หลกั การ
อาวธุ ใตน้ า้ํ
หลกั สตู ร
สรรพาวธุ
เบอื้ งตน้
การปราบเรอื ดาํ น้ําโดยทวั่ ไป
การปฏบิ ตั กิ ารปราบเรอื ดาํ น้ํา หมายถงึ การกระทาํ ใดๆ ทจ่ี ะมใิ ห้
ขา้ ศกึ ใชเ้ รอื ดาํ น้ําอยา่ งไดผ้ ล ดงั นนั้ การทาํ ลายเรอื ดาํ น้ําจงึ จาํ เป็นใน
การบรรลภุ ารกจิ ถา้ หากวา่ สามารถยบั ยงั้ มใิ หเ้ รอื ดาํ น้ําออกมา
ปฏบิ ตั กิ ารป้องกนั มใิ หเ้ รอื ดาํ น้ํารตู้ าํ บลทข่ี องฝ่ายเรา หรอื ป้องกนั มใิ ห้
เรอื ดาํ น้ําใชอ้ าวธุ กถ็ อื วา่ ประสบความสาํ เรจ็ ตามภารกจิ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ยทุ ธวิธีของเรือดาํ น้าํ
เรือดาํ นํา้ จะอาศัยการซ่อนพรางเป็ นพืน้ ฐานทางยุทธวธิ ี พยายามหลกี เลย่ี งการ
เผชิญหน้ากบั ข้าศึก หรือปรากฏตัวโดยไม่จําเป็ น เข้าจู่โจมโดยมใิ ห้ข้าศึกรู้ตัวแล้ว
หลบหนีออกไป
ดงั น้ัน การลดเสียงต่างๆทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในเรือจงึ เป็ นสิ่งทจ่ี ําเป็ นอย่างยง่ิ ของการปฎบิ ตั ิ
การของเรือดาํ นํา้ เพราะนอกจากจะเป็ นการเปิ ดเผยตัวเองแล้วยงั ช่วยเพม่ิ ประสิทธิภาพ
ในการดกั รับฟังเสียงจากภายนอกได้ดยี ง่ิ ขนึ้
การปราบเรือดาํ น้าํ แบ่งเป็น ๓ ข้นั ตอน
๑. การโจมตแี หล่งกาํ เนิดของเรือดาํ นํา้
ในทน่ี ีห้ มายถึง ฐานปฏิบตั ิการ ฐานส่งกาํ ลงั บาํ รุง หรืออู่ต่อเรือ อู่ซ่อมเรือดาํ
นํา้ เป็ นวธิ ีทไี่ ด้ผลดี ท้งั นีเ้ น่ืองจากเป้าหมายรวมกนั อยู่เป็ นกลุ่มก้อน
๒. การโจมตใี นน่านนํา้ ข้าศึก
เมื่อไม่สามารถโจมตที แ่ี หล่งกาํ เนิดได้
๓. การโจมตีในพืน้ ทป่ี ฏบิ ตั กิ าร
ประวตั ิความเป็นมาของสงครามปราบเรือดาํ น้าํ
การปราบเรือดาํ นํา้ ระหว่างสงครามโลกคร้ังท่ี ๑ เรือดาํ นํา้ เริ่มมบี ทบาทเป็ นคร้ัง
แรก โดยเยอรมนั ได้นําเรือดาํ นํา้ มาปฏิบตั ิการอย่างได้ผล แต่ยงั มขี ดี จํากดั คือดาํ นํา้ ได้
ไม่ลกึ ความเร็วต่าํ และอยู่ใต้นํา้ ได้ไม่นาน ซ่ึงคร้ังน้ัน เยอรมนั สามารถจมเรือดาํ นํา้ ของ
สัมพนั ธมติ รได้เป็ นจํานวนมาก
เมื่อสงสงครามโลกคร้ังท่ี ๑ สิ้นสุดลงมหาอาํ นาจทางทะเลจงึ ได้จึงเห็นความสําคญั
ของเรือดาํ นํา้ แต่กย็ งั ไม่มปี ระเทศใดทลี่ งมือเสริมสร้างกองกาํ ลงั เรือดาํ นํา้ อย่างจริงจงั
สงครามโลกคร้ังท่ี ๒ เยอรมนั เร่ิมสร้างกองกาํ ลงั เรือดาํ นํา้ ขนึ้ มาใหม่ โดยพฒั นาให้
ทนั สมยั และมปี ระสิทธิภาพสูงขนึ้ โดยตดิ ต้ังเคร่ืองดกั ฟังใต้นํา้ และระบบอาวุธที่
ทนั สมยั
STING RAY
MK 44 MOD 1
MK 46 MOD 5A(S)
TORPEDO Sting Ray Mod 0
แบบ/ชนดิ - Mod 0 /Lightweight
- ขับเคลือ่ น โดย Sea Water Battery
ดินระเบดิ
Platform (Magnesium/silver – chloride)
- Speed1.TO4R5PEDkOnStoingtsRay Range 8 Km
2. TORPEDO Mk.44-1
- ภายในห3. Tวั OรRPบEDบOรMรk.จ46ดุ mนิodร.5ะA เ(Sบ) ดิ แรงสูง EDC (EXPLOSIVE CHARGE)
- เรือ คว. ชดุ ร.ล.รตั นโกสนิ ทร
- เรอื ตกด.ชุด ร.ล.คํารณสินธุ
- F-27
TORPEDO Mk 44 Mod 1
แบบ/ชนิด - Mod 1 (us)
ดินระเบดิ
1.TORPEDO Sting Ray
Platform
2. TORPEDO Mk.44-1
- 3. THORPBEDXO M-k3.46 mหoนd.5กั A (7S)4.5 ปอนด์
Warhead
- เรือ ฟก.ชุด ร.ล.ตาป
- เรอื คว.ชุด ร.ล.รตั นโกสินทร
- เรอื ตกด.ชดุ ร.ล.คํารณสินธุ
- บ.S2F
TORPEDO Mk.46 mod 5A (S)
แบบ/ชนิด - Mod 5 (US)
- เคร่ืองยน1.ตTO/RนPED้าํ OมSนั tinOg Rtayto Fuel II
สถานะ - Speed 43.5knots Range2. TORPEDO Mk.44-1 12,000 หลา
Platform
3. TORPEDO Mk.46 mod.5A (S)
- เดนิ ทางมากับ ร.ล.พุทธเลศิ หลาฯ ป พ.ศ.๒๕๔๒
- ดนิ ระเบดิ PBXN-103 Exploder
-เรือ ฟก.ชุด ร.ล.นเรศวร
-เรอื ฟก.ชุด ร.ล.พุทธยอดฟาจฬุ าโลก
เขา ประจําการ ใน ทร.ไทย
ที่ แบบ/ปเขาประจําการ
1. MK 44 MOD.1 / 2507
2. STINGRAY / 2529
3. MK 46 MOD. 5A (S) / 2542
4. ASROC / 2542
5. MK 54
ตอรป โ ดนาํ วถิ ปี ราบเรอื ดาํ น้ําของกองทพั เรอื ไทย
ทีจ่ ัดหามาใชก บั เรอื ผวิ นํา้ และอากาศนาวี
ป พ.ศ.๒๕๐๖ – ๒๕๐๘ เรือหลวงประแส (ลาํ ท่ี ๒), เรอื หลวงทาจนี (ลาํ ที่
๒) และ เรอื หลวงพาล,ี เรอื หลวงสุครพี , เรือหลวงตองปลิว, เรือหลวงล่วิ ลม,
เรอื หลวงลอ งลม เรอื เหลา นี้ ไดป ลดระวางประจาํ การไปหมดแลว และ
เรือที่ประเทศไทยไดร ับความชวยเหลอื จากสหรฐั อเมรกิ า หลงั สงครามโลก
ครัง้ ที่ ๒ ติดตงั้ ทอ ตอรปโด MK.32 MOD.3 (ทอ เด่ียว) พรอ มแทน ยงิ
จํานวนลาํ ละ ๒ แทน เพอ่ื ใชย ิงตอรปโ ดปราบเรือดาํ นาํ้ MK.44-1 ซ่ึงสหรฐั
ฯ ใหค วามชวยเหลอื
ตอรป โดนําวถิ ปี ราบเรือดาํ นํ้าของกองทพั เรอื ไทย
ที่จดั หามาใชกับเรือผิวนํา้ และอากาศนาวี
ป พ.ศ.๒๕๐๘ – ๒๕๐๙ เรือหลวงปนเกลา ซึง่ กองทัพเรือ
ซือ้ มาจากสหรัฐอเมริกา (แบบไดเ ปลา) ไดเดินทางไปยัง
เกาะกวม ฐานทัพเรอื สหรฐั เพ่ือซอมแซมและดัดแปลง
ติดตั้งทอ ยงิ ตอรป โ ด MK.32 MOD5 (แฝดสาม) จํานวน
๒ แทน เพอ่ื ใชย ิงตอรปโดปราบเรือดาํ นาํ้ MK.44–1
ร.ล.ป่ิ นเกลา้
ตอรป โ ดนําวถิ ปี ราบเรือดํานา้ํ ของกองทพั เรอื ไทย
ที่จดั หามาใชก ับเรือผิวนา้ํ และอากาศนาวี
ป พ.ศ.๒๕๒๙ – ๒๕๓๐ เรอื คอรเ วต จาํ นวน ๒ ลาํ คือ
ร.ล.รัตนโกสินทร และร.ล.สุโขทยั ซึ่งกองทัพเรอื ไทยสงั่ ตอ จาก
สหรัฐอเมริกา ตดิ ตง้ั ทอยงิ ตอรปโ ด MK.32 MOD.5 (แฝดสาม) ตอ มา
กองทัพเรอื ไทยไดม อบให จนท.สพ.ทร. ทําการดัดแปลงทอยงิ ทงั้ ๒ ลาํ
ใหม ในป พ.ศ.๒๕๓๐ – ๒๕๓๑ เปน ทอ ยงิ MK.32 MOD.5
Modify (แฝดสาม) เพื่อใหสามารถใชย งิ ตอรปโ ดนําวิถีปราบเรอื ดาํ
นาํ้ ไดท งั้ Sting Ray และ MK.44–1
ตอรป โดนาํ วิถีปราบเรอื ดําน้ําของกองทพั เรอื ไทย
ทจ่ี ัดหามาใชก ับเรอื ผวิ นํา้ และอากาศนาวี
ป พ.ศ.๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ เรือฟรเิ กต จํานวน ๒ ลาํ ตอ จากประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนจีน ไดแก เรือหลวงนเรศวร หมายเลข ๔๒๑
และ เรอื หลวงตากสิน หมายเลข ๔๒๒ ตดิ ต้ังทอ ยิงตอรป โด MK.32
Mod.5 (แฝดสาม) ท่อี ู อจปร. โดย จนท.ของ สพ.ทร. สามารถใชยงิ
ตอรปโ ดนําวิถปี ราบเรือดาํ นาํ้ ไดท้งั MK.44–1 และ MK.46 mod 5
ร.ล. ตากสิน
ตอรป โดนาํ วิถปี ราบเรอื ดาํ น้าํ ของกองทพั เรือไทย
ทจ่ี ดั หามาใชกบั เรือผวิ น้าํ และอากาศนาวี
ป พ.ศ.๒๕๓๙ – ๒๕๔๐ เรือหลวงมกฎุ ราชกุมาร
หมายเลข ๔๓๓ ติดตง้ั ทอยงิ ตอรป โด PMW 49 (แฝด
สาม) จาํ นวน ๒ แทน เพ่ิมเตมิ ทอี่ ู อจปร. โดยเจา หนา ที่
ของ สพ.ทร. สามารถใชยิงตอรปโ ดนําวิถปี ราบเรอื ดาํ น้ํา
ไดท ้ัง Sting Ray และMK.44–1
ร.ล. มกฎุ ราชกมุ าร
ตอรปโดนําวิถีปราบเรอื ดาํ น้ําของกองทพั เรอื ไทย
ท่ีจัดหามาใชก บั เรือผิวนาํ้ และอากาศนาวี
ป พ.ศ.๒๕๓๗ และ ๒๕๔๑ เรอื ฟริเกตขนาดใหญ จากประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า จาํ นวน ๒ ลาํ ไดแก เรือหลวงพุทธยอดฟาจุฬา
โลก หมายเลข ๔๖๑ และ เรือหลวง พุทธเลศิ หลานภาลยั
หมายเลข ๔๖๒ ติดตงั้ ทอยงิ ตอรป โ ด MK.32 MOD.9 (ทอ คู)
จํานวนลําละ ๒ แทน สามารถใชยงิ ตอรปโ ดนําวิถีปราบเรอื ดํา
นํา้ ไดท งั้ MK44–1 และ MK.46
ร.ล. พทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก
MK 32 MOD 5 MODIFY
MODIFY
PTS Landyard
MK 32 MOD 5
MK 32 MOD 5
MOUNTING TRIPLE TORPEDO TUBES(MTTT.)
MK 32 MOD 9
อาวุธตอรปโดแบงออกเปน ๒ แบบ คือ
๑.ตอรปโดสําหรับทําลายเปาเรือดําน้ํา ซึ่งมีขนาดคอนขางเล็ก (Lightweigh
Torpedo) ระยะยิงไมไกลมากนักและความเร็วต่ํา แตมีความเงียบจากการ
ขับเคลื่อนมาก สามารถทนความกดดันของน้ําในความลึกสูง ๆ ได และสามารถ
บังคบั ไดจากเรอื ยิง ตลอดจนว่งิ เขา หาเปาท่ีมีเสยี งเงยี บมากโดยอตั โนมตั ิ
๒.ตอรปโดสําหรับทําลายเรือผิวนํ้า ซ่ึงปกติมีขนาดใหญ (Heavyweight
Torpedo) ระยะยิงไกลและมีความเร็วสูง ตลอดจนหัวรบมีดินระเบิดมาก แตมักมี
เสียงดังจากการขับเคลื่อน
• LIGHT WEIGHT TORPEDO
• ตอรป์ ิโด ขนาดเลก็ นา้ํ หนกั เบา ( < 400 ก.ก.) 324 มม.
• MIDDLE WEIGHT
• เกิน 400 ก.ก.แตไ่ มเ่ กิน 800 ก.ก.) 400-457 มม.
• HEAVY WEIGHT
• เกิน 800 ก.ก.ขนึ้ ไป) 533-550 มม.
หลกั การอาวธุ ใตน ํ้า (ตอรปโด)
เรือดําน้ําสมัยใหมจึงมักบรรทุกตอรปโดทั้งสองแบบเมื่อ
ออกปฏิบัติภารกิจ เพื่อใหสามารถปฏิบัติภารกิจไดทั้งสอง
ประการ อยางไรก็ตาม กองทัพเรือบางประเทศอาจมี
ตอรปโดเพียงแบบเดียว ซึ่งใชทั้งเปาเรือผิวน้ําและเปาเรือ
ดํานํ้า
ตอรป โดแบง ออกได 2 ประเภท คอื .-
1. หัวรบ เปน อาวธุ ทม่ี ีหัวรบพรอ มทีจ่ ะใชงานไดอ ยางสมบูรณ
2. ประเภทใชฝก เปนอาวธุ ที่ไมมีระบบขับเคลอ่ื น สามารถเก็บมาใชไ ดใ หม
หลงั จากยิงไปแลว เพอ่ื จุดประสงคในการฝก
การปล่อยตอร์ปิ โด
AT/Q
ระบบการทํางานของตอรปโ ด
๑. ระบบขับเคลอ่ื น (PROPULSION & CONTROL SYSTEM)
๒. ระบบนําวิถี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)
๓. ระบบจุดระเบดิ หวั รบ (SAFETY & ARMING and EXPLOSIVE SYSTEM
๔. ระบบพลงั งานไฟฟา (POWER and GUIDANCE SYSTEM)
(PROPULSION & CONTROL SYSTEM)
ระบบขับเคลือ่ นของตอรป โด
แบง ออกเปน ๓ แบบใหญๆ คือ
๑. แบบขับเคลื่อนดวยเช้ือเพลิง ซ่ึงมีการเผาไหมโดยใชเครื่องจักร
ตอรปโดท่ีขับเคลื่อนดวยเชื้อเพลิงมักมีความเร็วสูง และมีระยะยิง
ไกล ซึ่งในปจจุบันมีความเร็วประมาณ ๕๐ นอต ระยะยิงไกลถึง
๕๐ กม. ใชตอ เปา เรอื ผิวน้าํ ในสว นใหญ
ระบบขบั เคล่อื น
(PROPULSION & CONTROL SYSTEM)
๒. แบบขับเคลื่อนดวยแบตเตอร่ี ตอรปโดที่ขับเคล่ือนโดย
แบตเตอรี่มักมีความเร็วตํ่าคือประมาณ ๓๕ - ๔๐ นอต ระยะ
ประมาณ ๒๐ - ๓๐ กม.เทานน้ั แตมเี สียงเงียบกวาแบบแรก และใช
ตอ ตเี ปาเรอื ดาํ นํา้ เปน หลัก
ระบบขับเคลอื่ น
(PROPULSION & CONTROL SYSTEM)
๓. ๓. แบบใชอากาศอัด นับเปนแบบที่ ๓ อยูระหวาง
การคนควาทดลองซึ่งเปนระบบท่ีเคล่ือนท่ีเงียบมาก
แตระยะยงั ใกลอ ยแู ละยังใชไมไดผ ล
ระบบนําวถิ ี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)
ระบบนาํ วถิ ี ในชว งแรกหลังจากการยิงออกจากทอ อาจแบงออกเปน ๒ แบบ
๑.ตอรปโดวิ่งทางตรง โดยตองเล็งยิงไปยังมุมดักหนาเปาซ่ึงปจจุบันมีใช
นอยมาก
๒. แบบว่ิงซิกแซ็กหรือวิ่งเข็มตางๆ ตามโปรแกรมท่ีตั้งไวลวงหนาเพื่อใหมี
โอกาสถกู เปามากย่งิ ขึ้น
ระบบนาํ วิถี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)
สวนระบบนําวิถีชวงสุดทายกอนถึงเปา (Homing) ปกติจะเปนการนําวิถีดวยเสียง
(Acoustic Homing) ท้ังสิ้น กลาวคือจะวิ่งเขาหาแหลงกําเนิดของเสียงเชน ใบจักร หรือ
เคร่ืองจักรของเรือขาศึกซ่ึงเรียกวา Passive Acoustic Homing หรือตอรปโดสงคล่ืนเสียง
ออกไปกระทบเปา แลวสะทอ นกลับมาเขาเครือ่ งรับซ่งึ สง สญั ญาณไปยังเครื่องบังคับหางเสือ
ให ตอรปโดว่ิงเขาหาเปา ซึ่งเรียกวา Active Acoustic Homing ตอรปโดในปจจุบัน
มักจะมีระบบนําวิถีทั้งสองแบบนี้ โดยสามารถเลือกใชไดตามความเหมาะสมของ
สถานการณท างยุทธวธิ ี หรือสลบั กันใชโดยอัตโนมัติ
ระบบนําวถิ ี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)
ตอรปโดใชคล่ืนเสียงที่สะทอนกลับมา เปนสิ่งช้ี
ขอมูลตางๆ ของเปา คลื่นพลังงานไฟฟาถูกผลิตข้ึนโดย
เคร่ืองสง แลวถูกเปลี่ยนใหเปนพลังงานเสียงดวย
TRANSDUCERS สงออกไปใตนํ้าทางหัวของตอรปโด ใน
ลักษณะคลายกับลําแสงท่ีฉายออกจากกระบอกไฟฉาย
ระบบนาํ วิถี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)
เมื่อสัญญาณเสียงไปกระทบวัตถุใตนํ้า บางสวนของพลังงาน
เสียงจะกระจายออกไป บางสวนก็จะสะทอนกลับเขา
TRANSDUCERS แลว TRANSDUCERS ก็จะเปลี่ยนพลังงาน
เสียงเปนพลังงานไฟฟา พลังงานไฟฟานี้จะถูกขยายโดย
เคร่ืองรับ และจะใชเปนสิ่งพิจารณาถึงระยะทาง ตําแหนงของ
เปา ทางขวาหรอื ซาย และทางดานบนหรือดานลาง
ระบบจุดระเบดิ หวั รบ
(SAFETY & ARMING and EXPLOSIVE SYSTEM)
การจุดระเบิดหัวรบของตอรปโดมี ๒ แบบคือ แบบกระทบแตก
(Impact) และแบบเฉียดเปาระเบิด (Proximity) จุดระเบิดโดย
อํานาจแมเหล็ก (Electro - Magnetic Influence) ตอรปโด
สมัยใหมโดยท่ัวไปมักมีระบบการจุดระเบิดทั้งสองแบบ เพ่ือใหเกิด
ความมั่นใจในการทาํ ลายเปา เชน ตอรป โ ด Mk 46 mod 5A(S)
ระบบพลงั งานไฟฟา
(POWER SUPPLY SYSTEM)
ระบบพลังงานไฟฟาของตอรป โ ดมี ๒ แบบคอื
๑.แบบใชเครื่องยนต
๒.แบบใชมอเตอร
สวนประกอบท่สี าํ คญั
ใบจกั รพวงหนา และพวงหลงั นัตเกลยี ว (PARAPACK NUT) ใชยดึ ตอรป โ ด
ในทอ ไมใหเคล่ือนไหว และ ใช ติดรมเพ่ือปลอ ยจากเครอ่ื งบิน หรือยิงดว ยจรวด
(ASROC)
ท่ี เรือ แบบ/ชนิด แทน ยิง คคย.
๑ ร.ล.ตาป, คีรรี ัฐ,ปนกลา MK 44 1 MK 32 mod 5 MK 264
๒. ร.ล.มกฎุ ราชกมุ าร MK 44-1
STINGRAY PMW. 49 CRU
๓. ร.ล.ทยานชล,คาํ รณสนิ ธ,ุ ลองลม MK 44-1
Stingray Mod 0 PMW. 49 A CRU
๔. ร.ล.รตั นโกสนิ ทร,สุโขทยั MK 44-1
Stingray Mod 0 MK 32 Mod 5 Mk 309
๕. ร.ล.ตากสนิ ,นเรศวร MK 44-1 Modified LCC
MK 46 Mod 5A(S) MK 309
MK 32 Mod 5
สรุป
การสงครามใตน ้าํ ทุกสาขายงั คงอาศยั สื่อชนิด
เดียวกัน คือ เสียงใตน า้ํ เปนหลกั ในการคนหา ซึ่ง
การไดข อมลู เสยี งน้นั กระทําไดท ้งั แบบ Passive
และ Active ดวยขีดความสามารถทพ่ี ฒั นาข้ึนจาก
อปุ กรณต รวจจับทม่ี ียานความถต่ี าง ๆ
นอกจากจะใชคลน่ื เสยี งเปน หลกั แลว ปจ จุบนั
ไดมีการพฒั นา ลาํ แสงเลเซอร (Laser Beam)
การใชยานไรคนขับ การควบคุมส่งั การ และการ
ตดิ ตอ สือ่ สารในลักษณะเปน เครอื ขา ย
การรักษาความเงียบ ยากตอ การตรวจจับ (Stealth)
เพื่อใชอ าํ นาจการทําลาย (Strike) ในขณะที่มคี วามเร็ว
(Speed) กับระยะยงิ (Stand off) เปนตวั แปรในเรอื่ งความ
ไดเ ปรยี บ รวมไปถึงการพฒั นาระบบวิเคราะหแ ละประมวลผล
ในตวั อาวุธ และเครอื่ งควบคุมใหม ีความฉลาดมากข้นึ ซ่ึงกค็ ือ
ความกา วหนา ของเทคโนโลยีลว นเปน ปจจยั ในการกําหนด
รปู แบบสงครามใตนา้ํ ในอนาคต