The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดทำเอกสารการคุ้มครองข้อมูลส่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Piya Bangsomboon, 2022-05-10 02:04:47

ข้อมูลส่วนบุคคล

คู่มือการจัดทำเอกสารการคุ้มครองข้อมูลส่

คมู่ ือการจดั ทําเอกสารการคมุ้ ครอง
ขอ้ มลู สว่ นบคุ คล

สาํ หรบั

โรงเรยี นคาทอลิก

ในสงั กดั สภาการศึกษาคาทอลกิ แห่งประเทศไทย

13 พฤษภาคม 2565

Dherakupt International Law Office Ltd.

900 Tonson Tower, 12/F, Ploenchit Rd., Lumpini, Patumwan, Bangkok 10330
Tel. +662 252 1588 | Fax. +662 257 0440-1 | www.drkilaw.com

วตั ถปุ ระสงคแ์ ละขอบเขตของค่มู ือ

คูมือการจัดทําเอกสารการคุมครองขอมูลสวนบุคคลฉบับน้ี มีวัตถุประสงคนํามาใชเปนแนวทางในการปฏิบัติ
ตามกฎหมายคมุ ครองขอ มูลสว นบุคคล โดยครอบคลุมขอมูลสว นบคุ คลของผูสมคั รเรยี น นกั เรียน ผูปกครอง ผสู มัครงาน
ครู พนักงาน กรรมการบริหารสถานศึกษา คูคา คูสัญญา และบคุ คลอื่นๆ ทอ่ี าจเกี่ยวของกับโรงเรยี น

คูมืออธิบายหลักเกณฑแ ละขอกําหนดของพระราชบัญญตั ิคมุ ครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรฐานการ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมสําหรับการเก็บรวบรวม ใช และเปดเผยขอมูลสวนบุคคล (ซ่ึง
ตอไปน้ีเรียกวา “การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล”) และการจัดทําเอกสารทางกฎหมายตามกฎหมายคุมครองขอมูล
สวนบคุ คลที่โรงเรียนตองจดั ทาํ และนําไปปรับใช

คูมือฉบับนี้ถูกจัดทําข้ึนโดยบริษัท สํานักกฎหมายสากล ธีรคุปต จํากัด โดยจัดทําขึ้นกอนท่ีจะมีการประกาศ
กฎหมายลําดับรองจากหนวยงานรัฐ ดังนั้น โรงเรียนจะตองติดตามกฎหมายลําดับรองและแนวทางปฏิบัติท่ีจะมีการ
ประกาศข้ึนในอนาคตโดยหนวยงานภาครัฐอยา งสมํ่าเสมอเพื่อปรับปรุงคูมือใหมีความถูกตองและเหมาะสม เพื่อใหการ
ปฏิบตั ิตามกฎหมายเปน ไปอยางถูกตอ ง

คํานิยามท่ีใชใ้ นคม่ ู ือ

เวน แตจ ะกําหนดไวเ ปน อยางอนื่ คํานิยามในคูม อื ฉบบั นี้ ใหมีความหมายดงั ตอไปน้ี
“กฎหมายคมุ ครองขอมลู สว นบุคคล” หมายถงึ พระราชบัญญตั ิคุมครองขอมลู สวนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมาย
ลําดับรอง กฎระเบียบ ขอกําหนดทางกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวของ ซึ่ง
รวมถึงแตไมจํากัดเพียง แนวทางปฏิบัติและการตีความท่ีเปนทางการ
และอา งองิ ไดในทางวชิ าการ
“การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง การดําเนินการหรือชุดการดําเนินการใดท่ีกระทําข้ึนตอขอมูล
หรือ “ประมวลผลขอมูล” (Data สวนบุคคล ไมวาจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไมอัตโนมัติ เชน การเก็บ
Processing”) รวบรวม การบันทึก การจัดการ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยน การ
เปลีย่ นแปลง การเรียกคืน การปรกึ ษา การใช การเปด เผยดวยการสงตอ
การเผยแพร หรือการทําใหมีอยูโดยวิธีการอื่นใด การโอนไปยัง
ตางประเทศ การปรับแนวหรือการรวม การขัดขวาง การลบหรือการ
ทําลายซ่งึ ขอมูลสวนบุคคล
“ขอ มลู สวนบุคคล” (Personal Data) หมายถึง ขอมูลเก่ียวกับบุคคลซึ่งทําใหสามารถระบุตัวบุคคลน้ันไดไมว า
ทางตรงหรือทางออม แตไมรวมถึงขอมูลของผูถึงแกกรรมโดยเฉพาะ
ท้ังน้ี เปนไปตามความหมายท่ีกําหนดไวใน พ.ร.บ. คุมครองขอมูลสวน
บุคคล
“ขอมลู ท่มี คี วามออ นไหว” (Sensitive หมายถึง ขอมูลสวนบุคคลตามความหมายในมาตรา 26 แหง พ.ร.บ.
Data) คุมครองขอมูลสวนบุคคล เชน ขอมูลสวนบุคคลเก่ียวกับเช้ือชาติ
เผา พันธุ ความคิดเหน็ ทางการเมือง ความเช่อื ในลทั ธิ ศาสนาหรอื ปรัชญา
พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ
ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูลพันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือขอมูลอื่นใด
ซึ่งกระทบตอเจาของขอมูลสวนบุคคลในทํานองเดียวกันตามท่ี
คณะกรรมการประกาศกําหนด
“เจาของขอมูลสวนบุคคล” (Data หมายถงึ บุคคลทข่ี อมูลสวนบุคคลนัน้ ระบุไปถึง
Subject)
“ผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล” (Data หมายถึง บุคคลหรอื นิติบุคคลซึ่งมีอํานาจหนาท่ตี ดั สนิ ใจเก่ียวกับการเก็บ
Controller) รวบรวม ใช หรอื เปด เผยขอ มลู สว นบุคคล ทั้งน้ี เปน ไปตามความหมายที่
กาํ หนดไวใน พ.ร.บ. คมุ ครองขอมูลสว นบคุ คล
“ผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดําเนินการเก่ียวกับการเก็บรวบรวม ใช
(Data Processor) หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลตามคําส่ังหรือในนามของผูควบคุมขอมูล
สวนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซ่ึงดําเนินการดังกลาวไมเปนผู
ควบคุมขอมูลสวนบุคคล ท้ังนี้ เปนไปตามความหมายท่ีกําหนดไวใน
พ.ร.บ. คุมครองขอมูลสว นบคุ คล
“พ.ร.บ.คุมครองขอมูลสวนบุคคล” หมายถงึ พระราชบญั ญัติคุมครองขอมูลสว นบุคคล พ.ศ. 2562
(PDPA)
“มาตรา” หมายถึง มาตราตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ.
2562

สารบญั

บทที่ 1 บทนาํ .................................................................................................................. 1
บทที่ 2 มาตรการคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล .......................................................................... 2

2.1 การแจง้ รายละเอียดเกี่ยวกบั การคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล ....................................................... 2
2.2 ผปู้ ระมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คลและการจดั ทาํ สญั ญาประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คล................. 3
2.3 การสง่ หรือโอนขอ้ มลู สว่ นบคุ คลไปตา่ งประเทศ (Cross Border Transfer).................................. 4
2.4 การแตง่ ตงั้ เจา้ หนา้ ท่ีคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล (Data Protection Officer) ................................ 5
2.5 การจดั ทาํ Record of Processing (ROP)............................................................................................ 5
2.6 การแจง้ เหตลุ ะเมิดขอ้ มลู สว่ นบคุ คล................................................................................................. 6
2.7 การดาํ เนนิ การตามสิทธขิ องเจา้ ของขอ้ มลู สว่ นบคุ คล.................................................................. 6
2.8 มาตราการรกั ษาความมนั่ คงปลอดภยั ในขอ้ มลู สว่ นบคุ คล......................................................... 8
บทท่ี 3 ฐานทางกฎหมายสําหรบั การประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คล...................................10
3.1 ฐานทางกฎหมายสาํ หรบั การประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คลที่เป็ นขอ้ มลู ทวั่ ไป ....................... 10
3.2 การระบฐุ านทางกฎหมายสาํ หรบั การประมวลผลขอ้ มลู ท่ีมคี วามอ่อนไหว ........................... 12
บทที่ 4 การจดั ทําเอกสารทางกฎหมาย .........................................................................14

บทที่ 1
บทนํา

พ.ร.บ. คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562
และจะมีผลบังคับใชอยางสมบูรณในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ซ่ึงถือเปนกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทยที่กําหนด
มาตรฐานการคุมครองขอมูลสวนบคุ คลแกผูเปนเจาของขอมูลสวนบคุ คล โดยใหความสําคัญแกการคุมครองขอมูลสวน
บุคคลแกผูเปนเจาของขอมูลสวนบุคคลท้ังหลายท่ีเปนบุคคลธรรมดาและยังมีชีวิตอยู แตไมรวมถึงขอมูลของผูถึงแก
กรรม

กฎหมายคุม้ ครองขอ้ มูลส่วนบุคคลฉบับน้ีกําหนดใหผูประกอบการ ซึ่งรวมไปถึงโรงเรียนทั้งหลายซึ่งเก็บ
รวบรวม ใช เปดเผย หรือประมวลผลขอมูลสวนบุคคล เปนผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล (Data Controller) หรือเปนผู
ประมวลผลขอมูลสวนบุคคล (Data Processor) แลวแตกรณี มีหนาท่ีตามกฎหมายเพ่ือคุมครองและรักษาความ
ปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลท่ีอยูในความครอบครองของตน โรงเรียนทุกรายจําเปนตองบริหารจัดการเก่ียวกับขอมูล
สว นบคุ คลทีต่ นใช และบริหารความเสีย่ งในการเกบ็ รวบรวมและใชข อมลู สว นบุคคล

ดวยเหตุน้ี โรงเรยี นซึ่งเปน ผูประกอบการจงึ ตองเตรยี มความพรอ มสาํ หรบั การปฏบิ ัติตามมาตรฐานการคุมครอง
ขอมูลสวนบคุ คลทีก่ ฎหมายกาํ หนด

โรงเรียนตองดําเนินการจัดการขอมูลสวนบุคคลท่ีมีอยูในความครอบครองของโรงเรียนใหครอบคลุมถึงขอมูล
สว นบคุ คลของเจา ของขอ มลู สว นบุคคลทุกประเภท ไดแก ขอมลู สว นบคุ คลของผสู มัครเรียน นักเรยี น ผปู กครอง ผสู มัคร
งาน ครู พนกั งาน กรรมการบริหารสถานศกึ ษา คคู า คสู ญั ญา รวมถึงบคุ คลอน่ื ใดทีอ่ าจเก่ยี วขอ งกบั โรงเรยี นไมวา ในทาง
ใดทางหน่ึง เชน ผูมาติดตอ ผูเขาถึงเว็บไซตของโรงเรียน เปนตน (“เจาของขอมูลสวนบุคคล”) รวมถึง ตองตระหนัก
ดวยวา แมวาธุรกรรมท่ีเกิดข้ึนจะเปนธุรกรรมที่ทําข้ึนระหวางเปนนิติบุคคลดวยกัน (B2B Transaction) แตโรงเรียนก็
ยังคงมีการเก็บรวบรวมและประมวลผลขอมูลสวนบุคคลของบุคคลธรรมดาดวย ไมวาบุคคลเหลาน้ัน จะเปนพนักงาน
กรรมการ ตัวแทน ผกู ระทําแทน หรือผูรับมอบอาํ นาจของนิตบิ ุคคลน้นั

ภายใตกฎหมายคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คลฉบับนี้ โรงเรียนจําเปนตองจําแนกประเภทขอมูลสวนบคุ คลที่มีอยู
ในโรงเรียน จําแนกประเภทเจาของขอมูลสวนบุคคล และพิจารณาความจําเปนของการมีขอมูลสวนบุคคลเหลาน้ันตอ
การดําเนินกิจกรรมของโรงเรียน รวมถึงวิเคราะหบทบาทของตนทั้งในฐานะของผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล หรือเปนผู
ประมวลผลขอมลู สว นบุคคลดวย เพื่อรองรับการปฏิบตั ิตามกฎหมายคุมครองขอมลู สวนบุคคล ซ่ึงถือเปน กา วแรกในการ
เตรียมความพรอมของโรงเรียนในการปฏิบัติตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล และเตรียมความพรอมเพ่ือรองรับ
สิทธิของเจาของขอมูลสว นบคุ คลตามกฎหมายดว ย

-1-

บทที่ 2
มาตรการคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล

พ.ร.บ. คุมครองขอมูลสวนบุคคล ไดกําหนดมาตรการคุมครองขอมูลสวนบุคคล ซึ่งโรงเรียนจะตองจัดการกับ
ขอมูลสวนบุคคลท่ีมีอยูใหเปนไปตามมาตรฐานของกฎหมาย โรงเรียนไดกําหนดแนวปฏิบัติเก่ียวกับมาตรการคุมครอง
ขอ มลู สว นบคุ คล โดยครอบคลุมเร่อื งดังตอ ไปนี้
2.1 การแจง้ รายละเอียดเก่ียวกบั การคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล

โรงเรียนในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลเก็บรวบรวมและประมวลผลขอมูลสวนบุคคลที่มีอยูในองคกร
รวมถึงขอมูลท่ีมีความออนไหวของบุคคลตางๆ ท่ีเกี่ยวของกับโรงเรียน โรงเรียนจะตองแจงเจาของขอมูลสวนบุคคลให
ทราบถึงการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของโรงเรียน ท่ีมีตอเจาของขอมูลสวนบุคคล โดยมีรายละเอียดอยางนอยตาม
มาตรา 23 ดงั ตอไปน้ี

1. วัตถุประสงคในการเก็บรวบรวมเพื่อการนําขอมูลสวนบุคคลไปใชหรือเปดเผย โดยวัตถุประสงคดังกลาว
ตองเปนไปตามฐานทางกฎหมายท่ีใชใ นการประมวลผล

2. การปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาทเี่ จาของขอมูลสวนบุคคลตองใหขอมูลสวนบุคคลแกโรงเรียน หรือมี
ความจําเปนตองใหขอมูลสวนบุคคลน้ันแกโรงเรียนเพื่อเขาทําสัญญา รวมถึงผลกระทบที่เปนไปไดจากการไมใหขอมูล
สวนบุคคลแกโรงเรียน

3. ขอมูลสวนบุคคลที่โรงเรียนจะเก็บรวบรวมไว และระยะเวลาในการเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลไว ซ่ึง
โรงเรียน อาจกาํ หนดระยะเวลาท่คี าดหมายไดต ามมาตรฐานของการเก็บรวบรวมได

4. ประเภทของบคุ คลหรอื หนว ยงานท่โี รงเรยี นอาจเปดเผยขอ มลู สว นบุคคลเหลาน้นั
5. ขอมลู เก่ยี วกบั โรงเรยี นในฐานะผคู วบคุมขอ มลู สวนบุคคล สถานที่ตดิ ตอ และวธิ ีการติดตอ
6. ขอมูล สถานทต่ี ิดตอและวิธกี ารติดตอ ของตวั แทนของโรงเรียนหรอื เจา หนาทค่ี มุ ครองขอ มลู สวนบคุ คล
7. สิทธิของเจา ของขอมลู สวนบคุ คล และวิธกี ารในการรอ งขอใชส ิทธิ
โรงเรียนจะตอ งแจงรายละเอียดดังกลาวขางตน ใหเจาของขอมูลสว นบคุ คลไดท ราบกอนหรือขณะเก็บรวบรวม
ขอมลู สวนบคุ คล เวน แตเ จา ของขอ มลู สว นบคุ คลไดทราบรายละเอยี ดน้ันอยแู ลว
อน่ึง การแจงรายละเอียดการคุมครองขอมูลสวนบุคคลตอเจาของขอมูลสวนบุคคลนั้น จําเปนตองแจง
วัตถุประสงคในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามฐานทางกฎหมายท่ีใช โดยไมจํากัดเฉพาะฐานความ
ยินยอมที่จําเปนตองไดรับความยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบุคคลกอนหรือขณะท่ีจะประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
เทาน้ัน แตรวมถึงฐานทางกฎหมายอื่นๆ ท่ีโรงเรียน สามารถดําเนินการไดโดยไมจําเปนตองไดรับความยินยอมจาก
เจาของขอมูลสวนบุคคลดวย

-2-

โรงเรียน จะดําเนินการแจงโดยการจัดทําเปนนโยบาย (Policy) หรือคําช้ีแจง (Statement) หรือ หนังสือแจง
(Notice) แลวแตกรณี โดยจะพิจารณาวิธีท่ีเหมาะสมในการประกาศหรือเผยแพรใหแกเจาของขอมูลสวนบุคคลไดรับ
ทราบ เชน การประกาศนโยบายบนบอรดหนา หองประชาสมั พนั ธข องโรงเรียน หรือการประกาศนโยบายในเวป็ ไซตของ
โรงเรียน หรือการแจงโดยการบันทึกเสียงผานชองทางโทรศัพท หรือจัดทําเปนหนังสือแจงเพื่อสงทางอีเมลเปนการ
เฉพาะเจาะจง เปน ตน
2.2 ผปู้ ระมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คลและการจดั ทําสญั ญาประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คล

โรงเรียนไดวิเคราะหบทบาทของตนเองวามีฐานะเปนผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล หรือเปนผูประมวลผลขอมูล
สวนบุคคล เนื่องจากโรงเรียนในฐานะผูประกอบการสามารถทํากิจกรรมท่ีเกี่ยวของกับขอมูลสวนบุคคลไดทั้งสอง
บทบาท เชน เปนผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลของนกั เรียน หรือพนักงานลูกจางของตน และเปนผูประมวลผลขอมูลสว น
บุคคล ในกรณีที่โรงเรียนรับจางหรือใหบริการแกบุคคลอื่นที่เปนผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลในการประมวลผลขอมูล
เปนตน

ภายใตม าตรา 40 วรรคสาม กาํ หนดใหการดําเนินงานตามหนาที่ของผูประมวลผลขอ มูลสวนบคุ คลตามที่ไดรับ
มอบหมายจากผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล ผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลตองจัดใหมีขอตกลงระหวางกัน เพ่ือควบคุมการ
ดําเนนิ งานตามหนา ท่ขี องผปู ระมวลผลขอมลู สวนบคุ คล

ดังนั้น หากโรงเรียนอยูในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล และไดวาจางบุคคลภายนอกหรือผูใหบริการใหทํา
หนาท่ีประมวลผลขอมูลตามสัญญาจาง หรือสัญญาใหบริการ หรือดําเนินการตามคําส่ังของโรงเรียน เก่ียวกับการเก็บ
รวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคล หรือประมวลผลขอมูลสวนบุคคล เชน การวาจางจัดทําบัญชีเงินเดือนแก
พนักงาน การวาจางวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับการเกษียณอายุของพนกั งาน การวาจางจัดทําระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เพ่ือรองรับขอมูลสวนบุคคล เปนตน บุคคลภายนอกหรือผูใหบริการเหลาน้ันจะมีฐานะเปนผูประมวลผลขอมูลสวน
บุคคลและมีหนา ทีต่ ามมาตรา 40 ไดแก
กฎหมายกาํ หนดใหผปู ระมวลผลขอ มลู สว นบคุ คลมีหนาทค่ี ุม ครองขอมูลสว นบุคคลดังตอไปนี้

1. ดาํ เนนิ การตามคําสั่งทีไ่ ดรับจากโรงเรียน
2. จัดใหม ีมาตรการในการรักษาความมนั่ คงปลอดภยั ท่ีเหมาะสม
3. แจง โรงเรยี น ในฐานะผูควบคมุ ขอมลู สว นบุคคลเก่ยี วกบั เหตลุ ะเมินขอ มูลสว นบุคคลท่ีเกิดข้นึ
4. จัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล (ซ่ึงรายละเอียด

หลกั เกณฑ และวธิ ีการ จะเปนไปตามทีค่ ณะกรรมการคุมครองขอมลู สวนบุคคลกาํ หนดขนึ้ )
ในกรณีดังกลาว โรงเรียนในฐานะผคู วบคุมขอ มูลสว นบคุ คลจะจดั ทําขอ ตกลงหรอื สญั ญาประมวลผลขอมูลสวน
บุคคลกับผูใหบริการหรือคูสัญญาซึ่งมีฐานะเปนผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคลเพื่อควบคุมการดําเนินงานตามหนาที่
ขอบเขตการวาจางหรือบริการ ทั้งนี้ โรงเรียนพึงตระหนักวา หากผูใหบริการดําเนินการนอกเหนือจากคําส่ังหรือ
นอกเหนือขอบเขตการจาง อาจทําใหผูใหบริการรายนั้น อยูในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล ซึ่งมีหนาท่ีตอเจาของ
ขอมูลสวนบคุ คลโดยตรงได

-3-

ในทางตรงกันขาม หากโรงเรียนมีฐานะเปนผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล อาจถูกรองขอจากลูกคา หรือ
คสู ัญญาของตน ใหเ ขา ทาํ ขอตกลงหรือสัญญาประมวลผลขอมลู สว นบคุ คลดงั กลา วไดเ ชนเดียวกนั

อนึ่ง ในกรณีที่โรงเรียนมีการเก็บรวบรวมและประมวลผลขอมูลสวนบุคคล และมอบหมายใหลูกจางหรือ
พนักงานของโรงเรียน เปนผูดําเนินการกับขอมูลสวนบุคคลเหลาน้ัน แมวาลูกจางหรือพนักงานจะทําการประมวลผล
ขอมูลตามทรี่ ับคําส่งั จากโรงเรียน ในฐานะนายจาง ลกู จางหรือพนกั งานของโรงเรียน มไิ ดมีฐานะเปนผูประมวลผลขอ มลู
สวนบุคคลตาม พ.ร.บ.คมุ ครองขอมูลสว นบุคคล เพราะถือวากระทาํ เปนตัวแทนหรอื กระทาํ แทนนายจางซงึ่ เปน ผูควบคมุ
ขอมูลสวนบุคคล ดังนั้น โรงเรียนจึงไมมีหนาท่ีจัดทําขอตกลงหรือสัญญาประมวลผลขอมูลสวนบุคคลกับลูกจางหรือ
พนกั งานเพ่มิ เตมิ จากสญั ญาจางแรงงาน เพ่ือควบคมุ การดําเนนิ งานของลูกจางหรือพนกั งานตามมาตรา 40 วรรคสาม
2.3 การสง่ หรอื โอนขอ้ มลู สว่ นบคุ คลไปต่างประเทศ (Cross Border Transfer)

ในกรณีท่ีโรงเรียนมีการสงหรือโอนขอมูลสวนบุคคลไปยังตางประเทศ โรงเรียนจะพิจารณามาตรฐานคุมครอง
ขอมูลสวนบุคคลในประเทศปลายทางหรือองคการระหวางประเทศที่เปนผูรับขอมูล โดยประเทศปลายทางน้ันตองมี
มาตรฐานการคุมครองขอมูลสวนบุคคลทีเ่ พียงพอตามทมี่ าตรา 28 กําหนด ท้ังน้ี หลักเกณฑการพิจารณามาตรฐานการ
คมุ ครองขอ มูลสว นบุคคลของประเทศปลายทางวา มีเพียงพอนนั้ จะตองตดิ ตามรายละเอยี ดตามประกาศคณะกรรมการ
คุมครองขอมลู สว นบคุ คลทจ่ี ะมีขน้ึ ในอนาคต

โรงเรยี นอาจรอ งขอใหค ณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบคุ คลวนิ ิจฉัยเพอ่ื ความชดั เจน หากโรงเรียนมขี อสงสัย
เก่ียวกับมาตรฐานการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของประเทศปลายทางวาเพียงพอตามหลักเกณฑท่ีกฎหมายกําหนด
หรอื ไม

อยางไรก็ตาม แมวาประเทศปลายทางนั้น จะไมมีมาตรการคุมครองขอมูลสวนบุคคลที่เพียงพอ หรือไมเขา
หลักเกณฑตามประกาศคณะกรรมการคุมครองขอมูลสว นบุคคลกําหนด โรงเรียน อาจดําเนนิ การสงหรือโอนขอมูลสว น
บคุ คลได หากการสง หรือโอนขอมลู สว นบคุ คลไปตา งประเทศ เปนไปตามเง่ือนไขอยางใดอยางหนงึ่ ดังตอ ไปนี้

1. เปนการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย
2. ไดร ับความยนิ ยอมจากเจา ของขอมูลสว นบคุ คลโดยแจง ใหเจา ของขอมูลสวนบคุ คลทราบถึงมาตรฐานการ
คุม ครองขอ มลู สวนบุคคลท่ไี มเพยี งพอของประเทศปลายทางหรอื องคก ารระหวางประเทศทีร่ ับขอ มูลสว นบคุ คลแลว
3. เปนการจําเปนเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจาของขอมูลสวนบุคคลเปนคูสัญญาหรือเพ่ือใชในการ
ดาํ เนนิ การตามคําขอของเจา ของขอ มลู สว นบคุ คลกอนเขา ทาํ สัญญานน้ั
4. เปนการกระทําตามสัญญาระหวางโรงเรียน กับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชนของเจาของขอมูล
สวนบุคคล
5. เพ่ือปองกันหรือระงับอันตรายตอชีวิต รางกาย หรือสุขภาพเจาของขอมูลสวนบุคคลหรือบุคคลอื่น เม่ือ
เจาของขอมูลสว นบุคคลไมสามารถใหค วามยินยอมในขณะนัน้ ได
6. เปน การจาํ เปน เพ่อื การดาํ เนนิ ภารกจิ เพอ่ื ประโยชนสาธารณะทสี่ ําคญั

-4-

นอกจากน้ี ในกรณีที่โรงเรียนมีการสงหรือโอนขอมูลสวนบุคคลไปตางประเทศ ซ่ึงอยูในเครือกิจการหรือเครือ
ธุรกิจเดยี วกนั เพื่อประกอบกจิ การหรือธุรกิจรว มกัน โรงเรียน อาจจัดทาํ นโยบายในการคมุ ครองขอมูลสว นบุคคลรวมกัน
ข้ึน และใหสํานักงานคณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบุคคลตรวจสอบและรับรอง เพ่ือใหโรงเรียนไดรับการยกเวนให
สามารถดาํ เนินการสงหรอื โอนขอมลู สวนบคุ คลระหวางโรงเรียนในเครอื ในกลุมได แมว าโรงเรียนในเครอื ในกลมุ นั้นจะอยู
ในประเทศทม่ี ีมาตรฐานการคมุ ครองขอ มลู สว นบุคคลทไี่ มเพียงพอก็ตาม
2.4 การแต่งตง้ั เจา้ หนา้ ท่ีคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล (Data Protection Officer)

ภายใตมาตรา 41 โรงเรียนอาจมีหนาท่ตี องแตงตั้งเจาหนาท่ีคุมครองขอมลู สว นบคุ คล หรือ Data Protection
Officer (DPO) ขน้ึ เพอ่ื ปฏบิ ตั หิ นา ท่ตี ามที่กฎหมายกาํ หนด ในกรณีท่ีการดาํ เนินกจิ กรรมของโรงเรยี น ในการประมวลผล
ขอมูลสวนบุคคลมีความจําเปนตองตรวจสอบขอมูลสวนบุคคลอยางสม่ําเสมอดวยเหตุที่มีขอมูลสวนบุคคลจํานวนมาก
เน่ืองจากขนาดของกิจกรรมและจํานวนขอมูลสวนบุคคลของโรงเรียนอาจ เขาลักษณะของการมีขอมูลสวนบุคคล
จํานวนมาก ไมวาจะเปนขอมูลสวนบุคคลของนักเรียน ผูปกครอง ครู พนักงาน เปนตน ท้ังน้ี โรงเรียนตองติดตาม
หลักเกณฑในการพิจารณาเกี่ยวกับจํานวนขอมูลสวนบุคคลที่มีจํานวนมาก หรือขนาดของกิจกรรมในการประมวลผล
ขอมูลสวนบุคคลจากคณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบุคคลซ่ึงจะมีขึ้นในอนาคต รวมถึงตองเรียนรูและเขาใจใน
บทบาทหนาท่ีและคุณสมบัติของเจาหนาที่คุมครองขอมูลสวนบุคคล เพ่ือกําหนดหนาท่ีและความรับผิดชอบของ
เจาหนาที่คุมครองขอมูลสวนบุคคลใหมีความเหมาะสม
2.5 การจดั ทํา Record of Processing (ROP)

โรงเรียนตองจัดทําและบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ตามมาตรา 39 เพ่ือท่ีเจาของ
ขอมูลสวนบุคคลและสํานักงานคณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบุคคลจะสามารถตรวจสอบได โดย บันทึกจะมี
รายละเอียดอยา งนอยดังตอ ไปนี้ ตามมาตรา 39

1. ขอ มูลสว นบคุ คลทีม่ ีการเก็บรวบรวม
2. วตั ถปุ ระสงคข องการเก็บรวบรวมขอ มลู สวนบคุ คลแตล ะประเภท
3. ขอ มลู เก่ยี วกบั ผคู วบคุมขอมูลสวนบคุ คล
4. ระยะเวลาการเก็บรกั ษาขอ มูลสว นบคุ คล
5. สิทธิและวิธีการเขาถึงขอมูลสว นบุคคล รวมท้ังเง่ือนไขเกี่ยวกับบุคคลท่ีมีสทิ ธิเขาถึงขอมูลสวนบุคคลและ
เงอื่ นไขในการเขา ถงึ ขอ มูลสว นบุคคลน้นั
6. การใชหรอื เปดเผยขอมูลสว นบคุ คลโดยไมตองขอความยินยอม
7. การปฏเิ สธคําขอหรือการคดั คา นการใชสทิ ธิของเจา ของขอมูลสวนบุคคล เชน การใชส ทิ ธิขอเขา ถงึ ขอรับ
ขอคดั คาน และขอลบหรอื ทาํ ลายขอ มลู สวนบคุ คล
8. คําอธบิ ายเกย่ี วกับมาตรการรักษาความม่ันคงปลอดภัย
ทั้งน้ี โรงเรียนจะจัดทําบันทึกรายการในรูปแบบของหนังสือหรือในระบบอิเล็กทรอนิกส หรือทั้งสองอยาง
แลว แตค วามเหมาะสม

-5-

2.6 การแจง้ เหตลุ ะเมิดขอ้ มลู สว่ นบคุ คล
โรงเรียนจะแจงเหตุละเมิดขอมูลสวนบุคคลแกสํานักงานคณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบุคคลภายใน 72

ช่ัวโมง นับแตทราบเหตุเทา ที่จะสามารถกระทําได เวนแตการละเมิดดังกลาวมีความเส่ยี งสงู ที่จะมีผลกระทบตอ สิทธิและ
เสรีภาพของบุคคล ใหแจงเหตุการละเมิดใหเจาของขอมูลสวนบุคคลทราบพรอมกับแนวทางการเยียวยาโดยไมชักชา
ตามมาตรา 37 (4) โรงเรียน จึงตองดําเนินการจัดการภายในองคกรเพื่อรองรับการตรวจสอบเหตุละเมิดท่ีอาจเกิดข้ึน
รวมถึงการกําหนดขอ ตกลงกับคูสัญญา (ซ่ึงมีฐานะเปนผูควบคุมขอมลู สวนบุคคลและผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล) ให
แจงเหตุละเมิดเก่ียวกับขอมูลสวนบุคคลที่ไดรับจากโรงเรียน ใหโรงเรียน ไดทราบภายในระยะเวลาท่ีเหมาะสม เพื่อให
โรงเรียน สามารถตรวจสอบเหตุการณที่เกิดขึ้นและแจงแกสํานักงานคณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบุคคลไดทัน
ภายในกาํ หนดเวลา 72 ช่ัวโมง
2.7 การดําเนินการตามสทิ ธิของเจา้ ของขอ้ มลู สว่ นบคุ คล

โรงเรยี นตองเตรยี มพรอมสาํ หรับการดาํ เนนิ การตามสทิ ธขิ องเจา ของขอมูลสว นบคุ คลเพื่อใหเ ปนไปตาม พ.ร.บ.
คุมครองขอ มูลสว นบุคคล ไดแก
1. สิทธใิ นการขอเขา ถงึ ขอรับสาํ เนา และขอใหเ ปดเผยการไดมาซง่ึ ขอ มูลสวนบคุ คลท่ีเจาของขอมลู สวนบุคคลนั้น

ไมไ ดใหค วามยนิ ยอม
เจาของขอมูลสวนบุคคลอาจรองขอเขาถึงหรือขอสําเนาขอมูลสวนบุคคลที่โรงเรียนมีอยู รวมถึงขอใหเปดเผย
การไดมาซ่ึงขอมูลสวนบุคคลที่โรงเรียนไดใชโดยไมไดรับความยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบุคคลดวย โรงเรียนอาจ
ปฏเิ สธการใชส ทิ ธขิ องเจาของขอมูลสวนบุคคลกรณีดงั กลาวได หากเปนการปฏเิ สธตามกฎหมายหรอื คําส่ังศาล หรือการ
เขาถงึ หรือการรับสําเนานน้ั จะสงผลกระทบทอ่ี าจกอใหเ กดิ ควาเสยี หายตอบุคคลอ่ืน
เม่ือโรงเรียนไดรับคํารองขอใชสิทธิดังกลาวแลว หากไมสามารถปฏิเสธสิทธิดังกลาวได โรงเรียนจะดําเนินการ
ตามคําขอภายใน 3 วันนับแตวันท่ีไดรับคําขอ ท้ังนี้ โรงเรียนจําเปนตอ งติดตามหลักเกณฑและการขยายระยะเวลาเพ่ือ
ปฏบิ ตั ิตามจากคณะกรรมการคุม ครองขอ มูลสวนบุคคลทีจ่ ะมขี ึน้ ในอนาคตดว ย
2. สทิ ธใิ นการขอรับขอมลู และโอนยายหรือขอใหส งขอ มูลไปยงั บุคคลอน่ื
เจาของขอมูลสวนบุคคลอาจขอรับขอมูลสวนบุคคลที่ตนไดใหความยินยอมหรือใหแกโรงเรียนเพื่อปฏิบัติตาม
สัญญา และโรงเรียนไดเก็บรักษาไวในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส รวมถึงอาจรองขอใหโรงเรียนโอนยายขอมูลสวนบุคคลใน
รูปแบบที่โรงเรียนไดจัดระเบยี บไวแลว และสามารถอานไดในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส หรือขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอ่ืน
ตามความประสงคข องเจาของขอ มลู สว นบคุ คล
โรงเรียนอาจพิจารณาเรียกเก็บคาใชจายจากผูรองขอได หากการรองขอหรือการใชสิทธิขอเจาของขอมูลสวน
บุคคลนนั้ ซาํ้ ซอนเกินสมควรหรือโรงเรียนมีภาระทต่ี องใชค วามพยายามในทางเทคนิคมากเกนิ ไป ทง้ั น้ี คา ใชจายทีเ่ รียก
เก็บควรสอดคลอ งกับคาใชจายที่เกิดข้ึนจริงและไมเกินสมควร เพ่ือไมเปนการขัดขวางการใชส ิทธิของเจาของขอมูลสวน
บุคคล

-6-

3. สิทธิในการขอแกไ ขขอมลู
โรงเรยี นตองดําเนินการใหข อมูลสวนบุคคลทีม่ ีนนั้ ถูกตอง เปน ปจ จบุ ัน สมบูรณ และไมกอ ใหเ กิดความเขา ใจผิด

01 เจา ของขอมลู สว นบคุ คลจงึ มสี ิทธทิ ีร่ อ งขอใหโรงเรยี น แกไข เปล่ียนแปลง ปรบั ปรุงขอ มูลสว นบุคคลใหถ กู ตองได
4. สิทธิในการคดั คานการประมวลผลขอมลู สวนบุคคล

ในกรณีท่ีโรงเรียนประมวลผลขอมูลสวนบุคคลในบางกิจกรรมโดยไดรับยกเวนไมตองขอความยินยอมจาก
เจาของขอมูลสวนบุคคล เจาของขอมูลสวนบุคคลอาจใชสิทธิคัดคานการประมวลผลของโรงเรียน สําหรับกิจกรรมน้ัน
โรงเรยี นตองกาํ หนดแนวทางในการพิจารณาคํารอ งขอดงั กลาว เนอ่ื งจากแมเ จา ของขอ มลู สว นบุคคลจะคัดคา นโรงเรียน
สาํ หรับการประมวลผลขอมลู สว นบคุ คลในกจิ กรรมนั้น หากการประมวลผลขอมลู สว นบุคคลนน้ั โรงเรียนดาํ เนินการดวย
เหตุอันชอบธรรมตามกฎหมาย หรือเพื่อกอตั้งสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย หรือปฏิบัติตามหรือการใชสิทธิเรียกรองตาม
กฎหมาย หรือเพ่ือการยกขึ้นสสู ทิ ธเิ รยี กรอ งตามกฎหมาย

อยางไรก็ตาม หากเจาของขอมูลสวนบุคคลสามารถใชสิทธิคัดคานไดโดยท่ีโรงเรียน มสามารถปฏิเสธได
โรงเรยี นตองแยกสว นขอ มูลอืน่ ซ่งึ ยังสามารถประมวลผลขอมูลไดอ อกจากสวนทเี่ จาของขอ มูลสวนบคุ คลคัดคาน
5. สิทธิในการขอใหลบ ทําลาย หรือทําใหขอมูลสวนบุคคลเปนขอมูลท่ีไมสามารถระบุตัวบุคคลท่ีเปนเจาของ

ขอ มลู สว นบคุ คลได
กรณีที่โรงเรียนถูกรองขอใหลบหรือทําลายหรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของเจาของขอมูลสวนบคุ คลไมสามารถ
ระบตุ ัวตนไดอีกตอไป เนอ่ื งจากเจาของขอมูลสว นบคุ คลเห็นวา หมดความจําเปน ทโี่ รงเรียน จะเกบ็ รกั ษาไวอ ีกตอไป หรือ
เห็นวา โรงเรยี นไมม ีอาํ นาจตามกฎหมายท่ีจะเกบ็ ขอ มูลสวนบคุ คลนน้ั ไวได หรือกรณที เ่ี จาของขอมูลสวนบุคคลใชสิทธใิ น
การคดั คา นและโรงเรียนไมสามารถปฏิเสธได ทาํ ใหโ รงเรียนตองลบหรือทาํ ลายขอมลู สวนบคุ คลนนั้ หรืออาจดําเนินการ
ทําใหข อมลู ท่ีมีอยนู ้ันไมสามารถระบตุ ัวตนของเจา ของขอ มูลสว นบุคคลไดอ ีกตอไป
ทั้งน้ี โรงเรียนอาจปฏิเสธการใชสิทธิดังกลาว หากเปนการใชเพ่ือการกอตั้งสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย การ
ปฏิบัติตามการใชสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นตอสูสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตาม
กฎหมาย เชน การเก็บขอมูลทเ่ี กยี่ วขอ งกับภาษีอากรเพื่อการตรวจสอบของกรมสรรพากร เปน ตน
อน่ีง โรงเรียนตองติดตามหลักเกณฑในการลบหรือทําลาย หรือทําใหขอมูลสวนบุคคลเปนขอมูลที่ไมสามารถ
ระบตุ วั บุคคลไดจากประกาศคณะกรรมการคุมครองขอ มูลสวนบุคคลซ่งึ จะมขี ้นึ ในอนาคตดวย

1 มาตรา 35 แหง พ.ร.บ. คุม ครองขอมลู สวนบุคคล

-7-

6. สทิ ธใิ นการระงับการใชข อ มูลสวนบุคคล
เจา ของขอ มูลสวนบุคคลมสี ทิ ธิในการระงบั การใชขอมูลสวนบคุ คลของโรงเรียนได ในกรณดี ังตอไปนี้
1) โรงเรียนอยูในระหวางการตรวจสอบเพ่ือดําเนินการทําใหขอมูลสวนบุคคลถูกตอง เปนปจจุบันและ
สมบูรณ เชน เจาของขอมูลสวนบุคคลมารองขอใหแกไขช่ือนามสกุลท่ีเปนปจจุบัน และโรงเรียนอยูใน
ระหวางการตรวจสอบดําเนินการ โรงเรียนจําเปนตองระงับการใชชื่อนามสกุลเดิมของเจาของขอมูล
สว นบุคคลนั้น ตามที่เจา ของขอมลู สวนบุคคลรอ งขอ
2) เจาของขอ มูลสว นบคุ คลมคี วามเปน ตองขอใหเกบ็ รกั ษาไวเพื่อใชใ นการกอ ตั้งสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย
การปฏบิ ตั ิตามหรอื การใชสิทธเิ รยี กรอ งตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นตอสสู ทิ ธเิ รียกรอ งตามกฎหมาย
3) โรงเรยี นอยใู นระหวา งการพิจารณาคาํ รอ งขอใชสทิ ธิคดั คานของเจา ของขอ มลู สวนบุคคล
ท้งั นี้ โรงเรยี นตอ งตดิ ตามหลกั เกณฑในการระงบั การใชจ ากประกาศคณะกรรมการคุม ครองขอ มลู สวนบคุ คลซ่ึง

จะมขี ึน้ ในอนาคตดว ย
7. สิทธิในการเพกิ ถอนความยนิ ยอม

เม่ือโรงเรียนมีการขอความยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบุคคลสําหรับการประมวลผลขอมูลในวัตถุประสงค
หรือกิจกรรมใด เจาของขอมูลสวนบุคคลยอมมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมท่ีไดใหไวเมื่อใดก็ได โดยโรงเรียนสามารถ
กําหนดวิธีการถอนความยินยอมไดโดยตองใหเจาของขอมูลสวนบุคคลสามารถใชสิทธิถอนความยินยอมไดงาย
เชนเดียวกับการใหความยินยอม ท้ังน้ี การถอนความยินยอมจะไมสงผลกระทบตอการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลท่ี
ทา นไดใหค วามยินยอมไวก อ นหนา โดยชอบดวยกฎหมายตอ โรงเรียน

ในกรณีท่ีโรงเรียนปฏิเสธคําขอใชสิทธิของเจาของขอมูลสวนบุคคลไดตามกฎหมาย โรงเรียนตองบันทึกการ
ปฏเิ สธการคดั คานพรอ มดว ยเหตุผลไวในรายงานบันทึกรายการกจิ กรรมการประมวลผลขอมูลสว นบคุ คล ตามมาตรา 39
ดวย

โรงเรียนตองกําหนดขั้นตอนในการรองขอใชสิทธิใหแกเจาของขอมูลสวนบุคคล เชน การกําหนดแบบฟอรม
การใชสิทธิของเจาของขอมูลสวนบุคคล (โปรดพิจารณาเอกสารแนบ 1) ข้ันตอนในการพิจารณาตรวจสอบเพ่ือ
ดําเนนิ การตามหรอื ปฏิเสธสทิ ธิของเจาของขอ มลู สวนบคุ คล ขัน้ ตอนและวิธีการตอบรับหรอื ปฏิเสธตอ เจาของขอมลู สวน
บุคคล เพ่อื เปน แนวทางปฏบิ ัตภิ ายในของโรงเรียน เพอื่ รองรบั การรอ งขอใชส ิทธขิ องเจา ของขอมลู สว นบุคคล
2.8 มาตราการรกั ษาความมน่ั คงปลอดภยั ในขอ้ มลู ส่วนบคุ คล

โรงเรียนจะจัดใหม ีมาตรการรักษาความม่นั คงปลอดภัยในขอ มูลสว นบคุ คลทเ่ี หมาะสม เพอ่ื ปอ งกันการสูญหาย
เขาถึง ใช เปลย่ี นแปลง แกไ ข หรอื เปด เผยขอ มลู สว นบุคคล โดยปราศจากอาํ นาจหรอื โดยมิชอบ ตามมาตรา 37

-8-

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไดออกประกาศ เร่ือง มาตรฐานการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของ
ขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2563 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันท่ี 17 กรกฎาคม 2563 เพื่อตองการให
ผูประกอบการในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลแจงมาตรการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลตาม
ประกาศใหแกบุคคลากร พนักงาน ลูกจาง หรือบุคคลท่ีเกี่ยวของทราบ รวมถึงสรางเสริมความตระหนักรูดาน
ความสาํ คัญของการคมุ ครองขอมูลสวนบุคคลใหกบั บุคคลากรในการปฏบิ ัตติ ามมาตรการทก่ี ําหนดไวอ ยางเครง ครัด

โรงเรียนจะศกึ ษามาตรการที่กาํ หนดไวในประกาศฉบับน้ี เพื่อปฏบิ ัตติ ามในระหวางระยะเวลาที่ พ.ร.บ.คุม ครอง
ขอมูลสว นบคุ คล ในหมวดทเี่ ก่ียวกบั การคมุ ครองขอมูลสวนบคุ คลขยายระยะเวลาการบงั คับใชไปจนถงึ วันที่ 1 มถิ ุนายน
2563 เพ่ือใหม่ันใจวา โรงเรียนไดจัดใหมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมแกขอมูลสวนบุคคลที่มีอยูใน
ความครอบครองของตน โดยตองกําหนดใหครอบคลุมมาตรการทั้ง 3 ดาน ไดแก มาตรการปองกันดานการบริหาร
จัดการ (administrative safeguard) มาตรการปองกันดานเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการปอ งกันทาง
กายภาพ (physical safeguard) ในเรอ่ื งการเขาถงึ หรอื ควบคมุ การใชง าน (access control)

โรงเรยี นจะดาํ เนนิ การตามมาตรการขัน้ ตาํ่ ตามประกาศฉบับนี้ ดงั ตอไปน้ี
1. การควบคุมการเขาถึงขอมูลสวนบุคคลและอุปกรณในการจัดเก็บและประมวลผลขอมูลสวนบุคคลโดย
คาํ นงึ ถงึ การใชง านและความมน่ั คงปลอดภยั เชน จัดใหม กี ารควบคมุ การเขา ถึงสถานท่ีเกบ็ ขอ มลู อุปกรณอเิ ลก็ ทรอนิกส
ทีเ่ ก็บขอ มูล จดั ใหม ีรหสั ผา นในการเขา ถึงขอ มูลสว นบุคคลทีเ่ กบ็ ไวในอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส จัดใหม กี ารใสกุญแจปองกัน
การเขาถึงตูเอกสาร หรือโตะทํางานทีม่ ีขอมลู สว นบุคคล หรือจัดใหมีขอกําหนดในการพกพาอุปกรณอิเลก็ ทรอนิกสข อง
โรงเรียน ออกนอกบริเวณโรงเรียน เชน คอมพิวเตอรพกพา หรือโทรศัพทมือถือ เพ่ือปองกันการโจรกรรมและปองกัน
การรว่ั ไหลของขอ มลู สว นบุคคลท่เี กบ็ บนั ทึกไวในอุปกรณอเิ ล็กทรอนิกสน้ันๆ
2. การกําหนดเก่ียวกับการอนุญาตหรือการกําหนดสิทธิในการเขาถึงขอมูลสวนบุคคล เชน กําหนดอํานาจ
และลาํ ดับช้นั ของพนักงาน บคุ ลากรทม่ี สี ิทธิเขา ถึงขอมลู ในแตละลาํ ดับช้นั
3. การบริหารจัดการการเขาถึงของผูใชงาน (user access management) เพ่ือควบคุมการเขาถึงขอมูล
สว นบคุ คลเฉพาะผูท่ไี ดรับอนุญาตแลว
4. การกาํ หนดหนาทีค่ วามรบั ผิดชอบของผใู ชงาน (user responsibilities) เพอ่ื ปอ งกนั การเขา ถงึ ขอมูลสวน
บุคคลโดยไมไดรับอนุญาต การเปดเผย การลวงรู หรือการลักลอบทําสําเนาขอมูลสวนบุคคล การลักขโมยอุปกรณ
จัดเกบ็ หรือประมวลผลขอ มลู สวนบคุ คล
5. การจัดใหมีวิธีการเพ่ือใหสามารถตรวจสอบยอนหลังเกี่ยวกับการเขาถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถายโอน
ขอมลู สวนบคุ คล ใหส อดคลองเหมาะสมกบั วิธกี ารและสอ่ื ท่ใี ชในการเกบ็ รวบรวม ใช หรือเปดเผยขอ มลู สว นบคุ คล
ท้ังนี้ โรงเรยี นตองติดตามประกาศทเี่ กีย่ วของกับการกําหนดมาตรการรกั ษาความม่ันคงปลอดภัยของขอมูลสว น
บุคคลท่ีจะมีขึ้นในอนาคตเพ่ือใชบังคับตั้งแตวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เปนตนไป และนํามาปรับปรุงระเบียบปฏิบัติและ
แนวปฏิบัตขิ องโรงเรยี น ทม่ี ีอยู เพ่อื ใหส อดคลอ งตามทก่ี ฎหมายกําหนดในอนาคต

-9-

บทที่ 3
ฐานทางกฎหมายสาํ หรบั การประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คล

โรงเรียนในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล ซึ่งไดเก็บรวบรวมและประมวลผลขอมูลสวนบุคคลที่มีอยูใน
โรงเรียนรวมถึงขอมูลที่มีความออนไหวของบุคคลตางๆ ที่เกี่ยวของกับโรงเรียนมีหนาที่ตองแจงการคุมครองขอมูลสวน
บุคคลใหแกเจาของขอมูลสวนบุคคลไดทราบมาตรา 23 ซึ่งการแจงดังกลาว โรงเรียนตองระบุวัตถุประสงคในการเก็บ
รวบรวมเพื่อการนาํ ขอมูลสวนบุคคลไปใชห รือเปดเผย โดยวตั ถุประสงคดงั กลาวตองเปนไปตามฐานทางกฎหมายท่ีใชใน
การประมวลผล

นอกจากการแจงการคุมครองขอมูลสวนบุคคลดังกลาว ในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลบางกิจกรรม
โรงเรียนอาจมีความจําเปนตองไดรับความยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบุคคลกอนหรือขณะประมวลผลขอมูลสวน
บุคคลน้นั ตามมาตรา 24 สําหรับขอ มลู สว นบุคคลทว่ั ไป และมาตรา 26 สาํ หรบั ขอ มลู ที่มีความออ นไหวดว ย

ดังน้ัน โรงเรียนจะวิเคราะหและปรับใชฐานทางกฎหมายใหเหมาะสมและถูกตอง เนื่องจากกิจกรรมการ
ประมวลผลขอมูลหน่ึง อาจสามารถปรับใชฐานทางกฎหมายไดมากกวาหน่ึงฐาน โรงเรียนจึงมีหนาท่ีระบุฐานทาง
กฎหมายที่ถูกตองและเหมาะสมตอการดําเนนิ ธุรกิจ เพ่ือแจงและอาจตอ งขอความยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบคุ คล
ดวย
3.1 ฐานทางกฎหมายสาํ หรบั การประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คลท่ีเป็ นขอ้ มลู ทว่ั ไป

ภายใตม าตรา 24 กําหนดฐานทางกฎหมายในการประมวลผลขอมูลสวนบคุ คลไว 7 ฐาน ไดแก
1. ฐานความยนิ ยอม (Consent)

โรงเรียนในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลสามารถประมวลผลขอมูลไดภายใตวัตถุประสงคที่ไดรับความ
ยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบุคคลไวเทาน้ัน ถือเปนฐานหลักที่จะทําใหเจาของขอมูลสวนบุคคลสามารถจัดการกับ
ขอมูลของตนเองไดอยางเต็มท่ี เน่ืองจากเม่ือเจาของขอมูลสวนบุคคลไดใหความยินยอมแกการประมวลผลภายใต
วตั ถุประสงคใ ด โรงเรียนยอ มสามารถดาํ เนนิ การไดอยา งจํากัดตามวตั ถุประสงคน น้ั เทาน้ัน และเจาของขอมูลสว นบุคคล
ยังมสี ทิ ธิเพิกถอนความยนิ ยอมของตนไดต ลอดเวลา โดยโรงเรยี นตอ งกาํ หนดวธิ ีการเพิกถอนความยนิ ยอมใหมคี วามงาย
ในระดบั เดียวกับการขอความยินยอม เพอื่ ไมใ หเปนการขัดขวางการใชสทิ ธิของเจา ของขอ มลู สวนบคุ คล

นอกจากนี้ หากกรณีเจาของขอมูลสวนบุคคลเปนผูเยาว โรงเรียนพึงตองระมัดระวังเปนพิเศษเน่ืองจาก
ความสามารถของผูเยาวในการเขาใจวัตถุประสงคและรายละเอียดของการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลน้ันไมเทากับ
บคุ คลทีบ่ รรลนุ ติ ิภาวะ และในการขอความยินยอมนั้น โรงเรยี นตอ งดาํ เนนิ การตามมาตรา 20 ดงั ตอ ไปนี้

- 10 -

1) กรณีท่ีการใหความยินยอมของผูเยาวไมใชการใดๆ ที่ผูเยาวอาจใหความยินยอมไดโดลําพังตามเง่ือนไข
ของประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย12 โรงเรียนตองไดรับความยินยอมจากผูใชอ ํานาจปกครองที่มีอํานาจกระทาํ การ
แทนผเู ยาวน ัน้ ดว ย

2) กรณีท่ีผูเยาวมีอายุไมเกิน 10 ป โรงเรียนตองขอความยินยอมจากผูใชอํานาจปกครองที่มีอํานาจกระทํา
การแทนผเู ยาว

โรงเรียนยังมีความจําเปนตองขอความยินยอมจากผูอนุบาลหากเจาของขอมูลสวนบุคคลเปนคนไร
ความสามารถ และขอความยินยอมจากผูพิทกั ษห ากเจา ของขอ มลู สว นบคุ คลเปน คนเสมอื นไรค วามสามารถ
2. ฐานความจําเปนในการปฏบิ ัติตามสญั ญา (Contract)

การประมวลผลขอมูลที่มีความจําเปนตอการปฏิบัติตามสัญญา เชน สัญญาซ้ือขาย หรือสัญญาใหบริการ การ
รับ-สงสินคา การใหบริการ การชําระหรือรับชําระราคา การรับสมัคร เปนตน และยังรวมถึงการประมวลผลเพ่ือปฏิบัติ
ตามคําขอของเจาของขอมูลสวนบุคคลกอนท่ีจะเขาทําสัญญา เชน การตรวจสอบขอมูลสวนบุคคลกอนการทําสัญญา
ใหบ รกิ าร การสมั ภาษณ การคดั เลอื กบุคคลหรือคณุ สมบัติของบคุ คล เปน ตน

ทั้งน้ี ฐานการปฏิบัติตามสัญญา มักเปนฐานหลักท่ีผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล (รวมถึงโรงเรียน) ใชในการเก็บ
รวบรวมและใชขอมูลสวนบุคคล โดยไมจําเปนตองไดรับความยินยอมจากเจาของขอมูลสวนบุคคล อนึ่ง ขอจํากัดของ
ฐานการปฏิบตั ติ ามสัญญา คอื ไมสามารถใชเปนเหตุผลในการประมวลผลขอ มลู ทีม่ คี วามออ นไหว (Sensitive Data) ได
3. ฐานเอกสารประวตั ิศาสตร จดหมายเหตุ และการศึกษาวจิ ยั หรอื สถิติ (Research)

ฐานท่ีใชในการประมวลผลเม่ือมีความจําเปนในการจัดทําเอกสารประวัติศาสตร จดหมายเหตุ หรือการวิจัย
สถิติ โดยการประมวลผลขอมลู สวนบคุ คลดวยฐานนี้ จะตองดาํ เนินการตามท่ีคณะกรรมการประกาศกําหนด ดวยเหตนุ ี้
โรงเรียน จําเปนตองติดตามประกาศและแนวทางที่เกี่ยวของ หากมีความจําเปนตองกลาวอางฐานน้ี สําหรับการ
ประมวลผล
4. ฐานประโยชนสาํ คัญตอ ชีวติ (Vital Interest)

ฐานที่จําเปนตองประมวลผลขอมูลสวนบุคคลเพื่อปองกันหรือระงับอันตรายตอชีวิต รางกาย หรือสุขภาพ
เจาของขอมูลสวนบุคคลหรือบุคคลอ่ืนๆ เชน กรณีการใหบริการทางการแพทยฉุกเฉิน การชวยเหลือฉุกเฉินดาน
มนุษยธรรม หรือกรณีที่เจาของขอมูลสวนบุคคลเกิดการเจ็บปวยจนไมสามารถใหความยินยอมในขณะน้ันได เปนตน
ฐานนี้มักใชในกรณีทีม่ คี วามจําเปนตองประมวลผลขอมลู สุขภาพ หรอื ขอมลู ที่มคี วามออ นไหว (Sensitive Data) อน่ื ๆ

2 มาตรา 22 มาตรา 23 หรอื มาตรา 24 แหง ประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ย

- 11 -

5. ฐานการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย (Legal Obligation)
ฐานในการประมวลขอ มลู สว นบุคคลทจี่ ําเปนตอ การปฏิบัติหนาทท่ี โี่ รงเรยี นมีตามกฎหมาย หรือตองปฏบิ ตั ิตาม

คําสงั่ ของหนว ยงานของรัฐทีมีอํานาจตามกฎหมาย รวมถึงเพ่อื การกอตัง้ สิทธิเรียกรองตามกฎหมาย การปฏบิ ัตติ ามหรือ
การใชส ทิ ธเิ รยี กรอ งตามกฎหมาย หรือการยกข้ึนตอสูสิทธเิ รียกรอ งตามกฎหมาย (Legal Claim) ดว ย
6. ฐานภารกิจของรฐั (Public Task)

ฐานในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลท่ีจําเปนตอการดําเนินการตามภารกิจของรัฐหรืออํานาจรัฐ และ
โดยท่ัวไป มักเปนเจาหนาที่ของรัฐหรือองคกรของรัฐที่สามารถใชอํานาจรัฐตามกฎหมายในการดําเนินการได ดังนั้น
โรงเรียนในฐานะผูประกอบการภาคเอกชนจงึ ไมสามารถประมวลผลขอมูลสวนบุคคลภายใตฐานน้ี เน่ืองจากไมมีอํานาจ
รฐั ตามกฎหมายท่ีกาํ หนดไว
7. ฐานประโยชนโดยชอบดว ยกฎหมาย (Legitimate Interest)

ฐานที่ใชในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลในกรณีท่ีโรงเรียนมีความจําเปนตอการดําเนินการเพ่ือประโยชน
โดยชอบดวยกฎหมายของโรงเรียน ท้ังน้ี โรงเรียนจําเปนตองพิจารณาดําเนินการดวยความระมัดระวังโดยไมใหเกิน
ขอบเขตที่เจาของขอ มูลสวนบุคคลจะพงึ คาดหมายได และประโยชนทโ่ี รงเรียนจะไดร ับจากการดําเนนิ การน้ันจะตอ งไม
สําคญั นอยกวาสิทธิขั้นพื้นฐานของเจาของขอ มูลสว นบุคคลดวย

ทั้งนี้ โรงเรียนพึงตระหนักดวยวา การกลาวอางฐานประโยชนโดยชอบดวยกฎหมายนี้ อาจถูกเจาของขอมูล
สวนบุคคลใชสทิ ธิคัดคานหรือโตแยงได โดยเฉพาะอยางย่ิง ในกรณีที่การประมวลผลขอมูลสวนบุคคลนั้น เปนขอมูลท่ีมี
ความออนไหว ประโยชนโดยชอบดวยกฎหมายที่โรงเรียนจะกลาวอางไดนั้น ตองเปนประโยชนสาธารณะท่ีสําคัญ
(Substantial Public Interest) เทาน้ัน โดยโรงเรียนจําเปนตองจัดใหมีมาตรการท่ีเหมาะสมเพื่อคุมครองสิทธิข้ัน
พ้นื ฐานและประโยชนของเจาของขอ มูลสวนบคุ คล

โรงเรียนจะพิจารณาฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมสาํ หรับการประมวลผลขอมูลสวนบคุ คล ซ่ึงโรงเรียนสามารถ
ดาํ เนนิ การไดโดยไมจ ําเปน ตอ งไดรับความยินยอมจากเจาของขอมูลสว นบุคคลเปน อนั ดบั แรกกอน เชน ฐานความจาํ เปน
ในการปฏิบัติตามสัญญา ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือฐานประโยชนโดยชอบดว ยกฎหมาย (กรณีท่ีมีความจําเปน)
เปนตน เมื่อไมสามารถกลาวอางฐานกฎหมายท่เี ปนขอยกเวนได เม่ือน้ัน โรงเรียนจึงมีความจําเปน ตองขอความยินยอม
จากเจา ของขอ มลู สวนบคุ คลตอไป
3.2 การระบฐุ านทางกฎหมายสําหรบั การประมวลผลขอ้ มลู ที่มีความอ่อนไหว

หากเปน การประมวลผลขอมูลที่มีความออนไหว โรงเรียนตองพิจารณาฐานในการประมวลผลขอมูลสว นบุคคล
ท่ีมีความออนไหวตาม มาตรา 26 ดวย โรงเรียนไมสามารถประมวลผลขอมูลที่มีความออนไหวเพ่ือความจําเปนในการ
ปฏิบตั ิตามสัญญา (Contract) และเพื่อประโยชนโดยชอบดว ยกฎหมายของโรงเรียน (Legitimate Interest) ได

- 12 -

ดังน้ัน โรงเรียนอาจจําเปนตองไดรับความยินยอมโดยชัดแจงจากเจาของขอมูลสวนบุคคลกอนหรือขณะเก็บ
รวบรวมขอมูลที่มีความออนไหวน้ัน หากไมสามารถกลาวอางขอยกเวนดังตอไปนี้ ที่จะทําใหโรงเรียนไมตองขอความ
ยนิ ยอมจากเจา ของขอ มูลสวนบคุ คลได

1. เพ่ือปองกันหรือระงับอันตรายตอชีวิต รางกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจาของขอมูลสวนบุคคลไม
สามารถใหค วามยินยอมไดไ มวาดว ยเหตใุ ดก็ตาม (Vital Interest)

2. เปนการดําเนินกิจกรรมโดยชอบดวยกฎหมายทมี่ ีการคุมครองที่เหมาะสมของมลู นิธิ สมาคม หรือองคกร
ท่ีไมแสวงหากําไรท่ีมีวัตถุประสงคเก่ียวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงานใหแกสมาชิก ผูซึ่งเคยเปน
สมาชิก หรือผูซ่ึงมีการติดตออยางสมํ่าเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองคกรท่ีไมแสวงหากําไรตามวัตถุประสงคดังกลาว
โดยไมไดเ ปดเผยขอมูลสวนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนธิ ิ สมาคม หรือองคกรท่ีไมแสวงหากําไรนั้น ซึ่งมูลนิธิ สมาคม
หรือองคกรท่ไี มแสวงหากาํ ไร สามารถอางองิ ขอยกเวน นไ้ี ด

3. เปนขอ มูลที่เปดเผยตอ สาธารณะดว ยความยนิ ยอมโดยชดั แจงของเจา ของขอ มูลสว นบคุ คล
4. เปนความจําเปนเพื่อการกอต้ังสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใชสิทธิเรียกรองตาม
กฎหมาย หรือการยกขนึ้ ตอ สูสทิ ธิเรียกรอ งตามกฎหมาย (Legal Claim)
5. เปนการจาํ เปน ในการปฏิบตั ติ ามกฎหมายเพ่ือใหบ รรลุวัตถปุ ระสงคเก่ียวกบั

1) เวชศาสตรปองกันหรืออาชีวเวชศาสตร การประเมินความสามารถในการทํางานของลูกจาง การ
วินิจฉัยโรคทางการแพทย การใหบริการดานสุขภาพหรือดานสังคม การรักษาทางการแพทย การจัดการดานสุขภาพ
หรือระบบและการใหบริการดานสังคมสงเคราะห ทั้งนี้ ในกรณีท่ีไมใชการปฏิบตั ิตามกฎหมายและขอมูลสว นบุคคลนนั้
อยูในความรับผิดชอบของผูประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผูมีหนาท่ีรักษาขอมูลสวนบุคคลนั้นไวเปนความลับตาม
กฎหมาย ตองปฏิบัตติ ามสญั ญาระหวางเจาของขอมูลสว นบคุ คลกบั ผูประกอบวิชาชพี ทางการแพทย

2) ประโยชนสาธารณะดานการสาธารณสุข เชน การปองกันดานสุขภาพจากโรคติดตออันตรายหรือ
โรคระบาดท่ีอาจติดตอหรือแพรเขามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพของยา เวชภัณฑ หรือ
เคร่อื งมอื แพทย ซง่ึ ไดจ ดั ใหม ีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพอื่ คมุ ครองสทิ ธแิ ละเสรีภาพของเจาของขอมูลสวนบคุ คล
โดยเฉพาะการรักษาความลับของขอมลู สว นบุคคลตามหนาที่หรอื ตามจรยิ ธรรมแหงวชิ าชีพ

3) การคุมครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแหงชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการ
รกั ษาพยาบาลของผูมสี ิทธติ ามกฎหมาย การคุมครองผูประสบภัยจากรถ หรือการคมุ ครองทางสงั คม ซ่งึ การเกบ็ รวบรวม
ขอมูลสวนบุคคลเปนสิ่งจําเปนในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหนาที่ของผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลหรือเจาของขอมูลสวน
บคุ คล โดยไดจ ัดใหม มี าตรการทเ่ี หมาะสมเพื่อคมุ ครองสทิ ธขิ น้ั พื้นฐานและประโยชนของเจาของขอ มูลสว นบุคคล

4) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร ประวัติศาสตร หรือสถิติ หรือประโยชนสาธารณะอื่น ทั้งน้ี ตอง
กระทําเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคดงั กลาวเพียงเทาท่ีจําเปนเทาน้นั และไดจัดใหมีมาตรการทเ่ี หมาะสมเพ่ือคุมครองสทิ ธิ
ข้ันพน้ื ฐานและประโยชนข องเจาของขอ มูลสวนบุคคล ตามทีค่ ณะกรรมการประกาศกาํ หนด

5) ประโยชนสาธารณะที่สําคัญ (Substantial Public Interest) โดยไดจัดใหมีมาตรการที่เหมาะสม
เพอื่ คุมครองสทิ ธขิ ้นั พ้นื ฐานและประโยชนข องเจา ของขอ มลู สว นบคุ คล

โรงเรียนตองแยกแยะและวิเคราะหกิจกรรมการประมวลผลขอมูลท่ีมีความออนไหว เพ่ือปรับใชฐานทาง
กฎหมายท่อี าจเปน ขอยกเวน ไมตองขอความยนิ ยอมจากเจา ของขอมูลสวนบคุ คลได ทงั้ นี้ หากโรงเรียน ไดพจิ ารณาแลว
วา ไมสามารถปรบั เขา กบั ขอยกเวน ใดๆ ดงั กลาวขา งตน ได โรงเรยี นจงึ มคี วามจําเปน ตองขอความยนิ ยอมโดยชัดแจงจาก
เจาของขอ มูลสว นบุคคลตามกฎหมาย

- 13 -

บทที่ 4
การจดั ทําเอกสารทางกฎหมาย

เพ่อื ใหโรงเรยี นดาํ เนนิ การไดครบถว นตามทก่ี ฎหมายคมุ ครองขอมูลสว นบคุ คลกาํ หนด โรงเรยี นตองพจิ ารณา
จดั ทาํ เอกสารทางกฎหมายดังตอ ไปนี้

เจาของขอมลู สวนบคุ คล รายการเอกสาร
1. ผสู มคั รเรียน นักเรียน 1.1 นโยบายคมุ ครองขอ มลู สวนบุคคล (Privacy Notice) สาํ หรับ ผูสมคั รเรยี น
ผปู กครอง
2. ผูส มคั รงาน ครู พนักงาน นักเรยี น และผปู กครอง
กรรมการบรหิ ารสถานศึกษา 1.2 หนงั สอื ขอความยนิ ยอมสาํ หรับผปู กครองในการประมวลผลขอมูลสว นบุคคล

3. คูคา คสู ญั ญา ผมู าตดิ ตอ ของนักเรียน
4. เอกสารอนื่ ๆ 1.3 หนงั สอื ขอความยนิ ยอมสําหรับผปู กครองในการประมวลผลขอมลู สวนบคุ คล

ของผสู มคั รเรยี น
2.1 นโยบายคุมครองขอ มลู สว นบุคคล (Privacy Notice) สาํ หรับ ครู พนกั งาน

กรรมการบริหารสถานศกึ ษา
2.2 นโยบายคมุ ครองขอ มลู สว นบคุ คล (Privacy Notice) สาํ หรับ ผสู มัครงาน
2.3 ขอความขอความยินยอมเพอ่ื ใหเกบ็ รวบรวมขอมลู สว นบคุ คลจากบัตร

ประจาํ ตวั ประชาชน
2.4 หนงั สือขอความยนิ ยอมสาํ หรับ ผสู มคั รงาน
2.5 หนังสือขอความยนิ ยอมสาํ หรบั ครู พนกั งาน
3.1 นโยบายคุมครองขอ มูลสวนบคุ คล (Privacy Notice) สาํ หรับ คคู า
3.2 นโยบายคุมครองขอ มูลสวนบุคคล (Privacy Notice) สาํ หรับ ผูมาติดตอ
4.1 แบบคําขอใชสทิ ธิของเจาของขอ มลู สว นบคุ คล
4.2 แบบฟอรมคําขอใหเปดเผยขอมูลสวนบคุ คลใหหนวยงานราชการ
4.3 หนงั สอื แจงผลการพิจารณาการรอ งขอขอมลู สวนบคุ คลโดยหนว ยงานราชการ
4.4 นโยบายคกุ กี้ (Cookies Policy)
4.5 คกุ ก้แี บนเนอร (Cookies Banner)
4.6 นโยบายคมุ ครองขอ มลู สวนบคุ คลเกีย่ วกับการใชกลอ งวงจรปด (CCTV)
4.7 ขอความเพมิ่ เตมิ ในใบสมคั รงาน
4.8 ขอกําหนดเพิม่ เตมิ ในใบลาออก
4.9 ขอเพมิ่ เตมิ ในสญั ญาจา งแรงงาน
4.10 สัญญาประมวลผลขอ มูลสว นบคุ คล

โรงเรียนตองพิจารณาการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลและวัตถุประสงคของการประมวลผลขอมูลสวนบคุ คล
รวมถงึ พจิ ารณาระยะเวลานการเก็บรักษาขอ มลู สว นบคุ คล การลบและทําลายขอมลู สวนบุคคลเม่อื ถงึ กาํ หนดระยะเวลา
ในการเก็บรักษา และวิเคราะหฐานทางกฎหมายในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลเพื่อท่ีสามารถแกไขใหเอกสารทาง
กฎหมายใหเปนไปตามขอเท็จจริงของโรงเรียนได อีกท้ัง โรงเรียนตองพจิ ารณาวธิ ีการนําเอกสารทางกฎหมายเหลานไ้ี ป
ปรับใชใหถ ูกตอ งและเหมาะสมกบั บริบทของโรงเรยี น

- 14 -

เอกสารที่ 1.1

นโยบายคุม ครองขอ มลู สวนบุคคล (Privacy Notice)
สาํ หรับ ผูส มัครเรยี น นกั เรียน และผูปกครอง

[ช่ือโรงเรียน] (“โรงเรียนฯ”) ใหความสําคัญและเคารพความเปนสวนตัวและตระหนักถึงการคุมครองขอมูล
สวนบุคคล รวมถึงการรักษาความม่ันคงปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวน
บคุ คล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคมุ ครองขอมูลสว นบคุ คล”) และกฎหมายอื่นทเ่ี กี่ยวของ

โรงเรียนฯ จึงประกาศนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือแจง
รายละเอียดการคุมครองขอมูลสวนบคุ คลและการจัดการเพ่ือรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานในฐานะ
ผูสมัครเรียน นักเรียน และผูปกครอง เพื่อใหทานมั่นใจวาขอมูลสวนบุคคลท่ีโรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย
(รวมเรียกวา “ประมวลผล” หรอื “การประมวลผล”) ไดร บั ความคมุ ครองและเปน ไปตามกฎหมายคมุ ครองขอมูลสวน
บคุ คล

1. คํานยิ าม

“ขอมลู สว นบุคคล” หมายถงึ ขอมูลเกย่ี วกับบคุ คลธรรมดา ซึ่งทาํ ใหสามารถระบุตัวบคุ คลนน้ั ได ไมวา ทางตรง
หรือทางออม แตไมร วมถงึ ขอมลู ของผูถึงแกก รรมโดยเฉพาะ

“ขอมูลสวนบุคคลที่ออนไหว” หมายถึง ขอมูลสวนบุคคลท่ีถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 แหงพระราชบัญญัติ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ไดแก ขอมูลเชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ
ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูล
พันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือขอมูลอื่นใดซ่ึงกระทบตอ เจาของขอมูลสวนบุคคลในทํานองเดียวกันตามที่คณะกรรมการ
คุมครองขอ มลู สว นบคุ คลประกาศกาํ หนด

2. ขอมูลสวนบุคคลที่เกบ็ รวบรวม

ขอ มลู สวนบุคคลของทา นทโี่ รงเรยี นฯ เก็บรวบรวม ใช หรอื เปดเผย รวมถงึ แตไ มจาํ กดั เพียงขอมูลสว นบคุ คลตาม
ประเภทดังตอ ไปนี้

เจา ของขอมูล ขอ มูลสวนบคุ คลท่เี กบ็ รวบรวม
สวนบุคคล 1) ขอมูลสวนตัว เชน ช่ือ นามสกุล คํานําหนาช่ือ เพศ วันเดือนปเกิด รูปถาย อายุ สัญชาติ
1. ผูสมัครเรยี น
สถานที่เกดิ เลขบัตรประชาชน
2) ขอมูลการติดตอ เชน หมายเลขโทรศัพท ทีอ่ ยู
3) ขอมูลที่ปรากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สําเนาทะเบียนบาน สําเนาสูติบัตร สําเนา

บตั รประชาชน

- 15 -

2. นกั เรยี น 4) ขอมูลการศึกษา เชน ระดับการศึกษา ชั้นเรียน วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา ผลการ
3. ผูป กครอง เรียน ผลการทดสอบ ผลการประเมนิ จํานวนหนว ยกิต ขอ มูลความประพฤติ

5) ขอ มลู สวนบุคคลของผปู กครอง เชน ช่ือ นามสกุล ท่อี ยู เบอรโทรศัพท
6) ขอ มลู สวนตัวอ่นื ๆ เชน การบนั ทกึ ภาพจากกลองวงจรปด
7) ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว เชน ขอมูลสุขภาพ ศาสนา ขอมูลท่ีปรากฏในสําเนาบัตร

ประชาชน เชน ศาสนา เช้ือชาติ และหมโู ลหิต ซ่งึ โรงเรียนฯ ไดรบั ความยนิ ยอมโดยชดั แจง
จากทาน หรอื มีความจําเปน ตามที่กฎหมายอนญุ าตใหด ําเนินการได
1. ขอมูลสวนตัว เชน ชื่อ นามสุกล คํานําหนาชื่อ ชื่อเลน เพศ วันเดือนปเกิด รูปถาย อายุ
สัญชาติ สถานท่ีเกิด เลขบัตรประชาชน น้ําหนัก สวนสูง รหัสประจําตัวนักเรียน ชองทาง
ตดิ ตอในโซเชียลมเี ดีย Line ID
2. ขอ มูลการตดิ ตอ เชน หมายเลขโทรศัพท ทอี่ ยู ชองทางติดตอในโซเชยี ลมีเดยี Line ID
3. ขอมูลท่ีปรากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สําเนาทะเบียนบาน สําเนาสูติบัตร สําเนา
บตั รประชาชน
4. ขอ มลู การศกึ ษา เชน ระดับการศกึ ษา ชัน้ เรยี น หองเรยี น วุฒกิ ารศกึ ษา สถาบันการศกึ ษา
ประวัติการศึกษา ผลการเรียน ผลการทดสอบ การลงทะเบียนวิชาเรียน ผลการประเมิน
จาํ นวนหนวยกติ ขอมูลพฤติกรรม ขอ มูลความประพฤติ
5. ขอมลู การใชง านและการเขาถึงระบบสารสนเทศ เชน username password
6. ขอ มลู สว นบคุ คลของผูป กครอง เชน ชอ่ื นามสกุล ที่อยู เบอรโทรศัพท
7. ขอมูลสวนตวั อนื่ ๆ เชน การบันทกึ ภาพจากกลองวงจรปด
8. ขอ มลู สว นบุคคลที่ออนไหว เชน ขอ มลู สขุ ภาพ ขอ มลู ความพิการ ศาสนา ขอมูลทีป่ รากฏ
ในสําเนาบัตรประชาชน เชน ศาสนา เชื้อชาติ และหมูโลหิต ซ่ึง โรงเรียนฯ ไดรับความ
ยินยอมโดยชัดแจงจากทาน หรอื มคี วามจําเปนตามทีก่ ฎหมายอนุญาตใหด าํ เนนิ การได
1. ขอมูลสวนตัว เชน ช่ือ นามสุกล คํานําหนาชื่อ เพศ วันเดือปเกิด อายุ สัญชาติ เลขบัตร
ประชาชน
2. ขอมูลสถานภาพ เชน สถานภาพสมรส
3. ขอมูลการติดตอ เชน หมายเลขโทรศัพท ท่ีอยู สถานที่ทํางาน ชองทางติดตอในโซเชียล
มเี ดีย Line ID
4. ขอ มลู ทป่ี รากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สาํ เนาทะเบียนบาน สาํ เนาบัตรประชาชน
5. ขอ มลู เกี่ยวกบั การทํางาน เชน ตาํ แหนงงาน อตั ราเงนิ เดือน อาชพี
6. ขอมลู การใชงานและการเขาถงึ ระบบสารสนเทศ เชน username password
7. ขอ มูลสวนบคุ คลที่ออนไหว เชน ขอ มลู ทป่ี รากฏในสาํ เนาบัตรประชาชน เชน ศาสนา เช้อื
ชาติ และหมูโลหิต ซ่ึง โรงเรียนฯ ไดรับความยินยอมโดยชัดแจงจากทาน หรือมีความ
จาํ เปนตามท่ีกฎหมายอนุญาตใหด าํ เนนิ การได

3. แหลง ท่ีมาของขอ มูลสว นบคุ คล

3.1 โรงเรยี นฯ เกบ็ รวบรวมขอ มูลสว นบคุ คลจากทานโดยตรง ไมว าจะเปน การใหข อมูลผา นชองทางใหบ ริการตางๆ
เชน ชองทางการตดิ ตอ ข้นั ตอนการสมคั รเรยี น ลงทะเบยี นเรียน ลงนามในสัญญา เอกสาร ทาํ แบบสาํ รวจหรือ

- 16 -

ใชงาน บริการ การใหขอมูลของทา นผานชอ งทางอิเล็กทรอนิกสต างๆ หรือชองทางใหบริการอ่ืนที่ควบคุมดูแล
โดยโรงเรยี นฯ และชอ งทางท่ีจาํ เปนแกก ารใหบริการทางการศกึ ษา และการจดั กจิ กรรมทางการศกึ ษา
3.2 โรงเรียนฯ อาจไดรับขอมูลสวนบุคคลของทานจากแหลงอื่น เชน ผูปกครอง บิดามารดา หนวยงานภาครัฐ
เปน ตน

4. วตั ถปุ ระสงคก ารประมวลผลขอ มลู สวนบคุ คล

โรงเรยี นฯ ประมวลผลขอ มลู สวนบุคคลทา นทโ่ี รงเรยี นฯ เกบ็ รวบรวมไว เพ่อื วัตถปุ ระสงคดังตอ ไปน้ี

เจาของขอมูล วัตถปุ ระสงคการประมวลผลขอ มูลสว นบคุ คล
สวนบคุ คล 1. เพื่อพิจารณาดําเนินการตามคําขอของทานกอนการเขาทําสัญญา เชน เพื่อการสมัครเขา
1. ผสู มคั รเรยี น
2. นกั เรยี น เรียน การทดสอบ การพิจารณา การตรวจคุณสมบัติ การสัมภาษณ การคัดเลือก การ
ติดตอส่ือสาร การสงขอมูลขาวสารที่เกี่ยวของกับการสมัครเรียน การยืนยันตัวตน หรือ
วิธีการอนื่ ใดเพอื่ ใหไดมาซึง่ นักเรียน
2. เพื่อประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การอขอรับเงินสนับสนุนจากหนวยงานฝาย
การศึกษาสังฆมณฑลกรุงเทพฯ การบันทึกภาพผานกลอง CCTV การรักษาความปลอดภัย
ของบุคคลและทรัพยส นิ
3. เพือ่ ปฏิบตั ติ ามกฎหมายท่เี กย่ี วขอ งกบั การใหบ รกิ ารการศึกษาขนั้ พื้นฐาน เชน การขอรับเงนิ
สนับสนุนจากสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ การ
นําสงขอมูลใหแกหนวยงานราชการตามที่กฎหมายกําหนด การปฏิบัติตามคําส่ังศาลหรือ
คําส่ังของพนักงานเจาหนาที่ตามกฎหมาย การชําระคาธรรมเนียมตามกฎหมาย การกอตั้ง
หรือใชสิทธเิ รียกรอ งตามกฎหมายหรือทางศาล เปน ตน
4. โรงเรยี นฯ ขอความยนิ ยอมโดยชัดแจงในกรณีดังตอ ไปนี้
1) การเกบ็ ขอมูลสว นบุคคลทอี่ อ นไหว ไดแ ก ศาสนา และขอ มลู สุขภาพในกระบวนการรับ

สมัครนกั เรยี น
2) การเกบ็ สาํ เนาบัตรประจาํ ตัวประชาชน (ซง่ึ ปรากฎขอ มูลสวนบคุ คลที่ออ นไหว เชน

เช้ือชาติ ศาสนา หมโู ลหติ ) เพ่อื ยืนยนั ตัวบุคคล
1. เพ่ือการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งทานเปนคูสัญญาหรือ เพื่อใชในการดําเนินการตามคําขอของ

ทานกอนเขาทําสัญญาน้ัน และ เพื่อการปฏิบัติหนาท่ีในการดําเนินภารกิจเพ่ือประโยชน
สาธารณะของโรงเรียนฯ เชน การใหบ ริการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน การจดั การเรยี นการสอน
การติดตอส่ือสาร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตางๆ การวางแผนการเรียนการสอน
การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู การวัดผลและประเมินผล การจัดกิจกรรมแนะ
แนว การดําเนินการเทียบโอนผลการเรียน การจัดทําประวัติ/ทะเบียนนกั เรียน เพ่ือจัดทํา
ผลการเรียน/ประกาศนียบัตร การตรวจสุขภาพและวัดสมรรถนะทางรางกาย การจัดทํา
ทะเบียนแสดงผลการเรียน การจัดการการลาปวย ลากิจ การบันทึกพฤติกรรม การดูแล
นักเรียน การพิจารณาจัดสวัสดิการ การสงขอมูลขาวสารท่ีเก่ียวของกับการเรียนการสอน
การตรวจสอบ/สอบสวน/ดาํ เนนิ การเพื่อใหเ ปนไปตามกฎและระเบยี บของโรงเรียนฯ

- 17 -

3. ผูป กครอง 2. เพ่ือประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การใหบริการทางการแพทย การพยาบาล การ
สาธารณสุข การประชาสัมพันธ การทําแบบสอบถาม การสัมภาษณ การสํารวจความ
คิดเห็น หรือกิจกรรมการใดๆ กับนักเรียน การขอรับเงินสนับสนุนจากหนวยงานตนสงั กัด
สาํ นักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน การดําเนนิ งานดานศิษยเ กา สัมพนั ธ การ
บนั ทึกภาพผานกลอง CCTV เพอ่ื การรักษาความปลอดภยั ของบคุ คลและทรพั ยสนิ

3. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับการใหบริการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เชน การดําเนนิ
กจิ กรรมใดๆ ทางบญั ชีและการเงิน เชน การตรวจสอบบัญชี การแจงและเรียกเก็บหน้ี การ
ออกใบกํากับภาษี และหลักฐานการดําเนินธุรกรรมตาง ๆ ที่กฎหมายกําหนด การขอรับ
เงินสนับสนุนจาก สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
การเก็บและใชขอมูลสวนบุคคลตามท่ีกฎหมายกําหนด การนําสงขอมูลใหแกหนวยงาน
ราชการตามที่กฎหมายกําหนด การปฏิบัติตามคําสั่งศาลหรือคําสั่งของพนักงานเจาหนา ที่
ตามกฎหมาย การชําระคาธรรมเนียมตามกฎหมาย การกอต้ังหรือใชสิทธิเรียกรองตาม
กฎหมายหรือทางศาล เปนตน

4. โรงเรียนฯ ขอความยนิ ยอมในกรณีดังตอไปนี้
1) การนําภาพถา ยของนกั เรียนลงในสื่อประชาสมั พันธข องโรงเรียนฯ
2) การจัดทําประกันอบุ ตั เิ หตใุ หแ กน ักเรียน

5. โรงเรยี นฯ ขอความยินยอมโดยชดั แจงในกรณดี ังตอไปนี้
1) การเกบ็ ขอมูลสว นบคุ คลทอ่ี อนไหว ไดแก ขอ มลู สขุ ภาพ เพ่อื การตรวจสขุ ภาพ วัด
สมรรถนะทางรา งกาย การจัดการการฉดี วัคซนี
2) การเก็บสาํ เนาบตั รประจาํ ตัวประชาชน (ซงึ่ ปรากฎขอ มลู สว นบคุ คลทอ่ี อนไหว เชน เชื้อ
ชาติ ศาสนา หมโู ลหิต) เพ่อื ยืนยันตัวบคุ คล

1. เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซ่ึงทานเปนคูสัญญาหรือ เพื่อใชในการดําเนินการตามคําขอของ
ทา นกอนเขา ทาํ สญั ญานัน้ เชน การสมคั รเรียนของนักเรียน การชําระเงินคาเรยี น การออก
ใบรับเงิน การชําระเงินคากิจกรรม การติดตอสื่อสาร การสงขอรองเรียนใดๆ เก่ียวกับ
นกั เรียน

2. เพื่อประโยชนอ ันชอบดว ยกฎหมาย เชน การบันทึกภาพผานกลอง CCTV การรักษาความ
ปลอดภยั ของบคุ คลและทรัพยสิน

3. เพ่ือปฏิบัติตามกฎหมายที่เก่ียวของกับการใหบริการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เชน ดําเนิน
กิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เชน การตรวจสอบบัญชี การแจงและเรียกเก็บหน้ี
การออกใบกํากับภาษี และหลักฐานการดาํ เนนิ ธุรกรรมตาง ๆ ท่ีกฎหมายกําหนด การเก็บ
ขอมูลสวนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด การนําสงขอมูลใหแกหนวยงานราชการตามท่ี
กฎหมายกําหนด การปฏิบัติตามคําส่ังศาลหรือคําส่ังของพนักงานเจาหนาท่ีตามกฎหมาย
การชําระคา ธรรมเนียมตามกฎหมาย การกอตั้งหรือใชสิทธิเรียกรองตามกฎหมายหรือทาง
ศาล เปนตน

4. โรงเรียนฯ ขอความยินยอมโดยชัดแจงในการเก็บสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ซึ่ง
ปรากฎขอ มูลสว นบคุ คลทอ่ี อ นไหว เชน เชอ้ื ชาติ ศาสนา หมูโลหติ ) เพอ่ื ยนื ยนั ตวั บคุ คล

- 18 -

5. ขอมูลสว นบคุ คลของผเู ยาว
กรณีท่ีโรงเรียนฯ ประมวลผลขอมูลสวนบุคคลของผูสมัครเรียน และนักเรียนท่ีเปนผูเยาว โรงเรียนฯ ตองให

บิดามารดา ผูปกครอง หรือผูใชอํานาจปกครองท่ีมีอํานาจกระทําแทนผูเยาวใหความยินยอมดวย เวนแตในกรณีที่
กฎหมายอนุญาตใหผูเยาวใหความยนิ ยอมเองได หากโรงเรียนฯ ทราบวามีการเก็บรวบรวมขอมูลสวนบคุ คลจากผูเยาว
โดยไมไ ดรับความยินยอมจากบิดามารดา ผปู กครอง หรือผใู ชอ าํ นาจปกครองที่มีอาํ นาจกระทําแทนผูเยาว โรงเรียนฯ จะ
ดาํ เนนิ การลบหรือทาํ ลายขอมูลนัน้ จากระบบของโรงเรียนฯ ทนั ที
6. การเปดเผยขอมลู สวนบคุ คลของทาน
6.1 โรงเรียนฯ จะไมเปดเผยขอมูลสวนบุคคลใหแกบุคคลอ่ืน เวนแตไดรับความยินยอมหรือมีความจําเปนตอง

เปดเผยหรือรายงานขอมลู สวนบคุ คลของทา นตอบุคคลอื่นโดยกฎหมายใหอํานาจกระทําไดโ ดยไมต องขอความ
ยินยอม หรือตองดําเนินการเพื่อใหเปนไปตามที่กฎหมายกําหนด เชน การเปดเผยใหแกกระทรวงศึกษาธิการ
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนตามทก่ี ฎหมายกําหนด
6.2 โรงเรียนฯ อาจแบงปน ขอมูลสวนบุคคลของทานตอบุคคลภายนอกเพ่ือดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบบญั ชี
การขอคําปรึกษาทางกฎหมาย การดําเนินคดี และดําเนินการอ่ืนใดท่ีจําเปนตอการใหบริการการศึกษาขั้น
พ้ืนฐานตามวัตถุประสงคที่ไดแจงไวในนโยบายฉบับนี้ เชน การเปดเผยใหกับสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สํานักงาน
คณะกรรมการสง เสรมิ การศึกษาเอกชน สํานักงานสาธรณสขุ อาํ เภอ
7. การเกบ็ รกั ษา ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภัย
7.1 โรงเรียนฯ เก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานเทาที่จําเปน เพ่ือบรรลุวตั ถุประสงคที่ไดแจงไวในนโยบายฉบบั น้ี
โดยพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานใหมีความเหมาะสมและสอดคลองกับ
ระยะเวลาตามสัญญา อายุความกฎหมาย รวมถึงความจําเปนท่ีตองเก็บขอมูลสวนบุคคลของทานตอไปตาม
ระยะเวลาทีจ่ ําเปน เพ่ือปฏิบตั ิตามกฎหมาย เพ่อื กอตง้ั สิทธเิ รยี กรองตามกฎหมาย หรอื การใชส ทิ ธเิ รียกรองตาม
กฎหมาย
7.2 กรณีที่ผสู มัครเรยี นไมผ า นการคดั เลอื กเปน นกั เรียน โรงเรยี นฯ ทําลายและลบขอมูลสวนบคุ คลของผูสมคั รเรียน
ทไ่ี มผ า นการคัดเลอื ก และผปู กครองออกจากระบบของโรงเรียนฯ ทันที
7.3 กรณีท่ที า นผา นการคัดเลอื กเปนนักเรียน และเขา มาเปน นกั เรยี นของโรงเรยี นฯ โรงเรยี นฯ เกบ็ รกั ษาขอ มลู สวน
บุคคลตามระยะเวลาท่ีจําเปนเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคในการใหบริการการศึกษาข้ันพื้นฐานและตามท่ี
กฎหมายกาํ หนด และภายหลังจากทที่ านสําเรจ็ การศกึ ษา โรงเรยี นฯ จะเกบ็ ขอ มลู สว นบคุ คลของทานตอ ไปอีก
ตามทก่ี ฎหมายกําหนด
7.4 กรณีที่ทานเปน ผูปกครองของนกั เรียน โรงเรียนฯ เก็บรักษาขอ มูลสวนบุคคลตอไปในระยะเวลาที่จาํ เปน เพ่ือให
บรรลุวัตถุประสงคในการใหบริการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของนักเรียน และเมื่อนักเรียนสําเร็จการศึกษา โรง
เรยี นฯ จะทาํ การทาํ ลายและลบขอมลู สว นบุคคลของผูป กครองออกจากระบบของโรงเรยี นฯ

- 19 -

7.5 โรงเรียนฯ จัดใหมีระบบการตรวจสอบเพ่ือดําเนินการลบหรือทําลายขอมูลสวนบุคคลเมื่อพนกําหนด
ระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไมเก่ียวของหรือเกินความจําเปนตามวัตถุประสงคในการเก็บรวบรวมขอมูล
สว นบคุ คลนน้ั

7.6 โรงเรียนฯ กําหนดมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหมีความเหมาะสม
ครอบคลุมถึงความปลอดภัยในขอมูลที่จัดเก็บไวในรูปแบบของเอกสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส ระบบ
คอมพิวเตอรห รือเครอ่ื งมือตางๆ โดยดาํ เนนิ การเปน ไปตามมาตรฐานสากล เพือ่ ใหทา นมีความมน่ั ใจในระบบ
รักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของ โรงเรียนฯ โดยครอบคลมุ ถงึ การปอ งกันการสญู หาย การเขาถงึ
การใช การเปล่ียนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยมิชอบหรือกระทําการโดยปราศจากอาํ นาจ
โดยชอบดว ยกฎหมาย

7.7 โรงเรียนฯ จํากัดการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานเพื่อ
ปองกันมิใหมีการโจมตีหรือมีการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรหรือระบบอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียนฯ โดยไมได
รับอนุญาต รวมถึงเม่ือมีการเปดเผยขอมูลสวนบุคคลของทานแกบุคคลภายนอกเพ่ือดําเนินการประมวลผล
ขอมูลสวนบุคคลของทานหรือแกผูประมวลผลขอมูลสวนบคุ คล ขอใหทานม่ันใจวาโรงเรียนฯ จะดําเนินการ
กํากบั ดูแลบุคคลน้ันใหด ําเนนิ การอยางเหมาะสมเปน ไปตามคําสั่งของโรงเรยี นฯ

8. สทิ ธิของทา นในฐานะเจาของขอมลู สว นบุคคล
8.1 ภายใตก ฎหมายคุม ครองขอ มูลสว นบุคคล ทา นมีสทิ ธดิ งั ตอไปน้ี

1. สิทธิในการขอเขาถึงหรือขอรับสําเนาขอมูลสวนบุคคลที่ โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูล
สว นบคุ คลของทาน

2. สิทธิในการขอรับ หรือโอนยายขอมูลของทาน ในกรณีท่ีขอมูลนั้นอยูในรูปแบบที่สามารถอานหรือใชงาน
โดยทั่วไปไดดวยเคร่ืองมือหรืออุปกรณที่ทํางานไดโดยอัตโนมัติและสามารถใช หรือเปดเผยขอมูลสวน
บุคคลไดดวยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอ่ืนตามท่ีทานมีความประสงค (โรง
เรียนฯ ขอสงวนสิทธิในการเรียกเกบ็ คาใชจา ย โดยจะกาํ หนดคา ใชจา ยตามความเปน จรงิ อยางเหมาะสม)

3. สทิ ธใิ นการคัดคานการเก็บรวบรวม ใช หรือเปด เผยขอมลู สวนบุคคลกรณที ่ีกฎหมายกาํ หนด
4. สิทธิในการขอใหลบหรือทําลายหรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของทานกลายเปนขอมูลที่ไมสามารถระบุ

ตัวตนไดด ว ยวธิ ีการใดๆ กรณีทีก่ ฎหมายกําหนด
5. สิทธิในการระงับการใชขอ มูลสวนบุคคลของทาน เวนแต จะมีขอจํากัดตามกฎหมายท่ี โรงเรียนฯ ไมอาจ

ดําเนินการตามคาํ รอ งขอของทา นได
6. สิทธใิ นการเพิกถอนความยนิ ยอมที่ใหไวไดตลอดเวลา เวนแตก ารเพกิ ถอนความยินยอมจะมีขอจํากัดตาม

กฎหมายหรือตามสัญญา ท้ังน้ี การขอถอนความยินยอมของทาน จะไมสงผลกระทบตอการประมวลผล
ขอมูลสวนบุคคลทท่ี า นไดใ หไวก อนหนา โดยชอบดวยกฎหมาย
7. สิทธิในการรองเรียนตอเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หากโรงเรียนฯ มิได
ปฏบิ ัติตามกฎหมาย

- 20 -

8.2 โรงเรียนฯ ดําเนินการเต็มความสามารถในการเก็บขอมูลสวนบุคคลท่ีถูกตองและเปนปจจุบันของทา น เพ่ือให
เปน ขอมลู ทมี่ ีความสมบรู ณและไมกอใหเกดิ ความเขาใจผดิ ทั้งนี้ ทา นมีสทิ ธิในการขอแกไข เปลยี่ นแปลงขอ มูล
สวนบคุ คลของทาน เมอ่ื ทา นมีการแกไ ขหรือเปลีย่ นแปลงขอมูลสวนบคุ คล หรือหากเหน็ วา ขอ มูลท่โี รงเรยี นฯ มี
อยูอ าจไมถูกตอ ง

8.3 การใชสิทธิของทานตามท่ีระบุไวขางตนตองเปนไปตามกฎหมาย โรงเรียนฯ อาจปฏิเสธการใชสิทธิของทาน
ขางตนไดตามขอจํากัดการใชสิทธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด ในกรณีท่ี
โรงเรียนฯ ปฏิเสธไมดําเนินตามคํารองขอใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะบันทึกคํารองขอของทานพรอมดวย
เหตผุ ลไวในบนั ทกึ รายการประมวลผลขอ มลู สว นบุคคลตามที่กฎหมายกาํ หนด

8.4 เพื่อย่ืนคํารองขอใชสิทธิของทาน ทานสามารถติดตอโรงเรียนฯ ตามชองทางติดตอที่ระบุไวนโยบายฉบับนี้ โรง
เรียนฯ จะพิจารณาและแจงผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับต้ังแตวันท่ีไดรับคํารองขอใชสิทธิของทาน ใน
กรณีท่ี โรงเรียนฯ ปฏิเสธการใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะแจงเหตุผลในการปฏิเสธการใชสิทธิของทานไป
พรอมกัน

9. การปรบั ปรุงนโยบายคุมครองขอมูลสวนบคุ คล
โรงเรียนฯ อาจทบทวน ปรับปรุง เปล่ียนแปลงนโยบายฉบับนี้เปนครั้งคราว เพ่ือใหสอดคลองกับแนวปฏิบัติ

กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ ท้ังนี้ หากมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ี โรงเรียนฯ จะเผยแพร
นโยบายฉบับปรับปรุงลงในชอ งทางทโี่ รงเรียนฯ กําหนด โดยเร็วท่ีสดุ เพื่อใหทา นไดพิจารณาและดําเนินการยอมรบั ดว ย
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอ่ืนใด และหากวาทานไดดําเนินการเพื่อยอมรับนั้นแลว ใหถือวานโยบายท่ีแกไข
เพ่มิ เตมิ ดงั กลาวเปนสว นหน่ึงของนโยบายฉบบั นด้ี วย

รายละเอยี ดการตดิ ตอ ขอแสดงความนบั ถือ
[ช่ือโรงเรยี น] [ชอ่ื โรงเรียน]
[ทอ่ี ยู]
[เบอรโ ทรศพั ท] [วันทที่ ีบ่ งั คบั ใชนโยบาย]
[อีเมล] - 21 -
เจา หนา ทีค่ ุมครองขอมูลสว นบุคคล
[ช่ือเจา หนาทคี่ มุ ครองขอมลู สวนบุคคล]
[ทอี่ ยู]
[เบอรโ ทรศพั ท]
[อีเมล]

เอกสารที่ 1.2
หนังสือขอความยินยอมสําหรับผปู กครอง
ในการประมวลผลขอมูลสว นบุคคลของนกั เรยี น

[ชื่อโรงเรียน] ไดตระหนักถึงความสําคัญในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของนักเรียน และเพ่ือใหเปนไปตาม
พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 โรงเรียนฯ มีความจําเปนตองขอใหทานระบุความยินยอมสําหรบั
กิจกรรมทโี่ รงเรียนฯ ตอ งดาํ เนนิ การกบั ขอ มูลสวนบคุ คลของนักเรียนตลอดระยะเวลาท่ีเปน นักเรียน ดังทแ่ี จง ไวด า นลาง
น้ี

ทานสามารถเพิกถอนความยินยอมท่ีไดใหไวกับโรงเรียนฯ ไดตลอดเวลาโดยติดตอมายังชองทางท่ีโรงเรียนฯ
กําหนดในนโยบายคุมครองขอ มูลสวนบุคคล

ทา นสามารถศกึ ษารายละเอียดของสทิ ธิในการจัดการขอมูลสว นบคุ คล ไดในนโยบายคมุ ครองขอ มูลสวนบคุ คล

*********************************************************************************

ขาพเจา (ช่อื -นามสกลุ ) ......................................................................................................................เปน ผูปกครองของ
นกั เรยี น (ชื่อ-นามสกลุ ) ..............................................ช้ันเรียน.......หอง.......เลขท่ี......รหสั นกั เรียน............(“นักเรยี น”)

[ ] ขา พเจา ไดอานและรับทราบนโยบายคุมครองขอ มลู สว นบคุ คลสาํ หรับผูส มคั รเรียน นกั เรยี น และผูปกครองแลว

ขาพเจาใหความยินยอมในกจิ กรรมของโรงเรยี นฯ ดงั ตอไปน้ี

[ ] ลงภาพถา ยของนักเรียนในสอื่ ประชาสัมพันธข องโรงเรยี น
[ ] เปดเผยขอมูลสวนบุคคลที่มีความออนไหว ไดแก ขอมูลสุขภาพของนักเรียนใหบริษัทประกันภัยเพื่อจัดทํา

ประกันอุบตั ิเหตุใหแ กนกั เรยี น
[ ] เก็บขอมูลสวนบุคคลที่มีความออนไหว ไดแก ขอมูลสุขภาพ เพ่ือการตรวจสุขภาพ วัดสมรรถนะทางรางกาย

การจดั การฉีดวัคซนี
[ ] เก็บสาํ เนาบตั รประจาํ ตัวประชาชน (ซึง่ ปรากฎขอมลู สว นบคุ คลท่อี อนไหว เชน เชื้อชาติ ศาสนา หมโู ลหติ ) เพ่อื

ยนื ยนั ตัวบคุ คล
[ ] หากมกี จิ กรรมอ่ืนๆ ทีต่ องขอความยนิ ยอม โปรดระบุ....
[ ] ไมใหค วามยินยอม

ลงช่ือ .......................................................ผูป กครอง
(...................................................................)
วนั ท่ี ..............................................................

หมายเหตุ กรณีนักเรียนเป็นผเู้ ยาวท์ ี่มีอายไุ มถ่ ึงยี่สิบปี บุคคลไรค้ วามสามารถ หรือบุคคลเสมือนไรค้ วามสามารถ การใหค้ วามยินยอมในการประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คล
จะตอ้ งไดร้ บั ความยินยอมจากผใู้ ชอ้ าํ นาจปกครองที่มีอาํ นาจกระทาํ การแทนผูเ้ ยาว์ หรือ ผูอ้ นบุ าลท่ีมีอาํ นาจกระทาํ การแทนคนไรค้ วามสามารถ หรือ ผพู้ ิทกั ษท์ ่ีมีอาํ นาจ
กระทาํ การแทนบคุ คลไรค้ วามสามารถ แลว้ แตก่ รณี

- 22 -

เอกสารที่ 1.3
หนังสือขอความยินยอมสาํ หรับผูปกครอง
ในการประมวลผลขอมลู สว นบคุ คลของผูสมคั รเรียน
[ช่ือโรงเรียน] ไดตระหนักถึงความสําคัญในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของผูสมัครเรียน และเพ่ือใหเปนไป
ตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 โรงเรียนฯ มีความจําเปนตองขอใหทานระบุความยินยอม
สําหรับกิจกรรมที่โรงเรียนฯ ตองดําเนินการกับขอมูลสวนบุคคลของผูสมัครเรียนตลอดระยะเวลาท่ีเปนผูสมัครเรียน
ดังท่ีแจงไวด า นลางนี้
ทานสามารถเพิกถอนความยินยอมท่ีไดใหไวกับโรงเรียนฯ ไดตลอดเวลาโดยติดตอมายังชองทางที่โรงเรียนฯ
กาํ หนดในนโยบายคุมครองขอมลู สวนบุคคล
ทา นสามารถศกึ ษารายละเอยี ดของสิทธใิ นการจดั การขอ มลู สว นบคุ คล ไดใ นนโยบายคมุ ครองขอ มลู สวนบคุ คล
*********************************************************************************
ขาพเจา (ช่อื -นามสกลุ ) ......................................................................................................................เปน ผูปกครองของ
ผูส มคั รเรยี น (ช่อื -นามสกลุ ) ...........................................................................................................................................
[ ] ขา พเจา ไดอา นและรับทราบนโยบายคมุ ครองขอมูลสวนบุคคลสําหรบั ผูสมคั รเรยี น นกั เรียน และผปู กครองแลว
ขาพเจาใหค วามยนิ ยอมในกิจกรรมของโรงเรยี นฯ ดงั ตอ ไปนี้
[ ] เกบ็ ขอมูลสว นบคุ คลทมี่ คี วามออ นไหว ไดแก ศาสนา และขอมูลสุขภาพ ในกระบวนการรบั สมคั รนกั เรยี น
[ ] เกบ็ สําเนาบัตรประจาํ ตัวประชาชน (ซึ่งปรากฎขอ มูลสวนบคุ คลทอ่ี อ นไหว เชน เช้อื ชาติ ศาสนา หมโู ลหติ ) เพอ่ื
ยนื ยนั ตวั บุคคล
[ ] ไมใ หค วามยินยอม

ลงชื่อ .......................................................ผปู กครอง
(...................................................................)
วนั ที่ ..............................................................

หมายเหตุ กรณีผสู้ มคั รเรยี นเป็นผเู้ ยาวท์ ่ีมอี ายไุ มถ่ งึ ยส่ี บิ ปี บคุ คลไรค้ วามสามารถ หรอื บคุ คลเสมือนไรค้ วามสามารถ การใหค้ วามยินยอมในการประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบคุ คล
จะตอ้ งไดร้ บั ความยินยอมจากผใู้ ชอ้ าํ นาจปกครองท่ีมีอาํ นาจกระทาํ การแทนผูเ้ ยาว์ หรือ ผูอ้ นุบาลท่ีมีอาํ นาจกระทาํ การแทนคนไรค้ วามสามารถ หรือ ผูพ้ ิทักษท์ ่ีมีอาํ นาจ
กระทาํ การแทนบคุ คลไรค้ วามสามารถ แลว้ แต่กรณี

- 23 -

เอกสารที่ 2.1

นโยบายคุมครองขอ มลู สวนบุคคล (Privacy Notice)
สําหรับ ครู พนกั งาน และกรรมการบริหารสถานศกึ ษา

[ชื่อโรงเรียน] (“โรงเรียนฯ”) ใหความสําคัญและเคารพความเปนสวนตัวและตระหนักถึงการคุมครองขอมูล
สวนบุคคล รวมถึงการรักษาความม่ันคงปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวน
บคุ คล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคมุ ครองขอมลู สวนบุคคล”) และกฎหมายอน่ื ท่เี กีย่ วของ

โรงเรียนฯ จึงประกาศนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับนี้ โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือแจง
รายละเอียดการคุมครองขอมูลสวนบคุ คลและการจัดการเพื่อรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานในฐานะ
ครู พนักงาน และกรรมการบริหารสถานศึกษา เพ่ือใหทานมั่นใจวาขอมูลสวนบุคคลที่โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือ
เปดเผย (รวมเรียกวา “ประมวลผล” หรือ “การประมวลผล”) ไดรับความคุมครองและเปนไปตามกฎหมายคุมครอง
ขอมลู สวนบคุ คล

1. คํานยิ าม

“ขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง ขอมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทําใหสามารถระบุตัวบุคคลนั้นไดไมวาทางตรง
หรือทางออม แตไมร วมถึงขอมลู ของผูถ งึ แกกรรมโดยเฉพาะ

“ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว” หมายถึง ขอมูลสวนบุคคลที่ถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 แหงพระราชบัญญัติ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ไดแก ขอมูลเชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ
ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูล
พันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือขอมูลอ่ืนใดซ่ึงกระทบตอเจาของขอมูลสวนบุคคลในทาํ นองเดยี วกันตามที่คณะกรรมการ
คุมครองขอมูลสว นบุคคลประกาศกําหนด

2. ขอมลู สวนบุคคลที่เก็บรวบรวม

ขอมูลสวนบุคคลของทานที่โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย รวมถึงแตไมจํากัดเพียงขอมูลสวนบุคคล
ตามประเภทดงั ตอไปน้ี

เจาของขอมลู ขอมูลสว นบคุ คลทเี่ กบ็ รวบรวม
สว นบุคคล
1. พนักงาน 1. ขอมูลสวนตัว เชน ชื่อ นามสุกล คํานําหนาช่ือ เพศ วันเดือนปเกิด รูปถาย อายุ สัญชาติ
สถานทเี่ กดิ เลขบตั รประชาชน เลขหนังสือเดนิ ทาง เลขวีซา
2. ขอมูลสถานภาพ เชน สถานภาพสมรส
3. ขอ มลู การตดิ ตอ เชน หมายเลขโทรศพั ท ทอ่ี ยู สถานทีท่ ํางาน ชองทางติดตอในโซเชยี ลมเี ดยี
Line ID

- 24 -

2. ครู 4. ขอมูลที่ปรากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สําเนาทะเบียนบาน สําเนาบัตรประชาชน
3.กรรมการ สําเนา Work Permit สาํ เนาหนังสอื เดนิ ทาง สาํ เนาทะเบียนสมรส

บรหิ าร 5. ขอ มูลการศกึ ษา เชน วฒุ ิการศึกษา ประวตั ิการศึกษา การฝก อบรม
สถานศึกษา 6. ขอมูลการทํางาน เชน ประสบการณการทํางาน อัตราเงินเดือน สวัสดิการ ขอมูล

ประกันสังคม ผลประโยชน คาตอบแทนอื่นๆ ขอมูลเกี่ยวกับการประเมินผลงาน ระยะเวลา
ในการทาํ งาน การปฏิบตั งิ าน ประวตั กิ ารลา ประวตั ิความเจ็บปว ย ความถนัด ทกั ษะ
7. ขอ มลู การใชงานและการเขา ถึงระบบสารสนเทศ เชน username password
8. ขอ มลู สวนบคุ คลของบคุ คลอ่ืน เชน คูสมรส บุตร
9. ขอ มูลสวนตัวอื่นๆ เชน การบันทกึ ภาพจากกลองวงจรปด
10. ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว เชน ขอมูลท่ีปรากฏในสําเนาบัตรประชาชน เชน ศาสนา เช้ือ
ชาติ และหมูโลหติ
1. ขอมูลสวนตัว เชน ชื่อ นามสุกล คํานําหนาช่ือ เพศ วัน เดือน ป เกิด รูปถาย อายุ สัญชาติ
สถานที่เกิด เลขบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขวีซา เลขท่ีสมาชิกคุรุสภา เลขท่ี
ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพครู
2. ขอมูลสถานภาพ เชน สถานภาพสมรส
3. ขอมูลการติดตอ เชน หมายเลขโทรศัพท ที่อยู อีเมล สถานท่ีทํางาน ชองทางติดตอใน
โซเชยี ลมีเดยี Line ID
4. ขอมูลท่ีปรากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สําเนาทะเบียนบาน สําเนาบัตรประชาชน
สาํ เนา Work Permit สําเนาหนังสือเดินทาง สําเนาทะเบียนสมรส
5. ขอมูลทางการเงนิ เชน เลขทบ่ี ญั ชีธนาคาร
6. ขอมูลการศึกษา เชน ระดับการศึกษา วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา ประวัติการศึกษา
การฝก อบรม ผลการเรียน สาขาวชิ าเรยี น จาํ นวนหนวยกติ
7. ขอมูลการทํางาน เชน ประสบการณการทํางาน ประวัติการทํางาน ตําแหนงงาน อัตรา
เงนิ เดือน อาชพี ฐานเงินเดือน สวัสดกิ าร ขอมูลประกันสงั คม ผลประโยชน คา ตอบแทนอน่ื ๆ
ขอมูลเกี่ยวกับการประเมินผลงาน บันทึกการเขาออกงาน ระยะเวลาในการทํางาน ขอมูล
กองทนุ สาํ รองเลย้ี งชพี การปฏบิ ัตงิ าน ประวตั กิ ารลา ประวตั ิความเจบ็ ปว ย
8. ขอมลู การใชงานและการเขาถึงระบบสารสนเทศ เชน username password
9. ขอ มลู สวนบคุ คลของบุคคลอ่นื เชน บิดามารดา คูสมรส บตุ ร
10. ขอ มูลสวนตวั อื่นๆ เชน การบันทกึ ภาพจากกลองวงจรปด
11. ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว เชน ขอมูลท่ีปรากฏในสําเนาบัตรประชาชน เชน ศาสนา เชื้อ
ชาติ และหมูโ ลหิต
1. ขอ มูลสวนตวั เชน ช่ือ นามสกุ ล
2. ขอมูลการติดตอ เชน หมายเลขโทรศัพท ทีอ่ ยู อีเมล สถานทท่ี ํางาน

3. แหลง ทมี่ าของขอ มลู สว นบุคคล

3.1 โรงเรียนฯ เกบ็ รวบรวมขอมลู สวนบุคคลจากทา นโดยตรง ไมว า จะเปน การใหขอ มลู ผานชองทางตางๆ เชน จาก
การกรอกขอมูลในใบสมัครงาน จากประวัติสวนตัว และเอกสารประกอบการสมัครงานที่ทานไดย่ืนใหแก

- 25 -

โรงเรียนฯ ในข้นั ตอนการสมัครงานตามชองทางตางๆ ทโี่ รงเรียนฯ กําหนดเพ่ือรับสมัครงาน และขอ มลู อื่นๆ ท่ี
ไดยื่นใหแ กโ รงเรยี นฯ ในภายหลงั เขา ทํางาน

3.2 โรงเรยี นฯ อาจไดร ับขอ มลู สว นบุคคลของทา นจากแหลง อ่ืน เชน บริษัทจัดหางาน แหลง ขอมูลสาธารณะ ขอ มูล
จากหนว ยงานราชการ หรือ จากบุคคลอื่น

4. วัตถปุ ระสงคก ารประมวลผลขอ มูลสวนบุคคล

โรงเรียนฯ ประมวลผลขอ มลู สว นบุคคลทา นที่โรงเรียนฯ เก็บรวบรวมไว เพ่อื วัตถุประสงคดังตอ ไปนี้

เจาของขอ มูล วัตถุประสงคก ารประมวลผลขอ มูลสวนบุคคล
สว นบคุ คล 1. เพ่ือการปฏบิ ัตติ ามสญั ญาซ่งึ ทานเปน คูสัญญาหรือ เพ่อื ใชใ นการดาํ เนินการตามคาํ ขอของทาน
1. พนักงาน
กอนเขาทําสัญญาน้ัน เชน การดําเนินกระบวนการเก่ียวกับการจางงานและขั้นตอนในการทาํ
สัญญาจางงาน รวมถึงสัญญาอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการวา จาง เชน นโยบายและขอบังคับการ
ทํางานตางๆ เปนตน การติดตอสื่อสารกับพนักงาน การมอบหมายใหปฏิบตั งิ าน การพิจารณา
โยกยายพนักงาน การพิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงานและตรวจสอบการปฏิบัติงาน การ
ดําเนินการเกี่ยวกับการจายคาตอบแทน ทําบัญชีเงินเดือน จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน
ตางๆ การพิจารณาอนุมัติการลาพักรอน/ลากิจ/ลาปวย การดําเนินกระบวนการและขั้นตอน
การลาออก การเลิกจา ง การจา ยคา ชดเชย สวสั ดกิ ารหลงั การเลกิ จาง
2. เพือ่ ประโยชนอนั ชอบดวยกฎหมาย เชน การปอ งกนั และตรวจสอบการดําเนินการตางๆ ทเี่ ปน
การฉอฉล ฟอกเงิน การกระทําผิดทางอาญา หรือการกระทําอื่นใดท่ีมิชอบดวยกฎหมาย การ
บนั ทกึ ภาพผา นกลอ ง CCTV การรักษาความปลอดภยั ของบคุ คลและทรพั ยสิน
3. เพ่ือปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวของ เชน การควบคุมระยะเวลาการทํางานใหเปนไปตาม
มาตรฐานการทํางานตามกฎหมายแรงงาน การเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลจากใบรับรอง
แพทย การพิจารณาอนุมัติการลาปวยในกรณีที่ลาปวยต้ังแต 3 วันทํางานข้ึนไป เพื่อการ
ขอมูลสวนบุคคลใหแกหนวยงานราชการตามกฎหมาย เชน สํานักงานประกันสังคม กองทุน
กูยืมเพ่ือการศึกษา กรมบังคับคดี กรมสรรพากร และหนวยงานอ่ืนๆ ที่เกี่ยวของ รวมถึงเมื่อ
ไดรับคําสั่ง หมายศาล หรือหนังสือราชการใหตอ งดําเนินการใดๆ ที่อาศัยอํานาจตามกฎหมาย
ของหนวยงานราชการนั้น และเพ่ือความจําเปนในการกอต้ังสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย การ
ปฏิบัติตามหรือการใชสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย หรือการยกข้ึนตอสูสิทธิเรียกรองตาม
กฎหมาย
4. โรงเรยี นฯ จะขอความยนิ ยอมในกรณดี ังตอ ไปนี้
1) เก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลท่ีมีความออนไหวที่ปรากฏในใบรับรองแพทย หรือขอมูลท่ี

พนักงานอาจแจงหรือยื่นแกโรงเรียนฯ เพ่ือพิจารณาอนุมัติการลาปวย ในกรณีที่ลาปวย
นอ ยกวา 3 วันทํางาน
2) เก็บรวบรวมขอมลู สขุ ภาพเพือ่ การพิจารณาและมอบงานท่ีเหมาะสมใหแ กพนกั งาน
3) เก็บสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (กรณีท่ีปรากฎขอมูลเช้ือชาติ ศาสนา หรือหมูโลหิต)
เพือ่ ยืนยนั ตัวตน

- 26 -

2. ครู 1. เพื่อการปฏบิ ตั ิตามสัญญาซ่งึ ทานเปน คูส ัญญาหรือ เพ่ือใชในการดาํ เนนิ การตามคาํ ขอของทาน
3. กรรมการ กอนเขาทําสัญญาน้ัน เชน การดําเนินกระบวนการเกี่ยวกับการจางงานและขั้นตอนในการทํา
สัญญาจางงาน รวมถึงสัญญาอื่นๆ อันเก่ียวเนื่องกับการวาจาง เชน นโยบายและขอบงั คบั การ
บริหาร ทํางานตางๆ เปนตน เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย การศึกษาวิเคราะหและจัดสรร
สถานศกึ ษา กําลังคน การพัฒนาครู การจัดการฝกอบรม/สัมมนา การติดตอสื่อสาร การมอบหมายให
ปฏิบัติงาน การพิจารณาการโยกยายครู การพิจารณาตําแหนงงานและคาตอบแทน การ
พิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงานและตรวจสอบการปฏิบัติงาน การดําเนินการเก่ียวกับการ
จายคาตอบแทน/ทําบญั ชีเงินเดือน/จัดสวสั ดิการและสทิ ธปิ ระโยชนต างๆ การพิจารณาอนมุ ัติ
การลาพักรอน/ลากิจ/ลาปวย การดําเนินกระบวนการและขั้นตอนการลาออก/การเลิกจาง/
การจายคาชดเชย/สวัสดิการหลังการเลกิ จา ง การลงโทษทางวินยั การจดั ทําหนังสอื รับรองการ
ทาํ งาน

2. เพ่ือประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การตรวจสอบการปฏิบัติตามขอบังคับและระเบียบ
การบริหารงานบุคคล เพ่ือการและตรวจสอบการดําเนินการตางๆ ที่เปนการฉอฉล ฟอกเงิน
การกระทําผิดทางอาญา หรือการกระทําอืน่ ใดทีม่ ชิ อบดว ยกฎหมาย การบันทกึ ภาพผา นกลอง
CCTV การรกั ษาความปลอดภัยของบุคคลและทรพั ยสิน

3. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายท่ีเก่ียวของ เชน การควบคุมระยะเวลาการทํางานใหเปนไปตาม
มาตรฐานการทํางานตามกฎหมายแรงงาน เพ่ือเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลจากใบรับรอง
แพทย การพิจารณาอนุมัติการลาปวยในกรณีท่ีลาปว ยตงั้ แต 3 วันทํางานข้ึนไป เพื่อเปดเผย
ขอมูลสวนบุคคลใหแกหนวยงานราชการตามกฎหมาย เชน กรมบังคับคดี กรมสรรพากร
สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน และหนวยงานอื่นๆ ที่เก่ียวของ รวมถึงเมื่อ
ไดร บั คาํ ส่ัง หมายศาล หรอื หนงั สือราชการ ใหต องดาํ เนินการใดๆ ท่อี าศัยอํานาจตามกฎหมาย
ของหนวยงานราชการน้ัน และเพ่ือความจําเปนในการกอตั้งสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย การ
ปฏิบัติตามหรือการใชสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย หรือการยกข้ึนตอสูสิทธิเรียกรองตาม
กฎหมาย

4. โรงเรียนฯ จะขอความยนิ ยอมในกรณดี งั ตอ ไปน้ี
1) เก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลที่มีความออนไหวที่ปรากฏในใบรับรองแพทย หรือขอมูลท่ี
พนักงานอาจแจงหรือยื่นแกโรงเรียนฯ เพ่ือพิจารณาอนุมัติการลาปวย ในกรณีที่ลาปวย
นอยกวา 3 วันทํางาน
2) เกบ็ รวบรวมขอ มลู สุขภาพเพื่อการพิจารณาและมอบงานที่เหมาะสม
3) เกบ็ สําเนาบตั รประจาํ ตัวประชาชน (กรณีทปี่ รากฎขอมูลเชือ้ ชาติ ศาสนา หรือหมโู ลหิต)
เพอ่ื ยนื ยันตัวตน

1. เพ่อื การปฏิบตั ติ ามสญั ญาซึ่งทานเปน คูสญั ญาหรือ เพ่อื ใชในการดําเนนิ การตามคาํ ขอของทาน
กอนเขาทําสัญญาน้ัน เชน การจัดประชุมคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา การขอความ
เห็นชอบในการบรหิ ารจัดการโรงเรยี น

2. เพื่อประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การบันทึกภาพผานกลอง CCTV การรักษาความ
ปลอดภัยของบคุ คลและทรัพยสนิ

3. เพอ่ื การปฏิบตั ิตามกฎหมาย เชน การเปดเผยขอมลู สว นบุคคลใหกบั สํางานศกึ ษาธิการจังหวัด
พระนครศรอี ยุธยา

- 27 -

4. โรงเรียนฯ จะขอความยนิ ยอมในกรณที ี่ตอ งเก็บสําเนาบัตรประจําตวั ประชาชน (กรณีทป่ี รากฎ
ขอมลู เช้ือชาติ ศาสนา หรือหมูโ ลหิต) เพอ่ื ยนื ยันตวั ตนของทา น

5. การเปดเผยขอ มูลสว นบคุ คลของทาน
5.1 โรงเรียนฯ จะไมเปดเผยขอมูลสวนบุคคลใหแกบุคคลอื่น เวนแตไดรับความยินยอมหรือมีความจําเปนตอง

เปดเผยหรือรายงานขอมูลสวนบคุ คลของทา นตอบคุ คลอืน่ โดยกฎหมายใหอํานาจกระทําไดโดยไมต องขอความ
ยินยอม หรือตองดําเนินการเพื่อใหเปนไปตามที่กฎหมายกําหนด เชน สํานักงานตรวจคนเขาเมือง
กระทรวงศึกษาธกิ าร สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศกึ ษาเอกชน สังฆมณฑลกรุงเทพ สาํ งานศกึ ษาธิการ
จงั หวัด เปนตน
5.2 โรงเรียนฯ อาจแบงปนขอมลู สวนบุคคลของทา นตอบุคคลภายนอกเพื่อดําเนนิ การเก่ียวกับการตรวจสอบบญั ชี
การขอคําปรึกษาทางกฎหมาย การดําเนินคดี และดําเนินการอื่นใดที่จําเปนตามวัตถุประสงคท่ีไดแจงไวใน
นโยบายฉบบั นี้
6. การเกบ็ รกั ษา ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภยั
6.1 โรงเรียนฯ เก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลเทาท่ีจําเปนเพื่อบรรลุวัตถุประสงคท่ีไดแจงไวในนโยบายฉบับนี้ โดย
พิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานใหมีความเหมาะสมและสอดคลองกับระยะเวลา
ตามสัญญา อายุความกฎหมาย รวมถึงความจําเปนที่ตองเก็บขอมูลสวนบุคคลของทานตอไปตามระยะเวลาที่
จาํ เปน เพอื่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย เพ่ือกอ ตง้ั สิทธิเรยี กรอ งตามกฎหมาย หรอื การใชสทิ ธเิ รียกรอ งตามกฎหมาย
6.2 กรณีท่ีทานเปนครู พนักงาน กรรมการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนฯ โรงเรียนฯ จะเก็บรักษาขอมูลสวน
บคุ คลของทา นตอ ไปอีกเปนระยะเวลา 10 ป หลังจากหมดสัญญาจางงาน
6.3 โรงเรยี นฯ จัดใหม รี ะบบการตรวจสอบเพื่อดาํ เนนิ การลบหรือทําลายขอมูลสว นบคุ คลเม่ือพนกาํ หนดระยะเวลา
การเกบ็ รกั ษาหรือทีไ่ มเกย่ี วขอ งหรือเกนิ ความจาํ เปนตามวัตถปุ ระสงคในการเก็บรวบรวมขอ มูลสว นบคุ คลนั้น
6.4 โรงเรยี นฯ กําหนดมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในขอมลู สว นบคุ คลใหมีความเหมาะสม ครอบคลุม
ถึงความปลอดภัยในขอมูลท่ีจัดเก็บไวในรูปแบบของเอกสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส ระบบคอมพิวเตอรหรือ
เคร่ืองมือตางๆ โดยดําเนินการเปนไปตามมาตรฐานสากล เพื่อใหทานมีความมั่นใจในระบบรักษาความ
ปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของ โรงเรียนฯ โดยครอบคลุมถึงการปองกันการสูญหาย การเขาถึง การใช การ
เปล่ียนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยมิชอบหรือกระทําการโดยปราศจากอํานาจโดยชอบดว ย
กฎหมาย
6.5 โรงเรียนฯ จํากัดการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานเพ่ือ
ปอ งกนั มิใหม ีการโจมตีหรือมีการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรหรือระบบอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียนฯ โดยไมไ ดรับ
อนุญาต รวมถึงเม่ือมีการเปดเผยขอมูลสว นบุคคลของทา นแกบคุ คลภายนอกเพื่อดําเนินการประมวลผลขอมลู

- 28 -

สวนบุคคลของทานหรือแกผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ขอใหทานมั่นใจวาโรงเรียนฯ จะดําเนินการกํากับ
ดูแลบคุ คลน้ันใหดําเนินการอยางเหมาะสมเปน ไปตามคําส่ังของโรงเรียนฯ
7. สทิ ธขิ องทานในฐานะเจาของขอมลู สวนบุคคล
7.1 ภายใตกฎหมายคุมครองขอมลู สวนบุคคล ทานมสี ิทธิดังตอไปน้ี
1) สิทธิในการขอเขาถึงหรือขอรับสําเนาขอมูลสวนบุคคลที่ โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูล

สวนบคุ คลของทาน
2) สิทธิในการขอรับ หรือโอนยายขอมูลของทาน ในกรณีที่ขอมูลน้ันอยูในรูปแบบท่ีสามารถอานหรือใชงาน

โดยทั่วไปไดดวยเครื่องมือหรืออุปกรณที่ทํางานไดโดยอัตโนมัติและสามารถใช หรือเปดเผยขอมูลสวน
บุคคลไดดวยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอ่ืนตามที่ทานมีความประสงค (โรง
เรียนฯ ขอสงวนสทิ ธใิ นการเรียกเก็บคา ใชจ า ย โดยจะกาํ หนดคา ใชจายตามความเปนจริงอยางเหมาะสม)
3) สทิ ธิในการคัดคา นการเกบ็ รวบรวม ใช หรอื เปดเผยขอ มลู สวนบุคคลกรณีทกี่ ฎหมายกําหนด
4) สิทธิในการขอใหลบหรือทําลายหรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของทานกลายเปนขอมูลท่ีไมสามารถระบุ
ตวั ตนไดด วยวธิ ีการใดๆ กรณที ่ีกฎหมายกาํ หนด
5) สิทธิในการระงับการใชขอมูลสวนบคุ คลของทาน เวนแต จะมีขอจํากัดตามกฎหมายที่ โรงเรียนฯ ไมอาจ
ดําเนินการตามคํารอ งขอของทา นได
6) สทิ ธิในการเพกิ ถอนความยนิ ยอมท่ีใหไวไ ดต ลอดเวลา เวน แตก ารเพิกถอนความยนิ ยอมจะมีขอจํากัดตาม
กฎหมายหรือตามสัญญา ท้ังนี้ การขอถอนความยินยอมของทาน จะไมสงผลกระทบตอการประมวลผล
ขอ มลู สวนบคุ คลท่ีทา นไดใ หไ วก อนหนาโดยชอบดว ยกฎหมาย
7) สิทธิในการรองเรียนตอเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หากโรงเรียนฯ มิได
ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย
7.2 โรงเรียนฯ ดําเนินการเต็มความสามารถในการเก็บขอมูลสวนบุคคลท่ีถูกตองและเปนปจ จุบนั ของทา น เพ่ือให
เปนขอ มลู ที่มคี วามสมบรู ณและไมกอใหเกดิ ความเขาใจผดิ ทัง้ นี้ ทานมีสทิ ธใิ นการขอแกไข เปลยี่ นแปลงขอมูล
สวนบุคคลของทา น เม่ือทานมีการแกไขหรือเปลี่ยนแปลงขอมูลสวนบุคคล หรือหากเห็นวาขอมูลท่ี โรงเรียนฯ
มีอยูอาจไมถ ูกตอ ง
7.3 การใชสิทธิของทานตามท่ีระบุไวขางตนตองเปนไปตามกฎหมาย โรงเรียนฯ อาจปฏิเสธการใชสิทธิของทาน
ขางตนไดตามขอจํากัดการใชสิทธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบุคคลตามท่ีกฎหมายกําหนด ในกรณีท่ี
โรงเรียนฯ ปฏิเสธไมดําเนินตามคํารองขอใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะบันทึกคํารองขอของทานพรอมดวย
เหตผุ ลไวในบันทึกรายการประมวลผลขอ มลู สวนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด
7.4 เพ่ือยื่นคํารอ งขอใชสิทธิของทาน ทานสามารถติดตอโรงเรียนฯ ตามชองทางติดตอทรี่ ะบุไวนโยบายฉบบั นี้ โรง
เรียนฯ จะพิจารณาและแจงผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับตั้งแตวันที่ไดรับคํารองขอใชสิทธิของทาน ใน
กรณีท่ี โรงเรียนฯ ปฏิเสธการใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะแจงเหตุผลในการปฏิเสธการใชสิทธิของทานไป
พรอ มกัน

- 29 -

8. การปรบั ปรุงนโยบายคุมครองขอ มูลสวนบุคคล
โรงเรียนฯ อาจทบทวน ปรับปรุง เปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ีเปนคร้ังคราว เพ่ือใหสอดคลองกับแนวปฏิบัติ

กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ ทั้งน้ี หากมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ี โรงเรียนฯ จะเผยแพร
นโยบายฉบับปรับปรุงลงในชองทางทโี่ รงเรียนฯ กําหนด โดยเร็วท่ีสุดเพื่อใหทา นไดพ ิจารณาและดําเนินการยอมรับดว ย
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด และหากวาทานไดดําเนินการเพื่อยอมรับนั้นแลว ใหถือวานโยบายที่แกไข
เพิม่ เตมิ ดังกลา วเปนสวนหน่ึงของนโยบายฉบบั น้ดี วย

ขอแสดงความนบั ถือ
[ชื่อโรงเรยี น]

[วนั ทท่ี ีบ่ งั คบั ใชน โยบาย]
รายละเอียดการตดิ ตอ
[ชอื่ โรงเรียน]
[ทีอ่ ย]ู
[เบอรโทรศัพท]
[อเี มล]
เจา หนาที่คมุ ครองขอมลู สวนบุคคล
[ช่ือเจา หนา ทค่ี ุม ครองขอ มูลสว นบคุ คล]
[ทอี่ ย]ู
[เบอรโทรศพั ท]
[อีเมล]

- 30 -

เอกสารที่ 2.2
นโยบายคมุ ครองขอ มลู สวนบคุ คล (Privacy Notice)

สําหรบั ผูส มัครงาน
[ชื่อโรงเรียน] (“โรงเรียนฯ”) ใหความสําคัญและเคารพความเปนสวนตัวและตระหนักถึงการคุมครองขอมูล
สวนบุคคล รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวน
บคุ คล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคมุ ครองขอมลู สว นบคุ คล”) และกฎหมายอื่นท่ีเกี่ยวขอ ง
โรงเรียนฯ จึงประกาศนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับน้ี โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือแจง
รายละเอียดการคุมครองขอมูลสวนบคุ คลและการจัดการเพ่ือรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานในฐานะ
ผสู มัครงาน เพอ่ื ใหทานม่นั ใจวา ขอ มูลสว นบุคคลที่โรงเรยี นฯ เก็บรวบรวม ใช หรอื เปด เผย (รวมเรยี กวา “ประมวลผล”
หรือ “การประมวลผล”) ไดรบั ความคมุ ครองและเปนไปตามกฎหมายคมุ ครองขอมลู สว นบุคคล
1. คํานยิ าม
“ขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง ขอมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซ่ึงทําใหสามารถระบุตวั บคุ คลนน้ั ไดไมว าทางตรง
หรือทางออ ม แตไ มร วมถงึ ขอ มูลของผถู งึ แกก รรมโดยเฉพาะ
“ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว” หมายถึง ขอมูลสวนบุคคลที่ถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 แหงพระราชบัญญัติ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ไดแก ขอมูลเชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเช่ือในลัทธิ
ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูล
พันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือขอมูลอ่ืนใดซึ่งกระทบตอ เจาของขอมูลสวนบุคคลในทํานองเดยี วกันตามท่ีคณะกรรมการ
คุม ครองขอ มูลสวนบคุ คลประกาศกาํ หนด
2. ขอมูลสว นบุคคลทเี่ กบ็ รวบรวม
ขอมูลสวนบุคคลของทานท่ีโรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย รวมถึงแตไมจํากัดเพียงขอมูลสวนบุคคล
ตามประเภทดงั ตอไปนี้
1) ขอมูลสวนตวั เชน คาํ นําหนา ชื่อ ชอื่ นามสกลุ เพศ วันเดอื นปเกิด รปู ถา ย อายุ สัญชาติ สถานท่เี กดิ เลข

บตั รประชาชน นาํ้ หนัก สวนสูง
2) ขอ มูลสถานภาพ เชน สถานภาพสมรส
3) ขอ มูลการตดิ ตอ เชน ทอี่ ยู เบอรโ ทรศพั ท อีเมล Line ID
4) ขอ มูลทปี่ รากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สาํ เนาบัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบาน สําเนา

Work Permit
5) ขอมลู ทางการเงิน เชน สําเนาสมุดบญั ชี
6) ขอมูลการศึกษา เชน ระดับการศึกษา ช้ันเรียน วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา ประวัติการศึกษา

ประวัตกิ ารฝก อบรม ผลการเรียน

- 31 -

7) ขอมูลเกี่ยวกับการทาํ งาน เชน ประสบการณทํางาน ตําแหนง งาน อตั ราเงินเดือน Resume/CV ประวัติ
การทาํ งาน จดหมายสมคั รงาน ใบสมัครงาน

8) ขอ มลู พฤตกิ รรม เชน ทัศนคติ ความถนดั
9) ขอมูลสวนบคุ คลของบคุ คลอนื่ เชน บดิ า มารดา
10) ขอ มูลสว นตวั อนื่ ๆ เชน การบันทึกภาพจากกลองวงจรปด
11) ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว เชน ขอมูลสุขภาพ เช้ือชาติ ขอมูลที่ปรากฏในสําเนาบัตรประชาชน เชน

ศาสนา เชอ้ื ชาติ และหมูโลหิต
3. แหลง ทม่ี าของขอมูลสว นบคุ คล
3.1 โรงเรยี นฯ เกบ็ รวบรวมขอ มูลสว นบุคคลจากทา นโดยตรง ไมวาจะเปน การใหข อ มลู ผานชอ งทางตางๆ เชน จาก

การกรอกขอมูลในใบสมัครงาน จากประวัติสวนตัว และเอกสารประกอบการสมัครงานท่ีทานไดยื่นใหแก
โรงเรยี นฯ ในข้ันตอนการสมัครงานตามชองทางตา งๆ ทโี่ รงเรยี นฯ กําหนดเพอื่ รบั สมัครงาน และขอ มลู อนื่ ๆ ที่
ไดย ่นื ใหแ กโ รงเรยี นฯ ในภายหลังเขาทํางาน
3.2 โรงเรียนฯ อาจไดรบั ขอ มูลสวนบคุ คลของทานจากแหลงอน่ื เชน บริษัทจดั หางาน แหลง ขอมูลสาธารณะ ขอมลู
จากหนวยงานราชการ หรือ จากบุคคลอ่ืน
4. วตั ถุประสงคก ารประมวลผลขอมูลสวนบคุ คล
โรงเรยี นฯ ประมวลผลขอมูลสวนบุคคลทานเพ่ือวตั ถปุ ระสงคด งั ตอ ไปนี้
1) เพื่อพิจารณาดําเนินการตามคําขอของทานกอนการเขาทําสัญญา เชน การติดตอนัดสัมภาษณ และ

พิจารณาคัดเลอื กในข้ันตอนการรับสมัครงาน
2) เพ่ือประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การบันทึกภาพผานกลอง CCTV การรักษาความปลอดภัยของ

บคุ คลและทรัพยสิน
3) โรงเรยี นฯ จะขอความยนิ ยอมในกรณีดังตอ ไปนี้

ก) เก็บขอ มลู สวนบคุ คลท่มี คี วามออ นไหว ไดแก ขอมลู สุขภาพ เชอื้ ชาติ ในกระบวนการรบั สมคั รแ
ข) เก็บขอมูลสวนบุคคลท่มี คี วามออ นไหว ไดแ ก ขอ มูลสุขภาพ ทปี่ รากฎในใบรับรองแพทย ใน

กระบวนการรบั สมัคร
ค) เก็บสําเนาบตั รประจาํ ตัวประชาชน (กรณที ป่ี รากฎขอ มูลเชอ้ื ชาติ ศาสนา หรอื หมูโลหติ ) เพื่อยนื ยนั

ตวั บุคคล
5. การเปดเผยขอมลู สวนบคุ คลของทา น
5.1 โรงเรียนฯ จะไมเปดเผยขอมูลสวนบุคคลใหแกบุคคลอ่ืน เวนแตไดรับความยินยอมหรือมีความจําเปนตอง

เปดเผยหรอื รายงานขอมลู สวนบคุ คลของทานตอบุคคลอื่นโดยกฎหมายใหอาํ นาจกระทําไดโดยไมต องขอความ
ยนิ ยอม หรือตองดาํ เนนิ การเพ่อื ใหเ ปน ไปตามท่ีกฎหมายกําหนด

- 32 -

5.2 โรงเรียนฯ อาจแบงปนขอมูลสวนบุคคลของทา นตอบคุ คลภายนอกเพื่อดําเนินการเก่ียวกับการตรวจสอบบญั ชี
การขอคําปรึกษาทางกฎหมาย การดําเนินคดี และดําเนินการอ่ืนใดที่จําเปนตามวัตถุประสงคท่ีไดแจงไวใน
นโยบายฉบับนี้

6. การเก็บรักษา ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภัย
6.1 โรงเรียนฯ เก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลเทาท่ีจําเปนเพ่ือบรรลุวัตถุประสงคท่ีไดแจงไวในนโยบายฉบับน้ี โดย

พิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานใหมีความเหมาะสมและสอดคลองกับระยะเวลา
ตามสัญญา อายุความกฎหมาย รวมถึงความจําเปนที่ตองเก็บขอมูลสวนบุคคลของทานตอไปตามระยะเวลาท่ี
จาํ เปนเพ่อื ปฏิบัติตามกฎหมาย เพือ่ กอตั้งสทิ ธิเรียกรอ งตามกฎหมาย หรือการใชสทิ ธิเรียกรอ งตามกฎหมาย
6.2 กรณีท่ีทานเปนผูสมัครงานและไมผานการคัดเลือกเปนครูหรือพนักงาน โรงเรียนฯ จะเก็บรักษาขอมูลสวน
บุคคลของทา นเปน ระยะเวลา 1 ป หลังจากการพิจารณา
6.3 โรงเรยี นฯ จดั ใหม ีระบบการตรวจสอบเพื่อดําเนนิ การลบหรือทาํ ลายขอ มูลสว นบคุ คลเมื่อพนกําหนดระยะเวลา
การเก็บรักษาหรอื ทีไ่ มเ กย่ี วของหรือเกนิ ความจาํ เปน ตามวตั ถุประสงคใ นการเก็บรวบรวมขอ มูลสว นบุคคลนัน้
6.4 โรงเรยี นฯ กําหนดมาตรการในการดแู ลรักษาความปลอดภยั ในขอมลู สวนบุคคลใหม ีความเหมาะสม ครอบคลุม
ถึงความปลอดภัยในขอมูลที่จัดเก็บไวในรูปแบบของเอกสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส ระบบคอมพิวเตอรหรือ
เครื่องมือตางๆ โดยดําเนินการเปนไปตามมาตรฐานสากล เพื่อใหทานมีความม่ันใจในระบบรักษาความ
ปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของ โรงเรียนฯ โดยครอบคลุมถึงการปองกันการสูญหาย การเขาถึง การใช การ
เปล่ียนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยมิชอบหรือกระทําการโดยปราศจากอํานาจโดยชอบดว ย
กฎหมาย
6.5 โรงเรียนฯ จํากัดการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานเพ่ือ
ปองกันมิใหมีการโจมตีหรือมีการเขา ถึงระบบคอมพิวเตอรหรือระบบอิเลก็ ทรอนิกสของโรงเรียนฯ โดยไมไดรับ
อนุญาต รวมถึงเมื่อมีการเปดเผยขอมูลสว นบคุ คลของทานแกบุคคลภายนอกเพื่อดาํ เนนิ การประมวลผลขอมูล
สวนบุคคลของทานหรือแกผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ขอใหทานมั่นใจวาโรงเรียนฯ จะดําเนินการกํากับ
ดูแลบุคคลน้นั ใหด าํ เนนิ การอยางเหมาะสมเปน ไปตามคําส่ังของโรงเรียนฯ
7. สทิ ธขิ องทานในฐานะเจาของขอมลู สวนบคุ คล
7.1 ภายใตกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบคุ คล ทานมีสทิ ธดิ ังตอ ไปนี้
1) สิทธิในการขอเขาถึงหรือขอรับสําเนาขอมูลสวนบุคคลท่ี โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูล

สวนบคุ คลของทา น
2) สิทธิในการขอรับ หรือโอนยายขอมูลของทา น ในกรณีที่ขอมูลน้ันอยูในรูปแบบท่ีสามารถอานหรือใชงาน

โดยท่ัวไปไดดวยเครื่องมือหรืออุปกรณท่ีทํางานไดโดยอัตโนมัติและสามารถใช หรือเปดเผยขอมูลสวน
บุคคลไดดวยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอ่ืนตามท่ีทานมีความประสงค

- 33 -

(โรงเรียนฯ ขอสงวนสิทธิในการเรียกเก็บคาใชจาย โดยจะกําหนดคาใชจายตามความเปนจริงอยาง
เหมาะสม)
3) สทิ ธใิ นการคดั คานการเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมลู สวนบคุ คลกรณที ่กี ฎหมายกําหนด
4) สิทธิในการขอใหลบหรือทําลายหรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของทานกลายเปนขอมูลท่ีไมสามารถระบุ
ตัวตนไดด ว ยวธิ กี ารใดๆ กรณีทีก่ ฎหมายกาํ หนด
5) สิทธิในการระงับการใชขอมูลสวนบคุ คลของทาน เวนแต จะมีขอจํากัดตามกฎหมายท่ี โรงเรียนฯ ไมอาจ
ดาํ เนินการตามคาํ รอ งขอของทา นได
6) สิทธิในการเพกิ ถอนความยินยอมที่ใหไวไ ดตลอดเวลา เวน แตก ารเพกิ ถอนความยนิ ยอมจะมีขอจาํ กัดตาม
กฎหมายหรือตามสัญญา ทั้งนี้ การขอถอนความยินยอมของทาน จะไมสงผลกระทบตอการประมวลผล
ขอ มลู สว นบคุ คลท่ีทานไดใหไ วกอ นหนา โดยชอบดว ยกฎหมาย
7) สิทธิในการรองเรียนตอเจาหนาท่ีผูมีอํานาจตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หากโรงเรียนฯ มิได
ปฏบิ ัติตามกฎหมาย
7.2 โรงเรียนฯ ดําเนินการเต็มความสามารถในการเก็บขอมูลสวนบุคคลที่ถูกตองและเปนปจจุบันของทา น เพ่ือให
เปน ขอมูลท่มี คี วามสมบรู ณแ ละไมกอใหเกิดความเขา ใจผดิ ทัง้ นี้ ทานมีสิทธใิ นการขอแกไข เปล่ยี นแปลงขอ มูล
สวนบุคคลของทา น เมื่อทานมีการแกไขหรือเปล่ียนแปลงขอมูลสวนบุคคล หรือหากเห็นวาขอมูลที่ โรงเรียนฯ
มีอยอู าจไมถ ูกตอ ง
7.3 การใชสิทธิของทานตามท่ีระบุไวขางตนตองเปนไปตามกฎหมาย โรงเรียนฯ อาจปฏิเสธการใชสิทธิของทาน
ขางตนไดตามขอจํากัดการใชสิทธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด ในกรณีที่
โรงเรียนฯ ปฏิเสธไมดําเนินตามคํารองขอใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะบันทึกคํารองขอของทานพรอมดวย
เหตุผลไวใ นบนั ทกึ รายการประมวลผลขอมลู สวนบคุ คลตามที่กฎหมายกาํ หนด
7.4 เพื่อยื่นคํารองขอใชส ิทธขิ องทาน ทานสามารถติดตอโรงเรียนฯ ตามชองทางตดิ ตอท่ีระบุไวนโยบายฉบับน้ี โรง
เรียนฯ จะพิจารณาและแจงผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับตั้งแตวันที่ไดรับคํารองขอใชสิทธิของทาน ใน
กรณีท่ี โรงเรียนฯ ปฏิเสธการใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะแจงเหตุผลในการปฏิเสธการใชสิทธิของทานไป
พรอมกนั

- 34 -

8. การปรบั ปรุงนโยบายคุมครองขอ มูลสวนบุคคล
โรงเรียนฯ อาจทบทวน ปรับปรุง เปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ีเปนคร้ังคราว เพ่ือใหสอดคลองกับแนวปฏิบัติ

กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ ทั้งน้ี หากมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ี โรงเรียนฯ จะเผยแพร
นโยบายฉบับปรับปรุงลงในชองทางทโี่ รงเรียนฯ กําหนด โดยเร็วท่ีสุดเพื่อใหทา นไดพ ิจารณาและดําเนินการยอมรับดว ย
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด และหากวาทานไดดําเนินการเพื่อยอมรับนั้นแลว ใหถือวานโยบายที่แกไข
เพม่ิ เตมิ ดงั กลาวเปนสวนหน่ึงของนโยบายฉบบั น้ดี วย

ขอแสดงความนบั ถือ
[ชื่อโรงเรยี น]

[วนั ทที่ ีบ่ งั คบั ใชน โยบาย]
รายละเอยี ดการติดตอ
[ชอ่ื โรงเรียน]
[ท่ีอย]ู
[เบอรโทรศัพท]
[อเี มล]
เจาหนา ท่ีคมุ ครองขอมลู สวนบุคคล
[ชอ่ื เจา หนา ทค่ี มุ ครองขอ มูลสว นบคุ คล]
[ที่อย]ู
[เบอรโทรศัพท]
[อีเมล]

- 35 -

เอกสารท่ี 2.3
ขอ ความขอความยนิ ยอมเพ่ือใหเ กบ็ รวบรวมขอมลู สวนบคุ คลจาก
สาํ เนาบัตรประจาํ ตัวประชาชน (กรณีมคี วามจาํ เปน ตอ งเกบ็ สําเนาบัตรประจาํ ตัวประชาชน)
กรุณาระบุขอ ความนี้เพมิ่ เติมในสาํ เนาบตั รประจาํ ตวั ประชาชน
“ขา พเจายนิ ยอมให [ชอ่ื โรงเรียน] เกบ็ และใชขอ มลู สว นบคุ คลและขอมลู ทมี่ คี วามออนไหว เชน เช้อื ชาติ
ศาสนา หรือหมูโลหิต ท่ีปรากฏในสําเนาบตั รประจําตวั ประชาชนของขา พเจาทีไ่ ดม อบไวใหนี้ เพื่อยนื ยนั ตวั ตนของ
ขาพเจา”
ลงชอื่ .................................................
(........................................................)
วันที่ .................................................

- 36 -

เอกสารท่ี 2.4
หนังสอื ขอความยินยอม
ในการประมวลผลขอมลู สว นบคุ คลของผสู มัครงาน
[ชื่อโรงเรียน] ไดตระหนักถึงความสําคัญในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของทาน และเพื่อใหเปนไปตาม
พระราชบญั ญตั ิคมุ ครองขอ มลู สวนบคุ คล พ.ศ. 2562 โรงเรยี นฯ มีความจําเปน ตองขอใหทา นระบุความยนิ ยอมของทาน
สําหรับกิจกรรมที่โรงเรียนฯ ตองดําเนินการกับขอมูลสวนบุคคลของทานตลอดระยะเวลาท่ีเปนผูสมัครงาน ดังท่ีแจงไว
ดา นลา งน้ี
ทานสามารถเพิกถอนความยินยอมที่ไดใหไวกับโรงเรียนฯ ไดตลอดเวลาโดยติดตอมายังชองทางท่ีโรงเรียนฯ
กาํ หนดในนโยบายคมุ ครองขอมลู สว นบคุ คล ทงั้ นี้ การเพิกถอนความยนิ ยอมของทานอาจสงผลตอ การพจิ ารณาคัดเลือก
คุณสมบตั ิและการพจิ ารณารบั เขาทาํ งานได
ทานสามารถศกึ ษารายละเอยี ดของสิทธใิ นการจัดการขอมูลสว นบุคคล ไดในนโยบายคุมครองขอมูลสว นบุคคล
*********************************************************************************
ขา พเจา (ช่อื -นามสกุล) .....................................................................................................................ในฐานะผูสมัครงาน
[ ] ขา พเจาไดอ า นและรบั ทราบนโยบายคุมครองขอมลู สว นบุคคลสาํ หรบั ผูส มัครงาน ครู พนกั งาน แกรรมการ
บรหิ ารสถานศึกษา
ใหความยินยอมในกิจกรรมของโรงเรียนฯ เพ่ือใชในกระบวนการสมัครงานและในการบริหารงานบุคลากรของ
โรงเรยี นฯ ดังตอ ไปน้ี
[ ] เก็บขอ มูลสวนบคุ คลที่มีความออนไหว ไดแก ขอมูลสขุ ภาพ เช้อื ชาติ ในกระบวนการรับสมัคร
[ ] เก็บขอมูลสวนบุคคลที่มีความออนไหว ไดแก ขอมูลสุขภาพ ท่ีปรากฎในใบรับรองแพทย ในกระบวนการรับ
สมคั ร
[ ] เพอ่ื เกบ็ สําเนาบตั รประจําตัวประชาชน (กรณที ป่ี รากฎขอ มูลเชือ้ ชาติ ศาสนา หรอื หมูโลหติ ) เพื่อยนื ยันตวั ตน
[ ] ไมใ หความยนิ ยอม

ลงชือ่ .......................................................ผสู มคั รงาน
(.......................................................)

วันที่ ..............................................................

- 37 -

เอกสารท่ี 2.5

หนงั สอื ขอความยินยอม
ในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลของบคุ ลากรและครู

[ช่ือโรงเรียน] (“โรงเรียนฯ”) ไดตระหนักถึงความสําคัญในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของทาน และเพื่อให
เปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 โรงเรียนฯ มีความจําเปนตองขอใหทานระบุความ
ยินยอมของทานสําหรับกจิ กรรมทโ่ี รงเรียนฯ ตองดําเนินการกบั ขอ มลู สว นบุคคลของทานตลอดระยะเวลาทีเ่ ปนบุคลากร
และครู ดังทแี่ จงไวดานลา งนี้

ทานสามารถเพิกถอนความยินยอมท่ีไดใหไวกับโรงเรียนฯ ไดตลอดเวลาโดยติดตอมายังชองทางที่โรงเรียนฯ
กาํ หนดในนโยบายคมุ ครองขอ มูลสวนบุคคล

ทานสามารถศกึ ษารายละเอยี ดของสิทธิในการจัดการขอมูลสวนบุคคล ไดใ นนโยบายคุมครองขอมูลสว นบคุ คล
*********************************************************************************
ขาพเจา (ชอื่ -นามสกุล) ..............................................................................................................ในฐานะบุคลากร/ครู
[ ] ขา พเจาไดอานและรบั ทราบนโยบายคมุ ครองขอมูลสวนบคุ คลสาํ หรบั ผสู มัครงาน ครู พนักงาน และ

กรรมการบรหิ ารสถานศกึ ษา
ใหค วามยินยอมในกิจกรรมของโรงเรียนฯ ดังตอไปน้ี
[ ] เพ่ือเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหวที่ปรากฏในใบรับรองแพทย หรือขอมูลที่ทานอาจแจงหรือยื่นแก

โรงเรยี นฯ เพ่ือพจิ ารณาอนุมตั กิ ารลาปว ย ในกรณีทีล่ าปว ยนอ ยกวา 3 วันทํางาน
[ ] เก็บรวบรวมขอมูลสุขภาพเพื่อการพิจารณาและมอบงานท่ีเหมาะสม และเพ่ือประโยชนในการบริหารงาน

บุคลากรอนื่ ๆ
[ ] เกบ็ สําเนาบตั รประจําตัวประชาชน (กรณที ีป่ รากฎขอ มลู เชือ้ ชาติ ศาสนา หรือหมโู ลหิต) เพ่อื ยนื ยนั ตวั ตน
[ ] ไมใ หค วามยนิ ยอม

ลงช่ือ .......................................................บุคลการ/ครู
(.......................................................)

วันท่ี ..............................................................

- 38 -

เอกสารที่ 3.1
นโยบายคุมครองขอ มูลสวนบคุ คล (Privacy Notice)

สาํ หรบั คูคา คสู ญั ญา (การจดั ซอ้ื จดั จาง)
[ชื่อโรงเรียน] (“โรงเรียนฯ”) ใหความสําคัญและเคารพความเปนสวนตัวและตระหนักถึงการคุมครองขอมูล
สวนบุคคล รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวน
บุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคมุ ครองขอมลู สวนบุคคล”) และกฎหมายอน่ื ทเี่ ก่ยี วขอ ง
โรงเรียนฯ จึงประกาศนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับนี้ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อแจง
รายละเอียดการคุมครองขอมูลสวนบุคคลและการจัดการเพื่อรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานในฐานะ
คูคา คูสัญญา ในปจจุบัน ในอดีต และอาจเปนคูคา คูสัญญาในอนาคต รวมถึงพนักงานบุคคลากร เจาหนาที่ ผูแทน
ตัวแทน ผูม ีอาํ นาจกระทําการแทนนิตบิ ุคคล กรรมการ ผูติดตอ และบคุ คลธรรมดาอน่ื ท่ีกระทาํ ในนามนิติบุคคลซ่ึงเปนคู
คา คสู ญั ญา และบคุ คลตางๆ ท่เี กย่ี วของ เพอ่ื ใหท า นมน่ั ใจวา ขอ มลู สวนบุคคลทีโ่ รงเรยี นฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปด เผย
(รวมเรยี กวา “ประมวลผล” หรือ “การประมวลผล”) ไดร ับความคมุ ครองและเปนไปตามกฎหมายคมุ ครองขอมูลสวน
บุคคล
1. คํานิยาม
“ขอมูลสว นบคุ คล” หมายถึง ขอมลู เก่ียวกบั บคุ คลธรรมดา ซ่งึ ทําใหสามารถระบตุ ัวบุคคลนัน้ ได ไมวา ทางตรง
หรอื ทางออ ม แตไ มรวมถึงขอ มูลของผถู ึงแกกรรมโดยเฉพาะ
“ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว” หมายถึง ขอมูลสวนบุคคลที่ถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 แหงพระราชบัญญัติ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ไดแก ขอมูลเชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเช่ือในลัทธิ
ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูล
พันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือขอมูลอื่นใดซ่ึงกระทบตอ เจาของขอมูลสวนบุคคลในทาํ นองเดยี วกันตามที่คณะกรรมการ
คุมครองขอมูลสวนบคุ คลประกาศกาํ หนด
2. ขอ มลู สว นบคุ คลทเ่ี ก็บรวบรวม
ขอมูลสวนบุคคลของทานท่ีโรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย รวมถึงแตไมจํากัดเพียงขอมูลสวนบุคคล
ตามประเภทดงั ตอ ไปนี้
1) ขอมูลสว นตัว เชน ชื่อ นามสุกล คาํ นาํ หนาชอื่ เลขบตั รประชาชน
2) ขอ มลู การติดตอ เชน หมายเลขโทรศพั ท ที่อยู อเี มล ชอ งทางติดตอ ในโซเชยี ลมเี ดยี Line ID
3) ขอ มลู ท่ีปรากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สําเนาบตั รประชาชน
4) ขอมูลสวนตัวอนื่ ๆ เชน การบันทึกภาพจากกลองวงจรปด

- 39 -

ขอมูลสวนบุคคลที่ออนไหว เชน ขอมูลที่ปรากฏในสําเนาบัตรประชาชน เชน ศาสนา เชื้อชาติ และหมูโลหิต ซึ่ง โรง
เรียนฯ ไดรับความยินยอมโดยชัดแจง จากทาน หรือมคี วามจําเปนตามที่กฎหมายอนญุ าตใหดําเนินการได
3. แหลง ทีม่ าของขอมูลสวนบคุ คล
3.1 โรงเรียนฯ เก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลจากทานโดยตรง ไมวาจะเปนการใหขอมูลผานชองทางการติดตอซื้อ

ขายสินคาหรือบริการระหวางกัน การแลกเปล่ียนนามบัตร การใหขอมูลของทานผานชองทางอิเล็กทรอนิกส
ตา งๆ
3.2 โรงเรียนฯ อาจไดรับขอมูลสวนบุคคลของทานจากแหลงอื่น เชน มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ หนวยงาน
ภาครฐั เปน ตน
4. วตั ถุประสงคการประมวลผลขอมลู สว นบคุ คล
โรงเรยี นฯ ประมวลผลขอ มลู สวนบุคคลทานที่โรงเรียนฯ เก็บรวบรวมไว เพื่อวตั ถปุ ระสงคด งั ตอไปนี้
1) เพ่ือการปฏิบัติตามสัญญาซงึ่ ทานเปนคูสญั ญาหรือ เพื่อใชในการดาํ เนินการตามคําขอของทานกอ นเขาทํา

สัญญานน้ั เชน การพิจารณาคัดเลือกคุณสมบตั ิกอนการเขาทําสัญญา การติดตอ ส่อื สารเพื่อซ้ือขายสินคา
และบริการ การทําสัญญา การดําเนินการเก่ียวกับการเรียกเก็บหรือชําระคาสินคาหรือบริการ การ
พิจารณาคัดเลอื กเพอ่ื การจดั ซ้ือจัดจาง การจดั สง หรอื รบั สินคาหรือบริการ การตรวจสอบและติดตามการ
ปฏิบตั ิงานตามสญั ญา เปน ตน
2) เพ่ือประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การตรวจสอบความถูกตองหรือคุณภาพสินคาหรือบริการ การ
สืบสวนสอบสวนหรือสอบยันขอเท็จจริง หรือเพ่ือปองกัน ควบคุม หรือสอบสวนเหตุทุจริต หรือเพ่ือ
ปอ งกนั ความปลอดภยั การตรวจสอบหรอื ขอคาํ ปรกึ ษาทางกฎหมายภาษีอากรหรือบญั ชี การบันทึกภาพ
ผา นกลอง CCTV เพ่อื ความปลอดภัย
3) เพ่ือปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับการดําเนนิ การของโรงเรียนฯ เชน ดําเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชี
และการเงิน เชน การตรวจสอบบัญชี การแจงและเรียกเก็บหนี้ การออกใบกํากับภาษี และหลักฐานการ
ดําเนินธุรกรรมตาง ๆ ท่ีกฎหมายกําหนด การเก็บขอมูลสวนบุคคลตามท่ีกฎหมายกําหนด การนําสง
ขอมูลใหแกหนวยงานราชการตามที่กฎหมายกําหนด การปฏิบัติตามคําสั่งศาลหรือคําส่ังของพนักงาน
เจาหนาทตี่ ามกฎหมาย การชาํ ระคาธรรมเนียมตามกฎหมาย การกอตั้งหรือใชส ทิ ธิเรียกรอ งตามกฎหมาย
หรือทางศาล เปนตน
โรงเรียนฯ ขอความยนิ ยอมโดยชัดแจงในการเก็บสําเนาบตั รประจําตัวประชาชน (ซ่ึงปรากฎขอ มูลสว นบุคคลท่ี
ออ นไหว เชน เชอ้ื ชาติ ศาสนา หมูโ ลหติ ) เพอื่ ยนื ยนั ตัวบุคคลตามวตั ถปุ ระสงคด งั กลาวขางตน

- 40 -

5. การเปด เผยขอ มลู สว นบคุ คลของทาน
5.1 โรงเรียนฯ จะไมเปดเผยขอมูลสวนบุคคลใหแกบุคคลอ่ืน เวนแตไดรับความยินยอมหรือมีความจําเปนตอง

เปดเผยหรือรายงานขอมูลสวนบคุ คลของทานตอบคุ คลอื่นโดยกฎหมายใหอาํ นาจกระทาํ ไดโ ดยไมตองขอความ
ยินยอม หรือตอ งดําเนนิ การเพื่อใหเปนไปตามท่ีกฎหมายกาํ หนด เชน การนําสง ขอมูลใหแ กก รมสรรพากร เปน
ตน
5.2 โรงเรียนฯ อาจแบงปนขอมูลสวนบุคคลของทานตอบุคคลภายนอก เชน โรงเรียนในสังกัดอัครสังฆมณฑล
กรุงเทพฯเพ่ือดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี การขอคําปรึกษาทางกฎหมาย การดําเนินคดี และ
ดาํ เนินการอื่นใดทจ่ี าํ เปน ตอการใหด ําเนินการของโรงเรียนฯ ตามวตั ถุประสงคที่ไดแจงไวใ นนโยบายฉบบั น้ี
6. การเก็บรกั ษา ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภยั
6.1 โรงเรียนฯ เก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานเทาที่จําเปนเพื่อบรรลุวัตถุประสงคท่ีไดแ จงไวใ นนโยบายฉบบั นี้
โดยพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานใหมีความเหมาะสมและสอดคลองกับ
ระยะเวลาตามสัญญา อายุความกฎหมาย รวมถึงความจําเปนท่ีตองเก็บขอมูลสวนบุคคลของทานตอไปตาม
ระยะเวลาทจ่ี ําเปนเพอื่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย เพือ่ กอ ตงั้ สิทธเิ รียกรองตามกฎหมาย หรอื การใชสิทธิเรียกรองตาม
กฎหมาย
6.2 โรงเรยี นฯ จดั ใหมรี ะบบการตรวจสอบเพื่อดําเนนิ การลบหรือทาํ ลายขอ มลู สว นบคุ คลเม่ือพน กาํ หนดระยะเวลา
การเกบ็ รกั ษาหรอื ทีไ่ มเกย่ี วของหรือเกินความจําเปน ตามวตั ถปุ ระสงคใ นการเกบ็ รวบรวมขอ มูลสว นบุคคลนัน้
6.3 โรงเรียนฯ กําหนดมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในขอ มูลสวนบคุ คลใหมคี วามเหมาะสม ครอบคลุม
ถึงความปลอดภัยในขอมูลที่จัดเก็บไวในรูปแบบของเอกสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส ระบบคอมพิวเตอรหรือ
เครื่องมือตางๆ โดยดําเนินการเปนไปตามมาตรฐานสากล เพ่ือใหทานมีความมั่นใจในระบบรักษาความ
ปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของ โรงเรียนฯ โดยครอบคลุมถึงการปองกันการสูญหาย การเขาถึง การใช การ
เปลี่ยนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยมิชอบหรือกระทําการโดยปราศจากอํานาจโดยชอบดวย
กฎหมาย
6.4 โรงเรียนฯ จํากัดการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานเพื่อ
ปองกนั มใิ หม กี ารโจมตีหรอื มีการเขา ถึงระบบคอมพิวเตอรหรือระบบอิเลก็ ทรอนิกสของโรงเรียนฯ โดยไมไดรับ
อนุญาต รวมถึงเมื่อมีการเปดเผยขอมูลสวนบคุ คลของทา นแกบุคคลภายนอกเพ่ือดําเนนิ การประมวลผลขอมูล
สวนบุคคลของทานหรือแกผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ขอใหทานม่ันใจวาโรงเรียนฯ จะดําเนินการกํากับ
ดูแลบคุ คลนนั้ ใหด ําเนนิ การอยางเหมาะสมเปนไปตามคาํ ส่ังของโรงเรยี นฯ

- 41 -

7. สิทธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบุคคล
7.1 ภายใตก ฎหมายคุม ครองขอมลู สวนบคุ คล ทานมสี ทิ ธิดังตอไปน้ี

1) สิทธิในการขอเขาถึงหรือขอรับสําเนาขอมูลสวนบุคคลที่ โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูล
สวนบุคคลของทาน

2) สิทธิในการขอรับ หรือโอนยายขอมูลของทา น ในกรณีที่ขอมูลนั้นอยูในรูปแบบที่สามารถอานหรือใชง าน
โดยท่ัวไปไดดวยเคร่ืองมือหรืออุปกรณท่ีทํางานไดโดยอัตโนมัติและสามารถใช หรือเปดเผยขอมูลสวน
บุคคลไดดวยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอ่ืนตามท่ีทานมีความประสงค (โรง
เรียนฯ ขอสงวนสทิ ธใิ นการเรียกเก็บคาใชจา ย โดยจะกาํ หนดคาใชจ า ยตามความเปนจรงิ อยางเหมาะสม)

3) สทิ ธิในการคัดคานการเก็บรวบรวม ใช หรือเปด เผยขอ มลู สวนบุคคลกรณีทกี่ ฎหมายกาํ หนด
4) สิทธิในการขอใหลบหรือทําลายหรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของทานกลายเปนขอมูลท่ีไมสามารถระบุ

ตวั ตนไดด วยวิธีการใดๆ กรณที ีก่ ฎหมายกําหนด
5) สิทธิในการระงับการใชขอ มูลสวนบุคคลของทาน เวนแต จะมีขอจํากัดตามกฎหมายที่ โรงเรียนฯ ไมอาจ

ดําเนินการตามคาํ รอ งขอของทา นได
6) สิทธิในการเพกิ ถอนความยนิ ยอมที่ใหไ วไ ดต ลอดเวลา เวนแตก ารเพิกถอนความยนิ ยอมจะมีขอจาํ กัดตาม

กฎหมายหรือตามสัญญา ท้ังน้ี การขอถอนความยินยอมของทาน จะไมสงผลกระทบตอการประมวลผล
ขอมูลสวนบคุ คลทท่ี านไดใ หไวกอนหนา โดยชอบดวยกฎหมาย
7) สิทธิในการรองเรียนตอเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หากโรงเรียนฯ มิได
ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย
7.2 โรงเรียนฯ ดําเนินการเต็มความสามารถในการเก็บขอมูลสวนบุคคลท่ีถูกตองและเปนปจ จุบันของทาน เพ่ือให
เปนขอ มูลทมี่ คี วามสมบรู ณแ ละไมกอใหเกดิ ความเขา ใจผิด ทง้ั นี้ ทานมีสิทธใิ นการขอแกไ ข เปลีย่ นแปลงขอมูล
สวนบุคคลของทา น เม่ือทานมีการแกไขหรือเปล่ียนแปลงขอมูลสวนบุคคล หรือหากเห็นวาขอมูลท่ี โรงเรียนฯ
มีอยูอาจไมถูกตอ ง
7.3 การใชสิทธิของทานตามที่ระบุไวขางตนตองเปนไปตามกฎหมาย โรงเรียนฯ อาจปฏิเสธการใชสิทธิของทาน
ขางตนไดตามขอจํากัดการใชสิทธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด ในกรณีท่ี
โรงเรียนฯ ปฏิเสธไมดําเนินตามคํารองขอใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะบันทึกคํารองขอของทานพรอมดวย
เหตุผลไวในบนั ทึกรายการประมวลผลขอมลู สวนบุคคลตามทกี่ ฎหมายกําหนด
7.4 เพ่ือยื่นคํารอ งขอใชสิทธิของทาน ทานสามารถติดตอโรงเรียนฯ ตามชองทางติดตอทีร่ ะบุไวนโยบายฉบับน้ี โรง
เรียนฯ จะพิจารณาและแจงผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับต้ังแตวันท่ีไดรับคํารองขอใชสิทธิของทาน ใน
กรณีท่ี โรงเรียนฯ ปฏิเสธการใชสิทธิของทาน โรงเรียนฯ จะแจงเหตุผลในการปฏิเสธการใชสิทธิของทานไป
พรอมกนั

- 42 -

8. การปรบั ปรุงนโยบายคุมครองขอมลู สว นบคุ คล
โรงเรียนฯ อาจทบทวน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับน้ีเปนคร้ังคราว เพ่ือใหสอดคลองกับแนวปฏิบัติ

กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับที่เก่ียวของ ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ โรงเรียนฯ จะเผยแพร
นโยบายฉบับปรับปรุงลงในชอ งทางทีโ่ รงเรียนฯ กําหนด โดยเร็วท่ีสุดเพื่อใหทานไดพิจารณาและดาํ เนินการยอมรับดว ย
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอ่ืนใด และหากวาทานไดดําเนินการเพ่ือยอมรับน้ันแลว ใหถือวานโยบายที่แกไข
เพ่มิ เตมิ ดังกลา วเปนสวนหนง่ึ ของนโยบายฉบับนดี้ วย

ขอแสดงความนับถือ
[ชือ่ โรงเรยี น]

[วนั ท่ที ่ีบังคบั ใชนโยบาย]
รายละเอียดการติดตอ
[ชื่อโรงเรยี น]
[ที่อย]ู
[เบอรโ ทรศัพท]
[อีเมล]
เจา หนาทคี่ มุ ครองขอ มูลสวนบคุ คล
[ชื่อเจาหนาที่คมุ ครองขอมูลสวนบคุ คล]
[ท่อี ย]ู
[เบอรโ ทรศพั ท]
[อีเมล]

- 43 -

เอกสารที่ 3.2
นโยบายคมุ ครองขอมลู สวนบคุ คล (Privacy Notice)

สําหรบั ผูมาตดิ ตอ
[ช่ือโรงเรียน] (“โรงเรียนฯ”) ใหความสําคัญและเคารพความเปนสวนตัวและตระหนักถึงการคุมครองขอมูล
สวนบุคคล รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวน
บุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคมุ ครองขอมูลสว นบคุ คล”) และกฎหมายอืน่ ทีเ่ กย่ี วของ
โรงเรียนฯ ไดประกาศนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับน้ี โดยมีวัตถุประสงคเพื่อแจง
รายละเอียดการคุมครองขอมูลสวนบุคคลและการจัดการเพื่อรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานในฐานะ
ผูมาติดตอ เพ่ือใหทานม่ันใจวาขอมูลสวนบุคคลทโ่ี รงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย (รวมเรียกวา “ประมวลผล”
หรือ “การประมวลผล”) ไดรับความคุมครองและเปนไปตามกฎหมายคมุ ครองขอ มูลสว นบุคคล
1. คาํ นยิ าม
“ขอ มลู สวนบุคคล” หมายถึง ขอมูลเกยี่ วกบั บคุ คลธรรมดา ซ่งึ ทาํ ใหส ามารถระบุตัวบุคคลนั้นได ไมว าทางตรง
หรือทางออม แตไมรวมถงึ ขอ มลู ของผูถงึ แกกรรมโดยเฉพาะ
“ขอมูลสวนบุคคลที่ออนไหว” หมายถึง ขอมูลสวนบุคคลท่ีถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 แหงพระราชบัญญัติ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ไดแก ขอมูลเชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ
ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูล
พันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือขอมูลอ่ืนใดซึ่งกระทบตอเจาของขอมูลสวนบุคคลในทาํ นองเดยี วกันตามท่ีคณะกรรมการ
คมุ ครองขอ มลู สว นบุคคลประกาศกาํ หนด
2. ขอมูลสว นบุคคลท่ีเก็บรวบรวม
ขอมูลสวนบุคคลของทานท่ีโรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย รวมถึงแตไมจํากัดเพียงขอมูลสวนบุคคล
ตามประเภทดังตอ ไปนี้
1) ขอ มลู สว นตัว เชน ชือ่ นามสุกล เพศ วนั เดอื นปเ กิด ทอี่ ยู เลขบตั รประชาชน
2) ขอมลู การติดตอ เชน หมายเลขโทรศพั ท ทอี่ ยู อีเมล Line ID
3) ขอ มูลทปี่ รากฎบนเอกสารทางราชการ เชน สําเนาบัตรประชาชน
4) ขอมลู สว นตัวอนื่ ๆ เชน เลขทะเบยี นรถยนต การบนั ทกึ ภาพจากกลองวงจรปด
ขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว เชน ขอมูลที่ปรากฏในสําเนาบัตรประชาชน เชน ศาสนา เชื้อชาติ และหมูโลหิต ซ่ึง โรง
เรียนฯ ไดร ับความยินยอมโดยชดั แจงจากทาน หรือมีความจาํ เปนตามทกี่ ฎหมายอนญุ าตใหดําเนนิ การได

- 44 -

3. แหลง ท่ีมาของขอมลู สวนบุคคล
โรงเรียนฯ เก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลจากทานโดยตรง เชน ผานการลงทะเบียน การติดตอเพ่ือเขา-ออก

สถานที่ การแลกบัตรเพือ่ เขาสถานทีห่ รอื อาคาร การตดิ ตอ ขอรับบรกิ าร เปนตน
4. วัตถุประสงคการประมวลผลขอ มูลสวนบคุ คล

โรงเรียนฯ ประมวลผลขอ มูลสว นบุคคลทา นทโี่ รงเรียนฯ เกบ็ รวบรวมไว เพือ่ วตั ถปุ ระสงคดงั ตอ ไปนี้
1) เพื่อประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน เพ่ือดําเนินการตามคําขอของทาน เพ่ือรักษาความปลอดภัย

ภายในบริเวณอาคารหรือสถานท่ีจากการบันทึกภาพดวยระบบกลองวงจรปด (CCTV) และการแลกบัตร
เขาออกสถานที่หรืออาคาร และเพ่ือปองกันเหตุอันตรายหรือเหตุฉุกเฉินภายในบริเวณ เพ่ือการยืนยัน
ตัวตน
2) เพ่ือปฏิบัติตามกฎหมายที่เก่ียวของกับการดําเนินการของโรงเรียนฯ เชน การเก็บขอมูลสวนบุคคลตามท่ี
กฎหมายกาํ หนด การนาํ สงขอ มูลใหแ กหนวยงานราชการตามทก่ี ฎหมายกาํ หนด การปฏบิ ัติตามคําสง่ั ศาล
หรือคําสั่งของพนักงานเจาหนาที่ตามกฎหมาย การชําระคาธรรมเนียมตามกฎหมาย การกอตั้งหรือใช
สิทธเิ รียกรองตามกฎหมายหรือทางศาล เปนตน
โรงเรียนฯ ขอความยนิ ยอมโดยชัดแจงในการเก็บสําเนาบตั รประจําตัวประชาชน (ซง่ึ ปรากฎขอ มลู สว นบุคคลท่ี
ออนไหว เชน เช้ือชาติ ศาสนา หมโู ลหติ ) เพอ่ื ยืนยนั ตวั บคุ คลตามวตั ถปุ ระสงคด ังกลาวขางตน
5. การเปด เผยขอมูลสว นบุคคลของทาน
5.1 โรงเรียนฯ ไมเปดเผยขอมลู สว นบุคคลใหแกบุคคลอนื่ เวนแตไดรับความยนิ ยอมหรอื มคี วามจําเปน ตองเปดเผย
หรือรายงานขอ มูลสวนบุคคลของทา นตอบุคคลอ่ืนโดยกฎหมายใหอํานาจกระทาํ ไดโดยไมต องขอความยินยอม
หรือตอ งดาํ เนนิ การเพ่ือใหเปน ไปตามทีก่ ฎหมายกําหนด
5.2 โรงเรียนฯ อาจแบงปนขอมูลสวนบุคคลของทานตอบุคคลภายนอกเพ่ือดําเนินการเกี่ยวกับการขอคําปรึกษา
ทางกฎหมาย การดําเนินคดี และดําเนินการอื่นใดท่ีจําเปนตอการใหดําเนินการของโรงเรียนฯ ตาม
วตั ถปุ ระสงคที่ไดแ จง ไวใ นนโยบายฉบบั น้ี
6. การเก็บรกั ษา ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภยั
6.1 โรงเรียนฯ เก็บรักษาขอมูลสวนบคุ คลของทานเทาที่จาํ เปนเพ่ือบรรลุวัตถุประสงคท่ีไดแจงไวใ นนโยบายฉบับน้ี
โดยพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของทานใหมีความเหมาะสมและสอดคลองกับ
ระยะเวลาตามสัญญา อายุความกฎหมาย รวมถึงความจําเปนท่ีตองเก็บขอมูลสวนบุคคลของทานตอไปตาม
ระยะเวลาท่ีจาํ เปนเพอ่ื ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย เพอื่ กอตงั้ สิทธเิ รยี กรองตามกฎหมาย หรือการใชสทิ ธิเรียกรองตาม
กฎหมาย

- 45 -

6.2 โรงเรียนฯ จัดใหม ีระบบการตรวจสอบเพื่อดําเนินการลบหรอื ทําลายขอมลู สวนบุคคลเม่ือพน กาํ หนดระยะเวลา
การเก็บรักษาหรอื ท่ไี มเก่ียวของหรือเกนิ ความจําเปนตามวัตถุประสงคใ นการเกบ็ รวบรวมขอ มลู สวนบุคคลน้ัน

6.3 โรงเรยี นฯ กําหนดมาตรการในการดูแลรกั ษาความปลอดภยั ในขอมูลสวนบุคคลใหมีความเหมาะสม ครอบคลุม
ถึงความปลอดภัยในขอมูลที่จัดเก็บไวในรูปแบบของเอกสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส ระบบคอมพิวเตอรหรือ
เครื่องมือตางๆ โดยดําเนินการเปนไปตามมาตรฐานสากล เพื่อใหทานมีความม่ันใจในระบบรักษาความ
ปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของ โรงเรียนฯ โดยครอบคลุมถึงการปองกันการสูญหาย การเขาถึง การใช การ
เปล่ียนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยมิชอบหรือกระทําการโดยปราศจากอํานาจโดยชอบดว ย
กฎหมาย

6.4 โรงเรียนฯ จํากัดการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของทานเพื่อ
ปอ งกนั มใิ หมีการโจมตีหรือมีการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรหรือระบบอิเลก็ ทรอนิกสของโรงเรียนฯ โดยไมไ ดรับ
อนุญาต รวมถึงเมื่อมีการเปดเผยขอมูลสว นบุคคลของทา นแกบุคคลภายนอกเพ่ือดําเนนิ การประมวลผลขอมลู
สวนบุคคลของทานหรือแกผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ขอใหทานมั่นใจวาโรงเรียนฯ จะดําเนินการกํากับ
ดแู ลบุคคลนนั้ ใหดาํ เนินการอยา งเหมาะสมเปน ไปตามคาํ สั่งของโรงเรยี นฯ

7. สทิ ธิของทา นในฐานะเจา ของขอมูลสว นบคุ คล
7.1 ภายใตกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบคุ คล ทา นมสี ิทธิดังตอไปนี้

1) สิทธิในการขอเขาถึงหรือขอรับสําเนาขอมูลสวนบุคคลท่ี โรงเรียนฯ เก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูล
สวนบุคคลของทา น

2) สิทธิในการขอรับ หรือโอนยายขอมูลของทาน ในกรณีที่ขอมูลนั้นอยูในรูปแบบที่สามารถอานหรือใชงาน
โดยท่ัวไปไดดวยเคร่ืองมือหรืออุปกรณท่ีทํางานไดโดยอัตโนมัติและสามารถใช หรือเปดเผยขอมูลสวน
บุคคลไดดวยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอื่นตามท่ีทานมีความประสงค
(โรงเรียนฯ ขอสงวนสิทธิในการเรียกเก็บคาใชจาย โดยจะกําหนดคาใชจายตามความเปนจริงอยาง
เหมาะสม)

3) สทิ ธิในการคดั คา นการเก็บรวบรวม ใช หรอื เปดเผยขอ มูลสว นบคุ คลกรณที กี่ ฎหมายกาํ หนด
4) สิทธิในการขอใหลบหรือทําลายหรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของทานกลายเปนขอมูลที่ไมสามารถระบุ

ตวั ตนไดด วยวธิ กี ารใดๆ กรณที ี่กฎหมายกําหนด
5) สิทธิในการระงับการใชขอ มูลสวนบคุ คลของทาน เวนแต จะมีขอจํากัดตามกฎหมายที่ โรงเรียนฯ ไมอาจ

ดําเนินการตามคํารอ งขอของทา นได
6) สทิ ธิในการเพิกถอนความยนิ ยอมที่ใหไวไดตลอดเวลา เวน แตการเพกิ ถอนความยินยอมจะมีขอจํากัดตาม

กฎหมายหรือตามสัญญา ทั้งน้ี การขอถอนความยินยอมของทาน จะไมสงผลกระทบตอการประมวลผล
ขอ มูลสว นบุคคลทีท่ านไดใ หไวกอนหนา โดยชอบดว ยกฎหมาย
7) สิทธิในการรองเรียนตอเจาหนาท่ีผูมีอํานาจตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หากโรงเรียนฯ มิได
ปฏบิ ัติตามกฎหมาย

- 46 -


Click to View FlipBook Version