The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hartater, 2022-03-04 21:53:00

WHAT-2

WHAT-2

WHAT!? วัด

เขียนโดย เจษฎากร สวุ าภกั ดี,ธรรมพร อรา่ มโรจนว์ ัฒนา
พมิ พ์ครั้งแรก มกราคม 2565 ราคา 199
RMUTTO - CPC 2565 095-501-0768

ทีป่ รึกษา: อ.ภูดทิ กรรณกิ าร์
บรรณาธิการบรหิ าร: อาจารย์ สาโรจ ไวยคงคา
กองบบรรณาธิการ: อาจารย์ ประทีป วจิ ติ รศรไี พบูลย์,อาจารย์ วรัญญา เดชพงษ์
, อาจารย์ พนติ ทองดี
พสิ ูจนอ์ ักษร: เจษฎากร สุวาภักดี ,ธรรมพร อรา่ มโรจน์วัฒนา
กราฟฟกิ ดีไซน์เนอร์: เจษฎากร สุวาภักดี, ธรรมพร อร่ามโรจนว์ ฒั นา

สำนกั พมิ พ:์ บรษิ ทั โกอนิ เตอรไ์ กล จำกดั (มหาชน) 138 ต.โซ่ อ.โซ่พิสัย จ.บงึ กาฬ 38170
โรงพมิ พ์:บริษทั สำราญดี จำกัด (มหาชน) เลขที่ 160 ถนนราคำแหง 24 แยก 6 เขตบางกะปิ กรงุ เทพ 10240

หนังสืออ่านปฏบิ ัติรายวชิ า สอ่ื ส่งิ พมิ พด์ ิจทิ ัล สาขาวชิ าเทคโนโลยมี ัลติมีเดีย
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภวู นารถ

คำนำ

หนังสือเล่มนี้เป็นสว่ นหนึ่งของวิชา สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลตะวันออก วิทยาเขต จักรพงษ์ภูวนารถ เพื่อแนะนำการทอ่ งเที่ยวและประวัติความเป็นมาของ 9 วัดน่าเที่ยวภายใน
กรงุ เทพฯ ว่ามวี ดั ไหนบา้ งทีไ่ ม่ควรพลาดและควรมาเทย่ี วชมสกั ครัง้ ในชีวติ

ผู้จัดทำเลือกหัวข้อนี้ขึ้นมาเพราะอยากจะแนะนำวัดภายในกรุงเทพฯที่ไปซักครั้งเพราะวัดในกรุ งเทพฯนั้นมี
มากมายและหวังเปน็ อย่างยง่ิ ว่าหนงั สือเลม่ นจี้ ะเป็นประโยชนต์ อ่ ผู้ท่สี นใจในการท่องเที่ยววัดเป็นอย่างยิง่

ผจู้ ดั ทำ
นางสาวธรรมพร อรา่ มโรจวฒั นา

นายเจษฎากร สุวาภกั ดี

คำนิยม

ไดร้ ้จู กั นอ้ งๆท้งั สองคนนี้มคี วามสามารถในด้านการเขยี นหนังสอื เพราะเทา่ ทเ่ี คยอา่ นหนังสือของ
นอ้ งท้งั สอทีผา่ นมาทำใหร้ ู้วา่ หนงั สือเลม่ นีม้ ปี ระโยชนว์ าก และเพลเิ พลิน อ่านได้สนุก อ่านแล้วถ่ายทอด
ความร้สู ึกไดด้ ี เทา่ ทพ่ี ูดคยุ กบั นอ้ งอยากใหท้ งั้ สองทำหนังสือดๆี แบบนต้ี อ่ ไป

นายนวบดี พทิ ักษส์ ัจจะกลุ

คำอทุ ิศ

หาก คุณค่าทางความรแู้ ละความคิดจากเอกสารเลม่ น้ี ชว่ ยชแ้ี นะผอู้ า่ นให้มคี วามเข้าใจและมีความรู้
ด้านการท่องเทย่ี ววดั ภายในกรุงเทพฯและสามารถศกึ ษาค้นควา้ หาความรขู้ อ้ มลู ท่ีตนเองสนใจไดด้ ีเปน็ อย่าง
ถกู ตอ้ งและเดินทางไปในสถานทต่ี ่างๆได้ถูกต้องและตรงเวลาเปิดปิด ผูเ้ ขียนขออทุ ิศความดดี ังกล่าวใหแ้ กผ่ ้อู า่ นท่ี
มีพระคุณทุกทา่ น

นางสาวธรรมพร อร่ามโรจวฒั นา
นายเจษฎากร สุวาภกั ดี

สารบัญ

บทท1่ี
วัดหัวลำโพง............................................................................................................1

บทที่2
วดั อรณุ ราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (วัดแจง้ )......................................................8

บทที่3
วดั พระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์ ท่าเตียน).........................14

บทท4่ี
วัดสระเกศราชวรมหาวหิ าร (ภูเขาทอง)..................................................................21

บทที่5
วัดสทุ ศั นเทพวรารามราชวรมหาวิหาร.....................................................................28

บทที่6
วัดบวรนเิ วศวิหารราชวรวหิ าร.................................................................................26

บทท7ี่
วดั ราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร..........................................................38

บทท8่ี
วดั เบญจมบพติ รดุสติ วนารามราชวรวหิ าร.................................................................60

บทท9่ี
วัดชนะสงครามราชวรวิหาร........................................................................................69

1

บทที่ 1

วดั หวั ลำโพง

วัดหัวลำโพง ตั้งอยู่เลขที่๗๒๘ ถนนพระราม๔ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อวัดวัว

ลำพอง เป็นวัดราษฎร์ ใครเป็นคนสร้างและสร้างเม่ือใด ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่คาดว่าคงสร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ประมาณรชั กาลท่ี ๑ ถึงรัชกาลที่ ๓ ทง้ั นโี้ ดยอาศัยการสนั นิษฐานจากรูปทรงของอุโบสถหลังเกา่ และเจดียด์ ้านหลัง ซ่ึงสร้าง
คกู่ ันมา
บริเวณดา้ นหน้าวดั เป็นที่ต้ังของ พระอุโบสถ มีความสวยงามและสะอาดสะอ้าน แสดงใหเ้ ห็นถึงการจัดระบบการทำความ
สะอาดเป็นอยา่ งดี

2

เมื่อเดินขึ้นไปกัน จะพบความ
สวยงามโบสถ์ เสาทำด้วยหนิ อ่อนสวยงามมาก พระอโุ บสถ
เป็นแบบทรงไทยจัตุรมุข 3 ชั้น พื้นและฝาผนังปูด้วยหิน
อ่อนและหินแกรนิต กว้าง 16.99 เมตร ยาว 37.59 เมตร
หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสี ตรงกลางมียอดมณฑป
ประกอบด้วย ฉัตรฐานมณฑปมีครุฑทรงสุบรรณทัง้ 4 ด้าน
ติดช่อฟ้าใบระกา เป็นพญานาคสามเศียร หน้าบันมี
ลวดลายประดิษฐานตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติ
ครบ 50 ปี เหนือครฑุ ท้ัง 4 ด้าน

ประตูและหน้าต่างมีซุ้มยอด
มณฑปครึ่งซกี ติด ลายปูนปัน้ ลงรักปดิ ทอง ประดับกระจก
สี มีประตูด้านหน้า 3 ประตู บานประตูและบานหน้าต่าง
ด้านในด้านนอกประดับมุกลวดลาย มีจิตรกรรมฝาผนัง 4
ด้าน เพดานลวดลายประดับโคมไฟ ช่อไฟระย้าจาก
ต่างประเทศ รอบอุโบสถด้านนอกมีเชิงชายหลังคาประดบั
ลวดลาย มีคันทวยเทพ นมและหัวเสาปูน ลงรักปิดทอง
ประดบั กระจกสี

ส่วนระเบยี งด้านนอกพระอุโบสถมที างเดินปู ดว้ ยหนิ ออ่ นและหินแกรนิต มศี าลารายทรงจตั รุ มขุ ยอดมณฑป 4
หลัง ประจำ 4 ทศิ เป็นทีป่ ระดิษฐานพระพุทธรปู อดีตบูรพาจารย์ มซี มุ้ ระฆังทรงไทย

3

ความเป็นมา มีผู้รู้ประมวลไว้ โดยอาศัยจากการเล่าต่อๆ กันมาว่า ในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาถูกพม่าทำลายเผา

ผลาญบ้านเมือง ตลอดวัดวาอารามจนในที่สุดได้เสียกรุงแก่ข้าศึก เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๓๑๐ ซึ่งเป็นการเสียกรุงครั้ง
สุดท้ายในประวัตศิ าสตร์ การสงครามครงั้ นป้ี ระชาชนเสยี ขวัญและได้รับความเดือดร้อน บางพวกไมส่ ามารถท่ีจะอาศัยอยถู่ น่ิ
เดิมต่อไปได้ จึงพากันอพยพครอบครัว ลงมาทางใตต้ ง้ั ถิน่ ฐานท่ีบริเวณวัดหัวลำโพงในปจั จบุ ันนเ้ี หน็ ว่าเปน็ ทำเลท่ีเหมาะ ยัง
ไม่มีเจ้าของถอื กรรมสิทธ์ิ มีลำคลองเช่ือมโยงสะดวกต่อการสญั จรไปมา จึงได้ต้งั หลักฐานและจับจองทดี่ ิน นานปีเข้าต่างก็มี
หลักฐานม่ันคงเปน็ ปกึ แผ่นทวั่ กัน

ต่อมาจึงได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นตามวิสัยอันดีงามเช่น บรรพบุรุษชาวพุทธทั้งหลาย และให้ชื่อว่า วัดวัวลำพอง
ตามความนิยมท่ีชื่อของวัดจะพ้องกับชื่อหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านกับวัดส่วนใหญ่ของไทยเรา มักมีชื่อเหมือนกัน หรือมี
ความหมายเดียวกัน

ปีรัตนโกสนิ ทรศก ๑๐๙ ตรงกับปี พ.ศ. ๒๔๓๓ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี ๕ หรือท่ี
ประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจกันขนานพระนามพระองค์ท่านว่าสมเด็จพระปิยมหาราช ซึ่งเป็นยุคทองของการพัฒนา
ประเทศชาติในระบบใหม่ ได้ทรงสร้างทางรถไฟขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย คือจากสถานีกรุงเทพฯ ขึ้นไปบริเวณนอก
เมอื งใกลก้ บั คเู มอื งชัน้ นอกคือคลองผดุงเกษม พระราชทานนามว่า สถานหี ัวลำโพง ซ่ึงอยหู่ ่างจากวดั ววั ลำพอง ประมาณ ๒
กิโลเมตร

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๔๗ ราวเดือนตลุ าคมหรอื เดือนพฤศจิกายน ซึง่ เป็นฤดูกาลทอดกฐิน จากหลกั ฐานและคำบอกเล่านน้ั ว่า
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระกฐินในครั้งน้ัน

4

วันเดียวกนั ถงึ ๓ วัด ตามลำดบั ดงั น้ี คือ วัดสามจนี (วดั ไตรมิตรวทิ ยาราม) วัดตะเคยี น (วัดมหาพฤฒาราม) และวัดววั ลำพอง
(วัดหัวลำโพง)ในการเสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐิน ที่วัดวัวลำพองนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่
พระราชทานนามวา่ วดั หวั ลำโพง และทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานแต่งต้งั สมณศักดิ์เจา้

พระพุทธรรปู

พระประธานในอุโบสถ เป็นพระพทุ ธรปู ปางมารวิชัย สมัยต้นกรงุ รตั นโกสินทร์ พระนามว่า พระพทุ ธมงคล ลง
รักปดิ ทอง เหนือพระเกศ ประกอบดว้ ยฉตั รโคมไฟ ๗ ช้นั ประทบั อยู่บนฐานชุกชี ๒ ช้ัน ชน้ั แรกเปน็ ฐานหนิ ออ่ น ชนั้ บนเปน็
ฐานปูนปั้นลงรักปิดทอง ประดับกระจกสี บนฐานชั้นแรกเป็นที่ประดิษฐานพระอัครสาวกสององค์บนฐานหินอ่อนแกะบัว
หงาย เบื้องซ้ายพระโมคคัลลานะ เบื้องขวาพระสารีบตุ ร ใต้ฐานชกุ ชีบรรจุพระพุทธรูปปางต่างๆ พระ ผงพุทธคุณ เหรียญ
พระคณาจารย์ต่างๆ เมอื่ วันวสิ าขบชู า วันท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๑

เจ้าอาวาสคอื พระอาจารยส์ ิงห์ ซึ่งเป็นพระวิปัสสนาธรุ ะทม่ี ชี ื่อเสียงองค์หนงึ่ ในครง้ั นน้ั เปน็ พระครสู ัญญาบตั รท่ี
พระครูญาณมุนี นบั วา่ เป็นพระมหากรณุ าธคิ ุณเปน็ ล้นพน้ หาทีส่ ุดมไิ ด้

5

นับแต่นั้นมาด้วยเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ไทย อันมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ผู้ทรง
วางรากฐานความเป็นมิ่งมงคล และทรงประกอบคุณงามความดีตามหลักพรหมวิหารให้เป็นที่ประจักษ์แก่คณะสงฆ์และ
อบุ าสกอุบาสกิ า จึงต่างกไ็ ด้รว่ มกนั ทำนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนา สรา้ งถาวรวัตถุให้เจรญิ ยงิ่ ข้ึน เพ่ือเป็นการสนองพระมหา
กรณุ าธคิ ุณตอ่ พระองค์ท่าน
วดั หัวลำโพง อันเปน็ นามพระราชทาน เปน็ นามมิง่ มงคลก็ประสบความเจริญรงุ่ เรอื งมาโดยตลอด บรู ณะปฏิสังขรณ์ถาวรวตั ถุ
เดมิ เพิ่มเติมถาวรวตั ถใุ หม่ ให้เปน็ ศรสี ง่าแกพ่ ระศาสนา
วัดหัวลำโพง มีที่ดนิ ประมาณ ๒๐ ไร่ ซึ่งในระยะแรกมเี นือ้ ที่ประมาณ ๗ ไร่ ต่อมานายท้วม พุ่มแก้ว ซึ่งมีทีด่ นิ ติดกับเขตวัด
ด้านถนนพระราม ๔ ถวายที่ดินส่วนนั้นให้แก่วดั ประมาณ ๖ ไร่ และนางสาวลออ หลิมเซ่งไถ่ ได้ถวายพินัยกรรมเป็นทีด่ นิ
อีกจำนวน ๗ ไร่ ๑ งาน ๘๘ ตารางวา (ปัจจุบนั เป็นที่ตั้งของโรงเรยี นพุทธจักรวทิ ยา ) ปจั จุบันวัดหัวลำโพงมีท่ีดินต้ังวัดและที่
ธรณสี งฆ์ คอื โฉนดเลขที่ ๓๑๗๓๔ เน้ือท่ี ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา โฉนดเลขท่ี ๒๓๒๗ เนอื้ ที่ ๗ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา
โฉนดเลขท่ี ๑๙๗๓ เนื้อที่ ๓ งาน ๘๑ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๔๑๙ เนื้อที่ ๒ งาน ๗๙ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๙๗๒ เนื้อที่
๙๙ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๑๒๓ เนอ้ื ท่ี ๖๙ ตารางวา

6

วันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๕ วัดหัวลำโพงได้รับพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยกฐานะวัด
ขน้ึ เปน็ พระอารามหลวงชัน้ ตรี ชนิดสามัญ
• ทีอ่ ยู่ : 728 ถนนพระราม 4 แขวงสพี่ ระยา เขตบางรัก กรงุ เทพฯ
• เปิดให้เข้าชม : 08.30-15.30 น.
• โทร : 0-2233-8109

7

8

บทท่ี 2

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (วดั แจง้ )

วัดอรุณราชวรารามราช วรมหาวิหาร หรือ วดั แจ้ง เป็นวดั โบราณ ท่สี ร้างข้นึ ในสมัยอยุธยา เดมิ เรียกว่า วัด

มะกอกนอก ในสมยั รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าใหอ้ ัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 2 มาบรรจุที่พุทธอาสน์ของพระ
พุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในอุโบสถวัดอรณุ และพระราชทานนามวดั ใหม่ว่า วดั อรุณราชวราราม
เมื่อพดู ถึงวัดที่ห้ามพลาดในกรงุ เทพฯ วัดอรณุ ฯ เปน็ หนงึ่ ในสามอันดับแรก หรอื ทเ่ี รียกกนั ทั่วไปว่า“ วัดอรุณราชวราราม”
เปน็ หนง่ึ ในหกวดั ทม่ี ชี ้นั สูงสดุ ของวัดหลวง ดงั น้ันจึงเปน็ วดั ทไ่ี ด้รบั ความเคารพและเก่าแก่ท่สี ุดแห่งหน่ึงของประเทศไทย ทุก
คนไดเ้ ห็นอยา่ งนอ้ ยหนง่ึ รปู แบบของทวิ ทัศนร์ มิ แมน่ ้ำสุดคลาสสกิ ทถ่ี ่ายกบั วดั อรณุ ไม่วา่ จะเป็นภาพพระอาทิตยข์ นึ้ หรือ แสง
ไฟทสี่ วยงามในเวลากลางคืน ไม่เพยี งแต่เปน็ ภาพทีน่ ่าทง่ึ เน่อื งจากการออกแบบท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ทำเลที่ตัง้ ริมแมน่ ำ้ ทส่ี ำคัญ
ของวดั อรุณยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจ

9

ความเป็นมา วัดอรณุ ราชวราราม เดมิ มชี ื่อวา่ วัดมะกอก ตามชอ่ื ตำบลท่ตี ั้ง และเปลี่ยนมาเป็น วดั แจ้ง เนื่องจากครั้งท่ี

สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช ไดถ้ ือเอามงคลอุดมฤกษ์ ครงั้ เสด็จกอบกอู้ สิ รภาพคืนกลบั มาเปน็ ของไทย และทรงเสด็จทาง
ชลมารค ล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงวัดมะกอกในเวลารุ่งแจ้งพอดี …. และอีกมูลเหตุที่มาเกี่ยวกับชื่อวัดแจ้ง ยังมี
กลา่ วไว้ว่า เป็นวัดทีม่ ีมาตัง้ แตส่ มัยกรุงศรอี ยธุ ยาตอนปลายแลว้ และยังมีชื่อ “แจง้ ” ปรากฎอยู่ในนิราศเมืองเพชรบุรี ซงึ แตง่
โดย หม่อมภมิ เสน กวีราชสำนกึ อยุธยา ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวบรมโกศ โดยกล่าวถงึ การล่องเรือจากกรุงศรีอยุธยา
ไปยงั เมืองเพชรบุรี และเมือ่ ลอ่ งผ่านมายังบริเวณเมืองกรุงธนบรุ ี ไดแ้ วะคา้ งคนื ที่เมอื งกรุงธนบรุ ีอีกด้วย โดยมีปรากฎช่ือวัด
แจ้งเป็นหลกั ฐานดงั นริ าศเมืองเพชรบุรีท่เี ลา่ ไว้วา่ “.. ถงึ ตวั ไกลใจนอ้ งยังผกู พัน จนไกข่ ันกระช้ันเร่งรววี รเขาแจวเรือมาจอด
หนา้ วัดแจ้ง แรงค้อนข้อนคิดขนุ่ สมรประทับรอ้ นระทมอารมณ์รอ้ น แต่ถอดทอนใจหาทุกนาที ..”

10

ลักษณะทางดา้ นสถาปัตยกรรมของพระปรางค์แตเ่ ดมิ นน้ั ไมไ่ ดส้ ูงใหญ่ หรือมขี นาดพระปรางค์ใหญ่โตเชน่ ปจั จบุ นั แต่วัดแจง้
ก็นับไดว้ ่าเปน็ วดั หลวงทีส่ ำคญั เน่อื งดว้ ยใน สมยั พระเจ้ากรุงธนบรุ ี หรอื สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช ทรงสรา้ งอาณาจกั ร
กรงุ ธนบุรีข้นึ มีพระราชวงั เดิม และวดั แจง้ อยเู่ คียงข้างกนั เปน็ วัดหลวงประจำอาณาจักรกรุงธนบรุ ีทส่ี ำคญั อกี ทั้งยังเคยเปน็

ที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต และพระบาง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ในขณะนั้น ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ไปสู้รบกับนคร
เวียงจันทน์ และได้ชัยชนะกลับมา พร้อมได้อัญเชิญพระแก้วมรกต กลับคืนสู่แผ่นดินสยาม รวมถึง พระบาง พระ
คบู่ า้ นค่เู มืองของทางอาณาจักรลา้ นช้างมาประดษิ ฐานดว้ ย วัดอรุณราชวราราม จึงเป็นที่ประดิษฐานพระพทุ ธรปู สำคญั ถึง ๒
องค์

งานสถาปตั ยกรรม วดั อรุณราชวราราม นับได้วา่ มคี วามโดดเดน่ เปน็ ศรีและความสง่างามแหง่ กรุงรตั นโกสินทร์
ทีค่ วรค่าแกก่ ารเรียนรู้ ดว้ ยการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมชิน้ เอกอุ ดงั เชน่ พระปรางค์ และพระเจดยี บ์ รวิ าร มนี ัยสอดคลอ้ ง
กบั เร่อื งของไตรภูมิกถา คือ เปน็ งานสถาปตั ยกรรมที่สอ่ื ถงึ เขาพระสุเมรุ ทวีปทง้ั ๔ และเขาสัตตบรภิ ณั ฑ์

11

ความหมายอันลึกซึ้งนี้ มีความสำคัญมากกว่า แค่ความสวยสง่างามเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับ
พระพุทธศาสนาได้ อย่างแยบยล อีกดว้ ย หากแค่ไปวัดเพยี งเพื่อทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลา ย่อมอาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งถงึ
นัยของภูมิสถาปัตย์ของที่น่อี ยา่ งแนน่ อน และน้อยคนนักจะทราบถึงรูปแบบ ที่มา การก่อสรา้ ง และส่ิงสำคัญท่ีประดิษฐาน
อยูใ่ นวดั รวมถึงภมู ปิ ัญญาเชงิ ชา่ งไทยที่ผสมผสานรูปแบบศิลปะไทยและจนี เข้าด้วยกนั อย่างกลมกลนื

พระพุทธรรปู

พระพุทธชัมพูนุช มหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ วัสดุ
ทองแดงปิดทอง สรา้ งในสมยั รชั กาลท่ี 3 ประดษิ ฐานอยูภ่ ายในพระวิหาร วัดอรณุ ราชวรารามราชวรมหาวิหาร

12

ความสวยงาม และโดดเด่นของวัดอรุณฯ ก็คือ พระปรางค์วัดอรุณฯ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพระปรางค์
สถาปัตยกรรมไทย และมีขนาดใหญ่ สูงจากฐานถึงยอด 81.85 เมตรเลยทีเดียว ประกอบด้วยปรางค์ประธาน และปรางค์
รองอกี 4 ปรางคด์ ้วยกนั สรา้ งข้นึ แทนพระปรางคอ์ งคเ์ ดมิ ในสมัยรชั กาลที่ 2 และบรู ณะคร้ังใหญใ่ นสมยั รชั กาลท่ี 4
นอกจากนย้ี ังมคี ติความเชอ่ื ของคนไทยท่วี ่าหากมาไหว้สักการะทีว่ ัดอรุณฯ สกั คร้ัง จะมี “ชวี ติ ร่งุ โรจน์ทุกคนื วนั ”
• ทีอ่ ยู่ : 158 ถนนวงั เดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
• พกิ ดั : https://goo.gl/maps/uUq8m6QvaTpfSxdx5
• เปดิ ให้เขา้ ชม : 08.00-18.00 น.
• โทร : 0-2891-2185

13

บทท่ี 3
14

บทที่ 3

วดั พระเชตพุ นวิมลมงั คลาราม ราชวรมหาวหิ าร (วัดโพธิ์ ทา่ เตยี น)

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ท่าเตยี น สร้างมาต้ังแต่สมัยกรุงศรอี ยุธยา เป็นวัดเก่าแก่

และ เป็นวัดประจำรัชกาล 1 อีกด้วย เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการสถาปนาวัดนี้ใหม่ โดยโปรดเกล้าให้สร้างพระ
อุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร และบรู ณะวัดน่ันเอง

ความเป็นมา วดั โพธิ์กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของราชอาณาจกั รไทยทม่ี ีความหมายเป็นนครแห่งทวยเทพ มหี ัวใจอยู่

ทีก่ รุงรัตนโกสินทรช์ นั้ ใน อันเปน็ พ้นื ที่แรกสรา้ งพระนคร นับเป็นพื้นทท่ี ีส่ ัง่ สมมรดกทางวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทยไว้ใหเ้ รา
ชนรุ่นหลังได้เห็นได้เรยี นรู้ได้รับรู้บังเกิดความภาคภูมิใจและนำความรู้ทั้งหลายทัง้ ปวงมาปฏบิ ัติตามประกอบอาชพี กันด้วย

15

สมั มาอาชวี ะจนถงึ ทุกวนั นี้ วัดโพธิ์ หรอื นามทางราชการว่า วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอาราม
หลวงช้นั เอก และเป็นวัดประจำรชั กาลท่ี ๑แหง่ ราชวงศจ์ ักรี เน่อื งจากพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรง
พระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามวดั เกา่ ท่เี มอื งบางกอกคร้ังกรงุ ศรอี ยธุ ยา เปน็ วดั หลวงขา้ งพระบรมมหาราชวงั
และทีฐ่ านชุกชปี ระดษิ ฐานพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถเป็นทบี่ รรจพุ ระบรมอฐั ขิ องพระองค์ทา่ นไว้ดว้ ย

พระอารามหลวงแห่งน้ี มีเนอ้ื ที่ ๕๑ ไร่ ๒ งาน ๙๘ ตารางวาอยูด่ ้านทิศใตข้ องพระบรมมหาราชวัง ทิศเหนือจด
ถนนท้ายวงั ทศิ ตะวันออกจดถนนสนามไชย ทิศใตจ้ ดถนนเศรษฐการ ทิศตะวนั ตกจดถนนมหาราช มีถนนเชตุพนขนาบด้วย
กำแพงสูงสีขาวแบ่งเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสชัดเจนมีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกไว้วา่ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระ
พุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังแล้วทรงพระราชดำรวิ า่

มีวัดเก่าขนาบพระบรมมหาราชวัง ๒ วัด ด้านเหนือ คือวัดสลัก (วัดมหาธาตุ) ด้านใต้ คือ วัดโพธาราม จึงทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ขุนนางเจา้ ทรงกรม ชา่ งสิบหมู่อำนวยการบูรณปฏิสังขรณ์ เริ่มเมื่อพ.ศ. ๒๓๓๑ เสดจ็ วัดโพธาราม
มีสภาพทรุดโทรม ต่อมาปี พ.ศ. ๒๓๓ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอุโบสถอันดับแรก ใช้เวลา ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึง
แล้วเสร็จ และโปรดเกล้าฯ ให้มีการฉลองเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๔ พระราชทานนามใหม่ว่า“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ”
ต่อมารชั กาลที่ ๔ ไดโ้ ปรดเกล้าฯ ใหเ้ ปลีย่ น ท้ายนามวดั เปน็ “วัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม”

16

ครนั้ รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกล้าเจ้าอยหู่ วั รชั กาลที่
๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้บรู ณปฏิสังขรณ์คร้ังใหญ่นานถึง ๑๖ ปี
๗ เดือน ขยายเขตพระอารามด้านเหนือและตะวนั ตกคือ ส่วนทเี่ ป็นพระ
วิหารพระพทุ ธไสยาส สวนมสิ กวัน สถาปนาขนึ้ ใหม่ เป็นโบราณสถานใน
พระอารามหลวงที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ แม้การบูรณปฏิสังขรณ์ได้
ดำเนนิ การตามลำดับจนถึง

ปัจจุบันทางวัดได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ เมื่อ
พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา เพื่อให้พระ
อารามแหง่ นี้มคี วามสวยงามมั่นคงอยเู่ สมอ

เกร็ดประวัติศาสตร์ของการสถาปนาและการ
บรู ณปฏิสังขรณว์ ัดโพธแ์ิ หง่ น้ี บนั ทึกไว้ว่า รัชกาลที่ ๑ และท่ี ๓ ขุนนาง
เจ้าทรงกรม ช่างสิบหมู่ได้ระดมช่างในราชสำนัก ช่างวังหลวง ช่างวัง
หน้า และช่างพระสงฆ์ที่อยู่ในวัดต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปกรรมสาขา
ต่างๆ ได้ทุ่มเทผลงานสร้างสรรค์พุทธสถานและสรรพสิ่งที่ประดับอยู่ใน
พระอารามหลวงดว้ ยพลังศรัทธาตาม

17

พระพทุ ธรรปู

พระราชประสงค์ของพระองค์ท่านที่ให้เป็นแหล่งรวมสรรพศิลป์ สรรพศาสตร์เปรียบเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสรรพวิชาไทย
(มหาวทิ ยาลยั เปิดแหง่ แรก) ทร่ี วมเอาภูมปิ ัญญาไทยไว้เปน็ มรดกให้ลูกหลานไทยไดเ้ รยี นรู้กนั อย่างไม่รูจ้ บส้ิน
จกั รพนั ธุ์ โปษยกฤต จติ รกรชือ่ ดงั ของไทย กลา่ วไวใ้ นหนังสอื “โบสถ์วัดโพธ์”ิ เม่อื ๑๐ ตลุ าคม ๒๕๔๒ วา่ “ศิลปศาสตร์ใน
วัดโพธ์ิ จงึ เสมือนโอฆะแห่งวชิ า ทสี่ ามารถตักตวงได้ยังประโยชนแ์ กก่ ลุ บุตรกลุ ธิดาใหอ้ ุดมสมบรู ณอ์ ลังการด้วยปัญญาอยู่มิรู้
เหอื ดแหง้ ”

18

วัดโพธิ์นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนมีเป้าหมายของการ
เดินทางไปชมคือ การชมพุทธศิลป์ที่งามวิจิตร ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยที่ยังเป็นอยู่ ยังสืบสานกันอยู่ เป็นความรู้เป็น
อาชีพทีเ่ ปน็ อมตะ เปิดให้นักท่องเทีย่ วเข้าชมทุกวันตั้งแตเ่ วลา ๐๘.๐๐ - ๑๘.๓๐ น. สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
จะต้องซือ้ บตั รเขา้ ชมคนละ ๑๐๐ บาท

ภายในพระวหิ าร ยังประดษิ ฐาน พระพุทธไสยาสน์ ซ่งึ มขี นาดใหญ่เป็นอนั ดับ 3 ของประเทศไทยอกี ดว้ ย โดยมี
ลักษณะพเิ ศษคือ มปี ระดับมกุ ภาพมงคล 108 ประการท่พี ระบาท เปน็ ท่ีสักการะขอพรของคนไทย และทางยเู นสโกยงั ไดข้ น้ึ
ทะเบยี นวดั โพธิ์ให้เป็นมรดกความทรงจำโลกของภมู ภิ าคเอเชียแปซิฟิก เมือ่ มีนาคม พ.ศ. 2551 อีกดว้ ย

นอกจากน้ี วดั โพธยิ์ งั ถอื ได้ว่าเปน็ วัดท่ีมพี ระเจดยี ์มากทส่ี ุดในประเทศไทย โดยมจี ำนวนประมาณ 99 องค์เลย
ทีเดียว ซงี่ เจดยี ์ทีส่ ำคญั ก็คอื มหาเจดีย์ สีร่ ัชกาล องค์
พระเจดนี น้ั เป็นแบบเจดีย์ย่อไม้สบิ สอง ประดบั ดว้ ยกระเบื้องเคลือบ อนั ประกอบด้วย พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลท่ี 1-4
• ทีอ่ ยู่ : เลขที่ 2 ถนนสนามไชย เขตพระนคร กรงุ เทพฯ
• พิกดั : https://goo.gl/maps/cz7EEmqftc6D3Xhw9
• เปิดใหเ้ ขา้ ชม : 08.30-17.30 น.
• โทร : 0-2226-0335

19

20

บทที่ 4

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือวัดภเู ขาทอง เป็นวดั โบราณในสมัยกรุงศรอี ยธุ ยา ต่อมาจึงไดร้ บั การบรู ณะในสมยั รัชกาล

ที่ 1 ภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของ พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งเป็นเจดีย์บนภูเขาจำลอง สร้างในสมยั ของรัชกาลที่ 3
โดยทรงให้เปน็ พระปรางค์มีฐานยอ่ มมุ ไม้สบิ สอง แตย่ ังไม่ทันแลว้ เสรจ็ จนเถึงสมัยรัชกาลที่ 4 จึงทรงใหเ้ ปล่ียนแบบเป็นภเู ขา
กอ่ พระเจดยี ์ไว้บนยอด และเป็นทีป่ ระดิษฐานพระบรมสารรี กิ ธาตุ ทำใหย้ อดเจดียส์ ีทองสวยงาม ส่องสวา่ งเหน็ ได้แต่ไกล จน
เรยี กไดว้ า่ ทนี่ ีเ่ ปน็ อีกหน่งึ สัญลกั ษณ์ของกรุงเทพฯ ก็วา่ ได้

21

ความเป็นมา พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง งาน

ภูเขาทองพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ตั้งอยู่ในวัด
สระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
กรุงเทพมหานคร

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 3 ทรงมีดำริให้จัดสร้างพระเจดีย์ภูเขาทอง ไว้
เป็นปชู นียส์ ถานในพระนครเหมอื นด่งั ทกี่ รงุ เกา่ มีวดั ภเู ขา
ทอง ซึ่งตั้งอยู่ทีช่ ายทุ่ง มีองค์พระเจดยี ์เป็นที่สำหรับชาว
พระนครศรีอยุธยาลงไปประชุมเล่นเพลง และสักวาใน
เทศกาลประจำปี โดยรชั กาลที่ 3 ใด้ทรงเลือกเอาบรเิ วณ
วดั สระเกศเปน็ ท่ีกอ่ สรา้ ง

เริ่มก่อสร้างโดยใช้โครงไม้ทำเป็นรูปปรางค์
ใหญ่ ขุดฐานเอาไม้ซุงปูเป็นตาราง เอาศิลาแลงก่อขึน้ จน
เสมอดนิ แล้วจงึ ก่อด้วยอฐิ ในองค์พระปรางค์เอาศิลากอ้ น
ที่ราษฏรเก็บมาขายใสล่ งไป แต่ก่อสร้างใดไ้ ม่เท่าไรก็ทรุด
ยุบตัวพังลงมาเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ใกล้ชายคลอง
พ้ืนดนิ ไมแ่ ขง็ แรงพอจึงตอ้ งปกั เสารอบๆองค์พระปรางค์หลายๆชั้นไม่ให้ดินทลายออกไป จงึ เร่ิมกอ่ ใหม่แตก่ ็ยังทรุดอีกจึงยุติ
การก่อสร้างชั่วคราวจนสิ้นรัชการที่ 3ครั้นพอถึงรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2406 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึง
โปรดเกล้าให้สร้างใหม่ เดอื น 6 ปฉี ลู พ.ศ. 2407 รชั กาลท่ี 4 ไดเ้ สด็จไปวางศลิ าฤกษ์และใหเ้ ปลีย่ นชอื่ ใหม่ ตามพระเมรุบรม
บรรพตที่ท้องสนามหลวง จากภูเขาทองเป็น “บรมบรรพต” การก่อสรา้ งครั้งนีไ้ ดแ้ ปลงพระเจดียอ์ งคเ์ ดิม ให้เป็นภูเขามีพระ
เจดีย์อยู่ด้านบน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไวบ้ นยอด มีบันไดเวียนขึ้นลง2สาย เพื่อสะดวกในเวลาเทศกาลการก่อสร้างใน
สมยั รชั กาลท่ี 4 ก็ยังไม่แล้วเสรจ็ จนถงึ สมัยรชั กาลท่ี 5 จึงโปรดเกล้า ฯ ใหท้ ำการกอ่ สร้างภูเขาทองที่ยงั คา้ งอยจู่ นสำเร็จ

การบรรจุพระบรมสารรี ิกธาตุไวภ้ ายในองคพ์ ระเจดยี ์มอี ยูห่ ลายคร้งั ทส่ี ำคัญคอื เมือ่ พ.ศ. 2422 รฐั บาลอินเดีย
ใด้ถวายพระบรมสารีรกิ ธาตุ ท่ีขดุ ใด้จากเนินพระเจดยี ์เกา่ ทเ่ี มอื งกบิลพัศดุ์ บรรจุอยู่ภายในผอบทีม่ อี กั ษร พราหมี หรือ เมาริ
ยะ จารึกไว้ว่า “พระบรมสารีรกิ ธาตุนี้ เป็นของพระพุทธเจ้า(สมณโคดม)ตระกูลศากยราช ใด้รับแบ่งปันในเวลาถวายพระ
เพลิงพุทธสรีระ” ให้แดร่ ชั กาลท่ี 5 แล้วจึงใด้โปรดเกลา้ ให้นำมาบรรจุไว้ในองคพ์ ระเจดยี ์

22

พระพทุ ธรรูป

พระวิหารหลวงพอ่ โต
พระพุทธรูปมารวิชัยองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปหล่อปิดทอง
ในสมยั รชั กาลท่ี ๓ หนา้ ตกั กวา้ ง ๗ ศอก ๑ คืบ ส่วนสงู ๑๐
ศอก นับว่าเป็นพระพุทธรูปหล่อดว้ ยโลหะที่ใหญ่องค์หน่งึ
ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่เชิง
พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ด้านทิศเหนอื ตามประวัติได้
บันทึกเอาไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๓ ได้มีพระราชศรัทธาให้สร้างหลวงพ่อโตไว้
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่
๕ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าใหน้ ำมาประดษิ ฐานไว้ทีว่ ัดสระ
เกศตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อโตองค์นี้มี
พุทธศาสนิกชนผู้เคารพนบั ถอื เล่ือมใสมาสักการะบูชาเปน็
ประจำโดยเฉพาะผู้ทอ่ี ยู่บรเิ วณใกล้เคียงถอื วา่ “เป็นหลวง
พ่อทใี่ ห้ความคมุ้ ครองใหค้ วามสขุ ความเจริญ”
การขึ้นไปบนภูเขาทองนั้นต้องเดินวนขึ้นไปตามบันไดถึง
300 กว่าขั้น นอกจากนี้ที่ด้านบนยังเป็นจุดชมวิวที่เราจะ
สามารถมองเห็นกรุงเทพฯ ได้แบบ 360 องศาอีกด้วย ที่นี่
จึงเป็นอีกหน่งึ วัดสวยในกรงุ เทพฯ ทีต่ ้องแวะมาสักครงั้
อีกทั้งในทกุ ๆ ปี ยงั มกี ารจัด งานภูเขาทอง ซงึ่ เปน็ พิธอี ัญเชิญผ้าแดงหม่ องค์พระบรมบรรพต เปน็ มงคลพธิ ที สี่ บื ทอดตอ่ กนั มา
ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ค่ะ ปกติแล้วงานภูเขาทองจะตรงกับช่วงเทศกาลลอยกระทง และมีการจัดงานใหญ่ตลอด 10 วนั
10 คนื

23

ทีอ่ ยู่ : 344 ถนนบริพัตร แขวงบา้ นบาตร เขตปอ้ มปราบศตั รพู า่ ย กรงุ เทพฯ
เปดิ ใหเ้ ขา้ ชม : 08.00-19.00 น.

24

25

บทท่ี 5

วดั สุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

ความเป็นมา วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนน

ตีทองและถนนบำรุงเมอื งหน้าวัดหนั ออกทางถนนอณุ ากรรณ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงดำรสั ให้สร้างข้ึน
(ประมาณ พ.ศ. 2350-2351) เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อ
ประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวดั มหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย เป็นพระพทุ ธรูปท่ีสร้าง
ขึ้นในสมัยราชวงศ์พระร่วง ครั้นเวลาผ่านไปพระวิหารหลวงของวดั ก็หักพังลงทำให้พระพุทธรูปองค์นี้ต้องตากแดดกรำฝน
จนกระทั่งมาในสมัยของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช ไปพบเข้าก็ทรงมพี ระดำรัสให้อัญเชิญเข้ามายัง

พระวหิ ารของวดั สุทศั น์ ฯ ในพระนคร แต่เม่ืออัญเชิญเข้ามาแล้วพระวหิ ารในวัดนี้ยงั สรา้ งไมเ่ สรจ็ แตส่ น้ิ รัชกาล
ก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสงั ฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรอื วดั เสาชงิ ช้าบ้าง

26

ต่อมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั ก็ทรงโปรดให้สร้างต่อไปและแสดงฝีพระหัตถ์ไว้เปน็
อนุสรณโ์ ดยทรงสรา้ งบานประตูกลางจำหลักด้วยฝพี ระหตั ถร์ ว่ มกับกรมหมนื่ จิตรภักดี ของตัวพระวิหารแห่งนี้ด้วย (ปัจจุบัน
บานประตูน้ี เกบ็ รกั ษาไวใ้ นพพิ ธิ ภณั ฑ์) แตก่ ส็ นิ้ รัชกาลเสยี กอ่ นทก่ี ารก่อสรา้ งจะแล้วเสร็จในสมยั รชั กาลของพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดให้ทำการบรู ณะสรา้ งพระวิหารจนสำเรจ็ แล้วทรงโปรดใหส้ ร้างพระอุโบสถและ
ศาลาการเปรียญ กับโปรดให้สร้างสัตตมหาสถานและสร้างกุฏิสำนักสงฆ์ประดิษฐานสังฆาราม พระราชทานนามว่า วัดสุ
ทศั นเทพวรารามราชวรมหาวหิ าร พรอ้ มกับนิมนตพ์ ระสงฆไ์ ปจำวัดต้ังแตร่ ชั กาลท่ี 3 ต่อมาในสมยั รัชกาลที่ 4 และ 5 โปรด
ให้มกี ารซ่อมแซมพระวิหารพระศรศี ากยมนุ ีและซ่อมพระอโุ บสถเพม่ิ เตมิ

27

ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท
มหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร และไดอ้ ัญเชญิ พระบรมราชสรรี างคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผา้ ทิพยด์ ้านหนา้ พทุ ธบัลลังก์
พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระ
ปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดินทรในวันที่ 9 มถิ นุ ายนของทุกปี

28

พระพุทธรรปู

พระศรศี ากยมุนี เปน็ พระประธานในพระวิหารหลวงวดั สทุ ศั นเทพวราราม หล่อดว้ ยโลหะสมั ฤทธิ์ หนา้ ตกั กว้าง
3 วา 1 คบื นับเปน็ พระพุทธรปู หลอ่ ทใ่ี หญ่ท่ีสุดในประเทศไทย ในยุคกอ่ น 25 พุทธศตวรรษ เดมิ เป็นพระประธานอยู่ในพระ
วหิ ารหลวง วดั มหาธาตุ สุโขทัย สรา้ งสมยั ราชวงศ์พระรว่ งแหง่ กรงุ สุโขทัย

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ให้อัญเชญิ มายงั กรงุ เทพ ฯ ได้มีพระราชดำรจิ ะสร้างพระ
อาราม ทีม่ ีพระวหิ ารใหญ่อย่างวดั พนญั เชงิ ทอี่ ยธุ ยา โดยประดษิ ฐานไวก้ ลางพระนคร เมือ่ ชลอพระศรศี ากยมนุ มี าถึงกรุงเทพ
ฯ แลว้ ใหป้ ระทับทา่ สมโภช 7 วนั แลว้ จงึ ทรงชกั เลื่อนองค์พระทางสถลมารค และพระองค์ไดเ้ สดจ็ พระราชดำเนนิ ตามขบวน
แห่พระในรัชสมัยของพระองค์ ทำได้เพียงอัญเชิญองค์พระขึ้นตั้งไว้ ตัววิหารลงมือสร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพทุ ธ
เลิศหลา้ นภาลยั
ตรงใตฐ้ านที่ผา้ ทิพยบ์ รรจุพระบรมราชสรรี างคารของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลท่ี 8)
สว่ นดา้ นหลังบลั ลังกพ์ ระพทุ ธรูปมแี ผน่ ศิลาสลัก เป็นศลิ ปะแบบทวารวดี เป็นรปู สลักปิดทอง ปางยมกปาฏิหาริย์ และ ปาง
ประทานเทศนาในสวรรค์ เป็นของเกา่ และหาดูไดย้ าก เขา้ ใจวา่ จะมอี ย่เู พียงชิ้นเดยี วในโลก

29

30

บทที่ 6

วดั บวรนเิ วศวิหารราชวรวิหาร

วัดบวรนิเวศวหิ ารราชวรวหิ าร เปน็ วดั ท่สี มเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาศกั ดพิ ลเสพโปรดใหส้ รา้ งขนึ้ ในสมัย รัชกาล

ที่ 3 ค่ะ วัดนี้จึงมีสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีนที่งดงาม พระอารามนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4
พระองค์ และเปน็ ท่ีตง้ั ของมหาวิทยาลัยมหามงกุฏราชวิทยาลยั อีกด้วย

วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เดิมชื่อ วัดใหม่ ซึ่งเป็นวัดโบราณเก่าแก่ ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงผนวช ได้เสด็จมา
ประทับ และทรงต้งั คณะสงฆธ์ รรมยตุ ติกนิกายข้นึ ที่วดั นเ้ี ป็นคร้ังแรก วัดบวรนเิ วศวิหารจงึ ถอื เป็นวดั สำคัญแห่งหน่ึงของบ้าน
เรา เพราะเปน็ วัดท่ี รัชกาลท่ี 6 รัชกาลท่ี 7 และรัชกาลที่ 9 ทรงผนวช ณ วดั นอี้ กี ด้วย

31

ความเป็นมา วัดบวรนิเวศวหิ าร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ด้านถนนตะนาว ขณะนีใ้ นกำแพง

พระนคร สมเด็จพระบวรราชเจา้ มหาศักด์ิพลเสพ กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล รัชกาลท่ี 3 ทรงสรา้ งขน้ึ ใหม่ ในรชั กาลนน้ั
ระหว่าง พ.ศ. 2367 และ พ.ศ. 2375 ปรี ะหว่างอุปราชภเิ ษกและสวรรคตของสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ องคน์ ัน้ ใกล้กับวัดรังษี
สุทธาวาส ที่สมเดจ็ เจ้าฟ้ากรมขุนอศิ รานุรกั ษ์ ทรงสถาปนาขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2366 ซึ่งต่อมาภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ
เกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ทรงเห็นว่าทรุดโทรมมาก จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้รวมกับวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ พ.ศ. 2458
ซึ่งในปัจจุบันยงั คงเรยี กส่วนทเ่ี ปน็ วัดรงั ษีสุทธาวาสมา เดมิ เรยี กวา่ “คณะรังษี”

วัดนี้เดิมเรียกว่า วัดใหม่ อยู่ในเขตฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคล ต่อมาเมื่อในปีพ.ศ. 2375 สมเด็จพระบวร
ราชเจา้ องคน์ ้ีเสดจ็ สวรรคต รชั กาลท่ี 3 ทรงมพี ระประสงคแ์ ต่งตั้งให้เจา้ ฟา้ มงกฎุ อยูใ่ นฐานะกรมพระราชวังบวรสถานมงคล
แต่ขณะนน้ั เจ้าฟ้ามงกุฎยงั ทรงผนวชอยู่ จงึ ตอ้ งทำโดยทางออ้ ม

32

สมเด็จพระนั่งเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว รัชกาลท่ี 3 ได้ทรงอาราธนาพระบาทสมเดจ็ พระเจ้านอ้ งยาเธอ เจ้าฟา้ มงกุฎสมมตุ ิ
เทววงศ์ ขณะทรงผนวชประทับอยูว่ ัดสมอราย ปจั จุบันคอื วัดราชาธิวาส ใหเ้ สดจ็ มาครองทว่ี ัดบวรนิเวศวหิ าร วดั บวรนเิ วศนี้
เป็นวัดทีน่ ่าสนใจมากวัดหนึ่ง เพราะเป็นวัดทีพ่ ระมหากษตั รยิ ์ราชวงศ์จักรรี วมท้ังบรรดาพระบรมวงศานวุ งศ์หลายพระองค์
ตา่ งกท็ รงเคยมาผนวชอยู่วัดนี้
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ

พระอโุ บสถ มี 2 หลัง คือ
1.พระอโุ บส
2.พระอุโบสถวัดรังสี

พระอุโบสถ ก่ออฐิ ถอื ปูน หลังคาทรงไทยช้ันเดยี ว มี 2 ชั้น มุงด้วยกระเบือ้ งรางแบบจนี หลังคาพระอุโบสถเป็นแบบตรี
มุข หน้าบันทัง้ 3 ด้าน มีลวดลายเหมอื นกัน คือมีกรอบล้อมหน้าบันเป็นพานรองรับพระขรรค์ มีพระมหามงกุฎครอบ ลาย
เหล่านี้

ประดับกระจกสีปิดทองล้อมรอบด้วยลายพุดตาน ซึ่งประดับกระเบื้องสีซุ้มประตูหน้าต่างเป็นปูนปั้น ประดับ
กระจกสปี ดิ ทองลายพุดตาน บานประตดู ้านนอกเปน็ ไม้สักแกะสลกั ปดิ ทอง ลายสตั ตพธิ รตั น์ (แก้ว 7 ประการ อันคู่ควรแก่
พระมหาจักรพรรดิ ได้แก่ บัวแก้ว วังแก้ว นางแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว จักรแก้ว และแก้วมณี) บานประตูด้านในเปน็
ภาพเขียนสีน้ำมันลายทวารบาลแบบจีน ลวดลายที่ปรากฏบนบานหน้าต่างด้านนอก เป็นไม้แกะสลักปิดทอง ได้แก่ลาย
หมวดเคร่อื งราชกธุ ภัณฑ์หมวดพระแสง เครื่องราชปู โภค เครอื่ งสูง เครือ่ งแตง่ กาย พระมาลา เคร่ืองอัฏฐบริขาล สงิ สาราสตั ว์
เรอื สำเภา เรอื สพุ รรณหงส์ ทหารสมยั โบราณ ดอกบัว จักรอยู่

ในวมิ านขนาบขา้ งด้วยเสมา แมพ่ ระธรณบี บี มวยผม กนิ รี คนธรรพ์ เทพพนมและลายก้านแย่ง มขุ หน้าต่างดา้ น
ในเปน็ ภาพสีน้ำมันลายเคร่ืองบูชาแบบจนี

33

เสาพระอุโบสถมีอยู่ 2 ชนิด
ได้แก่ เสารับมุขพระอุโบสถ เป็นเสาเหลี่ยม
หนิ ออ่ นเซาะร่องตลอดแนวยาวของเสา ปลาย
เสาประดับด้วย ใบอคันซุส และเสาด้านข้าง
พระอโุ บสถเปน็ เสาเหลย่ี มลบมุม หินอ่อนไม่มี
ลายที่ปลายเสา พื้นอุโบสถและบันไดเป็นหนิ
อ่อนเช่นเดียวกัน บนเสาบันไดประดับด้วย
สิงโตหิน พนักกำแพงแก้วประดับด้วย
กระเบื้องปรุลายประจำยาม บันไดทางขึ้นทั้ง
3 ทางของพระอุโบสถมีตวั เหราเป็นราวบันได
รอบ ๆ พระอุโบสถประดับด้วยตุก๊ ตาจีน ฐาน
ปัทมพ์ ื้นหนิ ออ่ น ภายในพระอโุ บสถหลงั ใหมน่ ้ี
ยังมีภาพจิตกรรมฝาผนัง ซึ่งมีความงดงามอยู่
มากและยังแยกเป็น 2 ตอน คือ ตอนล่างกับ
ตอนบนพอจะยกตวั อย่างพอสงั เขปไดด้ งั นี้

ตอนล่าง ของฝาผนังในพระ
อุโบสถจะเป็นภาพเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม
และประเพณีทางพุทธศาสนาและ
ชีวิตประจำวนั ของชาวไทย

ตอนบน ของฝาผนังในพระ
อุโบสถ จะเป็นเรือ่ งรูปฝรัง่ แสดงปริศนาธรรม
ที่ผนังพระอุโบสถ สันนิษฐานไว้ในหนังสือ
ตำนานวดั บวรนิเวศวิหาร ว่าท่าจักได้เขียนแตค่ ร้ังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงครองวัด ทราบกันว่า รัชกาลที่ 4 ได้
ทรงคิดเขียนขึ้นทุกตอนแสดงปริศนาธรรมเนื่องด้วยคุณของพระรัตนตรัยครบทั้ง 3 เป็นของแปลกไม่มีในที่อื่น รูปภาพ
เหล่านม้ี ี 16 ตอนเทา่ จำนวนประตแู ละหน้าต่าง ตอนหนง่ึ ๆ ก็อยขู่ อ่ื ประตูและหนา้ ตา่ งช่องหนึ่ง ๆ

34

พระอุโบสถวัดรังสี ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูง หลังคาทรงไทยชั้นเดียวมี 2 ตับ มุงด้วยกระเบื้องราง หน้าบันไม่มี
ลวดลาย ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ประตูหนา้ ต่างเดมิ เป็นลายรดน้ำ ปัจจุบันชำรุด ลบเลือน มีระเบียงล้อมรอบ พนักระเบียง
ประดบั กระเบ้อื งมงุ สีเขียว พืน้ หินขดั พระวหิ ารวดั รงั สี กอ่ อฐิ ถือปนู หลังคาทรงไทยชั้นเดยี วมี 2 ตบั มงุ กระเบ้อื งเคลือบมุข
ด้านหน้าและดา้ นหลังของพระวิหารหน้าบันเปน็ ลายดอกพุดตาน ประดับกระจกสที องเชน่ เดียวกบั ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์
และคันทวย ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ด้านในเป็นลายดอกไม้ร่วง เสาเหลี่ยมลบมุม ไม่มีลายที่ปลายเสา พื้นหินอ่อนบนพระ
วิหารเปน็ ฐานปทั ม์ ปัจจุบันกำลังซอ่ มแซม

วิหารพระศาสดา ลักษณะของตัวอาคารก่ออิฐถือปูนพื้น 2 ชั้น มีระเบียบรอบฐาน ลูกแก้ว หลังคามุข 2 ชั้นมี
2 ตับ ตบั ลา่ งเปน็ ปีกนกรอบมุงกระเบื้องราง หน้าบันทง้ั ด้านหน้าและดา้ นหลงั เปน็ รดู พระมหาพชิ ยั มงกฎุ

วหิ ารเกง๋ อยบู่ นพ้ืนเดยี วกบั วหิ ารพระศาสดา ด้านซ้ายมือ เปน็ แบบผสมระหวา่ งทรงไทยกับทรงจนี คอื หลังคาแอ่นโค้ง
แบบจีน สนั หลงั คาประดับปูนป้นั ลายช่อดอกไม้ ใบไม้ หลังคาลดมุข 2 ชั้น มี 3 ตบั มงุ กระเบ้ืองราง ด้านหน้ามีมุขย่ืน และ
ตัววิหารเก๋งประดบั กระเบือ้ งเคลือบสเี ป็นลายช่อดอกไม้ ไก่ฟ้า สิงโต แจกนั ดอกไม้ และเครือ่ งบชู าอย่างจนี ฐานบัวมีพาไล
เปดิ โลง่ โดยรอบเสาพาไลส่ีเหลยี่ มหนา ลบมดุ ปลายสอบ บานหน้าต่างไม้ ลายรดน้ำ รปู ทิวทศั น์อย่างแบบจนี

34

พระมหาเจดยี ์ เปน็ เจดยี อ์ งคใ์ หญ่มสี ัณฐานกลมหรือเรียกว่า ลอมฟาง มีคหู าข้างในเขา้ ไปได้ มชี ัน้ ทักษิณ 2 ช้ัน
เป็นสี่เหลีย่ มฐานพระเจดีย์ช้ันบนโดยล้อมรอบ 24 วา 3 ศอก 5 นิ้ว คำนวณตามเกณฑ์น้ี ส่วนสูงอขงพระเจดีย์ตั้งแต่ตอนน้ี
ขึ้นไปตลอดยอดประมาณ 22 วาเศษ หอระฆัง เป็นอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน ผนังชั้นล่างปรุเป็นช่องรูปกากบาด ซุ้ม
หน้าตา่ งช้นั บนประดบั ปนู ปน้ั ลายดอกไม้ หลงั คาทรงระฆัง 4 เหลยี่ มปลายงอนเลก็ น้อย

หอไตร มีลักษณะก่ออิฐถือปูน ฐานปัทม์ มีพาไลโดยรอบ มีบันไดขึ้นด้านหน้าหลังคาทรงไม้ ไม่มีการซ้อนมี 2
ตับ ด้านล่างเป็นปกี นกรอบ มุงกระเบ้อื งราง ไมม่ ีช่อฟา้ ใบระกาหางหงส์ หน้าบนั ก่ออิฐฉาบปูน ป้ันเป็นลวดลายดว้ ยปูน แลว้
เคลือบสีรูปดอกพุดตาน ก้านขมวดเป็นลายเครือเถามีเครื่องอัษฎางวุธ มหาพิชัยสงคราม เช่น ตรี หอก ดาบ ประดับเป็น
แฉกคลา้ ยรัศมี ประกอบภาพ ภายในมภี าพจิตรกรรมฝาผนงั ปัจจบุ ันกำลงั ทำการซ่อมแซม
ตำหนักเพชร เป็นคอนกรีตชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ สันหลังคาประดับด้วยปูนปั้นลายกระจัง หน้าบันประดบั
ด้วยลายมหามงกุฎและวชั ระ ลอ้ มรอบด้วยลายเครือเถา ดา้ นลา่ งลงมาเปน็ ชื่อตำหนกั ซุ้มประตหู นา้ ต่างทำด้วยไม้ คันทวย
เปน็ ลายดอกไม้ ฐานแตล่ ะช่องประดับด้วยซ้มุ ดอกไม้ปูนป้ัน เสาย่อเกจ็ ประดบั บวั หวั เสา พน้ื ปดู ้วยหนิ ออ่ น

35

ตำหนกั จันทร์ เปน็ คอนกรตี 2 ชนั้ แบบตะวนั ตก ผนังอาคารเซาะรอ่ งตามแนวขวางของผนงั ทงั้ ช้ันท่ี 1 และที่ 2
แต่ชั้นที่ 2 มีลายปูนปั้นเป็นรูปจุลมงกุฎ ประดับที่ผนังด้วยเชิงชาย คันทวยและช่องลม เหนือหน้าต่างเป็นลายฉลุไม้ เสา
เหลย่ี มติดผนงั เซาะรอ่ งตามแนวยาวของคนั เสา พน้ื และบนั ไดปดู ว้ ยหินอ่อน

ตึกมนุษย์นาควิทยาทาน ลักษณะสถาปัตยกรรมเลียนแบบศิลปโกธิค เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น หน้าจั่วของ
อาคารประดบั ตกแต่งดว้ ยเสากลมตดิ ผนัง รองรบั ซมุ้ โคง้ หนา้ ต่างประดับกระจกสี ตรงกลางของตวั อาคารเป็นนาฬิกา เหนอื
นาฬิกานี้มีชื่ออาคารว่า “มนุษย์นาควิทยาทาน” พ.ศ.2466 อาคารลูกกรงหน้าจั่วขนาบข้างด้วยอาคารซึ่งมีลักษณะคล้าย
ป้อมโบราณ หน้าต่างของอาคารที่ขนาบนั้นประดับกระจกสีและมีซุ้มโค้งแหลม เสารองรับซุ้มเป็นเสากลมติดผนังเช่นกนั
ประตูมลี ายปูนป้นั เป็นลายดอกไมอ้ ยภู่ ายในซมุ้ หน้าตา่ งประดบั กระจกสที ่ีชอ่ งแสง ชั้นท่ี 1 ซมุ้ หนา้ ตา่ งโค้งครึง่ วงกลม มีเสา
กลมติดผนังขา้ งละ 4 ดา้ น ช่องแสงเหนือประตปู ระดบั กระจกสเี ป็นลายดอกไมอ้ ยูภ่ ายในวงกลม

36

อีกทั้งหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลงิ พระบรมศพของรัชกาลที่ 9 ได้มีการอัญเชิญพระบรมราช
สรีรางคาร มาประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวหิ าร และวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ซึ่งจะถือว่า ที่นี่
เปน็ วดั ประจำรชั กาลท่ี 9
• ท่อี ยู่ : 248 ถนนพระสเุ มรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
• พิกดั : https://goo.gl/maps/tuGNRm87xBF7fLkf6
• เปดิ ให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.

37

38

บทที่7

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

ความเปน็ มา วดั ราชประดษิ ฐส์ ถิตมหาสมี าราม ราชวรวหิ าร เป็นพระอารามหลวงชัน้ เอก ชนิดราชวรวหิ ารและ เป็นวัดท่ี

พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้สรา้ งขึ้นเปน็ พระอารามหลวงของพระมหากษัตริย์ตาม
โบราณพระราชประเพณี และทรงรบั เขา้ อย่ใู นพระบรมราชปู ถมั ภข์ องพระกษัตริย์ทุกพระองคส์ ืบมาจนถงึ ปัจจุบันนี้

39

ตามธรรมเนียมโบราณพระราชประเพณีนั้นมีว่า ในราชธานีหรือเมืองหลวงจะต้องมีวัดสำคัญประจำ ๓ วัด
ดว้ ยกัน คอื วดั มหาธาตุ วดั ราชบุรณะ และวดั ราชประดิษฐ์ เช่นทีส่ โุ ขทัย สวรรคโลก พิษณุโลก และพระนครศรอี ยธุ ยาแตใ่ น
สมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้
สถาปนาวดั สลักเป็นวัดนพิ พานาราม และเปล่ยี นเปน็ วดั พระศรสี รรเพชญ์

แต่ต่อมามีพระราชดำริว่า ในกรุงเทพฯ ยังไม่มีวัดมหาธาตุ จึงเปลี่ยนช่ือวัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นวัดมหาธาตุ
และพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารกั ษ์
พระพ่ีนางเธอในรัชกาลที่ ๑ ทรงบูรณะวัดเลยี บ ตอ่ มาไดน้ ามว่า วดั ราชบรุ ณะ

ขณะนั้นกรุงรัตนโกสินทร์ยังขาดอยู่เพียงวัดเดียวคือวัดราชประดิษฐ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั
จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น นับได้ว่า วัดราชประดิษฐเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญยิ่ง พระอารามหนึ่งในพระบรมราชจักรี
วงศ์

40

ภายในพระวิหารหลวง
พระราชประสงค์อีกประการหนึ่งในการสร้างวัดราชประดิษฐ์ฯ นั้นขึ้น ก็เพื่ออุทิศถวายแด่พระสงฆ์คณะ

ธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะ เนื่องจากครั้งยังทรงผนวชอยู่ ทรงเป็นหัวหน้านำพระสงฆ์ชำระข้อปฏิบัติ ก่อตั้งคณะสงฆ์ฝ่าย
ธรรมยุติกนิกายขึน้ รวมทั้งทรงมีพระราชประสงคจ์ ะสร้างวัดธรรมยุติกนิกายขึน้ ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เพื่อพระองค์
และขา้ ราชบริพาร ทตี่ ้องการทำบญุ กับวัดธรรมยตุ ิกนิกาย ไม่ตอ้ งเดนิ ทางไปไกลนัก

แตก่ อ่ นหากต้องการจะไปทำบุญกับพระสงฆ์ธรรมยตุ ต้องไปท่ีวดั บวรนิเวศวิหาร ซง่ึ เม่อื กอ่ นน้นั การเดนิ ทางจาก
พระบรมมหาราชวงั ไปวัดบวรนิเวศวหิ าร จะต้องลงเรอื ทท่ี า่ ราชวรดษิ ฐ์เขา้ ไปทางคลองรอบกรุง นับวา่ ไปลำบาก

41

สาธชุ นมามนสั การพระพทุ ธสหิ งั คปฏมิ ากร พระประธานในพระวิหารหลวง
พระอารามนี้จึงนบั เป็นพระอารามแรกของคณะสงฆ์ธรรมยตุ เพราะวัดธรรมยุตก่อนๆ นั้น ได้ดัดแปลงมาจาก

วัดมหานิกายเดิมทั้งนั้น วัดราชประดิษฐ์ฯ จึงเป็นเสมือนวัดต้นแบบของคณะธรรมยุติกนิกายที่มีอยู่ในพุทธอาณาจักรบน
แผ่นดนิ ไทยนับแตส่ มัยนั้นเปน็ ต้นมา

วัดราชประดิษฐ์ฯ สร้างขึ้นในที่ดินที่เคยเป็นสวนกาแฟอยู่ริมวังของหลวงโดยก่อสร้างใน พ.ศ. ๒๔๐๗ โดย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ไดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองคซ์ อ้ื ที่ดินจากกรมพระนครบาล เม่ือทรงได้
ทีด่ ินเป็นกรรมสิทธิ์แลว้ จึงได้ทรงประกาศสรา้ งวัดธรรมยตุ ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๗ และทรงพระราชทานนามวัดไว้ตั้งแต่กำลัง
ทำการก่อสร้างว่า “วัดราชประดษิ ฐ์สถติ ธรรมยุตกิ าราม”

42


Click to View FlipBook Version