารการใชท้ รัพยากรทีม่ ีให้
เพียงพอสาหรับการดาเนินการตามแผนปฏิบัตงิ าน รวมถึง การใชท้ รพั ยากรในการดาเนินงานให้
คมุ้ คา่ และมีประโยชนต์ อ่ องค์กรใหม้ ากทสี่ ดุ เพ่ือส่งเสรมิ ให้การปฏบิ ัติงานสาเร็จตามเป้าหมายและ
บรรลุเปา้ หมายทอี่ งค์กรกาหนดไว้
ท่านมีความสามารถในการจัดการบรหิ ารทรัพยากรองค์กรหรือไม่
ทา่ นมคี วามสามารถในการบริหารการใชท้ รัพยากรท่ีมใี หเ้ พียงพอสาหรบั การดาเนนิ การตาม
แผนปฏิบตั งิ าน
ท่านสามารถควบคมุ การใชท้ รัพยากรในการดาเนินงานใหม้ ีประโยชน์ต่อองคก์ รไดห้ รอื ไม่
ด้านบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์ เห็นดว้ ย เห็นดว้ ย เห็นด้วย เหน็ ด้วย เห็นดว้ ย
มาก มาก ปาน นอ้ ย น้อยท่ีสดุ
ทส่ี ดุ กลาง
ท่านมคี วามสามารถในการจัดการบรหิ าร
ทรัพยากรองค์กรหรือไม่
ทา่ นมีความสามารถในการบริหารการใช้
ทรัพยากรท่ีมใี ห้เพียงพอสาหรับการ
ดาเนนิ การตามแผนปฏิบัตงิ าน
ท่านสามารถควบคุมการใชท้ รัพยากรในการ
ดาเนนิ งานให้มีประโยชน์ต่อองค์กรไดห้ รือไม่
ดา้ นบรหิ ารทรัพยากรทางกายภาพ หมายถึง สินทรัพย์ทเ่ี คลื่อนทีไ่ ด้ และเคลอื่ นท่ีไม่ได้ ซง่ึ
เป็นสมบัตขิ ององค์กรในการท่ีจะสรา้ งคณุ คา่ ใหเ้ กิดความไดเ้ ปรียบทางการแขง่ ขันขององค์กร เชน่
วัตถุดบิ ท่ีดิน เคร่ืองจกั ร เคร่ืองมือโรงงาน และสานักงานและอน่ื ๆที่นามาใช้ในการผลติ การ
ดาเนนิ งานขององค์กร
ท่านมีความสามารถในการปฏิบัตหิ น้าท่ี ท่ีไดร้ บั หมอบหมายงานในองค์กรมากน้อยเพียงใด
ท่านมกี ารทางานทมี่ ปี ระสิทธภิ าพได้อย่างครบถ้วน
ท่านมคี วามสามารถในการทางานเป็นทมี
ดา้ นบริหารทรพั ยากรทางกายภาพ เห็นดว้ ย เหน็ เหน็ เหน็ ดว้ ย เห็นด้วย
มาก ดว้ ย ดว้ ย น้อย นอ้ ย
ทา่ นมคี วามสามารถในการปฏิบัติหนา้ ที่ ท่ี ทีส่ ดุ มาก ปาน ทีส่ ุด
ไดร้ ับหมอบหมายงานในองค์กรมากน้อย กลาง
เพียงใด
ท่านมีการทางานทม่ี ปี ระสิทธิภาพได้อยา่ ง
ครบถ้วน
ทา่ นมคี วามสามารถในการทางานเป็นทีม
ด้านทรัพยากรทางการเงิน หมายถึง งบประมาณท่ีองค์กรมีอยู่ที่จะสามารถทาให้การ
ดาเนินงานขององค์กร บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรโดยมีผู้บริหารเป็นผู้กาหนดนโยบายในการ
จัดสรรทรัพยากรทางการเงินแตล่ ะภาคสว่ นในองคก์ รให้มีประสิทธิภาพ
ดา้ นทรพั ยากรทางการเงนิ เห็นด้วย เห็นด้วย เหน็ เหน็ เหน็ ด้วย
มากทส่ี ุด มาก ด้วย ดว้ ย นอ้ ยท่ีสุด
ทา่ นมคี วามซ่ือสัตยต์ ่อองค์กร
ท่านมีความความรบั ผดิ ชอบ ปาน นอ้ ย
ท่านมีประสบการณ์ในการทางานในองค์กร กลาง
แบบสอบถาม
คาชแ้ี จง
แบบสอบถามน้ีจัดทาขนึ้ เพื่อหาข้อมูลประกอบการวิจัยเรื่องการบริหารทรัพยากรองค์กรของ
พนักงานบรษิ ัทกรีนเดย์ 2019 จากัด อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานเี พื่อรองรับการมุ่งมน่ั สู่การเป็น
ผผู้ ลิต ทางด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรช้ันนาที่มีคุณภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
โลก ผู้วิจัยจึงใคร่ขอความร่วมมือมายังท่านเพื่อตอบแบบสอบถามฉบับน้ีตามความเป็นจริง ทั้งนี้เพื่อ
นาข้อมูลมาวิเคราะห์ซึ่งจะเป็นประโยชน์เชิงวิชาการแก่ผู้สนใจต่อไปแบบสอบถามนี้ ประกอบด้วย
ตอน จานวนหนา้ คอื
ตอนท่ี 1 ข้อมลู สว่ นบคุ คลจานวน 2 ขอ้
ตอนที่ 2 คุณภาพในการทางาน 4 ข้อ
สาหรับข้อมูลที่ท่านได้ตอบในแบบสอบถามฉบับน้ีใช้สาหรับการศึกษาวิจัยเท่านั้น การตอบ
แบบสอบถามน้ีจะไม่มีผลกระทบต่อท่านแต่อย่างใด แต่จะเป็นประโยชน์ในทางวิชาการเชิง
สงั คมศาสตร์ และนาไปใชป้ ระโยชน์เชิงวิชาการ โดยผ้วู ิจยั จะใชข้ ้อมูลเพอื่ การศึกษาวิจัย และขอบคุณ
ทกุ ทา่ นมา ณ โอกาสน้ี
นายนัฐพล ลม้ิ สุวรรณ
ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบคุ คล
คาชีแ้ จง โปรดทาเครื่องหมาย ในชอ่ ง ( ) หน้าคาตอบท่ีตรงกบั ความเปน็ จรงิ
1. เพศ
( ) ชาย ( ) หญงิ
2. ระดับการศกึ ษา
( ) ต่ากว่าปริญญาตรี ( ) ปริญญาตรี ( ) สงู กวา่ ปรญิ ญาตรี
ตอนท่ี 2 การพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน
คาชี้แจง โปรดทาเคร่ืองหมาย ลงในช่องท่ีตรงกับความเป็นจริงของท่านมากท่ีสุด โดย
กาหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังน้ีคะแนน 5 หมายถึง เห็นด้วยอย่างย่ิง คะแนน 4 หมายถึง เห็นด้วย
คะแนน 3 หมายถึง เฉยๆ คะแนน 2 หมายถึง ไม่เห็นดว้ ย คะแนน 1 หมายถึง ไมเ่ หน็ ดว้ ยอยา่ งยงิ่
ระดับความคิดเหน็
การบริหารทรัพยากรองคก์ ร เหน็ ดว้ ย เหน็ เหน็ เหน็ เหน็ ดว้ ย
มากที่สดุ ด้วย ดว้ ย ด้วย น้อยทีส่ ุด
(5) มาก ปาน น้อย (1)
(4) กลาง (2)
(3)
ด้านการบริหารทรัพยากรองคก์ ร
ท่านสามารถปฏบิ ัตงิ านให้เกดิ ประสิทธิภาพได้
ทา่ นสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาใหเ้ กิดประ
โยชน์ ในชวี ิตไดส้ าเร็จ
ทา่ นปฏบิ ตั ิงานให้เกดิ คุณภาพการปฏบิ ตั ิงาน
ท่านสามารถมีความพรอ้ มของพนกั งานทจี่ ะ
ดาเนินการปฏิบัตงิ านในองค์กร
ดา้ นบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์
ทา่ นมีความสามารถในการจดั การบริหาร
ทรัพยากรองค์กรหรือไม่
ท่านมีความสามารถในการบริหารการใช้
ทรัพยากรทม่ี ีให้เพียงพอสาหรบั การ
ดาเนนิ การตามแผนปฏบิ ตั ิงาน