The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

X11-20-พระมหาไวปุลยสมปูรณโพธิอรรถ+ธารณีสูตร 2561-12-20 Print

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Vorawat Suthon, 2021-10-07 06:32:45

X11-20-พระมหาไวปุลยสมปูรณโพธิอรรถ+ธารณีสูตร 2561-12-20 Print

X11-20-พระมหาไวปุลยสมปูรณโพธิอรรถ+ธารณีสูตร 2561-12-20 Print

พ ร ะ ม ห า ไ ว ปุ ล ย ส ม ปู ร ณ โ พ ธิ อ ร ร ถ สู ต ร

大方廣圓覺修多羅了義經
The Grand Sutra of Perfect Enlightenment

พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ� สู ต ร

大乘方廣總持經

隋天竺三藏毘尼多流支譯

ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร

ห ล ว ง จ� น ว� ศ ว ภั ท ร ม ณี ป˜ ท ม เ ก ตุ
ส า ร� ต ถ ธ ร ร ม ม ห า ย า น
ป รั ช ญ า ป า ร มิ ต า ห ฤ ทั ย สู ต ร

ส รŒ าง ถวา ย โดย

คุณพอ แตแต แซอ ว ง 黄俤俤 Huang Di Di + คุณแม ฉิวเอีย้ ง แซเ อยี ะ 葉秋燕 Ye Qiu Yan
คุณปู อว งเต็กอี่ 黄德挹 Huang De Yi + คุณยา ผางอาโหมย 彭亜妹 Peng A Mei

คุณตา เอียะฮ่ิงลื่อ 葉興吕 Ye Xing Lv + คุณยาย เตื้องเจียหลาง 張芝蘭 Zhang Zhi Lan

น า ย ว ร ว ร ร ธ น ช่� น โ ช ค สั น ต
พรอ มทัง้ ลกู หลานเหลน

คาํ อุ ทิ ศส‹วน บุ ญกุศ ล
ขอนอ มบุญกศุ ลคร้ังนถี้ วายพระสยามเทวาธิราช

พระมหากษัตรยิ ไทยทุกๆพระองค
ขอนอมถวายกศุ ลผลบญุ น้ี

เปนพทุ ธบูชาแดพ ระพทุ ธเจา ทกุ ๆพระองค
พรอ มทั้งพระปจเจกพุทธเจา ทกุ ๆพระองค
ถวายเปน ธรรมบูชา แดค าํ สอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธ
ถวายเปน สังฆบูชา แดพ ระอริยเจาท้งั หลาย
พรอมทัง้ บิดามารดา ครบู าอาจารย พรหมและเทวดา
เจากรรมนายเวร สัมภเวสี ทง้ั หลายทง้ั ปวง
ขอทา นทงั้ หลายโปรดอนโุ มทนาและอโหสกิ รรม
และขอใหข าพเจา ท้ังหลายไดเ ขาถงึ ซงึ่ พระนิพพานดว ยเทอญ



พ ร ะ ม ห า ไ ว ปุ ล ย ส ม ปู ร ณ โ พ ธิ อ ร ร ถ สู ต ร

大方廣圓覺修多羅了義經
The Grand Sutra of Perfect Enlightenment

( วร รค ท่ี ๑ - ๔)

พระพทุ ธตาระมหาเถระ 唐:佛陀多羅譯 แปลจากสันสกฤตพากยสูจนี พากย
ภกิ ษจุ ีนวิศวภัทร (沙門聖傑) แปลจากจนี พากยส ไู ทยพากย

พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ� สู ต ร

大乘方廣總持經
隋天竺三藏毘尼多流支譯

ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร

พระวนิ ติ รจุ ิมหาเถระ ตรปี ฎกธราจารย แปลจากสันสกฤตพากยส ูจีนพากย
พระวิศวภทั ร เซ่ียเกย๊ี ก (釋聖傑) แปลจากจีนพากสูไทยพากย

ห ล ว ง จ� น ว� ศ ว ภั ท ร ม ณี ป˜ ท ม เ ก ตุ

ผลงานแปลพระสูตรและพระคมั ภีรฝ ายมหายาน
อารามวัตรมหายาน มลู นธิ ิพุทธจักษุวิชชาลัย

ส า ร� ต ถ ธ ร ร ม ม ห า ย า น

ป รั ช ญ า ป า ร มิ ต า ห ฤ ทั ย สู ต ร



พ ร ะ ม ห า ไ ว ปุ ล ย ส ม ปู ร ณ โ พ ธิ อ ร ร ถ สู ต ร

大方廣圓覺修多羅了義經
The Grand Sutra of Perfect Enlightenment

พระพุทธตาระมหาเถระ 唐:佛陀多羅譯 ในสมัยราชวงศถัง ประเทศจีน แปลจากสันสกฤตพากยสูจีน
พากย

ภิกษุจีนวิศวภัทร (沙門聖傑) แหงวัดเทพพุทธาราม (仙佛寺) แปลจากจีนพากยสูไทยพากย เม่ือพระ
พุทธายกุ าลลว งแลว ๒๕๕๐ ป ๑๑ เดือน ๑๑ วนั

พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๑)

如是我聞,一時婆伽婆,入於神通大光明藏,三昧正受,一切如來光嚴住持,是諸眾生,清淨覺
地,身心寂滅平等本際,圓滿十方,不二隨順,於不二境,現諸淨土,與大菩薩摩訶薩十萬人俱
,其名曰,文殊師利菩薩,普賢菩薩,普眼菩薩,金剛藏菩薩,彌勒菩薩,清淨慧菩薩,威德自
在菩薩,辯音菩薩,淨諸業障菩薩,普覺菩薩,圓覺菩薩,賢善首菩薩等而為上首與諸眷屬,皆
入三昧,同住如來平等法會

ดั่งที่ขาพเจาไดสดับมา สมัยหน่ึงสมเด็จพระภควันต ทรงเขาอภิญญามหาญาณครรภ อันเปนสมาธิต้ังอยู
โดยชอบ เปนประการที่พระตถาคตเจาท้ังปวงทรงธํารงอยู มีบรรดาสรรพสัตวผูบริสุทธ์ิบรรลุถึงโพธิภูมิ มีกาย
แลจิตท่ีดับรอบและมีสมตาเปนมูลฐาน สมบูรณท่ัวในทิศท้ังสิบ มิคลอยตามทวิบัญญัติ และมิต้ังอยูในทวิภาวะ
ปรากฏอยูในวิศุทธิเกษตรท้ังปวง อันเปนพระโพธิสัตวมหาสัตวผูใหญจํานวนหนึ่งแสน อันมีนามวามัญชุศรี
โพธิสัตว๑ สมันตภัทรโพธิสัตว๑ สมันตเนตรโพธิสัตว๑ วัชรครรภโพธิสัตว๑ เมตไตรยโพธิสัตว๑ วิศุทธิชญาน
โพธิสตั ว๑ เตชศวร โพธสิ ตั ว๑ ปรตภิ าณสวรโพธิสัตว๑ ศทุ ธสิ รวกรรมวิปากโพธสิ ตั ว๑ สมันตพทุ ธิโพธสิ ัตว๑ สม
ปูรณ โพธโิ พธสิ ัตว๑ สภุ ทั รกฏู โพธสิ ตั ว๑ อนั เปน ผนู ําพรอมดว ยบริษทั ท้ังปวง ซง่ึ ลวนแตเ ขาสมาธิ แลว ตัง้ อยูใน
ตถาคตสมตาธรรมสภา

於是文殊師利菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手而白佛言:大悲世尊,
願為此會諸來法眾,說於如來本起清淨,因地法行,及說菩薩於大乘中發清淨心,遠離諸病,能
使未來末世眾生求大乘者,不墮邪見。作是語已,五體投他,如是三請,終而復始

ในเพลาน้ัน พระมัญชุศรีโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกขึ้นจากอาสนะ กระทําศิราภิวาทเบื้อง
พระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกรแลว ทูลพระพุทธองควา ขาแต
พระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อเหลาธรรมนิกรทั้งปวงที่ไดมารวมอยูในสภาแหงนี้ ขอพระองคทรงแสดงมลู เหตุ
อันบริสุทธ์ิของพระตถาคต คือเหตุภูมิธรรมจริยา และโปรดตรัสซ่ึงการประกาศวิศทุ ธิจิตของโพธิสตั ว ผูดํารงใน
มหายาน อันหางไกลจากส่ิงเสียดแทงท้ังปวง สามารถยังใหสรรพสัตวในอนาคตผูปรารถนามหายาน มิตกสู
มจิ ฉาทัศนะดวยเถิด พระพทุ ธเจา ขา เมือ่ ทูลเชนน้ีแลว จงึ กระทําเบญจางคประดษิ ฐ อยเู ชน น้ีสามคํารบ

爾時世尊告文殊師利菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩,諮詢如來因地法行,及為
末世一切眾生求大乘者,得正住持,不墮邪見,汝今諦聽,當為汝說。時文殊師利菩薩奉教歡喜
,及諸大眾默然而聽

ในกาลบัดนั้นแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรัสกับพระมัญชุศรีโพธิสัตววา สาธุๆ กุลบุตร พวกเธอสามารถ
สากัจฉา ซ่ึงเหตุภูมิแหงธรรมจริยาของพระตถาคต เพื่อโพธิสัตวท้ังหลาย และเพื่อหมูสรรพสัตวในอนาคตผู

1

ปรารถนามหายาน ใหไ ดบรรลุถึงความตง้ั มนั่ มติ กสูมิจฉาทัศนะ เธอพงึ สดับเถดิ ตถาคตจกั กลาวแกเธอ คร้งั น้นั
พระมัญชุศรีโพธิสัตวเมื่อรับสนองพระอนุศาสนียแลว จึงปติยินดีอยู พรอมกับบรรดามหาชนที่ดุษณียภาพอยู
เพือ่ คอยสดับพระเทศนา

善男子,無上法王,有大陀羅尼門,名為圓覺,流出一切清淨真如,菩提涅槃及波羅密,教授菩
薩,一切如來本起因地,皆依圓照清淨覺相,永斷無明,方成佛道,云何無明

ดูกอนกุลบุตร พระอนุตรธรรมราชา มีมหาธารณีทวารนามวา สมปูรณโพธิ อันเปนที่หลั่งไหลซ่ึงวิศุทธิตถ
ตา พระโพธิ พระนิรวาณ และปารมิตาทั้งปวง เพ่ือส่ังสอนโพธิสัตว และคือปฐมเหตุภูมิของพระตถาคตทั้งปวง
ท่ีลวนตองอาศัย เพื่อยังโพธิลักษณะใหบริสุทธ์ิโดยรอบ เพื่อยังอวิชชาใหขาดส้ิน แลวบรรลุพระพุทธมรรค ก็
อวชิ ชานั้นเลา เปน ไฉน

善男子,一切眾生從無始來,種種顛倒,猶如迷人,四方易處,妄認四大為自身相,六塵緣影為
自心相,譬彼病目,見空中華及第二月

ดูกอนกุลบุตร บรรดาสรรพสัตวนับแตกาลอันหาจุดเริ่มตนมิไดนั้น วิปลาสเห็นผิดเปนชอบ ดุจผูถูกลวง
หลอกใหลุมหลงไปในทิศทั้งสแ่ี ตโดยงา ย*1 โดยลวงใหยึดเอามหาภูตริ ูปสี่วาเปนกายตน และสฬายตนะ*2 เปน
ปจ จัยใหเกิดภาพเหน็ เปน จิตตน อุปมาบุคคลผูจ กั ษเุ ปน โรค เห็นบุปผาในอากาศ*3 และจนั ทราดวงท่สี อง

*1.หมายถึง จตฺวาโร วิปรฺยาสา คือความเห็นคลาดเคล่ือน ๔ ประการ มี ๑.นิตย วิปลลาส คือ สัญญาวิปลลาส
จติ ตวิปล ลาส ทิฏฐิวิปลลาส ในสิ่งที่ไมเ ท่ียงวาเท่ียง ๒.สุข วปิ ลลาส คือ สัญญาวิปลลาส ฯลฯ ในส่งิ ที่เปนทกุ ขวา
สุข ๓.ศุจิ วิปลลาส คือ สัญญาวิปลาส ฯลฯ ในสิ่งท่ีไมงามวางาม ๔.อาตม วิปลลาส คือ สัญญาวิปลลาส ฯลฯ
ในส่งิ ท่ไี มใชต นวาเปน ตน

*2.หมายถงึ อายตนะภายนอก ๖ มี ๑)รูป ๒)เสยี ง ๓)กลนิ่ ๔)รส ๕)สัมผสั หรอื โผฏฐัพพะ ๖)ธรรมารมณ

*3.ขปุษปฺ คือ ดอกฟา , ดอกไมใ นอากาศ

善男子,空實無華,病者妄執,由妄執故,非唯惑此虛空自性,亦復迷彼實華生處,由此妄有輪
轉生死,故名無明

ดูกอนกุลบุตร ท่ีแทในนภากาศปราศจากซ่ึงบุปผา แตเหตุเพราะผูปวยนั้นอุปาทานม่ันเอาเอง จึงมิเพียง
รูสึกวา อากาศคือภาวะแหงตน ซ้ํายังหลงไปวา นั้นเปนที่อุบัติแหงบุปผชาติอยางแทจริง ดวยเหตุนี้ จึงลวง
หลอกวา มสี งั สารวฏั ชาติ มรณะ เหตุฉะน้ีแลจึงช่อื วา อวิชชา

善男子,此無明者,非實有體,如夢中人,夢時非無,及至於醒,了無所得。如眾空華,滅於虛
空,不可說言有定滅處,何以故,無生處故。一切眾生於無生中,妄見生滅,是故說名輪轉生死

ดูกอนกุลบุตร อันอวิชชาบุรุษน้ีแล ท่ีแทก็หามีสังขารไม ดุจบุคคลผูอยูในความฝน ท่ีเพลาฝนยอมมีอยู
ตราบเมื่อตื่นขึ้น จึงรูวามิใชความจริง ดุจบุปผาท้ังปวงในความวาง ที่ส้ินไปในอากาศน้ันแล อันมิอาจกลาว
กาํ หนดไปวา ดบั สิน้ ทแี่ หงใด ดวยเหตุไฉนนั่นหรือ ก็เหตเุ พราะมิไดมีสถานท่กี ําเนิดข้ึน สรรพสตั วทง้ั ปวงก็อาศัย
ความมไิ ดก าํ เนดิ น้ี ลวงใหเหน็ วาเกิดดบั ฉะน้แี ลจงึ ชอ่ื วา สงั สารวัฏ ชาติ มรณะ

善男子,如來因地修圓覺者,知是空華,即無輪轉,亦無身心受彼生死,非作故無,本性無故,
彼知覺者,猶如虛空,知虛空者,即空華相,亦不可說無知覺性,有無俱遣,是則名為淨覺隨順
,何以故,虛空性故,常不動故,如來藏中無起滅故,無知見故,如法界性,究竟圓滿遍十方故
,是則名為因地法行。菩薩因此於大乘中,發清淨心,末世眾生,依此修行,不墮邪見,

2

ดูกอนกุลบุตร เพราะตถาคตมีเหตุภูมิที่บําเพ็ญซึ่งสมปูรณโพธิ จึงรูวาคืออากาศบุปผา จึงปราศจาก
สังสารวัฏ ทั้งปราศจากซึ่งกายและจิตผูเสวยชาติและมรณะ เพราะมิไดกระทําจึงหามีไม เหตุท่ีรูวามูลภาวะนั้น
หามีไม จึงไดรูแจง อุปมาอากาศน่ันแล ที่บุคคลผูรูอากาศ วาเปนลักษณะของอากาศบุปผา ท้ังมิอาจกลาววา
ปราศจากผูรูโพธภิ าวะ แลไรบ ุคคลผมู ีตนสงไป จงึ ชอ่ื วา อนโุ ลมตามความรูแ จงท่บี รสิ ทุ ธิ์ ดว ยประการฉะน้ี

爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:

ในครงั้ นน้ั สมเดจ็ พระโลกนาถเจา ทรงปรารถนาจกั ยาํ้ ในอรรถน้ี จงึ ตรัสเปนโศลก วา ...

文殊汝當知,一切諸如來。

มัญชศุ รีเธอพงึ ทราบเถดิ อนั พระตถาคตทงั้ ปวง

從於本因地,皆以智慧覺。

จากภมู คิ อื มูลเหตนุ ไี้ ป ลว นอาศยั โพธปิ ญญาญาณ

了達於無明,知彼如空華,

ใหแ ทงตลอดซง่ึ อวชิ ชา ลวงรูวาดุจอากาศบปุ ผา

即能免流轉,又如夢中人,

ใหแ ทงตลอดซงึ่ อวิชชา ลวงรูว า ดจุ อากาศบุปผา

即能免流轉,又如夢中人

จึงสามารถระงับซ่ึงวฏั ฏะ อีกประดจุ บุคคลในความฝน

醒時不可得,覺者如虛空

เมือ่ ตื่นคนื ยอมมอิ าจเขา ถงึ ผูรแู จงนัน้ เลา กด็ ุจอากาศ

平等不動轉,覺遍十方界

มีความสมภาพมผิ นั แปร รูแจง ทว่ั ทศทศิ โลกธาตุ

即得成佛道,眾幻滅無處

จึงบรรลุซึง่ พุทธมรรค บรรดามายาดับโดยไรส ถาน

成道亦無得,本性圓滿故

อนั การสําเร็จมรรคกห็ าไดบรรลุถึงไม เหตุที่มูลภาวะบรบิ ูรณอ ยเู ดมิ

菩薩於此中,能發菩提心

โพธิสัตวผูดํารง (ซ่ึงธรรมน้)ี จึงสามารถบังเกิดโพธจิ ิต

末世諸眾生,修此免邪見

บรรดาสรรพสตั วใ นอนาคต เม่ือประพฤติ (ธรรมน)ี้ ยอมระงบั ซ่ึงมิจฉาทศั นแล
จบวรรคที่ ๑

พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๒)

於是普賢菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手而白佛言:大悲世尊,願為
此會諸菩薩眾,及為末世一切眾生,修大乘者,聞此圓覺清淨境界,云何修行

ในเพลาน้ัน พระสมันตภัทรโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกข้ึนจากอาสนะ กระทําศิราภิวาท
เบ้ืองพระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกรแลวทูลพระพุทธองควา ขา
แตพระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อเหลาโพธิสัตวในสภาแหงนี้ และสรรพสัตวในอนาคต ผูประพฤติซึ่งมหายาน
จริยา เมื่อไดสดบั ซ่ึงวิศทุ ธิสมปูรณโพธิวิสัยนแ้ี ลว พงึ กระทาํ จริยาดว ยประการเชนไรหนอ

世尊,若彼眾生知如幻者,身心亦幻,云何以幻還修於幻,若諸幻性一切盡滅,則無有心,誰為
修行,云何復說修行如幻。若諸眾生,本不修行,於生死中常居幻化,曾不了知如幻境界,令妄

3

想心云何解脫,願為末世一切眾生,作何方便漸次修習,令諸眾生永離諸幻。作是語已,五體投
地,如是三請,終而復始

ขาแตพระโลกนาถ หากสรรพสัตวน้ันไดร ูว า ประดุจการมายา กายแลจติ ก็ดุจมายา แลว จักใชม ายาบาํ เพ็ญ
ซึ่งมายาดวยประการเชน ไร หากบรรดามายาภาวะ อนั คอื สิง่ ทัง้ ปวงดับส้นิ ลง ยอ มปราศจากจติ แลวใครเลา เปน
ผูบําเพ็ญจริยา เชนไรหนอจึงยังกลาววา การบําเพ็ญจริยาเปนด่ังมายา หากสรรพสัตวทั้งปวง มีมูลฐานที่มิ
บําเพ็ญจริยา ในทามกลางชาติแลมรณะน้ี จึงมีมายาเปนเครื่องอยูโดยเนืองนิตย อันมิเคยลวงรูวาคือมายาวิสัย
ยงั ใหเ กิดจิตตสญั ญาลวงหลอก แลวจักถงึ แกพระวมิ ตุ ตไิ ดอยางไร เพือ่ สรรพสัตวท ั้งหลายในอนาคต ขอพระองค
โปรดประทานอุปายะในการ ประพฤติบําเพ็ญโดยลําดับ ยังใหเหลาสรรพสัตวไดไกลหางจากมายาทั้งปวง ดวย
เถดิ พระพทุ ธเจา ขา เมอื่ ทลู เชนน้แี ลว จงึ กระทาํ เบญจางคประดิษฐ อยูเ ชนนี้สามคาํ รบ

爾時世尊告普賢菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩及末世眾生,修習菩薩如幻三昧
,方便漸次,令 諸眾生得離諸幻,汝今諦聽,當為汝說。時普賢菩薩奉教歡喜,及諸大眾默然而


ในกาลบัดน้ันแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรัสกับพระสมันตภัทรโพธิสัตววา สาธุๆ กุลบุตร พวกเธอ
สามารถยังใหบรรดาโพธิสัตว และสรรพสัตวในอนาคต ประพฤติบําเพ็ญซ่ึงโพธิสัตตมายาสมาธิ มีอุปายะสืบไป
เปนลําดับ ยังใหหมูสรรพสัตวไกลจากมายาท้ังปวง เธอพึงสดับเถิด ตถาคต จักกลาวแกเธอ คร้ังนั้นพระสมันต
ภัทรโพธิสตั ว เมอื่ รบั สนองพระอนศุ าสนียแ ลว จึงปติยนิ ดีอยู พรอ มกับบรรดามหาชนทดี่ ุษณียภาพอยู เพื่อคอย
สดบั พระเทศนา

善男子,一切眾生,種種幻化,皆生如來圓覺妙心,猶如空華,從空而有,幻華雖滅,空性不壞
,眾生幻心,還依幻滅,諸幻盡滅,覺心不動,依幻說覺,亦名為幻,若說有覺,猶未離幻,說
無覺者,亦復如是,是故幻滅,名為不動

ดกู อ นกุลบุตร สรรพสตั วทัง้ ปวง ประกอบดว ยการมายานานปั การ ซงึ่ ลวนอบุ ตั แิ ตตถาคต สมปรู ณโพธิจิต
อปุ มาอากาศบปุ ผา ท่อี าศัยอากาศจึงเกดิ มี ก็อนั มายาบปุ ผา แมน จักดบั แตอ ากาศภาวะมไิ ดเสอ่ื มสญู มายาจิต
ของสรรพสัตว ยังอาศัยการดับไปของมายา สรรพมายาแมนดับจนสิ้น พุทธิจิตก็มิไดส่ันคลอน ดวยอาศัยมายา
ดังกลาวแสดงความรแู จง จึงไดชื่อวามายา หากกลาววารูแจง จึงด่ังวายังมไิ กลจากมายา แมนกลาววามริ ูแจง ก็
เปน เชน เดยี วกันนี้ เหตฉุ ะนแ้ี ลเม่ือมายาดบั จึงไดชอื่ วามหิ วั่นไหว

善男子,一切菩薩,及末世眾生,應當遠離一切幻化虛妄境界,由堅執持遠離心故,心如幻者,
亦復遠離,遠離為幻,亦復遠離,離遠離幻,亦復遠離,得無所離,即除諸幻,譬如鑽火,兩木
相因,火出木盡,灰飛煙滅,以幻修幻,亦復如是,諸幻雖盡,不入斷滅

ดูกอนกุลบุตร โพธิสัตวและสรรพสัตวทั้งปวงในอนาคต พึงนิราศหางไกล*1 จากมายาวิสัย อันลวงหลอก
ทง้ั ปวง ก็เพราะการยึดม่นั ในวิปลาสจติ เปนเหตุ จติ จงึ ดจุ มายา ทงั้ ยงั หา งไกล อันความหางไกลนั่นแลกค็ ือมายา
ทั้งยงั หา งไกล กอ็ ันความหา งไกลนน่ั แลท่หี า งจากมายา ท้ังยงั หางไกล แลว จงึ บรรลถุ ึงความมหิ าง จงึ กาํ จดั มายา
ท้ังปวง ครุวนาไฟที่เกิดจากการสีของไม เมื่อไฟปรากฏ ไมจึงสิ้น เม่ือเถาฟุงควันจึงสูญ ใชมายาบําเพ็ญมายา ก็
ดจุ ฉะนี้ แมนสรรพมายาจกั ส้ินแลว แตย ังมิเขา สสู มทุ เฉทนิโรธ

*1.หา งไกลหรอื ไกลจากกิเลส ในพระสตู รนี้ สันสกฤตวา หรฺมิต

善男子,知幻即離不作方便,離幻即覺,亦無漸次,一切菩薩及末世眾生,依此修行,如是乃能
永離諸幻,

4

ดูกอนกุลบุตร เม่ือรูมายาจึงไกลหาง (จากมายา) มิตองกระทําอุปายะใด เมื่อไกลมายาจึงรูแจง ทั้งมิตอง
สืบไปเปนลําดับ บรรดาโพธิสัตวและสรรพสัตวทั้งปวงในอนาคต ดวยอาศัยการบําเพ็ญจริยาเชนนี้ จึงสามารถ
ไกลจากสรรพมายาเปน นิตย ดวยประการฉะนี้

爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:

ในครงั้ นั้น สมเด็จพระโลกนาถเจาทรงปรารถนาจักยํา้ ในอรรถนี้ จึงตรัสเปนโศลกวา...

普賢汝當知,一切諸眾生

สมันตภัทรเธอพงึ ทราบเถิด อันสรรพสตั วท้งั ปวง

無始幻無明,皆從諸如來

มายาแลอวชิ ชาอนั หาจดุ เริ่มมไิ ด ลวนเกดิ แตพ ระตถาคตท้งั ปวง

圓覺心建立,猶如虛空華

อนั มสี มปรู ณจติ ต้งั ขน้ึ อปุ มาอากาศบปุ ผา

依空而有相,空華若復滅

เพราะอาศยั ความวา ง จึงมีลกั ษณะศนู ยตา บุปผาจงึ ดบั ไป

虛空本不動,幻從諸覺生

อากาศมมี ลู เดมิ มิหวน่ั ไหว มายากก็ ําเนดิ จากความรแู จงทั้งปวง

幻滅覺圓滿,心不動故

มายาดบั โพธิยงั สมบรู ณ เหตเุ พราะพุทธิจติ นนั้ อจลา

若彼諸菩薩,及末世眾生

หากหมโู พธิสตั วเหลา นั้น และสรรพสตั วในอนาคต

常應遠離幻,諸幻悉皆離

จกั พึงไกลจากมายา เมื่อปวงมายาลวนไกลหาง

如木中生火,木盡火還滅

ดุจไมก ําเนิดไฟ เมอ่ื ไมสน้ิ ไฟยอมดบั

覺則無漸次,方便亦如是

ความรูแจงมิตองเปน ลําดบั อปุ ายะก็เชน นี้แล
จบวรรคท่ี ๒

พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๓)

於是普眼菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手而白佛言:大悲世尊,願為
此會諸菩薩眾,及為末世一切眾生,演說菩薩修行漸次,云何思惟,云何住持,眾生未悟,作何
方便普令開悟

ในเพลานั้น พระสมันตเนตรโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกขึ้นจากอาสนะ กระทําศิราภิวาท
เบื้องพระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกร แลวทูลพระพุทธองควา ขา
แตพระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อเหลาโพธิสัตวในสภาแหงน้ี และสรรพสัตวในอนาคต โปรดตรัสแสดงซ่ึงการ
บําเพ็ญอันสืบไปเปนลําดับของโพธิสัตว วาเชนไรคือ จินตนา เชนไรคือ การทรงไว สรรพสัตวผูยังมิรูตื่น จัก
กระทําดวยอุปายะเชน ไร ถงึ จกั ยงั ใหร ตู ่นื

世尊 若彼眾生無正方便,及正思惟,聞佛如來說此三昧,心生迷悶,即於圓覺不能悟入,願與慈
悲,為我等輩及末世眾生,假說方便。作是語已,五體投地,如是三請,終而復始

5

ขาแตพ ระโลกนาถ หากสรรพสัตวเ หลาน้นั ปราศจากซึ่งอุปายะและจินตนาทถ่ี ูกตอ ง เมอื่ ไดส ดับพระพุทธ
ตถาคตเจา ตรัสถึงสมาธิประการน้ี ในจิตยอมเกิดความฉงนสนเทห มิอาจเขาสูสมปูรณโพธิ เพื่อขาพระองค
ทั้งหลายและบรรดาสรรพสัตวในอนาคต ขอพระองคทรงเมตตากรุณา แกลงตรัสแสดงซึ่งอุปายะดวยเถิด
พระพทุ ธเจา ขา *1 เมอื่ ทูลเชน น้แี ลว จงึ กระทาํ เบญจางคประดษิ ฐ อยเู ชน นี้สามคํารบ

*1.ในประโยคน้ี พระสมนั ตเนตรทลู ใหพ ระพทุ ธองคแกลงตรัส เพราะในวรรคที่ ๒ พระองคไดตรัสกบั พระสมนั ต
ภัทรถึงเร่อื งมายาตา งๆ ไวว า มิตองใชอ ปุ ายะใดๆ ในการรูแจง ดังนัน้ ในวรรคท่ี ๓ พระสมันตเนตรจึงทูลใหต รสั
ถึงอปุ ายะอกี เพ่อื ประโยชนของสัตวผูไ มมีปญ ญาและความเห็นถูก โดยใชค าํ วา แกลงตรัส หรือแสรงตรสั ใหเปน
มายา

爾時,世尊告普眼菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩及末世眾生,問於如來修行漸
次,思惟住持,乃至假說種種方便,汝今諦聽,當為汝說。時普眼菩薩奉教歡喜,及諸大眾默然
而聽

ในกาลบัดน้ันแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรัสกับพระสมันตเนตรโพธิสัตววา สาธุๆ กุลบุตร พวกเธอ
สามารถเอยปุจฉา ถึงการบําเพ็ญจริยาอันเปนลําดับของพระตถาคต การจินตนาแลการทรงไว ตราบถึงการ
แกลงกลาวดวยนานาอุปายะ เธอพึงสดับเถิด ตถาคตจักกลาวแกเธอ คร้ังน้ันพระสมันตเนตรโพธิสัตว เม่ือรับ
สนองพระอนุศาสนียแลว จงึ ปตยิ ินดอี ยู พรอมกับบรรดามหาชนทดี่ ุษณยี ภาพอยูเพื่อคอยสดับพระเทศนา

善男子,彼新學菩薩,及末世眾生,欲求如來淨圓覺心,應當正念遠離諸幻,先依如來奢摩他行
,堅持禁戒,安處徒眾,宴坐靜室,恒作是念,我今此身,四大和合,所謂髮毛爪齒,皮肉筋骨
,髓腦垢色,皆歸於地,唾涕膿血,津液涎沫,痰淚精氣,大小便利,皆歸於水,暖氣歸火,動
轉當風,四大各離,今者妄身,當在何處,即知此身,畢竟無體,和合為相,實同幻化,四緣假
合,妄有六根,六根四大,中外合成,妄有緣氣,於中積聚,似有緣相,假名為心

ดูกอนกุลบุตร อันโพธิสัตวผูเพิ่งศึกษาและสรรพสัตวในอนาคตน้ัน เม่ือปรารถนาตถาคตศุทธิสมปูรณโพธิ
จิตแลวไซร พึงมีสัมมาสติตั้งไวชอบ หางไกลจากมายาท้ังปวง ตองดําเนินตาม สมถจริยา ธํารงมั่นในศีลสังวร
อาศัยในหมูสัทธาวิหาริก แลวนั่งพักในเรือนสงบ พึงมีมนสิการเปนนิตยเชนนี้วา “อันกายเรานี้ มีมหาภูติรูปส่ี
ประกอบขึ้นมี ผม ขน เล็บ ฟน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก สมอง อันมีรูปลักษณะหยาบแข็ง ลวน
กลับสูปฐวีธาตุ อันวาเขฬะ นํ้าตา หนอง เลือด เสลด อันมีลักษณะเอิบอาบ กรีส มูตร ลวนกลับสูอาโปธาตุ
ความอนุ รอนกลบั สเู ตโชธาตุ อาการผัดผนั คอื วาโยธาตุ เมือ่ แยกมหาภตู ิรูปสจ่ี ากกัน แลวกายอันลวงหลอกน้ี จัก
ต้ังอยูที่แหงใด อินทรียหก มหาภูติรูปสี่ ทั้งภายในและภายนอก เมื่อประกอบกันสําเร็จข้ึน จึงลวงวามีปจจัย
ประชุมกันอยู ก็ดวยเพราะมปี จ จยั ลักษณะเชนน้แี ล จึงชอ่ื สมมตุ ชิ ือ่ วา จิต

善男子,此虛妄心,若無六塵,則不能有,四大分解,無塵可得,於中緣塵,各歸散滅,畢竟無
有緣心可見

ดูกอนกุลบุตร อันมุสาจิตน้ีแล หากปราศจากซึ่งสฬายตนะแลวไซร ยอมมิอาจเกิดมีข้ึน ก็เม่ือจําแนกซึ่ง
มหาภูติสี่ ยอมจักบรรลุถึงความปราศจากสฬายตนะ อันปจจัยแหงสฬายตนะนั่นแล จักยอนกลับแตกดับไป
จนถึงท่สี ุดกป็ ราศจากซงึ่ ปจ จัยแหง จติ ใหพบเหน็ อกี

善男子,彼之眾生幻身滅故,幻心亦滅,幻心滅故,幻塵亦滅,幻塵滅故,幻滅亦滅,幻滅滅故
,非幻不滅,譬如磨鏡,垢盡明現

6

ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุท่ีกายนั้น อันเปนมายาของสรรพสัตวดับลง มายาจิตจึงดับลงดวย เพราะเหตุท่ี
จิตอนั เปนมายาดบั ลง มายาสฬายตนะจึงดับดวย เพราะเหตทุ ่ีสฬายตนะอันเปนมายาดับ ความดบั ของมายาจึง
ดับลงดวย ก็เหตุเมื่อความดับของมายาดับสิ้นลง ส่ิงอันมิใชมายาจึงมิดับ อุปมาการขัดถูกระจก เมื่อสิ้นมลทิน
ความใสจึงปรากฏ

善男子,當知身心,皆為幻垢,垢相永滅,十方清淨

ดูกอนกุลบุตร พึงทราบเถิดวา กายแลจิต ลวนแปดเปอนดวยมายา ก็แลเมื่อมลทินลักษณะดับส้ิน ทศทิศ
จึงบริสุทธ์ิ

善男譬如清淨摩尼寶珠,映於五色,隨方各現,諸愚癡者,見彼摩尼,實有五色

ดูกอนกุลบุตร ครุวนาแกวมณีบริสุทธ์ิ ที่ประกายแสงเบญจรงคปรากฏในดานตางๆ บรรดาโมหบุรุษยอม
จกั ทัศนาแกวมณีนั้นวา มีหา สอี ยา งแทจริง

善男子,圓覺淨性,現於身心,隨類各應,彼愚癡者,說淨圓覺,實有如是身心自相,亦復如是
,由此不能遠於幻化,是故我說身心幻垢,對離幻垢,說名菩薩,垢盡對除,即無對垢及說名者

ดูกอนกุลบุตร อันวิศุทธิสมปูรณโพธิภาวะ ยอมปรากฏท่ีกายแลจิต ตามแตประเภทท่ีเหมาะควร ก็โมห
บรุ ุษน้นั แมนจักกลาวซ่งึ วิศุทธิสมปูรณโพธิกต็ าม แตโ ดยแทแลว กย็ ังมีลักษณะ แหง กายและจิตของตนอยูเชนน้ี
ก็อีกทั้งเชนน้ีแล เปนเหตุใหมิอาจไกลจากส่ิงมายา ดวยเหตุน้ี ตถาคตจึงกลาววา กายและจิตเปนมลทินแหง
มายา เมื่อไกลจากความแปดเปอนของมายาแลวไซร จึ่งไดช่ือวา โพธิสัตว เม่ือมลทินส้ินและสิ่งอันสัมผัสถูก
กําจดั แลว ยอ มปราศจากสิ่งอันแปดเปอ น และไรซ่งึ ผูทีไ่ ดช ่ือ (วาโพธสิ ตั ว) นน้ั ดวย

善男子,此菩薩及末世眾生,證得諸幻滅影像故,爾時便得無方清淨,無邊虛空覺所顯發,覺圓
明故,顯心清淨,心清淨故,見塵清淨,見清淨故,眼根清淨,根清淨故,眼識清淨,識清淨故
,聞塵清淨,聞清淨故,耳根清淨,根清淨故,耳識清淨,識清淨故,覺塵清淨,如是乃至鼻舌
身意,亦復如是

ดกู อ นกลุ บตุ ร โพธสิ ตั วแ ละสรรพสัตวในอนาคตกาลนี้ ดว ยเหตุท่บี รรลุถงึ ความดับแหง มายาและรูปนิมิต
ท่ีปรากฏท้ังปวง ในเพลานั้นจักไดบ รรลุถงึ ความบรสิ ุทธ์ิมิอาจประมาณ รูแจงชัดท่ัวไปในอนันตอากาศ ดวยเหตุ
ท่ีมปี ญญารูแ จงรอบท่ัวเชนนี้ ดวงจิตจึงแจมใสบรสิ ุทธ์ิ เม่อื ดวงจิตบริสุทธิ์เปนเหตุ อายตนะคอื ตาจงึ บริสุทธิ์ เหตุ
ที่เคร่ืองรับรูคือตาบริสุทธิ์ อินทรียคือจักษุจึงบริสุทธิ์ เหตุท่ีการเห็นบริสุทธ์ิ จักษุวิญญาณจึงบริสุทธิ์ เมื่อความรู
ทางตาบริสุทธ์ิเปนเหตุ อายตนะคือหูจึงบริสุทธิ์ เหตุที่เครื่องรับรูคือหูบริสุทธิ์ อินทรียคือโสตจึงบริสุทธ์ิ เหตุที่
การไดยินบริสุทธ์ิ โสตวิญญาณจึงบริสุทธ์ิ เม่ือความรูทางหูบริสุทธ์ิเปนเหตุ*2 ความรูแจงจึงบริสุทธิ์ เชนนี้
เร่ือยไปจนถึงอายตนะคือจมูก ลนิ้ กายและใจ กเ็ ปนฉะน้ีแล

善男子,根清淨故,色塵清淨,色清淨故,聲塵清淨,香味觸法,亦復如是

ดูกอ นกุลบุตร เม่ืออนิ ทรยี ค อื ตาบรสิ ุทธิ์เปน เหตุ รูปจงึ บรสิ ุทธิ์ เมื่อรูปบรสิ ทุ ธ์ิเปนเหตุ เสียงจงึ บริสุทธ์ิ อนั
กล่ิน รส โผฏฐัพพะและธรรมารมณ ก็เปน ฉะนี้

善男子,六塵清淨故,地大清淨,地清淨故,水大清淨,火大風大,亦復如是

ดกู อ นกุลบตุ ร ดวยเหตทุ ่ีสฬายตนะบริสุทธ์ิ ปฐวธี าตจุ งึ บรสิ ุทธิ์ เหตุทีป่ ฐวธี าตบุ รสิ ุทธ์ิ อาโปธาตุจึงบริสุทธ์ิ
อนั เตโชธาตุและวาโยธาตุ กเ็ ปนฉะนี้

善男子,四大清淨故,十二處十八界,二十五有清淨,彼清淨故,十力,四無所畏,四無礙智,
佛十八不共法,三十七助道品清淨,如是乃至八萬四千陀羅尼門,一切清淨

7

ดูกอนกุลบุตร เม่ือมหาภูติรูปสี่บริสุทธ์ิ เปนเหตุใหอายตนะสิบสอง.3 ธาตุสิบแปด*4 ภพย่ีสิบหา*5 ลวน
แตบริสุทธ์ิ เพราะเหตุท่ีสิ่งเหลานั้นบริสุทธ์ิ ทศพละ*6 เวสารัชชะ*7 อาเวณิกพุทธ ๒ ธรรม ๓ ประการ
ของสฬายตนะ (อายตนะ ๖) ท่ีวาคอื อินทรยี - วสิ ยั -วิญญาณ ความหมายคอื ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ คอื อนิ ทรีย
ไดเห็น ไดยิน ไดกลิ่น ไดรส ไดโผฏฐัพพะ ไดธรรมารมณ คือวิสัย จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ
ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ คือวิญญาณ กลาวอีกแบบหน่ึงคือ เพราะดวยอาศัยตาดวย รูป
ทั้งหลายดวย จึงเกิดจักขุวิญญาณ การประจวบแหงธรรม ๓ ประการ (ตา+รูป+จักขุวิญญาณ) น้ันคือผัสสะ
และหากเกิดความรูสึกข้ึน เม่ือตาเห็นรูป เรียกวา เวทนาธรรม*8 โพธิปกขิยธรรมสามสิบเจ็ดประการ*9 จึง
บรสิ ทุ ธ์ิ เชนนี้ไปจนถึงธารณีทวารทั้งแปดหมน่ื สพ่ี ัน*10 กล็ วนแตบรสิ ุทธทิ์ ัง้ ส้นิ
*3.อายตนะ ๑๒ หรอื ทวฺ าทศยตนานิ คือ อายตนะภายในและภายนอก มี ตาและรูป หูและเสียง จมูกและกล่ิน
ลน้ิ และรส กายและ สมั ผัส ใจและธรรมารมณ
*4.ธาตุ ๑๘ คือ อษฺฏาทศ ธาตว: คือสิ่งที่ทรงสภาวะของตนเองอยู ตามท่ีเหตุปจจัยปรุงแตงขึ้น เปนไปตาม
นิยาม คือกําหนดแหงธรรมดา ไมมีผูสรางผูบันดาล และมีรูปลักษณะกิจอาการเปนแบบจําเพาะตัว อันพึง
กาํ หนดเอาเปน หลกั ไดแตละอยางๆ มี ๑.จักษุธาตุ ๒.รูปธาตุ ๓.จกั ขุวญิ ญาณธาตุ ๔.โสตธาตุ ๕.สทั ทธาตุ ๖.โสต
วิญญาณธาตุ ๗.ฆานธาตุ ๘.คันธธาตุ ๙.ฆานวิญญาณธาตุ ๑๐.ชิวหาธาตุ ๑๑.รสธาตุ ๑๒.ชิวหาวิญญาณธาตุ
๑๓.กายธาตุ ๑๔.โผฏฐพั พธาตุ ๑๕.กายวญิ ญาณธาตุ ๑๖.มโนธาตุ ๑๗.ธรรมธาตุ ๑๘.มโนวิญญาณธาตุ
*5.การแบงภพ ๓ เปนภพยอยๆ คือ

๑)กามภพ มี ๑๔ ภพยอย คอื อบายภูมิ ๔ ทวปี ๔ กามวจรเทวภมู ิ ๖
๒)รูปภพมี ๗ ภพ คอื จตุถฌานพรหมทัง้ ๔ มหาพรหมภพ ๑ สทุ ธาวาสภูมิ ๑ และอวิหาภูมิ ๑
๓)อรูปภพ มี ๔ ภพ คืออรูปพรหมท้ัง ๔
*6.กําลงั ของพระพุทธเจา ๑๐ ประการ มี
๑)ฐานาฐานญาณพละ ปรชี ากําหนดรูฐานะและมใิ ชฐ านะ
๒)กรรมวิปากญาณพละ ปรีชากําหนดรผู ลแหง กรรม
๓)นานาธิมตุ ตญิ ารพละ ปรชี ากําหนดรูอธั ยาศัยตา งๆของสตั วทงั้ หลาย
๔)นานาธาตญุ าณพละ ปรชี ากําหนดรูธ าตตุ างๆ
๕)อนิ ทรยิ ปโรปรยิ ตั ตญาณพละ ปรีชากําหนดรูความหยอ นและยิง่ แหง อินทรยี  ๕ ของสรรพสัตว
๖)สพั พตั ถคามนิ ีปฏปิ ทาญาณพละ ปรชี ากําหนดรูทางไปสูภูมทิ ัง้ ปวงของสรรพสัตว
๗)ฌานาทสิ งั กิเลสาญาณพละ ปรีชากาํ หนดรอู าการมคี วามเศราหมองแหงธรรมมีฌานเปน ตน
๘)ปพุ เพนวิ าสานสุ สตญิ าณพละ ปรีชากําหนดรรู ะลกึ ชาติหนหลังได
๙)จุตปู ปาตญาณพละ ปรีชา กาํ หนดรูการจุติและการเกิดของสรรพสตั ว
๑๐)อาสวกั ขยญาณพละ ปรีชากําหนดรใู นการทําอาสวะใหสน้ิ ไป
*7.คือพระปรีชาญาณ อันทําใหพระพุทธเจาทรงมีความแกลวกลาไมคร่ันคราม ดวยไมทรงเห็นวาจะมีใครทวง
พระองคไ ดโ ดยชอบธรรม ในฐานะทง้ั ๔ มี

8

๑).ประกาศความเปน พระสัมมาสมั พุทธะ
๒).ประกาศธรรมทท่ี ําใหสน้ิ อาสวะ
๓).ประกาศธรรมท่เี ปนอนั ตราย
๔).ประกาศธรรมทีเ่ ปนประโยชนในการหลุดพน จากทกุ ข
*8.คมั ภรี สุมังคลวิลาสินี อรรถกถาแหงทีฆนิกาย จาํ แนกพทุ ธธรรมวามี ๑๘ อยา ง คอื
๑.พระตถาคตไมท รงมีกายทุจริต
๒.ไมทรงมวี จที ุจรติ
๓.ไมท รงมีมโนทจุ ริต
๔.ทรงมีพระญาณไมตดิ ขัดในอดีต
๕.ทรงมพี ระญาณไมติดขัดในอนาคต
๖.ทรงมีพระญาณไมติดขัดในปจจุบนั
๗.ทรงมีกายกรรมทุกอยา งเปน ไปตามพระญาณ
๘.ทรงมีวจกี รรมทุกอยางเปน ไปตามพระญาณ
๙.ทรงมมี โนกรรมทกุ อยา งเปน ไปตามพระญาณ
๑๐.ไมมีความเสื่อมฉนั ทะ (ฉนั ทะไมล ดถอย)
๑๑.ไมม คี วามเสื่อมวิรยิ ะ (ความเพยี รไมลดถอย)
๑๒.ไมม คี วามเส่อื มสติ (สตไิ มล ดถอย)
๑๓.ไมม ีการเลน
๑๔.ไมมีการพดู พลาด
๑๕.ไมม ีการทําพลาด
๑๖.ไมมีความผลนุ ผลนั
๑๗.ไมมพี ระทัยท่ไี มขวนขวาย
๑๘.ไมมอี กุศลจิต
*9.โพธิปกขิยธรรม คือ ธรรมอันเปนฝกฝายแหงความตรัสรู หมายถึงธรรมที่ทําใหปุถุชนหลุดพนจากกิเลสเปน
พระอริยบุคคล เปนธรรมหมูซึ่งเปนปจจัยเก่ียวเนื่องแกกัน มี ๓๗ ประการ คือ สติปฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔
อิทธิบาท ๔ อินทรีย ๕ พละ ๕ โพชฌงค ๗ มรรค ๘ ซ่ึงทั้งหมดเปนธรรมแกนสารของพุทธศาสนา เรียกอีก
อยา งวา อริยัปปเวทิตธรรม คอื ธรรมทีพ่ ระอรยิ ะ คือพระชนิ พุทธะทรง ประกาศสั่งสอนไวแ ลว
*10.หมายถึงพระธรรม ๘๔,๐๐๐ ธรรมขนั ธ

善男子,一切實相性清淨故,一身清淨,一身清淨故,多身清淨,多身清淨故,如是乃至十方眾
生圓覺清淨

ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุท่ีภาวะแหงสัตยลักษณะท้ังปวงบริสุทธิ์ เอกกายจึงบริสุทธิ์ เพราะ เหตุท่ีกาย
เดียวบริสุทธิ์ พหุกายจึงบริสุทธ์ิ ก็แลเมื่อหลายกายบริสุทธ์ิ เชนน้ีตอไปจนถึงสรรพสัตว ในทศทิศจึงมีสมปูรณ
โพธิทบี่ รสิ ทุ ธิ์

9

善男子,一世界清淨故,多世界清淨,多世界清淨故,如是乃至盡於虛空,圓裹三世,一切平等
清淨不動

ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุที่เอกโลกธาตุบริสุทธ์ิ พหุโลกธาตุจึงบริสุทธ์ิ ก็เหตุท่ีพหุโลกธาตุบริสุทธิ์ เชนนี้
เร่ือยไปสิ้นทงั้ อากาศ ตลอดทว่ั ตรีกาล สรรพสงิ่ ท้งั ปวงจึงสมตาและบริสทุ ธ์ิเสมอกนั มิไดสน่ั คลอน

善男子,虛空如是平等不動,當知覺性平等不動,四大不動故,當知覺性平等不動,如是乃至八
萬四千陀羅尼門平等不動,當知覺性平等不動

ดูกอนกุลบุตร อันอากาศมีความสมตาและอจลา*11 อยูเชนน้ี เธอพึงทราบเถิดวา โพธิภาวะ ก็สมตาและ
อจลาดว ย เพราะเหตทุ ีม่ หาภตู ริ ูปสี่น้ันกอ็ จลา เธอพงึ ทราบเถิดวา โพธภิ าวะกส็ มตา และอจลาเชนกัน เยีย่ งนไ้ี ป
จนถึงธารณีทวารจํานวนแปดหมื่นสี่พันท่ีสมตาและอจลา อันพึงทราบเถิดวา โพธิภาวะก็สมตาและอจลา ฉะนี้
แล

善男子,覺性圓滿清淨不動圓無際故,當知六根遍滿法界,根遍滿故,當知六塵遍滿法界。塵遍
滿故,當知四大遍滿法界,如是乃至陀羅尼門遍滿法界

ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุท่ีโพธิภาวะนน้ั บริบูรณ วิศุทธิ อจลา อยูโดยรอบอันไรขอบเขต เชนน้ันพึงทราบ
เถิดวา อนิ ทรยี ทั้งหกก็มีเต็มอยูใ นธรรมธาตุ เพราะเหตุที่อินทรียม ีอยูเต็มเปยม เธอพงึ ทราบเถิดวาสฬายตนะก็มี
เต็มอยูในธรรมธาตุ และเหตุท่ีมีสฬายตนะอยูเตม็ เปยม ก็จงทราบเถิดวา มหาภูติสี่ก็มีเตม็ อยูในธรรมธาตุ เชนน้ี
เรอ่ื ยไปจนถงึ ธารณที วาร (ธรรมขันธ) ท่มี อี ยูทวั่ ไปในธรรมธาตุ

善男子,由彼妙覺性遍滿故,根性塵性無壞無雜,根塵無壞故,如是乃至陀羅尼門無壞無雜,如
百千燈光照一室,其光遍滿無壞無雜

ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุที่โพธิภาวะอันประเสริฐมีเต็มอยู ภาวะแหงอินทรีย สฬายตนะจึงมิเส่ือมสลาย
และสุทธิ ก็เพราะดวยอินทรียและสฬายตนะมิเสื่อมเปนเหตุ เรื่อยไปจนถึงธารณีทวาร ท่ีมิเส่ือมสลายและสุทธิ
ประดจุ โอภาสแหง ประทีปรอ ยพันดวงท่ีสวางอยูในหอ งเดียว กอ็ ันรัศมนี น้ั แลจักสวา งอยูท่ัวไป มเิ ส่ือมสลายและ
สุทธิ*11 สมตา คือ ความเสมอเทาเทียมกัน ไมสูงหรือต่ํากวากัน ไมดีหรือชั่วกวากัน และ อจลา คือ ความไม
หวน่ั คลอน หว่นั ไหว คงสภาวะ เดมิ อยเู ปนนติ ย

善男子,覺成就故,當知菩薩不與法縛,不求法脫,不厭生死,不愛涅槃,不敬持戒,不憎毀禁
,不重久習,不輕初學。何以故,一切覺故,譬如眼光曉了前境,其光圓滿,得無憎愛。何以故
,光體無二,無憎愛故

ดูกอนกุลบุตร เพราะเหตุที่สําเร็จซึ่งโพธิ พึงทราบเถิดวาโพธิสัตวมิของดวยธรรมพันธะ คือมิถูกผูกมัดไว
ดวยธรรม แลมิปรารถนาหลุดพนจากธรรม มิเบื่อหนายสังสารวัฏ มิรักใครพระนิรวาณ มิสํารวมศีลสมาทาน มิ
รังเกียจการละเมิดพรต มิคารวะอาวุโส มิดูเบาผูเร่ิมศึกษา ดวยเหตุไฉนนั่นฤๅ เพราะความรูแจงท้ังปวงน้ัน
อุปมาทัศนบถที่ประจักษยังวิสัยเบ้ืองหนา อันปรากฏอยางแจมชัดสมบูรณ บรรลุถึงความมิรังเกียจแลรักใคร
ดวยเหตไุ ฉนน่ันฤๅ เพราะภาพสงั ขารท่ปี รากฏนัน้ มิเปนสอง ปราศจากซึ่งความเกลยี ดและความรัก

善男子,此菩薩及末世眾生,修習此心得成就者,於此無修亦無成就,圓覺普照,寂滅無二,於
中百千萬億阿僧祇不可說恒河沙諸佛世界,猶如空華,亂起亂滅,不即不離,無縛無脫,始知眾
生本來成佛,生死涅槃,猶如昨夢

ดูกอนกุลบุตร โพธิสัตวแ ละสรรพสตั วในอนาคตน้ี เมือ่ ประพฤติบาํ เพ็ญซงึ่ จิตประการนี้ ยอมบรรลุซ่ึงสิทธิ
ดวย (จิต) ประการนี้ ปราศจากการบําเพ็ญ แลปราศจากการสําเร็จ รูแจงชัดรอบ ท่ัวอยู มีความดับสนิทมิเปน
สอง ในพุทธเกษตรโลกธาตจุ ํานวนรอยพันหมื่นโกฏิอสงไขย อันมิอาจกลาวประมาณ (อุปมา) ทรายแหงคงคาน

10

ที ก็อุปมาดั่งอากาศบุปผา ที่เกิดข้ึนดวยความผันผวน และดับไปดวยความผันผวน อันมิใชที่น้ีและมิใชหางไกล
มิถูกพนั ผูกและมหิ ลดุ พน จงึ ทราบวาแตเดิมนั้น สรรพสตั วไ ดบ รรลพุ ุทธะมาแลว อนั ชาตมิ รณะและพระนิรวาณ
นน้ั เลา กอ็ ปุ มาดวยความฝน

善男子,如昨夢故,當知生死及與涅槃,無起無滅,無來無去,其所證者,無得無失,無取無捨
,其能證者,無作無止,無任無滅,於此證中,無能無所,畢竟無證,亦無證者,一切法性平等
不壞

ดกู อ นกลุ บุตร เพราะด่งั ดวยความฝน จงึ พงึ ทราบเถดิ วา สังสารวัฏและพระนิรวาณ มิไดเ กดิ ขน้ึ แลมไิ ดดับ
ไป มิไดมาแลมิไดไป อันผูไดถึงแลว ยอมมิบรรลุแลมิเส่ือมไป มิม่ันไวแลมิเพิกเฉย อันผูสามารถถึงแลว ยอม
ปราศจากการกระทําแลปราศจากการยุติ ปราศจากการต้ังอยูแลปราศจากการดับไป อันการบรรลุนี้ มิอาจ
เขาถึงแลมิอาจตั้งอยู ท่ีสุดนั้นแลวก็หาไดบรรลุไม ก็แลอันการมิไดบรรลุนั้น คือภาวะแหงสรรพธรรมที่สมตา
และมิเสื่อมสลาย

善男子,彼諸菩薩如是修行,如是漸次,如是思惟,如是住持,如是方便,如是開悟,求如是法
,亦不迷悶

ดูกอนกุลบุตร โพธิสัตวเหลานั้นจงบําเพ็ญจริยาเชนน้ี เปนลําดับอยูเชนนี้ จินตนาอยูเชนนี้ ธํารงอยูเชนน้ี
มอี ปุ ายะเชน นี้ รูชัดเชนน้ี ปรารถนาธรรมเชน นี้ ดว ยมลิ ุม หลงขัดของดว ยประการ เชนน้เี ถิด

爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:

ในครัง้ น้ัน สมเดจ็ พระโลกนาถเจา ทรงปรารถนาจกั ยํา้ ในอรรถน้ี จึงตรัสเปนโศลกวา

普眼汝當知,一切諸眾生

สมันตเนตรเธอพงึ ทราบเถิด อันสรรพสัตวท ัง้ ปวง

身心皆如幻,身相屬四大

กายแลจติ ลว นดุจมายา กายลกั ษณะก็เปนเคร่อื งเกย่ี วอยดู ว ยมหาภตู สิ ี่

心性歸六塵,四大體各離

จิตภาวะกส็ งเคราะหท่สี ฬายตนะ สังขารวภิ าคไดเ ปนมหาภูตสิ ่ี

誰為和合者,如是漸修行

ผใู ดกนั เลา ทปี่ ระกอบมีข้ึน พึงบําเพญ็ จรยิ าเปนลําดบั เชนนี้

一切悉清淨,不動遍法界

สรรพสง่ิ ทงั้ มวลจักวิศุทธิ์ อจลา และพรอม ในธรรมธาตุ

無作止任滅,亦無能證者

ไรผ ูกระทํา ผูย ตุ ิ ผตู ัง้ อยู ผูดับไป ท้ังไรผสู ามารถบรรลุ

一切佛世界,猶如虛空華

พทุ ธโลกธาตุท้งั หลาย อปุ มาอากาศบุปผา

三世悉平等,畢竟無來去

ตรีกาลลว นสมตา ท่สี ดุ แลวปราศจากซง่ึ การมาแลการไป

初發心菩薩,及末世眾生

ผูเรมิ่ บังเกดิ จติ โพธิสัตว และสรรพสตั วในโลกอนาคต

欲求入佛道,應如是修習

เมือ่ ปรารถนาเขาสูพ ทุ ธมรรคแลว ไซร พึงปฏบิ ตั บิ ําเพ็ญเชนนเ้ี ถิด
จบวรรคท่ี ๓

11

พ ร ะม หาไ วปุลย สม ปูร ณโพ ธอร รถ สู ตร (วร ร ค ท่ี ๔)

於是金剛藏菩薩在大眾中,即從座起,頂禮佛足,右繞三匝,長跪叉手。而白佛言:大悲世尊,
善為一切諸菩薩眾,宣揚如來圓覺清淨大陀羅尼,因地法行漸次方便,與諸眾生,開發蒙昧,在
會法眾,承佛慈誨,幻翳朗然,慧目清淨

ในเพลานั้น พระวัชรครรภโพธิสัตวก็ประทับรวมอยูในมหาชน ไดลุกข้ึนจากอาสนะ กระทําศิราภิวาท
เบ้ืองพระพุทธยุคลบาทดวยเศียรเกลา ประทักษิณาวัตรสามรอบ คุกเขาประนมกร แลวทูลพระพุทธองควา ขา
แตพระมหากรุณาโลกนาถเจา เพื่อหมูโพธิสัตวท้ังปวง ขอพระองคทรงแสดงซ่ึงวิศุทธิสมปูรณโพธิมหาธารณี
และอุปายะท่ีสืบไปเปนลําดับของเหตุภูมิธรรมจริยา เพื่อเปดออกซ่ึงสิ่งปดก้ันของสรรพสัตวทั้งปวง เพื่อธรรมา
ชนที่ประชุมในสภาแหงนี้ จักนอมพระพุทโธวาท ยังตนใหแจมแจงเปดออกซึ่งมายาที่ปกคลุม มีปญญาจักษุท่ี
บริสุทธิ์ดว ยเถิด

世尊,若諸眾生本來成佛,何故復有一切無明,若諸無明眾生本有,何因緣故,如來復說本來成
佛,十方眾生本成佛道,後起無明,一切如來,何時復生一切煩惱,惟願不捨無遮大慈,為諸菩
薩開秘密藏,及為末世一切眾生,得聞如是修多羅教,了義法門,永斷疑悔。作是語已,五體投
地,如是三請,終而復始

ขาแตพระโลกนาถ หากหมูสรรพสัตวมีมูลภาวะท่ีสําเร็จพุทธะมาแลว ดวยเหตุไรหนอจึงยังมีอวิชชาท้ัง
ปวงอยู ก็หากหมูสรรพสัตวผูมอี วิชชานน้ั มีมูลภาวะ (แหงพุทธะ) แลวไซร ดวยเหตุปจจัยเชนไร พระตถาคตยงั
ตรัสวา มีมูลภาวะท่ีสําเร็จพุทธะมากอนน้ันอีกเลา อันสรรพสัตวในทศทิศลวนมีมูลภาวะท่ีสําเร็จพุทธมรรค
มาแลว แตภายหลงั กลับมอี วิชชา กแ็ ลพระตถาคตเจาทัง้ ปวงนนั้ เลา กาลใดหนอท่ีจกั เกดิ กิเลสทั้งปวงขึ้นอกี ขอ
พระองคอยาเผิกเฉยซ่ึงมหาเมตตา เปดออกซึ่งคุหยครรภของโพธิสัตวทั้งปวง และเพ่ือสรรพสัตวทั้งหลายใน
อนาคต ผูไดสดับพระสูตรคําสอนน้ี จักเขาใจแจมแจงในอรรถะ ยังวิจิกิจฉาใหสิ้นดวยเถิด พระพุทธเจาขา เมื่อ
ทลู เชนนแ้ี ลว จึง กระทําเบญจางคประดษิ ฐ อยูเชนน้ีสามคาํ รบ

爾時世尊告金剛藏菩薩言:善哉善哉,善男子,汝等乃能為諸菩薩及末世眾生,問於如來甚深秘
密究竟方便,是諸菩薩最上教誨,了義大乘,能使十方修學菩薩,及諸末世一切眾生,得決定信
,永斷疑悔,汝今諦聽,當為汝說。時金剛藏菩薩奉教歡喜,及諸大眾默然而聽

ในกาลบัดน้ันแล สมเด็จพระโลกนาถเจาตรสั กับพระวัชรครรภโ พธสิ ัตววา สาธุๆ กลุ บตุ ร พวกเธอสามารถ
ปุจฉาซ่งึ อปุ ายะท่ีคัมภีรภาพและคุหยภาพ อนั เปน ทส่ี ดุ ของพระตถาคต เพ่ือหมูโพธิสตั วและสรรพสัตวทั้งหลาย
ในอนาคต น้ีคือวิชยอนุศาสนท่ีประเสริฐสุดของโพธิสัตวทั้งปวง อันเปนอรรถะแหงมหายาน สามารถยังให
โพธิสัตวผูศึกษาทั่วทศทิศ และสรรพสัตวทั้งหลายในอนาคต ไดบรรลุถึงศรัทธาต้ังม่ัน ยังวิจิกิจฉาใหขาดสิ้นไป
เธอพึงสดับเถิด ตถาคตจักกลาวแกเธอ คร้ังนั้น พระวัชรครรภโพธิสัตวเมื่อรับสนองพระอนุศาสนียแลว จึงปติ
ยินดีอยู พรอ มกบั บรรดามหาชนทีด่ ษุ ณียภาพอยู เพอ่ื คอยสดบั พระเทศนา

善男子,一切世界,始終生滅,前後有無,聚散起止,念念相續,循環往復,種種取捨,皆是輪
迴,未出輪迴,而辯圓覺,彼圓覺性即同流轉,若免輪迴,無有是處,譬如動目,能搖湛水,又
如定眼,由回轉火,雲駛月運,舟行岸移,亦復如是

ดูกอนกุลบุตร โลกธาตุท้ังปวง อันมีการเริ่มตนแลการอวสาน การเกิดแลการดับ เบ้ืองกอนแลเบ้ืองหลัง
ความมีแลความไร ความประชุมกันแลความแตกออก ความเจริญข้ึนแลความระงับน้ัน ยอมสันตติสืบเน่ืองกัน
อยูทุกขณะแหงจิต สลับหมุนเวียนไปมา*1 เปนอุปาทานแลอุเบกขาตางๆ อันลวนเปนวัฏจักร เมื่อยังมิออก
จากวัฏจักร จึงมีการโตอภปิ รายอยซู ึง่ สมปูรณโพธิ อนั สมปรู ณโพธภิ าวะ คือสภาวะรแู จงที่สมบูรณรอบน้ัน กจ็ กั

12

ไหลเวียนอยูดุจกัน หากมิเวียนเปนวัฏจักรแลว ยอมมิใชการณน้ี อุปมานัยเนตรที่แสสาย ยังน้ํานิ่งใหกระเพื่อม
ฤๅดั่งจักษุที่จับจอง ยังใหเปลี่ยนเปนอัคคี ด่ังวาเมฆาขับเคล่ือนจนั ทราใหโคจร ใหนาวาชนเห็นฟากฝงวาเคล่ือน
ไป ฉะนี้แล

*1.การสลับเปลี่ยนหมนุ เวยี น คือไตรลกั ษณ ตาบใดที่ยงั ไมพ นจากวัฏฏะ จิตยอมเกดิ ดบั หมุนเวียนเรอ่ื ยไป แมน
สมปูรณโพธิ คือการการรูแจงที่สมบูรณรอบ อันพนจากการกลาวอภิปราย หรือบัญญัติดวยวาจา ก็ยังถูกนํามา
บญั ญตั ิ จึงทาํ ใหสมปรู ณโพธิ ตองไหลเวยี นเปล่ยี นผัน อยูเชนเดียวกบั สังสารวฏั

善男子,諸旋未息,彼物先住,尚不可得,何況輪轉生死垢心,曾未清淨,觀佛圓覺而不旋復,
是故汝等,便生三惑

ดูกอนกุลบุตร เมื่อการเวียนผันท้ังหลายยังมิยุติ ส่ิงนั้นอันมีอยูแตเดิม ยอมมิอาจเขาถึง แลวจักประสาใด
กับจิตมลทินแหงสังสารวฏั ที่มิเคยบริสุทธ์ิ เม่ือจักพิจารณาพุทธสมปูรณโพธิ ดวยความมิเวียนผันแลวไซร เหตุน้ี
เธอทั้งหลาย จกั ย่ิงเกิดเวทนาสาม*2

*2.พระองคตรัสเร่ืองวัฏฏะ คือความหมุนเวียนไป ท้ังดานสังสารวัฏและโลกุตรวัฏ วามิตางกันในแงของการไร
ทวิบัญญัติ เรื่องสังสารวัฏและพระนิรวาณ หากยังไมรูแจง จิตจักยิ่งปรุงแตงไปตามเวทนา ๓.คือการเสวย
อารมณ ความรูสกึ ของอารมณ คือ

๑).สุขเวทนา ความรสู ึกสขุ สบาย ทางกายหรือทางใจ

๒).ทกุ ขเวทนา ความรสู ึกทกุ ข ทางกายหรือทางใจ

๓).อทุกขมสุขเวทนา ความรูสกึ เฉยๆ ไมสุขและไมท ุกข เรยี กอีกอยางวา อุเบกขาเวทนา

善男子,譬如幻翳,妄見空華,幻翳若除,不可說言此翳已滅,何時更起一切諸翳。何以故,翳
華二法,非相待故,亦如空華滅於空時,不可說言虛空何時更起空華。何以故,空本無華,非起
滅故,生死涅槃,同於起滅,妙覺圓照,離於華翳善男子,當知虛空非是暫有,亦非暫無,況復
如來圓覺隨順,而為虛空平等本性

ดกู อนกลุ บตุ ร พึงทราบเถดิ วา ความวา งนนั้ หาใชเพิง่ มี ทงั้ มิใชเ พิ่งปราศจาก แลวจักประสาใดกับตถาคตปู
รณโพธิ ท่ีอนุโลมตามอากาศสมตามูลภาวะ คือภาวะเดิมของความวางเปลาที่เสมอภาค ซ่ึงสภาวะแหงสมปูรณ
โพธิ คอื การปราศจากซงึ่ บัญญตั ทิ ัง้ ปวง*3

*3.ประโยคนี้คือ เมื่อมายาที่ปกคลุมไวถูกกําจัดแลว ยอมไมมีการปรุงแตงใดๆอีก เชนปรุงแตงวามายายังอยู
หรือมายาส้ินไป หากยังมีบัญญัติวา อยูหรือสิ้น ก็จักเปนมายาทันที ในพระธรรมสูตรน้ี สอนเชิงปฏิเสธทวิ
บัญญัติ เพ่ือละอุปาทานจิต หย่ังเห็นเอกภาพของสังสารวัฏและพระนิรวาณ โดยอุปมาส่ิงอันปกคลุมเปนมายา
และอุปาทานเปนอากาศบปุ ผา หรือดอกไมท ี่มีอยูในอากาศ

善男子,如銷金礦,金非銷有,既巳成金,不重為礦,經無窮時,金性不壞,不應說言本非成就
,如來圓覺,亦復如是

ดูกอนกุลบุตร ดุจการถลุงแรออกจากทองคํา อันทองก็หาตองถลุงดวยไม ก็เมื่อสําเร็จแตสุวรรณบริสุทธิ์
แลว จึงมิตองถลุงอีก เม่ือผานเพลาไปจิรกาล สภาวะแหงทองน้ันก็หาไดเสื่อมไปไม อันมิพึงกลาววามูลภาวะ
มไิ ดสําเร็จมากอนแลว ตถาคตสมปรู ณโพธิ กด็ ุจฉะนแ้ี ล

善男子,一切如來妙圓覺心本無菩提及與涅槃,亦無成佛及不成佛,無妄輪迴及非輪迴

13

ดูกอนกุลบุตร มูลภาวะเดิมของสมปูรณโพธิจิตอันประเสริฐของพระตถาคตท้ังปวงนั้น ไรซ่ึงโพธิแลนิร
วาณ ทั้งไรซ ึง่ การสําเรจ็ พุทธะแลการมสิ ําเรจ็ พทุ ธะ ปราศจากซ่ึงการลวงหลอกวา สังสารจกั รแลมใิ ชส ังสารจกั ร

善男子,但諸聲聞所圓境界,身心語言皆悉斷滅,終不能至彼之親證,所現涅槃,何況能以有思
惟心,測度如來圓覺境界,如取螢火燒須彌山終不能著,以輪迴心生輪迴見,入於如來大寂滅海
,終不能至。是故我說一切菩薩及末世眾生,先斷無始輪迴根本

ดูกอนกุลบุตร แตวิสัยของบรรดาสาวกน้ัน มีกายจิตและวาจาที่ลวนเปนสมุทเฉท ท่ีสุดก็มิอาจเขาถึงวิสัย
นั้นโดยใกลชิด อันท่ีสําแดงเปนพระนิรวาณ แลวจักประสาใดกับการสามารถมีจิต คิดจินตนา หย่ังวัดสมปูรณ
โพธิวิสัยของพระตถาคตไดอีกเลา อุปมาดั่งการนําไฟของตัวห่ิงหอย มาเผาผลาญสุเนรุบรรพต อันมิสามารถ
แมนท่ีสุด เม่ือใชจิตแหงวัฏจักร จึงเกิดวัฏจักรทัศนะ เม่ือจักเขาสูมหานิโรธสาครของพระตถาคต ท่ีสุดก็มิอาจ
เขาถึง เหตุด่ังฉะนี้แล ตถาคตจึงกลาววา โพธิสัตวและสรรพสัตวในอนาคตทั้งปวง พึงตองปหานมูลฐานแหงวฏั
จักรอนั หาจดุ เริ่มมิไดเสยี ประการแรก

善男子,有作思惟從有心起,皆是六塵妄想緣氣,非實心體,已如空華,用此思惟辯於佛境,猶
如空華復結空果,輾轉妄相,無有是處

ดูกอ นกลุ บตุ ร เมื่อมกี ารนึกคิดอันเกิดจากภวจิต ซง่ึ ลวนคือความหมายรูทลี่ วงหลอกของสฬายตนะ หาใช
จติ สังขารท่ีจรงิ แทไม ดุจอากาศบปุ ผา เม่ือใชก ารนกึ คดิ ประการนีต้ รึกตรองพุทธวิสัยแลวไซร ยอ มดจุ บปุ ผาแหง
ความวา งเปลา เกดิ เปนผลไมแ หง ความวา งเปลา เปนมุสาลกั ษณะที่สับสน ซ่ึงมใิ ชในสถานน้ี

善男子,虛妄浮心,多諸巧見,不能成就圓覺方便,如是分別,非為正問

ดูกอนกุลบุตร ก็มุสาจิตอันไรสาระ แมนจักมีอุปายทัศนะอยูมากประการ ก็มิอาจสําเร็จซึ่งสมปูรณโพธิอุ
ปายะ ดวยการจาํ แนกเชน นี้ จงึ มิใชก ารปจุ ฉาที่ถูกตอง

爾時世尊欲重宣此義,而說偈言:

ในคร้งั นนั้ สมเดจ็ พระโลกนาถเจา ทรงปรารถนาจกั ยํา้ ในอรรถนี้ จึงตรัสเปน โศลกวา ...

金剛藏當知,如來寂滅性

วชั รครรภพึงทราบเถิด อนั นโิ รธสภาวะของตถาคต

未曾有始終,若以輪迴心

มเิ คยมีซง่ึ การเรม่ิ ตนแลอวสาน หากใชจ ิตแหง วฏั จักร

思惟即旋復,但至輪迴際

ตรึกคิดยอมวกวน จนลุถึงวัฏจกั รอาณา

不能入佛海,譬如銷金礦

มอิ าจเขา สูพ ุทธสาคร อุปมาการถลงุ แรจากทองคาํ

金非銷故有,雖復本來金

อนั ทองนนั้ เลา เมือ่ มไิ ดถลุงก็มอี ยู แมเปนทองอันมีแตเดิม

終以銷成就,一成真金體

ท่สี ดุ เม่อื ถลุงแลวจึงปรากฏ สําเรจ็ เปน บริสทุ ธิสุวรรณ

不復重為礦,生死與涅槃

อนั มิตอ งถลงุ อกี ก็สังสารวฏั และนิรวาณ

凡夫及諸佛,同為空華相

บุถุชนแลพุทธะทง้ั ปวง ลว นคือลักษณะแหงอากาศบปุ ผา

思惟猶幻化,何況詰虛妄

14

การจนิ ตนากอ็ ุปมามายาการ แลว จกั เกิดเปนความโปปดอกี ไดเชน ไร

若能了此心,然後求圓覺

หากสามารถแจงซงึ่ จติ นี้แลว ไซร จากน้จี งปรารถนาซง่ึ สมปูรณโพธเิ ถดิ
จบวรรคท่ี ๔

พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ สู ต ร

大乘方廣總持經

隋天竺三藏毘尼多流支譯

ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร

พระวินิตรุจิมหาเถระ ตรีปฎกธราจารยชาวอินเดีย ในสมัยราชวงศสุย ประเทศจีน แปลจากสันสกฤต
พากยสจู ีนพากย เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๑๑๒๕

พระวิศวภทั ร เซ่ียเก๊ยี ก (釋聖傑) วดั เทพพุทธาราม แปลจากจนี พากส ูไทยพากย เม่อื พระพุทธายกุ าลลวง
แลว ๒๕๔๘ ป ๗ เดอื น ๑๒ วัน

คํานาํ

พระมหายานไวปุลยธารณีสูตร มีช่ือในภาษาสันสกฤตวา สรฺว ไวทรฺย สํครฺห สูตร เปนพระสูตรในหมวด
สัทธรรมปุณฑรีกะ แปลโดย พระวินิตรุจิมหาเถระ ภิกษุชาวภารตะประเทศ จากภาษาสันสกฤตสูภาษาจีนใน
สมัยราชวงศสุยของจีน ราวป พ.ศ. ท่ี ๑๑๒๔-๑๑๖๑ นามของพระสูตรน้ี อาจแปลความไดวา พระสูตรที่เปน
เครือ่ งทรงไวซ ่งึ ความย่งิ ใหญแ หงมหายานธรรม และมกี ารแปลสูภาษาจนี อีกฉบบั คอื 佛說濟諸方等學經 แปล
โดย พระธรรมปาลมหาเถระ ในสมัยจิ้นตะวันตกของจนี (西晉月氏三藏竺法護) ราวป พ.ศ.๘๐๘-๘๕๙

ภายในเปนการเผยขอสงสัยที่วา เหตุใดพระศรีศากยมุนีพุทธเจาและพระพุทธเจาทั้งปวงน้ัน จึงตรัสรูท่ี
พุทธประเทศ (โลกธาต)ุ ทต่ี า งกนั มวี ถิ ีสกู ารตรสั รูทสี่ มภาพสมบรู ณตา งกัน ทตี่ องโปรดและฉุดชว ยสรรพสัตวท ม่ี ี
พื้นฐานดานตางๆกัน ซึ่งท้ังหมดนี้ จึงเปนเหตุใหพระพุทธเจาผูมหากรุณาทั้งปวง ทรงใชพระอุบายโกศล (กุศโล
บาย) ในการโปรดสรรพสตั วทต่ี างกนั ดง่ั คาํ สรรเสรญิ พระพทุ ธคณุ ทวี่ า “พระพุทธเจาทรงย่งิ ดวยพระปญญาคุณ
และพระกุศโลบายเปนเลิศ” โดยพระพุทธเจาบางพระองคในโลกธาตุอ่ืน ทรงเทศนาพระธรรมเพียงครั้งเดียว
สรรพสัตวท่ีไดสดับน้ันก็เกิดดวงตาเห็นธรรม แลวออกบวชจนไดบรรลุมรรคผลในที่สุด (รูแจงธรรมงาย) แต
พระพุทธเจาบางพระองค ตองใชพระอุบายโกศลนานาประการ ในการสั่งสอนอบรมและสรรพสัตวก็บําเพ็ญ
ดวยความยากลําบาก (รูแจงธรรมยาก) อีกเปนเพราะเหตุใด พระพุทธเจาผูทรงเปนพระบรมศาสดาจารยแหง
โลกและจักรวาลทั้งปวงแตละพระองค จึงตองทรงอบรมส่ังสอนศิษย (สรรพสัตว) ที่มีพีชะปญญาที่หลากหลาย
ตางกัน และเหตุใดในโลกธาตุที่ตางกันนั้นๆ จึงประกอบดวยสรรพสัตวที่มีพีชะและอินทรียที่ตางกันมาเกิดอยู
รวมกัน ซึง่ มีขอ เฉลยชัดแจง อยใู นพระธรรมสูตรปกรณนี้แลว

อาตมาเห็นวาจะไดเปนประโยชนแกบรรดาธรรมาจารยผูสอนธรรม ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ อีกท้ังจะ
เปนประโยชนแกผูฟงธรรมท้ังบรรพชติ และคฤหสั ถ และเปน ประโยชนในระหวา งผเู ปน ธรรมาจารยดว ยกนั หรือ
ผูฟงธรรมดวยกันท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ คือจะเปนเคร่ืองยังตนใหบริสุทธิ์ไดดวยอุดมประโยชน เห็นเชนนี้ จึง

15

ไดเพียรแปลสําเร็จเปนรูปเลมตามที่ทานถืออยูน้ี ดั่งใจความหนึ่งของพระสูตรน้ีที่วา การบรรยายธรรมใดๆ ไม
วาโดยใคร และเพื่อใครน้ัน ก็ลวนคือการบันดาลใหเปนไปโดยฤทธานุภาพของพระตถาคตเจาทั้งส้ิน
เพราะฉะนั้น จึงมิควรกลาวใหรายแกผูแสดงธรรมน้ันๆ เพราะจะเปนการกลาวรายตอพระตถาคตเจาดวย
เพราะการแสดงธรรมแตละคร้ัง ตอ งพจิ ารณาพื้นฐานทางธรรมของผูรับฟงเปนสําคัญ เชน หากตนไดฟง ธรรมท่ี
แสดงแกบุคคลท่ีศึกษามานอย ก็ใหเกิดอคติ กลาวใหรายและดูแคลนผูแสดงธรรมนั้นวา ธรรมที่แสดงน้ันมิ
บริสุทธ์ิ มิใชธรรมสูง มิใชธรรมแท ทําใหผูสอนธรรมน้ันเสื่อมเสีย และหมดกําลังใจ หรือหากตนไดฟงธรรมท่ี
ลึกซ้ึงคัมภีรภาพ แตทวาตนเองน้ันดอยในภูมิธรรม ไมอาจเขาใจไดถองแท กอใหเกิดอคติวารายผูสอนธรรมวา
ธรรมนี้พระพุทธเจามิเคยตรัสมากอน เปนธรรมเทียมเทาน้ัน ทําใหผูใฝศึกษาท่ีมีปญญาเกิดความลังเล เคลือบ
แคลง ซ่ึงทั้งหมดนี้ถือเปนอกุศลกรรมท่ีใหญหลวงนัก โดยพระสูตรไดใหเหตุผลวาไมวาธรรมช้ันสูง หรือช้ัน
พื้นฐานลวนคือพระอุบายโกศลของพระตถาคตเจาทั้งสิ้น อันทานจักพึงศึกษาไดจากพระธรรมสูตรปกรณน้ี
เชน กัน.

後學釋聖傑 พระวิศวภทั ร เซี่ยเกีย๊ ก วดั เทพพทุ ธาราม (เซียนฮดุ ย)่ี จ.ชลบุรี
ขออุทิศแดพระโพธิญาณอันประเสริฐ เพ่ืออนิตยโพธิสัตวผูยังไมเที่ยงตอพุทธภูมิจงไดเท่ียงแท และผูเร่ิม
บงั เกดิ มพี ระโพธิจติ ทัง้ ปวงจงอยา ไดเสอื่ มถอย

大乘方廣總持經
พ ร ะ ม ห า ย า น ไ ว ปุ ล ย ธ า ร ณ สู ต ร

隋天竺三藏毘尼多流支譯

ส รฺ ว ไ ว ท รฺ ย สํ ค รฺ ห สู ต ร

如是我聞。一時佛在王舍城耆闍崛山中。與大比丘眾六萬二千人俱。菩薩摩訶薩八十億眾。摩伽
陀國優婆塞六十億百千人。

ดั่งท่ีขาพเจาไดสดับมา ในสมัยหนึ่งสมเด็จพระผูมีพระภาคเจา ประทับยังคิชกูฏบรรพต ในนครราชคฤห
พรอมดวยมหาภิกษุหมูใหญจํานวน ๖๒,๐๐๐ รูป พระโพธิสัตวมหาสัตวจํานวน ๘๐ โกฏิ*๑ พระองค และ
อบุ าสกของแควนมคธจํานวน ๖๐ โกฏริ อยพนั คน
*๑.โกฏิคําเรียกจํานวน สิบลาน และคําวา โกฏิรอยพัน ก็คือ จํานวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐(สิบลาน) + (๑๐๐ คูณ
๑,๐๐๐) จึงเทา กบั แสนโกฏหิ รือ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ นัน่ เอง

爾時世尊夏安居已。臨涅槃時入如法三昧。入三昧已。是時三千大千世界。普遍莊嚴懸繒幡蓋。
置寶香瓶眾香塗飾處處遍散千葉蓮花。

คร้ังนั้นแล เมื่อคิมหันตฤดูลวงแลว สมเด็จพระโลกนาถเจา ก็จวนถึงกาลปรินิรวาณ จึงทรงเจริญตถตา
ธรรมสมาธิ เม่ือครั้นเขาสูสมาธิแลว เพลานั้นท่ัวตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ*๒ ใหบังเกิดมีธงฉัตรแขวนระยา
ประดับตบแตงอยางอลังการ รัตนกุณฑที บี่ รรจดุ ว ยสุคนั ธชาติ แลประดาของหอมไดชะโลมตบแตงอยทู ัว่ บริเวณ
ทกุ สถานโปรยปรายดว ยดอกอบุ ลพนั กลีบ
*๒.ใน จุลนิกสูตร พระพุทธองคทรงกลาวกับพระอานนทวา จากระยะใกลสุดท่ีดวงอาทิตยและดวงจันทรจะ
หมุนเวียนตามจกั รราศี และสองสวางดว ยแสงเรอื งโอภาส จนถงึ ชว งหนึ่งพนั จักรวาล ยงั มีดวงจันทรหนึง่ พนั ดวง
ดวงอาทิตยหน่ึงพันดวง หนึ่งพันพระสุเมรุมหาสิงขร หนึ่งพันชมพูทวีป หนึ่งพันอมรโคยานทวีป หนึ่งพันอุตรกุรุ

16

ทวีป หนึ่งพันบุพพวิเทหทวีป ส่ีพันมหาสมุทร หนึ่งพันจาตุมหาราช หน่ึงพันดาวดึงสพิภพ หน่ึงพันยามาสวรรค
หนึง่ พันสวรรคช น้ั ดุสติ หน่ึงพันนิมมานนรดี หนึ่งพนั ปรนิมมิตวสวตี และหน่งึ พันหว งพิภพของของเหลานแ้ี หละ
อานนท เรยี กวาระบบสหัสสโลกธาตุในชั้นปฐม ระบบทีใ่ หญก วาที่กลาวมานี้หน่ึงพัน เรียกวา สหัสสโลกธาตุช้ัน
มธั ยม ระบบทใี่ หญก วา น้หี น่ึงพนั เทา เรียกวา ตรสี หัสสมหาโลกธาตุ

爾時此三千大千世界億百千眾。諸梵天王及億百千眷屬來詣佛所
。到佛所已頭面禮足。合掌向佛却住一面。

เม่ือนั้น ในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุแหงนี้ อันประกอบไปดวยคณะ (ผูมารวมชุมนุม) จํานวนโกฏิรอยพัน
มีเหลาพรหมเทวราชพรอมดวยบริษัทจํานวนโกฏิรอยพัน ไดมาสูท่ีประทับของพระพุทธองค แลวแลทําการ
ศริ าภวิ าทดว ยเศียรเกลาเบ้อื งพระพทุ ธยคุ ลบาท ประณตกรเฉพาะแดพ ระพทุ ธองคแลว ยืนอยดู านหน่งึ

復有億百千淨居天子。自在天王大自在天王。龍王夜叉王。阿修羅王迦樓羅王緊那羅王摩睺羅伽
王。各與億百千眷屬來詣佛所。到佛所已頭面禮足。合掌向佛却住一面。

ยังมีสุทธาวาสเทวบุตร อิศวรเทวราช มเหศวรเทวราช นาคราช ยักษราช อสุรราช ครุฑราช กินนรราช
มโหราคราช จํานวนนับดวยโกฏิรอยพัน พรอมดวยบริวารจํานวนโกฏิรอยพัน ไดมาสูท่ีประทับของพระพุทธ
องค แลวแลทําการศิราภิวาทดวยเศียรเกลาเบื้องพระพุทธยุคลบาท ประณตกรเฉพาะแดพระพุทธองคแลวยืน
อยูดานหนึง่

爾時十方如恒河沙大威德菩薩摩訶薩來詣佛所。到佛所已頭面禮足。合掌向佛却住一面。

เพลานั้น ในทศทิศมีพระโพธิสัตวมหาสัตวผูยิ่งดวยมหาเดชานุภาพ อันมีจํานวนคณนาดวยจํานวนดุจ
เมล็ดทรายในคงคาชล ไดมาสูทป่ี ระทบั ของพระพุทธองค แลว แลทาํ การศิราภิวาทดวยเศยี รเกลาเบื้องพระพุทธ
ยคุ ลบาท ประณตกรเฉพาะแดพ ระพุทธองคแ ลว ยนื อยดู านหนึง่

爾時此三千大千世界。乃至有頂皆悉來集大眾充滿間無空處。

ครั้งนั้น ในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุแหงน้ี ตลอดถึงอัมพรสถานเบ้ืองบน ลวนคับค่ังไปดวยมหาชนท่ีมา
ชมุ นุมโดยหาท่ีวา งบม ีเลย

爾時復有餘大威力天龍夜叉乾闥婆阿修羅迦樓羅緊那羅摩睺羅伽等皆來集會。

อีกยังมีเทพยดา นาคา ยักษา คนธรรพ อสุรา ครุฑ กินนร มโหราค ผูลวนมากดวยมหิทธิ บรรดาที่
หลงเหลืออยูตา งมารว มชมุ นุมกันโดยพรอมเพรยี ง

爾時世尊正念現前從三昧起。遍觀大眾欠呿頻申。如師子王如是至三。

กโ็ ดยสมัยน้นั แล สมเดจ็ พระโลกนาถเจาทรงสมบูรณต ง้ั อยดู วยพระสมั มาสติ แลว ทรงออกจากสมาธิ ทรง
ทอดทัศนามหาชน แลว ทรงหาวประดจุ พญาสิงหราชตอ เนอ่ื งกันสามครั้ง*๓

*๓.ทรงหาว ๓ ครั้ง มีความหมายโดยนัยยะ คือการปลุกหรือการตื่นข้ึนจากอกุศลมูลทั้ง ๓ คือ โลภะ โทสะ
โมหะ หรอื เปน การต่นื ขน้ึ ของไตรภูมิ มีกามภมู ิ รปู ภูมิ อรปู ภูมิ ดว ยการบันลอื สีหนาท คอื การแสดงธรรม

爾時世尊從其面門出廣長舌。遍覆三千大千世界。是時如來現神通已復觀大眾。

บัดนั้น พระโลกนาถเจาทรงแลบพระชิวหาออกปกคลุมไปท่ัวตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ คร้ังน้ันเม่ือพระ
ตถาคตเจาทรงสําแดงพระมหาอภญิ ญา*๔ ฤทธแ์ิ ลว กท็ รงทอดทศั นามหาชนอีกคาํ รบหน่ึง*๕

17

*๔.ฤทธ์ิ ๖ ประการ มี ๑)อิทธวิ ิธี แสดงฤทธิ์ได ๒)ทิพยจกั ษุ ตาทิพย ๓)ทิพยโสต หูทพิ ย ๔)เจโตปริยญาณ ญาณ
ท่ีกําหนดรูใจผูอื่นได ๕) บุพเพนิวาสานุสสติญาณ การระลึกชาติได และ ๖)อาสวักขยญาณ ญาณที่ทําใหสิ้นอา
สวะ (ขอ ๖ น้ีมเี ฉพาะพระอรยิ บุคคลในพระพทุ ธศาสนา) หา ขอแรกเปน โลกียอภิญญา ขอทายเปน โลกตุ ตระ
*๕.ทรงแลบพระชิวหา มีความหมายโดยนัยยะวา อันการแสดงธรรมจากพระพทุ ธโอษฐนน้ั สามารถครอบคลมุ
และส่ังสอนสรรพสัตวไปทัว่ ทั้งตรสี หสั มหาสหสั โลกธาตุ (จกั รวาลทั้งปวง)

爾時一切大眾即從坐起。合掌作禮默然而住。爾時佛告彌勒菩薩摩訶薩言。阿逸多。如來不久當
入涅槃。汝於諸法有所疑者。我今現在。欲有所問今正是時。佛滅度後勿生憂悔。

คร้ังน้ัน บรรดามหาชนท้ังปวงลวนลุกขึ้น ประณตกรถวายอภิวาทและยืนน่ิงอยู พระพุทธองคทรงรับสั่ง
กับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตววา อชิตะ*๖ อีกมิชานานตถาคตจะปรินิรวาณ ในธรรมท้ังปวงนั้น เธอมีสิ่งใด
ที่ยังสงสัยอยูหรือไม โดยบัดนี้ตถาคตยังอยู เมื่อมีก็จงถามเสียเดียวนี้เถิด เมื่อหลังจากพระพุทธปรินิพพานแลว
จกั มิตอ งสํานกึ เสียดาย
*๖.อชติ ะ คือ พระนามหน่งึ ของพระเมตไตรยโพธิสตั ว

爾時彌勒菩薩摩訶薩白佛言。唯然世尊。善自知時。諸佛如來於一切法皆悉究竟。惟願宣說令此
法眼久住於世。

ครานั้น พระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตว จึงกราบทูลพระพุทธองควา ขาแตพระตถาคตเจาผูเจริญ
พระองคทรงทราบถึงกาลดวยองคเองโดยชอบ ดวยพระพุทธตถาคตทั้งปวงทรงรูแจงตลอดซึ่งความเปนท่ีสุด
แหงสรรพธรรม ขอพระองคโปรดประทานพระเทศนาถึงการยังใหธรรมจักษุนี้ยืนยงธํารงม่ันในโลกดวยเทอญ
พระพุทธเจา ขา

爾時會中有大自在天子及八十億淨居天眾。眷屬圍遶頂禮佛足。合掌恭敬而白佛言。世尊。此大
乘方廣總持法門。過去無量諸佛如來應供正遍知已曾宣說。惟願世尊。今復敷演利益安樂無量人
天。能令佛法久住世間。爾時世尊默然而許。

กาลบัดน้ัน ณ ทามกลางธรรมสโมสรมีองคมเหศวรเทวบุตร และสุทธาวาสเทวบริษัทจํานวน ๘๐ โกฏิ
พรอมดวยบริวารไดหอมลอม แลกระทําศิราภิวาทดวยเศียรเกลาเบื้องพระพุทธทวิบาท ประคองหัตถถวายอัญ
ชุลี กราบทูลวา ขาแตพระโลกนาถเจาผปู ระเสริฐ อนั มหายานไวปุลยธารณีธรรมทวารน*้ี ๗ พระพทุ ธตถาคตเจา
ผูทรงควรแกการนอมถวายสักการและอภิวันท ผูทรงตรัสรูชอบไดโดยพระองคเองจํานวนไมมีประมาณในอดีต
ก็เคยไดทรงเทศนาแลว ขอพระโลกนาถเจาโปรดประทานพระเทศนา เพื่อยังคุณานุประโยชน แลความ
เกษมศานต์ิแกมนุษยและทวยเทพอันมากมายพนประมาณ และเพ่ือยังพระพุทธบรมธรรมใหสถิตเสถียรยังโลก
น้ีตราบกาลดวยเถิด พระพุทธเจาขา ครั้งนั้น สมเด็จพระโลกนาถเจาผูแจงโลก ทรงรับอาราธนาโดยพระอาการ
ดษุ ณยี ภาพน่ิงอยู
*๗.แปลวา วิธีการทรงไวซ่งึ มหายานธรรมอันไพศาลและยงิ่ ใหญ

是時大自在天子知佛許已歡喜踊躍。合掌作禮却住一面。

เพลานั้น องคมเหศวรเทวบุตร จึงทราบวา พระพุทธโลกนาถเจา โปรดประทานพระบรมพุทธานุญาตรับ
อาราธนาแลว จึงใหเ กิดปตเิ ปน ท่ยี ่งิ เปนอุพเพคาปติ*๘ จงึ ประณตหตั ถถ วายอภิวาทแลว ยนื อยขู า งหนงึ่
*๘.ความอิ่มใจ, ความด่ืมดํ่าในใจ มี ๕ คือ ๑.ขุททกาปติ ปติเล็กนอยพอขนชันนํ้าตาไหล ๒.ขณิกาปติ ปติ
ชวั่ ขณะรูสกึ แปลบๆ ดจุ ฟาแลบ ๓.โอกกันติกาปต ิ ปต เิ ปนระลอกรสู ึกซูล งมาๆ ดจุ คล่นื ซดั ฝง ๔.อพุ เพคาปติ ปต ิ

18

โลดลอย ใหใจฟตู ัวเบาหรืออุทานออกมา ๕.ผรณาปติ ปต ซิ าบซา น เอบิ อาบไปทวั่ สรรพางคเปน ของประกอบกับ
สมาธิ

爾時佛告彌勒菩薩摩訶薩言。阿逸多。此大乘方廣總持法門非我獨說。過去未來及今現在十方世
界無量諸佛亦常宣說。若有眾生於佛所說言非佛說及謗法僧。而此謗者當墮惡道受地獄苦。

บัดน้ัน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา ทรงมีพุทธบรรหารกับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตววา ดูกอน อชิ
ตะ อันมหายานไวปุลยธารณีธรรมทวารน้ีหาใชตถาคตกลาวเองเฉพาะตนไม อันพระพุทธเจาในอดีต อนาคต
และในวารปจจุบันนี้ อันมีจํานวนประมาณมิไดในโลกธาตุท่ัวทศทิศ ก็ไดตรัสแสดงอยูสม่ําเสมอ หากแมนมี
สรรพสัตวท ก่ี ลาววา “พุทธวจนะท้ังปวงหาใชพทุ ธวจนะไม” อีกทงั้ กลาวรา ยซง่ึ พระธรรมแลพระสงฆ อันผูกลา ว
รายนีย้ อ มลแุ กอ บายภมู ิรบั ทกุ ขเวทนาในนิรยสถาน

爾時佛告彌勒菩薩摩訶薩言。若有善男子善女人發菩提心。於此大乘方廣總持經典。受持讀誦復
為人說。當知是人不墮惡道。

ครานั้น พระพุทธองค ตรัสกับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตววา หากมีกุลบุตรกุลธิดาบังเกิดพระอนุตรบ
รมสัมโพธิจิต ยึดถือ สาธยาย อานทองมหายานไวปุลยธารณีสูตรนี้แกมวลมนุษยแลวไซร เธอพึงทราบวาอัน
บคุ คลน้ียอมมิตองสอู บายมรรค

爾時世尊復告彌勒菩薩摩訶薩言。阿逸多。我從成佛夜乃至將入無餘涅槃。於其中間佛身口意。
所作所說所念所思惟。頗有忘失起惡業不。

สมเด็จพระโลกนาถผูทรงเปนที่พึ่งแหงโลก ตรัสกับพระเมตไตรยโพธิสัตวมหาสัตวความวา ดูกอน อชิตะ
นับแตตถาคตไดสําเร็จซึง่ ความเปนพระพุทธะ ตราบถึงจวนจะถึงกาลสูนิรุปธิเศษนิรวาณ*๙ แลวนี้ ระหวางน้ัน
กาย วาจา และมโนแหงตถาคต บรรดาการกระทําทั้งปวง การกลาวแสดงท้ังปวง การระลึกท้ังปวง การนึกคิด
จนิ ตนาทงั้ ปวงนัน้ หามคี วามวิบตั ิ ยังใหเ กิดอกุศลกรรมขึ้นบา งหรอื ไม

*๙.นิพพาน ๒ ชนดิ คือ ๑)โสปาทิเศษ-นิรวาณ คอื ความดับโดยมสี วนเหลอื หมายถึงผบู รรลพุ ระอรหันตผลดับ
กเิ ลสแลว แตย งั มชี าตอิ ยู ๒)นิรุปาทเิ ศษ-นิรวาณ คอื ความดับโดยไมมีสวนเหลือ หมายถงึ ผบู รรลุพระอรหันตผล
ดบั กเิ ลสแลว และสน้ิ อายขุ ยั แลว

彌勒菩薩言。不也世尊。

พระเมตไตรยโพธสิ ัตว ทูลวา หามไี ม พระพุทธเจาขา

佛言彌勒。如汝所說。我從成道乃至涅槃。於其中間所言所說皆悉真實無有虛妄。若有愚人不解
如來方便所說。而作是言。是法如是是法不如是。誹謗正法及佛菩薩。我說是輩趣向地獄。

พระพุทธองค ตรัสกับพระเมตไตรยวา เปนดงั ท่ีเธอกลาวแลว นับแตตถาคตสาํ เร็จซ่งึ พระอนตุ รบรมมรรค
จนถงึ ปรินิรวาณ ในระหวา งนนั้ บรรดาวาจา บรรดาการกลา วแสดงลวนเปนความสตั ยทบ่ี ริสทุ ธจ์ิ รงิ แทท ั้งสนิ้ หา
มีการโปป ดลวงหลอกไม หากมีโมหบรุ ษุ ผูมิรจู ําแนกในอุปายโกศล*๑๐ แหง การกลาวแสดงของพระตถาคตแลว
ไซร ยอมจักกลาววาจาเชนนี้วา “อันธรรมเปนเชนน้ี อันธรรมมิใชเชนนี้” กลาวครหาตูวาพระสัทธรรมและพระ
พทุ ธะ พระโพธิสตั ว  อันตถาคตกลา วแลว วา ทง้ั หมดน้นั ยอมมุงสูนรกภูมิ

*๑๐.อปุ ายโกศล หมายถึงวิธกี ารอนั ชาญฉลาดทีใ่ ชส ั่งสอนใหไ ดผ ลดีเยี่ยมและรวดเรว็ กวาวิธีท่วั ๆไป โดยในขอ นี้
มีนัยยะวา การสั่งสอนธรรมแกสรรพสัตวท้ังปวงนั้น บางจําพวกอาจสั่งสอนดวยศูนยตาธรรมได แตบางจําพวก

19

ตองอาศยั อบุ ายโกศลนานาชนิด เพื่อยงั ใหส รรพสตั วนั้นๆ ไดเขา ใจแจง ในธรรม โดยวธิ ีการตางๆ ท่ีไมเหมอื นกัน
ในแตละบุคคล

佛言。阿逸多。於我滅後五濁世中。若有比丘比丘尼優婆塞優婆
夷。實非菩薩自謂菩薩。是外道人。曾於過去供養諸佛發願力故。於佛法律而得出家。隨所至處
多求親友。名聞利養。恣行穢污棄捨信心。成就惡行不自禁制。不自調伏貪諸利養。於一切法門
及出生堅固三昧。皆悉遠離實無所知。為親屬故妄稱知解住於諂曲。口說異言身行異行。

พระพุทธองครับส่ังวา ดูกอน อชิตะ เมื่อตถาคตดับขันธลวงแลวในโลกแหงความเส่ือม ๕ ประการ*๑๑
หากมีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ท่ีโดยแทแลวมิใชโพธิสัตว แตสําคัญตนวาเปนโพธิสัตว อันถือเปนพาหิร
นอกพระศาสนา แตดวยในอดีตเคยถวายสักการะปวงพระพุทธเจาและดวยพลังแหงปณิธานแตปางกอนท่ีตน
เคยประกาศไวเปน เหตุ จึงยังใหไดดํารงในพระพุทธธรรมวินัย แลวออกบวชจาริกทองเท่ียวไปตามสถานทต่ี า งๆ
เพ่ือแสวงหามิตรแลบริวาร แสวงหาการสรรเสริญเยินยอ ลาภสักการะ มีกิริยากําเริบลําพอง ประพฤติตนแปด
เปอนสามานย ละทิ้งเพิกเฉยซ่ึงจิตศรัทธา สําเร็จในอบายจริยาการ กระทําอันผิดชั่ว โดยมิรูจักหามปรามตน มิ
รูจักบําราบซ่ึงความละโมบในลาภสักการะท้ังหลาย ในสรรพธรรมทวารและการบังเกิดข้ึนของสมาธิอันแกรง
กลานน้ั ลวนแตย ังหางไกล โดยทีจ่ รงิ แลว มิไดรแู จงโดยแทเ ลย ดวยมีบรวิ ารอยูใกลช ดิ เปนเหตุ แลดวยคาํ โปปดท่ี
เยินยอวาไดลวงรูแตกฉาน อันต้ังอยูบนบทเพลงลํานําแหงคําสอพลอ มีปากท่ีกลาวตางกับวาจา มีกายท่ีมิตรง
กบั การกระทํา
*๑๑.ความเสื่อม ๕ ประการ มี ๑)ทฤษฎีกษายะ คือ ความเส่ือมแหงทิฐิ ๒)เกลศกษายะ คือ ความเส่ือมเพราะ
กิเลส ๓) สัตตวกษายะ คือ ความเส่ือมของสัตว ๔)อายุษกษายะ คือ ความเสื่อมแหงอายุ ๕)กัลปกษายะ คือ
ความเส่ือมแหงกลั ป

阿逸多。我菩提道於一切眾生。皆悉平等安住大悲。以善方便正念不忘。如來安住無等等力。無
障無礙而為說法。

ดูกอน อชิตะ พระบรมโพธิญาณแหงตถาคต กับบรรดาสรรพสัตวท้ังปวงนั้น ลวนมีความเสมอภาคเทา
เทียมกันอยูดวยมหากรุณา แตดวยอุบายโกศลอันเย่ียมยอดและสัมมาสติท่ีระลึกชอบอยู จึงมิไดหลงลืมเลอะ
เลือน ตถาคตไดดํารงอยูในอสมสมพละวิหาร อันเปนกําลังท่ีมิมีผูใดมาเสมอเทาฤๅเทียบเคียงไดโดยแท  ไรซึ่ง
อปุ สรรคขวางกน้ั ท้ังปวงแลวจึงแสดงพระสทั ธรรม

若有眾生作如是言。佛為聲聞所說經典。諸菩薩等不應習學不應聽受。此非正法此非正道。辟支
佛法亦不應學。

หากมีสรรพสัตว กระทําวาจาเชนน้ีวา พระพุทธเจาเพ่ือเหลาสาวกแลว จึงทรงกลาวแสดงพระธรรมสูตร
เหลาโพธิสัตวท้ังหลายมิพึงควรศึกษาปฏิบัติ มิพึงไดสดับฟง ส่ิงนี้มิใชพระสัมมาธรรม ส่ิงนี้มิใชพระสัมมามรรค
อนั พระปจ เจกพทุ ธธรรมกม็ พิ งึ ไดศกึ ษาดว ย

復作是言。諸菩薩等所修行法。聲聞之人亦不應學不應聽受。辟支佛法亦復如是。

แลวแลยังกลาววาจาเชนน้ีวา บรรดาโพธิสัตวที่บําเพ็ญธรรมจริยาทั้งปวง และมนุษยสาวกกม็ ิพึงศกึ ษา มิ
พึงไดส ดับรับฟงดวย พระปจเจกพทุ ธธรรมก็มคิ วรเชนกนั น้ี

復作是言。諸菩薩等所有言說。聲聞辟支佛不應聽受。彼此言行更相違背不與修多羅相應。

และกลาววา บรรดาวจีคํากลาวของปวงโพธิสัตว สาวก ปจเจกพุทธก็มิพึงรับฟง อันวจนะและจริยานั้น
และน้ี ย่งิ ตรงขามและมิใชโ ยคะแหง พระสูตร

20

於如實說真解脫法不能信受。依彼法者不得生天。何況解脫。

ซ่ึงโดยแทจริงแลวก็คอื สัตยวิมุตติธรรมอันจริงแท แต (ตน) มิอาจนอมใจศรัทธายอมรับได ดวยตนอาศยั
ธรรมเชนน้ันจึงมิไดอบุ ัตบิ นเทวโลก แลว จักประสาอันใดกบั พระวมิ ตุ ตไิ ดห ลุดพนเลา

阿逸多。我今說法隨其信心而調伏之如恒河沙。阿逸多。我今欲往十方世界隨順說法利益眾生。
不為實非菩薩而作菩薩相者。亦不為毒惡欺誑少聞之人於我法中作二說者。其二說人或作是言。
是菩薩應學是不應學謗佛法僧。

ดูกอน อชิตะ ดังท่ีตถาคตเทศนาธรรมอนุโลมตามจิตศรัทธาท่ีนอมรับ เพ่ือบําราบอบรม (สรรพสัตว)
จํานวนนบั ดวยเมลด็ ทรายในคงคานทีอยูน้ี อชิตะ ตถาคตปรารถนาดําเนินไปในโลกธาตุท่ัวทศทศิ เพ่อื ประทาน
พระธรรมเทศนา อนุโลมแกประโยชนสุขของสรรพสัตวเสียบัดนี้ ซึ่งมิใชเพื่อโพธิสัตวแท โพธิสัตวเท็จ ฤๅ
แมกระท่ังผูท่ีมีรูปลักษณเปนโพธิสัตวก็ตาม*๑๒ อีกดวยมิใชเพื่อมนุษยท่ีรายกาจชั่วราย ฉอโกง โออวด และ
เปนผูสดับนอยท่ีไดกลาวทวิวาทะ*๑๓ ในธรรมของเรา โดยบุคคลท่ีกลาวทวิวาทะนั้น อาจกลาววา “อันน้ี
โพธสิ ตั วพงึ ศึกษา อนั น้ีมพิ งึ ศกึ ษา” ซงึ่ เปนการกลาวรายพระพทุ ธ พระธรรมและพระสงฆ

*๑๒.มีนัยยะวา จักทรงประทานพระธรรมเทศนาโดยมิลําเอียง หรือแบงแยกบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่ง
เทานั้น แตจักทรงเทศนาตามระดับปญญาของแตละบุคคล ในทุกประเภทที่จะสามารถหย่ังใจใหเช่ือและนอม
รบั เพอ่ื ปฏิบัตไิ ด

*๑๓.มีนัยยะวา การกลาวความจริงแทที่มีหน่ึงเดียว ใหกลายเปนสอง เพื่อบิดเบือนความจริง เชน การกลับผิด
เปนถกู

是人身壞命終墮於地獄。多百千劫不可得出。設令得出生貧窮家。至於後時雖得授記。五濁惡世
成等正覺。如我今日於是生死五濁世中成於佛道。

บุคคลผูน้ีเม่ือสังขารแตกดบั ชาตะขาดสูญแลวยอมลุแกนรกภูมิ ใชเวลาหลายรอยพันกัลปก็มิอาจหลดุ พน
ได หากแมนไดถือกําเนิดก็จักเกิดอยูในเรือนผูยากจนแรงแคน จนเมื่อในภายหลังถึงแมนจักไดรับพระพุทธ
พยากรณก ต็ าม กจ็ ักไดบ รรลุพระอนุตรบรมสัมโพธิญาณในโลกแหง ความเส่ือมท้ัง ๕ ประดจุ เราตถาคตในวารนี้
ทีเ่ วยี นวา ยในโลกแหง ความเสือ่ มทง้ั ๕ น้แี ลวจึงไดสําเร็จซง่ึ พระพทุ ธมรรค

以是因緣汝應諦聽。應當信知。隨順惡友所行如是。阿逸多。我念過去無央數劫。彼時有佛名曰
無垢焰稱起王如來應供正遍知明行足善逝世間解無上士調御丈夫天人師佛世尊。出現於世。是時
彼佛壽命八萬那由他歲為眾說法。

ดว ยเหตปุ จจยั เชนนีแ้ ล เธอพงึ ไดต ้งั ใจสดบั ฟง พงึ ไดศ รัทธาเช่ือถือ ดวยอนุโลมตามการกระทาํ ของมิตรชั่ว
เชนน้ี อชิตะ ตถาคตยังระลึกไดผานกาลเวลายาวนานนับอสงไขยกัลปยอนไปในอดีตกาล เพลานั้นมี
พระพุทธเจาพระองคหน่ึงทรงพระนามวา “วิมลมริจีสรรเสริญราชา” พระองคทรงเปนพระตถาคตผูเสด็จ
มาแลวอยางน้ัน ทรงหางไกลจากกิเลสและควรแกการบูชา ทรงตรัสรูเองโดยชอบ ทรงสมบูรณดวยความรูและ
ความประพฤติ เสด็จไปดีแลว ทรงรูแจงโลก ทรงยอดเยี่ยมหาผูอ่ืนเสมอเหมือนมิได ทรงฝกบุรุษท่ีควรฝก ทรง
เปนครขู องเทวดาและมนุษยท้ังหลาย ทรงต่นื แลว และทรงเปน ท่พี ่ึงแหงโลกทั้งมวลไดอ ุบตั ขิ น้ึ ในโลก ในสมยั นั้น
ทรงมพี ระพทุ ธชนมพรรษายาวนานถึง แปดหมื่นนยตุ ะ*๑๔ ป เพื่อประทานพระธรรมเทศนาแกเวไนย

*๑๔.นยุตะ, นิยุต, นหุต (บาลี) สังขยา (จํานวนนับ) จํานวนหน่ึงแสน หรือหนึ่งลาน เปนหลักนับอยางหนึ่งคือ
หน่ึงรอยโกฏิเปนหน่ึงอยุตะ หน่ึงรอยอยุตะเปนหน่ึงนิยุตะ สวนนยุตะนั้นเทากับเลขหน่ึงตอทายดวยศูนยยี่สิบ

21

สองตวั พจนานกุ รมบาล-ี องั กฤษ ของสมาคมบาลีปกรณกลา ววา นหตุ หมายถงึ สังขยาจาํ นวนมาก คอื หนึ่งหม่นื
แตพ จนานุกรมสนั สกฤต-องั กฤษของเซอรมอเนยี วลิ เลย่ี มและปราชญอืน่ ๆ วา ไดแกจ าํ นวนหนึง่ ลา น

爾時無垢焰稱起王如來法中。有一比丘名曰淨命。總持諸經十四億部大乘經典六百萬部為大法師
。言辭清美辯才無礙。利益無量無邊眾生示教利喜。

ครั้งน้ัน ในระหวางธรรมสมัยแหงพระวิมลมริจสี รรเสริญราชาตถาคตเจา ยังมีภิกษุรูปหนึ่งชอ่ื วา “วิสุทธา
ยุ” สามารถทรงไวซึ่งพระสูตรทั้งปวงจํานวนสิบสี่โกฏิปกรณ มหายานสูตรจํานวนหกรอยหม่ืนปกรณ โดยเปน
มหาธรรมาจารย มีวจนะไพเราะจับใจ บริสุทธ์ิสวยงาม ถึงพรอมดวยปฏิภาณอันไรอุปสรรคของขัด ทั้งสอนส่ัง
ใหส รรพสัตวจํานวนหาประมาณมิได กําหนดหาขอบเขตมไิ ด ไดลถุ งึ ประโยชนอ นั อุดม

爾時無垢焰稱起王如來。臨涅槃時告彼比丘淨命言。未來世中汝當護持我正法眼。爾時淨命受佛
教已。於佛滅後千萬歲中。守護流通諸佛祕藏。於此方廣總持法門受持讀誦深解義趣。於彼世界
八萬城中所有眾生。隨其願樂廣為宣說。

สมัยน้ัน พระวิมลมริจีสรรเสริญราชาตถาคต ใกลจะเสด็จสูหวงมหาปรินิรวาณแลว ไดรับสั่งกับวิสุทธายุ
ภิกษุนั้นวา “ในอนาคตกาลเบื้องหนา เธอจงพิทักษรักษาพระสัทธรรมจักษุของเราดวย” คร้ันเมื่อวิสุทธายุรับ
สนองพระพุทโธวาทแลว หลังจากท่ีพระพุทธปรินิรวาณแลวในระหวางน้ันหนึ่งพันหม่ืนป (วิสุทธายุภิกษุ) ได
อภิบาลปกปองแลเผยแผความลึกลับแหงพระพุทธเจาท้ังปวงท่ีซอนเรนไว ดวยการยึดม่ัน อานทอง สาธยาย
จําแนกอรรถาธิบายในความลึกซ้ึงแหงไวปุลยธารณีธรรมทวารนี้*๑๕ ดวยในโลกธาตุแหงนั้นมีเมืองนครจาํ นวน
แปดหมื่นแหง ลวนมสี รรพสตั วอาศยั ท้ังสนิ้ ดว ยอนุโลมตามความยินดแี หงปณธิ านนัน้ จึงกลา วแสดง (ธรรม) ไป
อยา งไพศาล

*๑๕.มีนัยยะหมายถึง ผูท่ียึดมั่น อานทอง สาธยาย และอรรถาธิบายในความลึกซ้ึงของพระสูตรนี้ จะทรงไวซ่ึง
คณุ ธรรม คอื การไมละเมิดกลา วรายตอพระรตั นตรัย ก็จะมกี าย วาจา ใจทบี่ ริสทุ ธิ์และเมอ่ื ไตรทวารบริสุทธิ์แลว
ก็เสมือนเปนการปกปองและเผยแผความลึกลับของพระพุทธะ เพราะพระพุทธะทั้งปวงทรงมีความบริสุทธิ์ทั้ง
ไตรทวารเปนปกติธรรมชาตแิ ตในยคุ หลังพุทธกาล มกี ารกลาวรายพระรัตนตรัยและพระธรรมาจารยมาก ทาํ ให
พระธรรมแทถ กู บดิ เบอื นมาก ดงั น้นั พระธรรมแทจ ึงเปนความลึกลับท่ีจะคนหาพบไดยากยงิ่ ในปจจบุ นั

爾時有一大城名曰跋陀。往彼城中為八十億家。隨其所樂而為說

法。是時城中八十億人獲淨信心。一億人眾住菩提道。七十九億人住聲聞乘而得調伏。

ครั้งน้ัน มีมหานครหนึ่งชื่อวา “ภัททา” (วิสุทธายุภิกษุ) ไดจาริกยังนครน้ัน เพ่ือแสดงธรรมอนุโลมตาม
ความยินดีของชนท้ังแปดสิบโกฏิครัวเรือน เพลานั้นมนุษยจํานวนแปดสิบโกฏิภายในนครแหงนั้น ไดรับใน
ศรัทธาจิตที่บริสุทธิ์ หมูชนหน่ึงโกฏิไดดํารงในพระโพธิมหามรรค เจ็ดสิบเกาโกฏิไดดํารงในสาวกยานลุถึงความ
สงบระงับ

爾時淨命法師復與十千比丘眾。相隨俱往修菩提行。爾時跋陀城中復有比丘名曰達摩。於大乘經
方廣正典。受持千部獲得四禪。唯以方廣空法化彼城中一切眾生。不能以善方便隨欲而說。作如
是言。一切諸法悉皆空寂我所說者真是佛說。彼淨命比丘所說雜穢不淨。此比丘實非淨命而稱淨
命。何以故。而此比丘所受諸華。不持供養而自受用。塗香末香亦復如是。淨命比丘愚癡無智。
不能知我久修梵行。

ครง้ั นน้ั วิสทุ ธายธุ รรมาจารย  พรอมดวยคณะภกิ ษุหมใู หญจํานวนสิบพัน ไดป ระพฤติบําเพ็ญในโพธิจริยา
ดวยกัน เมื่อนั้น ภายในภัททานครยังมีภิกษุช่ือวา “ธัมมา” เปนผูซึ่งดํารงในมหายานสูตรและไวปุลยสูตร

22

สมาทานยึดถือไวจํานวนหน่ึงพันปกรณ ไดบรรลุถึงจตุถฌาน ดวยใชเพียงศูนยตาธรรมอันไพบูลยสอนส่ังสรรพ
สัตวในนครแหงน้ัน แตมิอาจกลาวแสดงดวยอุบายโกศล อนุโลมตามความตองการ (ของสรรพสัตว) แลวแลจึง
กลาววา “สรรพธรรมท้งั ปวง ลวนแตศูนยตาวางเปลา ส่ิงท่เี ราไดก ลา วทั้งส้ินแลวนั้น กค็ อื พระพทุ ธวจนะโดยแท
วิสุทธายุภิกษุผูน้ันลวนกลาวดวยส่ิงที่เจือปนแปดเปอนมิบริสุทธิ์ อันภิกษุผูน้ันแทจริงแลวมิใชทานวิสุทธายุ แต
ยกยองวา คือ ทา นวิสุทธายุ ดว ยเหตุใดฤๅ เหตดุ วยภกิ ษผุ ูนเ้ี ปนผูส อ งเสพในลาภยศท้งั ปวง มิไดรบั เครือ่ งสักการะ
เพอื่ ใชเ ฉพาะตน รวมทั้งเคร่อื งทาหอม ผงหอมก็ดจุ เดยี วกนั วิสุทธายุภกิ ษุเปน ผมู ากดวยโมหะ ไรซึ่งสติปญ ญาท่ี
มอิ าจรูวา เรา (ธมั มาภิกษ)ุ ไดป ระพฤติพรหมจรรยมานานแลว”

彼既年少出家未久。我慢無信多諸放逸。是諸人等無所知曉。謂是淨命持戒比丘。

ซ่ึงท้ังที่ (ธัมมา) ภิกษุนั้นยังดอยพรรษาแลออกบวชไดยังมิชานาน อีกยังมีอัสมิมานะแรงกลา ปราศจาก
ศรัทธา มากดวยความประมาทท้ังปวง ดวยวาบุคคลทั้งหลายนัน้ มิรูความจริง วาก็คือวิสุทธายุผูสมาทานแลว ซงึ่
ภกิ ษุศลี

爾時達摩以其惡心謗持法者。身壞命終墮於地獄。經七十劫具受眾苦。滿七十劫已墮畜生中。過
六十劫後值遇香寶光佛。於彼法中發菩提心。於九萬世猶生畜生中。過九萬世已得生人中。於六
萬世貧窮下賤恒無舌根。

บัดนั้น เม่ือธัมมาภิกษุเกิดจิตอกุศลหยาบชา กลาวครหาใหรายผูประพฤติธรรม เม่ือสังขารแตกชีวาดับ
แลว จึงไดถืออุบัติยังนรกภูมิ ผานกาลเวลาไปเจ็ดสิบกัลปในการรับทุกขทรมานตางๆ เม่ือครบเจ็ดสิบกัลปแลว
จึงถืออุบัติยังเดรัจฉานภมู ิ ผานอีกหกสิบกัลปล วงแลวจึงมีโอกาสพบกับ “พระสุคนธรัตนประภาพุทธเจา ” และ
ในธรรมสมัยนั้นแลจึงไดบังเกิดพระอนตุ รสัมมาสัมโพธิจิต ผานไปอีกเกาหม่ืนชาติ แลวก็ยังอุบัติในเดรัจฉานภมู ิ
อีก ผานไปเกาหมื่นชาติแลว จึงไดถือกําเนิดเปนมนุษยผูทุคตเข็ญใจ ขัดสน ยากไร เปนโจร และไรซึ่งชิวหาตนิ ท
รยี  (ไมม ีล้ิน หรอื เปน ใบ) อกี หกหมน่ื ป

其淨命比丘於諸法中得淨信心為人說法。彼於後時得值六十三那由他佛。恒為法師具足五通。勸
請彼佛轉妙法輪。

อนั วิสุทธายุภกิ ษผุ นู ั้น ดวยอาศยั การต้งั มน่ั ในสรรพธรรมจึงสําเร็จศรัทธาจติ ทบ่ี รสิ ุทธิ์ แลวแสดงพระธรรม
เทศนาแกมวลมนุษย ตอมาภายหลังจึงไดประสบกับพระพุทธเจาจํานวนหกสิบสามนยุตะพระองค อีกยังเปน
ธรรมาจารยผูสมบูรณดวยเบญจอภิญญา*๑๖ แลเปนผูอาราธนาพระพุทธเจาเหลานั้นใหทรงหมุนเคลื่อนพระ
ธรรมจักรอนั วิเศษ

阿逸多。汝今當知。過去淨命比丘者豈異人乎莫作異觀。今阿彌陀佛是。阿逸多。汝今當知。過
去達摩比丘者豈異人乎莫作異觀。今我身是。

ดกู อ น อชิตะ เธอพงึ ทราบไว วิสทุ ธายุภิกษใุ นอดตี ทเ่ี หน็ เปน คนละคนน่นั หรอื มคิ วรพิจารณาเปน ใครอ่ืน
(เพราะวา) ก็คือพระอมิตาภะพุทธเจาในบัดน้ี อชิตะ เธอพึงทราบไว ธัมมาภิกษุในอดีตท่ีเห็นเปนคนละคนน่ัน
หรือ มิควรพิจารณาเปนใครอื่น (เพราะวา) กค็ อื เราตถาคตในวารน้ี

*๑๖.ฤทธิ์ ๕ ประการ มี ๑)อิทธิวิธีแสดงฤทธิ์ได ๒)ทิพยจักษุตาทิพย ๓)ทิพยโสต หูทิพย ๔)เจโตปริยญาณ
ญาณทกี่ ําหนดรใู จผูอน่ื ได ๕) บุพเพนวิ าสานสุ สตญิ าณ การระลึกชาติได

由我過去愚癡無智毀謗他故受苦如是。我以此業因緣故。處五濁世成等正覺。是故阿逸多。若有
菩薩於諸法中作二說者。以是因緣後五濁世成於佛道。其佛國中有諸魔等。於說法時恒作障難。

23

เหตุท่ีในอดีตกาลตถาคตไดโมหะลุมหลง ไรซ่ึงปญญาญาน ทําลายแลใหรายผูอ่ืน สงผลใหตองเสวยทุกข
ทรมานเชนน้ี ดวยอาศัยเหตุปจจัยแหงกรรมน้ีเปนเหตุ ทําใหไดตรัสรูพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลกแหง
ความเส่ือม ๕ ประการแหงน้ี ดวยเหตุฉะนี้แล อชิตะ หากมีโพธิสัตวท่ีดํารงในสรรพธรรมไดกลาวแสดงซึ่งทววิ า
ทะนี้ ดวยเหตุปจจัยน้ีแล ในภายหลังยอมจักไดสําเร็จซ่ึงพระพุทธมรรคยังโลกแหงความเสื่อมท้ัง ๕ ประการนี้
ภายในพุทธประเทศจักประกอบดวยเหลามารท้ังหลาย เม่ือคราแสดงธรรมก็ใหกระทําเปนอุปสรรคกีดขวาง
ยากลําบากอยเู นอื งนิตย

爾時大眾聞佛說已。皆悉悲泣涕淚交流俱發是言。願於佛法莫作二說如達摩比丘。

ครั้งนั้น เมื่อมหาชนไดสดับยลยินซ่งึ พระพุทธวจนะแลว ใหลวนเกิดโศกาลัยในดวงมาลย รันทด สะเทือน
จิต สะทานใจ ใหหล่ังไหลชลเนตรพรั่งพรูมิรูหยุด แลวแลกลาววา ขอใหในพระพุทธธรรม อยาไดกระทําซ่ึงทวิ
วาทะดจุ ธมั มาภกิ ษุเลย

爾時會中有百菩薩。即從座起右膝著地悲號墮淚。爾時世尊知而故問彼菩薩言。善男子。汝等何
為悲號如是。爾時諸菩薩等異口同音俱白佛言。世尊。我等自觀亦應有此諸惡業障。

ในกาลครั้งนั้นแล ทามกลางธรรมสโมสรมีพระโพธิสัตวจํานวน ๑๐๐ องค ตางลุกข้ึนจากอาสนะแหงตน
ยอ กายลงคกุ พระชานเุ บ้อื งขวาลงกับผืนธรณนิ ดว ยความโศกาดรู หมองเศรายงิ่ นกั โดยยงั หล่งั ชลเนตรอยูมิหยุด
คร้ังน้ันพระโลกนาถเจาผูแจงโลก ทรงทราบแลว จึงเปนเหตุใหตรัสถามพระโพธิสัตวเหลานั้นวา ดูกอน พุทธ
บุตร เหตุไฉนพวกเธอท้ังหลายจงึ ไดป ริเวทนาถึงปานนี้ บรรดาพระโพธิสัตวตางกราบทูลเปนสําเนียงเดียวกันวา
ขาแตพระโลกนาถเจา ขาพระองคท้ังหลายลวนพิจารณาในตนแลววา จักพึงมีอกุศลวิบากตางๆ เชนนี้ดวย
พระพุทธเจา ขา

爾時世尊作如是言。如是如是。汝亦曾於過去然燈佛所。在彼法中出家修道。是然燈佛滅度之後
。時有比丘名曰智積。汝等爾時謗是比丘。因是已來不得見佛。不能發菩提心。不得陀羅尼及諸
三昧。後共汝等同時安住菩提之道。

เมื่อนั้น พระบรมศาสดาจารย จึงประทานพระโอวาทดังน้ี เปนเชนน้ัน เปนเชนนั้น เธอทั้งหลายเคยได
ออกบวชบําเพ็ญมรรคในธรรมสมัยแหงพระทีปงกรพุทธเจาเมื่อครั้งอดีต*๑๗ ตอมาภายหลังจากที่พระทีปงกร
พทุ ธเจา ไดเ สดจ็ สูห วงมหาปรนิ ิรวาณแลว คร้งั นนั้ มภี กิ ษชุ ่ือวา “ปรชั ญากฏู ” ซง่ึ เธอทั้งหลายในสมัยน้ันไดใหราย
แกภิกษุนี้ อันเปนเหตุใหท่ีผานมามิไดป ระสบพระพทุ ธะ มิอาจบังเกิดพระอนุตรสัมโพธิจิต มิบรรลุในธารณีและ
สมาธทิ งั้ ปวง ภายหลังพวกเธอทง้ั หลายจงึ ไดด าํ รงในพระบรมโพธิมรรคในคราวเดยี วกนั

*๑๗.พระทีปงกรพุทธเจา คือพระพุทธเจาองคท่ี ๒๔ กอนหนาพระศากยมุนีพุทธเจา ครั้งนั้นพระพุทธเจาของ
เราเสวยพระชาติเปนสุเมธดาบส และไดทอดกายเปนสะพานใหพระทีปงกรพุทธเจาพรอมดวยพระอรหันต
สาวกเดินขามไป จึงไดรับพุทธพยากรณวา จักไดตรัสรูเปนพระโคดมในปจจุบัน จึงทําใหสุเมธดาบสต้ังปณิธาน
และบําเพญ็ บารมจี นไดต รัสรูใ นปจ จบุ นั

汝等善男子。此賢劫最後佛所當獲無生法忍。復於後時過三阿僧祇劫行菩薩道。當得阿耨多羅三
藐三菩提。是故善男子。若菩薩見餘菩薩。不應生於彼此之心。當如塔想如見佛想。是故菩薩見
餘菩薩。莫作異念謂非佛想。若起異念為自侵欺。當受持此莫作異想共相和合。

ดูกอน กุลบุตร เธอท้ังหลายในธรรมสมยั แหงพระพุทธเจาองคส ุดทายในภทั รกัลปน้ี*๑๘ (พวกเธอ) จักได
บรรลใุ นอนุตปตติก ธรรมกษานติ*๑๙ แลจากน้นั ผานเวลาไปสามอสงไขยกัลปจักไดบําเพ็ญโพธสิ ัตวมรรคจนได

24

บรรลใุ นพระอนตุ รสัมมาสมั โพธญิ าณ ดว ยเหตฉุ ะน้ี กลุ บตุ ร หากโพธสิ ตั วพ บโพธิสัตวอ ่ืน มพิ งึ เกิดจติ (แบง แยก)
วา นนั้ และน้ี พงึ กระทาํ ประดจุ (วาโพธสิ ัตวอน่ื น้นั เปน ด่ัง) พระสถปู ประดุจพระพทุ ธองค ดวยเหตนุ เี้ มื่อโพธสิ ตั ว
พบโพธิสัตวอื่น อยาพึงมีมติเปนอ่ืนวามิใชพระพุทธลักษณ หากแมนเกิดมติท่ีแตกตางดวยเพราะตนเองลวงลอ
ตนทลี ะนอย พึงปฏิบัติยดึ ถือวา อยากระทําสญั ญาวา แตกตาง พงึ รวมลักษณะใหเ ปน หนึง่ เดยี ว

*๑๘.ภทั รกลั ป คอื กัลปท เี่ จรญิ ตามคตขิ องมหายานวา จะมพี ระพุทธเจา อุบตั ขิ นึ้ ถึงหน่ึงพนั พระองค โดยมีพระ
ศากยมนุ เี ปนองคท ี่ ๔ พระเมตไตรยเปน องคท ี่ ๕ และจะมอี ีก ๙๙๕ พระองค โดยมพี ระรุจิพทุ ธเจาเปน พระองค
สดุ ทาย และวา พระรจุ ิพทุ ธเจาในอนาคต กค็ ือพระเวทโพธิสตั วใ นปจ จบุ นั

*๑๙.ความอดทน ๓ ประการ มี ๑)โฆษานคต-ธรม-กษานติ คือ ความอดทนตอเสียงดังตางๆ โดยพิจารณาวา
เปนของไมเท่ียงแทถาวร ๒)อนุโลมิกี-ธรม-กษานติคือ ความอดทนที่จะปฏิบัติอนุโลมตามธรรม ๓)อนุตปตติก-
ธรม-กษานติคือ ความอดทนในความปลงใจเชื่อในธรรมท่ีไมเกิดอกี ตอ ไป

我今觀初發心菩薩不如佛想者。我便欺誑十方現在一切無量阿僧祇諸佛。是故善男子。菩薩未來
於五濁世中。得陀羅尼三昧者。一切皆是佛之威力。是故善男子。若有誹謗其法師者。即為謗佛
等無有異。

ดวยตถาคตไดพิจารณาโพธิสัตว ผูเริ่มบังเกิดพระบรมโพธิจิตวา มิประดุจพระพุทธะ ตถาคตจึงโปปดและ
สาเถยยะโออวดถือดีตอพระพุทธเจา จํานวนอสงไขยในทศทิศท่ีดํารงอยูในกาลปจจุบัน จํานวนมิอาจประมาณ
ดวยเหตฉุ ะน้แี ล กลุ บุตร โพธิสตั วในอนาคตยอมบรรลธุ ารณีแลสมาธิ ภายในโลกแหง ความเสอ่ื ม ๕ ประการ ซง่ึ
ท้ังหลายทั้งปวงลวนคือพระพุทธพละบันดาลดลใหเปนไป ดวยเหตุฉะนี้ กุลบุตร หากครหานินทา ใหรายติฉิน
ตอ พระธรรมาจารยน้นั ยอ มคอื การใหร ายพระพทุ ธเจาดวยมิตา งกันเลย

善男子。佛滅度後若有法師。善隨樂欲為人說法。能令菩薩學大乘者。及諸大眾有發一毛歡喜之
心乃至暫下一渧淚者。當知皆是佛之神力。若有愚人實非菩薩假稱菩薩。謗真菩薩及所行法。復
作是言。彼何所知彼何所解。

ดกู อ น กุลบตุ ร เมื่อตถาคตดับขนั ธลว งแลว หากแมน จกั มีธรรมาจารยท ี่สามารถสําแดงธรรมแกมนษุ ยโดย
อนุโลมตามความปติยินดไี ดอยางช่ําชอง สามารถยังใหบรรดาโพธิสัตวศึกษาในมหายาน*๒๐ และยังใหมหาชน
ทั้งปวงบังเกิดจิตปติยินดีเพียงโลมาชาติเสนเดียว จนถึงการหล่ังชลเนตรเพียงครั้ง พึงทราบเถิดวาลวนคือพระ
พทุ ธพละบันดาลดลใหเ ปน ไป โดยอาจมีโมหบรุ ุษซง่ึ ท่ีแทหาใชโ พธิสัตวไม แตล วงหลอกสรรเสริญวาเปนโพธิสัตว
ใสไคลโพธิสัตวแ ทแ ละธรรมจริยาท้งั ปวง ทั้งยงั กลา ววา “นัน่ จะรูไดอ ยา งไร นน้ั จะแยกแยะไดอยา งไร”

*๒๐.คําวาศึกษาในมหายาน โดยนัยยะของพระสูตรมหายาน คือการศึกษาการเปนพระโพธิสตั ว เพื่อชวยเหลือ
สรรพสตั วและเพื่อเปน สําเรจ็ พระพทุ ธญาณ

彌勒。我憶過去於閻浮提學菩薩時。愛重法故為一句一偈。棄捨所愛頭目妻子及捨王位。何以故
。以求法故。如彼愚人專為名聞耽著利養。自恃少能不往如來傳法人所聽受正法。

ดูกอน เมตไตรย เราตถาคตระลึกยอนไปในอดีตเม่ือคราที่ไดศึกษา (การเปน) โพธิสัตวในชมพูทวีป ดวย
เหตุท่ีมีความใครธรรมยิ่งนัก แมนเพ่ือธรรมคาถาเพียง ๑ บาท ๑ บท ก็ยังสละไดโดยมิยินดีแมนในศีรษะ ดวง
เนตร มเหสี ราชบุตร และสละราชศักด์ิ ดวยเหตุใดฤๅ ก็ดวยเหตุท่ีปรารถนาในธรรมยิ่งนัก ประดุจโมหบุรุษน้ัน
ที่มุงมั่นต้ังใจแสวงช่ือเสียงมัวเมายึดติดในลาภสักการะ อาศัยท่ีตนเองขวนขวายนอย มิไดสดับตถาคตแสดง
ธรรม

25

彌勒。若彼此和合則能住持流通我法。若彼此違諍則正法不行。阿逸多。汝可觀此謗法之人。成
就如是極大罪業。墮三惡道難可出離。

เมตไตรย หาก (บุคคล) นั้นและ (บุคคล) น้ีสมัครสมานกนั ยอมจักทรงไวแลยังใหธรรมแหงเราตถาคตแผ
ไพศาล แตหาก (บุคคล) น้ันและ (บุคคล) นี้วิวาทแกกัน ยอมจักมิอาจดําเนินในพระสัทธรรมได อชิตะ เธอพึง
พิจารณาบุคคลท่ีทําลายพระธรรมน้ี วาจักสําเร็จในมหาวิบากกรรมที่ใหญหลวงเชนนี้ ยอมตกสูอบายภูมิสาม
ยากทจี่ ักหลดุ พน

復次彌勒。我初成佛以妙智慧廣為眾生宣說正法。若有愚人於佛所說而不信受如彼達摩比丘。雖
復讀誦千部大乘為人解說獲得四禪。以謗他故七十劫中受大苦惱。況彼愚癡下劣之人。實無所知
而作是言。我是法師明解大乘能廣流布。謗正法師言無所解。亦謗佛法而自貢高。

ดูกอน เมตไตรย ในคราแรกท่ีตถาคตสําเร็จพระพุทธญาณ ดวยอาศัยปญญาญาณอันวิเศษ แสดงพระ
สัทธรรมแกสรรพสัตวอยางไพศาล หากมีโมหบุรุษที่มิอาจศรัทธานอมรับพระพุทธพจนทั้งปวงได ประดุจธัมมา
ภิกษุผูนั้น ท่ีแมนวาจักไดอานทอง สาธยาย มหายานธรรมนับพันปกรณ แลแสดงอรรถาธิบายแกมนุษยจน
(ตนเอง) ไดบรรลุถึงจตุถฌาน แตดวยการกลาวใหรายผูอื่นเปนเหตุ ยังใหตองเสวยทุกขเวทนาใหญหลวง (ใน
นรก) เปนเวลาเจ็ดสิบกัลป  แลวจักประสาใดกับบุคคลผูประกอบดวยโมหะ ลุมหลง สามานยเลา โดยแทจริง
แลว (ตน) มิไดรูแจงใดเลยกลับยังกลาววา “เราคือธรรมาจารยผูแตกฉาน แจงในมหายาน สามารถ (เผยแผ
ธรรม) ไปใหกวางขวางไพบูลย” ไดทําการใหรายธรรมาจารยแท กลาววาจาที่มิอาจเขาใจ โดยใหรายพระพุทธ
ธรรมแตก ลบั เทิดทูนตนเองไวส งู สง

若彼愚人於佛大乘。乃至誹謗一四句偈。當知是業定墮地獄。何以故。毀謗佛法及法師故。以是
因緣常處惡道永不見佛。以曾誹謗佛法僧故。亦於初發菩提心者。能作障礙令退正道。當知是人
以大罪業而自莊嚴。於無量劫身墮地獄受大苦報。以惡眼視發菩提心人故得無眼報。以惡口謗發
菩提心人故得無舌報。

หากวาโมหบุรุษนั้นไดใสไคลพุทธมหายาน แมนกระทั่ง (พระธรรม) เพียงหนึ่งประโยค หรือหน่ึงบท พึง
ทราบเถิดวากรรมนั้นยอมยังใหตกสูนรกภูมิเปนแมนมั่น ดวยเหตุไฉนฤๅ เพราะเหตุท่ีไดทําลายโดยการใหราย
พระพทุ ธธรรมและพระธรรมาจารย ดว ยอาศัยเหตุปจจัยนี้ยงั ใหม ุงสูอบายมรรคอยูเปน นิจ มิไดพบพระพุทธเจา
ดวยอาศยั เหตทุ ี่เคยไดครหาใสค วามพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ อกี ท้ังผูเร่มิ บังเกิดพระบรมโพธจิ ติ ยอมให
เกิดเปนอุปสรรคขวางก้ันยังใหเ สื่อมถอยจากสัมมามรรค พึงทราบเถิดวา บุคคลนี้ดวยอาศยั บาปกรรมของตนท่ี
ใหญหลวง ยังผลใหตนตกสูนรกภูมิเสวยมหาทุกขวิบากกรรมเปนเวลาประมาณกัลปมิได ดวยอาศัยอกุศลจักษุ
แลมองผูบังเกิดพระบรมโพธิจิตเปนเหตุ ยังผลใหปราศจากซ่ึงดวงเนตร ดวยอาศัยอกุศลโอษฐใหรายผูบังเกิดมี
พระบรมโพธจิ ิตเปน เหตุ ยงั ผลใหป ราศจากซึง่ ชิวหา

阿逸多。我更不見有一惡法能過毀破發菩提心罪之重也。以此罪故墮於惡道。況復毀謗餘菩薩等


ดูกอน อชติ ะ เราตถาคตยงั มพิ บอกุศลธรรมหน่ึงใด ท่สี ามารถสาหสั ยิ่งไปกวา บาปจากการทาํ รายผูบังเกิด
มีพระบรมโพธิจิตเลย ดวยอาศัยบาปนี้เปนเหตุ ยังใหสูอบายมรรค แลวจักประสาอันใดกับการทํารายโดยการ
ครหากลา วตูโพธิสัตวอ ่นื ๆ อกี เลา

若有菩薩為諸眾生。能如實說不起斷常。言諸眾生定有定無。亦不專執諸法有無。

26

หากแมน จกั มีโพธิสตั วทเ่ี พื่อสรรพสตั วทั้งปวงแลว สามารถกลา วแสดง (ธรรม) โดยสตั ยตถตาจริงแทอ ยาง
มิขาดชวง มีวจแี กสรรพสตั ววา นม่ี อี ยอู ยางแนแท หรือน้ีปราศจากอยา งแนแ ท อกี มไิ ดจาํ เพาะในสรรพธรรมวามี
หรือไร (การแสดงธรรมโดยมชั ฌมิ าปฏปิ ทา ไกลจากมติสุดโตงท้งั ๒ ประการ)

阿逸多。學菩薩者應如是住。如是住者是諸菩薩清淨善業。凡所修集皆不取著。若有眾生起執著
者。當知是人生五濁世。復有菩薩善隨根欲。能為眾生種種說法。

ดูกอ น อชิตะ เสกขโพธิสัตว* ๒๑ บงั ควรดํารงตนอยูดว ยประการเชนนี้ อนั วา ผดู าํ รงน้ี ก็คือบรรดาโพธสิ ตั ว
ผูมีกุศลกรรมบริสุทธิ์ สรรพส่ิงท่ีบําเพ็ญส่ังสมนั้นลวนมิไดยึดมั่นถอื ม่ัน หากมีสรรพสัตวเกิดความยึดถือไวคงมนั่
แลวไซร พึงทราบเถิดวา บุคคลน้ันยอมจักถือกําเนิดยังโลกแหงความเสื่อม ๕ ประการท่ียังมีโพธิสัตวผูอนุโลม
ตามอนิ ทรยี ที่ปรารถนาไดโ ดยกุศล สามารถเทศนาธรรมนานาประการแกส รรพสตั ว

*๒๑.เสกขโพธสิ ัตว คือ พระโพธิสัตวท ีย่ งั ตอ งศกึ ษา, ผูที่ศกึ ษาการเปนโพธสิ ัตว

阿逸多。菩薩如是具足修行六波羅蜜。乃能成就無上菩提。彼愚癡人信己自執作如是說。菩薩惟
學般若波羅蜜。勿學餘波羅蜜。以般若波羅蜜最殊勝故。作是說者是義不然。何以故。阿逸多。
往昔迦尸迦王學菩薩時。捨所愛身頭目髓惱。爾時此王豈無智慧。

ดูกอน อชิตะ โพธิสัตวเปนผูสมบูรณในการบําเพ็ญบารมีจริยาท้ัง ๖ ประการอยูเชนนี้ กระทั่งสามารถ
สาํ เรจ็ พระอนตุ รสัมโพธญิ าณได อนั โมหบุรษุ นัน้ เชอ่ื มน่ั ในตนเองเปนทีย่ ิ่ง ไดก ลาววาจาเชนนี้วา “โพธสิ ตั วเพียง
ศึกษาในปญญาบารมี มิพึงตองศึกษาในบารมีอื่นใดดอก เหตุดวยปญญาบารมีน้ันมีความวิเศษยอดเยี่ยมเปน
ท่สี ุด ผูทีก่ ลา ววาจาเชน นี้ อนั มิใชอรรถแหง ตถตา ดวยเหตไุ ฉนฤๅ อชติ ะ เมอื่ ครง้ั ท่ีกาศมี หาราช ทรงศกึ ษา (การ
เปน) โพธิสัตวน้ัน ไดทรงอุเบกขาในส่ิงอันเปนท่ีรักท่ีหวงแหน มีกาย สังขาร ศีรษะ นัยเนตร ไขกระดูก ท่ีเปน
เครอ่ื งกังวล คร้งั นั้นมหาราชผูนไี้ รซ ึ่งปญ ญาญาณฤๅ

彌勒白佛言。世尊。誠如聖說實有智慧。佛告阿逸多。我從昔來經無量時。具足修行六波羅蜜。
若不具修六波羅蜜。終不得成無上菩提。如是世尊。

พระเมตไตรย กราบทูลวา ขาแตพระโลกนาถเจาผูเจริญ เปนความสัตยจริงด่ังพระองคตรัสแลววามี
ปญญาญาณอยางจริงแท*๒๒ พระพุทธองคไดรับสั่งกับพระอชิตะวา ตถาคตแตคร้ังกระโนนลวงเวลามาหา
ประมาณกาลมิได ไดบ ําเพญ็ บารมที งั้ ๖ สมบรู ณมาแลว หากบําเพญ็ บารมที ั้ง ๖ มิพรอ มถวนแลว ไซร ทส่ี ดุ ยอม
มิสําเร็จพระอนุตรสัมโพธญิ าณเปน พระโลกนาถเจา เชนน้ี

*๒๒.กลาวคือ มีปญญาญาณที่ทําใหทราบถึงวิธีการและประโยชนในการบําเพ็ญในทานบารมี ทานอุปบารมี
และปรมตั ถบารมี เพราะถาปราศจากปญญาที่เหน็ ประโยชนในการบําเพ็ญบารมีประเภทตางๆ ใหถึงพรอมแลว
กจ็ ะมอิ าจสาํ เรจ็ พระพุทธญาณไดน นั่ เอง

佛告阿逸多。如汝所說。我曾往昔於六十劫。行檀波羅蜜 尸羅波羅蜜 羼提波羅蜜 毘梨耶波羅蜜
禪那波羅蜜 般若波羅蜜各六十劫。彼愚癡人妄作是說。唯修一般若波羅蜜得成菩提。無有是處。
彼懷空見故作如是不淨說法。作此說者身口意業與法相違。雖解空法為人宣說。而於空法不如說
行。以無行故去空義遠。心懷嫉妬深著利養踰於親戚。

พระพุทธองครับสั่งกับพระอชิตะวา เปนด่ังที่เธอกลาวแลว เปนเวลาหกสิบกัลปลวงแลว ตถาคตได
บําเพ็ญทานบารมี ศีลบารมี ขันติบารมี วีริยะบารมี ฌานบารมี และปญญาบารมี เปนเวลาอยางละหกสิบกัลป
อันโมหบุรุษผูนั้น จักกลาวโปปดเชนน้ีวา “เพียงการบําเพ็ญปญญาบารมีหนึ่งเดียวก็จักสําเร็จพระโพธิญาณได”
ซึ่งจักเปนไปมิได ดวยเหตุที่ใฝใจในศูนยตาทิฐิ*๒๓ จึงกลาวแสดงพระสัทธรรมดว ยความมิบริสุทธ์ิเชนน้ี ผูกลาว

27

วาจาน้ีเปนผูมีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมขัดแยงจากธรรมลักษณ*๒๔ โดยสิ้นเชิง แมนจักวิภาคแจก
แจงศูนยตาธรรมแกผูคนก็ตาม แตทวาศูนยตาธรรมก็มิเหมือนที่กลาวมา เพราะดวยมิไดประพฤติจริยาบําเพ็ญ
ตนเปนเหตุ จึงออกหางจากศูนยตาอรรถเสียไกล ในจิตเบื้องลึกแฝงเรนดวยความอิจฉาริษยา เคลือบยอมดวย
ลาภสักการะเพอื่ เออ้ื แกญาตบิ ริวาร

*๒๓.มีความเห็นผิด ตัง้ มนั่ ถือมั่นวา ทุกสิ่งคือความวาง(ศนู ยตา)

*๒๔.ธรรมลักษณหรือลักษณะของธรรม หรือลักษณะท่ีเหมาะแกธรรม หรือกฎแหงไตรลักษณ(ทุกขัง อนิจจัง
อนัตตา)

阿逸多。我於往昔作轉輪王。捨諸珍寶頭目手足。猶不得成無上菩提。況彼愚人為飲食故。緣歷
他家有所宣說。唯讚空法言己所說。是菩提道是菩薩行。唯此法是餘法皆非。復作是言。而我所
解無量法師悉皆證知。彼為名聞自讚己能憎妬明解。

ดูกอน อชิตะ ตถาคตเม่ือคร้ังกระโนนไดกระทําซึ่งความเปนพระเจาจักรพรรดิราช ไดวางเฉยในรัตนสม
บัติอันสูงคาทั้งปวง รวมถึงศีรษะ ดวงเนตร หัตถ และบาทา ก็ยังมิไดบรรลุซ่ึงพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ อัน
จักประสาใดดวยโมหบุรุษท่ีมีแตเหตุเพียงเพ่ือการดื่มกินเลา เหตุเพราะเคหาสนของผูนั้นมีบรรดาถอยแถลงที่
สรรเสริญแตศูนยตาธรรมตามวจีที่ตนกลาวไวท้ังสิ้นวา “น่ีแลคือพระโพธิมรรค น่ีแลคือพระโพธิสัตวจริยา มี
เพียงธรรมน้ีแหละท่ีคือธรรม นอกเสียจากธรรมนี้หาใชไม” อีกกลาววา “ตามท่ีเราไดเขาใจน้ี บรรดาธรรมา
จารยจํานวนมากมายไมมีประมาณ ลวนแตรับรองเห็นชอบ” ผูน้ันเพื่อช่ือเสียงและสรรเสริญของตนแลวจึง
สําแดงความชิงชังแลความอจิ ฉาโดยชัดแจง

阿逸多。我見彼心規求利養以自活命。雖有善行經於百劫。尚不能得少法忍心。何況能成無上菩
提。

ดูกอน อชิตะ เราตถาคตพบวาในจิตของบุคคลน้ันวางแผนและปรารถนาใหไดมาซ่ึงลาภสักการะ เพ่ือ
บํารุงชีวิตตน ถึงแมนจะบําเพ็ญกุศลจริยาผานไปรอยกัลป ก็มิอาจบรรลุจิตแหงธรรมกษานติไดแมแตน อย แลว
จกั ประสาอันใดกบั การสําเรจ็ พระอนตุ รสัมมาสัมโพธิญาณที่สุดประเสริฐเลา

阿逸多。我不為心口相違誑惑之人而說菩提。不為嫉妬之人而說菩提。不為傲慢不敬之人而說菩
提。不為無信之人而說菩提。不為不調伏人而說菩提。不為邪婬之人而說菩提。不為自是非他之
人而說菩提。

ดูกอ น อชิตะ ตถาคตมใิ ชเพ่ือผมู ีจิตและวาจาขดั แยงแกก ัน และผอู วดโอแ ลวจงึ เทศนาพระโพธิธรรม มใิ ช
เพื่อผูอิจฉาริษยาแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชเพื่อผูโอหังอวดดีแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชเพื่อผูไร
ศรัทธาแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชผูมีตนยังมิบําราบสงบแลวจึงเทศนาพระโพธิธรรม มิใชเพ่ือผูประพฤติ
ชั่วในกามแลว จึงเทศนาพระโพธธิ รรม แลมใิ ชเพอื่ ตนเอง มใิ ชเพือ่ ผูอน่ื แลว จึงเทศนาพระโพธิธรรม*๒๕

*๒๕.มีนัยยะวา พระพุทธองคมไิ ดท รงปฏเิ สธการแสดงธรรมแกบ ุคคลขางตน แตท รงเทศนาธรรมส่งั สอนธรรมที่
เหมาะสมแกบ คุ คลนั้นๆ ตามสมควร

阿逸多。彼愚癡人以我慢故自謂勝佛。謗佛所說大乘經典。言是聲聞小乘所說。

ดูกอน อชิตะ โมหบุรุษน้ันอาศัยอัสมิมานะเปนเหตุให ทําตนยอดเย่ียมดั่งพระพุทธะ ใหรายมหายานสูตร
ทง้ั ปวงบรรดาทพี่ ระพทุ ธเจาตรัสแสดง โดยตวู า เปนการกลาวแสดงของสาวกยาน

爾時佛告尊者須菩提。不應為二見人說般若波羅蜜。

28

กาลคร้ังนั้น สมเด็จพระผูมีพระภาคเจา ทรงมีพุทธฎีกาแก พระสุภูติอรหันตเจาความวา มิพึงกลาวแสดง
ปญญาบารมีแกผมู ีทวทิ ฐิ ิ มีมตเิ หน็ เปนสอง

須菩提白佛言。唯然世尊。如佛所說。

พระสภุ ูตกิ ราบทลู วา เปน เชนน้ันโดยแทพระโลกนาถเจา ดจุ ที่พระองคต รัสดแี ลวพระพุทธเจา ขา

佛言。如是須菩提。以無著心施是名菩提。

พระพุทธองคตรัสวา เชนนั้นแล สุภูติ ดวยจิตอันมิเคลือบยอมยึดม่ัน จึงสงเคราะหเรียกวา โพธิ (ความรู
แจง)

須菩提言。如是世尊。

กราบทลู วา เปนเชน น้ัน พระพุทธเจา ขา

佛言。須菩提。不自讚毀他施是名菩提。須菩提言。如是世尊。

ตรัสวา ดูกอน สุภูติ มิพึงสงเคราะหเรียกผูยกยอตนเองใหรายผูอื่นวา โพธิ พระสุภูติทูลวา เปนเชนน้ัน
พระพทุ ธเจาขา

佛言。須菩提。汝觀愚人起我我見。無慚無愧為愛親戚。貪求活命好受他施。當知是人專造惡業


ตรัสวา เธอพิจารณาโมหบุรุษผูเกิดอัตตาแลมยทฤษฏี*๒๖ ปราศจากหิริและโอตตัปปะ ดวยเห็นแกญาติ
วงศา ละโมบโลภมากในทานที่ผูอื่นกระทําแลว เพื่อนํามาเลี้ยงดูชีวิตตนใหอยูดี พึงทราบเถิดวา อันผูนั้นไดมี
เจตนากออกุศลกรรมใหเ กดิ ขน้ึ แลว

*๒๖.ความเห็นวาเปนตัวตน

復次阿逸多。菩薩於一切法於一切菩薩法莫生恐怖。於一切辟支佛法亦莫恐怖。於一切聲聞法亦
莫恐怖。於一切凡夫法亦莫恐怖。於一切煩惱法亦莫恐怖。於一切盡法亦莫恐怖。於難精進亦莫
恐怖。於是於非亦莫恐怖。於作不作亦莫恐怖。於畏不畏亦莫恐怖。於有於無亦莫恐怖。於心非
心亦莫恐怖。於覺不覺亦莫恐怖。於業非業亦莫恐怖。於善不善亦莫恐怖。於安不安亦莫恐怖。
於解脫不解脫亦莫恐怖。於修不修亦莫恐怖。於法非法亦莫恐怖。於靜於亂亦莫恐怖。於假於實
亦莫恐怖。於信不信亦莫恐怖。於善念不善念亦莫恐怖。於住不住亦莫恐怖。如是菩薩於一切法
莫生恐怖。

ดกู อน อชิตะ โพธสิ ัตวใ นสรรพธรรมแลในสรรพโพธิสัตวธรรมจงอยาหวั่นเกรง ในสรรพปจเจกพุทธธรรมก็
จงอยาไดหว่ันเกรง ในสรรพสาวกธรรมก็จงอยาไดหวั่นเกรง ในสรรพปุถุชนธรรมก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในสรรพ
กิเลสธรรมก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในปวงธรรมที่ส้ินสุดก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในความยากแหงความเพียรก็จง
อยาไดหว่ันเกรง ในความใชฤ ๅมใิ ชก จ็ งอยาไดหวั่นเกรง ในความกระทาํ ฤๅความมิกระทําก็จงอยาไดหว่ันเกรง ใน
ความหวาดกลวั ฤๅมิหวาดกลัวกจ็ งอยาไดหวัน่ เกรง ในความมฤี ๅความไรก็จงอยาไดห วน่ั เกรง ดว ยใจฤๅมิดวยใจก็
จงอยา ไดห วัน่ เกรง ดวยความรูสกึ ฤๅมิรูส ึกกจ็ งอยาไดห วั่นเกรง ในกรรมฤๅอกรรมก็จงอยา ไดห วน่ั เกรง ในกุศลฤๅ
อกุศลก็จงอยาไดห วนั่ เกรง ในความสงบฤามิสงบก็จงอยา ไดห วน่ั เกรง ในวิมตุ ติฤๅอวมิ ุตติกจ็ งอยา ไดหว่ันเกรง ใน
การบําเพ็ญฤๅมิบําเพ็ญก็จงอยาไดหวั่นเกรง ในธรรมฤๅอธรรมก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในความนิ่งฤๅซัดสายก็จง
อยาไดหว่ันเกรง ในความโปปดในความสัตยแทก็จงอยาไดหว่ันเกรง ในศรัทธาฤๅมิศรัทธาก็จงอยาไดหว่ันเกรง
ในความระลึกโดยชอบฤๅระลึกมิชอบก็จงอยาไดหวนั่ เกรง ในความตัง้ อยฤู ๅมิตง้ั อยกู ็จงอยาไดห ว่ันเกรง โพธสิ ัตว
ทีด่ ํารงในสรรพธรรมทั้งปวงจงอยาไดหวาดหว่นั พรั่นพรึงดว ยประการเชนนี้

29

阿逸多。我於往昔修如是等無畏法故得成正覺。悉能了知一切眾生心之境界。而於所知不起知相
。以我所證隨機演說。能令聞法諸菩薩等獲得光明陀羅尼印。得法印故永不退轉。若於此法不如
實知言無善巧。終不得成無上菩提。

ดูกอน อชิตะ ตถาคตดวยอาศยั การบําเพ็ญซึ่งความมิหว่นั เกรงตางๆ เม่ือครั้งกระโนน มาแลวดงั นี้ จงึ ใหไ ด
บรรลุซึ่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ มีความสามารถรูแจงแทงตลอดในวิสัยแหงจิตของสรรพสัตวทั้งปวง ในความรู
ทั้งปวงนั้นก็มิเกิดสัญญากําหนดยึดม่ันในความรู  ตถาคตไดเทศนาธรรมอันเหมาะแกกาละและเทศะ สามารถ
ยงั ใหโพธสิ ตั วท งั้ หลายท่ีสดบั พระธรรมแลวไดสําเรจ็ ซึง่ ธารณปี ระภา*๒๗ เมื่อบรรลธุ รรมธารณีเปนเหตุ จึงมติ อง
เส่ือมถอยยอยกลับอีก หากมิไดรูแจงแทจริงในธรรมน้ีแลวไซร ก็ยอมปราศจากอุปายโกศลที่ชาญฉลาด ท่ีสุด
ยอ มมิอาจบรรลุพระอนตุ รบรมสมั โพธญิ าณ

阿逸多。我為四天下眾生說此法時。是諸眾生以佛神力。各自見釋迦如來為我說法。如是次第乃
至阿迦尼吒天。彼諸眾生亦謂如來唯為我說。如一四天下乃至三千大千世界亦復如是。此諸眾生
咸作是念。釋迦如來獨生我國。唯為於我轉大法輪。

ดูกอน อชิตะ เพลาที่ตถาคตแสดงธรรมเทศนาน้ีแกสรรพสัตวทั้งจตุรทวีป*๒๘ บรรดาสรรพสัตวยอม
อาศัยฤทธาพละแหงพระพุทธะ ใหแลเห็นพระศากยตถาคตแสดงธรรมแกตนเองอยูเฉพาะตน เปนลําดับๆ ไป
เชน นี้ จนถึงอกนษิ ฐพรหมภูมิ*๒๙ สรรพสตั วน ั้นๆ จะสําคัญวาพระตถาคตแสดงธรรมโปรดอยูเฉพาะตนเทานั้น
ดุจทวีปหนึ่งตลอดถึงตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุก็เปนดุจฉะนี้ สรรพสัตวนี้ยอมจักมีมนสิการรวมกันวา “พระ
ศากยตถาคต ทรงมาถืออุบัติยังประเทศของเราเทานั้น ทรงหมุนเคล่ือนกงลอแหงพระมหาธรรมจักรแกเรา
เทานน้ั ”*๓๐
*๒๗.ปญ ญา คอื ความรูแจง
*๒๘.ทวีปท้ัง ๔ มี ๑)ชมพูทวีป ตั้งอยูทางทิศใตของภูเขาสุเมรุ ๒)ปูรววิเทหทวีป ตั้งอยูทางทิศตะวันออกของ
ภูเขาสุเมรุ ๓)อมรโคยานทวีป ตั้งอยูทางทิศตะวันตกของภูเขาสุเมรุ ๔)อุตตรกุรุทวีป ต้ังอยูทางทิศเหนือของ
ภเู ขาสุเมรุ
*๒๙.พรหมชนั้ สงู สดุ
*๓๐.มีความหมายโดยนัยยะวา พระพุทธเจาท้ังปวงทรงมีความเสมอภาคเชนเดียวกันกับพระศากยมุนีพุทธเจา
และพระศากยมุนีพุทธเจาก็ทรงมีความเสมอภาคเชนเดียวกันกับพระพุทธเจาท้ังปวง ทรงนิรมาณกายไปโปรด
และประทานพระธรรมเทศนาแกสรรพสัตวท่ัวจักรวาล หรืออาศัยนัยยะตามประโยคที่วา “ใหตางแลเห็นพระ
ศากยตถาคตอยูเฉพาะตน” อาจหมายความวา สรรพสัตวท่ัวจักรวาลสามารถรับฟงพระธรรมเทศนา จากพระ
ศากยตถาคตเจา ไดด วยสภาวะแหงใจเฉพาะตน

阿逸多。我以如是大方便力。能於無量無邊世界。常於晨朝遍觀眾生所應化者而為說法。於中及
暮恒以法眼等觀眾生。於彼世界而為眾生說一切法。如是無量諸佛境界。所有眾生學菩薩者應如
是修。若彼愚人於佛所說謗誹正法。妄執自解用為真實。若謗法者則不信佛。以此惡業墮於地獄
。具受眾苦永不聞法。

ดกู อ น อชติ ะ ตถาคตอาศัยอํานาจแหงมหาอุปายเชนน้ี ในโลกธาตุทีม่ ีจาํ นวนพน ประมาณมอิ าจกาํ หนดซ่ึง
ขอบเขตน้ัน เมื่อคราอรุโณทัยสามารถสอดสองพุทธญาณวิถี สํารวจตรวจดูสรรพสัตวท ่ีสมควรไดรับการสั่งสอน
แลวจึงประทานพระธรรมเทศนา ในเพลาเที่ยงวันแลพลบค่ําก็ยังใชธรรมจักษุสอดสองสรรพสัตวทั้งปวงอยู
ตลอดเวลา ไดเทศนาธรรมท้ังปวงแกสรรพสัตวในโลกธาตุเหลานั้นดวยพทุ ธวิสัยนานาที่จักประมาณหยงั่ วัดมิได

30

สรรพสัตวผูศึกษา (การเปน) โพธิสัตวพึงบําเพ็ญอยูเชนนี้ หากวาโมหบุรุษนั้นไดใหรายแกสัมมาธรรมท่ี
พระพุทธเจาตรัสไวดีแลวท้ังมวล หลงลืมแลยึดถือเอาการวิภาคของตนวาเปนสัตยธรรมจริงแท หากใหรายพระ
ธรรมแลว ยอ มมิศรัทธาในพระพทุ ธะ ดวยอาศยั อกศุ ลกรรมน้จี กั ยงั ใหส ูหว งนรกภมู ิรบั ทกุ ขเวทนานานัปการ มิได
สดับฟงพระธรรมเปนเวลาแสนนาน

復次阿逸多。汝當受持如來密教以善方便廣為人說。

ดูกอน อชิตะ เธอพึงนอมรับแลทรงไวซ่ึงการส่ังสอนอันลึกลับของพระตถาคต และจงอาศัยอุปายโกศลก
ลา วแสดงแกม วลมนษุ ยอ ยางกวา งขวางเถิด

爾時文殊師利童子。福光平等菩薩。無疑惑菩薩。定發心菩薩。妙心開意菩薩。光明菩薩。歡喜
王菩薩。無畏菩薩。心念遍到無邊佛剎菩薩。觀世音菩薩。香象菩薩。滅一切惡業菩薩。住定菩
薩。百千功德莊嚴菩薩。妙音遠聞菩薩。一切智不忘菩薩。大名遠震寶幢莊嚴菩薩。求一切法菩
薩。住佛境界菩薩。月光莊嚴菩薩。一切世間大眾莊嚴菩薩。

ก็โดยกาลคร้ังนั้นแล มัญชุศรีกุมารภูตะ*๓๑ ปุญญประภาสมภาพโพธิสัตว อวิจิกิจฉาโพธิสัตว สมาธิจิต
โพธิสัตว มัญชุจิตเกษมโพธิสัตว ประภาโพธิสัตว ปติราชาโพธิสัตว อเภตริโพธิสัตว หทัยบริบูรณอนันตพุทธ
เกษตรโพธิสัตว อวโลกิเตศวรโพธิสัตว คันธหัสดีโพธิสัตว นิโรธสรวอบายกรรมโพธิสัตว สถิตยสมาธิโพธิสัตว
ศตสหสั รกศุ ลอลงั การโพธิสตั ว สุรสวรโพธสิ ัตว สรวปญ ญาธารณีโพธิสัตว มหานามรัตนธวชั อลงั การโพธสิ ตั ว รติ
สรวธรรมโพธิสัตว สถติ ยพุทธวิสัยโพธสิ ตั ว จันทรประภาอลังการโพธิสตั ว สรวโลกธาตมุ หาชนาลงั การโพธสิ ัตว
*๓๑.พระนามหน่ึงของพระมัญชุศรีโพธิสัตวบางก็เรียก มัญชุโฆษ ซ่ึงเปนโพธิสัตวท่ีมากดวยปญญา เปนองค
แทนของพระปญ ญาคุณของพระพุทธเจาทั้งปวง เชนเดียวกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตวที่เปน องคแทนของพระ
มหากรุณาธิคุณ พระวัชรปาณีโพธิสัตวเปนองคแทนของพระเดชานุภาพ และพระมหาจุนเทโพธิสัตวที่เปนองค
แทนในพระบริสุทธิคุณของพระพทุ ธเจา ทัง้ ปวง

如是等菩薩摩訶薩白佛言。世尊。如是如是誠如聖說。我等於此東方過六十恒河沙佛剎。於諸佛
所恭敬禮拜。一一佛剎唯見釋迦如來出現於世。我等於其七日之中遍遊十方。亦見釋迦如來出現
於世。不覩餘佛。遍遊歷已還歸本土聽受正法。

อันบรรดาโพธิสัตวมหาสัตวเหลาน้ีไดกราบทูลพระพุทธองควา ขาแตพระโลกนาถเจา เปนเชนนั้น เปน
เชน น้นั จริงด่ังพระองคต รสั แลว พระพทุ ธเจา ขา เมื่อคราทขี่ า พระองคท ั้งหลายไดดํารงอยทู างดา นบรู พาทิศของ
โลกธาตุแหงน้ี ผานพุทธเกษตรตางๆ จํานวนคณนาเทากับเมล็ดทรายในคงคานทีหกสิบสายรวมกันน้ัน ก็ได
ถวายสักการะพระพุทธเจาผูประเสริฐเหลาน้ันดวย ในพุทธเกษตรหนึ่งๆ น้ัน พบเพียงพระศากยตถาคตท่ีทรง
บังเกิดมีขึ้นในโลก ขาพระองคทั้งหลายในเจ็ดวาร จึงไดเที่ยวไปอีกในทศทิศ ก็พบเพียงพระศากยตถาคตที่
บังเกิดอยูในโลก มิไดพบพระพุทธะอื่นใดเลย เมื่อเท่ียวไปโดยทั่วแลวจึงนิวัติมาสูโลกธาตุแหงนี้ เพ่ือสดับพระ
สทั ธรรม พระพทุ ธเจาขา

爾時佛告文殊師利童子。汝今諦觀。如來智慧不可思議。如來境界亦不可思議。如是無等等是如
來法。彼愚癡人作如是說。唯一般若波羅蜜。是如來行是菩薩行是甘露行。

ครง้ั น้ันแล พระอรหนั ตสัมพุทธเจา ทรงมพี ุทธบรรหารแกพระมัญชุศรกี ุมารภูตะความวา เธอพงึ พิจารณา
โดยดีเถิดวา อันปญญาญาณของพระตถาคตเจาน้ันเปนอจินไตย มิอาจนึกคิดคาดการณไดโดยแท พระตถาคต
วสิ ัยกเ็ ปน อจินไตยดจุ กนั ฉะนี้ จักหาส่ิงมาเทียบเทา เคียงเสมอหาไมม ี อันคือพระตถาคตธรรมนี้ ท่โี มหบรุ ุษนนั้ ได
กระทาํ ซงึ่ วาจาเชน นีว้ า “เพยี งปญญาบารมหี น่งึ เดียว ท่คี ือตถาคตจรยิ า คือโพธิสัตวจรยิ า คืออมฤตจริยา”

31

佛告文殊師利。作此說者與法相違。何以故菩薩行法具足甚難。無著行是菩薩行。無我我行是菩
薩行。空行是菩薩行。無相行是菩薩行。

พระพุทธองค รับส่ังกับพระมัญชุศรีวา ผูกระทําวาจาเชนนี้ กับธรรมลักษณน้ันไกลหางกันนัก ดวยเหตุ
ใดฤๅ อันโพธิสัตวจริยาธรรม จักทําใหสมบูรณไดนั้นมีความยากยิ่ง ดวยจริยาท่ีมิยึดม่ันถือม่ันคือโพธิสัตวจริยา
จริยาที่ปราศจากซ่ึงมยทฤษฏีคือโพธิสัตวจริยา จริยาแหงศูนยตาคือโพธิสัตวจริยา อนิมิตจริยาที่มิยึดใน
สัญลักษณใดๆคอื โพธสิ ัตวจรยิ า

文殊師利。如是等行是菩薩行。學菩薩者如是受持。若彼愚人心懷邪見。當知是人不了我法。

มญั ชุศรี ดังปวงจริยานท้ี ่ีคอื โพธิสัตวจรยิ า เสกขโพธสิ ตั ว บังควรนอมรบั แลยดึ ถือไวเชน น้ี หากแมน จิตของ
โมหบรุ ุษผูนน้ั จักแฝงเรนดว ยมิจฉาทิฐิ พึงทราบไวเ ถดิ วา บุคคลนมี้ ิเขา ใจธรรมแหง เราตถาคต

文殊師利。汝等諸菩薩守護身口。於不善法勿令放逸。堅固其心使不退轉。為諸眾生具足說法。
亦當自身住於法中。我從久遠阿僧祇劫。具足成就無上菩提。以善方便廣為人說。令諸眾生遠離
惡趣。

มัญชุศรี พวกเธอบรรดาโพธสิ ัตวท ง้ั หลายพงึ ระวงั รักษากายและวาจาใหจงดี ในอกุศลธรรมมคิ วรประมาท
พึงมีจิตที่แกรงกลาอยาไดเส่ือมถอย แสดงธรรมแกสรรพสัตวดวยความสมบูรณ อีกพึงยังกายตนใหดํารงม่ันใน
ธรรม นับแตอสงไขยกลั ปอ ันแสนนานลวงมาแลว ตถาคตไดสําเรจ็ พรอมบริบูรณซ ่ึงพระอนุตรสัมโพธิญาณ แลว
ใชอุปายโกศลในการแสดง (ธรรม) แกม นษุ ยอ ยางไพบลู ย ยังสรรพสัตวทัง้ มวลใหไ กลหางจากหนทางแหงอบาย*
๓๒

*๓๒.มีความหมายโดยนัยวา พระศากยมุนีพุทธเจาทรงไดตรัสรูนานมาแลว แตดวยอาศัยอุบายโกศล จึงแสดง
วาไดมาอุบัติยังโลกแหงน้ี ทรงตรัสรู แสดงธรรม และเสด็จดับขันธปรินิพพาน เพ่ือแสดงใหสรรพสัตวเห็นวา
การเกิดข้ึนของพระพุทธเจานั้นยากย่ิงนัก และใหสรรพสัตวไ มประมาทในการแสวงหาโมกขธรรม รแู จง ในความ
ไมเ ทยี่ งของสรรพสิง่ โดยตามอรรถนจ้ี ึงใหทราบวาพระศากยตถาคตยงั ทรงอยู แมน ปจ จุบัน ซ่ึงการเสดจ็ ดบั ขนั ธ
นัน้ คอื พระอุบายโกศลทีไ่ ดก ลาวแลวขางตน

文殊師利。若有愚人謗微妙法。即是謗佛亦名謗僧。又作是說。此法是彼法非。如是說者亦名謗
法。此法為菩薩說此法為聲聞說。作是說者亦名謗法。此是菩薩學此非菩薩學。作是說者亦名謗
法。復作是言。過去佛已滅。未來佛未至。現在佛無住。唯我獲得陀羅尼法。作此說者亦名謗法
。以謗法故言得陀羅尼者是不淨法。於真法師毀謗所修。復謗法師雖有解慧不如說行。復謗法師
行違於道。復謗法師身不持戒。復謗法師心無智慧。復謗法師意無明解。復謗法師言無辯了。復
於如來所說文字心無信受。復作是言。此修多羅是此修多羅非。此偈經是此偈經非。此法可信此
法不可信。見正說者妄作異論。於聽正法者為作留礙。此是行此非行。此成就此非成就。此是時
此非時。諸如此說皆名謗法。

มัญชุศรี หากมีโมหบุรุษใหรายพระสัทธรรม ยอมคือการใหรายพระพุทธและช่ือวาใหรายพระสงฆ อีก
กลาววา “อันน้ีคือธรรม อันน้ันหาใชธรรมไม” ผูกลาวเชนน้ีก็ไดชื่อวาใหรายพระธรรม “อันธรรมนี้คือโพธิสัตว
กลาว อันธรรมน้ีคือสาวกกลาว” ผูกระทําซึ่งวาจาเชนน้ีก็ไดชื่อวาใหรายพระธรรม “นี้คือ (ธรรมท่ี) โพธิสัตว
ศึกษา น้ีคือ (ธรรมที่) ผูมิใชโพธิสัตวศึกษา” ผูกระทําซึ่งวาจาน้ียอมไดช่ือวาใหรายพระธรรม อีกยังกลาววา
“พระพุทธะในอดีตดับขันธลวงแลว พระพุทธะในอนาคตยังมามิถึง พระพุทธะในปจจุบันก็มิสถิตอยู มีเพียงเรา
เทานั้นท่ีบรรลุในธารณีธรรม” ผูกระทําซึ่งวาจาน้ียอมไดช่ือวาใหรายพระธรรม ดวยอาศัยการใหรายพระธรรม
เปนเหตุ จงึ กลา ววา ไดบ รรลุธารณี อนั เปนธรรมมิบรสิ ุทธิ์ ทําลายและปายสกี ารบําเพญ็ ของธรรมาจารยแท ผูให

32

รา ยธรรมาจารยแมนจักมีปญ ญาจาํ แนกแจงอรรถแตก ็มอิ าจทําตามที่กลาว ผใู หร า ยธรรมาจารยยอมดําเนินไกล
จากมรรค ผูใหรายธรรมาจารยมีกายท่ีมิสมาทานศีล ผูใหรายธรรมาจารยมีจิตที่ไรซ่ึงปญญาญาณ ผูใหรายธรร
มาจารยในมโนระลึกไรซง่ึ วิชชารแู จง ผใู หรา ยธรรมาจารยม ีวาจาอนั ไรปฏิภาณอยางสิ้นเชิง แลในอักษรบรรดาที่
พระตถาคตตรสั จติ ใจมิอาจศรัทธานอ มรับได ทั้งยังกลาววา “น่คี ือการบําเพ็ญบารมี นหี่ าใชการบําเพญ็ บารมีไม
อันพระธรรมบทน้ีใช พระธรรมบทนี้มิใช ธรรมนพี้ ึงศรัทธาได ธรรมน้ีมพิ งึ ไดศรัทธา” เม่ือพบผมู สี ัมมาวาจาก็โป
ปดดวยวาทะที่หลอกลวง เหน่ียวรั้งขัดขวางแกผูจักสดับสัมมาธรรมวา “นี้แลคือจริยา นี้มิใชจริยา อันน้ีคือการ
สาํ เร็จ อนั นี้มใิ ชก ารสําเรจ็ เชนนคี้ ือกาละ นี้คอื อกาละ” บุคคลท้งั หลายทีก่ ลาวเชนนยี้ อมช่อื วา ใหร ายพระธรรม

復次文殊師利。若聲聞說法若菩薩說法。當知皆是如來威神護念力故。令諸菩薩等作如是說。

ดูกอน มัญชุศรี หากแมนสาวกแสดงธรรม ฤๅหากโพธิสัตวแสดงธรรม พึงทราบเถิดวาลวนมีเหตุคือเดชพ
ลานุภาพของพระตถาคตท่ีปกปอ ง ยังใหโพธสิ ตั วทงั้ หลายกระทําซ่ึงวาจา (ทใ่ี ชแ สดงธรรม) เชน น้ี

文殊師利。如彼愚人於佛現在猶生誹謗。況我滅後受持我法諸法師等而不被謗。何以故。魔眷屬
故。當知是人墮於惡道。如彼愚人貪求利養以活親屬。於如來法心無信念。而復破壞如來教法。
彼人親戚以朋黨心。往婆羅門家及長者所。作如是說讚彼愚人。於法於義能知能解。明達根欲善
為人說。受他信施曾無慚愧。以謗法故身及眷屬俱墮地獄。

มัญชุศรี ดุจโมหบุรุษนั้น ท่ีถึงแมนปจจุบันพระพุทธะยังดํารงอยูก็ยังใหราย แลวจักประสาใดในสมัยที่
ตถาคตดับขันธลวงแลว ที่บรรดาธรรมาจารยผูนอมรับและทรงไวซ่ึงธรรมแหงตถาคต จะมิตองถูกใสรายปายสี
อีกเลา เพราะเหตุใดฤๅ เพราะมารบริษัทเปนเหตุ พึงทราบเถิดวาบุคคลน้ียอมตกสอู บายมรรค ประดจุ โมหบรุ ษุ
ผนู ้นั ที่ละโมบในลาภสักการะเพอื่ เลย้ี งดคู รอบครัวบริวารของตน ในธรรมของตถาคต จติ ก็มนิ อมศรัทธาระลกึ ถึง
ท้ังทําลายศาสนธรรมของตถาคตใหเสื่อมเสีย อันญาติของโมหบุรุษน้ัน ดวยอาศัยไมตรีของสหายจึงไดอาศัยใน
เคหาสนของพราหมณ และเรือนของคฤหบดี แลวแลจึงกลาววาจาเยินยอแกโมหบุรุษ (ผูเปนญาติหรืออาจารย
ตน) นัน้ วา “อนั ธรรมแลอรรถ ทานผูน้นั เขา ใจและจาํ แนกแลวโดยสามารถ ประกอบดว ยพีชะแหง การรแู จง อีก
กลาวแสดงแกหมชู นไดเ ปนอยางดี” แลวจึงไดรับสนองศรัทธาและทานของผูอื่นอยางมิเกรงกลัวและละอายตอ
บาป*๓๓ ดวยอาศัยเหตุแหงการใหรายพระธรรมตนเองและครอบครัวพรอมบรวิ ารจักตกสูนรกภมู ิท้ังสน้ิ

*๓๓.การเยินยอผอู ื่นในสิง่ ที่ไมเ ปน จริง เพื่อมงุ หวังในลาภสกั การะ

文殊師利。我終不為無信之人說菩薩行。亦不為貪著在家之人說清淨法。不為二見之人說解脫法
。不為一見之人說出苦法。不為樂世之人說真淨法。

ดูกอน มัญชุศรี จนถึงท่ีสุดน้ีตถาคตยังมิไดแสดงโพธิสัตวจริยาแกผูไรศรัทธา มิไดกลาววิสุทธิธรรมแกผู
ครองเรือนที่ละโมบแลถือมนั่ มไิ ดกลา ววิมตุ ติธรรมแกผูมีทวิทิฐิ มิไดกลาวธรรมอันพาออกจากทุกขแกผ ูมีเอกทิฐิ
มิไดก ลา วแสดงสัตยธรรมแกผ ูย ินดใี นโลกยี สุข

文殊師利。我於恒河沙等法門。以無著心為人演說。又於恒河沙等法門。以有著心為眾生說。若
有樂空眾生為說空法。若有樂智眾生為說智法。若有樂無相眾生為說無相法。若有樂有相眾生說
有相法。若有樂慈眾生為說慈法。若有樂因緣眾生說因緣法。若有樂無因緣眾生說無因緣法。

มัญชุศรี ตถาคตอาศัยธรรมทวารจํานวนเทากับเมล็ดทรายในคงคาชล กลาวแสดงแกผูมีจิตมิยึดม่ัน อีก
ดวยอาศัยธรรมทวารจํานวนประดุจเมล็ดทรายในคงคาชลน้นั กลาวแสดงแกสรรพสตั วผ ูมีจิตยึดมั่นถอื มั่นดว ย*
๓๔ หากมีสรรพสัตวท่ียินดีในความวางจึงแสดงศูนยตาธรรม ที่ยินดีในปญญาจึงแสดงปญญาธรรม ท่ียินดีในอ

33

ลักษณะจึงแสดงอลักษณธรรม ท่ียินดีในลักษณะจึงแสดงลักษณธรรม ท่ียินดีในเมตตาจึงแสดงเมตตาธรรม ที่
ยินดีในเหตุปจ จยั จงึ แสดงเหตปุ จจยธรรม ท่ียนิ ดใี นอเหตุปจ จยั จงึ แสดงอเหตปุ จ จยธรรม
*๓๔.แสดงใหทราบวา พระตถาคตเจาทรงเทศนาธรรมดวยพระมหาเมตตาคุณและพระมหาปญญาคุณ แกผูมี
และไมมีจิตทย่ี ดึ ม่ันถอื ม่ัน โดยมิทรงแบงแยก หากแตท รงมีธรรมทวาร (วธิ ีการสอน,อุบายโกศล) มากมายอปุ มา
เม็ดทรายในแมน ้าํ คงคา ทจ่ี ักใชสงั่ สอนตามแตค วามเหมาะสมแตละบุคคล

此是有威儀法此是無威儀法。此是空法此是有法。此是有為法此是無為法。此是攝受法此是覆蓋
法。此是凡夫法此是聖人法。此是色法此是不善法。此是愚人法。此是定法。

นี้แลคืออิริยาบถธรรม น่ีแลคือออิริยาบทธรรม นี้แลคือศูนยตาธรรม นี่แลคือภวธรรม น้ีแลคือสังขตธรรม
น่ีแลคืออสังขตธรรม นี้แลคือธรรมที่สงเคราะห น่ีแลคือธรรมที่ปกปด น้ีแลคือปุถุชนธรรม น่ีแลคืออริยชนธรรม
น้แี ลคือรปู ธรรม นี่แลคอื อกุศลธรรม นี้แลคอื โมหบุรุษธรรม นี่แลคอื สมาธธิ รรม

佛告文殊師利。如是等一切法是般若波羅蜜道。彼愚癡人在所言說。不依如來真淨教法謗佛正法


พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจา มีพุทธดํารัสตอพระมัญชุศรีวา ดังเชนสรรพธรรมทั้งหลายเหลานี้ ท่ีคือ
มรรควิถีแหงปญญาบารมี อันโมหบุรุษน้ันก็ยังจักกลาววา“การมิยึดสรณะม่ันในพระธรรมคําสอนท่ีบริสุทธิ์จริง
แทของพระตถาคต ถือเปน การใหรายพระพทุ ธสมั มาธรรม”

爾時文殊師利童子白佛言。世尊。如佛所說。如是愚人以近惡友現身起謗。如是世尊。以何因緣
能免斯咎。

โดยสมัยนั้น พระมัญชุศรีกุมารภูตะ ทูลวา ขาแตพระโลกนาถเจา เปนด่ังพระองคตรัสไวแลวทุกประการ
โมหบุรุษผูอยูใกลชิดมิตรชั่ว กระทําการจาบจวงใหรายในชาติน้ี พระโลกนาถเจาอาศัยเหตุปจจัยอันใด จึง
สามารถเวนจากโทษภยั นีไ้ ดหนอ พระพทุ ธเจา ขา

佛告文殊師利。我於往昔七年之中。晝夜六時懺悔身口及與意業所作重罪。從是已後乃得清淨。
經十劫已獲得法忍。

พระพทุ ธองคดํารสั ตอบวา ตถาคตในกาลกระโนน เปน เวลา ๗ ปต ลอดทิวาราตรี ๖ เพลา ตถาคตไดส าํ นึก
ผิดในกรรมท่หี นักหนาอันไดก ระทํามาแตตน จนไดบ รรลถุ งึ ความบริสุทธิ์ ผา นเวลาไปสบิ กัลปจ ึงสาํ เร็จอนุตปตติ
ธรรมกษานติ

文殊師利。當知此經是菩薩乘。未覺悟者能令覺悟。聞說此經若不信受。以此謗因墮於惡道。是
諸菩薩明受我法。然後乃可為人宣說。如是受持能遠惡趣。

มัญชุศรี พึงทราบไวเถิดวาพระธรรมสตู รน้คี ือโพธิสตั วยาน ผูยังมิไดสติรูต่ืนสามารถยังใหมีสตฟิ นคืนได ผู
ไดสดับซ่ึงการกลาวแสดงพระสูตรนี้ หากมิศรัทธานอมรับ ดวยอาศัยการกลาวรายเปนเหตุใหตกสูอบายมรรค
บรรดาโพธิสัตวที่รูแจงนอมรับในธรรมแหงตถาคต ภายหลังจึงจักกลาวแสดงแกมวลมนุษยได ดั่งผูท่ีนอมรับแล
ทรงไวน ีย้ อมสามารถหา งไกลจากอบายภูมิ

佛告文殊師利。有四平等法。菩薩當學。云何為四。一者菩薩於一切眾生平等。二者於一切法平
等。三者於菩提平等。四者於說法平等。如是等四法。菩薩當知是四種法。菩薩知已為眾生說。
若有信者遠離惡趣。若不信者當墮惡道。若善男子善女人住此四法。當知是人不墮惡趣。

พระพุทธองครับส่ังกับพระมัญชุศรีวา มีสมตาธรรม ๔ ประการ โพธิสัตวพึงไดศึกษา อันมี ๑.โพธิสัตวตอ
สรรพสัตวแลวใหเสมอกนั ๒.ตอสรรพธรรมแลวใหเสมอกัน ๓.ตอพระโพธิญาณแลวใหเสมอกัน ๔.ตอการแสดง
ธรรมแลวใหเสมอกนั นี้แลคือจตุรสมตาธรรม โพธิสัตวพึงรับทราบในจตุรธรรมน้ี เม่ือโพธิสัตวเขา ใจแลวจึงคอ ย

34

แสดงธรรมแกสรรพสัตว หากมีผูศรัทธาๆ จึงไกลจากอบายภูมิ*๓๕ ฤๅหากมีผูมิศรัทธาๆ พึงตกสูอบายมรรค*
๓๖ หากวากลุ บตุ รกลุ ธดิ าดํารงในจตรุ ธรรมน้ี พึงทราบเถิดวา บคุ คลนย้ี อมเวน เสียจากอบายภมู ิ

*๓๕.มีนัยยะวา หากศรัทธา จึงปฏิบตั ิตามดวยความไมละเมิด และเมือ่ ไมละเมิดกรรมอันนาํ ไปสูอ บายจึงไมเ กดิ

*๓๖.มีนัยยะวาหากมิศรัทธาแลว ก็จะละเมิดไมปฏิบัติตาม และเมื่อละเมิดแลว จึงเกิดเปนกรรมชักนําไปสู
อบายภมู ิ

復有四法。云何為四。一者於諸眾生心無退轉。二者於諸法師而不輕毀。三者於諸智人心不生謗
。四者於諸如來一切所說恒生尊重。如是四法若有善男子善女人能善修學。終不墮於諸惡趣中。

ยังมีบรมธรรมอีก ๔ ประการ มี ๑.ในบรรดาสรรพสัตวแลวจิตพึงมิทอถอยเส่ือมสูญ ๒.ในบรรดาธรรมา
จารยมิพึงดูเบาแลทําลาย ๓.ในบรรดาผูทรงปญญาจิตมิพึงเกิดครหา ๔.ในบรรดาวจนะแหงพระตถาคตทั้งปวง
พงึ เคารพยาํ เกรงโดยนิตย ในจตรุ ธรรมน้ี หากมีกุลบตุ รกุลธดิ าสามารถศึกษาบําเพญ็ ไดอยางดแี ลวไซร ท่ีสุดจึงมิ
ตองสทู า มกลางอบายภูมทิ ั้งปวง

復次文殊師利。菩薩以恒河沙等諸佛剎土滿中七寶。於恒河沙劫日日奉施恒河沙等諸佛世尊。若
有善男子善女人。能於如是大乘方廣微妙經典乃至一句一偈。讀誦三遍所獲功德。勝前布施所得
功德。

ดกู อน มญั ชุศรี โพธิสัตวแ มนจักนําเอาสปั ตรัตนะบรรจุใหเตม็ เปยมพุทธเกษตรทง้ั ปวง อนั มจี ํานวนเทากับ
เมล็ดทรายในคงคานที แลไดนํารัตนะนั้นถวายเปนทานแดบรรดาพระพุทธโลกนาถเจา ท่ีมีจํานวนเทากับเมล็ด
ทรายในคงคานั้น เปนเวลาทุกวนั หลายกลั ปเ ทา กับเมล็ดทรายในคงคากต็ าม หากมีกุลบุตรกุลธิดา สามารถดํารง
ในมหายานไวปุลยคัมภีรธรรมสูตร ตลอดถึงแคเพียงหน่ึงบาทฤๅหน่ึงบท ไดอานทองสาธยาย ๓ ครั้งแลวไซร
ผลานสิ งคท่ไี ดรับนน้ั ยอมวิเศษกวา กุศลแหง ทานขา งตนนั้น

若有誦持此經典者。所獲功德倍多於彼。設復有人修行布施持戒忍辱精進禪定智慧。六波羅蜜所
得功德亦不能及。

หากสาธยาย ยึดถือพระสูตรนี้ ยอมไดเสวยกุศลกวานั้นหลายเทานัก แมนมีผูบําเพ็ญจริยาในทาน ศีล
ขนั ติ วริ ิยะ ฌาน และปญ ญากต็ าม แตกุศลแหงการบําเพญ็ บารมที ้ัง ๖ ก็ยังมอิ าจเทียบเทา*๓๗

*๓๗ มีนัยยะวาหากยึดถอื (ปฏิบัติตาม) ในพระธรรมสูตรน้ี ยอมจักมีกุศลมากมายมากกวาการบําเพ็ญบารมี ๖
เพราะการกลาวรายพระรัตนไตรและธรรมาจารยแลว จะเกิดมหาอกุศลกรรมขัดขวางมิใหการบําเพ็ญบารมี
ชนิดอื่นๆ สมบูรณได เชน จะตองไปรับทุกขเวทนากอน ทําใหตองมาอุบัติยังโลกแหงความเสื่อมท้ัง ๕ ประการ
เปนตน แตหากยดึ ถือปฏบิ ตั ิในพระธรรมนี้ กจ็ ักยังใหบําเพญ็ บารมีสมบรู ณอ ยา งรวดเร็ว ไรอ ปุ สรรค

文殊師利。如此經典名義廣大無與等者。汝諸菩薩摩訶薩應善修學受持讀誦廣為眾生分別解說。

มญั ชศุ รี ดงั เชนพระสตู รน้ที ม่ี ีอรรถะแหง นามกวางใหญไ พศาลหาสงิ่ อ่นื ใดมาเสมอมิได เธอบรรดาโพธสิ ัตว
มหาสัตวท้ังหลายพึงไดศึกษา บําเพ็ญ นอมรับ ทรงไว สาธยาย อานทอง แลจงแสดงซึ่งอรรถาธิบายจําแนก
ความอยางไพบูลยแ กส รรพสตั วโ ดยดีเถิด

爾時一切大眾乃至十方諸來菩薩摩訶薩等俱白佛言。世尊。如是如是。如佛所說我等受持。

กาลสมัยนั้น บรรดามหาชนทั้งปวงจนถึงบรรดาพระโพธิสัตวมหาสัตวในทศทิศที่ไดมารวมอยูนั้น ตาง
กราบทูลตอพระบรมศาสดาวา ขาแตพระโลกนาถ เปนเชนน้ันๆ เปนดั่งพระพุทธวจนะทุกประการวา พวกขา
พระองคลวนจกั นอ มรบั แลทรงไว พระพุทธเจา ขา

35

說此法時三十恒河沙諸菩薩等得無生法忍。七十恒河沙諸菩薩等於阿耨多羅三藐三菩提得不退轉
。復有六十三億百千那由他三千大千世界一切大眾。聞佛所說心生歡喜。於八十劫度生死流。復
於阿耨多羅三藐三菩提不退轉。經六十三劫已具足成就無上菩提。

คร้ังธรรมสมัยที่ทรงแสดงพระธรรมเทศนาอยูนี้ พระโพธสิ ตั วจํานวนปรมิ าณเทา กับเมล็ดทรายในคงคานที
จํานวนสามสิบสายรวมกัน ไดบรรลุอนุตปตติก ธรรมกษานติ บรรดาพระโพธิสัตวจํานวนเทากับเมล็ดทรายใน
คงคานทีเจ็ดสิบสายรวมกัน ไดบรรลุถึงความมิเสื่อมถอยในพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ มีบรรดามหาชน
จํานวนหกสิบสามโกฏิรอยพันนยุตะในตรีสหัสมหาสหสั โลกธาตุ เม่ือไดสดับยลยินพระพุทโธวาทแลว ในจิตเกดิ
ปติยินดีเปนท่ีสุด ยังใหกาวลวงโอฆะคือการเกิดดับไปแปดสิบกัลป ทั้งยังตั้งมั่นในพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
อันมยิ อ นกลับ เมอ่ื กาลเวลาหกสิบสามกลั ปลว งแลว จกั ไดสาํ เรจ็ พระอนุตรบรมสัมโพธิญาณ

彼諸菩薩及一切大眾。天。龍。夜叉。乾闥婆。阿修羅。迦樓羅。緊那羅。摩睺羅伽。人。非人
等。聞佛所說皆大歡喜作禮奉行。

บรรดาพระโพธิสัตวและมหาชน เทพเจา นาค ยักษ คนธรรพ อสุร ครุฑ กินนร มโหราค มนุษย และอ
มุษยทั้งปวงเหลาน้นั เมื่อไดสดับพระพุทธอนุศาสนียแลว ใหลวนบังเกิดมหาปติเกษมโสมนัสเปนท่ียิ่ง ไดก ระทํา
ศิราภวิ าทเบื้องพระพทุ ธยุคลบาทแลว นอมรบั ใสเกลา เพื่อปฏิบตั ิสบื ไป.

จบ พระมหายานไวปลุ ยธารณสี ตู ร.

ขาแตพระผูมีพระภาคเจา ผูทรงมหาเมตตาการุญ ขาพเจาพรอมดว ยพุทธบริษทั หมูส่ี ขอถวายอภิวาทแด
พระองคดวยเศียรเกลา ดวยในหทัยไดรูสึกสํานึกและละอายย่ิงนัก ละอายท่ีมิอาจยังธรรมใหรุงเรืองดังปจฉิม
โอวาทของพระองค ละอายที่ไรซึ่งแรงกําลังฉุดชวยสรรพสัตวจากทะเลทุกข ละอายท่ีมิอาจยังสุขศานติใหแผ
ขยายไปทั่วโลก ละอายท่ีใหปญญาอันนอยนิดปรามาสและวิจารณพระรัตนตรัย ดุจที่พระองคทรงประทาน
ความหลุดพนและอิสราภาพแทจริงแกผูศรัทธา ดุจท่ีพระองคทรงประทานกุศลปจจัยและความโชคดีแกสรรพ
สัตว ดุจท่ีพระองคทรงประทานมงคลและความเกษมยินดีแกมวลมนุษย ดุจที่พระองคทรงประทานรัศมีที่
บรสิ ทุ ธิส์ ะอาดแกโ ลกแหงน้ี

ขา พเจา มิตอ งการวอนขอทรัพยสินหรือความร่ํารวย หวังเพียงพระพทุ ธองคจ ะโปรดประทาน จติ ศรทั ธาที่
มิเส่ือมถอยในพระพุทธธรรม บัดน้ี ขอนอมกายคุกเขา ขอสุวรรณโอษฐของพระองค โปรดแสดงพระธรรม
เทศนาแกโลก ขอประณมกรท้งั สอง เพอ่ื ขอพระองคโ ปรดดูแลปกปองสรรพสัตว อยาไดล ะทง้ิ วางเฉยแมช่วั ขณะ
เลย

36

ห ล ว ง จี น วิ ศ ว ภั ท ร ม ณี ป ท ม เ ก ตุ

จากวกิ พิ เี ดีย สารานุกรมเสรี
พระวิศวภัทร ฉายา เส็กกวงโตว (จีน: 釋廣度) เปนชาวไทยท่ีออกบวช ณ ภูเขาเกายอด หรือภูเขาจิ่วหัว
ซาน (จีน: 九華山) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว ซึ่งเปน 1 ใน 4 พุทธบรรพตของประเทศ
สาธารณรฐั ประชาชนจีน
ทานเปนผูมบี ทบาทสําคญั ในการแปลพระสูตรมหายานจากพระไตรปฎกภาษาจนี เปน ภาษาไทย จาํ นวน
มากกวา 20 พระสูตร และเนนการนําขอวัตรปฏบิ ัติท่ีปรากฏในพระสูตรมหายานออกมาปฏิบัติไดจริง ปจจบุ ัน
เปน รองประธานและคณะทํางานโครงการแปลพระสตู รมหายานจนี -ไทยเฉลิมพระเกียรติ (อกั ษรจีน: 崇聖大乘

佛經中泰翻譯組; อังกฤษ: Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of

His Majesty the King)

เน้อื หา
1.ประวตั ิ
2.ประวัติการทํางาน
3.ผลงานแปลพระสูตรและพระคัมภีรฝ ายมหายาน
3.1.งานแปลพระสตู รฝายมหายานภาคภาษาจีนสภู าคไทย
3.2.งานเขยี นท่ัวไป
3.3.สือ่ ธรรมะ
4.อางอิง
5.อารามวัตรมหายาน มลู นิธิพุทธจักษวุ ิชชาลัย
ประวัติ
พระวิศวภัทร นามเดิม วิศวภัทร มณีปทมเกตุ เกิดเม่ือเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2522 เปนชาวจังหวัด
พิษณุโลก
เมื่อวันท่ี 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณา
โปรดเกลาฯ พระราชทานผาไตร เพ่ือบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธ์ิเย็น (普仁寺) ตําบลดอนขม้ิน
อาํ เภอทามะกา จังหวดั กาญจนบรุ ี ในสงั กัดคณะสงฆจ ีนนิกายแหงประเทศไทย โดยมีพระอาจารยจีนวนิ ยานุกร
(仁意大師) ผูชวยเจาคณะใหญฝายขวา เปนพระอุปชฌาย ฉายา เซี่ยเกี๊ยก (聖傑) แปลวา ผูมีอัจฉริยะอัน
ประเสริฐ ภายหลังไดลาสิกขาบท เพื่อไปศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตอ มาในวนั ท่ี 30 กรกฎาคม 2557 ไดบ รรพชา ณ วดั หัวเหยยี นซ่อื ภูเขาจว่ิ หวั ซาน พุทธบรรพตที่ศกั ดิ์สิทธิ์ของ
พระกษติ คิ รรภมหาโพธิสตั ว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี ในสายอวตังสกะ (หัวเหยียน: 華嚴宗) และสาย
ฌาน (เซ็น: 禪宗) โดยพระธรรมาจารยฮุยกวงมหาเถระ (慧光大和尚) กรรมการสํานักพระพุทธศาสนาแหง
ประเทศจีน, รองเจาคณะมณฑลอันฮุย, รองเจาคณะภูเขาจ่ิวหัวซาน เปนพระอุปชฌาย ไดฉายาทางธรรมวา
จีน: 廣度 แตจ ิว๋ : กวงโตว จีนกลาง: กวา งตู (Guang du)

37

ตอมา นางสาวประไพ กัลยาณพงศ ชาวสวนผูเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไดมีจิตศรัทธาถวายท่ีดินสวน
จํานวน 12 ไรเศษ แดพระวิศวภัทร ซ่ึงไดสรางเปนพุทธสถานแบบมหายาน และไดพํานักอยูท่ีมูลนิธิพุทธจักษุ
วิชชาลัย อารามวัตรมหายาน (大乘禪寺/佛眼弘法基金會/地藏道場) พุทธมณฑลสาย 6 เลขท่ี 88 หมู 1
พทุ ธมณฑลสาย 6 ตําบลหอมเกรด็ อาํ เภอสามพราน จงั หวัดนครปฐม จนถึงปจจบุ ัน

พระวิศวภัทร สนใจคัมภีรฝายมหายานมาต้ังแตอายุ 17 ป ไดพยายามถายทอดพระธรรมคัมภีรฝาย
มหายานที่อยูในรูปของภาษาจีนสูภาคภาษาไทย มีผลงานแปลพระสูตรมหายานกวา 20 เร่ือง ไดตีพิมพเผยแผ
เปนรูปเลมแลวกวา 200,000 เลม ดีวีดีสื่อธรรมะกวา 50,000 แผน รูปภาพพระพุทธเจาพระโพธิสัตวอีกกวา
120,000 ใบ ซึ่งแจกโดยไมค ดิ มูลคา เพื่อนอมเกลาฯ ถวายเปน พระราชกศุ ลแดพ ระบรมวงศานุวงศทุกพระองค
เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งยังไดรับพระราชทานพระบรมฉายา
ลักษณ พระฉายาลักษณและพระรูป อัญเชิญมาตีพิมพในหนังสือผลงาน อันแสดงถึงความสนพระราชหฤทัย
และทรงสงเสริมการพระศาสนาเปนอยางย่ิง ไดนํามาซ่ึงความปลาบปลื้มของคณะสาธุชนผูมีสวนรวมอยางหา
ท่ีสดุ มไิ ด

สมัยครองเพศฆราวาสป 2545 ไดรับพระราชทานรางวัลเยาวชนดีเดนแหงชาติ สาขาคุณธรรมและ
จริยธรรม จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จัดโดยคณะกรรมการสงเสริมและ
ประสานงานเยาวชนแหงชาติ (สยช.) และในป 2546 ไดรับรางวัลเยาวชนดีเดนแหงชาติ ของสภาสังคม
สงเคราะหแ หงประเทศไทย

เม่ือวันท่ี 15 กรกฎาคม 2548 ไดเขาเฝา สมเด็จพระเจาพ่ีนางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร เพื่อนอมเกลาฯ ถวาย หนังสือไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร
(แปลไทย) เนื่องในวันคลายวันประสูติ เพือ่ พระราชทานแกหนว ยแพทยอ าสา (พอสว.)

เมอื่ อปุ สมบทได 2 พรรษา ในวนั ท่ี 31 มีนาคม 2551 สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงพระกรุณาโปรดฯ ใหเขาเฝาฯ เพอื่ พระราชทานทนุ ปฐมฤกษใ นโครงการแปลพระสูตรมหายาน ซงึ่ จัดตง้ั ขึ้น
โดยไมแ บงแยกลัทธินกิ ายใดๆ

ตอมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณา
โปรดฯ พระราชทานช่ือโครงการนี้วา "โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ" ชื่อ
ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ว า “ The Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of His
Majesty the King” ตง้ั แตวันที่ 15 มถิ ุนายน 2553

วันท่ี 13 พฤษภาคม 2551 ไดรับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ประเภทสงเสริมการศึกษา
พระพุทธศาสนา สาขาการแตงหนังสือทางพระพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ในงานสัปดาหพระพุทธศาสนาวิสาขบูชา ถือเปนพระสงฆในสังกัดคณะสงฆจีนนิกายรุน "เซ่ีย" หรือ "聖"
รูปแรกและพรรษานอยที่สุด ที่ไดรับพระราชทานรางวัลนี้ จากนั้นยังไดเขาเฝาฯ เพื่อถวายหนังสือพระสูตร
มหายานแปลไทย แดพ ระเจาวรวงศเธอ พระองคเ จาโสมสวลี พระวรราชาทินดั ดามาตุ อีกหลายครั้ง และไดร ับ
นมิ นตไ ปบรรยายธรรมมหายานทสี่ มาคมจีนและสถานทปี่ ฏบิ ัตธิ รรมตา งๆ อยเู สมอ

38

ปจจุบัน (ป 2555) เปนประธานอารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย ต้ังอยูท่ีพุทธมณฑลสาย 6
และเปนประธานการกอ สรา งพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว แกะสลกั ดวยหนิ แกรนิต สว นสูงรวมฐาน 13.99 เมตร
ประดษิ ฐาน ณ อารามวตั รมหายาน

ผลงานการแปลพระสูตรฝายมหายานนั้น ไมเ พียงไดทาํ ใหพ ุทธศาสนกิ ชนชาวไทย และชาวจนี จํานวนมาก
ที่ศรัทธาพระพุทธศาสนาแบบจีนหรือมหายาน ไดมีความเขาใจที่ถูกตองตามคัมภีรฝายมหายานย่ิงข้ึนเทานั้น
ชาวพุทธฝา ยเถรวาทก็ยงั ไดม คี วามรูค วามเขาใจ ไดส ัมผสั พระธรรมคัมภีรฝายมหายานโดยการอาน ซ่ึงที่ผา นมา
น้ันความรูหรือตําราฝายนิกายมหายานน้ัน ถูกจํากัดอยูแตในภาษาจีน จึงทําใหชาวจีนยุคใหมและชาวไทย
จํานวนมากขาดความเขาใจ และศรัทธาที่ถูกตอง งานแปลพระสูตรน้ี ยังไดสรางกระแสความสนใจและความ
ตื่นตวั ใหห นวยงานหลายแหงท่เี กี่ยวของ ไดส นใจศกึ ษาและเผยแผพ ระสตู รทางมหายานอยางจริงจงั

เม่ือวันศุกรท่ี 15 กรกฎาคม 2559 พระวิศวภัทร ไดทําความรวมมือดานการศึกษาแลกเปลี่ยนทาง
พระพุทธศาสนามหายาน กับพระธรรมาจารยหมิงเซิงมหาเถระ (明生大和尚) รองประธานสํานักพุทธศาสนา
แหงประเทศจีน ประธานสํานักพุทธศาสนา มณฑลกวางตุง เจาอาวาสวัดกวงเซี้ยว (光孝寺) เมืองกวางโจว
มณฑลกวางตงุ ประเทศจนี โดยพระธรรมาจารยหมงิ เซงิ ไดต ้งั ชือ่ สาํ นักและเขยี นอักษรพูก นั จีนใหแ กม ูลนิธพิ ุทธ
จักษุวิชชาลัยวา “大乘禪寺“ แปลวา อารามมหายาน เพ่ือแกะสลักเหนือซุมประตู พรอมกันน้ีไดมอบ
พระไตรปฎก (ภาษาจีน) ประกอบดว ย 永樂北藏,大正藏,乾隆大藏經,卍續藏經,浄土藏 รวม 5 ชุด
129 กลอง 1,448 เลม เพื่อไวเปนที่ศึกษา คนควา ในหอพระไตรฯ มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย และ ไดมอบ รูป
หลอพระสังฆนายกฮุยเหนิงมหาเถระ (หรือ ทานเวยหลาง:六祖惠能) เนื้อทองเหลือง สูง 1.98 เมตร จากวัดก
วงเซย้ี ว เมืองกวา งโจว ท่จี ดั สรา งขน้ึ เพียง 3 องค (วดั แหง น้เี ปน วัดท่ีทานฮุยเหนงิ ไดปลงผมใตต น โพธ์ใิ หญ และ
ไดนําเกศาบรรจุไวในสถูป 7 ช้ัน ซึ่งปจจุบันตนโพธิ์ใหญและพระสถูปยังคงอยู และยังเปนสถานที่พระอาจารย
โพธิธรรม หรือพระตั๊กมอ ไดเคยพักอาศัยเมื่อ 2 พันกวาปกอน โดยรูปปฏิมาน้ี ไดปนและหลอโดยชางฝมือ ช่ือ
พานเคอ เปน 1 ใน 4 ชา งปนที่มชี อ่ื เสยี งที่สุดของจนี โดยไดอัญเชญิ กลบั สูป ระเทศไทย เพอื่ เปดใหส าธชุ นไดเ ขา
กราบสักการะ ภายในหอบูรพาจารย มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย เม่ือวันอังคารท่ี 9 สิงหาคม 2559 ถือเปนนิมิต
หมายมงคล แหงการเผยแผพระพุทธธรรมมหายาน สายฌาน (เซ็น) และบารมีธรรมแหงพระบูรพาจารย จาก
ตนกําเนิดสูประเทศไทย ซึ่งกอนหนาน้ี พระธรรมาจารยฉางจั้งมหาเถระ (常藏大和尚) รองประธานสํานัก
พระพุทธศาสนาแหงนครปกก่ิง เจาอาวาสวัดหลิงกวง (วัดพระธาตุเขี้ยวแกว) นครปกก่ิง สาธารณรัฐประชาชน
จนี ไดมอบสาํ เนาหนงั สอื พระไตรปฎ กทองคาํ (趙城金藏) อายกุ วา 1,000 ป จํานวน 150 เลม มาแลว

เมือ่ วนั ท่ี 5 ตลุ าคม 2559 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร รัชกาลท่ี 9
ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานผา ไตรมหายาน ใหพ ระวศิ วภทั ร มณีปท มเกตุ อัญเชิญไปเปนผาไตรประธาน
ในพิธีบรรพชาหมูเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศล ณ วัดผูทวอ เมืองจูไห มณฑลกวางตุง สาธารณรัฐ
ประชาชนจนี ในระหวา งวนั ท่ี 25 พฤศจิกายน ถงึ 6 ธนั วาคม 2559 ซง่ึ ถือเปน ครงั้ แรกของชาวไทยและชาวจีน
ทีม่ กี ารรวมมอื และแลกเปล่ียน ทางพระพุทธศาสนามหายาน อยางเปนทางการ

วันที่ 25 ตุลาคม 2559 ไดอุปสมบทเปนภิกษุสงฆ และรับถายทอดตรีมหาศีล (三壇大戒) คือ สมาเณร

39

ศีล ปาฏิโมกขภิกษุศีล โพธิสัตวศีล ของพระพุทธศาสนามหายาน ณ วัดผูทวอ เมืองจูไห นครกวางโจว
สาธารณรัฐประชาชนจีน และไดรับสุทธิบรรณรับรองการเปนภิกษุสงฆจากสํานักพระพุทธศาสนาแหงประเทศ
จนี

วันที่ 16 มกราคม 2560 พระวิศวภัทร ไดรับมอบบาตรจีวร ประคําจากพระธรรมาจารยเจ้ียนหมิงเถระ
ประเทศมาเลเซีย ใหส บื ทอดตําแหนง บรู พาจารย นิกายฌาน สาขาหลนิ ฉ(ี 臨濟正宗) รุนที่ 44 ของวดั ฉถี า ซอ่ื (
七塔寺) เมืองหนงิ ปอ สาธารณรฐั ประชาชนจนี

วันท่ี 27 มีนาคม 2560 สํานักพระพุทธศาสนาแหงภูเขาจ่ิวหัวซาน มณฑลอันฮุย ไดจัดสรางรูปหลอ
พระปฤทิวีโพธิสัตว หรือพระธรณี (堅牢地神) ศิลปะจีนสูง 3 เมตร จํานวน 9 องค เพื่อสงมอบไป 9 ประเทศ
สําหรับประเทศไทย ไดมอบใหพระวิศวภัทร โดยไดทําความรวมมือระหวางกัน และไดรับมอบหนังสือ
พระไตรปฎ กศลิ า 1 ชุด (房山石經) มีคณะศิษยชาวไทยไดเดินทางไปประกอบพิธีอญั เชิญอยางเปนทางการ ณ
ภูเขาจ่วิ หัวซาน ปจจบุ นั รูปหลอนี้ ประดษิ ฐาน ณ มลู นธิ พิ ทุ ธจักษวุ ชิ ชาลัย อารามวัตรมหายาน ประเทศไทย

วันท่ี 6 สงิ หาคม 2560 พระวิศวภัทร ไดรับมอบบาตรจวี ร ประคํา ตราประทบั และคฑายอู ่หี ยกขาว จาก
พระธรรมาจารยหุยกวงมหาเถระ รองประธานสํานักพระพุทธศาสนามณฑลอันหุย รองประธานสํานัก
พระพทุ ธศาสนาภูเขาจวิ่ หัวซาน กรรมการสํานกั พระพุทธศาสนาแหง ชาตจิ นี ใหสืบทอดตําแหนงบรู พาจารยรุน
ท่ี 2 ของอารามหวั เหยียนฉานซ่ือ ภเู ขาจิ่วหัวซาน (九華山華嚴襌寺)

วันท่ี 27 พฤศจิกายน 2560 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดฯ
พระราชทานนํ้าสรงตนพระศรีมหาโพธ์ิ และผาหมพระสถูปบรรจุเกศาพระบูรพาจารยหุยเหนิงมหาเถระ สังฆ
ปรณิ ายกรูปท่ี 6 ของนกิ ายฌาน ใหพระวิศวภัทร อญั เชิญไปถวายยังวัดกวงเซีย้ ว นครกวางโจว ในวันเสารท ่ี 24
มีนาคม 2561 เพอื่ เปน การบชู าคุณบูรพาจารยแ ละ นอ มเกลา ฯ ถวายเปน พระราชกศุ ล เนื่องในวนั คลา ยวันพระ
ราชสมภพ 2 เมษายน 2561

ประวัติการทํางาน
ป.2541 ถึง ปจจบุ ัน แปลพระสตู รฝายมหายานจากภาษาจนี สูภาษาไทย
ป.2550 เปนอาจารยพเิ ศษบณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
ป. 2551 ถงึ ปจ จบุ ัน รองประธานโครงการแปลพระสูตรมหายานจนี -ไทยเฉลมิ พระเกยี รติ
ป.2551 ถึง ปจจุบัน เรียบเรียงและเปรียบเทียบพระสูตรฝายเถรวาท (ภาษาไทย) และพระสูตรมหายาน
(ภาษาจนี ) เพื่อเผยแผ
ป.2553 เปนวิทยากรพิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระ
ราชปู ถัมภ ชลบรุ ี
ป.2554 ถงึ ปจ จุบนั ประธานผูกอ ต้งั อารามวตั รมหายาน มูลนธิ พิ ทุ ธจักษวุ ชิ ชาลัย

ผลงานแปลพระสูตรและพระคัมภรี ฝ า ยมหายาน
งานแปลพระสตู รฝายมหายานภาคภาษาจนี สูภาคไทย
1.มหาสขุ าวตวี ยูหสตู ร หรือ อมิตายุสสตู ร (佛說大乘無量壽莊嚴清浄平等覺經)

40

2.สรวฺ ตถาคตาธิษฺฐานหฤทยคหุ ยฺ ธาตคุ รณฺฑมุทรฺ าธารณีสตู ฺร (一切如來心秘密全身舍利寳篋印陀羅尼經)
3.สรวฺ ไวทรฺย สํครฺห สูตร (大乘方廣總持經)
4.ไภษชั ยคุรไุ วฑูรยประภาตถาคตปูรวปณิธานสตู ร (藥師琉璃光如來本願功德經)
5.อารยศรี วสธุ ราธารณีมหายานสตู ร (佛說大乘聖吉祥持世陀羅尼經)
6.มหาไวปลุ ยสมปูรณโพธิอรรถสูตร (大方廣圓覺修多羅了義經)
7.กมุ ารปาล จิรายวุ ัฒน นิโรธกรรม ธารณสี ูตร (佛說長壽滅罪護諸童子陀羅尼經)
8.พทุ ธาวตงั สกะ มหาไวปุลยสตู ร (大方廣佛華嚴經 七品)
9.สหสั รภุชสหัสรเนตรมหากรุณาจิตรธารณสี ตู ร (千手千眼觀世音菩薩廣大圓滿無礙大悲心陀羅尼經)
10.ไภษชั ยคุรไุ วฑรู ยประภาสปั ตพุทธปูรวปณิธานวเิ ศษสูตร (藥師琉璃光七佛本願功德經)
11.อมิตายุรฺ ธยฺ าน สูตร (佛說觀無量壽佛經)
12.พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสตู ร ทศภมู ิวรรค (大方廣佛華嚴經 十地品)
13.อวตวั สกะสตู ร สมันตภัทรจริยาปณิธานวรรค (大方廣佛華嚴經 入不思議解脫境界 《普賢行願品》)
14.มหารตั นกูฏสูตร สุมติกุมารวี รรค (大寶積經 妙慧童女品)
15.อมิตาพุทธสูตร (佛說阿彌陀經)
16.กษติ ิครรภโ พธิสตั วม ูลปณิธานสูตร(ฉบบั อธิบายความ) (地藏菩薩本願經-淺說)
17.ทศกุศลกรรมบถสตู ร (佛說十善業道經)
18.มานุเษนทรรฐั ปาล ปรัชญาปารมิตาสูตร (仁王護國般若波羅蜜多經)
19.มัญชุศรีปรชั ญาปารมิตาสตู ร (文殊師利所說般若波羅密經)
20.โพธิจิตรวยหู สูตร (佛說莊嚴菩提心經)
21.อมติ าสารัตถสูตร (無量義經)
22.มหายาน มหาสนฺนิปาต กษิติครรภ ทศจกฺร สูตร (大乘大集地藏十輪經)
23.มญั ชุศรีวิหารสูตร (佛說文殊尸利行經)
24.อุตรเคราะหนริ ันตรายจิรายวุ ัฒนสตู ร (佛說天中北斗古佛消災延壽妙經)
25.ธรฺม-ธาตุ-ปรกฤฺ ตย-อวตาร-สูตรฺ (入法界體性經)
26.ปรตีตยฺ -สมตุ ปฺ าท สตู ร (หรือ ปฏิจจสมปุ บาทสตู ร 緣起經)
27.พุทฺธอษุ ณฺ ีษวชิ ยธารณสี ูตรฺ (大佛頂尊勝陀羅尼經)

งานเขยี นทั่วไป
1.พระพุทธเจาและพระธรรมสูตรฝา ยมหายาน
2.ประวตั ิพระพทุ ธเจาและพระโพธสิ ัตวข องมหายาน
3.เกีย่ วกับสขุ าวตพี ุทธเกษตร
4.คาํ แปลบทสวดธรรมสังคีตในคณะสงฆจนี นกิ ายแหง ประเทศไทย
5.ธารณมี นตรข องนกิ ายวัชรยาน

41

6.คําแปลบทสวดมนตทําวตั รเย็นของมหายาน
7.พระไภษชั ยครุ ุตถาคต กับสังคม
8.ทศมหาปณธิ าน ของพระสมันตภทั รโพธิสตั ว จรยิ าวตั รแมบ ทของโพธิสตั วในยุคปจ จบุ นั
9.๑๐๘ ธรรมวจนะในพระสตู รมหายาน เร่ือง "โพธจิ ติ "
10.พระกษติ คิ รรภมหาโพธิสัตว ยอดแหง ปณธิ าน
สื่อธรรมะ
1.ดวี ีดกี าตูนภาพน่ิง ไภษัชยคุรุไวฑรู ยประภาตถาคตปรู วปณธิ านสตู ร (แปลไทย)
(藥師琉璃光如來本願功德經)
2.ดวี ดี อี ุปรากรจีนแตจวิ๋ กษติ ิครรภโพธสิ ัตวมลู ปณธิ านสตู ร (แปลไทย)
(地藏菩薩本願經)
3.ดวี ดี ีกาตนู ภาพน่ิง กษติ ิครรภโพธสิ ตั วมูลปณิธานสูตร (ฉบบั อธบิ ายความ-แปลไทย)
(地藏菩薩本願經-淺說)
4.หนงั สือสวดมนตม หายาน เลม 1 (ภาษาจีน-ไทย พรอมคําแปล)
5.ดวี ดี กี าตูนเรอื่ งยอ มหาสุขาวตวี ยหู สูตร (แปลไทย)
อา งอิง
*มหาปารมิตาดอตคอม เวบงานแปลพระธรรมสูตรพุทธศาสนาฝายมหายานฉบับแปลจากภาษาจีนสู
ภาษาไทย
*มหายานสตู รไทยดอตคอม เวบโครงการแปลพระสตู รมหายานจนี -ไทยเฉลิมพระเกียรติ
*หนังสอื ผทู ําคุณประโยชนตอ พระพทุ ธศาสนา ประจําปพ ทุ ธศกั ราช 2551

อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพทุ ธจักษุวิชชาลัย
อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย หรือวัดพระกษิติครรภ (漢傳佛教大乘禪寺ヽ地藏道
場ヽ佛眼弘法基金會) เปนพุทธสถานที่ประดษิ ฐานพระกษิติครรภม หาโพธสิ ัตวหินแกะสลัก องคใหญ 13.99
เมตร และประติมากรรมหินแกะสลัก อีกกวา 20 องค พรอมพุทธปฏิมา 88 องค พระโพธิสัตว เทพธรรมบาล
24 องค (八十八佛丶廿十四諸天) พรอ มกราบขอพรพระแมธรณีจาก 1 ใน 9 องคของภูเขาจิว่ หัวซาน (中國
大九華山堅牢地神) และกราบนมัสการรูปหลอพระบูรพาจารยห ุยเหนิงมหาเถระ แหงนิกายฌาน (เซน) รูปท่ี
6 สมยั ราชวงศถัง ของจีน พระอริยสงฆท่มี ากดวยปญญาญาน ซ่งึ เปน 1 ใน 3 องค จากวัดกวงเซ้ียว วัดที่เกา แก
ทสี่ ุดในนครกวางโจว สาธารณรฐั ประชาชนจีน มีประวัตยิ าวนานกวา 2,000 ป ณ หอบรู พาจารย (中國廣州市
光孝寺禪宗六祖惠能大師銅像) ทวี่ ิจิตรงดงามบนวิหาร รมิ แมน ้ํานครชยั ศรี (เปด ใหสาธชุ นเขา กราบสักการะ
เฉพาะวนั เสารแ ละอาทติ ย เวลา 9.00-17.00 น.)
ยังมีพิธีท้ิงกระจาด เพื่ออุทิศกุศลแดบรรบุรุษและสรรพสัตว เลี้ยงอาหารเจมื้อเที่ยงฟรี ทุกวันอาทิตยแรก
ของเดอื น เวลาต้งั แต 10.00-15.30 น. สาธุชนสามารถลงช่อื บรรพชนเพ่อื รว มพิธี หรอื รว มเปนเจา ภาพในพิธีได
ตามกาํ ลงั ศรทั ธา

42

ต้ังอยู เลขท่ี 88 หมูท่ี 1 บานพริก (ทางเขาหมูบานกฤษดา โครงการ 27 หรือ ซอยสุดโรงงานเส้ือแตงโม)
ถ.ปนเกลา-นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย 6 (ถนนเสนเดียวกันท่ีผานหนาวัดดอนหวาย และวัดไรขิง) ตําบลหอม
เกรด็ อาํ เภอสามพราน จังหวดั นครปฐม

E-mail: [email protected]) โทร. 082-424 9899 หรอื 034-393 404

https://www.mahayanathai.org/

นาํ ม อ อ อ ี ท อ ฮุ ก

南无阿弥陀佛

น ะ โ ม อ ะ มิ ต า ภ ะ พุ ทฺ ธ า ย ะ

43

สารตถธรรมมหายาน

๑ . อ ร ร ถ ว‹ า “ ม ห า ย า น ”
มหายาน มาจากราธาตุศัพท มหา+ยาน แปลวา “พาหนะที่ใหญ” เปนคําเรียกที่อาศัยการเปรียบเทียบ
จากคําวา หินยาน ซึ่งมาจากศัพทวา หิน+ยาน ซ่ึงมหายานแปลวา “พาหนะที่เลวๆ เล็กๆ”*๑ มหายานยังมี
ความวา ยานที่สูงสุด*๒ และตามความรูสึกของมหายาน คําวามหายาน ไมเพียงแตเปนยานใหญ ยานที่สูงสุด
เทานั้น ยงั เปน ยานทร่ี ับคนไดทกุ ประเภท ทุกอาชีพ ทกุ วยั และรวมทั้งสัตวโลกทุกรูปทกุ นามดวย และยานนี้ยัง
หมายถงึ ยานที่จะไปถึงพุทธภมู ิ และความสาํ เร็จเปน พระพุทธเจาได

อรรถของมหายาน หมายถึง การขนสัตวใหขามวัฏฏสงสารไดมากกวาสาวกยาน ในมหาปรัชญาปาริตา
อรรถกถา คุรนุ าคารชุน ไดอธิบายวา “พระพุทธธรรมมีเอกรสเดยี ว คือ รสแหง วิมตุ ิ ความรอดพน จากปวงทุกข
แตชนิดของรสมี ๒ คือ ชนิดแรกเพ่ือตัวเอง ชนิดท่ีสองเพ่ือตัวเองและสรรพสัตวดวย” ฝายสาวกยานมุงความ
หลดพนเฉพาะตน ไมมีปณิธานในการโปรดสัตว แตฝายมหายานตรงกันขามยอมมุงพุทธภูมิกันเพื่อขนสัตวให
หลุดพน ทุกขจนหมดสน้ิ อธิบายวา พุทธศาสนิกชนฝา ยสาวกยานโดยทั่วไปแลวมุงแตอรหัตภูมิเปนสําคญั ฉะนนั้
จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งวา “สาวกยาน” สวนพุทธศาสนิกชนฝายมหายานลวนมุงพุทธภูมิท้ังนั้น จึงมีช่ือเรียกวา
“โพธิสัตวยาน” บา ง “พทุ ธยาน” บา ง

ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร กลาววา “ถาสรรพสัตวไดสดับธรรมจากพระภควาบังเกิดศรัทธาความเชื่อปสา
ทะความเล่ือมใส ไดวิริยะ บําเพ็ญบารมีเพื่อสรรเพชรดาญาณอันเปนธรรมชาติ ญาณอันปราศจากครูอาจารย
ญาณแหงพระตถาคต กําลังความกลาหาญ มีความกรุณาปรารถนาตอความสุขของสรรพสัตว บําเพ็ญ
หิตานหุ ติ ประโยชนต อทวยเทพและมนษุ ย โปรดสารรพนิกรใหพนทุกข นนั้ ชื่อวา “มหายาน”

อาจารยนาคารชุนกลาวไวใน “ทวาทศกายศาสตร” อีกวา “มหายานคือยานอันประเสริฐกวายานท้ัง๒”*
๓ เหตุนั้นช่ือวา “มหายาน” พระพุทธเจาทั้งหลายอันใหญยิ่ง ทรงอาศัยซ่ึงยานนี้ๆ จะสามารถนําเราเขาถึง
พระองคได เหตุนั้นจึงช่ือวา “มหา” อนึ่งปวงพุทธเจาผูมหาบุรุษไดอาศัยยานนี้เหตุนั้น จึงชื่อวา “มหา” แลอีก
ท้ังสามารถดับทุกขอันไพศาลของสรรพสัตว และประกอบประโยชนอันย่ิงใหญใหถึงพรอม เหตุนั้น จึงชื่อวา
“มหา”

อนึ่ง พระโพธิสัตวทั้งปวง มีพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว พระสถามปราปตโพธิสัตว พระเมตเตยยโพธิสัตว
พระมัญชุศรีโพธิสัตว พระสมันตภัทรโพธิสัตว และพระกษิติครรภโพธิสัตว เปนตน ปวงมหาบุรุษไดทรงอาศัย
เหตนุ ั้นจงึ ช่ือวา “มหา” อนึง่ เม่ืออาศยั ยานนแี้ ลว กย็ อ มเขา ถงึ ท่ีสุดแหง ธรรมทง้ั ปวง เหตนุ ้ันจงึ ชอื่ วา “มหา”

๒.ตรยาน
นอกจากท่กี ลา วมาแลว ยังมขี อ ความที่ยกยอง “มหายาน” อกี เปน จํานวนมากในคมั ภรี ข องมหายาน เชน
เรียกวา อนุตรยาน ยานอันสูงสุด, โพธิสัตวยาน ยานของพระโพธิสัตว, พุทธยาน ยานของพระพุทธเจา, เอก
ยาน ยานอันเอก เปน ตน สรปุ แลว ยานในพระพทุ ธศาสนาไดแ บงออกเปน ๓ คือ

44


Click to View FlipBook Version