The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาชีวิตและสังคมไทย รหัสวิชา 30000-1501

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chatsuda.fw, 2021-06-10 23:57:31

วิชาชีวิตและสังคมไทย รหัสวิชา 30000-1501

วิชาชีวิตและสังคมไทย รหัสวิชา 30000-1501

แผนการจัดการเรียนร้มู งุ่ เน้นสมรรถนะ

โดยบรู ณาการคณุ ธรรม อัตลักษณ์ 9 ประการ
และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ชอื่ วชิ า ชีวติ และสังคมไทย รหสั วชิ า 30000-1501

ประเภทวชิ า สามญั สมั พันธ์

จัดทาโดย
นางสาวฉตั รสุดา เพชรรตั น์

แผนกวิชาสามัญสัมพนั ธ์

วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากระทรวงศกึ ษาธิการ

คานา

แผนการสอนวชิ าชีวติ กบั สงั คมไทย (Thai Life and Society) รหัส 30000 -1501 ตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.)พทุ ธศักราช 2557 ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพื่อใชป้ ระกอบการเรียนการสอนรายวชิ าชวี ติ กับสังคมไทย (Thai Life and Society) โดย
แบง่ เนอื้ หาสาระการเรียนรู้ออกเป็น 9 หน่วย โดยเนอ้ื หาสาระในแตล่ ะหนว่ ยสอดคล้องกับคาอธบิ ายรายวิชาที่
หลกั สตู รกาหนดครบถ้วนสมบรู ณ์และเป็นปัจจุบัน ซงึ่ ถ้าผูเ้ รียนและผสู้ อนไดเ้ รยี นรจู้ นครบทุกหนว่ ยและจดั การเรยี น
การสอนตรงตามวตั ถปุ ระสงค์รายวชิ า เชอื่ ม่นั ว่าผูเ้ รยี นจะมีความรู้ตามสมรรถนรายวชิ า

ขา้ พเจา้ หวงั ว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นเครือ่ งมือส่ือการเรียนรคู้ ุณภาพทจี่ ะพัฒนาผเู้ รียนให้มีความรู้
ตามสมรรถนะทหี่ ลักสตู รกาหนดต่อไป

ลงชอื่ ……………………………
(นางสาวฉัตรสดุ า เพชรรตั น์)

สารบัญ หน้า

คานา ก
จุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ าและคาอธบิ ายรายวิชา ข
หนว่ ยการเรียนรู้ ค
โครงการจัดการเรยี นรู้ ง
ตารางวิเคราะหห์ ลักสูตรรายวิชา
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 หน่วยท่ี 1 สงั คมและการจัดระเบียบทางสงั คม
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 2 หน่วยท่ี 2 โครงสร้างของสังคมและการจดั ระเบยี บทางสังคม

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 หนว่ ยท่ี 3 ภูมปิ ญั ญาไทย

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 4 หน่วยท่ี 4 หลกั ธรรมาภิบาลกับสังคมไทย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 5 หนว่ ยที่ 5 หลักธรรมเพ่ือพัฒนางาน พัฒนาคนและสังคม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 6 หน่วยท่ี 6 การประยกุ ต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 หนว่ ยท่ี 7 ความเปน็ พลเมืองดี
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 8 หน่วยที่ 8 สนั ติวัฒนธรรม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9 หนว่ ยท่ี 9 ศิลปวฒั นธรรม

วชิ าชีวติ กบั สังคมไทย (Thai Life and Society) รหัสวิชา 30000-1501

จดุ ประสงค์รายวชิ า
1.มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ประวตั สิ งั คมศิลปวัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทยหลักธรรมาภิบาลในองค์กร

หลักธรรมในการพัฒนางาน พัฒนาคนและสังคม สันติวัฒนธรรมและความรว่ มมือกับประเทศต่าง ๆ ในสงั คมโลก
2.วเิ คราะห์ และประเมินสถานการณ์ การเปลย่ี นแปลงของสังคมและวฒั นธรรมไทยโดยประยกุ ต์ใชศ้ าสนธรรม

ในการพัฒนางานพัฒนาคนและสงั คม การใชห้ ลักสันตวิ ธิ ใี นสงั คมไทยและการอยูร่ ่วมกันอย่างสนั ติสขุ
3.ประยุกต์ใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงเพอื่ การประกอบอาชีพและการดาเนินชีวิต
4. ตระหนกั ในการเปน็ พลเมอื งดใี นสังคมประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั รยิ เ์ ป็นทรงเปน็ ประมุข เหน็ คุณค่า

ของศลิ ปวฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย
สมรรถนะรายวิชา

1. วเิ คราะห์และประเมินสถานการณ์ การเปลยี่ นแปลงของสงั คมและวัฒนธรรมไทยกบั สังคมโลกบนพ้ืนฐาน
ของศาสนธรรม

2. ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการอาชีพและการดาเนินชวี ติ
3. ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมอื งดีในสงั คมระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
4. สืบสานศลิ ปวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ และมีความภูมิใจในความเปน็ ไทย

คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาเกย่ี วกับ ประวัตสิ งั คม ศลิ ปวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย การจัดระเบยี บสงั คม หลักธรรมาภบิ าลใน

องค์กร หลักธรรมเพื่อพฒั นางาน พฒั นาคนและสงั คม สันตวิ ัฒนธรรม ความเปน็ พลเมืองดี ความร่วมมือกบั ประเทศ
ต่าง ๆ ในสงั คมโลก หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง และการประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดาเนนิ
ชีวิต

โครงการสอน: หนว่ ยการเรียนรู้ 3-0-3
3000-1501
ชั่วโมงที่ เวลา (ชม)
สปั ดาหท์ ี่ หน่วยท่ี ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ 1-6 6
1-2 1 สังคมและการจัดระเบียบทางสังคม 7-15 9
3-5 2 ประวัติสังคม และศลิ ปะวัฒนธรรมไทย 16-18 3
6 3 ภมู ปิ ัญญาไทย 19-21 3
7 4 หลักธรรมาภบิ าลในองค์กร 22-24 3
8 5 หลกั ธรรมเพื่อการพฒั นางาน พัฒนาคนและสงั คม ( 25-27 3
9 วดั ผล ประเมินผลกลางภาคเรยี น 28-30 3
10 5 หลักธรรมเพื่อการพัฒนางาน พัฒนาคนและสงั คม 31-33 3
11 6 ความเป็นพลเมืองดี 34-39 6
12-13 7 สันตวิ ัฒนธรรม 40-45 6
14-15 8 ความร่วมมอื กบั ประเทศต่าง ๆ ในสงั คมโลก 46-51 6
16-17 9 หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงเพ่อื การดารงชวี ิต
52-54 3
18 วดั ผล ประเมนิ ผลกลางภาคเรยี น 54

หมายเหตุ * วิเคราะห์ รอ้ ยละ 20
** วิเคราะห์ ร้อยละ 40
*** วเิ คราะห์ ร้อยละ 50

แผนการสอน หน่วยท่ี 1
ชอ่ื วิชา ชีวติ กบั สังคมไทย สอนครง้ั ท่ี 1-2
ช่ือหน่วย ประวตั ิศาสตร์สังคมและภาวการณเ์ ปล่ยี นแปลง ช่ัวโมงรวม 6
ชอ่ื เร่อื ง ประวตั ิศาสตร์สังคมและภาวการณ์เปลี่ยนแปลง จานวนช่วั โมง 6

สาระการเรยี นรู้
1. ววิ ฒั นาการของสังคมมนษุ ย์
2. ประวตั ิศาสตร์สังคมมนษุ ย์
3. ความหมายของสังคมมนุษย์
4. ความสาคญั ของสังคมมนษุ ย์
5. องค์ประกอบของสงั คมมนุษย์
6. ประเภทสังคมมนษุ ย์
7. หนา้ ท่ีของสังคมมนษุ ย์
8. การเปลยี่ นแปลงทางสงั คม
9. แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงสังคมไทยยคุ ใหม่
10. การเปลยี่ นแปลงสงั คมไทยสปู่ ระชาคมอาเซียน
11. ภาวะวิกฤตในสังคมไทย

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวิวฒั นาการของสงั คมมนษุ ย์ได้
2. บอกประวัติศาสตรข์ องสงั คมมนุษย์ได้
3. อธิบายความหมายของสงั คมมนุษย์ได้
4. บอกความสาคญั ของสงั คมมนุษย์ได้
5. อธิบายองค์ประกอบของสังคมมนุษย์ได้
6. บอกประเภทของสังคมมนุษยไ์ ด้
7. ยกตวั อย่างหน้าทข่ี องสังคมมนุษย์ได้
8. อธิบายการเปลย่ี นแปลงทางสังคมมนุษย์ได้
9. บอกแนวโนม้ การเปล่ยี นแปลงสังคมไทยยุคใหม่ได้
10. อธิบายการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยสูป่ ระชาคมอาเซียนได้
11. อธบิ ายภาวะวกิ ฤตในสงั คมไทยได้

สาระสาคัญ
มนุษยเ์ ปน็ สัตวส์ งั คมที่มวี ิวัฒนาการมาชา้ นาน มกี ารปรบั ตัวเรียนรูท้ ีจ่ ะอยู่รว่ มกันอย่างมี

ความสุข มอี งคป์ ระกอบและหน้าทีแ่ ตกต่างกนั มีการเปล่ยี นแปลงไปตามยคุ สมยั และความเจรญิ ก้าวหน้าของ
โลก

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้ันตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรยี น

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

1. ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยกจิ กรรม 1.1 เพือ่ ให้ 1. ตอบคาถามและปฏิบตั ิตามกิจกรรมท่ี 1.1

นกั ศกึ ษาฝกึ การคิดอย่างเป็นระบบและการรวบรวม 2. รว่ มแสดงความคิดเหน็ จากการวเิ คราะหข์ ้อมูล

ข้อมลู และการวิเคราะห์ขอ้ มลู จากประเดน็ คาถาม

2. ให้ทาแบบทดสอบก่อนเรียน

3. ครูแนะนาเนื้อหาและแจง้ ผลการเรียนท่ี

คาดหวงั ของหนว่ ยที่ 1 เร่อื งประวัติศาสตร์สงั คม

และภาวการณเ์ ปล่ยี นแปลง

4. ครูนาประเด็นคาถามฝกึ การคิดอยา่ งเปน็

ระบบ การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ขอ้ มูล

ขนั้ ดาเนนิ การสอน

1. บรรยายเน้ือหาหน่วยที่ 1 เร่ือง 1. ศึกษาเน้ือหาจากเอกสารประกอบการเรยี น

ประวัติศาสตร์สงั คมและภาวการณเ์ ปล่ยี นแปลง 2. ส่งงานเพื่อตรวจตามกาหนด

2. ครสู อนเสริมเรอ่ื งคุณธรรมจรยิ ธรรมระเบยี บ 3. ตรวจสอบพัฒนาการด้านการแต่งกายเรยี บร้อย

วินยั ความรบั ผิดชอบ ถกู ต้องตามระเบยี บของสถานศกึ ษาและคุณธรรมด้าน

3. ให้ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 1 เร่อื ง อ่ืนๆ เชน่ ความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต ความตรงตอ่ เวลา ความ

ประวัติศาสตรส์ งั คมและภาวการณ์เปลี่ยนแปลง รับผดิ ชอบ เปน็ ต้น

ขั้นสรปุ การเรียนการสอน

1. สรุปสาระสาคญั โดยการซกั ถามนักศึกษา 1. รว่ มกันสรปุ เน้ือหาแล้วตอบขอ้ ซกั ถามตาม

2. มอบหมายงานเพ่ือจดั ทาใบงานและโครงการ หัวขอ้ ที่ครูกาหนด

จากกจิ กรรมเสรมิ ทักษะการเรียนรูท้ ่ี 1.2 และ 1.3 2. นาเสนอผลงานจากกจิ กรรมเสรมิ ทักษะท่ี 1.2

3. ประเมินการเรียนรู้หลังเรียนหนว่ ยที่ 1 เรอ่ื ง และ 1.3 ที่ครมู อบหมาย

ประวตั ิศาสตร์สังคมและภาวการณเ์ ปล่ียนแลง 3. ทาแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 1 เร่ือง

ประวตั ศิ าสตร์สังคมกบั ภาวการณ์เปลย่ี นแปลง

งานท่ีมอบหมายหรือกจิ กรรม
ก่อนเรียน
1. ครนู าเข้าสู่บทเรียนโดยกิจกรรมที่ 1.1 เพอื่ ใหน้ ักศึกษาฝึกการคดิ อย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์

ขอ้ มูล และครแู นะนาเน้ือหา
2. ทดสอบความรู้ก่อนเรียนหน่วยที่ 1 เร่ืองประวัติศาสตร์สงั คมและภาวการณ์เปลี่ยนแปลง
3. นาประเดน็ คาถามฝกึ การคดิ มาใหน้ ักศึกษารว่ มแสดงความคิดเห็นเพ่ือฝึกการคิดอยา่ งเป็นระบบ

การวิเคราะห์ข้อมูล
ขณะเรยี น
1. ครบู รรยายเน้ือหาหนว่ ยท่ี 1 เรือ่ งประวตั ศิ าสตร์สังคมและภาวการณเ์ ปล่ยี นแปลง นักศกึ ษาจด

บันทึกสาระสาคญั ของการเรยี นการสอนของครผู ู้สอน
2. แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 1 เรอ่ื งประวตั ิศาสตร์สงั คมและภาวการณเ์ ปล่ียนแปลง

สอื่ การเรียนการสอน และนวตั กรรม
1. เอกสารประกอบการสอนวิชาชีวิตกบั สังคมไทย (3000 – 1501)
2. สื่อนาเสนอเคร่ืองคอมพิวเตอร์และเครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ก่อนและหลงั เรยี น
4. แบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 เรื่องประวตั ิศาสตรส์ ังคมและภาวการณ์เปล่ียนแปลง
5. กจิ กรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 เรอ่ื งประวัตศิ าสตรส์ ังคมและภาวการณเ์ ปล่ียนแปลง

การประเมนิ ผล
กอ่ นเรียน 1. การประเมนิ พฤติกรรมจติ พสิ ยั รายบคุ คล และการเชค็ การเขา้ เรียนของนักศึกษาลงใน

สมุดบันทกึ เวลาเรยี น และประเมนิ ผลการเรยี น
2. การประเมนิ ผลก่อนเรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป

ขณะเรียน 1. การสังเกตและประเมินด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

2. การประเมนิ ผลจากการตรวจแบบฝึกหัด หน่วยท่ี 1 เร่ืองประวัติศาสตรส์ ังคมและ
ภาวการณ์เปล่ยี นแปลง

หลงั เรียน 1. ประเมินผลการเรียนรูห้ ลงั เรยี นเกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
2. ประเมนิ ผลจากรายงานโครงการกิจกรรมเสริมทักษะ

บันทกึ หลังการสอน
ผลการใชแ้ ผนการสอน นกั ศกึ ษามคี วามเข้าใจเน้อื หาหนว่ ยท่ี 1 เรอ่ื งประวัติศาสตรส์ งั คม

และภาวการณเ์ ปลีย่ นแปลง จากการนาเข้าสบู่ ทเรยี นของครผู ูส้ อนโดยการสอบถามจากผู้เรยี น หรอื จากการ
ประเมินผลการเรยี นรู้

ผลการเรียนของนกั ศึกษา นักศกึ ษามคี วามเขา้ ใจการจดั ประสบการณ์การเรยี นรขู้ อง

ครูผสู้ อน
ผลการสอนของครู ประสทิ ธิภาพในการสอนของครูได้ผลดี โดยวดั จากการสนทนาซักถาม

สาระสาคัญโดยสรปุ และนักศึกษาสว่ นใหญ่ตอบคาถามได้ และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้

แบบฝึกหดั
หนว่ ยที่ 1 ประวัติศาสตร์สังคมและภาวการณ์เปล่ียนแปลง

คาชแ้ี จง จงเติมคาในชอ่ งว่างใหส้ มบูรณ์
1. จากหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์เชอื่ ว่า มนษุ ย์ยคุ ปจั จบุ นั มีบรรพบุรุษเป็น ลงิ ไร้หาง
2. ลกั ษณะทางธรรมชาติท่ีสาคญั ของมนุษยค์ ือ การอยู่ร่วมกนั มคี วามสัมพนั ธ์เกีย่ วข้องกันเพ่ือความ

อยรู่ อด
3. คุณลักษณะใดท่ีแสดงว่ามนุษยฉ์ ลาดกวา่ สัตวโ์ ลกชนดิ อ่ืนๆ มีมันสมองใหญเ่ มื่อเทียบกบั น้าหนัก

ตัว เรยี นรู้และปรบั ตัวเพ่อื ให้อยรู่ อดปลอดภยั มวี ิวัฒนาการไม่หยดุ นิ่ง ฯลฯ
4. อารยธรรมเมโสโปเตเมยี ที่ถือวา่ เกา่ แก่ทส่ี ดุ ซงึ่ ปจั จุบันครอบคลมุ ดินแดนบางสว่ นในประเทศ

อะไร อีรักและซเี รีย
5. คนกลุ่มแรกทีส่ รา้ งอารยธรรมเมโสโปเตเมยี คือ ชาวสุเมเรยี น
6. ชาวเมโสโปเตเมียเริม่ เรยี นรกู้ ารใชโ้ ลหะชนิดใด โลหะทองแดง
7. ชาวสเุ มเรยี นไดค้ ิดค้นสง่ิ ประดิษฐ์สาคัญเพ่ือใช้บนั ทึกเร่ืองราวตา่ งๆขึน้ เปน็ คร้ังแรกในโลก

เรียกว่า อกั ษรรูปลิ่ม
8. อารยธรรมเมโสโปเตเมียมีความเจริญรุ่งเรอื งมากเพราะมีการบงั คบั ใช้ “ประมวลกฎหมายแหง่

ฮมั มูราปี โดยกษตั รยิ ์ ฮัมมูราปี
9. อยี ปิ ตเ์ ป็นดินแดนท่ีอุดมสมบูรณ์ เนอื่ งจากตัง้ อยู่บน แม่น้าไนล์
10. จากหลกั ฐานทางประวัติศาสตรอ์ ารยธรรมจนี กษัตรยิ ์องค์ใดที่สามารถปราบปรามแค้วนตา่ งๆ

รวมจีนเป็นหน่ึงเดยี วได้สาเรจ็ คอื จน๋ิ ซฮี ่องเต้

ใบงานที่ 1.1
กจิ กรรม อารยธรรมสาคญั ของโลก
คาช้แี จง จงเติมคาในช่องว่างใหส้ มบูรณ์

……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..

……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..

……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..

……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..

……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..

ประเมินผลงานกลุ่มโดยครู ใช้เกณฑก์ ารประเมินดงั นี้

ลาดับท่ี รายการประเมนิ ดมี าก เกณฑ์การประเมนิ ปรบั ปรุง
(9-10 ดี ปาน พอใช้ (1-2
คะแนน) (7-8 กลาง (3-4 คะแนน)
คะแนน) (5-6 คะแนน)

คะแนน)

1. มนุษยสมั พนั ธ์ในการทางาน
2. กระบวนการทางานกลุ่ม
3. ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ความรว่ มมือในการทางานกลุม่
5. ความถกู ต้องของการวเิ คราะห์
6. การแสดงความคิดเหน็
7. ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ไขปัญหา
8. สาระความรแู้ ละคณุ ประโยชน์

รวมคะแนน

เกณฑ์การประเมนิ 81 – 100 คะแนน = ดมี าก
71 – 80 คะแนน = ดี
61 – 70 คะแนน = ปานกลาง
51 – 60 คะแนน
ตา่ กว่าและเทา่ กับ 50 คะแนน = พอใช้
= ควรปรับปรงุ

การประเมินการใชแ้ ผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั ความเหมาะสม ข้อเสนอแนะ
54321

1. เวลาท่ใี ชส้ อน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3. สาระการเรยี นรู้

4. กระบวนการเรยี นรู้

5. การใชส้ ือ่ การเรียนการสอน

6. การวดั ผลประเมินผล

7. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรู้

8. การประเมินด้านคณุ ธรรม จริยธรรม

9. ความสนใจของนักศึกษา

10. ความพอใจของผู้สอน

รวม

ความคดิ เห็นของผ้สู อน

.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................

(นางสาวฉตั รสุดา เพชรรัตน)์

ความคิดเห็นหวั หนา้ แผนกวิชา
.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(……………………………………..)

ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
............................................................................................................................. ................................

ลงช่ือ..................................................
(…………………………)
....

แผนการสอน หนว่ ยที่ 2
ชอื่ วิชา ชีวิตกบั สังคมไทย สอนคร้งั ที่ 3–4
ชือ่ หน่วย โครงสร้างของสังคมและการจัดระเบยี บทางสงั คม ชว่ั โมงรวม 6
ชื่อเรอื่ ง โครงสรา้ งของสังคมและการจดั ระเบยี บทางสงั คม จานวนชว่ั โมง 6

สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของโครงสรา้ งทางสงั คม
2. องค์ประกอบโครงสรา้ งของสงั คม
3. สถาบันทางสังคมท่ีสาคัญ
4. ลักษณะที่สาคัญของโครงสรา้ งสงั คม
5. ความหมายของการจัดระเบียนทางสังคม
6. ระดับของการจดั ระเบียบทางสังคม
7. องค์ประกอบสาคญั ของการจดั ระเบียบทางสังคม

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายของโครงสร้างทางสงั คมได้
2. ยกตวั อย่างองคป์ ระกอบโครงสร้างของสงั คมได้
3. อธบิ ายลักษณะที่สาคญั ของโครงสร้างสงั คมได้
4. ยกตวั อย่างสถาบันทางสงั คมทีส่ าคัญได้
5. อธบิ ายความหมายของการจดั ระเบยี บทางสังคมได้
6. อธิบายระดบั ของการจดั ระเบียบทางสงั คมได้
7. ยกตัวอย่างองค์ประกอบสาคัญของการจดั ระเบียบทางสังคมได้

สาระสาคัญ
สงั คมเปรยี บเสมอื นบ้านซึ่งบา้ นทุกหลังจะต้องมีโครงสร้างของบ้าน สงั คมกต็ อ้ งมโี ครงสรา้ งของ

สงั คมเพ่ือทาให้สงั คมดารงอยู่ได้ โดยการจัดระเบียบทางสังคมซ่ึงเปน็ กลไกสาคัญท่ชี ่วยให้สมาชิกของสังคมอยู่
ร่วมกันได้อยา่ งสันตสิ ขุ บา้ นเมอื งก็จะมีความสงบเรียบร้อยด้วยเชน่ กนั

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนกั เรยี น

ขัน้ นาเขา้ สูบ่ ทเรียน

1. ครูนาเขา้ ส่บู ทเรียนโดยกิจกรรม 2.1 เพ่อื ให้ 1. ตอบคาถามและปฏบิ ตั ิตามกจิ กรรมที่ 2.1

นกั ศึกษาฝกึ การคดิ การประเมินสถานการณ์ 2. ร่วมแสดงความคิดเหน็ เพ่ือวเิ คราะห์ประเมิน

2. ครแู นะนาเนื้อหาและแจง้ ผลการเรยี นท่ี สถานการณจ์ ากคาถาม

คาดหวังของหน่วยท่ี 2 เร่อื งโครงสร้างของสงั คม

และการจัดระเบยี บทางสงั คม

3. นาประเด็นคาถามฝึกการคดิ มาให้นักศึกษา

ร่วมแสดงความคิดเหน็ เพื่อฝึกคดิ การประเมนิ

สถานการณ์

ขัน้ ดาเนินการสอน 1. ศกึ ษาเน้ือหาจากเอกสารประกอบการเรยี น
1. บรรยายเนื้อหาหนว่ ยที่ 2 เร่ืองโครงสร้าง 2. สง่ งานเพื่อตรวจตามกาหนด
3. มพี ัฒนาการด้านการแต่งกายเรยี บร้อยถูกตอ้ ง
ของสงั คมและการจัดระเบียบทางสังคม ตามระเบยี บของสถานศึกษาและคณุ ธรรมด้านอน่ื ๆ
2. ครูสอนเสรมิ เร่อื งคณุ ธรรมจริยธรรมเพอื่ เชน่ ความมวี ินยั การทางานเปน็ ทีม ความรบั ผิดชอบ
เปน็ ต้น
เสริมสร้างคุณลกั ษณะด้านความขยนั หม่นั เพยี ร
อดทน ความซือ่ สัตย์

3. ใหท้ าแบบฝึกหดั หน่วยที่ 2 เรอ่ื งโครงสร้าง
ของสังคมและการจดั ระเบียบทางสงั คม

ขน้ั สรุปการเรยี นการสอน 1. รว่ มสรุปเนอ้ื หาโดยตอบข้อซักถามตามหวั ขอ้ ที่
1. สรุปสาระสาคญั โดยการซักถามนกั ศึกษา ครูกาหนด
2. มอบหมายงานเพื่อจดั ทารายงานจาก
2. นาเสนอผลงานจากกจิ กรรมเสริมทักษะท่ี 2.2 ท่ี
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะท่ี 2.2 ครูมอบหมาย
3. ประเมนิ การเรยี นรู้หลังเรียนหน่วยท่ี 2
3. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 2 เรือ่ ง
เรื่องโครงสร้างของสงั คมและการจัดระเบียบทาง โครงสร้างของสังคมและการจัดระเบียบทางสงั คม
สงั คม

งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม
ก่อนเรยี น
1. ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยกจิ กรรมท่ี 2.1 เพ่ือใหน้ ักศึกษาฝกึ การคิดการประเมนิ สถานการณ์ และครู

แนะนาเนื้อหา
2. ทดสอบความรู้ก่อนเรยี นหน่วยที่ 2 เรอ่ื งโครงสรา้ งของสงั คมและการจัดระเบียบทางสังคม
3. นาประเดน็ คาถามฝึกการคดิ มาให้นักศกึ ษารว่ มแสดงความคิดเห็นเพื่อฝกึ การประเมินสถานการณ์

ขณะเรียน
1. ครบู รรยายเนื้อหาหนว่ ยท่ี 2 เร่ืองโครงสรา้ งของสงั คมและการจดั ระเบียบทางสงั คม นกั ศึกษาจด

บนั ทึกสาระสาคัญของการเรยี นการสอนของครผู ู้สอน
2. แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 2 เรอ่ื งโครงสรา้ งของสังคมและการจดั ระเบียบทางสังคม

สอ่ื การเรียนการสอน และนวัตกรรม
1. เอกสารประกอบการสอนวิชาชีวิตกับสังคมไทย (30000 – 1501)
2. ส่ือนาเสนอ Power Point เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนและหลังเรยี น
4. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 2 เร่อื งโครงสรา้ งของสังคมและการจัดระเบียบทางสังคม
5. กิจกรรมเสริมทักษะการเรยี นรู้ หน่วยท่ี 2 เร่ืองโครงสร้างของสงั คมและการจัดระเบียบทางสังคม

การประเมนิ ผล
กอ่ นเรยี น 1. การประเมินพฤติกรรมจติ พสิ ยั รายบคุ คล และการเช็คการเขา้ เรียนของนักศึกษาลงใน

สมุดบนั ทกึ เวลาเรยี น และประเมินผลการเรยี น
2. การประเมนิ ผลก่อนเรยี น เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป

ขณะเรยี น 1. การสงั เกตและประเมนิ ดา้ นคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์

2. การประเมินผลจากการตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 2 เร่ืองโครงสรา้ งของสังคมและ
การจัดระเบยี บทางสังคม

หลังเรียน 1. ประเมินผลการเรยี นรู้หลงั เรียนเกณฑผ์ า่ น 50% ขึ้นไป
บนั ทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการสอน นักศกึ ษามคี วามเข้าใจเน้อื หาหน่วยท่ี 2 เร่อื งโครงสรา้ งของสังคม
และการจดั ระเบยี บทางสงั คม จากการนาเข้าสู่บทเรียนของครูผ้สู อนโดยการสอบถามจากผู้เรียน หรอื จากการ
ประเมินผลการเรียนรู้

ผลการเรยี นของนักศึกษา นกั ศกึ ษามีความเขา้ ใจการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ของ
ครผู สู้ อน

ผลการสอนของครู ประสทิ ธภิ าพในการสอนของครูไดผ้ ลดี โดยวัดจากการสนทนาซกั ถาม
สาระสาคญั โดยสรุป และนักศึกษาสว่ นใหญ่ตอบคาถามได้และการประเมินผลการเรียนรู้

แบบฝึกหัด
หนว่ ยท่ี 2 โครงสรา้ งของสังคมและการจดั ระเบยี บทางสังคม

คาช้แี จง จงเติมคาในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
1. โครงสร้างทางสังคม หมายถงึ รูปแบบทเ่ี ปน็ ตวั แทนพฤติกรรมของสังคมใดสังคมหนงึ่ หรอื การ
ประพฤตปิ ฏิบัตขิ องแต่ละบคุ คลตอ่ กันและกัน

2. องคป์ ระกอบโครงสร้างของสงั คม ได้แก่ (1) องคก์ ารสงั คม (2) สถาบนั สังคม

3. สถาบันสงั คมมคี วามสาคัญเพราะ เป็นแบบอยา่ งในการคิด ความเชอื่ ค่านิยม อุดมการณ์
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมแกส่ มาชิกในสงั คม

4. บอกช่ือสถาบนั สงั คมมา 4 ขอ้ ( ดุลพินิจผสู้ อน )

1.) สถาบนั ครอบครวั 2.) สถาบันการศึกษา

3.) สถาบนั เศรษฐกิจ 4.) สถาบันการเมือง

5. สถาบันสงั คมทีม่ ีความสาคญั มากทส่ี ุด คือ สถาบนั ครอบครัว

6. สถาบนั ทีเ่ กย่ี วข้องกบั แบบแผนการสนองความต้องการดา้ นการผลติ สินคา้ และบริการทเ่ี ป็น
ปัจจยั ในการดารงชีวติ คือ สถาบนั เศรษฐกจิ

7. สถาบันใดท่เี ปน็ แบบแผนเกยี่ วขอ้ งกบั การสนองความต้องการของสมาชกิ ในการดารงชวี ติ ตาม
กฎระเบยี บของสังคม ควบคุมกลุ่มคนให้อยูใ่ นสงั คมอย่างสงบสุข คือ สถาบนั การเมือง

8. การจัดระเบียบทางสังคม หมายถึง การกาหนดรปู แบบแนวทางการปฏิบตั หิ รือการจัดระบบ
โครงสร้างของสังคมทเ่ี หมาะสม เพอ่ื ความสงบเรียบร้อยของสังคม

9. ยกตวั อย่างการปฏิบัตติ ามวิถีประชาหรือวิถีชาวบ้าน การไหว้ การทกั ทาย การแต่งกายที่
เหมาะสมกบั กาลเทศะ ฯลฯ

10. ยกตวั อย่างคา่ นยิ มของสังคมไทยมา 3 ข้อ

1.) รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์

2.) กตญั ญูต่อบิดา มารดา ครูอาจารย์
3.) มคี วามรบั ผิดชอบต่อตนเองและสังคม
11. สถานภาพของบคุ คลย่อมสอดคลอ้ งกับสิ่งใด บทบาท และหน้าท่ี
12. การขัดเกลาทางสงั คมทาได้โดย การอบรมจากครอบครวั สถานศึกษา วดั กลมุ่ เพอื่ น ฯลฯ
คาชแ้ี จง จงนาอักษรดา้ นขวามาใสน่ ้าข้อความดา้ นซ้ายท่มี ีความสมั พนั ธก์ ัน

___ญ___1.) สถานภาพทต่ี ดิ ตัวมาตัง้ แต่เกิด ก. เป้าหมายเฉพาะตัว
___ฉ___2.) โครงสร้างสงั คม ข. สถาบนั นนั ทนาการ
___ข___3.) สง่ เสริมสขุ ภาพร่างกายและจิตใจ ค. วถิ ชี าวบ้าน
___ฏ___4.) เป้าหมายรวม ง. บทบาท
___ง___5.) แสดงตามสถานภาพ จ. บรรทัดฐาน
___ซ___6.) ขอ้ บงั คับผู้ใดละเมิดมบี ทลงโทษ ฉ. Social Structure
___ฎ___7.) สถานภาพท่ีไดม้ าตามความสามารถ ช. สถานภาพ
___ค___8.) แนวทางการปฏิบตั ิของบุคคลจนเคยชิน ซ. กฎหมาย
___จ___9.) ระเบียบแบบแผนข้อบังคบั ท่ปี ฏิบัตริ ว่ มกนั ฌ. จารตี
___ฌ___10.) ข้อห้ามในการกระทาทม่ี ีกฎศลี ธรรมเก่ยี วข้อง ญ. เพศ อายุ วัย
___ช___11.)ฐานะหรือตาแหน่งทีไ่ ด้จากการเปน็ สมาชกิ สังคม ฎ. แพทย์ วศิ วกร ทนายความ
___ก___12.) ตอ้ งการความรักความสาเรจ็ ฐานะรา่ รวย ฏ. ความปลอดภัย ความสุข
ความเจริญ

ใบงานที่ 2.1
กจิ กรรม ค้นหาสถาบันทางสงั คม
คาช้แี จง จงเตมิ คาในช่องวา่ งให้สมบูรณ์

…………………………………………………………..

…………………………………………………………

…………………………………………………………..

…………………………………………………………..

…………………………………………………………..

…………………………………………………………..

ใบงานท่ี 2.2
กิจกรรม สังคมน่าอยู่
คาช้แี จง ใหน้ ักศึกษาบอกบรรทัดฐาน และสถานภาพทางสังคม

บรรทดั ฐานทาง
สังคม

สถานภาพทาง
สงั คม

ประเมินผลงานกลุ่มโดยครู ใช้เกณฑก์ ารประเมินดงั นี้

ลาดับท่ี รายการประเมนิ ดมี าก เกณฑ์การประเมนิ ปรบั ปรุง
(9-10 ดี ปาน พอใช้ (1-2
คะแนน) (7-8 กลาง (3-4 คะแนน)
คะแนน) (5-6 คะแนน)

คะแนน)

1. มนุษยสมั พนั ธ์ในการทางาน
2. กระบวนการทางานกลุ่ม
3. ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ความร่วมมือในการทางานกล่มุ
5. ความถูกต้องของการวเิ คราะห์
6. การแสดงความคิดเหน็
7. ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ไขปัญหา
8. สาระความรแู้ ละคณุ ประโยชน์

รวมคะแนน

เกณฑ์การประเมิน 81 – 100 คะแนน = ดมี าก
71 – 80 คะแนน = ดี
61 – 70 คะแนน = ปานกลาง
51 – 60 คะแนน
ตา่ กว่าและเทา่ กบั 50 คะแนน = พอใช้
= ควรปรับปรงุ

การประเมนิ การใชแ้ ผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั ความเหมาะสม ขอ้ เสนอแนะ
54321

1. เวลาทีใ่ ชส้ อน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3. สาระการเรยี นรู้

4. กระบวนการเรียนรู้

5. การใชส้ ือ่ การเรียนการสอน

6. การวดั ผลประเมินผล

7. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรู้

8. การประเมินดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม

9. ความสนใจของนักศึกษา

10. ความพอใจของผูส้ อน

รวม

ความคดิ เหน็ ของผูส้ อน

............................................................................................................................. ...............................................

ลงชอ่ื ..................................................

(นางสาวฉัตรสดุ า เพชรรตั น์)

........../................/.........
ความคดิ เหน็ หัวหน้าแผนกวชิ า
.................................................... ......................................................................................................... .............

ลงชอ่ื ..................................................
()

........../................/.........
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
............................................................................................................................. ................................

ลงชือ่ ..................................................
(……………………………..…..………………)

แผนการสอน หนว่ ยที่ 3
ชื่อวิชา ชีวิตกบั สังคมไทย สอนครงั้ ท่ี 5-6
ชอ่ื หน่วย ภมู ิปัญญาไทย ชวั่ โมงรวม 6
ชื่อเรื่อง ภูมปิ ญั ญาไทย จานวนชวั่ โมง 6

สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของภูมิปญั ญาไทย
2. ความสาคญั ของภมู ิปัญญาไทย
3. ประเภทของภูมปิ ัญญาไทย
4. ลักษณะของภูมปิ ญั ญาไทย
5. คุณสมบตั ิของผ้ทู รงภูมปิ ัญญาไทย
6. สาขาภูมปิ ญั ญาไทย
7. ภมู ิปัญญากบั วิถไี ทย 4 ภาค

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของภมู ิปัญญาไทยได้
2. บอกความสาคญั ของภมู ปิ ัญญาไทยได้
3. อธบิ ายประเภทของภูมิปัญญาไทยได้
4. อธบิ ายลกั ษณะของภมู ิปัญญาไทยได้
5. ยกตัวอย่างคุณสมบตั ิของผู้ทรงภมู ปิ ัญญาไทยได้
6. บอกสาขาของภูมปิ ญั ญาไทยได้
7. อธิบายภูมิปญั ญากบั วถิ ีไทย 4 ภาคได้

สาระสาคัญ
ภมู ิปัญญาไทย คือ องคค์ วามรู้ ความคดิ ความเชอื่ ทีบ่ รรพบุรุษถ่ายทอดมาสู่ลูกหลานโดยผา่ น

กระบวนการประดิษฐ์คิดค้น ฝึกฝนจนเกิดทักษะความชานาญ รวมท้งั ประสบการณท์ ส่ี อดคล้องกับการดาเนนิ
ชีวิตแบบวถิ ไี ทย

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนกั เรยี น

ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรยี น

1. ครูนาเข้าสบู่ ทเรยี นโดยกจิ กรรม 3.1 เพือ่ ให้ 1. ตอบคาถามและปฏิบตั ิตามกิจกรรมที่ 3.1

นักศึกษาฝึกการคิดอย่างเปน็ ระบบ การรวบรวม 2. ร่วมแสดงความคดิ เหน็ เพือ่ วิเคราะหป์ ระเดน็

ข้อมูล การจดั หมวดหมู่ คาถามฝึกการคิด

2. ครแู นะนาเน้ือหาและแจง้ ผลการเรยี นท่ี

คาดหวงั ของหน่วยท่ี 3 เรอ่ื งภมู ปิ ญั ญาไทย

3. นาประเดน็ คาถามฝึกการคดิ มาให้นักศึกษา

ร่วมแสดงความคิดเห็น เพ่ือฝกึ การคิดอย่างเปน็

ระบบ การรวบรวมข้อมลู การจัดหมวดหมู่

ขนั้ ดาเนนิ การสอน 1. ศึกษาเน้ือหาจากเอกสารประกอบการเรยี น
1. บรรยายเนอ้ื หาหน่วยที่ 3 เรื่องภูมิปัญญา 2. ส่งงานเพ่ือตรวจตามกาหนด
3. มีพัฒนาการด้านการแต่งกายเรียบร้อย ถกู ต้อง
ไทย ตามระเบยี บของสถานศึกษาและคุณธรรมด้านอ่นื ๆ
2. ครสู อนเสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรมเพอื่ เช่น ความรับผดิ ชอบ ความซื่อสัตย์ ความมนี า้ ใจ
ความมวี นิ ยั เปน็ ตน้
เสริมสรา้ งคุณลกั ษณะด้านระเบียบวนิ ยั ความตรง
ต่อเวลา

3. ให้ทาแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 3 เรอื่ งภมู ิปัญญา
ไทย

ข้ันสรปุ การเรยี นการสอน 1. ร่วมสรปุ เนอ้ื หาโดยตอบข้อซกั ถามตามหวั ขอ้ ที่
1. สรปุ สาระสาคญั โดยการซักถามนกั ศึกษา ครูกาหนด
2. มอบหมายงานเพ่ือจดั ทารายงานจาก
2. นาเสนอผลงานจากกจิ กรรมเสริมทักษะท่ี 3.2
กิจกรรมเสรมิ ทักษะที่ 3.2 และ 3.3 และ 3.3
3. ประเมินการเรยี นรหู้ ลังเรียนหน่วยท่ี 3
3. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 3 เร่ืองภมู ิ
เรอ่ื งภมู ิปญั ญาไทย ปญั ญาไทย

งานทีม่ อบหมายหรอื กจิ กรรม
กอ่ นเรยี น
1. ครนู าเขา้ สบู่ ทเรียนโดยกจิ กรรมที่ 3.1 เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษาฝึกการคิดอยา่ งเปน็ ระบบ การรวบรวม

ขอ้ มลู การจดั หมวดหมู่ และครูแนะนาเนื้อหา
2. ทดสอบความรู้กอ่ นเรียนหนว่ ยที่ 3 เร่อื งภมู ปิ ัญญาไทย
3. ครนู าประเดน็ คาถามฝกึ การคิดมาให้นกั ศึกษาร่วมแสดงความคิดเหน็ เพ่อื ฝกึ การคดิ อย่างเป็นระบบ

การรวบรวมข้อมูล การจดั หมวดหมู่
ขณะเรยี น
1. ครูบรรยายเนอื้ หาหน่วยที่ 3 เร่อื งภูมิปัญญาไทย นกั ศึกษาบนั ทกึ สาระสาคัญของการเรียนการ

สอนของครู
2. แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 3 เรื่องภูมปิ ญั ญาไทย

ส่ือการเรยี นการสอน และนวตั กรรม
1. เอกสารประกอบการสอนวิชาชวี ติ กบั สังคมไทย (30000 – 1501)
2. ส่ือนาเสนอ Power Point เครื่องคอมพวิ เตอรแ์ ละเครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร์
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้กอ่ นและหลงั เรยี น
4. แบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 3 เรอ่ื งภมู ิปัญญาไทย
5. กจิ กรรมเสรมิ ทักษะการเรยี นรหู้ น่วยที่ 3 เร่อื งภมู ปิ ัญญาไทย

การประเมินผล
ก่อนเรียน 1. การประเมนิ พฤติกรรมจติ พสิ ยั รายบุคคล และเช็คการเข้าเรียนของนกั ศกึ ษาลงในสมุด

บนั ทกึ เวลาเรยี น และประเมินผลการเรียน
2. การประเมินผลก่อนเรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป

ขณะเรยี น 1. การสังเกตและประเมนิ ดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
2. การประเมินผลจากการตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 3 เรื่องภูมิปญั ญาไทย

หลังเรยี น 1. ประเมนิ ผลการเรียนร้หู ลังเรยี นเกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป
บันทึกหลังการสอน

ผลการใชแ้ ผนการสอน นักศึกษามีความเข้าใจเนื้อหาหน่วยที่ 3 เรอ่ื งภมู ิปญั ญาไทย
จากการนาเข้าสู่บทเรียนของครูผสู้ อนโดยการสอบถามจากผู้เรียน หรือจากการประเมินผลการเรียนรู้

ผลการเรียนของนักศึกษา นักศึกษามีความเข้าใจการจดั ประสบการณ์การเรียนรขู้ อง
ครผู สู้ อน

ผลการสอนของครู ประสทิ ธิภาพในการสอนของครูได้ผลดี โดยวัดจากการซักถาม
สาระสาคัญโดยสรปุ และนักศึกษาสว่ นใหญต่ อบคาถามไดแ้ ละการประเมินผลการเรยี นรู้

แบบฝกึ หดั
หน่วยที่ 3 ภมู ปิ ัญญาไทย
คาชแี้ จง จงเตมิ คาลงในช่องว่างใหส้ มบูรณ์

1 . ภูมปิ ัญญา (wisdom) หมายถงึ อะไร
ความรู้ความสามารถ ความเชื่อ ความสามารถทางพฤติกรรมและความสามารถในการแก้ปัญหา
ของมนุษย์ และ ( ดุลยพนิ จิ ของผสู้ อน)

2. ภมู ปิ ญั ญาสมยั สุโขทยั ไดแ้ ก่
1. ศิลาจาลกึ ตัวอักษรไทย
2. การประดิษฐ์กระทง

3. วรรณกรรมไทย ได้แก่
1. รามเกียรติ์ (ดุลพนิ จิ ผู้สอน)
2..เพลงพ้ืนฐาน โคลงฉันท์กาพย์กลอน (ดุลพนิ ิจผสู้ อน)

4 . บคุ คลทีอ่ งค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ (ยเู นสโก)้ ยกย่องให้
เปน็ กวเี อกของโลก คือ สนุ ทรภู่
5. ภูมิปญั ญาไทยที่ผลิตจากไม้ไผ่ ไดแ้ ก่

1. กระบงุ
2. ตระกร้า
3..ไซดกั ปลา
4.ชะลอม ฯลฯ
6. จงยกตวั อยา่ งภมู ิปญั ญาไทย ภูมปิ ญั ญาพืน้ บา้ น หรอื ภมู ปิ ญั ญาชาวบ้านทงั้ 4 ภาคของไทย
ที่นักศกึ ษารูจ้ ัก ได้แก่
ภาคเหนอื การทาร่มบอ่ สร้าง
ภาคกลาง การจกั สาน
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ การทอ้ ผา้ ฝ้าย ผ้าไหม
ภาคใต้ อาหารปกั ษใ์ ต้ ฯลฯ
7. การแพทย์แผนไทย หมายถงึ

ความสามารถในการดูแลป้องกันรักษาสุขภาพอนามยั ของคนในครอบครัว ชมุ ชน โดยอาศัย
ธรรมชาติ ทเ่ี รยี กวา่ ปัจจัย 4 เช่น ยารกั ษาโรคจากพืชสมุนไพรพนื้ บ้าน เป็นตน้

8. ภมู ปิ ญั ญาไทยดา้ นการถนอมอาหาร ไดแ้ ก่
1. การดอง การเช่ือม หลน
2. การตากแหง้ รมควนั

9. จงยกตัวอย่างอาหารผกั หรือผลไมภ้ าคเหนือ ไดแ้ ก่
1. สตอเบอรรี่ สาล่ี
2. ลูกพลับ แอปเปิ้ล
3. บลอ็ กเคอร่ี

10 จงยกตวั อยา่ งภูมปิ ญั ญาภาคใต้ ได้แก่
1. เรอื กอแระ
2. อาหารปกั ษ์ใต้
3. ผ้าทอเกาะยอ ผ้าปาเต๊ะ
4. การใช้ภาษาใต้ เรอื นไทยหลังคาปั้นหยา
5. ขนมลา

ใบงานที่ 3.1
กิจกรรม สาขาของภูมิปญั ญาไทย
คาชแ้ี จง ให้นักศกึ ษาเติมช่อื สาขาของภูมิปัญญาไทย

ศิลปกรรม เกษตรกรรม
กองทุนและ
ธุรกิจชุมชน หตั ถกรรม

การจดั การองคก์ ร ภูมิปัญญาไทย การแพทยแ์ ผนไทย

สวสั ดิการ การจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติ

และส่ิงแวดลอ้ ม

ภาษาและ ศาสนาและ
วรรณกรรม ประเพณี

ใบงานที่ 3.2
กจิ กรรม ภมู ปิ ัญญาน่ารู้
คาชแ้ี จง ให้นกั ศกึ ษานาภาพภูมิปัญญาไทยท่ีสนใจมาติดลงในกรอบ

ภาพท่ี 1. ........................................ ภาพท่ี 2...................................................
....................................................... ………………………………………...
…………………………………... ………………………………………..
………………………………….. ………………………………………..
………………………………….. ………………………………………..
…………………………………. ………………………………………..
.......................................... ………………………………………...
…………………………………... ………………………………………..
………………………………….. ………………………………………..
………………………………….. ………………………………………..
…………………………………. ………………………………………..

ใบงานท่ี 3.3
กิจกรรม มหศั จรรย์สมุนไพรไทย
คาชแ้ี จง จงเติมช่อื สมนุ ไพรไทยลงในชอ่ งว่าง

ประโยชน์…………………..
……………………………...

ประโยชน์………………….. สรรพคณุ …………………..
……………………………... สรรพคณุ …………………..
ใช้รักษาโรค………………
……………………………..

……………………………...

สมุนไพรไทย

……………………………...

ใชร้ ักษาโรค………………

……………………………...

ประเมินผลงานกลุ่มโดยครู ใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ดงั นี้

ลาดับที่ รายการประเมิน ดมี าก เกณฑ์การประเมิน ปรบั ปรุง
(9-10 ดี ปาน พอใช้ (1-2
คะแนน) (7-8 กลาง (3-4 คะแนน)
คะแนน) (5-6 คะแนน)

คะแนน)

1. มนุษยสัมพันธ์ในการทางาน
2. กระบวนการทางานกลมุ่
3. ความรับผดิ ชอบในการทางาน
4. ความร่วมมอื ในการทางานกล่มุ
5. ความถูกตอ้ งของการวเิ คราะห์
6. การแสดงความคดิ เหน็
7. ปฏภิ าณไหวพริบ การแกไ้ ขปัญหา
8. สาระความร้แู ละคณุ ประโยชน์

รวมคะแนน

เกณฑ์การประเมิน 81 – 100 คะแนน = ดีมาก
71 – 80 คะแนน = ดี
61 – 70 คะแนน = ปานกลาง
51 – 60 คะแนน
ต่ากว่าและเท่ากบั 50 คะแนน = พอใช้
= ควรปรบั ปรงุ

การประเมนิ การใช้แผนการสอน

รายการประเมนิ ระดบั ความเหมาะสม ข้อเสนอแนะ
54321

1. เวลาที่ใชส้ อน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3. สาระการเรยี นรู้

4. กระบวนการเรยี นรู้

5. การใชส้ ่อื การเรยี นการสอน

6. การวดั ผลประเมนิ ผล

7. ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรู้

8. การประเมินดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม

9. ความสนใจของนักศึกษา

10. ความพอใจของผสู้ อน

รวม

ความคดิ เหน็ ของผสู้ อน

.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ..................................................

(นางสาวฉัตรสุดา เพชรรตั น์)

ความคิดเหน็ หวั หนา้ แผนกวิชา
............................................................................................................................. ................................

ลงชอ่ื ..................................................
()

ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ
....................................................................................................................................................... ......

ลงชอ่ื ..................................................
(…………………………………………………)

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 4
ชอ่ื วิชา ชีวติ กบั สังคมไทย สอนครง้ั ที่ 7
ชื่อหน่วย หลักธรรมาภิบาลกบั สังคมไทย ช่วั โมงรวม 3
ชอื่ เรือ่ ง หลกั ธรรมาภบิ าลกับสังคมไทย จานวนชว่ั โมง 3

สาระการเรียนรู้
1. ความเป็นมาของหลักธรรมาภิบาล
2. ความหมายของหลกั ธรรมาภิบาล
3. ความสาคญั ของธรรมาภิบาล
4. องคป์ ระกอบของหลักธรรมาภบิ าล
5. การประยุกต์ใช้หลกั ธรรมาภิบาลในการบริหาร
6. กลยทุ ธ์ในการสรา้ งการบรหิ ารจัดการทดี่ ี

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความเป็นมาของหลักธรรมาภบิ าลได้
2. บอกความหมายของหลักธรรมาภิบาลได้
3. อธิบายความสาคญั ของหลกั ธรรมาภบิ าลในองคก์ รได้
4. ยกตวั อย่างองค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาลได้
5. ยกตัวอย่างการประยกุ ต์ใชห้ ลักธรรมาภิบาลในการบรหิ ารได้
6. บอกกลยทุ ธ์ในการสร้างการบรหิ ารจัดการที่ดไี ด้

สาระสาคัญ

หลักธรรมาภบิ าล คอื กระบวนการในการบริหารจดั การราชการแผน่ ดินที่ดี มปี ระสทิ ธิภาพ เปน็
ธรรมมคี วามโปรง่ ใส สามารถประสานประโยชน์และแก้ปัญหาข้อขัดแยง้ ด้วยสนั ตวิ ิธี สกู่ ารพฒั นาสังคมและ
ประเทศชาติอยา่ งย่ังยืน

กิจกรรมการเรียนการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของนักเรียน

ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น

1. ครนู าเขา้ สู่บทเรยี นโดยกจิ กรรม 4.1 เพือ่ ให้ 1. ตอบคาถามและปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 4.1

นักศึกษาฝึกการคดิ วิเคราะหโ์ ดยใช้กระบวนการคดิ 2. รว่ มแสดงความคดิ เห็นเพอื่ ฝึกการวิเคราะห์

2. ครแู นะนาเนื้อหาและแจ้งผลการเรียนท่ี ประเด็นคาถาม

คาดหวงั ของหนว่ ยที่ 4 เรอ่ื งหลักธรรมาภิบาลใน

องค์กร

3. ครูนาประเด็นคาถามฝึกการคิดวิเคราะห์มา

ใหน้ กั ศึกษาร่วมแสดงความคิดเหน็ ในการคิด

วเิ คราะห์

ขนั้ ดาเนนิ การสอน 1. ศกึ ษาเนื้อหาจากเอกสารประกอบการเรียน
1. บรรยายเนื้อหาหน่วยที่ 4 เรื่องหลัก 2. สง่ งานเพ่ือตรวจตามกาหนด
3. มพี ัฒนาการด้านการแตง่ กายเรียบร้อย ถูกต้อง
ธรรมภิบาลในองค์กร ตามระเบียบของสถานศึกษาและคุณธรรมด้านอ่นื ๆ เชน่
2. ครูสอนเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรมเพ่ือ การตรงต่อเวลา ความรบั ผิดชอบ ความซ่ือสัตย์ เปน็ ต้น

เสริมสรา้ งคุณลกั ษณะด้านระเบียบวนิ ยั
3. ทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 4 เร่ืองหลัก

ธรรมาภบิ าลในองค์กร

ขัน้ สรุปการเรยี นการสอน 1. รว่ มสรุปเนือ้ หาโดยตอบขอ้ ซักถามตามหวั ข้อที่ครู
1. สรปุ สาระสาคญั โดยการซักถามนกั ศึกษา กาหนด
2. มอบหมายงานเพ่ือจัดทารายงานจาก
2. นาเสนอผลงานจากกจิ กรรมเสริมทักษะที่ 4.2 ที่
กจิ กรรมเสริมทกั ษะการเรยี นรู้ที่ 4.2 ครผู ู้สอนมอบหมาย
3. ประเมินการเรียนรู้หลังเรยี นหนว่ ยท่ี 4
3. ทาแบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยที่ 4 เรื่องหลัก
เรอ่ื งหลกั ธรรมาภบิ าลในองค์กร ธรรมาภบิ าลในองค์กร

งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรม
กอ่ นเรยี น
1. ครูนาเข้าสบู่ ทเรยี นโดยกจิ กรรมที่ 4.1 เพอื่ ให้นักศึกษาฝกึ การคดิ วเิ คราะหโ์ ดยใชก้ ระบวนการคดิ

และครแู นะนาเนื้อหา
2. ทดสอบความรู้ก่อนเรยี นหนว่ ยท่ี 4 เรื่องหลกั ธรรมาภบิ าลในองค์กร
3. ครูนาประเด็นคาถามฝึกการคิดมาให้นกั ศึกษาร่วมแสดงความคดิ เหน็ เพือ่ ฝกึ การคดิ วิเคราะหโ์ ดยใช้

กระบวนการคิด
ขณะเรยี น
1. ครูบรรยายเนื้อหาหนว่ ยท่ี 4 เรื่องหลกั ธรรมาภบิ าลในองค์กร นกั ศึกษาบนั ทกึ สาระสาคัญของการ

เรยี นการสอนของครูผสู้ อน
2. แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 4 เรอื่ งหลักธรรมาภบิ าลในองค์กร

สอื่ การเรียนการสอน และนวตั กรรม
1. เอกสารประกอบการสอนวิชาชวี ติ กับสงั คมไทย (30000 – 1501)
2. สอ่ื นาเสนอ Power Point เครอื่ งคอมพิวเตอร์และเคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ นและหลังเรยี น
4. แบบฝึกหัดหน่วยที่ 4 เรื่องหลกั ธรรมาภิบาลในองค์กร
5. กิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 4 เร่ืองหลกั ธรรมาภบิ าลในองค์กร

การประเมินผล
ก่อนเรียน 1. การประเมนิ พฤติกรรมจติ พสิ ยั รายบุคคล และการเชค็ การเข้าเรียนของนักศึกษาลงใน

สมุดบนั ทกึ เวลาเรียน และประเมนิ ผลการเรยี น
2. การประเมนิ ผลก่อนเรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ข้นึ ไป

ขณะเรยี น 1. การสงั เกตและประเมินดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์

2. การประเมนิ ผลจากการตรวจแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4 เรอื่ งหลกั ธรรมาภิบาลใน
องค์กร

หลงั เรียน 1. ประเมินผลการเรียนรู้หลงั เรียนเกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
บันทกึ หลังการสอน

ผลการใชแ้ ผนการสอน นกั ศกึ ษามีความเข้าใจเนื้อหาหน่วยที่ 4 เรือ่ งหลกั ธรรมาภิบาลใน
องค์กร จากการนาเขา้ สู่บทเรยี นของครูผสู้ อนโดยการสอบถามจากผู้เรยี น หรือจากการประเมนิ ผลการเรียนรู้

ผลการเรียนของนักศึกษา นักศึกษามคี วามเข้าใจการจดั ประสบการณ์การเรียนรขู้ อง
ครูผู้สอน

ผลการสอนของครู ประสทิ ธิภาพในการสอนของครูได้ผลดี โดยวัดจากการซักถาม
สาระสาคัญโดยสรุปและนักศึกษาสว่ นใหญ่ตอบคาถามได้ และการประเมินผลการเรียนรู้

แบบฝึกหดั
หน่วยที่ 4 หลักธรรมาภบิ าลในองค์กร
คาชีแ้ จง จงเตมิ คาลงในช่องวา่ งให้สมบูรณ์
1. หลักธรรมาภบิ าล หมายถงึ การปกครอง การบริหาร การจดั การ การควบคุมดูแลกจิ การต่างๆ ตาม
ทานองคลองธรรม หรือ การบรหิ ารจัดการทด่ี ี มีความชอบธรรม ตรวจสอบได้
2. แนวคิดหลักธรรมาภบิ าล เกดิ ขึน้ จากสาเหตุใด
1. ข้อสรปุ ขององค์การให้ความชว่ ยเหลือของธนาคาร
2. องค์การพัฒนาสหประชาชาติ
3. องคก์ ารเพ่ือความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ และการพฒั นา
3. หลกั ธรรมาภิบาลมีความสาคญั เพราะ
1. มกี ารปรับวิธีคิด วิธกี ารบรหิ ารใหม่
2. เป็นหลักเกณฑ์การปกครองตามวถิ ธี รรมาธปิ ไตย
3. มีกฎเกณฑ์ท่ดี ใี นการบารงุ รกั ษาบ้านเมอื งและสังคมท่ีเป็นธรรม
4. หลกั ธรรมาภบิ าลมีองคป์ ระกอบ 6 ประการ คือ
1. หลกั นติ ธิ รรม
2. หลักความโปร่งใส
3. .หลกั การมสี ว่ นรว่ ม
4. หลักความรบั ผิดชอบ
5. หลกั ความคุ้มค่า
6. หลกั คณุ ธรรม
5. ท่านมีวิธีการนาหลกั ธรรมาภิบาลมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ดลุ พนิ จิ ผู้สอน
6. นักศึกษาในฐานะประชาชนคนไทยควร ควรมีส่วนรว่ มสร้างหลักธรรมาภบิ าลอย่างไรบา้ ง
ศกึ ษาหาความสูเ้ พื่อให้เกิดความรูค้ วามเข้าใจ มีจิตสานกึ ในสิทธหิ นา้ ที่ทงั้ ต่อตนเอง ชมุ ชน
สังคม ปฏิบัตติ นตามคา่ นิยมทีด่ ขี องสงั คม ฯลฯ
7. ภาครัฐควรมีสว่ นดาเนนิ การเก่ยี วกบั หลักธรรมาภบิ าลอยา่ งไร
ควรมีการปฏริ ปู บทบาทหนา้ ท่ี โครงสร้างและกระบวนการทางานของหน่วยงานรวมทงั้ กลไก
การบรหิ ารการจัดการทรัพยากร อย่างมีประสทิ ธิภาพ อยา่ งโปร่งใส ซอ่ื ตรง เป็นธรรม ตรวจสอบ
ได้

8. ภาคเอกชน ควรดาเนนิ การเกยี่ วกับหลักธรรมาภิบาลอยา่ งไร
ตอ้ งมกี ารปฏิรูปและกาหนดกตกิ าในหน่วยงานภาคธรุ กจิ เอกชน เชน่ บริษัท หา้ งหุ้นส่วน
การทางานทโ่ี ปร่งใส ซือ่ ตรง เปน็ ธรรมต่อลกู ค้า มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและสงั คม
9. ยกตวั อยา่ งความรบั ผิดชอบที่นกั ศึกษาปฏิบัติ ดลุ พนิ จิ ผู้สอน

10. ท่านมีวธิ ีการสรา้ งหลักธรรมาภบิ าลในองค์กรแบบย่ังยืนได้อย่างไร
1. ดลุ พนิ จิ ผู้สอน
2……………….
3……………….

ใบงานท่ี 4.1
กจิ กรรม องค์ประกอบของหลกั ธรรมาภิบาล
คาช้แี จง จงเตมิ คาลงในช่องว่างใหส้ มบรู ณ์

องค์ประกอบของ
หลกั ธรรมาภิบาล

ใบงานที่ 4.2
กจิ กรรม การสร้างหลักธรรมาภบิ าล
คาชแ้ี จง จงเตมิ คาลงในช่องว่างใหส้ มบรู ณ์

การสร้างหลกั ธรรมาภบิ าล
ในองค์กรอย่างยงั ยืน

ประเมินผลงานกลุ่มโดยครู ใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ดงั นี้

ลาดับที่ รายการประเมิน ดมี าก เกณฑ์การประเมิน ปรบั ปรุง
(9-10 ดี ปาน พอใช้ (1-2
คะแนน) (7-8 กลาง (3-4 คะแนน)
คะแนน) (5-6 คะแนน)

คะแนน)

1. มนุษยสัมพันธ์ในการทางาน
2. กระบวนการทางานกลมุ่
3. ความรับผดิ ชอบในการทางาน
4. ความร่วมมอื ในการทางานกล่มุ
5. ความถูกตอ้ งของการวเิ คราะห์
6. การแสดงความคดิ เหน็
7. ปฏภิ าณไหวพริบ การแกไ้ ขปัญหา
8. สาระความร้แู ละคณุ ประโยชน์

รวมคะแนน

เกณฑ์การประเมิน 81 – 100 คะแนน = ดีมาก
71 – 80 คะแนน = ดี
61 – 70 คะแนน = ปานกลาง
51 – 60 คะแนน
ต่ากว่าและเท่ากบั 50 คะแนน = พอใช้
= ควรปรบั ปรงุ

การประเมนิ การใช้แผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั ความเหมาะสม ขอ้ เสนอแนะ
54321

1. เวลาทีใ่ ช้สอน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3. สาระการเรยี นรู้

4. กระบวนการเรียนรู้

5. การใชส้ ือ่ การเรียนการสอน

6. การวัดผลประเมินผล

7. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรู้

8. การประเมนิ ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม

9. ความสนใจของนักศกึ ษา

10. ความพอใจของผู้สอน

รวม

ความคิดเหน็ ของผู้สอน

............................................................................................................................. ................................

ลงชอ่ื ..................................................

(นางสาวฉัตรสุดา เพชรรัตน์)

ความคิดเห็นหวั หนา้ แผนกวชิ า
.......................................................................................................... ...................................................

ลงช่อื ..................................................
()

ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ
............................................................................................................................. ................................

ลงชอื่ ..................................................
(………………………………………..………)

แผนการสอน หนว่ ยที่ 5
ช่อื วิชา ชีวติ กบั สังคมไทย สอนคร้งั ท่ี 8
ชอ่ื หน่วย หลักธรรมเพื่อพฒั นางาน พฒั นาคนและสงั คม ชวั่ โมงรวม 3
ช่ือเรื่อง หลักธรรมเพื่อพัฒนางาน พัฒนาคนและสังคม จานวนชว่ั โมง 3

สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของศาสนา
2. ความสาคัญของศาสนา
3. สาเหตุของการเกดิ ศาสนา
4. ลกั ษณะสาคัญของศาสนา
5. องค์ประกอบของศาสนา
6. หลกั ธรรมสาคัญของพระพทุ ธศาสนา
7. การนาหลกั ธรรมทางศาสนาไปประยกุ ต์ใช้เพ่ือพฒั นางาน พัฒนาคนและสังคม

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของศาสนาได้
2. บอกความสาคญั ของศาสนาได้
3. ยกตวั อย่างสาเหตุของการเกดิ ศาสนาได้
4. อธิบายลักษณะสาคัญของศาสนาได้
5. ยกตวั อย่างองค์ประกอบของศาสนาได้
6. อธิบายหลักธรรมสาคัญของพระพทุ ธศาสนาได้
7. ยกตวั อย่างการนาหลกั ธรรมทางศาสนาไปประยุกตใ์ ช้เพื่อพัฒนางาน พฒั นาคนและสงั คมได้

สาระสาคัญ
หลักธรรมคาสอนทางศาสนามีความสาคัญยิ่ง ถือเป็นหัวใจหรอื แกน่ แท้ที่ศาสนิกชนใชเ้ ป็นเครือ่ งยึด

เหน่ียวจติ ใจ และสามารถนามาใช้ในการดาเนินชวี ติ ไดอ้ ย่างแท้จรงิ ก่อให้เกิดความสขุ ความเจรญิ ความสงบ
ร่มเย็น ความสาเร็จในการเรยี นการทางาน และการดารงชวี ิตไดอ้ ย่างมั่นคงปลอดภยั แกต่ นเอง ชุมชน สังคม
ประเทศชาติและประชาคมโลกอยา่ งยั่งยืน

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนกั เรียน

ขัน้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน

1. ครนู าเข้าสูบ่ ทเรยี นโดยกิจกรรม 5.1 เพ่อื ให้ 1. ตอบคาถามและปฏบิ ัติตามกิจกรรมที่ 5.1

นักศกึ ษาฝึกการคิดอยา่ งเป็นระบบ 2. ร่วมแสดงความคิดเหน็ เพ่อื วิเคราะหป์ ระเดน็

2. ครแู นะนาเนื้อหาและแจง้ ผลการเรียนที่ คาถามฝึกการคดิ

คาดหวงั ของหน่วยที่ 5 เร่อื งหลักธรรมเพอ่ื พฒั นา

งาน พฒั นาคนและสงั คม

3. ครนู าประเด็นคาถามฝกึ การคิดมาให้

นกั ศกึ ษารว่ มแสดงความคดิ เห็นเพื่อฝกึ การคิดอย่าง

เปน็ ระบบ

ข้ันดาเนนิ การสอน 1. ศึกษาเนื้อหาจากเอกสารประกอบการเรียน
1. บรรยายเน้ือหาหนว่ ยท่ี 5 เรื่องหลกั ธรรม 2. สง่ งานเพ่อื ตรวจตามกาหนด
3. มพี ัฒนาการด้านการแตง่ กายเรียบร้อย ถกู ต้อง
เพอ่ื พฒั นางาน พัฒนาคนและสังคม ตามระเบียบของสถานศึกษาและคณุ ธรรมด้านอื่นๆ
2. ครสู อนเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรมเพ่ือ เชน่ ความซ่ือสัตย์สุจริต ความตรงตอ่ เวลา ความ
รับผดิ ชอบ เป็นตน้
เสริมสร้างคณุ ลักษณะดา้ นความมรี ะเบียบวนิ ัย
3. ทาแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 5 เรอ่ื งหลักธรรม

เพื่อพฒั นางาน พฒั นาคนและสังคม

ข้ันสรุปการเรียนการสอน 1. ร่วมสรปุ เนื้อหาโดยตอบข้อซักถามตามหวั ข้อท่ี
1. สรปุ สาระสาคญั โดยการซักถามนักศึกษา ครูกาหนด
2. มอบหมายงานเพ่ือจดั ทารายงานจาก
2. นาเสนอผลงานจากกิจกรรมเสรมิ ทักษะท่ี 5.2,
กจิ กรรมเสริมทักษะการเรียนร้ทู ี่ 5.2, 5.3 5.3 ทคี่ รูผู้สอนมอบหมาย
3. ประเมินการเรยี นรู้หลังเรียนหนว่ ยที่ 5
3. ทาแบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยท่ี 5 เร่ือง
เรือ่ งหลักธรรมเพือ่ พฒั นางาน พฒั นาคนและสงั คม หลักธรรมเพ่ือพฒั นางาน พฒั นาคนและสังคม

งานท่มี อบหมายหรอื กิจกรรม
ก่อนเรียน
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรยี นโดยกิจกรรมท่ี 5.1 เพือ่ ให้นกั ศกึ ษาฝกึ การคิดอย่างเปน็ ระบบ และครแู นะนา

เนื้อหา
2. ทดสอบความรู้ก่อนเรยี นหนว่ ยที่ 5 เรอ่ื งหลักธรรมเพือ่ พัฒนางาน พฒั นาคนและสงั คม
3. โดยนาประเด็นคาถามฝึกการคดิ มาให้นักศึกษารว่ มแสดงความคดิ เห็นเพ่ือฝึกความคดิ อย่างเปน็

ระบบ
ขณะเรยี น
1. ครบู รรยายเนือ้ หาหน่วยท่ี 5 เรอื่ งหลักธรรมเพื่อพัฒนางาน พฒั นาคนและสงั คม นกั ศึกษาจด

บนั ทกึ สาระสาคญั ของการเรียนการสอนของครผู ้สู อน
2. แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 5 เรื่องหลักธรรมเพอ่ื พฒั นางาน พฒั นาคนและสงั คม

ส่ือการเรียนการสอน และนวัตกรรม
1. เอกสารประกอบการสอนวิชาชวี ิตกับสังคมไทย (30000 – 1501)
2. ส่อื นาเสนอ Power Point เครือ่ งคอมพวิ เตอร์และเคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ อ่ นและหลังเรียน
4. แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 5 เรอื่ งหลักธรรมเพ่ือพฒั นางาน พัฒนาคนและสังคม

การประเมนิ ผล
ก่อนเรยี น 1. การประเมนิ พฤติกรรมจิตพสิ ัยรายบคุ คล และการเช็คการเข้าเรียนของนักศึกษาลงใน

สมดุ บนั ทกึ เวลาเรียน และประเมินผลการเรียน
2. การประเมินผลก่อนเรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป

ขณะเรยี น 1. การสังเกตและประเมนิ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
2. การประเมนิ ผลจากการตรวจแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 5 เรือ่ งหลักธรรมเพอ่ื พัฒนางาน

พฒั นาคนและสังคม
หลงั เรยี น 1. ประเมินผลการเรียนรหู้ ลังเรียนเกณฑ์ผ่าน 50% ขนึ้ ไป
บันทึกหลังการสอน
ผลการใช้แผนการสอน นกั ศึกษามคี วามเข้าใจเนอื้ หาหน่วยท่ี 5 เร่ืองหลกั ธรรมเพื่อพัฒนา

งาน พฒั นาคนและสงั คม จากการนาเขา้ สบู่ ทเรียนของครูผู้สอนโดยการสอบถามจากผูเ้ รียน หรือจากการ
ประเมินผลการเรยี นรู้

ผลการเรียนของนักศกึ ษา นกั ศึกษามคี วามเข้าใจการจดั ประสบการณ์การเรยี นรขู้ อง
ครูผสู้ อน

ผลการสอนของครู ประสทิ ธิภาพในการสอนของครูได้ผลดี โดยวัดจากการซกั ถาม
สาระสาคญั โดยสรุปและนักศึกษาส่วนใหญต่ อบคาถามได้ และการประเมินผลการเรียนรู้

แบบฝึกหัด
หน่วยที่ 5 หลักธรรมเพื่อพัฒนางาน พัฒนาคนและสงั คม

คาช้แี จง จงเติมคาลงในช่องวา่ งใหส้ มบูรณ์

1. พระพุทธศาสนากาเนดิ ข้ึนท่ใี ด…....ปัจจบุ ันอย่ใู นประเทศอะไร ชมพทู วปี , อนิ เดีย เนปาล
2. พระศาสดาของศาสนาพทุ ธคอื พระพทุ ธเจา้
3. พระธรรมคาสง่ั สอนในศาสนาพุทธ มกี ารรวบรวมไว้ใน พระไตรปฎิ ก
4. หลกั ธรรมอันเป็นหวั ใจหรือแกน่ ของศาสนาพทุ ธ คือ อรยิ สัจ 4
5. ทกุ ศาสนามีจดุ มุ่งหมายเดียวกัน คือ ให้ทกุ คนเป็นคนดี
6. ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงครงั้ แรก เรยี กว่า ธมั มจักกัปปวัตนสูตร
7. พระสงฆอ์ งคแ์ รกในพระพุทธศาสนา คอื โกณฑัญญะ
8. อริยสจั 4 ประกอบดว้ ย 1.ทกุ ข์ 2. สมุทยั 3.นโิ รธ 4. มรรค
9. หลกั ธรรมของผู้เป็นใหญ่หรือผปู้ กครองบา้ นเมือง คอื พรหมวิหาร 4
10. หลกั ธรรมแห่งความสาเรจ็ เรียกวา่ อทิ ธบิ าท 4
11. ฉนั ทะ หมายถึง ความพอใจในสงิ่ ทม่ี ีอยหู่ รือทาอยู่ รกั ในงานท่ีทา
12. หลกั ธรรมแหง่ ความสามคั คี เรียกวา่ สาราณยี ธรรม 6
13. เมตตามโนกรรม หมายถงึ การคิดดี ทาดี ปราถนาใหผ้ ูอ้ นื่ มคี วามสขุ
14. สาธารณโภคี หมายถงึ การรจู้ ักแบ่งปันชว่ ยเหลือ ไมเ่ อาเปรียบผ้อู ่นื
15. สีลสามญั ญตา หมายถึง การประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเปน็ คนดี มศี ลี ธรรมประจาใจ
คาชแ้ี จง จงนาตัวอกั ษรทางขวา มาใส่ดา้ นซ้ายมือทม่ี ีความสัมพันธ์กนั

ฉ 1. หลกั ธรรมทเี่ ป็นหัวใจของพระพทุ ธศาสนา ก. ธัมมจกั กปั ปวตั นสูตร
ง 2. ชมพทู วีป ข. พรหมวิหาร 4
ฌ 3. พระพทุ ธเจ้า ค. ความไมส่ บายทงั้ ร่างกายและจติ ใจ
ก 4. ปฐมเทศนา ง. อินเดีย
ข 5. ธรรมของผเู้ ป็นใหญ่ผบู้ รหิ าร จ. อทิ ธบิ าท 4
ช 6. สาราณยี ธรรม ฉ. อริยะสจั 4
ญ 7. เวทนา ช. ธรรมอนั เป็นเครื่องระลกึ ถงึ กัน
จ 8. ธรรมท่ีทาใหป้ ระสบความสาเรจ็ ซ. ความเพยี รพยายามไมย่ อ่ ทอ้
ค 9. ทกุ ข์ ณ. ศาสดาของศาสนาพุทธ
ซ 10. วิรยิ ะ ญ. ความรู้สึกที่เกิดขึน้ จากประสามสมั ผัส

(ตา หู จมูก ล้ิน กาย และใจ

ใบงานท่ี 5.2
กจิ กรรม หลกั ธรรมรวมมติ ร
คาชี้แจง จงเติมข้อความลงในช่องว่างให้สมบูรณ์

ใบงานท่ี 5.3
กจิ กรรม หลักธรรมหลักชยั
คาชี้แจง จงเติมข้อความลงในช่องว่างใหส้ มบูรณ์

ประเมินผลงานกลุ่มโดยครู ใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ดงั นี้

ลาดับที่ รายการประเมิน ดมี าก เกณฑ์การประเมนิ ปรบั ปรุง
(9-10 ดี ปาน พอใช้ (1-2
คะแนน) (7-8 กลาง (3-4 คะแนน)
คะแนน) (5-6 คะแนน)

คะแนน)

1. มนุษยสัมพันธ์ในการทางาน
2. กระบวนการทางานกลมุ่
3. ความรับผดิ ชอบในการทางาน
4. ความร่วมมอื ในการทางานกล่มุ
5. ความถูกตอ้ งของการวเิ คราะห์
6. การแสดงความคดิ เหน็
7. ปฏภิ าณไหวพริบ การแกไ้ ขปัญหา
8. สาระความร้แู ละคณุ ประโยชน์

รวมคะแนน

เกณฑ์การประเมิน 81 – 100 คะแนน = ดีมาก
71 – 80 คะแนน = ดี
61 – 70 คะแนน = ปานกลาง
51 – 60 คะแนน
ต่ากว่าและเท่ากบั 50 คะแนน = พอใช้
= ควรปรบั ปรงุ

การประเมินการใชแ้ ผนการสอน

รายการประเมนิ ระดับความเหมาะสม ข้อเสนอแนะ
54321

1. เวลาที่ใชส้ อน

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3. สาระการเรียนรู้

4. กระบวนการเรยี นรู้

5. การใชส้ ่อื การเรียนการสอน

6. การวดั ผลประเมินผล

7. ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรู้

8. การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม

9. ความสนใจของนักศกึ ษา

10. ความพอใจของผ้สู อน

รวม

ความคดิ เห็นของผูส้ อน

..................................................................................................................................... ....................................

ลงชอื่ ..................................................

(นางสาวฉตั รสดุ า เพชรรตั น์)

ความคดิ เหน็ หวั หนา้ แผนกวิชา
............................................................................................................................. ................................................

ลงชื่อ..................................................
()

ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
............................................................................................................................. ................................

ลงชอ่ื ..................................................
(………………………………………………………..)

แผนการสอน หน่วยท่ี 6
ชื่อวิชา ชีวติ กับสังคมไทย สอนครงั้ ท่ี 11-
12
ชอ่ื หน่วย การประยกุ ตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ชว่ั โมงรวม 6
ชื่อเร่ือง การประยุกต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง จานวนช่วั โมง 6

สาระการเรยี นรู้
1. การสง่ เสรมิ การเรยี นรหู้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. การขับเคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงส่สู ถานศึกษา
3. ยทุ ธศาสตร์และแนวทางการขับเคล่อื นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4. หลกั การทรงงานในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั
5. การนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ยกตัวอยา่ งการส่งเสรมิ การเรียนรหู้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
2. บอกแนวทางการขบั เคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศกึ ษาได้
3. บอกยุทธศาสตรแ์ ละแนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
4. อธิบายหลกั การทรงงานในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวได้
5. ยกตัวอย่างการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้

สาระสาคัญ
แนวพระราชดารหิ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จาเปน็ ต้องมีการส่งเสริมใหเ้ กดิ การเรียนรู้

และขบั เคลอื่ นสู่การปฏบิ ตั ิในทกุ ระดับ ด้วยการกาหนดเปน็ แผนยุทธศาสตรเ์ พ่ือการแก้ปัญหาและการพัฒนา
ประเทศแบบองคร์ วม เนน้ การพงึ่ พาตนเองและมคี วามสุขตามวิถพี อเพียง

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ขนั้ ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนหรอื กิจกรรมของนกั เรียน

ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน

1. ครูนาเขา้ ส่บู ทเรียนโดยกิจกรรมท่ี 7.1 1. ตอบคาถามและปฏบิ ัติตามกิจกรรมท่ี 7.1

เพ่อื ใหน้ กั ศึกษาฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ 2. รว่ มแสดงความคิดเหน็ เพ่ือวิเคราะห์ประเดน็

2. ครูแนะนาเน้ือหาและแจ้งผลการเรียนท่ี คาถาม ฝกึ การคิด

คาดหวังของหน่วยที่ 7 เร่อื งการประยุกต์ใชห้ ลกั

ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

3. ครูนาประเด็นคาถามฝึกการคิดมาให้

นักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็นเพอื่ ฝกึ การคิดอย่าง

เปน็ ระบบ

ข้ันดาเนนิ การสอน 1. ศกึ ษาเนื้อหาจากเอกสารประกอบการเรยี น
1. บรรยายเนอ้ื หาหน่วยท่ี 7 เรอ่ื งการ 2. ส่งงานเพือ่ ตรวจตามกาหนด
3. มพี ัฒนาการด้านการแตง่ กายเรียบร้อย ถูกต้อง
ประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตามระเบยี บของสถานศึกษาและคุณธรรมด้านอ่ืนๆ
2. ครูสอนเสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรมเพือ่ เช่น ความมวี ินัย ความซอื่ สัตย์ ความรับผิดชอบ เป็น
ตน้
เสริมสรา้ งคณุ ลักษณะดา้ นความมีระเบียบวนิ ยั
3. ทาแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 7 เร่อื งการ

ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ขัน้ สรปุ การเรียนการสอน 1. ร่วมสรปุ เนื้อหาโดยตอบขอ้ ซักถามตามหวั ข้อที่
1. สรปุ สาระสาคัญ โดยการซักถามนักศึกษา ครูกาหนด
2. มอบหมายงานเพ่ือจัดทารายงานจาก
2. นาเสนอผลงานจากกจิ กรรมเสรมิ ทักษะที่ 7.2 ที่
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะท่ี 7.2 ครมู อบหมาย
3. ประเมนิ การเรียนรหู้ ลังเรยี นหน่วยที่ 7
3. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 7 เร่ืองการ
เร่อื งการประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ ประยกุ ตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
พอเพียง


Click to View FlipBook Version