The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรชุมชนวัดราษฎร์นิยม 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษา ปี 2562

หลักสูตรชุมชนวัดราษฎร์นิยม 2562

ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ช่วั โมง

ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย สรปุ ความสาคัญของพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถือ พทุ ธประวัติหรือ
ประวตั ิของศาสนาท่ีตนนบั ถือ แบบอย่างการดาเนินชวี ิตและขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เรือ่ งเล่าและศา
สนิกชนตวั อยา่ ง ความหมาย ความสาคัญของประไตรปิฎก คัมภรี ์ของศาสนาที่ตนนับถือ พระรัตนตรัย

หลกั ธรรมโอวาท ๓ การสวดมนตไ์ หวพ้ ระ แผ่เมตตา สรรเสรญิ คณุ พระรัตนตรยั การฝึกปฏบิ ัติมารยาทชาว
พทุ ธและความสาคญั ของศาสนวัตถุ, ศาสนสถาน และศาสนบคุ คล

ศึกษา วิเคราะห์ อธบิ าย อภปิ ราย สรปุ ประเพณีวัฒนธรรมในครอบครัวและทอ้ งถิ่น พฤติกรรมการ
ดาเนนิ ชวี ติ ของตนเองและผอู้ ื่น ความสาคญั ของวันหยุดราชการ บคุ คลทม่ี ผี ลงานเป็นประโยชน์แก่ชมุ ชนและ
ทอ้ งถิ่น บทบาทหน้าทีข่ องสมาชกิ ในชุมชนความแตกตา่ งของกระบวนการการตดั สินใจในชัน้ เรยี น โรงเรยี น

และชุมชนและผลท่ีเกิดจากการตัดสินใจของบคุ คลและกลมุ่
ศกึ ษา วเิ คราะห์ อภิปราย สรปุ จาแนก อธิบายความต้องการและความจาเปน็ ในการใช้สินค้าและ

บรกิ าร การใชจ้ ่ายของตนเอง ทรัพยากรทีมีอยูจ่ ากัดมผี ลตอ่ การผลิต การบรโิ ภคและบรกิ าร สินคา้ และบรกิ าร
ท่ีรฐั จดั บริการแก่ประชาชน ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกจิ ความสาคัญของภาษแี ละบทบาทของประชาชนในการ
เสยี ภาษี การแขง่ ขนั ทางการคา้

ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธบิ าย อภิปราย ตระหนกั เปรยี บเทยี บการใช้แผนที่ แผนผงั และภาพถ่ายในการหา
ขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์ เขียนแผนผงั งา่ ย ๆ ของสถานที่สาคญั ในโรงเรยี นและชมุ ชน ลักษณะภมู ิประเทศและ

ภมู ิอากาศ,การเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนจากอดีตจนถงึ ปัจจุบัน การพ่ึงพาส่ิงแวดลอ้ มในการ
ดารงชีวิตของมนษุ ย์ มลพษิ ทเ่ี กิดจากการกระทาของมนษุ ย์ ความแตกตา่ งของเมืองและชนบท การ
เปลย่ี นแปลงของส่งิ แวดล้อมในชุมชน

โดยใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการขดั เกลาทางสงั คม กระบวนการทางจรยิ ธรรม
กระบวนการพฒั นาค่านยิ ม กระบวนการประชาธปิ ไตย กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการคดิ วเิ คราะห์

วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์
เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ความคิดและปฏิบัตติ นเปน็ พลเมอื งดี นาหลักธรรมทางศาสนาและหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี งประยุกต์ใช้ในการดารงชวี ิตอยใู่ นสงั คมร่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ เหน็ คณุ ค่า ช่ืนชม วัฒนธรรม

ประเพณไี ทย สบื สานภูมิปญั ญาไทย ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น มีจิตสาธารณะ

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ส๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗
ส๑.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓

ส๒.๑ ป.๓ /๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,
ส๒.๒ ป.๓ /๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,

ส๓.๑ ป.๓ /๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส๓.๒ ป.๓ /๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ส๕.๑ ป.๓ /๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓

ส๕.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕
รวม ๓๑ ตวั ชีว้ ัด

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

หลกั สตู รสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ยิ ม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษา วิเคราะห์ เลา่ อธบิ าย สรปุ ระบุ เปรยี บเทยี บศกั ราชที่สาคัญทางปฏิทนิ ลาดับเหตกุ ารณ์

สาคัญของโรงเรียนและชุมชน ปจั จยั ท่ีมอี ิทธิพลต่อการตั้งถน่ิ ฐานและพัฒนาการของชุมชน ลักษณะท่ีสาคัญ
ของขนบธรรมเนยี มประเพณีและวฒั นธรรมของชมุ ชนล้านนา ความเหมอื นและแตกตา่ งทางวัฒนธรรมชุมชน
ของตนเองกับชุมชนอื่นๆ พระนามและพระราชกรณยี กจิ ของกษตั รยิ ์ไทยทีเ่ ปน็ ผสู้ ถาปนาอาณาจักรไทยและ

พระมหากษตั รยิ ใ์ นรชั กาลปจั จบุ นั วีรกรรมของบรรพบุรษุ ไทยทมี่ ีส่วนปกป้องประเทศชาติ
โดยใชก้ ระบวนการสืบค้น กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการแก้ปญั หา วิธีการทาง

ประวัติศาสตร์ กระบวนการกลมุ่
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ความเขา้ ใจในการเทียบศกั ราช การตั้งถิน่ ฐาน มีความรกั ชาตแิ ละภาคภูมใิ จใน

ความเป็นไทย มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มจี ติ สาธารณะ

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั

ส๔.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒
ส๔.๒ ป.๓ /๑,ป.๓/๒
ส๔.๓ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓

รวม ๘ ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ส๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

ศกึ ษา สืบคน้ วเิ คราะห์ อภิปราย สรปุ นาเสนอ ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา พทุ ธประวัติ
พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา ชาดก ศาสนกิ ชนตัวอย่าง พระรัตนตรัย ไตรสิกขา โอวาท ๓ พทุ ธศาสนสุภาษิต
ตัวอยา่ งการทาความดี สวดมนต์ไหวพ้ ระ หลักธรรมในการอยู่รว่ มกนั ประวตั ศิ าสดา ความรเู้ บ้ืองต้นและ

ความสาคัญความสาคัญของศาสนสถาน การแสดงความเคารพ และการบารุงรักษาศาสนสถาน ปฏิบัติตน
ในศาสนพธิ ี

ศึกษา สบื ค้น วเิ คราะห์ อภิปราย สรุป นาเสนอ การเข้ารว่ มกจิ กรรมประชาธปิ ไตย การปฏบิ ัติ
ตนเปน็ สมาชิกที่ดีของชุมชน การเป็นผู้นาและผู้ตามท่ดี ี สทิ ธพิ ื้นฐานของเดก็ วัฒนธรรมในภาคตา่ งๆ ปญั หา
และสาเหตขุ องการเกดิ ความขัดแย้งในชวี ิตประจาวัน สถานภาพ บทบาท สทิ ธิเสรีภาพ หน้าท่ีของพลเมือง

แนวทางแก้ปญั หาและคุณลกั ษณะของพลเมืองดี เหตุการณท์ ่ีละเมดิ สิทธเิ ดก็ แนวทางการปกปอ้ งคมุ้ ครอง
สทิ ธิเด็ก วัฒนธรรมไทย ความสาคัญของภูมิปญั ญาท้องถนิ่ และการอนุรักษ์ อานาจอธปิ ไตย ความสาคัญ

และบทบาทหน้าที่ในกระบวนการเลือกตงั้ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ในสังคมไทย
ศกึ ษา สบื ค้น วเิ คราะห์ อภปิ ราย สรปุ นาเสนอ ศกึ ษาและบริการ สิทธิพืน้ ฐานของผู้บริโภค

เคร่ืองหมายรบั รองคุณภาพ หลักการวิธกี ารเลือกบรโิ ภค หลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง การประยกุ ต์ใชใ้ น

การดารงชวี ติ อาชพี สนิ ค้า และบริการตา่ งๆ ที่ผลติ ในชุมชน สนิ ค้าหน่งึ ผลิตภณั ฑห์ นง่ึ ตาบล การพึ่งพา
อาศัย ความหมายและประเภทของเงิน สกลุ เงนิ ท่สี าคญั

ศึกษา สบื ค้น วเิ คราะห์ อภปิ ราย สรุป นาเสนอ แผนท่ี ภาพถ่าย ลกั ษณะทางกายภาพ
ตาแหน่ง ระยะทาง ทศิ ทรพั ยากรของจังหวดั เชียงใหม่ แผนท่ีแสดงความสัมพนั ธ์ของส่งิ ตา่ งๆ ท่ีมผี ลต่อ
สงั คม การดาเนินชีวติ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของชุมชนทส่ี ง่ ผลต่อการดาเนินชีวติ การตงั้ ถ่ินฐาน การ

ยา้ ยถน่ิ การอนุรักษส์ ่งิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นโดยกระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์ กระบวนการคิดสังเคราะห์ กระบวนการพัฒนาคา่ นิยม กระบวนการสบื คน้ วธิ ีการทาง

ภูมศิ าสตร์ เพือ่ ให้เกดิ ความตระหนกั ดา้ นสงั คม เศรษฐกิจ วิถีชีวติ การอนุรกั ษภ์ ูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ การเป็น
พลเมอื งดี มีคุณธรรม จริยธรรม มจี ิตสาธารณะและอยูร่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างมีความสขุ

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ส ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓,ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖, ป.๔/๗,ป.๔/๘

ส ๑.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓,ป.๔/๔,ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ป.๔/๓

ส๓.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒,ป.๔/๓

ส ๕.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓

รวม ๓๐ ตัวชี้วัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ส ๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

ศกึ ษาวธิ ีการนบั ช่วงเวลาตามปฏทิ นิ แบบสากลและแบบไทย ฝึกการนับเวลาตามปฏิทินแบบสากลและ

แบบไทยใหเ้ ชื่อมโยงกบั เหตกุ ารณ์สาคัญ ในท้องถิ่นทเ่ี กดิ ข้นึ ในอดีตและปจั จบุ นั
ศึกษารวบรวมข้อมลู ชมุ ชนตนเอง ศึกษาประวัตคิ วามเป็นมาของคนในชมุ ชน ศกึ ษาการแบ่งยคุ สมยั

ทางประวัติศาสตร์ ประเภทของหลกั ฐานทางประวัตศาสตร์ พัฒนาการของมนุษย์ในยุคตา่ งๆ และการ

สถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทยั ภูมิปัญญาไทย รู้และเข้าใจประเพณี วัฒนธรรม สถานทต่ี ัง้ การตง้ั ถ่ินฐานของ
มนษุ ย์ ส่งิ ของเครอ่ื งมือเคร่ืองใช้ทีเ่ กดิ จากกภมู ปิ ัญญาของคนในชมุ ชน สญั ลักษณแ์ ละสิง่ ท่แี สดงความเปน็ ชาติ

ไทยในชมุ ชนและคณุ คา่ ของภมู ิปญั ญาไทยทีส่ บื ตอ่ ถึงปัจจบุ นั ทน่ี ่าภาคภูมใิ จและควรค่าแกก่ ารอนรุ กั ษ์
วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการสืบค้น เขียนสรปุ ความ ฝกึ

ปฏิบตั ิ

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ประวัตคิ วามเป็นชุมชน การแบง่ ยคุ สมยั เขา้ ใจประเพณี
วัฒนธรรมและคณุ คา่ ของภูมิปญั ญาไทยตั้งแต่อดตี จนถงึ ปัจจุบนั

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ส ๔.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ป.๔/๓

ส ๔.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒
ส ๔.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒

รวม ๗ ตวั ช้วี ดั

หลกั สูตรสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎร์นิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศกึ ษา วิเคราะห์ อภิปราย สรปุ มรดกทางวัฒนธรรมท่ไี ด้รบั จากพุทธศาสนา พทุ ธประวัติ พุทธ
ศาสนา พุทธศาสนกิ ชน ชาดกพระไตรปิฎก พระรตั นตรัย ไตรสิขา โอวาท ๓ พุทธศาสนสาธิต ฝึกพฒั นา
จติ ทาสมาธิ สวดมนต์ แผ่เมตตา หลกั ธรรม ปฏิบัตติ นของศาสนิกชนทด่ี ีของ ศาสนสถานต่างๆ

ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย สรปุ การปฏบิ ัติตนตามสถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรภี าพ ในการเป็น
พลเมอื งดี เคารพเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ อนรุ กั ษ์ เผยแพร่ ภมู ิปัญญาท้องถ่นิ ของ

ชมุ ชน โครงสร้าง อานาจ บทบาท หนา้ ที่ ความสาคญั ของผู้บรหิ ารในการปกครองส่วนท้องถิ่นกบั การ
บริการสาธารณะประโยชนใ์ นชุมชน

ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย สรุป เกี่ยวกับความหมายและประเภทของปัจจัยการผลิตเทคโนโลยใี น

การผลติ สินคา้ และบรกิ าร พฤตกิ รมของผู้บรโิ ภค หลักการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเภทของ
สหกรณ์ การประยกุ ต์ หลักการของสหกรณ์มาใชใ้ นชีวติ ประจาวัน บทบาทหน้าทขี่ องธนาคารดอกเบย้ี เงนิ

ฝากและดอกเบีย้ กยู้ ืม การฝากเงิน ผลดีและผลเสยี ของการกูย้ มื เงินท้ังนอกระบบและในระบบที่มตี อ่
เศรษฐกิจ

ศกึ ษา วเิ คราะห์ อภิปราย สรปุ ตาแหน่ง ระยะ ทศิ ทาง ภมู ลิ กั ษณ์ ความสัมพันธข์ องลักษณะ

ทางกายภาพ สงั คมในภมู ิภาคของตนเอง สภาพแวดล้อมทางกายภาพ อิทธพิ ลของสภาพแวดลอ้ มทาง
ธรรมชาตทิ ่ีมอี ิทธิพลตอ่ การตง้ั ถนิ่ ฐาน การยา้ ยถ่ิน ที่ก่อใหเ้ กิดวิถีชวี ิต การสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมในภมู ิภาค

ผลจากการรกั ษาทาลายสภาพแวดล้อม และแนวทางในการอนรุ กั ษส์ ภาพแวดล้อมในภูมภิ าค
โดยใช้กระบวนการสบื ค้น การคิดวเิ คราะห์ กระบวนการพฒั นาคา่ นิยม กระบวนการแก้ปญั หา วธิ กี ารทาง
ประวตั ศิ าสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด บอกหลักธรรมทางพทุ ธศาสนา พทุ ธประวตั ิ

มาเป็นแนวทางในการปฎบิ ตั ิตนเป็นพทุ ธศาสนกิ ชนที่ดีเปน็ พลเมอื งดีในการปกครองประชาธิปไตยที่มี
พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ดาเนนิ ชีวติ ตามหลกั ประมขุ ดว้ ยเศรษฐกิจพอเพยี ง เห็นคุณค่า ภูมิใจใน

ความเปน็ ไทย รว่ มอนุรักษ์ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ้ ม

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ส ๑.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕,ป.๕/๖,ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๒.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒,ป.๕/๓

รวม ๒๘ ตวั ชีว้ ดั

หลักสตู รสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษา วเิ คราะห์ อภิปราย สรุปขอ้ มลู เกี่ยวกับความเปน็ มา หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรข์ องทอ้ งถ่ิน
ความแตกต่างระหวา่ งความจริงกับขอ้ เท็จจริงเกยี่ วกบั เร่อื งราวในท้องถน่ิ การเขา้ มาและอทิ ธพิ ลของอารย
ธรรมอินเดียและจีนในดินแดนไทยและภมู ิภาคเอเชียเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ อทิ ธิพลของวฒั นธรรมแต่ละชาติ

ที่มีตอ่ สังคมไทย การสถาปนาอาณาจกั รอยุธยา พัฒนาการและปจั จัยทส่ี ่งเสริมความเจริญรงุ่ เรืองทาง
เศรษฐกจิ การปกครอง การเมือง ของอาณาจักรอยุธยา ประวัติและผลงานของบคุ คลสาคัญในสมัยอยุธยา

ภมู ปิ ญั ญาไทยสมัยอยธุ ยา การกอบกูเ้ อกราชและการสถาปนาอาณาจักรธนบรุ ี พระราชประวัตแิ ละผลงาน
ของพระเจา้ ตากสนิ มหาราช ภมู ปิ ัญญาในสมัยธนบรุ ี

กระบวนการแกป้ ญั หาวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ โดยใช้กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการ

สบื ค้น และเหน็ คณุ คา่
เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าและความสาคัญของประวัติศาสตร์ ชืน่ ชมและ

ภาคภมู ิใจในผลงานของบคุ คลสาคญั และเข้าใจอารยธรรมของประเทศต่างๆ ท่ีมตี ่อสงั คมไทยมาจนถงึ ปัจจุบนั

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ส ๔.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓
ส ๔.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ส ๔.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔

รวม ๙ ตวั ชี้วดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานโรงเรยี นชุมชนวดั ราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษาศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

ศกึ ษา คน้ ควา้ วเิ คราะห์ อธิบาย อภิปราย รวบรวมข้อมูล สรุป และเห็นคุณค่าเก่ยี วกบั
ความสาคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ และศาสนาท่ีตนนับถือ พุทธประวัติ และ
ประวตั ศิ าสดาของศาสนาทต่ี นนับถอื ความสาคัญของพระรัตนตรัย หลักธรรมท่ีสาคัญของศาสนา ตรยั

สกิ ขา โอวาท ๓ พทุ ธศาสนสภุ าษติ หลักธรรมของศาสนาทีต่ นนบั ถอื ศาสนพิธี วันสาคัญทางศาสนา
มารยาททดี่ ีของพระพุทธศาสนกิ ชน

ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายที่เกีย่ วขอ้ งกบั ชวี ติ ประจาวนั ประโยชน์ของการปฏิบัตติ ามกฎหมาย
ความหมายและประเภทของวฒั นธรรม เรียนร้เู กยี่ วกบั ระบบการเมือง การปกครองในสงั คมปจั จุบัน การ
ปกครองระบบประชาธปิ ไตย อันมพี ระมหากษัตรยิ ์เปน็ ประมขุ ลักษณะและความสาคญั ของการเปน็

พลเมืองทดี่ ี ตลอดจนความแตกต่าง และความหลากหลายทางวัฒนธรรม คา่ นิยม ความเชอื่ ปลกู ฝงั
คา่ นิยมด้านประชาธปิ ไตย สทิ ธิ หน้าที่ เสรภี าพ การดาเนนิ ชวี ติ อย่างสันติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก

อธบิ ายบทบาทของผู้ผลติ ผู้บริโภค ทรพั ยากร หลกั การใช้ทรพั ยากร หลกั การและประโยชน์
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งผผู้ ลติ ผู้บรโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาล การดารงชีวติ อยา่ งมดี ุลยภาพ และการนาหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั

บอกลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และสรุปลักษณะทางกายภาพ แหลง่ ทรพั ยากรและภูมิอากาศ
ของประเทศไทย และภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลก การใชแ้ ผนท่ี และเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ ความสัมพันธก์ ันของ

สง่ิ ตา่ งๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธข์ องมนุษย์ กบั สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิง่ ท่ีมนุษยส์ รา้ ง
ขึน้ การนาเสนอข้อมลู ภูมสิ ารสนเทศ การอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อมเพอ่ื การพฒั นาทย่ี ่ังยืนโดยใชก้ ระบวนการคดิ
วเิ คราะห์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการขดั เกลาทางสงั คม กระบวนการกล่มุ กระบวนการ

ประชาธปิ ไตย เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจ มีค่านยิ มที่ดงี าม มีทักษะกระบวนการและมี
ความสามารถตามมาตรฐานของหลักสูตร กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม มจี ิต

สาธารณะ มีคุณธรรม ภาคภมู ิใจในระบอบการปกครองประชาธิปไตย

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ป.๖ /๑,ป.๖ /๒,ป.๖ /๓,ป.๖ /๔, ป.๖ /๕,ป.๖ /๖,ป.๖ /๗, ป.๖ /๘,ป.๖ /๙
ส ๑.๒ ป.๖ / ๑,ป.๖ /๒,ป.๖ /๓
ส ๒.๑ ป.๖ /๑,ป.๖ /๒,ป.๖ /๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖ /๑,ป.๖ /๒,ป.๖ /๓
ส ๓.๑ ป.๖ /๑,ป.๖ /๒,ป.๖ /๓
ส ๓.๒ ป.๖ /๑,ป.๖ /๒
ส ๕.๑ ป.๖ /๑,ป.๖ /๒
ส ๕.๒ ป๖ /๑,ป.๖ /๒,ป.๖ /๓

รวม ๓๐ ตัวชว้ี ัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานโรงเรียนชมุ ชนวัดราษฎรน์ ิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย สรุปขอ้ มูลเก่ียวกบั ความหมายและความสาคัญของวิธกี ารทาง
ประวัติศาสตรเ์ พอ่ื นาไปใช้ในการศกึ ษาเรือ่ งราวในท้องถ่ิน และนาไปศกึ ษาเหตกุ ารณ์สาคัญตา่ งๆ เช่น พระ
ราชหตั ถเลขาของรฐั กาลท่ี ๔ หรอื ๕ อธบิ ายสภาพสงั คม เศรษฐกิจ การเมอื งและความสมั พนั ธข์ องประเทศ

เพอื่ นบ้าน อธิบายพัฒนาการของไทยสมยั กรงุ รตั นโกสินทรแ์ ละความเจรญิ รงุ่ เรือง บุคคลสาคญั และภมู ิ
ปัญญาไทยในสมยั กรงุ รตั นโกสินทร์

กระบวนการแก้ปญั หาวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการ
สบื คน้ อภิปราย อธิบาย สรุป ฝึกปฏิบตั ิ

เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจเก่ยี วกับประวตั ิศาสตร์ของทอ้ งถิ่นและความสัมพนั ธ์ของ

ประเทศเพ่ือนบา้ น ความเจรญิ รุ่งเรอื ง บุคคลสาคญั และภูมปิ ัญญาไทยในสมัยกรงุ รัตนโกสนิ ทร์

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ส ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒

ส ๔.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๘ ตวั ชี้วดั

หลักสตู รสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ส ๑๑๒๓๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๑ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

ปฏบิ ัติตนเป็นผ้มู ีมารยาทไทย ในเรอ่ื งการแสดงความเคารพ การรบั ประทานอาหาร การทกั ทายด้วย
วาจาและยม้ิ แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทีต่อพอ่ แม่และญาติผู้ใหญ่ เหน็ ความสาคญั ของภาษาไทย ปฏบิ ตั ิ
ตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซือ่ สัตยส์ ุจริต ขยนั หมัน่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตัง้ ใจปฏิบัตหิ นา้ ที่

และยอมรบั ผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
เข้ารว่ มกจิ กรรมเก่ยี วกับชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท

ในเร่ืองการออมและการประหยดั หลกั การทรงงาน ในเรอื่ งการประหยดั ความเรียบง่าย ได้ประโยชนส์ ูงสุด
ความซ่ือสัตย์สุจรติ และจรงิ ใจต่อกนั และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มีวนิ ยั ในตนเอง ใน
เร่ืองความซื่อสัตย์สุจรติ ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏบิ ัติหน้าท่ี และยอมรบั ผลทเ่ี กิดจากการ

กระทาของตนเอง
ปฏบิ ตั ิตนตามขอ้ ตกลง กตกิ า และหน้าทที่ ่ีตอ้ งปฏิบตั ใิ นหอ้ งเรียน ในเร่ืองการรักษาความสะอาด การ

รกั ษาของใช้รว่ มกัน และการส่งงาน ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหน้าท่ใี นฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครวั และ
ห้องเรยี น ในเรอ่ื งการเชื่อฟังคาสัง่ สอนของพอ่ แม่ ญาตผิ ู้ใหญ่และครู ปฏิบัติตนเปน็ ผ้มู ีวินัยในตนเองในเรือ่ ง
ความซือ่ สตั ย์สุจรติ ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏบิ ัติหน้าท่ี และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทา

ของตนเอง
ยอมรับความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผ้อู ืน่ ในเรือ่ งเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ

พกิ าร ความสามารถ ถน่ิ กาเนดิ ฯลฯ ยกตวั อย่างความขดั แย้งในหอ้ งเรียน ในกรณีความคดิ เหน็ ไม่ตรงกัน การ
ละเมิดสิทธขิ องผอู้ ่นื และเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี ปฏบิ ัตติ นเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเอง ในเร่ืองความ
ซ่อื สตั ย์สจุ ริต อดทน และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง

โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแก้ปัญหา

เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมลี กั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซงึ่ ความเป็นไทย แสดงออกถึงความรกั
ชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ดาเนนิ ชวี ติ ตามวิถีประชาธิปไตย อยรู่ ่วมกบั ผู้อน่ื อย่าง
สนั ติ สามารถจดั การความขัดแยง้ ดว้ ยสันติวธิ ี และมีวินยั ในตนเอง

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทไทย

๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทีต่อบุคคลในครอบครัว
๓. เหน็ ความสาคญั ของภาษาไทย
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมเก่ียวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

๕. ปฏบิ ัติตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ิตนตามขอ้ ตกลง กติกา และหนา้ ที่ที่ต้องปฏิบัติในห้องเรียน

๗. ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะสมาชิกท่ีดขี องครอบครวั และหอ้ งเรียน
๘. ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างของตนเองและผู้อื่น
๙. ยกตวั อย่างความขดั แย้งในหอ้ งเรยี นและเสนอวธิ กี ารแกป้ ญั หาโดยสันติวิธี

๑๐. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐานโรงเรยี นชุมชนวัดราษฎร์นิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส๑๒๒๓๒ หนา้ ที่พลเมือง ๒ คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ กล่มุ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ ีมารยาทไทย ในเร่ืองการพูดดว้ ยถ้อยคาไพเราะและการมีกิรยิ าสภุ าพออ่ นน้อม
แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทตี ่อบุคคลในโรงเรยี น เหน็ ประโยชนข์ องการแต่งกายด้วยผา้ ไทย ปฏิบัติตนเปน็
ผู้มวี นิ ัย ในตนเอง ในเรื่องความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตง้ั ใจปฏบิ ัติหนา้ ท่ี และ

ยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
เขา้ ร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาท

ในเร่ืองความขยนั และความอดทน หลกั การทรงงาน ในเรือ่ งการพ่ึงตนเองและรู้ รัก สามัคคี และหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซ่อื สตั ย์สจุ รติ ขยันหมนั่ เพียร อดทน ใฝ่หา
ความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ี และยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง

ปฏบิ ตั ติ นตามกฎ ระเบยี บ และหน้าท่ีท่ีต้องปฏิบัตใิ นโรงเรียน ในเรื่องการแต่งกาย การเขา้ แถว การ
ดแู ลพ้ืนทที่ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนา้ ทีใ่ นฐานะสมาชกิ ทด่ี ีของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ในเรอื่ ง

การเป็นผ้นู าและการเปน็ สมาชิกทด่ี ี หนา้ ท่ีและความรบั ผดิ ชอบ ปฏิบัติตนเป็นผูม้ ีวินยั ในตนเอง ในเรื่องความ
ซื่อสตั ยส์ จุ รติ ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของ
ตนเอง

ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผ้อู ื่น ในเรอ่ื งเช้ือชาติ ภาษา เพศ สขุ ภาพ ความ
พกิ าร ความสามารถ ถิน่ กาเนิด ฯลฯ ยกตัวอยา่ งความขัดแยง้ ในโรงเรียน ในกรณีหนา้ ท่แี ละความรับผิดชอบ

และการใชข้ องสว่ นรวม และเสนอวิธกี ารแกป้ ญั หาโดยสนั ติวิธี ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเรอ่ื งความ
ซอื่ สตั ย์สจุ รติ อดทน และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง

โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ

กระบวนการแกป้ ัญหา
เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมีลักษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรักษาไว้ซึง่ ความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรัก

ชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ ดาเนนิ ชีวติ ตามวิถีประชาธปิ ไตย อยรู่ ว่ มกับผู้อนื่ อย่าง
สนั ติ สามารถจดั การความขดั แย้งด้วยสนั ติวิธี และมวี นิ ัยในตนเอง

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ ีมารยาทไทย

๒. แสดงออกถึงความกตัญญกู ตเวทีต่อบุคคลในโรงเรยี น
๓. เห็นประโยชน์ของการแตง่ กายดว้ ยผ้าไทย
๔. เขา้ รว่ มกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

๕. ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏบิ ัติตนตามกฎ ระเบียบ และหนา้ ที่ท่ีต้องปฏบิ ัตใิ นโรงเรียน

๗. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา้ ที่ในฐานะสมาชิกที่ดีของหอ้ งเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรับความเหมือนและความแตกตา่ งของตนเองและผู้อนื่
๙. ยกตัวอย่างความขดั แยง้ ในโรงเรียนและเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหาโดยสันตวิ ิธี

๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู ีวินยั ในตนเอง

รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

หลกั สตู รสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ส ๑๓๒๓๓ หน้าที่พลเมือง ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

ปฏิบตั ิตนเป็นผูม้ มี ารยาทไทย ในเรอื่ งการต้อนรับผ้มู าเยอื น และการปฏบิ ัตติ นตามกาลเทศะ

แสดงออกถึง ความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลในชุมชน เห็นคุณคา่ ของภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ในเรอื่ งตา่ งๆ ปฏิบตั ิตน
เปน็ ผู้มวี ินัย ในตนเอง ในเรอ่ื งความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ ขยนั หมั่นเพียร อดทน และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทา
ของตนเอง

เขา้ ร่วมกจิ กรรมเกีย่ วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษตั ริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท
ในเรอื่ งความซ่ือสตั ยแ์ ละความเสยี สละ หลักการทรงงาน ในเรอ่ื งการมีสว่ นรว่ มและความเพียร และหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่อื งความซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยนั หม่ันเพยี ร
อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏิบัตหิ นา้ ที่ และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง

ปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าทท่ี ี่ต้องปฏบิ ตั ิในห้องเรียนและโรงเรยี น ในเรอ่ื ง

การใช้และการดูแลรักษาสงิ่ ของ เคร่ืองใช้และสถานทีข่ องส่วนรวม ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนา้ ท่ีในฐานะ
สมาชกิ ที่ดี ของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ในเรอ่ื งการใช้สิทธิและหนา้ ท่ี และการใชเ้ สรีภาพอย่างรบั ผดิ ชอบ มสี ว่ น

รว่ มในกจิ กรรม ตา่ งๆ ของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มวี ินัยในตนเอง ในเร่อื งความซ่ือสัตยส์ ุจรติ
ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง

ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล ในเรอ่ื งเชอื้ ชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความพกิ าร

ความสามารถ ถนิ่ กาเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยูร่ ่วมกบั ผู้อ่นื อยา่ งสนั ตแิ ละพ่งึ พาซงึ่ กันและกนั ดว้ ยการไม่
รงั แก ไมท่ าร้าย ไมล่ อ้ เลยี น ชว่ ยเหลือซงึ่ กันและกนั และแบ่งปนั ยกตวั อย่างความขดั แยง้ ในชุมชน ในกรณกี าร

ใช้ สาธารณสมบัติและการรกั ษาส่ิงแวดล้อม และเสนอวธิ กี ารปญั หาโดยสนั ตวิ ิธี ปฏิบตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
ในเรอื่ งความซื่อสตั ยส์ ุจรติ อดทน และยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จากการกระทาของตนเอง

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกล่มุ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และ

กระบวนการแก้ปญั หา
เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรกั ษาไวซ้ ่งึ ความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรกั

ชาติ ยึดม่นั ในศาสนา เทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ดาเนินชีวติ ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย อยู่รว่ มกบั ผู้อน่ื อย่าง
สันติ สามารถจัดการความขัดแย้งดว้ ยสันตวิ ธิ ี และมีวนิ ัยในตนเอง

ผลการเรียนรู้

๑. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มีมารยาทไทย

๒. แสดงออกถงึ ความกตัญญูกตเวทตี ่อบุคคลในชุมชน

๓. เหน็ คณุ ค่าของภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น

๔. เข้าร่วมกิจกรรมเกยี่ วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์

๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๖. ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหนา้ ท่ีทีต่ ้องปฏิบัติในหอ้ งเรียนและโรงเรียน

๗. ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา้ ที่และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมตา่ งๆ ของห้องเรียนและโรงเรียน

๘. ยอมรับและอยู่ร่วมกับผอู้ ่นื อย่างสนั ติ

๙. ยกตวั อย่างความขัดแยง้ ในชมุ ชนและเสนอวิธกี ารแกป้ ญั หาโดยสันติวธิ ี

๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูม้ วี ินัยในตนเอง

รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ

ส ๑๔๒๓๔ หน้าที่พลเมอื ง ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

หลักสูตรสถานศึกษาขนั้ พื้นฐานโรงเรยี นชมุ ชนวดั ราษฎร์นยิ ม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

เห็นคุณค่าและปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มมี ารยาทไทยในพธิ ีการตา่ งๆ ในเรอ่ื งการกลา่ วคาต้อนรบั การแนะนา

ตวั เองและแนะนาสถานที่ แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทตี อ่ ผู้ทาประโยชน์ในสงั คม มีสว่ นร่วมใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในท้องถ่นิ ปฏบิ ัตติ นเป็นผูม้ ีวินัยในตนเอง ในเรือ่ งความซ่ือสตั ย์สจุ ริต อดทน และ

ยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง
เหน็ ความสาคญั และแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมัน่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์

ในเรอ่ื งการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวตั ถแุ ละสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี

ปฏบิ ตั ติ นตามพระราชจริยวตั รและพระจริยวตั ร ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาท ในเรอ่ื งการมีวนิ ยั และการข่ม
ใจ หลกั การทรงงาน ในเรื่องประโยชน์ส่วนรวมและพออยพู่ อกนิ และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ วี ินัยในตนเอง ในเร่อื งความซ่ือสัตยส์ จุ ริต ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏิบัติ
หนา้ ที่ และยอมรบั ผล ที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง

มีสว่ นร่วมในการสร้างและปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กติกาของห้องเรยี น ในเร่อื งการรกั ษาความสะอาด

การรักษา ของใชร้ ว่ มกันและการสง่ งาน โดยใชก้ ระบวนการมีส่วนรว่ มในการสร้างขอ้ ตกลง กตกิ าด้วยหลกั
เหตุผลและยึดถือประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ีของการเปน็ สมาชิกทีด่ ีของครอบครัวและ

ห้องเรยี น ในเร่ืองการเป็นผู้นา และการเป็นสมาชิกทีด่ ี การมีเหตุผล ยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อื่น และการ
ปฏบิ ตั ิตามเสียงขา้ งมากและยอมรับ เสยี งข้างน้อย มีส่วนรว่ มและรับผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของ
ครอบครวั และหอ้ งเรียน ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูม้ ีวินัย ในตนเอง ในเรอื่ งความซอื่ สัตยส์ ุจรติ ขยนั หมั่นเพยี ร อดทน

ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ัตหิ น้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล ในเรื่องเชือ้ ชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความพกิ าร

ความสามารถ ถน่ิ กาเนดิ สถานะของบุคคล ฯลฯ อยู่รว่ มกับผู้อื่นอยา่ งสนั ติและพง่ึ พาซึ่งกันและกนั ในเร่อื ง
การไม่รงั แก ไม่ทารา้ ย ไม่ล้อเลยี น ช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกันและแบ่งปนั วเิ คราะหป์ ญั หาความขดั แย้งในทอ้ งถิ่น
ในกรณีการใชส้ าธารณสมบัตแิ ละการรักษาส่งิ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยสันติวธิ ี ปฏบิ ตั ิตน

เป็นผมู้ ีวนิ ยั ในตนเอง ในเรือ่ งความซ่ือสตั ย์สุจรติ อดทน และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกล่มุ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และ

กระบวนการแกป้ ญั หา
เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี นมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภมู ิใจและรกั ษาไวซ้ ่ึงความเป็นไทย แสดงออกถึงความรกั

ชาติ ยึดม่ันในศาสนา เทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่รว่ มกับผู้อื่นอยา่ ง

สันติ สามารถจัดการความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ิธี และมีวนิ ัยในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
๑. เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัตติ นเปน็ ผูม้ ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตัญญกู ตเวทตี อ่ ผู้ทาประโยชนใ์ นสังคม
๓. มสี ่วนรว่ มในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
๔. เหน็ ความสาคญั และแสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มสี ่วนรว่ มในการสรา้ งและปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กติกาของห้องเรยี น
๗. ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหน้าที่ มีส่วนร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสินใจในกจิ กรรมของครอบครัว และ
ห้องเรียน
๘. ยอมรบั และอยรู่ ่วมกับผู้อน่ื อย่างสันติ และพ่งึ พาซ่งึ กันและกัน
๙. วเิ คราะห์ปัญหาความขัดแย้งในท้องถ่ินและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสันติวธิ ี
๑๐. ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู ีวนิ ัยในตนเอง

หลักสูตรสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๕๒๓๕ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๕ คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัติตนเป็นผู้มมี ารยาทไทยในการสนทนา การปฏบิ ัติตนตามกาลเทศะ และการ

ต้อนรบั ผูม้ าเยือน ร้คู ุณค่า ใชอ้ ย่างประหยัด คมุ้ ค่าและบารงุ รกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มสี ่วน
รว่ มในศลิ ปวัฒนธรรมไทยปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มวี ินัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซือ่ สัตยส์ จุ ริต ต้งั ใจปฏิบัตหิ นา้ ท่ี และ
ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา ของตนเอง

เห็นคณุ ค่าและแสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ดว้ ย
การใช้สนิ ค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถแุ ละสาธารณสมบัติ ปฏิบตั ิตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ปฏบิ ัติ

ตนตาม พระราชจรยิ วตั รและพระจรยิ วตั ร ปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาท ในเร่อื งความเอ้อื เฟอ้ื เผื่อแผแ่ ละ
ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเรือ่ งการทาตามลาดับขน้ั และทางานอยา่ งมีความสุข และหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่อื สตั ย์สุจรติ ขยันหมน่ั เพียร อดทน ใฝ่หา

ความรู้ ตัง้ ใจปฏิบตั ิหนา้ ท่ี และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
มสี ว่ นร่วมในการสร้างและปฏิบตั ิตนตามกฎ ระเบียบของโรงเรยี น ในการรักษาความสะอาด การ

รักษา ของใช้รว่ มกันและการดูแลพ้นื ทที่ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย โดยใช้กระบวนการมีส่วนรว่ มในการสร้างกฎ ระเบยี บ
ด้วยหลกั เหตุผลและยดึ ถอื ประโยชน์ส่วนรวม ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนา้ ท่ขี องการเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของห้องเรียน
และโรงเรียน ในเรือ่ งการยึดถอื หลกั ความจรงิ ความดีงาม ความถกู ตอ้ งและหลักเหตุผล การยึดถอื ประโยชน์

ของส่วนรวมเปน็ สาคญั การยึดหลักความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรม มีส่วนร่วมและรบั ผดิ ชอบในการ
ตดั สินใจ ในกิจกรรมของห้องเรยี นและโรงเรียน ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซอ่ื สตั ย์สุจรติ

ขยนั หมน่ั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ ในเรือ่ งวิถชี วี ิต วัฒนธรรม ศาสนาและ

สง่ิ แวดล้อม อยูร่ ว่ มกับผอู้ ื่นอย่างสันตแิ ละพ่งึ พากนั ด้วยการเคารพซ่งึ กันและกนั ไม่แสดงกริ ิยา วาจาดหู มิ่น

ผู้อน่ื ชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และกัน และแบ่งปัน วิเคราะหป์ ัญหาความขัดแยง้ ในภูมภิ าคของตนเอง ในเรอ่ื งการ
จัดการทรพั ยากร และ การขัดแย้งทางความคิด และเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาโดยสนั ตวิ ธิ ี ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ี

วนิ ยั ในตนเอง ในเรือ่ ง ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ ความอดทน และยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และ

กระบวนการแก้ปญั หา

เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีลักษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรกั ษาไว้ซึง่ ความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรัก
ชาติ ยึดมัน่ ในศาสนา เทดิ ทูนสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ ดาเนนิ ชีวิตตามวถิ ีประชาธปิ ไตย อยู่ร่วมกบั ผู้อนื่ อย่าง

สันติ สามารถจัดการความขัดแย้งด้วยสนั ติวธิ ี และมวี ินัยในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
๑. เห็นคณุ ค่าและปฏิบัติตนเป็นผูม้ มี ารยาทไทย
๒. ร้คู ณุ ค่าและบารงุ รักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
๓. มสี ่วนร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คุณค่าและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. มสี ่วนรว่ มในการสร้างและปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าท่ี มสี ่วนรว่ มและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกิจกรรมของห้องเรยี นและโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม วัฒนธรรมในท้องถ่นิ และอยู่ร่วมกบั ผ้อู ่นื อยา่ งสันติ และพงึ่ พาซึ่งกัน
และกนั

หลักสูตรสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎร์นิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

๙. วเิ คราะห์ปญั หาความขัดแยง้ ในภมู ภิ าคของตนเองและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ติวิธี
๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ส ๑๖๒๓๖ หนา้ ท่ีพลเมือง ๖ คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ปฏิบัตติ นและชักชวนผูอ้ ื่นใหม้ มี ารยาทไทย ในเรอ่ื งการแสดงความเคารพ การสนทนา การปฏิบตั ิตน

ตามกาลเทศะ และการต้อนรบั ผ้มู าเยอื น มสี ว่ นร่วมและชักชวนผ้อู นื่ ใหอ้ นรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม มสี ว่ นร่วมในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏิบตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ใน
ตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต ตั้งใจปฏบิ ัติหนา้ ท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระทาของตนเอง

เห็นคณุ ค่าและแนะนาผู้อ่นื ใหแ้ สดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั
พระมหากษัตรยิ ์ ด้วยการใช้สินค้าไทย ดแู ลรกั ษาโบราณสถาน โบราณวัตถแุ ละสาธารณสมบตั ิ ปฏิบตั ติ น

เปน็ ศาสนกิ ชนที่ดี ปฏบิ ตั ิตนตามพระราชจรยิ วตั รและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรื่อง
ความใฝร่ ู้ ความกตญั ญู หลักการทรงงาน ในเรือ่ งองคร์ วมและทาให้ง่าย และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเร่อื ง ความซ่อื สตั ยส์ ุจริต ขยนั หมน่ั เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจ

ปฏิบัตหิ นา้ ท่ี และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัติตนและแนะนาผู้อ่นื ให้ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บของหอ้ งเรียนและโรงเรียน ใน

การใชแ้ ละดแู ลรกั ษาสิง่ ของ เครอื่ งใช้ วัสดุอปุ กรณ์ และสถานที่ของส่วนรวม เห็นคุณคา่ และปฏบิ ัติตนตาม
บทบาทหน้าทข่ี องการเปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของหอ้ งเรยี นและโรงเรียน ดว้ ยการเปน็ ผนู้ าและการเป็นสมาชกิ ท่ดี ี การ
ยดึ ถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสาคญั การใช้สิทธแิ ละหน้าที่ การใช้เสรีภาพอยา่ งรับผดิ ชอบ มีส่วนรว่ มและ

รบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกิจกรรมของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ีวินยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความ
ซ่ือสตั ย์สจุ ริต ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้ังใจปฏบิ ัติหนา้ ที่ และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของ

ตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย ในเร่อื งวิถีชวี ติ วัฒนธรรม ศาสนาและ

สงิ่ แวดล้อม อยู่ร่วมกับผู้อน่ื อย่างสนั ติและพึง่ พากนั ในเรอื่ งการเคารพซึ่งกนั และกัน ไม่แสดงกิรยิ า วาจาดหู มน่ิ

ผอู้ นื่ ช่วยเหลอื ซ่งึ กันและกัน และแบง่ ปนั วิเคราะหป์ ัญหาความขดั แย้งในประเทศไทย ในเรื่องการการละเมิด
สิทธิ การรักษาสงิ่ แวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยสันติวธิ ี ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ ีวนิ ัยในตนเอง ในเรือ่ ง

ความซือ่ สตั ยส์ ุจรติ อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และ

กระบวนการแก้ปัญหา

เพื่อให้ผเู้ รียนมลี กั ษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรกั ษาไวซ้ ึ่งความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรกั
ชาติ ยึดม่นั ในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่าง

สนั ติ สามารถจดั การความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และมวี ินยั ในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นและชักชวนผอู้ ่ืนใหม้ ีมารยาทไทย
๒. มสี ่วนรว่ มและชกั ชวนผ้อู น่ื ให้อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
๓. มสี ว่ นร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย
๔. เห็นคุณค่าและแนะนาผู้อื่นให้แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั
พระมหากษตั ริย์
๕. ปฏิบตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏิบตั ติ นและแนะนาผอู้ ่ืนใหป้ ฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บของห้องเรียนและโรงเรยี น
๗. เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามบทบาทหนา้ ท่ี มีสว่ นรว่ มและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกิจกรรม ของ
หอ้ งเรียนและโรงเรียน

หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

๘. ยอมรับความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในประเทศไทย และอยู่รว่ มกบั ผู้อน่ื อย่างสนั ติ และพง่ึ พา ซ่ึง
กนั และกนั
๙. วเิ คราะห์ปัญหาความขัดแยง้ ในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพละศึกษา
ระดับประถมศึกษา

รายวชิ าพน้ื ฐาน

พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา จานวน ๘๐ ช่ัวโมง
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จานวน ๘๐ ชั่วโมง

พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา จานวน ๘๐ ชว่ั โมง

พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา จานวน ๘๐ ชวั่ โมง

หลกั สูตรสถานศึกษาขัน้ พนื้ ฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎร์นิยม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

อธิบาย บอกเลา่ ศกึ ษาวิเคราะห์ เปรยี บเทียบ สรุป และบทบาทสมมุติ สาธติ เกีย่ วกบั ลกั ษณะ
หน้าที่ และการดูแลรักษาภายนอกทมี ีการเจริญเติบโต และพัฒนาการไปตามวยั สมาชิกในครอบครวั
ความรกั ความผกู พันของสมาชิกในครอบครัว สง่ิ ที่ชน่ื ชอบและความภาคภูมิใจในตนเอง ลกั ษณะความ

แตกตา่ งของเพศชายและเพศหญิง การปฏิบัติตนตามหลักสุขบญั ญตั แิ หง่ ชาติ ลกั ษณะอาการเจ็บป่วยท่ี
เกิดขึน้ กนั ตนเอง ส่งิ ทท่ี าให้เกิดอันตรายภายในบา้ นและโรงเรยี น อันตรายทเี่ กิดจากการเลน่ การขอความ

ช่วยเหลอื เมอ่ื เกิดเหตรุ า้ ยที่บ้านและโรงเรียน
อธิบาย สาธติ ฝกึ ปฏบิ ตั ิ เล่นเกม การแกไ้ ขปญั หา การตัดสินใจ กระบวนการกล่มุ เปรยี บเทียบ

ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับธรรมชาติ การเคลือ่ นไหวร่ายการในชวี ิตประจาวนั กจิ กรรมร่างกายที่ใชใ้ นการ

เคลื่อนไหวตามธรรมชาติ การออกกาลังกายและการเลน่ เกมเบด็ เตลด็ กฎ กตกิ า ขอ้ ตกลงในการเลน่ เกม
เบ็ดเตล็ด

โดยใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการและคดิ วิเคราะห์ กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการกลมุ่
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มที กั ษะในการเสริมสรา้ งสุขภาพเห็นคณุ คา่ ของตนเอง ครอบครวั และ
เพื่อน มีทักษะในการดาเนนิ ชวี ิต มวี นิ ัย เคารพกฎกตกิ า และมีน้าใจนักกีฬา

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
พ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

พ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓

รวม ๑๕ ตัวช้ีวดั

หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎร์นยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

พ ๑๒๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศกึ ษา ค้นคว้า วเิ คราะห์ อภิปราย เปรียบเทยี บ สรุป ลกั ษณะ และหนา้ ทข่ี องอวัยวะภายในที่
มกี ารเจรญิ เติบโตและพัฒนาการไปตามวัย (สมอง หวั ใจ ตับ ไต ปอด กระเพาะอาหาร ลาไส้ ฯลฯ) การ
ดแู ลรกั ษาอวัยวะภายใน การระมดั ระวงั การกระแทก การออกกาลังกาย การกินอาหารธรรมชาตขิ องชวี ติ

มนษุ ย์ตั้งแต่เกดิ จนตาย บทบาทหนา้ ท่ขี องสมาชิกในครอบครัว ตนเอง พอ่ แม่ พี่นอ้ ง ญาติ ความสาคัญ
ของเพ่ือน พฤติกรรมทีเ่ หมาะสมกบั เพศ ความเป็นสภุ าพบรุ ษุ สภุ าพสตรี ความภาคภูมิใจในเพศหญิง หรอื

เพศชาย ลกั ษณะของการมีสุขภาพดี รา่ งกายแข็งแรง จติ ใจร่าเรงิ แจม่ ใส มีความสขุ มคี วามปลอดภยั
อาหารทม่ี ีประโยชนแ์ ละไม่มีประโยชน์ ของใชแ้ ละของเล่นท่มี ีผลเสยี ต่อสุขภาพ อาการและวิธปี ้องกันการ
เจบ็ ปว่ ย ตาแดง ท้องเสีย ฯลฯ อาการและวิธีปอ้ งกนั การบาดเจ็บ ถูกของมคี ม แมลงสัตว์กัดต่อย หกล้ม

ฯลฯ วธิ ปี ฏิบตั ิตนเมือ่ เจ็บป่วยและบาดเจ็บอุบตั เิ หตทุ างนา้ และทางบก สาเหตุของอุบัตเิ หตุทางน้าและทาง
บก วิธีการปอ้ งกนั อุบตั ิเหตุทางน้าและทางบก ยาสามัญประจาบา้ น ชือ่ ยาสามัญประจาบา้ น การใช้ยาตาม

ความจาเป็นและลกั ษณะอาการ สารเสพติดและสารอันตรายใกลต้ วั โทษของสารเสพตดิ และสารอันตราย
ใกล้ตัว วธิ ีป้องกนั สญั ลักษณ์และปา้ ยเตอื นของสิง่ ของหรอื สถานทที่ เี่ ป็นอนั ตราย ความหมายของสัญลักษณ์
และปา้ ยเตอื น อัคคภี ัย สาเหตุของการเกดิ อัคคีภยั อนั ตรายซ่ึงไดร้ ับจากการเกิดอัคคภี ัย การป้องกนั

อคั คภี ัย และการหนีไฟ
ศกึ ษา วเิ คราะห์ สาธิต ฝึกปฏิบัติ ประเมินผล สรุป ลักษณะและวธิ กี ารของการเคลอื่ นไหวร่างกาย

แบบอยกู่ บั ที่ เชน่ กระโดด บิดตวั ดึง ผลกั แบบเคลอื่ นที่ เช่น กระโดดเขยง่ กา้ วชดิ กา้ ว ว่ิงตาม
ทศิ ทางท่ีกาหนด และแบบใช้อุปกรณ์ประกอบ เชน่ คีบ ขวา้ ง ตี การเล่นเกมเบด็ เตลด็ และเข้ารว่ ม
กจิ กรรมทางกายท่ีวธิ ีเล่นอาศัยการเคลือ่ นไหวเบื้องต้นทงั้ แบบอย่กู ับท่ี เคลื่อนท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ

การออกกาลังกาย และเลน่ เกมเบ็ดเตลด็ ประโยชนข์ องการออกกาลังกายและการเลน่ เกม กฎ กติกา
ข้อตกลงในการเล่นเกมเป็นกลุ่ม

โดยใชก้ ระบวนการศึกษาค้นคว้า กระบวนการฝึกปฏิบตั ิ กระบวนการการแสดงบทบาทสมมุติ
กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีความร้คู วามเข้าใจและมี
ความสามารถในการดูแลสุขภาพ การใชย้ าสามัญประจาบ้าน การปฏิบัติตนตามสญั ลักษณ์ การเลน่ กีฬา

ด้วยความระมดั ระวัง การรกู้ ฎกตกิ าของกฬี า มีจิตใจเปน็ นกั กีฬา มคี วามสามัคคี

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
พ๑.๑ ป๒/๑ , ป๒/๒, ป๒/๓
พ ๒.๑ ป๒/๑, ป๒/๒, ป๒/๓ , ป๒/๔

พ ๓.๑ ป๒/๑ ,ป๒/๒
พ ๓.๒ ป๒/๑ , ป๒/๒ ,

พ ๔.๑ ป๒/๑ ,ป๒/๒ , ป๒/๓ , ป๒/๔ ,ป๒/๕
พ ๕.๑ ป๒/๑ ,ป๒/๒ ,ป๒/๓ ,ป๒/๔ , ป๒/๕

รวม ๒๑ ตวั ชว้ี ัด

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

พ ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

หลกั สตู รสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศกึ ษา สังเกต เปรียบเทยี บ เกยี่ วกบั ลักษณะการเจริญเตบิ โตของร่างกายของมนุษย์ ลกั ษณะรูปรา่ ง
นา้ หนกั สว่ นสูงตามเกณฑม์ าตรฐานการเจรญิ เติบโตของเด็กไทย ปัจจัยที่มีผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต อาหาร

หลัก ๕ หมู่ การเลอื กกินอาหารท่เี หมาะสม วธิ ีการปอ้ งกนั การแพร่กระจายของโรค การสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายเพอื่ สขุ ภาพ ความสาคญั ของครอบครวั ความแตกต่างของแต่ละครอบครวั วิธีการสรา้ ง
สัมพนั ธภาพในครอบครัวและกลุม่ เพื่อน พฤติกรรมท่นี าไปสูก่ ารลว่ งละเมดิ ทางเพศ ทกั ษะปฏิเสธ วิธีการ

ปฏบิ ตั ติ นเพือ่ ความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ การขอความชว่ ยเหลือจากบุคคลและแหล่งต่างๆ เม่อื เกิดเหตรุ ้าย
หรืออุบัตเิ หตุ วิธีปฐมพยาบาลการบาดเจบ็ จากการเล่น

ศึกษา ฝกึ ปฏิบตั กิ ารออกกาลงั กาย การเคล่อื นไหวรา่ งกายแบบอยู่กับท่ี การเคล่ือนไหวแบบ
เคล่อื นท่ี วิธีการควบคุมการเคล่อื นไหวรา่ งกายแบบต่างๆอย่างมที ิศทาง กฎ กตกิ า ขอ้ ตกลง การเล่นเกม
เบด็ เตล็ด การละเล่นพ้ืนเมอื ง

โดยใช้ทักษะการรวบรวมข้อมูล ทักษะทางสุขภาพ ทกั ษะปฏิเสธ กกระบวนการคิดวเิ คราะห์ การ
บวนการฝึกปฏิบตั ิทางพลศกึ ษา เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ เหน็ คุณคา่

ของตนเอง ครอบครวั และเพื่อน มที กั ษะในการดาเนนิ ชวี ติ มวี ินยั เคารพกฎ กติกา และมีนา้ ใจนักกฬี า

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

พ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕

พ ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

รวม ๑๘ ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎร์นิยม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพละศึกษา กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

ศกึ ษา สังเกต เปรยี บเทยี บ เก่ียวกับการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์ทง้ั ทางดา้ นร่างกาย
จติ ใจ อารมณ์ สังคม จิตวญิ ญาณ สามารถดาเนนิ ชวี ติ อยู่ในครอบครวั สังคมอยา่ งมีความสุข เห็นคณุ ค่า
ของชีวิต รู้จกั ป้องกันและหลีกเลย่ี งโรค สารเสพติด มีหลักในการเสริมสร้างสขุ ภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม

และค่าธรรมเนยี มเก่ยี วกบั สขุ ภาพและความปลอดภยั ในชีวติ
ศกึ ษา ฝึกปฏิบตั ิ การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย ประเภทของกิจกรรมพลศกึ ษา เกม และชนดิ

ของกฬี า ทง้ั กฬี าไทยและกีฬาสากล มีนา้ ใจเป็นนักกฬี า มวี นิ ยั เคารพในสิทธิ และกตกิ า
โดยใชท้ กั ษะการรวบรวมขอ้ มลู ทกั ษะทางสุขภาพ ทกั ษะทางปฏิเสธ กระบวนการคดิ วิเคราะห์

กระบวนการฝกึ ปฏิบัตทิ างพลศึกษา เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการเสรมิ สร้างสุขภาพ เห็น

คุณค่าของตนเอง ครอบครวั และเพ่อื น มีทกั ษะในการดาเนนิ ชวี ติ มีวินยั เคารพกฎ กติกา และมนี า้ ใจ
เปน็ นักกฬี า

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
พ ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

พ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

พ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
พ ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

รวม ๑๙ ตวั ชีว้ ดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐานโรงเรยี นชุมชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

พ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพละศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษา สังเกต เปรียบเทียบ เกย่ี วกบั การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ทงั้ ทางดา้ นรา่ งกาย
จิตใจ อารมณ์ สังคม จิตวญิ ญาณ สามารถดาเนนิ ชีวติ อยู่ในครอบครวั สังคมอย่างมีความสุข เห็นคณุ คา่
ของชีวิต ร้จู กั ปอ้ งกันและหลีกเลย่ี ง สารเสพติด อุบตั เิ หตุ การใช้ยา มีหลกั ในการเสริมสรา้ งสขุ ภาพ

สมรรถภาพ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่าธรรมเนียมเก่ยี วกบั สขุ ภาพและความปลอดภยั ในชวี ิต
ศกึ ษา ฝึกปฏบิ ตั ิ การเคลื่อนไหว การออกกาลังกาย ประเภทของกิจกรรมพลศึกษา เกม และชนิด

ของกฬี า ท้งั กีฬาไทยและกฬี าสากล มีน้าใจเป็นนกั กฬี า มวี นิ ยั เคารพในสิทธิ และกติกา
โดยใชท้ กั ษะการรวบรวมข้อมลู ทกั ษะทางสุขภาพ ทักษะทางปฏบิ ัติ กระบวนการคิด วเิ คราะห์

กระบวนการฝึกปฏิบัตทิ างพลศึกษา เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการเสริมสร้างสุขภาพ เหน็

คุณค่าของตนเอง ครอบครวั และเพอ่ื น มีทกั ษะในการดาเนนิ ชีวิต มีวนิ ัย เคารพกฎ กตกิ า และมีน้าใจ
เป็นนกั กฬี า

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
พ ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

พ ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
พ ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓

พ ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
พ ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
พ ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

รวม ๒๔ ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐานโรงเรยี นชุมชนวดั ราษฎร์นิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธิบาย อภปิ ราย สรปุ ความสาคัญและวิธดี ูแลรกั ษาระบบสืบพนั ธ์ุ ระบบไหลเวียน
โลหิตและระบบหายใจ ท่ีมีผลตอ่ สุขภาพการเจริญเติบโต และพัฒนาการใหท้ างานปกติ

ปฏิบัติและร่วมกจิ กรรมทางกายในลกั ษณะต่างๆ โดยใช้การเคลื่อนไหว การบรหิ ารประกอบเพลง

และการยดื หยุ่นข้นั พน้ื ฐานร่วมกบั ผู้อน่ื
โดยศกึ ษา คน้ คว้า สืบคน้ อธิบาย อภิปราย สังเกต วิเคราะหแ์ ละสรุปองค์ความรู้ เพอ่ื ให้ผู้เรียนมี

ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถวิเคราะห์ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ ความสาคัญ วธิ ดี แู ลรกั ษาระบบสบื พันธุ์
ระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจทมี่ ีผลตอ่ สุขภาพการเจริญเตบิ โต และพัฒนาการให้ทางานปกตไิ ด้อยา่ ง
ถกู ตอ้ ง

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
พ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
พ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
พ ๓.๑ ป.๖ /๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕

พ ๓.๒ ป.๖ /๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
พ ๔.๑ ป.๖ /๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
พ ๕.๑ ป.๖ /๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓

รวม ๒๒ ตัวช้วี ัด

หลักสูตรสถานศึกษาขนั้ พน้ื ฐานโรงเรยี นชุมชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

รายวิชาพนื้ ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ระดับประถมศึกษา

รายวิชาพ้นื ฐาน

ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ทัศนศลิ ป์
อภปิ ราย บอกรูปรา่ ง ลกั ษณะ ขนาดของสง่ิ ต่าง ๆ รอบตวั ในธรรมชาตแิ ละสง่ิ ท่ี มนษุ ย์สร้างขน้ึ

ความรสู้ ึกท่ีมตี ่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ฝกึ ทักษะการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ ดินเหนียว ดินนามนั ดนิ สอ

พ่กู ัน กระดาษ สีเทยี น สีนา้ ดินสอสี สร้างงานทศั นศลิ ป์ ทดลองการใช้สนี า้ สีโปสเตอร์ สีเทยี น สีจาก
ธรรมชาติ ทีม่ ีในท้องถิ่น วาดภาพระบายสตี ามความรู้สกึ ของตนเอง ระบุงานทศั นศลิ ป์ในชีวติ ประจาวัน

เพอ่ื ให้เห็นคณุ ค่าของความสวยงามตามธรรมชาติ เกดิ ความร้สู ึกช่ืนชมธรรมชาติ เกิดความรู้ความ
เข้าใจในการใช้วัสดุอปุ กรณ์ที่เหมาะสมในงานทศั นศิลป์

ดนตรี
ศกึ ษาวเิ คราะห์การกาเนิดของเสียงจากธรรมชาติ แหล่งกาเนิดของเสียง สีสนั ของเสียงบอกลักษณะ

ของเสียงดงั -เบา และความชา้ - เรว็ ของจงั หวะ ทอ่ งบทกลอน และรอ้ งเพลงงา่ ย ๆ ประกอบจังหวะ เข้าร่วม
กิจกรรมดนตรี การรอ้ งเพลง การเคาะจังหวะ การเคลอ่ื นไหวประกอบเพลง บอกเพลงทใี่ ชใ้ นชีวิตประจาวนั
บทเพลงกล่อมเด็ก บทเพลงประกอบการละเลน่ เพลงชาตไิ ทย เพลงสรรเสริญพระบารมี เล่า ระบุท่ีมาของ

บทเพลงในทอ้ งถิ่น ความนา่ สนใจของบทเพลงในทอ้ งถิน่
เพอ่ื มคี วามรคู้ วามเข้าใจกาเนิดและลักษณะของเสียง เหน็ ความสาคญั ของเพลง งา่ ย ๆ เพลงกล่อม

เด็ก เพลงประกอบการละเล่น สามารถเคลอื่ นไหวร่างกายประกอบเพลงได้

นาฏศิลป์

เลียนแบบการเคลือ่ นไหว ลกั ษณะตา่ งๆ ของธรรมชาติ คน สตั ว์ สง่ิ ของ แสดงท่าทางง่าย ๆ เพื่อสื่อ
ความหมายแทนคาพดู โดยใชภ้ าษาท่า การประดษิ ฐท์ ่าประกอบเพลง การแสดงประกอบเพลงทเ่ี ก่ยี วกับ

ธรรมชาติสัตว์ การเปน็ ผู้ชมที่ดี ระบุ บอก เล่น การละเลน่ ของเด็กไทย การแสดงนาฏศลิ ป์
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถเลียนแบบการเคล่ือนไหวลกั ษณะตา่ ง ๆ มีทกั ษะในการ

แสดงทา่ ทาง เหน็ คุณค่าการละเล่นของเด็กไทยและนาฏศิลป์

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ศ.๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒

รวม ๑๘ ตัวชี้วัด

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

หลักสูตรสถานศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานโรงเรยี นชมุ ชนวดั ราษฎร์นิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ จานวน ๔๐ ช่วั โมง

ทศั นศลิ ป์

ระบุ บรรยาย รปู ร่าง รูปทรงที่พบในธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ เร่ืองเสน้ สี รปู รา่ ง
และรปู ทรง เร่อื งราว เลอื ก สร้างงานทัศนศลิ ปต์ า่ ง ๆ โดยใชท้ ัศนธาตทุ เ่ี น้น เส้น รูปร่าง
ฝกึ ทักษะการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ สรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ๓ มติ ิ สร้างภาพปะตดิ โดยการตัดหรอื ฉีกกระดาษ วาดภาพ

เพือ่ ถา่ ยทอดเรอ่ื งราวเก่ียวกับครอบครัวของตนเองและเพื่อนบ้าน
เลือกและบรรยายถงึ สิง่ ท่มี องเหน็ รวมถงึ เน้อื หาเร่อื งราว บอกความสาคญั ของงานทัศนศลิ ป์ท่ีพบเห็นใน

ชีวติ ประจาวัน สร้างสรรค์งานทศั นศิลปเ์ ปน็ รปู แบบงานโครงสร้างเคล่ือนไหว อภปิ รายเกี่ยวกับงานทศั นศลิ ป์
ประเภทตา่ ง ๆ ในท้องถนิ่ โดยเนน้ ถงึ วธิ กี ารสร้างงานและวัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้

เพื่อใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของความสวยงามตามธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม เกิดความรู้ความเขา้ ใจในการใช้

วสั ดอุ ุปกรณ์ที่เหมาะสมในงานทศั นศิลป์ มีทกั ษะสร้างงานทศั นศิลป์ ๓ มติ ิ ภาพปะติด
ดนตรี

จาแนกแหล่งกาเนิดของเสยี งท่ีไดย้ ิน สีสันของเสียงเครื่องดนตรี เสียงมนุษย์ คณุ สมบตั ิของเสยี งสูง-
ต่า , ดัง-เบา ยาว-สนั้ ของดนตรี ฝึกโสตประสาท เคาะจงั หวะหรอื เคลื่อนไหวรา่ งกายให้สอดคลอ้ งกับเน้อื หา
ของเพลง การเลน่ เครือ่ งดนตรปี ระกอบเพลง รอ้ งเพลงง่าย ๆ ทีเ่ หมาะสมกบั วัย บอกความหมายและ

ความสาคญั ของเพลงปลกุ ใจ เพลงสอนใจ บอกความสมั พนั ธข์ องเสยี งรอ้ ง เสียงเครือ่ งดนตรี บทเพลงใน
ท้องถิน่ แสดงและเข้ารว่ มกจิ กรรมทางดนตรีในท้องถิ่น ในโอกาสพเิ ศษของโรงเรยี นและวันสาคัญ

เพื่อมีความรคู้ วามเข้าใจแหล่งกาเนิดของเสียง เห็นความสาคัญของเพลงงา่ ย ๆ เพลปลุกใจ เพลง
สอนใจ เสียงเครื่องดนตรี บทเพลงในทอ้ งถนิ่ สามารถแสดงและเข้าร่วมกจิ กรรมทางดนตรีได้
นำฏศลิ ป์

เคลื่อนไหวขณะอยกู่ บั ทแ่ี ละเคล่อื นที่ด้วยการนงั่ ยืน เดินอย่างมรี ปู แบบ แสดงการเคล่ือนไหวท่ี
สะทอ้ นอารมณข์ องตนเองอยา่ งอิสระ การประดษิ ฐ์ทา่ จากการเคลอื่ นไหวจากเพลงท่เี กีย่ วกับสงิ่ แวดล้อมอย่าง

มีรปู แบบ แสดงทา่ ทางเพ่ือสอ่ื ความหมายแทนคาพดู หลักและวิธีการปฏิบตั ินาฏศลิ ป์ การฝกึ ภาษานาฏศลิ ป์
สื่อความหมายแทนอากัปกิริยา การฝกึ นาฏยศัพท์ในส่วนลาตัว การใช้ภาษานาฏศิลป์และ
นาฏยศัพท์ ประกอบจังหวะอย่างสร้างสรรค์ ระบุมารยาทในการชมการแสดง การเขา้ ชม หรือมีส่วนร่วม

ระบุ และเลน่ การละเลน่ พื้นบา้ น วิธกี ารเลน่ กติกา เชอื่ มโยงส่งิ ทพี่ บเหน็ ในการละเลน่ พน้ื บ้านกับสิง่ ทพี่ บ
เห็นในการดารงชีวิตของคนไทย ท่ีมาของการละเล่นพ้ืนบ้าน สิ่งที่ชน่ื ชอบและภาคภมู ใิ จในการละเลน่ พน้ื บา้ น

เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของการเคลอื่ นไหวทส่ี วยงาม พร้อมเพรียง มคี วามสอดคล้องและ สะทอ้ น
อารมณ์ มีทักษะในการประดิษฐ์ท่ารา ตระหนกั ในความจาเป็นในการฝกึ ภาษานาฏศิลป์
นาฏยศพั ท์ การแสดงนาฏศลิ ป์ และการละเลน่ ของเดก็ ไทย เหน็ คณุ ค่าการละเล่นของเด็กไทย และ

นาฏศิลป์ เหน็ ความสาคญั มารยาทในการชมการแสดง

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐานโรงเรยี นชมุ ชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
ศ ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ศ ๑.๑ ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๒๕ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ จานวน ๔๐ ชัว่ โมง

ทศั นศลิ ป์
บรรยาย รปู ร่าง รปู ทรงในธรรมชาตสิ ิง่ แวดลอ้ ม และวธิ ีการในการสร้างงานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นถงึ

เทคนคิ และวัสดุอุปกรณ์ ระบุ วัสดุ อุปกรณท์ ่ใี ช้สร้างผลงานเมื่อชมงานทัศนศิลป์ จาแนกทัศนธาตุ ของสงิ่ ต่าง

ๆในธรรมชาตสิ ง่ิ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์ โดยเน้นเร่อื ง เส้น สี รปู ร่าง รปู ทรง และพน้ื ผิว มีทักษะพ้ืนฐาน
ในการใชว้ ัสดุอุปกรณ์สรา้ งสรรคง์ านป้ัน วาดภาพ ระบายสสี ่ิงของรอบตวั ดว้ ยสีเทียน ดินสอสี และสี

โปสเตอร์ ถ่ายทอดความคิดความรู้สึกจากเหตุการณ์ชวี ิตจรงิ โดยใชเ้ สน้ รูปร่าง รูปทรง สี และพืน้ ผิว ระบสุ ง่ิ
ทชี่ ื่นชมและส่ิงที่ควรปรบั ปรุงในงานทศั นศิลป์ของตนเอง

ระบุ และจัดกลุ่มของภาพตามทัศนธาตุทเ่ี น้นในงานทศั นศิลปน์ ้นั ๆ สิง่ ที่ชนื่ ชมและสง่ิ ที่ควรปรบั ปรุง

ในงานทัศนศิลป์ขอตนเอง บรรยายลักษณะรูปร่าง รปู ทรงในงานการออกแบบส่งิ ต่าง ๆ ท่ีมีในบ้านและ
โรงเรียน

เลา่ ถงึ ท่ีมาของงานทศั นศิลป์ในทอ้ งถ่นิ อธิบายเกี่ยวกับวัสดอุ ปุ กรณ์และวธิ ีการสร้างงานทัศนศลิ ปใ์ น
ทอ้ งถิน่

เพื่อใหเ้ ห็นคณุ ค่าของรปู รา่ ง รูปทรง เกิดความรู้ความเขา้ ใจในการใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ สามารถคดิ และ

แสดงความรู้สกึ จากการรบั ร้คู วามงาม ความประณีต มที กั ษะในการปั้น การวาดภาพ ยอมรับคาติชมและ
แกไ้ ขขอ้ บกพร่อง

ดนตรี
ระบรุ ูปร่าง ลกั ษณะ เสยี งของเครอื่ งดนตรี ทเ่ี ห็นและได้ยินในชวี ติ ประจาวัน ใช้รปู ภาพหรือ

สญั ลักษณแ์ ทนคุณสมบัตขิ องเสยี ง จงั หวะเคาะ และรปู แบบจงั หวะ บอกบทบาทหนา้ ทข่ี องเพลงชาติ เพลง

สรรเสริญพระบารมี เพลงประจาโรงเรียน ขับรอ้ งเดี่ยวและหมู่ การบรรเลงดนตรีง่าย ๆ ประกอบเพลง
เคลือ่ นไหวท่าทางสอดคลอ้ งกับอารมณข์ องเพลงที่ฟัง แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั เสียงดนตรี เสยี งขบั ร้องของ

ตนเองและผอู้ ่ืน นาดนตรีไปใช้ในชวี ิตประจาวนั หรอื โอกาสต่าง ๆ ในโอกาสพิเศษ เชน่ งานรนื่ เริง งานฉลอง
วนั สาคัญของชาติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

ระบลุ ักษณะเด่นและเอกลักษณข์ องดนตรใี นทอ้ งถิน่ ลักษณะเสยี งร้องของดนตรี ภาษา เน้ือร้อง

เครอ่ื งดนตรี วงดนตรใี นทอ้ งถน่ิ ระบคุ วามสาคญั และประโยชน์ของดนตรีต่อการดาเนินชวี ิตประจาวัน ใน
วาระสาคญั ของคนในทอ้ งถน่ิ

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจรปู รา่ ง ลกั ษณะ เสยี งของเครื่องดนตรี เห็นคณุ ค่าความสาคัญของการ
ขับร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงประจาโรงเรยี น สามารถเคล่อื นไหวไดส้ อดคล้องกบั
อารมณ์ของเพลง ยอมรับคาตชิ มและแก้ไขขอ้ บกพรอ่ ง เกิดความรสู กึ ชืน่ ชมดนตรีในทอ้ งถิน่ สามารถนา

ความรทู้ ไี่ ดร้ บั ไปใชเ้ พ่ือความเพลดิ เพลนิ ได้
นำฏศิลป์

สรา้ งสรรคก์ ารเคล่อื นไหวในรูปแบบตา่ ง ๆ เชน่ ราวงมาตรฐาน เพลงพระราชนพิ นธ์ สถานการณ์
สน้ั ๆ สถานการณท์ ี่กาหนดให้ แสดงท่าทางประกอบเพลงตามรปู แบบ หลักและวธิ ีการปฏิบตั ินาฏศลิ ป์
การฝกึ ภาษานาฏศิลป์สือ่ อารมณข์ องมนษุ ย์ นาฏยศัพทใ์ นส่วนขา เปรียบเทยี บบทบาทหน้าทขี่ องผู้แสดงและ

ผชู้ ม หลกั ในการชมการแสดง การมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมการแสดงท่ีเหมาะสมกบั วยั ของผ้แู สดง ผู้ชม บอก
ประโยชน์ของการแสดงนาฏศลิ ปใ์ นชีวติ ประจาวัน การบูรณาการนาฏศิลป์กบั สาระการเรียนรู้อื่น ๆ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

เล่าการแสดงนาฏศิลป์ทเ่ี คยเห็นในทอ้ งถิ่น การแสดงนาฏศิลปพ์ นื้ บา้ น หรือทอ้ งถน่ิ ของตน ระบสุ งิ่ ที่
เปน็ ลกั ษณะเดน่ และเอกลกั ษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์ อธิบายความสาคญั ทม่ี า และส่ิงทเี่ คารพของการ
แสดงนาฏศิลป์

เพอื่ ใหเ้ หน็ ความสัมพันธข์ องการเคลอ่ื นไหวประกอบเพลงทสี่ วยงาม พร้อมเพรียง มคี วามสอดคล้อง
และผสมกลมกลืน เหน็ ความสาคญั ในการฝึกภาษานาฏศลิ ป์ นาฏยศัพท์ และการแสดงนาฏศิลป์ใหเ้ กดิ
ความมัน่ ใจ เหน็ คุณคา่ ของนาฏศิลปไ์ ทย นาฏศิลป์พ้ืนบ้าน สามารถนาการแสดงนาฏศิลป์ไปใช้แสดงให้เกดิ
ความเพลดิ เพลินได้
มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ศ ๑.๑ ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ศ ๒.๑ ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๒๙ ตวั ชี้วดั

หลักสตู รสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎร์นยิ ม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง

ทัศนศิลป์
เปรียบเทียบรูปลกั ษณะของรปู ร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม และงานทศั นศลิ ป์

ถา่ ยทอดความคดิ ความร้สู ึก ความเหมือน ความแตกต่าง ผ่านงานทศั นศลิ ป์ของตนเองและบคุ คลอนื่

อภปิ รายเกี่ยวกบั อิทธิพลของสีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็นทีม่ ตี ่ออารมณ์ของมนุษย์ จาแนกทศั นธาตุของส่งิ ตา่ ง
ๆในธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและงานทศั นศิลปโ์ ดยเน้นเร่อื งเสน้ สี รปู ร่าง รปู ทรงพืน้ ผิว และพน้ื ท่ีวา่ ง

มีทกั ษะพืน้ ฐานในการใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์สรา้ งสรรคง์ านพมิ พ์ภาพ งานวาดภาพระบายสี บรรยาย
ลกั ษณะของภาพโดยเน้นเร่ืองการจัดระยะ ความลึก น้าหนกั แสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยเลือกใช้สี
วรรณะอนุ่ และสีวรรณะเย็น ถ่ายทอดความรู้สกึ และจนิ ตนาการในการสร้างงานทศั นศิลป์

ระบุ อภปิ รายเก่ยี วกับงานทัศนศิลปใ์ นเหตกุ ารณ์ งานเฉลมิ ฉลองของวฒั นธรรมในท้องถนิ่ และ
ทศั นศลิ ปท์ ีม่ าจากวฒั นธรรมต่าง ๆ

เพื่อให้เหน็ ความแตกต่างรูปลกั ษณะของรปู รา่ ง รปู ทรงและงานทศั นศลิ ป์ เห็นคุณค่าและ
ความสาคัญในความงาม ความประณีต มีทกั ษะในการพิมพ์ภาพ วาดภาพระบายสี ชื่นชมและภูมิใจศิลปะ
ไทยทีส่ ะทอ้ นวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาในทอ้ งถิ่น ยอมรบั คาติชมและแกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง

ดนตรี
บอกความหมายของประโยคของเพลง โครงสร้างของบทเพลง การแบ่งประโยคเพลง แหลง่ ทมี่ า

และความสมั พนั ธข์ องวิถชี ีวิตไทย ท่ีสะทอ้ นในดนตรี และเพลงท้องถ่นิ เน้อื หาเรื่องราวในบทเพลง โอกาสใน
การบรรเลงดนตรี จาแนกประเภท เสียงของเครอ่ื งดนตรที ใ่ี ช้ในเพลงท่ฟี งั ระบุทิศทางการเคลอ่ื นท่ีข้ึน – ลง
ของทานอง รปู แบบจังหวะและความช้า-เรว็ ของจังหวะในเพลงทฟ่ี ัง ความสาคัญในการอนุรักษ์สง่ เสรมิ

วัฒนธรรมทางดนตรี ความสาคัญ ความจาเป็น แนวทางในการอนุรกั ษ์ อ่าน เขยี นโนต้ ดนตรไี ทยและสากล
เครื่องหมายและสัญลกั ษณ์ กุญแจประจาหลัก บรรทัดห้าเส้น โน้ตและเครอ่ื งหมายหยุด เสน้ กนั้ หอ้ ง

โครงสรา้ งโน้ตเพลงไทย ร้องเพลงโดยใช้ช่วงเสียงทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง ใช้และดูแลรักษาเครือ่ งดนตรีอยา่ ง
ถกู ตอ้ งและปลอดภัย ระบวุ า่ ดนตรีสามารถใช้ในการส่ือเรือ่ งราว ความหมายของเนอ้ื หาในบทเพลง

เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจเพลง โน้ตดนตรีไทยและสากล เหน็ คุณคา่ ความสาคัญของการขบั รอ้ ง

เพลง การใช้และเก็บเครื่องดนตรี เกิดความรสู กึ ช่ืนชมดนตรี เพลงท้องถ่ิน อนุรักษส์ ่งเสริมวฒั นธรรมทาง
ดนตรี สามารถนาความรูท้ ่ไี ดร้ บั ไปใช้เพ่ือความเพลิดเพลินได้

นำฏศิลป์
ระบุทกั ษะพนื้ ฐานทางนาฏศิลปแ์ ละการละครท่ใี ช้สื่อความหมายและอารมณ์ เหตุผลทค่ี วรรักษาและ

สบื ทอดการแสดงนาฏศิลป์ ความเปน็ มาและคุณคา่ ของนาฏศิลป์ หลกั และวธิ กี ารปฏิบตั ินาฏศิลป์ การฝกึ

และใช้ ภาษานาฏศิลปแ์ ละนาฏยศัพทป์ ระกอบเพลงปลกุ ใจ เพลงพระราชนพิ นธ์ หรือศัพท์ทาง การละคร
งา่ ย ๆ ในการถ่ายทอดเรื่องราว แสดงการเคล่ือนไหวในจงั หวะตา่ ง ๆ ตามความคิดของตน ประดิษฐ์

ทา่ ทางหรือทา่ ราประกอบจงั หวะพนื้ เมอื ง แสดงนาฏศลิ ป์เป็นคู่ และหมู่ เชน่ ราวงมาตรฐาน ระบา เลา่ สงิ่ ท่ี
ชนื่ ชอบในการแสดงโดยเนน้ จดุ สาคัญของเร่อื งและลักษณะเด่นของตัวละคร

อธบิ ายประวัตคิ วามเปน็ มาของนาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอย่างง่าย ๆ ความเป็นมาของนาฏศลิ ป์

ทีม่ าของชดุ การแสดง เปรียบเทียบการแสดงนาฏศิลปก์ บั การแสดงทมี่ าจากวัฒนธรรมอื่น การชมการแสดง
นาฏศลิ ป์ การแสดงท้องถิน่ อธบิ ายความสาคัญของการแสดง ความเคารพกอ่ นเรียนและกอ่ นแสดงนาฏศิลป์

ระบุเหตุผลที่ควรรกั ษา และสืบทอดการแสดงนาฏศลิ ป์

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ศ ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ศ ๑.๑ ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ศ ๒.๑ ป.๔/๗,
ศ ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๒๙ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รสถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ทศั นศิลป์
บรรยาย เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหว่างงานทศั นศลิ ป์ ที่สร้างสรรค์ดว้ ยวัสดอุ ุปกรณแ์ ละวิธกี ารที่

ตา่ งกนั วาดภาพ โดยใช้เทคนิคของแสงเงา นา้ หนกั และวรรณะสี อธิบายประโยชน์และคุณค่าของงาน

ทศั นศลิ ปท์ มี่ ีผลต่อชวี ิตคนในสังคม ระบปุ ัญหาใน การจัดองค์ประกอบศิลปแ์ ละการส่อื ความหมายในงาน
ทศั นศลิ ปข์ องตนเอง, บอกวธิ ีการปรับปรงุ งานให้ดขี ้นึ

สรา้ งสรรคง์ านปนั้ จาก ดนิ น้ามัน หรือดนิ เหนียว โดยเนน้ การถา่ ยทอดจินตนาการ งานพมิ พภ์ าพ
โดยเนน้ การจัดวางตาแหน่งของส่ิงต่าง ๆ ในภาพ

เพอ่ื ใหเ้ หน็ ความแตกตา่ งระหว่างงานทศั นศิลป์ เห็นคุณคา่ และความสาคญั ในความงาม ความ

ประณตี มที กั ษะในการวาดภาพ การพิมพภ์ าพ งานปนั้ ชนื่ ชมและภมู ิใจศิลปะไทยที่สะท้อนวฒั นธรรมและ
ภูมปิ ัญญาในท้องถิ่น ยอมรับคาติชมและแกไ้ ขข้อบกพร่อง

ดนตรี
ระบุองคป์ ระกอบดนตรีในเพลงทีใ่ ช้ในการสอ่ื อารมณ์ จาแนกลักษณะของเสยี งขับรอ้ งและเคร่ือง

ดนตรที ีอ่ ยู่ในวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ อ่าน เขยี นโนต้ ดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสยี ง รอ้ งเพลงไทยหรอื เพลง

สากลหรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวยั ด้นสดง่าย ๆ โดยใช้ประโยคเพลงแบบถามตอบ ใชเ้ คร่อื งดนตรี
บรรเลงจงั หวะและทานอง รว่ มกบั กิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง

ดนตรีกับประเพณใี นวัฒนธรรมตา่ ง ๆ อธิบายคุณค่าของดนตรที มี่ าจากวัฒนธรรมท่ตี า่ งกัน
เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจองคป์ ระกอบดนตรี เห็นคุณค่าความสาคญั ของการขบั ร้องเพลง การ

โนต้ ดนตรไี ทยและสากล สามารถนาความรทู้ ไี่ ดร้ ับไปใชเ้ พอื่ ความเพลดิ เพลินได้

นำฏศิลป์
บรรยายองค์ประกอบนาฏศลิ ป์ จงั หวะ ทานอง คาร้อง ภาษานาฏศิลป์ นาฏยศพั ท์ อปุ กรณ์

แสดงท่าทาง ประดษิ ฐ์ทา่ ทางประกอบเพลงหรอื เรือ่ งราวตามความคดิ ของตน แสดงนาฏศิลป์ ระบา ฟ้อน
ราวงมาตรฐาน โดยเน้นการใชภ้ าษานาฏศิลป์และนาฏยศพั ท์ในการสื่อความหมายและการแสดงออก มสี ่วน
ร่วมในกล่มุ กับการเขยี นเค้าโครงเร่อื งหรือบทละครสน้ั ๆ เปรียบเทยี บการแสดงนาฏศิลปช์ ุดต่าง ๆ ท่ีมาของ

การแสดง บอกประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการชมการแสดง หลักการชม การถ่ายทอดความรสู้ ึก และคุณคา่ ของ
การแสดง

เปรียบเทียบการแสดงตา่ ง ๆ ของไทยในแตล่ ะท้องถิ่น การแสดงนาฏศิลป์ไทยประเภทตา่ ง ๆ การ
แสดงพนื้ บ้าน ระบหุ รอื แสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ป์พื้นบา้ นทส่ี ะทอ้ นถึงวัฒนธรรมและประเพณี
เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจองค์ประกอบนาฏศิลป์ เหน็ คุณคา่ และความสาคัญของนาฏศิลปไ์ ทย มีทักษะใน

การแสดงทางนาฏศิลปไ์ ทย การแสดงพน้ื บา้ น สามารถประดษิ ฐ์หรือประยกุ ตท์ ่าทาง ท่าราประกอบเพลง
หรือเร่อื งราวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เปรียบเทียบการแสดง สามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รับไปใช้ แสดงให้เกดิ ความ

เพลดิ เพลินได้

หลักสูตรสถานศึกษาขัน้ พืน้ ฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎร์นยิ ม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
ศ ๑.๑ ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๑
ศ ๒.๑ ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๒๖ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ กลุม่ สาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง

ทัศนศิลป์
ระบสุ ีคูต่ รงขา้ ม อธบิ ายหลักการจัดขนาดสัดสว่ นความสมดุลในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ บรรยาย

บทบาทของงานทศั นศิลป์ที่สะท้อนชวี ติ และสงั คม ระบแุ ละบรรยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ ทมี่ ี

อทิ ธิพลต่อการสรา้ งงานทศั นศลิ ปข์ องบคุ คล
สร้างงานทศั นศลิ ปจ์ ากรปู แบบ ๒ มติ ิ เปน็ ๓ มติ ิ โดยใช้หลกั การของแสงเงาและน้าหนกั งานปั้นโดย

ใช้หลักการเพิ่มและลด งานทัศนศลิ ป์โดยใช้หลักการของรปู และพื้นทว่ี ่าง ใช้สีคู่ตรงข้าม หลักการจัดขนาด
สดั สว่ น และความสมดุล สรา้ งงานทัศนศิลป์เปน็ แผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพอื่ ถ่ายทอดความคดิ
หรอื เรอื่ งราวเกีย่ วกบั เหตุการณ์ต่าง ๆ

อภิปรายเกยี่ วกับการใชส้ ีคตู่ รงข้ามในการถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ อิทธิพลของความเชื่อความ
ศรัทธาในศาสนาท่มี ีผลต่องานทัศนศลิ ป์ในท้องถิ่น

เพื่อใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจการสร้างงานทัศนศิลป์ สามารถคิดและแสดงความรู้สึกจากการรบั รคู้ วาม
งาม ความประณีต ความสะอาด ความเพลิดเพลิน มีทกั ษะในการสรา้ งงานทศั นศิลป์ งานปั้น ยอมรับคา
ตชิ มและแกไ้ ขข้อบกพร่อง

ดนตรี
บรรยายเพลงทีฟ่ งั โดยอาศยั องค์ประกอบดนตรี และศัพท์สังคีต จาแนกประเภทและบทบาทหน้าท่ี

เคร่อื งดนตรีไทยและเครอ่ื งดนตรีท่มี าจากวัฒนธรรมตา่ งๆ อา่ น เขยี นโน้ตไทยและโนต้ สากลทานองงา่ ยๆ
เครอื่ งหมายสญั ลกั ษณ์ทางดนตรี โนต้ บทเพลงไทย อตั ราจังหวะสองช้ัน โนต้ เพลงสากลในบนั ไดเสยี ง
C Majorใช้เครื่องดนตรบี รรเลงประกอบการร้องเพลง ด้นสด ทมี่ จี ังหวะและทานองง่าย ๆ การสรา้ งสรรค์

รปู แบบจังหวะและทานองด้วยเคร่อื งดนตรี แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั ทานอง จังหวะ การประสานเสยี ง
และคุณภาพเสยี งของเพลงที่ฟัง บรรยายความร้สู ึกทม่ี ตี ่อดนตรี เน้ือหา องค์ประกอบ คุณภาพเสียงในบท

เพลง
อธบิ ายเร่ืองราวของดนตรไี ทยในเหตุการณส์ าคัญทางประวัตศิ าสตร์ จาแนกดนตรีท่ีมาจากยุคสมยั ท่ี

ต่างกัน อภปิ รายอิทธิพลของวัฒนธรรมตอ่ ดนตรีในท้องถิ่น

เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจองคป์ ระกอบดนตรี และศพั ทส์ ังคตี โนต้ ไทย โน้ตสากล เหน็ คุณคา่ และ
ความสาคญั ของการรอ้ งเพลง สามารถแสดงความรูส้ ึกจากความไพเราะของเพลง สามารถนาความรูท้ ไ่ี ด้รบั

ไปใชเ้ พอื่ ความเพลิดเพลนิ ได้
นำฏศลิ ป์

สร้างสรรคก์ ารเคลือ่ นไหวและการแสดงประกอบเพลงปลุกใจ หรอื เพลงพน้ื เมือง หรอื ท้องถิ่น โดย

เน้นการถา่ ยทอดลลี าหรอื อารมณ์ ออกแบบเครื่องแตง่ กายหรืออุปกรณ์ประกอบการแสดงอย่างง่าย ๆ แสดง
นาฏศลิ ป์ และละครงา่ ย ๆ ราวงมาตรฐาน ระบา ฟอ้ น ละครสร้างสรรค์ บรรยายความรสู้ ึกของตนเองทม่ี ี

ตอ่ งานนาฏศลิ ปแ์ ละการละครอยา่ งสร้างสรรค์ บทบาทและหน้าท่ีในงานนาฏศิลป์และการละคร แสดงความ
คดิ เห็นในการชมการแสดง การวเิ คราะห์ ความรู้สกึ ช่ืนชม อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์และการ
ละครกบั สง่ิ ทีป่ ระสบในชวี ิตประจาวันองคป์ ระกอบทางนาฏศิลป์และการละคร

อธิบายสิ่งที่มีความสาคัญต่อการแสดงนาฏศลิ ป์และละคร ความหมาย ความเปน็ มา ความสาคัญ
บคุ คลสาคญั คุณค่า ระบปุ ระโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศลิ ป์และละครในวันสาคญั

ของโรงเรยี น

หลกั สูตรสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎร์นยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

เพือ่ ให้เหน็ คณุ คา่ และความสาคญั ของนาฏศลิ ปไ์ ทย มที ักษะในการแสดงทางนาฏศิลป์และละคร
สามารถประดิษฐ์หรอื ประยกุ ตท์ า่ ราประกอบเพลง และถ่ายทอดความรูส้ ึกออกมาเป็นละครง่าย ๆไดอ้ ย่าง
เหมาะสมกบั สภาพปัจจุบัน เกิดความช่ืนชมนาฏศลิ ป์ไทย สามารถแสดงความรู้สึกจากการแสดงหรอื การชม
การแสดงและละคร นาความรู้ทไ่ี ด้รบั ไปใช้แสดงในโอกาสต่าง ๆ เพอ่ื ความเพลิดเพลินแก่ตนเองและผู้อ่ืน
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๑.๑ ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวม ๒๗ ตวั ชวี้ ดั

หลักสตู รสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

รายวิชาพนื้ ฐานและเพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี
ระดบั ประถมศกึ ษา

รายวิชาพื้นฐาน

ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง

ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ จานวน ๘๐ ชวั่ โมง

ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี จานวน ๘๐ ชว่ั โมง

สาระเพม่ิ เติม

ง ๑๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๒๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

ง ๑๓๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๑๔๒๐๑ คอมพิวเตอร์ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๕๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

ง ๑๖๒๐๑ คอมพิวเตอร์ จานวน ๔๐ ชั่วโมง

หลักสูตรสถานศึกษาขัน้ พืน้ ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
จานวน ๔๐ ชัว่ โมง

อธิบายวิธกี ารแต่งกายการจัดเกบ็ ส่งิ ของเครอื่ งใช้บนโตะ๊ ตู้ ชน้ั การหยบิ จับและใช้ของใช้ส่วนตัว
การแต่งกายดว้ ยตนเอง การใช้อปุ กรณ์ในการประกอบอาหาร การใชอ้ ุปกรณใ์ นการดูแลรักษาพชื การใช้
อุปกรณว์ ัดระยะและตดั กระดาษ การพบั กระดาษเปน็ ของเล่น บอกขอ้ มูลที่สนใจและแหลง่ ขอ้ มูลใกล้ตวั

ฝึกปฏิบตั ิใชว้ ัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ใชอ้ ุปกรณ์ในการดูแลรักษาพืช การใช้อุปกรณ์วดั
ระยะและตดั กระดาษ การพับกระดาษเป็นของเลน่ โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางานอย่างเป็นขน้ั ตอน การจัด
กระบวนการแกป้ ญั หา การทางานร่วมกนั การแสวงหาความรู้ มคี วามรู้ความเข้าใจในการทางาน เพื่อ
ชว่ ยเหลอื ตนเอง และร้จู กั สรา้ งองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง

เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนเกิดเจตคติท่ดี ีตอ่ การทางาน มีความกระตอื รือรน้ และตรงเวลาในการทางาน ตลอดจน
นาความรูไ้ ปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ง ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวมตัวชีว้ ดั ๕ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรยี นชุมชนวัดราษฎร์นิยม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี
จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

อธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของสมาชิกในบา้ น อธบิ ายวิธีการและประโยชนข์ องการกวาดบา้ น การล้าง
จาน การจัดวางเสื้อผา้ การเก็บเส้อื ผ้า การเกบ็ รองเทา้ การชว่ ยครอบครวั เตรียมและประกอบอาหาร การเพาะ
เมลด็ การดูแลแปลงเพาะกล้า การทาของเล่นและประดษิ ฐข์ องใช้สว่ นตัว

ฝึกปฏิบตั ิกวาดบ้าน ล้างจาน จดั วางเส้อื ผ้า เก็บเส้ือผา้ เกบ็ รองเท้า ช่วยครอบครัวเตรียมและ
ประกอบอาหาร เพาะเมลด็ ดูแลแปลงเพาะกลา้ ทาของเลน่ และประดิษฐ์ของใช้ส่วนตัว โดยใชท้ ักษะ
กระบวนการทางานอย่างเป็นขั้นตอน การจดั การกระบวนการแกป้ ัญหาการทางานร่วมกัน การแสวงหาความรู้
ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจในการทางานเพ่ือชว่ ยเหลือตนเองและครอบครัว เลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ใน
การทางานอย่างเหมาะสมกบั งาน ตลอดจนรู้จกั สรา้ งองคค์ วามร้ดู ว้ ยตนเองเพ่อื ให้ผ้เู รียนเกดิ เจตคติที่ดีตอ่ การ
ทางาน มีความประหยัดและปลอดภัยในการทางาน ตลอดจนนาความร้ไู ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ง ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

รวมตวั ชี้วดั ๗ ตวั ชวี้ ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎรน์ ิยม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ง๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
จานวน ๔๐ ชั่วโมง

อธิบายวิธกี ารและประโยชนข์ องการจัดเตรียมอปุ กรณก์ ารเรยี น การทาความสะอาดกระเปา๋ นักเรียน
การทาความสะอาดรองเท้า การปัด กวาด เช็ด ถู บ้านเรอื น การกรอกน้าใสข่ วด การทาความสะอาดหอ้ งเรยี น
การเลือกใช้เสอื้ ผ้า การซอ่ มแซมเสือ้ ผ้าดว้ ยการเนา การประกอบอาหาร การเก็บรักษาอาหาร การปลูกผกั สวน
ครัวในภาชนะ การบารุงรกั ษาของเล่น และซ่อมแซมของใช้ส่วนตัว การะประดิษฐข์ องใช้ในโอกาสต่าง ๆ โดย
ใชว้ สั ดุในท้องถ่ิน การเลอื กใชส้ งิ่ ของเครื่องใชใ้ นชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ การจดั การสง่ิ ของเครอื่ งใชด้ ว้ ย
การนากลบั มาใชซ้ ้า

ฝกึ ปฏิบัติทาความสะอาดกระเป๋านักเรียน ทาความสะอาดรองเท้า ปัด กวาด เช็ด ถู บ้านเรือน กรอก
น้าใส่ขวด ทาความสะอาดหอ้ งเรียน เลอื กใชเ้ สอ้ื ผ้า ซอ่ มแซมเสื้อผ้าด้วยการเนา ประกอบอาหาร เก็บรักษา
อาหาร ปลกู ผกั สวนครัวในภาชนะ บารุงรักษาของเลน่ และซ่อมแซมของใช้ส่วนตัว ประดษิ ฐข์ องใช้ในโอกาส
ต่าง ๆ โดยใชว้ ัสดุในทอ้ งถิน่ เลือกใช้สิ่งของเครอ่ื งใชช้ ีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ จดั การส่งิ ของเคร่ืองใชด้ ว้ ย
การนากลบั มาใชซ้ ้า การจัดการกระบวนการแกป้ ญั หาการทางานร่วมกัน การแสวงหาความรู้ทางานเพื่อ
ชว่ ยเหลือตนเอง ครอบครัว และสว่ นรวม ตลอดจนร้จู กั สร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง

เพื่อให้ผเู้ รียนเกิดเจตคติทีด่ ีตอ่ การทางาน มีความสะอาด รอบคอบ และอนุรกั ษ์สงิ่ แวดลอ้ มในการ
ทางาน ตลอดจนนาความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

รวมตวั ชี้วัด ๓ ตวั ชวี้ ดั

หลักสตู รสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐานโรงเรยี นชุมชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
จานวน ๘๐ ชว่ั โมง

อธิบายเหตุผลในการดูแลรกั ษาของใช้สว่ นตัว การจัดโตะ๊ เขยี นหนังสอื การจดั กระเป๋านักเรยี น การจัด
ต้เู สอ้ื ผ้า การขจัดรอยเปื้อนบนเส้ือผา้ การซอ่ มแซมเสือ้ ผา้ ดว้ ยการด้น การประกอบอาหารและเคร่ืองดื่ม การ
ซอ่ มแซมอปุ กรณ์ เคร่อื งมอื และเครือ่ งใช้ การประดษิ ฐข์ องใช้ ของตกแต่งจากใบตองและกระดาษ การจดั เก็บ
เอกสารสว่ นตวั การปลกู ไมด้ อกไมป้ ระดับ

ฝกึ ปฏิบตั ดิ ูแลรกั ษาของใช้สว่ นตวั จัดโต๊ะเขียนหนงั สอื จดั กระเปา๋ นักเรยี น จัดตเู้ สอ้ื ผ้า ขจัดรอยเปอ้ื น
บนเสื้อผ้า ซอ่ มแซมเสอื้ ผ้าด้วยการดน้ ประกอบอาหารและเครอื่ งด่ืม ซอ่ มแซมอุปกรณ์ เครื่องมือและเครื่องใช้
ประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแตง่ จากใบตองและกระดาษ จัดเก็บเอกสารส่วนตวั ปลกู ไม้ดอกไมป้ ระดับ โดยใช้
ทักษะกระบวนการทางานอย่างเป็นขั้นตอน การจดั การกระบวนการแก้ปญั หา การทางานรว่ มกนั และการ
แสวงหาความรู้ มีความรู้ความเข้าใจในการทางาน และรู้จักสรา้ งองคค์ วามรู้ด้วยตนเอง

เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนเกิดเจตคติทด่ี ีต่อการทางาน มมี ารยาท ขยัน อดทน รับผดิ ชอบ และซื่อสตั ย์ในการ
ทางาน รจู้ ักใช้พลังงานและทรัพยากรในการทางานอย่างประหยัดคุ้มคา่ ตลอดจนนาความรูไ้ ปใช้ใน
ชวี ิตประจาวนั ได้

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๔.๑ ป.๔/๑

รวมตวั ชว้ี ัด ๕ ตวั ช้ีวดั

หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎร์นยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
จานวน ๘๐ ช่ัวโมง

อธิบายเหตุผลในการจัดหอ้ งครวั การจัดตอู้ าหาร การจัดโต๊ะอาหาร การจัดตู้เย็น การทาความสะอาด
หอ้ งนา้ และห้องส้วม การซกั เส้อื ผ้า การตากเสอื้ ผ้า การเกบ็ เสอ้ื ผา้ การพบั เสือ้ ผา้ การรดี เส้อื ผ้า การซ่อมแซม
เส้อื ผา้ ด้วยการสอย การเย็บเครอื่ งเกาะเก่ยี ว การเลือกซ้อื อาหารและเครื่องดื่ม การปลกู พืชในแปลง การ
ซอ่ มแซมอปุ กรณ์ของใชใ้ นบา้ น การทาบญั ชคี รวั เรอื น การจดั เก็บเอกสารสาคัญ การดแู ลรกั ษาและใช้สมบตั ิ
ส่วนตัว สมาชกิ ในครอบครัวและส่วนรวม การประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแต่งจากวัสดเุ หลอื ใช้ทม่ี อี ยู่ในท้องถนิ่
การจดั การส่ิงของเครือ่ งดว้ ยการแปรรปู แล้วนากลับมาใช้ใหม่

ฝกึ ปฏบิ ตั ิจัดห้องครัว จัดตอู้ าหาร จดั โตะ๊ อาหาร จดั ตู้เย็น ทาความสะอาดหอ้ งน้าและห้องส้วม ซกั ผา้
ตากเสื้อผา้ เก็บเส้อื ผ้า พบั เสือ้ ผ้า รดี เส้อื ผา้ ซ่อมแซมเสือ้ ผ้าด้วยการสอย เยบ็ เครือ่ งเกาะเกีย่ ว เลือกซ้ืออาหาร
และเครอื่ งด่ืม ปลกู พชื ในแปลง ซ่อมแซมอปุ กรณ์ของใช้ในบ้าน ทาบัญชีครวั เรือน จัดเก็บเอกสารสาคญั ดูแล
รกั ษาและใช้สมบตั ิส่วนตวั สมาชิกในครอบครวั และส่วนรวม ประดษิ ฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดเุ หลอื ใช้ทมี่ ีอยู่
ในท้องถ่นิ การจัดการสงิ่ ของเคร่ืองใช้ดว้ ยการแปรรูปแล้วนากลบั มาใชใ้ หม่ ใช้ทักษะกระบวนการทางานอย่าง
เปน็ ขั้นตอน การจดั การกระบวนการแก้ปญั หาการทางานรว่ มกัน การแสวงหาความรู้ เพื่อให้มคี วามรคู้ วาม
เขา้ ใจในการทางาน และรูจ้ ักสร้างองค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง

เพือ่ ให้ผู้เรยี นเกิดเจตคตทิ ด่ี ีตอ่ การทางาน มีมารยาทในการทางานกับสมาชิกในครอบครวั มีความ
ประณีตในการทางาน มีจิตสานึกในการใชพ้ ลังงานและทรัพยากรในการทางานอย่างประหยดั คมุ้ คา่ ตลอดจน
นาความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ง ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ง ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

รวมตัวช้วี ัด ๖ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎร์นิยม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สูตรแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ง๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๖ คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
จานวน ๘๐ ชัว่ โมง

อภิปรายแนวทางในการดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน การซ่อมแซมเส้อื ผ้าการปะ และการชุน การจัด
อาหารใหส้ มาชิกในครอบครวั การเตรียม ประกอบอาหารและเครือ่ งดมื่ ใหส้ มาชกิ ในครอบครวั การเลย้ี งปลา
สวยงาม การติดตงั้ ประกอบของใชใ้ นบ้าน การสร้างของใช้ ของตกแตง่ ใหส้ มาชกิ ในครอบครวั หรือเพ่อื ใน
โอกาสตา่ ง ๆ การวางแผนในการเลือกอาชีพ การระบุความรู้ความสามารถ และคุณธรรมท่สี มั พันธ์กบั อาชีพที่
สนใจ

ฝึกปฏบิ ัตดิ ูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน ซอ่ มแซมเสื้อผา้ ดว้ ยการปะและการชนุ จัดอาหารให้สมาชิกใน
ครอบครัว เตรียมประกอบอาหารและเคร่ืองด่มื ให้สมาชิกในครอบครัว เลี้ยงปลาสวยงาม ตดิ ต้ัง ประกอบของ
ใชใ้ นบ้าน สรา้ งของใชข้ องตกแต่งให้สมาชิกในครอบครวั หรอื เพือ่ นในโอกาสต่าง ๆ โดยใชท้ ักษะกระบวนการ
ทางานอย่างเป็นขน้ั ตอน การจดั การกระบวนการแกป้ ญั หา การทางานร่วมกันและการแสวงหาความรู้ วางแผน
เลือกอาชีพ ระบคุ วามรู้ความสามารถและคุณธรรมทสี่ ัมพันธก์ ับอาชีพทสี่ นใจ

เพ่ือใหผ้ ้เู รียนเกิดเจตคติทดี่ ีต่อการทางาน มีมารยาทในการทางานกับครอบครัวและผู้อ่ืน มีจิตสานกึ
และความรับผดิ ชอบ มีคณุ ธรรมในการประกอบอาชีพ ตลอดจนนาความรูไ้ ปใช้ในชีวิตประจาวันได้

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
ง ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ง ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒

รวมตัวชวี้ ดั ๕ ตัวชีว้ ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐานโรงเรยี นชมุ ชนวัดราษฎร์นิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ง ๑๑๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

รู้ เข้าใจ ความหมายของข้อมลู แหลง่ ข้อมูล ประโยชน์ของขอ้ มูล การรวบรวมข้อมูลท่ีนา่ สนใจจาก
แหลง่ ขอ้ มลู ต่างๆ ทเี่ ชอ่ื ถือได้ ชื่อและหนา้ ท่ีของอปุ กรณ์พ้ืนฐานทเี่ ปน็ สว่ นประกอบหลกั ของคอมพิวเตอร์ และ
เลือกใช้เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสมกบั งาน เพือ่ ให้เข้าใจ ร้คู ุณค่า เหน็ ประโยชนข์ องขอ้ มลู สารสนเทศ การ

ดาเนนิ การทางานได้อย่างเป็นระบบ และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ และมคี ุณธรรม

ผลการเรยี นรู้
๑. บอกแหลง่ ขอ้ มูลทอ่ี ย่ใู กล้ตัวได้
๒. บอกประโยชนข์ องขอ้ มลู และรวบรวมข้อมลู ที่สนใจจากแหลง่ ข้อมูลต่างๆ

๓. ชอื่ และหน้าท่ีอุปกรณพ์ ้นื ฐานที่เป็นส่วนประกอบหลกั ของคอมพวิ เตอร์

รวม ๓ ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎร์นยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ง ๑๒๒๐๑ คอมพิวเตอร์ คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

รเู้ ข้าใจ เกยี่ วกับการใช้โปรแกรม Discovery Painting For Kids ในการวาดภาพ รปู ทรงต่าง ๆ
รูปทรงเรขาคณิตการเลือกใชส้ ีท่ีเหมาะสมในการวาดภาพนทิ าน การ์ตูน ท่เี ปน็ คติสอนใจ ซงึ่ เป็นการเพมิ่ เติม
ความรู้ในระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ หรือเกมคอมพิวเตอรท์ ่ีชว่ ยฝึกทกั ษะเก่ยี วกับการใช้เมาส์ แป้นพิมพ์ ต่าง

ๆ เพ่อื เข้าใจ รู้คุณคา่ เหน็ ประโยชน์ของข้อมูลสารสนเทศ การดาเนนิ การทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มี
จินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ เพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมคี ณุ ธรรม

ผลการเรียนรู้
๑. ใชเ้ มาส์ได้อยา่ งถกู วธิ ี

๒. ใช้แป้นพมิ พ์ได้อย่างถูกต้อง
๓. ใช้โปรแกรม Discovery Painting For Kids ได้อยา่ งถกู วิธี

๔. ใชโ้ ปรแกรม CAI ชว่ ยสอนไดอ้ ย่างถกู วธิ ี
รวม ๔ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎร์นยิ ม (ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ง ๑๓๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

รู้ เขา้ ใจ เก่ยี วกบั ข้อมูล แหล่งข้อมูล ประโยชน์ของข้อมูล การรวบรวมข้อมลู และจดั เกบ็ ขอ้ มลู ที่
น่าสนใจจากแหล่งขอ้ มูล ชื่อและหน้าท่ีของอปุ กรณ์พ้ืนฐานทเี่ ป็นสว่ นประกอบหลักของคอมพวิ เตอร์ และการ
เลอื กใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอรท์ ่ีเหมาะสมกับงาน เพอื่ ใหเ้ ข้าใจ รู้คุณค่า เห็นประโยชนข์ องขอ้ มลู สารสนเทศ
การดาเนินการทางานได้อย่างเป็นระบบ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และมคี ณุ ธรรม

ผลการเรียนรู้
๑. บอกข้อมูลทอ่ี ยู่ใกล้ตวั และแหลง่ ขอ้ มลู
๒. เห็นประโยชนข์ องข้อมูลและสามารถรวบรวมข้อมลู ท่ีนา่ สนใจจากแหลง่ ข้อมูลที่เชอ่ื ถอื ได้
๓. บอกช่อื และหน้าท่ขี องอุปกรณ์พ้ืนฐานท่ีเป็นส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์

รวม ๓ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานโรงเรยี นชมุ ชนวดั ราษฎร์นยิ ม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ง ๑๔๒๐๑ คอมพิวเตอร์ คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

รายวชิ าคอมพิวเตอร์ เปน็ รายวิชาท่ีมงุ่ ปลูกฝงั ให้ผู้เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ
เหน็ ความสาคญั และประโยชน์ของขอ้ มลู แหล่งข้อมูล การรวบรวมขอ้ มูล จากแหลง่ ข้อมูลต่างๆ เชน่
วทิ ยุ โทรทัศน์ ส่ือสง่ิ พิมพต์ า่ ง ๆ ข้อมูลจากอนิ เตอรเ์ นต็

ศึกษาเกี่ยวกับความหมาย ความสาคญั ประโยชน์ ของข้อมลู และแหลง่ ขอ้ มลู ชือ่ และหน้าที่ของ
อุปกรณพ์ น้ื ฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิบายหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ บอกประโยชน์ของ

คอมพวิ เตอร์ รู้จกั ขน้ั ตอน วธิ กี ารแกป้ ัญหา รจู้ ักสว่ นประกอบ ชื่อและหน้าท่ีของคอมพิวเตอร์ อธิบาย
วธิ กี ารคน้ หาขอ้ มูลและคน้ หาข้อมูลทางอินเตอร์เนต็ ได้ วเิ คราะห์ข้อมูลได้

ฝกึ ทักษะด้วยการปฏิบัติ การใชง้ านคอมพิวเตอร์ ในการใช้งานโปรแกรม Windows การฝกึ พิมพ์

ดว้ ยโปรแกรมพมิ พส์ มั ผสั การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมลู และการสร้างภาพตามจินตนาการด้วย
โปรแกรม Paint

ผลการเรยี นรู้
๑. บอกความสาคญั และประโยชนข์ องขอ้ มลู ในชวี ิตประจาวนั

๒. บอกความสาคญั ของแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ สอ่ื ส่ิงพมิ พแ์ ละคอมพิวเตอร์
๓. รวบรวมข้อมูลท่ีเปน็ ประโยชนจ์ ากแหลง่ ต่างๆ
๔. จัดเก็บข้อมูลทเ่ี ปน็ ประโยชนล์ งในสมดุ บันทกึ หรอื แบบบนั ทึกข้อมูล

รวม ๔ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานโรงเรียนชมุ ชนวดั ราษฎรน์ ิยม (ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐

ง ๑๕๒๐๑ คอมพิวเตอร์ คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

รายวิชาคอมพวิ เตอร์ เป็นรายวชิ าทมี่ ่งุ ปลกู ฝงั ให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจเหน็ ความสาคญั และ
ประโยชนข์ องขอ้ มลู แหล่งขอ้ มูล การรวบรวมข้อมลู จากแหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ สือ่

สง่ิ พมิ พ์ตา่ ง ๆ ขอ้ มลู จากอนิ เตอรเ์ น็ต
ศึกษาเกย่ี วกับความหมาย ความสาคัญ ประโยชน์ ของข้อมลู และแหลง่ ข้อมูล ชื่อและ

หน้าท่ีของอุปกรณ์พื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิบายหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ บอกประโยชน์
ของคอมพิวเตอร์ ร้จู กั ขน้ั ตอนและวธิ กี ารแก้ปญั หา รูจ้ กั สว่ นประกอบชอื่ และหน้าทข่ี องคอมพิวเตอร์
อธิบายวิธกี ารคน้ หาขอ้ มูลและค้นหาข้อมลู ทาอนิ เตอร์เนต็ ได้ วิเคราะหข์ ้อมลู ได้

ฝึกทกั ษะดว้ ยการปฏบิ ัติ การใช้งานคอมพิวเตอร์ในการใช้งานโปรแกรม Windows โปรแกรม
ประมวลผลคา ( Microsoft Word ) การใช้คอมพวิ เตอร์ในการค้นหาขอ้ มูล

ผลการเรียนรู้
๑. บอกความสาคญั และประโยชน์ของขอ้ มลู ในชีวิตประจาวนั

๒. บอกความสาคัญของแหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ เชน่ วิทยุ โทรทัศน์ สอ่ื สิง่ พิมพ์และคอมพิวเตอร์
๓. รวบรวมข้อมลู ท่เี ป็นประโยชน์จากแหล่งตา่ งๆ

๔. จดั เกบ็ ขอ้ มูลท่ีเปน็ ประโยชนล์ งในสมุดบันทกึ หรือแบบบนั ทึกขอ้ มูล
๕. บอกชอื่ และหน้าทข่ี องอุปกรณพ์ ้ืนฐานทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ

รวม ๕ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาขัน้ พืน้ ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

ง ๑๖๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ฝึกทกั ษะพิเศษทางด้านการใชโ้ ปรแกรมประมวลคา (Microsoft Word ๒๐๐๓) ในการสรา้ งเอกสาร
รายงาน หรอื บันทกึ ต่างๆ แกไ้ ขเอกสาร การปรับปรงุ หน้าตาของเอกสาร เอกสารท่ซี ับซ้อน เอกสารทาง

วิชาการ ทางานแบบออนไลน์ ออกแบบและจดั รูปแบบส่ิงพิมพ์ ตารางทีซ่ ับซ้อน สร้างเอกสารใหใ้ ช้งานใน
อินเทอร์เน็ต คีย์ลัดและหลักการเลื่อน Cursor ท่คี วรร้ใู นการใชง้ าน

โดยใชก้ ระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ กระบวนการสร้างความคิดรวบ
ยอด กระบวนการฝกึ ปฏิบตั ิ กระบวนการออกแบบ กระบวนการจัดการ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการ
คดิ วิเคราะห์ มนี ิสัยรักการทางาน รักการค้นควา้ มีความรบั ผิดชอบ ทางานร่วมกับผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสุข มี

สมาธิในการทางานจนสามารถนาทกั ษะปฏบิ ตั ิงานไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้

ผลการเรยี นรู้
๑. บอกความสาคญั ประโยชนข์ องข้อมูลในชวี ติ ประจาวนั และแหลง่ ที่เชื่อถือได้
๒. สามารถรวบรวมข้อมูลและจัดเกบ็ ข้อมลู ท่ีเปน็ ประโยชนใ์ นสมดุ บันทึกได้

รวมทงั้ หมด ๒ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐานโรงเรียนชุมชนวัดราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ระดบั ประถมศกึ ษา

รายวิชาพ้นื ฐาน

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
อ ๑๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จานวน ๘๐ ชั่วโมง

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จานวน ๘๐ ชัว่ โมง

หลักสตู รสถานศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานโรงเรียนชุมชนวดั ราษฎรน์ ยิ ม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐


Click to View FlipBook Version