รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 4 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 7 (25-28) ชื่อหน่วย ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นรูปแบบหนึ่งของฐานข้อมูลที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยจะมีการเก็บ ข้อมูลไว้ใน รูปแบบของตาราง หรือที่เราเรียกว่า รีเลชัน ดังนั้นฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จึงเป็นการรวบรวม รีเลชันต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน ท าให้ผู้ใช้มองภาพได้ง่ายอีกทั้งยังสามารถใช้ค าสั่งง่ายๆ เพื่อจัดการกับข้อมูลในรีเลชัน โดยใช้ภาษา SQL ท าให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่าย อันเป็นข้อดีของ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 3.2 ด้านทักษะ 1. อธิบายค าศัพท์เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ได้ 2. อธิบายการจัดเก็บข้อมูลได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด 7 ความสนใจใฝ่รู้ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 9 ความรักสามัคคี
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10 ความกตัญญูกตเวที 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. ศัพท์เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 2. การจัดเก็บข้อมูล 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูสนทนากับผู้เรียนเกี่ยวกับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของฐานข้อมูลที่นิยมใช้ กันมากในปัจจุบัน โดยจะมีการเก็บข้อมูลไว้ใน รูปแบบของตาราง หรือที่เราเรียกว่า รีเลชัน ดังนั้น ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จึงเป็นการรวบรวมรีเลชันต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันเข้าด้วยกันท าให้ผู้ใช้มองภาพ ได้ง่ายอีกทั้งยังสามารถใช้ค าสั่งง่ายๆ เพื่อจัดการกับข้อมูลในรีเลชัน โดยใช้ภาษา SQL ท าให้สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลได้ง่าย อันเป็นข้อดีของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 2. ครูกล่าวว่าระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์มีเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้น จากการออกแบบได้โดยง่าย จึงง่ายต่อการแก้ไขหากระบบที่ออกแบบไว้ผิดพลาด ระบบจัดการ ฐานข้อมูลที่ใช้กันเป็นส่วนมากใน ปัจจุบันจึงเป็นระบบที่ใช้กับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตัวอย่างเช่น Oracle Foxpro Ingress เป็นต้น ในหน่วยนี้จะขอกล่าวถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 3. ผู้เรียนท าแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน สลับกันตรวจเพื่อสะสมคะแนนเก็บไว้ 5.2 ขั้นสอน 1. ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายศัพท์เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับฐานมูลเชิงสัมพันธ์ 2. ครูใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) อภิปรายข้อดีของ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ซึ่งสรุปข้อดีของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 3. ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายเรื่องการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งมีสาระส าคัญดังนี้ ดังได้ทราบแล้วว่า ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลก็คือข้อมูลของเอนทิตีต่างๆ การสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตีในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ก็สามารถท าได้โดยก าหนดเอนทิตีเหล่านั้นให้มีแอ ททริบิวต์ที่เหมือนกัน แล้วใช้ค่าของแอททริบิวต์ที่เหมือนกันนั้น เป็นตัวระบุข้อมูลในเอนทิตีที่มี ความสัมพันธ์กัน 4.ครูใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) ให้ผู้เรียนอภิปราย ประโยชน์ของการศึกษาการจัดเก็บข้อมูล 5.3 การสรุป 1. ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียน 2. สรุปสาระส าคัญเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และน าไปปฏิบัติได้ และประเมินผู้เรียนดังนี้
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ชื่อผู้เรียน ธรรมชาติของผู้เรียน วิธีการเรียนรู้ ความสนใจ สติปัญญา วุฒิภาวะ 1. 2. 3. 4. 5. 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติมีเกณฑ์ผ่าน 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint 3. Google Classroom 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) - 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน 3.
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 4 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 8 (29-32) ชื่อหน่วย ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นรูปแบบหนึ่งของฐานข้อมูลที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยจะมีการเก็บ ข้อมูลไว้ใน รูปแบบของตาราง หรือที่เราเรียกว่า รีเลชัน ดังนั้นฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จึงเป็นการรวบรวม รีเลชันต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน ท าให้ผู้ใช้มองภาพได้ง่ายอีกทั้งยังสามารถใช้ค าสั่งง่ายๆ เพื่อจัดการกับข้อมูลในรีเลชัน โดยใช้ภาษา SQL ท าให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่าย อันเป็นข้อดีของ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 3.2 ด้านทักษะ 1. บอกประเภทของคีย์(Key) ได้ 2.อธิบายกฎต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคีย์ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ได้ 3. บอกชนิดของรีเลชันได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด 7 ความสนใจใฝ่รู้ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 9 ความรักสามัคคี
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10 ความกตัญญูกตเวที 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. ประเภทของคีย์(Key) 2. กฎที่เกี่ยวข้องกับคีย์ 3. ชนิดของรีเลชัน 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1. ครูใช้เทคนิคการสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรู้เดิมจาก สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการ เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ผู้สอนใช้การสนทนาซักถามให้ผู้เรียนเล่าประสบการณ์เดิม 2. ผู้เรียนบอกความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องคีย์(Key) ที่ได้ศึกษามาบ้างแล้วในหน่วยต้นๆ 3. ครูกล่าวว่าในหัวข้อนี้จะขอสรุปคุณสมบัติของคีย์แต่ละประเภทโดยก่อนอื่นควรทราบก่อนว่า แอททริบิวต์ใดแอททริบิวต์หนึ่งในรีเลชันจะมีคุณสมบัติเป็นคีย์ได้เมื่อแอททริบิวต์นั้นสามารถใช้บ่งบอกถึง ค่าในทูเพิลใดทูเพิลหนึ่งในรีเลชันนั้นได้หรือสามารถใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลกับข้อมูลอื่นในอีกรีเลชันหนึ่ง ในประเภทของคีย์ที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในหัวข้อที่ผ่านมา 5.2 ขั้นสอน 1. ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายเรื่องประเภทของคีย์ 2. ผู้เรียนยกตัวอย่างโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลที่สามารถสร้างคีย์หลักขึ้นมาเองได้ 3. ครูใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) อภิปรายเกี่ยวกับกฎที่ เกี่ยวข้องกับคีย์ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 4. ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายเรื่องชนิดของรีเลชันที่จะกล่าวถึงในที่นี้จะเป็นชนิด ของรีเลชันในระบบจัดการฐานข้อมูล 5.3 การสรุป 1. ครูสรุปโดยถามค าถามหรือก าหนดปัญหาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองช่วยกันคิดหาค าตอบแล้ว อธิบายค าตอบให้เพื่อนทุกคนในกลุ่มของตนเองเข้าใจ 2. ครูใช้วิธีสุ่มผู้เรียนทุกกลุ่มตอบค าถามและอธิบายให้เพื่อนฟังทั้งชั้นเรียน 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ มีเกณฑ์ผ่าน 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint 3. Google Classroom
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) - 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 4 จงเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว 1. ผู้คิดค้นรูปแบบของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์คือผู้ใด ก. Charles Babbage ข. C.J. Date ค. E.F.Codd ง. Pascal 2. ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เรียกข้อมูลแต่ละรายการว่าอย่างไร ก. Tuple ข. Record ค. Attribute ง. Cardinality 3. ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์สิ่งใดที่มีความหมายเทียบได้กับแฟ้มข้อมูล ก. Tuple ข. Relation ค. Attribute ง. Domain 4. ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะเรียกค่าที่อยู่ในแต่ละเขตข้อมูลว่าอะไร ก. Tuple ข. Cardinality ค. Degree ง. Attribute 5. ค่าของแอททริบิวต์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ ้าซ้อนกันในแต่ละทูเพิล สามารถน ามาใช้เป็นคีย์ชนิด ใดได้ ก. คีย์คู่แข่ง ข. คีย์หลัก ค. คีย์นอก ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. 6. ตาราง 2 มิติที่ใช้บรรจุข้อมูลในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร ก. แฟ้มข้อมูล ข. รีเลชัน ค. ระเบียนข้อมูล ง. เอนทิตี 7. ขอบเขตของค่าของข้อมูลในแอททริบิวต์หนึ่งๆ เรียกว่าอะไร ก. โดเมน ข. คาร์ดินาลิตี ค. ดีกรี ง. บรรทัดฐาน 8. คีย์ชนิดใดที่เลือกมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี ก. คีย์ส ารอง ข. คีย์หลัก ค. คีย์คู่แข่ง ง. คีย์นอก 9. ค่าว่าง หมายถึงค่าใด ก. ค่าที่เป็นที่ว่าง (Blank) ข. ค่าที่เป็นศูนย์ ค. ค่าที่อยู่นอกกรอบของโดเมน ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. 10. ดีกรีหมายถึงอะไร ก. จ านวนแถวในแต่ละรีเลชัน ข. จ านวนคอลัมน์ในแต่ละรีเลชัน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ค. จ านวนเอนทิตีในระบบ ง. จ านวนคอลัมน์ที่ระบุใช้เป็นคีย์นอก 11. รีเลชันในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะหมายถึงตารางในลักษณะใด ก. ตาราง 2 มิติที่ในแต่ละแถว แต่ละคอลัมน์บรรจุเพียงค่าเดียว ข. ตาราง 2 มิติที่ในแต่ละแถว แต่ละคอลัมน์สามารถบรรจุข้อมูลได้หลายอย่าง ค. ตาราง 3 มิติที่ในแต่ละแถว แต่ละคอลัมน์และแต่ละความลึกจะบรรจุข้อมูลได้เพียงค่าเดียว ง. ตารางที่สามารถบรรจุข้อมูลซ ้ากันได้ในแต่ละแถว 12. รีเลชัน ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ต้องมีลักษณะใด ก. แต่ละรีเลชันไม่จ าเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน ข. Attribute ในรีเลชันเดียวกันสามารถซ ้ากันได้ ค. รีเลชันเหล่านั้นต้องผ่านกระบวนการท าให้อยู่ในรูปแบบบรรทัดฐาน ง. Tuple ในรีเลชันเดียวกันสามารถซ ้ากันได้ 13. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ก. ผู้ใช้มองเห็นภาพการจัดเก็บข้อมูลได้ง่าย ข. สามารถใช้ภาษาที่ง่ายต่อการเรียกดูข้อมูล ค. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรีเลชันโดยใช้Pointer ง. สามารถใช้เครื่องหมายค านวณ และเปรียบเทียบทางคณิตศาสตร์ได้ 14. ความสัมพันธ์ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์มีอยู่ด้วยกันกี่แบบ ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ ค. 4 แบบ ง. มีแบบเดียว 15. การสร้างตารางดังต่อไปนี้ได้แสดงว่าข้อมูลพนักงานขายกับลูกค้ามีความสัมพันธ์กันแบบใด ก. แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ข. แบบหนึ่งต่อกลุ่ม ค. แบบกลุ่มต่อหนึ่ง ง. แบบกลุ่มต่อกลุ่ม 16. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ก. ข้อมูลจัดเก็บในรูปของตาราง ข. การเรียกใช้ข้อมูลต้องเขียนเป็นโปรแกรม ค. เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรีเลชันได้โดยง่าย ง. จัดการกับข้อมูลได้ง่าย 17. ในรีเลชันหนึ่งอาจมีแอททริบิวต์ที่มีคุณสมบัติเป็นคีย์หลักได้หลายแอททริบิวต์ เราเรียกแอททริบิวต์ เหล่านั้นว่าอะไร ก. คีย์หลัก ข. คีย์ส ารอง
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ค. คีย์คู่แข่ง ง. อาจเรียกได้ทั้งข้อ ข. และ ค. 18. คีย์หลักที่ประกอบด้วยหลายแอททริบิวต์เรียกว่าอะไร ก. คีย์คู่แข่ง ข. คีย์ส ารอง ค. คีย์ผสม ง. คีย์นอก 19. คีย์ชนิดใดที่ใช้ประโยชน์ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรีเลชัน ก. คีย์คู่แข่ง ข. คีย์นอก ค. คีย์ผสม ง. คีย์ส ารอง 20. กรณีมีการแก้ไขหรือลบข้อมูลของคีย์หลักในรีเลชันหนึ่ง ซึ่งมีคีย์นอกในอีกรีเลชันอ้างถึงอยู่นั้นจะต้อง พิจารณาทางเลือกใดในการท า ก. แก้ไขหรือลบข้อมูลแบบเป็นทอดๆ ข. แก้ไขหรือลบข้อมูลแบบมีข้อจ ากัด ค. แก้ไขหรือลบข้อมูลโดยเปลี่ยนเป็นค่าว่าง ง. ถูกทุกข้อ
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 5 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 9 (33-36) ชื่อหน่วย รูปแบบบรรทัดฐานของรีเลชัน รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ รูปแบบบรรทัดฐานของรีเลชันนั้นจะช่วยให้การออกแบบฐานข้อมูลเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบ แผน การท าให้รีเลชันอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานจะช่วยป้องกันการอัปเดตข้อมูลผิดพลาด และส่งผลต่อ เสถียรภาพของข้อมูล 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 3.2 ด้านทักษะ 1. สามารถท ารีเลชันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐานได้ 2. อธิบายภาษาที่ใช้ในการออกแบบฐานข้อมูลได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด 7 ความสนใจใฝ่รู้ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 9 ความรักสามัคคี 10 ความกตัญญูกตเวที
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. การท ารีเลชันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐาน 2. ภาษาที่ใช้ในการออกแบบฐานข้อมูล 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนสนทนาเกี่ยวกับรูปแบบบรรทัดฐานของรีเลชันนั้นช่วยให้การออกแบบฐานข้อมูล เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน การท าให้รีเลชันอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานจะช่วยป้องกันการอัปเดต ข้อมูลผิดพลาด และส่งผลต่อเสถียรภาพของข้อมูล 2.ครูกล่าวว่าแนวคิดในการท ารีเลชันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐาน (Normalization) ได้ถูก คิดขึ้นโดย E.F. Codd ในปีพ.ศ. 2515 หลังจากนั้น Boyce และ Codd ได้คิดรูปแบบการท าให้รัดกุมขึ้น จึงตั้งชื่อรูปแบบรีเลชันที่เป็นบรรทัดฐานนี้ใหม่ว่า Boyce Codd Normal Form หรือ BCNF นับเป็น ขั้นตอนการน า เค้าร่างของรีเลชันมาท าให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐาน (Normal Form) 3.ผู้เรียนท าแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน 5.2 ขั้นสอน 4.ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายเรื่องการท ารีเลชันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐาน 5. ผู้เรียนเขียนสรุปขั้นตอนการท ารีเลชันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐาน บันทึกลงในกระดาษ A4 6. ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายเรื่องภาษาที่ใช้ในการออกแบบฐานข้อมูล 5.3 การสรุป 7.ครูและผู้เรียนสรุปโดยผู้เรียนตอบค าถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรีนน 8.ผู้เรียนท าแบบประเมินผลการเรียนรู้ 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติมีเกณฑ์ผ่าน 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint 3. Google Classroom 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) - 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 5 จงเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว 1. รีเลชันใดๆ จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 1 ตามเงื่อนไขใด ก. ค่าของแต่ละแอททริบิวต์ในแต่ละทูเพิลมีเพียงค่าเดียว ข. ทุกแอททริบิวต์ที่ไม่ได้เป็นคีย์หลัก จะต้องขึ้นกับแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลัก หรือแอททริบิวต์ ทั้งหมดที่ประกอบเป็นคีย์หลัก ค. ต้องไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างค่าของแอททริบิวต์แบบทรานซิทีฟ ง. รีเลชันนั้นมีคีย์คู่แข่งหลายตัว โดยคีย์คู่แข่งเหล่านั้นเป็นคีย์ผสมและมีความซ ้าซ้อนกัน 2. จากโครงสร้างตารางดังต่อไปนี้ข้อมูลใดคือคีย์หลัก ลูกค้า (รหัสลูกค้า, ชื่อลูกค้า, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์) ก. รหัสลูกค้า ข. ชื่อลูกค้า ค. ที่อยู่ ง. เบอร์โทรศัพท์ 3. การขีดเส้นไว้บนหัวของแอททริบิวต์หมายถึงอะไร ก. การก าหนดให้แอททริบิวต์นั้นเป็นคีย์หลัก ข. การก าหนดให้แอททริบิวต์นั้นเป็นคีย์นอก ค. แอททริบิวต์นั้นมีค่ามากกว่า 1 ค่าในแต่ละทูเพิล ง. แอททริบิวต์นั้นมีเพียง 1 ค่าในแต่ละทูเพิล 4. ข้อสรุปใดไม่ถูกต้อง ก. เมื่อใดที่มีการปรับรีเลชันให้อยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 1 จะต้องมีการเพิ่มแอททริบิวต์ ของคีย์หลักเสมอ ข. ถ้าพบว่าบางแอททริบิวต์ในรีเลชันไม่ได้ขึ้นกับคีย์หลักแต่ขึ้นกับบางส่วนของคีย์หลักจะต้องท า การปรับรีเลชันให้อยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 2 ค. การท าให้รีเลชันอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐาน จะต้องท าให้คีย์หลักของแต่ละรีเลชันมาจากแอ ททริบิวต์เพียงแอททริบิวต์เดียว ง. บางครั้งคีย์หลักอาจจ าเป็นต้องมาจากหลายแอททริบิวต์รวมกัน 5. ค ากล่าวใดไม่ถูกต้อง ก. รีเลชันที่อยู่ในรูปแบบ BCNF จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 3 ข. รีเลชันที่อยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 3 ไม่จ าเป็นต้องอยู่ในรูปแบบ BCNF ค. รีเลชันที่ควรผ่านการท าให้อยู่ในรูปแบบ BCNF คือ รีเลชันที่มีคีย์คู่แข่งหลายตัว และคีย์คู่แข่ง เหล่านั้นเป็นคีย์ผสม ซึ่งมีความซ ้าซ้อนกัน ง. ถูกทุกข้อ 6. รีเลชันใดๆ จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 2 ตามเงื่อนไขใด ก. ค่าของแต่ละแอททริบิวต์ในแต่ละทูเพิลมีเพียงค่าเดียว
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ข. ทุกแอททริบิวต์ที่ไม่ได้เป็นคีย์หลักจะต้องขึ้นกับแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลัก หรือแอททริบิวต์ ทั้งหมดที่ประกอบเป็นคีย์หลัก ค. ต้องไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างค่าของแอททริบิวต์แบบทรานซิทีฟ ง. รีเลชันนั้นมีคีย์คู่แข่งหลายตัว โดยคีย์คู่แข่งเหล่านั้นเป็นคีย์ผสมและมีความซ ้าซ้อนกัน 7. เมื่อท าการลบข้อมูลในรีเลชันใดๆ แล้วส่งผลให้ข้อมูลในรีเลชันอื่นถูกลบตามไปด้วย จัดเป็น ความ ผิดพลาดแบบใด ก. ความผิดพลาดที่เกิดจากการเพิ่มข้อมูล ข. ความผิดพลาดที่เกิดจากการลบข้อมูล ค. ความผิดพลาดที่เกิดจากการปรับปรุงข้อมูล ง. ไม่มีข้อใดถูก 8. ความผิดพลาดที่เกิดจากการปรับปรุงข้อมูลมีลักษณะอย่างไร ก. เมื่อท าการลบข้อมูลในรีเลชันใดๆ แล้วส่งผลให้ข้อมูลในรีเลชันอื่นถูกลบตามไปด้วย ข. หากต้องการเพิ่มข้อมูลใหม่ลงในรีเลชัน จ าเป็นต้องเพิ่มข้อมูลในรีเลชันอื่นก่อน ค. ในการแก้ไขข้อมูล จะต้องแก้ไขข้อมูลทั้งหมดที่มีรหัสเดียวกัน ง. ถูกทุกข้อ 9. รีเลชันใดๆ จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 3 ตามเงื่อนไขใด ก. รีเลชันนั้นอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 2 ข. แอททริบิวต์ที่ไม่ได้เป็นคีย์หลัก ต้องขึ้นกับแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักเท่านั้น ค. ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างค่าของแอททริบิวต์แบบทรานซิทีฟ ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดคือความหมายของ Determinant ก. แอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักของรีเลชัน ข. แอททริบิวต์ที่เป็นคีย์คู่แข่งของรีเลชัน ค. แอททริบิวต์ที่เป็นคีย์นอกของรีเลชัน ง. แอททริบิวต์ที่สามารถเลือกแอททริบิวต์อื่นได้ 11. รีเลชันใดๆ จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานของบอยซ์และคอดด์ตามเงื่อนไขใด ก. รีเลชันนั้นอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 3 ข. ไม่มีแอททริบิวต์ที่ไม่ใช่คีย์หลัก แต่สามารถไประบุค่าแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักได้ ค. รีเลชันนั้นมีคีย์คู่แข่งหลายตัว โดยคีย์คู่แข่งเหล่านั้นเป็นคีย์ผสมและมีความซ ้าซ้อนกัน ง. ถูกทุกข้อ 12. รีเลชันใดๆ จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 4 ตามเงื่อนไขใด ก. รีเลชันนั้นอยู่ในรูปแบบ BCNF ข. รีเลชันนั้นไม่มีการขึ้นต่อกันเชิงกลุ่ม ค. รีเลชันนั้นไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างค่าของแอททริบิวต์แบบหลายค่าเกิดขึ้น
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ง. ถูกทุกข้อ 13. รีเลชันใดๆ จะอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 5 ตามเงื่อนไขใด ก. รีเลชันนั้นอยู่ในรูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 4 ข. รีเลชันนั้นมีคีย์หลักเป็นคีย์ผสมที่ประกอบด้วยแอททริบิวต์ตั้งแต่ 3 แอททริบิวต์ขึ้นไป ค. เมื่อท าการเชื่อมโยงรีเลชันย่อยทั้งหมดแล้ว จะต้องไม่ท าให้เกิดข้อมูลใหม่ที่ต่างไปจากรีเลชัน เดิม ง. ถูกทุกข้อ 14. Project-Join Normal Form หมายถึงรูปแบบบรรทัดฐานระดับใด ก. รูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 1 ข. รูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 2 ค. รูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 4 ง. รูปแบบบรรทัดฐานระดับที่ 5 15. Spurious Tuple มีความหมายอย่างไร ก. ทูเพิลที่มีคีย์หลักอยู่ ข. ทูเพิลที่มีคีย์รองอยู่ ค. ทูเพิลที่มีคีย์คู่แข่งอยู่ ง. ทูเพิลที่เกินออกมาจากรีเลชันเดิม 16. ข้อใดคือภาษาที่ใช้ในการออกแบบฐานข้อมูล ก. SQL ข. DBMS ค. DBDL ง. PASCAL 17. ในการก าหนดให้แอททริบิวต์สามารถเก็บค่าว่างได้ท าได้โดยใช้สัญลักษณ์ใด ก. * ข. SK ค. CK ง. FK 18. ในการก าหนดให้แอททริบิวต์เป็นคีย์นอก ท าได้โดยใช้สัญลักษณ์ใด ก. * ข. SK ค. CK ง. FK 19. CSCD (CASCADE) หมายถึงอะไร ก. การลบ ข. การแก้ไขค่า ค. การแก้ไข หรือลบข้อมูลแบบเป็นทอดๆ ง. การแก้ไข หรือลบข้อมูลโดยเปลี่ยนเป็นค่าว่าง 20. การแก้ไข หรือลบข้อมูลแบบมีข้อจ ากัดใช้ค าสั่งใด ก. UPD (UPDATE) ข. RSTR (RESTRICT) ค. CSCD (CASCADE) ง. NLF (NULLIFY)
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 6 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 10 (37-40) ชื่อหน่วย ภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ ในการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในด้านระบบจัดการ ฐานข้อมูล ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้างหรือ SQL ซึ่งสามารถใช้ในการ นิยามข้อมูลด าเนินการกับข้อมูล และควบคุมข้อมูล อีกทั้งการใช้ค าสั่งใน SQL จะสามารถใช้เพื่อเรียกดู ข้อมูลในทันทีทันใดหรือจะใช้ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่นๆ ก็ได้และภาษาที่ใช้ค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลอีก แบบหนึ่งที่ต่างกับภาษา SQL คือ Query By Example โดยที่ QBE จะเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลใน ลักษณะของตารางเป็นช่องๆ เรียกว่า QBE Grid และสามารถก าหนดเงื่อนไขในการสอบถามข้อมูลลงไป ได้ด้วย 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 3.2 ด้านทักษะ 1. อธิบายภาษาสอบถามเชิงโครงสร้างได้ 2. ใช้ค าสั่งต่างๆ ใน SQL เพื่อนิยามข้อมูลได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 7 ความสนใจใฝ่รู้ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 9 ความรักสามัคคี 10 ความกตัญญูกตเวที 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง 2. ค าสั่ง SQL ที่ใช้ส าหรับนิยามข้อมูล 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนสนทนากันว่าในการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่มี ความสามารถในด้านระบบจัดการฐานข้อมูล ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง หรือ SQL ซึ่งสามารถใช้ในการนิยามข้อมูลด าเนินการกับข้อมูล และควบคุมข้อมูล อีกทั้งการใช้ค าสั่งใน SQL จะสามารถใช้เพื่อเรียกดูข้อมูลในทันทีทันใดหรือจะใช้ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่นๆ ก็ได้และภาษาที่ ใช้ค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลอีกแบบหนึ่งที่ต่างกับภาษา SQL คือ Query By Example โดยที่ QBE จะ เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลในลักษณะของตารางเป็นช่องๆ เรียกว่า QBE Grid และสามารถก าหนด เงื่อนไขในการสอบถามข้อมูลลงไปได้ด้วย 2.ครูกล่าวว่าภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง (Structured Query Language : SQL) เป็นภาษา ส าหรับการจัดการ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ 3.ผู้เรียนท าแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน สลับกันตรวจ 5.2 ขั้นสอน 4.ครูใช้สื่อ Power Point ประกอบการอธิบายเรื่องภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง 5.ครูใช้สื่อ Power Point และเทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เพื่อให้ ผู้เรียนเข้าใจเรื่องค าสั่ง SQL ที่ใช้ส าหรับนิยามข้อมูลซึ่งเป็นค าสั่งส าหรับการนิยามข้อมูลเพื่อสร้างหรือลบ ตารางดัชนีและวิวในระบบจึงขอกล่าวถึงค าสั่งต่างๆ ที่ใช้นิยามข้อมูล 6.ผู้เรียนเขียสรุปเนื้อหาที่เรียนเป็นแผนผังโฟล์ชาร์ต 5.3 การสรุป 7.ครูใช้ค าถามหรือก าหนดปัญหาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองช่วยกันคิดหาค าตอบแล้วอธิบายค าตอบ ให้เพื่อนทุกคนในกลุ่มของตนเองเข้าใจ 8.ครูใช้วิธีสุ่มผู้เรียนทุกกลุ่มตอบค าถามและอธิบายให้เพื่อนฟังทั้งชั้นเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติมีเกณฑ์ผ่าน 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 3. Google Classroom 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) - 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 6 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 11 (41-44) ชื่อหน่วย ภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ ในการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในด้านระบบจัดการ ฐานข้อมูล ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้างหรือ SQL ซึ่งสามารถใช้ในการ นิยามข้อมูลด าเนินการกับข้อมูล และควบคุมข้อมูล อีกทั้งการใช้ค าสั่งใน SQL จะสามารถใช้เพื่อเรียกดู ข้อมูลในทันทีทันใดหรือจะใช้ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่นๆ ก็ได้และภาษาที่ใช้ค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลอีก แบบหนึ่งที่ต่างกับภาษา SQL คือ Query By Example โดยที่ QBE จะเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลใน ลักษณะของตารางเป็นช่องๆ เรียกว่า QBE Grid และสามารถก าหนดเงื่อนไขในการสอบถามข้อมูลลงไป ได้ด้วย 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจ 3.2 ด้านทักษะ 1. ใช้ค าสั่งต่างๆ ใน SQL เพื่อด าเนินการกับข้อมูลและควบคุมข้อมูลได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด 7 ความสนใจใฝ่รู้ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 9 ความรักสามัคคี 10 ความกตัญญูกตเวที 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. ค าสั่ง SQL ที่ใช้ส าหรับด าเนินการกับข้อมูลและควบคุมข้อมูล 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูใช้เทคนิคการสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรู้เดิมจาก สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการ เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ผู้สอนใช้การสนทนาซักถามให้ผู้เรียนเล่าประสบการณ์เดิม 2.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น และสนทนากันระหว่างเพื่อนในชั้นเรียน 3.ผู้เรียนบอกข้อดีและปัญหาจากการใช้ค าสั่ง SQL 5.2 ขั้นสอน 4.ครูใช้สื่อ Power Point และเทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เพื่ออธิบาย เรื่องค าสั่ง SQL ที่ใช้ส าหรับด าเนินการกับข้อมูลและควบคุมข้อมูล 5.ผู้เรียนปฏิบัติตามแบบฝึกหัด 5.3 การสรุป 6.ครูใช้ค าถามหรือก าหนดปัญหาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองช่วยกันคิดหาค าตอบแล้วอธิบายค าตอบ ให้เพื่อนทุกคนในกลุ่มของตนเองเข้าใจ 7.ครูใช้วิธีสุ่มผู้เรียนทุกกลุ่มตอบค าถามและอธิบายให้เพื่อนฟังทั้งชั้นเรียน 8.ผู้เรียนฝึกปฏิบัติใบงาน แบบฝึกทักษะ และท าแบบประเมินผลหลังเรียน 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยปผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติมีเกณฑ์ผ่าน 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint 3. Google Classroom 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) -
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แบบประเมินผลการเรียนหน่วยที่ 9 จงเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว 1. การใช้ค าสั่ง SQL สามารถท าได้โดยวิธีใด ก. ใช้ค าสั่ง SQL ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่น ข. ใช้ค าสั่ง SQL เรียกดูข้อมูลทันที ค. ใช้ค าสั่ง SQL เก็บข้อมูล ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข. 2. สามารถแบ่งค าสั่ง SQL ตามการใช้งานได้เป็นกี่ชนิด ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด 3. ค าสั่ง SQL ที่ใช้สร้างหรือลบตารางดัชนีและวิวได้แก่ค าสั่งชนิดใด ก. ค าสั่งส าหรับด าเนินการกับข้อมูล ข. ค าสั่งส าหรับนิยามข้อมูล ค. ค าสั่งส าหรับจัดการข้อมูล ง. ค าสั่งส าหรับควบคุม 4. ค าสั่งที่ใช้สร้างรีเลชันก่อนการจัดเก็บข้อมูลคือค าสั่งใด ก. INSERT INTO ข. ALTER TABLE ค. CREATE TABLE ง. CREATE INDEX 5. ค าสั่งที่ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ใหม่เข้าไปในรีเลชันที่มีอยู่แล้วคือค าสั่งใด ก. CREATE TABLE ข. CREATEI NDEX ค. INSERT INTO ง. ALTER TABLE 6. ข้อความต่อไปนี้ข้อความใดไม่ถูกต้อง ก. วิวเป็นเพียงตารางสมมติ ข. วิวเป็นตารางที่เก็บข้อมูลจริงอีกแบบหนึ่ง ค. วิวเป็นเพียงสิ่งที่มโนภาพขึ้น ง. วิวจะช่วยควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้ระดับหนึ่ง 7. เมื่อใช้ค าสั่ง DROP วิวใดๆ จะมีผลตามมาอย่างไร ก. วิวต่างๆ ที่ถูกสร้างไว้จะถูกลบออก ข. TABLE ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิวนั้นๆ จะถูกลบออกด้วย ค. ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในวิวนั้นจะถูกลบทิ้งแต่วิวยังคงอยู่ ง. ข้อมูลต่างๆ ใน TABLE ที่เกี่ยวข้องกับวิวนั้นจะถูกลบทิ้ง 8. ค าสั่งใดไม่ใช่ค าสั่งด าเนินการกับข้อมูล ก. INSERT ข. DELETE ค. SELECT ง. DROP INDEX 9. ค าสั่ง DELETE ใช้ส าหรับงานใด ก. ลบข้อมูลได้ทีละ 1 ทูเพิล ข. ลบข้อมูลได้ทีละหลายๆ ทูเพิล ค. ลบข้อมูลได้ครั้งละ 1 ทูเพิล หรือหลายๆ ทูเพิล ง. ลบ Table ที่ต้องการ
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. กรณีต้องการสอบถามข้อมูล และต้องการลบทูเพิลที่ปรากฏซ ้ากันมิให้แสดงออกมาในค าสั่ง SELECT จะต้องท าอย่างไร ก. ใช้ค าสั่ง SELECT กับ DISTINCT ข. ใช้ค าสั่ง SELECT กับ WHERE ค. ใช้ค าสั่ง SELECT กับ GROUPBY ง. ใช้ค าสั่ง SELECT กับ ORDER BY 11. ค าสั่งที่ใช้เพื่อก าหนดให้สิทธิการใช้ข้อมูลแก่ผู้ใช้คนอื่นคือค าสั่งใด ก. GRANT ข. ALTER ค. REVOKE ง. INSERT 12. ค าสั่งที่ใช้เพิ่มข้อมูลรายการใหม่เข้าไปในรีเลชันที่สร้างแล้วคือค าสั่งใด ก. INSERT ข. ALTER ค. UPDATE ง. CREATE 13. ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก. ค าสั่ง SELECT จะสอบถามข้อมูลได้ครั้งละหลาย TABLE ข. วิวเป็นเพียงตารางสมมติ ค. GROUPBY ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามแอททริบิวต์ ง. การสร้างวิวท าให้ผู้ใช้แต่ละคนมองเห็นวิวได้เหมือนๆ กัน 14. ข้อใดเป็นประโยชน์ที่ได้จากการสร้างวิว ก. ท าให้ผู้ใช้มองเห็นวิวได้เหมือนกันทุกคน ข. ท าให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายนัก ค. เป็นการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลในระดับหนึ่ง ง. ถูกทุกข้อ 15. ในการสอบถามข้อมูลที่ต้องการแสดงผลเรียงล าดับจากน้อยไปมาก หรือจากมากไปน้อย ต้องใช้ค าสั่ง ใด ก. GROUP BY ข. WHERE ค. ORDER BY ง. HAVING 16. เครื่องหมาย ^ = ใน SQL เพื่อก าหนดเงื่อนไข มีความหมายว่าอย่างไร ก. น้อยกว่าหรือเท่ากับ ข. มากกว่าหรือเท่ากับ ค. ไม่เท่ากับ ง. ไม่มีเครื่องหมายนี้ใน SQL 17. ค าสั่งที่ใช้เรียกดูข้อมูลจากฐานข้อมูลคือค าสั่งใด ก. VIEW ข. SELECT ค. LIKE ง. ใช้ได้ทั้งค าสั่ง VIEW และ SELECT 18. ฟังก์ชันใดใน SQL ที่ใช้ส าหรับหาค่ารวมของค่าในแอททริบิวต์หนึ่งๆ ก. COUNT ข. TOTAL ค. AVG ง. SUM 19. เครื่องหมายค านวณตัวใดที่ใช้ผิดความหมาย ก. * หมายถึง การคูณ ข. / หมายถึง การหาร ค. ^ หมายถึง การยกก าลัง ง. + หมายถึง การบวก
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 20. ในระบบฐานข้อมูล ผู้ใช้แต่ละคนสามารถมอบสิทธิให้อ านาจแก่ผู้ใช้คนอื่นได้ในการเรียกใช้ข้อมูลของ ตน เรียกระบบดังกล่าวว่าอะไร ก. Authorization System ข. Grant System ค. Revoke System ง. Security System
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 7 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 12 (45-48) ชื่อหน่วย การประยุกต์ใช้ฐานข้อมูลเพื่อพัฒนา ระบบงาน รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ ความสามารถของระบบฐานข้อมูลจะช่วยให้การท างานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความ ถูกต้องแม่นย าในการใช้งานระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ใช้ต้องมีความรู้ความเข้าใจใน หลักการท างานของโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลที่ใช้เสียก่อน ในหน่วยนี้จะศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมจัดการ ฐานข้อมูล Microsoft Access 2010 รวมไปถึงวิธีการสร้างฐานข้อมูล ตารางข้อมูล การสืบค้น ฟอร์ม และรายงาน 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจ 3.2 ด้านทักษะ 1. บอกลักษณะทั่วไปของ Microsoft Access 2010 ได้ 2. จัดการข้อมูลในตารางได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด 7 ความสนใจใฝ่รู้ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 9 ความรักสามัคคี 10 ความกตัญญูกตเวที 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. Microsoft Access 2010 2. การจัดการข้อมูลในตาราง 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนสนทนาเกี่ยวกับความสามารถของระบบฐานข้อมูลจะช่วยให้การท างานเป็นไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความถูกต้องแม่นย าในการใช้งานระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ใช้ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการท างานของโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลที่ใช้เสียก่อน ในหน่วยนี้จะ ศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล Microsoft Access 2010 รวมไปถึงวิธีการสร้างฐานข้อมูล ตารางข้อมูล การสืบค้น ฟอร์ม และรายงาน 2. ครูและผู้เรียนเล่าประสบการณ์การใช้ Microsoft Access 2010 3.ผู้เรียนท าแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน แล้วสลับกันตรวจเพื่อเก็บคะแนนไว้ 5.2 ขั้นสอน 4.ครูใช้สื่อวิดีทัศน์เพื่อแนะน าโปรแกรม Microsoft Access 2010 ซึ่งมีสาระส าคัญดังนี้ Microsoft Access 2010 สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการสอบถามได้โดยวิธีการที่ง่ายและรวดเร็ว โดย การใช้Query เนื้อหาในหน่วยนี้จึงขอกล่าวถึงโปรแกรมฐานข้อมูลที่นิยมใช้กันมากในขณะนี้ได้แก่ Microsoft Access 2010 เพื่อผู้ที่ศึกษาระบบฐานข้อมูล จะสามารถน าไปประกอบการใช้งานได้ 5.ครูกล่าวว่าตาราง (Tables) ถือเป็นวัตถุ (Object) ที่ส าคัญที่สุดใน Microsoft Access 2010 เนื่องจากใช้ใน การเก็บข้อมูลทั้งหมด ท าให้ตารางถือเป็นหัวใจส าคัญส าหรับทุกฐานข้อมูล ดังนั้นจึงมี ความส าคัญเป็น อย่างมากที่จะต้องมีความเข้าใจในการใช้งานตาราง และการจัดการข้อมูลภายในตาราง ในหัวข้อนี้จะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการจัดเรียงข้อมูล (Sorting) การคัดกรองข้อมูล (Filtering) การสร้าง Field ส าหรับการค านวณ (Calculated Fields) และการสร้าง Row ส าหรับหาค่าผลรวมในตาราง (Totals Rows) 6.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) สาธิตขั้นตอนการจัดเรียงข้อมูล 7.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) สาธิตขั้นตอนการคัดกรองข้อมูล และให้ผู้เรียนปฏิบัติตาม 8.ผู้เรียนสร้างตารางเก็บข้อมูลขึ้น 4 ตาราง คือ ตารางลูกค้า (Customer) ตารางสินค้า (Product) ตาราง การสั่ง (Order) และตารางรายละเอียดการสั่ง (Order Detail) โดยแต่ละตาราง ก าหนด Field Name และคุณสมบัติไว้
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 5.3 การสรุป 9.ครูสรุปบทเรียน โดยใช้VDO และ PowerPoint และอภิปรายซักถามข้อสงสัย และให้ผู้เรียน ฝึกปฏิบัติในบางเรื่อง 10.ท ากิจกรรมต่อเนื่อง ตอบค าถามจากบทความในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และท า ประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งครูผู้สอนพิจารณาตามความเหมาะสม 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4 ตรวจกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 5. ตรวจใบงาน 6. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 7. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 5. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 7. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. ตอบค าถามในกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้จึงจะถือว่าผ่าน เกณฑ์การประเมิน มีเกณฑ์ 4 ระดับ คือ 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้, 1= ควรปรับปรุง
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 5. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 6. แบบประเมินผลการเรียน และแบบฝึกปฏิบัติรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint 3. Google Classroom 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) - 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 7 วิชา 31910-2002 ระบบจัดการฐานข้อมูล สัปดาห์ที่ 13 (49-52) ชื่อหน่วย การประยุกต์ใช้ฐานข้อมูลเพื่อพัฒนา ระบบงาน รวม 4 คาบ 1. สาระส าคัญ ความสามารถของระบบฐานข้อมูลจะช่วยให้การท างานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความ ถูกต้องแม่นย าในการใช้งานระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ใช้ต้องมีความรู้ความเข้าใจใน หลักการท างานของโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลที่ใช้เสียก่อน ในหน่วยนี้จะศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมจัดการ ฐานข้อมูล Microsoft Access 2010 รวมไปถึงวิธีการสร้างฐานข้อมูล ตารางข้อมูล การสืบค้น ฟอร์ม และรายงาน 2. สมรรถนะประจ าหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 2.ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ตามหลักการของการจัดรูปแบบบรรทัดฐาน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการระบบจัดการฐานข้อมูล 3.2 ด้านทักษะ 1. ใช้งานการสืบค้นได้ 2. สร้างฟอร์มได้ 3. สร้างรายงานได้ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จ การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2 ความมีวินัย 3.ความรับผิดชอบ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6 การประหยัด 7 ความสนใจใฝ่รู้
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 9 ความรักสามัคคี 10 ความกตัญญูกตเวที 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 1. การใช้งานการสืบค้น 2. การสร้างฟอร์ม 3. การสร้างรายงาน 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูใช้เทคนิคการสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรู้เดิมจาก สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการ เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ผู้สอนใช้การสนทนาซักถามให้ผู้เรียนเล่าประสบการณ์เดิม 2.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถาม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งปัญหาต่าง ๆ 3.ครูกล่าวว่าการสืบค้นเป็นวิธีการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากตาราง การใช้งาน query เปรียบเสมือนกับ การตั้งค าาถามไปยังฐานข้อมูล การใช้งาน query ใน Access 2010 จะเป็นการก าหนด เงื่อนไขเฉพาะใน การค้นหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ 5.2 ขั้นสอน 4.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) สาธิตการใช้งานการสืบค้นและให้ ผู้เรียนปฏิบัติตาม 5.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) สาธิตการสร้างฟอร์มและให้ ผู้เรียนปฏิบัติตาม 6.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) สาธิตการสร้างรายงานและให้ ผู้เรียนปฏิบัติตาม 5.3 การสรุป 7.ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียน 8.ครูแนะน าให้ผู้เรียนน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน 9.สรุปเนื้อหาในหน่วยการเรียนอีกครั้ง โดยวิธีถาม–ตอบและซักถามข้อสงสัย ผู้เรียนท าแบบ ประเมินผลการเรียนรู้ และแบบประเมินตนเอง
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั รายการประเมิน ดีมาก =9-10 คะแนน ดี =7-8 พอใช้ =5-6 ปรับปรุง =ต ่ากว่า 5 คะแนน 1.การกล่าวน า แนะน าตัว และเพื่อน ร่วมงาน 2.จุดประสงค์ในการท างาน แหล่งข้อมูล วิธีการท างาน 3.ออกเสียง ชัดเจน ถูกต้อง 4.น ้าเสียงเหมาะสม 5.ตัวอย่างประกอบมีสื่อชัดเจน 6.ล าดับความคิดได้ดี 7.ท่าทางเหมาะสม แบบประเมินประสบการณ์พื้นฐานการเรียนรู้ ชื่อผู้เรียน ประสบการณ์พื้นฐานการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ ผลงาน 1. 2. 3. 4. 5. 5.4 การวัดและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4 ตรวจกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 5. ตรวจใบงาน 6. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 7. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 5. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 7. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ ผู้เรียนร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้น ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. ตอบค าถามในกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้จึงจะถือว่าผ่าน เกณฑ์การประเมิน มีเกณฑ์ 4 ระดับ คือ 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้, 1= ควรปรับปรุง 5. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 6. แบบประเมินผลการเรียน และแบบฝึกปฏิบัติรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่ กับการประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 1. หนังสือเรียน วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. คอมพิวเตอร์ 2. Powerpoint 3. Google Classroom 6.3 หุ่นจ าลองหรือของจริง (ถ้ามี) - 6.4 อื่นๆ (ถ้ามี) -
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. แบบประเมิน 8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏิบัติงาน 9.3 หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรียน
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั แบบประเมินผลการเรียนรรู้หน่วยที่ 8 จงเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว 1. ในการสร้างค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลนั้นสามารถใช้งานวัตถุใดใน Access 2010 ก. Table ข. Query ค. Form ง. Report 2. ข้อใดไม่ใช่การใช้งาน query ก. ใช้ในการลบข้อมูล ข. ใช้ในการปรับปรุงข้อมูล ค. ใช้ในการสร้างตาราง ง. ใช้ในการสร้างรายงาน 3. การใช้โอเปอเรเตอร์/จะให้ผลอย่างไร ก. ผลหารของ 2 นิพจน์ ข. ผลการยกก าลังนิพจน์ ค. ผลลัพธ์ที่เป็นจ านวนเต็มที่ได้จากการหาร 2 นิพจน์ ง. ผลลัพธ์ที่เป็นเศษที่ได้จากการหาร 2 นิพจน์ 4. การใช้โอเปอเรเตอร์\จะให้ผลอย่างไร ก. ผลหารของ 2 นิพจน์ ข. ผลการยกก าลังนิพจน์ ค. ผลลัพธ์ที่เป็นจ านวนเต็มที่ได้จากการหาร 2 นิพจน์ ง. ผลลัพธ์ที่เป็นเศษที่ได้จากการหาร 2 นิพจน์ 5. การใช้โอเปอเรเตอร์Mod จะให้ผลอย่างไร ก. ผลหารของ 2 นิพจน์ ข. ผลการยกก าลังนิพจน์ ค. ผลลัพธ์ที่เป็นจ านวนเต็มที่ได้จากการหาร 2 นิพจน์ ง. ผลลัพธ์ที่เป็นเศษที่ได้จากการหาร 2 นิพจน์ ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบค าถามข้อ 6–9 6. หากใช้โอเปอเรเตอร์>= 5 ข้อมูลที่ได้จะเป็นอย่างไร ก. 5 ข. 1, 2 ค. 5, 13, 24, 36 ง. 13, 24, 36 7. หากใช้โอเปอเรเตอร์< 5 ข้อมูลที่ได้จะเป็นอย่างไร ก. 5 ข. 1, 2
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ค. 5, 13, 24, 36 ง. 13, 24, 36 8. หากใช้โอเปอเรเตอร์<> 5 ข้อมูลที่ได้จะเป็นอย่างไร ก. 1, 2, 13, 24, 36 ข. 1, 2 ค. 5, 13, 24, 36 ง. 13, 24, 36 9. ผลที่ได้จากการใช้โอเปอเรเตอร์Between 3 And 20 จะเป็นอย่างไร ก. 1, 2, 13, 36 ข. 1, 2, 13 ค. 5, 13 ง. 13, 24, 36 10. ผลที่ได้จากการใช้โอเปอเรเตอร์“Ex” & “ample” จะเป็นอย่างไร ก. Ex&le ข. Ex ค. ample ง. Example 11. ในการเรียงผลที่ได้จาก query หากต้องการให้เรียงจากบนลงล่างควรเลือกการเรียงแบบใด ก. Appending ข. Ascending ค. Descending ง. Depending 12. ผลที่ได้จากการตั้งเงื่อนไขในการท า query ดังรูปคือข้อใด ก. หนังสือที่มีราคาเท่ากับ 500 และเป็นเล่มที่ 2 ข. หนังสือที่มีราคาเท่ากับ 500 หรือเป็นเล่มที่ 2 ค. หนังสือที่มีราคาไม่เท่ากับ 500 และเป็นเล่มที่ 2 ง. หนังสือที่มีราคาเท่ากับ 500 หรือไม่ใช่เล่มที่ 2 13. ผลที่ได้จากการตั้งเงื่อนไขในการท า query ดังรูปคือข้อใด ก. หนังสือที่มีราคาเท่ากับ 500 และเป็นเล่มที่ 2 ข. หนังสือที่มีราคาเท่ากับ 500 หรือเป็นเล่มที่ 2 ค. หนังสือที่มีราคาไม่เท่ากับ 500 และเป็นเล่มที่ 2
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ง. หนังสือที่มีราคาเท่ากับ 500 หรือไม่ใช่เล่มที่ 2 14. เมื่อบังคับใช้ referential integrity ในขั้นตอนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางทั้งสอง และ เลือกใช้Cascade Updated Related Fields ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง ก. สามารถแก้ไขข้อมูลในตาราง สมาชิก ได้อย่างอิสระ ข. สามารถย้ายข้อมูลสมาชิกเดิมมายังข้อมูลสมาชิกใหม่ได้ ค. สามารถเพิ่มข้อมูลที่เหมือนกันลงในตารางได้ ง. ถูกทุกข้อ 15. การใช้query เพื่อสร้างตารางใหม่จากข้อมูลที่ท าการค้นหา สามารถท าได้โดยใช้ค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 16. การใช้query เพื่อปรับปรุงข้อมูลในตารางสามารถท าได้โดยใช้ค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 17. การใช้query เพื่อลบข้อมูลในตารางสามารถท าได้โดยใช้ค าสั่งใด ก. ข. ค. ง. 18. ข้อควรระวังในการใช้query ในการลบข้อมูลคือข้อใด ก. ข้อมูลที่ถูกลบจะย้ายไปยังตารางใหม่ ข. ข้อมูลที่ถูกลบจะไม่สามารถเรียกคืนมาได้ ค. ข้อมูลที่ถูกลบจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลใหม่ ง. ถูกทุกข้อ ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบค าถามข้อ 19-20 19. หากต้องการค้นหาข้อมูลของลูกค้าเพศชายที่มีอายุไม่ต ่ากว่า 18 ปีควรก าหนดเงื่อนไขและใช้ โอเปอเรเตอร์อย่างไร
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั ก. เพศ = “ชาย” And อายุ = 18 ข. เพศ <>“ชาย” And อายุ > 18 ค. เพศ = “ชาย” And อายุ >= 18 ง. เพศ <>“ชาย” Or อายุ > 18 20. หากต้องการค้นหาข้อมูลของลูกค้าเพศหญิงที่มีน ้าหนักไม่เกิน 50 ควรก าหนดเงื่อนไขและใช้ โอเปอเรเตอร์อย่างไร ก. เพศ = “หญิง” And น ้าหนัก = 50 ข. เพศ = “หญิง” And น ้าหนัก < 50 ค. เพศ<> “หญิง” And น ้าหนัก <= 50 ง. เพศ = “หญิง” And น ้าหนัก <= 50
รหัสวิชา 31910-2002 รายวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล Database System ครศูิรินาถ หยงสตาร ์แผนกวิชาเทคโนโลยีธรุกิจดิจิทลั 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………