หลกั การและทฤษฎีการบรหิ าร
905 - 502
รศ.ดร.จรสั อติวิทยาภรณ์
โดย นางสาวสลุ ลี า สาระพงศ์
6419050024
วฏั จกั รการบริหาร
สร้าง ระดม หลกั ทฤษฎี นาไปใช้
ประสบการณ์ ความคดิ
คนท่ีไมส่ ามารถบงั คับบัญชาตวั เองได้ ย่อมไม่เหมาะสมท่จี ะบงั คับคนอ่นื ได้
องค์ประกอบผู้บรหิ าร 3 ภมู ิ
ภมู ริ ู้ เกง่
ดี คุณธรรม จรยิ ธรรม
ภูมธิ รรม
ภมู ฐิ าน มีฐาน เครือข่าย ปฏสิ มั พนั ธ์
ผู้บริหารทไ่ี ม่ครบบาท คิดในกะลา ไมค่ บเพ่ือน
ไม่มคี วามคิด
ผู้บรหิ าร เกง่ ดี แตไ่ รฐ้ าน ทาให้หนว่ ยงานปนั่ ป่วน ส่นั คลอน
ผู้บรภิหูมารธิ ดรี มรีฐมาน ไร้ความรู้
ผบู้ ภริหูมารฐิ เากนง่ มีฐาน แต่ไมด่ ี
องคป์ ระกอบของมนษุ ย์
ฐานคิด (ร)ู้ ฐานใจ (ธรรม) ฐานกาย (ฐาน)
* ครคู วรมีฐานคิดกอ่ นฐานกาย
* นกั แสดงควรมีฐานกายกอ่ นฐานคิด
* แต่ทงั้ น้ี ข้นึ อยกู่ บั สถานการณ์ ณ ขณะนนั้ ว่าควรมีฐานใดมากกว่าฐานใด
ประเภทมนุษย์แยกตามฐาน
ฐานกายอยา่ งเดียว ฐานคิดอยา่ งเดียว ฐานใจอยา่ งเดียว ครบทกุ ฐาน
ภูมิรู้
คิดสรา้ งสรรค์ คิดวิเคราะห์ นาไปสู่ แกป้ ัญหา
- แกป้ ัญหา ประสานความคิด
- มีจินตนาการ - วิเคราะห์ แยกแยะ
- สรา้ งสิ่งใหม่ - ยบั ยงั้ สิ่งไม่ดี ไม่มีประโยชน์
- มีการเปลย่ี นแปลง
- มีการออกแบบใหม่ ๆ
การคดิ เชิงบวก
เริ่มจากการคิดบวก ผลลพั ธค์ งทนถาวร
อยา่ งสม่าเสมอ ทาบวก นิสยั บวก
สงิ่ ท่คี วรรู้
วิชาชีพของตนเอง ภาษา 3 ภาษา เทคโนโลยี
-ภาษาไทย
-ภาษาต่างประเทศ
-ภาษาถิ่น
เรยี นอยา่ งไร
เรียนเพ่ือรู้ เรียนเพื่อปฏิบตั ิ ทางานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนได้ ใชค้ วามรู้
ใหถ้ กู ที่ถกู ทาง
คณุ สมบัตผิ บู้ ริหารที่ดี
มีภาวะผนู้ า มีเมตตาธรรม มีเหตผุ ลและ
ความถกู ตอ้ ง
เป็ นนกั คิด มีการสรา้ ง
นกั วิเคราะห์ วิสยั ทศั น์
คณุ สมบัติผ้บู รหิ ารท่ีดี (ต่อ)
มีทกั ษะหลายดา้ น รอบรแู้ ละมีขอ้ มลู รแู้ ละเขา้ ใจ
บทบาทหนา้ ที่
ท่ีทนั สมยั
ทนั สมยั
กลา้ ตดั สินใจ มียทุ ธวิธี
และเทคนิค
หลกั การคดิ บวกออกแบบชีวิตให้มีความสขุ
มองอะไรในมมุ กวา้ ง ปลอ่ ยวางใหไ้ ด้ อยากทาอะไรตอ้ งรบี ทา
กลา้ ที่จะปฎิเสธ มองโลกในมมุ บวก
ความคิดเชงิ บวก (positive thinking)
1. ทาใหเ้ รามีกาลงั ใจมากข้ึน
2. ทาใหเ้ รารสู้ ึกมีความทกุ ขน์ อ้ ยลงมีความสขุ มากข้ึน
3. ทาใหเ้ รามีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพใจที่ดียิ่งข้ึน
4. ทาใหเ้ รามีแรงจงู ใจท่ีจะต่อสกู้ บั ชีวิต หรอื พรอ้ มท่ีจะเผชิญชีวิต
5. ทาใหเ้ ราอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
นามหาเสน่ห์
น้าคา นา้ มือ นา้ ใจ
พดู ดี ทาดี ปรารถนาดี
สมนุ ไพรในการบริหาร
รากอ่อนนอ้ ม 4 ใบยอ กิ่งเมตตา กา้ นกรณุ า ดอกอภยั
ออ่ นนอ้ มถ่อมตน ยิ้ม , ยอ อภยั ในส่งิ
เย็น , ยอม คณุ ธรรม จริยธรรม ที่ถกู กระทา
อย่ใู นจิตใจ แสดงออก
เป็ นการกระทา
4 ใบยอ
ย้มิ ตลอด ยอ เยน็ เยือกเยน็ ยอม ยนิ ยอม
คาพดู ดี ย้ิมตลอด
ผบู้ ริหารตอ้ งเก็บ เอาส่งิ ดีมาพดู ใหใ้ จเย็น ใหเ้ งยี บ
อารมณไ์ ดแ้ ละ
หรือออกจาก
มรี อยยมิ้
แบบจริงใจ ตรงนน้ั
ไมต่ อ้ งเถียง
ผ้บู รหิ ารทาสองเรอ่ื งท่ผี ิดแล้วให้อภยั ไมไ่ ด้
1.คอรปั ชนั่
- เอาประโยชนส์ ว่ นรวมเป็ นของสว่ นตวั
- โทษคอื ออก ไมค้ ดใชท้ าขอ เหล็กงอใชท้ าเคยี ว คนคดอย่างเดียว ทาอะไรไมไ่ ดเ้ ลย
2.เมาเพศ
- คนคนอ่ืนมากกว่าสาม/ี ภรรยา
- ผชู้ ายใหร้ ะวงั นางเบ็ด มเี บ็ดรอบตวั
- ผหู้ ญิงใหร้ ะวงั พรานบญุ ดดู ีแตเ่ ป็ นนกั ลา่
การเลือกค่ทู ี่ดี
จรรยางาม มีความรู้ รวย สวย
ลักษณะของผูบ้ รหิ าร บุคลกิ ภาพทดี่ ี
ทรงผมเรียบรอ้ ย ไมใ่ ส่แว่นดา สกี รอบแว่นไมฉ่ ดู ฉาด ตา่ งหไู มย่ าวเกนิ ไป
แหวนไมเ่ กนิ 2 วง ใสแ่ ตท่ องจริง นาฬิกาหา้ มตาย พกปากกาทดี่ ดู ี
ใชโ้ ทรศพั ทท์ ่ีเหมาะสม สวมเสือ้ ผา้ สะอาด กลนิ่ ตวั หอม กระโปรง กางเกงสีเขม้
ใชร้ องเทา้ เหมาะสม ไมส่ กั ผวิ หนงั
M B W (Management By Walking)
ผบู้ รหิ ารท่ีดีตอ้ งเดินเยยี่ มการทางานของลกู นอ้ ง เป็ นกนั เอง จงู ใจ ไม่ใชค้ าสง่ั
ดคู นออก บอกคนได้ ใชค้ นเป็ น
Put right man on the right job.
การบริหารทีด่ ีควรดฟู ้าและดนิ
50 % 50 %
นโยบายดา้ นบน นโยบายดา้ นลา่ ง
ตอ้ งพอใจทง้ั ดา้ นบนและดา้ นลา่ ง ชีวิตลขิ ิตเอง หรอื ตอ้ งมีส่วนอ่ืนดว้ ย
การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพของผบู้ รหิ าร
(PERSONALITY DEVELOPMENT)
1. บคุ ลิกภาพทางกาย
2. บคุ ลิกภาพทางอารมณแ์ ละจิตวิทยา
3. บคุ ลิกภาพทางสงั คม
4. บคุ ลิกภาพทางสติปัญญา
บคุ ลกิ ภาพทางกาย
1. รูปลกั ษณ์ภายนอกของผู้บริหารเป็นประการแรกที่ปรากฏแก่สายตาผู้คน
ความสะอาดของร่างกายเป็นความสาคัญอันดับแรกการแต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับ
ตาแหน่ง วยั และสถานการณ์ มคี วามสาคัญอนั ดับต่อมา สองส่ิงนี้ประกอบกันเข้าเป็น
บุคลิกภาพภายในอกของบุคคลน้ัน ๆ บุคลิกภาพส่วนน้ี จะเป็นตัวสื่อสารให้บุคคลท่ีพบ
เหน็ รจู้ กั ทา่ นในเรอื่ งต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปนีค้ อื ระดับการศึกษา ตาแหน่ง ฐานะทางเศรษฐกิจ
ชนช้ันในสงั คม จากสายตาของเขาเอง โดยไม่ต้องใช้ภาษาพูด ด้านวิชาการบางท่านเรียก
ส่ิงนีว้ ่า การสื่อสารท่ีไร้ศัพท์ ผู้บริหารท่ีขาดการใส่ใจในส่ิงนี้ การสื่อสารที่ได้ศัพท์อาจจะ
ส่อื สารใหผ้ พู้ บเห็นเขา้ ใจในเรอ่ื งตา่ งๆของทา่ นผดิ ไปจากความจรงิ
บคุ ลกิ ภาพทางกาย (ต่อ)
2.คือบคุ ลกิ ภาพภายในผบู้ ริหารตอ้ งมีความสามารถในการพูดการโต้ตอบที่ดี
มคี วามฉลาดแหลมคมในการสนทนาเปน็ ผู้นากลุ่มได้ และต้องมีข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อ
ประกอบการตอบโต้อย่างแหลมคมได้ ดังน้ันผู้บริหารจาเป็นต้องอ่านหนังสืออยู่เสมอจะ
ไดท้ ันสมัยและไวต่อการส่ือสารทางภาษาพูดอยา่ งมปี ระสิทธิภาพองคป์ ระกอบย่อยสองบ
ประการน้รี วมกนั เป็นองค์ประกอบของบคุ ลกิ ภาพทางกายของผบู้ ริหารทจ่ี ะก่อให้เกิดการ
ยอมรับจากผู้ใตบ้ ังคับบัญชา
หลกั การใชช้ ีวิต ชีวิตขาลง
ชีวิตขาข้ึน ใหท้ บทวนตวั เอง
อยา่ หลงตน ชวี ิตมขี น้ึ พิจารณาส่ิงทีเ่ กดิ
ตอ้ งแกต้ วั เมอ่ื ลงแลว้
ยอ่ มมลี ง นายจงู ถึงจดุ ลา่ งสดุ ก็จะขนึ้
เพ่อื นประคอง
ลกู นอ้ งสนบั สนนุ
ทกั ษะที่ผบู้ ริหารตอ้ งมีในศตวรรษที่ 21
ทกั ษะการเรยี นรู้ ทกั ษะเทคโนโลยี ทกั ษะชีวิต
ดิจิทลั
ทกั ษะชีวติ ไดแ้ ก่
ปรญิ ญาชีวิต ปรญิ ญาวิชาการ
อย่อู ย่างมคี วามสขุ ความรทู้ จ่ี ะนาพา
สมกบั การมชี วี ิต ส่ตู าแหนง่ งาน
คนที่มีปรญิ ญาชีวิตอยา่ งเดียวจะมีความสมรรถนะ ไมม่ ีเครือขา่ ย
คนท่ีมีปรญิ ญาวิชาการอยา่ งเดียว ไมด่ ี ตอ้ งใหเ้ วลากบั ครอบครวั
ความฉลาดทางดิจิทลั DQ
ทกั ษะ รกั ษา วิจารณญาณ จดั สรร
รกั ษาอตั ลกั ษณ์ ขอ้ มลู ส่วนตวั ท่ีดี เวลาหนา้ จอ
ท่ีดี
คุณลกั ษณะของผู้บรหิ าร
ผบู้ ริหารตอ้ งเป็ นไดท้ กุ แบบตามสถานการณ์
เสอื กนิ ของสด สะอาด ไมก่ นิ ของเนา่ เรียนรสู้ ่งิ ใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สงิ ห์ หยง่ิ ในศกั ดิศ์ รี เป็ นผนู้ าสารสนเทศ ทนั สมยั นา่ เกรงขาม
กระทิง ตอ่ สู้ ไมท่ อ้ ถอย สงู้ าน
หมแี พนดา้ สวย ไมม่ สี มอง ทางานไมเ่ ป็ น
ฉลาม เผด็จการ งานไปได้ ไมไ่ ดใ้ จคน ขา้ แนค่ นเดียว
เตา่ ผนู้ าประเภทจดั การ ชา้ คดิ ดี แตต่ ดั สินใจชา้
ความหมายการบริหาร
บริ + หาร
บริหาร หมายถึง การแบง่ งานกนั ทา โดยมผี บู้ ริหารตดิ ตามงานจนสาเร็จ
การบริหาร คอื ศลิ ปะในการทางานใหบ้ รรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์
การบริหาร ตอ้ งอาศยั คน เงนิ สิง่ ของ วตั ถุ
การบริหาร คือ กจิ กรรมทบ่ี คุ คล 2 คนขนึ้ ไป ร่วมมอื กนั ดาเนนิ การ
ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคอ์ ย่างใดอยา่ งหนงึ่ หรือหลายอย่างร่วมกนั
ลกั ษณะการบริหาร เป็ นศิลป์
เป็ นศาสตร์ การกระทา
การฝึ กฝนเพื่อ
คนฉลาดจะใชศ้ าสตร์ ความชานาญ
มาปรับใช้ เรียนรู้
จากคนอ่ืน
ศาสตร์ ใชค้ วามรเู้ ป็ นตวั ตง้ั แลว้ ใชศ้ ิลป์ ในการทางาน คบคนยาก มแี บบแผน ตรงไป ตรงมา
เป็ นกฎเกณฑ์ เป็ นหลกั การไปหมด เครียด
ศิลป์ สนกุ อยา่ งเดยี ว ชวี ิตอสิ ระ
โครงสร้างทางการบรหิ าร
การบรหิ ารแนวด่ิง การทางานชา้ ตรวจสอบหลาย
สายบริหาร คนงานราชการ สงู กลาง ตน้
การบรหิ ารแนวตงั้ ทางานเร็ว ขาดการกลนั่ กรอง
สายงาน การตดั สินใจร่วม งานเอกชน
การบริหารต้องใชห้ ลายแบบให้เหมาะสมกับงาน
ผบู้ ริหารระดบั สงู ผบู้ รหิ ารระดบั ตน้ อานาจตามตาแหนง่ อานาจสว่ นบคุ คล
คดิ เยอะ ทานอ้ ย คดิ นอ้ ย ทาเยอะ
การสงั่ การ อา้ งคนอน่ื
สารสนเทศ การแนะนา
คณุ งามความดีจะติดตามเราตลอดไปเกดิ ในที่ท่ีดีนนั้
ทฤษฎแี ห่งบทบาท
บทบาทที่พอดี บทบาทท่ีขาดไป บทบาทที่ลน้ เกิน
ทาตามหนา้ ที่ พอดี
แสดงไมเ่ ต็มท่ี ทาเกินหนา้ ที่
เหมาะสม สง่ิ ทีควรทาแตไ่ มท่ า ไมค่ วรทาแตท่ า
กระทบคนอน่ื บางเร่ืองดี
ตอ้ งดวู า่ บทบาทไหน สง่ ผลอยา่ งไร ดีหรอื เสยี ต่อตนเอง
ต่อเพ่ือน ต่อองคก์ ร
ทฤษฎคี วามตอ้ งการ 5 ขันของอีริค ฟรอมม์
1.มีสมั พนั ธภาพ
2.มีการสรา้ งสรรค์
3.มีสงั กดั
4.มีเอกลกั ษณแ์ ห่งตน
5.มีหลกั ยดึ เหน่ียว
ทฤษฎีความต้องการความสมั ฤทธิ์ผลของแมคเคลแลนด์
มนษุ ยม์ ีความตอ้ งการ 3 ดา้ น
1.ตอ้ งการ 2.ตอ้ งการอานาจ 3.ความตอ้ งการ
ความสาเร็จ ทางสงั คม
ลาดับขนั ความต้องการของมนุษยข์ องมาสโลว์
มนษุ ย์มี 2 แบบ มนษุ ย์ Y
มนษุ ย์ X ตรงกนั ขา้ ม
กบั มนษุ ย์ X
เกยี จ หลกี งาน ทางาน
คาสงั่ ใชว้ ินยั หมู่
ไมอ่ ยากรับผดิ ชอบ
ไมฉ่ ลาด
ทฤษฎีวุฒิภาวะของคริส อากิริส
มนษุ ยม์ ีวฒุ ิภาวะ มนษุ ยไ์ มม่ ีวฒุ ิภาวะ
วฒุ ิ หมายถึง สติปัญญา ฉลาด โง่
ภาวะ หมายถึง พฤติกรรม ขยนั ข้ีเกียจ
ทฤษฎีหนา้ ตา่ งสบี่ าน
You’re OK I’m OK You’re OK I’m not OK You’re not OK I’m OK You’re not OK I’m not OK
สดชน่ื แจ่มใส
ไมม่ นั่ ใจ ชวี ิตหดหใู่ จ ยกตน ขม่ ทา่ น หมดอาลยั
มกั หยดุ การพฒั นา สขุ ภาพจติ เสยี พวกนต้ี อ้ งยอ บา้ ยอ พดู ตอ้ งระวัง
สขุ ภาพจติ ดี มกั พึ่งเพอ่ื น ทกุ คนไมด่ ี ชว่ งวิกฤต
มคี วามสขุ จะระวงั ตวั
สามารถพฒั นาตวั เองได้
ทฤษฎตี น้ ไม้จรยิ ธรรม
มนษุ ยม์ ีจิตใจและภมู ิธรรมที่แตกต่างกนั ยึดเกณฑส์ งั คม มี 3 ประเภท
1.มนษุ ยท์ ่ีมี 2.มนษุ ยท์ ่ีมี 3.มนษุ ยท์ ่ีมีจิตใจ
จิตใจเป็ นสตั ว์ จิตใจเป็ นคน เป็ นเทวดา
หลกั การบริหารและววิ ัฒนาการ
วิวฒั นาการพฒั นาตามลาดบั เริ่มจากอดีต แรกๆ มนษุ ยย์ ังขาดประสบการณบ์ ริหาร
ลองผดิ ลองถกู มกี ารแลกเปลยี่ นกนั ในวงจากดั ถ่ายทอดไปยงั ทายาท ลกู ศิษย์ หรือลกู จา้ ง
แบ่งการบริหารเป็ น 3 ยคุ
1.แบบวิทยาศาสตร์ ผมู้ บี ทบาทสาคญั ไดแ้ ก่ Frederick W.Taylor , Henri Fayol , Luther H. Gulick
และ Lyndall Urwick
2.แบบมนษุ ยส์ มั พนั ธ์ ผมู้ บี ทบาทสาคญั ไดแ้ ก่ Mary P. Follet , Elton Mayo และ Fritz
J. Rocthlisberger
3.ยคุ ทฤษฎีการบริหาร เป็ นยคุ ผสมผสานสองยคุ แรกเขา้ ดว้ ยกนั เป็ นยคุ บริหารเชงิ พฤตกิ รรม
ศาสตร์ ผมู้ บี ทบาทสาคญั ไดแ้ ก่ Chester I. Barnard และ Herbert A. Simon
ทฤษฎกี ารจดั การตามระบบราชการ
องคก์ ารควรจะบริหารแบบมเี หตผุ ลและไมเ่ ป็ นสว่ นตวั ลกั ษณะสาคญั ขององคก์ ารแบบราชการ ดงั น้ี
1.แบ่งงานกนั ทาเฉพาะดา้ น
2.ระบสุ ายการบงั คบั บญั ชาชดั เจน
3.ถกู คดั เลือกบนคณุ สมบตั ทิ างเทคนคิ
4.การบริหารจะถกู แยกจากกนั
5.ความสมั พนั ธไ์ มเ่ ป็ นสว่ นตวั
6.กาหนดกฎระเบียบอยา่ งเป็ นทางการ
Frederick W. Taylor
บิดาแห่งการจดั การท่มี หี ลกั เกณฑ์ ใชว้ ิธกี ารดงั นี้
1.ศกึ ษางานและพฒั นาวิธีการทด่ี ที ี่สดุ สาหรบั งานแตล่ ะอยา่ ง
2.ฝึ กอบรมและมอบงานที่เหมาะสมท่สี ดุ สาหรับแตล่ ะคน
3.ประสานงานอย่างใกลช้ ดิ ระหว่างผบู้ ริหารและพนกั งาน
4.แบง่ งานในสว่ นตา่ งๆ และพฒั นาวิธีการจา่ ยค่าจา้ งตอ่ หนว่ ยแบบสองระดบั
Henri Fayol ทฤษฎกี ารจดั การแบบหลักการบรหิ าร POCCoC
1.การวางแผน
2.การจดั องคก์ าร
3.การบงั คบั บญั ชาหรือการสงั่ การ
4.การประสานงาน
5.การควบคมุ
เอลตนั เมโย นกั จิตวทิ ยาจากมหาวทิ ยาลัยฮาวารด์
เร่ิมตน้ ดว้ ยการสารวจความสมั พนั ธร์ ะหว่างสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ
กบั ประสิทธภิ าพในการทางานสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพถกู กาหนดขน้ึ โดยปัจจยั
ตอ่ ไปนี้
1.ความเขม้ ขน้ 2.ระดบั ของ 3.เง่ือนไขทาง
ของแสงสว่าง อณุ หภมู ิ กายภาพในการ
ทางานอื่นๆ
การบรหิ ารแบบถว่ งดุล โดย Robert Balance Score Card (BSC)
Dr.David Norto ท่ีปรึกษาดา้ นการจดั การ กาหนดตวั ชว้ี ัด KPI กระจายงาน
ที่ชดั เจนทกุ งาน มงุ่ ความสาเร็จ
ตวั ช้ีวดั ส่ีมมุ มอง มมุ มองทางการศึกษา วตั ถปุ ระสงคม์ มุ มอง การเรียนรแู้ ละพฒั นา
การเงนิ , ลกู คา้ , วิชาการ , บคุ ลากร , ดา้ นกระบวนการภายใน
กระบวนการ , พฒั นา งบประมาณ , ทวั่ ไป พฒั นาบคุ ลากร , รักษา
รวดเร็ว มคี ณุ ภาพ ทางานท่ีมคี ณุ ภาพ ,
เปิ ดโอกาส , มเี ทคโนโลยี
สารสนเทศที่ดี
ขอบเขต
1.วตั ถปุ ระสงค์ คือ สงิ่ ทีอ่ งคก์ รมงุ่ หวัง บรรลใุ นแตล่ ะดา้ น
2.ตวั ชว้ี ดั ส่งิ ท่ีแสดงใหเ้ ห็นว่า องคก์ รบรรลวุ ัตถปุ ระสงคห์ รือไม่
3.เป้ าหมาย ไดแ้ ก่ เชงิ ปริมาณ และ เชงิ คณุ ภาพ
4.แผนงาน โครงการท่ตี งั้ ใจ แผนการทางานเป็ นลาดบั ขน้ึ
กระบวนการจดั ทา BSC
1. SWOT วิเคราะห์
2. VISION ส่ิงที่ควรทาและทาได้
3.BSC กระจายงาน
4.INDICATOR ตวั ช้ีวดั
5.IMPLEMENT ปฏิบตั ิ