Self Development and Motivations
สํานักพฒั นามาตรฐานแรงงาน
กรมสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน
วนั ที 20 ธนั วาคม 2565
วทิ ยากรอาจารย์นิคม อ่อนละมัย
วถิ ีปกตถิ ดั ไป Next normal
• โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกตอ่ ไป การเปลียนแปลงทีจะเกิดขึนผลกั บงั คบั
มนุษยชาติใหต้ อ้ งเปลียนวถิ ีชีวติ เปลียนวิธีคิด เปลียนสงั คม เปลียน
ระบบเศรษฐกิจ เปลียนวิธีการบริหารองคก์ รทงั ภาครัฐและเอกชน ผใู้ ด
สงั คมใด ไมเ่ ปลียน หรือเปลียนไม่เป็ น เปลียนไม่ทนั ก็จะถูกธรรมชาติ
Disrupt ไปในทีสุด
• สภาพแวดลอ้ มของโลกและองคก์ รจะเพิมลกั ษณะความเป็ น VUCA
ผนั ผวน ไม่แน่นอน สลบั ซบั ซอ้ น คลุมเครือไมช่ ดั เจน สูงและเร็ว จะเกิด
ปรากฏการณ์ทีเรียกวา่ วิถีปกติถดั ไป Next normal
วตั ถุประสงค์
เพือให้ผู้เข้าสัมมนา
1. เพือให้มีความรู้ความเขา้ ใจในการพฒั นาศกั ยภาพตนเองและทีมงานในยคุ แห่ง
การเปลียนแปลง
2. เพือเพิมประสทิ ธิภาพในการทาํ งานใหป้ รบั ตวั ทนั ตอ่ การเปลียนแปลงทีเกดิ ขนึ ใน
ปัจจบุ นั และอนาคต
3. เพือใหเ้ ขา้ ใจถึงความสาํ คญั ของการสร้างแรงจูงใจในการพฒั นาตนเองและให้
บรรลุเป้าหมาย
หัวข้อการบรรยาย
1. การบริหารงานในยคุ แห่งการเปลียนแปลง New Normal
2. บุคลากรทีองคก์ รตอ้ งการในยคุ แห่งการเปลียนแปลง
3. เทคนิคหลกั แนวทางในการพฒั นาศกั ยภาพตนเอง Self Development
4. ลกั ษณะของบุคลากรทีดีมีประสิทธิภาพในการทาํ งาน
5. การสร้างกรอบความคิดแบบพฒั นาได้ Growth Mindset
6. การสร้างความสาํ เร็จในชีวิตการทาํ งาน
7. การสร้างทศั นคติทีดีในการทาํ งาน
8. การรู้จกั ตนเองและการควบคุมอารมณ์ตนเอง EQ ทีดีมีประสิทธิภาพ
9. ถามตอบแลกเปลียนประสบการณ์
New Normal
ปี พ.ศ. 2563 – 2565 โลกสังคมประสบกบั สภาวะ
โกลาหล สบั สน วนุ่ วาย ยงุ่ ยากลาํ บาก เหนือยยาก เบือและ
เครียด มีคนตกงาน
• องคก์ รลม้ หายตายจากไปจาํ นวนมาก อนั เป็ นผลกระทบ
มาจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19
วถิ ปี กตถิ ดั ไป Next normal
การแพร่ระบาด Covid-19 ประเทศตา่ ง ๆทวั โลกจาํ เป็นตอ้ งใชม้ าตรการ
รุนแรง เด็ดขาด ดว้ ยการปิ ดประเทศ ปิ ดเมือง เป็นการชวั คราวเพือลดการแพร่
ระบาด ส่งผลทาํ ใหร้ ะบบเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง ทรุดตวั และเปลียนแปลงไป
จากเดิมค่อนขา้ งมาก โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การเปลียนแปลงทีจะ
เกิดขึนผลกั บงั คบั มนุษยชาติใหต้ อ้ งเปลียนวถิ ีชีวติ เปลียนวิธีคิด เปลียนสงั คม
เปลียนระบบเศรษฐกิจ เปลียนวธิ ีการบริหารองคก์ รทงั ภาครัฐและเอกชน ผใู้ ด
สงั คมใด ไม่เปลียน หรือเปลียนไม่เป็น เปลียนไม่ทนั กจ็ ะถกู ธรรมชาติ
Disrupt ไปในทีสุด โลกหลงั การแพร่ระบาดของไวรัส สภาพแวดลอ้ มของ
โลกและองคก์ รจะเพมิ ลกั ษณะความเป็น VUCA ผนั ผวน ไม่แน่นอน
สลบั ซบั ซอ้ น คลมุ เครือไม่ชดั เจน) สูงและเร็ว มากขึนไปอีก จะเกิดปรากฏการณ์
ทีเรียกวา่ วิถีปกติถดั ไป Next normal
• โลกของเราไดเ้ ผชิญกบั เหตกุ ารณ์และความเปลียนแปลงมากมายการ
เขา้ มาของ Generation ใหม่ๆ ทีไดน้ าํ เอาความคิดใหม่ๆและ
วฒั นธรรมการทาํ งานรูปแบบใหมๆ่ เขา้ มา รวมไปถึงการเขา้ มาของ
เทคโนโลยแี ละเทรนดใ์ หม่ๆ ทีไดเ้ ขา้ มา Disruption ธุรกิจบาง
แห่ง และเกิดการ Transformation ทาํ ใหบ้ างอาชีพหายไป ใน
อนาคตเราอาจไม่สามารถลว่ งรู้ไดอ้ ีกแลว้ วา่ อะไรจะเกิดขึนบา้ ง
• เราไม่อาจรู้วา่ ภายในปี นีปี หนา้ จะมีอะไรเกิดขึน เพราะความ
เปลียนแปลงนบั จากนีไปนนั ลว้ นเตม็ ไปดว้ ยความไม่แน่นอน ความผนั
ผวน และเปลียนแปลงอยตู่ ลอดเวลา เราทงั หมดกาํ ลงั อยใู่ นโลกของ
“VUCA World”
• โลกทศั นข์ องคนทาํ งานจะเปลียนไป เดิมคนจะทาํ งานอาชีพเดียว
เรียนอะไรมากจ็ ะประกอบอาชีพตามทีเรียนมา จะอาศยั Soft
Skill พฒั นา Upskill และ Reskill ตนเองขึนมา
• Mindset ของคนทาํ งานจะเปลียนไป จากอดีตทาํ งานอาชีพ
เดียว แต่เปลียนองคก์ รไปเรือย ๆ อนาคตจะเป็นการยา้ ยตนเองไปสู่
งานอืน วงการอืน ตามทกั ษะใหมท่ ีตนเองมี
องคก์ รจะตอ้ งปรับเปลียนกระบวนการดูแลคน
Mindset เปลียนจากการควบคุมคนใหท้ าํ งาน
มาเป็นการสร้างบรรยากาศ อาํ นวยความสะดวก
และสนบั สนุนส่งเสริม ใหค้ นไดใ้ ชส้ มาธิทาํ งานได้
อยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ
การพฒั นาตนเอง
ความหมายของการพฒั นาตน การพฒั นาตน Self Development หมายถึง
การเปลียนแปลงตวั เองใหเ้ หมาะสมเพอื สนองความตอ้ งการและเป้าหมาย
ของตนเองหรือเพอื ใหส้ อดคลอ้ งกบั สิงทีสังคมคาดหวงั การพฒั นาศกั ยภาพ
ตนเอง เป็นเรืองทีมีคุณค่าและความจาํ เป็น และทีสาํ คญั เราทาํ ได้ ตามหลกั
พทุ ธศาสนามนุษยส์ ามารถฝึกได้ มนุษยแ์ ตกต่างจากสตั วต์ ามหลกั ธรรมชาติ
มีการพฒั นาเปลียนแปลงไปตลอดเวลา ตามหลกั วทิ ยาศาสตร์ของชีวติ
มนุษยม์ กี ลไกของการับรู้ พฒั นาไดม้ ากมายกวา่ ทีตวั เองคิด ความหมายของ
การเป็ นมนุษย์ คือ การฝึ กฝนและพฒั นาตนเอง อยู่ตลอดเวลา “Unlock
Your Power”
การพฒั นาศกั ยภาพของตนเอง
การพฒั นาศกั ยภาพของตนเองมีความสาํ คญั มากต่อมนุษย์
1. ทาํ ใหม้ นุษยม์ ีความรู้ความสามารถ มีสติปัญญา แสวงหาความจริงได้
2. ทาํ ใหม้ นุษย์ มีความเจริญกา้ วหนา้ และความสาํ เร็จบรรลุเป้าหมายในชีวติ และ
หนา้ ทีการทาํ งาน และสังคม
3. ทาํ ใหม้ นุษยส์ ามารถอยไู่ ดด้ ว้ ยตนเองและอยรู่ ่วมกบั สงั คมทีมีความเหมือนและ
ความแตกต่างกนั ได้
4. ทาํ ใหม้ นุษยเ์ ป็นคนดี มีประโยชนแ์ ละคณุ ค่าต่อตนเอง ผอู้ ืน ชุมชน สงั คมและ
บา้ นเมือง
แนวคิดพืนฐานในการพฒั นาตนบคุ คลทีจะพฒั นาตนเองได้ จะตอ้ งเป็นผู้
มุ่งมนั ทีจะเปลียนแปลงหรือปรับปรุงตวั เอง โดยมีความเชือหรือแนวคดิ พนื ฐานใน
การพฒั นาตนทีถูกตอ้ ง
การพฒั นาศกั ยภาพตนเองเพอื ใหป้ ระสบความสาํ เร็จ
1. การพฒั นาศกั ยภาพตนเองใหป้ ระสบความสาํ เร็จ มีแนวคิดทีสาํ คญั มีดงั นี มนุษยท์ ุกคน
มีศกั ยภาพทีมีคุณค่าอยใู่ นตวั เอง ทาํ ใหส้ ามารถฝึ กหดั และพฒั นาตนไดใ้ นเกือบทกุ เรือง
2. ไม่มีบุคคลใดทีมีความสมบูรณ์พร้อมทุกดา้ นจนไม่จาํ เป็ นตอ้ งพฒั นาในเรืองใดๆ อีก
3. แมบ้ ุคคลจะเป็นผูท้ ีรู้จกั ตนเองไดด้ ีทีสุด แต่กไ็ ม่สามารถปรับเปลียนตนเองไดใ้ นบาง
เรือง ยงั ตอ้ งอาศยั ความช่วยเหลือจากผอู้ ืนในการพฒั นาตน การควบคุมความคิด
ความรู้สึก และ การกระทาํ ของตนเอง มีความสาํ คญั เทา่ กบั การควบคุมสิงแวดลอ้ ม
ภายนอก
4. อปุ สรรคสาํ คญั ของการปรับปรุงและพฒั นาตนเอง คือ การทีบุคคลมีความคิดติดยดึ ไม่
ยอมปรับเปลียนวิธีคิด และการกระทาํ จึงไม่ยอมสร้างนิสยั ใหม่ หรือฝึ กทกั ษะใหม่ๆที
จาํ เป็นตอ่ ตนเอง
5. การปรับปรุงและพฒั นาตนเองสามารถดาํ เนินการไดท้ ุกเวลาและอยา่ งต่อเนือง เมือพบ
ปัญหาหรือขอ้ บกพร่องเกียวกบั ตนเองความสาํ คญั ของการพฒั นาตน
การพัฒนาศักยภาพของตนเอง
การพฒั นาศกั ยภาพของตนเองในหลายทาง
1. การเรียนรู้ ทางตรง ดว้ ยตนเอง การอ่าน การเขียน การพดู
2. การเรียนรู้ทางออ้ ม จากคนอืน
3. การปฏิบตั ิ การทาํ งาน
4. การเรียนรู้จากการแกป้ ัญหา จากการผดิ พลาดการผดิ พลาด เป็นมารดา
แห่งความสาํ เร็จ
5. การสรุป ทาํ ใหเ้ รารู้จุดออ่ น จุดแขง็ นาํ มาปรับปรุงตนเองให้ดีขึน แต่ละ
เรือง ลว้ นมคี วามสมั พนั ธ์เกียวขอ้ ง และการจดั ใหส้ อดคลอ้ ง จะทาํ ให้
เกิดการพฒั นา การอ่าน เป็ นจุดเริมตน้ การเขียน จะเป็นขนั ต่อมา
การพฒั นาศกั ยภาพของตนเอง
ลงมือกาํ จดั จุดอ่อนและพฒั นาจุดเด่นของเรา โดยการปฏิบตั ิใหไ้ ดจ้ ริง
แนะนาํ ใหท้ าํ ทีละอยา่ ง เช่น ช่วงแรกเราพฒั นาในเรืองทศั นคติก่อน Attitude
กรอบความคิด Mindsets เมือทาํ ไดส้ าํ เร็จแลว้ ค่อยๆ พฒั นาในเรืองอืนๆ
ตอ่ ไป จุดหกั เหทีสาํ คญั ในการลงมอื ปฏิบตั ิเพือพฒั นาตวั เองอยทู่ ี "อยา่ ลม้ เลิก
ความตงั ใจ" Motivation คนบางคนทอ้ คนบางคนขาดความอดทนอดกลนั
พา่ ยแพภ้ ยั ตวั เอง แน่นอนว่าการทาํ อะไรก็ตามยอ่ มมีอุปสรรค พยายามหา
แรงบนั ดาลใจหรือ จงู ใจเขา้ มาเสริมทพั อยตู่ ลอดเวลา บางคนไดแ้ รงใจจาก
ลูก บางคนไดแ้ รงใจจากใจจากเพือนสนิท และทีสาํ คญั คือ จาก การมี
เป้าหมายในชีวิต
การพฒั นาศกั ยภาพของตนเอง
ประเมินผลและแกไ้ ขปรับปรุง เมือเราไดก้ าํ จดั จุดอ่อนหรือเสริมจุด
แขง็ อะไรใหก้ บั ชีวิตแลว้ สิงสาํ คญั อกี ประการหนึงทีจะตอ้ งทาํ คือการ
ประเมินผลดูวา่ ไดต้ ามเป้าหมายทีวางไวห้ รือไม่ Plan เพราะอะไรกต็ ามที
เราสามารถวดั ได้ ประเมินผลได้ เราสามารถจดั การกบั มนั ได้ และการ
ประเมินผลจะช่วยใหเ้ ราสามารถตงั เป้าหมายทีทา้ ทายเพิมขึนไปอีก ประเดน็
สาํ คญั ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ีเราหาจุดอ่อนและจุดเด่นของตวั เองเจอหรือไม่ เรายอมรับ
มนั หรือไม่
"ปัจจยั สู่ความสําเร็จทยี งิ ใหญ่ เริมต้นทีการชนะใจตนเอง"
การพัฒนาศกั ยภาพของตนเอง
โดยสรุป : การพฒั นาศกั ยภาพตนเองใหด้ ีขึนให้มี
ความกา้ วหนา้ ในอาชีพและการงานส่วนรวม
สามารถทาํ ได้ แต่ ความยากทีสุด คือ….
“ อยู่ทตี ัวของเราเอง ” ทีเกิดจากการขาดความรู้ทีไม่
เขา้ ใจ และความคดิ “ว่าเป็ นไปไม่ได้”และการขาดการตงั เป้า
เป้าหมายของชีวติ ทีสาํ คญั กวา่ คือ การมองภาพรวม การทาํ
เพือส่วนรวม เพือตอบแทนองคก์ รและสงั คม
• การมีชีวติ อย่โู ดยไม่มเี ป้าหมาย เป็ นเรืองน่าเสียดาย
• คนจํานวนมากตืนเช้าไปทาํ งานแบบเซ็งๆ
• คอยมองแต่นาฬิกาว่าเมือไหร่จะพกั เทยี ง
• เมือไหร่จะเลกิ งานทาํ งานแบบประคองตัวไม่ให้โดนไล่ออก
• ขอให้มเี งนิ เดือนกนิ กพ็ อแล้ว
ผู้นําในฐานะนักวางแผนกลยทุ ธ์
• มองหาโอกาส เตรียมพร้อมอยเู่ สมอ
• ผนกึ กาํ ลงั หาจุดแขง็ ของทุกคนและองคก์ ร
• ความสามารถในการจุดประกายจูงใจ สามารถดึงขีดความสามารถในตวั
พนกั งานใหม้ ีขีดความสามรถทีสูงขึน
• มุ่งมนั สู่ชัยชนะ ผนู้ าํ คือผทู้ ีแน่วแน่ในชยั ชนะ ในเป้าหมายทีบริษทั ไดว้ าง
ใว้ สร้างใหบ้ ริษทั เติบโต ทาํ กาํ ไร
• พูดด้วยความมนั ใจเสมอ
ทักษะทจี ําเป็ นในอนาคต
• EQ ความฉลาดรู้ทางอารมณ์ เกียวขอ้ งกบั การทาํ งาน
• ความสมดลุ ของอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ตวั เองได้ สร้างความใวเ้ นือเชือใจ
จะทาํ ใหค้ นรัก
• จากการวจิ ยั ระดบั โลก ผนู้ าํ ทีดี 90% จะตอ้ งมี EQ ถา้ คนไหนไมม่ ี
EQ จะไปต่อไม่ได้ การมี EQ ก็พอกบั การวางแผนกลยทุ ธ์
• EQ จะทาํ ใหเ้ ราเป็นผนู้ าํ ทีดีได้
– รู้จกั ตวั เอง ควบคุมตวั เองได้ มี Motivate สร้างแรงจูงใจพาทีมไปถึง
เป้าหมาย มีไฟอยตู่ ลอดเวลา ทาํ งานเป็นทีม
– มีความเห็นอกเห็นใจ สร้างความสามคั คีใหท้ ีมงาน
อาจารยน์ ิคม ออ่ นละมยั 19
ทฤษฏี 5 ลาํ ดบั ขนั ความตอ้ งการของคน Maslow's Theory
โดยมนี กั จิตวิทยามนุษยร์ ะดบั โลก ทีชือวา่ อบั ราฮมั มาสโลว์
(Abraham Maslow) ไดค้ ดิ คน้ ทฤษฎีแรงจูงใจ - The Theory of
Human Motivation ขึนมา ซึงเกียวขอ้ งกบั พืนฐานในการดาํ รงชีวติ
ของมนุษย์ บนความคิดทีวา่ การตอบสนองต่อแรงจูงใจจะเกียวขอ้ ง
กบั พฤติกรรมเบืองหลงั ของมนุษย์ โดยบอกถึง ลาํ ดบั ขนั ความตอ้ งการ
ของมนุษย์ ทีมีแนวโนม้ ความตอ้ งการอนั ใหม่ทีสูงขึน เมือความ
ตอ้ งการพืนฐานไดร้ ับการตอบสนองแลว้
อาจารยน์ ิคม ออ่ นละมยั 20
ความตอ้ งการทางกายภาพ
Physiological Need
เป็นความตอ้ งการพืนฐานทีมนษุ ยต์ อ้ งการอยา่ งแรก เพือใหด้ าํ รงชีวิตได้
อย่างปกติ ไดแ้ ก่ ปัจจยั สี อาหาร เครอื งนงุ่ ห่ม ยารกั ษาโรค ทีพกั อาศยั และ
รวมถึงสงิ ทีทาํ ใหก้ ารดาํ รงชีวิตสะดวกสบายมากขนึ ในทางกายภาพ หรอื
ภาพนอก สินคา้ และบรกิ าร ก็คือ สินคา้ อปุ โภค บรโิ ภค ทวั ไปๆ เชน่ บา้ น
รถยนต์ มือถือ รา้ นอาหาร
ความตอ้ งการดา้ นปลอดภยั
Safety Need
หลงั จากทีเรามปี ัจจยั สคี รบแลว้ ขนั ตอ่ มาคนเราจะตอ้ งการเรอื งความ
ปลอดภยั เพือใหช้ ีวิตมีความมนั คงมากขนึ หรือบางคนกม็ ีคนทตี อ้ งดแู ล
พอ่ แม่ หรือครอบครวั การสรา้ งความปลอดภยั และมนั คงใหก้ บั ชีวติ จะ
ทาํ ใหเ้ ราดาํ รงชีวติ ไดโ้ ดยไมร่ ูส้ กึ กงั วลหรอื เป็นหว่ ง ทงั ตวั เองและคนรอบ
ขา้ ง สินคา้ และบรกิ าร เชน่ การลงทนุ การออม การทาํ ประกนั ชีวิต หรอื
การยา้ ยบา้ นทีอยอู่ าศยั มาอยใู่ นหมบู่ า้ นทมี ีการดแู ลรกั ษาความ
ปลอดภยั อยา่ งดี
ความตอ้ งการทางสงั คม
Social Need
ขนั ตอนมา เมอื มคี วามมนั คงในชวี ติ แลว้ คนเราก็
ตอ้ งการความรกั ความเป็ นเจา้ ของและการยอมรบั จาก
คนรอบขา้ ง เพอื ใหต้ วั เองรสู ้ กึ มคี า่ ในกลมุ่ ของตนเอง
เพราะมนุษยก์ ็เป็ นสตั วส์ งั คม และเรามกั ชอบ
เปรยี บเทยี บสถานะกบั ผูอ้ นื เสมอ สนิ คา้ และบรกิ าร เชน่
ถา้ เป็ นรถยนต ์ ก็ตอ้ งเป็ นระดบั BENZ ทตี อ้ งการเป็ น
เจา้ ของ เพอื ใหเ้ พอื นหรอื คนรอบขา้ ง ไดร้ สู ้ กึ ชนื ชม
ยอมรบั , หรอื บรกิ ารจดั หาคู่ บรกิ ารจดั งานแตง่ งาน
บรกิ ารทวั รท์ ่องเทยี ว
ความตอ้ งการการยกยอ่ ง ชือเสียง เกียรติยศ
Esteem Need
กล่าวไดว้ า่ เมือผา่ นขนั ที 3 มาแลว้ คนเรากต็ อ้ งการขยายการยอมรับใหใ้ หญ่
ขึน ไมใ่ ช่แค่ยอมรับในกลุ่มของตนเองเทา่ นนั แต่ตอ้ งไดร้ ับการยอมรับในวง
กวา้ งขึนอีก โดยตอ้ งการทีจะเปลียนสถานะทางสงั คมใหส้ ูงขึนดว้ ย เพือให้
คนอืนมองเห็นวา่ เรามีคุณคา่ มีชือเสียง เกียรติยศ ฐานะตาํ แหน่ง และไดร้ ับ
การยกยอ่ ง เคารพนบั ถือตามมา
- พฤติกรรม เช่น การลงสมคั รเลน่ การเมือง การเป็นผนู้ าํ องคก์ รระดบั สูง
การเป็นทีรู้จกั ในวงการไฮโซ การเป็นศิลปิ นดาราดงั
- สินคา้ และบริการ เช่น ผลงานศิลปะราคาหลกั ลา้ น เครืองเพชรราคาแพง
บริการเครืองบินส่วนตวั โรงแรม 5 ดาว
ความตอ้ งการสูงสุด ทีจะมาเติมเตม็ ความสมบูรณ์แบบในชีวติ
Self-Actualization Need
เป็นขนั สุดทา้ ย โดยความตอ้ งการถึงสิงทีจะมาเติมเตม็ ความสมบูรณ์ และ
คุณค่าทีแทจ้ ริงของคนๆนนั ซึงแต่ละคนจะมีความปรารถนาในชีวิตสูงสุดไม่
เหมือนกนั ซึงคนทีมาถึงขนั นีส่วนใหญ่ มกั จะเลง็ เห็นประโยชนข์ องคนอืน
หรือสงั คมส่วนรวมเป็นสาํ คญั
- พฤติกรรม เช่น Bill Gates ผทู้ ีมีทุกอยา่ งจาก 4 ขอ้ ขา้ งตน้ หมดแลว้ เขาก็ได้
ลาออกจากการเป็น CEO ของ Microsoft ซึงตอ้ งการใชช้ ีวติ บนั ปลายทีเรียบ
ง่าย และไดก้ ่อตงั มลู นิธิ Bill & Melinda Gates Foundation เพอื ตอ้ งการ
ช่วยเหลือสงั คมขึนมา จะมาจากแรงบนั ดาลใจ หรือ Passion ดา้ นจิตใจที
ตอ้ งการมากกวา่ ดา้ นวตั ถุทีจบั ตอ้ งได้
Motivation
ความหมายของแรงจูงใจและการจูงใจ Definition
of motive and motivation แรงจูงใจ คือ
พลงั ผลกั ดนั ใหค้ นมีพฤตกิ รรม และยงั กาํ หนดทิศทางและ
เป้าหมายของพฤตกิ รรมนนั ดว้ ย คนทีมีแรงจูงใจสูงจะใช้
ความพยายามในการกระทาํ ไปสู่เป้าหมายโดยไมล่ ดละ แต่
คนทีมีแรงจูงใจตาํ จะไม่แสดงพฤติกรรม หรือไม่กล็ ม้ เลิก
การกระทาํ ก่อนบรรลุเป้าหมาย
การสร้างแรงจูงใจในการทาํ งานใหบ้ รรลผุ ลสาํ เร็จ
• ตงั เป้าหมายทียงิ ใหญ่ตงั เป้าหมายชีวิตใหเ้ ร็ว
• แสวงหาความรู้ใหม่ๆ มองการไกลและมีเป้าหมายไม่มีอะไรสายเกินไป
• ใส่ใจทุกรายละเอียดในการทาํ งานของตนเอง
• ความสาํ เร็จทีแทจ้ ริงคือ อยา่ ใชช้ ีวิตทีสบายจนเกินไป
• จงอยา่ ทิงแรงศรัทธาและอุดมการณ์ของตนเองถา้ ยงั ไมถ่ ึงเป้าหมาย
อาจารยน์ ิคม ออ่ นละมยั 27
CHANGE
เปลยี นก่อนทจี ะถูกบังคบั ให้เปลยี น
Let’change befor we have to
องค์กรต้องการบุคลากรทีมคี ุณสมบัติแบบไหน?
เมือมีการเปลียนแปลงเกิดขึนภายในองคก์ ร
บุคลากร ตอ้ งรับมือกบั ความเปลียนแปลงนนั โดยการ
ปรับตวั และหาแนวทางทีสอดคลอ้ งกบั นโยบายของ
องคก์ รให้ไดม้ ากทีสุด เพือใหอ้ งคก์ รเดินหนา้ ต่อไปได้
แลว้ บคุ ลากรภายในองคก์ รอยรู่ อด
องค์กรต้องการบุคลากรทีมีคุณสมบตั แิ บบไหน?
1. สามารถทาํ งานได้แบบ Multi-Tasks
2. ปรับการทาํ งานให้ทนั สมยั อย่เู สมอ
3. นําเทคโนโลยมี าปรับใช้กบั การทาํ งาน
4. สามารถคดิ วเิ คราะห์ได้รอบด้าน
Agility
• ตอ้ งพร้อมปรับตวั และสร้าง ความคล่องตวั เพิมทกั ษะใหม่ๆ
ในการทาํ งาน สามารถทาํ งานมากกวา่ ทีตนเองรับผดิ ชอบได้
• เป็นแบบอยา่ งใหก้ บั บุคลากรคนอืนๆ เกิดการเรียนรู้และเสริม
ทกั ษะใหม่ๆ ใหไ้ ดม้ ากทีสุด
• ไมว่ ่าคุณจะอยใู่ นทีมใดกต็ อ้ งพร้อมเรียนรู้ทกั ษะใหม่และ
ปรับตวั ใหท้ นั ตอ่ กระแสโลก เพอื เลียงปัญหา Culture
Shock
ทุกวนั นี ทุกองคก์ รตอ้ งเผชิญกบั Disruptive World อยา่ งหลีกเลียง
ไมไ่ ด้ การเขา้ ถึงนวตั กรรมและเทคโนโลยเี ป็นปัจจยั สาํ คญั ทีทาํ ใหเ้ กิดการ
เปลียนแปลง ดงั นนั การปรับตวั วิธีคิด วธิ ีการทาํ งาน และการบริหารของ
องคก์ ร ยอ่ มมีส่วนสาํ คญั บุคลากรเป็นฟันเฟื องสาํ คญั ในการติดต่อทงั
ภายนอกและภายในองคก์ รยอ่ มตอ้ งปรบั ตวั อยา่ งรวดเร็ว รวมทงั ติดองค์
ความรู้ เสริมทกั ษะใหค้ รบเพือเป็นขมุ พลงั สาํ คญั ใหก้ บั องคก์ รต่อไป
• ตอ้ งเปิดใจยอมรบั ในความแตกตา่ งของบคุ คล และตอ้ งใจ
กวา้ งพอทีจะยอมรบั จดุ ออ่ นของตนเองและยอมปรบั
พฤตกิ รรมของตนเอง
• เราตอ้ งยอมรบั วา่ การทีเราจะไปเปลียนแปลงพฤตกิ รรมคน
อืนนนั เป็นเรอื งยากมาก เราคงตอ้ งปรบั สไตลต์ นเองให้
เหมาะกบั คนในแต่ละสไตล์
• เมือลกู นอ้ งหรอื เพอื นรว่ มงานรบั รูไ้ ดถ้ ึงการเปลียนแปลงตรง
นี เขาก็จะรูส้ กึ ดีกบั เรายิงขนึ กลา้ เขา้ หา และพดู คยุ เปิดใจ
อนั จะสง่ ผลใหก้ ารทาํ งานมปี ระสทิ ธิภาพยิงขนึ จดุ เรมิ ตน้ ของ
ความสาํ เรจ็ อยทู่ ีความเขา้ ใจกนั
การพฒั นาศกั ยภาพส่วนตวั
• การพฒั นาศกั ยภาพส่วนตวั ผตู้ ามสามารถปลกู ฝังความกลา้ ขึนมาไดด้ ว้ ยการ
พฒั นาตนเอง โดยนาํ คุณสมบตั ิของผนู้ าํ มาประยกุ ตใ์ ชท้ งั ในเรืองส่วนตวั และชีวติ
การทาํ งาน เพือใหช้ ีวิตมีการเปลียนแปลงไปในทางทีดีขึน
Stephen Covey ไดเ้ ขียนเกียวกบั นิสยั 7 ประการของคนทีมีประสิทธิผลสูง
Covey ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ นิสยั เปรียบเหมือนเป็ นทีรวบรวมความรู้ ทกั ษะ และ
ความปรารถนา ประสิทธิผลซึงประกอบไปดว้ ยนิสยั 7 ประการ ดงั รูป นิสยั จะ
เรียงลาํ ดบั 1-7 มีความต่อเนืองทีก่อใหเ้ กิดวฒุ ิภาวะ เมือไดพ้ ฒั นาแลว้ จะกลายเป็น
นิสยั ทีมีประสิทธิผล
7 อุปนิสยั ผู้ทรงประสิทธภิ าพ
7 อปุ นิสัย สาํ หรับ ผทู้ รงประสิทธิผล
The7 Habits of Highly Effective People
• ชนะใจตนเอง
อปุ นิสยั ที 1 โปรแอคทีฟ เริมจากความรับผดิ ชอบในชีวติ ตนเอง
ปฏิบตั ิการอยา่ งจริงจงั จนเชือถือได้
อปุ นิสยั ที 2 เริมตน้ ทีจดุ หมายในใจ ดว้ ยจิตใจทีปลอดโปร่งกาํ หนด
จดุ หมายปลายทาง วสิ ยั ทศั น์
อุปนิสยั ที 3 ทาํ สิงทีสาํ คญั ก่อน การนาํ ไปปฏิบตั ิ ทาํ การควบคมุ
เวลาและเหตกุ ารณ์ต่างๆทีมีส่วนสมั พนั ธ์กบั เป้าหมายของตนโดยดาํ
นินการดว้ ยตนเอง
ชนะใจคนอืน ชยั ชนะในสงั คม
อปุ นิสยั ที 4 คิดแบบชนะ/ชนะ หมายถึงทาํ ความเขา้ ใจวา่ ถา้
ไมใ่ หค้ วามร่วมมือองคก์ จ็ ะไม่มนั คง จึงจาํ เป็นตอ้ งให้
ความร่วมมือ เพอื ผลประโยชน์ร่วมกนั ทีน่าพงึ พอใจ
อปุ นิสยั ที 5 เขา้ ใจผอู้ ืนก่อน แลว้ จึงให้ผอู้ ืนเขา้ ใจเรา เขา้ ใจกนั
และกนั การทาํ ความเขา้ ใจ เนน้ ยาํ ให้บุคคลอืนรู้ถึง
สถานภาพของตน
อุปนิสยั ที 6 ผนึกพลงั ประสานความต่าง การร่วมมือกนั อยา่ ง
สร้างสรรค์ การผนวกการกระทาํ เขา้ ดว้ ยกนั เพือก่อให้เกิด
ทางเลือกใหมๆ่ และการแกไ้ ขปัญหา
ชนะใจคนอืน ชยั ชนะในสังคม
อปุ นิสยั ที 4 คิดแบบชนะ/ชนะ หมายถึงทาํ ความเขา้ ใจวา่ ถา้ ไม่ให้
ความร่วมมือองคก์ ็จะไม่มนั คง จึงจาํ เป็นตอ้ งใหค้ วามร่วมมือ
เพือผลประโยชนร์ ่วมกนั ทีน่าพงึ พอใจ
อุปนิสยั ที 5 เขา้ ใจผูอ้ ืนก่อน แลว้ จึงใหผ้ อู้ ืนเขา้ ใจเรา เขา้ ใจกนั และ
กนั การทาํ ความเขา้ ใจ เนน้ ยาํ ใหบ้ ุคคลอืนรู้ถึงสถานภาพของ
ตน
อุปนิสยั ที 6 ผนึกพลงั ประสานความต่าง การร่วมมือกนั อยา่ ง
สร้างสรรค์ การผนวกการกระทาํ เขา้ ดว้ ยกนั เพอื ก่อใหเ้ กิด
ทางเลือกใหมๆ่ และการแกไ้ ขปัญหา
การปรับตวั ใหม่
อุปนิสยั ที 7 ลบั เลือยใหค้ มอยเู่ สมอ การปรบั ปรุง
เปลียนแปลงตวั เอง
การพฒั นาตนอยา่ งต่อเนือง และสมาํ เสมอ เป็ นกระบวนการอยา่ งทีถูก
นาํ มาใชเ้ พือการก่อใหเ้ กิดความตอ่ เนืองในการปรับปรุงร่างการ จิตใจ
ตลอดจนบทบาททางสงั คมสาํ หรับผตู้ าม และผนู้ าํ ทีมีประสิทธิผลยอ่ ม
ตอ้ งการใหก้ ารดาํ รงชิวติ มีดุลยภาพ
จากชยั ชนะส่วนบุคคลมาสู่ชยั ชนะสงั คม
อปุ นิสยั ทงั 7 ประการคือกญุ แจสู่ความสาํ เร็จของชีวิตส่วนบุคคลและองคก์ รธุรกิจ
NLP
• NLP คือการศึกษากระบวนการทีคนเราคิด ศึกษาวา่ อะไรเป็ นแรงจงู ใจของเราใน
พฤติกรรมหรือการกระทาํ ตา่ งๆ และศึกษาวา่ จะทาํ อยา่ งไรเราจึงจะกา้ วไปถึง
เป้าหมายสูงสุดของเราได้ Peak performance
• NLP เกิดจากการสงั เกตุ การสกดั เอารูปแบบการคิดของมนุษย์ การรับรู้
กระบวนการสือสาร เพอื คน้ หารูปแบบความเป็นเลิศของมนุษย์
• มนุษยท์ ุกคนมีศกั ยภาพในตวั เอง สามารถบรรลุเป้าหมายอะไรก็ไดท้ ีตอ้ งการ
• ถา้ ตวั เราคิดถึงอะไรสกั อยา่ งหนึงได้ เราก็จะสามารถทาํ ใหม้ นั เป็ นจริง
NLP
• NLP คอื การศกึ ษากระบวนการทีคนเราคดิ ศกึ ษาวา่ อะไรเป็นแรงจงู ใจของเราใน
พฤติกรรมหรอื การกระทาํ ตา่ งๆ และศกึ ษาวา่ จะทาํ อยา่ งไรเราจงึ จะกา้ วไปถงึ
เปา้ หมายสงู สดุ ของเราได้ Peak performance
• NLP เกิดจากการสงั เกตุ การสกดั เอารูปแบบการคิดของมนษุ ย์ การรบั รู้
กระบวนการสือสาร เพือคน้ หารูปแบบความเป็นเลศิ ของมนษุ ย์
• มนษุ ยท์ กุ คนมีศกั ยภาพในตวั เอง สามารถบรรลเุ ปา้ หมายอะไรกไ็ ดท้ ีตอ้ งการ
• ถา้ ตวั เราคดิ ถงึ อะไรสกั อยา่ งหนงึ ได้ เราก็จะสามารถทาํ ใหม้ นั เป็นจรงิ
NLP เชือวา่ ปัญหาทางอารมณ์ของคนเรา เกิดจากการทาํ งานของ
ระบบประสาทและจิตใจ ทีไม่สอดคลอ้ งกบั เป้าหมาย เกิดจากการลง
โปรแกรม หรือปลูกฝัง หรือสงั สมทางประสบการณ์ ผา่ นจิตสาํ นึก
และจิตใตส้ าํ นึก ดว้ ยขอ้ มูลทีไมเ่ ป็นประโยชน์ แลว้ ถูกนาํ ไปแปล
ความบนพืนฐานความเชือทีผดิ ๆ แลว้ จดั เกบ็ เป็นระบบความจาํ ทีไร้
ระเบียบ
เคลด็ ลับสําคญั เรืองความเชือ
เมือคุณไม่เชือวา่ ตวั เองมีความสามารถ กจ็ ะไม่มีความมนั ใจ
เมือไม่มีความมนั ใจ ก็อยา่ หวงั ว่าจะมีพลงั ทีจะทาํ สิงใด
ความเชือ เป็ นตวั กาํ หนดความคิด ความรู้สึก การกระทาํ ทุกอยา่ ง
ตงั แต่ตืนจนเขา้ นอน กาํ หนดการกิน การเดิน การนงั การใชช้ ีวติ
การออกกาํ ลงั กายทุก ๆ อยา่ ง หากตอ้ งการมีชีวติ ทีประสบความสาํ เร็จ
มากขึน มีอิสระทางการเงินมากขึน และมีสุขภาพทีดียงิ ขึน มวี ธิ ีง่าย ๆ
วธิ ีเดียว คือ ตอ้ งเปลียนความเชือ เมือคุณเปลียนความเชือ คุณกจ็ ะ
เปลียนทุกสิงทุกอยา่ งนนั เอง
Drive หรือแรงขบั สู่เป้าหมาย
• Pain or Pleasure
• Pain พลงั ลบ
– แรงขบั ทเี ป็น Plain คอื Fear Anger Prove , ตอ้ งการพิสจู น์ เป็นโลก
ภายในทีเป็นพลงั งานลบ ทาํ ใหเ้ ราตอ้ งทกุ ขท์ น บรรลเุ ปา้ หมายกไ็ มม่ ีความสขุ
• Pleasure พลงั บวก
– เป็นแรงขบั ทีเป็นบวก เรารูว้ า่ เราทาํ เพราะเปา้ หมายของเรามีความสาํ คญั ป็นค
วามรูส้ กึ ทดี ี มีความภาคภมู ิใจ ทาํ ใหเ้ ปา้ หมายของเราสวยงามตามทตี อ้ งการ
Transformation Exercise
• ลองหาทางใหม่
• ลองทาํ ในระดบั ทสี ูงขึน
• ลองทาํ แบบสดุ ๆ
การมีกรอบคดิ แบบตายตวั
Fixed Mindset คืออะไร ?
การเชือว่าคุณสมบตั ิของตวั เองเป็ นสิงทีไม่
สามารถเปลยี นแปลงได้
คือ แนวคดิ ของการยดึ ตดิ กบั สิงเดิม กรอบเดมิ ๆ
หรือการไม่ยอมเปิ ดรับสิงใหม่ และเป็ นความเชือ
ทวี ่าคนเรา ไม่สามารถพฒั นาตวั เองได้
การมีกรอบคดิ แบบพฒั นาได้
(Growth mindset)
กรอบคิดนีตงั อยบู่ นความเชือวา่ คุณสมบตั ิพนื ฐานของคุณคอื สิงทีสามารถ
พฒั นาไดด้ ว้ ยความพยายาม ถึงแมค้ นเราอาจแตกตา่ งกนั ในทุก ๆดา้ น แต่ทุก
คนสามารถเปลียนแปลงและเติบโตไดด้ ว้ ยความพยายามและประสบการณ์
แนวคิดของการพฒั นา การอยากเรียนรู้ หรือการปรับตวั และเป็ นความเชือ
ทีวา่ คนเรา สามารถพฒั นาตวั เองขึนได้
ถา้ อยากทาํ ตามแผนการบางอยา่ ง ตอ้ งวางแผน
อยา่ งเป็นรูปธรรมและชดั เจน ลองเขียนแผนการทีเป็ น
รูปธรรมออกมา ระบวุ า่ จะทาํ ตามแผนนีเมือไหร่ จะทาํ
มนั ทีไหน และจะทาํ มนั อยา่ งไร ตอ้ งเขียนแผนแบบ
ละเอยี ดชดั เจนทาํ ใหน้ ึกภาพออก และมีโอกาสมากขึน
ทีจะประสบความสาํ เร็จ
หลกั การทาํ งาน
1. ต้องมคี วามรู้สึกอยากทาํ งาน
2. ต้องมคี วามรู้ และมีความมุ่งมนั ในการทาํ งาน
ในฐานะทเี ราเป็ นพนักงาน หรือเป็ นคนทํางาน เราจะทํางาน
ในชีวติ ประจาํ วันได้ดเี พยี งใด กต็ ้องขนึ อยู่กับจติ ใจว่าเรารักทจี ะ
ทํางาน รักในบริษัท ฯ มากน้อยแค่ไหน
จุดประสงค์หลกั ของการทาํ งาน
1. ให้มรี ายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว
2. เพือแสดงความสามารถในการทาํ งานนัน ๆ ให้บรรลคุ วามสําเร็จ