1 เรื่องนิทานอีสป นางสาวจิรัญญา มีแก้ว
2 ค ำน ำ หนังสือเล่มนี ้มีเนื ้อหาเกี่ยวกับนิทาพื ้นบ้านท าขึ ้นเพื่อศึกษาใน การเสริมสร้างในการคิดสร้างสรรค์การเสริมสร้างในการคิสร้างสรรค์ มีภาพที่ให้เรียนรู้เเละเข้าใจได้ง่ายมีคติสอนใจ ผู้จัดท าหวังว่าเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี ้จะมีประโยชน์ไม่มาก ก็น้อยหากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดท าต้องขออภัยมา ณ ที่นี ้ ผ ้ ู จัดทำ นางสาวจิรัญญา มีแก้ว
3 สำรบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ไก่ได้พลอย 7 แพะสองตัว 8 ราชสีห์กับหนู 9 กระต่ายกับเต่า 10 เด็กเลี ้ยงแกะ 11 ห่านกับไข่ทองค า 12 กบเลือกนาย 13 กระต่ายตื่นตูม 14 แมวกับหนู 16 มดกับตั๊กแตน 17 กากับหงส์ 19
4 กบสองตัว 20 ช้างเกเร 21 แมวกับไก่ตัวผู้ 22 ราชสีห์เฒ่า 23 ลูกหมูสามตัว 24 หมากับเงา 27 ลูดเป็ดขี ้เหร่ 28 วัวกับล้อเกวียน 30 หนูน้อยหมวกแดง 31 พ่อค้าเกลือกับลา 33 ปลาน้อยกับคนตกปลา 34 ลิงกับเต่า 35 เด็กชายกับลูกเกาลัด 36 วัวกับแพะ 37 อีกากับหงส์ 38
5 หมาจิ ้งจอกกับสิงโต 39 แม่ห่านกับลูกห่าน 40 ลิงกับแว่นตา 41 หนูในหีบ 42 ชาวชนบทกับแม่น ้า 43 พระจันทร์ในบ่อน ้า 45 นกกระจอกกับแมงมุม 46 ห่านกับนกกระสา 47 สุนัขกับท่อนไม้ 48 พี่เลี ้ยงเด็กกับหมาป่า 49 นกฮูกกับช้าง 50 นกยางผู้เย่อหยิ่ง 52 กบอยากเกิดใหม่ 53 ลิงกับนกขมิ ้น 55 สุนัขป่าหน้าโง่ 56 ราชสีห์กับนายพราน 57
6 หมาป่าหมาจิ ้งจอกเเละม้า 58 คนเลี ้ยงแกะกับสิงโต 59 ชาวนากับนกกระเรียน 60 จิ ้งจอกไร้หาง 61 ลากับหมาน้อย 62 มารดากับหมาป่า 63 นักเดินทางกับถุงเงิน 64 นกเค้าแมวกับตั๊กแตน 65 อินทรีกับอีกา 67 สรรพสัตว์กับโรคระบาด 68 หมาป่า แม่แพะเเละลูกแพะ 70 ต้นโอ๊กดับต้นอ้อ 71 นกนางแอ่นเตือนภัย 72 เทพารักษ์กับคนตัดไม้ 73 อึ่งอ่างกับวัว 74
7 ไก่ได้พลอย กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีบา ้ นหลงัหน่ึงในชนบท ซ่ึงเจา ้ ของคือชาวนา เขาเล้ียงไก่ไวเ ้ป็ น จา นวนมาก ทุก ๆ วนัชาวนาจะปล่อยให ้ฝูงไก่ออกมาเดินคุย ้ เขี่ยหากินตามธรรมชาติที่ลานดินใกล ้ กับทุ่งนา เช้าวันหนึ่ง ขณะที่พ่อไก่ก าลังเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหารที่ลานหน้าบ้านของชาวนาอยู่ นนั่เอง มนัก็เหลือบไปเห็นพลอยเม็ดงามเม็ดหน่ึงส่องประกายระยิบระยบัอยู่บนพื้น พ่อไก่จอ้งมองพลอยวิบวบัเม็ดน้นัพลางร าพึงข้ึนมาว่า“เอกอี้เอ้กเอ้ก… ถ้านายข้า มาพบเม็ดพลอยนี้ เขาต้องดีใจมากแน่ ๆ และต้องเก็บขึ้นมาเลยทีเดียว แต่ส าหรับข้า พลอยเม็ดนี้ไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย อันที่จริงข้าวเปลือก 1 เมล็ด ยังจะมีค่ามากกว่า พลอยทั้งหมดในโลกเสียด้วยซ ้า”จากน้นัพ่อไก่ก็เดินผ่านพลอยเม็ดน้ัน และคุ้ยเขี่ย ดินเพื่อหาอาหารกินต่อไป นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ สิ่งของล ้ำค้ำอำจไม่มี ประโยชน์เลย หำกตกไปอยู่กับคนที่ไม่รู้คุณค่ำ เช่นเดียวกับพ่อไก่ที่เห็นเม็ดพลอยรำคำ แพงอยู่ตรงหน้ำ แต่ก็อำจมิใช่ประโยชน์ใดๆ กับสิ่งมีค่ำนั้นได้เลย
8 แพะสองตัว กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ณ หมู่บา้นเล็ก ๆ แห่งหน่ึง มีแม่น้า ก้นัระหว่างสองฝาก ชาวบา้นจึงร่วมใจกนัสร้างสะพานขา้มฝั่ง แต่สะพานน้นัเล็กมาก ทา ให้ขา้มฝั่งไดเ้พียงทีละคนเท่าน้นั วันหนึ่งมีแพะก าลังจะข้ามสะพาน มันสังเกตเห็นแพะอีกตัว ก าลังเดินข้ามมาจากอีกฟาก แน่นอนว่าสะพานเล็กมากจนพวก มนั ไม่สามารถเดินสวนกนั ได้และแพะท้งัสองก็ต่างรอให้อีก ฝ่ ายถอย แต่ก็ไม่มีใครยอมถอย แพะตวัหน่ึงจึงเอ่ยข้ึนมาว่า“เจ้าควรจะให้ข้าไปก่อน เพราะข้าแก่กว่าและแข็งแรงกว่าเจ้า” ส่วนแพะอีกตัวก็ไม่ยอม เถียงกลับไปว่า “เจ้า ต่างหากที่ควรถอยไป ข้าแข็งแรงกว่า ส่วนเจ้าแก่และต้องใช้ เวลานานกว่าจะข้ามไปถึงอีกฝั่ง” แพะท้งัสองตวัเถียงกนัเรื่องความแข็งแกร่งอยู่กลางสะพาน สักพกัพวกมนัก็เริ่มต่อสู้กนังดัเขากนั ไปมา มนัต่อสู้กนัอย่าง ดุเดือด และในไม่ชา้แพะท้งัคู่ก็เสียสมดุลและตกลงไปในแม่น้า เบ้ืองล่างกระแสน้า เชี่ยวกรากพดัพาพวกมนัลงไปในน้า ลึกจน ทา ให้แพะท้งัสองตวัจมน้า ตาย ผ่านไปเพียงครู่ก็มีแพะอีกสองตวัผ่านมาที่สะพานจากคนละฟากฝั่ง เหตุการณ์เริ่มซ้า เดิม แพะสองตวัโตเ้ถียงกนัว่าใครจะไดข้า้มสะพานก่อนแลว้อีกตวัตอ้งถอยแต่คราวน้ีแพะตวั หนึ่งกลับใช้เวลาคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “หยุด ! สะพานนี้แคบเกินไป หากเราทั้งสองต่อสู้กันก็จะท าให้พวกเราตกลงไป ในแม่น ้าและจมน ้าตาย แต่ข้ามีวิธี ข้าจะหมอบลง แล้วเจ้าก็เดินข้ามข้าไป” แพะอีกตวัหน่ึงเห็นดว้ยและชื่นชมในความฉลาดของแพะตวัน้นัมนัรอให้แพะผู้ ออกไอเดียนอนหมอบลงแลว้จึงเดินขา้มไป ในที่สุดแพะท้งัสองตวัก็ข้ามสะพานไดอ้ย่าง ง่ายดาย โดยไม่ต้องออกแรงต่อสู้หรือเป็ นอันตรายแม้แต่นิดเดียว นิทานเร ื่องน ี้สอนให ้ ร ู้ว ่ า ความโกรธและอัตตาน าไปส ู่หายนะแต ่ การอ ่ อนน ้ อม ถ ่ อมตนจะน าไปส ู่การบรรลุผล
9 ราชสีห์กับหนู ราชสีห์ตวัหน่ึงเอนกายหลบั ใหลอยู่ในป่าทึบ หัวอนั ใหญ่โตของมนัวางอยู่บนหัวอุง้เทา้หนูนอ้ยข้ีกลวั บงัเอิญวิ่งมาบนตวัของมนัโดยไม่ไดต้้งัใจ ด้วยความกลัวและร้อน รนที่จะรีบหนีไปให้พ้น เจ้าหนูกลับแล่นปรูดไปบนจมูกราชสีห์ ราชสีห์งีบหลบัอยู่ดีๆ คร้ันถูกรบกวนมนัจึงตะปบอุง้เทา้อนั ใหญ่โต ลงไปบนเจ้าสัตว์ตัวน้อยด้วยความฉุนโกรธหวังจะฆ่าหนูให้ตาย "ปล่อยข้าไปเถิด"เจ้าหนูผู้น่าสงสารขอร้อง"กรุณาปล่อยข้าไป แล้วสักวันหนึ่งข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน" ราชสีห์รู้สึกขบขนัยิ่งนกัเมื่อคิดว่าเจา้หนูจะมาช่วยอะไรมนั ได้ แต่มันเป็นสัตว์ที่มีเมตตาจึงปล่อยเจ้าหนูไปในที่สุด อีกไม่กี่วันต่อมา ขณะก าลังซุ่มล่าเหยื่ออยู่ในป่ า ราชสีห์ก็ติดบ่วงของนายพราน มันไม่อาจหลุดเป็น อิสระบ่วงของนายพรานได้จึงค ารามเสียงดังก้องป่ า ดว้ยความโกรธแคน้เจา้หนูจา เสียงน้นัไดจ้ึงรีบวิ่ง มาเจา้ป่ากา ลงัดิ้นรนอยู่ในตาข่าย มนัรีบวิ่งตรงไปที่ เชือกเส้นใหญ่เส้นหนึ่งซึ่งรัดราชสีห์เอาไว้ก่อนจะ กัดแทะเชือกจนขาด ในที่สุดราชสีห์ก็เป็นอิสระ "ท่านหัวเราะตอนที่ข้าบอกว่าจะตอบแทนท่าน" เจ้าหนูกล่าว"บัดนี้ท่านคงเห็นแล้วว่าแม้แต่หนูก็ช่วย ราชสีห์ได้" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รุ้ว่ำ ควำมเมตตำไม่เคยสูญเปล่ำ
10 กระต่ำยกับเต่ำ ณ ป่าใหญ่แห่งหน่ึง มีกระต่ายตวัหน่ึงมนั่ใจในความเร็วของฝีเทา้ ตัวเองมาก และมักพูดโม้โอ้อวดว่าไม่มีใครเทียบเทียมได้ จนวันหนึ่ง เจ้า กระต่ายไดพ้บกบัเต่าที่กา ลงัเดินตว้มเต้ียมผ่านมา เมื่อเห็นดงัน้นัเจา้ กระต่ายก็หัวเราะเยาะและพูดล้อเลียนว่า "นี่เจ้าเต่า มัวแต่เดินอืดอาดอย่าง น้ีแลว้เมื่อไรจะถึงบา้นกนัล่ะเนี่ย ต่อให้เจา้เดินนา หนา้ไปก่อนคร่ึงวนัขา้ ยังตามเจ้าทันเลย" เจา้เต่าไดย้ินดงัน้นัก็เกิดอาการไม่พอใจเลยพูดตอบกลบัไปว่า "ถึงข้าจะเดินช้า แต่ข้า ก็กลับถึงบ้านทุกวัน ถ้าอย่างงั้นเรามาลองวิ่งแข่งกันมั้ยล่ะ แล้วข้าจะเอาชนะเจ้าให้ดู" กระต่ายเห็นว่าเจา้เต่าทา้แข่งอย่างน้นัก็ตอบตกลง พร้อมกบัพูดไปอย่างขา ๆ ว่า "ฮ่า ฮ่า ฮ่า โถ... เจ้าเต่า เชื่องช้าอย่างเจ้าน่ะเหรอ จะมาชนะกระต่ายที่รวดเร็วอย่าง ข้าได้ ไม่มีทางหรอก" เมื่อถึงวนัแข่งขนัเจา้กระต่ายไดว้ิ่งออกจากจุดเริ่มตน้ ไปดว้ยความเร็วเต็มฝีเทา้แซง หน้าเจ้าเต่าไปไกล และเมื่อหันหลังกลับไปดูก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าเต่า เลยคิดว่าคงอีก นานกว่าเจ้าเต่าจะเดินมาถึง จึงนึกในใจว่า "งั้นข้าของีบเอาแรงสักหน่อยดีกว่า ยังไงก็ชนะ อยู่แล้ว" แล้วไม่นานเจ้ากระต่ายก็เผลอหลับไป ส่วนเจา้เต่าก็ยงัคงเดินตว้มเต้ียม ๆ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยย่อทอ้เดินมาเรื่อย ๆ จนเกือบจะถึง เส้นชยัดา้นกระต่ายที่นอนอยู่แถวน้นัก็สะดุง้ตื่นข้ึน เห็นรอยเทา้เต่าที่พื้นก็รีบวิ่งตามไป แต่ก็ไม่ทนัเสียแลว้เพราะเมื่อเจา้ กระต่ายวิ่งมาถึงเส้นชยัก็พบว่าเจา้เต่าที่ตวัเองเคยสบประมาทไวน้ ้นั ได้เดินเขา้เส้นชยัเป็นผูช้นะในการแข่งขนัครั ้ังน้ี เหตุการณ์น้ีทา ให้เจา้กระต่ายรู้สึกเสียใจมากที่ตอ้งมาพ่ายแพใ้ห้กบัเจา้เต่า เพียงเพราะความ ประมาทของตวัเองนนั่เอง... นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากเราใช้ชีวิตอย่างประมาทก็อาจเป็ นหนทางที่น ามาสู่ ความพ่ายแพ้ได้ ดังเช่นเจ้ากระต่ายตัวนี้ที่ประมาทเลินเล่อ คิดว่าตัวเองวิ่งได้เร็วกว่า จึงชะล่าใจ ไม่คิดที่จะพยายามหรือวิ่งแข่งให้ ส าเร็จ จนสุดท้ายก็โดนเจ้าเต่าวิ่งแซงเข้าเส้นชัยไปในที่สุด เช่นเดียวกันกับการเรียน หากเด็ก ๆ หลงคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว จึงไม่ขยัน ตั้งใจอ่านหนังสือ เพื่อนที่เขามีความขยันและมีความพยายามมากกว่า ก็อาจมีผลการเรียนที่ดีกว่าเราได้
11 เด็กเลี้ยงแกะ ณ หมู่บา้นแห่งหน่ึง มีเด็กเล้ียงแกะคนหน่ึงทา หน้าที่ตอ้นฝูงแกะ ออกไปกินหญา้ที่เนินเขาเป็นประจา ทุกวนัและเขาก็ตอ้งนงั่เฝ้าเหล่าฝูง แกะ พร้อมคอยปกป้องดูแลไม่ให้หมาป่ าเข้ามาท าร้ายแกะของเขาได้ จนวันหนึ่งเด็กชายรู้สึก เบื่อหน่ายที่ตอ้งนงั่เฝ้าฝูงแกะเป็นเวลานาน ๆ จึงได้คิดหาเรื่องสนุก ๆ ทา เพื่อคลายเครียด เขาจึงได้แกล้งร้องตะโกนออกไปว่า "ช่วยด้วยจ้า ช่วย ด้วยจ้า หมาป่ ามากินแกะของผมแล้ว" พร้อมกบัวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก เข้าไปในหมู่บ้าน พวกชาวบา้นได้ยินว่ามีหมาป่ามากินแกะก็พากนัละทิ้ง งานการที่ทา อยู่และรีบหยิบอาวุธต่าง ๆ ท้งัจอบ มีด และขวานเพื่อออกมา ช่วยไล่หมาป่าแต่เมื่อพวกเขาวิ่งไปที่เนินเขาก็พบว่าฝูงแกะกา ลงักินหญา้ อย่างสบายใจ และไม่เห็นว่าจะมีหมาป่ าออกมากินแกะสัก ตัว เจา้เด็กเล้ียงแกะเห็น เหล่าชาวบา้นวิ่งกระหืดกระหอบมาที่เนินเขาก็หัวเราะเยาะและพูดว่า"ฮ่า ๆ ๆ ได้แกล้งหลอกคนนี่มันสนุกจริง ๆ" แต่พวกชาวบ้านที่โดนหลอกต่างรู้สึก โมโหเป็นอย่างมากและดว้ยความสนุกสนานคึกคะนอง เด็กเล้ียงแกะจึงยงั แกลง้หลอกแบบเดิมอีกหลายคร้ังและพวกชาวบา้นก็วิ่งออกมาช่วยทุกคร้ัง แต่ก็พบว่าเป็นเพียงแผนของเด็กเล้ียงแกะเท่าน้นั มาวันหนึ่งได้มีหมาป่ า ออกมาทา ร้ายและไล่กินฝูงแกะของเขาจริง ๆ เด็กเล้ียงแกะตกใจมากรีบวิ่งออกไปตามชาวบ้านพร้อมกับร้องตะโกนว่า "ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วยจ้า หมาป่ าก าลังกินแกะของผม" เขาร้องตะโกนให้คนมาช่วยจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่ก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนยอมออกไป ช่วยเด็กเล้ียงแกะเลยสักคน ท้งัยงัตอบเขากลบัไปว่า "คราวนี้เจ้าหลอกพวกข้าไม่ได้อีกแล้วล่ะ ไม่มีใครเชื่อเจ้าอีกต่อไปแล้ว" เด็กเล้ียง แกะรู้สึกเสียใจมากที่ไม่มีใครเชื่อเขาเลย ทา ให้ฝูงแกะของเขาถูกหมาป่ากินจนหมดฝูง เด็กชายร้องไห้สะอึกสะอ้ืนพร้อมกบัพูดว่า "เพราะข้าไม่ดีเอง ข้าชอบพูดโกหก แกล้งหลอกคนอื่นเพราะเห็นว่าเป็ นเรื่องสนุก แต่สุดท้ายการพูดโกหกของข้ากลับท าให้ข้า เดือดร้อนเสียเอง" นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนที่ชอบพูดโกหกเป็ นประจ า เมื่อถึงคราวที่พูดความจริงก็จะไม่มีใครเชื่อ ซึ่งมีความหมายตรงกับสุภาษิต ไทยที่ว่า "เด็กเลี้ยงแกะ" หมายถึงคนที่พูดโกหกจนเป็ นนิสัย จนไม่มีใครเชื่อถือหรือให้ความสนใจกับค าพูดนั้น ๆ
12 ห่านกับไข่ทองค า กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้มีสองตายายผูแ้สนยากจนอาศยัอยู่ที่กระท่อมเก่า ๆ ในป่ากวา้งอย่างสงบสุขแต่จู่ ๆ วนัหน่ึงก็เกิดเรื่องประหลาดข้ึน เมื่อตาเฒ่าพบว่าห่านที่เล้ียงไวน้้นัออกไข่มาเป็นสีทองอร่าม "ยาย ๆ ดูนี่สิตาเจออะไร ! ห่านของเราออกไข่มาเป็นทองค าด้วยล่ะ" ตาเฒ่าร้องเสียงดัง "จริงหรือตาเฒ่า ? จู่ ๆ ห่านมันจะออกไข่มาเป็นทองค าได้ยังไงกัน" ยายเฒ่าถามกลับแบบไม่เชื่อหูตัวเอง จากวนัน้นัเป็นตน้มา สองตายายก็หมนั่เก็บไข่ทองคา ไปขายทุกวนัจน กลายเป็นเศรษฐีและมีเงินทองใชไ้ม่ขาดมือแต่วนัหน่ึงตาเฒ่าก็เริ่มรู้สึก ไม่พอใจว่าทา ไมห่านของเขาถึงออกไข่ไดเ้พียงวนัละฟองเท่าน้นัจึงเกิด ความคิดข้ึนมาว่า "ยายเฒ่า..วนัน้ีเราไปผ่าทอ้ง ห่านกันดีกว่า จะไดเ้อาไข่ทองคา ท้งัหมดในน้นั ไปขายทีเดียว มวัแต่เก็บวนัละฟองแบบ น้ีมนัจะไปทนักินอะไร" ตาเฒ่าเอ่ยชวน "ก็ดีเหมือนกันนะตา เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อย เดินทางเข้าเมืองทุกวัน" ยายเฒ่าเห็นดีเห็นงามไปด้วย ว่าแล้วก็ไม่รอช้า สองตายาย รีบจบัห่านมาผ่าทอ้งทนัทีแต่ปรากฏว่าในทอ้งของห่านน้นั ไม่มีไข่ทองคา อยู่เลยแมแ้ต่ ฟองเดียวแถมท้งัสองยงัตอ้งสูญเสียห่านของพวกเขาไป โดยไม่มีโอกาสเก็บไข่ทองค า ไปขายอีกเลย.. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า โลภมาก ลาภหาย
13 กบเลือกนำย ณ ทะเลสาบแห่งหนึ่งอันอุดมสมบูรณ์ มีกบ ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่อย่างมีความสุข วันหนึ่งพวก มันปรึกษากันว่าน่าจะมีกษัตริย์มาปกครอง พวกมันจึงไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์ เทพจูปิ เตอร์จึงได้โยนขอนไม้ก้อนหนึ่งลงมาใน ทะเลสาบแห่งนี ้ พวกกบต่างตื่นเต้นดีใจพากัน ขึ ้นไปร้องเพลงเต้นระบ ากันอยู่บนท่อนไม้นั ้น หลายวันต่อมาพวกกบต่างเบื่อราชาขอนไม้ที่ได้แต่ ลอยน ้าไปมา จึงไปวิงวอนขอให้เทพจูปิเตอร์ส่ง กษัตริย์มาให้ใหม่อีกครั้ง เทพจูปิเตอร์จึงได้ส่งปลา ไหลลงมา แต่ปลาไหลก็เอาแต่มุดอยู่ในรูพวกมันจึงได้ ไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง คราวน้ีเทพจูปิเตอร ์ไดส้ ่งนกกระสาลงมา นกกระสาไดไ้ ล่จิก กินกบไปทีละตัวๆ ทุกวันจนกบแทบไม่เหลือ ส่วนกบที่เหลือ ก ็ไปร ้ องขอต่อเทพจูปิเตอร ์ อีกคร้ัง เทพจูปิเตอร ์ น้นัดว ้ ยความ ร าคาญพวกกบจึงกล่าวว่า “หากพวกเจ้าไม่พอใจในความ เป็ นอยู่แบบเดิม พวกเจ้าก็จงทนเผชิญกับหายนะที่ร้องขอกัน ต่อไปเถอะ” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การไม่รู้จักพอในสิ่งที่มีอยู่ย่อมเกิดผลร้ายตามมา
14 กระต่ายตื่นตูม ณ ป่ าอันแสนกว้างใหญ่ สัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข และมีกระต่ายตัวหนึ่งก าลังนอนกลางวันอยู่ใต้ต้นมะพร้าวอย่าง เพลิดเพลิน ทันใดนั ้นเองมีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนท าให้กระต่ายตัวนี ้ ตื่นขึ ้นมาด้วยความตกใจ"เมื่อกี้มันเสียงอะไรท ำไมน่ำกลัวจัง ต้องเกิดแผ่นดินไหวหรือฟ้ำถล่มแน่ ๆ ต้องรีบไปบอกให้ทุกคน รู้ตัว เดี๋ยวจะหนีกันไม่ทัน"เมื่อกระต่ายตัวอื่น ๆ เห็นว่ากระต่ายตัว นี ้วิ่งมาหน้าตาตื่นจึงตะโกนถาม "เจ้ำวิ่งหนีอะไรมำ ท ำไมถึงได้รีบร้อนขนำดนั้น ? " "เมื่อกี้ตอนที่ข้ำนอนหลับอยู่ใต้ต้นมะพร้ำว ข้ำได้ยินเสียงฟ้ำถล่มก็เลยรีบมำบอกทุกคน พวกเรำรีบหนีกันเถอะ !" เจ้ากระต่ายตื่นตูมรีบอธิบายให้ฝูงกระต่ายฟังด้วยเสียงสั่นเครือ จากนั ้นฝูงกระต่ายนับร้อยก็รีบวิ่งตามมันไปด้วยความตื่นกลัว พร้อมช่วยกันตะโกนตลอดทางว่า "ฟ้ำถล่ม ! ฟ้ำถล่ม ! รีบหนีเร็วทุกคน’" เหล่าสัตว์ป่ านานาชนิดได้ยินเช่นนั ้นก็พากันวิ่งหนีตาม กระต่ายฝูงนี ้ไป จนพบราชสีห์เจ้าป่ าเห็นสัตว์วิ่งมาดังนั ้น จึง ถามว่า"พวกเจ้ำวิ่งหนีอะไรมำ ท ำไมถึงได้รีบร้อนกัน ขนำดนี้""ฟ้ำถล่มน่ะสิท่ำน หำกไม่รีบหนีพวกเรำจะ ตำยกันหมด" ช้างเอ่ยขึ ้นมา"แล้วพวกเจ้ำรู้ได้อย่ำงไรว่ำ ฟ้ำถล่ม ?" ราชสีห์ถามกลับด้วยความสงสัย สัตว์ทุกตัวต่างหันไปมองฝูงกระต่าย เพราะอยากรู้ เรื่องราวเช่นเดียวกับราชสีห์ "กระต่ำยตัวนี้เล่ำว่ำได้ยินเสียงฟ้ำถล่ม" กระต่ายตัวหนึ่ง พูดขึ ้นพร้อมชี ้บอก"เจ้ำได้ยินอย่ำงนั้นจริงหรือไม่ "ข้ำได้ยินจริง ๆ นะท่ำน ขณะที่ข้ำก ำลังนอนพักผ่อนอยู่ใต้ต้นมะพร้ำว อยู่ ๆ ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจนข้ำ ตกใจรีบวิ่งมำบอกทุกคนให้รีบหนี"
15 กระต่ายพูดอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความตื่นเต้น"ไหนเจ้ำลองพำข้ำไปดูหน่อยสิว่ำเจ้ำได้ยินเสียงนั้นมำจำกตรงไหน" ราชสีห์ผู้กล้าหาญเอ่ยขึ ้นด้วยน ้าเสียงที่เข้มแข็ง เจ้ากระต่ายจึงรีบพาราชสีห์ไปดูบริเวณที่เกิด เสียงฟ้าถล่ม "ตรงใต้ต้นมะพร้ำวนั่นไงท่ำนที่ข้ำได้ยิน เสียงฟ้ำถล่ม" กระต่ายเอ่ยด้วยน ้าเสียงหวาดกลัว เมื่อได้ยินเช่นนั ้นราชสีห์ก็เดินเข้าไปอย่างกล้า หาญ แล้วจึงใช้เท้าอันแข็งแรงเขย่าต้นมันพร้าวจนลูก มะพร้าวร่วงลงมาเสียงดัง "ใช่เสียงแบบนี้หรือเปล่ำที่เจ้ำได้ยิน" ราชสีห์เอ่ยถามเจ้า กระต่าย"ใช่เลยท่ำน เสียงแบบนี้แหละที่ข้ำได้ยิน" กระต่าย ตอบพร้อมเกาหัวตัวเองด้วยความเขินอาย "เสียงฟ้ำถล่มที่เจ้ำได้ยินเป็ นเสียงของลูกมะพร้ำวที่ตก กระทบพื้นยังไงล่ะ ครำวหน้ำครำวหลังหำกเกิดเหตุกำรณ์ อะไรขึ้นเจ้ำควรหำสำเหตุก่อนว่ำเสียงนั้นมำจำกอะไร ไม่ ควรโวยวำย ตื่นตูมจนท ำให้คนอื่นตื่นตกใจตำมไปด้วย" ราชสีห์สอนกระต่ายด้วยความเป็นห่วง"ต่อไปข้ำจะไม่ตื่นตูม แบบนี้อีกแล้ว" กระต่ายพูดพร้อมก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด จากนั ้นราชสีห์จึงน าความจริงกลับมาบอกเหล่าสัตว์ทั ้งหลาย และ แยกย้ายกันกลับไปยังถิ่นที่พักเดิมของตัวเอง นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ เมื่อต้องประสบกับเหตุกำรณ์ที่ไม่คำดคิด ควรมีสติตรวจสอบควำมจริงให้ดีเสียก่อน อย่ำตื่นตกใจจนท ำให้ เรื่องเล็กกลำยเป็ นเรื่องใหญ่
16 แมวกับหนู หนูสองตัวอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่หลังหนึ่ง คืน วันหนึ่ง เมื่อเจ้าของบ้านเข้านอนแล้ว พวกมันพา กันออกมาจากรูใกล้ห้องครัวเพื่อหาอาหารกิน ตามปกติ แต่ขณะที่รีบวิ่งตรงไปยังตู้กับข้าว พวก มันก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อเห็นแมวศัตรูตัว ฉกาจของพวกมันนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู หนูทั ้งสอง ก าลังจะหันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี แต่พวกมันรู้สึก แปลกใจเอามาก ๆ ที่เห็นเจ้าแมวจอมโหดยังนั่งนิ่ง เฉยอยู่กับที่ ไม่วิ่งไล่จับอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อ เห็นพวกมันอย่างที่เคยเป็น ดังนั ้น เจ้าหนูตัวหนึ่งจึงท าใจกล้าเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่แมวก็ยังนั่งนิ่งเฉย โดยพวกหนูหารู้ไม่ว่า ที่จริง แล้ว แมวเจ้าเล่ห์ก าลังคอยที่อยู่อย่างสงบเพื่อให้ พวกหนูตายใจ ซึ่งก็ได้ผล เพราะหนูเบาปัญญาทั ้ง สองคิดว่าแมวไม่สนใจมันแล้ว พวกมันจึงรีบปืนขึ ้น ไปบนตู้กับข้าว แต่ทันทีที่พวกหนูหันหลังให้ แมว จอมโหดก็ใช้อุ้งมือที่มีเล็บอันแหลมคมของมัน ตะปบจับหนูทั ้งสองตัวกินเป็นอาหารสมกับที่มันรอ คอย นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่ำไว้ใจทำง อย่ำวำงใจศัตรู
17 มดกับตั๊กแตน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ บริเวณทุ่งหญ้าอันกว้าง ใหญ่ มีครอบครัวมดฝูงเล็กอาศัยอยู่รวมกันใต้โพรงดิน ขนาดก าลังพอเหมาะ ซึ่งข้าง ๆ โพรงดินนั ้นคือขอนไม้เก่า ที่ตั๊กแตนเจ้าส าราญใช้พักอาศัยเช่นกันในช่วงฤดูร้อนที่ ผลผลิตพืชพรรณงอกงามออกรวงมากมาย สมาชิกบ้าน มดทั ้งหลายต่างขยันขันแข็งเก็บเกี่ยวพืชเหล่านั ้นมาตุนไว้ ส าหรับหน้าหนาว ส่วนเจ้าตั๊กแตนกลับเอาแต่เล่นดนตรี อย่างเพลิดเพลิน และแปลกใจว่าท าไมฝูงมดต้องขยันถึง เพียงนี ้ เมื่อเห็นเช่นนั ้นตั๊กแตนจึงแวะไปสอบถาม "ฝูงมดตัวน้อยเอ๋ย พวกเธอจะเร่งท ำงำนเก็บพืชพรรณไปท ำไมกันมำกมำย" ตั๊กแตนเอ่ย "ก็เก็บไว้ กินตลอดฤดูหนำวน่ะสิ" เสียงของมดซึ่งเป็นหัวหน้าตอบกลับพลางเก็บเกี่ยวพืชพรรณไปด้วย "โห ! ฤดู หนำวเลยหรือ อีกนำนเลยนะ เพรำะนี่ก็เพิ่งจะเข้ำหน้ำร้อนเอง" เจ้าตั๊กแตนพูดด้วยน ้าเสียงแปลก ใจ "ก็เรำเก็บเกี่ยวตอนนี้ ฤดูหนำวจะได้ มีอำหำรกินอย่ำงอุดมสมบูรณ์แถมได้ พักผ่อนแบบเต็มที่ไงล่ะ" หัวหน้ามด อธิบาย "แต่เที่ยวเล่นพักผ่อนในฤดูร้อนก็สนุก ไปอีกแบบนะ ท ำไมจะต้องรอถึงหน้ำหนำวด้วย" เสียงตั๊กแตนโต้กลับ "เอำเถอะ ฉันขอกลับบ้ำนไป เล่นดนตรี เต้นร ำ ก่อนแล้วกันนะ"ตั๊กแตนเดิน กลับไปอย่างสบายใจไม่เดือดร้อน ส่วนฝูงมดก็ท า หน้าที่ของตนอย่างแข็งขันเวลาผ่านไปไม่นานนัก ลม หนาวเย็นยะเยือกก็มาเยือน เป็นสัญญาณเตือนว่า เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนั่นเอง ในขณะเดียวกันผลไม้พืชพรรณที่เคยงอกเงยต่างโรยรา จะหาอาหารมากินแทบไม่มี แต่ถึงอย่างไรฝูง มดก็ไม่เดือดร้อน เพราะพวกมันเก็บตุนของกินไว้แล้วมากมาย"ดีนะเนี่ยที่เรำเก็บอำหำรเอำไว้เยอะแยะ ครำวนี้จะได้กิน แบบไม่ต้องกลัวอด" มดตัวเล็กเอ่ยขึ ้นมา "ใช่ ๆ ต้องขอบคุณพวกเรำจริง ๆ ที่ขยันขันแข็งอดทนท ำงำนท ำให้เรำมี กินในวันนี้" หัวหน้ามดประกาศขอบคุณท่ามกลางความยินดีของมดทุกตัว
18 ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! !... เสียงเคาะประตูหน้าโพรงมดดังขึ ้น "สงสัยมีแขกมำเยี่ยมหรือเอำอำหำรมำแลกเป็ น แน่" มดตัวเล็กพูดแล้วเดินไปเปิดประตูหน้าประตูนั ้นคือตั๊กแตนเจ้าส าราญผู้พักอาศัยอยู่ข้าง ๆ ที่เคยมีท่าทาง สดใสร่าเริง แต่คราวนี ้ ตั๊กแตนกลับยืนก้มหน้าด้วย ความหิวโซ พอประตูเปิดจึงรีบเดินตรงมาหาหัวหน้ามด ที่เคยสนทนาด้วยทันที "สวัสดีมดเอ๋ย ฉันหิว เหลือเกินไม่ได้กินอะไรมำหลำยวัน พอจะมีอำหำร แบ่งฉันบ้ำงไหม" ตั๊กแตนขอร้อง "อะไรกัน บ้ำนเธอไม่มีอะไรกินเลยหรือ ช่วงฤดูร้อน ผลผลิตออกจะอุดมสมบูรณ์" หัวหน้ามดถามด้วยความ สงสัย"ฉันมัวแต่ยุ่งกับกำรเล่นดนตรีและเต้นร ำ เลยไม่มี เวลำมำนั่งท ำงำนกักตุนอำหำรไว้กินอย่ำงเธอ" ค าแก้ตัว ของตั๊กแตน "อะไรกัน ! นี่เธอไม่ท ำงำนเลยเหรอ มัวแต่เล่น ดนตรีสนุกสนำนเนี่ยนะ" หัวหน้ามดตวาด ด้าน ตั๊กแตนก็ท าหน้าเจื่อนโดยไม่มีค าตอบโต้ "ถ้ำเธอไม่ รู้จักแบ่งเวลำเล่นกับเวลำท ำงำน ฉันก็คงปัน อำหำรให้เธอไม่ได้ เจ้ำกลับไปเถอะ"พอสิ ้นค าพูด ของหัวหน้ามด เจ้าตั๊กแตนเลยเดินกลับบ้านไปแบบหิว โหย ส่วนฝูงมดก็ พักผ่อนแบบส าราญกับ อาหารที่ตุนมาจากช่วงหน้าร้อน นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ คนเรำควรจะรู้จักหน้ำที่ของตัวเอง เวลำไหนควร ท ำงำน เวลำไหนควรเล่น หำกมัวแต่เล่นไม่ยอมท ำงำนเลย สักวันหนึ่ง ชีวิตอำจเจอเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจจนหันไปพึ่งใครไม่ได้ เพรำะเรำไม่ยอม ท ำงำนเพื่อหำเลี้ยงและยืนบนล ำแข้งของตนนั่นเอง
19 กำกับหงส์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกาตัวหนึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ โดย มีสระน ้าเล็ก ๆ อยู่เบื ้องหน้า ในนั ้นมีหงส์ขาวตัวหนึ่งว่ายวนเหนือน ้า อยู่ เจ้ากามองเห็นหงส์นั ้นมีขนสีขาวดั่งหิมะ แตกต่างกับสีขนของมัน ที่ด าราวกับถ่าน กาจึงร้องตะโกนออกไปว่า “ท่านหงส์ขาวผู้งดงาม ช่วยแนะน าวิธีให้กับข้าได้ไหมว่าท าเช่นไรถึงได้มีขนสีขาวเช่น ท่าน” แต่หงส์ตัวนั้นบอกว่ำ “ข้ำก็ไม่รู้เหมือนกัน เพรำะเกิดมำ ข้ำก็มีขนสีขำวเช่นนี้แล้ว” จากนั ้นก็ว่ายน ้าหาอาหารกินต่อไป เช่นเดิมหลังจากจ้องมองหงส์ขาวด้วยความอิจฉาอยู่นาน วันหนึ่งเจ้า กาก็นึกอะไรขึ ้นมาได้ โดยคิดว่ามันสามารถมีขนสีขาวอย่างหงส์ถ้า ลองใช้ชีวิตแบบเดียวกัน เจ้ากาจึงวางแผนที่จะแหวกว่ายอยู่ในน ้าทั้งวันบ้าง ว่าแล้วจึงตัดสินใจละทิ ้งรังบนยอดไม้ แล้วบินร่อน ลงไปอาศัยในหนองน ้า โดยกินสาหร่ายและพืชน ้าอย่างที่หงส์ท าวันแล้ววันเล่า เจ้ากาเอาแต่แช่ตัวอยู่ในน ้าตลอดทั้งวัน แต่ขนก็ ยังมีสีด าอยู่เช่นเคย หลายครั้งที่เกือบจะจมน ้า อีกทั้งการที่พยายามกินสาหร่ายก็ไม่สามารถท าให้อิ่มท้องได้เลย ไม่นานนักเจ้า กาก็เริ่มผ่ายผอมลง หงส์ขาวเห็นดังนั ้นก็ให้ค าแนะน าไปว่า “กลับบ้ำนของเจ้ำไปเถิด เดี๋ยวเจ้ำก็จะ แข็งแรงขึ้น” แต่คราวนี ้กาไม่ยอมฟังเสียงของหงส์ แม้จะยากเหลือเกินที่อีกาจะ อาศัยอยู่ในน ้า แต่เจ้านกน้อยก็ พยายามอย่างหนักที่จะมีชีวิต อยู่ ถึงอย่างนั ้นก็ดูเหมือนทุก อย่างจะยิ่งเลวร้ายลงเรื่อย ๆ วันหนึ่งหลังจากต่อสู้มานาน กาด าก็อ าลา โลกนี ้ไป หงส์ขาวได้แต่สงสาร เพราะถ้าเจ้านกเชื่อฟังค าเตือนในวันนั ้น เขา ก็คงมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ จงพอใจกับสิ่งที่ ตนเองมีอยู่ เพรำะกำรเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่อำจแก้ไขสิ่งที่ธรรมชำติให้มำ ได้
20 กบสองตัว ครั้งหนึ่ง มีกบสองตัวเป็นเพื่อนกันกบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบึงซึ่งมีน ้าเต็มปรี่ตลอดปีและมีเพื่อนพ้องกบอีก หลายตัว ส่วนกบอีกตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในล าห้วยเล็ก ๆ เมื่อถึงฤดูแล้งน ้าก็แห้งขอด ชาวไร่มักใช้เป็นเส้นทาง ลากเกวียน เจ้ากบจึงมีเพียงน ้าที่ขังในรอยเกวียนเป็นเแอ่งน ้าเล็ก ๆ ให้อยู่อาศัยเท่านั ้น กบในบึงจึงเอ่ยชวนว่า " เพื่อนรัก เจ้ามาอยู่ในบึงกับข้าเถอะ น้า ใสเยน็และปลอดภยักว่าแอ่งน้ าที่เจา้อยู่ต้งั มากมาย " แต่กบในล าห้วยกลับปฏิเสธ " ข้าไม่ไปหรอก ข้ีเกียจยา้ยที่อยู่บ่อย ๆ เดี๋ยวพอถึงหนา้ฝนก็มีน้า เต็ม ห้วยเองน่ะแหละ " ต่อมาวันหนึ่ง ขณะที่เจา้กบในลา ห้วยกา ลงัเล่นน้า อยู่ในรอยเกวียน ชาวไร่ก็ขับเกวียนลงร่องทางเดิม เจ้า กบโชคร้าย จึงถูกล้อเกวียนบดทับจนท้องแตกตายในที่สุด. นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ จงรับฟังค ำเเนะน ำที่ดีกว่ำ
21 ช้ำงเกเร มีช้างตัวหนึ่งเที่ยวเดินเอางวงดึงกิ่งไม้และใบไม้มาเหยียบย ่า แล้วใช้แรงอันมหาศาลโยกต้นไม้ไปมาจน ต้นไม้ใหญ่น้อยหักโค่นลงตลอดสองข้างทางที่มันเดินผ่านพอมันเดินมาถึงต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งพ่อนกและแม่นก ก าลังช่วยกันเลี ้ยงดูลูกในรัง...มันใช้งวงรัดและโยกต้นไม้ต้นนี ้จนลูกนกตกลงมาตายทั ้งรัง โดยไม่ฟังเสียงอ้อน วอนของพ่อนกและแม่นกเลย พอมันเดินมาถึงต้นไม้ต้นหนึ่ง ซ่ึงพ่อนกและแม่นกกา ลงัช่วยกนัเล้ียงดูลูกในรัง...มันใช้งวงรัดและโยกต้นไม้ ตน้น้ีจนลูกนกตกลงมาตายท้งัรัง โดยไม่ฟังเสียงอ้อนวอนของพ่อนกและแม่นกเลย พอมนัเดินผ่านตน้ ไมซ้่ึงมีฝูงผ้ึงฝูงหน่ึงทา รังอยู่...มนัก็ใชง้วงดึงรังผ้ึงมาเพื่อจะเหยียบย่า ทนั ใดน้นัเองฝูงผ้ึงจา นวนนบัร้อยก็กรูกันเขา้ต่อยที่ตาของชา้งพร้อม ๆ กันจนตาบอด ช้างเกเรเดินโซ ซัดโซเซไปมาอย่างน่าสงสาร...แต่ฝูงเม่นซ่ึงเห็นเหตุการณ์ท้งัหมดร่วมใจกนัลงโทษชา้งใจร้ายโดยพากนัสลดั ขนทิ่มแทงหนงัชา้งซ้า เขา้ไปอีกจนชา้งตาบอดไดร้ับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมนั เดินสะเปะสะปะไป ตลอดทางจนกระท้งัตกหนา้ผาตาย นิทานเร ื่องน ี้สอนให ้ ร ู้ว ่ า ท าดีได้ดีท าชั่วได้ชั่ว
22 แมวกับไก่ตัวผู้ แมวตัวหนึ่งจับไก่มาได้มันพยายามหาเหตุผลที่จะกินไก่โดยไม่ถูกต่อว่า จึงกล่าวหาไก่ว่า "เสียงขันใน ตอนเช้าของเจ้าช่างน่าร าคาญและรบกวนเวลานอนของมนุษย์ซะเหลือเกิน ดังนั้นเจ้าสมควรตาย" ไก่จึงตอบว่า "ไม่จริง สิ่งที่ข้าท าลงไปนั้นเป็ นประโยชน์ต่อมนุษย์ต่างหาก เพราะเสียงของข้าช่วยปลุกพวกเขา ให้ตื่นไปท างานได้อย่างทันเวลา" แมวจึงพูดว่า "ช่างเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็จะจับเจ้ากินอยู่ดี เพราะเจ้าท าให้ข้าต้องอดทนหิวมา นาน" จากน้ันเจา้แมวก็ตะปบไก่กินทนัที นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ คนชั่วมักจะมีข้ออ้ำงที่จะท ำชั่วเสมอ
23 รำชสีห์เฒ่ำ ราชสีห์ชราตัวหนึ่ง เมื่อคร้ังที่ยงัหนุ่ม มันเคยเป็นที่ย าเกรงของสัตว์ทุกตัวในป่ า แต่มาวนัน้ีเมื่อแก่ตัวไร้ เรี่ยวแรง มนัไดแ้ต่นอนอยู่ในถ้า รอดวามตายไปวนัๆ "เจ้าป่ าที่ไร้เรี่ยวแรงก็ไม่ด่างจากสุนัขธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง" นี่คือค าเยาะเย้ยถากถางที่มันได้ยิน ทา ให้มนัอยากจะพิสูจน์ตวัเองอีกคร้ังว่า ในวยัชราน้ีมันยังคงมี บารมีพอให้สัตว์อื่นเกรงกลัวอยู่คิดแลว้มนัจึงเดินออกจากถ้า มันเห็นลาสองตัวแม่ลูกก าลังยืนเล็มหญ้าอยู่หน้า ปากถ้า ให้มันโมโหสุดขีด แต่ราชสีห์เฒ่าก็ไม่มีแรงพอจะท าอะไรโต้ตอบลูกลา สิ่งเดียวที่มันท าได้ คือค่อยๆ เดินลาก สังขารที่บอบช ้ากลับเข้าถ ้าไปโดยเร็วเท่านั ้นเองแม้แม่ลาจะมองเห็นราชสีห์ แต่กลับไม่ให้ความสนใจ ยังคงก้ม หน้าเล็มหญ้าต่อไป ราชสีห์เฒ่ารู้สึกโกรธ จึงเดินวางท่าเป็นเจ้าป่ าเข้าไปใกล้ พร้อมทั ้งส่งเสียงค ารามเพื่อข่มขู่ ให้ลาทั ้งสองกลัว ทันใดนั ้นเอง ราชสีห์ชราก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อลูกลาที่ก าลังวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ แม่ กระโดดเตะ เข้าที่สะโพกของมันอย่างเต็มแรงนี่ท า นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ยามสิ้นไร้ซึ่งอ านาจ ชื่อเสียงก็ไม่อำจขู่ใครให้เกรง กลัว
24 ลูกหมูสำมตัว กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ มีแม่หมูกับลูกหมูสามตัว อาศัย อยู่ในป่ าแห่งหนึ่งลูกหมูที่เป็ นพี่ใหญ่ เป็ นหมูที่เกียจคร้านเป็ น อย่างมากมักจะแอบไปหาที่หลบหลับนอนตลอดเวลา ส่วนลูกหมูตัวที่สองเป็ นหมูจอมตะกละ ไม่ชอบท างาน แม้เวลางานก็มักจะหาเรื่องพักและกินอาหารที่แอบน ามาด้วย เสมอส่วนลูกหมูตวัที่สามน้นั เป็ นหมูที่ขยันขันแข็ง และชอบ ท างานเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าลูกหมูตัวสุดท้องจะขยันขันแข็ง ท างานอย่างไรก็ตามแต่อาหารที่หามาได้ก็ต้องหมดไปในไม่ช้า เหตุเพราะที่บา้นของเขาน้นัมีหมูจอมข้ีเกียจ กับหมูจอมตะกละ อยู่ต้งัสองตวันนั่เองวนัหน่ึงแม่หมูจึงพูดกบัลูกหมูท้งัสามว่า “พวกลูกๆโตเกินกว่าจะอยู่ในบ้านหลังน้อยของแม่แล้ว ถึงเวลาที่ลูกๆจะต้องมีบ้านเป็ นของตัวเองได้แล้วล่ะจ้ะ”น้องหมูตวัสุดทอ้งเมื่อไดฟ้ ังแม่หมูพูดเช่นน้นั ก็เกิดปิ ติยินดีเป็ นอย่าง มาก ที่จะมีบ้านเป็ นของตนเอง“เราจะสร้างบ้านแบบไหน แล้วจะเอาอะไรมาสร้างเป็ นบ้านดีนะ”ส่วนพี่หมูตวัโตข้ีเกียจไดย้ิน แม่หมูพูดเช่นน้นั ก็พูดบ่นทันทีด้วยไม่ชอบที่จะท างานอยู่แล้วจึงโดนแม่หมูดุว่า“ไม่ได้น่ะ ลูกโตแล้ว ต้องรู้จักดูแลตัวเองได้แล้ว จะมัวท าตัวขี้เกียจต่อไปไม่ได้นะ”เมื่อพี่หมูตัวโตโดนแม่ดุจึงต้องออกไปสร้างบ้านอย่างที่ไม่ค่อยเต็มใจนักลูกหมูสามตัวออก เดินทาง และมาถึงชายป่าแห่งหน่ึงพวกมนัตดัสินใจจะสร้างบา้นบริเวณน้ีใกลๆ้กนัและเดินทางไปตลาดเพื่อซ้ือของสร้างบา้น พี่ใหญ่ซ้ือฟางไปสร้างบา้นจะไดไ้ม่เหนื่อยและไม่หนกั ด้วย พี่รองซ้ือเศษไมไ้ปสร้างบา้นตอกตะปูไม่กี่ทีก็เสร็จแลว้ และยังต้านลมที่พัดมาแรงๆได้อย่างแน่นอน นอ้งเล็กซ้ืออิฐมาสร้างบา้น พี่ใหญ่พี่รองเห็นหัวเราะ และบอกว่า “ท าไมเจ้าโง่อย่างนี้กว่าจะแบกไปกว่าจะสร้างบ้านเสร็จ ก็ใช้เวลานาน” น้องเล็กจึงพูดว่า “แต่ถ้าเราใช้อิฐสร้างบ้าน มันก็จะ แข็งแรงและทนทานกว่า พี่ๆใช้ฟางกับเศษไม้มันไม่ ปลอดภัยนะพี่” แลว้ท้งั 3 พี่น้องก็แบกของกลับบ้าน พอถึงชายป่ าต่างก็แยกย้าย…มาสร้างบ้านของใครของมัน
25 ลูกหมูตัวที่หนึ่งสร้างบ้านด้วยฟางใช้เวลาไม่นาน นักก็เสร็จส่วนลูกหมูตัวที่สองสร้างบ้านด้วยเศษไม้ ใช้เวลาไม่นานก็สร้างบา้นเสร็จและท้งัสองไปดูนอ้ง เล็กสร้างบ้านซึ่งยังไม่เสร็จน้องเล็กต้องค่อย ๆ ก่ออิฐ ทีละก้อนทีละอันกว่าจะสร้างเสร็จก็อีกหลายวัน เพราะอยากได้บ้านที่แข็งแรงและปลอดภัยน้องเล็กจึง ไม่เชื่อพี่ๆท้งัสอง ที่บอกให้เปลี่ยนมาใช้ฟางกับเศษ ไม้ ลูกหมูท้งัสองจึงออกไปวิ่งเล่นวา่ยน้า ส่วนน้องเล็กก็ต้งัหนา้ต้งั ตาสร้างบา้นจนเสร็จตกดึกท้งัสามตวัก็เขา้นอนบา้น ใครบ้านมัน จนกระทงั่คืนหน่ึงงมีเจา้หมาป่ามาซุ่มดู หวงัจะมาจบัลูกหมูท้งั 3 ตัวมาเป็นอาหาร และไปบ้านลูกหมูที่สร้างบ้านด้วยฟางก่อน พอมัน มาถึงประตูมนัก็พูดข้ึนว่า … เจ้าลูกหมูน้อยออกมาให้ข้ากินดีกว่านะ ไม่ฉันไม่เปิ ด ประตูให้แกหรอกไป๊ ไปให้พ้นนะ ไม่เปิ ดไม่เป็นไร บา้นฟางแบบน้ีขา้เป่าก็พงัและ แย่ แล้ว บ้านฟางของฉันพังหมดแล้ว มามะมาให้พี่หมาป่ ากินดีกว่า เจา้ลูกหมูรีบวิ่งไปหา น้องกลางที่สร้างบ้านด้วยเศษไม้ และเจ้าหมาป่ าก็มาเคาะที่ประตูแล้วบอกให้เปิ ด ลูกหมูบอก“ไม่มีทางข้าไม่ยอมเปิ ดประตูให้หมาป่ าใจร้ายเด็ดขาด” “อ๋อเหรอ…บ้านไม้ที่ไม่แข็งแรงแบบนี้แค่ข้ากระโดดกระแทกประตูสองที มันก็พังแล้วหละ…เอาหละนะ…1 2 3 “ หมาป่ ากล่าว แล้วเจ้าหมาป่ าก็พังประตูเข้ามาได้เจา้หมทู้งัสองรีบวิ่งไปบา้นอิฐของนอ้งเล็ก โดยที่มีเจา้หมาป่าวิ่งมาติด ๆ และเล่าให้นอ้งเล็กฟังว่าบา้นท้งัสองหลงัถูกหมาป่าพงัไปแล้ว เจ้าหมาป่ าก็มาถึง บ้านน้องเล็ก มาเคาะประตููมันพูดขึ ้นว่า เปิดให้ข้าเข้าไปกินเดี๋ยวนี ้นะ ไม่เปิดจะพังบ้านอีกหลังนะ น้องเล็กตะโกนบอก ”กลับไปเจ้าหมาป่ า เจ้าไม่มีทางพังบ้านหลังนี ้ได้หรอก”“เดี๋ยวจะเป่ าให้บ้านพังไป เลย” หมาป่ ากล่าวแล้วมันก็รวบรวมลมเป่ า แต่บ้านก็ไม่ยอมพัง
26 หมาป่ าพูดขึ ้นว่า “ได้ข้าจะกระโดดกระแทกให้บ้านพังไปเลย… 1 2 3……โอ๊ย… ใครก็ได้ช่วยหมาป่ าด้วย” เจ้าหมาป่ ากระโดดกระแทกกับประตูบ้านอิฐอย่างแรงแต่ด้วยความที่เป็นบ้านแข็งแรงมาก มันจึงเจ็บจนเป็นลม สลบไปลูกหมูทั ้งสามตัวจึงปลอดภัยในบ้านอิฐของน้องเล็กทั ้งสามตัวจึงตกลงกันว่าจะอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้าน ของน้องเล็กชั่วขณะหนึ่ง…ตั ้งแต่นั ้นมา เจ้าหมาป่ าได้เงียบหายไป! ภายหลังจากนั ้นไม่นาน..เจ้าหมาป่ าได้เดิน แบกเอาบันไดยาวมาที่บ้านอิฐของพวกลูกหมูเพื่อปีนเข้าทางปล่องไฟบนหลังคา แล้วพูดขึ ้นว่า “55 พวกแก เสร็จข้าแน่ เจ้าลูกหมูสามตัว”เมื่อลูกหมูทั ้งสามเห็นเจ้าหมาป่ าก าลังปีนขึ ้นมาทางปล่องไฟ น้องหมูตัวที่สามได้ รีบพูดว่า“พี่หมูรีบไปจุดไฟที่เตาผิงเร็วเข้า!” ท าให้เจ้าหมาป่ าต้องโดนลวกด้วยน ้าร้อนได้รับบาดเจ็บสาหัส จน ขนตามร่างกายของมันได้ร่วงออกแทบเกือบหมด หลงัจากน้ันมา หมาป่ าก็เกิดคิดส านึกได้จึงได้กลับตัวกลับใจ เสียใหม่กลายเป็นหมาป่ าที่อ่อนโยน และอาศยัอยู่ในที่ของมนัอย่างสงบสุขส่วนหมูผูเ้ป็นพี่ท้งัสองตวัก็ไดต้้งัใจ จา เอานอ้งหมูตวัสุดทอ้งเป็นตวัอย่างที่ดีคือหันมาขยนัหมนั่เพียร ไม่เกียจคร้าน…ข้างฝ่ ายแม่หมูก็พลอยมี ความสุขและพอใจในลูกหมูเป็นอย่างมากหมูทุกตัวจึงมีชีวิตที่อบอุ่นเป็นสุข ได้อาศัยซึ่งกันและกันอย่างดีตลอด มา นิทานเร ื่องน ี้สอนให ้ ร ู้ว ่ า “การเกียจคร้านไม่ได้ท าให้เราสบายได้จริง…แต่จะน าทุกข์ ภัยมาสู่ตน…เราจึงควรอย่างยิ่งที่จะเป็ นคนขยัน…” หมากับเงา
27 กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ณ พงหญ้ารกข้างเมืองใหญ่ มีสุนัขจรจัดตัว หนึ่งก าลังนอนหมดแรง เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานหลายวัน มัน จึงวางแผนเข้าไปขโมยอาหารในตลาดสดมากินประทังชีวิต และโชคดีที่ ไดเ้น้ือชิ้นโตมาโดยไม่มีใครจบัได้ ในระหว่างที่เจ้าสุนัขก าลังกลับไปยังที่พัก มันได้เดินผ่าน สะพานข้ามล าธารเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของ ตวัเองในน้า ก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นสุนัขอีกตัวที่ออกหาอาหารเหมือนมัน แต่สุนขัตวัน้นักลบัมีเน้ือที่ชิ้นใหญ่โตและดูน่ากินกว่าของตวัเอง "ท ำไมหมำตัวนั้นถึงได้กินอำหำรที่ดีกว่ำของข้ำ ? ข้ำไม่ยอม ข้ำขโมยเนื้อมำจำกตลำดได้ ข้ำก็ต้องขโมยเนื้อจำกมันมำได้ เหมือนกัน !" เมื่อเจ้าสุนัขคิดได้ดังนั ้น มันก็อ้าปากเห่าเงาของตัวเอง อย่างดุดัน และนั่นก็ท าให้เนื ้อที่มันคาบเอาไว้ ร่วงตกลงไปในล าธารแล้ว จมหายไป "อะไรกัน !? หมำตัว นั้นหำยไปไหน แล้วเนื้อของข้ำล่ะ ! เนื้อของข้ำ !" เจ้าสุนัขร้อง อุทานเสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งตามหาชิ ้นเนื ้อที่หายไป ระหว่างนั ้น เมื่อ เจ้าสุนัขได้มองไปยังล าธารอีกครั้ง มันก็ได้ค้นพบว่า สุนัขอีกตัวที่ เห็นก่อนหน้านี ้คือตัวของมันเอง สุดท้ายเจ้าสุนัขก็ได้แต่เดินกลับที่ พักไปด้วยความสิ ้นหวังและหิวโซเช่นเดิม นิทานเร ื่องน ี้สอนให ้ ร ู้ว ่ า โลภมาก ลาภหาย
28 ลูกเป็ ดขี้เหร่ ณ ป่ าแห่งหนึ่งมีแม่เป็ ดตัวหนึ่ง ฟักไข่อยู่เป็ นเวลานาน จนกระทงั่ วันหนึ่ง ลูกเป็ ดตัวน้อย ๆ ก็เริ่มเจาะเปลือกไข่ออกมาทีละตวัๆ จน เกือบหมด เหลือไข่ใบใหญ่หนึ่งฟอง ที่ยังไม่ยอมออก แม่เป็ดจึงนงั่กก ไข่ต่อไป ในที่สุด ไข่ใบสุดท้ายก็แตกออก ลูกเป็ ดโผล่ออกมาจากไข่ ตัวโต คอยาว ขนสีเทา รูปร่างน่าเกลียด แม่เป็ ดรู้สึกสงสัยในตัวลูก เป็ดตวัน้ีมาก คิดในใจว่า คงไม่ใช่ลูกของเรา วนัรุ่งข้ึน แม่เป็ ดพาลูก เป็ ดน้อย ๆ ไปว่ายน้า ที่สระ เพื่อจะได้ทดสอบว่า ลูกเป็ดข้ีเหร่ตวัใหญ่ จะว่ายน้า ไดห้รือไม่ลูกเป็ดวิ่งแข่งขนัลงไปลอยคออยู่ในน้า และว่าย ได้อย่างสวยงาม ลูกเป็ดข้ีเหร่ไม่มีความสุขเลย เพราะลูกเป็ ดตัวอื่น ๆ รุมจิกตีดงัน้นั วันหนึ่ง ลูกเป็ดข้ีเหร่จึงหนีไปอยู่หนองน้า ใหญ่แห่งหน่ึง ลูกเป็ดอาศยัอยู่ที่นนั่เป็นเวลา หลายวัน วนัหน่ึงมีหมาล่าเน้ือตวัหน่ึง วิ่งผ่านมาพบลูกเป็ดเขา้หมาน้นัหยุด จ้องดูลูกเป็ ดอยู่ครู่หนึ่ง แลว้ก็วิ่งเลยไป "โธ่เอ๋ย" ลูกเป็ ดพูด "ฉันคงน่าเกลียด มาก จนหมาก็ไม่อยากมอง ลูกเป็ดขี ้เหร่ได้ออกเดินทางไป จนถึงกระท่อมหลังหนึ่ง เจ้าของบ้าน เป็นหญิงแก่ นางเลี ้ยงแมวไว้ตัวหนึ่ง แม่ไก่ตัวหนึ่ง และแม่ไก่จะออก ไข่ให้หญิงแก่วันละ 1 ฟอง หญิงแก่เห็นลูกเป็ดขี ้เหร่ ก็คิดว่า ถ้าเลี ้ยงไว้ไม่นานก็คงจะออกไข่ ให้เรากินอีกได้วัน ละ 1 ฟอง จึงยอมให้ลูกเป็ดอาศัยอยู่ในห้องด้วย เลี ้ยงไปจนนาน แต่ลูกเป็ดขี ้เหร่ก็ยังไม่ออกไข่สักที ประกอบ กับลูกเป็ดขี ้เหร่ทะเลาะกับแมว และไก่ จึงได้หนีออกจากบ้านหญิงแก่ไป ขณะที่ก าลังเดินออกจากบ้านหญิงแก่ ลูกเป็ดเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงสระน ้าแห่งหนึ่ง ก็เลยแวะหยุดพักนอน ด้วย ความเหนื่อยอ่อนจนหลับไป บังเอิญมีชาวนาใจดีคนหนึ่งมาพบเข้า จึงได้พาเอาลูกเป็ดขี ้เหร่ไปอยู่บ้าน ลูก ๆ ชาวนาดีใจมาก อยากจะเล่นด้วย จึงวิ่งไล่จับลูกเป็ด ลูกเป็ดกลัว บินขึ ้นไปเกาะบนถังนม พังนมหกกระจาย เมียชาวนาโกรธมาก ใช้เหล็กเขี่ยไหขว้าง ลูกเป็ดวิ่งหนีออกทางประตูหลัง แแอบซ่อนอยู่ใต้พุ่มไมลูกเป็ดขี ้เหร่ได้ หนีออกมาอยู่ที่ป่ าละเมาะ ริมสระน ้าเป็นเวลานาน เดี๋ยวนี ้ลูกเป็ดโตขึ ้นกว่าเดิมมาก มีปีกใหญ่ และแข็งแรง วัน หนึ่งลูกเป็ดบินเที่ยวเล่นรอบ ๆ สระ เผอิญเหลือบไปเห็นนกสีขาว 3 ตัวบินลงไปเล่นอยู่ในสระน ้า ลูกเป็ดนึกใน
29 ใจว่า ถ้าเราบินลงไปเล่นในสระน ้า ให้นกแสนสวย 3 ตัวนั ้น จิกเราเสีย จะดีกว่าอยู่ต่อไป โดยมีรูปร่างน่าเกลียด อย่างนี ้ ลูกเป็ดขี ้เหร่นึกในใจ แล้วก็ก้มลงดูเงาของตัวเองในน ้า แต่แล้วก็ต้องแปลกใจ ที่เห็นเงาเป็นหงส์แสนสวย ต่อไปนี ้เราไม่ได้เป็นลูกเป็ดขี ้เหร่อีกแล้ว ฝูงหงส์ในสระลอยเข้ามาใกล้ และพากันทักทาย พวกเด็ก ๆ ร้องว่า มี หงส์มาใหม่อีกหนึ่งตัวแล้ว หงส์ตัวใหม่สวยที่สุด แต่หงส์ตัวใหม่ไม่ได้ล าพองใจเลย เขานึงถึงคืนก่อน ๆ เมื่อครั้ง ยังเป็นลูกเป็ดขี ้เหร่ แล้วฝูงหงส์ก็พากันบินขึ ้นจากน ้า โดยมีหงส์ตัวใหม่บินเข้าฝูงไปด้วยอย่างมีความสุข นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ถึงแม้เรำจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เรำสำมำรถเลือกเป็ น ในสิ่งที่ดีได้ หำกรู้จักอดทน เรียนรู้ และต่อสู้ฟันฝ่ ำกับอุปสรรคต่ำง ๆ รู้จักน ำ ประสบกำรณ์ชีวิตเหล่ำนั้นมำพัฒนำตัวเอง แล้วเสน่ห์ที่อยู่ภำยในตัวเรำก็จะค่อย ๆ ปรำกฎชัดออกมำ อย่ำงเช่นลูกเป็ ดขี้เหร่ที่เติบโตกลำยเป็ นหงส์แสนสวย นั่นเองค่ะ
30 วัวกับล้อเกวียน วัวคู่หนึ่งลากเกวียนหนักมาตลอดทางเป็นหลุมเป็นบ่อในชนบท พวกมันออกแรงทั ้งหมดเพื่อ ดึงเกวียน แต่พวกมันก็หาได้บ่นอิดออดอันใดไม่ ส่วนบอ ้ เกวียนน้นัแตกต่างออกไป งานของมันแสนจะเบาเมื่อเทียบกับงานของวัว แต่มันกลับส่ง เสียงเอียดอาดทุกรอบที่หมุนไป เจ้าวัวผู้น่าสงสาร นอกจากจะต้องออกแรงสุดก าลังเพื่อลากเกวียน ลุยหล่มโคลนลึกๆ แล้ว มันยังต้องฟังเสียงบ่นคร ่าครวญของล้อจนเต็มสองหูอีก อย่างที่รู้นี่ท าให้ งานของพวกมนัยากเกินจะทานทนข้ึนอีกหลายเท่า "เงียบซะที" ในที่สุดเจ้าวัวก็ร้องออกมาอย่างเหลืออด "ท าไมล้ออย่างเจ้าถึงได้บ่นเสียงดัง นัก เราต่างหากที่ลากน ้าหนักทั้งหมด ไม่ใช่เจ้าสักหน่อย แถมพวกเรายังไม่ได้ส่งเสียงอะไรเลย สักแอะ" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ คนที่บ่นมำกที่สุดคือคนที่ทุกข์น้อยที่สุด
31 หนูน้อยหมวกแดง กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านที่แสนอบอุ่น มีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักนั่งเล่นดูคุณแม่ท าอาหารอยู่ในครัว เพื่อน บ้านทุกคนต่างพากันเรียกเธอว่า "หนูน้อยหมวกแดง" ตามสีของหมวกที่เธอใส่เป็นประจ า และวันนี ้เธอก็ได้รับ ค าสั่งจากคุณแม่ ให้น าอาหารและขนมไปเยี่ยมคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆ "เอำตะกร้ำนี้ไปส่งให้ถึงมือคุณยำยนะจ๊ะ แล้ว ก็รีบไปรีบกลับ อย่ำไปเที่ยวเล่น เถลไถลที่ไหน ไกล อย่ำพูดคุยกับคนแปลกหน้ำด้วยล่ะ เข้ำใจ ไหม ?" คุณแม่คนสวยก าชับด้วยความเป็นห่วง ลูก สาวตัวน้อยก็ตอบรับและสัญญา แล้วออกจากบ้าน ไปอย่างร่าเริง ระหว่างทางไปบ้านคุณยาย บังเอิญมีหมาป่ าเจ้าเล่ห์ เดินมาพบกับหนูน้อยหมวกแดง จึงเข้าไปทักทายหวังจับ เด็กหญิงท าเป็นอาหารมื ้อเย็น "สวัสดีจ้ะสำวน้อย มำ ท ำอะไรในป่ ำตรงนี้คนเดียวเหรอจ๊ะ ?" "หนูก ำลังไปเยี่ยมคุณยำยที่หมู่บ้ำนใกล้ ๆ นี้เอง ค่ะ" หนูน้อยหมวกแดงตอบอย่างเป็นมิตร แต่กลับท าให้ เจ้าหมาป่ าคิดอุบายหลอกล่อ หวังจับคุณยายของเธอมา เป็นเหยื่อด้วยอีกคน "แต่ว่ำสำวน้อย.. เอำตะกร้ำเล็ก ๆ ไปแค่นี้ คุณยำยเสียใจแย่เลย ฉันว่ำเรำไปเก็บดอกไม้สวย ๆ มำเป็ นของขวัญเพิ่มกันเถอะ" หมาป่ าชักชวนให้หนูน้อยหมวกแดงออกนอกเส้นทาง มันจะได้รีบตรงไปจับ คุณยายกินก่อน แล้วดักรอหนูน้อยหมวกแดงที่บ้านนั ้นเลย โชคไม่ดีที่หนูน้อยหมวกแดงหลงเชื่อค าชวน แล้วหันไปเก็บดอกไม้ และเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินจนลืมทั ้งเวลา ทั ้งค าตักเตือนของคุณแม่ไปหมดสิ ้น กระทั่งเจ้าหมาป่ าเดินทางไปถึงหมู่บ้านข้าง ๆ แล้วจับตัวคุณยายซ่อน เอาไว้ในตู้ ก่อนน าเสื ้อผ้ามาใส่ เพื่อปลอมตัวเป็นคุณยายนอนป่ วยอยู่บนเตียง รอให้หนูน้อยหมวกแดงมาถึง แล้วจับกินทั ้งยายทั ้งหลานพร้อมกันทีเดียว
32 เมื่อหนูน้อยหมวกแดงรู้ตัวว่าท าผิดค าสั่งคุณแม่ ก็รีบวิ่ง ไปหาคุณยายที่บ้านทันที แต่กลับพบว่าคุณยายของเธอ นั ้นมีท่าทางและหน้าตาแปลกประหลาดไปจากเดิม"คุณ ยำยคะ ท ำไมคุณยำยต้องนอนคลุมโปงด้วยล่ะคะ ?" หนูน้อย ถามด้วยความสงสัย "ยำยเป็ นไข้ไม่สบำย ยำยเลยหนำวจ้ะ หลำน" หมาป่ าดัดเสียงตอบ"คุณยำยคะ ท ำไมเสียงของคุณ ยำยแปลกจังเลยคะ ?" หนูน้อยถามอีกครั้ง "ยำยเจ็บคอ ไอ หนักมำก เสียงเลยเพี้ยนไปหน่อยจ้ะหลำน" หมาป่ าตอบพร้อม แกล้งท าเป็นไอค่อกแค่ก ท าให้หนูน้อยหมวกแดงสังเกตเห็นเขี ้ยวแหลมใน ปาก "คุณยำยคะ ท ำไมคุณยำยถึงมีเขี้ยวยำวขนำดนั้นล่ะคะ ?" หนูน้อยหมวกแดงถาม แล้วค่อย ๆ เดินถอยออกมา เพราะเริ่ม รู้สึกไม่ปลอดภัย"ก็เพรำะยำยมีเขี้ยวไว้จับหลำนกินไงล่ะ เจ้ำ หนูน้อย !!" คราวนี ้หมาป่ าไม่แสร้งท าตัวใจดีอีกต่อไป พร้อม กระโจนมาตะครุบตัวหนูน้อยหมวกแดงอย่างเกรี ้ยวกราด แต่โชคดี ที่เสียงกรี๊ดของหนูน้อยดังไปถึงนายพรานหนุ่มสองคนที่ผ่านมา พอดีปัง ปัง ปัง !!! เสียงปืนดังขึ ้นสามนัด พร้อมกับร่าง ของหมาป่ าดิ ้นรนอย่างเจ็บปวด นายพรานหนุ่มบุกเข้ามา ช่วยชีวิตหนูน้อยหมวกแดง และพาคุณยายออกจากตู้ เสื ้อผ้าได้อย่างปลอดภัย หนูน้อยหมวกแดงสารภาพ ความผิด และขอโทษคุณยายที่ตัวเองเถลไถลจนได้รับ อันตรายกันทั ้งคู่"ยำยไม่โกรธอะไรหรอกจ้ะ แค่หนูไม่ เป็ นอะไรก็พอแล้ว แต่ต้องสัญญำกับยำยก่อนนะว่ำจะไม่เชื่อฟังคนแปลกหน้ำ ไม่เล่นซนจนลืมเวลำ แบบครำวนี้อีก" หนูน้อยหมวกแดงพยักหน้ารับค า พอคุณยายเห็นดังนั ้นก็ยิ ้มรับ แล้วเลี ้ยงอาหารมื ้ออร่อยให้ นายพรานแทนค าขอบคุณ ก่อนทั ้งสองจะพาหนูน้อยหมวกแดงกลับสู่อ้อมกอดของคุณแม่ที่บ้านโดยสวัสดิภาพ ..นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำเด็ก ๆ ควรมีวินัยในตนเอง และเชื่อฟังค ำสั่งสอน รวมถึง ค ำแนะน ำของคุณพ่อคุณแม่ ถ้ำได้รับอนุญำตให้ออกไปข้ำงนอกแล้ว ก็ไม่ควรเถไถลไปไหนไกลจน มืดค ่ำ และควรกลับบ้ำนให้ตรงเวลำที่ก ำหนด ที่ส ำคัญต้องพยำยำมหลีกเลี่ยง ไม่พูดคุย หรือรับของ จำกคนแปลกหน้ำโดยเด็ดขำด
33 พ่อค้ำเกลือกับลำ พ่อค้าเกลือขี่ลาของเขาจากชายฝั่งกลับบ้านพร้อมเกลือหอบใหญ่ จนกระทั่งมาถึงแม่น ้าสาย หนึ่งซึ่งมีทางน ้าตื ้นๆ พอให้ข้ามไปได้ พวกเขาเคยข้ามแม่น ้าสายนี ้มาแล้วหลายครั้งโดยไม่เกิดเหตุ เภทภัยอันใด แต่ในครั้งนี ้เจ้าลากลับลื่นเสียหลักลงไปในน ้าครึ่งตัว เมื่อพ่อค้าเกลือช่วยฉุดให้มันยืน กลับขึ ้นมาได้อีกครั้ง เกลือมากมายก็ละลายไปกับสายน ้าแล้ว เจ้าลารู้สึกยินดีปรีดาเมื่อรู้สึกว่า ภาระของมันเบาลงไปมาก มันจึงจบการเดินทางด้วยความเบิกบานใจ วนัต่อมาพ่อคา ้ ก ็ไปซ้ือเกลือมาอีกหอบ และในระหว่างทางกลับบ้าน เจา ้ ลาจดจา ไดว ้่าเกิดอะไรข้ึน ตรงทางข้าม มนัจึงจงใจทิ้งตวัลงไปในน้า คราวน้ีมนักา จดัภาระของมนัไปไดเ ้ กือบหมดเลยทีเดียว พ่อคา ้ ฉันโกรธข้ึนมาในทนั ใด เขาจงึหันลากลบัไปยงัชายฝั่งอีกคร้งัหนน้ีเขาหอบเอา ฟองน้า สองตะกรา ้ใหญ่ๆ วางไว้บนหลังลา และเมื่อถึงทางข้าม เจ้าลาก็แกล้งล้มลงอีก คร้ันเมื่อ ตะกายลุกข้ึนมาได ้เจ้าลาผู้น่าสมเพชก็ต้องลากตัวเองกลับบ้านพร้อมสัมภาระที่หนักกว่าเดิมถึง 10 เท่า นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ วิธีกำรเดียวกันไม่อำจใช้ได้กับทุกสถำนกำรณ์
34 ปลำน้อยกับคนตกปลำ ชายคนหนึ่งนั่งตกปลามาเกือบทั ้งวัน แต่ไม่ได้ปลาสักตัวเดียว เขาจึงเลิกล้มความตั ้งใจและ คิดจะกลับบ้านทันใดนั ้นก็มีปลาตัวหนึ่งติดเบ็ด แต่เป็นปลาตัวเล็กนิดเดียว เจ้าปลาน้อยกล่าว อ้อนวอนขอชีวิต " ปล่อยข้าไปเถอะน่ะ ถ้าวันนี ้ท่านไว้ชีวิตข้า อีกไม่นานข้าก็จะเติบโตเป็นปลาตัว ใหญ่ เนื ้อแน่น ให้ท่านได้จับกินในวันข้างหน้า " คนตกปลาจึงพูดว่า " ที่เจ้าพูดมาก็ถูก แต่ข้าไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าเจ้าจะหลงมาติดเบ็ดของข้า อยา่งวนัน้ีรึเปล่าน่ะสิ" คนตกปลาพูดจบก็ปลดเจ้าปลาน้อยใส่กระป๋ องแล้วเดินกลับบ้านไป. นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ จงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ดีกว่ำมุ่งหวังในสิ่งที่ยังมำไม่ถึง
35 ลิงกับเต่ำ ลิงตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่ าริมล าธารและเก็บผลไม้กินทุกวันจนหมดลง เจา้ลิงเห็นป่าฝั่งตรงกนัขา้มมีผลไม้ มากมายก็อยากกิน แต่หาวิธีข้ามล าธารไม่ได้วนัหน่ึงลิงเห็นเต่าตวัหน่ึงกา ลงัว่ายน้า เล่น จึงคิดอุบายข้ึน "โอ้โห! เจ้าเต่า ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นใครว่ายน ้าได้เก่งอย่างเจ้ามาก่อนเลย ผิดกับข้าที่ว่ายน ้า ไม่เป็ น ข้าละอิจฉาเจ้าจริงๆ" เจ้าเต่ารู้สึกภูมิใจมาก จึงเอ่ยชวนข้ึนว่า "ถ้าอย่างนั้นขึ้นมาบนหลังข้าสิข้าจะว่ายน ้าพาเจ้าไปเที่ยวเอง" ลิงรีบกระโดข้ึนหลงัเต่าทนัทีและซ้ี บอกทางจนเขา้ใกลต้ลิ่งของฝั่งตรงกนัขา้ม เจา้ลิงไดท้ ีรีบกระโจนข้ึนฝั่งแลว้หันมาเยาะเยย้เจา้เต่าว่า "ความจริงเจ้าก็ว่ายน ้าพอๆ กับที่เจ้าเดินนั่นแหละ นี่ถ้าเจ้าไม่มีประโยชน์กับข้า ข้าก็คงไม่ชมเจ้า หลอก ฮ่ะ ๆ" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่ำหลงยินดีกับค ำพูดของผู้หวังผลประโยชน์จำกเรำ
36 เด็กชำยกับลูกเกำลัด เด็กชายคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ล้วงมือไปในคนโทเพื่อหยิบลูกเกาลัดขึ ้นมา แต่เขาหยิบขึ ้นมาก าใหญ่ เกินไปจึงไม่อาจดึงมือออกมาได้ เขาจึงลุกขึ ้นยืน ใจก็ดื ้อดึงหาได้ยอมทิ ้งลูกเกาลัดจากมือแม้เพียงลูกเดียว ใน ที่สุดเมื่อไม่ได้ลูกเกาลัดเต็มก ามือตามใจหมาย เขาก็เริ่มผิดหวัง วิตกกังวล และเริ่มร้องไห้ "ลูกเอ๋ย" แม่ของเขำเอ่ยขึ้น "จงพอใจกับเกำลัดเพียงครึ่งเดียวที่เจ้ำหยิบ เจ้ำถึงจะดึงมือของเจ้ำ ออกมำได้อย่ำงง่ำยดำย จำกนั้นค่อยกลับมำเอำลูกเกำลัดเพิ่มทีหลังก็ได้" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่ำพยำยำมกอบโกยมำกจนเกินไปในครำเดียว
37 วัวกับเเพะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มีวัวตัวหนึ่งก าลังหนีการไล่ล่าของราชสีห์ มันวิ่งมาจนถึงปากถ ้า แห่งหนึ่งจึงคิดจะเข้าไปอาศัยซ่อนตัวในนั ้น โดยไม่รู้ว่ามีแพะตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในถ ้านั ้นก่อนแล้ว เจ้าแพะเห็นวัวก าลังจะเข้ามามันจึงกระโจนออกมาขวางพร้อมกับขู่ไม่ให้วัวเข้าไปข้างใน “อย่าเข้า มานะ ถ้าเจ้าเข้ามา ข้าขวิดเจ้าท้องแตกแน่ๆ” เจ้าวัวโมโหมาก อยากจะสั่งสอนเจา ้ แพะ แต่เมื่อนึกข้ึนไดว ้่าราชสีห ์ กา ลงัตามล่าอยจู่ ึงเลิก คิดตอแยกับแพะ แลว ้ พูดก่อนที่จะเดินจากไปว่า “หน็อยแน่ เจ้าแพะ! อย่าเข้าใจผิดว่าที่ข้าจากไป เพราะกลัวเจ้าหรอกนะ ถ้าข้าไม่ต้องหนีเอา ชีวิตรอดแล้วละก็ ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ฤทธิ์เดชของข้า เสียบ้าง” นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ จงเลือกเอาตัวรอดดีกว่ามาทะเลาะกับคนพาล
38 อีกำกับหงส์ อีกาตัวหนึ่งซึ่งใครๆ ก็รู้ดีว่ามันด าราวกับถ่าน รู้สึกอิจฉาหงส์เพราะขนของหงส์มีสีขาวผุดผ่อง ดุจดงั่หิมะบริสุทธ์ิเจา ้ นกโง่งมมีความคดิว่าหากมนั ใชช ้ีวิตเหมือนหงส ์ ที่ว่ายน้า และดา น้า ตลอดท้งั วัน กินแต่สาหร่ายและตะไคร่น้า ขนของมันก็คงจะกลายเป็นสีขาวเหมือนหงส์ ดงัน้นัมนัจึงจะละทิ้งบา ้ นของมนั ในป่าและทุ่งนา แล้วบินร่อนลงไปอาศัยอยู่ในทะเลสาบและหนอง น้า แมว ้่าตลอดท้งัวนัมนัเอาแต่ลา ้ งตวัแลว ้ ลา ้ งตวัอีก จนแทบจะจมน้า ขนของมันก็ยังคงเป็นสีด าอยู่ เช่นน้นัแถมวชัพืชน้า ที่มนักินเขา ้ไปยงัไม่เหมาะกบัร่างกาย มันจึงผ่ายผอมลงเรื่อยๆ จนในกระทงั่ ในที่สุดมันก็ตาย นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่อำจแก้ไขสิ่งที่ธรรมชำติ ให้มำ
39 หมำจิ้งจอกกับสิงโต หมาจิ ้งจอกรุ่นเยาว์ผู้ยังไม่เคยพานพบสิงโตมาก่อน บังเอิญได้พบสิงโตตัวหนึ่งในป่ า เพียง แวบแรกที่เห็นก็เพียงพอที่จะท าให้เจ้าจิ ้งจอกห้อเหยียดไปหาที่หลบภัยใกล้ตัวที่สุด ครั้งที่สองที่หมาจิ ้งจอกเห็นสิงโต มันหยุดยืนหลังต้นไม้แอบมองสิงโตอยู่สักพัก ก่อนจะเลี่ยงหลบไป แต่พอครั้งที่สาม เจ้าจิ ้งจอกก็เดินตรงไปหาสิงโตอย่างอาจหาญและกล่าวโดยไม่แสดงอาการหวั่น เกรงใดๆ ว่า "สวัสดี ว่ำไง พี่เบิ้ม" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ควำมคุ้นเคยบ่มเพำะควำมประมำท และกำร สนิทชิดเชื้อกับควำมชั่วร้ำยจะลวงเรำสู่อันตรำย
40 แม่ห่ำนกับลูกห่ำน แม่ห่านเห็นลูกห่านเดินไม่สวยก็เลยพูดดุไปว่า "ท าไมเจ้าเดินผงกหัวและส่ายตัวไปมาเช่นนั้น ดูเหมือนว่าเจ้าถูกยิงที่ตะโพกอย่างนั้นแหละ" ลูกห่านจึงพยายามแก้ไขท่าทางการเดิน แต่ก็ไม่สามารถท าได้แม่ห่านจึงเอาไม้เล็กๆ สองอันมาผูกติดไว้ที่ ขาท้งัสองขา้งของลูกห่านเพื่อให้ลูกห่านเดินตวัตรง แต่ลูกห่านก็บ่นว่า "แม่จ๋า ลูกไม่สามารถแกว่งเท้าได้ในเวลาที่ว่ายน ้า" แม่ห่านจึงบอกลูกห่านว่า "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องเดินเชิดหัวขึ้น" ลูกห่านพยายามท าตามที่แม่ห่านบอก แต่ลูกห่านก็ยังบ่นออกมาว่า "แม่จ๋า ลูกท าตามที่แม่บอกให้เชิดหัวขึ้น แต่ลูกมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลย"แม่ห่านจึงดุลูกห่านว่า "หากไม่มีอะไรดีขึ้น เจ้าก็แบกหัวกับเท้าของเจ้าเหมือนอย่างที่บรรพบุรุษของเจ้าท ามาก่อนต่อไปเถอะ!" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่ำคิดเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เป็ นสัจธรรม
41 ลิงกับแว่นตำ ลิงตัวหนึ่งเมื่ออายุมากขึ ้น สายตาของมันก็ เริ่มฝ้าฟางลงทุกวัน มันได้ยินมาว่าวิธีที่จะแก้ปัญหา นี ้ได้ คือการสวมใส่แว่นตา วันต่อมามันจึงไปยังหมู่บ้านและขโมยแว่นตามาหลายอัน เมื่อเจ้าลิงกลับไปยังบ้านของมัน มันก็ได้สวมแว่นตา ทั ้งหมดไว้ตามร่างกาย ทั ้งสวมหัว ผูกกับหาง และเอามา คล้องคอ แต่ไม่มีแว่นอันไหนที่ท าให้มันมองเห็นชัดขึ ้น มันจึงโมโห และพูดขึ ้นว่า "ข้ำนี่โง่จริงๆ ที่เชื่อค ำพูดเหลวไหลของ พวกมนุษย์" แล้วมันก็ท าลายแว่นตาทั ้งหมด นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ สิ่งของจะมีค่ำก็ต่อเมืำออยู่กับคนที่รู้คุณประโยชน์ของ มัน
42 หนูในหีบ หนูตัวหนึ่งเกิดและอาศัยอยูในหีบใส่ของ โดยที่ ไม่เคยก้าวขาออกไปจากหีบใบนี ้เลย และจะกิน อาหารที่แม่บ้านน ามาเก็บกักตุนไว้ในหีบเท่านั ้น อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เจ้าหนูก าลังเล่นสนุกอยู่นั ้น มัน ได้ปีนป่ ายสูงกินไปจนเกิดพลัดตกจากหีบมากกองอยู่ บนพื ้นเจ้าหนูตกใจและหวาดกลัว จึงรีบวิ่งลนลานไป มาข้างๆ หีบใส่ของ เพื่อหาทางกลับเข้าไปในนั ้น จนกระทั่งมันวิ่งไปสะดุดกับเนยชิ ้นหนึ่ง ที่ตกอยู่บน พื ้น ไม่อาจทนต่อหิวได้ เจ้าหนูจึงกินเนยแข็งชิ ้นเล็ก นั ้น และเมื่อมันได้ชิมแล้ว มันจึงร้องตะโกนขึ ้นว่า “ข้า ช่างโง่เขลาเสียจริง ที่คิดว่าหีบใส่นั ้นมีอาหารที่วิเศษ ที่สุดในโลก" จากนั ้นมันจึงกินเนยแข็งที่แสนอร่อยจน หมด และไม่คิดจะกับเข้าไปในหีบอีกเลย นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ โลกภำยนอกยังมีสิ่งดีๆ ที่น่ำค้นหำอีกมำกมำย
43 ชำวชนบทกับแม่น ้ำ วันหนึ่ง ณ ริมฝั่งของแม่น ้าที่ไหลเชี่ยว ชาย ชนบทคนหนึ่งได้ยืนรอเพื่อที่จะข้ามไปยังอีกฝั่ง ของแม่น ้า เขาพยายามดูว่า บริเวณใดน ้าตื่น ที่สุด จึงจะข้ามแม่น ้าไปได้ เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาตัดสินใจนั่ง ลงแล้วใช้สมาธิคิดอย่างรอบคอบ และทันใด นั ้นเองเขาก็จ าได้ว่า "ต าแหน่งที่น ้าไหลเงียบ ที่สุด คือจุดที่น ้าลึกที่สุด แต่ต าแหน่งที่น ้าไหล เสียงดังที่สุด คือจุดที่น ้าตื ้นที่สุด" เมื่อคิดได้ แล้วจึงเลือกข้ามตรงต าแหน่งที่น ้าไหลเชี่ยว เสียงดังที่สุดและข้ามไปได้อย่างปลอดภัย นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ไหวพริบและสติปัญญำท ำให้รอดพ้นจำกภัยอันตรำยได้ เสมอ
44 พระจันทร์ในบ่อน ้ำ ณ คืนวันเพ็ญ มีพ่อค้าจากต่างแดนเดิน ทางไกลมายังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ใจกลาง หมู่บ้านนั ้นมีบ่อน ้าขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วย เหล่าชาวบ้าน ต่างถือเครื่องมือต่างๆ อยู่ครบ มือ และชาวบ้านต่างก็ดูวุ่นอยู่กับบางสิ่ง บางอย่างตรงใจกลางบ่อน ้านั ้นพ่อค้าสงสัยว่า ชาวข้านก าลังท าอะไรอยู่ เขาจึงเอ่ยถามกับ ชาวบ้านคนหนึ่งว่า "พวกท่ำนก ำลังจะท ำอะไรกัน" ชาวบ้านคนนั ้นจึงตอบว่า "พระจันทร์ตกลง ไปในบ่อน ้ำของพวกข้ำ และตอนนี้พวกข้ำก็ก ำลังพยำยำมช่วยพระจันทร์ขึ้นมำอีกครั้ง" เมื่อได้ยินเช่นนั ้นพ่อค้าก็หัวเราะและพูดออกไป ว่า "ฮ่ำ...ฮ่ำ...ฮ่ำ...สิ่งที่พวกท่ำนเห็นในบ่อน ้ำ นั้นเป็ นเพียงเงำสะท้อนของพระจันทร์จำก ท้องฟ้ำเท่ำนั้นแหละ พวกท่ำนไม่ควรเสียเวลำ มำท ำเรื่องไร้สำระนี้เช่นนี้เลย" แต่ไม่มีชาวบ้านคนใดเชื่อที่พ่อค้าพูด ต่างน าข้าว ของเครื่องใช้ที่อยู่ในมือไล่ตีพร้อมขับไล่พ่อค้า ออกไปจากหมู่บ้านในทันที นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่ำน ำภูมิรู้ของตนไปวิพำกษ์วิจำรณ์บรรทัดฐำน ของผู้อื่น
45 นกกระจอกกับแมงมุม แมงมุมหิวโซตัวหนึ่งเฝ้ามองดูนกกระจอกที่ก าลัง ไล่จับแมลงตัวเล็ก ๆ กินเป็นอาหาร มันจึงคิดว่าใย แมงมุมของมันนั ้นจะสามารถดักจับนกกระจอกเอาไว้ ได้ เจ้าแมงมุมเร่งชักใยให้หนาและกว้างที่สุดอย่าง รวดเร็วเท่าที่จะท าได้ เพื่อหวังจะจับนกกระจอกกิน เป็นอาหาร ซึ่งจะท าให้มันอิ่มหน าส าราญไปได้ หลายวันเมื่อเจ้าแมงมุมสร้างตาข่ายดักจนเสร็จ นกกระจอกก็บินเข้ามาชนใยแมงมุม และบินทะลุได้ อย่างง่ายดาย ท าให้ใยแมงมุมทั ้งหมดขาดวิ่นลง เมื่อเจ้าแมงมุมเห็นเช่นนั ้น มันจึงกล่าวกับตนเอง ว่า “ข้ำช่ำงโง่เสียจริงเชื่อว่ำจะดักจับเจ้ำ นกกระจอกได้” จากนั ้นมันจึงกลับไปซ่อมแซมใยของมัน เเพื่อดักจับแมลงกินเป็นอาหาร ตามเดิม นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่ำพยำยำมท ำในสิ่งที่เกินก ำลังควำมสำมำรถของ ตนเอง
46 ห่ำนกับนกกระสำ ณ บึงใหญ่ในป่ าแห่งหนึ่ง ห่านและนกกระสาชวนกนัเดินท่องน้า หาปลาเล ็ กปลานอ ้ ยกิน เป็นอาหาร สัตวท ์ ้งัสองไม่รู้ ตวัเลยว่าเบ้ืองหลงัพุ่มไมท ้ ี่อยูร่ ิมบึงน้นั พรานป่ าคนหนึ่งยืนถือปื นคอยท่าจะยิงพวกมันอยู่ ในขณะที่นกกระสาค่อยๆ จับปลากิน อยา่งไม่รีบร ้ อนน้นัห่านกลบักม ้ หนา ้ กม ้ ตากินอยา่งไมย่้งั เมื่อนกกระสาหันมาเห็น มันจึงพูดเดือน ข้ึนว่า "นี่ท่าน ถ้ากินมากขนาดนี้ระวังบินไม่ไหวนะ" แต่ห่านไม่ไดส้ นใจคา เตือนน้นัเลย มันยังคงกิน เอากินเอาอยา่งไมค่ ิดถึงอะไรท้งัสิ้น ส่วนนายพร้านพอเห็นนกกระสาและห่านเผลอ ก ็ ยกปืนข้ึนต้งัท่าจะยิง พอดีนกกระสา หันไปเห็นเข้า จึงรีบบินหนีไปในทันทีในขณะที่ห่านซึ่งหันมาเห็นนายพรานเหมือนกัน แต่เพราะ ทอ ้ งอนัหนกัอ้ึงของมนัทา ให ้ มนัไม่สามารถจะบินข้ึนได ้จึงต้องตกเป็นอาหารของนายพรานไปใน ที่สุด นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ไม ่ เช ื่อฟังค าผ ู้หวงัด ี อาจสิ้นช ี ว ีไม ่ ร ู้ตัว
47 สุนัขกับท่อนไม้ สุนัขเฝ้าบ้านตัวหนึ่งมีนิสัยดุร้าย ชอบไล่กัดผู้คนที่เดินผ่านไปมา สร้างความร าคาญให้กับ เพื่อนบ้านในละแวกนั ้น เมื่อเจ้าของสุนัขถูกต่อว่ามากๆ จึงเอาโซ่ล่ามสุนัขไว้กับท่อนไม้หน้าบ้าน แต่เจ้าสุนัขเกเรกลับคิดว่า เจ้านายให้ท่อนไม้เป็นรางวัลตอบแทนความดีที่มันท าตัวดุร้ายอย่างนั ้น มันจึงชอบยืนชูคออยู่ข้างท่อนไม้ด้วยความภาคภูมิใจ และถ้ามีสุนัขตัวใดเดินผ่านมา มันก็จะพูด อวดเสียงดังว่า "สุนัขอย่างพวกเจ้า คงไม่มีวันได้รางวัลเป็ นท่อนไม้ที่แข็งแรง เหมือนอย่างที่ข้าได้จากเจ้านาย ของข้าหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เหตุการณ ์ เป็ นอยา่งน้ีเรื่อยมา จนวันหนึ่ง เจ้าสุนัขเกเรก็หัวเราะไม่ออกเมื่อสุนัขชราตัวหนึ่ง ที่ผ่านมากล่าวแก่มนัว่า "ถ้าเจ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปเจ้าจะรู้นานแล้วว่า ทั้งท่อนไม้และโซ่ที่ล่ามเจ้าไว้นี้มิได้ เป็ นรางวัลแก่การท าดีของเจ้าหรอก แต่มันคือเครื่องประจานความเกเรดุร้ายของเจ้าต่างหาก" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ สิ่งที่เรำหลงคิดว่ำมีค่ำ อำจไม่มีรำคำใด ๆ ในสำยตำคนอื่น
48 พี่เลี้ยงเด็กกับหมำป่ ำ หมาป่ าตัวหนึ่งลอบเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อหาอาหาร ขณะที่เดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง มัน บงัเอิญไดย ้ินพี่เล้ียงขู่เด ็ กทารกที่กา ลงัร ้ องไห่ไม่หยุดวา่ "หยุดร้องเดี๋ยวนี้ไม่งั้นจะจับโยนให้หมาป่ ากินเลย" หมาป่าไดย ้ินดงัน้นัก ็ ดีไจ รีบเข้าไปซ่อนคอยที่อยู่ใต้ถุนบ้าน พลางนึกในใจว่าวนัน้ีคงไดก ้ินอาหาร เต ็ มอิ่มแน่ แต่มันเฝ้ารออยู่จนมืดค ่าก็ไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องอีกเลย เห ็ นแต่พี่เล้ียงอุม ้ เด ็ กข้ึนมากอด แล้วพูดกับเด็กว่า "หนูไม่ร้องไห้แล้วน่ารักมาก พี่จะไม่โยนให้หมาป่ ากินแล้ว แต่ถ้าหมาป่ ามันเข้า มา เราจะช่วยกันตีให้ตายเลย" เมื่อหมาป่ าได้ยิน มนัตกใจลนลานวิ่งหนีออกจากบา ้ นหลงัน้นั ไป ทันทีขณะที่มนัวิ่งคอตกกลบัรังดว ้ ยความหิวน้นั มันนึกร าพึงในใจด้วยความโมโหว่า "เราต้องอดอาหารจนแสบท้องอย่างนี้เพราะหลงเชื่อค าพูดกลับกลอกของมนุษย์นี่เอง" นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ คนปากไวพูดอะไรง่าย ก็เปลี่ยนค าพูดง่าย
49 นกฮูกกับช้ำง กาลคร้ังหน่ึงในป่าที่หนาทึบแห่งหน่ึง ได้มีนกฮูกและช้างซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากอาศัยอยู่ ท้งัสองได้ แบ่งปันความทุกข์ความสุขให้แก่ก้นและกัน จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่เสมอ วันหนึ่งช้างออกไปหาอาหารในป่ าลึก และตกเข้าไปอยู่ในวงล้อมของเหล่าปี ศาจร้าย ราชาแห่งปีศาจเพิ่ง ฝันไปว่าได้เสวยช้างเข้าไปหนึ่งเชือก ดว้ยเหตุน้ีเองบรรดาปีศาจร้ายท้งัหลายจึงพออกพอใจมากที่ไดพ้บเห็นชา้ง จริงๆ และยืนยันว่าความฝันของพระราชาของพวกตนควรจะต้องท าให้เป็นจริงให้ได้ คร้ันแลว้พวกปีศาจร้าย จึงไดจ้บัชา้งน้นัไวแ้ละเตรียมพร้อมที่จะฆ่า ในที่สุดชา้งไดพ้ดูข้ึนว่า "ขอให้ข้าได้ไปพบกับเพื่อนรักเก่าแก่ของข้าเป็ นครั้งสุดท้ายด้วยเถิด" พวกปี ศาจยอมตกลง ถ้าช้าง สัญญาว่าจะกลับมาให้ราชาของเหล่าปี ศาจกิน และช้างก็ยอมตกลงข้างจึงออกเดินทางไปพบนกฮูกเพื่อนเก่าของ ตน ระหว่างทางชา้งพบหมาจิ้งจอกไดร้ับคา แนะนา ว่า ยอมเป็นอาหารของราชาปี ศาจเสียเถอะ สัตว์อื่นๆ จะได้ไม่ เดือดร้อน ชา้งพอไดย้ินดงัน้นัก็รู้สึกเป็นทุกขใ์จยิ่งนกัรีบเดินทางไปหาเพื่อนรักผูฉ้ลาดที่สุดของป่าคือนกฮูก เมื่อนกฮกรู้เรื่องท้งัหมดจึงพูดข้ึนว่า "ขอให้ข้าได้ไปเป็ นเพื่อน แล้วจะคิดหาทางช่วยเจ้าเอง"
50 ท้งัสองจึงเริ่มออกเดินทางไปดว้ยกนัการมีเพื่อนร่วมทางไปดว้ยไดช้ว่ยทา ให้ชา้งรู้สึกใจข้ึนข้ึนมาบา้ง เมื่อท้งัสองเขา้สู่ถิ่นที่อยู่ของปีศาจ นกฮูกแสร้งทา เป็นว่าเขาเพิ่งตื่นจากหลบัทา เป็นกระพือปีกบิดข้ีเกียจแลว้ มองดูรอบ ๆ ด้วยดวงตาที่เปิ ดกว้าง แล้วหยุดอยู่ที่กลุ่มปี ศาจร้ายที่ชุมนุมกันอยู่ จากน้นันกฮูกไดเ้อ่ยข้ึนว่า "ฉันได้ฝันแปลกมากจริงๆ ฉันฝันว่าได้แต่งงานกับราชินีแห่งปี ศาจ ดังนั้นฉันคงจะได้แต่งงานกับนาง จริงๆ ไหนราชินีแห่งปี ศาจอยู่ที่ไหน?" พวกปีศาจคดัคา้นเสียงดงัลนั่และพูดข้ึนว่า "แกไม่สามารถจะแต่งงานกับราชินีของเราได้เพียงเพราะความฝันอย่างโง่ๆ ว่าแกได้แต่งงานกับพระ นาง" นกฮูกจึงรีบตอบอย่างรวดเร็วทันทีทันใดว่า "ถ้าฉันไม่สามารถท าให้ความฝันของฉันเป็ นจริงขึ้นมาได้ก็แล้วราชาของพวกแกจะสามารถยืนกรานที่ จะกินช้างได้อย่างไร เพราะราชาของพวกแกก็เพียงแค่ฝันว่าได้กินช้างเท่านั้นเอง? ถ้าราชาของพวกแกยังยืนยัน ว่าจะกินเพื่อนของฉันให้ได้ฉันก็จ าเป็ นต้องยืนยันที่จะแต่งงานกับราชินีของพวกแกให้ได้เช่นกัน" ปีศาจร้ายรู้สึกงงงนัจนกระทงั่ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ดงัน้นั พวกปี ศาจร้ายจึงได้ปล่อยให้นกกและช้าง กลับไปบ้านของพวกตนได้และนี่คือวิธีที่นกฮูกได้ช่วยชีวิตช้างเพื่อนเกลอของเขา นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ การคบบัณฑิตผ ู้ม ีปัญญา เป็ นเพื่อนย่อมช่วยให้พ้นภัย ได้"