地藏菩薩本願經
ก ษิ ติ ค ร ร ภ์ โ พ ธิ สั ต ว์ มู ล ป ณิ ธ า น สู ต ร
唐于闐國三藏沙門實叉難陀譯
ส ร า ง ถ ว า ย โ ด ย
คณุ พอ แตแต แซอ ว ง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉิวเอย้ี ง แซเ อยี ะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan
คณุ ปู อวงเตก็ อี่ 黄德挹 Huang De Yi + คุณยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei
คุณตา เอียะฮ่ิงล่ือ 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เต้ืองเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan
พรอ มท้ังลูกหลานเหลน
คาํ อุ ทิ ศ ส ว น บุ ญ กุ ศ ล
ขอนอ มบญุ กศุ ลครงั้ น้ถี วายพระสยามเทวาธิราช
พระมหากษัตรยิ ไ ทยทกุ ๆพระองค
ขอนอมถวายกุศลผลบญุ นี้
เปนพทุ ธบูชาแดพระพทุ ธเจาทกุ ๆพระองค
พรอมทงั้ พระปจ เจกพทุ ธเจา ทกุ ๆพระองค
ถวายเปน ธรรมบชู า แดค ําสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธ
ถวายเปนสังฆบชู า แดพระอรยิ เจาท้งั หลาย
พรอ มทงั้ บิดามารดา ครบู าอาจารย พรหมและเทวดา
เจากรรมนายเวร สัมภเวสี ทัง้ หลายทั้งปวง
ขอทา นท้งั หลายโปรดอนโุ มทนาและอโหสกิ รรม
และขอใหขาพเจา ทัง้ หลายไดเขาถึงซึง่ พระนิพพานดว ยเทอญ
หนงั สืออนุสรณ
เน่อื งในงานทําบญุ อฐั � บรรพบรุ ษุ บพุ การ�
黄 Huang Family
[ รูปถา ย ปา ยฮวงซุย คุณพอ + คณุ แม ]
คุณพอ แตแต แซอวง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉวิ เอยี้ ง แซเอียะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan
[ รูปถาย ปายฮวงซุย คุณปู + คุณยา ]
คณุ ปู อว งเตก็ อี่ 黄德挹 Huang De Yi + คณุ ยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei
[ รูปถาย ปา ยฮวงซยุ คุณตา + คณุ ยาย ]
คณุ ตา เอียะฮิ่งลื่อ 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เต้อื งเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan
ประวัติโดยสังเขป ของ 黄 Huang Family
เสนทางชวี ติ 100 ป จากเมืองจีน มาสูเมอื งไทย
อุตสาหกรรมยานยนตที่ขยายตัวอยางรวดเร็วท่ัวโลกและเฟองฟูอยางมาก ตั้งแตคริสตทศวรรษ 1860
สง ผลใหค วามตอ งการใชย างพารา ซึง่ เปนสวนประกอบสําคัญในอุตสาหกรรมน้ีเพ่มิ ขึ้น โดยเฉพาะกลุมประเทศ
ผูผลิตรถยนตรายใหญของโลก เชน ประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ซ่ึงมีอัตราการผลิต
และกําลังซ้อื ท่ีสูง ลวนมีความตอ งการยางพารา เพ่ือปอนอุตสาหกรรมยานยนตภายในประเทศจํานวนมาก อปุ
สงคของการใชยางพาราที่เพ่มิ จํานวนมากขึ้นตามลําดบั ทําใหอังกฤษเรมิ่ สนใจหาพน้ื ทปี่ ลูกยางพารา และเลือก
อาณานคิ มมลายาเปน แหลง ปลกู ยางพาราที่สําคญั ต้ังแตครสิ ตท ศวรรษ 1880 - 1910
กลุมประเทศผูผลิตรถยนตรายใหญของโลก ท้ังประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี รัสเซีย
และฝรั่งเศส มีความตองการใชยางพาราในปริมาณท่ีสงู และมียอดการนาํ เขายางพาราเพม่ิ ขึน้ อยางตอเน่ืองทุก
ป ดวยเหตุดังกลาวอังกฤษจึงตองการใหมลายาเปนแหลงปลูกยางพาราที่สําคัญ ทําใหมีการเผยแพรพันธุ
ยางพาราและสงเสริมการปลูกยางพาราในมลายาอยางจริงจัง การเกณฑแรงงานชาวอินเดียและชาวจีนเปน
นโยบายสําคัญของอังกฤษท่ีสงเสริมการทําสวนยางพาราในมลายา เนื่องจากแรงงานเหลาน้ีเปนกําลังสําคัญใน
การทําสวนยางพาราขนาดใหญของกลมุ นายทนุ องั กฤษและนายทุนจนี
ในคริสตศตวรรษท่ี 19 ชาวจีนเปนแรงงานที่ถูกเกณฑเขาไปทําเหมืองแรในมลายาจํานวนมาก ตอมาใน
คริสตทศวรรษ 1910 เมื่อความนิยมของการทําสวนยางพาราในมลายาแพรหลายมากขึ้น จึงมีการจางแรงงาน
ชาวจีนเขาไปทําสวนยางพาราขนาดใหญข องนายทุนจนี และนายทุนองั กฤษ ชาวจีนทต่ี องการเขา ไปเปนแรงงาน
ในมลายาจะตอ งตดิ ตอ ผา นนายหนาในประเทศจีน และมกี ารทําสัญญารวมถึงจายคาเดินทาง ตลอดจนคา ดํารง
ชีพระหวางการเดินทางเขาไปในมลายาใหแกสํานักงานนายหนา เม่ือแรงงานชาวจีนเดินทางไปถึงมลายา
สํานักงานนายหนาจะจัดหาท่ีพักใหอาศัยอยูในสํานกั งานที่พํานักช่ัวคราว จนกวาชาวจีนที่อพยพมาจะมีงานทาํ
และชําระหน้ีครบตามสัญญา อน่ึงแรงงานชาวจีนจะมีอสิ ระในการเลอื กทํางานกบั นายจางไดตามความสมคั รใจ
และไมมีขอผูกมัดเหมือนแรงงานชาวอินเดีย แรงงานชาวอินเดียและชาวจีนนับเปนแรงงานที่มีความสําคัญตอ
การทาํ สวนยางพาราในมลายาอยางมาก โดยเฉพาะในปลายคริสตทศวรรษ 1900 ความตอ งการแรงงานในการ
ทาํ สวนยางพารามจี าํ นวนมาก เพอ่ื รองรับการขยายพืน้ ทก่ี ารทําสวนยางพาราในมลายาที่เพมิ่ ข้ึน
เวลากวา 100 ป ที่ชาวจีนฮกจิวท่ีมีถ่ินฐานเดิม ณ ตําบลกูเท้ียน เมืองฮกจิว (ฝูโจว) มณฑลฮกเก้ียน (ฝู
เจ้ียน) เดินทางอพยพจากประเทศจีนมารับจางทําเกษตรกรรมใน เมืองซิเทียวัน (Sitiawan) รัฐเประ (Perak)
ประเทศมาเลเซีย ในประมาณ พ.ศ. 2444 จนเม่ือประมาณป พ.ศ. 2468 มีชาวจีนฮกจิวจากรัฐเประกลุมหน่ึง
นําโดย ล่ิงจื้อปอ ลาวฮวาลิ่ง พางมิงอู กงกวางจ๊ัว โดยสารรถไฟจากมาเลเซียมาลงท่ีสถานีรถไฟทุงสง คางที่ทุง
สง 1 คืน จากนนั้ ตอ รถไฟมาลงทีส่ ถานรี ถไฟคลองจัง และเดนิ เทามาตั้งชุมชนท่แี ปด คอื สะพานรถไฟจากทุง สง
ถึงนาบอนเปน สะพานท่ีแปด และตอ มาไดเ รยี กชอ่ื ตามหมบู านนาบอนวา “ตลาดนาบอน” เมือ่ ชาวจนี ฮกจวิ เขา
มาในเมืองไทย ปลูกยางพารากันเปนสวนใหญ จึงไดสถิติเปนเมืองปลูกยางพารามากที่สุดในเมืองไทย ต้ังแตป
พ.ศ. 2508-2516 คําวา “นาบอน” จึงเปนที่รูจักของคนท่ัวโลก ซ่ึงอาจนับไดวาเปนชาวจีนกลมุ ทายๆ ท่ีเขามา
ต้ังถนิ่ ฐานชุมชนในประเทศไทย จากเส่อื ผืนหมอนใบ มาสคู วามย่งิ ใหญในปจจบุ นั
คุณพออวงแตแตและคุณแมเอียะฉิวเอี้ยง ไดเดินทางมาจากเมืองจีน เพ่ือแสวงหาแหลงทํามาหากินที่
ดีกวาที่บานเกิด โดยเดินทางจากเมืองจีน ไปยังเมืองมลายา แลวเขามายังภาคใตของเมืองไทย ตามคนจีนรุน
กอ นๆ ท่ีไดเ ดินทางมาลวงหนา แลว คุณพอไดจ ากเมอื งจนี มาตอนอายปุ ระมาณ 16 ป สว นคณุ แมม าถึงเมอื งไทย
ตอนอายุ 3 ขวบเทา น้นั ท้งั สองทา นไดต้งั รกรากทําอาชีพปลูกยางพาราท่ี ต.นาบอน อ.ทงุ สง จ.นครศรีธรรมราช
กอนจะเกดิ สงครามโลกครง้ั ที่ 2
ครอบครัวคุณพอมีพี่นองเปนชายจํานวน 4 คน ทานเปนลูกคนเล็กสุด พี่ชายคนโตอยูและตายท่ีเมืองจีน
ไมมีลูกหลานสืบสกุล พ่ีชายคนที่ 2 อยูมาเลเซีย มีลูกชายสืบสกุลและกลับไปอยูเมืองจีน และพี่ชายคนท่ี 3 ได
ตามทานมาอยูเมืองไทย มีลูกชาย 2 คน ติดมาดวย สวนครอบครัวของคุณแมมีพ่ีนอง 4 คน คุณตาคุณยายท้ัง
สองคนพาทา นมาจากเมืองมลายาตั้งแตอ ายุ 3 ขวบ แลว มีลูกชายหญงิ ตอ จากคุณแมเ พ่ิมอีก 3 คน โดยมคี ณุ แม
เปน คนโต มีลูกชาย 1 คน และลูกสาว 3 คน และคณุ ตาคุณยายกไ็ ดเสยี ชวี ิต ฝง รางไวบนผืนแผน ดนิ ไทย
คุณพออว งแตแตและคณุ แมเ อียะฉวิ เอย้ี ง ไดกําเนดิ ลูกทงั้ หมด 9 คน เปนลกู ชาย 6 คน และลกู สาว 3 คน
ทานทั้งสองไดเลี้ยงดูลูกดวยอาชีพทําสวนยางพารา และใหการศึกษาลูกท้ังหมดอยางดี ตามความตองการของ
ลกู แตล ะคน ลกู ชายคนท่ี 2 ไดดาํ เนนิ รอยตามทา น ไปบุกเบิกการทําสวนยางพาราที่ ต.มาบอาํ มฤต อ.ปะทิว จ.
ชุมพร พรอมกับลูกสาวคนโตและครอบครัว ไดยายจาก ต.จันดี มาบุกเบิกทําสวนยางพาราท่ี ต.มาบอํามฤต
ดวย ปจจุบันชาวฮกจิวที่เดินทางจากโพนทะเล มาตั้งรกรากท่ีเมืองไทย พรอมท้ังลูกหลานที่เกิดในเมืองไทย
สามารถขยายพื้นท่ีทําสวนยางพารา จากนาบอน จันดี ทุงสง ไปยัง นาสาร ละแม บานสอง มาบอํามฤต หลัง
สวน ระยอง กระจายออกไปทั่วท้ังเมืองไทย สรางรายไดใหกับเมืองไทยอยางมหาศาล น่ีคือ 100 ปของบรรพ
ชน ทล่ี งทนุ ดว ยชวี ติ เดนิ ทางดวยความยากลําบาก เพือ่ ชีวติ ท่ีมน่ั คงและอยูดีกินดี สาํ หรบั ลูกหลานในอนาคต
บรรพชนท่ีอาศัยต้ังรกรากท่ี ณ หมูบานตระกูลอวง ตําบลกูเท้ียน เมืองฮกจิว (ฝูโจว) มณฑลฮกเกี้ยน (ฝู
เจี้ยน) เปนเวลามากกวา 400 ป ปจจุบันยังคงมีประชากรอาศัยอยู จํานวนมากกวา 1,000 คน ท้ังหมดใช
แซอ วง 黄 (สําเหนียงแตจ ว๋ิ อึ้ง หมายถงึ สีเหลือง หรอื ฮอ งแต) เหมอื นกันหมด เพราะสืบเช้ือสายตอเนื่องมา
ยาวนาน ที่บานยังมีเก็บปายซุมประตูพระราชทานจากฮองแต ขอความวา สามารถสืบทอดทายาทไดอยาง
ตอเนื่อง 5 ชั่วคน และในตอนนี้สามารถสืบเช้ือสายลงมาจนถึงปจจุบัน นับเปน 18 ถึง 20 ช่ัวคนแลว ประวัติ
บรรพชนแตล ะรุน มีการจดบนั ทึกรายช่ือแตล ะชว่ั คน (Family Tree) เก็บไวทห่ี อบรรพชนจนถึงปจ จบุ ันน้ี
ในชั่วชีวิตหน่ึง บรรพชนสามารถอาศัยกายเน้ือ เดินทางฝาฟนอุปสรรคตางๆนาๆ อาบเหง่ือตางนํ้า เอา
ชีวิตเขาแลก ขามน้ําขามทะเลขามภูเขา ไปเปนระยะทางเปนพันเปนหม่ืนล้ี เอาเลือดเนื้อกระดูกฝงไวบนพื้น
แผน ดินเมอื งไทยนบั ไมถ วน แตส งั สารวัฏฏทต่ี องเวียนวา ยตายเกดิ เดินทางดวยกายทิพย มรี ะยะทางนบั ภพชาติ
ไมถวน มีความรักผูกพันในสายเลือดสายวงศตระกูล มีบาปและบุญเปนเคร่ืองนําทางไปเทาน้ัน จนกวาจะมี
ปญญา มองเห็นหนทางสูค วามพน ทกุ ขอ ยางถาวร ...นามอ ออนที อ ฮุก... นะโม อะมติ าภะ พทุ ธายะ.
จบ ประวตั ิโดยสงั เขป ของ 黄 Huang Family
1 of 11
2 of 11
3 of 11
4 of 11
5 of 11
6 of 11
7 of 11
8 of 11
9 of 11
10 of 11
11 of 11
รายช�อ่ -ปยู า-ตายาย-พอแม- ลูกหลาน-เหลน
黄 Huang Family
คณุ ปู อว งเต็กอี่ 黄德挹 Huang De Yi + คณุ ยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei มลี กู 4 คน
คุณตา เอียะฮ่ิงลอ่ื 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เตอื้ งเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan มลี ูก 4 คน
คณุ พอ แตแต แซอวง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉิวเอีย้ ง แซเ อียะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan มีลูก 9 คน
1.นางไถม วย แซอ ว ง + นายอินทรยี ซ่ือธานุวงศ มลี ูก 6 คน
1.1.น.ส.ปยนันท ซ่อื ธานวุ งศ
1.2.น.ส.เกสนิ ี ซ่อื ธานุวงศ
1.3.น.ส.ญาณนี ซ่ือธานุวงศ + นายประพฤติ วองสมบูรณส ิน มีลกู 2 คน
1.3.1.น.ส.นฤภร วอ งสมบูรณส นิ
1.3.2.นายศุภกร วองสมบูรณสนิ
1.4.นายกนกศกั ด์ิ ซ่อื ธานุวงศ + น.ส.ออยใจ เลิศลํ้า มีลูก 1 คน
1.4.1.ด.ช.ทอปราน ซอ่ื ธานุวงศ
1.5.น.ส.กลั ยรัตน ซ่อื ธานุวงศ + นายชยตุ กังวานธรรม มีลูก 2 คน
1.5.1.ด.ช.ชยนิ กงั วานธรรม
1.5.2.ด.ญ.ชลิดา กงั วานธรรม
1.6.น.ส.ดลฤดี ซอื่ ธานุวงศ + นายกนกศกั ด์ิ จิตติเรืองวิชัย มีลกู 2 คน
1.6.1.ด.ญ.พชิ ชานันท จติ ติเรืองวิชัย
1.6.2.ด.ญ.นันทรตั น จิตตเิ รืองวิชยั
2.นายดิฐ หวังพฒั นาพาณิชย + นางณฐั ยิ า ชูชวย มีลูก 3 คน
2.1.น.ส.สายดนยี หวงั พัฒนาพาณิชย (โบว)
2.2.น.ส.ปย าพร หวังพฒั นาพาณชิ ย (แอน)
2.3.น.ส.ภาสนิ ี หวงั พัฒนาพาณชิ ย (ออ น)
3.นายลงกรณ ปตภัทรวบิ ูลย + นางมกุ ดา แซผ า ง มีลกู 4 คน
3.1.นายอนันตฤทธิ์ เหลืองนิพัทธ (A 黄祖金)
3.2.น.ส.ธนันตณ ชั ปตภทั รวบิ ลู ย (B 黄素琳)
3.3.นายเทพฤทธ์ิ ชนื่ โชคสันต (M 黄祖贵) + น.ส.วรธกานต นิรนั ดรสุข (แซหล่ี) มลี กู 1 คน
3.3.1.ด.ช.ณฐั วรรธน ชน่ื โชคสันต (กา ว 黄荣步)
3.4.นายไกรฤทธ์ิ ปตภัทรวิบลู ย (K 黄祖利) + น.ส.ชญานี บอ จักรพนั ธ มีลูก 2 คน
3.4.1.ด.ช.ดนัยวัฒน ปต ภัทรวบิ ูลย (ไท 黄荣泰)
3.4.2.ด.ญ.ภญิ ญาพชั ญ ปตภัทรวิบลู ย (สุย 黄水水)
4.นายปราการ ช่นื โชคสันต + นางบุษบง เพชรพุม มลี ูก 2 คน
4.1.น.ส.อริสา ชืน่ โชคสันต + นายธนิศร รงั สริ ักษ (แซโซว)
4.2.นายอดิศร ชน่ื โชคสนั ต
5.นางวรากุล ชนื่ โชคสนั ต + นายธีรพล บุญกลู (แซเ ตอ้ื ง) มลี ูก 1 คน
5.1.นายพลวีรฺ บญุ กูล (กอลฺฟ)
6.นายวีระเทพ ชื่นโชคสนั ต + นางนวรตั น เกยี รตพิ ิมล (แซเ ลา ) มลี ูก 4 คน
6.1.น.ส.อญั ชลุ ี ชน่ื โชคสันต (ลีล่ ี)่
6.2.นายเมษา ชนื่ โชคสนั ต (หน่ึง) + นางนฤมล สุขใส
6.3.น.ส.สายพิณ ชืน่ โชคสนั ต (ปน )
6.4.น.ส.ผกาทพิ ย ช่ืนโชคสนั ต (แหวน)
6.นายวีระเทพ ชื่นโชคสันต + นางชนญั ชดิ า ยอดสมุทร มลี กู 3 คน
6.5.นายศิโรดม ช่นื โชคสันต (เซยี น)
6.6.นายเมธสั ช่นื โชคสนั ต (เซิน)
6.7.ด.ญ.พรหมพริ ิยา ช่นื โชคสนั ต (ซ)ี
7.นายศานต ช่ืนโชคสันต + นางสุภานันท วินัยจรูญ มีลกู 2 คน
7.1.น.ส.ภชู ญา ชน่ื โชคสนั ต (ปลา)
7.2.นายพรี วัส ชื่นโชคสันต (เบิรด)
8.นายวรวรรธน ช่ืนโชคสันต
9.นางนวลจันทร ช่นื โชคสนั ต + นายจรูญ ไพรัตน (แซภ ู) มีลูก 2 คน
9.1.น.ส.กลั ยารตั น ไพรัตน (ปอ)
9.2.นายธรี ภัทร ไพรัตน (บอล)
คณุ ป่ ู อ้วงเตก็ อี คณุ ยา่ ผ่างอาโหมย่ คณุ ตา เอียะฮิงลือ คณุ ยาย เตอื งเจียหลาง
黄德挹 Huang De Yi 彭亜妹 Peng A Mei 葉興吕 Ye Xing Lv 張芝蘭 Zhang Zhi Lan
คุณพอ แตแต แซอ ว ง คณุ แม ฉวิ เอีย้ ง แซเ อียะ
黄俤俤 Huang Di Di 葉秋燕 Ye Qiu Yan
1.นางไถ่ม้วย 2.นายดฐิ 3.นายลงกรณ 4.นายปราการ 5.นางวรากุล 6.นายวีระเทพ 7.นายศานต 8.นายวรวรรธน 9.นางนวลจันทร
แซอ่ ้วง หวังพัฒนาพาณชิ ย ปตภัทรวบิ ลู ย ช่นื โชคสันต ช่ืนโชคสันต ช่นื โชคสนั ต ชน่ื โชคสันต ชืน่ โชคสันต ชน่ื โชคสันต
1.นายอนิ ทรยี 2.นางณฐั ิยา 3.นางมกุ ดา 4.นางบุษบง 5.นายธรี พล 6.นางนวรัตน 7.นางสุภานันท 9.นายจรูญ
ซื่อธานวุ งศ ชชู ว่ ย แซผ่ ่าง เพชรพุม บญุ กลู เกยี รติพมิ ล วินัยจรญู ไพรตั น
1.1.น.ส.ปยนนั ท 2.1.น.ส.สายดนยี 3.1.นายอนนั ตฤทธิ 4.1.น.ส.อรสิ า 5.1.นายพลวีรฺ 6.1.น.ส.อญั ชุลี 7.1.น.ส.ภูชญา 9.1.น.ส.กัลยารัตน
ซอ่ื ธานุวงศ หวังพฒั นาพาณชิ ย เหลืองนพิ ทั ธ์ ช่นื โชคสนั ต บญุ กูล ชน่ื โชคสันต ช่นื โชคสนั ต ไพรัตน
1.2.น.ส.เกสนิ ี 2.2.น.ส.ปย าพร 3.2.น.ส.ธนนั ตณัช 4.2.นายอดิศร 6.2.นายเมษา 7.2.นายพีรวัส 9.2.นายธรี ภัทร
ซอ่ื ธานุวงศ หวังพฒั นาพาณิชย ปตภทั รวิบูลย ชน่ื โชคสนั ต ชน่ื โชคสันต ช่ืนโชคสันต ไพรัตน
1.3.น.ส.ญาณนี 2.3.น.ส.ภาสนิ ี 3.3.นายเทพฤทธ์ิ 6.3.น.ส.สายพิณ
ซื่อธานวุ งศ หวังพฒั นาพาณชิ ย ชื่นโชคสันต ชน่ื โชคสันต
1.4.นายกนกศักดิ์ 3.4.นายไกรฤทธิ์ 6.4.น.ส.ผกาทพิ ย
ซือ่ ธานวุ งศ ปต ภัทรวบิ ูลย ชน่ื โชคสันต
1.5.น.ส.กัลยรัตน รุน 6.นางชนญั ชิดา
ซือ่ ธานวุ งศ ปู+ยา ตา+ยาย ยอดสมทุ ร
1.6.น.ส.ดลฤดี พอ+แม 6.5.นายศิโรดม
ซ่อื ธานุวงศ ลกู ชายหญิง ชน่ื โชคสันต
Update @ 2561 B.E. 6.6.นายเมธัส 黄 Huang
ชื่นโชคสันต Family Tree
6.7.ด.ญ.พรหมพิริยา
ชื่นโชคสันต
Update @ 2561 B.E. 1.นางไถมวย
แซอ วง
黄 Huang Family Tree
1.นายอินทรีย
ซือ่ ธานุวงศ
1.3.น.ส.ญาณนี 1.3.นายประพฤติ 1.4.นายกนกศักดิ์ 1.4.น.ส.ออ ยใจ 1.5.น.ส.กลั ยรตั น 1.5.นายชยตุ 1.6.น.ส.ดลฤดี 1.6.นายกนกศักด์ิ
ซ่อื ธานุวงศ กังวานธรรม
ซอ่ื ธานุวงศ วอ งสมบูรณสิน ซอื่ ธานุวงศ เลศิ ลา้ํ ซื่อธานวุ งศ จติ ตเิ รืองวชิ ัย
1.3.1.น.ส.นฤภร 1.4.1.ด.ช.ทอปราน 1.5.1.ด.ช.ชยิน 1.6.1.ด.ญ.พิชชานันท
วอ งสมบรู ณสิน ซือธานวุ งศ์ กังวานธรรม จติ ติเรอื งวิชัย
1.3.2.นายศุภกร 1.5.2.ด.ญ.ชลดิ า 1.6.2.ด.ญ.นนั ทรัตน
วอ งสมบรู ณสนิ กังวานธรรม จติ ตเิ รืองวชิ ัย
3.นายลงกรณ์ 4.นายปราการ 6.นายวีระเทพ
ปีตภทั รวบิ ลู ย์ ชน่ื โชคสันต ชื่นโชคสนั ต
3.นางมกุ ดา 4.นางบษุ บง 6.นางนวรัตน
แซผ่ า่ ง เพชรพุม เกยี รตพิ มิ ล
3.3.นายเทพฤทธิ์ 3.3.น.ส.วรธกานต 3.4.นายไกรฤทธิ์ 3.4.น.ส.ชญานี 4.1.น.ส.อริสา 4.1.นายธนิศร 6.2.นายเมษา 6.2.นางนฤมล
ชื่นโชคสนั ต รังสริ ักษ ชื่นโชคสันต สุขใส
ช่นื โชคสันต นริ นั ดรสุข ปต ภัทรวบิ ูลย บอ จักรพนั ธ
3.3.1.ด.ช.ณัฐวรรธน 3.4.1.ด.ช.ดนัยวฒั น รุน
ชน่ื โชคสนั ต ปตภทั รวบิ ูลย พอ + แม
ลกู ชายหญงิ + ภรรยาสามี
3.4.2.ด.ญ.ภิญญาพชั ญ หลาน - เหลน
ปต ภัทรวิบูลย
地藏菩薩本願經
ก ษิ ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว มู ล ป ณิ ธ า น สู ต ร
唐于闐國三藏沙門實叉難陀譯
ประวัติของพระกษติ คิ รรภโพธิสตั ว
ปรเิ ฉทท่ี ๑ ทรงแสดงอภิญญายังดาวดึงสเ ทวพิมาน ปริเฉทที่ ๒ การชมุ นมุ แหงนิรมาณกาย
ปริเฉทท่ี ๓ พจิ ารณากรรมปจ จยั ของหมูสตั ว ปริเฉทที่ ๔ กเิ ลสกรรมของสัตวใ นชมพูทวปี
ปริเฉทท่ี ๕ ช่อื แหง นรก ปริเฉทที่ ๖ พระตถาคตเจา ทรงสรรเสริญ
ปรเิ ฉทที่ ๗ อานสิ งสของผูมีชีวิตและผูส ้นิ ชีพ ปริเฉทที่ ๘ คณะพญายมราชสดดุ ี
ปรเิ ฉทที่ ๙ สรรเสริญพระพทุ ธนาม ปรเิ ฉทที่ ๑๐ หยง่ั ประมาณกุศลแหง ทาน
ปริเฉทที่ ๑๑ ปฐวเี ทพรกั ษาธรรม ปรเิ ฉทที่ ๑๒ อานิสงสข องการไดเหน็ และไดยนิ
ปรเิ ฉทที่ ๑๓ มอบหมายมนษุ ยและเทวดา
หลวงจีนวิศวภทั ร มณีปทมเกตุ
ผลงานแปลพระสตู รและพระคมั ภีรฝา ยมหายาน
อารามวตั รมหายาน มลู นธิ ิพทุ ธจกั ษุวิชชาลัย
หวั ใจคําสอนของพระพุทธองค
ป ร ะ ว� ติ ข อ ง พ ร ะ ก ษ� ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว
地藏王菩薩
Ksitigarbha Bodhisattva
ช�่อตางๆ ของพระกษติ คิ รรภโพธส� ตั ว
สันสกฤต: ���तगभर् (กฺษิติครภฺ )
จนี : จนี ตัวเต็ม: 地藏菩薩, 地藏王菩薩
จนี ตัวยอ: 地藏菩萨, 地藏王菩萨
พินอนิ : Dìzàng Púsà, Dìzàng Wáng Púsà
เวด-ไจลส: Ti Tsang Pu Sa, Ti Tsang Wang Pu Sa
(จีนกลาง) ตีจ้ างผูซา, ตี้จา งหวังผซู า
(แตจ ว๋ิ ) ตจ่ี ั่งผอสัก, ต่จี งั่ อว งผอสกั
ญี่ปุน: 地蔵 (จโิ ซ), 地蔵菩薩 (จิโซโบะซัตส)ึ , 地蔵王菩薩 (จิโซโอโบะซตั ส)ึ
ทิเบต: Sai Nyingpo
มองโกล: Сайенинбу
เกาหลี: 지장 (จจี าง), 지장보살 (จจี างโบซลั )
เวียตนาม: Địa Tạng Vương (เดยี ตางเวอื ง), Địa Tạng Vương Bồ tát (เดยี ตางเวอื งโบตา ก)
พระกษิติครรภโพธิสัตว (อานวา /พฺระ-กะ-สิ-ติ-คับ-พะ-โพ-ทิ-สัด/, สันสกฤต: ���तगभर्; Kṣitigarbha;
กฺษิติครฺภ) เปนพระโพธิสัตว ซ่ึงเปนท่ีนับถือในศาสนาพุทธนิกายมหายานในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มักมี
รูปลักษณเปนพระภิกษุมหายาน นามของพระโพธิสัตวองคน้ีอาจแปลไดวา "ขุมทรัพยแหงแผนดิน" ("Earth
Treasury"), คลังแหงแผนดิน ("Earth Store"), "บอเกิดแหงแผนดิน"( "Earth Matrix"), หรือ "ครรภแหง
แผนดิน" ("Earth Womb")
พระกษิติครรภโพธิสัตวไดรับมอบหมายจากพระศากยมุนีพุทธเจา ใหเปนผูแสดงธรรมโปรดสัตวในกาม
ภูมิ 6 ในชวงท่ีพระองคปรินิพพานไปแลว และพระศรีอริยเมตไตรยยังไมไดลงมาตรัสรูเปนพระพุทธเจา*[1]
พระกษิติครรภมีปณิธานสําคัญในการชวยสัตวโลกท้ังหมดใหพนจากนรกภูมิ หากนรกยังไมวางจากสัตวนรกก็
จะยังไมขอตรัสรูเปนพระพุทธเจา ดวยเหตุดังกลาว พระองคจึงถือวาเปนพระโพธิสัตวแหงสัตวผูทุกขยากใน
อบายภูมิ มีนรกท้ังปวง เปนตน เชนเดียวกับการเปนผูคุมครองเด็กทั้งหลาย และเทพอุปถัมภของเด็กท่ีเสียชวี ติ
และทารกทต่ี ายจากการแทงในวัฒนธรรมญป่ี นุ
รูปลักษณของพระโพธิสัตวองคนี้ ปกติมักทําเปนรูปพระภิกษุมหายาน มีรัศมีเปลงรอบพระเศียรซ่ึงปลง
พระเกศาแลว หัตถหน่ึงทรงจับไมเทาซึ่งใชเปดประตูนรก อีกหัตถหน่ึงทรงถือแกวจินดามณี (แกวสารพัดนึก)
เพือ่ ประทานแสงสวางทา มกลางความมดื
1
สาํ หรบั ในประเทศไทยเอง มลู นธิ พิ ุทธจักษุวชิ ชาลัย (佛眼禪林弘法基金會:地藏道場) พทุ ธมณฑลสาย
6 ไดสรางวัดหรือธรรมสถาน เพ่ืออุทิศแดองคพระกษิติครรภโพธิสัตวโดยเฉพาะ โดยสรางองคพระกษิติครรภ
ดวยหินแกรนิตแกะสลักสูงรวมฐาน 13.99 เมตร และพระกษิติครรภ 6 ปาง ที่มีคติมาจากปุณฑริกสมาธิสูตร (
蓮華三昩經) ที่วาพระกษิติครรภนิรมาณกายไปโปรดสัตวท้ัง 6 ภูมิ พรอมพญายมราชท้ัง 10 ซ่ึงในสูตรฝาย
มหายานกลาววา เปนพระพุทธเจาและพระโพธิสัตวองคสําคัญ 10 พระองค นิรมาณกายมาโปรดสัตว และ
ปฏิมากรรมหินแกะสลักนายนิรยบาล เปนหินแกะสลักสูงใหญกวาคนอีกรวมทั้งสิ้น 25 องค โดยชางฝมือจาก
ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคติของพทุ ธมหายานแบบจนี และเผยแพรก ษติ ิครรภโพธิสัตวมูลปณิธาน
สตู ร (地藏本願經) และ กษิติครรภโ พธิสตั วทศจักรสูตร (地藏十輪經) ซึ่งเปน พระสูตรสาํ คญั ของพระกษิติ
ครรภ ซ่งึ ถือไดว าเปนกษติ คิ รรภมณฑล ท่มี อี ยไู มกี่แหงในโลก
ภาพรวมของพระกษิตคิ รรภโพธส� ัตว
พระกษิติครรภมหาโพธิสัตวเปนหนึ่งในพระโพธิสัตว 4 พระองค ซึ่งเปนท่ีนับถืออยางยิ่งในศาสนาพุทธ
มหายานแถบเอเชียตะวันออก รวมกับพระสมันตภัทรโพธิสัตว พระมัญชุศรีโพธิสัตว และพระอวโลกิเตศวร
โพธิสัตว จิตรกรรมฝาผนังสมัยกอนราชวงศถงั ของจีน ที่ถ้ําผามอเกาและถํ้าผาหลงเหมิน ไดแสดงภาพของพระ
กษิติครรภมหาโพธิสัตวไวตามความนิยมในลักษณะดัง้ เดิมของพระโพธิสัตว หลังสมัยราชวงศถัง รูปลักษณของ
พระองคไดแ พรหลายมากขน้ึ ในลักษณะของพระภกิ ษมุ หายานถือไมเ ทา หรือคฑาขกั ขระ หรอื ไมค า้ํ ในการธุดงค
ของพระมหายานและลูกประคํา
พระนามเต็มของพระองคในภาษาจีนคือ "ตาหยวนตี้จั้งผูซา" (จีนตัวยอ: 大願地藏菩萨; จีนตัวเต็ม: 大
願地藏菩薩; พินอิน: Dàyuàn Dìzàng Púsà) ซ่ึงแปลวา มหาปณิธานกษิติครรภโพธิสัตว นามดังกลาวน้ีแสดง
ถึงปณิธานของพระองค ซึ่งปรากฏอยูในพระสูตรมหายานตา งๆ ระบุวาจะทรงรับภาระในการส่ังสอนสรรพสัตว
ท้ังปวงท่ีในอยูในกามภมู ิท้ังหกในโลก อันไดแก สัตวนรก, เปรต, อสูร, เดรัจฉาน, มนุษย และเทพ (หมายความ
ถึงสวรรคฉกามาพจรทัง้ 6 ชน้ั ) ตลอดยุคระหวางศาสนาของพระโคตมพุทธเจาและพระศรีอริยเมตไตรย
ดวยบทบาทท่ีสําคัญดังกลาว ศาลาหรือวิหารซึ่งอุทิศแดพระโพธิสัตวพระองคน้ี จึงมักปรากฏอยูเปน
ศูนยกลางของวดั พุทธมหายานฝายตะวนั ออก โดยเฉพาะอยางยง่ิ ภายในศาลาอนุสรณสถานหรือสุสานตางๆ ซง่ึ
มนุษยและหมูสตั วไมอาจหนีพนได ซ่ึงบางอารามก็ประดษิ ฐานพระกษิตคิ รรภอ ยูภายในโบสถห รือวิหาร เคียงคู
กับพระศากยมุนีพุทธเจาและพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตวก็มี ดวยคติท่ีวา พระอริยเจาทั้ง 3 องคนี้ คือพระผูเปน
ประธานโปรดสตั วในสหาโลกธาตหุ รอื ในจักรวาลน้ี
กาํ เนดิ ของพระกษติ คิ รรภโพธส� ตั ว
กําเนิดของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวมีการกลาวถึงเปน 2 นัย นัยหน่ึงกลาววาชาติกําเนิดเดิมของ
พระองคเปนธิดาพราหมณ อีกนัยหนึ่งเลาเปนเชิงตํานานวา ในสมัยราชวงศถัง พระองคไดนิรมานกายเกิดเปน
ราชกมุ ารแหงอาณาจักรซิลลา ซง่ึ ภายหลงั ไดอ อกผนวชเปน พระภกิ ษุในพทุ ธศาสนา
ธด� าพราหมณ
2
เรื่องราวของพระกษิติครรภโพธิสัตวปรากฏครั้งแรกในพระสูตรมหายานช่ือ "กษิติครรภโพธิสัตวมูล
ปณิธานสูตร" (จีนตัวยอ: 地藏菩萨本愿经; จีนตัวเต็ม: 地藏菩薩本願經; พินอิน: Dìzàng Púsà Běnyuàn
Jīng แตจ ว๋ิ เรียกวา "ตจี่ งั่ อวงพูส กั บ้ึงงวนเก็ง") หนงึ่ ในพระสูตรมหายานอันเปน ท่ีนิยมนบั ถอื มากท่สี ดุ พระสตู รนี้
กลาววา พระโคตมพุทธเจาคร้ังยังเปนพระโพธิสัตว ตรัสเลากอนจะจุติจากสวรรคช้ันดุสิตของพระองคมาสู
ครรภของพระนางสิริมหามายา*[2] แตนักปราชญสวนมากเชื่อวาถูกรวบรวมข้ึนในประเทศจีน*[3] เนื้อความ
ของพระสูตรกลาวถึงการบําเพ็ญกตัญุตาธรรมของพระกษิติครรภโพธิสัตว เม่ือครั้งเสวยพระชาติเปนมนุษย
ซึง่ นําไปสูการต้งั มหาปณธิ านเพ่อื ชวยเหลือสรรพสัตวท ั้งมวล
พระกษิติครรภโพธิสัตวทรงถือกําเนิดเปนบุตรีในสกุลพราหมณครอบครัวหนึ่ง บิดาชื่อ "ชีรชิณณ
พราหมณ" มารดาชื่อ "ยัฏฐีลีพราหมณี" บิดาไดถึงแกกรรมกอนมารดา จึงทําใหอาศัยอยูกับมารดาตลอดมา
พระองคซงึ่ เสวยพระชาติเปนพราหมณี เปนผมู คี วามละอายและเกรงกลัวตอบาป เปน คนใจดีมเี มตตา อยใู นศีล
ในธรรม สวนมารดาน้ันกลับประพฤติตรงขามกับบุตรี ไมนับถือพระรัตนตรัย ไมเช่ือเรื่องกรรมและนรกสวรรค
แมว าพราหมณีบุตรีจะชกั ชวนหรอื โนมนา วจติ ใจอยา งไร เพราะนางยัฏฐลี ีพราหมณีมีมจิ ฉาทฐิ ิรนุ แรง
ตอ มานางยัฏฐีลีพราหมณไี ดถงึ แกก รรมลง แลวไปตกนรกอเวจี นางพราหมณีบตุ รีรแู นวามารดาคงไมไปสู
สุคติ นางอยากชวยเหลือมารดา จึงไดขายมีคาท้ังหมดที่มี นําเงินท้ังหมดไปซื้อดอกไมธูปเทียน และเครื่อง
สักการบูชาตางๆ ไปสักการบูชาตามวัดวาอารามตางๆ และนําไปบริจาคทานแกค นยากจน และสัตวที่อดอยาก
หิวโหย เพื่อเปนการอุทิศบุญกุศลใหแกมารดาที่ลวงลับไปแลว นอกจากน้ีนางพราหมณีบุตรียังเปนผูถือศีล
บําเพ็ญเพียรภาวนา บุญกศุ ลไดด ลบนั ดาลใหว ญิ ญาณของนางออกจากรา งไปสูยงั มหาสมุทรนํ้าเดอื ด และมอี สรู
กายตวั ใหญนา กลวั กาํ ลงั ไลจับมนษุ ยท ี่ลอยคออยใู นน้าํ จาํ นวนมากมายนับไมถ ว น เพ่อื ฉีกกนิ เปน อาหาร นากลัว
มากจนนางไมกลาหันไปมองดวยความกลัวและสงสารมนุษยเหลาน้ัน เทพอสูรบอกนางวา ยัฏฐีลีพราหมณีได
เคยตกลงมาในดินแดนนรกภูมิน้ี แตเนื่องจากนางไดรับบุญกุศลอันนางบําเพ็ญกุศลมาให จึงพนจากแดนนรก
ไปสูสุคติแลว พรอมกับยกมือพนมพรอมกับกมลงแลวจากไป เมื่อนางไดทราบดังนั้น นางจึงมีความยินดีและ
หมดหวงในตัวมารดา แตน างกลบั เกดิ ความสงสารบรรดามนุษยที่ตกนรกและไดรับความทุกขทรมานแสนสาหัส
เหลานั้น จึงเกิดความเมตตาอันแรงกลาท่ีจะชวยเหลือสรรพสัตวในนรกเหลานนั้ นางพราหมณีบุตรีจึงอธิษฐาน
ตอหนาพระพุทธรูป ขอถือศีลภาวนา บําเพ็ญทานบารมี เพื่อโปรดสรรพสัตวในนรกอเวจีตลอดจนถึงอนาคต
ขอใหสิง่ ศกั ดสิ์ ทิ ธคิ์ ุมครอง อยาไดเบ่ือหนายตอการบําเพ็ญกศุ ลกรรมดังกลาว ดว ยเหตทุ ี่ทรงบําเพ็ญบารมีเชนน้ี
เมื่อนางถึงแกกรรม ไดกลับชาติมาเกิดเปนบุรุษ และบําเพ็ญเพียรสรางบารมี จนสําเร็จมรรคผลกลายเปนพระ
โพธิสตั วพ ระนามวา พระกษิติครรภมหาโพธิสตั ว
ภิกษจุ ากซล� ลา
อีกตํานานหน่ึงกลาววา พระกษิติครรภมหาโพธิสัตวไดป รากฏตัวขนึ้ ในประเทศจีนสมัยโบราณ และเลือก
โพธิมัณฑะ (ที่ตรัสรู) ท่ีภูเขาจิ่วหัวซัน ซ่ึงเปนหน่ึงในสี่ภูเขาศักด์ิสิทธิ์ทางพุทธศาสนาในประเทศจีน ในสมัย
ราชวงศฮ่ันตะวันออก รัชกาลจักรพรรดิฮ่ันหมิง ศาสนาพุทธซ่ึงกําลังรุงเรืองและจะเจริญอยางถึงท่ีสุดในสมัย
ราชวงศถัง ไดแพรหลายไปสูดินแดนเกาหลี ในยุคน้ันพระสงฆและบัณฑิตท้ังปวงจากเกาหลี จะศึกษาพุทธ
3
ศาสนาโดยการเดินทางไปศึกษาท่ีจีนเปนหลัก หน่ึงในจํานวนผูแสวงบุญเหลาน้ันเปนอดีตมกุฎราชกุมารแหง
ซินลอกก (อาณาจักรซิลลา) ผูมีนามวา "กิมเคียวกัก" (ฮันจา: 金喬覺 อานเปนภาษาจีนกลางไดวา "Jin
Qiaojue") ซ่ึงไดผนวชเปนภิกษุในฉายา "จีจาง" (เปนการออกเสียงอยางเกาหลีของคําวา "ต้ีจาง")*[4] วัน
ประสูตขิ องทา นคือวนั ที่ 30 เดอื นเจ็ดจนี ซง่ึ ตอมาไดถ ือเปนวนั สาํ หรับการสมโภชพระกษติ คิ รรภมหาโพธิสัตว
อุปนสิ ัยของพระภกิ ษจุ ีจางนน้ั ชอบความสงบและการบําเพ็ญสมาธิ จงึ ไดออกเดินทางแสวงหาสถานที่สงบ
วิเวกตามปา เขา จนกระทง่ั มาถึงภูเขาจ่ิวหัวซันในเขตมณฑลอันฮุยในปจจุบัน ทานจงึ ถือเอาปากถ้ําแหง หน่ึงใกล
ทร่ี าบกลางหบุ เขาน้ันเปนทีพ่ าํ นกั และบาํ เพ็ญสมณธรรม
ตามตํานานกลาววา วันหน่ึงพระจีจางถูกงูกัดท่ีเทาขณะท่ีบําเพ็ญสมาธิอยู แตทานก็ยังน่ังนิ่งอยูกับท่ี
จนกระทั่งงูนั้นจากไป ครูตอมามีหญิงคนหนึ่งปรากฏกายข้ึนและไดถวายยาถอนพิษแกพระภิกษุองคน้ัน และ
บันดาลนํ้าพุข้ึนถวายแทนตัวลูกของนาง ซ่ึงไดกระทําส่ิงไมสมควรตอทานกอนจะหายลับไป อีกไมก่ีปตอมา
บัณฑิตคนหนึ่งพรอมดวยมิตรสหายและครอบครัว ไดเดินทางมาเยือนเขาจ่ิวหัวซัน จึงไดพบกับพระภิกษุจีจาง
ซ่ึงปราศจากอาหารในบาตรและมีผมยาวเนื่องจากไมไดโกน คณะของบัณฑิตนั้นจึงรวมมือกับหม่ินกงซ่ึงเปน
คหบดีเจาของที่ดินในแถบน้ันสรางวัดข้ึนถวายแกทาน เม่ือหมิ่นกงแจงความประสงคจะถวายท่ีดินตามแตทาน
ตอ งการ พระจจี างจึงกลา ววาตอ งการท่ดี ินเพียงเทา ผนื ผากาสาวพัสตร และไดโ ยนผากาสาวพัสตรนั้นขึ้นฟา รม
เงาดําของผาท้ังผืนแผปกคลุมทั่วภูเขาทั้งลูก หมิ่นกงจึงไดถวายภูเขาท้ังลูกดวยความศรัทธา และปวารณาตัว
เปนอุปฏ ฐากของพระจจี างนับตงั้ แตนั้น ตอ มาบุตรชายคนหนึ่งของหมิ่นกงซ่ึงศรัทธาทา นมากเชนกนั ไดขอบวช
ช่ือวา "พระเตาหมิง"
พระจีจางจําพรรษาอยูที่วัดเขาจิ่งหัวซัน จนกระทั่งอายุได 99 ป ทานจึงเรียกภิกษุทุกรูปมาชุมนุมเพ่ือ
อําลา และไดนั่งบําเพ็ญสมาธิอยางสงบ จนกระทั่งละสังขารในที่สุด สามปใหหลังจากการละสังขาร สุสานของ
ทานไดถูกเปดออกและพบวารางกายของทานไมเนา เปอย คนท้ังหลายจึงเกิดความศรัทธาวา ทานเปนชาติหนง่ึ
ของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวนับแตน้ันเปนตนมา สรีระของพระจีจางท่ีไมเนาเปอย ยังคงถูกเก็บรักษาไว
อยางดีอยทู วี่ ัด ซ่งึ ทานไดส รา งไวบ นเจาจวิ่ หวั ซันจนถงึ ทกุ วันนี้
ประติมานว�ทยาของพระกษิตคิ รรภโพธ�สตั ว
ในศาสนาพุทธฝายเถรวาท มีเรื่องราวที่คลายคลึงและเทียบกันไดกับตํานานของพระกษิติครรภโพธิสัตว
คอื เรือ่ ง พระมาลัย (แตพระมาลัย ไมใ ชพ ระกษิตคิ รรภ) ซง่ึ เปน ทีร่ ูจ กั อยา งแพรหลายในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต
โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ในประเทศไทยและประเทศลาว เนือ้ หาของเรื่องน้ีกลาวถึงพระมาลยั ซ่ึงเปนพระอรหนั ตชาว
ลังกา สําเร็จฤทธ์ิอภิญญาญานตางๆ จากการบําเพ็ญสมาธิ และไดรับการยกยองวาเปนผูสืบทอดความเปนเลิศ
ทางฤทธิ์ตอจากพระมหาโมคคัลลานะ ผูเปนอัครสาวกฝายซาย ตํานานเลาวาทานไดอาศัยฤทธิ์เดชของทาน
ทองไปยังนรกเพื่อเทศนาโปรดสัตวนรกท้ังปวง ใหบรรเทาจากทุกขเวทนา และไดรับรูถึงมูลเหตุและผลกรรมท่ี
ตองมาเสวยทุกขเวทนาในนรกขุมตางๆ ของสัตวนรกเหลาน้ัน นอกจากนี้ทานยังไดข้ึนไปยังสวรรคเพ่ือบูชา
เจดียพระจุฬามณีและสนทนากับเหลาเทวดา ถึงเหตุและผลแหงบุญที่ตนไดกระทํา กอนจะนําส่ิงที่ไดพบเห็น
ทง้ั หมดมาประกาศใหช าวโลกรบั รูแ ละตั้งใจบาํ เพญ็ ความดีสบื ตอไป
4
มนตรของพระกษติ คิ รรภโพธ�สตั ว
ในนิกายชินงนและนิกายยอยอื่นๆ ของศาสนาพุทธสายวัชรยาน มนตรของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว
ปรากฏอยูใน คัมภีรเลมอื่นๆ หลากหลายบท หน่ึงในนั้น คือ มหาไวโรจนสูตร มีใจความดังนี้ "นมะ สมนฺต
พทุ ธฺ านํ ห ห ห สตุ นุ สวาหา" (namaḥ samantabuddhānāṃ, ha ha ha, sutanu svāhā)*[5]
ผูนับถือศาสนาพุทธในจีน บูชาพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวดวยมนตร 南無地藏王菩萨 ซึ่งสําเนียงจีน
กลางออกเสียงวา "นาโมต้ีจั้งหวังผูซา" แตจ๋ิวออกเสียงวา "นาโมตี่จั่งอวงผอสัก" สวนในประเทศเกาหลีก็ใช
มนตรอยา งเดียวกัน แตอ อกเสียงวา "นาโมจจี างโบซัล"
พระนามของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวใชวา "โอม กฺษิติครฺภ โพธิสตฺตฺวาย" (oṃ kṣitigarbha
bodhisattva yaḥ) และยังมีมนตรแหงการขมาบาปวา "โอม ปรมัลทนิ สวาหา" ในภาษาจีนออกเสียงวา "งัน ปอ
ลา หมก เลง ทอ นิง ซอ พอ ฮอ"
อานิสงคของการบูชาพระกษติ คิ รรภโพธ�สัตว
มีคติความเชื่อที่ไมถ ูกตองนักท่ีวา “พระแมกวนอิมโปรดเฉพาะคนเปน พระตี่จ้ังโปรดเฉพาะคนตาย” ทํา
ใหพ ระกษิตคิ รรภโ พธิสตั ว (พระต่จี ้ัง) ไมเปนทีน่ ิยมกราบไหวในครวั เรือน เพราะผไู มรูเขา ใจวา จะเปนการชกั นํา
ดวงวิญญาณใหตามพระองคเขามาในบานดวย โดยที่แทแลวเม่ือคร้ังพุทธกาล พระพุทธองคทรงแสดงอานิสงค
แหงการบูชาพระกษติ ิครรภโ พธสิ ัตวไวถึง 28 ประการ คือ
1.เทพนาคาปกปกษรกั ษาและระลึกถึงอยูเปนนิจ
2.กุศลผลบญุ เจรญิ รุงเรืองไพบลู ยย ิง่ ๆ ขึ้นทุกทิวากาล
3.เปนการสรา งสมอริยมรรคเปนสมุกฐาน ทั้งยงั ถือเปน เหตุปจจยั แหง กุศลกรรม
4.ไมทอ ถอยในการบงั เกิดโพธจิ ติ
5.สมบรู ณดว ยเครื่องอุปโภคบรโิ ภคตลอดกาล
6.แคลวคลาดปราศจากโรคาพยาธิ
7.รอดพนจากอุทกภัยอคั คภี ัย
8.นิราศจากโจรภัยมาเบยี ดเบียน
9.เปน ทเี่ คารพยกยอ งของนรชนไปทั่ว
10.เทพารกั ษคุม ครองอมุ ชชู วยเหลืออยูเสมอ
11.สตรีปรารถนากลบั เพศเปนบุรุษ
12.เกิดในตระกูลวงศาแหงกษัตรยิ และอาํ มาตย
13.มีรูปอินทรียกายอินทรยี สมบรู ณ
14.ไดอ ุบตั ใิ นแดนสวรรค
15.ภพหนาจะไดก าํ เนิดเปนพระมหาราชาธิราช
16.สามารถหยั่งรูระลึกเหตกุ ารณใ นอดตี ชาติ
17.คดิ ประสงคส่งิ ใดยอมไดด ั่งปรารถนา
5
18.ญาตแิ ละบริวารเสวยแตค วามสุข ปราศจากทุกข
19.สงิ่ อัปมงคลท้ังหลายสญู หายมลายส้นิ
20.ไมตอ งบังเกิดในทุคติภูมิ
21.หากสญั จรไป ณ แหงใดยอมไดร บั ความสะดวก
22.ในยามราตรยี อ มมีสุบินในทางศภุ มงคล
23.บรรพบรุ ษุ และญาตวิ งศท ีล่ วงลบั ไปแลว จะไดหลุดพนจากทุกขภมู ิ
24.กาํ เนิดในภพหนา จะเปนผมู วี าสนาสูง
25.ไดรับการยกยอ งจากพระอริยเจา ทัง้ หลาย
26.มีสตปิ ญ ญารอบรูเปนเลศิ
27.มีจิตเปย มลน ดวยเมตตาธรรมเปนสมุฏฐาน
28.จะไดส าํ เรจ็ พระอนตุ รสัมมาสัมโพธญิ าณในที่สดุ
คุณธรรมพเิ ศษ มีเมตตาสูงสง เปน โพธสิ ตั วท ีม่ ปี ณธิ าน ท่ีจะโปรดสตั วนรก ใหพ น จากกรรมทกุ ขเ ข็ญ
พระกษิติครรภโพธิสัตว แปลตรงตัวหมายความถึง ท่ีเก็บหรือครรภแหงผืนแผนดิน พระองคทานมี
ปณิธานคลายคลึงกบั พระแมก วนอิม แตผิดไปจากพระแมก วนอมิ ก็คือ พระองคทานตองการที่จะโปรดสัตวทม่ี ี
อยูใ นนรกใหหมด ฉะนั้น ในพธิ ีศพ จงึ นิยมบชู าทาน จงึ กลายเปน ความเชอื่ ที่วา งานศพจะตอ งบชู าทาน สวนพธิ ี
มงคล นิยมบูชา พระแมกวนอิม กระทั้งเกิดคําวา “พระกวนอิมโปรดคนเปน เตจงอองโปรดคนตาย” ซึ่งความ
จริง ทา นก็โปรดคนเปน เชน เดียวกนั กับพระแมกวนอิม
โดยมากรูปเคารพของทา นมักจะสวมหมวกสีขาว ซึ่งเรยี กวา “มาลา 5 พระพทุ ธองค” ซ่ึงหมวกนเ้ี ปน ของ
พระชาวธิเบต ประกอบพิธีทางมนตรยานนิกายในการโปรดสัตวนรก โดยท่ีทานมีปณิธานโปรดสัตวนรกมาก
จิตรกรจึงมักนิยมวาดภาพทานเปนพระท่ีกาํ ลังสวมหมวกและประกอบพิธีโปรดสัตวนรกไป บทสวดมนตราของ
พระกษิติครรภโพธิสัตว มีดังน้ี NAMO DIZANG WANG P’USA (Om bō là mò lín tuó níng,
suō pó hē)
อน่ึงมีคนจํานวนไมนอยเขาใจผิดวา พระกษิติครรภมหาโพธิสัตวจะโปรดเฉพาะสรรพสัตวในนรกภูมิ แต
ความจริงหาไดเปนเชนนั้นไม เพราะพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวนั้นโปรดสัตวท่ัวท้ัง ๖ ภูมิ โดยในคัมภีร
มหายานไดกลาวถึงวา องคพระศากยมุนีไดทรงมอบหมายพระธุระ ในการแสดงธรรมตอสรรพสัตวท้ังหลาย
ในชวงเวลาที่พระสุคตเจาทรงดับขันธปรินิพพานไปแลว และพระศรีอารยเมตไตรยังไมไดมาอุบัติเพื่อประกาศ
พระศาสนา โดยสามารถจําแนกนิรมาณกายแหงพระกษติ ิครรภมหาโพธิสตั ว ตามการโปรดสรรพสัตวทัง้ ๖ ภูมิ
ได ดังนี้
๑.ทัณฑกษิติครรภ พระหัตถทรงซายคทาทัณฑ (คทาชนิดหน่ึง ที่ยอดเปนรูปศรีษะของมนุษย) พระหัตถ
ขวากระทําน้าํ ทพิ ยม ทุ รา ทรงสําแดงนริ มาณกายน้ี เพอื่ โปรดสรรพสัตวใ นนรกภมู ิ
๒.มณีรัตนกษิติครรภ พระหัตถซายทรงแกวจินดามณี พระหัตถขวากระทํานํ้าทิพยมุทรา ทรงสําแดง
นริ มาณกายน้ี เพ่อื โปรดสรรพสตั วในเปตภูมิ
6
๓.รัตนลัญจกรกษิติครรภ พระหัตถซายทรงรัตนลัญจกร พระหัตถขวากระทํามโนรสรัตนมุทรา ทรง
สาํ แดงนิรมาณกายน้ี เพือ่ โปรดสรรพสตั วใ นตริ ัจฉานภูมิ
๔.ธรณีกษิติครรภ พระหัตถซายทรงคทาวัชระ พระหัตถขวากระทําทานมุทรา ทรงสําแดงนิรมาณกายนี้
เพ่อื โปรดสรรพสตั วใ นอสรุ ภมู ิ
๕.สรวนิรวณวิสกัมภินกษิติครรภ พระหัตถซายทรงคทาขขร (คทาท่ีบรรพชิตจีนถือเวลาเดินทาง) พระ
หัตถขวากระทําปณิธานมุทรา ทรงสําแดงนิรมาณกายน้ี เพ่ือโปรดสรรพสัตวในมนุสสภูมิ อันจักระงับแลวซ่ึง
ทุกขแหงสรรพชีวิตท้ัง ๘ ประการ อันประกอบไปดวย ๑.เกิด ๒.แก ๓.เจ็บ ๔.ตาย ๕.อุปายาส (ความคับแคน
ใจ) ๖.ปยวิปปโยค (ตองพลัดพรากจากสิ่งอันเปนที่รัก) ๗.อัปปปยสัมปโยค (ตองพบกับส่ิงอันไมเปนท่ีรัก) และ
๘.ปญจปุ าทานกั ขนั ธ (อุปาทานยึดมั่นในขนั ธ ๕)
๖.สุริยประภากษิติครรภ พระซายทรงมโนรสจินดามณี หระหัตถขวาทรงแสดงธรรมมุทรา ทรงสําแดง
นิรมาณกายน้ี เพอ่ื โปรดสรรพสตั วใ นเทวภูมิ
ตํานานเรอ่� งเลา ของพระกษติ คิ รรภโ พธ�สัตว
พระกษิติครรภโพธิสัตวเปนพระโพธิสัตวท่ีชาวพุทธมหายานนับถือกันมากพระองคหน่ึง ดวยมีพระมหา
ปณิธานอันย่ิงใหญในการโปรดสรรพสัตว พระองคทรงมีพระนามจีนวา “ต้ีจ๊ังหวังผูซา” ตามประวัติของ
พระองคกลาวไววา พระองคทรงเปนพระราชโอรสองคท่ี 7 ของกษัตริยแหงแควนชิลลา (ปจจุบันคือเกาหลีใต)
โดยพระนามเดิมคือ เจา ชายจนิ เฉียวเจว ทรงเบื่อหนา ยทางโลกและออกผนวชเมือ่ อายุ 24 พรรษา พระองคท รง
เดินทางมายังประเทศจีนพรอมดวยสุนัขสีขาวตัวหนึ่ง พระองคทรงเดินทางมาถึงยังภูเขาจิ่วหวาซาน ณ เมือง
ชงิ หยาง มณฑลอายฮยุ ซึง่ ภเู ขาแหงนีม้ ีสณั ฐานของภูมปิ ระเทศคลายดอกบัว และมีบรรยายกาศทเี่ หมาะแกก าร
ปฏิบัตทิ างธรรม พระองคทรงเสาะหาถาํ้ อันเหาะสมแกก ารปฏิบตั ธิ รรม
ตอมาชาวบานทราบถึงการมาปฏิบัติธรรมของพระองค จึงอุปถัมภสรางวัดอารามถวาย แตดวยภูเขาจิ่ว
หวาซานนี้มีเจาของคือ หมิ่นกง ซ่ึงหมิ่นกงตองถวายที่แกพระองคเทานั้นชาวบานจึงสรางวัดถวายได ดวยวา
หมิ่นกงเปนพุทธศาสนิกชนที่ดีอยูเปนทุนเดิมอยูแลว เขาจึงกลาววา หากพระคุณเจาตองการท่ีเทาใดก็ตามแต
พระคณุ เจา ปรารถนาเถิด
พระองคจงึ ตอบวา เราตองการพ้นื ที่เพียงเทาผนื จีวรของเราคลมุ เทานั้น หมิน่ กงตกใจตอคาํ ตอบ เพราะท่ี
เทาผืนจีวรคลุมนั้นมันชางเปนพ้ืนท่ีนอยนิด จะเอาไปทําการอันใดได แตแลวเมื่อพระองคทรงถอดจีวรและโยน
ข้ึนกลางอากาศ ปรากฏวาผืนจีวรขยายใหญออกไปเร่ือยๆ จนสามารถคลุมภูเขาไดท้ังภูเขา หมิ่นกงเกิดความ
เลื่อมใส จึงยินดีถวายภูเขาจ่ิวหวาซานทั้งภูเขาเปนพุทธสถาน ทั้งยกยอมใหบุตรชายนามวา “เตาหมิง” ออก
บวชเปนศิษยของพระองคอีกดวย ตอมาหม่ินกงจึงกราบพระภิกษุผูเปนบุตรนั้นเปนอาจารย ภายหลังหม่ินกง
และเตาหมิง จึงกลายมาเปนอัครสาวกเบ้ืองซายและเบื้องขวาแหงพระกษิติครรภโพธิสัตว เราจะพบกับรูป
เคารพทมี่ ชี ายชราท่แี ตงกายอยางคหบดแี ละภกิ ษุยนื อยขู า ง ซึง่ ชายชราน้ันคอื หมน่ิ กง สวนพระภกิ ษุน้นั คอื เตา
หมงิ นน้ั เอง
7
พระองคทรงบําเพ็ญเพียรบนเขาเปนเวลาถึง 75 ป และทรงมรณภาพลงเมื่ออายุได 99 พรรษา หลังจาก
การมรณภาพของพระองคเปนเวลา 3 ป บรรดาสานุศิษยที่เลื่อมใสในพระองค ไดทําการเปดโลงพระศพ เพื่อ
เตรียมการฝง แตกลับพบวารางของพระองคน่ิมและมีสีสันเหมือนอยางกับเมื่อตอนท่ีพระองคยังมีพระชนมชีพ
เม่ือเคาะกระดูกกลับมีเสียงกังวาลเหมือนทองคํา จึงไดนําทองคําเปลวมาปดท่ัวกาย และสรางวิหารสักการะ
ผูคนจากทีห่ ลากหลายจงึ เดนิ ทางมายังภูเขาจ่ิวหวาซาน ตอมาภเู ขาน้ันถกู จัดเปน 1 ใน 4 ของ สีเ่ มี่ยไตซัว คือ ส่ี
ภเู ขาทบี่ าํ เพญ็ แหงพระโพธสิ ตั ว ซึ่งประกอบดวย
ภเู ขาอูไถซาน เชือ่ กันวาเปนที่บาํ เพญ็ เพียรของ พระมัญชุศรีโพธสิ ตั ว
ภูเขางอ ไบ เชือ่ กนั วาเปน ทีบ่ าํ เพ็ญเพยี รของ พระสมนั ตรโพธสิ ตั ว
ภเู ขาผูถวั ซาน เชือ่ กนั วา เปน ทบ่ี ําเพญ็ ของ พระโพธสิ ตั วกวนอิม
ภเู ขาจว่ิ หวาซาน เชื่อกันวา เปน ท่ีบําเพ็ญของ พระกษิติครรภโ พธิสัตว
เมื่อพระองคทรงละสังขาร จึงไดรับการแตงต้ังจากพระศากยมุนีพุทธเจาเปนพระกษิติครรภโพธิสัตว
พรอมหนาท่ีโปรดวิญญาณในนรกภูมิท้ัง 6 นับแตน้ันเปนตนมา พระองคจึงทรงโปรดเหลาคนตายใหหลุดพน
จากความทกุ ขพ ันธนาการของเหลาวญิ ญาณบาปในนรกภมู ิ พระองคท รงกลาววา หากนรกภูมิไมวา งลงตราบใด
ทานจะไมยอมตรัสรูเปนพระพุทธเจาตราบน้ัน แตดวยนับวันวิญญาณในนรกยิ่งมีมากขึ้นเปนทวีคูณเชนน้ัน
ปณิธานของพระองคจึงไมมีท่ีสิ้นสุด พระกษิติครรภโพธิสัตวทรงถูกยกยองวาเปนกษัตริยแหงยมโลก พระองค
เปนท่ยี าํ เกรงแกพญายมราชแลบริวาร รวมถงึ เปนทพี่ ึง่ พงิ ของเหลา ดวงวญิ ญาณบาปในนรกภมู ิ
พระองคทรงเปนท่ียําเกรงตอพญายมราช พระองคถูกยกยองเปนกษัตริยแหงยมโลกอีกดวย แสดงไดถึง
ความย่ิงใหญแหงพระองค ซ่ึงหากวิญญาณบาปดวงใดหลบหนีจากการจับกุมของยมบาล ไดเขาพุทธเขตแหง
พระกษิติครรภโพธิสัตวแลว ยอมมิไดรับการถูกจับกลับ เพราะพระกษิติครรภโพธิสัตวทรงขอเปนเขตอภัยทาน
พระองคจะรับดวงวิญญาณบาปเหลานั้นไว เพ่ือเทศนาขัดเกลาใหโอกาสกลับไปยังโลกมนุษย เพ่ือสรางผลบุญ
บาํ เพญ็ เพื่อใหหลดุ พนไปยังแดนสขุ าวดี ดงั เคยมีตาํ นานเรอื่ งเลาในแนวน้ี วา
คร้ังในรัชสมัยราชวงศถัง มีขุนนางทานหนึ่งนามวา “หลีแซหงวน” เกิดเปนโรคปจจุบันตายไป แตที่อก
ของเขายังคงอุนอยู ญาติพี่นองจึงตัดสินใจยังไมเอารางของเขาลงโลง เพราะหวังวาเขาอาจจะฟน จนเวลา
ลวงเลยมา 21 วัน ขุนนางทานน้ันไดฟนข้ึนมาตามที่ญาติพี่นองคิด ทานจึงสั่งคนในบานใหจัดทําอาหารเลี้ยง
พระภิกษุสงฆจํานวน 30 รูป แลวเตรียมกะแปะหม่ืนพวง บิดาของขุนนางเปนคหบดีที่มั่งมี จึงยอมทําตามที่
บุตรชายขอ จากน้ันขุนนางไดวางถาดอาหารจํานวน 30 ถาดท่ีพ้ืน ซ่ึงทุกคนในบานลวนประหลาด เพราะไมให
องคพ ระเลย ขุนนางกลา ววา
“ขอขอบพระคุณเปนอยางยิ่งทท่ี านทรงเมตตาชวยเหลือใหข าพเจากลับมายังบาน”
จากนั้นก็คาดคะเนวาพระภิกษุท้ัง 30 ฉันเสร็จแลว เขาก็ทําการนําอาหารอีกสองสํารับมาวางพรอมสุรา
และไดเผากระดาษเงนิ กระดาษทองจาํ นวนหา พันฉบับ แลว บอกกลา ววา
“เปน พระคณุ ยิ่งทที่ านชว ยเหลอื ใหขา พเจานอกพน จากนรกภูมิ”
8
พอเสร็จพิธีหลีแซหงวนก็เขานอนตามปกติ วันตอมาญาติของเขาจึงไดถามไถถึงเร่ืองหลังความตายของ
เขา เขาก็ไดเลาวา ตอนท่ีวิญญาณเขานั้นไปยังนรกพรอมกับชายอีก 2 คน จนมาพบเจาพนักงานของพญายม
สองคนกลาววา หากยอมนําเงินมาใหเ ปนสินบนเขาหาลา น จะยอมปลอ ยใหก ลบั ไปยงั มนุษยโลก แตชายท้งั สอง
กลบั เฉยไมสนใจ แตส าํ หรบั เขาเห็นเปน ชองทางท่ีจะไดกลบั บาน จึงยอมรบั คําวา หากกลบั ไปบา นท่ีเมืองมนุษย
แลว จะส่ังเงินจํานวนหาลานมาให เจาพนักงานทั้งสองพอใจ (เรื่องใตโตะระบาดไปยังเมืองนรกกันเลยทีเดียว
ความโลภชา งไมเขาใครออกใครเสียจริง) ไมช าเจาพนักงานจํานวนหนึ่งกอ็ อกมารับเขาและชายอกี สองคนเขาไป
ในตําหนักพญายมราช พญายมราชทรงประทับบนบัลลังกวาความทามกลางมานลูกปดกั้น ผูคุมบัญชีผลกรรม
อา นประวตั ขิ องหลแี ซหงวนกบั ชายอีกสองคนถงึ บาปและบุญ ซง่ึ ดูอาการวาบาปจะมากกวา บญุ เสียอีก
พญายมราชจึงตัดสินมิไดจึงใหทั้งสามลองจับฉลาก ซ่ึงผลปรากฏวา เจาพนักงานทั้งสองที่ใหหลีแซหงวน
ติดสินบนน้ันใหเขาไดฉลากที่ไมมีตัวอักษร เทากับวาเขารอดไดกลับไปเมืองมนุษย แตชายอีกสองไดฉลากท่ีมี
ตัวอกั ษร แสดงวา ตองรบั โทษทัณฑในนรกภูมิตอไป หลแี ซหงวนไดถกู ปลอยตวั ไปจากประตูผดี านทิศตะวันออก
กลับพบกับขบวนของภกิ ษุถอื ทิวธงอยางงดงาม และพาเขาไปยังที่ๆหน่ึงที่แสนจะงดงาม เขาไดเ ขา เฝา พระกษิติ
ครรภโพธสิ ัตว ซึง่ ประทบั บนบัลลังกดอกบัว มีรศั มที องแผซา นไปทั่วบริเวณ พระองคท รงใหเขานัง่ พักบนอาสนะ
ที่เตรียมมา อยูๆก็เกิดมีเสียงสวดพระสูตรออกมาเรื่อยๆ เขาเองแตกอนไมเคยสนใจในพระธรรม แตบัดน้ีกลับ
ฟงแลวซึมเขาไปถงึ ใจ เขากลับนา้ํ ตาไหลเพราะรูซงึ้ ไดอยา งงายดาย
พระกษิติครรถโพธิสัตวทรงกลาววา เขานั้นยังมีใจอันเปนพุทธะอยูบาง เม่ือเขากลับไปยังเมืองมนุษยให
ปฏิบัติธรรม เพ่ือท่ีจะไดไปบงั เกิดยังแดนสุขาวดี ทั้งพระองคยังใหเขาเลาเรื่องราวท่ีเขาพบเจอในดินแดนปรภพ
แหงน้ี ใหผ ูคนท้งั หลายเกรงกลัวตอ บาป และใหทาํ บุญสรา งกุศล จะไดไมต กลงสนู รกภมู ิ หลงั จากทพี่ ระองคท รง
พาเขามาสงยงั โลกมนษุ ย เขาฟน ข้นึ จงึ จดั ทําการเผาเงินทองไปใหเ จา พนักงานสองตนนน้ั เปนการตอบแทน
แตตอมาเขาถอื ศีลปฏบิ ัตธิ รรม ทานเจไดเ พียง 7 วนั เขาก็ไดต ายไปอีก แตรงุ เชากลบั ฟน เขากลาววา พระ
กษิติครรถโพธิสัตวทรงรับส่ังใหเขา เฝา พรอมดวยการตาํ หนติ ิเตยี นวา เขาไมสมควรเลาถึงการติดสินบน เพราะ
จะทําใหระบบของปรภพเสียหาย พระองคจะเอาไมพุทธคฑาของพระองคตีเขา แตเขากลับกลาวขอโทษ
พระองคเสียกอน พระองคจึงไมไดตีเขาเปนการลงโทษ จากน้ันเขาก็บําเพ็ญอยางเครงคัด เขาปฏิบัติตามที่พระ
กษิติครรภโพธิสัตวกลาวไวเสมอ เวลาท่ีเขาพบผูคนจํานวนมากๆ เขาก็จะเลาถึงเหตุการณในเมืองนรกแกคน
ทั้งหลายใหเกรงกลัวตอบาป หลีแซหงวนไดรับการโปรดจากพระกษิติครรภโพธิสัตว เม่ือเขากลับไปยังแดน
มนุษย แลวใหปฏบิ ัติธรรมเพอ่ื ทเ่ี ขาจะไดหลุดพนจากอบายไปสูแดนสุขาวดี
อีกตํานานหนึ่งซึ่งมีความคลายกันคือ เกี่ยวกับคนตายและฟน เพราะไดรับการชวยเหลือจากพระกษิติ
ครรภโ พธิสัตว คราวนเ้ี ปน หลวงจีนนามวา “จจ้ี ือ” จําวดั อยทู ี่วดั เซงเงียบจี่ ทานเปน ทร่ี จู ักและเคารพของคนชน
ช้นั สูง เพราะมีความชาํ นิชํานาญในดานแพทยศาสตรและไสยศาสตร คือ ดา นคาถาอาคม ทานจงึ ติดกับการคบ
หากับคนรวยไมสนใจคนจน ตอมาทานไดมรณภาพ จนสองวันตอมาไดฟนข้ึน ก็ไดออกจากวัดเดิมไปจําวัดอยู
อีกวัดหน่ึงคือ วัดต้ังเซียนเต้ียจี่ เมื่อทานไปจําวัดอยูท่ีวัดน้ันแลว ไดสรางวิหารอันงดงาม แลวสรางพระพุทธรูป
เปนพระพุทธเจา 7 พระองค ขนาดเทาคนจริง ทานไดเลิกคบหาสมาคมกับคนชนช้ันสูง และใสใจกับคนชนช้ัน
9
ลางและปลีกวิเวกมากขนึ้ ทานไดก ลา วถงึ เหตกุ ารณที่ทานไดพ บเจอ ถึงกบั ทาํ ใหชวี ติ ถงึ จุดเปลีย่ น คอื หลงั จากที่
ทานมรณภาพไปยังนรกถูมิ วิญญาณสาวดวงหนง่ึ คือหญงิ สาวใชในวดั เกดิ คับแคน ทานไดทลู ฟองพญายมราชวา
ทา นเปนผูท ีฆ่ านาง แตท จี่ ริงแลว ทา นมไิ ดเปน ผูฆ า ซ่งึ นางกลับถูกสมภารกบั หลวงจนี อีกรปู หน่ึงเปน ผกู ระทํา แต
ทานเขามาหามปรามแตมิอาจจะชวยนางได ซึ่งสมภารและหลวงจีนรูปน้ันยังคงมีชวี ิตอยูมิไดห มดอายุขัย พญา
ยมราชจึงปลอยตัวทานกลับไป แตเม่ือดวงวิญญาณทานออกพนจากประตูเมืองผีออกมาน้ัน กลับพบกับ
พระภิกษุรูปหน่ึงเดินจูงมาสีขาวเขามาหา และไดบอกแกทานวา เราคือพระกษิติครรถโพธิสัตว ที่เจารอดตัว
ออกมาได เม่ือกลับไปยังเมืองมนุษยแลวจงอยาละจากการถือศีล และตองเลิกคบจากคนชนช้ันสูง ตองปลีก
ตนเองเขาสูวิเวก จัดสรางพระพุทธรูปขนาดเทาคนจริง 7 องค หรือถาหากไมมีทุนสราง จะวาดเปนภาพแทนก็
ไดเชนกัน เพื่อเปนการสรางบุญ ดวยเหตุน้ีเองเปนการตักเตือนจากพระกษิติครรภโพธิสัตว ทรงช้ีแนะใหทาน
สรางผลบญุ น้นั เอง ซง่ึ พอทา นกลับมายังโลกมนษุ ย ก็ไดปฏิบตั ติ ามอยางเครง ครดั
ความเช่ือเกี่ยวกับความตาย ผานตํานานเรื่องเลาเหลาน้ี สงผลใหในพิธีกงเตกตองมีภาพของพระกษิติ
ครรภโ พธิสตั วประดิษฐานอยดู วย ซ่ึงเพ่อื ใหลกู หลานของผูท่ีลวงลับ ไดอ ธษิ ฐานถงึ พระองคทรงเมตตาชวยเหลือ
ดวงวิญญาณของผูลวงลับ ดวยเช่ือวาหากดวงวิญญาณไดเขาเฝาพระกษิติครรภโพธิสัตวแลว จะไมตกนรกภูมิ
ขุมท่ี 18 ซึ่งจัดไดวาผูใดตกนรกขุมนี้ จะมิไดเห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกเลย แถมยังมิไดเกิดในมนุษยภูมิ คือวา
ไมไดเกิดเปนคนอีกดวย แลวมีคติอีกวา หากสวดมนตออนวอนตอพระองคแลว พระองคจะทรงชวยยกโทษ
บาปกรรมที่ทําไมดีมา ถึงกลับมาคํากลาววา “หลังจากตายไปแลว ไมคาดหวังวา จะไดขึ้นสวรรคหรือไม ขอ
เพียงแค ถาหากตองตกนรก ก็ขอใหไมลําบากก็พอแลว” ซ่ึงหมายถึงไดรับการชวยเหลือจากพระกษิติครรภ
โพธสิ ตั วน ้ันเอง
อา งองิ
"พระกษิตคิ รรภมหาโพธสิ ัตว" . มหาปทมะ. 10 ตุลาคม 2552. สืบคน เม่อื 17 เมษายน 2556.
Ksitigarbha Sutra - Chapter One: Miracles In The Palace Of The Trayastrimsas Heaven: -
"Thus have I heard. Once the Buddha was abiding in Trayastrimsas Heaven in order to expound
the Dharma to his mother."
Jizo Bodhisattva: Guardian of Children, Travelers, and Other Voyagers ที่ Google Books
page 193.
"释地藏金乔觉考". Fo365.cn. สบื คน เมือ่ 2012-01-16.
Giebel, Rolf. The Vairocanābhisaṃbodhi Sutra. Berkeley: Numata Center, 2005.
หนังสือ "เบญจมหาโพธิสัตว และกฤษดาภินิหาร กวนอิม" ตํานานการกําเนิดนิกายมหายานและพระ
โพธิสัตวสําคัญ -- คณุ สัมพนั ธ กองสมทุ ร (บรรณาธิการ).
พระกษติ ิครรภโพธิสตั ว Ksitigarbha Bodhisattva จาก วกิ พิ ีเดยี สารานกุ รมเสรี
10
ก ษ� ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว มู ล ป ณ� ธ า น สู ต ร
地藏菩薩本願經
บทนาํ
เมื่อปลายปพุทธศักราช ๒๕๕๒ ขาพเจามีเหตุปจจัยใหเร่ิมแปลพระสูตรของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว
อยางจริงจัง ขณะที่แปล ก็ซาบซ้ึงในความเมตตากรุณาและปณิธานที่ยิ่งใหญของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว
แตทวา ภายในใจยงั เคลือบแคลงสงสยั คดิ จะประมาณหยั่งวดั พระคุณทีเ่ ปน อจินไตยของพระโพธิสัตว เม่ือนอ ม
พิจารณามาที่ตนเอง นับแตร ะลกึ ความในอดตี ได เห็นวาตนเองเปน ผมู ีบาปหนัก ทั้งท่ที าํ ผา นมาแลวในอดีตและ
ท่ีทําอยูในปจจุบัน จึงใหละอายและหว่ันเกรงทุกขภ ัยของอบายภมู ิ จึงหวังใหพระกษติ ิครรภมหาโพธิสัตวเปนท่ี
พงึ่ โดยการอาศัยคาํ สอนในพระสตู รเปนแนวปฏิบัติ ตัง้ ม่นั ในไตรสิกขา ปลอยชีวิตสัตวนอยใหญใหพ น จากความ
ตายเปนประจํา ท้ังหมั่นอุทิศกุศลปตติทานใหแกสัตวในอบายภูมิ มีสัตวนรกและเปรตทุกค่ําเชา ไดรวบรวม
ปจจัยท่ีญาตโิ ยมถวาย แลว สรา งปฏิมากรของพระกษติ ิครรภโพธสิ ตั วขนาดบูชาหลายรอยองค และพิมพรปู พระ
โพธิสัตวหลายหมื่นแผนแจกจายไปท่ัวอยางไมเสียดาย หวังใหปณิธานบารมีของพระมหาโพธิสัตวแผขยายไป
เพ่ือทําใหสาธุชนไดยึดพระรัตนตรัยเพ่ือเปนที่พึ่ง จนเริ่มสรางพระกษิติครรภองคสูงใหญกวาตัวคน ถวายตาม
สถานทศ่ี ักดสิ์ ทิ ธทิ์ ง้ั ในประเทศและตา งประเทศ เพอ่ื เปน การปลกู ฝง สรางกุศลปจจัยกบั สรรพสตั วทั้งหลาย
ยางเขาสูปพุทธศักราช ๒๕๕๔ สุขภาพไมสูดี ทั้งเหน็ดเหน่ือยกาย และทอแทใจกับภาระหลายอยาง จึง
อธิษฐานตอพระพุทธเจาทั้งปวง และพระกษิติครรภมหาโพธิสัตววา หากพระกรุณาคุณและพระมหาปณิธาน
ของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวมีอยูจริงตามที่พระสูตรเลมนี้กลาวไว ขอใหสรางพระกษิติครรภองคใหญให
สําเร็จภายใน ๑ ป เพื่อเปนที่พ่ึงพิงใหสรรพสัตวผูมีบาปท้ังหลาย ไดเกิดความหวั่นเกรงอบายภูมิ และมีโอกาส
กลับใจในชาติน้ี ขอใหผูมีบุญรวมกับพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว เทพ พรหม มนุษย อมนุษยทั้งหลายมา
ชว ยเหลือตามกําลังความสามารถดวย หลงั จากนั้น ๓ วัน ในยามรงุ สาง ขณะท่ีหลบั อยู ไดน มิ ิตเหน็ ชายผูหนึ่งมี
ลักษณะและเครอ่ื งแตงกายตางจากคนทว่ั ไป เดนิ ทะลุกําแพงกุฏิ ตรงเขามาหา ในจติ ไดถ ามข้นึ ทันทีวา ทา นคือ
พระกษติ คิ รรภใชไ หม? พระโพธสิ ตั วไดอมยิ้มแลวพยักหนา หน่งึ ครั้ง แลว เรยี กใหล ุกขึน้ มานงั่ ขา งๆ พรอ มกระซิบ
ท่ีหูเปนคําภาษาอินเดียซํ้าๆกันหลายครั้ง ในขณะท่ีสนทนากันก็ไมไดใ ชเสียงที่ออกจากปากเลย เพียงนึกในใจก็
ไดยิน พระโพธิสัตวถามวาจําไดไหม? เม่ือตอบวาจําไดแลวขอรับ ทานจึงยิ้มแลวนิมิตน้ันก็หายไป จากนั้น
ขาพเจาจึงคอยๆรูสึกตัวตื่นขึ้น โดยที่ปากยังทองประโยคน้ันอยูตลอด เปนที่นาอัศจรรยอยางหนึ่ง ท่ีแมขณะ
กาํ ลังจะตื่น จติ ก็ตามรดู ว ยวา จิตกําลงั ตน่ื จากการหลับ เปน ลาํ ดบั เมือ่ ตืน่ แลว จิตและกายกป็ ลอดโปรง เบาสบาย
อยางไมเคยเปนมากอน หลังจากน้ันไมนาน ไดมีโอกาสเทียบเคียง ถอยคําที่ไดยินในความฝนกับธารณีปฎก วา
เปนมนตรหรือธารณีบทหน่ึงแบบสันสกฤต ซึ่งแปลใจความโดยยอวา “ดวยอํานาจแหงพระรัตนตรัย ขอ
ประสิทธ์ิใหสิ่งประสงคจงสําเร็จโดยเร็วทุกประการ” ดวยขาพเจามีนิสัยเชื่อส่ิงใดยากและนอยคร้ังท่ีจะหลับฝน
จึงพิจารณาวา หากตนเองไดพบพระกษิติครรภในลักษณะของพระภกิ ษุมหายาน ตามรูปแบบท่ัวไป ก็อาจเปน
เพราะจติ ปรงุ แตง อปุ าทานสรางภาพไปเอง หรือไมธาตกุ าํ เริบ คดิ มากจนฟุงซา นมากกวา เพราะจิตและสัญญา
จําไดหมายรูมานานแลววารูปลักษณะอยางนี้คือพระกษิติครรภ แตคร้ังน้ีแปลกท่ีตรงกับพระสูตรท่ีวา “พระ
11
กษิติครรภจะปรากฏรูปกายท่ีเปนอนนั ตะเกินการคาดเดา” และถอยคําน้ันมีความหมายอยูจริง จึงหมั่นภาวนา
คําศักดิ์สิทธนิ์ ี้ อยูใ นใจตลอดมา
เม่ือทราบความหมายของประโยคลึกลับนี้แลว ยิ่งทวีความศรัทธาในพระรัตนตรัย จากนั้นไมนาน ก็มี
สาธุชนหล่ังไหลมารวมสรางปฏิมาแหงพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว ที่จําลองแบบจากภูเขาจิ่วหัว ประเทศจีน
องคแรกในประเทศไทย สวนสูงรวมฐาน ๑๓.๙๙ เมตร สําเร็จไดภายใน ๘ เดือน รวมท้ังปฏิมาหินแกะสลัก
ตางๆ หนาแทนพระโพธิสัตวอีก ๑๘ องค ซ่ึงขาพเจาเชื่อวาพระโพธิสัตวทานแผพระรัศมีนําพาสาธุชนมารวม
สรางกุศล และชวยปดเปาอุปสรรคตางๆใหผานพน อยางไมตองสงสัย ในขณะเดียวกัน วิหารพระพุทธเจา ๘๘
องค ซ่ึงสรางสําเร็จภายใน ๒ ป ก็เกิดข้ึนพรอมๆกันอีกดวย ขอน้ี ถือเปนเครื่องยืนยันนิมิตและอานุภาพแหง
ถอยคําศักด์ิสิทธ์ิน้ันไดเปนอยางดี องคพระโพธิสัตวใหญและพุทธวิหารนี้ ถือเปนปูชนียวัตถุและเปนสถาน
ศักดิ์สิทธ์ิ ที่พระโพธิสัตว เทพยดาเมตตารวมสราง และสาธุชนท้ังหลายผูเลื่อมใสและ เห็นประโยชน ไดสละ
ทรัพยมากบาง นอยบาง รว มกนั สรา งดวยความศรัทธา ผูมากราบไหวสกั การะดวยจิตศรัทธาบริสุทธิ์ ยอมไดรับ
ผลที่นาอัศจรรยเชนกัน ในเวลาตอมาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรง
เมตตาประทานพระบรมสารีริกธาตุ เพอ่ื ประดษิ ฐานในยอดพระเกศของพระประธานทัง้ ๓ องคในวหิ าร และใน
อุณาโลมของพระกษติ ิครรภอ งคใหญ ถอื เปน มงคลสงู สุด ของสถานทแ่ี หงน้ี
ทั้งหมดนี้ คือปฐมเหตุ เปนเรื่องท่ีเกิดข้ึนจริง จึงขอบันทึกไวโดยยอ เพื่อเปนบทนําของหนังสือกษิติครรภ
โพธิสัตวมูลปณิธานสูตร หรือ ต่ีจั้งเกง เลมนี้ พระสูตรเลมนี้ไดแปลจากตนฉบับภาษาจีนโบราณ ของพระ
ศึกษานันทะ สมัยราชวงศถัง สูภาษาไทย เริ่มแปลต้ังแตวันจันทรท่ี ๒๕ มีนาคม ถึงวันอังคารท่ี ๓๐ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๕๖ รวม ๓๗ วัน โดยอาศัยอรรถกถาของพระธรรมาจารย เซวียน-ฮวา มหาเถระ (宣化老和尚) ใน
การสอบทานความหมาย และไดรับความกรุณาจากอาจารยผูไมประสงคออกนาม ทานหนึ่ง ชวยแปลพระนาม
ของพระอริยะเจาตางๆ จากภาษาจีนเปนภาษาสันสกฤต เพ่ืออรรถรสในการอาน ซ่ึงมีความหมายตรงกันทั้ง
สองภาษา ทา นผูสนใจสามารถคน หาศพั ทเ ดิม ไดจ ากพระสตู รน้ใี นภาคภาษาจนี
หวังวาพระสูตรเลมน้ี จะเปนท่ีตั้งแหงความเลื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัย เพ่ือเปนเคร่ืองสํานึกในความ
เมตตากรุณาท่ีย่ิงใหญของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว เพื่อใหเกิดความศรัทธาและเขาใจตามคําสอนอยาง
ถูกตอง เพ่ืออุทิศกุศลคร้ังน้ีใหสรรพสัตวทั้งปวง ขอใหโลกธาตุสันติสุขรมเย็น เพื่อใหผูท่ีไดยินไดฟงเร่ืองราวน้ี
แลวเกิดศรัทธาปสาทะอยางถูกตอ ง ไมหลงงมงาย แสวงหาท่ีพ่ึงท่ีผิด กลับใจขมากรรมสํานึกผิด ไมทําบาป เรง
สรา งการกศุ ลทั้งปวง ก็จะชวยใหร อดพนจากอบายภูมิ แลวบรรลุถึงมรรคผลนิพพานในท่ีสุด กศุ ลใดจะพงึ เกิดมี
ในวาระนี้ ขออุทศิ ใหแ กหมสู ตั วในทคุ ตภิ ูมิ เปน เบื้องตน กับทง้ั มนษุ ย และเทวดาทงั้ ปวง
พระวศิ วภัทร เสกเซย่ี เกย๊ี ก (มณีปท มเกต)ุ 釋廣度
แปลและเขยี นท่ี กษิติครรภโ พธิมณฑล มลู นิธพิ ทุ ธจกั ษุวิชชาลยั (๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖)
12
地藏菩薩本願經
ก ษ� ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว มู ล ป ณ� ธ า น สู ต ร
唐于闐國三藏沙門實叉難陀譯
忉利天宮神通品第一
如是我聞。一時佛在忉利天,為母說法。爾時十方無量世界,不可說不可說一切諸佛,及大菩薩
摩訶薩,皆來集會。讚歎釋迦牟尼佛,能於五濁惡世,現不可思議大智慧神通之力,調伏剛強眾
生,知苦樂法,各遣侍者,問訊世尊。
ปรเิ ฉทท่ี ๑ ทรงแสดงอภญิ ญายังดาวดึงสเทวพมิ าน
ขาพเจาไดสดับมาอยางนี้ สมัยหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจาประทับยังดาวดึงสเทวโลก เพื่อตรัสแสดงพระ
ธรรมเทศนาแกพระพุทธชนนี คร้ังน้ันบรรดาพระพุทธเจาและพระโพธิสัตวมหาสัตวท้ังหลาย ในโลกธาตุตางๆ
ทั่วทศทิศ ประมาณจํานวนไมได กลาวไมได พรรณนาไมไดถวน ไดมาชุมนุมเปนสันนิบาตใหญ ลวนกลาวคํา
สรรเสริญสดุดีพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจา วาทรงสามารถแสดงกําลังแหงพระมหาปญญาญาณ และพระ
อภญิ ญาท่ีเปน อจนิ ไตย ในโลกธาตุแหงความเสื่อมทั้งหาประการ เพ่ือบาํ ราบหมูสัตวท่ีแข็งกระดา งใหเ ขาใจในสิ่ง
ท่ีเรียกวา ทุกข สุข และธรรมบรรดาบรษิ ทั บรวิ ารทต่ี ามเสด็จมา ก็ไดนอ มคารวะพระผูม พี ระภาคเจาดวย
是時,如來含笑,放百千萬億大光明雲,所謂大圓滿光明雲、大慈悲光明雲、大智慧光明雲、大
般若光明雲、大三昧光明雲、大吉祥光明雲、大福德光明雲、大功德光明雲、大歸依光明雲、大
讚歎光明雲,放如是等不可說光明雲已。
ในเวลาน้ันพระตถาคตเจาทรงแยมสรวล แลวทรงเปลงพระมหารัศมีจํานวนรอยพันโกฏิ อันมี รัศมีแหง
ความบริบูรณท่ีย่ิงใหญ รัศมีแหงเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ รัศมีแหงญาณคือความรูที่ยิ่งใหญ รัศมีแหงปญญาที่
ย่ิงใหญ รัศมีแหงสมาธิท่ียิ่งใหญ รัศมีแหงสิริมงคลท่ียิ่งใหญ รัศมีแหงบุญญาธิการและคุณธรรมที่ยิ่งใหญ รัศมี
แหงกุศลท่ีย่ิงใหญ รัศมีแหงสรณะที่ยิ่งใหญ รัศมีแหงการสดุดีท่ีย่ิงใหญ เม่ือทรงเปลงพระรัศมีโอภาสที่ไมอาจ
กลาวไดถ ว น อยา งนแี้ ลว
又出種種微妙之音,所謂檀波羅蜜音、尸波羅蜜音、羼提波羅密音、毗離耶波羅蜜音、禪波羅蜜
音、般若波羅密音、慈悲音、喜捨音、解脫音、無漏音、智慧音、大智慧音、師子吼音、大師子
吼音、雲雷音、大雲雷音。
ยังบังเกิดเปนสัทสําเนียงอันประณีตนานัปการ อันมี เสียงแหงทานบารมี เสียงแหงศีลบารมี เสียงแหง
ขันติบารมี เสียงแหงวิริยบารมี เสียงแหงฌานบารมี เสียงแหงปญญาบารมี เสียงแหงเมตตา กรุณา มุฑิตา
อุเบกขา เสียงแหงวิมุตติ เสียงแหงการปราศจากอาสวะเคร่ืองหมักดองในสันดาน เสียงแหงปญญาญาณ เสียง
แหงปญญาญาณท่ีย่ิงใหญ เสียงแหงการบันลือสีหนาท เสียงแหงการบันลือสหี นาทที่ยง่ิ ใหญ เสียงแหงอสุนบี าต
เสยี งแหง อสนุ บี าตทย่ี ิ่งใหญ
出如是等不可說不可說音已,娑婆世界,及他方國土,有無量億天龍鬼神,亦集到忉利天宮,所
謂四天王天、忉利天、須燄摩天、兜率陀天、化樂天、他化自在天、梵眾天、梵輔天、大梵天、
少光天、無量光天、光音天、少淨天、無量淨天、遍淨天、福生天、福愛天、廣果天、無想天、
無煩天、無熱天、善見天、善現天、色究竟天、摩醯首羅天、乃至非想非非想處天,一切天眾、
龍眾、鬼神等眾,悉來集會。
กแ็ ลเม่ือบงั เกิดเสียงตางๆท่ีกลาวไมได พรรณนาไมไดถวนอยางนแ้ี ลว ในสหาโลกธาตแุ ละในดินแดนอื่นๆ
ก็ยังมีเทพ นาค ภูตจํานวนโกฏิ ประมาณจํานวนไมได มายังดาวดึงสทิพยวิมานดวย อันมี เทพในช้ันจาตุมหา
13
ราชิกา ดาวดึงส สุยามา ดุสิต นิมมานรตี ปรนิมมิตสวัสตี พรหมบริษัท พรหมปุโรหิต มหาพรหม ปริตตาภาภูมิ
อปั ปมาณาภาภมู ิ อาภสั สรภูมิ ปริตตสุภาภมู ิ อปั ปมาณาสภุ าภูมิ สุภกิณหภูมิ อนภรกภมู ิ เวหัปผลภมู ิ อวิหาภูมิ
อตัปปาภูมิ สุทัสสภูมิ สุทัสสีภูมิ อกนิฏฐาภูมิ อันเปนท่ีสุดแหงรูปภูมิ ภพแหงทานมเหศวร จนถึงเนวสัญญานา
สญั ญายตนภูมิ เหลา บรรดาเทพเจา บรรดานาค และฝงู ภูต ก็ลว นมาชมุ นุมรวมกันอยู
復有他方國土,及娑婆世界,海神、江神、河神、樹神、山神、地神、川澤神、苗稼神、晝神、
夜神、空神、天神、飲食神、草木神,如是等神,皆來集會。
ยังมีเทพมหาสมุทร เทพสายนํ้า เทพแมนํ้า เทพตนไม เทพภูเขา เทพปฐพี เทพหนองนํ้า เทพกสิกรรม
เทพทิวา เทพราตรี เทพอากาศ เทพในสวรรค เทพแหงการบรโิ ภค เทพแหงตน ไมใบหญา บรรดาเทพเจาเหลานี้
ในดนิ แดนเบอ้ื งทศิ าอื่นๆ และสหาโลกธาตุ กล็ วนมาชุมนมุ รวมกนั อยู
復有他方國土,及娑婆世界,諸大鬼王。所謂:惡目鬼王、噉血鬼王、噉精氣鬼王、噉胎卵鬼王
、行病鬼王、攝毒鬼王、慈心鬼王、福利鬼王、大愛敬鬼王,如是等鬼王,皆來集會。
ยังมีบรรดามหาภูตผูเปนราชาแหงภูติท้ังหลาย เปนตนวา ภูตราชาผูมีดวงตาช่ัวราย ภูตราชาผูกลืนกิน
โลหิต ภูตราชาผูกลืนกินน้ําสุกกะ ภูตราชาผูกลืนกินไขในครรภแหงมารดา ภูตราชาผูกระทําใหเกิดโรคระบาด
ภูตราชาท่ีทําใหตอ งพิษ ภูตราชาแหงจิตเมตตา ภูตราชาแหงบุญวาสนา ภูตราชาผูยังใหเกิดความรกั และเคารพ
ที่ยิ่งใหญ บรรดาภูตราชาเหลา น้ี ในดินแดนเบือ้ งทิศาอืน่ ๆ และสหาโลกธาตุ ก็ลว นมาชุมนมุ รวมกันอยู
爾時釋迦牟尼佛、告文殊師利法王子菩薩摩訶薩:汝觀是一切諸佛菩薩及天龍鬼神,此世界、他
世界,此國土、他國土,如是今來集會到忉利天者,汝知數不?文殊師利白佛言:世尊,若以我
神力,千劫測度,不能得知。
สมัยครั้งนั้น พระศากยมุนีพุทธเจา มีพุทธดํารัสกับพระมัญชุศรีโพธิสัตวมหาสัตว ผูเปนธรรมราชกุมาร
“เธอจงพิจารณาดูบรรดาพระพุทธเจาและพระโพธิสัตวท้ังหลาย กับท้ังเทพ นาค ภูต ท่ีอยูในโลกธาตุแหงน้ี ใน
โลกธาตุอื่นในดินแดนนี้ ในดินแดนอ่ืนท่ีไดมาประชุมรวมกันในดาวดึงสเทวโลกในบัดน้ีเถิด เธอรูถึงปริมาณ
หรอื ไม ?”
พระมัญชุศรีทูลพระพุทธองค “ขาแตพระผูมีพระภาคเจา แมนขาพระองคจะใชอิทธิพละหยั่งวัดอยูเปน
เวลาพนั กัลปก ็ไมอ าจรูถึงปริมาณไดเ ลยพระเจา ขา”
佛告文殊師利:吾以佛眼觀故,猶不盡數。此皆是地藏菩薩久遠劫來,已度、當度、未度,已成
就、當成就、未成就。
มีพุทธดํารัสกับพระมัญชุศรี “ตถาคตใชพุทธจักษุพิจารณาก็มิอาจนับไดถ วนเชน กัน ทั้งหมดนี้คือผูที่กษติ ิ
ครรภโพธิสตั ว ในเวลาทย่ี าวนานหลายกัลปม านี้ ไดทําการโปรดแลว ทกี่ ําลังโปรด และทย่ี งั ไมไ ดโปรด ไดสําเร็จ
แลว ที่กําลังจะไดส าํ เรจ็ และที่ยงั ไมส ําเร็จ”
文殊師利白佛言:世尊,我已過去久修善根、證無礙智。聞佛所言,即當信受。小果聲聞、天龍
八部、及未來世諸眾生等,雖聞如來誠實之語,必懷疑惑。設使頂受,未免興謗。唯願世尊、廣
說地藏菩薩摩訶薩,因地作何行?立何願?而能成就不思議事。
พระมัญชุศรีทูลพระพุทธองค “ขาแตพระผูมีพระภาคเจา ในอดีตนานแสนนาน ขาพระองคไดบําเพ็ญ
กุศลมูล จนไดบรรลุถึงความรูอันไมติดขัดมาแลว เม่ือไดยินพระวจนะของพระพุทธองคก็ใหศรัทธานอมรับ แต
ทวาผูถึงผลอันเล็กนอย พระสาวก เทพ นาค สัตวในคติแปด และบรรดาหมูสัตวทั้งหลายในอนาคต ท่ีแมจะได
ยินพระวจนะอันเปนความสัตยของพระตถาคต ก็จะตองสงสยั เคลือบแคลงเปนแนแ ท แมจะไมใ ชศีรษะนอมรบั
14
แลวกลับจะย่ิงปรามาสใหราย ขอพระผูมีพระภาคเจาโปรดตรัสแสดงใหกวางขวางเถิด วาพระกษิติครรภ
โพธสิ ัตวม หาสตั ว แตเดมิ มาไดก ระทําจริยาอยางไร ไดตงั้ ปณิธานไวอ ยา งไร ถึงไดส าํ เร็จสงิ่ ท่ีเปน อจินไตยอยางนี้
ดวยเถิด พระเจา ขา ”
佛告文殊師利:譬如三千大千世界所有草木叢林、稻麻竹葦、山石微塵,一物一數,作一恆河;
一恆河沙,一沙一界;一界之內、一塵一劫,一劫之內,所積塵數,盡充為劫,地藏菩薩證十地
果位以來,千倍多於上喻。何況地藏菩薩在聲聞、辟支佛地。
มีพุทธดํารัสกับพระมัญชุศรี “อุปมาตนหญา ปาไม ตนขาว เม็ดงา ตนออ ตนไผ บรรพต ศิลา ปรมาณู
(สสารท่ีเล็กทสี่ ุด) ทม่ี ีอยูภายในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ โดยแตละสิ่งน้ันถอื เปนจํานวนนับอยางหนึ่ง (แตละสิ่ง
นั้น) ใหเปนคงคานทีสายหน่ึง เม็ดทรายในคงคานทีเม็ดหนึ่งเปนโลกธาตุแหงหน่ึง ปรมาณูหน่ึงๆ ท่ีอยูภายใน
โลกธาตุตา งๆนั้น คือ กัลปหน่ึง เม่ือนับปรมาณูที่อยูในหวงเวลาแหงกัลปเหลานนั้ จนหมดส้ินแลว จึงเปน (มหา)
กัลปอยางนี้แล คือระยะเวลาท่ีพระกษิติครรภโพธิสัตวไดบรรลุถึงผลฐานะแหงทศภูมิมาแลว ซ่ึงนานกวาการ
อุปมาขางตนอีกพันเทา แลวจะประสาอะไรที่พระกษติ ิครรภโพธิสัตวจะตง้ั อยูในภูมแิ หงสาวก หรือภูมิแหงพระ
ปจเจกพทุ ธเลา
文殊師利,此菩薩威神誓願,不可思議。若未來世,有善男子、善女人,聞是菩薩名字,或讚歎
、或瞻禮、或稱名、或供養,乃至彩畫刻鏤塑漆形像,是人當得百返生於三十三天,永不墮惡道
。
ดูกอนมัญชุศรี อานุภาพและปณิธานของโพธิสัตวองคน้ีเปนอจินไตย ไมอาจหยั่งวัดคาดเดาได หากใน
อนาคตมีกลุ บตุ รกุลธดิ า ทีไ่ ดย ินนามของพระโพธสิ ัตวอ งคน้ี หรือสดดุ ี หรือแลมองดวยความเคารพเลอ่ื มใส หรอื
สรรเสริญนาม หรือสักการะ ไปจนถึงการวาด แกะสลัก หลอ ปนปฏิมากรข้ึน บุคคลน้ีจะเกิดท่ีดาวดึงส
เทวโลกหน่ึงรอยคร้ัง ไมต กสูอบายมรรคตลอดไป
文殊師利,是地藏菩薩摩訶薩,於過去久遠不可說、不可說劫前,身為大長者子。時世有佛,號
曰師子奮迅具足萬行如來。時長者子,見佛相好,千福莊嚴,因問彼佛:作何行願,而得此相?
時師子奮迅具足萬行如來告長者子:欲證此身,當須久遠度脫一切受苦眾生。
ดูกอนมัญชุศรี กษิติครรภโพธิสัตวมหาสัตวน้ี ในอดีตที่ผานมานานหลายกัลปจนกลาวไมได จนพรรณนา
ไมได ไดเกิดเปนบุตรของมหาคฤหบดี สมัยน้ันในโลกมีพระพุทธเจา พระนามวา สีหวิกฺรีทิตปูรฺณจริยาตถาคต (
師子奮迅具足萬行如來) ครั้งน้ันบุตรคฤหบดี ไดเห็นพระพุทธมงคลลกั ษณะ ท่ีอลังการดวยบุญญาธิการ เปน
เหตุใหทูลถามพระพุทธเจา องคน ้ันวา ตองกระทําจริยาและปณิธานอยางไรจงึ จะไดลักษณะอยางน้ี คร้ังน้ันพระ
สหี วกิ ฺรที ิตสมปรู ณฺ จริยาตถาคต รับสัง่ กับบตุ รคฤหบดวี า “เม่อื ปรารถนาไดก ายอยา งน้ี จะตอ งโปรดสรรพสัตวที่
รบั ทกุ ขท งั้ หลายเปนเวลานานแสนนาน”
文殊師利!時長者子,因發願言:我今盡未來際不可計劫,為是罪苦六道眾生,廣設方便,盡令
解脫,而我自身,方成佛道。以是於彼佛前,立斯大願,于今百千萬億那由他不可說劫,尚為菩
薩。
ดูกอนมัญชุศรี เวลานั้นบุตรคฤหบดีจึงประกาศปณิธานวา “นับแตบัดนี้จนส้ินขอบเขตเบ้ืองอนาคตที่ไม
อาจนบั คาํ นวณกลั ปได เพื่อหมูสัตวท ้ังหกภมู ิ ผูมบี าปทกุ ข ขา พเจาจะใชวิธีการตา งๆ ชวยใหห ลดุ พน จนหมดส้ิน
แลวตัว ขาพเจาจึงจะสําเร็จพระพุทธมรรค” ดวยการที่ไดประกาศมหาปณิธานที่เบ้ืองพระพักตรของ
15
พระพุทธเจาพระองคนั้น นับเน่ืองจนถึงกาลบัดน้ี ผานมารอยพันหม่ืนโกฏินยุตกัลป อันไมอาจกลาวได (บุตร
คหบดี คือ พระกษติ ิครรภ) ก็ยังคงเปนพระโพธิสตั วอ ยูแมน บัดน”้ี
又於過去,不可思議阿僧祇劫,時世有佛,號曰覺華定自在王如來,彼佛壽命,四百千萬億阿僧
祇劫。像法之中,有一婆羅門女,宿福深厚,眾所欽敬;行住坐臥,諸天衛護。其母信邪,常輕
三寶。是時聖女廣設方便,勸誘其母,令生正見,而此女母,未全生信。不久命終,魂神墮在無
間地獄。
ในอดีตนับอสงไขยกัลปท่ีไมอาจคาดคิดได คร้ังน้ันในโลกมีพระพุทธเจา พระนามวา โพธิปุณฑรีกไกวัลย
สมาธิราชตถาคต (覺華定自在王如來) พระพุทธเจาองคนั้นมีพระชนมพรรษา ส่ีพันลานโกฏิอสงไขยกัลป ใน
สมัยสัทธรรมปฏิรูปยังมีพราหมณีผูหน่ึง เปนผูมีบุญญาธิการมหาศาลมาแตกาลกอน หมูชนลวนใหความเคารพ
ยําเกรง ไมวาจะเดิน ยืน น่ัง นอน หมูเทพตางอารักขาดูแล แตทวามารดาของเธอน้ันเช่ือในความเห็นผิด ดู
แคลนพระรตั นตรยั อยเู ปน นิจ เวลาน้ัน พราหมณีผูเจริญไดใ ชว ธิ ีการตางๆ เพ่ือชักนาํ มารดาใหเ กดิ สัมมาทฐิ ิไดใน
ชาติน้ี แตท วา มารดาของเธอไมอาจนอ มใจศรทั ธาไดท ้ังหมด มชิ านานก็ส้ินชีพลง ดวงวญิ ญาณจงึ ตกสอู เวจนี รก
時婆羅門女,知母在世,不信因果。計當隨業,必生惡趣。遂賣家宅,廣求香華,及諸供具,於
先佛塔寺,大興供養。見覺華定自在王如來,其形像在一寺中,塑畫威容,端嚴畢備。時婆羅門
女,瞻禮尊容,倍生敬仰。私自念言:佛名大覺,具一切智。若在世時,我母死後,儻來問佛,
必知處所。時婆羅門女,垂泣良久,瞻戀如來。忽聞空中聲曰:泣者聖女,勿至悲哀,我今示汝
母之去處。婆羅門女合掌向空,而白空曰:是何神德,寬我憂慮。我自失母以來,晝夜憶戀,無
處可問知母生界。時空中有聲,再報女曰:我是汝所瞻禮者,過去覺華定自在王如來,見汝憶母
,倍於常情眾生之分,故來告示。
ครั้งน้ัน พราหมณีรูวาเมื่อยามมารดามีชีวิตในโลก ไมเชื่อเร่ืองเหตุและผล จะตองไปเกิดยังอบายภูมิตาม
กรรมน้ันเปนแน พราหมณีจึงขายบานเรือน แลวเสาะหาเคร่ืองหอม บุปผชาติ และเคร่ืองสักการะทั้งปวง บูชา
ตอพระสถปู อารามของพระพุทธเจาพระองคน้ันอยางยิ่งใหญ ก็เมื่อ (พราหมณ)ี ไดเ ห็นปฏิมาแหง พระโพธิปุณฑ
รีกไกวัลยสมาธิราชตถาคต ในอารามแหงหน่ึง ที่ปนแลวาดไดงดงามนาเลื่อมใสเปนย่ิงนัก เวลานั้น เมื่อ
พราหมณีไดแหงนมองพระพักตรแหงพระพุทธปฏิมากรน้ัน ก็ยิ่งทวีความเคารพศรัทธา พลางรําพึงวา “พระ
สัมมาสัมพทุ ธเจามีพระนามวา มหาโพธิ คอื พระสพั พัญู ผมู ีความรแู จงชัดในส่ิงทัง้ ปวง หากในสมัยทพี่ ระองค
ยังทรงพระชนมอยใู นโลก เมือ่ ทานแมของเราสิ้นชีพไปแลว ถาไดทลู ถามปญหาขอนต้ี อพระพุทธองค ก็จะทราบ
ไดแนวาทานแมอยูที่ใด” คร้ันแลวพราหมณีจึงรํ่าไหอยูเปนเวลานาน ไดแหงนมองพระตถาคตดวยความเศรา
โศก พลันก็ไดยินเสียงดังจากอากาศ “ดูกอนนางผูเจริญ ผูหลั่งน้ําตา จงอยาไดเศราโศกไปเลย บัดนี้เราจะบอก
วา มารดาของเธอไปยังสถานท่ีใด” พราหมณไี ดพ นมมือไหวไปในอากาศแลว กลาวกบั อากาศนน้ั “ทา นคือเทพ
เจาองคใดหนอ ท่ีมาปลอบขาพเจา นับแตท่ีสูญเสียทานแมไปแลวทุกวันคืน ก็ไดแตหวนคิดดวยความโศกเศรา
อาลัย ไมม แี หง ใดท่ใี หส อบถามไดเลยวา ทานแมไ ปเกิดอยทู ่ีใด”
เวลานั้น ในอากาศยังมีเสียงบอกกับพราหมณีอกี “เราคือพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคต ท่ีเธอ
กําลังสักการะอยูน้ี เราเห็นเธอระลึกถึงมารดามากกวาสรรพสัตวท่ัวไปหลายเทานัก เหตุน้ีจึงมาแจงใหเธอ
ทราบ”
婆羅門女聞此聲已,舉身自撲,肢節皆損。左右扶侍,良久方蘇。而白空曰:願佛慈愍,速說我
母生界,我今身心,將死不久。時覺華定自在王如來,告聖女曰:汝供養畢,但早返舍,端坐思
惟吾之名號,即當知母所生去處。
16
เมือ่ พราหมณีไดยนิ เสียงนี้แลว กร็ บี ลุกขึน้ จนแขนขาบาดเจ็บ คนรับใชตองพยาบาลอยูเปน เวลานาน แลว
พูดกับอากาศอีก “ขอพระพุทธองคทรงเมตตาสงสาร รีบตรัสบอกวา ทานแมของขาพเจาไปเกิดอยูในภูมิใด
โดยเร็วเถดิ บดั น้ี รางกายและจิตใจของหมอมฉัน กจ็ ะตายตามไปดวยในไมช า ”
เมื่อน้ันพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคตเจา ทรงมีรับสั่งกับนางผูเจริญน้ันวา “เมื่อเธอสักการะ
เรยี บรอยแลว จงรีบกลับเรอื นเถดิ แลวนงั่ ภาวนาถึงนามของเราตถาคต เธอก็จะรวู า แมของเธอไปเกิดอยูท่ใี ด”
時婆羅門女尋禮佛已,即歸其舍。以憶母故,端坐念覺華定自在王如來。經一日一夜,忽見自身
到一海邊。其水涌沸,多諸惡獸,盡復鐵身,飛走海上,東西馳逐。見諸男子女人,百千萬數,
出沒海中,被諸惡獸爭取食噉。又見夜叉,其形各異,或多手多眼、多足多頭、口牙外出,利刃
如劍。驅諸罪人,使近惡獸,復自搏攫,頭足相就。其形萬類,不敢久視。時婆羅門女,以念佛
力故,自然無懼。
บัดน้ันเม่ือนางพราหมณีไดถวายความเคารพพระพุทธองคแลวก็กลับไปยังเรือน ใชจิตที่คิดถึงมารดาเปน
เหตุใหน่ังระลึกถึงแตพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคต ผานไปหนึ่งวันหน่ึงคืน ก็ไดเห็นรางของตนไปถงึ
ชายฝง ทะเลแหงหน่ึงทม่ี ีนาํ้ เดือดพลา น มสี ตั วร า ยอยูจํานวนมากซึ่งลวนแตมกี ายเปนเหลก็ กลา บนิ โฉบวนไปมา
บนทะเลน้ัน ไดแลเห็นบุรุษสตรีท้ังหลายจํานวนนับพันลาน ดําผุดดําวายอยูในทะเลน้ัน ซึ่งถูกสัตวรายเหลานั้น
ขยํ้าเปนอาหาร ท้ังไดเห็นรากษสที่มีรูปรางตางๆ บางก็มีหลายมือ หลายตา หลายเทา หลายหัว มีเขี้ยวแหลม
คมเหมือนดาบยาวโงงออกจากปาก กายของคนบาปทั้งหลาย ยังมีสัตวรายเกาะเก่ียวตามราง แลวกลืนกินทั้ง
ศีรษะถึงปลายเทา ก็สิ่งตางๆ เหลานี้ทําใหไมกลามองดูไดนาน เวลานั้นพราหมณี ไดใชอํานาจแหงพุทธานุสสติ
เปนเหตุ ใหไมหวาดกลัวเปน ปกติ
有一鬼王,名曰無毒,稽首來迎,白聖女曰:善哉,菩薩,何緣來此?時婆羅門女問鬼王曰:此
是何處?無毒答曰:此是大鐵圍山西面第一重海。聖女問曰:我聞鐵圍之內,地獄在中,是事實
否?無毒答曰:實有地獄。聖女問曰:我今云何得到獄所?無毒答曰:若非威神,即須業力,非
此二事,終不能到。聖女又問:此水何緣,而乃涌沸,多諸罪人,及以惡獸?無毒答曰:此是閻
浮提造惡眾生,新死之者,經四十九日後,無人繼嗣,為作功德,救拔苦難,生時又無善因。當
據本業所感地獄,自然先渡此海。海東十萬由旬,又有一海,其苦倍此。彼海之東,又有一海,
其苦復倍。三業惡因之所招感,共號業海,其處是也。
มีภูตราชาตนหนึ่งชื่อ นิรวิษะ ไดกมนอมศีรษะลงตอนรับ แลวกลาวกับนางพราหมณี “สาธุ เหตุใดพระ
โพธิสัตวจึงมาถึงสถานที่น้ี” พราหมณีตอบ “สถานท่ีน้ีคือท่ีใด” นิรวิษภูตราชาตอบ “ท่ีแหงน้ี คือทะเลแหงท่ี
หน่ึง ดานตะวันตกของภูเขาจักรวาฑ” พราหมณีถาม “เราไดยินมาวาในภูเขาเหล็ก มีนรกอยูในนั้นเรื่องน้ีเปน
ความจริงหรือไม” นิรวิษะตอบ “มีนรกอยูในนั้นจริง” พราหมณีถาม “แลวเรามาถึงนรกน้ีไดอยางไรเลา” นิ
รวิษะตอบวา “หากมิไดมาดวยฤทธิ์ ก็ตองมาเพราะอํานาจกรรม หากมิใชสองส่ิงน้ีแลวก็ไมสามารถมาได”
พราหมณถี ามอกี “เหตุไฉนนํ้านจ้ี งึ เดือดพลา น แลวมคี นบาปและสัตวรายมากมายอยางนี้หนอ” นิรวษิ ะตอบวา
“พวกเหลานี้คือหมูสัตวในชมพูทวีป ผูทําบาปที่สิ้นชีพไมนาน เม่ือผานส่ีสิบเกาวันแลว ก็ยังไมมีผูสืบสายโลหิต
กระทํากุศล เพ่ือชวยเหลือใหพนทุกขภัย เม่ือยามมีชีวิตก็ยังไมกระทําความดีงาม ดวยกรรมน้ันจึงนําพามายัง
นรก โดยจะตอ งขามทะเลน้กี อ น ถัดจากทะเลนไ้ี ปดา นตะวนั ออกอีกหนงึ่ แสนโยชน ยงั มที ะเลอกี แหง หนึ่งทที่ ุกข
ทรมานกวานี้อีกหน่ึงเทา ดานตะวันออกของทะเลน้ี ก็ยังมีทะเลอีกแหงท่ีมีความทุกขยิ่งขึ้นไปอีกหน่ึงเทา เปน
เพราะกรรมท้งั สาม (กรรมทางกาย วาจา ใจ) ทช่ี กั นาํ มา ทง้ั หมดมีช่อื วา ทะเลกรรม ซงึ่ กค็ อื สถานที่แหงนเ้ี อง”
17
聖女又問鬼王無毒曰:地獄何在?無毒答曰:三海之內,是大地獄,其數百千,各各差別。所謂
大者,具有十八。次有五百,苦毒無量。次有千百,亦無量苦。聖女又問大鬼王曰:我母死來未
久,不知魂神當至何趣?鬼王問聖女曰:菩薩之母,在生習何行業?聖女答曰:我母邪見,譏毀
三寶。設或暫信,旋又不敬。死雖日淺,未知生處。無毒問曰:菩薩之母,姓氏何等?聖女答曰
:我父我母,俱婆羅門種,父號尸羅善現,母號悅帝利。
พราหมณถี ามนริ วิษภตู ราชาอีก “แลวนรกต้งั อยูท่ใี ดเลา” นิรวษิ ะตอบวา “ภายในทะเลท้ังสามนี้ คอื มหา
นรก ในนนั้ ยงั มคี วามแตกตางกันไปนับไดแ สนประการ อันมีขมุ ใหญ รวมแลวมสี ิบแปดขุม ยังมอี กี หา รอยขุมท่ีมี
ความทุกขทรมานแสบรอนไมมีประมาณ ยังมีอีกหน่ึงแสนขุมก็มีความทุกขทรมานไมมีประมาณเชนกัน”
พราหมณีถามมหาภูตราชาอีก “มารดาของเราสิ้นชีพไมนาน มิทราบวาดวงวิญญาณไปถึงท่ีใด” ภูตราชาถาม
พราหมณีวา “มารดาของพระโพธิสัตวตอนมีชีวิตมีพฤติกรรมอยางไร” พราหมณีตอบ “มารดาของเรามี
มิจฉาทิฐิ กลาวใหร ายพระรตั นตรัย แมจะมีศรัทธาก็จะมีเพยี งชั่วครู แลว กลับกลายไมเคารพอกี แมจ ะไดส้นิ ชีพ
ไมนาน ก็ไมรูวาไปเกิดท่ีใด” นิรวิษะถาม “มารดาของพระโพธิสัตวมีช่ือและตระกูลเชนไร” พราหมณีตอบวา
ทง้ั บิดามารดาลวนอยูในตระกูลพราหมณ บิดาชื่อ “ชีรชิณณะ” มารดาช่อื “ยฐั ฐีล”ี
無毒合掌啟菩薩曰:願聖者卻返本處,無至憂憶悲戀。悅帝利罪女,生天以來,經今三日。云承
孝順之子,為母設供修福,布施覺華定自在王如來塔寺。非唯菩薩之母,得脫地獄,應是無間罪
人,此日悉得受樂,俱同生訖。鬼王言畢,合掌而退。
นิรวิษะไดพนมมือแลวแจงพระโพธิสัตววา “ขอทานกลับไปเถิด อยาไดมีจิตกังวลโศกเศราอีกเลย นาง
บาปยัฐฐีลี ไดไปเกิดบนเทวโลกเม่ือสามวันกอนแลว เพราะไดอาศัยผลบุญท่ีบุตรกตัญูไดบําเพ็ญกุศลถวาย
พุทธบูชา ถวายทานตอสถูปอารามแหงพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคตเจา เพื่ออุทิศแกมารดา ซ่ึงมิ
เพียงมารดาของพระโพธิสัตวเทานั้นท่ีไดพนจากนรก ในขณะน้ันคนบาปในอเวจี ก็ลวนไดอานิสงสไปเกิดพรอม
กันแลว ” เมื่อภตู ราชากลา วจบ จึงพนมมือแลวลาจากไป
婆羅門女,尋如夢歸。悟此事已,便於覺華定自在王如來塔像之前,立弘誓願:願我盡未來劫,
應有罪苦眾生,廣設方便,使令解脫。佛告文殊師利:時鬼王無毒者,當今財首菩薩是。婆羅門
女者,即地藏菩薩是。
พราหมณจี งึ คอ ยๆต่นื จากความฝน เม่ือระลึกไดถ ึงเหตกุ ารณน ้แี ลว จงึ ไดประกาศปณิธานท่เี บือ้ งหนาสถูป
ปฏิมาของพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคตเจาวา “ขาพเจาขอประกาศวา ตลอดสิ้นกัลปในอนาคต จะ
ใชวธิ กี ารตางๆ ยงั ใหห มสู ตั วผูมีบาปทุกขท รมานไดลุถึงการหลดุ พน” พระผูมีพระภาคเจา ตรัสกบั พระมัญชศุ รวี า
นริ วิษะภูตราชาในครงั้ น้นั กค็ อื ธนกฏู โพธิสัตว ในปจจุบันพราหมณีก็คอื กษิตคิ รรภโพธสิ ัตว ฉะน้ี
分身集會品第二
爾時百千萬億不可思、不可議、不可量、不可說無量阿僧祇世界,所有地獄處,分身地藏菩薩,
俱來集在忉利天宮。以如來神力故,各以方面,與諸得解脫從業道出者,亦各有千萬億那由他數
,共持香華,來供養佛。彼諸同來等輩,皆因地藏菩薩教化,永不退轉於阿耨多羅三藐三菩提。
是諸眾等,久遠劫來,流浪生死,六道受苦,暫無休息。以地藏菩薩廣大慈悲,深誓願故,各獲
果證。既至忉利,心懷踴躍,瞻仰如來,目不暫捨。
ปริเฉทท่ี ๒ การชุมนมุ แหง นริ มาณกาย
สมัยนั้น บรรดานิรมาณกายของพระกษิติครรภโพธิสัตวที่มีอยูทั่วไปในโลกธาตุตางๆ ที่มีนรกภูมิจํานวน
แสนหม่ืนโกฏิ เปนอจินไตย คาดคิดไมได ตรึกไมได ประมาณไมได กลาวไมได เปนอสงไขยท่ีนับประมาณ
จาํ นวนไมไ ด ลว นไดม าประชุมกันท่ดี าวดึงสทพิ ยว ิมาน ดว ยอาศยั พระพุทธานภุ าพ ทาํ ใหแตล ะทานทไี่ ดหลดุ พน
18
จากสังสารวัฏดวยประการตางๆ ซึ่งลวนมีจํานวนถึงแสนโกฏินยุตะ ตางก็ถือเอาเคร่ืองหอม บุปผชาติ มาถวาย
สักการะพระพุทธองค ก็บรรดาหมูผูที่มาเหลานี้ เพราะไดรับการสง่ั สอนจากพระกษิติครรภโพธิสัตว จึงไมเสอ่ื ม
ถอยจากพระอนตุ รสมั มาสัมโพธแิ ลว ตลอดกาลทง้ั สน้ิ อันหมูค ณะเหลา น้ี ในกลั ปท่ผี านมาแลวแสนนาน ไดเวียน
วายตายเกดิ ในภูมิทงั้ หก เสวยทุกขท รมานมไิ ดหยุดพักแมเพียงครู เพราะเมตตากรุณาอันยง่ิ ใหญ และปณิธานท่ี
คัมภีรภาพของพระกษิติครรภโพธิสัตวเปนเหตุ ทําใหลวนไดบรรลุมรรคผลแลวมายังดาวดึงส ในจิตก็ปติปรีดา
แหงนมองพระตถาคตเจาดว ยความเคารพ อยางไมล ะสายตา
爾時,世尊舒金色臂,摩百千萬億不可思、不可議、不可量、不可說、無量阿僧祇世界諸分身地
藏菩薩摩訶薩頂,而作是言:吾於五濁惡世,教化如是剛強眾生,令心調伏,捨邪歸正,十有一
二,尚惡習在。吾亦分身千百億,廣設方便。或有利根,聞即信受;或有善果,勤勸成就;或有
暗鈍,久化方歸;或有業重,不生敬仰。如是等輩眾生,各各差別,分身度脫。
บัดนั้นพระผูมีพระภาคเจาทรงย่ืนพระสุวรรณพาหา (แขนของพระพุทธองค) ไปสัมผัสศีรษะของบรรดา
นิรมาณกายของพระกษิติครรภโพธิสัตว ที่มีอยูท่ัวไปในโลกธาตุตางๆ จํานวนแสนหม่ืนโกฏิ อันเปนอจินไตย
คาดคิดไมได ตรึกนึกไมได ประมาณไมได กลาวไมได เปนจํานวนอสงไขยที่นับประมาณไมได แลวตรัสวา
“ตถาคตส่งั สอนสรรพสตั วผ ูแข็งกระดางในโลกแหง ความเสื่อมหาประการอยา งนี้ บาํ ราบจติ ใจของหมูสัตวใหละ
ความเห็นผดิ สคู วามเหน็ ชอบ ในจํานวนสบิ ยงั มีหน่ึงหรือสองทมี่ นี สิ ัยชั่วราย ตถาคตกน็ ิรมาณกายไปจาํ นวนแสน
โกฏิเชนกัน ไดใชวิธีการท่ีแยบคายบาง ก็มีผูฉลาดท่ีเมื่อไดฟงแลวก็ศรัทธานอมรับ บางผูท่ีมีกุศลผลอันดีงาม ท่ี
เมื่อพากเพียรก็จะสําเร็จได บางก็มีผูที่โงเขลามืดบอด ตองสั่งสอนเปน เวลานานจึงจะเขาใจ บางก็มีกรรมหนักมิ
อาจเกิดความเคารพศรัทธา บรรดาสรรพสัตวเหลา นี้ (ตถาคต) ก็ไดน ิรมาณกายไปตางๆกนั เพอ่ื โปรดใหห ลุดพน
或現男子身、或現女人身、或現天龍身、或現神鬼身、或現山林川原、河池泉井,利及於人,悉
皆度脫。或現天帝身、或現梵王身、或現轉輪王身、或現居士身、或現國王身、或現宰輔身、或
現官屬身、或現比丘、比丘尼、優婆塞、優婆夷身、乃至聲聞、羅漢、辟支佛、菩薩等身、而以
化度。非但佛身,獨現其前。
บา งปรากฏเปนกายของบุรษุ บางปรากฏเปนกายของสตรี บางปรากฏเปนกายของเทพ นาค บางปรากฏ
เปนกายของภูต บางปรากฏเปนบรรพต พนาวัน ชลธาร สายน้ํา บอนํ้า เพื่อยังประโยชนใหบุคคลไดหลุดพน
บางปรากฏกายเปนสักกเทวราช บางปรากฏกายเปนพรหมราช บางปรากฏกายเปนพระเจาจักรพรรดิ บาง
ปรากฏกายเปน บณั ฑิต บางปรากฏกายเปนราชา บางปรากฏกายเปนอาํ มาตย บา งปรากฏกายเปนขาราชสํานัก
บางปรากฏกายเปนภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปจนถึงกายของพระสาวก พระอรหันต พระปจเจกพุทธะ
พระโพธิสตั วเ พื่อสัง่ สอนชว ยเหลือ มิเพียงแตปรากฏกายแหง พทุ ธะนี้เทา นนั้
汝觀吾累劫勤苦,度脫如是等難化剛強罪苦眾生。其有未調伏者,隨業報應。若墮惡趣,受大苦
時,汝當憶念吾在忉利天宮,殷懃付囑。令娑婆世界,至彌勒出世已來眾生,悉使解脫,永離諸
苦,遇佛授記。
เธอจงพิจารณาดตู ถาคตบําเพญ็ ทุกรกริ ิยาในกัลปแหงความเหนื่อยยาก ที่โปรดหมูสัตวเหลานที้ ี่สั่งสอนได
ยาก เปนผูแข็งกระดางและมีบาปทุกข ผูท่ียังไมไดขัดเกลาอบรมก็จะตองไปตามวิบากกรรม หากเม่ือตองตกสู
อบายภูมิรับทุกขอันสาหัสใหญหลวง เธอจงระลึกถึงวันท่ีตถาคตฝากกําชับบนดาวดงึ สเทวโลกน้ีเถิด วาจงยังให
สรรพสัตวในสหาโลกธาตุไปจนถงึ สมัยทพี่ ระเมตไตรยะจะมาอบุ ัตขิ ้นึ ในโลก เปนผูไดห ลดุ พน ไกลจากความทกุ ข
เสยี ดแทงตลอดไป เพือ่ จะไดรบั พุทธพยากรณเถดิ
19
爾時,諸世界分身地藏菩薩,共復一形,涕淚哀戀,白其佛言:我從久遠劫來,蒙佛接引,使獲
不可思議神力,具大智慧。我所分身,遍滿百千萬億恆河沙世界,每一世界化百千萬億身,每一
身度百千萬億人,令歸敬三寶,永離生死,至涅槃樂。但於佛法中所為善事,一毛一渧,一沙一
塵,或毫髮許,我漸度脫,使獲大利。唯願世尊,不以後世惡業眾生為慮。如是三白佛言:唯願
世尊,不以後世惡業眾生為慮。爾時,佛讚地藏菩薩言:善哉!善哉!吾助汝喜。汝能成就久遠
劫來,發弘誓願,廣度將畢,即證菩提。
ครั้งนั้นบรรดานิรมาณกายของพระกษิติครรภโพธิสัตวในโลกธาตทุ ้ังหลาย ตางรวมเปนกายเดียวแลวหล่ัง
นาํ้ ตาดวยความเวทนาสงสาร แลวกราบทลู พระพุทธองคว า “เปน เวลาเน่นิ นานหลายกัลปม าแลว ที่ขาพระองค
ไดร ับการชี้แนะสง่ั สอนจากพระพุทธองค ทาํ ใหมอี านภุ าพเปนอจินไตย พรอ มดว ยมหาปญ ญาญาณ นริ มานกาย
ของขาพระองคมีอยูท่ัวไปในโลกธาตุตางๆ จํานวนเทาเม็ดทรายในคงคานทีแสนหม่ืนโกฏิ แตละโลกธาตุหน่ึงๆ
กไ็ ดนริ มาณกายไปแสนหมนื่ โกฏกิ าย แตละกายกโ็ ปรดสตั วไดแ สนหมื่นโกฏิ ยังใหเ ขาเหลาน้นั นอมพระรัตนตรัย
เปนท่ีพ่ึง ไดไกลจากสังสารวัฏ ถึงสุขแหงพระนิพพาน แมจะมีกุศลความดีงามในพุทธธรรมน้ี เพียงปริมาณนํ้า
หยดเดียว ทรายเม็ดเดียว ฝุนละอองเดยี ว หรือจะเทาปลายเสนผมก็ตาม ขาพระองคจะคอยๆ ชวยเหลือใหเขา
ไดรับประโยชนท่ีย่ิงใหญ ขอพระผูมีพระภาคเจาอยาไดทรงเปนหวงสรรพสัตวในโลกแหงความเสื่อมเบ้ืองหนา
เลย พระเจาขา” ไดทูลอยางน้ีสามครั้งวา “ขอพระผูมีพระภาคเจา อยาไดทรงเปนหวงสรรพสัตวในโลกแหง
ความเสือ่ มเบ้ืองหนา เลย พระเจาขา”
เวลานัน้ พระผูมีพระภาคเจา ทรงสรรเสริญพระกษิติครรภโพธิสตั ว “สาธๆุ ตถาคตขอโมทนากับเธอ เธอ
สามารถสําเร็จซ่ึงปณิธานท่ีประกาศมาแลวนานแสนนานเปนเวลาหลายกัลปอยางน้ี เมื่อการโปรดใกลจบสิ้น
เธอก็จะไดบ รรลุพระโพธิญาณ”
觀眾生業緣品第三
爾時佛母摩耶夫人,恭敬合掌問地藏菩薩言:聖者,閻浮眾生,造業差別,所受報應,其事云何
?地藏答言:千萬世界,乃及國土,或有地獄、或無地獄;或有女人、或無女人;或有佛法、或
無佛法,乃至聲聞辟支佛,亦復如是,非但地獄罪報一等。摩耶夫人重白菩薩:且願聞於閻浮罪
報所感惡趣。地藏答言:聖母,唯願聽受,我粗說之。佛母白言:願聖者說。
ปรเิ ฉทท่ี ๓ พจิ ารณากรรมปจ จยั ของหมสู ัตว
สมัยนั้น พระนางสิริมหามายาพุทธชนนี ไดประณมกรถามพระกษิติครรภโพธิสัตวดวยความเคารพนอบ
นอ มวา “ขาแตพระคณุ เจา สรรพสตั วในชมพูทวีปทไี่ ดทํากรรมตางกนั วบิ ากผลทไ่ี ดร ับนัน้ จะเปนเชนไรบางเจา
คะ” พระกษิติครรภตอบ “โลกธาตุจํานวนสิบลาน จนถึงดินแดนตางๆ บางก็มีนรก บางก็ไมมีนรก บางก็มีสตรี
บา งกไ็ มมสี ตรี บางก็มีพุทธธรรม บางก็ไมม พี ทุ ธธรรม ไปจนถึงพระสาวก พระปจเจกพทุ ธะ ก็เปนอยางนี้ ฉันใด
นรกก็มิไดมีเพียงบาป วิบากอยางเดียว ฉันนั้น” พระมายาเทวีถามพระโพธิสัตวอีกวา “ขอโอกาสไดสดับฟง
เรื่องราวของวิบากแหงบาป ท่ีจะสนองในอบายภูมิของหมูสัตวในชมพูทวีปดวยเถิด เจาคะ” พระกษิติครรภ
ตอบ “พระนางจงสดบั เถดิ อาตมาจะแสดงใหฟงพอสงั เขป” พระพุทธชนนี “ขอพระคุณเจา แสดงเถิด เจา คะ ”
爾時地藏菩薩白聖母言:南閻浮提,罪報名號如是。若有眾生不孝父母,或至殺害,當墮無間地
獄,千萬億劫求出無期。若有眾生出佛身血,毀謗三寶,不敬尊經,亦當墮於無間地獄,千萬億
劫,求出無期。若有眾生侵損常住,玷污僧尼,或伽藍內恣行婬欲,或殺或害,如是等輩,當墮
無間地獄,千萬億劫,求出無期。若有眾生,偽作沙門,心非沙門,破用常住,欺誑白衣,違背
戒律,種種造惡,如是等輩,當墮無間地獄,千萬億劫,求出無期。若有眾生,偷竊常住財物穀
米,飲食衣服,乃至一物不與取者,當墮無間地獄,千萬億劫,求出無期。
20
สมัยนั้น พระกษิติครรภโพธิสัตวกลาวกับพระชนนีวา “วิบากแหงบาปของ (หมูสัตว) ในชมพูทวีปมีชื่อ
อยางนี้ หากมีสรรพสัตวที่ไมกตัญูบิดามารดา หรือกระทั่งทํารายหรือฆาใหส้ินชีพ จะตองตกอเวจีนรก เปน
เวลาแสนโกฏิกัลป ก็ไมสามารถหลุดออกมาได หากมีสรรพสัตวยังพระพุทธเจาใหหอพระโลหิต กลาวคําใหราย
พระรัตนตรัย ไมเคารพพระธรรมคัมภีร ก็จะตองตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏิกัลป ก็ไมสามารถหลุดออกมา
ได หากมีสรรพสัตวท่ีลวงลํ้าสมบัติของหมูสงฆ หรือทําใหภิกษุณีแปดเปอน หรือกระทําการลามก เสพเมถุน
ในสังฆาราม หรือฆาหรือทํารายเหลาน้ี จะตองตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏกิ ัลป ก็ไมสามารถหลุดออกมาได
หากมีสรรพสัตวที่หลอกลวงวา ตนเปนสมณะแตใจมิเปนสมณะ ทําลายเคร่ืองใชของสงฆ หลอกลวงฆราวาสผู
ประพฤติธรรม ฝาฝนศีลวินัยกระทําความช่ัวนานาประการ เหลานี้จะตองตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏิกัลป
ก็ไมสามารถหลุดออกมาได หากมีสรรพสัตวลักขโมยทรัพยของสงฆ ท้ังขาวสารธัญญาหาร เคร่ืองอุปโภค
บริโภค อาภรณต ลอดถึงของสงิ่ หนึ่งทไ่ี มไดรับอนญุ าต จะตอ งตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏิกลั ป กไ็ มส ามารถ
หลดุ ออกมาได
地藏白言:聖母,若有眾生,作如是罪,當墮五無間地獄,求暫停苦一念不得。摩耶夫人重白地
藏菩薩言:云何名為無間地獄?地藏白言:聖母,諸有地獄在大鐵圍山之內,其大地獄有一十八
所,次有五百,名號各別,次有千百,名字亦別。無間獄者,其獄城周匝八萬餘里,其城純鐵,
高一萬里,城上火聚,少有空缺。其獄城中,諸獄相連,名號各別。獨有一獄,名曰無間,其獄
周匝萬八千里,獄牆高一千里,悉是鐵圍,上火徹下,下火徹上。鐵蛇鐵狗,吐火馳逐獄牆之上
,東西而走。獄中有床,遍滿萬里。一人受罪,自見其身遍臥滿床。千萬人受罪,亦各自見身滿
床上。眾業所感獲報如是。又諸罪人,備受眾苦。千百夜叉及以惡鬼,口牙如劍,眼如電光,手
復銅爪,拖拽罪人。復有夜叉執大鐵戟,中罪人身,或中口鼻,或中腹背。拋空翻接或置床上,
พระกษิติครรภกลาว “พระนาง หากมีสรรพสัตวที่กระทําบาปอยางนี้ จะตองตกอเวจีนรก จะรองขอให
ระงับหยุดย้ังซ่ึงทุกขน้ันเพียงขณะเดียวก็มิได” พระนางมายาเทวีกลาวกับพระกษิติครรภอีกวา “อยางไรจึงช่ือ
วา อเวจีนรก เจาคะ” พระกษิติครรภตอบวา “พระนาง ก็บรรดานรกทั้งหลาย ต้ังอยูในมหาจักรวาลบรรพต
(คือภูเขาเหล็กท่ีวนรอบจักรวาล) ในน้ันมีมหานรกใหญสิบแปดขุม และยังมีอีกหารอยขุมท่ีมีชื่อตางกัน ยังมีอีก
หนึ่งแสนขุมที่มีชื่อตางกัน อันขุมอเวจีนั้น มีอาณาเขตแปดหมื่นกวาล้ี ภายในลวนเปนเหล็กกลา (กําแพง) สูง
หน่ึงหม่ืนลี้ ในขุมนั้นมีแตเพลิง ที่ลุกโชนแทบไมมีท่ีวางเลย ในเมืองนรกนั้นยังมีนรกตางๆ เรียงตอกันไป อันมี
ช่ือเรียกตางกันไปดวย แตจะมีขุมหน่ึงชื่อ “อเวจี” ในขุมน้ันมีอาณาเขตโดยรอบหน่ึงหม่ืนแปดพันลี้ กําแพงสูง
หนงึ่ พันล้ลี วนแตเปน เหลก็ กลา ดา นบนก็มีเพลงิ พุงลงดา นลาง ดานลา งกม็ เี พลิงพงุ ข้ึนดา นบน งเู หล็ก สุนัขเหลก็
ก็พนไฟ วิ่งพลานไปมาบนกําแพงน้ัน ในขุมนั้นก็ยังมีแทนใหญกวางเต็มหม่ืนล้ี แมจะมีสัตวนรกตนเดียวรับโทษ
รางของสัตวนรกนั้นก็จะแผเตม็ แทนน้ัน ฤๅจะมีสัตวนรกนับพนั หมื่นรับโทษทัณฑ ก็จะเห็นรางตนเองอยูเตม็ บน
แทนนั้น กรรมท้ังปวงจะสนองผลอยางนี้ อีกบรรดาคนบาปจะตองรับทุกขทรมานที่เผ็ดรอนนานับประการ
รากษสและปศาจรายจํานวนแสนตน ผูมีเขี้ยวประดุจคมดาบ มีดวงตาด่ังสายฟา เล็บมือก็เปนทองแดง ไลฉีก
กระชากรา งคนบาป ยังมีรากษสถือเอาหอกเหลก็ ดามโตเกย่ี วรางของคนบาป แทงท่ีปากบา ง จมกู บา ง แทงที่อก
บา ง หลงั บาง แลว เหวย่ี งขึ้นบนฟาใหต กลงมาทีห่ อกเหล็กน้ัน หรอื ใหตกลงบนแทน
復有鐵鷹啗罪人目。復有鐵蛇絞罪人頸。百肢節內,悉下長釘,拔舌耕犁,抽腸剉斬,烊銅灌口
,熱鐵纏身。萬死千生,業感如是。動經億劫,求出無期。此界壞時,寄生他界,他界次壞,轉
寄他方;他方壞時,輾轉相寄。此界成後,還復而來。無間罪報,其事如是。又五事業感,故稱
21
無間。何等為五?一者、日夜受罪,以至劫數,無時間絕,故稱無間。二者、一人亦滿,多人亦
滿,故稱無間。三者、罪器叉棒,鷹蛇狼犬,碓磨鋸鑿,剉斫鑊湯,鐵網鐵繩,鐵驢鐵馬,生革
絡首,熱鐵澆身,飢吞鐵丸,渴飲鐵汁,從年竟劫,數那由他,苦楚相連,更無間斷,故稱無間
。四者、不問男子女人,羌胡夷狄,老幼貴賤,或龍或神,或天或鬼,罪行業感,悉同受之,故
稱無間。五者、若墮此獄,從初入時,至百千劫,一日一夜,萬死萬生,求一念間暫住不得,除
非業盡,方得受生,以此連綿,故稱無間。地藏菩薩白聖母言:無間地獄,粗說如是。若廣說地
獄罪器等名,及諸苦事,一劫之中,求說不盡。摩耶夫人聞已,愁憂合掌,頂禮而退。
ยังมีเหยี่ยวเหล็กจิกดวงตาของคนบาป ยังมีงูเหล็กรัดที่คอคนบาป ขอตอตางๆ ในรางก็ถูกตรึงดวยตะปู
ยาว ใชตะขอเกี่ยวล้ินมาลากไถจนขาด ลากไสออกมาตัดเปนชิ้น หลอมทองแดงแลวกรอกปาก นาบรางกับ
เหล็กรอนจนส้ินใจแลวเกิดใหมนับครั้งไมถวน ดวยผลของกรรมอยูอยางนี้ แมจะผานไปโกฏิกัลปก็ไมสามารถ
หลุดออกมาได แมโลกธาตุนี้จะถึงกาลสลายยอยยับลง ก็จะถูกสงไปเกิดในโลกอื่นๆ แมโลกอื่นจะสลายยอยยับ
ลงกจ็ ะถูกสงไปยงั ทศิ อืน่ ๆ เมื่อทศิ อ่นื ๆ ถงึ แกการยอ ยยบั ลงกจ็ ะถูกสงตอไปอีก จนเมอ่ื โลกธาตุนสี้ ําเรจ็ ขน้ึ แลวก็
จะกลับมาอีก อนันตริยบาปที่หนักหนา ไมมีกรรมใดจะมาค่ันได มีเรื่องราวอยางน้ี ยังมีกรรมอีกหาประการที่
เรยี กวา อเวจี หา ประการอยา งไรเลา
ประการท่ีหน่ึง ตองรับโทษทัณฑตลอดทิวาราตรีไปจนสิ้นกัลป ตอเน่ืองไปไมมีกําหนดเวลาเหตุน้ีจึง
เรียกวา อเวจี
ประการทีส่ อง เม่ือมีสัตวน รกหนง่ึ ตนกจ็ ะเตม็ อยใู นนรก แมมีหลายตนก็จะเตม็ อยเู ชนกนั เหตนุ จ้ี ึงเรียกวา
อเวจี
ประการท่ีสาม เครื่องลงทัณฑตางๆ เปนตนวา กระบองสามงาม นกเหยี่ยว งู หมาปา สุนัข กระเดื่อง
ยักษ โม เลื่อย ส่ิว การบด สับ ตมในกระทะ แหเหล็ก เชือกเหล็ก ลาเหล็ก มาเหล็ก ถลกหนัง ใชนํ้าเหล็กรอน
เทราดบนราง เม่ือหิวก็ใหกินลูกเหล็ก เม่ือกระหายก็ใหดม่ื นา้ํ เหล็ก จากเปนปจนส้ินกัลปนับไดเปนนยุตะ ความ
ทุกขอ นั เผ็ดรอนนนั้ สืบเนื่องกนั โดยตลอดไมขาดชวง เหตุนี้จึงเรยี กวา อเวจี
ประการที่สี่ ไมวาจะเปนบุรุษหรือสตรี คนปาหรือคนเมือง ออนหรือแก รวยหรือจน จะเปนนาคหรือภูต
หรอื เทพ หรือปศ าจ เมอ่ื ไดก ระทาํ บาปแลว ก็จะตองรับผลเสมือนกนั เหตุน้ีจึงเรียกวา อเวจี
ประการที่หา หากตกนรกขุมนี้แลว ต้ังแตเร่ิมเขาไปจนถึงแสนกัลป ในหนึ่งวันหนึ่งคืน จะตองตายหมื่น
คร้ังแลวกลับเกิดมีชีวิตขึ้นมาอกี หม่นื ครั้ง จะขอหยุดพักเพียงอึดใจเดียวยังไมได นอกจากกรรมสิ้นแลว จึงจะได
เกดิ ใหม สบื เนอ่ื งอยอู ยา งนี้ เหตนุ ้ีจึงเรียกวา อเวจ”ี
พระกษิติครรภกลาวกับพระพทุ ธชนนวี า “อเวจีนรก กลา วโดยสงั เขปไดอยางนี้ หากจะกลาวใหกวา งขวาง
ออกไปถึงเคร่ืองลงทัณฑตางๆ ของนรกและชื่อของความทุกขตางๆ แลวไซร ในเวลาหน่ึงกัลปก็กลาวไดไมส ิน้ ”
เม่ือพระนางมายาเทวีไดส ดับแลว กใ็ หเศราโศก พนมกรนอ มเศียรนมสั การ แลวถอยกลับไป
閻浮眾生業感品第四
爾時地藏菩薩摩訶薩白佛言:世尊,我承佛如來威神力故,遍百千萬億世界,分是身形,救拔一
切業報眾生。若非如來大慈力故,即不能作如是變化。我今又蒙佛付囑,至阿逸多成佛以來,六
道眾生,遣令度脫。唯然世尊,願不有慮。
ปริเฉทท่ี ๔ กเิ ลสกรรมของสัตวใ นชมพูทวีป
22
สมัยนั้น พระกษิติครรภโพธิสัตวมหาสัตวทูลพระพุทธองควา “ขาแตพระผูมีพระภาคเจา เหตุที่ขา
พระองคไดอาศัยพระพุทธานุภาพ จึงไดนิรมาณกายไปในโลกธาตุจํานวนรอยพันหมื่นโกฏิ เพ่ือชวยเหลือสรรพ
สัตวทั้งปวงที่ไดรับผลกรรมตอบสนอง หากมิใชเพราะอํานาจแหงพระเมตตาที่ยิ่งใหญของพระตถาคตเจาแลว
ไซร ก็มิอาจจะบันดาลไดอยางนี้ บัดน้ีขาพระองคยังไดรับมอบหมายจากพระพุทธองคอีก จนกวาพระอชิตะจะ
มาสําเร็จเปนพระพุทธเจา (ขาพระองค) จะโปรดใหสรรพสัตวหลุดพน ขอพระผูมีพระภาคเจา โปรดอยาทรง
กงั วลเลย พระเจา ขา ”
爾時佛告地藏菩薩:一切眾生未解脫者,性識無定,惡習結業,善習結果。為善為惡,逐境而生
。輪轉五道,暫無休息,動經塵劫,迷惑障難。如魚游網。將是長流,脫入暫出,又復遭網。以
是等輩,吾當憂念。汝既畢是往願,累劫重誓,廣度罪輩,吾復何慮。
เวลาน้ัน พระพุทธองคมีรับสั่งกับพระกษิติครรภโพธิสัตววา “สรรพสัตวท้ังหลายเปนผูยังไมหลุดพน มี
จริตนิสสัยไมตั้งม่ัน ผูมีนิสสัยในอกุศลก็สรางบาป ผูมีนิสสัยในกุศลก็สรางบุญ ดวยบุญแลดวยบาปยังใหเกิดใน
วิสัยตางๆ เวียนวายอยูในภูมิทั้งหา มิไดหยุดพักแมเพียงครูผานไปนานนับกัลปเทาจํานวนฝุนธุลี ไดแตลุมหลง
มัวเมาในกิเลส ประสบอุปสรรคและเคราะหภัย อุปมามัจฉาท่ีหลงวายอยูในขายแหในสายน้ํา แมจะหลุดไปได
เพียงครูก็กลับมาติดแหอีก สัตวจําพวกน้ีท่ีตถาคตเปนหวง แตทวา เธอนั้นเลาไดสําเร็จซึ่งปณิธานท่ีประกาศไว
เม่ือกาลกอน ไดประกาศยํ้าความตั้งใจเพื่อจะโปรดสัตวผูมีบาปมานานหลายกัลป ตถาคตจะตองกังวลสิ่งใดอีก
เลา ”
說是語時,會中有一菩薩摩訶薩,名定自在王,白佛言:世尊,地藏菩薩累劫以來,各發何願,
今蒙世尊慇懃讚歎。唯願世尊,略而說之。爾時世尊告定自在王菩薩:諦聽諦聽!善思念之!吾
當為汝分別解說。乃往過去無量阿僧祇那由他不可說劫,爾時有佛,號一切智成就如來,應供、
正遍知、明行足、善逝、世間解、無上士、調御丈夫、天人師、佛、世尊,其佛壽命六萬劫。未
出家時為小國王,與一鄰國王為友,同行十善,饒益眾生。其鄰國內所有人民,多造眾惡。二王
議計,廣設方便。一王發願,早成佛道,當度是輩,令使無餘。一王發願,若不先度罪苦,令是
安樂,得至菩提,我終未願成佛。佛告定自在王菩薩:一王發願早成佛者,即一切智成就如來是
。一王發願永度罪苦眾生,未願成佛者,即地藏菩薩是。
ในขณะที่มีพทุ ธฎีกาอยนู ้ัน ในทป่ี ระชุมนนั้ มีพระโพธสิ ตั วม หาสัตวองคห นึง่ นามวา ไกวลั ยสมาธริ าช (定自
在王) ไดทูลพระพุทธองควา “ขาแตพระผูมพี ระภาคเจา ในหลายกัลปมาน้ี พระกษิติครรภโพธิสัตวไดประกาศ
ปณิธานไวอยางไรบางหนอ บัดนถ้ี ึงไดร บั การเอาพระทัยใสแ ละไดร บั การสรรเสริญจากพระตถาคตเจา ขอพระผู
มีพระภาคเจาโปรดตรสั โดยสงั เขปดว ยเถิด พระเจาขา” บัดนัน้ พระผมู พี ระภาคเจาตรสั กับพระไกวลั ยสมาธิราช
โพธิสตั วว า “จงฟง ใหดีๆ แลว กระทําไวใ นใจใหด ีเถดิ ตถาคตจะจําแนกแสดงแกเ ธอ ผานกาลเวลามาแลวในอดีต
นับประมาณไมได เปนอสงไขยนยุตกัลป จนไมอาจกลาวได สมัยนั้นมีพระพุทธเจาพระนามวา สรวชญานสิทธิ
ตถาคต (一切智成就如來) ผูเสด็จมาดีแลวอยางนั้น เปนผูควรบูชา เปนผูตรัสรูรอบทั่ว เปนผูบริบูรณดวย
วิชชาและจรณะ เปนผูเสด็จไปดีแลว เปนผูรูแจงชัดในโลกทั้งปวง เปนผูยอดเยี่ยมหาผูอื่นเสมอไมได เปนผูฝก
บุรุษท่ีควรฝก เปนคุรุของหมูมนุษยและเทวดา เปนผูต่ืน เปนท่ีพึ่งแหงโลก ก็พระพุทธเจาองคนี้มีพระ
ชนมพรรษาหกหมื่นกัลป เมื่อครั้งยังมิทรงออกผนวช ทรงเปนพระราชาในประเทศเล็กๆ ท้ังเปนพระสหายกับ
พระราชาในประเทศติดกัน ซึ่งลวนแตประพฤติทศกุศลกรรมบถ ยังประโยชนแกหมูสัตว แตทวาราษฎรของ
ประเทศใกลเคียง กระทําบาปช่ัวรายตางๆ เปนอันมาก พระราชาท้ังสองอาณาจักรไดปรึกษาและมีดําริถึงอุปา
23
ยะท่ียิ่งใหญอยางนี้ พระราชาองคหน่ึงประกาศปณิธานวา “จะขอสําเร็จพระพุทธมรรคโดยเร็ว แลวจะโปรด
สัตวเหลาน้ันใหหมดสิ้น” สวนพระราชาอีกองคประกาศปณิธานวา “หากไมอาจโปรดสัตวท่ีมีบาปทุกข ใหสัตว
เหลานัน้ ไดผาสกุ แลว บรรลุถงึ พระโพธแิ ลวไซร เรากจ็ ะไมขอสําเรจ็ เปนพระพทุ ธเจา”
พระพุทธองคตรัสกับพระไกวัลยสมาธิราชโพธิสัตว “พระราชาองคท่ีประกาศปณิธานจะสําเร็จเปน
พระพุทธเจาโดยเร็ว ก็คือ พระสรวชญาณสิทธิตถาคต สวนพระราชาที่ประกาศปณิธานวา จะโปรดสรรพสัตวผู
มบี าปโทษตลอดไป ยังไมปณิธานสําเรจ็ เปน พระพุทธเจา ก็คือ พระกษติ ิครรภโพธิสตั ว นี้เอง”
復於過去無量阿僧祇劫,有佛出世,名清淨蓮華目如來,其佛壽命四十劫。像法之中,有一羅漢
,福度眾生。因次教化,遇一女人,字曰光目,設食供養。羅漢問之:欲願何等?光目答曰:我
以母亡之日,資福救拔,未知我母生處何趣?羅漢愍之,為入定觀,見光目女母墮在惡趣,受極
大苦。羅漢問光目言:汝母在生,作何行業?今在惡趣,受極大苦。光目答言:我母所習,唯好
食噉魚鱉之屬。所食魚鱉,多食其子,或炒或煮,恣情食噉,計其命數,千萬復倍。尊者慈愍,
如何哀救?
ยังมีอีก ในอดีตที่ผานมาประมาณไมได นับดวยอสงไขยกัลป มีพระพุทธเจาอุบัติขึ้นในโลก พระนามวา วิ
ศุทธิปทมจักษุตถาคต (清淨蓮華目如來) ทรงมีพระพุทธชนมพรรษาส่ีสิบกัลป ในยุคแหงสัทธรรมปฏิรูป มี
พระภิกษุอริยบุคคลองคหนึ่ง ออกโปรดสรรพสัตวดวยบุญบารมี ดวยท่ีส่ังสอนไปตามเหตุปจจัย จึงไดพบสตรผี ู
หน่ึงช่ือ ประภาเนตร (光目) ซึ่งไดถวายภัตตาหาร พระอริยะองคน้ันจึงถามวา “มีความประสงคส่ิงใดหรือ”
ประภาเนตรจึงตอบวา “ขาพเจาใชวันที่แมเสียชวี ิต เพ่ือจะใชบุญกุศลชว ยเหลือแม แตไมรูวาแมของขา พเจา ไป
เกิดอยูท่ีใด” พระอริยเจานั้นสงสารจึงเจริญสมาธิเพื่อตรวจดู ไดแลเห็นมารดาของประภาเนตรตกอยูใน
อบายภมู ิ เสวยทุกขท รมานใหญหลวงแสนสาหสั พระอรยิ เจาจึงถามประเนตรวา “มารดาของเธอยงั มีชีวติ ไดทํา
กรรมอนั ใดไวหนอ บดั น้ถี ึงไดรับทุกขทรมานแสนสาหสั ในอบายภูมิอยางน้ี” ประภาเนตรตอบ “แมของขา พเจา
มนี ิสยั ชอบกนิ สตั วจาํ พวกปลาและตะพาบ ทกี่ ินเขา ไปนน้ั ลวนแตเปนลูกปลา ลกู ตะพาบ จํานวนมาก บา งกผ็ ัด
บางก็ตม กินตามที่ใจอยาก นับไดมากกวาพันกวาหม่ืนชีวิต ขอพระคุณเจาโปรดเมตตาสงสาร จะชวยเหลือได
อยางไรบางเจาคะ ”
羅漢愍之,為作方便,勸光目言:汝可志誠念清淨蓮華目如來,兼塑畫形像,存亡獲報。光目聞
已,即捨所愛,尋畫佛像而供養之,復恭敬心,悲泣瞻禮。忽於夜後,夢見佛身金色晃耀,如須
彌山,放大光明。而告光目:汝母不久當生汝家,纔覺飢寒,即當言說。其後家內婢生一子,未
滿三日,而乃言說。稽首悲泣,告於光目:生死業緣,果報自受,吾是汝母,久處暗冥。自別汝
來,累墮大地獄。蒙汝福力,方得受生。為下賤人,又復短命。壽年十三,更落惡道。汝有何計
,令吾脫免?
ดวยความสงสารพระอริยเจาจึงคิดวิธี แลวกลาวกับประภาเนตรวา “เธอจงมีจิตระลึกถึงพระวิศุทธิปทม
จักษุตถาคต แลวแลจงปน วาด พระพุทธปฏิมากรของพระองคเถิด อันผูยังมีชีพและผูวายชนมสิ้นไปแลวจะได
เสวยประโยชน” ประภาเนตรไดยินดังนั้นแลว จึงสละสิง่ ของอันเปนทร่ี ัก คอยๆ วาดพระพุทธปฏมิ าแลวทําการ
สักการะ ดวยจิตที่เคารพเลื่อมใส แลมองแลวกราบไหวด วยความเศราโศกท้ังน้าํ ตา ในราตรีนั้นเองจึงไดฝน เห็น
พระพุทธองคเปลงแสงสุวรรณประภาสรุงเรืองสวางไสวปานประดุจภูเขาสุเมรุ ไดฉายพระรัศมีแลวตรัสกับ
ประภาเนตรวา “อีกไมชานานมารดาของเธอ จะมาเกิดยังเรือนของเธอ ทันทีที่มีความรูสึกหิวหรือหนาว ก็จะ
พูดได” หลงั จากน้ันทาสในเรอื นไดค ลอดบุตรหนึ่งคน ยงั มิครบสามวันกส็ ามารถพูดได ไดแตก มศีรษะรอ งไหคร่ํา
24