The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการน้ำกระท้อน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Araya Wangthapan, 2020-10-23 03:52:56

โครงการน้ำกระท้อน

โครงการน้ำกระท้อน

โครงการน้ำกระทอ้ นเพอ่ื สุขภาพ

จัดทำโดย
อารยา วังทะพนั ธ์ รหัสนักศึกษา 6232010025
ปราชญา วรเจริญ รหัสนกั ศึกษา 6232010026

เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จทุ ัยรัตน์

โครงการนีเ้ ป็นส่วนหน่ึงของการศึกษา รายวิชา โครงการ
สาขาวิชา การบญั ชี ประเภทวิชา บริหารธรุ กิจ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี



โครงการนำ้ กระท้อนเพื่อสุขภาพ

จัดทำโดย
อารยา วงั ทะพันธ์ รหสั นกั ศึกษา 6232010025
ปราชญา วรเจริญ รหสั นักศึกษา 6232010026

เสนอ
อาจารย์นิพร จุทยั รตั น์

โครงการนเ้ี ป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชา โครงการ
สาขาวิชา การบญั ชี ประเภทวิชา บรหิ ารธุรกิจ
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี

ใบรับรองโครงการ
ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสูง ช้ันปีที่ 2 (ปวส.)

วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี

โครงการ
นำ้ กระท้อนเพื่อสขุ ภาพ

โดย
นางสาวอารยา วังทะพันธ์ รหสั นักศึกษา 6232010025
นางสาวปราชญา วรเจรญิ รหสั นกั ศกึ ษา 6232010026

ช้ัน ปวส. 2/1 สาขาวิชาการบัญชี

พจิ ารณาเหน็ ชอบโดย

(นางนพิ ร จุทยั รัตน)์
อาจารย์ท่ปี รกึ ษาโครงการ
แผนกวิชาบญั ชี คณะบรหิ ารธกุ จิ

ชือ่ โครงการ : น้ำกระท้อนเพ่ือสขุ ภาพ
ผ้จู ดั ทำ : อารยา วงั ทะพนั ธ์

สาขาวชิ า ปราชญา วรเจรญิ
ประเภทวชิ า : การบัญชี
ปกี ารศกึ ษา : บรหิ ารธรุ กิจ
สถานศึกษา : 2563
: วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี

บทคดั ยอ่

วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษาครั้งนี้ 1. เพอ่ื พฒั นาผลิตภัณฑ์ของนำ้ กระท้อนเพ่อื สขุ ภาพ
2. เพ่อื พฒั นาบรรจภุ ัณฑข์ องน้ำกระทอ้ นเพือ่ สุขภาพ 3. เพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายท่ี
มีต่อผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของน้ำกระท้อนเพื่อสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งน้ี
ไดแ้ ก่ นกั เรยี น นักศกึ ษา ครู/อาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศกึ ษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี จำนวน
30 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampilng) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ
แบบสอบถามเพื่อทราบความพึงพอใจที่มีต่อน้ำกระท้อนเพื่อสุขภาพ แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้าน
คุณภาพของผลิตภณั ฑ์ ดา้ นคุณภาพของบรรจภุ ัณฑ์ และดา้ นการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ย สถิติทใ่ี ช้ใน
การศกึ ษา คอื 1. คา่ รอ้ ยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลย่ี เลขคณิต (Mean) 3. สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation)

ผลการศึกษาพบว่า
กลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 27 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 90 ส่วนใหญ่อยูใ่ นช่วง
อายตุ ำ่ กว่า 20 ปี จำนวน 27 คน คดิ เป็นร้อยละ 90 ส่วนใหญ่อยใู่ นสถานะนักศกึ ษา จำนวน 30 คน
คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับชั้น ปวส.2 จำนวน 30 คิดเป็นร้อยละ 100 อยู่ในแผนก
วชิ าการบญั ชี 28 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 93.33 ส่วนใหญอ่ ยู่ในระดับการศึกษาตำ่ กวา่ ปริญญาตรี จำนวน
30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มตี ่อน้ำกระทอ้ นเพื่อสขุ ภาพ ท้ัง 3 ด้าน
คือ โดยรวมอยู่ในระดับมากท่สี ุด เม่ือพิจารณาเป็นรายดา้ นแลว้ พบวา่ ดา้ นคุณภาพของบรรจภุ ัณฑ์มี
ความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ด้านการส่งเสริมการจัดจำหนา่ ยมคี วามพงึ พอใจในระดับมากที่สุด
และดา้ นคณุ ภาพของผลิตภณั ฑ์มคี วามพึงพอใจในระดับมากทีส่ ดุ



ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยรวมมีระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด และเมื่อ
พิจารณาเป็นรายข้อแล้ว ผลิตภัณฑ์ดื่มได้ง่ายและดีต่อสุขภาพมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
รองลงมาคือผลิตภัณฑ์มีความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภคมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
ผลติ ภัณฑ์สามารถเก็บไวด้ ่ืมไดน้ านหลายวันมีความพงึ พอใจในระดับมากท่ีสดุ ผลิตภณั ฑ์น้ำกระท้อน
ช่วยในเร่อื งของระบบขับถ่ายมคี วามพงึ พอใจในระดับมากท่ีสดุ และผลิตภัณฑม์ ีรสชาตทิ อี่ ร่อยไม่ฝาด
มีความพงึ พอใจในระดบั มาก

ดา้ นคณุ ภาพของบรรจุภณั ฑ์ โดยรวมมคี วามพึงพอใจในระดับมากท่ีสุด และเมื่อพิจารณา
เปน็ รายข้อแลว้ บรรจุภณั ฑม์ ีความกระทัดรดั พกพาไดง้ ่ายมคี วามพึงพอใจในระดับมากทีส่ ดุ รองลงมา
คือ บรรจุภณั ฑ์สามารถเปิดดืม่ ได้สะดวกต่อผู้บริโภคมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด บรรจุภัณฑ์
สามารถดึงดูดให้ผู้บรโิ ภคตัดสนิ ใจซอื้ ผลิตภณั ฑไ์ ด้เลยมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทีส่ ดุ รปู ลักษณ์ของ
บรรจุภัณฑ์มีความทันสมัยต่อการใช้งานมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด และความพอใจของ
ผบู้ รโิ ภคทีม่ ีต่อบรรจุภัณฑน์ ำ้ กระท้อนมคี วามพึงพอใจในระดับมาก

ด้านการส่งเสริมการจัดจำหน่าย โดยรวมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด และเมื่อ
พิจารณาเป็นรายข้อแล้ว การจัดบริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของผู้บริโภคมีความพึง
พอใจในระดับมากท่ีสดุ รองลงมาคือการรจัดทำการขายผลติ ภัณฑผ์ ่านส่อื ออนไลน์มคี วามพึงพอใจใน
ระดับมากท่ีสุด ราคาของผลิตภัณฑเ์ ป็นราคาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อหรือจับต้องไดม้ ีความพงึ พอใจใน
ระดบั มากทส่ี ุด ผลติ ภณั ฑ์มีเอกลกั ษณท์ ี่ผบู้ รโิ ภคเห็นแลว้ เกิดความสนใจมคี วามพงึ พอใจในระดับมาก
และบรรจุภณั ฑ์สามารถจดจำได้งา่ ยและมรี าคาท่แี สดงอยา่ งชดั เจนมคี วามพึงพอใจในระดับมาก

คำสำคญั ผลกระท้อน เม็ดแมงลกั หญา้ หวาน

กิตติกรรมประกาศ

การศกึ ษา “โครงการนำ้ กระทอ้ นเพอ่ื สขุ ภาพ” ในครัง้ น้ี สามารถสำเรจ็ ลลุ ว่ งอย่างสมบรู ณ์
ด้วยความเมตตา จากอาจารย์นพิ ร จทุ ยั รัตน์ ทปี่ รกึ ษาโครงการผลติ ภัณฑ์ทใ่ี ห้คำปรกึ ษาแนะนำ
แนวทางทีถ่ กู ต้อง และเอาใจใส่ดว้ ยดีตลอดระยะเวลาในการทำผลติ ภัณฑ์ ผู้ศึกษารู้สกึ ซาบซง้ึ เป็น
อยา่ งยง่ิ จงึ ขอกราบขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสูงมา ณ โอกาสน้ี

ขอขอบพระคณุ บิดา มารดา และเพื่อน ๆ ทกุ คนทไ่ี ดใ้ หค้ ำแนะนำช่วยเหลือสนบั สนุน
ผลิตภัณฑ์โครงการมาตลอด โครงการจะสำเรจ็ ลลุ ว่ งไปไมไ่ ด้ หากไม่ได้บุคคลดังกลา่ วในการจดั ทำ
โครงการ

คุณคา่ และประโยชน์ของงานศึกษาน้ี ผู้ศกึ ษาขอมอบเปน็ กตญั ญูกตเวทิตาแก่บพุ การี
บูรพาจารย์ และผมู้ พี ระคุณทา่ นทัง้ ในอดีตและปจั จบุ ัน ที่ไดอ้ บรม สงั่ สอน ชี้แนะแนวทางในการศึกษา
จนทำใหผ้ วู้ ิจยั ประสบความสำเรจ็ ตราบทกุ วนั น้ี

อารยา วังทะพันธ์
ปราชญา วรเจรญิ

สารบญั

หน้า

ใบรบั รองโครงการ................................................................................................................................ง
บทคัดย่อ......................................................................................................................... .....................จ
กิตตกิ รรมประกาศ...............................................................................................................................ช
สารบัญ......................................................................................................................... .......................ฌ
สารบัญตาราง......................................................................................................................... .............ฎ
สารบัญภาพ.........................................................................................................................................ฐ
บทที่ 1 บทนำ...................................................................................................................................1

ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา..............................................................................1
วตั ถุประสงคข์ องโครงการ....................................................................................................2
ขอบเขตของโครงการ...........................................................................................................2
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รบั ...................................................................................................2
นิยามศัพท์............................................................................................................................3
บทท่ี 2 เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจยั ทเี่ กี่ยวข้อง..............................................................................4
จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ า............................................4
ทฤษฎกี ารวเิ คราะห์สถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)......................................5
ทฤษฎีการวเิ คราะห์ผบู้ รโิ ภค (STP Strategy).....................................................................6
ทฤษฎกี ลยทุ ธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps)...........................................................................8
ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)...................................................11
แนวความคดิ การพฒั นาบรรจุภณั ฑ์...................................................................................14
แนวความคดิ ของหลกั การบญั ชีต้นทุน...............................................................................18
แนวคิดในการวัดผลกำไร...................................................................................................20
งานวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้อง............................................................................................................22



สารบญั (ต่อ)

หน้า
บทที่ 3 วิธดี ำเนนิ งาน.....................................................................................................................27

ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง................................................................................................27
เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการศกึ ษา..................................................................................................27
ขั้นตอนในการสรา้ งเคร่ืองมือ.............................................................................................28
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู .......................................................................................................28
การวิเคราะห์ข้อมลู และสถติ ทิ ่ีใช้ในการศกึ ษา....................................................................29
บทท่ี 4 การวิเคราะหข์ อ้ มลู ............................................................................................................31
ข้อมูลท่วั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม.................................................................................32
ข้อมูลความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมาย
ท่ีมีต่อน้ำกระทอ้ นเพ่อื สขุ ภาพ...........................................................................................37
บทที่ 5 สรุปผล อภปิ ราย และข้อเสนอแนะ...................................................................................41
สรุปผลการศกึ ษา...............................................................................................................41
การอภปิ รายผล.................................................................................................................43
ข้อเสนอแนะ......................................................................................................................45
บรรณานกุ รม......................................................................................................................................46
ภาคผนวก...................................................................................................... .....................................47
ภาคผนวก ก แบบอนุมตั โิ ครงการ แบบเสนอโครงการ.....................................................48
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม..............................................................................................56
ภาคผนวก ค งบประมาณค่าใชจ้ า่ ย..................................................................................61
ภาคผนวก ง เอกสารประกอบ (ภาพถา่ ย).......................................................................63
ภาคผนวก จ ประวัติผู้จดั ทำ.............................................................................................73

สารบญั ตาราง

หนา้

ตารางที่ 1 เพศ................................................................................................................................32
ตารางท่ี 2 อาย.ุ ...............................................................................................................................32
ตารางท่ี 3 อาชพี .............................................................................................................................33
ตารางที่ 4 ชน้ั ปีทกี่ ำลงั ศึกษา..........................................................................................................33
ตารางท่ี 5 แผนกวิชา......................................................................................................................34
ตารางที่ 6 ระดบั การศึกษา.............................................................................................................36
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลยี่ และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

ความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายทมี่ ตี อ่ น้ำกระทอ้ นเพอื่ สขุ ภาพ...................................37
ตารางท่ี 8 ดา้ นคุณภาพของผลติ ภัณฑ์...........................................................................................38
ตารางที่ 9 ด้านคุณภาพของบรรจภุ ณั ฑ์.........................................................................................39
ตารางท่ี 10 ดา้ นการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ย...................................................................................40

สารบญั ภาพ

หนา้

ภาพท่ี 1 อุปกรณ์และวตั ถุดิบ กระท้อน.........................................................................................64
ภาพท่ี 2 อปุ กรณ์และวตั ถุดบิ เมด็ แมงลกั ......................................................................................64
ภาพท่ี 3 อปุ กรณ์และวตั ถุดิบ นำ้ ตาลหญ้าหวาน...........................................................................65
ภาพท่ี 4 อุปกรณ์และวตั ถดุ ิบ มดี ปอกผลไม้.................................................................................65
ภาพท่ี 5 อปุ กรณแ์ ละวตั ถดุ บิ หม้อ / กระทะ...............................................................................66
ภาพที่ 6 อุปกรณแ์ ละวัตถดุ ิบ ขวด................................................................................................66
ภาพที่ 7 ข้ันตอนดำเนนิ การผลติ ปอกเปลอื กกระทอ้ น.................................................................67
ภาพที่ 8 ขนั้ ตอนดำเนินการผลติ นำกระท้อนท่ปี อกเปลอื ก

แล้วมาแช่นำ้ เกลอื เพือ่ ให้ทอ้ นหายฝาด...........................................................................67
ภาพที่ 9 ขั้นตอนดำเนินการผลติ นำเม็ดกระทอ้ นออกจากเนื้อ.....................................................68
ภาพท่ี 10 ขั้นตอนดำเนนิ การผลิต นำกระท้อนทเ่ี อาเมด็ ออกแลว้ มาต้มน้ำ.....................................68
ภาพที่ 11 ขน้ั ตอนดำเนนิ การผลิต หลงั จากตม้ กระทอ้ นไดส้ ักพัก

แลว้ ใสน่ ำ้ ตาลหญ้าหวานลงไป.......................................................................................69
ภาพท่ี 12 ขน้ั ตอนดำเนินการผลิต นำ้ กระทอ้ นมาบรรจลุ งขวด......................................................69
ภาพท่ี 13 ขั้นตอนเตรยี มการ ออกแบบโลโก้..................................................................................70
ภาพที่ 14 ข้นั ตอนเตรียมการ จดั บธู นำเสนอโครงการ....................................................................70
ภาพท่ี 15 ขั้นตอนเสรจ็ สน้ิ นำเสนองาน..........................................................................................71
ภาพท่ี 16 ขนั้ ตอนเสร็จส้นิ กลมุ่ ประชากรตวั อยา่ งทำแบบสอบถามความพงึ พอใจ.........................71
ภาพท่ี 17 ขั้นตอนเสร็จสน้ิ กลมุ่ ประชากรตวั อยา่ งทำแบบสอบถามความพงึ พอใจ.........................72
ภาพที่ 18 ขั้นตอนเสรจ็ ส้นิ กลมุ่ ประชากรตวั อยา่ งทำแบบสอบถามความพงึ พอใจ.........................72

บทที่ 1

บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา

กระท้อน เป็นไม้ผลเขตร้อนยืนต้นในวงศก์ ระท้อน (Meliaceae) ที่มีถิ่นกำเนดิ อยู่ในบรเิ วณ
เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ผลกระท้อนมสี สี ะดดุ ตา เปน็ ตน้ ไมท้ ่ีทนแล้งไดด้ ีกระท้อนเป็นไม้ยืนต้น มีผล
อ่อนสีเขยี วมนี ้ำยางสีขาว เมือ่ ผลแก่เปลือกผลจะเปลย่ี นเปน็ สเี หลอื งและมีนำ้ ยางน้อยลง รปู กลมแปน้
ผิวมขี นแบบกำมะหย่อี อ่ นนุ่ม ภายในผลจะมีเมล็ด 3-5 เมลด็ และมีปุยสีขาวหุ้มอยู่ ปุยที่รับประทาน
ได้นี้พัฒนามาจากเปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่งลักษณะของปยุ และรสชาตจิ ะแตกต่างกันออกไปในแตล่ ะพันธุ์
เมล็ดรูปรี มีเปลือกเหนียวห่อหุ้ม กระท้อนสมารถนำไปใช้ทำอาหารคาวหวานได้หลายชนิดและ
ทางด้านสมุนไพร กระท้อนก็มีสรรพคุณทางยาหลายประการ เช่น ใบสด ใช้ขับเหงื่อ ต้มอาบแก้ไข้
เปลือกตน้ ตม้ น้ำด่ืมแก้ท้องเสีย รักษาโรคผวิ หนัง กลากเกล้อื น ราก เปน็ ยาขับลม แก้ทอ้ งเสีย บดิ เป็น
ยาธาตุ หลายสว่ นของกระทอ้ นมฤี ทธ์แิ ก้อักเสบและสารสกดั จากกง่ิ กระทอ้ นบางชนดิ มผี ลยับยั้งมะเรง็
ในหลอดทดลอง สารสกัดจากเมล็ดกระท้อนมฤี ทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง ด้วยสรรพคุณที่กล่าวมาข้างตน้
กระท้อนถือเปน็ ผลไมท้ ี่มีคุณประโยชนห์ ลายประการสามารถท่ีจะนำไปใช้ประโยชนไ์ ดท้ กุ ส่วน

ในขณะเดียวกันน้นั กระแสความนิยมในด้านการทำเคร่อื งด่ืมไดร้ ับความนยิ มสูงมากข้ึน เช่น
นำ้ ผลไม้ นำ้ อัดลมหลากสี น้ำชาจนี ชาเขยี ว ท้ังแต่งแตม้ รสชาติ กล่ินและสีใหแ้ ปลกใหม่ ซ่ึงหาซ้ือได้
ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ และเด็กมักสนุกท่ีจะเลือกหยิบได้ตามความต้องการ ขณะที่อิทธิพลจาก
โฆษณามีผลกระต้นุ ใหเ้ ด็กอยากรู้ อยากลองชิมมากขนึ้ ซง่ึ อาจติดใจจนกลายเปน็ เคร่อื งดมื่ แทนนำ้ เปลา่
ทำใหเ้ ด็กเริม่ ตดิ รสหวาน และกนิ บอ่ ยเป็นประจำจนกลายเปน็ เด็กอ้วนได้งา่ ย พ่อ แม่ หรือผ้ปู กครอง
คงไม่สามารถปิดกั้นไม่ให้เด็กเลือกดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ได้ แต่สามารถแนะนำให้เลือกสรรสิ่งที่มี
ประโยชน์ และมคี ุณคา่ ทางสารอาหารที่เหมาะสมกับเดก็ ดังน้นั เครอ่ื งด่มื ทส่ี ามารถทำได้งา่ ย ราคา
ไม่แพงสามารถนำพชื ผกั ผลดอกต่าง ๆ ที่มีอยู่แถวบ้านนำมาทำเป็นเครื่องดื่มมันยังมีประโยชนด์ ีต่อ
สุขภาพร่างกายเราเองไมม่ ีสารเคมปี นเปอ้ื น ปลอดภยั และสะอาดและเก็บไว้ได้นานกว่าเคร่ืองดื่มที่มี
สารสผี สมอาหารผสมอยู่เป็นส่ิงทน่ี า่ สนใจ เดมิ กระท้อนนั้นเปน็ ผลไม้ทป่ี ลูกง่ายมีตน้ อยใู่ กล้บ้านอยู่ซ่ึง
ปกติจะร่วงและเน่าเสียไม่ได้นำมารับประทานหรือใช้ประโยชน์ คณะผู้จัดทำจึงคิดว่ากระท้อนเปน็
ผลไมท้ ่นี ่านำมาทำ

2

เปน็ เครอื่ งด่ืมเพราะกระท้อนนั้นมีวิตามินเอ มีวิตามนิ ซี มธี าตแุ คลเซยี ม มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มี
วิตามนิ บ1ี มีโปรตีน มีธาตเุ หล็ก มแี มกนเี ซียม มคี ารโ์ บไฮเดรต มเี สน้ ใย มีพลังงาน มไี ขมัน มีโซเดียม
มีฟอสฟอรัส มีแคโรทีน มีโพแทสเซียม แก้ไข้ ช่วยขับเหงื่อ ช่วยแก้ปัสสาวะเล็ด แก้บิด แก้ท้องเสยี
ช่วยขับลม ช่วยดับพิษร้อน ช่วยย่อยอาหาร ช่วยสมานแผล ช่วยลดอาการอักเสบแผลในปาก ช่วย
ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรงุ ร่างกาย มีสารตา้ นอนุมลู อสิ ระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยเจรญิ
อาหาร ช่วยกล้ามเน้ือผ่อนคลายนอกจากตัวนำ้ กระท้อนแลว้ ยงั ใส่เม็ดแมงลักซึ่งสามารถชว่ ยในเรือ่ ง
ของการขับถา่ ยหรือช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักและหญ้าหวานท่ีจะใส่แทนน้ำตาลซึง่ จะเปน็
อีกหนึ่งทางเลอื กให้แก่ผู้ทีอ่ ยากจะลดน้ำหนกั หรอื มีปัญหาในดา้ นการขับถ่าย การเลือกเครือ่ งด่มื น้ัน
ถือว่ามีความสำคัญและมีความจำเป็นเพราะจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของผู้บริโภคในยุคปัจจุบนั

จากข้อมูลข้างตน้ คณะผจู้ ดั ทำสนใจที่จะนำกระทอ้ นไปทำเปน็ ผลิตภัณฑ์นำ้ ผลไม้เพอ่ื สขุ ภาพ
เพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลิตภณั ฑท์ ต่ี รงตามความตอ้ งการของผู้บริโภค และเปน็ การแปรรปู ผลไม้ท่ีปกติจะร่วงและ
เน่าเสยี ไมไ่ ดเ้ กิดประโยชนด์ ั่งกลา่ วให้กลายเป็นผลิตภัณฑน์ ำ้ ท่ีดตี อ่ สขุ ภาพท่สี ามารถสรา้ งรายไดข้ ้ึนได้
วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา

1. เพอ่ื พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ของนำ้ กระทอ้ นเพอ่ื สุขภาพ
2. เพ่ือพฒั นาบรรจุภณั ฑข์ องนำ้ กระทอ้ นเพ่ือสุขภาพ
3. เพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทีม่ ีต่อผลติ ภัณฑ์และบรรจุภณั ฑ์ของน้ำ
กระทอ้ นเพื่อสุขภาพ
ขอบเขตของการศกึ ษา
1. กลุ่มเป้าหมายและกลุม่ ตัวอยา่ งที่ใช้ในการศกึ ษาครัง้ นี้ ได้แก่ นักเรียนนกั ศึกษา คร/ู อาจารย์
และบุคลากรทางการศึกษา วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี จำนวน 30 คน
2. ดา้ นเน้อื หา ได้แก่ ศึกษาความพึงพอใจของประขากรและกลุ่มตัวอยา่ งท่ีมตี อ่ ผลติ ภัณฑ์
3. ด้านระยะเวลาท่ใี ช้ในการศกึ ษา ตง้ั แต่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ตลุ าคม 2563
ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะได้รบั
1. ได้ผลิตภณั ฑ์ของน้ำกระทอ้ นเพอื่ สขุ ภาพ
2. ไดบ้ รรจภุ ณั ฑข์ องน้ำกระทอ้ นเพอื่ สขุ ภาพ
3. ไดท้ ราบความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายทมี่ ีตอ่ ผลิตภณั ฑแ์ ละบรรจุภัณฑ์ของนำ้ กระทอ้ น
เพ่อื สขุ ภาพ

3

นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
1. ผลกระทอ้ น หมายถึง ผล ผลอ่อนสเี ขียวมีน้ำยางสขี าว เม่อื ผลแก่เปลอื กผลจะเปลยี่ นเปน็

สีเหลืองและมีน้ำยางน้อยลง รูปกลมแป้น ผิวมีขนแบบกำมะหยี่อ่อนนุ่ม ภายในผลจะมีเมล็ด 3-5
เมล็ด และมีปุยสขี าวหุ้มอยู่ ปุยที่รับประทานได้นี้พัฒนามาจากเปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่งลักษณะ ของปุย
และรสชาติจะแตกตา่ งกันออกไปในแตล่ ะพนั ธ์ุ เมลด็ รปู รี มีปลอกเหนียวหอ่ หุ้ม

2. เมด็ แมงลัก หมายถึง สมนุ ไพร มีลักษณะยาว สีดำ เม่อื นำไปแช่นำ้ จะสามารถพองตัวได้
ถงึ 45 เทา่ และมเี มือกห่อหุ้ม มปี ระโยชน์ตอ่ รา่ งกาย เชน่ ชว่ ยในเร่ืองของระบบขบั ถ่าย

3. หญ้าหวาน หมายถงึ พืชสมนุ ไพรทางเลือกใหม่สำหรับใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาล
และกำลังเปน็ ท่ีนยิ มในหมคู่ นรกั สุขภาพ เพราะเช่อื ว่า เมื่อรบั ประทานแลว้ ไม่ก่อให้เกดิ ผลกระทบต่อ
รา่ งกาย ท้งั ยังให้รสชาตหิ วานเหมือนกนั

บทที่ 2

เอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ัยท่ีเกย่ี วขอ้ ง
การดำเนนิ การโครงการน้ำกระท้อนเพ่ือสขุ ภาพ ณ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชลบุรี 388 บา้ น
สวน-สุขุมวทิ 5 ต.บางทราย อ.เมอื ง จ.ชลบรุ ี 20000 ระหว่างวนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ถงึ 30 ตุลาคม
2563 ผู้ดำเนนิ โครงการได้รวบรวม เอกสาร ทฤษฎแี ละงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มหี วั ข้อต่อไปนี้
1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคำอธิบายรายวิชา
2. ทฤษฎีการวิเคราะห์สถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)
3. ทฤษฎกี ารวเิ คราะหผ์ บู้ รโิ ภค (STP Strategy)
4. ทฤษฎีกลยทุ ธก์ ารตลาด (4Ps) และ (8Ps)
5. ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวความคดิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์
7. แนวความคิดของหลกั การบญั ชตี ้นทนุ
8. แนวคดิ ในการวดั ผลกำไร
9. งานวิจัยทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคำอธิบายรายวชิ า
1.1 จดุ ประสงคร์ ายวชิ า
1.1.1 เขา้ ใจหลักการและกระบวนการวางแผนจดั ทำโครงการสร้างและหรือพฒั นางาน
1.1.2 ประมวลความรู้และทกั ษะในการสรา้ งและหรือพฒั นางานในสาขาวิชาชีพ ตาม
กระบวนการ วางแผน ดำเนนิ งาน แกป้ ัญหา ประเมนิ ผล ทำรายงานและนำเสนอผลงาน
1.1.3 มเี จตคติและกจิ นสิ ยั ในการทำงานดว้ ยความรับผิดชอบ มวี ินัย คุณธรรม จริยธรรม
ความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์และสามารถทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่นื
1.2 สมรรถนะรายวิชา
1.2.1 แสดงความรเู้ กย่ี วกบั การจดั ทำโครงการและการนำเสนอผลงาน
1.2.2 ดำเนนิ การจดั ทำโครงการ
1.2.3 รายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน

5

1.3 คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัตเิ กีย่ วกบั หลักการจดั ทำโครงการ การวางแผน การดำเนินงาน การแก้ไข

ปญั หา การประเมนิ ผล การจดั ทำรายงานและการนำเสนอผลงาน โดยปฏิบัตจิ ัดทำโครงสรา้ งและหรอื
พัฒนางานที่ใช้ความรู้และทักษะในระดับฝีมือสอดคล้องกับสาขาวิชาชีพที่ศึกษา ดำเนินการเป็น
รายบคุ คลหรือกลมุ่ ตามลกั ษณะของงานใหเ้ สรจ็ ในระยะทีก่ ำหนด
2. ทฤษฎกี ารวิเคราะห์สถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)

2.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน สภาพแวดล้อมภายในประกอบด้วย ปัจจยั ทอี่ ยู่ภายใน
องค์กร ได้แก่ โครงสร้างวัฒนธรรม และทรัพยากรขององค์กร โครงสร้างจะแสดงให้เห็นถึงการ
รวมกลุ่มงาน ความสัมพันธ์ทางอำนาจหน้าท่ี การไหลเวียนของงาน การติดต่อสื่อสารภายใน ซึ่ง
วัฒนธรรมองค์กร (CORPORATE CULTURE) จะหมายถึงความเชื่อ ความคาดหวัง และค่านิยม
ร่วมกัน โดยทั่วไปจะปรากฏขึ้นมาเป็นบรรทัดฐานที่ระบุถึงพฤติกรรมที่ยอมรับกันของบุคคลตั้งแต่
ผ้บู ริหารลงมาจนถงึ พนกั งานระดับลา่ งสุด สว่ นทรพั ยากรขององค์การ (CORPORATE RESOURCES)
จะหมายถงึ ทรัพย์สินทุกอย่างภายในองค์การ ได้แก่ คน เงินทุน วัตถุดิบ เทคโนโลยีและทักษะเปน็
ต้น ซ่ึงการวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มภายในประกอบด้วย

จุดแข็ง (STRENGTHS) หมายถึง การดำเนินงานภายในองค์การที่ต้องวิเคราะห์การ
ดำเนินงานภายใน เชน่ การบริหารการเงนิ การตลาด การวจิ ยั และพฒั นาเพอ่ื การพจิ ารณาถึงจุดแข็ง
ของการดำเนนิ งานภายในเหล่านี้เป็นระยะและใชป้ ระโยชนจ์ ากจุดแข็งของการดำเนินงานเหล่านี้อยู่
เสมอ

จุดอ่อน (WEAKNESS) หมายถึง การดำเนินงานภายในองค์กรที่ไม่สามารถกระทำได้ดี เช่น
การบริหาร การเงิน การตลาด การวจิ ัยและพฒั นา จะเป็นอปุ สรรคตอ่ ความสำเร็จ

2.2 การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอก สภาพแวดล้อมภายนอกประกอบด้วยปจั จยั ที่อยู่
ภายนอกและไมไ่ ด้อยูภ่ ายใตก้ ารควบคุมระยะส้ันของผ้บู ริหารระดบั สงู ซ่งึ สภาพแวดลอ้ มภายนอกจะ
มีอยสู่ องส่วนคอื สภาพแวดล้อมการดำเนนิ งานและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป สภาพแวดลอ้ มการ
ดำเนินงาน (TASK ENVIRONMENT) จะประกอบด้วย ปัจจยั ที่กระทบและถูกกระทบโดยตรงตอ่ การ
ดำเนนิ งาน ปจั จัยเหลา่ นไี้ ดแ้ ก่ ผมู้ สี ่วนได้เสยี รัฐบาล ผจู้ ำหนา่ ยวตั ถุดบิ ชุมชน คแู่ ขง่ ขนั และกลุม่
ผลประโยชน์ ซ่งึ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกประกอบดว้ ย ทฤษฎกี ารวเิ คราะหผ์ ู้บรโิ ภค
(STP Strategy)

6

โอกาส (Opportunities) หมายถึง สภาพแวดลอ้ มภายนอกทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อการ
ดำเนนิ งานขององค์การ ซง่ึ ต้องคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอ้ มภายนอก เช่น เศรษฐกจิ
สงั คม การเมอื ง เทคโนโลยี และการแขง่ ขนั เพอ่ื การแสวงหาประโยชนจ์ ากการเปลีย่ นแปลงของ
สภาพแวดล้อมเหลา่ นี้ เชน่ การพฒั นาของคอมพิวเตอร์ การเปลีย่ นแปลงของประชากร และการ
เปลย่ี นแปลงคา่ นยิ มและทศั นคติ และการแขง่ ขนั จากตา่ งประเทศ ซึ่งการเปลยี่ นแปลงเหล่านอี้ าจจะ
ทำให้ความตอ้ งการของลูกค้าเปลยี่ นแปลงไป

อปุ สรรค (THREATS) หมายถงึ สภาพแวดลอ้ มภายนอกทค่ี กุ คามต่อการดำเนนิ งานของ
องคก์ าร สภาพแวดล้อมเหล่าน้ไี ด้แก่ เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยีและการแข่งขนั
3. ทฤษฎีการวิเคราะหผ์ บู้ รโิ ภค (STP Strategy)

การวเิ คราะห์ STP เครอ่ื งมอื ในการวิเคราะหล์ ูกคา้ กลยุทธ์ STP ซงึ่ จะประกอบไปดว้ ยขน้ั ตอน
สำคัญ 3 ข้ันตอน ดังน้ี การแบง่ สว่ นตลาด (Market segmentation)/การเลอื กตลาดเป้าหมาย
(Target market selection)/การกำหนดตำแหนง่ ของผลิตภณั ฑ์ (Product position) ซงึ่
กระบวนการทง้ั 3 นี้มาวเิ คราะหล์ กู ค้าเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการ กระบวนการวิเคราะห์ตลาดของ
ผลติ ภณั ฑ์ Market segmentation เกณฑใ์ นการแบง่ สว่ นการตลาดแบง่ ออกเป็น 2 ส่วนใหญๆ่

3.1 ตลาดผ้บู รโิ ภค - มเี กณฑใ์ นการแบง่ ออกได้อกี 4 เกณฑ์
3.1.1 การแบง่ ส่วนการตลาดตามลักษณะภมู ศิ าสตร์ (Geographic segmentation)
3.1.2 การแบ่งส่วนการตลาดตามลักษณะประชากรศาสตร์ (Demographic

segmentation)
3.1.3 การแบง่ ส่วนตลาดตามหลกั จิตวทิ ยา (Psychographic segmentation)
3.1.4 การแบ่งสว่ นตลาดตามพฤติกรรม (Behavioristic segmentation)

3.2 ตลาดอตุ สาหกรรม – มเี กณฑใ์ นการแบง่ ออกได้อีก 3 เกณฑ์
3.2.1 ทำเลทตี่ ั้ง (Customer location)
3.2.2 ประเภทของลกู ค้า (Type of customer)
3.2.3 สภาพการซอ้ื ขาย (Transaction condition) Target market selection

3.3 กลยุทธต์ ลาดรวม (Market aggregation strategy)
3.4 กลยทุ ธ์ตลาดหลายส่วน(Multiple segment strategy)
3.5 กลยุทธ์เฉพาะตลาดสว่ นเดียว(Single segment strategy)

7

3.6 ใครอยู่ในตลาดเป้าหมาย (Who is in the target market?)
ลูกค้าเปา้ หมายของผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำลกั ส์ มีคุณสมบัติดงั นี้
3.6.1 เปน็ ผมู้ รี ายได้ปานกลางอยู่ในชัน้ สงั คมปานกลาง
3.6.2 กลุ่มผหู้ ญิงทดี่ แู ลสขุ ภาพผิวกาย
การทราบถงึ ลกั ษณะกลุม่ เป้าหมายจะช่วยใหบ้ ริษทั กำหนดกลยทุ ธด์ า้ นผลติ ภัณฑ์ (Product

Stratgies) และกลยทุ ธส์ ่งเสริมการตลาด(Promotion Strategies) ได้เหมาะสม
3.7 ผบู้ รโิ ภคซ้ืออะไร (What does the Conuner buy?) ผบู้ ริโภคซอื้ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ

ลกั ส์ตอ้ งการสงิ่ ตอ่ ไปน้ี
3.7.1 ความสะอาดของร่างกาย
3.7.2 สรา้ งความม่ันใจในตัวเอง
3.7.3 ใหผ้ ิวนุ่มชุ่มช้นื นา่ สมั ผสั
จากการทราบว่าผ้บู ริโภคซ้อื อะไร (ตอ้ งการอะไร) จากการซอื้ ผลติ ภัณฑบ์ รษิ ทั จะนำไปใช้

กำหนดกลยุทธด์ ้านผลิตภณั ฑ์ (Product Strategies) รปู ลักษณผ์ ลิตภัณฑ์ (Tangible
Product) ผลิตภณั ฑเ์ สริม (Augmented Product) ผลติ ภณั ฑท์ ่คี าดหวัง (Expected
Product) และศักยภาพผลติ ภัณฑ์ (Potentia Product) และการกำหนดกลยทุ ธก์ าร
โฆษณา (Advertising Strategies) การสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา (Creative Strategies) โดยชจี้ ุด
ขาย (Unique Selling Paint – USP) ทคี่ าดวา่ จะสามารถสนองความตอ้ งการของลูกคา้ ได้

3.8 ทำไมผบู้ รโิ ภคจึงซือ้ (Why does the Consumer buy?) ผบู้ ริโภคซอ้ื ด้วยเหตจุ ูงใจสองด้าน
คอื ด้านเหตุผล และดา้ นจติ วิทยา โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้

3.8.1 เหตุจงู ใจในการซื้อดา้ นเหตผุ ล ประกอบดว้ ย ด้านความสะอาดของรา่ งกาย คุณภาพ
ท่ีเหนอื กว่าคแู่ ข่งขนั

3.8.2 เหตุจงู ใจในการซื้อด้านจิตวิทยา ประกอบดว้ ย
3.8.2.1 ผบู้ รโิ ภคซ้อื เพราะ ต้องการความสะอาดของร่างกายและคณุ ภาพทเ่ี หนือกวา่

คแู่ ข่งขัน รูปลกั ษณ์ของทรงบรรจภุ ณั ฑ์
3.8.2.2 ตราสินคา้ ยนู ลิ เี วอร์ ผลิตภัณฑค์ รมี อาบน้ำลกั ส์ ทมี่ ชี ่ือเสียงเปน็ ทร่ี ู้จกั ของ

ผบู้ รโิ ภค

8

3.8.2.3 ให้ความรสู้ ึกถงึ ความสะอาดของร่างกาย
3.9 ใครมีส่วนรว่ มในการซื้อ (Who participates?) ผู้ท่มี สี ว่ นร่วมในการซอ้ื คอื

3.9.1 ผ้มู อี ทิ ธพิ ล (Influencer) ประกอบดว้ ย กลมุ่ ปฐมภมู ิ ได้แก่ เพอ่ื น กลมุ่ ทุติยภมู ิ เช่น
พรเี ซ็นเตอร์ นกั แสดงท่มี อี ทิ ธิพลตอ่ การซ้อื (Presenter)

3.9.2 การตัดสินใจซ้อื (Decider) ผู้ใชผ้ ลติ ภัณฑค์ รมี อาบนำ้ ลักสจ์ ะเปน็ ผู้ตัดสินใจในการ
ซ้ือ

3.10 ผ้บู ริโภคตัดสนิ ใจซือ้ อย่างไร (How does the Consumer buy?)
ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเริ่มตั้งแต่การรบั รู้ถึงความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์ตัว

ใหม่กลน่ิ ใหม่ การเกดิ การรับรใู้ นตราสินค้าและเกิดทัศนคติทด่ี ีตอ่ ตราสินคา้ จึงทำให้เกิดการตัดสินใจ
ซื้อครีมอาบน้ำลักส์ในที่สุด ซึ่งคำตอบนี้จะนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด

3.11 ผู้บริโภคซื้อที่ไหน (Where does the Consumer buy?) ผู้บริโภคจะซื้อครีมอาบน้ำก็
ตอ่ เมอื่

3.11.1 ท่ีใชอ้ ยหู่ มดหรือมีปัญหากับกลน่ิ เดิม ๆ คิดอยากทดลองใชก้ ลนิ่ ใหม่ ๆ
3.11.2 มกี ลนิ่ ใหม่ออกมาใหท้ ดลองใช้
3.12 ผู้บริโภคซื้ออย่างไร (How does the Consumer buy?) ผู้บริโภคจะซื้อผลติ ภัณฑ์ครีม
อาบน้ำจากตัวแทนรา้ น รา้ ยขายของชำต่าง ๆ หา้ งสรรพสนิ ค้าซงึ่ คำตอบข้อนีจ้ ะนำไปกำหนดกลยุทธ์
ชอ่ งทางการจดั จำหน่าย (Place strategies)
4. ทฤษฎกี ลยทุ ธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps)
4P หรือ Marketing Mix สามารถเรียกเป็นภาษาไทยได้ว่า ส่วนผสมทางการตลาด เป็นทฤษฎี
หน่งึ ทน่ี ิยมใชใ้ นการวางแผนการตลาด โดยแบง่ ออกเปน็ 4 สว่ นหลักๆ ไดแ้ ก่ Product, Price, Place
และ Promotion เราต้องวางแผนใหแ้ ต่ละสว่ นมคี วามสอดคล้องและไปในทศิ ทางเดยี วกัน ครัง้ แรกที่
คิดออกมาอาจจะไม่สมบรู ณแ์ บบ เรากส็ ามารถปรับไปเรื่อยๆ
หลักการตลาด 4P หรือ ส่วนผสมทางการตลาดนั้น (Marketing Mix) มีส่วนประกอบด้วยกัน
ทง้ั หมด 4 อย่างไดแ้ ก่
4.1 ผลติ ภัณฑ(์ Product) ธรุ กจิ มอี งค์ประกอบหลกั ซงึ่ เปน็ ปัจจัยสำคญั อยา่ งแรก คือ ผลิตภัณฑ์
สินคา้ (Goods) หรอื บรกิ าร (Service) สำหรับในส่วนสนิ ค้าน้ันแบ่งออกเป็น สนิ คา้ ประเภทจบั ตอ้ งได้
และสินค้าประเภทจับต้องไม่ได้ สำหรับการบริการนั้นแบ่งออกเป็น บริการแบบมสี ่วนร่วม และการ

9

บริการแบบไม่มีส่วนร่วม ดังนั้นสินค้า และบริการจึงนับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
อยา่ งแทจ้ รงิ โดยตอ้ งมีคุณลกั ษณะสำคญั คอื คุณภาพ (Quality) สำหรับในส่วนของคุณภาพน้ันยังมี
ความหมายรวมถึง ด้านความเหมาะสมในการใช้งาน คุณภาพการออกแบบ และคุณภาพตาม
มาตรฐานท่กี ำหนดไว้อีกดว้ ย นอกจากน้นั คุณภาพยงั เปน็ ตวั บง่ ชสี้ ำคญั ถึงภาพลักษณ์ของธุรกิจเราอีก
ดว้ ย

4.2 ราคา (Price) การกำหนดราคานับว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการดำเนินธรุ กิจ
โดยมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของตัวธุรกิจ ประเภทของสินค้าที่ต้องการจำหน่าย
ค่าใช้จา่ ยต่าง ๆ ส่งิ แวดล้อมทางการตลาด กฎหมาย ความเปล่ียนแปลกของราคาวัตถดุ บิ หรอื แม้แต่
ระบบการจัดจำหน่าย ต้นทุนการผลิต และการส่งเสริมการขาย เป็นต้น สำหรับธุรกจิ ขนาดเล็กน้ัน
การกำหนดราคาขายของสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากราคานั้น เป็นสิ่งที่ใช้วัดค่า และ
ประโยชน์ของตัวสินค้า และยังเป็นตัวกำหนดว่าเราจะสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยูอ่ ย่างจำกัดไปใน
ทิศทางใด จะสามารถขายสินค้าอย่างไร จำนวนเท่าไหร่ ราคาขายจะเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญ ของ
ความสามารถในการทำกำไรของธรุ กิจนน้ั ทง้ั นีเ้ นือ่ งจากกำไรนนั้ คำนวณจาก รายรับหกั ลบด้วยตน้ ทนุ
และรายรับได้จากปริมานจำนวนที่ขายคุณด้วยราคาต่อหน่วย อีกหนึ่งกลยุทธ์การขายสินค้าที่นิยม
นำมาใชก้ ัน อยา่ งแพร่หลาย ไดแ้ ก่ การให้ส่วนลด (Discount) การขายเชอ่ื (Credit) และการฝากขาย
(Consignment) และยงั มกี ารใชน้ โยบายการตงั้ ราคามาใช้อกี ด้วย

4.3 นโยบายการต้ังราคาแบ่งออกเป็น
4.3.1 นโยบายราคาเพียงราคาเดียว (One Price Policy) เป็นการเสนอขายสินค้า หรือ

บริการในราคามาตรฐานเดยี วกัน ไมว่ ่าจะซื้อมากหรอื น้อยกต็ าม เชน่ ราคาน้ำมนั คา่ ขนสง่ สินค้า คำ
ตามน้ำหนัก หรือธรุ กจิ ขายสนิ ค้าราคาเดียวทง้ั รา้ น (ทกุ อยา่ ง 20 บาท)

4.3.2 นโยบายราคาที่แตกต่างกัน (Variable Price Policy) มีเหตุมากจากความแตกตา่ ง
ในดา้ นคุณลกั ษณะเฉพาะของสนิ ค้าหรือตวั บรกิ าร และการเจรจาต่อรองของลกู คา้ นัน่ จึงเป็นเหตุใหม้ ี
การตน้ ราคาขายแตกตา่ งกัน เชน่ สินคา้ ทีม่ คี ุณภาพดกี วา่ จะมีราคาทส่ี ูงกวา่ สินค้าทค่ี ุณภาพรองลงมา
เชน่ ราคาตัว๋ ชมภาพยนตรท์ ีน่ ง่ั ธรรมดากับทน่ี ่ังพิเศษเส้อื ผา้ แบรนด์ดงั กบั เสอ้ื ผ้าไมม่ ีแบรนด์

4.3.3 นโยบายกำหนดราคาขายแบบแพ็กเกจ ( Multiple Unit Package Pricing
Policy) เป็นการกำหนดราคาขายโดยเปรียบเทียบความแตกต่างในด้านปริมาณสินค้าท่ีซื้อ อธิบาย
ง่ายๆ คือถ้าซื้อในจำนวนมากราคาจะถูกกว่าซื้อในจำนวนน้อย เช่น เครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรปู

10

สินค้าประเภทอปุ โภคบริโภค
4.3.4 นโยบายกำหนดราคาตามสายราคา (Price Lining-Policy) เป็นรปู แบบการกำหนด

ราคาสินคา้ แบบต่อเนื่องตามขนาด และปรมิ านของส้ินค้า โดยแบ่งตามขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก ทั้งน้ี
เพ่อื ความสะดวกแก้พนกั งานขาย และตวั ลูกคา้ เอง เชน่ นำยาบว้ นปาก ยาสฟี นั

4.3.5 นโยบายกำหนดราคาเชิงจิตวทิ ยา (Psychological-Pricing Policy) ธุรกจิ อาจจะใช้
วิธีการกำหนดราคาให้น่าสนใจ โดยอาศัยหลักจิตวิทยาซึ่งเชื่อว่ามีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการซือ้
สินค้าของลูกค้า หรือผู้บริโภค เช่น สินค้าทีม่ รี าคาลงทา้ ยเหมอื นกัน 59, 89, 99 หรือสินคา้ ที่มีป้าย
กำกบั เช่นสินค้าขายดี

4.3.6 นโยบายกำหนดราคาจามจำนวน (Unit Pricing-Policy) เป็นรปู แบบการต้นราคาให้
แตกต่าง โดยอา้ งองิ จากน้ำหนกั ของสินค้าต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ เชน่ ซ้ือสนิ ค้าท่ีมนี ำ้ หนักท่ีแตกต่างกัน
100,50 และ 30 กรัม ตวั สนิ คา้ จะมรี าคาไม่เทา่ กัน

4.4 ช่องทางการจดั จำหน่าย (Place) การนำสินค้าไปให้ถึงมือของลกู ค้า โดยยึดหลักความมี
ประสิทธิภาพ ความถกู ตอ้ ง ความปลอดภัย และความรวดเรว็ วธิ ขี ายหรือกระจายสินค้าทสี่ ามารถทำ
ให้เกิดผลกำไรมากที่สุด ต้องกระจายสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด หากเป็นสินค้าที่ขายไป
หลายๆ แหง่ วิธีการขาย หรือการกระจายสนิ คา้ นน้ั จะมีความสำคญั มาก โดยหลกั การของการเลอื กวิธี
กระจายสินค้านั้นไม่ใช่ขายให้มากสถานที่ ที่สุดจะดีเสมอ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า สินค้าของท่านคอื
อะไร และกลมุ่ เป้าหมายทา่ นคอื ใคร

4.5 การส่งเสริมการขาย (Promotion) ความสำเร็จทางด้านธุรกิจ คือ การขายสินค้า หรือ
บรกิ ารให้ไดม้ ากท่สี ดุ แต่มกั จะปญั หาวา่ ต้องทำอยา่ งไร การสง่ เสรมิ การขาย จงึ มบี ทบาทสำคัญทีช่ ว่ ย
ให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น กิจกรรมดังกล่าวประสบความสำเร็จ และมีประสิทธภิ าพ เมื่อธุรกิจทราบวา่
ลกู คา้ ตอ้ งการอะไร มรี สนยิ มแบบไหน เพอื่ ทจี่ ะสามารถสรา้ งโปรโมชัน่ ที่ตอบสนองความตอ้ งการของ
ลกู ค้าได้โดยตรง แตก่ ารสง่ เสรมิ การขายนั้นมคี วามสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดกับงบประมาณ ด้านค่าใชจ้ ่ายอย่าง
มาก และควรจะต้องพยายามให้ได้ผลลพั ธ์กลับคืนอย่างคุ้มค่าทีส่ ดุ ซง่ึ มีอยูห่ ลายวิธีท่ีสามารถช่วยได้
ทงั้ ทางตรง และทางออ้ ม

4.5.1 การโฆษณา (Advertsing) อาจจะใช้คำพูด หรือข้อความ โดยมีความหมายที่จะให้
ลูกค้ามีความรู้สกึ ดีต่อต่อสินค้า หรือบริการนั้น รวมทั้งจูงใจใหเ้ กิดความตอ้ งการอยากทดลองสินคา้
หรือบริการของเราการขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเข้าไปติดต่อถึงตวั ลูกคา้ โดยตรง

11

โดยการอธิบายรายละเอียดต่างๆ ของสินค้าให้ลูกค้าได้ทราบ หรือที่เรียกว่าการเสนอขาย โดยต้อง
อาศัยเทคนคิ และวธิ กี ารที่น่าสนใจ

4.5.2 การส่งเสริมการขายทางด้านลูกค้า (Consumer Promotion) เป็นรูปแบบในการ
สร้างสิ่งดึงดูดใจให้กับตัวลูกค้าโดยตรง เช่น การลด แลก แจก แถม หรือการเล่นเกมเพื่อชิงรางวลั
เปน็ การกระตนุ้ ใหล้ ูกค้าเกดิ ความสนใจ และมคี วามหวงั ในประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากตัวสนิ คา้ หรอื บริการ
ของเรา

4.5.3 การบริการ (Service) เป็นรูปแบบการให้บริการทั้งก่อน และหลังการขาย (การ
อธิบายคุณลักษณะที่ดี และการใช้สินค้าก่อนลูกค้าจะทำการซื้อ เพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้เกิดสนใจ)
การบริการขณะขาย (การสาธติ ใหล้ ูกคา้ ไดช้ มก่อนทจ่ี ะตัดสินใจซือ้ สนิ คา้ หรืออาจจะเปน็ การให้ลูกค้า
ทดลองดว้ ยตัวเองกอ่ น) และบรกิ ารหลังการขายสนิ ค้าให้กบั ลูกคา้ (เชน่ การซอ่ มบำรุง หรือตรวจสอบ
สินคา้ เมือ่ ลกู ค้าไดซ้ ือ้ ไปแลว้ โดยทำอยา่ งตอ่ เน่อื ง เพ่ือสรา้ งความประทับใจระยะยาว) แม้ในบางธุรกิจ
อาจจะไม่สามารถปรับเปลี่ยน ทั้ง 4P ได้ทั้งหมดในระยะสั้นได้ ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะ เราสามารถ
ค่อยๆ ปรับกลยุทธจ์ นไดส้ ว่ นผสมทางการตลาดได้เหมาะสมทส่ี ดุ ได้

4.6 Product position – P
4.6.1 การกำหนดตามราคาและคณุ ภาพ
4.6.2 การกำหนดตามลกั ษณะของผใู้ ช้ผลติ ภัณฑ์
4.6.3 การกำหนดตามคุณสมบัตแิ ละผลประโยชน์
4.6.4 การกำหนดตามการใชแ้ ละการนำไปใช้
4.6.5 การกำหนดตามระดบั ช้ันผลิตภณั ฑ์
4.6.6 การกำหนดเพ่อื การแข่งขนั
4.6.7 การกำหนดโดยใช้หลายวิธรี ว่ มกัน

5. ทฤษฎีพฤติกรรมผบู้ รโิ ภค (Buyer Behavior’s Model)
พฤตกิ รรม (Behavior) หมายถึง การกระทาํ หรือการแสดงออกของสัตว์เพ่ือตอบสนองต่อสิ่งเร้า

หรือส่ิงท่ีมากระตุ้น (stimulus) ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นทนั ทีหรือเกิดข้ึนหลังจากท่ีถูกกระตุ้นมาแล้วระยะ
หนง่ึ

ผู้ซ้อื (Buyer) ผไู้ ดร้ บั บรกิ ารจากผปู้ ระกอบธุรกจิ หรอื ผซู้ งึ่ ไดร้ ับการเสนอหรือชกั ชวนจากผู้
ประกอบธุรกจิ เพ่ือใหซ้ ื้อสนิ ค้าหรอื บริการ และหมายความรวมถงึ ผูใ้ ชส้ นิ ค้าหรอื ผู้ไดร้ บั บรกิ ารจาก

12

ผู้ประกอบธุรกจิ โดยชอบ แม้มไิ ด้เสียคา่ ตอบแทนก็ตาม พฤตกิ รรมของผบู้ ริโภค (Consumer
Behavior) หมายถงึ การแสดงออกของแตล่ ะบุคคลทเ่ี ก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั การใชส้ ินคา้ และบริการทาง
เศรษฐกจิ รวมทัง้ กระบวนการในการตดั สินใจทมี่ ีผลต่อการแสดงออก

5.1 องค์ประกอบการวเิ คราะหพ์ ฤติกรรมผู้บรโิ ภค
5.1.1 Who ? ใครคือลกู ค้าของเรา
5.1.2 What ? อะไรท่ลี กู คา้ ของเราต้องการ
5.1.3 When ? เมอ่ื ไหรท่ ีล่ กู ค้าซอ้ื สนิ ค้า
5.1.4 Why ? ลูกค้าซื้อสนิ ค้าของเราไปทำอะไร
5.1.5 Where ? ลูกคา้ ของเราชอบเดนิ เข้าไปซื้อสนิ ค้าในสถานท่แี บบใด
5.1.6 Participat ? มใี ครบา้ งทเ่ี กีย่ วข้องในการซ้อื สนิ ค้าแต่ละครงั้ ของลกู คา้

5.2 แนวคิด “Consumer Behavior Model” ซ่ึงสามารถอธิบายแต่ละปจั จยั ทีเ่ ข้ามากระทบ
ตอ่ การตอบสนองของผซู้ ้ือได้ ดงั น้ี

5.2.1 ส่งิ กระตุ้น (Stimulus) หมายถงึ สงิ่ กระตุน้ ทอ่ี าจเกดิ ขึ้นเองจากภายในร่างกาย และ
สง่ิ กระตนุ้ จากภายนอก นกั การตลาดจะตอ้ งสนใจและจัดสิ่งกระตุ้นภายนอก เพอ่ื ใหผ้ ู้บรโิ ภคเกิดความ
ต้องการผลติ ภัณฑ์ สิ่งกระตุ้นนี้ถอื วา่ เปน็ เหตจุ ูงใจให้เกิดการซ้ือสนิ คา้ ซึ่งอาจใช้เหตุจงู ใจซอ้ื ดา้ นเหตุ
ผล และใชเ้ หตจุ ูงใจใหซ้ อ้ื ในด้านจิตวิทยา (อารมณ)์ ก็ได้ส่งิ กระต้นุ ภายนอกประกอบดว้ ย 2 สว่ น คือ

5.2.1.1 สง่ิ กระตนุ้ ทางการตลาด เปน็ สิ่งกระตนุ้ ที่นักการตลาดสามารถ
ควบคุมไดแ้ ละตอ้ งจดั ใหม้ ขี นึ้ เป็นสง่ิ กระต้นุ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สว่ นประสมทางการตลาด (Marketing
mix) ซึ่งประกอบดว้ ย

5.2.1.1.1 สง่ิ กระตนุ้ ดา้ นผลิตภณั ฑ์ (Product) เช่น การออกแบบ
ผลติ ภัณฑใ์ หส้ วยงาม เพือ่ กระตุ้นความตอ้ งการ ผลิตภัณฑม์ คี ณุ ภาพดี มีการบริการทีด่ เี ยีย่ มและเทา่
เทยี มกบั ธรุ กจิ รา้ นใหบ้ ริการสัตว์เลย้ี ง

5.2.1.1.2 ส่งิ กระต้นุ ด้านราคา (Price stimulus) เชน่ การกำหนด
ราคาสินคา้ ที่มีอยใู่ หเ้ หมาะสมกบั ผลิตภณั ฑ์ โดยพจิ ารณาลกู ค้าเป้าหมาย มีความหลากหลายของราคา
สนิ ค้าทผ่ี บู้ รโิ ภคใชบ้ ริการของธรุ กจิ ร้านใหบ้ รกิ ารสัตวเ์ ล้ียงให้มีทางเลือกมากขึ้น

5.2.1.1.3 สิ่งกระตุ้นดา้ นการจัดช่องทางการจำหน่าย (Place
stimulus) เช่น การจัดช่องทางจำหนา่ ยผลติ ภัณฑ์ให้ท่ัวถึง เพื่อใหเ้ กิดความสะดวกแก่ผบู้ รโิ ภค ซ่งึ ถือ

13

ไดว้ ่าเปน็ การกระตุ้น ความต้องการซือ้ เลอื กสถานที่เหมาะสม และจดั บรรยากาศในรา้ นให้ดงึ ดูด
ความสนใจจากลกู คา้ เปน็ ตน้

5.2.1.1.4 สง่ิ กระตุ้นดา้ นการส่งเสริมการตลาด (promotion
stimulus) การลด แลก แจก แถม การสรา้ งความสมั พันธอ์ นั ดีของพนกั งานกบั บคุ คลทัว่ ไป เหลา่ นี้ถอื
เปน็ สง่ิ กระตุน้ ความต้องการซอื้ ใหผ้ ้บู รโิ ภคมีการรับและใช้บรกิ ารร้านใหบ้ ริการสตั ว์เล้ยี งมากขึ้น

5.2.1.2 ส่งิ กระตนุ้ อนื่ ๆ (Other stimulus) เป็นสง่ิ กระตุน้ ความตอ้ งการ
ผ้บู รโิ ภคทอ่ี ยู่ภายนอกองคก์ าร ซง่ึ บรษิ ทั ควบคุมไมไ่ ด้ ส่งิ กระตนุ้ เหลา่ นไ้ี ดแ้ ก่

5.2.1.2.1 ส่ิงกระตุน้ ทางเศรษฐกจิ (Economic stimulus) เช่น
ภาวะเศรษฐกิจ รายไดข้ อง ผบู้ รโิ ภค เหลา่ นมี้ ีอทิ ธพิ ลตอ่ ความต้องการของบคุ คล

5.2.1.2.2 สง่ิ กระตุ้นทางเทคโนโลยี (Technological stimulus)
เทคโนโลยีใหมๆ่ สามารถกระตุ้นความต้องการใหใ้ ชบ้ รกิ ารมากขนึ้ แสดงถึงความแปลกใหม่ของการใช้
บรกิ ารของธุรกจิ ร้าน ให้บริการสัตว์เล้ียง ที่แตกตา่ งไปจากคแู่ ข่งขนั ทำใหผ้ ้บู รโิ ภคสนใจบรโิ ภค

5.2.1.2.3 สง่ิ กระตุ้นทางกฎหมายและการเมอื ง (Law and
political stimulus) เช่น กฎหมายเพิม่ ลดภาษีสนิ คา้ ใดสนิ คา้ หน่งึ จะมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การเพ่มิ หรอื ลด
ความต้องการของผ้ใู ช้บริการ

5.2.1.2.4 ส่ิงกระตุ้นทางวัฒนธรรม (Cultural stimulus) เชน่
ขนบธรรมเนียมประเพณีในงานเทศกาลต่าง ๆ จะมผี ลกระตุ้นใหผ้ บู้ ริโภคเกิดความตอ้ งการในการใช้
บรกิ ารร้านให้บรกิ ารสตั ว์เล้ียงมากขึน้ กลอ่ งดำหรอื ความรสู้ กึ นกึ คิดของผซู้ ้ือ (Buyer’s black box)
หมายถงึ ความรสู้ ึกนกึ คดิ ของผ้ซู ้อื ซง่ึ เปรียบเสมอื นกลอ่ งดำ ทผี่ ผู้ ลติ หรือผู้ขายไมส่ ามารถทราบได้ จึง
ต้องพยายามค้นหา ความรสู้ กึ นึกคดิ ของผซู้ อื้ ความรสู้ กึ นกึ คดิ ของผ้ซู อ้ื จะไดร้ บั อทิ ธิพลมาจากลักษณะ
และกระบวนการตัดสนิ ใจของผซู้ ้ือ

5.3 ลกั ษณะของผู้ซ้ือ (Buyer characteristics) ลักษณะของผซู้ ้ือมีอทิ ธพิ ลจากปจั จยั ต่าง ๆ คอื
ปจั จยั ดา้ นวฒั นธรรม ปจั จยั ดา้ นสงั คม และปัจจัยสว่ นบคุ คล

5.4 กระบวนการตดั สนิ ใจซอ้ื ของผู้ซื้อ (Buyer decision process) ประกอบไปด้วย 5 ขัน้ ตอน
ไดแ้ ก่ การรบั รู้ปญั หา การคน้ หาข้อมลู การประเมินผลทางเลอื ก การตดั สินใจซ้อื และพฤติกรรม
ภายหลังการซอ้ื

5.5 การตอบสนองของผซู้ ือ้ (Buyer’s response) หรอื การตดั สินใจซื้อของผบู้ ริโภคหรือผู้ซื้อ

14

ผู้บรโิ ภคจะมกี ารตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ ดงั นี้
5.5.1 การเลอื กผลติ ภัณฑ์ (Product choice) ตวั อยา่ งเช่น ผู้บริโภคจะเลือกใชบ้ รกิ ารร้าน

ใหบ้ รกิ ารสตั วเ์ ล้ียงในเรือ่ งตา่ ง ๆ เชน่ ใชบ้ ริการทางการแพทย์ ใช้บรกิ ารตดั แตง่ ขน ซือ้ อปุ กรณ์ต่าง ๆ
5.5.2 การเลอื กตราสนิ ค้า (Brand choice) เมอื่ เลอื กผลติ ภัณฑ์ได้แล้ว ผบู้ ริโภคกจ็ ะทำ

การ เลอื กว่าจะเลอื กบริโภคผลติ ภณั ฑ์ตราใดยีห่ อ้ ใด เชน่ เลอื กซอื้ อาหารยหี่ อ้ แพงดกี รี เป็นต้น
5.5.3 การเลือกผขู้ าย (Dealer choice) ตัวอยา่ งเชน่ ผบู้ รโิ ภคจะเลือกจากห้างสรรพสนิ คา้

ใด หรือรา้ นคา้ ใกลบ้ า้ นร้านใด
5.5.4 การเลือกเวลาในการซอ้ื (Prchase choice) โดยเลอื กว่าจะใช้บรกิ ารในช่วงเวลาใด

วันไหน เป็นต้น
5.5.5 การเลอื กปรมิ าณการซอ้ื (Purchase amount) ตวั อย่างเช่น ผบู้ รโิ ภคจะเลอื กว่าจะ

ซอื้ หนงึ่ กลอ่ ง คร่งึ โหล หรอื ว่า หน่ึงโหล
5.6 การนำทฤษฎไี ปประยกุ ตใ์ ช้
นกั การตลาดจะต้องสนใจและจดั สงิ่ กระตุน้ ภายนอก เพ่ือใหผ้ ู้บริโภคเกิดความตอ้ งการ

ผลติ ภณั ฑ์สง่ิ กระต้นุ นีถ้ ือว่าเป็นเหตจุ ูงใจใหเ้ กิดการซื้อสินค้าความร้สู ึกนึกคดิ ของผซู้ ้อื ซงึ่ เปรียบเสมือน
กล่องดำท่ผี ผู้ ลิตหรอื ผู้ขายไมส่ ามารถทราบได้ จงึ ตอ้ งพยายามค้นหาความรู้สกึ นึกคิดของผูซ้ ้อื
ความรู้สกึ นกึ คิดของผซู้ ้ือจะได้รับอทิ ธิพลมาจากลกั ษณะและกระบวนการตัดสนิ ใจของผ้ซู อ้ื การ
ตดั สนิ ใจซอ้ื ของผู้บรโิ ภคหรอื ผซู้ อ้ื ผ้บู รโิ ภคจะมีการตดั สินใจในประเดน็ ต่าง ๆ จากการเลอื กผลติ ภัณฑ์
การเลือกตราสนิ ค้า การเลอื กผูข้ าย การเลอื กเวลาในการซือ้ และการเลือกปริมาณการซอ้ื
6. แนวความคิดการพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์

6.1 แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นกั ออกแบบตอ้ งคำนึงถงึ
ศาสตร์และศิลปส์ ำหรับใชแ้ กป้ ัญหาการออกแบบบรรจุภัณฑแ์ ตล่ ะดา้ นใหเ้ กิดผลลพั ธ์การออกแบบ
บรรจุภัณฑ์ทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ ในการบรรลุวัตถปุ ระสงคห์ ลักของบรรจุภัณฑส์ องข้อคือ การออกแบบ
โครงสร้างบรรจภุ ัณฑ์ และการออกแบบกราฟิกบรรจุภณั ฑ์ ทล่ี ้วนมรี ายละเอยี ดท่ีต้องคำนึงทฤษฎีและ
หลักการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

6.1.1 ขอ้ กำหนดในการออกแบบโครงการบรรจภุ ัณฑ์
6.1.1.1 ชนดิ ของวสั ดุมคี วามเหมาะสม ปอ้ งกันสินคา้ ไดต้ ลอดอายุการวางขาย
6.1.1.2 รปู แบบกลมกลืนสอดคล้องกับสินค้า

15

6.1.1.3 ขนาดพอดแี ละสามารถรบั นำ้ หนกั สนิ ค้าได้
6.1.1.4 การข้ึนรูป การบรรจุ เปดิ -ปิดสะดวก ไม่ยุ่งยาก
6.2 การออกแบบกราฟฟกิ บนบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบและการจดั วางรูปประกอบตวั อักษร
ลวดลาย ถอ้ ยคำ เครื่องหมายหรือตราสญั ลกั ษณ์ทางการค้า โดยใชห้ ลักวชิ าการทางศลิ ปะ การจัด
ภาพองค์ประกอบศลิ ปเ์ พื่อใหผ้ ลงานมคี วามประสานกลมกลนื กันอย่างสวยงามและสามารถบรรลุ
วัตถปุ ระสงคท์ ่วี างไว้
6.2.1 ขอ้ มลู ประกอบการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
6.2.1.1 ข้อมลู ดา้ นการตลาด ไดแ้ ก่ สถานทจี่ ัดจำหน่าย ฤดกู าล
6.2.1.2 รูปแบบการกระจายสินค้า (ปลกี /สง่ ) พฤตกิ รรมผบู้ ริโภค
6.2.1.3 ปรมิ าณและมลู ค่าของสนิ คา้ ในตลาด (ส่วนแบง่ ทางการตลาด)
6.2.1.4 ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ประวัติความเปน็ มา
6.2.1.5 คำอธบิ าย จดุ เดน่ ประโยชน์ ขนาดปรมิ าณบรรจุ ความถี่/ปรมิ าณการใช้
ที่ใช้ต่อครั้ง ราคาและตน้ ทนุ ขอ้ ควรระวัง
6.3 ข้นั ตอนการออกแบบบรรจุภณั ฑ์
6.3.1 กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ถอื เป็นเร่อื งสำคญั ของการออกแบบบรรจุภัณฑ์
เพราะกลมุ่ เปา้ หมายสามารถส่งผลกระทบตอ่ ผลติ ภัณฑไ์ ด้โดยตรง ผ้ปู ระกอบการจะต้องศึกษาและ
เรยี นร้คู วามตอ้ งการของตลาดและความตอ้ งการของผบู้ ริโภค โดยกำหนดกลมุ่ เป้าหมายใหช้ ัดเจน
เพ่ือทจ่ี ะไดส้ ามารถออกแบบบรรจุภณั ฑใ์ หต้ รงตอ่ ความตอ้ งการของกลุม่ เป้าหมายใหม้ าก
ท่ีสุด ตัวอย่าง กลมุ่ เป้าหมาย เช่น วยั รุ่น วัยทำงาน แม่บ้าน เด็ก ฯลฯ เปน็ ตน้
6.3.2 กำหนดช่อื ตราสนิ ค้า (Brand) ตราสินค้าใช้เปน็ ช่อื หรอื เครอ่ื งหมายสำหรบั การเรยี ก
ขานผลติ ภณั ฑ์ ผปู้ ระกอบการจะต้องทำการกำหนดชอ่ื ตราสนิ คา้ ให้เรียบรอ้ ยก่อนการออกแบบบรรจุ
ภัณฑ์ โดยกำหนดให้ช่ือตราสนิ ค้ามคี วามเปน็ เอกลกั ษณ์ ชัดเจน นา่ สนใจ ที่สำคัญจะตอ้ งเปน็ ท่จี ดจำ
ไดง้ ่ายแกผ่ บู้ ริโภคตราสนิ คา้ ท่ีดีน้นั สามารถยกตวั อยา่ งได้ดังน้ี คอื ตั้งตามชอื่ เจ้าของกจิ การ ตงั้ ตาม
ความเช่ืออันเป็นมงคล ตัง้ ตามแหล่งทม่ี าของผลติ ภณั ฑ์ หรอื ตง้ั โดยการผสมคำทีม่ ีความหมายใหเ้ กิด
เปน็ คำใหมท่ ม่ี เี อกลักษณ์ ฯลฯ เปน็ ต้น
6.3.3 วัสดทุ ใ่ี ชท้ ำบรรจภุ ัณฑ์ วัสดุมีความจำเปน็ อยา่ งย่งิ ตอ่ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การ
ทผี่ ู้ประกอบการตัดสนิ ใจว่าจะใชว้ สั ดุอะไรมาผลิตเป็นบรรจภุ ณั ฑน์ ั้น ท่านควรคำนึงถงึ ความปลอดภัย

16

ของผ้บู ริโภค ความรบั ผดิ ชอบต่อสิ่งแวดลอ้ ม และคณุ สมบตั ขิ องวสั ดแุ ตล่ ะประเภท ทจ่ี ะนำมาผลติ
บรรจภุ ณั ฑ์เปน็ สำคญั เนอ่ื งวัสดแุ ตล่ ะชนิดแตล่ ะชนิดจะมคี ณุ สมบัติทเ่ี ป็นขอ้ ดแี ละข้อเสยี ในการ
คุ้มครองผลิตภัณฑ์ใหค้ งคุณภาพ การยืดอายผุ ลิตภัณฑ์ และการนำกลับมาใชใ้ หม่ (Recycle) ท่ี
แตกต่างกนั ไป หากท่านเลอื กใชว้ สั ดไุ ม่ถูกตอ้ งนอกจากจะทำใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อตัวผลิตภัณฑ์
ผู้บรโิ ภคและสิง่ แวดล้อมแล้ว ยังเปน็ สาเหตใุ หเ้ กิดต้นทุนในการผลิตบรรจภุ ณั ฑ์ทเ่ี พม่ิ ข้ึนอีกดว้ ย

6.3.4 รูปทรง บรรจภุ ัณฑ์ ทีม่ รี ูปรา่ งสวยงาม สามารถสร้างความประทบั ใจใหก้ บั ผู้บรโิ ภค
ถึงแม้ผู้บริโภคจะยงั มไิ ด้สมั ผสั กบั ตวั ผลติ ภณั ฑ์ท่อี ยภู่ ายใน รปู ทรงของบรรจภุ ัณฑส์ ามารถสร้างความ
เป็นเอกลกั ษณ์ได้ กลา่ วคอื เม่อื ผูบ้ รโิ ภคเหน็ รปู ทรงสามารถรบั รไู้ ดท้ นั ทวี า่ เปน็ ผลิตภัณฑ์อะไรและมชี ่ือ
ตราสินค้าอะไร หรอื จะเป็นผลิตภัณฑเ์ ดยี วแตกตา่ งกันท่ีชือ่ ตราสินค้า

6.3.5 สสี ันและกราฟฟกิ สีสันและกราฟฟิกนีค้ อื การรวมของการใช้สญั ลกั ษณ์ ตวั อกั ษร
ภาพประกอบ ลวดลายและพืน้ ผิว ซง่ึ สว่ นประกอบทั้งหมดสามารถบง่ บอกถงึ ชอื่ ตราสินค้า ลกั ษณะ
ผลติ ภณั ฑ์ ทีบ่ รรจุอยู่ภายในได้และสามารถแสดงถึงแหลง่ ทมี่ าของผลติ ภณั ฑไ์ ด้ด้วย

6.4 การออกแบบบรรจภุ ัณฑท์ ด่ี ี การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ให้มีความสวยงามและความแปลกตา
เทา่ นี้คงไมเ่ พียงพอสำหรบั บรรจุภัณฑผ์ ลิตภณั ฑอ์ าหารเพราะหัวใจของบรรจุภณั ฑ์ คอื การเก็บรักษา
คณุ ภาพของผลิตภัณฑใ์ ห้คงอยู่ยนื ยาว ดังน้ัน การออกแบบทีด่ ีผู้ประกอบการควรคำนึงถงึ หนา้ ที่ของ
บรรจภุ ณั ฑเ์ ปน็ สำคญั ดังนี้

6.4.1 ปอ้ งกนั ผลติ ภณั ฑ์ บรรจุภณั ฑ์ทเี่ หมาะสมในการบรรจุอาหารจะตอ้ งสามารถปอ้ งกัน
ไม่ใหอ้ าหารสมั ผสั กบั บรรยากาศภายนอก ซง่ึ อาจจะเกดิ การรว่ั การซมึ แสง ความร้อนเย็น

6.4.2 เก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บรรจภุ ณั ฑท์ ต่ี อ้ งสามารถรักษาคณุ ภาพของ
ผลิตภณั ฑม์ ใิ ห้เปลี่ยนแปลงไป ไม่วา่ จะเปน็ กลนิ่ หรือรสชาติ

6.4.3 ยืดอายผุ ลิตภัณฑ์ จะตอ้ งสามารถนำเทคโนโลยที ส่ี ลบั ซบั ซ้อนมาช่วยในการ
ออกแบบ เพ่ือใหบ้ รรจภุ ัณฑ์ สามารถยืดอายุการเก็บรกั ษาผลติ ภัณฑ์ให้มีอายุยืนยาว

6.4.4 ความสะดวกในการใช้งาน
6.4.5 ความประหยดั ในการขนส่ง

6.5 งานพิมพบ์ รรจภุ ณั ฑ์ ในการพมิ พส์ ่ิงพมิ พ์ประเภทบรรจภุ ณั ฑ์ ควรให้ความสำคญั ในการ
เลือกใชห้ มึกพมิ พ์ทป่ี ลอดภัย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ถ้าเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ประเภทอาหาร ควรเลือกสีชนดิ
Food grad และควรเปน็ สที ีค่ งทนตอ่ การใช้งานท่ีตอ้ งการพิมพ์บนวสั ดใุ ช้พมิ พ์ที่ตอ้ งการได้ เช่น

17

กระดาษแขง็ แผ่นกระดาษลกู ฟูก โดยไม่ทำให้วสั ดุใชพ้ มิ พ์เสยี หาย ในการออกแบบบรรจุภณั ฑค์ วร
ออกแบบให้ขนาดของชิ้นงานกบั ขนาดกระดาษมาตรฐานทีข่ น้ึ ข้ึนแทน่ พิมพพ์ อดี ไมเ่ หลอื เศษ
ขอบกระดาษมาก เพอื่ ความประหยัดตน้ ทุน

6.6 สีบนบรรจภุ ัณฑ์ การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ สนี ับว่าเป็นองค์ประกอบทสี่ ำคญั อยา่ งหนง่ึ
เพราะสเี ปน็ ส่ิงทม่ี ผี ลต่อประสาทสัมผัส เป็นเคร่ืองดูดความสนใจทำให้เกดิ ความรสู้ กึ อยากจบั ตอ้ ง
อยากสัมผสั โดดเดน่

6.7 การพฒั นาทส่ี ่งผลตอ่ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
6.7.1 วถิ ีการดำเนนิ ชีวิตผ้บู รโิ ภคสมัยใหม่ทส่ี ง่ ผลต่อการออกแบบบรรจุภณั ฑ์
6.7.1.1 ประชากรผูบ้ ริโภคท่มี อี ายสุ ูงเพม่ิ ขนึ้
6.7.1.2 การแตง่ งานชา้ ลง ขนาดของครอบครัวเลก็ ลง
6.7.1.3 การอพยพเข้ามาอยู่อาศยั และทำงานในเขตเมืองมากข้ึน
6.7.1.4 เวลาในการปรุงอาหารเองจำกัด
6.7.1.5 คำนงึ ถงึ เรอ่ื งสขุ ภาพมากขน้ึ

6.8 อปุ สรรคทางการคา้ ระหว่างประเทศ
6.8.1 ผลของความตกลงพหภุ าคขี ององค์กรการคา้ โลก ทำให้เกิดมาตรการบงั คับใชท้ ี่

เกี่ยวขอ้ งกบั ข้อกำหนดกฎระเบียบ ในการนำเขา้ และส่งออกสนิ ค้าอาหาร
6.8.2 EU framework Directive 89/109/EEC Article 2 วัสดทุ ใ่ี ชส้ ัมผสั อาหารโดยตรง

ต้องผลิตจากหลักเกณฑก์ ารผลติ ทดี่ ี (GMF)
6.8.3 วัสดุดังกล่าวต้องไมแ่ พรอ่ งค์ประกอบในตวั วัตถไุ ปยงั อาหารในประมาณทอี่ าจเกิด
อนั ตรายต่อสุขภาพ

6.8.4 EU Framework Directive 89/109/EEC Article 3 รายชือ่ ของวสั ดุท่ยี อมใหใ้ ช้
สมั ผัสกบั อาหาร (positive list)

6.9 กฎหมาย ระเบียบ และขอ้ กำหนดอ่นื ๆ
6.9.1 การปิดฉลากและข้อความที่ตอ้ งแสดงบนฉลาก
6.9.2 การให้ความคุ้มครองสิทธบิ ัตร และสทิ ธิต่าง ๆ ของผู้ทเ่ี กยี่ วข้อง
6.9.3 การจดั การปัญหาสง่ิ แวดลอ้ ม ขยะชมุ ชน
6.9.4 ขอ้ กำหนดวสั ดบุ รรจุภณั ฑ์ เชน่ Monomer Directive 89/109/EEC

18

6.9.5 รายชอื่ โมโนเบอรท์ ี่ยอมใหใ้ ชผ้ ลติ เปน็ พลาสตกิ ท่ีใช้สมั ผสั กบั อาหารได้
6.7 ลากโภชนาการ คือ ฉลากอาหารที่มีการแสดงข้อมลู ,โภชนาการ ของอาหารนน้ั ไว้บนฉลาก
โดยแสดงเปน็ กรอบข้อมูลโภชนาการ
6.8 BAR CODE หรือรหสั แทง่ คือ สญั ลกั ษณ์ (Symbol) ทอี่ ยู่ในรปู แทง่ บาร์ สามารถอา่ นไดด้ ้วย
เคร่อื ง Scanner

6.8.1 บารเ์ หลา่ นเ้ี ป็นตวั แทนของตวั เลขและตวั อกั ษร
6.8.2 รหสั แท่งประกอบด้วย บารท์ ี่มสี ีเข้ม และชอ่ งวา่ งสอี อ่ น
6.8,3 สีแท่งบาร์ควรเปน็ สีเข้ม เช่น ดำ,น้ำเงิน, ม่วง และเขียว ฯลฯเล่ียงการใช้ก้ำกึ่งเช่นสี
เทา แต่ทีด่ ที ส่ี ุดคอื แทง่ บาร์สดี ำรองพื้นสีขา
7. แนวความคดิ ของหลักการบญั ชีต้นทุน
7.1 ความหมายของตน้ ทุนการผลติ
ต้นทนุ (Cost) หมายถึง คา่ ใช้จา่ ยในการดำเนนิ กจิ กรรมต่าง ๆ
ต้นทุนการผลิต (Production cost) หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการผลิตเพื่อให้
ได้มาซงึ่ ผลติ ภัณฑท์ ด่ี ี มีคุณภาพ ตามความต้องการของลกู ค้า
7.2 องค์ประกอบของตน้ ทุนการผลติ
ตน้ ทุนการผลิต ประกอบดว้ ย
7.2.1 ต้นทนุ ด้านวัสดุ (Material cost)

7.2.1.1 วัสดุทางตรง (Direct material cost) คือ วัสดุหรือวัตถุดิบท่ีใช้เพ่อื การผลิต
โดยตรง โดยส่วนมากมักจะเป็นส่วนประกอบหนึ่งของผลิตภัณฑ์ เช่น ยางรถยนต์มียางเป็นวัตถุดิบ
ทางตรง, ปากกา มี พลาสตกิ และหมกึ เป็นวตั ถุดบิ ทางตรง เปน็ ตน้ จำนวนในการใชง้ านวัสดุ/วัตถุดิบ
ทางตรงน้จี ะแปรผนั กบั หนว่ ยในการผลิตโดยตรง

7.2.1.2 วัสดุทางออ้ ม (Indirect material cost) เช่น วัสดุ, เครือ่ งมือ, อุปกรณ์ ท่ีใช้
สนับสนนุ ในการผลติ โดยส่วนมากจะไม่แปรผนั กับปริมาณการผลิตโดยตรง เชน่ กระดาษทราย, ผ้าเชด็
มอื , กาว, ตะปู เปน็ ตน้ ในบางครั้งวสั ดุทางออ้ มก็อาจถูกจัดใหอ้ ยู่ในหมวดหมขู่ องวสั ดทุ างตรงกเ็ ป็นได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายทางการบัญชีของแต่ละองค์กร เช่น มีดกลึงสำหรับเครือ่ งจักรซีเอ็นซี ซึ่งเปน็
วตั ถุดบิ ทางออ้ ม สามารถถกู จดั ใหอ้ ย่ใู นกลมุ่ ของวัตถุดบิ ทางตรงก็ได้ อาจเนือ่ งจากเหตุผลด้านราคาที่
สูงและสามารถคำนวณอายุการใช้งานต่อจำนวนชน้ิ งานที่ทำการผลิตได้ (Tool life) ถงึ แม้ว่ามีดกลึง

19

จะไมไ่ ด้ถูกประกอบไปกับชิ้นงานก็ตาม
7.2.2 ตน้ ทนุ ดา้ นแรงงาน (Labor cost)
7.2.2.1 ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานทางตรง (Direct labor cost) เช่น ค่าจ้างรายวัน/

เงนิ เดือนของพนกั งานฝา่ ยผลิต,ซึง่ จะแปรผันกบั ปรมิ าณการผลติ โดยตรง
7.2.2.2 ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานทางอ้อม (Indirect labor cost) เช่น เงินเดือนของ

พนักงานขาย, เงินเดือนของผู้จดั การ, เงนิ เดือนของวิศวกร ค่าใชจ้ ่ายเหล่านี้จะไมแ่ ปรผนั กบั ปริมาณใน
การผลิตโดยตรง

7.3 ค่าใช้จ่ายโรงงานหรอื ค่าโสห้ยุ ในการผลิต (Overhead cost) เป็นค่าใช้จา่ ยทนี่ อกเหนอื จาก
จากค่าใชจ้ ่ายของวสั ดุและคา่ ใชจ้ ่ายด้านแรงงาน เช่น คา่ สาธารณปู โภค, คา่ เช่าโรงงาน, ค่าบำรงุ รักษา
เครือ่ งจักร, สวัสดิการต่าง ๆ

7.4 ปัจจยั การผลิต (Factors of production) หมายถงึ สงิ่ ต่าง ๆท่ผี ู้ผลติ นำมาผา่ นกระบวนการ
ผลิต ขน้ึ เปน็ สินค้าหรอื บริการเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค ในทางเศรษฐศาสตร์เราแบ่ง
ปัจจยั การผลติ ออกเปน็ 4 ชนดิ คอื

7.4.1 ท่ดี ิน (Land) ซงึ่ รวมถึงทรพั ยากรธรรมชาติทกุ ประเภท ไดแ้ ก่ ท่ีดิน ป่าไม้ นำ้ แร่ธาตุ
ฯลฯ ทงั้ ทอี่ ยู่บนดนิ และอย่ใู ต้ดิน ท่ดี ินมลี กั ษณะท่ีต่างไปจากปจั จยั การผลติ อ่นื ๆ คอื เป็นส่ิงทีเ่ กิดข้ึน
เองตามธรรมชาติ เคล่อื นยา้ ยไมไ่ ด้ มปี รมิ าณจำกัด

7.4.2 แรงงาน (Labor) หรือทรัพยากรมนุษย์ หมายถึงผู้ที่ทำงานให้เกิดประโยชน์ทาง
เศรษฐกิจในการผลิตสินคา้ หรอื บรกิ าร โดยอาศยั ทั้งกำลังแรงกายและกำลงั ความคิด แต่ไมร่ วมในด้าน
ของความสามารถในการประกอบการของแต่ละบุคคล ในทางเศรษฐศาสตร์ การใช้แรงงานจะตอ้ งเปน็
การใชแ้ รงงานทีไ่ ด้รับค่าตอบแทนเปน็ ตวั เงนิ หรอื สง่ิ ของอยา่ งใดอย่างหนง่ึ เท่านั้น ส่วนแรงงานที่ไม่ได้
รับผลตอบแทนจะไมถ่ ือว่าเป็นแรงงานตามความหมายน้ี แรงงานหรอื ท่นี ิยมเรยี กกนั ว่า กำลังแรงงาน
(Labor force) ในอีกความหมายหน่งึ กค็ ือกลุ่มคนท่ีอยใู่ นวัยทำงานทม่ี อี ายุต้งั แต่ 11 ปขี น้ึ ไป ซ่ึงพรอ้ ม
และเต็มใจที่จะทำงานไม่ว่าจะมีงานให้ทำหรือไม่ก็ตาม แบ่งออกเป็น แรงงานที่มีทักษะ (Skilled
labor) ซึ่งเป็นแรงงานท่ีไดร้ ับการฝึกฝนอบรมมาเป็นอยา่ งดี เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก ฯลฯ กับ
แรงงานทีไ่ ม่มีทักษะ (Unskilled labor) ซึ่งเป็นแรงงานที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอบรมมาก่อน ส่วนใหญ่
เป็นแรงงาน ท่ีใชก้ ำลังกายเป็นหลัก เช่น กรรมกรแบกหาม คนงานรบั จา้ งทวั่ ไป ฯลฯ

7.4.3 ทุน (Capital) คือสิ่งที่มนุษยส์ ร้างขึ้นมาเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในกระบวนการ

20

ผลิตสินค้าและบริการ หรือทุนคือการสะสมสนิ คา้ ในรูปของเครอื่ งจกั ร เครอ่ื งมือ อปุ กรณก์ ารผลติ ต่าง
ๆ ทนุ ในทางเศรษฐศาสตรจ์ ะหมายถงึ สินคา้ ประเภททนุ ซึง่ จดั เป็นทนุ ท่แี ทจ้ รงิ (Real capital) โดยไม่
นับรวมเงินทนุ ซึ่งเป็นทุนที่เป็นตัวเงิน (Money capital) เข้าไว้ในความหมายดังกล่าว โดยทั่วไปทุน
แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ

7.4.3.1 ทุนถาวร (Fixed capital) คืออุปกรณ์การผลิต เครื่องจักร เครื่องมือที่มี
ความคงทน ถาวร มีอายกุ ารใช้งานยาวนาน เช่น โรงงาน ถนน สะพาน ทางรถไฟ เปน็ ต้น

7.4.3.2 ทุนดำเนินงาน (Working capital) คือทุนประเภทวัตถุดิบต่าง ๆ ซึ่งมีอายุ
การใช้งาน ค่อนข้างสั้น เป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป ต้องหามาทดแทนใหม่อยูต่ ลอดเวลา เช่น น้ำมัน ไม้
ยาง เหลก็ เป็นตน้ บางครง้ั เรยี กทนุ ประเภทนีว้ ่าทุนหมุนเวียน (Circulating capital)

7.4.3.3 ทุนสังคม (Social capital) เป็นทุนที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตโดยตรง
เปน็ ตวั ช่วยเสรมิ ให้การใชท้ ุนทัง้ สองประเภทข้างต้นเปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ เช่น สวนสาธารณะ
โรงเรียน โรงพยาบาล สนามกฬี า สระว่ายนำ้ เหล่าน้ีล้วนเปน็ ทุนของประเทศโดยสว่ นรวม มีส่วนช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยอ้อม คือ ช่วยให้ความรู้ การรักษาสุขภาพอนามัย การพัฒนาในเร่อื ง
ของคุณภาพชีวิตของบุคคลที่อยู่ในสังคม ความสามารถในการประกอบการ (Entrepreneurship)
หมายถึงความสามารถในการดำเนนิ การวางแผน จัดการทางดา้ นธรุ กจิ การผลิตภายใต้ความเสี่ยงใน
ระดับต่าง ๆ ผูป้ ระกอบการ (Entrepreneur) จะเปน็ ผรู้ วบรวมปัจจยั การผลติ ต่างๆเพ่ือทำการผลติ ขน้ึ
เปน็ สนิ คา้ หรือบรกิ าร และเปน็ ผ้ตู ัดสินใจเก่ยี วกับปญั หาพ้นื ฐานทางเศรษฐกิจว่าจะผลิตอะไร อยา่ งไร
และเพือ่ ใคร
8. แนวความในการวดั ผลกำไร

8.1 วตั ถปุ ระสงคบ์ ทเรยี น
8.1.1. อธิบายวตั ถปุ ระสงค์และความหมายของผลกำไรได้
8.1.2. อธิบายแนวคิดและวิธกี ารวดั ผลกำไรได้
8.1.3. อธิบายรายการทใี่ ช้และรายการทเี่ กี่ยวข้องกับการคำนวณกำไรได้

8.2 วัตถปุ ระสงค์ของการวัดผลกำไร
วัตถุประสงค์ของการวัดผลกำไร เพื่อผู้ใช้งบคาดคะเนเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและกำไรใน

อนาคตประเมินผลการบริหารงานของผู้บริหารพิจารณาการตัดสินใจขายหรือถือเงินลงทุนต่ อไป
กิจการใช้ผลกำไรในการกำหนดนโยบายการเงนิ เช่น การจา่ ยเงินปนั ผล การจา่ ยภาษเี งินได้

21

8.3 ความหมายของกำไรในแต่ละทัศนะ
8.3.1 กำไรทางเศรษฐศาสตร์
8.3.2 กำไรของกิจการ
8.3.3 กำไรของผลู้ งทนุ
8.3.4 กำไรของผ้ถู ือห้นุ
8.3.5 กำไรของผู้ถือหุ้นสามัญ

8.4 ความหมายของผลกำไรทางเศรษฐศาสตร์
กำไรทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง ส่วนที่เพ่ิมข้ึนของมูลค่าของสินค้าหรือบริการเนื่องจากการ

ขาย ดงั นนั้ กำไรทางเศรษฐศาสตร์ จงึ หมายถงึ ผลตา่ งของรายไดจ้ ากการขายสินคา้ หรือการให้บรกิ าร
กับต้นทุนขายหรือต้นทุนบริการ นั่นคือ กำไรขั้นต้น (Gross Profit) กำไรนี้เป็นของเจ้าของ เจ้าหนี้
พนักงานกำไรทางเศรษฐศาสตร์ = รายได้จากการขายสินค้าหรือการให้บริการลบ ต้นทุนขายหรือ
ตน้ ทุนบริการ= กำไรข้ันต้น (Gross Profit)

8.5 กำไรของกิจการ
กำไรของกิจการ หมายถึง กำไรที่เกิดจากการดำเนินงานของกิจการ กำไรดังกล่าวใช้วัด

ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ดังนั้น กำไรของกิจการจึงไม่ควรรวมรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการ
ดำเนินงาน เช่น ดอกเบี้ยจ่าย ผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะเรียกว่า กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและ
ภาษี กำไรในความหมายนเี้ ปน็ ของเจ้าของ เจา้ หน้ี และรฐั

8.5.1 กำไรของกิจการ
8.5.1.1 กำไรขัน้ ตน้ -คา่ ใช้จ่ายในขายและบรหิ าร
8.5.1.2 กำไรจากการดำเนนิ งาน
8.5.1.3 กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษี

8.6 วธิ ีการวัดผลกำไรทางบญั ชี
วิธีการวดั ผลกำไรทางบญั ชี มี 2 ประเภทดังนี้
8.6.1 การวัดผลกำไรจากรายการและเหตุการณ์ทางบัญชี เป็นรายการที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น

การกยู้ มื เงนิ การซอ้ื สินค้า การขายสนิ ค้า เป็นตน้
8.6.1.1 กิจการสามารถแสดงรายละเอียดของกำไรได้หลายรูปแบบ เช่น กำไรตาม

ประเภทสินคา้ กำไรตามประเภทลกู ค้า เปน็ ต้น

22

8.6.1.2 กิจการสามารถแสดงกำไรตามสาเหตุการเกิดของกำไร เช่น กำไรจากการ
ดำเนินงาน กำไรจากการลงทุน กำไรจากการขายสนิ คา้
9. งานวิจยั ท่เี กย่ี วขอ้ ง

นิภาพร เส็งคำปาน (2545) งานวิจัยนี้ทำเพื่อศกึ ษากระบวนการผลิตน้ำกระท้อนเข้มข้นและนำ้
กระทอ้ นเสริมแคลเซยี มและวิตามนิ ดี โดยใชก้ ระทอ้ นพนั ธ์ุ Sandoricum indicum Cav. ในขน้ั ต้นได้
ศกึ ษากระบวนการเตรยี มวัตถดุ บิ ในการผลติ โดยแปรเวลาในการให้ความรอ้ นเน้ือกระท้อนด้วยไอน้ำ
เป็น 1 3 5 7 และ 9 นาที เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ polyphenol oxidase(PPO) ต่อมา
ศึกษาภาวะการสกัดน้ำกระท้อน โดยแปรเวลาในการบบี อัดกากกระท้อนที่ไดจ้ ากเครื่องคั้นน้ำแบบ
แยกกากด้วยเครื่อง hydraulic press ที่ความดัน 100 psi เป็น 9 12 และ15 นาที พิจารณาเลือก
ภาวะท่ใี หผ้ ลผลติ น้ำกระท้อนสูงสดุ ต่อมาศกึ ษาภาวะในการใหค้ วามร้อนทีเ่ หมาะสมสำหรบั การยบั ย้ัง
เอนไซม์ pectin methylesterase (PME) โดยแปรอุณหภูมิและเวลาเป็น 70-90 ˚C และ 60-120
วินาที เลือกภาวะที่เหมาะสมโดยพิจารณาจาก activityของเอนไซม์และสี (L*,a*,b*) ต่อมาศึกษา
ภาวะที่เหมาะสมในการผลิตน้ำกระทอ้ นเข้มข้นโดยแปรอุณหภูมิในการระเหยน้ำที่ความดนั 50 mbar
เป็น 60 70 และ 80 ˚C เลอื กภาวะท่ีเหมาะสมโดยพิจารณาจากสีและคณุ ภาพทางประสาทสมั ผสั ของ
น้ำกระทอ้ นเขม้ ขน้ เปรียบเทยี บกบั นำ้ กระทอ้ นก่อนระเหย จากนัน้ ศึกษาวธิ กี ารรกั ษาเสถียรภาพความ
ข่นุ ของน้ำกระท้อนจากนำ้ กระท้อนเขม้ ขน้ โดย homogenize ที่ 1000 psi หรือเตมิ xanthan gum
0.1%w/v หรือhomogenize ที่ 1000 psi และเติม xanthan gum 0.1%w/v เลือกวิธีการที่ดที ีส่ ุด
โดยพจิ ารณาจากความคงตวั ของความขุน่ และคุณภาพทางประสาทสัมผัสเปรียบเทยี บกับนำ้ กระท้อน
ควบคุม แล้วจึงเสริมแคลเซียมโดยแปรปริมาณแคลเซียมจาก calcium lactate gluconate เป็น
120 160 และ200 mg/100 ml และเสริมวิตามินดีสาม 1.14 microgram/100 ml เลือกปริมาณ
แคลเซียมที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ และคุณภาพทางประสาทสัมผัส
เปรยี บเทียบกับน้ำกระทอ้ นทไ่ี ม่ไดเ้ ตมิ สุดทา้ ยศึกษาอายกุ ารเก็บของนำ้ กระท้อนเข้มข้นในขวดแก้วใส
โดยเกบ็ ที่ 10 27 35และ 55 ˚C และทำนายอายุการเก็บท่ี 0 ˚C และศึกษาอายกุ ารเกบ็ น้ำกระท้อน
เสริมแคลเซียมและวิตามนิ ดใี นขวดแก้วใสเมอ่ื เกบ็ ที่ 5-8 ˚C ติดตามการเปลยี่ นแปลงคณุ ภาพ30 วัน
จากผลการทดลองพบว่าการเตรียมเนอ้ื กระท้อนเพื่อใช้เปน็ วัตถดุ บิ ท่เี หมาะสมทำได้โดยให้ความร้อน
ด้วยไอน้ำร้อนเปน็ เวลา 5 นาที สกัดน้ำด้วยเครื่องคั้นน้ำแบบแยกกากแล้วบีบอัดเป็นเวลา 12 นาที
ภาวะในการให้ความรอ้ นเพือ่ ยับย้ังเอนไซม์ PME คือ 92 ˚C นาน 60 วนิ าที ซ่ึงภาวะดงั กลา่ วจะให้ค่า

23

ความสว่าง (L*) ของน้ำกระท้อนในเกณฑ์ดี อุณหภูมิในการระเหยนำ้ ที่เหมาะสมสำหรับการผลิตนำ้
กระท้อนเขม้ ข้นคือ 70 ˚C เนื่องจากมคี ะแนนทางประสาทสัมผัสดี นอกจากน้ียงั ไมม่ ีผลต่อสีของน้ำ
กระทอ้ นจากน้ำกระทอ้ นเขม้ ขน้ เมอื่ เทยี บกับน้ำกระทอ้ นก่อนระเหยและมีคะแนนทางประสาทสัมผัส
สูงสุดเม่ือเทยี บกบั น้ำกระท้อนจากนำ้ กระทอ้ นเข้มขน้ ทุกอณุ หภูมิ วิธีการรักษาเสถียรภาพความขุ่นทดี่ ี
ที่สดุ คอื การเตมิ xanthan gum 0.1%w/v ซงึ่ วิธีการดงั กลา่ วมคี ะแนนทางประสาทสมั ผัสอยู่ในเกณฑ์
ดีและรักษาความขุ่นของผลิตภัณฑ์ได้นาน 30 วัน ปริมาณแคลเซียมที่เสริมลงในผลิตภัณฑ์ได้อยู่ใน
ระดบั 160 mg/100 ml โดยทีป่ ริมาณดังกล่าวนี้ผลติ ภัณฑม์ ีคะแนนทางประสาทสมั ผัสอยู่ในเกณฑ์ดี
น้ำกระทอ้ นเข้มขน้ บรรจใุ นขวดแกว้ มอี ายุการเกบ็ อย่างนอ้ ย 30 วนั ที่ 10 ˚Cและมีอายุการเกบ็ 18 12
และ 6 วัน เมื่อเก็บที่ 27 35 และ 55 ˚C ตามลำดับ และทำนายอายุการเก็บที่ 0 ˚C ได้เป็น 58 วัน
น้ำกระท้อนเสริมแคลเซียมและวิตามินดีในขวดแก้วมีอายุการเก็บอย่างน้อย 4 สัปดาห์ โดยยังมี
คณุ ภาพทางเคมี จลุ นิ ทรีย์ และประสาทสมั ผัสอยู่ในเกณฑ์ยอมรบั ได้

ธีระชัย ธนานันต์ และ ทีปกา มีเสง่ียม (2560) งานวิจัยนี้เป็นการประเมนิ ความสัมพันธท์ าง
พันธุกรรมของกระทอ้ นด้วยเครอ่ื งหมายสกอ๊ ตกระทอ้ น (santol) เปน็ ไมผ้ ลยืนต้นที่เจรญิ เติบโตไดด้ ใี น
เขตร้อน ทนต่อลมและความแห้งแล้งได้ดีเจริญเติบโตด้วยการแตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นพุ่ม ถ้า
เจริญเติบโตจากเมล็ดจะมีลำต้นและทรงพุ่มที่ใหญ่มาก[1] กระท้อนจัดอยู่ในวงศ์กระท้อน
(Meliaceae) ซึ่งสมาชิกของพืชในวงศ์นี้ทั่วโลกประกอบด้วย 50-52 สกุล (genus) ประมาณ 650
ชนิด (species) พบการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนชื้น [2]ประเทศไทยพบพืชในวงศ์กระท้อน 18 สกุล
84 ชนิด 3 ชนิดย่อย (subspecies) และ 4 พันธุ์(variety) พืชในวงศ์นี้ที่พบในประเทศไทยส่วนมาก
เป็นไม้ต้น ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ 2 สกุล คือ สกุลกระท้อน (Sandoricum) และสกุลลางสาด
(Lansium) โดยพชื สกุลกระทอ้ นในประเทศไทยแบง่ เป็น 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ Sandoricum beccarianum
Baill. มีชื่อพ้อง คือ S.emarginatum มีชื่อท้องถิ่นว่าสะท้อนนก (sathonnok) สะท้อนพรุ (sathon
phru) และสะโตบุรง (satoburong) กระจายพนั ธใ์ุ นป่าดบิ ช้ืนที่ลุม่ ตำ่ นำ้ ขงั และในป่าพรุทางภาคใต้
ของประเทศไทย ผลสุกใชร้ บั ประทาน มรี สหวานอมเปรยี้ ว เนอ้ื ไมใ้ ชก้ ่อสร้างและตกแต่งภายในอาคาร
บ้านเรือน และ Sandoricumkoetjape (Burm. f.) Merr. มี ชื่อพ้อง คือ Meliakoetjape, S.
indicum, S. nervosum, S. maingayi มชี ่ือสามัญว่า sentul, santol, red sentol, yellowsentol
ส่วนชื่อท้องถิ่นเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภาค เช่น กระท้อน (ภาคกลาง) กะท้อน (นครราชสีมา)
เตยี น ล้อน สะทอ้ น (ภาคใต้) มะตอ้ ง (ภาคเหนืออดุ รธาน)ี มะตน๋ิ (ภาคเหนอื ) สตียา สะตู (นราธวิ าส)

24

สะโต (ปัตตาน)ี โดยกระทอ้ นสามารถปลูกได้ดแี ทบทกุ แห่งในประเทศไทย แตก่ ระทอ้ นท่ปี ลูกกันท่ัวไป
เป็นชนิดที่มีความ สำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งลักษณะของปยุ และรสชาติจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละ
พันธุ์ ปี พ.ศ. 2554 มีรายงานการผลิตกระท้อนในพื้นที่ภาคกลาง 5 จังหวัด คือ ลพบุรี อ่างทอง
สิงหบ์ รุ ี นนทบรุ ี และชัยนาท พบว่าจงั หวดั ลพบรุ ีมีผลผลติ สงู สดุ รวมมูลคา่ 17.52 ล้านบาท ผู้บริโภค
ส่วนใหญ่นิยมซื้อกระท้อนรับประทานแบบผลไม้ ซึ่งกระท้อนพันธุ์ปุยฝ้ายได้รับความนิยมสูงสุด
เนือ่ งจากมีรสหวานเปลือกนม่ิ และเมล็ดมีปุยเหมือนปยุ ฝา้ ย โดยมีการปรบั ปรุงคณุ ภาพผลผลิตให้ได้
คุณภาพตรงความต้องการของตลาด มกี ารปรับปรุงพันธ์ุดว้ ยวิธผี สมพนั ธุ์ปที ่ี 25 ฉบบั ท่ี 6 พฤศจกิ ายน
- ธันวาคม 2560 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี1017และขยายพันธุ์ดีที่เกิดการกลายพันธุ์ไป
จากเดิม ซึ่งทำให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์ตามความนิยมสามารถจำแนกด้วยลักษณะสัณฐาน
(morphology) ตามเนือ้ สัมผัส รสชาติ ลักษณะของรูปร่าง และขนาดของผล รวมทั้งมีการต้ังชื่อขน้ึ
ใหม่อีกหลายชื่อ ปัจจุบันมีพันธุ์กระท้อนหลากหลายพันธ์ุ ได้แก่ผอบทอง เขียวหวาน ขันทอง ตาอยู่
เทพรส เทพสำราญ อีไหว อีเปยี ก อีเมฆ อีท้ายครวั อแี ป้น อจี ืด หลงั หอ่ บัวขาว ทองหยบิ ทองหยอด
อินทรชติ ทองใบใหญ่ ไกรทอง บางกร่าง นวลจันทร์ และตาอยู่ เปน็ ตน้ โดยพันธทุ์ เ่ี กษตรกรชาวสวน
นิยมปลูกและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ได้แก่ ปุยฝ้าย อีล่า นิ่มนวล และทับทิม และบางพันธ์ใุ กล้สญู
พนั ธ์ุ เช่น ทองกำมะหย่ี อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบรายงานการศึกษาความแตกตา่ งของพันธก์ุ ระทอ้ น ท้งั
ลักษณะสัณฐานทมี่ คี วามแตกต่างกันและความหลากหลายทางพันธุกรรม (genetic diversity) ดังน้ัน
จึงเป็นเรือ่ งเรง่ ด่วนและจำเป็นอย่างยงิ่ ทจี่ ะตอ้ งศกึ ษาพชื สกลุ นี้ในประเทศไทย รวมทัง้ การหาหลักฐาน
และเครื่องมือที่น่าเชื่อถือชนิดต่าง ๆ เข้ามาใช้ร่วมกับการศึกษาที่จะช่วยในการจัดจำแนกพืชสกลุ
กระท้อนให้เป็นระบบ และสง่ ผลให้ข้อมลู การจำแนกและการจัดกลุ่มที่ไดม้ ีความน่าเชื่อถอื สามารถ
นำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานในการระบุพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ได้ในอนาคตเครื่องหมายดีเอ็นเอ ( DNA
marker) เป็นอกี เครือ่ งมอื หนึ่งที่ช่วยในการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตได้เป็น
อยา่ งดี โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการตรวจสอบลายพิมพ์ดเี อน็ เอ (DNA fingerprint) ซ่งึ เปน็ วิธีท่ีรวดเร็วใน
การจำแนกสิ่งมีชีวิต ทั้งนี้เพื่อสร้างข้อมลู พื้นฐานสำหรับการพัฒนาพืชสกุลกระท้อนให้เป็นพืชทาง
เศรษฐกิจที่ยั่งยืนตอ่ ไป ด้วยความสำคัญดังกล่าวคณะผู้วิจัยจึงประเมินความสมั พนั ธ์ทางพันธุกรรม
ของกระท้อนด้วยเครื่องหมายสก๊อต (SCOT marker, start codon targeted marker) โดยเพ่ิม
ปริมาณดเี อน็ เอด้วยปฏิกิริยาลูกโซพ่ อลิเมอเรสหรอื พีซอี าร์ (PCR, polymerase chain reaction) ซง่ึ
ใช้ไพรเมอร์ (primer) ขนาด 18 นวิ คลโี อไทด์ (nucleotide) เพยี งชนดิ เดียวเพื่อสร้างลายพิมพ์ดีเอ็น

25

เอ (DNA fingerprinting) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ใช้ดีเอ็นเอปริมาณน้อย ไม่จำเป็นต้องทราบ
ขอ้ มูลลำดบั เบสของดเี อน็ เอ ประหยัดคา่ ใช้จ่าย และให้เคร่อื งหมายดเี อน็ เอท่จี ำเพาะกับแต่ละพันธ์ุ

ภญ.กฤติยา ไชยนอก (2562) ได้ศึกษาเรื่อง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกระท้อน (Santol,
Sentul, Red sentol, Yellow santol) หรือบางพ้ืนทเี่ รยี กวา่ สะตู สตียา สะโต เตยี น ล่อน สะท้อน
มะติ๋น มะต้อง หมากต้อง มีชอ่ื วทิ ยาศาสตรว์ า่ Sandoricum koetjape (Burm. f.) Merr. ช่อื พอ้ งคอื
Melja koetjape Burm. f., S. indicum Cav., S. ternatum Blanco. เป็นพืชในวงศ์ MELIACEAE
มีลักษณะเป็นไม้ยนื ต้น ดอกช่อมีขนตามกา้ นดอก และกลบี เลี้ยง ใบเรียงตัวเป็นเกลียว ใบย่อยแยก
เป็น 3 ใบ ขอบใบเรียบ ใบแก่มีสีแดง ผลสีเหลือง เปลือกด้านในสีเนื้อ เนื้อในมีสีขาวหุ้มเมล็ด ผล
รับประทานได้ สรรพคณุ พน้ื บ้านระบุว่า เปลอื กตน้ รักษากลากเกลื้อน ใบ แก้ไข้ เปลอื กตน้ ดอก และ
ผล แก้ลงท้อง แก้ฝีเปื่อย แก้บวม ราก แก้ท้องเสีย สารสำคัญที่พบคือ koetjapic acid, katonic
acid, bryonolic acid, sanjecumins A และ B, sandoripins A และ B, sentulic acid คุณคา่ ทาง
โภชนาการของกระทอ้ นในส่วนของเน้ือที่กินได้ต่อน้ำหนกั 100 ก. (พันธส์ุ เี หลือง) คอื โปรตีน 0.118
ก. ไขมนั 0.1 ก. ใยอาหาร 0.1 ก. แคลเซยี ม 4.3 มก. ฟอสฟอรัส 17.4 มก. ธาตเุ หลก็ 0.42 มก. แคโร
ทนี 0.003 มก. วติ ามินบี1 0.045 มก. วติ ามนิ บ3ี 0.741 มก. และวติ ามนิ ซี 86.0 มก. สายพันธุ์ของ
กระท้อนท่ไี ดร้ บั ความนิยมจะเป็นพวกกระทอ้ นหอ่ ทม่ี รี สหวาน ได้แก่ พันธ์ุอลี า่ ปยุ ฝ้าย นิ่มนวล อินทร
ชิต ทบั ทมิ ขนั ทอง เทพรส อแี ดง สว่ นพนั ธ์ุพนื้ เมืองจะมีผลดก ผลมขี นาดเล็ก รสเปร้ยี ว จึงนยิ มนำมา
ทำเป็นกระทอ้ นดองและกระทอ้ นทรงเครื่อง สำหรับการเลือกกระทอ้ นมาเพอ่ื รับประทานผลสกุ ควร
เลอื กผลท่ีมีเปลอื กสเี หลืองอมส้ม หากมีเขยี วปนแสดงวา่ ยังไมส่ ุกดี เมอ่ื เก็บจากตน้ ควรตง้ั ท้ิงไว้ 2 - 3
วัน อย่างที่เรียกกันว่าทิ้งไว้ให้ลืมต้นและหลายๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า การจะรับประทาน
กระทอ้ นให้อร่อย ต้องทุบเบาๆ พอให้นว่ มทวั่ ผลเสยี กอ่ น เหตุใดจึงตอ้ งทำเช่นน้นั กันนะ ซึ่งกม็ ผี ู้ตง้ั ขอ้
สนั นิษฐานไปตา่ ง ๆ กนั ว่า ถา้ ทบุ แล้วเม็ดกบั เน้อื จะแยกออกจากกันทำใหก้ นิ ง่ายขึ้น หรอื เน้ือกระทอ้ น
ด้านนอกมรี สฝาด แตเ่ มด็ มรี สหวาน ถ้าเราทุบจะทำให้เซลลแ์ ตกแลว้ ความหวานของเมด็ มันจะแทรก
ไปตามเน้ือทำใหเ้ น้ือหวานข้ึน แต่ก็ยังไม่มีใครทำการทดลองเพือ่ พสิ ูจน์ข้อสันนิษฐานเหลา่ น้ีค่ะ ส่วน
การนำเนือ้ กระท้อนไปประกอบอาหารหรือแปรรูปกค็ วรแช่นำ้ เกลอื ทง้ิ ไว้สักครู่ แล้วขยำเบาๆ เพอื่ ลด
ความฝาดเสียกอ่ น นแต่ละปีเมื่อเขา้ ฤดูท่ีกระทอ้ นออกผล เรามกั จะพบเห็นข่าวการเสยี ชีวิตจากการ
รับประทานกระท้อน เนื่องจากเมล็ดกระท้อนมีความล่ืน ค่อนข้างแขง็ และมีปลายแหลม หากเผลอ
กลนื ลงไปหรือเมลด็ ขนาดใหญ่ลน่ื ไหลเขา้ ไปในคอ อาจติดหลอดลมหรือเปน็ อนั ตรายตอ่ ลำไส้ได้ อย่าง

26

ทเี่ คยเปน็ ขา่ ววา่ หญงิ วยั 68 ปี เกบ็ กระท้อนจากต้นข้างบ้านมานัง่ กนิ กบั ลกู หลาน แล้วเกิดหวั เราะทำ
ให้เผลอกลืนเม็ดเขา้ ไปโดยไมต่ ั้งใจ จนรุ่งเช้าอกี วันกม็ ีอาการปวดท้องรุนแรง ขับถ่ายไมอ่ อก จนต้อง
เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งสาเหตุการเสียชวี ิตเกิดจากลำไส้ใหญ่
ทะลุ ทำใหเ้ กดิ การติดเชอื้ ในช่องทอ้ งและในกระแสเลอื ด ดงั น้นั จึงควรรับประทานกระทอ้ นด้วยความ
ระมัดระวังโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกระท้อนยังมีค่อนข้าง
น้อย โดยพบว่าสารสำคัญและสารสกัดจากลำต้นและเปลือกตน้ ของกระท้อน มีฤทธิ์ต้านการอกั เสบ
และต้านเซลล์มะเรง็ หลายชนดิ ส่วนของเปลอื กผลมีใยอาหารชว่ ยขับถ่าย ส่วนผลและเมล็ดมีฤทธ์ิฆ่า
หอย แตท่ ัง้ หมดยังเปน็ เพยี งการศกึ ษาในหลอดทดลอง

บทท่ี 3

วธิ กี ารดำเนนิ งาน

การดำเนนิ การโครงการ นำ้ กระทอ้ นเพอื่ สุขภาพ ณ วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี 388 บ้าน
สวน-สขุ มุ วิท 5 ต.บางทราย อ.เมอื ง จ.ชลบรุ ี 20000 ระหว่างวนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ตุลาคม
2563 ผู้ดำเนินโครงการมีวิธีการดำเนินงานโครงการดังต่อไปน้ี

1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
2. เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศกึ ษา
3. ข้นั ตอนในการสร้างเครอ่ื งมอื
4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
5. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิตทิ ีใ่ ช้ในการศึกษา
1. ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง
กลุ่มเปา้ หมายที่ใชใ้ นการศึกษาครั้งน้ี ไดแ้ ก่ นักเรยี นนกั ศึกษา ครู/อาจารย์ และบุคลากร
ทางการศกึ ษา วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี จำนวน 30 คน ซึ่งไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง
2. เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้การศกึ ษา
เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการศกึ ษาครั้งนี้ ไดแ้ ก่ แบบสอบถาม แบบตรวจรายการ แบบมาตราสว่ น
ประมาณและแบบคำถามปลายเปิดและปลายปดิ จำนวน 3 ตอน มีรายละเอียด ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 สอบถามความพึงพอใจของผู้บริโภคท่ีมีต่อผลิตภณั ฑ์และบรรจุภณั ฑ์ ลกั ษณะ
แบบสอบถามเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณ 5 ระดบั
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ

28

3. ข้นั ตอนในการสรา้ งเคร่ืองมอื
การสรา้ งเครอ่ื งมอื จากแบบสอบถาม ซง่ึ มรี ายละเอียดแบง่ เปน็ 3 ข้ันตอน ดงั นี้
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ขอ้ 1 เพศ
ขอ้ 2 อายุ
ข้อ 3 สถานะ
ขอ้ 4 กำลังศึกษา
ขอ้ 5 แผนกวิชา
ข้อ 6 ระดับการศกึ ษา
ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจของผบู้ รโิ ภคทีม่ ผี ลต่อผลติ ภัณฑแ์ ละบรรจุภณั ฑแ์ บง่ เปน็ 5 ระดบั
ระดบั 5 หมายถึง ระดบั ความพงึ พอใจมากทส่ี ดุ
ระดับ 4 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจมาก
ระดบั 3 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจปานกลาง
ระดับ 2 หมายถึง ระดับถความพึงพอใจนอ้ ย
ระดบั 1 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจนอ้ ยทสี่ ุด
ตอนท่ี 3 คำถามปลายเปิดสำหรบั ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ และให้

ขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

การเกบ็ รวมรวมขอ้ มลู ของการศึกษาครงั้ น้ี ผู้ศึกษาไดท้ ำการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมลู ต่าง
ๆ ตามขัน้ ตอนต่อไปน้ี

4.1 กำหนดกลมุ่ เป้าหมายที่ใช้ในการศกึ ษา
4.2 จดั เตรยี มข้อมลู แบบสอบถามใหค้ รบถ้วนสมบรู ณ์ ให้เพยี งพอกบั กลุ่มเปา้ หมายที่
กำหนด
4.3 สงั เกตพฤตกรรมของผบู้ รโิ ภคและจดั สง่ แบบสอบถาม กำหนดการเกบ็
แบบสอบถามคนื พร้อมตรวจสอบความถูกตอ้ งสมบรู ณ์ เพ่ือนำขอ้ มูลทไ่ี ดม้ าทำการวเิ คราะหข์ ้อมูล
4.4 นำข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการตอบแบบสอบถามมาทำการวิเคราะห์ขอ้ มลู
4.5 สรปุ ผลขอ้ มลู เพอ่ื ทำผลการศึกษาและนำเสนอ

29

5. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู และสถติ ิทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
ในการทำโครงการคร้ังนผี้ ศู้ กึ ษาได้ใช้วิธกี ารวิเคราะห์แบ่งออกเปน็ 2 ส่วน ดังน้ี
5.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ลักษณะของผตู้ อบแบบสอบถาม สถติ ิที่ใหเ้ ป็นรอ้ ยละ

(percentage) คา่ เฉลีย่ (Arithnetic Ment) สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.)
โดยรวบรวมขอ้ มูลการหาค่าสถิติพน้ื ฐาน คือ รอ้ ยละ คา่ เฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตราฐานของ
คะแนนทใ่ี ห้โดยใชส้ ูตรดงั น้ี

5.1.1 ค่ารอ้ ยละ
P = 100



เมอ่ื P แทนร้อยละ
F แทนความถี่ท่ีต้องการ
N แทนจำนวนความถีท่ ัง้ หมด

5.1.2 คา่ เฉล่ีย

x̅ = ∑x
เมือ่ x̅ N

∑x แทนคา่ เฉล่ีย
N แทนผลรวมของคะแนนทงั้ หมดในกลมุ่

N แทนจำนวนคะแนนแตล่ ะกลุ่ม
5.1.3 สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
√ ∑ 2−∑ 2
S.D . = −( −1)
เม่อื S.D.
แทนส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

∑ แทนผลรวมของคะแนนแต่ละตวั
N แทนจำนวนคะแนนแตล่ ะกลุ่ม

30

5.2 การประเมินความพงึ พอใจด้านบรรจภุ ัณฑข์ องผลติ ภณั ฑ์โดยใช้คา่ เฉล่ีย

(Arithnetic Ment) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.) โดยแบง่ ระดบั ความพึง

พอใจเปน็ 5 ระดับ

ระดบั 5 หมายถึง ระดับมคี วามพงึ พอใจมากที่สดุ

ระดับ 4 หมายถงึ ระดับมีความพงึ พอใจมาก

ระดับ 3 หมายถงึ ระดบั มคี วามพงึ พอใจปานกลาง

ระดับ 2 หมายถึง ระดับมีความพงึ พอใจน้อย

ระดบั 1 หมายถึง ระดบั มีความพงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ดุ

คา่ เฉลี่ยจะนำมาแปลผลจดั ความสำคัญมี 5 ระดบั ดงั น้ี

คะแนนคา่ เฉลย่ี ระดบั การแปลผล

4.50 – 5.00 หมายถึง ระดบั มีความพงึ พอใจมากทสี่ ุด

3.50 – 4.49 หมายถงึ ระดบั มีความพงึ พอใจมาก

2.50 – 3.49 หมายถงึ ระดับมีความพงึ พอใจปานกลาง

1.50 – 2.49 หมายถงึ ระดบั มีความพงึ พอใจนอ้ ย

1.00 – 1.49 หมายถงึ ระดบั มีความพงึ พอใจน้อยมากทส่ี ุด

บทท่ี 4

การวเิ คราะห์ข้อมูล

การดำเนินการโครงการ น้ำกระทอ้ นเพอ่ื สขุ ภาพ ณ วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบุรี 388 บ้าน
สวน-สขุ มุ วิท 5 ต.บางทราย อ.เมอื ง จ.ชลบรุ ี 20000 ระหวา่ งวนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ถงึ 30 ตลุ าคม
2563 ในคร้งั น้ี ผูศ้ ึกษาเสนอตามลำดบั ดังน้ี

4.1 สัญลักษณท์ ่ใี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู
N แทน จำนวนประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
x̅ แทน คะแนนเฉลี่ย
S.D แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน

4.2 การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ในการศกึ ษานี้ ผู้ศกึ ษาไดด้ ำเนนิ การวเิ คราะหอ์ อกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 สอบถามความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภคทม่ี ีตอ่ ผลิตภณั ฑ์และบรรจภุ ัณฑ์ ลักษณะ
แบบสอบถามเปน็ แบบมาตราสว่ นประมาณ 5 ระดับ
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ

32

ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
ตอนท่ี 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามเพศ

สถานภาพ กลมุ่ เปา้ หมาย N = 30

จำนวน ร้อยละ

เพศ 3 10.00
ชาย 27 90.00
หญิง 30 100.00

รวม

จากตารางที่ 1 พบว่า กลุ่มเปา้ หมายส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ จำนวน 27 คน คิดเปน็
รอ้ ยละ 90 เพศชาย จำนวน 3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 10
ตารางที่ 2 แสดงความถแ่ี ละร้อยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามชว่ งอายุ

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย N = 30

อายุ จำนวน รอ้ ยละ
ต่ำกว่า 20 ปี
21 - 25 ปี 27 90.00
26 - 30 ปี 3 10.00
31 - 35 ปี 0 0.00
36 - 40 ปี 0 0.00
40 ปีขน้ึ ไป 0 0.00
0 0.00

รวม 30 100.00

จากตารางท่ี 2 พบว่า กลุ่มเปา้ หมายสว่ นใหญ่ อายตุ ่ำกว่า 20 ปี จำนวน 27 คน คดิ เปน็
ร้อยละ 90 และอายุ 21-25 ปี จำนวน 3 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 10

33

ตารางท่ี 3 แสดงความถ่ีและร้อยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามสถานะ

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย N = 30

อาชพี จำนวน รอ้ ยละ
นักเรียน
นักศึกษา 0 0.00
ข้าราชการ 30 100.00
บคุ ลากรทางการศกึ ษา 0 0.00
อื่น ๆ (ระบ)ุ ............. 0 0.00
รวม 0 0.00
30 100.00

จากตารางที่ 3 พบวา่ กลุม่ เปา้ หมายสว่ นใหญ่ เป็นนกั ศกึ ษา จำนวน 30 คน คดิ เปน็
รอ้ ยละ 100
ตารางท่ี 4 แสดงความถี่และร้อยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามระดบั ช้นั ท่กี ำลงั ศึกษา

สถานภาพ กลุม่ เปา้ หมาย N = 30

ปวช. จำนวน รอ้ ยละ
ปวช.1
ปวช.2 0 0.00
ปวช.3 0 0.00
0 0.00
ปวส.
ปวส.1 0 0.00
ปวส.2 30 100.00
รวม 30 100.00

จากตารางท่ี 4 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายส่วนใหญก่ ำลงั ศกึ ษาอยรู่ ะดับชน้ั ปวส.2 จำนวน 30 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 100

34

ตารางท่ี 5 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตามแผนกวชิ า

สถานภาพ กลมุ่ เป้าหมาย N = 30

ปวช. จำนวน ร้อยละ
การบัญชี
การตลาด 0 0.00
คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ 0 0.00
ธรุ กิจค้าปลกี 0 0.00
การจดั การสำนกั งาน 0 0.00
วจิ ติ รศลิ ป์ 0 0.00
การออกแบบ 0 0.00
คอมพิวเตอรก์ ราฟฟิกส์ 0 0.00
คหกรรมศาสตร์ 0 0.00
แฟชั่นและสงิ่ ทอ 0 0.00
อาหารและโภชนาการ 0 0.00
การทอ่ งเทีย่ ว 0 0.00
การโรงแรม 0 0.00
0 0.00
ปวส.
การบญั ชี 28 93.33
การตลาด 2 6.67
เทคโนโลยีธรุ กจิ ดิจิทลั 0 0.00
ธุรกจิ คา้ ปลกี 0 0.00
การจดั การ 0 0.00
การจัดการโลจสิ ตกิ ส์ 0 0.00
วจิ ติ รศลิ ป์ 0 0.00
การออกแบบตกแตง่ ภายใน 0 0.00

35

ตารางท่ี 5 (ต่อ) แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามแผนกวิชา

สถานภาพ กลมุ่ เปา้ หมาย N = 30
ปวส.
จำนวน ร้อยละ

คอมพิวเตอรก์ ราฟฟิกสอ์ ารต์ 0 0.00
บรหิ ารงานคหกรรมศาสตร์ 0 0.00
เทคโนโลยีแฟชัน่ และสงิ่ ทอ 0 0.00
อาหารและโภชนาการ 0 0.00
การทอ่ งเทย่ี ว 0 0.00
การโรงแรมและการบรกิ าร 0 0.00
การจดั ประชุมและนทิ รรศการ 0 0.00

รวม 30 100.00

จากตารางท่ี 5 พบว่า กลุ่มเปา้ หมายส่วนใหญ่อยูใ่ นระดับช้นั ปวส. แผนกวชิ าการบัญชี
จำนวน 28 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 93.33 รองลงมาอยู่ในระดับปวส. แผนกวชิ าการตลาด จำนวน 2 คน
คิดเปน็ ร้อยละ 6.67

36

ตารางท่ี 6 แสดงความถ่แี ละรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตามระดบั การศึกษา

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย N = 30

ระดับการศกึ ษา จำนวน ร้อยละ
ตำ่ กว่าปรญิ ญาตรี
ปริญญาตรี 30 100.00
ปริญญาโท 0 0.00
สูงกวา่ ปริญญาโท 0 0.00
รวม 0 0.00
30 100.00

จากตารางท่ี 6 พบว่า กลุม่ เปา้ หมายส่วนใหญม่ รี ะดบั ศกึ ษาต่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี จำนวน 30 คน
คดิ เป็นร้อยละ 100

37

ตอนที่ 2 ข้อมลู ความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายท่ีมตี อ่ น้ำกระท้อนเพื่อสุขภาพ แบ่งเป็น 3 ดา้ น คือ
ด้านคณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ ด้านคุณภาพของบรรจุภณั ฑ์ และดา้ นการสง่ เสรมิ การจัดจำหนา่ ย
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉล่ีย และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายทม่ี ตี อ่ นำ้

กระทอ้ นเพ่ือสขุ ภาพ สรปุ เปน็ รายด้าน
ระดับความพงึ พอใจ

รายการประเมนิ
̅ S.D. แปลผล

1. ดา้ นคุณภาพของผลิตภณั ฑ์ 4.52 0.40 มากทส่ี ุด
2. ด้านคุณภาพของบรรจภุ ณั ฑ์ 4.59 0.32 มากทสี่ ุด
3. ดา้ นการส่งเสรมิ การจดั จำหนา่ ย 4.55 0.33 มากทีส่ ดุ
4.55 0.35 มากทส่ี ุด
รวม

จากตารางท่ี 7 พบว่า ความพงึ พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายท่ีมีตอ่ นำ้ กระทอ้ นเพอื่ สขุ ภาพ ในแต่
ละดา้ น โดยรวมในดา้ นตา่ ง ๆ มคี วามพึงพอใจในระดับมากท่ีสุด (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.35) และ
เม่ือพจิ ารณาในดา้ น ด้านคุณภาพของบรรจุภัณฑ์มีความพงึ พอใจในระดบั มากท่สี ุด (X̅ = 4.59 และ
S.D = 0.32) รองลงมาคอื ดา้ นการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ยมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ (X̅ =
4.55 และ S.D = 0.33) และดา้ นคณุ ภาพของผลิตภณั ฑ์มีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ (̅X = 4.52
และ S.D = 0.40) ตามลำดับ

38

ตารางที่ 8 แสดงค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทมี่ ตี อ่
นำ้ กระทอ้ นเพือ่ สขุ ภาพ
ดา้ นคณุ ภาพของผลิตภัณฑ์

รายการประเมนิ ระดับความพงึ พอใจ
̅ S.D. แปลผล

1. ผลติ ภัณฑม์ คี วามสะอาดและปลอดภยั ตอ่ ผบู้ ริโภค 4.57 0.50 มากทสี่ ุด

2. ผลิตภณั ฑ์มรี สชาตทิ ีอ่ รอ่ ยไม่ฝาด 4.40 0.62 มาก

3. ผลิตภณั ฑด์ ่มื ได้งา่ ยและดีต่อสขุ ภาพ 4.57 0.63 มากทส่ี ุด

4. ผลติ ภัณฑน์ ้ำกระทอ้ นชว่ ยในเรอ่ื งของระบบขบั ถ่าย 4.53 0.51 มากทีส่ ุด

5. ผลิตภณั ฑ์สามารถเกบ็ ไวด้ ื่มได้นานหลายวนั 4.53 0.63 มากที่สดุ

รวม 4.52 0.40 มากท่ีสดุ

จากตารางที่ 8 พบวา่ ความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายท่ีมีตอ่ นำ้ กระทอ้ นเพอื่ สุขภาพ ใน

ดา้ นคณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ุด (̅X = 4.52 และ S.D = 0.40)

และเมอื่ พจิ ารณาเป็นรายข้อแล้ว ผลติ ภณั ฑ์ดื่มได้งา่ ยและดตี อ่ สขุ ภาพมีความพึงพอใจในระดบั มาก

ทสี่ ุด (̅X = 4.57 และ S.D = 0.63) รองลงมาคือผลิตภัณฑ์มีความสะอาดและปลอดภยั ตอ่ ผบู้ ริโภคมี

ความพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ดุ (X̅ = 4.57 และ S.D = 0.50) ผลิตภณั ฑส์ ามารถเก็บไว้ดม่ื ได้นาน

หลายวนั มีความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ (X̅ = 4.53 และ S.D = 0.63) ผลติ ภณั ฑ์นำ้ กระท้อนช่วย

ในเรอ่ื งของระบบขับถา่ ยมคี วามพึงพอใจในระดับมากทสี่ ุด (X̅ = 4.53 และ S.D = 0.51) และ

ผลติ ภณั ฑ์มรี สชาตทิ ่ีอร่อยไมฝ่ าดมคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก (X̅ = 4.40 และ S.D = 0.62)

ตามลำดับ

39

ตารางท่ี 9 แสดงคา่ เฉล่ีย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกล่มุ เป้าหมายทมี่ ีต่อ
นำ้ กระทอ้ นเพ่ือสุขภาพ
ดา้ นคณุ ภาพของบรรจภุ ณั ฑ์

รายการประเมิน ระดับความพงึ พอใจ
̅ S.D. แปลผล

1. รูปลักษณข์ องบรรจุภณั ฑม์ ีความทันสมยั 4.57 0.57 มากทส่ี ุด

ต่อการใช้งาน 0.49 มากที่สดุ
0.49 มากทีส่ ุด
2. บรรจภุ ณั ฑ์มคี วามกระทัดรัดพกพาไดง้ ่าย 4.63 0.63 มากที่สดุ

3. บรรจภุ ัณฑ์สามารถเปิดดม่ื ได้สะดวกต่อผู้บรโิ ภค 4.63 0.57 มากท่ีสุด
0.32 มากทส่ี ดุ
4. บรรจภุ ณั ฑส์ ามารถดงึ ดดู ใหผ้ ้บู รโิ ภคตดั สินใจ 4.57

ซื้อผลติ ภณั ฑ์ได้เลย

5. ความพอใจของผบู้ รโิ ภคท่มี ตี อ่ บรรจภุ ัณฑ์นำ้ กระทอ้ น 4.57

รวม 4.59

จากตารางท่ี 9 พบว่า ความพงึ พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายที่มีตอ่ นำ้ กระทอ้ นเพอ่ื สขุ ภาพ ใน
ดา้ นคุณภาพของบรรจุภณั ฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ (̅X = 4.59 และ S.D = 0.32)
และเมอื่ พิจารณาเปน็ รายขอ้ แล้ว . บรรจุภัณฑม์ ีความกระทดั รัดพกพาได้งา่ ยมีความพงึ พอใจในระดบั
มากทส่ี ดุ (X̅ = 4.63 และ S.D = 0.49) รองลงมาคอื บรรจภุ ณั ฑส์ ามารถเปิดด่มื ไดส้ ะดวกตอ่ ผบู้ รโิ ภค
มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ดุ (X̅ = 4.63 และ S.D = 0.49) บรรจภุ ณั ฑ์สามารถดงึ ดดู ใหผ้ บู้ ริโภค
ตัดสินใจซอื้ ผลติ ภณั ฑ์ไดเ้ ลยมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากท่สี ดุ (̅X = 4.57 และ S.D = 0.63)
รูปลกั ษณข์ องบรรจุภัณฑม์ ีความทันสมัยต่อการใช้งานมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ (X̅ = 4.57
และ S.D = 0.57) และความพอใจของผบู้ รโิ ภคที่มตี อ่ บรรจภุ ณั ฑ์น้ำกระทอ้ นมีความพงึ พอใจในระดบั
มาก (̅X = 4.57 และ S.D = 0.57) ตามลำดบั


Click to View FlipBook Version