The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichuda1345, 2022-04-05 01:10:16

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ครูสุวดี

รายงานวจิ ัยในชน้ั เรียน

การพัฒนาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น เร่ือง ประโยคในภาษาไทย
โดยใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมฟิ ิเคชนั

รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5

นางสวุ ดี หีมปอง
ตําแหน่ง ครู

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
โรงเรยี นกาํ แพงวทิ ยา อาํ เภอละงู จงั หวดั สตลู
สาํ นักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษาสงขลา สตูล

บทคดั ยอ่

ชือ่ เรื่อง : การพัฒนาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย โดยใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้
เรือ่ ง ประโยคในภาษาไทย รว่ มกับเทคนิคเกมมฟิ เิ คชัน รายวชิ าหลกั ภาษาไทย ท32205
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5

ชื่อผศู้ กึ ษา : นางสวุ ดี หีมปอง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ : กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย โรงเรียนกําแพงวทิ ยา อําเภอละงู จงั หวัดสตลู

สํานกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศกึ ษาสงขลา สตลู
ปีการศึกษา : 2564

การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง
ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5
มีจุดมุ่งหมายเพ่ือ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนเร่ือง ประโยคในภาษาไทย ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนของ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนด้วยชุดกิจกรรม
การเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษา
ปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล สํานักงานเขต
พ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล จํานวน 1 ห้องเรียน จํานวน 43 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่ม (Cluster
Sampling) จากการจดั ชั้นเรยี นทม่ี ีนักเรยี นเก่ง ปานกลางและออ่ นคละกัน

ผลการศึกษา พบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิค
เกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ท่ีสร้างขึ้นมี
ประมิทธิภาพ 83.61/83.25 ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 2) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกม
มิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3) นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 มีความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคใน
ภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 อยู่ในระดับมาที่สุด โดยมีค่าเฉล่ีย (x)
เท่ากับ 4.85 และค่าสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กับ 0.34

สารบัญ

หน้า
บทคดั ย่อ........................................................................................................ก
สารบัญ......................................................................................................... ข
สารบัญตาราง.................................................................................................. ค
บทท่ี 1 บทนาํ ……………………………………………………………….…………………………………………….………………… 1

ความเปน็ มาและความสาํ คัญของปญ หา.................................................................. 1
วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ัย… ..............................................................................3
ขอบเขตของการวจิ ยั … .................................................................................. 3
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง ...................................................................... 6
เอกสารเกย่ี วกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้....................................................................6
งานวจิ ัยท่ีเกย่ี วข้อง....................................................................................... 27
บทท่ี 3 วธิ ดี ําเนินการวจิ ัย............................................................................. ..........29
ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง...............................................................................29
เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ................................................................... 29
ข้นั ตอนการสรา้ งและพัฒนาเครื่องมอื .....................................................................30
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล.................................................................................... 35
การวิเคราะหข์ ้อมลู ....................................................................................... 36
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหขอ้ มลู ............................................................................... 38
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล ................................................................................... 38
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ……………………..……………………………......……………….……………….. 42
วตั ถปุ ระสงค์ของศกึ ษา…................................................................................. 42
ประชากรกลุม่ ตัวอยา่ ง…................................................................................. 42

สารบญั

หนา้
ตวั แปรท่ีศึกษา…......................................................................................... 42
เคร่ืองมือทใ่ ชใ้ นการศกึ ษา…..............................................................................43
สรปุ ผลการศกึ ษา….......................................................................................44
อภปิ รายผล.............................................................................................. 44
ข้อเสนอแนะ............................................................................................. 46
บรรณานุกรม..................................................................................................47
ภาคผนวก..................................................................................................... 48

สารบญั ตาราง

ตารางที่ หน้า
1 แสดงโครงสร้างหลักสตู รรายวชิ าพ้นื ฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้
2 ภาษาไทย........................................................................................................................... 12
3 แสดงโครงสร้างหลกั สตู รรายวิชาเพม่ิ เตมิ ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้
4 ภาษาไทย........................................................................................................................... 12
แสดงโครงสรา้ งรายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้
5 ภาษาไทย........................................................................................................................... 14

6 แสดงผลการวเิ คราะหป์ ระสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง ประโยคในภาษาไทย
รว่ มกับเทคนคิ เกมมิฟิเคชนั รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
โรงเรียนกําแพงวทิ ยา อาํ เภอละงู จงั หวดั สตลู ในภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 ...... 39
แสดงการเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวดั สตลู
ในภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 กอ่ นและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน .......................................................................................................... 39
แสดงผลวเิ คราะหค์ วามพึงพอใจของนักเรยี นที่มีต่อการเรยี น โดยใชช้ ดุ กจิ กรรม
การเรียนรู้ เร่อื ง ประโยคในภาษาไทย รว่ มกับเทคนคิ เกมมิฟเิ คชัน รายวชิ าหลกั
ภาษาไทย ท32205 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นกาํ แพงวิทยา อาํ เภอละงู จงั หวดั สตลู
ในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 .................................................................................. 40

1

บทท่ี 1
บทนาํ
ความเปน็ มาและความสาํ คัญของปญั หา
ภาษาไทยเป็นเครื่องมือท่ีใช้ส่ือสารกันระหว่างคนไทย สร้างความเป็นน้ําหนึ่งใจเดียวกัน และยังเป็นสิ่ง
ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อันทําให้เกิดความภูมิใจในความเป็นไทย ด้วยเหตุท่ีภาษาไทยมี
คุณค่า ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดให้มีวิชาภาษาไทยในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2551 เป็น วิชาบังคับตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
โดยกําหนด สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ไว้จํานวน 5 สาระได้แก่ สาระที่ 1 การอ่าน สาระท่ี 2 การเขียน
สาระท่ี 3 การฟง การดู และการพูด สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย และสาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
ซ่ึงสาระการเรียนรู้ท่ี สําคัญสาระหนึ่ง คือ สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย โดยกําหนดให้นักเรียน “ศึกษา
ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของ ภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาสและบุคคล การแต่งบท
ประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพล ของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย” (ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้
แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย, 2551 : 2) นักเรียนจึงจําเป็นต้องได้รับการจัดการเรียนรู้ตามสาระ
ที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย เพราะหลักการใช้ภาษาไทยมีความสําคัญกับการเรียนภาษาไทย
แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะให้ความสําคัญกับการเรียนโดยเฉพาะหลักการใช้ภาษาไทย แต่จาก
ประสบการณ์ของผู้สอนพบว่านักเรียนยังมีผลการเรียนที่ไม่น่าพอใจ เม่ือพิจารณาคะแนนเฉล่ียของผลการ
ทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติ(O-NET) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนกําแพงวิทยา สังกัด
ส านักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ปีการศึกษา 2563 ซึ่งแยกตามมาตรฐานการเรียนรู้
พบว่า มาตรฐานการเรียนรู้ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา
และพลัง ของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติมีคะแนนเฉลี่ยในระดับ
โรงเรียน 30.57 ระดับจังหวัด 31.88 ระดับสังกัด 33.96 และมีคะแนนเฉลี่ยในระดับประเทศ 33.44
ซึ่งต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 50 ผู้วิจัยได้ค้นหาปญหาและสาเหตุ พบว่า เน้ือหาสาระที่เกิดปญหาในการ
สอนมากท่ีสุด คือเร่ืองหลักการใช้ภาษา ซ่ึงเกิดจากหลายสาเหตุประกอบกัน ได้แก่ เนื้อหาที่มีกฎเกณฑ์ เป็น
แบบแผน ต้องอาศัยความแม่นยําในเน้ือหา ซึ่งเป็นเร่ืองยากสําหรับครูท่ีไม่มีวิธีการสอน หรือส่ือการสอนท่ี
หลากหลายก็ย่อมจะทําให้การเรียนการสอนหลักภาษาไม่น่าสนใจ นอกจากน้ี เน้ือหาสาระเรื่องหลักการใช้
ภาษาไทยของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเกิดปญหาในการสอนมากที่สุด ได้แก่ เร่ืองประโยค ผลการเรียนรู้
น้ันมีการกําหนดให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิเคราะห์โครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวม และ
ประโยคซ้อน ซ่ึงนักเรียนต้องมีพ้ืนฐานความรู้เร่ืองชนิดของประโยคจากระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น ตามท่ี
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางระบุไว้ แต่เนื่องจากนักเรียนยังไม่เข้าใจเร่ืองการวิเคราะห์ชนิดของ
ประโยค จึงส่งผลต่อผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ท่ีไม่
น่าพึงพอใจ นอกจากหลักการใช้ภาษามีเน้ือหายากและมากแล้ว สาเหตุสําคัญท่ีทําให้นักเรียนไม่ เข้าใจเน้ือหา
เรอ่ื งชนิดของประโยคนนั้ มาจากการเลือกสือ่ ทใี่ ช้ประกอบการสอนอกี ประการหนึง่ ดว้ ย
การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษท่ี 21 มุ่งเน้นที่การมีส่วนร่วมของผู้เรียนในชั้นเรียน ด้วยการสร้าง
แรงจูงใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนเพื่อทําให้เกิดการเรียนรู้ท่ียั่งยืนและมีความหมายมากย่ิงขึ้น
(สุดเฉลิม ศัสตราพฤกษ์. 2560: 101) ปจจุบันจึงมีการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยการนําเทคโนโลยีมาใช้

2
โดยเฉพาะการเรียนในลักษณะของออนไลน์ และการเรียนแบบผสมผสาน (Blending Learning) แต่ผู้สอนมัก
พบกับปญหาในการทําให้การเรียนรู้มีความสนุกสนานและน่าสนใจ โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์ท่ีผู้เรียนมักจะ
รู้สึกติดขัดและต้องใช้ความอดทนในการเรียน ท้ังที่เป็นการน าเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับรูปแบบการ
จัดการเรียนรู้ แต่ผู้เรียนกลับรู้สึกว่าขาดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ทําให้รู้สึกเคว้งและถูกทอดท้ิง
ระหว่างเรียน การแก้ปญหาดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสําคัญ และถูกนํามาพัฒนาเป็นแนวคิดการ
จัดการเรียนรู้ท่ีเรียกว่า เกมมิฟิเคชัน (Gamification Concept) โดยแนวคิดเกมมิฟิเคชันเป็นการนํา
องค์ประกอบและกลไกของเกมมาประยุกต์ใช้ในบริบทอ่ืน ๆ เพ่ือเปล่ียนแปลงพฤติกรรม สร้างแรงจูงใจและ
เพิ่มการมีส่วนร่วมของนักเรียนผ่านทางโลกเสมือน (กุลชัย กุลตวนิช และรัตตมา รัตนวงศา. 2559 : 97-98 ;
อ้างอิงจาก Huotari and Hamari. 2012) โดยส่ิงท่ีสําคัญสําหรับผู้สอนเม่ือต้องการนําแนวคิด เกมมิฟิเคชันมา
ใช้ คือการกําหนดส่วนประกอบของเกมมิฟิเคชัน โดยพิจารณาถึงการนํากลไกของเกมมาปรับใช้ในการ
ออกแบบการจัดการเรียนรู้ ซ่ึงกลไกดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลไกที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตนเอง
(self-element) เช่น การสะสมแต้ม การเล่ือนระดับชั้น เหรียญรางวัล สินค้าเสมือน เป็นต้น 2) กลไกที่
เก่ียวข้องกับผู้อ่ืน (social-element) เช่น กระดานผู้นําการแข่งขัน การทํากิจกรรมเป็นทีม หรือการแบ่งปน
ข้อมลู ส่วนตัว เป็นต้น (ชนัตถ์ พูนเดช และธนติ า เลิศพรกลุ รัตน์. 2559: 332)

แนวคิดเกมมิฟิเคชันสอดคล้องกับการพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เพราะการที่จะให้
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และทํางานร่วมกับผู้อื่นได้นั้น ต้องใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ท่ีทําให้ผู้เรียนมีแรงจูงใน
การเรียน เป็นการเรียนการสอนที่สนุกสนาน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ มีบทบาท มีส่วนร่วมในกระบวนการ
จัดการเรียนรู้ และทําให้ผู้เรียนเกิดความท้าทายในการเรียนในชั้นเรียน (วิจารณ์ พานิช. 2555) ซึ่งตรงกับการ
จัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดเกมมิฟิเคชัน ซ่ึงแนวคิดน้ีได้เร่ิมนิยมมาปรับใช้ในทางการศึกษามากข้ึน
เพราะแนวคิดเกมมิฟิเคชันทําให้ผู้เรียนได้จินตนาการว่าตนเองเป็นตัวละครตัวหน่ึงในเกม ดําเนินการตามเกม
และสถานการณ์ท่ีกําหนดให้ ทําให้ผู้เรียนมีความสนใจและมีแรงกระตุ้นในการเรียนรู้ แก้ไขปญหาต่าง ๆ ซึ่ง
สอดคล้องกับงานวิจัยของฐากูร บุญสาร (ฐากูร บุญสาร. 2560: 145-146) ที่ได้ใช้แนวคิดเกมมิฟิเคชันในการ
จัดการเรียนการสอนเพ่ือส่งเสริมทักษะการท างานเป็นทีมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 พบว่าทักษะการ
ทํางานเป็นทีมภายหลังจากการจัดการเรียนรู้ร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันสูงกว่าเกณฑ์ อีกท้ังยังส่งผลให้ผล
สมั ฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากอ่ นเรียนอยา่ งมีนยั สาํ คัญ

จากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอ
ละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 พบปญหาในการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 คือ ผู้เรียนไม่มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เกิดการแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน ในขณะท่ีจัดการเรียนการ
สอน นักเรียนใช้เวลาในการเรียนรู้ไปกับการเล่นสมาร์ทโฟน เช่น ใช้พูดคุยผ่านสังคมออนไลน์ เล่นเกม หรือดู
วี ดีทัศน์ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ และเม่ือเปรียบเทียบความสามารถในการทํางานเป็นทีม กับความสามารถในการ
ทํางานรายบุคคล ผู้เรียนสามารถทํางานคนเดียวได้ดีกว่าทํางานเป็นทีม จากการสังเกตพฤติกรรมการส่งงาน
ของผ้เู รียนและสัมภาษณ์ผูเ้ รยี นเป็นรายบุคคล

จากหลักการและเหตุผลดังกล่าวที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนต้องการรูปแบบการเรียนรู้ที่มีความน่าสนใจ
แปลกใหม่ ผู้วิจัยจึงจัดทําการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย โดยใช้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เพื่อ
จัดการเรียนการสอนท่ีเน้นนักเรียนเป็นสําคัญ และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้โดยการลงมือ

3
ปฏิบัติ เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะและสร้างประสบการณ์ท่ีมีความหมายเฉพาะตน อันจะเป็นการส่งเสริมให้
การเรียนการสอนวิชาหลักภาษาไทยมปี ระสิทธภิ าพมากยิ่งขึน้
วัตถปุ ระสงคข องการศึกษา

1. เพ่ือหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิ
เคชนั รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

2. เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ระหว่างก่อนเรียนและหลัง
เรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับ
เทคนคิ เกมมิฟเิ คชนั รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ขอบเขตของการศกึ ษา

1. ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ งทใ่ี ช้ในการศกึ ษาครงั้ น้ี
1.1 ประชากร ได้แก่ นักเรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

โรงเรยี นกําแพงวิทยา อาํ เภอละงู จงั หวดั สตูล สาํ นักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล จาํ นวน
7 หอ้ งเรยี น จาํ นวน 264 คน

1.2 กลุม่ ตัวอยา่ ง ไดแ้ ก่ นกั เรียนระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา
2564 โรงเรยี นกาํ แพงวทิ ยา อําเภอละงู จงั หวดั สตลู จํานวน 1 ห้องเรียน จํานวนนักเรียน 40 คน ซึ่งไดม้ าโดย
วิธีการสุ่มแบบกลมุ่ (Cluster Sampling) จากการจัดชนั้ เรียนท่มี ีนกั เรยี นเก่ง ปานกลาง และออ่ น คละกัน

2. ตวั แปรทศ่ี ึกษา
2.1 ตัวแปรตน้ ไดแ้ ก่ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิค

เกมมฟิ ิเคชนั รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
2.2 ตัวแปรตาม คือ
2.2.1 ประสทิ ธิภาพของชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย

ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2564

2.2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ระหว่างกอ่ นเรยี นและ
หลังเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย
ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
ปีการศึกษา 2564

2.2.3 ความพึงพอใจของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ท่มี ีตอ่ การเรียนโดยใช้ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

4

3. ระยะเวลาที่ใชใ้ นการศกึ ษา
ผศู้ กึ ษาใชร้ ะยะเวลาในการศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
4. เนือ้ หาท่ีใช้ในการศกึ ษา
เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประโยคในภาษาไทย ประกอบด้วย 3 ชุด ได้แก่ 1. ประโยคสามัญ
2. ประโยครวม 3. ประโยคซ้อน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2564
5. เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการศึกษา มีดงั นี้

5.1 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชา
หลกั ภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 จาํ นวน 3 ชุด ดงั น้ี

ชดุ ท่ี 1 ประโยคสามญั
ชดุ ที่ 2 ประโยครวม
ชุดท่ี 3 ประโยคซอ้ น
5.2 แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 ที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรรู้ ว่ มกับเทคนคิ เกมมิฟเิ คชนั
5.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 แบบเลือกตอบ 4
ตวั เลือก จาํ นวน 40 ข้อ
5.4 แบบทดสอบวัดผลระหว่างเรียน หน่วยการเรียนรู้ สื่อสารนําสมัย รายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ซึ่งเป็น
แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น ทปี่ รากฏอยู่ในชดุ กิจกรรมการเรียนแตล่ ะชดุ ดังนี้
ชุดที่ 1 ประโยคสามัญ จาํ นวน 10 ขอ้
ชุดท่ี 2 ประโยครวม จํานวน 10 ข้อ
ชุดท่ี 3 ประโยคซอ้ น จํานวน 10 ขอ้
5.5 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาค
เรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จาํ นวน 15 ข้อ
นิยามศพั ทเฉพาะ
1. ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ หมายถึง ชดุ ของสือ่ ประสมทส่ี ร้างขึน้ มาเพ่ือเปน็ สือ่ ในการจัดการเรียนการ
สอน ซึ่งเนื้อหาวิชาและประสบการณใ์ นการเรียนของแต่ละหนว่ ย สอดคลอ้ งกบั หลักสูตร ช่วยใหน้ ักเรียนเกิด
พฤตกิ รรมการเรยี นร้อู ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และมีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นสูงขน้ึ และตอบสนองความแตกตา่ ง
ระหว่างบคุ คล รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
จํานวน 3 ชดุ

5
ชดุ ที่ 1 ประโยคสามัญ
ชดุ ที่ 2 ประโยครวม
ชดุ ที่ 3 ประโยคซ้อน
2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโดยชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ซึ่งประเมินได้จากการทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนที่ผู้ศึกษา
สร้างขึ้นก่อนและหลังเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
3. ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง ความรู้สึกในด้านบวกของ
นักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
4. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง คุณภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง
ประโยคในภาษาไทย รายวชิ าหลกั ภาษาไทย ท32205 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
80 ตัวแรก (E1) หมายถึง ค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนท่ีนักเรียนทําได้จากการทดสอบ
ระหว่างการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้น
มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
80 ตัวหลัง (E2) หมายถึง ค่าเฉล่ียคิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนท่ีนักเรียนทําได้จากผลการทดสอบ
หลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษา
ปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
5. โรงเรียน หมายถงึ โรงเรียนกาํ แพงวทิ ยา อําเภอละงู จงั หวดั สตลู สงั กัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษามธั ยมศึกษาสงขลา สตลู
6. นักเรียน หมายถงึ นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ท่ีเรยี นรายวิชา
หลักภาษาไทย ท32205 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล
สงั กดั สาํ นักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตลู

ประโยชนท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษา

ปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กําหนด ครูสามารถ
นําไปใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน หรือใช้เป็นสื่อสําหรับนักเรียนค้นคว้าด้วยตนเองตามศักยภาพแต่
ละคน

2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา จังหวัดสตูล มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สูงขน้ึ ใน เรอื่ ง ประโยคในภาษาไทย

3. ผูเ้ รียนมีความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้
4. เพื่อเป็นแนวทางสําหรับครูผู้สอนในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนหลักภาษาไทยของ
นกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นกาํ แพงวิทยา จังหวัดสตลู

6

บทท่ี 2
เอกสาร และงานวจิ ยั ท่เี กย่ี วขอ้ ง

การศึกษาคน้ ควา้ คร้งั นี้ ผศู้ กึ ษาได้ศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กีย่ วขอ้ งตามลาํ ดบั ดังน้ี
1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
2. หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นกาํ แพงวทิ ยา
3. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ดว้ ยเทคนคิ เกมมิฟเิ คชัน
4. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้
5. งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้อง
1. หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้มีการกําหนดวิสัยทัศน์ หลักการ
จุดหมาย สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไว้ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 :
1-5)
วิสยั ทศั น
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซ่ึงเป็นกําลังของชาติให้เป็นมนุษย์ท่ี
มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสํานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นใน
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน
รวมทั้ง เจตคติ ท่ีจําเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น
สําคัญบนพ้ืนฐานความเชื่อวา่ ทุกคนสามารถเรียนรูแ้ ละพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศกั ยภาพ
หลักการ
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน มีหลักการทส่ี าํ คัญ ดังนี้
1. เปน็ หลักสตู รการศึกษาเพอื่ ความเปน็ เอกภาพของชาติ มจี ุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายสําหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน
ของความเป็นไทยควบคกู่ ับความเปน็ สากล
2. เป็นหลกั สูตรการศึกษาเพ่อื ปวงชน ทปี่ ระชาชนทุกคนมโี อกาสได้รบั การศึกษาอยา่ งเสมอภาค
และมีคณุ ภาพ
3. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาทสี่ นองการกระจายอํานาจ ให้สงั คมมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศกึ ษาให้
สอดคลอ้ งกบั สภาพและความต้องการของท้องถน่ิ
4. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาทม่ี โี ครงสรา้ งยดื หยุ่นทง้ั ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรียนรู้
5. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่เี น้นผเู้ รยี นเปน็ สาํ คัญ
6. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาสาํ หรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั ครอบคลุม
ทกุ กลมุ่ เป้าหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

7

จุดหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปญญา มีความสุข

มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ จึงกําหนดเป็นจุดหมายเพ่ือให้เกิดกับผู้เรียน เม่ือจบการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน ดังน้ี

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมท่ีพึงประสงค์ เหน็ คณุ คา่ ของตนเอง มวี นิ ัยและปฏิบัตติ นตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถอื ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปญ หา การใช้เทคโนโลยี และมที ักษะชีวิต
3. มสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทด่ี ี มสี ุขนสิ ัย และรักการออกกําลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสํานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
5. มีจิตสํานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อมมีจิต
สาธารณะทีม่ งุ่ ทําประโยชน์และสร้างสงิ่ ที่ดีงามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกันในสงั คมอย่างมีความสขุ
สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรยี น
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน มุ่งให้ผเู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสําคัญ 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลอื กใชว้ ิธีการสอื่ สาร ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพโดยคํานงึ ถึงผลกระทบท่มี ตี ่อตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนําไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพอื่ การตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปญหา และมีการตัดสินใจที่มปี ระสทิ ธภิ าพโดยคํานึงถงึ ผลกระทบท่เี กิดข้ึนตอ่ ตนเอง สังคมและส่งิ แวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนํากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทํางาน และการอยู่ร่วมกันใน
สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียง
พฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ทสี่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร
การทาํ งาน การแกป้ ญ หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

8

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้
สามารถอยรู่ ่วมกับผู้อืน่ ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซอื่ สัตย์สจุ รติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มงุ่ มั่นในการทํางาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกาํ หนดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์เพ่ิมเตมิ ใหส้ อดคล้องตามบรบิ ทและ
จดุ เน้นของตนเอง
สํานักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา (2551 : 37-43)ไดก้ ลา่ วถึงเหตผุ ลทีต่ อ้ งเรยี นภาษาไทยเรียนรู้
อะไรในภาษาไทย สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทยและคณุ ภาพของผเู้ รยี นเมอ่ื จบ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาไว้ ดงั น้ี
ทาํ ไมตอ้ งเรียนภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ
เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเคร่ืองมือในการติดต่อสื่อสารเพ่ือสร้าง ความเข้าใจ
และความสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน ทําให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดํารงชีวิตร่วมกัน ในสังคม
ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล
สารสนเทศต่าง ๆ เพ่ือพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนําไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้
มีความม่ันคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นส่ือแสดงภูมิปญญาของบรรพบุรุษ ด้านวัฒนธรรม ประเพณี และ
สนุ ทรยี ภาพ เปน็ สมบตั ํลิ า้ คา่ ควรแก่การเรยี นรู้ อนรุ ักษ์ และสบื สานใหค้ งอยูค่ ู่ชาตไิ ทยตลอดไป
เรยี นรอู้ ะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นทกั ษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชาํ นาญในการใชภ้ าษาเพ่อื การสอ่ื สาร การเรยี นรู้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ และเพื่อนําไปใช้ในชีวิตจริง
การอ่าน การอ่านออกเสียงคํา ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คําประพันธ์ชนิดต่าง ๆ การอ่านในใจ
เพอื่ สร้างความเข้าใจ และการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ความรจู้ ากส่งิ ที่อ่าน เพือ่ นําไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจําวัน
การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนส่ือสาร โดยใช้ถ้อยคําและรูปแบบต่าง ๆ ของ
การเขียน ซ่ึงรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วิเคราะห์
วิจารณ์ และเขียนเชิงสรา้ งสรรค์

9

การฟัง การดู และการพูด การฟงและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก
พูดลําดับเร่ืองราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่าง ๆ ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และ
การพดู เพอ่ื โนม้ น้าวใจ

หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้อง เหมาะสมกับ
โอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพันธป์ ระเภทตา่ งๆ และอิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศึกษาข้อมูล แนวความคิด คุณค่า
ของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทําความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก 2 เพลง
พื้นบ้านที่เป็นภูมิปญญาท่ีมีคุณค่าของไทย ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี
เร่ืองราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพ่ือให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจในบรรพบุรุษท่ีได้ส่ังสม
สบื ทอดมาจนถึงปจ จุบัน

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานกําหนดมาตรฐานการเรียนรูใ้ นกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ดังนี้
สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนําไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญหาในการ
ดาํ เนนิ ชีวติ และมนี ิสยั รกั การอ่าน
สาระที่ 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรสู้ กึ ในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่าและ
นาํ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

10

คุณภาพผู้เรียน
จบชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖
 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทํานองเสนาะได้ถูกต้องและเข้าใจ ตีความ แปล
ความ และขยายความเร่ืองที่อ่านได้ วิเคราะห์วิจารณ์เรื่องท่ีอ่าน แสดงความคิดเห็น โต้แย้งและเสนอความคิด
ใหม่จากการอ่านอย่างมีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอ่าน เขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อ
ความ และเขียนรายงานจากสิ่งที่อ่าน สังเคราะห์ ประเมินค่า และนําความรู้ความคิดจากการอ่านมาพัฒนาตน
พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ และนําความรู้ความคิดไปประยุกต์ใช้แก้ปญหาในการดําเนินชีวิต
มมี ารยาทและมนี ิสยั รักการอ่าน
 เขยี นสือ่ สารในรปู แบบตา่ งๆ โดยใชภ้ าษาไดถ้ ูกต้องตรงตามวตั ถุประสงค์ ย่อความจาก สื่อทมี่ ี
รูปแบบและเน้ือหาท่ีหลากหลาย เรียงความแสดงแนวคิดเชิงสร้างสรรค์โดยใช้โวหารต่าง ๆ เขียนบันทึก
รายงานการศึกษาค้นคว้าตามหลักการเขียนทางวิชาการ ใช้ข้อมูลสารสนเทศในการอ้างอิง ผลิตผลงานของ
ตนเองในรูปแบบต่างๆ ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี รวมทั้งประเมินงานเขียนของผู้อ่ืน และนํามาพัฒนางานเขียน
ของตนเอง
 ต้ังคําถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีฟง และดู มีวิจารณญาณในการเลือกเรอื่ งที่ฟงและ
ดู วิเคราะห์วัตถุประสงค์ แนวคิด การใช้ภาษา ความน่าเชื่อถือของเรื่องที่ฟงและดู ประเมินส่ิงท่ีฟงและดูแล้ว
นําไปประยุกต์ใช้ในการดําเนินชีวิต มีทักษะการพูดในโอกาสต่าง ๆ ท้ังที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการโดยใช้
ภาษาที่ถูกต้อง พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าว และเสนอแนวคิดใหม่ อย่างมีเหตุผล รวมทั้งมีมารยาทใน
การฟง ดู และพดู
 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา อิทธพิ ลของภาษา และลกั ษณะของภาษาไทย ใช้คาํ และกลมุ่ คาํ สร้าง
ประโยคได้ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่งคําประพันธ์ประเภท กาพย์ โคลง ร่ายและฉันท์ ใช้ภาษา ได้เหมาะสมกับ
กาลเทศะและใช้คําราชาศัพท์และคําสุภาพได้อย่างถูกต้อง วิเคราะห์หลักการ สร้างคํา ในภาษาไทย อิทธิพล
ของภาษาต่างประเทศในภาษาไทยและภาษาถิ่น วิเคราะห์และประเมินการใช้ ภาษาจากสื่อส่ิงพิมพ์และส่ือ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

 วเิ คราะหว์ จิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์วรรณคดีเบ้อื งตน้ รู้และ เข้าใจ
ลักษณะเด่นของวรรณคดี ภูมิปญญาทางภาษาและวรรณกรรมพื้นบ้าน เช่ือมโยงกับการเรียนรู้ ทาง
ประวัติศาสตร์และวิถีไทย ประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ และนําข้อคิดจากวรรณคดีและ วรรณกรรมไป
ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง

จากหลักการข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า การศึกษาไทยได้ให้ความสําคัญกับทักษะการใช้ภาษาเป็นอย่าง
ย่ิง ซึ่งการใช้หลักภาษาไทยในการส่ือสารเป็นทักษะที่สําคัญในการดําเนินชีวิตของมนุษย์ เพราะเป็นการใช้
ความรู้ ความคิด ทําความเข้าใจเรื่องใดเร่ืองหน่ึงอย่างมีเหตุผล การรู้จักใช้คําและประโยค ซึ่งเป็นเนื้อหาหนึ่งที่

11

อยู่ในสาระหลักการใช้ภาษาไทย ต้องอาศัยประสบการณ์ในการพิจารณาการใช้ด้วยความรอบคอบ และอย่าง
ชาญฉลาด เปน็ เหตเุ ปน็ ผลเพอ่ื นาํ ไปใชใ้ นการอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมได้อยา่ งเหมาะสม

2. หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนกาํ แพงวทิ ยา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนกําแพงวิทยา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 ได้กําหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ไว้ดังนี้ (โรงเรียนกําแพงวิทยา. 2564 :
11-18)

วสิ ยั ทศั นก์ ลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เห็นคณุ คา่ ภาษาไทย รว่ มกันอนรุ ักษ์ ฝึกฝนทักษะภาษา กลา้ แสดงออก ใช้ภาษาอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

นําไปใชใ้ นชีวติ ประจําวนั ได้
พนั ธกจิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
1. พัฒนาครูผู้สอนภาษาไทย ในโรงเรยี นและเครือข่าย

2. จดั ทําหรือจัดหาส่ือ ทเี่ หมะสมที่ใชใ้ นการเรยี นการสอนภาษาไทย ทุกระดับช้นั
3. พฒั นาผลการเรียนของนักเรียนใหม้ ีผลสมั ฤทธ์ิท่ีดีขึน้
4. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทีท่ นั สมยั ในการจัดการเรยี นการสอน
5. จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม
6. จัดกจิ กรรมการเรยี นร้ทู ีเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาํ คัญ
7. จดั ทาํ แผนการจดั การเรียนทกุ วชิ า
8. ส่งเสริมการจดั ทําวิจัยในชนั้ เรียน
9. จดั กจิ กรรมดา้ นภาษาไทยกบั ชมุ ชน

เป้าประสงคกลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
1. ผู้เรียนมีความเป็นเลิศในการใช้ทักษะภาษาไทย ทั้งด้านการอ่าน การเขียน การฟง การดู การพูด
หลักการใช้ภาษาไทย วรรณคดแี ละวรรณกรรม
2. ผู้เรียนมีความรู้ด้านภาษาไทยโดยการบูรณาการกับวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปญญาท้องถิ่น
ส่งผลใหม้ ีคุณธรรม จรยิ ธรรม และจิตสาํ นึกรกั ษ์บ้านเกดิ
3. ผเู้ รียนมคี วามรแู้ ละทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยกี ับการเรยี นวิชาภาษาไทย
4. ผู้เรยี นเปน็ บุคคลแหง่ การเรยี นรแู้ ละมีมารยาทในการใชภ้ าษาไทย
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนกําแพงวิทยา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทยกําหนดโครงสรา้ งกลมุ่ สาระการเรยี นรรู้ ะดับมธั ยมศึกษาตอนปลายไวด้ ังน้ี

12

ตารางท่ี 1 แสดงโครงสร้างหลกั สตู รรายวชิ าพน้ื ฐาน ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

รหสั วชิ า ชื่อวิชา จํานวนชว่ั โมง หน่วยกิต หมายเหตุ

ท31101 ภาษาไทยพืน้ ฐาน 40 1.0

ท31102 ภาษาไทยพื้นฐาน 40 1.0

ท31103 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 40 1.0

ท31104 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 40 1.0

ท32101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 40 1.0

ท32102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 40 1.0

ตารางท่ี 2 แสดงโครงสร้างหลกั สตู รรายวิชาเพม่ิ เตมิ ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

รหสั วชิ า ช่ือวิชา จาํ นวนชัว่ โมง หน่วยกิต หมายเหตุ

ท31201 ภาษาไทยเพอ่ื กิจกรรมการแสดง 40 1.0

ท31202 ภาษาและวัฒนธรรม 40 1.0

ท31206 การอา่ นและพิจารณาหนงั สือ 40 1.0

ท32205 หลกั ภาษาไทย 80 2.0

ท32208 การเขยี น1+2 80 2.0

ท32211 การแตง่ คาํ ประพันธ์ 40 1.0

ท33203 การเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ 40 1.0

ท33215 ประวตั วิ รรณคดี 40 1.0

ท33216 วรรณกรรมปจ จบุ นั 40 1.0

13
คําอธิบายรายวิชาและโครงสร้างรายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีรายละเอียด
ดงั น้ี
คาํ อธิบายรายวิชา
อธิบายเก่ียวกับธรรมชาติของภาษา และการกําเนิดของภาษา เสียงในภาษาไทย ไตรยางค์ วิเคราะห์
อักษรควบ อักษรนํา คําเป็น คําตาย ลักษณะของภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และภาษาในกลุ่มอาเซียน
อธิบายเกี่ยวกับอิทธิพลท่ีมีต่อภาษาไทยและการเพิ่มคํา สามารถวิเคราะห์ชนิดและหน้าท่ีของคําชนิดต่าง ๆ
วิเคราะห์และเลือกใช้คํา กลุ่มคําได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม วิเคราะห์ประโยคชนิดต่าง ๆ และสามารถแต่ง
ประโยคชนดิ ต่าง ๆ ได้อย่างถูกตอ้ งและสร้างสรรค์
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้น กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการสร้างความ
ตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการแก้ปญหา กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการกลุ่ม
เพ่ือให้เกิดความรู้ ทักษะในการสื่อสาร เพ่ือให้นําความรู้ ความเข้าใจ จากการอ่าน การคิดวิเคราะห์ มาใช้ใน
การพัฒนาตนเอง พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ สามารถเสนอแนวคิดใหม่อย่างมีเหตุผล
วิเคราะห์ลักษณะลักษณะและหน้าที่ของภาษาไทย ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย และนําไปประยุกต์ใช้
แก้ปญหาในการดําเนนิ ชวี ติ ได้
เพื่อให้เกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และมคี ุณธรรมจริยธรรมและคา่ นิยมทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรู้ความเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและการกาํ เนิดของภาษา
2. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเสียงในภาษาไทยได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. มีความรคู้ วามเขา้ ใจไตรยางค์ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
4. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและสามารถวิเคราะห์อักษรควบ อกั ษรนํา คําเปน็ คําตายได้
5. ศึกษาและวิเคราะหล์ ักษณะของภาษาไทย ภาษาตา่ งประเทศและภาษาในกลุม่ อาเซยี นได้
6. ศึกษาอทิ ธิพลที่มีต่อภาษาไทยและการเพม่ิ คํา
7. ศึกษาและวิเคราะหช์ นิดและหนา้ ทีข่ องคาํ ชนดิ ตา่ ง ๆ ได้
8. มคี วามรู้ความเขา้ ใจในการวเิ คราะห์ และเลือกใช้คาํ ได้อย่างเหมาะสม
9. มคี วามรู้ความเข้าใจกล่มุ คาํ และเลอื กใชก้ ล่มุ คาํ ได้อยา่ งถูกต้อง
10. ศึกษาและวเิ คราะห์ประโยคชนิดต่าง ๆ และสามารถแตง่ ประโยคชนิดต่าง ๆ ได้

14

ตารางท่ี 3 แสดงโครงสร้างรายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย

ชื่อ ผลการเรียนรู้ สาระสําคญั เวลา นํ้าหนกั
ลําดั หนว่ ย (ช่วั โมง) คะแนน
บที่ การ

เรยี นรู้

ศาสตร์ 1. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจธรรมชาติ - ธรรมชาติของภาษาไทย 20 25
แหง่ ของภาษาและการกาํ เนดิ ของภาษา - การกําเนิดของภาษา
ภาษา 2. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเสียงใน - เสยี งในภาษาไทย
ภาษาไทยไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง - ไตรยางค์
1 3. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ - อกั ษรควบ
ไตรยางค์ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง - อักษรนํา
4. มีความรู้ความเข้าใจและสามารถ - คาํ เปน็
วิเคราะห์อกั ษรควบ อักษรนํา คาํ - คาํ ตาย
เป็น คาํ ตายได้

- ลกั ษณะของภาษา
- ลักษณะของ4าษาไทย
- ลักษณะของภาษาตา่ งประเทศ
2 ค้นหา 5. ศึกษาและวิเคราะห์ลกั ษณะของ ในภาษาไทย 19 10
คํายมื ภาษาไทยภาษาต่างประเทศและ - ลกั ษณะของภาษาในกลมุ่ 1 10
ภาษาในกลุ่มอาเซยี นได้ 16 10

อาเซียน
- การทับศพั ทแ์ ละศัพทบ์ ญั ญตั ิ

คะแนนสอบกลางภาค

สรรค์ 6. ศึกษาอิทธิพลทม่ี ีตอ่ ภาษาไทย - อทิ ธิพลทีม่ ีตอ่ ภาษาไทย
3 สร้างคํา และการเพ่มิ คาํ - การสมาสคาํ
- การสนธิคาํ
ใหม่ - การประสมคาํ
- การซ้อนคํา
- การซาํ้ คาํ

ชื่อ ผลการเรียนรู้ สาระสําคญั 15
ลาํ ดั หน่วย - ชนิดและหนา้ ทีข่ องคํา เวลา นา้ํ หนกั
บที่ การ - การเลือกใช้คาํ (ชัว่ โมง) คะแนน

เรยี นรู้ 16 15

7. ศึกษาและวเิ คราะห์ชนดิ และ 7 10
วนิ จิ ฉยั หน้าทีข่ องคาํ ชนิดต่าง ๆ ได้ 1 20
4 หนว่ ย 8. มคี วามรู้ความเขา้ ใจในการ 80 100

คาํ วเิ คราะห์ และเลอื กใช้คําไดอ้ ย่าง
เหมาะสม

9. มคี วามรคู้ วามเข้าใจกลุม่ คาํ และ
เลือกใช้กลุม่ คําได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
5 ส่อื สาร 10. ศึกษาและวเิ คราะหป์ ระโยค - ชนดิ และหน้าทขี่ องกลมุ่ คํา
นําสมัย ชนิดตา่ ง ๆ และสามารถแตง่ - ชนิดของประโยค

ประโยคชนิดต่าง ๆ ได้

คะแนนสอบปลายภาค
รวม

3. การจัดการเรียนร้ดู ว้ ยเทคนคิ เกมมิฟิเคชนั

กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยได้ใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชันในการจัด
กระบวนการจดั การเรียนรซู้ ึง่ ได้ศกึ ษาเร่อื งเกมมฟิ เิ คชัน ดังน้ี

ความหมายของเกมมิฟเิ คชัน
ในปจจุบันได้มีการนําเอาเกมมิฟิเคชันมาใช้เป็นเทคนิคการจัดการเรียนรู้มากขึ้น ซึ่งคําว่า เกมมิฟิเคชัน
ไดม้ ีนกั การศึกษาไดใ้ ห้ความหมายไว้ดังน้ี
ภาสกร ใหลสกุล, 2557 ได้ให้ความหมายของเกมมิฟิเคชันไว้ว่า เป็นการประยุกต์ใช้เทคนิค
การออกแบบของเกมมาใช้กับกิจกรรมที่ไม่ใช่เกม เพ่ือสร้างประสบการณ์เหมือนการเล่นเกม โดยมี
วัตถปุ ระสงค์ขับเคลื่อนพฤติกรรมของกล่มุ เป้าหมายใหเ้ ปน็ ไปตามตอ้ งการ
Karl, M. Kapp (Kapp K. M., 2012 ให้ความหมายของเกมมิฟิเคชันไว้ว่า การใช้กลศาสตร์
สุนทรียศาสตร์และ หลักการคิดของเกมมาเป็นฐานในการออกแบบกิจกรรมที่กระตุ้นให้ กลุ่มเป้าหมายเกิด
พฤติกรรมการมีสว่ นรว่ ม เสริมสร้างแรงจูงใจในการทํางานส่งเสรมิ กระบวนการ เรยี นรแู้ ละการแกป้ ญหา

16

Hsin-Yuan Huang W. and Dilip Soman, 2013 ได้กล่าวว่าเกมมิฟิเคชัน หมายถึง การประยุกต์
องค์ประกอบของเกมมาใช้ในกิจกรรมที่ไม่ใช่เกม อันจะส่งผลต่อพฤติกรรมของปจเจกบุคคล ใน การกระทํา
กิจกรรมบางอย่าง ซ่ึงบุคคลนั้นอาจจะไม่ต้องการกระทํา ด้วยการกระตุ้นให้เกิด แรงจูงใจท่ี จะกระทําอย่างมี
เปา้ หมาย หรือเพอื่ ใหน้ กั เรยี นเกิดพฤตกิ รรมอนั จะนํามาซงึ่ ความสาํ เรจ็ ของงาน

Arenas París, 2014 ได้กล่าวไว้ว่า เกมมิฟิเคชันไม่ได้เป็นเพียงวิทยาศาสตร์หรือเร่ืองของ การสร้าง
เกมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่ดําเนินไปทีละข้ันตอน ซึ่งพิจารณาในแง่ การทําให้เกิด
พฤติกรรม ตรวจสอบ ปรับปรุง และหาวิธีแก้ไขปญหา เพื่อให้เกมมิฟิเคชันนั้นสําเร็จ ลุล่วงตาม วัตถุประสงค์

ชนัตถ์พูนเดช และธนิต เลิศพรกุลรัตน์, 2016 ได้กล่าวไว้ว่า เกมมิฟิเคชัน คือ การนําเอาหลักการ
พ้ืนฐานในการออกแบบเกม กลไกการเล่นเกม มาใช้ในบริบทอ่ืนท่ีไม่ใช่การเล่นเกม โดย แนวคิดนี้เป็นวิธีที่ช่วย
เพ่ิมความผูกพันแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่ีได้รับความนิยม และประสบ ความสําเร็จเป็นอย่าง มากในภาคธุรกิจ
รวมทั้งในวงการการศึกษา ได้มีการศึกษาวิจัยเพ่ือนําเอา แนวคิดนี้มาช่วยยกระดับ คุณภาพของผู้เรียนเช่นกัน
การนําแนวคิดเกมมิฟิเคชันมาใช้ในการจัดการ การเรียนรู้เป็นหนึ่งใน วิธีการและเทคนิคทางการศึกษาที่
สามารถสรา้ งแรงจูงใจ และความผกู พันใน การเรียนของผูเ้ รยี นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

Muntean, 2011 กล่าวว่า เกมิฟิเคช่ันไม่ได้หมายความถึงการสร้างเกม แต่หมายถึง การศึกษาท่ีมี
ส่วนร่วมและสร้างความสนุกสนานโดยไม่ทําลายความน่าเชื่อถือ เกมิฟิเคชันช่วยให้นักศึกษาได้รับแรงจูงใจต่อ
การศึกษาและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จึงกล่าวได้ว่าเกมิฟิเคชันสามารถ เป็นแรงหนุนที่มีพลังในการเรียนรู้ของ
นกั ศกึ ษา

Gartner, 2014 กล่าวว่านักวิเคราะห์เชื่อว่าแนวโน้มของเกมิฟิเคชันจะถูกนํามาใช้อย่าง แพร่หลายใน
อีกสองสามปีข้างหน้า โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าอีกว่า 70% ขององค์กรท่ัวโลกในปี 2014 จะมีการพัฒนา
เกมโดยใชห้ ลกั การเกมฟิ ิเคชนั อยา่ งนอ้ ยหนึ่งแพลตฟอรม์ บรนั ชบอล

Bunchball, 2010 กล่าวว่า มนุษย์เล่นเกมในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ยุคหินและฝ่ง ลึกอยู่ในจิตใจมนุษย์
จนถึงปจจุบันที่ เป็นยุคแห่งความทันสมัย และการเล่นเกมเป็นที่นิยมและเป็น อุตสาหกรรมท่ีทํากําไรเป็นอย่าง
มาก โดยมียอดขายถึง 60,000,000,000 ดอลลาร์ต่อปีการเล่นเกม ได้รับการยอมรับท่ัวไปพร้อมกับการ
เกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต การเปิดกว้างให้เกมเข้ามาเป็นส่วนหน่ึง ของชีวิตมากขึ้น เป็นผลให้เกมมิฟิเคชันได้
กลายมาเป็นเคร่ืองมือท่ีมีประสิทธิภาพให้กับองค์กร ผ่านการสอน โน้มน้าว และกระตุ้นผู้คน โดยหลาย
กจิ กรรมที่เกดิ ข้นึ แตกตา่ งกนั ทผ่ี คู้ นดําเนนิ การซ่งึ อาจถูก รวมกับกลศาสตรเ์ กมโดยท่ีเราอาจจะไม่รเู้ ลย

วู (Wu et al., 2013) กล่าวว่าเทคโนโลยีท่ีใช้ทฤษฎีของฟอกก์(Fogg) อธิบายกลศาสตร์เกม ว่ามี
ประสิทธิภาพสามารถเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของคนได้โดยเขาทําการเปรียบเทียบเกมกับ เครือข่าย สังคมที่มี
การยืนยันว่า เกมช่วยสร้างกิจวัตรประจําวันใหม่ในชีวิตของผู้คน โดยมาจาก แรงจูงใจใน การเล่นกับคนท่ี
เชื่อมโยงกับเราผ่านการแจ้งเตือน เช่น ทางเฟซบุ๊คหรืออีเมล์ ฯลฯ จาก การ เปรียบเทียบของวูเขากล่าวว่า
เกมเหนือชั้นกว่าเครือข่ายทางสังคม เม่ือเกมมิฟิเคชันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนโดยใช้องค์ประกอบท้ัง
สามทก่ี ล่าวมา รวมทัง้ แรงจูงใจท่ไี มส่ ามารถทาํ ไดโ้ ดยสือ่ ทางสงั คมเพยี งอย่างเดียว

17

จากความหมายของเกมิฟิเคชันดังกล่าวสรุปได้ว่า เกมมิฟิเคชัน คือ การนําแนวคิดและรูปแบบของการ
เล่นเกมมาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมต่างๆท่ีต้องการดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ความสนุกสนานและ
ความนา่ ตืน่ เต้นของเกมมาใช้เพือ่ ใหเ้ กิดพฤติกรรมทเ่ี ราต้องการ

หลักการของเกมมิฟเิ คชนั
ภาสกร ใหลสกลุ (2557) กล่าวว่า เกมมฟิ ิเคชนั ประกอบด้วย 2 หลกั การดงั นี้
1. กลไกของเกม (Game Mechanics) คือ กฎเกณฑ์ และการโต้ตอบต่าง ๆ ในเกมท่ีทําให้เกิดความ
สนุกสนาน เพลิดเพลิน ซ่ึงสามารถน าไปใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่เกมให้เกิดเป็นเกมข้ึนมา ซ่ึงมีอยู่หลายรูปแบบหรือ
บางคร้ังก็ผสมผสานกัน เช่น แต้มสะสม ล าดับช้ัน ตารางคะแนนสูงสุด ความท้าทายรางวัลเหรียญรางวัล การ
ประสบผลสําเรจ็ สินคา้ เสมอื น
2. หลักการขับเคลื่อนของเกม (Game Dynamics) คือ พฤติกรรมของมนุษย์ที่ถูกผลักดัน โดยการเล่น
เกมหรือความต้องการพ้ืนฐาน ได้แก่ ความต้องการได้รับรางวัลตอบแทน ความต้องการประสบผลสําเร็จ ความ
ต้องการได้รับการยอมรับ ความต้องการปฏิสัมพันธ์กับสังคม การแสดงความมีน้ําใจ การ แสดงออกของความเป็น
ตัวตนและความต้องการแขง่ ขนั
จากการศกึ ษาหลกั การของเกมมฟิ ิเคชันข้างต้น สรปุ ได้ว่า หลกั การของเกมมฟิ เิ คชนั คือ การนํากลไกและ
กฎเกณฑ์ของเกมมา ปรบั ใชอ้ นั จะนํามาซึง่ ความสนกุ สนานของผเู้ ลน่ เอง รวมถงึ การขับเคลือ่ นของเกมซ่ึงกลไก
และกฎเกณฑ์ของเกมน้นั สามารถจงู ใจให้ผู้ใชเ้ กดิ ความตอ้ งการหลาย ๆ ดา้ น อาทเิ ช่น ความต้องการได้รับสิ่งตอบ
แทนความตอ้ งการทางสังคมการแข่งขนั รวมถึงตอ้ งการแสดงออกถึงตวั ตนของตนเอง

องคประกอบของเกมมฟิ เิ คชัน
เปา้ หมายสูงสดุ ของเกมมิ ฟเิ คชนั คือ ตอ้ งการให้ผูใ้ ช้งานเกดิ พฤตกิ รรมตามความต้องการของผ้สู ร้าง โดย
มีนกั วชิ าการหลายท่านไดใ้ หอ้ งค์ประกอบของเกมมิฟิเคชนั ไว้ดงั น้ี
Kapp (2012) กล่าวถึง องค์ประกอบของเกมมิฟิเคชันว่า ประกอบด้วยองค์ประกอบสําคัญ 9
องค์ประกอบ ดงั นี้

1. เกมเป็นฐาน (Game-based) เกมถอื เป็นโครงสร้างหลักของเกมมิฟิเคชันซึ่งมีเป้าหมาย
เพ่อื สร้างระบบท่ีนักเรยี นผู้เลน่ หรอื ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในกจิ กรรมทท่ี ้าทายภายใตก้ ฎเกณฑก์ ารติดต่อสื่อสาร
และการตอบสนองของระบบซึ่งส่งผลกอ่ ให้เกดิ ปฏิกิริยาทางอารมณ์เพื่อสร้างกิจกรรมทผี่ ใู้ ชต้ ้องการทีจ่ ะทมุ่ เท
ความสามารถเวลาและพลังงานของตน

2. กลไกของเกม (Mechanics) กลไกของการเล่นเกม ประกอบไปด้วย ระดบั (Levels) ได้รบั
เหรยี ญตรา แต้มพิเศษ คะแนน และการจํากัดเวลา

18

3. สุนทรยี ภาพ (Aesthetics) สว่ นติดตอ่ ผใู้ ช้ของระบบจะต้องนา่ สนใจ และสื่อถงึ ประสบการณ์
ท่ีผ้ใู ช้งานจะไดร้ บั ซึง่ สง่ ผลอยา่ งมากต่อความสมัครใจในการใชร้ ะบบที่พฒั นาดว้ ยแนวคดิ เกมมิฟิเคชนั

4. แนวการคิดแบบเกม (Game Thinking) ถอื เป็นองค์ประกอบท่สี ําคญั ท่สี ดุ ของการนําแนวคิด
เกมมิฟิเคชันไปประยุกต์ใช้แนวการคิดแบบเกมนี้คือการคิดเชื่อมโยงประสบการณ์ ในชีวิตประจําวันไป ใช้ใน
กิจกรรมซ่ึงมอี งค์ประกอบของการแข่งขนั การร่วมมอื การสืบเสาะคน้ หาและการดําเนินเรือ่ ง

5. มีส่วนร่วม (Engage) เป้าหมายทชี่ ัดเจนของกระบวนการทอ่ี อกแบบโดยเกมมิฟเิ คชัน คอื
เพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้ใช้และท าให้ผู้ใช้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนกับกระบวนการนั้น พฤติกรรมการ
มสี ว่ นร่วมของผูใ้ ชจ้ าํ เป็นเป้าหมายหลกั ของเกมมฟิ เิ คชนั

6. กลุ่มเป้าหมาย (People) เป็นไปไดท้ ั้งนักเรียนกลมุ่ ลกู ค้าหรอื ผู้ใชซ้ ึ่งกล่มุ คนเหล่านีจ้ ะถกู
จูงใจให้เขา้ ไปมีสว่ นรว่ มใน กระบวนการหรือกจิ กรรมทอี่ อกแบบข้นึ ส่งผลใหเ้ กดิ การกระทําต่อไป

7. การกระตุ้นการกระทํา (Motivate Action) แรงจงู ใจ คอื กระบวนการของการใช้ พลงั งาน
และความสนใจอย่างมีทิศทางโดยมีเจตนาเพ่ือให้เกิดพฤติกรรมหรือการกระทําตามมาความท้าทายของกิจกรรม
ต้องไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป การสร้างให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการทํางานหรือกิจกรรมถือเป็นอีกหน่ึง
หลกั สําคัญของเกมมฟิ เิ คชัน

8. ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ (Promote Learning) เกมมฟิ ิเคชนั สามารถนํามาใชเ้ พ่ือส่งเสรมิ การ
เรยี นรเู้ ชน่ การให้คะแนนสาํ หรบั การทํากิจกรรมการแนะนาํ ข้อเสนอแนะเพ่อื แก้ไข ขอ้ ผดิ พลาดการกระตุ้นการ
ทํางานร่วมกันด้วยกิจกรรมท่อี อกแบบ โดยผสมผสานเกมมิฟเิ คชนั ทีท่ ้ังส่งเสรมิ และกระตุ้นใหเ้ กดิ การเรียนรู้

9. การแกป้ ญหา (Solve Problems) เกมมฟิ เิ คชนั มศี กั ยภาพสูงทช่ี ว่ ยในการแก้ปญ หา
ธรรมชาตขิ องเกมท่ีมุง่ เน้นความรว่ มมือในการแกป้ ญ หาเปน็ กลมุ่ รวมถงึ ธรรมชาติของเกมดา้ นการแขง่ ขนั ซึ่ง เปน็
แรงจูงใจให้สมาชิกในกลมุ่ พยายามที่จะแก้ไขปญหาให้ดีที่สดุ เพือ่ ให้สามารถไปถงึ เป้าหมายหรอื เพื่อท่จี ะเปน็ ผชู้ นะ

Diggelen (2012) ไดน้ าํ เสนอองค์ประกอบของเกมมิฟเิ คชนั โดยมีองคป์ ระกอบดงั น้ี
1. เหรยี ญตรายศ (Badges) เป็นการใหร้ างวัลเม่อื ผู้ใชง้ านผ่านภารกจิ หรือเงื่อนไขกฎเกณฑ์

ตามท่ีระบบไดก้ ําหนดไวแ้ สดงใหเ้ ห็นว่าบคุ คลท่ไี ดร้ บั นน้ั ผา่ นกจิ กรรมน้นั
2. การชกั ชวนทางสงั คม (Social Triggers) เปน็ การสร้างเครอื ขา่ ยทางสังคมโดยการบอกต่อ

ของผู้ใช้งาน
3. ทําเนยี บผูช้ นะ (Leader Boards) ตารางแสดงคะแนนผทู้ ม่ี ีคะแนนสูงสดุ ภายในระบบ

เพ่ือให้ผใู้ ช้ระบบเกิดแรงจงู ใจและแรงกระตนุ้ ที่ต้องการเป็นผ้นู าํ ภายในระบบ

19

4. การมีสว่ นรว่ ม (Social Integration) การร่วมทํากิจกรรมรว่ มกันภายในกลมุ่ หรือร่วมกนั
ทาํ ภารกจิ ต่าง ๆ ทมี่ ีอยูใ่ นระบบ

5. เงินเสมือนจริง (Virtual Currency) เป็นการใชเ้ งนิ ภายในระบบเปน็ เงินเสมือนจรงิ นาํ ไปใช้
ในการซ้อื อปุ กรณ์สิ่งของต่าง ๆ ภายในระบบ

6. การแขง่ ขัน (Challenges) การจัดการแข่งขันระหวา่ งบุคคลหรอื แขง่ ขนั กนั เป็นกลมุ่
7. ของรางวัล (Virtual Gifts) การใหข้ องรางวัลเสมือนจรงิ ภายในระบบเพือ่ เป็นแรงจงู ใจ
ให้แก่ผใู้ ชง้ าน
8. การรายงานความกา้ วหนา้ ของความสําเรจ็ (Organization Goals) รายงานความก้าวหน้า
ของบุคคลในการ เข้าใชง้ านระบบเชน่ ระบุภารกจิ ที่ทาํ สาํ เร็จระบรุ ะยะเวลาที่ใชง้ านในระบบ เปน็ ต้น
9. เพ่ือน (Friends) การเพิ่มสมาชกิ เพ่ือการแลกเปล่ยี นข้อมลู หรือสนทนากนั ภายในระบบทัง้
เปน็ สว่ นตวั และเป็นแบบสาธารณะ

จฑุ ามาศ มสี ุข (2558) กลา่ วถงึ องค์ประกอบของเกมมฟิ เิ คชันวา่ ประกอบดว้ ย 5 องค์ประกอบ คือ
1. แนวคดิ และกลไกของเกม
2. พฤติกรรมเป้าหมายท่ีตอ้ งการให้เกดิ กบั ผูใ้ ช้
3. ผู้ใชซ้ ง่ึ เป็นกล่มุ เปา้ หมาย
4. รางวลั จูงใจ
5. หลกั เกณฑใ์ นการวัดพฤติกรรมอนั เป็นผลที่เกิดขึน้

พิชญะ โชคพล (2558) กลา่ วถงึ องคป์ ระกอบระบบเกมมิฟิ เคชันทส่ี มบูรณ์มดี ังน้ี
1. ระบบการใหร้ างวัลเพือ่ สรา้ งแรงจูงใจใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี นหรือผเู้ ลน่ มรี ะบบเครอื ข่ายหรือสังคมให้

ผู้เล่นมีปฏสิ มั พันธ์กับบุคคลอื่น
2. ระบบการแข่งขันและแสดงทาํ เนยี บผ้มู ีคะแนนสงู สดุ เพ่ือสรา้ งแรงกระตุ้นและกาํ ลงั ใจ
3. มีระบบการรายงานความก้าวหน้าของผ้ใู ช้งานให้ ทราบถึงจุดเดน่ จุดดอ้ ยและปญ หาของ

ตนเอง

20

จากองคป์ ระกอบของเกมมฟิ ิเคชนั ทีศ่ ึกษาดงั กล่าวสามารถสรุปไดว้ า่ เกมมฟิ เิ คชันประกอบด้วย
องค์ประกอบสาํ คญั 5 องค์ประกอบ คือ

1. แนวคดิ และกลไกของเกม
2. ผ้เู ล่นเกม
3. พฤตกิ รรมเปา้ หมายที่ต้องการให้เกดิ กับผ้เู ล่นเกม
4. รางวลั ตอบแทน
5. การประเมนิ ผล
ประโยชนข องเกมมิฟเิ คชนั
Wolff (2012) กลา่ วถึงประโยชนข์ องเกมมิฟเิ คชันไว้ ดงั น้ี
1. ส่งเสริมกระบวนการคิด ทกั ษะการแกป้ ญหา
2. สง่ เสริมพฒั นาการความฉลาดทางอารมณ์
3. ส่งเสริมทักษะทางสังคม
Streck (2013) ได้อธบิ ายประโยชนข์ องเกมมิฟิเคชนั ไว้ ดังน้ี
1. สง่ เสรมิ การเรยี นรู้
2. สรา้ งแรงจงู ใจ
3. ปรบั ปรุงความสัมพนั ธ์ของบุคคลในองค์กร
4. ส่งเสริมทกั ษะการสื่อสาร
5. เสรมิ สร้างความซ่ือสัตย์

Deese (2014) ไดก้ ลา่ วถึงประโยชน์ของเกมมฟิ เิ คชันไว้ ดังนี้
1. ส่งเสริมกระบวนการคิด
2. เพมิ่ ระดบั การมสี ว่ นรว่ มในช้นั เรยี น
3. ไมม่ ีขอ้ จ ากัดในการเรียนรู้

จุฑามาศ มสี ุข (2558) กล่าวถึงประโยชน์ของเกมมฟิ เิ คชนั ดังนี้
1. เกมมฟิ เิ คชนั ชว่ ยสง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรู้
2. สง่ เสริมกระบวนการคดิ แก้ปญ หา

21

3. สง่ เสริมและสรา้ งแรงจูงใจแก้ บคุ คล
4. สง่ เสริม ปรบั ปรงุ และการพฒั นาพฤติกรรม
5. สง่ เสรมิ พฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มในชั้นเรยี น
6. ช่วยพฒั นาความฉลาดทางอารมณข์ องนักเรยี น
พชิ ญะ โชคพล (2558) กลา่ วถงึ ประโยชนข์ องเกมมฟิ เิ คชัน ดงั นี้
1. ส่งเสรมิ การเรียนรู้
2. กระบวนการคิดแกป้ ญ หา
3. สร้างแรงจูงใจ
4. สง่ เสริมทกั ษะทางสังคม
5. ช่วยในการพฒั นาปรบั ปรงุ พฤติกรรม
6. สง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มในชน้ั เรยี น
7. ช่วยพฒั นาความฉลาดทางอารมณข์ องผเู้ รยี น

4. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้

ความหมายของชุดกิจกรรมการเรยี นรู้
นักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายของชุดการเรียนการสอน ชุดการ เรียนรู้ ชุดกิจกรรม หรือชุด
กิจกรรมการเรยี นรู้ ซึง่ ในการวจิ ัยครง้ั น้ีผวู้ ิจยั ขอใช้คาํ วา่ ชุด กิจกรรมการเรยี นรู้ ซึ่งนกั การศึกษาหลายท่านไดใ้ ห้
ความหมายไวด้ ังตอ่ ไปน้ี
Good (1973, p. 306) กล่าวว่า ความหมายของชุดกิจกรรมการเรียนไว้ ว่า เป็นโปรแกรมสําเร็จรูป
เฉพาะ ซ่งึ ประกอบไปดว้ ย เนอื้ หา คมู่ ือครูแบบฝึกหดั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ชยาภรณ์ รักพ่อ (2551, หน้า 29) ได้กล่าวว่า ชุดกิจกรรมการเรียน หมายถึง ส่ือการสอนท่ีครูสร้างขึ้น
จากการประมวลเน้ือหา ประสบการณ์ แนวคิด กิจกรรม หรือสื่อหลาย ๆ อย่าง มาผสมผสานกันอย่างเป็น
ระบบและสอดคล้องกัน เพื่อให้นักเรียน ได้ศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีครูเป็นผู้แนะนําและ
ชว่ ยเหลือใหน้ ักเรียนประสบ ความสําเรจ็ ในการเรียนรอู้ ย่างมีประสิทธิภาพ
พนารัตน์ ศรีปญญากร (2553, หน้า 46) ได้กล่าวว่า ชุดกิจกรรมการ เรียน หมายถึง ส่ือการเรียน
สําเร็จรูปที่รวบรวมอย่างสมบูรณ์ตามแบบแผนท่ีวางไว้ท่ีผู้เรียน สามารถเรียนได้ด้วยตนเองเป็นรายบุคคลหรือ
กลุ่มย่อยตามความสามารถ ความสนใจ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ท่ีตั้งไว้ โดยผู้เรียนทํากิจกรรมในบทเรียนด้วย
ตนเอง ครูเป็นผู้คอยให้ คําแนะนําช่วยเหลือ ในชุดการเรียนรู้ประกอบคําชี้แจง ชื่อเรื่อง จุดมุ่งหมาย เน้ือหา

22

กิจกรรม การวัดผลประเมินผลด้วยแผนการสอน คู่มือครู แบบทดสอบก่อนเรียนและ หลังเรียนในกิจกรรม
(คําสั่ง เนื้อหา และแบบฝึกหัด)

สะรียา สะและหมัด (2555, หน้า 341) ได้กล่าวว่า ชุดกิจกรรมการเรียน หมายถึง ส่ือการเรียนการ
สอนท่ีมุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นลักษณะของส่ือ ประสม ซ่ึงจัดไว้เป็นชุด ๆ โดยมีกิจกรรม
ประกอบการเรยี นการสอนในรปู แบบต่าง ๆ ท่ี สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาวชิ าในแตล่ ะหน่วย

วิริรดาภรณ์ ลาบรรเทา (2557, หน้า 54) ได้กล่าวว่า ชุดกิจกรรมการ เรียน หมายถึง ส่ือการสอน
หรือชุดการเรียน ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาท่ีครูเป็น ผู้สร้างข้ึน ซึ่งประกอบเข้าเป็นชุดท่ีก่อให้เกิดความ
สมบูรณ์ในตัวเอง เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษา และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้ตามขั้นตอน ตามความ
สนใจและ ความสามารถ โดยมีครูเป็นผู้ให้คําแนะนําช่วยเหลือให้ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนจน ประสบ
ผลสาํ เรจ็

จากความหมายของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ ความหมายไว้ ผู้วิจัย
สามารถสรุปได้ว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง สื่อการเรียนรู้ สําเร็จรูปที่เป็นนวัตกรรที่ครูสร้างข้ึน ซ่ึง
ประกอบไปด้วยช่ือเร่ือง คําช้ีแจง จุดมุ่งหมาย เนื้อหา กิจกรรม การวัดผลประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน
โดยมคี รูเปน็ ผูแ้ นะนาํ ให้ ปฏบิ ัติกิจกรรมตามข้นั ตอนจนบรรลจุ ดุ มุง่ หมาย

แนวคิด ทฤษฎี และหลักการของชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
บุญเก้ือ บุญหาเวช (2545, หน้า 92) ได้กล่าวถึงแนวคิด ทฤษฎี และ หลักการของชุดกิจกรรมการ
เรยี นไว้ดังน้ี

2.1 ทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล นักการศึกษาได้นาํ หลักจติ วทิ ยา มาใช้ในการเรียน
การสอนโดยคํานึงถึงความต้องการ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน เป็นสําคัญบุคคลมีความแตกต่างกัน
หลายด้าน กล่าวคือ ความสามารถ สติปญญา ความ ต้องการ ความสนใจ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และความ
แตกต่างอ่ืน ๆ วิธีการที่เหมาะสม ที่สุดคือ การจัดการสอนรายบุคคลหรือการศึกษาตามสภาพ การศึกษาแบบ
เสรี และ การศึกษาด้วยตนเอง ล้วนเป็นวิธีสอนท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนตามสติปญญา
ความสามารถ และความสนใจโดยครูเป็นผู้คอยชว่ ยเหลอื ตามความเหมาะสม

2.2 ทฤษฎีการเรียนรยู้ ดึ หลักจติ วทิ ยาการเรยี นรหู้ มายถึงการเรียนการ สอนที่เปิดโอกาสให้
นักเรยี น ดงั น้ี

2.2.1 เข้ารว่ มกจิ กรรมในการเรียนด้วยตนเอง
2.2.2 การทราบผลการเรยี นทันที
2.2.3 มีการเสริมแรงอันจะทําให้นักเรียนกระทําพฤติกรรมน้ันซํ้าหรือ หลีกเลี่ยงไม่กระทํา
2.2.4 ได้เรยี นรไู้ ปทลี ะขั้นตอนตามความสามารถและความสนใจ
2.2.5 การนําเอาสื่อประสมมาใช้ หมายถึง การนําสื่อการสอน หลาย ๆ อยา่ งมาสมั พนั ธ์

23

กันอย่างมีคุณค่าท่ีส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างมีระบบ ส่ือการสอน อย่างหนึ่งอาจใช้เร้าความสนใจ ในขณะอีก
อย่างหน่ึงใช้เพ่ือการอธิบายข้อเท็จจริงของ เน้ือหา และอีกชนิดหนึ่งอาจใช้เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
การใช้ส่ือประสมช่วยให้ ผู้เรียนมีประสบการณ์จากประสาทสัมผัสท่ีผสมผสาน กับให้นักเรียนได้ค้นพบวิธีการที่
จะ เรยี นในสง่ิ ทตี่ ้องการไดด้ ้วยตนเองมากย่ิงข้นึ

2.2.6 การเอากระบวนการกลมุ่ มาใช้ เดมิ นนั้ ความสัมพนั ธ์ระหว่างครู และนกั เรียนใน
ห้องเรียนมีลักษณะเป็นทางเดียวกล่าวคือ ครูเป็นผู้นํานักเรียนเป็นผู้ตาม นักเรียนไม่มีโอกาสฝึกการทํางานเป็น
กลุ่มท่ีจะฝึกการเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่นเม่ือ โตขึ้นจึงทํางานร่วมกันไม่ได้แนวโน้มในปจจุบันและอนาคต
จะต้องนํากระบวนการกลุ่ม สัมพันธ์มาใช้ ทฤษฎีกระบวนการกลุ่มจึงเป็นแนวคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ซ่ึงนํามา
ไว้ในรปู ของชดุ การสอน

2.2.7 การนําวธิ วี ิเคราะหร์ ะบบมาใชใ้ นการผลิตชุดการเรียนซึ่ง แตกต่างไปจากการทํา
โครงการสอนในปจจุบันตรงท่ีว่า ชุดการสอนมีการจัดเนื้อหาวิชาให้ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและวัยของ
ผู้เรียนรายละเอียดต่าง ๆ ได้นําไปทดลองปรับปรุง จนมีคุณภาพเชื่อถือได้แล้วจึงนํามาใช้ จากแนวคิด ทฤษฎี
และหลักการของชุดกิจกรรมการเรียน ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยสามารถสรุปได้ว่า แนวคิด ทฤษฎี และหลักการ
ของชุดกิจกรรมการเรียนยึดหลัก ทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยคํานึงถึงความต้องการ ความถนัด
และความสนใจ ของผู้เรียนเป็นสําคัญ อีกท้ังยังยึดหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วม
กิจกรรมด้วยตนเอง ทราบผลการเรียนได้ทันที มีการเสริมแรง เรียนรู้เป็นข้ันตอนใช้สื่อประสม เอา
กระบวนการกลุ่มมาใช้ และนําวิธวี ิเคราะหร์ ะบบมาใช้ในการผลิตชดุ กิจกรรมการเรียน

ประเภทของชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้
บุญเก้ือ ควรหาเวช (2545, หน้า 94) ได้แบง่ ประเภทของชุดกจิ กรรม ดงั น้ี

1. ชุดกิจกรรมประกอบคําบรรยาย เป็นชุดกิจกรรมสําหรับผู้สอนท่ี ต้องการปูพื้นฐานให้ผู้เรียน
ส่วนใหญ่ได้รู้และเข้าใจในเวลาเดียวกัน มุ่งในการขยายเนื้อหา สาระให้ชัดเจนข้ึนชุดกิจกรรมแบบน้ีจะช่วยให้
ผู้สอนลดการพูดให้น้อยลง และเป็นการใช้สื่อ การสอนท่ีมีพร้อมอยู่ในชุดกิจกรรม ในการเสนอเน้ือหามากข้ึน
ส่ือท่ใี ช้อาจไดแ้ ก่ รปู ภาพ แผนภูมิ หรือกจิ กรรมทกี่ ําหนดไว้ เป็นตน้

2. ชุดกิจกรรมแบบกลุ่มกิจกรรม เป็นชุดกิจกรรมสําหรับให้ผู้เรียน ร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
ประมาณ 5-7 คน โดยใช้ส่ือการสอนที่บรรจุไว้ในชุดกิจกรรมแต่ละชุด มุ่งที่จะฝึกทักษะในเน้ือหาวิชาท่ีเรียน
และผู้เรียนมีโอกาสทํางานร่วมกัน ชุดกิจกรรม ชนิดนี้มักจะใช้สอนในการสอนแบบกิจกรรมกลุ่ม เช่น การสอน
แบบศูนยก์ ารเรยี น เปน็ ต้น

3. ชุดกิจกรรมแบบรายบุคคลหรือชุดกิจกรรมตามเอกัตภาพ เป็นชุดกิจกรรมสําหรับเรียน
ด้วยตนเองเป็นรายบุคคล คือ ผู้เรียนจะต้องศึกษาหาความรู้ตาม ความสามารถและความสนใจของตนเองอาจ
เรียนที่โรงเรียนหรือท่ีบ้านก็ได้ ส่วนมากมักจะ มุ่งให้ผู้เรียนได้ทําความเข้าใจเนื้อหาวิชาท่ีเรียนเพ่ิมเติมผู้เรียน
สามารถจะประเมินผลการ เรียนด้วยตนเองได้ด้วยชุดกิจกรรม ชุดกิจกรรมชนิดนี้อาจจะจัดในลักษณะของ
หน่วยการ สอนสว่ นยอ่ ยหรอื โมดูลก็ได้

24

ระพนิ ทร์ โพธศิ์ รี (2545, หนา้ 59) ได้แบง่ ประเภทของชุดกิจกรรมไดด้ ังน้ี
1. ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Study Package) คือ ชุดกิจกรรม ที่สร้างข้ึนโดยมี
จุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนนําไปศึกษาด้วยตนเอง โดยไม่มีครูเป็นผู้สอน เช่น บทเรียนสําเร็จรูป ชุดการเรียนแบบ
คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนหรือชดุ การเรียนผา่ นเครือข่าย เวลิ ด์ไวตเ์ ว็บ
2. ชุดการเรียนการสอน คือ ชุดกิจกรรมท่ีสร้างขึ้นโดยมีครูเป็น ผู้ดําเนินการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ บรรลุตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ที่กําหนดไว้ เช่น ชุดฝึกอบรม หรือชุดการ
สอนตา่ ง ๆ
สุวิทย์ มูลคํา และอรทัย มูลคํา (2550, หน้า 52-53) ได้แบ่งชุดกิจกรรม การเรียนรู้ไว้ 3
ประเภท คือ
1. ชุดการสอนประกอบคําบรรยายของครู เป็นชุดการสอนสําหรับผู้เรียน กลุ่มใหญ่หรือเป็น
การสอนท่ีมุ่งเน้นการปูพ้ืนฐานให้ทุกคนรับรู้และเข้าใจในเวลาเดียวกัน มุ่งในการขยายเนื้อหาสาระให้ชัดเจน
ยิ่งขึ้น ชุดการสอนแบบน้ีลดเวลาในการอธิบายของ ผู้สอนให้พูดน้อยลง เพ่ิมเวลาให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติมากข้ึน
โดยใช้สื่อท่ีมีอยู่พร้อมในชุดการ สอนในการนําเสนอเน้ือหาต่าง ๆ ส่ิงสําคัญคือส่ือที่นํามาใช้จะต้องให้ผู้เรียนได้
เหน็ ชดั เจน ทกุ คนและมโี อกาสได้ใชค้ รบทกุ คนหรือทุกกลุ่ม
2. ชุดการสอนแบบกลุ่มกิจกรรม หรือชุดการสอนสําหรับการเรียนเป็น กลุ่มย่อยประมาณ
กลุ่มละ 4-8 คน โดยใช้สื่อการสอนต่าง ๆ ที่บรรจุไว้ในชุดการสอนแต่ ละชุดมุ่งท่ีจะฝึกทักษะในเน้ือหาวิชาที่
เรยี นโดยใหผ้ ้เู รียนมโี อกาสทาํ งานรว่ มกนั ชุดการสอน ชนิดนีม้ ักใชใ้ นการสอนแบบกจิ กรรมกลมุ่
3. ชุดการสอนรายบุคคลหรือชุดการสอนตามเอกัตภาพ เป็นชุดการสอน สําหรับเรียนด้วย
ตนเองเป็นรายบุคคล คือผู้เรียนจะต้องศึกษาหาความรู้ตามความต้องการ และความสนใจของตนเอง อาจจะ
เรียนที่โรงเรียนหรือท่ีบ้านก็ได้ จุดประสงค์หลักคือมุ่งให้ ทําความเข้าใจกับเน้ือหาวิชาเพิ่มเติม ผู้เรียนสามารถ
ประเมินผลการเรียนด้วยตนเอง โดย ชุดการสอนชนิดน้ีส่วนใหญ่จัดในลักษณะของหน่วยการสอนย่อยหรือ
โมดลู
จากประเภทของชุดกิจกรรมการเรียนท่ีกล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยสามารถสรุป ได้ว่า ชุดกิจกรรม
การเรียนรู้ สามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ ชุดกิจกรรมท่ีนักเรียนสามารถ เรียนรู้ด้วยตนเองและชุดกิจกรรมที่
ครูเป็นผู้ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับนักเรียน และแบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ ชุดกิจกรรมประกอบคํา
บรรยาย ชดุ กจิ กรรมแบบกลมุ่ และชดุ กิจกรรมรายบุคคล

25

องคประกอบของชดุ กจิ กรรมการเรียน
ในการสร้างชุดกิจกรรมการเรียน ผู้สร้างต้องศึกษาองค์ประกอบของชุด กิจกรรมการเรียน เพ่ือจะได้
นําองค์ประกอบเหล่าน้ันไปสร้างชุดกิจกรรมการเรียน ซึ่งมี นักการศึกษาหลายท่านได้กล่าวถึงองค์ประกอบ
ของชดุ กจิ กรรมการเรยี นไวด้ งั นี้
บุญเกื้อ ควรหาเวช (2545, หน้า 95-98) กล่าวว่า องค์ประกอบของชุด กิจกรรมการเรียน สามารถ
จําแนกได้ 4 สว่ น คือ
1. คู่มือ เป็นคู่มือสําหรับนักเรียน ภายในจะมีคําช้ีแจงถึงวิธีการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่าง
ละเอียด อาจทําเปน็ เลม่ หรอื แผ่นพับก็ได้
2. บัตรคําส่ัง หรือคําแนะนํา จะเป็นส่วนท่ีบอกให้ผู้เรียนดําเนินการ เรียนหรือประกอบกิจกรรมแต่ละ
อยา่ งตามขนั้ ตอนทก่ี าํ หนดไว้

3. เนื้อหาสาระและส่ือ จะบรรจุไว้ในรูปของการส่ือการสอนต่าง ๆ อาจประกอบด้วยบทเรียน

โปรแกรม สไลด์ ฯลฯ ผู้เรียนจะศึกษาจากส่ือการสอนต่าง ๆ ท่ี บรรจุอยู่ในชุดการเรียนการสอนตามบัตรคําสั่ง
ทก่ี ําหนดไว้

4. แบบประเมินผล ผู้เรียนจะทําการประเมินผลความรู้ของตนเองทั้ง ก่อนเรียนและหลังเรียน แบบ
ประเมินอาจเป็นแบบฝึกหัดให้เติมลงช่องว่าง เลือกคําตอบท่ี ถูกท่ีสุด จับคู่ ดูผลจากการทดลองหรือทํา
กจิ กรรม

รัตนะ บัวสนธ์ (2552, หนา้ 34) กล่าวถึงองคป์ ระกอบของชุดกจิ กรรมไว้ ดังน้ี
1. คู่มือครู (หรือนักเรียน) เป็นคู่มือที่จัดทําข้ึนเพื่อให้ครู (กรณีเป็นชุด การสอนประกอบคําบรรยาย)
หรือนักเรียน (กรณีเป็นชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน หรือ ชุดการเรียนรายบุคคล) ในคู่มือจะประกอบไปด้วย
คําชี้แจงการใชช้ ดุ การสอน และบทบาทของครหู รอื นักเรียนทีจ่ ะต้องปฏิบตั ิ
2. บัตรคําส่ังหรือคําแนะนํา บัตรนี้จะใช้สําหรับนักเรียน เพื่อบอกให้ ผู้เรียนดําเนินกิจรรมตามลําดับ
ขนั้ ตอนที่กําหนดไว้ บัตรคําส่ังน้ีมกั นยิ มใชก้ ระดาษแขง็ ตัด เปน็ บตั ร
3. เน้ือหาสาระและสื่อ เนื้อหาสาระต่าง ๆ จะบรรจุหรือจัดพิมพ์ไว้ใน สื่อแต่ละชนิดแตกต่างกันออกไป
อาทิ หนังสืออ่านประกอบ เทปบันทึกเสียง สไลด์ ภาพยนต์ และวีดีทัศน์ เป็นต้น ผู้เรียนจะต้องศึกษาเน้ือหา
สาระในส่อื แตล่ ะประเภทตาม บตั รคาํ สงั่ ระบุ
4. แบบวัดผลการเรียน แบบวัดผลการเรียนอาจมีหลายประเภท เช่น แบบทดสอบชนิดต่าง ๆ
แบบฝึกหัด แบบสังเกตการปฏิบัติ และแบบรายงานตนเอง ท้ังน้ี แบบวัดผลจะมีทั้งท่ีใช้ทดสอบก่อนเรียนและ
ทดสอบหลังเรียน

26

ทศิ นา แขมมณี (2556, หน้า 10-12) กล่าวว่า ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ประกอบไปด้วย
1. ชื่อกิจกรรม ประกอบด้วยหมายเลขกิจกรรม ชื่อของกิจกรรม และเนื้อหาของกิจกรรมเพื่อให้

บรรลุจดุ ม่งุ หมายนน้ั
2. คําช้ีแจง เป็นส่วนท่ีอธิบายความมุ่งหมายหลักของกิจกรรม และลักษณะของกิจกรรมเพื่อให้

บรรลุจุดมุ่งหมายน้นั
3. จุดม่งุ หมาย เปน็ ส่วนทีร่ ะบจุ ุดมุ่งหมายทส่ี าํ คญั ของกิจกรรมน้ัน
4. แนวคิด เป็นส่วนท่ีระบุเน้ือหา หรือมโนทัศน์ของกิจกรรมน้ัน ส่วนนี้ ควรจะได้รับการย้ําและเน้น

เป็นพิเศษ
5. สื่อ เป็นส่วนท่ีระบุถึงวัสดุอุปกรณ์ท่ีจําเป็นในการดําเนินกิจกรรม เพื่อให้ครูทราบว่าต้องเตรียม

อะไรบา้ ง
6. เวลาทใ่ี ช้ เป็นสว่ นที่ระบุจาํ นวนเวลาโดยประมาณว่ากจิ กรรมควร ใชเ้ วลาเพยี งใด
7. ข้นั ตอนในการดาํ เนนิ กจิ กรรม เป็นส่วนทรี่ ะบกุ ารจัดกิจกรรมเพอ่ื บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ที่ตง้ั ไว้
8. ภาคผนวก ในส่วนน้ีจะให้ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการจัด กิจกรรมและข้อมูลอ่ืน ๆ ที่จําเป็น

สาํ หรับครู รวมทั้งเฉลยแบบทดสอบ
จากองค์ประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยสามารถ สรุปได้ว่า ชุดกิจกรรม

การเรียนประกอบด้วย 4 ส่วน คือ คู่มือ บัตรคําส่ัง เน้ือหาสาระหรือ สื่อ และแบบประเมินหรือแบบวัดผลการ
เรียน และประกอบด้วย 8 ส่วน คือ ช่ือกิจกรรม คําชี้แจง จุดมุ่งหมาย แนวคิด ส่ือ เวลาท่ีใช้ ข้ันตอนในการ
ดําเนนิ กจิ กรรม และภาคผนวก

ประโยชนข์ องชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นส่ือการเรียนการสอนที่ช่วยทําให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้โดยท่ีผู้เรียนเป็น
คนลงมือปฏิบัติเองโดยมีครูเป็นผู้นํา จึงมีนักการศึกษาหลายท่านได้ กล่าวถึงประโยชน์ของชุดกิจกรรมการ
เรียนรูไ้ ว้ดังนี้
บุญเก้ือ ควรหาเวช (2545, หน้า 110–111) ได้สรุปคุณค่าและประโยชน์ ของชุดการสอนที่มีต่อ
การเรยี นการสอนไวด้ งั น้ี

1. ชว่ ยเพม่ิ ประสิทธิภาพในการเรยี นรู้
2. ขจดั ปญ หาการขาดแคลนครู ช่วยลดภาระของครูผสู้ อน
3. ช่วยใหผ้ ู้เรยี นจํานวนมากได้รับความรแู้ นวเดยี วกนั
4. ช่วยใหค้ รูสามารถดาํ เนินการสอนได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงคด์ ว้ ย ความมน่ั ใจ
5. ชว่ ยให้กิจกรรมการเรยี นมปี ระสทิ ธภิ าพ

27
6. ช่วยให้ครูวดั ผลเดก็ ได้ตามวตั ถุประสงค์
7. เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนใช้ความสามารถของตนเองไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่
8. ช่วยสร้างเสรมิ การเรียนอย่างต่อเน่อื ง
9. ชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นรู้จักเคารพ นับถือ ความคดิ เห็นของผอู้ นื่
จากประโยชน์ของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีกล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยสามารถสรุปได้ ว่า ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้เป็นสื่อท่ีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ แก้ปญหาใน ด้านความแตกต่างระหว่างบุคคล เวลา
ท่ีใช้ในการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้นอกห้องเรียนได้ การขาดแคลนครู ลดภาระครูเปิดโอกาสให้นักเรียนคิด
วิเคราะห์ ศึกษา และสรา้ งองค์ ความร้ดู ว้ ยตนเอง ซงึ่ จะชว่ ยให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองในดา้ นต่าง ๆ ได้

5. งานวิจัยท่เี กีย่ วข้อง

อรอุมา ทิพย์สุวรรณ (2561 : บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เร่ือง
ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนศรียาภัย พบว่า 1. ประสิทธิภาพของชุด
กิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เร่ือง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรียา
ภัย พบว่า ขั้นทดลองภาคสนามกับนักเรียนจํานวน 45 คน มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.85/80.52 และนําไปใช้
กับกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนจํานวน 41 คน มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.20/81.71 ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
ไว้ 80/80 และเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย 2. ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
เร่ือง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรียาภัย เท่ากับ 0.70 สูงกว่าเกณฑ์ 0.50
กล่าวคือ การจดั การเรียนร้โู ดยใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรูว้ ิชาภาษาไทย เร่ือง ประโยคซับซอ้ น สาํ หรับนกั เรียน
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนศรียาภัย มีประสิทธิผลร้อยละ 70 ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เร่ือง ประโยค
ซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรียาภัย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญ
ทางสถิติท่ีระดับ .01 ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย 4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เร่ือง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนศรี
ยาภยั พบว่า นักเรยี นมคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับมาก ซึง่ เปน็ ไปตามสมมตฐิ านของการวจิ ยั

เทิดศักด์ิ เป็ดทอง (2561 : บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลักภาษาไทย เรื่อง
ประโยค ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบ RM3S ตามแนวทฤษฎีการสร้าง
ความรู้ พบว่า 1) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลักภาษาไทย เร่ืองประโยค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วย
การจัดการเรียนรู้แบบ RM3S ตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทาง
สถิติท่ีระดับ .05 2) ความคิดเห็นของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ที่มีต่อการเรียนหลักภาษาไทย เร่ือง
ประโยค ด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบ RM3S ตามทฤษฎีการสร้าง ความรู้ โดยภาพรวมท้ังหมดมีระดับความ
คิดเห็นเหน็ ดว้ ยมากทีส่ ดุ

28

เจรจา บุญวรรณโณ(2562 : บทคัดย่อ) วิจัยเร่ืองการพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การ
วิเคราะห์คําและโครงสร้างประโยค สําหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา
ภาษาไทย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธ์ิท้ังก่อนเรียนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาหลังการเรียนโดยใช้ชุดการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง ผลการวิจัยพบว่า ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การวิเคราะห์คําและโครงสร้าง สําหรับ
นักศึกษา ช้ันปีท่ี 1 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีประสิทธิภาพ
สูงกว่า เกณฑ์ที่กําหนดไว้คือ 88.67/81.23 โดยหลังการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง นักศึกษาทุกคนมี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนท่ีดีข้ึน และจากการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาท่ีมีต่อการเรียนโดยใช้ชุด การ
เรยี นรู้ เรอ่ื ง การวเิ คราะห์คําและโครงสรา้ งประโยค พบว่านักศกึ ษามคี วามพึงพอใจอยู่ในระดบั ดมี าก (4.31)

จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง เก่ียวกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จะเห็นได้ว่า ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้เป็นส่ือการสอนที่มีความเหมาะสม ร่วมกับการใช้เกมมิฟิเคชัน เพ่ือนํามาใช้ในการจัดกิจ
กรรมการเรียนรี่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และยังเปิดโอกาให้นักเรียนได้ทํางานเป็นกลุ่ม
นักเรียนสามารถคิดเป็น ทกเป็น แก้ปญหาเป็น มีความรับผิดชอบร่วมกัน ทําให้กิจกรรมการเรียนรู้มี
ประสิทธิภาพ สง่ ผลโดยตรงตอ่ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นของนกั เรียน

29

บทที่ 3

วิธีดําเนินการวิจยั

การวิจัยคร้ังนี้ ผู้วิจัยได้ทําการวิจัย เร่ือง การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา จังหวัดสตูล มีรายละเอียดและข้ันตอนในการดําเนินวิจัย
ดงั นี้

1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่างที่ใช้ในการวจิ ยั
2. เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู
3. ข้ันตอนการสรา้ งและพฒั นาเครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการวิจยั
4. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
5. การวิเคราะห์ขอ้ มลู
6. สถิติทใ่ี ช้ในการเกบ็ ข้อมลู
ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่างท่ใี ชใ้ นการวจิ ัย
1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2
ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวทิ ยา จงั หวดั สตลู มที ง้ั หมด 7 ห้องเรยี น จํานวน 264 คน
2.กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา จังหวัดสตูล จํานวน 40
คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) จากการจัดชั้นเรียนที่มีนักเรียนเก่ง ปานกลาง และ
ออ่ น คละกัน
เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง
ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรียน กําแพงวทิ ยา จงั หวัดสตลู มีเครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ัยดงั น้ี
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 จํานวน 3 ชดุ ดงั น้ี

ชดุ ที่ 1 ประโยคสามัญ
ชดุ ที่ 2 ประโยครวม
ชุดท่ี 3 ประโยคซ้อน
2. แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษา
ปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ท่ใี ชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้รว่ มกับเทคนคิ เกมมฟิ ิเคชัน
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
จํานวน 40 ข้อ

30
4. แบบทดสอบวัดผลระหว่างเรียน หน่วยการเรียนรู้ ส่ือสารนําสมัย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ซ่ึงเป็นแบบทดสอบก่อน
เรียนและหลงั เรียน ท่ีปรากฏอยู่ในชุดกจิ กรรมการเรียนแต่ละชดุ ดงั น้ี

ชุดที่ 1 ประโยคสามญั จํานวน 10 ขอ้
ชดุ ท่ี 2 ประโยครวม จาํ นวน 10 ข้อ
ชดุ ท่ี 3 ประโยคซ้อน จาํ นวน 10 ขอ้
5. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียน
ที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 จาํ นวน 15 ขอ้
ขนั้ ตอนการสรา้ งและพฒั นาเคร่ืองมือทีใ่ ชใ้ นการวิจัย
ผศู้ ึกษาไดด้ าํ เนินการสร้างและหาคุณภาพของเครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษา ดังน้ี
1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ผศู้ กึ ษาได้ดาํ เนนิ การสร้างดงั นี้
1.1 ศึกษารายละเอยี ดเกย่ี วกับหลกั การ และวิธกี ารสร้างชุดกิจกรรมการเรยี นร้จู ากเอกสาร
ตํารา และเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ
1.2 ศกึ ษาและวิเคราะหห์ ลักสตู รสถานศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย และหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยเฉพาะส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับรายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 ซงึ่ เปน็ รายวิชาเพ่ิมเตมิ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
1.3 วเิ คราะหห์ นว่ ยการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ ผลการเรยี นรรู้ ายวชิ าหลกั ภาษาไทย
ท32205 เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
1.4 กําหนดสาระการเรยี นรู้ยอ่ ย กาํ หนดเนือ้ หา และจดุ ประสงค์การเรียนรู้ โดยแบง่ เนอื้ หา
เป็นตอน ๆ ให้สอดคล้องกบั จุดประสงค์การเรียนรู้
1.5 ศกึ ษาเน้อื หาท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ประโยคในภาษาไทย จากหนังสอื เรยี น คู่มอื เตรยี มสอบ ตํารา
ต่าง ๆ งานวิจัยจากวิทยานิพนธ์ หนังสือ และวารสาร รวมถึงข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ และนํามาสรุป เรียบ
เรียงเขียนเป็นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 จาํ นวน 3 ชุด ดังน้ี
ชดุ ที่ 1 ประโยคสามญั
ชดุ ที่ 2 ประโยครวม
ชุดที่ 3 ประโยคซ้อน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปี
ท่ี 5 ทุกเล่มมีส่วนประกอบเหมือนกัน คือ คําชี้แจงสําหรับครูผู้สอน คําช้ีแจงสําหรับผู้เรียน ขั้นตอนการใช้ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน เนื้อหา แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน แนวเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แนวเฉลยแบบฝึกหัด และแนวเฉลยแบบทดสอบหลัง
เรียน ตามลําดับ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีลักษณะท่ีง่ายต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียน เรียนรู้ได้ดีขึ้น เพิ่มเติมจาก
หนังสือเรียน ได้แก่ การนําเสนอเนื้อหาเป็นลําดับ อธิบาย ขยายความด้วยภาษาท่ีเข้าใจง่าย เชื่อมโยงให้ผู้เรียน
ทราบสาเหตุ กระบวนการและผลลัพธ์ท่ีเกิดขึ้น มีภาพประกอบคําอธิบายที่ใช้ภาษาไทยส่ือความหมายและมี
การตรวจสอบการเรียนรูข้ องผู้เรียนทเี่ นน้ ดา้ นความรู้

31
1.6 นําชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีผู้ศึกษาสร้างข้ึนให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบ เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรม
การเรียนรู้ในด้านองค์ประกอบ ความถูกต้องของเน้ือหา ความสอดคล้องกับหลักสูตร จุดประสงค์การเรียนรู้
และแบบทดสอบ โดยพิจารณาและตัดสินข้อความในแบบสอบถามแต่ละข้อว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
หรือไม่ ตามเกณฑก์ ารประเมนิ ดังน้ี (ไพศาล วรคํา. 2554 : 262-263)

+1 หมายถงึ เมื่อผูเ้ ช่ียวชาญเห็นว่าสอดคลอ้ ง
0 หมายถึง เมื่อผเู้ ชยี่ วชาญไมแ่ น่ใจ
-1 หมายถงึ เมอื่ ผเู้ ชีย่ วชาญเหน็ ว่าไม่สอดคล้อง
นําผลการประเมินไปตรวจสอบคุณภาพและดัชนีสัมประสิทธ์ิความสอดคล้อง โดยใช้ค่า IOC
ซึ่งผลการวิเคราะห์ พบว่า มีค่า ดัชนีสัมประสิทธ์ิความสอดคล้อง สูงกว่าเกณฑ์ 0.60 ทุกประเด็น จากนั้นนําชุด
กจิ กรรมการเรยี นรู้มาปรบั ปรุงแกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะของผ้เู ชย่ี วชาญ
นําชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อใช้ผู้เช่ียวชาญประเมินคุณภาพโดยกําหนดระดับคุณภาพเป็น 5 ระดับ ดังนี้ (อําไพ
เกียรตชิ ัย. 2552 : 79)
ระดับ 1 หมายถงึ มคี ณุ ภาพตาํ่ มาก
ระดบั 2 หมายถงึ มคี ุณภาพตาํ่
ระดับ 3 หมายถึง มคี ุณภาพปานกลาง
ระดับ 4 หมายถึง มีคณุ ภาพดี
ระดับ 5 หมายถึง มีคณุ ภาพดีมาก
กําหนดเกณฑใ์ นการตดั สนิ เฉลี่ยดงั น้ี (บุญชม ศรสี ะอาด. 2551 : 162)
1.00 - 1.50 หมายถงึ มคี ณุ ภาพตา่ํ มาก
1.51 - 2.50 หมายถึง มคี ณุ ภาพต่ํา
2.51 - 3.50 หมายถงึ มคี ุณภาพปานกลาง
3.51 - 4.50 หมายถึง มีคุณภาพดี
4.51 - 5.00 หมายถงึ มคี ณุ ภาพดมี าก
1.7 นําชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีผ่านการปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (try out) ตาม
ขั้นตอนดงั ต่อไปนี้
1.7.1 การหาประสทิ ธภิ าพเปน็ รายบคุ คล (จํานวน 3 คน)
นําชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท
32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน
กําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล จํานวน 3 คน ซ่ึงเป็นนักเรียนท่ีเรียนอ่อน 1 คน เป็นนักเรียนที่เรียนปาน
กลาง จํานวน 1 คน และเป็นนักเรียนท่ีเรียนเก่ง จํานวน 1 คน ท้ังนี้ในระหว่างทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้ศึกษาสังเกตพฤติกรรม
และบันทึกพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนอย่างใกล้ชิด ถ้านักเรียนสงสัยจะซักถามเพื่อหาสาเหตุที่ไม่เข้าใจ
และบันทึกไว้ เพ่ือหาแนวทางในการแก้ไขปรับปรุง พบว่าประเด็นแก้ไขปรับปรุงที่สําคัญ คือ ความเหมาะสม
ของการใช้ภาษา และรูปแบบตัวอักษร ไดค้ า่ ประสทิ ธภิ าพเทา่ กับ 81.63/80.83

32
1.7.2 การหาประสทิ ธิภาพกล่มุ ยอ่ ย (จาํ นวน 10 คน)

นําชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย รายวชิ าหลักภาษาไทย
ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขจากการทดลองครั้งท่ี 1
แล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวิทยา
อําเภอละงู จังหวัดสตูล จํานวน 10 คน ซ่ึงเป็นนักเรียนที่เรียนอ่อน 3 คน เป็นนักเรียนที่เรียนปานกลาง
จํานวน 4 คน และเป็นนักเรียนท่ีเรียนเก่ง จํานวน 3 คน ดําเนินการบันทึกคะแนนระหว่างเรียนและหลังเรียน
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ไว้สําหรับหาประสิทธิภาพ สังเกตและบันทึกพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนขณะ
เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปี
ท่ี 5 ใช้กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 อย่างใกล้ชิด รวมท้ังให้ผู้เรียนเขียนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเรียนโดย
ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใช้
กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ลงในกระดาษท่ีเตรียมไว้ให้ เพ่ือนําข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการ
แก้ไขปรับปรุง พบว่า ประเด็นที่ต้องแก้ไขปรับปรุง คือ ขนาดตัวอักษร ควรปรับให้ใหญ่ขึ้น ได้ค่าประสิทธิภาพ
เท่ากับ 83.40/81.25

1.7.3 การดาํ เนินการทดลองกล่มุ ใหญ่ (จาํ นวน 30 คน)
นําชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวชิ าหลกั ภาษาไทย

ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใช้กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ท่ีได้ปรับปรุงแกไขจากการทดลองคร้ังท่ี 2
ไปทดลองใช้กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอ
ละงู จังหวัดสตูล จํานวน 30 คน บันทึกคะแนนระหว่างเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ไว้
สําหรับหาประสทิ ธภิ าพ ได้ค่าประสทิ ธิภาพเทา่ กบั 83.55/82.67 ซง่ึ เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80

1.7.4 นําชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง ประโยคในภาษาไทย รายวชิ าหลักภาษาไทย
ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ที่ปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว และมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กําหนดไปใช้กับ
นักเรยี นท่ีเปน็ กลุ่มตวั อยา่ ง

2. แผนการจัดการเรยี นรู้ ผ้ศู ึกษาไดด้ ําเนนิ การสร้างและหาประสทิ ธิของแผนการจดั การเรียนรู้ ดังนี้
2.1 ศึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสตู รกลุม่ สาระ

การเรยี นรู้ภาษาไทย โรงเรียนกาํ แพงวิทยา และค่มู อื ครู รายวชิ าหลักภาษาไทย ท32205
2.2 วเิ คราะห์สาระการเรียนรู้ คาํ อธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา และผลการเรียนรู้

ท่ีเก่ียวกับเรื่อง ประโยคในภาษาไทย เพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเกมมฟิ ิเคชัน รายวชิ าหลักภาษาไทย ท32205 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5

2.3 จดั ทําแผนการจดั การเรียนรใู้ ห้สอดคล้องกบั สาระการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้ โดยใช้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีผศู้ กึ ษาพฒั นาขึน้ ซงึ่ แผนการจดั การเรียนรู้น้มี อี งคป์ ระกอบสาํ คัญดังนี้

2.3.1 ชื่อแผนการจดั การเรยี นรู้
2.3.2 ผลการเรียนรู้
2.3.3 สาระการเรยี นรู้
2.3.4 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.3.5 สมรรถนะสาํ คญั
2.3.6 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

33
2.3.7 ชิน้ งาน/ภาระงาน
2.3.8 กิจกรรมการเรยี นรู้
2.3.9 สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
2.3.10 บันทกึ ผลหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
2.4 นาํ แผนการจัดการเรียนรู้ เรอื่ ง ประโยคในภาษาไทย ท่สี ร้างเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว ไปให้
ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา กิจกรรม สื่อการเรียนรู้ และการประเมินผล เพื่อนํา
ข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งผู้เช่ียวชาญเป็นคณะบุคคลเดียวกันกับที่พิจารณาความเหมาะสมของชุด
กิจกรรมการเรยี นรู้
2.5 วเิ คราะหค์ า่ ความเทย่ี งตรงของเน้อื หา (คา่ IOC) และความคิดเห็นข้อเสนอแนะของ
ผู้เช่ียวชาญ เพ่ือนํามาเป็นข้อมูลสําหรับปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย โดย
พบว่ามีค่า IOC สงู กว่าเกณฑ์ 0.60 ทุกประเด็น
2.6 ปรบั ปรุงแกไ้ ขแผนการจดั การเรยี นร้ตู ามคาํ แนะนาํ ของผเู้ ชย่ี วชาญ
2.7 นาํ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ้ังหมดท่ีปรับปรุงแลว้ ไปทดลองจดั การเรยี นรกู้ ับนกั เรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนกาํ แพงวทิ ยา อาํ เภอละงู จงั หวัดสตลู
2.8 ปรับปรงุ แกไ้ ขแผนการจัดการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย ตามข้อมลู ทไี่ ด้
จากการสอน คอื ปรบั ปรงุ ระยะเวลาการจดั กจิ กรรมใหเ้ หมาะสม
2.9 นาํ แผนการจดั การเรยี นรู้ทปี่ รับปรุงแลว้ ไปให้ผเู้ ช่ยี วชาญซ่ึงเปน็ คณะบคุ คลเดมิ ประเมิน
คณุ ภาพ โดยกําหนดระดับคุณภาพเป็น 5 ระดับ ดงั นี้ (อําไพ เกียรตชิ ัย. 2552 : 114 - 132)

ระดบั 1 หมายถงึ มคี ุณภาพต่ํามาก
ระดับ 2 หมายถึง มีคุณภาพตาํ่
ระดบั 3 หมายถงึ มคี ุณภาพปานกลาง
ระดบั 4 หมายถึง มคี ณุ ภาพดี
ระดบั 5 หมายถึง มีคณุ ภาพดมี าก
กําหนดเกณฑใ์ นการตดั สินเฉลยี่ ดังนี้ (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2551 : 162)
1.00 - 1.50 หมายถงึ มีคณุ ภาพต่าํ มาก
1.51 - 2.50 หมายถึง มคี ณุ ภาพต่ํา
2.51 - 3.50 หมายถงึ มคี ุณภาพปานกลาง
3.51 - 4.50 หมายถงึ มคี ุณภาพดี
4.51 - 5.00 หมายถงึ มีคณุ ภาพดมี าก
2.10 นาํ แผนการจดั การเรยี นรูไ้ ปใชใ้ นการจัดการเรียนรู้กับนักเรียนที่เป็นกลุม่ ตวั อยา่ ง
3. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนก่อนเรยี นและหลงั เรยี น เรื่อง ประโยคในภาษาไทย
รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 และแบบทดสอบวัดผลระหว่างเรียน
แบบทดสอบวดั วัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น เรื่อง ประโยคในภาษาไทย
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จํานวน 40 ข้อ และ
แบบทดสอบวัดผลระหว่างเรียน เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก โดยผู้ศึกษาได้ดําเนินการสร้างและหา
ประสทิ ธิภาพดงั น้ี

34
3.1 ศกึ ษาวิธกี ารสร้างแบบทดสอบ เพ่ือเปน็ แนวทางในการสรา้ งแบบทดสอบ
(บุญชม ศรีสะอาด. 2553 : 50 - 63)
3.2 ศกึ ษาหลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย โรงเรียนกาํ แพงวทิ ยา อําเภอละงู
จังหวดั สตลู และหลักสูตร พทุ ธศักราช 2564 รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
3.3 วเิ คราะหเ์ น้ือหา สาระรายวชิ าเพ่มิ เตมิ หลกั ภาษาไทย ท32205 ผลการเรยี นรู้
เรือ่ ง ประโยคในภาษาไทย
3.4 ดาํ เนนิ การสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลระหวา่ งเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย
แบบเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก ให้ครอบคลุมเน้อื หา ผลการเรียนรู้ และจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.5 นําแบบทดสอบทสี่ รา้ งข้นึ ไปให้ผู้เชยี่ วชาญ จํานวน 3 ทา่ น ซึง่ เป็นคณะบุคคลเดิม
ตรวจสอบหาความเหมาะสมของคําถาม ภาษา และความเที่ยงตรงเชิงเน้ือหาของคําถามแต่ละข้อ โดยใช้ดัชนี
ความสอดคลอ้ ง (ค่า IOC) ดงั น้ี (ทรงศักด์ิ ภสู ีออ่ น. 2554 : 50)

+1 หมายถงึ แน่ใจว่าข้อสอบวดั ผลการเรยี นรูข้ อ้ นัน้
0 หมายถึง ไม่แนใ่ จว่าข้อสอบวดั ผลการเรียนร้ขู ้อนนั้
-1 หมายถึง แน่ใจวา่ ข้อสอบไมว่ ัดผลการเรยี นรขู้ อ้ นนั้
3.6 คาํ นวณหาคา่ ดัชนคี วามสอดคล้อง จากนน้ั จงึ เลือกใช้ข้อคําถามทม่ี คี ่า IOC
ระหว่าง 0.60 - 1.00
3.7 นําแบบทดสอบทคี่ ัดเลือกและแก้ไขปรับปรงุ แลว้ ไปทดสอบกับนกั เรยี น ช้นั มัธยมศกึ ษา
ปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2564 จํานวน 40 คน ซึ่งเคยเรียนเร่ือง
ประโยคในภาษาไทย มาแลว้ ตรวจและบันทกึ คะแนน
3.8 ดําเนนิ การวเิ คราะห์คณุ ภาพแบบทดสอบเปน็ รายขอ้ โดยหาค่าความยากงา่ ยของข้อสอบ
(p) และคา่ อํานาจจําแนก (r) โดยใช้เทคนิค 27%(วาโร เพ็งสวสั ด์ิ. 2553 : 78)
3.9 คดั เลอื กขอ้ สอบท่ีมีคณุ ภาพตามเกณฑ์ คอื มคี า่ ความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.20 - 0.80
และคา่ อํานาจจาํ แนก (r) 0.20 ขึ้นไป ตามจาํ นวนทีต่ ้องการ
3.10 นําแบบทดสอบทผี่ ่านการคัดเลือกไปทดสอบกับนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ท่ีเคยเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย
มาแลว้ จาํ นวน 50 ขอ้ เพื่อหาค่าความเชอ่ื มน่ั ของแบบทดสอบโดยใชส้ ตู ร KR-20 (Kuder Richardson-20)
3.11 นาํ แบบทดสอบทีห่ าความเชอื่ มั่นแล้วไปใช้กับกลมุ่ ตัวอย่างตอ่ ไป
4. แบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นโดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง ประโยค
ในภาษาไทยรายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
การสรา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจของผเู้ รยี นทีม่ ตี อ่ การเรียน โดยใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง
ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จํานวน 15 ข้อ โดยผู้ศึกษามี
วธิ กี ารสรา้ ง และหาประสิทธภิ าพ ดงั น้ี
4.1 ศกึ ษาหลกั เกณฑ์ วิธีการสรา้ งแบบสอบถามความพึงพอใจจากหนังสอื การประเมนิ ผล
โครงการในโรงเรยี น (บุญมี พนั ธ์ไทย. 2555 : 35 - 44)
4.2 กาํ หนดรปู แบบของคาํ ถามใหส้ อดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์การศึกษาสําหรบั ผูเ้ รียน
4.3 สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจสาํ หรบั ผู้เรียนท่ีมตี ่อการเรยี น โดยใช้ชดุ กิจกรรมการ

35
เรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 แบบประเมินค่า
(Rating Scale) ตามแนวคิดของลิเคิร์ท (บุญมี พันธ์ไทย. 2555 : 35 - 44) โดยกําหนดระดับความพึงพอใจ
เปน็ 5 ระดับ ดังนี้ (อาํ ไพ เกียรติชยั . 2552 : 79)

ระดบั 1 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยทสี่ ดุ
ระดบั 2 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจน้อย
ระดบั 3 หมายถึง มีความพงึ พอใจปานกลาง
ระดับ 4 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจมาก
ระดบั 5 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมากท่สี ดุ
กําหนดเกณฑ์ในการตดั สินเฉลย่ี ดงั นี้ (บุญชม ศรสี ะอาด. 2551 : 162)
1.00 - 1.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจนอ้ ยทีส่ ุด
1.51 - 2.50 หมายถงึ มีความพงึ พอใจนอ้ ย
2.51 - 3.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจปานกลาง
3.51 - 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก
4.51 - 5.00 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมากที่สดุ
4.4 นําแบบสอบถามความพึงพอใจทสี่ ร้างข้นึ ไปใหผ้ ูเ้ ชยี่ วชาญ จํานวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นคณะ
บุคคลเดิม ตรวจสอบความเหมาะสมของคําถาม การใช้ภาษา และค่าดัชนี ความสอดคล้อง (IOC) โดยใช้เกณฑ์
ประเมิน ดงั นี้
+1 หมายถึง เมอ่ื ผู้เชีย่ วชาญเหน็ วา่ เหมาะสม
0 หมายถงึ เมอ่ื ผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจวา่ เหมาะสมหรือไม่
-1 หมายถงึ เมอ่ื ผเู้ ช่ยี วชาญเหน็ วา่ ไม่เหมาะสม
4.5 คัดเลอื กคาํ ถามท่ีมคี ่าดัชนคี วามสอดคล้อง (คา่ IOC) มากกว่า 0.60 และปรบั ปรุงแกไ้ ข
ตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ช่ยี วชาญ จาํ นวน 15 ข้อ
4.6 นําแบบทดสอบความพึงพอใจทีผ่ า่ นการตรวจสอบและปรบั ปรุงแกไ้ ขเรียบรอ้ ยแล้ว ไป
ทดลองใช้กับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู
จังหวัดสตูล จํานวน 30 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่ใช้ในการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่ม
ใหญ่
4.7 หาค่าความเชือ่ มนั่ ของแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยใช้สูตรสมั ประสิทธ์แิ อลฟา
(Alpha - Coefficient) ของครอนบาค (ล้วน สายยศ และองั คณา สายยศ. 2552 : 200) ซ่งึ ไดเ้ ทา่ กบั 0.70
4.8 นาํ แบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีปรับปรุงแล้ว ไปใช้กบั นักเรยี นที่เปน็ กลุม่ ตวั อย่าง
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ในการวิจยั ครงั้ นี้ ผศู้ ึกษาไดด้ าํ เนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ดงั น้ี
1. ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคใน
ภาษาไทย รว่ มกบั เกมมิฟเิ คชนั รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
2. ดําเนินการทดลองโดยให้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา จังหวัดสตูล เรียนใช้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205

36
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โดยจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้ผ่านการตรวจสอบของ
ผู้เชย่ี วชาญแลว้ และมีการสังเกต บนั ทกึ พฤติกรรมของผ้เู รียนตลอดการจดั กจิ กรรม

3. ให้นักเรียนทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบหลังเรียนชุดเดิม หลังการใช้ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รว่ มกบั เกมมิฟเิ คชนั รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5

4. นําคะแนนจากการทดสอบมาวิเคราะห์ขอ้ มูลทางสถติ ิ โดยการหาประสทิ ธิภาพ E1/E2 คา่ เฉลย่ี และ
ค่าสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การวิเคราะหข อ้ มูล

การวเิ คราะหข อ้ มลู
ผวู้ จิ ยั ไดท้ ําการวิเคราะหข์ ้อมลู โดยเปรยี บเทยี บผลการทดสอบระหว่างเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน
โดยนาํ คะแนนทดสอบมาหาคา่ ร้อยละ คา่ เฉล่ยี ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
สถติ ิที่ใชใ้ นการวเิ คราะหขอ้ มูล
ในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู การวจิ ยั ผู้วิจัยได้นาํ สถติ ทิ ีใ่ ช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมูล ดังนี้

1. การหาคา่ ความเท่ียงตรง

โดย IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ้ ง
แทน ผลรวมคะแนนความคดิ เห็นของผูเ้ ชย่ี วชาญ

N แทน จาํ นวนผู้เชี่ยวชาญทัง้ หมด
(พรอ้ มพรรณ อดุ มสิน,2544 : 116)

2. การหาค่าความยากง่ายและค่าอํานาจจําแนก
การหาคา่ คPวา=มยNRากง่าย (p)
เม่ือ P คอื คา่ ความยากงา่ ย

R คือ จํานวนผเู้ รียนทท่ี าํ ขอ้ นนั้ ถูก
N คอื จํานวนผู้เรยี นทั้งหมด
การหาค่าอํานาจจาํ แนก (r)
r = Ru – Re

N/2
เมือ่ r หมายถึง คา่ อํานาจจาํ แนกเปน็ รายขอ้

Ru หมายถงึ จํานวนผูท้ ต่ี อบถูกในขอ้ นนั้ ในกล่มุ เก่ง / กลมุ่ สงู
Re หมายถงึ จาํ นวนผู้ทต่ี อบถกู ในข้อนน้ั ในกลมุ่ ออ่ น / กลุ่มตํา่

37

N หมายถงึ จาํ นวนคนในกลุ่มตัวอย่างทง้ั หมด
(ล้วน สายยศ และองั คณา สายยศ, 2541 : 197)

3. การหาคา่ ความเชื่อมั่น

 k k 1  s 2 
1 j

k St2 

เมอื่ k แทน คา่ ความเช่อื ม่นั ของแบบสอบถาม

s 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนแตล่ ะขอ้
j

st2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนที่ได้
k แทน จํานวนขอ้ ของแบบสอบถาม

(พสิ ณุ ฟองศรี, 2549 : 313)

4 หาคา่ เฉลี่ย (Mean) ของคะแนนแบบทดสอบของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายโดยใชส้ ูตร

  X

N

เม่ือ  แทน ค่าเฉลย่ี
X แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด
N แทน จาํ นวนประชากรทัง้ หมด

5. การหาส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

þ  N  X 2  ( X )2

N (N 1)

เม่ือ þ แทน คา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน
N แทน จาํ นวนคนในกลุ่มประชากร
X2 แทน ผลรวมของคะแนนแตล่ ะตัวยกกําลังสอง
(X)2 แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมดยกกาํ ลังสอง
X แทน ผลรวมของคะแนนรวมทงั้ หมด

38

บทที่ 4
ผลการวิเคราะหข อ้ มูล
การศึกษาเร่ืองการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
มีวัตถุประสงค์เพ่ือเพ่ือหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิค
เกมมิฟิ เคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 เพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ท่ีเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 และเพ่ือศึกษาความ
พึงพอใจของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ท่ีมีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคใน
ภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2564 ซ่งึ ผู้ศึกษานาํ เสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดงั นี้
ตอนท่ี 1 วเิ คราะห์ประสิทธภิ าพของชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รว่ มกบั เทคนคิ
เกมมฟิ เิ คชัน รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นกําแพงวทิ ยา อําเภอละงู จงั หวดั
สตูล ในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ตอนท่ี 2 การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนกาํ แพงวิทยา อําเภอละงู จงั หวัดสตูล ในภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศกึ ษา 2564 กอ่ นและหลังเรียน โดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ รว่ มกบั เกมมฟิ เิ คชนั
ตอนท่ี 3 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง
ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรยี นกาํ แพงวทิ ยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ผลการวิเคราะหข อ้ มูล

ตอนท่ี 1 วิเคราะหประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับ
เทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอ
ละงู จงั หวัดสตลู ในภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาค
เรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 แสดงดังตารางท่ี 4

39

ตารางท่ี 4 แสดงผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับ
เทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู
จงั หวัดสตูล ในภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
จาํ นวนนกั เรยี น คะแนนระหวา่ งเรียน คะแนนหลังเรียน
คะแนนเต็ม คะแนน คดิ เปน็ คะแนนเต็ม คะแนนเฉลย่ี คดิ เปน็
เฉลย่ี
40 คน ร้อยละ ร้อยละ

450 376.25 83.61 40 33.30 83.25

จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย
ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา
อาํ เภอละงู จังหวดั สตลู ในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 เท่ากบั 83.61/83.25 ซ่งึ สงู กวา่ เกณฑท์ ีก่ ําหนด

ตอนท่ี 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนท่ี 2
ปกี ารศกึ ษา 2564 กอ่ นและหลังเรียน โดยใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ ร่วมกบั เกมมฟิ ิเคชนั

วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท
32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2564 ก่อนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน โดยการนําคะแนนความแตกต่าง
รายครู่ ะหวา่ งคะแนนกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนมาเปรยี บเทยี บ ปรากฏ ผลดงั ตารางที่ 5

ตารางท่ี 5 แสดงการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท
32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา
2564 ก่อนและหลังเรยี น โดยใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ รว่ มกับเกมมิฟเิ คชนั
N X S.D. ∑D ∑D2 df t
กอ่ นเรยี น 40 20.25 3.00
หลงั เรียน 40 33.30 2.02 532 7,228 39 42.56

ตากตารางท่ี 5 พบว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2564 ก่อนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ก่อนเรียนและหลังเรียนมีความ
แตกต่งกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียน (X = 33.30 ,S.D. =
2.02) สูงกวา่ กอ่ นเรียน (X = 20.25 ,S.D. = 3.00)

40

ตอนที่ 3 วิเคราะหความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง
ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรยี นกาํ แพงวทิ ยา อําเภอละงู จงั หวัดสตลู ในภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ตารางท่ี 6 แสดงผลวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง
ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรยี นกาํ แพงวิทยา อําเภอละงู จังหวดั สตูล ในภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ระดับความ
ข้อที่ รายการประเมนิ S.D.
x พงึ พอใจ
1. รบั ทราบแนวปฏิบัตใิ นการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 5.00 0.00 มากทส่ี ดุ
2. ชุดกิจกรรมการเรียนรนู้ า่ สนใจทง้ั เนอื้ หา และรปู เลม่ 4.77 0.42 มากทส่ี ดุ
3. เกิดการเรียนร้ไู ด้ดขี ้นึ เม่อื เรยี นด้วยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.82 0.38 มากท่ีสดุ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีใช้เกมมิฟิเคชันส่งเสริมการคิด 4.87 0.33 มากที่สุด
วเิ คราะห์
5. กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ 4.82 0.38 มากที่สุด
ดว้ ยตนเอง
6. กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและ 4.77 0.42 มากที่สดุ
ระเบียบวินัย
7. ครูเปดิ โอกาสให้ซักถามข้อสงสัยและแสดงความคิดเห็น 4.82 0.38 มากท่ีสดุ
8. บรรยากาศการเรียนไม่ตึงเครียดมีผปฏิสัมพันธ์ระหว่าง 4.85 0.36 มากทสี่ ดุ
เพื่อนและครู
9. สามารถศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตลอดโดยไม่มี 4.87 0.33 มากทสี่ ุด
ขอ้ จํากดั ของเวลา
10. สามารถประเมินการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทําให้รู้จุดด้อย 4.82 0.38 มากที่สุด
ของตนเอง ทําให้รู้จุดด้อยของตนเอง เพ่ือการปรับปรุง
ต่อไป
11. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชา 4.85 0.36 มากทส่ี ดุ
หลักภาษาไทย ท32205 ทําให้ผู้เรียนที่เรียนช้าสามารถ
เรยี นทันเพอ่ื น
12. ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้ทู าํ ให้มผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นสงู ขน้ึ 4.87 0.36 มากทส่ี ุด
13. การเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรเู้ ป็นวธิ ีที่ดี 4.85 0.36 มากที่สุด
14. การเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ นําไปพัฒนาวิธีการ 4.90 0.30 มากทส่ี ุด
เรียนในวชิ าอนื่ ๆ ได้
15. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทําให้ผู้เรียนสนใจค้นคว้าหาความรู้ 4.90 0.30 มากท่สี ุด
จากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ มากข้ึน
เฉลี่ย 4.85 0.34 มากท่สี ุด

41
จากตารางที่ 6 พบว่าความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง
ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
ที่สุด (X = 4.85 ,S.D. = 0.34) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า 15 ข้ออยู่ในระดับมากท่ีสุด แต่ข้อ 1 รับทราบ
แนวปฏิบัติในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากท่ีสุด (X = 5.00,S.D. = 0.00) รองลงมา คือ ข้อ
14 การเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ นําไปพัฒนาวิธีการเรียนในวิชาอื่น ๆ ได้ ข้อ 15 ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ทําให้ผู้เรียนสนใจค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มากขึ้น (X = 4.90 ,S.D. = 0.30) และข้อ
2 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้น่าสนใจท้ังเน้ือหา และรูปเล่ม ข้อ 6 กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมคุณธรรม
จรยิ ธรรมและระเบียบวนิ ัย (X = 4.77 ,S.D. = 0.42)

42

บทที่ 5
สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้
ศึกษาได้นาํ เสนอตามหัวข้อดังต่อไปนี้

1. วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา
2. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
3. ตัวแปรท่ใี ชใ้ นการศึกษา
4. เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
5. สรปุ ผลการศกึ ษา
6. อภิปรายผล
7. ขอ้ เสนอแนะ

วัตถุประสงคของการศกึ ษา

1. เพ่ือหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิ
เคชนั รายวชิ าหลักภาษาไทย ท32205 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ระหว่างก่อนเรียนและหลัง
เรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับ
เทคนิคเกมมฟิ ิเคชัน รายวิชาหลกั ภาษาไทย ท32205 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

3. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง

ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ งท่ีใช้ในการศกึ ษาครั้งนี้
1. ประชากร ไดแ้ ก่ นกั เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

โรงเรยี นกาํ แพงวิทยา อําเภอละงู จงั หวัดสตูล สาํ นักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาสงขลา สตูล จํานวน
7 ห้องเรยี น จาํ นวน 264 คน

2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นกั เรยี นระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา
2564 โรงเรียนกาํ แพงวิทยา อาํ เภอละงู จังหวัดสตลู จํานวน 1 หอ้ งเรยี น จาํ นวนนักเรียน 40 คน ซึง่ ได้มาโดย
วิธกี ารสมุ่ แบบกล่มุ (Cluster Sampling) จากการจัดชน้ั เรียนทีม่ ีนกั เรยี นเก่ง ปานกลาง และออ่ น คละกัน

ตวั แปรที่ศกึ ษา

1.ตัวแปรต้น ไดแ้ ก่ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง ประโยคในภาษาไทย รว่ มกับเทคนคิ
เกมมฟิ ิเคชัน รายวชิ าหลักภาษาไทย ท32205 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

43
2. ตัวแปรตาม คอื

2.1 ประสทิ ธิภาพของชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย
ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2564

2.2 ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น เรอื่ ง ประโยคในภาษาไทย ระหว่างกอ่ นเรยี นและ
หลังเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย
ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2
ปกี ารศกึ ษา 2564

2.3 ความพึงพอใจของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทีม่ ีตอ่ การเรยี นโดยใชช้ ดุ
กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการศึกษา

เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการศึกษา มดี งั น้ี
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชา

หลกั ภาษาไทย ท32205 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จํานวน 3 ชดุ ดังน้ี
ชดุ ท่ี 1 ประโยคสามญั
ชดุ ท่ี 2 ประโยครวม
ชดุ ที่ 3 ประโยคซอ้ น

2. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ัน
มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ทีใ่ ช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้รว่ มกับเทคนคิ เกมมฟิ ิเคชนั

3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เร่ือง ประโยคในภาษาไทย
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 แบบเลือกตอบ 4
ตัวเลอื ก จาํ นวน 40 ขอ้

4. แบบทดสอบวัดผลระหว่างเรียน หน่วยการเรียนรู้ สื่อสารนําสมัย รายวิชาหลักภาษาไทย
ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ซึ่งเป็น
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น ท่ปี รากฏอยูใ่ นชดุ กิจกรรมการเรยี นแต่ละชดุ ดงั นี้

ชดุ ท่ี 1 ประโยคสามัญ จาํ นวน 10 ขอ้
ชดุ ท่ี 2 ประโยครวม จํานวน 10 ข้อ
ชุดท่ี 3 ประโยคซอ้ น จาํ นวน 10 ขอ้
5. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาค
เรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จํานวน 15 ขอ้

44

สรปุ ผลการศึกษา
จากการศกึ ษาพบวา่ มผี ลการศกึ ษา ดงั น้ี
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้น

มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ทผี่ ศู้ ึกษาสรา้ งข้ึน มปี ระสิทธิภาพ 83.61/83.25
2. ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประโยคในภาไทย รายวชิ าหลักภาษาไทย ท32205 ช้นั มธั ยมศึกษา

ปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีนัยสําคัญ
ทางสถติ ิทีร่ ะดับ .05

3. นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง
ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ในระดับมากทสี่ ุด โดยมีค่าเฉลี่ย (x) เท่ากับ 4.85 และคา่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.34
อภปิ รายผล

จากรายงานผลการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง ประโยคในภาษาไทย รว่ มกบั เทคนคิ เกมมิฟิเคชนั
รายวชิ าหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นกาํ แพงวิทยา อาํ เภอละงู จังหวัดสตูล ในภาค
เรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 มปี ระเดน็ นา่ สนใจนาํ มาอภิปรายผล ดงั น้ี

1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาค
เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ที่ผู้ศึกษาสร้างข้ึน มีประสิทธิภาพ 83.61/83.25 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ซ่ึงเป็นมา
จากผู้ศึกษาได้ศึกษาความรู้ เร่ือง ประโยคในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 จากงายวิจัย และ
ตําราที่น่าเชื่อถือ ศึกษาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ องค์ประกอบ รูปแบบ ข้ันตอน
การสร้าง มีการวางแผนการสร้างและการทดลองใช้อย่างเป็นระบบ ดําเนินการตามข้ันตอนและผ่านการ
ตรวจสอบแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญจนสมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะนําไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา การดําเนินการ
ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเสนอโดย อรอุมา ทิพย์สุวรรณ (2561 :
บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรียาภัย พบว่า 1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เร่ือง
ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรียาภัย พบว่า ข้ันทดลองภาคสนามกับ
นักเรียนจํานวน 45 คน มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.85/80.52 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 สอดคล้องกับผล
วิจัยของเจรจา บุญวรรณโณ (2562 : บทคัดย่อ) วิจัยเรื่องการพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เร่ือง การ
วิเคราะห์คําและโครงสร้างประโยค สําหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา
ภาษาไทย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์ท้ังก่อนเรียนและหลังเรียน และเพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาหลังการเรียนโดยใช้ชุดการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง ผลการวิจัยพบว่า ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เร่ือง การวิเคราะห์คําและโครงสร้าง สําหรับ
นักศึกษา ชั้นปีท่ี 1 หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีประสิทธิภาพ
สงู กว่า เกณฑ์ที่กาํ หนดไว้คือ 88.67/81.23 ซึง่ เป็นไปสงู กวา่ เกณฑ์ 80/80 ท่ีกาํ หนดไว้

45
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน รายวิชาหลัก
ภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาคเรียนที่ 2 ปี
การศึกษา 2564 คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อาจเนื่องจาก
การจัดการเรียนการสอนท่ีใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนกําแพงวิทยา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ในภาค
เรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ท่ีผู้ศึกษาสร้างขึ้น ร่วมกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้เกมมิฟิเคชัน ซ่ึงชุดกิจกรรม
การเรียนรู้นั้นมีควมน่าสนใจ ทั้งการใช้อักษรที่มีรูปแบบและขนาดเหมาะสม สื่อความหมายได้ชัดเจน สามารถ
เร้าความสนใจของผู้เรียน เรียบเรียงด้วยภาท่ีเข้าใจง่าย นําเสนอเน้ือหา โดยเน้นอธิบายให้นักเรียนเกิดความ
เข้าใจอย่างชัดเจน สามารถเช่ือมโยงกับเนื้อหาอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้องได้ นอกจากน้ีนักเรียนยังสามารถประเมินผล
การเรียนรู้ของตนเอง จากการทําแบบฝึกหัด แบบทดสอบ และตรวจคําตอบได้ด้วยตนเอง ทําให้ทราบผลทันที
ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ทําให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน สอดคล้องกับ
ผลวิจัยของอรอุมา ทิพย์สุวรรณ (2561 : บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
เร่ือง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนศรียาภัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนศรียาภัย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซ่ึงเป็นไป
ตามสมมติฐานของการวิจัย สอดคล้องกับวิจัยของเจรจา บุญวรรณโณ(2562 : บทคัดย่อ) วิจัยเรื่องการพัฒนา
ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การวิเคราะห์คําและโครงสร้างประโยค สําหรับนักศึกษาชั้นปีท่ี 1 หลักสูตร
ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ พบว่า หลังการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง นักศึกษาทกุ คนมี ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนที่ดขี น้ึ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยค
ในภาษาไทย รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ใน
ระดับมากท่ีสุด โดยมีค่าเฉล่ีย (x) เท่ากับ 4.85 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.34 ทั้งนี้เพราะ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ นักเรียนเป็นสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง จากการ
สืบค้นความรู้จากส่ือต่าง ๆ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประโยคในภาษาไทย ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน
รายวิชาหลักภาษาไทย ท32205 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ที่ผู้สกึ ษาสรา้ งขนึ้ เปน็
หลัก มีการอภิปรายร่วมกัน ฝึกการคิดวิเคราะห์ รวมทั้งการลงมือปฏิบัติ นักเรียนมีส่วนร่วมตลอดเวลาของการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนทําให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ และสามารถสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง
ความพึงพอใจจึงอยู่ในระดับมากท่ีสุด สอดคล้องกับผลการวิจัยของอรอุมา ทิพย์สุวรรณ (2561 : บทคัดย่อ)
ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เร่ือง ประโยคซับซ้อน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี
3 โรงเรียนศรียาภัย พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย
สอดคล้องกับผลการวิจัยของเทิดศักด์ิ เป็ดทอง (2561 : บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หลักภาษาไทย เร่ืองประโยค ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบ RM3S ตามแนว
ทฤษฎีการสร้างความรู้ พบว่า ความคิดเห็นของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ที่มีต่อการเรียนหลักภาษาไทย
เร่ืองประโยค ด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบ RM3S ตามทฤษฎีการสร้าง ความรู้ โดยภาพรวมท้ังหมดมีระดับ
ความคิดเห็นเห็นด้วยมากที่สุด สอดคล้องกับการวิจับของ เจรจา บุญวรรณโณ(2562 : บทคัดย่อ) วิจัยเรื่องการ
พัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การวิเคราะห์คําและโครงสร้างประโยค สําหรับนักศึกษาช้ันปีท่ี 1


Click to View FlipBook Version