รราายยงงาานน ผผลลกกาารรปปฎิฎิ ฎิ บัฎิ บั บั ติบั ติ ติ งติ งาานน ปปรระะจำจำจำจำปีปีปี งปี งบบปปรระะมมาาณณ 22556666 กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำ นักนังานปศุสัตสัว์จัว์งจัหวัดวัอุบลราชธานี
บทนำ รายงานผลการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ 2566 ฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อรายงานผลการดำเนินงาน ด้านการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เศรษฐกิจของจังหวัดอุบลราชธานี ในรอบ 1 ปี (ประจำปีงบประมาณ 2566) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่ง โดยใช้ ตัวชี้วัดถึงความสำเร็จในการดำเนินงานแต่ละโครงการที่ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ ตลอดระยะเวลา 1 ปี รวมถึงสรุป ปัญหาและข้อเสนอแนะแต่ละโครงการ เพื่อรายงานต่อผู้บริหารและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบถึงผลการ ปฏิบัติงาน ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี และสามารถนำไป พัฒนาการดำเนินงานการจัดการเลี้ยงสัตว์ของพี่น้องเกษตรกรชาวเมืองอุบลราชธานี กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ขอขอบพระคุณผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้รายงานผลการปฏิบัติงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วง ตามวัตถุประสงค์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านการส่งเสริม และพัฒนาการปศุสัตว์ ต่อไป กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ 9 ตุลาคม 2566
สารบัญ บทนำ เรื่อง หน้า 1. โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ 1 2. โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 6 3. โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ 8 4. โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 10 5. โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายการผลิตและการตลาดไก่พื้นเมือง 13 6. โครงการพัฒนาระบบการเลี้ยงและการตลาดของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย-เล็ก 15 7. โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร 18 8. โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ 20 9. โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 23 10. โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ด้านปศุสัตว์ 26 11. โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด 31 12. โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) 33 13. โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ 37 14. โครงการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ 38 15. โครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระยะที่ 1 44 16. โครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระยะที่ 2 47 17. โครงการเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี กรมปศุสัตว์ 50 18. โครงการขยายพื้นที่การปลูกพืชอาหารสัตว์ ทั่วประเทศ 50,000 ไร่ เพื่อลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์ 52 19. โครงการปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด 53 เพื่อการบริหารจัดการด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการ 20. โครงการคืนควายใหญ่ ควายงาม สู่เมืองอุบลราชธานี 55 21. โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี 62 22. โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด 67
นายกิตติ กุบแก้ว ปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี นางธัญญา พันธ์สว่าง เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล นายศุภฤกษ์ จิตรมาศ เจ้าพนักงานสัตวบาล นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล นางสาวสกุลรัตน์ ปัญญาธิกุล เจ้าพนักงานสัตวบาล จ้างเหมาโครงการ ธคก. นางสาวปวีณา สติภา เจ้าพนักงานสัตวบาล จ้างเหมาโครงการ ธคก. นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์
โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ********************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางธัญญา พันธ์สว่าง เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน นส.สกุลรัตน์ ปัญญาธิกุล จ้างหมาโครงการ ธคก. นส.ปวีณา สติภา จ้างเหมาโครงกร ธคก. ความเป็นมา ด้วยในการเสด็จพระราชดำเนินออกตรวจเยี่ยมราษฎร เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2522 ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมบนาถบพิตร ได้ทรงทราบว่า มีราษฎรผู้ยากจนใน พื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาจังหวัดปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ จำนวนมากต้องเช่าโค-กระบือไว้ใช้ แรงงานในราคาแพงมาก และบางครั้งเมื่อจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแล้วก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย เพราะเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าเช่าโค-กระบือเกือบหมด จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมปศุสัตว์จัดตั้งธนาคารโค-กระบือ ในปี พ.ศ.2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน ได้มีโอกาสมีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการ เช่าหรือเช่าซื้อหรือวิธีการอื่นใดในราคาที่ถูกจากส่วนราชการ องค์กร หรือเอกชน ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยใช้กระบือของกรมปศุสัตว์ จำนวน 280 ตัว นำไปให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จังหวัด ปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ ในท้องที่อำเภอสระแก้ว และอำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี (ในขณะนั้น) เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2522 โดยการเช่าซื้อและผ่อนส่งใช้ให้หมดภายใน 3 ปี และกรมปศุสัตว์ได้รับการอนุมัติ จากกระทรวงการคลังให้ดำเนินการดังกล่าวได้ ข่าวโครงการ “ธนาคาร-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ” ได้แพร่หลายออกไปในหน้า หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และสื่อมวลชนอื่น ๆ จึงได้มีผู้มีจิตศรัทธาติดต่อขอบริจาคโค – กระบือ ให้แก่ กรมปศุสัตว์ เพื่อนำไปใช้ในโครงการธนาคารโค–กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ และต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมบนาถบพิตร ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการธนาคารโค–กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ทั้งหมด โดยได้พระราชทานทั้งพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตลอดจนโค–กระบือที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราช กุศล ให้แก่กรมปศุสัตว์ เพื่อนำไปดำเนินการธนาคารโค–กระบือ ฯ ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระองค์ ที่จะพระราชทานความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ยากจน ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ในด้านการซื้อหาโค – กระบือ ได้มีโอกาสใช้โค–กระบือ ที่พระราชทานนี้ไปใช้เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น และมีความร่วมเย็นผาสุขในการดำรงชีพ ตลอดไป อนึ่ง สำหรับชื่อของธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำรินี้ ทางกรมปศุสัตว์ได้ ใช้ชื่อย่อว่า “ธคก.” และใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Royal Cattle-Buffalo Bank for Farmers”
2 วัตถุประสงค์ของ (ธคก.) วัตถุประสงค์ที่สำคัญของ ธคก. คือ เพื่อช่วยให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศได้มีโค – กระบือ ไว้ใช้งาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ผลการปฏิบัติงาน ปี 2566 ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ อำเภอ จำนวน โค-กระบือ ทั้งหมด (ตัว) แ บ บ แ ส ด ง ค ว า ม จ ำ น ง รายใหม่(ราย) ขยายลูกเพศ เมียตัวที่ 1 ให้ รายใหม่ (ราย) ข อ ซ ื ้ อ ลู ก เพศผู้ตัวที่ 1 (ตัว) ส่งเงินค่าซาก และขายลูกเพศ ผู้ตัวที่ 1 (บาท) รายงาน ลูกเกิด (ตัว) ม อ บ กรรมสิทธิ์ (ราย) 1 เมืองอุบลราชธานี 892 58 34 22 224,500 236 49 2 วารินชำราบ 207 18 2 1 15,000 0 9 3 พิบูลมังสาหาร 160 0 0 1 13,000 6 3 4 เขื่องใน 859 31 35 41 824,500 78 280 5 เดชอุดม 392 11 8 3 15,000 10 20 6 ม่วงสามสิบ 259 372 1 5 0 19 10 7 เขมราฐ 228 12 65 0 0 47 18 8 ศรีเมืองใหม่ 336 63 40 0 0 42 13 9 โขงเจียม 461 0 0 17 148,000 56 20 10 ตระการพืชผล 548 0 0 0 0 9 118 11 น้ำยืน 176 4 0 0 0 0 13 12 บุณฑริก 733 28 143 36 311,000 81 23 13 นาจะหลวย 220 117 18 15 123000 29 31 14 ตาลสุม 118 1 15 0 0 12 0 15 สำโรง 349 54 41 0 0 74 84 16 สิรินธร 53 0 1 9 75,000 3 15 17 ดอนมดแดง 315 2 7 1 10,000 7 59 18 ทุ่งศรีอุดม 696 0 54 0 0 55 142 19 นาเยีย 99 171 0 0 0 0 0 20 นาตาล 105 93 14 0 0 44 0 21 เหล่าเสือโก้ก 733 0 106 22 158700 106 184 22 น้ำขุ่น 213 1 11 6 77,100 11 27 23 กุดข้าวปุ้น 296 21 73 3 0 92 96 24 สว่างวีระวงศ์ 297 64 11 0 0 19 10 25 โพธิ์ไทร 163 2 2 0 0 20 7 รวม 9,181 892 72 161 1,990,300 1,132 1,216 - รับเงินบริจาคเข้าร่วมโครงการ จำนวน 18,413 บาท - จัดทำทะเบียนและตรวจสอบให้เป็นปัจจุบัน ปีละ 4 ครั้ง -จัดพิธีเจริญพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมอบกระบือที่ได้รับการไถ่ชีวิตจากโรงฆ่า สัตว์ให้กับกษตรกร จำนวน 25 ราย กระบือ 25 ตัว ณ บ้านผับแล้ง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
3 ไถ่ชีวิตและมอบโค-กระบือแก่เกษตรกร ,รับขวัญโค-กระบือ ชี้แจงระเบียบโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ แก่เกษตรกร ทำสัญญายืมสัตว์กับเกษตรกร
4 ติดตามความก้าวหน้าของโครงการ ธคก. ตรวจสอบทะเบียนสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ติดตามร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านปศุสัตว์สำหรับศูนย์เรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สินค้าเกษตร (ศพก.) ภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ
5 ติดตามโครงการส่งเสริมอาชีพอาสาปศุสัตว์ ภายใต้โครงการธนาคารโค–กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ติดตามและรายงานลูกเกิด มอบเวชภัณฑ์ แร่ธาตุแก่เกษตรกร
6 โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ********************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล 1.หลักการและเหตุผล ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริต่างๆ พระราชทานพระราชดำริ และข้อปฏิบัติในการพัฒนาความเจริญและความสุขให้แก่ ประเทศชาติ และประชาชนมาหลายด้านหลายสิ่ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรารภว่า หากจะได้ศึกษาและน้อมนำพระราชดำริต่าง๐ นี้มาปฏิบัติให้ ถูกต้องเหมาะสมและพอเพียงต่อสถานการณ์ ก็ชื่อแน่ว่าจะแก้ปัญหา และทำให้เกิดประฏโยชน์ต่อส่วนรวม ประเทศชาติและตนเอง ซึ่งจะนำพามาสู่ความสุขและความเจริญกับทุกๆคน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี น้อมนำศาสตร์พระราชา มาสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อพัฒนาประเทศ 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชน ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2. เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สืบสาน รักษา ต่อ ยอด ในคุณภาพชีวิตประชาชน พัฒนาประเทศ เป้าหมาย ฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน ผลที่คลาดว่าจะได้รับ เกษตรกรได้รับการพัฒนาศักยภาพ เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนาเกษตรและปศุสัตว์ สามารถสร้าง รายได้ และขยายผลการพัฒนาอย่างยั่งยืน สรุปผลการดำเนินงาน
7 ภาพกิจกรรม โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ
8 หลักสูตร การเลี้ยงและการดูแลสุขภาพสัตว์ปีกและสุกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ********************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล หลักการและเหตุผล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริ เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เริ่มแรกเมื่อ พ.ศ.2523 ทรงทดลองทำโครงการเกษตร เพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ต่อมาทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการอื่นๆ รวม 8 โครงการ และขยายพื้นที่ดำเนินงานไปยังสถานศึกษาสังกัดอื่นๆ มีหน่วยงานร่วมดำเนินงานสนอง พระราชดำริทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงทรงโปรดฯ ให้โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ (แผน กพด.) ฉบับที่ 1 พ.ศ.2535 - 2539 ฉบับที่ 2 พ.ศ.2540 - 2544 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2545 – 2549 ฉบับที่ 4 พ.ศ.2550-2559 และ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2560 - 2569 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้การปศุสัตว์และเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็ก และเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพสมดุลในทุกด้านด้วยกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ มีความรัก หวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิใจในความเป็นไทย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ 2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้การปศุสัตว์ และเกษตรกรรมยั่งยืน ขยายจากโรงเรียนสู่ชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ ครอบครัวและชุมชนเกิดการพัฒนา ช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชน และโรงเรียนไปพร้อมๆ กัน 3. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้การปศุสัตว์ และเกษตรกรรมยั่งยืนของสถานศึกษา เป็นแหล่งบริการ ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาให้กับผู้ปกครอง ชุมชนและสถานศึกษาหรือองค์กรอื่นๆ ทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละที่ สร้างความร่วมมือและเชื่อมโยง ระหว่างประเทศ บุคคลเป้าหมาย 1. โรงเรียนในโครงการฯ จำนวน 12 แห่ง 2. ฝึกอบรมนักเรียนจำนวน 12 โรงเรียนๆ ละ 10 ราย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. โรงเรียนมีผลผลิตอาหารโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน 2. ครัวเรือน มีการผลิตอาหารโปรตีน และทำการเกษตรแบบยั่งยืนเพิ่มขึ้น 3. นักเรียนและชุมชนมีอาหารโปรตีนและมีรายได้จากผลผลิตเกษตรเพิ่มขึ้น 4. โรงเรียนสามารถให้บริการความรู้การปศุสัตว์และเกษตรกรรมยั่งยืนแก่ชุมชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
9 สรุปผลการดำเนินงาน ภาพกิจกรรม กิจกรรม หน่วยนับ ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ผลงาน ร้อยละ 1. ฝึกอบรมส่งเสริมการเรียนรู้การเกษตรในโรงเรียน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โรงเรียน 12 12 100 2. สนับสนุนวัสดุการเกษตรในโรงเรียน โรงเรียน 12 12 100 3. สนับสนุนวัสดุก่อสร้างให้โรงเรียน โรงเรียน 6 6 100 4. สนับสนุนวัสดุการเกษตรให้เกษตรกร ราย 5 5 100 5. ทำวัคซีนสัตว์ปีกในโรงเรียน โรงเรียน/รอบ 12/4 12/4 100
10 โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ********************************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปสุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล สาระสำคัญของโครงการ หลักการและเหตุผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อย น้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองอย่าง สอดคล้องตามภูมิประเทศภูมิสังคม เพื่อให้มีความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางอาชีพ นำไปสู่คุณภาพ ชีวิตที่ดี บนความสมดุลในทุกๆมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นระบบ เกษตรกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กรมปศุสัตว์นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาออกแบบโครงการและ กิจกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเป้าหมายของเกษตรกรรายย่อย ยกระดับ และพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรรายย่อยในโครงการ โดยใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลาย เชิงวัฒนธรรม เป็นฐานการพัฒนาสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ สามารถตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงและยั่งยืนของชุมชนอย่างแท้จริง โดย ปราศจากการแข่งขัน ที่สามารถแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน ดำเนินการบน 3 มิติ คือ มิติพื้นที่ภูมิประเทศ ภูมิสังคม มิติหลักการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหลักเศรษฐกิจฐานราก และหลัก BCG มิติกระบวนการ เลือกสิ่งที่เป็นทรัพยากรมีคุณค่า หายาก ลอกเลียนแบบยาก อยู่ในแต่ละชุมชน นำมาจัดการใช้ประโยชน์ ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน จะได้สินค้าใหม่เป็น product champion ของทุกระดับพื้นที่ และไม่ส่งผลกระทบต่อสินค้าเดิม เป็นไปตามการบริหารงานระบบราชการ 4.0 ที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป้าหมาย เกษตรกรได้รับการพัฒนาศักยภาพ 1,238 ราย ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. เกษตรกร 1,238 ราย ได้รับการส่งเสริมให้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตร ทฤษฎี ใหม่ไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง 2. เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทำการเกษตร และ สร้างเครือข่ายเกษตรกรในโครงการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน 3. ได้ข้อมูลที่นำไปจัดทำแผน แก้ปัญหา พัฒนาการดำเนินงานของเกษตรกรและกลุ่มในทุกๆ ด้านอย่าง เพียงพอ 4. เกษตรกรรู้สึกอบอุ่นใจที่มีพี่เลี้ยง มีเวทีที่สามารถแสดงความเห็น ปัญหา หรือเข้าถึงบริการของรัฐได้
11 สรุปผลการดำเนินงาน ภาพกิจกรรม กิจกรรม ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ด้านปศุสัตว์หลักสูตร “จัดเวที 3/5 ประสานแบบมีส่วนร่วม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กิจกรรม หน่วยนับ ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ผลงาน ร้อยละ 1. เกษตรกรได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านปศุสัตว์ตาม เกษตรทฤษฎีใหม่ ราย 1,238 1,240 100.16 2. จัดเวทีสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ครั้ง 54 54 100.00 3. เกษตรกรที่เข้าร่วมเวทีสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมี ส่วนร่วม และเวทีส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ราย 1,238 1,240 100.16 4. ส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ 54 54 100.00 5. จัดทำฐานข้อมูลกลุ่มระบบ Digital กลุ่ม 25 25 100.00 6. การจัดระบบนิเวศการผลิตการตลาด ชุมชน - - - 7. ติดตามการดำเนินงานในเกษตรกรของกลุ่มเครือข่าย ราย 1,238 1,240 100.16
12 ***************************
13 โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาเครือข่ายการผลิตและการตลาดไก่พื้นเมือง หลักสูตร “การผลิตอาหารไก่พื้นเมืองโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น” ******************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล หลักการและเหตุผล ไก่พื้นเมืองเป็นทรัพยากรของชาติ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) มีการเลี้ยง อย่างแพร่หลายทั่วไปแทบทุกครัวเรือนเกษตรกร จนเป็นวิถีชีวิตของชาวชนบทไทย ในปัจจุบันมีประชากร ไก่พื้นเมืองในประเทศไทยจำนวน 119,998,915 ตัว แยกตามภาคต่างๆได้ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 59,943,351 ตัว ภาคเหนือ 31,772,755 ตัว ภาคกลาง 13,953,384 ตัว และภาคใต้ 14,329,425 ตัว ตามลำดับ มี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง 2,820,936 ราย แยกตามภาคต่างๆ ได้ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,441,468 ราย ภาคเหนือ 651,052 ราย ภาคใต้ 422,551 ราย และภาคกลาง 305,865 ราย ตามลำดับ ส่วนใหญ่เลี้ยงเป็น อาชีพเสริมไม่มีระบบการผลิตที่ชัดเจน เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด (กรมปศุสัตว์, 2565) มีการวางแผนการผลิต และการตลาดไก่พื้นเมือง เพื่อให้เพียงพอและตรงตามความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่กลุ่ม เกษตรกรยังคงได้รับผลกระทบอยู่ในปัจจุบัน คือ ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่องซึ่งเกิดจาก ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพด วัตถุดิบเหล่านี้จะใช้มากกว่า 50% ใน สูตรอาหาร ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสัตว์สูง หากยังคงใช้อาหารสำเร็จรูปเลี้ยงสัตว์ดังนั้นจึงจำเป็นต้อง มีการจัดตั้งฟาร์มสาธิต เพื่อผลิตและจำหน่ายอาหารให้กับสมาชิก ในราคาต่ำกว่า อาหาร สำเร็จรูป ในท้องตลาด และถ่ายทอดความรู้ด้านการประกอบสูตรอาหารไก่พื้นเมือง และข้อจำกัดในการใช้ของ วัตถุดิบอาหารสัตว์ในท้องถิ่นแต่ละชนิด วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่หาได้จากท้องถิ่นทั่วไป และเหมาะสำหรับใช้เป็น อาหารสัตว์ไก่พื้นเมือง ได้แก่ ข้าวและเศษเหลือจากข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ถั่วเหลือง ใบกระถิน ใบหม่อน ใบมันสำปะหลัง และต้นกล้วย รวมถึงใช้สมุนไพรหรือสารสกัดจากสมุนไพร ทดแทนการใช้สารปฏิชีวนะที่มีราคาแพง เช่น ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด ขมิ้นชัน ตะไคร้ ข่า จะช่วยต้นทุน การผลิตสัตว์ไก่พื้นเมืองลดลง รวมทั้ง เกษตรกรมีการปรับระบบการเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้เข้าสู่ระบบฟาร์ม ที่มีมาตรฐาน เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความ เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดต่างๆ เป็นการยกระดับสินค้า ไก่พื้นเมืองให้มีคุณภาพ และมูลค่าสูงขึ้น สามารถจำหน่าย ในตลาดระดับ Modern trade ได้ เป็นการสร้าง ความเข้มแข็งให้เกษตรกรมีความสามารถในการกำหนดราคาได้และมีรายได้จากการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์ 1 เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง 2 เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง 3 เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้กับเกษตรกร 4 เพื่อเป็นแหล่งสาธิตการผลิตอาหารไก่พื้นเมืองให้แก่เกษตรกร กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองในพื้นที่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 5 ราย
14 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1 เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปพัฒนาด้านการผลิตอาหารไก่พื้นเมือง โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น 2 ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงไก่พื้นเมืองในการผลิตอาหารโดยใช้วัตถุดิบที่มีในพื้นที่ 3 มีแหล่งสาธิตการผลิตอาหารไก่พื้นเมืองให้เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกร เกษตรกรมีความเข้มแข็ง และมี ความมั่นคงในการประกอบอาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 4 เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มทักษะ เทคนิค วิธีการ ขบวนการ ขั้นตอนการผลิตอาหาร ไก่ พื้นเมืองโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ผลการดำเนินงาน ภาพประกอบกิจกรรม
15 โครงการฝึกอบรมเกษตรกร หลักสูตร “พัฒนาระบบการเลี้ยงและการตลาดของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย-เล็ก” ภายใต้โครงการพัฒนาระบบการเลี้ยงและการตลาดของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย-เล็ก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ************************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล หลักการและเหตุผล การพัฒนาเพื่อผลิตสินค้าด้านปศุสัตว์และการตรวจสอบเพื่อให้การรับรองที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นไปตามมาตรฐานสากล-ฟาร์มสุกรที่ได้รับการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR PIG FARM, GAP) จะเพิ่มการยอมรับในสินค้าปศุสัตว์ของไทย เพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจ มีผลต่อการส่งออก และเพิ่มความมั่นใจต่อผู้บริโภคในการเลือกบริโภคสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัย นอกจากนั้น กรมปศุสัตว์ได้มีนโยบายให้มีการขับเคลื่อนฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรค และการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GOOD FARMING MANAGEMENT, GFM) เพื่อยกระดับและผลักดันให้ฟาร์ม ปศุสัตว์ขนาดกลางและขนาดย่อยให้เป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม ซึ่งเป็น การลดปัญหาจากโรคระบาด และส่งเสริมให้สินค้าปศุสัตว์มีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลกรม ปศุสัตว์ มีฟาร์มสุกรที่ได้รับการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR PIG FARM, GAP) หรือฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GOOD FARMING MANAGEMENT, GFM) เพียงแค่ประมาณร้อยละ 2 ของจำนวนฟาร์มสุกรทั้งหมด การประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พบว่าหากเกิดการ ระบาดของโรคในประเทศไทย เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ไม่มีระบบการป้องกันภัยทางชีวภาพหรือมีระบบที่ไม่มี ประสิทธิภาพจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งส่วนมากจะพบในเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ดังนั้น หากมี การเตรียมความพร้อมที่ดีและมีประสิทธิภาพโดยการปรับระบบการป้องกันภัยทางชีวภาพและได้รับรอง มาตรฐานฟาร์มของฟาร์มสุกรรายย่อย ส่งผลให้เกษตรกรไม่ได้รับความเสียหายจากโรคระบาดต่างๆ รวมทั้งโรค อหิวาต์แอฟริกาในสุกร อาจหมายรวมถึงสามารถการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคในวงกว้าง ซึ่งเป็น โอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นผู้นำการผลิตสุกรของภูมิภาคเอเชียและเพิ่มโอกาสทางการค้า ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ในภาพรวมของประเทศไทย ต่อไป ดังนั้น หากผู้เลี้ยงได้รับมาตรฐานฟาร์มเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ผลิตภัณฑ์จากสุกรที่ได้มีคุณภาพ และส่งผลต่อความมั่นใจและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ราคาสุกรและผลิตภัณฑ์มีเสถียรภาพมากขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนสามารถประกอบอาชีพร่วมกัน ได้อย่างยั่งยืน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการเลี้ยงและการตลาดของเกษตรกร ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย-เล็ก ปีงบประมาณ 2566 จำนวน 10 ราย
16 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้เกษตรกรผลิตสุกรที่มีคุณภาพดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้น 2. เพื่อให้เกษตรกรมีฟาร์มสุกรที่ได้รับการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR PIG FARM,GAP) หรือฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรค และการเลี้ยงสัตว์ ที่เหมาะสม (GOOD FARMING MANAGEMENT, GFM) 3. เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยประชาชนได้มีอาหารโปรตีนจากสุกรเพื่อบริโภค พื้นที่เป้าหมาย/จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม - พื้นที่เป้าหมาย บ้านหมากมาย ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 10 ราย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาการเลี้ยงของตนเอง และเผยแพร่แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้ 2. เกิดจุดสาธิตการเรียนรู้การเลี้ยงสุกร ภายใต้การสนับสนุนของกรมปศุสัตว์ เพื่อเป็นแหล่ง เรียนรู้ แก่เกษตรกร นักเรียนนักศึกษา ผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าศึกษา 3. มีจุดจำหน่ายผลผลิต/ผลิตภัณฑ์สุกร ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค 4. เกิดการพัฒนา และเพิ่มมูลค่าของผลิตผล ผลิตภัณฑ์ และปริมาณการผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่ ปลอดภัยในชุมชนเกิดความมั่นคงทางอาหาร ผลการดำเนินงาน กิจกรรม หน่วยนับ ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ผลงาน ร้อยละ 1. อบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร ราย 10 10 100 2. สนับสนุนวัสดุการเกษตร แห่ง 1 1 100 3. สนับสนุนเวชภัณฑ์ แห่ง 1 1 100
17 ภาพกิจกรรมการดำเนินโครงการพัฒนาระบบการเลี้ยงและการตลาดของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย-เล็ก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
18 โครงการฝึกอบรมเกษตรกร หลักสูตร “การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงเป็ดไข่” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ****************************************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล หลักการและเหตุผล เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนาศักยภาพการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมดุล เป็นธรรมและ ยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของประเทศ โดยอาศัยอำนาจ ตามความใน มาตรา 11(8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อ วันที่ 14 ตุลาคม 2547 ให้มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่ง มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการฯ จำนวน 3 คณะ ได้แก่คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน คณะอนุกรรมการจัดที่ดิน และคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ จึงได้จัดทำ กิจกรรมด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพสาขาปศุสัตว์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดในรูปแบบ การอนุรักษ์ดินและน้ำ เศรษฐกิจชุมชน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมปศุสัตว์มอบหมายให้กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ดำเนินงานแผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริม เศรษฐกิจฐานราก สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานีได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไข ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร หลักสูตร การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงเป็ดไข่ จำนวน 20 ราย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้มีความรู้ เกิดทักษะ และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเลี้ยงเป็ดไข่แก่เกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการ 2. เพื่อสร้างกระบวนการกลุ่มของเกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรม กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรในพื้นที่ป่าช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 20 ราย ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. เกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเลี้ยงเป็ดไข่ของตนเองได้และจัดการให้ได้รับผลผลิตที่มี คุณภาพได้ 2. เกิดกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการกลุ่มของเกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้
19 ผลการดำเนินงานแผน ผล ร้อยละตัวชี้วัด : ราย 20 20 100 1. อบรมเกษตรกร หลักสูตร "การพัฒนาอาชีพการเลยี้งเป็ดไข่" บาท 5,400 5,400 100 2. สนับสนุนปัจจัยการผลิต บาท 137,000 137000 100งบประมาณ บาท 142,400 142,400 100.00ผลผลิต : 1. เกษตรกรได้รับการฝึกอบรม เพิ่มความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์(เป็ดไข)่จ านวน 20 ราย 2. เกษตรกรได้รับเงินอุดหนุน เพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้มากขึ้นผลลัพธ์: เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพการเลยี้งเป็ดไข่และได้รับผลิตจากการด าเนินการมากขึ้นภาพถ่ายกิจกรรม พร้อมบรรยายภาพ :พื้นที่คทช. โครงการ/กิจกรรมที่ด าเนินการ หน่วยนับแผนและผลการด าเนินการ/เบิกจ่าย 5. ป่าช่องเม็กอ าเภอสิรินธรโครงการ : โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินท ากินของเกษตรกรพื้นที่ด าเนินการ :ป่าช่องเม็ก อ าเภอสิรินธรกิจกรรม :ปัญหาอุปสรรค :แนวทางแก้ไขปัญหา : อบรมเกษตรกร หลักสูตร การพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ พื้นที่ด าเนินการ ป าช่องเม็ก อ าเภอสิรินธร ศาลาหมู่บ้าน บ ดอนกลาง ม ต ช่องเม็ก อ สิรินธร จ อุบลราชธานี สนับสนุนปัจจัยการผลิตเกษตรกร ราย ประกอบด้วย เป็ดไข่ จ านวน ตัว ราย อาหารเป็ดไข่ จ านวน กระสอบ ราย ถังให้น้ า จ านวน ชุด ราย ถังอาหาร จ านวน ชุด ราย วิตามิน จ านวน อง ราย อวนตาข่าย ม้วน ราย พื้นที่ด าเนินการ ป าช่องเม็ก อ าเภอสิรินธร ศาลาหมู่บ้าน บ ดอนกลาง ม ต ช่องเม็ก อ สิรินธร จ อุบลราชธานี
20 โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ ประจำปี ๒๕๖6 ****************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน หลักการและเหตุผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560- 2564 โดยเน้นการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการขยายผลด้านการผลิต ความสอดคล้องของมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ กับความต้องการของตลาดและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ประกอบด้วย 1) การบริหารจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรม 2) การพัฒนาการผลิตเกษตรอินทรีย์ตลอดทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน 3) การสร้างความเข้มแข็ง ด้านการตลาด และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย และ 4) การบูรณา การเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ไทย ทั้งนี้ เพื่อมุ่งให้ “ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้าและการบริโภคสินค้า เกษตรอินทรีย์ในระดับสากล” สำหรับการดำเนินงานในปี 2566 กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินงานด้านการ พัฒนาปศุสัตว์อินทรีย์ ได้กำหนดแผนการปฏิบัติงานกิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Supply Chain) โดยคำนึงถึงการ พัฒนาการผลิตที่เป็นปศุสัตว์อินทรีย์ตามวิถีพื้นบ้าน ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรขอรับรองฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ และพัฒนาเชื่อมโยงปศุสัตว์อินทรีย์ในเชิง พาณิชย์อย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ ฐานข้อมูลปศุสัตว์อินทรีย์ให้เป็นระบบ และให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าถึงได้ง่าย 2. เพื่อพัฒนาและเชื่อโยงระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ ทั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้เกิด ศักยภาพการผลิตและสร้างความยั่งยืนของระบบการผลิต 3. เพื่อสร้างอัตลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับสินค้าปศุสัตว์อินทรีย์ 4. เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าและการบริโภคสินค้าปศุสัตว์อินทรีย์ 5. เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนปศุสัตว์อินทรีย์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และบรรลุผลตามเป้าหมาย เป้าหมาย 1. การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ - ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์20 ราย 2. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการปศุ สัตว์อินทรีย์ 1 ราย 3. การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ (DLD organic Thailand) - สนับสนุนปัจจัยการผลิต 4 ราย 4. พัฒนาตลาดสีเขียว 1 แห่ง 5. ติดตามและนิเทศงาน 12 ครั้ง พื้นที่ดำเนินการ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไช่ อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี
21 วิธีดำเนินการ 1. การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ - ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ 2. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการปศุสัตว์อินทรีย์ 3. การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ (DLD organic Thailand) - สนับสนุนปัจจัยการผลิต 4. พัฒนาตลาดสีเขียว 5. ติดตามและนิเทศงาน งบประมาณ ดำเนินงาน โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ แผนงานบูรณาการพัฒนา ศักยภาพการผลิตภาคเกษตร ตัวชี้วัด 1. เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี แก่ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ จำนวน 1 ราย 2. เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ จำนวน 20 ราย 3. จำนวนฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต จำนวน 4 ราย 4. พัฒนาตลาดสีเขียว จำนวน 1 แห่ง ผลการดำเนินการ 1. การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ - ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ 20 ราย 2. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริม การปศุสัตว์อินทรีย์ 1 ราย 3. การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ (DLD organic Thailand) - สนับสนุนปัจจัยการผลิต 4 ราย 4. พัฒนาตลาดสีเขียว 1 แห่ง 5. ติดตามและนิเทศงาน 12 ครั้ง ผลการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้จัดสรร - ได้รับจัดสรร 71,000 บาท - เบิกจ่าย 71,000 บาท - คงเหลือ 0 บาท - คิดเป็นร้อยละ 100 %
22 กิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรมการเตรียมความพร้อมรับปัจจัยการผลิต การทำไก่ไข่อินทรีย “ตรวจรับไก่ไข่โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมการส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์” วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ปศุสัตว์อำเภอโพธิ์ไทร ส่งมอบไก่ไข่สาวจำนวน 160 ตัวให้กับเกษตรกร จำนวน 4 รายๆละ 40 ตัว ประกอบด้วย นายสุนทร ทองแสน, นางศรีพนม วันบุญมา, นางสาววาสนา สืบอ้วน และนางสาวมลัยพร กุลโชติ จากกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านเกาะแกดภายใต้(กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์เกาะแกด) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามโครงการพัฒนาเกษตรกรยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์(ไก่ไข่ อินทรีย์) ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ กลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์เกาะแกด ตำบลโพธิ์ ไทร อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี
23 โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ******************************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน หลักการและเหตุผล จากนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เป็นจุดถ่ายทอด ความรู้ด้านการเกษตรของชุมชน และเป็นที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตร ประกอบกับใน สภาวะปัจจุบันสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับปัญหาโรค แมลง และดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สิน และไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาชุมชนและ สามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร โดย เน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ใน ประเด็นการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ตลอดจนการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอด ฤดูกาลผลิต เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบ ในลักษณะของเกษตรกรสอนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเกิดจิตสำนึกในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เกษตร ที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับจาก ศพก. ไปประยุกต์ใช้เพื่อลด ต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และมีระบบการผลิตที่พึ่งพา ตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังเป็นจุดที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่างๆ กับเกษตรกร อีกทั้งยังใช้เป็นจุดนัดพบในการพบปะพูดคุยของเจ้าหน้าที่กับเกษตรกร และเกษตรกรกับเกษตรกรด้วยกันเอง วัตถุประสงค์ 1.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการและการตลาดผลผลิต ด้านปศุสัตว์ในชุมชนแก่เกษตรกร รวมทั้งให้บริการทางการเกษตร และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ 2. เพื่อเป็นกลไกในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการ เกษตรในพื้นที่ 3. เพื่อให้บริการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารด้านการปศุสัตว์ 4.เป็นต้นแบบในการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพด้านปศุสัตว์ พื้นที่ดำเนินการ จำนวน 25 อำเภอ จังหวัดอุบลราชธานี
24 เป้าหมาย 1. ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 75 ศูนย์ 2. ศูนย์เครือข่าย ศพก. (ด้านปศุสัตว์) จำนวน 75 ศูนย์ 3.เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ จำนวน 250 ราย หน่วยงานดำเนินการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม ด้านปศุสัตว์แก่เกษตรกร วิเคราะห์ศักยภาพและสนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรต้นแบบที่แจ้งความ ประสงค์ตามเมนูทางเลือกอาชีพด้านปศุสัตว์ ติดตาม ให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหา รายงานผลการดำเนินงาน ประจำเดือนให้กรมปศุสัตว์ และรายงานผลในระบบบริหารการปฏิบัติงาน (e-Operation)ของกองแผนงาน วิธีการดำเนินงาน 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดของแผนการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปศุสัตว์อำเภอ 2. พัฒนาความพร้อมศูนย์เรียนรู้ฯ ศพก. เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมด้าน ปศุสัตว์แก่เกษตรกร วิเคราะห์ศักยภาพสนับสนุนอาหารสัตว์และวัสดุอุปกรณ์ด้านการเกษตร เพื่อให้มีความ พร้อมในการถ่ายทอดความรู้ และให้บริการกับประชาชนผู้สนใจและรายงานผลการดำเนินงานประจำเดือน 3. พัฒนาศักยภาพเกษตรกรเจ้าของศูนย์เรียนรู้ฯ/เกษตรกรต้นแบบศพก. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ เกษตรกรต้นแบบ (เจ้าของศูนย์) เพื่อถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเลี้ยงสัตว์โดยให้ ความสำคัญด้านการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้านปศุสัตว์จำนวน 25 ราย 4. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอดำเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรผู้สนใจ ศูนย์ละ 10 ราย จำนวน 5 รุ่น รวม 250 ราย โดยใช้สถานที่และวิทยากร เจ้าของศูนย์เรียนรู้ฯต้นแบบเพื่อให้เกษตรกรมีความรู้สามารถการเลี้ยงปศุสัตว์เบื้องต้น สามารถนำไปปรับใช้ใน การประกอบอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ จำนวน 1 วัน 5. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศูนย์เครือข่าย ศพก. (ด้านปศุสัตว์) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอด ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรเจ้าของศูนย์เครือข่าย ศพก. (ด้านปศุสัตว์) จำนวน 25 เครือข่าย เพื่อให้ เกษตรกรมีความรู้สามารถเพิ่มผลผลิตปศุสัตว์ที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดเพื่อขยายผลอาชีพ ด้านปศุสัตว์ ในการให้บริการประชาชนผู้สนใจจำนวน 1 วัน 6. ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างอาชีพด้านปศุสัตว์แก่ศูนย์เครือข่าย ศพก. (ด้านปศุสัตว์) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการ สนับสนุนพันธุ์สัตว์และปัจจัยการผลิตให้แก่ศูนย์เครือข่าย ศพก. (ด้านปศุสัตว์) ที่ผ่านการสำรวจความต้องการด้านปศุสัตว์ตามเมนูทางเลือกอาชีพที่กรมปศุสัตว์ให้การ สนับสนุน จำนวน 7 เมนู ได้แก่ ไก่พื้นเมือง, ไก่ลูกผสมพื้นเมือง, ไก่ไข่, เป็ดเทศ, เป็ดไข่, หมูชีวภาพ และแพะ โดยให้เกษตรกรจัดหาพันธุ์สัตว์และปัจจัยการผลิตตามคุณลักษณะเฉพาะที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยใช้งบประมาณ เงินอุดหนุน
25 ผลการปฏิบัติงาน ประจำปี พ.ศ. 2566 โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) กิจกรรม หน่วย เป้าหมาย ผลการ ดำเนินงาน 1. พัฒนาความพร้อมศูนย์เรียนรู้ ศพก. ศูนย์ 25 25 2. ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรเจ้าของศูนย์เรียนรู้ ศพก. ราย 25 25 3. ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ราย 250 250 4. สร้างศูนย์เครือข่ายศพก.(ด้านปศุสัตว์) ศูนย์ 25 25 5. ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศูนย์เครือข่ายศพก.(ด้านปศุสัตว์) ราย 250 250 6. สนับสนุนพันธุ์สัตว์และปัจจัยการผลิตให้แก่ศูนย์ เครือข่ายศพก. (ด้านปศุสัตว์) ราย 25 25 7. ติดตาม ให้คำแนะนำ ประเมิน รายงานและสรุปผล การดำเนินงาน ศูนย์ 75 75 ภาพกิจกรรม
26 โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ด้านปศุสัตว์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ************************************ นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล สาระสำคัญของโครงการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร คือรักษา เสถียรภาพสินค้าเกษตร และรายได้ให้กับเกษตรกร การผลิตสินค้าการเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้าง รายได้ และการผลิตกับผลผลิตมีคุณภาพ ได้มาตรฐานตามความต้องกสารของตลาด ซึ่งระบบส่งเสริมเกษตร แบบแปลงใหญ่ เป็นการดำเนินงานซึ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย ที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันที่ พร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยวางระบบ การผลิตและการบริหาร จัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเน้น การผลิตให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต นำไปสู่การจัดการสินค้าเกษตร สู่สมดุลระหว่าง อุปสงค์และอุปทาน สร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นคงในอนาคต โดยเกษตรกรสมาชิกแปลง ใหญ่จะร่วมกันกำหนดเป้าหมายการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอน จนถึงการเชื่อมโยงตลาดกับ ภาคเอกชน แบบประชารัฐ เพื่อนำไปสู้การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต มาตรฐานการ ผลิต และการมีรายได้ในอาชีพที่ยั่งยืน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มบริหารจัดการผลิตและตลาดของเกษตรกร 2. เพื่อลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ของแปลงใหญ่โคเนื้อ กระบือ และโคนม 3. เพื่อยกระดับการป้องกันโรคของฟาร์มปศุสัตว์รายย่อย ลดผลกระทบความเสียหายจากโรค ระบาดสัตว์ ส่งเสริมให้ผลผลิตปศุสัตว์มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เป้าหมายดำเนินงาน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ขึ้นทะเบียนแปลงใหม่ในปี พ.ศ. 2565 – 2566 จำนวน 2 แปลง หลักเกณฑ์และเงื่อนไข เกษตรกรสมัครใจ รวมกลุม และเขาร่วมดำเนินการภายใตหลักเกณฑ เงื่อนไข และเป้าาหมายของ แปลงใญ่ พรอมที่จะพัฒนาการผลิตและการตลาดรวมกัน โดยการมีสวนรวมตลอดกระบวนการพัฒนาเปน การรวมแปลงผลิตสินคาชนิดเดียวกัน แปลงไมจําเปนตองอยูติดกันเปนผืนเดียวแตควรอยูภายในชุมชนที่ ใกล้เคียงกัน สินค้าควรเปนสินคาหลักของเกษตรกร พื้นที่มีความเหมาะสม มีศักยภาพที่จะพัฒนาในเชิง เศรษฐกิจ และสามารถบริหารจัดการได้
27 ขนาดพื้นที่และจ านวนเกษตรกร จําแนกเปน 3 ประเภทสินคา ดังนี้ 1) ขาว พืชไร ปาลมน้ำามัน และยางพารามีพื้นที่รวมกันไมนอยกวา 300 ไร และเกษตรกรสมัคร ใจเขารวมโครงการไมนอยกวา 30 ราย 2) ไมผล พืชผัก ไมดอกไมประดับ สมุนไพร หรือพืชอื่นๆ มีพื้นที่รวมกันไมนอยกวา 300 ไร หรือ เกษตรกรสมัครใจเขารวมโครงการไมนอยกวา 30 ราย 3) ประมง ปศุสัตว์ผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ มีเกษตรกรสมัครใจเขารวมโครงการไมนอยกวา 30 ราย หรือมีจำนวนมีพื้นที่รวมกันไมนอยกวา 300 ไร่ หรือ จำนวนสัตว์ไม่น้อยกว่า 300 หน่วย โดยคิดจำนวน หน่วยตามชนิดสินค้า ดังนี้ - โค 1 ตัว เทากับ 0.65 หนวย - โคนม 1 ตัว เท่ากับ 1.4 หน่วย - กระบือ 1 ตัวเทากับ 0.70 หนวย - สุกร 1 ตัว เท่ากับ 0.4 หน่วย - แพะ แกะ 1 ตัว เทากับ 0.10 หนวย - จิ้งหรีด 1 บอ เทากับ 0.6 หนวย - สัตวปก 1 ตัว เทากับ 0.010 หนวย - ผึ้งพันธุ/ผึ้งโพรง/ชันโรง 1 รัง = 0.6 หนวย หมายเหตุ: การรวมกลุมเกษตรกรแปลงใหญ พื้นที่ทําการเกษตรควรอยูในอําเภอเดียวกัน เพื่อใหงายตอการ บริหารจัดการ หากมีความจําเปนที่ตองรวมพื้นที่ขามอําเภอใหผูจัดการแปลงเสนอแนวทางการบริหารจัดการ แปลงที่ชัดเจนให คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับ จังหวัด (CoO) พิจารณาตามความเหมาะสม ตอไป ขั้นตอนการเข้าร่วมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ การเตรียมการ 1) เจ้าหน้าที่ของรัฐ/เอกชน ศึกษาทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอนการดำเนินงาน วิธีการ เข้าร่วมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน 2) เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร ศึกษาทำความเข้าใจหลักการ วิธีการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ และประเมินศักยภาพตนเอง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเข้าร่วมโครงการตามความสมัครใจ การสมัครเข้าร่วม การส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร ที่สนใจเข้าร่วมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ สามารถยื่นใบ สมัครได้ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่เช่น สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานปศุสัตว์ อำเภอ สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าว เป็นต้น ตามแบบ บันทึกที่กำหนด พร้อมจัดทำข้อมูลโครงสร้างการบริหารจัดการกลุ่มส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ ได้แก่ รายชื่อประธานกลุ่ม ผู้จัดการแปลงและสมาชิกกลุ่มตามแบบบันทึกที่กำหนดการเข้าร่วมมี 2ลักษณะ คือ 1) เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรที่สนใจรวมตัวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และสมัครเข้าร่วม การส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ 2) หน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบ เสนอเกษตรกร/องค์กรเกษตรกรที่มีศักยภาพมีคุณสมบัติตาม เงื่อนไขที่กำหนด และสมัครเข้าร่วมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ การตรวจสอบข้อมูล หน่วยงานหรือองค์กรที่รับสมัคร ทำการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเบื้องต้นให้ครบถ้วนและส่งให้ เลขาคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการ การพิจารณา คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด (CoO) ทำการพิจารณา ตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข พร้อมทั้งพิจารณาผู้จัดการแปลง ทั้งนี้
28 ผู้จัดการแปลงอาจเป็นเจ้าหน้าที่หรือเกษตรกร ที่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นพี่เลี้ยง หรือผู้แทนภาคเอกชนร่วมกับ เจ้าหน้าที่ภาครัฐในกรณีที่เป็นแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ที่มีเอกชนเข้าร่วมในการบริหารจัดการ เจ้าหน้าที่ ภาครัฐที่เป็นพี่เลี้ยงหรือทำงานร่วมกับภาคเอกชน ให้พิจารณาตามภารกิจที่เกี่ยวข้อง ผลการพิจารณาให้การรับรอง 1) ผ่านการรับรอง คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับ จังหวัด (CoO) แจ้งผลการรับรองให้คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดและหน่วยงาน ที่รับสมัครทราบผลการพิจารณา พร้อมทั้งแจ้งกรมส่งเสริมการเกษตรทราบ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแปลงใหญ่ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2) ไม่ผ่านการรับรอง คณะกรรมการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับ จังหวัด (CoO) แจ้งผลการพิจารณาให้หน่วยงานที่รับสมัครทราบ เพื่อแจ้งเกษตรกร/องค์กรเกษตรกรทำการ ปรับปรุง แก้ไขให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ข้อมูลแปลงใหญ่ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ Co – farm ที่ รหัส แปลง ชนิด สินค้า แปลง ปี ชื่อแปลง ที่อยู่ หมู่ ที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด 1 4663 กระบือ 60 แปลงใหญ่กระบือ วิสาหกิจชุมชนผู้ เลี้ยงกระบือแปลงใหญ่ไพบูลย์ 10 ไพบูลย์ น้ำขุ่น อุบลราชธานี 2 6350 กระบือ 61 แปลงใหญ่กระบือ กลุ่มเกษตรกร เลี้ยงกระบือแปลงใหญ่ตำบลฝางคำ 1 ฝางคำ สิรินธร อุบลราชธานี 3 9708 โคเนื้อ 63 แปลงใหญ่โคเนื้อ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้เลี้ยงโคคูเมือง 4 คูเมือง วิรินชำราบ อุบลราชธานี 4 9709 โคเนื้อ 63 แปลงใหญ่โคเนื้อ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรเลี้ยงสัตว์บ้านตูม 1 บ้านตูม นาจะหลวย อุบลราชธานี 5 9710 โคเนื้อ 63 แปลงใหญ่โคเนื้อ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเลี้ยงโคบ้านโคกน้อย 4 บ้านตูม นาจะหลวย อุบลราชธานี 6 11077 โคเนื้อ 64 แปลงใหญ่โคเนื้อ ม.11 ต.หนองเหล่า อ.ม่วงสามสิบ 11 หนองเหล่า ม่วงสามสิบ อุบลราชธานี 7 11078 โคเนื้อ 64 แปลงใหญ่โคเนื้อ ม.10 ต.หนองเมือง อ.ม่วงสามสิบ 10 หนองเมือง ม่วงสามสิบ อุบลราชธานี 8 11079 แพะ 64 แปลงใหญ่แพะ . ม.4 ต.ท่าช้าง อ. สว่างวีรวงศ์ 4 ท่าช้าง สว่างวีรวงศ์ อุบลราชธานี 9 11251 โคเนื้อ 64 แปลงใหญ่โคเนื้อวิสาหกิจชุมชนผลิต ลูกโคและโคขุน ม.4 4 หัวเรือ เ ม ื อ ง อุบลราชธานี อุบลราชธานี
29 ที่ รหัส แปลง ชนิด สินค้า แปลง ปี ชื่อแปลง ที่อยู่ หมู่ ที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด 10 11252 โคเนื้อ 64 แปลงใหญ่โคเนื้อ เกษตรกรเลี้ยงโค ม.9 9 หนองสะโน บุณฑริก อุบลราชธานี 11 11805 โคเนื้อ 65 แปลงใหญ่โคเนื้อวิสากิจชุมชนเลี้ยง โคแม่พันธุ์สร้างอาชีพยั่งยืน 9 โคกสว่าง สำโรง อุบลราชธานี 12 11806 โคเนื้อ 65 แปลงใหญ่โคเนื้อ กลุ่มเลี้ยงโคกระบือบ้านหนองนกเขียน 8 โคกสว่าง สำโรง อุบลราชธานี 13 11807 โคเนื้อ 65 แปลงใหญ่โคเนื้อกลุ่มเลี้ยงแม่พันธุ์ โค-กระบือบ้านสระดอกเกษ 7 โคกสว่าง สำโรง อุบลราชธานี 14 11808 โคเนื้อ 65 แปลงใหญ่โคเนื้อกลุ่มเลี้ยงแม่พันธุ์ โค-กระบือ บ้านนาดี 6 โคกสว่าง สำโรง อุบลราชธานี 15 11809 โคเนื้อ 65 แปลงใหญ่โคเนื้อกลุ่มเลี้ยงแม่พันธุ์ โค-กระบือ บ้านผับแล้ง 6 สำโรง สำโรง อุบลราชธานี 16 11810 โคเนื้อ 65 แปลงใหญ่โคเนื้อ กลุ่มเลี้ยงโคกระบือแม่พันธุ์บ้านวังคก 1 โคกสว่าง สำโรง อุบลราชธานี ผลการดำเนินงาน
30 รายงานผลความก้าวหน้าในการพัฒนาตามเป้าหมาย 5 ด้าน 1. ลดต้นทุน : เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น มีหญ้าเลี้ยงสัตว์อย่าง เพียงพอ และถนอมพืชอาหารสัตว์ ไว้ใช้ในหน้าแล้ง สามารถลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลงได้ 2. เพิ่มผลผลิต : มีการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต โดยการเหนี่ยวนำการเป็นสัดและทำการผสม เทียมด้วยน้ำเชื้อโคเนื้อพันธุ์ดีสามารถเพิ่มผลผลิตการผลิตลูก เพื่อใช้ในการผลิตโคขุนคุณภาพดี ต่อไป 3. เพิ่มประสิทธิภาพ : มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์โคเนื้อให้มี คุณภาพสูง มีโครงสร้างขนาดใหญ่ มีอัตราแลกเนื้อที่ดี และให้คุณภาพซากที่ดี โดยการนำน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ยุโรป มาผสมกับแม่พันธุ์พื้นเมืองหรือแม่พันธุ์ลูกผสมพื้นเมือง เพื่อให้ได้โคลูกผสมที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง มีอัตรา แลกเนื้อที่ดี 4. การบริหารจัดการ : ทีมผู้จัดการแปลงร่วมกับประธานแปลงและเกษตรกรแปลงใหญ่ ร่วมกัน ดำเนินงาน มีการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล กำหนดเป้าหมายการพัฒนา จัดทำแผนพัฒนาและแผนการ ปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาแปลงร่วมกัน 4 ด้าน ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การบริหารจัดการ และการตลาด 5. การตลาด : มีการผลิตโคต้นน้ำจำหน่ายให้กลุ่มสหกรณ์โคเนื้อ เพื่อนำไปเลี้ยงขุนและจำหน่ายให้แก่ บริษัทและร้านค้าที่รับซื้อโคเนื้อเพื่อเป็นเนื้อโคขุนพรีเมียม ภาพกิจกรรม
31 ติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ********************************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล สาระสำคัญของโครงการ หลักการและเหตุผล จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก และยังคงมี แนวโน้ม การระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะถัดไป และจำเป็น ต้องมุ่งเน้นการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพื่อลดผลกระทบจากการหดตัวของ ภาคเศรษฐกิจ สำคัญ รวมทั้งจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรของภาครัฐในการลงทุน เพื่อพยุงเศรษฐกิจและเกิดการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายในประเทศเป็นหลัก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ในด้านต่างๆ ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ซึ่งหนึ่งในนั้น มีกรอบนโยบายด้านเกษตร โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาศักยภาพการ ผลิต ต่อยอดของเดิมให้ดีขึ้น เน้นการ ผลิตในรูปแบบเกษตรสมัยใหม่ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแปลงใหญ่เกษตร แม่นยำที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ มีการสร้างความร่วมมือการบริหาร จัดการที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การแปรรูป และการตลาด ตลอดจนการวางระบบ โครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งมีการพัฒนา กระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐานความปลอดภัย ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการ ดำเนินงานซึ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย ที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันที่พร้อมจะพัฒนาการผลิต และการตลาดร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยวางระบบ การผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเน้น การผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต นำไปสู่การจัดการสินค้าเกษตร สู่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน สร้าง เสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นคงในอนาคต ตามแผนปฏิรูป การเกษตร โดยเกษตรกรยังคงเป็น เจ้าของพื้นที่และร่วมกันดำเนินการบริหารจัดการการผลิต ทั้งนี้ การกำหนดพื้นที่ เป้าหมายของเกษตรแปลง ใหญ่ ดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่ในเขตชลประทาน พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ในเขต สหกรณ์นิคม และ พื้นที่เกษตรทั่วไป โดยเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่จะร่วมกันกำหนดเป้าหมายการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอน จนถึงการเชื่อมโยงตลาดกับ ภาคเอกชน แบบประชารัฐ ทั้งนี้ การ ปรับระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยการนำหลักเกษตรสมัยใหม่ร่วมกับการเชื่อมโยงตลาด จะ ก่อให้เกิดความร่วมมือในการผลิต โดยเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการดำเนินกิจกรรมที่ใกล้เคียง กัน หรือมีพื้นที่ติดต่อกันทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น (Economy of Scale) เกษตรกรเป็นศูนย์กลางใน การ ดำเนินงาน ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการผลิต เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคา ถูก และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม เช่น เครื่องจักรกลการเกษตร (Motor Pool) เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพ ชีวิตดีขึ้น มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพสู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด ด้วย การบูรณาการ ทุกภาคส่วน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 6,916 แปลง เกษตรกร 408,000 ราย พื้นที่ 6,595,008 ไร่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากการลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่ม ผลผลิตรวม 36,180.25 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2563)
32 ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดทำโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และ เชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการ พัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ ต่อยอด ด้าน คุณภาพมาตรฐาน แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงการตลาด และสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต และผลตอบแทนจากการผลิต การลดต้นทุนการผลิต รายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร โดยการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมกัน บริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ 2. ยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และ อุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และยา ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป้าหมาย แปลงใหญ่ที่เสนอความต้องการรับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 3 แปลง ผลที่คาดว่าจะได้รับ แปลงใหญ่ จำนวน 3 แปลง มีการนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลด ต้นทุนการผลิต มีคุณภาพมาตรฐานสอดคล้อง กับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ภาพกิจกรรม ติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด กลุ่มแปลงใหญ่โคเนื้อวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงสัตว์บ้านตูม กลุ่มแปลงใหญ่โคเนื้อวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยง โคบ้านโคกน้อย ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี และแปลงใหญ่กระบือวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเลี้ยงกระบือแปลงใหญ่ไพบูลย์ อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี
33 โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ในพื้นที่ในความรับผิดชอบของปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นายศุภฤกษ์ จิตรมาศ เจ้าพนักงานสัตวบาล หลักการและเหตุผล ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี พ.ศ. 2557 ที่ต้องการให้มีการพัฒนาเกษตรกรเป็น เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้เป็นเจ้าหน้าที่ปราดเปรื่อง (Smart Officer) ซึ่งเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม มีความภาคภูมิใจในความเป็นเกษตรกร และมีความรักเกษตรกรเหมือนญาติ ส่วนเจ้าหน้าที่ปราดเปรื่อง (Smart Officer) หมายถึง ผู้ที่มีความรอบรู้ทางวิชาการและนโยบาย มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกร มีการสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร มีการมุ่งนำเกษตรกรสู่ Green Economy และ Zero waste agriculture และมีความภาคภูมิในใจองค์กรและความเป็นข้าราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เกิดความ มั่นคง เข้มแข็ง โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) เพื่อเป็นกรอบ การดำเนินงานในการพัฒนาภาคการเกษตรให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซึ่ง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนปฏิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ (สปท.) ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เอื้อต่อการ พัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ “เกษตรกรมั่งคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากร การเกษตรยั่งยืน” โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) เป็นการดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร ตัวชี้วัดตามแผนยุทธศาสตร์ : เกษตรกรรับการพัฒนาศักยภาพให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง ภายในเวลา 20 ปี แบ่งเป็น 4 ช่วง คือ 1) ปี 2560 จำนวน 47,784 ราย ปี 2561 จำนวน 81,465 ราย ปี 2562 จำนวน 80,330 ราย ปี 2563 จำนวน 80,230 ราย ปี 2564 จำนวน 83,651 ราย 2) ปี 2565-2569 จำนวน 768,380 ราย 3) ปี 2570-2574 จำนวน 1,200,000 ราย 4 ปี2575-2579 จำนวน 1,900,000 ราย (ที่มา : เอกสารแผนยุทธศาสตร์การเกษตรและ สหกรณ์ ระยะ 20 ปี อ้างใน รายงานผลการตรวจสอบ SF ที่ดำเนินการในปี พ.ศ. 2562) จากสถานการณ์ภาค การเกษตรของไทยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แรงงานเกษตรอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และเกษตรกรรุ่นใหม่มีจำนวนน้อยลง ดินและน้ำมีปัญหาจากการใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่เหมาะสม เกษตรกรรายย่อยยังมีข้อจำกัดในการใช้ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมทั้งยังจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ปัจจัย การผลิต การแปรรู การบรรจุภัณฑ์และระบบโลจิสติกส์ เช่น การผลิตพืช สัตว์พันธุ์ดี และการกระจายพันธุ์ให้ ทั่วถึง การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรจากการขาดทุนในการทำการเกษตร ให้ความสำคัญกับการผลิตให้ ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาดและมีการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง สินค้าเกษตรต้อง มีการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและผลิตสินค้าคุณภาพสูง เช่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ ต้องการฟื้นฟูและ
34 อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปฏิบัติทาง การเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) การพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่องนั้น กรมปศุสัตว์กำหนดให้พัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และ ทักษะ ให้แก่เกษตรกรเป้าหมายด้วยวิธีการจัดหลักสูตร การประชุม การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การระดมความคิด บรรยาย การสาธิต การศึกษาดูงาน หรือวิธีการอื่นๆ ตลอดจนการเรียนรู้จากเกษตรกร ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานด้านปศุสัตว์ เช่น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สถาบัน เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปราชญ์เกษตร เกษตรกรดีเด่นระดับเขต/จังหวัด เจ้าของศูนย์ ศพก. ผู้จัดการฟาร์ม แปลงใหญ่ วิทยากร อาจารย์จากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือ จากวิทยากรผู้มีความรู้แหล่งที่ ประสบความสำเร็จในการพัฒนา ซึ่งมีสถานที่ ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวอย่างที่จะสามารถทำให้ผู้เข้ารับการ พัฒนาได้ศึกษาดูงานได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้เข้ารับการพัฒนาเป็นเกษตรกรปราดเปรื่องเกิดความรู้ความเข้าใจ ในการดำเนินงานด้านปศุสัตว์แล้ว ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นระหว่างกระบวน ศึกษาดูงาน และการสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นพลังด้านบวกในการพัฒนาตนเอง พัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน ของตนเองให้ประสบความสำเร็จต่อไป ทั้งนี้ ให้มีการประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย ทั้งภาครัฐและ เอกชนในพื้นที่ หรือวิทยากรจากพื้นที่อื่นๆ เพื่อจัดทำแผนการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ เหมาะสมให้กับเกษตรกร Smart Farmer เป้าหมาย และมีการติดตามพัฒนาเป็นรายบุคคลให้ครอบคลุมตาม คุณสมบัติที่กำหนดไว้ และรายงานผลการดำเนินงานโครงการในระบบ e-Operation กรมปศุสัตว์ให้ครบถ้วน วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer/ Young Smart Farmer ที่มีประสิทธิภาพ และมีรายได้ ภาคการเกษตรเพิ่มมากขึ้น 2. Smart Farmer ต้นแบบ ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม 1. เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการเกษตรด้านปศุสัตว์ที่มีความสนใจต้องการรับการพัฒนาเป็น Smart Farmer 2. สามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ตลอดการพัฒนา คุณสมบัติของ Young Smart Farmer Young Smart Farmer คือ เกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มีอายุ 17- 45 ปี และมีคุณสมบัติพื้นฐาน 6 ข้อ คือ 1. มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ 2. มีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล และใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการได้ 3. มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) 4. มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค 5. มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม 6. มีความภาคภูมิใจในความเป็นเกษตรก พื้นที่เป้าหมาย/จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม 1. เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีจำนวน 60 ราย 1.1 Smart Farmer จำนวน 10 ราย 1.2 Smart Farmer ต้นแบบ จำนวน 40 ราย 1.3 Young Smart Farmer จำนวน 10 ราย
35 2. ต้องสามารถเข้ารับการพัฒนาหรือการฝึกอบรมได้ตลอดระยะเวลาที่กำหนด รายละเอียดเนื้อหาหลักสูตร ประกอบด้วย 3 หลักสูตร ได้แก่ 1. หลักสูตร “พัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer” ( 10 ราย ) จำนวนวัน :- รุ่นละ 1 วัน หลักสูตร :- พัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer วัตถุประสงค์ :- เพื่อให้เกษตรกรเป็น Smart Farmer ที่มีประสิทธิภาพ ได้รับข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ทางด้านการผลิตและการตลาดที่สามารถทำการผลิตได้อย่างเหมาะสม ประเด็นเนื้อหา :- 1) การจัดทำแผนชีวิต/การบริหารธุรกิจ 2) เทคนิคการเลี้ยงปศุสัตว์ 3) การจัดทำบัญชีครัวเรือน 4) การตลาด เทคนิควิธีการ :- การบรรยาย ศึกษาดูงาน ฯลฯ การประเมินผล :- ก่อนและหลังการฝึกอบรม 2. หลักสูตร “พัฒนา Smart Farmer ต้นแบบ” ( 40 ราย ) จำนวนวัน :- รุ่นละ 1 วัน หลักสูตร :- พัฒนา Smart Farmer ต้นแบบ วัตถุประสงค์ :- เพื่อให้เกษตรกรสามารถเป็น Smart Farmer ต้นแบบที่มีประสิทธิภาพ และสามารถถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ทางด้านการผลิต การเชื่อมโยงการตลาดสินค้าปศุสัตว์และการ รักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นเนื้อหา :- 1) การจัดทำแผนชีวิต/การบริหารธุรกิจ 2) การทำบัญชีครัวเรือน 3) การตลาด/การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าปศุสัตว์ เทคนิควิธีการ :- การบรรยาย แบ่งกลุ่ม ศึกษาดูงาน ฯลฯ การประเมินผล :- ก่อนและหลังการฝึกอบรม 3. หลักสูตร “สร้างผู้นำเยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์” ( 10 ราย ) จำนวนวัน :- รุ่นละ 1 วัน หลักสูตร :- สร้างผู้นำเยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์ วัตถุประสงค์ :- เพื่อให้เกษตรกรรุ่นใหม่ มีทักษะทางด้านวิชาการและการปฏิบัติด้าน เทคโนโลยี เป็นผู้นำด้านการปศุสัตว์ สามารถพัฒนาการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการและ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีการบริหารจัดการผลผลิตและธุรกิจการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าปศุสัตว์ ประเด็นเนื้อหา :- 1) เทคนิคการเลี้ยงปศุสัตว์ 2) การจัดทำแผนชีวิต/การบริหารธุรกิจ 3) การตลาด/การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าปศุสัตว์ เทคนิควิธีการ :- การบรรยายและฝึกปฏิบัติฯลฯ การประเมินผล :- ก่อนและหลังการฝึกอบรม ช่วงระยะเวลาฝึกอบรม 1) หลักสูตร “พัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer” วันที่ 17 มกราคม 2566 2) หลักสูตร “พัฒนา Smart Farmer ต้นแบบ” วันที่ 26 มกราคม 2566 3) หลักสูตร “สร้างผู้นำเยาวชนเกษตรกรด้านปศุสัตว์” วันที่ 16 มกราคม 2566
36 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. โครงการนี้เป็นการพัฒนาเกษตรกรให้สามารถพัฒนาเป็น Smart Farmer และ Smart Farmer Model ต่อไป 2. มีเกษตรกรปราดเปรื่อง ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณสมบัติของ Smart Farmer ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และสามารถประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน สรุปผลการดำเนินงาน กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำการจัดฝึกอบรม โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ทั้ง 3 หลักสูตร เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566 โดยมีเกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรม ครบถ้วนตามเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นในเรื่องการเลี้ยงโคเนื้อ การพัฒนาสาย พันธุ์โคเนื้อ การจับสัดและการผสมเทียม เพื่อพัฒนาการผลิตโคเนื้อของเกษตรกรให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ภาพกิจกรรม
37 ฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ หลักสูตร “เสริมสร้างสมรรถภาพอาสาปศุสัตว์” นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นายศุภฤกษ์ จิตรมาศ เจ้าพนักงานสัตวบาล ผลการดำเนินงาน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ หลักสูตร “เสริมสร้างสมรรถภาพอาสาปศุสัตว์” โดยมุ่งให้อาสาปศุสัตว์มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเลี้ยงดู ปศุสัตว์ด้วยตนเองและสามารถให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และให้ความรู้แก่เกษตรกรในการจัดการด้านปศุสัตว์ พร้อมทั้งช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ปฏิบัติงานในท้องที่ได้อย่างถูกหลักวิชาการ โดยมีการฝึกอบรมอาสา ปศุสัตว์ตามเป้าหมายโครงการฯ 10 ราย และขออนุมัติเพิ่มเติมอีก 40 ราย รวมทั้งสิ้น 50 ราย ภาพการดำเนินงาน
38 โครงการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เกษตรกรดีเด่น (อาชีพเลี้ยงสัตว์) ระดับจังหวัด นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน ประวัติ ชื่อ นายวรวุฒิ ทุ่นทอง ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 1๔๓ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเหล่าแดง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี 3๔๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๘๔-๒๗๒๓๙๐๓ อายุ ๕๓ ปี การศึกษาสูงสุด ปวส. สถานภาพการสมรส สมรส อาชีพ อาชีพเลี้ยงสัตว์ ก่อนมายึดอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ จากเดิมเป็นผู้จัดการทนายความ นิธิพัฒน์ ศรีธัญรัตน์ ในปี ๒๕๔๓ – ๒๕๕๙ ระยะเวลา 16 ปี -ปี ๒๕๕๘ ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานี ระดับตำบลในพื้นที่อำเภอดอนมดแดง -ปี ๒๕๕๙ ได้รับการอบรมหลักสูตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี ๒๕๕๘/๒๕๕๙ และจากปัญหาราค้าสินค้าเกษตรกร เป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดในการหันมาประกอบอาชีพด้าน เกษตรกร ได้รวบรวมเกษตรกรในกลุ่มประสานหน่วยงานราชการเพื่อขอความช่วยเหลือในการนำกลุ่มเข้ารับ การอบรมในกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรในกลุ่มได้รับความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆนำมาปฏิบัติในพื้นที่ ดังนี้ -สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ ๔ (สวพ๔) = การผลิตชีวภัณฑ์ -บริษัทก้าวหน้า = การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,หลักการตลาด -ปี ๒๕๖๐ ได้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาไม่เหมาะสมมาเป็นปลูกพืชอาหารสัตว์ -ปี ๒๕๖๑ ได้ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคขุนสมุนไพรดอนมดแดง เริ่มต้นมีสมาชิกเข้าร่วมกลุ่ม จำนวน ๕๔ ราย ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน ๙๘ ราย ได้รับคัดเลือกเป็นปราชญ์ความมั่นคงกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรจังหวัดอุบลราชธานี -ปี ๒๕๖๒ ได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยทางสำนักงาน ปศุสัตว์อำเภอดอนมดแดงได้ออกมาให้ความรู้ -ปี ๒๕๖๕ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เรื่อง การประกวดผลงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กองทัพไทย ประจำปี ๒๕๖๕ ประเภทประชาชนทั่วไป ของหน่วยงานกองทัพไทย
39 ชนิดปศุสัตว์ที่เลี้ยง -โคเนื้อ ๒๑ ตัว -ไก่ ๑๐๐ ตัว -เป็ด ๒๑ ตัว -ม้า ๒ ตัว -กระบือ ๒ ตัว -ห่าน ๑ ตัว -หมู ๑๐ ตัว -นกยูง ๖ ตัว -แพะ ๒๐ ตัว -กวาง ๑ ตัว รางวัลการันตี -การประกวดผลงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กองทัพไทย ประจำปี ๒๕๖๕ ประเภท ประชาชน (ทั่วไป) ทุกสายอาชีพที่ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยทหารหรือตำรวจ -ได้รับรางวัลครูภูมิปัญญาต้นแบบ ดีเด่น ประเภท การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการดำรงชีวิต การอบรม -ผ่านการอบรมมาตรฐานฟาร์มแพะ GFM ๒๕๖๕ -ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรการผสมเทียมโค (๗๕ ชั่วโมง) -การอบรมสร้างเสริมวิทยากรปราชญ์เพื่อความมั่นคง -อบรมหลักสูตรไทยอาสาป้องกันชาติ หลักสูตร (ทสปช.หลัก) รุ่นที่ อบ.1/2565 -ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์ สำหรับผู้ประกอบการฟาร์มแพะ -อบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหารของกองอำนวยการรักษาความ มั่นคงภายในจังหวัดอุบลราชธานี รุ่นที่ ๑ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ -อบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี ๒๕๕๘/๒๕๕๙ และจบ ปัญหาราค้าสินค้าเกษตร การทำประโยชน์เพื่อชุมชน -สนับสนุนกิจกรรมงานประเพณีบุญเดือน ๕ และสมโภชน์ศาลหลักเมือง อำเภอดอนมดแดง ประจำปี ๒๕๖๒ เป็นเจ้าของแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ -เป็นเจ้าของศูนย์ ศพก. ปี ๒๕๖๒ (แพะ) พื้นที่ทำปศุสัตว์ -ด้านปศุสัตว์ 3๕ ไร่ -ทำสวนยาง,ทำนา,ประมง ๓๕ ไร่ รายได้จากการขายหญ้า พ.ศ.256๓ – 256๕ 1.ปี 256๓ - ต้นทุนการผลิต ๒๐๐,๐๐๐ บาท - เหลือกำไรสุทธิ 1๕๐,๐๐๐ บาท 2.ปี 256๔ - ต้นทุนการผลิต ๑๐๐,๐๐๐ บาท - เหลือกำไรสุทธิ ๑๕๐,๐๐๐ บาท 3.ปี 256๕ - ต้นทุนการผลิต ๑๐๐,๐๐๐ บาท - เหลือกำไรสุทธิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (น้ำท่วมแปลงหญ้า)
40 ดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ภาคการเกษตรและปศุสัตว์ โดยใช้หลักความพอประมาณ มีเหตุ มีผล ประกอบอาชีพด้วยความเอื้ออาทร โดยการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายในพื้นที่เขตอำเภอ จัดตั้ง เครือข่ายภายในพื้นที่จังหวัด ร่วมกับเครือข่ายระดับเขต ร่วมกับเครือข่ายระดับประเทศ และต่างประเทศ ด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ - ใช้การผสมเทียม - มีการคัดแม่พันธุ์ตลอด ด้านอาหาร - ให้อาหารหยาบคือหญ้าสดเป็นหลัก บริหารจัดการแปลงหญ้าอย่างเป็นระบบ - อาหาร TMR ด้านมาตรฐานฟาร์ม -ไม่เป็นฟาร์มที่ได้มาตรฐาน GFM (Good Farm Management) ด้านการเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ -ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรการผสมเทียมโค (๗๕ ชั่วโมง) -การอบรมสร้างเสริมวิทยากรปราชญ์เพื่อความมั่นคง -อบรมหลักสูตรไทยอาสาป้องกันชาติ หลักสูตร (ทสปช.หลัก) รุ่นที่ อบ.1/2565 -ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์ สำหรับผู้ประกอบการฟาร์มแพะ -อบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหารของกองอำนวยการรักษาความ มั่นคงภายในจังหวัดอุบลราชธานี รุ่นที่ ๑ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ -อบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี ๒๕๕๘/๒๕๕๙ และจบปัญหารา ค้าสินค้าเกษตร
41 กิจกรรมต่างๆ จำหน่ายพันธุ์หญ้า จำหน่ายแพะ ข้าวโพดอาหารสัตว์ ร่วมเป็นวิทยากรและร่วมเข้าอบรม
42 กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์บ้านนาดี ตำบลนาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ความเป็นมา บ้านนาดี เดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่นา ป่าชุมชน มี ทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการเลี้ยงโค ซึ่งเกษตรกรชาวบ้านนาดีส่วนใหญ่จะ เลี้ยงโค เป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ซึ่งเป็นอีกอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เป็นอย่างมาก แต่ขาดรูปแบบการจัดการที่ดี ขาดการปรับปรุงพันธุ์ การจัดการด้านอาหาร ด้านสุขภาพสัตว์ไม่แข็งแรง จึงทำ ให้การเจริญเติบโตช้า และเนื่องจากไม่ได้รวมกลุ่มกัน ต่างคนต่างเลี้ยง ต่างคนต่างขาย จึงถูกเอาเปรียบ ถูกกด ราคาจากพ่อค้าคนกลาง แต่ก็ยังคงมีการเลี้ยงโคเพื่อเป็นการปรับปรุงพันธ์ ให้ได้พันธ์สัตว์ที่ดีมีคณุภาพ ที่ตั้ง เลขที่ 213 หมู่ที่ 4 บ้านนาดี ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี จัดตั้งกลุ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔5 วันที่จดทะเบียน 29 มกราคม ๒๕๔5 เลขทะเบียนกลุ่มอบ 30/2545 สมาชิกแรกตั้ง จำนวน 35 คน สมาชิกปัจจุบัน จำนวน 53 คน อายุของกลุ่ม รวม 20 ปี ประธานกรรมการ นายประเสริฐ ดีปาละ โทรศัพท์ ๐๖๒-๑๓๒-๙๙๓๐ ที่ทำการกลุ่ม เลขที่ 213 หมู่ 4 บ้านนาดี ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ความสามารถในการบริหารจัดการสถาบัน 1. มีการกำหนดโครงสร้างขององค์กรที่เหมาะสมสอดคล้องกับขนาดของการดำเนินธุรกิจ กลุ่มเกษตรกรมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการโดย สมาชิกในที่ประชุมใหญ่เป็นผู้เลือกตั้งตามข้อบังคับ มีคณะกรรมการดำเนินการทั้งหมด จำนวน 7 คน ทั้งนี้ เพื่อความเหมะสมและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและขนาดของกลุ่มเกษตรกร และมีการให้สมาชิกออมเงิน ทุกวันที่ 10 ของเดือน 2. มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรรมการในการกำกับ ดูแลและควบคุมงานที่ชัดเจนและ เหมาะสม กลุ่มเกษตรกรมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างบุคคลโดยจัดให้มีการตรวจสอบความถูกต้องระหว่าง กัน ไม่ให้บุคคล คนเดียวปฏิบัติงานตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดและการทุจริตหรือการ กระทำที่ไม่เหมาะสมโดยการแยกหน้าที่การอนุมัติ การจดบันทึก การเก็บรักษา และการสอบทานออกจากกัน 3. มีการแบ่งงานตามธุรกิจ เพื่อลดช่องว่างและการทำงาน ้ำ ้อน กลุ่มเกษตรกรได้มีการแบ่งแยกหน้าที่ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจ ของกลุ่มเกษตรกรที่ชัดเจนและเหมาะสม 4. มีระบบการบริหารงานที่สอดคล้องกับนโยบายและมีทิศทางในการปฏิบัติงาน กลุ่มเกษตรกรมีการประชุมวางแผนการดำเนินงานประจำปีและกำหนดงบประมาณรายจ่าย ประจำปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและเป็นเครื่องมือในการควบคุมติดตามและประเมินผลการ ปฏิบัติงานของกลุ่มเกษตรกร 5. กลุ่มเกษตรกรมีบริการเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงโค ประกอบด้วย บริการดูแลรักษาสุขภาพโค โดย มี “อาสาปศุสัตว์ประจำกลุ่ม” ที่ผ่านการอบรมจากกรมปศุสัตว์ และมีกองทุนยาเวชภัณฑ์เพื่อให้บริการด้าน สุขภาพสัตว์ อาทิเช่น การฉีดวัคซีนป้องกันโรค การรักษากระบือป่วยเบื้องต้น การสนตะพาย เป็นต้น
43 ภาพการบริการฉีดวัค ีนป้องกันรักษาโรค
44 สรุปผลการดำเนินโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระยะที่ 1 ปีงบประมาณ 2566 นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน หน่วยงานรับผิดชอบ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ผู้รับผิดชอบ 1. นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ 2. นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน 2. เพื่อเพิ่มผลผลิตโคเนื้อและความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและประเทศ 3. เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานทดแทนของประเทศ 4. เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ 5. เพื่อเพิ่มศักยภาพระบบการผลิตโคเนื้อของประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ 1 ตุลาคม 2558 - 30 กันยายน 2565 (7 ปี ) ขยายสัญญา ถึงปี 2566 เป้าหมาย กลุ่มเกษตรกร อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 4 กลุ่ม การกู้ยืมเงิน (1) องค์กรเกษตรกร (สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ) ขอสินเชื่อกับกรมปศุสัตว์ องค์กรละไม่เกิน 5,000,000 บาท (2) สมาชิกขอสินเชื่อกับองค์กรเกษตรกร (สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ) รายละไม่เกิน 250,000 บาท เป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้ -ค่าเช่าซื้อแม่โคเนื้อ รายละไม่เกิน 5 ตัว ตัวละไม่เกิน 40,000 บาท -ค่าก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงเรือน/แปลงหญ้า รายละไม่เกิน 50,000 บาท หมายเหตุ : การจ่ายเงินกู้ยืมตาม (1) และ (2) ผู้ให้กู้จะจ่ายเงินกู้ยืมตามสัดส่วนของงวดงาน การจัดหาแม่โคเนื้อ (1) ผู้ที่สนใจจะจำหน่ายแม่โคเนื้อตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของโคเนื้อเพศเมียโครงการ ฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (เอกสารแนบ 11) ให้ยื่นแบบหนังสือแสดงความจำนงเพื่อจำหน่ายแม่โคเนื้อโครงการฟาร์ม โคเนื้อสร้างอาชีพ (เอกสารแนบ 12) ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพื้นที่ (2) สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จัดซื้อแม่โคเนื้อตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของโคเนื้อเพศเมีย ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด (และจะต้องเป็นแม่โคเนื้อที่ตั้งท้อง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือแม่โคเนื้อ ลูกติด) ตามหนังสือสัญญาซื้อ-ขายแม่โคเนื้อ ระหว่าง สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ กับ ผู้ขายแม่โคเนื้อ โครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (เอกสารแนบ 16) ในราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ โดยความเห็นชอบของ คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระดับจังหวัด (เอกสารแนบ 4) (3) เกษตรกรต้องทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อแม่โคเนื้อโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพกับสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ (เอกสารแนบ 17) (4) กรณีแม่โคเนื้อตายหรือแท้งลูกภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังส่งมอบ โดยมีสาเหตุจากโรค ที่ระบุในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของโคเนื้อเพศเมียที่กำหนดในโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรจะต้องนำแม่โคเนื้อมาทดแทนให้กับเกษตรกรผู้เช่าซื้อภายใน 30 วัน
45 การส่งคืนเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ย (1) สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จะต้องเรียกเก็บเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากเกษตรกร ก่อนครบกำหนดการชำระคืนให้กับกรมปศุสัตว์ (2) สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จะต้องส่งคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับกรมปศุสัตว์ ตามแผนการชำระเงิน ดังนี้ 1) ปีที่ 4 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2562) ส่งคืนเงิน ต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ยืม พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 2 ของเงินต้น 2) ปีที่ 5 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2563) ส่งคืนเงิน ต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ยืม พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 2 ของเงินต้นคงเหลือ 3) ปีที่ 6 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2564) ส่งคืนเงิน ต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ยืม พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 2 ของเงินต้นคงเหลือ 4) ปีที่ 7 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2565) ส่งคืนเงิน ต้นที่เหลือทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 2 (3) เกษตรกรหรือสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ สามารถชำระเงินกู้ก่อนกำหนดได้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่กำหนด คือ - ภายในปีที่ 3 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ จะไม่คิดดอกเบี้ย - ปีที่ 4 – 7 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี - ปีที่ 8 (ขยายระยะเวลาการส่งคืนเงินต้น) ผลการดำเนินงานติดตามการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ปีที่8 การติดตามและประเมินผล กิจกรรม จำนวน กลุ่ม หน่วยงานร่วม ดำเนินการ หน่วย (ครั้ง) ติดตามการชำระหนี้คืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 4 สนง.ปศจ./ ปศอ./ สนง.ปศข 3 4 ติดตามปัญหา อุปสรรค 4 สนง.ปศจ./ ปศอ. 12 ให้ความรู้ คำแนะนำ 4 สนง.ปศจ./ ปศอ. 4
46 ภาพกิจกรรม กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์สมสะอาด กลุ่มเกษตรกรทำนาบัวงาม สหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์เครือข่ายโรงเรียนปศุสัตว์เดชอุดม จำกัด กลุ่มเกษตรกรทำนากุดประทาย