The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรเบื้องต้น ๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bkklovez44, 2022-05-23 02:51:34

หลักสูตรเบื้องต้น ๖๕

หลักสูตรเบื้องต้น ๖๕

หลกั การ
อาวธุ ใตน้ า้ํ
หลกั สตู ร
สรรพาวธุ
เบอื้ งตน้



การปราบเรอื ดาํ น้ําโดยทวั่ ไป
การปฏบิ ตั กิ ารปราบเรอื ดาํ น้ํา หมายถงึ การกระทาํ ใดๆ ทจ่ี ะมใิ ห้
ขา้ ศกึ ใชเ้ รอื ดาํ น้ําอยา่ งไดผ้ ล ดงั นนั้ การทาํ ลายเรอื ดาํ น้ําจงึ จาํ เป็นใน
การบรรลภุ ารกจิ ถา้ หากวา่ สามารถยบั ยงั้ มใิ หเ้ รอื ดาํ น้ําออกมา
ปฏบิ ตั กิ ารป้องกนั มใิ หเ้ รอื ดาํ น้ํารตู้ าํ บลทข่ี องฝ่ายเรา หรอื ป้องกนั มใิ ห้
เรอื ดาํ น้ําใชอ้ าวธุ กถ็ อื วา่ ประสบความสาํ เรจ็ ตามภารกจิ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย

ยทุ ธวิธีของเรือดาํ น้าํ

เรือดาํ นํา้ จะอาศัยการซ่อนพรางเป็ นพืน้ ฐานทางยุทธวธิ ี พยายามหลกี เลย่ี งการ
เผชิญหน้ากบั ข้าศึก หรือปรากฏตัวโดยไม่จําเป็ น เข้าจู่โจมโดยมใิ ห้ข้าศึกรู้ตัวแล้ว
หลบหนีออกไป

ดงั น้ัน การลดเสียงต่างๆทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในเรือจงึ เป็ นสิ่งทจ่ี ําเป็ นอย่างยง่ิ ของการปฎบิ ตั ิ
การของเรือดาํ นํา้ เพราะนอกจากจะเป็ นการเปิ ดเผยตัวเองแล้วยงั ช่วยเพม่ิ ประสิทธิภาพ
ในการดกั รับฟังเสียงจากภายนอกได้ดยี ง่ิ ขนึ้

การปราบเรือดาํ น้าํ แบ่งเป็น ๓ ข้นั ตอน

๑. การโจมตแี หล่งกาํ เนิดของเรือดาํ นํา้
ในทน่ี ีห้ มายถึง ฐานปฏิบตั ิการ ฐานส่งกาํ ลงั บาํ รุง หรืออู่ต่อเรือ อู่ซ่อมเรือดาํ

นํา้ เป็ นวธิ ีทไี่ ด้ผลดี ท้งั นีเ้ น่ืองจากเป้าหมายรวมกนั อยู่เป็ นกลุ่มก้อน
๒. การโจมตใี นน่านนํา้ ข้าศึก
เมื่อไม่สามารถโจมตที แ่ี หล่งกาํ เนิดได้
๓. การโจมตีในพืน้ ทป่ี ฏบิ ตั กิ าร

ประวตั ิความเป็นมาของสงครามปราบเรือดาํ น้าํ

การปราบเรือดาํ นํา้ ระหว่างสงครามโลกคร้ังท่ี ๑ เรือดาํ นํา้ เริ่มมบี ทบาทเป็ นคร้ัง
แรก โดยเยอรมนั ได้นําเรือดาํ นํา้ มาปฏิบตั ิการอย่างได้ผล แต่ยงั มขี ดี จํากดั คือดาํ นํา้ ได้
ไม่ลกึ ความเร็วต่าํ และอยู่ใต้นํา้ ได้ไม่นาน ซ่ึงคร้ังน้ัน เยอรมนั สามารถจมเรือดาํ นํา้ ของ
สัมพนั ธมติ รได้เป็ นจํานวนมาก

เมื่อสงสงครามโลกคร้ังท่ี ๑ สิ้นสุดลงมหาอาํ นาจทางทะเลจงึ ได้จึงเห็นความสําคญั
ของเรือดาํ นํา้ แต่กย็ งั ไม่มปี ระเทศใดทลี่ งมือเสริมสร้างกองกาํ ลงั เรือดาํ นํา้ อย่างจริงจงั

สงครามโลกคร้ังท่ี ๒ เยอรมนั เร่ิมสร้างกองกาํ ลงั เรือดาํ นํา้ ขนึ้ มาใหม่ โดยพฒั นาให้
ทนั สมยั และมปี ระสิทธิภาพสูงขนึ้ โดยตดิ ต้ังเคร่ืองดกั ฟังใต้นํา้ และระบบอาวุธที่
ทนั สมยั

STING RAY

MK 44 MOD 1

MK 46 MOD 5A(S)

TORPEDO Sting Ray Mod 0

แบบ/ชนดิ - Mod 0 /Lightweight
- ขับเคลือ่ น โดย Sea Water Battery
ดินระเบดิ
Platform (Magnesium/silver – chloride)
- Speed1.TO4R5PEDkOnStoingtsRay Range 8 Km

2. TORPEDO Mk.44-1

- ภายในห3. Tวั OรRPบEDบOรMรk.จ46ดุ mนิodร.5ะA เ(Sบ) ดิ แรงสูง EDC (EXPLOSIVE CHARGE)
- เรือ คว. ชดุ ร.ล.รตั นโกสนิ ทร
- เรอื ตกด.ชุด ร.ล.คํารณสินธุ
- F-27

TORPEDO Mk 44 Mod 1

แบบ/ชนิด - Mod 1 (us)
ดินระเบดิ
1.TORPEDO Sting Ray
Platform
2. TORPEDO Mk.44-1

- 3. THORPBEDXO M-k3.46 mหoนd.5กั A (7S)4.5 ปอนด์

Warhead

- เรือ ฟก.ชุด ร.ล.ตาป
- เรอื คว.ชุด ร.ล.รตั นโกสินทร
- เรอื ตกด.ชดุ ร.ล.คํารณสินธุ
- บ.S2F

TORPEDO Mk.46 mod 5A (S)

แบบ/ชนิด - Mod 5 (US)
- เคร่ืองยน1.ตTO/RนPED้าํ OมSนั tinOg Rtayto Fuel II
สถานะ - Speed 43.5knots Range2. TORPEDO Mk.44-1 12,000 หลา
Platform
3. TORPEDO Mk.46 mod.5A (S)

- เดนิ ทางมากับ ร.ล.พุทธเลศิ หลาฯ ป พ.ศ.๒๕๔๒
- ดนิ ระเบดิ PBXN-103 Exploder

-เรือ ฟก.ชุด ร.ล.นเรศวร
-เรอื ฟก.ชุด ร.ล.พุทธยอดฟาจฬุ าโลก

เขา ประจําการ ใน ทร.ไทย

ที่ แบบ/ปเขาประจําการ
1. MK 44 MOD.1 / 2507
2. STINGRAY / 2529
3. MK 46 MOD. 5A (S) / 2542

4. ASROC / 2542
5. MK 54

ตอรป โ ดนาํ วถิ ปี ราบเรอื ดาํ น้ําของกองทพั เรอื ไทย
ทีจ่ ัดหามาใชก บั เรอื ผวิ นํา้ และอากาศนาวี

ป พ.ศ.๒๕๐๖ – ๒๕๐๘ เรือหลวงประแส (ลาํ ท่ี ๒), เรอื หลวงทาจนี (ลาํ ที่
๒) และ เรอื หลวงพาล,ี เรอื หลวงสุครพี , เรือหลวงตองปลิว, เรือหลวงล่วิ ลม,
เรอื หลวงลอ งลม เรอื เหลา นี้ ไดป ลดระวางประจาํ การไปหมดแลว และ
เรือที่ประเทศไทยไดร ับความชวยเหลอื จากสหรฐั อเมรกิ า หลงั สงครามโลก
ครัง้ ที่ ๒ ติดตงั้ ทอ ตอรปโด MK.32 MOD.3 (ทอ เด่ียว) พรอ มแทน ยงิ
จํานวนลาํ ละ ๒ แทน เพอ่ื ใชย ิงตอรปโ ดปราบเรือดาํ นาํ้ MK.44-1 ซ่ึงสหรฐั
ฯ ใหค วามชวยเหลอื

ตอรป โดนําวถิ ปี ราบเรือดาํ นํ้าของกองทพั เรอื ไทย
ที่จดั หามาใชกับเรือผิวนํา้ และอากาศนาวี

ป พ.ศ.๒๕๐๘ – ๒๕๐๙ เรือหลวงปนเกลา ซึง่ กองทัพเรือ
ซือ้ มาจากสหรัฐอเมริกา (แบบไดเ ปลา) ไดเดินทางไปยัง
เกาะกวม ฐานทัพเรอื สหรฐั เพ่ือซอมแซมและดัดแปลง
ติดตั้งทอ ยงิ ตอรป โ ด MK.32 MOD5 (แฝดสาม) จํานวน
๒ แทน เพอ่ื ใชย ิงตอรปโดปราบเรือดาํ นาํ้ MK.44–1

ร.ล.ป่ิ นเกลา้

ตอรป โ ดนําวถิ ปี ราบเรือดํานา้ํ ของกองทพั เรอื ไทย
ที่จดั หามาใชก ับเรือผิวนา้ํ และอากาศนาวี

ป พ.ศ.๒๕๒๙ – ๒๕๓๐ เรอื คอรเ วต จาํ นวน ๒ ลาํ คือ
ร.ล.รัตนโกสินทร และร.ล.สุโขทยั ซึ่งกองทัพเรอื ไทยสงั่ ตอ จาก
สหรัฐอเมริกา ตดิ ตง้ั ทอยงิ ตอรปโ ด MK.32 MOD.5 (แฝดสาม) ตอ มา
กองทัพเรอื ไทยไดม อบให จนท.สพ.ทร. ทําการดัดแปลงทอยงิ ทงั้ ๒ ลาํ
ใหม ในป พ.ศ.๒๕๓๐ – ๒๕๓๑ เปน ทอ ยงิ MK.32 MOD.5
Modify (แฝดสาม) เพื่อใหสามารถใชย งิ ตอรปโ ดนําวิถีปราบเรอื ดาํ
นาํ้ ไดท งั้ Sting Ray และ MK.44–1



ตอรป โดนาํ วิถีปราบเรอื ดําน้ําของกองทพั เรอื ไทย
ทจ่ี ัดหามาใชก ับเรอื ผวิ นํา้ และอากาศนาวี

ป พ.ศ.๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ เรือฟรเิ กต จํานวน ๒ ลาํ ตอ จากประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนจีน ไดแก เรือหลวงนเรศวร หมายเลข ๔๒๑
และ เรอื หลวงตากสิน หมายเลข ๔๒๒ ตดิ ต้ังทอ ยิงตอรป โด MK.32
Mod.5 (แฝดสาม) ท่อี ู อจปร. โดย จนท.ของ สพ.ทร. สามารถใชยงิ
ตอรปโ ดนําวิถปี ราบเรือดาํ นาํ้ ไดท้งั MK.44–1 และ MK.46 mod 5



ร.ล. ตากสิน

ตอรป โดนาํ วิถปี ราบเรอื ดาํ น้าํ ของกองทพั เรือไทย
ทจ่ี ดั หามาใชกบั เรือผวิ น้าํ และอากาศนาวี

ป พ.ศ.๒๕๓๙ – ๒๕๔๐ เรือหลวงมกฎุ ราชกุมาร
หมายเลข ๔๓๓ ติดตง้ั ทอยงิ ตอรป โด PMW 49 (แฝด
สาม) จาํ นวน ๒ แทน เพ่ิมเตมิ ทอี่ ู อจปร. โดยเจา หนา ที่
ของ สพ.ทร. สามารถใชยิงตอรปโ ดนําวิถปี ราบเรอื ดาํ น้ํา
ไดท ้ัง Sting Ray และMK.44–1

ร.ล. มกฎุ ราชกมุ าร

ตอรปโดนําวิถีปราบเรอื ดาํ น้ําของกองทพั เรอื ไทย
ท่ีจัดหามาใชก บั เรือผิวนาํ้ และอากาศนาวี

ป พ.ศ.๒๕๓๗ และ ๒๕๔๑ เรอื ฟริเกตขนาดใหญ จากประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า จาํ นวน ๒ ลาํ ไดแก เรือหลวงพุทธยอดฟาจุฬา
โลก หมายเลข ๔๖๑ และ เรือหลวง พุทธเลศิ หลานภาลยั
หมายเลข ๔๖๒ ติดตงั้ ทอยงิ ตอรป โ ด MK.32 MOD.9 (ทอ คู)
จํานวนลําละ ๒ แทน สามารถใชยงิ ตอรปโ ดนําวิถีปราบเรอื ดํา
นํา้ ไดท งั้ MK44–1 และ MK.46

ร.ล. พทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก



MK 32 MOD 5 MODIFY

MODIFY
PTS Landyard

MK 32 MOD 5

MK 32 MOD 5

MOUNTING TRIPLE TORPEDO TUBES(MTTT.)

MK 32 MOD 9



อาวุธตอรปโดแบงออกเปน ๒ แบบ คือ

๑.ตอรปโดสําหรับทําลายเปาเรือดําน้ํา ซึ่งมีขนาดคอนขางเล็ก (Lightweigh
Torpedo) ระยะยิงไมไกลมากนักและความเร็วต่ํา แตมีความเงียบจากการ
ขับเคลื่อนมาก สามารถทนความกดดันของน้ําในความลึกสูง ๆ ได และสามารถ
บังคบั ไดจากเรอื ยิง ตลอดจนว่งิ เขา หาเปาท่ีมีเสยี งเงยี บมากโดยอตั โนมตั ิ
๒.ตอรปโดสําหรับทําลายเรือผิวนํ้า ซ่ึงปกติมีขนาดใหญ (Heavyweight
Torpedo) ระยะยิงไกลและมีความเร็วสูง ตลอดจนหัวรบมีดินระเบิดมาก แตมักมี
เสียงดังจากการขับเคลื่อน

• LIGHT WEIGHT TORPEDO
• ตอรป์ ิโด ขนาดเลก็ นา้ํ หนกั เบา ( < 400 ก.ก.) 324 มม.
• MIDDLE WEIGHT
• เกิน 400 ก.ก.แตไ่ มเ่ กิน 800 ก.ก.) 400-457 มม.
• HEAVY WEIGHT
• เกิน 800 ก.ก.ขนึ้ ไป) 533-550 มม.

หลกั การอาวธุ ใตน ํ้า (ตอรปโด)

เรือดําน้ําสมัยใหมจึงมักบรรทุกตอรปโดทั้งสองแบบเมื่อ
ออกปฏิบัติภารกิจ เพื่อใหสามารถปฏิบัติภารกิจไดทั้งสอง
ประการ อยางไรก็ตาม กองทัพเรือบางประเทศอาจมี
ตอรปโดเพียงแบบเดียว ซึ่งใชทั้งเปาเรือผิวน้ําและเปาเรือ

ดํานํ้า

ตอรป โดแบง ออกได 2 ประเภท คอื .-
1. หัวรบ เปน อาวธุ ทม่ี ีหัวรบพรอ มทีจ่ ะใชงานไดอ ยางสมบูรณ
2. ประเภทใชฝก เปนอาวธุ ที่ไมมีระบบขับเคลอ่ื น สามารถเก็บมาใชไ ดใ หม

หลงั จากยิงไปแลว เพอ่ื จุดประสงคในการฝก

การปล่อยตอร์ปิ โด

AT/Q

ระบบการทํางานของตอรปโ ด

๑. ระบบขับเคลอ่ื น (PROPULSION & CONTROL SYSTEM)
๒. ระบบนําวิถี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)
๓. ระบบจุดระเบดิ หวั รบ (SAFETY & ARMING and EXPLOSIVE SYSTEM
๔. ระบบพลงั งานไฟฟา (POWER and GUIDANCE SYSTEM)

(PROPULSION & CONTROL SYSTEM)
ระบบขับเคลือ่ นของตอรป โด
แบง ออกเปน ๓ แบบใหญๆ คือ

๑. แบบขับเคลื่อนดวยเช้ือเพลิง ซ่ึงมีการเผาไหมโดยใชเครื่องจักร
ตอรปโดท่ีขับเคลื่อนดวยเชื้อเพลิงมักมีความเร็วสูง และมีระยะยิง
ไกล ซึ่งในปจจุบันมีความเร็วประมาณ ๕๐ นอต ระยะยิงไกลถึง
๕๐ กม. ใชตอ เปา เรอื ผิวน้าํ ในสว นใหญ

ระบบขบั เคล่อื น
(PROPULSION & CONTROL SYSTEM)

๒. แบบขับเคลื่อนดวยแบตเตอร่ี ตอรปโดที่ขับเคล่ือนโดย
แบตเตอรี่มักมีความเร็วตํ่าคือประมาณ ๓๕ - ๔๐ นอต ระยะ
ประมาณ ๒๐ - ๓๐ กม.เทานน้ั แตมเี สียงเงียบกวาแบบแรก และใช
ตอ ตเี ปาเรอื ดาํ นํา้ เปน หลัก

ระบบขับเคลอื่ น
(PROPULSION & CONTROL SYSTEM)

๓. ๓. แบบใชอากาศอัด นับเปนแบบที่ ๓ อยูระหวาง
การคนควาทดลองซึ่งเปนระบบท่ีเคล่ือนท่ีเงียบมาก
แตระยะยงั ใกลอ ยแู ละยังใชไมไดผ ล

ระบบนําวถิ ี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)

ระบบนาํ วถิ ี ในชว งแรกหลังจากการยิงออกจากทอ อาจแบงออกเปน ๒ แบบ
๑.ตอรปโดวิ่งทางตรง โดยตองเล็งยิงไปยังมุมดักหนาเปาซ่ึงปจจุบันมีใช
นอยมาก

๒. แบบว่ิงซิกแซ็กหรือวิ่งเข็มตางๆ ตามโปรแกรมท่ีตั้งไวลวงหนาเพื่อใหมี
โอกาสถกู เปามากย่งิ ขึ้น

ระบบนาํ วิถี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)

สวนระบบนําวิถีชวงสุดทายกอนถึงเปา (Homing) ปกติจะเปนการนําวิถีดวยเสียง
(Acoustic Homing) ท้ังสิ้น กลาวคือจะวิ่งเขาหาแหลงกําเนิดของเสียงเชน ใบจักร หรือ
เคร่ืองจักรของเรือขาศึกซ่ึงเรียกวา Passive Acoustic Homing หรือตอรปโดสงคล่ืนเสียง
ออกไปกระทบเปา แลวสะทอ นกลับมาเขาเครือ่ งรับซ่งึ สง สญั ญาณไปยังเครื่องบังคับหางเสือ
ให ตอรปโดว่ิงเขาหาเปา ซึ่งเรียกวา Active Acoustic Homing ตอรปโดในปจจุบัน
มักจะมีระบบนําวิถีทั้งสองแบบนี้ โดยสามารถเลือกใชไดตามความเหมาะสมของ
สถานการณท างยุทธวธิ ี หรือสลบั กันใชโดยอัตโนมัติ

ระบบนําวถิ ี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)

ตอรปโดใชคล่ืนเสียงที่สะทอนกลับมา เปนสิ่งช้ี
ขอมูลตางๆ ของเปา คลื่นพลังงานไฟฟาถูกผลิตข้ึนโดย
เคร่ืองสง แลวถูกเปลี่ยนใหเปนพลังงานเสียงดวย
TRANSDUCERS สงออกไปใตนํ้าทางหัวของตอรปโด ใน
ลักษณะคลายกับลําแสงท่ีฉายออกจากกระบอกไฟฉาย

ระบบนาํ วิถี (HOMING & GUIDANCE SYSTEM)

เมื่อสัญญาณเสียงไปกระทบวัตถุใตนํ้า บางสวนของพลังงาน
เสียงจะกระจายออกไป บางสวนก็จะสะทอนกลับเขา
TRANSDUCERS แลว TRANSDUCERS ก็จะเปลี่ยนพลังงาน
เสียงเปนพลังงานไฟฟา พลังงานไฟฟานี้จะถูกขยายโดย
เคร่ืองรับ และจะใชเปนสิ่งพิจารณาถึงระยะทาง ตําแหนงของ
เปา ทางขวาหรอื ซาย และทางดานบนหรือดานลาง

ระบบจุดระเบดิ หวั รบ
(SAFETY & ARMING and EXPLOSIVE SYSTEM)

การจุดระเบิดหัวรบของตอรปโดมี ๒ แบบคือ แบบกระทบแตก
(Impact) และแบบเฉียดเปาระเบิด (Proximity) จุดระเบิดโดย
อํานาจแมเหล็ก (Electro - Magnetic Influence) ตอรปโด
สมัยใหมโดยท่ัวไปมักมีระบบการจุดระเบิดทั้งสองแบบ เพ่ือใหเกิด
ความมั่นใจในการทาํ ลายเปา เชน ตอรป โ ด Mk 46 mod 5A(S)

ระบบพลงั งานไฟฟา
(POWER SUPPLY SYSTEM)

 ระบบพลังงานไฟฟาของตอรป โ ดมี ๒ แบบคอื
๑.แบบใชเครื่องยนต
๒.แบบใชมอเตอร

สวนประกอบท่สี าํ คญั

ใบจกั รพวงหนา และพวงหลงั นัตเกลยี ว (PARAPACK NUT) ใชยดึ ตอรป โ ด
ในทอ ไมใหเคล่ือนไหว และ ใช ติดรมเพ่ือปลอ ยจากเครอ่ื งบิน หรือยิงดว ยจรวด
(ASROC)

ท่ี เรือ แบบ/ชนิด แทน ยิง คคย.

๑ ร.ล.ตาป, คีรรี ัฐ,ปนกลา MK 44 1 MK 32 mod 5 MK 264
๒. ร.ล.มกฎุ ราชกมุ าร MK 44-1
STINGRAY PMW. 49 CRU
๓. ร.ล.ทยานชล,คาํ รณสนิ ธ,ุ ลองลม MK 44-1
Stingray Mod 0 PMW. 49 A CRU
๔. ร.ล.รตั นโกสนิ ทร,สุโขทยั MK 44-1
Stingray Mod 0 MK 32 Mod 5 Mk 309
๕. ร.ล.ตากสนิ ,นเรศวร MK 44-1 Modified LCC
MK 46 Mod 5A(S) MK 309
MK 32 Mod 5

สรุป
การสงครามใตน ้าํ ทุกสาขายงั คงอาศยั สื่อชนิด
เดียวกัน คือ เสียงใตน า้ํ เปนหลกั ในการคนหา ซึ่ง
การไดข อมลู เสยี งน้นั กระทําไดท ้งั แบบ Passive
และ Active ดวยขีดความสามารถทพ่ี ฒั นาข้ึนจาก
อปุ กรณต รวจจับทม่ี ียานความถต่ี าง ๆ

นอกจากจะใชคลน่ื เสยี งเปน หลกั แลว ปจ จุบนั
ไดมีการพฒั นา ลาํ แสงเลเซอร (Laser Beam)
การใชยานไรคนขับ การควบคุมส่งั การ และการ
ตดิ ตอ สือ่ สารในลักษณะเปน เครอื ขา ย

การรักษาความเงียบ ยากตอ การตรวจจับ (Stealth)
เพื่อใชอ าํ นาจการทําลาย (Strike) ในขณะที่มคี วามเร็ว
(Speed) กับระยะยงิ (Stand off) เปนตวั แปรในเรอื่ งความ
ไดเ ปรยี บ รวมไปถึงการพฒั นาระบบวิเคราะหแ ละประมวลผล
ในตวั อาวุธ และเครอื่ งควบคุมใหม ีความฉลาดมากข้นึ ซ่ึงกค็ ือ
ความกา วหนา ของเทคโนโลยีลว นเปน ปจจยั ในการกําหนด
รปู แบบสงครามใตนา้ํ ในอนาคต


Click to View FlipBook Version