การประชมุ วิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การศกึ ษาผลของพีเอชทีม่ ีผลตCอการควบคมุ การปลดปลCอยยาของยาเมด็ ออสโมติกปrมs ชนดิ ดงึ -ดัน ซึง่ ใช#
สารประกอบเชิงซ#อนระหวCางโพลิเมอรข; องไคโตซานและโพลอิ ะครลิ ิกเอซิค เป$นสารกอC แรงดนั
นทั ธมน พลอนิ ทร, บัสรยี กjอเด็ม, วิชาญ เกตุจนิ ดา
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
การเตรยี มยาเมด็ ออสโมตกิ ปม¢ ชนดิ ดึง-ดัน ซ่ึงใชยาเม็ดโพรพราโนลอลไฮโดรคลอไรด% เป"นยาตนแบบใน
การศึกษา เตรียมยาเมด็ โดยวิธีตอกสองครง้ั ใหมนี าํ้ หนกั ยาเม็ด 256 มิลลิกรัมและเสนผา( ศูนย%กลาง 9.80 มิลลิเมตร
ทาํ ใหไดยาเม็ดสองชนั้ คอื ช้ันยาและช้นั โพลเิ มอร% ซงึ่ ประกอบดวย สารประกอบเชิงซอนของไคโตซานและโพลิ
อะครลิ กิ เอซคิ เป"นสารกอ( แรงดันออสโมตคิ โดยจะเคลอื บยาเม็ดดวยเซลลโู ลสอะซิเตทฟลn %ม ใหมนี าํ้ หนักเพ่ิมขึน้
รอยละ 8 โดยนํ้าหนัก และใชพีวีพเี ค 30 รอยละ 60 โดยนา้ํ หนกั ของสารก(อฟลn ม% เป"นสารก(อรู แทนการเจาะรดู วย
แสงเลเซอร% ศกึ ษาผลของพเี อชต(อการควบคุมการปลดปล(อยยา โดยเตมิ สารปรบั พีเอชในชัน้ โพลิเมอร% ไดแก(
กรดซติ ริก หรือ แอมโมเนยี มคารบ% อเนต ในปริมาณตา( งๆ (10, 30, 50 มิลลิกรมั ) ผลการศึกษาการละลายของยาเมด็
ออสโมตกิ ปม¢ พบว(า มจี ลนศาสตรข% องการปลดปลอ( ยยาแบบอันดับหนงึ่ และสามารถหนว( งเหนยี่ วการปลดปลอ( ยยา
ไดนานถงึ 12 ชม. การเติมสารปรบั พเี อชมผี ลตอ( การปลดปล(อยยาคอื เมื่อเติมกรดซติ รกิ จะทาํ ใหมีการปลดปล(อยยา
เพ่มิ ข้นึ เน่อื งจากเกิดไคโตซานอสิ ระทไ่ี มส( รางพันธะกับโพลอิ ะคริลิกเอซคิ มากขนึ้ ส(งผลใหสารประกอบเชงิ ซอนของ
ไคโตซานและโพลอิ ะครลิ กิ เอซคิ สามารถพองตัวไดดแี ละกร(อนละลายนอยกวา( ซ่ึงแตกตา( งจากการเตมิ แอมโมเนยี ม
คาร%บอเนต ท่ีจะทาํ ใหมกี ารปลดปล(อยยานอยลงเนือ่ งจากเกดิ โพลิอะคริลกิ เอซคิ อสิ ระท่ไี มส( รางพันธะกับไคโตซาน
มากขนึ้ ทําใหเกดิ การกร(อนละลายมากกวา( และพองตวั ไดนอยกว(า (สอดคลองกบั ผลการทดสอบการพองตัวของ
สารประกอบเชิงซอนท่ีพีเอชต(างๆ) อย(างไรก็ตาม การเปลยี่ นแปลงดงั กล(าวไมข( น้ึ กับปรมิ าณของสารปรับพีเอช ท้ังนี้
มีปจจัยอนื่ ที่เกย่ี วของกบั การปลดปลอ( ยยา คือ การแพรข( องนํา้ เขามาในชั้นโพลิเมอร%ของยาเมด็ ซง่ึ จะขึน้ กบั ปริมาณ
ของสารปรับพีเอชซึง่ อยใู( นรูปเกลอื ดังนน้ั การเตมิ สารปรับพีเอชในปรมิ าณทพ่ี อเหมาะจะสามารถควบคมุ อัตราเรว็
ของการปลดปล(อยยาจากยาเมด็ ออสโมตกิ ปม¢ ชนิดดึง-ดัน นี้ ใหเร็วข้ึนหรอื ชาลงไดเพือ่ ใหยาสามารถออกฤทธิเ์ น่ินได
ภายในชว( งเวลาท่ตี องการ
~ 46 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
การพฒั นาสบกCู #อนท่ีมสี วC นผสมจากสารสกัดสมนุ ไพร
เจรญิ ศรี จรณโยธนิ , อมั พวรรณ หนูฤทธ์ิ, ธนภร อาํ นวยกิจ
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร
การศึกษาการพฒั นาสบ(กู อนที่มีส(วนผสมจากสารสกัดสมุนไพร มีวัตถุประสงค%เพื่อพัฒนาสูตรตํารับสบู(กอน
ใหมีคุณสมบัติและลักษณะทางกายภาพที่ดี มีความสวยงามน(าใช เป"นท่ีพึงพอใจของผูบริโภค ซึ่งผูวิจัยไดศึกษาหา
สูตรตาํ รับเบสสบทู( เ่ี หมาะสม โดยการเปลีย่ นแปลงอัตราสว( นของนํ้ามนั ชนดิ ต(างๆท่ใี ชในการผลิตสบู( พบว(าเบสสบ(ทู มี่ ี
คุณสมบัติและลกั ษณะทางกายภาพทดี่ ีท่ีสดุ 5 สูตร คอื มะพราว + รําขาว (60 : 40), มะพราว + ราํ ขาว
(70 : 30), มะพราว + งา + รําขาว (50 : 25 : 25), มะพราว + งา + ราํ ขาว (60 : 20 : 20) และ
มะพราว + งา + รําขาว (70 : 15 : 15) และเม่อื นาํ สารสกัด witch hazel 1% w/w และ สารสกัดแตงกวา
1% w/w มาเติมลงในเบสสบูท( ีด่ ีทง้ั 5 สูตร พบวา( 2 สตู รทใี่ หผลการประเมินทดี่ ที ่ีสดุ คอื มะพราว + ราํ ขาว
(60 : 40) และ มะพราว + งา + รําขาว (50 : 25 : 25) แต(จากการทดสอบฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระดวยวิธี DPPH
radical scavenging assay พบว(า สารสกัด witch hazel และสารสกัดแตงกวา ทั้งท่ีเป"นสารบริสุทธ์ิและอย(ูใน
ตํารับสบ(ู ต(างไม(มีฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระ แต(เม่ือเปลี่ยนมาเติมสารสกัดจากดอกดาวเรือง ซ่ึงทดสอบฤทธ์ิตานอนุมูล
อิสระดวยวธิ ี DPPH radical scavenging assay แลวพบว(ามีคา( EC50 เทา( กบั 6.74 µg/ml ยงั คงทําใหสตู รตํารับทั้ง
2 สูตรมคี ณุ สมบัติและลกั ษณะทางกายภาพทด่ี เี ช(นเดมิ และทาํ ใหตาํ รบั สบม(ู ีฤทธิต์ านอนุมลู อิสระ โดย สตู รตํารับ
มะพราว + ราํ ขาว (60 : 40) มคี (าเปอร%เซน็ ต%การยบั ยั้ง เท(ากับ 97.66 ± 14.23 และสูตรตาํ รับ
มะพราว + งา + ราํ ขาว (50 : 25 : 25) มีค(าเปอร%เซน็ ตก% ารยบั ยงั้ เท(ากบั 96.16 ± 14.32 นอกจากนีย้ งั ไดวิเคราะห%
ปริมาณไขมนั ในสบ(กู อน พบวา( สูตรตํารับ มะพราว + รําขาว (60 : 40), มะพราว + งา + ราํ ขาว
(50 : 25 : 25) ทผี่ สมสารสกดั witch hazelและสารสกัดแตงกวา และสูตรตํารบั มะพราว + งา + ราํ ขาว
(50 : 25 : 25) ท่ีผสมสารสกดั ดอกดาวเรืองและสารสกัดแตงกวา ผ(านเกณฑ%ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ%อุตสาหกรรม
มอก. 29-2545 และปริมาณไขมันทว่ี เิ คราะหไ% ด คือ 3% , 3% และ 5.4% ตามลําดับ
~ 47 ~
การประชมุ วิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การพฒั นายาอม clotrimazole เพ่อื ใช#รกั ษาการติดเชื้อ Candida spp. ในชอC งปาก
นุสรา จันทเลศิ , สณิ ัฎฐา ชยั ศิร,ิ เสนหZ แกjวนพรตั น, นฏั ฐา แกjวนพรตั น
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
โรคอักเสบในชอ( งปากเน่ืองจากเชื้อแคนดดิ า (Oral candidiasis) เป"นโรคตดิ เชื้อฉวยโอกาส พบไดในกลม(ุ
ผูปว} ยท่มี ีภมู ิคมุ กันบกพร(อง เช(น ผปู ว} ยเอดส% ผปู }วยที่ใชยาพน( สเตยี รอยด% ผปู }วยท่ีใชยาปฏชิ ีวนะตอ( เน่ืองเป"น
เวลานาน เปน" ตน ซงึ่ วธิ ีหนึ่งในการรักษาคือการใชยา clotrimazole ในรปู แบบ lozenges และ pastilles แต(
เน่อื งจาก clotrimazole มีการละลายนาํ้ ต่าํ จึงส(งผลตอ( ประสิทธภิ าพในการรกั ษา ในการวิจยั นี้จงึ ไดศกึ ษาการ
เพิ่มคา( การละลายของ clotrimazole โดยการเกดิ inclusion complex กับ hydroxypropyl-β-cyclodextrin
(HPβCD) และการนาํ inclusion complex มาพฒั นาสตู รตํารับยาอมตานเชือ้ รา Candida spp. ในชอ( งปากใน
รปู แบบ lozenges และ pastilles ซึง่ การเตรยี ม inclusion complex ระหว(าง clotrimazole และ HPβCD ใช
อัตราส(วน 1:1 molar ratio และเตรยี มโดยวิธี coevaporation และ kneading method เม่ือทาํ การศึกษาการ
ละลายและคณุ ลกั ษณะทางเคม-ี กายภาพของ inclusion complexes ดวยวธิ ี differential scanning
calorimeter, X-ray diffraction และ FTIR spectroscopy โดยเปรยี บเทียบกบั clotrimazole เดย่ี ว และ
clotrimazole-HPβCD physical mixture พบวา( clotrimazole-HPβCD coevaporated sample เกดิ สาร
เชงิ ซอนไดดีท่ีสดุ ตวั ยาอยใู( นรปู amorphous และใหคา( การละลายของ clotrimazole มากทสี่ ุด โดยมคี า( การ
ละลายเป"น 2.75 เทา( ของตัวยาเดย่ี ว ดงั นน้ั คณะผวู จิ ยั จงึ ไดเลอื ก clotrimazole-HPβCD coevaporated sample
ในการเตรยี มตาํ รบั lozenges และ pastilles โดยมปี รมิ าณตัวยา clotrimazole 10 mg/เมด็ จากผลการทดลอง
พบวา( ตาํ รับ lozenges และ pastilles ใหค(าการแตกตัวทีเ่ วลา 8 และ 14 นาทีตามลําดบั ซง่ึ เปน" ไปตามขอกําหนด
ของ USP32 เมอื่ ทาํ การทดสอบประสทิ ธภิ าพการในตานเช้อื Candida albicans ของตาํ รบั ยาอมทม่ี ีตวั ยาสาํ คัญ
เป"น clotrimazole-HPβCD coevaporated sample เปรียบเทียบกับตาํ รับทม่ี ตี ัวยาสาํ คญั เป"น clotrimazole
เดย่ี ว พบวา( ประสทิ ธิภาพในการยับยง้ั การเจริญเติบโตของเช้ือ Candida albicans ไมแ( ตกต(างกันและยบั ยั้งได
หมดภายในเวลา 30 นาที
~ 48 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
Preparation of Pueraria mirifica extract vaginal gel
นรู นี า ปาแมมะw , โรไวดา พรหมเกษร, สมฤทัย จิตภกั ดีบดินทร
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ภาวะช(องคลอดแหงในหญงิ วัยหมดประจาํ เดอื น เปน" อาการหรือภาวะท่ีชอ( งคลอดสตรไี มม( ีเมือกมาหล(อลน่ื
ตามปกติ ทําใหเลือดออกง(าย และอาจส(งผลใหเกิดปญหาในการมีเพศสมั พนั ธ% ทําใหเกดิ อาการปวดแสบปวดรอน
มากจนไมอ( ยากมีเพศสัมพนั ธ% หรอื พยายามหลีกเลย่ี งการมีเพศสัมพนั ธ% ซง่ึ อาจเปน" ตนเหตนุ าํ มาซ่งึ ปญหาครอบครัว
หรอื ปญหาความสมั พนั ธ%ฉันสามภี รรยาได ต(อมาผวู จิ ยั ศกึ ษาพบวา( กวาวเครือขาว (Pueraria mirifica) เปน" พชื ที่มี
Phytoestrogen เป"นองค%ประกอบซง่ึ สารนน้ี ํามาใชทดแทนเอสโตรเจนที่ขาดในหญงิ วยั หมดประจาํ เดอื นได จึงมี
แนวคิดในการนํากวาวเครือขาวมาพัฒนาเป"นผลติ ภณั ฑเ% จลทาชอ( งคลอด โดยในงานวจิ ยั นไ้ี ดใชวิธี maceration ใน
การสกดั สารจากวตั ถุดบิ โดยมี 95% ethanol เป"นตัวทาํ ละลาย ตอ( มาไดทดสอบสมบัตทิ างกายภาพของสารสกดั
และต้งั เป"นสตู รตํารับเจล 4 ตาํ รบั โดยแตล( ะตาํ รับมีปรมิ าณCarbopol 940 และTriethanolamineในอัตราส(วน
ต(างกันเพอื่ หาตาํ รบั ที่ดีทส่ี ุด และใหมี pH อยใ(ู นช(วง 6.0 – 7.5 จากนนั้ นําไปศกึ ษาความคงตัว และสมบตั ทิ าง
กายภาพของตํารับพบว(า สารสกดั มคี ณุ สมบัตชิ อบไขมันมากกวา( นา้ํ คงตวั ในบฟั เฟอรท% ่ี pH 6-10 และตํารับทเ่ี ตรยี ม
ขึน้ มคี วามคงตัวดี มคี วามหนืดทเี่ หมาะสม อกี ทั้งยังมี pH อย(ใู นชว( งทก่ี ําหนด
~ 49 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การเตรียมและประเมนิ สมบตั ขิ องสตู รตาํ รับไมโครอมิ ลั ชันของสารสกดั จากเฟuร;น
ภาวิดา โลจนาภิวัฒน, วภิ าวดี ปญx ญาอภยั วงศ, ณฐั ธิดา ภคั พยตั
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
วัตถุประสงค%ของงานวิจัยครั้งน้ีคือการพัฒนาสูตรตํารับไมโครอิมัลชันของสารสกัดเฟnร%นลิเภาย(อง
(Lygodium polystachyum) เพอ่ื ประยุกต%ใชทางผิวหนัง โดยผูวิจัยไดเตรียมสูตรตํารับไมโครอิมัลชัน 11 สูตร ซึ่ง
ประกอบดวยสารลดแรงตึงผิวคือ decylglucoside สารลดแรงตึงผิวร(วมคือ sorbitan monolaurate หรือ
sorbitan monooleate น้ํามันคือ dicaprylyl carbonate, dicaprylyl ether, isopropyl palmitate หรือ
isopropyl myristate และน้าํ โดยอตั ราส(วนระหว(างสารลดแรงตึงผิว/สารลดแรงตึงผิวร(วมเท(ากับ 0.10/0.90 หรือ
0.20/0.80 หลังจากการประเมินสมบัติทั้งทางกายภาพและความคงตัว ผูวิจัยจึงเลือกตํารับที่มีความคงตัวดีและมี
ส(วนประกอบในสูตรตํารับใกลเคียงกันจํานวน 4 สูตรมาใส(สารสกัดจากเฟnร%นโดยท้ัง 4 สูตรประกอบดวย
decylglucoside และ sorbitan monooleate มีอตั ราส(วนระหว(างสารลดแรงตึงผิว/สารลดแรงตึงผิวร(วมเท(ากับ
0.20/0.80 แต(มีส(วนประกอบท่ีเป"นนํ้ามันแตกต(างกันคือ dicaprylyl ether, isopropyl palmitate หรือ
isopropyl myristate หลังจากเตรียมไมโครอิมัลชันของสารสกัดเฟnร%นและทําการประเมินสมบัติทั้งทางกายภาพ
ความคงตัว และฤทธ์ิตานจุลชีพ พบว(าไมโครอิมัลชันของสารสกัดเฟnร%นท่ีเตรียมไดมีความคงตัวดีแต(ไม(มีฤทธิ์ตาน
จลุ ชีพ
~ 50 ~
การประชมุ วิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การศึกษาเปรียบเทียบสตู รตํารบั ชนิดกCอแพเพ่ือนําสงC ranitidine ในกระเพาะอาหาร
กมลรตั น ทองรักษ, ขวญั ชนก ศรรี ตั นเมธ, ฤดีกร ววิ ฒั นปฐพี
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ระบบนําส(งยารูปแบบก(อแพสามารถเปล่ียนจากของเหลวกลายเป"นเจลที่ลอยตัวภายในกระเพาะอาหาร
จงึ สามารถปอV งกันหลอดอาหารจากการทําลายของกรดไหลยอน และตวั ยา ranitidine ยังชว( ยลดการหล่งั กรดได จึง
ชว( ยเสรมิ ประสิทธภิ าพในการปอV งกนั กรดไหลยอน และรกั ษาแผลในกระเพาะอาหาร งานวจิ ยั นไ้ี ดศกึ ษาเปรียบเทียบ
คุณสมบัติดานกายภาพ (ลักษณะท่ัวไป pH ความหนืด ความสามารถในการลอยตัว และ ความแข็งแรงของแพที่
เกิดข้นึ ) และการปลดปล(อยตัวยา ของตํารับที่ใชพอลิเมอร%ต(างกัน 3 ชนิด ไดแก( Alginate low viscosity (Al, 5.0
%w/v), Alginate medium viscosity (Am, 1.0 %w/v) และ Pectin low methoxy grade (P, 5.0 %w/v)
พบวา( ทุกสตู รตาํ รับสามารถลอยตัวเกดิ เป"นเจลไดภายในเวลา < 5 วินาที และลอยตวั อย(ไู ดนาน > 8 ชม. สตู รตํารับ
ทีใ่ ช P มีความหนดื และความแข็งแรงของแพสูงที่สุด และมีอัตราการปลดปล(อยตัวยาที่ชากว(าสูตรตํารับอื่น แต(ท้ัง
3 สูตรตํารับยังไม(สามารถปลดปล(อยตัวยาแบบออกฤทธ์ิเนิ่นได เมื่อศึกษาผลของพอลิเมอร%เสริมต(อคุณสมบัติของ
สูตรตํารับ โดยใช Carbopol934, SCMC, HPMC K4M และ PEG4000 ท่ีความเขมขน 0.5 %w/v เท(ากัน พบว(า
SCMC และ HPMC K4M มีผลทําใหความหนืดและความแข็งแรงของแพเพ่ิมข้ึนมากกว(า Carbopol934 และ
PEG4000 และการเสริม HPMC K4M ทําใหชะลออัตราการปลดปล(อยตัวยาไดมากกว(าการใชพอลิเมอร%เสริมชนิด
อ่ืน โดย HPMC K4M สามารถชะลอการปลดปล(อยตัวยาในสูตรตํารับของ P>Am>Al ซ่ึงในการศึกษาผลของ
ปริมาณ HPMC K4M ท่ีความเขมขน 0, 0.5, 1.0 และ 2.0 %w/v ต(อคุณสมบัติของสูตรตํารับ พบว(า ปริมาณ
HPMC K4M ท่ีเพ่ิมข้ึนทําใหความหนืดเพ่ิมขึ้นตามลําดับ และความแข็งแรงของแพจะเพ่ิมขึ้นตามปริมาณ HPMC
K4M สูงสุดท่ี 1.0 %w/v และที่ 2.0 %w/v จะลดลง การศึกษาปลดปล(อยตัวยาพบว(าปริมาณ HPMC K4M ที่
เพ่ิมข้ึนทําใหชะลอการปลดปล(อยตัวยาไดมากข้ึน แต(เม่ือประเมินจากคุณสมบัติทางกายภาพร(วมดวย พบว(าสูตร
ตํารับ P + HPMC K4M 1.0 %w/v มีความเหมาะสมที่สุด และมีการปลดปล(อยตัวยาแบบ Higuchi และสามารถ
ปลดปลอ( ยตวั ยาได 90.05% ในระยะเวลา 8 ชม. และมีความสามารถในการสะเทินกรดไดในระยะเวลาประมาณ 3
ชั่วโมง
~ 51 ~
การประชมุ วชิ าการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การตงั้ สตู รตาํ รบั และการศึกษาสมบตั ิของยาอินโดเมตทาซินไมโครอมิ ัลชนั ทใี่ ช# Oleth-10 เป$นสารลดแรงตึงผิว
ณัฏฐนิช เปนy สุข, ศศิธร มาตนมุ ัต, ประภาพร บญุ มี
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
การศึกษาต้ังสูตรตํารับ 1% (w/w) อินโดเมตทาซินไมโครอิมัลชันผ(านทางผิวหนัง ไดเลือกระบบไมโครอิมัลชันที่
เหมาะสมในการบรรจุยาอินโดเมทาซิน 6 สูตรตํารับ (M1-M6) โดยใช Oleth-10 เป"นสารลดแรงตึงผิว, น้ํา, น้ํามันถ่ัว
เหลืองและ สารลดแรงตงึ ผิวร(วมชนดิ ต(างๆ ไดแก( โพรไพลีนไกลคอล (PG), ซอร%บิเทนโมโนโอลิเอท (Span 80) และ ไอโซ
โพรพิลแอลกอฮอล% (IPA) โดยสัดส(วนของ Oleth-10:PG และ Span คือ 5:1, Oleth-10:IPA คือ 7:1 8:1 และ 9:1 ใน
การศึกษาครง้ั นี้มีวัตถุประสงคเ% พ่ือเปรียบเทยี บความคงตัว คา( การละลาย ค(าความหนืด ค(า pH และการปลดปล(อยของยา
ในสูตรตํารับท่ีมีความคงตัวดีเปรียบเทียบกับรูปแบบที่มีจําหน(ายในทองตลาด (Elmetacin®) โดยใช Franz’s diffusion
cellจากการศึกษาพบว(าตํารับไมโครอิมัลชันเป"นชนิดนํ้าในน้ํามัน (w/o) มีความหนืดปานกลาง มีค(า pH อย(ูในช(วง 5.74-
6.50 ซง่ึ เหมาะสําหรบั ใชทางผิวหนงั โดยเลือกตํารบั ไมโครอิมลั ชันทีม่ ีความคงตวั ดมี าศึกษาการซึมผา( นของยา คือ M1 (PG)
และ M2 (Span 80) พบวา( มีการซมึ ผ(านของยานอยกวา( รปู แบบที่จาํ หนา( ยในทองตลาด จากการทดสอบสามารถสรุปไดว(า
ยาอนิ โดเมตทาซินสามารถถูกปลดปล(อยออกมาจากตํารับไมโครอิมัลชันได และไม(ไดถูกตํารับไมโครอิมัลชันกักไวทั้งหมด
จึงมแี นวโนมท่จี ะนําไปใชในการรักษาได แต(ตองมีการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพเพิ่มเติม เช(น skin penetration study
using pig skin
~ 52 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
Formulation of bromelain massage creams
Gamgarn Clyduang, Proramin Phakaew, Kwunchit Oungbho
Department of Pharmaceutical Technology, Faculty of Pharmaceutical Sciences,
Prince of Songkla University
Bromelain oil in water (o/w) emulsion cream formulation has been developed as massage
creams to relieve pain and inflammation. Either chitosan or xanthan gums at the concentration of
0.25% was added into the water phase of the cream bases to stabilize bromelain. Compared with the
control (cream base without polymer), the creams with chitosan and xanthan gum were creamy
texture without stickyness. Bromelain creams were prepared in chitosan, xanthan, and control cream
bases. The creams were stable after freeze-thaw cycle (50oC and 2-8oC, each 24 hours, 6 cycles). The
bromelain creams were different in their viscosity. The bromelain/xanthan gum cream was more
viscous, while the bromelain/chitosan cream was less viscous compared with the control. Increased
viscosity of the bromelain/xanthan gum cream can be explained as the results of the polyion
complexation between the negatively charged xanthan gum and the positively charged bromelain.
The results are consistent with the texture analyzer measurement. Cytotoxicity test on fibroblasts L929
cells as the screening test of skin irritation showed nontoxicity of these bromelain creams.
~ 53 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
Triphala oral gels formulation for treatment of dry mouth in head and neck cancers
Nareenat Boonchoo, Laddawan Laowisatkul, Kwunchit Oungbho
Department of Pharmaceutical Technology,
Faculty of Pharmaceutical Sciences, Prince of Songkla University
Triphala is a popular herbal formulation of Ayurvedic medicine. It consists of an equal
part of the fruits of Emblica officinalis, Terminalia chebula and Terminalia belerica. Antioxidant
activities of triphala can be useful in the head and neck cancer patients who have got free
radicals from radiotherapy. The purpose of the study was to formulate triphala oral gels
comprising triphala extract in gellan gum gel base as antioxidant and moisture formulation. Low
acyl gellan gum was used as a gelling agent to make suitable clear gels. The formulas were
composed of various concentrations of gellan gum at 0.5%-1.5%, sorbitol solution, propylene
glycol, and purified water. Increasing percentages of sorbitol solution and propylene glycol
resulted in reduced viscosity of the gel base. A suitable clear gel formulation was composed of
5% w/w of 1:1 mixture of sorbitol solution and propylene glycol. This gel base showed good
physical properties. Triphala (TP) extracts were prepared by microwave-assisted extraction of
triphala crude drug with propylene glycol which was an excipient of the gel base in order to skip
solvent evaporation process and to claim free alcohol gels. The DPPH antioxidant activity of TP
extract in propylene glycol at 500 µg/ml was found as 86.99% and total phenolic content was
40.75 ug/ml gallic acid equivalences (GAE). TP extract at 2.5% was formulated in 1% gellan gum
gel base. The clear gel was in pale brown color and with the pH of 4.27. The triphala gel showed
DPPH antioxidant activity at 86.72% and the total phenolic content of 14.38 ug/ml GAE. The gel
was physical stable after 6 cycles of freeze-thaw (45oC and 2-8 oC) and with slightly darker color.
~ 54 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
Formulation and characterization of indomethacin-loaded microemulsions using mixture of
Span 80 and Tween 80 as a surfactant
Kanokwan Benchapan, Chutima Rattanatantikul, Prapaporn Boonme
Department of Pharmaceutical Technology, Faculty of Pharmaceutical Sciences,
Prince of Songkla University
Microemulsion, compose of water phase, oil phase and surfactant, has O/W and W/O.
This project aimed to investigate acceptable components and properties of indomethacin-loaded
microemulsion that used Span 80 and Tweeen 80 as surfactant. The studied oils were isopropyl
palmitate (IPP), rice bran oil (RBO) and olive oil (OO). The studied co-solvents were propylene
glycol (PG) and isopropyl alcohol (IPA). Among studied systems (M1-M5), Span 80/ Tween 80/
Water : PG (2:1)/ IPP was M2 and Span 80/ Tween 80/ Water : IPA (2:1)/ Rice bran oil was M4,
were the best in physicochemical characteristic (i.e., the conductivity, pH, viscosity), stability at
room temperature throughout 14 weeks of storage. Therefore, we selected the M2 and M4 for
the in vitro release through cellulose membrane with phosphate buffer solution pH 7.4
compared to commercial solution (Elmethacin®). The result showed that amount of released
drug from the investigated microemulsions and the commercial product could not be detectable.
~ 55 ~
การประชุมวิชาการนําเสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การเตรียมสารเชิงซ#อนระหวCางโคลไตรมาโซลและไฮดรอกซโี พรพลิ เบต#าไซโคลเดก็ ซต; รนิ
เพอ่ื เพ่ิมการละลายและพฒั นาเป$นยาเหนบ็ ชอC งคลอดตา# นเชอื้ รา
ธนารกั ษ ศรเี จรญิ สขุ , พิมประภา ชูสงั ข, นฏั ฐา แกjวนพรตั น, เสนหZ แกjวนพรตั น
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
โคลไตรมาโซล (Clotrimazole) เป"นยาที่มีประสิทธิภาพในการยับย้ังเช้ือ Candida albicans ไดดี จึงมี
การนํามาใชรักษาภาวะการติดเช้ือ Candida spp. ในช(องคลอด (Candidal vulvovaginitis) แต(เนื่องจากยาโคล-
ไตรมาโซลมกี ารละลายต่าํ ถอื เปน" ขอจํากดั ทท่ี าํ ใหยาออกฤทธ์ิไดไม(ดี การวิจัยครั้งน้ีจึงมีวัตถุประสงค%เพื่อพัฒนาการ
ละลายของโคลไตรมาโซลโดยการทําใหเกิดเป"นสารเชิงซอนกับไฮดรอกซีโพรพิลเบตาไซโคลเด็กซ%ตริน
(Hydroxypropyl beta-cyclodextrin) โดยเตรียมในอัตราส(วน 1:1 molar ratio ดวยวิธี Kneading method
และ Coevaporation method และเปรียบเทียบผลท่ีไดกับ โคลไตรมาโซล และ Physical mixture จาก
การศึกษา Phase solubility study พบว(าสารเชิงซอน มีค(า Stability constant (K1:1) = 602 M-1 เม่ือนํามา
ศึกษาคุณลักษณะทางเคมีกายภาพดวยวิธี Differential scanning calorimetry (DSC), Fourier transform
infrared spectroscopy (FT-IR) และ X-ray diffractometry (XRD) พบว(าการเตรียมสารเชิงซอนดวยวิธี
Coevaporation method ทําใหตัวยามลี ักษณะเปน" Amorphous form โดยคาดวา( โครงสรางวงแหวนของยาโคล-
ไตรมาโซลจะเขาไปในช(องว(างภายในของไฮดรอกซีโพรพิลเบตาไซโคลเด็กซ%ตริน ส(วนตัวยาที่เตรียมดวยวิธี
Kneading method และ Physical mixture มีลักษณะเป"น Crystalline form ทําใหการละลายของโคลไตรมา-
โซล ในรปู สารเชงิ ซอนเมือ่ เตรยี มดวยวธิ ี Coevaporation method มีการละลายสงู ทส่ี ุด โดยมคี า( การละลายเท(ากบั
5.40 µg/ml คดิ เป"น 2.75 เทา( ของยาโคลไตรมาโซลเดยี่ ว จงึ นําสารเชิงซอนจากการเตรยี มดวยวิธี Coevaporation
method มาเตรียมเป"นยาเม็ดสอดช(องคลอดและยาเหน็บช(องคลอดเทียบกับตํารับที่เตรียมโดยใชโคลไตรมาโซล
เดี่ยว โดยมีขนาดยาโคลไตรมาโซล 100 mg จากการศึกษาอัตราการละลาย พบว(าในนาทีที่ 30 สูตรตํารับยาเม็ด
สอดช(องคลอดและยาเหนบ็ ชอ( งคลอดทีใ่ ชสารเชิงซอนมีการละลายคิดเป"น 2.25 เท(า และ 1.17 เท(า ของตํารับท่ีใช
โคลไตรมาโซลเดี่ยว ตามลําดับ เมื่อนําตํารับไปศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้ง C. albicans พบว(าทุกตํารับใหผล
การยับย้ัง C. albicans ไม(แตกต(างกัน โดยยาเหน็บช(องคลอดและยาเม็ดสอดช(องคลอดสามารถยับย้ังเชื้อไดหมด
ภายในเวลา 15 นาที และ 30 นาที ตามลําดับ
~ 56 ~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสัชศาสตร ประจาํ ป 2556
พอลิแซคคาไรดจ; ากเจลวCานหางจระเขเ# พือ่ ใชน# ําสงC สารสกดั บัวบกรปู แบบแผนC แปะผวิ หนัง :
การศกึ ษาเบอื้ งตน# และการประเมนิ สมบตั ทิ างกายภาพ
กาญจนา ศรโี ภคา1, ขวญั ฤดี ไชยมุด1, ภาณพุ งศ พุทธรกั ษ2, วิวัฒน พชิ ญากร1
1ภาควชิ าเทคโนโลยีเภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
2ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร
ระบบนําส(งยารปู แบบแผน( แปะผวิ หนงั เป"นการนาํ ส(งยาที่ใชพอลเิ มอร%ในการควบคมุ การปลดปล(อยตัวยา
ในการศกึ ษานใ้ี ชพอลิแซคคาไรดจ% ากเจลวา( นหางจระเขเปน" พอลเิ มอร% ซ่ึงมีสมบัตเิ ขากันไดกบั เน้ือเยอื่ รา( งกายและ
สามารถสลายตวั ได ไม(ก(อใหเกิดผลขางเคียง ในการเตรียมเปน" แผน( ฟnล%ม ที่มสี ารสกดั เพนตะไซคลิกไตรเทอร%ป“นอยด%
(Pentacyclic triterpenoid) จากบวั บกเปน" สารสาํ คญั ซง่ึ ประกอบดวย กรดเอเชียตกิ (Asiatic acid; AA),
กรดมาเดคาสสิก (Madecassic acid; MA), เอเซยี ตโิ คไซด% (Asiaticoside; AS) และมาเดคาสโซไซด%
(Madecassoside; MS) ทั้งพอลเิ มอร%และสารสาํ คญั แสดงฤทธิ์ทางเภสชั วทิ ยาในการสมานแผล การเตรียมแผ(นฟลn ม%
ไดศึกษาการตงั้ ตาํ รบั เพอื่ หาสูตรตาํ รับทเ่ี หมาะสม พบวา( สูตรตํารบั ที่ใหสมบตั ิของแผน( ฟลn %มทด่ี ีคือ สตู รตาํ รบั ที่
ประกอบดวย พอลแิ ซคคาไรดจ% ากผงว(านหางจระเข, กลเี ซอรีนรอยละ 20 และโซเดยี มอัลจเิ นตรอยละ 15 สามารถ
ควบคุมสมบตั ทิ างกายภาพใหมี ความหนา 0.509±0.015 มลิ ลิเมตร, ความแข็งแรง 1.391±0.131 เมกกะ
ปาสคาล, ความยดื หยน(ุ รอยละ 116.2±13.15, แรงดงึ ลอก 0.116±0.044 นิวตนั , สามารถพองตัวสงู สุดท่เี วลา 20
นาที และการสลายตวั ที่ 30 นาทีคิดเปน" รอยละ 51.57±5.96 สามารถบรรจปุ รมิ าณยาในแผน( ฟลn ม% คดิ เปน" สารสกัด
รอยละ 0.34 (สารสกดั เพนตะไซคลกิ ไตรเทอรป% น“ อยด%รอยละ 57) หลังจากศึกษาความคงตวั ทีอ่ ุณหภมู ิ 4, 25 และ
45 องศาเซลเซียสเป"นเวลา 10 สปั ดาห% พบว(าแผ(นฟลn ม% ที่อุณหภมู ิ 45 องศาเซลเซียส มคี วามเปราะ ขาดความ
ยดื หยน(ุ ไมส( ามารถนาํ มาประเมินสมบัติของแผ(นฟลn %มได สว( นแผน( ฟnล%มที่อุณหภูมิ 4 และ 25 องศาเซลเซียส ยังคง
แสดงสมบัตทิ างเคมแี ละทางกายภาพของแผ(นฟลn %มที่ดี
~ 57 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การพัฒนาตัวสรา# งโคด# โปรแกรมสาํ หรบั การทาํ การจาํ ลองแบบมอนตคิ ารโ; ลทม่ี ีโควาริเอท
ธัญสิทธิ์ จนั ทรนอj ย, พิชัย พศิ สวุ รรณ, วิบลุ วงศภวู รกั ษ
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
การนํา pharmacokinetics simulation มาใชทาํ นาย pharmacodynamics properties ของยา โดยนํา
ขอมูลดิบจากคนไขรายคนมาคาํ นวณน้ัน มขี อจาํ กดั เรอ่ื งขนาดของประชากรท่ีเลก็ และมีการกระจายแบบ discrete
event ซง่ึ ไม(ตอ( เนือ่ ง จงึ ตองแปลงขอมลู ดบิ เหล(าน้นั ใหกลายเป"นชุดขอมลู ทมี่ กี ารกระจายแบบสเกลต(อเนอ่ื ง
(continuous distribution) โดยสรางเป"น random number generator ทีม่ ีพฤตกิ รรมทางสถิตเิ ทยี บเทา( กัน ทํา
ใหสามารถศึกษา confidence interval ของระบบที่ตองการได ในการทํา pharmacokinetics/
pharmacodynamics dynamic simulation เพ่ือจําลองพฤติกรรมคนไขไดอยา( งสมจรงิ น้นั จะตองนาํ covariate
ของ parameter จากผปู ว} ยรายคนมาร(วมใชในการคํานวณดวย เพ่ือที่จะสามารถสมุ( สราง parameter แทนขอมูล
จําลองทสี่ มจรงิ ของขอมูลทศ่ี กึ ษาได ซึ่งในการจําลอง parameters ท่ีมีลกั ษณะเฉพาะตัวทางสถติ ิที่เป"นเอกลกั ษณ%
กบั คนไขจริง จะตองผ(านการการถ(วงน้าํ หนักเลขส(มุ โดย matrix ทีไ่ ดมาจากการแก Cholesky decomposition ซงึ่
เป"นขน้ั ตอนทย่ี ง(ุ ยากและใชเวลานาน ตองอาศยั software เฉพาะชว( ย โดยการวจิ ยั นจ้ี ะสรางโปรแกรมที่สามารถ
วิเคราะหข% อมูลดบิ ของคนไข แลวสรางโคด visual basic ที่สามารถใชเปน" ตวั กาํ เนดิ สรางพารามเิ ตอรเ% ชิงสม(ุ ทม่ี ี
พฤติกรรมทางสถติ ิเหมอื นคนไขจรงิ แต(มกี ารกระจายทต่ี (อเน่ือง ซึ่งจากการทดสอบใชโคด visual basic สราง
พารามเิ ตอรเ% ชงิ สม(ุ จํานวน 10,000 ชดุ จากขอมลู ดิบ 10 ชดุ แลวทาํ การวเิ คราะห%ทางสถิตพิ บว(า ขอมูลทง้ั สองชดุ
ไม(มคี วามแตกตา( งกนั ทางสถิติ ทาํ ใหสามารถนําโปรแกรมนไ้ี ปจาํ ลองขอมูลท่ีสมจรงิ ได
~ 58 ~
การประชุมวิชาการนาํ เสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การพัฒนาสตู รตํารบั อินโดเมทาซินชนดิ สเปรย;
วิภชั ชา คงขาว, เสารเอก สายสมทุ ร, ธรี ะพล ศรชี นะ
ภาควชิ าเทคโนโลยเี ภสัชกรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
วัตถุประสงค%หลักของงานวิจัยนี้เพื่อพัฒนาสูตรตํารับยา อินโดเมทาซินชนิดสเปรย%เพื่อรักษาอาการปวด
อักเสบจากภายนอกโดยเตรียมตํารับในรูปแบบสารละลายยา indomethacin 0.8 % โดยน้ําหนัก ในสารขับดัน
(HFA 134a) ซ่ึงมี lecithin และ cholesterol ทําหนาที่ช(วยเพ่ิมการซึมผ(านของยาทางผิวหนัง พบว(าอัตราส(วนที่
เหมาะสมระหว(าง lecithin : cholesterol คือ 0.5 : 0.1 คิดเป"น 1.5 เปอร%เซ็นของสูตรตํารับ ซึ่งเป"นปริมาณที่
สามารถเขากนั ไดกบั สารขบั ดันโดยไม(เกดิ การแยกตัว มีการปรับเปลี่ยนปริมาณของ ethanol, glycerol, Kollidon
VA 64 เพ่ือใหไดสูตรตํารับท่ีดีที่สุด จากน้ันประเมินคุณภาพของตํารับที่เตรียมไดจํานวน 8 สูตรตํารับ โดยเร่ิมจาก
ประเมินลักษณะทางกายภาพของสารละลาย indomethacin ภายหลังสเปรย% พบว(าตํารับที่เติม glycerol ใน
ปริมาณทม่ี ากขน้ึ จะชว( ยเพิ่มความชุ(มชื้นใหแก(ผิวหนังมากข้ึนแต(จะส(งผลใหตํารับแหงไดชา ในขณะเดียวกันตํารับท่ี
เติม Kollidon VA 64 จะเห็นฟnล%มภายหลังสเปรย%ท่ีกระจายตัวอย(างสมํ่าเสมอ ยึดติดผิวหนังไดดี แต(การมีปริมาณ
ของ Kollidon VA 64 มากเกินไปจะทาํ ใหผวิ หนังเหนียวเหนอะหนะ ปริมาณยา indomethacin จากการกดสเปรย%
1 คร้ังที่วิเคราะห%ไดจะมีค(า %recovery อยู(ในช(วง 83-95% pH ของทุกสูตรตํารับอยู(ในช(วง 4-5 ความหนืดของ
ตาํ รบั ลดลงเมื่อมีการคนท่ีเพิม่ ขนึ้ และปริมาณของสารปรุงแต(งที่มากขึ้นก็จะทาํ ใหความหนืดมากขึน้ ดวย คา( แรงตงึ ผิว
อยใ(ู นช(วง 19 – 21 N/m คา( มมุ ท่ผี วิ สมั ผสั อยู(ในช(วง 11-22 องศา แสดงว(าตํารับสามารถแผ(กระจายบนผิวหนังไดดี
เมื่อศึกษาการซึมผา( นเมมเบรนสงั เคราะห%โดยใช Franz diffusion cell ในเวลา 24 ช่วั โมง พบว(าตํารับที่มี Lecithin
และ Cholesterol เป"นส(วนประกอบ ไดแก( F6, F7, F8 สามารถซึมผ(านเมมเบรนไดรวดเร็วและมีค(าปริมาณยา
สะสมท่ีเวลา 24 ช่ัวโมง คือ 31.5%, 34.5% และ 31.9% ตามลําดับ ส(วนตํารับควบคุม (F1) มีค(าปริมาณยาสะสม
30.4% โดยสูตรตํารับท่ีดีท่ีสุด คือ F6 ซึ่งประกอบดวย Indomethacin 0.8%, lecithin 0.5%, cholesterol
0.1% glycerol 0.5%, Kolidon VA 64 0.5%, menthol 0.2% และ Ethanol 97.4% แต(อย(างไรก็ตามเม่ือต้งั ทง้ิ
ไวในระยะยาวพบว(าสตู รตํารับยงั มีลักษณะทางกายภาพท่ีไม(ค(อยคงตัว เน่ืองจากปรากฏคราบสีเหลืองเกิดข้ึนที่ขวด
คานสิ เตอร% งานวจิ ยั นีจ้ งึ ยังคงตองพฒั นาการเตรียมสูตรตาํ รับทเี่ หมาะสมตอ( ไป
~ 59 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การพัฒนาสตู รตํารับสบูเC หลวล#างหนา# ผสมไคโตซาน
เพ่อื ใช#ยับยงั้ เชื้อแบคทเี รยี ทท่ี าํ ให#เกดิ สิว
ณัฐนรี หนมู า, ณิชกานต แกวj เนนิ , สุปรดี ี สงั ฆรกั ษ, สุวภิ า อ้งึ ไพบลู ย
ภาควิชาเทคโนโลยเี ภสชั กรรม, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
ไคโตซานมีความสามารถในการฆ(าเช้ือแบคทีเรียท้ังแกรมบวกและแกรมลบหลายชนิดรวมทั้งเช้ือท่ีเป"น
ตนเหตุของการเกิดสิว ไดแก( Propionibacterium acnes, Staphylococcusepidermidisและ
Staphylococcusaureus และยังช(วยรักษาความชุ(มช้ืนของผิวหนัง ท้ังนี้ไคโตซานเขากับเน้ือเยื่อของสิ่งมีชีวิตได
(biocompatible) สามารถสลายตัวไดในส่ิงมีชีวิต (biodegradability) และมีความเฉ่ือยทางชีวภาพ
(bioinertness) จึงทาํ ใหแพไดนอย จากคณุ สมบตั ขิ องไคโตซานดงั กล(าวคณะผูวจิ ยั จึงมีความสนใจทจ่ี ะตง้ั และพัฒนา
สูตรตํารับสบ(ูเหลวลางหนาท่ีมีส(วนผสมของไคโตซานเพื่อใชยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ทําใหเกิดสิว โดยทําการศึกษา
ปริมาณท่ีเหมาะสมของส(วนประกอบต(างๆ เพ่ือใหไดตํารับสบ(ูเหลวที่มีคุณสมบัติที่ดี โดยจะประเมินคุณสมบัติทาง
กายภาพ คือมี pH ในช(วง 5-5.5 ความหนืดปริมาณฟอง ความละเอียดของฟอง ความช(ุมช้ืน ฤทธ์ิในการตานเชื้อ
แบคทีเรียและความคงตวั ของตาํ รบั จากการศึกษาสูตรตาํ รับที่ประกอบดวย Chitosan เป"นสารสําคัญและสารปรับ
ความหนืดโดยใช Lactic acid เป"นตัวทําละลายมีสารลดแรงตึงผิว 2 ชนิด คือ Cocamidopropylbetaine และ
Polysorbate20 สารใหความช(ุมชื้นแก(ผิว 2 ชนิด คือ Propylene glycol และ Glycerine สารกันเสียคือ
Bronidox L และใช Sodium hydroxide ปรบั pH จะมีคุณสมบัตทิ างกายภาพดีท่ีสุดเม่ือเปรียบเทียบกับตํารับอื่น
โดยค(า pH เทา( กับ 5 ความหนืด 142 cps ปริมาณฟอง ความละเอียดของฟองและใหความชม(ุ ชน้ื ดี การทดสอบฤทธ์ิ
ในการตานเชือ้ แบคทเี รยี ไดแก( P. acnes, S. epidermidisและ S. aureus โดยวธิ ี Disc diffusion method ผลคือ
สบูเ( หลวท่ีมีส(วนผสมของไคโตซานมีฤทธ์ิในการฆ(าเช้ือแบคทีเรีย แต(อย(างไรก็ตามค(า Inhibition zone ไม(แตกต(าง
กับสบ(ูเหลวที่ไม(ใส(ไคโตซาน การทดสอบเสถียรภาพภายหลังการเก็บรักษาท่ีอุณหภูมิหองเป"นเวลา 1 เดือนและ
ภายใตสภาวะเร(ง heating-cooling cycle จํานวน 6 รอบ(1 รอบ: 45˚C-24 ชม.และ 4˚ C-24 ชม.) พบว(าผล
การศึกษาดานคุณสมบัติทางกายภาพและฤทธ์ิในการตานเชื้อแบคทีเรียของตํารับก(อนและหลังการทดสอบไม(
แตกตา( งกนั แสดงใหเห็นว(าตํารบั มีความคงตวั ดี
~ 60 ~
การประชุมวชิ าการนาํ เสนอโครงงานนกั ศึกษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
ประสบการณ;ของผเ#ู รียนหลักสตู รเภสัชศาสตรบัณฑิตมหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร;
ระหวCางการเปลย่ี นแปลงเปน$ หลกั สูตร ๖ ปP
ชานน สุภาพ, อญั ชสา ภาษยากร, กร ศรเลศิ ลาํ้ วาณิช
ภาควชิ าบรหิ ารเภสชั กิจ, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค%เพื่ออธิบายอิทธิพลของหลักสูตรเภสัชศาสตร%บัณฑิตและปจจัยของการจัดการ
เรียนการสอนในระยะการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต(อผูเรียน เป"นการวิจัยเชิงคุณภาพท่ีมีระเบียบวิธีวิจัยประกอบดวย
การสมั ภาษณ%แบบ focus group นกั ศึกษาหลกั สูตรเภสชั ศาสตรบณั ฑติ สาขาเภสัชศาสตร% (พ.ศ. ๒๕๔๙ และ พ.ศ.
๒ ๕ ๕ ๓ ) แ ล ะ นั ก ศึ ก ษ า ห ลั ก สู ต ร เ ภ สั ชศ า ส ต ร บั ณ ฑิ ต ส า ข า บ ริ บ า ล เ ภ สั ชก ร ร ม ( พ . ศ . ๒ ๕ ๔ ๙ )
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร% การสมั ภาษณผ% ูร(างหลักสูตร และการวเิ คราะหเ% อกสารท่เี ก่ยี วของ จนไดขอมูลเพยี งพอ
วิเคราะห%โดยcontent analysis เพ่ือคนหาความหมายของขอมูล theme analysis คนหาประเด็นสําคัญ และ
รวบรวมเชอ่ื มโยงขอมูลเพอ่ื สรุปและรายงานผล
ผลการศึกษา พบว(า การเปล่ียนแปลงของหลักสูตรเกิดขึ้นจากความตองการสรางความเขมแข็งใหแก(
วิชาชีพเภสัชกรรม แต(กลับมคี วามหมายทีค่ ลมุ เครอื ไมช( ดั เจน ทง้ั กอ( ใหเกดิ ประโยชน%ต(อการผลิตบณั ฑิตไดอยา( งจาํ กดั
การเปล่ียนแปลงทเ่ี ปน" รูปธรรมคอื การเพิ่มเนื้อหาวิชาการจากเดิมแต(ไม(ไดพัฒนากระบวนการเรียนการสอนซ่ึงเป"น
ความตองการของผูเรยี นอย(างจรงิ จงั เช(น การเรียนแบบบูรณาการการปฏิบตั กิ ับเนือ้ หาวิชาเพอ่ื ใหสามารถนาํ ความรู
ไปใชไดอย(างมีประสิทธิภาพ การเปล่ียนแปลงหลักสูตรคร้ังนี้เท(ากับเป"นการสรางความกดดันในการเรียนใหแก(
นักศกึ ษา
~ 61 ~
การประชุมวชิ าการนําเสนอโครงงานนกั ศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจาํ ป 2556
การศกึ ษาความต#องการท่ยี ังไมไC ด#รับการตอบสนองของลูกค#าสถานปฏบิ ตั กิ ารเภสชั กรรมชมุ ชนมอ.
ภัทรภร จนั ทรเรือง, เพชรดา บุณยสรุ กั ษ, พิชญา นวลไดjศรี
ภาควิชาบรหิ ารเภสัชกิจ, คณะเภสัชศาสตร, มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร
รานขายยาเป"นแหล(งทใี่ กลชดิ ประชาชนสามารถเขาถึงไดงา( ยและสามารถดูแลประชาชนในเบื้องตนทกุ กลม(ุ
อายุหรอื อาการเจบ็ ป}วย ทง้ั ยังใหความรกู บั ประชาชนในเร่อื งยาและการดแู ลสุขภาพของตนเองไดระดับหน่ึง รวมถึง
สามารถตดิ ตามปญหาดานยาและสุขภาพของประชาชนในชมุ ชนไดงา( ยและประสานขอมลู อนื่ ๆกับสถานบริการ
ระดับสูงข้ึนได งานวจิ ยั น้ีมีวตั ถปุ ระสงคใ% นการศกึ ษาหาความตองการท่ยี งั ไมม( ีการตอบสนอง (Unmet needs)
รวมถงึ นําขอเสนอแนะ และความพงึ พอใจของผูมาใชบริการที่รานยาเภสชั มอ. เพอื่ นํามาปรับปรุงและพัฒนาการ
ใหบริการของรานยาใหดยี งิ่ ข้นึ เกบ็ รวบรวมขอมลู ดวยการสมั ภาษณเ% ชงิ ลกึ ผูท่ีมาใชบรกิ ารจนไดขอมลู ทีอ่ ่มิ ตวั และนํา
ขอมูลทไี่ ดมาทําการวเิ คราะห%เนอื้ ความ (content analysis) ผลการวิจยั พบวา( ลกู คาทีม่ าใชบริการตองการความ
สะดวกสบายในดานทีจ่ อดรถและการเดนิ ทางมาทร่ี านยา ตองการใหสนิ คาบางชนิดเช(น นมผง เครอ่ื งมือแพทย% มี
ราคาใกลเคียงกบั โรงพยาบาล การตกแตง( อาคารสถานทีใ่ หสวยงามทันสมัยทัง้ ภายในและภายนอก รวมถึงการ
ประชาสมั พนั ธใ% นแงข( องการบรกิ ารต(างๆ เช(น วนั และเวลาเปnด-ปnดของรานยา ในสว( นของความพงึ พอใจในการมารบั
บรกิ าร ผูวิจยั ไดเก็บรวบรวบขอมูลจากแบบสอบถามความพงึ พอใจ จากลกู คาท่มี ารบั บริการในรานยา 340 คน
แบบสอบถามประกอบไปดวยองคป% ระกอบเกี่ยวกบั บรกิ ารในรานยา 5 ดาน คือ ดานการบรกิ าร ความสะดวก
สถานที่ บคุ ลากร และสนิ คา ผลการวิจัยพบว(า คะแนนความพงึ พอใจเฉลย่ี สูงสดุ คอื ดานผูใหบรกิ าร ในประเดน็
ของการแตง( กายและบคุ ลกิ ภาพของเภสัชกร (4.49 ± 0.58) รองลงมาคือ เภสชั กรมีปVายชอื่ แสดงตนและปฏบิ ตั กิ าร
อยตู( ลอดเวลา (4.39 ± 0.64) คะแนนความถงึ พอใจเฉลยี่ ตํ่าสดุ คือ ดานความสะดวกในการมารบั บรกิ ารจากรานยา
ในประเดน็ ของความสะดวกสบายของทําเลทตี่ ั้งรานยา (3.57 ± 1.01) รองลงมาคอื ดานการบรกิ ารทางเภสชั ศาสตร%
เร่ืองการบริการใหขอมูลข(าวสารเก่ียวกบั สุขภาพ (3.77 ± 0.72) ดานอาคารสถานที่ ในเร่อื งบรรยากาศและความ
สวา( งในรานยา (3.85 ± 0.80) แสดงใหเห็นวา( รานยามอ.ควรใหความสําคัญในการแกไขและพฒั นาในเรอ่ื งการ
อาํ นวยความสะดวกสบายของลูกคา ท้ังสถานทจ่ี อดรถ รวมถงึ บรรยากาศภายในรานยา เพิ่มการประชาสัมพันธแ% ละ
การใหขอมูลขา( วสารดานสุขภาพแก(ลูกคาที่มารบั บรกิ ารในรานยาเพ่มิ ขึ้น
~ 62 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การศึกษาชีวิตผูป# =วยเพื่อหาปrญหาและรCวมแก#ไขปrญหาของผ#ปู =วยมะเร็งรงั สรี ักษา
ลฐั ิกาญจน ศรชี Zวย, เสาวนรี ใจภักด,ี กรกมล รุกขพันธ, กานดาวศรี ตุลาธรรมกิจ, ประจวบ หนูอไุ ร
ภาควชิ าบริหารเภสัชกิจ, คณะเภสัชศาสตร, มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร
ชวี ติ ความเจ็บปว} ยและปญหาที่ตองเผชญิ ของผูป}วยมะเรง็ มีความซบั ซอนและรูปแบบท่แี ตกต(างกันออกไปใน
แต(ละราย ในการการวิจัยเชงิ คณุ ภาพนี้ มวี ตั ถปุ ระสงค%เพ่อื ศกึ ษาชีวิตความเจ็บป}วยของผูปว} ยมะเร็งรังสีรักษา คนหา
ปญหาและรว( มแกไขปญหาผูป}วยมะเรง็ รงั สีรกั ษา ที่เขารับการรักษา ณ หองรังสีรักษา โรงพยาบาลสงขลานครินทร%
โดยสมั ภาษณ%ผูป}วยแบบเจาะลึก จํานวน 9 รายใชวิธีการวิเคราะห%เชิงเน้ือหา (content analysis) วิเคราะห%ขอมูล
ผลการวเิ คราะหพ% บปญหา 10 ประเดน็ คือ ออ( นเพลยี คลืน่ ไสอาเจียน นาํ้ หนกั ลด เบ่อื อาหาร เจบ็ คอ เปน" แผลใน
ปาก มือและเทาชา ไม(รับรสอาหาร ทองอืดและพิการ จากมากไปนอยตามลําดับ ปญหาสุขภาพทางใจ พบ 5
ประเดน็ คือ เครียดและวิตกกังวล เป"นหว( งลกู และครอบครัว ทอแทหมดกําลังใจ กลัวโรคลุกลามและกลัวการรักษา
จากมากไปนอย ตามลําดับ ส(วนปญหาสุขภาพทางสังคม พบ 6 ประเด็น คือ ขาดรายได ไม(สามารถทํากิจกรรมได
ตามปกติ ไมม( ีเงินรักษาตัว สูญเสียความม่ันใจ คนดูแลมีปญหาสุขภาพและขาดคนดูแล ตามลําดับ ในส(วนของแนว
ทางการชว( ยเหลอื สามารถแบ(งการช(วยเหลอื ออกเปน" 7 วธิ ีหลกั เรียงจากมากไปนอย คือ 1. พดู คยุ เพ่อื คนหาปญหา
2.โทรศัพท%ไปหา เพื่อช(วยแกปญหาที่เกิดขึ้น 3.ช(วยเหลือเร่ืองนม(อาหารเหลว)สําหรับผูป}วย 4.สนับสนุนเงินค(า
เดินทาง 5. ตอบคําถามและขอสงสัยของผูป}วย 6.ติดต(อหาทุนการศึกษา 7. จัดกิจกรรมเพื่อใหความรูเร่ืองยาและ
ปญหาสขุ ภาพ
~ 63 ~
การประชมุ วิชาการนาํ เสนอโครงงานนักศกึ ษาคณะเภสชั ศาสตร ประจําป 2556
การใช#อัตราสวC นราคาตCอกําไรตCอหน#ุ (P/E Ratio) เพือ่ ทาํ นายผลตอบแทนของหน#ุ สามัญในตลาดหลักทรัพย;
แหงC ประเทศไทย
โสภติ า สนิ ธรู ะหฐั , อภสิ ิทธิ์ นันตะw ภูม,ิ สงวน ลือเกียรติบณั ฑติ
ภาควิชาบริหารเภสชั กิจ, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
งานวจิ ัยนมี้ วี ัตถุประสงคเ% พอื่ ศกึ ษาความสมั พันธ%ระหว(างอัตราสว( นราคาตอ( กาํ ไรต(อหนุ (P/E Ratio) กบั
ผลตอบแทนของหุนสามญั ในตลาดหลกั ทรัพยแ% ห(งประเทศไทย ผวู ิจยั ใชขอมลู จาก SETSMART Enterprise (SET
Market Analysis and Reporting Tool) ของตลาดหลกั ทรพั ยแ% หง( ประเทศไทย โดยศึกษาหนุ สามญั ในตลาด
หลักทรัพยแ% หง( ประเทศไทย (SET) และตลาด MAI (Market for Alternative Investment) ระหวา( งเดือน ตลุ าคม
พ.ศ.2531 – มิถนุ ายน พ.ศ. 2555 ทงั้ นไ้ี ม(รวมกองทุนอสังหารมิ ทรพั ย%และบรษิ ัทท่เี ขาข(ายอาจถูกเพกิ ถอนหรืออย(ใู น
ระหว(างฟzน• ฟกู ิจการ ผวู ิจยั ไดจัดกลมุ( P/E ดวยวธิ กี าร 2 รปู แบบ คอื 1). แยกหุนที่มี P/E ตดิ ลบจากหุนทม่ี ี P/E บวก
และแบ(งหนุ ท่มี ี P/E เป"นบวกออกเป"น 10 กล(ุมตามระดบั ของ P/E และ 2). รวมหุนท้งั หมดท้งั ที่มี P/E เป"นบวกและ
ลบ และแบ(งเปน" 10 กล(มุ ตามระดับของ P/E โดยวเิ คราะห%ผลตอบแทนหรอื การเปลีย่ นแปลงของราคาหลกั ทรพั ย%
เม่ือถือหุนไวเป"นเวลา 1, 2, 3, 6, 12, 18, 24, 30, 36, 48 และ 60 เดอื น การคาํ นวณผลตอบแทนใชราคา
ปnดท่ีปรบั คา( แลว (Adjusted price) ท่รี ายงานใน SETSMART ทมี่ ีผลตอ( มลู ค(าของกจิ การแลว การวิจัยกําหนดให
วันทล่ี งทุนซ้ือหนุ คอื ทกุ วันทําการแรกของเดอื นและวนั ทีข่ ายหนุ คือ วนั ทาํ การสุดทายของเดอื นในแตล( ะชว( งเวลาการ
ถอื หุน
หากแยกหนุ ทีม่ ี P/E ตดิ ลบจากหนุ ท่มี ี P/E บวก พบวา( กล(มุ decile 1 (กลมุ( หนุ ท่มี ี P/E มคี า( เปน" บวก
ต่ําๆ) ใหผลตอบแทนมากกวา( SET ทร่ี ะยะเวลา 1, 2, 3, 6, 12, 18, 24, 30, 36, 48 และ 60 เดอื น คดิ เป"น
รอยละ 3.0, 6.2, 8.9, 15.3, 31.0, 49.2, 73.7, 412.3, 80.4, 88.5 และ 121.9 ตามลาํ ดบั และหากวเิ คราะหห% ุน
โดยแบ(ง P/E เป"นบวกและลบเปน" 10 พบว(า กลุม( decile 1 (กลุ(มหนุ ท่มี ี P/E ตาํ่ ทีส่ ุด) ใหผลตอบแทนมากกวา(
SET ทร่ี ะยะเวลา 1, 2, 3, 6, 12, 18, 24, 30, 36, 48 และ 60 เดือน คิดเปน" รอยละ 0.7, 0.9, 2.0, 4.2,
6.5, 11.2, 19.0, 21.0, 29.7, 42.2, และ 57.1 จากผลการวจิ ัยพบวา( หุนทม่ี ี P/E ตา่ํ ๆ จะใหผลตอบแทนมากกว(า
P/E ทม่ี ีค(าบวกสงู ๆ ส(วนบริษัทที่มี P/E ตดิ ลบ ซึ่งตลาดหลกั ทรพั ยไ% ม(รายงานคา( P/E น้ัน สามารถใหผลตอบแทนท่ี
เป"นบวกไดเชน( กัน แต(ไมเ( ทา( กบั บรษิ ทั มีคา( P/E เป"นบวกตํา่ ๆ
โดยสรปุ แลว นกั ลงทนุ สามารถใชกลยทุ ธท% ่ีพฒั นาในการวจิ ยั นีเ้ พื่อประกอบการตดั สนิ ใจลงทุนในตลาด
หลักทรัพย%แหง( ประเทศไทย
~ 64 ~
การประชมุ วิชาการนําเสนอโครงงานนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร ประจําป 2556
การสํารวจโฆษณาผลิตภัณฑ;ผวิ ขาวที่ผดิ กฎหมายซง่ึ เผยแพรCบนอินเทอร;เนต็
ชัยทัต เศรษฐพงศ, สงวน ลอื เกียรตบิ ณั ฑติ
ภาควชิ าบรหิ ารเภสชั กิจ, คณะเภสชั ศาสตร, มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร
อินเทอรเ% น็ตเปน" ชอ( งทางสาํ คญั ในการโฆษณาผลิตภัณฑ%ผวิ ขาว เกดิ กระแสคา( นิยมผวิ ขาวที่เพิม่ สงู ขนึ้ ทําใหมี
การใชผลิตภณั ฑ%ผวิ ขาวท้ังในรปู แบบการทา กนิ และฉดี การศกึ ษาครง้ั น้ีมีวตั ถปุ ระสงค%เพื่อสํารวจโฆษณาผลิตภัณฑ%
ผิวขาวทีผ่ ดิ กฎหมายซ่งึ เผยแพรบ( นอินเทอรเ% น็ต โดยสํารวจเว็บเพจท่มี เี น้ือหาโฆษณาผลติ ภัณฑ%ผวิ ขาวเป"นภาษาไทย
จากโปรแกรมคนหากูเกิล เคร่ืองมือที่ใชในการวิจัยคือแบบบันทึกขอมูล ศึกษาขอมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ% เน้ือหา
โฆษณาท่ีกล(าวอาง และประเมินโฆษณาโดยใชกฎหมายท่ีเก่ียวของ ผลการศึกษาพบว(ามีเว็บเพจที่มีการโฆษณา
ผลติ ภัณฑผ% ิวขาว 99 เว็บเพจ รวมผลติ ภณั ฑ%ผิวขาวจาํ นวน 401 ผลิตภัณฑ% ประเภทของผลิตภัณฑ%ที่พบมากที่สุดคือ
เครื่องสําอาง รอยละ 63.59 รูปแบบของผลิตภัณฑ%ผิวขาวตามนิยามของผูประกาศโฆษณาที่พบมากท่ีสุดคือ
ผลติ ภณั ฑ%เสริมอาหาร รอยละ 20.70 รองลงมาคือ ครีมผิวขาว รอยละ 17.46 การกล(าวอางสรรพคุณของผลติ ภัณฑ%
ทพ่ี บมากที่สดุ คือ ขาวใส รอยละ 24.67 รองลงมาคือ ขาวกระจ(างใส รอยละ 7.15 การกล(าวอางประสิทธิภาพหรือความ
ปลอดภัยของผลิตภัณฑ%ท่ีพบมากท่ีสุดคือ บุคคลที่ประสบความสําเร็จในการทําใหผิวขาว รอยละ 31.35 รองลงมาคือ
บคุ คลที่มีชอ่ื เสยี ง รอยละ 20.24 จํานวนผลิตภัณฑท% มี่ ีขอความผดิ กฎหมายมากทสี่ ดุ คือ พระราชบัญญัติเครื่องสําอาง
พ.ศ. 2535 โดยมีขอความทม่ี ลี ักษณะเป"นการกลา( วอางวา( สามารถทาํ ใหสีผวิ มีการเปลีย่ นแปลงหรือขาวขึน้ มากกว(าสี
ผิวเดิมตามธรรมชาติ รอยละ 51.57 รองลงมาคอื พระราชบัญญัตอิ าหาร พ.ศ.2522 โดยมีขอความโฆษณาสรรพคุณ
ของอาหารอันเป"นเท็จหรือหลอกลวงใหเกิดความหลงเช่ือโดยไม(สมควร โฆษณาโดยไม(ไดรับอนุญาต และไม(แสดง
ขอความว(าไม(มีผลในการปVองกันหรือรักษาโรค รอยละ 12.30 การศึกษาพบเว็บเพจโฆษณาที่ผิดกฎหมาย รอยละ
93.94 และผลิตภัณฑ%ที่โฆษณาผิดกฎหมาย รอยละ 95.26 แบ(งประเภทผลิตภัณฑ%คือ เคร่ืองสําอาง รอยละ 59.10
อาหาร รอยละ 23.44 และยา รอยละ 12.72 การศึกษาแสดงใหเห็นว(า ประเทศไทยยังคงประสบปญหาการกํากับ
ดูแลการโฆษณาผา( นสอ่ื อนิ เตอร%เน็ต ดังน้ันหนว( ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบจึงจําเปน" ตองใหความสนใจ ปรับปรุงมาตรการเฝVา
ระวัง ควบคมุ กํากับดแู ล และแกไขปญหาการโฆษณาผลติ ภัณฑ%เหล(าน้ีใหครอบคลุมยิ่งข้นึ
~ 65 ~