51 นกยำงผู้เย่อหยิ่ง นกยางตวัหน่ึงมีนิสัยเยอ่หยิ่งและหลงตน ทุกวันมันจะเดินท่อม ๆ หาอาหารอยรู่ ิมฝั่งน้า มองเห็นเงาจงอย ปากคอ และขาอนัเรียวงามอีกท้งัรูปร่างระหงสะโอดสะองของตวัเอง ที่ปรากฎอยู่ ในน้า นกยางอดที่จะนึกกระหยิ่มอิ่มเอมใจไม่ไดท ุ้กคร้งัไป ...คร้ันเหลือบเห ็ นปลาช่อน กับ ปลาซะใดว่ายอยู่เคียงคู่กันมันเกือบถลาเข้าจิกกินตามสัญชาตญาณ แต่พลันนึกได้ว่ายังไม่ถึงเวลา อาหารกลางวัน "อ๊ะ! อย่าเพิ่งเลยดีกว่า" นกยางบอกกับตัว "แม้เจ้าปลาสองตัวนี้จะก าลังโตได้ขนาดน่ากินแต่การกินอาหารก่อนเวลาอันสมควร เช่นนี้ไม่ใช่กิริยาของนกผู้ดีมีตระกูลอย่างเราเลยสักนิด" เมื่อปล่อยให้ปลาซ่อน และปลาชะโดว่ายผ่านหน้าไปอย่างไม่ไยดีแล้ว นกยางก็เดินเล่น ต่อไปอย่างส าราญใจอีกพักใหญ่จนถึงเวลาเที่ยง มนัเริ่มรู้สึกหิวมองลงไปในลา ธารเห ็ นเพียงปลา เข็มตัวเล็กๆว่ายอยู่กลุ่มใหญ่
52 "อุ๊ย! รออีกสักนิดดีกว่า... นกผู้ดีมีตระกูลอย่างเราจะกินปลาเข็มแบบนั้นเป็ นอาหารได้ อย่างไรกัน" นกยางบอกกับตัวเองและพยายามเดินต่อไป จนมันรู้สึกหิวจนแสบท้องแต่เมื่อเห็นเพียง ปลาซิวจึงกัดฟันเดินไปได้อีกไม่ใกลนักก็ชักจะรู้สึกหน้ามืดจึงสอดส่ายสายตามองหาอาหารและ เห็นหอยทากเปลือกแข็งตัวอยู่ในเลน มนัถลาเขา ้ จิกกินอยา่งไม่สนใจต่อสายตาของนกท้งัหลายที่ เกาะอยูบ่ริเวณน้นั นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ เมื่อโชคลาภและโอกาสมารออยู่ตรงหน้า อย่างท า เพิกเฉยหยิ่งยโส เพราะเมื่อมันหลุดลอยผ่านเลยไปแล้ว อาจจะตอ ้ งมานงั่เส ี ยใจ ภายหลัง
53 กบอยำกเกิดใหม่ กบตวัหน่ึงนงั่อยู่ขา้งกา แพงวดัทุกเชา้มนัเฝ้าดูพระออกบิณฑบาตต้งัแต่เชา้มืด พอพระกลับมาถึงวัด เพื่อฉันภัตตาหารเช้า... กบตัวเดิมนึกในใจอยากเกิดเป็น "พระ" มีคนถวายภัตตาหารให้ฉันทุกวัน เมื่อพระฉันเสร็จก็น า อาหารที่เหลือมากมายน้ันไปให้เด็กวดักินต่อ แล้วเด็กวัดก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย ตอนน้ีกบเปลี่ยนใจอยากเกิดเป็น "เด็กวัด" สบายกว่าพระ หลายคนตื่นสายได้และไม่ต้องออกตามพระไป บิณฑบาตก็ได้เมื่อเด็กวดักินกนัเสร็จก็โกยอาหารที่เหลือท้งัหมดให้หมาวดัไปกินจากน้นัก็ช่วยกันลา้งจาน ถึงตอนน้ีเจ้ากบก็เปลี่ยนใจ... อยากเกิดเป็น "หมาวัด" แล้ว เพราะไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัด พอหมาวัดกินอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปท าหน้าที่เฝ้าบริเวณวัดคอยเห่าคนแปลกหน้า ฝูงแมลงวันก็บินมาตอม แทะเล็มอาหารต่อจากหมาวัด กบเปลี่ยนใจอีกแล้วอยากเกิดเป็น "แมลงวัน" สบายที่สุด ไม่ต้องท าอะไร เลย หนา ซ้า ยงัมีกองอาหารให้กินไม่มีหมดดว้ย ขณะที่เจ้ากบฟุ้งซ่านก าลังคิดเพลินๆ อยู่น้นั มันหันมาเห็น แมลงวันบินมาใกล้ๆ จึงใชล้ิ้นตวดัเอาแมลงวนัเขา้ปากตวัเองโดยสัญชาตญาณ ถึงตอนน้ี....กบฟุ้งซ่านจึงคิดได้ฉับพลัน!! "เอ้อ! เป็ นตัวของเราเองนี้แหละ ดีที่สุดเลย"
54 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ การม ี ช ี วิตท ี่ด ี ย ่ อมมาจากการร ู้จักตนเอง ลิงกับนกขมิ้น มีนกขมิ้นตวัหน่ึงอาศยัอยู่ในป่า ท ารังอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง โดยเลือกเอาตรงง่ามไม้สูงๆ คุ้มแดดคุ้มฝน และค่อนข้างปลอดภัยจากอันตรายที่จะมาจากสัตว์ร้าย และอยู่บนรังอย่างสงบสุขเรื่อยมาคราวหนึ่งเกิดฝนตกชุก ติดต่อกันมาหลายวัน จนน้า ฉ่า ฟ้า ชุ่มแผ่นดิน ไม่ว่าฝนจะตกมาหนักหนาขนาดไหน ก็ไม่ทา ให้เจา้นกขมิ้นเดือดร้อนอะไรเลย เพราะรังของมัน คุ้มครอง ป้องกันลม และฝนได้เป็นอย่างดี ...และที่ใกล้ๆ รังของนกขมิ้น มีลิงตัวหนึ่ง นงั่หลบฝนอยู่แต่ก็หลบไม่พ้น มนัเปียกปอนไปท้งัตวันงั่สั่นงนังก จนนกขมิ้นอดสงสารไม่ได้จึงร้องถามว่า "พี่ลิงจ า.. ท่านพี่มีลักษณะเหมือนอย่างมนุษย์แต่ท าไมจึงไม่สร้าง บ้านอยู่อย่างมนุษย์ละจ๊ะ มาทนตากฝนอยู่ท าไม" ลิงตอบนกขมิ้นนอ้ยว่า "เมื่อก่อนนี้ฉันอาศัยอยู่ในถ ้า ซึ่งมีทั้งอาหารและน ้าอยู่รอบ ๆ บริเวณถ ้า แต่ ตอนนี้ได้มีลิงแม่ลูกอ่อนหลายตัวมาอาศัยอยู่ ฉันสงสารแม่ลูกอ่อนเหล่านั้น ไม่อยากแย่งอาหาร ฉันก็ต้องออกมา หาที่อยู่ใหม่ แต่ยังไม่ได้ท าที่อยู่อาศัยเลย ฝนก็ตกมาหนักหลายวันแล้ว แต่ถ้าฝนหยุด ฉันอยากจะท าที่อยู่ใกล้ๆ กับเจ้าได้ไหม !" นกขมิ้นนอ้ยตอบว่า "ได้ซิจ๊ะพี่ลิง เพราะฉันก็อยู่ตัวเดียว จะได้มีเพื่อน พ่อกับแม่ของฉัน ตายหมดแล้ว" ลิงดีใจ และลงมือทา ที่อยู่อาศยัใกลก้บัรังของนกขมิ้น จากน้ันมา ลิงกบันกขมิ้นก็เป็นเพื่อนที่ดี ต่อกันช่วยกันคิดแก้ปัญหาหรือเมื่อมีความทุกข์ก็ปรึกษาร่วมกันคิดแก้ปัญหา
55 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ การมีปัญญาและมีเพื่อนที่ดีสามารถแก้ปัญหา หรือทุกข์ที่เกิดขึ้นได้ สุนัขป่ าหน้าโง่ ลาตัวหนึ่ง ขณะก าลังกินหญ้าอยู่ที่กลางทุ่งอย่างเพลิดเพลิน แต่มันก็ต้องตกใจอย่างที่สุดเมื่อมันมองไปเห็น สุนัขป่ าดุร้ายตัวหนึ่งเข้า และเจา้สุนขัป่าตวัน้นัก็กา ลงัวิ่งตรงเขา้มาหาหมายจะจบัมนักินเป็นอาหาร และด้วยเจ้า ลาตวัน้ีมนัเป็นลาที่สมองดีนั่นเองมนัจึงแสร้งทา เป็นว่าเทา้เจ็บแลว้แกลง้กา้วเขยกขาหลงัของมนัค่อยๆ เดินไป ข้างหน้าอย่างสมจริงสมจังมากเสียด้วย สุนขัป่าที่วิ่งมาถึงหมายจะกระโดดตะครุบแต่เมื่อมนัเห็นอาการเดินเขยกขาของลาเขา้เช่นน้นั ก็จึงเกิด ความสงสัยข้ึนมาติดหมดัเลยทีเดียว มันจึงหยุดแล้วตะโกนถามออกไปว่า "นั่นเจ้าเป็ นอะไรน่ะ ท าไมถึงเดินขา เขยกอย่างนั้นเล่า" "เมื่อสักครู่นี้ข้ากระโดดข้ามพุ่มไม้แล้วไปเหยียบเอาหนามแหลมเข้า นี่หนามมันยังติดฝังฝ่ าเท้าของข้าอยู่เลย เออแน่ะ! เมื่อเจ้าจะกินข้า ก็กินเถอะข้ายอม แต่สงสัยว่าเจ้าคงต้องเอาหนามที่ฝ่ าเท้าหลังของข้านี้ออกเสียก่อน จะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวหนามมันจะเลยเข้าไปต าคอหอยเจ้าตอนกินข้า ได้ก็ไม่รู้นะ" เมื่อได้ยินลาว่า ดงัน้นัเจา้สุนขัป่าที่ดุร้ายแต่สมองทึบก็เกิดเห็นดว้ยข้ึนมา มนัจึงยกเทา้หลงัขา้งที่เขยกของลาข้ึนดูหมายจะดึง หนาม ออกเลียก่อนแล้วค่อยกิน..ว่าอย่างน้นัแต่ขณะที่มนักา ลงัมองส ารวจหาหนามอยู่น้ันเอง ลาก็เลยได้ จงัหวะและใชเ้ทา้หลงัขา้งน้นัดีดลูกหลงัโดนปากสุนขัป่าอย่างเต็มแรง ผลก็เลย ท าให้ฟันในปากของเจ้าสุนัข ป่ าหักไปหลายซีเลือดแดงกลบปากเลยทีเดียว เจา้สุนขัป่าจา ตอ้งทรุดลงนงั่ร้องโอดครวญไปมา และตอนน้นั ลาหัวหมอก็เลยถือโอกาสออกวิ่งหนีไปจากที่น้นัทนัที
56 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ผู้ที่ชอบสอดรู้ในเรื่องที่ตนไม่น่าที่จะรู้ในบางครั้ง ก็มักจะต้องเจ็บตัว และเสียผลประโยชน์ง่าย ๆ อย่างตัวอย่างที่ว่ามานี่แหละ ราชสีห์กับนายพราน กาลคร้งัหน่ึงในป่าอนัเป็ นที่อยูข่องบรรดาสรรพสัตว ์ได้มีพรานป่ าผู้ขมังธนูคนหนึ่งเข้ามาล่า สัตว์ทา ให ้สัตวท ์ ้งัหลายพากนัเตลิดหนีดว ้ ยความตกใจกลวั ยกเว้นพญาราชห์ผู้เป็นเจ้าป่ าเพียงตัว เดียวเท่าน้นัที่ใจกลา ้ไม่ยอมหนีท าท่าจะกระโจนเข้าต่อสู้กับนายพราน "ช้าก่อน" นายพรานร้องห้าม "ข้าจะส่งทูตไปเจรจากับเจ้า" นายพรานยิงลูกศรไปถูกชายโครง ราชสีห ์ ผูเ ้ป็ นเจา ้ป่ารู้สึกเจ ็ บปวดส่งเสียงร ้ องโหยหวนแลว ้ วิ่งเตลิดเขา ้ไปในดงไมท ้ึบ เมื่อหมาจิ้งจอกตวัหน่ึงเห ็ นเจา ้ป่าวิ่งเตลิดหนีมา จึงรีบเข้าไปสอบถาม "ข้าเห็นท่านก าลังจะต่อสู้กับนายพรานไม่ใช่หรือแล้วเหตุไฉนจึงหนีมา ท าไมไม่ขับไล่ ศัตรูของพวกเราออกไปจากป่ า" "เจ้าอย่ามายุซะให้ยากเลย" ราชสีห ์ ตอบดว ้ ยความครั่นคร ้ าม "แค่ทูตของมันยังท าให้ข้า ต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้แล้วผู้เป็ นเจ้านายของทูตจะมีฤทธิ์ขนาดไหน"
57 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ผู้โง่เขลาย่อมไม่สามารถพิจารณาแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือเรื่อง จริง และสิ่งใดคือกลลวง หมาป่ าหมาจิ้งจอกเเละม้า หมาจิ้งจอกอายุยงันอ้ยตวัหน่ึง แม้จะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่เนื่องจากมีประสบการณ์ไม่มากนัก เมื่อไดพ้บมา้เป็นคร้ังแรกมนัจึงไม่รู้จกัหมาจิ้งจอกจึงรีบวิ่งมาบอกกบัหมาป่าเพื่อนของมนัซ่ึงอยู่ในวยัไล่ๆ กัน "ข้าพบสัตว์อะไรก็ไม่รู้ตัวมันสูงใหญ่สง่างามแต่กินหญ้าเป็ นอาหาร""รูปร่างหน้าตามันเป็ นอย่างไร ล่ะ" หมาป่ าซัก "ข้าก็บอกไม่ถูกหรอก เจ้าตามข้าไปดูเอาเองดีกว่า" หมาจิ้งจอกพาเพื่อนของมนัมาพบกบัมา้ ตอนแรกมา้ตกใจจะวิ่งหนีแต่เมื่อไดย้ินเสียงเรียกจงึหยุดยืนร้ังรออยู่เพื่อดูท่าที "หยุดก่อนท่านมีชื่อเรียกเผ่าพันธุ์ว่าอย่างไร" หมาจิ้งจอกเอ่ยถาม"ช่วยบอกให้เรารู้หน่อยเถอะ" ม้าแสยะ ยิ้ม เพราะเมื่อไดย้ินคา ถามก็รู้ว่าท้งัสองยงัไม่ค่อยเดียงสานกั "ฮี้ๆ ชื่อของข้าน่ะรึมาดูใกล้ๆ เท้านี่ซิช่างท าเกือก ม้าได้สลักชื่อของข้าไว้ตรงนี้ไง" เมื่อเห็นมา้ยกเทา้ข้ึน หมาจิ้งจอกเกรงอนัตรายจึงหันไปกล่าวกบัหมาป่าผู้ เป็นสหายว่า"ฉันยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเลย เธออ่านหนังสือเก่งไม่ใช่หรือ ลองเข้าไปอ่านหน่อยซิ" "อ๋อ! ได้เลย ฉันนะสอบได้ที่ 1 เป็ นประจ าเชียวน่ะ" หมาป่ ากล่าวอย่างภาคภูมิเดินยืดไหล่ชูคอเข้า ไปอย่างสง่างาม แต่ทนั ใดน้นัมนัก็ถูกมา้ใชเ้ทา้ถีบเขา้ใส่อย่างแรงแลว้วิ่งหนีไป หมาจิ้งจอกรีบเขา้มาดูอาการ หมาป่ าผู้โชคร้าย "เพื่อนเอ๋ย คราวหลังก็ระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ"
58 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ คนฉลาดอาจยอมท าตัวเป็ นผู้โง่เขลาในบางสถานการณ์แต่คนโง่มักอวด ตัวว่าฉลาดทุกเวลา คนเลี้ยงเเกะกับสิงโต วนัหน่ึงคนเล้ียงแกะกา ลงันบัแกะของเขาและพบว่ามีแกะจา นวนหน่ึงสูญหาย ด้วยความหงุดหงิด เขาประกาศเสียงดังว่าจะจับหัวขโมยมาลงโทษให้สาสมกับความผิดให้จงได้คนเล้ียงแกะ สงสัยว่าน่าจะเป็นฝี มือของเจ้าหมาป่ า ดงัน้นัเขาจึงมุ่งหนา้ไปยงัภูมิประเทศที่เป็นหินระหว่างหุบเขา ที่นนั่มีถ้า หมาป่ าเต็มไปหมด แต่ก่อนจะเริ่มเดินทาง เขาก็อธิษฐานต่อเทพจูปิ เตอร์ให้ช่วยเขาหาตัวหัวขโมยให้จงได้แล้ว เขาจะถวายลูกวัวอ้วนพี่ให้เป็นเครื่องบูชายัญ คนเล้ียงแกะเฝ้าตามหาอยู่เป็นเวลานานโดยไม่พบหมาป่าเลยสักตวั แต่ทันทีที่สิงโตใหญ่ตัวหนึ่งก็ย่างกราย ออกมาพร้อมลากแกะเขาผ่านเขา้ไปใกลถ้้า ใหญ่ขา้งภูเขาออกมาดว้ย คนเล้ียงแกะถึงกบัเข่าอ่อนทรุดตวัลงดว้ย ความหวาดหวนั่พรั่นพรึง "อนิจจา โอ เทพจูปิ เตอร์ คนเราช่างไม่รู้เอาเสียเลยว่าขอสิ่งใดไป เพื่อตามหาหัวขโมย ข้าบนว่าจะ ถวายลูกวัวอ้วนพี่ให้พระองค์ บัดนี้ข้าขอสัญญาว่าจะถวายวัวตัวโตเต็มที่ให้พระองค์หากพระองค์ช่วยให้เจ้า หัวขโมยนี้ไปให้พ้นๆ"
59 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรามักไม่กระตือรือร้นกับสิ่งที่เราแสวงหาหลังจากพบมันแล้ว ดังนั้นจงอย่าโง่งมขอสิ่งที่จะน าหายนะมาให้หากค าขอเป็ นไปตามที่ขอ ชำวนำกับนกกระเรียน นกกระเรียนฝูงหนึ่งเห็นชาวนาก าลังไถนาอยู่ในทุ่งกว้าง เมื่องานไถเสร็จเรียบร้อย พวกมัน ก็เฝ้ามองชาวนาหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปอย่างอดทน นี่คืออาหารของพวกมัน นกกระเรียนคิด ทันทีที่ชาวนาหว่านเมล็ดเสร็จเรียบร้อยและเดินกลับบ้าน พวกนกกระเรียนก็บินลงมาในทุ่ง ทันทีก่อนจะเริ่มจิกกินเมล ็ ดพืชอยา่งรวดเร ็ วที่สุดเท่าที่จะทา ได ้ ชาวนาย่อมรู้จักนกกระเรียนและสันดานของพวกมันดีเขาเคยมีประสบการณ์กบันกพวกน้ีมาก่อน จึงรีบกลับมา ที่ทุ่งนาอย่างรวดเร็วพร้อมหนงัสติ๊กในมือ แต่เขาไม่ได้พกก้อนหินมาด้วย เขาแค่ต้องการขู่นกกระเรียนด้วยการ กวดัแกว่งหนงัสติ๊กและตะโกนดงัๆ ไล่มนัเท่าน้นั ทีแรกพวกนกกระเรียนบินเตลิดหนีไปด้วยความกลัวจนขวัญ กระเจิง แต่ไม่นานเมื่อเห็นว่าไม่มีพวกมันตัวใดได้รับบาดเจ็บ พวกมันก็ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงก้อนหินหวีดหวิว ในอากาศหรือถ้อยค าใดๆ เพราะสิ่งเหล่าน้นัไม่มีทางฆ่าใครตายได้ท้ายที่สุด พวกมันก็เลิกใส่ใจชาวนา ชาวนาเห็นว่าเขาคงต้องใช้มาตรการอื่นเสียแล้ว อย่างน้อยๆ ก็เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์ของเขาเอาไว้บ้าง ดงัน้ัน เขาจึงบรรจุกอ้นหินในหนงัสติ๊กแลว้ยิงออกไปกา จดันกกระเรียนไดห้ลายตวั มันได้ผลดังที่ชาวนาต้องการ เพราะหลงัจากวนัน้นัเป็นตน้มา นกกระเรียนก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาในทุ่งนาของเขาอีกเลย
60 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ การเกทับและข่มขู่ด้วยวาจาแทบไม่มีค่าอันใดส าหรับอันธพาล การเกทับก็ไม่แน่ว่าจะไม่มีหมัดหนักตามมาเสมอไป จิ้งจอกไร้หำง หมาจิ้งจอกตวัหน่ึงถูกกบัดบัจบัเอาไวไ้ด้แม้ว่าท้ายที่สุดมันจะหนีออกมาได้ส าเร็จด้วยความเจ็บปวด แต่ มนัก็ตอ้งเสียพวงหางอนัแสนสวยงามของมนัไวเ้บ้ืองหลงั มนัเก็บตวัจากบรรดาหมาจิ้งจอกตวัอื่นอยู่เป็นนาน เพราะมันรู้ดีว่าพวกตัวอื่นๆจะต้องเยาะเย้ยถากถางมัน อย่างสนุกสนาน ล้อเลียนมันหรือไม่ก็หัวเราะลับหลังมัน แต่ก็เป็นเรื่องยากส าหรับมันที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทา้ยที่สุดมนัจึงคิดแผนซ่ึงอาจช่วยให้มนัพน้จากปัญหาน้ีได้ มนัเรียกประชุมหมาจิ้งจอกทุกตวั โดยประกาศว่ามีเรื่องส าคญัมากที่อยากจะบอกให้ท้งัฝูงฟัง เมื่อเหล่าหมาจิ้งจอกมารวมตวักนัเจา้จิ้งจอกไร้หางก็ยืนข้ึนและกล่าวปราศรัยยาวนานว่าดว้ยภยนัตรายที่ บรรดาจิ้งจอกท้งัหลายอาจจะตอ้งเผชิญอนัเนื่องมาจากหางของพวกมนั ตวัหน่ึงหางอาจไปติดอยู่กบัร้ัวไมจ้นโดนหมาล่าเน้ือจบัได้อีกตวัอาจจะวิ่งไม่ออกเพราะพวงหางหนกัๆ ของมัน นอกจากน้ียงัเป็นที่รู้กนัดีว่า มนุษยล์ ่าหมาจิ้งจอกเพียงเพราะตอ้งการหางเท่าน้นั ซึ่งพวกเขาจะตัด ออกเป็นรางวัลแก่การล่า จากขอ้พิสูจน์ถึงอนัตรายและความไร้ประโยชน์ของการมีหางดงัน้ีหมาจิ้งจอกจ่าฝูง กล่าว มนัจึงขอแนะน าให้หมาจิ้งจอกทุกตวัตดัหางทิ้งหากเหน็แก่คุณค่าของชีวิตและความปลอดภยั พอมันกล่าวจบ หมาจิ้งจอกชราตวัหน่ึงก็ลุกข้ึนยืน และกล่าวยิ้มๆ ว่า “นายท่านจิ้งจอก กรุณาหมุนตัว สักครู่เถิด แล้วท่านจะได้รับค าตอบของท่านเอง” เมื่อเจา้จิ้งจอกไร้หางผูน้ ่าสงสารหมุนตวั เสียงโห่ร้องเย้ยหยัน
61 ก็ดงัสนนั่หวนั่ ไหวมนัจึงตระหนกัว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามโนม้นา้วต่อไปให้พวกหมาจิ้งจอกท้งัหลาย ยอมตัดหางของพวกมัน นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่าได้รับฟังค าแนะน าของผู้ที่จะท าให้เราตกต ่าลงเท่ากับเขา ลำกับหมำน้อย กาลคร้ังหน่ึง มีลาตวัหน่ึงซ่ึงเจา้นายของมนัเล้ียงหมาตวัเล็กๆ เอาไว้ด้วย เจา้หมาตวัน้ีเป็นที่โปรดปราน ของเจ้านายมาก เขาลูบหัวมนัอีกท้งัยงัพูดจาดีๆ กับมัน แยังให้ของกินเล็กๆ น้อยๆ จากในจานของเขาอีก ต่างหาก ทุกวนัเจา้หมาจะวิ่งไปหาเจา้นาย กระโดดโลดเต้นด้วยความรื่นเริงและกระโจนเลียมือตลอดจนใบหน้า ของเขา เจา้ลาเห็นท้งัหมดน้ีดว้ยความรู้สึกขุ่นเคืองใจยิ่งนกั แม้ว่ามันจะได้กินอย่างดีแต่มันก็ต้องท างานหนัก ในขณะที่เจ้านายแทบไม่เคยเห็นหัวมันเลย ดงัน้นัลาข้ีอิจฉาจึงนึกเอาเองดว้ยสมองโง่ๆ ของมันว่า ท้งัหมดที่ตอ้งทา เพื่อเอาชนะใจเจา้นายคือทา ตวัให้เหมือนหมา ดงัน้นัวนั หนึ่งมันจึงออกจากคอกของมันแล้วเดินกุบกับเข้าไปในบ้านด้วยความกระตือรือร้น คร้ันเห็นเจา้นายนงั่อยู่ที่โต๊ะอาหาร มันก็ดีดส้นเท้าพลางส่งเสียงร้องดังแหบแห้งกระโดดโลดเต้นไปมารอบๆ โต๊ะอย่าง น่าเวียนหัวสร้างความร าคาญใจยิ่งนกัจากน้นัมนัก็วางขาหน้าลงบนเข่าของเจา้นายแลว้แลบลิ้นออกมาเลียใบหน้าของเขา อย่าง ที่มันเคยเห็นเจ้าหมาท า แต่น้า หนกัตวัของมนัทา ให้เกา้อ้ีหัก แลว้ท้งัเจ้าลาและเจา้นายก็ลม้กลิ้งลงไปกองท่ามกลางจานชามที่ หล่นแตกกระจายลงมาจากโต๊ะ ผู้เป็ นนายตื่นตกใจกับพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้าลามากจึงร้องขอความช่วยเหลือ ไม่นานคน รับใช้หลายคนก็ได้ยินเสียงร้อง เมื่อพวกเขาเห็นเจ้านายก าลังตกอยู่ในอันตรายจากเจ้าสัตว์งุ่มง่าม พวกเขาก็ช่วยกันฉุดลากเจ้าลา ข้ึนมา ลงมือเตะและตีมันกลับไปเข้าคอก พวกเขาก็ปล่อยมันไว้ณ ที่น้นัทิ้งให้มนัคร่ าครวญกบัความโง่เขลาซ่ึงไม่ไดน้า อะไร มาให้มันเลยนอกจากการกระหน ่าทุบตี
62 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ พฤติกรรมซึ่งยอมรับได้ส าหรับคนหนึ่งอาจหยาบคาย และเสียมารยาท กับอีกคนหนึ่งจงอย่าพยายามท าให้ผู้อื่นชื่นชอบด้วยการท าตัวขัดกับ บุคลิกและธรรมชาติของ ตัวเอง มารดากับหมาป่ า เช้าตรู่วันหนึ่ง หมาป่ าหิวโซเดินด้อมๆ มองๆ อยู่รอบกระท่อมแถวชายหมู่บ้าน มันได้ยิน เสียงเด็กร้องไห้อยู่ในบ้าน แล้วก็ได้ยินเสียงผู้เป็นมารดากล่าวว่า “ซู่! ลูกเอ๋ย ! หยุดร้องได้แล้ว ไม่อย่างนั้นแม่จะเอาเจ้าให้หมาป่ า” หมาป่าท้งัประหลาดใจแต่กย ็ินดีที่จะไดก ้ินม้อือร่อย มนัจึงนอนหมอบอยูใ่ตห ้ นา ้ ต่างที่เปิดทิ้งไว ้คาดหวังทุกนาทีว่าผู้เป็นแม่จะส่งลูกออกมาให้มัน แต่ แม้ว่าเจ้าหนูน้อยจะร้องไห้งอแงต่อไปเพียงใด เจา ้ หมาป่าก ็ไดแ ้ ตร่อคอยท้งัวนัอยา่งสูญเปล่า และ แล้วเมื่อถึงยามราตรี มนักไ็ ดย ้ินเสียงมารดาของเดก ็ อีกคร้งัขณะที่นางนงั่ลงใกลห ้ นา ้ ตา่งเพื่อร ้ อง เพลงกล่อมลูกน้อยให้หลับใหล “นั่น ลูกรัก ดูนั่นสิเจ้าหมาป่ ามาเอาตัวเจ้าไปไม่ได้หรอก ไม่ ไม่มีทาง พ่อเจ้าก าลังจ้อง มองอยู่ และพ่อก็จะฆ่ามัน ถ้ามันเข้ามาใกล้"
63 จากน้นั ไม่นาน ผู้เป็นพ่อก็โผล่ออกมาให้เห็นจากในบ้าน ดีแต่ว่าเจา ้ หมาป่ารู้ จกัวิ่งหนีอยา่ง ชาญฉลาด จึงรอดจากฝูงหมามาได้อย่างหวุดหวิด นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน นักเดินทำงกับถุงเงิน ชายสองคนเดินร่วมทางกันมาบนถนน ทนั ใดน้ันคนหน่ึงก็เก็บถุงเงินซ่ึงมีเงินเต็มถุงได้ "ข้าช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ข้าพบถุงเงินหนึ่งใบ ดูจากน ้าหนัก ใบนี้จะต้องมีทองเต็มถุงแน่ๆ" เขาเอ่ยข้ึน "จงอย่าพูดว่า 'ข้าพบถุงเงิน' สิ" เพื่อนร่วมทางของเขาเอ่ย "ท่านน่าจะพูดว่า 'เราพบถุงเงิน' หรือ 'เรา ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้' จะดีกว่า เพื่อนร่วมทางควรแบ่งปันทั้งโชคและเคราะห์ที่พานพบบนท้องถนนด้วยกัน" "ไม่ ไม่มีทาง ข้าเป็ นคนพบมัน และข้าก็จะเก็บมันเอาไว้" อีกฝ่ายตอบอยา่งโกรธเกร้ียว ทนั ใดน้นัพวกเขาก ็ไดย ้ินเสียงตะโกน "หยุดนะ เจ้าหัวขโมย" และเมื่อมองลงไปรอบๆ พวกเขาก ็ เห ็ นฝูงชนพร ้ อมกระบองในมือวิ่งมาตามถนน ชายคนที่พบถุงเงินตกใจจนแทบจะเสียสติ "เราแย่แล้ว ถ้าพวกเขาพบว่าถุงเงินอยู่กับข้าละก็" เขาครวญ
64 "ไม่ ไม่ ท่านไม่ได้พูดว่า 'เรา' ก่อนหน้านี้ดังนั้นจงใช้ค าว่า 'ข้า' ต่อไปเถิด ต้องพูดว่า 'ข้าแย่แล้ว' ถึงจะถูก" อีกฝ่ ายตอบ นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ หากไม่แบ่งปันโชคให้ใคร ก็จงอย่าหวังจะแบ่งปันเคราะห์ร้าย ให้ผู้อื่น นกเค้ำแมวกับตั๊กแตน นกเค้าแมวมักจะนอนหลับในตอนกลางวันเสมอ และหลังจากตะวันตกดิน เมื่อแสงสีชมพูจางหายไป จากขอบฟ้าและเงามืดบ่อยๆ คืบคลานไปตามล าเนาป่ า มนัก็จะกระพือปีกพ่ึบพบั่ออกมาจากโพรงตน้ ไมเ้ก่า ส่ง เสียงร้อง "ฮูก ฮูก ฮูก" สะท้อนก้องป่ าอันเงียบงัน จากน้นัมนัก็เริ่มล่าแมลงปีกแข็ง เต่าทอง กบ และหนูที่มัน โปรดปรานเป็นอาหาร ยังมีแม่นกเค้าแมวเฒ่าตัวหนึ่งซึ่งเมื่อแก่ตัวลงก็กลายเป็นพวกขวางโลกและเอาใจยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีสิ่งใดมารบกวนการงีบหลบั ในตอนกลางวนัของมนั ยามบ่ายฤดูร้อนอันแสนอบอุ่นวันหนึ่ง ขณะที่มัน หลับอยู่ในโพรงต้นโอ๊ก ก็มีตกั๊แตนตวัหน่ึงซ่ึงอยู่แถวน้นัร้องเพลงออกมาอย่างรื่นเริง ทว่าเสียงของมันแหบห้าว ยิ่งนกันกเคา้แมวโผล่หัวออกมาจากโพรงไมซ้่ึงเป็นท้งัประตูและหนา้ต่างของมนั ในทนัที "ได้โปรดออกไปจากตรงนี้ทีเถอะท่าน" มนักล่างกบัเจา ้ ตกั๊แตน "ท่านไม่มีมารยาทเลยหรือ อย่างไร อย่างน้อยท่านก็น่าจะเคารพอาวุโสของข้า และปล่อยให้ข้านอนหลับอย่างเงียบสงบ"
65 แต่เจา ้ ตกั๊แตนตอบเสียงแข ็ งว่ามนัมีสิทธ์ิอยูใ่นที่ของมนัภายใตแ ้สงอาทิตยพ ์ อๆ กับที่นกเค้า แมวมีสิทธ์ิในที่ทางของตวัเองคือโพรงไมโ้ อ ๊ กเก่าแก่จากน้นัเจา ้ ตกั๊แตนก ็ เร่งเสียงร ้ องเพลงดงัข้ึน แถมแหบห้าวหนักกว่าเดิม นกเคา ้ แมวชราผูช ้ าญฉลาดรูด ้ีว่าหากจะเถียงกบัเจา ้ ตกั๊แตนต่อไปก ็ คงไม่เกิดประโยชน ์ อะไร ข้ึนมา เถียงเรื่องทา นองน้ีกบัใครๆ ก็คงเหมือนๆ กนันนั่แหละ อีกท้งัดวงตายามกลางวนัของมนัยงั พร่ามวัจนไม่อาจลงโทษเจา ้ ตกั๊แตนไดอ ้ ยา่งสาสม มนัจึงอดทนต่อคา พูดหยาบคายเหล่าน้นั แล้วเอ่ย กบัตกั๊แตนดว ้ ยน้า เสียงสุภาพ "ถ้าอย่างนั้น หากข้าต้องตื่นเสียแล้ว ข้าคงต้องท าใจให้รื่นรมย์กับเสียงเพลงของท่าน ขอ ข้าคิดหน่อยนะ ข้ามีสุดยอดเหล่าองุ่นอยู่ส่งตรงมาจากเทือกเขาโอลิมปัส ซึ่งข้าได้ยินค าบอกเล่ามา ว่าเทพอพอลโลเสวยสิ่งเหล่านี้ก่อนที่พระองค์จะขับขานเพลงให้เหล่าทวยเทพฟัง ได้โปรดเข้ามาลิ้ม ลองเครื่องดื่มเลิศรสนี้พร้อมกับข้าเถิด ข้ารู้ดีว่ามันจะท าให้ท่านร้องเพลงได้ไพเราะดั่งเทพอพอล โลเลยทีเดียว" นกเค้าแมวกล่าว ตกั๊แตนผูโ้ ง่เขลาหลงเชื่อคา เยินยอของนกเคา ้ แมว มันจึงกระโดดเข้าไปในโพรงของนกเค้า แมว ทว่าทันทีที่มันเข้าใกล้มากพอที่นกเค้าแมวจะมองเห็นมันถนัดชัดเจนมันก็ถูกนกเค้าแมวจิกเข้า ปากในทันที นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ค าเยินยอไม่อาจพิสูจน์ถึงความชื่นชมที่แท้จริง อย่า ปล่อยให้ค าสรรเสริญเยินยอท าให้คลายความระมัดระวังต่อศัตรู
66 อินทรีกับอีกำ อินทรีโฉบลงมาบนพ้ืนดินดว ้ ยปีกอนัทรงพลงัและตะปบลูกแกะตวัหน่ึงดว ้ ยกรงเล ็ บอนัแหลม คม ก่อนจะพาลูกแกะเคราะหร ์้ ายไปยงัรงัของมนั เจ้าอีกาเห็นการกระท าดังกล่าวก็หลงผิดคิดไปว่า มันตัวใหญ่และแข็งแรงพอจะท าเช่นอินทรีได้มนัจึงกระพือปีกแหวกอากาศอยา่งแรงก่อนจะโฉบ ลงบนหลังของแกะตัวใหญ่ แต่เมื่อมนัพยายามจะบินข้นึไปอีกคร้ัง มนัก ็ พบว่ามนัไม่อาจทา เช่นน้นั ได้เพราะกรงเล็บของมันพันกับขนแกะจนยุ่งเหยิง ไม่ว่าจะพยายามยกเจา ้ แกะข้ึนมาเพียงใด เจ้า แกะก ็ แทบไม่รู้สึกตวัเลยว่าอีกาอยูต่รงน้นั คนเล้ียงแกะเห ็ นอีกาที่กา ลงัตีปีกอยกู่ ็ พอจะเดาไดว ้่าเกิดอะไรข้ึน เขาจึงรีบวิ่งเขา ้ มาควา ้ เจา ้ นกตวัน้นั ไว้พร้อมกับเด็ดปี กของมันออก แล้วเขาก็มอบอีกาให้ลูกๆ ของเขาในเยน ็ วนัน้นั "นกอะไรน่ะ ตลกดีจัง" พวกเด็กๆ หัวเราะ "มันเรียกว่านกอะไรครับพ่อ" "นี่คืออีกาน่ะ ลูกเอ๋ย แต่ถ้าพวกเจ้าลองถามมัน มันอาจจะบอกว่ามันเป็ นอินทรีก็ได้นะ"
67 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่าปล่อยให้ความหยิงทะนงมาท าใหหลงล าพอง คิด ท าอะไรเกินตัว สรรพสัตว์กับโรคระบำด กาลคร้ังหน่ึง มีโรคระบาดร้ายแรงเกิดข้ึนท่ามกลางหมู่สัตวท์ ้งัหลาย หลายตัวต้องตายไป ส่วนที่รอดก็ ป่วยหนกัจนพวกมนัไม่สนใจที่จะหากินและดื่มน้า อีกท้งัยงัตอ้งลากสังขารไปมาอย่างเชื่องซึม แม้แต่ไก่สาว อว้นพีก็ยงัไม่อาจยวั่น้า ลายเพื่อเป็นม้ือเยน็จองเจา้จิ้งจอก ลูกแกะเน้ือนุ่มก็ไม่กระตุน้ความอยากอาหารให้หมาป่า จอมตะกละ ท้ายที่สุด สิงโตก็ตัดสินใจเรียกประชุม เมื่อสัตวท์ุกตวัมารวมตวักนัมนัก็ยืนข้ึนและกล่าวว่า "เพื่อนรักทั้งหลาย ข้าเชื่อว่าพระเจ้าส่งโรคระบาดนี้มาเพื่อลงโทษในบาปชองพวกเรา ดังนั้นสัตว์ ที่ท าผิดที่สุดในหมู่เราจะถูกน าไปบูชายัญ บางทีเราอาจจะได้รับการอภัยและเป็ นการเยียวยาสัตว์ทุกตัว" "ข้าจะสารภาพบาปของข้าก่อน ข้ายอมรับว่าข้าตะกละและสวาปามแกะไปมากมาย พวกมัน ไม่ได้เป็ นภัยแกข้าเลย ข้ากินแพะ วัวป่ า และกวาง ถ้าจะว่าไปแล้วบางครั้งบางคราวข้าถึงขั้นกินคนเลี้ยงแกะ ด้วย"
68 "ทีนี้หากข้าเป็ นสัตว์ที่ผิดมากที่สุด ข้าก็พร้อมจะถูกบูชายัญ แต่ข้าคิดว่ามันจะดีที่สุดหากให้แต่ละตัวสารภาพ บาปของตนเองเหมือนอย่างที่ข้าท า จากนั้นพวกเราค่อยตัดสินอย่างยุติธรรมว่าใครคือผู้ที่ท าผิดมากที่สุด" "ท่านผู้สูงส่ง" หมาจิ้งจอกเอ่ย "ท่านดีเกินไป การกินแกะกับเจ้าแพะหน้าโง่มันจะเป็ น อาชญากรรมไปได้ยังไง ไม่ ไม่เลยขอรับท่าน ท่านให้เกียรติพวกมันด้วยซ ้าที่กินมันเข้าไปน่ะ" "และว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับคนเลี้ยงแกะ พวกเราทุกตัวต่างรู้ดีว่าพวกเขาก็เป็ นแค่เผ่าพันธุ์เล็ก กระจ้อยร่อยที่แสร้งท าเป็ นเจ้านายของพวกเราเท่านั้นเอง" สัตวท์ุกตวัปรบมือให้เจา้หมาจิ้งจอก จากน้นัท้งัเสือ หมีหมาป่ า และสัตวด์ุร้ายท้งัหลายก็พร่ า พรรณนาถึงความเลวร้ายที่สุดที่พวกมันท า ซ่ึงท้งัหมดไดร้ับการอภยัและดูจะบริสุทธ์ิไร้เดียงสาราวกบัการ กระท าของนักบุญ ทีน้ีก็มาถึงคราวของลาที่จะสารภาพ "ข้าจ าได้ดี" มันกล่าวด้วยความรู้สึกผิด "ว่าวันหนึ่ง ข้าเดินผ่านทุ่งหญ้าซึ่งเป็ นของนักบวช หญ้านุ่มๆ และความหิวโหยช่างเชิญชวนข้ายิ่งนักจนข้าอดใจไม่ไหวต้องและเล็มหญ้านั้นเข้าไปเล็กน้อย ข้าไม่มี สิทธิ์จะท าอย่างนั้น ข้าขอยอมรับ..." เสียงคา รามของเหล่าสัตวป์่าดงัสนนั่ขดัคอเจา้ลา นี่เองวายร้ายที่น ามาซึ่งความหายนะของหมู่ สัตวท์ ้งัปวง ช่างเป็นอาชญากรรมชวั่ชา้เสียนี่กระไรที่กินหญา้ซ่ึงเป็นของคนอื่น แค่น้นัก็เพียงพอที่จะแขวนคอ ใครสักคนได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลาตวัหน่ึง ทนั ใดน้นัสัตวท์ ้งัหลายก็เขา้มากลุม้รุมเจา้ลาโดยมีหมาป่าเป็นผูน้า ไม่นานเจ้าลาก็พบจุดจบ ร่าง ของมันถูกบูชายัญแด่พระเจ้าอย่างไม่รอช้า โดยไม่ต้องมีแท่นบูชาอย่างเป็นพิธีการใดๆ ท้งัสิ้น นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ผู้อ่อนแอถูกลิขิตมาให้เจ็บปวดจากการกระท าอันชั่ว
69 หมำป่ ำ เเม่แพะเเละลูกแพะ เชา้วนัหน่ึงแม่แพะกา ลงัจะไปตลาดเพื่อหาของกินมาเล้ียงครอบครัว ซึ่งก็มีเพียงลูกแพะน้อยๆ หนึ่งตัว และตัวมันเอง "ดูแลบ้านให้ดีๆ นะจ๊ะ ลูกแม่" นางกล่าวกับลูกแพะ พลางใส่กลอนประตูอย่างระมัดระวัง "อย่า ปล่อยให้ใคเข้ามาข้างในล่ะ เว้นแต่เขาจะบอกรหัสผ่านนี้กับลูก 'หมาป่ าและพวกพ้องของมันจงพินาศ'" เหมาะอย่างน่าประหลาดที่หมาป่ าตัวหนึ่งแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ และได้ยินแม่แพะพูดพอดีดงัน้นั ทันทีที่แม่แพะห่าง ไปพ้นสายตา มนัก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาเคาะประตู "หมาป่ าและพวกพ้องของมันจงพินาศ" หมาป่าพูดน้า เสียงนุ่มนวล นี่เป็นรหัสผ่านที่ถูกต้อง แต่เมื่อลูกแพะแอบมองลอดรอยแตกของประตูออกไปเห็นเงาร่างที่อยู่ข้างนอก มนัก็ให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนกั "ขอข้าดูอุ้งเท้าสีขาวหน่อย" มนัเอ่ยข้ึน "ไม่อย่างนั้นข้าไม่ยอมให้แม่เข้ามาหรอก"
70 แน่นอนว่าอุ้งเท้าสีขาวเป็นคุณลักษณะที่หมาป่ าน้อยตัวนักจะมีให้ใครดูได้ดงัน้นัมนัจึงตอ้งจากไปอย่าง หิวโหยเช่นเดียวกับตอนขามา "เจ้าจงอย่ามั่นใจอะไรมากเกินไป" ลูกแพะเอ่ย เมื่อมันเห็นหมาป่ าเดินดุ่มเข้าป่ า ไป นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ยืนยันความมั่นใจซ ้าอีกครั้งย่อมดีกว่าครั้งเดียว ต้นโอ๊กกับต้นอ้อ ณ บึงน้า แห่งหน่ึง มีตน ้ โอ ๊ กใหญ่ข้ึนแผ่กิ่งกา ้ นอยูร่ ิมฝั่งและมีตน ้ ออ ้ ข้นัอยูใ่นน้า เวลามีลมพัด มา ต้นอ้อก็เอนลู่ไปตามลม ตน ้ โอ ๊ กจึงพูดข้ึนว่า " เจ้านี่ช่างไม่กล้าหาญเอาซะเลย ขนาดลมพัด เบา ๆ ก็ยังโอนเอนตาม ดุข้าสิ ไม่ว่าประจันหน้ากับอะไร ขา ้ ก ็ ต้งัตรงไม่หวาดหวนั่ " และแลว ้ในคืนน้นัเกิดมีลมพายุพดัโหมกระหน่า คร้งัใหญ่ ต้นโอ๊กพยายามยืนต้านแรงพายุ แต่ก็ ต้านไม่ไหวจนหักโค่นลงในที่สุด ส่วนตน ้ ออ ้ น้นัเมื่อพายุพดัผ่านไปก ็ ชูใบข้ึนตามเดิม ต้นอ้อเห็น สภาพของต้นโอ๊กจึงพูดว่า " การที่ข้าเจียมตัวว่าอ่อนแอ เอนลู่ไปตามลม ก็ยังดีกว่าเจ้าที่ทะนงตน ว่าแข ็ งแรงจนพบจุดจบเช่นน้ี".
71 นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ การโอนอ่อนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ดีกว่าแข็ง กร้าวบ้าบิ่นจนเกิดอันตราย นกนำงแอ่นเตือนภัย ณ ฟาร์มแห่งหนึ่ง มีเหล่านกอยู่มากมายต่างพากันมาอาศัยอยู่ ท าให้พืชผลที่ถูกปลูกไว้ได้รับ ความเสียหาย วันหนึ่งชายผู้เป็นเจ้าของฟาร์มจึงได้น าเมล็ดฝ้ายมาหว่านเอาไว้เมื่อนกนางแอ่นตัว หนึ่งเห็นเข้าก็รีบตะโกนบอกเพื่อนๆ ว่า “พวกเรามาช่วยกันท าลายเมล็ดฝ้ายเหล่านี้กันเร็วเข้า มัน จะถูกเก็บเกี่ยวน ามาถักทอเป็ นตาข่ายส าหรับจับพวกเรา” เมื่อนกตัวอื่นๆ ไดย ้ินเช่นน้นัต่างก ็ พากนัหัวเราะในความคิดที่เหลวไหลของนกนางแอ่น เวลาผ่าน ไปเมล็ดฝ้ายก็ได้เจริญงอกงามจนกลายเป็นต้น นกนางแอ่นจึงได้พยายามเตือนเพื่อนๆ อีกคร้ัง แต่ก็ ไม่มีนกตัวใดเชื่อในค าเตือนของนกนางแอ่นแม้แต่ตัวเดียว นกตวัหน่ึงจึงเอ่ยข้ึนว่า “เจ้าอย่าวิตก กังวลไปเลย เจ้าของฟาร์มคงน าฝ้ายเหล่านั้นไปทอผ้ามากกว่านะ”
72 แต่แล้วในที่สุดเจ้าของฟาร์มก็ได้น าฝ้ายไปถักทอเป็นเชือกและสานเป็นตาข่ายส าหรับดักจับ นก และเหล่านกก็ถูกจับไปหมด เหลือแต่เพียงนกนางแอ่นตวัเดียวเท่าน้นัที่รอดชีวิต นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ จงรับฟังค าเตือนของผู้ที่หวังดีกับเรา เทพำรักษ์กับคนตัดไม้ ชายตัดไม้คนหนึ่งท าขวานหลุดมือตกลงไปในบึง เขานงั่โศกเศรา ้ อยูร่ ิมฝั่งดว ้ ยความเสียดาย เทพารักษส ์ งสารจึงปรากฏกายข้ึนและช่วยงมขวานคืนให ้ คร้ังแรก เทพารักษง ์ มเอาขวานทองคา ข้ึนมา แต่ชายตัดไม้ปฏิเสธว่า "ขวานเล่มน้ีไม่ใช่ของ ข้าพเจ้าหรอก" คร้ังที่สอง เทพารักษง ์ มขวานเงินข้ึนมาให ้ชายตัดไม้ก็ปฏิเสธอีก คร้ังสุดทา ้ ย เทพาลกัษน ์ า ขวานเหล ็ กเกา่คร่า คร่ามาให ้ชายตัดไม้ก็ดีใจมาก ที่ได้ขวานของตนคืน เทพารักษ์ชื่นชมความซื่อสัตว์ของเขา จึงมอบขวานทองค าและขวานเงินให้ด้วย
73 เพื่อนของชายตัดไม้ รู้ เรื่องน้ีก ็ นึกอิจฉาอยากไดบ ้ า ้ ง จึงไปยังริมบึงและแกล้งท าขวานหลุด มือตกน้า เมื่อเทพารักษป์ รากฏกายข้ึนและงมขวานทองคา ข้ึนมาให ้ ชายผูน ้้ีก ็ รีบตอบว่าเป็ นขวาน ของตน เทพารักษ์เห็นว่าเขาเป็นคนโป้ปดโลภมาก จึงหายตัวไปทันทีเพื่อนของชายตัดไม้จึงไม่ได้ แม้แต่ขวานของตนคืน นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ ผ ู้ม ี ความสัตย ์ย่อมได้รับผลดีตอบแทน อึ่งอ่ำงกับวัว ณ ทุ่งนาแห่งหนึ่ง มีครอบครัวของอึ่งอ่างอาศัยอยู่ใน หนองน้า วนั ใดที่ฝนตกพวกลูกอ่ึงอ่างก็มกัออกมาเล่นน้า ฝน กันอย่างสนุกสนาน ลูกอึ่งอ่างตัวหนึ่ง พูดกับแม่ของมันว่า "แม่จ๋า ๆ พวกหนูขอออกไปว่ายน ้าเล่นแถว ๆ นี้นะจ๊ะ" "ได้สิจ๊ะลูก แล้วอย่าไปนานนักล่ะ แม่เป็ นห่วง" แม่ อึ่งอ่างตอบลูกน้อย จากน้นัพวกลูกอ่ึงอ่างก็ไดอ้อกไปว่ายน้า เล่นกัน จนกระทงั่พวกมนั ไปเจอกบัววัตวัใหญ่ตวัหน่ึง ก าลัง เดินมาที่หนองน้า ที่พวกอ่ึงอ่างเล่นน้า อยู่ เจ้าวัวไม่ทันสังเกตว่า มีลูกอึ่งอ่างเล็ก ๆ อยู่แถวน้นั ท าให้มันเผลอเหยียบลูกอึ่งอ่าง ตายไปหลายตัว เจา้ลูกอ่ึงอ่างที่รอดชีวิตเห็นอย่างน้นัก็พากนัตกใจและรีบวิ่ง กลับไปบอกแม่ของมันว่า "แม่จ๋า ๆ เมื่อตะกี้มีตัวอะไรก็ไม่รู้มา เหยียบพี่ ๆ น้อง ๆ ของเรา ตัวมันใหญ่มาก ๆ ๆ เลยแม่"
74 แม่อึ่งอ่างตกใจ เลยรีบถามกลับไปว่า "ตัวอะไร แล้วตัวมันใหญ่มากขนาดไหน แม่อยากรู้" "ตัวมันใหญ่มากกก ๆ ๆ เลยแม่" ลูกอึ่งอ่างตอบ แม่อึ่งอ่างนึกไม่ออกว่าเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ที่มาเหยียบลูก ๆ ของมันคือตัวอะไร จึงพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพองตัว โตเพื่อให้ลูกดูว่าตัวมันใหญ่ขนาดไหน "ตัวมันใหญ่ประมาณนี้ไหมลูก" แม่อึ่งอ่างถาม "มันตัวใหญ่กว่านี้อีกหลายเท่าเลยจ้ะแม่" ลูกอึ่งอ่าง ตอบไปตามที่เห็น แม่อ่ึงอ่างไดย้ินแบบน้นั ก็รู้สึกหงุดหงิดและโมโหที่ ไม่สามารถพองตวัให้ใหญ่เท่ากบัสัตวต์วัน้นั ได้มันจึงพยายาม รวบรวมกา ลงัพองตวัให้ใหญ่ข้ึนอีก และใหญ่ข้ึนเรื่อย ๆ จน ลูก ๆ พากันเตือนให้เลิกพองตัวว่า "พอแล้ว ๆ แม่จ๋า ไม่ต้อง ท าแล้ว" แต่แม่อึ่งอ่างไม่ฟัง มนัพยายามพองตวัให้โตข้ึนเรื่อย ๆ เพราะ อยากรู้ว่าเจา้สัตวต์วัน้นัจะใหญ่โตขนาดไหน จนสุดท้าย แม่อึ่ง อ่างพองตัวเต็มที่จนตัวระเบิดและตายลงต่อหน้าลูกอึ่งอ่าง ท า ให้ครอบครัวอึ่งอ่างรู้สึกเศร้าเสียใจเป็ นอย่างมาก ที่แม่อึ่งอ่าง ตอ้งมาตายเพราะทา ในสิ่งที่เกินกา ลงัและความสามารถของ ตัวเอง • นิทำนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ำ อย่าท าอะไรที่เกินตัว เกินก าลังตนเอง เพราะอาจท า ให้เกิดโทษได้เช่นเดียวกับแม่อึ่งอ่างตัวนี้ที่ไม่รู้จักประมาณตัวเอง พยายามท า ในสิ่งที่ตนเองไม่สามารถท าได้โดยไม่ฟังค าเตือนของใคร จนสุดท้ายก็ท าให้
75 ตัวเองเดือดร้อนในที่สุด ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยค่ะ หากเด็ก ๆ ก าลังป่ วย แต่ก็ ฝื นตัวเองออกไปวิ่งเล่นข้างนอกทั้งที่ร่างกายไม่แข็งแรง ก็อาจท าให้เด็ก ๆ เป็ น ลมหมดสติได้ดังนั้นหากพวกหนูคิดจะท าสิ่งใดแล้ว ก็ควรประมาณตนให้ เหมาะสม ว่าเรามีศักยภาพพอที่จะท าสิ่งนั้นได้โดยไม่ล าบากตัวเองและคนอื่น ๆ หรือไม่