The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ว30205

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Waeis Wadee, 2022-05-26 08:17:28

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ว30205

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ว30205

6. ฒ ณภ 21

6.1 3R , 8C , 2L

3Rs

 Reading (การอา่ น)

 (W) Riting (การเขยี น)

 (A) Rithmetics (การคดิ คำนวณ)

8Cs ไ

 Critical thinking and problem solving

(ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ญั หา)

 Creativity and innovation

(ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม)

 Cross-cultural understanding

(ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์)

 Collaboration, teamwork and leadership

(ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ)

 Communications, information and media literacy

(ทกั ษะด้านการสอื่ สาร สารสนเทศ และร้เู ทา่ ทนั สอ่ื )

 Computing and ICT literacy

(ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร)

 Career and learning skills

(ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้)

 Compassion

(ความมีเมตตา กรุณา วินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)

2Ls ไ

 Learning Skill

(ทกั ษะการเรียนรู้)

 Leader Ship

(ทกั ษะด้านภาวะผูน้ ำ)

6.2 ณ ณ ใ 21

 คณุ ลักษณะด้านการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรับตัวและความเปน็ ผูน้ ำ

 คณุ ลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรูข้ องตนเอง

 คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ่นื ความซอ่ื สตั ย์ สำนกึ พลเมือง

7. ณ ณ

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  ซอื่ สัตย์ สจุ ริต  มวี นิ ัย

 ใฝเ่ รียนรู้  อยู่อย่างพอเพยี ง  มุ่งม่ันในการทำงาน

 รักความเป็นไทย  มจี ิตสาธารณะ  เป็นเลิศวชิ าการ

 สือ่ สารไดอ้ ยา่ งนอ้ ยสองภาษา  ลำ้ หน้าทางความคิด  ผลิตงานอยา่ ง

สร้างสรรค์ รว่ มกันรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 98 – 126 ฉบับท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564

8. ใบ บบ บ ( Inquiry Method : 5E)

1 ใ (Engagement)

(1) ครูทบทวนความรูเ้ ร่อื งกัมมนั ตภาพรังสีทเ่ี รียนรมู้ าแล้ว เพอ่ื เชอื่ มโยงไปสู่การจดั การเรียนรู้เรอื่ ง

การสลายตวั ของธาตกุ ัมมนั ตรงั สี โดยครอู าจใช้คำถามต่อไปนี้ เชน่

– ไอโซโทปกมั มันตรงั สไี ม่เสถียรจะทำใหเ้ กิดส่ิงใดข้ึน

– ธาตุกมั มนั ตรังสมี อี ัตราการสลายตวั อย่างไร

(2) นกั เรียนช่วยกนั อภิปรายและแสดงความคิดเห็น

(3) ครูนำอภิปรายว่าอัตราการแผ่รังสีของธาตุเป็นสมบัติเฉพาะตัวของธาตุนั้น ๆ การสลาย

กัมมันตรังสีมีลักษณะเป็นแบบใดและข้ึนอยู่กับปัจจัยใดบ้าง นักเรียนสามารถเรียนร้ไู ด้จากการ

ปฏบิ ัติกิจกรรมต่อไปนี้

2ำ (Exploration)

(1) นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษากิจกรรม สถานการณ์จำลองการสลายกัมมันตรังสี แต่ละกลุ่มปฏิบัติ

กิจกรรมตามขั้นตอนท่ีได้วางแผนไว้ ดังน้ี

ตอนที่ 1

– นำลูกเต๋าทแี่ ต้มสี 1 หนา้ จำนวน 40 ลูก ใส่กลอ่ ง แลว้ ทอดลงบนพ้นื พร้อม ๆ กันหมด

คัดลูกเตา๋ ท่หี งายหน้าทแ่ี ต้มสีออก บันทึกจำนวนลูกเต๋าทีเ่ หลอื

– นำลูกเต๋าทเี่ หลือใสก่ ล่องแล้วทอดลงบนพืน้ คดั ลกู เต๋าทแ่ี ต้มสอี อก แล้วบันทกึ จำนวน

ลูกเต๋าทีเ่ หลือ โดยคดั ลกู เต๋าท่ีหงายหน้าท่แี ตม้ สอี อกพร้อมกับบันทึกจำนวนลกู เต๋าท่ี

เหลือทกุ ครัง้ จนกระทั่งเหลือลูกเต๋า 2–3 ลกู หรอื ไมเ่ หลอื เลย

– ดำเนินการเชน่ เดียวกับขนั้ ตอนท่ี 2 ซำ้ อกี 2 คร้งั

– นำขอ้ มลู ทบี่ ันทกึ ไวแ้ ต่ละครั้งไปเขียนกราฟระหว่างจำนวนครงั้ ทท่ี อดกับจำนวนลกู เต๋าท่ี

เหลอื โดยให้จำนวนลูกเตา๋ ที่เหลืออย่บู นแกนยืนและจำนวนครั้งที่ทอดอยบู่ นแกนนอน

ตอนที่ 2

นำลกู เตา๋ แตม้ สี 2 หนา้ โดยแต้มสีด้านทอ่ี ยู่ตรงกนั ข้าม ปฏิบตั ิเชน่ เดยี วกบั ตอนที่ 1

3บ (Explanation)

(1) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่

- ถา้ เรานำปริมาณต่อไปนี้ ได้แก่ จำนวนลูกเตา๋ จำนวนครั้งท่ที อด จำนวนลูกเต๋าท่เี หลืออยู่

จากการทอดแตล่ ะคร้ัง และจำนวนลูกเตา๋ ทถ่ี ูกคัดออก จะเทยี บได้กับปรมิ าณใดในการ

สลายตวั จรงิ ของธาตุกมั มันตรงั สี (จำนวนลกู เต๋าเทียบได้กับจำนวนนิวเคลียสของธาตุ

กัมมนั ตรงั สี จำนวนครั้งท่ีทอดลกู เตา๋ เทียบได้กับช่วงเวลาทเี่ กิดการสลายของนวิ เคลยี ส

กัมมนั ตรงั สี จำนวนลกู เตา๋ ท่ีเหลอื อยจู่ ากการทอดแต่ละคร้งั เทยี บได้กบั จำนวนนิวเคลยี ส

ของธาตกุ ัมมันตรังสีท่ีเหลือจากการสลายตัว จำนวนลกู เต๋าทถ่ี ูกคดั ออกเทียบไดก้ บั

จำนวนนิวเคลยี สทีเ่ กิดใหม่)

(2) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ผลจากการปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยให้ได้ข้อสรุปดงั น้ี

- จำนวนครง้ั ที่ทอดลูกเต๋าเหลือเพียงครงึ่ หน่ึงของจำนวนเร่ิมตน้ เทียบไดก้ บั คร่งึ ชวี ิต

- การแผ่รงั สีของธาตุกมั มนั ตรังสีจะลดลงเร่ือย ๆ เมื่อเวลาผา่ นไป ขน้ึ อยกู่ ับอัตราการ

สลายตวั ของนวิ เคลียสของธาตนุ นั้ เมอื่ เวลาผา่ นไประยะหนึ่งปรมิ าณธาตกุ ัมมันตรังสจี ำ

หนึ่งจะสลายตัวเหลือเพยี งครึง่ หน่งึ ของปริมาณเดิม เรยี กระยะเวลาทปี่ ริมาณของธาตุที่

เหลือเพียงคร่งึ หนึ่งว่าครึง่ ชีวติ

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 99 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

4 (Elaboration)
(1) ให้นกั เรียนศึกษาคร่ึงชีวติ และอตั ราการสลายตัวในเอกสารการเรยี น ครชู ่วยอธบิ ายเพ่ิมเติมให้
นักเรยี นเข้าใจมากขึ้น
(2) ฝึกให้นักเรยี นคำนวณหาครง่ึ ชวี ติ โดยครูยกตวั อย่างโจทย์ เชน่ ใหน้ ักเรยี นคำนวณหาว่าธาตุ
ไอโอดนี –131 จำนวน 1 กรัม จะมีครึ่งชวี ิตนานเทา่ ใด จงึ จะสลายตวั เหลอื เพียง 0.125 กรมั
ถา้ ไอโอดนี –131 มคี รงึ่ ชวี ิตเพียง 8 วัน

5 (Evaluation)
(1) ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบัตกิ จิ กรรม มจี ดุ ใดบ้างท่ยี ัง
ไม่เข้าใจหรือยงั มีขอ้ สงสัย ถา้ มคี รูช่วยอธิบายเพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
(2) นกั เรียนร่วมกันประเมนิ การปฏิบัติกจิ กรรมกลมุ่ ว่ามปี ญั หาหรืออุปสรรคใด และไดม้ ีการแกไ้ ข
อย่างไรบา้ ง

(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรทู้ ีไ่ ดไ้ ปใช้ประโยชน์

(4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
- ธาตใุ หม่ทีเ่ กิดข้ึนจากการสลายตัวของธาตกุ มั มนั ตรงั สจี ะมลี กั ษณะอย่างไร
- การสลายตัวของธาตุกัมมนั ตรังสีขน้ึ อยู่กับปัจจยั ใด
- ครึ่งชวี ิตคืออะไร
- นิวเคลยี สของธาตุชนดิ หนง่ึ คือ AZX เม่ือสลายให้รังสีแกมมาแล้วนวิ เคลียสของธาตนุ ั้นจะ
เปลี่ยนแปลงในลักษณะใด

(5) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเกยี่ วกบั การสลายตัวของธาตกุ ัมมันตรังสี และคร่งึ ชีวติ ที่ไดจ้ ากการ
เรียนร้แู ละการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

9.

การประเมินช้ินงาน / ภาระงาน ณฑใ


1. พุทธพิ ิสัย ตรวจใบงาน/ตอบคำถาม ใบงาน/ตอบคำถาม 0-4 คะแนน ปรับปรงุ
ตรวจใบงาน/ทำการทดลอง ใบงาน/แบบฝึกหัด 5-6 คะแนน พอใช้
2. ทักษะพิสัย สงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี น แบบสงั เกตพฤติกรรม 7-10 คะแนน ดีมาก

3.จติ พสิ ัย 0-4 คะแนน ปรับปรุง
-คุณลักษณะอนั พ่งึ 5-6 คะแนน พอใช้
ประสงค์ 7-10 คะแนน ดีมาก

0-4 คะแนน ปรบั ปรงุ
5-6 คะแนน พอใช้
7-10 คะแนน ดีมาก

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 100 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

บบ ฤ ฏบ บ

ฤใ บ บำ

็ ำถ ั ไบ



- 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดังน้ี

ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไมห่ ลับ ไม่พูดคยุ ในชั้น มีคำถามที่ดี ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานสง่ ครบตรง
เวลา

ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%

ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชนั้ เรยี น แต่การแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไม่ครบ ไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื ..........................................ผ้สู งั เกต

(..............................................)

............./.............../..................

*หมายเหตุ คะแนนนำมาเฉล่ีย ใหเ้ หลอื 10 คะแนน ตอ่ การประเมนิ

10. /
10.1 สื่อการเรียนรู้
10.1.1 เอกสารประกอบการเรยี น วชิ า ฟิสกิ ส์
10.2 แหล่งการเรยี นรู้
10.2.1 หอ้ งสมุดโรงเรยี น
10.2.3 อนิ เตอรเ์ น็ต และ smart phone

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 101 – 126 ฉบบั ที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564



1. (นายแวอิสวาดี หะยสี อเฮาะ)



ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.............................................แลว้ มคี วามคดิ เหน็ ดงั นี้

1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง

2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ

ลงชอื่ .................................................

(นางจิรนันต์ วุฒิสมยั )

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

็ำ บ

 ทราบ

 ...............................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(นายฮาฟีซี อับดลุ เลาะ)

รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ

็ำ

 อนมุ ตั ิ

 .................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(นายนิรตั น์ นราฤทธิพนั ธ์)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนนราธิวาส

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 102 – 126 ฉบบั ท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564

3

3ใ ภ บ
6
30205
2564
ภ2 4

1. ฐ /



ว 5.1 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลยี่ นรูปพลงั งาน ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างสาร

และพลังงาน ผลของการใชพ้ ลงั งานต่อชีวิตและส่งิ แวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ ส่อื สารสงิ่ ที่เรียนรแู้ ละ

นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

บอกสมบตั ิทสี่ ำคัญของรังสแี อลฟาบีตาและแกมมาได้นำกฎการสลายของธาตุกมั มนั ตรงั สี ไปใชค้ ำนวณหา

ปริมาณตา่ งๆทีเ่ ก่ยี วขอ้ งได้ ทำการทดลองอุปมาอุปมัยการทอดลูกเต๋ากบั การสลายของนวิ เคลยี ร์และหาครง่ึ ชวี ิตและ

คา่ คงตวั การสลายได้ พร้อมทั้งคำนวณหามวลพร่อง พลงั งานยึดเหนย่ี วและหาพลงั งานนิวเคลียรจ์ ากปฏิกริ ยิ า

นิวเคลยี รไ์ ด้

2.

1. อธบิ ายประโยชน์ของกัมมันตภาพรังสีและผลกระทบของกัมมันตภาพรงั สีต่อสิ่งมีชีวิต ส่ิงแวดล้อมได้ (K)

2. สามารถสื่อสารและนำความรเู้ รอื่ งประโยชน์ของกัมมันตภาพรงั สแี ละผลกระทบของกัมมนั ตภาพรังสีใช้

ในชวี ติ ประจำวันได้ (P)

3. มคี วามอยากรูอ้ ยากเหน็ สนใจใฝร่ ู้ในสถานการณ์หรอื เหตกุ ารณ์ท่ีกำหนด (A)

3. ำ ญ / บ

กัมมันตภาพรังสีถกู นำมาใช้ประโยชนม์ ากมาย ท้ังทางด้านการแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สิ่งแวดลอ้ ม

เป็นต้น กัมมันตภาพรังสีมีอันตรายต่อส่ิงมีชีวิต หากไดร้ ับปริมาณรังสีเกินเกณฑ์ท่ีกำหนดไว้ ดงั นน้ั เราจึงต้องป้องกัน

มิให้รา่ งกายไดร้ บั รงั สี

4.

4.1 (ใ ำ ฐ)

-

4.2 ถ / ถ

-

4.3 บ ณ ญฐ (3 2 ไ )

 พอประมาณ  มีเหตผุ ล  มีภูมิคุ้มกนั ในตัวทด่ี ี

 ความรู้  คุณธรรม

5. ถ ำ ญ (ใ บ)

 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ

 ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 103 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

6. ฒ ณภ 21

6.1 3R , 8C , 2L

3Rs

 Reading (การอ่าน)

 (W) Riting (การเขียน)

 (A) Rithmetics (การคิดคำนวณ)

8Cs ไ

 Critical thinking and problem solving

(ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปัญหา)

 Creativity and innovation

(ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)

 Cross-cultural understanding

(ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์)

 Collaboration, teamwork and leadership

(ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ)

 Communications, information and media literacy

(ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทนั สอื่ )

 Computing and ICT literacy

(ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร)

 Career and learning skills

(ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)

 Compassion

(ความมเี มตตา กรณุ า วินัย คุณธรรม จริยธรรม)

2Ls ไ
 Learning Skill

(ทกั ษะการเรยี นรู้)
 Leader Ship

(ทักษะด้านภาวะผ้นู ำ)

6.2 ณ ณ ใ 21

 คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัวและความเปน็ ผู้นำ

 คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง

 คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อ่นื ความซอ่ื สัตย์ สำนกึ พลเมือง

7. ณ ณ

 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ซอื่ สัตย์ สจุ รติ  มีวินยั

 ใฝ่เรียนรู้  อย่อู ย่างพอเพยี ง  มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

 รกั ความเป็นไทย  มีจติ สาธารณะ  เปน็ เลิศวิชาการ

 สือ่ สารไดอ้ ยา่ งนอ้ ยสองภาษา  ลำ้ หน้าทางความคิด  ผลิตงานอย่าง

สรา้ งสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสงั คมโลก

8. ใ บ บบ บ ( Inquiry Method : 5E)

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 104 – 126 ฉบบั ท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564

1 ใ (Engagement)

(1) ครูตงั้ ประเดน็ คำถามเพอ่ื นำเข้าสู่บทเรียน เชน่

– นักเรียนคดิ วา่ เรานำกัมมนั ตภาพรังสมี าใชป้ ระโยชน์ในดา้ นใดบ้าง

– กัมมันตภาพรังสีมีอนั ตรายตอ่ ส่ิงมชี ีวิตหรือไม่

– เราจะตรวจสอบกมั มันตภาพรังสีได้อย่างไร

(2) นกั เรยี นช่วยกันอภปิ รายและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับคำถาม

(3) ครูนำสนทนาวา่ ประเทศไทยของเรามีการสง่ ออกอาหารหลายชนดิ เช่น ไก่ กงุ้ แชแ่ ข็ง แหนม

หมยู อ ไส้กรอก ผลไม้ นกั เรียนคิดวา่ ผู้สง่ ออกมีวธิ ีการอยา่ งไรท่ีจะยืดอายุของอาหารเหล่านัน้ ให้

อย่ไู ดน้ านโดยไม่เนา่ เสียไดง้ ่าย

(4) นักเรียนช่วยกนั ตอบคำถาม (ครแู นะวา่ วธิ หี นงึ่ ท่ผี ูส้ ง่ ออกใชใ้ นการถนอมอาหารคือการอาบรงั สี

แกมมา)

2ำ (Exploration)

(1) นกั เรยี นแบ่งกลุ่มศึกษากจิ กรรม สืบคน้ ข้อมลู เรื่องสารกัมมันตรงั สี ใหแ้ ต่ละกลุ่มปฏิบตั กิ ิจกรรม

ตามขน้ั ตอนที่ไดว้ างแผนไว้ ดังน้ี

– ให้แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลตา่ ง ๆ เช่น หนังสอื เรียน หนังสอื อ้างองิ

หนงั สอื อา่ นประกอบ วารสารตา่ ง ๆ หรอื ทางอนิ เทอร์เน็ตที่มีเวบ็ ไซต์ทเี่ กย่ี วกบั หวั เรื่องตอ่ ไปนี้

 การใช้ประโยชน์จากสารกัมมันตรงั สีในด้านตา่ ง ๆ

- ดา้ นการแพทย์

- ดา้ นอุตสาหกรรม

- ด้านการเกษตร

- ดา้ นโบราณคดแี ละธรณีวิทยา

 ผลของรงั สตี อ่ ร่างกายและการป้องกันอันตรายจากรังสี

– นำข้อมูลที่ไดจ้ ากการสบื คน้ ขอ้ มลู มารว่ มกันอภิปรายใหไ้ ดข้ ้อสรุป เพื่อแลกเปลย่ี นเรียนรู้

3บ (Explanation)

(1) นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมหน้าชั้นเรียน

(2) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายและสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยให้ได้ข้อสรปุ ดังน้ี

- สมบัตขิ องธาตุกัมมนั ตรังสี ไดแ้ ก่ ชนิดของรังสที ่ีได้จากการสลายตวั ของธาตุ คร่ึงชวี ติ

และอตั ราการแผ่รงั สี สมบัตเิ หล่านม้ี ีประโยชนต์ อ่ การดำรงชีวิตของมนษุ ย์หลายด้าน เช่น ด้าน

การแพทย์ ใช้ไอโอดีน -131 ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ ด้านการเกษตร นำรังสีเอกซ์ รงั สี

แกมมามาใช้ในการปรับปรุงพันธ์พุ ชื เช่น ขา้ ว ดา้ นการตรวจสอบอายุวัตถโุ บราณ ใช้คาร์บอน-14

ตรวจหาอายุของโครงกระดกู มนษุ ย์และสตั ว์ เป็นต้น

- รังสีของธาตกุ ัมมันตรงั สสี ามารถทำให้โมเลกุลของสารแตกตวั เป็นไอออนได้ เป็นผลทำให้

เกิดการเปลย่ี นแปลง หรอื ทำลายเซลลข์ องสิง่ มชี ีวติ รังสีอาจหยดุ ยงั้ การทำงานที่แท้จรงิ ของอวยั วะ

สำคัญ ๆ ของร่างกาย รงั สยี ังสามารถก่อกวนปฏิกริ ยิ าเคมีภายในเซลลท์ ำให้เซลลเ์ จรญิ เติบโต

ผดิ ปกติ ซึ่งเปน็ สาเหตุของการเกดิ มะเรง็ ได้

4 (Elaboration)

(1) ครใู หค้ วามร้เู พ่ิมเติมเกีย่ วกับการตรวจสอบกัมมนั ตภาพรังสโี ดยใชเ้ ครือ่ งมือต่าง ๆ ได้แก่

เครอ่ื งอิเล็กโทรสโกปแผ่นโลหะทอง เคร่ืองไกเกอร์มลู เลอร์เคาน์เตอร์ และการแพรใ่ นห้อง

หมอก พรอ้ มกบั มอบหมายให้นักเรยี นไปคน้ คว้าเพิ่มเติม

(2) นกั เรียนค้นควา้ เพม่ิ เติมเกี่ยวกับการได้รบั ปรมิ าณรงั สเี กนิ ที่กำหนดและการป้องกนั อันตรายท่ี

เกิดจากรังสี แลว้ รวบรวมข้อมูลนำมาจัดเป็นปา้ ยนเิ ทศใหค้ วามรู้

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 105 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

5 (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมา และการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี
ยังไมเ่ ข้าใจหรือยังมขี ้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ให้นักเรียนเขา้ ใจ
(2) นกั เรยี นรว่ มกันประเมินการปฏิบตั ิกจิ กรรมกล่มุ วา่ มีปัญหาหรอื อุปสรรคใด และได้มกี ารแกไ้ ข
อยา่ งไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรู้ที่ไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
- สารกมั มันตภาพรังสชี นิดใดบ้างท่ีถกู นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
- นกั ธรณีวิทยาคำนวณหาอายุของโลกโดยใช้รงั สีชนดิ ใด
- ผูท้ ่ปี ฏิบัตงิ านเกย่ี วกบั รงั สจี ะทราบไดอ้ ย่างไรว่าตนเองได้รบั รังสีมากน้อยเพียงใด
- ถา้ นกั เรยี นตอ้ งอาศัยอยูใ่ กล้แหลง่ กำเนิดรงั สี นกั เรยี นจะป้องกันอนั ตรายท่เี กิดจากรังสี
ด้วยวธิ กี ารใด
(5) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เกย่ี วกับการใช้ประโยชนจ์ ากกมั มนั ตภาพรังสี และผลกระทบของ
กัมมันตภาพรังสีต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม โดยร่วมกันสรุปเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผัง
มโนทศั น์

9. ณฑใ
การประเมินชิน้ งาน / ภาระงาน



1. พทุ ธิพิสยั ตรวจใบงาน/ตอบคำถาม ใบงาน/ตอบคำถาม 0-4 คะแนน ปรบั ปรงุ
ตรวจใบงาน/ทำการทดลอง ใบงาน/แบบฝกึ หัด 5-6 คะแนน พอใช้
2. ทกั ษะพสิ ยั สังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น แบบสังเกตพฤติกรรม 7-10 คะแนน ดีมาก

3.จิตพิสัย 0-4 คะแนน ปรบั ปรุง
-คณุ ลักษณะอันพึง่ 5-6 คะแนน พอใช้
ประสงค์ 7-10 คะแนน ดีมาก

0-4 คะแนน ปรับปรุง
5-6 คะแนน พอใช้
7-10 คะแนน ดีมาก

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 106 – 126 ฉบบั ที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

บบ ฤ ฏบ บ

ฤใ บ บำ

็ ำถ ั ไบ



- 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดังน้ี

ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไมห่ ลับ ไม่พูดคยุ ในชั้น มีคำถามที่ดี ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานสง่ ครบตรง
เวลา

ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%

ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชนั้ เรยี น แต่การแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไม่ครบ ไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื ..........................................ผ้สู งั เกต

(..............................................)

............./.............../..................

*หมายเหตุ คะแนนนำมาเฉล่ีย ใหเ้ หลอื 10 คะแนน ตอ่ การประเมนิ

10. /
10.1 สื่อการเรียนรู้
10.1.1 เอกสารประกอบการเรยี น วชิ า ฟิสกิ ส์
10.2 แหล่งการเรยี นรู้
10.2.1 หอ้ งสมุดโรงเรยี น
10.2.3 อนิ เตอรเ์ น็ต และ smart phone

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 107 – 126 ฉบบั ที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564



1. (นายแวอิสวาดี หะยสี อเฮาะ)



ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.............................................แลว้ มคี วามคดิ เหน็ ดงั นี้

1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง

2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ

ลงชอื่ .................................................

(นางจิรนันต์ วุฒิสมยั )

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

็ำ บ

 ทราบ

 ...............................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(นายฮาฟีซี อับดลุ เลาะ)

รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ

็ำ

 อนมุ ตั ิ

 .................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(นายนิรตั น์ นราฤทธิพนั ธ์)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนนราธิวาส

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 108 – 126 ฉบบั ท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564

3 6
4 2564
30205 6

ภ2

1. ฐ /



ว 5.1 เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างพลงั งานกบั การดำรงชีวิต การเปลย่ี นรูปพลงั งาน ปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งสาร

และพลงั งาน ผลของการใช้พลงั งานต่อชีวิตและส่งิ แวดล้อม มกี ระบวน การสบื เสาะหาความรู้ ส่อื สารสงิ่ ทเี่ รยี นร้แู ละ

นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์

บอกสมบตั ิทส่ี ำคญั ของรังสแี อลฟาบตี าและแกมมาไดน้ ำกฎการสลายของธาตุกมั มนั ตรงั สี ไปใชค้ ำนวณหา

ปริมาณตา่ งๆทเ่ี กี่ยวขอ้ งได้ ทำการทดลองอุปมาอปุ มยั การทอดลกู เต๋ากบั การสลายของนวิ เคลียรแ์ ละหาคร่งึ ชีวิตและ

ค่าคงตัวการสลายได้ พร้อมทั้งคำนวณหามวลพร่อง พลังงานยดึ เหนีย่ วและหาพลงั งานนิวเคลียรจ์ ากปฏิกริ ยิ า

นิวเคลยี รไ์ ด้

2.

1. อธบิ ายการเกดิ พลงั งานนิวเคลยี รฟ์ ิชชนั และพลังงานนวิ เคลียร์ฟิวชันได้ (K)

2. สามารถสือ่ สารและนำความรู้เรือ่ งพลังงานนิวเคลียรฟ์ ชิ ชนั และพลังงานนิวเคลียรฟ์ ิวชนั ไปใช้ใน

ชวี ิตประจำวันได้ (P)

3. มคี วามอยากรู้อยากเหน็ สนใจใฝร่ ใู้ นสถานการณห์ รือเหตุการณ์ที่กำหนด (A)

3. ำ ญ / บ

ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ทำให้เกิดพลังงานนิวเคลียร์ 2 แบบ คือ ปฏิกิริยาท่ีนิวเคลียสของธาตุหนักแตกตัว และ

แตกตัวกันอย่างต่อเน่ืองเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ เรียกว่า ปฏิกิริยาฟิชชัน ส่วนปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดจากการหลอม

รวมกนั ของนวิ เคลยี สของธาตเุ บา 2 ธาตุ ทำใหเ้ กดิ ธาตุทหี่ นักกวา่ เดิม เรียกวา่ ปฏกิ ิรยิ าฟวิ ชัน

4.

4.1 (ใ ำ ฐ)

-

4.2 ถ / ถ

-

4.3 บ ณ ญฐ (3 2 ไ )

 พอประมาณ  มเี หตุผล  มีภูมคิ ้มุ กนั ในตัวที่ดี

 ความรู้  คณุ ธรรม

5. ถ ำ ญ (ใ บ)

 ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคิด

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 109 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

6. ฒ ณภ 21

6.1 3R , 8C , 2L

3Rs

 Reading (การอา่ น)

 (W) Riting (การเขยี น)

 (A) Rithmetics (การคดิ คำนวณ)

8Cs ไ

 Critical thinking and problem solving

(ทักษะด้านการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ญั หา)

 Creativity and innovation

(ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)

 Cross-cultural understanding

(ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์

 Collaboration, teamwork and leadership

(ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ)

 Communications, information and media literacy

(ทกั ษะด้านการส่อื สาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั สือ่ )

 Computing and ICT literacy

(ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร)

 Career and learning skills

(ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้)

 Compassion

(ความมีเมตตา กรุณา วนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)

2Ls ไ

 Learning Skill

(ทกั ษะการเรยี นรู้)

 Leader Ship

(ทักษะด้านภาวะผ้นู ำ)

6.2 ณ ณ ใ 21

 คณุ ลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั และความเป็นผูน้ ำ

 คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง

 คณุ ลักษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ื่น ความซ่ือสัตย์ สำนกึ พลเมือง

7. ณ ณ

 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ  มวี นิ ัย

 ใฝเ่ รียนรู้  อยอู่ ยา่ งพอเพียง  มุ่งมั่นในการทำงาน

 รกั ความเป็นไทย  มจี ิตสาธารณะ  เปน็ เลิศวชิ าการ

 สอ่ื สารได้อย่างน้อยสองภาษา  ล้ำหนา้ ทางความคิด  ผลิตงานอยา่ ง

สรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 110 – 126 ฉบบั ที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

8. ใบ บบ บ ( Inquiry Method : 5E)

1 ใ (Engagement)

(1) ครูนำสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับสงครามโลกคร้ังที่ 2 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาคิดค้นระเบิด

นิวเคลียร์แล้วนำไปถล่มเมืองฮิโระชิมะและนะงะซะกิของประเทศญ่ีปุ่นจนย่อยยับ แล้วถาม

นักเรยี นวา่ รู้จกั ระเบดิ นวิ เคลยี รห์ รอื ไม่ มันเกิดขึน้ ได้อยา่ งไร และมคี วามรุนแรงมากเพยี งใด

(2) นักเรียนช่วยกนั อภปิ รายและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับคำถาม
(3) ครเู ขียนสมการ E=mc2 บนกระดานดำ แล้วในนักเรียนร่วมกันอภิปรายวา่ สมการนเี้ ก่ยี วขอ้ งกับ

การสร้างระเบิดนวิ เคลยี ร์อย่างไร

(4) นกั เรยี นชว่ ยกันตอบคำถาม

2ำ (Exploration)

(1) ครูใหค้ วามรู้เกีย่ วกบั พลงั งานนวิ เคลยี ร์ และพลังงานนวิ เคลียร์ฟิชชันตามหนังสือเรียน โดยชใี้ ห้

นักเรยี นเห็นวา่ ปฏกิ ริ ิยานิวเคลียร์ฟชิ ชันเปน็ ปฏิกิริยาทีท่ ำให้นิวเคลียสธาตุหนักแตกตวั ออกเป็น

2 สว่ นทีม่ ขี นาดใกล้เคยี งกัน ทำให้ได้นวิ เคลยี สใหม่ท่มี ีพลงั งานยดึ เหนย่ี วต่อนวิ คลีออนเพมิ่ ขึน้

ปฏกิ ริ ิยานม้ี ันสามารถเกิดตดิ ตอ่ กันไดอ้ ย่างต่อเนอื่ งไปเร่ือย ๆ เรยี กวา่ ปฏกิ ริ ยิ าลูกโซ่

(2) ครแู นะนำวา่ นักเรียนจะเข้าใจปฏิกิริยาลูกโซ่มากขนึ้ เม่ือปฏิบัตกิ ิจกรรมต่อไปนี้

(3) นกั เรยี นแบ่งกลุ่มศึกษากจิ กรรม สังเกตปฏิกิริยาลูกโซ่ ใหแ้ ต่ละกลุม่ ปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอน

ที่ได้วางแผนไว้ ดังนี้

ตอนท่ี 1

– นำโดมิโน 10 ช้นิ มาตัง้ วางห่างกนั 10 เซนติเมตร ดงั รปู

– เคาะโดมโิ น 2–3 ช้นิ สงั เกตและบันทึกผลที่เกดิ ขึ้น

ตอนที่ 2

– นำโดมโิ นทงั้ 24 ช้ิน มาตงั้ วางตามแนวให้แต่ละชน้ิ หา่ งกัน 1 เซนติเมตร

– เคาะโดมิโนชิ้นแรกให้ลม้ สังเกตและบันทึกผลท่เี กิดขน้ึ (โดมโิ นชน้ิ แรกสง่ ผลตอ่ โดมิโนชิน้

ตอ่ ไปหรอื ไม่ ในลักษณะใด สถานการณน์ ค้ี ลา้ ยคลงึ กับปฏกิ ริ ิยาลกู โซ่หรอื ไม่ เพราะอะไร

– ดำเนนิ การเชน่ เดยี วกับขน้ั ตอนท่ี 1 และ 2 อกี 2–3 ครั้ง สังเกตและบันทกึ ผลทเ่ี กิดขน้ึ

ตอนที่ 3

– นำโดมิโน 3 ช้นิ มาตัง้ วาง ดังรปู เมอ่ื โดมโิ นชิน้

แรกล้มมนั จะล้มถกู โดมโิ นทเ่ี หลอื อีก 2 ช้ิน สถานการณ์นี้

แทนสถานการณ์การเกิดปฏกิ ริ ิยาฟชิ ชันของนวิ เคลียสของ

ยเู รเนียม 1 นวิ เคลยี ส ท่ีสง่ ผลตอ่ นวิ เคลยี สของยูเรเนยี ม

อกี 2 นวิ เคลียส

– นำโดมโิ น 7 ชิ้น มาต้ังวางคลา้ ยคลงึ ดงั รปู โดยให้โดมโิ นช้นิ แรกชนโดมโิ น 2 ชิน้ ตอ่ ไป

และโดมิโน 2 ชน้ิ ถัดไปชนโดมิโน 4 ชิ้นตอ่ ไป

– นำโดมโิ น 24 ชนิ้ มาตัง้ วางคล้ายคลงึ ดงั รูป ตอ่ กันไปเร่ือย ๆ การตงั้ โดมโิ นควรจะตง้ั ให้

โดมโิ นแตล่ ะช้นิ มีโอกาสชนช้นิ ต่อ ๆ ไปได้ เพื่อสงั เกตลักษณะการเกิดปฏิกิรยิ าลกู โซ่

– วาดภาพการเกิดปฏิกริ ยิ าลกู โซ่จากการลม้ ของโดมโิ น

(4) นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลการสงั เกตภายในกลมุ่

3บ (Explanation)

(1) แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหน้าชั้นเรียน

(2) ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เช่น

- การปฏิบัติกิจกรรมครง้ั น้ีมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร (ศึกษาปฏิกริ ิยาลกู โซ่ทเ่ี กิดจากการจัด

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 111 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

วางโดมโิ น)
- นกั เรียนสามารถเพมิ่ ความเรว็ ลดความเร็ว หรือหยดุ ปฏิกริ ิยาลูกโซข่ องโดมโิ นไดห้ รือไม่
ทำอยา่ งไร (เพ่ิมความเรว็ ได้โดยการเพิ่มจำนวนโดมิโน และลดความเร็ว โดยใหล้ ด
จำนวนโดมิโนลง และถ้าตอ้ งการหยดุ ปฏิกิรยิ าลกู โซ่ให้เลื่อนตวั โดมโิ นให้อยหู่ า่ งกนั )
- นกั วิทยาศาสตรส์ ามารถลดความเร็ว หรอื เพ่ิมความเร็วของการเกิดปฏกิ ริ ิยาลูกโซข่ อง
นวิ เคลยี สยเู รเนยี มไดอ้ ยา่ งไร (การเพ่ิมความเรว็ ของการเกดิ ปฏิกิรยิ าลกู โซข่ องนิวเคลียส
ยูเรเนยี ม จะตอ้ งเพ่ิมจำนวนนวิ ตรอน ถ้าตอ้ งการลดความเร็วใหล้ ดจำนวนนิวตรอนทเ่ี กิด
จากปฏิกริ ยิ านวิ เคลียร์ฟชิ ชนั )
(3) ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ผลจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยให้ได้ข้อสรุปดังนี้
- ปฏิกิรยิ าลกู โซ่ของโดมิโนจะเรว็ หรอื ชา้ ขน้ึ อยู่กับจำนวนโดมิโน และการจัดวางโดมโิ น
ตวั ใกล้ชิดหรือหา่ งกัน ซึ่งเทียบเคียงกับการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าฟิชชนั ท่ีเปน็ ปฏิกริ ยิ าลูกโซ่
(4) นักเรียนศกึ ษาการเกดิ พลังงานนิวเคลยี ร์ฟิวชนั ไอโซโทปกัมมันตรังสี และพลังงานนวิ เคลียสจาก
การเร่งอนุภาคให้มีพลังงานสงู ในเอกสารประกอบการเรยี นครอู ธิบายเพิ่มเตมิ ใหน้ กั เรียนเข้าใจ
4 (Elaboration)
(1) นกั เรยี นค้นคว้าเพม่ิ เติมเกยี่ วกบั พลงั งานนิวเคลียร์ฟชิ ชนั และพลงั งานนิวเคลยี รฟ์ วิ ชนั จาก
หนงั สอื อา้ งองิ หนงั สืออา่ นประกอบ วารสารตา่ ง ๆ หรือทางอนิ เทอรเ์ นต็ ท่ีมเี วบ็ ไซต์ทีเ่ กย่ี วข้อง
แลว้ รวบรวมขอ้ มูลนำมาจัดเป็นป้ายนิเทศให้ความรู้
(2) นกั เรียนคน้ คว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเก่ยี วกบั พลงั งานนิวเคลียร์ จากหนงั สือภาษาต่าง
ประเทศ อินเทอร์เน็ต แล้วบันทึก
5 (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่ีเรียนมา และการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี
ยังไมเ่ ข้าใจหรอื ยังมขี ้อสงสัย ถา้ มคี รชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเติมให้นกั เรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรูท้ ไ่ี ดไ้ ปใช้ประโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
- ปฏกิ ิรยิ าฟิชชนั และปฏกิ ริ ยิ าฟวิ ชันแตกตา่ งกันในลักษณะใด
- พลงั งานทเี่ กิดจากปฏิกริ ยิ าลกู โซ่สามารถทำการควบคุมได้หรอื ไม่ อย่างไร
- ปฏกิ ริ ยิ าลกู โซค่ ืออะไร
- ปฏกิ ริ ยิ าใดทีเ่ กิดขึ้นบนดวงอาทติ ย์ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเกยี่ วกบั การใช้ประโยชน์
จากกัมมันตภาพรังสี และผลกระทบของกัมมันตภาพรงั สตี อ่ สิง่ มชี วี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม
โดยรว่ มกันสรุปเขยี นเป็นแผนทค่ี วามคิดหรือผังมโนทศั น์
(5) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับพลังงานนิวเคลียรฟ์ ิชชัน และพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน โดย
รว่ มกันสรปุ เขยี นเปน็ แผนทค่ี วามคิดหรือผังมโนทศั น์

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 112 – 126 ฉบับที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

9. ณฑใ
การประเมนิ ชนิ้ งาน / ภาระงาน



1. พุทธพิ สิ ยั ตรวจใบงาน/ตอบคำถาม ใบงาน/ตอบคำถาม 0-4 คะแนน ปรบั ปรุง
ใบงาน/แบบฝกึ หดั 5-6 คะแนน พอใช้
2. ทกั ษะพสิ ยั ตรวจใบงาน/ทำการทดลอง แบบสงั เกตพฤติกรรม 7-10 คะแนน ดีมาก

3.จติ พิสยั สังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน 0-4 คะแนน ปรบั ปรุง
-คุณลกั ษณะอนั พง่ึ 5-6 คะแนน พอใช้
7-10 คะแนน ดีมาก
ประสงค์
0-4 คะแนน ปรับปรุง
5-6 คะแนน พอใช้
7-10 คะแนน ดีมาก

บบ ฤ ฏบ บ

ฤใ บ บำ

็ ำถ ั ไบ



- 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังน้ี
ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไมห่ ลับ ไม่พูดคุยในชน้ั มคี ำถามท่ดี ี ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานสง่ ครบตรง

เวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เขา้ ชน้ั เรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไมต่ รงเวลา
ลงช่ือ..........................................ผู้สงั เกต
(..............................................)
............./.............../..................

*หมายเหตุ คะแนนนำมาเฉล่ีย ใหเ้ หลือ 10 คะแนน ตอ่ การประเมนิ

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 113 – 126 ฉบบั ที่ 4 : 16 พฤษภาคม 2564

10. /
10.1 สอ่ื การเรียนรู้
10.1.1 เอกสารประกอบการเรียน วิชา ฟิสกิ ส์
10.2 แหล่งการเรียนรู้
10.2.1 ห้องสมดุ โรงเรียน
10.2.3 อินเตอร์เน็ต และ smart phone

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 114 – 126 ฉบับท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564



1. (นายแวอิสวาดี หะยสี อเฮาะ)



ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.............................................แลว้ มคี วามคดิ เหน็ ดงั นี้

1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง

2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ

ลงชอื่ .................................................

(นางจิรนันต์ วุฒิสมยั )

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

็ำ บ

 ทราบ

 ...............................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(นายฮาฟีซี อับดลุ เลาะ)

รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ

็ำ

 อนมุ ตั ิ

 .................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(นายนิรตั น์ นราฤทธิพนั ธ์)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนนราธิวาส

ร.ร.นราธิวาส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 115 – 126 ฉบบั ท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564

ร.ร.นราธวิ าส / แผนการจดั การเรยี นรู้ 116 – 126 ฉบบั ท่ี 4 : 16 พฤษภาคม 2564


Click to View FlipBook Version