The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จิรพงค์064-คู่มือPracticum-3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by J.Tiemtanong, 2022-03-13 12:58:57

จิรพงค์064-คู่มือPracticum-3

จิรพงค์064-คู่มือPracticum-3

นายจิรพงค์ เทียมทะนงค์ 62121109064
โรงเรยี นเทพลลี า

1

1

2

3

4

การจดั วิชาการฝกึ ปฏิบัติวชิ าชพี ระหวา่ งเรยี น 3
หลักสูตรครศุ าสตรบณั ฑติ

มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนันทา
การจัดวิชาการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 สาหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ก่อนสาเร็จ
การศกึ ษาตามหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตนบั เปน็ ภารกิจหลักของงานฝ่ายวิชาการ โดยมจี ดุ ประสงค์ให้นักศึกษา
ฝึกปฏิบัติวิชาชีพครูระหว่างเรียนในรูปแบบของการศึกษาสังเกต การมีส่วนร่วมในสถานศึกษาและการทดลอง
สอนในชั้นเรยี น เพื่อหล่อหลอมบุคลิกภาพลักษณะความเป็นครู มีคุณธรรมจริยธรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
ครู มคี วามรอบรใู้ นศาสตรก์ ารศกึ ษาวชิ าชีพครู ฝึกปฏบิ ัตกิ ารทางชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ PLC และเพื่อนาไปใช้ใน
การพฒั นาตนเองใหม้ คี วามรอบรู้ตอ่ ไป

ฝ่ายวชิ าการ คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสุนนั ทา

5

ประมวลการเรยี น

วชิ าการฝกึ ปฏบิ ตั ิวชิ าชพี ระหวา่ งเรียน 3

รหสั วชิ า EDC3203

ช่อื วิชา วิชาการฝกึ ปฏิบัตวิ ิชาชพี ระหว่างเรยี น 3

Practicum 3

จานวนหนว่ ยกติ 1 (90 ช่ัวโมง)

ภาคการศึกษา ตน้

ชอ่ื ผ้สู อน อาจารย์ผสู้ อน 7 สาขาวิชา

จานวนชวั่ โมง/สัปดาห์ จานวน 8 ชัว่ โมงต่อวนั และไมน่ ้อยกว่า 15 วนั

เนอื้ หารายวชิ า การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา การออกแบบการจัดบรรยากาศชั้นเรียน การ

จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมกระบวนการคิดขั้นสูง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

ดิจิทัลหรือนวัตกรรมทางการศึกษา การแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึง

ประสงค์ด้วยกระบวนการวิจัย โครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม อนุรักษ์

วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณธรรมและจริยธรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพ

ครู และการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ร่วมกนั ในรปู แบบชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ (PLC)

วตั ถปุ ระสงค์เพือ่ ใหน้ กั ศึกษามีความสามารถ

1. ประพฤติและปฏบิ ตั ติ นในการปฏบิ ตั กิ ารสอนให้กบั สถานศึกษาโดยยดึ หลัก

คุณธรรมและจริยธรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู

2. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ส่ือการสอน การวัดและประเมินผล ในเนอ้ื หาวิชาท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย โดยมคี รูพเ่ี ล้ียงใหค้ าปรึกษาและแนะนา

3. เขียนแผนการจดั การเรียนรู้ตามรูปแบบของสถานศกึ ษาได้

4. วิเคราะหส์ ภาพปญั หาผู้เรยี น และออกแบบการแกป้ ญั หาด้วยกระบวนการวิจัย

5. จดั ทาหรือยกตัวอยา่ งโครงการส่งเสริมผเู้ รยี นให้มคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และ
อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่

6. ใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทลั ในการนาเสนอผลการฝกึ ปฏิบตั ิวิชาชีพและแลกเปลยี่ นเรยี นรใู้ น
รปู แบบชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ (PLC)

6

กจิ กรรมรายวิชาต่อสัปดาห์
ปฐมนเิ ทศ พบอาจารยผ์ สู้ อนเพือ่ เรียนร้เู รอ่ื งทว่ั ไปเกี่ยวการปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย

ทางช่องทางออนไลน์
สัปดาห์ที่ 1 เข้าโรงเรียนตามกาหนดการของปฏิทินศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

สังเกตการจดั การเรยี นการสอนและการปฏิบัตงิ านครใู นห้องเรียนจากครพู ี่เล้ยี ง วางแผนรว่ มกบั ผู้พ่ีเล้ียงในการ
ออกแบบการเรียนการสอนด้านเนื้อหา สื่อการสอน การวัดและประเมินผล และฝึกการเขียนแผนการจัดการ
เรียนรู้ในรายวิชาที่ได้รับมอบหมาย การมีส่วนร่วมในการจัดทาโครงการส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และประเพณีวฒั นธรรม

สัปดาห์ท่ี 2-3 การจดั การเรียนการสอนและการปฏิบตั ิงานครใู นห้องเรียนจากครูพ่ีเลี้ยง
วางแผนร่วมกับผพู้ ่เี ลยี้ งในการออกแบบการเรียนการสอนด้านเน้ือหา สื่อการสอน การวัดและประเมนิ ผล และ
ฝึกการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาที่ได้รับมอบหมาย การวิเคราะห์สภาพปัญหาผู้เรียน และ
ออกแบบการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการวจิ ยั

การปจั ฉิมนเิ ทศ การถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ในสถานศึกษา และนาเสนอ
ผลการแลกเปลย่ี นเรียนรใู้ นรูปแบบชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ (PLC)

การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียน แบบประเมิน คะแนนเตม็
ผปู้ ระเมิน 30
- คณุ ลักษณะการปฏิบตั ติ นและ 20
ครูพี่เลี้ยง (หรอื ผู้ทผี่ ู้บริหารโรงเรยี นมอบหมาย) ผลงานในหนา้ ทคี่ รู 20

อาจารย์ผู้สอน - สมรรถภาพการสอน 20
อาจารย์ผู้สอน - สมรรถภาพการสอน,คมู่ ือ
กจิ กรรมศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชพี คร*ู 10
VDO Clip การสอน
- การแลกเปล่ยี นเรียนรใู้ นรปู แบบ

ชุมชนแหง่ การเรียนรู้ (PLC)
- ศนู ยฝ์ กึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู

7

วัน เดอื น ปี ปฏิทินกจิ กรรมนกั ศึกษาปฏิบัตกิ ารวิชาชีพครู
18 พ.ค.64
ภาคการศกึ ษาตน้ ปกี ารศึกษา 2564
21-25 มิ.ย. 64
กิจกรรม
28 ม.ิ ย. - 16 ก.ค. 64 การปฐมนิเทศนักศึกษาปฏิบัติการวิชาชีพครู ชี้แจงแนวทางการ
28 มิ.ย. 64 ปฏิบัติงานที่สถานศึกษา (แจกคู่มือในรูป file) อาจารย์ผู้สอนอธิบายการ
บันทกึ ขอ้ มลู ในเล่มคู่มอื
26 -30 ก.ค. 64 การส่งนักศึกษาไปปฏิบัติการวิชาชีพครูตามโรงเรียน และนักศึกษา
ปฏิบตั กิ ารวชิ าชีพครู
4 ส.ค. 64 หมายเหตุ: สามารถออนไลนไ์ ด้
ปฏิบัติการวิชาชีพครูทโ่ี รงเรยี น
นาส่งซองประเมนิ ของครูพ่เี ลี้ยงให้อาจารยผ์ ูส้ อน
นาสง่ คมู่ ือการฝึกปฏิบัตวิ ิชาชพี ระหว่างเรียน 3 ใหอ้ าจารยผ์ ู้สอน
นาสง่ แฟ้มลงเวลาปฏิบตั งิ านให้อาจารย์ผู้สอน
การนาเสนอข้อค้นพบจากการไปฝึกประสบการณ์ท่ีโรงเรียน ประเมินการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ในชั้นเรียน
รว่ มกบั อาจารยผ์ ู้สอน
การปจั ฉมิ นเิ ทศ

หมายเหตุ 1. คู่มือการฝึกปฏบิ ตั วิ ิชาชพี ระหวา่ งเรยี น 3 คอื สมุดบันทึกการปฏบิ ตั งิ านของนักศึกษา

8

ตอนที่ 1 ข้อมูลโรงเรยี น
ช่ือสถานศกึ ษา : โรงเรยี นเทพลีลา
สงั กดั : สานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 2
ทตี่ งั้ : 281 โรงเรียนเทพลลี า ถนนรามคาแหง แขวงหวั หมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศพั ท์ : 0-2318-0625 , 0-2318-0666 โทรสาร : 0-2314-1728 , 0-2314-1729 , 0-2718-4671
เว็บไซด์ : www.tepleela.ac.th

คณะผบู้ ริหารโรงเรยี นเทพลีลา

ดร. รงั สรรค์ นกสกลุ
ผอู้ านวยการโรงเรียนเทพลีลา

นางสาวสชุ รี า รกั ษาภักดี นายธรี ชัย ศรีนาม
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ รองผ้อู านวยการกลุ่มบริหารงานบคุ คล

นางสาววราศริ ิ วงศส์ นุ ทร นายอิชณนก์ ร เซ่งเข็ม
รองผ้อู านวยการกลุ่มบริหารงบประมาณ รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารท่ัวไป

9

รายช่อื คณะกรรมการสถานศกึ ษา ประธานคณะกรรมการ
กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิ
1. นายนันทวฒั น์ จรสั โรจน์ธนเดช กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ
2. นายสมเดช เหมะธลุ ิน กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ
3. นายสรุ ินทร์ เอีย่ มสุวรรณ กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ
4. นายถิรวฒั น์ ดอกสวย กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
5. นายอนสุ รณ์ สชุ าตานนท์ กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
6. นายสมชาย คุณาวัฒน์ กรรมการผู้แทนพระภกิ ษุสงฆ์
7. นายจติ วิสุทธ์ิ วงษค์ าจนั ทร์ กรรมการผแู้ ทนพระภิกษุสงฆ์
8. พระเทพรตั นากร (ประสาร เตชสีโล) กรรมการผู้แทนศษิ ย์เกา่
9. พระมหาชาญชยั พรหมฺ ปติฏโฐ กรรมการผ้แู ทนองคก์ รชุมชน
10. นายอนันต์ โกสเุ ตา้ กรรมการผแู้ ทนครู
11. นายไพรชั ใยมงคล กรรมการผแู้ ทนผปู้ กครอง
12. นายพทิ ักษ์ ทบั ทิมทอง กรรมการและเลขานุการ
13. นางสาววรรธนา สวดสม
14. ดร. รังสรรค์ นกสกุล

10

ประวัตคิ วามเปน็ มาของสถานศึกษา
โรงเรียนเทพลีลาตั้งอยู่ ณ เลขที่ 281 ถนนรามคาแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

เป็นโรงเรยี นมธั ยมประเภทสหศึกษาสังกัด กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้นเป็นปีที่ประเทศ
ไทยได้เป็นเจา้ ภาพในการจัดแสดงสินค้านานาชาติและจัดการแข่งขันกีฬาเอเช่ียนเกมสค์ รงั้ ที่ 1 มีการปรับแต่ง
ภูมิทัศน์พระนครเพื่อเป็นสถานที่จัดงานในบริเวณพื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่ว่างเปล่าทางประเทศไทยจึงให้
ความสาคัญต่อการศึกษาโดยเป็นนโยบายของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
โดยที่ พระครูสุวรรสุทธิการ (ปลัดทองสุข สีลวณโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพลีลาพระอารามหลวงได้มอบที่ดิน
ของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จานวน 6 ไร่ 1 งานให้เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนตามนโยบายการ
ขยายโรงเรียนมัธยมศึกษาไปสู่ชานเมืองของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เป็นรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงศึกษาธกิ ารในขณะน้ัน วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 โรงเรยี นเทพลลี าเปดิ สอนคร้ังแรกโดย
อาศัยศาลาการเปรียญของวัด เป็นสถานที่เรียนกระทั่งอาคารเรียนหลังแรกเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 4 ตุลาคม
2505 มนี กั เรียนกลมุ่ แรกจานวน 2 คน ครู 4 คน โดยมี นายทิม ผลภาค เป็นครูใหญ่คนแรก โรงเรียนเทพลีลา
ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยความสามารถของผู้บริหารที่ประสานความร่วมมือกับชุมชนและสถาบัน
เอกชนตา่ ง ๆ อยา่ งดีเยยี่ ม

ทัง้ นีส้ มาคมผู้ปกครองและครู โรงเรยี นเทพลีลา ซงึ่ ได้จัดต้ังขน้ึ เมื่อปีการศึกษา 2514 มีบทบาทสาคัญ
ในการพัฒนาโรงเรียนอย่างย่ิง ในปีการศึกษา 2542 การก่อสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 7 ชั้น ได้แล้วเสร็จทา
ให้โรงเรียนเทพลีลา มีสภาพทั่วไปที่เอื้ออานวยต่อการเรียนการสอนและมีความพร้อมในการให้บริการ ด้าน
การศึกษาแก่ชุมชนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ในปัจจุบัน โรงเรียนเทพลีลา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต 2 กระทรวงศึกษาธิการ เปิดทาการสอนช่วงช้ันที่ 3 - 4 (หรือช่วงชั้นที่ 2 ตามหลักสูตร
ใหม่) โรงเรียนเทพลีลาเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับย่านรามคาแหง ทั้งด้านสภาพภูมิทัศน์
องค์ประกอบต่าง ๆ ทุกอาณาบริเวณล้วนเอื้ออานวย ด้านการเรียนการสอน ด้านการเดินทางหรือแม้แต่สิ่ ง
อานวยความสะดวกท่คี รบครัน

11

ประวัตโิ รงเรียนในแตล่ ะช่วง
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 โรงเรียนเทพลลี าได้เปดิ ทาการเปน็ วนั แรก โดยอาศยั ศาลาการเปรียญของวัด
เทพลีลา เปน็ สถานทีเ่ รียน มีนกั เรียนรนุ่ แรกจานวน 2 คน ครู 4 คน โดยมนี ายทิม ผลภาคเปน็ ครูใหญ่คนแรก
พ.ศ. 2506 - พ.ศ 2508 จัดสรา้ งประตูไม้หน้าโรงเรยี นช่วั คราว และเป็นปีที่ประเทศไทยเปน็ เจ้าภาพในการจัด
แสดงสินค้านานาชาติและจดั การแขง่ ขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งท่ี 1 ซ่ึงจัดบริเวณฝัง่ ตรงข้ามของโรงเรยี น ซึ่งเปน็
มหาวทิ ยาลัยรามคาแหงในปจั จบุ นั พรอ้ มได้รบั งบประมาณในการทาสโี รงเรยี น เดนิ สายไฟและประดับโคมไฟ
อาคารเรียนหลงั แรก พร้อมท้ังถมทด่ี ินบริเวณโดยรอบโรงเรียน
พ.ศ. 2510 - พ.ศ. 2518 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาโรงเรยี นชุดแรก 10 ทา่ นนาโดย นายสาราญ สารสุวรรณ,
นายหนุ หร่ังศรี, ผู้ใหญ่เขยี น สันประเสรฐิ , ผู้ใหญ่หวงั วงษส์ ัน, ฮัจญเี ต๊ะ ขาวไิ ล, น.ส.องั คณา นนั ทวทิ ยา,
นายหมดั ทองสุข, นายอิน มูป และนาย สง่า ทีวรตั น์ ทางโรงเรยี นไดร้ ับงบประมาณ 172,000 บาท เพ่ือสรา้ ง
หอประชมุ และโรงอาหารพรอ้ มโตะ๊ อาหาร 22 ชดุ และต่อเตมิ อาคารเรียน 3 ช้ัน เพ่ิมอกี เปน็ จานวน 21
ห้องเรยี น พร้อมครุภณั ฑ์
พ.ศ. 2519 - พ.ศ. 2527 สมาคมผ้ปู กครองและครูโรงเรยี นเทพลลี าได้เทพ้ืนถนน และเทคอนกรตี สรา้ งสนาม
บาสเก็ตบอล สนามวอลเลย่ บ์ อล และจดั ซื้อรถยนตป์ ิ๊กอัพไว้ใช้ในโรงเรียน ๑ คนั แล้วได้จัดสรรเงนิ สมาคม
สร้างรั้วคอนกรีตแทนสงั กะสี
พ.ศ. 2528 - พ.ศ. 2534 พระราชปัญญาโกศล รองเจา้ อาวาสวดั เทพศิรนิ ทร์ได้มอบพระพุทธรปู ยนื ปางเทพ
ลีลา สูง 48 น้ิว มาเป็นพระพุทธรูปประจาโรงเรียน และปีต่อมาทุบตกึ เรยี น 4 ชนั้
พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2542 สรา้ งอาคาร 7 ชั้น และอาคาร 7 ชนั้ ได้รบั พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อย่หู วั พระราชทานนามอาคารหลงั น้ีว่า "อาคารเฉลมิ พระเกยี รติ 6 รอบ พระชนมพรรษา" และได้ทา
การเปดิ อาคารนี้ เมื่อวันท่ี 29 กันยายน 2542 นับเปน็ เกยี รติประวตั ิอย่างสูงของชาวเทพลลี า
พ.ศ. 2542 - ปัจจุบันสมาคมผ้ปู กครองและครโู รงเรียนเทพลีลา โดยการนาของนายสมหวัง บุญสมบตั ิ นายก
สมาคมฯ และนายสาเนา แสงมณี ผอู้ านวยการโรงเรียนเทพลีลา ขณะน้นั รเิ ริม่ ดาเนนิ การเปิดตลาดนัดขายของ
เพ่อื สนองนโยบายของรฐั บาลในการแกป้ ญั หาเศรษฐกจิ และชว่ ยเหลือประชาชนใหม้ ีรายได้และซอื้ ของถกู
ในช่วงปัญหาเศรษฐกจิ ซึง่ กิจการดงั กล่าวน้ดี าเนนิ มาจนถึงปจั จบุ ัน จนกระท่งั ท่านผอู้ านวยการ ดร.ธงชาติ
วงษส์ วรรค์ ไดม้ ีการปรบั ปรุงและพฒั นาส่งิ แวดล้อม เพ่อื ปรับภูมิทัศนใ์ หเ้ หมาะกับการเรียนการสอน และ
ปรับปรุงหอ้ งต่าง ๆ ทาห้องเรียน ให้เหมาะกบั สภาพการเรียนการสอนจนมาถึงปัจจุบนั

12

ปรชั ญาของสถานศึกษา
สขุ า สงฆฺ สฺส สามคคี “ความสามคั คีพรอ้ มเพรียงของหมูค่ ณะนามาซึ่งความสขุ ”

วสิ ัยทศั นข์ องสถานศกึ ษา
ใฝเ่ รยี นรู้ ค่คู ณุ ธรรม นาสู่มาตรฐานสากล ดารงตนตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง บนพ้นื ฐาน

ความเป็นไทย
พนั ธกจิ ของสถานศึกษา
1. ส่งเสริม สนับสนนุ ใหป้ ระชากรวัยเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษาทุกคนไดร้ บั การศกึ ษาอย่างทั่วถึงและมีคณุ ภาพ
2. สง่ เสริมให้ผเู้ รียนมสี มรรถนะ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รและคา่ นิยมหลักของคนไทย 12
ประการ
3. พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาสู่ระดบั มาตรฐานสากลบนพนื้ ฐานความเป็นไทย
4. พัฒนาระบบบริหารจดั การศกึ ษาโดยใชห้ ลักธรรมาภบิ าล
ยุทธศาสตร์ของสถานศึกษา
1. ด้านประชาธปิ ไตย (Democracy) มีความตระหนกั เหน็ ความสาคัญ ศรัทธา และเชอ่ื ม่ันการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข รวมทัง้ รังเกยี จการทุจรติ และต่อต้านการซ้อื สิทธิ
ขายเสียง
2. ดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรมและความเป็นไทย (Decency) มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ความดีงาม รผู้ ิดชอบช่ัวดี
มีความภาคภูมใิ จในความเป็นไทย และยึดถือปฏบิ ตั ิอยใู่ นวิถีชีวิต
3. ดา้ นภมู คิ มุ้ กันภัยจากยาเสพติด (Drug – Free) รจู้ ักหลกี เลย่ี งห่างไกลยาเสพติดสถานศึกษาในทุกระดับ
ทุกสังกัดและหนว่ ยงานต่าง ๆ มีหน้าทีส่ ง่ เสริมสนับสนุนและร่วมจดั การศกึ ษา มสี ว่ นสาคัญในการจดั การเรยี น
การสอน และจัดกิจกรรมทจ่ี ะส่งเสรมิ ม่งุ เน้นภารกจิ ท้งั 3 ดา้ น (3D) ได้แก่ ดา้ นประชาธปิ ไตย (Democracy)
ดา้ นภูมคิ ุ้มกนั ภยั จากยาเสพติด (Drug - Free) และดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม และความเป็นไทย (Decency)

13

เป้าหมายของสถานศึกษา
1. โรงเรียนมีระบบบรหิ ารจัดการท่มี งุ่ เน้นคณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน สคู่ วามเป็นประชาคม
อาเซยี น พลโลก และมาตรฐานสากล เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ โดยใช้หลักธรรมาภิบาล และใช้โรงเรยี นเปน็ ฐานมี
การกากบั ตรวจสอบและรายงานผลท่ชี ัดเจน
2. สง่ เสริมการใช้นวัตกรรมแหล่งเรียนรู้ เทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ จัดสภาพแวดลอ้ ม บุคลากรทางการ
ศกึ ษามคี วามรู้ ความสามารถ มีสมรรถนะตามสายงานและมาตรฐานวชิ าชีพ ใชท้ รัพยากรอยา่ งคุ้มคา่ ในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาครแู ละนักเรียนเป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้
3. มคี ณุ ธรรม อนรุ ักษ์ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย ศรัทธาและยดึ มน่ั การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
4. นักเรยี น ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
1. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมท่ีพึงประสงค์
2. ผู้เรยี นมจี ิตสานกึ ในการอนุรกั ษแ์ ละพัฒนาสงิ่ แวดล้อม
3. ผู้เรยี นมีทักษะในการทางานรักการทางาน สามารถทางานรว่ มกบั ผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดตี อ่ อาชีพสุจริต
4. ผเู้ รียนมีความสามารถในการคิด วเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ มวี จิ ารณญาณมีความคดิ สร้างสรรคค์ ดิ ไตรต่ รอง
และมีวสิ ยั ทัศน์
5. ผู้เรยี นมคี วามรแู้ ละทักษะทจ่ี าเปน็ ตามหลกั สตู ร
6. ผเู้ รียนมที ักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรยี นรู้และพัฒนาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง
7. ผ้เู รียนมีสุขนิสยั สุขภาพกายและสุขภาพจิตทด่ี ี
8. ผเู้ รยี นมีสนุ ทรียภาพและลักษณะนิสยั ด้านศลิ ปะ ดนตรีและกีฬา

14

1. บุคลากร

1.1 ครอู าจารย์ มีทง้ั หมด 106 คน ชาย 35 คน และหญิง 71 คน

จำแนกตามวุฒิการศึกษา ดังน้ี

ปริญญาเอก จำนวน 1 คน

ปริญญาโท จำนวน 35 คน

ปรญิ ญาตรี จำนวน 70 คน

ป.กศ.สงู หรือเทียบเท่า จำนวน 0 คน

อ่ืน ๆ จำนวน 0 คน

1.2 คนงานภารโรง 5 คน ชาย 5 คน และหญงิ 0 คน

1.3 นักเรยี นมที ้งั หมด 2,082 คน ชาย 1,006 คน และหญิง 1,076 คน

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 429 คน

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 421 คน

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 370 คน

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 313 คน

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 จำนวน 301 คน

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 จำนวน 248 คน

สรุปอตั ราสว่ นระหว่าง จำนวนครอู าจารยต์ ่อจำนวนนกั เรยี น ประมาณครู 1 คน ตอ่ นักเรยี น 20 คน

2. อาคารสถานที่

1) อาคารเรยี น/หอ้ งเรียน

1. อาคารเรยี น
- อาคารเทพพิทยา 3 ช้นั

- อาคารเฉลมิ พระเกยี รติ 6 รอบพระชนมพรรษา 7 ช้ัน

- อาคารเทพธรรมา 5 ชนั้

- อาคารเทพพัฒนา 4 ช้ัน

2. กล่มุ บรหิ ารวิชาการ

- หอ้ งรองผูอ้ ำนวยการ 1 ห้อง

- ห้องสำนักงาน 1 ห้อง

- หอ้ งทะเบยี นวัดผล 1 ห้อง

15

3. กลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล 1 หอ้ ง
- ห้องรองผอู้ ำนวยการ 1 ห้อง
- หอ้ งสำนักงาน 1 ห้อง
- ห้องสำนกั งานองค์กรเครือข่ายและผ้ปู กครอง 1 ห้อง
- หอ้ งสำนักงานฝ่ายกิจการนักเรยี น 1 ห้อง

4. กลุ่มบรหิ ารงบประมาณ
- หอ้ งผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น 1 ห้อง
- หอ้ งรองผอู้ ำนวยการงบประมาณ 1 ห้อง
- หอ้ งสำนักงานผู้อำนวยการ 1 หอ้ ง
- หอ้ งสำนักงานงบประมาณ/หอ้ งการเงนิ 1 ห้อง
- หอ้ งพสั ดุ 1 หอ้ ง
- ห้องศนู ย์สารสนเทศ/ ห้องแผนงาน 1 หอ้ ง
- หอ้ งเกียรติยศ 1 ห้อง
- หอ้ งประชุมสำนักงานผอ. 1 ห้อง

5. ฝ่ายสนับสนุนการสอน
- ห้องพักครู 1 ห้อง
- ห้องปฏิบัตกิ ารเรียนการสอน
- หอ้ งเรยี นรว่ ม/เรียนรวม 1 ห้อง

6. กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
- ห้องพกั ครู 1 หอ้ ง
- ศนู ยส์ ง่ เสริมการเรียนรภู้ าษาไทย 1 ห้อง อาคาร 7 (768)

7. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
- หอ้ งพักครู 1 ห้อง
- ห้องปฏิบัตกิ ารสอนวิชาคณิตศาสตร์ (771-776) 5 ห้อง
- ห้องสมุดคณิตศาสตร์ (779) 1 ห้อง
- หอ้ งศูนย์คณติ ศาสตร์ (777-778) 2 หอ้ ง

8. กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ 1 ห้อง
- หอ้ งพักครู

หอ้ งปฏิบัติการสอนวชิ า
- วชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 (731) 1 ห้อง
- วิชาวิทยาศาสตร์ ม.2 (733) 1 ห้อง
- วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 (734) 1 ห้อง
- วชิ าเคมี (741) 1 ห้อง

16

- วิชาชวี วิทยา (743) 1 ห้อง
- วิชาฟิสิกส์ (747) 1 ห้อง
- วิชาวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ (745) 1 ห้อง
- ศูนย์การเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ (748) 1 ห้อง
9. กล่มุ สาระฯสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- หอ้ งพกั ครู 2 หอ้ ง
- หอ้ งปฏิบตั ิการสอนอาคารเทพธรรมา (532) 1 ห้อง
- ห้องปฏบิ ตั กิ ารสอนอาคารเทพธรรมา (533) 1 ห้อง
- ศูนยก์ ารเรียนรอู้ าเซยี นศกึ ษา 1 หอ้ ง
- หอ้ งศูนย์พระพุทธศาสนา 1 หอ้ ง
10. กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
- หอ้ งพักครู 1 หอ้ ง
- หอ้ งศนู ยก์ ารเรยี นรู้กลุ่มสาระฯ สุขศึกษาและพลศึกษา(สุขศึกษา) (411) 1 ห้อง
- ห้องเก็บอุปกรณ์กฬี า (412) 1 ห้อง
- หอ้ งศูนย์การเรียนรู้กล่มุ สาระฯ สุขศึกษาและพลศกึ ษา(พลศกึ ษา) (414) 1 หอ้ ง
- ห้องศูนย์กีฬาในรม่ 1 ห้อง
11. กลมุ่ สาระฯ ศิลปะ
- ห้องปฏิบตั กิ ารทางดา้ นศลิ ปะ (431) 1 ห้อง
- ห้องปฏบิ ตั กิ ารทางดา้ นนาฏศิลป์ (432) 1 หอ้ ง
- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางด้านดนตรีไทย (441) 1 ห้อง
- หอ้ งปฏิบตั กิ ารทางดา้ นดนตรสี ากล (442) 1 ห้อง
12. กลมุ่ สาระฯการงานอาชพี และเทคโนโลยี
- หอ้ งพักครูการงานฯ อาคาร 5 1 หอ้ ง
- ห้องพักครูคอมพวิ เตอร์ (726) 1 ห้อง
- หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์ (724) อาคาร 7 1 ห้อง
- หอ้ งปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (725) อาคาร 7 1 ห้อง
- ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง
- ห้องปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์ (728) อาคาร 7 1 ห้อง
- ห้องปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์ (729) อาคาร 7 1 ห้อง
- ห้องศนู ยค์ หกรรม อาหารเทพธรรมา ชน้ั 2 1 หอ้ ง
- แปลงเกษตรชน้ั ลอย (ช้ันดาดฟ้า) อาคาร 7 1 ห้อง

17

13. กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
- หอ้ งพกั ครู 1 ห้อง
- หอ้ งภาษาจนี (756) 1 หอ้ ง
- ห้องเรียน EP (751,754) 2 ห้อง
- ห้องเรียน MEP (752,753,755) 3 ห้อง

14. ห้องสมดุ
- ห้องสมดุ โรงเรียน 1 ห้อง
- หอ้ งสมดุ สอ่ื ทัศนร์ ัฐประสิทธ์ิ (ICT) 1 ห้อง
- หอ้ งสมุดรมิ รั้ว 1 หอ้ ง

15. พน้ื ทป่ี ฏิบตั ิกจิ กรรม/นนั ทนาการ
- สวนหยอ่ มโรงเรยี น
- ลานกิจกรรมใต้อาคาร
- เทพธรรมา

16. ห้องประชุมพิพัฒนปริยัติสุนทร 1 หอ้ ง
17. หอ้ งมัลตมิ เี ดีย 1 หอ้ ง
18. โรงอาหาร 1,800 ทนี่ ง่ั /หอประชุม 200 ท่นี ่งั 1 ห้อง
19. สนาม (ขนาด 1748.75 ตารางเมตร) 1 ห้อง
20. โรงฝึกงาน 1 ห้อง
21. บา้ นพกั นักการ 15 ห้อง
22. หอ้ งน้ำ ชาย/ หญิง 70 ห้อง

สถานที่สำคญั อย่ใู กล้กบั สถานศึกษา มดี ังน้ี
1. วดั เทพลีลา

ท่มี า : http://www.painaidii.com/business/141281/photo/3/lang/th/

18

2. มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ท่มี า : https://www.naewna.com/local/447719
3. สวนพฤกษชาติคลองจ่นั

ที่มา : https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/green-space-of-life/
4. สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ที่มา : https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1366574/
5. พพิ ิธภณั ฑ์กีฬาแห่งชาติ

ทม่ี า : https://www.museumthailand.com/th/museum/National-Sport-Museum-

19

2) แผนผงั แสดงบริเวณและท่ีต้ังของสถานศึกษา ดงั น้ี

20

21

ตอนท่ี 2 การออกแบบการเรียนการสอน (ทา 3 เนือ้ หา)
คาชแี้ จง จงออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื การสอน การวดั และประเมนิ ผล ในเนือ้ หาวชิ าท่ไี ดร้ บั
มอบหมาย โดยมีครูพ่เี ลีย้ งใหค้ าปรกึ ษาและแนะนา

หน่วยการเรียนรเู้ รอ่ื ง...................................................................
แผนการสอนเร่ือง.............................................................................ชนั้ ..........................................
เวลา.................................................................ออกแบบร่วมกบั คร.ู ...............................................

กาหนดเนอื้ หาและมโนทศั นท์ ่ี การตงั้ จดุ ประสงค์
สาคญั

วธิ ีสอน/เทคนคิ วิธีการสอนท่เี ลอื กใช้
กิจกรรมการเรยี นการสอนและสอื่

การวดั และประเมนิ ผล

ตวั อยา่ ง วชิ าวทิ ยาศาสตร์

22

จดุ ประสงค์ วธิ สี อน/เทคนิควิธีการสอนทเี่ ลือกใช้
1. อธิบายวฏั จกั รของนา้ ได้ 1. การยกตวั อยา่ ง
2.การบรรยายประกอบแผนภาพ
3.การเขยี นแผนผงั ความคดิ

กิจกรรมการเรยี นการสอน สอ่ื การวดั และประเมนิ ผล
(เครอ่ื งมือ)

ปรบั จากทิศนา แขมมณี (กราบพระคุณของแหล่งเรยี นมา)

23

หนว่ ยการเรยี นรูเ้ ร่อื ง ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา

แผนการสอนเรอื่ ง การอา่ นออกเสียงร้อยแกว้ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

เวลา 1 ช่วั โมง ออกแบบร่วมกับครู นายทนงศักดิ์ ตัง้ ประดษิ ฐานุกจิ

กาหนดเนอื้ หาและมโนทศั นท์ ่ี การตงั้ จดุ ประสงค์
สาคญั

วธิ ีสอน/เทคนิควิธีการสอนท่เี ลอื กใช้

กจิ กรรมการเรยี นการสอนและสอ่ื

การวดั และประเมนิ ผล

ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ ด้านเจตคติ

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์ สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์ สาระการเรียนรู้

บอกแนวทาง ความหมาย สามารถอ่าน หลักการอ่าน มีมารยาทใน - ตัวอย่างการ

การอ่านออก ของการอา่ น ออกเสียงร้อย ออกเสยี งร้อย การอา่ น อา่ นออกเสียง

เสยี งรอ้ ยแก้วท่ี ออกเสยี งรอ้ ย แก้วได้ถูกต้อง แกว้ รูปแบบรอ้ ย

ดีได้ (K) แกว้ ตามหลกั การ แกว้

อ่าน (P) - มารยาทใน

การอ่าน

จดุ ประสงค์ วิธสี อน / เทคนิคการสอนทเ่ี ลอื กใช้

1. บอกแนวทางการอา่ นออกเสียง 1. การยกตัวอยา่ ง

ร้อยแก้วท่ีดีได้ 2.การบรรยายผ่านสือ่ การสอน

2. สามารถอา่ นออกเสียง 1. การบรรยายผ่านสื่อการสอน
รอ้ ยแกว้ ได้ถูกต้องตาม 2. การลงมอื ปฏิบตั ิ
หลกั การอา่ น

3. มมี ารยาทในการอ่าน 1. การบรรยายผ่านสือ่ การสอน
2. การลงมอื ปฏบิ ตั ิ

24

กจิ กรรมการเรียนการสอน สอ่ื การวัดและประเมนิ ผล

(เครอื่ งมือ)

ขน้ั นา 1. ส่อื การเรียนรู้ - ประเมินผลจากการ

1. นกั เรยี นรบั ชมวิดโี อตัวอยา่ งของการอา่ นออกเสียงที่ PowerPoint เรื่อง อ่านออกเสียงร้อยแกว้

ครูผสู้ อนเปิดใหร้ บั ชม แล้วใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความ การอา่ นออกเสยี ง - ประเมนิ ผลจาก
คิดเห็นว่าวิดโี อการอ่านออกเสยี งทน่ี กั เรียนได้รบั ชมไปนนั้ รอ้ ยแกว้
แบบทดสอบออนไลน์
มีลักษณะการออกเสียงเปน็ อยา่ งไร 2. วิดีโอประกอบการ (Google Form) เรอ่ื ง

(แนวคาตอบ : อา่ นออกเสยี ง ร ไม่ชดั เจน , อ่านไมต่ รงกบั สอน ตวั อย่างการ การอ่านออกเสียงร้อย
แกว้
จังหวะหายใจตนเอง เปน็ ตน้ ) อา่ นออกเสยี งรอ้ ย

2. นักเรียนร่วมกันตอบคาถามเพื่อฝึกการคิด ไดแ้ ก่ แก้ว

นกั เรยี นคดิ วา่ การอา่ นออกเสยี งดังที่ปรากฏในตวั อยา่ งนน้ั 3. อินเทอร์เน็ต

สามารถแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง

(แนวคาตอบ : อ่านออกเสียง ร ไม่ชดั เจน มวี ธิ ีการแก้ไข

โดยการฝึกกระดกลนิ้ และอ่านคาที่ออกเสียง ร บอ่ ย ๆ

เป็นต้น)

ข้นั สอน

1. นักเรียนและครผู สู้ อนรว่ มกันสรุปลกั ษณะการอ่านออก

เสียงร้อยแกว้ ทดี่ จี ากการตอบคาถามของนกั เรียน แล้ว

ครผู ูส้ อนอธบิ ายเพ่มิ เติมเกยี่ วกบั การอา่ นออกเสียงร้อย

แก้วในส่วนของความหมาย หลกั ในการอ่าน ผา่ นส่อื การ

เรียนรู้ PowerPoint เรอื่ ง การอา่ นออกเสียงรอ้ ยแกว้

2. นกั เรยี นร่วมกันตอบคาถามจากครูผู้สอนวา่ “นอกจาก

หลักการอ่านแลว้ นกั เรียนคดิ วา่ มารยาทในการอา่ นเปน็ สง่ิ

สาคัญหรอื ไม่?” กอ่ นครผู สู้ อนจะเร่มิ อธบิ ายเพิม่ เตมิ

เก่ยี วกบั มารยาทในการอา่ น

3. นกั เรยี นและครผู ู้สอนร่วมกนั รบั ชมตวั อย่างเกี่ยวกบั การ

อา่ นออกเสยี งรอ้ ยแกว้ ในท่าทางตา่ ง ๆ จากนน้ั ให้นกั เรียน

แสดงความคดิ เหน็ วา่ มีข้อคดิ เห็นอย่างไรเกี่ยวกับตัวอยา่ ง

ทีไ่ ดร้ ับชมตามความคดิ ของตน

4. นกั เรยี นจานวนหนง่ึ ซงึ่ ถกู คัดเลอื กจากการสุ่มเลือกโดย

ครูผูส้ อนทาการอ่านบทความสนั้ ๆ ท่ีครผู สู้ อนกาหนดให้

เป็นการฝึกอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ กอ่ นเข้าสกู่ ารสรปุ

25

ข้นั สรุป
1. นกั เรียนและครูร่วมกันสรปุ หลักการอ่านออกเสยี งรอ้ ย
แก้ว จากน้ันครูผู้สอนสง่ ลงิ กแ์ บบฝึกหดั ออนไลน์ (Google
Form) เรื่อง การอ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้ ให้กับนกั เรยี น
โดยมรี ายละเอยี ดงานคอื ให้นักเรียนเลือกตอบถูก-ผดิ จาก
ข้อความที่กาหนดให้ พรอ้ มทัง้ สรปุ สั้น ๆ ในช่วงทา้ ยของ
แบบฝกึ หดั และส่งข้อมลู เขา้ ในระบบ Google Form
2. นกั เรยี นรบั มอบหมายงานจากครผู สู้ อนโดยการอดั วดิ โี อ
การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วจากเนอื้ ความส่วนหนง่ึ ใน
เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ทคี่ รผู สู้ อน
กาหนดให้ โดยครูผู้สอนกาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนและ
แจ้งกับนักเรยี น พร้อมกบั ลงการมอบหมายงานและ
ช่องทางส่งชนิ้ งานใน Google Classroom ก่อนจะเปิด
โอกาสใหน้ กั เรยี นพดู คยุ และซกั ถามขอ้ สงสยั ต่าง ๆ กับ
ครผู ู้สอน

26

หน่วยการเรียนรูเ้ รอื่ ง พระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณีหนีนางผเี สื้อสมุทร

แผนการสอนเรอ่ื ง การอา่ นจับใจความ ชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 3

เวลา 1 ชั่วโมง ออกแบบรว่ มกบั ครู นางสาวธวลั ฉตั ร บญุ มาก

กาหนดเนอื้ หาและมโนทศั นท์ ่ี การตงั้ จดุ ประสงค์
สาคญั

วิธีสอน/เทคนิควธิ ีการสอนท่เี ลือกใช้
กิจกรรมการเรยี นการสอนและสอื่

การวดั และประเมินผล

ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้านเจตคติ

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ จุดประสงค์ สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์ สาระการเรยี นรู้

บอกแนวทาง ความหมายและ สามารถอา่ นจับ หลักการอ่านจับ มีความ - ใฝเ่ รียนรู้

การระบุ คณุ ค่าของการ ใจความสาคญั ใจความสาคัญ รบั ผดิ ชอบใน - มุ่งมน่ั ในการ

ใจความ อ่านจับใจความ และ งานทไี่ ดร้ ับ ทางาน

สาคญั และ สาคญั รายละเอยี ด มอบหมาย (A) - มวี ินัย มคี วาม

รายละเอยี ด จากเร่ืองที่อ่าน รับผิดชอบ

จากเรอ่ื งท่อี า่ น ได้ (P)

ได้ (K)

จุดประสงค์ วิธสี อน / เทคนคิ การสอนท่เี ลือกใช้
1. บอกแนวทางการระบุใจความสาคัญ 1. การบรรยายผ่านสอื่ การสอน
และรายละเอยี ดจากเรอื่ งทอ่ี า่ นได้

2. สามารถอ่านจบั ใจความ 1. การบรรยายผา่ นสอื่ การสอน
สาคญั และรายละเอยี ดจากเร่ือง 2. การลงมอื ปฏิบัติ
ทอี่ า่ นได้

3. มคี วามรบั ผิดชอบใน 1. การอภปิ รายรว่ มกนั ในชัน้ เรียน
งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย 2. การลงมอื ปฏิบตั ิ

27

กิจกรรมการเรียนการสอน สอ่ื การวดั และประเมนิ ผล
(เคร่ืองมือ)
ขน้ั นา 1. หนังสอื เรยี น
1. นกั เรียนกบั ครรู ่วมกนั ทบทวนเร่อื งราวของพระอภยั มณี วรรณคดวี ิจกั ษ์ ชน้ั - ประเมนิ คณุ ลักษณะ
ในเหตกุ ารณก์ อ่ นเขา้ สู่พระอภยั มณี ตอน พระอภัยมณหี นี มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 อันพงึ ประสงค์
นางผเี สือ้ สมุทรใหน้ ักเรียนฟงั ก่อนนาสกู่ ารเรยี น 2. หอ้ งสมดุ - ประเมินผลจากใบ
ขั้นสอน 3. เว็บไซต์อ้างอิง งาน การวิเคราะห์ตัว
1. ครผู ู้สอนให้นกั เรยี นศึกษาเรื่องราวของพระอภัยมณี ละครเพ่ือสอนใจ
ตอน พระอภยั มณหี นีนางผเี สอ้ื สมทุ ร โดยการอ่านในใจ
จากนั้นครูผสู้ อนถามนักเรยี นวา่ จากเรื่องพระอภัยมณี
ตอน พระอภยั มณหี นนี างผเี สือ้ สมุทร ปรากฏตัวละครใด
ในเรอื่ งบ้าง แต่ละตัวละครเปน็ ใคร มคี วามสาคัญตอ่ เร่ือง
อยา่ งไร
2. นักเรยี นและครูร่วมกันวิเคราะหล์ ักษณะนสิ ัยและ
พฤตกิ รรมของตัวละครตา่ ง ๆ ในเรอ่ื งว่ามีจุดเด่นจุดด้อย
อย่างไรบา้ ง และนักเรียนเห็นดว้ ยกบั พฤติกรรมของตวั
ละครในเรื่องหรอื ไม่ อยา่ งไร
3. แบ่งกลุ่มนกั เรยี นโดยใหม้ ีนกั เรียนจานวนเท่า ๆ กนั ใน
แตล่ ะกลุม่ ตามจานวนของตวั ละครในเรอ่ื ง ดว้ ยความ
สมัครใจของนกั เรียนเอง แล้วให้ตวั แทนกลุม่ ออกมาจับ
สลากเพือ่ เลอื กตวั ละครท่ีจะไดร้ ับมอบหมายงานให้
วเิ คราะห์พฤตกิ รรมของตัวละคร
4. สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ รว่ มกนั พูดคุย อภปิ รายเกี่ยวกับ
พฤตกิ รรมของตวั ละครในเรอื่ งท่ีไดร้ บั มอบหมายให้
นาเสนอในชน้ั เรยี น
5. ตวั แทนกลุ่มแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลการพดู คุย
อภิปรายเกี่ยวกบั พฤตกิ รรมของแต่ละตวั ละคร และให้
นักเรยี นร่วมกันสรปุ พฤติกรรมของตัวละครแตล่ ะตัวครบ
ทุกกลมุ่

28

ข้ันสรุป
1. นักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปแนวคิดสาคญั ของพระอภัย
มณี ตอน พระอภยั มณีหนีนางผเี สอ้ื สมทุ ร จากน้ันรว่ มกนั
เชื่อมโยงเนื้อหาเพ่ือนาข้อคิดจากตวั ละครในเรื่องพระอภยั
มณไี ปใชป้ ระโยชน์ในการดาเนนิ ชวี ติ
2. นักเรยี นรับมอบหมายงานจากครผู ู้สอนเป็นใบงาน การ
วิเคราะหต์ วั ละครเพื่อสอนใจ จากตวั ละครทนี่ กั เรยี นไดร้ บั
มอบหมายจากการอภิปรายในกลุม่ ก่อนจะเปดิ โอกาสให้
นกั เรียนซกั ถามขอ้ สงสยั หรอื พูดคยุ กบั ครูผู้สอน

29

หน่วยการเรียนรู้เรอ่ื ง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นนี างผเี สื้อสมุทร

แผนการสอนเร่อื ง การทอ่ งบทอาขยาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

เวลา 1 ช่ัวโมง ออกแบบร่วมกับครู นางสาวธวลั ฉัตร บญุ มาก

กาหนดเนอื้ หาและมโนทศั นท์ ่ี การตงั้ จดุ ประสงค์
สาคญั

วิธีสอน/เทคนิควิธีการสอนท่เี ลือกใช้

กิจกรรมการเรยี นการสอนและสอื่

การวดั และประเมนิ ผล

ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ด้านเจตคติ

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ จุดประสงค์ สาระการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้

อธิบายคุณคา่ คุณค่าของบท ท่องจาบท หลกั การอ่าน มคี วาม - ใฝ่เรียนรู้

ของบทอาขยาน อาขยาน อาขยานจาก บทอาขยาน รบั ผดิ ชอบใน - มุ่งมน่ั ในการ

จากเร่ือง พระ เร่อื ง พระอภยั งานทไี่ ดร้ บั ทางาน

อภัยมณี ตอน มณี ตอน พระ มอบหมาย (A) - มวี นิ ัย มคี วาม

พระอภยั มณหี นี อภยั มณีหนนี าง รบั ผดิ ชอบ

นางผเี ส้ือสมทุ ร ผีเส้ือสมุทรได้

ได้ (K) (P)

จดุ ประสงค์ วิธีสอน / เทคนิคการสอนทีเ่ ลือกใช้
1. อธบิ ายคณุ ค่าของบทอาขยาน 1. การยกตวั อยา่ ง
จากเรอ่ื ง พระอภัยมณี ตอน พระ 2.การบรรยายผา่ นสื่อการสอน
อภัยมณีหนนี างผีเสื้อสมุทรได้

2. ท่องจาบทอาขยานจากเร่ือง 1. การบรรยายผา่ นสือ่ การสอน
พรอภัยมณี ตอนพระอภยั มณี 2. การลงมอื ปฏิบตั ิ
หนีนางผเี ส้ือสมุทรได้

3. มีความรับผดิ ชอบใน 1. การบรรยายผา่ นส่อื การสอน
งานท่ีได้รับมอบหมาย 2. การลงมือปฏิบตั ิ

30

กิจกรรมการเรยี นการสอน สอ่ื การวดั และประเมนิ ผล
(เครอื่ งมือ)
ข้นั นา 1. หนงั สอื เรยี น
1. นักเรียนตอบคาถามจากครผู สู้ อนเพอ่ื เป็นการกระตนุ้ วรรณคดวี ิจกั ษ์ - ประเมนิ ความเข้าใจ
ความคดิ วา่ “จากทีเ่ คยไดเ้ รยี นมาต้ังแตป่ ระถมถงึ ปัจจุบนั ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษา จากใบงาน คุณค่าและ
นักเรยี นคดิ ว่าการทอ่ งบทอาขยานมีความจาเปน็ ต่อวชิ า ปีที่ 3 ความสาคญั ของบท
ภาษาไทยหรอื ไม่” (ไมม่ แี นวคาตอบตายตวั อยูใ่ นดลุ ย 2. วิดีโอประกอบการ อาขยาน
พินิจการตอบของนกั เรียน และการรบั ฟังของครูผสู้ อน) สอน การอ่านออก - ประเมินผลโดยใช้
2. ครูผู้สอนสอบถามนกั เรียนโดยการส่มุ เลือกตัวแทน เสียงบทอาขยาน บท แบบประเมนิ การอา่ น
นักเรียนในหอ้ งจากคาถามวา่ “นักเรียนชอบบทอาขยาน เลือกจากเรือ่ ง พระ ออกเสยี งบทอาขยาน
บทใด ไม่วา่ จะจากทีไ่ ดย้ นิ มาหรอื จะไดเ้ รยี นมากต็ าม อภยั มณี ตอน พระ
เพราะอะไร และสามารถนาไปใช้ประโยชน์อะไรไดบ้ า้ ง” อภยั มณีหนีนางผเี สือ้
(ไม่มีแนวคาตอบตายตวั อยู่ในดลุ ยพินิจการตอบของ สมุทร
นกั เรยี น และการรบั ฟังของครผู สู้ อน) จากนน้ั นาเข้าสกู่ าร
สอน
ขั้นสอน
1. นักเรยี นฟังตัวอย่างการอา่ นบทอาขยาน บทเลอื กจาก
เรื่อง พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณีหนีนางผีเส้ือสมทุ ร
จากสอ่ื วดิ ีโอตัวอย่างที่ครูผสู้ อนเปิดให้นกั เรียน จากน้ัน
ครผู ู้สอนให้นักเรียนเปิดหนงั สือเรียนวรรณคดี
วิจกั ษ์ ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ไปทสี่ ว่ นของบท
อาขยาน บทเลอื กจากเร่ือง พระอภัยมณี ตอน พระอภัย
มณหี นีนางผเี สอ้ื สมทุ ร และครูผสู้ อนให้นกั เรยี นทดลองฝกึ
อา่ นบทอาขยานไปพรอ้ มกันกบั ส่ือตวั อยา่ ง
2. นักเรียนทดลองฝกึ อ่านบทอาขยาน บทเลือกจากเร่ือง
พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณีหนนี างผเี ส้ือสมุทร โดยไม่
เปดิ สอื่ ตัวอย่างประกอบ จากการเลอื กตัวแทนนักเรยี น
จานวนนหนงึ่ โดยครูผสู้ อน โดยใหน้ ักเรียนทกุ คนที่รับฟงั
การฝกึ อา่ นของตวั แทนนักเรยี น ไดว้ เิ คราะห์ข้อทีค่ วร
ปรับปรงุ แกไ้ ขก่อนจะนามาอภปิ รายตอ่ ไป

31

ข้ันสรุป
1. นักเรียนร่วมกันอภปิ รายขอ้ ทคี่ วรปรบั ปรงุ และแกไ้ ขใน
ดา้ นการอ่านของตนเอง เพื่อให้ครผู ู้สอนแนะนาวิธแี กไ้ ข
ต่อไป
2. นกั เรยี นรบั มอบหมายงานจากครูผู้สอน 2 ช้ิน โดยชนิ้ ท่ี
1 คือการอัดวิดีโอการอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง บทเลือก
จากเร่ือง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นีนางผเี สื้อ
สมุทร ชน้ิ ท่ี 2 คือใบงาน คุณคา่ และความสาคัญของบท
อาขยาน โดยครผู ู้สอนกาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนพรอ้ ม
กบั ลงการมอบหมายงานและช่องทางส่งชนิ้ งานใน
Google Classroom กอ่ นจะเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนพดู คุย
ซกั ถามขอ้ สงสยั กับครูผสู้ อน

32

ตอนท่ี 3 การเขยี นแผนการจดั การเรยี นรู้
คาชแี้ จง จงเขยี นแผนการจดั การเรยี นรูใ้ นรายวชิ าท่ไี ดร้ บั มอบหมายตามรูปแบบของสถานศกึ ษา (3 แผน)

องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้

องคป์ ระกอบในการจัดทาแผนการจัดการเรียนรูส้ ่วนใหญ่มีความคลา้ ยกัน โดยมีการใชค้ า
เรียกแต่ละองคป์ ระกอบท่ีแตกต่างกนั ตามหลกั สูตรแต่ละฉบบั ซ่ึงองคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้
อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมดี งั นี้

1. สาระสาคญั หมายถงึ ความคิดรวบยอดหรือหลกั การ หรือโครงสรา้ งของเนอื้ หาท่ตี อ้ งการให้
นกั เรยี นไดร้ บั หลงั จากเรียนในบทเรียนนนั้ ๆ

2. เปา้ หมายการเรยี นรู้ เป็นองคป์ ระกอบท่ีวิเคราะหจ์ าก มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชีว้ ดั และ
คาอธิบายรายวิชา เป็นการระบุคุณลกั ษณะท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดกบั ผูเ้ รียนหลงั จากท่ีเรียนจบบทเรียนแลว้ ซ่ึง
ครอบคลมุ 3 ดา้ น คือ พทุ ธิพิสยั (ความรูด้ า้ นเนือ้ หา) ทกั ษะพิสยั (ทกั ษะ/กระบวนการ/ความชานาญ) เจต
คติ (ความสนใจ ตงั้ ใจ รบั ผิดชอบ มารยาท วินยั )

3. สาระการเรียนรู้ หมายถึง เร่ืองราวหรือรายละเอียดในบทเรียนท่ีหลักสูตรกาหนด ซ่ึงใน
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดก้ าหนดสาระการเรียนรูแ้ กนกลางของผเู้ รียน
ในแต่ละระดับชั้นไว้ ครูสามารถเลือกและขยายสาระท่ีเรียนรูใ้ หส้ อดคลอ้ งกับผูเ้ รียน ชุมชน และทอ้ งถ่ิน
รวมทงั้ เทคโนโลยใี หม่ ๆ ท่จี ะเป็นประโยชนต์ ่อผเู้ รยี น

4. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง ขนั้ ตอนการจดั สภาพการเรียนรูเ้ พ่ือใหน้ กั เรียน
บรรลเุ ปา้ หมายการเรียนรูท้ ่ีกาหนดไว้ ซ่งึ เนน้ การจดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั สามารถคิด
เป็น ทาเป็น แกป้ ัญหาเป็น และไดฝ้ ึกปฏิบตั ิทงั้ งานกลมุ่ และงานรายบคุ คล กระบวนการจดั การเรียนรูแ้ บบ
ปกติท่คี รูสว่ นใหญ่ปฏิบตั กิ นั โดยท่วั ไปแบง่ เป็น 3 ขนั้ ตอน คือ ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน ขนั้ สอนและขนั้ สรุป โดยมี
การประเมินผลแทรกอยู่ในขนั้ สอน และขนั้ สรุป โดยครูจะตอ้ งสงั เกตและประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของ
นกั เรียนตลอดเวลา นอกจากนีย้ งั มีกระบวนการจัดการเรียนรูต้ ามการสอนรูปแบบต่าง ๆ ซ่งึ สว่ นใหญ่จะมี
ขนั้ ตอนมากกวา่ กระบวนการจดั การเรียนรูแ้ บบปกติ

5. สื่อการเรียนรู/้ แหล่งเรียนรู้ หมายถึง เคร่ืองมือ วสั ดุ และอุปกรณต์ ่าง ๆ ท่ีใชป้ ระกอบการ
เรยี นรู้ รวมทงั้ แหลง่ ขอ้ มลู ต่าง ๆ ท่ชี ่วยใหก้ ารจดั การเรยี นรูบ้ รรลจุ ดุ ประสงคไ์ ดด้ ี

6. การวดั และประเมินผล หมายถึง การประเมินการเรียนรูข้ องนกั เรียน เพ่ือระบคุ ณุ ภาพของ
นกั เรียนว่าอยู่ในระดับใด ครูอาจตอ้ งใชว้ ิธีการประเมินหลายรูปแบบ เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ มลู เพียงพอท่ีจะนามา
ประกอบการวินิจฉยั เช่น การสงั เกต แบบทดสอบ การสมั ภาษณ์ ฯลฯ โดยพจิ ารณาใหม้ ีความสอดคลอ้ งกับ
เปา้ หมายการเรียนรู้

7.บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้ หมายถึง การเขยี นรายงานการจดั การเรียนรูป้ ระสบความสาเรจ็
มากนอ้ ยเพียงใด เกิดปัญหาหรอื อปุ สรรคอยา่ งไรบา้ ง และมีแนวทางการแกป้ ัญหานนั้ อยา่ งไรในระหว่างการ
จดั การเรียนรูข้ องตนตามสภาพจรงิ เพ่อื ทบทวนและหาแนวทางการจดั การเรยี นรูใ้ หม้ ีประสิทธิภาพยิ่ง3ข3นึ้

(ทศั นยี ์ เศรษฐพงษ,์ 2559 ; พรทพิ ย์ แขง็ ขนั และคณะ, 2554)

34

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ๑ รหสั วิชา ท ๒๑๑๐๑

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรื่อง การอ่านออกเสยี งรอ้ ยแก้ว เวลาเรียน ๑ ช่วั โมง

กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ครูผู้สอน นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปญั หาใน

การดาเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รักการอา่ น
ตัวชี้วดั ม.๑/๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเร่ืองท่ีอ่าน
ม.๑/๙ มีมารยาทในการอา่ น

๒. สาระสาคญั /สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
การอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้ เป็นการอ่านด้วยเสียงปกติหรืออ่านอยา่ งภาษาพดู ผู้อ่านต้องออกเสียงคา

และข้อความตา่ ง ๆ อยา่ งชดั เจนและถกู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี แบ่งวรรคตอนให้ถกู ต้อง ใช้นา้ เสยี งใหเ้ หมาะสมกบั
เร่อื งที่อ่าน เพื่อถ่ายทอดอารมณแ์ ละส่ือความหมายให้ผฟู้ ังเข้าใจเนื้อหาของเรื่องราว

สาระการเรยี นรู้
๑. ความหมายของการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว
๒. หลกั การอ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้
๓. ตวั อยา่ งการอ่านออกเสียงรูปแบบรอ้ ยแกว้

๓. จุดประสงค์
๑. บอกแนวทางการอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแกว้ ที่ดีได้ (K)
๒. สามารถอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้ถูกต้องตามหลักการอา่ น (P)
๓. มมี ารยาทในการอา่ น (A)

๔. สมรรถนะสาคัญ
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ

๕. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ใฝเ่ รียนรู้
๒. มุง่ ม่ันในการทางาน
๓. มคี วามรบั ผดิ ชอบ

35

๖. การจดั การเรียนรู้
ขัน้ นา
๑. นักเรยี นรบั ชมวิดีโอตัวอยา่ งของการอา่ นออกเสยี งทีค่ รูผู้สอนเปดิ ให้รบั ชม แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกัน

แสดงความคิดเห็นว่าวดิ ีโอการอา่ นออกเสียงท่ีนกั เรียนได้รับชมไปนน้ั มีลกั ษณะการออกเสยี งเปน็ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ : อ่านออกเสียง ร ไมช่ ัดเจน , อ่านไม่ตรงกับจังหวะหายใจตนเอง เป็นตน้ )
๒. นกั เรียนร่วมกนั ตอบคาถามเพ่ือฝึกการคิด ได้แก่ นักเรียนคดิ วา่ การอ่านออกเสยี งดงั ท่ีปรากฏใน

ตัวอย่างนัน้ สามารถแก้ไขไดอ้ ย่างไรบ้าง
(แนวคาตอบ : อ่านออกเสยี ง ร ไม่ชัดเจน มวี ิธีการแก้ไขโดยการฝึกกระดกลนิ้ และอ่านคาทอ่ี อกเสียง

ร บอ่ ย ๆ เป็นต้น)

ขน้ั สอน
๑. นักเรียนและครูผสู้ อนรว่ มกนั สรุปลักษณะการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ทด่ี จี ากการตอบคาถามของ
นักเรียน แล้วครผู ู้สอนอธิบายเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั การอ่านออกเสยี งรอ้ ยแก้วในส่วนของความหมาย หลักในการ
อา่ น ผา่ นส่อื การเรยี นรู้ PowerPoint เร่ือง การอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้ว
๒. นักเรยี นร่วมกนั ตอบคาถามจากครผู ูส้ อนว่า “นอกจากหลกั การอ่านแลว้ นกั เรียนคิดว่ามารยาทใน
การอา่ นเปน็ สงิ่ สาคัญหรือไม่?” ก่อนครูผสู้ อนจะเริ่มอธบิ ายเพ่ิมเติมเกีย่ วกับมารยาทในการอ่าน
๓. นกั เรยี นและครผู ู้สอนร่วมกันรบั ชมตัวอยา่ งเกีย่ วกบั การอา่ นออกเสียงร้อยแกว้ ในท่าทางต่าง ๆ
จากนนั้ ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นวา่ มีข้อคดิ เห็นอยา่ งไรเก่ยี วกับตวั อย่างที่ไดร้ บั ชมตามความคดิ ของตน
๔. นักเรียนจานวนหนึง่ ซ่ึงถูกคดั เลือกจากการสมุ่ เลือกโดยครผู ู้สอนทาการอา่ นบทความสน้ั ๆ ท่ี
ครผู ู้สอนกาหนดให้ เปน็ การฝึกอา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วก่อนเข้าส่กู ารสรปุ

ขน้ั สรุป
๑. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปหลักการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ จากน้ันครผู ูส้ อนสง่ ลงิ ก์แบบฝึกหัด
ออนไลน์ (Google Form) เร่ือง การอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้ว ใหก้ ับนกั เรยี น โดยมรี ายละเอียดงานคือให้
นักเรยี นเลอื กตอบถกู -ผิด จากขอ้ ความที่กาหนดให้ พรอ้ มทง้ั สรุปส้นั ๆ ในช่วงทา้ ยของแบบฝกึ หดั และส่ง
ข้อมลู เข้าในระบบ Google Form
๒. นักเรียนรับมอบหมายงานจากครผู ูส้ อนโดยการอดั วิดโี อการอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ จาก
เนอื้ ความสว่ นหน่ึงในเรื่อง ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา ทค่ี รูผสู้ อนกาหนดให้ โดยครผู สู้ อนกาหนด
เกณฑ์การให้คะแนนและแจ้งกับนกั เรียน พร้อมกับลงการมอบหมายงานและชอ่ งทางส่งชิ้นงานใน Google
Classroom ก่อนจะเปิดโอกาสให้นกั เรียนพดู คุยและซกั ถามขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ กับครูผสู้ อน

๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน/อืน่ ๆ
๑. แบบฝกึ หัดออนไลน์ (Google Form) เร่ือง หลกั การอา่ นออกเสยี งร้อยแก้ว
๒. การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ จากบทความท่ีครผู สู้ อนกาหนดให้

36

๘. สือ่ การเรยี นรแู้ ละแหลง่ การเรียนรู้
๑. สอ่ื การเรียนรู้ PowerPoint เร่อื ง การอ่านออกเสยี งร้อยแก้ว
๒. วิดโี อประกอบการสอน ตวั อยา่ งการอ่านออกเสยี งร้อยแกว้
๓. อนิ เทอร์เนต็

๙. การวัดและประเมนิ ผล

รายการประเมิน วธิ กี ารประเมนิ เคร่ืองมือทีใ่ ชป้ ระเมิน เกณฑ์การประเมนิ
ด้านพทุ ธิพิสยั (K) ระดับคะแนนร้อยละ
- บอกแนวทางการอา่ น การตรวจคาตอบแบบทดสอบ เรื่อง แบบทดสอบ เรื่อง การ ๕๐ ขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ น
ออกเสยี งรอ้ ยแกว้ ท่ดี ีได้
การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว อ่านออกเสียงร้อยแกว้ เกณฑ์

(Google Form)

ด้านทักษะพิสยั (P) ประเมนิ การอ่านออกเสยี งร้อยแกว้ แบบประเมินการอ่าน ระดบั คุณภาพ
- สามารถอ่านออกเสียง ประเมนิ การอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว ออกเสียงรอ้ ยแกว้ โดยรวมอยใู่ นเกณฑ์ดี
บทร้อยแกว้ ได้ถูกต้อง
ตามหลักการอ่าน แบบประเมนิ การอา่ น ถือว่าผา่ นเกณฑ์
ออกเสยี งร้อยแกว้
ดา้ นจติ พิสัย (A) ระดบั คุณภาพ
- มมี ารยาทในการอ่าน โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี

ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

37

เกณฑ์การประเมนิ การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ

ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรุง (๑)

ทกั ษะในการอ่าน แบ่งวรรคตอนการ แบ่งวรรคตอนได้ แบ่งวรรคตอนไม่ แบง่ วรรคตอนไม่

อา่ นไดเ้ หมาะสมกบั เหมาะกบั จงั หวะ ค่อยเหมาะกบั เขา้ กบั จงั หวะ

จังหวะการหายใจ หายใจ แตม่ ีการทา จังหวะหายใจ หายใจของตน

ของตน เน้ือความไม่ ใหเ้ นอ้ื ความจาก เนื้อความจากการ เนื้อความจากการ

ขาดตอน การอ่านขาดตอน อ่านขาดตอนไป อา่ นขาดตอนเกนิ

ไปบ้าง บางสว่ น ครึ่งของบทความ

อักขรวิธี อ่านออกเสยี งได้ อ่านออกเสียงผดิ อ่านออกเสยี งผดิ อา่ นออกเสยี งผดิ

ถกู ต้องตามอกั ขรวธิ ี ๑-๒ จุด ๓-๕ จดุ ๖ จุดขึน้ ไป

มารยาทในการ มีการสร้าง มกี ารสรา้ ง มกี ารสรา้ ง ไม่มีการสรา้ ง

อา่ น ปฏิสมั พันธ์ แบง่ ปฏิสัมพันธ์ สบตา ปฏิสัมพันธ์ สบตา ปฏิสัมพนั ธก์ ับผูฟ้ ัง

จงั หวะการสบตากับ กับผ้ฟู ังบา้ ง แต่ใช้ กับผ้ฟู ังเพียง มองเพียงเน้ือความ

ผ้ฟู ังสลับกบั การมอง เวลากบั การมอง เล็กนอ้ ยเท่านัน้ อยา่ งเดียว

เน้ือความอยา่ ง เนอื้ ความมากกว่า

เหมาะสม ปกติ

บุคลิกภาพในการ ลกั ษณะท่าทางการ ลกั ษณะท่าทางการ ลกั ษณะท่าทางการ ลกั ษณะทา่ ทางไม่

อ่าน อ่านเหมาะสม ไม่ยก อ่านไม่ค่อยเปน็ อา่ นมีความไม่เป็น เป็นธรรมชาติ เกรง็

หรือถือเอกสารไว้ต่า ธรรมชาติ ยกหรือ ธรรมชาติ ยกหรอื ยกเอกสารสูง

เกนิ ไป ถือเอกสารต่ากวา่ ถอื เอกสารผิดจาก เกนิ ไปหรือวาง

ระดบั ปกติเล็กน้อย ระดบั ปกติ เอกสารต่าเกินไป

ความรบั ผดิ ชอบ ส่งงานตรงตอ่ เวลา ส่งงานช้ากวา่ สง่ งานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่

ในการทางาน พร้อมทง้ั ให้ขอ้ มูลผู้ กาหนดไมเ่ กนิ ๒ กาหนดไม่เกิน ๗ กาหนด ๗ วนั ข้ึน

ส่งงานครบถว้ น วัน หรือให้ขอ้ มูล วัน หรอื ไม่ให้ ไป

ถูกต้อง ของผู้สง่ งานไม่ ขอ้ มลู ของผู้สง่ งาน

ครบถ้วน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

๑๖-๒๐ คะแนน ดีมาก 38
๑๒-๑๕ คะแนน ดี
๗-๑๑ คะแนน พอใช้
๑-๖ คะแนน ควรปรับปรุง

แบบประเมินการอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้ว

คาชแี้ จง : สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแก้วของนกั เรียน จากวิดีโอการอ่านออกเสียง
รอ้ ยแกว้ จากบทความทก่ี าหนดให้ เตมิ คะแนนตงั้ แต่ ๑-๔ ลงในรายการประเมินทีร่ ายช่ือของผู้เรยี นเปน็
รายบุคคล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๓ หมายถึง การปฏิบัติมีข้อบกพร่องเลก็ น้อย
๔ หมายถึง ทาการปฏบิ ัตไิ ด้ดมี าก ๑ หมายถงึ การปฏิบัติมีข้อบกพร่องมาก
๒ หมายถึง การปฏิบัติมขี ้อบกพร่องปานกลาง

เลขที่ รายการ ทักษะ อกั ขรวธิ ี มารยาท บคุ ลิกภาพ ความ รวมคะแนน
ช่ือ-สกลุ ประเมนิ ในการ ในการ ในการ รับผิดชอบใน ท้งั หมด
อา่ น อ่าน อ่าน การทางาน (๒๐ คะแนน)

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

๑๖-๒๐ คะแนน ดมี าก ลงชอื่
๑๒-๑๕ คะแนน ดี ผปู้ ระเมิน
๗-๑๑ คะแนน พอใช้
๑-๖ คะแนน ควรปรับปรงุ 39

บนั ทึกผลกิจกรรมการเรียนรู้

๑. ผลการจัดการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K)

ด้านกระบวนการ (P)

ด้านคุณลักษณะ (A)

๒. ปัญหา/อุปสรรค

๓. แนวทางการแก้ไข/ปรบั ปรุง

ลงช่อื ครูผ้สู อน

(นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์)

วัน เดือน พ.ศ.

40

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ๕ รหสั วิชา ท ๒๓๑๐๑

ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณหี นนี างผีเสื้อสมุทร

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง การอา่ นจบั ใจความ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ครูผูส้ อน นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาใน

การดาเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ัยรักการอา่ น
ตวั ชี้วดั ม.๓/๓ ระบใุ จความสาคัญและรายละเอยี ดของข้อมลู ที่สนบั สนุนจากเร่ืองทอ่ี า่ น
ม.๓/๑๐ มมี ารยาทในการอ่าน

๒. สาระสาคัญ/สาระการเรยี นรู้
สาระสาคญั
การศกึ ษาวรรณคดีเรอ่ื ง พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณีหนนี างผีเสอื้ สมุทร ผู้อา่ นจะต้องอ่านเพอ่ื จับ

ใจความสาคญั ของเรือ่ ง เพื่อให้ทราบรายละเอียดของเรื่องราว และนาเร่ืองราวเหลา่ นัน้ มาวิเคราะหค์ ุณค่าจาก
วรรณคดแี ละวรรณกรรม แล้วสรปุ ความรู้และข้อคดิ เพ่ือนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวัน

สาระการเรียนรู้
๑. ความหมายและความสาคัญของการอา่ นจับใจความสาคัญ
๒. หลกั การอ่านจับใจความสาคญั
๓. การอ่านจับใจความเรื่อง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นีนางผเี สื้อสมุทร
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกแนวทางการระบุใจความสาคัญและรายละเอียดจากเรอ่ื งท่ีอา่ นได้ (K)
๒. สามารถอ่านจับใจความสาคัญและรายละเอยี ดจากเร่ืองที่อ่านได้ (P)
๓. มีความรบั ผิดชอบในงานท่ีได้รับมอบหมาย (A)
๔. สมรรถนะสาคญั
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด

๕. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ใฝเ่ รียนรู้
๒. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๓. มวี ินยั มคี วามรับผิดชอบ

41

๖. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
๑. นกั เรยี นกบั ครรู ว่ มกนั ทบทวนเรือ่ งราวของพระอภยั มณใี นเหตุการณ์ก่อนเขา้ ส่พู ระอภัยมณี ตอน

พระอภยั มณีหนนี างผเี ส้ือสมุทรให้นักเรียนฟงั ก่อนนาสูก่ ารเรยี น
ขัน้ สอน
๑. ครูผสู้ อนให้นกั เรยี นศกึ ษาเร่อื งราวของพระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นีนางผีเสื้อสมทุ ร โดยการ

อ่านในใจ จากน้ันครผู สู้ อนถามนักเรียนวา่ จากเรื่องพระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณีหนนี างผเี สอ้ื สมทุ ร ปรากฏ
ตวั ละครใดในเรื่องบ้าง แตล่ ะตวั ละครเป็นใคร มีความสาคัญตอ่ เรื่องอยา่ งไร

๒. นักเรียนและครรู ว่ มกนั วิเคราะห์ลกั ษณะนิสยั และพฤตกิ รรมของตัวละครต่าง ๆ ในเรื่องวา่ มจี ุดเด่น
จุดด้อยอย่างไรบา้ ง และนักเรียนเหน็ ด้วยกับพฤติกรรมของตัวละครในเรอ่ื งหรอื ไม่ อย่างไร

๓. แบ่งกลมุ่ นักเรียนโดยใหม้ ีนกั เรยี นจานวนเท่า ๆ กันในแตล่ ะกลุ่ม ตามจานวนของตวั ละครในเร่ือง
ดว้ ยความสมคั รใจของนักเรียนเอง แล้วให้ตวั แทนกลุ่มออกมาจบั สลากเพื่อเลือกตวั ละครทจ่ี ะได้รบั มอบหมาย
งานใหว้ ิเคราะห์พฤติกรรมของตวั ละคร

๔. สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ รว่ มกันพูดคุย อภปิ รายเกีย่ วกบั พฤตกิ รรมของตวั ละครในเรื่องที่ไดร้ ับ
มอบหมายใหน้ าเสนอในชนั้ เรียน

๕. ตวั แทนกลมุ่ แตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอผลการพูดคยุ อภิปรายเกย่ี วกบั พฤติกรรมของแตล่ ะตวั
ละคร และให้นักเรยี นร่วมกันสรุปพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัวครบทุกกล่มุ

ข้ันสรปุ
๑. นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปแนวคิดสาคัญของพระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณหี นีนางผเี สือ้ สมุทร
จากน้ันรว่ มกันเชอื่ มโยงเนือ้ หาเพ่ือนาข้อคิดจากตวั ละครในเร่ืองพระอภยั มณีไปใชป้ ระโยชน์ในการดาเนินชีวิต
๒. นักเรียนรบั มอบหมายงานจากครผู ูส้ อนเป็นใบงาน การวิเคราะห์ตัวละครเพ่ือสอนใจ จากตัวละคร
ทน่ี กั เรยี นได้รบั มอบหมายจากการอภปิ รายในกลุ่ม ก่อนจะเปดิ โอกาสให้นักเรยี นซกั ถามข้อสงสัยหรือพดู คยุ กับ
ครูผู้สอน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน/อน่ื ๆ
๑. ใบงาน การวเิ คราะห์ตวั ละครเพ่ือสอนใจ
๘. สือ่ การเรียนรแู้ ละแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี น วรรณคดวี จิ กั ษ์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒. ห้องสมุด
๓. เว็บไซตอ์ ้างอิง

42

๙. การวัดผลและประเมนิ ผล

รายการประเมิน วธิ กี ารประเมิน เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชป้ ระเมิน เกณฑ์การประเมนิ

ดา้ นพทุ ธพิ สิ ยั (K) ประเมนิ การจบั ใจความ ใบงาน การวิเคราะหต์ ัว ระดบั คะแนนร้อยละ

- บอกแนวทางการระบุ สาคัญและการวิเคราะห์ ละครเพ่ือสอนใจ ๕๐ ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น

ใจความสาคัญและ จากเรื่องที่อา่ นผ่านใบงาน เกณฑ์

รายละเอียดจากเร่อื งที่

อา่ นได้

ด้านทักษะพสิ ยั (P) สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ

- สามารถอ่านจับใจความ ทางานเป็นกลุ่ม การทางานเป็นกลมุ่ โดยรวมอย่ใู นเกณฑ์

สาคญั และรายละเอยี ด ดี ถอื ว่าผ่านเกณฑ์

จากเรอื่ งทอี่ า่ นได้

ดา้ นจิตพิสยั (A) สงั เกตความมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ

- มีความรับผดิ ชอบในงาน ทางาน ใฝ่เรยี นรู้ และ อันพงึ ประสงค์ โดยรวมอยใู่ นเกณฑ์

ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ความรับผดิ ชอบ ดี ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

43

บนั ทึกผลกิจกรรมการเรียนรู้

๑. ผลการจัดการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K)

ด้านกระบวนการ (P)

ด้านคุณลักษณะ (A)

๒. ปัญหา/อุปสรรค

๓. แนวทางการแก้ไข/ปรบั ปรุง

ลงช่อื ครูผ้สู อน

(นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์)

วัน เดือน พ.ศ.

44

แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาภาษาไทย ๕ รหสั วิชา ท ๒๓๑๐๑

ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๒ พระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณหี นนี างผีเสอื้ สมุทร

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๓ เรื่อง การท่องบทอาขยาน เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ครผู สู้ อน นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์

๑. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็

คุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
ตวั ชว้ี ัด ม.๓/๒ วเิ คราะหว์ ิถีไทย และคุณค่าจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา่ น
ม.๓/๔ ทอ่ งจาและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกาหนด และบทร้อยกรองท่ีมีคณุ ค่าตาม
ความสนใจ และนาไปใช้อ้างอิง

๒. สาระสาคัญ/สาระการเรียนรู้

สาระสาคัญ

การศึกษาวรรณคดีเรื่อง พระอภยั มณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเส้อื สมุทร โดยการท่องบทอาขยาน

ทาใหไ้ ดว้ เิ คราะหว์ ถิ ีไทย และคุณคา่ ของวรรณคดีที่แฝงอยู่ในบทอาขยานนั้น ๆ และสามารถนาไปประยุกต์ใช้

กับวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถนิ่ เร่ืองต่าง ๆ ตามความสนใจ แล้วสรุปความรูแ้ ละข้อคิดเห็น

เพอื่ นาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง หรือใช้อ้างอิงได้

สาระการเรียนรู้

๑. คณุ คา่ ของบทอาขยาน

๒. หลักการอา่ นบทอาขยาน

๓. การท่องบทอาขยาน บทเลือกจากเรือ่ ง พระอภยั มณี ตอน พระอภัยมณีหนนี างผีเส้ือสมุทร

พระโฉมยงองคอ์ ภัยมณนี าถ เพลินประพาสพิศดหู มมู่ ัจฉา

เหลา่ ฉลามล้วนฉลามตามกันมา คอ่ ยเคล่ือนคลาคล้ายคลา้ ยในสายชล

ฉนากอยู่คูฉ่ นากไม่จากคู่ ข้นึ ฟ่องฟูพน่ ฟองละอองฝน

ฝูงพิมพาพาฝงู เข้าแฝงวน บา้ งผดุ พน่ ฟองน้าบา้ งดาจร

กระโหเ้ รยี งเคยี งกระโห้ขน้ึ โบกหาง ลอยสลา้ งกลางกระแสแลสลอน

มงั กรเกี่ยวเลยี้ วลอดกอดมังกร ประชุมซอ่ นแฝงชลขึน้ วนเวียน

ฝูงมา้ นา้ ทาท่าเหมือนมา้ เผ่น ขนึ้ ลอยเลน่ เลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน

ตะเพยี นทองทอ่ งนา้ นาตะเพียน ดาษเดยี รดูเพลินจนเกนิ มา

เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชอุ่ม โขดตะคุ่มเคยี งเคยี งเรียงรุกขา

จะเหลียวซ้ายสายสมุทรสดุ สายตา จะแลขวาควันคลมุ้ กลมุ้ โพยม

45

จะเหลียวดสู ุรยิ ์แสงเข้าแฝงเมฆ ใหว้ ิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม
ฟงั สาเนียงเสียงคลน่ื ดังครื้นโครม ยิ่งทุกขโ์ ทมนัสในฤทัยทวี

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อธิบายคณุ คา่ ของบทอาขยานจากเร่อื ง พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณีหนนี างผีเสอื้ สมุทรได้ (K)
๒. ท่องจาบทอาขยานจากเร่ือง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นนี างผเี ส้ือสมุทรได้ (P)
๓. มีความรับผิดชอบในงานที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)

๔. สมรรถนะสาคัญ
ความสามารถในการส่ือสาร

๕. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. ใฝเ่ รยี นรู้
๒. มุ่งม่ันในการทางาน
๓. มวี นิ ัย มคี วามรับผดิ ชอบ

๖. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
๑. นกั เรยี นตอบคาถามจากครูผู้สอนเพอื่ เป็นการกระตนุ้ ความคดิ วา่ “จากที่เคยได้เรียนมาตั้งแต่

ประถมถึงปจั จบุ ัน นกั เรยี นคิดว่าการทอ่ งบทอาขยานมคี วามจาเปน็ ต่อวชิ าภาษาไทยหรือไม่” (ไม่มีแนวคาตอบ
ตายตัว อยใู่ นดุลยพนิ ิจการตอบของนักเรยี น และการรับฟังของครผู ู้สอน)

๒. ครผู ูส้ อนสอบถามนักเรียนโดยการสุ่มเลอื กตัวแทนนักเรียนในห้องจากคาถามว่า “นักเรียนชอบบท
อาขยานบทใด ไม่วา่ จะจากที่ไดย้ ินมาหรอื จะได้เรียนมากต็ าม เพราะอะไร และสามารถนาไปใชป้ ระโยชนอ์ ะไร
ได้บ้าง” (ไม่มีแนวคาตอบตายตัว อยูใ่ นดุลยพินจิ การตอบของนักเรียน และการรบั ฟังของครูผูส้ อน) จากนนั้
นาเข้าสกู่ ารสอน

ขน้ั สอน
๑. นกั เรยี นฟงั ตวั อยา่ งการอ่านบทอาขยาน บทเลอื กจากเรื่อง พระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณหี นีนาง
ผีเสื้อสมทุ ร จากส่อื วดิ ีโอตวั อย่างท่ีครผู ู้สอนเปิดใหน้ ักเรียน จากน้นั ครผู ูส้ อนให้นักเรียนเปดิ หนังสือเรยี น
วรรณคดีวิจักษ์ ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ไปทสี่ ว่ นของบทอาขยาน บทเลือกจากเรื่อง พระอภัยมณี ตอน
พระอภัยมณหี นีนางผเี ส้ือสมุทร และครผู สู้ อนใหน้ กั เรยี นทดลองฝกึ อ่านบทอาขยานไปพรอ้ มกนั กบั สอื่ ตัวอยา่ ง
๒. นักเรียนทดลองฝึกอา่ นบทอาขยาน บทเลือกจากเรื่อง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นนี าง
ผีเสอื้ สมทุ ร โดยไม่เปดิ ส่ือตวั อยา่ งประกอบ จากการเลือกตัวแทนนักเรียนจานวนหนึ่งโดยครผู ้สู อน โดยให้
นักเรียนทุกคนทีร่ บั ฟังการฝึกอา่ นของตัวแทนนักเรียน ได้วิเคราะห์ข้อท่ีควรปรับปรงุ แก้ไขกอ่ นจะนามา
อภิปรายตอ่ ไป

46

ข้นั สรปุ
๑. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายข้อที่ควรปรับปรุงและแก้ไขในด้านการอา่ นของตนเอง เพื่อให้ครูผู้สอน
แนะนาวิธีแก้ไขต่อไป
๒. นกั เรยี นรบั มอบหมายงานจากครูผสู้ อน ๒ ช้ิน โดยชน้ิ ที่ ๑ คอื การอัดวดิ โี อการอ่านออกเสียงบท
รอ้ ยกรอง บทเลอื กจากเรอื่ ง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณหี นีนางผเี ส้ือสมุทร ชน้ิ ที่ ๒ คอื ใบงาน คณุ คา่ และ
ความสาคัญของบทอาขยาน โดยครูผสู้ อนกาหนดเกณฑ์การใหค้ ะแนนพร้อมกับลงการมอบหมายงานและ
ช่องทางสง่ ช้ินงานใน Google Classroom กอ่ นจะเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนพดู คยุ ซกั ถามข้อสงสยั กับครผู ้สู อน

๗. ช้ินงาน/ภาระงาน/อ่นื ๆ
๑. การอดั วิดีโอการอา่ นออกเสยี งบทอาขยาน บทเลือกจากเรอ่ื ง พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณหี นี

นางผเี สือ้ สมทุ ร
๒. ใบงาน คณุ คา่ และความสาคัญของบทอาขยาน

๘. ส่ือการเรียนรแู้ ละแหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี น วรรณคดีวจิ กั ษ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒. วิดีโอประกอบการสอน การอ่านออกเสยี งบทอาขยาน บทเลอื กจากเรื่อง พระอภัยมณี ตอน

พระอภัยมณหี นนี างผเี สื้อสมุทร

๙. การวดั และประเมนิ ผล

รายการประเมิน วิธีการประเมิน เครื่องมอื ทใ่ี ช้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน

ด้านพทุ ธิพิสัย (K) การตรวจคาตอบจากใบงาน ใบงาน คณุ คา่ และ ระดบั คะแนนร้อยละ

- อธบิ ายคณุ ค่าของบทอาขยาน คุณค่าและความสาคญั ของ ความสาคญั ของบท ๕๐ ขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ น

จากเร่อื ง พระอภัยมณี ตอน บทอาขยาน อาขยาน เกณฑ์

พระอภยั มณหี นีนางผเี ส้ือสมุทร

ได้

ด้านทักษะพสิ ยั (P) ประเมนิ การอ่านออกเสียง แบบประเมนิ การอา่ น ระดบั คุณภาพ

- ทอ่ งจาบทอาขยานจากเร่ือง บทอาขยาน ออกเสยี งบทอาขยาน โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี

พระอภยั มณี ตอน พระอภัยมณี ถือว่าผา่ นเกณฑ์

หนนี างผีเสอ้ื สมทุ รได้

ดา้ นจติ พสิ ัย (A) ประเมินการอา่ นออกเสยี ง แบบประเมินการอา่ น ระดบั คุณภาพ
- มีความรับผิดชอบในงานที่ บทอาขยาน ออกเสียงบทอาขยาน โดยรวมอยู่ในเกณฑด์ ี
ได้รบั มอบหมาย
ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

47

เกณฑ์การประเมนิ การอา่ นออกเสียงบทอาขยาน

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ

ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรุง (๑)

ฉันทลักษณ์ แบง่ วรรคตอนการ อา่ นผดิ ฉนั ทลักษณ์ อา่ นผดิ ฉันทลักษณ์ อา่ นผิดฉนั ทลักษณ์

อา่ นได้ถกู ต้องตาม ๑-๒ จุด มีไหวพรบิ ๓-๔ จดุ ปรับวรรค ๕ จุดขึ้นไป และ

ฉันทลักษณ์ มไี หว ในการปรบั วรรค ตอนตามเนื้อความ ปรบั วรรคตอนไม่

พริบในการปรบั ตอนตามเน้ือความ ในบทไมถ่ กู ต้อง ถกู ต้องตาม

วรรคตอนตาม ในบท เน้อื ความในบท

เนอื้ ความในบท

อักขรวิธี อ่านได้ถกู ต้องตาม อ่านผดิ อักขรวธิ ี อ่านผิดอักขรวิธี อา่ นผิดอักขรวิธี

อกั ขรวิธี ๑-๒ จุด ๓-๔ จดุ ๕ จุดขน้ึ ไป

เสียง เสียงดังชัดเจน ออก เสียงดังชดั เจน เสยี งคอ่ นไปทาง เสยี งเบา ไม่มีความ

ลลี าน้าเสยี งได้ ออกลลี านา้ เสยี งไม่ เบา ลีลานา้ เสยี ง ชัดเจน ไมม่ ีลลี า

ไพเราะ เหมาะสมกับ บางส่วนไม่ นา้ เสยี งในการอา่ น

เนอ้ื ความบางสว่ น เหมาะสมกบั โทนเสียงราบเรียบ

เน้ือความ

บุคลิกภาพในการ ลักษณะท่าทางการ ลกั ษณะท่าทางดูดี อา่ นไมร่ าบรืน่ อา่ นตดิ ขัดมากกว่า

อา่ น อา่ นเหมาะสม มี อา่ นติดขัด ๑ ครั้ง ติดขดั ๒-๓ คร้งั ๔ คร้งั ขึ้นไป

ความมั่นใจในการ มคี วามม่ันใจในการ ทา่ ทางไม่ค่อย บคุ ลกิ ภาพไม่

อา่ น อา่ น มัน่ ใจในการอ่าน เหมาะสมและไม่

มั่นใจในการอา่ น

การรกั ษาความ รักษาความตาม อ่านรกั ษาอารมณ์ อา่ นรักษาอารมณ์ อา่ นรักษาอารมณ์

ตามอารมณ์ในบท อารมณ์ในทกุ บทได้ ไมเ่ หมาะสมในบาง ในบทไม่เหมาะสม ในบทไม่เหมาะสม

เหมาะสม วรรคของบท ๑-๒ บท ๓ บทขนึ้ ไป

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

๑๖-๒๐ คะแนน ดีมาก
๑๒-๑๕ คะแนน ดี
๗-๑๑ คะแนน พอใช้
๑-๖ คะแนน ควรปรับปรุง

48


Click to View FlipBook Version