لاق خْ ا تَصر خْ م آن ر ُ حملَة الق للإمام الآجري قَدّم لَه وأشْرف علَيه الشَّيخ الدّكتُور حفظَه اله خالد بن عثمان السبت (เสียชีวิต ป ฮ.ศ. 369) คุณครูขนมป ง อิมามอัลอา ูรรียฺ ชัยคฺคอลิด อิบนุอุษมาน อัซซับตฺ ฉ บับ ย่อ โ ด ย แ ป ล ภ า ษ า ไ ท ย โ ด ย มารยาท แห งชาวก ุ รอาน
1 สารบัญ ประวัติผู้เขียน ......................................................................................................3 หนังสือ “อัคลาก ฮะมะละฮฺอัลกุรอาน”..............................................................4 หนังสือ “มุคตะศ็อร อัคลาก ฮะมะละฮฺอัลกุรอาน”.............................................6 คํานําผู้เขียน ........................................................................................................8 บทว่าด้วยความประเสริฐของชาวกุรอาน...........................................................27 บทว่าด้วยความประเสริฐของผู้ศึกษาอัลกุรอานและผู้สอนอัลกุรอาน .................29 บทว่าด้วยความประเสริฐของการศึกษาอัลกุรอานร่วมกันที่มัสยิด ......................32 บทว่าด้วยมารยาทของชาวกุรอาน.....................................................................34 บทว่าด้วยมารยาทของผู้อ่านอัลกุรอานโดยไม่หวังจากอัลลอฮฺ...........................51 บทว่าด้วยมารยาทของผู้สอน เมื่อมีคนมาอ่านกับเขา หรือเขาสอนการอ่านให้ผู้คน เพื่ออัลลอฮฺ เขาต้องมีมารยาทอย่างไรบ้าง...................................................68 บทว่าด้วยผู้ที่อ่านอัลกุรอานกับครูของเขา.........................................................77 บทว่าด้วยมารยาทที่ผู้อ่านอัลกุรอานไม่ควรละเลย.............................................83 บทว่าด้วยการอ่านอัลกุรอานด้วยเสียงที่ไพเราะ.................................................92
2 มารยาทชาวกุรอาน
3 ประวัติผู้เขียน ท่านอิหม่ามอบูบักรฺ มูฮัมมัด อิบนุอัลฮุซัยนฺอิบนุอับดุลลอฮฺอัลอาญุรรียฺ อัลบัฆดาดียฺ เป็นที่รู้จักในชื่อ “อัลอาญุรรียฺ” โดยชื่อของท่านอิงไปยัง เมืองอัลอาญุร ตั้งอยู ่ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ซึ่งคําว่า “อาญุร” หมายถึง “อิฐ” หรือหินที่ใช้สําหรับการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ท่านอิหม ่ามอัลอาญุรรียฺ เติบโตในกรุงแบกแดด ในช ่วงปีที่ 280 ฮิจเราะฮฺ และใช้ชีวิตในกรุงแบกแดดเป็นระยะเวลา 50 ปีจนถึงปีที่ 330 ฮิจเราะฮฺ ท่านได้เดินทางไปทําฮัจญฺและชื่นชอบชีวิตที่มักกะฮฺจึงได้ดุอาอ ฺ ให้อัลลอฮฺให้ท่านได้ใช้ชีวิตที่นั่น และอัลลอฮฺทรงตอบรับดุอาอฺของท่าน เมื่อท่านได้ย้ายถิ่นฐานและพํานักอยู่ในมักกะฮฺอีก 30 ปีจนจากไปในปีที่ 360 ฮิจเราะฮฺซึ่งท่านได้ใช้ชีวิตในดุนยานี้ทั้งสิ้นราว 80 ปี ท่านอิหม่ามอัลอาญุรรียฺรํ่าเรียนจากผู้รู้มากมาย และมีผลงานหนังสือที่โดด เด่นและเป็นที่รู้จักหลายเล่ม หนังสือของท่านที่โด่งดังที่สุด คือ “อัชชะรีอะฮฺ” ซึ ่งท่านได้รายงานจากคุณครูของท่านมากกว่า 70 ท ่าน และ หนังสือที ่เราหยิบมาแปลเล ่มนี้ในชื่อต้นฉบับ “อัคลาก ฮะมะละฮฺ อัลกุรอาน” ท่านได้รายงานจากคุณครูของท่าน 24 ท่าน นั่นเป็นการบ ่งชี้ถึง ความมุมานะของท่านในการรับความรู้และส่งต่อความรู้ของท่านต่อผู้ตน
4 หนังสือ “อัคลาก ฮะมะละฮฺอัลกุรอาน” หนังสือเล ่มนี้ได้แปลภาษาไทยในชื่อ “มารยาทแห่งชาวกุรอาน” ซึ่ง เนื้อหาหลักของหนังสือ ได้กล ่าวถึงมารยาทแห่งชาวกุรอานอย ่าง ตรงไปตรงมา ตามคําประกาศที่ชัดแจ้งของชื่อหนังสือ มีความโดดเด่นที่ ความชัดเจนของภาษา และการยกหลักฐานประกอบอย่างหนักแน่น อีกทั้ง แทบถือได้ว่า เป็นหนังสือที่เก่าแก่ที ่สุด ที ่กล่าวถึงหัวข้อดังกล่าวอย ่าง เฉพาะเจาะจง หรืออาจพูดได้ว่า แทบไม่มีงานเขียนใดก่อนหน้า ที่เรียบ เรียงในหัวข้อนี้เฉพาะ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้หนังสือ “อัคลาก ฮะมะ ละฮฺอัลกุรอาน” ของท่านอิหม่ามอัลอาญุรรียฺ มีความโดดเด่นและเป็น ที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีปรากฏงานเขียนที่ใกล้เคียงกันทีเรียบเรียงก่อนหนังสือเล่มนี้เช่น หนังสือ “ฟะฎออิล อัลกุรอาน” โดยอบีอุบัยดฺอัลกอซิม อิบนุซัลลาม1 แต่นั่น เป็นหนังสือที่กล ่าวถึงอัลกุรอานในหลายหัวข้อ มิได้เจาะจงด้านมารยาท เฉพาะ ทําให้งานเขียน “อัคลาก ฮะมะละฮฺ อัลกุรอาน” ของท่าน อิหม่ามอัลอาญุรรียฺยังคงเป็นหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดที่พบได้และมีตีพิมพ์ที่ แจกแจงเรื่องมารยาทของชาวกุรอานเป็นหลักอย่างละเอียดและครอบคลุม 1 เสียชีวิตในปี224 ฮิจเราะฮฺ
5 ขออัลลอฮฺตอบแทนความดีของท่าน ระหว่างงานเขียนของท่านกับการแปล นี้มีช่วงเวลาที่ห่างกันเป็นพันปีแต่ความรู้ความดียังส่งถึงท่าน อุมมะฮฺนี้ ยังได้รับประโยชน์จากท ่าน ขออัลลอฮฺให้ท ่านเป็นชาวสวรรค์เป็นที ่รัก ของอัลลอฮฺและเป็นผู้ที่พิเศษ ณ ที่พระองค์
6 หนังสือ “มุคตะศ็อร อัคลาก ฮะมะละฮฺอัลกุรอาน” เล่มที ่ข้าพเจ้าหยิบมาแปลเฉพาะ เป็นเล่ม “มุคตะศ็อร” หรือ “ฉบับคัด ย่อ” ที่ชัยคฺคอลิด อิบนุอุษมาน อัซซับตฺฮะฟิศอฮุลลอฮฺ ได้เรียบเรียงใหม่ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงต้นฉบับเดิมแต่อย่างใด ซึ่งกระบวนการหลักที่ชัยคฺ อัซซับตฺ ได้ดําเนินการในเล่ม “มุคตะศ็อร” คือ : การตัดสายรายงานที่ยาวออกไป เพื่อให้ผู้อ่าน สามารถอ่านได้ง่าย ขึ้น ตัดถ้อยคําที ่ไม ่ได้จําเป็นและไม ่ได้มีผลกับเนื้อหาออก เช่น คําว่า “ท่านมูฮัมมัด อิบนุอัลฮุซัยนฺกล่าวว่า” อาจจะถูกละไว้ในบางพื้นที่ ตัดหลักฐานที่มีนํ้าหนักอ่อนออกไป ตรวจสอบหลักฐานทุกบทที่ ปรากฎ และคงไว้เพียงที ่เศาะเฮียะหฺ หรือฮะซัน หรือมีสายรายงานอื่น ประกอบเกื้อหนุนไว้เท่านั้น เมื่อมีการตัดเนื้อหา หรือละไว้ชัยคฺอัซซับตฺจะกํากับสัญลักษณ์สาม จุด (...) เพื่อให้ผู้อ่านรู้ว่า มีส่วนที่ละเว้นไว้จากต้นฉบับจริง ซึ่งข้าพเจ้าก็ คงไว้ตามนั้นเช่นเดียวกัน สํานวนและการเขียนยังคงไว้ตามต้นฉบับเดิมทุกประการ
7 ข้าพเจ้าแปลเนื้อหาเล่ม “มุคตะศ็อร” ที่ผ่านการตรวจสอบ ตรวจทาน และ คัดสารรจากผู้รู้ให้คงประโยชน์สูงสุดต่อผู้อ่าน ได้เนื้อหาที่ถูกต้องที่สุด และ สามารถเข้าถึงหนังสือที่ถูกเรียบเรียงใน 1000 ปีที่แล้ว ด้วยภาษาและการ อ่านที่ง่ายที่สุด การแปลจัดเรียงยึดตามที่ชัยคฺอัซซับตฺได้เรียบเรียงไว้เว้น แต่ข้อความอธิบายภาษา2 ที่บางครั้งได้ถูกละเชิงอรรถไว้เพราะภาษาไทย เป็นที่เข้าใจในตัวอยู่แล้ว เป็นต้น มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺข้าพเจ้าขอวิงวอนจากอัลลอฮฺ อย่างเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงได้ยิน ขอให้พระองค์ให้ความดีงามกลับไปยัง ผู้เขียน ผู้จัดทํามุคตะศ็อร และผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทั้งหลาย ขอให้หนังสือ เล่มนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจ และเรียกร้องตัวข้าพเจ้าเอง พี่น้องมุสลิมให้ได้ ยืนหยัดในมารยาทอัลกุรอาน เพื่อการได้เป็นชาวกุรอาน เป็นชนของ อัลลอฮฺและเป็นที่รักของอัลลอฮฺในโลกนี้และโลกหน้า อามีน ยาร็อบบั้ล อาลามีน.. 2 คําแปลก คําที่ไม่พบเห็นได้บ่อยในภาษาอาหรับ
8 คํานําผู้เขียน ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงกรุณาปรานีผู้ทรงเมตตาเสมอ ท่านอบูบักรฺ มูฮัมมัด อิบนุอัลฮุซัยน์อิบนุอับดิลลาฮฺ อัลอาญุรรียฺ กล่าวว่า : สิ่งที่ควรค่าที่สุด ที่ฉันจะเริ่มถ้อยคําของฉัน คือ การสรรเสริญแด่พระผู้เป็น เจ้า ผู้ทรงเกียรติยิ่ง และการสรรเสริญที่ดีที่สุด คือ การสรรเสริญที่พระองค์ ได้สรรเสริญด้วยตัวพระองค์เอง และพวกเราขอสรรเสริญพระองค์ด้วย ถ้อยคําดังกล่าว นั่นคือ : َ ﴿ ٱ ْلح م ُ * د ْ ِ َّ َى َ َل ع َ أَنز ٓى ِ َّذ ٱل ِ َع ٰ ل ب د ْ ِ ه ْك ِ ِ ٱل ت َ و َ ٰب ـ َ َلم عَْيج ْ ُ ل لَّه َ ۥ ع وِ َج َ ا ّم ۜ ِ ـي َ ِ ۭ ا لّ ً ق ي رِ نذ ُ َ Q ْس َ د َ ۭ ا ش ً ّ ۭ ا م ً يد ِ ْه ِ ُدن و ُ ن لَّ َ يـ ُ ب ّش َ ر ِ ْم َ م ْؤ ُ ٱل ِ ِين ن َ يـ َ ين ِ َّذ ٱل َ ع م ْ ُون َ لٰ ٱل َّصـ َ ل َح ِ ُ أَ َّن َله ِ ٰت ـ م ر ْ أَج ْ س َ ا ح ً َ ن ِ ٰك ـ ۭا َّم ً ِين ث ف َ يه ِ ِ أَب َ ۭ ا ﴾ ًد
9 “บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺผู้ประทานคัมภีร์แก่ บ ่าวของพระองค์และพระองค์มิได้ทรงทําให้มันมีการ บิดเบือนแต่อย่างใด เป็นคัมภีร์ที่เที่ยงธรรม เพื่อเตือน สําทับถึงการลงโทษอย่างสาหัสจากพระองค์และเพื่อแจ้ง ข ่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่กระทําความดีทั้งหลายว่า สําหรับพวกเขานั้นจะได้รับรางวัลอันดีงาม (คือสวน สวรรค์) เป็นผู้พํานักอยู่ในนั้นตลอดกาล” (อัลกะฮฺฟียฺ : 1- 3) َ ﴿ ٱ ْلح م ُ * د ْ ِ َّ َ َّم ٱلس ِ ا فى َ ۥ م ُى لَه ِ َّذ ٱل ِ ٰو ـ و ِ ٰت َ َ م لَه َ ِ و ْض ٱْلأَر ِ ا فى َ ُ َ ٱ ْلح م ـ ِ ُ فى د ْ ْ ر ِ اخ َٔ ٱل َ ة هَ ۚ و ِ و ُ ك َ ٱ ْلح َ يم ِ َ ٱ ْلخ ُ ِير ب َم ُ عل ْ َ م ُ يـ َ ا ي َ ل ِفى ُج ِ َ ِ و ْض ٱْلأَر م م ُج ُ َْر ا يخ َ نـ ِ ه ْ َ ا و َ م ن ِ ُ م ِل نز َ ا ي َ آء َ َّم ٱلس َ و ِ َ م َ ا يـ َ ع ر ْ ف ُج ُ يه ِ اۚ َ و هَ و ُ َّح ٱلر َ يم ِ ْغ ُ ور ُفَ ٱل ُ ﴾ และ “บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺซึ่งสิ่งที่อยู่ในชั้น ฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของ พระองค์และบรรดาการสรรเสริญในปรโลกเป็นกรรมสิทธิ์ ของพระองค์และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงรอบ รู้เชี่ยวชาญ พระองค์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่เข้าไปอยู่ในแผ่นดิน และสิ่งที่ออกมาจากมัน และสิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้า และสิ่ง
10 ที่ขึ้นไปสู่ในนั้น และพระองค์เป็นผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงอภัย เสมอ” (อัซซะบะอฺ : 1-2) ฉันขอสรรเสริญพระองค์ต่อความดีงามที่ไม่ขาดสายจากพระองค์ความ โปรดปรานที่คงอยู ่ยาวนาน สรรเสริญด้วยคําสรรเสริญของคนที่รับรู้ว่า พระเจ้าผู้ทรงเมตตาได้ทรงสอนให้เขารู้ในสิ่งที่เขาไม่รู้ก่อนหน้า และความ โปรดปรานของพระองค์ต่อเขานั้น ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ฉันขอต ่อพระองค์ซึ่งการเพิ่มพูนในความโปรดปรานของพระองค์และ ขอให้ฉันได้ขอบคุณในทุกความโปรดปราน ที ่พระองค์ทรงประทานให้ แท้จริงพระองค์นั้น.. ظيٍم ﴾ َ ْضٍل َع ِ ُو ف ﴿ ذ “คือผู้ทรงโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่” (อาละอิมรอน : 174) ขอเศาะละวาตจากอัลลอฮฺจงประสบแด่มูฮัมมัด บ่าวของพระองค์เราะซูล ของพระองค์นบีของพระองค์ผู้ซื่อสัตย์ต่อวะฮฺยีของพระองค์และซื่อสัตย์ ต ่อปวงบ ่าวของพระองค์ด้วยการเศาะละวาตที่เป็นที่พอพระทัยของ พระองค์และเป็นที่อภัยโทษแก่เราทั้งหลาย รวมทั้งต่อวงศ์วานของท่าน และขอความศานติดีงามจงประสบแด่ท่าน อย่างมากมาย
11 จากนั้น... ฉันขอกล่าว – ด้วยความเชื่อมั่นของฉันที่มีต่ออัลลอฮฺ ว่าพระองค์จะทรง ประทานความถูกต้อง ในคําพูดและการกระทําของฉัน ไม่มีพลังและอํานาจ ใด นอกจากพระองค์ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่ อัลลอฮฺ ทรงประทานอัลกุรอานลงมาให้ท ่านนบี ของพระองค์ และให้ท่านนบีได้ทราบ ถึงความประเสริฐของสิ่งที่พระองค์ทรงประทานลง มา อีกทั้งสอนปวงบ ่าวของพระองค์ผ ่านคัมภีร์ของพระองค์และผ่าน เราะซูลของพระองค์ว่า : อัลกุรอานคือความปลอดภัยต่อผู้ที่ยึดมั่น คือทางนําของผู้ที่แสวงหา คือความพอเพียงต่อผู้ที่เพียงพอ คือเกราะป้องกันไฟนรกต่อผู้ที่เดินตาม คือแสงสว่างต่อผู้ที่ใฝ่หารัศมี คือยารักษาต่อสิ่งที่มีในทรวงอก คือทางนําและความเมตตาต่อผู้ศรัทธาทั้งหลาย จากนั้น...
12 อัลลอฮฺ (อัลกะรีม) ทรงสั่งใช้บ ่าวของพระองค์ให้ศรัทธาต่ออัลกุรอาน ให้ ปฏิบัติตามหลักฐานที่รัดกุมชัดแจ้งของอัลกุรอาน (อัลมัวะหฺกัม) ให้อนุมัติ ในสิ่งที่อัลกุรอานอนุมัติระงับในสิ่งที่อัลกุรอานสั่งห้ามศรัทธาต่อส่วนที่มีนัย ทั้งหลายในคัมภีร์(อัลมุตะชาบิฮฺ) เก็บบทเรียน ข้อคิดจากตัวอย่างทั้งหลาย และกล่าวว่า : ام َ﴿ ء هِ نَّا ب َ ٌّ ۦك ِ م ُۭل ّ ن ِ ع ْ ر ِ ند ِ َ ب ّ ِ ن ا ﴾ َ “พวกเราศรัทธาต่อโองการนั้น ทั้งหมดนั้นมาจากที่ที่พระผู้ เป็นเจ้าของเราทั้งสิ้น” (อาละอิมรอน : 7) อัลลอฮฺทรงสัญญาต่อบ ่าวของพระองค์ว่า การอ่านและการปฏิบัติตาม อัลกุรอาน คือ ความปลอดภัยจากไฟนรกและคือการได้เข้าสวรรค์ และพระองค์ทรงเชิญชวนสนับสนุนให้บ่าวของพระองค์– เมื่อพวกเขาอ่าน คัมภีร์ของพระองค์– ให้เขาใคร่ครวญ ตรึกตรอง พิจารณาด้วยหัวใจของ พวกเขา และหากได้ยินอัลกุรอานจากผู้อื่น ก็ให้สดับรับฟัง ด้วยการฟังที่ดี และพระองค์ก็ทรงสัญญาต่อผู้ที่กระทําเช่นนั้น ด้วยผลบุญที่มากมาย ดังนั้น ... แด่พระองค์เท่านั้น ที่คําสรรเสริญทั้งหลายควรค่าเป็นกรรมสิทธิ์ พระองค์ได้ทรงแจกแจงบ่าวของพระองค์ว่า ใครก็ตามที่อ่านอัลกุรอาน และเขาปรารถนาให้การอ่าน เป็นการค้าขายระหว่างเขากับพระผู้เป็นเจ้า
13 ผู้ทรงเมตตา เขาย่อมได้รับกําไรที่มหาศาล ที่มิอาจมีกําไรใดมาเทียบเคียง ได้และได้รับความจําเริญทั้งดุนยาและอาคิเราะฮฺ ท่านมูฮัมมัด อิบนุอัลฮุซัยน์() กล่าวว่า : สิ่งทั้งหลายที่ฉันกล่าวไป รวมทั้งสิ่งที่ฉันจะกล่าวถึงต่อไปนี้อินชาอัลลอฮฺ คือการแจกแจงที่มาจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และอัซซุนนะฮฺของท่าน เราะซูล รวมถึงถ้อยคําเศาะฮาบะฮฺและบรรดาผู้รู้ทั้งหลาย ซึ่งฉันจะ รวบรวมตามที่ฉันนึกขึ้นได้อินชาอัลลอฮฺขออัลลอฮฺให้ความช่วยเหลือ อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า : ِ َّن ٱلَّذ يـ َ ين ِ ﴿ إ َ تـ ُون ْ ِ َ ك ل ت َ و ِ ٱ َّ* َ ٰب ـ ام َأَق َ وا ُ َو ۟ وا ُقَ أَنف َ َ و ة ٰ ٱل َّصل مم ۟ َ َّا ر ِ نْقـَز َ م ُ ٰه ـ ْ س ر ِ ن َلا َع َ ا و ۭÄ ِ ي َ ـ ۭ ي ًة َ ر ِ وَن تج ُج ْ َ ٰر ـ َ تـ َّن ًۭ ل ة بَ ور ُ ـو َ ُ ي ِ َ ل ّف ِ يـ ه َ م ُ ور ُ أُج ْ َ ه م ُ و ْ َ ي َ ه َ يد ِز م ُ م ّ َ ْضل ِ ِ ن ف ه نَّه ِ ٓۦۚ إ ِ ۭ ﴾ ٌ ُور ۭ َشك ٌ َُفور ۥ غ ُ “แท้จริง บรรดาผู้อ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และดํารงการ ละหมาด และบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวก เขา โดยซ่อนเร้นและเปิดเผย เพื่อหวังการค้าที่ไม่ซบเซา (ขาดทุน) เพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนรางวัลของพวกเขา ให้แก่พวกเขาอย่างครบถ้วนและจะทรงเพิ่มให้แก่พวกเขา
14 จากความโปรดปรานของพระองค์แท้จริง พระองค์นั้นเป็น ผู้ทรงอภัย ผู้ทรงชื่นชม (เพราะการภักดีของพวกเขา)” (ฟาฏิร : 29-30) และ ทรงตรัสว่า : ِ َّن ه َ ﴿ إ ْق َٰذ ـ رُ ا ٱل ْ ء يـ َ ان َ هَ د ْ ِى ل ِ ى ِ َِّتى ه ل َ ْو أَقـ َ م و ُ َ يـ ُ ب ّش َ ر ِ ْم ُ م ْؤ ُ ٱل ِ ِين ن يـ َ ين ِ َّذ ٱل َ َ ع م ْ ُون َ َ ل لٰ ٱل َّصـ َح ِ ُ أَ َّن َله ِ ٰت ـ م ر ْ أَج ْ ً ِير بَ اك ۭ ً ُ َلا يـ َ ين ِ َّذ أَ َّن ٱل َ ا و ۭ م ْؤ ِ ن ـ ِ وَن ب ُ ْ ر ِ اخ َٔٱل َ ة ْ أَع ِ ت ْدَiَ َله ُ م أَل ً َذاjَ ع ْ يم ِ ۭ ا ﴾ ً “แท้จริง อัลกุรอานนี้นําสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าว ดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดีทั้งหลายว่า สําหรับ พวกเขานั้นจะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่ และแท้จริง บรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อโลกหน้านั้น เราได้เตรียมไว้สําหรับ พวกเขาแล้วซึ่งการลงโทษอันเจ็บแสบ” (อัลอิสรออฺ : 9- 10) และ ทรงตรัสว่า : َ﴿ و نـ نـُ زَ ن ِ ُ م ِل ّ ْق َ رُ ٱل ْ ء م ِ ان َ و ُ ا ه َ ش َ آء َف ِ َ ۭ و ٌ ر َْحم َ م ْؤ ُ ْلم ِ ٌۭ لّ ة ِ ِين ن َ َلا ي َ ۙ و َ ُ يد ِز ـَّ ٱلظ لٰ س َ َِّلا خ إ َ ِين مِ ار َ ً ا ﴾ ۭ
15 “และเราได้ให้ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอานลงมาซึ่งเป็นการ บําบัดและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา และมันมิได้เพิ่ม อันใดแก่พวกอธรรม นอกจากการขาดทุนเท่านั้น” (อัลอิส รออฺ : 82) และ ทรงตรัสว่า : َ﴿ ي ه َيـ ٰٓأ ـ آء َ َْد ج ق ُ ا ٱلنَّاس َُّ َ ع َّْمو ْ ُكم ت ٌ م ِ َۭة ّ ظ و ْ ُم ِك ّ ن َّرب ِ ش َ آء َف ِ مِ ۭ لّ ٌ ِ ا فى َ صد هَ وِر و ُ ٱل ُّ َ ۭ ى و ًد ُ ر َْحم َ م ْؤ ُ ْلم ِ ٌۭ لّ ة ِ َ ﴾ ِين ن “โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระ เจ้าของพวกท่านได้มายังพวกท่านแล้ว และ (มัน) เป็นการ บําบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็น ความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา” (ยูนุส : 57) และ ทรงตรัสว่า : َ﴿ ي ه َيـ ٰٓأ ـ آء َ َْد ج ق ُ ا ٱلنَّاس َُّ بـ ُكم َ ُ ر ْ ه َ م ٌۭ ٰن ـ ّ و ْ ُم ِك ّ ن َّرب ِ ْن َ أَنز َ ل لَي ِ آ إ َ ن ْ ُكم ْ ور ُ ً ۭ ا ُّم ب ين ِ ء َ ين ِ َّذ ا ٱل َّأَم َ ۭا ف ً ام َ َ ن وا ُ ۟ ب و ِ ٱ َّ* ِ ْ ٱع َ م َ َص ت وا ُ ۟ ب هِ َ َس ۦ ف ِ ي ُه ِ ْدخ ُ ل م ُ ِفى ْ ر َْحم َ ة ٍ م ۢ ّ ِ ن هْ و ُ َ ٍ َ ْضل ف و ۢ َ يـ هَ د ْ ِم يه ِ إ ْ لَي ِ ْ ر ِ ِص ه ًا ُّمس َ ْ ٰ ۭط ت قَ يم ِ ۭ ا ﴾ ً
16 “มนุษยชาติทั้งหลาย แน่นอนได้มีหลักฐานจากพระ เจ้าของพวกเจ้ามายังพวกเจ้าแล้ว และเราได้ให้แสงสว่าง อันแจ่มแจ้งลงมาแก่พวกเจ้าด้วย ส่วนบรรดาผู้ที่ศรัทธา ต่ออัลลอฮฺและยึดมั่นในพระองค์นั้น พระองค์จะทรงให้ พวกเขาเข้าอยู่ในความเอ็นดูเมตตาและความโปรดปราน จากพระองค์และจะทรงแนะนําพวกเขาซึ ่งทางอัน เที่ยงตรงไปสู่พระองค์” (อันนิสาอฺ : 174-175) และ ทรงตรัสว่า : َ﴿ ي ه َيـ ٰٓأ ـ آء َ َْد ج ق ُ ا ٱلنَّاس َُّ َ ع َّْمو ْ ُكم ت ٌ م ِ َۭة ّ ظ و ْ ُم ِك ّ ن َّرب ِ ش َ آء َف ِ مِ ۭ لّ ٌ ِ ا فى َ صد هَ وِر و ُ ٱل ُّ َ ۭ ى و ًد ُ ر َْحم َ م ْؤ ُ ْلم ِ ٌۭ لّ ة ِ َ ﴾ ِين ن “และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮฺโดยพร้อมกัน ทั้งหมด และจงอย่าแตกแยกกัน และจํารําลึกถึงความ เมตตาของอัลลอฮฺที่มีแด่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรู กัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่างหัวใจของ พวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย ความ เมตตาของพระองค์และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปาก หลุมแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้าให้พ้นจาก ปากหลุมแห่งนรกนั้น ในทํานองนั้นแหละ อัลลอฮฺจะทรง
17 แจกแจงแก่พวกเจ้าซึ่งบรรดาโองการของพระองค์เพื่อว่า พวกเจ้าจะได้รับแนวทางอันถูกต้อง” (อาละอิมรอน : 103) ซึ่งสายเชือกของอัลลอฮฺนั้น คือ อัลกุรอาน และพระองค์ ทรงตรัสว่า : نـ ُ ﴿ ٱ َّ* س ْ َّزَل أَح َ ن َ َ ٱ ْلح َ د ك ِ يث ِ ِ ت َ ـ بٰ ً ُّ ا م ۭ ـ َ َش ت ِهبٰ ً ثَّ ا م ۭ ِانى َ تـ َ ع ْ َش قَ رِ م ُّ ِ ن هْ ُ ُود ُج ْ َشو َ ين ِ َّذ ٱل ُ ل ر َن ْ َيخ َّòَ ُ م َّ ت ْ َ ُثم ِين ل ُود ُج ُ هُ ل م ُ و ْ َ ُوòُ قـ م ُُ ل ِ ٱ َّ* ِ ْكر ِ َٰ ذ ِلى إ ْ ۚ َذ ِك ل ٰ ه َ يـ ِ ٱ َّ* َى د ُ هَ د ْ هۦ م ِ ِِ آء َش َن ي َ ى ب َ ۚ و ُ م لْض ُن ي َ َّ ِل ٱ* ِ ُ ا لَه ََمف ُ ۥ م ن ِ ه ْ ﴾ ٍاد َ “อัลลอฮฺได้ทรงประทานคํากล ่าวที่ดียิ่งลงมาเป็นคัมภีร์ คล้องจองกันกล่าวซํ้ากัน ผิวหนังของบรรดาผู้ที่เกรงกลัว พระเจ้าของพวกเขาจะลุกชันขึ้น แล้วผิวหนังของพวกเขา และหัวใจของพวกเขาจะสงบลง เพื่อรําลึกถึงอัลลอฮฺ นั่น คือการชี้นําทางของอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงชี้นําทางแก่ผู้ที่ พระองค์ทรงประสงค์และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทาง ดังนั้นสําหรับเขาจะไม่มีผู้ชี้นําทาง” (อัซซุมัร : 23) และพระองค์ ทรงตรัสว่า :
18 ٰب ـ َ ت ِ ْن َ أَنز ٌ ﴿ ك ل َ إ ُ ٰه ـ م ْ َك لَي ِ ُ ب َ ٰر ـ ِ ٌۭك لّ َ ي َّر َّدبـ َ ُ ٓو ا ء ۟ َ اي َ ـ تٰ ِ ه َ ۦ و ِ ل ِ يـ َ ت َّر َذك َ َ أُو لُوا ۟ ْب ۟ َ ٱْلأَل ِ ﴾ ٰب ـ “คัมภีร์(อัลกุรอาน) เราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้าซึ่งมี ความจําเริญ เพื่อพวกเขาจะได้พินิจพิจารณาอายาตต่างๆ ของอัลกุรอานและเพื่อปวงผู้มีสติปัญญาจะได้ใคร่ครวญ” (ศอด : 29) และพระองค์ ทรงตรัสว่า : َكَذ َ﴿ و ِك ل ٰ ْن َ أَنز َ ل َ رُقـ ُ ٰه ـ ْ ء رَع ً اûَ َ ب يِ نْفـَّرَص َ ا و ۭÄ يه ِ ا ف َ م ِ ن ِ ْو َ ع َ ٱل لَع ِ يد ِ َ َّهل م ُ ْ يـ َله ُ ِث د ُْيح ْ وَن أَو ُ تَّـق َ ُ م ذ ْ ً ْكر ِ ا ﴾ ۭ “และเช่นนั้นแหละ เราได้ให้อัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับลง มาแก่เขา และเราได้กล่าวซํ้าในนั้นซึ่งข้อตักเตือน หวังว่า พวกเขาจะมีความยําเกรงหรือเกิดข้อเตือนใจแก่พวกเขา” (ฏอฮา : 113) จากนั้นอัลลอฮฺตะอาลา ได้ทรงสัญญาต่อผู้ที่สดับฟังคําดํารัสของพระองค์ รักษามารยาทที่ดีในการสดับรับฟัง ด้วยการใคร่ครวญที่งดงาม และดํารง ข้อบังคับต่าง ๆ โดยที่การสดับรับฟังนั้น เพื่อเดินตามและนํามาปฏิบัติว่า
19 สําหรับเขาย่อมได้รับความดีงาม และพระองค์ ได้ทรงสัญญาต่อพวก เขา ด้วยผลตอบแทนที่ดียิ่ง อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า : ـب َ ّش َ ﴿ ف ر ِ ع ْ ِ ب ي َ ين ِ َّذ ٱل ِ اد َ ْس َ ت مَ ع ِ ْق ُ و َ وَن ٱل ـيـ ْ َ عِتَّب َ َل ف س ْ وَن أَح ُ َ ن هَ ٓۥۚ ُ أُو ۟ ـ ه َ ين ِ َّذ ٱل َ ِك ئٰٓلَ م ُ ٰه ىـ َد َ أُو َۖ و ُ ٱ َّ* ُ ۟ ـ ه َ ِك ئٰٓلَ م ُ أُو ْ لُوا ۟ ْب ۟ َ ٱْلأَل ِ ﴾ ٰب ـ “ดังนั้นเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่ปวงบ่าวของข้า บรรดาผู้ที่สดับ ฟังคํากล่าว แล้วปฏิบัติตามที่ดีที่สุดของมัน ชนเหล่านี้คือ บรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเขา และชนเหล่านี้พวกเขาคือผู้ที่มีสติปัญญาใคร่ครวญ” (อัซซุ มัร : 17-18) แน่นอน ทุกคําดํารัสขององค์อภิบาลของเรา ล้วนดีงามต่อผู้ที่อ่านและผู้ที่ สดับรับฟัง แต่ดังกล่าวหมายถึง – วัลลอฮุอะอฺลัม – อัลลอฮฺทรงกล ่าวถึง ลักษณะของผู้ที่สดับรับฟังอัลกุรอาน และเดินตามอัลกุรอานในส่วนที่ดีงาม ที่สุด ที่จะทําให้พวกเขาเข้าใกล้อัลลอฮฺมากที่สุด ตามที่พระองค์ ได้ทรง ชี้แนะไว้โดยที่พวกเขาปรารถนาความพอพระทัยจากพระเจ้า หวังความ เมตตาของพระองค์พวกเขาได้ยินคําดํารัสของอัลลอฮฺ : َ﴿ و إ ْق َ ِرئ ُ ا ق َذِ رُ ٱل ْ ء ْ ٱس َف ُ ان َ ت مَ ع ِ وا ُ لَه ۟ تِ أَنص َ ۥ و ُ وا ُ لَع ۟ َ تـ ْ ُم َّك ل رُ ْ ُ وَن ﴾ َحم
20 “และเมื่ออัลกุรอานถูกอ่านขึ้น ก็จงสดับฟังอัลกุรอานนั้น เถิด และจงนิ่งเงียบ เพื่อว ่าพวกเจ้าจะได้รับการเอ็นดู เมตตา” (อัลอะอฺรอฟ : 204) ดังนั้น การสดับรับฟังที่ดีของพวกเขา ทําให้พวกเขาได้รําลึกถึงสิ่งที่เป็นสิทธิ และหน้าที่ของพวกเขา และพวกเขาได้ยินดํารัสของอัลลอฮฺ ที่ว่า : ِر ََذّك ب ْ ﴿ ف ْق ِ رُ ٱل ْ ء م ِ ان َ و ُ اف َ ن َيخ َ ع َ ﴾ ِ يد ِ “ดังนั้นเจ้าจงตักเตือนด้วยอัลกุรอานนี้แก่ผู้กลัวต่อสัญญา ร้ายของข้า” (ก็อฟ : 45) และอัลลอฮฺ ได้ทรงแจกแจงให้เรารู้ถึงกลุ่มญิน ที่สดับรับฟังอัลกุรอาน และตอบรับคําเรียกร้องจากอัลกุรอาน จากนั้น พวกเขาก็กลับไปยังหมู่ชน ของเขา และตักเตือนหมู่ชนของตนในสิ ่งที่ได้ยินมา ด้วยการเตือนที่ สวยงามยิ่ง อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า : ُل ى ِ أُوح ْ ﴿ ق ْ ٱس ُ أَنَّه ََِّلى إ َ ت مَ ع َ نـ َ رَفَ ٌ م ۭ ّ ن ِ ن ِ ٱ ْلج َ ٓ الُو َقَ ِ فـ ّ ا ۟ َ َّ سم ِû إ عِ ْ ن َ ا رُقـ ْ ء ب َ َج ع ً اûَ ً هَ ا يـ ۭ د ْ رْشد ِلى إ ٓى ِ َف ِ َ ٱلُّ ـ ام َٔ هِ نَّا ب َ ش َ ۦۖ و ِ ُّ ب َِرك ْ لَن ن رِ َ ب ّ ِ ن آَ ۭ ا ﴾ ًد َ أَح
21 “จงกล่าวเถิด (มูฮัมมัด) ว่า ได้มีวะฮียฺมายังฉันว่า แท้จริง พวกญินจํานวนหนึ่งได้ฟังฉัน (อ่านอัลกุรอาน) และพวก เขากล่าวว่า แท้จริงเราได้ยินอัลกุรอานที่แปลกประหลาด นําไปสู่ทางที่ถูกต้อง ดังนั้นพวกเราจึงศรัทธาต่ออัลกุรอาน นั้น และเราจะไม่ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีต่อพระเจ้าของเรา” (ญินนฺ : 1-2) และพระองค์ ทรงตรัสว่า : َ﴿ و إ رَ ْذ ص ِ َ نْفـ نـ ْ َك لَي ِ آ إ َ رَفَ ً ّ ا م ۭ ن ِ ن ِ ٱ ْلج َ ْس َ ِ ي ّ ت مَ ع ِ ْق ُ رُ وَن ٱل ْ ء َم َفـ َ ان َ اَّ ل رَض َح وه ُ ٓ الُو َق ُ ا تِ أَنص ۟ وا ُ َم َ ۖ فـ ۟ ى ِ ُض ا ق َّ ل و َ َ َّو ل ْ ا ۟ ـو ِلى إ َ ْ َٰ ق م َ ين ِرِ نذ ُّم ِهم ِ الُوا َق ۟ ي َ ْ َٰقو ـ م َ ن َ َّ سم ِû آ إ َ عِ ْ ن ِ اك َ ت َ ـ بٰ ن ِ َ م ِل ا أُنز ً بـ ۢ َ ع د ْ م ِ م ٰى َوس ُ ّد َص ُ ِ مِ ۭا لّ ًق ْ َين َ ا ب َ ي َ يَد ْ ه يـ ِ هَ د ْ َ ِ و ّق َ َ ٱ ْلح ِلى إ ٓى ِ َر ِلى إ ٍ يق ِ َٰ ط ْ ُّمس ۢ ت قَ ٍيم ِ َٰقو ۢ َ ْ يـ م َ ن يب ِ آ أَج َ وا ُ ۟ د ى ِ اع َ و ِ ٱ َّ* َ َ ء ام َ ِ ن وا ُ ۟ ب هِ َ ۦ يـ ِ فْغ رِ ّ لَ ُكم م ْ ُوبِ ُكم ِ ُن و ْ ن ذ ُيج َ ر ِ م ُكم ْ ّ ن ِ ٍ َذاب َع ْ أَل ٍيم ِ ۢ ﴾ “และจงรําลึกเมื่อเราได้ให้ญินจํานวนหนึ่งมุ่งไปยังเจ้า เพื่อ ฟังอัลกุรอาน ครั้นเมื่อพวกเขามาปรากฏตัวต่อหน้าอัลกุรอาน พวกเขากล่าวว่า จงนิ่งฟังซิเมื่อ (การอ่าน) จบลง แล้ว พวกเขาก็หันกลับไปยังหมู่ชนของพวกเขา เพื่อทํา หน้าที่เป็นผู้ตักเตือน พวกเขากล่าวว่า โอ้หมู่ชนของเรา
22 เอ๋ย แท้จริงเราได้ฟังคัมภีร์(อัลกุรอาน) ถูกประทานลงมา หลังจากมูซา เป็นการยืนยันในสิ่งที่ได้มีมาก่อนอัลกุรอาน เพื่อชี้แนะทางไปสู่สัจธรรม และแนวทางที่เที่ยงตรง โอ้หมู่ ชนของเราเอ๋ย จงตอบรับต่อผู้เรียกร้องของอัลลอฮฺเถิด และจงศรัทธาต่อเขา พระองค์จะทรงอภัยโทษจากความผิด ของพวกท่านให้แก่พวกท่าน และจะทรงให้พวกท่านรอด พ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวด” (อัลอะหฺกอฟ : 29-31) และพระองค์ ทรงตรัสในซูเราะฮฺ : ْق َ ﴿ ٓقۚ و رُ ٱل ْ ء ْم ِ ان َ ج َ ٱل ﴾ ِ يد ِ “กอฟ ขอสาบานด้วยอัลกุรอานอันทรงเกียรติ” (กอฟ : 1) ซึ่งสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และสิ่ง ระหว ่างทั้งสองนั้น จากความมหัศจรรย์และวิทยปัญญาในการสร้างของ พระองค์ จากนั้น พระองค์ได้กล่าวถึงความตายและความน่ากลัวของมัน กล่าวถึงนรก และความอันตรายของมัน หลังจากนั้น พระองค์ทรงกล่าวถึงสวรรค์และสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเตรียมไว้ ให้บรรดาผู้ที่เป็นที่รักของพระองค์ซึ่งพระองค์ ทรงตรัสว่า :
23 آء َش َ م َّما ي ُ ﴿ َله يه ِ وَن ف ُ يـ َ لَد َ ا و َ ْ ن ۭ ﴾ ٌ يد ِزَ ا م َ “สําหรับพวกเขาจะได้รับสิ่งที่พวกเขาพึงประสงค์ในสวน สวรรค์และ ณ ที่เรานั้นยังมีอีกมากมาย” (ก็อฟ : 35) จากนั้น... พระองค์ทรงตรัสหลังจากเรื่องราวทั้งหมดว่า : َذل ِك ﴿ ِلإ َّن ِفى ٰ ل ٰى َ ْكر ِ لَذ َ مِ أَو ٌ ْلب َ ۥ قـ ُ ن َكا َن لَه َ ْق ْ ع ْ َّم ٱلس َى أَل َ و هَ و ُ ۭ ﴾ ٌ يد ِه َش َ “แท้จริงในการนั้น แน่นอนย่อมเป็นข้อตักเตือนแก่ผู้มีหัวใจ หรือรับฟังโดยที่เขามีความตั้งใจจริง ” (ก็อฟ : 37) พระเจ้า – ผู้ทรงยิ่งใหญ ่– ได้ทรงแจกแจงให้เราทราบว่า ผู้ที่รับฟังด้วยสอง หูนั้น จําเป็นต้องรับรู้ด้วยหัวใจในสิ ่งที่ตนอ่านหรือตนได้ยิน เพื ่อจะได้ ประโยชน์จากการอ่านอัลกุรอาน หรือการฟังจากผู้อื่น และอัลลอฮฺ ทรงเรียกร้องบ่าวของพระองค์ให้ใคร่ครวญอัลกุรอาน พระองค์ ทรงตรัสว่า : ََلا يـ َ ﴿ أَف ت َّر بـ َدَ ْق ُ رُ وَن ٱل ْ ء أَم َ ان َ َى َع ْ ُوب ُقـ ٰ ل آ ﴾ َ اُله َْف أَقـ ٍ ل
24 “พวกเขามิได้พิจารณาใคร่ครวญอัลกุรอานดอกหรือ? แต่ ว่าบนหัวใจของพวกเขามีกุญแจหลายดอกลั่นอยู่” (มูฮัม มัด : 24) และพระองค์ ทรงกล่าวว่า : ََلا يـ َ ﴿ أَف ت َّر بـ َدَ ْق ُ رُ وَن ٱل ْ ء لَو َ ۚ و َ ان َ م َ ان َك ْ ن ِ ع ْ َْغير ِ ند ِ لَو ِ ٱ َّ* ِ وا ُد َج َ ۟ ف يه ِ ت ْ ٱخ ِ ِ ـ َ ثَ ۭ اك ًٰفل ير ِ ً ا ﴾ ۭ “พวกเขาไม่พิจารณาดูอัลกุรอานบ้างหรือ และหากว่า อัลกุรอานมาจากผู้ที่ไม่ใช่อัลลอฮฺแล้วแน่นอนพวกเขาก็จะ พบว่าในนั้นมีความขัดแย้งกันมากมาย” (อันนิสาอฺ : 82) พวกท่าน – ขออัลลอฮฺเมตตาท่านทั้งหลาย – ไม่เห็นหรอกหรือว่า พระเจ้า ผู้ทรงเมตตาได้เรียกร้องเชิญชวนบ่าวของพระองค์อย่างไร ? เพื่อให้พวกเขา ได้ใคร่ครวญอัลกุรอาน ใครก็ตามที่ใคร่ครวญย่อมรู้จักพระเจ้าของเขา ใครรู้จักพระเจ้าย่อมรู้ถึง ความยิ่งใหญ ่และปรีชาสามารถของพระองค์ย่อมรู้ว่า พระองค์ทรงเมตตา ปรานีต่อผู้ศรัทธาอย่างมากมาย รู้สิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติให้ปฏิบัติดังนั้น เขาก็จะยึดมั่นในสิ ่งที่พระองค์สั ่งใช้ออกห่างจากสิ ่งที ่พระองค์สั ่งห้าม ปรารถนาต่อสิ่งที่พระองค์ทรงเชิญชวนให้เขาเข้าหา
25 และใครก็ตามที่มีลักษณะทั้งหลายนี้ในการอ ่านอัลกุรอาน หรือการรับ ฟังอัลกุรอานของเขา อัลกุรอานย่อมเป็นยารักษาแก่เขา เขาจะรํ่ารวยโดย ไม่ต้องพึ่งพาสมบัติสูงส่งโดยไม่ต้องมีพรรคพวกคอยหนุนหลัง อุ่นใจในสิ่งที่ คนอื่นอาจจะอ้างว้างเดียวดาย และความมุ่งมั่นสนใจของเขา เมื่ออ่านซูเราะฮฺใด ๆ คือ “เมื่อไหร่ที่ฉันจะได้ บทเรียน ?” มิใช่ “เมื ่อไหร่ฉันจะจบซูเราะฮฺนี้?” แต่เขาจะคิดเสมอว่า “เมื่อไหร่ฉันจะเข้าใจสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบอกบ่าว ? เมื่อไหร่ฉันจะยับยั้ง ? เมื่อไหร่ฉันจะตระหนัก ?” เพราะการอ่านอัลกุรอานคือการอิบาดะฮฺและ อิบาดะฮฺไม่อาจเกิดขึ้นบนความเลื่อนลอย ขออัลลอฮฺให้ความช่วยเหลือ จากท่านอิบนุ มัซอู๊ด () กล่าวว่า : “พวกท่านอย่าได้โปรยอัลกุรอานเหมือนอินทผลัมแห้งที่ ร่วงจากต้น อย่าได้อ่านเร็วเช่นการอ่านบทกลอนบทกวีแต่ จงพิจารณาความมหัศจรรย์ของคัมภีร์อ่านด้วยหัวใจ อย่าได้ให้เป้าหมายของคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่าน อยู่ที่ การอ่านจบซูเราะฮฺเท่านั้น”3 3 สายรายงานเฎาะอีฟ แต่เศาะเฮียะหฺด้วยสายรายงานอื่น ๆ ซึ่งจะกล่าวต่อไป ท่านอัลบะเฆาะวีย์ได้ รายงานไว้ในหนังสือ (( มะอาลิม อัตตันซีล )) เลขที่ (4/490-491) ที่เป็นสายรายงานเดียวกับผู้เขียน
26 ท่านมุญาฮิด () กล่าวว่า คําดํารัสของอัลลอฮฺ ว่า : َ﴿ يـ تـ ُون ْ هَ ل َ َلاو ِ َّق ت َ ۥ ح ُ ت ِ ه ٓۦ ﴾ ِ “โดยที่พวกเขาอ่านคัมภีร์นั้นอย่างแท้จริง” (อัลบะเกาะ เราะฮฺ : 121) หมายถึง “การปฏิบัติตามอัลกุรอาน ด้วยการปฏิบัติตาม อย่างแท้จริง”4 ท่านมูฮัมมัด อิบนุอัลฮุซัยน์() กล่าวว่า : และก่อนที่ฉันจะกล่าวถึงมารยาทแห่งชาวกุรอาน และสิ่งที่จําเป็นที่พวกเขา ต้องขัดเกลาเรียนรู้ฉันจะกล่าวถึงความประเสริฐของชาวกุรอาน เพื่อให้ พวกเขายิ่งปรารถนาต่อการอ่านและปฏิบัติรวมทั้งการถ่อมตน ต่อผู้ที่พวก เขารํ่าเรียนด้วย หรือผู้ที่พวกเขาอบรมสั่งสอนอยู่ เพื่อศึกษาเพิ่มเติม ให้ดูถ้อยคําของ ดร. ซะอฺด์อาล ฮะมีด ต่อตัฟซีรของท่านซะอีด อิบนุ มันศูร เลขที่ (2/444-447) 4 สายรายงานเศาะเฮียะหฺ ท่านซะอีด อิบนุ มันศูรได้รายงานไว้ในหนังสือตัฟซีร เลขที่ (211), และ ท่านอิบนุญะรีร เลขที่ (2/567-568), และทั้งหมดรายงานจากท่านมุญาฮิด
27 บทว่าด้วยความประเสริฐของชาวกุรอาน จากท่านอะนัส อิบนุ มาลิก () กล่าวว่า ท่านนบี กล่าวว่า : “สําหรับอัลลอฮฺนั้น มีชนของพระองค์ในหมู ่มนุษย์ ทั้งหลาย” มีคนกล่าวว่า : “พวกเขาคือใครกัน ท่าน เราะซูลของอัลลอฮฺ ?” ท่านนบี กล่าวว่า : “พวกเขา คือชาวกุรอาน พวกเขาคือชนของอัลลอฮฺ และพิเศษ เฉพาะของพระองค์”5 ... จากท่านอับดุลลอฮฺอิบนุอัมรฺ () จากท่านนบี กล่าวว่า : “จะถูกกล่าวต่อชาวกุรอานว่า : ‘จงอ่านและจงยกระดับ ขึ้นไป อ่านเหมือนที่ท่านอ่านในดุนยา แท้จริง ระดับของ ท่านอยู่ ณ อายะฮฺสุดท้ายที่ท่านอ่าน’”6 ... 5 รายงานโดยท่านอิบนุ มาญะฮฺ เลขที่ (215) และได้ให้นํ้าหนักว่าเศาะเฮียะหฺ โดยท่านอัลฮากิม เลขที่ (1/556), และท่านอัลมุนซิรียฺ ใน (( อัตตัรฆีบ )) เลขที่ (2/354), และท่านบูศีรียฺ ใน (( มิศบาหฺ อัซซุญาญะฮฺ )) เลขที่ (1/91), และได้ให้นํ้าหนักว่าฮะซัน โดยท ่านอิลอิรอกียฺ ใน (( ตัครีจญฺ อัลเอียะหฺยาอฺ )) เลจที่ (2/684) และท่านอัลอัลบานียฺ ใน (( อัฎเฎาะอีฟะฮฺ )) เลขที่ (4/84-85) 6 รายงานโดยอัตติรมิซียฺ เลขที่ (2914), และโดยท่านอบูดาวูด เลขที่ (1464), และได้ให้นํ้าหนักว่า เศาะเฮียะหฺ โดยท ่านอัตติรมิซียฺ และท่านอิบนุฮิบบาน เลขที่ (766), และท่านอัลฮากิม เลขที่ (1/552-553), และท่านอัซซะฮะบียฺ, และท่านอัลอัลบานียฺ ใน (( เศาะฮีหะฮฺ )) เลขที่ (2240)
28 จากท่านอับดุลลอฮฺอิบนุ มัซอู๊ด () กล่าวว่า : “จงรํ่าเรียนอัลกุรอาน และจงอ่านอัลกุรอาน แท้จริง พวก ท่านจะได้ผลบุญความดีด้วยกับอัลกุรอาน แท้จริงแล้ว ต่อ ทุกคํานั้น มีผลบุญ ฉันไม่ได้หมายถึง “อะลิฟ ลาม มีม” เป็นสิบผลบุญ แต่ด้วยกับอะลิฟ คือสิบผลบุญ ด้วยกับลาม คือสิบผลบุญ ด้วยกับมีม คือสิบผลบุญ’”7 ... 7 สายรายงานเศาะเฮียะหฺ รายงานโดยท่านอัดดาริมียฺ เลขที่ (3351), และโดยท่านอัฏเฏาะบะรอนียฺ เลขที่ (9/8648-8649), และท่านอัลอัลบานียฺให้นํ้าหนักว่าฮะซัน ในหนังสือ (( อัศเศาะฮีหะฮฺ )) เลขที่ (660)
29 บทว่าด้วยความประเสริฐของผู้ศึกษาอัลกุรอาน และผู้สอนอัลกุรอาน จากท่านอุษมาน อิบนุอัฟฟาน – ซึ่งท่านชัวะอฺบะฮฺกล่าวว่า : “ฉันถามเขา8 ว่า : ‘หมายถึงจากนบี ใช่ไหม ?’ เขา กล่าวว่า : ‘ใช่’ ท่านนบี กล่าวว่า : ‘ผู้ที่ประเสริฐยิ่ง ที่สุดในหมู่พวกเจ้า คือผู้ที่เรียนอัลกุรอาน และสอน อัลกุอาน’” ท่านอบูอับดุรเราะหฺมาน9 () กล่าวว่า : “เพราะเหตุนี้ที่ทําให้ฉันนั่งประจําอยู่ ณ ที่นั่งของฉันตรง นี้” ท่านอบูอับดุรเราะหฺมาน นั่งสอนอัลกุรอานตั้งแต่ยุค เคาะลีฟะฮฺอุษมาน ถึงสมัยผู้ปกครองอัลฮัจญาจ10 8 ท่านชัอฺบะฮฺ หมายถึง ท่านชัอฺบะฮฺอิบนุอัลฮัจญาจ หนึ่งในผู้รายงานฮะดีษ ซึ่งครูของเขา ที่เขารับ ฮะดีษดังกล่าว หมายถึงท่านอัลเกาะมะฮฺอิบนุ มัรษัด 9 หมายถึง ท่านอัซซุละมียฺ 10 รายงานโดยอัลบุคอรียฺ เลขที่ (5027), ท่านอัลฮาฟิซ (อิบนุฮะญัร) ใน (( อัลฟัตหฺ )) เลขที่ (9/76) กล่าวว่า : “ระหว่างจุดเริ่มต้นของคิลาฟะฮฺท่านอุษมาน และตอนท้ายของอัลฮัจญาจ คือ 71 ปี9 เดือน และระหว่างจุดสิ้นสุดของคิลาฟะฮฺท่านอุษมาน และเริ่มต้นของการปกครองอัลฮัจญาจ คือ 31 ปี9 เดือน ซึ่งฉันไม่พบหลักฐานที่ระบุชัด ว่าท่านอบูอับดุรเราะหฺมานเริ่มสอนเมื่อใด สิ้นสุด เมื่อใด อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง ถึงระยะเวลาดังกล่าว...”
30 จากท่านอุกบะฮฺอิบนุอามิร () กล่าวว่า : “ท่านนบี ออกมาหาพวกเราโดยที่พวกเรานั่งอยู่ ณ ศุฟฟะฮฺ11 และกล่าวว่า : ‘ใครในหมู่พวกเจ้าชอบการ เดินทางตอนเช้าไปยังบุฏฮาน12 หรือ13อัลอะกีก14 และทุก วันได้กลับมาด้วยอูฐตัวเมียสองตัวที่สง่า สีสวยงดงาม โดย เขาได้เป็นเจ้าของอูฐนั้นอย่างไม่บาป ไม่ตัดขาดญาติมิตร ใครหวังเช่นนั้นบ้าง ?’ เขากล่าวว่า : ‘พวกเรากล่าวว่า : ‘เราทุกคนย่อมรักสิ่งนั้น โอ้ท่านเราะซูลของอัลลอฮฺ’’ ท่านนบี กล่าวว่า : ‘พึงทราบเถิด การที่คนหนึ่งในหมู่ พวกท่านเดินทางมายังมัสยิด และเรียนสองอายะฮฺจาก คัมภีร์ของอัลลอฮฺ ดีกว่าอูฐตัวเมียสองตัว เรียนสามอายะฮฺ ดีกว่าอูฐตัวเมียสามตัว เรียนสี่อายะฮฺ ดีกว่าอูฐตัวเมียสี่ตัว 11 คือ พื้นที่ร่ม ณ ท้ายมัสยิดในเมืองมะดีนะฮฺ ที่เตรียมไว้สําหรับผู้มาจากต่างถิ่น หรือผู้ที่ไม่มีที่พัก ไม่มีครอบครัว ดู(( อธิบายซุนันของอบีดาวูด )) โดยท่านอัลอัยนียฺ เลขที่ (5/369) และท่านเอาวฺนุล มะอฺบูด เลขที่ (4/231) 12 เป็นชื่อสถานที่หนึ่ง ที่เรียก ‘บุฏฮาน’ อันเนื่องจากการแผ่กว้างของสถานที่นั้น ดูเอาวฺนุลมะอฺบูด เลขที่ (4/231) 13 คําว่า “หรือ” เพื่อตัวเลือกที่มากขึ้น แต่ในหนังสือ (( ญาเมียะอฺอัลอุศูล )) กล่าวว่า : “หรือท่านน บีกล่าวว่า อัลอะกีก” บ่งชี้ว่า เป็นไปได้ว่าอาจเป็นความลังเลจากผู้รายงาน ดู(( มิรกอฮฺอัลมะฟาตีหฺ )) เลขที่ (4/1453) 14 สถานที่ห่างจากมะดีนะฮฺ ราว 2-3 ไมล์ที่กล่าวสถานที่นี้เฉพาะเจาะจง อันเนื่องจากเป็นสถานที่ ค้าขายอูฐที่ใกล้มะดีนะฮฺ
31 และเช่นจํานวนที่มากขึ้น นั่นคือ จํานวนอูฐที ่จะได้รับ เช่นกัน'”15 15 รายงานโดยมุสลิม เลขที่ (803)
32 บทว่าด้วยความประเสริฐของการศึกษาอัลกุรอาน ร่วมกันที่มัสยิด ...จากท่านอบีฮุร็อยเราะฮฺ () กล่าวว่า : “ท่านเราะซูลของอัลลอฮฺ กล่าวว่า : ‘ไม่มีการรวมตัว ของกลุ่มชนใด ที่บ้านหนึ่งบ้านใดของอัลลอฮฺ เพื่ออ่าน คัมภีร์ของพระองค์รํ่าเรียนคัมภีร์ของพระองค์เว้นแต่ว่า ความสงบจะลงมายังพวกเขา ความเมตตาจะคลุมพวกเขา มลาอิกะฮฺจะโอบล้อมพวกเขา และอัลลอฮฺจะกล่าวถึงพวก เขา ณ ผู้ที่อยู่ ณ ที่พระองค์’”16 จากฮารูน อิบนุอันตะเราะฮฺจากบิดาของเขา () กล่าวว่า : “ฉันกล่าวต่อท่านอิบนิอับบาสว่า : ‘การงานใดที่ประเสริฐ ที่สุด ?’ เขากล่าวว่า : ‘การรําลึกถึงอัลลอฮฺยิ่งใหญ่ที่สุด และไม่มีกลุ่มคนใดที่รวมตัวในบ้านหนึ่ง จากบ้าน ของอัลลอฮฺ รํ่าเรียนคัมภีร์ของพระองค์แลกเปลี่ยนกัน เกี่ยวกับคัมภีร์ของพระองค์เว้นแต่มลาอิกะฮฺจะกางปีกโอบ พวกเขา และพวกเขา (บรรดาผู้ที่รํ่าเรียนอัลกุรอาน) คือ 16 รายงานโดยมุสลิม เลขที่ (2699)
33 แขกของอัลลอฮฺ ตราบที่พวกเขาอยู่ที่นั่น จนกว่าพวกเขา จะก้าวลํ้าไปสู่การสนทนาในประเด็นอื่น'”17 17 สายรายงานเศาะเฮียะหฺ รายงานโดยอัดดาริมียฺ เลขที่ (368) แต่สถานะเมากูฟ (จบที่เศาะฮาบะฮฺ) เป็นที่ถูกกว่า ดังที่ปรากฏในหนังสือ (( อัลญาเมียะอฺอัลอุลูม วัลฮิกัม )) หน้าที่ (647) ดูตะอฺลีกต่อที่ (( ตัฟซีร )) ของท่านซะอีด อิบนุ มันศูร เลขที่ (1707)
34 บทว่าด้วยมารยาทของชาวกุรอาน ...สมควรอย่างยิ่งต่อผู่ที่อัลลอฮฺทรงสอนอัลกุรอานให้เขา ทรงประทาน ความประเสริฐให้เขาที่เหนือกว่าผู้อื่นที่ไม่ใช่ชาวกุรอาน และเขารักที่จะ เป็นชาวอัลกุรอาน ที่เป็นชาวของอัลลอฮฺและคนพิเศษของพระองค์รักที่ จะเป็นคนที่อัลลอฮฺได้สัญญาด้วยความดีงามที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเราได้กล่าวถึงไป แล้ว รักที่เป็นคนที่อัลลอฮฺ ได้กล่าวว่า : َ﴿ يـ تـ ُون ْ هَ ل َ َلاو ِ َّق ت َ ۥ ح ُ ت ِ ه ٓۦ ﴾ ِ “โดยที่พวกเขาอ่านคัมภีร์นั้นอย่างแท้จริง” (อัลบะเกาะ เราะฮฺ : 121) มีการอธิบายว่า หมายถึง : “การปฏิบัติตามอัลกุรอาน ด้วยการปฏิบัติที่ สัตย์จริง” รักที่จะเป็นคนที่นบี ได้กล่าวว่า : “คนที่อ่านอัลกุรอาน และเขามีความชํานาญลื่นไหลในการ อ่าน จะอยู่ร่วมกับบรรดามลาอิกะฮฺที่มีเกียรติส่วนผู้ที่
35 อ่านอัลกุรอานติดขัด และเขาพบความยากลําบาก เขาจะ ได้สองผลบุญ”18 สมควรที่เขาจะทําให้อัลกุรอานเป็นที่ผลิบานในหัวใจของเขา ประทับเติม เต็มพื้นที่รกร้างผุพังของหัวใจเขา รักษามารยาทที่พึงมีต่ออัลกุรอาน มี มารยาทที่งดงาม แตกต่างจากผู้อื่นที่ไม่ได้อ่านอัลกุรอาน สิ่งแรกที่เขาจําเป็นต้องใส่ใจ คือ ยําเกรงอัลลอฮฺ เมื่ออยู่ลําพังและเมื่อ อยู่ในที่แจ้ง ด้วยการเคร่งครัด ระมัดระวังในอาหารของเขา เครื่องดื่มของ เขา เสื้อผ้าของเขา รายได้ของเขา เขาต้องรู้ทันถึงยุคสมัยและความเสื่อม ทรามของสังคม เขาต้องตักเตือนผู้คนด้วยศาสนาของเขา วุ่นอยู่กับสภาพ ของเขา ให้ความสําคัญกับการแก้ไขความผิดพลาดของเขา รักษาลิ้นของ เขา มีความโดดเด่นแตกต่างในการพูดของเขา เมื่อเขาพูด เขาก็พูดด้วยความรู้เมื่อพบว่าการพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเมื่อ เขาเงียบ การเงียบของเขาก็ด้วยความรู้เมื่อพบว่า การเงียบเป็นสิ ่งที่ ถูกต้อง 18 รายงานโดยอัลบุคอรียฺ เลขที่ (4937) และมุสลิม เลขที่ (798) จากหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ
36 เลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่จําเป็น เขากลัวลิ้นของตัวเองมากกว่าที่กลัวศัตรู ของเขาเสียอีก เขากักขังลิ้นของตัวเอง เหมือนที่กักขังศัตรูเพื่อป้องกันให้ ปลอดภัยจากความชั่วร้าย หรือการต้องพบเจอบั้นปลายที่ไม่ดี เขาจะเป็นคนที่หัวเราะน้อยนิด ไม่หัวเราะไปเรื่อยในสิ่งที่ผู้คนทั่วไปหัวเราะ เพราะเขารู้ถึงภัยของการหัวเราะมาก หากพบว่ามีเรื่องที่ทําให้เขาสุข ที่ เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสัจธรรม เขาเพียงยิ้ม เขาเกลียดชังการพูดเล่น เพราะเกรงว่าจะละเล่น เลื่อยลอย และเมื่อเขาจะ พูดเล่น เขาจะพูดแต่ความจริง เขาจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และคําพูดที่งดงาม เขาจะไม่ชมตัวเอง แม้ในสิ่งดีที่ตัวเองมีอยู่ ดังนั้น การชมในสิ่งที่ตัวเองไม่มี จึงยิ่งเป็นที่ห่างไกล เขาจะระวังตัวเอง ไม่ให้อารมณ์ใฝ่ตํ่าครอบงํา ที่ทําให้ พระเจ้าของเขาทรงโกรธกริ้ว เขาไม่นินทาว่าร้ายใคร ไม่ดูถูกเหยียดหยามใคร ไม่สาปแช่งด่าทอใคร ไม่ ยินดีสะใจในบททดสอบของผู้ใด ไม่ละเมิดคนรอบข้าง ไม่อิจฉาริษยาผู้คน และไม่คิดลบคิดร้ายต่อใคร เว้นแต ่ผู้ที ่สมควรให้คิดไม ่ดีหากอิจฉา19 ก็ อิจฉาด้วยความรู้หากเขาคิดลบ ก็คิดลบบนฐานของความรู้เขาพูดถึงความ ผิดพลาดของผู้คนด้วยความรู้และเงียบในแก่นแท้ของผู้คนด้วยความรู้ 19 หมายถึง ฆิบเฏาะฮฺ (อิจฉาความดีเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ โดยที่ไม่ประสงค์ร้ายต่อคนที่ตนอิจฉา)
37 เขาได้ทําให้อัลกุรอาน อัซซุนนะฮฺและฟิกฮฺ เป็นหลักฐานชี้นําเขาไปสู่ทุก มารยาทที่ดีทั้งหลาย รักษาอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเขา ให้ออกห่าง จากสิ่งที่อัลลอฮฺสั่งห้าม เมื่อเขาเดิน เขาก็เดินด้วยความรู้เมื่อเขานั่ง เขาก็นั ่งด้วยความรู้เขา พยายามอย่างที่สุดที่จะทําให้ผู้คนปลอดภัยจากลิ้นของเขา จากมือของเขา เขาไม่ทําในสิ่งที่เขลาเบาปัญญา และเมื่อมีคนปฏิบัติต่อเขาอย่างโฉดเขลา เขาก็อ่อนโยน เขาไม่ละเมิดผู้ใด และเมื่อมีคนละเมิดต่อเขา เขาก็อภัยให้ เขาไม่ระรานผู้ใด และเมื่อมีคนระรานต่อเขา เขาก็อดทน โดยการข่มความ โกรธของเขาไว้เพื่อให้พระเจ้าทรงพอใจ และให้ศัตรูของเขาโกรธแค้น เขามีความถ่อมตนในตัวเอง เมื่อสัจธรรมถูกนําเสนอแก่เขา ไม่ว่าจะมาจาก เด็กหรือผู้ใหญ่ เขาก็น้อบรับ เขาปรารถนาความสูงส ่งจากอัลลอฮฺ เท่านั้น ไม่ได้หวังสิ่งนั้นจาก บรรดามนุษย์ทั้งหลาย เขาเกลียดชังความยโส และกลัวว่าตัวเองจะเป็นคน โอหัง เขาไม่แสวงหาประโยชน์จากอัลกุรอาน ไม่ชอบที่จะใช้อัลกุรอานเป็นการขอ ความช่วยเหลือจากมนุษย์เขาไม่ใช้อัลกุรอานเพื่อเข้าหาลูกหลานกษัตริย์
38 และไม่ใช้อัลกุรอานเพื่อนั่งร่วมกับคนรวย เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมายกย่อง ให้เกียรติ มนุษย์แสวงหาริซกีที่มากมายจากดุนยา อย่างไร้ความเข้าใจศาสนา ไร้ ความรู้ เขาเลือกแสวงหาริซกีที่เล็กน้อยอย่างมีความรู้มีความเข้าใจ หากผู้คนสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ดีงามหรูหรา เขาเลือกที ่จะสวมเสื้อผ้าที่ ถูกต้อง ที่ปกปิดเอาเราะฮฺเป็นที่ตั้ง เมื่อเขาได้ความมั่งคั่ง เขาก็แจกจ่าย ช่วยเหลือผู้คน เมื่อเขาได้รับความยากลําบาก หรือมีน้อยนิด เขาก็ให้ตาม กําลังสามารถ เขาพอเพียงต่อความเล็กน้อยที่เพียงพอต่อเขา และเตือน ตัวเองซํ้าแล้วซํ้าเล่า ให้ระวังดุนยา ที่จะทําให้เขาละโมบเกินเลย เขาเดินตามคําสั่งใช้จากอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺ เมื่อกินก็กินด้วยความรู้ เมื ่อดื ่มก็ดื ่มด้วยความรู้สวมเสื้อผ้าด้วยความรู้นอนด้วยความรู้มี เพศสัมพันธ์กับคู่ครองด้วยความรู้คบหาพี่น้องของเขาด้วยความรู้เยี่ยม เยียนผู้คนด้วยความรู้ขออนุญาตพวกเขาด้วยความรู้และปฏิสัมพันธ์กับ เพื่อนบ้านด้วยความรู้ เขายืนหยัดรักษาการทําความดีต่อพ่อแม่ ลดปีกของเขาต่อท่านทั้งสอง ลด เสียงต่อพ่อแม่เมื่อสนทนา ทุ่มเทสมบัติของเขาให้ท่านทั้งสอง มองไปยังพ่อ แม่ด้วยสายตาที่คารวะ ดุอาอฺให้พ่อแม่มีชีวิตยืนยาว ตอบแทนท่านทั้งสอง เมื่อพวกเขาเข้าสู่วัยชรา ไม่รําคาญอึดอัดกับทั้งสอง ไม่ดูถูกพ่อแม่ของตน
39 หากพ่อแม่ขอความช่วยเหลือในความดีเขาก็ช่วยเหลือ หากพวกเขาขอ ความช่วยเหลือในความชั่ว เขาก็ละไว้โดยอ่อนโยนต่อท่านทั้งสองในการ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในความชั่วนั้น เขาจะใช้มารยาทที่ดีในการดึง ท่านทั้งสอง ออกมาจากสิ่งน่าเกลียดที่ไม่พึงกระทํา เขาจะสานสัมพันธ์เครือญาติเกลียดการตัดขาดญาติมิตร หากมีคนตัดเขา เขาจะไม่ตัดใครตอบ ที่กระทําต่อเขาอย่างละเมิดต่ออัลลอฮฺ เขาจะทําดีต่อ คนนั้นอย่างที่ภักดีต่ออัลลอฮฺเป็นการตอบแทน เขาคบหาพี่น้องผู้ศรัทธาด้วยความรู้นั่งร่วมกับพวกเขาด้วยความรู้คนที่คบ หาเขา เขาก็ให้ประโยชน์มีมารยาทต่อคนที่นั่งด้วยกัน เมื่อเขาสอนคนอื่น เขาก็สอนอย่างอ่อนโยน ไม่หยาบกระด้างต่อความผิด ของคนพลาด และไม่ทําให้คนหวาดกลัว เขาจะเคียงข้างช่วยเหลือในการ งานของผู้เรียน อดทนที่จะสอนความดีเขาเป็นที่รักใคร่ของผู้เรียน เป็นที่มี ความสุขต่อผู้นั่งร่วม การอยู่กับเขาเป็นสิ่งที่ยังประโยชน์มีความดีเขารักษา มารยาทต่อผู้ที่นั่งร่วมด้วยมารยาทของอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺ หากเขาประสบพบเจอบททดสอบใด ๆ อัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺจะคอย อบรมสั่งสอนเขา เขาจะเสียใจด้วยความรู้ร้องไห้ด้วยความรู้อดทนด้วย ความรู้
40 เขาอาบนํ้าละหมาดด้วยความรู้ละหมาดด้วยความรู้ขัดเกลาตัวเองด้วย ความรู้บริจาคด้วยความรู้ถือศีลอดด้วยความรู้ทําฮัจญ์ด้วยความรู้ต่อสู้ ด้วยความรู้แสวงหารายได้ด้วยความรู้ใช้จ่ายด้วยความรู้เปิดกว้างในการ งานใด ๆ ด้วยความรู้และปิดกั้นจากสิ่งนั้น ก็ด้วยความรู้ อัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺได้บ่มเพาะเขา เขาจะพลิกอัลกุรอานเพื่อจะขัด เกลาอบรมตนเอง เขาไม่ชอบที่จะให้ตัวเองทําในสิ่งที่อัลลอฮฺ สั่งใช้โดย ไม่มีความรู้เขาจะให้ความรู้ความเข้าใจศาสนานําทางเขา ไปสู่ทุกความดี งาม เมื่อเขาศึกษาอัลกุรอาน เขาจะเรียนด้วยความเข้าใจและใช้ปัญญา ความ ตั้งใจทั้งหมดของเขา อยู่ที่การเข้าใจในสิ่งที่อัลลอฮฺ ได้สั่งใช้ให้ปฏิบัติ และออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งห้าม เขาจะไม่มุ่งหวังเพียงว่า “เมื่อไหร่ฉันจะอ่านซูเราะฮฺนี้จบเสียที?” แต่เขา จะวุ่นอยู่กับการคิดว่า “เมื่อไหร่ที่ชีวิตของฉันจะพอเพียงต่ออัลลอฮฺ โดยไม่ปรารถต่อใครอื่น ?” “เมื่อไหร่ฉันจะเป็นหนึ่งในคนที่ยําเกรง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นคนดี?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นคนที่มอบหมาย ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นคนที่นอบน้อม ?”
41 “เมื่อไหร่ฉันจะเป็นคนที่อดทน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นคนที่สัจจริง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นคนที่เกรงกลัวพระเจ้า ?” “เมื่อไหร่ฉันจะเป็นคนที่มีความหวัง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะสมถะกับดุนยา ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะมุ่งมั่นปรารถนาต่ออาคิเราะฮฺ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเตาบะฮฺต่อความผิด ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะตระหนักในเนียะอฺมะฮฺอันมากมาย ที่หลั่งไหลมาจากพระเจ้า ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะขอบคุณ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะใช้ปัญญาตระหนักถึงสารของอัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเข้าใจถ่องแท้ในสิ่งที่ตัวเองพรํ่าอ่าน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเอาชนะอารมณ์ใฝ่ตํ่า ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺด้วยการต่อสู้ที่แท้จริง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะรักษาลิ้นของตัวเอง ?” “เมื่อไหร่ที่สายตาของฉันจะลดตํ่าลง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะรักษาสิ่งพึงสงวนของตัวเอง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะละอายต่ออัลลอฮฺ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะหันมาหมกมุ่นแก้ไขความบกพร่องของตัวเอง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะปรับปรุงการงานที่ผิดพลาดทั้งหลาย ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเริ่มสอบสวนตัวเอง ?”
42 “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเตรียมเสบียงสู่โลกหน้า ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นผู้ที่พอใจต่ออัลลอฮฺ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเป็นผู้ที่เชื่อมั่นต่ออัลลอฮฺ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะให้อัลกุรอานเป็นผู้เตือนใจ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะยุ่งอยู่กับการรําลึกถึงอัลลอฮฺ มากกว่าการคิดถึงแต่ผู้อื่น ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะรักในสิ่งที่อัลลอฮฺรัก ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะชังในสิ่งที่อัลลอฮฺชัง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะจริงใจกับอัลลอฮฺ ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะบริสุทธิ์ใจในการงานของฉัน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเลิกฝันเฟื่อง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเตรียมตัวสู่ความตาย ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่รู้เลยว่า อายุไขของตัวเอง จะสิ้นสุดวันไหน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะเตรียมพร้อมสู่หลุมฝังศพของฉัน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะตระหนักถึงวันพิพากษา และความน่ากลัวของมัน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะคิดถึงการได้อยู่ลําพังกับพระเจ้าของฉัน ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะคิดถึงบั้นปลายของตัวเอง ?” “เมื่อไหร่ที่ฉันจะระวัง ในสิ่งที่พระเจ้าของฉันได้เตือนให้ระวัง ?” จากนรกที่ร้อนระอุ ที่ความลึกสุดลูกหูลูกตา ความมืดมนที่ยาวไหล ที่ชาว นรกไม่อาจตายเพื่อจะได้พักจากความเจ็บปวด ความผิดพลาดของเขาจะไม่
43 ถูกอุทธรณ์นํ้าตาของพวกเขาจะไม่ถูกเมตตา อาหารของพวกเขาคืออัซซัก กูม เครื่องดื่มของพวกเขาคือนํ้าเดือด เมื ่อใดก็ตามที ่ผิวหนังของเขาสุก เกรียม พวกเขาจะถูกแทนที่ด้วยผิวหนังใหม่ซํ้าแล้วซํ้าเล่า เพื่อได้สาสมกับ ความเจ็บปวด พวกเขาสํานึกในวันที่ การสํานึกไม่มีค่า กัดมือของตัวเอง อย่างเวทนา รู้สึกผิดต่อสิ ่งที ่พวกเขาบกพร่องในการภักดีต่ออัลลอฮฺ และการฝ่าฝืนต่อพระองค์ บางคนในหมู่พวกเขากล่าวว่า : َيـ َ﴿ ي ٰل ۡ َّم َد ِ ق َني ت لح ُت ۡ ِ َ ي ِ ﴾ اتي َ “โอ้ถ้าฉันได้ทําความดีไว้ล่วงหน้าสําหรับชีวิตของฉัน” (อัลฟัญจฺร์: 24) บางคนก็กล่าวว่า : ّب َ﴿ ر ٱر ِ ج ۡ ع ِ لَع ِ ون ُ َ لّ ى ِ م ْ أَع ٓ ل َ َص ُ ـ لٰ يم ِ ۭ ا ف ًح ِ رَ ا تـ َ ﴾ ُ ْكت َ “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้ข้า พระองค์กลับไปมีชีวิตอีกครั้งหนึ่งเถิด เพื่อข้าพระองค์จะได้ กระทําความดีในสิ่งที่ข้าพระองค์ปล่อยทิ้งไว้” (อัลมุอฺมินูน : 99-100)
44 บางคนกล่าวว่า : َ﴿ ي ٰو ـ َ يـ َتـ ْ ل َ ن ه ِال َ ا م َ َ ْك َٰذ ـ ِ ا ٱل ت َ ُ َ يـ ِ لا ٰب ـ رِاد َغ غَص ُ ير ِ َ ِير َلا َكب َ ًۭ و ة َ ٓ َِّلا إ ًة َص ْ أَح ا ﴾ َ ٰه ىـ “โอ้ความวิบัติของเราเอ๋ย บันทึกอะไรกันนี่ มันมิได้ละเว้น สิ่งเล็กน้อยและสิ่งใหญ่โตเลย เว้นแต่ได้บันทึกไว้ครบถ้วน” (อัลกะฮฺฟี: 49) บางคนกล่าวว่า : َ﴿ ي ٰو ـ َ يـ َتى ْ لَيـ َٰ ل ْ َ ِ لم َنى ت َ َُلاًû خ ْ ف َِّذ أَتخ ْ ل ًۭ ﴾ يلا ِ “โอ้ความวิบัติแก่ฉัน ! หากฉันไม่คบคนนั้นเป็นเพื่อน” (อัล ฟุรกอน : 28) และบางกลุ่มของพวกเขา ก็พรํ่ากล่าว ในสภาพที่ใบหน้าของเขาพลิกไปมา ในบทลงโทษ : َ﴿ ي ـ َيـ ٰ ل ْ تـ َ ن َع َ ْ آ أَط ن و َ ا ٱ َّ* َ َع َ ْ أَط ن َلا ُ َّس ا ٱلر َ و ۠ ﴾
45 “โอ้ความระทมทุกข์ของเรา ! หากเราได้เชื่อฟังปฏิบัติ ตามอัลลอฮฺ และเราได้เชื่อฟังปฏิบัติตามเราะซูลก็จะดี หรอก” (อัลอะหฺซาบ : 66) โอ้มุสลิมทั้งหลาย โอ้ชาวกุรอาน นรกนี่แหละ ที่อัลลอฮฺได้เตือนบรรดาผู้ ศรัทธาในหลาย ๆ พื้นที่จากคัมภีร์ของพระองค์โดยที่พระองค์เตือน อัน เนื่องจากความเมตตาต่อผู้ศรัทธาทั้งหลาย พระองค์ ทรงตรัสว่า : َ﴿ ي ه َيـ ٰٓأ ـ ء َ ين ِ َّذ ا ٱل َُّ ام َ َ ن وا ُ ۟ ُٓو قـ ا و ْ ُكم َ ُس أَنف ۟ ل ْ أَه َ ر َû ْ ي ُكم ِ ً َ ا و ۭ د ُوق هُ ُ ا ٱلنَّاس َ و ِج ٱ ْلح َ ار َ َ َيـ َ ُ ع ة ل ه ْ َ ا م َ ـ َ ئٰٓل ٌ غ ِ يـ َّ ۭ لا ٌ اد َد ِ َلا ٌۭظ ش ِ َكة َ م َ وَن ٱ َّ* ْ ُص ع رَ آ أَم َ َ ه م ُ ْ و َ يـ َ ع ْف ُون َ م َ ل ُ ا يـ َ م ْؤ رَ وَن ﴾ ُ “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและ ครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก เพราะเชื้อเพลิง ของมันคือมนุษย์และก้อนหิน มีมลาอิกะฮฺผู้แข็งกร้าวหาญ คอยเฝ้ารักษามันอยู่ พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺในสิ่งที่ พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขา และพวกเขาจะปฏิบัติ ตามที่ถูกบัญชา” (อัตตะหฺรีม : 6)
46 และ ทรงตรัสว่า : َ﴿ ي ه َيـ ٰٓأ ـ ء َ ين ِ َّذ ا ٱل َُّ ام َ َ ن وا ُ ـق ۟ وا ُ ٱتَّ و َ ٱ َّ* ۟ ْت َ ل ُر َ نـ ْ نظ ل َ ْت َّم َد ا ق َّم ٌۭ ْس فَ ِ دَغ ٍ ۢ ۖ و ـق َ وا ُ ٱتَّ َّ َّ ٱ* ِن ۚ إ َ ٱ َّ* ۟ َخ َ ِير ب ٌ بم ۢ ِ عَ ا تـ َ م ْ ُون َ َ ﴾ ل “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงยําเกรงอัลลอฮฺเถิด และ ทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนได้เตรียมไว้สําหรับ วันพรุ่งนี้(วันกิยามะฮฺ) และจงยําเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้ จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทํา” (อัลฮัชรฺ : 18) จากนั้นพระองค์ได้ทรงเตือนบรรดาผู้ศรัทธา ให้ระวังการเผอเรอจากสิ่งที่ พระองค์ทรงสั่งใช้อย่าได้ละทิ้งสิ่งที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติสัญญาให้รักษา ขอบเขตต่าง ๆ ที่พวกเขาได้รับมอบหมาย และอย่าได้เป็นเช่นผู้อื่น จากคน ชั่วช้า ที่อัลลอฮฺก็ได้ลงโทษพวกเขาด้วยการลงโทษที่หลากหลาย นานา รูปแบบ อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า : ُوا َ﴿ و َ ُكون وا ُ َس ن َ ين ِ َّذ ٱل َك ۟ َلا ت َ أَنس َف َ ٱ َّ* ۟ م ُ ٰه ىـ ه َ ُس أَنف ْ م ُ ۟ ۚ أُو ْ ـ ه َ ِك ئٰٓلَ م ُ ُ ْف َ ٱل ٰس ـ وَن ﴾ ُق ِ
47 “และพวกเจ้าอย่าได้เป็นเช่นบรรดาผู้ที่ลืมอัลลอฮฺ มิฉะนั้น อัลลอฮฺจะทรงทําให้พวกเขาลืมตัวของพวกเขาเอง ชน เหล่านั้นพวกเขาเป็นผู้ฝ่าฝืน” (อัลฮัชรฺ : 19) จากนั้น อัลลอฮฺได้ทรงแจกแจงต่อผู้ศรัทธา ว่าชาวนรกกับชาวสวรรค์ย่อม ไม่เท่ากัน พระองค์ ทรงตรัสว่า : ْس َ ﴿ َلا ي ت َح ْ أَص ٓ ِوى َ َح ْ أَص َ ِ و ٱلنَّار ُ ٰب ـ نَّة َ ٱ ْلج ُ ٰب ـ َح ْ ۚ أَص ِ نَّة َ ٱ ْلج ُ ٰب ـ ِ ه م ُ ْف ُ آئ َ ٱل ِ ز وَن ﴾ ُ “บรรดาชาวนรกกับบรรดาชาวสวนสวรรค์นั้นไม่ เหมือนกันดอก บรรดาชาวสวนสวรรค์พวกเขาเป็นผู้ได้รับ ความสําเร็จ” (อัลฮัชรฺ : 20) ดังนั้น ผู้ศรัทธาที่มีสติปัญญา เมื่อเขาอ่านอัลกุรอาน เขาจะดําดิ ่งกับ อัลกุรอาน ดังนั้น อัลกุรอานจะเป็นดั่งกระจกที่ทําให้เขาเห็นในสิ่งที่ดีและ ไม่ดีในพฤติกรรมมารยาทของเขา
48 อะไรก็ตามที่พระเจ้าของเขาเตือนให้ระวัง เขาจะระมัดระวังสิ่งที่อัลลอฮฺ ขู่สัมทับให้กลัว จากบทลงโทษต่าง ๆ ของพระองค์เขาก็จะหวั่นเกรง สิ่งที่ พระเจ้าทรงเชิญชวนเรียกร้อง เขาจะใฝ่หาและมุ่งหวัง ใครก็ตามที่มีลักษณะดังกล่าวหรือคล้ายคลึงกันนั้น เช่นนั้น เขาก็ได้อ่านอัล กุรอานด้วยการอ่านที่แท้จริง ใส่ใจด้วยการใส่ใจอย่างสัจจริง อัลกุรอานจะ เป็นพยานต่อเขา เป็นผู้ที่ให้ความช่วยเหลือเขา เป็นเพื่อนรักเขา ปกป้อง เขา ใครก็ตามที่มีลักษณะเช่นนั้น เขาได้ประโยชน์ต่อตัวเขาเอง ต่อครอบครัว ของเขา และจะนําความดีงามให้พ่อแม่ของเขา ลูกหลานของเขา ทั้งโลกนี้ และโลกหน้า จากท่านอับดุลลอฮฺอิบนุ บุร็อยดะฮฺจากบิดาของเขา () จากท่านนบี กล่าวว่า : “ในวันกิยามะฮฺอัลกุรอานจะถูกนํามายังชายคนหนึ่ง ใน สภาพที่เหมือนชายผิวเหลืองซีด” เขาจึงกล่าวว่า : ‘ท่าน
49 เป็นใคร ?’ เขาตอบว่า : ‘ฉันคือผู้ที่ทําให้ท่านกระหายนํ้า ในกลางวัน ไม่หลับไม่นอนในกลางคืน’”20 (คือ ด้วยกับการปฏิบัติในสิ่งที่มีในอัลกุรอาน ทั้งการถือศีลอดกลางวัน การ ละหมาดกลางคืน การทําในสิ่งที่อัลลอฮฺสั่งใช้และออกมาจากสิ่งที่อัลลอฮฺ สั่งห้าม วันกิยามะฮฺผลบุญของอัลกุรอานจึงมาเป็นพยานในความดีของเขา – ผู้แปล) จากท่านอิยาส อิบนุอามิร เล่าว่า ท ่านอะลียฺ อิบนุอบีฏอลิบ () ได้ กล่าวแก่เขาว่า : “หากท่านยังมีชีวิตต่อไป ท่านจะพบว่า ผู้คนที่อ่านอัล กุรอานจะมีสามประเภท คือ ผู้ที่อ่านเพื่ออัลลอฮฺ ตะอาลา, ผู้ที่อ่านเพื่อดุนยา, และผู้ที่อ่านเพื่อโต้ถกเถียงกับผู้คน ดังนั้น ใครขอสิ่งใดจากอัลกุรอาน เขาย่อมได้รับ”21 20 รายงานโดยท่านอิบนุมาญะฮฺ (3781), ให้สถานะว่าฮะซันโดยท่านอัลบะเฆาะวียฺ ใน (( ชัรหฺอัซ ซุนนะฮฺ )) เลขที่ (1190), ท่านอิบนุกะษีร ใน (( ตัฟซีร )) ของท่าน เลขที่ (1/152), ท่านอิบนุฮะญัร ใน (( อัลมะฏอลิบ )) เลขที่ (3478), ท่านอัลอัลบานียฺ ใน (( อัศเศาะฮีหะฮฺ )) เลขที่ (2829), และได้ ให้สถานะว่าเศาะเฮียะหฺโดยท่านอิลกุรฏุบียฺ ใน (( อัตตัซกิเราะฮฺ )) เลขที่ (2/788), และอัซซุยูฏียฺ ใน (( อัลลาอียฺ )) เลขที่ (1/244) ในบทจากท่านอบีฮุร็อยเราะฮฺ 21 สายรายงานแข็งแรง รายงานโดยอัตติรมิซียฺ เลขที่ (3372)