แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
เวลา 14 ชั่วโมง
วิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน รหสั วชิ า อ22101 เวลา 2 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ชือ่ Myths & Legends ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง reading 2a & Vocabulary 2a
ผู้จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ นายธนรัชต์ วรสวุ รรณาภรณ์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- บอกรายละเอียด เขยี นสรปุ ขอ้ มลู และอภิปรายเกีย่ วกบั เร่ืองที่อา่ นและฟงั ได้
- พูดบรรยายบุคคลตามภาพท่ีกำหนดใหไ้ ด้
- พดู บรรยายลกั ษณะและนิสยั ของบุคคลอน่ื ได้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องทีฟ่ ังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่าง
มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 2/3 ระบุ/เขยี นประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กบั สื่อทไ่ี ม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ทอี่ ่าน
ต 1.1 ม. 2/4 เลือกหัวขอ้ เร่ือง ใจความสำคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรือ่ งทีฟ่ งั และอา่ น พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ ง งา่ ย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึกและ
ความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนา แลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง เรอ่ื งต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน
ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม. 2/4 พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ขอ้ มลู บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั เรอ่ื งที่ฟังหรอื
อ่านอย่างเหมาะสม
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การจับใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมลู ท่ีอา่ นและฟังเป็นความสามารถท่สี ำคัญประการหน่งึ
ของทักษะการรบั สาร ซง่ึ จะนำไปสู่การสรุปสารทรี่ บั ได้ นอกจากนก้ี ารมีความรเู้ ก่ยี วกบั คำศพั ทแ์ ละประโยคตา่ ง
ๆ ตามเนือ้ หาจะชว่ ยใหส้ ามารถนำสิ่งท่ีเรียนรไู้ ปใช้ในการพดู /เขยี นส่ือสารไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ตลอดจนมีความ
เขา้ ใจในวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Appearance (hair: curly, wavy, straight, spiky, thick, long, short,
brown, fair, grey; eyes: big, small, blue, green; mouth: small, wide;
nose: big, long, small; face: round, long; lips: thin, full; height: tall,
short, of medium height; age: old, young, middle-aged; weight:
overweight, plump, thin, slim, well built, fat; looks: handsome,
beautiful, ugly, attractive)
Character (funny, brave, hardworking, stupid, patient, honest, lazy,
clever, impatient, dishonest, boring, cowardly)
Functions: Describing people’s appearance and character
Helen is young, tall and thin. She’s got long curly, fair hair and full
lips.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพ่ือหาข้อมลู เฉพาะ
Speaking: พดู บรรยายลักษณะและนิสัยของบุคคล
Reading: อ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะและแสดงความคดิ เห็น
Writing: เขียนสรุปเรื่องทอี่ า่ น
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น 2) ความสามารถในการคดิ
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
1) ใฝเ่ รยี นรู้
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1
ข้ัน Warm up
1. นักเรียนทกั ทายครู โดยใช้คำทักทาย เช่น How are you doing? How’s going? จากน้นั ครูสุม่ ทกั ทาย
นักเรยี นเป็นรายบุคคล 2-3 คน โดยให้นกั เรยี นพดู ตอบครดู ว้ ยคำที่ไมซ่ ้ำกนั เชน่ Pretty good./Not
bad./Very well.
2. นกั เรยี นอ่านช่อื หน่วยการเรียนรู้ (Myths & Legends) ในหนังสอื เรียน หน้า 21 แลว้ ร่วมกันแสดงความ
คดิ เหน็ วา่ หมายความวา่ อย่างไร
3. Find the page numbers for หนา้ 21 ครูอธบิ ายคำวา่ quotation และ biography
quotation (n) = sentence or phrase from a book, speech etc. which
you repeat in a speech or piece of writing because it
is interesting (ประโยคหรือวลีจากหนังสอื หรอื สนุ ทรพจน์ท่ีถูกนำมา
กล่าวซำ้ เพราะน่าสนใจ)
biography (n = the story of a person’s life written by somebody else
(ชวี ประวัติ)
จากนน้ั ให้นกั เรยี นหาว่าภาพที่เก่ยี วขอ้ งกับทง้ั 3 คำนีอ้ ยใู่ นหนงั สือเรยี นหนา้ ใด เม่ือหาพบแลว้ ครถู าม
คำถามเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน
a quotation (p. 22)
Do you think it is important to know what famous people said? Why (not)?
Do you know any famous quotations?
a biography (p. 29)
Can you name any other famous presidents?
What were they famous for?
a film poster (p. 27)
Where can you see a poster like this? What sort of films do you like?
How often do you go to the cinema? Who with?
ข้ัน Pre-reading
1. หนังสอื เรยี น หนา้ 21 Ex. 1 นักเรียนดภู าพ แลว้ บอกว่ารจู้ กั ใครบ้าง ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกขอ้ มูลท่รี ู้
ตอ่ มาครูสุ่มเรียกนกั เรยี นอ่านชือ่ บุคคล ชอื่ ประเทศ และปีที่อยู่ใตภ้ าพ
BC ย่อมาจาก Before Christ คือ ชว่ งเวลาท่เี กดิ ขึน้ กอ่ นพระเยซปู ระสูติ หรอื ทเ่ี รียกกันวา่
ก่อนคริสตกาล เชน่ Rome was founded in 753 BC. แปลวา่ กรงุ โรมสรา้ งเม่ือ 753 ปี
ก่อนครสิ ตศ์ กั ราช คำวา่ BC จึงถกู ใชเ้ พอื่ บ่งบอกถึงชว่ งเวลาและเหตุการณท์ เ่ี กดิ ขึน้ ก่อน
พระเยซูประสูติ
ท่มี า: http://arjarnbomb.blogspot.com/2009/04/jesus.html
เสรจ็ แลว้ ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นคำศพั ท์ทีก่ ำหนดให้ และช่วยกันบอกความหมาย โดยครชู ว่ ยอธบิ ายคำท่ี
นักเรียนไมร่ ู้ เชน่ emperor, warrior
emperor (n) = the man who is the ruler of an empire (จกั รพรรด)ิ
warrior (n) = a soldier or fighter who is brave and experienced – used about
people in the past (นกั รบ)
จากน้ันครูถามคำถาม Who was a/an…? ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั พดู ตอบ
2 Marie Curie was a Polish scientist.
3 Genghis Khan was a Mongolian emperor.
4 Amelia Earhart was an American pilot.
5 Cleopatra was an Egyptian queen.
6 Queen Victoria was a British queen.
7 Abraham Lincoln was an American president.
8 William Wallace was a Scottish warrior.
2. หนังสอื เรยี น หน้า 21 Ex. 2 นกั เรยี นจับคู่กบั เพือ่ น พูดถาม-ตอบเกยี่ วกบั ปีเกดิ และเสยี ชวี ติ ของบคุ ลใน
ภาพ
A: When was Marie Curie born? B: In 1867. When did she die?
A: In 1934. When was Genghis Khan born? B: In 1162. When did he die?
A: In 1227. When was Amelia Earhart born? B: In 1897. When did she die?
A: In 1937. When was Cleopatra born? B: In 69 BC. When did she die?
A: In 30 BC. When was Queen Victoria born? B: In 1819. When did she die?
A: In 1901. When was Abraham Lincoln born? B: In 1809. When did he die?
A: In 1865. When was William Wallace born? B: In 1270. When did he die?
A: In 1305.
3. นกั เรยี นดูภาพวาดในหนงั สือเรยี น หน้า 22 แลว้ สงั เกตการแตง่ กายและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั อายุ
และเชือ้ ชาตขิ องผูห้ ญิงในภาพ
4. หนังสือเรยี น หน้า 22 Ex. 1 นักเรียนตอบคำถามว่าเคยไดย้ นิ ชื่อ Pocahontas หรอื ไม่ แลว้ ครใู ห้
นักเรยี นชว่ ยกันบอกขอ้ มลู ของ Pocahontas ท่ีนกั เรียนรู้ จากนัน้ ให้นกั เรยี นอภิปรายร่วมกนั ว่าทำไม
Pocahontas จึงถกู เรียกวา่ ‘Child of Peace’
5. นักเรยี นแบ่งกลุม่ ออกเป็น กลุ่มละ 3-5 คน ให้แต่ละกลุ่มอ่านคำถามและตวั เลือกทีใ่ หม้ าใน หนังสือเรยี น
หนา้ 22 Ex. 2 และช่วยกันระดมสมองเพือ่ เลือกคำตอบในแต่ละข้อท่คี าดว่าจะเปน็ คำตอบทถี่ ูกที่สดุ โดย
ไมอ่ า่ นบทอ่าน
6. นักเรียนเปิดหนงั สอื เรียนและฟงั เรอ่ื ง Pocahontas จาก CD ครูใหน้ กั เรียนขดี เสน้ ใตค้ ำศพั ท์ยาก แลว้ อ่าน
ออกเสียงคำศพั ทต์ ามครู 1 ครงั้ หลงั จากน้ันนักเรยี นอา่ นคำศพั ทพ์ รอ้ มกัน แลว้ ครชู ว่ ยอธบิ ายความหมาย
ของคำศัพท์ หรอื ใหน้ ักเรยี นเปดิ หาความหมายในพจนานุกรม
chief (n) = the most important person, or one of the most important people, in
a company or organisation (ผนู้ ำ, หวั หนา้ )
peace (n) = a situation in which there is no war or fighting (ความสงบ, สนั ติภาพ)
colonist (n) = someone who settles in a new colony (ชาวอาณานคิ ม)
settle (v) = to go to a place where no people have lived permanently before and
start to live there (ตง้ั ถิ่นฐาน)
arrest (v) = to take someone to a police station by the police because the
police think they have done something illegal (จับกมุ )
ข้ัน Reading
หนังสือเรยี น หน้า 22 Ex. 2 นกั เรยี นอา่ นบทอ่านเรื่อง Pocahontas แลว้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ รว่ มกนั พิจารณา
คำตอบที่เลอื กอกี คร้งั เสรจ็ แลว้ ครสู ุ่มเรียกนักเรียนให้ตอบคำถามกลุม่ ละ 1 ขอ้ โดยใหก้ ลมุ่ อน่ื ๆ ตรวจ
คำตอบร่วมกนั
1B 2B 3B 4C
ขน้ั Post-reading
1. หนังสอื เรยี น หน้า 22 Ex. 3 นกั เรยี นอ่านคำศัพท์ท่ีพิมพต์ ัวหนาในแตล่ ะประโยคพร้อมกนั หากคำใด
นักเรยี นอา่ นไม่ได้ ใหอ้ ่านตามครู จากน้ันให้นกั เรียนเลือกคำตอบทถ่ี ูกต้อง เสรจ็ แล้วครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี น
อ่านประโยคพร้อมคำตอบทีเ่ ลอื กคนละ 1 ประโยค ครอู ธิบายเพม่ิ เติมสำหรบั ข้อทน่ี ักเรยี นยงั ไม่เข้าใจ
1 chief 2 peace 3 arrested 4 colonists 5 manners
2. นกั เรยี นตอบคำถามคำถามใน THINK! และใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ อภปิ ราย และเขียนประโยค 3-4
ประโยค เพ่ืออธิบายและแสดงเหตุผล จากน้นั ใหต้ ัวแทนแตล่ ะกลมุ่ อา่ นประโยคของกลมุ่ ตนเองใหเ้ พ่อื นฟงั
3. หนงั สอื เรยี น หนา้ 22 Ex. 4 นกั เรียนแต่ละกลมุ่ เขยี นสรุปเร่อื ง Pocahontas โดยใช้คำทก่ี ำหนดให้ และ
ใหน้ กั เรยี นใช้ประโยคตัวอยา่ งทใ่ี ห้มาเปน็ ประโยคขนึ้ ตน้ เมื่อเขยี นเสรจ็ แล้วครูให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ อ่าน
สรุปเร่อื งของกลมุ่ ตนเองให้เพอ่ื นกลุ่มอ่นื ฟงั
4. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ นำเรอื่ งท่เี ขยี นสรุปไปเขียนลงในกระดาษและตกแต่งให้สวยงาม
Pocahontas was the daughter of Powhatan, an important Indian chief.
Pocahontas was from Virginia. Her real name was Matoaka. Pocahontas’
people were the Powhatans, Pocahontas tried to promote peace between
her people and the English who came to live in Virginia as colonists.
Pocahontas saved the life of an English captain called John Smith. She
married an English colonist called John Rolfe. They had a son called
Thomas. She died in England while she was visiting King James I.
5. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั (Workbook) หน้า 12 Exs. 1-4
ชัว่ โมงที่ 2
ขน้ั Warm up
1. นกั เรียนวาดภาพเด็กผ้หู ญงิ ตามที่ครบู รรยาย โดยครพู ดู บรรยาย 2 ครั้ง
(Nina is a little girl. She is short and slim. She has got long, wavy hair. Her face is round.
She has got big blue eyes, small nose, small mouth and full lips.)
2. นกั เรียนชว่ ยกันบรรยายลกั ษณะของ Nina โดยครขู ออาสาสมัคร 2 คน ออกมาชว่ ยกนั วาดภาพ Nina
ตามทเี่ พื่อนบรรยายบนกระดาน จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นเปรียบเทียบภาพทตี่ นเองวาดกับภาพท่เี พอื่ นวาดบน
กระดาน
3. นกั เรียนชว่ ยกนั คาดเดาเกยี่ วกับเรอ่ื งที่จะเรยี นในวันน้ี
ข้ัน Presentation
1. หนงั สือเรียน หนา้ 23 Ex. 5 นักเรียนอา่ นออกเสยี งคำศัพทพ์ ร้อมกัน แลว้ ครูช่วยอธิบายคำว่า spiky และ
fair
spiky (adj) = (hair) sticking straight up from the head ((ผม) ต้งั )
fair (adj) = very light in colour (สีอ่อน)
ตอ่ มาครอู ่านคำสัง่ และอธิบายว่า คำคุณศพั ท์ทอ่ี ยู่ในแต่ละข้อใช้สำหรบั บรรยายลกั ษณะของอวยั วะใด
อวัยวะหนึ่ง แลว้ ให้นักเรยี นพจิ ารณาวา่ คำคุณศพั ทใ์ นแตล่ ะข้อใช้บรรยายอวัยวะส่วนใด เสรจ็ แลว้ ตรวจ
คำตอบพรอ้ มกนั
1 hair 2 nose 3 face
4 eyes 5 mouth 6 lips
2. นักเรียนสังเกตการใช้คำคณุ ศพั ทบ์ รรยายอวัยวะ เชน่ Suda has got straight hair. You have got
blue eyes. จากนั้นครูสมุ่ เรยี กนกั เรยี นให้ใช้คำคณุ ศพั ทใ์ นแต่ละขอ้ บรรยายอวัยวะสว่ นตา่ ง ๆ ของเพอ่ื น
ในหอ้ ง
3. หนังสอื เรยี น หน้า 23 Ex. 6 นกั เรียนจบั คกู่ บั เพอื่ น ดูหัวข้อในตารางและตวั อยา่ งคำคุณศพั ท์ที่อยใู่ น
ตารางในแตล่ ะหวั ขอ้ ครถู ามนกั เรยี นว่า การบรรยายลักษณะของคนนอกจากการใชค้ ำคณุ ศัพท์บรรยาย
อวยั วะใน Ex. 5 แลว้ นกั เรยี นคิดวา่ การบรรยายลักษณะของคนสามารถบรรยายเก่ียวกบั อะไรไดอ้ กี
(ความสูง อายุ นำ้ หนกั รูปรา่ งหน้าตา) จากนัน้ ใหน้ กั เรียนอ่านคำคณุ ศพั ท์ที่ใหม้ าพรอ้ มกัน แลว้ ชว่ ยกัน
บอกความหมาย
4. นกั เรยี นแต่ละคู่ชว่ ยกนั จดั กลมุ่ คำคณุ ศพั ทต์ ามหวั ขอ้ ในตาราง เสร็จแลว้ ครวู าดตารางบนกระดาน และขอ
อาสาสมคั ร 4 คน ออกมาเขยี นคำตอบคนละ 1 หวั ขอ้ ครตู รวจคำตอบบนกระดาน
HEIGHT AGE WEIGHT LOOKS
tall, short, of old, young, fat, overweight, handsome,
plump, thin, beautiful, ugly,
medium height middle-aged slim, well built attractive
หลงั จากนั้นครยู กตัวอยา่ งประโยคการใช้คำคุณศพั ท์เหล่านี้ เชน่ Malee is tall and slim. Ben is young
and handsome. แล้วครูส่มุ เรียกนักเรียนใหพ้ ดู ประโยคบรรยายเพื่อนในห้องโดยใช้คำคณุ ศัพทใ์ น Ex. 6
5. หนังสือเรียน หนา้ 23 Ex. 7 นกั เรยี นดภู าพ Dave, Helen, Bill, Jim และ Ann และอา่ นช่ือของบุคคล
ทง้ั 5 แล้วครูอธบิ ายว่า จะใหน้ ักเรยี นพูดบรรยายบุคคลทงั้ 5 โดยใชค้ ำคณุ ศพั ท์จาก Ex. 5 และ Ex. 6 ครู
ถามคำถาม What does Dave look like? และให้นักเรียนอ่านประโยคตวั อยา่ งพรอ้ มกนั จากนั้นครูขอ
อาสาสมคั รแถวละ 1 คน เพือ่ ถามคำถาม What does … look like? แลว้ ใหน้ ักเรียนท่เี ป็นผถู้ ามเลือก
ผ้ตู อบเอง ครกู ระตุ้นให้นักเรยี นพดู บรรยายบุคคลทั้ง 5 ให้ไดม้ ากท่สี ดุ โดยครูเขยี นคำถามและคำตอบของ
นักเรียนบนกระดาน จากนน้ั ให้นักเรียนอา่ นพร้อมกนั
Helen is young, tall and thin. She’s got long curly, fair hair and full lips.
Bill is young, short and fat. He’s got short, straight, fair hair, a round face and big
eyes.
Jim is tall and well built. He’s got short, dark hair, a long face, a big nose and
thin lips.
Ann is old and slim and of medium height. She’s got short, curly, grey hair and
thin lips.
6. หนังสอื เรยี น หน้า 23 Ex. 8 (ส่วนจบั คู่คำ) นักเรียนฝัง่ ซ้ายอา่ นคำคณุ ศพั ท์ 1-6 และนักเรียนฝั่งขวาอา่ น
คำคณุ ศัพท์ a-f คำใดทนี่ ักเรียนอ่านไมไ่ ด้ให้อ่านตามครู แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั พจิ ารณาวา่ คำคณุ ศพั ท์
เหลา่ นใี้ ช้บรรยายเกย่ี วกบั อะไร (ลักษณะนิสยั ) และครสู รปุ ใหอ้ กี ครัง้ จากนั้นให้นกั เรียนจบั คู่คำคุณศัพทท์ ่ี
มคี วามหมายตรงข้ามกัน แลว้ ตรวจคำตอบรว่ มกนั และครูช่วยอธิบายความหมายของคำศัพทท์ นี่ ักเรยี นไม่
รู้ เช่น
hardworking (adj) = working with a lot of effort (ขยนั )
cowardly (adj) = not brave (ขขี้ ลาด, ไมก่ ลา้ )
1e 2f 3a 4b 5c 6d
7. หนงั สอื เรยี น หนา้ 23 Ex. 8 (สว่ นเตมิ คำ) นักเรยี นตอบคำถาม What is … like? บนกระดาน และให้
นักเรยี นดปู ระโยคข้อ 1 และเดาคำตอบ ตอ่ มาครถู ามคำถาม What is his dad like? และขออาสาสมคั ร
1 คน บอกคำตอบ โดยพดู ตอบทง้ั ประโยค ครูเขียนคำตอบบนกระดาน และให้นกั เรียนพิจารณารว่ มกันวา่
ถกู ต้องหรือไม่ ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันอธิบายวา่ สงั เกตจากคำใดในประโยคจงึ ตอบเชน่ นั้น เมอื่ นกั เรยี นตอบ
แล้วครูจึงอธบิ ายเพมิ่ เติมว่า การจะเลือกใชค้ ำใดเพ่อื บรรยายลกั ษณะนิสัยน้นั ในแต่ละข้อจะมีคำหรือ
กลุ่มคำทเ่ี ป็น clue word(s) เช่น ข้อ 1 คือ can wait จากนั้นให้นักเรยี นชว่ ยกนั บอก clue word(s)
ของแต่ละข้อ แลว้ ครูสมุ่ เรียกนักเรียน 5 คน ถามคำถามสำหรับข้อ 2-6 และใหผ้ ู้ถามเลือกผูต้ อบเอง
1 patient 2 hardworking 3 stupid
4 funny 5 brave 6 honest
8. นกั เรยี นตอบคำถามครู What does (ชอื่ นักเรยี น) look like? และขออาสาสมัครตอบ แลว้ ครูถาม
คำถาม What is she/he like? และขออาสาสมคั รตอบ จากน้นั ใหน้ ักเรยี นสรุปการใชค้ ำถาม What
does ... look like ? และWhat is ... like?
What does ... look like? ใชถ้ ามลกั ษณะรูปรา่ งหนา้ ตา
What is ... like? ใช้ถามลักษณะนสิ ยั
ข้นั Practice
1. หนังสอื เรยี น หนา้ 23 Ex. 9 นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลมุ่ กลุม่ แรกอา่ นคำถาม อกี กล่มุ หน่ึงอ่านคำตอบ
จากนัน้ สลับบทบาทกนั
2. นกั เรยี นจับค่กู ันสนทนา โดยสามารถเปลยี่ น your best friend เป็นบคุ คลอนื่ ได้ เชน่ เพ่ือนในชัน้ , your
dad, your mum, your sister
3. นักเรยี นออกมานำเสนอ 3-4 คู่ ออกมาพูดสนทนาหนา้ ช้นั เรียน
A: What does your mum look like?
B: She’s short and slim with long, curly, brown hair, green eyes and full lips.
A: What’s she like?
B: She’s hard working and clever.
ขนั้ Production
1. หนังสือเรียน หนา้ 23 Ex. 10 นักเรยี นจะไดฟ้ ังเรื่องราวของนักรบหญิงคนหน่งึ แล้วพิจารณาวา่ ประโยค
1-5 ถูกหรอื ผดิ หากประโยคใดผิด ให้แกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง จากนนั้ ครูให้นักเรียนอา่ นประโยค 1-5 พร้อมกัน
แลว้ เปดิ CD ให้นกั เรยี นฟงั เร่อื ง Boudicca: Britain’s First Warrior ในขณะท่ีฟังให้นักเรยี นขีดเส้นใต้
ข้อมลู ท่ีผดิ และเขียนขอ้ มูลทถ่ี ูกต้องไวด้ ว้ ย จากนัน้ ครูใหน้ ักเรยี นฟงั เรอ่ื งอกี ครงั้ และตรวจคำตอบร่วมกนั
1 F She was born in Britain. 4T
2 F She was tall with long red hair. 5 F She died in about 60 AD.
3T
2. หนงั สือเรียน หนา้ 23 Ex. 11 นกั เรยี นนำขอ้ มลู จาก Ex. 10 มาเติมลงในชอ่ งว่างในขอ้ ความให้ถกู ตอ้ ง
เสรจ็ แลว้ ครใู ห้นกั เรยี นอา่ น paragraph พรอ้ มกนั
Boudicca was born in Britain in the first century. She was very tall with
long red hair and very clever and brave. She went to war with the
Romans. She died in about 60 AD.
3. นักเรยี นทำ Language Review 2a Exs. 1-2 ในหนังสอื เรียน หนา้ 106 รว่ มกันในช้ัน
4. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด (Workbook) หนา้ 13 Exs. 5-8
7. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารผา่ น
แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60
วธิ ีการวดั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ นหรอื
การฟัง สมุดนักเรียน -
สังเกตการอภปิ รายแสดงความคดิ เห็น แบบประเมนิ การพดู ระดับคณุ ภาพ พอใช้
เกย่ี วกับเรอื่ งทีอ่ ่าน
แบบประเมินการเขียน ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ตรวจการบรรยายลกั ษณะของบคุ คล แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ ผา่ น
ตามภาพท่กี ำหนด อันพึงประสงค์
ประเมินการพดู บรรยายลักษณะและ
นิสัยของบคุ คลอื่น
ประเมนิ การเขยี นสรปุ เรื่อง
สังเกตความใฝเ่ รียนรแู้ ละความมงุ่ มั่น
ในการทำงาน
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานกุ รมอังกฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
เวลา 14 ช่วั โมง
วิชาภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน รหัสวชิ า อ22101 เวลา 2 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชื่อ Myths & Legends ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
เรอื่ ง Grammar 2b
ผจู้ ดั กจิ กรรมการเรียนรู้ นายธนรัชต์ วรสวุ รรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรียนรู้
- อธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างของประโยคภาษาไทยและภาษาองั กฤษได้
- เขียนประโยค Past simple ได้ถูกตอ้ ง
- เขียน paragraph เกย่ี วกับกจิ กรรมทตี่ นเองทำในวันสุดสัปดาห์ทผ่ี า่ นมาได้
-
1. สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรอื่ งตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
ต 1.3 ม. 2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กิจวตั รประจำวนั ประสบการณ์ และข่าว/ เหตกุ ารณ์
ทอ่ี ย่ใู นความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 2/1 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้และเขา้ ใจโครงสร้างทางภาษา ช่วยใหส้ ามารถพดู และเขยี นประโยคต่าง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ งและ
เหมาะสมตามสถานการณ์ ตลอดจนเกดิ ความเขา้ ใจในความเหมอื นและความตา่ งของภาษาอังกฤษและ
ภาษาไทย
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Grammar: Past simple (regular and irregular verbs)
Used to
Prepositions of movement
Pronunciation: /t/, /d/, /Id/
watch, liked, walked, played, wanted, stopped
2) Language Skills
Speaking: สนทนาเก่ยี วกบั เหตุการณใ์ นอดตี
Writing: เขียนให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี 1
ข้ัน Warm up
1. นกั เรียนขดี เสน้ ใตค้ ำกริยาในเรอื่ ง Pocahontas หนงั สอื เรยี น หนา้ 22 จากนั้นให้นักเรยี นช่วยกนั บอกคำ
ทีข่ ดี เส้นใต้ และครูเขียนบนกระดาน
2. นกั เรยี นช่วยกนั ตรวจวา่ มคี ำใดบ้างทไี่ มใ่ ช่คำกรยิ าและเพมิ่ คำกรยิ าที่หายไป จากนั้นใหน้ ักเรียนอ่าน
คำกรยิ าท้งั หมดบนกระดาน
ข้ัน Presentation
1. นักเรียนเรยี นรู้ คำกริยาบนกระดานนัน้ อยใู่ นรูป Past simple แลว้ ให้นกั เรียนจับกล่มุ ย่อย ชว่ ยกนั จัด
กลมุ่ คำกรยิ าบนกระดาน โดยให้กำหนดเกณฑท์ ่ีใชใ้ นการจดั กลมุ่ เอง
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มตอบคำถามวา่ ใชเ้ กณฑ์ใดในการจดั กลุ่ม แล้วครูสรุปให้ฟังว่าคำกรยิ าบนกระดานจะแบ่ง
ได้ 2 กลุม่ คอื คำกรยิ าทเี่ ปลี่ยนรปู เรยี กว่า irregular และคำกรยิ าทเ่ี ติม -ed เรยี กว่า regular ครขู อ
อาสาสมัครออกมาเขียนผลการจดั กลุม่ คำกรยิ าบนกระดาน
คำกรยิ าทเี่ ปลีย่ นรปู ไดแ้ ก่ was, could, did, had, got
คำกริยาทเี่ ตมิ -ed ไดแ้ ก่ tried, arrived, settled, managed, believed, asked,
started, arrested, saved, stayed, liked, married, helped, died
จากน้นั ครใู ห้นักเรียนสังเกตคำกรยิ าทเ่ี ตมิ -ed แลว้ ช่วยกันบอกวา่ จะแยกคำกริยาทเ่ี ติม -ed เปน็ กล่มุ
ย่อยโดยใช้เกณฑ์ในการแยกอยา่ งไร แลว้ ครจู ึงสรุปใหฟ้ งั อกี คร้ัง
คำกริยาท่ีเตมิ -ed ไดเ้ ลย ได้แก่ asked, started, arrested, helped
คำกริยาที่ลงทา้ ยด้วย e ให้เตมิ d ได้แก่ arrived, settled, managed, believed, saved,
liked, died
คำกริยาที่ลงทา้ ยด้วย y และขา้ งหน้า y เป็นพยญั ชนะ ใหเ้ ปล่ียน y เปน็ i แล้วจงึ เตมิ -ed
ไดแ้ ก่ tried, married
แตถ่ ้าขา้ งหนา้ y เปน็ สระ ใหเ้ ติม -ed ได้เลย ไดแ้ ก่ stayed
3. นักเรยี นเรียนรู้การออกเสียงคำกรยิ าท่ีเติม -ed โดยออกเสียงคำกริยาบนกระดานให้นักเรยี นฟังทลี ะคำ
แลว้ ครถู ามนกั เรยี นวา่ ได้ยนิ ครอู อกเสยี งท้ายคำกรยิ าเป็นเสยี งอะไรบา้ ง ให้นกั เรียนชว่ ยกันตอบ แลว้ ครู
จึงสรปุ ให้ฟัง
คำกริยาทีเ่ ติม -ed จะออกเสียงได้ 3 เสยี ง คอื
1) ออกเสยี ง /t/ เมอ่ื คำกรยิ าลงท้ายดว้ ยเสยี งไมก่ ้อง (voiceless sound) ได้แก่ /k/, /p/,
/s/ เช่น talk, tap, kiss
2) ออกเสยี ง /d/ เมื่อคำกรยิ าลงทา้ ยดว้ ยเสยี งก้อง (voice sound) ไดแ้ ก่ /b/, /d/, /n/, /v/
เชน่ rob, open, live
3) ออกเสียง /Id/ เมื่อคำกรยิ าลงทา้ ยดว้ ยเสยี ง /t/, /d/ เช่น want, need
จากนั้นครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกันจดั กล่มุ คำกริยาท่ีเตมิ -ed บนกระดานตามหลกั การออกเสียง -ed เสร็จ
แลว้ ให้นักเรียนออกเสยี งคำกรยิ าที่จดั กลมุ่ แล้วคำละ 2 ครง้ั
/t/ /d/ /Id/
asked, helped, liked started, arrested
tried, arrived, settled,
managed, believed,
save, stayed, married,
died
4. นกั เรียนเขยี นประโยคบนกระดาน
She /They went to the museum last month?
Did she/they go to the museum last week?
No, she/they didn’t.
ครูใหน้ ักเรียนสังเกตการใชค้ ำกรยิ ากับประธาน และรปู ของคำกรยิ าเมอื่ อยใู่ นประโยคคำถาม และประโยค
คำตอบ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นอภิปรายรว่ มกนั
5. หนงั สอื เรียน หน้า 24 Ex. 1 นักเรียนศกึ ษาตาราง และช่วยกนั สรปุ รูปของคำกรยิ า Past simple ใน
ประโยคบอกเลา่ ปฏเิ สธ และคำถามอกี ครง้ั (คำกริยา Past simple ใชไ้ ด้กับประธานเอกพจน์และ
พหพู จน์ การทำเป็นประโยคปฏิเสธใหใ้ ช้ didn’t/did not มาวางขา้ งหน้าคำกรยิ าหลัก และเปล่ยี น
คำกริยาหลักให้อยู่ในรปู base form สว่ นการทำเป็นประโยคคำถาม ให้ใช้ did ขึน้ ตน้ ประโยค และ
เปลยี่ นคำกริยาหลักใหอ้ ยใู่ นรปู base form)
ข้นั Practice
1. หนงั สือเรยี น หน้า 24 Ex.2 นักเรยี นเขียนรปู Past simple ของคำกริยาทกี่ ำหนดให้ เสรจ็ แลว้ ครเู ปิด
CD ให้นกั เรียนฟงั เพ่อื ตรวจคำตอบ โดยครูเขียนคำตอบบนกระดาน จากนน้ั ให้นกั เรียนชว่ ยกนั ระบวุ ่า
คำกริยาคำใดเปน็ irregular แลว้ ครขู ออาสาสมคั รอา่ นคำกริยาทเี่ ป็น irregular
1 came (I) 2 found (I) 3 changed 4 saw (I)
5 ate (I) 6 tried 7 had (I) 8 bought (I)
9 looked 10 went (I) 11 took (I) 12 gave (I)
13 listened 14 wanted 15 made (I)
2. หนังสอื เรยี น หน้า 24 Ex. 3 นกั เรียนฟัง CD การออกเสยี งคำกรยิ าท่ีเติม -ed และออกเสียงตาม จากน้ัน
ให้นกั เรยี นฟงั CD อกี ครง้ั และทำเคร่อื งหมาย ลงในตาราง เสร็จแล้วครเู ฉลยคำตอบ และใหน้ ักเรยี น
ชว่ ยกันคิดคำกริยาเติม -ed ทอ่ี อกเสียงทงั้ 3 เสยี ง เพิ่มเติม
/t/ /d/ / Id/ /t/ /d/ /Id/
watched played
wanted stopped
liked walked
3. หนังสือเรยี น หน้า 24 Ex. 4 นกั เรียนเปลี่ยนคำกรยิ าในวงเล็บให้อยใู่ นรปู Past simple เสรจ็ แล้วครสู ุม่
เรยี กนกั เรียนอ่านประโยคคนละ 1 ประโยค พรอ้ มสะกดคำกริยา จากนั้นให้นักเรียนชว่ ยกันระบวุ า่
คำกรยิ าคำใดเป็น irregular และคำใดเปน็ regular
1 took (I) 2 was (I) 3 visited (R) 4 went (I)
5 ate (I) 6 saw (I) 7 walked (R) 8 had (I)
ขน้ั Production
1. หนังสือเรยี น หน้า 24 Ex. 5 นกั เรยี นดูภาพ และเขยี นประโยคใหมใ่ หถ้ ูกตอ้ ง เสร็จแลว้ ครูขออาสาสมคั ร
อ่านประโยคขอ้ ละ 1 คน
2 They didn’t go with their parents. They went with their grandparent.
3 They didn’t wear their school uniform. They wore casual clothes.
4 They didn’t see an exhibition about the ancient Greeks. They saw an
exhibition about the ancient Egyptians.
5 Tom didn’t take his MP3 player. He took his digital camera.
6 Lucy didn’t buy a book from the gift shop. She bought some pencils.
7 They didn’t feel bored. They felt happy.
2. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 14 Exs. 1-4
ช่วั โมงที่ 2
ขั้น Warm up
1. นักเรียนฟังครูพดู คำกรยิ า Present simple ใหน้ กั เรยี นบอก Past simple ของคำกรยิ านนั้
2. นักเรยี นแตล่ ะแถวแข่งกันเปล่ียนประโยคบอกเล่าเป็นประโยคคำถาม Yes/No question โดยครจู ะพดู
ประโยคบอกเล่า แถวใดยกมอื ขึ้นกอ่ นจะไดพ้ ดู ประโยคกอ่ น ถา้ พดู ประโยคถูกต้องจะได้ 1คะแนน เช่น
T: Linda played basketball yesterday.
แถวท่ี 1: Did Linda play basketball yesterday?
T: Correct. Get 1 point.
ขั้น Presentation
1. หนังสอื เรยี น หน้า 25 Ex. 7 นักเรยี นทบทวนประโยคคำถาม Yes/No question ในรูป Past simple
โดยนกั เรยี นอ่านประโยคคำถามและคำตอบขอ้ 1 พร้อมกนั แลว้ ครูสมุ่ เรยี กนักเรียนทลี ะแถวให้ถาม
คำถาม และสมุ่ เรยี กอีกแถวให้ตอบคำถาม จนครบท้งั 5 ขอ้
2 A: Did your dad drive you to school yesterday?
B: Yes, he did./No, he didn’t.
3 A: Did your family have a beach holiday last year?
B: Yes, they did./No, they didn’t.
4 A: Did you have a big breakfast yesterday morning?
B: Yes, I did./No, I didn’t.
5 A: Did your friend send you a text message last night?
B: Yes, he did./No, he didn’t.
2. นักเรยี นเขยี นประโยคคำถามขอ้ 2 Did your dad drive you to school yesterday? บนกระดาน โดย
ขีดเส้นใต้คำวา่ yesterday และเขยี นคำตอบ No, he didn’t. ครถู ามนักเรียนวา่ ถ้าตอ้ งการถามเวลาที่
ถูกต้องทพี่ ่อขับรถพาไปโรงเรียน นกั เรยี นจะใช้ wh-word คำใด ครูกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นตอบ when เมื่อ
นักเรียนตอบแล้วครเู ขยี น When บนกระดาน ตามด้วยประโยคคำถามเดมิ และตัดคำวา่ yesterday ออก
Question: Did your dad drive you to school yesterday?
Answer: No, he didn’t.
Question: When did your dad drive you to school?
Answer: Last Monday./Last week. etc.
ต่อมาครเู ขยี นคำถามข้อ 5 Did your friend send you a text message last night? โดยขีดเสน้ ใต้
text message แลว้ ถามนกั เรยี นว่า ถา้ ตอ้ งการคำตอบเปน็ สิ่งอน่ื ท่ไี ม่ใช่ text message ตอ้ งถามวา่
อย่างไร (What did your friend send you last night?) และถ้าต้องการคำตอบเป็นเวลาอนื่ ทไ่ี มใ่ ช่ last
night ต้องถามว่าอยา่ งไร (When did your friend send you a text message?)
3. นกั เรยี นเขียนประโยค Past simple ท่ใี ช้ used to และไมใ่ ช้ used to บนกระดาน และขีดเส้นใต้
คำกรยิ า แลว้ ใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็นว่าประโยคทั้งสองเหมอื นหรือต่างกันอย่างไร
- My grandfather played tennis when he was young.
My grandfather used to play tennis when he was young.
- Did your grandfather play tennis when he was young?
Did your grandfather use to play tennis when he was young?
- Yes, he did.
จากนัน้ ใหน้ ักเรียนศกึ ษาตารางในหนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 9a และอภปิ รายรว่ มกันวา่ ในภาษาไทยมรี ูป
ประโยคในลักษณะน้หี รอื ไม่
4. นักเรยี นเรยี นรู้ prepositions of movement: across, along, into, over, past, through, up,
down, towards โดยการวาดภาพง่าย ๆ บนกระดาน และออกเสียง ใหน้ กั เรียนออกเสยี งตาม และ
ชว่ ยกนั บอกความหมาย
ขน้ั Practice
1. หนังสือเรยี น หนา้ 25 Ex. 8 นกั เรยี นเขียนประโยค Past simple เก่ียวกบั ตนเองโดยใชค้ ำบอกเวลาที่
กำหนดให้ เสรจ็ แลว้ ครสู มุ่ เรยี กนกั เรียน 1 คน อา่ นประโยคของตนเอง เม่อื นักเรยี นอา่ นประโยคแล้วครู
ถามคำถามโดยใช้ when เป็นตวั อย่าง ใหน้ ักเรยี นทั้งชน้ั ตอบพร้อมกนั เช่น
S1: I went to the cinema last night.
T: When did he go to the cinema?
Class: He went to the cinema last night.
จากนั้นครสู มุ่ เรยี กนักเรียน 5-6 คน อา่ นประโยคของตนเอง แลว้ ครขู ออาสาสมัครเปน็ ผถู้ ามคำถามโดยใช้
when และให้นกั เรียนทั้งชน้ั ตอบพร้อมกัน
I had cereal for breakfast yesterday morning.
I watched a DVD last night.
I bought a new CD yesterday.
I went to the cinema last Sunday.
2. หนงั สือเรยี น หน้า 25 Ex. 6 นกั เรียนใช้คำท่ใี ห้มาเขียนประโยคคำถามใหถ้ กู ต้อง พรอ้ มทงั้ ตอบคำถาม
โดยเลอื กจากคำตอบที่กำหนดให้ เสรจ็ แล้วครูขออาสาสมคั รอ่านคำถามและคำตอบ ให้นกั เรยี นตรวจ
คำตอบรว่ มกนั
2 Where in Egypt did Cleopatra live? She lived in Alexandria.
3 Who did Lady Diana marry? She married Prince Charles.
4 What did Marie Curie discover? She discovered radium.
5 When did Leonardo da Vinci paint the Mona Lisa? He painted it from 1503-
1506.
6 What did Amelia Earhart do? She flew across the Atlantic Ocean alone.
7 When did Abraham Lincoln die? He died in 1865.
3. หนงั สอื เรียน หนา้ 25 Ex. 9b นกั เรียนเขยี นประโยคบอกส่งิ ท่ี Peter เคยทำ/ไมเ่ คยทำเม่ือตอน 10 ขวบ
โดยใช้ used to รว่ มกบั คำทก่ี ำหนดให้ เสรจ็ แลว้ ครูให้นกั เรียนอ่านประโยคพร้อมกนั เพ่ือตรวจคำตอบ
2 He used to play in the street.
3 He didn’t use to surf the Net.
4 He used to wear glasses.
5 He didn’t use to play video games.
6 He didn’t use to go to bed late.
7 He used to ride a bike.
8 He didn’t use to drive a car.
4. นักเรยี นจบั คูก่ ับเพ่อื น ผลัดกนั พูดบอกประสบการณ์ของตนเองตามขอ้ 1-8 ใน Ex. 9b เชน่ I didn’t use
to play in the street. สมุ่ เรียกนักเรียน 2 คน พูดบอกประสบการณ์ของตนเองให้เพื่อนฟัง
5. หนงั สอื เรยี น หนา้ 25 Ex. 10 นกั เรียนอา่ นเนอ้ื เรื่อง แลว้ นำ preposition ไปเติมลงในช่องวา่ ง
เสรจ็ แลว้ ครูตรวจคำตอบ
1 along 2 past 3 through 4 towards 5 up
6 down 7 over 8 across 9 into
ขั้น Production
1. หนงั สอื เรยี น หนา้ 25 Ex. 11 นักเรียนเขยี น paragraph เก่ียวกับกิจกรรมท่ตี นเองทำในวนั สดุ สัปดาห์ที่
ผา่ นมา โดยใหม้ ีความยาวอย่างนอ้ ย 5 ประโยค
Last weekend, I went shopping with my friend on Saturday. We tried on
some clothes and I bought a pair of jeans and then we had lunch. After,
we went to the cinema. I had a great time! On Sunday, I stayed at home
and relaxed. I read a book and watched some TV.
2. นกั เรียนทำ Grammar Bank 2 ในแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 75 Exs. 1-7
3. นักเรียนทำแบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 14-15 Exs. 5-8
7. การวัดและการประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารผา่ น
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
วิธกี ารวดั
สมุดนกั เรยี น -
สงั เกตการอธบิ ายเปรียบเทียบความ แบบประเมินการเขยี น ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
เหมอื นและความต่างของประโยค
ภาษาอังกฤษและภาษาไทย แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ระดับคณุ ภาพ ผา่ น
ประสงค์
ตรวจการเขียนประโยค Past simple
ประเมินการเขียน paragraph เกีย่ วกบั
กิจกรรมทต่ี นเองทำในวนั สุดสปั ดาห์
ทผ่ี ่านมา
สังเกตความใฝ่เรยี นรู้และความมุง่ ม่นั ใน
การทำงาน
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานกุ รมองั กฤษ-อังกฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 3 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
เวลา 14 ช่ัวโมง
วชิ าภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน รหัสวิชา อ22101 เวลา 2 ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ช่ือ Myths & Legends ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
เรอ่ื ง Skill 2c
ผ้จู ัดกิจกรรมการเรียนรู้ นายธนรัชต์ วรสุวรรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรียนรู้
- เขียนสรุปใจความสำคญั จากเรอื่ งทอ่ี า่ นได้
- เลา่ เร่อื งทฟี่ ังได้
- เขยี นอีเมลเลา่ ประสบการณข์ องตนเองได้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั
สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งทฟ่ี งั และอา่ นจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ ง
มเี หตผุ ล
ต 1.1 ม. 2/4 เลือกหัวข้อเรือ่ ง ใจความสำคญั บอกรายละเอียดสนับสนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับเรอ่ื งท่ฟี ังและอ่าน พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ ง ง่าย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความคิดเห็นอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/4 พูดและเขียนเพอื่ ขอและใหข้ ้อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับเรอื่ งทฟ่ี งั หรือ
อา่ นอย่างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ โดยการพดู และ
การเขยี น
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขยี นบรรยายเก่ียวกับตนเอง กจิ วตั รประจำวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณท์ ่ี
อย่ใู นความสนใจของสงั คม
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรเู้ กยี่ วกบั ใจความสำคญั เข้าใจความสมั พนั ธข์ องการเขียนตามลำดับเหตุการณ์ รวมทง้ั การมี
ความรแู้ ละความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การใช้คำท่แี สดงลำดับเวลาจะชว่ ยใหส้ ามารถนำคำศพั ท์ ประโยคต่าง ๆไปใชใ้ น
การเขยี นได้อย่างถกู ตอ้ งตามโครงสร้างของการเขยี น ได้ถูกต้องและน่าสนใจ
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (cool, fit together, cross, fight)
Nouns (bridge of rocks, giant, enemy, eruption, surface, Irish legend,
result, size, boiling lava, place of myth and legend)
Adjectives (powerful, mysterious, terrified, huge)
Phrase (wonder of nature)
Functions: Narrating a story
Once there was a giant called Finn MacCool who built a rock bridge
from Ireland to Scotland.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพือ่ หาข้อมูลเฉพาะ
Speaking: เลา่ เรอ่ื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway
Writing: เขยี นอีเมล
4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1) ใฝเ่ รียนรู้
2) มงุ่ มั่นในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ขน้ั Warm up
1. นกั เรียนดภู าพ Finn MacCool ในหนังสือเรียน หน้า 26 ครูสนทนาบอกนักเรยี นวา่ Finn MacCool เปน็
ยักษ์ เพือ่ ใหน้ ักเรยี นทราบขอ้ มูลเบอื้ งต้นเก่ียวกบั Finn MacCool แลว้ ใหน้ ักเรียนจบั คกู่ ันนำคำท่คี รู
กำหนดให้ ได้แก่ lived, sea, bridge, surface, walk, made เติมลงในขอ้ ความ (ครอู าจเขยี นขอ้ ความ
บนกระดานใหน้ กั เรียนลอกลงสมุด หรอื พมิ พใ์ ส่กระดาษแจกนกั เรียน) เสรจ็ แลว้ ครูเฉลยคำตอบ
The Giant Causeway is a bridge between Ireland and Scotland. Finn lived in
Ireland. He made a bridge by throwing rocks into the sea. People can walk
on it but they can’t walk to Scotland, because it is under the surface of the
sea.
2. นกั เรยี นอา่ นขอ้ ความท่ีเติมสมบรู ณ์แล้ว จากน้ันครูบอกนักเรียนวา่ ข้อความน้ีเปน็ สว่ นหน่ึงของเร่ืองท่ีจะ
เรียนในวันนี้
ขัน้ Presentation
1. นกั เรยี นอา่ นคำศพั ทใ์ นกรอบ check these words พรอ้ มกัน คำ/กลมุ่ คำใดนกั เรียนอา่ นไมถ่ กู ตอ้ งให้
นักเรยี นอ่านตามครู จากนั้นให้นกั เรยี นชว่ ยกนั บอกความหมาย คำ/กล่มุ คำใดทน่ี กั เรียนบอกความหมาย
ไมไ่ ด้ ให้นักเรียนเปดิ หาความหมายในพจนานุกรม
2. หนังสือเรยี น หนา้ 26 Ex. 1 นักเรียนออกมานำเสนอ 3-4 คน อ่านเนือ้ เรอ่ื ง Finn MacCool and the
Giant’s Causeway ที่ยงั ไม่สมบรู ณ์ เพ่อื ให้นักเรยี นไดเ้ หน็ เน้ือเรื่องโดยรวม จากนนั้ ครูขออาสาสมคั รตอบ
วา่ ในชอ่ งวา่ งแตล่ ะขอ้ นา่ จะเติมคำชนิดใด (noun/verb/adjective) พรอ้ มบอกเหตุผล โดยครคู อยอธบิ าย
เพม่ิ เติม
3. นกั เรยี นจับคู่ชว่ ยกันเตมิ เนื้อเร่อื งให้สมบรู ณ์ โดยเลือกคำ/กลุม่ คำจากกรอบ check these words มาเติม
4. นกั เรียนฟงั CD เรอื่ ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway และตรวจคำตอบท่นี ักเรียนเตมิ
1. bridge of rocks 2. fit together 3. surface
4. huge 5. enemy 6. cross
7. terrified 8. result 9. eruption
ข้ัน Practice
1. นกั เรียนอา่ นเร่อื ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway ทีเ่ ติมสมบูรณแ์ ลว้ พร้อมกนั
2. นักเรยี นแบ่งกลุ่มเป็น กลุ่มละ 4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ตอบคำถามจากซองคำถามทค่ี รแู จกให้กลมุ่ ละ 1 ซอง
Suggested Answer Key
1) There are three characters in the story.
2) Finn MacCool did.
3) Benandonner did. He didn’t want Finn to follow him.
4) She couldn’t wake her husband.
5) (Ss’ own answer)
ขั้น Production
1. หนังสือเรยี น หนา้ 26 Ex. 2a นกั เรยี นอา่ น notes เกย่ี วกับโครงเร่อื งของเรื่อง Finn MacCool and
the Giant’s Causeway แล้วช่วยกันบอกข้อมลู
2. นกั เรียนฟงั เรื่องอีกคร้ัง และเติมข้อมูลลงใน notes จากนั้นครขู ออาสาสมคั รบอกข้อมูลท่เี ตมิ
main character: Finn MacCool, his wife, Benandonner
where he/they lived: Finn MacCool and his wife lived in Ireland,
Benandonner lived in Scotland.
how the story began: Finn MacCool and Benandonner were enemies, but
they couldn’t cross the sea to fight.
what happened next: Finn had the idea to build a rock bridge across the
sea, this made him tired so he went to sleep.
what was the main event: While Finn was sleeping, Benandonner ran
across the bridge. Finn’s wife couldn’t wake her husband so she dressed
him as a baby. When Bnnandonner saw the size of the sleeping baby, he
imagined the size of Finn; he got scared.
3. นักเรียนทำ Language Review 2c Ex. 3 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 106 ร่วมกันในชน้ั
4. แบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 16 Ex. 3 นักเรียนฟัง CD แลว้ จับคบู่ ุคคลกบั กจิ กรรมให้ถกู ตอ้ ง
5. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 16 Exs. 1-2
ช่วั โมงท่ี 2
ข้ัน Warm up
1. นักเรียนเขยี นประโยคเกยี่ วกับเรอื่ ง Finn MacCool and the Giant’s causeway บนกระดาน หรือ
พมิ พใ์ สก่ ระดาษแจกนกั เรยี น แล้วใหน้ ักเรียนอา่ นประโยคและพจิ ารณาวา่ ประโยคถกู หรอื ผิดจากเรอื่ งท่ี
เรยี นมาแลว้ หากประโยคใดผดิ ให้นกั เรยี นแก้ใหถ้ กู ตอ้ ง
1 The Giant’s Causeway is a rock bridge between England and Scotland.
2 Giant Finn MacCool lived in Scotland while his enemy lived in England.
3 Giant Finn made the bridge by throwing the rocks into the sea.
4 Benandonner ran across the bridge and saw Finn’s baby.
5 Benandonner was terrified by the size of the baby and ran back home.
2. นักเรียนตรวจคำตอบร่วมกัน
1 The Giant’s Causeway is a rock bridge between Ireland and Scotland.
2 Giant Finn MacCool lived in Ireland while his enemy lived in Scotland.
3
4 Benandonner ran across the bridge and saw Finn’s in baby clothes.
5
ขัน้ Presentation
1. หนงั สอื เรียน หนา้ 26 Ex. 2b นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 4 คน แล้วให้นักเรียนอา่ นคำกริยาท่ีกำหนดให้
พร้อมกัน ครูขออาสาสมคั รกล่มุ ละ 1 คน บอก Past simple ของคำกรยิ าดังกลา่ ว
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั เขียนประโยคเก่ียวกับเรอื่ ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway โดย
ใชค้ ำกริยาทก่ี ำหนดให้
3. ตัวแทนกล่มุ นักเรยี น กลมุ่ ละ 1 คน อา่ นประโยคของกลุ่มตนเอง นักเรยี นคนอื่นช่วยตรวจความถูกตอ้ ง
หากมปี ระโยคใดไมถ่ ูกตอ้ ง นักเรยี นชว่ ยกนั ปรับแก้ จากน้นั ครูใหท้ ุกกลุม่ นำประโยคทั้งหมดมาเรยี ง
ตามลำดับเหตุการณ์
4. นกั เรยี นเรียนรู้การใชค้ ำบอกลำดบั เหตุการณ์ โดยยกตัวอยา่ งประโยค เชน่
- Once there was a princess called Snow White.
- One day a prince rode a horse into the forest and saw Snow White sleeping. etc.
5. ตวั แทนนักเรยี นกลุ่มละ 1 คน แต่งประโยคโดยใช้คำบอกลำดับเหตุการณท์ ่ีกำหนดให้ใน Ex. 2b ครูคอยให้
คำแนะนำ
ข้นั Practice
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั รอ้ ยเรียงประโยคเก่ยี วกับเรือ่ ง Finn MacCool and the Giant’s Causeway
ให้เปน็ ข้อความ โดยเลอื กใช้คำบอกลำดบั เหตกุ ารณท์ ่ีกำหนดให้ใน Ex. 2b เปน็ ตัวเชอ่ื มประโยค ครูเดิน
สงั เกตการทำงานของนกั เรยี นและให้คำแนะนำ
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เล่าเรอื่ งของกลุ่มตนเองให้เพอื่ นกลมุ่ อ่นื ฟัง เม่ือกลุม่ อ่นื ฟังแลว้ ให้เปรยี บเทียบกับเรอื่ ง
ของกลุ่มตน
Once, there was a giant called Finn MacCool who built a rock bridge from
Ireland to Scotland. Finn lived in Ireland and his enemy, Benandonner,
lived over the sea in Scotland. They couldn’t cross the sea to fight. One
day Finn threw rocks into the sea and made a bridge. Then he was tired
so he went to sleep. Benandonner started running across the bridge.
Finn’s wife tried to wake him up, but he didn’t, so she dressed him in
baby’s clothes. When Benandonner saw the sleeping baby, he imagined
the size of the father. He was scared. In the end, Benandonner ran back to
Scotland and pushed down the rocks so Finn couldn’t follow him.
ขน้ั Production
1. หนงั สือเรยี น หนา้ 26 Ex. 3 นักเรียนจินตนาการว่าไดไ้ ปเท่ยี ว Giant’s Causeway ท่ี Ireland แลว้ ให้
นักเรียนเขยี นอีเมลถงึ เพื่อนต่างชาติ ความยาวประมาณ 60-80 คำ โดยเขยี นเกยี่ วกับ where you went,
what it looks like, what the legend says, what you thought/how you felt ครใู หน้ ักเรียน
ขึน้ ตน้ อเี มลดว้ ย Dear และลงท้ายด้วย See you soon และแนะนำว่านักเรยี นสามารถใชข้ อ้ มูลจากเร่อื ง
Finn MacCool and the Giant’s Causeway ใน Ex. 1 และ Ex. 2 มาเขยี นได้
(สำหรับชัน้ เรียนเด็กออ่ นครูอาจจะเขยี นอีเมลให้ดูบนกระดาน โดยเว้นช่องว่างเพือ่ ใหน้ กั เรียนนำคำท่ี
กำหนดใหไ้ ปเตมิ เช่น คำว่า time, best, bridge, rocks, surface, giant, cross, enemy)
2. แบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 17 Ex. 8 นักเรยี นฟัง CD แลว้ เตมิ คำลงในชอ่ งว่าง
3. นักเรียนทำแบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 17 Exs. 4-7
7. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์การผ่าน
วิธีการวดั
สมดุ นักเรยี น -
ตรวจการเขยี นข้อมูลตามโครงเรื่องทฟี่ ัง
สงั เกตการพดู เล่าเรื่อง Finn MacCool แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้
and the Giant’s Causeway
ประเมนิ การเขยี นอีเมล แบบประเมนิ การเขยี น ระดับคณุ ภาพ พอใช้
สังเกตความใฝ่เรียนรู้และความมุ่งมัน่ ใน
การทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึง ระดับคณุ ภาพ ผา่ น
ประสงค์
8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอื่ ฯ ชดุ SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 4 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
เวลา 14 ช่ัวโมง
วิชาภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน รหสั วชิ า อ22101 เวลา 2 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ช่ือ Myths & Legends ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
เรือ่ ง Everyday English 2d
ผจู้ ดั กิจกรรมการเรียนรู้ นายธนรัชต์ วรสวุ รรณาภรณ์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ฟังบทสนทนาและบอกรายละเอียดสนบั สนุนได้
- แตง่ บทสนทนาตามสถานการณท์ ก่ี ำหนดได้
- สนทนาเกีย่ วกบั ภาพยนตร์ทดี่ ูได้
1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชว้ี ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟงั และอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอย่าง
มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเรื่อง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเรื่องที่ฟังและอา่ น พรอ้ มท้ังใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง ง่าย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความร้สู ึกและ
ความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ต 1.2 ม. 2/1 สนทนา แลกเปล่ยี นขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง เร่อื งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ ใน
ชีวติ ประจำวนั อย่างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการพดู
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/3 พูดและเขยี นแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั กจิ กรรม เรื่องตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และประสบการณ์
พรอ้ มทัง้ ให้เหตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และ นำไปใช้ ได้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสมั พันธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ต 4.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ ำลองท่ีเกดิ ข้นึ ในห้องเรียน สถานศกึ ษา
และชมุ ชน
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจเกี่ยวกับประโยคและสำนวนที่ใชใ้ นการสนทนาเก่ยี วกบั ภาพยนตร์ จะช่วยให้
สามารถนำคำศพั ท์ สำนวน และประโยคตา่ ง ๆ ไปใช้ในการสนทนาในชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ตลอดจนมคี วามเข้าใจในวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Sentences (How was your weekend?, I’m sorry about that., What
did you watch?, It was brilliant., What’s it about?, Sounds exciting.,
Who stars in it?, It’s a pity., You can rent it on DVD.)
Functions: Recommending a film
What were the special effects like?
The special effects were amazing.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพอื่ หาข้อมูลเฉพาะ
Speaking: สนทนาเก่ยี วกบั ภาพยนตร์
Writing: แตง่ บทสนทนาตามสถานการณ์ทกี่ ำหนด
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1) ใฝเ่ รยี นรู้
2) ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี 1
ขัน้ Warm up
1. นักเรยี นสนทนากับครูเกยี่ วกบั กจิ กรรมที่นักเรยี นทำในชว่ งวนั หยุดสดุ สปั ดาห์ท่ผี ่านมา หากมนี กั เรยี น
ตอบว่าชมภาพยนตรค์ รชู วนสนทนาต่อเกย่ี วกบั ภาพยนตร์ที่นักเรยี นช่ืนชอบ นกั แสดงทแี่ สดงในภาพยนตร์
เรอื่ งนน้ั
ขัน้ Presentation
1. หนังสือเรยี น หนา้ 27 Ex. 1a นกั เรียนอ่านประโยคที่กำหนดใหพ้ ร้อมกนั ครถู ามความคดิ เหน็ นักเรยี นว่า
จากประโยคท่ีอา่ นน่าจะเปน็ การสนทนาเกีย่ วกบั เร่อื งอะไร
The dialogue is about a film a person watched.
2. หนงั สือเรยี น หน้า 27 Ex. 1b นักเรยี นฟังประโยคใน Ex. 1a จาก CD และอา่ นตามทีละประโยคพร้อม
กนั จากนน้ั ครูสมุ่ เรยี กนกั เรียนอ่านเป็นรายบุคคล
3. หนงั สือเรียน หน้า 27 Ex. 2 นกั เรียนฟังบทสนทนา ให้นกั เรยี นต้ังใจฟงั วา่ บทสนทนาดังกลา่ วเก่ียวขอ้ ง
กับเรอื่ งอะไร จากนน้ั ครใู หน้ กั เรียนปิดหนงั สอื เรียนและฟังบทสนทนาจาก CD ขณะท่ีนกั เรยี นฟังบท
สนทนาครูเขยี นคำถามที่กำหนดให้บนกระดาน เมื่อนักเรยี นฟงั บทสนทนาจบแลว้ ใหอ้ า่ นคำถามพร้อมกัน
4. นกั เรียนฟงั บทสนทนาอีกครั้ง และช่วยกันตอบคำถาม ครูเขียนคำตอบบนกระดาน
1 2012.
2 A science-fiction film.
3 John Cusack, Amanda Peet and Danny Glover.
4 Yes, he did. The special effects were amazing.
ข้ัน Practice
1. นกั เรยี นเปิดหนังสือเรยี น หนา้ 27 Ex. 2 ครูให้นกั เรยี นฟัง CD และอา่ นบทสนทนาในหนังสอื เรยี นตามไป
ด้วย
2. นักเรยี นอ่านบทสนทนาใน Ex. 2 จำนวน 3-4 คู่
3. นกั เรียนตรวจคำตอบของคำถามใน Ex. 2 ท่ีครูเขียนบนกระดาน และชว่ ยกันปรับแก้
4. นกั เรียนช่วยกนั บอกความหมายของประโยคใน Ex. 1 เปน็ ภาษาไทย
ขั้น Production
1. นักเรียนเขยี นประโยคเหลา่ นี้บนกระดาน
Did you enjoy your weekend?I’m sorry about that.
What did you watch? Really? What it’s about?
Sounds exciting. They are amazing.
Which actors are in it? It’s a shame I missed it.
และแจกกระดาษที่มบี ทสนทนาให้นักเรียนทุกคน จากนน้ั ครอู ธิบายวา่ ใหน้ กั เรียนเลือกประโยคบน
กระดานไปเตมิ ในบทสนทนาให้สมบูรณ์ เสร็จแลว้ ให้นกั เรยี นแลกเปล่ยี นกนั ตรวจ
A: Hi Ann. 1) Did you enjoy your weekend?
B: Not so good. I was ill so I stayed home.
A: 2) I’m sorry about that.
B: That’s OK. I watched a really good science-fiction film.
A: 3) What did you watch?
B: 2012. It was brilliant.
A: 4) Really? What it’s about?
B: It’s about the end of the world and how people try to stay alive.
There are lots of earthquakes, floods and fires!
A: 5) Sounds exciting. What were the special effects like?
B: 6) They are amazing. All the disasters looked real.
A: 7) Which actors are in it?
B: John Cusack plays a writer and it also stars Amanda Peet and Danny
Glover.
A: It sounds great. 8) It’s a shame I missed it.
B: You can rent it on DVD.
2. นกั เรียนทำ Language Review 2d Ex. 4 ในหนังสอื เรียน หน้า 106 รว่ มกนั ในชน้ั
3. หนงั สอื เรียน หน้า 27 Ex. 5 นักเรยี นจับคู่กบั เพื่อนช่วยกันแต่งบทสนทนาเก่ยี วกับภาพยนตร์ ท่ดี ทู าง
โทรทศั น์ โดยใช้บทสนทนาจาก Ex. 2 เป็นตน้ แบบ
A: Hi Ann. How was your weekend?
B: Not so good. I was ill so I stayed home.
A: I’m sorry about that.
B: That’s OK. I watched a good comedy adventure film.
A: What did you watch?
B: Night at the Museum 2. It was brilliant.
A: Really? What’s it about?
B: It’s about a security guard who works in a museum where the exhibits come
to life.
A: Sounds exciting. What were the special effects like?
B: The special effects were amazing.
A: Who stars in it?
B: Ben Stiller plays the security guard and it also stars Amy Adams and Owen
Wilson.
A: It sounds great. It’s a pity I didn’t watch it.
B: You can rent it on DVD.
4. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 18 Exs. 3-4
ชว่ั โมงท่ี 2
ขน้ั Warm up
1. นกั เรยี นสนทนากบั ครูเก่ยี วกับภาพยนตรท์ ่ีนักเรียนแตง่ บทสนทนาในช่วั โมงท่แี ล้ว
ขั้น Presentation
1. หนังสอื เรยี น หน้า 27 Ex. 3 นกั เรียนอา่ นประโยค 1-5 พรอ้ มกัน แลว้ ให้นกั เรยี นอ่าน บทสนทนาอย่าง
รวดเรว็ เพื่อหาประโยคทมี่ ีความหมายเหมือนกบั ประโยค 1-5
1 Did you enjoy your weekend? - How was your weekend?
2 That’s too bad. - I’m sorry about that.
3 Sounds really good. - Sounds exciting.
4 Which actors are in it? - Who stars in it?
5 It’s a shame I missed it. - It’s a pity I didn’t watch it.
2. หนังสอื เรียน หนา้ 27 Ex. 4 นกั เรยี นฟงั บทสนทนาอกี ครั้ง แล้วครแู บง่ นักเรียนออกเป็น 2 ฝัง่ ใหฝ้ ง่ั ซ้าย
อา่ นบทของ Ann และฝ่ังขวาอา่ นบทของ Bill ครูใหน้ กั เรยี นอ่านตามครสู ำหรบั ประโยคที่นักเรียนอา่ น
ออกเสยี งไม่ถูกต้อง จากนัน้ ให้ทัง้ สองฝัง่ สลบั กันอา่ นบทสนทนาอีกครั้ง
3. นักเรยี นออกมานำเสนอ 4-5 คู่ อ่านบทสนทนาใหเ้ พื่อนฟัง
ขน้ั Practice
1. นักเรียนฝึกอา่ นบทสนทนาที่นกั เรียนจับคชู่ ว่ ยกันแตง่ ในชั่วโมงท่ีแล้ว
2. นักเรยี นแต่ละคฝู่ ึกสนทนาเพอ่ื เตรยี มแสดงบทบาทสมมติ ครเู ดินสงั เกตการสนทนาของนกั เรยี นและให้
คำแนะนำ
ข้นั Production
1. นักเรยี นออกมาแสดงบทบาทสมมติที่หน้าชน้ั โดยครเู นน้ ให้นกั เรยี นแสดงความรสู้ กึ และใชน้ ำ้ เสียงให้
สมจรงิ
2. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั (Workbook) หน้า 10 Exs. 4-5
7. การวดั และการประเมินผล
วิธกี ารวดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การผ่าน
ร้อยละ 60
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ นหรือ แบบฝกึ หดั (Workbook)
ระดบั คุณภาพ พอใช้
การฟัง
ระดับคณุ ภาพ พอใช้
ประเมนิ การแตง่ บทสนทนาเกี่ยวกบั แบบประเมนิ การเขียน
ระดับคณุ ภาพ ผ่าน
ภาพยนตร์ท่ีดูทางโทรทศั น์
ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ แบบประเมินการแสดงบทสนทนา/
บทบาทสมมติ
สงั เกตความใฝเ่ รียนรู้และความมุ่งมั่น แบบประเมนิ คุณลักษณะ
ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
เวลา 14 ชว่ั โมง
วชิ าภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน รหัสวชิ า อ22101 เวลา 2 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ช่อื Myths & Legends ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เร่ือง Across the curriculum 2e
ผูจ้ ัดกิจกรรมการเรยี นรู้ นายธนรชั ต์ วรสุวรรณาภรณ์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- พูดแสดงความคดิ เหน็ สรุปเกีย่ วกบั เร่อื งทฟี่ ังได้
- ค้นคว้าข้อมูลตามประเดน็ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
- เขยี นบทความตามประเด็นท่กี ำหนดใหไ้ ด้
1. สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองทฟ่ี งั และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา่ ง
มเี หตผุ ล
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหัวขอ้ เรอ่ื ง ใจความสำคญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรอื่ งท่ฟี ังและอา่ น พร้อมทงั้ ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อย่าง งา่ ย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/1 พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณท์ ่ี
อยู่ในความสนใจของสงั คม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่อื มโยงความรกู้ บั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ่ืน และเป็นพื้นฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั นข์ องตน
ต 3.1 ม. 2/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มูล/ ข้อเท็จจรงิ ท่เี ก่ียวขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ืน่ จาก
แหลง่ การเรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพดู /การเขียน
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรยี นรเู้ กีย่ วกับใจความสำคญั ใจความเฉพาะ และเขา้ ใจเกีย่ วกบั โครงสร้างของบทความ จะชว่ ยให้
สามารถอ่านและเขยี นบทความได้อย่างถกู ตอ้ ง
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Nouns (civilisation, astronomy, temple, pyramid, stone building,
statue, ruler, dynasty, tragedy, war, drought)
Adjective (ancient)
Phrase (get on well)
2) Language Skills
Reading: อา่ นและแสดงความคดิ เห็นและสรุปเร่อื ง
Writing: เขยี นบทความเกย่ี วกบั อารยธรรมโบราณ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) ใฝเ่ รียนรู้
2) ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ขัน้ Warm up
1. นกั เรียนอา่ นชอ่ื เรอื่ ง “The Maya” ในหนงั สอื เรียน หนา้ 28 และดภู าพประกอบ จากน้นั ครสู นทนากบั
นักเรียนเพ่อื ตรวจสอบความรพู้ ้นื ฐานของนกั เรยี นเก่ียวกบั เรื่องน้ี
ขัน้ Presentation
1. หนงั สือเรียน หนา้ 28 Ex. 1a นกั เรียนปิดหนงั สอื เรยี น และเปิด CD ให้นกั เรียนฟังเสยี งดนตรี เม่อื ฟังจบ
ใหน้ กั เรียนจับค่กู บั เพื่อนเขยี นคำถาม 3 คำถาม เพ่ือถามขอ้ มลู ทน่ี ักเรียนตอ้ งการทราบเกย่ี วกับอารยธรรม
ของชาวมายา
1 Where was it from? 2 When did it exist?
3 Why did it disappear?
2. นกั เรยี นออกมานำเสนอ 2-3 คน อา่ นคำถามท่เี ขยี น ครเู ขยี นคำถามของนกั เรียนบนกระดาน และขอ
อาสาสมัครทีส่ ามารถตอบคำถามบนกระดานได้ (หากมี ครูเขียนคำตอบบนกระดาน)
3. หนงั สอื เรยี น หนา้ 28 Ex. 1b นกั เรียนฟัง CD เร่ือง The Maya และชว่ ยกันตอบคำถามบนกระดาน
1 Where was it from? (It was from southern Mexico and other parts of
Central America.)
2 When did it exist? (Not answer in text.)
3 Why did it disappear? (A tragedy happened. Some people say it was a
war or a drought.)
4. หนังสอื เรียน หนา้ 28 Ex. 2 นกั เรียนอา่ นคำถามทกี่ ำหนดให้ แลว้ ครถู ามนักเรยี นวา่ Key words
ในคำถามแต่ละขอ้ คืออะไร และต้องการคำตอบเกี่ยวกับอะไร
1) Key word คอื Where
2) Key words คอื What were … like?
3) Key words คอื What … good at?
4) Key words คอื What … see in Mayan cities?
5) Key words คือ How long … last?
6) Key words คอื How … disappear?
5. นักเรยี นจบั ค่กู ับเพ่ือนอา่ นเรื่อง The Maya และช่วยกันตอบคำถาม จากนนั้ ตรวจคำตอบรว่ มกัน
1 The Mayan civilisation was in Southern Mexico and other parts of Central
America.
2 They were very clever and got on well with other people.
3 They were good at astronomy, architecture, writing and they had their
own system of mathematics.
4 You could see temples and pyramids with statutes of their gods or rulers
on them.
5 It lasted for 2,000 years.
6 A tragedy like a war or a drought happened.
ขั้น Practice
1. นักเรียนอ่านคำศพั ท์ในกรอบ Check these words และหาความหมายจากพจนานกุ รม
2. หนังสอื เรยี น หน้า 28 Ex. 3 นกั เรียนเลือกคำศพั ท์จากกรอบ Check these words มาเติมลงในสรปุ
เร่อื ง The Maya
3. นักเรียนออกมานำเสนอประโยคพร้อมคำตอบคนละ 1 ประโยค เพือ่ ตรวจคำตอบ
1 civilisation 2 got on well 3 temples 4 pyramids
5 statues 6 war 7 drought
ข้นั Production
1. นกั เรยี นรับกระดาษท่ีมรี ายการคำจำนวน 5 ข้อ ใหน้ ักเรยี นทุกคน แล้วครอู ธบิ ายวา่ ให้นักเรียนเรยี งคำที่
กำหนดให้เป็นประโยคท่ีถกู ต้อง
1 and / Central America / was / in / the Mayan / an / Southern Mexico / ancient
civilization / other parts of / .
2 Cities / full of / Mayan / were / temples / pyramids / and / .
3 stone buildings / on / were / statues / these / very tall / them / with / .
4 could / far away / the statues / people / see / from / .
5 a drought / disappeared / because of / they / a war / suddenly / or / .
1 The Mayan was an ancient civilisation in Southern Mexico and other
parts of Central America.
2 Mayan cities were full of temples and pyramids.
3 These stones buildings were very tall with statues on them.
4 People could see the statues from far away.
5 They disappeared suddenly because of a war or a drought.
2. นกั เรยี นทำ Language Review 2e & Prepositions Exs. 5-6 ในหนังสือเรียน หน้า 106 ร่วมกนั ในช้นั
3. นกั เรยี นแบ่งเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน ให้แตล่ ะกลมุ่ ค้นควา้ ขอ้ มูลเกยี่ วกับชมุ ชนอารยธรรมโบราณอน่ื ๆ
พรอ้ มทั้งหาภาพประกอบ โดยเลือกมา 1 อารยธรรม และเตรยี มข้อมูลทค่ี ้นคว้าไดม้ าในชั่วโมงหนา้
4. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 18 Exs. 1-2
ชว่ั โมงที่ 2
ข้นั Warm up
1. นักเรียนทบทวนคำศพั ทท์ ่เี รยี นในชวั่ โมงทแ่ี ลว้ ดว้ ยการเขยี นคำศพั ท์บนกระดาน โดยเว้นตวั อกั ษรบางตวั
ไว้ เพ่อื ใหน้ กั เรียนเตมิ ตวั อกั ษรลงในช่องวา่ งให้เป็นคำศพั ทท์ ถี่ ูกต้อง
1 c___l___t__n 2 a_t__n__y
3 s__t_e 4 d_s__p__r
5 a_c__t__t__e 6 a_c___t
7 p_r___d 8 d_n___y
9 t__g__y 10 d _ _ _ g _ t
1 civilisation 2 astronomy
3 statue 4 disappear
5 architecture 6 ancient
7 pyramid 8 dynasty
9 tragedy 10 drought
2. นกั เรียนสะกดคำศพั ท์คนละ 1 คำ และใหน้ ักเรียนคนทีเ่ หลือตรวจความถูกต้อง
ขัน้ Presentation
1. นักเรียนฟงั ว่า ครจู ะพูดประโยคที่ประกอบด้วยประโยคย่อย 2 ประโยค ให้นักเรียนสังเกตประโยคย่อยท้งั
สองว่าคลอ้ ยตามกันหรอื ขดั แย้งกัน
- There were pyramids in Egypt, but there aren’t any pyramids in my country.
- Ayuthaya was a kingdom, and Sukhothai was a kingdom too.
- There is a giant stone bridge in Ireland, but there isn’t a stone bridge in my
city.
2. นักเรียนช่วยกนั สรุปการใช้ too และ but โดยครอู ธิบายเพ่มิ เติมหากนักเรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจ
3. THINK! หนังสือเรยี น หนา้ 28 นักเรียนจบั คแู่ ต่งประโยคเปรียบเทยี บชนเผ่ามายากับเมอื ง/หมู่บา้ นของ
ตนเอง
Mayan cities were full of temples; my city is full of temples too.
There were tall stone buildings in Mayan cities, but there weren’t tall stone
buildings in my cities.
The Maya had their own system of mathematics, but we didn’t have our
system of mathematics.
ขั้น Practice
1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 4 คน แตง่ ประโยคเปรยี บเทียบจังหวัดของตนเองกับจงั หวดั อนื่ ๆ ในประเทศ
ไทย โดยใช้ too และ but กลมุ่ ละ 5 ประโยค
2. ตวั แทนกล่มุ นกั เรียนอา่ นประโยค กลมุ่ ละ 2 ประโยค คอื ประโยคทใี่ ช้ too 1 ประโยค และประโยคทใี่ ช้
but 1 ประโยค โดยครเู ขียนประโยคของนักเรียนบนกระดาน แล้วตรวจความถูกตอ้ งรว่ มกนั
ขั้น Production
1. หนังสือเรียน หนา้ 28 Ex. 4 นกั เรยี นจับกลมุ่ เดิมตามทค่ี รมู อบหมายใหไ้ ปคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ชมุ ชน
อารยธรรมโบราณอน่ื ๆ จากชว่ั โมงท่ีแลว้ ครแู จกกระดาษ A4 ใหก้ ลุ่มละ 1 แผน่ จากนน้ั ให้แต่ละกลมุ่ นำ
ข้อมูลท่ีคน้ ควา้ ไดม้ าเขยี นเป็นบทความสั้น ๆ ใหค้ รอบคลมุ ตามรายละเอยี ด where it was and who
lived there, what the people were like, what you could see there, how long the
civilisation lasted พรอ้ มท้ังนำภาพประกอบมาตดิ ตกแตง่ ให้น่าสนใจ
2. นกั เรียนออกมานำเสนอ 1 กล่มุ อา่ นบทความใหเ้ พ่อื นฟงั เมอ่ื ทุกกลมุ่ เขยี นเสร็จแลว้
The Nubian civilisation was an ancient civilisation in northern Sudan and
southern Egypt. The Nubian people were very rich because their land had a
lot of gold mines. They were very clever and had their own alphabet with
23 letters.
Nubian cities had lots of beautiful palaces and temples with statues like
sphinxes. The Egyptians and the Assyrians defeated them. They slowly lost
all their land and riches. The last Nubian kingdom disappeared in 1900.
7. การวัดและการประเมินผล
วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การผ่าน
สมุดนักเรยี น -
ตรวจการเขยี นสรปุ เรื่องที่อา่ น แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ประเมินการเขียนบทความ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ ระดับคณุ ภาพ ผา่ น
เก่ียวกบั ชมุ ชนอารยธรรมโบราณ อันพงึ ประสงค์
สังเกตความใฝ่เรียนรูแ้ ละความ
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบส่อื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝกึ หดั SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานุกรมออนไลน์
6) อนิ เทอร์เน็ต
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
เวลา 14 ชั่วโมง
วิชาภาษาองั กฤษพื้นฐาน รหสั วชิ า อ22101 เวลา 2 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชื่อ Myths & Legends ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
เร่ือง Writing 2f
ผูจ้ ัดกิจกรรมการเรยี นรู้ นายธนรัชต์ วรสุวรรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรียนรู้
- เขยี นสรปุ เร่ืองท่อี า่ นได้
- คน้ คว้าข้อมลู ชีวประวตั บิ ุคคลสำคญั ได้
- เขียนชวี ประวตั ิของบคุ คลสำคัญได้
1. สาระ มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 2/4 พูดและเขียนเพ่ือขอและใหข้ อ้ มลู บรรยาย และแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับเรอ่ื งทฟ่ี งั หรอื
อ่านอย่างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/2 พูดและเขยี นสรปุ ใจความสำคัญ แกน่ สาระ หวั ขอ้ เรือ่ ง (topic) ทไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะหเ์ ร่ือง/
ข่าว/เหตกุ ารณท์ ่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่นื
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุม่ สาระการเรยี นรอู้ ื่น และเปน็ พื้นฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
ต 3.1 ม. 2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมลู / ขอ้ เท็จจริงทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ นื่ จาก
แหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพดู /การเขียน
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรูแ้ ละเข้าใจเก่ยี วกับโครงสรา้ งของการเขยี นตามความสัมพนั ธข์ องลำดับเวลา รวมทงั้ คำศพั ท์
และประโยคทีใ่ ชใ้ นการเขยี นชวี ประวตั ิ ชว่ ยให้สามารถเข้าใจลำดบั เหตกุ ารณ์สำคญั ตามเวลาและสามารถเขียน
ชีวประวตั ไิ ดถ้ ูกต้องตามโครงสรา้ ง
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (elect, guide, shoot, admire)
Nouns (president, farmhouse, lawyer, honesty, courage, civil war)
2) Language Skills
Listening: ฟังเพอ่ื หาข้อมลู เฉพาะ
Reading: อ่านและลำดับเหตุการณส์ ำคญั
Writing: เขียนชีวประวตั ิของ Abraham Lincoln และ Queen Victoria
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) ใฝ่เรยี นรู้
2) มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1
ข้ัน Warm up
1. นกั เรียนเขียนประโยคเกีย่ วกับประวัติของมานิตย์ (ซ่งึ เป็นบุคคลสมมติ) บนกระดาน และให้นักเรยี นอ่าน
ประโยคพร้อมกนั
1 His first child was born in 1992.
2 He started his first job as a lawyer when he was 23 years old.
3 He married in 1989.
4 Manit was born in 1942 in Phuket.
5 He retired in 2002.
6 When he was 3 years old, his family moved to Songkhla.
2. นักเรียนอ่านปี ค.ศ. และอายขุ องมานติ ย์อีกครงั้
3. นกั เรียนเรยี งลำดับเหตกุ ารณช์ วี ติ ของมานติ ย์
Manit was born in 1942 in Phuket. When he was 3 years old, his family
moved to Songkhla. He started his first job as a lawyer when he was 23
years old. He married in 1989. His first child was born in 1992. He retired in
2002.
4. นกั เรยี นได้เรยี นรู้อัตชวี ประวตั ิของประธานาธบิ ดคี นหน่ึงทม่ี คี ณุ ูปการต่อ
ประเทศอเมริกา ผลงานหนึง่ ของทา่ นคือการเลิกทาส ให้นักเรียนเดาว่าคอื ประธานาธิบดคี นใด (Abraham
Lincoln)
ขนั้ Presentation
1. นกั เรยี นอา่ นคำศพั ทใ์ นกรอบ Check these words พรอ้ มกนั จากนัน้ ใหน้ ักเรียนหาความหมายของ
คำศพั ทท์ ่ีไมร่ คู้ วามหมายจากพจนานุกรม แลว้ ครถู ามความหมายจากนักเรยี นอกี ครงั้
courage (n) = he quality of being brave when you are facing
a difficult or dangerous
situation (ความกล้าหาญ)
admire (v) = to respect someone because they have done something that you
think is good (ยกย่องสรรเสรญิ )
2. หนงั สอื เรียน หนา้ 29 Ex. 1a นกั เรยี นอา่ นตวั เลขและวลที ก่ี ำหนดให้ แล้วครอู ธิบายวา่ จะให้นักเรียนนำ
ตวั เลขและวลดี ังกลา่ วไปเติมลงในขอ้ ความให้สมบูรณ์ ก่อนนกั เรียนจะเตมิ ขอ้ ความ ครูให้นักเรียนอ่าน
ข้อความและขดี เส้นใตค้ ำ/ขอ้ ความที่บง่ บอกถึงเหตุการณใ์ นแต่ละชว่ งของ Abraham Lincoln
3. หนังสือเรยี น หน้า 29 Ex. 1b นักเรียนบอกเหตกุ ารณส์ ำคัญในแตล่ ะชว่ งของ Abraham Lincoln
ตามลำดบั เวลา
1 He was born.
2 He left the farm.
3 He became a lawyer.
4 He was elected the president.
5 He stopped slavery.
6 Booth shot him.
4. นกั เรยี นพจิ ารณาตวั เลขและวลีใน Ex. 1a ตามลำดับเวลา และนำตัวเลขและวลไี ปเติมลงในขอ้ ความ เสร็จ
แลว้ นักเรียนฟงั CD เพื่อตรวจคำตอบ
1 1809 2 19 3 1836 4 the age of 52
5 On 14th April 6 the next day 7 to this day
5. นกั เรยี นอา่ นกรอบ Study Skills แล้วครูอธิบายคำวา่ biography และ chronological order
biography (n) = a book that tells what has happened in someone’s life,
written by someone else (อตั ชีวประวตั ิ)
chronological order (n) = a sequence according to time of occurrence (ลำดบั ท่ี
เกิดตามเวลา)
6. นักเรียนอา่ นชวี ประวตั ิของ Abraham Lincoln ที่เตมิ คำถกู ต้องสมบูรณแ์ ลว้
ขั้น Practice
1. นักเรียนจบั คกู่ บั เพือ่ นเขียนสรปุ ชวี ประวตั ิของประธานาธบิ ดี Abraham Lincoln โดยเขยี นตามลำดับ
เหตุการณ์ ครยู ำ้ ว่าการเขียนสรปุ นน้ั ให้นกั เรยี นเขยี นเฉพาะประเดน็ สำคญั หรือเหตุการณส์ ำคัญเทา่ น้นั
สว่ นที่เปน็ รายละเอยี ดไม่ต้องนำมาเขียน
2. นกั เรยี นออกมานำเสนอ 3-4 คู่ อา่ นสรุปประวตั ิของ Abraham Lincoln ให้เพื่อนฟัง
Abraham Lincoln was born in Kentucky in 1809. When he was a child, he
lived on a farm. He left the farm at 19. He studied hard and became a
lawyer in 1836. At the age of 52, he was elected President of the USA. He
guided his country through the civil war and stopped slavery. On 14th April,
1865 he was shot by John Wilkes Booth. He died the next day. To this day
people remember him as a great leader.
ข้ัน Production
1. นักเรยี นคเู่ ดมิ ช่วยกนั คน้ ควา้ ประวตั บิ คุ คลสำคัญของไทย หรอื บคุ คลทท่ี ำคณุ ประโยชน์ใหก้ บั ประเทศ
จากอนิ เทอร์เนต็ หรอื หนงั สอื อา้ งอิงต่าง ๆ และเตรียมขอ้ มูลท่คี น้ คว้าไดม้ าในช่วั โมงหน้า
ชั่วโมงท่ี 2
ขั้น Warm up
1. นกั เรยี นสนทนากับครูเก่ยี วกับชวี ประวตั ิของบุคคลสำคัญท่ีนกั เรียนค้นควา้ มา โดยใชค้ ำถาม Who is
he/she? What was his/her achievement? How old is he/she now? When did he/she
die?
ขน้ั Presentation
1. หนังสอื เรยี น หนา้ 29 Ex. 2 นกั เรียนดขู ้อความในกรอบ ให้นักเรียนอ่านหวั ขอ้ ที่พิมพ์ตวั หนาพรอ้ มกัน
2. นกั เรยี นฟังเรอื่ ง Queen Victoria 2 ครั้ง ในครง้ั แรกใหน้ ักเรยี นฟงั เพียงอย่างเดียว เพ่อื จบั ประเด็นที่
จะต้องนำมาเตมิ ครั้งท่ี 2 ใหน้ กั เรยี นฟงั และนำขอ้ มูลท่ไี ดย้ นิ ไปเตมิ ลงในขอ้ ความ จากนน้ั ครูเปิด CD ให้
นักเรียนฟัง
3. นักเรียนออกมานำเสนอ
Name: Queen Victoria
When/Where born: 24th May 1819 / Kensington Palace, London
Early years: became queen at age 18; married Prince Albert at age 21;
had 9 children
Achievements: British Empire grew, wealthy, educated people, she
became empress of Indian in 1876
Later years: ruled for 63 years
When/Where died: 22nd January 1901 / Isle of Wight
ขั้น Practice
1. นกั เรียนแตล่ ะคสู่ รปุ ขอ้ มูลชีวประวัตบิ ุคคลสำคัญที่นักเรียนคน้ ควา้ มา โดยเขยี นขอ้ มูลเป็น fact file ตาม
หวั ขอ้ ใน Ex. 2 นกั เรียนสามารถกำหนดหวั ข้อเพ่ิมเตมิ ได้หากประเดน็ ใน Ex. 2 ไม่ครอบคลมุ ขอ้ มลู ของ
นกั เรียน หรือสามารถตัดหวั ขอ้ ทข่ี ้อมลู ของนกั เรียนไม่มี
2. นกั เรียนออกมานำเสนอ 4-5 คู่ นำเสนอขอ้ มลู ชีวประวตั ิบคุ คลสำคัญ
ขัน้ Production
1. หนงั สือเรยี น หนา้ 29 Ex. 3 นักเรยี นแต่ละคูน่ ำขอ้ มลู ของ Queen Victoria จาก Ex. 2 มาเขียนเป็น
ชวี ประวตั ิโดยย่อ เพอ่ื เผยแพรใ่ น international school magazine ความยาว 60-80 คำ โดยเขียนเปน็
4 ยอ่ หน้า ตามโครงร่างท่ีกำหนด
ก่อนเขยี นครถู ามนกั เรียนวา่ การกลา่ วถงึ เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ข้นึ และจบไปแล้วในอดตี จะใช้ tense ใด เพอ่ื ให้
นักเรียนเข้าใจตรงกนั วา่ ให้เขยี นโดยใช้ Past simple จากนน้ั ใหน้ กั เรียนฟงั เรื่อง Queen Victoria 1 ครั้ง
แล้วจดข้อมูลทตี่ อ้ งการเพ่ิมเติม เม่อื ฟงั จบครใู หน้ กั เรยี นทำงาน
Queen Victoria was a British queen. She was born in Kensington Palace in
London on 24th May 1819.
At the age of 18, she became queen. When she was 21, she married Prince
Albert. They had nine children.
While she was queen, the British Empire grew and people became wealthy
and educated. She became empress of India in 1876. People loved her.
She ruled for 63 years. She died on 22nd January 1901 on the Isle of Wight.
Queen Victoria was a great queen. She wanted to make life better for
everyone.
2. นกั เรียนทำ Self-Check 2 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 114
3. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 19 Exs. 1-4
7. การวัดและการประเมินผล
วิธีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การผา่ น
ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมินการเขยี นสรปุ ชวี ประวัติของ แบบประเมนิ การเขยี น
-
Abraham Lincoln จากขอ้ ความที่ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ระดบั คุณภาพ ผ่าน
อ่าน
ตรวจการเขียน fact file ประวตั บิ คุ คล สมดุ นักเรยี น
สำคญั ของไทย
ประเมนิ การเขียนชีวประวัติโดยย่อของ แบบประเมนิ การเขยี น
Queen Victoria
สงั เกตความใฝเ่ รยี นรู้และความม่งุ มั่น แบบประเมนิ คุณลักษณะ
ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น SPARK 2 ม. 2
2) Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชุด SPARK 2 ม. 2
3) แบบฝึกหัด SPARK 2 ม. 2
4) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
5) พจนานกุ รมออนไลน์
6) อนิ เทอรเ์ น็ต หรอื หนงั สืออา้ งอิง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
เวลา 14 ชว่ั โมง
วชิ าภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน รหัสวิชา อ22101 เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ช่อื Myths & Legends ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
เรือ่ ง ASEAN corner 2
ผจู้ ดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ นายธนรชั ต์ วรสวุ รรณาภรณ์
จุดประสงค์การเรียนรู้
- อา่ นเรอื่ งแล้วบอกใจความสำคญั และตอบคำถามได้
- ค้นควา้ ขอ้ มลู เก่ียวกับตำนานและจัดทำเป็นการ์ตนู ชอ่ งได้
1. สาระ มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้วี ดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอื่ งท่ฟี งั และอ่านจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมเี หตุผล
ต 1.1 ม. 2/3 ระบุ/เขียนประโยคและข้อความใหส้ มั พนั ธก์ ับสอื่ ท่ีไม่ใชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ทอี่ า่ น
ต 1.1 ม. 2/4 เลอื กหวั ข้อเร่ือง ใจความสำคัญ บอกรายละเอียดสนับสนนุ (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เร่อื งทีฟ่ ังและอ่าน พร้อมทัง้ ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง ง่าย ๆ
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขียน
ต 1.3 ม. 2/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคญั แก่นสาระ หัวขอ้ เร่อื ง (topic) ทไี่ ด้จากการวิเคราะหเ์ รือ่ ง/
ข่าว/เหตกุ ารณ์ท่อี ยใู่ นความสนใจของสังคม
สาระที่ 3 ภาษากับความสมั พันธ์กับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อืน่
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน และเป็นพ้ืนฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
ต 3.1 ม. 2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมลู / ข้อเท็จจริงท่เี กี่ยวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื จาก
แหลง่ การเรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพดู /การเขยี น
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้เก่ยี วกับประเพณีของตนเองและของประเทศกลมุ่ ประชาคมอาเซียนจะชว่ ยใหเ้ กิดความเขา้ ใจ
เกย่ี วกบั การทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามประเพณีของแตล่ ะประเทศกลุม่ ประชาคมอาเซียน และส่งเสริมใหเ้ กิด
มติ รภาพทด่ี ี
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Functions
Vocabulary: Verbs (launch, adapt, pray, transform, celebrate)
Nouns (festival, gratitude, drought, famine, tradition)
Adjectives (diverse, embarrassed)
Phrase (pay respect)
2) Language Skills
Reading: อ่านเพ่อื หาข้อมลู เฉพาะ
Writing: เขยี นการต์ ูนช่องเก่ยี วกับตำนานในประเทศไทยหรอื ประเทศกลุ่มประชาคม
อาเซยี น
3) Cultures ประเพณที ่ีเกย่ี วข้องกบั ตำนาน
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ใฝ่เรียนรู้
2) มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ัน Warm up
ครสู นทนากับนักเรียนเก่ยี วกบั ตำนานตา่ ง ๆ ซงึ่ เปน็ ทีม่ าของประเพณไี ทย
ขนั้ Presentation
1. นกั เรยี นดภู าพและอา่ นชอื่ เรือ่ งในหนงั สือเรียน หนา้ 30 แล้วครูสนทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับประเพณที ี่
เก่ยี วขอ้ งกับภาพและชอ่ื เร่ืองดังกล่าว รวมท้งั จงั หวัดท่ีมกี ารจดั กิจกรรมเก่ยี วกับประเพณนี ี้
2. นักเรียนอา่ นย่อหนา้ ที่ 1 และยอ่ หน้าสดุ ทา้ ย แลว้ บอกใจความสำคญั ของแต่ละยอ่ หน้า
3. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเปน็ กลุ่มละ 4 คน ให้แต่ละกลมุ่ อา่ นเรอ่ื ง Asking for rain และขีดเส้นใตค้ ำศพั ท์ยาก
ครูสมุ่ เรียกนกั เรียนให้อา่ นคำศพั ทท์ ีข่ ดี เส้นใตก้ ลมุ่ ละ 1 ยอ่ หนา้ คำใดทีน่ กั เรียนอ่านไมถ่ ูกต้อง ใหอ้ ่านตาม
ครูพรอ้ มกนั จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั เดาความหมายของคำศพั ท์ ถา้ คำใดนักเรยี นไมร่ ูใ้ ห้หาความหมาย
จากพจนานกุ รม
launch (v) = to send a weapon or spacecraft into the sky or into space
(ปลอ่ ย)
gratitude (n) = the feeling of being grateful (ความรู้สกึ สำนกึ ในบญุ คณุ )
diverse (adj) = very different from each other (หลากหลาย)
4. หนังสอื เรยี น หน้า 30 Ex. 1 ตวั แทนนักเรยี นอ่านคำถามกลมุ่ ละ 1 ข้อ พร้อมท้ังบอก Key words ใน
คำถามของคำถามท่อี ่าน
5. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ตอบคำถามใน Ex. 1 เสร็จแล้วครขู อตวั แทนกลมุ่ บอกคำตอบ
1 To ask for rain and show gratitude to the rain god.
2 He was Lord Buddha.
3 Eight years and eight months.
4 People adapt stories to their culture.
5 Fancy parades. (or a stage performance of the love story ‘Phadaeng -
Nang Ai’/ outdoor cinema/Morlam)
ขนั้ Practice
1. นกั เรยี นอา่ นเร่อื ง Asking for rain อีกคร้ัง หลังจากน้ันปิดหนงั สอื เรียน
2. นกั เรยี นทำกจิ กรรมใน Worksheet 1 (อยูท่ ้ายแผน ฯ ASEAN corner 2) โดยเตมิ คำในประโยค เสร็จแล้ว
ครูเฉลยคำตอบ หลงั จากนั้นครขู ออาสาสมคั รอ่านประโยคท่ีเติมคำสมบูรณแ์ ล้ว
1 festival 2 gratitude 3 respectful
6 had prayed
4 golden 5 jealous 9 traditional
7 embarrassed 8 drought, famine
10 celebrate, fancy parades
ขน้ั Production
หนังสือเรยี น หน้า 30 Ex. 2 นักเรียนแต่ละกลมุ่ คน้ คว้าขอ้ มลู เก่ียวกับตำนานในประเทศไทยหรอื ใน
ประเทศกลุ่มประชาคมอาเซยี นจากอินเทอร์เนต็ กลมุ่ ละ 1 ตำนาน แล้วนำขอ้ มูลมาจดั ทำเป็นการต์ ูนชอ่ ง
เพอ่ื นำเสนอในครง้ั ต่อไป
7. การวัดและการประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑ์การผ่าน
สมุดนกั เรียน ร้อยละ 60
วธิ ีการวดั แบบประเมนิ ชิ้นงาน ระดับคณุ ภาพ พอใช้
ตรวจการตอบคำถามจากเรื่องท่ีอา่ น
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ ผา่ น
ประเมินชนิ้ งานการ์ตนู ชอ่ งเกี่ยวกับ อันพึงประสงค์
ตำนานของไทยหรอื ประเทศกลมุ่
ประชาคมอาเซียน
สังเกตความใฝเ่ รยี นรแู้ ละความมุ่งม่นั
ในการทำงาน
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน SPARK 2 ม. 2
2) พจนานุกรมองั กฤษ-องั กฤษ
3) พจนานุกรมออนไลน์
4) อนิ เทอร์เนต็