บทคดั ยอ
โครงงานนักศึกษา
ประจําปการศกึ ษา 2556
คณะเภสชั ศาสตร! มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร!
สารบัญ
Oral Presentation หนา
1 เรอ่ื ง : การทดสอบฤทธ์ิยับยง้ั เอนไซม α-Glucosidase เบอ้ื งตน( ของพืชสกุล Solanum 1
2 เรอ่ื ง : Effect of adsorbent on anthraquinones production in Cassia tora root cultures. 2
3 เรื่อง : การพัฒนาระบบนาํ สง= เตตระไฮโดรเคอรคิวมนิ ดว( ยนาโนโพลเิ มอรไมเซลลของ เอ็น-เบนซลิ ซคั ซิ 3
นิลไคโตแซน
4 เรอ่ื ง : การสังเคราะหและศึกษาการซึมผา= นผวิ หนังของ 4
5-isopropyl-2-methyphenyl 2-(4-isobutylphenyl) propanoate
5 เรอ่ื ง : ผลของเซลลโู ลสอีเธอร ตอ= การปลดปล=อยคลอเฮกซิดนี จากเจลพอลอ็ กซาเมอร 5
6 เรื่อง : การพัฒนาสูตรตาํ รับฟโู รซไี มดในรปู แบบยานาํ้ ใสสําหรับรับประทาน 6
7 เรอ่ื ง : ความเตม็ ใจจา= ยคา= วัคซีนปWองกันการตดิ เชือ้ ไวรสั เอชพวี ี 7
8 เรือ่ ง : สถานการณและแนวทางการจดั การยาท่มี กี ารใช(ในทางทผ่ี ิดในกล=ุมวัยร=นุ สําหรับรา( นยา 8
กรณศี กึ ษาจงั หวดั ชายแดนภาคใต(
Poster No. หนา
1. เรื่อง : การพฒั นาวีธกี ารเตรียมสารสกัดใบทองพนั ชั่งทีม่ สี ารไรนาแคนธิน-ซีปริมาณสงู โดยใช(วธิ ีการสกดั ที่ 9
เปน\ มติ รกบั สิ่งแวดล(อม
2. เร่อื ง : การเตรยี มสารสกดั ใบพลทู ม่ี สี าร hydroxychavicol และการเตรยี มยาน้าํ ใชเ( ฉพาะที่ 10
3. เรอ่ื ง : การเตรียมสารสกัดชะมวงทม่ี สี ารชะมวงโอนโดยวิธีที่เปน\ มติ รกับสงิ่ แวดล(อม 11
4. เรื่อง : การพัฒนาสตู รตาํ รับครมี ยอ( มสีผมจากเทยี นก่งิ 12
5. เรื่อง : การทดสอบฤทธยิ์ ับยั้งเอน็ ไซมแอลฟbากลโู คซิเดสเบือ้ งต(นของสมนุ ไพรไทย 13
6. เรื่อง : การทดสอบฤทธยิ์ บั ยง้ั เอนไซมไทโรซเิ นสเบือ้ งตน( ของสารสกัดจากนาํ้ ผลไมร( สเปรี้ยว 14
7. เรื่อง : การทดสอบฤทธิ์ต(านเอนไซมไทดรซเิ นสเบ้อื งตน( จากสาหร=าย 15
8. เรื่อง : การทดสอบฤทธย์ิ ับยัง้ เอนไซมไทโรซเิ นสเบอ้ื งตน( จากรากและลาํ ต(นใตด( ิน 16
9. เรอ่ื ง : การหาสภาวะพซี อี ารทเ่ี หมาะสมในการหาลาํ ดบั เบสบรเิ วณ Internal Transcribed Spacer (ITS) 17
เพอื่ การจาํ แนกเจตมลู เพลิงแดง และเจตมลู เพลิงขาว
10. เรอ่ื ง : การหาสภาวะพีซีอารทเี่ หมาะสมในการหาลาํ ดบั เบสของ Internal Transcribed Spacer (ITS) 18
เพอ่ื การจดั ทาํ ลายพมิ พดเี อ็นเอของทองพนั ชั่ง
11. เรอ่ื ง : การหาปรมิ าณสารประกอบไตรเทอรปfนในใบยาสูบท่มี ยี นี OSC จากมะกอกฝรงั่ 19
12. เรอ่ื ง : การหาลาํ ดบั นวิ คลไี อไทดดา( น 5’ ของยนี oxidosqualene cyclase ในบวั บก 20
13. เรอ่ื ง : การจัดทาํ ลายพมิ พดเี อน็ เอของเทียนบา( น 21
14. เร่อื ง : วิธกี ารเตรยี มสารสกัดใบฝรัง่ ท่มี ปี ริมาณ ellagic acid และ quercetin ในปริมาณสงู 22
15. เรื่อง : การศึกษาการสร(างสารทุตยิ ภมู ิในรากเพาะเล้ียงชุมเหด็ ไทย 23
16. เรื่อง : ผลของตวั กระตุ(นท่มี ตี อ= ปริมาณสาร mitragynine ในยอดเพาะเล้ียงกระท=อม 24
17. เรื่อง : 25
18. เรื่อง : การทดสอบฤทธ์ิยับยั้งเอนไซม 5α-Reductaseของฟองนาํ้ ในสกุล Acanthodendrilla 26
19. เรอ่ื ง : การศกึ ษาฤทธิ์ตา( นวัณโรคของสารสกดั จากฝาง 27
20. เรอ่ื ง : การศกึ ษาฤทธิ์ต(านการอกั เสบจากน้าํ มนั หอมระเหย 28
A (S)-propranolol imprinted polymer containing microgel for determination of
21. เรื่อง : propranolol enantiomers in live tissues and physiological fluid 29
22. เรื่อง : ศึกษาการเกดิ ออรกาโนเจลของกรด 12-ไฮดรอกซสี เตียริกและนํ้ามนั พชื 30
Assessment of the spherical molecularly imprinted polymer prepared by multistep
23. เรอ่ื ง : swelling polymerization for separation of biomolecules 31
24. เร่อื ง : Physicochemical properties of co-amorphous solid dispersion 32
การศกึ ษาความคงตวั ของสไปโรโนแลกโตนในตาํ รับยานาํ้ สาํ หรบั รับประทานท่มี แี ละไม=มไี ฮดรอกซี
25. เรื่อง : โพรพลิ -เบตา-ไซโคลเดกซทริน 33
Preparation of native thymidylate synthase of Dirofilaria immitis
Poster No. หนา
26. เรื่อง : การตอบสนองของเซลลมะเร็งเต(านมตอ= สารประกอบเชงิ ซอ( นทองคํา (III) 34
27. เร่ือง : การเตรยี มยาเมด็ ไตรซัคซนิ ลิ ไคโตแซน-ซัลฟาซาลาซนี เพ่ือการนาํ สง= ยาสูโ= คลอน 35
28. เรื่อง : ผลของไฮดรอกซโี พรพลิ -เบตา-ไซโคลเดกซทรินต=อความคงสภาพของยาไฮโดรคลอโรไทอาไซดใน 36
ตํารับยานาํ้ สําหรบั รับประทาน
29. เรื่อง : การพฒั นาวิธกี ารวิเคราะหหาปรมิ าณของ minoxidil, สารต(านอนุมลู อิสระ และสารกนั เสยี ใน 37
อมี ัลชั่นสําหรบั ทาภายนอก โดยเทคนคิ HPLC
30. เรอื่ ง : การเตรยี มและประเมิน5-aminosalicylic acid-azobenzyl-pectin เพือ่ การนาํ สง= ยาสล=ู าํ ไส(ใหญ= 38
สว= นโคลอน
31. เร่อื ง : การศึกษาความเปน\ กรดและการไทเทรตกรดด=างแบบวดั ศักยไฟฟWาของบรอมเฮกซนี ไฮโครคลอไรด 39
ในตวั กลางไมเซลล
32. เรอ่ื ง : การสงั เคราะหและศกึ ษาการซมึ ผา= นผวิ หนงั ของ 2-ไอโซโพรพิล-5-เมททลิ เฟนนิล 40
2-(4-ไอโซบวิ ทิลเฟนนิล) โพรพาโนเอท
33. เรื่อง : การพัฒนาสตู รตาํ รับยาคลอราซเี ปต ไดโปตัสเซียมในรปู แบบแคปซลู และยาเมด็ เพื่อเพ่มิ ความคงตัว 41
ของยา
34. เรื่อง : การเพิม่ การละลายของสาร glabridin โดยการเกิดสารเชิงซอ( นกับ hydroxypropyl beta- 42
cyclodextrin และ polyvinylpyrrolidone K-30
35. เรื่อง : การศึกษาสตู รตาํ รบั และความคงตวั ของเครอ่ื งดื่มจากสารสกดั Eurycoma longifolia Jack 43
36. เรื่อง : On the use of Pharmaceutical grade albumin: Adverse interaction with Naproxen 44
37. เรอ่ื ง : เจลสารสกัดหัวหอมรักษารอยแผลเปน\ 45
38. เรอ่ื ง : การศึกษาผลของพเี อชที่มีผลต=อการควบคมุ การปลดปล=อยยาของยาเม็ดออสโมตกิ ปมyz ชนดิ ดึง-ดนั 46
ซง่ึ ใชส( ารประกอบเชงิ ซ(อนระหว=างโพลิเมอรของไคโตซานและโพลิอะครลิ ิกเอซคิ เปน\ สารก=อแรงดัน
39. เรอ่ื ง : การพัฒนาสบ=ูก(อนทมี่ สี ว= นผสมจากสารสกัดสมนุ ไพร 47
40. เร่อื ง : การพฒั นายาอม clotrimazole เพ่ือใชร( ักษาการติดเชอ้ื Candida spp. ในชอ= งปาก 48
41. เรื่อง : Preparation of Pueraria mirifica extract vaginal gel 49
42. เรื่อง : การเตรียมและประเมนิ สมบัติของสตู รตํารบั ไมโครอมิ ลั ชันของสารสกดั จากเฟ{รน 50
43. เรอ่ื ง : การศึกษาเปรยี บเทยี บสูตรตํารับชนิดก=อแพเพื่อนําสง= ranitidine ในกระเพาะอาหาร 51
44. เรอ่ื ง : การต้งั สตู รตาํ รับและการศกึ ษาสมบัติของยาอินโดเมตทาซินไมโครอมิ ัลชันที่ใช( Oleth-10 เป\นสาร 52
ลดแรงตงึ ผิว
45. เรื่อง : Formulation of bromelain massage creams 53
46. เร่ือง : Triphala oral gels formulation for treatment of dry mouth in head and neck cancers 54
47. เรื่อง : Formulation and characterization of indomethacin-loaded microemulsions using 55
mixture of Span 80 and Tween 80 as a surfactant
48. เรื่อง : การเตรียมสารเชงิ ซ(อนระหวา= งโคลไตรมาโซลและไฮดรอกซโี พรพิลเบต(าไซโคลเด็กซตรนิ เพอื่ เพิ่ม 56
การละลายและพฒั นาเปน\ ยาเหนบ็ ช=องคลอดตา( นเช้ือรา
Poster No. หนา
49. เรือ่ ง : พอลแิ ซคคาไรดจากเจลวา= นหางจระเขเ( พือ่ ใชน( าํ สง= สารสกดั บัวบกรปู แบบแผน= แปะผิวหนงั : 57
การศึกษาเบือ้ งตน( และการประเมนิ สมบตั ิทางกายภาพ
50. เรื่อง : การพฒั นาตัวสร(างโค(ดโปรแกรมสาํ หรับการทาํ การจําลองแบบมอนติคารโลทมี่ โี ควาริเอท 58
51. เรอ่ื ง : การพัฒนาสูตรตํารับอินโดเมทาซนิ ชนดิ สเปรย 59
52. เรอ่ื ง : การพฒั นาสูตรตํารับสบเู= หลวลา( งหน(าผสมไคโตซานเพ่ือใช(ยับย้ังเชอื้ แบคทเี รียท่ที ําให(เกิดสวิ 60
53. เรอื่ ง : ประสบการณของผเู( รยี นหลักสตู รเภสัชศาสตรบณั ฑติ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร ระหวา= งการ 61
เปลยี่ นแปลงเป\นหลกั สูตร ๖ ปf
54. เร่ือง : การศึกษาความตอ( งการท่ยี งั ไมไ= ดร( ับการตอบสนองของลกู คา( สถานปฏบิ ตั กิ ารเภสชั กรรมชุมชนมอ. 62
55. เรอ่ื ง : การศึกษาชวี ิตผ(ูปbวยเพื่อหาปyญหาและร=วมแก(ไขปญy หาของผ(ูปวb ยมะเร็งรงั สรี กั ษา 63
56. เร่อื ง : การใช(อัตราส=วนราคาต=อกาํ ไรตอ= หน(ุ (P/E Ratio) เพ่อื ทํานายผลตอบแทนของห(ุนสามัญในตลาด 64
หลักทรัพยแหง= ประเทศไทย
57. เรอ่ื ง : การสาํ รวจโฆษณาผลติ ภณั ฑผวิ ขาวทผ่ี ิดกฎหมายซึง่ เผยแพรบ= นอินเทอรเนต็ 65
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การทดสอบฤทธย์ิ บั ยง้ั เอนไซม α - Glucosidase เบ้ืองต%นของพืชสกลุ Solanum
ดวงธิดา แก$วบุตร, สภุ กาญจน จติ เจรญิ พงษ, สกุ ญั ญา เดชอดศิ ัย
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ปจจุบันการรักษาดวยสมุนไพรถือเปนทางเลือกหนึ่ง ที่กําลังไดรับความนิยม สมุนไพรหลายชนิดระบุ
สรรพคณุ ไวในตํารายาพน้ื บานว,าสามารถรักษาโรคเบาหวานไดโดยเฉพาะการรักษาโรคเรื้อรังเช,น เบาหวาน มะเขือ
ซึ่งเปนพืชในสกุล Solanum โดยพืชในสกุลน้ีท่ีมีรายงานฤทธ์ิลดระดับน้ําตาลในเลือดไดแก, มะเขือเปราะ
(Solanum xanthocarpum) มะเขือยาว (S. melongena) และมะเขือพวง (S. torvum) พบว,ามะเขือท้งั สามชนิด
นม้ี ฤี ทธิล์ ดระดบั น้าํ ตาลในเลือดดวยการยับย้ังเอนไซม7 α – glucosidase ดังน้ันโครงการวิจัยนี้จึงสนใจท่ีจะนําพืช
สกลุ Solanum ตัวอ่ืนๆ จํานวน 5 ชนิด เตรียมเปนสารสกัดเอทานอลจากส,วนต,างๆ ของพืชรวมเปน 14 ตัวอย,าง
คอื ราก ลาํ ตน ใบ ดอก และผลมะอึก ลาํ ตน ใบ และลกู ของมะแวงเครอื ลําตน ใบ และลูกของมะแวงตน ตนและใบ
ของมะเขือกนิ ใบ และใบมะเขอื ตกุH ตา มาทดสอบฤทธยิ์ บั ยงั้ เอนไซม7 α – glucosidase โดยอาศัยปฏิกิริยาการเกิดสี
(colorimetric method) และใช acarbose เปนสารมาตรฐาน ผลการทดลองพบว,า ตัวอย,างท้ังหมดท่ีนํามา
ทดลอง สามารถยับย้งั เอนไซม7 α – glucosidase ได มคี ,าการยบั ย้งั อยใ,ู นชว, ง 60-100 % เมือ่ นาํ ตัวอยา, งที่สามารถ
ยบั ย้งั เอนไซม7 α – glucosidase ไดดกี วา, สารมาตรฐาน (>80 %) มาหาคา, IC50 ผลปรากฏวา, ดอก ลําตน ผล ราก
และใบของมะอึก ลําตนและใบของมะเขือกินใบ ลําตนและใบของมะแวงตน ลําตนและใบของมะแวงเครือ แต,ละ
ตัวอย,างมีค,า IC50 เท,ากับ 54.6, 141.2, 217.1, 250.2, 278.2, 80.1, 97.4, 168.7, 414.3, 172.5, และ 635.9
ตามลําดับ เมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน ท่ีมีค,า IC50 เท,ากับ 669.7 µg/ml จะเห็นไดว,าทั้ง 11 ตัวอย,างมีค,า IC50 ตํ่า
กว,าสารมาตรฐาน ดังนนั้ ทัง้ 11 ตวั อยา, ง จงึ นา, สนใจทจ่ี ะนําไปศกึ ษาต,อถงึ สารสาํ คัญท่ีออกฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม7
α – glucosidase ต,อไป โดยเฉพาะดอกมะอึกซ่ึงมีค,า IC50 ตํ่าสุด รายงานวิจัยนี้ยังเปนรายงานฉบับแรกของฤทธิ์
ยับยัง้ เอนไซม7 α – glucosidase ของพืชทง้ั 5 ชนดิ นี้
~1~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
Effect of adsorbent on anthraquinones production in Cassia tora root cultures.
ธีรทัศน ศรขี วัญ, ศภุ วฒั น หนูเมือง, อธปิ สกุลเผอื ก
ภาควิชาเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
ชมุ เห็ดไทยเปนพืชทมี่ สี าร anthraquinones อยมู, ากในเมลด็ แต,เมล็ดจะสามารถเก็บเก่ียวไดแคป, ลd ะครั้ง
เท,าน้ัน จงึ ทาํ ใหเกดิ แนวคดิ ที่จะนาํ เทคนิคการเพาะเลย้ี งเน้อื เยื่อ โดยใชรากเพาะเลย้ี งของชุมเห็ดไทย ซ่งึ พบวา, มี
ความสามารถในการสรางสาร anthraquinones ไดดี แต,ปญหาสาํ คญั คอื รากเพาะเลย้ี งชมุ เหด็ ไทยมกี ารปลดปล,อย
สารออกมาในอาหาร ทาํ ใหเกิดภาวะ negative feedback ทาํ ใหรากเพาะเลยี้ งหยุดสรางสาร เพื่อลดความเสยี่ ง
ของการเกิด negative feedback และเพม่ิ ปริมาณสาร anthraquinones ผูวิจัยจงึ ไดนาํ เทคนคิ two phase
culture มาใชในเพม่ิ ปริมาณสาร anthraquinones ซงึ่ เทคนิค Two phase culture ทไี่ ดรบั ความนยิ ม น่ันกค็ ือ
การใส,ตัวดดู ซบั ลงไปในการเพาะเลย้ี ง โดยตวั ดดู ซับจะไปดดู ซับสารท่ีพืชปลอ, ยออกมาในอาหาร ทําใหสารทีพ่ ืช
ปล,อยออกมาไมถ, กู สะสมในอาหาร เม่ือสารสาํ คญั ท่ีพชื ปล,อยออกมาไม,เกดิ การสะสมในอาหารกจ็ ะไมเ, กดิ อันตรายตอ,
พืช ทาํ ใหพืชสามารถท่จี ะสรางสารออกมาไดเรือ่ ยๆ จากการทดลองเพอื่ เพิ่มปรมิ าณการสรางสาร anthraquinones
ในรากเพาะเล้ียงชุมเหด็ ไทยโดยใชตัวดดู ซบั ไดแก, XAD-4, XAD-7 และ IRA-67 โดยมีตัวชะสาร anthraquinones
ออกจากตัวดูดซับทสี่ นใจ ไดแก, methanol, ethyl acetate และ 5% HCl/methanol พบว,า การใช XAD-7 เปน
ตวั ดูดซับ โดยใช 5% HCl/methanol เปนตวั ชะสารออกมา จะทาํ ใหรากเพาะเล้ยี งชมุ เหด็ ไทยสรางสาร
anthraquinones ออกมาเยอะทส่ี ดุ ซง่ึ สาร anthraquinones ทไี่ ดจากการใช XAD-7 เปนตวั ดดู ซับ มีปรมิ าณ
มากกวา, ตัวอยา, งควบคมุ ทไ่ี มไ, ดใสต, วั ดดู ซับ 1.5 เทา, และการใช XAD-7 เปนตวั ดดู ซับไมม, ผี ลรบกวนการเจรญิ เตบิ โต
ของรากเพาะเลย้ี งชมุ เห็ดไทย เนอื่ งจากน้ําหนกั รากเพาะเลย้ี งแหงทีใ่ ส, XAD-7 ลงไปไมม, ีความแตกตา, งกับตัวอย,าง
ควบคุม ส,วนการใช IRA-67 เปนตัวดูดซบั จะทาํ ใหรากเพาะเล้ียงชุมเหด็ ไทยสรางสาร anthraquinones ไดนอยลง
เมอ่ื เปรยี บเทยี บกับตัวอยา, งควบคมุ เน่ืองจาก IRA-67 จะดูดซับสารอาหารท่ีจาํ เปนในการเจรญิ เติบโตของราก
เพาะเล้ียงชุมเหด็ ไทย ทาํ ใหรากเพาะเลยี้ งชมุ เห็ดไทยเจรญิ เติบโตไดไม,ดี จงึ สรางสารออกมาไดนอย
~2~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การพัฒนาระบบนําส8งเตตระไฮโดรเคอรคิวมนิ ดว% ยนาโนโพลิเมอรไมเซลลของ เอน็ -เบนซลิ ซัคซินลิ ไคโตแซน
ดารสิ เส็นคง, ชติ ชไม โอวาทฬารพร
ภาควชิ าเภสชั เคมี คณะเภสชั ศาสตร7 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร7
เตตระไฮโดรเคอร7คิวมิน (THC) เปนสารก่งึ สงั เคราะห7 ที่มีคณุ สมบตั ิตานอนุมูลอสิ ระ ไดจากปฏิกริ ยิ าไฮโดร
จีเนช่ันเคอร7คิวมิน จากรายงานก,อนหนานี้พบว,า เตตระไฮโดรเคอร7คิวมิน (THC) มีความสามรถในการยับยั้งการ
เจรญิ ของเซลลม7 ะเรง็ หลายชนดิ มีความสามารถในการตานอนุมูลอิสระไดดีกว,าเคอร7คิวมิน และจากการศึกษาก,อน
หนานี้พบวา, เอน็ -เบนซิลซคั ซินิลไคโตแซน สามารถเตรยี มเปนนาโนพารท7 ิเคิลและใชในการกักเก็บเคอร7คิวมิน พบว,า
ประสิทธิภาพในการตานการเจริญของเซลล7มะเร็ง ไดดีกว,า เคอร7คิวมินเพียงอย,างเดียว ในการศึกษาน้ีจึงมี
วัตถุประสงค7ท่ีจะสังเคราะห7เอ็น-เบนซิลซัคซินิลไคโตแซนและใชในการกักเก็บเตตระไฮโดรเคอร7คิวมิน (THC)
ทําการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ และความสามารถในการปลดปล,อย เตตระไฮโดรเคอร7คิวมิน (THC)
จากนาโนพารท7 ิเคลิ จากผลการศึกษาพบว,าเอน็ -เบนซลิ ซัคซินลิ ไคโตแซนมีค,าความเขมขนท่ีต่ําท่ีสุดที่ทําใหเกิดนาโน
พารท7 เิ คลิ ของ THC เท,ากับ 3.61 mg/ml และนาโนพารท7 เิ คลิ ทีไ่ ดมลี กั ษณะเปนทรงกลมมีอนุภาคอยู,ในช,วง 310 ±
40 nm และจากการทดลองวิเคราะห7ไมเซลล7โดยใชเทคนิค HPLC มีความสามารถในการกักเก็บเตตระไฮโดรเคอร7
คิวมินเท,ากบั 3.61 % ของน้ําหนกั แหง และจากการทดลองวิเคราะห7คุณสมบัติในการปลดปล,อยเตตระไฮโดรเคอร7
คิวมินจากไมเซลล7 พบว,าไมเซลล7มีคุณสมบัติการปลดปล,อยเตตระไฮโดรเคอร7คิวมินดีกว,าเตตระไฮโดรเคอร7คิวมิน
เดีย่ ว ใน pH 6.8 และ 7.4 แตท, ่ี pH 1.2 พบว,าคุณสมบัติในการปลดปล,อยแย,กว,าเตตระไฮโดรเคอร7คิวมินเด่ียว ซ่ึง
คณุ สมบัตดิ ังกลา, วเหมาะสําหรบั ใชนําสง, เตตระไฮโดรเคอร7ควิ มนิ เพ่ือเขาสร,ู ะบบทางเดินอาหารของร,างกาย
~3~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การสังเคราะหและศกึ ษาการซมึ ผา8 นผวิ หนงั ของ
5-isopropyl-2-methyphenyl 2-(4-isobutylphenyl) propanoate
ปรยี าภรณ กจิ คา$ , เอมจติ ร สขุ สกลุ , สนุ ทร ชEวยดํา, เฉลมิ เกียรติ สงคราม
ภาควชิ าเภสัชเคม,ี คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
Ibuprofen เปนยาตานการอักเสบซ่ึงมีใชอยู,ท่ัวไปในรูป oral dosage form โดยทําใหเกิดอาการไม,พึง
ประสงค7หลัก คือ อาการระคายเคอื งระบบทางเดินอาหาร ในการศกึ ษาครง้ั น้ีจงึ มีวตั ถุประสงคเ7 พ่ือตองการศกึ ษาการ
ซึมผ,านผิวหนังของ ibuprofen, carvacrol ester ของ ibuprofen และ สารละลายผสมระหว,าง ibuprofen กับ
carvacrol ซึ่ง carvacrol เปนสารกล,ุม mono-terpene alcohol ท่ีมีคุณสมบัติเปน skin enhancer และ มีฤทธ์ิ
analgesic โดยทางผูวิจัยไดสังเคราะห7 carvacrol ester ของ ibuprofen ผ,านปฏิกิริยา Steglich esterification
ซึง่ มี % yield เทา, กบั 85 % นอกจากนี้ไดมีการตรวจสอบความถูกตองของวิธีวิเคราะห7การหาปริมาณ ibuprofen
และ carvacrol ester ของ ibuprofen โดยพบว,า ibuprofen มีค,า LOD (mcg/mL) ของส,วน donor, skin และ
receptor เท,ากบั 1.62, 0.41, 0.80 ตามลาํ ดบั และ LOQ (mcg/mL) เท,ากับ 5.39, 1.38, 2.80 ตามลําดับ สําหรบั
carvacrol ester ของ ibuprofen มีค,า LOD (mcg/mL) ของส,วน donor, skin และ receptor เท,ากับ 3.79,
0.37, 0.12 ตามลําดับ และ LOQ (mcg/mL) เท,ากับ 12.62, 1.25, 0.24 ตามลําดับ ทั้งน้ีการศึกษาการซึมผ,าน
ผิวหนังทําโดยใช Modified Franz diffusion cell ซึ่งจะทําการศึกษาเปรียบเทียบระหว,างสารทั้ง 3 ชนิด ไดแก,
ibuprofen, carvacrol ester ของ ibuprofen และสารละลายผสมระหว,าง ibuprofen กับ carvacrol โดยจะทํา
การเก็บสารตัวอย,างท่ีส,วน donor, skin และ receptor ที่เวลาต,างๆภายใน 24 ช่ัวโมง และนํามาวิเคราะห7หา
ปรมิ าณสารดวยวธิ ี high-performance liquid chromatography โดยใช stationary phase เปน BDS C18 และ
mobile phase เปน gradient mode ACN:H3PO4 pH 2.95 ซ่ึงผลการทดลองของท้ัง ibuprofen และ
carvacrol ester ของ ibuprofen ไม,พบการซึมผ,านผิวหนัง ส,วนสารละลายผสมระหว,าง ibuprofen และ
carvacrol พบวา, ibuprofen สามารถซมึ ผ,านผิวหนงั ได 9.07% และ สะสมทีผ่ วิ หนังเพยี ง 2.62% เมือ่ เวลาผ,านไป
24 ชั่วโมง ซึ่งจากผลการศึกษานี้อาจนําขอมูลไปเปนพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถในการซึมผ,านผิวหนังของ
ibuprofen ไดตอ, ไปในอนาคต
~4~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
ผลของเซลลูโลสอเี ธอร ต8อการปลดปล8อยคลอเฮกซิดนี จากเจลพอลอ็ กซาเมอร
เจนจิรา คงเจริญ, การณิก จันทดา, นิมิตร วรกลุ
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
วัตถปุ ระสงคข7 องการวิจัย คอื การศึกษาผลของเซลลโู ลสอีเธอร7 (เมทิลเซลลโู ลส, ไฮดรอกซเี อทิล เซลลูโลส
และไฮดรอกซีโพรพลิ เมทลิ เซลลโู ลส) ต,อการปลดปล,อยคลอเฮกซิดนี จากเจลพอล็อกซาเมอร7 เพื่อใชเปนขอมลู ใน
การพฒั นาสูตรตํารับของคลอเฮกซีดีนโซลเจล สาํ หรับการรักษาคลองรากฟนอักเสบ โดยตัวอยา, งท่ใี ชในการศึกษา
ประกอบดวย เจลพอล็อกซาเมอร7 407 รอยละ 16 เซลลโู ลสอีเทอร7 รอยละ 0 -1 และคลอเฮกซดี นี รอยละ 0.5-1.0
โดยนํ้าหนกั ซึ่งสามารถเตรียมโดยการใชความเย็น ในการวิจยั ทําการศึกษาคณุ ลกั ษณะทางกายภาพของตํารบั เพอ่ื ใช
ในการเลอื กสูตรตาํ รบั ที่เปนสารละลายสําหรบั นาํ มาศกึ ษาคณุ สมบตั ิอื่นๆ ไดแก, อณุ หภมู ทิ ี่ทาํ ใหตํารบั เปลีย่ นจาก
สารละลายไปเปนเจล ความหนดื ของสูตรตาํ รับ และการปลดปลอ, ยคลอเฮกซิดนี จากเจลพอล็อกซาเมอร7 ต,อไป จาก
การศกึ ษาอุณหภมู ทิ ี่ทําใหตาํ รับเปลย่ี นจากสารละลายไปเปนเจล พบว,า อยู,ในชว, ง อุณหภูมิ 26.5 ถงึ 32.0 องศา
เซลเซยี ส ส,วนในกรณขี องความหนืดพบวา, เมอื่ เพมิ่ ปรมิ าณเซลลโู ลสอเี ธอร7 จะทําใหคา, ความหนดื เพมิ่ ข้นึ ซง่ึ จะ
ส,งผลต,อการปลดปล,อยยา และจากการศกึ ษาการปลดปลอ, ยคลอเฮกซดิ ีน พบวา, เจลพอล็อกซาเมอร7 407 เมือ่ ผสม
เซลลูโลสอีเธอรจ7 ะลดการปลดปลอ, ยของคลอเฮกซดิ ีน สาํ หรับรปู แบบการปลดปล,อยคลอเฮกซดี นี อธบิ ายไดโดย
สมการของ Higuchi ซึ่งมีกลไกการปลดปล,อยหลักผ,านการแพร, ดังนนั้ จงึ สรปุ ไดว,า เซลลโู ลสอีเธอรส7 ามารถใชเปนตวั
ช,วยในการปรบั เปลย่ี นคณุ สมบตั ิของตํารบั คลอเฮกซดี ีนโซลเจล เพ่ือพฒั นาสาํ หรับการรกั ษาคลองรากฟนอักเสบ
ตอ, ไป
~5~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การพฒั นาสตู รตํารบั ฟโู รซีไมดในรูปแบบยานาํ้ ใสสาํ หรับรับประทาน
เพชรา เพชรานนท, ฟารดี า เสน็ สมมาตร, นิวรรณ แทนE มณ,ี นัฏฐา แกว$ นพรัตน
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
Furosemide เปนยาขับปสสาวะในกล,ุม Loop diuretics ปจจุบันมีผลิตภัณฑ7ของ Furosemide ใน
ประเทศไทยเพียง 2 รปู แบบ คอื ยาเม็ดและยาฉีด แต,ไมพ, บในรูปแบบยานาํ้ ใสสําหรับรับประทานจําหน,าย จากการ
สํารวจการใชยาในเด็กพบว,ามีการใชยา Furosemide เพ่ือรักษาอาการบวมจากโรคหัวใจ ทําใหการใช
Furosemide ในเด็กจําเปนตองเตรยี มในรปู แบบยาเตรียมเฉพาะคราว แต,การนํายาเม็ดหรือยาฉีดมาเตรียมเปนยา
น้ําสาํ หรบั รบั ประทาน อาจทําใหความคงตัวของตวั ยาลดลงเน่ืองจากผลของ Unknown excipients การวิจยั ครั้งนี้
จงึ ไดพัฒนายา Furosemide ใหอยู,ในรูปแบบยานํ้าใสสําหรับรับประทานซึ่งปราศจากแอลกอฮอล7 โดยมีความแรง
ของตัวยาขนาด 4 mg/ml เน่ืองจาก Furosemide ละลายนํ้าไดนอยมาก จึงใช Polyethylene glycol 400 (PEG
400), Glycerin, Hydroxypropyl β-cyclodextrin (HPβCD) และ/หรือ Polyvinylpyrrolidone K-30 (PVP
K-30) เพอื่ เพ่ิมการละลาย และควบคุม pH ของตาํ รบั ใหอยู,ในช,วง 7-8 จากนั้นเก็บตํารับไวที่อุณหภูมิหองเปนเวลา
1 เดือน และคัดเลือกตํารับที่มีความคงตัวทางกายภาพมา 2 ตํารับ คือ ตํารับท่ี 1 (Furosemide, PEG 400,
Glycerin, PVP K-30, Monopotassium phosphate, Disodium phosphate, Syrup USP, Paraben
concentrate, 70% Sorbitol solution, Purified water) และตํารับที่ 2 (Furosemide, PEG 400, Glycerin,
HPβCD, PVP K-30, Monopotassium phosphate, Disodium phosphate, Syrup USP, Paraben
concentrate, 70% Sorbitol solution, Purified water) เพื่อศึกษาความคงตัวทางกายภาพและทางเคมี โดย
เกบ็ ตํารับทง้ั สองไวทีอ่ ณุ หภูมิ 8°C, อุณหภมู หิ อง และอณุ หภมู ิ 45°C แลวทําการประเมนิ ความคงตวั เม่อื เตรียมเสรจ็
ใหม,ๆ และหลงั เกบ็ ไวเปนเวลา 2 เดอื น พบวา, ยานา้ํ ใส Furosemide ทง้ั สองตาํ รับ มคี วามคงตวั ทงั้ ทางกายภาพและ
ทางเคมีตลอดระยะเวลาที่ทาํ การศึกษา โดยตาํ รบั ทเี่ ตรียมไดมีความใส ไม,เกดิ ผลึกและมปี ริมาณตัวยาสําคัญในตํารบั
มากกว,า 90% ของปริมาณตวั ยาท่ีเร่ิมตน ดงั นัน้ ตํารบั ท่ีเตรยี มไดอาจนาํ ไปพฒั นายา Furosemide ใหอย,ูในรปู แบบ
ยานา้ํ ใสสําหรับรับประทานเพ่ือเปนอีกทางเลอื กหน่ึงของการบริหารยาใหกับผูปŠวยในโรงพยาบาลตอ, ไป
~6~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
ความเต็มใจจา8 ยค8าวคั ซีนปอQ งกนั การติดเช้อื ไวรัสเอชพีวี
กรวรรณ นาวานุกูล, กฤษตณิ ณ เพชรมณ,ี อังคนิจ ภพูE ันธตระกลู , สรุ ฉตั ร งอ$ สรุ เชษฐ
ภาควชิ าบรหิ ารเภสชั กิจ, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร
การศึกษานี้มีวัตถุประสงคเ7 พอื่ ศึกษาความเต็มใจจ,ายค,าวัคซีนป‹องกันการติดเช้ือไวรัสเอชพีวีของบิดาและ
มารดาของเด็กผูหญิงวัย 9-13 ปd โดยอาศัย Discrete Choice Experiment (DCE) เพื่อวัดระดับความชอบท่ีมี
ต,อวัคซีน โดยคุณลักษณะและระดับของคุณลักษณะของวัคซีนที่นํามาศึกษาไดมาจากการทบทวนวรรณกรรม
และนํามาออกแบบเปนแบบสอบถามซ่ึงประกอบดวย 7 ชุดตัวเลือก โดยในแต,ละชุดตัวเลือกของแบบสอบถาม
จะประกอบดวยคุณลักษณะ 4 ดาน ไดแก, ความสามารถในการป‹องกันมะเร็งปากมดลูก ความสามารถในการ
ป‹องกันหูดท่ีอวัยวะเพศ โอกาสในการเกิดอาการขางเคียงจากการฉีดวัคซีน และค,าวัคซีนท่ีตองจ,ายเองต,อการฉีด
วัคซีนครบทั้ง 3 คร้ัง เพื่อใหสามารถวัดค,าความเต็มใจจ,ายของบิดาและมารดาที่มีต,อแต,ละคุณลักษณะของวัคซีน
แลวคํานวณเปนค,าความเต็มใจจ,ายค,าวัคซีน จากผลการวิเคราะห7หาความสัมพันธ7ระหว,างความชอบของ
แต,ละคุณลักษณะที่กล,าวมาขางตนในกลุ,มตัวอย,าง ซ่ึงประกอบดวยบิดา 150 คน และมารดา 164 คน รวมท้ังส้ิน
314 คน โดยใช multinomial logit analysis เพ่ือหาความเต็มใจจ,าย พบว,าท้ังบิดาและมารดาเต็มใจจ,ายเงิน
เพื่อแลกกับการที่วัคซีนสามารถป‹องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากกว,าการป‹องกันหูดท่ีอวัยวะเพศ แต,พบว,า
บิดาจะเต็มใจจ,ายเงินเพื่อการป‹องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกสูงกว,ามารดา ในขณะที่มารดาเต็มใจจ,ายเงินเพื่อ
การป‹องกันหูดที่อวัยวะเพศสูงกว,าบิดา สําหรับอาการขางเคียงจากการฉีดวัคซีนพบว,าบิดาจะเต็มใจจ,ายเงินเพ่ือ
แลกกับการที่จะไม,เกิดอาการขางเคียงสูงกว,ามารดา ในภาพรวมทั้งบิดาและมารดาเต็มใจที่จะจ,ายเงินเพ่ือใหลูก
ไดฉีดวัคซีนชนิด 4 และ 2 สายพันธ7ุเปนเงิน 3,121.84 และ 1,929.64 บาท ตามลําดับ โดยพบว,าบิดาจะยอมจ,าย
ในราคาท่สี ูงกว,ามารดาในการใหลูกไดฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิด โดยสรุปกล,าวไดว,าในการตัดสินใจฉีดวัคซีนใหลูกของทั้ง
บิดาและมารดาใหความสําคัญกับคุณลักษณะการป‹องกันมะเร็งปากมดลูกมากกว,าคุณลักษณะการป‹องกันหูดท่ี
อวัยวะเพศและอาการขางเคียงจากการฉีดวคั ซนี ซ่ึงสง, ผลตอ, ความเตม็ ใจจา, ยใหกบั วัคซีนในแต,ละชนดิ อยา, งไรก็ตาม
การศึกษานี้จะเปนประโยชน7ในการกําหนดส,วนร,วมจ,ายและเปนแนวทางในการกําหนดนโยบายในการป‹องกันการ
เกิดมะเร็งปากมดลูกของสตรีในประเทศไทยต,อไป
~7~
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
สถานการณและแนวทางการจัดการยาทีม่ กี ารใช%ในทางทีผ่ ิดในกล8มุ วยั ร8ุนสาํ หรับร%านยา
กรณศี ึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต%
สรวชิ ญ พนาคุปต, ศรญั ญา ขุนจัน, พงคเทพ สุธีรวุฒิ
ภาควิชาบรหิ ารเภสัชกจิ , คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
ปจจุบันพบการนํายาไปใชในทางทีไ่ ม,เหมาะสมโดยไมม, จี ุดมุ,งหมายและความจําเปนทางการแพทย7เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในกล,ุมวัยรุ,นจังหวัดชายแดนภาคใต แมว,าภาครัฐมีการจัดการโดยใชมาตรการทางกฎหมายและควบคุม
ประเภทของยา รวมถึงมีมาตรการจ,ายยาในรานยาแต,พบว,าไมส, ามารถแกไขปญหาการใชยาในทางที่ผิดได อีกท้ังทํา
ใหเกิดช,องทางอื่นในการจําหน,ายยาและพบการใชยาชนิดอ่ืนทดแทน ในงานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค7เพื่อศึกษา
สถานการณ7การใชยาในทางท่ีผิดของกลุ,มวัยร,ุนและหาแนวทางการจัดการสําหรับรานยาในจังหวัดชายแดนภาคใต
ใชการสัมภาษณ7เชิงลึกในกล,ุมวัยรุ,นและเภสัชกรชุมชนผูมีหนาที่ปฏิบัติการ รวมถึงจัดสนทนากล,ุมเภสัชกรชุมชน
ผลการศึกษาพบว,ายาที่วยั รน,ุ ใชแบง, เปนสองกล,มุ คอื กล,ุมยาทใ่ี ชเปนตัวหลัก ไดแก, ยาทรามาดอล ยาอัลปราโซแลม
พืชกระท,อม โดยหวังผลฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาท่ีทําใหเกิดอาการมึนเมา อีกกล,ุมหนึ่งคือกลุ,มยาท่ีใชเปนตัวเสริมไดแก,
ยาแกแพชนิดนํ้าเชื่อม โดยหวังผลเรื่องรสชาติและการกลบรสขมของยาท่ีใชเปนตัวหลัก วัยร,ุนส,วนใหญ,ใชยาเพ่ือ
ความสนุกสนานคลายเครียด และเรียนรูวิธีการใชยาจากกลุ,มเพ่ือน อีกท้ังมีการต้ังกล,ุมทางสังคมออนไลน7เพื่อ
แลกเปลยี่ นขอมูลข,าวสารกัน ช,องทางปกติท่ีเปนแหล,งจําหน,ายยาไดแก, รานยาขายปลีก รานยาขายส,ง และคลินิก
อีกช,องทางหนึ่งเปนแบบไม,ปกติ ไดแก, กลุ,มผูคารายย,อย รานชํา รานน้ําชา แผงลอย และทางสังคมออนไลน7
แนวทางการจัดการแกปญหา ควรใหความสําคัญกับยาในกลุ,มท่ีใชเปนตัวหลักมากกว,ากล,ุมยาที่ใชเปนตัวเสริม
การออกมาตรการใด ๆ โดยเฉพาะการจํากัดการจําหนา, ยและหามจําหนา, ยในรานยา ไมค, วรกระทบต,อความจําเปน
ในการใชยาและการเขาถึงยาของผปู Šวย นอกจากน้กี ารแกปญหาตองคํานึงถึงธรรมชาติและพฤติกรรมทางสังคมของ
กล,ุมวัยรุ,น รวมถึงปจจัยอื่น ๆ ท่ีมีอิทธิพลต,อการใชยา ตองหาทางออกในทางบวก ไม,ควรผลักการเสพจากสารตัว
หน่ึงไปอีกตวั หนึ่ง ซ่ึงอาจจะรุนแรงกว,า เช,น ยาบา และไม,เปนการผลักยากล,ุมดังกล,าวไปสู,ตลาดมืด ภาครัฐควรมี
มาตรการจัดการช,องทางการกระจายยาที่ไม,ปกติ โดยควบคุมกํากับดูแลการกระจายยาจากแหล,งผลิต และผูแทน
จําหน,ายอย,างเขมงวด ควรมีการเก็บตัวอย,างยานํ้าเช่ือมจากทองตลาด เพ่ือตรวจสอบส,วนประกอบอ่ืนนอกจากท่ี
แจงในสูตรตํารับ และมีระบบสารสนเทศสําหรับบันทึกขอมูลการจําหน,ายยาจากรานยาและคลินิกท่ัวประเทศ
รวมถึงพัฒนาศักยภาพของรานยาและคลนิ ิกใหเปนสถานทใ่ี หคําปรกึ ษาแนะนําแก,กลุม, วัยรุ,นท่ีมีการใชยาในทางท่ีผิด
และมีระบบส,งต,อท่ีเหมาะสมส,ูสถานบําบัด รวมถึงควรมีการศึกษาวิจัยผลกระทบจากการใชยาในทางท่ีผิด
เปรียบเทียบกับการเสพสารเสพติด การด่ืมสุรา หรือการสูบบุหร่ี และควรสรางมาตรฐานการกํากับดูแลของ
หนว, ยงานที่เก่ียวของในแต,ละจังหวัดใหเปนมาตรฐานเดียวกัน นอกจากน้ีตองเร,งสรางมาตรการทางสังคมเพื่อการ
แกไขปญหา โดยตองมีนโยบายในการใหความรูความเขาใจท่ีถกู ตองแก,เยาวชน ซ่ึงจะเปนการแกปญหาในระยะยาว
อย,างยง่ั ยนื รวมถงึ ตองมีการใหการบําบัดรักษากลุม, ผทู ่ใี ชยาในทางท่ีผิดใหสามารถเลิกใชยาได และใชชีวิตในสังคม
ไดอย,างปกติ
~8~
การประชมุ วิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การพัฒนาวิธีการเตรยี มสารสกัดใบทองพนั ช่งั ท่มี สี ารไรนาแคนธิน-ซปี รมิ าณสงู
โดยใชว# ิธีการสกัดทเ่ี ปน$ มิตรกบั สง่ิ แวดลอ# ม
ณัฐพล จารวุ าท,ี อัศวยชุ จําปา, ภาคภูมิ พาณชิ ยปู การนนั ท
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ปจจุบนั สารกันเสยี ทีใ่ ชเพื่อชะลอการบดู เสียในอาหารสาํ เร็จรูปมักเปน" สารเคมสี งั เคราะห% ซึง่ อาจกอ( ใหเกิด
อันตรายตอ( ผบู รโิ ภคได จึงมกี ารคนควาหาสารจากธรรมชาติท่ีเชื่อวา( ปลอดภยั กวา( มาใชทดแทน มีรายงานว(าสารสกดั
จากใบทองพันช่งั ทม่ี ีสาร rhinacanthin-C ปรมิ าณสูงมีฤทธติ์ านจุลนิ ทรยี ไ% ดดี แต(กรรมวธิ กี ารเตรยี มสารสกัด
ดงั กล(าวยงั คงใชตัวทาํ ละลาย ไดแก( ethyl acetate และ methanol ซ่งึ อาจกอ( ใหเกิดอันตรายตอ( ผูเตรยี มและผูใช
สารสกดั การศกึ ษานจี้ ึงมวี ตั ถุประสงคเ% พ่อื พฒั นากรรมวิธีการเตรยี มสารสกดั ใบทองพันชั่งทม่ี ี rhinacanthin-C
ปรมิ าณสูง โดยใชวธิ ีการสกดั ดวยคลน่ื ไมโครเวฟ (microwave assisted extraction) และใช ethanol เป"นตวั ทํา
ละลายแทนการใช ethyl acetate และ methanol โดยมกี ารศกึ ษาเปรยี บเทยี บอัตราสว( นผงใบทองพนั ช่งั ต(อ
ethanol ระหวา( ง 150 g ตอ( 1500 ml (lot 1) และ 300 g ตอ( 1500 ml (lot 2) และสกดั โดยใชคลนื่ ไมโครเวฟ
กาํ ลังไฟฟาV 800 W ใหคลืน่ ไมโครเวฟเปน" รอบจาํ นวน 4 รอบ (1 รอบ = ใหคลื่นไมโครเวฟ 90 วนิ าที และหยดุ พกั
30 วินาที) จากน้นั นาํ สารสกดั ท่ีกรองไดมาแยกดวยคอลมั น% Amberlite® IRA-67 และวเิ คราะหป% ริมาณ
rhinacanthin-C ดวยเทคนคิ HPLC พบว(าสารสกัดใบทองพนั ช่ัง lot 1 (Rh rich lot 1) และ lot 2 (Rh rich lot
2) มีปริมาณสาร rhinacanthin-C เทา( กับ 44.23% และ 66.04% w/w ตามลําดบั โดย Rh rich lot 2 มปี รมิ าณ
rhinacanthin-C เทา( กับวิธีการเตรยี มแบบเดิมที่ใช ethyl acetate และ methanol เป"นตัวทาํ ละลาย เมอ่ื ทดสอบ
ฤทธ์ิตานจลุ ินทรีย%ของ Rh rich lot 1 และ Rh rich lot 2 เพอ่ื ศึกษาคุณสมบตั ิในการเป"นสารกนั เสีย พบวา( Rh rich
lot 2 มฤี ทธิ์ตานเชื้อแบคทเี รียแกรมบวก Staphylococcus aureus และ Bacillus subtilis ไดดีเทยี บเท(ากับสาร
บริสทุ ธ์ิ rhinacanthin-C แต( Rh rich lot 1, Rh rich lot 2 และ rhinacanthin-C ไมม( ฤี ทธิ์ตานเชอ้ื แบคทีเรียแก
รมลบ (Escherichia coli, Salmonella typhi และ S. typhimurium) รวมถงึ เชอ้ื รา Aspergillus flavus จึง
สรุปวา( สารสกัดดงั กลา( วไม(สามารถใชเป"นสารกันเสียได แต(การทดสอบฤทธิ์ตานเชื้อราทเ่ี ปน" สาเหตุของโรคกลาก
พบว(า Rh rich lot 2 มีฤทธิต์ าน Trichophyton rubrum ไดดใี กลเคยี งกับ rhinacanthin-C ดงั นั้น จึงสามารถใช
Rh rich lot 2 แทนสารบรสิ ุทธิ์ rhinacanthin-C ในการพฒั นายารกั ษาโรคกลากได โดยตองมกี ารควบคมุ สารสกัด
ใบทองพันช่ังใหมปี รมิ าณ rhinacanthin-C ไมน( อยกวา( 66% w/w
~9~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การเตรียมสารสกดั ใบพลทู มี่ ีสาร hydroxychavicol และการเตรียมยาน้าํ ใช#เฉพาะท่ี
ดาวทิพย จิรนิวาตานนท, ธนชั พร อินโท, ภาคภูมิ พาณิชยปู การนนั ท
ภาควชิ าเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร
ยาทงิ เจอร%พลูเป"นตาํ รับยาในบัญชยี าจากสมุนไพรในบญั ชยี าหลักแหง( ชาติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2555 ใช
บรรเทาอาการผวิ หนังอกั เสบและอาการอกั เสบจากแมลงกัดตอ( ย โดยในบัญชียาฯ ระบุวา( ยาทิงเจอรพ% ลูเป"นสารสกดั
เอทิลแอลกอฮอล%จากใบพลสู ด (Piper betle) 50% w/v แตไ( ม(มกี ารระบปุ ริมาณสารสาํ คัญที่ออกฤทธ์ติ านอาการ
อักเสบ ดังน้ัน ในการผลติ ยาทงิ เจอรพ% ลแู ตล( ะคร้ังจงึ อาจทาํ ใหยาทไ่ี ดมสี ารสําคญั ในปริมาณท่ีต(างกนั ขึน้ กบั คุณภาพ
ของวตั ถุดิบทใ่ี ชผลติ ยา นอกจากนยี้ าทิงเจอรพ% ลูยังมีแอลกอฮอลใ% นปรมิ าณสูง อาจเปน" เหตุใหเกิดอาการระคายเคือง
ผวิ หนงั การศึกษานีจ้ งึ มีวตั ถุประสงคเ% พ่ือเตรียมสารสกัดจากใบพลทู ี่มี hydroxychavicol ซ่ึงเป"นสารสาํ คญั ที่ออก
ฤทธ์ิตานการอกั เสบ โดยใชตัวทาํ ละลายและวิธีการสกดั ที่เปน" มิตรกบั สงิ่ แวดลอม และนาํ สารสกดั ท่ีไดมาเตรียมยานํา้
ใชเฉพาะท่ี โดยกาํ หนดใหมีปริมาณ hydroxychavicol ในตํารับยาเทา( กบั 0.2% w/v โดยสกดั ผงใบพลแู หงดวย
วธิ ีการใชคลื่นไมโครเวฟ ท่ีกาํ ลังไฟฟVา 180 วตั ต% เปดn เคร่ืองเพอ่ื ใหคล่ืนไมโครเวฟเป"นเวลา 45 วินาที และ
เปรียบเทยี บตวั ทําละลายท่ใี ชในการสกดั 3 ชนิด ไดแก( สารละลาย ethanol:glycerin, ethanol:propylene
glycol และ ethanol:water (50:50) พบวา( สารละลาย ethanol:water (50:50) สามารถสกัด hydroxychavical
ไดปรมิ าณสูงท่สี ดุ จึงเลอื กใชตวั ทําละลายน้ใี นการศึกษาขน้ั ตอนต(อไป โดยการแปรเปลย่ี นความเขมขนของ
ethanol ในสารละลายเปน" 30%, 50%, 70% และ 100% v/v ethanol พบว(า 30% v/v ethanol สามารถสกดั
hydroxychavical ไดปรมิ าณสูงท่สี ดุ จึงใช 30% v/v ethanol เป"นตวั ทาํ ละลายในการศกึ ษาสภาวะท่เี หมาะสมใน
การสกดั สารดวยคล่นื ไมโครเวฟ พบว(าการสกัดผงใบพลูแหง 10 g ดวยตัวทาํ ละลาย 200 ml ใชกําลงั ไฟฟาV 180
วตั ต% เปnดเครอ่ื งเปน" เวลา 2 นาที แลวปnดเครือ่ งเป"นเวลา 30 วินาที (คิดเปน" 1 รอบ) สกัดโดยเปnด - ปดn เคร่ือง 4 รอบ
พบว(าสารสกดั ท่ีไดมี hydroxychavical 0.37% w/v จงึ นาํ สารสกดั นมี้ าใชในการเตรียมยาน้ําใชเฉพาะท่ี ตาํ รบั ที่
เตรียมไดมีลักษณะเป"นสารละลายใสสเี หลืองเขม เมอื่ วเิ คราะห%ปริมาณสารสําคัญในตํารบั พบวา( มี hydroxychavical
เทา( กับ 0.22% w/v เม่ือเปรยี บเทยี บกับยาทงิ เจอรพ% ลูทีเ่ ปน" สารละลายสีเขียวเขม และมี hydroxychavical เท(ากบั
0.45% w/v เม่อื ทดสอบความคงตัวของตาํ รับยาทง้ั สองเป"นเวลา 3 เดือน พบวา( ยานํา้ ใชเฉพาะท่ีมปี ริมาณ
hydroxychavical เท(ากับ 0.19% w/v แตล( ักษณะทางกายภาพของยาไม(เปล่ยี นแปลง ในขณะทยี่ าทิงเจอรพ% ลูมี
ปริมาณ hydroxychavical เทา( กับ 0.37% w/v และยาเกิดการตกตะกอนและมีสที ี่เปล่ยี นไป ดงั น้ัน การศกึ ษานจี้ งึ
เปน" แนวทางในการพัฒนายานํา้ ใชเฉพาะที่จากสารสกดั ใบพลูในระดบั อุตสาหกรรมยาตอ( ไป
~ 10 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การเตรียมสารสกัดชะมวงท่มี ีสารชะมวงโอนโดยวธิ ที ่เี ปน$ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ# ม
ณฐั พนธ ยนื ยง, เสาวณยี วรรณสฤษฎ, ภาคภมู ิ พาณิชยูปการนันท
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
ชะมวงโอน (รปู ท่ี 1) เปน" สารในกลุม( Benzophenones ชนดิ ใหม(ทีพ่ บในใบชะมวง (Garcinia cowa
Roxb.) โดยมรี ายงานวา( สารชะมวงโอนมีฤทธิ์ตานเชอ้ื Helicobacter pylori ซ่ึงเป"นแบคทเี รยี กอ( โรคในระบบ
ทางเดินอาหารทต่ี องใชยาปฏชิ ีวนะหลายขนานในการรักษา การศกึ ษานี้มีวตั ถุประสงค%เพือ่ ศกึ ษาวธิ กี ารเตรียมสาร
สกัดใบชะมวงใหมสี ารชะมวงโอนในปรมิ าณสูง โดยใชตัวทําละลายทมี่ คี ุณสมบตั คิ วามมีขั้วใกลเคียงกับเฮกเซนซง่ึ เป"น
ตัวทําละลายทีม่ รี ายงานวา( เหมาะสมทสี่ ดุ ในการสกดั สารชะมวงโอน ในการศึกษานี้เลือกใชน้ํามันพชื เปน" ตัวทําลาย
และสกดั ดวยวิธกี ารใชคลน่ื ไมโครเวฟ (microwave assisted extraction) วิเคราะห%ปริมาณสารชะมวงโอนในสาร
สกดั ดวยวิธี HPLC จากการศึกษาโดยใชนํ้ามันพชื 4 ชนิด ไดแก( นํา้ มนั เมล็ดทานตะวัน นํา้ มนั คาโนลา( นาํ้ มัน
ขาวโพด และ นาํ้ มันราํ ขาว พบวา( นา้ํ มันเมล็ดทานตะวันสามารถสกดั สารชะมวงโอนไดมากทส่ี ดุ (0.54 มิลลิกรมั /
มลิ ลลิ ิตร) ดังนน้ั ความสามารถในการสกัดสารชะมวงโอนของนาํ้ มนั พืชอาจมีความสัมพนั ธโ% ดยตรงกบั ปรมิ าณ
polyunsaturated fatty acid ท่เี ปน" องค%ประกอบในนํ้ามนั พืช และพบว(าสภาวะทเี่ หมาะสมที่สดุ ในการสกดั ดวย
คลืน่ ไมโครเวฟคือ ใชผงใบชะมวง 4 กรัมตอ( นํา้ มันจากเมลด็ ทานตะวนั 30 มลิ ลลิ ติ ร ใชกาํ ลงั ไฟฟาV 800 วตั ต% สกดั 2
รอบ (1 รอบ คอื การใหคลืน่ ไมโครเวฟเปน" เวลา 60 วนิ าที และหยดุ พกั 30 วินาที) จากการสกดั ดวยสภาวะดังกลา( ว
สามารถเพ่มิ ปรมิ าณสารชะมวงโอนในสารสกดั ไดเปน" 0.82 มลิ ลกิ รมั /มิลลลิ ติ ร โดยปรมิ าณสารสกัดที่ไดเท(ากับ
65.0% v/v อย(างไรก็ตาม มีแนวโนมวา( หากเพ่มิ อตั ราส(วนของผงใบชะมวงต(อปรมิ าตรนํา้ มนั พืชขึ้นกจ็ ะสามารถเพมิ่
ปรมิ าณสารชะมวงโอนในสารสกดั ได แตป( รมิ าณสารสกดั ท่ไี ดจะลดลง เนื่องจากสารสกัดจะถกู ดดู ซับไวดวยปรมิ าณ
ผงยาที่เพมิ่ ขนึ้ สําหรับการทดสอบฤทธข์ิ องสารสกดั ตอ( เชือ้ แบคทเี รยี ดวยวธิ ี broth และ agar microdilution ยงั คง
มีปญหาไมส( ามารถทดสอบได เนื่องจากสารสกดั ท่นี าํ มาทดสอบเปน" น้ํามันซง่ึ ไมส( ามารถละลายเขากบั อาหารเลีย้ ง
เชอื้ ได ถงึ แมจะเตมิ DMSO และ polysorbate 80 เพื่อชว( ยเพมิ่ การละลาย จงึ ควรท่จี ะมกี ารศกึ ษาพัฒนาวธิ ีการ
ทดสอบเช้อื ดวยวธิ ีอ่ืนทีเ่ หมาะสมต(อไป
รูปที่ 1 โครงสรางทางเคมีของสารชะมวงโอน O
~ 11 ~ O
O OH
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การพัฒนาสตู รตาํ รับครีมยอ# มสผี มจากเทยี นกิง่
ธันยพร จนั ทรฉาย, นัทวรรณ รัษฎาเพชร, สุกญั ญา เดชอดศิ ยั
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
เทียนกิ่งหรือเฮนน(าเป"นสมุนไพรท่ีไดจากใบของตนเทียนกิ่ง (Lawsonia inermis วงศ% Lythraceae)
เทียนก่ิงมีคุณสมบัติในการติดสี ซึ่งจะใหสีโทนน้ําตาลแดง การนําเทียนกิ่งมาใชเป"นสียอมผมและเล็บ จึงเป"นภูมิ
ปญญาท่ีถ(ายทอดกันมานานจากร(ุนส(ูรุ(น แต(ในปจจุบันการทําสีผมจากเทียนก่ิงยังไม(เป"นที่แพร(หลายมากนัก
เน่ืองจากหาซื้อผงเทยี นกง่ิ ไดยากและ การเตรียมเทยี นกิง่ เพื่อนํามายอมสีผมคอ( นขางยุง( ยากและตองใชเวลานาน ทํา
ใหเกิดความไม(สะดวกแก(ผูใช การศึกษาในคร้ังนี้ จึงมีวัตถุประสงค%เพ่ือทดลองเตรียมสูตรตํารับครีมยอมสีผมจาก
เทียนก่ิงใหมีความพรอมใช มีความคงตัวและมีประสิทธิภาพดีในการยอมสีผม โดยเตรียมเป"น 4 ตํารับ ซึ่งแต(ละ
ตํารับจะมีส(วนท่ีแตกต(างกัน คือ ผสมผงเทียนกิ่งกับกาแฟ น้ํามันกานพลู สารสกัดจากอัญชันและน้ําสมสายชูแอบ
เปnzลไซเดอร% แลวเตมิ น้ํารอน ผสมทง้ิ ไวเป"นเวลาหน่ึงคนื ก(อนจะนาํ มาผสมกับครมี เบสเหมือนกันทุกตํารับ โดยครีม
ยอมสผี มทั้ง 4 ตาํ รับมคี วามคงตัวทางกายภาพดี แต(ในดานประสทิ ธิภาพการยอมติดสีผม พบว(า หากยอมดวยปอย
ผมดํา จะไม(สามารถเห็นการตดิ สหี รอื แยกความแตกต(างท่ีเกิดขึ้นจากการยอมผมแต(ละสูตรตํารับได แต(เม่ือนํามา
ยอมกับผมหงอกท่ีเวลา 3 ชั่วโมงเท(ากันกับปอยผมดํา พบว(า ทุกตํารับจะยอมติดสีผมใหโทนสีนํ้าตาลอมแดง
คลายคลึงกนั ท้ังหมด โดยตํารับที่ 4 ซง่ึ ผสมนา้ํ สมสายชูแอปเปnzลไซเดอร% มีประสิทธิภาพในการยอมติดสีเขม ชัดเจน
ทสี่ ุด ทัง้ น้ีสูตรตํารบั ที่เตรยี มขน้ึ เมอื่ ทิง้ ไวเกนิ 7 วนั พบวา( จะมีประสิทธภิ าพในการยอมติดสีผมจะนอยลง เนื่องจาก
lawsone ซ่งึ เป"นสารใหสีเกดิ การสลายตัวหรอื มีปริมาณลดลง ดังน้ัน อาจพิจารณาเตรียมรูปแบบผลิตภัณฑ%แบบผง
แหง ที่มีการกําหนดปริมาณผงเทียนกิ่งและส(วนผสมอื่นๆ ไวในอัตราส(วนท่ีเหมาะสม เมื่อจะใชก็เพียงเติมนํ้ารอน
ผสมในปรมิ าณทกี่ าํ หนด ท้งิ ไวหน่งึ คนื กจ็ ะสามารถยอมสผี มได ซ่ึงจะทาํ ใหผูใชมีความสะดวก และมปี ระสทิ ธภิ าพใน
การยอมสผี มดที ส่ี ุด
~ 12 ~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การทดสอบฤทธ์ยิ ับยั้งเอน็ ไซมแ; อลฟ=ากลูโคซิเดสเบือ้ งต#นของสมนุ ไพรไทย
กนกวรรณ พรหมม,ี พิชญสนิ ี ศรแี สง, สุกญั ญา เดชอดิศยั
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
แอลฟ}ากลูโคซิเดสเป"นเอ็นไซม%ที่ย(อยคาร%โบไฮเดรตใหเป"นน้ําตาลโมเลกุลเด่ียว ส(งผลใหระดับน้ําตาลใน
เลือดเพ่ิมขึ้น ดังนั้นการยับยั้งเอ็นไซม%แอลฟ}ากลูโคซิเดสจะช(วยลดระดับนํ้าตาลในเลือดได การศึกษาครั้งนี้มี
วัตถุประสงค%เพ่ือศึกษาฤทธ์ิในการยับย้ังเอ็นไซม%แอลฟ}ากลูโคซิเดสของสารสกัดจากสมุนไพรพ้ืนบานซ่ึงใชในการ
รกั ษาเบาหวานตามภูมิปญญาพื้นบานของไทย ทั้งหมด 16 ตัวอย(าง ไดแก( ผักหวาน ใบและเถาย(านาง ผักปลังขาว
ใบมะเม(า ใบชะพลู ผลยอป}า ผลยอบาน หัวบุก ยอดโสน ใบ ยอดและผลมะกอก รากชะเอมเทศ ขาวกลอง และผัก
เชียงดา โดยนําสมุนไพรทั้งหมดมาสกัดดวยเอทานอล จากน้ันนํามาทดสอบฤทธิ์เทียบกับสารมาตรฐานคือ
acarbose พบวา( สมุนไพรทีม่ ีฤทธิ์ยบั ยง้ั เอ็นไซมแ% อลฟ}ากลโู คซเิ ดสเมื่อทดสอบทคี่ วามเขมขน 3 mg/ml ไดแก( ราก
ชะเอมเทศ เถาย(านาง ยอดมะกอก และขาวกลอง ซ่ึงมีค(าเปอร%เซ็นต%ในการยับย้ังเอ็นไซม%แอลฟ}ากลูโคซิเดส
เท(ากับ 81.67, 69.56, 87.47 และ 82.53 ตามลําดับ โดยสมุนไพรท้ัง 4 ชนิดมีค(าเปอร%เซ็นต%ในการยับย้ังเอ็นไซม%
แอลฟ}ากลูโคซิเดสมากกว(า acarbose ซึ่งเป"น positive control(64.35%) ส(วนความเขมขนของสารตัวอย(าง
ดังกล(าวท่ีสามารถยับย้ังเอ็นไซม%แอลฟ}ากลูโคซิเดสได 50% (IC50) เท(ากับ 849.37, 738.37, 776.29 และ
647.40µg/ml ตามลําดับ และ IC50 ของ acarbose เท(ากับ 734.39µg/ml ดังนั้นสมุนไพรทั้ง 4 ชนิดนี้จึง
น(าสนใจท่จี ะศึกษาตอ( ไปถงึ องคป% ระกอบทางเคมที ีอ่ อกฤทธ์ใิ นการยบั ยัง้ เอ็นไซม%แอลฟ}ากลูโคซิเดส และรายงานการ
วจิ ัยนถี้ ือเป"นการรายงานฤทธยิ์ บั ยัง้ เอ็นไซมแ% อลฟ}ากลโู คซิเดสครงั้ แรกของสมนุ ไพรท้ัง 4 ชนดิ น้ี
~ 13 ~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การทดสอบฤทธยิ์ บั ย้ังเอนไซมไ; ทโรซเิ นสเบ้อื งตน# ของสารสกดั จากน้าํ ผลไม#รสเปรี้ยว
ถริ วฒั น ประยืนยง, โศจริ ตั น พงศภัทรโภคิน, สุกญั ญา เดชอดศิ ยั
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
ผลไมรสเปรย้ี ว เป"นแหล(งของวิตามนิ ซี และกรดสําคัญตา( งๆ ซงึ่ ในอดีตและภูมปิ ญญาพื้นบาน มักนําผลไม
รสเปรี้ยวเหล(าน้ีมาใชดูแลเร่ืองผิวพรรณและความขาว เช(น การใชมะขามขัดผิว หรือใชนํ้ามะนาวผสมลงในดินสอ
พองก(อนพอกหนา อีกทั้งยังมีรายงานการศึกษาวิจัยจํานวนหนึ่งที่ศึกษาฤทธ์ิยับย้ังเอนไซม%ไทโรซิเนสจากผลไมรส
เปรี้ยว ดังนั้นโครงการวิจยนี้ จึงสนใจท่ีจะนําผลไมรสเปรี้ยวจํานวน 15 ชนิด ไดแก( มะขาม ฝร่ัง ตะลิงปลิง ตะขบ
กระทอน ลูกหมอ( น หมากเมา( แอปเปzลn เขยี ว มะเฟ•อง มะยม มะปริง สละ มะมว( งเบา กระทกรก และมะม(วงไมร( ูหาว
มะนาวไมร( ูโห( มาทดสอบฤทธ์ยิ บั ยงั้ เอนไซมไ% ทโรซเิ นส โดยเตรียมเป"นสารสกัดเอทานอล 95% ซ่ึงผลไมท่ีใหปริมาณ
สารสกดั สงู สุด คือ เสาวรส และต่าํ สุด คือ มะปริง โดยมี % yield เท(ากับ 10.08% และ 2.52% ตามลําดับ ในการ
ทดสอบฤทธิ์ยับย้ังเอนไซม%ไทโรซิเนสจะใช dopachrome method โดยมีสารตั้งตน คือ L-dopa และเร(งให
เกิดปฏกิ ิรยิ าดวยเอนไซม%ไทโรซิเนส วัดปริมาณสารที่เกิดขึ้น คือ dopachrome โดยวัดการดูดกลืนแสงท่ีความยาว
คล่ืน 492 nm ดวยเคร่ืองวัดการดูดกลืนแสง (microplate reader) ผลการทดสอบฤทธ์ิยับยั้งเอนไซม%ไทโรซิเนส
พบว(า สารสกัดจากผลไมรสเปร้ียวท้ัง 15 ชนิด ไม(มีฤทธ์ิยับย้ังเอนไซม%ไทโรซิเนส โดยตะลิงปnงเป"นผลไมท่ีให
เปอร%เซน็ ตย% ับยั้งเอนไซม%ไทโรซิเนสสูงสุด เท(ากับ 8.32 ± 1.67% และตํ่าสุด คือ มะม(วงเบา โดยมีเปอร%เซ็นต%ยับยั้ง
เอนไซม%ไทโรซิเนส เท(ากับ -16.18 ± 2.87% เมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน คือ kojic acid และปวกหาด ซ่ึงให
เปอร%เซน็ ตย% ับยง้ั เอนไซม%ไทโรซิเนส เท(ากับ 86.71± 2.65 และ 92.98 ± 1.43 ตามลําดับ ถึงแมว(าไม(มีสารตัวอย(าง
ใดมีฤทธย์ิ ับยั้งเอนไซม%ไทโรซเิ นสทด่ี ี แต(รายงานการวจิ ัยนีส้ ามารถใชเป"นขอมลู ของการทดสอบฤทธ์ิทางชวี ภาพในน้ํา
ผลไมรสเปรีย้ วต(อไป
~ 14 ~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การทดสอบฤทธิ์ต#านเอนไซมไ; ทโรซิเนสเบ้ืองตน# จากสาหรCาย
ชุตนิ ธร ไชยเพชร, ธนากร ตันบุตร, สุกญั ญา เดชอดิศัย
ภาควิชาเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
สาหร(ายจดั เปน" พชื ชนิดหนึ่งทก่ี าํ ลังเป"นท่สี นใจ เนอื่ งจากมกี ารนํามาใชปรุงอาหารและเปน" ส(วนประกอบใน
ผลติ ภัณฑเ% สริมอาหาร โดยพบวา( สาหรา( ยมโี ปรตนี สูงและยังมสี ารอาหารอื่นๆท่ีมีคุณค(าทางโภชนาการ นอกจากน้ีมี
การนําสาหร(ายมาเปน" ส(วนผสมในเครอ่ื งสําอางซง่ึ มีการโฆษณาว(าสามารถทําใหผิวขาวขึ้นอย(างเห็นไดชัด โดยมีการ
จําหน(ายทั้งในทองตลาดและตามเว็บไซต%ต(างๆ มากมาย แต(ยังไม(มีผลงานวิจัยท่ียืนยันว(าพืชจําพวกสาหร(ายทําให
ผิวขาวขน้ึ ไดอยา( งไร จงึ เป"นจดุ สนใจใหทางผูวิจัยสนใจศึกษาฤทธ์ิยับยั้งเอนไซม%ไทโรซิเนสในพืชจําพวกสาหร(าย โดย
ทําการเก็บตัวอย(างสาหร(ายจากทองตลาด ชายฝ…งทะเลอันดามันและอ(าวไทย จํานวน 11 ชนิด ไดแก( สาหร(ายทุ(น
(Sargassum spp.), สาหร(ายสาย (Caulerpa corynephora), สาหร(ายลูกปด (Caulerpa peltata), สาหร(ายขอ
(Gracilaria salicornia), Turbinaria conoides , Sargassum polycystum , สาหร(ายเม็ดพริก (Caulerpa
lentillifera), สาหร(ายมงกุฎหนาม (Acanthophora spicifera), สาหร(ายผมนาง (Gracilaria fisheri), สาหร(าย
โพรง (Solieria robusta) และสาหร(ายผักกาดทะเล (Ulva rigida) โดยเตรียมเป"นสารสกัดเอทานอลแลวนํามา
ทดสอบฤทธย์ิ บั ยั้งเอนไซม%ไทโรซิเนสโดย Dopachrome method ซึง่ ใชสารมาตรฐาน คือ kojic acid และปวกหาด
จากการทดสอบฤทธ์ิเบื้องตนของสารสกัดจากพืชจําพวกสาหร(ายจํานวน 11 ชนิดพบว(า สาหร(ายทุ(นและสาหร(าย
โพรงมีเปอร%เซ็นต%การยับย้ังเอนไซม%ไทโรซิเนสสูงสุดและต่ําสุดเท(ากับ 22.06 ± 3.20 % และ -18.24 ± 3.63 %
ตามลําดับ ซ่ึงตํ่ากว(าสารมาตรฐาน (kojic acid = 87.37 ± 1.42 % , ปวกหาด = 92.03 ± 0.81 %) แต(อย(างไร
ก็ตามผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้จะใชเป"นฐานขอมูลการทดสอบฤทธิ์ยับย้ังเอนไซม%ไทโรซิเนสสําหรับพืชจําพวก
สาหร(ายต(อไป
~ 15 ~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การทดสอบฤทธิย์ บั ยั้งเอนไซม;ไทโรซิเนสเบ้ืองตน# จากรากและลาํ ตน# ใต#ดิน
วารนั ตี คงเกต,ุ วิภาดา แซZพัง, สกุ ญั ญา เดชอดิศยั
ภาควชิ าเภสัชเวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
ในภูมปิ ญญาพน้ื บานมกี ารใชผกั กาดหัว (หัวไชเทา; Raphanus sativus) ซงึ่ เปน" ส(วนของรากใตดิน นํามา
หั่นและแปะลงบนหนา เพื่อใชรักษาฝVาและมีรายงานการวิจัยว(าสารสกัดจากผักกาดหัว มีฤทธ์ิยับยั้งเอนไซม%ไทโร
ซิเนสและฤทธิต์ านอนมุ ลู อิสระ ดังน้ันโครงการวิจัยนจ้ี ึงสนใจท่จี ะนําพืชสว( นรากและลาํ ตนใตดินมาทดสอบฤทธ์ิยบั ยงั้
เอนไซม%ไทโรซิเนส โดยเตรียมเป"นสารสกัดเอทานอล 95% และทดสอบฤทธ์ิยับยั้งเอนไซม%ไทโรซิเนสโดยใช
dopachrome method ซึ่งใชสารมาตรฐาน คือ kojic acid และสารสกัดจากปวกหาด พบว(าสารสกัดจากพืช
จําพวกรากและลําตนใตดิน จํานวน 17 ชนิด ไดแก( มันเทศเน้ือสีม(วง มันเทศเน้ือสีสม มันเทศเน้ือสีเหลือง
มันสําปะหลัง มันแกว เผือก บุก บอน บีทรูท แครอท มันฝร่ัง แก(นตะวัน แหว มันข้ีหนู มันหอม มันต(อเผือก และ
มันเทียน โดยพบว(าสารตัวอย(างทั้งหมดมีฤทธิ์ยับย้ังเอนไซม%ไทโรซิเนสอย(ูในช(วง -12.48 ± 3.58 % ถึง 11.26 ±
2.17 % โดยมนั หอมและมันเทศเน้ือสีม(วงใหผลการยับย้ังฤทธ์ิเอนไซม%ไทโรซิเนสต่ําสุดและสูงสุดตามลําดับ ซ่ึงมีค(า
ตํ่ากว(าสารมาตรฐาน (kojic acid = 72.77 ± 1.21% , สารสกัดจากปวกหาด = 94.07 ± 0.46%) ถึงแมไม(มีสาร
ตัวอย(างใดมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม%ไทโรซิเนสท่ีดี แต(อย(างไรก็ตามผลการวิจัยคร้ังนี้สามารถใชเป"นฐานขอมูลของการ
ทดสอบฤทธย์ิ ับยั้งเอนไซม%ไทโรซเิ นสในพชื จําพวกรากและลาํ ตนใตดินต(อไป
~ 16 ~
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การหาสภาวะพีซอี ารท; เี่ หมาะสมในการหาลําดบั เบสบรเิ วณ Internal Transcribed Spacer (ITS) เพ่อื การ
จาํ แนกเจตมลู เพลงิ แดง และเจตมูลเพลงิ ขาว
ปย\ ดา มัน่ ศรีจันทร, พรภมิ ล อังสภุ านิช, พิมพพมิ ล ตันสกุล
ภาควิชาเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ในตํารายาไทยเจตมูลเพลิงแดง (Plumbago indica, Plumbaginaceae) และเจตมูลเพลิงขาว
(Plumbago zeylanica, Plumbaginaceae) เป"นสมุนไพรทมี่ ีสรรพคุณมากมาย เช(น รักษาโรคผิวหนัง แกปวดขอ
และขับประจําเดือน เป"นตน ในการศึกษาคร้ังน้ีมีจุดประสงค%เพ่ือหาสภาวะการทดลองที่เหมาะสมในการหาลําดับ
เบสบริเวณ Internal Transcribed Spacer (ITS) เพื่อใชจาํ แนกความแตกตา( งของเจตมูลเพลงิ แดงและเจตมูลเพลิง
ขาว เน่ืองจากดีเอ็นเอบริเวณ ITS นั้นมีช(วงของนิวคลีโอไทด%ท่ีอนุรักษ% และใชเป"นตําแหน(งเกาะของไพร%เมอร%
(primer) เพ่ือเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอได จึงใชในการพิสูจน%เอกลักษณ%สมุนไพรได โดยในการทดลองคร้ังน้ีไดทดลอง
เปลี่ยนแปลงความเขมขนของจีโนมิกดีเอ็นเอตนแบบ (10, 1, 2, 0.1, 0.01 และ 0.001 µl), denaturing
temperature (96˚c), denaturing time (5 นาท)ี , annealing temperature (54˚c, 60.7˚c และ 61.2˚c) และ
extension time (1 และ 1.30 นาที) เปรียบเทียบกับสภาวะปฏิกิริยาพีซีอาร%มาตรฐาน (94˚c 4 นาที, 94˚c 30
วินาที, 58˚c 30 วินาที, 72˚c 30 วินาที และ 72˚c 5 นาที) โดยใชตัวอย(างท้ังหมด 9 ตัวอย(าง ซึ่งเป"นเจตมูลเพลิง
แดง 4 ตัวอยา( ง (PI01-PI04) และเจตมลู เพลงิ ขาว 5 ตวั อยา( ง (PZ21-PZ25) เม่ือนาํ ผลผลิตพีซีอาร%มาตรวจสอบดวย
1% agarose gel electrophoresis พบว(าตัวอย(างท่ีปรากฏแถบดีเอ็นเอเหมาะสมเมื่อใชสภาวะปฏิกิริยาพีซีอาร%
มาตรฐาน (ใชดเี อ็นเอตนแบบ 2 µl) คือ PI01, PI02, PZ21, PZ22 และ PZ23 เมอ่ื เปลยี่ นความเขมขนของจีโนมิกดี
เอ็นเอเป"น 10 µl จะเห็นแถบดีเอ็นเอของตัวอย(าง PZ25 เม่ือใช denaturing 96˚c 5 นาที, annealing
temperature 54˚c และ extension 54˚c 1 นาที จะปรากฏแถบดีเอ็นเอเฉพาะตัวอย(าง PZ25 ผลการทดลอง
แสดงใหเห็นว(าการเปล่ียนแปลงสภาวะของปฏิกิริยาพีซีอาร%ใหเหมาะสมมีผลต(อการหาลําดับเบส ITS ของ
เจตมูลเพลงิ แดง และเจตมลู เพลงิ ขาว
~ 17 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การหาสภาวะพีซีอารท; ีเ่ หมาะสมในการหาลําดบั เบสของ Internal Transcribed Spacer (ITS) เพ่ือการจดั
ทําลายพมิ พด; ีเอน็ เอของทองพันช่ัง
ทวิ ภา สุขราม, พมิ พพมิ ล ตันสกุล
ภาควชิ าเภสัชเวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ทองพนั ชั่ง [(Rhinacanthus nasutus Kurz) วงศ% Acanthaceae] เป"นสมนุ ไพรทมี่ ีสรรพคุณในการรักษา
กลาก เกล้ือน และโรคผิวหนังผื่นคัน การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว(ามีฤทธ์ิในการยับย้ังการเจริญเติบโตของ
เชื้อจุลินทรีย% และสาร Rhinacanthone ท่ีสกัดไดจากทองพันช่ังมีฤทธิ์ในการทําใหเซลล%มะเร็งเกิดการตายแบบ
apoptosis ทองพันช่ังจึงเป"นพืชสมุนไพรที่มีความน(าสนใจศึกษาในการพัฒนาเป"นยาต(อไป และการวิจัยน้ีเป"นการ
จัดทาํ ขอมูลลายพิมพด% ีเอน็ เอของทองพันช่งั เพื่อเป"นฐานขอมูลสาํ หรบั การจําแนกและอางอิงทางพฤกษอนุกรมวิธาน
โดยการสกดั จโี นมกิ ดเี อน็ เอและเพ่มิ ปริมาณดีเอ็นเอในบริเวณของ Internal Transcribed Spacer (ITS) ดวยวิธีพีซี
อาร% โดยใชตัวอย(างทั้งหมด 12 ตัวอย(าง ซึ่งเป"นทองพันช่ังชนิดใบอ(อนสีเขียว 6 ตัวอย(าง (Rh11, Rh21, Rh31,
Rh41, Rh51, Rh61) และใบทองพันช่ังชนิดใบแก(เหลืองด(าง 6 ตัวอย(าง (Rh12, Rh22, Rh32, Rh42, Rh52,
Rh62) ทดลองโดยการเปลี่ยนแปลงความเขมขนของจีโนมิกดีเอ็นเอตนแบบ (10, 1, 2, 0.1, 0.01 และ 0.001 µl),
เปลี่ยนแปลงสภาวะพีซีอาร%เป"น denaturing temperature (96˚C 5 นาที), annealing temperature (56.4˚C,
59.2˚C, และ 62.1˚C 0.30 นาที) และ extension time (1 และ 1.30 นาที) เปรียบเทียบกับสภาวะปฏิกิริยาพีซี
อาร%มาตรฐาน (94˚C 4 นาที, 94˚C 30 วินาที, 58˚C 30 วินาที, 72˚C 30 วินาที และ 72˚C 5 นาที) เมื่อนํา
ผลผลติ พีซีอารม% าตรวจสอบดวย 1% agarose gel electrophoresis ผลการศึกษายงั ไม(พบแถบดีเอ็นเอของ ITS ท่ี
คาดหวังในทุกตัวอยา( ง และเม่อื ตรวจสอบโดยการสกัดจีโนมิกดีเอ็นเอและนํามาทําปฏิกิริยาพีซีอาร%เปรียบเทียบกับ
ตัวอย(างควบคมุ พบว(าตวั อยา( งควบคมุ ปรากฏแถบดีเอ็นเอท่ีคาดหวังแต(ไม(พบแถบดีเอ็นเอในตัวอย(างทองพันช่ัง ผล
การทดลองทงั้ หมดแสดงใหเห็นว(าสภาวะพีซีอาร%ปกติท่ีใชไม(สามารถใหแถบดีเอ็นเอท่ีคาดหวังของทองพันช่ังได ซึ่ง
อาจเป"นเพราะความผดิ ปกติของตัวอยา( งทีท่ ําใหไม(สามารถสกัดจโี นมกิ ดีเอน็ เอได
~ 18 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การหาปรมิ าณสารประกอบไตรเทอร;ปPนในใบยาสบู ทมี่ ียนี OSC จากมะกอกฝรั่ง
ป\ยะมาศ พันธุพฤกษ, สุพตั รา บลั ลงั ก, พมิ พพมิ ล ตันสกลุ
ภาควิชาเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
Triterpene เป"นสารในธรรมชาติท่ีมีความหลากหลายของโครงสราง โดยสารตั้งตนของสารประกอบ
triterpene คือ (2,3)-oxidosqualene ซ่ึงการปnดวงแหวน oxidosqualene เพื่อสรางสารประกอบ triterpene
จาํ เปน" ตองอาศยั เอนไซม% oxidosqualenecyclase (OSC) เป"นตัวเร(งปฏกิ ิริยา ยีน oea เป"นยีนท่ีควบคุมการสราง
OSC ทไี่ ดจากมะกอกฝร่ัง (Olea europaea) ทําหนาท่สี รางเอนไซม%กลุม( multifunctional triterpene synthase
(MTS) ซึ่งเปล่ียน 2,3-oxidosqualene ไปเป"น α-amyrin, β-amyrin และ triterpene อ่ืนอีกสองถึงสามชนิดใน
ปรมิ าณตาํ่ จากการศึกษาก(อนหนาไดถา( ยยนี oea เขาไปในใบยาสบู (Nicotiana tabacum) โดยการใชเครื่องยิง
อนุภาคและตรวจสอบพบว(าสามารถแทรกยีนเขาไปในใบยาสูบไดสําเร็จ แต(ยังไม(สามารถตรวจสอบสารประกอบ
triterpene ท่ีถูกสรางในตนยาสูบเพาะเลี้ยงได การศึกษาน้ีจัดทําขึ้นมาเพ่ือวิเคราะห%ปริมาณ α-amyrin, β-
amyrin และ อนพุ ันธข% องสารประกอบ triterpene ของตนยาสูบที่ไดรับการถ(ายโอนยีน oea การศึกษาประกอบ
ไปดวยการสกัดใบยาสูบดวย Hexane และ Methanol จากน้ันตรวจสอบดวยเทคนิค TLC และ HPLC ตามลําดับ
เม่ือตรวจสอบ TLC ของสารสกัดหยาบดวย anisaldehyde sulphuric acid พบวา( สารสกัด Hexane และสารสกัด
Methanol ไม(มีตําแหนง( ของสารใดที่ตรงกบั สารมาตรฐาน จากนั้นนาํ สารสกัดหยาบของใบยาสูบทไี่ ดรับการถ(ายโอน
ยนี ไปวิเคราะห%ดวยเทคนิค HPLC พบว(า สารสกัดหยาบของใบยาสูบที่ไดรับการถ(ายโอนยีนท่ีสกัดดวย Methanol
ไมพ( บสญั ญาณของสารสกัดจากใบยาสูบตรงกับสัญญาณของสารมาตรฐาน corosolic acid และ ursolic acid ใน
สว( นสารสกดั Hexane พบสญั ญาณที่ตรงกับ retention time 22.4 นาที ของ α-amyrin แต(ยังไม(ไดดําเนินการ
พสิ จู นเ% อกลักษณข% องสารนีด้ วยเทคนิคทาง spectroscopy อนื่ ๆ
~ 19 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การหาลําดับนวิ คลไี อไทดด; า# น 5’ ของยีน oxidosqualene cyclase ในบวั บก
อริสา ธนสารชยั , พมิ พพิมล ตนั สกลุ
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
บัวบก (Centella asiatica) เปน" สมนุ ไพรในวงศ% Apiaceae ทีม่ สี ารออกฤทธิ์หลกั เป"นสารประกอบ
triterpene เช(น asiaticoside, asiatic acid, madecassic acid และ madecassoside สารเหล(านม้ี วี ิถีชวี
สังเคราะห%มาจาก 2,3-oxidosqualene โดยอาศัยเอนไซม% oxidosqualene cyclase (OSC) การศกึ ษานเี้ ป"นการ
โคลน cDNA เพ่ือหาลําดับนิวคลีโอไทด%ฝ…งปลาย 5’ ของยนี osc จากบวั บกโดยใช specific primer ทีอ่ อกแบบจาก
ลําดับนิวคลีโอไทด%สว( นตรงกลาง (core fragment) และใช first-strand cDNA ท่ีสังเคราะห%จาก mRNA ของบวั บก
เพ่ือมาเพมิ่ ปรมิ าณ DNA โดยวิธี Polymerase chain reaction (PCR) แลวนําช้ินส(วน PCR ทไ่ี ดขนาดประมาณ
1.2 kbp มาเชื่อมกบั pSC-A-amp/kan vector (StrataClone®) ไดเปน" plasmid pCAL แลวถ(ายพลาสมิดเขาสู(
Escherichia coli ใหเพ่ิมปรมิ าณก(อนนําไปหาลาํ ดับนวิ คลโี อไทด% ผลการศกึ ษาพบวา( ชิน้ สว( น DNA ที่ clone ได ไม(
สอดคลองกบั ยีนใดเม่ือวิเคราะหด% วยโปรแกรม Basic local alignment search tool (BLAST) และไมใ( ชย( นี osc
OSC
O
HO
2,3- Oxidosqualene
Dammarenyl cation
COOH
HO HO LuS HO
Betulinic acid Lupenyl cation
Lupeol
HO O α-AS
OH
HO HO
HO
OH Oleanyl cation
α-Amyrin
Αsiatic acid
β-AS
O β-Amyrin
HO OH
HO HO
OH Centellasapogenol A
~ 20 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การจัดทาํ ลายพิมพ;ดีเอน็ เอของเทยี นบา# น
ยอดเย่ยี ม ย่งิ ยง1, ศริ ิพร ปรมิ า1, กมนนัทธ ศิงฆมานนั ท2, พมิ พพมิ ล ตนั สกลุ 1
1ภาควิชาเภสชั เวทและเภสชั พฤกษศาสตร คณะเภสชั ศาสตร มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
2ภาควชิ าชวี เวชศาสตร คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
เทียนบาน Impatiens balsamina L. (วงศ% BALSAMINACEAE) เป"นพชื สมุนไพรท่ีดอกมีสตี (าง ๆ กนั ไดแก(
สชี มพู แดง ม(วง และขาว สารสําคัญคอื lawsone ซง่ึ เป"นสารออกฤทธติ์ ามสรรพคณุ ตํารบั ยาไทยในการรักษากลาก
เกลอื้ น แกฝแ“ ละแผลพุพอง ใชเปน" ยากนั เล็บถอด แกปวดขอ แกแผลงูสวดั แกบวมนาํ้ แกแผลเรื้อรงั แกประจาํ เดอื น
ไมม( า ขับประจาํ เดอื น ในการใชไมร( ะบุวา( ตองใชตนเทียนบานจากดอกสใี ด แตม( รี ายงานวา( เทยี นบานดอกสีชมพูมี
ปริมาณ lawsone สงู กว(าสอี ่ืน ในการศึกษาครง้ั นม้ี ีวตั ถุประสงค%เพอื่ จัดเกบ็ ขอมูลลายพมิ พด% เี อ็นเอของตนเทียนบาน
รวบรวมจากพ้ืนทภ่ี าคใต จํานวน 9 ตวั อย(าง ดวยเทคนคิ ทางโมเลกุล คอื เทคนิคการตรวจหาลายพมิ พ%ดเี อน็ เอชนิด
AFLP และ ITS ในการศึกษาหาลาํ ดบั นวิ คลโี อไทดใ% นบรเิ วณ ITS1 - 5.8S - ITS2 ทีอ่ ยบู( นไรโบโซมอลดเี อ็นเอดวยคู(
ไพรเมอร% 18SF และ 26SR นําลาํ ดบั นวิ คลโิ อไทดไ% ปเทยี บกับฐานขอมูล GenBank แลววเิ คราะหห% าความสมั พันธ%
ทางพันธกุ รรมดวยโปรแกรม BLAST, CLUSTAL - W และ Treeview พบว(า ตัวอย(างมขี นาดช้นิ ITS ดเี อน็ เอของ
เทยี นบานทีเ่ พมิ่ ปรมิ าณไดยูใ( นช(วง 761 ถงึ 808 คูเ( บส มคี วามใกลเคียงกบั Impatiens balsamina (GenBank
accession number AY348749.1), Impatiens walleriana (GenBank accession number KF804104.1),
Impatiens scabriuscula (GenBank accession number KF719168.1), Impatiens mysorensis (GenBank
accession number KF719164.1), Impatiens javensis (GenBank accession number AB175950.1) และ
Impatiens floribunda (GenBank accession number KF719155.1) สามารถจาํ แนกความแตกตา( งออกเปน" 3
กล(ุม และมคี วามหลากหลายทางพันธกุ รรมในระดบั ชนิด (species) สูง โดยสามารถแยกกล(ุมของเทียนบานดอกสี
ขาวจากเทยี นบานดอกสอี นื่ ไดชัดเจน ในขณะทเ่ี ทยี นบานดอกสีชมพู แดง มว( ง มีความหลากหลายของ ITS ดเี อ็นเอ
สงู จงึ ไม(สามารถจดั อยใ(ู นกลมุ( เดยี วกนั ดวยลาํ ดบั นวิ คลโี อไทด%ของ ITS ดีเอน็ เอได
~ 21 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
วิธกี ารเตรียมสารสกดั ใบฝรง่ั ทมี่ ปี รมิ าณ ellagic acid และ quercetin ในปริมาณสงู
ชตุ ิกาญจน รอดรัตน, เทวกิ า สงู ใหญZ, อธปิ สกลุ เผอื ก
ภาควชิ าเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ใบฝร่งั ( Psidium guajava Linn. ) มีสารในกลุ(ม phenolic compound โดยเฉพาะอนุพันธ%ของ tannin
เช(น ellagic acid และ pyrogallol รวมถงึ อนพุ นั ธ%ของสารในกลมุ( flavonoids เชน( quercetin และ glycoside
ของ quercetin ซ่ึงมีฤทธต์ิ านอนุมลู อิสระ ฤทธ์ติ านเช้อื จลุ ชีพ และสามารถตานฤทธิ์ของสารก(อมะเร็งได ปจจุบันมี
ผลติ ภณั ฑ%เพอ่ื สุขภาพ ท่มี สี (วนประกอบของใบฝรั่งออกมามากข้นึ เชน( นํ้ายาบวนปาก ยาสฟี น และผลิตภณั ฑเ% พอ่ื
สขุ ภาพในช(องปาก ซึง่ ผลติ ภณั ฑเ% หล(านยี้ งั ไมม( ีการกําหนดมาตรฐานของสารสกดั ทใี่ ช ซ่ึงเสี่ยงต(อการเกิดความไม(
แน(นอนในการผลติ แตล( ะคร้ังได งานวิจัยน้ีตองการศึกษาถึงวิธกี ารเตรยี มสารสกดั ใบฝร่งั ที่มีมาตรฐาน และกําหนด
ปรมิ าณสารสาํ คญั ของสารสกัดมาตรฐานใบฝร่ังทเ่ี ตรยี มได โดยใช ellagic acid และ quercetin เปน" สารกําหนด
คณุ ภาพเพอื่ จะไดใชเป"นมาตรฐานในการผลติ ต(อไป โดยใชสารสกัดใบฝรง่ั ดวย ethanol นาํ มาทาํ ใหบรสิ ทุ ธข์ิ น้ึ โดย
วธิ ี reversed phase column chromatography ซึ่งใช adsorbent resin เปน" stationary phase และชะดวย
ตัวทาํ ละลายชนิดตา( งๆประกอบดวย A, B, C, D, E และ F โดยเรยี งลาํ ดับความมีข้ัวจากมากไปนอยตามลาํ ดบั นาํ
สารสกัดท่เี ตรยี มไดมาหาปรมิ าณ total phenolic content ดวยวธิ ี Folin-Ciocalteau colorimetry และปริมาณ
total flavonoid content ดวยวธิ ี AlCl3 colorimetric และพบว(า สารสกดั จาก fractions ของตวั ทาํ ละลาย B
และ C ใหปริมาณ total phenolic content (54.396 และ 53.571 mg gallic acid equivalent/g extract
ตามลาํ ดบั ) และ total flavonoid content (46.815 และ 85.926 mg quercetin equivalent/g extract
ตามลาํ ดับ) สูงท่สี ดุ ซึ่งสอดคลองกบั การวเิ คราะหป% ริมาณสาร ellagic acid และ quercetinในสารสกัด fractions
ตา( งๆดวย HPLC ซ่ึงพบวา( สารสกดั ในชั้นของตวั ทําละลาย B จะใหปรมิ าณสาร ellagic acid สูงสดุ โดยมีปรมิ าณ
ellagic acid (1.96% w/w) และสารสกัดในชั้นของตวั ทําละลาย C มปี รมิ าณของ quercetin สูงสดุ (10.453 %
w/w) เมอ่ื นําสารสกัดมาตรฐานมาทดสอบฤทธิ์ตานอนมุ ลู อสิ ระดวยวธิ ี DPPH scavenging assay พบว(าสารสกัด
จาก fractions ของตัวทําละลาย B และ C มีฤทธติ์ านอนุมลู อสิ ระไดมากท่สี ดุ โดยใหค(า IC50 เท(ากับ 7.31 และ
8.71 µg/mlตามลําดับ จากการศึกษาถึงฤทธิต์ านเชือ้ จลุ ชพี ของสารสกดั จากแตล( ะ fractions ท่ีแยกได พบวา( ทกุ ๆ
fractions ทแี่ ยกได มฤี ทธติ์ านเชอ้ื Candida albicans ทดี่ ี (MIC = 15.625 µg/ml) และสารทมี่ ีฤทธ์ิตานเชือ้
Escherichia coli จะพบไดเฉพาะใน fraction ของตวั ทาํ ละลาย F โดยมคี า( MIC = 62.5 µg/ml
~ 22 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การศึกษาการสรา# งสารทุตยิ ภมู ิในรากเพาะเลย้ี งชุมเหด็ ไทย
มลวสิ า เงนิ นุช, สนิ รี ตั น พงศประยรู , อธิป สกลุ เผือก
ภาควิชาเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ชุมเห็ดไทยมีช่ือวิทยาศาสตร%ว(า Cassia tora (L.) Roxb. อย(ูในวงศ% Leguminosae มีการนํามาใชใน
การแพทย%แผนไทย การแพทย%แผนจีนและการแพทย%อายุรเวท โดยมีรายงานการศึกษาพบว(ามีสารสําคัญท่ีเป"น
องค%ประกอบภายในชุมเห็ดไทยจํานวนมาก คือ สารในกลุ(มแอนทราควิโนนและฟลาโวนอยด% ในการศึกษาคร้ังนี้มี
วตั ถปุ ระสงคเ% พ่ือใหรากเพาะเล้ียงชมุ เห็ดไทยเปน" แหลง( ของการสรางสารแอนทราควิโนน ซึง่ อาจนําไปส(ูการศึกษาวิถี
ชีวสังเคราะห%ในสารกล(ุมนี้ รวมทั้งอาจจะพบสารชนิดใหม(ที่ไม(มีในธรรมชาติ โดยการเพาะเลี้ยงชุมเห็ดไทยลงใน
อาหารเพาะเลี้ยงท่ีประกอบดวยฮอร%โมน 1.0 mg/L NAA และ 2.0 mg/L Kinetin จากนั้นสกัดสารจากราก
เพาะเล้ยี งโดยใชเมทานอล และนําสารที่ไดจากรากมาแยกสารแอนทราควิโนนดวยเทคนิค Diion HP20 Column
Chromatography และ HPLC ผลการทดลองพบว(าฮอร%โมน 1.0 mg/L NAA และ 2.0 mg/L Kinetin สามารถ
เหน่ียวนําการเจริญเติบโตของรากเพาะเล้ียงชุมเห็ดไทยได และพบว(า Mobile Phase ท่ีเหมาะสมในการแยกสาร
กลุ(มแอนทราควโิ นนคอื 65% Methanol
~ 23 ~
การประชมุ วิชาการนําเสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
ผลของตัวกระตน#ุ ท่ีมตี อC ปรมิ าณสาร mitragynine ในยอดเพาะเล้ียงกระทCอม
พรประภา ภิกขวุ าโย, พชั รี คํ้าช,ู จุไรทพิ ย หวังสนิ ทวกี ลุ
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
ในการศกึ ษาครัง้ นีม้ ีวตั ถปุ ระสงค%เพอื่ ศกึ ษาความเขมขนและระยะเวลากระตนุ ทเ่ี หมาะสมของตวั กระตนุ ตอ(
การสรางสารมติ รากยั นนี ในยอดเพาะเลย้ี งกระท(อม โดยตัวกระตนุ ทน่ี ําใชในการศึกษาครั้งนี้ ไดแก( เมทลิ แจสโม
เนต ความเขมขน 0 , 50, 100, 200 ไมโครโมลาร% ซาลซิ ลิ ิก แอซดิ ความเขมขน 0, 1, 2.5, 5 มลิ ลโิ มลาร% และ ไค
โตซาน ทค่ี วามเขมขน 0, 50, 100, 200 มิลลิกรมั ตอ( ลติ ร เตมิ ในระยะ exponential phase (ในวันท่ี 14 ของการ
เจริญเตบิ โต) และระยะเวลากระตนุ คอื วนั ที่ 1, 3 และ 6 วัน หลงั จากเตมิ ตวั กระตุน จากการทดลองพบว(าตัวกระตุน
แต(ละชนดิ และแต(ละความเขมขนไมม( ผี ลต(อการเจริญเติบโตของยอดเพาะเลี้ยงกระท(อม และเมือ่ วเิ คราะห%ปริมาณ
สารมติ รากยั นนี ดวยเทคนคิ HPLC พบว(าเมทลิ แจสโมเนต ความเขมขน 200 ไมโครโมลาร% ระยะเวลาสมั ผสั สาร
นาน 6 วนั มีปริมาณสารมติ รากยั นีนสูงสดุ (0.238 มิลลิกรัมตอ( กรมั น้ําหนกั แหง) เม่ือเทยี บกับกล(มุ ควบคมุ (0.040
มลิ ลิกรัมตอ( กรัมน้ําหนักแหง) ซาลซิ ิลกิ แอซดิ ความเขมขน 5 มิลลโิ มลาร% ระยะเวลาสัมผสั สารนาน 3 วัน มปี รมิ าณ
สารมติ รากยั นนี สงู สดุ (0.073 มลิ ลิกรมั ต(อกรมั น้าํ หนกั แหง) เมื่อเทียบกับกลม(ุ ควบคมุ (0.058 มลิ ลิกรมั ต(อกรมั
นํา้ หนักแหง) และไคโตซานความเขมขน 50 มลิ ลิกรมั ตอ( ลติ ร ระยะเวลาสมั ผสั สารนาน 3 วัน มปี รมิ าณสารมิ
ตรากยั นีนสงู สุด (0.251 มิลลิกรมั ตอ( กรัมน้ําหนักแหง) เม่อื เทียบกับกลุ(มควบคุม (0.076 มิลลกิ รมั ตอ( กรมั นํ้าหนัก
แหง)
~ 24 ~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การทดสอบฤทธิย์ บั ย้งั เอนไซม; 5α-Reductaseของฟองนาํ้ ในสกลุ Acanthodendrilla
ฉววี รรณ บญุ เตม็ , พรรณปพร ตZอผล, อนุชติ พลบั รกjู าร, ฉัตรชยั วัฒนาภริ มยสกลุ
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
จากการสาํ รวจทะเลบริเวณชายฝง… เกาะหา จังหวดั กระบ่ี ในชว( งเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2556 ได
เก็บตวั อยา( งฟองน้าํ Acanthodendrilla sp. กอ( นหนาน้มี กี ารรายงานวา( พบสารกลมุ( Steroids และ Terpenoids
ในฟองนํ้า Acanthodendrilla sp.โดยการวิจัยครง้ั นี้มีวตั ถุประสงค%เพือ่ ศึกษาฤทธ์ิการตานฮอรโ% มนแอนโดรเจนหรอื
ฤทธ์ฮิ อรโ% มนเพศชาย (Antiandrogen) อาศยั กลไกการยบั ย้งั เอนไซม% 5α-Reductase ปจจุบันพบวา( ยาท่มี ีฤทธ์ิดงั
กล(าวคือ Finasteride ซึ่งนํามาใชในการรักษาโรคต(อมลูกหมากโต (Benign prostate hyperplasia) ผมร(วงและ
ศีรษะลาน (Alopecia) โดยขั้นแรกสกัดสารเบ้ืองตนดวย Methanol (MeOH) พบว(าสารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม%
5α-Reductase เท(ากับ 16.43±0.74 % จัดอยู(ในระดับ Low activity ขั้นต(อไปคือการสกัดดวย Ethyl acetate
(EtOAc) ได EtOAc crude extract พบว(ามีฤทธยิ์ บั ย้ังเอนไซม% 5α-Reductase เท(ากับ 47.94±3.34% นํา EtOAc
crude extract มา Partition ต(อดวยตัวทําละลายชนดิ ต(างๆแลวนําสารสกดั ไปทดสอบฤทธิใ์ นการยับยั้งเอนไซม%
5α-Reductase ไดผลดังต(อไปน้ี Hexane fraction มีฤทธ์ิยับย้ังเอนไซม% 5α-Reductase = 42.98±2.23%,
CH2Cl2 fraction = 49.32±11.60% และ Butanol fraction = 37.41±12.18% (Positive control คือ Ethinyl
estradiol = 71.32±2.23%) ความเขมขนที่ใชทดสอบคือ 1mg/ml ผูวิจัยพบว(าสารสกัด CH2Cl2 fraction มีฤทธิ์
ยับย้ังเอนไซม% 5α-Reductase มากท่ีสุดจึงทําการวิจัยต(อโดยนํา CH2Cl2 fraction มาแยกสาร ไดเป"น Partial
purification จํานวน 9 fractions ขณะนี้อย(ูในข้ันตอนการหาองค%ประกอบทางเคมีและทดสอบฤทธ์ิตานฮอร%โมน
แอนโดรเจนของทงั้ 9 fractions
~ 25 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การศึกษาฤทธต์ิ า# นวณั โรคของสารสกดั จากฝาง
ปทติ ตา ลมิ่ สกลุ , ป\ยฉัตร ศรสี วุ รรณ, ฉัตรชัย วัฒนาภริ มยสกลุ
ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
จากรายงานของ WHO เมอ่ื ป“ ค.ศ. 2008 ประเทศไทยถูกจดั อนั ดับประเทศทม่ี จี าํ นวนผปู ว} ยวณั โรคมากอยู(ในอันดับ
ที่ 18 และจากการเฝาV ระวังของสํานกั วัณโรค กรมควบคมุ วัณโรค พบการด้ือยาทม่ี อี ตั ราสูงข้ึนในแต(ละป“ การพฒั นา
ยาตานวัณโรคจากสมุนไพรจงึ มคี วามนา( สนใจในการนาํ มาใชแกปญหาน้ี และจากขอมลู การศึกษาวจิ ยั หลายงานวิจัย
ทีพ่ บว(าฝางมฤี ทธ์ฆิ (าเชือ้ แบคทีเรยี รวมถงึ จากการศึกษาหน่ึงซึง่ มกี ารทําการทดสอบฤทธิ์ตานวณั โรคของฝางแลวได
ค(า MIC=25 mcg/ml จงึ ยืนยนั ไดวา( ฝางมีฤทธใิ์ นการตานวณั โรคไดจริงแตย( ังไมท( ราบว(าเป"นสารตัวใด การทาํ งาน
วิจยั ครัง้ น้ีจงึ ไดทดลองนาํ สารสกดั จากฝางมาแยกโดยใชเทคนคิ column chromatography และนําไปทดสอบฤทธิ์
โดยเทคนิค Green fluorescent protein microplate assay (GFPMA) ท้ังหมด 6 fractions ทคี่ วามเขมขน 50
mcg/ml ซึ่งแตล( ะ fraction พบว(ามีคา( %inhibition เท(ากบั 3.26, -14.81, -4.41, 49.04, 45.05 และ 60.69
ตามลาํ ดบั จงึ นาํ fraction ท่ี 6 ทีมี %inhibition ดีทส่ี ดุ มาแยกตอ( ซ่ึงตอนนี้กาํ ลังอยูใ( นข้ันตอนการทําสารให
บริสทุ ธิ์ดวยเทคนิค column chromatography
~ 26 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การศึกษาฤทธิต์ า# นการอกั เสบของนา้ํ มันหอมระเหย
เมวิกา นกเพชร, รัชดา ฉมิ วาร,ี ฉตั รชัย วฒั นาภิรมยสกลุ
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสชั พฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
การอักเสบ (inflammation) เป"นกระบวนการตอบสนองท่ซี บั ซอนของส่ิงมชี ีวิตเพือ่ ปอV งกนั ตนเองจากส่งิ
แปลกปลอมเมอ่ื เขาสรู( (างกาย เช(น เช้ือโรค สารเคมี เปน" ตน และเปน" ปฏิกิริยาการตอบสนองเฉพาะท่ี ถารุนแรงอาจ
มีผลกระทบรวมถึงร(างกายท้งั ระบบได การแพทยพ% ืน้ บานมีการใชพชื ในตระกูลสมในการตานการอกั เสบ ผูวิจัยสนใจ
พชื ที่มีน้ํามนั หอมระเหย 5 ชนิด ไดแก( ผิวมะนาว ผิวสม ผวิ มะกรดู ผิวสมโอ และดอกกระดังงา นาํ ผิวมะนาว ผวิ สม
ผิวมะกรูด และผิวสมโอ มากลนั่ ดวยวิธีการกลนั่ ดวยไอน้ํา (steam distillation) โดยมี %yield 0.35, 0.5, 1.38
และ 1.57%w/w ตามลาํ ดับ สว( นน้าํ มนั จากดอกกระดงั งาไดรบั ความอนุเคราะหจ% ากบริษทั อตุ สาหกรรม เคร่อื ง
หอมไทย-จนี จํากดั เมอ่ื นาํ มาทดสอบฤทธ์ยิ ับย้ังการหลั่ง nitric oxide (NO) โดยนาํ เซลล% macrophages
RAW264.7 มากระตุนใหเกดิ การอักเสบดวย lipopolysaccharide (LPS) และนํามาวดั ปรมิ าณ NO ทเี่ กิดขึ้นโดย
การทาํ ปฏกิ ิรยิ ากับ Griess reagent จากนั้นนําสารละลายทไ่ี ดมาวดั ค(าดูดกลืนแสงที่ความยาวคลืน่ 570 nm นาํ มา
คาํ นวณ %inhibitory activity โดยเปรยี บเทยี บกับ positive control คอื caffeic acid phenetyl ester (CAPE)
(Banskota et al., 2003) พบวา( ที่ความเขมขน 100 µg/ml นาํ้ มนั หอมระเหยทั้ง 5 ชนิดมคี า( %inhibitory ดงั นี้
96.02, 57.15, 81.03, 74.72 และ 94.49 ตามลาํ ดบั สว( น CAPE มคี (า %inhibitory เทา( กบั 124.28 ซ่งึ ในนาํ้ มนั
หอมระเหยจากมะนาวมีองคป% ระกอบท่สี าํ คญั ท่มี ีฤทธิ์ตานการอักเสบ ไดแก( -caryophyllene, limonene และ
linalool นอกจากน้ยี ังพบวา( -pinene และ -pinene สามารถยบั ยัง้ การสราง nitric oxide (NO) ได
(Kummer et al., 2013) ส(วนน้ํามนั หอมระเหยจากกระดงั งามีองค%ประกอบท่ีมีฤทธ์ิตานการอกั เสบ ไดแก(
limonene, linalyl acetate, β-trans-caryophyllene, 1,8-cineole, p-cymene, thymol และ eugenol
(Miguel et al., 2010) ซึง่ สามารถนาํ น้ํามันหอมระเหยจากดอกกระดังงาและ CAPE มาคาํ นวณ IC50 ได 33.54
และ 5.13 ตามลําดบั อย(างไรกต็ ามการทดสอบความเปน" พษิ ตอ( เซลลข% องนาํ้ มันหอมระเหยจากดอกกระดังงาท่คี วาม
เขมขน 30 และ 100 µg/ml มี %cytotoxicity เท(ากบั 39.78 และ 89.32 ตามลาํ ดับ ดงั นน้ั ในการประยุกต%ใชจึง
ควรระมดั ระวงั ขนาดทีใ่ ชในการรกั ษา จากผลการทดลองดังกลา( วชี้ใหเหน็ แนวโนมทีจ่ ะมกี ารนาํ นาํ้ มนั หอมระเหยไป
ใชในการบรรเทาอาการอักเสบในรูปแบบต(างๆได เช(น การทาถนู วด เปน" ตน
~ 27 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
A (S)-propranolol imprinted polymer containing microgel for determination of
propranolol enantiomers in live tissues and physiological fluid
กติ ติกานต เทพแกวj , สภุ ัสสร เหลอื งชวZ ยโชค, รZงุ นภา ศรีชนะ
ภาควิชาเภสัชเคม,ี คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาสงขลานครนิ ทร
ในงานวิจัยนี้ใชพอลเิ มอรท% ่มี รี อยพมิ พ%ประทบั โมเลกลุ (Molecular Imprinted Polymer: MIPs) ของ
(S)-propranolol ที่เตรยี มดวยวธิ ี thermal polymerization และ perfluorocyclohexane เปน" ตัวทาํ ละลาย
และใชเป"นระบบนาํ ส(งยาแบบ enantioselective release เพือ่ นาํ ส(งยาผา( นทางผวิ หนงั โดย microgel โดยจะ
เปรยี บเทยี บสว( นประกอบของcrosslinkerทงั้ แบบเดียวและแบบผสมต(อความสามารถในการจดจําของพอลเิ มอรท% ม่ี ี
รอยพิมพ%ประทับโมเลกลุ และการตรวจสอบ รูปร(าง และคณุ สมบตั ขิ องพน้ื ผิว ของ MIP microbeads ทเ่ี ตรียมได
ดวย SEM และ TEM และผลประเมินการเลือกนาํ สง( enantiomer ท่ีผ(านผิวหนงั ของ Wister rat ทส่ี มั ผสั กับ MIP
microbeads ใน microgels ตา( ง ๆ และวเิ คราะหป% รมิ าณยาใน plasma ดวย chiral-HPLC และ LC-MS ผลการ
ทดลองแสดงใหเหน็ การเลอื กนาํ สง( ของ (S)-propranolol ดกี วา( (R)-propranolol เขาส(กู ระแสเลอื ดประมาณ 4
เท(า และดกี ว(าพอลิเมอรค% วบคุมทไี่ มม( ตี วั พิมพ%ในข้ันตอนการเตรียม 2.5-5 เทา( ตามลาํ ดบั และการเกดิ metabolite
ของยา ผล TEM images ของ cross section rat แสดงว(าเซลล%ของผวิ หนงั ทสี่ มั ผสั กับ MIP microgel แต(ละสตู ร
จะดดู ซบั อยภ(ู ายในเซลล% และผลของ 1H-NMR ชใี้ หเหน็ วา( ปฏสิ มั พันธ%ระหวา( ง MIP-microgel กบั (S)-enantiomer
ทอี่ ย(ใู น racemic mixture จึงสรุปไดวา( วธิ กี าร enantioselective release โดยใชพอลเิ มอรท% ่มี รี อยพมิ พ%ประทับ
โมเลกุลสามารถปลดปลอ( ยยา Propranolol ในรูป (S)–propranolol เพ่อื เพิม่ ประสทิ ธิภาพ (efficacy) ของยาโดย
ลดขนาด (dose) และพิษ (toxic) ของยาได
~ 28 ~
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
ศึกษาการเกดิ ออร;กาโนเจลของกรด 12-ไฮดรอกซีสเตียรกิ และน้ํามนั พืช
มฆั วนั วาจาสตั ย, ทัศนา ประวิเศษ, วิมล ตนั ตไิ ชยากุล
ภาควชิ าเภสัชเคม,ี คณะเภสัชศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร
พัฒนา organogel สาํ หรบั การนําสง( ยาชนดิ ตา( งๆ โดย organogel จะเกดิ จากสารกอ( เจลและ organic
solvent การพฒั นา organogel จงึ มกี ารพฒั นาท้งั สารท่เี ป"นตัวก(อเจล และสารทเ่ี ปน" solvent ในการศึกษาคร้งั น้ี
มีวตั ถุประสงค%เพือ่ ศึกษาการเกิด organogel โดยใช 12-hydroxystearic acid (12-HSA) เปน" ตวั ก(อเจลกบั นาํ้ มนั
ชนิดต(างๆ หลงั จากได organogel ที่เหมาะสมแลวจะศกึ ษาการยบั ยงั้ การเกิดเจลโดยใช ethanol เพ่อื ใหไดระบบ
ทเ่ี ป"น sol ทอี่ ณุ หภมู หิ อง (25-28ºC) และสามารถเกิดเจลไดที่อณุ หภูมริ (างกาย (37ºC) หลังจาก ethanol
diffusion ออกจากระบบ และศกึ ษาสมบัติความรอนของ organogel โดย differential scanning calorimetry
(DSC) และสมบตั กิ ารเกดิ sol-gel โดยการวัดการไหล (Rheological measurement) โดยการวัดแบบ time
sweep test และการวดั heat-cool cycle นอกจากจะศกึ ษาเจลเมอ่ื มีการใสย( า piroxicam ซ่งึ ในการศกึ ษาน้ีใช
เปน" ยาตวั อยา( ง (model drug) และดูผลของเจลทไี่ ด เปรยี บเทียบกับเจลทไี่ มม( ตี วั ยา และศึกษาการปลดปลอ( ย
piroxicam จาก organogel ผลการทดลอง organogel ที่ไดเป"นเจลท่ีอณุ หภูมติ าํ่ และเป"น sol ทอี่ ุณหภูมิสงู
การใชนาํ้ มนั ชนิดต(างๆไม(ใหผลที่แตกตา( งกนั จงึ เลือกใชนาํ้ มันมะพราวบรสิ ทุ ธ์ิกล่นั เย็น (virgin coconut oil)
ในการศึกษา เนอ่ื งจากยงั ไมพ( บรายงานการใชนาํ้ มันมะพราวบริสทุ ธิ์กล่นั เย็นในการกอ( ใหเกดิ organogel กบั
12-HSA จากการศกึ ษา time sweep test พบว(า ethanol สามารถชะลอการเกิดเจลได และเจลจะหลอมท่ี
อุณหภูมติ ํา่ กว(าในกรณที ีไ่ มม( ี ethanol นอกจากน้ี organogel ท่ไี ดสามารถชะลอการปลดปลอ( ยตัวยา piroxicam
ได ระบบทไี่ ดนีส้ ามารถนํามาพฒั นาเปน" ระบบในการปลดปลอ( ยตัวยาเนน่ิ ได และจากการท่ี ethonal สามารถชะลอ
การเกดิ เจลจงึ อาจพฒั นาใหไดระบบสาํ หรับนาํ สง( ยาแบบ injectable implant ต(อไป
~ 29 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
Assessment of the spherical molecularly imprinted polymer prepared by multistep swelling
polymerization for separation of biomolecules
กานตณัฐา เอื้ออนุกูลพงษ, สลลิ ลา ศัทโธ, รุงZ นภา ศรีชนะ
ภาควชิ าเภสัชเคม,ี คณะเภสัชศาสตร, มหาวิทยาสงขลานครินทร
งานวจิ ยั น้เี ปน" การศึกษาโพลิเมอร%บดี ทมี่ รี อยพิมพ%ประทับโมเลกลุ ของโดปามีน ดวยวธิ ี multi-step swelling
polymerization โดยใช dihydroxyethylene-bisacrylamide (DHEBA) เปน" มอรน% อเมอร%เชื่อมโยง (cross-linker)
methacrylic acid (MAA) และ acrylic acid (ACM) เปน" มอนอเมอรฟ% งชันก% (functional monomer) มี
N-vinylpyridine (NVP) เปน" ตัวคงรปู ร(างของมอรน% อเมอร%เพอ่ื ใหมอร%นอเมอรจ% บั กนั ไดแขง็ แรงขนึ้ และ 2,2-
azobisbutyronitrile (AIBN) เปน" ตัวเรง( ปฏกิ ริ ยิ า (initiator) และเกดิ การเชอื่ มต(อกนั ของโพลเิ มอร%ของ hydrophobic
polystyrene bead ทเี่ มอื่ ผสมโพลเิ มอรบ% ีดที่มีรอยพิมพ%ประทับโมเลกุลท่สี งั เคราะหไ% ดกบั เรซินและบรรจุลงใน 96-well
plate บน manifold วิธีนจ้ี ะใหประโยชนข% อง stimuli-responsive properties และจะทาํ ใหเพิ่มการจับบน MIP
bead และถงึ สมดุลของ free drug ใน media ไดอยา( งรวดเรว็ ตวั อย(างการนาํ มาศกึ ษาการปลดปล(อยของ dopamine
analogs (ergots) ในการจับ (macro-scale) เปรียบเทยี บกับคุณสมบตั ขิ องโพลเิ มอรบ% ดี ท่ีไม(มรี อยพมิ พป% ระทับโมเลกุล
(non-specific site: NIP) พบวา( สามารถปลดปลอ( ยโมเลกุลของโดปามีนไดมากกวา( อนพุ นั ธ%ของ dopamine และแสดง
cross-selectivity ระหว(างอนุพนั ธ%ทีป่ ลดปลอ( ยมาจาก MIP มากกวา( NIP แต(เม่ือวเิ คราะหโ% ดยผสมสารทั้ง 6 ตัวเขา
ดวยกนั ปรากฎวา( dopamine และ total dopamine analogs สามารถจบั กบั MIP ไดมากกวา( NIP โดยทีส่ ามารถจับ
dopamine ไดท้ังหมด หรือจบั dopamine ไดมากกวา( analogs ดงั น้นั มีประสทิ ธิภาพในการทาํ multiphase
chemistry และประยกุ ต%ใชใน drug synthesis และ drug delivery system
~ 30 ~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
Physicochemical properties of co-amorphous solid dispersion
Chanadda Pattarakitnirun, Chaipat Chaiwiriyawong, Krit Suknuntha, Vimon Tantishaiyakul
Pharmaceutical Chemistry, Pharmaceutical Sciences, Prince of Songkla University
Solid dispersion of binary mixture of loratadine (LRD) and chlorpheniramine maleate (CPM)
films were prepared by film casting method using various ratios of polyvinylpyrrolidone (PVP) K90.
The DSC analysis of all solid dispersion films showed a single mixed phase glass transition (Tg) for
50%, 70% and 90% PVP at 152.9 °C, 154.1 °C and 174.2 °C, respectively, that indicated the
amorphous miscibility of binary drugs and PVP. The high Tg was observed for the solid dispersion
with high ratio of PVP and could reflect the high stability of an amorphous state. This was further
supported by the PXRD of the binary drugs amorphous and the amorphous state of drug could be
maintained for more than 6 months for solid dispersion with 70% and 90% of PVP. FTIR analysis
indicated an alteration of weak intermolecular hydrogen bonding of LRD by PVP, however, the
interaction between CPM and PVP did not detected from solid dispersion film. The interaction
between LRD and CPM could be observed from peak disappeared in IR spectrum at wavenumber of
1479 and 1448 cm-1 comparing with intact LRD spectrum. The amorphous state of binary drug
could be described by the slow re-crystallization process due to intermolecular hydrogen bonding
in the polymer network. Although, the solubility of intact LRD and amorphous solid dispersion in
pH 6.8 did not show any significant difference, the dissolution rate of amorphous LRD was improved
significantly compared with LRD powder in buffer pH 6.8. Thus, a co-amorphous solid dispersion
of LRD and CPM with 70% and 90% of PVP have been considered to be potential for further study.
~ 31 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การศกึ ษาความคงตัวของสไปโรโนแลกโตนในตํารับยานา้ํ สําหรับรับประทานท่ีมีและ
ไมมC ีไฮดรอกซีโพรพลิ -เบตา-ไซโคลเดกซทริน
ณฐั วดี เรือนวงค, พิมพวรยี โลหZ จริ กาญจนกลุ , จตุ มิ า บญุ เลย้ี ง
ภาควิชาเภสัชเคมี, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
สไปโรโนแลกโตนมีฤทธ์ิเป"นยาขับปสสาวะ มีขอบ(งใชในการรักษาภาวะนํ้าคั่งในปอด และภาวะทองมานใน
ผูป}วยเดก็ ปจจุบนั ยังไม(มีจําหน(ายในรูปแบบยานํ้าสําหรับเด็ก จึงจําเป"นตองเตรียมยาใหอยู(ในรูปแบบยาน้ําสําหรับ
รบั ประทาน โดยเตรยี มจากยาเมด็ ในลกั ษณะของยาเตรยี มเฉพาะคราว เนื่องจากสไปโรโนแลกโตนเปน" ยาท่ลี ะลายใน
น้ําไดนอยและเส่อื มสลายในนาํ้ ไดงา( ย ผูวิจยั จึงไดเติมไฮดรอกซีโพรพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทรินลงในตํารับ การศึกษา
นี้มีวัตถุประสงค%เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบการละลายและความคงสภาพของสไปโรโนแลกโตนในตํารับยาน้ําสําหรับ
รับประทานท่ีมีและไม(มีไฮดรอกซีโพรพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทริน โดยเตรียมยาตามสูตรตํารับท่ีไม(เติมไฮดรอกซีโพ
รพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทรินและสูตรตํารับที่เติมไฮดรอกซีโพรพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทริน จํานวนตํารับละ 6 ขวด
เก็บทอี่ ณุ หภูมิ 30 °C และวิเคราะห%ปริมาณตัวยาสําคัญที่เวลาเร่ิมตนและทุก 2 สัปดาห% จนครบ 8 สัปดาห% โดยวิธี
HPLC-DAD ท่สี ามารถบง( ช้ีความคงสภาพของสไปโรโนแลกโตน ที่ไดพัฒนาข้ึนเองและประเมินความถูกตองของวิธี
วิเคราะห%แลว พรอมทั้งวัด pH ทําการทดสอบทางจุลชีววิทยา และสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ผล
การศึกษาพบว(าไฮดรอกซีโพรพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทรินทําใหการละลายของสไปโรโนแลกโตนสูงขึ้นประมาณ 10
เทา( เม่ือเทียบกับตํารับทไ่ี ม(มีไฮดรอกซโี พรพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทริน อยา( งไรกต็ ามสูตรตาํ รบั ท่มี ไี ฮดรอกซีโพรพิล-เบ
ตา-ไซโคลเดกซทรนิ เกดิ การสลายตัวอย(างรวดเร็ว โดยท่ี 2 สัปดาห%มีปริมาณสไปโรโนแลกโตนคงเหลือเพียง 76.30
± 2.04 % และ pH ของตาํ รับลดลงจาก 6.76 ± 0.18 ท่เี วลาเร่ิมตน เป"น 6.22 ± 0.03 ส(วนตํารับท่ีไม(มีไฮดรอกซี
โพรพิล-เบตา-ไซโคลเดกซทริน สามารถคงสภาพอย(ูไดนานถึง 6 สัปดาห% โดยมีปริมาณสไปโรโนแลกโตนคงเหลือ
93.81 ± 1.69 % pH ของตํารบั ลดลงจาก 6.85 ± 0.21 ที่เวลาเร่ิมตน เป"น 6.28 ± 0.10 และยังคงสภาพทางจุล
ชวี วิทยา รวมทั้งไม(มกี ารเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอยา( งมนี ัยสาํ คญั
~ 32 ~
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
Preparation of native thymidylate synthase of Dirofilaria immitis
Patima Suwannakarn, Paritchamon Jeeratunyasakul, Siriporn Keatproongvech, Bhutorn Canyuk,
Pharmaceutical Chemistry, Pharmaceutical Sciences, Prince of Songkla University
Effective chemotherapy of infectious agents relies on targeting biochemical pathways
required for survival. Thymidylate synthase is a key enzyme in the de novo synthesis of
deoxythymidylate (dTMP) required for DNA synthesis. Expression of the gene encoding
thymidylate synthase (TS) in Dirofilaria immitis was indicated in Expressed Sequence Tags (EST)
database. Therefore D. immitis thymidylate synthase (diTS) represents a potential drug target.
The aim of this study was to develop a protocol to prepare a catalytically active native diTS,
which is essential for future target druggability assessment. The recombinant pQE plasmid
carrying cDNA encoding N-terminal histidine tagged diTS was previously cloned. Expression of the
tagged diTS was performed in Escherichia coli strain SG13009, co-transformed with pRARE2, under
the induction with IPTG. The tagged diTS was initially purified by Ni-IDA affinity chromatography.
The histidine-tag was subsequently liberated to generate native diTS, by treatment the tagged
diTS with Factor Xa. The native diTS was further purified with Ni-IDA and methotrexate-agarose
affinity chromatography. The completion of tag-removal was confirmed by Western blot. The
catalytic activity of the purified diTS is under investigation.
~ 33 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การตอบสนองของเซลลม; ะเร็งเต#านมตอC สารประกอบเชงิ ซ#อนทองคาํ (III)
กรวิช นวลแกวj , มณสณิ ีย อินทรรองพล, อดิศร รัตนพันธ
ภาควิชาเภสัชเคมี, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
ในระยะเวลาหลายป“ที่ผ(านมานักวิทยาศาสตร%ไดพัฒนาสารประกอบเชิงซอนโลหะทรานสิชันหลายชนิดท่ีมี
ฤทธ์ิในการตานมะเรง็ เพ่ือเพม่ิ ประสิทธภิ าพในการออกฤทธิ์ ลดความเป"นพิษ และลดปญหาที่เกิดจากการใชยากล(ุม
สารประกอบเชิงซอนพลาตินมั สารประกอบเชงิ ซอนทองคําหลายชนิดจึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพ่ือศึกษาฤทธิ์ในการตาน
มะเร็งโดยเฉพาะสารประกอบเชิงซอนทองคําในกลุ(ม Mononuclear gold (III) complexes โครงงานวิจัยน้ีจะ
ศึกษาผลทางชีวภาพของ [Au(phen)Cl2]Cl (1) และ [Au(terpy)Cl]Cl2 (2) โดยศึกษาการเกิดอันตรกิริยาและ
คุณสมบัติในการจับกับดีเอ็นเอของสารประกอบเชิงซอนทองคํา พบว(า (2) มีฤทธ์ิยับย้ังการเจริญเติบโตของเซลล%
(IC50) มะเร็งเตานม MCF-7 (IC50 (1) =20 µM, IC50 (2) = 5 µM), MDA-MB-231 (IC50 (1) =12 µM, IC50 (2) = 10
µM) และ HCC-1937 (IC50 (1) >100 µM, IC50 (2) = 6 µM) การศึกษาการจับกับดีเอ็นเอดวยวิธี Electronic
absorption titration และ Ethidium bromide quenching พบว(าสารประกอบเชิงซอน [Au(terpy)Cl]Cl2 (2)
สามารถสอดแทรก (Intercalate) ดเี อ็นเอไดดีกว(า [Au(phen)Cl2]Cl (1) (Kb(2) = 26x104 M-1, Kb(1) = 5 x104 M-1)
อีกทั้ง [Au(phen)Cl2]Cl สามารถเกิด Interstrand crosslinks ไดดีกว(า [Au(terpy)Cl]Cl2 อย(างไรก็ตาม
สารประกอบเชิงซอนทองคํา (III) ท้ังสองชนิดไม(สามารถยับยั้งการสังเคราะห%ดีเอ็นเอในหลอดทดลอง ดังนั้นการ
ยบั ยั้งการเจรญิ เติบโตของเซลลม% ะเรง็ เตานมโดยสารประกอบเชิงซอนทองคํา (III) คาดวา( เกิดจากอนั ตรกิรยิ าระหว(าง
สารประกอบเชิงซอนทองคาํ (III) กบั ดีเอ็นเอผา( นกลไก Intercalation รว( มกบั Interstrand crosslinks
~ 34 ~
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การเตรยี มยาเมด็ ไตรซคั ซินลิ ไคโตแซน-ซลั ฟาซาลาซีนเพ่ือการนําสงC ยาสโCู คลอน
กณุ ฑิกา รกั สงบ, ชิตชไม โอวาทฬารพร
ภาควชิ าเภสชั เคม,ี คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
ซัลฟาซาลาซนี เป"นยาทม่ี ปี ระสิทธิภาพและใชกันอยา( งกวางขวางในการรักษา โรคลําไสอักเสบเร้ือรัง เมื่อ
ใหยาดวยการรบั ประทานจะพบว(าตัวยา ซลั ฟาซาลาซีน นัน้ สามารถถูกดดู ซึมไดในระหว(างการเคลื่อนที่ผ(านทางเดิน
อาหารส(วนตนก(อนที่ยาจะถูกนําส(งไปยังโคลอน ซ่ึงเป"นตําแหน(งที่ยาจะไปออกฤทธ์ิ จึงทําใหมีปริมาณตัวยาสําคัญ
นอยลงเป"นผลใหตองรับประทานยาในปริมาณทมี่ ากขึ้น เพื่อใหมีปริมาณตัวยาเพียงพอแก(การรักษาอาการอักเสบท่ี
เกิดขึ้นในโคลอน การพัฒนาระบบนําส(งที่มีประสิทธิภาพในการปVองกันการดูดซึมของยาในระหว(างการเดินทางใน
ทางเดินอาหารส(วนตนจะทําใหมีปริมาณตัวยาในบริเวณท่ีตองการใหออกฤทธ์ิท่ีมากขึ้น ซ่ึงจะทําใหลดปริมาณยาที่
ตองรบั ประทานลง ในการศึกษาคร้งั นีม้ ีวตั ถุประสงคเพอ่ื พฒั นาระบบนําส(งยาซัลฟาซาลาซีน สู(โคลอนไดโดยใช ไตร
ซัคซินิลไคโตแซน ท่ีสังเคราะห%ข้ึนมาเตรียมเป"นยาเม็ด โดยในการศึกษานี้มีข้ันตอนการศึกษาท่ีประกอบดวยการ
สังเคราะห% ไตรซัคซินิลไคโตแซน โดยปฏิกิริยาการสังเคราะห%ทางเคมีอินทรีย%ทั้งหมด 4 ข้ันตอน โดยใชไคโตแซน
เป"นสารต้งั ตน จากนน้ั นาํ ไตรซคั ซินลิ ไคโตแซน ท่ีสังเคราะห%ไดมาใชเป"นส(วนประกอบในการเตรียมยาเม็ดซัลฟาซา
ลาซนี ขนาด 200 มลิ ลกิ รัมต(อเม็ด ในปรมิ าณ 10%(สูตรท่ี 1), 20%(สตู รท่ี 2) และ 30%(สูตรที่ 3) ของนํ้าหนักเม็ด
และนํายาเม็ดท่ีไดมาศึกษาคุณลักษณะดานความแข็ง และความสามารถในการปลดปล(อยตัวยาสําคัญในตัวกลาง
pH 2 ,pH 6.4 และ pH 7.4 จากการศกึ ษาพบว(ายาเมด็ ท่ีไดมีความแขง็ ของสตู รท่ี 1, 2, 3 เท(ากับ 6.05, 6.50, 6.55
ตามลําดบั จากผลการปลดปลอ( ยตัวยา ซลั ฟาซาลาซีน พบว(าในตัวกลางทีม่ ี pH 2 (แทนตัวกลางในกระเพาะอาหาร)
ยาเมด็ ทั้ง 3 สูตร ไม(ทาํ ให ซัลฟาซาลาซีนละลายออกมาได แต(พบว(าตัวยา ซัลฟาซาลาซีนสามารถละลายออกมาได
เมอื่ อยูใ( นตัวกลางทีม่ ี pH 6.4 (แทนตัวกลางในลําไสเล็ก) และตัวกลางที่มี pH 7.4 (แทนตัวกลางในลําไสใหญ() โดย
พบว(าสูตรท่ีมีการใช ไตรซัคซินิลไคโตแซน ในปริมาณ 10 % ของน้ําหนักยาเม็ด สามารถทําให ซัลฟาซาลาซีน
ละลายไดดีกว(าสูตรอ่ืนๆ ท้ังในตัวกลางที่มี pH 6.4 และ 7.4 จากขอมูลดังกล(าวจะเห็นไดว(า ไตรซัคซินิลไคโตแซน
สามารถปอV งกันการละลายของ ซัลฟาซาลาซนี ไดในกระเพาะอาหาร ดงั นั้นย(อมส(งผลใหลดการดูดซึมยาในกระเพาะ
อาหาร แต(สามารถทาํ ใหการละลายของซลั ฟาซาลาซนี เกดิ ขน้ึ ไดทล่ี าํ ไสเลก็ และลาํ ไสใหญ(
~ 35 ~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
ผลของไฮดรอกซีโพรพลิ -เบตา-ไซโคลเดกซทรินตอC ความคงสภาพของยาไฮโดรคลอโรไทอาไซด;ในตํารับ
ยาน้ําสําหรับรับประทาน
ธันวา พิทักษมงคลกุล, สรวงภสั สร กมลชยั วานชิ , จุตมิ า บุญเล้ยี ง
ภาควชิ าเภสัชเคมี, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
ไฮโดรคลอโรไทอาไซด% (HCTZ) มีฤทธเิ์ ปน" ยาขบั ปสสาวะ ใชในการรักษาโรคความดนั โลหิตสงู และอาการบวม
นา้ํ ในเด็ก เน่อื งจากไมม( ีจําหน(ายในรปู แบบยานํา้ จงึ จําเป"นตองเตรยี มเป"นยาเตรยี มเฉพาะคราวจากผงยาเมด็ ในรปู
ยาน้าํ สาํ หรบั รับประทาน เน่อื งจาก HCTZ สลายตัวในน้ําไดง(าย ผวู ิจัยจึงไดปรบั ปรงุ สตู รตาํ รับโดยการเตมิ ไฮดรอกซี
โพรพลิ -เบตา-ไซโคลเดกซทรนิ (HP-β-CD) ลงในตาํ รบั การศกึ ษานมี้ ีวัตถปุ ระสงค%เพือ่ ศกึ ษาผลของ HP-β-CD ต(อ
ความคงสภาพของ HCTZ ในตาํ รบั ยาน้ําสําหรับรับประทาน โดยทําการเตรียมตาํ รับยานํ้าสาํ หรบั รับประทานทม่ี ี
HCTZ 2 mg/ml จํานวน 3 ตาํ รับ คอื ตํารับอางอิง และ ตํารบั ท่เี ติม HP-β-CD ในอัตราสว( นโมล HCTZ : HP-β-CD
1:1 และ 1:3 จาํ นวนตํารบั ละ 6 ขวด เก็บท่ีอณุ หภูมิ 30 °C และวเิ คราะห%ปรมิ าณตัวยาสาํ คัญทเ่ี วลาเรม่ิ ตนและทกุ
2 สปั ดาห%จนครบ 6 สปั ดาห% โดยวิธี RP-HPLC-DAD และการแยกแบบ gradient elution ทไี่ ดพฒั นาขึน้ ใหสามารถ
บ(งช้คี วามคงสภาพของ HCTZ และไดตรวจสอบความถูกตองของวิธวี ิเคราะหแ% ลว พรอมทงั้ วัด pH ทาํ การทดสอบ
ทางจลุ ชีววิทยา และสังเกตการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ ผลการศกึ ษาพบว(า HP-β-CD ไม(มผี ลตอ( ความคงสภาพ
ของ HCTZ ในสูตรนาํ้ กระสายยาทใ่ี ชในการศกึ ษา โดยทเี่ วลา 6 สปั ดาห%ปรมิ าณยาคงเหลอื (ค(าเฉลยี่ ± SD) ใน
ตาํ รบั อางองิ , ตาํ รบั ทเ่ี ติม HP-β-CD ในอตั ราสว( นโมล HCTZ : HP-β-CD 1:1 และ 1:3 เป"น 85.71 ± 0.40%,
85.11 ± 2.22% และ 85.15 ± 1.62% ตามลาํ ดบั โดยทุกตํารบั ยงั คงมลี กั ษณะเปน" ยานาํ้ แขวนตะกอนสสี มออ( น มี
ผงยากระจายตัวสมํา่ เสมอไม(เปล่ยี นแปลงไปจากวันเรมิ่ ตน และยงั คงสภาพทางจลุ ชวี วทิ ยา อยา( งไรกต็ าม pH ของ
ทุกตํารบั ลดลงจากท่ีเวลาเร่ิมตน ค(า shelf-life (t90) ทป่ี ระมาณจากลักษณะการเสอ่ื มสลายทไี่ ดจากการศกึ ษามี
ค(าประมาณ 10 วัน อยา( งไรกต็ ามเนอ่ื งจากไมไ( ดทาํ การสมุ( ตวั อย(างในชว( งกอ( น 14 วนั คา( shelf-life ท่ไี ดจงึ ไม(
ถูกตองมากนัก
~ 36 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การพัฒนาวิธกี ารวิเคราะห;หาปริมาณของ minoxidil, สารต#านอนุมูลอสิ ระ และสารกนั เสยี ในอมี ลั ชนั่ สําหรับ
ทาภายนอก โดยเทคนคิ HPLC
กิตยิ าภรณ พฒั นพงศ, เนตรชนก วิศรุตมนตร,ี ชติ ชไม โอวาทฬารพร
ภาควชิ าเภสัชเคม,ี คณะเภสัชศาสตร มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
Minoxidil topical microemulsion (MTE) ซง่ึ มีขอบ(งใชในการกระตุนการงอกของผม ไดถกู พฒั นาขน้ึ
มาเพ่ือใชลดอาการแพจากการใช minoxidil topical solution โดยในสตู รตาํ รบั ของ microemulsion มีการเตมิ
สารกันเสียลงไปดวย โดยสารกันเสยี ทใี่ ชไดแก( Benzalkonium chloride (BKC), Butylatedhydroxylanisol
(BHA) และ Butylatedhydroxyltoluene (BHT) จึงทาํ ใหไมม( วี ิธกี ารวเิ คราะห%หาปริมาณของ minoxidil และสาร
กนั เสยี ในสตู รตาํ รับทไ่ี ดถูกพัฒนาข้ึน ดงั นน้ั การศกึ ษาในครง้ั น้จี งึ มีวตั ถปุ ระสงคเ% พื่อทาํ การพฒั นาวธิ วี ิเคราะหเ% พอื่ หา
ปริมาณของ minoxidil และสารกนั เสยี ใน MTE จากการศึกษาพบว(า minoxidil, BHA, BHT และ BKC สามารถ
วิเคราะหไ% ดโดยใช reverse phase HPLC โดยในการศึกษานี้ ใช column คอื C-18 (Thomson® ODS-A,
100A0, 10 µm) ทีม่ ี UV detector (λ=263 nm) โดยใช mobile phase ทป่ี ระกอบดวย
methanol:water:glacial acetic acid (700:300:10) ท่ีมี pentane sulfonate 0.82 g; flow rate 1.0 ml/min
ในการวเิ คราะห% minoxidil และ BHA และใช mobile phase ท่ีประกอบดวย acetonitrile:0.2 M sodium
acetate buffer pH 5.0 (70:30); flow rate 1.5 ml/min ในการวเิ คราะห% BHT และ BKC จากผลการพัฒนาวธิ ี
วิเคราะหด% งั กล(าวพบวา( ระบบทพี่ ฒั นาขน้ึ มีความถกู ตองและแม(นยาํ (linearity > 0.99) สําหรับทกุ สาร มคี (า LOD
และ LOQ ของ minoxidil, BHA, BHT, BKC-12 และ BKC-14 เทา( กับ 1.2, 3.7, 0.65, 10.18, 39.54 µg/ml และ
เทา( กับ 4.1, 12.4, 2.17, 33.95, 131.80 µg/ml ตามลําดับ มีค(า %RSD จากการศึกษา intraday และ interday
precision ของ minoxidil, BHA, BHT, BKC-12 และ BKC-14 เทา( กับ 0.77, 0.58, 1.34, 1.76, 2.45 และเทา( กับ
1.86, 1.95, 1.88, 0.55, 1.74 ตามลําดับ โดยมีคา( %recovery ของ minoxidil, BHA และ BHT เท(ากบั 107.42-
111.63, 94.43-102.21, 99.6-106.57 ตามลําดับ เม่ือนาํ ไปทดสอบการวเิ คราะหห% าปรมิ าณของ minoxidil, BHA
และ BHT ในสูตรตาํ รบั MTE ขององค%การเภสชั กรรม พบวา( ตัวอยา( งมี %LA เทา( กับ 100.39, 102.29 และ 112.23
ตามลาํ ดบั แตไ( มส( ามารถวเิ คราะหห% าปริมาณ BKC ในตวั อย(างได
~ 37 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การเตรยี มและประเมนิ 5-aminosalicylic acid-azobenzyl-pectin เพอ่ื การนําสงC ยาสCลู ําไสใ# หญCสวC นโคลอน
ณฐมน ฐิตะฐาน, ชติ ชไม โอวาทฬารพร
ภาควชิ าเภสชั เคมี, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค%ในการพัฒนาระบบนําส(งยา 5-aminosalicylic acid-azobenzyl-pectin
เพ่อื การนาํ ส(งยา 5-aminosalicylic acid ไปส(ูลาํ ไสใหญส( ว( นโคลอนอย(างจาํ เพาะเจาะจงเพอื่ ใชในการรักษาโรคลาํ ไส
ใหญ(อักเสบโดยการสังเคราะห%ประกอบดวย 3 ขั้นตอน คือขั้นท่ีหน่ึงเป"นการสังเคราะห% ρ-nitrobenzyl-azo-
salicylic acid โดยใชปฏิกิริยา Diazonium coupling reaction ไดผลผลิต 97.72 % มีลักษณะเป"นผงละเอียดสี
สมแดง ขั้นท่ีสองเป"นการสังเคราะห% ρ-aminobenzyl-azo-salicylic acid โดยใชปฏิกิริยา Reduction of
aromatic nitro compound ซึ่งใช Hydrazine hydrate เป"น reducing agent โดยมี iron oxide hydroxide
เปน" ตัวเร(ง ไดผลผลิต 75.07% มีลกั ษณะเปน" ผงละเอียดสีเหลอื ง และท้ังสองขน้ั ตอนจะประเมนิ เพื่อยืนยันโครงสราง
ดวยวิธี Fourier transform infrared spectroscopy และ Nuclear magnetic resonance ขั้นท่ีสามเป"นการ
สังเคราะห% 5-aminosalicylic acid-azobenzyl-pectin โดยอาศัยปฏิกิริยา Coupling reaction ระหว(างหม(ู
carboxylic บนโครงสรางของเพคตนิ กบั หม(ู amino บนโครงสรางของ ρ-aminobenzyl-azo-salicylic acid ทําให
เกิดการเช่ือมต(อกันดวยพันธะ amide โดยใช 1-ethyl-3-(3-dimethylaminopropyl) carbodiimide
hydrochloride (EDAC) เป"น coupling reagent ไดผลผลิต 51.52% มีสีน้ําตาล ลักษณะเบาและฟู ผลจาก
การศึกษา ลกั ษณะทาง morphology ดวย scanning electron microscope พบว(ามลี ักษณะเปน" เสนใยทสี่ านกัน
มีรูพรุน และทําการประเมินเพ่ือยืนยันโครงสรางดวยวิธี Fourier transform infrared spectroscopy และ
Nuclear magnetic resonance จากการศึกษา Differentials Scanning calorimeter พบว(าใน
5-aminosalicylic acid-azobenzyl-pectin thermogram ไม(พบจุดหลอมเหลวของ ρ-nitrobenzyl-azo-
salicylic acid และ ρ- aminobenzyl-azo-salicylic acid แสดงว(า conjugate ที่ไดไม(มีสารโมเลกุลขนาดเล็กปน
อย(ู และ conjugate ท่ีไดจะถูกนาํ ไปศกึ ษาความคงตัวใน buffer pH ต(างๆและการปลดปล(อย 5-ASA ในของเหลว
จากทางเดนิ อาหารของหนูต(อไป
~ 38 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การศกึ ษาความเปน$ กรดและการไทเทรตกรดดCางแบบวัดศักย;ไฟฟiา
ของบรอมเฮกซีนไฮโครคลอไรด;ในตวั กลางไมเซลล;
พชิ านี ศกั ด์ศิ รศี ิรสิ กลุ , ภทั รนันท พงศนฤเดช, นฤบดี ผดงุ สมบตั ิ
ภาควชิ าเภสัชเคมี, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
การศกึ ษาความเปน" กรดของบรอมเฮกซีนไฮโดรคลอไรด% (bromhexine hydrochloride ; BHXC) ดวยการ
ไทเทรตแบบวดั ศักยไ% ฟฟVา (potentiometric titration) และใชตัวทาํ ละลายร(วมดวยวธิ ีการประยกุ ตแ% บบงา( ย
สําหรับยาที่เป"นดา( งและละลายนํา้ ยาก [1] พบว(าเมอ่ื ใชอัตราสว( นตวั ทาํ ละลายท่ีเปน" 87.04% ของเมธานอลในนา้ํ
จะคาํ นวณคา( คงทีก่ ารแตกตวั ของกรดในนํา้ ของ BHXC (pKa) ไดเท(ากบั 7.53 + 0.02 (n=5) ซ่ึงสนั นษิ ฐานว(าเป"น
ของหม(ูฟงกช% นั อะลฟิ าติกเอมีน เมอ่ื นํา BHXC ไปละลายในตวั ทําละลายที่เปน" ไมเซลล% 3 ชนดิ คือ Sodium lauryl
sulphate, Hexadecylpyridinium bromide และ Triton-X 100 พบวา( เฉพาะ Triton-X 100 ที่ทาํ ใหความเปน"
กรดของ BHXC เพมิ่ ข้ึนมากและมีการละลายทีส่ มบรู ณ%ในกระบวนการไทเทรตดวยสารละลายดา( ง ซง่ึ ค(า pKa ใน
ตัวกลางไมเซลล% Triton-X 100 ทค่ี ํานวณจากการไทเทรตแบบวัดศักย%ไฟฟาV จะเทา( กับ 5.22 + 0.01 (n=3) จึงได
นําไปประยุกต%เป"นปรมิ าตรวเิ คราะห%สาํ หรับวตั ถุดบิ ตัวยาสําคญั BHXC ดวยการไทเทรตแบบวัดศกั ยไ% ฟฟาV โดยใช
gran’s plot ในการคาํ นวณหาจุดสมมลู และมกี ารประเมินความใชไดของวธิ วี เิ คราะห% (analytical method
validation) ในหัวขอความถูกตอง (accuracy) ความแมน( ยาํ (precision) และขอบเขตของการวิเคราะห% (working
range) เปรยี บเทยี บกับวิธปี ริมาตรวิเคราะห%ในเมธานอลของบริทิชฟารม% าโคเปย“ (BP 2012)
[1] REBECA RUIZ,CLARA RAFOLS, MARTI ROSES,ELIZABETH BOSCH, A Potentially Simpler
Approach to Measure Aqueous pKa of Insoluble Basic Drugs Containing Amino Groups. J Pharm
Sci, 2003, 92(7), 1473-1481.
~ 39 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การสังเคราะหแ; ละศึกษาการซึมผCานผิวหนงั ของ
2-ไอโซโพรพลิ -5-เมททิลเฟนนลิ 2-(4-ไอโซบิวทลิ เฟนนิล) โพรพาโนเอท
กฤษณ เหลอื งวัฒนพงศ, ณรงคศกั ดิ์ สืบสาย, เฉลมิ เกยี รติ สงคราม
ภาควิชาเภสัชเคมี, คณะเภสัชศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
Ibuprofen เม่ืออย(ูในช้ันผิวหนังที่มี pH ประมาณ 5.5 จะทําใหหม(ู carboxylic acid แตกตัวเป"น anion
ทําใหยาซึมผ(านผิวหนังไดยาก มีงานวจิ ยั ทศ่ี ึกษาถงึ สารสังเคราะห%ในรูป ester ระหว(าง ibuprofen กับ thymol ได
ค(า partition coefficient ท่ีสูงกว(าและมีฤทธิ์ตานอักเสบท่ีดีกว(ายา ibuprofen ผูวิจัยเห็นว(าสารที่สังเคราะห%นี้มี
คณุ สมบตั ิทน่ี า( สนใจทจี่ ะนํามาศึกษาประสิทธิภาพในการซึมผ(านผิวหนัง จึงทําการศึกษาเปรียบเทียบกันระหว(างยา
ibuprofen อนุพันธ% thymol ester ของ ibuprofen ซงึ่ สังเคราะหข% น้ึ จากปฏิกิริยาเคมี และสารละลายทม่ี ีส(วนผสม
ระหว(าง ibuprofen กับ thymol ในอัตราส(วน 1:1 โดยใช Franz cell diffusion test และใชเทคนิค HPLC ใน
การวเิ คราะห%หาปริมาณสารที่ซึมผ(านและสะสมอยู(ในชั้นผิวหนัง ผลการศึกษาพบว(าเม่ืออย(ูในรูปของสารละลายใน
Ethanol ยา Ibuprofen เด่ียว มีค(าการซึมผ(านผิวหนังที่สูงที่สุด ในขณะท่ี การเตรียมเป"นอนุพันธ% thymol ester
และสารละลายผสมระหว(าง ibuprofen กับ thymol ในอัตราส(วน 1:1 ตรวจพบการซึมผ(านของ ester และ
ibuprofen ไดค(อนขางตํ่า ซ่ึงไม(เป"นไปตามสมมุติฐานเดิมท่ีผูวิจัยไดต้ังไว แต(อย(างไรก็ตามจากผลการศึกษานี้
สามารถใชเป"นขอมูลประกอบการศึกษาต(อไป ซ่ึงอาจมีการปรับลดปริมาณ ethanol ลง เนื่องจาก ethanol มี
คุณสมบัติเป"น skin enhancer ท่ีอาจเพิ่มความสามารถในการซึมผ(านผิวหนังของยา ibuprofen และ อนุพันธ%
thymol ester ของ ibuprofen ท่ีไดจากการสงั เคราะห% เพือ่ ใหไดผลการศกึ ษาที่ถกู ตองและแม(นยาํ มากย่ิงข้ึน
~ 40 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การพฒั นาสตู รตํารบั ยาคลอราซีเปต ไดโปตสั เซยี มในรปู แบบแคปซลู และยาเมด็ เพอื่ เพิม่ ความคงตัวของยา
กัญยาณี ชูเมฆ, ปานตา เทือกสุบรรณ, วิชาญ เกตุจนิ ดา
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
คลอราซเี ปต ไดโปตสั เซยี ม ในรูปแบบยาแคปซลู มีปญหาในเรอ่ื งความคงตัวของยา เนอื่ งจากเป"นยาที่
สามารถเสือ่ มสลายดวยความชื้นโดยปฎกิ ริ ยิ าแอซดิ ไฮโดรไลซิส กอ( นหนานี้มีการพัฒนาสตู รตํารบั ยาแคปซูลเพอื่ เพม่ิ
ความคงตวั ของยาโดยเลือกใชทลั คมั แทนแลคโตสเปน" สารเพิ่มปรมิ าณเพ่ือลดผลของความชื้น แตม( ีผลเสียทําใหความ
แปรผนั ของนา้ํ หนักมคี (าสูงเม่อื บรรจผุ งยาดวยเครือ่ งบรรจแุ คปซูลแบบอัตโนมตั ิชนดิ Zanasi® เนอื่ งจากทัลคัมยึด
เกาะกันเป"นแท(งยาที่ไมแ( ข็งแรงพอ ทาํ ใหเกิดการกรอ( นและสญู เสยี นา้ํ หนักของผงยาในระหวา( งการบรรจุ การวิจยั
คร้งั นี้ไดพฒั นาสูตรตาํ รบั ยาแคปซลู เพอื่ แกปญหาดังกล(าว โดยใชสารช(วยชนิดใหม( คอื Prosolv® (Silicified
microcrystalline cellulose, SMCC) ท่ีสามารถทําหนาที่ของสารชว( ยไดหลายประการ คอื เพม่ิ คณุ สมบัติของการ
ไหลและการตอกอัด โดยจะใชปรมิ าณของทลั คมั ใหลดลงและแทนทีด่ วย Prosolv® ในสดั ส(วนต(างๆคอื 0, 50 และ
60% นอกจากนนั้ ไดพัฒนาสตู รตาํ รบั ยาเมด็ เคลือบฟลn ม% ทีใ่ ชสารช(วยทมี่ สี (วนประกอบเหมือนในสตู รตํารบั ของยา
แคปซูล และเคลอื บยาเมด็ ดวยฟnลม% ของ Kollicoat® ที่สามารถปVองกันความชนื้ นาํ มาศกึ ษาความคงตวั ในสภาวะเร(ง
คือ เก็บไวทอี่ ณุ หภมู ิ 45๐ ซ ท่ีเวลา 0, 1 และ 3 เดอื น ศกึ ษาเปรียบเทยี บกับสูตรตาํ รับยาแคปซูลดงั้ เดิม ทั้งท่ีใชแลค
โตสและทลั คัมเปน" สารเพม่ิ ปริมาณ วดั ปริมาณรอยละตวั ยาสาํ คัญของแตล( ะสตู รตาํ รับดวยวธิ ีไฮเพอรฟ% อรแ% มนซล% คิ วิ
ดโครมาโทกราฟ“ (HPLC) ผลการทดสอบพบว(า ยาคลอราซเี ปต ไดโปตัสเซียม ผลติ ในรูปแบบยาแคปซูล และใช
Prosolv® เป"นสารช(วยจะชว( ยลดความแปรผันของนํ้าหนกั ไดดีกวา( การใชทัลคัม ผลการศกึ ษาความคงตัวภายหลัง
เกบ็ ไวเปน" เวลา 3 เดอื นพบว(า ปรมิ าณรอยละตวั ยาสําคัญของยาแคปซูลทีใ่ ชทลั คมั (95.95) > ยาแคปซูลที่ใช 50%
Prosolv® (92.63) > ยาเม็ดเคลอื บฟลn ม% ท่ีใช 60% Prosolv® (89.69) > ยาแคปซลู ที่ใชแลคโตส (74.41) สําหรบั
กรณขี องยาเมด็ เคลือบฟnลม% หากเปอรเ% ซ็นต%ของ Prosolv® ย่งิ มากขึ้นจะยิ่งทาํ ใหความคงตัวของยามากขนึ้ ดวย
ดงั นนั้ การพฒั นาตาํ รบั ยาแคปซลู คลอราซเี ปต ไดโปตัสเซียม โดยใช Prosolv® เป"นสารชว( ยจงึ สามารถนาํ ไปใช
ประโยชน%ในการผลติ ยาดวยเครือ่ งบรรจแุ คปซลู แบบอตั โนมตั ชิ นดิ Zanasi® อย(างมีประสทิ ธภิ าพ และมคี วามคงตัว
ทดี่ ไี ดต(อไป
~ 41 ~
การประชมุ วชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การเพ่มิ การละลายของสาร glabridin โดยการเกิดสารเชงิ ซ#อนกับ hydroxypropyl beta-cyclodextrin
และ polyvinylpyrrolidone K-30
ธนากร องั กูรวฒั นกิจ, ศริ ิอร เมธาภทั รพันธ,ุ นัฏฐา แกjวนพรตั น, วมิ ล ตนั ตไิ ชยากลุ , กฤษณ สขุ นนั ทรธะ
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
Glabridin เปน" สารกลุม( isoflavonoid สกัดไดจากชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra L.) ท่ีนิยมนํามาใช
เปน" สารสําคญั ในผลิตภณั ฑเ% ครอื่ งสาํ อางเน่อื งจากมฤี ทธต์ิ านการอักเสบ ตานอนมุ ูลอิสระ และ สามารถยับยั้งเอนไซม%
ไทโรซเิ นส ซ่ึง glabridin มีการละลายน้าํ ทไี่ มด( ี ในการศกึ ษานี้จงึ ไดทาํ การเพมิ่ การละลายของ glabridin โดยทาํ ใน
รูปสารเชิงซอนชนิดอินคลูชนั (inclusion complex) ระหว(าง glabridin กบั hydroxypropyl beta-cyclodextrin
(HPβCD) ในอัตราส(วน 1:1 molar ratio เปรียบเทยี บกับสารเชงิ ซอนระหวา( ง glabridin กบั HPβCD ร(วมกบั การใช
PVP K-30 ในปริมาณ 5% และ 15% ของนํา้ หนักสารเชิงซอน ซ่งึ เตรียมโดยวิธี kneading method และ spray-
drying method เม่อื นาํ มาศึกษาการละลายและคณุ ลักษณะทางเคมีกายภาพดวยวธิ ี differential scanning
calorimetry, Fourier transform infrared spectroscopy และ X-ray diffractometry เปรียบเทียบกบั
glabridin เดย่ี ว และ physical mixtures พบว(าการเตรียมสารเชงิ ซอนดวยวธิ ี spray-drying method ทาํ ให
glabridin อยใู( นรูป amorphous form ส(วนการศกึ ษาการละลายพบว(า glabridin-HPβCD spray-dried sample
มีการละลายดีที่สดุ (solubility = 526.81 µg/ml) รองลงมาคือ glabridin-HPβCD kneaded sample
(solubility = 425.67 µg/ml) และ glabridin-HPβCD physical mixture (solubility = 151.35 µg/ml) โดยมี
การละลายทด่ี กี วา( glabridin เดย่ี ว (solubility = 0.45 µg/ml) อยา( งไรกต็ ามเมือ่ เตมิ PVP K-30 ในปริมาณ 5%
และ 15% เพ่ือเพ่ิมการละลายของ glabridin พบวา( การเตมิ PVP K-30 ทาํ ให glabridin ทเ่ี ตรยี มในรูปสารเชิงซอน
กับ HPβCD มกี ารละลายลดลง โดย glabridin-HPβCD spray-dried sample ทเ่ี ติม PVP K-30 5% และ 15% มี
ค(าการละลายเทา( กับ 507.50 µg/ml และ 462.16 µg/ml ตามลาํ ดับ สว( น glabridin-HPβCD kneaded sample
และ glabridin-HPβCD physical mixture ทเ่ี ตมิ PVP K-30 5% มีคา( การละลายเทา( กับ 361.45 µg/ml และ
105.44 µg/ml ตามลาํ ดบั จงึ สรปุ ไดว(าการใช PVP K-30 รว( มกับ glabridin และ HPβCD ไมท( ําใหการละลายของ
glabridin เพ่มิ ข้ึน
~ 42 ~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การศึกษาสตู รตาํ รบั และความคงตวั ของเครอ่ื งดืม่ จากสารสกดั Eurycoma longifolia Jack
นูรฮดู า หะยีเด, สวนีย มานะวัฒนากิจ, สมฤทยั จิตภักดีบดินทร
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
วัตถปุ ระสงคข% องงานวิจัยนี้ คอื ตง้ั สูตรตํารับเคร่ืองด่ืม E. longifolia Jack โดยศึกษาการกลบรสชาติของ
สมุนไพรเพ่ือเตรยี มเป"นเครือ่ งดืม่ แลวนาํ มาศึกษาคุณสมบตั ิทางกายภาพและความคงตัวของเครื่องด่ืมในสภาวะเร(ง
เพื่อเป"นทางเลือกสําหรับผูป}วยที่มีภาวะโรคหย(อนสมรรถภาพทางเพศ โดยทําการสกัดสารสําคัญจากสมุนไพร E.
longifolia Jack ดวยนํ้า แลวทดสอบความคงตัวของสารสกัดท่ีไดที่ pH ต(างๆ และนําสมุนไพรที่ไดมาศึกษาการ
กลบรสเพื่อนําไปใชในการตั้งตํารับเครื่องดื่ม E. longifolia Jack แลวหาสูตรตํารับท่ีดีท่ีสุดท่ีทําใหสารสกัดและ
ผลิตภัณฑ%ท่ีไดมีความคงตัวดีในสภาวะเร(ง ซ่ึงผลการทดลองพบว(าสารสกัดจากสมุนไพร E. longifolia Jack จะคง
ตวั ดที ่ี pH ทีเ่ ปน" กรด คอื pH 2.2 และการใช Lemon syrup ปรมิ าตร 25 ml รว( มกับ Citric acid 0.1% ในการต้ัง
ตาํ รบั เคร่อื งดื่ม E. longifolia Jack สามารถกลบรสขมของสารสกัดจากสมุนไพร E. longifolia Jack ไดดีที่สุดและ
ยังใหรสหวานและเปร้ียวแก(ตํารับไดดวย และเมื่อทําการศึกษาความคงตัวของสารสกัดในผลิตภัณฑ%เครื่องด่ืม E.
longifolia Jack ในสภาวะเรง( พบวา( ตาํ รับท่ีมปี รมิ าณ Citric acid นอยท่ีสุดเป"นตาํ รับท่ีดีที่สุด
~ 43 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
On the use of Pharmaceutical grade albumin: Adverse interaction with Naproxen
Tanagrit Rojgitjanurak, Thanita Saeong, Damrongsak Faroongsarng
Department of Pharmaceutical Technology, Faculty of Pharmaceutical Sciences,
Prince of Songkla University
The interaction between Pharmaceutical-grade human serum albumin and naproxen was
study by in vitro equilibrium dialysis at pH 7.4 and temperature is 37 °C. High Performance Liquid
Chromatography (HPLC) was employed to quantify the drug alter equilibrium binding Scatchard’ s
plot was done to determine the binding sites as well as their association constants found that
naproxen many bind to the protein with more than one sites binding the association constants of
Pharmaceutical-grade human serum albumin and naproxen about 6X10-8 M-1.
~ 44 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
เจลสารสกัดหัวหอมรกั ษารอยแผลเป$น
นนั ทนลนิ นลิ ประเสริฐ1, ลลติ า ศกั ด์ิศรบี วร1, ภาณพุ งศ พทุ ธรกั ษ2, วิวฒั น พิชญากร1
1ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
2ภาควชิ าเภสชั เวทและเภสัชพฤกศาสตร, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
หัวหอม (Allium cepa Linn) เปน" พชื ทนี่ า( สนใจชนิดหน่งึ เนื่องจากมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายประการ
เชน( ตานเช้อื แบคทเี รยี ขยายหลอดลม เปน" สารตานอนุมลู อิสระ ชว( ยในการหายของแผล และสามารถรักษารอย
แผลเป"นได มกี ารศกึ ษามากมายทง้ั ในหนูและในคนทีแ่ สดงถงึ ประสทิ ธิภาพและความปลอดภัยของสารสกดั จากหวั
หอม ซง่ึ พบว(าสามารถลดรอยแดง ทาํ ใหแผลเรียบเนยี น และแผลมีความนม(ุ ข้ึนไดอยา( งมนี ัยสาํ คญั
อีกทง้ั ยงั มคี วามปลอดภยั ตอ( อาสาสมคั รอกี ดวย ในการศึกษานไี้ ดคดั เลือกหัวหอมมาทั้งหมด 3 ชนิด ไดแก( หวั หอม
หัวหอมอนิ โดนีเซีย และหวั หอมมาเลเซีย ในการสกดั และเตรยี มเปน" รปู แบบเจลทําการสกัดดวยวธิ ีการหมกั โดยใช เอ
ทานอล หรือ เมทานอล เป"นตวั ทาํ ละลาย คัดเลอื กชนดิ หัวหอมทมี่ ปี รมิ าณเคยี วซิทนิ สูงสดุ และมีฤทธิต์ านอนมุ ูล
อสิ ระสูงสดุ มาเตรยี มตํารบั เจลสารสกัดหัวหอมสาํ หรับรักษารอยแผลเป"น ซึง่ จากผลการทดลองพบวา( ชนิดของหัว
หอมทมี่ ปี ริมาณเคียวซิทินสูงสดุ คอื หวั หอมมาเลเซยี และระบบตวั ทําละลายทีเ่ หมาะสมทส่ี ุดในการสกดั สารจากหัว
หอม คือ เอทานอลเขมขนรอยละ 80 จากน้นั เตรียมตํารับเจลพื้นโดยใชสารกอ( เจล 5 ชนดิ ไดแก( พอลอกซาเมอร%
407, คารโ% บพอล 940, เมทลิ เซลลโู ลส 4000, โซเดยี มคารบ% อกซเี มทลิ เซลลโู ลส 1500 และ ไฮดรอกซีโพรพิลเมทิล
เซลลโู ลส อี15 แลวทาํ การประเมนิ ลักษณะเจลพื้นไดแก( ลักษณะภายนอก ความใส ความเหนอะหนะ การกระจาย
ตวั บนผิวหนงั พเี อช ความหนดื จากผลการประเมนิ พบว(า ตาํ รับเจลเบสคารโ% บพอล 940 เขมขนรอยละ 1 มีความ
เหมาะสมทส่ี ดุ ทจี่ ะใชเตรียมตาํ รับเจลสารสกัดจากหัวหอมความเขมขนรอยละ 10 ซง่ึ สูตรนีส้ ามารถนําไปใชใน
การศกึ ษาทางคลนิ กิ ไดต(อไป
~ 45 ~