The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการดำเนินโครงการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานผลการดำเนินโครงการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี

รายงานผลการดำเนินโครงการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี

47 สรุปผลการดำเนินโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระยะที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน หน่วยงานรับผิดชอบ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ผู้รับผิดชอบ 1. นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ 2. นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน 2. เพื่อเพิ่มผลผลิตโคเนื้อและความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี (พ.ศ. 2560-2567) เป้าหมาย กลุ่มเกษตรกร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 6 กลุ่ม 8 อำเภอ การกู้ยืมเงิน (1) องค์กรเกษตรกร (สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ) ขอสินเชื่อกับกรมปศุสัตว์ องค์กรละไม่เกิน 5,000,000 บาท (2) สมาชิกขอสินเชื่อกับองค์กรเกษตรกร (สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ) รายละไม่เกิน 250,000 บาท เป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้ -ค่าเช่าซื้อแม่โคเนื้อ รายละไม่เกิน 5 ตัว ตัวละไม่เกิน 40,000 บาท -ค่าก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงเรือน/แปลงหญ้า รายละไม่เกิน 50,000 บาท หมายเหตุ : การจ่ายเงินกู้ยืมตาม (1) และ (2) ผู้ให้กู้จะจ่ายเงินกู้ยืมตามสัดส่วนของงวดงาน การจัดหาแม่โคเนื้อ (1) ผู้ที่สนใจจะจำหน่ายแม่โคเนื้อตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของโคเนื้อเพศเมียโครงการ ฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (เอกสารแนบ 11) ให้ยื่นแบบหนังสือแสดงความจำนงเพื่อจำหน่ายแม่โคเนื้อโครงการฟาร์ม โคเนื้อสร้างอาชีพ (เอกสารแนบ 12) ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพื้นที่ (2) สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จัดซื้อแม่โคเนื้อตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของโคเนื้อเพศเมีย ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด (และจะต้องเป็นแม่โคเนื้อที่ตั้งท้อง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือแม่โคเนื้อ ลูกติด) ตามหนังสือสัญญาซื้อ-ขายแม่โคเนื้อ ระหว่าง สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ กับ ผู้ขายแม่โคเนื้อ โครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (เอกสารแนบ 16) ในราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ โดยความเห็นชอบของ คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระดับจังหวัด (เอกสารแนบ 4) (3) เกษตรกรต้องทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อแม่โคเนื้อโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพกับสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ (เอกสารแนบ 17) (4) กรณีแม่โคเนื้อตายหรือแท้งลูกภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังส่งมอบ โดยมีสาเหตุจากโรค ที่ระบุในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของโคเนื้อเพศเมียที่กำหนดในโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรจะต้องนำแม่โคเนื้อมาทดแทนให้กับเกษตรกรผู้เช่าซื้อภายใน 30 วัน


48 การส่งคืนเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ย (1) สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จะต้องเรียกเก็บเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากเกษตรกร ก่อนครบกำหนดการชำระคืนให้กับกรมปศุสัตว์ (2) สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จะต้องส่งคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับกรมปศุสัตว์ ตามแผนการชำระเงิน ดังนี้ 1) ปีที่ 4 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2564) ส่งคืนเงิน ต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ยืม 2) ปีที่ 5 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2565) ส่งคืนเงิน ต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ยืม 3) ปีที่ 6 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2566) ส่งคืนเงิน ต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ยืม 4) ปีที่ 7 ของโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ (ภายใน 31 สิงหาคม พ.ศ.2567) ส่งคืนเงิน ต้นที่เหลือทั้งหมด (3) เกษตรกรหรือสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ สามารถชำระเงินกู้ก่อนกำหนดได้ ผลการดำเนินงานติดตามการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ปีที่6 การติดตามและประเมินผล กิจกรรม จำนวน กลุ่ม หน่วยงานร่วม ดำเนินการ หน่วย (ครั้ง) ติดตามการชำระหนี้คืนเงินต้น 6 สนง.ปศจ./ ปศอ./ สนง.ปศข 3 24 ติดตามปัญหา อุปสรรค 6 สนง.ปศจ./ ปศอ. 12 ให้ความรู้ คำแนะนำ 6 สนง.ปศจ./ ปศอ. 4


49 ภาพกิจกรรม กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ตำบลนาเจริญ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคคุณภาพดีบ้านนาคำ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านฝางเทิง หมู่ 2 ตำบลฝางเทิง อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี


50 ร้อยละความสำเร็จการดำเนินงาน เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี กรมปศุสัตว์ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ********************************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมสัตว์พันธุ์ดี และเทคโนโลยีของกรม ปศุสัตว์ 2.เพื่อกระจายพันธุกรรมดีให้เกษตรกรนำไปใช้ปรับปรุงพันธุ์และรับรองพันธุ์สัตว์ของเกษตรกร 3.เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สัตว์พันธุ์พื้นเมือง สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หรือสัตว์หายาก เป็นการคุ้มครอง พันธุกรรมสัตว์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และให้ได้รับการพัฒนาและคงอยู่อย่างยั่งยืน 4. เพื่อสร้างฟาร์มเกษตรกรต้นแบบ (Smart Farmer) ให้เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกร เพื่อการเรียนรู้ ในระดับพื้นที่ เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีหมายถึง เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ฟาร์ม ที่นำสัตว์ เทคโนโลยี องค์ความรู้ ของ กรมปศุสัตว์ไปใช้ประโยชน์ ทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ ขยายพันธุ์ และอนุรักษ์พันธุ์เพื่อกระจายพันธุ์ให้เกษตรกร ทั่วไปได้อย่างทั่วถึง ภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ทั้งด้านการจัดการฟาร์ม การคัดเลือกพันธุ์ เพื่อให้ เพียงพอกับความต้องการบริโภค โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. เครือข่ายใช้ประโยชน์พันธุกรรมและเทคโนโลยี เรียกว่า “ผู้ใช้ประโยชน์หรือลูกค้า (Clientele)” เกษตรกรที่นำสัตว์พันธุ์ดี/น้ำเชื้อ/ตัวอ่อน จากกรมปศุสัตว์หรือเทคโนโลยี ไปใช้ประโยชน์ใน กระบวนการผลิตเพื่อเป็นอาชีพ หรือเป็นการค้า เช่น นำไปขุนจำหน่าย หรือ นำไปผสมพันธุ์ยกระดับสายเลือด เพื่อผลิตลูกผสมจำหน่ายแก่เกษตรกรทั่วไป หรือใช้องค์ความรู้ หรือนำเทคโนโลยีด้านการจัดการฟาร์มและระบบสารสนเทศของกรมปศุสัตว์ไปใช้ ในกระบวนการผลิต เช่น การจัดการฟาร์ม การบันทึกข้อมูล ฯลฯ 2. เครือข่ายปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์ เรียกว่า “ผู้ผลิตพันธุ์สัตว์ (Breeder)” เกษตรกรที่นำสัตว์พันธุ์ดี/น้ำเชื้อ/ ตัวอ่อนจากกรมปศุสัตว์ไปใช้เป็นพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ เพื่อผลิตลูก พันธุ์แท้ตามพันธุกรรมดั้งเดิม หรือพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์สร้างขึ้น หรือนำไปปรับปรุงพันธุ์แท้จากแหล่งอื่นที่ขึ้น ทะเบียนกับกรมปศุสัตว์หรือที่กรมปศุสัตว์รับรองให้สัตว์ในฝูงมีพันธุกรรมดีขึ้น แต่ยังคงรักษาพันธุ์แท้เอาไว้ แล้ว จำหน่ายพันธุ์ดีขยายพันธุ์ต่อไป โดยใช้องค์ความรู้หรือเทคโนโลยีของกรมปศุสัตว์ เช่น การจัดการฟาร์มระบบสารสนเทศการบันทึก ข้อมูล ฯลฯ ไปใช้ในกระบวนการผลิต กรมปศุสัตว์สามารถพัฒนาให้เป็นฟาร์มตันแบบผลิตสัตว์พันธุ์ดี และสามารถให้การรับรองพันธุ์สัตว์ ภายในฟาร์มของเครือข่ายได้ เสมือนเป็นตัวแทนกรมปศุสัตว์ในพื้นที่เผื่อผลิตสัตว์พันธุ์ดีกระจายพันธุ์สู่เกษตรกร 3. เครือข่ายอนุรักษ์พันธุ์สัตว์พื้นเมือง(Conservation) เรียกว่า “ผู้อนุรักษ์ (Conservator)” เครือข่ายผู้อนุรักษ์สายพันธุ์พื้นเมือง หรือสัตว์พื้นเมืองประจำถิ่นที่หายากและใกล้สูญพันธุ์โดยรักษา พันธุกรรมดั้งเดิมซึ่งเป็นพันธุ์แท้ สัตว์ชนิดนั้นๆ ไม่มีการผสมข้ามพันธุ์ อีกทั้งไม่ได้มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นอาหาร เพียงอย่างเดียว มีการอนุรักษ์ร่วมกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น อาจเป็นเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือ ชมรมก็ได้ กรมปศุสัตว์สามารถขึ้นทะเบียนพันธุ์และให้การรับรองพันธุ์สัตว์ภายในฟาร์มของเครือข่ายได้


51 ผลการดำเนิน ระดับความสำเร็จของการตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของฟาร์มเครือข่ายที่ได้รับการตรวจเยี่ยม ปีงบประมาณ 2566 ที่ ชนิดสัตว์ หน่วยวัด ประเภทเครือข่าย ได้รับการ ตรวจเยี่ยม ปีละ 2 ครั้ง ใช้ประโยชน์ พันธุกรรมและ เทคโนโลยี ปรับปรุงพันธุ์ และขยายพันธุ์ อนุรักษ์พันธุ์ สัตว์พื้นเมือง 1 โคเนื้อ 8 ฟาร์ม 1 3 4 16 2 กระบือ 4 ฟาร์ม - 4 - 8 3 สุกร 1 ฟาร์ม 1 - - 2 4 แพะ 1 ฟาร์ม - 1 - 2 5 สัตว์ปีก 2 ฟาร์ม 2 - - 2 รวมทั้งสิ้น 16 ฟาร์ม 4 8 4 32 ภาพกิจกรรม


52 โครงการขยายพื้นที่การปลูกพืชอาหารสัตว์ ทั่วประเทศ 50,000 ไร่ เพื่อลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์ นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นายศุภฤกษ์ จิตรมาศ เจ้าพนักงานสัตวบาล ผลการดำเนินงาน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี มีเกษตรกรที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในรอบที่ 1 จำนวน 711 ราย พื้นที่ปลูก 711 ไร่ และในรอบที่ 2 (ลงทะเบียนผ่าน google form) จำนวน 110 ราย พื้นที่ปลูก 314.5 ไร่ รวมทั้งสิ้นเกษตรกร 821 ราย พื้นที่ปลูก 1,025.5 ไร่ และได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์หญ้าให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี ครบถ้วนทุกรายที่ลงทะเบียน ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 โดยมีการส่งมอบให้กับทางปศุสัตว์ อำเภอแต่ละอำเภอนำไปส่งมอบให้กับเกษตรกรตามรายชื่อที่ลงทะเบียน ภาพการดำเนินงาน


53 โครงการปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด เพื่อการบริหารจัดการด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการ ปี 2566 ************************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล สาระสำคัญของโครงการ เป็นระบบสำหรับการบันทึก และนำเข้าข้อมูลการผลิตสินค้าการเกษตร ได้แก่ พืช ปศุสัตว์ ประมง นำมาวิเคราะห์ และคาดการณ์แนวโน้มการผลิต สำหรับ หน่วยงานภาครัฐ เกษตรกร และ ผู้ประกอบการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่มีวิธีดำเนินการในทิศทาง เดียวกัน มี รูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ และแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ได้ปฏิทินฯ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างทันท่วงที แนวทางการใช้ประโยชน์จากปฏิทิน ฯ การจัดทำคู่มือฯ นำมาสู่การนำเข้าข้อมูลของแต่ละพื้นที่ตามกระบวนการ เพื่อการจัดทำปฏิทิน ผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด ซึ่งเป็นการวางแผนล่วงหน้าของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เพื่อเป็น ฐานข้อมูลสินค้าเกษตรและช่วงเวลาที่ผลผลิตออกสู่ตลาดของจังหวัด โดยหน่วยงานต่างๆ สามารถนำ ปฏิทินฯไปใช้ประโยชน์ ภาพการแสดงข้อมูล


54


55 สรุปผลการดำเนินงานกิจกรรม โครงการคืนควายใหญ่ ควายงาม สู่เมืองอุบลราชธานี ********************************* นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางธัญญา พันธ์สว่าง เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล นายศุภฤกษ์ จิตรมาศ เจ้าพนักงานสัตวบาล นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล นส.สกุลรัตน์ ปัญญาธิกุล จ้างหมาโครงการ ธคก. นส.ปวีณา สติภา จ้างเหมาโครงกร ธคก. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อขยายพันธุกรรมควายใหญ่ ควายงามโดยวิธีการผสมเทียมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย 2. เพื่อพัฒนาคุณภาพและปริมาณการผลิต ส่งเสริมการตลาด สร้างรายได้จากมูลค่าเพิ่มของควาย ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควาย ให้มีความยั่งยืน 3. เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบทอดประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์พื้นถิ่น ภูมิปัญญา ทำให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง 4. เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงควายสู่ผืนนา ลดปัญหาการขาดแคลนพลังงานและภาวะโลกร้อน และ รองรับผลกระทบ จากสถานการณ์โรคติดเซื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เป้าหมาย 1. เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีทั้ง 25 อำเภอ (แม่พันธุ์ควาย จำนวน 41,029 ตัว ) 2. จำนวนควายได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดยการผสมเทียม 5,000 แม่ 3. จำนวนลูกเกิดจากแม่ที่ได้รับการผสมเทียม จำนวน 3,000 ตัว (60 %) ผลการดำเนินการ กิจกรรม ผลการดำเนิน หน่วย หมายเหตุ การรับบริจาคน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ 4,540 หลอด การเหนี่ยวนำการเป็นสัด 105 ตัว การผสมเทียม 1,679 ตัว การติดตามลูกเกิดจากการผสมเทียม 1,007 ตัว กิจกรรมสนับสนุน - การประกวดสัตว์ - การแสดงและโชว์พ่อพันธุ์ 2 3 ครั้ง ครั้ง 1. กิจกรรม การรับบริจาคน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ควายใหญ่ ควายงาม วัตถุประสงค์ เพื่อนำไปส่งเสริมและปรับปรุงพันธุ์ควายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี ให้ได้มาตรฐาน พัฒนาสัตว์พันธุ์ดี ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงควายให้ได้รับการพัฒนา และยกระดับ อาชีพการเลี้ยงให้มีรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี


56 กิจกรรมรับมอบน้ำเชื้อควายพ ่อพันธุ์สนับสนุน โครงการคืนควายใหญ ่ ควายงาม สู ่เมือง อุบลราชธานี" วันที่ 8 ตุลาคม 2564 รับมอบน้ำเชื้อความพ่อพันธุ์แก้วฟ้า พญาควายเผือก มณีแดง และเก้าล้าน สนับสนุนโดยสอนศิริฟาร์ม นายพรหมพิริยะ สอนศิริ หมู่ที่ 2 ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวนรวม 300 หลอด มูลค่า 60,000 บาท วันที่ 11 มกราคม 2566 รับมอบน้ำเชื้อควายพ่อพันธุ์ "ก้องฟ้า พญาควายงาม" ซึ่งได้รับการสนับสนุน จาก "บิ๊กไอซ์ ฟาร์มควายไทย " ควายงามเมืองสองแคว โดย คุณสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 53 หมู่ที่ 1 ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลกจำนวน 500 หลอด มูลค่า100,000 บาท วันที่ 4 มกราคม 2566 รับมอบน้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ "จ้าวปีใหม่" สนับสนุนโดย "ศิริลักษ์ฟาร์ม ควายงามเมืองดอกบัว" อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 100 หลอดมูลค่า 50,000 บาท


57 วันที่ 25 พฤษภาคม 2566 รับมอบน้ำเชื้อควาย "เจ้าทรัพย์อนันต์" ควายแกรนด์แชมป์ จากงาน มหกรรมประกวดควายงาม เมืองดอกบัวงาม ครั้งที่ 1 /2565 โดย อนันต์ชัยฟาร์ม ณ บ้านคำกลาง หมู่ 3 ตำบลสารภี อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 100 หลอด มูลค่า 25,000 บาท 2. กิจกรรมการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ และยกระดับการผลิตควาย คุณภาพสูงทั้งระบบครบวงจร โดยการเหนี่ยวนำการเป็นสัดและผสมเทียมและตรวจอัลตรา าวด์การตั้งท้อง และการผสมเทียมแม่พันธุ์ ควาย วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ และยกระดับการผลิตโค และควาย คุณภาพสูงทั้งระบบครบ วงจร เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพและยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ควาย ในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี ผลการดำเนินงาน วัน เดือน ปี สถานที่ การดำเนินการ เหนี่ยวนำ การเป็นสัด (ตัว) ผสมเทียม (ตัว) ตรวจการ ตั้งท้อง(ตัว) บ้านบุตร ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน 25 30 3 14 พฤษภาคม 2564 บ้านเกาะแกด ตำบลโพธิ์ ไทร อำเภอโพธิ์ไทร 15 15 2 วัดศรีแสงทอง ตำบลห้วย ยาง อำเภอโขงเจียม 20 20 0 16 มีนาคม 2566 บ้านผักแผว ตำบลลาด ควาย อำเภอศรีเมืองใหม่ 11 4 4


58 กิจกรรม 1 วันที่ 16 มีนาคม 2566 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับศูนย์วิจัยการผสมเทียมและ เทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอศรีเมืองใหม่ ลงพื้นที่บ้านหนองผักแผว หมู่ที่ 3 ตำบลลาดควาย อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรมเหนี่ยวนำการเป็นสัดและผสมเทียมและ ตรวจอัลตราซาวด์การตั้งท้องควาย ให้กับเกษตรกร จำนวน 25 ราย โคเนื้อ 18 ตัว ควายจำนวน 24 ตัว ดังนี้ - เหนี่ยวนำการเป็นสัดด้วยฮอร์โมน pg จำนวน 11 ตัว - ผสมเทียม จำนวน 4 ตัว - ตรวจท้อง จำนวน 4 ตัว - ด ู แ ล ส ุ ข ภ า พ ส ั ต ว ์ จ ำ น ว น 5 ตั ว กิจกรรม 2 วันที่ 10 มีนาคม 2565 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี และศูนย์วิจัยการผสมเทียมและ เทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขื่องใน ร่วมดำเนินการบริการผสมเทียมแม่ควายที่เกิด จากการเหนี่ยวนำการเป็นสัด ของเกษตรกร "กลุ่มพัฒนาควายใหญ่ ตำบลแดงหม้อ" สมาชิกจำนวน 69 ราย แม่พันธุ์ควายที่พร้อมรับการผสมเทียม รวม 39 ตัว ซึ่งทุกตัวได้รับการผสมด้วยน้ำเชื้อพ่อควายพันธุ์ดี ชื่อ “เพิ่ม โชค”


59 3. กิจกรรมการประกวดควายใหญ่ ควายงาม จังหวัดอุบลราชธานี วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพและปริมาณการผลิตส่งเสริมการตลาด สร้างรายได้จากมูลค่าเพิ่มของ ควายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควาย ให้มีความยั่งยืน เป็นการยกระดับการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย ในจังหวัด อุบลราชธานีกระตุ้นและเสริมสร้างแรงจูงใจการเลี้ยงควายให้กับเกษตรกร และประชาชนทั่วไป สามารถ แลกเปลี่ยนความรู้ใน ด้านการผสมพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์การพัฒนาควายให้ถูกต้องและแม่นยำในหลักการ ตลอดจนการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ให้ได้มาตรฐานสู่สากล การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้เกิดการปรับปรุง และพัฒนาสายพันธุ์ให้กับเกษตรกร และเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสามารถกระตุ้นส่งเสริมได้เป็นอย่างดี 3.1) จัดมหกรรมประกวดควายใหญ่ ควายงาม “เมืองดอกบัว” ครั้งที่ 1 ณ สนามกีฬาโรงเรียน นาคำวิทยา ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 17 -18 ธันวาคม 2565 นายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นประธานในพิธีเปิด งานมหกรรมประกวดควายใหญ่ ควายงาม เมืองดอกบัว ครั้งที่ 1 ณ สนาม กีฬาโรงเรียนนาคำวิทยา ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานีโดยสมาคมอนุรักษ์และพัฒนา ควายไทย จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงควายงามเมืองอุบล จำนวน 110 ฟาร์ม คือ การจัดการ ประกวดและ การแสดงพันธุ์สัตว์ โดยวันที่ 17 ธันวาคม 2565 เป็นประกวดควายภายในท้องถิ่น(เขตจังหวัด อุบลราชธานี) และวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ประกวดควายประเภททั่วไป ที่เปิดโอกาสให้ควายทั่วประเทศเข้า ประกวดได้ รวมทั้ง การจัดนิทรรศการออกร้าน และการแสดงพันธุ์สัตว์ ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี จะได้ประโยชน์โดยตรง และจะมีประชาชนจากจังหวัดอื่นๆ นำควายมาร่วมงานมหกรรมดังกล่าว เป็นการ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยน สามารถนำรายได้มาสู่จังหวัดอุบลราชธานี


60 3.2 ) จัดมหกรรมประกวดควายใหญ่ ควายงาม “สามพันโบก” ครั้งที่ 1 ณ ลานเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 26-27 สิงหาคม 2566 นายเขมราฐ ขัมภรัตน์ นายอำเภอโพธิ์ไทร เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรม ประกวดควายใหญ่ ควายงาม “สามพันโบก” ครั้งที่ 1 ณ ลานเอนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีเป็นการจัดการประกวดควายท้องถิ่นและควายทั่วไป มีฟาร์มเลี้ยงควาย รายใหญ่มากกว่า 50 ฟาร์ม ร่วมจัดนิทรรศการโชว์ควายงาม ควายพ่อพันธุ์ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจแก่เกษตรกรผู้ เลี้ยงควายในพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร และจังหวัดอุบลราชธานี 4. การติดตามลูกเกิดจากการผสมเทียม ผลการดำเนินงาน ภาพกิจกรรม อำเภอเขื่องใน (ลูกพ่อพันธุ์ สุดยอดมังกรฟ้า) อำเภอย้ำยืน (ลูกพ่อพันธุ์เก้าเจริญ)


61 5. กิจกรรมโชว์พันธุ์สัตว์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ร่วมเปิดงาน “ช้อปของเด่น กินของดี ที่มาระแม” ณ ตลาดมาระแม ศาลา กลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิด งาน พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมและเชื่อมโยงสินค้าเกษตรอินทรีย์ ของจังหวัดอุบลฯไปสู่ตลาดผู้บริโภคในช่องทางต่างๆและเป็นการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดอุบลฯให้เป็น เป็นอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรม การจัดแสดงสินค้าจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมจัดแสดงพ่อพันธุ์ควายใหญ่ ควายงามเมืองอุบลฯ พร้อมทั้งพ่อพันธุ์โคเนื้อสายพันธุ์แองกัส จากต่างประเทศ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 กิจกรรมโชว์ควายพ่อพันธุ์ในพิธีเปิดงานเกษตรอีสานใต้ปี 2566 ณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี


62 สรุปผลการดำเนินงาน โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี ********************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นางวิรารัตน์ แสงราม นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ นางธัญญา พันธ์สว่าง เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน นางกุลสิตา ภักดี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงาน นางสาวสุกัญญา ศรประสิทธิ์ นักวิชาการสัตวบาล นายศุภฤกษ์ จิตรมาศ เจ้าพนักงานสัตวบาล นายปวีณ ยืนยง พนักงานผู้ช่วยสัตวบาล นส.สกุลรัตน์ ปัญญาธิกุล จ้างหมาโครงการ ธคก. นส.ปวีณา สติภา จ้างเหมาโครงกร ธคก. สิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง (นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมที่ 1 1. ได้รับการสนับสนุนน้ำเชื้อโคสายพันธุ์แองกัส จากกรมปศุสัตว์ จำนวน 10,000 โด๊ส 2. ได้รับบริจาคน้ำเชื้อโคสายพันธุ์แอสกัสออสเตรีย จำนวน 1,200โด๊ส มูลค่า 360,000 บาท โดย นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล กรรมการบริหารบริษัทเอี่ยมอุบล จำกัด 3. ได้รับการสนับสนุนเครื่องอัลตราซาวด์โค จำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 80,000 บาท โดย นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล กรรมการบริหารบริษัทเอี่ยมอุบล จำกัด 4. ได้รับการสนับสนุนกากมันสำปะหลัง เพื่อใช้ลดต้นทุนค่าอาหารโคขุนแก่เกษตรกร เป็นระยะเวลา 1 ปี รวม ทั้งสิ้น 3,000ตัน มูลค่าตันละ 350 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 1,050,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุนจาก นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล กรรมการบริหารบริษัทเอี่ยมอุบล จำกัด 5. ได้รับบริจาคถังไนโตรเจนเหลว ขนาด 5 ลิตร มูลค่า 20,000 บาท จาก นายนิติกร พรหมดวง อาจารย์ ประจำภาควิชาวิศกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กิจกรรมที่ 2 การจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกษตรกร และกิจกรรมอื่นๆภายใต้โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อ คุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี ปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้หลักสูตร "การทำกากมันสำปะหลังหมัก ยีสต์เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงโคเนื้อ" วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี จัดฝึกอบรม เชิงปฎิบัติการภายใต้หลักสูตร "การทำกากมันสำปะหลังหมักยีสต์เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงโคเนื้อ" โดยมีเกษตรกร ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายให้ความรู้และการสาธิตการทำกากมันสำปะหลังหมักยีสต์ทั่วทั้งจังหวัด อุบลราชธานี จำนวน 210 ราย จัดฝึกอบรมฯ ณ บริษัท เอี่ยมอุบล จำกัด และได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุน งบประมาณและสถานที่ในการฝึกอบรมฯจาก นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล กรรมการบริหาร บริษัท เอี่ยม อุบล จำกัด


63 กิจกรรมที่ 3 " ปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเป็นสักขีพยานบันทึกข้อตกลง(MOU) กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ(นิลอุบล) กับผู้ประกอบการค้าโคเนื้อ " วันที่ 4 กรกฏาคม 2565 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด อุบลราชธานี สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี หอการค้า จังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเป็น สักขีพยานในการทำบันทึกข้อตกลง(MOU) กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ(นิลอุบล)กับผู้ประกอบการค้าโคเนื้อ ภายใต้ โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี ณ ห้องประชุมสำนักงาน ปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการนิลอุบลทั้งจังหวัดอุบลราชธานี รวม 30 วิสาหกิจชุนชน ร่วมเป็นพยานในการทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ กิจกรรมที่ 4 " ปศุสัตว์จังหวัดอุบลฯ ประชุมหารือแนวทางการพัฒนาสินค้าเนื้อโคขุนนิลอุบล และหารือแนวทาง ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน " วันที่ 19 มิถุนายน 2566 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับ สภาหอการค้าจังหวัด อุบลราชธานี และ ธนาคารออมสิน ร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาสินค้าเนื้อโคขุนนิลอุบล พัฒนาการ ตลาดให้ส่งโคขุนสู่ท้องตลาด โดยทางสภาหอการค้าจะทำการโฆษณาสินค้า โปรโหมดสินค้า สร้างการรับรู้ให้แก่ คนในจังหวัดอุบลได้ทราบว่าในจังหวัดอุบลราชธานี มีโคขุนในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเพิ่มยอดขายและกระจาย สินค้าให้ได้มากขึ้น ผู้ประกอบการก็จะซื้อโคขุนกับเกษตรกรมากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น และ ได้หารือร่วมกับหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานีในเรื่องเงินทุนหมุนเวียนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนนิลอุบล โดยได้ข้อสรุปว่า ทางหอการค้าจะให้เงินกองทุนสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท โดยช่วยเหลือเกษตรกรที่มี ศักยภาพในการเลี้ยงแต่ยังขาดเงินทุน ภายใต้เงื่อนไขคือ 1.ต้องเริ่มขุนมาอย่างน้อย 4-5 เดือน และ 2.ต้องได้รับ การรับรองจากคณะกรรมการกลุ่มเครือข่ายนิลอุบล


64 กิจกรรมที่ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงโคนิลอุบล ได้ 1 เครือข่าย มีสมาชิกจำนวน 263 ราย ประกอบด้วย 43 วิสาหกิจชุมชน และ 1 กลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นเกษตรกรทั่วทั้งจังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมที่ 6 ขึ้นทะเบียนแม่พันธุ์ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 396 ตัว โดยการคัดเลือกจาก ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับ กิจกรรมที่ 7 ดำเนินการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อโคสายพันธุ์แองกัสให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 1,208 ตัว ในปี 2564 จำนวน 308 ตัว ในปี 2565 จำนวน 432 ตัว และในปี 2566 จำนวน 468 ตัว และ มีกิจกรรม เหนี่ยวนำการเป็นสัดให้กับเกษตรกร จำนวน 347 ตัว ตรวจท้องโคให้กับเกษตรกร จำนวน 724 ครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี


65 กิจกรรมที่ 8 ติดตามลูกโคที่เกิดภายใต้โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี โดยในปี 2565 มีลูกโคที่เกิดภายใต้โครงการฯทั้งสิ้น 45 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 23 ตัว และเพศเมีย22 ตัว และในปี 2566 มีลูกโคที่เกิดภายใต้โครงการฯทั้งสิ้น 214 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 111 ตัว และเพศเมีย 103 ตัว รวมลูกโคที่เกิดภายใต้โครงการฯ จำนวน 259 ตัว มูลค่าตัวละ 30,000 บาท คิดเป็นมูลค่าลูกโคที่เกิดภายใต้ โครงการฯทั้งสิ้น 7,770,000 บาท กิจกรรมที่ 9 เชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดโคเนื้อพรีเมี่ยมภายใต้โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล) ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานีกับทาง บริษัทนครพนม บีฟ(ไทยแลนด์) จำกัด อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยมี นายศิริศักดิ์ สล้างสิงห์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ซึ่งยินดีรับซื้อโคขุนของทางเกษตรกรภายใต้ ข้อกำหนดคือ 1. โคต้องมีน้ำหนักตั้งแต่ 500 กิโลกรัม ขึ้นไป และ 2. โคที่ขุนต้องมีอายุไม่เกิน 48 เดือน (4ปี) กิจกรรมที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี ส่งมอบโคเนื้อพรีเมี่ยม(นิลอุบล) เข้าสู่ตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง จำนวน 10 ตัว (น้ำหนัก รวม 5,804กิโลกรัม) โดยมี นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานโบกธง ปล่อยขบวนรถโคขุนพรีเมี่ยม และมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้


66 กิจกรรมที่ 11 มีสินค้าภายใต้แบรนด์ โคนิลอุบลฯ ออกสู่ท้องตลาด เช่น ส้มเนื้อนิลอุบล (ผลิตและจำหน่ายโดยกลุ่มแม่บ้าน ตำบลห้วยขะยูง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี) และมีเมนูอาหาร “ย่างเสือนิลอุบลฯ สเต๊กเนื้อโคขุน นิลอุบลฯ” ณ ร้านอาหาร ที่อุบลฯ อีสานซีฟู้ด สรุปการขุนโคพรีเมี่ยมนิลอุบล ในปี 2565-2566 ในปี 2565 จังหวัดอุบลราชธานี มีโคขุนส่งออกสู่ท้องตลาดทั้งสิ้น 170 ตัว ราคาเฉลี่ยตัวละ 75,000 บาท นำเงินเข้าจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งสิ้น 12,750,000 บาท ในปี 2566 จังหวัดอุบลราชธานี มีโคขุนส่งออกสู่ท้องตลาดทั้งสิ้น 149 ตัว ราคาเฉลี่ยตัวละ 75,000 บาท นำเงินเข้าจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งสิ้น 11,175,000 บาท (นับตั้งแต่ 1 มกราคม 66 –30 สิงหาคม 66) ปัจจุบัน จังหวัดอุบลราชธานี มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี263 ราย โดยแบ่งเป็นเกษตรกรที่ผลิตลูกโคให้กับผู้เลี้ยงขุน จำนวน 200 ราย และมีเกษตรกรที่ เลี้ยงโคขุนจำนวน 63 ราย ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีโคขุนที่รอจัดส่งตามรอบที่กำหนดคงเหลือทั้งสิ้น 66 ตัว จัดทำแผนงาน งบประมาณโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด *************************************** นายสุรศักดิ์ วงษ์ศรีมี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์


67 โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด 1. โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองในระดับครัวเรือน หัวข้อ รายละเอียด ๑. ชื่อโครงการ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองในระดับครัวเรือน ๒. ความสำคัญของโครงการ หลักการ และเหตุผล ไก่พื้นเมือง เป็นสัตว์ปีกประจำถิ่นทุกพื้นที่ของประเทศที่สามารถเลี้ยง เป็นเพื่อ ผลิตอาหารโปรตีนในรูปแบบต่างๆอย่างแพร่หลายในวิถีชีวิตของคน ไทยจึงถือ ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทางอาหาร เนื้อรสชาติดีประกอบอาหาร ได้หลากหลายและมีจุดเด่นเฉพาะตัวในการขยายพันธุ์ เจริญเติบโตและหา อาหาร ได้เก่งตามธรรมชาติ มีความทนต่อโรคระบาด และเป็นที่ต้องการของ ตลาด สามารถเลี้ยงในเชิงการค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี ปัจจุบัน การเลี้ยงไก่พื้นเมืองของจังหวัดอุบลราชธานี ยังขาดการพัฒนาในระบบ การผลิต ให้เป็นมาตรฐานในด้านการปรับปรุงสายพันธุ์ การควบคุมป้องกันโรค ด้าน อาหารสัตว์ และตลอดจนถึงการแปรรูปและการตลาด เพื่อสร้างรายได้ รองรับความต้องการบริโภคในพื้นที่ต่อไป ๓. วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้เพิ่มมากขึ้น 2. เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง ๔. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองในพื้นจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 200 ราย ๕. พื้นที่ดำเนินการ ทั้ง 25 อำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ๖. กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้รับผิดชอบ 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี 3. ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี 4. ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี 5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ ๗. หน่วยงานดำเนินงาน 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ๘. ระยะเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2566 – กันยายน 2576 ๙. งบประมาณ 300,000 บาท ๑๐. ผลผลิต (Output) เกษตรกรได้รับความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่พื้นเมือง เพิ่มมากขึ้น ๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Outcome) 1. เกษตรกรมีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพิ่มมากขึ้น 2. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 200 ราย 3. เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


68 2. โครงการ “คืนควายใหญ่ ควายงาม สู่เมืองอุบลราชธานี” จังหวัดอุบลราชธานี หัวข้อ รายละเอียด ๑. ชื่อโครงการ โครงการ “คืนควายใหญ่ ควายงาม สู่เมืองอุบลราชธานี” จังหวัดอุบลราชธานี ๒. ความสำคัญของโครงการ หลักการและเหตุผล ควายไทยนับเป็นสัตว์เลี้ยงที่คู่กับคนไทยมาช้านาน โดยเฉพาะคนอีสานที่สื่อถึงการสืบสานวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัต ลักษณ์พื้นถิ่น ประเพณี ภูมิปัญญา ทำให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง และ ควายยังมีความสำคัญต่อระบบการผลิตของเกษตรกรรายย่อยใน ชนบทเป็นอย่างมาก ในอดีตที่ผ่านมา ควายเป็นทั้งแรงงานในไร่นา ใช้มูลเป็นปุ๋ยใส่พืชผล หรือเมื่อจำเป็นก็จำหน่ายเป็นรายได้อีกทาง หนึ่ง และควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถเปลี่ยนพืชอาหารสัตว์ที่มี คุณภาพต่ำตามหัวไร่ปลายนา ให้เป็นเนื้อคุณภาพได้ดีกว่าโค ปัจจุบัน การเลี้ยงควายของเกษตรกรได้ถูกละเลยจากภาครัฐ และแม้ เกษตรกรเองก็หันไปนิยมเลี้ยงสัตว์พันธุ์ ต่างประเทศ การเลี้ยงควาย ของเกษตรกรส่วนใหญ่ยังเป็นการเลี้ยงแบบพื้นบ้าน ไม่มีระบบการ ผลิตในเชิงธุรกิจ ทั้งนี้ เนื่องจากถูกมองข้ามความสำคัญของควาย ซึ่ง อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางเศรษฐกิจ และสังคมของเกษตรกรเอง ด้วย ปัจจุบันควายมีปริมาณลดลงมาก เนื่องจากความต้องการ บริโภคเนื้อเพิ่มขึ้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิติ ของเกษตรกรที่ ประกอบอาชีพการทำนา มีการใช้เครื่องจักรกล(รถไถนา) แทนการใช้ แรงงานควาย จึงไม่ให้ความสำคัญกับควาย ขายควายทิ้งเข้าโรงฆ่า สัตว์ เกษตรกรที่เลี้ยงควายอยู่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เลี้ยงควายเป็นอาชีพ หลัก จึงให้ความสนใจในการเลี้ยงดูน้อย ขาดการปรับปรุงพันธุ์ที่ดี ขาดการควบคุมป้องกันกำจัดโรคที่ถูกต้อง ทำให้ผลผลิตต่ำ ผลผลิต ไม่เพียงพอต่อการบริโภค จึงทำให้จำนวนควายลดลงอย่างต่อเนื่อง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพในการเลี้ยง ควายใหญ่ ควายงาม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร มีการเลี้ยงและพัฒนาการเลี้ยงควายอย่างยั่งยืนต่อไป ๓. วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อขยายพันธุกรรมควายใหญ่ ควายงามโดยวิธีการผสมเทียม ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย 2. เพื่อพัฒนาคุณภาพและปริมาณการผลิต ส่งเสริมการตลาด สร้าง รายได้จากมูลค่าเพิ่มของควายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควาย ให้มีความ ยั่งยืน 3. เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบทอดประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์พื้นถิ่น ภูมิปัญญา ทำให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง 4. เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงควายสู่ผืนนา ลดปัญหาการขาดแคลน พลังงานและภาวะโลกร้อน และรองรับผลกระทบ จากสถานการณ์ โรคติดเซื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)


69 หัวข้อ รายละเอียด ๔. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นจังหวัดอุบลราชธานี ๕. พื้นที่ดำเนินการ ทั้ง 25 อำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ๖. กิจกรรมหลัก กิจกรรมที่ 1 คัดเลือกแม่ควายที่จะเข้าร่วมโครงการตามคุณสมบัติ ดังนี้ 1. เป็นแม่ควายที่เคยให้ลูกมาแล้ว(แม่นาง) 2. มีความสมบูรณ์พันธุ์ สุขภาพแข็งแรง 3. มีความสูงไม่น้อยกว่า 135 เซนติเมตร กิจกรรมที ่ 2 พัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ควายโดยวิธีการการฉีด ฮอร์โมนเหนี่ยวนำการเป็นสัดแม่พันธุ์ควาย และการเป็นสัดตาม ธรรมชาติ กิจกรรมที่ 3 ผสมเทียมแม่ควายโดยใช้น้ำเชื้อจากควายพ่อพันธุ์ดี กิจกรรมที่ 4 ตรวจการตั้งท้องของแม่ควายโดยการอัลตร้าซาวด์ กิจกรรมที่ 5 ติดตามลูกควายที่เกิดจากการผสมเทียม และจัดทำ ทะเบียนประวัติ (Pedigree) กิจกรรมที่ 6 ให้ความรู้ด้านพืชอาหารสัตว์สำหรับควาย กิจกรรมที่ 7 ปรับระบบการเลี้ยงคอกและโรงเรือนสู่ฟาร์มที่มีระบบ ป้องกันและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม GFM (Good Farming Management) ผู้รับผิดชอบ 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี 3. ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี 4. ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี 5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ ๗. หน่วยงานดำเนินงาน 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ๘. ระยะเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567 ๙. งบประมาณ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 1,000,000 บาท ๑๐. ผลผลิต (Output) 1. จำนวนควายใหญ่ ควายงาม ที่ได้รับการผสมเทียม เพิ่มขึ้น 2. รายได้เพิ่มขึ้น ๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Outcome) 1. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน 2. มีปริมาณควายใหญ่ ควายงาม ในจังหวัดอุบลราชธานี เพิ่มขึ้น 3. เกษตรกรมีการนำมูลสัตว์ใช้แทนปุ๋ยเคมี 4. อนุรักษ์วัฒนธรรม วิถีพื้นถิ่นการเลี้ยงควาย และรักษาสิ่งแวดล้อม


70 3. โครงการการผลิตแพะเพื่อสร้างรายได้ หัวข้อ รายละเอียด ๑. ชื่อโครงการ โครงการการผลิตแพะเพื่อสร้างรายได้ ๒. ความสำคัญของโครงการ หลักการและเหตุผล แพะ-แกะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ไทยที่เกษตรกรให้ความสนใจและนิยมเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น แพะเป็นสัตว์ เลี้ยงที่เลี้ยงง่าย หากินเก่ง กินอาหารได้หลายประเภท และทนทาน ต่อสภาพแวดล้อมที่ทุรกันดารได้ดี มีวงชีวิตสั้น ให้ลูกเร็วเนื่องจากตั้ง ท้องเพียง 5 เดือน มีเปอร์เซ็นต์การเกิดลูกแฝดสูง ทำให้สามารถเพิ่ม จำนวนสัตว์ได้รวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับโค-กระบือ ลักษณะเช่นนี้ ทำให้แพะได้เปรียบสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดอื่น เนื่องจากรัฐบาลมี นโยบายส่งเสริมการเลี้ยงแพะและพัฒนาทั้งด้านการผลิต แปรรูป และการตลาด ทำให้ปริมาณความต้องการแพะแกะสูงขึ้นมาเป็น ลำดับ แต่ปริมาณแพะ-แกะก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ตลาด ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เช่น มาเลยเซีย จีน เวียตนาม กัมพูชา และลาว ปัจจุบันการขยายตัวการเลี้ยงแพะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและมีการ กระจายการเลี้ยงแพะไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศมากขึ้น นอกจากนี้รูปแบบการเลี้ยงได้เปลี่ยนจากการเลี้ยงแบบดั้งเดิมเป็น การเลี้ยงเพื่อการค้ามากขึ้น แต่จำนวนแพะก็ยังไม่เพียงพอต่อการ ของตลาด ซึ่งสังเกตได้จากราคาแพะเนื้อมีชีวิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เรื่อยๆ (ปัจจุบันแพะขุนมีชีวิตราคาอยู่ที่ 125-130 บาทต่อกิโลกรัม) จึงกล่าวได้ว่าแพะ-แกะเป็นปศุสัตว์ประเภทหนึ่งที่เกษตรกรสามารถ เลี้ยงเป็นอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้การเลี้ยงแพะในเขตพื้นที่ในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานีกำลังได้รับ ความสนใจจากเกษตรกรอย่างมากและต่อเนื่องมาหลายปีโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านตลาด ดังนั้นการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับเกษตรกรผู้สนใจ จึงเป็นแนว ทางการในการเพิ่มจำนวนแพะให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อันจะนำไปสู่การสร้างอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารต่อประชากรในแถบนี้ต่อไป ๓. วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อสร้างอาชีพการเลี้ยงแพะ-แกะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แก่ เกษตรกรอย่างยั่งยืน 2. เพื่อเพิ่มผลผลิตแพะ-แกะและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ 3. เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร ๔. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นจังหวัดอุบลราชธานี ๕. พื้นที่ดำเนินการ ทั้ง 25 อำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ๖. กิจกรรมหลัก 1. ฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในการวางแผนการ ผลิตแพะ การจัดการโรงเรือน อาหาร สุขภาพสัตว์ และการตลาด


71 หัวข้อ รายละเอียด 2. กำหนดแผนและดำเนินผสมเทียมแพะพันธุ์ดี ให้แก่ เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับศูนย์วิจัยการผสมเทียมและ เทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี 3. ส่งเสริมการผลิตแพะเนื้อ และลดต้นทุนการผลิตสร้าง เกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงาน และ ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้สนใจและเกษตรกรทั่วไป 4. เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะ ผู้รับผิดชอบ 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี 3. ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี 4. ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี 5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ ๗. หน่วยงานดำเนินงาน 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ๘. ระยะเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567 ๙. งบประมาณ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 500,000 บาท ๑๐. ผลผลิต (Output) 1. จำนวนแพะเนื้อเพิ่มขึ้น 2. จำนวนเกษตรกรเลี้ยงแพะเพิ่มขึ้น 3. รายได้เพิ่มขึ้น ๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Outcome) 1. สามารถผลิตแพะสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และยกระดับสายพันธุ์แพะ คุณภาพ 2. ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ และอาชีพที่เกี่ยวข้องมีรายได้เพิ่มขึ้น3. ทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงแพะอย่างยั่งยืน และ เป็นต้นแบบในการพัฒนาการเลี้ยง


72 โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล) ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี หัวข้อ รายละเอียด ๑. ชื่อโครงการ โครงการยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล) ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานี ๒. ความสำคัญของโครงการ หลักการและเหตุผล สืบเนื่องจากการเกิดสถานการณ์โคเนื้อมีชีวิตราคา ตกต่ำตั้งแต่ปี 2552 – 2554 เนื่องจากกระแสปั่นราคาโคเนื้อ เกษตรกรจึงหันไปประกอบอาชีพการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่รัฐบาล ประกันรายได้ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลังหรือปลูกพืชเศรษฐกิจที่ ผลผลิตมีราคาสูง เช่น ยางพารา เป็นต้น และบางรายเลิกเลี้ยง เกษตรกรขาดแรงจูงใจในการเลี้ยงโคเนื้อ พอปลายปี 2555 ถึงปี ปัจจุบัน สถานการณ์โคเนื้อมีชีวิตราคาเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรกลับมา เลี้ยงโคเนื้อใหม่มีปริมาณมาก ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ 10,450,522 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คือ ปลูกข้าวหอมมะลิ ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส การ ประมงและปศุสัตว์ โดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก แหล่งน้ำธรรมชาติ และ คลองชลประทานเป็นบางส่วน นอกจากการเพาะปลูกแล้วพื้นที่ยังมี ความเหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ที่ใช้อาหารหยาบ เป็นหลัก ได้แก่ โคเนื้อ และกระบือ โดยเฉพาะโคเนื้อ จากข้อมูลศูนย์ สารสนเทศ กรมปศุสัตว์ 4 ปี ย้อนหลังในปี 2561 ในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี มีประชากรโคเนื้อ จำนวน 262,377 เกษตรกรผู้เลี้ยง 58,899 ครัวเรือน ปี 2562 ประชากรโคเนื้อลดลง เหลือจำนวน 251,585 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยง 57,128 ครัวเรือน และในปี 2563 มี ประชากรโคเนื้อ จำนวน 260,076 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยง 59,044 ครัวเรือน และในปี 2564 มีประชากรโคเนื้อ จำนวน 516,182 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยง 119,018 ครัวเรือน ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่การเลี้ยงในปัจจุบันยังไม่ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ ทำให้ผลผลิตยัง ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ รูปแบบการเลี้ยงการ ขยายพันธุ์โคเนื้อของเกษตรกรส่วนใหญ่ ยังไม่มีการพัฒนาปรับปรุง พันธุ์ สัตว์มีโอกาสผสมพันธุ์กันเองในฝูงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดการ ผสมแบบเลือดชิด โคมีขนาดเล็กลง การเจริญเติบโตช้า ขาดโคเนื้อที่ จะเข้าระบบขุนคุณภาพสูง และการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรจังหวัด อุบลราชธานี ส่วนใหญ่เลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง รองลงมาเป็นลูกผสมบ ราห์มัน ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่นิยมเลี้ยงโคสวยงามที่มีสีแดงเป็นลูกผสม ที่มีเลือดบราห์มันสูงมีโครงสร้างใหญ่สามารถเป็นแม่พันธุ์ต้นน้ำผลิตลูก คุณภาพสูงได้ดี เนื่องจากถ้าเป็นโคลูกผสมชาร์โลเล่ส์ แองกัส วากิว จะ มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีกว่า และมีไขมันแทรกในเนื้อ (Marbling)มากกว่าทำให้จำหน่ายได้ในราคาที่แพงกว่า จากข้อมูล ดังกล่าวข้างต้น เห็นควรวางแผน ดำเนินโครงการยกระดับการผลิตโค เนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล) ครบวงจร จังหวัดอุบลราชธานีซึ่งการเลี้ยง โคเนื้อที่ผ่านมายังประสบปัญหาต่างๆมากมาย เนื่องจากนโยบาย


73 หัวข้อ รายละเอียด ส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อขาดความต่อเนื่อง จากนโยบาย รัฐบาล ราคาไม่แน่นอนเนื่องจากยังซื้อขายแบบประมาณราคา ต้นทุน การผลิตสูง ทำให้อาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ ของเกษตรกรขาดความมั่นคง และยั่งยืน และการดำเนินการนั้นจำเป็นที่จะต้องทำงานแบบบูรณา การของบุคลากรกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ ตลอดจน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องมาร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนและกำหนด ยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม มีตัวชี้วัด สามารถติดตาม และประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการ ยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล) ครบวงจร จังหวัด อุบลราชธานี ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อพัฒนาและปรับปรุง พันธุ์โคเนื้อให้มีคุณภาพสูงเป็นการวางโครงสร้างการพัฒนาการผลิตโค เนื้อ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงโคเนื้อและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกโค เนื้อที่เป็นโคลูกผสมยุโรป ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้และผลตอบแทน จากการเลี้ยงโคเนื้อที่สูงขึ้น ๓. วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อยกระดับการพัฒนาการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูงทั้งระบบครบ วงจร 2. เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพและยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง โคเนื้อ ๔. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นจังหวัดอุบลราชธานี ๕. พื้นที่ดำเนินการ ทั้ง 25 อำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ๖. กิจกรรมหลัก ยกระดับการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง(นิลอุบล)ครบวงจร จังหวัด อุบลราชธานีดังนี้ 1. กำหนดหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการฯชี้แจง ประชาสัมพันธ์โครงการแก่ผู้เกี่ยวข้องจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด อำเภอ รับสมัครคัดเลือกเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2. ฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในการวางแผนการ ผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง การจัดการโรงเรือน อาหาร สุขภาพสัตว์ และ การตลาด 3. กำหนดแผนและดำเนินผสมเทียมโคเนื้อพันธุ์ดี (แองกัส) ให้แก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับศูนย์วิจัยการผสมเทียมและ เทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี 4. ส่งเสริมการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูง และลดต้นทุนการผลิต สร้างเกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer (แม่ผลิตลูก/ขุนกลางน้ำ/ขุน ปลายน้ำ) เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงาน และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ ผู้สนใจและเกษตรกรทั่วไป 5. เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เลี้ยงโคเนื้อ ดังนี้


74 หัวข้อ รายละเอียด 5.1 ต้นน้ำ (ผู้ผลิตโคเนื้อทั้งระบบ) โดยมีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนโคเนื้อมีชีวิตผ่านระบบสหกรณ์และเครือข่าย เช่น สหกรณ์ โคเนื้อ แพะ แกะ อุบลราชธานี สหกรณ์โคเนื้อหนองสูง สหกรณ์โค เนื้อโพนยางคำ บริษัทนครพนมบีฟ ฟาร์มกำนันเตียง 5.2 กลางน้ำ (โรงฆ่าสัตว์มาตรฐาน) แปรรูปชิ้นส่วน เช่น โรงเชือดสลักได โรงเชือดราชบุรี โรงเชือดกำนันเตียง 5.3 ปลายน้ำ ผู้บริโภค ผู้จัดจำหน่าย ร้านอาหาร โรงแรม ภัตรคาร โมเดิร์นเทรด เป็นต้น มีการจัดทำ MOU เพื่อร่วมกำหนดมาตรฐาน การผลิตในแต่ละห่วงโซ่การผลิต ให้ได้สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน ตามความต้องการ ที่คงที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยดำเนินการร่วมกับ หน่วยงานในสังกัดกรมปศุสัตว์ สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี สหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี หอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะทำ ให้การผลิตโคเนื้อมีคุณภาพสูง สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ เกษตรกร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผู้รับผิดชอบ 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ทุกอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี 3. ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพอุบลราชธานี 4. ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี 5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ ๗. หน่วยงานดำเนินงาน 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ๘. ระยะเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567 ๙. งบประมาณ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 1,500,000 บาท ๑๐. ผลผลิต (Output) 1. จำนวนโคเนื้อคุณภาพเพิ่มขึ้น 2. จำนวนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพเพิ่มขึ้น 3. รายได้เพิ่มขึ้น ๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Outcome) 1. สามารถผลิตโคเนื้อคุณภาพสูงสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และยกระดับสาย พันธุ์โคขุนคุณภาพ 2. ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ และอาชีพที่เกี่ยวข้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 3. ทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงโคเนื้ออย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการพัฒนาการเลี้ยง


Thank you


Click to View FlipBook Version