รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1
1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและ ทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และ แบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพ ผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ าเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อ อ านาจฝ่ายต ่าหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. .....................................
............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แผนการจดัการเรียนรูแ ้ บบบูรณาการที่ 7 หน่วยที่5 รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครงั้ที่7 (31-35) ชื่ อหน่วย/เรื่ อง การคา นวณค่าแรงงาน ภาษีเงินได้หกัณ ที่จ่าย เงิน ประกันสังคม และการบันทึกบัญชีค่าแรง (ต่อ) จ านวนชวั่โมง5 ช.ม.
แนวคิด ค่าแรงงาน (Labor) หมายถึง ค าตอบแทนที่กิจการอุตสาหกรรมจ่ายให้แก่ผู้ที่ท างานเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า อาจจ่ายเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายชิ้นของสินค้าที่ผลิต ได้แก่ ค่าแรงงานทางตรงและค่าแรงงาน ทางอ้อม ในการบันทึกบัญชีค่าแรงงานจะแยกบันทึกบัญชีระหว่าง ค่าแรงงานทางตรงกับค่าแรงงานทางอ้อม เนื่องจาก พนักงานของกิจการอุตสาหกรรมมีจ านวนมากจึงต้องจัดท าทะเบียนค่าแรงงานเพื่อสรุปรายได้ของพนักงานจากค่าแรงงาน นอกจากนั้น ยังมีรายการหักต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เงินประกันสังคม เงิน สะสม และอื่น ๆ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 5.อธิบายและค านวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย 6.อธิบายและค านวณรายการหักต่าง ๆ 7.จัดท าทะเบียนค่าแรง 8.ค านวณ และบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าแรงงาน 9.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 9.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 9.2 ความมีวินัย 9.3 ความรับผิดชอบ 9.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 9.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 9.6 การประหยัด 9.7 ความสนใจใฝ่รู้ 9.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 9.9 ความรักสามัคคี 9.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาระการเรียนรู้ 5.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย 6.รายการหักต่าง ๆ
7.ทะเบียนค่าแรง 8.การค านวณและการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าแรงงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนพูดคุยกันเรื่องภาษีเงินได้หัก ณ ที จ่าย คือ จ านวนเงินที่กฎหมายก าหนดให้ผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินจะต้องหักออกจากเงินได้ก่อนจ่ายให้แก่ผู้รับทุกคราว หรือเป็นจ านวนเงินภาษีที่ผู้จ่ายเงินออกภาษี แทนผู้มีเงินได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กฎหมายก าหนดและน าส่งแล้ว 2.ครูต้งัคา ถามให้ผูเ้รียนตอบและสุ่มผูเ้รียนออกมาอภิปรายการวิเคราะหร์ายการเพื่อให้สามารถน าไปใช้ ได้อย่างถูกต้อง ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวิธี สอนที่น าอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุ ได้แก่ Power Point เพื่อใช้ประกอบการอธิบายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ตามประเภทเงินได้พึงประเมินมาตรา 40 แห่งประมวล รัษฏากร ประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร หน้าที่ของนายจ้างผู้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 4.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดูและให้ ความรู้แก่ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียนฝึก ทักษะปฏิบัติตามเพื่อแสดงการค านวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการจ่ายเงิน ได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ ายเดือนมกราคม–พฤศจิกายนที่หักไว้แล้ว = 11,000 บาท ซึ่งมากกว่าจ านวนเงินภาษี ที่นาย ก ต้อง เสียทั้งปี (2,500 บาท) และเดือนธันวาคม 2561 ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และนาย ก มีสิทธิขอคืนภาษีที่ช าระ ไว้เกินจ านวน 8,500 บาท (11,000–2,500)
5.ผู้เรียนแสดงการบันทึกบัญชีตามหลักการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย 6.ครูและผู้เรียนอธิบายการกรอกข้อมูลซึ่งยื่นได้ที่ส านักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่ที่ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได๎ ณ ที่จ่าย หรือยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต 7.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดูและให้ ความรู้แก่ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียนฝึก ทักษะปฏิบัติตามเพื่อแสดงการค านวณตามรายการหักต่าง ๆ 8.ผู้เรียนค านวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และกรอกในหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ าย 9.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวิธีสอน ที่น าอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุ ได้แก่ Power Point เพื่อใช้ประกอบการอธิบายทะเบียนค่าแรง 9.ครูและผู้เรียนแสดงการค านวณและการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าแรงงาน ซึ่งมีวิธีปฏิบัติอยู่2 วิธี คือ วิธีบัญชีสินค๎าคงเหลือแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method) วิธีบัญชีสินค๎าคงเหลือแบบต อเนื่อง (Perpetual Inventory Method) 10.ผู้เรียนฝึกทักษะดังต่อไปนี้ ค านวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายและน าส่งภาษีเงินได๎หัก ณ ที่จ าย บันทึกรายการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค าแรงวิธีบัญชีสินค๎าคงเหลือแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method) และวิธีบัญชีสินค๎าคงเหลือแบบต อเนื่อง (Perpetual Inventory Method) ค านวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม บันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปเกี่ยวกับการจ่ายค่าแรง และการน าส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ การน าส่งเงินสมทบประกันสังคมตาม วิธี Periodic Inventory Method 11.ผู้เรียนท ากิจกรรมโดยผ่านกรณีศึกษา 12.ผู้เรียนท าใบงาน 13.ผู้เรียนท าแบบประเมินผล และแบบฝึกปฏิบัติ ขั้นสรุปและการประยุกต์
14.ผู้เรียนแสดงการค านวณ และบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป ตามหลักการบัญชี 15.ผู้เรียนท ากิจกรรมโดยผ่านกรณีศึกษา 16.ครูเน้นการจะเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัดเพื่อให้มนุษย์ด ารงชีวิตในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ประเทศ ไปจนถึงระดับโลกอย่างมี คุณภาพ และประสิทธิภาพเพื่อสนองความต้องการของสังคมทุกระดับให้สามารถด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียงและมี ความสุขบนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยค านึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้าง ภูมิคุ้มกันในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ และคุณธรรม เป็นพื้นฐานในการด ารงชีวิตให้อยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีอุตสาหกรรม (20201-2004) ของส านักพิมพ์เอมพันธ์ 2. กิจกรรม, กรณีศึกษา 3. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4. กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. มาตรฐานการบัญชี 6. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวดัผลและการประเมินผล วิธีวดัผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรม
5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ท ากิจกรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3.ผู้เรียนฝึกทักษะบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปเพิ่มเติม 4.ศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. ศึกษามาตรฐานการบัญชีเพิ่มเติม แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคณุธรรมน าความรู้ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง
5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและ ทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และ แบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพ ผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ าเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อ อ านาจฝ่ายต ่าหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................
.................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................... ........................................ ............................................................................................................................. ..................... แผนการจดัการเรียนรูแ ้ บบบูรณาการที่8 หน่วยที ่6 รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครั้งที่8 (36-40) ชื่ อหน่วย/เรื่ อง ค่าใช้จ่ายการผลิตและการบนัทึกบญัชีค่าใช้จ่าย ในการผลิต จ านวนชั ่วโมง5 ช.ม. แนวคิด ค่าใช้จ่ายการผลิตเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิตสินค้า เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไป อย่างต่อเนื่อง โดย ไม่รวมถึงวัตถุดิบทางตรงและค่าใช้จ่ายทางตรง ซึ่งค่าใช้จ่ายการผลิตถือเป็นต้นทุน ทางอ้อม และเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน การผลิต ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.อธิบายความหมายของค่าใช้จ่ายการผลิตได้ 2.บอกประเภทของค่าใช้จ่ายการผลิตได้ 3.บันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการผลิตได้ 4.คิดค่าใช้จ่ายการผลิตเข้าเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ได้ 5.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา
ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 5.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 5.2 ความมีวินัย 5.3 ความรับผิดชอบ 5.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 5.6 การประหยัด 5.7 ความสนใจใฝ่รู้ 5.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 5.9 ความรักสามัคคี 5.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาระการเรียนรู้ 1.ความหมายของค่าใช้จ่ายการผลิต 2.ประเภทของค่าใช้จ่ายการผลิต 3.การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการผลิต 4.การคิดค่าใช้จ่ายการผลิตเข้าเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูพูดคุยกับผู้เรียนเรื่องค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead/Overhead) เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ เกิดขึ้น ในการผลิตสินค้าเพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่รวมถึงวัตถุดิบทางตรงและค่าแรงงานทางตรง ค่าใช้จ่ายใน การผลิตนั้นถือเป็นต้นทุนทางอ้อม (Indirect Cost) และเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิต อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโสหุ้ยการ ผลิต 2.ครูและผู้เรียนทบทวนหลักการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปเกี่ยวกับวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ที่มีความสัมพันธ์กับ ค่าใช้จ่ายในการผลิต ขั้นสอน 3.ครูใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) เพื่อมุ่งให้ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นหรือระดมความคิดเกี่ยวกับความหมายของค่าใช้จ่ายการผลิต โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อหาค าตอบ แนวทางหรือ
แก้ปัญหาร่วมกัน เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ คือ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติงานและชื่นชม ผลงานร่วมกัน โดยใช้สื่อ Power Point ประกอบการเรียนการสอน 4.ผู้เรียนยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายการผลิต 10 ชนิด โดยไม่ซ้า กนั 5.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบบรรยาย (Lecture Method) ซึ่งเป็นวิธีสอนที่ผู้สอนให้ความรู้ตามเนื้อหาสาระ ด้วยการเล่าอธิบายโดยที่ผู้เรียนเป็นผู้ฟัง และเปิดโอกาสให้ซักถามปัญหาได้บ้างในตอนท้ายของการบรรยายเกี่ยวกับ ประเภทของค่าใช้จ่ายการผลิต 6.ครูก าหนดบัญชีค่าใช้จ่ายในการผลิตมา เพื่อให้ผู้เรียนพิจารณาบัญชีว่าเป็ นต้นทุนประเภทใด 7.ครูและผู้เรียนอธิบาย และแสดงการค านวณวสัดโุรงงานใชไ้ป หรือวสัดุสิ้นเปลืองโรงงานใช้ไป โดยวัตถุดิบทางอ้อมที่ใช้เป็ นส่วนประกอบในการผลิตสินคา้หรือเป็นสินคา้คงเหลอืประเภทโรงงาน/วสัดุสิ้นเปลืองโดยบญัชี วสัดุโรงงาน หรือวสัดุสิ้นเปลืองจะมียอดคงเหลือยกมาดา้นเดบิต ในระหว่างงวดบญัชีถา้ซ้ือวสัดุโรงงานเพิ่มเติม จะบนัทึกเป็นสินทรัพยห์มุนเวียนดา้นเดบิต ในวนัสิ้นงวดบญัชีจะตรวจ นับและตีราคาวัสดุโรงงานว่ามี ยอดคงเหลือในงวดบัญชีปัจจุบันจ านวนเท่าใด จากน้นัจะคา นวณหาจ านวนวัสดุโรงงานที่ใช้ไป ในระหว่างงวดบัญชีเพื่อโอนเป็ นค่าใช้จ่ายในการผลิตในบัญชี วัสดุโรงงานใช้ไป และบันทึกลดยอดวัสดุโรงงาน ด้วยจ านวนที่ เบิกใช้ไปในการผลิต เพื่อท าให้บัญชีวัสดุโรงงานมียอดคงเหลือที่ถูกต้อง ส าหรับจ านวน วัสดุโรงงานที่คงเหลือ ณ วนัสิ้นงวด บญัชีน้นัจะถูกนา ไปใช้ในการผลิตของงวดบัญชีถัดไปโดยบันทึกเป็ นสินทรัพย์หมุนเวียน ภายใต้หัวข้อสินค้าคงเหลือในงบ แสดงฐานะการเงิน 7.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบบรรยาย (Lecture Method) ซึ่งเป็นวิธีสอนที่ผู้สอนให้ความรู้ตามเนื้อหา สาระด้วยการเล่าอธิบายโดยที่ผู้เรียนเป็นผู้ฟัง และเปิดโอกาสให้ซักถามปัญหาได้บ้างในตอนท้ายของการบรรยายเกี่ยวกับ ค่าเครื่องมือ 8.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คือกระบวนการที่ผู้สอนมุ่งให้ ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการคือให้ผู้เรียนช่วยกันอภิปรายเรื่องสิทธิบัตร (Patent) หมายถึง หนังสือส าคัญที่รัฐออกให้เพื่อ คุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้นหรือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามที่พระราชบัญญัติสิทธิบัตร ก าหนดหรือสิทธิพิเศษที่ กฎหมายบัญญัติ ให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธิเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวในการที่จะน าผลงานจากการประดิษฐ์คิดค้นหรือ ออกแบบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรไว้ไปผลิต จ าหน่ายหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบตัรน้นั โดยได้รับค่าตอบแทน หากเกิดการละเมิดสิทธิในงานที่จดสิทธิบตัรไวแ้ลว้น้นัก็สามารถดา เนินคดีตามกฎหมายกับผู้ละเมิดได้ 9.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคการสอนแบบ Demonstration Method โดยใช้Power Point ให้สื่อความเข้าใจ การปันส่วนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ซ่ึงมีวิธีการบนัทึกบญัชีในสมุดรายวนัทวั่ ไปเป็นดงัน้ี
10.ครูและผู้เรียนแสดงการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งค่าใช้จ่ายการผลิต ถือเป็นค่าใช้จ่าย ของกิจการอุตสาหกรรม การบันทึกบัญชีเหมือนกับ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ คือ หลักการบันทกึบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการผลิต (บางสว่น) มีดังนี้ 11.ครูและผู้เรียนค านวณหาการคิดค่าใช้จ่ายการผลิตเข้าเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ 12.ผูเ้รียนฝึกทกัษะดงัต่อไปน้ี ค านวณค่าใช้จ่ายการผลิต บันทึกรายการในสมุดรายวนัทวั่ ไปแบบสิ้นงวด และแบบต่อเนื่อง ผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภทสินค้าคงเหลือ ต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายการผลิต 13.ผู้เรียนฝึ กปฏิบัติกิจกรรมในกรณีศึกษา 14.ผู้เรียนท าใบงาน 15.ผู้เรียนท าแบบประเมินผล และแบบฝึ กปฏิบัติ 16.ครูเน้นความรู้เรื่องความพอเพียงของเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว โดยความหมายของความพอประมาณนั้น หมายถึง ความพอดี ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการ บริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ขั้นสรุปและการประยุกต์ 17.ผู้เรียนแสดงการค านวณ และบันทึกรายการบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป 18.ครูใช้ค าถามและให้ผู้เรียนตอบในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีอุตสาหกรรม (20201-2004) ของส านักพิมพ์เอมพันธ์ 2. กิจกรรม, กรณีศึกษา 3. มาตรฐานการบัญชี 4. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้
การวดัผลและการประเมินผล วิธีวดัผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ 4. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรม 5. แบบประเมินแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. กิจกรรมฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ท ากิจกรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3. ศึกษามาตรฐานการบญัชีเพิ่มเติม
แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคณุธรรมน าความรู้ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา
แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและ ทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และ แบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพ ผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ าเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อ อ านาจฝ่ายต ่าหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา
บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................... ........................................ ............................................................................................................................. .....................
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่9 หน่วยที ่7 รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครงั้ที่9 (41-45) ชื่ อหน่วย/เรื่ อง การคา นวณต้นทุนสินค้าที่ผลิตเสรจ็และการจดัทา งบต้นทุนผลิต จ านวนชวั่โมง5 ช.ม. แนวคิด ส าหรับการผลิตสินค้าของกิจการอุตสาหกรรมนั้นจะมีสินค้าที่เกิดขึ้น 2 ลักษณะ คือ สินค้าส าเร็จรูป และสินค้า ระหว่างผลิต องค์ประกอบของต้นทุนการผลิตประกอบด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต สินค้า คงเหลือในธุรกิจการผลิตประกอบด้วย สินค้าส าเร็จรูปคงเหลือ วัตถุดิบคงเหลือ งานระหว่างท าคงเหลือ (สินค้าระหว่างผลิต) และวัสดุโรงงาน โดยจะจัดท างบต้นทุนการผลิตเพื่อแสดงการค านวณต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.อธิบายความหมายของต้นทุนการผลิตได้ 2.อธิบายสินค้าคงเหลือของกิจการอุตสาหกรรมได้ 3.ค านวณต้นทุนสินค้าคงเหลือได้ 4.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 4.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 4.2 ความมีวินัย 4.3 ความรับผิดชอบ 4.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 4.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 4.6 การประหยัด 4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 4.9 ความรักสามัคคี 4.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาระการเรียนรู้ 1.ความหมายของต้นทุนการผลิต 2.สินค้าคงเหลือของกิจการอุตสาหกรรม
3.การค านวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูสนทนากับผู้เรียนว่าค่าแรงงานทางตรงและค่าใช้จ่ายการผลิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต จะถือเป็น ต้นทุนแปลงสภาพ (Conversion Cost) วัตถุดิบทางตรงใช้ไปและค่าแรงงานทางตรงรวมกันเรียกว่า ต้นทุนขั้นต้น (Prime Cost) 2.ครูกล่าวเพิ่มเติมว่าตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ ได้ให้ค านิยามค าว่า “สินค้าคงเหลือ” หมายถึงสินทรัพย์ ซึ่งมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. ถือไว้เพื่อขาย ตามลักษณะการประกอบธุรกิจตามปกติของกิจการ 2. อยู่ในระหว่างกระบวนการผลิต เพื่อให้เป็นสินค้าส าเร็จรูปเพื่อขาย 3. อยู่ในรูปของวัตถุดิบ หรือวัสดุที่มีไว้เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า หรือให้บริการ ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) และเล่าอธิบายแสดง สาธิตโดยที่ผู้เรียนเป็นผู้ฟัง และเปิดโอกาสให้ซักถามปัญหาได้บ้างในตอนท้ายของการบรรยายเกี่ยวกับความหมายของ ต้นทุนการผลิต 4.ครูและผู้เรียนสาธิตการน าเอกสารมาบันทึกบัญชีของกิจการ โดยใช้ Power Point เป็นสื่อในการ สื่อความเข้าใจในสินค้าคงเหลือของกิจการอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจยิ่งขึ้น ส าหรับสินค้าคงเหลือในวันสิ้นปีของกิจการที่ซื้อสินค้าส าเร็จรูปมาจ าหน่ายนั้นจะได้แก่ สินค้าส าเร็จรูปที่ขายไม่หมด ซึ่งมีเพียงรายการเดียว แต่กิจการอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนต่างๆ เกิดขึ้น ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการผลิตสินค้า รวมทั้ง มีสินค้าคงเหลือประเภทต่างๆ มี4 ประเภท 4.1 สินค้าส าเร็จรูปคงเหลือ (Finished Goods Inventory) 4.2 สินค้าระหว่างผลิตคงเหลือหรืองานระหว่างท าคงเหลือ (Goods in Process Inventory or Work in Process Inventory) 4.3 วัตถุดิบทางตรงคงเหลือ (Direct Materials Inventory) 4.4 วัสดุโรงงานคงเหลือ (Factory Supplies Inventory) 5.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคแบบสาธิต (Demonstration Method) เพื่อแสดงการค านวณต้นทุนสินค้า
คงเหลือ โดยการค านวณต้นทุนสินค้าคงเหลือตามมาตรฐานการบัญชี และ International Accounting Standard หรือ IAS จึงแบ่งออกเป็น 4 วิธี ดังนี้ 5.1 วิธีราคาเจาะจง (Specific Identification Method) 5.2 วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (First-In, First-Out Method/FIFO) 5.4 วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ าหนัก (Weighted Average Method) 5.5 วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนที่ (Moving Average Method) 6.ผู้เรียนฝึกทักษะแสดงการค านวณต้นทุนสินค้าคงเหลือวิธี Perpetual Inventory Method 6.1 วิธีราคาเจาะจง (Specific Identification Method) 6.2 วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (First-In, First-Out Method/FIFO) 6.3 วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน ้าหนัก (Weighted Average Method) วิธีนี้จะไม่น ามาใช้ค านวณต้นทุน สินค้าคงเหลือวิธี Perpetual Inventory System 6.4 วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนที่ (Moving Average Method) วิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะ กิจการที่ บันทึกบัญชีแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method) เท่านั้น 7.ผู้เรียนฝึกทักษะการค านวณต้นทุนสินค้าคงเหลือวิธี Periodic Inventory Method 3.วิธีถวัเฉลี่ยถ่วงน ้าหนัก (Weighted Average Method) วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะกิจการที่ บันทึกสินค้าแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method) เท่านั้น 4.วิธีถวัเฉลี่ยเคลื่อนไหว หรือเคลอื่นที่(Moving Average Method) จะไม่น ามาใช้กับวิธีนี้ แต่จะ ใช้ได้เฉพาะกิจการที่บันทึกบัญชีสินค้าแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method) เท่านั้น 8.ครูและผู้เรียนสาธิตการแสดงสินค้าคงเหลือของกิจการอุตสาหกรรมในงบแสดงฐานะการเงิน 9.ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานบัญชี โดยผ่านกรณีศึกษา เพื่อจัดท า
9.1 ค านวณต้นทุนวัตถุดิบ ตามวิธี Weighted Average Method 9.2 ค านวณต้นทุนวัตถุดิบตามวิธี FIFO แบบ Perpetual Inventory Method และ Periodic Inventory Method 10.ผู้เรียนท ากิจกรรมโดยผ่านกิจกรรม และแบบประเมินผลการเรียนรู้ 11.ผู้เรียนท าใบงาน ขั้นสรุปและการประยุกต์ 12.ครูสุ่มผู้เรียนออกมาอภิปรายหน้าชั้นเรียน และสรุปเนื้อหาร่วมกับผู้เรียน ผู้เรียนท าแบบฝึกปฏิบัติ และแบบประเมินผลการเรียนรู้ 15.ครูและผู้เรียนสรุปโดยฝึกปฏิบัติงานบัญชีโดยผ่านกรณีศึกษา สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีอุตสาหกรรม (20201-2004) ของส านักพิมพ์เอมพันธ์ 2. กิจกรรม, กรณีศึกษา 3. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4. กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. มาตรฐานการบัญชี 6. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวดัผลและการประเมินผล วิธีวดัผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรม
5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ท ากิจกรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3.หาความรู้เพิ่มเติมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4.หาความรู้เพิ่มเติมจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5.หาความรู้เพิ่มเติมจากมาตรฐานการบัญชี
แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคณุธรรมน าความรู้ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ
ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและ ทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และ แบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพ ผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ าเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อ อ านาจฝ่ายต ่าหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน
............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................... ........................................ ............................................................................................................................. ..................... แผนการจดัการเรียนรูแ ้ บบบูรณาการที่10 หน่วยที่-
รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครงั้ที่10 (46-50) ชื่อหน่วย/เรื่อง ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน จ านวนชวั่โมง5 ช.ม. แนวคิด สอบกลางภาคเรียน ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เนื้อหาสาระ และน าความคิดรวบยอดไปประยุกต์ใช้ต่อไป 2.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษาส านักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 2.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 2.2 ความมีวินัย 2.3 ความรับผิดชอบ 2.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 2.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 2.6 การประหยัด 2.7 ความสนใจใฝ่รู้ 2.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 2.9 ความรักสามัคคี 2.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาระการเรียนรู้ ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน บันทึกหลังการสอบ ข้อสรุปหลังการสอบ
............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ........................................................................................................ .......................................... ............................................................................................................................. ..................... ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................................................. .... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา .............................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... แผนการจดัการเรียนรูแ ้ บบบูรณาการที่11 หน่วยที่7
รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครงั้ที่11 (51-55) ชื่ อหน่วย/ชื่ อเรื่ อง การคา นวณต้นทุนสินค้าที่ผลิตเสรจ็และการ จดัทา งบต้นทุนผลิต (ต่อ) จ านวนชวั่โมง5 ช.ม. แนวคิด ส าหรับการผลิตสินค้าของกิจการอุตสาหกรรมนั้นจะมีสินค้าที่เกิดขึ้น 2 ลักษณะ คือ สินค้าส าเร็จรูป และสินค้า ระหว่างผลิต องค์ประกอบของต้นทุนการผลิตประกอบด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต สินค้า คงเหลือในธุรกิจการผลิตประกอบด้วย สินค้าส าเร็จรูปคงเหลือ วัตถุดิบคงเหลือ งานระหว่างท าคงเหลือ (สินค้าระหว่างผลิต) และวัสดุโรงงาน โดยจะจัดท างบต้นทุนการผลิตเพื่อแสดงการค านวณต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 4.ค านวณต้นทุนการผลิตของกิจการอุตสาหกรรมได้ 5.ค านวณต้นทุนสินค้าส าเร็จรูปได้ 6.จัดท างบต้นทุนผลิตได้ 7. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 7.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 7.2 ความมีวินัย 7.3 ความรับผิดชอบ 7.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 7.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 7.6 การประหยัด 7.7 ความสนใจใฝ่รู้ 7.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 7.9 ความรักสามัคคี 7.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาระการเรียนรู้ 4.การค านวณต้นทุนการผลิตของกิจการอุตสาหกรรม 5.ต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป 6.งบต้นทุนผลิต
กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูสนทนาพูดคุยกับผู้เรียนว่าต้นทุนการผลิต (Cost of Goods Manufactured) เป็นนวนเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ เกิดขึ้นในการแปรสภาพวัตถุดิบตามขั้นตอนต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าส าเร็จรูป และพร้อมที่จะขาย ให้แก่ผู้บริโภคได้ 2.ครูกล่าวเพิ่มเติมว่าในวันสิ้นงวดบัญชี กิจการอุตสาหกรรมจะค านวณต้นทุนสินค้าแบ่งเป็น 3 ประเภทได้แก่ ต้นทุนการผลิต ต้นทุนสินค้าที่ผลิตเสร็จ และต้นทุนขาย ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียนสาธิตการค านวณต้นทุนการผลิตของกิจการอุตสาหกรรม โดยสื่อ Power Point ประกอบ 3.1 การค านวณต้นทุนการผลิต (Cost of Manufactured or Manufacturing Costs) ของงวดบัญชี 3.2 ต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป (Cost of Goods Manufactured) การค านวณต้นทุนสินค้าที่ผลิตส าเร็จของ งวดบัญชี จะต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ตรวจพบใน 4 กรณี ดังนี้ 3.3 ต้นทุนขายหรือต้นทุนสินค้าที่ขาย (Cost of Sales or Cost of Goods Sold) หมายถึง ต้นทุนของ สินค้าส าเร็จรูปส่วนที่ขายออกไปในระหว่างงวดบัญชี ซึ่งค านวณต้นทุนขาย ได้ดังนี้ 4.ผู้เรียนฝึกทักษะค านวณหา วัตถุดิบใช้ไปในการผลิต ต้นทุนผลิตสินค้า ค านวณหาต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป 5.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคแบบสาธิต (Demonstration Method) โดยใช้ Power Point เป็นสื่อในการเรียนต้นทุน สินค้าส าเร็จรูปเป็นผลผลิตที่ได้จากต้นทุนผลิตสินค้า ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 5.1 สินค้าส าเร็จรูป (Finished Goods) หมายถึง สินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วพร้อมที่จะจ าหน่าย ถ้าจ าหน่ายไม่หมดในวัน สิ้นงวดบัญชี ก็จะกลายเป็นสินค้าส าเร็จรูปคงเหลือปลายงวด และยกยอดไป งวดบัญชีถัดไป
5.2 สินค้าระหว่างผลิตหรืองานระหว่างท า (Goods in Process or Work in Process) 6.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ ผู้เรียนดูและให้ความรู้แก่ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และให้ ผู้เรียนฝึกทักษะปฏิบัติตามเพื่อค านวณงบต้นทุนผลิต การจัดท างบต้นทุนผลิตนั้นมี 3 ขั้นตอน ดังนี้ 7.ผู้เรียนฝึกทักษะฝึกปฏิบัติดังต่อไปนี้ 7.1 ค านวณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต 7.2 ค านวณหาต้นทุนการผลิต 7.3 ค านวณหาต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป 7.4 ค านวณหาต้นทุนสินค้าส าเร็จรูปต่อหน่วย 7.5 งบต้นทุนการผลิต 8.ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานบัญชี โดยผ่านกรณีศึกษาเพื่อจัดท างบต้นทุนการผลิต 9.ผู้เรียนท ากิจกรรมระหว่างเรียน และใบงาน 10.ผู้เรียนท าแบบประเมินผล และแบบฝึกปฏิบัติ 11.ครูเน้นการน าหลักของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในเนื้อหาของสัปดาห์นี้สามารถสรุปได้ดังนี้ (1) สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเองได้ เช่น ใช้ความรอบคอบในการบันทึกบัญชีไม่ให้ผิดพลาด (2) มีเหตุผลในการวิเคราะห์รายการค้าแต่ละรายการ เพื่อบันทึกบัญชี (3) มีความเพียงพอ ในการซื้อขายสินค้าเพื่อบริโภคหรือจ าหน่าย (4) มีเงื่อนไขด้านคุณธรรม ได้แก่ บันทึกบัญชีให้ถูกต้อง (5) มีเงื่อนไขด้านวิชาการ ได้แก่ บันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีที่ยอมรับทั่วไป และมีความรู้ เรื่องมาตรฐานการบัญชี (6) น ารายการบัญชีไปบันทึกในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมส าเร็จรูปบัญชีได้ ขั้นสรุปและการประยุกต์
12.ผู้เรียนสรุปโดยฝึกทักษะการค านวณต้นทุนการผลิตของกิจการอุตสาหกรรม ค านวณต้นทุนสินค้าส าเร็จรูป และจัดท างบต้นทุนผลิต โดยผ่านกรณีศึกษา 13.ผู้เรียนทดสอบการจัดท างบต้นทุนการผลิต สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชากระบัญชีอุตสาหกรรม (20201-2004) ของส านักพิมพ์เอมพันธ์ 2. กิจกรรม, กรณีศึกษา 3. มาตรฐานการบัญชี 4. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวดัผลและการประเมินผล วิธีวดัผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรม 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ท ากิจกรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3.หาความรู้เพิ่มเติมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4.หาความรู้เพิ่มเติมจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. ศึกษามาตรฐานการบัญชีเพิ่มเติม แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคณุธรรมน าความรู้ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….……………………………
ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและ ทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และ แบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพ ผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ าเป็น มีไว้พอกิน
พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อ อ านาจฝ่ายต ่าหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................... ........................................ ............................................................................................................................. ..................... แผนการจดัการเรียนรูแ ้ บบบูรณาการที่12 หน่วยที่8 รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครงั้ที่12 (56-60) ชื่อหน่วย/ชื่อเรื่อง รายการปรับปรุง จ านวนชวั่โมง5 ช.ม. แนวคิด การบนัทึกรายการในสมุดรายวนัทวั่ ไปอาจมีความผิดพลาดได้จึงตอ้งมีการปรับปรุงบัญชี บางประเภทให้ถูกต้องก่อน น าไปจัดท างบการเงินของกิจการ ซึ่งปกติจะบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายโดยใช้เกณฑ์คงค้าง กิจการจึงจ าเป็ นต้องปรังปรุงรายการ ต่างๆ ในวนัสิ้นงวดบญัชีเพื่อให้ทราบจา นวนรายได้และค่าใชจ้่ายที่แทจ้ริงของงวดบญัชีน้นั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1 อธิบายความหมายและประเภทของรายการปรับปรุงบัญชีได้ 2 อธิบายและบันทึกการปรับปรุงบัญชีรายการคงค้างได้ 3 อธิบายและบันทึกการปรับปรุงบัญชีรายการล่วงหน้าได้ 4.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 4.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 4.2 ความมีวินัย 4.3 ความรับผิดชอบ 4.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 4.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 4.6 การประหยัด 4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 4.9 ความรักสามัคคี 4.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาระการเรียรู้ 1 ความหมายและประเภทของรายการปรับปรุงบัญชี 2 การปรับปรุงบัญชีรายการคงค้าง 3 การปรับปรุงบัญชีรายการล่วงหน้า กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนพูดคุยสนทนาว่ากิจการอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อจ าหน่าย โดยจะซื้อวัตถุดิบมาเพื่อ ท าการแปรรูปให้เป็นสินค้าส าเร็จรูป อาจจะด าเนินกิจการในรูปของกิจการพ่อค้าคนเดียว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจ ากัด เป็น ต้น ส าหรับการผลิตนั้นอาจจะท าได้ 2 ลักษณะ คือ ท าการผลิตสินค้าส าเร็จรูปเพื่อจ าหน่ายให้กับผู้บริโภค หรือท าการผลิต สินค้าส าเร็จรูปจ าหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อน าไปแปรรูปให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเช่น โรงงานผลิตไม้แปรรูป ผลิตไม้แปรรูปเพื่อส่งไปเป็นวัตถุดิบแก่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์หรือโรงงานผลิตผ้าก็จะส่งผ้าไปเป็นวัตถุดิบแก่โรงงานผลิตเสื้อ ส าเร็จรูป เป็นต้น 2.ครูกล่าวเพิ่มเติมว่ารายการปรับปรุงบัญชีของกิจการอุตสาหกรรม เป็ นการปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนแปลงจ านวนเงินที่ บนัทึกไวใ้นบญัชีให้ถูกตอ้งก่อนการจดัท างบการเงิน รายการปรับปรุงบญัชีส่วนมากมกัจะปรับปรุง ณ วนัสิ้นงวดบญัชีโดย จะตอ้งบนัทึกในสมุดรายวนัทวั่ ไปและผ่านไปยงับญัชีแยกประเภทที่เกี่ยวขอ้ง ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียนอธิบายและสาธิตความหมายและประเภทของรายการปรับปรุงบัญชีโดยใช้สื่อ Power Point ประกอบ โดยรายการ ปรับปรุงของกิจการอุตสาหกรรมที่ต้องจัดท าในวันสิ้นงวดบัญชี มีดังนี้ 3.1 รายการคงค้าง (Accrued) แบ่งออกเป็น
1.1 รายได้ค้างรับ (Accrued Revenues) 1.2 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) 3.2 รายการล่วงหน้า (Deferred) แบ่งออกเป็น 2.1 รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Income or Unearned Revenue) 2.2 ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses) 3.3 วัสดุโรงงานใช้ไป (Factory Supplies Used) 3.4 หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Account) 3.4 ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) 4.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดูและให้ความรู้แก่ ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียนฝึกทักษะปฏิบัติ ตามเพื่อแสดงการค านวณ และบันทึกบัญชีการปรับปรุงบัญชีรายการคงค้าง รายการคงค้าง (Accrued) หมายถึง รายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นแล้วในงวดบัญชีนี้ แต่กิจการยังไม่ได้บันทึกบัญชี แบ่งออกเป็น 4.1 รายได้ค้างรับ (Accrued Revenues) 4.4 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) 5.ผู้เรียนฝึกทักษรค านวณและบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปดังนี้ 6.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดูและให้ ความรู้แก่ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียนฝึก ทักษะปฏิบัติตามเพื่อเรียนรู้แสดงการค านวณ และการบันทึกบัญชีการปรับปรุงบัญชีรายการล่วงหน้า ซึ่งมีการปรับปรุงบัญชี แบ่งออกเป็น 6.1 รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Income or Unearned Revenue) วิธีที่ 1 บันทึกไว้เป็นรายได้ ณ วันที่กิจการได้รับเงินสด วิธีที่ 2 บันทึกไว้เป็นหนี้สิน ณ วันที่กิจการได้รับเงินสด 6.2 ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses) มีวิธีบันทึก 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 บันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่าย ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน วิธีที่ 2 บันทึกไว้เป็นสินทรัพย์ ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน 7.ผู้เรียนแสดงการค านวณ และบันทึกบัญชีการปรับปรุงบัญชีรายการคงค้าง และการปรับปรุงบัญชีรายการ ล่วงหน้า 8.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นร่วมกัน และน าผลงานส่งครูเพื่อประเมินผล
9.ผู้เรียนท ากิจกรรม และแบบประเมินผลการเรียนรู้ 10.ผู้เรียนท าแบบฝึกปฏิบัติ ขั้นสรุปและการประยุกต์ 11.สรุปโดยให้ผู้เรียนตอบค าถามเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล และท าใบงาน ท าแบบประเมินผล โดยครู จะ เฉลยแล้วให้ผู้เรียนสลับกันตรวจเอง 12.ครูและผู้เรียนปฏิบัติงานบัญชี โดยผ่านกิจกรรมกรณีศึกษาที่ครูก าหนดให้ 13.ครูแนะน าให้ผู้เรียนยึดหลักในการครองตนเป็นพลเมืองดี เช่น ไม่เสียเวลาไปกับการถกเถียงเรื่อง ไร้ สาระ ไม่ใจแคบ ไม่ประมาท กระตือรือร้นทุกเวลา ปฏิบัติภารกิจหน้าที่สม ่าเสมอโดยสมบูรณ์ มีความสุภาพ อ่อนน้อมและยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น 17.ผู้เรียนวางแผนการน าหลักของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ดังนี้ (1) สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเองได้ เช่น ใช้ความรอบคอบในการบันทึกบัญชีไม่ให้ผิดพลาด (2) มีเหตุผลในการวิเคราะห์รายการค้าแต่ละรายการ เพื่อบันทึกบัญชี (3) มีความเพียงพอ ในการซื้อขายสินค้าเพื่อบริโภคหรือจ าหน่าย (4) มีเงื่อนไขด้านคุณธรรม ได้แก่ บันทึกบัญชีให้ถูกต้อง (5) มีเงื่อนไขด้านวิชาการ ได้แก่ บันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีที่ยอมรับทั่วไป และมีความรู้เรื่องมาตรฐานการ บัญชี (6) สามารถน ารายการบัญชีไปบันทึกในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมส าเร็จรูปบัญชีได้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.หนังสือเรียนวิชาการบัญชีอุตสาหกรรม (20201-2004) ของส านักพิมพ์เอมพันธ์ 2. กิจกรรม, กรณีศึกษา 3. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4. กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. มาตรฐานการบัญชี 6. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวดัผลและการประเมินผล วิธีวดัผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรม 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ท ากิจกรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3.ศึกษาข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4.ศึกษาข้อมูลจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. ศึกษาข้อมูลจากมาตรฐานการบัญชี
แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคณุธรรมน าความรู้ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา
แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและ ทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และ แบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพ ผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ าเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อ อ านาจฝ่ายต ่าหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อ บาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ
28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................... ........................................ ............................................................................................................................. ..................... แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่13 หน่วยที ่8 รหสัวิชา 20201-2004 การบัญชีอุตสาหกรรม (1-4-3) สอนครั้งที่13 (61-65) ชื่อหน่วย/เรื่อง รายการปรับปรุง จ านวนชั ่วโมง5 ช.ม. แนวคิด การบนัทึกรายการในสมุดรายวนัทวั่ ไปอาจมีความผิดพลาดได้จึงตอ้งมีการปรับปรุงบัญชี บางประเภทให้ถูกต้องก่อน น าไปจัดท างบการเงินของกิจการ ซึ่งปกติจะบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายโดยใช้เกณฑ์คงค้าง กิจการจึงจ าเป็ นต้องปรังปรุงรายการ ต่างๆ ในวนัสิ้นงวดบญัชีเพื่อให้ทราบจา นวนรายได้และค่าใชจ้่ายที่แทจ้ริงของงวดบญัชีน้นั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 4 อธิบายและบันทึกการปรับปรุงบัญชีวัสดุโรงงานใช้ไปได้ 5 อธิบายและบันทึกการปรับปรุงบัญชีหนี้สงสัยจะสูญได้ 6 อธิบายและบันทึกการปรับปรุงบัญชีค่าเสื่อมราคาได้ 7.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะท าการสอนในเรื่อง 7.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 7.2 ความมีวินัย 7.3 ความรับผิดชอบ 7.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 7.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 7.6 การประหยัด 7.7 ความสนใจใฝ่รู้ 7.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 7.9 ความรักสามัคคี 7.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรม 2.บันทึกบัญชีส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามขั้นตอนการจัดท าบัญชี 3.จัดท างบการเงินส าหรับกิจการอุตสาหกรรมตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สาระการเรียนรู้ 4 การปรับปรุงบัญชีวัสดุโรงงานใช้ไป 5 การปรับปรุงบัญชีหนี้สงสัยจะสูญ 6 การปรับปรุงบัญชีค่าเสื่อมราคา กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนสนทนาว่าวัสดุโรงงานใช้ไป (Factory Supplies Used) หมายถึง จ านวนวัสดุโรงงานที่กิจการใช้ไป ในการผลิตสินค้า เป็นสินทรัพย์ที่กิจการซื้อมาเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า จึงมีสภาพเป็นสินทรัพย์ที่มีการใช้หมดสภาพไป ไม่ สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ 2.ครูอธิปรายเพิ่มเติมว่าสามารถบันทึกบัญชีได้ 2 ลักษณะ คือในวันที่ซื้ออาจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือบันทึกเป็น สินทรัพย์ก็ได้ แต่ในวันสิ้นงวดบัญชีต้องมีการปรับปรุงวัสดุโรงงานคงเหลือตามความจ าเป็น แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อมีการ ตรวจนับจะบันทึกรายการนี้เป็นบัญชีสินทรัพย์ในงบแสดงฐานะการเงิน ในปีต่อไปเมื่อซื้อ ก็จะบันทึกเป็นสินทรัพย์ แล้ว ปรับปรุงในวันสิ้นงวดบัญชีตามความเป็นจริง ซึ่งบัญชีวัสดุโรงงานใช้ไปนั้น จัดอยู่ในบัญชีประเภทค่าใช้จ่าย ณ วันที่กิจการ จัดซื้อวัสดุโรงงานโดยปกติจะบันทึกเป็นบัญชีสินทรัพย์จึง ต้องบันทึกรายการปรับปรุงโดย เดบิตวัสดุโรงงานใช้ไป และ เครดิตวัสดุโรงงาน ขั้นสอน 3.ครูและผู้เรียอธิบาย และสาธิตแสดงการค านวณ และการบันทึกบัญชีแสดงการปรับปรุงบัญชีวัสดุโรงงานใช้ ไป ดังนี้ 4.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ(Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวิธีสอนที่น าอุปกรณ์ โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุดังกล่าว ได้แก่ Power Pointเพื่อแสดงอธิบายค านิยาม ตามแถลงการณ์ของมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 101 เรื่องหน้ีสงสัยจะสูญ และหน้ีสูญ เกี่ยวกับการปรับปรุงบัญชีหนี้สงสัยจะ สูญ การบันทึกลูกหนี้การค้าที่เก็บเงินไม่ได้ มีวิธีปฏิบัติโดยทั่วไป 2 วิธี คือ 4.1 วิธีตัดจ าหน่ายโดยตรง (Direct Write-Off Method) 4.2 วิธีตั้งค่าเผื่อ (Allowance Method) 5.ครูและผู้เรียนแสดงวิธีการประมาณหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งมีวิธีที่นิยมใช้กันดังนี้
5.1 ค านวณเป็นร้อยละของยอดขาย การบันทึบบัญชี และแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงินดังนี้ 5.2 ครูและผู้เรียนแสดงการค านวณเป็นร้อยละของยอดลูกหนี้ 6.ผู้เรียนบันทึกรายการปรับปรุงในสมุดรายวันทั่วไป 7.ครูและใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดู และให้ความรู้แก่ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียน ฝึกทักษะปฏิบัติตามเพื่อค านวณและบันทึกการปรับปรุงบัญชีค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคา หมายถึง มูลค่าของสินทรัพย์ถาวรที่มีการเสื่อมสภาพและตัดแบ่งสรร เป็นค่าใช้จ่าย แต่ละงวดบัญชีอย่างมีหลักเกณฑ์ตามที่สินทรัพย์ถาวรนั้นได้ให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ต่อกิจการในการก่อให้เกิดรายได้ใน งวดนี้ เช่น อาคาร เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร เครื่องยนต์ ดังนั้น ในการค านวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์แต่ละชนิด จะต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับ 7.1 ราคาต้นทุนของสินทรัพย์ 7.2 อายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย 7.3 มูลค่าซาก (Salvage Value) 8.ผู้เรียนแสดงการค านวณค่าเสื่อมราคา ได้แก่ 8.1 วิธีเส้นตรง (Straight-line Method) 8.2 วิธียอดคงเหลือลดลง (Declining Balance Method) มีวิธีคิดดังนี้
8.3 วิธีจ านวนผลผลิต (Units of Output Method) การค านวณค่าเสื่อมราคาต่อหน่วยคูณด้วย ปริมาณ ผลผลิตในแต่ละงวดบัญชี ดังนี้ 9.ผู้เรียนฝึกทักษะค านวณค่าเสื่อมราคาตามวิธีต่าง ๆ และบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคาตามโจทย์ที่ก าหนด 10.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นร่วมกัน และน าผลงานส่งครูเพื่อประเมินผล 11.ผู้เรียนท ากิจกรรมโดยผ่านกรณีศึกษา และท าใบงาน 12.ผู้เรียนท าแบบประเมินผล และแบบฝึกปฏิบัติ ขนั้สรปุและการประเมินผล 13.สรุปโดยให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานบัญชีตามตัวอย่างการเรียนการสอนเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ต่อไป 14.ครูผู้สอนปลูกฝังให้ผู้เรียนพูดจาไพเราะ มีความสุภาพอ่อนโยน ไม่หยาบคาย มีความเสงี่ยมงาม รักความประณีต สะอาด เรียบร้อย รู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน ช่วยเหลือคนทั่วไป มีน ้าใจเอื้อเฟื้อสงเคราะห์มิตรสหาย เป็นผู้มีส่วนบ ารุงพระสงฆ์ ผู้ ทรงความรู้ ผู้ทรงศีล เป็นต้น สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีอุตสาหกรรม (20201-24) ของส านักพิมพ์เอมพันธ์ 2. กิจกรรม, กรณีศึกษา 3. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์หรือ http://www.dbd.go.th 4. กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง http://www.rd.go.th 5. มาตรฐานการบัญชี 6. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ การวดัผลและการประเมินผล วิธีวดัผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรม 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญ และส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกัน ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นส าคัญและส่งเสริมคุณธรรมน าความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง กิจกรรมเสนอแนะ 1. ท ากิจกรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จ่าย 3.ศึกษาความรู้เพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง
แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคณุธรรมน าความรู้ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการท างาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตามก าหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่น าผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ข้อคิดเหน็เพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้ หมายเหตุ อ้างอิงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานมาตรฐาน การอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา แบบประเมินค่านิยม 12 ประการ ค าชี้แจงให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง โดยก าหนด น ้าหนักคะแนน ดังนี้4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = ปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้
รายการคา่นิยม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ใน สิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทางตรงและทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย อันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7.เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ท า รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ด ารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักด ารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระ ราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อ ยามจ าเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จ าหน่าย และขยาย กิจการเมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออ านาจฝ่ายต ่า หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12.ค านึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติมากกว่า ผลประโยชน์ของตนเอง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดบัคณุภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรับปรุง 0-19 คะแนน = ปรับปรุง หมายเหตุ อ้างอิงค่านิยม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบโดย; เพ็ญศรีเลิศเกียรติวิทยา บันทึกหลังการสอน ข้อสรุปหลังการสอน ............................................................................................................................. .....................