แบบประเมนิ การอ่านออกเสียงบทอาขยาน
คาชแ้ี จง : สังเกตพฤตกิ รรมการอา่ นออกเสียงบทอาขยานของนักเรยี น จากวดิ ีโอการอ่านบทอาขยาน
บทเลอื กจากเรือ่ ง พระอภัยมณี ตอน พระอภยั มณหี นีนางผีเส้อื สมทุ ร เตมิ คะแนนต้ังแต่ ๑-๔ ลงในรายการ
ประเมนิ ที่รายช่ือของผู้เรยี นเปน็ รายบคุ คล
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๓ หมายถึง การปฏิบัติมขี ้อบกพร่องเลก็ น้อย
๔ หมายถงึ ทาการปฏบิ ัตไิ ด้ดมี าก ๑ หมายถงึ การปฏิบตั ิมีข้อบกพร่องมาก
๒ หมายถงึ การปฏิบัติมีข้อบกพร่องปานกลาง
รายการ ฉนั ทลกั ษณ์ อกั ขรวิธี เสียง บคุ ลกิ ภาพ การรักษา รวมคะแนน
เลขที่ ประเมิน ในการ ความตาม ทั้งหมด
ชอ่ื -สกลุ
อ่าน อารมณ์ในบท (๒๐ คะแนน)
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
๑๖-๒๐ คะแนน ดีมาก ลงชือ่
๑๒-๑๕ คะแนน ดี ผู้ประเมิน
๗-๑๑ คะแนน พอใช้
๑-๖ คะแนน ควรปรบั ปรงุ 49
บนั ทึกผลกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
ด้านกระบวนการ (P)
ด้านคุณลักษณะ (A)
๒. ปัญหา/อุปสรรค
๓. แนวทางการแก้ไข/ปรบั ปรุง
ลงช่อื ครูผ้สู อน
(นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์)
วัน เดือน พ.ศ.
50
ตอนท่ี 4 การจดั ทาโครงการส่งเสรมิ ผ้เู รียนใหม้ ีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และอนุรักษว์ ัฒนธรรม
ภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่
คำชี้แจง จงบันทกึ ข้อมูลและใสภ่ าพประกอบ
1. ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสรมิ ทกั ษะกระบวนการในการทำงานรว่ มกันอย่างมีความสุข กิจกรรม
“รำลกึ เกียรติคุณสนุ ทรภู่”
2. ลกั ษณะของแผนงานโครงการ
ส่งเสริมคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ส่งเสรมิ อนุรักษ์วฒั นธรรม สง่ เสรมิ ดา้ นวิชาการ
อธิบายลกั ษณะของกิจกรรม : มกี ารดำเนินการจดั กจิ กรรม “รำลึกเกียรตคิ ุณสนุ ทรภู่” ตามทก่ี ำหนดไว้
แต่ด้วยเหตุจากสถานการณ์ปัจจบุ ันทเี่ กิดการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทยจงึ ไดก้ ำหนดให้นกั เรียนเขา้ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในรปู แบบออนไลน์ผา่ น
โปรแกรม Google Meet และ Google Classroom เปน็ จำนวนทงั้ หมด 5 กจิ กรรม ดังนี้
1) กิจกรรมเสรมิ ปัญญาวิชาการ ตอบคำถามเกยี่ วกบั ประวัตแิ ละผลงานของสนุ ทรภู่
2) กจิ กรรมจารจารึก บนั ทึกบทกลอน เปน็ กิจกรรมคัดลายมือตามหวั ข้อที่กำหนดให้
3) กจิ กรรมอักษรเสนาะ ไพเราะสำเนียง เป็นกจิ กรรมการแข่งขันอา่ นทำนองเสนาะจากหัวขอ้ ท่ีกำหนด
4) กิจกรรมสดับเสยี งขาน การอา่ นบทความ เปน็ กิจกรรมการแข่งขนั อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วจาก
หวั ข้อที่กำหนด
5) กิจกรรมงดงามถ้อยคำ ลำนำบทกวี เป็นกจิ กรรมการแต่งบทประพนั ธ์ประเภท กลอนสภุ าพ หัวข้อ
“รำลึกเกยี รตคิ ุณสนุ ทรภู่” สำหรับนักเรียนระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
3. สอดคล้อง/แผนยทุ ธศาสตร์ของหนว่ ยงาน/การประกันคุณภาพดา้ นใด
สอดคลอ้ งกบั กลยุทธก์ ระทรวงศึกษาธกิ าร ข้อที่ 3 พัฒนาศักยภาพคนทกุ ชว่ งวยั และการสร้างสังคมแหง่ การ
เรียนรู้
สอดคลอ้ งกบั กลยุทธ์ สพฐ. ข้อที่ 3 พฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย.์ .....................................
สอดคล้องกับกลยุทธโ์ รงเรยี น ขอ้ ท่ี 1 พัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี นตามแนวการจดั การเรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21.......
4. วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1) เพือ่ ใหน้ กั เรยี นมีทักษะและความสามารถในการวเิ คราะหแ์ ละคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ อภปิ ราย
แลกเปลยี่ นความคิดเหน็ และแกป้ ญั หาร่วมกัน
2) เพอ่ื ให้นกั เรยี นยอมรบั และสามารถอยรู่ ว่ มกบั ผู้อ่ืนบนความแตกต่างและความหลากหลายได้อยา่ งมี
ความสุข
51
3) เพือ่ สง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรูใ้ ห้เกดิ การพฒั นาทางความคดิ ด้วยตนเอง และการทำงานเปน็ หมคู่ ณะ
4) เพอ่ื สร้างจิตสาธารณะให้กบั นักเรียน มีนำ้ ใจ มีความเสียสละให้กบั สงั คมส่วนรวม
5. กลุม่ เป้าหมาย/ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ
นักเรยี นระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1-6 โรงเรยี นเทพลีลา
6. ผลการดำเนินโครงการ
1) นกั เรยี นท่ีไดเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมมีทักษะและความสามารถในการวเิ คราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณ อภิปราย
แลกเปล่ียนความคิดเหน็ และแก้ปัญหาร่วมกัน...............................................................................................
2) นกั เรยี นยอมรับ และสามารถอยรู่ ว่ มกับผู้อ่ืนบนความแตกต่างและความหลากหลายได้อย่างมีความสุข
3) นักเรยี นเกิดการพฒั นาทางความคิดดว้ ยตนเอง และการทำงานเป็นหมู่คณะ..............................................
4) นกั เรียนมนี ้ำใจ มคี วามเสยี สละให้กับสงั คมส่วนรวม
ภาพการมีสว่ นรว่ มในโครงการ
หมายเหตุ หากนักศึกษาไม่ไดจ้ ัดโครงการ สามารถสมั ภาษณ์โครงการท่คี รูพ่ีเลี้ยงเคยจดั และบันทึก
ขอ้ มูลแทน
52
ตอนท่ี 5 การบันทกึ ขอ้ มูลผเู้ รียน
คาชแี้ จง ใหน้ กั ศึกษาวเิ คราะหส์ ภาพปัญหาผเู้ รียนในชนั้ เรยี น 1 รายวิชา ดว้ ยกระบวนการวิจยั
1. ระบสุ ภาพปัญหาผเู้ รียนท่พี บในชนั้ เรยี น
2. อธิบายสาเหตขุ องปัญหาคือ
ตัวอยา่ ง
สำรวจและวเิ คราะหส์ ภาพปัญหาในชน้ั เรียนของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ……………………
เร่ืองการเขยี นเชงิ วชิ าการ
การเขียนเปน็ ทักษะสำคัญต่อการเรยี นรู้ของมนุษย์ เป็นทักษะพื้นฐานในการสื่อสารข้อมลู หรือนำเสนอ
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ิต การเขียนมีหลายประเภทและมลี ักษณะแตกต่างกันตามลักษณะ
ของข้อมูลการศึกษาที่ต้องการนำเสนอผ่านการเขียนรูปแบบต่าง ๆ การเขียนเชิงวิชาการเป็นการเขียน
ประเภทหนง่ึ ทมี่ คี วามสำคัญต่อพฒั นาการเรียนรขู้ องมนษุ ยผ์ ่านทักษะกระบวนการเขยี น ในการจัดการเรียน
การสอนเพ่อื พัฒนานกั เรียนให้มที ักษะในการเขียนต้องมีองค์ประกอบสำคัญในการเขยี นเชงิ วชิ าการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการนำเสนอเนื้อหา หมายถึง สามารถนำเสนอเนื้อหาได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น
เน้อื หามีความเป็นเอกภาพสอดคล้องกันและมีความนา่ สนใจ
2. ความสามารถในการเรียบเรียงความคิด หมายถึง สามารถวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลที่สัมพันธ์
กนั ในการนำเสนอความคดิ ผ่านการเขียนแตล่ ะย่อหน้าเพ่ือถ่ายทอดประเด็นความคดิ ไดอ้ ยา่ งมีระบบ
3. ความสามารถในการใช้ภาษา หมายถงึ สามารถใช้ประโยคภาษาที่เปน็ ภาษาทางการได้ถูกต้องตาม
หลักภาษา ระดับภาษามีความเหมาะสม การสะกดคำการใช้เครื่องหมายถูกต้อง ใช้ภาษาชัดเจนสามารถ
ส่ือสารใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจได้
4. ความสามารถในการใช้แหล่งข้อมูลสารสนเทศ หมายถึง สามารถค้นคว้าและคัดเลือกข้อมูลท่ี
สอดคล้องกับประเด็นที่ศึกษาได้โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลและเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบท
ปัจจุบนั นำมาใช้อา้ งอิงสนับสนนุ ข้อมลู และเขยี นรายการอา้ งองิ ไดถ้ ูกต้องตามหลักการเขียนเชงิ วชิ าการ
ความสามารถดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่นักเรียนต้องมีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของตนเองให้มี
ประสิทธิภาพ ตรงตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษา 2551 สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในสาระการ
53
เขียนนักเรียนต้องสามารถใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ เขียนย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยจึง
ศกึ ษาสำรวจสภาพปญั หาในการเขียน ดังน้ี
จากการสำรวจสภาพปัญหาในช้ันเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1/7 พบปญั หาดงั นี้
1. การสำรวจสภาพปัญหาในช้นั เรยี นเบื้องตน้
ในการจดั การเรยี นการสอนรายวชิ าการภาษาไทยระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ........... ปกี ารศกึ ษา..........
พบว่า นักเรียนมีปัญหาการเขียนเชิงวิชาการ ประเมินผลจากการทำภาระงานที่นักเรียนได้รับมอบหมายเป็น
ภาระงานทต่ี ้องมคี วามสามารถตามองค์ประกอบของการเขียนเชิงวชิ าการ ซึ่งพบปญั หาคือ
1.1 ความสามารถในการนำเสนอเน้ือหา เมื่อให้นักเรียนศึกษาประวตั ิวัดภูเขาทองจากข้อมลู
ทีผ่ ูส้ อนกำหนดให้เป็นเน้ือหาที่มคี วามหลากหลาย นกั เรยี นยังขาดทักษะในการนำเสนอเนื้อหาทสี่ ำคญั น่าสนใจ
และตรงประเด็น
1.2 ความสามารถในการเรียบเรียงความคิด นักเรียนขาดทักษะการเรียบเรียงความคิดที่
สมั พันธก์ นั ในแต่ละยอ่ หนา้ ไมส่ ามารถนำเสนอประเด็นสำคัญในแต่ละย่อหน้าไดเ้ ช่ือมโยงกัน
1.3 ความสามารถในการใช้ภาษา นักเรียนเขียนสะกดคำผิด ใช้เครื่องหมายไม่ถูกต้อง ส่งผล
ใหไ้ มส่ ามารถส่ือสารได้อยา่ งชัดเจน
1.4 ความสามารถในการใช้แหล่งข้อมูลสารสนเทศ เมื่อนักเรียนได้ศึกษาจากเนื้อหาจาก
แหล่งข้อมูลที่ครูกำหนดให้ พบว่า นักเรียนยังไม่สามารถคัดเลือกข้อมูลที่สำคัญไปใช้ในการเขียนอ้างอิง
สนับสนุนขอ้ มลู
ดังนั้นจากการศึกษาสภาพปัญหาดังกล่าวและประเมินผลจากภาระงานที่นักเรียนได้รับมอบหมาย
พบว่านักเรียนยังขาดความสามารถในการเขียนเชิงวิชาการ ซึ่งเป็นทักษะความสามารถที่สำคัญต่อการพัฒนา
ตนเองและจากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน พบว่า นักเรียนบางส่วนไม่ชอบการเขียนงานหรือการทำ
การบ้าน หากมอบหมายการบ้านนักเรียนบางส่วนจะส่งงานช้าและยังขาดการเรียบเรียงความคิดเพื่อนำเสนอ
เนื้อหา ตลอดจนมักเขียนสะกดคำผิดสง่ ผลให้ผสู้ อนอ่านแลว้ ไม่สามารถเข้าใจได้
2. การสัมภาษณ์ครูเพือ่ สำรวจสภาพปญั หาและสาเหตขุ องปญั หา
จากขอ้ มลู ปัญหาเบอ้ื งต้นที่ได้จากการประเมินผลจากภาระงานและการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของ
นักเรียน ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์ครูผู้สอนและครูประจำชั้นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ........... ปีการศึกษา
........... โรงเรยี นโยธนิ บูรณะ จำนวน 3 ท่าน ซึ่งใหข้ ้อมูลดังน้ี
1. เมื่อครูอ่านงานเขียนของนักเรียนพบว่าเนื้อหาข้อมูลที่นักเรียนนำเสนอตรงประเด็นมีเนื้อหา
สมบรู ณค์ รบถ้วนกบั หัวขอ้ ท่คี รูกำหนดหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
54
จากการสัมภาษณ์พบว่า นักเรียนสามารถส่วนใหญ่สามารถเขียนนำเสนอเนื้อหาได้แต่ยังไม่ครบถ้วน
ทุกประเด็น เนื้อหาบางส่วนยังไม่สอดคล้องกัน สาเหตุสำคัญจาก เนื้อหาที่หลากหลายอาจทำให้นักเรียนเกิด
ความสับสนไม่เข้าใจเนื้อหาที่สัมพันธ์กับหัวข้อ ไม่สามารถจับประเด็นที่สำคัญได้ ทำให้ไม่สามารถนำเสนอ
เนื้อหาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ และยังขาดทักษะในกระบวนการเขียนเพื่อนำเสนอเนื้อหาซึ่งอาจเป็นผลมาจาก
เทคนิควธิ กี ารสอนของครู และไม่ชอบเขียนงานเขยี นท่ีมเี นอ้ื หาจำนวนมาก สง่ ผลใหไ้ มต่ ้งั ใจเขยี น
2. เมื่อครูตรวจภาระงานที่มอบหมายให้แก่นักเรียน นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดการเชื่อมโยง
เนือ้ หาท่ีสัมพนั ธก์ ันในภาระงานหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
จากการสัมภาษณ์พบว่า นกั เรยี นยงั ไม่สามารถคิดเชื่อมโยงเนื้อหาหรือประเด็นทีส่ ัมพันธ์กันและเขียน
ผ่านกระบวนการเขียนในแต่ละย่อหน้าได้ เพราะนักเรียนยังขาดทักษะการคิดการเชื่อมโยงเพราะยังเป็นวัยท่ี
ต้องฝึกพัฒนากระบวนการคิด เนื่องจากเป็นวัยที่เพิ่งผ่านในช่วงประถมศึกษา ทำให้กระบวนการคิดการ
เชอ่ื มโยงข้อมลู ยงั ไมส่ ามารถทำไดด้ นี กั และยงั ไมส่ ามารถยกเหตุผลสนับสนนุ ประกอบได้
3. เมอ่ื ครตู รวจภาระงานท่ีมอบหมายให้นักเรียนทำแลว้ พบว่านักเรยี นสามารถใช้ภาษาในการเขียนได้
ถูกตอ้ งตามระดับของภาษา ใช้เครอ่ื งหมาย และเขียนสะกดคำถกู หรือไม่ เพราะเหตุใด
จากการสัมภาษณ์พบว่า การใชภ้ าษาในการเขียนเปน็ ปญั หาท่ีพบมากนักเรียนจำนวนมากมักใช้สะกด
คำผิด ใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด รูปประโยคผิด ส่งผลให้สื่อสารได้ไม่ชัดเจน สาเหตุจาก นักเรียนผ่านช่วง
ระดับประถมกระบวนการทักษะในการเขียนคำถูกต้องจึงยังมีข้อผิดพลาด เช่น เขียนสะกดคำที่ไม่ตรงตาม
มาตรตัวสะกดนักเรียนมักจะเขยี นผิด และดว้ ยเนอ้ื หาคำศัพท์ท่ียากขึ้นจากในตอนระดับประถมศึกษาส่งผลให้
นักเรยี นใชภ้ าษาไม่ถูกต้อง
4. เมื่อครูมอบหมายภาระงานให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นักเรียนสามารถเลือก
ศึกษาขอ้ มลู จากแหล่งข้อมูลทีน่ ่าเชือ่ ถอื หรือไม่
จากผลการสัมภาษณ์ของครูผู้สอนพบว่า นักเรียนเลือกศึกษาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะเป็น
แหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย มีนักเรียนท่ีสามารถคัดเลือกข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และ
นกั เรียนบางส่วนยงั ขาดการเลอื กข้อมูลทีน่ ำมาเขียนอ้างอิงสนับสนุนในภาระงานทถ่ี ูกต้อง ข้อมูลท่ีนำมาน้ันผิด
ส่งผลให้งานที่ได้มอบหมายไม่ถูกต้องสมบูรณ์ ซึ่งสาเหตุมาจาก นักเรียนติดสื่อทางอินเตอร์เน็ตเพ ราะเป็น
แหลง่ ขอ้ มูลที่เข้าถงึ ไดง้ า่ ย และการคิดไตรต่ รองก่อนการเลอื กข้อมลู มาใช้
จากการสมั ภาษณค์ รูทสี่ อนในระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 พบวา่ นักเรียนขาดความสามารถในด้านการ
นำเสนอเนื้อหา นักเรียนไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาที่มีความเป็นเอกภาพสอดคล้องและมีความน่าสนใจได้
เนอ่ื งจากนกั เรียนเกิดความสบั สน ขาดทักษะการเขียนซึง่ อาจเปน็ ผลมาจากการสอนของครูด้วย นักเรียนยังไม่
สามารถเรียบเรียงความคิดเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ได้ ยังใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องในการเขียนและการคัดเลือก
แหลง่ ข้อมูลท่นี า่ เช่อื ถือยงั ขาดทักษะในการสืบค้นข้อมูลการอ้างอิงแหล่งข้อมูล
55
2. การจดั ทำแบบสอบถามเพ่อื วิเคราะห์สภาพปัญหาและสาเหตุของปญั หา
ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำแบบสอบถามเพื่อสอบถามปัญหาและสาเหตุของปัญหาเขียนเชิง
วชิ าการโดยจดั ทำแบบสอบถามเพ่อื วดั เจตคติของนักเรยี นทมี่ ีต่อการเขียนเชิงวชิ าการ โดยสอบถามนกั เรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ……………. จำนวน …………………คน ปรากฏข้อมลู ดงั น้ี
ตารางวเิ คราะหข์ อ้ มูลจากการทำแบบสอบถามนกั เรียนเรอื่ งการเขยี นเชิงวิชาการ
ข้อคำถาม คา่ เฉลย่ี แปรคา่
1. ครูสอนหลักการเขียนเชิงวิชาการประเภท เรียงความ 3.11 ปานกลาง
รายงาน หรือการเขยี นท่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ คว้า 2.61 ปานกลาง
2. ครูสอนเทคนิคที่ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียนในการ 2.47
เชอื่ มโยงเนอ้ื หาความรู้ 2.84 น้อย
3. ครูมีสื่อการสอนหรือวิธีการการยกตัวอย่างที่ทำให้ 2.79 ปานกลาง
นกั เรียนเขา้ ใจหลกั การใชภ้ าษา 3.16 ปานกลาง
4. ครูสอนการเลือกแหล่งข้อมูลการศึกษานอกเหนือจาก 2.74 ปานกลาง
สอื่ อินเตอร์เนต็ 2.68 ปานกลาง
5. ครูสอนหลักการเขยี นอา้ งอิงขอ้ มลู ที่นำมาใช้งานเขยี น 2.47 ปานกลาง
6. นักเรียนสามารถเขียนนำเสนอเนื้อหาตามหัวข้อที่ครู
กำหนดได้ถกู ต้องและชัดเจน 4.37 น้อย
7. นักเรียนสามารถเขียนนำเสนอเนื้อหาตามหัวข้อที่ครู
กำหนดไดถ้ ูกต้องและชัดเจน มาก
8. นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดนำเสนอประเด็น
สำคญั ในแตล่ ะยอ่ หน้าไดส้ มั พนั ธ์กัน
9. นักเรียนสามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องตามระดับภาษา
เขียนสะกดคำ และใช้เคร่ืองหมายถูกต้อง
10. นักเรียนต้องการพัฒนาตนเองในด้านทักษะการเขียน
เชิงวิชาการ ได้แก่ เรียงความ บทความ รายงานและการ
เขยี นงานทีไ่ ด้จากการศึกษาค้นควา้ ตา่ ง ๆ
จากผลการวเิ คราะห์ข้อมลู พบว่า ระดบั ค่าเฉลีย่ ของข้อมลู สว่ นใหญ่อยู่ท่รี ะดับปานกลาง ซ่ึงข้อที่อยู่ใน
ระดับที่น้อยคือ ในด้านของครู ครูมีสื่อการสอนหรือวิธีการในการยกตัวอย่างที่ทำให้นักเรียนมีค่าเฉลี่ยเพียง
2.47 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยเป็นอันดับรองมาคือ ครูสอนเทคนิคที่ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียนในการเชื่อมโยง
56
เนื้อหาความรู้ มีค่าเฉลี่ย 2.61 อันดับน้อยที่สุดในด้านของนกั เรียนคือ นักเรียนสามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องตาม
ระดับภาษา เขียนสะกดคำ และใช้เครื่องหมายถูกต้อง มีค่าเฉลี่ย 2.47 อยู่ในระดับน้อย ข้อที่มีค่าเฉลี่ยเป็น
อันดับรองมาคือ นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดนำเสนอประเด็นสำคัญในแต่ละย่อหน้าได้สัมพันธ์กัน มี
ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.68 อยู่ในระดับปานกลาง และจากแบบสอบถามพบวา่ นักเรียนเห็นความสำคญั ตอ้ งการพัฒนา
ตนเองในดา้ นทักษะการเขยี นเชงิ วิชาการอยู่ในค่าเฉลย่ี 4.37 อยใู่ นระดับมาก
4. สรปุ ผลจากการสำรวจสภาพปัญหา
จากผลการสำรวจและวิเคราะห์สภาพปัญหาในชั้นเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ .........
พบว่า ปัญหาในชั้นเรียนที่ควรแก้ไขคือ ปัญหาความสามารถในการเขียนเชิงวิชาการซึ่งผู้เรียนมีปัญหา
ความสามารถในการนำเสนอเนื้อหา ความสามารถในการเรียบเรียงความคิด นักเรียนขาดทักษะการเรียบ
เรียงความคิดที่สัมพันธ์กันในแต่ละย่อหน้า ไม่สามารถนำเสนอประเด็นสำคัญในแต่ละย่อหน้าได้เชื่อมโยงกัน
ความสามารถในการใช้ภาษา นกั เรยี นเขียนสะกดคำผดิ ใชเ้ ครือ่ งหมายไม่ถูกต้อง สง่ ผลให้ไมส่ ามารถสื่อสารได้
อย่างชดั เจนความสามารถในการใช้แหล่งข้อมูล นักเรียนยังไมส่ ามารถคัดเลือกข้อมูลที่สำคัญไปใช้ในการเขียน
อ้างอิงสนับสนุนข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการประเมินภาระงานของนักเรียนในการสำรวจสภาพปัญหา
เบือ้ งตน้
จากการสัมภาษณ์ครผู สู้ อนพบว่านักเรยี นมีปัญหาความสามารถดงั กลา่ วสอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้วิจัยได้
ประเมนิ และสงั เกตโดยครูผู้สอนได้ให้ข้อมูล สาเหตจุ ากตัวนักเรียน นกั เรียนขาดความเข้าใจกระบวนการเขียน
ที่ถูกต้อง ขาดทักษะกระบวนการคิดเชื่อมโยงข้อมูลที่สัมพันธ์กัน นักเรียนขาดความรู้ในด้านของหลักการใช้
ภาษาทถ่ี กู ตอ้ ง นกั เรียนขาดการไตร่ตรองการตัดเลอื กของมลู ทีน่ ่าเชื่อถือจากแหลง่ เรยี นรู้ และสาเหตุทีเ่ กิดจาก
ครผู ้สู อนในระดับทีผ่ ่านมา ในการจัดการเรียนรู้เรียนระดับประถมศึกษา ครผู ูส้ อนไม่ได้สอนกระบวนการเขียน
นำเสนอเนือ้ หาแกน่ กั เรียน ครูไม่มีเทคนิควิธีการสอนที่ช่วยพัฒนากระบวนการคิดนักเรยี น ครูไม่มีสื่อหรือการ
ยกตัวอย่างวิธีการที่ทำให้นักเรียนเข้าใจเรื่องหลักภาษาได้ ครูไม่ได้สอนการเลือกศึกษาแหล่งข้อมูลและการ
อ้างอิงข้อมูล และจากการทำแบบสอบถามพบว่า องค์ประกอบความสามารถที่นักเรียนมีปัญหามากที่สุดคือ
ความสามารถในการใช้ภาษา ซ่ึงมสี าเหตุมาจากครผู ้สู อนและความสามารถในการเรยี บเรยี งความคดิ
เมอื่ วเิ คราะห์ข้อมลู ท่ีได้จากศึกษาแล้วน้ันพบว่า นกั เรยี นยังขาดความสามารถในการเขียนเชิงวิชาการ
ขาดทักษะกระบวนการเขียนตามองค์ประกอบของการเขียนเชิงวิชาการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ดังนั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่มี
ความสำคัญหากไม่แก้ไขจะส่งผลกระทบต่อตัวนักเรียนเอง ต่อครูผู้สอนผลกระทบต่อสถานศึกษาตลอดจน
ผลกระทบต่อประเทศชาติ ผู้วิจัยเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงต้องการแก้ไขปัญหาการเขียนเชิง
วิชาการเพ่ือแกไ้ ขปัญหาและพฒั นานักเรยี นให้มปี ระสิทธิภาพต่อไป
57
เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการวิจยั
แบบบนั ทกึ ผลสัมภาษณ์
เกยี่ วกบั พฤติกรรมและคุณภาพของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ……….โรงเรยี น…………..
เร่ือง การเขยี นเชงิ วิชาการ
ชื่อผู้ใหส้ ัมภาษณ์…………………………………………………………………………………….เบอรโ์ ทรศพั ท์…………………………
ตำแหนง่ ……………………………………วนั ทส่ี มั ภาษณ์…………….……………………สถานท…ี่ ……………………………………
เร่มิ การสมั ภาษณเ์ วลา................................................................ส้นิ สุดการสัมภาษณเ์ วลา...................................
1. เมื่อครูอ่านงานเขียนของนักเรียนพบว่าเนื้อหาข้อมูลที่นักเรียนนำเสนอตรงประเด็นมีเนื้อหาสมบูรณ์
ครบถ้วนกบั หวั ข้อทคี่ รกู ำหนดหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เมื่อครูตรวจภาระงานทีม่ อบหมายใหแ้ ก่นักเรียน นักเรียนสามารถเรียบเรยี งความคิดการเชื่อมโยงเนือ้ หาที่
สัมพนั ธก์ นั ในภาระงานหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เมื่อครูตรวจภาระงานที่มอบหมายให้นักเรียนทำแล้วพบว่านักเรียนสามารถใช้ภาษาในการเขียนได้ถูกต้อง
ตามระดับของภาษา ใช้เครื่องหมาย และเขยี นสะกดคำถูกหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เมื่อครูมอบหมายภาระงานให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นักเรียนสามารถเลือกศึกษา
ขอ้ มูลจากแหลง่ ข้อมูลทน่ี ่าเชอื่ ถอื หรอื ไม่
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...............................................ผสู้ ัมภาษณ์
(..............................................) 58
แบบสอบถามนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ……………..เรื่องการเขยี นเชงิ วชิ าการ
คำช้แี จง โปรดอา่ นข้อความแต่ละขอ้ และพิจารณาว่าทา่ นมีความคดิ เหน็ อยใู่ นระดบั ใด แล้วเตมิ เครอื่ งหมาย √
ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับความคดิ เห็นของทา่ นมากทสี่ ุด
เกณฑ์ระดับคะแนน
มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย
ข้อที่ เจตคติทมี่ ตี อ่ การเขยี นเชิงวิชาการ ที่สดุ กลาง ทส่ี ุด
54321
ดา้ นครผู สู้ อน
1 ครูสอนหลักการเขียนเชิงวิชาการประเภท เรียงความ
รายงาน หรอื การเขียนทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาค้นคว้า
2 ครูสอนเทคนิคท่ฝี ึกกระบวนการคิดของนักเรียนในการ
เชื่อมโยงเนื้อหาความรู้
3 ครูมีสื่อการสอนหรือวิธีการการยกตัวอย่างที่ทำให้
นักเรยี นเขา้ ใจหลกั การใชภ้ าษา
4 ครสู อนการเลือกแหลง่ ขอ้ มูลการศึกษานอกเหนือจาก
ส่อื อินเตอร์เนต็
5 ครสู อนหลักการเขียนอา้ งองิ ข้อมูลทีน่ ำมาใชง้ านเขยี น
ด้านนกั เรยี น
6 นกั เรียนสามารถเขยี นนำเสนอเนอื้ หาตามหวั ข้อทค่ี รู
กำหนดได้ถกู ต้องและชัดเจน
7 นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดนำเสนอประเด็น
สำคญั ในแต่ละย่อหนา้ ได้สมั พนั ธ์กนั
8 นกั เรยี นสามารถใชภ้ าษาได้ถูกต้องตามระดับภาษา
เขียนสะกดคำ และใช้เคร่ืองหมายถูกต้อง
9 นักเรยี นไตรต่ รองแหล่งขอ้ มูลท่ศี ึกษา เชน่ จากสื่อ
อนิ เตอร์เน็ต หรอื จากหนังสือ กอ่ นนำมาใช้ในงานเขยี น
10 นักเรียนต้องการพัฒนาตนเองในด้านทักษะการเขียน
เชิงวิชาการ ได้แก่ เรียงความ บทความ รายงานและ
การเขยี นงานทไ่ี ด้จากการศกึ ษาค้นคว้าตา่ ง ๆ
59
การสารวจและวเิ คราะหส์ ภาพปญั หาในชน้ั เรียนของนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
เรือ่ งการพดู แสดงความคดิ เห็นในทส่ี าธารณะ และการฟัง ดู พูดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
การพูดเป็นทักษะที่สาคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ เป็นทักษะพื้นฐานในการสื่อสารข้อมูลหรือนาเสนอ
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ การดารงชวี ิต การพดู น้ันมีหลายรปู แบบและมลี ักษณะแตกต่างกนั ตามลักษณะ
ของข้อมลู ที่ต้องการนาเสนอผ่านการพูดรูปแบบต่าง ๆ สาหรบั การพูดในที่สาธารณะเป็นการพูดรูปแบบหน่ึงท่ี
มคี วามสาคญั ต่อการส่ือสารและส่งความคิดความเข้าใจของผู้พูดให้แกผ่ ู้ฟังดว้ ยวจั นภาษาและอวจั นภาษา โดย
วัตถุประสงคข์ องการพูดในทช่ี ุมชนแบง่ ออกเป็น 3 แบบ ไดแ้ ก่
1. การพดู จูงใจหรือชักชวน (To Persuade) เพื่อจงู ใจใหย้ อมรบั หรือเปลีย่ นแปลงดา้ นความคดิ ความ
เชอ่ื และทัศนคติ
2. การพูดบอกเล่าหรือบรรยาย (To Inform) เพ่อื บอกเลา่ เรื่องราวข่าวสารตา่ ง ๆ ให้ผู้ฟังทราบ
3. การพูดแบบบันเทิง (To Entertain) เพอ่ื สรา้ งความบันเทงิ ความจรรโลงใจ
โดยประเภทของการพูดในที่สาธารณะเพื่อนาเสนอสาระต่อผูฟ้ ังน้ัน จะมีเนื้อหาอะไร ตามโอกาสและ
สถานการณใ์ ด มจี ดุ มุ่งหมายอยา่ งไร ผูพ้ ดู จาเป็นตอ้ งปรบั ใช้การพดู จากทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
1. พูดแบบท่องจา (Memorized) เปน็ การเตรียมเร่อื งที่พูดอยา่ งมสี าระที่ถูกต้องเหมาะสม จดจาเร่ือง
ท่ีพูด แลว้ นาไปพูดอยา่ งเป็นธรรมชาติ มลี ลี า จังหวะทีเ่ หมาะสม และถ่ายทอดเนื้อความออกมาทกุ ตัวอกั ษร
2. พดู แบบมตี น้ ฉบบั (Reading) พูดไปอ่านไปจากต้นฉบบั ทเี่ ตรียมมาอย่างดี โดยไม่ก้มหนา้ อ่านเพียง
อยา่ งเดียว ตอ้ งมปี ฏสิ ัมพันธด์ ้วยสายตากบั ผู้ฟังด้วย
3. พดู ตามความเขา้ ใจ (Short Note) เป็นการเตรยี มเรือ่ งที่พูดลว่ งหน้า และถ่ายทอดออกมาตาม
ความเขา้ ใจของตนเอง ใช้ต้นฉบับเฉพาะหัวข้อสาคญั เท่าน้ัน เชน่ การพดู อภปิ ราย การสัมภาษณ์
4. การพดู แบบกะทันหนั (Impromptu) เป็นการพูดโดยใช้ปฏภิ าณไหวพริบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
เมอื่ ทราบวา่ ตนเองต้องพดู ในขณะน้ันและนาเสนออยา่ งฉบั พลัน
ความสามารถในการพูดในที่สาธารณะถือเป็นองค์ประกอบสาคัญที่นักเรียนต้องมีเพื่อพัฒนาการ
เรียนรู้ของตนเองให้มีประสิทธิภาพ ตรงตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษา 2551 สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ในสาระการฟัง การดู และการพูด นักเรียนต้องสามารถใช้กระบวนการพูดเพื่อสื่อสาร เพื่อแสดง
ความรู้ ความคดิ และความรู้สึกเพ่ือจุดประสงค์ของตนในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณ มีความสร้างสรรค์
และมีประสิทธภิ าพ ผวู้ จิ ัยจึงศึกษาสารวจสภาพปญั หาในการเขยี น ดงั น้ี
60
จากการสารวจสภาพปญั หาในชั้นเรียนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3/9 พบปญั หาดังน้ี
1. การสารวจสภาพปัญหาในชัน้ เรยี นเบื้องต้น
ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาการภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/9 ปีการศึกษา 2564
พบว่า นักเรียนมีปัญหาในการพูดในที่สาธารณะ ประเมินผลจากการทดสอบในรูปแบบออนไลน์ด้วยการ
มอบหมายภาระงานคือการพูดแสดงความคิดเห็นแบบกะทันหันในชั่วโมงเรียนจากเรื่องที่นักเรียนสนใจ จาก
เร่อื งการพูดแสดงความคดิ เหน็ และภาระงานในการแสดงความคดิ เหน็ ดว้ ยเหตุผลและหลักฐานทเ่ี ช่ือถือได้จาก
เร่อื งการฟงั การดู การพูดอยา่ งมีวิจารณญาณ ซึ่งพบปญั หาคอื
1.1 ความสามารถในการนาเสนอเนื้อหา เมื่อให้นักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นในเรื่องท่ี
ตนเองสนใจ นักเรียนเกิดปัญหาในการพูดเพื่อนาเสนอแบบฉันพลัน แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ตนเองสนใจก็ตาม
และไม่สามารถนาเสนอเร่อื งราวไดด้ ีเทา่ ที่ควร
1.2 ความสามารถในการเรียบเรียงความคิด นักเรียนขาดทักษะการเรียบเรียงความคิดท่ี
สัมพันธ์กนั ในการนาเสนอทง้ั เรื่องของการพูดแสดงความคิดเห็น และการฟงั การดู การพดู อยา่ งมีวิจารณญาณ
ท่ีนักเรยี นไม่สามารถพดู เรยี บเรียงประเด็นสาคญั จากเรื่องที่ได้ฟัง และดูได้
1.3 ความสามารถในการใช้ภาษา นักเรียนยังมีปัญหาด้านการปรับระดับภาษาเพื่อนาเสนอ
เนือ้ หาและเร่ืองราวตา่ ง ๆ ให้เหมาะสมกับท่สี าธารณะอยู่บ้างบางสว่ น
ดังนั้นจากการศึกษาสภาพปัญหาดังกล่าวและประเมินผลจากภาระงานที่นักเรียนได้รับมอบหมาย
พบว่านักเรยี นยังขาดความสามารถในการพูดในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นทักษะความสามารถที่สาคัญต่อการพัฒนา
ตนเองและจากการสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน พบวา่ นกั เรยี นบางสว่ นยังเกิดอาการเขินอายและความไม่คุ้น
ชินในการปฏิบัติภาระงานผ่านรูปแบบออนไลน์ ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทาให้เมื่อมอบหมายภาระงาน นักเรียน
บางส่วนจะส่งงานช้า และยังขาดการเรียบเรียงความคิดเพื่อนาเสนอเนื้อหา ตลอดจนไม่สามารถปรับระดับ
ภาษาให้เขา้ กับการนาเสนอในทีส่ าธารณะเทา่ ทคี่ วร
2. การสัมภาษณค์ รเู พอ่ื สารวจสภาพปัญหาและสาเหตขุ องปญั หา
จากขอ้ มลู ปญั หาเบื้องตน้ ท่ีได้จากการประเมินผลจากภาระงานและการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนของ
นักเรียน ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์ครูผู้สอนและครูประจาชั้นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564
โรงเรยี นเทพลลี า จานวน 3 ท่าน ซงึ่ ให้ข้อมูลดังน้ี
1. เมอ่ื ครูได้รับฟังการพูดเพื่อแสดงความคิดเหน็ ในเรื่องทส่ี นใจ และการแสดงความคดิ เหน็ ด้วยเหตุผล
และหลักฐานด้วยการฟัง การดู การพูดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรยี นพบว่าเนื้อหาข้อมูลที่นักเรยี นนาเสนอ
ตรงประเดน็ มเี น้ือหาสมบรู ณ์ครบถ้วนกบั หัวข้อท่คี รกู าหนดหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
61
จากการสัมภาษณ์พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่สามารถนาเสนอเนื้อหาได้แต่ยังไม่ครบถ้วนทุกประเด็น
เนื้อหาบางส่วนไม่สอดคล้องกัน สาเหตุสาคัญจากเนื้อหาที่หลากหลายอาจทาให้นักเรียนเกิดความสับสน ไม่
เข้าใจเน้ือหาท่สี มั พนั ธก์ บั หวั ข้อ ไมส่ ามารถจับประเด็นทส่ี าคัญได้ และไมส่ ามารถรบั มือกับการพูดแบบฉับพลัน
ทาใหไ้ ม่สามารถนาเสนอเน้ือหาได้ครบถว้ นสมบูรณ์
2. เมื่อครูตรวจภาระงานทีม่ อบหมายให้แก่นักเรียน นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดการเชื่อมโยง
เนอื้ หาทสี่ มั พันธก์ นั ในภาระงานหรือไม่ เพราะเหตุใด
จากการสัมภาษณ์พบว่า นักเรียนยังไม่สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาหรือประเด็นที่สัมพันธ์กันในการพูด
นาเสนอได้ เพราะนักเรยี นไมไ่ ด้มกี ารพฒั นาขัดเกลาทักษะการคิดการเชอื่ มโยงมากนัก เน่ืองจากสถานการณ์ใน
ปัจจุบันที่จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ทาให้กระบวนการคิดการเชื่อมโยงข้อมูลมีความสับสน ยังไม่
สามารถทาไดด้ ีนักและยกเหตุผลสนับสนนุ ประกอบได้ไมด่ เี ทา่ ท่ีควร
3. เมื่อครูตรวจภาระงานที่มอบหมายให้นักเรียนทาแล้วพบว่านักเรียนสามารถใช้ระดับภาษาในการ
พดู เพื่อนาเสนอไดถ้ ูกตอ้ ง มีเหตผุ ลและหลกั ฐานอ้างองิ ท่ีสนับสนนุ เรอ่ื งเหลา่ นั้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
จากการสัมภาษณ์พบว่า การปรับใช้ระดับภาษาเป็นปัญหาที่พบมาก นักเรียนจานวนมากมักสับสน
เรื่องการใช้ระดับภาษาเพื่อการนาเสนอในที่สาธารณะ ขาดความกล้าและมีความตื่นเต้น ส่งผลให้สื่อสารได้ไม่
ชดั เจน อีกทั้งเหตผุ ลและหลักฐานบางสว่ นยงั มีความคลุมเครือ ไม่สามารถพสิ จู น์ไดช้ ดั เจนนัก
4. เมื่อครูมอบหมายภาระงานให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นักเรียนสามารถเลือก
ศึกษาข้อมลู จากแหล่งขอ้ มลู ท่นี า่ เชอื่ ถอื หรือไม่
จากผลการสัมภาษณ์ของครูผู้สอนพบว่า นักเรียนเลือกศึกษาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะเป็น
แหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย มีนักเรียนที่สามารถคัดเลือกข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และ
นักเรียนบางสว่ นยังขาดการเลือกข้อมูลที่นามาอ้างอิงสนบั สนุนในภาระงานที่ถกู ต้อง ข้อมูลที่นามาน้ันผดิ หรือ
คลมุ เครอื สง่ ผลให้งานที่ได้มอบหมายไม่ถูกต้องสมบรู ณ์ดังที่กลา่ วไปในข้อท่ี 4 ซง่ึ สาเหตมุ าจาก นักเรียนติดสื่อ
ทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเนื่องจากการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ด้วยส่วนหนึ่ง และอินเทอร์เน็ตเป็น
แหล่งขอ้ มูลทเ่ี ขา้ ถึงได้ง่าย ทาใหน้ ักเรียนบางส่วนขาดการคิดไตร่ตรองก่อนนาข้อมลู มาเสนอ
จากการสมั ภาษณ์ครูที่สอนในระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 พบว่า นกั เรียนบางสว่ นขาดความสามารถใน
พดู การนาเสนอในท่ีสาธารณะ นกั เรียนไม่สามารถนาเสนอเนื้อหาที่มีความเป็นเอกภาพและมีความน่าสนใจได้
เน่อื งจากนักเรียนเกดิ ความสบั สน ไมส่ ามารถเรยี บเรียงความคิดเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ได้ ยงั ใช้ระดับภาษาท่ีไม่
เหมาะสมในการพูดนาเสนอในท่ีสาธารณะ และยังขาดทกั ษะในการคดั เลือกแหล่งข้อมลู ท่ีน่าเชอ่ื ถือ
62
2. การจดั ทาแบบสอบถามเพอ่ื วเิ คราะห์สภาพปญั หาและสาเหตุของปัญหา
ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทาแบบสอบถามเพื่อสอบถามปัญหาและสาเหตุของปัญหาเขียนเชิง
วิชาการโดยจัดทาแบบสอบถามเพ่ือวดั เจตคติของนกั เรียนทีม่ ีต่อการเขียนเชงิ วชิ าการ โดยสอบถามนกั เรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 57 คน ปรากฏขอ้ มลู ดงั น้ี
ตารางวิเคราะห์ข้อมูลจากการทาแบบสอบถามนักเรยี นเรอ่ื งการพูดแสดงความคดิ เห็นในที่สาธารณะ
และการฟงั ดู พูดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
ข้อคาถาม คา่ เฉลยี่ แปรค่า
1. ครูสอนหลักการแสดงความคิดเห็น และการฟัง ดู พูดอย่างมี 3.27 ปานกลาง
วิจารณญาณ พร้อมการใช้หลักฐานสนับสนุนจากการค้นควา้ 2.96 ปานกลาง
2. ครูสอนเทคนิคที่ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียนในการเชื่อมโยง 2.96 ปานกลาง
เนอื้ หาความรู้ในการพดู 3.74
3. ครูมสี ่ือการสอนหรอื วิธีการยกตวั อย่างท่ที าให้นักเรยี นเข้าใจหลักการ 3.51 มาก
พูดในทีส่ าธารณะและการพดู แสดงความคดิ เห็น 3.27 ปานกลาง
4. ครสู อนการเลือกแหล่งขอ้ มูลการศึกษานอกเหนือจากส่ืออนิ เตอรเ์ น็ต 2.96 ปานกลาง
2.43 ปานกลาง
5. ครูสอนหลักการพดู เพอ่ื อ้างอิงข้อมูลท่นี ามาใช้งานจากแหล่งตา่ ง ๆ 2.96
6. นักเรียนสามารถพูดแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่สนใจและการพูด น้อย
อยา่ งมวี จิ ารณญาณไดช้ ดั เจนและมหี ลกั ฐานอา้ งอิง 4.19 ปานกลาง
7. นักเรียนสามารถเรยี บเรียงความคดิ นาเสนอประเด็นสาคัญได้สัมพันธ์
กนั มาก
8. นักเรียนสามารถใช้ระดับภาษาได้เหมาะสมกับการพูดนาเสนอในท่ี
ต่าง ๆ
9. นักเรียนไตรต่ รองแหลง่ ข้อมลู ทีศ่ ึกษาก่อนใช้อ้างอิง
10. นกั เรียนตอ้ งการพัฒนาตนเองในด้านทักษะการพดู เพ่ือนาเสนอในที่
สาธารณะ การแสดงความคดิ เหน็ และการฟัง ดู พดู อย่างมวี จิ ารณญาณ
จากผลการวิเคราะหข์ ้อมลู พบว่า ระดบั ค่าเฉลีย่ ของข้อมูลส่วนใหญ่อย่ทู ี่ระดับปานกลาง ซ่ึงข้อที่อยู่ใน
ระดบั ที่น้อยท่ีสุดคือ ในดา้ นของครูมี 2 ขอ้ คือ ครูสอนเทคนิคที่ฝึกกระบวนการคดิ ของนักเรียนในการเช่ือมโยง
63
เนื้อหาความรู้ในการพูด และอีกข้อหนึ่งคือครูมีสื่อการสอนหรือวิธีการยกตัวอย่างที่ทาให้นักเรียนเข้าใจ
หลักการพูดในที่สาธารณะและการพูดแสดงความคิดเห็น ที่ทาให้นักเรียนมีค่าเฉลี่ย 2.96 อันดับน้อยที่สุดใน
ดา้ นของนกั เรยี นคือ นกั เรียนสามารถใชร้ ะดบั ภาษาได้เหมาะสมกับการพูดนาเสนอในท่ีต่าง ๆ มีค่าเฉล่ีย 2.43
อยใู่ นระดับนอ้ ย ข้อทมี่ คี ่าเฉลี่ยเปน็ อนั ดบั รองมาคือ นกั เรียนสามารถเรียบเรียงความคิดนาเสนอประเด็นสาคัญ
ได้สัมพันธ์กัน และนักเรียนไตร่ตรองแหล่งข้อมูลที่ศึกษาก่อนใช้อ้างอิง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.96 อยู่ในระดับปาน
กลาง และจากแบบสอบถามพบว่านักเรียนเห็นความสาคัญต้องการพัฒนาตนเองในด้านทักษะการเขียนเชิง
วชิ าการอยู่ในคา่ เฉลี่ย 4.19 อยใู่ นระดบั มาก
4. สรปุ ผลจากการสารวจสภาพปัญหา
จากผลการสารวจและวิเคราะห์สภาพปัญหาในชั้นเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 พบว่า
ปัญหาในชัน้ เรยี นทค่ี วรแก้ไขคอื ปัญหาความสามารถในการพดู ในที่สาธารณะ ซ่งึ ผู้เรียนมปี ญั หาความสามารถ
ในการนาเสนอเนื้อหา เรียบเรียงความคิด นักเรียนขาดทักษะการเรียบเรียงความคิดที่สัมพันธ์กันไม่สามารถ
นาเสนอประเด็นสาคัญได้ชัดเจน การใช้ระดับภาษาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้การสื่อสารไม่มีความเหมาะสมใน
ระดับสาธารณะ นักเรียนยังไม่สามารถคัดเลอื กข้อมูลที่สาคัญไปใช้ในการอ้างอิงสนับสนุนข้อมูลได้ดีเท่าที่ควร
ซ่ึงเปน็ ข้อมูลที่ไดม้ าจากการประเมนิ ภาระงานของนักเรียนในการสารวจสภาพปญั หาเบื้องตน้
จากการสมั ภาษณ์ครูผูส้ อนพบว่านกั เรยี นมปี ัญหาความสามารถดังกลา่ วสอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้วิจัยได้
ประเมนิ และสงั เกตโดยครูผู้สอนได้ให้ข้อมูล สาเหตุจากตวั นักเรียน นักเรยี นขาดความเขา้ ใจกระบวนการเขียน
ที่ถูกต้อง ขาดทักษะกระบวนการคิดเชื่อมโยงข้อมูลที่สัมพันธ์กัน นักเรียนขาดความรู้ในด้านของหลักการใช้
ระดบั ภาษาท่ีเหมาะสมกบั สถานท่ีต่าง ๆ นกั เรยี นขาดการไตรต่ รองในการหาข้อมลู ทีน่ ่าเชื่อถือจากแหล่งเรียนรู้
และสาเหตุที่เกิดจากครูผู้สอนในระดับที่ผ่านมา ครูผู้สอนไม่ได้สอนและฝึกฝนกระบวนการพูดเท่าที่ควร
โดยเฉพาะการพูดเพื่อนาเสนอ ครูมีสื่อหรือการยกตัวอย่างวิธีการที่ทาให้นักเรียนเข้าใจเรื่องหลักการพูดในท่ี
สาธารณะและการพูดแสดงความคิดเห็นน้อยเกินไป ครูไม่ได้สอนเทคนิคที่ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียนใน
การเชอื่ มโยงเนือ้ หาความรูใ้ นการพูดมากนกั และจากการทาแบบสอบถามพบวา่ องค์ประกอบความสามารถที่
นกั เรียนมปี ญั หามากทส่ี ดุ คือ ความสามารถในการใช้ระดับภาษาใหเ้ หมาะสม ซง่ึ มสี าเหตุมาจากความสามารถ
ในการเรียบเรยี งความคดิ และความไม่คุ้นชินจากการปรบั ตัวในรูปแบบออนไลน์ของนักเรยี น
เม่ือวิเคราะห์ขอ้ มูลท่ีได้จากศึกษาแลว้ น้ันพบว่า นักเรียนยงั ขาดความสามารถในการพูดในท่ีสาธารณะ
ซึ่งเป็นกระบวนการท่ีสาคญั ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ดังนน้ั
ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่มีความสาคัญหากไม่แก้ไขจะส่งผลกระทบต่อตัวนักเรียนซึ่งเติบโตไปเป็นบุคลากร
ในสังคมต่าง ๆ ในอนาคตได้ ผู้วิจัยเห็นความสาคัญของปัญหาดังกล่าวจึงต้องการแก้ไขปัญหาการพูดในท่ี
สาธารณะและการ ฟงั ดู พดู อย่างมีวจิ ารณญาณเพ่ือแกไ้ ขปญั หาและพัฒนานกั เรียนให้มีประสทิ ธิภาพต่อไป
64
เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการวิจยั
แบบบนั ทึกผลสมั ภาษณ์
เก่ยี วกับพฤตกิ รรมและคุณภาพของนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นเทพลีลา
เร่อื ง การพูดแสดงความคิดเห็นในท่ีสาธารณะ และการฟงั ดู พดู อย่างมีวิจารณญาณ
ชอื่ ผ้ใู ห้สมั ภาษณ์…………………………………………………………………………………….เบอรโ์ ทรศัพท์…………………………
ตาแหน่ง……………………………………วนั ท่ีสัมภาษณ์…………….……………………สถานท…ี่ ……………………………………
เรมิ่ การสมั ภาษณ์เวลา................................................................ส้นิ สุดการสมั ภาษณ์เวลา...................................
1. เมื่อครูได้รับฟังการพูดเพื่อแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่สนใจ และการแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผลและ
หลักฐานด้วยการฟัง การดู การพูดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนพบว่าเนื้อหาข้อมูลที่นักเรียนนาเสนอตรง
ประเด็นมีเนอ้ื หาสมบูรณ์ครบถ้วนกบั หัวข้อท่ีครกู าหนดหรือไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เมื่อครูตรวจภาระงานทีม่ อบหมายใหแ้ ก่นักเรียน นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดการเชื่อมโยงเนือ้ หาที่
สัมพันธก์ ันในภาระงานหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เมื่อครูตรวจภาระงานที่มอบหมายให้นักเรียนทาแล้วพบว่านักเรียนสามารถใช้ระดับภาษาในการพูดเพื่อ
นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง มีเหตุผลและหลกั ฐานอ้างองิ ท่ีสนับสนนุ เร่ืองเหลา่ นั้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เมื่อครูมอบหมายภาระงานให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นักเรียนสามารถเลือกศึกษา
ขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มูลท่ีน่าเช่ือถอื หรอื ไม่
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...............................................ผสู้ ัมภาษณ์
(..............................................)
65
แบบสอบถามนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เรือ่ งการพูดแสดงความคิดเห็นในทีส่ าธารณะ
และการฟงั ดู พูดอย่างมวี ิจารณญาณ
คาชีแ้ จง โปรดอา่ นขอ้ ความแต่ละขอ้ และพจิ ารณาว่าท่านมีความคดิ เห็นอย่ใู นระดับใด แลว้ เตมิ เครอื่ งหมาย √
ลงในช่องทีต่ รงกับระดับความคดิ เห็นของท่านมากท่ีสดุ
เกณฑ์ระดบั คะแนน
มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย
ข้อที่ เจตคติทีม่ ตี ่อการเขยี นเชิงวชิ าการ ทสี่ ุด กลาง ทสี่ ดุ
54321
ด้านครูผสู้ อน
1 ครูสอนหลักการแสดงความคิดเห็น และการฟัง ดู พูดอย่าง
มีวิจารณญาณ พร้อมการใช้หลักฐานสนับสนุนจากการ
ค้นควา้
2 ครูสอนเทคนิคที่ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียนในการ
เชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ในการพดู
3 ครูมสี ่ือการสอนหรือวธิ กี ารยกตวั อย่างที่ทาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ
หลกั การพูดในท่ีสาธารณะและการแสดงความคิดเห็น
4 ครูสอนการเลอื กแหลง่ ข้อมูลการศกึ ษานอกเหนือจากสอ่ื
อินเตอร์เนต็
5 ครูสอนหลักการพูดเพอ่ื อา้ งอิงข้อมลู ทน่ี ามาใช้งานจาก
แหลง่ ต่าง ๆ
ดา้ นนกั เรียน
6 นักเรียนสามารถพดู แสดงความคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีสนใจและ
การพูดอย่างมวี จิ ารณญาณได้ชดั เจนและมหี ลักฐานอ้างอิง
7 นักเรียนสามารถเรียบเรียงความคิดนาเสนอประเด็นสาคัญ
ไดส้ ัมพันธก์ ัน
8 นักเรียนสามารถใชร้ ะดับภาษาได้เหมาะสมกบั พดู นาเสนอ
ในทต่ี ่าง ๆ
9 นกั เรียนไตรต่ รองแหลง่ ข้อมูลทศ่ี กึ ษากอ่ นใช้อา้ งองิ
10 นักเรียนต้องการพัฒนาตนเองในด้านทักษะการพูดเพ่ือ
นาเสนอในที่สาธารณะ การแสดงความคิดเห็น และการฟัง
ดู พูดอย่างมวี จิ ารณญาณ
66
ตอนท่ี 6 แบบสรุปผลการฝึกปฏิบัติวิชาชีพครูระหว่างเรียน 3
ส่ิงท่ีนกั ศกึ ษาไดเ้ รียนรู้จากการฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครใู นโรงเรยี น
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในโรงเรียนสาหรับช่วงสถานการณ์ที่มีการ
แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้นคือการปรับตัวเพื่อปฏิบัติงานต่าง ๆ ในรูปแบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น
การจัดการเรียนการสอน การติดตามผลการเรียนและการพูดคุยสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อนักเรียน แม้กระทั่งการ
ปฏิบัตงิ านอื่น ๆ ร่วมกบั ครูพี่เลย้ี งและครูท่านอื่น ๆ ในกลุ่มสาระให้มีประสิทธิภาพเทยี บเท่ากับการปฏิบัติงาน
ในสภาวะปกติ ซึง่ การปรบั ตัวใหเ้ ขา้ กับสถานการณแ์ บบนถ้ี ือวา่ มีความจาเปน็ ย่งิ และจะทาใหค้ รูผู้สอนสามารถ
ปรับตัวใหเ้ ขา้ กบั สถานการณอ์ ่ืน ๆ เพื่อการเข้าถงึ และสอนนักเรยี นในอนาคตต่อไป
นักศึกษาได้ประพฤติและปฏิบัติตนในระหว่างฝึกปฏิบัติฯ ตามคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
วิชาชพี ครูข้อใดบ้าง
1. ครตู อ้ งมวี นิ ยั ต่อตนเอง
2. ครูต้องรู้จกั ปรบั ปรุงตนเอง
3. ครตู อ้ งปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ าวุโสในทางทีด่ ี
4. ครูต้องมีความรบั ผิดชอบ
5. ครตู อ้ งใหค้ วามช่วยเหลือผู้อ่นื
6. ครตู ้องมคี วามขยนั หมนั่ เพียร
ความรู้สกึ ของประสบการณแ์ รกในการจัดการเรียนรขู้ องนักศึกษา
จากที่ข้าพเจ้าได้จัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนเป็นครั้งแรกนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ที่เริ่มจัดทา
แผนการเรยี นรู้ การติดตาม ปรบั ปรงุ แก้ไข การเตรยี มตัวไปสู่การสอนและให้ความรู้นักเรียน เพราะว่าท้ังหมด
นี้เป็นงานที่หนักพอสมควร แต่ข้าพเจ้าก็ตั้งใจทาอย่างเต็มที่ด้วยความรักและทักษะทั้งหมดที่ได้ร่าเรียนมา
แม้ว่าในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะปฏิบัติได้บกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดไปบ้างก็จะเก็บและจดจาทั้งหมดเอาไว้ เพื่อเป็น
ประสบการณ์ เพื่อเรยี นรู้และฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ทจี่ ะตอ่ ยอดนาพาข้าพเจ้าไปสู่การเป็นนักศึกษาฝึกสอน และ
เป็นครูทดี่ ใี นอนาคตตอ่ ไป
ลงชอ่ื จิรพงค์ เทยี มทะนงค์ ผู้รายงาน
( นายจริ พงค์ เทียมทะนงค์ )
67
ตอนที่ 7 สมุดบันทกึ กจิ กรร
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
28 ม.ิ ย. 64
งานสงั เกตการสอน งานธรุ การ งานก
นกั ศกึ ษาสังเกตการสอน
โรงเรยี นเทพลลี าเขา้
ประชมุ กับครูพีเ่ ล้ยี งผา่ น
ชอ่ งทางออนไลน์
29 ม.ิ ย. 64 นักศกึ ษาสังเกตการสอน
สาขาวิชาภาษาไทย
โรงเรียนเทพลีลา เขา้ ร่วม
ประชุมกบั คณุ ครูในกลมุ่
สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
30 มิ.ย. 64 นกั ศึกษาสงั เกตการสอน
สาขาวิชาภาษาไทย
โรงเรยี นเทพลีลา เขา้ รว่ ม
ประชุมกบั คุณครูในกลมุ่
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รมประจาวนั (บันทกึ ทกุ วนั ) หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
68
สมุดบันทกึ กจิ ก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
1 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธุรการ งานก
ชว่ งเช้าและช่วงบา่ ย - เขา้
สงั เกตการสอนวิชา
ภาษาไทยพน้ื ฐาน ระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี 2 เร่ือง
การเขียนเรยี งความ
2 ก.ค. 64 ช่วงเช้า - เข้าสังเกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพนื้ ฐาน
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
เรื่อง การพดู แสดงความ
คิดเห็น
ช่วงบา่ ย - เขา้ สังเกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพ้ืนฐาน
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
เรอ่ื ง การเขียนเรียงความ
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
69
สมุดบันทกึ กิจก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
5 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธรุ การ งานก
ชว่ งเชา้ - เขา้ สังเกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพ้นื ฐาน
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
เรือ่ ง การเขียนเรียงความ
ช่วงบ่าย – เขา้ สงั เกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพ้นื ฐาน
ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
เร่ือง การพดู แสดงความ
คดิ เหน็ ตามความสนใจ
6 ก.ค. 64 ชว่ งเช้า - เข้าสงั เกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพนื้ ฐาน
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2
เรื่อง การฟงั การดู และ
การพดู
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
70
สมุดบนั ทกึ กจิ ก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
7 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธรุ การ งานก
ช่วงเช้า - เขา้ สงั เกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพน้ื ฐาน
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง ประโยคซบั ซ้อน
ชว่ งบา่ ย - เข้าสังเกตการ
สอนวชิ าการใชห้ อ้ งสมุด
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง บรกิ ารตา่ ง ๆ ของ
ห้องสมุด
8 ก.ค. 64 ช่วงเช้า - เขา้ สงั เกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพืน้ ฐาน
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2
เรอ่ื ง การฟัง การดู และ
การพูด
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
71
สมุดบนั ทกึ กิจก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
8 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธรุ การ งานก
ชว่ งบ่าย – เขา้ สงั เกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพ้นื ฐาน
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
เรือ่ ง การพดู แสดงความ
คิดเห็นตามความสนใจ
9 ก.ค. 64 ชว่ งเชา้ – เขา้ สงั เกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพื้นฐาน
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1
โดยมกี ารสอบเก็บคะแนน
ในเร่ือง นริ าศภเู ขาทอง
ช่วงบ่าย - เข้าสังเกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพื้นฐาน
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง ประโยคซับซอ้ น
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
72
สมุดบนั ทกึ กจิ ก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
12 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธุรการ งานก
ชว่ งเช้า - เขา้ สงั เกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพื้นฐาน
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
เร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก
13 ก.ค. 64 ช่วงเชา้ - เข้าสังเกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพน้ื ฐาน
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
เรอื่ ง บทเสภาสามคั คีเสวก
14 ก.ค. 64 ชว่ งเช้า - เข้าสงั เกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพืน้ ฐาน
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3
โดยมกี ารสอบเกบ็ คะแนน
ในเรอื่ ง ความหมาย และ
ชนดิ ของประโยค
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
73
สมุดบนั ทกึ กิจก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
14 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธรุ การ งานก
ชว่ งบ่าย - เข้าสังเกตการ
สอนวิชาการใช้ห้องสมุด
ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
เรือ่ ง วัสดุสารสนเทศและ
วสั ดุตพี มิ พ์
15 ก.ค. 64 ชว่ งเช้า – ทดลองสอนวิชา
ภาษาไทยพื้นฐานระดบั ช้นั
มัธยมศึกษาปที ่ี 1 เรื่อง
การอา่ นออกเสยี งร้อยแก้ว
ชว่ งบ่าย – เข้าสงั เกตการ
สอนวชิ าภาษาไทยพน้ื ฐาน
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
เร่อื ง การวิเคราะห์ วิจารณ์
จากเร่อื งทีฟ่ งั และดู
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
74
สมุดบนั ทกึ กิจก
Log B
วนั /เดือน/ปี กิจกรรม
16 ก.ค. 64
งานสงั เกตการสอน งานธรุ การ งานก
ชว่ งเช้า - ทดลองสอนวชิ า
ภาษาไทยพ้นื ฐานระดับชนั้
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เร่ือง
การอ่านออกเสยี งร้อยแกว้
ชว่ งบ่าย - เขา้ สงั เกตการ
สอนวิชาภาษาไทยพืน้ ฐาน
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3
เรอ่ื ง การฟงั และอา่ นอยา่ ง
มีวจิ ารณญาณ
กรรมประจาวนั หมายเหตุ
Book
กจิ การนกั เรยี น งานพฒั นาตนและสงั คม
75
ภาคผนวก
ภาพประกอบการปฏิบัติงานในโรงเรียนเทพลลี าผ่านช่องทางออนไลน์
76
77
78
เอกสารแบบประเมนิ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
รายวชิ า EDC3203 การฝกึ ปฏบิ ตั ิวิชาชีพระหวา่ งเรยี น 3 โดยครูพ่ีเล้ยี ง
79
เอกสารแบบประเมนิ การฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู
รายวิชา EDC3203 การฝึกปฏิบตั ิวิชาชีพระหว่างเรียน 3 โดยผบู้ รหิ าร
80
เอกสารใบลงเวลาปฏบิ ตั ริ าชการของนกั ศกึ ษาฝกึ ปฏบิ ัตวิ ิชาชพี ระหวา่ งเรยี น 3 โรงเรยี นเทพลลี า
81
82
83
84
85
86
87
88
89
90