The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chani KC, 2023-02-05 07:23:17

เอกสารประกอบการสอนวิชาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานสารบรรณ

เอกสารประกอบการสอน วิชา งานสารบรรณ จัดทำโดย พ.ต.ท.หญิง ชนิดาภา ณัฐศิษฎางกูร อาจารย (สบ 2) กลุมงานอาจารย กองบัญชาการศึกษา กลุมงานอาจารย กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแหงชาติ ปพ.ศ.๒๕๖5


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒ คำนำ งานสารบรรณ ถือเปนงานที่มีความสำคัญกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแตการจัดทำ การรับ การสง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลาย รวมถึงการใชหนังสือติดตอกันระหวางหนวยงาน บุคคล ซึ่งตองการ ความสะดวก รวดเร็วและถูกตอง การจัดทำเอกสารคำสอนวิชางานสารบรรณฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใชประกอบการศึกษาเปนความรู พื้นฐานทั่วไปและเพื่อเปนแนวทางในการดำเนินงานธุรการและงานสารบรรณ และเพื่อใหผูเรียนไดมีความรู ความเขาใจและสามารถนำไปใชปฏิบัติงานดานสารบรรณไดอยางถูกตอง พันตำรวจโทหญิง ชนิดาภา ณัฐศิษฎางกูร อาจารย (สบ ๒) กลุมงานอาจารยกองบัญชาการศึกษา


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓ บทที่ ๑ พัฒนาการของงานสารบรรณ วัตถุประสงค ๑. ผูเรียนสามารถอธิบายความเปนมาของงานสารบรรณได ๒. ผูเรียนสามารถอธิบายความหมายของงานสารบรรณไดอยางถูกตอง ๓. ผูเรียนสามารถอธิบายความสำคัญของงานสารบรรณได คำถามกอนเรียน ตามความเห็นของผูเรียน งานสารบรรณ เปนเรื่องเกี่ยวกับอะไร ความเปนมาของงานสารบรรณ งานสารบรรณ เปนงานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแตการจัดทำ การรับ การสง การเก็บ รักษา การยืม จนถึงการทำลาย โดยกอนที่จะมีการจัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ ขึ้นนั้น ในป พ.ศ. ๒๔๙๖ พลเรือเอกหลวงชลธาร พฤติไกร ไดจัดรางระเบียบงานสารบรรณขึ้นเปน ครั้งแรก โดยพลเรือเอกหลวงชลธาร พฤติไกร เปนประธานคณะกรรมการ มีการแบงออกเปน ๓ ตอน ตอนแรก วาดวยการรับ เสนอ สงและระบบการเก็บคน ประกาศใชเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๗ ตอนสอง วาดวยแบบหนังสือในราชการ และมาตรฐานกระดาษแบบพิมพ ประกาศใชเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๗ ตอนสาม วาดวยหลักงานสารบรรณทั่วไป ระบบการเก็บตนแบบดัชนีการออกบัตร ใหเหมาะสมกับ งานเพื่อหาตัวเลขสถิติ และการเขียนกราฟ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๘ ตอมาในป พ.ศ.๒๕๐๒ ไดมีการปรับปรุงระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.๒๔๙๗ และ พ.ศ.๒๔๙๘ โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๖ และมีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๗ ซึ่งใช ตอเนื่อง มาจนกระทั่งมีการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๐๖ ตอเนื่อง มาจนถึงปจจุบัน คือ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔ ความหมายของงานสารบรรณ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘ ขอ ๖ งานสารบรรณ หมายถึง งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแตการจัดทำ การรับ การสง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลาย ซึ่งผูที่ทำหนาที่เกี่ยวกับงานสารบรรณนั้นจะตองทำเปนระบบเพื่อ ใหเกิดความสะดวก รวดเร็ว ถูกตอง มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและคาใชจาย โดยตอมาไดมีการประกาศ เพิ่มคำนิยามของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสเขามาในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณดวย ภาพที่ ๑ ความหมายของงานสารบรรณ ที่มา : http://www.phichit.go.th/ ความสำคัญของงานสารบรรณ ในการปฏิบัติงานของสวนราชการตางๆ หนวยงานดำเนินงานดวยระบบเอกสาร ทำใหงานสารบรรณมี ความสำคัญในการดำเนินงานเพื่อใหเปนไปในรูปแบบปฏิบัติเดียวกัน โดยสามารถสรุปความสำคัญของงานสาร บรรณได ดังนี้ ๑. สามารถใชเปนหลักฐานอางอิงในการปฏิบัติงานได ๒. ระบบงานสารบรรณเปนศูนยรวมขอมูลขาวสารตางๆ บันทึกเตือนของหนวยงาน ๓. งานสารบรรณเปนเครื่องมือในการติดตอสื่อสาร ใชเพื่อทำความเขาใจระหวางหนวยงานกับ หนวยงาน หนวยงานกับบุคคล และบุคคลกับบุคคล


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๕ ๔. เปนเครื่องมือที่ใชในการบริหารงานของหนวยงานใหสามารถปฏิบัติไดอยางมีประสิทธิภาพ ๕. ระบบงานสารบรรณสามารถแสดงใหเห็นถึงการพัฒนาเกี่ยวกับเอกสารตางๆไดอยางมีประสิทธิภาพ สรุป การติดตอประสานงานระหวางสวนราชการกับสวนราชการ หนวยงาน หรือบุคคล งานสารบรรณถือ เปนการปฏิบัติงานดานหนังสือที่เปนหัวใจสำคัญ การไดเรียนรูใหเขาใจอยางถูกตองและเขาใจจึงมีความสำคัญ กอนที่จะนำไปสูการปฏิบัติ คำถามหลังเรียน เมื่อผูเรียนไดศึกษาบทเรียนนี้แลว ทานมีความเห็นวา งานสารบรรณ มีความสำคัญและมีการพัฒนาที่ สอดคลองกับการปฏิบัติงานในปจจุบันอยางไร สื่อการเรียนการสอน ๑. เอกสารคำสอน หนังสือ ตำรา และระเบียบที่เกี่ยวของ ๒. การนำเสนอสื่อการเรียนการสอนโดยใชโปรแกรม Power point ในการนำเสนอ การวัดผลประเมินผล ๑. ประเมินผลจากการตอบคำถามระหวางการเรียนการสอน ๒. ประเมินผลจากการเก็บขอมูลผูเรียนกลุมตัวอยาง และการนำเสนอผล


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๖ บทที่ ๒ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ วัตถุประสงค ๑. ผูเรียนสามารถอธิบายชนิดของหนังสือไดอยางถูกตอง ๒. ผูเรียนสามารถราง เขียนและพิมพหนังสือ การทำสำเนาหนังสือราชการและหนังสือเวียนไดอยาง ถูกตอง ๓. ผูเรียนสามารถอธิบายหนังสือราชการที่ตองปฏิบัติใหเร็วกวาปกติและหนังสือราชการลับได ๔. ผูเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการรับและสงหนังสือไดอยางถูกตอง ๕. ผูเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการเก็บรักษา ยืม และการทำลายหนังสือได คำถามกอนเรียน ทานมีความเห็นวา ผูเรียนควรมีการนำความรูเกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ ไปใชใหเหมาะสมกับการปฏิบัติงานอยางไร ชนิดของหนังสือ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ ขอ ๖ ไดใหความหมายของ “หนังสือ” หมายความวา หนังสือราชการ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ ขอ ๙ ไดใหความหมายของ “หนังสือราชการ” คือ เอกสารที่เปนหลักฐานในราชการ ไดแก ๑. หนังสือที่มีไปมาระหวางสวนราชการ ๒. หนังสือที่สวนราชการมีไปถึงหนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก ๓. หนังสือที่หนวยงานอื่นใดที่ไมใชสวนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีถึงสวนราชการ ๔. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเปนหลักฐานในราชการ ๕. เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ๖. ขอมูลขาวสารหรือหนังสือที่ไดรับเขาจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๗ โดยที่ในปจจุบันการติดตอราชการทั้งหนวยงานภายใน หนวยงานภายนอกและระหวางบุคคลยังมี การสื่อสารที่ยังเกิดปญหาทั้งจากหนวยงานและตัวผูปฏิบัติ ดังนั้นเพื่อใหการปฏิบัติเปนไปในแนวทางเดียวกัน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ ขอ ๑๐ ไดจำแนกหนังสือราชการไวมี ๖ ชนิด คือ ๑. หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธีใชกระดาษตราครุฑ เปนหนังสือติดตอระหวางสวนราชการ หรือสวนราชการมีถึงหนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก โดยสวนราชการเจาของ เรื่อง ใหลงชื่อสวนราชการเจาของเรื่อง หรือหนวยงานที่ออกหนังสือ ถาสวนราชการที่ออกหนังสืออยูในระดับ กระทรวง หรือทบวงใหลงชื่อสวนราชการเจาของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ถาสวนราชการที่ออกหนังสืออยูใน ระดับกรมลงมา ใหลงชื่อสวนราชการเจาของเรื่องเพียงระดับกองหรือ หนวยงานที่รับผิดชอบ โดยรายละเอียด การจัดทำ ใหจัดทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๑๑ ภาพที่ ๒ แบบหนังสือภายนอก ที่มา : https://www.slideshare.net/


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๘ ๒. หนังสือภายใน คือ หนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธีนอยกวาหนังสือ ภายนอก เปนหนังสือติดตอภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใชกระดาษบันทึก ขอความ (การใชหนังสือภายใน สวนราชการมักนิยมใช เฉพาะเรื่องที่ติดตอภายในกรมเดียวกันเปนสวนใหญ หากมีหนังสือไปตางกรมแมอยูในกระทรวงเดียวกัน มักนิยมใชหนังสือราชการภายนอก) โดยรายละเอียดการจัดทำ ใหจัดทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๑๒ ภาพที่ ๓ แบบหนังสือภายใน ที่มา : https://www.slideshare.net/


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๙ ทั้งนี้หนังสือภายนอกกับหนังสือภายในมีความแตกตางกัน โดยหนังสือภายใน มีความเปน แบบพิธีนอยกวาหนังสือภายนอกกลาวคือ หนังสือภายในไมตองลงที่ตั้ง ไมมีหัวขออางอิง หรือสิ่งที่สงมาดวย เปนหัวขอแยกออกมาและไมตองมีคำลงทายโดยถือหลักความเปนกันเอง เนื่องจากเปนการติดตอระหวาง หนวยงานในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน ซึ่งเปนที่รูจักกันดีอยูแลว หรือเปนหนวยงานในสังกัด เดียวกัน ขอบเขตการใชหนังสือภายนอกใชไดทุกกรณี แตหนังสือภายในจะใชไดเฉพาะการติดตองานของ หนวยงานภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกันเทานั้น จะใชหนังสือภายในติดตอกับหนวยงาน เอกชนที่มิใชสวนราชการหรือกับบุคคลภายนอกไมได ๓. หนังสือประทับตรา คือ หนังสือที่ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยใหหัวหนาสวนราชการ ระดับกองหรือผูที่ไดรับมอบหมายจาก หัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไปเปนผูรับผิดชอบลงชื่อยอกำกับตรา หนังสือประทับตราใหใชไดทั้งระหวางสวนราชการกับสวนราชการ และระหวางสวนราชการกับบุคคลภายนอก เฉพาะกรณีที่ไมใชเรื่องสำคัญ ไดแก ๑. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม ๒. การสงสำเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร ๓. การตอบรับทราบที่ไมเกี่ยวกับราชการสำคัญหรือการเงิน ๔. การแจงผลงานที่ไดดำเนินการไปแลวใหสวนราชการที่เกี่ยวของทราบ ๕. การเตือนเรื่องที่คาง ๖. เรื่องซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไปกำหนดโดยทำเปนคำสั่งใหใชหนังสือประทับตรา ใหจัดทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๑๓ และ ๑๔


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๐ ภาพที่ ๔ แบบหนังสือประทับตรา ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๑ ๔. หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ไดแก คำสั่ง ระเบียบ และขอบังคับ ใหจัดทำตามระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๑๕ ขอ ๑๖ ขอ ๑๗ และ ขอ ๑๘ – คำสั่ง คือ บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวยกฎหมาย ใหใชกระดาษตราครุฑ ภาพที่ ๕ แบบคำสั่ง ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๒ – ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอำนาจหนาที่ไดวางไวโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปน หลักปฏิบัติงานเปนการประจำ ใหใชกระดาษตราครุฑ ภาพที่ ๖ แบบระเบียบ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๓ – ขอบังคับ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอำนาจหนาที่กำหนดใหใช โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายที่บัญญัติให กระทำได ใหใชกระดาษตราครุฑ ภาพที่ ๗ แบบขอบังคับ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๔ ๕. หนังสือประชาสัมพันธมี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ แถลงการณ และขาว ใหจัดทำตามระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๑๙ ขอ ๒๐ ขอ ๒๑ และขอ ๒๒ – ประกาศ คือ บรรดาขอความที่ทางราชการประกาศ หรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ ใหใช กระดาษตราครุฑ ภาพที่ ๘ แบบประกาศ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๕ – แถลงการณคือบรรดาขอความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความ เขาใจในกิจการของทางราชการ หรือ เหตุการณ หรือกรณีใด ๆ ใหทราบชัดเจนโดยทั่วกัน ใหใชกระดาษครุฑ ภาพที่ ๙ แบบแถลงการณ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๖ – ขาว คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ภาพที่ ๑๐ แบบขาว ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๗ ๖. หนังสือที่เจาหนาที่ทำขึ้น หรือรับไวเปนหลักฐานในราชการ คือ หนังสือที่เจาหนาที่ทำขึ้นนอกจาก ที่กลาวแลวขางตน หรือหนังสือที่หนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงสวนราชการ และสวนราชการรับไวเปนหลักฐานของทางราชการ มี 4 ชนิด คือ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก และหนังสืออื่น ใหจัดทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๒๓ ถึงขอ ๒๗ – หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่สวนราชการออกใหเพื่อรับรองแกบุคคล นิติบุคคล หรือหนวยงานเพื่อ วัตถุประสงคอยางหนึ่งอยางใดใหปรากฏแกบุคคลโดยทั่วไป ไมจำเพาะเจาะจง ใหใชกระดาษครุฑ ภาพที่ ๑๑ แบบหนังสือรับรอง ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๘ – รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผูมาประชุม ผูเขารวมประชุมและมติของที่ประชุมไว เปนหลักฐาน ภาพที่ ๑๒ แบบรายงานการประชุม ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๑๙ – บันทึก คือ ขอความซึ่งผูใตบังคับบัญชาเสนอตอผูบังคับบัญชา หรือผูบังคับบัญชาสั่งการแกผูใตบังคับบัญชา หรือขอความที่เจาหนาที่ หรือหนวยงานระดับต่ำกวา สวนราชการระดับกรมติดตอกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติใหใชกระดาษบันทึกขอความ ภาพที่ ๑๓ แบบบันทึก ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๐ – หนังสืออื่น คือ หนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจาหนาที่เพื่อเปนหลักฐาน ในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถาย ฟลม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพดวย หรือหนังสือของบุคคลภายนอก ที่ยื่นตอเจาหนาที่ และเจาหนาที่ไดรับเขาทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแลว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรมจะกำหนดขึ้นใชตามความเหมาะสม เวนแตมีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องใหทำตามแบบ เชน โฉนด แผนที่ แบบ แผนผัง สัญญา คำรอง เปนตน การราง การเขียนหนังสือราชการ การทำสำเนาหนังสือราชการและหนังสือเวียน การรางหนังสือราชการนับเปนเรื่องที่มีความสำคัญในการจัดทำหนังสือราชการ เพื่อที่จะไดขอความที่ เหมาะสม ถูกตองและสื่อสารไดตรงประเด็น การรางหนังสือราชการ ผูรางหนังสือตองมีความเขาใจในเรื่องราว ของหนังสือเพื่อที่จะเก็บรายละเอียดไดอยางครบถวน บรรลุวัตถุประสงค โดยการเริ่มตนจากขอความที่เปนเหตุ ตอไป จึงเปนขอความที่เปนความประสงคหรือขอความตกลงถามีหลายขอใหแยกเปนขอ ๆ แลวตามดวย ขอความที่เปนความประสงคสุดทาย ถามีการอางอิงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือเรื่องตัวอยาง ตองระบุให ชัดเจนการอางชื่อกฎหมายและระเบียบ การเขียนจะใชสำนวนราชการ นอกจากนี้ผูรางตองมีความรูทาง ภาษาไทยเปนอยางดี เพื่อที่ผูพิมพจะไดพิมพตามรางไดอยางถูกตอง สิ่งที่พึงระวังอีกประการ ผูรางจะตองรูจัก ยศ ชื่อ ตำแหนง และสวนราชการที่ถูกตองดวย เมื่อรางแลวตองทบทวนวาขอความครบถวน ถูกตองหรือไม หากมีการแกไข ใหดำเนินการกอนการสงพิมพใหเรียบรอยเสร็จ การรางหนังสือจะทำใหสามารถเก็บประเด็น ความสำคัญเพื่อเขียนหนังสือราชการไดอยางครบถวน การเขียนหนังสือราชการสามารถแบงออกเปน สวนหัวเรื่อง เนื้อเรื่อง จุดประสงคของเรื่อง และสวนทายเรื่อง โดยสวนของหัวเรื่องของหนังสือภายในและหนังสือภายนอกมีเรื่องสำคัญคือ เรื่องและคำขึ้นตน การเขียน “เรื่อง” ตองเขียนใหบรรลุวัตถุประสงคอยางนอย ๒ ประการ คือ ๑. ยอใหสั้น ไมเขียนยาวเกินความจำเปน สามารถเขาใจไดวาเปนเรื่องเกี่ยวกับอะไร และ ๒. สะดวกตอการเก็บคนอางอิง ในสวนของคำขึ้นตนและคำลง ทายนั้นใชตามฐานะของผูรับหนังสือตามที่กำหนดไวในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๑


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๒ ตารางที่ ๑ คำขึ้นตน คำลงทาย ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra ตอมาในสวนของเนื้อเรื่อง ซึ่งก็คือขอความที่ผูมีหนังสือแจงไปยังผูรับหนังสือ โดยเนื้อเรื่องจะเริ่มตนดวย การอางเหตุที่มีหนังสือไป ซึ่งอาจขึ้นตนดวยคำตอไปนี้


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๓ ภาพที่ ๑๔ สวนเนื้อเรื่อง ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra การขึ้นตนดวยคำวา “ดวย” หรือ “เนื่องจาก” ใชกรณีที่เปนเรื่องใหมซึ่งไมเคยติดตอกันมากอนระหวางผูมี หนังสือไปกับผูรับหนังสือ กรณีขึ้นตนดวยคำวา “ดวย” นิยมใชในกรณีที่บอกกลาวเลาเหตุที่มีหนังสือไป โดย เกริ่นขึ้นมาลอยๆ กรณีขึ้นตนดวยคำวา “เนื่องจาก” นิยมใชกรณีอางเหตุที่หนักแนนจำเปนตองมีหนังสือไป เพื่อใหผูรับหนังสือดำเนินการอยางใดอยางหนึ่ง และจะไมมีคำวา “นั้น” อยูทายตอน สวนคำวา “ตาม” “ตามที่” และ “อนุสนธิ” ใชในกรณีที่มีเรื่องเคยติดตอ หรือรับรูกันมากอนระหวางผูสงหนังสือและผูรับหนังสือ ซึ่งการใช “ตาม” และ “อนุสนธิ” จะตอดวยคำนาม สวนการใช“ตามที่” จะตอดวยประโยค หนังสือที่ขึ้นตน ดวย “ตาม” “ตามที่” และ “อนุสนธิ” จะมีเนื้อเรื่องอยางนอยสองตอนเสมอ คือมีการอางเรื่องเดิม และมีเรื่อง ตอเนื่องอีกตอนหนึ่ง และตองมีคำวา “นั้น” อยูทายตอนแรกซึ่งอางเรื่องเดิมเสมอ หลังจากที่เขียนเนื้อเรื่อง ซึ่ง บอกเหตุที่มีหนังสือไปแลวนั้น ประการตอมาคือกาเขียนจุดประสงค เพื่อจะบอกความมุงหมายวาตองการใหผูรับหนังสือทำอยางไร ฉะนั้น จุดประสงคของเรื่องจึงเปนเหตุผลของเนื้อเรื่อง โดยลักษณะเชนนี้จุดประสงคของเนื้อเรื่องจึงมักจัเขียยน ขึ้นตนวา “จึง” โดยขึ้นยอหนาใหมเปนคนละตอนกับเนื้อเรื่อง สำหรับในสวนสุดทาย คือ สวนทายเรื่อง จะเปน การเขียนคำลงทายซึ่งไดกลาวไปแลวขางตน


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๔ การพิมพหนังสือราชการ การพิมพหนังสือราชการ แตเดิมนั้นจะพิมพดวยเครื่องพิมพดีด แตในปจจุบันจะใชคอมพิวเตอรใน การพิมพหนังสือราชการ ๑. การพิมพหนังสือราชการที่ตองใชกระดาษตราครุฑ ถามีขอความมากกวา ๑ หนาหนา ตอไปใหใชกระดาษ ไมตองมีตราครุฑ แตใหมีคุณภาพเชนเดียวหรือใกลเคียงกับแผนแรก ๒. การพิมพหัวขอตางๆ ใหเปนไปตามแบบหนังสือที่กำหนดไวในระเบียบ ๓. การพิมพ ๑ หนากระดาษขนาด เอ ๔ โดยปกติใหพิมพ ๒๕ บรรทัด บรรทัดแรกของ กระดาษควรอยูหาง จากขอบกระดาษบนประมาณ ๕ เซนติเมตร ๔. การกั้นระยะในการพิมพ ๔.๑ ในบรรทัดหนึ่งใหตั้งจังหวะเคาะของพิมพดีดไว ๗๐จังหวะเคาะ ๔.๒ ใหกั้นระยะหางจากขอบกระดาษดานซายมือประมาณ ๓ เซนติเมตร เพื่อความสะดวก ในการเก็บเขาแฟม ๔.๓ ตัวอักษรสุดทายควรหางจากขอบกระดาษดานขวาไมนอยกวา ๒ เซนติเมตร ๕. ถาคำสุดทายของบรรทัดมีหลายพยางคไมสามารถพิมพจบคำในบรรทัดเดียวกันไดใหใชเครื่องหมายยัติภังค ( - ) ระหวางพยางค ๖. การยอหนาซึ่งใชในกรณีที่จบประเด็นแลวจะมีการขึ้นขอความใหมใหเวนหางจากระยะกั้นหนา ๑๐ จังหวะเคาะ ๗. การเวนบรรทัดโดยทั่วไปจะตองเวนบรรทัดใหสวนสูงสุดของตัวพิมพและสวนต่ำสุดของตัวพิมพไมทับกัน ๘. การเวนวรรค ๘.๑ การเวนวรรคโดยทั่วไปเวน ๒ จังหวะเคาะ ๘.๒ การเวนวรรคระหวางหัวขอเรื่องกับเรื่อง ใหเวน ๑ จังหวะเคาะ ถาเนื้อหาตางกันใหเวน ๒ จังหวะเคาะ ๙. การพิมพหนังสือที่มีหลายหนา ตองพิมพเลขหนา โดยใหพิมพตัวเลขหนากระดาษไวระหวางเครื่องหมาย ยัติภังค ( - ) ที่กึ่งกลางดานบนของกระดาษหางจากขอบกระดาษดานบนลงมาประมาณ ๓ เซนติเมตร ๑๐. การพิมพหนังสือที่มีความสำคัญ และมีจำนวนหลายหนาใหพิมพคำตอเนื่องของขอความ ที่จะยกไปพิมพ หนาใหมไวดานลางทางมุมขวาของหนานั้นๆ แลวตามดวย ... (จุด ๓ จุด) โดยปกติใหเวน ระยะหางจากบรรทัด สุดทาย ๓ ระยะบรรทัดพิมพและควรจะตองมีขอความของหนังสือเหลือไปพิมพในหนา สุดทายอยางนอย ๒ บรรทัด กอนพิมพคำลงทายทั้งนี้ เพื่อปองกันการเปลี่ยนแปลงเอกสารที่มีการลงนามแลว การพิมพหนังสือราชการ ภาษาไทย


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๕ การจัดทำกระดาษตราครุฑ และกระดาษบันทึกขอความ โดยใชโปรแกรมการพิมพในเครื่องคอมพิวเตอร ให จัดทำใหถูกตองตามแบบของกระดาษตราครุฑ และแบบของ กระดาษบันทึกขอความ วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 โดยเฉพาะสวนหัวของแบบกระดาษบันทึก ขอความ จะตองใชจุดไขปลาแสดงเสนบรรทัดที่เปน ชองวางหลังคำดังตอไปนี้ สวนราชการ ที่ วันที่ เรื่อง และไมตองมีเสนขีดทึบแบงระหวางหัวกระดาษบันทึก ขอความกับสวนที่ใชสำหรับการจัดทำขอความ ๑. การตั้งคาในโปรแกรมการพิมพ ๑.๑ การตั้งระยะขอบหนากระดาษ ขอบซาย ๓ เซนติเมตร ขอบขวา ๒ เซนติเมตร ๑.๒ การตั้งระยะบรรทัด ใหใชคาระยะบรรทัดปกติ คือ ๑ เทา หรือ Single ๑.๓ การกั้นคาไมบรรทัด ระยะการพิมพ อยูระหวาง ๐ – ๑๖ เซนติเมตร ๒. ขนาดตราครุฑ ๒.๑ ตราครุฑสูง ๓ เซนติเมตร ใชสำหรับการจัดทำกระดาษตราครุฑ และตราครุฑสูง ๑.๕ เซนติเมตร ใชสำหรับการจัดทำกระดาษบันทึกขอความ ๒.๒ การวางตราครุฑ ใหวางหางจากขอบกระดาษบนประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร ๓. ขนาดตัวอักษร ๓.๑ รูปแบบตัวพิมพไทยสารบรรณ (Th Sarabun PSK) ๓.๒ ตัวอักษรขนาด ๑๖ พอยท ๓.๓ หนังสือราชการใหใชเลขไทยทั้งฉบับ ยกเวนขอความที่มีศัพทเทคนิค หรือคำเฉพาะ การทำสำเนาหนังสือราชการ ๑. วิธีคัดหรือลอกออกจากตนฉบับคำตอคำใหถูกตองกับตนฉบับเดิม ๒. วิธีถอดหรือจัดทำพรอมตนฉบับ ๓. วิธีถายจากตนฉบับ ๔. วิธีอัดสำเนาดวยเครื่องอัดสำเนา


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๖ วิธีปฏิบัติในการทำสำเนาแบงออกเปน 2 ประเภทดังนี้ ๑. สำเนาคูฉบับ เปนสำเนาที่จัดทำพรอมกับตนฉบับและเหมือนตนฉบับทุกประการ โดยปกติใช กระดาษคารบอนสอดระหวางตนฉบับกับกระดาษฉบับสำเนา เมื่อพิมพหรือเขียนตนฉบับก็ติดลงบนกระดาษ ฉบับสำเนาไปดวย ๒. สำเนาตนฉบับ เปนสำเนาที่สวนราชการ หรือเจาหนาที่จัดทำขึ้น สำเนานี้อาจทำขึ้นดวย การถาย คัด อัดสำเนา หรือดวยวิธีอื่นๆใด ซึ่งสำเนาจะตองมีการรับรองสำเนาคำรับรองวา "สำเนาถูกกตอง" หนังสือเวียน หนังสือที่มีถึงผูรับจํานวนมาก มีใจความอยางเดียวกันในเพิ่มรหัสพยัญชนะ “ว” หนาเลข ทะเบียนหนังสือ สง ซึ่งจะกําหนดเปนเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะเริ่มตั้งแต ๑ เรียงเปนลําดับไปจนสิ้นปปฏิทิน หรือ จะใชเลขที่ ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือภายนอกก็ได หนังสือราชการที่ตองปฏิบัติใหเร็วกวาปกติและหนังสือราชการลับ หนังสือราชการที่ตองปฏิบัติใหเร็วกวาปกติระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๒๘ ไดแบงออกเปน ๓ ประเภท คือ ๑. ดวนที่สุด ใหเจาหนาที่ปฏิบัติในทันทีที่ไดรับหนังสือนั้น ๒. ดวนมาก ใหเจาหนาที่ปฏิบัติโดยเร็ว ๓. ดวน ใหเจาหนาที่ปฏิบัติเร็วกวาปกติ เทาที่จะทำได ใหระบุชั้นความเร็วดวยตัวอักษรสีแดงขนาดไมเล็กกวาตัวพิมพโปง 32 พอยท ใหเห็นไดชัดบนหนังสือ และบนซอง ในกรณีที่ตองการใหหนังสือสงถึงผูรับภายในเวลาที่กำหนด ใหระบุคำวาดวนภายใน แลวลงวัน เดือนป และกำหนดเวลาที่ตองการใหหนังสือนั้นไปถึงผูรับ กับใหเจาหนาที่สงถึงผูรับซึ่งระบุบนหนาซองภายใน เวลาที่กำหนด หากเรื่องราชการที่จะดำเนินการหรือสั่งการดวยหนังสือไมทัน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วา ดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๒๙ กำหนดใหสามารถสงขอความทางเครื่องมือสื่อสาร เชน โทรศัพท วิทยุสื่อสาร เปนตน และใหผูรับ ปฏิบัติเชนเดียวกับการรับหนังสือ และในกรณีที่จำเปนตองยืนยันเปนหนังสือก็ใหทำหนังสือยืนยันตามไปทันที หนังสือราชการลับ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ไมไดกลาวถึงแนวปฏิบัติ ในเรื่องนี้ไว เนื่องจากมีระเบียบวาดวยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติ พ.ศ.๒๕๑๗ และ พ.ศ.๒๕๕๒ และ ระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๔ และที่แกไขเพิ่มเติม กำหนดใหสวนราชการถือ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๗ ปฏิบัติอยูแลว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังสือราชการลับ ไดกำหนดชั้นความลับของหนังสือออกเปน ๓ ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก และลับ ๑. ลับที่สุด ไดแก ความลับที่มีความสำคัญที่สุดเกี่ยวกับขาวสาร วัตถุหรือบุคคลซึ่งหากความลับ ดังกลาวทั้งหมดหรือบางสวนรั่วไหลไปถึงบุคคลผูไมมีหนาที่ไดทราบ จะ ทำใหเกิดความเสียหายหรือเปน ภยันตรายตอความมั่นคง ความปลอดภัย หรือความสงบเรียบรอยของประเทศชาติหรือพันธมิตรอยางรายแรง ที่สุด ๒. ลับมาก ไดแก ความลับที่มีความสำคัญมากเกี่ยวกับขาวสาร วัตถุหรือบุคคล ซึ่งถาหากความลับ ดังกลาวทั้งหมดหรือบางสวนรั่วไหลไปถึงบุคคลที่ไมมีหนาที่ไดทราบ จะทำใหเกิดความเสียหายหรือเปน ภยันตรายตอความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติหรือพันธมิตรหรือความเรียบรอยภายใน ราชอาณาจักรอยางรายแรง ๓. ลับ ไดแก ความลับที่มีความสำคัญเกี่ยวกับขาวสาร วัตถุหรือบุคคล ซึ่ง ถาหากความลับดังกลาว ทั้งหมดหรือเพียงบางสวนรั่วไหลไปถึงบุคคลผูไมมีหนาที่ไดทราบจะทำใหเกิดความเสียหายตอทางราชการ หรือ เกียรติภูมิของประเทศชาติหรือพันธมิตรได เครื่องหมายแสดงชั้นความลับ กำหนดใหใชอักษรตามชั้นความลับของขอมูลขาวสารลับ โดยใหมีขนาด ใหญกวาตัวอักษรธรรมดา และใชสีแดงหรือสีอื่นที่สามารถมองเห็นไดเดนและชัด แตนิยมปฏิบัติกันโดยทั่วไป จะตองใชอักษรสีแดงที่กำหนดชั้นความลับ การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือราชการลับ ใหแสดงชั้นความลับที่กลางหนากระดาษทั้งดานบนและดานลาง ของทุกหนาเอกสารนั้น ถาเอกสารเขาปกใหแสดงไวที่ดานนอกของหนาปกและปกหลังดวย


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๘ ภาพที่ ๑๕ แบบหนังสือราชการลับ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือราชการลับ ๑. การลงทะเบียนเอกสารลับ สวนราชการตองลงหลักฐานในทะเบียนเอกสารลับเพื่อควบคุมการรับ การดำเนินการ การสง การเก็บรักษา และการแจกจายเอกสารลับใหเปนไปโดยถูกตอง และใหหัวหนาสวน ราชการดังกลาวแตงตั้งบุคคลที่ไดรับความไววางใจและไดผานการตรวจสอบประวัติ และพฤติการณตามชั้น ความลับที่จำเปนตองปฏิบัติ เปนเจาหนาที่ควบคุม รับผิดชอบ เรียกวา “นายทะเบียนเอกสารลับ” และ “ผูชวย นายทะเบียนเอกสารลับ” ของสวนราชการนั้น ๆ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๒๙ ๒. การแสดงชั้นความลับของเอกสารที่เปนความลับ โดยปกติใหประทับหรือเขียนตัวอักษรตามชั้น ความลับที่กึ่งกลางหนากระดาษทั้งดานบนและดานลางของทุกหนาเอกสารที่มีชั้นความลับนั้น ตัวอักษรตองให มีขนาดโตกวาตัวอักษรธรรมดาและใชสีแดงหรือสีอื่นที่เห็นเดนชัด ๓. การบรรจุซอง ๓.๑ เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก จะตองบรรจุซองหรือหอทึบแสงสองชั้นอยางมั่นคง เอกสาร ดังกลาวตองบรรจุอยูในซองหรือหอชั้นใน พรอมดวยใบรับเอกสารลับตามแบบที่กำหนดไวในระเบียบ แตใบรับ เอกสารลับไมตองกำหนดชั้นความลับ ใหระบุแตเพียงเอกสาร วัน เดือน ป จำนวน และหมายเลขฉบับของ เอกสาร และใหมีขอความอื่นเทาที่จำเปนตองใช หลักฐานเทานั้น หามเขียนชื่อเรื่องไวในใบรับเอกสารลับ ใบรับ เอกสารลับนี้จะตองสงคืนสวน ราชการผูสงเอกสารลับโดยเร็วที่สุด และสวนราชการผูสงเอกสารนั้นจะตองเก็บ รักษาใบรับเอกสารลับนี้ไวจนกวาจะไดรับเอกสารลับกลับคืน หรือเอกสารลับถูกทำลายหรือยกเลิกชั้นความลับ แลว บนซองหรือหอชั้นในใหจาหนาโดยลงเลขที่เอกสาร ชื่อ หรือตำแหนงผูรับ และสวนราชการของ ผูสง พรอมทั้งทำเครื่องหมาย“ลับที่สุด” หรือ “ลับมาก” ทั้งดานหนาและดานหลัง สวนซองหรือหอชั้นนอกนั้น หามทำเครื่องหมายแสดงชั้นความลับ ๓.๒ เอกสารชั้นลับ จะตองบรรจุซองหรือหอสองชั้นอยางมั่นคง ซองหรือหอชั้นนอกตองทึบแสง หากตองการใบรับเอกสารลับก็ใหบรรจุใบรับนั้นไวในซองหรือหอชั้นในรวมกับเอกสารดวย ๔. การปดผนึก เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก ผูปดผนึกคือบุคคลผูมีอำนาจกำหนดชั้นความลับของ เอกสาร หรือผูที่ไดรับมอบหมาย หรือนายทะเบียนเอกสารลับ หรือผูชวยนายทะเบียนเอกสารลับของสวน ราชการนั้น สวนเอกสารชั้นลับ ผูปดผนึกคือบุคคลดังกลาวแลวหรือขาราชการชั้นตรีหรือเทียบเทาขึ้นไปผูมี หนาที่เกี่ยวของกับเอกสารนั้น การปดผนึกใหผูปดผนึกลงลายมือชื่อกำกับไวบนรอยที่ปดผนึกของซองหรือ หอชั้นในแลวใชแถบกาวชนิดใสปดทับบนลายมือชื่อและเครื่องหมายแสดงชั้นความลับอีกอยางหนึ่ง


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๐ ๕. การสงเอกสารลับ เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก ใหสงตรงตอนายทะเบียนเอกสารหรือ ผูชวยนายทะเบียนเอกสารลับเพื่อลงทะเบียนเอกสารลับเสียกอน ไมวาจาหนาซองหรือหอของเอกสาร นั้นจะระบุชื่อหรือตำแหนงก็ตาม เวนแตเมื่อมีเหตุผลเปนพิเศษจึงยอมใหสงตรงตอผูรับตามจาหนาซอง ใหเปนผูรับเอกสารได สวนการสงเอกสารชั้นลับและปกปดก็ปฏิบัติเชนเดียวกันเวนแตจะสงผาน เจาหนาที่รับสงหนังสือราชการธรรมดาไปยังนายทะเบียนเอกสารลับหรือผูชวยนายทะเบียน เอกสารลับก็ไดหรือมีเหตุผลพิเศษจึงยอมใหสงตรงผูรับ เชนเดียวกับเอกสารลับที่สุดและลับมาก ๖. การรับเอกสารชั้นลับที่สุดและลับมากที่จาหนาซองหรือหอชั้นในระบุถึงชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะ หรือระบุชื่อพรอมกับระบุตำแหนง แลวใหบุคคลนั้นหรือผูไดรับ มอบหมายจากผูนั้นโดยตรงเปน ผูเปดซอง และลงชื่อในใบรับเอกสารลับ แลวใหนำเอกสารไปลงทะเบียนเอกสารลับที่นายทะเบียนเอกสารลับ หรือผูชวยนายทะเบียนเอกสารลับเสียกอน จึงดำเนินการตอไปได ถาเปนกรณีเรงดวนอาจดำเนินการไปกอน ไดแลวใหนำมาลงทะเบียนในโอกาสแรก ถาจาหนาซองหรือหอชั้นในระบุถึงตำแหนง ก็ใหผูครองตำแหนงหรือ ผูที่ไดรับมอบหมายจาก ผูครองตำแหนงนั้นหรือนายทะเบียนเอกสารลับหรือผูชวยฯที่มีสิทธิเขาถึงเอกสาร ลับที่สุด และลับมากเปนผูเปดซองและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ แลวใหดำเนินการลงทะเบียนเชนเดียวกัน เมื่อลงทะเบียนแลวใหนำเอกสารนั้นสงมอบโดยตรงใหแกบุคคลที่ถูกระบุชื่อโดยเร็ว แตถาเปนเอกสารที่ระบุ ตำแหนงแลวก็อาจพิจารณามอบใหแกสวนราชการที่มีหนาที่ดำเนินการในชั้นตน แทนบุคคลที่ถูกระบุตำแหนง นั้นดำเนินการกอน ในกรณีที่บุคคลที่เอกสารนั้นระบุชื่อหรือตำแหนงยังไมสามารถดำเนินการตอเอกสารได ในทันที ใหนำเอกสารนั้นมาเก็บไวตามระเบียบการเก็บรักษาเอกสารลับที่สุดและลับมาก สวนเอกสารชั้นลับ และปกปดที่ จาหนาซองหรือหอชั้นในถึงตำแหนง ใหบุคคลผูครองตำแหนงนั้นหรือผูที่ไดรับมอบหมายหรือ นายทะเบียนเอกสารลับหรือผูชวยฯ เปนผูเปดซองหรือหอและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ ถามีแตซองหรือหอ ชั้นในจาหนาระบุถึงชื่อบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือระบุชื่อพรอมกับระบุตำแหนงแลว บุคคลผูถูกระบุชื่อที่หนา ซองหรือผูไดรับมอบหมายโดยตรงเทานั้นเปนผูเปดและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ สำหรับเอกสารชั้นปกปด ที่ซองหรือหอชั้นเดียว ใหเจาหนาที่ผูเปดซองหรือหอ สงเอกสารนั้นใหแกนายทะเบียนเอกสารลับหรือผูชวยฯ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๑ ทันทีการสงขอมูลขาวสารลับภายในบริเวณหนวยงานเดียวกัน ทุกชั้นความลับ ตองใชใบปกขอมูลขาวสารลับ ปดทับขอมูลขาวสารลับ ซึ่งแบบใบปกขอมูลขาวสารลับมีลักษณะดังนี้ ๑. แบบใบปกชั้นลับ ลักษณะเสนขอบทึบ และตัวหนังสือของใบปกเปนสีน้ำเงิน ๒. แบบใบปกชั้นลับมาก ลักษณะเสนขอบทึบ และตัวหนังสือของใบปกเปนสีแดง ๓. แบบใบปกชั้นลับที่สุด ลักษณะเสนขอบทึบ และตัวหนังสือของใบปกเปนสีเหลือง


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๒ ภาพที่ ๑๖ ปกขอมูลขาวสารลับ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra การสงขอมูลขาวสารลับออกนอกบริเวณหนวยงานตองบรรจุซองหรือภาชนะทึบแสงสองชั้นอยางมั่นคงพรอมใบ ตอบรับ ซองหรือภาชนะชั้นใน ใหจาหนาระบุเลขที่หนังสือนำสง ชื่อหรือตำแหนงผูรับ และหนวยงานผูสงพรอม ทำเครื่องหมายแสดงชั้นความลับทั้งดานหนาและดานหลัง ซองหรือภาชนะชั้นนอก ใหจาหนาระบุขอความเชนเดียวกับซองหรือภาชนะชั้นใน แตไมตองมี เครื่องหมายแสดงชั้นความลับใดๆ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๓ ภาพที่ ๑๗ ซองชั้นความลับ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra การนำสงขอมูลขาวสารลับดวยใบตอนรับ การนำสงขอมูลขาวสารลับดวยใบตอนรับที่นำไปพรอมกับขอมูลขาวสารลับนั้น ที่ใบตอบรับหามระบุชั้น ความลับและชื่อเรื่องไวในใบตอบรับ แตใหระบุเลขที่หนังสือสง ณ วัน เดือน ป จำนวนหนาและหมายเลขฉบับ ไวในใบตอบรับ และเก็บรักษาใบตอบรับนั้นไวจนกวาจะไดรับคืน หรือยกเลิกชั้นความลับ หรือทำลายขอมูล ขาวสารลับนั้นแลว สำหรับการนำสงใหปฏิบัติดังนี้ ๑. กรณีที่นำสงโดยเจาที่นำสาร ใหรอรับใบตอบรับนำกลับทันที ๒. กรณีที่สงโดยวิธีอื่น ใหผูรับรีบจัดสงใบตอบรับคืนโดยเร็ว สำหรับใบตอบรับตามแบบที่กำหนด มีรายละเอียดดังนี้


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๔ ภาพที่ ๑๘ แบบใบตอบรับ ที่มา : https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/hnangsux-prathab-tra ๓. การสงขอมูลขาวสารลับออกนอกบริเวรหนวยงานภายในประเทศ โดยเจาหนาที่นำสารใหหัวหนา หนวยงานของรัฐ หรือผูซึ่งหัวหนาหนวยงานของรัฐมอบหมาย ๔. การสงขอมูลขาวสารลับออกนอกประเทศ ใหปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการตางประเทศวาดวย ถุงเมลการทูตโดยอนุโลม หรือเจาหนาที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปดวยตนเองก็ได ๕. การสงขอมูลขาวสารลับทั้งภายในประเทศและสงออกนอกประเทศ จะสงทางโทรคมนาคม ไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ หรือโดยวิธีการอื่นใดก็ได ๖. ในกรณีที่เจาหนาที่สารบรรณทราบวาขอมูลขาวสารที่รับไวเปนขอมูลขาวสารลับ ใหรีบสงขอมูล ขาวสารลับดังกลาวใหแกนายทะเบียนขอมูลขาวสารลับ ๗. ใหนายทะเบียนขอมูลขาวสารลับ ลงชื่อใบตอบรับแลวคืนใบตอบรับใหแกผูนำสงหรือจัดสงใบตอบ รับคืนแกหนวยงานของรัฐที่เปนผูสง และลงทะเบียนขอมูลขาวสารลับ กอนดำเนินการอยางอื่น


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๕ ๘. ในกรณีที่เปนการสงถึงผูรับตามจาหนา ใหผูรับตามจาหนาเปนผูเปดซองและลงชื่อใบตอบรับ และ ใหแจงตอนายทะเบียนขอมูลขาวสารลับ เพื่อใหลงทะเบียนในทะเบียนขอมูลขาวสารลับโดยเร็ว ๙. ในกรณีที่เปนการสงถึงผูรับระบุตำแหนง ก็ใหผูครองตำแหนง หรือผูที่ไดรับมอบหมายจากผูครอง ตำแหนง หรือนายทะเบียนขอมูลขาวสารลับ เปนผูเปดซองและลงชื่อในใบตอบรับ แลวใหลงทะเบียนใน ทะเบียนขอมูลขาวสารลับ การรับและสงหนังสือ การรับหนังสือ หนังสือที่ไดรับเขามาจากภายนอก ใหเจาหนาที่ของหนวยงานสารบรรณกลางปฏิบัติตามที่กําหนดไว ในสวนนี้ การรับหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ดวยระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกสใหผูใชงาน หรือผูปฏิบัติงานที่ไดรับการแตงตั้งใหเขาถึงเอกสารลับแตละระดับ เปนผูรับผานระบบการรักษาความปลอดภัย โดยใหเปนไปตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ ขั้นตอนการปฏิบัติในการรับหนังสือ ๑. จัดลำดับความสำคัญและความเรงดวนของหนังสือเพื่อดำเนินการกอนหลัง และใหผูเปดซองตรวจ เอกสารหรือหนวยงานที่ออกหนังสือเพื่อดําเนินการใหถูกตองหรือบันทึกขอบกพรองไวเปนหลักฐานแลวจะ ดําเนินการเรื่องนั้นตอไป ๒. ประทับตรารับหนังสือที่มุมบนดานขวาของหนังสือโดยกรอกรายละเอียด ดังนี้ ๒.๑ เลขรับ ใหลงเลขที่รับตามเลขที่รับในทะเบียน ๒.๒ วันที่ใหลงวันเดือนปที่รับหนังสือ ๒.๓ เวลาใหลงเวลาที่รับหนังสือ ๓. กรอกรายละเอียดดังนี้ ๓.๑ ทะเบียนหนังสือรับวันที่เดือน พ.ศ. ใหลงวันเดือนปที่ลงทะเบียน ๓.๒ เลขทะเบียนบัตรตลอดปปฏิทิน ๓.๓ ที่ ใหลงเลขที่ของหนังสือที่รับเขามา ๓.๔ ลงวันที่ ใหลงวันเดือนปของหนังสือที่รับเขามา ๓.๕ จาก ใหลงตำแหนงเจาของหนังสือหรือชื่อสวนราชการหรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไมมีตำแหนง


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๖ ๓.๖ ถึง หรือชื่อสวนราชการ ๓.๗ เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีทีไมมีชื่อเรื่องใหลงสรุปเรื่องยอ ๓.๘ การปฏิบัติใหบันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น ๓.๙ หมายเหตุใหบันทึกขอความอื่นใด (ถามี) ๔. จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนรับแลวสงใหสวนราชการที่เกี่ยวของดำเนินการ โดยใหลงชื่อหนวยงาน ที่รับหนังสือนั้นในชองการปฏิบัติถามีชื่อบุคคลหรือตำแหนงที่เกี่ยวของกับการรับหนังสือใหลงชื่อหรือตำแหนง ไวดวย ๕. การรับหนังสือภายในสวนราชการเดียวกัน เมื่อผูรับไดรับหนังสือจากหนวยงานสารบรรณกลางแลว ใหปฏิบัติตามวิธีการที่กลาวขางตนโดยอนุโลม วิธีการลงทะเบียนหนังสือรับ ๑. วัน....เดือน.........พ.ศ....... ใหลงวันที่ เดือน ป ที่ลงทะเบียนรับหนังสือ ทั้งนี้วันที่ เดือน พ.ศ. จะตองตรงกับวันที่ในตรารับหนังสือดวย ๒. เลขทะเบียนรับ ใหลงเลขลำดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลำดับติดตอกันไปตลอดปปฏิทิน ทั้งนี้ เลขทะเบียนของหนังสือรับจะตองตรงกับเลขที่ในตรารับหนังสือดวย ๓. ที่ ใหลงเลขที่ของหนังสือรับเขามา ๔. ลงวันที่ ใหลงวันที่.....เดือน........ป....... ของหนังสือรับเขามา จาก...........................................ลง วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ใหลงทะเบียนหนังสือรับในชอง "ลงวันที่" ๕. จาก ใหลงตำแหนงเจาของหนังสือ หรือชื่อสวนราชการหรือชื่อบุคคล ๖. ถึง ใหลงตำแหนงของผูที่หนังสือนั้นมีไปถึง หรือชื่อสวนราชการ หรือชื่อบุคคล ๗. เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องของหนังสือนั้นมีไปถึง กรณีที่ไมมีชื่อเรื่องใหลงสรุปเรื่องโดยยอ ๘. การปฏิบัติ ใหบันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น ๙. หมายเหตุ ใหบันทึกขอความอื่นใด (ถามี)


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๗ การสงหนังสือ หนังสือที่สงออกไปภายนอก ใหเจาของเรื่องตรวจความเรียบรอยของหนังสือ รวมทั้งสิ่งที่จะสงไปดวยให ครบถวน แลวสงเรื่องใหเจาหนาที่ของหนวยงานสารบรรณกลางเพื่อสงออก ขั้นตอนการปฏิบัติในการสงหนังสือ ๑. เจาหนาที่ของเรื่องตรวจความเรียบรอยของหนังสือรวมทั้งสิ่งที่จะสงไปดวยใหครบถวนแลวสงเรื่อง ใหเจาหนาที่ของหนวยงานสารบรรณกลางเพื่อสง ๒. เมื่อเจาหนาที่ของหนวยงานสารบรรณกลาง หรือเจาหนาที่รับ -สงหนังสือ ไดรับเรื่องแลว ใหลง เลขทะเบียนหนังสือสงออกในทะเบียนหนังสือสง ๓. เมื่อลงทะเบียนหนังสือสงเรียบรอยแลว ใหลงเลขที่ วัน เดือน ป ในหนังสือที่จะสงออกทั้งใน ตนฉบับ และที่สำเนาคูฉบับ ใหตรงกับเลขทะเบียนที่สง ๔. กอนบรรจุหนังสือลงซอง ใหเจาหนาที่ของหนวยสารบรรณกลางตรวจความเรียบรอยของหนังสือ ตลอดจนสิ่งที่สงไปดวยอีกครั้งหนึ่ง แลวจึงปดผนึกซอง ๕. การจาหนาซองใหปฏิบัติตามระเบียบวาดวยงานสารบรรณฯ และคำอธิบายเพิ่มเติมทายระเบียบวา ดวยการจาหนาซอง สวนการสงหนังสือโดยทางไปรษณียไปกับหนังสือเมื่อมีผูรับเซ็นรับหนังสือหรือใบรับ หนังสือกลับคืนดวย ๖. กรณีที่ไมจัดสงทาไปรษณีย ใหใชสมุดสงหนังสือ หรือใบรับหนังสือ ใหผูนำสงหนังสือนำสมุดสง หนังสือ เมื่อผูรับเซ็นรับหนังสือแลวใหรับสมุดสงหนังสือ หรือใบรับหนังสือกลับคืนมา วิธีการลงทะเบียนหนังสือสง ๑. ทะเบียนหนังสือสง วันที่ เดือน พ.ศ. ใหลงวัน เดือน ป ที่ลงทะเบียน ๒. เลขทะเบียนสง ใหลงเลขลำดับของทะเบียนหนังสือสงเรียงลำดับติดตอกันไปตลอดปปฏิทิน ๓. ที่ ใหลงรหัสตัวพยัญชนะ และเลขประจำของสวนราชการเจาของเรื่องมีหนังสือที่จะสงออกถาไมมี ที่ดังกลาว ชองนี้จะเวนวางไว ๔. ลงวันที่ ใหลงวัน เดือน ป ที่จะสงหนังสือนั้นออก จากหนังสือสำนักอำนวยการ ๕. จาก ใหลงตำแหนงเจาของหนังสือ หรือสวนราชการ หรือชื่อบุคคล ในกรณีที่ไมมีตำแหนง ๖. ถึง ใหลงตำแหนงของผูที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อสวนราชการ หรือชื่อบุคคล ในกรณีที่ไมมีตำแหนง


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๘ ๗. เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่ไมมีชื่อเรื่องใหสรุปเรื่องยอ ๘. การปฏิบัติ ใหบันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น ๙. หมายเหตุ ใหบันทึกขอความอื่น (ถามี) การเก็บรักษา ยืม และการทำลายหนังสือ การเก็บหนังสือราชการ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๕๒ แบงประเภท การเก็บออกเปน การเก็บระหวางปฏิบัติ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จ และการเก็บไวเพื่อใชในการตรวจสอบ การเก็บระหวางปฏิบัติ คือ การเก็บหนังสือที่ยังปฏิบัติไมเสร็จ ใหอยูในความรับผิดชอบของเจาของ เรื่องการเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแลว คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบรอยแลว และไมมีอะไรที่จะตองปฏิบัติ ตอไปอีก การเก็บหนังสือประเภทนี้เปนการเก็บไวเพื่อรอการทำลายและความถี่ในการนำมาใชงานมีไมมากนัก และเพื่อเปนการลดภาระของเจาของเรื่องผูปฏิบัติใหมีเวลาทำเรื่องที่ยังไมสิ้นกระแสการดำเนินการ และเพื่อให มีหนวยที่ทำหนาที่เรื่องนี้โดยเฉพาะ ระเบียบงานสารบรรณจึงกำหนดใหมีการจัดตั้งศูนยเก็บ หรือหนวยเก็บ กลางเพื่อทำหนาที่รับผิดชอบงานดานนี้ใหแกหนวยงานในสังกัด การเก็บไวเพื่อใชในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบรอยแลว แตจำเปนจะตองใช ในการตรวจสอบเปนประจำ ไมสะดวกในการสงไปเก็บยังหนวยเก็บของสวนราชการตามระเบียบสารบรรณให เจาของเรื่องเก็บเปนเอกเทศ แบบบัญชีหนังสือสงเก็บ (ตามระเบียบขอ ๕๔) บัญชีหนังสือสงเก็บ ลำดับที่ ที่ ลงวันที่ เรื่อง อายุการเก็บ หนังสือ หมายเหตุ ลงเลข ลำดับ เรื่อง ของหนังสือ ลงเลขที่ ของหนังสือ แตละฉบับ ลงวัน เดือน ป ของหนังสือ แตละฉบับ ลงชื่อเรื่องของหนังสือ แตละฉบับ ในกรณีที่ ไมมีเรื่องใหลงสรุป เรื่องยอ ลงวัน เดือน ปที่จะ เก็บถึงในกรณีให เก็บไวตลอดไปให ลงคำวา “หามทำลาย” บันทึก ขอความอื่น ใด (ถามี) ตารางที่ ๒ แบบบัญชีหนังสือสงเก็บ ที่มา : https://sites.google.com/site/karkebraksakaryum/


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๓๙ แบบัญชีหนังสือเก็บ (ตามระเบียบขอ ๕๕) ทะเบียนหนังสือเก็บ ลำดับที่ ที่ ลงวันที่ เรื่อง รหัสแฟม กำหนดเวลา เก็บ หมายเหตุ ลงเลขลำดับ เรื่องของ หนังสือ ลงวัน เดือน ปที่นำ หนังสือนั้น เขาทะเบียน เก็บ ลงเลข ทะเบียนรับ ของหนังสือ แตละฉบับ ลงชื่อเรื่อง ของหนังสือ แตละฉบับ ในกรณีที่ไมมี ชื่อเรื่อง ให ลงสรุปเรื่อง ยอ ลงหมายเลข ลำดับหมูของ การจัดแฟม เก็บหนังสือ ลงระยะเวลา การเก็บ ตามที่ กำหนดใน ตรากำหนด เก็บหนังสือ คือ “หาม ทำลาย” หรือ “เก็บถึง พ.ศ.” บันทึก ขอความอื่น ใด (ถามี) ตารางที่ ๓ แบบบัญชีหนังสือเก็บ ที่มา : https://sites.google.com/site/karkebraksakaryum/ การกำหนดอายุการเก็บหนังสือ ระเบียบงานสารบรรณไดกำหนดอายุการเก็บหนังสือไววา โดยปกติให เก็บหนังสือตางๆ ไวไมนอยกวา ๑๐ ป เวนแตหนังสือดังตอไปนี้ ๑. หนังสือตองสงวนเปนความลับ ใหปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติ ๒. หนังสือที่เปนหลักฐานทางอรรถคดี สำนวนของศาลหรือของพนักงานสอบสวนหรือหนังสืออื่นใดที่ ไดมีหรือระเบียบแบบแผนกำหนดไวเปนพิเศษแลว การเก็บใหเปนไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนวาดวย การนั้น ๓. หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี สถิติ หลักฐานหรือเรื่องที่ตองใช สำหรับศึกษาคนควา หรือหนังสืออื่นในลักษณะเดียวกัน ใหเก็บไวเปนหลักฐานทางราชการตลอดไป หรือตามที่ กองจดหมายเหตุแหงชาติ กรมศิลปากรกำหนด ๔. หนังสือที่ไดปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแลว และเปนคูสำเนาที่มีตนเรื่องจะคนไดจากที่อื่นใหเก็บไวไมนอย กวา ๕ ป


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๐ ๕. หนังสือที่เปนเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไมมีความสำคัญและเปนเรื่องที่เกิดขึ้นเปนประจำเมื่อดำเนินการ แลวเสร็จใหเก็บไวไมนอยกวา ๑ ป ๖. หนังสือที่เกี่ยวกับการเงินซึ่งมิใชเอกสารสิทธิ โดยปกติหนังสือทางการเงินตองเก็บไวไมนอย กวา ๑๐ ป บางกรณีหรือบางเรื่องแมจะครบกำหนด ๑๐ ปแลว อาจจะยังไมสามารถขอทำลายได เนื่องจากยัง ตองเก็บไวเพื่อรอการตรวจสอบหรือเก็บไวเปนหลักฐาน อยางไรก็ตาม ในกรณีหนังสือที่เกี่ยวกับการเงินซึ่งมิใช เอกสารสิทธิ หากเห็นวา ไมมีความจำเปนตองเก็บไวถึง ๑๐ ป ใหทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขอ ทำลายได การยืมหนังสือราชการ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๖๒ มีหลักเกณฑให ปฏิบัติดังนี้ ๑. ผูยืมจะตองแจงใหทราบวาเรื่องที่ยืมนั้นจะนำไปใชในราชการใด ๒. ผูยืมจะตองมอบหลักฐานการยืมใหเจาหนาที่เก็บ แลวลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไวในบัตรยืมหนังสือและ เจาหนาที่รวบรวมหลักฐานการยืม เรียงลำดับ วันที่ เดือน ป ไวเพื่อติดตาม ทวงถาม สวนบัตรยืมหนังสือนั้นให เก็บไวแทนหนังสือที่ถูกยืมไป ๓. การยืมหนังสือระหวางสวนราชการ ผูยืมและผูอนุญาตใหยืมตองเปนหัวหนาสวนราชการระดับกอง ขึ้นไปหรือผูที่ไดรับมอบหมาย ๔. การยืมหนังสือภายในสวนราชการเดียวกัน ผูยืมและผูอนุญาตใหยืมตองเปนหัวหนาสวนราชการ ระดับแผนกขึ้นไปหรือผูที่ไดรับมอบหมาย ๕. หามมิใหบุคคลภายนอกยืมหนังสือ เวนแตจะใหดูหรือคัดลอกหนังสือ ทั้งนี้ จะตองไดรับอนุญาต จากหัวหนาสวนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผูที่ไดรับมอบหมายกอน


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๑ แบบบัตรยืมหนังสือ (ตามระเบียบขอ ๖๓) บัตรยืมหนังสือ รายการ ผูยืม ผูรับ วันยืม กำหนดสงคืน ผูสงคืน วันสงคืน ลงชื่อเรื่อง หนังสือที่ขอ ยืมพรอม รหัสของ หนังสือ ลงชื่อ บุคคล ตำแหนง หรือ สวน ราชการที่ ยืมหนังสือ ใหผูรับ หนังสือลง ลายมือชื่อ และวงเล็บ ชื่อกำกับ พรอมดวย ตำแหนง ลงวันเดือน ป ที่ยืม ลงวัน เดือน ป ที่จะสงหนังสือ คืน ลงลายมือชื่อ ผูสงคืน ลงวัน เดือน ป ที่สงหนังสือ คืน ตารางที่ ๔ แบบบัตรยืมหนังสือ ที่มา : https://sites.google.com/site/karkebraksakaryum/ การทำลายหนังสือราชการ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๖๖ หนังสือ ราชการที่หมดความจำเปนในการใชงาน และเก็บไวจนครบอายุการเก็บตามที่ระเบียบสารบรรณกำหนดแลว เพื่อมิใหเปนภาระแกสวนราชการ จำเปนตองนำออกไปทำลายเพื่อชวยใหสวนราชการตางๆ มีสถานที่เก็บ หนังสือไดตอไป ขั้นตอนการทำลายหนังสือ ๑. ภายใน ๖๐ วัน หลังจากวันสิ้นปปฏิทิน ใหเจาหนาที่ผูรับผิดชอบในการเก็บหนังสือ สำรวจที่ครบ กำหนดอายุการเก็บในปนั้น ไมวาจะเปนหนังสือที่เก็บไวเองหรือที่ฝากเก็บไวที่กองจดหมายเหตุแหงชาติ กรมศิลปากร แลวจัดทำบัญชีหนังสือขอทำลายเสนอหัวหนาสวนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแตงตั้ง คณะกรรมการทำลายหนังสือ ๒. ใหหัวหนาสวนราชการระดับกรม แตงตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ ประกอบดวย ประธาน กรรมการและกรรมการอีกอยางนอยสองคน โดยปกติใหแตงตั้งจากขาราชการ ตั้งแตระดับ ๓ หรือเทียบเทาขึ้น ไป คณะกรรมการทำลายหนังสือมีหนาที่ ดังนี้ ๒.๑ พิจารณาหนังสือที่จะขอทำลายตามบัญชีหนังสือขอทำลาย หนังสือที่จะทำลายไดตองครบ อายุการเก็บแลวตามประเภทของหนังสือนั้น ๆ ถาเปนหนังสือที่มีอายุการเก็บยังไมครบกำหนด ตองเก็บไวให ครบอายุเสียกอน


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๒ ๒.๒ กรณีที่หนังสือนั้นครบอายุการเก็บแลว และคณะกรรมการมีความเห็นวา หนังสือนั้นยัง ไมควรทำลาย และควรจะขยายเวลาการจัดเก็บไว ใหลงความเห็นวา จะขยายเวลาการเก็บไวถึงเมื่อใด ในชอง “การพิจารณา” ของบัญชีหนังสือขอทำลาย แลวใหแกไขอายุการเก็บในตรากำหนดเก็บหนังสือ โดยใหประธาน กรรมการทำลายหนังสือลงลายมือชื่อกำกับการแกไข ๒.๓ ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นวา หนังสือเรื่องใดควรทำลาย ใหกรอกเครื่องหมาย กากบาท ลงในชอง “การพิจารณา” ๒.๔ เสนอรายงานผลการพิจารณา พรอมกับบันทึกความเห็นแยงของคณะกรรมการ (ถามี) ตอหัวหนาสวนราชการระดับกรม หรือผูวาราชการจังหวัดแลวแตกรณีเพื่อพิจารณาสั่งการ ๒.๕ ควบคุมการทำลายหนังสือซึ่งผูมีอำนาจอนุมัติใหทำลายไดแลว ๒.๖ ทำบันทึกลงนามรวมกันรายงานใหผูมีอำนาจอนุมัติทราบวา ไดทำลายหนังสือแลว มาตรฐานตรา แบบพิมพ และซอง มาตรฐานตรา ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๗๑ การพิมพหนังสือ ราชการ กำหนดใหใชตราครุฑ ในการพิมพหนังสือภายนอก หนังสือภายใน หนังสือประทับตรา คำสั่ง ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ แถลงการณ และหนังสือรับรอง ซึ่งมาตรฐานตราครุฑสำหรับแบบพิมพ มี๒ ขนาด คือ ๑. ขนาดตัวครุฑสูง ๓ เซนติเมตร ใหใชกระดาษขนาดเอ ๔ พิมพดวยหมึกสีดำ หรือทำเปนครุฑดุนที่ กึ่งกลางสวนบนของกระดาษ ๒. ขนาดตัวครุฑสูง ๑.๕ เซนติเมตร ใหใชกับกระดาษบันทึกขอความ และบนหนาซองจดหมายโดย พิมพ ครุฑดวยหมึกสีดำที่มุมบนดานซายของกระดาษบันทึกขอความและหนาซอง ภาพที่ ๑๙ ครุฑ ที่มา : https://sites.google.com/site/ngansabrrn/matrthan-tra-baeb-phimph-laea-sxng


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๓ ตราชื่อสวนราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๗๒ มีลักษณะเปน รูปวงกลมสองวงซอนกัน เสนผาศูนยกลางวงนอก ๔.๕ เซนติเมตร วงใน ๓.๕ เซนติเมตร ลอมครุฑ ระหวาง วงนอกและวงในมีอักษรไทยชื่อกระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่น ที่มีฐานะเปนกรม หรือ จังหวัด อยูขอบลางของตรา สวนราชการใดที่มีการติดตอกับตางประเทศ จะใหมีชื่อภาษาตางประเทศ เพิ่มขึ้นดวยก็ไดโดยใหอักษรไทยอยูขอบบนและอักษรโรมันอยูขอบลางของตรา สวนราชการใดที่มีการติดตอ กับตางประเทศ จะใหมีชื่อภาษาตางประเทศเพิ่มขึ้นดวยก็ได โดยใหอักษรไทยอยูขอบบนและอักษรโรมันอยู ขอบลางของตรา ภาพที่ ๒๐ ตราสัญลักษณสำนักงานตำรวจแหงชาติ ที่มา : http://srakaew.police.go.th/ มาตรฐานกระดาษและซอง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๗๔ ๑. มาตรฐานกระดาษ โดยปกติใหใชกระดาษปอนดขาว น้ำหนัก ๖๐ กรัมตอ ตารางเมตร มี๓ ขนาด คือ ๑.๑ ขนาดเอ ๔ หมายความวา ขนาด ๒๑๐ มิลลิเมตร x ๒๙๗ มิลลิเมตร ๑.๒ ขนาดเอ ๕ หมายความวา ขนาด ๑๔๘ มิลลิเมตร x ๒๑๐ มิลลิเมตร ๑.๓ ขนาดเอ ๘ หมายความวา ขนาด ๕๒ มิลลิเมตร x ๗๔ มิลลิเมตร


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๔ ๒. มาตรฐานซอง โดยปกติใหใชกระดาษสีขาวหรือสีน้ำตาล น้ำหนัก ๘๐ กรัมตอตารางเมตร เวนแต ซองขนาดซี ๔ ใหใชกระดาษน้ำหนัก ๑๒๐ กรัมตอตารางเมตร มี๔ ขนาด คือ ๒.๑ ขนาดซี๔ หมายความวา ขนาด ๒๒๙ มิลลิเมตร x ๓๒๔ มิลลิเมตร ๒.๒ ขนาดซี๕ หมายความวา ขนาด ๑๖๒ มิลลิเมตร x ๒๒๙ มิลลิเมตร ๒.๓ ขนาดซี๖ หมายความวา ขนาด ๑๑๔ มิลลิเมตร x ๑๖๒ มิลลิเมตร ๒.๔ ขนาดดีแอล หมายความวา ขนาด ๑๑๐ มิลลิเมตร x ๒๒๐ มิลลิเมตร ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๗๕ กระดาษตราครุฑ ใหใชกระดาษขนาด เอ ๔ พิมพครุฑดวยหมึกสีดำ หรือทำเปนครุฑดุน ที่กึ่งกลางสวนบนของกระดาษ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๗๖ กระดาษบันทึกขอความ ใหใชกระดาษ ขนาดเอ ๔ หรือขนาดเอ ๕ พิมพครุฑดวยหมึกสีดำที่มุมบนดานซาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณฯ ขอ ๗๗ ซองหนังสือ ใหพิมพครุฑดวยหมึกสีดำที่ มุมบนดานซายของซอง โดยซองหนังสือแบงออกเปน ๑. ขนาดซี๔ ใชสำหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑ โดยไมตองพับ มีชนิด ธรรมดาและขยายขาง ๒. ขนาดซี๕ ใชสำหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ ๒ ๓. ขนาดซี๖ ใชสำหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ ๔ ๔. ขนาดดีแอล ใชสำหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ ๓ สวนราชการใดมีความจำเปนตองใชซองสำหรับสงทางไปรษณียอากาศโดยเฉพาะ อาจใชซองพิเศษสำหรับสง ทางไปรษณียอากาศและพิมพตราครุฑตามที่กลาวขางตนไดโดยอนุโลม คำถามหลังเรียน ๑. เมื่อผูเรียนไดศึกษาเกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ และที่ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ แลว ผูเรียนสามารถอธิบายชนิดของหนังสือแตละชนิดไดหรือไม อยางไร ๒. ใหผูเรียนนำตัวอยางของหนังสือราชการชนิดใดชนิดหนึ่งมาอธิบายขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต การจัดทำ การรับ การสง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลายตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวย งานสารบรรณฯ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๕ สื่อการเรียนการสอน ๑. เอกสารคำสอน หนังสือ ตำรา และระเบียบที่เกี่ยวของ ๒. การนำเสนอสื่อการเรียนการสอนโดยใชโปรแกรม Power point ในการนำเสนอ ๓. เอกสารตัวอยางที่เกี่ยวของ การวัดผลประเมินผล ๑. ประเมินผลจากการตอบคำถามระหวางการเรียนการสอน ๒. ประเมินผลจากการนำเสนอผล


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๖ บทที่ ๓ งานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส วัตถุประสงค ผูเรียนสามารถอธิบายความสำคัญของงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548) ได คำถามกอนเรียน ตามความเห็นของทาน ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส มีความสำคัญอยางไรกับการปฏิบัติงาน สารบรรณในปจจุบัน ความสำคัญของงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548) ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส(e-Saraban) ปจจุบันโลกไดกาวสูยุคของการสื่อสารแบบไรพรมแดน ดวยการติดตอสื่อสารผานเทคโนโลยีทาง สารสนเทศ (อินเตอรเน็ต) มีความกาวหนาอยางรวดเร็ว และมีบทบาทรวมถึงอิทธิพลตอชีวิตประจำวัน ของมนุษยในปจจุบัน ระบบสารสนเทศจึงมีผลตอองคกรตางๆ ไมวาจะเปนองคกรของภาครัฐบาลหรือ องคกรภาคเอกชน องคกรเหลานี้จึงไดนำเทคโนโลยีดานสารสนเทศมาชวยในการทำงาน เพื่อรองรับ ความตองการของผูใชงานในการทำงานดานตางๆ ใหมีความสะดวกรวดเร็วและถูกตองมากยิ่งขึ้น ในอดีตการปฏิบัติงานสารบรรณมีปญหาตางๆ เชน ความลาชา ยุงยาก ซ้ำซอน สูญหาย เนื่องมาจาก สาเหตุตางๆกัน ดวยสาเหตุที่ไมอาจควบคุมได สงผลตอการใชทรัพยากรของทางราชการทั้ง คน วัสดุ เวลา และ งบประมาณ ตลอดจนอาจจะทำใหเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากความลาชาและสูญหายไดดังนั้น การนำ เทคโนโลยีเขามาเพื่อชวยสนับสนุนนับเปนแนวทางการแกไขปญหาและชวยจัดการในกระบวนการ เกิดความรวดเร็ว ติดตามงานไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดจำนวนการใชกระดาษลงได จึงมีการนำระบบสารบรรณ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๗ อิเล็กทรอนิกสมาใช โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณ (ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๔๘) มีการแกไขและเพิ่มนิยามศัพทของอิเล็กทรอนิกส คือ การประยุกตใชวิธีการทางอิเล็กตรอนไฟฟา คลื่นแมเหล็กไฟฟาหรือวิธีอื่นใดในลักษณะคลายกัน และใหหมายความรวมถึงการประยุกตใชวิธีการทาง แสง วิธีการทางแมเหล็ก หรืออุปกรณที่เกี่ยวของกับการประยุกตใชวิธีตางๆ เชนวานั้น ระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส คือ การรับสงขอมูลขาวสารหรือหนังสือผานระบบสื่อสารดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสสำหรับหนวยงานภาครัฐ (e-Saraban) คือ ระบบใหบริการรับสง หนังสือ จัดเก็บเอกสาร เพื่อสงตอ สั่งการและลงนามในเอกสาร หรือสงเขาระบบหนังสือเวียน ที่มี การลงนามรับทราบผานระบบดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส สามารถจำกัดสิทธิ์ในการเขาถึงเอกสาร รองรับการปฏิบัติงานของผูใชงานไดพรอมๆ กัน ซึ่งฟงกชั่นของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสสอดคลอง ตามขอ ๖ แหงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวาดวยระบบงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ และระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีวาดวยระบบงานสารบรรณฯ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ มีวัตถุประสงคเพื่อสนับสนุนการปฏิรูป ระบบราชการโดยการใชเครื่องมือการบริหารจัดการที่ทันสมัยสำหรับผูที่ทำงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส จำเปนตองรูงานธุรการ เชน การติดตอ โตตอบ ประสานงาน และมีความคลองแคลววองไว เปนตน นอกจากนั้นตองมีความรูทางดานภาษาเปนอยางดี โดยเฉพาะภาษาไทย รูจักตัวสะกด การันต วรรคตอน แมนยำ ศัพท และคำแปลในพจนานุกรม ยิ่งมีความรูภาษาตางประเทศดวยยิ่งดี ตองมีความละเอียดรอบคอบ สุขุมและรวดเร็ว สำนักงานตำรวจแหงชาติไดมีคูมือการใชงานระบบงานเอกสารและการประชุมอิเล็กทรอนิกส(Police E – Service) สำหรับผูใชงานทั่วไป ซึ่งมีขั้นตอนการนำไปใชโดยเริ่มจากการจัดการขอมูลเพื่อเริ่มตนการใชงาน ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส แลวจึงเขาสูการใชงาน ซึ่งมีเมนูสั่งการหนังสือ แบงเปน ๗ เมนู คือ ๑. หนังสือรอดําเนินการ ประกอบดวยเมนูยอย - หนังสือรอลงทะเบียน แสดงเรื่องซึ่งเปนรายการที่สงเขามาใหม หรือ เรื่องเดิมสงกลับมาจะแสดง รายการ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๘ ที่หนวยอื่นๆ สงหนังสือผานระบบมาใหงานธุรการสวนงานกลาง รับหนังสือจากหนวย โดยระบบจะแสดง เฉพาะรายการใหมที่ผูใชยังไมไดรับเลขทะเบียนหนังสือ ระบบจะรับหนังสือใหอัตโนมัติ โดยใหเปนเลขทะเบียน เดิม สังเกตสถานะเปนแฟมปด จะเปนเครื่องหมายรูปกระดาษ - หนังสือรอดําเนินการ แสดงเรื่องที่อยูระหวางดําเนินการ จะแสดงรายการที่รับเขามาในหนวยงาน ซึ่ง เปนเรื่องที่มีเลขทะเบียนแลวหรือ เปนงานสราง/ทะเบียนหนังสือสงภายใน และอยูในระหวางดําเนินการ ยัง ไมปดงาน ยังไมจัดสงไปหนวยงานใด ๆ ระบบจะแสดงขอมูล สังเกตสถานะเปนรูปนาิกา (กําลังดําเนินการ) - หนังสือตีกลับ แสดงเรื่องที่ตองตรวจสอบ เนื่องจากมีการตีกลับคืนมาจากผูรับ ระบบจะแสดง รายการที่ผิดปกติ เพื่อใหผูใชเขาไปตรวจสอบ โดยสังเกตจํานวนเรื่องที่แจงดานใตเมนู โดยสังเกต สถานะของ เรื่องจะเปนรูปดาวสีแดง ๒. ลงทะเบียนรับสง - ลงรับหนังสือ เขาสูหนาจอสําหรับปอนหนังสือรับเขาจากภายนอก หนวยงานของผูใช - สราง/ทะเบียนหนังสือสงภายใน สําหรับปอนขอมูลของเรื่องที่ตองการออกเลขที่หนังสือในหนวยงาน สําหรับเวียนภายในองคกร หรือ ติดตอประสานงานในองคกร (หัวหนางานลงนาม) - สราง/ทะเบียนหนังสือสงภายนอก สําหรับปอนขอมูลเพื่อออกเลขที่สงออกภายนอกองคกร (ผูบริหารลงนาม) ๓. คําสั่งพิเศษ - คําสั่งพิเศษ สําหรับการสงหนังสือ – ปดงาน เปนจํานวนมาก หรือพิมพรายงานสถิติ ๔. ทะเบียนรวม - หนังสือรับเขา แสดงรายการของหนังสือที่เปนเรื่องรับเขาจากภายนอก หรือ ลงรับผานระบบ (รับหนังสือมาจากหนวยงานอื่น โดยรับตนฉบับจากเมนูหนังสือรอลงทะเบียน) - หนังสือภายในหนวยงาน แสดงรายการของเรื่องที่หนวยงานผูใชออกเลขที่สําหรับเวียนภายใน หรือ ออกหนังสือในนามหนวยงาน


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๔๙ - หนังสือออกภายนอก แสดงรายการของเรื่องที่ออกเลขที่สงภายนอกทั้งหมด ๕. รายการสงหนังสือ - สําหรับตรวจงานที่สงไปหนวยงานอื่นๆหรือ ใชดึงเรื่องที่สงไปหนวยงานอื่น กลับมา ๖. หนังสือที่ตองติดตาม - เฉพาะหนวยงานตนเอง รวบรวมหนังสือทุกสถานะ (ระหวางดําเนินการ สง ปด ตรวจสอบ) ที่หนวย งานกําหนดใหเปนหนังสือตองติดตาม - หนวยงานอื่น แสดงรายการที่กําหนดเปนหนังสือที่ตองติดตามโดยหนวยงานอื่นเปนผูกําหนด ๗. ควบคุมระบบ - ผูดูแลระบบ จัดการเกี่ยวกับผูใช, หนวยงาน หรือการตั้งคาระบบ ซึ่งระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกสสามารถอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพใน การจัดเก็บเอกสาร ไดดียิ่งขึ้น ใชเวลาสืบคนขอมูลลดนอยลง สำหรับการใชงานหนังสือหรือสั่งการหนังสือโดย ผูใชเขามาที่หนารายละเอียดหนังสือ ระบบถือเปนที่รวมคําสั่งการทั้งหมดในแตละเรื่อง สําหรับการเขาหนาจอ รายละเอียดของเรื่องผูใชสามารถมาไดจากหลายขั้นตอนซึ่งเปนการทํางานในหัวขอตาง ๆ ดังนี้ ๑. หนังสือระหวางดําเนินการ กดเลขทะเบียน หนารายละเอียดหนังสือ เลือกคําสั่งการ ๒. ลงทะเบียนรับสง (ลงรับหนังสือ, สราง/ทะเบียนหนังสือ) แนบหนังสือ หรือ กดดําเนินการตอ หนารายละเอียดหนังสือ เลือกคําสั่งการ ๓. ทะเบียนรวม (หนังสือรับเขา, หนังสือภายในหนวยงาน, หนังสือออกภายนอก) กดเลขทะเบียน หนารายละเอียด เลือกคําสั่งการ ๔. คนหาหนังสือ (หนาผลลัพธ) กดเลขทะเบียน หนารายละเอียด เลือกคําสั่งการ


เอกสารประกอบการสอน วิชางานสารบรรณ ๕๐ การออกจากระบบ ผูใชกดเมนูออกจากระบบและตอบตกลง ระบบจะกลับมาหนาจอเขาระบบเหมือนขั้นตอนการเขาสู ระบบซึ่งถือเปนการออกจากระบบแบบถูกตอง สรุป งานสารบรรณอิเล็กทรอนิกสไดเขามามีบทบาทมากขึ้น ชวยเพิ่มประสิทธิภาพลดขั้นตอนการ รับ-สง หนังสือและเอกสารของงานสารบรรณ ลดระยะเวลาและลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซอน ลดการใชกระดาษ และยังสามารถเชื่อมโยงระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานภาครัฐใหมีประสิทธิภาพดวย คำถามหลังเรียน เมื่อผูเรียนไดศึกษาเกี่ยวกับงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกสแลว ผูเรียนมีความคิดเห็นอยางไรเกี่ยวกับ การนำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสมาใช สื่อการเรียนการสอน ๑. เอกสารคำสอน หนังสือ ตำรา และระเบียบที่เกี่ยวของ ๒. การนำเสนอสื่อการเรียนการสอนโดยใชโปรแกรม Power point ในการนำเสนอ การวัดผลประเมินผล ๑. ประเมินผลจากการตอบคำถามระหวางการเรียนการสอน ๒. ประเมินผลจากการนำเสนอผล


Click to View FlipBook Version