พ ร ะ ม ห า ไ ว ปุ ล ย ส ม ปู ร ณ โ พ ธิ อ ร ร ถ สู ต ร
大方廣圓覺修多羅了義經
The Grand Sutra of Perfect Enlightenment
พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ� สู ต ร
大乘方廣總持經
隋天竺三藏毘尼多流支譯
ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร
ห ล ว ง จ� น ว� ศ ว ภั ท ร ม ณี ป ท ม เ ก ตุ
ส า ร� ต ถ ธ ร ร ม ม ห า ย า น
ป รั ช ญ า ป า ร มิ ต า ห ฤ ทั ย สู ต ร
ส ร าง ถวา ย โดย
คุณพอ แตแต แซอ ว ง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉิวเอีย้ ง แซเ อยี ะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan
คุณปู อว งเต็กอี่ 黄德挹 Huang De Yi + คุณยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei
คุณตา เอียะฮ่ิงลื่อ 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เตื้องเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan
น า ย ว ร ว ร ร ธ น ช่� น โ ช ค สั น ต
พรอ มทัง้ ลกู หลานเหลน
คาํ อุ ทิ ศสวน บุ ญกุศ ล
ขอนอ มบุญกศุ ลคร้ังนถี้ วายพระสยามเทวาธิราช
พระมหากษัตรยิ ไทยทุกๆพระองค
ขอนอมถวายกศุ ลผลบญุ น้ี
เปนพทุ ธบูชาแดพ ระพทุ ธเจา ทกุ ๆพระองค
พรอ มทั้งพระปจเจกพุทธเจา ทกุ ๆพระองค
ถวายเปน ธรรมบูชา แดค าํ สอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธ
ถวายเปน สังฆบูชา แดพ ระอริยเจาท้งั หลาย
พรอมทัง้ บิดามารดา ครบู าอาจารย พรหมและเทวดา
เจากรรมนายเวร สัมภเวสี ทง้ั หลายทง้ั ปวง
ขอทา นทงั้ หลายโปรดอนโุ มทนาและอโหสกิ รรม
และขอใหข าพเจา ท้ังหลายไดเ ขาถงึ ซงึ่ พระนิพพานดว ยเทอญ
พ ร ะ ม ห า ไ ว ปุ ล ย ส ม ปู ร ณ โ พ ธิ อ ร ร ถ สู ต ร
大方廣圓覺修多羅了義經
The Grand Sutra of Perfect Enlightenment
( วร รค ท่ี ๑ - ๔)
พระพทุ ธตาระมหาเถระ 唐:佛陀多羅譯 แปลจากสันสกฤตพากยสูจนี พากย
ภกิ ษจุ ีนวิศวภัทร (沙門聖傑) แปลจากจนี พากยส ไู ทยพากย
พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ� สู ต ร
大乘方廣總持經
隋天竺三藏毘尼多流支譯
ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร
พระวนิ ติ รจุ ิมหาเถระ ตรปี ฎกธราจารย แปลจากสันสกฤตพากยส ูจีนพากย
พระวิศวภทั ร เซ่ียเกย๊ี ก (釋聖傑) แปลจากจีนพากสูไทยพากย
ห ล ว ง จ� น ว� ศ ว ภั ท ร ม ณี ป ท ม เ ก ตุ
ผลงานแปลพระสูตรและพระคมั ภีรฝ ายมหายาน
อารามวัตรมหายาน มลู นธิ ิพุทธจักษุวิชชาลัย
ส า ร� ต ถ ธ ร ร ม ม ห า ย า น
ป รั ช ญ า ป า ร มิ ต า ห ฤ ทั ย สู ต ร
พ ร ะ ม ห า ไ ว ปุ ล ย ส ม ปู ร ณ โ พ ธิ อ ร ร ถ สู ต ร
大方廣圓覺修多羅了義經
The Grand Sutra of Perfect Enlightenment
พระพุทธตาระมหาเถระ 唐:佛陀多羅譯 ในสมัยราชวงศถัง ประเทศจีน แปลจากสันสกฤตพากยสูจีน
พากย
ภิกษุจีนวิศวภัทร (沙門聖傑) แหงวัดเทพพุทธาราม (仙佛寺) แปลจากจีนพากยสูไทยพากย เม่ือพระ
พุทธายกุ าลลว งแลว ๒๕๕๐ ป ๑๑ เดือน ๑๑ วนั
พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๑)
如是我聞,一時婆伽婆,入於神通大光明藏,三昧正受,一切如來光嚴住持,是諸眾生,清淨覺
地,身心寂滅平等本際,圓滿十方,不二隨順,於不二境,現諸淨土,與大菩薩摩訶薩十萬人俱
,其名曰,文殊師利菩薩,普賢菩薩,普眼菩薩,金剛藏菩薩,彌勒菩薩,清淨慧菩薩,威德自
在菩薩,辯音菩薩,淨諸業障菩薩,普覺菩薩,圓覺菩薩,賢善首菩薩等而為上首與諸眷屬,皆
入三昧,同住如來平等法會
ดั่งที่ขาพเจาไดสดับมา สมัยหน่ึงสมเด็จพระภควันต ทรงเขาอภิญญามหาญาณครรภ อันเปนสมาธิต้ังอยู
โดยชอบ เปนประการที่พระตถาคตเจาท้ังปวงทรงธํารงอยู มีบรรดาสรรพสัตวผูบริสุทธ์ิบรรลุถึงโพธิภูมิ มีกาย
แลจิตท่ีดับรอบและมีสมตาเปนมูลฐาน สมบูรณท่ัวในทิศท้ังสิบ มิคลอยตามทวิบัญญัติ และมิต้ังอยูในทวิภาวะ
ปรากฏอยูในวิศุทธิเกษตรท้ังปวง อันเปนพระโพธิสัตวมหาสัตวผูใหญจํานวนหนึ่งแสน อันมีนามวามัญชุศรี
โพธิสัตว๑ สมันตภัทรโพธิสัตว๑ สมันตเนตรโพธิสัตว๑ วัชรครรภโพธิสัตว๑ เมตไตรยโพธิสัตว๑ วิศุทธิชญาน
โพธิสตั ว๑ เตชศวร โพธสิ ตั ว๑ ปรตภิ าณสวรโพธิสัตว๑ ศทุ ธสิ รวกรรมวิปากโพธสิ ตั ว๑ สมันตพทุ ธิโพธสิ ัตว๑ สม
ปูรณ โพธโิ พธสิ ัตว๑ สภุ ทั รกฏู โพธสิ ตั ว๑ อนั เปน ผนู ําพรอมดว ยบริษทั ท้ังปวง ซง่ึ ลวนแตเ ขาสมาธิ แลว ตัง้ อยูใน
ตถาคตสมตาธรรมสภา
於是文殊師利菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手而白佛言:大悲世尊,
願為此會諸來法眾,說於如來本起清淨,因地法行,及說菩薩於大乘中發清淨心,遠離諸病,能
使未來末世眾生求大乘者,不墮邪見。作是語已,五體投他,如是三請,終而復始
ในเพลาน้ัน พระมัญชุศรีโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกขึ้นจากอาสนะ กระทําศิราภิวาทเบื้อง
พระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกรแลว ทูลพระพุทธองควา ขาแต
พระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อเหลาธรรมนิกรทั้งปวงที่ไดมารวมอยูในสภาแหงนี้ ขอพระองคทรงแสดงมลู เหตุ
อันบริสุทธ์ิของพระตถาคต คือเหตุภูมิธรรมจริยา และโปรดตรัสซ่ึงการประกาศวิศทุ ธิจิตของโพธิสตั ว ผูดํารงใน
มหายาน อันหางไกลจากส่ิงเสียดแทงท้ังปวง สามารถยังใหสรรพสัตวในอนาคตผูปรารถนามหายาน มิตกสู
มจิ ฉาทัศนะดวยเถิด พระพทุ ธเจา ขา เมือ่ ทูลเชนน้ีแลว จงึ กระทําเบญจางคประดษิ ฐ อยเู ชน น้ีสามคํารบ
爾時世尊告文殊師利菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩,諮詢如來因地法行,及為
末世一切眾生求大乘者,得正住持,不墮邪見,汝今諦聽,當為汝說。時文殊師利菩薩奉教歡喜
,及諸大眾默然而聽
ในกาลบัดนั้นแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรัสกับพระมัญชุศรีโพธิสัตววา สาธุๆ กุลบุตร พวกเธอสามารถ
สากัจฉา ซ่ึงเหตุภูมิแหงธรรมจริยาของพระตถาคต เพื่อโพธิสัตวท้ังหลาย และเพื่อหมูสรรพสัตวในอนาคตผู
1
ปรารถนามหายาน ใหไ ดบรรลุถึงความตง้ั มนั่ มติ กสูมิจฉาทัศนะ เธอพงึ สดับเถดิ ตถาคตจกั กลาวแกเธอ คร้งั น้นั
พระมัญชุศรีโพธิสัตวเมื่อรับสนองพระอนุศาสนียแลว จึงปติยินดีอยู พรอมกับบรรดามหาชนที่ดุษณียภาพอยู
เพือ่ คอยสดับพระเทศนา
善男子,無上法王,有大陀羅尼門,名為圓覺,流出一切清淨真如,菩提涅槃及波羅密,教授菩
薩,一切如來本起因地,皆依圓照清淨覺相,永斷無明,方成佛道,云何無明
ดูกอนกุลบุตร พระอนุตรธรรมราชา มีมหาธารณีทวารนามวา สมปูรณโพธิ อันเปนที่หลั่งไหลซ่ึงวิศุทธิตถ
ตา พระโพธิ พระนิรวาณ และปารมิตาทั้งปวง เพ่ือส่ังสอนโพธิสัตว และคือปฐมเหตุภูมิของพระตถาคตทั้งปวง
ท่ีลวนตองอาศัย เพื่อยังโพธิลักษณะใหบริสุทธ์ิโดยรอบ เพื่อยังอวิชชาใหขาดส้ิน แลวบรรลุพระพุทธมรรค ก็
อวชิ ชานั้นเลา เปน ไฉน
善男子,一切眾生從無始來,種種顛倒,猶如迷人,四方易處,妄認四大為自身相,六塵緣影為
自心相,譬彼病目,見空中華及第二月
ดูกอนกุลบุตร บรรดาสรรพสัตวนับแตกาลอันหาจุดเริ่มตนมิไดนั้น วิปลาสเห็นผิดเปนชอบ ดุจผูถูกลวง
หลอกใหลุมหลงไปในทิศทั้งสแ่ี ตโดยงา ย*1 โดยลวงใหยึดเอามหาภูตริ ูปสี่วาเปนกายตน และสฬายตนะ*2 เปน
ปจ จัยใหเกิดภาพเหน็ เปน จิตตน อุปมาบุคคลผูจ กั ษเุ ปน โรค เห็นบุปผาในอากาศ*3 และจนั ทราดวงท่สี อง
*1.หมายถึง จตฺวาโร วิปรฺยาสา คือความเห็นคลาดเคล่ือน ๔ ประการ มี ๑.นิตย วิปลลาส คือ สัญญาวิปลลาส
จติ ตวิปล ลาส ทิฏฐิวิปลลาส ในสิ่งที่ไมเ ท่ียงวาเท่ียง ๒.สุข วปิ ลลาส คือ สัญญาวิปลลาส ฯลฯ ในส่งิ ที่เปนทกุ ขวา
สุข ๓.ศุจิ วิปลลาส คือ สัญญาวิปลาส ฯลฯ ในสิ่งท่ีไมงามวางาม ๔.อาตม วิปลลาส คือ สัญญาวิปลลาส ฯลฯ
ในส่งิ ท่ไี มใชต นวาเปน ตน
*2.หมายถงึ อายตนะภายนอก ๖ มี ๑)รูป ๒)เสยี ง ๓)กลนิ่ ๔)รส ๕)สัมผสั หรอื โผฏฐัพพะ ๖)ธรรมารมณ
*3.ขปุษปฺ คือ ดอกฟา , ดอกไมใ นอากาศ
善男子,空實無華,病者妄執,由妄執故,非唯惑此虛空自性,亦復迷彼實華生處,由此妄有輪
轉生死,故名無明
ดูกอนกุลบุตร ท่ีแทในนภากาศปราศจากซ่ึงบุปผา แตเหตุเพราะผูปวยนั้นอุปาทานม่ันเอาเอง จึงมิเพียง
รูสึกวา อากาศคือภาวะแหงตน ซ้ํายังหลงไปวา นั้นเปนที่อุบัติแหงบุปผชาติอยางแทจริง ดวยเหตุนี้ จึงลวง
หลอกวา มสี งั สารวฏั ชาติ มรณะ เหตุฉะน้ีแลจึงช่อื วา อวิชชา
善男子,此無明者,非實有體,如夢中人,夢時非無,及至於醒,了無所得。如眾空華,滅於虛
空,不可說言有定滅處,何以故,無生處故。一切眾生於無生中,妄見生滅,是故說名輪轉生死
ดูกอนกุลบุตร อันอวิชชาบุรุษน้ีแล ท่ีแทก็หามีสังขารไม ดุจบุคคลผูอยูในความฝน ท่ีเพลาฝนยอมมีอยู
ตราบเมื่อตื่นขึ้น จึงรูวามิใชความจริง ดุจบุปผาท้ังปวงในความวาง ที่ส้ินไปในอากาศน้ันแล อันมิอาจกลาว
กาํ หนดไปวา ดบั สิน้ ทแี่ หงใด ดวยเหตุไฉนนั่นหรือ ก็เหตเุ พราะมิไดมีสถานท่กี ําเนิดข้ึน สรรพสตั วทง้ั ปวงก็อาศัย
ความมไิ ดก าํ เนดิ น้ี ลวงใหเหน็ วาเกิดดบั ฉะน้แี ลจงึ ชอ่ื วา สงั สารวัฏ ชาติ มรณะ
善男子,如來因地修圓覺者,知是空華,即無輪轉,亦無身心受彼生死,非作故無,本性無故,
彼知覺者,猶如虛空,知虛空者,即空華相,亦不可說無知覺性,有無俱遣,是則名為淨覺隨順
,何以故,虛空性故,常不動故,如來藏中無起滅故,無知見故,如法界性,究竟圓滿遍十方故
,是則名為因地法行。菩薩因此於大乘中,發清淨心,末世眾生,依此修行,不墮邪見,
2
ดูกอนกุลบุตร เพราะตถาคตมีเหตุภูมิที่บําเพ็ญซึ่งสมปูรณโพธิ จึงรูวาคืออากาศบุปผา จึงปราศจาก
สังสารวัฏ ทั้งปราศจากซึ่งกายและจิตผูเสวยชาติและมรณะ เพราะมิไดกระทําจึงหามีไม เหตุท่ีรูวามูลภาวะนั้น
หามีไม จึงไดรูแจง อุปมาอากาศน่ันแล ที่บุคคลผูรูอากาศ วาเปนลักษณะของอากาศบุปผา ท้ังมิอาจกลาววา
ปราศจากผูรูโพธภิ าวะ แลไรบ ุคคลผมู ีตนสงไป จงึ ชอ่ื วา อนโุ ลมตามความรูแ จงท่บี รสิ ทุ ธิ์ ดว ยประการฉะน้ี
爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:
ในครงั้ นน้ั สมเดจ็ พระโลกนาถเจา ทรงปรารถนาจกั ยาํ้ ในอรรถน้ี จงึ ตรัสเปนโศลก วา ...
文殊汝當知,一切諸如來。
มัญชศุ รีเธอพงึ ทราบเถดิ อนั พระตถาคตทงั้ ปวง
從於本因地,皆以智慧覺。
จากภมู คิ อื มูลเหตนุ ไี้ ป ลว นอาศยั โพธปิ ญญาญาณ
了達於無明,知彼如空華,
ใหแ ทงตลอดซง่ึ อวชิ ชา ลวงรูวาดุจอากาศบปุ ผา
即能免流轉,又如夢中人,
ใหแ ทงตลอดซงึ่ อวิชชา ลวงรูว า ดจุ อากาศบุปผา
即能免流轉,又如夢中人
จึงสามารถระงับซ่ึงวฏั ฏะ อีกประดจุ บุคคลในความฝน
醒時不可得,覺者如虛空
เมือ่ ตื่นคนื ยอมมอิ าจเขา ถงึ ผูรแู จงนัน้ เลา กด็ ุจอากาศ
平等不動轉,覺遍十方界
มีความสมภาพมผิ นั แปร รูแจง ทว่ั ทศทศิ โลกธาตุ
即得成佛道,眾幻滅無處
จึงบรรลุซึง่ พุทธมรรค บรรดามายาดับโดยไรส ถาน
成道亦無得,本性圓滿故
อนั การสําเร็จมรรคกห็ าไดบรรลุถึงไม เหตุที่มูลภาวะบรบิ ูรณอ ยเู ดมิ
菩薩於此中,能發菩提心
โพธิสัตวผูดํารง (ซ่ึงธรรมน้)ี จึงสามารถบังเกิดโพธจิ ิต
末世諸眾生,修此免邪見
บรรดาสรรพสตั วใ นอนาคต เม่ือประพฤติ (ธรรมน)ี้ ยอมระงบั ซ่ึงมิจฉาทศั นแล
จบวรรคที่ ๑
พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๒)
於是普賢菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手而白佛言:大悲世尊,願為
此會諸菩薩眾,及為末世一切眾生,修大乘者,聞此圓覺清淨境界,云何修行
ในเพลาน้ัน พระสมันตภัทรโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกข้ึนจากอาสนะ กระทําศิราภิวาท
เบ้ืองพระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกรแลวทูลพระพุทธองควา ขา
แตพระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อเหลาโพธิสัตวในสภาแหงนี้ และสรรพสัตวในอนาคต ผูประพฤติซึ่งมหายาน
จริยา เมื่อไดสดบั ซ่ึงวิศทุ ธิสมปูรณโพธิวิสัยนแ้ี ลว พงึ กระทาํ จริยาดว ยประการเชนไรหนอ
世尊,若彼眾生知如幻者,身心亦幻,云何以幻還修於幻,若諸幻性一切盡滅,則無有心,誰為
修行,云何復說修行如幻。若諸眾生,本不修行,於生死中常居幻化,曾不了知如幻境界,令妄
3
想心云何解脫,願為末世一切眾生,作何方便漸次修習,令諸眾生永離諸幻。作是語已,五體投
地,如是三請,終而復始
ขาแตพระโลกนาถ หากสรรพสัตวน้ันไดร ูว า ประดุจการมายา กายแลจติ ก็ดุจมายา แลว จักใชม ายาบาํ เพ็ญ
ซึ่งมายาดวยประการเชน ไร หากบรรดามายาภาวะ อนั คอื สิง่ ทัง้ ปวงดับส้นิ ลง ยอ มปราศจากจติ แลวใครเลา เปน
ผูบําเพ็ญจริยา เชนไรหนอจึงยังกลาววา การบําเพ็ญจริยาเปนด่ังมายา หากสรรพสัตวทั้งปวง มีมูลฐานที่มิ
บําเพ็ญจริยา ในทามกลางชาติแลมรณะน้ี จึงมีมายาเปนเครื่องอยูโดยเนืองนิตย อันมิเคยลวงรูวาคือมายาวิสัย
ยงั ใหเ กิดจิตตสญั ญาลวงหลอก แลวจักถงึ แกพระวมิ ตุ ตไิ ดอยางไร เพือ่ สรรพสัตวท ั้งหลายในอนาคต ขอพระองค
โปรดประทานอุปายะในการ ประพฤติบําเพ็ญโดยลําดับ ยังใหเหลาสรรพสัตวไดไกลหางจากมายาทั้งปวง ดวย
เถดิ พระพทุ ธเจา ขา เมอื่ ทลู เชนน้แี ลว จงึ กระทาํ เบญจางคประดิษฐ อยูเ ชนนี้สามคาํ รบ
爾時世尊告普賢菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩及末世眾生,修習菩薩如幻三昧
,方便漸次,令 諸眾生得離諸幻,汝今諦聽,當為汝說。時普賢菩薩奉教歡喜,及諸大眾默然而
聽
ในกาลบัดน้ันแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรัสกับพระสมันตภัทรโพธิสัตววา สาธุๆ กุลบุตร พวกเธอ
สามารถยังใหบรรดาโพธิสัตว และสรรพสัตวในอนาคต ประพฤติบําเพ็ญซ่ึงโพธิสัตตมายาสมาธิ มีอุปายะสืบไป
เปนลําดับ ยังใหหมูสรรพสัตวไกลจากมายาท้ังปวง เธอพึงสดับเถิด ตถาคต จักกลาวแกเธอ คร้ังนั้นพระสมันต
ภัทรโพธิสตั ว เมอื่ รบั สนองพระอนศุ าสนียแ ลว จึงปติยนิ ดีอยู พรอ มกับบรรดามหาชนทดี่ ุษณียภาพอยู เพื่อคอย
สดบั พระเทศนา
善男子,一切眾生,種種幻化,皆生如來圓覺妙心,猶如空華,從空而有,幻華雖滅,空性不壞
,眾生幻心,還依幻滅,諸幻盡滅,覺心不動,依幻說覺,亦名為幻,若說有覺,猶未離幻,說
無覺者,亦復如是,是故幻滅,名為不動
ดกู อ นกุลบุตร สรรพสตั วทัง้ ปวง ประกอบดว ยการมายานานปั การ ซงึ่ ลวนอบุ ตั แิ ตตถาคต สมปรู ณโพธิจิต
อปุ มาอากาศบปุ ผา ท่อี าศัยอากาศจึงเกดิ มี ก็อนั มายาบปุ ผา แมน จักดบั แตอ ากาศภาวะมไิ ดเสอ่ื มสญู มายาจิต
ของสรรพสัตว ยังอาศัยการดับไปของมายา สรรพมายาแมนดับจนสิ้น พุทธิจิตก็มิไดส่ันคลอน ดวยอาศัยมายา
ดังกลาวแสดงความรแู จง จึงไดชื่อวามายา หากกลาววารูแจง จึงด่ังวายังมไิ กลจากมายา แมนกลาววามริ ูแจง ก็
เปน เชน เดยี วกันนี้ เหตฉุ ะนแ้ี ลเม่ือมายาดบั จึงไดชอื่ วามหิ วั่นไหว
善男子,一切菩薩,及末世眾生,應當遠離一切幻化虛妄境界,由堅執持遠離心故,心如幻者,
亦復遠離,遠離為幻,亦復遠離,離遠離幻,亦復遠離,得無所離,即除諸幻,譬如鑽火,兩木
相因,火出木盡,灰飛煙滅,以幻修幻,亦復如是,諸幻雖盡,不入斷滅
ดูกอนกุลบุตร โพธิสัตวและสรรพสัตวทั้งปวงในอนาคต พึงนิราศหางไกล*1 จากมายาวิสัย อันลวงหลอก
ทง้ั ปวง ก็เพราะการยึดม่นั ในวิปลาสจติ เปนเหตุ จติ จงึ ดจุ มายา ทงั้ ยงั หา งไกล อันความหางไกลนั่นแลกค็ ือมายา
ทั้งยงั หา งไกล กอ็ ันความหา งไกลนน่ั แลท่หี า งจากมายา ท้ังยงั หางไกล แลว จงึ บรรลถุ ึงความมหิ าง จงึ กาํ จดั มายา
ท้ังปวง ครุวนาไฟที่เกิดจากการสีของไม เมื่อไฟปรากฏ ไมจึงสิ้น เม่ือเถาฟุงควันจึงสูญ ใชมายาบําเพ็ญมายา ก็
ดจุ ฉะนี้ แมนสรรพมายาจกั ส้ินแลว แตย ังมิเขา สสู มทุ เฉทนิโรธ
*1.หา งไกลหรอื ไกลจากกิเลส ในพระสตู รนี้ สันสกฤตวา หรฺมิต
善男子,知幻即離不作方便,離幻即覺,亦無漸次,一切菩薩及末世眾生,依此修行,如是乃能
永離諸幻,
4
ดูกอนกุลบุตร เม่ือรูมายาจึงไกลหาง (จากมายา) มิตองกระทําอุปายะใด เมื่อไกลมายาจึงรูแจง ทั้งมิตอง
สืบไปเปนลําดับ บรรดาโพธิสัตวและสรรพสัตวทั้งปวงในอนาคต ดวยอาศัยการบําเพ็ญจริยาเชนนี้ จึงสามารถ
ไกลจากสรรพมายาเปน นิตย ดวยประการฉะนี้
爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:
ในครงั้ นั้น สมเด็จพระโลกนาถเจาทรงปรารถนาจักยํา้ ในอรรถนี้ จึงตรัสเปนโศลกวา...
普賢汝當知,一切諸眾生
สมันตภัทรเธอพงึ ทราบเถิด อันสรรพสตั วท้งั ปวง
無始幻無明,皆從諸如來
มายาแลอวชิ ชาอนั หาจดุ เริ่มมไิ ด ลวนเกดิ แตพ ระตถาคตท้งั ปวง
圓覺心建立,猶如虛空華
อนั มสี มปรู ณจติ ต้งั ขน้ึ อปุ มาอากาศบปุ ผา
依空而有相,空華若復滅
เพราะอาศยั ความวา ง จึงมีลกั ษณะศนู ยตา บุปผาจงึ ดบั ไป
虛空本不動,幻從諸覺生
อากาศมมี ลู เดมิ มิหวน่ั ไหว มายากก็ ําเนดิ จากความรแู จงทั้งปวง
幻滅覺圓滿,心不動故
มายาดบั โพธิยงั สมบรู ณ เหตเุ พราะพุทธิจติ นนั้ อจลา
若彼諸菩薩,及末世眾生
หากหมโู พธิสตั วเหลา นั้น และสรรพสตั วในอนาคต
常應遠離幻,諸幻悉皆離
จกั พึงไกลจากมายา เมื่อปวงมายาลวนไกลหาง
如木中生火,木盡火還滅
ดุจไมก ําเนิดไฟ เมอ่ื ไมสน้ิ ไฟยอมดบั
覺則無漸次,方便亦如是
ความรูแจงมิตองเปน ลําดบั อปุ ายะก็เชน นี้แล
จบวรรคท่ี ๒
พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๓)
於是普眼菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手而白佛言:大悲世尊,願為
此會諸菩薩眾,及為末世一切眾生,演說菩薩修行漸次,云何思惟,云何住持,眾生未悟,作何
方便普令開悟
ในเพลานั้น พระสมันตเนตรโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกขึ้นจากอาสนะ กระทําศิราภิวาท
เบื้องพระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกร แลวทูลพระพุทธองควา ขา
แตพระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อเหลาโพธิสัตวในสภาแหงน้ี และสรรพสัตวในอนาคต โปรดตรัสแสดงซ่ึงการ
บําเพ็ญอันสืบไปเปนลําดับของโพธิสัตว วาเชนไรคือ จินตนา เชนไรคือ การทรงไว สรรพสัตวผูยังมิรูตื่น จัก
กระทําดวยอุปายะเชน ไร ถงึ จกั ยงั ใหร ตู ่นื
世尊 若彼眾生無正方便,及正思惟,聞佛如來說此三昧,心生迷悶,即於圓覺不能悟入,願與慈
悲,為我等輩及末世眾生,假說方便。作是語已,五體投地,如是三請,終而復始
5
ขาแตพ ระโลกนาถ หากสรรพสัตวเ หลาน้นั ปราศจากซึ่งอุปายะและจินตนาทถ่ี ูกตอ ง เมอื่ ไดส ดับพระพุทธ
ตถาคตเจา ตรัสถึงสมาธิประการน้ี ในจิตยอมเกิดความฉงนสนเทห มิอาจเขาสูสมปูรณโพธิ เพื่อขาพระองค
ทั้งหลายและบรรดาสรรพสัตวในอนาคต ขอพระองคทรงเมตตากรุณา แกลงตรัสแสดงซึ่งอุปายะดวยเถิด
พระพทุ ธเจา ขา *1 เมอื่ ทูลเชน น้แี ลว จงึ กระทาํ เบญจางคประดษิ ฐ อยเู ชน นี้สามคํารบ
*1.ในประโยคน้ี พระสมนั ตเนตรทลู ใหพ ระพทุ ธองคแกลงตรัส เพราะในวรรคที่ ๒ พระองคไดตรัสกบั พระสมนั ต
ภัทรถึงเร่อื งมายาตา งๆ ไวว า มิตองใชอ ปุ ายะใดๆ ในการรูแจง ดังนัน้ ในวรรคท่ี ๓ พระสมันตเนตรจึงทูลใหต รสั
ถึงอปุ ายะอกี เพ่อื ประโยชนของสัตวผูไ มมีปญ ญาและความเห็นถูก โดยใชค าํ วา แกลงตรัส หรือแสรงตรสั ใหเปน
มายา
爾時,世尊告普眼菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩及末世眾生,問於如來修行漸
次,思惟住持,乃至假說種種方便,汝今諦聽,當為汝說。時普眼菩薩奉教歡喜,及諸大眾默然
而聽
ในกาลบัดน้ันแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรัสกับพระสมันตเนตรโพธิสัตววา สาธุๆ กุลบุตร พวกเธอ
สามารถเอยปุจฉา ถึงการบําเพ็ญจริยาอันเปนลําดับของพระตถาคต การจินตนาแลการทรงไว ตราบถึงการ
แกลงกลาวดวยนานาอุปายะ เธอพึงสดับเถิด ตถาคตจักกลาวแกเธอ คร้ังน้ันพระสมันตเนตรโพธิสัตว เม่ือรับ
สนองพระอนุศาสนียแลว จงึ ปตยิ ินดอี ยู พรอมกับบรรดามหาชนทดี่ ุษณยี ภาพอยูเพื่อคอยสดับพระเทศนา
善男子,彼新學菩薩,及末世眾生,欲求如來淨圓覺心,應當正念遠離諸幻,先依如來奢摩他行
,堅持禁戒,安處徒眾,宴坐靜室,恒作是念,我今此身,四大和合,所謂髮毛爪齒,皮肉筋骨
,髓腦垢色,皆歸於地,唾涕膿血,津液涎沫,痰淚精氣,大小便利,皆歸於水,暖氣歸火,動
轉當風,四大各離,今者妄身,當在何處,即知此身,畢竟無體,和合為相,實同幻化,四緣假
合,妄有六根,六根四大,中外合成,妄有緣氣,於中積聚,似有緣相,假名為心
ดูกอนกุลบุตร อันโพธิสัตวผูเพิ่งศึกษาและสรรพสัตวในอนาคตน้ัน เม่ือปรารถนาตถาคตศุทธิสมปูรณโพธิ
จิตแลวไซร พึงมีสัมมาสติตั้งไวชอบ หางไกลจากมายาท้ังปวง ตองดําเนินตาม สมถจริยา ธํารงมั่นในศีลสังวร
อาศัยในหมูสัทธาวิหาริก แลวนั่งพักในเรือนสงบ พึงมีมนสิการเปนนิตยเชนนี้วา “อันกายเรานี้ มีมหาภูติรูปส่ี
ประกอบขึ้นมี ผม ขน เล็บ ฟน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก สมอง อันมีรูปลักษณะหยาบแข็ง ลวน
กลับสูปฐวีธาตุ อันวาเขฬะ นํ้าตา หนอง เลือด เสลด อันมีลักษณะเอิบอาบ กรีส มูตร ลวนกลับสูอาโปธาตุ
ความอนุ รอนกลบั สเู ตโชธาตุ อาการผัดผนั คอื วาโยธาตุ เมือ่ แยกมหาภตู ิรูปสจ่ี ากกัน แลวกายอันลวงหลอกน้ี จัก
ต้ังอยูที่แหงใด อินทรียหก มหาภูติรูปสี่ ทั้งภายในและภายนอก เมื่อประกอบกันสําเร็จข้ึน จึงลวงวามีปจจัย
ประชุมกันอยู ก็ดวยเพราะมปี จ จยั ลักษณะเชนน้แี ล จึงชอ่ื สมมตุ ชิ ือ่ วา จิต
善男子,此虛妄心,若無六塵,則不能有,四大分解,無塵可得,於中緣塵,各歸散滅,畢竟無
有緣心可見
ดูกอนกุลบุตร อันมุสาจิตน้ีแล หากปราศจากซึ่งสฬายตนะแลวไซร ยอมมิอาจเกิดมีข้ึน ก็เม่ือจําแนกซึ่ง
มหาภูติสี่ ยอมจักบรรลุถึงความปราศจากสฬายตนะ อันปจจัยแหงสฬายตนะนั่นแล จักยอนกลับแตกดับไป
จนถึงท่สี ุดกป็ ราศจากซงึ่ ปจ จัยแหง จติ ใหพบเหน็ อกี
善男子,彼之眾生幻身滅故,幻心亦滅,幻心滅故,幻塵亦滅,幻塵滅故,幻滅亦滅,幻滅滅故
,非幻不滅,譬如磨鏡,垢盡明現
6
ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุท่ีกายนั้น อันเปนมายาของสรรพสัตวดับลง มายาจิตจึงดับลงดวย เพราะเหตุท่ี
จิตอนั เปนมายาดบั ลง มายาสฬายตนะจึงดับดวย เพราะเหตทุ ่ีสฬายตนะอันเปนมายาดับ ความดบั ของมายาจึง
ดับลงดวย ก็เหตุเมื่อความดับของมายาดับสิ้นลง ส่ิงอันมิใชมายาจึงมิดับ อุปมาการขัดถูกระจก เมื่อสิ้นมลทิน
ความใสจึงปรากฏ
善男子,當知身心,皆為幻垢,垢相永滅,十方清淨
ดูกอนกุลบุตร พึงทราบเถิดวา กายแลจิต ลวนแปดเปอนดวยมายา ก็แลเมื่อมลทินลักษณะดับส้ิน ทศทิศ
จึงบริสุทธ์ิ
善男譬如清淨摩尼寶珠,映於五色,隨方各現,諸愚癡者,見彼摩尼,實有五色
ดูกอนกุลบุตร ครุวนาแกวมณีบริสุทธ์ิ ที่ประกายแสงเบญจรงคปรากฏในดานตางๆ บรรดาโมหบุรุษยอม
จกั ทัศนาแกวมณีนั้นวา มีหา สอี ยา งแทจริง
善男子,圓覺淨性,現於身心,隨類各應,彼愚癡者,說淨圓覺,實有如是身心自相,亦復如是
,由此不能遠於幻化,是故我說身心幻垢,對離幻垢,說名菩薩,垢盡對除,即無對垢及說名者
ดูกอนกุลบุตร อันวิศุทธิสมปูรณโพธิภาวะ ยอมปรากฏท่ีกายแลจิต ตามแตประเภทท่ีเหมาะควร ก็โมห
บรุ ุษน้นั แมนจักกลาวซ่งึ วิศุทธิสมปูรณโพธิกต็ าม แตโ ดยแทแลว กย็ ังมีลักษณะ แหง กายและจิตของตนอยูเชนน้ี
ก็อีกทั้งเชนน้ีแล เปนเหตุใหมิอาจไกลจากส่ิงมายา ดวยเหตุน้ี ตถาคตจึงกลาววา กายและจิตเปนมลทินแหง
มายา เมื่อไกลจากความแปดเปอนของมายาแลวไซร จึ่งไดช่ือวา โพธิสัตว เม่ือมลทินส้ินและสิ่งอันสัมผัสถูก
กําจดั แลว ยอ มปราศจากสิ่งอันแปดเปอ น และไรซ่งึ ผูทีไ่ ดช ่ือ (วาโพธสิ ตั ว) นน้ั ดวย
善男子,此菩薩及末世眾生,證得諸幻滅影像故,爾時便得無方清淨,無邊虛空覺所顯發,覺圓
明故,顯心清淨,心清淨故,見塵清淨,見清淨故,眼根清淨,根清淨故,眼識清淨,識清淨故
,聞塵清淨,聞清淨故,耳根清淨,根清淨故,耳識清淨,識清淨故,覺塵清淨,如是乃至鼻舌
身意,亦復如是
ดกู อ นกลุ บตุ ร โพธสิ ตั วแ ละสรรพสัตวในอนาคตกาลนี้ ดว ยเหตุท่บี รรลุถงึ ความดับแหง มายาและรูปนิมิต
ท่ีปรากฏท้ังปวง ในเพลานั้นจักไดบ รรลุถงึ ความบรสิ ุทธ์ิมิอาจประมาณ รูแจงชัดท่ัวไปในอนันตอากาศ ดวยเหตุ
ท่ีมปี ญญารูแ จงรอบท่ัวเชนนี้ ดวงจิตจึงแจมใสบรสิ ุทธ์ิ เม่อื ดวงจิตบริสุทธิ์เปนเหตุ อายตนะคอื ตาจงึ บริสุทธิ์ เหตุ
ที่เคร่ืองรับรูคือตาบริสุทธิ์ อินทรียคือจักษุจึงบริสุทธิ์ เหตุท่ีการเห็นบริสุทธ์ิ จักษุวิญญาณจึงบริสุทธิ์ เมื่อความรู
ทางตาบริสุทธ์ิเปนเหตุ อายตนะคือหูจึงบริสุทธิ์ เหตุที่เครื่องรับรูคือหูบริสุทธิ์ อินทรียคือโสตจึงบริสุทธ์ิ เหตุที่
การไดยินบริสุทธ์ิ โสตวิญญาณจึงบริสุทธ์ิ เม่ือความรูทางหูบริสุทธ์ิเปนเหตุ*2 ความรูแจงจึงบริสุทธิ์ เชนนี้
เร่ือยไปจนถึงอายตนะคือจมูก ลนิ้ กายและใจ กเ็ ปนฉะน้ีแล
善男子,根清淨故,色塵清淨,色清淨故,聲塵清淨,香味觸法,亦復如是
ดูกอ นกุลบุตร เม่ืออนิ ทรยี ค อื ตาบรสิ ุทธิ์เปน เหตุ รูปจงึ บรสิ ุทธิ์ เมื่อรูปบรสิ ทุ ธ์ิเปนเหตุ เสียงจงึ บริสุทธ์ิ อนั
กล่ิน รส โผฏฐัพพะและธรรมารมณ ก็เปน ฉะนี้
善男子,六塵清淨故,地大清淨,地清淨故,水大清淨,火大風大,亦復如是
ดกู อ นกุลบตุ ร ดวยเหตทุ ่ีสฬายตนะบริสุทธ์ิ ปฐวธี าตจุ งึ บรสิ ุทธิ์ เหตุทีป่ ฐวธี าตบุ รสิ ุทธ์ิ อาโปธาตุจึงบริสุทธ์ิ
อนั เตโชธาตุและวาโยธาตุ กเ็ ปนฉะนี้
善男子,四大清淨故,十二處十八界,二十五有清淨,彼清淨故,十力,四無所畏,四無礙智,
佛十八不共法,三十七助道品清淨,如是乃至八萬四千陀羅尼門,一切清淨
7
ดูกอนกุลบุตร เม่ือมหาภูติรูปสี่บริสุทธ์ิ เปนเหตุใหอายตนะสิบสอง.3 ธาตุสิบแปด*4 ภพย่ีสิบหา*5 ลวน
แตบริสุทธ์ิ เพราะเหตุท่ีสิ่งเหลานั้นบริสุทธ์ิ ทศพละ*6 เวสารัชชะ*7 อาเวณิกพุทธ ๒ ธรรม ๓ ประการ
ของสฬายตนะ (อายตนะ ๖) ท่ีวาคอื อินทรยี - วสิ ยั -วิญญาณ ความหมายคอื ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ คอื อนิ ทรีย
ไดเห็น ไดยิน ไดกลิ่น ไดรส ไดโผฏฐัพพะ ไดธรรมารมณ คือวิสัย จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ
ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ คือวิญญาณ กลาวอีกแบบหน่ึงคือ เพราะดวยอาศัยตาดวย รูป
ทั้งหลายดวย จึงเกิดจักขุวิญญาณ การประจวบแหงธรรม ๓ ประการ (ตา+รูป+จักขุวิญญาณ) น้ันคือผัสสะ
และหากเกิดความรูสึกข้ึน เม่ือตาเห็นรูป เรียกวา เวทนาธรรม*8 โพธิปกขิยธรรมสามสิบเจ็ดประการ*9 จึง
บรสิ ทุ ธ์ิ เชนนี้ไปจนถึงธารณีทวารทั้งแปดหมน่ื สพ่ี ัน*10 กล็ วนแตบรสิ ุทธทิ์ ัง้ ส้นิ
*3.อายตนะ ๑๒ หรอื ทวฺ าทศยตนานิ คือ อายตนะภายในและภายนอก มี ตาและรูป หูและเสียง จมูกและกล่ิน
ลน้ิ และรส กายและ สมั ผัส ใจและธรรมารมณ
*4.ธาตุ ๑๘ คือ อษฺฏาทศ ธาตว: คือสิ่งที่ทรงสภาวะของตนเองอยู ตามท่ีเหตุปจจัยปรุงแตงขึ้น เปนไปตาม
นิยาม คือกําหนดแหงธรรมดา ไมมีผูสรางผูบันดาล และมีรูปลักษณะกิจอาการเปนแบบจําเพาะตัว อันพึง
กาํ หนดเอาเปน หลกั ไดแตละอยางๆ มี ๑.จักษุธาตุ ๒.รูปธาตุ ๓.จกั ขุวญิ ญาณธาตุ ๔.โสตธาตุ ๕.สทั ทธาตุ ๖.โสต
วิญญาณธาตุ ๗.ฆานธาตุ ๘.คันธธาตุ ๙.ฆานวิญญาณธาตุ ๑๐.ชิวหาธาตุ ๑๑.รสธาตุ ๑๒.ชิวหาวิญญาณธาตุ
๑๓.กายธาตุ ๑๔.โผฏฐพั พธาตุ ๑๕.กายวญิ ญาณธาตุ ๑๖.มโนธาตุ ๑๗.ธรรมธาตุ ๑๘.มโนวิญญาณธาตุ
*5.การแบงภพ ๓ เปนภพยอยๆ คือ
๑)กามภพ มี ๑๔ ภพยอย คอื อบายภูมิ ๔ ทวปี ๔ กามวจรเทวภมู ิ ๖
๒)รูปภพมี ๗ ภพ คอื จตุถฌานพรหมทัง้ ๔ มหาพรหมภพ ๑ สทุ ธาวาสภูมิ ๑ และอวิหาภูมิ ๑
๓)อรูปภพ มี ๔ ภพ คืออรูปพรหมท้ัง ๔
*6.กําลงั ของพระพุทธเจา ๑๐ ประการ มี
๑)ฐานาฐานญาณพละ ปรชี ากําหนดรูฐานะและมใิ ชฐ านะ
๒)กรรมวิปากญาณพละ ปรีชากําหนดรผู ลแหง กรรม
๓)นานาธิมตุ ตญิ ารพละ ปรชี ากําหนดรูอธั ยาศัยตา งๆของสตั วทงั้ หลาย
๔)นานาธาตญุ าณพละ ปรชี ากําหนดรูธ าตตุ างๆ
๕)อนิ ทรยิ ปโรปรยิ ตั ตญาณพละ ปรีชากําหนดรูความหยอ นและยิง่ แหง อินทรยี ๕ ของสรรพสัตว
๖)สพั พตั ถคามนิ ีปฏปิ ทาญาณพละ ปรชี ากําหนดรูทางไปสูภูมทิ ัง้ ปวงของสรรพสัตว
๗)ฌานาทสิ งั กิเลสาญาณพละ ปรีชากาํ หนดรอู าการมคี วามเศราหมองแหงธรรมมีฌานเปน ตน
๘)ปพุ เพนวิ าสานสุ สตญิ าณพละ ปรีชากําหนดรรู ะลกึ ชาติหนหลังได
๙)จุตปู ปาตญาณพละ ปรีชา กาํ หนดรูการจุติและการเกิดของสรรพสตั ว
๑๐)อาสวกั ขยญาณพละ ปรีชากําหนดรใู นการทําอาสวะใหสน้ิ ไป
*7.คือพระปรีชาญาณ อันทําใหพระพุทธเจาทรงมีความแกลวกลาไมคร่ันคราม ดวยไมทรงเห็นวาจะมีใครทวง
พระองคไ ดโ ดยชอบธรรม ในฐานะทง้ั ๔ มี
8
๑).ประกาศความเปน พระสัมมาสมั พุทธะ
๒).ประกาศธรรมทท่ี ําใหสน้ิ อาสวะ
๓).ประกาศธรรมท่เี ปนอนั ตราย
๔).ประกาศธรรมทีเ่ ปนประโยชนในการหลุดพน จากทกุ ข
*8.คมั ภรี สุมังคลวิลาสินี อรรถกถาแหงทีฆนิกาย จาํ แนกพทุ ธธรรมวามี ๑๘ อยา ง คอื
๑.พระตถาคตไมท รงมีกายทุจริต
๒.ไมทรงมวี จที ุจรติ
๓.ไมท รงมีมโนทจุ ริต
๔.ทรงมีพระญาณไมตดิ ขัดในอดีต
๕.ทรงมพี ระญาณไมติดขัดในอนาคต
๖.ทรงมีพระญาณไมติดขัดในปจจุบนั
๗.ทรงมีกายกรรมทุกอยา งเปน ไปตามพระญาณ
๘.ทรงมีวจกี รรมทุกอยางเปน ไปตามพระญาณ
๙.ทรงมมี โนกรรมทกุ อยา งเปน ไปตามพระญาณ
๑๐.ไมมีความเสื่อมฉนั ทะ (ฉนั ทะไมล ดถอย)
๑๑.ไมม คี วามเสื่อมวิรยิ ะ (ความเพยี รไมลดถอย)
๑๒.ไมม คี วามเส่อื มสติ (สตไิ มล ดถอย)
๑๓.ไมม ีการเลน
๑๔.ไมมีการพดู พลาด
๑๕.ไมม ีการทําพลาด
๑๖.ไมมีความผลนุ ผลนั
๑๗.ไมมพี ระทัยท่ไี มขวนขวาย
๑๘.ไมมอี กุศลจิต
*9.โพธิปกขิยธรรม คือ ธรรมอันเปนฝกฝายแหงความตรัสรู หมายถึงธรรมที่ทําใหปุถุชนหลุดพนจากกิเลสเปน
พระอริยบุคคล เปนธรรมหมูซึ่งเปนปจจัยเก่ียวเนื่องแกกัน มี ๓๗ ประการ คือ สติปฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔
อิทธิบาท ๔ อินทรีย ๕ พละ ๕ โพชฌงค ๗ มรรค ๘ ซ่ึงทั้งหมดเปนธรรมแกนสารของพุทธศาสนา เรียกอีก
อยา งวา อริยัปปเวทิตธรรม คอื ธรรมทีพ่ ระอรยิ ะ คือพระชนิ พุทธะทรง ประกาศสั่งสอนไวแ ลว
*10.หมายถึงพระธรรม ๘๔,๐๐๐ ธรรมขนั ธ
善男子,一切實相性清淨故,一身清淨,一身清淨故,多身清淨,多身清淨故,如是乃至十方眾
生圓覺清淨
ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุท่ีภาวะแหงสัตยลักษณะท้ังปวงบริสุทธิ์ เอกกายจึงบริสุทธิ์ เพราะ เหตุท่ีกาย
เดียวบริสุทธิ์ พหุกายจึงบริสุทธ์ิ ก็แลเมื่อหลายกายบริสุทธ์ิ เชนน้ีตอไปจนถึงสรรพสัตว ในทศทิศจึงมีสมปูรณ
โพธิทบี่ รสิ ทุ ธิ์
9
善男子,一世界清淨故,多世界清淨,多世界清淨故,如是乃至盡於虛空,圓裹三世,一切平等
清淨不動
ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุที่เอกโลกธาตุบริสุทธ์ิ พหุโลกธาตุจึงบริสุทธ์ิ ก็เหตุท่ีพหุโลกธาตุบริสุทธิ์ เชนนี้
เร่ือยไปสิ้นทงั้ อากาศ ตลอดทว่ั ตรีกาล สรรพสงิ่ ท้งั ปวงจึงสมตาและบริสทุ ธ์ิเสมอกนั มิไดสน่ั คลอน
善男子,虛空如是平等不動,當知覺性平等不動,四大不動故,當知覺性平等不動,如是乃至八
萬四千陀羅尼門平等不動,當知覺性平等不動
ดูกอนกุลบุตร อันอากาศมีความสมตาและอจลา*11 อยูเชนน้ี เธอพึงทราบเถิดวา โพธิภาวะ ก็สมตาและ
อจลาดว ย เพราะเหตทุ ีม่ หาภตู ริ ูปสี่น้ันกอ็ จลา เธอพงึ ทราบเถิดวา โพธภิ าวะกส็ มตา และอจลาเชนกัน เยีย่ งนไ้ี ป
จนถึงธารณีทวารจํานวนแปดหมื่นสี่พันท่ีสมตาและอจลา อันพึงทราบเถิดวา โพธิภาวะก็สมตาและอจลา ฉะนี้
แล
善男子,覺性圓滿清淨不動圓無際故,當知六根遍滿法界,根遍滿故,當知六塵遍滿法界。塵遍
滿故,當知四大遍滿法界,如是乃至陀羅尼門遍滿法界
ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุท่ีโพธิภาวะนน้ั บริบูรณ วิศุทธิ อจลา อยูโดยรอบอันไรขอบเขต เชนน้ันพึงทราบ
เถิดวา อนิ ทรยี ทั้งหกก็มีเต็มอยูใ นธรรมธาตุ เพราะเหตุที่อินทรียม ีอยูเต็มเปยม เธอพงึ ทราบเถิดวาสฬายตนะก็มี
เต็มอยูในธรรมธาตุ และเหตุท่ีมีสฬายตนะอยูเตม็ เปยม ก็จงทราบเถิดวา มหาภูติสี่ก็มีเตม็ อยูในธรรมธาตุ เชนน้ี
เรอ่ื ยไปจนถงึ ธารณที วาร (ธรรมขันธ) ท่มี อี ยูทวั่ ไปในธรรมธาตุ
善男子,由彼妙覺性遍滿故,根性塵性無壞無雜,根塵無壞故,如是乃至陀羅尼門無壞無雜,如
百千燈光照一室,其光遍滿無壞無雜
ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุที่โพธิภาวะอันประเสริฐมีเต็มอยู ภาวะแหงอินทรีย สฬายตนะจึงมิเส่ือมสลาย
และสุทธิ ก็เพราะดวยอินทรียและสฬายตนะมิเสื่อมเปนเหตุ เรื่อยไปจนถึงธารณีทวาร ท่ีมิเส่ือมสลายและสุทธิ
ประดจุ โอภาสแหง ประทีปรอ ยพันดวงท่ีสวางอยูในหอ งเดียว กอ็ ันรัศมนี น้ั แลจักสวา งอยูท่ัวไป มเิ ส่ือมสลายและ
สุทธิ*11 สมตา คือ ความเสมอเทาเทียมกัน ไมสูงหรือต่ํากวากัน ไมดีหรือชั่วกวากัน และ อจลา คือ ความไม
หวน่ั คลอน หว่นั ไหว คงสภาวะ เดมิ อยเู ปนนติ ย
善男子,覺成就故,當知菩薩不與法縛,不求法脫,不厭生死,不愛涅槃,不敬持戒,不憎毀禁
,不重久習,不輕初學。何以故,一切覺故,譬如眼光曉了前境,其光圓滿,得無憎愛。何以故
,光體無二,無憎愛故
ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุที่สําเร็จซึ่งโพธิ พึงทราบเถิดวาโพธิสัตวมิของดวยธรรมพันธะ คือมิถูกผูกมัดไว
ดวยธรรม แลมิปรารถนาหลุดพนจากธรรม มิเบื่อหนายสังสารวัฏ มิรักใครพระนิรวาณ มิสํารวมศีลสมาทาน มิ
รังเกียจการละเมิดพรต มิคารวะอาวุโส มิดูเบาผูเร่ิมศึกษา ดวยเหตุไฉนนั่นฤๅ เพราะความรูแจงท้ังปวงน้ัน
อุปมาทัศนบถที่ประจักษยังวิสัยเบ้ืองหนา อันปรากฏอยางแจมชัดสมบูรณ บรรลุถึงความมิรังเกียจแลรักใคร
ดวยเหตไุ ฉนน่ันฤๅ เพราะภาพสงั ขารท่ปี รากฏนัน้ มิเปนสอง ปราศจากซึ่งความเกลยี ดและความรัก
善男子,此菩薩及末世眾生,修習此心得成就者,於此無修亦無成就,圓覺普照,寂滅無二,於
中百千萬億阿僧祇不可說恒河沙諸佛世界,猶如空華,亂起亂滅,不即不離,無縛無脫,始知眾
生本來成佛,生死涅槃,猶如昨夢
ดูกอนกุลบุตร โพธิสัตวแ ละสรรพสตั วในอนาคตน้ี เมือ่ ประพฤติบาํ เพ็ญซงึ่ จิตประการนี้ ยอมบรรลุซ่ึงสิทธิ
ดวย (จิต) ประการนี้ ปราศจากการบําเพ็ญ แลปราศจากการสําเร็จ รูแจงชัดรอบ ท่ัวอยู มีความดับสนิทมิเปน
สอง ในพุทธเกษตรโลกธาตจุ ํานวนรอยพันหมื่นโกฏิอสงไขย อันมิอาจกลาวประมาณ (อุปมา) ทรายแหงคงคาน
10
ที ก็อุปมาดั่งอากาศบุปผา ที่เกิดข้ึนดวยความผันผวน และดับไปดวยความผันผวน อันมิใชที่น้ีและมิใชหางไกล
มิถูกพนั ผูกและมหิ ลดุ พน จงึ ทราบวาแตเดิมนั้น สรรพสตั วไ ดบ รรลพุ ุทธะมาแลว อนั ชาตมิ รณะและพระนิรวาณ
นน้ั เลา กอ็ ปุ มาดวยความฝน
善男子,如昨夢故,當知生死及與涅槃,無起無滅,無來無去,其所證者,無得無失,無取無捨
,其能證者,無作無止,無任無滅,於此證中,無能無所,畢竟無證,亦無證者,一切法性平等
不壞
ดกู อ นกลุ บุตร เพราะด่งั ดวยความฝน จงึ พงึ ทราบเถดิ วา สังสารวัฏและพระนิรวาณ มิไดเ กดิ ขน้ึ แลมไิ ดดับ
ไป มิไดมาแลมิไดไป อันผูไดถึงแลว ยอมมิบรรลุแลมิเส่ือมไป มิม่ันไวแลมิเพิกเฉย อันผูสามารถถึงแลว ยอม
ปราศจากการกระทําแลปราศจากการยุติ ปราศจากการต้ังอยูแลปราศจากการดับไป อันการบรรลุนี้ มิอาจ
เขาถึงแลมิอาจตั้งอยู ท่ีสุดนั้นแลวก็หาไดบรรลุไม ก็แลอันการมิไดบรรลุนั้น คือภาวะแหงสรรพธรรมที่สมตา
และมิเสื่อมสลาย
善男子,彼諸菩薩如是修行,如是漸次,如是思惟,如是住持,如是方便,如是開悟,求如是法
,亦不迷悶
ดูกอนกุลบุตร โพธิสัตวเหลานั้นจงบําเพ็ญจริยาเชนน้ี เปนลําดับอยูเชนนี้ จินตนาอยูเชนนี้ ธํารงอยูเชนน้ี
มอี ปุ ายะเชน นี้ รูชัดเชนน้ี ปรารถนาธรรมเชน นี้ ดว ยมลิ ุม หลงขัดของดว ยประการ เชนน้เี ถิด
爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:
ในครัง้ น้ัน สมเดจ็ พระโลกนาถเจา ทรงปรารถนาจกั ยํา้ ในอรรถน้ี จึงตรัสเปนโศลกวา
普眼汝當知,一切諸眾生
สมันตเนตรเธอพงึ ทราบเถิด อันสรรพสัตวท ัง้ ปวง
身心皆如幻,身相屬四大
กายแลจติ ลว นดุจมายา กายลกั ษณะก็เปนเคร่อื งเกย่ี วอยดู ว ยมหาภตู สิ ี่
心性歸六塵,四大體各離
จิตภาวะกส็ งเคราะหท่สี ฬายตนะ สังขารวภิ าคไดเ ปนมหาภูตสิ ่ี
誰為和合者,如是漸修行
ผใู ดกนั เลา ทปี่ ระกอบมีข้ึน พึงบําเพญ็ จรยิ าเปนลําดบั เชนนี้
一切悉清淨,不動遍法界
สรรพสง่ิ ทงั้ มวลจักวิศุทธิ์ อจลา และพรอม ในธรรมธาตุ
無作止任滅,亦無能證者
ไรผ ูกระทํา ผูย ตุ ิ ผตู ัง้ อยู ผูดับไป ท้ังไรผสู ามารถบรรลุ
一切佛世界,猶如虛空華
พทุ ธโลกธาตุท้งั หลาย อปุ มาอากาศบุปผา
三世悉平等,畢竟無來去
ตรีกาลลว นสมตา ท่สี ดุ แลวปราศจากซง่ึ การมาแลการไป
初發心菩薩,及末世眾生
ผูเรมิ่ บังเกดิ จติ โพธิสัตว และสรรพสตั วในโลกอนาคต
欲求入佛道,應如是修習
เมือ่ ปรารถนาเขาสูพ ทุ ธมรรคแลว ไซร พึงปฏบิ ตั บิ ําเพ็ญเชนนเ้ี ถิด
จบวรรคท่ี ๓
11
พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๔)
於是金剛藏菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手。而白佛言:大悲世尊,
善為一切諸菩薩眾,宣揚如來圓覺清淨大陀羅尼,因地法行漸次方便,與諸眾生,開發蒙昧,在
會法眾,承佛慈誨,幻翳朗然,慧目清淨
ในเพลานั้น พระวัชรครรภโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกข้ึนจากอาสนะ กระทําศิราภิวาท
เบ้ืองพระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกร แลวทูลพระพุทธองควา ขา
แตพระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อหมูโพธิสัตวท้ังปวง ขอพระองคทรงแสดงซ่ึงวิศุทธิสมปูรณโพธิมหาธารณี
และอุปายะท่ีสืบไปเปนลําดับของเหตุภูมิธรรมจริยา เพื่อเปดออกซ่ึงสิ่งปดก้ันของสรรพสัตวทั้งปวง เพื่อธรรมา
ชนที่ประชุมในสภาแหงนี้ จักนอมพระพุทโธวาท ยังตนใหแจมแจงเปดออกซึ่งมายาที่ปกคลุม มีปญญาจักษุท่ี
บริสุทธิ์ดว ยเถิด
世尊,若諸眾生本來成佛,何故復有一切無明,若諸無明眾生本有,何因緣故,如來復說本來成
佛,十方眾生本成佛道,後起無明,一切如來,何時復生一切煩惱,惟願不捨無遮大慈,為諸菩
薩開秘密藏,及為末世一切眾生,得聞如是修多羅教,了義法門,永斷疑悔。作是語已,五體投
地,如是三請,終而復始
ขาแตพระโลกนาถ หากหมูสรรพสัตวมีมูลภาวะท่ีสําเร็จพุทธะมาแลว ดวยเหตุไรหนอจึงยังมีอวิชชาท้ัง
ปวงอยู ก็หากหมูสรรพสัตวผูมอี วิชชานน้ั มีมูลภาวะ (แหงพุทธะ) แลวไซร ดวยเหตุปจจัยเชนไร พระตถาคตยงั
ตรัสวา มีมูลภาวะท่ีสําเร็จพุทธะมากอนน้ันอีกเลา อันสรรพสัตวในทศทิศลวนมีมูลภาวะท่ีสําเร็จพุทธมรรค
มาแลว แตภายหลงั กลับมอี วิชชา กแ็ ลพระตถาคตเจาทัง้ ปวงนนั้ เลา กาลใดหนอท่ีจกั เกดิ กิเลสทั้งปวงขึ้นอกี ขอ
พระองคอยาเผิกเฉยซ่ึงมหาเมตตา เปดออกซึ่งคุหยครรภของโพธิสัตวทั้งปวง และเพ่ือสรรพสัตวทั้งหลายใน
อนาคต ผูไดสดับพระสูตรคําสอนน้ี จักเขาใจแจมแจงในอรรถะ ยังวิจิกิจฉาใหสิ้นดวยเถิด พระพุทธเจาขา เมื่อ
ทลู เชนนแ้ี ลว จึง กระทําเบญจางคประดษิ ฐ อยูเชนน้ีสามคาํ รบ
爾時世尊告金剛藏菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩及末世眾生,問於如來甚深秘
密究竟方便,是諸菩薩最上教誨,了義大乘,能使十方修學菩薩,及諸末世一切眾生,得決定信
,永斷疑悔,汝今諦聽,當為汝說。時金剛藏菩薩奉教歡喜,及諸大眾默然而聽
ในกาลบัดน้ันแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรสั กับพระวัชรครรภโ พธสิ ัตววา สาธุๆ กลุ บตุ ร พวกเธอสามารถ
ปุจฉาซ่งึ อปุ ายะท่ีคัมภีรภาพและคุหยภาพ อนั เปน ทส่ี ดุ ของพระตถาคต เพ่ือหมูโพธิสตั วและสรรพสัตวทั้งหลาย
ในอนาคต น้ีคือวิชยอนุศาสนท่ีประเสริฐสุดของโพธิสัตวทั้งปวง อันเปนอรรถะแหงมหายาน สามารถยังให
โพธิสัตวผูศึกษาทั่วทศทิศ และสรรพสัตวทั้งหลายในอนาคต ไดบรรลุถึงศรัทธาต้ังม่ัน ยังวิจิกิจฉาใหขาดสิ้นไป
เธอพึงสดับเถิด ตถาคตจักกลาวแกเธอ คร้ังนั้น พระวัชรครรภโพธิสัตวเมื่อรับสนองพระอนุศาสนียแลว จึงปติ
ยินดีอยู พรอ มกบั บรรดามหาชนทีด่ ษุ ณียภาพอยู เพอ่ื คอยสดบั พระเทศนา
善男子,一切世界,始終生滅,前後有無,聚散起止,念念相續,循環往復,種種取捨,皆是輪
迴,未出輪迴,而辯圓覺,彼圓覺性即同流轉,若免輪迴,無有是處,譬如動目,能搖湛水,又
如定眼,由回轉火,雲駛月運,舟行岸移,亦復如是
ดูกอนกุลบุตร โลกธาตุท้ังปวง อันมีการเริ่มตนแลการอวสาน การเกิดแลการดับ เบ้ืองกอนแลเบ้ืองหลัง
ความมีแลความไร ความประชุมกันแลความแตกออก ความเจริญข้ึนแลความระงับน้ัน ยอมสันตติสืบเน่ืองกัน
อยูทุกขณะแหงจิต สลับหมุนเวียนไปมา*1 เปนอุปาทานแลอุเบกขาตางๆ อันลวนเปนวัฏจักร เมื่อยังมิออก
จากวัฏจักร จึงมีการโตอภปิ รายอยซู ึง่ สมปูรณโพธิ อนั สมปรู ณโพธภิ าวะ คือสภาวะรแู จงที่สมบูรณรอบน้ัน กจ็ กั
12
ไหลเวียนอยูดุจกัน หากมิเวียนเปนวัฏจักรแลว ยอมมิใชการณน้ี อุปมานัยเนตรที่แสสาย ยังน้ํานิ่งใหกระเพื่อม
ฤๅดั่งจักษุที่จับจอง ยังใหเปลี่ยนเปนอัคคี ด่ังวาเมฆาขับเคล่ือนจนั ทราใหโคจร ใหนาวาชนเห็นฟากฝงวาเคล่ือน
ไป ฉะนี้แล
*1.การสลับเปลี่ยนหมนุ เวยี น คือไตรลกั ษณ ตาบใดที่ยงั ไมพ นจากวัฏฏะ จิตยอมเกดิ ดบั หมุนเวียนเรอ่ื ยไป แมน
สมปูรณโพธิ คือการการรูแจงที่สมบูรณรอบ อันพนจากการกลาวอภิปราย หรือบัญญัติดวยวาจา ก็ยังถูกนํามา
บญั ญตั ิ จึงทาํ ใหสมปรู ณโพธิ ตองไหลเวยี นเปล่ยี นผัน อยูเชนเดียวกบั สังสารวฏั
善男子,諸旋未息,彼物先住,尚不可得,何況輪轉生死垢心,曾未清淨,觀佛圓覺而不旋復,
是故汝等,便生三惑
ดูกอนกุลบุตร เมื่อการเวียนผันท้ังหลายยังมิยุติ ส่ิงนั้นอันมีอยูแตเดิม ยอมมิอาจเขาถึง แลวจักประสาใด
กับจิตมลทินแหงสังสารวฏั ที่มิเคยบริสุทธ์ิ เม่ือจักพิจารณาพุทธสมปูรณโพธิ ดวยความมิเวียนผันแลวไซร เหตุน้ี
เธอทั้งหลาย จกั ย่ิงเกิดเวทนาสาม*2
*2.พระองคตรัสเร่ืองวัฏฏะ คือความหมุนเวียนไป ท้ังดานสังสารวัฏและโลกุตรวัฏ วามิตางกันในแงของการไร
ทวิบัญญัติ เรื่องสังสารวัฏและพระนิรวาณ หากยังไมรูแจง จิตจักยิ่งปรุงแตงไปตามเวทนา ๓.คือการเสวย
อารมณ ความรูสกึ ของอารมณ คือ
๑).สุขเวทนา ความรสู ึกสขุ สบาย ทางกายหรือทางใจ
๒).ทกุ ขเวทนา ความรสู ึกทกุ ข ทางกายหรือทางใจ
๓).อทุกขมสุขเวทนา ความรูสกึ เฉยๆ ไมสุขและไมท ุกข เรยี กอีกอยางวา อุเบกขาเวทนา
善男子,譬如幻翳,妄見空華,幻翳若除,不可說言此翳已滅,何時更起一切諸翳。何以故,翳
華二法,非相待故,亦如空華滅於空時,不可說言虛空何時更起空華。何以故,空本無華,非起
滅故,生死涅槃,同於起滅,妙覺圓照,離於華翳善男子,當知虛空非是暫有,亦非暫無,況復
如來圓覺隨順,而為虛空平等本性
ดกู อนกลุ บตุ ร พึงทราบเถดิ วา ความวา งนนั้ หาใชเพิง่ มี ทงั้ มิใชเ พิ่งปราศจาก แลวจักประสาใดกับตถาคตปู
รณโพธิ ท่ีอนุโลมตามอากาศสมตามูลภาวะ คือภาวะเดิมของความวางเปลาที่เสมอภาค ซ่ึงสภาวะแหงสมปูรณ
โพธิ คอื การปราศจากซงึ่ บัญญตั ทิ ัง้ ปวง*3
*3.ประโยคนี้คือ เมื่อมายาที่ปกคลุมไวถูกกําจัดแลว ยอมไมมีการปรุงแตงใดๆอีก เชนปรุงแตงวามายายังอยู
หรือมายาส้ินไป หากยังมีบัญญัติวา อยูหรือสิ้น ก็จักเปนมายาทันที ในพระธรรมสูตรน้ี สอนเชิงปฏิเสธทวิ
บัญญัติ เพ่ือละอุปาทานจิต หย่ังเห็นเอกภาพของสังสารวัฏและพระนิรวาณ โดยอุปมาส่ิงอันปกคลุมเปนมายา
และอุปาทานเปนอากาศบปุ ผา หรือดอกไมท ี่มีอยูในอากาศ
善男子,如銷金礦,金非銷有,既巳成金,不重為礦,經無窮時,金性不壞,不應說言本非成就
,如來圓覺,亦復如是
ดูกอนกุลบุตร ดุจการถลุงแรออกจากทองคํา อันทองก็หาตองถลุงดวยไม ก็เมื่อสําเร็จแตสุวรรณบริสุทธิ์
แลว จึงมิตองถลุงอีก เม่ือผานเพลาไปจิรกาล สภาวะแหงทองน้ันก็หาไดเสื่อมไปไม อันมิพึงกลาววามูลภาวะ
มไิ ดสําเร็จมากอนแลว ตถาคตสมปรู ณโพธิ กด็ ุจฉะนแ้ี ล
善男子,一切如來妙圓覺心本無菩提及與涅槃,亦無成佛及不成佛,無妄輪迴及非輪迴
13
ดูกอนกุลบุตร มูลภาวะเดิมของสมปูรณโพธิจิตอันประเสริฐของพระตถาคตท้ังปวงนั้น ไรซ่ึงโพธิแลนิร
วาณ ทั้งไรซ ึง่ การสําเรจ็ พุทธะแลการมสิ ําเรจ็ พทุ ธะ ปราศจากซ่ึงการลวงหลอกวา สังสารจกั รแลมใิ ชส ังสารจกั ร
善男子,但諸聲聞所圓境界,身心語言皆悉斷滅,終不能至彼之親證,所現涅槃,何況能以有思
惟心,測度如來圓覺境界,如取螢火燒須彌山終不能著,以輪迴心生輪迴見,入於如來大寂滅海
,終不能至。是故我說一切菩薩及末世眾生,先斷無始輪迴根本
ดูกอนกุลบุตร แตวิสัยของบรรดาสาวกน้ัน มีกายจิตและวาจาที่ลวนเปนสมุทเฉท ท่ีสุดก็มิอาจเขาถึงวิสัย
นั้นโดยใกลชิด อันท่ีสําแดงเปนพระนิรวาณ แลวจักประสาใดกับการสามารถมีจิต คิดจินตนา หย่ังวัดสมปูรณ
โพธิวิสัยของพระตถาคตไดอีกเลา อุปมาดั่งการนําไฟของตัวห่ิงหอย มาเผาผลาญสุเนรุบรรพต อันมิสามารถ
แมนท่ีสุด เม่ือใชจิตแหงวัฏจักร จึงเกิดวัฏจักรทัศนะ เม่ือจักเขาสูมหานิโรธสาครของพระตถาคต ท่ีสุดก็มิอาจ
เขาถึง เหตุด่ังฉะนี้แล ตถาคตจึงกลาววา โพธิสัตวและสรรพสัตวในอนาคตทั้งปวง พึงตองปหานมูลฐานแหงวฏั
จักรอนั หาจดุ เริ่มมิไดเสยี ประการแรก
善男子,有作思惟從有心起,皆是六塵妄想緣氣,非實心體,已如空華,用此思惟辯於佛境,猶
如空華復結空果,輾轉妄相,無有是處
ดูกอ นกลุ บตุ ร เมื่อมกี ารนึกคิดอันเกิดจากภวจิต ซง่ึ ลวนคือความหมายรูทลี่ วงหลอกของสฬายตนะ หาใช
จติ สังขารท่ีจรงิ แทไม ดุจอากาศบปุ ผา เม่ือใชก ารนกึ คดิ ประการนีต้ รึกตรองพุทธวิสัยแลวไซร ยอ มดจุ บปุ ผาแหง
ความวา งเปลา เกดิ เปนผลไมแ หง ความวา งเปลา เปนมุสาลกั ษณะที่สับสน ซ่ึงมใิ ชในสถานน้ี
善男子,虛妄浮心,多諸巧見,不能成就圓覺方便,如是分別,非為正問
ดูกอนกุลบุตร ก็มุสาจิตอันไรสาระ แมนจักมีอุปายทัศนะอยูมากประการ ก็มิอาจสําเร็จซึ่งสมปูรณโพธิอุ
ปายะ ดวยการจาํ แนกเชน นี้ จงึ มิใชก ารปจุ ฉาที่ถูกตอง
爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:
ในคร้งั นนั้ สมเดจ็ พระโลกนาถเจา ทรงปรารถนาจกั ยํา้ ในอรรถนี้ จึงตรัสเปน โศลกวา ...
金剛藏當知,如來寂滅性
วชั รครรภพึงทราบเถิด อนั นโิ รธสภาวะของตถาคต
未曾有始終,若以輪迴心
มเิ คยมีซง่ึ การเรม่ิ ตนแลอวสาน หากใชจ ิตแหง วฏั จักร
思惟即旋復,但至輪迴際
ตรึกคิดยอมวกวน จนลุถึงวัฏจกั รอาณา
不能入佛海,譬如銷金礦
มอิ าจเขา สูพ ุทธสาคร อุปมาการถลงุ แรจากทองคาํ
金非銷故有,雖復本來金
อนั ทองนนั้ เลา เมือ่ มไิ ดถลุงก็มอี ยู แมเปนทองอันมีแตเดิม
終以銷成就,一成真金體
ท่สี ดุ เม่อื ถลุงแลวจึงปรากฏ สําเรจ็ เปน บริสทุ ธิสุวรรณ
不復重為礦,生死與涅槃
อนั มิตอ งถลงุ อกี ก็สังสารวฏั และนิรวาณ
凡夫及諸佛,同為空華相
บุถุชนแลพุทธะทง้ั ปวง ลว นคือลักษณะแหงอากาศบปุ ผา
思惟猶幻化,何況詰虛妄
14
การจนิ ตนากอ็ ุปมามายาการ แลว จกั เกิดเปนความโปปดอกี ไดเชน ไร
若能了此心,然後求圓覺
หากสามารถแจงซงึ่ จติ นี้แลว ไซร จากน้จี งปรารถนาซง่ึ สมปูรณโพธเิ ถดิ
จบวรรคท่ี ๔
พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ สู ต ร
大乘方廣總持經
隋天竺三藏毘尼多流支譯
ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร
พระวินิตรุจิมหาเถระ ตรีปฎกธราจารยชาวอินเดีย ในสมัยราชวงศสุย ประเทศจีน แปลจากสันสกฤต
พากยสจู ีนพากย เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๑๑๒๕
พระวิศวภทั ร เซ่ียเก๊ยี ก (釋聖傑) วดั เทพพุทธาราม แปลจากจนี พากส ูไทยพากย เม่อื พระพุทธายกุ าลลวง
แลว ๒๕๔๘ ป ๗ เดอื น ๑๒ วัน
คํานาํ
พระมหายานไวปุลยธารณีสูตร มีช่ือในภาษาสันสกฤตวา สรฺว ไวทรฺย สํครฺห สูตร เปนพระสูตรในหมวด
สัทธรรมปุณฑรีกะ แปลโดย พระวินิตรุจิมหาเถระ ภิกษุชาวภารตะประเทศ จากภาษาสันสกฤตสูภาษาจีนใน
สมัยราชวงศสุยของจีน ราวป พ.ศ. ท่ี ๑๑๒๔-๑๑๖๑ นามของพระสูตรน้ี อาจแปลความไดวา พระสูตรที่เปน
เครือ่ งทรงไวซ ่งึ ความย่งิ ใหญแ หงมหายานธรรม และมกี ารแปลสูภาษาจนี อีกฉบบั คอื 佛說濟諸方等學經 แปล
โดย พระธรรมปาลมหาเถระ ในสมัยจิ้นตะวันตกของจนี (西晉月氏三藏竺法護) ราวป พ.ศ.๘๐๘-๘๕๙
ภายในเปนการเผยขอสงสัยที่วา เหตุใดพระศรีศากยมุนีพุทธเจาและพระพุทธเจาทั้งปวงน้ัน จึงตรัสรูท่ี
พุทธประเทศ (โลกธาต)ุ ทต่ี า งกนั มวี ถิ ีสกู ารตรสั รูทสี่ มภาพสมบรู ณตา งกัน ทตี่ องโปรดและฉุดชว ยสรรพสัตวท ม่ี ี
พื้นฐานดานตางๆกัน ซึ่งท้ังหมดนี้ จึงเปนเหตุใหพระพุทธเจาผูมหากรุณาทั้งปวง ทรงใชพระอุบายโกศล (กุศโล
บาย) ในการโปรดสรรพสตั วทต่ี างกนั ดง่ั คาํ สรรเสรญิ พระพทุ ธคณุ ทวี่ า “พระพุทธเจาทรงย่งิ ดวยพระปญญาคุณ
และพระกุศโลบายเปนเลิศ” โดยพระพุทธเจาบางพระองคในโลกธาตุอ่ืน ทรงเทศนาพระธรรมเพียงครั้งเดียว
สรรพสัตวท่ีไดสดับน้ันก็เกิดดวงตาเห็นธรรม แลวออกบวชจนไดบรรลุมรรคผลในที่สุด (รูแจงธรรมงาย) แต
พระพุทธเจาบางพระองค ตองใชพระอุบายโกศลนานาประการ ในการสั่งสอนอบรมและสรรพสัตวก็บําเพ็ญ
ดวยความยากลําบาก (รูแจงธรรมยาก) อีกเปนเพราะเหตุใด พระพุทธเจาผูทรงเปนพระบรมศาสดาจารยแหง
โลกและจักรวาลทั้งปวงแตละพระองค จึงตองทรงอบรมส่ังสอนศิษย (สรรพสัตว) ที่มีพีชะปญญาที่หลากหลาย
ตางกัน และเหตุใดในโลกธาตุที่ตางกันนั้นๆ จึงประกอบดวยสรรพสัตวที่มีพีชะและอินทรียที่ตางกันมาเกิดอยู
รวมกัน ซึง่ มีขอ เฉลยชัดแจง อยใู นพระธรรมสูตรปกรณนี้แลว
อาตมาเห็นวาจะไดเปนประโยชนแกบรรดาธรรมาจารยผูสอนธรรม ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ อีกท้ังจะ
เปนประโยชนแกผูฟงธรรมท้ังบรรพชติ และคฤหสั ถ และเปน ประโยชนในระหวา งผเู ปน ธรรมาจารยดว ยกนั หรือ
ผูฟงธรรมดวยกันท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ คือจะเปนเคร่ืองยังตนใหบริสุทธิ์ไดดวยอุดมประโยชน เห็นเชนนี้ จึง
15
ไดเพียรแปลสําเร็จเปนรูปเลมตามที่ทานถืออยูน้ี ดั่งใจความหนึ่งของพระสูตรน้ีที่วา การบรรยายธรรมใดๆ ไม
วาโดยใคร และเพื่อใครน้ัน ก็ลวนคือการบันดาลใหเปนไปโดยฤทธานุภาพของพระตถาคตเจาทั้งส้ิน
เพราะฉะนั้น จึงมิควรกลาวใหรายแกผูแสดงธรรมน้ันๆ เพราะจะเปนการกลาวรายตอพระตถาคตเจาดวย
เพราะการแสดงธรรมแตละคร้ัง ตอ งพจิ ารณาพื้นฐานทางธรรมของผูรับฟงเปนสําคัญ เชน หากตนไดฟง ธรรมท่ี
แสดงแกบุคคลท่ีศึกษามานอย ก็ใหเกิดอคติ กลาวใหรายและดูแคลนผูแสดงธรรมนั้นวา ธรรมที่แสดงน้ันมิ
บริสุทธ์ิ มิใชธรรมสูง มิใชธรรมแท ทําใหผูสอนธรรมน้ันเสื่อมเสีย และหมดกําลังใจ หรือหากตนไดฟงธรรมท่ี
ลึกซ้ึงคัมภีรภาพ แตทวาตนเองน้ันดอยในภูมิธรรม ไมอาจเขาใจไดถองแท กอใหเกิดอคติวารายผูสอนธรรมวา
ธรรมนี้พระพุทธเจามิเคยตรัสมากอน เปนธรรมเทียมเทาน้ัน ทําใหผูใฝศึกษาท่ีมีปญญาเกิดความลังเล เคลือบ
แคลง ซ่ึงทั้งหมดนี้ถือเปนอกุศลกรรมท่ีใหญหลวงนัก โดยพระสูตรไดใหเหตุผลวาไมวาธรรมช้ันสูง หรือช้ัน
พื้นฐานลวนคือพระอุบายโกศลของพระตถาคตเจาทั้งสิ้น อันทานจักพึงศึกษาไดจากพระธรรมสูตรปกรณน้ี
เชน กัน.
後學釋聖傑 พระวิศวภทั ร เซี่ยเกีย๊ ก วดั เทพพทุ ธาราม (เซียนฮดุ ย)่ี จ.ชลบุรี
ขออุทิศแดพระโพธิญาณอันประเสริฐ เพ่ืออนิตยโพธิสัตวผูยังไมเที่ยงตอพุทธภูมิจงไดเท่ียงแท และผูเร่ิม
บงั เกดิ มพี ระโพธิจติ ทัง้ ปวงจงอยา ไดเสอื่ มถอย
大乘方廣總持經
พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ สู ต ร
隋天竺三藏毘尼多流支譯
ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร
如是我聞。一時佛在王舍城耆闍崛山中。與大比丘眾六萬二千人俱。菩薩摩訶薩八十億眾。摩伽
陀國優婆塞六十億百千人。
ดั่งท่ีขาพเจาไดสดับมา ในสมัยหนึ่งสมเด็จพระผูมีพระภาคเจา ประทับยังคิชกูฏบรรพต ในนครราชคฤห
พรอมดวยมหาภิกษุหมูใหญจํานวน ๖๒,๐๐๐ รูป พระโพธิสัตวมหาสัตวจํานวน ๘๐ โกฏิ*๑ พระองค และ
อบุ าสกของแควนมคธจํานวน ๖๐ โกฏริ อยพนั คน
*๑.โกฏิคําเรียกจํานวน สิบลาน และคําวา โกฏิรอยพัน ก็คือ จํานวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐(สิบลาน) + (๑๐๐ คูณ
๑,๐๐๐) จึงเทา กบั แสนโกฏหิ รือ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ นัน่ เอง
爾時世尊夏安居已。臨涅槃時入如法三昧。入三昧已。是時三千大千世界。普遍莊嚴懸繒幡蓋。
置寶香瓶眾香塗飾處處遍散千葉蓮花。
คร้ังนั้นแล เมื่อคิมหันตฤดูลวงแลว สมเด็จพระโลกนาถเจา ก็จวนถึงกาลปรินิรวาณ จึงทรงเจริญตถตา
ธรรมสมาธิ เม่ือครั้นเขาสูสมาธิแลว เพลานั้นท่ัวตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ*๒ ใหบังเกิดมีธงฉัตรแขวนระยา
ประดับตบแตงอยางอลังการ รัตนกุณฑที บี่ รรจดุ ว ยสุคนั ธชาติ แลประดาของหอมไดชะโลมตบแตงอยทู ัว่ บริเวณ
ทกุ สถานโปรยปรายดว ยดอกอบุ ลพนั กลีบ
*๒.ใน จุลนิกสูตร พระพุทธองคทรงกลาวกับพระอานนทวา จากระยะใกลสุดท่ีดวงอาทิตยและดวงจันทรจะ
หมุนเวียนตามจกั รราศี และสองสวางดว ยแสงเรอื งโอภาส จนถงึ ชว งหนึ่งพนั จักรวาล ยงั มีดวงจันทรหนึง่ พนั ดวง
ดวงอาทิตยหน่ึงพันดวง หนึ่งพันพระสุเมรุมหาสิงขร หนึ่งพันชมพูทวีป หนึ่งพันอมรโคยานทวีป หนึ่งพันอุตรกุรุ
16
ทวีป หนึ่งพันบุพพวิเทหทวีป ส่ีพันมหาสมุทร หนึ่งพันจาตุมหาราช หน่ึงพันดาวดึงสพิภพ หน่ึงพันยามาสวรรค
หนึง่ พันสวรรคช น้ั ดุสติ หน่ึงพันนิมมานนรดี หนึ่งพนั ปรนิมมิตวสวตี และหน่งึ พันหว งพิภพของของเหลานแ้ี หละ
อานนท เรยี กวาระบบสหัสสโลกธาตุในชั้นปฐม ระบบทีใ่ หญก วาที่กลาวมานี้หน่ึงพัน เรียกวา สหัสสโลกธาตุช้ัน
มธั ยม ระบบทใี่ หญก วา น้หี น่ึงพนั เทา เรียกวา ตรสี หัสสมหาโลกธาตุ
爾時此三千大千世界億百千眾。諸梵天王及億百千眷屬來詣佛所
。到佛所已頭面禮足。合掌向佛却住一面。
เม่ือนั้น ในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุแหงนี้ อันประกอบไปดวยคณะ (ผูมารวมชุมนุม) จํานวนโกฏิรอยพัน
มีเหลาพรหมเทวราชพรอมดวยบริษัทจํานวนโกฏิรอยพัน ไดมาสูท่ีประทับของพระพุทธองค แลวแลทําการ
ศริ าภวิ าทดว ยเศียรเกลาเบ้อื งพระพทุ ธยคุ ลบาท ประณตกรเฉพาะแดพ ระพทุ ธองคแลว ยืนอยดู านหน่งึ
復有億百千淨居天子。自在天王大自在天王。龍王夜叉王。阿修羅王迦樓羅王緊那羅王摩睺羅伽
王。各與億百千眷屬來詣佛所。到佛所已頭面禮足。合掌向佛却住一面。
ยังมีสุทธาวาสเทวบุตร อิศวรเทวราช มเหศวรเทวราช นาคราช ยักษราช อสุรราช ครุฑราช กินนรราช
มโหราคราช จํานวนนับดวยโกฏิรอยพัน พรอมดวยบริวารจํานวนโกฏิรอยพัน ไดมาสูท่ีประทับของพระพุทธ
องค แลวแลทําการศิราภิวาทดวยเศียรเกลาเบื้องพระพุทธยุคลบาท ประณตกรเฉพาะแดพระพุทธองคแลวยืน
อยูดานหนึง่
爾時十方如恒河沙大威德菩薩摩訶薩來詣佛所。到佛所已頭面禮足。合掌向佛却住一面。
เพลานั้น ในทศทิศมีพระโพธิสัตวมหาสัตวผูยิ่งดวยมหาเดชานุภาพ อันมีจํานวนคณนาดวยจํานวนดุจ
เมล็ดทรายในคงคาชล ไดมาสูทป่ี ระทบั ของพระพุทธองค แลว แลทาํ การศิราภิวาทดวยเศยี รเกลาเบื้องพระพุทธ
ยคุ ลบาท ประณตกรเฉพาะแดพ ระพุทธองคแ ลว ยนื อยดู านหนึง่
爾時此三千大千世界。乃至有頂皆悉來集大眾充滿間無空處。
ครั้งนั้น ในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุแหงน้ี ตลอดถึงอัมพรสถานเบ้ืองบน ลวนคับค่ังไปดวยมหาชนท่ีมา
ชมุ นุมโดยหาท่ีวา งบม ีเลย
爾時復有餘大威力天龍夜叉乾闥婆阿修羅迦樓羅緊那羅摩睺羅伽等皆來集會。
อีกยังมีเทพยดา นาคา ยักษา คนธรรพ อสุรา ครุฑ กินนร มโหราค ผูลวนมากดวยมหิทธิ บรรดาที่
หลงเหลืออยูตา งมารว มชมุ นุมกันโดยพรอมเพรยี ง
爾時世尊正念現前從三昧起。遍觀大眾欠呿頻申。如師子王如是至三。
กโ็ ดยสมัยน้นั แล สมเดจ็ พระโลกนาถเจาทรงสมบูรณต ง้ั อยดู วยพระสมั มาสติ แลว ทรงออกจากสมาธิ ทรง
ทอดทัศนามหาชน แลว ทรงหาวประดจุ พญาสิงหราชตอ เนอ่ื งกันสามครั้ง*๓
*๓.ทรงหาว ๓ ครั้ง มีความหมายโดยนัยยะ คือการปลุกหรือการตื่นข้ึนจากอกุศลมูลทั้ง ๓ คือ โลภะ โทสะ
โมหะ หรอื เปน การต่นื ขน้ึ ของไตรภูมิ มีกามภมู ิ รปู ภูมิ อรปู ภูมิ ดว ยการบันลอื สีหนาท คอื การแสดงธรรม
爾時世尊從其面門出廣長舌。遍覆三千大千世界。是時如來現神通已復觀大眾。
บัดนั้น พระโลกนาถเจาทรงแลบพระชิวหาออกปกคลุมไปท่ัวตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ คร้ังน้ันเม่ือพระ
ตถาคตเจาทรงสําแดงพระมหาอภญิ ญา*๔ ฤทธแ์ิ ลว กท็ รงทอดทศั นามหาชนอีกคาํ รบหน่ึง*๕
17
*๔.ฤทธ์ิ ๖ ประการ มี ๑)อิทธวิ ิธี แสดงฤทธิ์ได ๒)ทิพยจกั ษุ ตาทิพย ๓)ทิพยโสต หูทพิ ย ๔)เจโตปริยญาณ ญาณ
ท่ีกําหนดรูใจผูอื่นได ๕) บุพเพนิวาสานุสสติญาณ การระลึกชาติได และ ๖)อาสวักขยญาณ ญาณที่ทําใหสิ้นอา
สวะ (ขอ ๖ น้ีมเี ฉพาะพระอรยิ บุคคลในพระพทุ ธศาสนา) หา ขอแรกเปน โลกียอภิญญา ขอทายเปน โลกตุ ตระ
*๕.ทรงแลบพระชิวหา มีความหมายโดยนัยยะวา อันการแสดงธรรมจากพระพทุ ธโอษฐนน้ั สามารถครอบคลมุ
และส่ังสอนสรรพสัตวไปทัว่ ทั้งตรสี หสั มหาสหสั โลกธาตุ (จกั รวาลทั้งปวง)
爾時一切大眾即從坐起。合掌作禮默然而住。爾時佛告彌勒菩薩摩訶薩言。阿逸多。如來不久當
入涅槃。汝於諸法有所疑者。我今現在。欲有所問今正是時。佛滅度後勿生憂悔。
คร้ังน้ัน บรรดามหาชนท้ังปวงลวนลุกขึ้น ประณตกรถวายอภิวาทและยืนน่ิงอยู พระพุทธองคทรงรับสั่ง
กับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตววา อชิตะ*๖ อีกมิชานานตถาคตจะปรินิรวาณ ในธรรมท้ังปวงนั้น เธอมีสิ่งใด
ที่ยังสงสัยอยูหรือไม โดยบัดนี้ตถาคตยังอยู เมื่อมีก็จงถามเสียเดียวนี้เถิด เมื่อหลังจากพระพุทธปรินิพพานแลว
จกั มิตอ งสํานกึ เสียดาย
*๖.อชติ ะ คือ พระนามหน่งึ ของพระเมตไตรยโพธิสตั ว
爾時彌勒菩薩摩訶薩白佛言。唯然世尊。善自知時。諸佛如來於一切法皆悉究竟。惟願宣說令此
法眼久住於世。
ครานั้น พระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตว จึงกราบทูลพระพุทธองควา ขาแตพระตถาคตเจาผูเจริญ
พระองคทรงทราบถึงกาลดวยองคเองโดยชอบ ดวยพระพุทธตถาคตทั้งปวงทรงรูแจงตลอดซึ่งความเปนท่ีสุด
แหงสรรพธรรม ขอพระองคโปรดประทานพระเทศนาถึงการยังใหธรรมจักษุนี้ยืนยงธํารงม่ันในโลกดวยเทอญ
พระพุทธเจา ขา
爾時會中有大自在天子及八十億淨居天眾。眷屬圍遶頂禮佛足。合掌恭敬而白佛言。世尊。此大
乘方廣總持法門。過去無量諸佛如來應供正遍知已曾宣說。惟願世尊。今復敷演利益安樂無量人
天。能令佛法久住世間。爾時世尊默然而許。
กาลบัดน้ัน ณ ทามกลางธรรมสโมสรมีองคมเหศวรเทวบุตร และสุทธาวาสเทวบริษัทจํานวน ๘๐ โกฏิ
พรอมดวยบริวารไดหอมลอม แลกระทําศิราภิวาทดวยเศียรเกลาเบื้องพระพุทธทวิบาท ประคองหัตถถวายอัญ
ชุลี กราบทูลวา ขาแตพระโลกนาถเจาผปู ระเสริฐ อนั มหายานไวปุลยธารณีธรรมทวารน*้ี ๗ พระพทุ ธตถาคตเจา
ผูทรงควรแกการนอมถวายสักการและอภิวันท ผูทรงตรัสรูชอบไดโดยพระองคเองจํานวนไมมีประมาณในอดีต
ก็เคยไดทรงเทศนาแลว ขอพระโลกนาถเจาโปรดประทานพระเทศนา เพื่อยังคุณานุประโยชน แลความ
เกษมศานต์ิแกมนุษยและทวยเทพอันมากมายพนประมาณ และเพ่ือยังพระพุทธบรมธรรมใหสถิตเสถียรยังโลก
น้ีตราบกาลดวยเถิด พระพุทธเจาขา ครั้งนั้น สมเด็จพระโลกนาถเจาผูแจงโลก ทรงรับอาราธนาโดยพระอาการ
ดษุ ณยี ภาพน่ิงอยู
*๗.แปลวา วิธีการทรงไวซ่งึ มหายานธรรมอันไพศาลและยงิ่ ใหญ
是時大自在天子知佛許已歡喜踊躍。合掌作禮却住一面。
เพลานั้น องคมเหศวรเทวบุตร จึงทราบวา พระพุทธโลกนาถเจา โปรดประทานพระบรมพุทธานุญาตรับ
อาราธนาแลว จึงใหเ กิดปตเิ ปน ท่ยี ่งิ เปนอุพเพคาปติ*๘ จงึ ประณตหตั ถถ วายอภิวาทแลว ยนื อยขู า งหนงึ่
*๘.ความอิ่มใจ, ความด่ืมดํ่าในใจ มี ๕ คือ ๑.ขุททกาปติ ปติเล็กนอยพอขนชันนํ้าตาไหล ๒.ขณิกาปติ ปติ
ชวั่ ขณะรูสกึ แปลบๆ ดจุ ฟาแลบ ๓.โอกกันติกาปต ิ ปต เิ ปนระลอกรสู ึกซูล งมาๆ ดจุ คล่นื ซดั ฝง ๔.อพุ เพคาปติ ปต ิ
18
โลดลอย ใหใจฟตู ัวเบาหรืออุทานออกมา ๕.ผรณาปติ ปต ซิ าบซา น เอบิ อาบไปทวั่ สรรพางคเปน ของประกอบกับ
สมาธิ
爾時佛告彌勒菩薩摩訶薩言。阿逸多。此大乘方廣總持法門非我獨說。過去未來及今現在十方世
界無量諸佛亦常宣說。若有眾生於佛所說言非佛說及謗法僧。而此謗者當墮惡道受地獄苦。
บัดน้ัน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา ทรงมีพุทธบรรหารกับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตววา ดูกอน อชิ
ตะ อันมหายานไวปุลยธารณีธรรมทวารน้ีหาใชตถาคตกลาวเองเฉพาะตนไม อันพระพุทธเจาในอดีต อนาคต
และในวารปจจุบันนี้ อันมีจํานวนประมาณมิไดในโลกธาตุท่ัวทศทิศ ก็ไดตรัสแสดงอยูสม่ําเสมอ หากแมนมี
สรรพสัตวท ก่ี ลาววา “พุทธวจนะท้ังปวงหาใชพทุ ธวจนะไม” อีกทงั้ กลาวรา ยซง่ึ พระธรรมแลพระสงฆ อันผูกลา ว
รายนีย้ อ มลแุ กอ บายภมู ิรบั ทกุ ขเวทนาในนิรยสถาน
爾時佛告彌勒菩薩摩訶薩言。若有善男子善女人發菩提心。於此大乘方廣總持經典。受持讀誦復
為人說。當知是人不墮惡道。
ครานั้น พระพุทธองค ตรัสกับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตววา หากมีกุลบุตรกุลธิดาบังเกิดพระอนุตรบ
รมสัมโพธิจิต ยึดถือ สาธยาย อานทองมหายานไวปุลยธารณีสูตรนี้แกมวลมนุษยแลวไซร เธอพึงทราบวาอัน
บคุ คลน้ียอมมิตองสอู บายมรรค
爾時世尊復告彌勒菩薩摩訶薩言。阿逸多。我從成佛夜乃至將入無餘涅槃。於其中間佛身口意。
所作所說所念所思惟。頗有忘失起惡業不。
สมเด็จพระโลกนาถผูทรงเปนที่พึ่งแหงโลก ตรัสกับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตวความวา ดูกอน อชิตะ
นับแตตถาคตไดสําเร็จซึง่ ความเปนพระพุทธะ ตราบถึงจวนจะถึงกาลสูนิรุปธิเศษนิรวาณ*๙ แลวนี้ ระหวางน้ัน
กาย วาจา และมโนแหงตถาคต บรรดาการกระทําทั้งปวง การกลาวแสดงท้ังปวง การระลึกท้ังปวง การนึกคิด
จนิ ตนาทงั้ ปวงนัน้ หามคี วามวิบตั ิ ยังใหเ กิดอกุศลกรรมขึ้นบา งหรอื ไม
*๙.นิพพาน ๒ ชนดิ คือ ๑)โสปาทิเศษ-นิรวาณ คอื ความดับโดยมสี วนเหลอื หมายถึงผบู รรลพุ ระอรหันตผลดับ
กเิ ลสแลว แตย งั มชี าตอิ ยู ๒)นิรุปาทเิ ศษ-นิรวาณ คอื ความดับโดยไมมีสวนเหลือ หมายถงึ ผบู รรลุพระอรหันตผล
ดบั กเิ ลสแลว และสน้ิ อายขุ ยั แลว
彌勒菩薩言。不也世尊。
พระเมตไตรยโพธสิ ัตว ทูลวา หามไี ม พระพุทธเจาขา
佛言彌勒。如汝所說。我從成道乃至涅槃。於其中間所言所說皆悉真實無有虛妄。若有愚人不解
如來方便所說。而作是言。是法如是是法不如是。誹謗正法及佛菩薩。我說是輩趣向地獄。
พระพุทธองค ตรัสกับพระเมตไตรยวา เปนดงั ท่ีเธอกลาวแลว นับแตตถาคตสาํ เร็จซ่งึ พระอนตุ รบรมมรรค
จนถงึ ปรินิรวาณ ในระหวา งนนั้ บรรดาวาจา บรรดาการกลา วแสดงลวนเปนความสตั ยทบ่ี ริสทุ ธจ์ิ รงิ แทท ั้งสนิ้ หา
มีการโปป ดลวงหลอกไม หากมีโมหบรุ ษุ ผูมิรจู ําแนกในอุปายโกศล*๑๐ แหง การกลาวแสดงของพระตถาคตแลว
ไซร ยอมจักกลาววาจาเชนนี้วา “อันธรรมเปนเชนน้ี อันธรรมมิใชเชนนี้” กลาวครหาตูวาพระสัทธรรมและพระ
พทุ ธะ พระโพธิสตั ว อันตถาคตกลา วแลว วา ทง้ั หมดน้นั ยอมมุงสูนรกภูมิ
*๑๐.อปุ ายโกศล หมายถึงวิธกี ารอนั ชาญฉลาดทีใ่ ชส ั่งสอนใหไ ดผ ลดีเยี่ยมและรวดเรว็ กวาวิธีท่วั ๆไป โดยในขอ นี้
มีนัยยะวา การสั่งสอนธรรมแกสรรพสัตวท้ังปวงนั้น บางจําพวกอาจสั่งสอนดวยศูนยตาธรรมได แตบางจําพวก
19
ตองอาศยั อบุ ายโกศลนานาชนิด เพื่อยงั ใหส รรพสตั วนั้นๆ ไดเขา ใจแจง ในธรรม โดยวธิ ีการตางๆ ท่ีไมเหมอื นกัน
ในแตละบุคคล
佛言。阿逸多。於我滅後五濁世中。若有比丘比丘尼優婆塞優婆
夷。實非菩薩自謂菩薩。是外道人。曾於過去供養諸佛發願力故。於佛法律而得出家。隨所至處
多求親友。名聞利養。恣行穢污棄捨信心。成就惡行不自禁制。不自調伏貪諸利養。於一切法門
及出生堅固三昧。皆悉遠離實無所知。為親屬故妄稱知解住於諂曲。口說異言身行異行。
พระพุทธองครับส่ังวา ดูกอน อชิตะ เมื่อตถาคตดับขันธลวงแลวในโลกแหงความเส่ือม ๕ ประการ*๑๑
หากมีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ท่ีโดยแทแลวมิใชโพธิสัตว แตสําคัญตนวาเปนโพธิสัตว อันถือเปนพาหิร
นอกพระศาสนา แตดวยในอดีตเคยถวายสักการะปวงพระพุทธเจาและดวยพลังแหงปณิธานแตปางกอนท่ีตน
เคยประกาศไวเปน เหตุ จึงยังใหไดดํารงในพระพุทธธรรมวินัย แลวออกบวชจาริกทองเท่ียวไปตามสถานทต่ี า งๆ
เพ่ือแสวงหามิตรแลบริวาร แสวงหาการสรรเสริญเยินยอ ลาภสักการะ มีกิริยากําเริบลําพอง ประพฤติตนแปด
เปอนสามานย ละทิ้งเพิกเฉยซ่ึงจิตศรัทธา สําเร็จในอบายจริยาการ กระทําอันผิดชั่ว โดยมิรูจักหามปรามตน มิ
รูจักบําราบซ่ึงความละโมบในลาภสักการะท้ังหลาย ในสรรพธรรมทวารและการบังเกิดข้ึนของสมาธิอันแกรง
กลานน้ั ลวนแตย ังหางไกล โดยทีจ่ รงิ แลว มิไดรแู จงโดยแทเ ลย ดวยมีบรวิ ารอยูใกลช ดิ เปนเหตุ แลดวยคาํ โปปดท่ี
เยินยอวาไดลวงรูแตกฉาน อันต้ังอยูบนบทเพลงลํานําแหงคําสอพลอ มีปากท่ีกลาวตางกับวาจา มีกายท่ีมิตรง
กบั การกระทํา
*๑๑.ความเสื่อม ๕ ประการ มี ๑)ทฤษฎีกษายะ คือ ความเส่ือมแหงทิฐิ ๒)เกลศกษายะ คือ ความเส่ือมเพราะ
กิเลส ๓) สัตตวกษายะ คือ ความเส่ือมของสัตว ๔)อายุษกษายะ คือ ความเสื่อมแหงอายุ ๕)กัลปกษายะ คือ
ความเส่ือมแหงกลั ป
阿逸多。我菩提道於一切眾生。皆悉平等安住大悲。以善方便正念不忘。如來安住無等等力。無
障無礙而為說法。
ดูกอน อชิตะ พระบรมโพธิญาณแหงตถาคต กับบรรดาสรรพสัตวท้ังปวงนั้น ลวนมีความเสมอภาคเทา
เทียมกันอยูดวยมหากรุณา แตดวยอุบายโกศลอันเย่ียมยอดและสัมมาสติท่ีระลึกชอบอยู จึงมิไดหลงลืมเลอะ
เลือน ตถาคตไดดํารงอยูในอสมสมพละวิหาร อันเปนกําลังท่ีมิมีผูใดมาเสมอเทาฤๅเทียบเคียงไดโดยแท ไรซึ่ง
อปุ สรรคขวางกน้ั ท้ังปวงแลวจึงแสดงพระสทั ธรรม
若有眾生作如是言。佛為聲聞所說經典。諸菩薩等不應習學不應聽受。此非正法此非正道。辟支
佛法亦不應學。
หากมีสรรพสัตว กระทําวาจาเชนน้ีวา พระพุทธเจาเพ่ือเหลาสาวกแลว จึงทรงกลาวแสดงพระธรรมสูตร
เหลาโพธิสัตวท้ังหลายมิพึงควรศึกษาปฏิบัติ มิพึงไดสดับฟง ส่ิงนี้มิใชพระสัมมาธรรม ส่ิงนี้มิใชพระสัมมามรรค
อนั พระปจ เจกพทุ ธธรรมกม็ พิ งึ ไดศกึ ษาดว ย
復作是言。諸菩薩等所修行法。聲聞之人亦不應學不應聽受。辟支佛法亦復如是。
แลวแลยังกลาววาจาเชนน้ีวา บรรดาโพธิสัตวที่บําเพ็ญธรรมจริยาทั้งปวง และมนุษยสาวกกม็ ิพึงศกึ ษา มิ
พึงไดส ดับรับฟงดวย พระปจเจกพทุ ธธรรมก็มคิ วรเชนกนั น้ี
復作是言。諸菩薩等所有言說。聲聞辟支佛不應聽受。彼此言行更相違背不與修多羅相應。
และกลาววา บรรดาวจีคํากลาวของปวงโพธิสัตว สาวก ปจเจกพุทธก็มิพึงรับฟง อันวจนะและจริยานั้น
และน้ี ย่งิ ตรงขามและมิใชโ ยคะแหง พระสูตร
20
於如實說真解脫法不能信受。依彼法者不得生天。何況解脫。
ซ่ึงโดยแทจริงแลวก็คอื สัตยวิมุตติธรรมอันจริงแท แต (ตน) มิอาจนอมใจศรัทธายอมรับได ดวยตนอาศยั
ธรรมเชนน้ันจึงมิไดอบุ ัตบิ นเทวโลก แลว จักประสาอันใดกบั พระวมิ ตุ ตไิ ดห ลุดพนเลา
阿逸多。我今說法隨其信心而調伏之如恒河沙。阿逸多。我今欲往十方世界隨順說法利益眾生。
不為實非菩薩而作菩薩相者。亦不為毒惡欺誑少聞之人於我法中作二說者。其二說人或作是言。
是菩薩應學是不應學謗佛法僧。
ดูกอน อชิตะ ดังท่ีตถาคตเทศนาธรรมอนุโลมตามจิตศรัทธาท่ีนอมรับ เพ่ือบําราบอบรม (สรรพสัตว)
จํานวนนบั ดวยเมลด็ ทรายในคงคานทีอยูน้ี อชิตะ ตถาคตปรารถนาดําเนินไปในโลกธาตุท่ัวทศทศิ เพ่อื ประทาน
พระธรรมเทศนา อนุโลมแกประโยชนสุขของสรรพสัตวเสียบัดนี้ ซึ่งมิใชเพื่อโพธิสัตวแท โพธิสัตวเท็จ ฤๅ
แมกระท่ังผูท่ีมีรูปลักษณเปนโพธิสัตวก็ตาม*๑๒ อีกดวยมิใชเพื่อมนุษยท่ีรายกาจชั่วราย ฉอโกง โออวด และ
เปนผูสดับนอยท่ีไดกลาวทวิวาทะ*๑๓ ในธรรมของเรา โดยบุคคลท่ีกลาวทวิวาทะนั้น อาจกลาววา “อันน้ี
โพธสิ ตั วพงึ ศึกษา อนั น้ีมพิ งึ ศกึ ษา” ซงึ่ เปนการกลาวรายพระพทุ ธ พระธรรมและพระสงฆ
*๑๒.มีนัยยะวา จักทรงประทานพระธรรมเทศนาโดยมิลําเอียง หรือแบงแยกบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่ง
เทานั้น แตจักทรงเทศนาตามระดับปญญาของแตละบุคคล ในทุกประเภทที่จะสามารถหย่ังใจใหเช่ือและนอม
รบั เพอ่ื ปฏิบัตไิ ด
*๑๓.มีนัยยะวา การกลาวความจริงแทที่มีหน่ึงเดียว ใหกลายเปนสอง เพื่อบิดเบือนความจริง เชน การกลับผิด
เปนถกู
是人身壞命終墮於地獄。多百千劫不可得出。設令得出生貧窮家。至於後時雖得授記。五濁惡世
成等正覺。如我今日於是生死五濁世中成於佛道。
บุคคลผูน้ีเม่ือสังขารแตกดบั ชาตะขาดสูญแลวยอมลุแกนรกภูมิ ใชเวลาหลายรอยพันกัลปก็มิอาจหลดุ พน
ได หากแมนไดถือกําเนิดก็จักเกิดอยูในเรือนผูยากจนแรงแคน จนเมื่อในภายหลังถึงแมนจักไดรับพระพุทธ
พยากรณก ต็ าม กจ็ ักไดบ รรลุพระอนุตรบรมสัมโพธิญาณในโลกแหง ความเส่ือมท้ัง ๕ ประดจุ เราตถาคตในวารนี้
ทีเ่ วยี นวา ยในโลกแหง ความเสือ่ มทง้ั ๕ น้แี ลวจึงไดสําเร็จซง่ึ พระพทุ ธมรรค
以是因緣汝應諦聽。應當信知。隨順惡友所行如是。阿逸多。我念過去無央數劫。彼時有佛名曰
無垢焰稱起王如來應供正遍知明行足善逝世間解無上士調御丈夫天人師佛世尊。出現於世。是時
彼佛壽命八萬那由他歲為眾說法。
ดว ยเหตปุ จจยั เชนนีแ้ ล เธอพงึ ไดต ้งั ใจสดบั ฟง พงึ ไดศ รัทธาเช่ือถือ ดวยอนุโลมตามการกระทาํ ของมิตรชั่ว
เชนน้ี อชิตะ ตถาคตยังระลึกไดผานกาลเวลายาวนานนับอสงไขยกัลปยอนไปในอดีตกาล เพลานั้นมี
พระพุทธเจาพระองคหน่ึงทรงพระนามวา “วิมลมริจีสรรเสริญราชา” พระองคทรงเปนพระตถาคตผูเสด็จ
มาแลวอยางน้ัน ทรงหางไกลจากกิเลสและควรแกการบูชา ทรงตรัสรูเองโดยชอบ ทรงสมบูรณดวยความรูและ
ความประพฤติ เสด็จไปดีแลว ทรงรูแจงโลก ทรงยอดเยี่ยมหาผูอ่ืนเสมอเหมือนมิได ทรงฝกบุรุษท่ีควรฝก ทรง
เปนครขู องเทวดาและมนุษยท้ังหลาย ทรงต่นื แลว และทรงเปน ท่พี ่ึงแหงโลกทั้งมวลไดอ ุบตั ขิ น้ึ ในโลก ในสมยั นั้น
ทรงมพี ระพทุ ธชนมพรรษายาวนานถึง แปดหมื่นนยตุ ะ*๑๔ ป เพื่อประทานพระธรรมเทศนาแกเวไนย
*๑๔.นยุตะ, นิยุต, นหุต (บาลี) สังขยา (จํานวนนับ) จํานวนหน่ึงแสน หรือหนึ่งลาน เปนหลักนับอยางหนึ่งคือ
หน่ึงรอยโกฏิเปนหน่ึงอยุตะ หน่ึงรอยอยุตะเปนหน่ึงนิยุตะ สวนนยุตะนั้นเทากับเลขหน่ึงตอทายดวยศูนยยี่สิบ
21
สองตวั พจนานกุ รมบาล-ี องั กฤษ ของสมาคมบาลีปกรณกลา ววา นหตุ หมายถงึ สังขยาจาํ นวนมาก คอื หนึ่งหม่นื
แตพ จนานุกรมสนั สกฤต-องั กฤษของเซอรมอเนยี วลิ เลย่ี มและปราชญอืน่ ๆ วา ไดแกจ าํ นวนหนึง่ ลา น
爾時無垢焰稱起王如來法中。有一比丘名曰淨命。總持諸經十四億部大乘經典六百萬部為大法師
。言辭清美辯才無礙。利益無量無邊眾生示教利喜。
ครั้งน้ัน ในระหวางธรรมสมัยแหงพระวิมลมริจสี รรเสริญราชาตถาคตเจา ยังมีภิกษุรูปหนึ่งชอ่ื วา “วิสุทธา
ยุ” สามารถทรงไวซึ่งพระสูตรทั้งปวงจํานวนสิบสี่โกฏิปกรณ มหายานสูตรจํานวนหกรอยหม่ืนปกรณ โดยเปน
มหาธรรมาจารย มีวจนะไพเราะจับใจ บริสุทธ์ิสวยงาม ถึงพรอมดวยปฏิภาณอันไรอุปสรรคของขัด ทั้งสอนส่ัง
ใหส รรพสัตวจํานวนหาประมาณมิได กําหนดหาขอบเขตมไิ ด ไดลถุ งึ ประโยชนอ นั อุดม
爾時無垢焰稱起王如來。臨涅槃時告彼比丘淨命言。未來世中汝當護持我正法眼。爾時淨命受佛
教已。於佛滅後千萬歲中。守護流通諸佛祕藏。於此方廣總持法門受持讀誦深解義趣。於彼世界
八萬城中所有眾生。隨其願樂廣為宣說。
สมัยน้ัน พระวิมลมริจีสรรเสริญราชาตถาคต ใกลจะเสด็จสูหวงมหาปรินิรวาณแลว ไดรับสั่งกับวิสุทธายุ
ภิกษุนั้นวา “ในอนาคตกาลเบื้องหนา เธอจงพิทักษรักษาพระสัทธรรมจักษุของเราดวย” คร้ันเมื่อวิสุทธายุรับ
สนองพระพุทโธวาทแลว หลังจากท่ีพระพุทธปรินิรวาณแลวในระหวางน้ันหนึ่งพันหม่ืนป (วิสุทธายุภิกษุ) ได
อภิบาลปกปองแลเผยแผความลึกลับแหงพระพุทธเจาท้ังปวงท่ีซอนเรนไว ดวยการยึดม่ัน อานทอง สาธยาย
จําแนกอรรถาธิบายในความลึกซ้ึงแหงไวปุลยธารณีธรรมทวารนี้*๑๕ ดวยในโลกธาตุแหงนั้นมีเมืองนครจาํ นวน
แปดหมื่นแหง ลวนมสี รรพสตั วอาศยั ท้ังสนิ้ ดว ยอนุโลมตามความยินดแี หงปณธิ านนัน้ จึงกลา วแสดง (ธรรม) ไป
อยา งไพศาล
*๑๕.มีนัยยะหมายถึง ผูท่ียึดมั่น อานทอง สาธยาย และอรรถาธิบายในความลึกซ้ึงของพระสูตรนี้ จะทรงไวซ่ึง
คณุ ธรรม คอื การไมละเมิดกลา วรายตอพระรตั นตรัย ก็จะมกี าย วาจา ใจทบี่ ริสทุ ธิ์และเมอ่ื ไตรทวารบริสุทธิ์แลว
ก็เสมือนเปนการปกปองและเผยแผความลึกลับของพระพุทธะ เพราะพระพุทธะทั้งปวงทรงมีความบริสุทธิ์ทั้ง
ไตรทวารเปนปกติธรรมชาตแิ ตในยคุ หลังพุทธกาล มกี ารกลาวรายพระรัตนตรัยและพระธรรมาจารยมาก ทาํ ให
พระธรรมแทถ กู บดิ เบอื นมาก ดงั น้นั พระธรรมแทจ ึงเปนความลึกลับท่ีจะคนหาพบไดยากยงิ่ ในปจจบุ นั
爾時有一大城名曰跋陀。往彼城中為八十億家。隨其所樂而為說
法。是時城中八十億人獲淨信心。一億人眾住菩提道。七十九億人住聲聞乘而得調伏。
ครั้งน้ัน มีมหานครหนึ่งชื่อวา “ภัททา” (วิสุทธายุภิกษุ) ไดจาริกยังนครน้ัน เพ่ือแสดงธรรมอนุโลมตาม
ความยินดีของชนท้ังแปดสิบโกฏิครัวเรือน เพลานั้นมนุษยจํานวนแปดสิบโกฏิภายในนครแหงนั้น ไดรับใน
ศรัทธาจิตที่บริสุทธิ์ หมูชนหน่ึงโกฏิไดดํารงในพระโพธิมหามรรค เจ็ดสิบเกาโกฏิไดดํารงในสาวกยานลุถึงความ
สงบระงับ
爾時淨命法師復與十千比丘眾。相隨俱往修菩提行。爾時跋陀城中復有比丘名曰達摩。於大乘經
方廣正典。受持千部獲得四禪。唯以方廣空法化彼城中一切眾生。不能以善方便隨欲而說。作如
是言。一切諸法悉皆空寂我所說者真是佛說。彼淨命比丘所說雜穢不淨。此比丘實非淨命而稱淨
命。何以故。而此比丘所受諸華。不持供養而自受用。塗香末香亦復如是。淨命比丘愚癡無智。
不能知我久修梵行。
ครง้ั นน้ั วิสทุ ธายธุ รรมาจารย พรอมดวยคณะภกิ ษุหมใู หญจํานวนสิบพัน ไดป ระพฤติบําเพ็ญในโพธิจริยา
ดวยกัน เมื่อนั้น ภายในภัททานครยังมีภิกษุช่ือวา “ธัมมา” เปนผูซึ่งดํารงในมหายานสูตรและไวปุลยสูตร
22
สมาทานยึดถือไวจํานวนหน่ึงพันปกรณ ไดบรรลุถึงจตุถฌาน ดวยใชเพียงศูนยตาธรรมอันไพบูลยสอนส่ังสรรพ
สัตวในนครแหงน้ัน แตมิอาจกลาวแสดงดวยอุบายโกศล อนุโลมตามความตองการ (ของสรรพสัตว) แลวแลจึง
กลาววา “สรรพธรรมท้งั ปวง ลวนแตศูนยตาวางเปลา ส่ิงท่เี ราไดก ลา วทั้งส้ินแลวนั้น กค็ อื พระพทุ ธวจนะโดยแท
วิสุทธายุภิกษุผูน้ันลวนกลาวดวยส่ิงที่เจือปนแปดเปอนมิบริสุทธิ์ อันภิกษุผูน้ันแทจริงแลวมิใชทานวิสุทธายุ แต
ยกยองวา คือ ทา นวิสุทธายุ ดว ยเหตุใดฤๅ เหตดุ วยภกิ ษผุ ูนเ้ี ปนผูส อ งเสพในลาภยศท้งั ปวง มิไดรบั เครือ่ งสักการะ
เพอื่ ใชเ ฉพาะตน รวมทั้งเคร่อื งทาหอม ผงหอมก็ดจุ เดยี วกนั วิสุทธายุภกิ ษุเปน ผมู ากดวยโมหะ ไรซึ่งสติปญ ญาท่ี
มอิ าจรูวา เรา (ธมั มาภิกษ)ุ ไดป ระพฤติพรหมจรรยมานานแลว”
彼既年少出家未久。我慢無信多諸放逸。是諸人等無所知曉。謂是淨命持戒比丘。
ซ่ึงท้ังที่ (ธัมมา) ภิกษุนั้นยังดอยพรรษาแลออกบวชไดยังมิชานาน อีกยังมีอัสมิมานะแรงกลา ปราศจาก
ศรัทธา มากดวยความประมาทท้ังปวง ดวยวาบุคคลทั้งหลายนัน้ มิรูความจริง วาก็คือวิสุทธายุผูสมาทานแลว ซงึ่
ภกิ ษุศลี
爾時達摩以其惡心謗持法者。身壞命終墮於地獄。經七十劫具受眾苦。滿七十劫已墮畜生中。過
六十劫後值遇香寶光佛。於彼法中發菩提心。於九萬世猶生畜生中。過九萬世已得生人中。於六
萬世貧窮下賤恒無舌根。
บัดนั้น เม่ือธัมมาภิกษุเกิดจิตอกุศลหยาบชา กลาวครหาใหรายผูประพฤติธรรม เม่ือสังขารแตกชีวาดับ
แลว จึงไดถืออุบัติยังนรกภูมิ ผานกาลเวลาไปเจ็ดสิบกัลปในการรับทุกขทรมานตางๆ เม่ือครบเจ็ดสิบกัลปแลว
จึงถืออุบัติยังเดรัจฉานภมู ิ ผานอีกหกสิบกัลปล วงแลวจึงมีโอกาสพบกับ “พระสุคนธรัตนประภาพุทธเจา ” และ
ในธรรมสมัยนั้นแลจึงไดบังเกิดพระอนตุ รสัมมาสัมโพธิจิต ผานไปอีกเกาหม่ืนชาติ แลวก็ยังอุบัติในเดรัจฉานภมู ิ
อีก ผานไปเกาหมื่นชาติแลว จึงไดถือกําเนิดเปนมนุษยผูทุคตเข็ญใจ ขัดสน ยากไร เปนโจร และไรซึ่งชิวหาตนิ ท
รยี (ไมม ีล้ิน หรอื เปน ใบ) อกี หกหมน่ื ป
其淨命比丘於諸法中得淨信心為人說法。彼於後時得值六十三那由他佛。恒為法師具足五通。勸
請彼佛轉妙法輪。
อนั วิสุทธายุภกิ ษผุ นู ั้น ดวยอาศยั การต้งั มน่ั ในสรรพธรรมจึงสําเร็จศรัทธาจติ ทบ่ี รสิ ุทธิ์ แลวแสดงพระธรรม
เทศนาแกมวลมนุษย ตอมาภายหลังจึงไดประสบกับพระพุทธเจาจํานวนหกสิบสามนยุตะพระองค อีกยังเปน
ธรรมาจารยผูสมบูรณดวยเบญจอภิญญา*๑๖ แลเปนผูอาราธนาพระพุทธเจาเหลานั้นใหทรงหมุนเคลื่อนพระ
ธรรมจักรอนั วิเศษ
阿逸多。汝今當知。過去淨命比丘者豈異人乎莫作異觀。今阿彌陀佛是。阿逸多。汝今當知。過
去達摩比丘者豈異人乎莫作異觀。今我身是。
ดกู อ น อชิตะ เธอพงึ ทราบไว วิสทุ ธายุภิกษใุ นอดตี ทเ่ี หน็ เปน คนละคนน่นั หรอื มคิ วรพิจารณาเปน ใครอ่ืน
(เพราะวา) ก็คือพระอมิตาภะพุทธเจาในบัดน้ี อชิตะ เธอพึงทราบไว ธัมมาภิกษุในอดีตท่ีเห็นเปนคนละคนน่ัน
หรือ มิควรพิจารณาเปนใครอื่น (เพราะวา) กค็ อื เราตถาคตในวารน้ี
*๑๖.ฤทธิ์ ๕ ประการ มี ๑)อิทธิวิธีแสดงฤทธิ์ได ๒)ทิพยจักษุตาทิพย ๓)ทิพยโสต หูทิพย ๔)เจโตปริยญาณ
ญาณทกี่ ําหนดรใู จผูอน่ื ได ๕) บุพเพนวิ าสานสุ สตญิ าณ การระลึกชาติได
由我過去愚癡無智毀謗他故受苦如是。我以此業因緣故。處五濁世成等正覺。是故阿逸多。若有
菩薩於諸法中作二說者。以是因緣後五濁世成於佛道。其佛國中有諸魔等。於說法時恒作障難。
23
เหตุท่ีในอดีตกาลตถาคตไดโมหะลุมหลง ไรซ่ึงปญญาญาน ทําลายแลใหรายผูอ่ืน สงผลใหตองเสวยทุกข
ทรมานเชนน้ี ดวยอาศัยเหตุปจจัยแหงกรรมน้ีเปนเหตุ ทําใหไดตรัสรูพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลกแหง
ความเส่ือม ๕ ประการแหงน้ี ดวยเหตุฉะนี้แล อชิตะ หากมีโพธิสัตวท่ีดํารงในสรรพธรรมไดกลาวแสดงซึ่งทววิ า
ทะนี้ ดวยเหตุปจจัยน้ีแล ในภายหลังยอมจักไดสําเร็จซ่ึงพระพุทธมรรคยังโลกแหงความเสื่อมท้ัง ๕ ประการนี้
ภายในพุทธประเทศจักประกอบดวยเหลามารท้ังหลาย เม่ือคราแสดงธรรมก็ใหกระทําเปนอุปสรรคกีดขวาง
ยากลําบากอยเู นอื งนิตย
爾時大眾聞佛說已。皆悉悲泣涕淚交流俱發是言。願於佛法莫作二說如達摩比丘。
ครั้งนั้น เมื่อมหาชนไดสดับยลยินซ่งึ พระพุทธวจนะแลว ใหลวนเกิดโศกาลัยในดวงมาลย รันทด สะเทือน
จิต สะทานใจ ใหหล่ังไหลชลเนตรพรั่งพรูมิรูหยุด แลวแลกลาววา ขอใหในพระพุทธธรรม อยาไดกระทําซ่ึงทวิ
วาทะดจุ ธมั มาภกิ ษุเลย
爾時會中有百菩薩。即從座起右膝著地悲號墮淚。爾時世尊知而故問彼菩薩言。善男子。汝等何
為悲號如是。爾時諸菩薩等異口同音俱白佛言。世尊。我等自觀亦應有此諸惡業障。
ในกาลครั้งนั้นแล ทามกลางธรรมสโมสรมีพระโพธิสัตวจํานวน ๑๐๐ องค ตางลุกข้ึนจากอาสนะแหงตน
ยอ กายลงคกุ พระชานเุ บ้อื งขวาลงกับผืนธรณนิ ดว ยความโศกาดรู หมองเศรายงิ่ นกั โดยยงั หล่งั ชลเนตรอยูมิหยุด
คร้ังน้ันพระโลกนาถเจาผูแจงโลก ทรงทราบแลว จึงเปนเหตุใหตรัสถามพระโพธิสัตวเหลานั้นวา ดูกอน พุทธ
บุตร เหตุไฉนพวกเธอท้ังหลายจงึ ไดป ริเวทนาถึงปานนี้ บรรดาพระโพธิสัตวตางกราบทูลเปนสําเนียงเดียวกันวา
ขาแตพระโลกนาถเจา ขาพระองคท้ังหลายลวนพิจารณาในตนแลววา จักพึงมีอกุศลวิบากตางๆ เชนนี้ดวย
พระพุทธเจา ขา
爾時世尊作如是言。如是如是。汝亦曾於過去然燈佛所。在彼法中出家修道。是然燈佛滅度之後
。時有比丘名曰智積。汝等爾時謗是比丘。因是已來不得見佛。不能發菩提心。不得陀羅尼及諸
三昧。後共汝等同時安住菩提之道。
เมื่อนั้น พระบรมศาสดาจารย จึงประทานพระโอวาทดังน้ี เปนเชนน้ัน เปนเชนนั้น เธอทั้งหลายเคยได
ออกบวชบําเพ็ญมรรคในธรรมสมัยแหงพระทีปงกรพุทธเจาเมื่อครั้งอดีต*๑๗ ตอมาภายหลังจากที่พระทีปงกร
พทุ ธเจา ไดเ สดจ็ สูห วงมหาปรนิ ิรวาณแลว คร้งั นนั้ มภี กิ ษชุ ่ือวา “ปรชั ญากฏู ” ซง่ึ เธอทั้งหลายในสมัยน้ันไดใหราย
แกภิกษุนี้ อันเปนเหตุใหท่ีผานมามิไดป ระสบพระพทุ ธะ มิอาจบังเกิดพระอนุตรสัมโพธิจิต มิบรรลุในธารณีและ
สมาธทิ งั้ ปวง ภายหลังพวกเธอทง้ั หลายจงึ ไดด าํ รงในพระบรมโพธิมรรคในคราวเดยี วกนั
*๑๗.พระทีปงกรพุทธเจา คือพระพุทธเจาองคท่ี ๒๔ กอนหนาพระศากยมุนีพุทธเจา ครั้งนั้นพระพุทธเจาของ
เราเสวยพระชาติเปนสุเมธดาบส และไดทอดกายเปนสะพานใหพระทีปงกรพุทธเจาพรอมดวยพระอรหันต
สาวกเดินขามไป จึงไดรับพุทธพยากรณวา จักไดตรัสรูเปนพระโคดมในปจจุบัน จึงทําใหสุเมธดาบสต้ังปณิธาน
และบําเพญ็ บารมจี นไดต รัสรูใ นปจ จบุ นั
汝等善男子。此賢劫最後佛所當獲無生法忍。復於後時過三阿僧祇劫行菩薩道。當得阿耨多羅三
藐三菩提。是故善男子。若菩薩見餘菩薩。不應生於彼此之心。當如塔想如見佛想。是故菩薩見
餘菩薩。莫作異念謂非佛想。若起異念為自侵欺。當受持此莫作異想共相和合。
ดูกอน กุลบุตร เธอท้ังหลายในธรรมสมยั แหงพระพุทธเจาองคส ุดทายในภทั รกัลปน้ี*๑๘ (พวกเธอ) จักได
บรรลใุ นอนุตปตติก ธรรมกษานติ*๑๙ แลจากน้นั ผานเวลาไปสามอสงไขยกัลปจักไดบําเพ็ญโพธสิ ัตวมรรคจนได
24
บรรลใุ นพระอนตุ รสัมมาสมั โพธญิ าณ ดว ยเหตฉุ ะน้ี กลุ บตุ ร หากโพธสิ ตั วพ บโพธิสัตวอ ่ืน มพิ งึ เกิดจติ (แบง แยก)
วา นนั้ และน้ี พงึ กระทาํ ประดจุ (วาโพธสิ ัตวอน่ื น้นั เปน ด่ัง) พระสถปู ประดุจพระพทุ ธองค ดวยเหตนุ เี้ มื่อโพธสิ ตั ว
พบโพธิสัตวอื่น อยาพึงมีมติเปนอ่ืนวามิใชพระพุทธลักษณ หากแมนเกิดมติท่ีแตกตางดวยเพราะตนเองลวงลอ
ตนทลี ะนอย พึงปฏิบัติยดึ ถือวา อยากระทําสญั ญาวา แตกตาง พงึ รวมลักษณะใหเ ปน หนึง่ เดยี ว
*๑๘.ภทั รกลั ป คอื กัลปท เี่ จรญิ ตามคตขิ องมหายานวา จะมพี ระพุทธเจา อุบตั ขิ นึ้ ถึงหน่ึงพนั พระองค โดยมีพระ
ศากยมนุ เี ปนองคท ี่ ๔ พระเมตไตรยเปน องคท ี่ ๕ และจะมอี ีก ๙๙๕ พระองค โดยมพี ระรุจิพทุ ธเจาเปน พระองค
สดุ ทาย และวา พระรจุ ิพทุ ธเจาในอนาคต กค็ ือพระเวทโพธิสตั วใ นปจ จบุ นั
*๑๙.ความอดทน ๓ ประการ มี ๑)โฆษานคต-ธรม-กษานติ คือ ความอดทนตอเสียงดังตางๆ โดยพิจารณาวา
เปนของไมเท่ียงแทถาวร ๒)อนุโลมิกี-ธรม-กษานติคือ ความอดทนที่จะปฏิบัติอนุโลมตามธรรม ๓)อนุตปตติก-
ธรม-กษานติคือ ความอดทนในความปลงใจเชื่อในธรรมท่ีไมเกิดอกี ตอ ไป
我今觀初發心菩薩不如佛想者。我便欺誑十方現在一切無量阿僧祇諸佛。是故善男子。菩薩未來
於五濁世中。得陀羅尼三昧者。一切皆是佛之威力。是故善男子。若有誹謗其法師者。即為謗佛
等無有異。
ดวยตถาคตไดพิจารณาโพธิสัตว ผูเริ่มบังเกิดพระบรมโพธิจิตวา มิประดุจพระพุทธะ ตถาคตจึงโปปดและ
สาเถยยะโออวดถือดีตอพระพุทธเจา จํานวนอสงไขยในทศทิศท่ีดํารงอยูในกาลปจจุบัน จํานวนมิอาจประมาณ
ดวยเหตฉุ ะน้แี ล กลุ บุตร โพธิสตั วในอนาคตยอมบรรลธุ ารณีแลสมาธิ ภายในโลกแหง ความเสอ่ื ม ๕ ประการ ซง่ึ
ท้ังหลายทั้งปวงลวนคือพระพุทธพละบันดาลดลใหเปนไป ดวยเหตุฉะนี้ กุลบุตร หากครหานินทา ใหรายติฉิน
ตอ พระธรรมาจารยน้นั ยอ มคอื การใหร ายพระพทุ ธเจาดวยมิตา งกันเลย
善男子。佛滅度後若有法師。善隨樂欲為人說法。能令菩薩學大乘者。及諸大眾有發一毛歡喜之
心乃至暫下一渧淚者。當知皆是佛之神力。若有愚人實非菩薩假稱菩薩。謗真菩薩及所行法。復
作是言。彼何所知彼何所解。
ดกู อ น กุลบตุ ร เมื่อตถาคตดับขนั ธลว งแลว หากแมน จกั มีธรรมาจารยท ี่สามารถสําแดงธรรมแกมนษุ ยโดย
อนุโลมตามความปติยินดไี ดอยางช่ําชอง สามารถยังใหบรรดาโพธิสัตวศึกษาในมหายาน*๒๐ และยังใหมหาชน
ทั้งปวงบังเกิดจิตปติยินดีเพียงโลมาชาติเสนเดียว จนถึงการหล่ังชลเนตรเพียงครั้ง พึงทราบเถิดวาลวนคือพระ
พทุ ธพละบันดาลดลใหเ ปน ไป โดยอาจมีโมหบรุ ุษซง่ึ ท่ีแทหาใชโ พธิสัตวไม แตล วงหลอกสรรเสริญวาเปนโพธิสัตว
ใสไคลโพธิสัตวแ ทแ ละธรรมจริยาท้งั ปวง ทั้งยงั กลา ววา “นัน่ จะรูไดอ ยา งไร นน้ั จะแยกแยะไดอยา งไร”
*๒๐.คําวาศึกษาในมหายาน โดยนัยยะของพระสูตรมหายาน คือการศึกษาการเปนพระโพธิสตั ว เพื่อชวยเหลือ
สรรพสตั วและเพื่อเปน สําเรจ็ พระพทุ ธญาณ
彌勒。我憶過去於閻浮提學菩薩時。愛重法故為一句一偈。棄捨所愛頭目妻子及捨王位。何以故
。以求法故。如彼愚人專為名聞耽著利養。自恃少能不往如來傳法人所聽受正法。
ดูกอน เมตไตรย เราตถาคตระลึกยอนไปในอดีตเม่ือคราที่ไดศึกษา (การเปน) โพธิสัตวในชมพูทวีป ดวย
เหตุท่ีมีความใครธรรมยิ่งนัก แมนเพ่ือธรรมคาถาเพียง ๑ บาท ๑ บท ก็ยังสละไดโดยมิยินดีแมนในศีรษะ ดวง
เนตร มเหสี ราชบุตร และสละราชศักด์ิ ดวยเหตุใดฤๅ ก็ดวยเหตุท่ีปรารถนาในธรรมยิ่งนัก ประดุจโมหบุรุษน้ัน
ที่มุงมั่นต้ังใจแสวงช่ือเสียงมัวเมายึดติดในลาภสักการะ อาศัยท่ีตนเองขวนขวายนอย มิไดสดับตถาคตแสดง
ธรรม
25
彌勒。若彼此和合則能住持流通我法。若彼此違諍則正法不行。阿逸多。汝可觀此謗法之人。成
就如是極大罪業。墮三惡道難可出離。
เมตไตรย หาก (บุคคล) นั้นและ (บุคคล) น้ีสมัครสมานกนั ยอมจักทรงไวแลยังใหธรรมแหงเราตถาคตแผ
ไพศาล แตหาก (บุคคล) น้ันและ (บุคคล) นี้วิวาทแกกัน ยอมจักมิอาจดําเนินในพระสัทธรรมได อชิตะ เธอพึง
พิจารณาบุคคลท่ีทําลายพระธรรมน้ี วาจักสําเร็จในมหาวิบากกรรมที่ใหญหลวงเชนนี้ ยอมตกสูอบายภูมิสาม
ยากทจี่ ักหลดุ พน
復次彌勒。我初成佛以妙智慧廣為眾生宣說正法。若有愚人於佛所說而不信受如彼達摩比丘。雖
復讀誦千部大乘為人解說獲得四禪。以謗他故七十劫中受大苦惱。況彼愚癡下劣之人。實無所知
而作是言。我是法師明解大乘能廣流布。謗正法師言無所解。亦謗佛法而自貢高。
ดูกอน เมตไตรย ในคราแรกท่ีตถาคตสําเร็จพระพุทธญาณ ดวยอาศัยปญญาญาณอันวิเศษ แสดงพระ
สัทธรรมแกสรรพสัตวอยางไพศาล หากมีโมหบุรุษที่มิอาจศรัทธานอมรับพระพุทธพจนทั้งปวงได ประดุจธัมมา
ภิกษุผูนั้น ท่ีแมนวาจักไดอานทอง สาธยาย มหายานธรรมนับพันปกรณ แลแสดงอรรถาธิบายแกมนุษยจน
(ตนเอง) ไดบรรลุถึงจตุถฌาน แตดวยการกลาวใหรายผูอื่นเปนเหตุ ยังใหตองเสวยทุกขเวทนาใหญหลวง (ใน
นรก) เปนเวลาเจ็ดสิบกัลป แลวจักประสาใดกับบุคคลผูประกอบดวยโมหะ ลุมหลง สามานยเลา โดยแทจริง
แลว (ตน) มิไดรูแจงใดเลยกลับยังกลาววา “เราคือธรรมาจารยผูแตกฉาน แจงในมหายาน สามารถ (เผยแผ
ธรรม) ไปใหกวางขวางไพบูลย” ไดทําการใหรายธรรมาจารยแท กลาววาจาที่มิอาจเขาใจ โดยใหรายพระพุทธ
ธรรมแตก ลบั เทิดทูนตนเองไวส งู สง
若彼愚人於佛大乘。乃至誹謗一四句偈。當知是業定墮地獄。何以故。毀謗佛法及法師故。以是
因緣常處惡道永不見佛。以曾誹謗佛法僧故。亦於初發菩提心者。能作障礙令退正道。當知是人
以大罪業而自莊嚴。於無量劫身墮地獄受大苦報。以惡眼視發菩提心人故得無眼報。以惡口謗發
菩提心人故得無舌報。
หากวาโมหบุรุษนั้นไดใสไคลพุทธมหายาน แมนกระทั่ง (พระธรรม) เพียงหนึ่งประโยค หรือหน่ึงบท พึง
ทราบเถิดวากรรมนั้นยอมยังใหตกสูนรกภูมิเปนแมนมั่น ดวยเหตุไฉนฤๅ เพราะเหตุท่ีไดทําลายโดยการใหราย
พระพทุ ธธรรมและพระธรรมาจารย ดว ยอาศัยเหตุปจจัยนี้ยงั ใหม ุงสูอบายมรรคอยูเปน นิจ มิไดพบพระพุทธเจา
ดวยอาศยั เหตทุ ี่เคยไดครหาใสค วามพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ อกี ท้ังผูเร่มิ บังเกิดพระบรมโพธจิ ติ ยอมให
เกิดเปนอุปสรรคขวางก้ันยังใหเ สื่อมถอยจากสัมมามรรค พึงทราบเถิดวา บุคคลนี้ดวยอาศยั บาปกรรมของตนท่ี
ใหญหลวง ยังผลใหตนตกสูนรกภูมิเสวยมหาทุกขวิบากกรรมเปนเวลาประมาณกัลปมิได ดวยอาศัยอกุศลจักษุ
แลมองผูบังเกิดพระบรมโพธิจิตเปนเหตุ ยังผลใหปราศจากซ่ึงดวงเนตร ดวยอาศัยอกุศลโอษฐใหรายผูบังเกิดมี
พระบรมโพธจิ ิตเปน เหตุ ยงั ผลใหป ราศจากซึง่ ชิวหา
阿逸多。我更不見有一惡法能過毀破發菩提心罪之重也。以此罪故墮於惡道。況復毀謗餘菩薩等
。
ดูกอน อชติ ะ เราตถาคตยงั มพิ บอกุศลธรรมหน่ึงใด ท่สี ามารถสาหสั ยิ่งไปกวา บาปจากการทาํ รายผูบังเกิด
มีพระบรมโพธิจิตเลย ดวยอาศัยบาปนี้เปนเหตุ ยังใหสูอบายมรรค แลวจักประสาอันใดกับการทํารายโดยการ
ครหากลา วตูโพธิสัตวอ ่นื ๆ อกี เลา
若有菩薩為諸眾生。能如實說不起斷常。言諸眾生定有定無。亦不專執諸法有無。
26
หากแมน จกั มีโพธิสตั วทเ่ี พื่อสรรพสตั วทั้งปวงแลว สามารถกลา วแสดง (ธรรม) โดยสตั ยตถตาจริงแทอ ยาง
มิขาดชวง มีวจแี กสรรพสตั ววา นม่ี อี ยอู ยางแนแท หรือน้ีปราศจากอยา งแนแ ท อกี มไิ ดจาํ เพาะในสรรพธรรมวามี
หรือไร (การแสดงธรรมโดยมชั ฌมิ าปฏปิ ทา ไกลจากมติสุดโตงท้งั ๒ ประการ)
阿逸多。學菩薩者應如是住。如是住者是諸菩薩清淨善業。凡所修集皆不取著。若有眾生起執著
者。當知是人生五濁世。復有菩薩善隨根欲。能為眾生種種說法。
ดูกอ น อชิตะ เสกขโพธิสัตว* ๒๑ บงั ควรดํารงตนอยูดว ยประการเชนนี้ อนั วา ผดู าํ รงน้ี ก็คือบรรดาโพธสิ ตั ว
ผูมีกุศลกรรมบริสุทธิ์ สรรพส่ิงท่ีบําเพ็ญส่ังสมนั้นลวนมิไดยึดมั่นถอื ม่ัน หากมีสรรพสัตวเกิดความยึดถือไวคงมนั่
แลวไซร พึงทราบเถิดวา บุคคลน้ันยอมจักถือกําเนิดยังโลกแหงความเสื่อม ๕ ประการท่ียังมีโพธิสัตวผูอนุโลม
ตามอนิ ทรยี ที่ปรารถนาไดโ ดยกุศล สามารถเทศนาธรรมนานาประการแกส รรพสตั ว
*๒๑.เสกขโพธสิ ัตว คือ พระโพธิสัตวท ีย่ งั ตอ งศกึ ษา, ผูที่ศกึ ษาการเปนโพธสิ ัตว
阿逸多。菩薩如是具足修行六波羅蜜。乃能成就無上菩提。彼愚癡人信己自執作如是說。菩薩惟
學般若波羅蜜。勿學餘波羅蜜。以般若波羅蜜最殊勝故。作是說者是義不然。何以故。阿逸多。
往昔迦尸迦王學菩薩時。捨所愛身頭目髓惱。爾時此王豈無智慧。
ดูกอน อชิตะ โพธิสัตวเปนผูสมบูรณในการบําเพ็ญบารมีจริยาท้ัง ๖ ประการอยูเชนนี้ กระทั่งสามารถ
สาํ เรจ็ พระอนตุ รสัมโพธญิ าณได อนั โมหบุรษุ นัน้ เชอ่ื มน่ั ในตนเองเปนทีย่ ิ่ง ไดก ลาววาจาเชนนี้วา “โพธสิ ตั วเพียง
ศึกษาในปญญาบารมี มิพึงตองศึกษาในบารมีอื่นใดดอก เหตุดวยปญญาบารมีน้ันมีความวิเศษยอดเยี่ยมเปน
ท่สี ุด ผูทีก่ ลา ววาจาเชน นี้ อนั มิใชอรรถแหง ตถตา ดวยเหตไุ ฉนฤๅ อชติ ะ เมอื่ ครง้ั ท่ีกาศมี หาราช ทรงศกึ ษา (การ
เปน) โพธิสัตวน้ัน ไดทรงอุเบกขาในส่ิงอันเปนท่ีรักท่ีหวงแหน มีกาย สังขาร ศีรษะ นัยเนตร ไขกระดูก ท่ีเปน
เครอ่ื งกังวล คร้งั นั้นมหาราชผูนไี้ รซ ึ่งปญ ญาญาณฤๅ
彌勒白佛言。世尊。誠如聖說實有智慧。佛告阿逸多。我從昔來經無量時。具足修行六波羅蜜。
若不具修六波羅蜜。終不得成無上菩提。如是世尊。
พระเมตไตรย กราบทูลวา ขาแตพระโลกนาถเจาผูเจริญ เปนความสัตยจริงด่ังพระองคตรัสแลววามี
ปญญาญาณอยางจริงแท*๒๒ พระพุทธองคไดรับสั่งกับพระอชิตะวา ตถาคตแตคร้ังกระโนนลวงเวลามาหา
ประมาณกาลมิได ไดบ ําเพญ็ บารมที งั้ ๖ สมบรู ณมาแลว หากบําเพญ็ บารมที ั้ง ๖ มิพรอ มถวนแลว ไซร ทส่ี ดุ ยอม
มิสําเร็จพระอนุตรสัมโพธญิ าณเปน พระโลกนาถเจา เชนน้ี
*๒๒.กลาวคือ มีปญญาญาณที่ทําใหทราบถึงวิธีการและประโยชนในการบําเพ็ญในทานบารมี ทานอุปบารมี
และปรมตั ถบารมี เพราะถาปราศจากปญญาที่เหน็ ประโยชนในการบําเพ็ญบารมีประเภทตางๆ ใหถึงพรอมแลว
กจ็ ะมอิ าจสาํ เรจ็ พระพุทธญาณไดน นั่ เอง
佛告阿逸多。如汝所說。我曾往昔於六十劫。行檀波羅蜜 尸羅波羅蜜 羼提波羅蜜 毘梨耶波羅蜜
禪那波羅蜜 般若波羅蜜各六十劫。彼愚癡人妄作是說。唯修一般若波羅蜜得成菩提。無有是處。
彼懷空見故作如是不淨說法。作此說者身口意業與法相違。雖解空法為人宣說。而於空法不如說
行。以無行故去空義遠。心懷嫉妬深著利養踰於親戚。
พระพุทธองครับสั่งกับพระอชิตะวา เปนด่ังที่เธอกลาวแลว เปนเวลาหกสิบกัลปลวงแลว ตถาคตได
บําเพ็ญทานบารมี ศีลบารมี ขันติบารมี วีริยะบารมี ฌานบารมี และปญญาบารมี เปนเวลาอยางละหกสิบกัลป
อันโมหบุรุษผูนั้น จักกลาวโปปดเชนน้ีวา “เพียงการบําเพ็ญปญญาบารมีหนึ่งเดียวก็จักสําเร็จพระโพธิญาณได”
ซึ่งจักเปนไปมิได ดวยเหตุที่ใฝใจในศูนยตาทิฐิ*๒๓ จึงกลาวแสดงพระสัทธรรมดว ยความมิบริสุทธ์ิเชนน้ี ผูกลาว
27
วาจาน้ีเปนผูมีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมขัดแยงจากธรรมลักษณ*๒๔ โดยสิ้นเชิง แมนจักวิภาคแจก
แจงศูนยตาธรรมแกผูคนก็ตาม แตทวาศูนยตาธรรมก็มิเหมือนที่กลาวมา เพราะดวยมิไดประพฤติจริยาบําเพ็ญ
ตนเปนเหตุ จึงออกหางจากศูนยตาอรรถเสียไกล ในจิตเบื้องลึกแฝงเรนดวยความอิจฉาริษยา เคลือบยอมดวย
ลาภสักการะเพอื่ เออ้ื แกญาตบิ ริวาร
*๒๓.มีความเห็นผิด ตัง้ มนั่ ถือมั่นวา ทุกสิ่งคือความวาง(ศนู ยตา)
*๒๔.ธรรมลักษณหรือลักษณะของธรรม หรือลักษณะท่ีเหมาะแกธรรม หรือกฎแหงไตรลักษณ(ทุกขัง อนิจจัง
อนัตตา)
阿逸多。我於往昔作轉輪王。捨諸珍寶頭目手足。猶不得成無上菩提。況彼愚人為飲食故。緣歷
他家有所宣說。唯讚空法言己所說。是菩提道是菩薩行。唯此法是餘法皆非。復作是言。而我所
解無量法師悉皆證知。彼為名聞自讚己能憎妬明解。
ดูกอน อชิตะ ตถาคตเม่ือคร้ังกระโนนไดกระทําซึ่งความเปนพระเจาจักรพรรดิราช ไดวางเฉยในรัตนสม
บัติอันสูงคาทั้งปวง รวมถึงศีรษะ ดวงเนตร หัตถ และบาทา ก็ยังมิไดบรรลุซ่ึงพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ อัน
จักประสาใดดวยโมหบุรุษท่ีมีแตเหตุเพียงเพ่ือการดื่มกินเลา เหตุเพราะเคหาสนของผูนั้นมีบรรดาถอยแถลงที่
สรรเสริญแตศูนยตาธรรมตามวจีที่ตนกลาวไวท้ังสิ้นวา “น่ีแลคือพระโพธิมรรค น่ีแลคือพระโพธิสัตวจริยา มี
เพียงธรรมน้ีแหละท่ีคือธรรม นอกเสียจากธรรมนี้หาใชไม” อีกกลาววา “ตามท่ีเราไดเขาใจน้ี บรรดาธรรมา
จารยจํานวนมากมายไมมีประมาณ ลวนแตรับรองเห็นชอบ” ผูน้ันเพื่อช่ือเสียงและสรรเสริญของตนแลวจึง
สําแดงความชิงชังแลความอจิ ฉาโดยชัดแจง
阿逸多。我見彼心規求利養以自活命。雖有善行經於百劫。尚不能得少法忍心。何況能成無上菩
提。
ดูกอน อชิตะ เราตถาคตพบวาในจิตของบุคคลน้ันวางแผนและปรารถนาใหไดมาซ่ึงลาภสักการะ เพ่ือ
บํารุงชีวิตตน ถึงแมนจะบําเพ็ญกุศลจริยาผานไปรอยกัลป ก็มิอาจบรรลุจิตแหงธรรมกษานติไดแมแตน อย แลว
จกั ประสาอันใดกบั การสําเรจ็ พระอนตุ รสัมมาสัมโพธิญาณที่สุดประเสริฐเลา
阿逸多。我不為心口相違誑惑之人而說菩提。不為嫉妬之人而說菩提。不為傲慢不敬之人而說菩
提。不為無信之人而說菩提。不為不調伏人而說菩提。不為邪婬之人而說菩提。不為自是非他之
人而說菩提。
ดูกอ น อชิตะ ตถาคตมใิ ชเพ่ือผมู ีจิตและวาจาขดั แยงแกก ัน และผอู วดโอแ ลวจงึ เทศนาพระโพธิธรรม มใิ ช
เพื่อผูอิจฉาริษยาแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชเพื่อผูโอหังอวดดีแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชเพื่อผูไร
ศรัทธาแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชผูมีตนยังมิบําราบสงบแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชเพ่ือผูประพฤติ
ชั่วในกามแลว จึงเทศนาพระโพธธิ รรม แลมใิ ชเพอื่ ตนเอง มใิ ชเพือ่ ผูอน่ื แลว จึงเทศนาพระโพธิธรรม*๒๕
*๒๕.มีนัยยะวา พระพุทธองคมไิ ดท รงปฏเิ สธการแสดงธรรมแกบ ุคคลขางตน แตท รงเทศนาธรรมส่งั สอนธรรมที่
เหมาะสมแกบ คุ คลนั้นๆ ตามสมควร
阿逸多。彼愚癡人以我慢故自謂勝佛。謗佛所說大乘經典。言是聲聞小乘所說。
ดูกอน อชิตะ โมหบุรุษน้ันอาศัยอัสมิมานะเปนเหตุให ทําตนยอดเย่ียมดั่งพระพุทธะ ใหรายมหายานสูตร
ทง้ั ปวงบรรดาทพี่ ระพทุ ธเจาตรัสแสดง โดยตวู า เปนการกลาวแสดงของสาวกยาน
爾時佛告尊者須菩提。不應為二見人說般若波羅蜜。
28
กาลคร้ังนั้น สมเด็จพระผูมีพระภาคเจา ทรงมีพุทธฎีกาแก พระสุภูติอรหันตเจาความวา มิพึงกลาวแสดง
ปญญาบารมีแกผมู ีทวทิ ฐิ ิ มีมตเิ หน็ เปนสอง
須菩提白佛言。唯然世尊。如佛所說。
พระสภุ ูตกิ ราบทลู วา เปน เชนน้ันโดยแทพระโลกนาถเจา ดจุ ที่พระองคต รัสดแี ลวพระพุทธเจา ขา
佛言。如是須菩提。以無著心施是名菩提。
พระพุทธองคตรัสวา เชนนั้นแล สุภูติ ดวยจิตอันมิเคลือบยอมยึดม่ัน จึงสงเคราะหเรียกวา โพธิ (ความรู
แจง)
須菩提言。如是世尊。
กราบทลู วา เปนเชน น้ัน พระพุทธเจา ขา
佛言。須菩提。不自讚毀他施是名菩提。須菩提言。如是世尊。
ตรัสวา ดูกอน สุภูติ มิพึงสงเคราะหเรียกผูยกยอตนเองใหรายผูอื่นวา โพธิ พระสุภูติทูลวา เปนเชนน้ัน
พระพทุ ธเจาขา
佛言。須菩提。汝觀愚人起我我見。無慚無愧為愛親戚。貪求活命好受他施。當知是人專造惡業
。
ตรัสวา เธอพิจารณาโมหบุรุษผูเกิดอัตตาแลมยทฤษฏี*๒๖ ปราศจากหิริและโอตตัปปะ ดวยเห็นแกญาติ
วงศา ละโมบโลภมากในทานที่ผูอื่นกระทําแลว เพื่อนํามาเลี้ยงดูชีวิตตนใหอยูดี พึงทราบเถิดวา อันผูนั้นไดมี
เจตนากออกุศลกรรมใหเ กดิ ขน้ึ แลว
*๒๖.ความเห็นวาเปนตัวตน
復次阿逸多。菩薩於一切法於一切菩薩法莫生恐怖。於一切辟支佛法亦莫恐怖。於一切聲聞法亦
莫恐怖。於一切凡夫法亦莫恐怖。於一切煩惱法亦莫恐怖。於一切盡法亦莫恐怖。於難精進亦莫
恐怖。於是於非亦莫恐怖。於作不作亦莫恐怖。於畏不畏亦莫恐怖。於有於無亦莫恐怖。於心非
心亦莫恐怖。於覺不覺亦莫恐怖。於業非業亦莫恐怖。於善不善亦莫恐怖。於安不安亦莫恐怖。
於解脫不解脫亦莫恐怖。於修不修亦莫恐怖。於法非法亦莫恐怖。於靜於亂亦莫恐怖。於假於實
亦莫恐怖。於信不信亦莫恐怖。於善念不善念亦莫恐怖。於住不住亦莫恐怖。如是菩薩於一切法
莫生恐怖。
ดกู อน อชิตะ โพธสิ ัตวใ นสรรพธรรมแลในสรรพโพธิสัตวธรรมจงอยาหวั่นเกรง ในสรรพปจเจกพุทธธรรมก็
จงอยาไดหว่ันเกรง ในสรรพสาวกธรรมก็จงอยาไดหวั่นเกรง ในสรรพปุถุชนธรรมก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในสรรพ
กิเลสธรรมก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในปวงธรรมที่ส้ินสุดก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในความยากแหงความเพียรก็จง
อยาไดหว่ันเกรง ในความใชฤ ๅมใิ ชก จ็ งอยาไดหวั่นเกรง ในความกระทาํ ฤๅความมิกระทําก็จงอยาไดหว่ันเกรง ใน
ความหวาดกลวั ฤๅมิหวาดกลัวกจ็ งอยาไดหวัน่ เกรง ในความมฤี ๅความไรก็จงอยาไดห วน่ั เกรง ดว ยใจฤๅมิดวยใจก็
จงอยา ไดห วัน่ เกรง ดวยความรูสกึ ฤๅมิรูส ึกกจ็ งอยาไดห วั่นเกรง ในกรรมฤๅอกรรมก็จงอยา ไดห วน่ั เกรง ในกุศลฤๅ
อกุศลก็จงอยาไดห วนั่ เกรง ในความสงบฤามิสงบก็จงอยา ไดห วน่ั เกรง ในวิมตุ ติฤๅอวมิ ุตติกจ็ งอยา ไดหว่ันเกรง ใน
การบําเพ็ญฤๅมิบําเพ็ญก็จงอยาไดหวั่นเกรง ในธรรมฤๅอธรรมก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในความนิ่งฤๅซัดสายก็จง
อยาไดหว่ันเกรง ในความโปปดในความสัตยแทก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในศรัทธาฤๅมิศรัทธาก็จงอยาไดหว่ันเกรง
ในความระลึกโดยชอบฤๅระลึกมิชอบก็จงอยาไดหวนั่ เกรง ในความตัง้ อยฤู ๅมิตง้ั อยกู ็จงอยาไดห ว่ันเกรง โพธสิ ัตว
ทีด่ ํารงในสรรพธรรมทั้งปวงจงอยาไดหวาดหว่นั พรั่นพรึงดว ยประการเชนนี้
29
阿逸多。我於往昔修如是等無畏法故得成正覺。悉能了知一切眾生心之境界。而於所知不起知相
。以我所證隨機演說。能令聞法諸菩薩等獲得光明陀羅尼印。得法印故永不退轉。若於此法不如
實知言無善巧。終不得成無上菩提。
ดูกอน อชิตะ ตถาคตดวยอาศยั การบําเพ็ญซึ่งความมิหว่นั เกรงตางๆ เม่ือครั้งกระโนน มาแลวดงั นี้ จงึ ใหไ ด
บรรลุซึ่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ มีความสามารถรูแจงแทงตลอดในวิสัยแหงจิตของสรรพสัตวทั้งปวง ในความรู
ทั้งปวงนั้นก็มิเกิดสัญญากําหนดยึดม่ันในความรู ตถาคตไดเทศนาธรรมอันเหมาะแกกาละและเทศะ สามารถ
ยงั ใหโพธสิ ตั วท งั้ หลายท่ีสดบั พระธรรมแลวไดสําเรจ็ ซึง่ ธารณปี ระภา*๒๗ เมื่อบรรลธุ รรมธารณีเปนเหตุ จึงมติ อง
เส่ือมถอยยอยกลับอีก หากมิไดรูแจงแทจริงในธรรมน้ีแลวไซร ก็ยอมปราศจากอุปายโกศลที่ชาญฉลาด ท่ีสุด
ยอ มมิอาจบรรลุพระอนตุ รบรมสมั โพธญิ าณ
阿逸多。我為四天下眾生說此法時。是諸眾生以佛神力。各自見釋迦如來為我說法。如是次第乃
至阿迦尼吒天。彼諸眾生亦謂如來唯為我說。如一四天下乃至三千大千世界亦復如是。此諸眾生
咸作是念。釋迦如來獨生我國。唯為於我轉大法輪。
ดูกอน อชิตะ เพลาที่ตถาคตแสดงธรรมเทศนาน้ีแกสรรพสัตวทั้งจตุรทวีป*๒๘ บรรดาสรรพสัตวยอม
อาศัยฤทธาพละแหงพระพุทธะ ใหแลเห็นพระศากยตถาคตแสดงธรรมแกตนเองอยูเฉพาะตน เปนลําดับๆ ไป
เชน นี้ จนถึงอกนษิ ฐพรหมภูมิ*๒๙ สรรพสตั วน ั้นๆ จะสําคัญวาพระตถาคตแสดงธรรมโปรดอยูเฉพาะตนเทานั้น
ดุจทวีปหนึ่งตลอดถึงตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุก็เปนดุจฉะนี้ สรรพสัตวนี้ยอมจักมีมนสิการรวมกันวา “พระ
ศากยตถาคต ทรงมาถืออุบัติยังประเทศของเราเทานั้น ทรงหมุนเคล่ือนกงลอแหงพระมหาธรรมจักรแกเรา
เทานน้ั ”*๓๐
*๒๗.ปญ ญา คอื ความรูแจง
*๒๘.ทวีปท้ัง ๔ มี ๑)ชมพูทวีป ตั้งอยูทางทิศใตของภูเขาสุเมรุ ๒)ปูรววิเทหทวีป ตั้งอยูทางทิศตะวันออกของ
ภูเขาสุเมรุ ๓)อมรโคยานทวีป ตั้งอยูทางทิศตะวันตกของภูเขาสุเมรุ ๔)อุตตรกุรุทวีป ต้ังอยูทางทิศเหนือของ
ภเู ขาสุเมรุ
*๒๙.พรหมชนั้ สงู สดุ
*๓๐.มีความหมายโดยนัยยะวา พระพุทธเจาท้ังปวงทรงมีความเสมอภาคเชนเดียวกันกับพระศากยมุนีพุทธเจา
และพระศากยมุนีพุทธเจาก็ทรงมีความเสมอภาคเชนเดียวกันกับพระพุทธเจาท้ังปวง ทรงนิรมาณกายไปโปรด
และประทานพระธรรมเทศนาแกสรรพสัตวท่ัวจักรวาล หรืออาศัยนัยยะตามประโยคที่วา “ใหตางแลเห็นพระ
ศากยตถาคตอยูเฉพาะตน” อาจหมายความวา สรรพสัตวท่ัวจักรวาลสามารถรับฟงพระธรรมเทศนา จากพระ
ศากยตถาคตเจา ไดด วยสภาวะแหงใจเฉพาะตน
阿逸多。我以如是大方便力。能於無量無邊世界。常於晨朝遍觀眾生所應化者而為說法。於中及
暮恒以法眼等觀眾生。於彼世界而為眾生說一切法。如是無量諸佛境界。所有眾生學菩薩者應如
是修。若彼愚人於佛所說謗誹正法。妄執自解用為真實。若謗法者則不信佛。以此惡業墮於地獄
。具受眾苦永不聞法。
ดกู อ น อชติ ะ ตถาคตอาศัยอํานาจแหงมหาอุปายเชนน้ี ในโลกธาตุทีม่ ีจาํ นวนพน ประมาณมอิ าจกาํ หนดซ่ึง
ขอบเขตน้ัน เมื่อคราอรุโณทัยสามารถสอดสองพุทธญาณวิถี สํารวจตรวจดูสรรพสัตวท ่ีสมควรไดรับการสั่งสอน
แลวจึงประทานพระธรรมเทศนา ในเพลาเที่ยงวันแลพลบค่ําก็ยังใชธรรมจักษุสอดสองสรรพสัตวทั้งปวงอยู
ตลอดเวลา ไดเทศนาธรรมท้ังปวงแกสรรพสัตวในโลกธาตุเหลานั้นดวยพทุ ธวิสัยนานาที่จักประมาณหยงั่ วัดมิได
30
สรรพสัตวผูศึกษา (การเปน) โพธิสัตวพึงบําเพ็ญอยูเชนนี้ หากวาโมหบุรุษนั้นไดใหรายแกสัมมาธรรมท่ี
พระพุทธเจาตรัสไวดีแลวท้ังมวล หลงลืมแลยึดถือเอาการวิภาคของตนวาเปนสัตยธรรมจริงแท หากใหรายพระ
ธรรมแลว ยอ มมิศรัทธาในพระพทุ ธะ ดวยอาศยั อกศุ ลกรรมน้จี กั ยงั ใหส ูหว งนรกภมู ิรบั ทกุ ขเวทนานานัปการ มิได
สดับฟงพระธรรมเปนเวลาแสนนาน
復次阿逸多。汝當受持如來密教以善方便廣為人說。
ดูกอน อชิตะ เธอพึงนอมรับแลทรงไวซ่ึงการส่ังสอนอันลึกลับของพระตถาคต และจงอาศัยอุปายโกศลก
ลา วแสดงแกม วลมนษุ ยอ ยางกวา งขวางเถิด
爾時文殊師利童子。福光平等菩薩。無疑惑菩薩。定發心菩薩。妙心開意菩薩。光明菩薩。歡喜
王菩薩。無畏菩薩。心念遍到無邊佛剎菩薩。觀世音菩薩。香象菩薩。滅一切惡業菩薩。住定菩
薩。百千功德莊嚴菩薩。妙音遠聞菩薩。一切智不忘菩薩。大名遠震寶幢莊嚴菩薩。求一切法菩
薩。住佛境界菩薩。月光莊嚴菩薩。一切世間大眾莊嚴菩薩。
ก็โดยกาลคร้ังนั้นแล มัญชุศรีกุมารภูตะ*๓๑ ปุญญประภาสมภาพโพธิสัตว อวิจิกิจฉาโพธิสัตว สมาธิจิต
โพธิสัตว มัญชุจิตเกษมโพธิสัตว ประภาโพธิสัตว ปติราชาโพธิสัตว อเภตริโพธิสัตว หทัยบริบูรณอนันตพุทธ
เกษตรโพธิสัตว อวโลกิเตศวรโพธิสัตว คันธหัสดีโพธิสัตว นิโรธสรวอบายกรรมโพธิสัตว สถิตยสมาธิโพธิสัตว
ศตสหสั รกศุ ลอลงั การโพธิสตั ว สุรสวรโพธสิ ัตว สรวปญ ญาธารณีโพธิสัตว มหานามรัตนธวชั อลงั การโพธสิ ตั ว รติ
สรวธรรมโพธิสัตว สถติ ยพุทธวิสัยโพธสิ ตั ว จันทรประภาอลังการโพธิสตั ว สรวโลกธาตมุ หาชนาลงั การโพธสิ ัตว
*๓๑.พระนามหน่ึงของพระมัญชุศรีโพธิสัตวบางก็เรียก มัญชุโฆษ ซ่ึงเปนโพธิสัตวท่ีมากดวยปญญา เปนองค
แทนของพระปญ ญาคุณของพระพุทธเจาทั้งปวง เชนเดียวกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตวที่เปน องคแทนของพระ
มหากรุณาธิคุณ พระวัชรปาณีโพธิสัตวเปนองคแทนของพระเดชานุภาพ และพระมหาจุนเทโพธิสัตวที่เปนองค
แทนในพระบริสุทธิคุณของพระพทุ ธเจา ทัง้ ปวง
如是等菩薩摩訶薩白佛言。世尊。如是如是誠如聖說。我等於此東方過六十恒河沙佛剎。於諸佛
所恭敬禮拜。一一佛剎唯見釋迦如來出現於世。我等於其七日之中遍遊十方。亦見釋迦如來出現
於世。不覩餘佛。遍遊歷已還歸本土聽受正法。
อันบรรดาโพธิสัตวมหาสัตวเหลาน้ีไดกราบทูลพระพุทธองควา ขาแตพระโลกนาถเจา เปนเชนนั้น เปน
เชน น้นั จริงด่ังพระองคต รสั แลว พระพทุ ธเจา ขา เมื่อคราทขี่ า พระองคท ั้งหลายไดดํารงอยทู างดา นบรู พาทิศของ
โลกธาตุแหงน้ี ผานพุทธเกษตรตางๆ จํานวนคณนาเทากับเมล็ดทรายในคงคานทีหกสิบสายรวมกันน้ัน ก็ได
ถวายสักการะพระพุทธเจาผูประเสริฐเหลาน้ันดวย ในพุทธเกษตรหนึ่งๆ น้ัน พบเพียงพระศากยตถาคตท่ีทรง
บังเกิดมีขึ้นในโลก ขาพระองคทั้งหลายในเจ็ดวาร จึงไดเที่ยวไปอีกในทศทิศ ก็พบเพียงพระศากยตถาคตที่
บังเกิดอยูในโลก มิไดพบพระพุทธะอื่นใดเลย เมื่อเท่ียวไปโดยทั่วแลวจึงนิวัติมาสูโลกธาตุแหงนี้ เพ่ือสดับพระ
สทั ธรรม พระพทุ ธเจาขา
爾時佛告文殊師利童子。汝今諦觀。如來智慧不可思議。如來境界亦不可思議。如是無等等是如
來法。彼愚癡人作如是說。唯一般若波羅蜜。是如來行是菩薩行是甘露行。
ครง้ั น้ันแล พระอรหนั ตสัมพุทธเจา ทรงมพี ุทธบรรหารแกพระมัญชุศรกี ุมารภูตะความวา เธอพงึ พิจารณา
โดยดีเถิดวา อันปญญาญาณของพระตถาคตเจาน้ันเปนอจินไตย มิอาจนึกคิดคาดการณไดโดยแท พระตถาคต
วสิ ัยกเ็ ปน อจินไตยดจุ กนั ฉะนี้ จักหาส่ิงมาเทียบเทา เคียงเสมอหาไมม ี อันคือพระตถาคตธรรมนี้ ท่โี มหบรุ ุษนนั้ ได
กระทาํ ซงึ่ วาจาเชน นีว้ า “เพยี งปญญาบารมหี น่งึ เดียว ท่คี ือตถาคตจรยิ า คือโพธิสัตวจรยิ า คืออมฤตจริยา”
31
佛告文殊師利。作此說者與法相違。何以故菩薩行法具足甚難。無著行是菩薩行。無我我行是菩
薩行。空行是菩薩行。無相行是菩薩行。
พระพุทธองค รับส่ังกับพระมัญชุศรีวา ผูกระทําวาจาเชนนี้ กับธรรมลักษณน้ันไกลหางกันนัก ดวยเหตุ
ใดฤๅ อันโพธิสัตวจริยาธรรม จักทําใหสมบูรณไดนั้นมีความยากยิ่ง ดวยจริยาท่ีมิยึดม่ันถือม่ันคือโพธิสัตวจริยา
จริยาที่ปราศจากซ่ึงมยทฤษฏีคือโพธิสัตวจริยา จริยาแหงศูนยตาคือโพธิสัตวจริยา อนิมิตจริยาที่มิยึดใน
สัญลักษณใดๆคอื โพธสิ ัตวจรยิ า
文殊師利。如是等行是菩薩行。學菩薩者如是受持。若彼愚人心懷邪見。當知是人不了我法。
มญั ชุศรี ดังปวงจริยานท้ี ่ีคอื โพธิสัตวจรยิ า เสกขโพธสิ ตั ว บังควรนอมรบั แลยดึ ถือไวเชน น้ี หากแมน จิตของ
โมหบรุ ุษผูนน้ั จักแฝงเรนดว ยมิจฉาทิฐิ พึงทราบไวเ ถดิ วา บุคคลนมี้ ิเขา ใจธรรมแหง เราตถาคต
文殊師利。汝等諸菩薩守護身口。於不善法勿令放逸。堅固其心使不退轉。為諸眾生具足說法。
亦當自身住於法中。我從久遠阿僧祇劫。具足成就無上菩提。以善方便廣為人說。令諸眾生遠離
惡趣。
มัญชุศรี พวกเธอบรรดาโพธสิ ัตวท ง้ั หลายพงึ ระวงั รักษากายและวาจาใหจงดี ในอกุศลธรรมมคิ วรประมาท
พึงมีจิตที่แกรงกลาอยาไดเส่ือมถอย แสดงธรรมแกสรรพสัตวดวยความสมบูรณ อีกพึงยังกายตนใหดํารงม่ันใน
ธรรม นับแตอสงไขยกลั ปอ ันแสนนานลวงมาแลว ตถาคตไดสําเรจ็ พรอมบริบูรณซ ่ึงพระอนุตรสัมโพธิญาณ แลว
ใชอุปายโกศลในการแสดง (ธรรม) แกม นษุ ยอ ยางไพบลู ย ยังสรรพสัตวทัง้ มวลใหไ กลหางจากหนทางแหงอบาย*
๓๒
*๓๒.มีความหมายโดยนัยวา พระศากยมุนีพุทธเจาทรงไดตรัสรูนานมาแลว แตดวยอาศัยอุบายโกศล จึงแสดง
วาไดมาอุบัติยังโลกแหงน้ี ทรงตรัสรู แสดงธรรม และเสด็จดับขันธปรินิพพาน เพ่ือแสดงใหสรรพสัตวเห็นวา
การเกิดข้ึนของพระพุทธเจานั้นยากย่ิงนัก และใหสรรพสัตวไ มประมาทในการแสวงหาโมกขธรรม รแู จง ในความ
ไมเ ทยี่ งของสรรพสิง่ โดยตามอรรถนจ้ี ึงใหทราบวาพระศากยตถาคตยงั ทรงอยู แมน ปจ จุบัน ซ่ึงการเสดจ็ ดบั ขนั ธ
นัน้ คอื พระอุบายโกศลทีไ่ ดก ลาวแลวขางตน
文殊師利。若有愚人謗微妙法。即是謗佛亦名謗僧。又作是說。此法是彼法非。如是說者亦名謗
法。此法為菩薩說此法為聲聞說。作是說者亦名謗法。此是菩薩學此非菩薩學。作是說者亦名謗
法。復作是言。過去佛已滅。未來佛未至。現在佛無住。唯我獲得陀羅尼法。作此說者亦名謗法
。以謗法故言得陀羅尼者是不淨法。於真法師毀謗所修。復謗法師雖有解慧不如說行。復謗法師
行違於道。復謗法師身不持戒。復謗法師心無智慧。復謗法師意無明解。復謗法師言無辯了。復
於如來所說文字心無信受。復作是言。此修多羅是此修多羅非。此偈經是此偈經非。此法可信此
法不可信。見正說者妄作異論。於聽正法者為作留礙。此是行此非行。此成就此非成就。此是時
此非時。諸如此說皆名謗法。
มัญชุศรี หากมีโมหบุรุษใหรายพระสัทธรรม ยอมคือการใหรายพระพุทธและช่ือวาใหรายพระสงฆ อีก
กลาววา “อันน้ีคือธรรม อันน้ันหาใชธรรมไม” ผูกลาวเชนน้ีก็ไดชื่อวาใหรายพระธรรม “อันธรรมนี้คือโพธิสัตว
กลาว อันธรรมน้ีคือสาวกกลาว” ผูกระทําซึ่งวาจาเชนน้ีก็ไดชื่อวาใหรายพระธรรม “นี้คือ (ธรรมท่ี) โพธิสัตว
ศึกษา น้ีคือ (ธรรมที่) ผูมิใชโพธิสัตวศึกษา” ผูกระทําซึ่งวาจาน้ียอมไดช่ือวาใหรายพระธรรม อีกยังกลาววา
“พระพุทธะในอดีตดับขันธลวงแลว พระพุทธะในอนาคตยังมามิถึง พระพุทธะในปจจุบันก็มิสถิตอยู มีเพียงเรา
เทานั้นท่ีบรรลุในธารณีธรรม” ผูกระทําซึ่งวาจาน้ียอมไดช่ือวาใหรายพระธรรม ดวยอาศัยการใหรายพระธรรม
เปนเหตุ จงึ กลา ววา ไดบ รรลุธารณี อนั เปนธรรมมิบรสิ ุทธิ์ ทําลายและปายสกี ารบําเพญ็ ของธรรมาจารยแท ผูให
32
รา ยธรรมาจารยแมนจักมีปญ ญาจาํ แนกแจงอรรถแตก ็มอิ าจทําตามที่กลาว ผใู หร า ยธรรมาจารยยอมดําเนินไกล
จากมรรค ผูใหรายธรรมาจารยมีกายท่ีมิสมาทานศีล ผูใหรายธรรมาจารยมีจิตที่ไรซ่ึงปญญาญาณ ผูใหรายธรร
มาจารยในมโนระลึกไรซง่ึ วิชชารแู จง ผใู หรา ยธรรมาจารยม ีวาจาอนั ไรปฏิภาณอยางสิ้นเชิง แลในอักษรบรรดาที่
พระตถาคตตรสั จติ ใจมิอาจศรัทธานอ มรับได ทั้งยังกลาววา “น่คี ือการบําเพ็ญบารมี นหี่ าใชการบําเพญ็ บารมีไม
อันพระธรรมบทน้ีใช พระธรรมบทนี้มิใช ธรรมนพี้ ึงศรัทธาได ธรรมน้ีมพิ งึ ไดศรัทธา” เม่ือพบผมู สี ัมมาวาจาก็โป
ปดดวยวาทะที่หลอกลวง เหน่ียวรั้งขัดขวางแกผูจักสดับสัมมาธรรมวา “นี้แลคือจริยา นี้มิใชจริยา อันน้ีคือการ
สาํ เร็จ อนั นี้มใิ ชก ารสําเรจ็ เชนนคี้ ือกาละ นี้คอื อกาละ” บุคคลท้งั หลายทีก่ ลาวเชนนยี้ อมช่อื วา ใหร ายพระธรรม
復次文殊師利。若聲聞說法若菩薩說法。當知皆是如來威神護念力故。令諸菩薩等作如是說。
ดูกอน มัญชุศรี หากแมนสาวกแสดงธรรม ฤๅหากโพธิสัตวแสดงธรรม พึงทราบเถิดวาลวนมีเหตุคือเดชพ
ลานุภาพของพระตถาคตท่ีปกปอ ง ยังใหโพธสิ ตั วทงั้ หลายกระทําซ่ึงวาจา (ทใ่ี ชแ สดงธรรม) เชน น้ี
文殊師利。如彼愚人於佛現在猶生誹謗。況我滅後受持我法諸法師等而不被謗。何以故。魔眷屬
故。當知是人墮於惡道。如彼愚人貪求利養以活親屬。於如來法心無信念。而復破壞如來教法。
彼人親戚以朋黨心。往婆羅門家及長者所。作如是說讚彼愚人。於法於義能知能解。明達根欲善
為人說。受他信施曾無慚愧。以謗法故身及眷屬俱墮地獄。
มัญชุศรี ดุจโมหบุรุษนั้น ท่ีถึงแมนปจจุบันพระพุทธะยังดํารงอยูก็ยังใหราย แลวจักประสาใดในสมัยที่
ตถาคตดับขันธลวงแลว ที่บรรดาธรรมาจารยผูนอมรับและทรงไวซ่ึงธรรมแหงตถาคต จะมิตองถูกใสรายปายสี
อีกเลา เพราะเหตุใดฤๅ เพราะมารบริษัทเปนเหตุ พึงทราบเถิดวาบุคคลน้ียอมตกสอู บายมรรค ประดจุ โมหบรุ ษุ
ผนู ้นั ที่ละโมบในลาภสักการะเพอื่ เลย้ี งดคู รอบครัวบริวารของตน ในธรรมของตถาคต จติ ก็มนิ อมศรัทธาระลกึ ถึง
ท้ังทําลายศาสนธรรมของตถาคตใหเสื่อมเสีย อันญาติของโมหบุรุษน้ัน ดวยอาศัยไมตรีของสหายจึงไดอาศัยใน
เคหาสนของพราหมณ และเรือนของคฤหบดี แลวแลจึงกลาววาจาเยินยอแกโมหบุรุษ (ผูเปนญาติหรืออาจารย
ตน) นัน้ วา “อนั ธรรมแลอรรถ ทานผูน้นั เขา ใจและจาํ แนกแลวโดยสามารถ ประกอบดว ยพีชะแหง การรแู จง อีก
กลาวแสดงแกหมชู นไดเ ปนอยางดี” แลวจึงไดรับสนองศรัทธาและทานของผูอื่นอยางมิเกรงกลัวและละอายตอ
บาป*๓๓ ดวยอาศัยเหตุแหงการใหรายพระธรรมตนเองและครอบครัวพรอมบรวิ ารจักตกสูนรกภมู ิท้ังสน้ิ
*๓๓.การเยินยอผอู ื่นในสิง่ ที่ไมเ ปน จริง เพื่อมงุ หวังในลาภสกั การะ
文殊師利。我終不為無信之人說菩薩行。亦不為貪著在家之人說清淨法。不為二見之人說解脫法
。不為一見之人說出苦法。不為樂世之人說真淨法。
ดูกอน มัญชุศรี จนถึงท่ีสุดน้ีตถาคตยังมิไดแสดงโพธิสัตวจริยาแกผูไรศรัทธา มิไดกลาววิสุทธิธรรมแกผู
ครองเรือนที่ละโมบแลถือมนั่ มไิ ดกลา ววิมตุ ติธรรมแกผูมีทวิทิฐิ มิไดกลาวธรรมอันพาออกจากทุกขแกผ ูมีเอกทิฐิ
มิไดก ลา วแสดงสัตยธรรมแกผ ูย ินดใี นโลกยี สุข
文殊師利。我於恒河沙等法門。以無著心為人演說。又於恒河沙等法門。以有著心為眾生說。若
有樂空眾生為說空法。若有樂智眾生為說智法。若有樂無相眾生為說無相法。若有樂有相眾生說
有相法。若有樂慈眾生為說慈法。若有樂因緣眾生說因緣法。若有樂無因緣眾生說無因緣法。
มัญชุศรี ตถาคตอาศัยธรรมทวารจํานวนเทากับเมล็ดทรายในคงคาชล กลาวแสดงแกผูมีจิตมิยึดม่ัน อีก
ดวยอาศัยธรรมทวารจํานวนประดุจเมล็ดทรายในคงคาชลน้นั กลาวแสดงแกสรรพสตั วผ ูมีจิตยึดมั่นถอื มั่นดว ย*
๓๔ หากมีสรรพสัตวท่ียินดีในความวางจึงแสดงศูนยตาธรรม ที่ยินดีในปญญาจึงแสดงปญญาธรรม ท่ียินดีในอ
33
ลักษณะจึงแสดงอลักษณธรรม ท่ียินดีในลักษณะจึงแสดงลักษณธรรม ท่ียินดีในเมตตาจึงแสดงเมตตาธรรม ที่
ยินดีในเหตุปจ จยั จงึ แสดงเหตปุ จจยธรรม ท่ียนิ ดใี นอเหตุปจ จยั จงึ แสดงอเหตปุ จ จยธรรม
*๓๔.แสดงใหทราบวา พระตถาคตเจาทรงเทศนาธรรมดวยพระมหาเมตตาคุณและพระมหาปญญาคุณ แกผูมี
และไมมีจิตทย่ี ดึ ม่ันถอื ม่ัน โดยมิทรงแบงแยก หากแตท รงมีธรรมทวาร (วธิ ีการสอน,อุบายโกศล) มากมายอปุ มา
เม็ดทรายในแมน ้าํ คงคา ทจ่ี ักใชสงั่ สอนตามแตค วามเหมาะสมแตละบุคคล
此是有威儀法此是無威儀法。此是空法此是有法。此是有為法此是無為法。此是攝受法此是覆蓋
法。此是凡夫法此是聖人法。此是色法此是不善法。此是愚人法。此是定法。
นี้แลคืออิริยาบถธรรม น่ีแลคือออิริยาบทธรรม นี้แลคือศูนยตาธรรม นี่แลคือภวธรรม น้ีแลคือสังขตธรรม
น่ีแลคืออสังขตธรรม นี้แลคือธรรมที่สงเคราะห น่ีแลคือธรรมที่ปกปด น้ีแลคือปุถุชนธรรม น่ีแลคืออริยชนธรรม
น้แี ลคือรปู ธรรม นี่แลคอื อกุศลธรรม นี้แลคอื โมหบุรุษธรรม นี่แลคอื สมาธธิ รรม
佛告文殊師利。如是等一切法是般若波羅蜜道。彼愚癡人在所言說。不依如來真淨教法謗佛正法
。
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจา มีพุทธดํารัสตอพระมัญชุศรีวา ดังเชนสรรพธรรมทั้งหลายเหลานี้ ท่ีคือ
มรรควิถีแหงปญญาบารมี อันโมหบุรุษน้ันก็ยังจักกลาววา“การมิยึดสรณะม่ันในพระธรรมคําสอนท่ีบริสุทธิ์จริง
แทของพระตถาคต ถือเปน การใหรายพระพทุ ธสมั มาธรรม”
爾時文殊師利童子白佛言。世尊。如佛所說。如是愚人以近惡友現身起謗。如是世尊。以何因緣
能免斯咎。
โดยสมัยนั้น พระมัญชุศรีกุมารภูตะ ทูลวา ขาแตพระโลกนาถเจา เปนด่ังพระองคตรัสไวแลวทุกประการ
โมหบุรุษผูอยูใกลชิดมิตรชั่ว กระทําการจาบจวงใหรายในชาติน้ี พระโลกนาถเจาอาศัยเหตุปจจัยอันใด จึง
สามารถเวนจากโทษภยั นีไ้ ดหนอ พระพทุ ธเจา ขา
佛告文殊師利。我於往昔七年之中。晝夜六時懺悔身口及與意業所作重罪。從是已後乃得清淨。
經十劫已獲得法忍。
พระพทุ ธองคดํารสั ตอบวา ตถาคตในกาลกระโนน เปน เวลา ๗ ปต ลอดทิวาราตรี ๖ เพลา ตถาคตไดส าํ นึก
ผิดในกรรมท่หี นักหนาอันไดก ระทํามาแตตน จนไดบ รรลถุ งึ ความบริสุทธิ์ ผา นเวลาไปสบิ กัลปจ ึงสาํ เร็จอนุตปตติ
ธรรมกษานติ
文殊師利。當知此經是菩薩乘。未覺悟者能令覺悟。聞說此經若不信受。以此謗因墮於惡道。是
諸菩薩明受我法。然後乃可為人宣說。如是受持能遠惡趣。
มัญชุศรี พึงทราบไวเถิดวาพระธรรมสตู รน้คี ือโพธิสตั วยาน ผูยังมิไดสติรูต่ืนสามารถยังใหมีสตฟิ นคืนได ผู
ไดสดับซ่ึงการกลาวแสดงพระสูตรนี้ หากมิศรัทธานอมรับ ดวยอาศัยการกลาวรายเปนเหตุใหตกสูอบายมรรค
บรรดาโพธิสัตวที่รูแจงนอมรับในธรรมแหงตถาคต ภายหลังจึงจักกลาวแสดงแกมวลมนุษยได ดั่งผูท่ีนอมรับแล
ทรงไวน ีย้ อมสามารถหา งไกลจากอบายภูมิ
佛告文殊師利。有四平等法。菩薩當學。云何為四。一者菩薩於一切眾生平等。二者於一切法平
等。三者於菩提平等。四者於說法平等。如是等四法。菩薩當知是四種法。菩薩知已為眾生說。
若有信者遠離惡趣。若不信者當墮惡道。若善男子善女人住此四法。當知是人不墮惡趣。
พระพุทธองครับส่ังกับพระมัญชุศรีวา มีสมตาธรรม ๔ ประการ โพธิสัตวพึงไดศึกษา อันมี ๑.โพธิสัตวตอ
สรรพสัตวแลวใหเสมอกนั ๒.ตอสรรพธรรมแลวใหเสมอกัน ๓.ตอพระโพธิญาณแลวใหเสมอกัน ๔.ตอการแสดง
ธรรมแลวใหเสมอกนั นี้แลคือจตุรสมตาธรรม โพธิสัตวพึงรับทราบในจตุรธรรมน้ี เม่ือโพธิสัตวเขา ใจแลวจึงคอ ย
34
แสดงธรรมแกสรรพสัตว หากมีผูศรัทธาๆ จึงไกลจากอบายภูมิ*๓๕ ฤๅหากมีผูมิศรัทธาๆ พึงตกสูอบายมรรค*
๓๖ หากวากลุ บตุ รกลุ ธดิ าดํารงในจตรุ ธรรมน้ี พึงทราบเถิดวา บคุ คลนย้ี อมเวน เสียจากอบายภมู ิ
*๓๕.มีนัยยะวา หากศรัทธา จึงปฏิบตั ิตามดวยความไมละเมิด และเมือ่ ไมละเมิดกรรมอันนาํ ไปสูอ บายจึงไมเ กดิ
*๓๖.มีนัยยะวาหากมิศรัทธาแลว ก็จะละเมิดไมปฏิบัติตาม และเมื่อละเมิดแลว จึงเกิดเปนกรรมชักนําไปสู
อบายภมู ิ
復有四法。云何為四。一者於諸眾生心無退轉。二者於諸法師而不輕毀。三者於諸智人心不生謗
。四者於諸如來一切所說恒生尊重。如是四法若有善男子善女人能善修學。終不墮於諸惡趣中。
ยังมีบรมธรรมอีก ๔ ประการ มี ๑.ในบรรดาสรรพสัตวแลวจิตพึงมิทอถอยเส่ือมสูญ ๒.ในบรรดาธรรมา
จารยมิพึงดูเบาแลทําลาย ๓.ในบรรดาผูทรงปญญาจิตมิพึงเกิดครหา ๔.ในบรรดาวจนะแหงพระตถาคตทั้งปวง
พงึ เคารพยาํ เกรงโดยนิตย ในจตรุ ธรรมน้ี หากมีกุลบตุ รกุลธดิ าสามารถศึกษาบําเพญ็ ไดอยางดแี ลวไซร ท่ีสุดจึงมิ
ตองสทู า มกลางอบายภูมทิ ั้งปวง
復次文殊師利。菩薩以恒河沙等諸佛剎土滿中七寶。於恒河沙劫日日奉施恒河沙等諸佛世尊。若
有善男子善女人。能於如是大乘方廣微妙經典乃至一句一偈。讀誦三遍所獲功德。勝前布施所得
功德。
ดกู อน มญั ชุศรี โพธิสัตวแ มนจักนําเอาสปั ตรัตนะบรรจุใหเตม็ เปยมพุทธเกษตรทง้ั ปวง อนั มจี ํานวนเทากับ
เมล็ดทรายในคงคานที แลไดนํารัตนะนั้นถวายเปนทานแดบรรดาพระพุทธโลกนาถเจา ท่ีมีจํานวนเทากับเมล็ด
ทรายในคงคานั้น เปนเวลาทุกวนั หลายกลั ปเ ทา กับเมล็ดทรายในคงคากต็ าม หากมีกุลบุตรกุลธิดา สามารถดํารง
ในมหายานไวปุลยคัมภีรธรรมสูตร ตลอดถึงแคเพียงหน่ึงบาทฤๅหน่ึงบท ไดอานทองสาธยาย ๓ ครั้งแลวไซร
ผลานสิ งคท่ไี ดรับนน้ั ยอมวิเศษกวา กุศลแหง ทานขา งตนนั้น
若有誦持此經典者。所獲功德倍多於彼。設復有人修行布施持戒忍辱精進禪定智慧。六波羅蜜所
得功德亦不能及。
หากสาธยาย ยึดถือพระสูตรนี้ ยอมไดเสวยกุศลกวานั้นหลายเทานัก แมนมีผูบําเพ็ญจริยาในทาน ศีล
ขนั ติ วริ ิยะ ฌาน และปญ ญากต็ าม แตกุศลแหงการบําเพญ็ บารมที ้ัง ๖ ก็ยังมอิ าจเทียบเทา*๓๗
*๓๗ มีนัยยะวาหากยึดถอื (ปฏิบัติตาม) ในพระธรรมสูตรน้ี ยอมจักมีกุศลมากมายมากกวาการบําเพ็ญบารมี ๖
เพราะการกลาวรายพระรัตนไตรและธรรมาจารยแลว จะเกิดมหาอกุศลกรรมขัดขวางมิใหการบําเพ็ญบารมี
ชนิดอื่นๆ สมบูรณได เชน จะตองไปรับทุกขเวทนากอน ทําใหตองมาอุบัติยังโลกแหงความเสื่อมท้ัง ๕ ประการ
เปนตน แตหากยดึ ถือปฏบิ ตั ิในพระธรรมนี้ กจ็ ักยังใหบําเพญ็ บารมีสมบรู ณอ ยา งรวดเร็ว ไรอ ปุ สรรค
文殊師利。如此經典名義廣大無與等者。汝諸菩薩摩訶薩應善修學受持讀誦廣為眾生分別解說。
มญั ชศุ รี ดงั เชนพระสตู รน้ที ม่ี ีอรรถะแหง นามกวางใหญไ พศาลหาสงิ่ อ่นื ใดมาเสมอมิได เธอบรรดาโพธสิ ัตว
มหาสัตวท้ังหลายพึงไดศึกษา บําเพ็ญ นอมรับ ทรงไว สาธยาย อานทอง แลจงแสดงซึ่งอรรถาธิบายจําแนก
ความอยางไพบูลยแ กส รรพสตั วโ ดยดีเถิด
爾時一切大眾乃至十方諸來菩薩摩訶薩等俱白佛言。世尊。如是如是。如佛所說我等受持。
กาลสมัยนั้น บรรดามหาชนทั้งปวงจนถึงบรรดาพระโพธิสัตวมหาสัตวในทศทิศที่ไดมารวมอยูนั้น ตาง
กราบทูลตอพระบรมศาสดาวา ขาแตพระโลกนาถ เปนเชนน้ันๆ เปนดั่งพระพุทธวจนะทุกประการวา พวกขา
พระองคลวนจกั นอ มรบั แลทรงไว พระพุทธเจา ขา
35
說此法時三十恒河沙諸菩薩等得無生法忍。七十恒河沙諸菩薩等於阿耨多羅三藐三菩提得不退轉
。復有六十三億百千那由他三千大千世界一切大眾。聞佛所說心生歡喜。於八十劫度生死流。復
於阿耨多羅三藐三菩提不退轉。經六十三劫已具足成就無上菩提。
คร้ังธรรมสมัยที่ทรงแสดงพระธรรมเทศนาอยูนี้ พระโพธสิ ตั วจํานวนปรมิ าณเทา กับเมล็ดทรายในคงคานที
จํานวนสามสิบสายรวมกัน ไดบรรลุอนุตปตติก ธรรมกษานติ บรรดาพระโพธิสัตวจํานวนเทากับเมล็ดทรายใน
คงคานทีเจ็ดสิบสายรวมกัน ไดบรรลุถึงความมิเสื่อมถอยในพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ มีบรรดามหาชน
จํานวนหกสิบสามโกฏิรอยพันนยุตะในตรีสหัสมหาสหสั โลกธาตุ เม่ือไดสดับยลยินพระพุทโธวาทแลว ในจิตเกดิ
ปติยินดีเปนท่ีสุด ยังใหกาวลวงโอฆะคือการเกิดดับไปแปดสิบกัลป ทั้งยังตั้งมั่นในพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
อันมยิ อ นกลับ เมอ่ื กาลเวลาหกสิบสามกลั ปลว งแลว จกั ไดสาํ เรจ็ พระอนุตรบรมสัมโพธิญาณ
彼諸菩薩及一切大眾。天。龍。夜叉。乾闥婆。阿修羅。迦樓羅。緊那羅。摩睺羅伽。人。非人
等。聞佛所說皆大歡喜作禮奉行。
บรรดาพระโพธิสัตวและมหาชน เทพเจา นาค ยักษ คนธรรพ อสุร ครุฑ กินนร มโหราค มนุษย และอ
มุษยทั้งปวงเหลาน้นั เมื่อไดสดับพระพุทธอนุศาสนียแลว ใหลวนบังเกิดมหาปติเกษมโสมนัสเปนท่ียิ่ง ไดก ระทํา
ศิราภวิ าทเบื้องพระพทุ ธยุคลบาทแลว นอมรบั ใสเกลา เพื่อปฏิบตั ิสบื ไป.
จบ พระมหายานไวปลุ ยธารณสี ตู ร.
ขาแตพระผูมีพระภาคเจา ผูทรงมหาเมตตาการุญ ขาพเจาพรอมดว ยพุทธบริษทั หมูส่ี ขอถวายอภิวาทแด
พระองคดวยเศียรเกลา ดวยในหทัยไดรูสึกสํานึกและละอายย่ิงนัก ละอายท่ีมิอาจยังธรรมใหรุงเรืองดังปจฉิม
โอวาทของพระองค ละอายที่ไรซึ่งแรงกําลังฉุดชวยสรรพสัตวจากทะเลทุกข ละอายท่ีมิอาจยังสุขศานติใหแผ
ขยายไปทั่วโลก ละอายท่ีใหปญญาอันนอยนิดปรามาสและวิจารณพระรัตนตรัย ดุจที่พระองคทรงประทาน
ความหลุดพนและอิสราภาพแทจริงแกผูศรัทธา ดุจท่ีพระองคทรงประทานกุศลปจจัยและความโชคดีแกสรรพ
สัตว ดุจท่ีพระองคทรงประทานมงคลและความเกษมยินดีแกมวลมนุษย ดุจที่พระองคทรงประทานรัศมีที่
บรสิ ทุ ธิส์ ะอาดแกโ ลกแหงน้ี
ขา พเจา มิตอ งการวอนขอทรัพยสินหรือความร่ํารวย หวังเพียงพระพทุ ธองคจ ะโปรดประทาน จติ ศรทั ธาที่
มิเส่ือมถอยในพระพุทธธรรม บัดน้ี ขอนอมกายคุกเขา ขอสุวรรณโอษฐของพระองค โปรดแสดงพระธรรม
เทศนาแกโลก ขอประณมกรท้งั สอง เพอ่ื ขอพระองคโ ปรดดูแลปกปองสรรพสัตว อยาไดล ะทง้ิ วางเฉยแมช่วั ขณะ
เลย
36
ห ล ว ง จี น วิ ศ ว ภั ท ร ม ณี ป ท ม เ ก ตุ
จากวกิ พิ เี ดีย สารานุกรมเสรี
พระวิศวภัทร ฉายา เส็กกวงโตว (จีน: 釋廣度) เปนชาวไทยท่ีออกบวช ณ ภูเขาเกายอด หรือภูเขาจิ่วหัว
ซาน (จีน: 九華山) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว ซึ่งเปน 1 ใน 4 พุทธบรรพตของประเทศ
สาธารณรฐั ประชาชนจีน
ทานเปนผูมบี ทบาทสําคญั ในการแปลพระสูตรมหายานจากพระไตรปฎกภาษาจนี เปน ภาษาไทย จาํ นวน
มากกวา 20 พระสูตร และเนนการนําขอวัตรปฏบิ ัติท่ีปรากฏในพระสูตรมหายานออกมาปฏิบัติไดจริง ปจจบุ ัน
เปน รองประธานและคณะทํางานโครงการแปลพระสตู รมหายานจนี -ไทยเฉลิมพระเกียรติ (อกั ษรจีน: 崇聖大乘
佛經中泰翻譯組; อังกฤษ: Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of
His Majesty the King)
เน้อื หา
1.ประวตั ิ
2.ประวัติการทํางาน
3.ผลงานแปลพระสูตรและพระคัมภีรฝ ายมหายาน
3.1.งานแปลพระสตู รฝายมหายานภาคภาษาจีนสภู าคไทย
3.2.งานเขยี นท่ัวไป
3.3.สือ่ ธรรมะ
4.อางอิง
5.อารามวัตรมหายาน มลู นิธิพุทธจักษวุ ิชชาลัย
ประวัติ
พระวิศวภัทร นามเดิม วิศวภัทร มณีปทมเกตุ เกิดเม่ือเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2522 เปนชาวจังหวัด
พิษณุโลก
เมื่อวันท่ี 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณา
โปรดเกลาฯ พระราชทานผาไตร เพ่ือบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธ์ิเย็น (普仁寺) ตําบลดอนขม้ิน
อาํ เภอทามะกา จังหวดั กาญจนบรุ ี ในสงั กัดคณะสงฆจ ีนนิกายแหงประเทศไทย โดยมีพระอาจารยจีนวนิ ยานุกร
(仁意大師) ผูชวยเจาคณะใหญฝายขวา เปนพระอุปชฌาย ฉายา เซี่ยเกี๊ยก (聖傑) แปลวา ผูมีอัจฉริยะอัน
ประเสริฐ ภายหลังไดลาสิกขาบท เพื่อไปศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตอ มาในวนั ท่ี 30 กรกฎาคม 2557 ไดบ รรพชา ณ วดั หัวเหยยี นซ่อื ภูเขาจว่ิ หวั ซาน พุทธบรรพตที่ศกั ดิ์สิทธิ์ของ
พระกษติ คิ รรภมหาโพธิสตั ว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี ในสายอวตังสกะ (หัวเหยียน: 華嚴宗) และสาย
ฌาน (เซ็น: 禪宗) โดยพระธรรมาจารยฮุยกวงมหาเถระ (慧光大和尚) กรรมการสํานักพระพุทธศาสนาแหง
ประเทศจีน, รองเจาคณะมณฑลอันฮุย, รองเจาคณะภูเขาจ่ิวหัวซาน เปนพระอุปชฌาย ไดฉายาทางธรรมวา
จีน: 廣度 แตจ ิว๋ : กวงโตว จีนกลาง: กวา งตู (Guang du)
37
ตอมา นางสาวประไพ กัลยาณพงศ ชาวสวนผูเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไดมีจิตศรัทธาถวายท่ีดินสวน
จํานวน 12 ไรเศษ แดพระวิศวภัทร ซ่ึงไดสรางเปนพุทธสถานแบบมหายาน และไดพํานักอยูท่ีมูลนิธิพุทธจักษุ
วิชชาลัย อารามวัตรมหายาน (大乘禪寺/佛眼弘法基金會/地藏道場) พุทธมณฑลสาย 6 เลขท่ี 88 หมู 1
พทุ ธมณฑลสาย 6 ตําบลหอมเกรด็ อาํ เภอสามพราน จงั หวัดนครปฐม จนถึงปจจบุ ัน
พระวิศวภัทร สนใจคัมภีรฝายมหายานมาต้ังแตอายุ 17 ป ไดพยายามถายทอดพระธรรมคัมภีรฝาย
มหายานที่อยูในรูปของภาษาจีนสูภาคภาษาไทย มีผลงานแปลพระสูตรมหายานกวา 20 เร่ือง ไดตีพิมพเผยแผ
เปนรูปเลมแลวกวา 200,000 เลม ดีวีดีสื่อธรรมะกวา 50,000 แผน รูปภาพพระพุทธเจาพระโพธิสัตวอีกกวา
120,000 ใบ ซึ่งแจกโดยไมค ดิ มูลคา เพื่อนอมเกลาฯ ถวายเปน พระราชกศุ ลแดพ ระบรมวงศานุวงศทุกพระองค
เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งยังไดรับพระราชทานพระบรมฉายา
ลักษณ พระฉายาลักษณและพระรูป อัญเชิญมาตีพิมพในหนังสือผลงาน อันแสดงถึงความสนพระราชหฤทัย
และทรงสงเสริมการพระศาสนาเปนอยางย่ิง ไดนํามาซ่ึงความปลาบปลื้มของคณะสาธุชนผูมีสวนรวมอยางหา
ท่ีสดุ มไิ ด
สมัยครองเพศฆราวาสป 2545 ไดรับพระราชทานรางวัลเยาวชนดีเดนแหงชาติ สาขาคุณธรรมและ
จริยธรรม จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จัดโดยคณะกรรมการสงเสริมและ
ประสานงานเยาวชนแหงชาติ (สยช.) และในป 2546 ไดรับรางวัลเยาวชนดีเดนแหงชาติ ของสภาสังคม
สงเคราะหแ หงประเทศไทย
เม่ือวันท่ี 15 กรกฎาคม 2548 ไดเขาเฝา สมเด็จพระเจาพ่ีนางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร เพื่อนอมเกลาฯ ถวาย หนังสือไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร
(แปลไทย) เนื่องในวันคลายวันประสูติ เพือ่ พระราชทานแกหนว ยแพทยอ าสา (พอสว.)
เมอื่ อปุ สมบทได 2 พรรษา ในวนั ท่ี 31 มีนาคม 2551 สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงพระกรุณาโปรดฯ ใหเขาเฝาฯ เพอื่ พระราชทานทนุ ปฐมฤกษใ นโครงการแปลพระสูตรมหายาน ซงึ่ จัดตง้ั ขึ้น
โดยไมแ บงแยกลัทธินกิ ายใดๆ
ตอมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณา
โปรดฯ พระราชทานช่ือโครงการนี้วา "โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ" ชื่อ
ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ว า “ The Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of His
Majesty the King” ตง้ั แตวันที่ 15 มถิ ุนายน 2553
วันท่ี 13 พฤษภาคม 2551 ไดรับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ประเภทสงเสริมการศึกษา
พระพุทธศาสนา สาขาการแตงหนังสือทางพระพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ในงานสัปดาหพระพุทธศาสนาวิสาขบูชา ถือเปนพระสงฆในสังกัดคณะสงฆจีนนิกายรุน "เซ่ีย" หรือ "聖"
รูปแรกและพรรษานอยที่สุด ที่ไดรับพระราชทานรางวัลนี้ จากนั้นยังไดเขาเฝาฯ เพื่อถวายหนังสือพระสูตร
มหายานแปลไทย แดพ ระเจาวรวงศเธอ พระองคเ จาโสมสวลี พระวรราชาทินดั ดามาตุ อีกหลายครั้ง และไดร ับ
นมิ นตไ ปบรรยายธรรมมหายานทสี่ มาคมจีนและสถานทปี่ ฏบิ ัตธิ รรมตา งๆ อยเู สมอ
38
ปจจุบัน (ป 2555) เปนประธานอารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย ต้ังอยูท่ีพุทธมณฑลสาย 6
และเปนประธานการกอ สรา งพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว แกะสลกั ดวยหนิ แกรนิต สว นสูงรวมฐาน 13.99 เมตร
ประดษิ ฐาน ณ อารามวตั รมหายาน
ผลงานการแปลพระสูตรฝายมหายานนั้น ไมเ พียงไดทาํ ใหพ ุทธศาสนกิ ชนชาวไทย และชาวจนี จํานวนมาก
ที่ศรัทธาพระพุทธศาสนาแบบจีนหรือมหายาน ไดมีความเขาใจที่ถูกตองตามคัมภีรฝายมหายานย่ิงข้ึนเทานั้น
ชาวพุทธฝา ยเถรวาทก็ยงั ไดม คี วามรูค วามเขาใจ ไดส ัมผสั พระธรรมคัมภีรฝายมหายานโดยการอาน ซ่ึงที่ผา นมา
น้ันความรูหรือตําราฝายนิกายมหายานน้ัน ถูกจํากัดอยูแตในภาษาจีน จึงทําใหชาวจีนยุคใหมและชาวไทย
จํานวนมากขาดความเขาใจ และศรัทธาที่ถูกตอง งานแปลพระสูตรน้ี ยังไดสรางกระแสความสนใจและความ
ตื่นตวั ใหห นวยงานหลายแหงท่เี กี่ยวของ ไดส นใจศกึ ษาและเผยแผพ ระสตู รทางมหายานอยางจริงจงั
เม่ือวันศุกรท่ี 15 กรกฎาคม 2559 พระวิศวภัทร ไดทําความรวมมือดานการศึกษาแลกเปลี่ยนทาง
พระพุทธศาสนามหายาน กับพระธรรมาจารยหมิงเซิงมหาเถระ (明生大和尚) รองประธานสํานักพุทธศาสนา
แหงประเทศจีน ประธานสํานักพุทธศาสนา มณฑลกวางตุง เจาอาวาสวัดกวงเซี้ยว (光孝寺) เมืองกวางโจว
มณฑลกวางตงุ ประเทศจนี โดยพระธรรมาจารยหมงิ เซงิ ไดต ้งั ชือ่ สาํ นักและเขยี นอักษรพูก นั จีนใหแ กม ูลนิธพิ ุทธ
จักษุวิชชาลัยวา “大乘禪寺“ แปลวา อารามมหายาน เพ่ือแกะสลักเหนือซุมประตู พรอมกันน้ีไดมอบ
พระไตรปฎก (ภาษาจีน) ประกอบดว ย 永樂北藏,大正藏,乾隆大藏經,卍續藏經,浄土藏 รวม 5 ชุด
129 กลอง 1,448 เลม เพื่อไวเปนที่ศึกษา คนควา ในหอพระไตรฯ มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย และ ไดมอบ รูป
หลอพระสังฆนายกฮุยเหนิงมหาเถระ (หรือ ทานเวยหลาง:六祖惠能) เนื้อทองเหลือง สูง 1.98 เมตร จากวัดก
วงเซย้ี ว เมืองกวา งโจว ท่จี ดั สรา งขน้ึ เพียง 3 องค (วดั แหง น้เี ปน วัดท่ีทานฮุยเหนงิ ไดปลงผมใตต น โพธ์ใิ หญ และ
ไดนําเกศาบรรจุไวในสถูป 7 ช้ัน ซึ่งปจจุบันตนโพธิ์ใหญและพระสถูปยังคงอยู และยังเปนสถานที่พระอาจารย
โพธิธรรม หรือพระตั๊กมอ ไดเคยพักอาศัยเมื่อ 2 พันกวาปกอน โดยรูปปฏิมาน้ี ไดปนและหลอโดยชางฝมือ ช่ือ
พานเคอ เปน 1 ใน 4 ชา งปนที่มชี อ่ื เสยี งที่สุดของจนี โดยไดอัญเชญิ กลบั สูป ระเทศไทย เพอื่ เปดใหส าธชุ นไดเ ขา
กราบสักการะ ภายในหอบูรพาจารย มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย เม่ือวันอังคารท่ี 9 สิงหาคม 2559 ถือเปนนิมิต
หมายมงคล แหงการเผยแผพระพุทธธรรมมหายาน สายฌาน (เซ็น) และบารมีธรรมแหงพระบูรพาจารย จาก
ตนกําเนิดสูประเทศไทย ซึ่งกอนหนาน้ี พระธรรมาจารยฉางจั้งมหาเถระ (常藏大和尚) รองประธานสํานัก
พระพุทธศาสนาแหงนครปกก่ิง เจาอาวาสวัดหลิงกวง (วัดพระธาตุเขี้ยวแกว) นครปกก่ิง สาธารณรัฐประชาชน
จนี ไดมอบสาํ เนาหนงั สอื พระไตรปฎ กทองคาํ (趙城金藏) อายกุ วา 1,000 ป จํานวน 150 เลม มาแลว
เมือ่ วนั ท่ี 5 ตลุ าคม 2559 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร รัชกาลท่ี 9
ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานผา ไตรมหายาน ใหพ ระวศิ วภทั ร มณีปท มเกตุ อัญเชิญไปเปนผาไตรประธาน
ในพิธีบรรพชาหมูเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศล ณ วัดผูทวอ เมืองจูไห มณฑลกวางตุง สาธารณรัฐ
ประชาชนจนี ในระหวา งวนั ท่ี 25 พฤศจิกายน ถงึ 6 ธนั วาคม 2559 ซง่ึ ถือเปน ครงั้ แรกของชาวไทยและชาวจีน
ทีม่ กี ารรวมมอื และแลกเปล่ียน ทางพระพุทธศาสนามหายาน อยางเปนทางการ
วันที่ 25 ตุลาคม 2559 ไดอุปสมบทเปนภิกษุสงฆ และรับถายทอดตรีมหาศีล (三壇大戒) คือ สมาเณร
39
ศีล ปาฏิโมกขภิกษุศีล โพธิสัตวศีล ของพระพุทธศาสนามหายาน ณ วัดผูทวอ เมืองจูไห นครกวางโจว
สาธารณรัฐประชาชนจีน และไดรับสุทธิบรรณรับรองการเปนภิกษุสงฆจากสํานักพระพุทธศาสนาแหงประเทศ
จนี
วันที่ 16 มกราคม 2560 พระวิศวภัทร ไดรับมอบบาตรจีวร ประคําจากพระธรรมาจารยเจ้ียนหมิงเถระ
ประเทศมาเลเซีย ใหส บื ทอดตําแหนง บรู พาจารย นิกายฌาน สาขาหลนิ ฉ(ี 臨濟正宗) รุนที่ 44 ของวดั ฉถี า ซอ่ื (
七塔寺) เมืองหนงิ ปอ สาธารณรฐั ประชาชนจนี
วันท่ี 27 มีนาคม 2560 สํานักพระพุทธศาสนาแหงภูเขาจ่ิวหัวซาน มณฑลอันฮุย ไดจัดสรางรูปหลอ
พระปฤทิวีโพธิสัตว หรือพระธรณี (堅牢地神) ศิลปะจีนสูง 3 เมตร จํานวน 9 องค เพื่อสงมอบไป 9 ประเทศ
สําหรับประเทศไทย ไดมอบใหพระวิศวภัทร โดยไดทําความรวมมือระหวางกัน และไดรับมอบหนังสือ
พระไตรปฎ กศลิ า 1 ชุด (房山石經) มีคณะศิษยชาวไทยไดเดินทางไปประกอบพิธีอญั เชิญอยางเปนทางการ ณ
ภูเขาจ่วิ หัวซาน ปจจบุ นั รูปหลอนี้ ประดษิ ฐาน ณ มลู นธิ พิ ทุ ธจักษวุ ชิ ชาลัย อารามวัตรมหายาน ประเทศไทย
วันท่ี 6 สงิ หาคม 2560 พระวิศวภัทร ไดรับมอบบาตรจวี ร ประคํา ตราประทบั และคฑายอู ่หี ยกขาว จาก
พระธรรมาจารยหุยกวงมหาเถระ รองประธานสํานักพระพุทธศาสนามณฑลอันหุย รองประธานสํานัก
พระพทุ ธศาสนาภูเขาจวิ่ หัวซาน กรรมการสํานกั พระพุทธศาสนาแหง ชาตจิ นี ใหสืบทอดตําแหนงบรู พาจารยรุน
ท่ี 2 ของอารามหวั เหยียนฉานซ่ือ ภเู ขาจิ่วหัวซาน (九華山華嚴襌寺)
วันท่ี 27 พฤศจิกายน 2560 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดฯ
พระราชทานนํ้าสรงตนพระศรีมหาโพธ์ิ และผาหมพระสถูปบรรจุเกศาพระบูรพาจารยหุยเหนิงมหาเถระ สังฆ
ปรณิ ายกรูปท่ี 6 ของนกิ ายฌาน ใหพระวิศวภัทร อญั เชิญไปถวายยังวัดกวงเซีย้ ว นครกวางโจว ในวันเสารท ่ี 24
มีนาคม 2561 เพอื่ เปน การบชู าคุณบูรพาจารยแ ละ นอ มเกลา ฯ ถวายเปน พระราชกศุ ล เนื่องในวนั คลา ยวันพระ
ราชสมภพ 2 เมษายน 2561
ประวัติการทํางาน
ป.2541 ถึง ปจจบุ ัน แปลพระสตู รฝายมหายานจากภาษาจนี สูภาษาไทย
ป.2550 เปนอาจารยพเิ ศษบณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
ป. 2551 ถงึ ปจ จบุ ัน รองประธานโครงการแปลพระสูตรมหายานจนี -ไทยเฉลมิ พระเกยี รติ
ป.2551 ถึง ปจจุบัน เรียบเรียงและเปรียบเทียบพระสูตรฝายเถรวาท (ภาษาไทย) และพระสูตรมหายาน
(ภาษาจนี ) เพื่อเผยแผ
ป.2553 เปนวิทยากรพิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระ
ราชปู ถัมภ ชลบรุ ี
ป.2554 ถงึ ปจ จุบนั ประธานผูกอ ต้งั อารามวตั รมหายาน มูลนธิ พิ ทุ ธจักษวุ ชิ ชาลัย
ผลงานแปลพระสูตรและพระคัมภรี ฝ า ยมหายาน
งานแปลพระสตู รฝายมหายานภาคภาษาจนี สูภาคไทย
1.มหาสขุ าวตวี ยูหสตู ร หรือ อมิตายุสสตู ร (佛說大乘無量壽莊嚴清浄平等覺經)
40
2.สรวฺ ตถาคตาธิษฺฐานหฤทยคหุ ยฺ ธาตคุ รณฺฑมุทรฺ าธารณีสตู ฺร (一切如來心秘密全身舍利寳篋印陀羅尼經)
3.สรวฺ ไวทรฺย สํครฺห สูตร (大乘方廣總持經)
4.ไภษชั ยคุรไุ วฑูรยประภาตถาคตปูรวปณิธานสตู ร (藥師琉璃光如來本願功德經)
5.อารยศรี วสธุ ราธารณีมหายานสตู ร (佛說大乘聖吉祥持世陀羅尼經)
6.มหาไวปลุ ยสมปูรณโพธิอรรถสูตร (大方廣圓覺修多羅了義經)
7.กมุ ารปาล จิรายวุ ัฒน นิโรธกรรม ธารณสี ูตร (佛說長壽滅罪護諸童子陀羅尼經)
8.พทุ ธาวตงั สกะ มหาไวปุลยสตู ร (大方廣佛華嚴經 七品)
9.สหสั รภุชสหัสรเนตรมหากรุณาจิตรธารณสี ตู ร (千手千眼觀世音菩薩廣大圓滿無礙大悲心陀羅尼經)
10.ไภษชั ยคุรไุ วฑรู ยประภาสปั ตพุทธปูรวปณิธานวเิ ศษสูตร (藥師琉璃光七佛本願功德經)
11.อมิตายุรฺ ธยฺ าน สูตร (佛說觀無量壽佛經)
12.พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสตู ร ทศภมู ิวรรค (大方廣佛華嚴經 十地品)
13.อวตวั สกะสตู ร สมันตภัทรจริยาปณิธานวรรค (大方廣佛華嚴經 入不思議解脫境界 《普賢行願品》)
14.มหารตั นกูฏสูตร สุมติกุมารวี รรค (大寶積經 妙慧童女品)
15.อมิตาพุทธสูตร (佛說阿彌陀經)
16.กษติ ิครรภโ พธิสตั วม ูลปณิธานสูตร(ฉบบั อธิบายความ) (地藏菩薩本願經-淺說)
17.ทศกุศลกรรมบถสตู ร (佛說十善業道經)
18.มานุเษนทรรฐั ปาล ปรัชญาปารมิตาสูตร (仁王護國般若波羅蜜多經)
19.มัญชุศรีปรชั ญาปารมิตาสตู ร (文殊師利所說般若波羅密經)
20.โพธิจิตรวยหู สูตร (佛說莊嚴菩提心經)
21.อมติ าสารัตถสูตร (無量義經)
22.มหายาน มหาสนฺนิปาต กษิติครรภ ทศจกฺร สูตร (大乘大集地藏十輪經)
23.มญั ชุศรีวิหารสูตร (佛說文殊尸利行經)
24.อุตรเคราะหนริ ันตรายจิรายวุ ัฒนสตู ร (佛說天中北斗古佛消災延壽妙經)
25.ธรฺม-ธาตุ-ปรกฤฺ ตย-อวตาร-สูตรฺ (入法界體性經)
26.ปรตีตยฺ -สมตุ ปฺ าท สตู ร (หรือ ปฏิจจสมปุ บาทสตู ร 緣起經)
27.พุทฺธอษุ ณฺ ีษวชิ ยธารณสี ูตรฺ (大佛頂尊勝陀羅尼經)
งานเขยี นทั่วไป
1.พระพุทธเจาและพระธรรมสูตรฝา ยมหายาน
2.ประวตั ิพระพทุ ธเจาและพระโพธสิ ัตวข องมหายาน
3.เกีย่ วกับสขุ าวตพี ุทธเกษตร
4.คาํ แปลบทสวดธรรมสังคีตในคณะสงฆจนี นกิ ายแหง ประเทศไทย
5.ธารณมี นตรข องนกิ ายวัชรยาน
41
6.คําแปลบทสวดมนตทําวตั รเย็นของมหายาน
7.พระไภษชั ยครุ ุตถาคต กับสังคม
8.ทศมหาปณธิ าน ของพระสมันตภทั รโพธิสตั ว จรยิ าวตั รแมบ ทของโพธิสตั วในยุคปจ จบุ นั
9.๑๐๘ ธรรมวจนะในพระสตู รมหายาน เร่ือง "โพธจิ ติ "
10.พระกษติ คิ รรภมหาโพธิสัตว ยอดแหง ปณธิ าน
สื่อธรรมะ
1.ดวี ีดกี าตูนภาพน่ิง ไภษัชยคุรุไวฑรู ยประภาตถาคตปรู วปณธิ านสตู ร (แปลไทย)
(藥師琉璃光如來本願功德經)
2.ดวี ดี อี ุปรากรจีนแตจวิ๋ กษติ ิครรภโพธสิ ัตวมลู ปณธิ านสตู ร (แปลไทย)
(地藏菩薩本願經)
3.ดวี ดี ีกาตนู ภาพน่ิง กษติ ิครรภโพธสิ ตั วมูลปณิธานสูตร (ฉบบั อธบิ ายความ-แปลไทย)
(地藏菩薩本願經-淺說)
4.หนงั สือสวดมนตม หายาน เลม 1 (ภาษาจีน-ไทย พรอมคําแปล)
5.ดวี ดี กี าตูนเรอื่ งยอ มหาสุขาวตวี ยหู สูตร (แปลไทย)
อา งอิง
*มหาปารมิตาดอตคอม เวบงานแปลพระธรรมสูตรพุทธศาสนาฝายมหายานฉบับแปลจากภาษาจีนสู
ภาษาไทย
*มหายานสตู รไทยดอตคอม เวบโครงการแปลพระสตู รมหายานจนี -ไทยเฉลิมพระเกียรติ
*หนังสอื ผทู ําคุณประโยชนตอ พระพทุ ธศาสนา ประจําปพ ทุ ธศกั ราช 2551
อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพทุ ธจักษุวิชชาลัย
อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย หรือวัดพระกษิติครรภ (漢傳佛教大乘禪寺ヽ地藏道
場ヽ佛眼弘法基金會) เปนพุทธสถานที่ประดษิ ฐานพระกษิติครรภม หาโพธสิ ัตวหินแกะสลัก องคใหญ 13.99
เมตร และประติมากรรมหินแกะสลัก อีกกวา 20 องค พรอมพุทธปฏิมา 88 องค พระโพธิสัตว เทพธรรมบาล
24 องค (八十八佛丶廿十四諸天) พรอ มกราบขอพรพระแมธรณีจาก 1 ใน 9 องคของภูเขาจิว่ หัวซาน (中國
大九華山堅牢地神) และกราบนมัสการรูปหลอพระบูรพาจารยห ุยเหนิงมหาเถระ แหงนิกายฌาน (เซน) รูปท่ี
6 สมยั ราชวงศถัง ของจีน พระอริยสงฆท่มี ากดวยปญญาญาน ซ่งึ เปน 1 ใน 3 องค จากวัดกวงเซ้ียว วัดที่เกา แก
ทสี่ ุดในนครกวางโจว สาธารณรฐั ประชาชนจีน มีประวัตยิ าวนานกวา 2,000 ป ณ หอบรู พาจารย (中國廣州市
光孝寺禪宗六祖惠能大師銅像) ทวี่ ิจิตรงดงามบนวิหาร รมิ แมน ้ํานครชยั ศรี (เปด ใหสาธชุ นเขา กราบสักการะ
เฉพาะวนั เสารแ ละอาทติ ย เวลา 9.00-17.00 น.)
ยังมีพิธีท้ิงกระจาด เพื่ออุทิศกุศลแดบรรบุรุษและสรรพสัตว เลี้ยงอาหารเจมื้อเที่ยงฟรี ทุกวันอาทิตยแรก
ของเดอื น เวลาต้งั แต 10.00-15.30 น. สาธุชนสามารถลงช่อื บรรพชนเพ่อื รว มพิธี หรอื รว มเปนเจา ภาพในพิธีได
ตามกาํ ลงั ศรทั ธา
42
ต้ังอยู เลขท่ี 88 หมูท่ี 1 บานพริก (ทางเขาหมูบานกฤษดา โครงการ 27 หรือ ซอยสุดโรงงานเส้ือแตงโม)
ถ.ปนเกลา-นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย 6 (ถนนเสนเดียวกันท่ีผานหนาวัดดอนหวาย และวัดไรขิง) ตําบลหอม
เกรด็ อาํ เภอสามพราน จังหวดั นครปฐม
E-mail: [email protected]) โทร. 082-424 9899 หรอื 034-393 404
https://www.mahayanathai.org/
นาํ ม อ อ อ ี ท อ ฮุ ก
南无阿弥陀佛
น ะ โ ม อ ะ มิ ต า ภ ะ พุ ทฺ ธ า ย ะ
43
สารตถธรรมมหายาน
๑ . อ ร ร ถ ว า “ ม ห า ย า น ”
มหายาน มาจากราธาตุศัพท มหา+ยาน แปลวา “พาหนะที่ใหญ” เปนคําเรียกที่อาศัยการเปรียบเทียบ
จากคําวา หินยาน ซึ่งมาจากศัพทวา หิน+ยาน ซ่ึงมหายานแปลวา “พาหนะที่เลวๆ เล็กๆ”*๑ มหายานยังมี
ความวา ยานที่สูงสุด*๒ และตามความรูสึกของมหายาน คําวามหายาน ไมเพียงแตเปนยานใหญ ยานที่สูงสุด
เทานั้น ยงั เปน ยานทร่ี ับคนไดทกุ ประเภท ทุกอาชีพ ทกุ วยั และรวมทั้งสัตวโลกทุกรูปทกุ นามดวย และยานนี้ยัง
หมายถงึ ยานที่จะไปถึงพุทธภมู ิ และความสาํ เร็จเปน พระพุทธเจาได
อรรถของมหายาน หมายถึง การขนสัตวใหขามวัฏฏสงสารไดมากกวาสาวกยาน ในมหาปรัชญาปาริตา
อรรถกถา คุรนุ าคารชุน ไดอธิบายวา “พระพุทธธรรมมีเอกรสเดยี ว คือ รสแหง วิมตุ ิ ความรอดพน จากปวงทุกข
แตชนิดของรสมี ๒ คือ ชนิดแรกเพ่ือตัวเอง ชนิดท่ีสองเพ่ือตัวเองและสรรพสัตวดวย” ฝายสาวกยานมุงความ
หลดพนเฉพาะตน ไมมีปณิธานในการโปรดสัตว แตฝายมหายานตรงกันขามยอมมุงพุทธภูมิกันเพื่อขนสัตวให
หลุดพน ทุกขจนหมดสน้ิ อธิบายวา พุทธศาสนิกชนฝา ยสาวกยานโดยทั่วไปแลวมุงแตอรหัตภูมิเปนสําคญั ฉะนนั้
จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งวา “สาวกยาน” สวนพุทธศาสนิกชนฝายมหายานลวนมุงพุทธภูมิท้ังนั้น จึงมีช่ือเรียกวา
“โพธิสัตวยาน” บา ง “พทุ ธยาน” บา ง
ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร กลาววา “ถาสรรพสัตวไดสดับธรรมจากพระภควาบังเกิดศรัทธาความเชื่อปสา
ทะความเล่ือมใส ไดวิริยะ บําเพ็ญบารมีเพื่อสรรเพชรดาญาณอันเปนธรรมชาติ ญาณอันปราศจากครูอาจารย
ญาณแหงพระตถาคต กําลังความกลาหาญ มีความกรุณาปรารถนาตอความสุขของสรรพสัตว บําเพ็ญ
หิตานหุ ติ ประโยชนต อทวยเทพและมนษุ ย โปรดสารรพนิกรใหพนทุกข นนั้ ชื่อวา “มหายาน”
อาจารยนาคารชุนกลาวไวใน “ทวาทศกายศาสตร” อีกวา “มหายานคือยานอันประเสริฐกวายานท้ัง๒”*
๓ เหตุนั้นช่ือวา “มหายาน” พระพุทธเจาทั้งหลายอันใหญยิ่ง ทรงอาศัยซ่ึงยานนี้ๆ จะสามารถนําเราเขาถึง
พระองคได เหตุนั้นจึงช่ือวา “มหา” อนึ่งปวงพุทธเจาผูมหาบุรุษไดอาศัยยานนี้เหตุนั้น จึงชื่อวา “มหา” แลอีก
ท้ังสามารถดับทุกขอันไพศาลของสรรพสัตว และประกอบประโยชนอันย่ิงใหญใหถึงพรอม เหตุนั้น จึงชื่อวา
“มหา”
อนึ่ง พระโพธิสัตวทั้งปวง มีพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว พระสถามปราปตโพธิสัตว พระเมตเตยยโพธิสัตว
พระมัญชุศรีโพธิสัตว พระสมันตภัทรโพธิสัตว และพระกษิติครรภโพธิสัตว เปนตน ปวงมหาบุรุษไดทรงอาศัย
เหตนุ ั้นจงึ ช่ือวา “มหา” อนึง่ เม่ืออาศยั ยานนแี้ ลว กย็ อ มเขา ถงึ ท่ีสุดแหง ธรรมทง้ั ปวง เหตนุ ้ันจงึ ชอื่ วา “มหา”
๒.ตรยาน
นอกจากท่กี ลา วมาแลว ยังมขี อ ความที่ยกยอง “มหายาน” อกี เปน จํานวนมากในคมั ภรี ข องมหายาน เชน
เรียกวา อนุตรยาน ยานอันสูงสุด, โพธิสัตวยาน ยานของพระโพธิสัตว, พุทธยาน ยานของพระพุทธเจา, เอก
ยาน ยานอันเอก เปน ตน สรปุ แลว ยานในพระพทุ ธศาสนาไดแ บงออกเปน ๓ คือ
44