The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

X15-20-กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร 2561-12-18 Print

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Vorawat Suthon, 2021-10-08 01:40:32

X15-20-กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร 2561-12-18 Print

X15-20-กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร 2561-12-18 Print

地藏菩薩本願經

ก ษิ ติ ค ร ร ภ์ โ พ ธิ สั ต ว์ มู ล ป ณิ ธ า น สู ต ร

唐于闐國三藏沙門實叉難陀譯

ส รŒ า ง ถ ว า ย โ ด ย

คณุ พอ แตแต แซอ ว ง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉิวเอย้ี ง แซเ อยี ะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan
คณุ ปู อวงเตก็ อี่ 黄德挹 Huang De Yi + คุณยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei

คุณตา เอียะฮ่ิงล่ือ 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เต้ืองเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan

พรอ มท้ังลูกหลานเหลน

คาํ อุ ทิ ศ ส‹ ว น บุ ญ กุ ศ ล

ขอนอ มบญุ กศุ ลครงั้ น้ถี วายพระสยามเทวาธิราช
พระมหากษัตรยิ ไ ทยทกุ ๆพระองค
ขอนอมถวายกุศลผลบญุ นี้

เปนพทุ ธบูชาแดพระพทุ ธเจาทกุ ๆพระองค
พรอมทงั้ พระปจ เจกพทุ ธเจา ทกุ ๆพระองค
ถวายเปน ธรรมบชู า แดค ําสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธ
ถวายเปนสังฆบชู า แดพระอรยิ เจาท้งั หลาย
พรอ มทงั้ บิดามารดา ครบู าอาจารย พรหมและเทวดา
เจากรรมนายเวร สัมภเวสี ทัง้ หลายทั้งปวง
ขอทา นท้งั หลายโปรดอนโุ มทนาและอโหสกิ รรม
และขอใหขาพเจา ทัง้ หลายไดเขาถึงซึง่ พระนิพพานดว ยเทอญ



หนงั สืออนุสรณ
เน่อื งในงานทําบญุ อฐั � บรรพบรุ ษุ บพุ การ�

黄 Huang Family

[ รูปถา ย ปา ยฮวงซุย คุณพอ + คณุ แม ]
คุณพอ แตแต แซอวง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉวิ เอยี้ ง แซเอียะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan

[ รูปถาย ปายฮวงซุย คุณปู + คุณยา ]
คณุ ปู อว งเตก็ อี่ 黄德挹 Huang De Yi + คณุ ยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei

[ รูปถาย ปา ยฮวงซยุ คุณตา + คณุ ยาย ]
คณุ ตา เอียะฮิ่งลื่อ 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เต้อื งเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan

ประวัติโดยสังเขป ของ 黄 Huang Family

เสนทางชวี ติ 100 ป จากเมืองจีน มาสูเมอื งไทย

อุตสาหกรรมยานยนตที่ขยายตัวอยางรวดเร็วท่ัวโลกและเฟองฟูอยางมาก ตั้งแตคริสตทศวรรษ 1860
สง ผลใหค วามตอ งการใชย างพารา ซึง่ เปนสวนประกอบสําคัญในอุตสาหกรรมน้ีเพ่มิ ขึ้น โดยเฉพาะกลุมประเทศ
ผูผลิตรถยนตรายใหญของโลก เชน ประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ซ่ึงมีอัตราการผลิต
และกําลังซ้อื ท่ีสูง ลวนมีความตอ งการยางพารา เพ่ือปอนอุตสาหกรรมยานยนตภายในประเทศจํานวนมาก อปุ
สงคของการใชยางพาราที่เพ่มิ จํานวนมากขึ้นตามลําดบั ทําใหอังกฤษเรมิ่ สนใจหาพน้ื ทปี่ ลูกยางพารา และเลือก
อาณานคิ มมลายาเปน แหลง ปลกู ยางพาราที่สําคญั ต้ังแตครสิ ตท ศวรรษ 1880 - 1910

กลุมประเทศผูผลิตรถยนตรายใหญของโลก ท้ังประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี รัสเซีย
และฝรั่งเศส มีความตองการใชยางพาราในปริมาณท่ีสงู และมียอดการนาํ เขายางพาราเพม่ิ ขึน้ อยางตอเน่ืองทุก
ป ดวยเหตุดังกลาวอังกฤษจึงตองการใหมลายาเปนแหลงปลูกยางพาราที่สําคัญ ทําใหมีการเผยแพรพันธุ
ยางพาราและสงเสริมการปลูกยางพาราในมลายาอยางจริงจัง การเกณฑแรงงานชาวอินเดียและชาวจีนเปน
นโยบายสําคัญของอังกฤษท่ีสงเสริมการทําสวนยางพาราในมลายา เนื่องจากแรงงานเหลาน้ีเปนกําลังสําคัญใน
การทําสวนยางพาราขนาดใหญของกลมุ นายทนุ องั กฤษและนายทุนจนี

ในคริสตศตวรรษท่ี 19 ชาวจีนเปนแรงงานที่ถูกเกณฑเขาไปทําเหมืองแรในมลายาจํานวนมาก ตอมาใน
คริสตทศวรรษ 1910 เมื่อความนิยมของการทําสวนยางพาราในมลายาแพรหลายมากขึ้น จึงมีการจางแรงงาน
ชาวจีนเขาไปทําสวนยางพาราขนาดใหญข องนายทุนจนี และนายทุนองั กฤษ ชาวจีนทต่ี องการเขา ไปเปนแรงงาน
ในมลายาจะตอ งตดิ ตอ ผา นนายหนาในประเทศจีน และมกี ารทําสัญญารวมถึงจายคาเดินทาง ตลอดจนคา ดํารง
ชีพระหวางการเดินทางเขาไปในมลายาใหแกสํานักงานนายหนา เม่ือแรงงานชาวจีนเดินทางไปถึงมลายา
สํานักงานนายหนาจะจัดหาท่ีพักใหอาศัยอยูในสํานกั งานที่พํานักช่ัวคราว จนกวาชาวจีนที่อพยพมาจะมีงานทาํ
และชําระหน้ีครบตามสัญญา อน่ึงแรงงานชาวจีนจะมีอสิ ระในการเลอื กทํางานกบั นายจางไดตามความสมคั รใจ
และไมมีขอผูกมัดเหมือนแรงงานชาวอินเดีย แรงงานชาวอินเดียและชาวจีนนับเปนแรงงานที่มีความสําคัญตอ
การทาํ สวนยางพาราในมลายาอยางมาก โดยเฉพาะในปลายคริสตทศวรรษ 1900 ความตอ งการแรงงานในการ
ทาํ สวนยางพารามจี าํ นวนมาก เพอ่ื รองรับการขยายพืน้ ทก่ี ารทําสวนยางพาราในมลายาที่เพมิ่ ข้ึน

เวลากวา 100 ป ที่ชาวจีนฮกจิวท่ีมีถ่ินฐานเดิม ณ ตําบลกูเท้ียน เมืองฮกจิว (ฝูโจว) มณฑลฮกเก้ียน (ฝู
เจ้ียน) เดินทางอพยพจากประเทศจีนมารับจางทําเกษตรกรรมใน เมืองซิเทียวัน (Sitiawan) รัฐเประ (Perak)
ประเทศมาเลเซีย ในประมาณ พ.ศ. 2444 จนเม่ือประมาณป พ.ศ. 2468 มีชาวจีนฮกจิวจากรัฐเประกลุมหน่ึง
นําโดย ล่ิงจื้อปอ ลาวฮวาลิ่ง พางมิงอู กงกวางจ๊ัว โดยสารรถไฟจากมาเลเซียมาลงท่ีสถานีรถไฟทุงสง คางที่ทุง
สง 1 คืน จากนนั้ ตอ รถไฟมาลงทีส่ ถานรี ถไฟคลองจัง และเดนิ เทามาตั้งชุมชนท่แี ปด คอื สะพานรถไฟจากทุง สง
ถึงนาบอนเปน สะพานท่ีแปด และตอ มาไดเ รยี กชอ่ื ตามหมบู านนาบอนวา “ตลาดนาบอน” เมือ่ ชาวจนี ฮกจวิ เขา
มาในเมืองไทย ปลูกยางพารากันเปนสวนใหญ จึงไดสถิติเปนเมืองปลูกยางพารามากที่สุดในเมืองไทย ต้ังแตป

พ.ศ. 2508-2516 คําวา “นาบอน” จึงเปนที่รูจักของคนท่ัวโลก ซ่ึงอาจนับไดวาเปนชาวจีนกลมุ ทายๆ ท่ีเขามา
ต้ังถนิ่ ฐานชุมชนในประเทศไทย จากเส่อื ผืนหมอนใบ มาสคู วามย่งิ ใหญในปจจบุ นั

คุณพออวงแตแตและคุณแมเอียะฉิวเอี้ยง ไดเดินทางมาจากเมืองจีน เพ่ือแสวงหาแหลงทํามาหากินที่
ดีกวาที่บานเกิด โดยเดินทางจากเมืองจีน ไปยังเมืองมลายา แลวเขามายังภาคใตของเมืองไทย ตามคนจีนรุน
กอ นๆ ท่ีไดเ ดินทางมาลวงหนา แลว คุณพอไดจ ากเมอื งจนี มาตอนอายปุ ระมาณ 16 ป สว นคณุ แมม าถึงเมอื งไทย
ตอนอายุ 3 ขวบเทา น้นั ท้งั สองทา นไดต้งั รกรากทําอาชีพปลูกยางพาราท่ี ต.นาบอน อ.ทงุ สง จ.นครศรีธรรมราช
กอนจะเกดิ สงครามโลกครง้ั ที่ 2

ครอบครัวคุณพอมีพี่นองเปนชายจํานวน 4 คน ทานเปนลูกคนเล็กสุด พี่ชายคนโตอยูและตายท่ีเมืองจีน
ไมมีลูกหลานสืบสกุล พ่ีชายคนที่ 2 อยูมาเลเซีย มีลูกชายสืบสกุลและกลับไปอยูเมืองจีน และพี่ชายคนท่ี 3 ได
ตามทานมาอยูเมืองไทย มีลูกชาย 2 คน ติดมาดวย สวนครอบครัวของคุณแมมีพ่ีนอง 4 คน คุณตาคุณยายท้ัง
สองคนพาทา นมาจากเมืองมลายาตั้งแตอ ายุ 3 ขวบ แลว มีลูกชายหญงิ ตอ จากคุณแมเ พ่ิมอีก 3 คน โดยมคี ณุ แม
เปน คนโต มีลูกชาย 1 คน และลูกสาว 3 คน และคณุ ตาคุณยายกไ็ ดเสยี ชวี ิต ฝง รางไวบนผืนแผน ดนิ ไทย

คุณพออว งแตแตและคณุ แมเ อียะฉวิ เอย้ี ง ไดกําเนดิ ลูกทงั้ หมด 9 คน เปนลกู ชาย 6 คน และลกู สาว 3 คน
ทานทั้งสองไดเลี้ยงดูลูกดวยอาชีพทําสวนยางพารา และใหการศึกษาลูกท้ังหมดอยางดี ตามความตองการของ
ลกู แตล ะคน ลกู ชายคนท่ี 2 ไดดาํ เนนิ รอยตามทา น ไปบุกเบิกการทําสวนยางพาราที่ ต.มาบอาํ มฤต อ.ปะทิว จ.
ชุมพร พรอมกับลูกสาวคนโตและครอบครัว ไดยายจาก ต.จันดี มาบุกเบิกทําสวนยางพาราท่ี ต.มาบอํามฤต
ดวย ปจจุบันชาวฮกจิวที่เดินทางจากโพนทะเล มาตั้งรกรากท่ีเมืองไทย พรอมท้ังลูกหลานที่เกิดในเมืองไทย
สามารถขยายพื้นท่ีทําสวนยางพารา จากนาบอน จันดี ทุงสง ไปยัง นาสาร ละแม บานสอง มาบอํามฤต หลัง
สวน ระยอง กระจายออกไปทั่วท้ังเมืองไทย สรางรายไดใหกับเมืองไทยอยางมหาศาล น่ีคือ 100 ปของบรรพ
ชน ทล่ี งทนุ ดว ยชวี ติ เดนิ ทางดวยความยากลําบาก เพือ่ ชีวติ ท่ีมน่ั คงและอยูดีกินดี สาํ หรบั ลูกหลานในอนาคต

บรรพชนท่ีอาศัยต้ังรกรากท่ี ณ หมูบานตระกูลอวง ตําบลกูเท้ียน เมืองฮกจิว (ฝูโจว) มณฑลฮกเกี้ยน (ฝู
เจี้ยน) เปนเวลามากกวา 400 ป ปจจุบันยังคงมีประชากรอาศัยอยู จํานวนมากกวา 1,000 คน ท้ังหมดใช
แซอ วง 黄 (สําเหนียงแตจ ว๋ิ อึ้ง หมายถงึ สีเหลือง หรอื ฮอ งแต) เหมอื นกันหมด เพราะสืบเช้ือสายตอเนื่องมา
ยาวนาน ที่บานยังมีเก็บปายซุมประตูพระราชทานจากฮองแต ขอความวา สามารถสืบทอดทายาทไดอยาง
ตอเนื่อง 5 ชั่วคน และในตอนนี้สามารถสืบเช้ือสายลงมาจนถึงปจจุบัน นับเปน 18 ถึง 20 ช่ัวคนแลว ประวัติ
บรรพชนแตล ะรุน มีการจดบนั ทึกรายช่ือแตล ะชว่ั คน (Family Tree) เก็บไวทห่ี อบรรพชนจนถึงปจ จบุ ันน้ี

ในชั่วชีวิตหน่ึง บรรพชนสามารถอาศัยกายเน้ือ เดินทางฝาฟนอุปสรรคตางๆนาๆ อาบเหง่ือตางนํ้า เอา
ชีวิตเขาแลก ขามน้ําขามทะเลขามภูเขา ไปเปนระยะทางเปนพันเปนหม่ืนล้ี เอาเลือดเนื้อกระดูกฝงไวบนพื้น
แผน ดินเมอื งไทยนบั ไมถ วน แตส งั สารวัฏฏทต่ี องเวียนวา ยตายเกดิ เดินทางดวยกายทิพย มรี ะยะทางนบั ภพชาติ
ไมถวน มีความรักผูกพันในสายเลือดสายวงศตระกูล มีบาปและบุญเปนเคร่ืองนําทางไปเทาน้ัน จนกวาจะมี
ปญญา มองเห็นหนทางสูค วามพน ทกุ ขอ ยางถาวร ...นามอ ออนที อ ฮุก... นะโม อะมติ าภะ พทุ ธายะ.

จบ ประวตั ิโดยสงั เขป ของ 黄 Huang Family



1 of 11

2 of 11

3 of 11

4 of 11

5 of 11

6 of 11

7 of 11

8 of 11

9 of 11

10 of 11

11 of 11

รายช�อ่ -ปย†ู ‹า-ตายาย-พ‹อแม-‹ ลูกหลาน-เหลน
黄 Huang Family

คณุ ปู อว งเต็กอี่ 黄德挹 Huang De Yi + คณุ ยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei มลี กู 4 คน

คุณตา เอียะฮ่ิงลอ่ื 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เตอื้ งเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan มลี ูก 4 คน

คณุ พอ แตแต แซอวง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉิวเอีย้ ง แซเ อียะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan มีลูก 9 คน

1.นางไถม วย แซอ ว ง + นายอินทรยี  ซ่ือธานุวงศ มลี ูก 6 คน
1.1.น.ส.ปยนันท ซ่อื ธานวุ งศ
1.2.น.ส.เกสนิ ี ซ่อื ธานุวงศ
1.3.น.ส.ญาณนี ซ่ือธานุวงศ + นายประพฤติ วองสมบูรณส ิน มีลกู 2 คน
1.3.1.น.ส.นฤภร วอ งสมบูรณส นิ
1.3.2.นายศุภกร วองสมบูรณสนิ
1.4.นายกนกศกั ด์ิ ซ่อื ธานุวงศ + น.ส.ออยใจ เลิศลํ้า มีลูก 1 คน
1.4.1.ด.ช.ทอปราน ซอ่ื ธานุวงศ
1.5.น.ส.กลั ยรัตน ซ่อื ธานุวงศ + นายชยตุ กังวานธรรม มีลูก 2 คน
1.5.1.ด.ช.ชยนิ กงั วานธรรม
1.5.2.ด.ญ.ชลิดา กงั วานธรรม
1.6.น.ส.ดลฤดี ซอื่ ธานุวงศ + นายกนกศกั ด์ิ จิตติเรืองวิชัย มีลกู 2 คน
1.6.1.ด.ญ.พชิ ชานันท จติ ติเรืองวิชัย
1.6.2.ด.ญ.นันทรตั น จิตตเิ รืองวิชยั

2.นายดิฐ หวังพฒั นาพาณิชย + นางณฐั ยิ า ชูชวย มีลูก 3 คน
2.1.น.ส.สายดนยี  หวงั พัฒนาพาณิชย (โบว)
2.2.น.ส.ปย าพร หวังพฒั นาพาณชิ ย (แอน)
2.3.น.ส.ภาสนิ ี หวงั พัฒนาพาณชิ ย (ออ น)

3.นายลงกรณ ปตภัทรวบิ ูลย + นางมกุ ดา แซผ า ง มีลกู 4 คน
3.1.นายอนันตฤทธิ์ เหลืองนิพัทธ (A 黄祖金)
3.2.น.ส.ธนันตณ ชั ปตภทั รวบิ ลู ย (B 黄素琳)

3.3.นายเทพฤทธ์ิ ชนื่ โชคสันต (M 黄祖贵) + น.ส.วรธกานต นิรนั ดรสุข (แซหล่ี) มลี กู 1 คน
3.3.1.ด.ช.ณฐั วรรธน ชน่ื โชคสันต (กา ว 黄荣步)

3.4.นายไกรฤทธ์ิ ปตภัทรวิบลู ย (K 黄祖利) + น.ส.ชญานี บอ จักรพนั ธ มีลูก 2 คน
3.4.1.ด.ช.ดนัยวัฒน ปต ภัทรวบิ ูลย (ไท 黄荣泰)
3.4.2.ด.ญ.ภญิ ญาพชั ญ ปตภัทรวิบลู ย (สุย 黄水水)

4.นายปราการ ช่นื โชคสันต + นางบุษบง เพชรพุม มลี ูก 2 คน
4.1.น.ส.อริสา ชืน่ โชคสันต + นายธนิศร รงั สริ ักษ (แซโซว)
4.2.นายอดิศร ชน่ื โชคสนั ต

5.นางวรากุล ชนื่ โชคสนั ต + นายธีรพล บุญกลู (แซเ ตอ้ื ง) มลี ูก 1 คน
5.1.นายพลวีรฺ บญุ กูล (กอลฺฟ)

6.นายวีระเทพ ชื่นโชคสนั ต + นางนวรตั น เกยี รตพิ ิมล (แซเ ลา ) มลี ูก 4 คน
6.1.น.ส.อญั ชลุ ี ชน่ื โชคสันต (ลีล่ ี)่
6.2.นายเมษา ชนื่ โชคสนั ต (หน่ึง) + นางนฤมล สุขใส
6.3.น.ส.สายพิณ ชืน่ โชคสนั ต (ปน )
6.4.น.ส.ผกาทพิ ย ช่ืนโชคสนั ต (แหวน)

6.นายวีระเทพ ชื่นโชคสันต + นางชนญั ชดิ า ยอดสมุทร มลี กู 3 คน
6.5.นายศิโรดม ช่นื โชคสันต (เซยี น)
6.6.นายเมธสั ช่นื โชคสนั ต (เซิน)
6.7.ด.ญ.พรหมพริ ิยา ช่นื โชคสนั ต (ซ)ี

7.นายศานต ช่ืนโชคสันต + นางสุภานันท วินัยจรูญ มีลกู 2 คน
7.1.น.ส.ภชู ญา ชน่ื โชคสนั ต (ปลา)
7.2.นายพรี วัส ชื่นโชคสันต (เบิรด)

8.นายวรวรรธน ช่ืนโชคสันต

9.นางนวลจันทร ช่นื โชคสนั ต + นายจรูญ ไพรัตน (แซภ ู) มีลูก 2 คน
9.1.น.ส.กลั ยารตั น ไพรัตน (ปอ)
9.2.นายธรี ภัทร ไพรัตน (บอล)

คณุ ป่ ู อ้วงเตก็ อี คณุ ยา่ ผ่างอาโหมย่ คณุ ตา เอียะฮิงลือ คณุ ยาย เตอื งเจียหลาง
黄德挹 Huang De Yi 彭亜妹 Peng A Mei 葉興吕 Ye Xing Lv 張芝蘭 Zhang Zhi Lan

คุณพอ แตแต แซอ ว ง คณุ แม ฉวิ เอีย้ ง แซเ อียะ
黄俤俤 Huang Di Di 葉秋燕 Ye Qiu Yan

1.นางไถ่ม้วย 2.นายดฐิ 3.นายลงกรณ 4.นายปราการ 5.นางวรากุล 6.นายวีระเทพ 7.นายศานต 8.นายวรวรรธน 9.นางนวลจันทร
แซอ่ ้วง หวังพัฒนาพาณชิ ย ปตภัทรวบิ ลู ย ช่นื โชคสันต ช่ืนโชคสันต ช่นื โชคสนั ต ชน่ื โชคสันต ชืน่ โชคสันต ชน่ื โชคสันต

1.นายอนิ ทรยี  2.นางณฐั ิยา 3.นางมกุ ดา 4.นางบุษบง 5.นายธรี พล 6.นางนวรัตน 7.นางสุภานันท 9.นายจรูญ
ซื่อธานวุ งศ ชชู ว่ ย แซผ่ ่าง เพชรพุม บญุ กลู เกยี รติพมิ ล วินัยจรญู ไพรตั น

1.1.น.ส.ปยนนั ท 2.1.น.ส.สายดนยี  3.1.นายอนนั ตฤทธิ 4.1.น.ส.อรสิ า 5.1.นายพลวีรฺ 6.1.น.ส.อญั ชุลี 7.1.น.ส.ภูชญา 9.1.น.ส.กัลยารัตน
ซอ่ื ธานุวงศ หวังพฒั นาพาณชิ ย เหลืองนพิ ทั ธ์ ช่นื โชคสนั ต บญุ กูล ชน่ื โชคสันต ช่นื โชคสนั ต ไพรัตน

1.2.น.ส.เกสนิ ี 2.2.น.ส.ปย าพร 3.2.น.ส.ธนนั ตณัช 4.2.นายอดิศร 6.2.นายเมษา 7.2.นายพีรวัส 9.2.นายธรี ภัทร
ซอ่ื ธานุวงศ หวังพฒั นาพาณิชย ปตภทั รวิบูลย ชน่ื โชคสนั ต ชน่ื โชคสันต ช่ืนโชคสันต ไพรัตน

1.3.น.ส.ญาณนี 2.3.น.ส.ภาสนิ ี 3.3.นายเทพฤทธ์ิ 6.3.น.ส.สายพิณ
ซื่อธานวุ งศ หวังพฒั นาพาณชิ ย ชื่นโชคสันต ชน่ื โชคสันต

1.4.นายกนกศักดิ์ 3.4.นายไกรฤทธิ์ 6.4.น.ส.ผกาทพิ ย
ซือ่ ธานวุ งศ ปต ภัทรวบิ ูลย ชน่ื โชคสันต

1.5.น.ส.กัลยรัตน รุ‹น 6.นางชนญั ชิดา
ซือ่ ธานวุ งศ ปู†+ย‹า ตา+ยาย ยอดสมทุ ร

1.6.น.ส.ดลฤดี พ‹อ+แม‹ 6.5.นายศิโรดม
ซ่อื ธานุวงศ ลกู ชายหญิง ชน่ื โชคสันต

Update @ 2561 B.E. 6.6.นายเมธัส 黄 Huang
ชื่นโชคสันต Family Tree

6.7.ด.ญ.พรหมพิริยา
ชื่นโชคสันต

Update @ 2561 B.E. 1.นางไถมวย
แซอ วง
黄 Huang Family Tree
1.นายอินทรีย
ซือ่ ธานุวงศ

1.3.น.ส.ญาณนี 1.3.นายประพฤติ 1.4.นายกนกศักดิ์ 1.4.น.ส.ออ ยใจ 1.5.น.ส.กลั ยรตั น 1.5.นายชยตุ 1.6.น.ส.ดลฤดี 1.6.นายกนกศักด์ิ
ซ่อื ธานุวงศ กังวานธรรม
ซอ่ื ธานุวงศ วอ งสมบูรณสิน ซอื่ ธานุวงศ เลศิ ลา้ํ ซื่อธานวุ งศ จติ ตเิ รืองวชิ ัย

1.3.1.น.ส.นฤภร 1.4.1.ด.ช.ทอปราน 1.5.1.ด.ช.ชยิน 1.6.1.ด.ญ.พิชชานันท
วอ งสมบรู ณสิน ซือธานวุ งศ์ กังวานธรรม จติ ติเรอื งวิชัย

1.3.2.นายศุภกร 1.5.2.ด.ญ.ชลดิ า 1.6.2.ด.ญ.นนั ทรัตน
วอ งสมบรู ณสนิ กังวานธรรม จติ ตเิ รืองวชิ ัย

3.นายลงกรณ์ 4.นายปราการ 6.นายวีระเทพ
ปีตภทั รวบิ ลู ย์ ชน่ื โชคสันต ชื่นโชคสนั ต

3.นางมกุ ดา 4.นางบษุ บง 6.นางนวรัตน
แซผ่ า่ ง เพชรพุม เกยี รตพิ มิ ล

3.3.นายเทพฤทธิ์ 3.3.น.ส.วรธกานต 3.4.นายไกรฤทธิ์ 3.4.น.ส.ชญานี 4.1.น.ส.อริสา 4.1.นายธนิศร 6.2.นายเมษา 6.2.นางนฤมล
ชื่นโชคสนั ต รังสริ ักษ ชื่นโชคสันต สุขใส
ช่นื โชคสันต นริ นั ดรสุข ปต ภัทรวบิ ูลย บอ จักรพนั ธ

3.3.1.ด.ช.ณัฐวรรธน 3.4.1.ด.ช.ดนัยวฒั น ร‹ุน
ชน่ื โชคสนั ต ปตภทั รวบิ ูลย พ‹อ + แม‹
ลกู ชายหญงิ + ภรรยาสามี
3.4.2.ด.ญ.ภิญญาพชั ญ หลาน - เหลน
ปต ภัทรวิบูลย



地藏菩薩本願經

ก ษิ ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว มู ล ป ณิ ธ า น สู ต ร

唐于闐國三藏沙門實叉難陀譯

ประวัติของพระกษติ คิ รรภโพธิสตั ว

ปรเิ ฉทท่ี ๑ ทรงแสดงอภิญญายังดาวดึงสเ ทวพิมาน ปริเฉทที่ ๒ การชมุ นมุ แหงนิรมาณกาย

ปริเฉทท่ี ๓ พจิ ารณากรรมปจ จยั ของหมูสตั ว ปริเฉทที่ ๔ กเิ ลสกรรมของสัตวใ นชมพูทวปี

ปริเฉทท่ี ๕ ช่อื แหง นรก ปริเฉทที่ ๖ พระตถาคตเจา ทรงสรรเสริญ

ปรเิ ฉทที่ ๗ อานสิ งสของผูมีชีวิตและผูส ้นิ ชีพ ปริเฉทที่ ๘ คณะพญายมราชสดดุ ี

ปรเิ ฉทที่ ๙ สรรเสริญพระพทุ ธนาม ปรเิ ฉทที่ ๑๐ หยง่ั ประมาณกุศลแหง ทาน

ปริเฉทที่ ๑๑ ปฐวเี ทพรกั ษาธรรม ปรเิ ฉทที่ ๑๒ อานิสงสข องการไดเหน็ และไดยนิ

ปรเิ ฉทที่ ๑๓ มอบหมายมนษุ ยและเทวดา

หลวงจีนวิศวภทั ร มณีปทมเกตุ
ผลงานแปลพระสตู รและพระคมั ภีรฝา ยมหายาน
อารามวตั รมหายาน มลู นธิ ิพทุ ธจกั ษุวิชชาลัย

หวั ใจคําสอนของพระพุทธองค



ป ร ะ ว� ติ ข อ ง พ ร ะ ก ษ� ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว

地藏王菩薩

Ksitigarbha Bodhisattva

ช�่อต‹างๆ ของพระกษติ คิ รรภโพธส� ตั ว
สันสกฤต: ���तगभर् (กฺษิติครภฺ )
จนี : จนี ตัวเต็ม: 地藏菩薩, 地藏王菩薩
จนี ตัวยอ: 地藏菩萨, 地藏王菩萨
พินอนิ : Dìzàng Púsà, Dìzàng Wáng Púsà
เวด-ไจลส: Ti Tsang Pu Sa, Ti Tsang Wang Pu Sa
(จีนกลาง) ตีจ้ างผูซา, ตี้จา งหวังผซู า
(แตจ ว๋ิ ) ตจ่ี ั่งผอสัก, ต่จี งั่ อว งผอสกั
ญี่ปุน: 地蔵 (จโิ ซ), 地蔵菩薩 (จิโซโบะซัตส)ึ , 地蔵王菩薩 (จิโซโอโบะซตั ส)ึ
ทิเบต: Sai Nyingpo
มองโกล: Сайенинбу
เกาหลี: 지장 (จจี าง), 지장보살 (จจี างโบซลั )
เวียตนาม: Địa Tạng Vương (เดยี ตางเวอื ง), Địa Tạng Vương Bồ tát (เดยี ตางเวอื งโบตา ก)

พระกษิติครรภโพธิสัตว (อานวา /พฺระ-กะ-สิ-ติ-คับ-พะ-โพ-ทิ-สัด/, สันสกฤต: ���तगभर्; Kṣitigarbha;
กฺษิติครฺภ) เปนพระโพธิสัตว ซ่ึงเปนท่ีนับถือในศาสนาพุทธนิกายมหายานในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มักมี
รูปลักษณเปนพระภิกษุมหายาน นามของพระโพธิสัตวองคน้ีอาจแปลไดวา "ขุมทรัพยแหงแผนดิน" ("Earth
Treasury"), คลังแหงแผนดิน ("Earth Store"), "บอเกิดแหงแผนดิน"( "Earth Matrix"), หรือ "ครรภแหง
แผนดิน" ("Earth Womb")

พระกษิติครรภโพธิสัตวไดรับมอบหมายจากพระศากยมุนีพุทธเจา ใหเปนผูแสดงธรรมโปรดสัตวในกาม
ภูมิ 6 ในชวงท่ีพระองคปรินิพพานไปแลว และพระศรีอริยเมตไตรยยังไมไดลงมาตรัสรูเปนพระพุทธเจา*[1]
พระกษิติครรภมีปณิธานสําคัญในการชวยสัตวโลกท้ังหมดใหพนจากนรกภูมิ หากนรกยังไมวางจากสัตวนรกก็
จะยังไมขอตรัสรูเปนพระพุทธเจา ดวยเหตุดังกลาว พระองคจึงถือวาเปนพระโพธิสัตวแหงสัตวผูทุกขยากใน
อบายภูมิ มีนรกท้ังปวง เปนตน เชนเดียวกับการเปนผูคุมครองเด็กทั้งหลาย และเทพอุปถัมภของเด็กท่ีเสียชวี ติ
และทารกทต่ี ายจากการแทงในวัฒนธรรมญป่ี นุ

รูปลักษณของพระโพธิสัตวองคนี้ ปกติมักทําเปนรูปพระภิกษุมหายาน มีรัศมีเปลงรอบพระเศียรซ่ึงปลง
พระเกศาแลว หัตถหน่ึงทรงจับไมเทาซึ่งใชเปดประตูนรก อีกหัตถหน่ึงทรงถือแกวจินดามณี (แกวสารพัดนึก)
เพือ่ ประทานแสงสวางทา มกลางความมดื

1

สาํ หรบั ในประเทศไทยเอง มลู นธิ พิ ุทธจักษุวชิ ชาลัย (佛眼禪林弘法基金會:地藏道場) พทุ ธมณฑลสาย
6 ไดสรางวัดหรือธรรมสถาน เพ่ืออุทิศแดองคพระกษิติครรภโพธิสัตวโดยเฉพาะ โดยสรางองคพระกษิติครรภ
ดวยหินแกรนิตแกะสลักสูงรวมฐาน 13.99 เมตร และพระกษิติครรภ 6 ปาง ที่มีคติมาจากปุณฑริกสมาธิสูตร (
蓮華三昩經) ที่วาพระกษิติครรภนิรมาณกายไปโปรดสัตวท้ัง 6 ภูมิ พรอมพญายมราชท้ัง 10 ซ่ึงในสูตรฝาย
มหายานกลาววา เปนพระพุทธเจาและพระโพธิสัตวองคสําคัญ 10 พระองค นิรมาณกายมาโปรดสัตว และ
ปฏิมากรรมหินแกะสลักนายนิรยบาล เปนหินแกะสลักสูงใหญกวาคนอีกรวมทั้งสิ้น 25 องค โดยชางฝมือจาก
ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคติของพทุ ธมหายานแบบจนี และเผยแพรก ษติ ิครรภโพธิสัตวมูลปณิธาน
สตู ร (地藏本願經) และ กษิติครรภโ พธิสตั วทศจักรสูตร (地藏十輪經) ซึ่งเปน พระสูตรสาํ คญั ของพระกษิติ
ครรภ ซ่งึ ถือไดว าเปนกษติ คิ รรภมณฑล ท่มี อี ยไู มกี่แหงในโลก

ภาพรวมของพระกษิตคิ รรภโพธส� ัตว

พระกษิติครรภมหาโพธิสัตวเปนหนึ่งในพระโพธิสัตว 4 พระองค ซึ่งเปนท่ีนับถืออยางยิ่งในศาสนาพุทธ
มหายานแถบเอเชียตะวันออก รวมกับพระสมันตภัทรโพธิสัตว พระมัญชุศรีโพธิสัตว และพระอวโลกิเตศวร
โพธิสัตว จิตรกรรมฝาผนังสมัยกอนราชวงศถงั ของจีน ที่ถ้ําผามอเกาและถํ้าผาหลงเหมิน ไดแสดงภาพของพระ
กษิติครรภมหาโพธิสัตวไวตามความนิยมในลักษณะดัง้ เดิมของพระโพธิสัตว หลังสมัยราชวงศถัง รูปลักษณของ
พระองคไดแ พรหลายมากขน้ึ ในลักษณะของพระภกิ ษมุ หายานถือไมเ ทา หรือคฑาขกั ขระ หรอื ไมค า้ํ ในการธุดงค
ของพระมหายานและลูกประคํา

พระนามเต็มของพระองคในภาษาจีนคือ "ตาหยวนตี้จั้งผูซา" (จีนตัวยอ: 大願地藏菩萨; จีนตัวเต็ม: 大
願地藏菩薩; พินอิน: Dàyuàn Dìzàng Púsà) ซ่ึงแปลวา มหาปณิธานกษิติครรภโพธิสัตว นามดังกลาวน้ีแสดง
ถึงปณิธานของพระองค ซึ่งปรากฏอยูในพระสูตรมหายานตา งๆ ระบุวาจะทรงรับภาระในการส่ังสอนสรรพสัตว
ท้ังปวงท่ีในอยูในกามภมู ิท้ังหกในโลก อันไดแก สัตวนรก, เปรต, อสูร, เดรัจฉาน, มนุษย และเทพ (หมายความ
ถึงสวรรคฉกามาพจรทัง้ 6 ชน้ั ) ตลอดยุคระหวางศาสนาของพระโคตมพุทธเจาและพระศรีอริยเมตไตรย

ดวยบทบาทท่ีสําคัญดังกลาว ศาลาหรือวิหารซึ่งอุทิศแดพระโพธิสัตวพระองคน้ี จึงมักปรากฏอยูเปน
ศูนยกลางของวดั พุทธมหายานฝายตะวนั ออก โดยเฉพาะอยางยง่ิ ภายในศาลาอนุสรณสถานหรือสุสานตางๆ ซง่ึ
มนุษยและหมูสตั วไมอาจหนีพนได ซ่ึงบางอารามก็ประดษิ ฐานพระกษิตคิ รรภอ ยูภายในโบสถห รือวิหาร เคียงคู
กับพระศากยมุนีพุทธเจาและพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตวก็มี ดวยคติท่ีวา พระอริยเจาทั้ง 3 องคนี้ คือพระผูเปน
ประธานโปรดสตั วในสหาโลกธาตหุ รอื ในจักรวาลน้ี

กาํ เนดิ ของพระกษติ คิ รรภโพธส� ตั ว

กําเนิดของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวมีการกลาวถึงเปน 2 นัย นัยหน่ึงกลาววาชาติกําเนิดเดิมของ
พระองคเปนธิดาพราหมณ อีกนัยหนึ่งเลาเปนเชิงตํานานวา ในสมัยราชวงศถัง พระองคไดนิรมานกายเกิดเปน
ราชกมุ ารแหงอาณาจักรซิลลา ซง่ึ ภายหลงั ไดอ อกผนวชเปน พระภกิ ษุในพทุ ธศาสนา

ธด� าพราหมณ

2

เรื่องราวของพระกษิติครรภโพธิสัตวปรากฏครั้งแรกในพระสูตรมหายานช่ือ "กษิติครรภโพธิสัตวมูล
ปณิธานสูตร" (จีนตัวยอ: 地藏菩萨本愿经; จีนตัวเต็ม: 地藏菩薩本願經; พินอิน: Dìzàng Púsà Běnyuàn
Jīng แตจ ว๋ิ เรียกวา "ตจี่ งั่ อวงพูส กั บ้ึงงวนเก็ง") หนงึ่ ในพระสูตรมหายานอันเปน ท่ีนิยมนบั ถอื มากท่สี ดุ พระสตู รนี้
กลาววา พระโคตมพุทธเจาคร้ังยังเปนพระโพธิสัตว ตรัสเลากอนจะจุติจากสวรรคช้ันดุสิตของพระองคมาสู
ครรภของพระนางสิริมหามายา*[2] แตนักปราชญสวนมากเชื่อวาถูกรวบรวมข้ึนในประเทศจีน*[3] เนื้อความ
ของพระสูตรกลาวถึงการบําเพ็ญกตัญุตาธรรมของพระกษิติครรภโพธิสัตว เม่ือครั้งเสวยพระชาติเปนมนุษย
ซึง่ นําไปสูการต้งั มหาปณธิ านเพ่อื ชวยเหลือสรรพสัตวท ั้งมวล

พระกษิติครรภโพธิสัตวทรงถือกําเนิดเปนบุตรีในสกุลพราหมณครอบครัวหนึ่ง บิดาชื่อ "ชีรชิณณ
พราหมณ" มารดาชื่อ "ยัฏฐีลีพราหมณี" บิดาไดถึงแกกรรมกอนมารดา จึงทําใหอาศัยอยูกับมารดาตลอดมา
พระองคซงึ่ เสวยพระชาติเปนพราหมณี เปนผมู คี วามละอายและเกรงกลัวตอบาป เปน คนใจดีมเี มตตา อยใู นศีล
ในธรรม สวนมารดาน้ันกลับประพฤติตรงขามกับบุตรี ไมนับถือพระรัตนตรัย ไมเช่ือเรื่องกรรมและนรกสวรรค
แมว าพราหมณีบุตรีจะชกั ชวนหรอื โนมนา วจติ ใจอยา งไร เพราะนางยัฏฐลี ีพราหมณีมีมจิ ฉาทฐิ ิรนุ แรง

ตอ มานางยัฏฐีลีพราหมณไี ดถงึ แกก รรมลง แลวไปตกนรกอเวจี นางพราหมณีบตุ รีรแู นวามารดาคงไมไปสู
สุคติ นางอยากชวยเหลือมารดา จึงไดขายมีคาท้ังหมดที่มี นําเงินท้ังหมดไปซื้อดอกไมธูปเทียน และเครื่อง
สักการบูชาตางๆ ไปสักการบูชาตามวัดวาอารามตางๆ และนําไปบริจาคทานแกค นยากจน และสัตวที่อดอยาก
หิวโหย เพื่อเปนการอุทิศบุญกุศลใหแกมารดาที่ลวงลับไปแลว นอกจากน้ีนางพราหมณีบุตรียังเปนผูถือศีล
บําเพ็ญเพียรภาวนา บุญกศุ ลไดด ลบนั ดาลใหว ญิ ญาณของนางออกจากรา งไปสูยงั มหาสมุทรนํ้าเดอื ด และมอี สรู
กายตวั ใหญนา กลวั กาํ ลงั ไลจับมนษุ ยท ี่ลอยคออยใู นน้าํ จาํ นวนมากมายนับไมถ ว น เพ่อื ฉีกกนิ เปน อาหาร นากลัว
มากจนนางไมกลาหันไปมองดวยความกลัวและสงสารมนุษยเหลาน้ัน เทพอสูรบอกนางวา ยัฏฐีลีพราหมณีได
เคยตกลงมาในดินแดนนรกภูมิน้ี แตเนื่องจากนางไดรับบุญกุศลอันนางบําเพ็ญกุศลมาให จึงพนจากแดนนรก
ไปสูสุคติแลว พรอมกับยกมือพนมพรอมกับกมลงแลวจากไป เมื่อนางไดทราบดังนั้น นางจึงมีความยินดีและ
หมดหวงในตัวมารดา แตน างกลบั เกดิ ความสงสารบรรดามนุษยที่ตกนรกและไดรับความทุกขทรมานแสนสาหัส
เหลานั้น จึงเกิดความเมตตาอันแรงกลาท่ีจะชวยเหลือสรรพสัตวในนรกเหลานนั้ นางพราหมณีบุตรีจึงอธิษฐาน
ตอหนาพระพุทธรูป ขอถือศีลภาวนา บําเพ็ญทานบารมี เพื่อโปรดสรรพสัตวในนรกอเวจีตลอดจนถึงอนาคต
ขอใหสิง่ ศกั ดสิ์ ทิ ธคิ์ ุมครอง อยาไดเบ่ือหนายตอการบําเพ็ญกศุ ลกรรมดังกลาว ดว ยเหตทุ ี่ทรงบําเพ็ญบารมีเชนน้ี
เมื่อนางถึงแกกรรม ไดกลับชาติมาเกิดเปนบุรุษ และบําเพ็ญเพียรสรางบารมี จนสําเร็จมรรคผลกลายเปนพระ
โพธิสตั วพ ระนามวา พระกษิติครรภมหาโพธิสตั ว

ภิกษจุ ากซล� ลา

อีกตํานานหน่ึงกลาววา พระกษิติครรภมหาโพธิสัตวไดป รากฏตัวขนึ้ ในประเทศจีนสมัยโบราณ และเลือก
โพธิมัณฑะ (ที่ตรัสรู) ท่ีภูเขาจิ่วหัวซัน ซ่ึงเปนหน่ึงในสี่ภูเขาศักด์ิสิทธิ์ทางพุทธศาสนาในประเทศจีน ในสมัย
ราชวงศฮ่ันตะวันออก รัชกาลจักรพรรดิฮ่ันหมิง ศาสนาพุทธซ่ึงกําลังรุงเรืองและจะเจริญอยางถึงท่ีสุดในสมัย
ราชวงศถัง ไดแพรหลายไปสูดินแดนเกาหลี ในยุคน้ันพระสงฆและบัณฑิตท้ังปวงจากเกาหลี จะศึกษาพุทธ

3

ศาสนาโดยการเดินทางไปศึกษาท่ีจีนเปนหลัก หน่ึงในจํานวนผูแสวงบุญเหลาน้ันเปนอดีตมกุฎราชกุมารแหง
ซินลอกก (อาณาจักรซิลลา) ผูมีนามวา "กิมเคียวกัก" (ฮันจา: 金喬覺 อานเปนภาษาจีนกลางไดวา "Jin
Qiaojue") ซ่ึงไดผนวชเปนภิกษุในฉายา "จีจาง" (เปนการออกเสียงอยางเกาหลีของคําวา "ต้ีจาง")*[4] วัน
ประสูตขิ องทา นคือวนั ที่ 30 เดอื นเจ็ดจนี ซง่ึ ตอมาไดถ ือเปนวนั สาํ หรับการสมโภชพระกษติ คิ รรภมหาโพธิสัตว

อุปนสิ ัยของพระภกิ ษจุ ีจางนน้ั ชอบความสงบและการบําเพ็ญสมาธิ จงึ ไดออกเดินทางแสวงหาสถานที่สงบ
วิเวกตามปา เขา จนกระทง่ั มาถึงภูเขาจ่ิวหัวซันในเขตมณฑลอันฮุยในปจจุบัน ทานจงึ ถือเอาปากถ้ําแหง หน่ึงใกล
ทร่ี าบกลางหบุ เขาน้ันเปนทีพ่ าํ นกั และบาํ เพ็ญสมณธรรม

ตามตํานานกลาววา วันหน่ึงพระจีจางถูกงูกัดท่ีเทาขณะท่ีบําเพ็ญสมาธิอยู แตทานก็ยังน่ังนิ่งอยูกับท่ี
จนกระทั่งงูนั้นจากไป ครูตอมามีหญิงคนหนึ่งปรากฏกายข้ึนและไดถวายยาถอนพิษแกพระภิกษุองคน้ัน และ
บันดาลนํ้าพุข้ึนถวายแทนตัวลูกของนาง ซ่ึงไดกระทําส่ิงไมสมควรตอทานกอนจะหายลับไป อีกไมก่ีปตอมา
บัณฑิตคนหนึ่งพรอมดวยมิตรสหายและครอบครัว ไดเดินทางมาเยือนเขาจ่ิวหัวซัน จึงไดพบกับพระภิกษุจีจาง
ซ่ึงปราศจากอาหารในบาตรและมีผมยาวเนื่องจากไมไดโกน คณะของบัณฑิตนั้นจึงรวมมือกับหม่ินกงซ่ึงเปน
คหบดีเจาของที่ดินในแถบน้ันสรางวัดข้ึนถวายแกทาน เม่ือหมิ่นกงแจงความประสงคจะถวายท่ีดินตามแตทาน
ตอ งการ พระจจี างจึงกลา ววาตอ งการท่ดี ินเพียงเทา ผนื ผากาสาวพัสตร และไดโ ยนผากาสาวพัสตรนั้นขึ้นฟา รม
เงาดําของผาท้ังผืนแผปกคลุมทั่วภูเขาทั้งลูก หมิ่นกงจึงไดถวายภูเขาท้ังลูกดวยความศรัทธา และปวารณาตัว
เปนอุปฏ ฐากของพระจจี างนับตงั้ แตนั้น ตอ มาบุตรชายคนหนึ่งของหมิ่นกงซ่ึงศรัทธาทา นมากเชนกนั ไดขอบวช
ช่ือวา "พระเตาหมิง"

พระจีจางจําพรรษาอยูที่วัดเขาจิ่งหัวซัน จนกระทั่งอายุได 99 ป ทานจึงเรียกภิกษุทุกรูปมาชุมนุมเพ่ือ
อําลา และไดนั่งบําเพ็ญสมาธิอยางสงบ จนกระทั่งละสังขารในที่สุด สามปใหหลังจากการละสังขาร สุสานของ
ทานไดถูกเปดออกและพบวารางกายของทานไมเนา เปอย คนท้ังหลายจึงเกิดความศรัทธาวา ทานเปนชาติหนง่ึ
ของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวนับแตน้ันเปนตนมา สรีระของพระจีจางท่ีไมเนาเปอย ยังคงถูกเก็บรักษาไว
อยางดีอยทู วี่ ัด ซ่งึ ทานไดส รา งไวบ นเจาจวิ่ หวั ซันจนถงึ ทกุ วันนี้

ประติมานว�ทยาของพระกษิตคิ รรภโพธ�สตั ว

ในศาสนาพุทธฝายเถรวาท มีเรื่องราวที่คลายคลึงและเทียบกันไดกับตํานานของพระกษิติครรภโพธิสัตว
คอื เรือ่ ง พระมาลัย (แตพระมาลัย ไมใ ชพ ระกษิตคิ รรภ) ซง่ึ เปน ทีร่ ูจ กั อยา งแพรหลายในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต
โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ในประเทศไทยและประเทศลาว เนือ้ หาของเรื่องน้ีกลาวถึงพระมาลยั ซ่ึงเปนพระอรหนั ตชาว
ลังกา สําเร็จฤทธ์ิอภิญญาญานตางๆ จากการบําเพ็ญสมาธิ และไดรับการยกยองวาเปนผูสืบทอดความเปนเลิศ
ทางฤทธิ์ตอจากพระมหาโมคคัลลานะ ผูเปนอัครสาวกฝายซาย ตํานานเลาวาทานไดอาศัยฤทธิ์เดชของทาน
ทองไปยังนรกเพื่อเทศนาโปรดสัตวนรกท้ังปวง ใหบรรเทาจากทุกขเวทนา และไดรับรูถึงมูลเหตุและผลกรรมท่ี
ตองมาเสวยทุกขเวทนาในนรกขุมตางๆ ของสัตวนรกเหลาน้ัน นอกจากนี้ทานยังไดข้ึนไปยังสวรรคเพ่ือบูชา
เจดียพระจุฬามณีและสนทนากับเหลาเทวดา ถึงเหตุและผลแหงบุญที่ตนไดกระทํา กอนจะนําส่ิงที่ไดพบเห็น
ทง้ั หมดมาประกาศใหช าวโลกรบั รูแ ละตั้งใจบาํ เพญ็ ความดีสบื ตอไป

4

มนตรของพระกษติ คิ รรภโพธ�สตั ว
ในนิกายชินงนและนิกายยอยอื่นๆ ของศาสนาพุทธสายวัชรยาน มนตรของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว
ปรากฏอยูใน คัมภีรเลมอื่นๆ หลากหลายบท หน่ึงในนั้น คือ มหาไวโรจนสูตร มีใจความดังนี้ "นมะ สมนฺต
พทุ ธฺ านํ ห ห ห สตุ นุ สวาหา" (namaḥ samantabuddhānāṃ, ha ha ha, sutanu svāhā)*[5]
ผูนับถือศาสนาพุทธในจีน บูชาพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวดวยมนตร 南無地藏王菩萨 ซึ่งสําเนียงจีน
กลางออกเสียงวา "นาโมต้ีจั้งหวังผูซา" แตจ๋ิวออกเสียงวา "นาโมตี่จั่งอวงผอสัก" สวนในประเทศเกาหลีก็ใช
มนตรอยา งเดียวกัน แตอ อกเสียงวา "นาโมจจี างโบซัล"
พระนามของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวใชวา "โอม กฺษิติครฺภ โพธิสตฺตฺวาย" (oṃ kṣitigarbha
bodhisattva yaḥ) และยังมีมนตรแหงการขมาบาปวา "โอม ปรมัลทนิ สวาหา" ในภาษาจีนออกเสียงวา "งัน ปอ
ลา หมก เลง ทอ นิง ซอ พอ ฮอ"
อานิสงคของการบูชาพระกษติ คิ รรภโพธ�สัตว
มีคติความเชื่อที่ไมถ ูกตองนักท่ีวา “พระแมกวนอิมโปรดเฉพาะคนเปน พระตี่จ้ังโปรดเฉพาะคนตาย” ทํา
ใหพ ระกษิตคิ รรภโ พธิสตั ว (พระต่จี ้ัง) ไมเปนทีน่ ิยมกราบไหวในครวั เรือน เพราะผไู มรูเขา ใจวา จะเปนการชกั นํา
ดวงวิญญาณใหตามพระองคเขามาในบานดวย โดยที่แทแลวเม่ือคร้ังพุทธกาล พระพุทธองคทรงแสดงอานิสงค
แหงการบูชาพระกษติ ิครรภโ พธสิ ัตวไวถึง 28 ประการ คือ

1.เทพนาคาปกปกษรกั ษาและระลึกถึงอยูเปนนิจ
2.กุศลผลบญุ เจรญิ รุงเรืองไพบลู ยย ิง่ ๆ ขึ้นทุกทิวากาล
3.เปนการสรา งสมอริยมรรคเปนสมุกฐาน ทั้งยงั ถือเปน เหตุปจจยั แหง กุศลกรรม
4.ไมทอ ถอยในการบงั เกิดโพธจิ ติ
5.สมบรู ณดว ยเครื่องอุปโภคบรโิ ภคตลอดกาล
6.แคลวคลาดปราศจากโรคาพยาธิ
7.รอดพนจากอุทกภัยอคั คภี ัย
8.นิราศจากโจรภัยมาเบยี ดเบียน
9.เปน ทเี่ คารพยกยอ งของนรชนไปทั่ว
10.เทพารกั ษคุม ครองอมุ ชชู วยเหลืออยูเสมอ
11.สตรีปรารถนากลบั เพศเปนบุรุษ
12.เกิดในตระกูลวงศาแหงกษัตรยิ และอาํ มาตย
13.มีรูปอินทรียกายอินทรยี สมบรู ณ
14.ไดอ ุบตั ใิ นแดนสวรรค
15.ภพหนาจะไดก าํ เนิดเปนพระมหาราชาธิราช
16.สามารถหยั่งรูระลึกเหตกุ ารณใ นอดตี ชาติ
17.คดิ ประสงคส่งิ ใดยอมไดด ั่งปรารถนา

5

18.ญาตแิ ละบริวารเสวยแตค วามสุข ปราศจากทุกข

19.สงิ่ อัปมงคลท้ังหลายสญู หายมลายส้นิ

20.ไมตอ งบังเกิดในทุคติภูมิ

21.หากสญั จรไป ณ แหงใดยอมไดร บั ความสะดวก

22.ในยามราตรยี อ มมีสุบินในทางศภุ มงคล

23.บรรพบรุ ษุ และญาตวิ งศท ีล่ วงลบั ไปแลว จะไดหลุดพนจากทุกขภมู ิ

24.กาํ เนิดในภพหนา จะเปนผมู วี าสนาสูง

25.ไดรับการยกยอ งจากพระอริยเจา ทัง้ หลาย

26.มีสตปิ ญ ญารอบรูเปนเลศิ

27.มีจิตเปย มลน ดวยเมตตาธรรมเปนสมุฏฐาน

28.จะไดส าํ เรจ็ พระอนตุ รสัมมาสัมโพธญิ าณในที่สดุ

คุณธรรมพเิ ศษ มีเมตตาสูงสง เปน โพธสิ ตั วท ีม่ ปี ณธิ าน ท่ีจะโปรดสตั วนรก ใหพ น จากกรรมทกุ ขเ ข็ญ

พระกษิติครรภโพธิสัตว แปลตรงตัวหมายความถึง ท่ีเก็บหรือครรภแหงผืนแผนดิน พระองคทานมี
ปณิธานคลายคลึงกบั พระแมก วนอิม แตผิดไปจากพระแมก วนอมิ ก็คือ พระองคทานตองการที่จะโปรดสัตวทม่ี ี
อยูใ นนรกใหหมด ฉะนั้น ในพธิ ีศพ จงึ นิยมบชู าทาน จงึ กลายเปน ความเชอื่ ที่วา งานศพจะตอ งบชู าทาน สวนพธิ ี
มงคล นิยมบูชา พระแมกวนอิม กระทั้งเกิดคําวา “พระกวนอิมโปรดคนเปน เตจงอองโปรดคนตาย” ซึ่งความ
จริง ทา นก็โปรดคนเปน เชน เดียวกนั กับพระแมกวนอิม

โดยมากรูปเคารพของทา นมักจะสวมหมวกสีขาว ซึ่งเรยี กวา “มาลา 5 พระพทุ ธองค” ซ่ึงหมวกนเ้ี ปน ของ
พระชาวธิเบต ประกอบพิธีทางมนตรยานนิกายในการโปรดสัตวนรก โดยท่ีทานมีปณิธานโปรดสัตวนรกมาก
จิตรกรจึงมักนิยมวาดภาพทานเปนพระท่ีกาํ ลังสวมหมวกและประกอบพิธีโปรดสัตวนรกไป บทสวดมนตราของ
พระกษิติครรภโพธิสัตว มีดังน้ี NAMO DIZANG WANG P’USA (Om bō là mò lín tuó níng,

suō pó hē)

อน่ึงมีคนจํานวนไมนอยเขาใจผิดวา พระกษิติครรภมหาโพธิสัตวจะโปรดเฉพาะสรรพสัตวในนรกภูมิ แต
ความจริงหาไดเปนเชนนั้นไม เพราะพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวนั้นโปรดสัตวท่ัวท้ัง ๖ ภูมิ โดยในคัมภีร
มหายานไดกลาวถึงวา องคพระศากยมุนีไดทรงมอบหมายพระธุระ ในการแสดงธรรมตอสรรพสัตวท้ังหลาย
ในชวงเวลาที่พระสุคตเจาทรงดับขันธปรินิพพานไปแลว และพระศรีอารยเมตไตรยังไมไดมาอุบัติเพื่อประกาศ
พระศาสนา โดยสามารถจําแนกนิรมาณกายแหงพระกษติ ิครรภมหาโพธิสตั ว ตามการโปรดสรรพสัตวทัง้ ๖ ภูมิ
ได ดังนี้

๑.ทัณฑกษิติครรภ พระหัตถทรงซายคทาทัณฑ (คทาชนิดหน่ึง ที่ยอดเปนรูปศรีษะของมนุษย) พระหัตถ
ขวากระทําน้าํ ทพิ ยม ทุ รา ทรงสําแดงนริ มาณกายน้ี เพอื่ โปรดสรรพสัตวใ นนรกภมู ิ

๒.มณีรัตนกษิติครรภ พระหัตถซายทรงแกวจินดามณี พระหัตถขวากระทํานํ้าทิพยมุทรา ทรงสําแดง
นริ มาณกายน้ี เพ่อื โปรดสรรพสตั วในเปตภูมิ

6

๓.รัตนลัญจกรกษิติครรภ พระหัตถซายทรงรัตนลัญจกร พระหัตถขวากระทํามโนรสรัตนมุทรา ทรง
สาํ แดงนิรมาณกายน้ี เพือ่ โปรดสรรพสตั วใ นตริ ัจฉานภูมิ

๔.ธรณีกษิติครรภ พระหัตถซายทรงคทาวัชระ พระหัตถขวากระทําทานมุทรา ทรงสําแดงนิรมาณกายนี้
เพ่อื โปรดสรรพสตั วใ นอสรุ ภมู ิ

๕.สรวนิรวณวิสกัมภินกษิติครรภ พระหัตถซายทรงคทาขขร (คทาท่ีบรรพชิตจีนถือเวลาเดินทาง) พระ
หัตถขวากระทําปณิธานมุทรา ทรงสําแดงนิรมาณกายน้ี เพ่ือโปรดสรรพสัตวในมนุสสภูมิ อันจักระงับแลวซ่ึง
ทุกขแหงสรรพชีวิตท้ัง ๘ ประการ อันประกอบไปดวย ๑.เกิด ๒.แก ๓.เจ็บ ๔.ตาย ๕.อุปายาส (ความคับแคน
ใจ) ๖.ปยวิปปโยค (ตองพลัดพรากจากสิ่งอันเปนที่รัก) ๗.อัปปปยสัมปโยค (ตองพบกับส่ิงอันไมเปนท่ีรัก) และ
๘.ปญจปุ าทานกั ขนั ธ (อุปาทานยึดมั่นในขนั ธ ๕)

๖.สุริยประภากษิติครรภ พระซายทรงมโนรสจินดามณี หระหัตถขวาทรงแสดงธรรมมุทรา ทรงสําแดง
นิรมาณกายน้ี เพอ่ื โปรดสรรพสตั วใ นเทวภูมิ

ตํานานเรอ่� งเลา‹ ของพระกษติ คิ รรภโ พธ�สัตว

พระกษิติครรภโพธิสัตวเปนพระโพธิสัตวท่ีชาวพุทธมหายานนับถือกันมากพระองคหน่ึง ดวยมีพระมหา
ปณิธานอันย่ิงใหญในการโปรดสรรพสัตว พระองคทรงมีพระนามจีนวา “ต้ีจ๊ังหวังผูซา” ตามประวัติของ
พระองคกลาวไววา พระองคทรงเปนพระราชโอรสองคท่ี 7 ของกษัตริยแหงแควนชิลลา (ปจจุบันคือเกาหลีใต)
โดยพระนามเดิมคือ เจา ชายจนิ เฉียวเจว ทรงเบื่อหนา ยทางโลกและออกผนวชเมือ่ อายุ 24 พรรษา พระองคท รง
เดินทางมายังประเทศจีนพรอมดวยสุนัขสีขาวตัวหนึ่ง พระองคทรงเดินทางมาถึงยังภูเขาจิ่วหวาซาน ณ เมือง
ชงิ หยาง มณฑลอายฮยุ ซึง่ ภเู ขาแหงนีม้ ีสณั ฐานของภูมปิ ระเทศคลายดอกบัว และมีบรรยายกาศทเี่ หมาะแกก าร
ปฏิบัตทิ างธรรม พระองคทรงเสาะหาถาํ้ อันเหาะสมแกก ารปฏิบตั ธิ รรม

ตอมาชาวบานทราบถึงการมาปฏิบัติธรรมของพระองค จึงอุปถัมภสรางวัดอารามถวาย แตดวยภูเขาจิ่ว
หวาซานนี้มีเจาของคือ หมิ่นกง ซ่ึงหมิ่นกงตองถวายที่แกพระองคเทานั้นชาวบานจึงสรางวัดถวายได ดวยวา
หมิ่นกงเปนพุทธศาสนิกชนที่ดีอยูเปนทุนเดิมอยูแลว เขาจึงกลาววา หากพระคุณเจาตองการท่ีเทาใดก็ตามแต
พระคณุ เจา ปรารถนาเถิด

พระองคจงึ ตอบวา เราตองการพ้นื ที่เพียงเทาผนื จีวรของเราคลมุ เทานั้น หมิน่ กงตกใจตอคาํ ตอบ เพราะท่ี
เทาผืนจีวรคลุมนั้นมันชางเปนพ้ืนท่ีนอยนิด จะเอาไปทําการอันใดได แตแลวเมื่อพระองคทรงถอดจีวรและโยน
ข้ึนกลางอากาศ ปรากฏวาผืนจีวรขยายใหญออกไปเร่ือยๆ จนสามารถคลุมภูเขาไดท้ังภูเขา หมิ่นกงเกิดความ
เลื่อมใส จึงยินดีถวายภูเขาจ่ิวหวาซานทั้งภูเขาเปนพุทธสถาน ทั้งยกยอมใหบุตรชายนามวา “เตาหมิง” ออก
บวชเปนศิษยของพระองคอีกดวย ตอมาหม่ินกงจึงกราบพระภิกษุผูเปนบุตรนั้นเปนอาจารย ภายหลังหม่ินกง
และเตาหมิง จึงกลายมาเปนอัครสาวกเบ้ืองซายและเบื้องขวาแหงพระกษิติครรภโพธิสัตว เราจะพบกับรูป
เคารพทมี่ ชี ายชราท่แี ตงกายอยางคหบดแี ละภกิ ษุยนื อยขู า ง ซึง่ ชายชราน้ันคอื หมน่ิ กง สวนพระภกิ ษุน้นั คอื เตา
หมงิ นน้ั เอง

7

พระองคทรงบําเพ็ญเพียรบนเขาเปนเวลาถึง 75 ป และทรงมรณภาพลงเมื่ออายุได 99 พรรษา หลังจาก
การมรณภาพของพระองคเปนเวลา 3 ป บรรดาสานุศิษยที่เลื่อมใสในพระองค ไดทําการเปดโลงพระศพ เพื่อ
เตรียมการฝง แตกลับพบวารางของพระองคน่ิมและมีสีสันเหมือนอยางกับเมื่อตอนท่ีพระองคยังมีพระชนมชีพ
เม่ือเคาะกระดูกกลับมีเสียงกังวาลเหมือนทองคํา จึงไดนําทองคําเปลวมาปดท่ัวกาย และสรางวิหารสักการะ
ผูคนจากทีห่ ลากหลายจงึ เดนิ ทางมายังภูเขาจ่ิวหวาซาน ตอมาภเู ขาน้ันถกู จัดเปน 1 ใน 4 ของ สีเ่ มี่ยไตซัว คือ ส่ี
ภเู ขาทบี่ าํ เพญ็ แหงพระโพธสิ ตั ว ซึ่งประกอบดวย

ภเู ขาอูไถซาน เชือ่ กันวาเปนที่บาํ เพญ็ เพียรของ พระมัญชุศรีโพธสิ ตั ว

ภูเขางอ ไบ เชือ่ กนั วาเปน ทีบ่ าํ เพ็ญเพยี รของ พระสมนั ตรโพธสิ ตั ว

ภเู ขาผูถวั ซาน เชือ่ กนั วา เปน ทบ่ี ําเพญ็ ของ พระโพธสิ ตั วกวนอิม

ภเู ขาจว่ิ หวาซาน เชื่อกันวา เปน ท่ีบําเพ็ญของ พระกษิติครรภโ พธิสัตว

เมื่อพระองคทรงละสังขาร จึงไดรับการแตงต้ังจากพระศากยมุนีพุทธเจาเปนพระกษิติครรภโพธิสัตว
พรอมหนาท่ีโปรดวิญญาณในนรกภูมิท้ัง 6 นับแตน้ันเปนตนมา พระองคจึงทรงโปรดเหลาคนตายใหหลุดพน
จากความทกุ ขพ ันธนาการของเหลาวญิ ญาณบาปในนรกภมู ิ พระองคท รงกลาววา หากนรกภูมิไมวา งลงตราบใด
ทานจะไมยอมตรัสรูเปนพระพุทธเจาตราบน้ัน แตดวยนับวันวิญญาณในนรกยิ่งมีมากขึ้นเปนทวีคูณเชนน้ัน
ปณิธานของพระองคจึงไมมีท่ีสิ้นสุด พระกษิติครรภโพธิสัตวทรงถูกยกยองวาเปนกษัตริยแหงยมโลก พระองค
เปนท่ยี าํ เกรงแกพญายมราชแลบริวาร รวมถงึ เปนทพี่ ึง่ พงิ ของเหลา ดวงวญิ ญาณบาปในนรกภมู ิ

พระองคทรงเปนท่ียําเกรงตอพญายมราช พระองคถูกยกยองเปนกษัตริยแหงยมโลกอีกดวย แสดงไดถึง
ความย่ิงใหญแหงพระองค ซ่ึงหากวิญญาณบาปดวงใดหลบหนีจากการจับกุมของยมบาล ไดเขาพุทธเขตแหง
พระกษิติครรภโพธิสัตวแลว ยอมมิไดรับการถูกจับกลับ เพราะพระกษิติครรภโพธิสัตวทรงขอเปนเขตอภัยทาน
พระองคจะรับดวงวิญญาณบาปเหลานั้นไว เพ่ือเทศนาขัดเกลาใหโอกาสกลับไปยังโลกมนุษย เพ่ือสรางผลบุญ
บาํ เพญ็ เพื่อใหหลดุ พนไปยังแดนสขุ าวดี ดงั เคยมีตาํ นานเรอื่ งเลาในแนวน้ี วา

คร้ังในรัชสมัยราชวงศถัง มีขุนนางทานหนึ่งนามวา “หลีแซหงวน” เกิดเปนโรคปจจุบันตายไป แตที่อก
ของเขายังคงอุนอยู ญาติพี่นองจึงตัดสินใจยังไมเอารางของเขาลงโลง เพราะหวังวาเขาอาจจะฟน จนเวลา
ลวงเลยมา 21 วัน ขุนนางทานน้ันไดฟนข้ึนมาตามที่ญาติพี่นองคิด ทานจึงสั่งคนในบานใหจัดทําอาหารเลี้ยง
พระภิกษุสงฆจํานวน 30 รูป แลวเตรียมกะแปะหม่ืนพวง บิดาของขุนนางเปนคหบดีที่มั่งมี จึงยอมทําตามที่
บุตรชายขอ จากน้ันขุนนางไดวางถาดอาหารจํานวน 30 ถาดท่ีพ้ืน ซ่ึงทุกคนในบานลวนประหลาด เพราะไมให
องคพ ระเลย ขุนนางกลา ววา

“ขอขอบพระคุณเปนอยางยิ่งทท่ี านทรงเมตตาชวยเหลือใหข าพเจากลับมายังบาน”

จากนั้นก็คาดคะเนวาพระภิกษุท้ัง 30 ฉันเสร็จแลว เขาก็ทําการนําอาหารอีกสองสํารับมาวางพรอมสุรา
และไดเผากระดาษเงนิ กระดาษทองจาํ นวนหา พันฉบับ แลว บอกกลา ววา

“เปน พระคณุ ยิ่งทที่ านชว ยเหลอื ใหขา พเจานอกพน จากนรกภูมิ”

8

พอเสร็จพิธีหลีแซหงวนก็เขานอนตามปกติ วันตอมาญาติของเขาจึงไดถามไถถึงเร่ืองหลังความตายของ
เขา เขาก็ไดเลาวา ตอนท่ีวิญญาณเขานั้นไปยังนรกพรอมกับชายอีก 2 คน จนมาพบเจาพนักงานของพญายม
สองคนกลาววา หากยอมนําเงินมาใหเ ปนสินบนเขาหาลา น จะยอมปลอ ยใหก ลบั ไปยงั มนุษยโลก แตชายท้งั สอง
กลบั เฉยไมสนใจ แตส าํ หรบั เขาเห็นเปน ชองทางท่ีจะไดกลบั บาน จึงยอมรบั คําวา หากกลบั ไปบา นท่ีเมืองมนุษย
แลว จะส่ังเงินจํานวนหาลานมาให เจาพนักงานทั้งสองพอใจ (เรื่องใตโตะระบาดไปยังเมืองนรกกันเลยทีเดียว
ความโลภชา งไมเขาใครออกใครเสียจริง) ไมช าเจาพนักงานจํานวนหนึ่งกอ็ อกมารับเขาและชายอกี สองคนเขาไป
ในตําหนักพญายมราช พญายมราชทรงประทับบนบัลลังกวาความทามกลางมานลูกปดกั้น ผูคุมบัญชีผลกรรม
อา นประวตั ขิ องหลแี ซหงวนกบั ชายอีกสองคนถงึ บาปและบุญ ซง่ึ ดูอาการวาบาปจะมากกวา บญุ เสียอีก

พญายมราชจึงตัดสินมิไดจึงใหทั้งสามลองจับฉลาก ซ่ึงผลปรากฏวา เจาพนักงานทั้งสองที่ใหหลีแซหงวน
ติดสินบนน้ันใหเขาไดฉลากที่ไมมีตัวอักษร เทากับวาเขารอดไดกลับไปเมืองมนุษย แตชายอีกสองไดฉลากท่ีมี
ตัวอกั ษร แสดงวา ตองรบั โทษทัณฑในนรกภูมิตอไป หลแี ซหงวนไดถกู ปลอยตวั ไปจากประตูผดี านทิศตะวันออก
กลับพบกับขบวนของภกิ ษุถอื ทิวธงอยางงดงาม และพาเขาไปยังที่ๆหน่ึงที่แสนจะงดงาม เขาไดเ ขา เฝา พระกษิติ
ครรภโพธสิ ัตว ซึง่ ประทบั บนบัลลังกดอกบัว มีรศั มที องแผซา นไปทั่วบริเวณ พระองคท รงใหเขานัง่ พักบนอาสนะ
ที่เตรียมมา อยูๆก็เกิดมีเสียงสวดพระสูตรออกมาเรื่อยๆ เขาเองแตกอนไมเคยสนใจในพระธรรม แตบัดน้ีกลับ
ฟงแลวซึมเขาไปถงึ ใจ เขากลับนา้ํ ตาไหลเพราะรูซงึ้ ไดอยา งงายดาย

พระกษิติครรถโพธิสัตวทรงกลาววา เขานั้นยังมีใจอันเปนพุทธะอยูบาง เม่ือเขากลับไปยังเมืองมนุษยให
ปฏิบัติธรรม เพ่ือท่ีจะไดไปบงั เกิดยังแดนสุขาวดี ทั้งพระองคยังใหเขาเลาเรื่องราวท่ีเขาพบเจอในดินแดนปรภพ
แหงน้ี ใหผ ูคนท้งั หลายเกรงกลัวตอ บาป และใหทาํ บุญสรา งกุศล จะไดไมต กลงสนู รกภมู ิ หลงั จากทพี่ ระองคท รง
พาเขามาสงยงั โลกมนษุ ย เขาฟน ข้นึ จงึ จดั ทําการเผาเงินทองไปใหเ จา พนักงานสองตนนน้ั เปนการตอบแทน

แตตอมาเขาถอื ศีลปฏบิ ัตธิ รรม ทานเจไดเ พียง 7 วนั เขาก็ไดต ายไปอีก แตรงุ เชากลบั ฟน เขากลาววา พระ
กษิติครรถโพธิสัตวทรงรับส่ังใหเขา เฝา พรอมดวยการตาํ หนติ ิเตยี นวา เขาไมสมควรเลาถึงการติดสินบน เพราะ
จะทําใหระบบของปรภพเสียหาย พระองคจะเอาไมพุทธคฑาของพระองคตีเขา แตเขากลับกลาวขอโทษ
พระองคเสียกอน พระองคจึงไมไดตีเขาเปนการลงโทษ จากน้ันเขาก็บําเพ็ญอยางเครงคัด เขาปฏิบัติตามที่พระ
กษิติครรภโพธิสัตวกลาวไวเสมอ เวลาท่ีเขาพบผูคนจํานวนมากๆ เขาก็จะเลาถึงเหตุการณในเมืองนรกแกคน
ทั้งหลายใหเกรงกลัวตอบาป หลีแซหงวนไดรับการโปรดจากพระกษิติครรภโพธิสัตว เม่ือเขากลับไปยังแดน
มนุษย แลวใหปฏบิ ัติธรรมเพอ่ื ทเ่ี ขาจะไดหลุดพนจากอบายไปสูแดนสุขาวดี

อีกตํานานหนึ่งซึ่งมีความคลายกันคือ เกี่ยวกับคนตายและฟน เพราะไดรับการชวยเหลือจากพระกษิติ
ครรภโ พธิสัตว คราวนเ้ี ปน หลวงจีนนามวา “จจ้ี ือ” จําวดั อยทู ี่วดั เซงเงียบจี่ ทานเปน ทร่ี จู ักและเคารพของคนชน
ช้นั สูง เพราะมีความชาํ นิชํานาญในดานแพทยศาสตรและไสยศาสตร คือ ดา นคาถาอาคม ทานจงึ ติดกับการคบ
หากับคนรวยไมสนใจคนจน ตอมาทานไดมรณภาพ จนสองวันตอมาไดฟนข้ึน ก็ไดออกจากวัดเดิมไปจําวัดอยู
อีกวัดหน่ึงคือ วัดต้ังเซียนเต้ียจี่ เมื่อทานไปจําวัดอยูท่ีวัดน้ันแลว ไดสรางวิหารอันงดงาม แลวสรางพระพุทธรูป
เปนพระพุทธเจา 7 พระองค ขนาดเทาคนจริง ทานไดเลิกคบหาสมาคมกับคนชนช้ันสูง และใสใจกับคนชนช้ัน

9

ลางและปลีกวิเวกมากขนึ้ ทานไดก ลา วถงึ เหตกุ ารณที่ทานไดพ บเจอ ถึงกบั ทาํ ใหชวี ติ ถงึ จุดเปลีย่ น คอื หลงั จากที่
ทานมรณภาพไปยังนรกถูมิ วิญญาณสาวดวงหนง่ึ คือหญงิ สาวใชในวดั เกดิ คับแคน ทานไดทลู ฟองพญายมราชวา
ทา นเปนผูท ีฆ่ านาง แตท จี่ ริงแลว ทา นมไิ ดเปน ผูฆ า ซ่งึ นางกลับถูกสมภารกบั หลวงจนี อีกรปู หน่ึงเปน ผกู ระทํา แต
ทานเขามาหามปรามแตมิอาจจะชวยนางได ซึ่งสมภารและหลวงจีนรูปน้ันยังคงมีชวี ิตอยูมิไดห มดอายุขัย พญา
ยมราชจึงปลอยตัวทานกลับไป แตเม่ือดวงวิญญาณทานออกพนจากประตูเมืองผีออกมาน้ัน กลับพบกับ
พระภิกษุรูปหน่ึงเดินจูงมาสีขาวเขามาหา และไดบอกแกทานวา เราคือพระกษิติครรถโพธิสัตว ที่เจารอดตัว
ออกมาได เม่ือกลับไปยังเมืองมนุษยแลวจงอยาละจากการถือศีล และตองเลิกคบจากคนชนช้ันสูง ตองปลีก
ตนเองเขาสูวิเวก จัดสรางพระพุทธรูปขนาดเทาคนจริง 7 องค หรือถาหากไมมีทุนสราง จะวาดเปนภาพแทนก็
ไดเชนกัน เพื่อเปนการสรางบุญ ดวยเหตุน้ีเองเปนการตักเตือนจากพระกษิติครรภโพธิสัตว ทรงช้ีแนะใหทาน
สรางผลบญุ น้นั เอง ซง่ึ พอทา นกลับมายังโลกมนษุ ย ก็ไดปฏิบตั ติ ามอยางเครง ครดั

ความเช่ือเกี่ยวกับความตาย ผานตํานานเรื่องเลาเหลาน้ี สงผลใหในพิธีกงเตกตองมีภาพของพระกษิติ
ครรภโ พธิสตั วประดิษฐานอยดู วย ซ่ึงเพ่อื ใหลกู หลานของผูท่ีลวงลับ ไดอ ธษิ ฐานถงึ พระองคทรงเมตตาชวยเหลือ
ดวงวิญญาณของผูลวงลับ ดวยเช่ือวาหากดวงวิญญาณไดเขาเฝาพระกษิติครรภโพธิสัตวแลว จะไมตกนรกภูมิ
ขุมท่ี 18 ซึ่งจัดไดวาผูใดตกนรกขุมนี้ จะมิไดเห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกเลย แถมยังมิไดเกิดในมนุษยภูมิ คือวา
ไมไดเกิดเปนคนอีกดวย แลวมีคติอีกวา หากสวดมนตออนวอนตอพระองคแลว พระองคจะทรงชวยยกโทษ
บาปกรรมที่ทําไมดีมา ถึงกลับมาคํากลาววา “หลังจากตายไปแลว ไมคาดหวังวา จะไดขึ้นสวรรคหรือไม ขอ
เพียงแค ถาหากตองตกนรก ก็ขอใหไมลําบากก็พอแลว” ซ่ึงหมายถึงไดรับการชวยเหลือจากพระกษิติครรภ
โพธสิ ตั วน ้ันเอง

อาŒ งองิ
"พระกษิตคิ รรภมหาโพธสิ ัตว" . มหาปทมะ. 10 ตุลาคม 2552. สืบคน เม่อื 17 เมษายน 2556.
Ksitigarbha Sutra - Chapter One: Miracles In The Palace Of The Trayastrimsas Heaven: -
"Thus have I heard. Once the Buddha was abiding in Trayastrimsas Heaven in order to expound
the Dharma to his mother."
Jizo Bodhisattva: Guardian of Children, Travelers, and Other Voyagers ที่ Google Books
page 193.
"释地藏金乔觉考". Fo365.cn. สบื คน เมือ่ 2012-01-16.

Giebel, Rolf. The Vairocanābhisaṃbodhi Sutra. Berkeley: Numata Center, 2005.

หนังสือ "เบญจมหาโพธิสัตว และกฤษดาภินิหาร กวนอิม" ตํานานการกําเนิดนิกายมหายานและพระ
โพธิสัตวสําคัญ -- คณุ สัมพนั ธ กองสมทุ ร (บรรณาธิการ).

พระกษติ ิครรภโพธิสตั ว Ksitigarbha Bodhisattva จาก วกิ พิ ีเดยี สารานกุ รมเสรี

10

ก ษ� ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว มู ล ป ณ� ธ า น สู ต ร

地藏菩薩本願經

บทนาํ
เมื่อปลายปพุทธศักราช ๒๕๕๒ ขาพเจามีเหตุปจจัยใหเร่ิมแปลพระสูตรของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว
อยางจริงจัง ขณะที่แปล ก็ซาบซ้ึงในความเมตตากรุณาและปณิธานที่ยิ่งใหญของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว
แตทวา ภายในใจยงั เคลือบแคลงสงสยั คดิ จะประมาณหยั่งวดั พระคุณทีเ่ ปน อจินไตยของพระโพธิสัตว เม่ือนอ ม
พิจารณามาที่ตนเอง นับแตร ะลกึ ความในอดตี ได เห็นวาตนเองเปน ผมู ีบาปหนัก ทั้งท่ที าํ ผา นมาแลวในอดีตและ
ท่ีทําอยูในปจจุบัน จึงใหละอายและหว่ันเกรงทุกขภ ัยของอบายภมู ิ จึงหวังใหพระกษติ ิครรภมหาโพธิสัตวเปนท่ี
พงึ่ โดยการอาศัยคาํ สอนในพระสตู รเปนแนวปฏิบัติ ตัง้ ม่นั ในไตรสิกขา ปลอยชีวิตสัตวนอยใหญใหพ น จากความ
ตายเปนประจํา ท้ังหมั่นอุทิศกุศลปตติทานใหแกสัตวในอบายภูมิ มีสัตวนรกและเปรตทุกค่ําเชา ไดรวบรวม
ปจจัยท่ีญาตโิ ยมถวาย แลว สรา งปฏิมากรของพระกษติ ิครรภโพธสิ ตั วขนาดบูชาหลายรอยองค และพิมพรปู พระ
โพธิสัตวหลายหมื่นแผนแจกจายไปท่ัวอยางไมเสียดาย หวังใหปณิธานบารมีของพระมหาโพธิสัตวแผขยายไป
เพ่ือทําใหสาธุชนไดยึดพระรัตนตรัยเพ่ือเปนที่พึ่ง จนเริ่มสรางพระกษิติครรภองคสูงใหญกวาตัวคน ถวายตาม
สถานทศ่ี ักดสิ์ ทิ ธทิ์ ง้ั ในประเทศและตา งประเทศ เพอ่ื เปน การปลกู ฝง สรางกุศลปจจัยกบั สรรพสตั วทั้งหลาย
ยางเขาสูปพุทธศักราช ๒๕๕๔ สุขภาพไมสูดี ทั้งเหน็ดเหน่ือยกาย และทอแทใจกับภาระหลายอยาง จึง
อธิษฐานตอพระพุทธเจาทั้งปวง และพระกษิติครรภมหาโพธิสัตววา หากพระกรุณาคุณและพระมหาปณิธาน
ของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตวมีอยูจริงตามที่พระสูตรเลมนี้กลาวไว ขอใหสรางพระกษิติครรภองคใหญให
สําเร็จภายใน ๑ ป เพื่อเปนที่พ่ึงพิงใหสรรพสัตวผูมีบาปท้ังหลาย ไดเกิดความหวั่นเกรงอบายภูมิ และมีโอกาส
กลับใจในชาติน้ี ขอใหผูมีบุญรวมกับพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว เทพ พรหม มนุษย อมนุษยทั้งหลายมา
ชว ยเหลือตามกําลังความสามารถดวย หลงั จากนั้น ๓ วัน ในยามรงุ สาง ขณะท่ีหลบั อยู ไดน มิ ิตเหน็ ชายผูหนึ่งมี
ลักษณะและเครอ่ื งแตงกายตางจากคนทว่ั ไป เดนิ ทะลุกําแพงกุฏิ ตรงเขามาหา ในจติ ไดถ ามข้นึ ทันทีวา ทา นคือ
พระกษติ คิ รรภใชไ หม? พระโพธสิ ตั วไดอมยิ้มแลวพยักหนา หน่งึ ครั้ง แลว เรยี กใหล ุกขึน้ มานงั่ ขา งๆ พรอ มกระซิบ
ท่ีหูเปนคําภาษาอินเดียซํ้าๆกันหลายครั้ง ในขณะท่ีสนทนากันก็ไมไดใ ชเสียงที่ออกจากปากเลย เพียงนึกในใจก็
ไดยิน พระโพธิสัตวถามวาจําไดไหม? เม่ือตอบวาจําไดแลวขอรับ ทานจึงยิ้มแลวนิมิตน้ันก็หายไป จากนั้น
ขาพเจาจึงคอยๆรูสึกตัวตื่นขึ้น โดยที่ปากยังทองประโยคน้ันอยูตลอด เปนที่นาอัศจรรยอยางหนึ่ง ท่ีแมขณะ
กาํ ลังจะตื่น จติ ก็ตามรดู ว ยวา จิตกําลงั ตน่ื จากการหลับ เปน ลาํ ดบั เมือ่ ตืน่ แลว จิตและกายกป็ ลอดโปรง เบาสบาย
อยางไมเคยเปนมากอน หลังจากน้ันไมนาน ไดมีโอกาสเทียบเคียง ถอยคําที่ไดยินในความฝนกับธารณีปฎก วา
เปนมนตรหรือธารณีบทหน่ึงแบบสันสกฤต ซึ่งแปลใจความโดยยอวา “ดวยอํานาจแหงพระรัตนตรัย ขอ
ประสิทธ์ิใหสิ่งประสงคจงสําเร็จโดยเร็วทุกประการ” ดวยขาพเจามีนิสัยเชื่อส่ิงใดยากและนอยคร้ังท่ีจะหลับฝน
จึงพิจารณาวา หากตนเองไดพบพระกษิติครรภในลักษณะของพระภกิ ษุมหายาน ตามรูปแบบท่ัวไป ก็อาจเปน
เพราะจติ ปรงุ แตง อปุ าทานสรางภาพไปเอง หรือไมธาตกุ าํ เริบ คดิ มากจนฟุงซา นมากกวา เพราะจิตและสัญญา
จําไดหมายรูมานานแลววารูปลักษณะอยางนี้คือพระกษิติครรภ แตคร้ังน้ีแปลกท่ีตรงกับพระสูตรท่ีวา “พระ

11

กษิติครรภจะปรากฏรูปกายท่ีเปนอนนั ตะเกินการคาดเดา” และถอยคําน้ันมีความหมายอยูจริง จึงหมั่นภาวนา
คําศักดิ์สิทธนิ์ ี้ อยูใ นใจตลอดมา

เม่ือทราบความหมายของประโยคลึกลับนี้แลว ยิ่งทวีความศรัทธาในพระรัตนตรัย จากนั้นไมนาน ก็มี
สาธุชนหล่ังไหลมารวมสรางปฏิมาแหงพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว ที่จําลองแบบจากภูเขาจิ่วหัว ประเทศจีน
องคแรกในประเทศไทย สวนสูงรวมฐาน ๑๓.๙๙ เมตร สําเร็จไดภายใน ๘ เดือน รวมท้ังปฏิมาหินแกะสลัก
ตางๆ หนาแทนพระโพธิสัตวอีก ๑๘ องค ซ่ึงขาพเจาเชื่อวาพระโพธิสัตวทานแผพระรัศมีนําพาสาธุชนมารวม
สรางกุศล และชวยปดเปาอุปสรรคตางๆใหผานพน อยางไมตองสงสัย ในขณะเดียวกัน วิหารพระพุทธเจา ๘๘
องค ซ่ึงสรางสําเร็จภายใน ๒ ป ก็เกิดข้ึนพรอมๆกันอีกดวย ขอน้ี ถือเปนเครื่องยืนยันนิมิตและอานุภาพแหง
ถอยคําศักด์ิสิทธ์ิน้ันไดเปนอยางดี องคพระโพธิสัตวใหญและพุทธวิหารนี้ ถือเปนปูชนียวัตถุและเปนสถาน
ศักดิ์สิทธ์ิ ที่พระโพธิสัตว เทพยดาเมตตารวมสราง และสาธุชนท้ังหลายผูเลื่อมใสและ เห็นประโยชน ไดสละ
ทรัพยมากบาง นอยบาง รว มกนั สรา งดวยความศรัทธา ผูมากราบไหวสกั การะดวยจิตศรัทธาบริสุทธิ์ ยอมไดรับ
ผลที่นาอัศจรรยเชนกัน ในเวลาตอมาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรง
เมตตาประทานพระบรมสารีริกธาตุ เพอ่ื ประดษิ ฐานในยอดพระเกศของพระประธานทัง้ ๓ องคในวหิ าร และใน
อุณาโลมของพระกษติ ิครรภอ งคใหญ ถอื เปน มงคลสงู สุด ของสถานทแ่ี หงน้ี

ทั้งหมดนี้ คือปฐมเหตุ เปนเรื่องท่ีเกิดข้ึนจริง จึงขอบันทึกไวโดยยอ เพื่อเปนบทนําของหนังสือกษิติครรภ
โพธิสัตวมูลปณิธานสูตร หรือ ต่ีจั้งเกง เลมนี้ พระสูตรเลมนี้ไดแปลจากตนฉบับภาษาจีนโบราณ ของพระ
ศึกษานันทะ สมัยราชวงศถัง สูภาษาไทย เริ่มแปลต้ังแตวันจันทรท่ี ๒๕ มีนาคม ถึงวันอังคารท่ี ๓๐ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๕๖ รวม ๓๗ วัน โดยอาศัยอรรถกถาของพระธรรมาจารย เซวียน-ฮวา มหาเถระ (宣化老和尚) ใน
การสอบทานความหมาย และไดรับความกรุณาจากอาจารยผูไมประสงคออกนาม ทานหนึ่ง ชวยแปลพระนาม
ของพระอริยะเจาตางๆ จากภาษาจีนเปนภาษาสันสกฤต เพ่ืออรรถรสในการอาน ซ่ึงมีความหมายตรงกันทั้ง
สองภาษา ทา นผูสนใจสามารถคน หาศพั ทเ ดิม ไดจ ากพระสตู รน้ใี นภาคภาษาจนี

หวังวาพระสูตรเลมน้ี จะเปนท่ีตั้งแหงความเลื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัย เพ่ือเปนเคร่ืองสํานึกในความ
เมตตากรุณาท่ีย่ิงใหญของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว เพื่อใหเกิดความศรัทธาและเขาใจตามคําสอนอยาง
ถูกตอง เพ่ืออุทิศกุศลคร้ังน้ีใหสรรพสัตวทั้งปวง ขอใหโลกธาตุสันติสุขรมเย็น เพื่อใหผูท่ีไดยินไดฟงเร่ืองราวน้ี
แลวเกิดศรัทธาปสาทะอยางถูกตอ ง ไมหลงงมงาย แสวงหาท่ีพ่ึงท่ีผิด กลับใจขมากรรมสํานึกผิด ไมทําบาป เรง
สรา งการกศุ ลทั้งปวง ก็จะชวยใหร อดพนจากอบายภูมิ แลวบรรลุถึงมรรคผลนิพพานในท่ีสุด กศุ ลใดจะพงึ เกิดมี
ในวาระนี้ ขออุทศิ ใหแ กหมสู ตั วในทคุ ตภิ ูมิ เปน เบื้องตน กับทง้ั มนษุ ย และเทวดาทงั้ ปวง

พระวศิ วภัทร เสกเซย่ี เกย๊ี ก (มณีปท มเกต)ุ 釋廣度

แปลและเขยี นท่ี กษิติครรภโ พธิมณฑล มลู นิธพิ ทุ ธจกั ษุวิชชาลยั (๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

12

地藏菩薩本願經

ก ษ� ติ ค ร ร ภ โ พ ธ� สั ต ว มู ล ป ณ� ธ า น สู ต ร

唐于闐國三藏沙門實叉難陀譯

忉利天宮神通品第一

如是我聞。一時佛在忉利天,為母說法。爾時十方無量世界,不可說不可說一切諸佛,及大菩薩
摩訶薩,皆來集會。讚歎釋迦牟尼佛,能於五濁惡世,現不可思議大智慧神通之力,調伏剛強眾
生,知苦樂法,各遣侍者,問訊世尊。

ปรเิ ฉทท่ี ๑ ทรงแสดงอภญิ ญายังดาวดึงสเทวพมิ าน
ขาพเจาไดสดับมาอยางนี้ สมัยหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจาประทับยังดาวดึงสเทวโลก เพื่อตรัสแสดงพระ
ธรรมเทศนาแกพระพุทธชนนี คร้ังน้ันบรรดาพระพุทธเจาและพระโพธิสัตวมหาสัตวท้ังหลาย ในโลกธาตุตางๆ
ทั่วทศทิศ ประมาณจํานวนไมได กลาวไมได พรรณนาไมไดถวน ไดมาชุมนุมเปนสันนิบาตใหญ ลวนกลาวคํา
สรรเสริญสดุดีพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจา วาทรงสามารถแสดงกําลังแหงพระมหาปญญาญาณ และพระ
อภญิ ญาท่ีเปน อจนิ ไตย ในโลกธาตุแหงความเสื่อมทั้งหาประการ เพ่ือบาํ ราบหมูสัตวท่ีแข็งกระดา งใหเ ขาใจในสิ่ง
ท่ีเรียกวา ทุกข สุข และธรรมบรรดาบรษิ ทั บรวิ ารทต่ี ามเสด็จมา ก็ไดนอ มคารวะพระผูม พี ระภาคเจาดวย

是時,如來含笑,放百千萬億大光明雲,所謂大圓滿光明雲、大慈悲光明雲、大智慧光明雲、大
般若光明雲、大三昧光明雲、大吉祥光明雲、大福德光明雲、大功德光明雲、大歸依光明雲、大
讚歎光明雲,放如是等不可說光明雲已。

ในเวลาน้ันพระตถาคตเจาทรงแยมสรวล แลวทรงเปลงพระมหารัศมีจํานวนรอยพันโกฏิ อันมี รัศมีแหง
ความบริบูรณท่ีย่ิงใหญ รัศมีแหงเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ รัศมีแหงญาณคือความรูที่ยิ่งใหญ รัศมีแหงปญญาที่
ย่ิงใหญ รัศมีแหงสมาธิท่ียิ่งใหญ รัศมีแหงสิริมงคลท่ียิ่งใหญ รัศมีแหงบุญญาธิการและคุณธรรมที่ยิ่งใหญ รัศมี
แหงกุศลท่ีย่ิงใหญ รัศมีแหงสรณะที่ยิ่งใหญ รัศมีแหงการสดุดีท่ีย่ิงใหญ เม่ือทรงเปลงพระรัศมีโอภาสที่ไมอาจ
กลาวไดถ ว น อยา งนแี้ ลว

又出種種微妙之音,所謂檀波羅蜜音、尸波羅蜜音、羼提波羅密音、毗離耶波羅蜜音、禪波羅蜜
音、般若波羅密音、慈悲音、喜捨音、解脫音、無漏音、智慧音、大智慧音、師子吼音、大師子
吼音、雲雷音、大雲雷音。

ยังบังเกิดเปนสัทสําเนียงอันประณีตนานัปการ อันมี เสียงแหงทานบารมี เสียงแหงศีลบารมี เสียงแหง
ขันติบารมี เสียงแหงวิริยบารมี เสียงแหงฌานบารมี เสียงแหงปญญาบารมี เสียงแหงเมตตา กรุณา มุฑิตา
อุเบกขา เสียงแหงวิมุตติ เสียงแหงการปราศจากอาสวะเคร่ืองหมักดองในสันดาน เสียงแหงปญญาญาณ เสียง
แหงปญญาญาณท่ีย่ิงใหญ เสียงแหงการบันลือสีหนาท เสียงแหงการบันลือสหี นาทที่ยง่ิ ใหญ เสียงแหงอสุนบี าต
เสยี งแหง อสนุ บี าตทย่ี ิ่งใหญ

出如是等不可說不可說音已,娑婆世界,及他方國土,有無量億天龍鬼神,亦集到忉利天宮,所
謂四天王天、忉利天、須燄摩天、兜率陀天、化樂天、他化自在天、梵眾天、梵輔天、大梵天、
少光天、無量光天、光音天、少淨天、無量淨天、遍淨天、福生天、福愛天、廣果天、無想天、
無煩天、無熱天、善見天、善現天、色究竟天、摩醯首羅天、乃至非想非非想處天,一切天眾、
龍眾、鬼神等眾,悉來集會。

กแ็ ลเม่ือบงั เกิดเสียงตางๆท่ีกลาวไมได พรรณนาไมไดถวนอยางนแ้ี ลว ในสหาโลกธาตแุ ละในดินแดนอื่นๆ
ก็ยังมีเทพ นาค ภูตจํานวนโกฏิ ประมาณจํานวนไมได มายังดาวดึงสทิพยวิมานดวย อันมี เทพในช้ันจาตุมหา

13

ราชิกา ดาวดึงส สุยามา ดุสิต นิมมานรตี ปรนิมมิตสวัสตี พรหมบริษัท พรหมปุโรหิต มหาพรหม ปริตตาภาภูมิ
อปั ปมาณาภาภมู ิ อาภสั สรภูมิ ปริตตสุภาภมู ิ อปั ปมาณาสภุ าภูมิ สุภกิณหภูมิ อนภรกภมู ิ เวหัปผลภมู ิ อวิหาภูมิ
อตัปปาภูมิ สุทัสสภูมิ สุทัสสีภูมิ อกนิฏฐาภูมิ อันเปนท่ีสุดแหงรูปภูมิ ภพแหงทานมเหศวร จนถึงเนวสัญญานา
สญั ญายตนภูมิ เหลา บรรดาเทพเจา บรรดานาค และฝงู ภูต ก็ลว นมาชมุ นุมรวมกันอยู

復有他方國土,及娑婆世界,海神、江神、河神、樹神、山神、地神、川澤神、苗稼神、晝神、

夜神、空神、天神、飲食神、草木神,如是等神,皆來集會。

ยังมีเทพมหาสมุทร เทพสายนํ้า เทพแมนํ้า เทพตนไม เทพภูเขา เทพปฐพี เทพหนองนํ้า เทพกสิกรรม
เทพทิวา เทพราตรี เทพอากาศ เทพในสวรรค เทพแหงการบรโิ ภค เทพแหงตน ไมใบหญา บรรดาเทพเจาเหลานี้
ในดนิ แดนเบอ้ื งทศิ าอื่นๆ และสหาโลกธาตุ กล็ วนมาชุมนมุ รวมกนั อยู

復有他方國土,及娑婆世界,諸大鬼王。所謂:惡目鬼王、噉血鬼王、噉精氣鬼王、噉胎卵鬼王

、行病鬼王、攝毒鬼王、慈心鬼王、福利鬼王、大愛敬鬼王,如是等鬼王,皆來集會。

ยังมีบรรดามหาภูตผูเปนราชาแหงภูติท้ังหลาย เปนตนวา ภูตราชาผูมีดวงตาช่ัวราย ภูตราชาผูกลืนกิน
โลหิต ภูตราชาผูกลืนกินน้ําสุกกะ ภูตราชาผูกลืนกินไขในครรภแหงมารดา ภูตราชาผูกระทําใหเกิดโรคระบาด
ภูตราชาท่ีทําใหตอ งพิษ ภูตราชาแหงจิตเมตตา ภูตราชาแหงบุญวาสนา ภูตราชาผูยังใหเกิดความรกั และเคารพ
ที่ยิ่งใหญ บรรดาภูตราชาเหลา น้ี ในดินแดนเบือ้ งทิศาอืน่ ๆ และสหาโลกธาตุ ก็ลว นมาชุมนมุ รวมกันอยู

爾時釋迦牟尼佛、告文殊師利法王子菩薩摩訶薩:汝觀是一切諸佛菩薩及天龍鬼神,此世界、他

世界,此國土、他國土,如是今來集會到忉利天者,汝知數不?文殊師利白佛言:世尊,若以我

神力,千劫測度,不能得知。

สมัยครั้งนั้น พระศากยมุนีพุทธเจา มีพุทธดํารัสกับพระมัญชุศรีโพธิสัตวมหาสัตว ผูเปนธรรมราชกุมาร
“เธอจงพิจารณาดูบรรดาพระพุทธเจาและพระโพธิสัตวท้ังหลาย กับท้ังเทพ นาค ภูต ท่ีอยูในโลกธาตุแหงน้ี ใน
โลกธาตุอื่นในดินแดนนี้ ในดินแดนอ่ืนท่ีไดมาประชุมรวมกันในดาวดึงสเทวโลกในบัดน้ีเถิด เธอรูถึงปริมาณ
หรอื ไม ?”

พระมัญชุศรีทูลพระพุทธองค “ขาแตพระผูมีพระภาคเจา แมนขาพระองคจะใชอิทธิพละหยั่งวัดอยูเปน
เวลาพนั กัลปก ็ไมอ าจรูถึงปริมาณไดเ ลยพระเจา ขา”

佛告文殊師利:吾以佛眼觀故,猶不盡數。此皆是地藏菩薩久遠劫來,已度、當度、未度,已成

就、當成就、未成就。

มีพุทธดํารัสกับพระมัญชุศรี “ตถาคตใชพุทธจักษุพิจารณาก็มิอาจนับไดถ วนเชน กัน ทั้งหมดนี้คือผูที่กษติ ิ
ครรภโพธิสตั ว ในเวลาทย่ี าวนานหลายกัลปม านี้ ไดทําการโปรดแลว ทกี่ ําลังโปรด และทย่ี งั ไมไ ดโปรด ไดสําเร็จ
แลว ที่กําลังจะไดส าํ เรจ็ และที่ยงั ไมส ําเร็จ”

文殊師利白佛言:世尊,我已過去久修善根、證無礙智。聞佛所言,即當信受。小果聲聞、天龍

八部、及未來世諸眾生等,雖聞如來誠實之語,必懷疑惑。設使頂受,未免興謗。唯願世尊、廣

說地藏菩薩摩訶薩,因地作何行?立何願?而能成就不思議事。

พระมัญชุศรีทูลพระพุทธองค “ขาแตพระผูมีพระภาคเจา ในอดีตนานแสนนาน ขาพระองคไดบําเพ็ญ
กุศลมูล จนไดบรรลุถึงความรูอันไมติดขัดมาแลว เม่ือไดยินพระวจนะของพระพุทธองคก็ใหศรัทธานอมรับ แต
ทวาผูถึงผลอันเล็กนอย พระสาวก เทพ นาค สัตวในคติแปด และบรรดาหมูสัตวทั้งหลายในอนาคต ท่ีแมจะได
ยินพระวจนะอันเปนความสัตยของพระตถาคต ก็จะตองสงสยั เคลือบแคลงเปนแนแ ท แมจะไมใ ชศีรษะนอมรบั

14

แลวกลับจะย่ิงปรามาสใหราย ขอพระผูมีพระภาคเจาโปรดตรัสแสดงใหกวางขวางเถิด วาพระกษิติครรภ
โพธสิ ัตวม หาสตั ว แตเดมิ มาไดก ระทําจริยาอยางไร ไดตงั้ ปณิธานไวอ ยา งไร ถึงไดส าํ เร็จสงิ่ ท่ีเปน อจินไตยอยางนี้
ดวยเถิด พระเจา ขา ”

佛告文殊師利:譬如三千大千世界所有草木叢林、稻麻竹葦、山石微塵,一物一數,作一恆河;
一恆河沙,一沙一界;一界之內、一塵一劫,一劫之內,所積塵數,盡充為劫,地藏菩薩證十地
果位以來,千倍多於上喻。何況地藏菩薩在聲聞、辟支佛地。

มีพุทธดํารัสกับพระมัญชุศรี “อุปมาตนหญา ปาไม ตนขาว เม็ดงา ตนออ ตนไผ บรรพต ศิลา ปรมาณู
(สสารท่ีเล็กทสี่ ุด) ทม่ี ีอยูภายในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ โดยแตละสิ่งน้ันถอื เปนจํานวนนับอยางหนึ่ง (แตละสิ่ง
นั้น) ใหเปนคงคานทีสายหน่ึง เม็ดทรายในคงคานทีเม็ดหนึ่งเปนโลกธาตุแหงหน่ึง ปรมาณูหน่ึงๆ ท่ีอยูภายใน
โลกธาตุตา งๆนั้น คือ กัลปหน่ึง เม่ือนับปรมาณูที่อยูในหวงเวลาแหงกัลปเหลานนั้ จนหมดส้ินแลว จึงเปน (มหา)
กัลปอยางนี้แล คือระยะเวลาท่ีพระกษิติครรภโพธิสัตวไดบรรลุถึงผลฐานะแหงทศภูมิมาแลว ซ่ึงนานกวาการ
อุปมาขางตนอีกพันเทา แลวจะประสาอะไรที่พระกษติ ิครรภโพธิสัตวจะตง้ั อยูในภูมแิ หงสาวก หรือภูมิแหงพระ
ปจเจกพทุ ธเลา

文殊師利,此菩薩威神誓願,不可思議。若未來世,有善男子、善女人,聞是菩薩名字,或讚歎
、或瞻禮、或稱名、或供養,乃至彩畫刻鏤塑漆形像,是人當得百返生於三十三天,永不墮惡道


ดูกอนมัญชุศรี อานุภาพและปณิธานของโพธิสัตวองคน้ีเปนอจินไตย ไมอาจหยั่งวัดคาดเดาได หากใน
อนาคตมีกลุ บตุ รกุลธดิ า ทีไ่ ดย ินนามของพระโพธสิ ัตวอ งคน้ี หรือสดดุ ี หรือแลมองดวยความเคารพเลอ่ื มใส หรอื
สรรเสริญนาม หรือสักการะ ไปจนถึงการวาด แกะสลัก หลอ ปนปฏิมากรข้ึน บุคคลน้ีจะเกิดท่ีดาวดึงส
เทวโลกหน่ึงรอยคร้ัง ไมต กสูอบายมรรคตลอดไป

文殊師利,是地藏菩薩摩訶薩,於過去久遠不可說、不可說劫前,身為大長者子。時世有佛,號
曰師子奮迅具足萬行如來。時長者子,見佛相好,千福莊嚴,因問彼佛:作何行願,而得此相?
時師子奮迅具足萬行如來告長者子:欲證此身,當須久遠度脫一切受苦眾生。

ดูกอนมัญชุศรี กษิติครรภโพธิสัตวมหาสัตวน้ี ในอดีตที่ผานมานานหลายกัลปจนกลาวไมได จนพรรณนา
ไมได ไดเกิดเปนบุตรของมหาคฤหบดี สมัยน้ันในโลกมีพระพุทธเจา พระนามวา สีหวิกฺรีทิตปูรฺณจริยาตถาคต (
師子奮迅具足萬行如來) ครั้งน้ันบุตรคฤหบดี ไดเห็นพระพุทธมงคลลกั ษณะ ท่ีอลังการดวยบุญญาธิการ เปน
เหตุใหทูลถามพระพุทธเจา องคน ้ันวา ตองกระทําจริยาและปณิธานอยางไรจงึ จะไดลักษณะอยางน้ี คร้ังน้ันพระ
สหี วกิ ฺรที ิตสมปรู ณฺ จริยาตถาคต รับสัง่ กับบตุ รคฤหบดวี า “เม่อื ปรารถนาไดก ายอยา งน้ี จะตอ งโปรดสรรพสัตวที่
รบั ทกุ ขท งั้ หลายเปนเวลานานแสนนาน”

文殊師利!時長者子,因發願言:我今盡未來際不可計劫,為是罪苦六道眾生,廣設方便,盡令
解脫,而我自身,方成佛道。以是於彼佛前,立斯大願,于今百千萬億那由他不可說劫,尚為菩
薩。

ดูกอนมัญชุศรี เวลานั้นบุตรคฤหบดีจึงประกาศปณิธานวา “นับแตบัดนี้จนส้ินขอบเขตเบ้ืองอนาคตที่ไม
อาจนบั คาํ นวณกลั ปได เพื่อหมูสัตวท ้ังหกภมู ิ ผูมบี าปทกุ ข ขา พเจาจะใชวิธีการตา งๆ ชวยใหห ลดุ พน จนหมดส้ิน
แลวตัว ขาพเจาจึงจะสําเร็จพระพุทธมรรค” ดวยการที่ไดประกาศมหาปณิธานที่เบ้ืองพระพักตรของ

15

พระพุทธเจาพระองคนั้น นับเน่ืองจนถึงกาลบัดน้ี ผานมารอยพันหม่ืนโกฏินยุตกัลป อันไมอาจกลาวได (บุตร
คหบดี คือ พระกษติ ิครรภ) ก็ยังคงเปนพระโพธิสตั วอ ยูแมน บัดน”้ี

又於過去,不可思議阿僧祇劫,時世有佛,號曰覺華定自在王如來,彼佛壽命,四百千萬億阿僧

祇劫。像法之中,有一婆羅門女,宿福深厚,眾所欽敬;行住坐臥,諸天衛護。其母信邪,常輕

三寶。是時聖女廣設方便,勸誘其母,令生正見,而此女母,未全生信。不久命終,魂神墮在無

間地獄。

ในอดีตนับอสงไขยกัลปท่ีไมอาจคาดคิดได คร้ังน้ันในโลกมีพระพุทธเจา พระนามวา โพธิปุณฑรีกไกวัลย
สมาธิราชตถาคต (覺華定自在王如來) พระพุทธเจาองคนั้นมีพระชนมพรรษา ส่ีพันลานโกฏิอสงไขยกัลป ใน
สมัยสัทธรรมปฏิรูปยังมีพราหมณีผูหน่ึง เปนผูมีบุญญาธิการมหาศาลมาแตกาลกอน หมูชนลวนใหความเคารพ
ยําเกรง ไมวาจะเดิน ยืน น่ัง นอน หมูเทพตางอารักขาดูแล แตทวามารดาของเธอน้ันเช่ือในความเห็นผิด ดู
แคลนพระรตั นตรยั อยเู ปน นิจ เวลาน้ัน พราหมณีผูเจริญไดใ ชว ธิ ีการตางๆ เพ่ือชักนาํ มารดาใหเ กดิ สัมมาทฐิ ิไดใน
ชาติน้ี แตท วา มารดาของเธอไมอาจนอ มใจศรทั ธาไดท ้ังหมด มชิ านานก็ส้ินชีพลง ดวงวญิ ญาณจงึ ตกสอู เวจนี รก

時婆羅門女,知母在世,不信因果。計當隨業,必生惡趣。遂賣家宅,廣求香華,及諸供具,於

先佛塔寺,大興供養。見覺華定自在王如來,其形像在一寺中,塑畫威容,端嚴畢備。時婆羅門

女,瞻禮尊容,倍生敬仰。私自念言:佛名大覺,具一切智。若在世時,我母死後,儻來問佛,

必知處所。時婆羅門女,垂泣良久,瞻戀如來。忽聞空中聲曰:泣者聖女,勿至悲哀,我今示汝

母之去處。婆羅門女合掌向空,而白空曰:是何神德,寬我憂慮。我自失母以來,晝夜憶戀,無

處可問知母生界。時空中有聲,再報女曰:我是汝所瞻禮者,過去覺華定自在王如來,見汝憶母

,倍於常情眾生之分,故來告示。

ครั้งน้ัน พราหมณีรูวาเมื่อยามมารดามีชีวิตในโลก ไมเชื่อเร่ืองเหตุและผล จะตองไปเกิดยังอบายภูมิตาม
กรรมน้ันเปนแน พราหมณีจึงขายบานเรือน แลวเสาะหาเคร่ืองหอม บุปผชาติ และเคร่ืองสักการะทั้งปวง บูชา
ตอพระสถปู อารามของพระพุทธเจาพระองคน้ันอยางยิ่งใหญ ก็เมื่อ (พราหมณ)ี ไดเ ห็นปฏิมาแหง พระโพธิปุณฑ
รีกไกวัลยสมาธิราชตถาคต ในอารามแหงหน่ึง ที่ปนแลวาดไดงดงามนาเลื่อมใสเปนย่ิงนัก เวลานั้น เมื่อ
พราหมณีไดแหงนมองพระพักตรแหงพระพุทธปฏิมากรน้ัน ก็ยิ่งทวีความเคารพศรัทธา พลางรําพึงวา “พระ
สัมมาสัมพทุ ธเจามีพระนามวา มหาโพธิ คอื พระสพั พัญู ผมู ีความรแู จงชัดในส่ิงทัง้ ปวง หากในสมัยทพี่ ระองค
ยังทรงพระชนมอยใู นโลก เมือ่ ทานแมของเราสิ้นชีพไปแลว ถาไดทลู ถามปญหาขอนต้ี อพระพุทธองค ก็จะทราบ
ไดแนวาทานแมอยูที่ใด” คร้ันแลวพราหมณีจึงรํ่าไหอยูเปนเวลานาน ไดแหงนมองพระตถาคตดวยความเศรา
โศก พลันก็ไดยินเสียงดังจากอากาศ “ดูกอนนางผูเจริญ ผูหลั่งน้ําตา จงอยาไดเศราโศกไปเลย บัดนี้เราจะบอก
วา มารดาของเธอไปยังสถานท่ีใด” พราหมณไี ดพ นมมือไหวไปในอากาศแลว กลาวกบั อากาศนน้ั “ทา นคือเทพ
เจาองคใดหนอ ท่ีมาปลอบขาพเจา นับแตท่ีสูญเสียทานแมไปแลวทุกวันคืน ก็ไดแตหวนคิดดวยความโศกเศรา
อาลัย ไมม แี หง ใดท่ใี หส อบถามไดเลยวา ทานแมไ ปเกิดอยทู ่ีใด”

เวลานั้น ในอากาศยังมีเสียงบอกกับพราหมณีอกี “เราคือพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคต ท่ีเธอ
กําลังสักการะอยูน้ี เราเห็นเธอระลึกถึงมารดามากกวาสรรพสัตวท่ัวไปหลายเทานัก เหตุน้ีจึงมาแจงใหเธอ
ทราบ”

婆羅門女聞此聲已,舉身自撲,肢節皆損。左右扶侍,良久方蘇。而白空曰:願佛慈愍,速說我

母生界,我今身心,將死不久。時覺華定自在王如來,告聖女曰:汝供養畢,但早返舍,端坐思

惟吾之名號,即當知母所生去處。

16

เมือ่ พราหมณีไดยนิ เสียงนี้แลว กร็ บี ลุกขึน้ จนแขนขาบาดเจ็บ คนรับใชตองพยาบาลอยูเปน เวลานาน แลว
พูดกับอากาศอีก “ขอพระพุทธองคทรงเมตตาสงสาร รีบตรัสบอกวา ทานแมของขาพเจาไปเกิดอยูในภูมิใด
โดยเร็วเถดิ บดั น้ี รางกายและจิตใจของหมอมฉัน กจ็ ะตายตามไปดวยในไมช า ”

เมื่อน้ันพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคตเจา ทรงมีรับสั่งกับนางผูเจริญน้ันวา “เมื่อเธอสักการะ
เรยี บรอยแลว จงรีบกลับเรอื นเถดิ แลวนงั่ ภาวนาถึงนามของเราตถาคต เธอก็จะรวู า แมของเธอไปเกิดอยูท่ใี ด”

時婆羅門女尋禮佛已,即歸其舍。以憶母故,端坐念覺華定自在王如來。經一日一夜,忽見自身

到一海邊。其水涌沸,多諸惡獸,盡復鐵身,飛走海上,東西馳逐。見諸男子女人,百千萬數,

出沒海中,被諸惡獸爭取食噉。又見夜叉,其形各異,或多手多眼、多足多頭、口牙外出,利刃

如劍。驅諸罪人,使近惡獸,復自搏攫,頭足相就。其形萬類,不敢久視。時婆羅門女,以念佛

力故,自然無懼。

บัดน้ันเม่ือนางพราหมณีไดถวายความเคารพพระพุทธองคแลวก็กลับไปยังเรือน ใชจิตที่คิดถึงมารดาเปน
เหตุใหน่ังระลึกถึงแตพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคต ผานไปหนึ่งวันหน่ึงคืน ก็ไดเห็นรางของตนไปถงึ
ชายฝง ทะเลแหงหน่ึงทม่ี ีนาํ้ เดือดพลา น มสี ตั วร า ยอยูจํานวนมากซึ่งลวนแตมกี ายเปนเหลก็ กลา บนิ โฉบวนไปมา
บนทะเลน้ัน ไดแลเห็นบุรุษสตรีท้ังหลายจํานวนนับพันลาน ดําผุดดําวายอยูในทะเลน้ัน ซึ่งถูกสัตวรายเหลานั้น
ขยํ้าเปนอาหาร ท้ังไดเห็นรากษสที่มีรูปรางตางๆ บางก็มีหลายมือ หลายตา หลายเทา หลายหัว มีเขี้ยวแหลม
คมเหมือนดาบยาวโงงออกจากปาก กายของคนบาปทั้งหลาย ยังมีสัตวรายเกาะเก่ียวตามราง แลวกลืนกินทั้ง
ศีรษะถึงปลายเทา ก็สิ่งตางๆ เหลานี้ทําใหไมกลามองดูไดนาน เวลานั้นพราหมณี ไดใชอํานาจแหงพุทธานุสสติ
เปนเหตุ ใหไมหวาดกลัวเปน ปกติ

有一鬼王,名曰無毒,稽首來迎,白聖女曰:善哉,菩薩,何緣來此?時婆羅門女問鬼王曰:此

是何處?無毒答曰:此是大鐵圍山西面第一重海。聖女問曰:我聞鐵圍之內,地獄在中,是事實

否?無毒答曰:實有地獄。聖女問曰:我今云何得到獄所?無毒答曰:若非威神,即須業力,非

此二事,終不能到。聖女又問:此水何緣,而乃涌沸,多諸罪人,及以惡獸?無毒答曰:此是閻

浮提造惡眾生,新死之者,經四十九日後,無人繼嗣,為作功德,救拔苦難,生時又無善因。當

據本業所感地獄,自然先渡此海。海東十萬由旬,又有一海,其苦倍此。彼海之東,又有一海,

其苦復倍。三業惡因之所招感,共號業海,其處是也。

มีภูตราชาตนหนึ่งชื่อ นิรวิษะ ไดกมนอมศีรษะลงตอนรับ แลวกลาวกับนางพราหมณี “สาธุ เหตุใดพระ
โพธิสัตวจึงมาถึงสถานที่น้ี” พราหมณีตอบ “สถานท่ีน้ีคือท่ีใด” นิรวิษภูตราชาตอบ “ท่ีแหงน้ี คือทะเลแหงท่ี
หน่ึง ดานตะวันตกของภูเขาจักรวาฑ” พราหมณีถาม “เราไดยินมาวาในภูเขาเหล็ก มีนรกอยูในนั้นเรื่องน้ีเปน
ความจริงหรือไม” นิรวิษะตอบ “มีนรกอยูในนั้นจริง” พราหมณีถาม “แลวเรามาถึงนรกน้ีไดอยางไรเลา” นิ
รวิษะตอบวา “หากมิไดมาดวยฤทธิ์ ก็ตองมาเพราะอํานาจกรรม หากมิใชสองส่ิงน้ีแลวก็ไมสามารถมาได”
พราหมณถี ามอกี “เหตุไฉนนํ้านจ้ี งึ เดือดพลา น แลวมคี นบาปและสัตวรายมากมายอยางนี้หนอ” นิรวษิ ะตอบวา
“พวกเหลานี้คือหมูสัตวในชมพูทวีป ผูทําบาปที่สิ้นชีพไมนาน เม่ือผานส่ีสิบเกาวันแลว ก็ยังไมมีผูสืบสายโลหิต
กระทํากุศล เพ่ือชวยเหลือใหพนทุกขภัย เม่ือยามมีชีวิตก็ยังไมกระทําความดีงาม ดวยกรรมน้ันจึงนําพามายัง
นรก โดยจะตอ งขามทะเลน้กี อ น ถัดจากทะเลนไ้ี ปดา นตะวนั ออกอีกหนงึ่ แสนโยชน ยงั มที ะเลอกี แหง หนึ่งทที่ ุกข
ทรมานกวานี้อีกหน่ึงเทา ดานตะวันออกของทะเลน้ี ก็ยังมีทะเลอีกแหงท่ีมีความทุกขยิ่งขึ้นไปอีกหน่ึงเทา เปน
เพราะกรรมท้งั สาม (กรรมทางกาย วาจา ใจ) ทช่ี กั นาํ มา ทง้ั หมดมีช่อื วา ทะเลกรรม ซงึ่ กค็ อื สถานที่แหงนเ้ี อง”

17

聖女又問鬼王無毒曰:地獄何在?無毒答曰:三海之內,是大地獄,其數百千,各各差別。所謂

大者,具有十八。次有五百,苦毒無量。次有千百,亦無量苦。聖女又問大鬼王曰:我母死來未

久,不知魂神當至何趣?鬼王問聖女曰:菩薩之母,在生習何行業?聖女答曰:我母邪見,譏毀

三寶。設或暫信,旋又不敬。死雖日淺,未知生處。無毒問曰:菩薩之母,姓氏何等?聖女答曰

:我父我母,俱婆羅門種,父號尸羅善現,母號悅帝利。

พราหมณถี ามนริ วิษภตู ราชาอีก “แลวนรกต้งั อยูท่ใี ดเลา” นิรวษิ ะตอบวา “ภายในทะเลท้ังสามนี้ คอื มหา
นรก ในนนั้ ยงั มคี วามแตกตางกันไปนับไดแ สนประการ อันมีขมุ ใหญ รวมแลวมสี ิบแปดขุม ยังมอี กี หา รอยขุมท่ีมี
ความทุกขทรมานแสบรอนไมมีประมาณ ยังมีอีกหน่ึงแสนขุมก็มีความทุกขทรมานไมมีประมาณเชนกัน”
พราหมณีถามมหาภูตราชาอีก “มารดาของเราสิ้นชีพไมนาน มิทราบวาดวงวิญญาณไปถึงท่ีใด” ภูตราชาถาม
พราหมณีวา “มารดาของพระโพธิสัตวตอนมีชีวิตมีพฤติกรรมอยางไร” พราหมณีตอบ “มารดาของเรามี
มิจฉาทิฐิ กลาวใหร ายพระรตั นตรัย แมจะมีศรัทธาก็จะมีเพยี งชั่วครู แลว กลับกลายไมเคารพอกี แมจ ะไดส้นิ ชีพ
ไมนาน ก็ไมรูวาไปเกิดท่ีใด” นิรวิษะถาม “มารดาของพระโพธิสัตวมีช่ือและตระกูลเชนไร” พราหมณีตอบวา
ทง้ั บิดามารดาลวนอยูในตระกูลพราหมณ บิดาชื่อ “ชีรชิณณะ” มารดาช่อื “ยฐั ฐีล”ี

無毒合掌啟菩薩曰:願聖者卻返本處,無至憂憶悲戀。悅帝利罪女,生天以來,經今三日。云承

孝順之子,為母設供修福,布施覺華定自在王如來塔寺。非唯菩薩之母,得脫地獄,應是無間罪

人,此日悉得受樂,俱同生訖。鬼王言畢,合掌而退。

นิรวิษะไดพนมมือแลวแจงพระโพธิสัตววา “ขอทานกลับไปเถิด อยาไดมีจิตกังวลโศกเศราอีกเลย นาง
บาปยัฐฐีลี ไดไปเกิดบนเทวโลกเม่ือสามวันกอนแลว เพราะไดอาศัยผลบุญท่ีบุตรกตัญูไดบําเพ็ญกุศลถวาย
พุทธบูชา ถวายทานตอสถูปอารามแหงพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคตเจา เพื่ออุทิศแกมารดา ซ่ึงมิ
เพียงมารดาของพระโพธิสัตวเทานั้นท่ีไดพนจากนรก ในขณะน้ันคนบาปในอเวจี ก็ลวนไดอานิสงสไปเกิดพรอม
กันแลว ” เมื่อภตู ราชากลา วจบ จึงพนมมือแลวลาจากไป

婆羅門女,尋如夢歸。悟此事已,便於覺華定自在王如來塔像之前,立弘誓願:願我盡未來劫,

應有罪苦眾生,廣設方便,使令解脫。佛告文殊師利:時鬼王無毒者,當今財首菩薩是。婆羅門

女者,即地藏菩薩是。

พราหมณจี งึ คอ ยๆต่นื จากความฝน เม่ือระลึกไดถ ึงเหตกุ ารณน ้แี ลว จงึ ไดประกาศปณิธานท่เี บือ้ งหนาสถูป
ปฏิมาของพระโพธิปุณฑรีกไกวัลยสมาธิราชตถาคตเจาวา “ขาพเจาขอประกาศวา ตลอดสิ้นกัลปในอนาคต จะ
ใชวธิ กี ารตางๆ ยงั ใหห มสู ตั วผูมีบาปทุกขท รมานไดลุถึงการหลดุ พน” พระผูมีพระภาคเจา ตรัสกบั พระมัญชศุ รวี า
นริ วิษะภูตราชาในครงั้ น้นั กค็ อื ธนกฏู โพธิสัตว ในปจจุบันพราหมณีก็คอื กษิตคิ รรภโพธสิ ัตว ฉะน้ี

分身集會品第二

爾時百千萬億不可思、不可議、不可量、不可說無量阿僧祇世界,所有地獄處,分身地藏菩薩,

俱來集在忉利天宮。以如來神力故,各以方面,與諸得解脫從業道出者,亦各有千萬億那由他數

,共持香華,來供養佛。彼諸同來等輩,皆因地藏菩薩教化,永不退轉於阿耨多羅三藐三菩提。

是諸眾等,久遠劫來,流浪生死,六道受苦,暫無休息。以地藏菩薩廣大慈悲,深誓願故,各獲

果證。既至忉利,心懷踴躍,瞻仰如來,目不暫捨。

ปริเฉทท่ี ๒ การชุมนมุ แหง นริ มาณกาย
สมัยนั้น บรรดานิรมาณกายของพระกษิติครรภโพธิสัตวที่มีอยูทั่วไปในโลกธาตุตางๆ ที่มีนรกภูมิจํานวน
แสนหม่ืนโกฏิ เปนอจินไตย คาดคิดไมได ตรึกไมได ประมาณไมได กลาวไมได เปนอสงไขยท่ีนับประมาณ
จาํ นวนไมไ ด ลว นไดม าประชุมกันท่ดี าวดึงสทพิ ยว ิมาน ดว ยอาศยั พระพุทธานภุ าพ ทาํ ใหแตล ะทานทไี่ ดหลดุ พน

18

จากสังสารวัฏดวยประการตางๆ ซึ่งลวนมีจํานวนถึงแสนโกฏินยุตะ ตางก็ถือเอาเคร่ืองหอม บุปผชาติ มาถวาย
สักการะพระพุทธองค ก็บรรดาหมูผูที่มาเหลานี้ เพราะไดรับการสง่ั สอนจากพระกษิติครรภโพธิสัตว จึงไมเสอ่ื ม
ถอยจากพระอนตุ รสมั มาสัมโพธแิ ลว ตลอดกาลทง้ั สน้ิ อันหมูค ณะเหลา น้ี ในกลั ปท่ผี านมาแลวแสนนาน ไดเวียน
วายตายเกดิ ในภูมิทงั้ หก เสวยทุกขท รมานมไิ ดหยุดพักแมเพียงครู เพราะเมตตากรุณาอันยง่ิ ใหญ และปณิธานท่ี
คัมภีรภาพของพระกษิติครรภโพธิสัตวเปนเหตุ ทําใหลวนไดบรรลุมรรคผลแลวมายังดาวดึงส ในจิตก็ปติปรีดา
แหงนมองพระตถาคตเจาดว ยความเคารพ อยางไมล ะสายตา

爾時,世尊舒金色臂,摩百千萬億不可思、不可議、不可量、不可說、無量阿僧祇世界諸分身地

藏菩薩摩訶薩頂,而作是言:吾於五濁惡世,教化如是剛強眾生,令心調伏,捨邪歸正,十有一

二,尚惡習在。吾亦分身千百億,廣設方便。或有利根,聞即信受;或有善果,勤勸成就;或有

暗鈍,久化方歸;或有業重,不生敬仰。如是等輩眾生,各各差別,分身度脫。

บัดนั้นพระผูมีพระภาคเจาทรงย่ืนพระสุวรรณพาหา (แขนของพระพุทธองค) ไปสัมผัสศีรษะของบรรดา
นิรมาณกายของพระกษิติครรภโพธิสัตว ที่มีอยูท่ัวไปในโลกธาตุตางๆ จํานวนแสนหม่ืนโกฏิ อันเปนอจินไตย
คาดคิดไมได ตรึกนึกไมได ประมาณไมได กลาวไมได เปนจํานวนอสงไขยที่นับประมาณไมได แลวตรัสวา
“ตถาคตส่งั สอนสรรพสตั วผ ูแข็งกระดางในโลกแหง ความเสื่อมหาประการอยา งนี้ บาํ ราบจติ ใจของหมูสัตวใหละ
ความเห็นผดิ สคู วามเหน็ ชอบ ในจํานวนสบิ ยงั มีหน่ึงหรือสองทมี่ นี สิ ัยชั่วราย ตถาคตกน็ ิรมาณกายไปจาํ นวนแสน
โกฏิเชนกัน ไดใชวิธีการท่ีแยบคายบาง ก็มีผูฉลาดท่ีเมื่อไดฟงแลวก็ศรัทธานอมรับ บางผูท่ีมีกุศลผลอันดีงาม ท่ี
เมื่อพากเพียรก็จะสําเร็จได บางก็มีผูที่โงเขลามืดบอด ตองสั่งสอนเปน เวลานานจึงจะเขาใจ บางก็มีกรรมหนักมิ
อาจเกิดความเคารพศรัทธา บรรดาสรรพสัตวเหลา นี้ (ตถาคต) ก็ไดน ิรมาณกายไปตางๆกนั เพอ่ื โปรดใหห ลุดพน

或現男子身、或現女人身、或現天龍身、或現神鬼身、或現山林川原、河池泉井,利及於人,悉

皆度脫。或現天帝身、或現梵王身、或現轉輪王身、或現居士身、或現國王身、或現宰輔身、或

現官屬身、或現比丘、比丘尼、優婆塞、優婆夷身、乃至聲聞、羅漢、辟支佛、菩薩等身、而以

化度。非但佛身,獨現其前。

บา งปรากฏเปนกายของบุรษุ บางปรากฏเปนกายของสตรี บางปรากฏเปนกายของเทพ นาค บางปรากฏ
เปนกายของภูต บางปรากฏเปนบรรพต พนาวัน ชลธาร สายน้ํา บอนํ้า เพื่อยังประโยชนใหบุคคลไดหลุดพน
บางปรากฏกายเปนสักกเทวราช บางปรากฏกายเปนพรหมราช บางปรากฏกายเปนพระเจาจักรพรรดิ บาง
ปรากฏกายเปน บณั ฑิต บางปรากฏกายเปนราชา บางปรากฏกายเปนอาํ มาตย บา งปรากฏกายเปนขาราชสํานัก
บางปรากฏกายเปนภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปจนถึงกายของพระสาวก พระอรหันต พระปจเจกพุทธะ
พระโพธิสตั วเ พื่อสัง่ สอนชว ยเหลือ มิเพียงแตปรากฏกายแหง พทุ ธะนี้เทา นนั้

汝觀吾累劫勤苦,度脫如是等難化剛強罪苦眾生。其有未調伏者,隨業報應。若墮惡趣,受大苦

時,汝當憶念吾在忉利天宮,殷懃付囑。令娑婆世界,至彌勒出世已來眾生,悉使解脫,永離諸

苦,遇佛授記。

เธอจงพิจารณาดตู ถาคตบําเพญ็ ทุกรกริ ิยาในกัลปแหงความเหนื่อยยาก ที่โปรดหมูสัตวเหลานที้ ี่สั่งสอนได
ยาก เปนผูแข็งกระดางและมีบาปทุกข ผูท่ียังไมไดขัดเกลาอบรมก็จะตองไปตามวิบากกรรม หากเม่ือตองตกสู
อบายภูมิรับทุกขอันสาหัสใหญหลวง เธอจงระลึกถึงวันท่ีตถาคตฝากกําชับบนดาวดงึ สเทวโลกน้ีเถิด วาจงยังให
สรรพสัตวในสหาโลกธาตุไปจนถงึ สมัยทพี่ ระเมตไตรยะจะมาอบุ ัตขิ ้นึ ในโลก เปนผูไดห ลดุ พน ไกลจากความทกุ ข
เสยี ดแทงตลอดไป เพือ่ จะไดรบั พุทธพยากรณเถดิ

19

爾時,諸世界分身地藏菩薩,共復一形,涕淚哀戀,白其佛言:我從久遠劫來,蒙佛接引,使獲

不可思議神力,具大智慧。我所分身,遍滿百千萬億恆河沙世界,每一世界化百千萬億身,每一

身度百千萬億人,令歸敬三寶,永離生死,至涅槃樂。但於佛法中所為善事,一毛一渧,一沙一

塵,或毫髮許,我漸度脫,使獲大利。唯願世尊,不以後世惡業眾生為慮。如是三白佛言:唯願

世尊,不以後世惡業眾生為慮。爾時,佛讚地藏菩薩言:善哉!善哉!吾助汝喜。汝能成就久遠

劫來,發弘誓願,廣度將畢,即證菩提。

ครั้งนั้นบรรดานิรมาณกายของพระกษิติครรภโพธิสัตวในโลกธาตทุ ้ังหลาย ตางรวมเปนกายเดียวแลวหล่ัง
นาํ้ ตาดวยความเวทนาสงสาร แลวกราบทลู พระพุทธองคว า “เปน เวลาเน่นิ นานหลายกัลปม าแลว ที่ขาพระองค
ไดร ับการชี้แนะสง่ั สอนจากพระพุทธองค ทาํ ใหมอี านภุ าพเปนอจินไตย พรอ มดว ยมหาปญ ญาญาณ นริ มานกาย
ของขาพระองคมีอยูท่ัวไปในโลกธาตุตางๆ จํานวนเทาเม็ดทรายในคงคานทีแสนหม่ืนโกฏิ แตละโลกธาตุหน่ึงๆ
กไ็ ดนริ มาณกายไปแสนหมนื่ โกฏกิ าย แตละกายกโ็ ปรดสตั วไดแ สนหมื่นโกฏิ ยังใหเ ขาเหลาน้นั นอมพระรัตนตรัย
เปนท่ีพ่ึง ไดไกลจากสังสารวัฏ ถึงสุขแหงพระนิพพาน แมจะมีกุศลความดีงามในพุทธธรรมน้ี เพียงปริมาณนํ้า
หยดเดียว ทรายเม็ดเดียว ฝุนละอองเดยี ว หรือจะเทาปลายเสนผมก็ตาม ขาพระองคจะคอยๆ ชวยเหลือใหเขา
ไดรับประโยชนท่ีย่ิงใหญ ขอพระผูมีพระภาคเจาอยาไดทรงเปนหวงสรรพสัตวในโลกแหงความเสื่อมเบ้ืองหนา
เลย พระเจาขา” ไดทูลอยางน้ีสามครั้งวา “ขอพระผูมีพระภาคเจา อยาไดทรงเปนหวงสรรพสัตวในโลกแหง
ความเสือ่ มเบ้ืองหนา เลย พระเจาขา”

เวลานัน้ พระผูมีพระภาคเจา ทรงสรรเสริญพระกษิติครรภโพธิสตั ว “สาธๆุ ตถาคตขอโมทนากับเธอ เธอ
สามารถสําเร็จซ่ึงปณิธานท่ีประกาศมาแลวนานแสนนานเปนเวลาหลายกัลปอยางน้ี เมื่อการโปรดใกลจบสิ้น
เธอก็จะไดบ รรลุพระโพธิญาณ”

觀眾生業緣品第三

爾時佛母摩耶夫人,恭敬合掌問地藏菩薩言:聖者,閻浮眾生,造業差別,所受報應,其事云何

?地藏答言:千萬世界,乃及國土,或有地獄、或無地獄;或有女人、或無女人;或有佛法、或

無佛法,乃至聲聞辟支佛,亦復如是,非但地獄罪報一等。摩耶夫人重白菩薩:且願聞於閻浮罪

報所感惡趣。地藏答言:聖母,唯願聽受,我粗說之。佛母白言:願聖者說。

ปรเิ ฉทท่ี ๓ พจิ ารณากรรมปจ จยั ของหมสู ัตว
สมัยนั้น พระนางสิริมหามายาพุทธชนนี ไดประณมกรถามพระกษิติครรภโพธิสัตวดวยความเคารพนอบ
นอ มวา “ขาแตพระคณุ เจา สรรพสตั วในชมพูทวีปทไี่ ดทํากรรมตางกนั วบิ ากผลทไ่ี ดร ับนัน้ จะเปนเชนไรบางเจา
คะ” พระกษิติครรภตอบ “โลกธาตุจํานวนสิบลาน จนถึงดินแดนตางๆ บางก็มีนรก บางก็ไมมีนรก บางก็มีสตรี
บา งกไ็ มมสี ตรี บางก็มีพุทธธรรม บางก็ไมม พี ทุ ธธรรม ไปจนถึงพระสาวก พระปจเจกพทุ ธะ ก็เปนอยางนี้ ฉันใด
นรกก็มิไดมีเพียงบาป วิบากอยางเดียว ฉันนั้น” พระมายาเทวีถามพระโพธิสัตวอีกวา “ขอโอกาสไดสดับฟง
เรื่องราวของวิบากแหงบาป ท่ีจะสนองในอบายภูมิของหมูสัตวในชมพูทวีปดวยเถิด เจาคะ” พระกษิติครรภ
ตอบ “พระนางจงสดบั เถดิ อาตมาจะแสดงใหฟงพอสงั เขป” พระพุทธชนนี “ขอพระคุณเจา แสดงเถิด เจา คะ ”

爾時地藏菩薩白聖母言:南閻浮提,罪報名號如是。若有眾生不孝父母,或至殺害,當墮無間地

獄,千萬億劫求出無期。若有眾生出佛身血,毀謗三寶,不敬尊經,亦當墮於無間地獄,千萬億

劫,求出無期。若有眾生侵損常住,玷污僧尼,或伽藍內恣行婬欲,或殺或害,如是等輩,當墮

無間地獄,千萬億劫,求出無期。若有眾生,偽作沙門,心非沙門,破用常住,欺誑白衣,違背

戒律,種種造惡,如是等輩,當墮無間地獄,千萬億劫,求出無期。若有眾生,偷竊常住財物穀

米,飲食衣服,乃至一物不與取者,當墮無間地獄,千萬億劫,求出無期。

20

สมัยนั้น พระกษิติครรภโพธิสัตวกลาวกับพระชนนีวา “วิบากแหงบาปของ (หมูสัตว) ในชมพูทวีปมีชื่อ
อยางนี้ หากมีสรรพสัตวที่ไมกตัญูบิดามารดา หรือกระทั่งทํารายหรือฆาใหส้ินชีพ จะตองตกอเวจีนรก เปน
เวลาแสนโกฏิกัลป ก็ไมสามารถหลุดออกมาได หากมีสรรพสัตวยังพระพุทธเจาใหหอพระโลหิต กลาวคําใหราย
พระรัตนตรัย ไมเคารพพระธรรมคัมภีร ก็จะตองตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏิกัลป ก็ไมสามารถหลุดออกมา
ได หากมีสรรพสัตวท่ีลวงลํ้าสมบัติของหมูสงฆ หรือทําใหภิกษุณีแปดเปอน หรือกระทําการลามก เสพเมถุน
ในสังฆาราม หรือฆาหรือทํารายเหลาน้ี จะตองตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏกิ ัลป ก็ไมสามารถหลุดออกมาได
หากมีสรรพสัตวที่หลอกลวงวา ตนเปนสมณะแตใจมิเปนสมณะ ทําลายเคร่ืองใชของสงฆ หลอกลวงฆราวาสผู
ประพฤติธรรม ฝาฝนศีลวินัยกระทําความช่ัวนานาประการ เหลานี้จะตองตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏิกัลป
ก็ไมสามารถหลุดออกมาได หากมีสรรพสัตวลักขโมยทรัพยของสงฆ ท้ังขาวสารธัญญาหาร เคร่ืองอุปโภค
บริโภค อาภรณต ลอดถึงของสงิ่ หนึ่งทไ่ี มไดรับอนญุ าต จะตอ งตกอเวจีนรก เปนเวลาแสนโกฏิกลั ป กไ็ มส ามารถ
หลดุ ออกมาได

地藏白言:聖母,若有眾生,作如是罪,當墮五無間地獄,求暫停苦一念不得。摩耶夫人重白地

藏菩薩言:云何名為無間地獄?地藏白言:聖母,諸有地獄在大鐵圍山之內,其大地獄有一十八

所,次有五百,名號各別,次有千百,名字亦別。無間獄者,其獄城周匝八萬餘里,其城純鐵,

高一萬里,城上火聚,少有空缺。其獄城中,諸獄相連,名號各別。獨有一獄,名曰無間,其獄

周匝萬八千里,獄牆高一千里,悉是鐵圍,上火徹下,下火徹上。鐵蛇鐵狗,吐火馳逐獄牆之上

,東西而走。獄中有床,遍滿萬里。一人受罪,自見其身遍臥滿床。千萬人受罪,亦各自見身滿

床上。眾業所感獲報如是。又諸罪人,備受眾苦。千百夜叉及以惡鬼,口牙如劍,眼如電光,手

復銅爪,拖拽罪人。復有夜叉執大鐵戟,中罪人身,或中口鼻,或中腹背。拋空翻接或置床上,

พระกษิติครรภกลาว “พระนาง หากมีสรรพสัตวที่กระทําบาปอยางนี้ จะตองตกอเวจีนรก จะรองขอให
ระงับหยุดย้ังซ่ึงทุกขน้ันเพียงขณะเดียวก็มิได” พระนางมายาเทวีกลาวกับพระกษิติครรภอีกวา “อยางไรจึงช่ือ
วา อเวจีนรก เจาคะ” พระกษิติครรภตอบวา “พระนาง ก็บรรดานรกทั้งหลาย ต้ังอยูในมหาจักรวาลบรรพต
(คือภูเขาเหล็กท่ีวนรอบจักรวาล) ในน้ันมีมหานรกใหญสิบแปดขุม และยังมีอีกหารอยขุมท่ีมีชื่อตางกัน ยังมีอีก
หนึ่งแสนขุมที่มีชื่อตางกัน อันขุมอเวจีนั้น มีอาณาเขตแปดหมื่นกวาล้ี ภายในลวนเปนเหล็กกลา (กําแพง) สูง
หน่ึงหม่ืนลี้ ในขุมนั้นมีแตเพลิง ที่ลุกโชนแทบไมมีท่ีวางเลย ในเมืองนรกนั้นยังมีนรกตางๆ เรียงตอกันไป อันมี
ช่ือเรียกตางกันไปดวย แตจะมีขุมหน่ึงชื่อ “อเวจี” ในขุมน้ันมีอาณาเขตโดยรอบหน่ึงหม่ืนแปดพันลี้ กําแพงสูง
หนงึ่ พันล้ลี วนแตเปน เหลก็ กลา ดา นบนก็มีเพลงิ พุงลงดา นลาง ดานลา งกม็ เี พลิงพงุ ข้ึนดา นบน งเู หล็ก สุนัขเหลก็
ก็พนไฟ วิ่งพลานไปมาบนกําแพงน้ัน ในขุมนั้นก็ยังมีแทนใหญกวางเต็มหม่ืนล้ี แมจะมีสัตวนรกตนเดียวรับโทษ
รางของสัตวนรกนั้นก็จะแผเตม็ แทนน้ัน ฤๅจะมีสัตวนรกนับพนั หมื่นรับโทษทัณฑ ก็จะเห็นรางตนเองอยูเตม็ บน
แทนนั้น กรรมท้ังปวงจะสนองผลอยางนี้ อีกบรรดาคนบาปจะตองรับทุกขทรมานที่เผ็ดรอนนานับประการ
รากษสและปศาจรายจํานวนแสนตน ผูมีเขี้ยวประดุจคมดาบ มีดวงตาด่ังสายฟา เล็บมือก็เปนทองแดง ไลฉีก
กระชากรา งคนบาป ยังมีรากษสถือเอาหอกเหลก็ ดามโตเกย่ี วรางของคนบาป แทงท่ีปากบา ง จมกู บา ง แทงที่อก
บา ง หลงั บาง แลว เหวย่ี งขึ้นบนฟาใหต กลงมาทีห่ อกเหล็กน้ัน หรอื ใหตกลงบนแทน

復有鐵鷹啗罪人目。復有鐵蛇絞罪人頸。百肢節內,悉下長釘,拔舌耕犁,抽腸剉斬,烊銅灌口

,熱鐵纏身。萬死千生,業感如是。動經億劫,求出無期。此界壞時,寄生他界,他界次壞,轉

寄他方;他方壞時,輾轉相寄。此界成後,還復而來。無間罪報,其事如是。又五事業感,故稱

21

無間。何等為五?一者、日夜受罪,以至劫數,無時間絕,故稱無間。二者、一人亦滿,多人亦
滿,故稱無間。三者、罪器叉棒,鷹蛇狼犬,碓磨鋸鑿,剉斫鑊湯,鐵網鐵繩,鐵驢鐵馬,生革
絡首,熱鐵澆身,飢吞鐵丸,渴飲鐵汁,從年竟劫,數那由他,苦楚相連,更無間斷,故稱無間
。四者、不問男子女人,羌胡夷狄,老幼貴賤,或龍或神,或天或鬼,罪行業感,悉同受之,故
稱無間。五者、若墮此獄,從初入時,至百千劫,一日一夜,萬死萬生,求一念間暫住不得,除
非業盡,方得受生,以此連綿,故稱無間。地藏菩薩白聖母言:無間地獄,粗說如是。若廣說地
獄罪器等名,及諸苦事,一劫之中,求說不盡。摩耶夫人聞已,愁憂合掌,頂禮而退。

ยังมีเหยี่ยวเหล็กจิกดวงตาของคนบาป ยังมีงูเหล็กรัดที่คอคนบาป ขอตอตางๆ ในรางก็ถูกตรึงดวยตะปู
ยาว ใชตะขอเกี่ยวล้ินมาลากไถจนขาด ลากไสออกมาตัดเปนชิ้น หลอมทองแดงแลวกรอกปาก นาบรางกับ
เหล็กรอนจนส้ินใจแลวเกิดใหมนับครั้งไมถวน ดวยผลของกรรมอยูอยางนี้ แมจะผานไปโกฏิกัลปก็ไมสามารถ
หลุดออกมาได แมโลกธาตุนี้จะถึงกาลสลายยอยยับลง ก็จะถูกสงไปเกิดในโลกอื่นๆ แมโลกอื่นจะสลายยอยยับ
ลงกจ็ ะถูกสงไปยงั ทศิ อืน่ ๆ เมื่อทศิ อ่นื ๆ ถงึ แกการยอ ยยบั ลงกจ็ ะถูกสงตอไปอีก จนเมอ่ื โลกธาตุนสี้ ําเรจ็ ขน้ึ แลวก็
จะกลับมาอีก อนันตริยบาปที่หนักหนา ไมมีกรรมใดจะมาค่ันได มีเรื่องราวอยางน้ี ยังมีกรรมอีกหาประการที่
เรยี กวา อเวจี หา ประการอยา งไรเลา

ประการท่ีหน่ึง ตองรับโทษทัณฑตลอดทิวาราตรีไปจนสิ้นกัลป ตอเน่ืองไปไมมีกําหนดเวลาเหตุน้ีจึง
เรียกวา อเวจี

ประการทีส่ อง เม่ือมีสัตวน รกหนง่ึ ตนกจ็ ะเตม็ อยใู นนรก แมมีหลายตนก็จะเตม็ อยเู ชนกนั เหตนุ จ้ี ึงเรียกวา
อเวจี

ประการท่ีสาม เครื่องลงทัณฑตางๆ เปนตนวา กระบองสามงาม นกเหยี่ยว งู หมาปา สุนัข กระเดื่อง
ยักษ โม เลื่อย ส่ิว การบด สับ ตมในกระทะ แหเหล็ก เชือกเหล็ก ลาเหล็ก มาเหล็ก ถลกหนัง ใชนํ้าเหล็กรอน
เทราดบนราง เม่ือหิวก็ใหกินลูกเหล็ก เม่ือกระหายก็ใหดม่ื นา้ํ เหล็ก จากเปนปจนส้ินกัลปนับไดเปนนยุตะ ความ
ทุกขอ นั เผ็ดรอนนนั้ สืบเนื่องกนั โดยตลอดไมขาดชวง เหตุนี้จึงเรยี กวา อเวจี

ประการที่สี่ ไมวาจะเปนบุรุษหรือสตรี คนปาหรือคนเมือง ออนหรือแก รวยหรือจน จะเปนนาคหรือภูต
หรอื เทพ หรือปศ าจ เมอ่ื ไดก ระทาํ บาปแลว ก็จะตองรับผลเสมือนกนั เหตุน้ีจึงเรียกวา อเวจี

ประการที่หา หากตกนรกขุมนี้แลว ต้ังแตเร่ิมเขาไปจนถึงแสนกัลป ในหนึ่งวันหนึ่งคืน จะตองตายหมื่น
คร้ังแลวกลับเกิดมีชีวิตขึ้นมาอกี หม่นื ครั้ง จะขอหยุดพักเพียงอึดใจเดียวยังไมได นอกจากกรรมสิ้นแลว จึงจะได
เกดิ ใหม สบื เนอ่ื งอยอู ยา งนี้ เหตนุ ้ีจึงเรียกวา อเวจ”ี

พระกษิติครรภกลาวกับพระพทุ ธชนนวี า “อเวจีนรก กลา วโดยสงั เขปไดอยางนี้ หากจะกลาวใหกวา งขวาง
ออกไปถึงเคร่ืองลงทัณฑตางๆ ของนรกและชื่อของความทุกขตางๆ แลวไซร ในเวลาหน่ึงกัลปก็กลาวไดไมส ิน้ ”
เม่ือพระนางมายาเทวีไดส ดับแลว กใ็ หเศราโศก พนมกรนอ มเศียรนมสั การ แลวถอยกลับไป

閻浮眾生業感品第四

爾時地藏菩薩摩訶薩白佛言:世尊,我承佛如來威神力故,遍百千萬億世界,分是身形,救拔一
切業報眾生。若非如來大慈力故,即不能作如是變化。我今又蒙佛付囑,至阿逸多成佛以來,六
道眾生,遣令度脫。唯然世尊,願不有慮。

ปริเฉทท่ี ๔ กเิ ลสกรรมของสัตวใ นชมพูทวีป

22

สมัยนั้น พระกษิติครรภโพธิสัตวมหาสัตวทูลพระพุทธองควา “ขาแตพระผูมีพระภาคเจา เหตุที่ขา
พระองคไดอาศัยพระพุทธานุภาพ จึงไดนิรมาณกายไปในโลกธาตุจํานวนรอยพันหมื่นโกฏิ เพ่ือชวยเหลือสรรพ
สัตวทั้งปวงที่ไดรับผลกรรมตอบสนอง หากมิใชเพราะอํานาจแหงพระเมตตาที่ยิ่งใหญของพระตถาคตเจาแลว
ไซร ก็มิอาจจะบันดาลไดอยางนี้ บัดน้ีขาพระองคยังไดรับมอบหมายจากพระพุทธองคอีก จนกวาพระอชิตะจะ
มาสําเร็จเปนพระพุทธเจา (ขาพระองค) จะโปรดใหสรรพสัตวหลุดพน ขอพระผูมีพระภาคเจา โปรดอยาทรง
กงั วลเลย พระเจา ขา ”

爾時佛告地藏菩薩:一切眾生未解脫者,性識無定,惡習結業,善習結果。為善為惡,逐境而生

。輪轉五道,暫無休息,動經塵劫,迷惑障難。如魚游網。將是長流,脫入暫出,又復遭網。以

是等輩,吾當憂念。汝既畢是往願,累劫重誓,廣度罪輩,吾復何慮。

เวลาน้ัน พระพุทธองคมีรับสั่งกับพระกษิติครรภโพธิสัตววา “สรรพสัตวท้ังหลายเปนผูยังไมหลุดพน มี
จริตนิสสัยไมตั้งม่ัน ผูมีนิสสัยในอกุศลก็สรางบาป ผูมีนิสสัยในกุศลก็สรางบุญ ดวยบุญแลดวยบาปยังใหเกิดใน
วิสัยตางๆ เวียนวายอยูในภูมิทั้งหา มิไดหยุดพักแมเพียงครูผานไปนานนับกัลปเทาจํานวนฝุนธุลี ไดแตลุมหลง
มัวเมาในกิเลส ประสบอุปสรรคและเคราะหภัย อุปมามัจฉาท่ีหลงวายอยูในขายแหในสายน้ํา แมจะหลุดไปได
เพียงครูก็กลับมาติดแหอีก สัตวจําพวกน้ีท่ีตถาคตเปนหวง แตทวา เธอนั้นเลาไดสําเร็จซึ่งปณิธานท่ีประกาศไว
เม่ือกาลกอน ไดประกาศยํ้าความตั้งใจเพื่อจะโปรดสัตวผูมีบาปมานานหลายกัลป ตถาคตจะตองกังวลสิ่งใดอีก
เลา ”

說是語時,會中有一菩薩摩訶薩,名定自在王,白佛言:世尊,地藏菩薩累劫以來,各發何願,

今蒙世尊慇懃讚歎。唯願世尊,略而說之。爾時世尊告定自在王菩薩:諦聽諦聽!善思念之!吾

當為汝分別解說。乃往過去無量阿僧祇那由他不可說劫,爾時有佛,號一切智成就如來,應供、

正遍知、明行足、善逝、世間解、無上士、調御丈夫、天人師、佛、世尊,其佛壽命六萬劫。未

出家時為小國王,與一鄰國王為友,同行十善,饒益眾生。其鄰國內所有人民,多造眾惡。二王

議計,廣設方便。一王發願,早成佛道,當度是輩,令使無餘。一王發願,若不先度罪苦,令是

安樂,得至菩提,我終未願成佛。佛告定自在王菩薩:一王發願早成佛者,即一切智成就如來是

。一王發願永度罪苦眾生,未願成佛者,即地藏菩薩是。

ในขณะที่มีพทุ ธฎีกาอยนู ้ัน ในทป่ี ระชุมนนั้ มีพระโพธสิ ตั วม หาสัตวองคห นึง่ นามวา ไกวลั ยสมาธริ าช (定自
在王) ไดทูลพระพุทธองควา “ขาแตพระผูมพี ระภาคเจา ในหลายกัลปมาน้ี พระกษิติครรภโพธิสัตวไดประกาศ
ปณิธานไวอยางไรบางหนอ บัดนถ้ี ึงไดร บั การเอาพระทัยใสแ ละไดร บั การสรรเสริญจากพระตถาคตเจา ขอพระผู
มีพระภาคเจาโปรดตรสั โดยสงั เขปดว ยเถิด พระเจาขา” บัดนัน้ พระผมู พี ระภาคเจาตรสั กับพระไกวลั ยสมาธิราช
โพธิสตั วว า “จงฟง ใหดีๆ แลว กระทําไวใ นใจใหด ีเถดิ ตถาคตจะจําแนกแสดงแกเ ธอ ผานกาลเวลามาแลวในอดีต
นับประมาณไมได เปนอสงไขยนยุตกัลป จนไมอาจกลาวได สมัยนั้นมีพระพุทธเจาพระนามวา สรวชญานสิทธิ
ตถาคต (一切智成就如來) ผูเสด็จมาดีแลวอยางนั้น เปนผูควรบูชา เปนผูตรัสรูรอบทั่ว เปนผูบริบูรณดวย
วิชชาและจรณะ เปนผูเสด็จไปดีแลว เปนผูรูแจงชัดในโลกทั้งปวง เปนผูยอดเยี่ยมหาผูอื่นเสมอไมได เปนผูฝก
บุรุษท่ีควรฝก เปนคุรุของหมูมนุษยและเทวดา เปนผูต่ืน เปนท่ีพึ่งแหงโลก ก็พระพุทธเจาองคนี้มีพระ
ชนมพรรษาหกหมื่นกัลป เมื่อครั้งยังมิทรงออกผนวช ทรงเปนพระราชาในประเทศเล็กๆ ท้ังเปนพระสหายกับ
พระราชาในประเทศติดกัน ซึ่งลวนแตประพฤติทศกุศลกรรมบถ ยังประโยชนแกหมูสัตว แตทวาราษฎรของ
ประเทศใกลเคียง กระทําบาปช่ัวรายตางๆ เปนอันมาก พระราชาท้ังสองอาณาจักรไดปรึกษาและมีดําริถึงอุปา

23

ยะท่ียิ่งใหญอยางนี้ พระราชาองคหน่ึงประกาศปณิธานวา “จะขอสําเร็จพระพุทธมรรคโดยเร็ว แลวจะโปรด
สัตวเหลาน้ันใหหมดสิ้น” สวนพระราชาอีกองคประกาศปณิธานวา “หากไมอาจโปรดสัตวท่ีมีบาปทุกข ใหสัตว
เหลานัน้ ไดผาสกุ แลว บรรลุถงึ พระโพธแิ ลวไซร เรากจ็ ะไมขอสําเรจ็ เปนพระพทุ ธเจา”

พระพุทธองคตรัสกับพระไกวัลยสมาธิราชโพธิสัตว “พระราชาองคท่ีประกาศปณิธานจะสําเร็จเปน
พระพุทธเจาโดยเร็ว ก็คือ พระสรวชญาณสิทธิตถาคต สวนพระราชาที่ประกาศปณิธานวา จะโปรดสรรพสัตวผู
มบี าปโทษตลอดไป ยังไมปณิธานสําเรจ็ เปน พระพุทธเจา ก็คือ พระกษติ ิครรภโพธิสตั ว นี้เอง”

復於過去無量阿僧祇劫,有佛出世,名清淨蓮華目如來,其佛壽命四十劫。像法之中,有一羅漢

,福度眾生。因次教化,遇一女人,字曰光目,設食供養。羅漢問之:欲願何等?光目答曰:我

以母亡之日,資福救拔,未知我母生處何趣?羅漢愍之,為入定觀,見光目女母墮在惡趣,受極

大苦。羅漢問光目言:汝母在生,作何行業?今在惡趣,受極大苦。光目答言:我母所習,唯好

食噉魚鱉之屬。所食魚鱉,多食其子,或炒或煮,恣情食噉,計其命數,千萬復倍。尊者慈愍,

如何哀救?

ยังมีอีก ในอดีตที่ผานมาประมาณไมได นับดวยอสงไขยกัลป มีพระพุทธเจาอุบัติขึ้นในโลก พระนามวา วิ
ศุทธิปทมจักษุตถาคต (清淨蓮華目如來) ทรงมีพระพุทธชนมพรรษาส่ีสิบกัลป ในยุคแหงสัทธรรมปฏิรูป มี
พระภิกษุอริยบุคคลองคหนึ่ง ออกโปรดสรรพสัตวดวยบุญบารมี ดวยท่ีส่ังสอนไปตามเหตุปจจัย จึงไดพบสตรผี ู
หน่ึงช่ือ ประภาเนตร (光目) ซึ่งไดถวายภัตตาหาร พระอริยะองคน้ันจึงถามวา “มีความประสงคส่ิงใดหรือ”
ประภาเนตรจึงตอบวา “ขาพเจาใชวันที่แมเสียชวี ิต เพ่ือจะใชบุญกุศลชว ยเหลือแม แตไมรูวาแมของขา พเจา ไป
เกิดอยูท่ีใด” พระอริยเจานั้นสงสารจึงเจริญสมาธิเพื่อตรวจดู ไดแลเห็นมารดาของประภาเนตรตกอยูใน
อบายภมู ิ เสวยทุกขท รมานใหญหลวงแสนสาหสั พระอรยิ เจาจึงถามประเนตรวา “มารดาของเธอยงั มีชีวติ ไดทํา
กรรมอนั ใดไวหนอ บดั น้ถี ึงไดรับทุกขทรมานแสนสาหสั ในอบายภูมิอยางน้ี” ประภาเนตรตอบ “แมของขา พเจา
มนี ิสยั ชอบกนิ สตั วจาํ พวกปลาและตะพาบ ทกี่ ินเขา ไปนน้ั ลวนแตเปนลูกปลา ลกู ตะพาบ จํานวนมาก บา งกผ็ ัด
บางก็ตม กินตามที่ใจอยาก นับไดมากกวาพันกวาหม่ืนชีวิต ขอพระคุณเจาโปรดเมตตาสงสาร จะชวยเหลือได
อยางไรบางเจาคะ ”

羅漢愍之,為作方便,勸光目言:汝可志誠念清淨蓮華目如來,兼塑畫形像,存亡獲報。光目聞

已,即捨所愛,尋畫佛像而供養之,復恭敬心,悲泣瞻禮。忽於夜後,夢見佛身金色晃耀,如須

彌山,放大光明。而告光目:汝母不久當生汝家,纔覺飢寒,即當言說。其後家內婢生一子,未

滿三日,而乃言說。稽首悲泣,告於光目:生死業緣,果報自受,吾是汝母,久處暗冥。自別汝

來,累墮大地獄。蒙汝福力,方得受生。為下賤人,又復短命。壽年十三,更落惡道。汝有何計

,令吾脫免?

ดวยความสงสารพระอริยเจาจึงคิดวิธี แลวกลาวกับประภาเนตรวา “เธอจงมีจิตระลึกถึงพระวิศุทธิปทม
จักษุตถาคต แลวแลจงปน วาด พระพุทธปฏิมากรของพระองคเถิด อันผูยังมีชีพและผูวายชนมสิ้นไปแลวจะได
เสวยประโยชน” ประภาเนตรไดยินดังนั้นแลว จึงสละสิง่ ของอันเปนทร่ี ัก คอยๆ วาดพระพุทธปฏมิ าแลวทําการ
สักการะ ดวยจิตที่เคารพเลื่อมใส แลมองแลวกราบไหวด วยความเศราโศกท้ังน้าํ ตา ในราตรีนั้นเองจึงไดฝน เห็น
พระพุทธองคเปลงแสงสุวรรณประภาสรุงเรืองสวางไสวปานประดุจภูเขาสุเมรุ ไดฉายพระรัศมีแลวตรัสกับ
ประภาเนตรวา “อีกไมชานานมารดาของเธอ จะมาเกิดยังเรือนของเธอ ทันทีที่มีความรูสึกหิวหรือหนาว ก็จะ
พูดได” หลงั จากน้ันทาสในเรอื นไดค ลอดบุตรหนึ่งคน ยงั มิครบสามวันกส็ ามารถพูดได ไดแตก มศีรษะรอ งไหคร่ํา

24


Click to View FlipBook Version