The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sophia.psu, 2022-11-01 00:21:59

แนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้

แนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 1

รายวิชาที่ 3
แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
Appropriate Practices for Government Officers in

the Southern Border Provinces of Thailand
กติ ติ กิตติโชควฒั นา
ดร.วิสุทธ์ิ บิลลาเต๊ะ
ดร.ฮาฟีส สาและ

2
2 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

กติ ติ กติ ติโชควฒั นา,วสิ ทุ ธ์ิ บิลล่าเตะ๊ และฮาฟสี สาและ : แนวปฏบิ ตั ิส�ำ หรบั เจ้าหน้าทข่ี อง
รฐั ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
พมิ พ์คร้ังท่ี 1 ศูนย์อ�ำ นวยการบรหิ ารจังหวัดชายแดนภาคใต้
กนั ยายน 2565
เลขมาตรฐานสากลประจ�ำ หนังสือ 978-974-458-748-0

ขอ้ มลู ทางบรรณานกุ รมของหอสมดุ แหง่ ชาติ
Nationnal Library of Thailand Cataloging in Publication data
กิตติ กิตตโิ ชควฒั นา.แนวปฏิบัตสิ �ำ หรบั เจ้าหนา้ ท่ีของรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต.้ ----- ยะลา
: ศนู ยอ์ �ำ นวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, 2565. 96 หนา้ .

1. การบรหิ ารความขดั แยง้ . 2. การระงบั ขอ้ พพิ าท. I. วสิ ทุ ธ์ิ บลิ ลา่ เตะ๊ และฮาฟสี สาและ, ผแู้ ตง่ รว่ ม.
II. ช่อื เรอื่ ง

3.3.69
ISBN 978-974-458-748-0

บรรณาธกิ ารเลม่ : ฮาฟสี สาและ
หน้าปก : Subper Graphic
รูปเล่ม : ชวลิต เหมหมนั
พิสูจนอ์ ักษร : ซลุ ฟา การมู อ
จดั พิมพ์โดย : ศูนย์อำ�นวยการบรหิ ารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ถนนสุขยางค์ ต�ำ บลสะเตง อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั ยะลา 95000 โทร.073-203872
พมิ พ์ท่ี : หจก.1000 ทางการพมิ พ์ 87/22 ถนนสามคั คี สาย ก. ตำ�บลสะบารัง อำ�เภอเมอื ง
จงั หวดั ปตั ตานี 94000 โทร.073-332578
ควบคมุ การผลิต : มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี 181 ถนนเจรญิ ประดษิ ฐ์
ตำ�บลรสู ะมิแล อำ�เภอเมือง จงั หวัดปตั ตานี 94000

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 3ก

ค�ำ น�ำ
จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหน่ึงในพ้ืนท่ีที่มีลักษณะเฉพาะทางสังคม ศาสนาและ
วัฒนธรรม ซ่ึงส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเมืองการปกครองและความขัดแย้งที่แตกต่างจาก
พนื้ ทอี่ ื่น ๆ การแกป้ ัญหาและพัฒนาในพ้ืนท่โี ดยเฉพาะในบรบิ ททม่ี ีสถานการณ์ความไม่สงบจงึ
จำ�เป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจท่ีลึกซึ้งในระดับท่ีเพียงพอต่อการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับ
ความตอ้ งการและสภาพเงอื่ นไขต่าง ๆ ของพน้ื ที่ ซ่งึ จากแนวทางตา่ ง ๆ ทที่ างรัฐบาลพยายาม
ด�ำ เนนิ การเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาความไมส่ งบตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2547 เปน็ ตน้ มานนั้ หนงึ่ ในตวั แปรทส่ี �ำ คญั
ตอ่ การแก้ปญั หาและลดเงอ่ื นไขความขดั แย้งกค็ อื การปฏบิ ตั ิงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ซง่ึ เป็นกลไก
ด่านหน้าของภาครัฐในการมีปฏิสัมพันธ์หรือการสร้างความประทับใจที่เป็นบวกและลบต่อ
ประชาชนได้โดยตรง ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในพื้นท่ีของเจ้าหน้าท่ีจึงมี
ความสำ�คัญอย่างย่ิงยวด
แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีโครงการอบรมต่างๆ เกิดข้ึนมากมายและสามารถลดเง่ือนไขความ
ขัดแย้งและสร้างความเช่ือมั่นท่ีเพ่ิมขึ้นในหมู่ประชาชน แต่การดำ�รงอยู่ของปัญหาความรุนแรง
และกรณีตัวอย่างของความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าท่ียังคงไม่หมดไป ดังน้ันจึง
จ�ำ เป็นต้องมเี คร่ืองมอื ใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มการพัฒนาเจ้าหน้าทรี่ ัฐในพนื้ ท่ใี ห้มีความรู้ความเข้าใจ
และการปฏิบัติงานท่ีสมบูรณ์ย่ิงข้ึน โดยเฉพาะการปรับเปล่ียนรูปแบบการนำ�เสนอองค์ความรู้
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่าย เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และมีเครื่องมือในการ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาความรู้ความเข้าใจของ
เจ้าหนา้ ท่ใี นบริบทท่สี อดรบั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คมยุคดจิ ติ ลั
จากความสำ�คัญข้างต้น โครงวิจัยเพื่อการผลิตชุดความรู้เก่ียวกับจังหวัดชายแดน
ภาคใตแ้ ละการพฒั นาสอื่ การเรยี นรแู้ ละแบบทดสอบอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ พอ่ื เปน็ เครอ่ื งมอื ในการแกไ้ ข
ปญั หาและพฒั นาพนื้ ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใตจ้ งึ เกดิ ขนึ้ ภายใตก้ ารท�ำ งานรว่ มกนั ระหวา่ งสถาบนั
พัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือน ศูนย์อำ�นวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี โดยอาศัยบุคลากรจากคณะรัฐศาสตร์
คณะศกึ ษาศาสตร์ ฝา่ ยเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมการเรยี นรู้ ส�ำ นกั วทิ ยบรกิ าร และศนู ยส์ มทุ รรฐั
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ซ่ึงเป็นการบูรณาการการทำ�งานระหว่างหน่วยงานราชการและ
หนว่ ยงานวชิ าการในรปู แบบสหวทิ ยาการทเี่ นน้ การใชอ้ งคค์ วามรู้ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมหนนุ
เสรมิ การพัฒนาเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐให้มีประสทิ ธภิ าพและท่ัวถงึ ยิง่ ขนึ้
การจดั ท�ำ ส่ือการเรียนรมู้ ีทัง้ สอื่ สิง่ พิมพแ์ ละสือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ สอ่ื สิ่งพมิ พป์ ระกอบดว้ ย
หนังสือชุดความรู้จำ�นวน 6 รายวิชา พร้อมหนังสือฉบับพกพาที่รวมเน้ือหาของรายวิชาทั้งหก

4
ข 4 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ไดแ้ ก่ ประวตั ศิ าสตรจ์ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ พหวุ ฒั นธรรมและสงั คมจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ แนว
ปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ภาษามลายถู น่ิ เบอื้ งตน้ สทิ ธปิ ระโยชน์
ส�ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ และกฎหมายทใี่ ชใ้ นจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ซงึ่
ไดร้ บั ความอนเุ คราะหใ์ นการเรยี บเรยี งเนอ้ื หาโดยผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ เี่ ปน็ นกั วชิ าการจากมหาวทิ ยาลยั
ผบู้ รหิ ารปจั จบุ นั และอดตี ขา้ ราชการทมี่ ปี ระสบการณด์ า้ นการปกครอง กฎหมาย และกฎระเบยี บ
ตลอดจนผนู้ �ำ ศาสนา โดยมกี ารวพิ ากษ์ชุดความรแู้ ละข้อสอบจากท้ังภาคราชการ ภาควชิ าการ
และภาคประชาสงั คม
ส่วนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยชุดความรู้ในรูปแบบ E-Book สื่อการเรียนรู้ใน
รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) จำ�นวน 6 รายวิชา และแบบทดสอบอิเล็กทรอนิกส์
(e-Testing) จ�ำ นวน 3 รายวชิ า ทม่ี เี นอ้ื หาเชอ่ื มโยงและอา้ งองิ มาจากชดุ ความรขู้ า้ งตน้ ซงึ่ ทงั้ หมด
มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมรองรับการขับเคล่ือนงานด้านการพัฒนา
เจ้าหน้าท่ีของรัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ท้ังน้ีโดยมุ่งผลลัพธ์ในการพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐท่ีให้
เป็นท่ียอมรับของประชาชน ลดการสร้างเง่ือนไขความรุนแรงในพ้ืนที่ และเป็นกลไกสำ�คัญใน
การขับเคลื่อนภารกิจเพ่ือตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัด
ชายแดนภาคใต้อยา่ งย่งั ยืน
คณะผ้จู ดั ทำ�
15 กันยายน พ.ศ. 2565

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 5ค

สารบัญ

หน้า
บทท่ี 1 หลักรฐั ประศาสโนบาย ยุทธศาสตรพ์ ระราชทาน และหลกั การปกครองท่ีเก่ยี วข้องกบั
จงั หวดั ชายแดนภาคใต.้ ................................................................................................1
หลกั รฐั ประศาสโนบายพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกลา้ เจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 6...............1
หลกั ประศาสโนบายส�ำ หรบั มณฑลปตั ตาน.ี .................................................................5
ยุทธศาสตร์พระราชทาน.............................................................................................6
ยทุ ธศาสตร์ “เขา้ ใจ เขา้ ถงึ พฒั นา” ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช รัชกาลที่ 9....................................................................................................6
พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเดจ็ พระปฐเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลง
กรณพระวชิรเกลา้ เจ้าอย่หู ัว รชั กาลท่ี 10 วันท่ี 4 พฤษภาคม 2562..........................7
แนวพระราชดําริ “จติ อาสา เราทําความดดี ว้ ยหัวใจ”.................................................7
หลกั การปกครองในพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ (กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2522)......8
บทท่ี 2 ความเช่ือมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดน
ภาคใต.้ ....................................................................................................................................13
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี: ความเป็นมา วสิ ัยทศั น์ และเปา้ หมาย..................................15
วสิ ยั ทศั นแ์ ละเปา้ หมาย...............................................................................................16
นโยบายการบรหิ ารและการพัฒนาจงั หวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2565-2567)......23
1) กรอบแนวคดิ นโยบาย.............................................................................23
2) วสิ ยั ทศั น.์ ................................................................................................23
3) วตั ถปุ ระสงคแ์ ละประเด็นนโยบาย..........................................................23
สรุป (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
(พ.ศ. 2566-2570).............................................................................................24
สรุป (ร่าง) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2565-2567..26
ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาของศนู ยอ์ �ำ นวยการบรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.).....34
วสิ ยั ทศั น.์ ......................................................................................................34
พนั ธกจิ .........................................................................................................34
คา่ นยิ ม.........................................................................................................34
เปา้ ประสงคร์ วม...........................................................................................34

6
ง 6 รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

อำ�นาจหน้าที่ของศูนย์อำ�นวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามพระราชบัญญัติ
การบรหิ ารราชการจังหวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553..............................................34
บทที่ 3 วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิม และข้อพึงปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติในการ
ปฏบิ ตั ริ าชการในจงั หวดั ชายแดนใต.้ ...........................................................................37
อุดมคติ ความเชือ่ และวถิ ปี ฏิบัติของชาวมสุ ลมิ ........................................................37
1. อุดมคติอิสลามและความเชื่อของมุสลมิ ..................................................37
2. ภาคปฏิบตั กิ ารของอดุ มคตอิ สิ ลาม..........................................................38
3. ศาสนากับชาติพันธุ์ (อิสลามและมลายู)..................................................41
ข้อพึงปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติสำ�หรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการในจังหวัด
ชายแดนใต้................................................................................................................46
ขอ้ พงึ ปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั : มมุ มองจากนกั วชิ าการศาสนา........................46
ขอ้ พงึ ปฏิบตั สิ ำ�หรับเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐ: มุมมองจากนกั ปกครอง..................................48
บทสรุป...................................................................................................................................60
บรรณานกุ รม..........................................................................................................................63
ภาคผนวก................................................................................................................................64

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 7จ

ชุดความรู้รายวชิ า
“แนวปฏบิ ตั ิส�ำ หรับเจา้ หนา้ ทีข่ องรัฐในจังหวดั ชายแดนภาคใต”้
กรอบเนอื้ หา
หลักการทำ�งานและการปฏิบัติตนในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้, ยุทธศาสตร์และนโยบายที่
เกย่ี วขอ้ งกับจังหวดั ชายแดนภาคใต้ วิถีปฏบิ ัติ ขอ้ ควรรูแ้ ละข้อควรระวงั ในมติ ิศาสนา
=========================================

บทที่ 1
หลักรฐั ประศาสโนบาย ยุทธศาสตร์พระราชทาน
และหลกั การปกครองทเ่ี ก่ยี วข้องกับจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

เนื้อหาในบทแรก เป็นการนำ�เสนอหลักการบริหารจัดการและปกครองพ้ืนท่ีจังหวัด
ชายแดนภาคใตท้ หี่ นว่ ยงานราชการไดย้ ดึ ถอื ปฏบิ ตั มิ าตง้ั แตอ่ ดตี ถงึ ปจั จบุ นั ซงึ่ ประกอบดว้ ยหลกั
รฐั ประศาสโนบายของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกลา้ เจ้าอยูห่ วั รชั กาลที่ 6 ยทุ ธศาสตร์ศาสตร์
พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่
9 และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 รวมทั้งหลักการปกครองในพ้ืนท่ี
จังหวดั ชายแดนภาคใต้ ของกระทรวงมหาดไทย ปี พ.ศ. 2522
หลกั รัฐประศาสโนบายพระบาทสมเดจ็ พระมงกฏุ เกล้าเจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ 6
ซง่ึ ไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ วางหลกั รฐั ประศาสโนบายไวส้ �ำ หรบั ปฏบิ ตั ริ าชการใน
มณฑลปัตตานี โดยพระราชหัตถเลขาท่ี 3/78 ลงวนั ที่ 6 กรกฎาคม 2466
ขอ้ 1 ระเบยี บการหรอื วธิ ปี ฏบิ ตั กิ ารอยา่ งใด เปน็ ทางใหพ้ ลเมอื งรสู้ กึ เหน็ ไปวา่ เปน็ การ
เบียดเบียนกดข่ีศาสนาอิสลามต้องยกเลิกหรือแก้ไขเสียทันที การใดจะจัดข้ึนใหม่ต้องอย่าให้
ขัดกบั ลทั ธนิ ยิ มของอสิ ลาม หรือยิง่ ท�ำ ใหเ้ หน็ เป็นการอุดหนนุ ศาสนามหู มดั ไดย้ ง่ิ ดี (ก)
ขอ้ 2 การกะเกณฑอ์ ยา่ งใด ๆ กด็ ี การเกบ็ ภาษอี ากรหรอื พลอี ยา่ งใด ๆ กด็ ี เมอ่ื พจิ ารณา
โดยส่วนรวมเทียบกัน ต้องอย่าให้ยิ่งกว่าพลเมืองในแว่นแคว้นของต่างประเทศ ซ่ึงอยู่ใกล้เคียง
ติดต่อกันน้ันต้องเกณฑ์ต้องเสียอยู่เป็นธรรมดา เม่ือพิจารณาเทียบกันแต่เฉพาะอย่างต้องอย่า
ใหย้ ิง่ หยอ่ นกว่ากันจนถึงเป็นเหตุใหเ้ สยี หายในทางปกครอง (ข)
ขอ้ 3 การกดขบี่ บี คน้ั แกเ่ จา้ พนกั งานของรฐั บาล เนอ่ื งแตก่ ารใชอ้ �ำ นาจในทางทผี่ ดิ มเิ ปน็

รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 1

ธรรมก็ดี เน่ืองจากหมิ่นหลู่ดูแคลนพลเมืองชาติแขกโดยฐานท่ีเป็นคนต่างชาติก็ดี เนื่องแต่การ
หนว่ งเหนย่ี วชกั ชา้ ในกจิ การตามหนา้ ท่ี เปน็ เหตใุ หร้ าษฎรเสยี ความสะดวกในทางหาเลย้ี งชพี กด็ ี
พงึ ตอ้ งแกไ้ ขและระมดั ระวังมใิ หม้ ีขน้ึ เมือ่ เกิดขน้ึ แลว้ ตอ้ งให้ผู้ท�ำ ผิดรองรับผลตามความผิดโดย
ยุติธรรมไม่ใช่สักแต่ว่าจัดการกลบเกลื่อนให้เงียบไปเสียเพื่อจะไว้หน้าสงวนศักดิ์ของข้าราชการ
(ค)
ข้อ 4 กิจการใด ๆ ทั้งหมดอันเจ้าพนักงานจะต้องบังคับแก่ราษฎร ต้องระวังอย่าให้
ราษฎรต้องขัดข้องเสียเวลาเสียการในทางหาเล้ียงชีพของเขาเกินสมควร แม้จะเป็นการจำ�เป็น
โดยระเบยี บการกด็ ี เจ้าหนา้ ทพ่ี ึงสอดส่องแกไ้ ขอยูเ่ สมอเท่าท่สี ดุ จะทำ�ได้ (ฆ)
ขอ้ 5 ขา้ ราชการที่แต่งตั้งออกไปประจ�ำ ตำ�แหน่งในมณฑลปตั ตานี พงึ เลือกเฟ้นแตค่ น
ทม่ี ีนสิ ยั ซ่อื สัตย์ สุจรติ สงบเสงย่ี มเยือกเย็น ไมใ่ ช่สักแต่วา่ ไปบรรจุให้เตม็ ต�ำ แหน่งหรอื ส่งไปเปน็
ทางลงโทษเพราะเลว
เมือ่ จะส่งไปต้องสง่ั สอนช้แี จงให้รลู้ กั ษณะทางการอนั จะพึงปฏบิ ตั ิระมดั ระวงั โดยหลกั
ทก่ี ล่าวไว้ในข้อ 1 ขอ้ 3 และขอ้ 4 ข้างบนนั้นแล้วผใู้ หญ่ในทอ้ งทีพ่ ึงสอดส่องฝึกอบรมกันต่อ ๆ
ไปในคุณธรรมเหล่าน้ันเนอื ง ๆ ไม่ใช่แตค่ อยให้พลาดพล้ังลงไปกอ่ น แลว้ จงึ ว่ากล่าวลงโทษ (ง)
ขอ้ 6 เจา้ กระทรวงทง้ั หลายจะจดั วางระเบยี บอยา่ งใดขนึ้ ใหมห่ รอื บงั คบั การอยา่ งใดใน
มณฑลปัตตานี อันจะเป็นทางพาดพาลถึงสุขทุกข์ของราษฎร ก็ควรพิจารณาเหตุผลแก้ไขหรือ
ยบั ยง้ั ถา้ ไมเ่ หน็ ดว้ ยมมี ลู ขดั ขอ้ ง กค็ วรหารอื กบั กระทรวงมหาดไทย แมย้ งั ไมต่ กลงกนั ในระหวา่ ง
กระทรวง ก็พงึ น�ำ ความขึ้นกราบบงั คมทลู ทราบฝ่าละอองธุลพี ระบาทขอพระราชทานพระบรม
ราชวนิ ิจฉัย (จ)
คำ�อธบิ ายประกอบหัวขอ้
(ก) การทจ่ี ะรวู้ า่ เปน็ การปรปกั ษต์ อ่ ศาสนาหรอื ลทั ธนิ ยิ มเพยี งใดจ�ำ เปน็ แกผ่ ทู้ รี่ บั ราชการ
ในทอ้ งทีเ่ ชน่ นีจ้ ะต้องศึกษาหรอื หาความรดู้ ว้ ยความเอาใจใสใ่ หม้ าก
กระทรวงมหาดไทยได้พยายามท่ีจะนำ�หัวข้อ อันเป็นความรู้เบ้ืองต้นไว้เป็นทางช่วย
เหลือบางอย่างและกำ�ลังทำ�อยู่แล้ว ขอให้ใช้ความระมัดระวังประกอบด้วยความพินิจพิจารณา
เพิ่มเตมิ ต่อตามทคี่ วรจะทราบไดอ้ ีกตอ่ ไปด้วย
ตามหลักในข้อ 1 นี้ อาจใชไ้ ดท้ ัง้ การปฏบิ ตั ิอย่หู รอื ท่จี ะปฏบิ ตั ิตอ่ ไปด้วย เช่น การใด
แมจ้ ะไดป้ ฏบิ ตั อิ ยแู่ ลว้ ถา้ รสู้ กึ วา่ เปน็ การฝา่ ฝนื ตอ่ ศาสนาของเขา หรอื ประชาชนมคี วามรงั เกยี จ
ในทางท่ีไม่ตอ้ งตามลัทธนิ ิยมแล้ว สิ่งใดทผี่ ู้ปฏบิ ตั ิจะละเลกิ หรอื งดเวน้ ไดก้ ค็ วรงดเว้น ถ้าเกนิ แก่
หนา้ ทีก่ ค็ วรรายงาน หรือแสดงเหตผุ ลเสนอไปตามล�ำ ดับ เพือ่ พิจารณาแกไ้ ข
สว่ นการตอ่ ไปแมท้ างราชการจะสง่ั หรอื คดิ จดั หรอื วางระเบยี บอยา่ งใดมา ถา้ เหน็ วา่ เปน็

2
2 รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ข้อขดั ขอ้ งใหผ้ ู้สั่งทราบเปน็ ล�ำ ดบั ไป
ข้อที่จะทำ�ให้เปน็ การอุดหนนุ ศาสนานัน้ อาจทำ�ได้ดว้ ยส�ำ แดงความช่วยเหลืออดุ หนุน
อยา่ งใดอยา่ งหนึ่งซง่ึ ไมผ่ ิดด้วยทางราชการ หรอื อยา่ งนอ้ ยกค็ วรส�ำ แดงความเลอื่ มใส และความ
คารวะตามสมควรเสมอ อยา่ แสดงความรังเกยี จหรือลบหลู่ขัดขวาง ซึ่งเป็นอาการมบิ ังควร
(ข) เรอื่ งนผ้ี ทู้ เี่ ปน็ หวั หนา้ ควรจะตอ้ งเอาใจใสส่ บื สวนทราบเหตผุ ลแลกจิ การในเรอ่ื งเชน่
นจี้ ากฝา่ ยอังกฤษไวใ้ ห้มากทส่ี ดุ ที่ควรจะทราบได้
(ค) 1. จะทำ�อะไรควรทำ�หนา้ ทีอ่ ยา่ งตรงไปตรงมา
2. อาการทจ่ี ะท�ำ ควรส�ำ แดงดว้ ยกริ ยิ าอธั ยาศยั ออ่ นโยน และควรส�ำ แดงดว้ ยเหตผุ ล
ให้จะแจ้งเสมอ
3. ไมค่ วรใชก้ ริ ยิ าหรือวาจาทห่ี ยาบคาย หรอื ถ้อยคำ�อนั เป็นทางแสลง กลา่ วคอื การ
กล่าวคำ�พูด ดถู กู ดหู มิน่ แม้เฉพาะบคุ คลก็ไม่ควรใช้และการส�ำ แดงอย่างยิง่ ใหเ้ หน็ วา่ เปน็ พวก
เดยี ว ชาตเิ ดียว ไม่ควรสำ�แดงให้เห็นเปน็ เราเปน็ เขา
4. เมื่อประชาชนจะมกี จิ เขา้ มาเก่ียวขอ้ ง ให้พยายามสำ�แดงปราศรยั ไตถ่ าม สง่ิ ใดท่ี
ควรจะช่วยให้ส�ำ เร็จกิจไปรวดเร็ว กค็ วรกระท�ำ ให้เหน็ วา่ ได้ช่วยเหลอื โดยเร็วพลนั ไม่ควรสำ�แดง
ใหเ้ หน็ ความ รังเกียจ หรือเบื่อหน่ายในการท่จี ะกระท�ำ กิจใหช้ ักชา้ ไป
5. ควรให้ผู้ใหญ่ทางการจะเอาใจใส่ให้ตลอดกันทุกช้ันทุกระดับ ถ้าปรากฏว่าเจ้า
พนกั งานผใู้ ดกระท�ำ ผดิ พลาดอยา่ งไรเกยี่ วแกป่ ระชาชนกใ็ หว้ า่ กลา่ วลงโทษใหเ้ หน็ ผดิ ถกู ปรากฏ
ลงไปตามควรแก่โทษานโุ ทษอยา่ งเฉียบขาดทนั ที
(ฆ) ข้อน้จี ะต้องคอยเพ่งเล็งดูกิจการเป็นเรอื่ ง ๆ ไป ส่งิ ใดถา้ พอจะแก้ไขไปโดยลำ�พังได้
ก็พยายามแก้ไขให้ดที ี่สดุ ถา้ เกนิ อำ�นาจหน้าทก่ี ็ควรร้องเรียนไปตามลำ�ดบั ชั้น
แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี การใชค้ วามระมดั ระวงั ในขอ้ นคี้ วรจะนกึ ใหก้ วา้ ง ๆ ถงึ เสยี การเสยี เวลา
ที่เก่ียวแก่ลัทธิศาสนาเข้าประกอบด้วย เช่น วันศุกร์ ตามธรรมดาเขาจะไปฟังเทศน์ในสุเหร่า
เม่ือจะมกี ารเรยี กรอ้ งบังคับใหก้ ระท�ำ ใด ๆ ถ้าพอจะหลีกเล่ียงเปลี่ยนวันไดก้ ็ควรละเวน้ เสียหรอื
อกี อยา่ ง เช่น ในระหวา่ งเวลาปอซอ (ถือบวช) กจิ การอยา่ งทค่ี วรจะผ่อนผนั ได้ ก็ควรผอ่ นผันให้
พอดีพอควรแกฤ่ ดกู าล ฯลฯ เหลา่ น้เี ป็นต้น
(ง) เจา้ หนา้ ท่ีทางกระทรวงพยายามอยา่ งทสี่ ุดทีจ่ ะระวงั หลักการข้อนไ้ี ว้ แตต่ ้องอาศยั
ผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องที่ต้องเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือประกอบด้วย เพราะตามธรรมดาจะเลือกเฟ้น
บุคคลที่คุน้ เคยกบั ทอ้ งทมี่ าทง้ั หมดคงสุดวสิ ยั ขอ้ สำ�คัญการอบรมในท้องท่ีจะเปน็ ทางชว่ ยเหลือ
ไดม้ ากถา้ ผหู้ ลกั ผใู้ หญเ่ อาใจใสร่ ะวงั กนั ไวก้ อ่ นแลว้ กเ็ ปน็ ทางรกั ษาหลกั การไดด้ อี ยา่ ปลอ่ ยไปตาม
บุญตามกรรม หรือจะคดิ แก้เมืองพลาดไปแล้วนั้นเป็นอนั สละเลิกคดิ เช่นน้เี สยี
(จ) ขอ้ นี้เป็นการสำ�คัญสำ�หรับสมหุ เทศาภิบาล ผู้ซ่ึงรับราชการสนองพระเดชพระคุณ

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 3

อยู่ในท้องที่ต่างพระเนตรพระกรรณ เม่ือได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยมอบภาระความสุขทุกข์
ของประชาชนพลเมืองไว้ให้ ดังน้ัน การทุกส่ิงทุกอย่างจะต้องใช้ความคิดพิจารณาให้ตลอดแล
ด้วยความรอบคอบในเบ้ืองต้น ให้เต็มสติปัญญาความสามารถเป็นอย่างดีท่ีสุด ถ้าเห็นว่าสิ่งใด
ทางด�ำ เนนิ การพลาดพลง้ั หรอื เปน็ การปรปกั ษต์ อ่ หลกั รฐั ประศาสโนบายแลว้ ตอ้ งส�ำ แดงเหตผุ ล
หรือโต้แย้งให้เป็นกิจจะลักษณะด้วยความฉะฉานไม่ควรจะนิ่งนอนใจหรือรับปฏิบัติไปด้วยฝืน
ความคิดเห็น
ควรเป็นที่เข้าใจว่า ในท้องท่ีมณฑลปัตตานี ย่อมมีลักษณะผิดแผกแตกต่างกับมณฑล
อ่ืน ๆ บางที่กิจการบางอย่างอาจกระทำ�ได้ด้วยปราศจากความกังวลห่วงใยในท้องท่ีน้ัน แต่ไม่
เปน็ ตวั อยา่ งอนั ดที จี่ ะท�ำ ลงไปในทอ้ งทเี่ ชน่ น้ี จงึ ควรพจิ ารณาเหตผุ ลลงไปโดยเฉพาะทอ้ งทอ่ี ยา่ ง
เดด็ เดย่ี ว
แต่อย่างไรกด็ ี การปฏบิ ตั ิส�ำ หรบั ขอ้ น้ี แมจ้ ะเปน็ กิจการต่าง ๆ กระทรวงกัน ก็ควรบอก
ปากเสียงในกระทรวงมหาดไทยทราบด้วย เพ่ือเป็นทางพิจารณาหารือในเม่ือจะมีการเจรจาว่า
กันในระหวา่ งเจ้ากระทรวงตอ่ ไป

4
4 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

หลักประศาสโนบายส�ำ หรบั มณฑลปัตตานี

หลกั รฐั ประศาสโนบายน้ี ไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหว้ างขนึ้ ไว้ ส�ำ หรบั ยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ
ราชการ ในมณฑลปัตตานีเปน็ มูล มาตามพระราชหตั ถเลขา เลขท่ี 3/78 ลงวนั ที่ 6 กรกฎาคม
พ.ศ.2466
การทท่ี รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ หี ลกั ขนึ้ ไวแ้ กผ่ ทู้ ร่ี บั ราชการสนองพระเดชพระคณุ
โดยแจ่มแจ้งเช่นนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หาที่สุดมิได้ ควรข้าราชการในมณฑล
ปัตตานีจะพึงระวัง ตั้งใจดำ�เนินการสนองพระเดชพระคุณให้ต้องตามพระราชประสงค์ด้วย
เครง่ ครัดทสี่ ุด
ความจริงรัฐประศาสโนบายน้ี แม้จะต้ังข้ึนสำ�หรับมณฑลปัตตานีก็ดี แต่ก็ย่อมจะเป็น
หลกั ส�ำ คญั ในทางการปกครองทอ้ งทท่ี ว่ั ไปไดด้ อี กี สว่ นหนงึ่ ซงึ่ สมควรผทู้ รี่ บั ราชการสนองพระเดช
พระคณุ อยใู่ นทอ้ งทตี่ า่ งๆ จะยดึ ถอื อนโุ ลม การใหเ้ ปน็ ไปตามพระบรมราชประสงค์ ไมเ่ ฉพาะแต่
มณฑลปัตตานแี ล เช่น ภาคพายัพ ภาคอีสาน ฤาท้องท่ชี ายพระราชอาณาเขตทกุ แห่ง ยิง่ สมควร
จะอนโุ ลมใชไ้ ด้เหมอื นกนั
เพราะฉะนน้ั หลกั รฐั ประศาสโนบายนี้ ใหบ้ รรดาขา้ ราชการทงั้ ผใู้ หญผ่ นู้ อ้ ยคอยอนโุ ลม
ตามบคุ คลแลเหตผุ ลภมู ปิ ระเทศ เพอื่ ปฏบิ ตั ริ าชการสนองพระเดชพระคณุ ใหเ้ ปน็ ไปสมพระบรม
ราชประสงค์จงทั่วกัน
ส่วนคำ�อธิบายท่ีได้เขียนขึ้นประกอบความตามหัวข้อเหล่าน้ัน กระทรวงมหาดไทยได้
พยายามบรรยายความขึ้นไว้ เพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้งตามท่ีเห็นว่าเป็นการสมควร ขอให้ถือว่าคำ�
อธบิ ายนน้ั เปน็ ค�ำ แนะน�ำ ของกระทรวงมหาดไทยไดเ้ ขยี นประกอบขน้ึ ตามความเหน็ เปน็ สว่ นหนง่ึ

ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
วันที่ 30 กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช 2466

มหาอำ�มาตย์นายก ยมราช
เสนาบดี

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 5

ยทุ ธศาสตร์พระราชทาน
ยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช รชั กาลที่ 9
เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นยุทธศาสตร์พระราชทานท่ีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกา
ธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ รทรงพระราชทานเปน็ แนวทางในการแก้ไข
ปัญหาและพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ไวด้ ังนี้
เขา้ ใจ : ทำ�อะไรตอ้ งเขา้ ใจปัญหา เขา้ ใจหนทางแก้ไข เขา้ ใจกระบวนการจดั การ และ
ปรบั ความเข้าใจระหว่างผู้ให้ ผรู้ บั เสยี กอ่ น ใหเ้ ข้าใจซ่ึงกนั และกัน
ความไม่รู้ การรู้เปน็ สว่ น ๆ รู้อย่างลวก ๆ รีบ ๆ แบบตาบอดคล�ำ ชา้ ง นอกจากแก้ไข
ปญั หาไมไ่ ด้แล้ว ยังกลบั ทำ�ใหป้ ัญหาลกุ ลามบานปลายยง่ิ ขน้ึ
เข้าถึง : เม่ือเข้าใจระหว่างกันทุกประการครบถ้วนแล้ว ต้องเข้าถึงความรู้สึกนึกคิด
และการกระท�ำ สรา้ งความร่วมมอื จากผูเ้ กยี่ วขอ้ งทเ่ี ก่ยี วข้อง เขา้ ถึงเครือ่ งไม้เครอ่ื งมอื และวสั ดุ
อปุ กรณ์ และสร้างความสามคั คีร่วมจิตรว่ มใจของผู้ปฏิบตั ิ ร่วมมือร่วมไมก้ ันทำ�งาน
พฒั นา : ถา้ ปราศจากความเขา้ ใจ เขา้ ถงึ การพฒั นากจ็ ะผดิ พลาดกลายเปน็ มจิ ฉาพฒั นา
แก้ไขปัญหาไม่ได้ ย่ิงเป็นการสร้างความขัดแย้งเพิ่มความรุนแรงย่ิงขึ้น ดังนั้น เม่ือต่างฝ่ายต่าง
เข้าใจกันแล้ว เข้าถึงกันแล้ว การพัฒนาก็จะดำ�เนินการไปอย่างย่ังยืน ไม่ส่งผลกระทบที่ติดลบ
ตอ่ ระบบเศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ มและการเมอื ง หากแตน่ �ำ ไปสคู่ วามสมดลุ มน่ั คง และยงั่ ยนื
“เข้าใจ เขา้ ถึง พฒั นา” ในฐานะหลักการทรงงานเพ่อื ความย่งั ยืน
หนงึ่ ในหลกั การทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร ได้
พระราชทานเพอื่ การแกไ้ ขปญั หาในดา้ นตา่ งๆของประเทศทถี่ อื เปน็ วธิ กี ารแหง่ ศาสตรพ์ ระราชา
คอื "เขา้ ใจ เข้าถึง พัฒนา" ซง่ึ ทรงมพี ระประสงคเ์ ห็นประชาชนคนไทยทุกคนมคี ณุ ภาพชีวติ ทีด่ ี
จนกอ่ ใหเ้ กดิ โครงการพระราชด�ำ รมิ ากมายกระจายอยทู่ วั่ ประเทศอนั น�ำ มาซง่ึ ประโยชนค์ วามสขุ
และความเป็นอยู่ท่ีดีของประชาชน โดยในการดำ�เนินงานโครงการต่างๆให้ประสบความสำ�เร็จ
พระองคท์ รงยดึ หลกั ผลประโยชนข์ องประชาชนและการพฒั นาคนเปน็ ส�ำ คญั ซงึ่ เปน็ กระบวนการ
ท�ำ งานแบบบรู ณาการและกระบวนการคดิ บนรากฐานของ "การเขา้ ใจมนษุ ย"์ ในการสรา้ งสรรค์
นวตั กรรมจากความเขา้ ใจ และศกึ ษาผคู้ นดว้ ยการสงั เกต ซง่ึ แนวทางดงั กลา่ วสามารถน�ำ มาเปน็
แนวทางใชแ้ กไ้ ขปัญหาต้งั แต่ปญั หาระดบั ปจั เจกบคุ คลไปจนถงึ ปัญหาใหญร่ ะดบั มหภาค
หลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" คือ การเรียนรู้กระบวนการคิดบนรากฐานของการ
เข้าใจมนุษย์และเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้การสร้างสรรค์นั้นตอบสนองความต้องการได้อย่างเต็ม

6
6 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ประสิทธิภาพและการพัฒนาด้วยความรู้และภูมิปัญญาที่ไม่จำ�กัดอยู่แค่ด้านใดด้านหน่ึง ตลอด
จนการทดลองและปรับปรุงจนไดผ้ ลลัพธ์ทย่ี ่งั ยนื และสามารถประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ย่างไม่รจู้ บ
"เข้าใจ" คือ เข้าใจความต้องการของชุมชนและบริบทของท้องถิ่น เข้าใจความเป็นไป
ทง้ั หมดของปญั หาอยา่ งลกึ ซึง้ และรอบดา้ น เขา้ ใจภูมิประเทศ เข้าใจผ้คู นในหลากหลายปญั หา
ท้งั ทางดา้ นกายภาพ ด้านจารีตประเพณี และดา้ นวัฒนธรรม
"เขา้ ถงึ " คอื เมอื่ เขา้ ใจแลว้ ตอ้ งเขา้ ถงึ เพอื่ ใหน้ �ำ ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ หใ้ ด้ เขา้ ถงึ พน้ื ทแี่ ละออก
ไปสมั ผัส เข้าถึงสงิ่ ที่คนในพน้ื ทีต่ อ้ งการจริงๆ เขา้ ถึงความจรงิ ไม่ใชก่ ารรแู้ ตเ่ พียงผวิ เผนิ เข้าถงึ
ความรู้สกึ นกึ คิดในความเป็นมนษุ ยข์ องทกุ ฝ่ายทีเ่ กีย่ วข้องรวมทงั้ ตวั ของเราเองด้วย
"พฒั นา" คอื น�ำ สง่ิ ทป่ี ระชาชนตอ้ งการไปเตมิ เตม็ ใหเ้ ขาสามารถใชศ้ กั ยภาพไดอ้ ยา่ งเตม็
ทแ่ี ละต้องอยู่ บนรากฐานของความเข้าใจและเขา้ ถึงดงั ทกี่ ล่าวมาขา้ งต้น
หลกั การทรงงาน เขา้ ใจ เขา้ ถงึ พฒั นานัน้ ทรงใชก้ ับทัง้ คน วัตถุ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ มและ
วฒั นธรรม มคี วามลมุ่ ลกึ และมโี ครงการพระราชด�ำ รหิ รอื งานอนื่ ทท่ี รงท�ำ เปน็ ตวั อยา่ งใหเ้ หน็ อยา่ ง
ชัดเจน
พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเดจ็ พระปฐเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ
พระวชิรเกลา้ เจ้าอย่หู ัว รชั กาลที่ 10 วันที่ 4 พฤษภาคม 2562
"เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพ่ือประโยชน์สุขแห่ง
อาณาราษฎรตลอดไป"
แนวพระราชดาํ ริ “จิตอาสา เราทําความดดี ว้ ยหวั ใจ”
ความเปน็ มา
ตามท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงห่วงใย และทรงคํานึงถึงความ
อยดู่ มี สี ขุ ของประชาชนเปน็ สําคญั และพระองคท์ รงมพี ระราชปณธิ านแนว่ แนท่ จ่ี ะทําใหป้ ระเทศ
ชาติม่นั คง เป็นปกึ แผน่ มคี วามรัก ความสามัคคีและประชาชน มีชวี ติ ความเป็นอยู่ท่ีดีขึน้ ด้วยมี
พระราชปณธิ านทจ่ี ะสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ และแนวพระ
ราชดําริต่างๆ ในการบําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้ประชาชน และพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้า
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ให้จัดโครงการจติ อาสาข้ึนในครง้ั แรกเม่ือวนั พธุ ที่ 21
มิถนุ ายน พทุ ธศกั ราช 2560 ณ โรงเรียนสโุ ขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี ใหเ้ ริม่ ทําจาก
จดุ เลก็ ไปใหญ่ โดยเรมิ่ จากการดแู ลรกั ษาบา้ นและบรเิ วณรอบบา้ นของตนเองใหส้ ะอาดกอ่ น จงึ
เกิดโครงการจติ อาสา เราทําความดีด้วยหัวใจ นบั ตง้ั แตน่ ้นั เป็นต้นมา
ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม ใหห้ นว่ ย

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 7

ราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดําริเพ่ือ
เป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่ีทรง
ประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน
มีความสมัครสมานสามัคคี มีความสุขและประเทศชาติมีความม่ันคงอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วย
ราชการในพระองค์ 904 เป็นผู้กํากับดูแลการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกท้ังภาครัฐ
และเอกชน และใหจ้ ดั ตงั้ ศนู ยอ์ ํานวยการใหญโ่ ครงการจติ อาสาพระราชทานตามแนวพระราชดําริ
มหี นา้ ทคี่ วบคมุ อํานวยการและประสานการ ปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหก้ ารจดั กจิ กรรมจติ อาสาพระราชทาน
ตามแนวพระราชดําริ เปน็ ไปอยา่ งต่อเนือ่ งถูกตอ้ งตามพระราโชบายและสมพระเกยี รติ
ในระยะเรม่ิ แรก สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ไดม้ พี ระราชปณธิ านในการบําเพญ็ ประโยชนพ์ น้ื ที่
ชุมชนโดยรอบพระราชวังดุสิตเป็นการทําความดีด้วยหัวใจถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรโดยหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภ
รกั ษาพระองค์ หนว่ ยทหารรกั ษาพระองค์ ขา้ ราชบรพิ ารในพระองคฯ์ รว่ มกบั ประชาชนจติ อาสา
“เราทําความดีดว้ ยหวั ใจ” รว่ มกันดแู ลและพัฒนารกั ษาพนื้ ที่จาก ชมุ ชนเล็กๆ รอบพระราชวงั
ดสุ ติ ขยายสพู่ ้นื ทโ่ี ดยรวมของประเทศในการพัฒนาอย่างม่นั คงและยง่ั ยืนสบื ไป
ความหมายของ “จิตอาสา” ตามพจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน ฉบับ พ.ศ. 2542
ไดใ้ หค้ วามหมายของ “จติ อาสา” ดงั น้ี “จติ ” เปน็ คํานาม หมายถงึ ใจ สง่ิ ทมี่ หี นา้ ทร่ี ู้ คดิ และนกึ
“อาสา” เปน็ คํากรยิ าหมายถงึ เสนอตวั เข้ารบั ทํา ดังน้นั “จติ อาสา” จงึ หมายถึง จติ แห่งการให้
ความดงี ามทง้ั ปวงแกเ่ พ่อื นมนษุ ย์โดยเตม็ ใจสมคั รใจอิ่มใจ ซาบซง้ึ ใจ ปีตสิ ุข ท่ีพร้อมจะเสียสละ
เวลา แรงกาย แรงสตปิ ญั ญา เพอ่ื สาธารณประโยชนใ์ นการทํากจิ กรรมหรอื สงิ่ ทเี่ ปน็ ประโยชนแ์ ก่
ผอู้ น่ื โดยไมห่ วงั ผลตอบแทน และมคี วามสขุ ทไี่ ด้ ชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื เปน็ จติ ทไ่ี มน่ งิ่ ดดู ายเมอื่ พบเหน็
ปัญหาหรือความทุกข์ยากท่ีเกิดข้ึนกับผู้คน เป็นจิตท่ีมีความสุขเม่ือได้ทําความดีและเห็นน้ําตา
เปล่ยี นแปลงเป็นรอยยม้ิ เป็นจิตทเ่ี ปี่ยมดว้ ย “บญุ ” คอื ความสงบเยือกเย็น และพลงั แห่งความ
ดีอกี ท้ังยงั ช่วยลด “อัตตา” หรอื ความเปน็ ตัวตนของ ตนเองลงได้
หลกั การปกครองในพ้ืนทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ (กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2522)
จงั หวดั ปตั ตานี ยะลา นราธิวาส และสตลู เปน็ จังหวัดที่อย่ทู างภาคใตข้ องประเทศไทย
มีอาณาเขตติดต่อกับสหพันธรฐั มลายขู องอังกฤษประชาชนสว่ นมากที่อาศยั อยู่ในจังหวัดน้ี เปน็
ชาวไทยทน่ี บั ถอื ศาสนาอสิ ลาม มขี นบธรรมเนยี มประเพณผี ดิ แผกแตกตา่ งกบั ชาวไทยภาคอนื่ ๆ
แต่เดิมมาจังหวัดเหล่านี้เรียกว่า บริเวณเจ็ดหัวเมืองภาคใต้ ทางราชการได้จัดการปกครองเป็น

8
8 รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

พเิ ศษ โดยใชก้ ฎขอ้ บงั คบั บรเิ วณเจด็ หวั เมอื ง ร.ศ. 120 เปน็ หลกั การปกครองชาวไทยอสิ ลามพวก
นปี้ รากฏตามหลกั ฐานในทางประวตั ศิ าสตรว์ า่ เปน็ พวกทม่ี ถี นิ่ ทอี่ ยใู่ นทางภาคใตข้ องประเทศไทย
และถอื ว่ามสี ญั ชาติเปน็ ไทยเหล่าหน่ึงท่ีอยรู่ ่วมการปกครองกันมาแตโ่ บราณกาล
เนอ่ื งจากจงั หวดั ท้ัง 4 ดังกลา่ ว เปน็ จงั หวดั ท่อี ยู่ชายแดน มพี ลเมืองเป็นผูน้ ับถอื ศาสนา
อิสลาม และมีขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกันกับชาวไทยอ่ืน ๆ ดังกล่าวแล้วข้างต้นทาง
ราชการจึงเห็นวา่ การปกครองใน 4 จงั หวัดน้เี ป็นการจ�ำ เปน็ ท่จี ะต้องจดั รปู การปกครองพเิ ศษ
โดยจัดการปกครองให้เข้ารูปและกลมกลืนกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไทยคล้ายคลึง
กับประเทศใกล้เคียงตลอดจนวางหลักการให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐบาลได้ปฏิบัติงานและปฏิบัติตน
ใหเ้ กดิ ความสมั พนั ธก์ บั ราษฎรชาวไทยอสิ ลามโดยใกลช้ ดิ กระทรวงมหาดไทยจงึ ไดพ้ จิ ารณาวาง
หลกั การปกครอง เพอื่ ให้ข้าราชการฝ่ายปกครองและข้าราชการซ่งึ รบั ราชการอยใู่ น 4 จงั หวดั นี้
ถอื เป็นทางปฏบิ ตั ดิ งั ต่อไปนี้ คือ
1. บรรดาข้าราชการทกุ ฝ่ายทร่ี ับราชการอยู่ใน 4 จังหวัดนี้ อาทเิ ชน่ ข้าหลวงประจำ�
จงั หวดั นายอ�ำ เภอ ตลอดจนขา้ ราชการกระทรวง ทบวง กรมอนื่ ๆ ซง่ึ รวมเรยี กวา่ คณะกรรมการ
จังหวัดคณะกรรมการอำ�เภอ ขอให้เข้าใจว่าทางราชการได้ส่งท่านไปประจำ�ในท้องที่เหล่านี้ ก็
เพือ่ ท่ีจะใหช้ ่วยบรหิ ารราชการให้สมกับความปรารถนาของรฐั บาล และเจ้ากระทรวงนนั้ ๆ นับ
วา่ เปน็ ผทู้ ไ่ี ดร้ บั เกยี รตอิ นั สงู ทเ่ี จา้ กระทรวงไดเ้ ลอื กเฟน้ ใหค้ วามไวว้ างใจมาบรหิ ารกจิ การในทอ้ ง
ทนี่ เ้ี พอื่ บ�ำ บดั ทกุ ขบ์ �ำ รงุ สขุ แกร่ าษฎรตา่ งหตู า่ งตาของรฐั บาล ฉะนนั้ ทา่ นขา้ ราชการทง้ั หลายจะ
ตอ้ งนกึ ถงึ หนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของทา่ นตอ่ กระทรวง ทบวง กรม และใหพ้ งึ ระลกึ อยเู่ สมอ
ว่าทา่ นท้งั หลายจะตอ้ งปฏิบัติหน้าทด่ี ้วยความสามัคคีกลมเกลียว เปน็ น�ำ้ หนึ่งใจเดียวกันอยา่ ให้
แตกแยกความสามัคคีกันได้ ความซอ่ื สัตย์สจุ รติ ต่อหนา้ ท่ี กเ็ ป็นเร่อื งส�ำ คญั ย่ิง จงึ ขอใหพ้ ยายาม
รกั ษาไวเ้ ปน็ อยา่ งดยี งิ่ ทา่ นมาบรหิ ารราชการอยใู่ กลช้ ายแดนเชน่ นี้ ตา่ งประเทศและราษฎรชาว
พน้ื เมอื งยอ่ มจะมงุ่ มองทา่ นเปน็ ตาเดยี วสว่ นกจิ การในดา้ นราษฎรนน้ั กข็ อใหถ้ อื วา่ เปน็ การปฏบิ ตั ิ
หน้าทต่ี อ่ คนไทยดว้ ยกนั อยา่ เขา้ ใจผิดและดูถูกเหยยี ดหยามชาวไทยอิสลาม ว่าเป็นคนตา่ งชาติ
ต่างศาสนาทางท่ีดีข้าราชการทุกคนจะต้องปฏิบัติและวางตนให้ชาวไทยอิสลามเห็นว่าเป็นพวก
เดียวกัน อยู่ในประเทศด้วยกัน
2. สทิ ธขิ องราษฎรนนั้ ขอใหข้ า้ ราชการฝา่ ยปกครองทกุ ต�ำ แหนง่ พยายามท�ำ ความเขา้ ใจ
และชแี้ จงใหเ้ หน็ วา่ เราเปน็ คนไทยดว้ ยกนั มสี ทิ ธเิ สรภี าพเสมอกนั เชน่ เรามปี ระเทศไทย เราอยู่
ภายใตค้ วามคมุ้ ครองของกฎหมายเกยี่ วกบั รา่ งกายและทรพั ยส์ นิ เสมอเหมอื นกบั พน่ี อ้ งชาวไทย
ทง้ั หลาย และเรามพี ระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ทเ่ี คารพสกั การะองคเ์ ดยี วกนั แตถ่ า้ จะพจิ ารณาถงึ ผลใน
การปกครองอนั แทจ้ ริง พ่นี อ้ งชาวไทยอิสลาม ใน 4 จงั หวัดนี้ ยังได้รับประโยชน์ในทางกฎหมาย
ดีย่งิ กว่าพ่นี อ้ งชาวไทยในหวั เมืองอื่น ๆ เสียอกี เชน่ ได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการใชก้ ฎหมาย

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 9

อิสลามในเขตจงั หวดั ปตั ตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล พทุ ธศักราช 2489 และทางรฐั บาลยัง
ไดจ้ ัดรปู การปกครองเปน็ พเิ ศษ เหลา่ นี้เปน็ ต้น ท้งั นี้ เพราะรฐั บาลเพ่งเล็งเหน็ ว่า เปน็ ลัทธอิ ันมี
บัญญัตติ ามศาสนาจงึ ใหส้ ิทธพิ ิเศษ ส่วนการปกครองนั้นเลา่ กม็ ไิ ด้ใชห้ ลกั การปกครองในท�ำ นอง
เมอื งขนึ้ โดยแบง่ แยกชน้ั วรรณะหรอื กดี กนั ในเรอื่ งลทั ธศิ าสนาและขนบธรรมเนยี มประเพณี แต่
ประการใดเลย
3. ในการปฏบิ ัตหิ นา้ ทรี่ าชการขา้ ราชการทุกคนควรจะต้องถอื หลักปฏบิ ัติโดยใหไ้ ด้ทง้ั
นำ้�ใจและให้ได้ท้ังงานและไม่ควรจะใช้หลักปฏิบัติให้เป็นการกระทบกระเทือนน้ำ�ใจกันหรือใช้
ลัทธบิ บี บังคบั กลา่ วคอื
ก. การปฏิบัติหน้าท่ีราชการทุกอย่างควรทำ�ไปตามหน้าท่ีอย่างตรงไปตรงมา
โดยถือความสุจริต และความเที่ยงธรรมเปน็ หลัก
ข. ไม่ควรใช้กิริยาหรือวาจาท่ีหยาบคายและแสลงหูหรือใช้ถ้อยคำ�ท่ีดูถูก
เหยยี ดหยามในการปฏบิ ัติหน้าที่ราชการ เชน่ เรียกพวกชาวไทยอสิ ลามวา่ แขก เป็นตน้ ทางท่ีดี
ควรจะแสดงให้เขาเหน็ ว่าเปน็ พวกเดยี วกนั มใิ ชถ่ อื เปน็ เขาเปน็ เรา
ค. เมื่อประชาชนติดต่อทั้งในทางราชการก็ดี ในทางส่วนตัวก็ดี ควรจะได้ใช้
อาการกิริยาตดิ ต่อดว้ ยอธั ยาศยั อนั อ่อนโยน และให้ความสะดวกตามสมควรตลอดจนช่วยเหลือ
ใหส้ �ำ เรจ็ กจิ ไปดว้ ยความรวดเรว็ อยา่ หนว่ งเหนยี่ วหรอื แสดงความรงั เกยี จใหเ้ หน็ ตรงกนั ขา้ มควร
แสดงใหเ้ หน็ วา่ เราให้ความช่วยเหลอื ด้วยความยนิ ดี
ง. ให้ผบู้ งั คับบญั ชาพยายามเอาใจใสด่ แู ลใหท้ ่ัวถงึ กนั ทกุ ชั้นทุกตำ�แหนง่ หาก
ปรากฏว่าข้าราชการคนใดใช้ลัทธกิ ดขขี่ ม่ เหงหรือใชอ้ ำ�นาจโดยไม่เป็นธรรรมตอ่ ราษฎร กข็ อให้
จัดลงโทษกันอย่างเด็ดขาดอย่าช่วยเหลือปิดบังเร่ืองไว้เพราะจะเป็นทางนำ�มาซึ่งความไม่พอใจ
และก่อให้เกิดความไม่สงบเรยี บรอ้ ยขึ้นได้
4. โดยทชี่ าวไทยอสิ ลามเปน็ ผทู้ ถี่ อื ขอ้ บงั คบั ของศาสนาเปน็ กฎหมาย ส�ำ หรบั ปฏบิ ตั โิ ดย
เครง่ ครดั และถอื เปน็ ขนบธรรมเนยี มระเพณไี ปในตวั ฉะนนั้ ในการบรหิ ารงานของเจา้ หนา้ ทฝ่ี า่ ย
ปกครอง ควรจะไดป้ ฏบิ ตั กิ ารโดยอนโุ ลมใหเ้ ขา้ กบั ขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละลทั ธศิ าสนาของ
ชาวไทยอสิ ลามกลา่ วคอื
ก. ในการวางกฎข้อบังคับระเบียบการหรือวิธีการอย่างใดซึ่งเป็นทางให้
ประชาชนชาวไทยอิสลามรู้สึกหรือเห็นไปว่าเป็นการเบียดเบียนกดข่ีลัทธิศาสนา เป็นการที่ไม่
ควรกระทำ�อย่างยิ่ง ทางที่ดกี ารวางระเบยี บ กฎ ขอ้ บงั คบั หรือวธิ ีการ ควรจะไดอ้ นโุ ลมให้เขา้
กับขนบธรรมเนียมประเพณีและลัทธิศาสนาของชาวไทยอิสลาม และถ้ายิ่งได้วางระเบียบและ
ข้อบังคบั ใหเ้ ห็นว่า เป็นการอุดหนนุ และสง่ เสรมิ ในทางศาสนาดว้ ยแลว้ กจ็ ะเป็นการดีมาก
ข. ในการประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา ควรจะไดผ้ อ่ นผนั ใหท้ �ำ ไดโ้ ดยเสรเี ทา่ ท่ี

10
10 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ไมข่ ดั ตอ่ กฎหมายและความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชนตลอดจนศลี ธรรมอนั ดขี องทอ้ งถนิ่ เชน่
ในการขออนุญาตฆ่าสัตว์เพ่ือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ก็ควรจะได้อำ�นวยความสะดวกให้
ตามระเบียบแบบแผนและกฎหมายทีม่ ีอยู่
ค. ในการกะเกณฑใ์ ด ๆ เชน่ การเกณฑแ์ รงกด็ ี การเรยี กประชุมก็ดี หรอื การ
นดั ให้ปฏบิ ัตกิ จิ การอยา่ งหน่งึ อย่างใดก็ดี ควรจะได้พยายามหลกี เลยี่ งกะการ อยา่ ใหต้ รงกบั วัน
สำ�คัญในการประกอบพธิ ีทางศาสนา เช่น ไมค่ วรจะเกณฑ์แรงในระยะเวลาถือบวช หรอื ตรงกับ
วนั ศุกร์ เป็นต้น
ง. ข้าราชการทุกคน ไม่ควรจะไปตั้งข้อรังเกียจหรือบีบบังคับในเร่ืองการ
แตง่ กายของชาวไทยอิสลาม ควรจะอนโุ ลมใหเ้ ขาแต่งกายไดต้ ามประเพณนี ิยม เพราะการแต่ง
กายเปน็ ข้อบงั คับและขนบธรรมเนียมทีบ่ ัญญัติไว้ในลัทธศิ าสนาอสิ ลามด้วย
จ. เพ่ือประโยชน์ในทางปกครอง ข้าราชการทุกคนควรจะแสดงให้ชาวไทย
อสิ ลามเหน็ วา่ ยกยอ่ งและอดุ หนนุ สง่ เสรมิ ในทางศาสนาของเราเชน่ เดยี วกบั ศาสนาอนื่ ฉะนน้ั ใน
การประกอบพธิ ีทางศาสนาควรท่ขี ้าราชการ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง ขา้ ราชการฝ่ายปกครองจะได้
ไปรว่ มในงานตามโอกาสอนั ควร และในการไปรว่ มงานควรจะปฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ งตามลทั ธศิ าสนาอสิ ลาม
การปฏิบตั ิอยา่ งไรเป็นการควรไม่ควรกบั ลัทธศิ าสนานัน้ ได้มคี �ำ บรรยายไว้ทา้ ยหนงั สอื
คูม่ อื นแี้ ลว้ ขอใหข้ ้าราชการพยายามศกึ ษาหาความรูเ้ อาไวเ้ อง
อน่ึง เน่ืองจากจังหวัดท้ัง 4 น้ี ทางการได้ตรากฎหมายบางฉบับไว้เป็นพิเศษ เพ่ือ
ประโยชนใ์ นทางการปกครอง และเป็นการอดุ หนนุ ในทางศาสนาของชาวไทยอิสลาม กลา่ วคือ
ไดอ้ อกพระราชกฤษฎกี าวา่ ดว้ ยการศาสนปู ถมั ภฝ์ า่ ยอสิ ลาม พ.ศ.1488 และตราพระราชบญั ญตั ิ
วา่ ดว้ ยการใชก้ ฎหมายอสิ ลามในเขตจงั หวดั ปตั ตานี ยะลา นราธวิ าสและสตลู พทุ ธศกั ราช 2489
และตราพระราชบัญญัติมัสยดิ อสิ ลาม พทุ ธศักราช 2490 ฉะนั้น ควรที่ข้าราชการทุกคนจะได้
ศึกษาหาความรู้เกยี่ วกับกฎหมายเหลา่ น้ีไว้ เพ่ือเปน็ หลักปฏบิ ตั ใิ นการปกครองดว้ ย
5. โดยที่จังหวัดเหลา่ นี้เปน็ จังหวัดชายแดน มีอาณาเขตตดิ ต่อกบั สหพันธรฐั มลายูของ
องั กฤษ ฉะนน้ั การปฏบิ ตั กิ ารใดๆ ควรจะไดพ้ จิ ารณาเทยี บเคยี งกบั ทอ้ งทข่ี องตา่ งประเทศใหเ้ ปน็
เหตุย่ิงหยอ่ นกวา่ กนั จนเสยี ผลในทางปกครอง อาทิ เช่น ในทางเศรษฐกจิ และการเมอื งควรจะ
ไดศ้ กึ ษาหาความรวู้ า่ เขาปฏบิ ตั กิ นั อยา่ งไร ถา้ หากเหน็ วา่ ทอ้ งทข่ี องเราปฏบิ ตั ยิ งั ไมเ่ ทยี มกบั ของ
เขาแล้ว ก็ใหจ้ ัดการปรับปรงุ แก้ไขให้เป็นการเหมาะสมตามอำ�นาจหน้าท่ที ่ีมอี ยู่ และถ้าเป็นการ
เกนิ อ�ำ นาจและความสามารถทจ่ี ะท�ำ ได้ กค็ วรจะไดร้ ายงานใหร้ ฐั บาลพจิ ารณาด�ำ เนนิ การตอ่ ไป
เทา่ ทเี่ หน็ สมควร
6. เนื่องจากจังหวัดทั้ง 4 เป็นจังหวัดท่ีจะต้องจัดการปกครองเป็นพิเศษดังกล่าวแล้ว
ขา้ งตน้ ฉะนั้น ในการแตง่ ต้ังข้าราชการไปประจ�ำ ควรจะได้พจิ ารณาเลอื กเฟ้นเฉพาะขา้ ราชการ

รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 11

ที่เหมาะสมไปประจำ� และไม่เป็นการสมควรอย่างย่ิงท่ีจะส่งข้าราชการที่ถูกลงโทษหรือมีความ
ประพฤตไิ มด่ ี ไปประจ�ำ ใน 4 จงั หวัดนี้ ขา้ ราชการทีเ่ หมาะสมจะไปประจ�ำ ใน 4 จังหวัดนี้ ควร
ไดเ้ ลอื กจากบุคคลดงั ต่อไปนี้ คอื
ก. ตอ้ งเปน็ ผูท้ มี่ ีความประพฤติเรียบร้อย ไมเ่ คยเสยี หายในทางราชการ
ข. ตอ้ งเปน็ ผู้ทีม่ ีความสามารถในการปฏิบตั ิหนา้ ทีเ่ ป็นอย่างดี
ค. ข้าราชการที่ส่งไปประจำ�ใน 4 จังหวัด ถ้าได้บุคคลท่ีรู้ภาษามาลายู และ
ภาษาองั กฤษส่งไปก็จะเปน็ ประโยชนแ์ กท่ างราชการมาก
ง. ต้องเป็นข้าราชการที่เข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี และลัทธิศาสนา
ของชาวไทยอสิ ลาม ตลอดจนเขา้ ใจในนโยบายการปกครองของ 4 จงั หวดั นไี้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง หาก
ขา้ ราชการผใู้ ดทยี่ งั ไมเ่ ขา้ ใจในเรอื่ งเหลา่ นี้ ควรทผี่ บู้ งั คบั บญั ชา จะไดท้ �ำ การอบรมใหท้ ราบ ซง่ึ ใน
นโยบายการปกครองและลทั ธศิ าสนาเสยี กอ่ น แลว้ จงึ สง่ ไปปฏิบัติหนา้ ท่รี าชการ
7. ขอใหข้ า้ ราชการทุกคนที่ทางราชการไดส้ ่งไปประจำ�ใน 4 จังหวัดนี้ จงระลึกว่าทาง
ราชการ และผบู้ งั คบั บญั ชาไดเ้ หน็ ความสามารถ และไวว้ างใจทา่ นจงึ ไดส้ ง่ ไปประจ�ำ ฉะนนั้ ขอให้
ขา้ ราชการทกุ คนพงึ ปฏบิ ตั ติ น และปฏบิ ตั หิ นา้ ทร่ี าชการใหเ้ หมาะสม และตรงกบั ความประสงค์
ของทางราชการ และสงวนเกยี รตศิ กั ดข์ิ องขา้ ราชการไว้ อยา่ ไดป้ ระพฤตหิ รอื ท�ำ สงิ่ ใดใหช้ าวไทย
อิสลามเหยียดหยามดูหม่ินดูแคลนได้เป็นอันขาด ตรงกันข้ามควรจะได้วางตนให้เป็นท่ีเคารพ
ย�ำ เกรงจะไดผ้ ลทง้ั ในทางส่วนตวั และทางราชการ
8. เน่ืองจากในดินแดน 4 จังหวัดนี้ พลเมืองส่วนมากเป็นชาวไทยอิสลามท่ีพูดภาษา
มลายู และนับถือศาสนาอสิ ลาม ฉะน้ัน ข้าราชการทกุ คนท่ีรบั ราชการอยู่ใน 4 จังหวดั น้ี ควรจะ
ได้เรยี นรู้ภาษามาลายู ให้พูดและอ่านเขยี นภาษามาลายูได้ ตลอดจนเรียนร้ใู นเรื่องลทั ธศิ าสนา
และขนบธรรมเนยี มประเพณี กจ็ ะเปน็ ประโยชน์ทง้ั ในทางราชการและสว่ นตวั เพราะจะทำ�ให้
สะดวกแกก่ ารตดิ ตอ่ และทำ�ความเข้าใจซึ่งกนั และกัน และในท�ำ นองเดียวกัน ควรจะได้หาทาง
สง่ เสรมิ ให้ชาวไทยอสิ ลามได้เรยี นร้หู นังสอื ไทยใหท้ ว่ั ถึงกันด้วย
9. การปกครองประชาชนพลเมอื งใน 4 จงั หวดั นี้ กระทรวงมหาดไทยมคี วามประสงคท์ ่ี
จะใหพ้ นกั งานฝ่ายปกครองใชห้ ลักทำ�พระคณุ ให้เขาเหน็ อกเห็นใจ มากกว่าทจี่ ะใช้หลกั พระเดช
แต่ไมใ่ ช่ใหเ้ ขาเขา้ ใจผิด คิดว่าออ่ นแอเกรงกลวั เขา กลา่ วคือ ใช้หลักการปกครองโดยช่วยเหลือ
เกอ้ื กลู อ�ำ นวยความสะดวกใหเ้ ทา่ ทจ่ี ะท�ำ ได้ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนเกดิ ความพอใจและเคารพนบั ถอื ไม่
ควรจะใชห้ ลกั ความรนุ แรงหรอื บบี บงั คบั ทง้ั น้ี เพอ่ื เปน็ การปอ้ งกนั มใิ หเ้ กดิ ความไมส่ งบเรยี บรอ้ ย
ข้นึ ได้
กระทรวงมหาดไทย
21 พฤศจกิ ายน 2522

12
12 รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

บทที่ 2
ความเชอ่ื มโยงระหว่างยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนการพัฒนาจังหวดั ชายแดนภาคใต้

การแกไ้ ขปญั หาและพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ เปน็ ภารกจิ ส�ำ คญั ของเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ทกุ
ระดบั ซง่ึ จ�ำ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งขบั เคลอ่ื นตามยทุ ธศาสตรข์ องประเทศ รวมทงั้ นโยบายและแผนรองรบั
ท่ีเกี่ยวข้อง ท้ังในมิติความม่ันคงและการพัฒนา การเข้าใจความเช่ือมโยงระหว่างยุทธศาสตร์
นโยบาย และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
จงึ เป็นเร่ืองส�ำ คัญสำ�หรบั เจ้าหนา้ ท่ีของรัฐทปี่ ฏบิ ัติงานในพื้นท่ี
ตามมติคณะรฐั มนตรี เม่ือวันท่ี 4 ธันวาคม 2560 เหน็ ชอบให้มีแผน 3 ระดบั ดังน้ี
แผนระดบั 1 หมายถงึ ยทุ ธศาสตรช์ าติ ซง่ึ เปน็ เปา้ หมายการพฒั นาประเทศอยา่ งยง่ั ยนื
ตามหลักธรรมาภิบาล เพ่อื ใชเ้ ปน็ กรอบในการจดั ทำ�แผนตา่ ง ๆ ให้มีความสอดคลอ้ งและบรู ณา
การกนั โดยการถ่ายทอดเป้าหมายและประเด็นการพัฒนาไปสแู่ ผนระดับที่ 2 และ 3 อย่างเป็น
ระบบ
แผนระดบั 2 หมายถงึ แผนซง่ึ เปน็ แนวทางการขบั เคลอ่ื นประเทศในมติ ติ า่ ง ๆ ใหบ้ รรลุ
ตามเปา้ หมายของยทุ ธศาสตร์ และถา่ ยทอดไปสแู่ นวทางการปฏบิ ตั ใิ นแผนระดบั 3 ซง่ึ ประกอบ
ดว้ ย 4 แผน ไดแ้ ก่ แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ
และสังคมแหง่ ชาติ และแผนความม่ันคง
แผนระดับ 3 หมายถึง แผนที่จัดทำ�ข้ึนเพ่ือสนับสนุนการดำ�เนินงานของแผนระดับที่
1 และแผนระดับที่ 2 เป็นแผนในเชงิ ปฏบิ ตั ทิ ่มี คี วามชัดเจนตามภารกจิ ส่วนราชการ ซง่ึ จะต้อง
สอดคลอ้ งและสนับสนนุ การดำ�เนินงานตามเปา้ หมายท่แี ผน 2 ระดบั แรกได้ก�ำ หนดไว้ หรือจัด
ท�ำ ขน้ึ ตามกฎหมายกำ�หนด หรือจดั ท�ำ ขนึ้ ตามพันธกรณหี รืออนุสัญญาระหวา่ งประเทศ รวมถึง
แผนปฏบิ ตั กิ ารทกุ ระดบั ตวั อยา่ งของแผนในระดบั 3 นไ้ี ดแ้ ก่ แผนแมบ่ ทดา้ น..... แผนพฒั นา.....
แผนปฏบิ ัตกิ ารด้าน..... และแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการตา่ ง ๆ
กล่าวอีกนัยยะหนึ่ง นับต้ังแต่ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นตน้ มา รปู แบบการจดั ท�ำ แผน เพ่อื วางกรอบทศิ ทางการพัฒนา
ประเทศไดม้ ีการปรบั เปลี่ยนไปอย่างมีนยั ส�ำ คญั โดยมาตรา 65 ภายใตห้ มวดแนวนโยบายแห่ง
รัฐได้กำ�หนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืนตาม
หลกั ธรรมาภบิ าลเพื่อใชเ้ ป็นกรอบในการจัดทำ�แผนระดับ 2 และ 3 ตลอดจนการจดั ทำ�กรอบ
งบประมาณรายจ่ายประจำ�ปีให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพ่ือให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกัน
ไปส่กู ารบรรลเุ ปา้ หมายการพัฒนาประเทศที่กำ�หนดไวใ้ นยุทธศาสตร์ชาติ

รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 13

แผนภาพที่ 1 ความเชือ่ มโยงของแผนทง้ั 3 ระดบั (ท่มี า สศช. 2562)
ทง้ั นกี้ ารถา่ ยทอดยทุ ธศาสตรช์ าตไิ ปสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ หม้ คี วามสอดคลอ้ งกนั อยา่ งเปน็ ระบบ
น้ัน ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ซง่ึ เปน็ แผนระดับที่ 1 มี 6 ยุทธศาสตร์ ท่ีจะท�ำ
หนา้ ทเ่ี ปน็ กรอบทศิ ทางการพฒั นาประเทศในภาพใหญท่ ค่ี รอบคลมุ การสรา้ งสมดลุ ระหวา่ งการ
พฒั นาประเทศด้านความมนั่ คง เศรษฐกจิ สังคมและสง่ิ แวดลอ้ มเขา้ ด้วยกัน ดว้ ยกระบวนการมี
สว่ นรว่ มจากทุกภาคส่วน โดยมแี ผนระดับที่ 2 เปน็ กลไกส�ำ คัญในการถ่ายทอดแนวทางการขบั
เคลอ่ื นประเทศในมติ ติ า่ ง ๆ ของยทุ ธศาสตรช์ าตไิ ปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ซงึ่ ประกอบดว้ ย แผนแมบ่ ทภาย
ใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ ท�ำ หน้าที่ในการถ่ายทอดเป้าหมายและประเดน็ ยทุ ธศาสตรข์ องยทุ ธศาสตร์
ชาตลิ งสแู่ ผนระดบั ตา่ ง ๆ โดยแผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตรช์ าตเิ ปน็ แผนทค่ี �ำ นงึ ถงึ ประเดน็ รว่ ม
หรอื ประเดน็ ตดั ขา้ มระหวา่ งยทุ ธศาสตรแ์ ละการประสานเชอื่ มโยงเปา้ หมายของแตล่ ะแผนแมบ่ ท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติให้มีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีการกำ�หนดประเด็นที่มี
การบรู ณาการและมคี วามเชอ่ื มโยงระหวา่ งยทุ ธศาสตรช์ าตใิ นดา้ นทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 23 ประเดน็ แผน
ปฏริ ูปประเทศ มุง่ เน้นการปรบั เปลย่ี นแกไ้ ขปัญหาอุปสรรคเรง่ ดว่ นเชงิ โครงสร้าง กลไก หรอื กฎ
ระเบียบ เพือ่ ใหร้ ากฐานการพฒั นามคี วามเหมาะสมกับบริบทประเทศ มี 11 ดา้ น แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นแผนท่ีระบุทิศทางการพัฒนาที่ประเทศควรให้ความสำ�คัญ
และมุ่งดำ�เนินการในระยะ 5 ปีของแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยคำ�นึงถึงพลวัตและเงื่อนไขตา่ งๆ
ท่ีประเทศกำ�ลังเผชิญ ซึ่งในปัจจุบันกำ�ลังเข้าสู่ช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบบั ท่ี 13 (พ.ศ. 2566-2570) มี 5 เป้าหมาย 5 ตวั ชี้วัด และ 13 หมดุ หมายในการพฒั นา และ

14
14 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

กรอบนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความม่ันคงแห่งชาติ ท่ีเป็นกรอบการดำ�เนินการ
ป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามทุกรูปแบบเพ่ือธำ�รงรักษาความมั่นคงของ
ชาติ ซ่งึ ฉบบั ปจั จบุ ันมีกำ�หนดหว้ งระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570)

แผนภาพท่ี 2 ความเชือ่ มโยงของแผนระดบั 1 และ 2 กับแนวทางการด�ำ เนนิ แผนปฏิบัติใน
ระดับ 3

นอกเหนอื จากแผนยทุ ธศาสตรท์ งั้ 2 ระดบั ขา้ งตน้ แลว้ แผนระดบั 3 ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การ
บรหิ ารและพฒั นาพน้ื ทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาคใตป้ ระกอบดว้ ยนโยบายและแผนปฏบิ ตั กิ ารทส่ี �ำ คญั
ไดแ้ ก่ (รา่ ง) นโยบายการบรหิ ารและการพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ รา่ งยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา
จังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2565-2567) และ (ร่าง) แผนปฏบิ ตั ิการดา้ นการบรหิ ารและการ
พฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2566-2570 (แทนแผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ข
ปัญหาความไม่สงบในพน้ื ที่จังหวัดชายแดนภาคใต ้ พ.ศ. 2562-2564)
ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี: ความเปน็ มา วสิ ยั ทัศน์ และเป้าหมาย
ยทุ ธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) เป็นยทุ ธศาสตรช์ าติ ฉบบั แรกของประเทศไทย
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนำ�ไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ ประเทศไทยบรรลุ
วสิ ยั ทัศน์ “ประเทศไทยมีความมนั่ คง มัง่ ค่ัง ยง่ั ยนื เปน็ ประเทศพัฒนาแล้ว ดว้ ยการพัฒนาตาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” เพือ่ ความสุขของคนไทยทุกคน

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 15

ทม่ี าของการเกดิ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มาจากการพจิ ารณาสถานการณ์ แนวโนม้ ใน
การพัฒนาประเทศ ในปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีประเด็นความท้าทายการพัฒนาในหลายมิติ
ทง้ั ในมติ ิเศรษฐกิจทีโ่ ครงสรา้ งเศรษฐกจิ ยังไม่สามารถขับเคล่ือนด้วยนวตั กรรมอยา่ งเตม็ ท่ี ผลิต
ภาพการผลติ ของภาคบรกิ ารและภาคเกษตรยงั อยใู่ นระดบั ต�ำ่ คณุ ภาพและสมรรถนะของแรงงาน
ทยี่ งั ไม่สอดคล้องกับความต้องการในการขับเคล่อื นการพฒั นาของ ประเทศ มติ ิทางสังคมท่ีการ
ยกระดับรายได้ของประชาชน การแก้ปัญหาด้านความยากจนและความเหล่ือมล้ำ� การพัฒนา
คณุ ภาพการใหบ้ รกิ ารและการขยายโอกาสในการเขา้ ถงึ ระบบบรกิ ารสาธารณะยงั คงมชี อ่ งวา่ งที่
สามารถพฒั นาตอ่ ไปได้ มติ สิ งิ่ แวดลอ้ ม ทกี่ ารฟน้ื ฟแู ละรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ยงั เปน็ ประเดน็ ส�ำ คญั ส�ำ หรบั การพฒั นาประเทศอยา่ งยงั่ ยนื และมติ ขิ องการบรหิ ารจดั การภาค
รฐั ทยี่ งั ขาดความตอ่ เนอ่ื งและความยดื หยนุ่ ในการตอบสนองความตอ้ งการในการแกป้ ญั หาของ
ประชาชนได้อย่างเตม็ ประสทิ ธภิ าพ
นอกจากน้ี ยังมีสถานการณ์ท่ีกำ�ลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างประชากรท่ีมีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานลดลงและประชากร สูงอายุเพ่ิมข้ึนอย่าง
ต่อเน่ือง ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ความท้าทายใหม่ ๆ
ซึง่ มาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสรา้ งของความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศ ทงั้ ด้านความมน่ั คง
และเศรษฐกจิ การเชอ่ื มโยงกนั อยา่ งซบั ซอ้ นจากการรวมกลมุ่ ภายในภมู ภิ าคและการเปดิ เสรดี า้ น
ต่าง ๆ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ซึ่ง
สถานการณ์ ดังกล่าวจะก่อให้เกิดความท้าทายในการพัฒนาประเทศท้ังในมิติความมั่นคง
เศรษฐกิจ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม ดงั น้ัน ประเทศไทยจ�ำ เป็นตอ้ งมีการวางแผนยทุ ธศาสตร์ ด้าน
ต่าง ๆ ท่ีรอบคอบและครอบคลุมเพ่ือเป็นกรอบในการขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศให้เจริญ
กา้ วหน้าอยา่ งม่ันคง ม่ังค่งั และยั่งยนื
วสิ ยั ทัศนแ์ ละเป้าหมาย
วสิ ัยทศั น์ประเทศคือ “ประเทศไทยมีความม่นั คง มัง่ คง่ั ย่งั ยนื เปน็ ประเทศ ทพ่ี ฒั นา
แลว้ ดว้ ยการพฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” โดยมเี ปา้ หมาย การพฒั นาประเทศ
คอื “ประเทศชาติมน่ั คง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกจิ พฒั นาอยา่ ง ต่อเนื่อง สงั คมเปน็ ธรรม
ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนา
คนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาค
ทางสงั คม สรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม และมภี าครฐั ของประชาชน
เพ่อื ประชาชนและประโยชนส์ ่วนรวม

16
16 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ท้ังนก้ี ารประเมินผลการพฒั นาตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบดว้ ย
1) ความอย่ดู ีมสี ุขของคนไทยและสงั คมไทย
2) ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้
3) การพัฒนาทรพั ยากรมนุษยข์ องประเทศ
4) ความเทา่ เทียมและความเสมอภาคของสงั คม
5) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของ
ทรัพยากรธรรมชาติ
6) ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจัดการและการเขา้ ถึงการใหบ้ ริการของภาครัฐ การพัฒนา
ประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ น
ความมั่นคง ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการ
พฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพ ทรพั ยากรมนษุ ย์ ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งโอกาสและความ
เสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อส่ิง
แวดลอ้ ม และ ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ
1. ยุทธศาสตรช์ าติด้านความมัน่ คง
ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสำ�คัญ คือ ประเทศชาติ
มนั่ คง ประชาชนมคี วามสขุ เนน้ การบรหิ ารจัดการสภาวะแวดลอ้ มของประเทศให้มคี วามมั่นคง
ปลอดภยั เอกราช อธปิ ไตย และมคี วามสงบเรยี บรอ้ ยในทกุ ระดบั ตงั้ แตร่ ะดบั ชาติ สงั คม ชมุ ชน
มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และ ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อม
สามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบและทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับ
การป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาดา้ นความม่ันคงทม่ี อี ยูใ่ นปัจจบุ นั และทีอ่ าจจะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต ใช้
กลไกการแก้ไขปญั หาแบบบูรณาการทงั้ กับสว่ นราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กร
ท่ีไม่ใชร่ ฐั รวมถึงประเทศเพอ่ื นบา้ นและมิตรประเทศท่วั โลกบนพนื้ ฐานของหลักธรรมาภบิ าล
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นความมั่นคง ประกอบดว้ ย 5 ประเด็น ได้แก่
1. การรกั ษาความสงบภายในประเทศเพอ่ื สรา้ งเสรมิ ความสงบเรยี บรอ้ ยและสนั ตสิ ขุ ให้
เกดิ ขน้ึ กบั ประเทศชาติบา้ นเมือง
2. การป้องกันและแก้ไขปัญหาท่ีมีผลกระทบต่อความมั่นคงเพ่ือแก้ไขปัญหาเดิมและ
ปอ้ งกนั ไม่ให้ปัญหาใหมเ่ กิดขึน้

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 17

3. การพัฒนาศักยภาพของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต่อความม่ันคง
ของชาตเิ พ่อื ยกระดับขดี ความสามารถของกองทัพและหน่วยงานดา้ นความม่ันคง
4. การบรู ณาการความรว่ มมอื ดา้ นความมนั่ คงกบั อาเซยี นและนานาชาติ รวมถงึ องคก์ ร
ภาครัฐและที่มิใช่ภาครัฐ เพ่ือสร้างเสริมความสงบสุข สันติสุข ความม่ันคง และความเจริญ
กา้ วหน้าใหก้ บั ประเทศชาติ ภูมภิ าค และโลกอยา่ งยั่งยืน
5. การพฒั นากลไกการบรหิ ารจดั การความมน่ั คงแบบองคร์ วมเพอ่ื ใหก้ ลไกส�ำ คญั ตา่ ง ๆ
ท�ำ งานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารใชห้ ลกั ธรรมาภบิ าลและการบงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งเครง่ ครดั
2. ยุทธศาสตรช์ าตดิ ้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั
ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั มเี ป้าหมาย การพฒั นาทมี่ งุ่
เน้นการยกระดับศกั ยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพน้ื ฐานแนวคิด 3 ประการ ไดแ้ ก่
(1) “ต่อยอดอดตี ” โดยมองกลับไปทรี่ ากเหงา้ ทางเศรษฐกจิ อตั ลักษณ์ วฒั นธรรม ประเพณี วิถี
ชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ
ของประเทศในดา้ นอ่ืน ๆ น�ำ มาประยุกต์ผสมผสานกบั เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อใหส้ อดรบั
กับบริบทของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่ (2) “ปรับปัจจุบัน” เพ่ือปูทางสู่อนาคต ผ่าน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในมิติต่าง ๆ ท้ังโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง
โครงสรา้ งพ้นื ฐานวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยีและดิจิทลั และการปรบั สภาพแวดล้อมใหเ้ อือ้ ตอ่ การ
พัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต และ (3) “สร้างคุณค่าใหม่ ในอนาคต” ด้วยการเพ่ิม
ศกั ยภาพของผปู้ ระกอบการ พฒั นาคนรนุ่ ใหม่ รวมถงึ ปรบั รปู แบบธรุ กจิ เพอื่ ตอบสนองตอ่ ความ
ต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ท่ีรองรับอนาคต บนพ้ืนฐานของการต่อยอดอดีต
และปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทยสามารถสรา้ ง
ฐานรายไดแ้ ละการจา้ งงานใหม่ ขยายโอกาสทางการคา้ และการลงทนุ ในเวทโี ลกควบคไู่ ปกบั การ
ยกระดบั รายไดแ้ ละการกนิ ดอี ยดู่ ี รวมถงึ การเพมิ่ ขนึ้ ของคนชน้ั กลางและลดความเหลอ่ื มล�้ำ ของ
คนในประเทศได้ในคราวเดยี วกนั
ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย 5
ประเดน็ ได้แก่
1. การเกษตรสรา้ งมลู ค่า ใหค้ วามสำ�คญั กบั การเพิ่มผลติ ภาพการผลติ ท้งั เชิงปรมิ าณ
และมลู คา่ และความหลากหลายของสินคา้ เกษตร
2. อุตสาหกรรมและบรกิ ารแห่งอนาคต โดยสร้างอุตสาหกรรมและบรกิ ารแห่งอนาคต
ท่ีขับเคล่ือนประเทศไทยไปส่ปู ระเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ ดว้ ยนวตั กรรมและเทคโนโลยแี ห่งอนาคต
3. สร้างความหลากหลายดา้ นการท่องเที่ยว โดยการรกั ษาการเป็นจุดหมายปลายทาง

18
18 รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ที่สำ�คัญของการท่องเที่ยวระดับโลกท่ีดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกระดับ และเพ่ิมสัดส่วนของนักท่อง
เที่ยวทมี่ ีคุณภาพสูง
4. โครงสรา้ งพ้นื ฐานเชอื่ มไทยเชือ่ มโลก ครอบคลมุ ถึงโครงสร้างพ้นื ฐานทางกายภาพ
ในด้านโครงข่ายคมนาคม พื้นที่และเมือง รวมถึงเทคโนโลยี ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทาง
เศรษฐกจิ
5. พัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่ สรา้ งและพฒั นา ผปู้ ระกอบการ
ยคุ ใหมท่ ม่ี ที กั ษะและจติ วญิ ญาณของการเปน็ ผปู้ ระกอบการทมี่ คี วามสามารถในการแขง่ ขนั และ
มีอัตลกั ษณ์ชัดเจน
3. ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ า้ นการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
มเี ปา้ หมายการพัฒนาทส่ี ำ�คัญเพ่อื พฒั นาคนในทกุ มติ ิและในทกุ ชว่ งวยั ใหเ้ ป็นคนดี เก่ง
และมคี ณุ ภาพ โดยคนไทยมีความพรอ้ มท้งั กาย ใจ สติปญั ญา มพี ัฒนาการที่ดีรอบดา้ น และมี
สขุ ภาวะทดี่ ใี นทกุ ชว่ งวยั มจี ติ สาธารณะ รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและผอู้ นื่ มธั ยสั ถ์ อดออม โอบออ้ ม
อารี มีวินยั รกั ษาศีลธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องชาติ มหี ลกั คดิ ท่ีถกู ตอ้ ง มีทักษะทจ่ี �ำ เปน็ ใน
ศตวรรษที่ 21 มีทกั ษะสอื่ สารภาษาองั กฤษและภาษาที่ 3 และอนรุ ักษ์ภาษาท้องถิ่น มนี ิสัยรัก
การเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต สู่การเป็นคนไทยท่ีมีทักษะสูง เป็น
นวัตกร นักคดิ ผู้ประกอบการ เกษตรกรยคุ ใหม่ และอื่น ๆ โดยมสี มั มาชพี ตามความถนัดของ
ตนเอง
ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
ประกอบดว้ ย 7 ประเด็น ได้แก่
1. การปรบั เปลยี่ นคา่ นยิ มและวฒั นธรรม มงุ่ เนน้ ใหส้ ถาบนั ทางสงั คมรว่ มปลกู ฝงั คา่ นยิ ม
และวัฒนธรรมทีพ่ งึ ประสงค์
2. การพฒั นาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพฒั นาคนเชิงคณุ ภาพ ในทุกช่วง
วัย
3. ปฏริ ูปกระบวนการเรียนรู้ทีต่ อบสนองตอ่ การเปล่ียนแปลงใน ศตวรรษที่ 21 มุ่งเนน้
ผู้เรียนใหม้ ที กั ษะการเรยี นรู้และมใี จใฝเ่ รียนรู้ตลอดเวลา
4. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ทห่ี ลากหลาย
5. การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี ครอบคลุมท้ังด้านกาย ใจ สติปัญญา และ
สงั คม
6. การสรา้ งสภาพแวดลอ้ มทเี่ ออ้ื ตอ่ การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรพั ยากรมนษุ ย์
7. การเสรมิ สรา้ งศักยภาพการกฬี าในการสรา้ งคุณคา่ ทางสังคมและพฒั นาประเทศ

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 19

4. ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการ
พัฒนาที่สำ�คัญท่ีให้ความสำ�คัญกับการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ท้ังภาคเอกชน ประชา
สงั คม ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ มารว่ มขบั เคลอื่ น โดยการสนบั สนนุ การรวมตวั ของประชาชนในการรว่ มคดิ
รว่ มท�ำ เพอื่ สว่ นรวม การกระจายอ�ำ นาจและความรบั ผดิ ชอบไปสกู่ ลไกบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ใน
ระดบั ทอ้ งถ่นิ การเสริมสรา้ งความเข้มแข็งของชุมชนในการจดั การตนเอง และการเตรียมความ
พรอ้ มของประชากรไทยทัง้ ในมติ สิ ุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดลอ้ มใหเ้ ป็นประชากร
ทม่ี คี ณุ ภาพ สามารถพงึ่ ตนเอง และท�ำ ประโยชนแ์ กค่ รอบครวั ชมุ ชน และสงั คมใหน้ านทสี่ ดุ โดย
รัฐใหห้ ลกั ประกัน การเข้าถงึ บริการและสวสั ดิการทีม่ ีคณุ ภาพอยา่ งเปน็ ธรรมและท่ัวถึง
ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ประกอบ
ด้วย 4 ประเด็น ไดแ้ ก่
1. การลดความเหลื่อมล�้ำ สรา้ งความเป็นธรรมในทุกมติ ิ
2. การกระจายศูนยก์ ลางความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี
3. การเสรมิ สรา้ งพลงั ทางสงั คม
4. การเพ่ิมขีดความสามารถของชุมชนท้องถ่ินในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการ
จัดการตนเอง

5. ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม มเี ปา้
หมายการพัฒนาท่ีสำ�คัญเพ่ือนำ�ไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้าน
สังคม เศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันท้ัง
ภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พ้ืนท่ีเป็นตัวตั้งในการกำ�หนดกลยุทธ์และแผน
งาน และการใหท้ กุ ฝา่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ งไดเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในแบบทางตรงใหม้ ากทสี่ ดุ เทา่ ทจ่ี ะเปน็ ไป
ได้ โดยเป็นการดำ�เนนิ การบนพ้ืนฐานการเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกจิ สิ่งแวดล้อม
และคุณภาพชีวติ โดยให้ความส�ำ คัญกบั การสรา้ งสมดุลท้ัง 3 ดา้ น อนั จะนา่ ไปสูค่ วามยั่งยนื เพื่อ
คนรุน่ ต่อไปอยา่ งแทจ้ ริง
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม
ประกอบด้วย 6 ประเด็น ได้แก่
1. สร้างการเตบิ โตอย่างย่งั ยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว
2. สรา้ งการเติบโตอยา่ งยง่ั ยืนบนสังคมเศรษฐกจิ ภาคทะเล

20
20 รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

3. สรา้ งการเตบิ โตอยา่ งย่ังยืนบนสงั คมทเี่ ป็นมิตรตอ่ สภาพภมู อิ ากาศ
4. พัฒนาพ้ืนทีเ่ มือง ชนบท เกษตรกรรมและอตุ สาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเนน้ ความเปน็
เมอื งทเ่ี ตบิ โตอยา่ งตอ่ เนื่อง
5. พฒั นาความมนั่ คงด้านพลงั งานและเกษตรท่ีเปน็ มติ รต่อส่ิงแวดลอ้ ม
6. ยกระดับกระบวนทัศน์เพอื่ กำ�หนดอนาคตประเทศ
6. ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ ้านการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มี
เป้าหมายการพัฒนาที่สำ�คัญเพื่อปรับเปล่ียนภาครัฐท่ียึดหลัก “ภาครัฐของประชาชน เพื่อ
ประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาท ภารกิจ
แยกแยะบทบาทหนว่ ยงานของรฐั ทที่ �ำ หนา้ ทใี่ นการก�ำ กบั หรอื ในการใหบ้ รกิ าร ยดึ หลกั ธรรมาภิ
บาล ปรับวัฒนธรรมการทำ�งานให้มงุ่ ผลสัมฤทธิ์และผลประโยชนส์ ่วนรวม มคี วามทันสมยั และ
พร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างย่ิงการนำ�
นวตั กรรม เทคโนโลยขี อ้ มลู ขนาดใหญ่ ระบบการทำ�งานทเี่ ป็นดจิ ิทลั เข้ามาประยกุ ต์ใช้อย่างคุ้ม
ค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เช่ือมโยงถึงกันและ
เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมเพ่ือตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่าง
สะดวก รวดเร็ว และโปรง่ ใส โดยทกุ ภาคสว่ นในสังคมตอ้ งร่วมกนั ปลูกฝงั คา่ นิยมความซ่ือสตั ย์
สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำ�นึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่าง
สนิ้ เชิง นอกจากน้นั กฎหมายตอ้ งมคี วามชดั เจน มเี พยี งเทา่ ทจ่ี �ำ เป็น มคี วามทันสมัย มีความเป็น
สากล มปี ระสทิ ธภิ าพ และน�ำ ไปสกู่ ารลดความเหลอ่ื มล�้ำ และเออื้ ตอ่ การพฒั นา โดยกระบวนการ
ยุติธรรมมีการบริหารทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ เปน็ ธรรม ไม่เลือกปฏิบตั ิ และการอำ�นวยความยตุ ธิ รรม
ตามหลักนิตธิ รรม
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การภาครฐั
ประกอบดว้ ย 8 ประเดน็ ได้แก่
1. ภาครัฐทยี่ ดึ ประชาชนเป็นศนู ย์กลาง ตอบสนองความต้องการ และ ให้บรกิ ารอยา่ ง
สะดวกรวดเร็ว โปรง่ ใส
2. ภาครัฐบรหิ ารงานแบบบูรณาการโดยมยี ทุ ธศาสตรช์ าติเป็นเปา้ หมาย และเชอื่ มโยง
การพัฒนาในทกุ ระดบั ทกุ ประเด็น ทุกภารกิจ และทกุ พ้นื ที่
3. ภาครฐั มขี นาดเลก็ ลง เหมาะสมกบั ภารกจิ ส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนและทกุ ภาคส่วนมี
ส่วนร่วมในการพฒั นาประเทศ
4. ภาครัฐมคี วามทันสมัย

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 21

5. บุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่ง ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำ�นึก มีความ
สามารถสงู มุ่งม่นั และเปน็ มืออาชพี
6. ภาครฐั มคี วามโปรง่ ใส ปลอดการทุจรติ และประพฤติมิชอบ
7. กฎหมายมคี วามสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั บรบิ ทตา่ ง ๆ และมเี ทา่ ท่จี ำ�เป็น
8. กระบวนการยุติธรรมเคารพสิทธมิ นษุ ยชนและปฏิบัตติ อ่ ประชาชนโดยเสมอภาค

22
22 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

นโยบายการบริหารและการพฒั นาจังหวดั ชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2564-2566)
1) กรอบแนวคดิ นโยบาย
(1) การนอ้ มนําแนวพระราชดํารแิ ละหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชน
กาธิเบศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร “เขา้ ใจ เขา้ ถึง พฒั นา” “หลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง” และ “การพฒั นาตามภูมิสงั คม” รวมทงั้ พระราชปณธิ านของพระบาท
สมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ “การ
สบื สาน รกั ษา และตอ่ ยอด และครองแผน่ ดนิ โดยธรรมเพอ่ื ประโยชนส์ ขุ แหง่ อาณาราษฎรตลอด
ไป” และแนวพระราชดําริ “จิตอาสา เราทําความดีด้วยหวั ใจ” เป็นกรอบการดําเนินงาน
(2) การยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยการจัดการความขัดแย้งตามแนวทาง
สนั ตวิ ิธี รวมท้ังการยดึ ถอื ในหลักนติ ริ ฐั นติ ิธรรม และหลกั สทิ ธิมนษุ ยชน ตลอดจนตระหนกั และ
เคารพในพนั ธกรณีระหว่างประเทศทีไ่ ทยเปน็ ภาค ี
(3) การใช้กระบวนการการมีส่วนรว่ มของประชาชนและทุกภาคส่วนรวมถงึ หนนุ เสรมิ
โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและการบริหารจัดการบนพ้ืน
ฐานของหลักการบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งแบบรว่ มมือกัน
(4) การบริหารจัดการบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยยอมรับคุณค่า
ความเปน็ มนษุ ย์ ความแตกตา่ งหลากหลายทางอตั ลกั ษณ์ รวมถงึ การไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ใิ นการพฒั นา
และแกไ้ ขปญั หาพ้นื ท่ี
2) วสิ ยั ทัศน์
“จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความปลอดภัยและมีสันติสุขบนพื้นฐานของสังคม
พหุวฒั นธรรม และการมีสว่ นร่วมของทุกภาคส่วน”
3) วตั ถุประสงคแ์ ละประเดน็ นโยบาย
เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมและ
แนวโนม้ สถานการณ ์ กรอบแนวคดิ และวสิ ยั ทศั น์ จึงกําหนดวัตถปุ ระสงคข์ องนโยบาย รวม
6 ข้อ ดงั น้ ี
(1) เพ่ือเสริมสร้างความมนั่ คงปลอดภยั และความสงบสันติโดยปราศจากเง่อื นไขท่ีเออื้
ตอ่ การใชค้ วามรุนแรงจากทุกฝา่ ยในพ้ืนทจ่ี ังหวัดชายแดนภาคใต้
(2) เพ่อื ขับเคลอื่ นกระบวนการพูดคยุ เพอื่ สันตสิ ุขจังหวดั ชายแดนภาคใต้ อนั เปน็ วาระ
แห่งชาตภิ ายใต้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทยใหม้ คี วามต่อเนอ่ื งและเสรมิ

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 23

สรา้ งสภาวะแวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื ตอ่ กระบวนการพดู คยุ เพอื่ สนั ตสิ ขุ จงั หวดั ชายแดนภาคใตบ้ นพนื้ ฐาน
ของการมีสว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นทเี่ กยี่ วข้อง
(3) เพอ่ื พฒั นากระบวนการยตุ ธิ รรมและการเยยี วยาใหเ้ ปน็ ธรรม ทว่ั ถงึ และขจดั เงอื่ นไข
ความไม่เป็นธรรม รวมท้ังลดความหวาดระแวงทุกรูปแบบและฟื้นคืนความไว้เนื้อเช่ือใจต่อกัน
โดยคํานึงถงึ หลักสิทธมิ นษุ ยชน
(4) เพอ่ื ยกระดบั การพฒั นาใหเ้ หมาะสมกบั ศักยภาพของพ้นื ที่ โดยมุ่งพฒั นาโครงสร้าง
พน้ื ฐานทางเศรษฐกจิ ทสี่ อดคลอ้ งกบั วถิ ชี วี ติ และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ทอ่ี ยา่ งแทจ้ รงิ
(5) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนให้เกื้อ
หนุนตอ่ การพัฒนาและแกไ้ ขปญั หาจังหวดั ชายแดนภาคใต ้
(6) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือกับภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องท้ัง
ภายในประเทศและภายนอกประเทศ รวมท้ังสนับสนุนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัด
ชายแดนภาคใตไ้ ด้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สรุป (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
(พ.ศ. 2566-2570)
การแก้ไขปญั หาจังหวดั ชายแดนภาคใตเ้ ป็นภารกจิ งานด้านความมั่นคงสําคัญทจี่ ะตอ้ ง
เรง่ ขบั เคลอ่ื นใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายในการเสรมิ สรา้ งความปลอดภยั และความสนั ตสิ ขุ ของประชาชน
อย่างย่ังยืนในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามท่ีกําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 -
2580) รวมทงั้ นโยบายและแผนรองรบั ทเี่ กยี่ วขอ้ ง ประกอบดว้ ยแผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์
ชาติ ประเด็นดา้ นความม่ันคงท่ีมุ่งจัดการกับเง่อื นไขปญั หาทมี่ อี ย่เู ดิมทั้งปวงให้หมดส้นิ ไปและ
เฝ้าระวังมิให้เกิดเงื่อนไขใหมข่ ้นึ (ร่าง) กรอบนโยบายและแผนระดบั ชาติว่าดว้ ยความมน่ั คง
แหง่ ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) ท่ีมุ่งบรรลใุ นการเปน็ “ชาตทิ ม่ี ่ันคง” ซึ่งหมายรวมให้จงั หวดั
ชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และ (ร่าง)
นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2565 - 2567) ท่ีมุ่งให้
จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยและมีสันติสุขบนพ้ืนฐานของสังคมพหุวัฒนธรรมและ
การมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ น
การดําเนนิ งานทผ่ี า่ นมา สํานกั งานสภาความมนั่ คงแหง่ ชาติ (สมช.) ในฐานะทไ่ี ดร้ บั มอบ
หมายในการกํากับการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้จัดทําแผนปฏิบัติการด้านการป้องกัน
และแกไ้ ขปญั หาความไม่สงบในพ้นื ทจี่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2562 -2565 เป็นเครือ่ ง
มือในการบรู ณาการงานในห้วง 5 ปแี รกของกรอบยุทธศาสตรช์ าติ ตามนโยบายและแผนหลัก
ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งขา้ งตน้ ซึ่งปรากฏผลสัมฤทธิอ์ ยา่ งเป็นรปู ธรรม ไดแ้ ก่ สถานการณ์ความรนุ แรงและ

24
24 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

จํานวนผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสําคัญ ประชาชนผู้เห็นต่างจากรัฐมีส่วนร่วมกับภาค
รัฐในการแก้ไขปัญหาเพ่ิมข้ึน ภาคสว่ นต่าง ๆ ใหก้ ารสนบั สนนุ การแกไ้ ขปญั หาเป็นอยา่ งดี รวม
ทง้ั ไดเ้ พมิ่ จํานวนพนื้ ทท่ี ป่ี ระชาชนอยรู่ วมกนั อยา่ งสนั ตภิ ายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม และระดบั การ
พฒั นาทางเศรษฐกิจของพื้นทเ่ี พมิ่ ขึ้นอย่างต่อเน่ือง สง่ ผลใหภ้ าพรวมสถานการณ์ ปัญหาท่เี ป็น
ผลจากเงอ่ื นไขทม่ี อี ยเู่ ดมิ คลค่ี ลายลงมา โดยลําดบั และมสี ภาวะแวดลอ้ มทเ่ี ออื้ ตอ่ การพฒั นาตาม
ศักยภาพของพืน้ ทีใ่ นระยะต่อไป
ในการดําเนินงาน สมช. ได้จัดทําแผนปฏิบัติการด้านการบริหารและการพัฒนา
จังหวดั ชายแดน ภาคใต้ (พ.ศ. 2566 - 2570) แทนแผนปฏบิ ัติการด้านการป้องกนั และแก้ไข
ปญั หาความไมส่ งบในพื้นท่ีจังหวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2562 –2565 ที่สิ้นสุดลง โดยไดค้ ํานงึ
ถึงสภาวะแวดล้อมและแนวโน้มสถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งนโยบายและแผนหลักท่ี
เกยี่ วขอ้ ง อนั สง่ ผลโดยตรงตอ่ การกําหนดจดุ เนน้ ของแผนงานและโครงการรองรบั ขณะเดยี วกนั
ใหค้ วามสําคญั กบั โครงสรา้ งการขบั เคลอื่ นงานตามคําสงั่ นายกรฐั มนตรี ท่ี 19/2564 ลงวนั ท่ี 27
กนั ยายน 2564 ควบคกู่ บั แนวทางการขบั เคลอื่ นงานตามกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง โดยเฉพาะ พระ
ราชบญั ญตั ิการบรหิ ารราชการจังหวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 4-5 และ 9 ที่
กําหนดใหม้ กี ารจดั ทํายทุ ธศาสตรแ์ ละแผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นความมน่ั คงและดา้ นการพฒั นารองรบั
การขบั เคลอื่ นนโยบายการบรหิ ารและการพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ โดยกองอํานวยการ
รักษาความม่นั คงภายในราชอาณาจกั ร (กอ.รมน.) และศนู ยอ์ ํานวยการบรหิ ารจังหวดั ชายแดน
ภาคใต้ (ศอ.บต.) ตามลําดบั ดงั นนั้ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความตอ่ เนอื่ งในการขบั เคลอ่ื นงานไดอ้ ยา่ งมเี อกภาพ
และมปี ระสทิ ธภิ าพในการจดั ทําแผนปฏบิ ตั กิ ารฉบบั นี้ จงึ มงุ่ เนน้ การพฒั นาระบบทเี่ กยี่ วขอ้ ง เพอ่ื
การบรู ณาการการทํางานรว่ มกนั ของ สมช. กอ.รมน. และ ศอ.บต. ในการดําเนนิ การตามกฎหมาย
ดังกลา่ วทกุ ขัน้ ตอน ก่อนนําเสนอคณะรฐั มนตรี เพ่อื ลดความซ้ำ�ซ้อนและเพ่ิมประสทิ ธิภาพการ
แปลงนโยบายไปสกู่ ารปฏิบัติให้สามารถบรรลตุ ามเจตนารมณแ์ ละเป้าหมายทกี่ ําหนดไว้
โดยทแ่ี ผนปฏบิ ัตกิ ารฯ ในฐานะเป็นแผนระดบั ท่ี 3 ได้นํากรอบแนวคดิ ของยุทธศาสตร์
ชาตนิ โยบายและแผนหลกั ขา้ งตนโดยเฉพาะ (รา่ ง) นโยบายการบรหิ ารและการพฒั นาจงั หวดั
ชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2564 -2566) ที่เป็นกรอบทิศทางการแก้ไขปัญหาหลักตามพระราช
บญั ญตั ิการบริหารราชการจังหวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 และได้ผ่านความเหน็ ชอบจากท่ี
ประชมุ สภาความมนั่ คงแหง่ ชาตคิ รงั้ ท่ี 1/2564 เมอื่ วนั ที่ 22 มนี าคม 2564 ซง่ึ อาศยั กรอบแนวคดิ
ท่ีได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนมาใช้ในการกําหนดแผนงานสําคัญภายใต้แผนปฏิบัติการฯ
ที่ครอบคลุมมิติงานด้านความม่ันคงและมิติงานด้านการพัฒนา ท้ังการพัฒนาเสริมความมั่นคง
และการพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่โดยยังคงธํารงไว้ซึ่งความต่อเน่ืองของวัตถุประสงค์
เป้าหมายสําคัญตามแผนปฏิบัติการฯ ฉบับที่กําลังส้ินสุดลง ควบคู่กับการพิจารณาปรับให้

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 25

สอดคล้องจดุ เนน้ ภายใตน้ โยบายและแผนหลักที่เกยี่ วข้อง ซ่ึงกําหนด จดุ ศูนย์ดุลของการแก้ไข
ปัญหาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางและกําหนดเป้าหมายภาพรวม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง
ท่ีม่งุ เนน้ งานสําคญั ในระยะ 5 ปีต่อไป (พ.ศ. 2566 -2570) คอื การขจัดเงื่อนไขปญั หาความ
หวาดระแวง ความเสยี่ งต่อการละเมดิ สิทธิมนษุ ยชน หรอื ขอ้ เรียกรอ้ งต่าง ๆ ให้หมดไปรวมท้งั
การยุตเิ หตุความรุนแรงในพื้นท่ีโดยสมบรู ณใ์ นปี พ.ศ. 2570
ในภาพรวมแผนปฏิบัติการฯ มีการกําหนดแผนงานรองรับรวมท้ังสิ้น 8 แผนงาน
จําแนกเปน็ มติ งิ านดา้ นความมนั่ คง 3 แผนงาน ซงึ่ ใหค้ วามสําคญั กบั การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพงาน
ขา่ วกรอง การลดเหตรุ นุ แรงควบคกู่ บั การสรา้ งความปลอดภยั และการขบั เคลอื่ นกระบวนการพดู
คยุ เพื่อสันตสิ ุขจงั หวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่ มติ ิงานดา้ นการพฒั นา 4 แผนงาน คอื การเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพการอํานวยความยตุ ธิ รรม การพฒั นาตามศกั ยภาพพนื้ ทค่ี วบคู่ การพฒั นาคณุ ภาพ
ชีวติ ของประชาชน การพฒั นาสังคมพหุวฒั นธรรมทเี่ ขม็ แข็งและการเสริมสรา้ งความเขา้ ใจและ
ประสาน ความรว่ มมอื ในการแกไ้ ขปญั หา ตลอดจนกําหนดใหม้ ี มติ งิ านการบรหิ ารจดั การภาครฐั
โดยเนน้ การพฒั นากลไกภาครฐั และเจา้ หนา้ ทร่ี ฐั ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพดว้ ยหลกั ธรรมาภบิ าล ทงั้ นใี้ น
การขบั เคลอื่ นแผนปฏบิ ตั กิ ารฯจําเปน็ ตอ้ งมกี ารบรู ณาการขบั เคลอ่ื นงานอยา่ งประสานสอดคลอ้ ง
โดยหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งดําเนนิ การกําหนดโครงการและกจิ กรรม ทสี่ อดคลอ้ งกบั แผนงาน และ
ใหส้ ํานักงบประมาณพจิ ารณาจัดสรรงบประมาณใหเ้ ปน็ ไปตามแผนปฏิบัตกิ ารฯ ดงั ที่กําหนดไว้
ในมาตรา 4 และมาตรา 9 ของพระราชบญั ญัตกิ ารบรหิ ารราชการจงั หวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.
2553 ประกอบกบั มาตรา 7 ของพระราชบญั ญตั กิ ารรกั ษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจกั ร พ.ศ.
2551 และมาตรา 16 ของพระราชบัญญตั สิ ภาความมนั่ คงแห่งชาติ พ.ศ. 2559
สรุป (ร่าง) ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2564-2567
1. จดุ มุง่ และเป้าหมายสดุ ท้ายของการพัฒนา
จุดมุ่งของการพัฒนา “เพ่ือให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ร่วมกันภายใต้วิถีพหุ
วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา คือ “ประชาชนในพื้นท่ีจังหวัด
ชายแดนภาคใต ้ มีคณุ ภาพชีวิตที่เทา่ เทียมหรือใกล้เคยี งกับพ้ืนทโ่ี ดยรอบ”
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพอื่ สรา้ งความเขม้ แขง็ ระดบั ชมุ ชน หมบู่ า้ น และต�ำ บล ทป่ี ระชาชนมสี ว่ นรว่ ม และ
เกอื้ หนนุ ตอ่ การพัฒนาและแกไ้ ขปัญหาจังหวดั ชายแดนภาคใต้
2.2 เพ่ือขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจของ

26
26 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

พน้ื ทใ่ี หเ้ ตบิ โต เพอ่ื เปน็ ฐานรายไดท้ มี่ นั่ คงและมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี น้ึ พรอ้ มทงั้ วางระบบเชอ่ื มโยง
เศรษฐกิจกับพ้ืนท่ีเศรษฐกิจตอนบนของประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน และนานาชาติเพื่อยก
ระดบั สกู่ ารเป็นฐานเศรษฐกจิ และการลงทนุ ใหม่ ของประเทศท่ีเป็นมิตรกบั ส่ิงแวดล้อม
2.3 เพ่อื พัฒนาคนทุกชว่ งวัยใหม้ ีคณุ ภาพ มที ักษะทจี่ �ำ เป็นตอ่ การประกอบอาชพี และ
ด�ำ เนนิ ชวี ติ มหี ลกั ศาสนาทถ่ี กู ตอ้ งเปน็ สง่ิ ยดึ เหนย่ี วจติ ใจ และอยรู่ ว่ มกนั บนสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
อย่างสันติสขุ
2.4 เพื่อสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้กับคนทุกกลุ่มในสังคมและแก้ไข
ปัญหาความยากจนแบบเบด็ เสร็จและลดความเหลื่อมลำ�้ ทกุ มติ ิ โดยคำ�นงึ ถงึ หลักสทิ ธิมนุษยชน
การเขา้ ถงึ โอกาส ทนุ และทรพั ยากรในการพฒั นาตนเองอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพและสมศกั ดศิ์ รี และ
สามารถเขา้ ถึงสทิ ธแิ ละบรกิ ารพืน้ ฐานของรัฐอยา่ งเท่าเทยี มกัน
2.5 เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการสอ่ื สาร เสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจ และประสานความร่วมมอื กับ
ภาคสว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งทง้ั ภายในประเทศและภายนอกประเทศในการพฒั นาและแกไ้ ขปญั หาจงั หวดั
ชายแดนภาคใตไ้ ดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
2.6 เพอ่ื พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การภาครฐั ใหม้ ศี กั ยภาพ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม เพอื่ เปน็
กลไกแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและอำ�นวยความสุข
ใหเ้ กดิ ขน้ึ กับประชาชนในพ้ืนที่ไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ
2.7 เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการใช้ประโยชน์ รักษาและ
ฟืน้ ฟอู ย่างมปี ระสิทธภิ าพ สรา้ งความม่นั คงดา้ นทรัพยากรธรรมชาตมิ คี วามอดุ มสมบรู ณ์และไม่
ท�ำ ลายคณุ ภาพส่ิงแวดลอ้ มภายใต้การมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคส่วน
3. เปา้ หมายเชิงยุทธศาสตร์
3.1 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ขยายตัวเพ่มิ ขน้ึ
3.2 สดั ส่วนคนจนในจงั หวดั ชายแดนภาคใตล้ ดลง
3.3 จังหวดั ชายแดนภาคใตม้ ีพนื้ ทีส่ นั ติสุขบนวิถีสงั คมพหวุ ัฒนธรรมเพ่ิมขึ้น
4. ยทุ ธศาสตร์การพัฒนา
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 การพฒั นาเพอ่ื สรา้ งความเขม้ แขง็ ระดบั ชมุ ชน หมบู่ า้ น และ
ตำ�บล โดยประชาชนมีสว่ นรว่ ม
แนวทางการดำ�เนินงาน จ�ำ นวน 12 แนวทาง ประกอบด้วย
(1) การแก้ปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาหลักและเช่ือมโยงกับปัญหาด้านความม่ันคง
ของพื้นทีอ่ ย่างครบวงจร

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 27

(2) การบริหารจัดการโดยประชาชนมีส่วนร่วมเพ่ือสร้างความเข้มแข็งของสังคมระดับ
ฐานรากผา่ นพ้นื ที่สันติสขุ ขนาดเลก็
(3) บูรณาการการทำ�งานทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนและเพ่ิมประสิทธิภาพการรักษา
ความสงบเรียบร้อยในพ้นื ท่ี
(4) การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพขอ้ มลู ขา่ วสารเพอ่ื การพฒั นาระดบั ชมุ ชนและหมบู่ า้ นและวาง
ระบบเช่อื มโยงขอ้ มูลข่าวสารเชงิ รุกท่ีมปี ระสิทธิภาพ
(5) สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ เวทรี ับฟงั ความคดิ เห็นจากทุกฝ่ายตามแนวทาง “สันตวิ ิธี”
(6) สรา้ งความเขม้ แขง็ ระดบั ชมุ ชน หมบู่ า้ น และต�ำ บล ผา่ นโครงการต�ำ บลมนั่ คง มง่ั คงั่
ยัง่ ยนื
(7) ปรบั ปรงุ และพฒั นากระบวนการบรหิ ารงานยตุ ธิ รรมใหม้ เี อกภาพ โปรง่ ใส เปน็ ธรรม
และเปน็ ที่พ่ึงของประชาชน เพื่อขจดั เงื่อนไขความไมย่ ตุ ธิ รรมทุกรูปแบบ
(8) สนับสนุนให้ภาคประชาชนมีความรู้ด้านกฎหมายในการดำ�เนินชีวิตบนฐานสังคม
พหวุ ัฒนธรรม
(9) การอำ�นวยความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิประชาชนตามกฎหมายในการตรวจ
สอบการใชอ้ ำ�นาจของเจา้ หน้าที่รฐั
(10) ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่โดยเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน กฎหมาย
และบรบิ ทสังคมพหวุ ัฒนธรรมของพ้นื ท่ี
(11) ปรบั ปรุงและพฒั นากฎหมาย ระเบียบ และขอ้ บงั คบั ต่าง ๆ ให้สง่ เสรมิ การแก้ไข
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และมีกลไกทางกฎหมายเพ่ือขจัดความเหลื่อมลำ้�และสร้างความ
เปน็ ธรรมให้กบั ประชาชนในพนื้ ที่
(12) เพ่ิมประสิทธิภาพการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบอย่าง
เปน็ ระบบเท่าเทียมและครอบคลุมทกุ กลมุ่ เป้าหมาย
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับฐานเศรษฐกิจ
หลักให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ตามศักยภาพ
ของพนื้ ทใี่ ห้เตบิ โตอย่างเหมาะสม
แนวทางการดำ�เนนิ งาน รวม 13 แนวทาง ประกอบดว้ ย
(1) การเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของเศรษฐกจิ ฐานราก (Local Economy) ในระดบั ครวั
เรือนและชุมชน และเช่ือมโยงสู่ระบบเศรษฐกิจท่ีสูงข้ึนท้ังในประเทศและต่างประเทศ เพ่ือให้
เศรษฐกจิ ฐานรากเปน็ ฐานเศรษฐกจิ ทส่ี �ำ คญั ในการขบั เคลอื่ นเศรษฐกจิ ของพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดน
ภาคใตอ้ ย่างยง่ั ยืน

28
28 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

(2) ส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจรายย่อยและ
Start up ให้มีความเข้มแข็งและสามารถปรับตัวสู่ธุรกิจท่ีตรงกับความต้องการของตลาดและ
ธรุ กจิ ทมี่ แี นวโนม้ ความตอ้ งการมากขนึ้ ในอนาคตเพอื่ เปน็ ฐานการสรา้ งรายไดท้ ส่ี �ำ คญั ใหก้ บั พนื้ ท่ี
(3) สนบั สนนุ การวางรากฐานการปรบั โครงสรา้ งเศรษฐกจิ จากภาคเกษตรดง้ั เดมิ สภู่ าค
อตุ สาหกรรมเกษตร และภาคบรกิ ารท่ีมมี ลู คา่ สูงโดยใช้เทคโนโลยีและการสรา้ งนวตั กรรม
(4) การเสรมิ สรา้ งสภาวะแวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกจิ และการลงทนุ ขนาดใหญ่
ในพน้ื ทส่ี กู่ ารเปน็ ฐานเศรษฐกจิ และการลงทนุ ใหมข่ องประเทศ และวางระบบเชอื่ มโยงเศรษฐกจิ
กับประเทศเพ่ือนบา้ นและนานาชาติ
(5) การขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหล่ียมมั่นคง มั่งคั่ง ย่ังยืน” ไปสู่เมือง
ต้นแบบที่ 4 อำ�เภอจะนะ จังหวดั สงขลา “เมอื งต้นแบบอุตสาหกรรมกา้ วหนา้ แหง่ อนาคต”
(6) เร่งขับเคลือ่ นการพฒั นาพ้นื ที่เขตเศรษฐกิจพเิ ศษนราธิวาสส่กู ารเป็นฐานเศรษฐกจิ
ใหม่เพื่อยกระดบั รายได้ให้กับประชาชนของพ้นื ที่
(7) สนบั สนนุ ใหจ้ งั หวดั ชายแดนภาคใตเ้ ปน็ ระเบยี งเศรษฐกจิ ฮาลาล (Halal Economic
Corridor) โดยการเปน็ ศนู ย์กลางธุรกจิ และอาหารฮาลาล (Business and Food Halal Hub)
(8) ส่งเสริมการท่องเท่ียวเมืองเบตงให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับ
นานาชาติและเชื่อมโยงสู่พ้ืนท่ีตอนในแหล่งท่องเที่ยวที่มีช่ือเสียงและแหล่งท่องเท่ียวใหม่ท่ีมี
ศกั ยภาพ
(9) ยกระดับการท่องเที่ยวท่ีมีความหลากหลายในพื้นท่ีให้เป็นจุดแข็งและเป็นแหล่ง
สร้างรายไดอ้ ยา่ งย่งั ยนื
(10) สง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วชมุ ชนใหม้ คี วามเขม้ แขง็ เพอ่ื เปน็ แหลง่ สรา้ งงาน สรา้ งรายได้
และพ่งึ พาตนเองในระยะยาวของชมุ ชน
(11) เพิ่มศักยภาพการคา้ ชายแดนและด่านศุลกากรชายแดนไทย-มาเลเซียเพอ่ื รองรบั
การพัฒนาเศรษฐกจิ และเป็นฐานสรา้ งรายได้ของพน้ื ท่ี
(12) ยกระดบั การพฒั นาพนื้ ทส่ี กู่ ารเปน็ ศนู ยก์ ลางพลงั งานแหง่ อนาคตของประเทศผา่ น
การขบั เคลอ่ื น “โครงการบรหิ ารจดั การพลงั งานไฟฟา้ แบบครบวงจรในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาค
ใต้ เพอ่ื ความมนั่ คง มง่ั คง่ั ย่ังยืน”
(13) เรง่ แกไ้ ขปญั หาความเดือดร้อนเร่งด่วนดา้ นเศรษฐกิจเพ่อื ลดผลกระทบรุนแรงตอ่
ภาคการผลิต ภาคธุรกจิ การจ้างงาน และรายได้ของประชาชน

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 29

ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 การพฒั นาคนทกุ ชว่ งวยั ใหม้ คี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ แี ละอยรู่ ว่ มกนั
บนวิถพี หวุ ัฒนธรรมท่เี ขม้ แข็ง
แนวทางการดำ�เนนิ งาน จำ�นวน 12 แนวทาง ประกอบด้วย
(1) การสนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนทกุ ศาสนาอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ บนวถิ สี งั คม พหวุ ฒั นธรรม
(2) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำ�เนินวิถีชีวิตและการปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนา
ทกุ ศาสนาอยา่ งเท่าเทยี ม
(3) การฟ้ืนฟูชุมชนไทยพุทธให้เข้มแข็งและร่วมเป็นพลังพัฒนาพ้ืนที่บนฐานสังคม
พหวุ ฒั นธรรมทเ่ี ออ้ื อาทรต่อกัน
(4) ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เชิง
บรู ณาการเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจถงึ หลกั การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ ทา่ มกลางความหลากหลายทางวฒั นธรรม
(5) เรง่ รดั การพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในสถานศกึ ษาทงั้ ของรฐั และเอกชนและสนบั สนนุ
การขยายโอกาสการเข้าถึงการศกึ ษาของผเู้ รยี นทุกระดบั
(6) ส่งเสริมและสนับสนุนนักศึกษาไทยท่ีประสงค์จะเดินทางไปศึกษาหรืออยู่ระหว่าง
ศกึ ษาในตา่ งประเทศใหพ้ ร้อมนำ�ศักยภาพกลบั มาพัฒนาพื้นทแี่ ละประเทศชาติ
(7) สง่ เสรมิ การเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดชวี ติ ทส่ี อดคลอ้ งกบั คนทกุ กลมุ่ ทกุ วยั และเปดิ
พน้ื ทีแ่ สดงออกอยา่ งสร้างสรรคส์ �ำ หรับคนทุกกลมุ่
(8) ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ชาติ และ
ประวัตศิ าสตร์ท้องถ่ินเชิงสมานฉนั ท์
(9) ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของผู้นำ�ศาสนาในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมใน
กระบวนการสรา้ งคุณค่า ทางศาสนา วัฒนธรรมและการเรียนรู้รว่ มกันในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
(10) สร้างความแข็งแกร่งของสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาการและเทคโนโลยีและยก
ระดับสู่การเปน็ สถาบนั การศกึ ษาระดับนานาชาติ
(11) การส่งเสริมการดูแลสุขภาวะของคนทกุ ชว่ งวยั และการสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั โรค
(12) การพฒั นาศกั ยภาพก�ำ ลงั แรงงานใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน
ทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมให้กับ
ประชาชนทุกกลุ่มเพ่อื แกไ้ ขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสรจ็ และลดความเหลอ่ื มล�้ำ ทุกมิติ

แนวทางการดำ�เนินงาน รวม 7 แนวทาง ประกอบด้วย
(1) เสริมสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและสังคมท่ีดี

30 30
รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ภายใต้บรบิ ทสังคมพหวุ ัฒนธรรม
(2) สง่ เสริมและสนับสนนุ การสรา้ งโอกาสในการประกอบอาชีพและสรา้ งหลกั ประกนั
ดา้ นรายไดแ้ กป่ ระชาชนทกุ กลมุ่ โดยเฉพาะกลมุ่ ทม่ี ฐี านะยากจนและขาดโอกาสเพอ่ื ยกระดบั ราย
ได้ให้สูงขน้ึ และลดความเหลื่อมล้ำ�ทางรายไดก้ บั พน้ื ทอ่ี ื่นของประเทศ
(3) เสริมสร้างกระบวนการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเอง การสร้างภูมิคุ้มกันชุมชน
และลดความเหลื่อมล้�ำ ระหวา่ งชมุ ชน
(4) การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐานและระบบบรกิ ารของรฐั ใหป้ ระชาชนเขา้ ถงึ อยา่ งสะดวก
และทวั่ ถึง
(5) พัฒนาระบบบริการสาธารณสขุ ทุกระดบั ใหม้ ีคุณภาพ ไดม้ าตรฐาน และประชาชน
ได้รับบริการอย่างท่วั ถึง
(6) จัดให้มีระบบฐานข้อมูลและเคร่ืองมือเพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายคนยากจน ผู้ด้อย
โอกาส และกลุม่ เปราะบางตา่ งๆ ทม่ี คี วามถกู ต้อง แม่นย�ำ และทนั ต่อสถานการณ์
(7) เสริมสร้างบทบาทของสตรีและเยาวชนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัด
ชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 5 การเพ่มิ ประสิทธิภาพการสื่อสารเพ่อื สรา้ งความเข้าใจทด่ี ี
ภายใตก้ ระบวนการมีสว่ นรว่ มของทกุ ภาคส่วน
แนวทางการดำ�เนนิ งาน รวม 8 แนวทาง ประกอบดว้ ย
(1) ให้ความสำ�คัญกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจต่อนโยบายและ
แนวทางการแก้ไขปญั หาและพัฒนาพื้นท่จี ังหวดั ชายแดนภาคใต้ทถี่ ูกตอ้ ง
(2) พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศกลางด้านการพัฒนาให้ทันสมัยและมีเครือข่าย
คลังขอ้ มลู ท่มี ีประสทิ ธิภาพสูง
(3) เสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจกบั ประชาชนทงั้ ในและนอกพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใตด้ ว้ ย
ขอ้ มูลทีถ่ กู ตอ้ ง
(4) เสรมิ สรา้ งขดี ความสามารถของนกั ประชาสมั พนั ธจ์ งั หวดั ชายแดนภาคใตท้ งั้ ในระดบั
หน่วยงาน ชุมชน และบคุ คลเพือ่ เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการสื่อสาร
(5) พัฒนารูปแบบการสื่อสารให้ครอบคลุมทุกช่องทางเพ่ือนำ�เสนอข้อมูลข่าวสาร สู่
ภาคประชาชนอยา่ งถกู ต้อง รวมท้งั การแลกเปล่ยี นข้อมลู ขา่ วสารและแสวงหาความจรงิ รว่ มกนั
ระหว่างภาครัฐ และประชาชน
(6) เสรมิ สร้างสภาวะแวดลอ้ มท่เี ออื้ ตอ่ กระบวนการพดู คยุ เพ่อื สันตสิ ขุ ชายแดนใต้ภาย

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 31

ใตก้ ระบวนการมีสว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
(7) สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างถูกต้อง
กับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
(8) สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านวิชาการระหว่างหน่วยงานเพ่ือเพ่ิม
ประสิทธภิ าพการแกไ้ ขปญั หาและพฒั นาจังหวัดชายแดนภาคใต้
4.6 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐเพ่ือเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพ การแกไ้ ขปัญหาและพัฒนาจงั หวัดชายแดนภาคใต้
แนวทางการด�ำ เนินงาน รวม 9 แนวทาง ประกอบดว้ ย
(1) การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาครัฐเพื่อให้บริการประชาชนอย่างท่ัวถึง
รวดเร็ว เท่าเทยี มกนั และโปร่งใส
(2) การเฝา้ ระวังและปอ้ งกันการทจุ ริตในทุกหนว่ ยงาน
(3) สนับสนุนให้ทุกหน่วยงานมีการจัดทำ�ฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและเปิดโอกาสให้ทุก
ภาคสว่ น สามารถเข้าถึงและใชป้ ระโยชนไ์ ด้
(4) เพ่ิมประสิทธิภาพการประสานแผนและบูรณาการงบประมาณในการแก้ไขปัญหา
และพฒั นาจงั หวัดชายแดนภาคใต้
(5) บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมสนับสนุนภารกิจของศูนย์อำ�นวยการบริหารจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ในการแกไ้ ขปัญหาและพัฒนาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ภายใต้ “พระราชบญั ญตั ิ
การบรหิ ารราชการ จังหวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553”
(6) สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้เป็นคนเก่งคนดีและสนับสนุนให้มีองค์กร
ตน้ แบบทม่ี ี ผลสัมฤทธิก์ ารปฏบิ ัตงิ านสูง
(7) ปรับปรงุ พฒั นากฎหมาย ระเบียบ ค�ำ สั่ง และข้อปฏบิ ตั ใิ หเ้ หมาะสมสอดคล้องกับ
วถิ ชี ีวิต วฒั นธรรมและความจ�ำ เปน็ ของพนื้ ท่ี
(8) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานการศึกษาวิจัยทางวิชาการเพ่ือประกอบการแก้ไข
ปัญหา และพัฒนาจงั หวัดชายแดนภาคใต้
(9) ยกระดบั สถาบนั พฒั นาเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ฝา่ ยพลเรอื นซง่ึ เปน็ หนว่ ยงานภายใต้ ศอ.บต.
ให้เป็นสถาบันหลกั ผลติ บคุ ลากรเพ่อื การแก้ไขปัญหาและพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 7 การวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิง
แวดลอ้ ม เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยประชาชนมสี ว่ นร่วม
แนวทางการดำ�เนินงาน จำ�นวน 6 แนวทาง ประกอบดว้ ย
(1) วางระบบบรหิ ารจดั การเพอ่ื คมุ้ ครองพน้ื ทปี่ า่ อยา่ งจรงิ จงั รว่ มกบั การพฒั นาปา่ ชมุ ชน

32
32 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ผ่านกระบวนการมสี ่วนร่วมของทุกภาคส่วน
(2) สง่ เสรมิ การใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ เพอ่ื สนบั สนนุ การพฒั นาเศรษฐกจิ สงั คม และเปน็ มติ ร
กบั สิ่งแวดล้อม
(3) วางระบบบรหิ ารจดั การน�้ำ เพอื่ ปอ้ งกนั ความเสยี หายพนื้ ทเ่ี ศรษฐกจิ และสรา้ งความ
มนั่ คงด้านทรัพยากรน�้ำ
(4) เร่งฟื้นฟูอ่าวปัตตานีและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลเพ่ือความ
ยั่งยืนของทรัพยากร
(5) สง่ เสรมิ การพฒั นาและการใชพ้ ลงั งานทดแทนและพลงั งานทางเลอื กอยา่ งจรงิ จงั เพอ่ื
ลดปัญหาสิง่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั การเพิม่ ศกั ยภาพความมั่นคงและยั่งยืนดา้ นพลังงานให้กับพื้นท่ี
(6) สนบั สนนุ และผลักดันป่าฮาลาบาลาเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ (World Natural
Heritage)

รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 33

ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาของศนู ยอ์ ำ�นวยการบรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
วิสยั ทศั น์
สังคมพหวุ ฒั นธรรมที่เข้มแข็ง เศรษฐกจิ เตบิ โต คุณภาพชวี ติ ประชาชนดขี น้ึ การพฒั นา
สเี ขียว หมุดหมายของนักทอ่ งเทย่ี วทวั่ โลก น�ำ ชายแดนใตส้ ู่สันตสิ ุขยง่ั ยืน
พนั ธกิจ
1. เชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาของกระทรวง กรม และหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็น
เอกภาพน�ำ ไปส่กู ารปฏบิ ตั เิ ป็นรูปธรรม
2. ตดิ ตาม เรง่ รดั ผลกั ดันการด�ำ เนินงานของหนว่ ยงานต่าง ๆ (Function Agenda
Area) ให้เป็นไปตามเปา้ หมาย
3. หนุนเสริมการทำ�งานของกระทรวง กรม และหน่วยงานของรัฐให้มีความต่อเน่ือง
ครบวงจร มิให้เกดิ ช่องว่าง เพอ่ื ให้สนับสนนุ การพัฒนาเสริมความม่นั คง
ค่านิยม
หน่วยนำ�การพัฒนา เป็นท่พี ่ึงพาของประชาชน
เป้าประสงค์รวม
1. สังคมพหวุ ัฒนธรรมทเ่ี ขม้ แขง็
2. เศรษฐกจิ เติบโตอยา่ งต่อเนือ่ ง
3. ประชาชนมคี ณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ขี ึ้น
4.ประชาชนได้รบั การพฒั นาในทกุ มิตแิ ละทุกชว่ งวยั ให้เป็นคนดี เก่ง และมคี ณุ ภาพ
5. การพัฒนาพ้นื ที่เป็นมติ รกับสง่ิ แวดลอ้ ม ภายใต้หลกั การมีส่วนรว่ ม และการบริหาร
จัดการภาครัฐที่สอดคลอ้ งกับบริบทพ้ืนท่ี และวถิ ชี วี ติ ประชาชน
6. สงั คมทงั้ ในประเทศและตา่ งประเทศมคี วามเขา้ ใจตอ่ สถานการณค์ วามเปน็ จรงิ ทเ่ี กดิ
ขน้ึ และให้ความร่วมมือสนบั สนนุ นโยบายการแกไ้ ขปัญหาของภาครัฐ
7. เกดิ การบูรณาการงานพัฒนาที่มีประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลอยา่ งแท้จริง
อ�ำ นาจหนา้ ทขี่ องศนู ยอ์ �ำ นวยการบรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใตต้ ามพระราชบญั ญตั ิ
การบริหารราชการจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553
มาตรา 9 ให้ ศอ.บต. มีอ�ำ นาจหนา้ ท่ีในจงั หวดั ชายแดนภาคใตด้ งั ตอ่ ไปน้ี

34
34 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

1) จัดทำ�ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับนโยบาย
การบรหิ ารและการพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใตโ้ ดยใหส้ ภาทปี่ รกึ ษาการบรหิ ารและการพฒั นา
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ก่อนเสนอ กพต. ให้ความเห็นชอบ
2) จัดทำ�แผนปฏิบัติการที่จะดำ�เนินการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปตาม
ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
3) เสนอแนะและบรู ณาการแผนงานและโครงการในดา้ นการพฒั นาของกระทรวงทบวง
กรมและหนว่ ยงานอนื่ ของรฐั ทด่ี �ำ เนนิ การในจงั หวดั ชายแดนภาคใตใ้ หเ้ ปน็ ไปตามแผนปฏบิ ตั กิ าร
ตาม (2)
4) ดำ�เนินการตามแผนงานและโครงการต่อเน่ืองจากแผนงานและโครงการที่หน่วย
งานของรัฐไม่อาจดำ�เนินการต่อไปได้ ซ่ึงหากไม่ดำ�เนินการจะส่งผลเสียต่อการแก้ไขปัญหาตาม
ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพัฒนาจงั หวัดชายแดนภาคใต้
5) กำ�กับเร่งรัดและติดตามการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐฝ่ายพลเรือนให้เป็นไปตาม
แผนปฏบิ ัตกิ ารตาม (2)
6) คมุ้ ครองสิทธเิ สรีภาพและอ�ำ นวยความเป็นธรรมแก่ประชาชน โดยการรับเร่ืองราว
ร้องทุกข์ให้ความช่วยเหลือและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานของรัฐท่ีเก่ียวข้องรวมท้ังตรวจ
สอบและแกไ้ ขปญั หาพฤตกิ รรมทีไ่ มเ่ หมาะสมของเจา้ หน้าท่ขี องรฐั
7) ให้ความช่วยเหลือเยียวยาผูไ้ ดร้ บั ความเสยี หายและผู้ทีไ่ ดร้ ับผลกระทบจากการกระ
ท�ำ ของเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั อนั สบื เนอื่ งมาจากเหตกุ ารณค์ วามไมส่ งบในจงั หวดั ชายแดนภาคใตต้ าม
ระเบยี บท่ี กพต. ก�ำ หนด ทั้งนี้ไม่ตดั สทิ ธิประโยชน์ทผี่ ้นู ั้นไดร้ ับตามกฎหมายอื่น
8) เสนอแนะมาตรการสรา้ งขวญั และก�ำ ลงั ใจส�ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดน
ภาคใต้ตอ่ คณะรัฐมนตรี
9) เสนอแนะหรือแนะนำ�ต่อหน่วยงานของรัฐเก่ียวกับลักษณะอันพึงประสงค์ของเจ้า
หน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะส่ังให้ไปปฏิบัติหน้าท่ีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมท้ังดำ�เนินการให้มีการ
พัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนซึ่งปฏิบัติหน้าท่ีในจังหวัดชายแดนภาคใต้และบูรณาการ
การปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องหนว่ ยงานของรฐั ฝา่ ยพลเรอื นเพอื่ ใหป้ ฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและ
สอดคลอ้ งกบั สภาพทางสงั คมเศรษฐกิจและวิถชี ีวติ ของประชาชน
10) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาในจังหวัด
ชายแดนภาคใต้
11) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ อ�ำ นวยความสะดวกและแกไ้ ขปญั หาแกค่ นไทยในจงั หวดั ชายแดน
ภาคใตท้ ีเ่ ดินทางไปประกอบพธิ ีฮัจญ์ ณ ราชอาณาจักรซาอดุ ีอาระเบีย
12) สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การจดั การการศกึ ษาในจังหวดั ชายแดนภาคใต้

รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 35

13) ประชาสัมพันธ์นโยบายและการดำ�เนินงานของ ศอ.บต. และรัฐบาล รวมทั้งเผย
แพร่ศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถ่ินเพ่ือสร้างความเข้าใจอันดีแก่คนไทยทั้งใน
และตา่ งประเทศ
14) ร่วมมือกับส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ความเข้าใจอันดี
และประสานงานในโครงการความร่วมมือความช่วยเหลือและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใตก้ บั ตา่ งประเทศ ทง้ั นภ้ี ายใตก้ รอบนโยบายของรฐั บาลหรอื มตคิ ณะรฐั มนตรรี วม
ท้งั แนวทางหรอื นโยบายท่กี ระทรวงการตา่ งประเทศไดก้ ำ�หนดไว้
15) สง่ เสรมิ แนวคดิ ดา้ นพหวุ ฒั นธรรมในฐานะทเี่ ปน็ สว่ นส�ำ คญั ของวฒั นธรรมแหง่ ชาติ
รวมถึงการลดการผูกขาดทางวัฒนธรรมหรือการขจัดการเลือกปฏิบัติทางวัฒนธรรมโดยไม่เป็น
ธรรมต่อบคุ คล ท้ังน้ีเทา่ ทไ่ี ม่ขัดต่อบทบัญญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
16) ปฏบิ ตั กิ ารอืน่ ตามทกี่ ฎหมายกำ�หนดให้เป็นอำ�นาจหนา้ ทข่ี อง ศอ.บต. หรอื ตามท่ี
คณะรัฐมนตรหี รอื นายกรฐั มนตรมี อบหมาย

36
36 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

บทท่ี 3
วิถีชวี ติ และวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิม
และข้อพึงปฏิบัตแิ ละละเวน้ ปฏบิ ัตใิ นการปฏบิ ตั ริ าชการในจงั หวัดชายแดนใต้

อดุ มคติ ความเชอื่ และวิถปี ฏิบัตขิ องชาวมุสลิม
1. อดุ มคติอสิ ลามและความเชื่อของมสุ ลิม
ความเป็นมุสลิมต้องเร่ิมจากภายในจิตใจก่อน น่ันคือการมีหลักยึดมั่นทางอุดมคติ 6
ประการ เปน็ 6 ประการซง่ึ ลว้ นอยใู่ นมติ นิ ามธรรมทไี่ มอ่ าจสัมผัสไดด้ ว้ ยอายตนะ แต่ทรงความ
สำ�คญั ยง่ิ ในการก�ำ หนดวถิ ชี ีวติ ของบุคคล
การยึดมน่ั ศรทั ธา 6 ประการของมุสลมิ เรยี กกนั ว่า “รกุ ุนอีมาน” ประกอบด้วย
1. การศรทั ธาตอ่ อลั ลอฮฺ ในฐานะพระเจา้ ผทู้ รงเอกะ ผทู้ รงรงั สรรคส์ รรพสง่ิ ทรงเมตตา
ปราณี ทรงบริหารจัดการจกั รวาล และทรงอ�ำ นาจเหนอื สิ่งทัง้ ปวง
2. การศรัทธาต่อเหล่าเทวทูต (มลาอกิ ะฮ)ฺ ในฐานะสงิ่ ถูกสรา้ งของพระเจ้า ดำ�รงอยใู่ น
มิตเิ รน้ ลับ และทำ�หนา้ ท่ีตา่ ง ๆ ที่ถกู กำ�หนดอย่างเคร่งครดั เชน่ การปลิดวิญญาณคนท่ถี งึ ฆาต
การบันทกึ บาป บญุ ของบุคคล ทงั้ น้ีเทวทูตถกู สร้างจากรัศมี มปี ัญญา ไม่มีเพศ ไมม่ ีกิเลสตณั หา
และไมม่ ีการทรยศต่อพระเจา้
3. การศรัทธาตอ่ คมั ภีรต์ ่าง ๆ ทีพ่ ระผู้เป็นเจ้าทรงประทานแกม่ นษุ ยผ์ า่ นศาสนทตู ใน
แต่ละยุคสมัย ซึ่งยุคสุดท้ายคือ พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ท่ีทรงประทานแก่ศาสนทูตมุหัมมัด
เพ่ือเปน็ ธรรมนูญแห่งชีวิตส�ำ หรับประชาชาติของท่าน
4. การศรัทธาต่อศาสนทูต ซึ่งถูกส่งมาในแต่ละยุคสมัยตลอดประวัติศาสตร์ของ
มนุษยชาติ และยุคสดุ ท้าย คอื ศาสนทตู มุหัมมดั โดยจะไมม่ กี ารส่งศาสนทตู มาอีกหลังจากทา่ น
ศาสนทตู ท�ำ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งแกม่ นษุ ยชาติ เผยแผศ่ าสนาอนั เปน็ แนวทาง
ของการด�ำ รงชีวิตในแบบทพ่ี ระเจ้าทรงพอพระทัย ปกป้องดูแลความดีและต่อสู้กบั ความชวั่ รา้ ย
ตา่ ง ๆ
5. การศรัทธาว่ามีวันสิ้นโลก (กิยามะฮฺ) จากน้ันมนุษย์จะถูกฟ้ืนคืนชีพสู่อีกโลกหน่ึง
เพอ่ื รับการพิพากษาจากองคพ์ ระผเู้ ป็นเจ้า เป็นการตอบแทนความดีและความชว่ั ท่ีบุคคลไดท้ �ำ
ไว้ขณะดำ�รงชีพบนโลกน้ี โดยโลกหลังความตายเรียกว่าโลกอาคิรอฮฺ ซึ่งเป็นโลกท่ีมีความเป็น
อมตะนริ ันดร์กาล
6. การศรัทธาต่อสภาวะของชะตากรรมมนุษย์และสรรพส่งิ ทง้ั หลาย ซึ่งความเป็นไป
ต่าง ๆ ล้วนเกิดขึ้นได้ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺเท่าน้ัน ไม่มีอำ�นาจของมนุษย์หรือส่ิงอื่นใดเข้าไป

รายวชิ าที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 37

ก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วม เพียงแต่มนุษย์น้ีมีเสรีภาพในการเลือกทางเดินของตนเอง เลือกว่าจะ
ทำ�หรือไม่ทำ�สิ่งใดได้ กระน้ันก็ตามเม่ือเลือกจะทำ�การใดแล้ว ความสำ�เร็จก็ไม่ได้อยู่ในอำ�นาจ
ของมนุษย์ แต่อยทู่ อ่ี ลั ลอฮจฺ ะทรงอ�ำ นวยให้ส�ำ เรจ็ ดังท่ีบุคคลมงุ่ หวงั หรือไม่
2. ภาคปฏบิ ตั ิการของอดุ มคติอิสลาม
อุดมคตใิ ด ๆ หากไมม่ ภี าคปฏิบัติการ (action) คอยตอกยำ�้ ผลิตซ�ำ้ อยา่ งเปน็ ระบบ
ย่อมจะเลือนหายไปโดยง่ายในสนามการปะทะสังสรรค์ระหวา่ งแนวคิดและวัฒนธรรมต่าง ๆ
อุดมคติของอิสลามจึงได้กำ�หนดภาคปฏิบัติการเพ่ือผลิตซำ้�ความศรัทธาแก่มุสลิม โดยอยู่ในรูป
ข้อปฏิบัติ 5 ประการ ซึ่งได้จากวจนะแห่งบรมศาสดาที่ว่า อิสลามนั้นตั้งอยู่บนหลักปฏิบัติ 5
ประการด้วยกัน คือ
1. การกล่าวปฏิญานตนดว้ ยถ้อยคำ�ภาษาอาหรบั วา่


อัชฮาดุ อนั ลา อลิ าฮา อิลลัลลอฮฺ


วะอัชฮาดุ อนั นะ มหุ ัมมาดนั รอซูลุลลอฮฺ
มคี วามหมายว่า ข้าพเจา้ ขอปฏญิ าณวา่ ไม่มพี ระเจา้ อน่ื ใดนอกจากอัลลอฮฺ และขา้ พเจา้
ขอปฏิญาณวา่ มุหมั มัดเป็นศาสนฑูตของอลั ลอฮฺ
การปฏญิ าณตนเปน็ การยอมรบั เนอ้ื หาแหง่ ค�ำ ปฏญิ าณซงึ่ หมายความวา่ ผปู้ ฏญิ าณตอ้ งมี
ความรคู้ วามเขา้ ใจตอ่ ค�ำ ปฏญิ าณเปน็ อยา่ งดี รวมทงั้ มหี นา้ ทศี่ กึ ษาหาความรเู้ พอื่ เขา้ ถงึ หลกั ธรรม
ค�ำ สอนขององคพ์ ระผเู้ ปน็ เจา้ ทต่ี นกลา่ วยอมรบั และเขา้ ใจแบบฉบบั อนั ดงี ามของผเู้ ปน็ ศาสนทตู
ดว้ ย
ปฏิบัติการ อันสืบเนื่องจากบัญญัติข้อนี้ อยู่ในรูปการศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติตนตาม
พระบญั ชาท่ีตนได้เรียนรู้อย่างเครง่ ครัดมากกว่าอย่างอ่นื
2. การละหมาด
ถอื เปน็ ปฏบิ ตั กิ ารผลติ ซ�ำ้ เนอ้ื หาแหง่ ค�ำ ปฏญิ าณอนั ทรงประสทิ ธภิ าพ เนอ่ื งจากเปน็ การ
ปฏิบัติท่ีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซำ้�กันทุกวัน กลายเป็นอัตลักษณ์สำ�คัญของมุสลิม ซึ่งก่อให้เกิด
ผลพวงทางสังคมนานาประการตามมา โดยอาจกล่าวได้ว่า หากไม่มีการละหมาด อัตลักษณ์

38
38 รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

มสุ ลมิ อาจจะสญู สลายไปโดยงา่ ยในสนามการปะทะสงั สรรคท์ างวฒั นธรรม แตก่ ารด�ำ รงอยขู่ อง
ละหมาดช่วยให้อัตลักษณอ์ ืน่ ๆ ของมสุ ลมิ สามารถด�ำ รงอยู่ไดด้ ว้ ย
ทัง้ นี้ อสิ ลามส่งเสริมใหม้ สุ ลมิ ละหมาดรว่ มกันโดยมมี ัสยิดเป็นศูนย์กลาง ชมุ ชนมุสลิม
กบั มสั ยดิ จงึ เปน็ สง่ิ ทตี่ อ้ งอยคู่ กู่ นั โดยการละหมาดรวมกนั ทม่ี สั ยดิ นี้ เรยี กวา่ ละหมาดญะมาอะฮฺ
ท�ำ ร่วมกนั ตง้ั แต่ 2 คนขึ้นไป คนหนึ่งเปน็ ผ้นู �ำ ละหมาดเรยี กว่า “อีหม่าม” สว่ นท่เี หลือเป็นผตู้ าม
เรยี กวา่ “มะมมู ” การละหมาด 1 ครง้ั ใชเ้ วลาประมาน 10 นาที ในรอบ 24 ชวั่ โมง มกี ารละหมาด
5 คร้งั มีชอ่ื เรียกและเวลาทกี่ ำ�หนดใหล้ ะหมาด ดงั นี้

ที่ ชอื่ ละหมาด ช่วงเวลาละหมาด หว้ งเวลาทีล่ ะหมาดได้

1 ซบุ ฮิ ประมาณ 04:30-06:00 น. เมอ่ื แสงอรณุ จบั ขอบฟา้ ทศิ ตะวนั ออกกระทงั่
ตะวันขึ้น

2 ซฮุ ริ ประมาณ 12:00-15:30 น. เมื่อตะวันคล้อย จนถึงเม่ือเงาของส่ิงหน่ึง
เท่ากับเจ้าของเงาน้ัน

3 อสั ริ ประมาณ 15:30-18:30 น. ตั้งแต่เม่ือเงาของสิ่งหน่ึงเท่ากับตัวส่ิงนั้นไป
จนถงึ ตะวันตกดิน

4 มฆั ริบ ประมาณ 18:00-19:30 น. ตง้ั แตต่ ะวันตกดินไปจนถงึ เม่อื แสงสีแดง ณ
5 อิชา ขอบฟา้ ตะวันตกหมดลง

ประมาณ 19:15-04:30 น. เมอ่ื แสงสแี ดง ณ ขอบฟา้ ตะวนั ตกหมดลงไป
ถึงแสงอรุณจับขอบฟา้ ตะวันออก

3. การจา่ ยซะกาต
ซะกาต คือ ภาษีท่อี สิ ลามกำ�หนดใหม้ ุสลมิ ตอ้ งจ่าย เม่ือการครอบครองทรพั ย์สนิ ของ
มุสลิมคนน้ันครบเงื่อนไข การจ่ายซะกาตเป็นภาษีท่ีถูกกำ�หนดเหนือคนรวยแล้วนำ�ไปช่วยคน
ยากจน เพือ่ ลดความเหล่อื มล�้ำ และสร้างความสัมพนั ธ์ทดี่ รี ะหวา่ งคนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม
ซะกาต มคี วามหมายทางรากศพั ทว์ ่า การขดั เกลาใหส้ ะอาด หมายถึง การจา่ ยซะกาต
จะทำ�ให้ทรพั ยส์ นิ มีความใสสะอาดข้ึน เปน็ บทบญั ญัตทิ ่ีถูกตราขน้ึ แก่บคุ คลทมี่ ีคณุ สมบตั เิ ฉพาะ
ดงั น้ี

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 39

1. เป็นมุสลมิ
2. มีกรรมสิทธ์ิครอบครองทรัพยส์ นิ
3. ทรพั ย์สินทค่ี รอบครองตามข้อ 2 มีปริมาณครบตามพิกัดทีอ่ สิ ลามก�ำ หนด
4. การครอบครองดงั กล่าวดำ�เนินมา 1 ปเี ตม็
5. ทรพั ย์สนิ ดังกล่าวเหลอื จากการชำ�ระหนสี้ ินแลว้ (กรณีบุคคลมหี นส้ี นิ ) และ
เหลือจากภาระค่าใช้จา่ ยจ�ำ เป็นแลว้
6. ทรัพย์สนิ ดงั กลา่ วมคี ณุ สมบัตทิ ่ีสามารถสร้างรายได้แก่ผ้คู รอบครอง
ส�ำ หรบั ผมู้ สี ทิ ธริ บั ซะกาต ถกู จ�ำ กดั อยใู่ นกลมุ่ บคุ คล 8 ประเภท ซง่ึ อลั กรุ อานระบไุ วใ้ นบท
อตั เตาบะฮฺ 9: 60 ไดแ้ ก ่ 1. คนอนาถา 2. คนยากจน 3. พนกั งานเจา้ หนา้ ทท่ี ท่ี �ำ งานเกย่ี วกบั ซะกาต
4. ผู้ที่ต้องสมานไมตรี 5. เร่ืองของข้าทาส 6. บุคคลผู้ประสบความเสียหายข้ันล้มละลาย
7. การตอ่ สตู้ ามครรลองแหง่ อัลลอฮ ฺ 8. ผูพ้ ลดั ถน่ิ
4. การถือศลี อด
เปน็ การงดการกนิ ดม่ื การรว่ มประเวณี รวมไปถงึ พฤตกิ รรมและค�ำ พดู อนั ไมพ่ งึ ประสงค์
ตง้ั แตแ่ สงอรณุ จบั ขอบฟา้ จนถงึ ตะวนั ตกดนิ ของวนั ตลอด 29 -30 วนั ของเดอื นรอมฏอน อนั เปน็
เดือนที่ 9 ในปฏทิ ินจนั ทรคติของประชาชาติอสิ ลาม
การกำ�หนดวนั ท่ี 1 ของเดอื นตามปฏิทินอสิ ลามในประเทศไทย ใชว้ ิธีการดจู ันทรเ์ สี้ยว
เมื่อถึงวนั ท่ี 29 ของเดือน หากเยน็ น้นั สามารถมองเห็นจนั ทร์เสยี้ วได้ ก็ใหน้ ับวนั รงุ่ ขึ้นเป็นวนั ที่
1 ของเดอื นใหม่ หากไมเ่ หน็ กใ็ หน้ บั วนั รงุ่ ขน้ึ เปน็ วนั ที่ 30 ของเดอื นเกา่ และวนั ท่ี 1 ของเดนิ ใหม่
จะเร่มิ ถดั จากนน้ั
พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 (3) กำ�หนด
ใหก้ ารประกาศผลการดดู วงจนั ทรเ์ พอ่ื ก�ำ หนดวนั ส�ำ คญั ทางศาสนาอสิ ลามเปน็ อ�ำ นาจหนา้ ทขี่ อง
จุฬาราชมนตรี
ด้วยเหตนุ ้ี วันส�ำ คัญทมี่ ุสลิมไทยพากนั ตดิ ตามมากทีส่ ดุ คือ วนั ท่ี 1 รอมฎอน และวนั
สุดท้ายของรอมฎอน อันเป็นการชว้ี า่ วันตรุษอดี ลิ ฟิฏริจะตรงกบั วันใด
5. การประกอบพิธฮี ัจญ์
เปน็ ขอ้ บญั ญตั เิ ดยี วทผี่ ปู้ ฏบิ ตั ติ อ้ งเดนิ ทางออกจากบา้ นเกดิ เมอื งนอนเพอ่ื ไปประกอบพธิ ี
ณ เมอื งมกั กะฮฺ ประเทศซาอุดีอาระเบยี ฮจั ญเ์ ปน็ พิธกี รรมทต่ี ้องการความพรอ้ มของผปู้ ระกอบ
ท้งั ดา้ นสขุ ภาพ ร่างกายและความพร้อมดา้ นทรพั ย์สนิ เม่อื บคุ คลมีความพรอ้ มทัง้ สองด้านแลว้
จึงมีความจำ�เปน็ ต้องเดินทางไปเพ่อื ประกอบพิธีอนั ศกั ด์สิ ทิ ธิ ซง่ึ บงั คบั เพยี งหนึง่ คร้งั ตลอดชีวิต

40
40 รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ของมสุ ลิมหน่งึ คน แตส่ �ำ หรับบคุ คลท่มี ีความพร้อมกอ็ าจไปมากกว่าหนง่ึ ครั้งได้
ฮจั ญม์ คี วามหมายตามรากศพั ทส์ อ่ื ถงึ ความมงุ่ มน่ั ตง้ั ใจ ค�ำ ๆ นถ้ี กู น�ำ มาใชเ้ รยี กศาสนพธิ ี
อันเป็นฐานหลักของความเป็นมุสลิม เน่ืองจากฮัจญ์เป็นท้ังการขัดเกลาจิตใจของปัจเจกบุคคล
การบม่ เพาะส�ำ นกึ เชิงพหวุ ฒั นธรรม จากการรวบรวมผคู้ นทมี่ าจากต่างถิน่ ตา่ งที่ ต่างทวีป ตา่ ง
วัฒนธรรม แต่มเี ปา้ หมายเดียวกนั คือการแสดงตนเปน็ บา่ วขององคพ์ ระผู้เปน็ เจ้าผทู้ รงเอกะ จงึ
สะท้อนความเป็นเอกภาพท่ามกลางความแตกต่างได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นศาสนพิธีที่
ต้องการความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องอาศัยความอดทนและ
ความมุ่งมน่ั ต้ังใจเปน็ อย่างสูงจึงจะส�ำ เร็จลุลว่ งตามวตั ถุประสงคไ์ ด้
3. ศาสนากับชาตพิ ันธุ์ (อสิ ลามและมลายู)
ขอ้ บญั ญตั ิท้งั 5 หรอื ทเี่ รียกว่ารุกนุ อสิ ลามนี้ คอื การวางรากฐานการด�ำ เนินชวี ิตตาม
วถิ อี สิ ลาม จงึ ไมแ่ ปลกทกี่ ารปฏบิ ตั ติ ามขอ้ บญั ญตั ดิ งั กลา่ วจะกอ่ เกดิ วถิ วี ฒั นธรรมในชมุ ชนหลาก
หลายมติ ิ ทงั้ มิตทิ างสงั คม เศรษฐกจิ และการปกครอง
1. การดำ�เนินชีวิตตามคำ�ปฏิญาณตนในข้อบัญญัติที่ 1 สะท้อนออกมาในรูปของ
การให้ความสำ�คัญอย่างย่ิงต่อการศึกษาศาสนา โดยผู้ปกครองมุสลิมส่วนใหญ่มักส่งลูกหลาน
เรยี นในโรงเรยี นทมี่ กี ารสอนศาสนาอสิ ลาม ซงึ่ ในปจั จบุ นั เรยี กกนั วา่ โรงเรยี นเอกชนสอนศาสนา
อิสลาม อันเป็นสถาบันการศึกษาท่ีวิวัฒนาการมาจาก “ปอเนาะ” ซ่ึงเป็นแหล่งเรียนรู้อิสลาม
ของมสุ ลมิ มาแตอ่ ดตี กาล จนกระทั่งรฐั ไดป้ รับปอเนาะเหลา่ น้นั เป็นโรงเรยี นราษฎร์สอนศาสนา
อิสลาม ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ.2497 และเปลี่ยนเป็นโรงเรียนเอกชนสอน
ศาสนาอิสลามตามพระราชบญั ญตั โิ รงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 จนถงึ ปจั จุบนั
2. การละหมาดในฐานะเสาหลักของวิถชี ีวติ มุสลมิ
เนอื่ งจากอสิ ลามสนบั สนนุ ใหม้ สุ ลมิ ชายทบี่ รรลศุ าสนภาวะแลว้ ละหมาดรว่ มกนั ทมี่ สั ยดิ
วฒั นธรรมทเี่ กดิ จากขอ้ บญั ญตั เิ รอ่ื งละหมาดนจ้ี งึ เปน็ การสรา้ งมสั ยดิ ในทกุ ๆ ชมุ ชนมสุ ลมิ แตล่ ะ
มสั ยดิ จะทำ�หน้าที่ส่งเสยี ง “อะซาน” เพอ่ื เตือนชาวชุมชนให้คิดถงึ การละหมาด และชวนมุสลมิ
ชายไปละหมาดรว่ มกันท่มี สั ยิด ครนั้ เม่อื ละหมาดมี 5 ครง้ั /วนั จึงมเี สยี งอะซานดงั ข้นึ จากมัสยดิ
วนั ละ 5 ครั้ง เช่นกัน
ผบู้ รหิ ารสงู สดุ ของมสั ยดิ เรยี กวา่ อหิ มา่ ม มคี อเตบ็ เปน็ รอง สว่ นผทู้ �ำ หนา้ ทอี่ ะซาน เรยี ก
ว่า บลิ าล (ในพระราชบญั ญตั ิการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามเขยี น บหิ ลน่ั )
แมก้ ารละหมาดจะเปน็ กจิ กรรมหลกั ในมสั ยดิ แตใ่ ชว่ า่ มสั ยดิ จะมเี ฉพาะกจิ กรรมละหมาด

รายวิชาที่ 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 41

เทา่ นน้ั เนอื่ งจากในอสิ ลาม มสั ยดิ เปน็ สถาบนั ทถ่ี กู สรา้ งขน้ึ เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลางของกจิ กรรมตา่ ง ๆ
ทง้ั ทางสงั คม เศรษฐกจิ และการปกครอง ทงั้ นโ้ี ดยนยั ยะจากโองการแหง่ พระมหาคมั ภรี อ์ ลั กรุ อาน
บทอตั เตาบะฮ 9:18
“อนั ผทู้ จี่ ะสรา้ งความจ�ำ เรญิ แกม่ สั ยดิ ไดน้ นั้ คอื ผทู้ มี่ คี วามศรทั ธาตอ่ อลั ลอฮแฺ ละตอ่ วนั
สิ้นโลก ดำ�รงไว้ซ่ึงการละหมาด ด�ำ เนนิ การซะกาตและไมก่ รง่ิ เกรงส่ิงใดนอกจากอลั ลอฮเฺ ทา่ นั้น
คนเหลา่ นที้ ีน่ บั ได้วา่ เป็นผ้ไู ด้รบั ทางน�ำ ”
เพ่ือสร้างความศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันส้ินโลก มัสยิดจำ�เป็นต้องดำ�เนินการด้านการ
ศกึ ษา
เพอ่ื ใหก้ ารละหมาดบรรลุเจตนารมณ์ มัสยิดต้องด�ำ เนนิ กจิ กรรมทางสงั คมหลากหลาย
ประการ
เพอื่ ใหม้ กี ารจดั การซะกาตไดเ้ ตม็ ประสทิ ธภิ าพ มสั ยดิ ตอ้ งด�ำ เนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
เพอ่ื ยกระดบั ความเปน็ อยูข่ องสปั บุรษุ ดว้ ย
เพ่ือให้ทุกกิจกรรมที่ถูกกำ�หนดให้เป็นหน้าที่ของมัสยิด ดำ�เนินไปตามเจตนารมณ์ได้
จำ�เป็นต้องมีการปกครองแบบธรรมภิบาลจากสถาบันมัสยิดด้วย การที่ผู้บริหารมัสยิดต้องมุ่ง
พิทักษ์ความถูกต้องดีงามตามหลักศาสนา โดยมิกร่ิงเกรงสิ่งใดนอกจากกลัวการลงโทษจาก
อัลลอฮพฺ ระผเู้ ป็นเจ้า หากกระท�ำ การอนั อธรรมและไม่สจุ รติ ต่อประชาชน
ดว้ ยเหตุนี้ แมม้ สั ยิดส่วนใหญ่ในปจั จบุ นั ยังท�ำ หนา้ ท่เี พียงเป็นสถานละหมาด แตห่ ลาย
มัสยิดก็สร้างพัฒนาการจนกลายเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา สังคมและเศรษฐกิจภายใต้การ
ปกครองและการบริหารจัดการแบบธรรมาภบิ าลได้
ทั้งนี้ ปัจจัยท่ีช่วยผูกความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นระหว่างคนในชุมชนได้ดีที่สุด คือ การ
ละหมาดนนั่ เอง ดงั นน้ั หากการละหมาดทมี่ สั ยดิ ไมไ่ ดร้ บั การใสใ่ จจากสปั บรุ ษุ ความสมั พนั ธข์ อง
คนในชมุ ชนกพ็ ลอยเปราะบางไปด้วย
3. วถิ วี ฒั นธรรมจากระบบซะกาต
ซะกาตมี 2 ประเภท คือ
1. ซะกาตฟิฏเราะฮฺ เป็นซะกาตที่บังคับจา่ ย เหนอื มสุ ลิมทกุ คนทั้งชายและหญิง เด็ก
หรอื ผ้ใู หญ่ หากมุสลิมคนน้ันมีชวี ติ อย่ถู ึงวนั ตรษุ อดี ิลฟฏิ ริ
การจา่ ยซะกาตนที้ �ำ โดยน�ำ อาหารหลกั ประจ�ำ ถนิ่ มอบใหแ้ กค่ นยากจนในชมุ ชนของตน
เมือ่ อาหารหลกั ของคนไทยคือขา้ ว มสุ ลิมไทยจึงตอ้ งจ่ายขา้ วสารเป็นซะกาตฟิฏเราะฮฺ โดยจา่ ย
1 ทะนาน หรือ 2.7 กโิ ลกรมั ตอ่ คน (ประกาศจุฬาราชมนตรี เร่อื ง การเทยี บมาตราตวง 1 ศออ์
ของซะกาตฟิฏริ ลงวันท่ี 30 มถิ ุนายน 2559)

42
42 รายวิชาท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

วิถีวัฒนธรรมทเ่ี กดิ จากบัญญัติขอ้ นี้ คือ ก่อนถงึ วันตรษุ อดี ิลฟฏิ ริ มสุ ลิมท่บี รรลศุ าสน
ภาวะแล้ว จะตอ้ งหาขา้ วสารเตรยี มไว้จ่ายเป็นซะกาตฟฏิ เราะฮฺ สำ�หรับตวั เองและเมอ่ื ถึงเวลาก็
จะเห็นบ้านคนจนทเ่ี คยเงยี บเหงา มีความคึกคักขึน้ มคี วามอบอุ่นจากสายใยของผคู้ นในชุมชน
ที่ศาสนาบัญญัตใิ ห้ตอ้ งเอาอาหารมามอบให้ในโอกาสสำ�คญั คอื วนั ตรุษอดี ลิ ฟฏิ รทิ ่ีจะมาถึง
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การจัดการซะกาตฟิฏเราะฮฺมีพัฒนาการท่ีดีขึ้น คือ มีมัสยิดเป็น
หน่วยงานจดั การ ซ่ึงชว่ ยใหซ้ ะกาตได้รับการกระจายสูค่ นยากจนไดท้ วั่ ถึงมากขนึ้
2. ซะกาตรายได้ เปน็ ซะกาตทจ่ี ดั เกบ็ จากผู้มรี ายได้ เทา่ กบั หรอื มากกว่าราคาทองคำ�
85 กรัม หรอื ประมาณ 5.60 บาท ซ่ึงผูค้ รอบครองทรพั ย์ต้องจา่ ยปลี ะครัง้ ทุกปี ตราบเทา่ ทีย่ งั
คงครอบครองทรัพยส์ ินไมน่ ้อยกวา่ ปรมิ าณดังกลา่ วอยู่
ในประเทศไทยข้อบัญญตั ิเรอ่ื งซะกาตน้ี ไมไ่ ดถ้ ูกปฏบิ ตั ิอย่างเปน็ กิจจะลักษณะมากนัก
สว่ นใหญถ่ กู ปลอ่ ยใหเ้ ปน็ เรอ่ื งการปฏบิ ตั ติ ามความเขา้ ใจของปจั เจกบคุ คลมสุ ลมิ เอง แตใ่ นระยะ
หลงั องคก์ รมสุ ลมิ ตงั้ แตร่ ะดบั มสั ยดิ คณะกรรมการอสิ ลามประจ�ำ จงั หวดั ไปจนถงึ คณะกรรมการ
กลางอสิ ลามแหง่ ประเทศไทย เร่มิ ให้ความส�ำ คญั กับกจิ การซะกาตมากขน้ึ มกี ารจัดต้ังฝ่ายทร่ี ับ
ผดิ ชอบเร่อื งซะกาตโดยตรงในองคก์ ร และมีการรณรงคใ์ ห้มัสยดิ ตา่ ง ๆ จัดต้ังกองทุนซะกาตขึ้น
เพอ่ื ให้สามารถช่วยเหลือคนยากจนในชุมชนได้อย่างท่ัวถึง
4. วิถีวัฒนธรรมจากการถอื ศีลอด
ช่วงเดือนรอมฎอนท่ีมีการถือศีลอด เป็นช่วงท่ีมุสลิมต้องงดการด่ืมกินทั้งหมดในตอน
กลางวนั จงึ ทำ�ให้ชุมชนมสุ ลิมมีความเงียบสงบกว่าปกติในชว่ งกลางวันของเดือนน้ี ร้านอาหาร
ส่วนใหญ่ปิด ยกเว้นบางแห่งที่เปิดเพื่อรองรับคนเดินทาง ซ่ึงตามหลักศาสนาคนเดินทางได้รับ
อนุญาตให้งดถือศลี อดได้
แตใ่ นเดอื นอนั ประเสรฐิ นี้ ชว่ งกลางคนื จะมคี วามคกึ คกั เปน็ พเิ ศษ ทงั้ ในดา้ นการประกอบ
ศาสนกจิ ซงึ่ มุสลมิ ทัง้ ชายและหญิงมกั ใช้ช่วงเวลานี้ แสวงหาอานิสงส์แก่ชวี ติ ด้วยการไปปฏบิ ัติ
ศาสนกจิ ร่วมกันท่มี สั ยิดมากขึน้ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การละหมาด “ตะรอเวียะห์” ซ่ึงเปน็ ศาสน
กิจที่ทำ�กันเฉพาะชว่ งกลางคืนของรอมฎอนเทา่ นัน้
ช่วงกลางคืนท่ีเปิดโอกาสให้ดื่มกินได้ตามปกติ อีกท้ังคนส่วนใหญ่ออกจากบ้านไป
ประกอบศาสนกิจที่มัสยิดส่งผลให้ธุรกิจบริการอาหารยามราตรีของรอมฎอนมีความคึกคัก
มากกว่าเดือนอ่ืน ๆ
การเข้าสู่รอมฎอนและสนิ้ สุดรอมฎอน: วันตรษุ อดี ิลฟฏิ ริ

รายวชิ าท่ี 3 แนวปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั เจา้ หนา้ ทข่ี องร ฐั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ 43


Click to View FlipBook Version