The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2566
รร.บ้านประทุนอายอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruphuk17, 2023-09-05 23:40:48

หลักสูตร66รร.บ้านประทุนอายอง

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2566
รร.บ้านประทุนอายอง

Keywords: หลักสูตร

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ได้มีแนวทางในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ดังนี้ ๑.จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน (เพื่อปลูกฝังจิตอาสา) ๒. จัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน (กิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคม) เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้รับการ สนับสนุน โดยให้ท ากิจกรรมด้วยความสมัครใจที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมโดยรวม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ด าเนินการ ๕ ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ การส ารวจเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาต่างๆ ทั้งภายในโรงเรียนและชุมชน ขั้นตอนที่ ๒ การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาต่างๆ และจัดล าดับปัญหาตามความส าคัญ จ าเป็น และเร่งด่วนจากมากไปหาน้อย ขั้นตอนที่ ๓ วางแผน ออกแบบกิจกรรม และจัดท าปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรม ขั้นตอนที่ ๔ ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ ขั้นตอนที่ ๕ แลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อถอดบทเรียนและสะท้อน ใน ประเด็นดังนี้คือ ผลที่เกิดกับผู้ปฎิบัติกิจกรรมและผลที่เกิดแก่สังคมภายหลังจาก การปฏิบัติกิจกรรม จากนั้น น าไปสรุป รายงานและเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติกิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โรงเรียนได้ด าเนินการจัดกิจกรรมดังนี้ ๑.จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่ก าหนดในหลักสูตร ๒. จัดบูรณาการในกิจกรรมการเรียนรู้ ๘ สาระการเรียนรู้ ๓. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ / โครงงาน/กิจกรรม ๔. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น ๑) ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรียน ๒) ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่จัดกิจกรรมนอกโรงเรียน


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ก าหนดเกณฑ์ส าหรับการจบการศึกษาเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ดังนี้ เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา ๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จ านวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจ านวน ๘๐ ชั่วโมง และมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านทุกรายวิชา ๒. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๔. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านประทุนอายองได้ก าหนดเกณฑ์การจบหลักสูตรในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นดังนี้ (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษาก าหนด (ไม่น้อยกว่า ๑๑ หน่วยกิต) (๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิตโดยเป็นรายวิชา พื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๑๑ หน่วยกิต (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์ การประเมินตามที่สถานศึกษาก าหนด (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษาก าหนด (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษาก าหนด เกณฑ์การประเมินรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติม ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ การประเมินผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ เป็นการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ที่ก าหนดอยู่ในตัวชี้วัดในหลักสูตร ซึ่งจะน าไปสู่การสรุปผลการ เรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ - แจ้งให้ผู้เรียนทราบถึงมาตรฐาน/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ที่ต้องการวัด และ วิธีการประเมินผล - มาตรฐาน/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ จะต้องครอบคลุมพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ จิตพิสัยและทักษะกระบวนการ - ประเมินผลก่อนเรียน เพื่อศึกษาความรู้พื้นฐานของผู้เรียน - วัดและประเมินผลระหว่างเรียน เพื่อจัดการสอนซ่อมเสริมและเพื่อน าผลการเรียน การวัดผลระหว่างเรียนไปรวมกับการวัดผลกลางภาคและปลายภาคเรียนโดยให้วัดผลและประเมินผล ตาม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้การวัดผลและประเมินผลระหว่างภาคเรียนประกอบด้วย - วัดผลและประเมินผลระหว่างเรียน (ก่อน-หลัง กลางภาคเรียน) - วัดผลกลางภาคเรียน ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง - วัดผลปลายภาคเรียน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนของผู้เรียนให้ครูประจ าวิชาด าเนินการวัดผลตาม เกณฑ์ที่ก าหนดดังนี้ โรงเรียนจัดให้มีการประเมิน เป็น การสอบกลางภาค ปลายภาค โดยใช้รูปแบบการประเมินจาก แบบทดสอบมาตรฐานประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน โดยคณะกรรมการระดับชั้นปีเป็น คณะกรรมการออกแบบทดสอบ เพื่อทดสอบกับผู้เรียนทุกคนทุกระดับชั้น และส่งผลการประเมินให้ครูวัดผล เพื่อสรุปผลการประเมินและน าเสนอผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ให้ครูผู้สอนด าเนินการวัดผลไปพร้อมกับการ ประเมินผลระดับชั้นเรียนตามเกณฑ์ที่ก าหนดดังนี้ ใช้รูปแบบการประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้และผู้ที่รับผิดชอบพัฒนาและประเมินทุกคุณลักษณะ โดยมีคณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา เป็นองค์คณะบุคคลที่คอย ช่วยเหลือคณะครูคณะกรรมการชุดนี้จะท างานร่วมกับครูประจ าชั้น หรือครูที่ปรึกษา หรือครูท่านอื่นที่สนใจ ท ากรณีศึกษาร่วมกันโดยครูที่ปรึกษาร่วมกับครูฝ่ายปกครอง และส่งผลการประเมินให้ครูวัดผลเพื่อสรุปผลการประเมินและน าเสนอผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อพิจารณา อนุมัติต่อไป การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ประเมินเป็นรายภาค โดยสถานศึกษาก าหนดแนวทางการ ประเมิน ผู้รับผิดชอบกิจกรรมด าเนินการประเมินตามจุดประสงค์โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้ ๑. ตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนให้มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ๒. ประเมินผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ ชิ้นงานของผู้เรียน โดยประเมินผลด้วยวิธีการประเมินตามสภาพจริง คือการจากการสังเกต การปฏิบัติงาน ผลงาน/ชิ้นงาน ๓. ผู้เรียนที่มีผลการประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม หรือเกณฑ์การปฏิบัติ กิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนหรือทั้งสองเกณฑ์ ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้สอนต้องด าเนินการซ่อมเสริมและประเมินจนผ่าน ทั้งนี้ควรด าเนินการให้เสร็จสิ้นในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุ สุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บิหารสถานศึกษา การตัดสินผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ หลักสูตรโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ก าหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผล การเรียนรู้เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน ดังนี้ ๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด ๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔) ผู้เรียนที่ไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน ไม่ได้วัดผลปลายภาคเรียน และไม่ได้ส่งงาน ที่ได้รับมอบหมายที่ผู้สอนก าหนดเป็นงานส าคัญ หรือเหตุสดวิสัย ท าให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ ให้ได้รับผลการเรียน “ร” กรณีที่ผู้เรียนได้รับผลการเรียน “ร” เพราะไม่ส่งงานนั้น ให้แจ้งเหตุผลต่อผู้บริหาร สถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารสถานศึกษามอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุมัติ ๕) ผู้เรียนที่ประสงค์จะเรียนสาระการเรียนรู้ใด โดยไม่ต้องการหน่วยกิต ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษาที่จะอนุญาตให้เข้าเรียนได้และถ้ามีเวลาเรียนครบร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดให้ได้ผลการเรียน “มก” ๖) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษาก าหนดในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้การจัดการเรียนรู้บังเกิดผลผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอในความรู้ทักษะ คุณลักษณะที่ ก าหนดในตัวชี้วัด โดยมีเวลาเรียนที่เพียงพอต่อการพัฒนาด้วย ๗) กรณีที่ผู้เรียนมีผลการเรียนต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด (๐) ให้ด าเนินการซ่อมเสริมปรับปรุง แก้ไขผู้เรียนในสาระการเรียนรู้รายภาค ที่ได้ระดับผลการเรียน “๐” โดยก าหนดการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ จนผู้เรียนสามารถผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ ๘) การตัดสินผลการเรียน ตัดสินเป็นรายวิชา โดยใช้ผลการประเมินระหว่างปี และปลายภาคตามสัดส่วนดังนี้ ๑. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แบ่งการประเมินผลออกเป็นการประเมินผล ระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๕๐-๒๐-๓๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๕๐ โดยใช้วิธีการวัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการตาม ปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๓๐ โดยใช้วิธีการวัด ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ๒. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบ่งการประเมินผลออกเป็นการ ประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียนในอัตราส่วน ร้อยละ ๕๐-๒๐-๓๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๕๐โดยใช้วิธี การวัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๓๐ โดยใช้วิธี การวัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๓. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบ่งการประเมินผล ออกเป็นการประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียนในอัตราส่วน ร้อยละ ๕๐-๒๐-๓๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๕๐โดยใช้วิธีการ วัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๓๐ โดยใช้ วิธีการวัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๔. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม แบ่งการ ประเมินผลออกเป็นการประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียน ในอัตราส่วน ร้อยละ ๕๐-๒๐-๓๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๕๐โดยใช้วิธีการ วัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๓๐ โดยใช้ วิธีการวัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๕. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา แบ่งการประเมินผลออกเป็น การประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียน ในอัตราส่วนร้อยละ ๖๐-๒๐-๒๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๖๐โดยใช้วิธีการ วัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๒๐ โดยใช้


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ วิธีการวัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๖. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ แบ่งการประเมินผลออกเป็นการประเมินผล ระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียน ในอัตราส่วนร้อยละ ๖๐-๒๐-๒๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๖๐โดยใช้วิธี การวัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๒๐ โดยใช้วิธีการ วัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๗. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ แบ่งการประเมินผลออกเป็นการ ประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียน ในอัตราส่วนร้อยละ ๖๐-๒๐-๒๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๖๐โดยใช้วิธี การวัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๒๐ โดยใช้วิธีการ วัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๘. การประเมินผลในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ แบ่งการประเมินผลออก เป็นการประเมินผลระหว่างเรียน กลางภาค และการประเมินผลปลายภาคเรียนในอัตราส่วน ร้อยละ ๕๐-๒๐-๓๐ - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนในอัตราส่วนร้อยละ ๕๐ โดยใช้วิธี การวัดที่หลากหลาย - คะแนนตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้กลางภาคในอัตราส่วนร้อยละ ๒๐ ซึ่งต้องด าเนินการ ตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด - คะแนนผลการเรียนรู้ปลายภาคให้มีอัตราส่วนคะแนนร้อยละ ๓๐ โดยใช้วิธี การวัดตามปฏิทินที่ทางโรงเรียนก าหนด ๙. การประเมินผลระหว่างภาคคะแนนเก็บทุกประเภท นักเรียนสามารถที่จะท าคะแนนเพิ่มได้ หลังจากครูผู้สอนได้ประกาศคะแนนให้รู้ และครูผู้สอนต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองจนกว่าจะ ประเมินผล การเรียนรู้ปลายภาคเรียน ๑๐. ถ้าผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในแต่ละด้านไม่ผ่านให้ครูผู้สอน ในรายสาระการเรียนรู้นั้นท าการซ่อมเสริมให้ผ่านเกณฑ์ในแต่ละด้าน ๑๑. การสรุปการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในแต่ละด้านตามข้อก าหนด ในข้อ ๓ ให้ได้ผลการประเมินเป็นผ่าน (ผ)


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ๑๒. ถ้าผลการประเมินไม่เป็นไปตามข้อ ๓ ให้ได้ผลการประเมินเป็นไม่ผ่าน (มผ) ๑๓. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้ท าการประเมินเป็นรายภาค ๑๔. การประเมินการอ่าน การคิดวิเคราะห์และการเขียนให้ประเมินเป็นรายภาค การให้ระดับผลการเรียน การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ระบบแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละ กลุ่มสาระการเรียนเป็น ๘ ระดับ รายวิชาที่จะนับหน่วยกิตได้จะต้องได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ ๑ ขึ้นไป โดยมีแนวการให้ระดับ ผลการเรียนดังนี้ ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ ๔ ดีเยี่ยม ๘๐-๑๐๐ ๓.๕ ดีมาก ๗๕-๗๙ ๓ ดี ๗๐-๗๔ ๒.๕ ค่อนข้างดี ๖๕-๖๙ ๒ ปานกลาง ๖๐-๖๔ ๑.๕ พอใช้ ๕๕-๕๙ ๑ ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ า ๕๐-๕๔ ๐ ต่ ากว่าเกณฑ์ ๐-๔๙ การประเมินการอ่านอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไม่ผ่าน ถ้ากรณีที่ผ่านก าหนด เกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ ดีหมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนหรือถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ให้คะแนนโดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน คือ อ่าน ๒๕ คะแนน การคิดวิเคราะห์ ๕๐ คะแนน การเขียน ๒๕ คะแนน รวมเป็น ๑๐๐ คะแนน ซึ่งผลการเรียนแบ่งเป็น ๔ ระดับ และแบ่งช่วงคะแนนในแต่ละด้านดังนี้


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ระดับผล การประเมิน ช่วงคะแนน (เต็ม ๒๕ คะแนน) ช่วงคะแนน (เต็ม ๕๐ คะแนน) ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ (เต็ม ๑๐๐ คะแนน) ๓ ๒๐-๒๕ ๔๒-๕๐ ๘๐-๑๐๐ ๒ ๑๗-๑๙ ๓๖-๔๑ ๗๐-๗๙ ๑ ๑๓-๑๖ ๒๔-๓๕ ๕๐-๖๙ ๐ ๑-๑๒ ๑-๒๓ ๑-๔๙ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะและเพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา เป็นผ่าน และไม่ผ่าน ในการผ่านก าหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้ ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และน าไปใช้ในชีวิต ประจ าวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จ านวน ๕-๘คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ ากว่าระดับดี ดีหมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับ ของสังคม โดยพิจารณาจาก ๑ ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จ านวน ๑-๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะ ใดได้ผลการประเมินต่ ากว่าระดับดีหรือ ๒. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จ านวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ ากว่าระดับผ่าน หรือ ๓. ได้ผลการประเมินระดับดีจ านวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ ากว่าระดับผ่านผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่ สถานศึกษาก าหนดโดยพิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จ านวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ ากว่าระดับผ่าน หรือ ๒. ได้ผลการประเมินระดับดีจ านวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ ากว่าระดับผ่าน ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษา ก าหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ ๑ คุณลักษณะการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมโดยแบ่งช่วงคะแนนในแต่ละด้านของ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังนี้


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ระดับผล การประเมิน ช่วงคะแนน (เต็ม ๑๐ คะแนน) ช่วงคะแนน (เต็ม ๑๕ คะแนน) ช่วงคะแนน (เต็ม ๒๐ คะแนน) ช่วงคะแนน เป็นร้อยละ ๓ ๘-๑๐ ๑๒-๑๕ ๑๖-๒๐ ๘๐-๑๐๐ ๒ ๗ ๑๐-๑๑ ๑๓-๑๔ ๗๐-๗๙ ๑ ๕-๖ ๗-๙ ๑๐-๑๒ ๕๐-๖๙ ๐ ๑-๔ ๑-๖ ๑-๙ ๑-๔๙ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษาก าหนดและให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผ่าน “ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ร้อยละ ๘๐ ปฏิบัติติกิจกรรม และมี ผลงานไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงานไม่ถึง ร้อยละ ๘๐ ในกรณีที่ผู้เรียนได้ “มผ” ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนท ากิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียน ไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ท าจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ทั้งนี้ต้องด าเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจ ของสถานศึกษา


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการส าคัญในการน าหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส าคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายส าหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการ เรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะส าคัญให้ผู้เรียน บรรลุตามเป้าหมาย ๑. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ก าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับ ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความส าคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะน าพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จ าเป็นส าหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือท าจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจ าเป็นต้องศึกษาท า ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะส าคัญของ ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ จัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียน ได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่ก าหนด ๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดังนี้


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ๔.๑ บทบาทของผู้สอน ๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วน าข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ เรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน ๒) ก าหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็น ความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพื่อน าผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย ๔) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม น าภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ วิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน ๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ จัดการเรียนการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผู้เรียน ๑) ก าหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งค าถาม คิดหา ค าตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ๓) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ ต่างๆ ๔) มีปฏิสัมพันธ์ ท างาน ท ากิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู ๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ สื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มี หลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดท าและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่าง มีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อน ามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสาร ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่าง แท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควร ด าเนินการดังนี้ ๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก ๒. จัดท าและจัดหาสื่อการเรียนรู้ส าหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง จัดหาสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับวิธีการ เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ๔. ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้ที่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ ๕. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ๖. จัดให้มีการก ากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสม่ าเสมอ ในการจัดท า การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรค านึงถึง หลักการส าคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคง ของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการน าเสนอที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมิน เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลส าเร็จ นั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้สะท้อน สมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความส าเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังนี้ ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนด าเนินการเป็นปกติและสม่ าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้ม สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาด าเนินการเพื่อตัดสินผล การ เรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่า ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถน าผลการ เรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็น ข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอ น ตลอดจนเพื่อการจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพ การศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน ๓. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด าเนินการโดย ประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดท าและด าเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการด าเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบ ทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๔. การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพ การศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อน าไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูล สนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่าง บุคคลที่จ าแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถ พิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการด าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความส าเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดท าระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล การเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อก าหนดของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารส าคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง กับพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ๑.๓ แบบรายงานผู้ส าเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อ และข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาก าหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดท าขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลส าคัญ เกี่ยวกับ ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจ าตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจ ารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง ผลการเรียน และ เอกสารอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของการน าเอกสารไปใช้ การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก แหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษา โดยครอบครัว


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ การเทียบโอนผลการเรียนควรด าเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ที่สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจาก การเทียบโอนควรก าหนดรายวิชา/จ านวนหน่วยกิตที่จะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถด าเนินการได้ ดังนี้ ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ ผู้เรียน ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้ และภาคปฏิบัติ ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏิบัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ การบริหารจัดการหลักสูตร ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอ านาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร นั้น หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มี บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การด าเนินการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของ สถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ ก าหนดไว้ในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ได้แก่ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มี บทบาทในการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่ก าหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อน าไปสู่การจัดท า หลักสูตรของสถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความส าเร็จ โดย มีภารกิจส าคัญ คือ ก าหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาให้ สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษา ในระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรียน สถานศึกษามีหน้าที่ส าคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและด าเนินการใช้หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดท าระเบียบ การวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงาน สังกัดอื่นๆ ในระดับท้องถิ่นได้ จัดท าเพิ่มเติม รวมทั้ง สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษา


หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประทุนอายอง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version