The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tnprungma, 2022-05-02 03:36:35

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวิชาวิทยาศาสตร์
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 65
หินแสลาะรซราอกบดตึกัวดเารบารรพ์

โดย นายธนพล หรงั่ มา ตาแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย
โรงเรยี นบา้ นน้ากอ้ (ราษฎรป์ ระดษิ ฐว์ ทิ ยา)
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต ๒
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 1

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 วชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 หนิ และซากดึกดำบรรพ์
เร่อื ง กระบวนการเกิดหนิ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 หนิ ในธรรมชาติ
จำนวน 4 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
ว 3.2 ป .6/1 เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ก ิ ด ห ิ น อ ั ค น ี ห ิ น ต ะ ก อ น แ ล ะ ห ิ น แ ป ร
และอธบิ ายวฏั จกั รหนิ จากแบบจำลอง

2. สาระการเรยี นรู้
กระบวนการเกิดหินอคั นี หนิ ตะกอน หนิ แปร และวัฏจักรหิน

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
หินอัคนีเกิดมาจากการเย็นตัวของแมกมา หินตะกอนเกิดมาจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกดทั0

บและมีสารเชื่อมประสานจึงเกิดเป็นหิน หินแปรเกิดมาจากการแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหินอัคนี หิน
ตะกอน หรอื หนิ แปร โดยการกระทำของความรอ้ น ความดนั และปฏิกริ ยิ าเคมี หินอัคนี หนิ ตะกอน และหินแปร มี
การเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึ่งไปเป็นอกี ประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบรูปการเปลีย่ นแปลงคงท่ี
และตอ่ เนือ่ งเปน็ วฏั จักร

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดหินอคั นี หินตะกอน และหนิ แปรได้ (K)
2) อธิบายวฏั จักรหินจากแบบจำลองได้ (K)
3) สร้างแบบจำลองวฏั จักรหินได้ (P)
4) ยกตวั อย่างกระบวนการเกิดหนิ ที่พบในชีวิตประจำวนั ได้ (A)

2

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1) การสงั เกต 1) มีวินัย
2) การคดิ ข้นั สูง 2) จำแนกประเภท 2) ใฝ่เรียนรู้
3) การลงความเหน็ จากขอ้ มูล 3) มุ่งมั่นในการทำงาน
3) การสอ่ื สาร 4) การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มูล
4) การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม 5) การตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
6) การอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาติและ 6) การสร้างแบบจำลอง

วทิ ยาการอยา่ งย่งั ยนื

5. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้

ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 2
2) วสั ดุ-อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นกจิ กรรมท่ี 1 กระบวนการเกดิ หิน
3) วัสดุ-อปุ กรณท์ ใี่ ช้ในกจิ กรรมสาธติ กระบวนการเกิดหิน
4) QR Code เรื่อง การเกิดหนิ อคั นีพุ
5) QR Code 3D เรอ่ื ง วัฏจักรหิน
6) PowerPoint เรื่อง หินในธรรมชาติ
7) ใบงานที่ 6.1 หินในทอ้ งถ่ิน
8) บัตรภาพหนิ
9) กระดาษปรฟู๊
10) สมดุ ประจำตัวนกั เรยี น

แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) ปา้ ยนเิ ทศ
3) อินเทอรเ์ นต็

3

6. การวัดและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการวัด วิธีวัด เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

1) กจิ กรรมท่ี 1 - ตรวจสมุดประจำตวั - สมดุ ประจำตวั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

กระบวนการเกิดหิน

2) ใบงาน 6.1 - ตรวจใบงาน 6.1 หนิ - ใบงาน 6.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

หินในท้องถนิ่ ในทอ้ งถ่นิ หนิ ในทอ้ งถิ่น

3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - คุณภาพอยู่ในระดับ ดี

ทำงานรายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

(A)

4) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกต - คุณภาพอยู่ในระดับ ดี

ทำงานกลมุ่ ทำงานกลมุ่ พฤติกรรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์

กลุ่ม

หมายเหตุ : แบบสงั เกตพฤตกิ รรมประเมนิ รายเทอม

4

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (4 ชั่วโมง)

ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั นำ (20 นาที)

ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ

1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 หินและซากดึกดำบรรพ์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก
จำนวน 10 ข้อ (หมายเหตุ : ครตู รวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือประเมินความรเู้ ดมิ และเข้าใจผเู้ รียนเพ่ือ
ใช้ในการจัดกจิ กรรม)

2. นักเรยี นสงั เกตลกั ษณะความเหมอื นและความแตกตา่ งของหินแต่ละชนดิ จากตวั อยา่ งหินทค่ี รูเตรียมมา
3. นกั เรียนตอบคำถามต่อไปน้ี

- หินแต่ละกอ้ นมลี กั ษณะอยา่ งไร
(แนวคำตอบ ข้ึนอยกู่ ับลกั ษณะของหินทคี่ รูนำมาใหน้ กั เรียนสังเกต)
- เพราะเหตใุ ดหนิ จึงมลี ักษณะแตกตา่ งกนั
(แนวคำตอบ เพราะหินแตล่ ะชนิดมกี ระบวนการเกิดแตกตา่ งกัน)
- หินเกิดข้ึนได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ตอบตามความคดิ เหน็ ของนกั เรียน เชน่ เกดิ จากการทับถม)
4. นักเรียนอ่านสาระสำคัญและดูภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 2 หน้านี้ จากนั้นครูถาม
คำถามว่า นักเรียนคิดว่า หินในภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ อย่างไร แล้วร่วมกันตอบอยา่ ง
อิสระ
(แนวคำตอบ สามารถนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ เชน่ ใช้ตกแต่งบรเิ วณสวนหย่อม)
5. นกั เรียนดภู าพในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 2 หนา้ 25 และตอบคำถามวา่ ลาวาท่ีเกิดจากการ

ปะทุของภเู ขาไฟเกี่ยวข้องกับการเกิดหินหรือไม่ อย่างไร

(แนวคำตอบ เกีย่ วข้อง เพราะลาวาทเ่ี กิดจากการปะทขุ องภเู ขาไฟเม่ือเยน็ ตัวลงจะกลายเป็นหนิ อคั นีพุ)
6. นักเรียนอา่ นกิจกรรมชวนอ่าน ชวนคดิ ก่อนเรยี น ตอน ประโยชนข์ องหิน ในหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ฯ ป.

6 เลม่ 2 หน้า 26 และตอบคำถามชวนตอบต่อไปนี้
- หินคอื อะไร และเราสามารถนำหินชนิดต่างๆ มาใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ หิน คือ วัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ประกอบด้วยแร่ตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป
สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ได้หลายดา้ น เชน่ สรา้ งผนังบา้ น ทำครกหิน ปพู น้ื )

5

7. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อโยงเข้าสู่กิจกรรมว่า หินเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หินเป็น
ส่วนประกอบของเปลือกโลกที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง มีรูปร่าง และปริมาณที่แน่นอน นักวิทยาศาสตร์
จำแนกหนิ ตามกระบวนการเกิดไดเ้ ป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ หินอคั นี หนิ ตะกอน และหนิ แปร วนั นี้เราจะมา
เรยี นร้วู า่ หินเกดิ ขน้ึ ได้อย่างไร จากกิจกรรมตอ่ ไปน้ีเข้าใจของตนเอง)

ข้ันสอน (25 นาที)

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน จากน้ันศกึ ษาข้นั ตอนการทำกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดหิน

ในหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เลม่ 2 หนา้ 28
2. นักเรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมที่ 1 กระบวนการเกิดหิน ตอนท่ี 1 โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี

1) ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั สืบค้นข้อมูลเกีย่ วกับกระบวนการเกิดหนิ อัคนี หินตะกอน และหินแปร จากน้ัน
บันทึกลงในสมดุ ประจำตวั

2) นกั เรยี นสง่ ตัวแทนกลุ่มมาจับสลากหัวข้อการนำเสนอกระบวนการเกดิ หนิ ดงั นี้
- หวั ขอ้ กระบวนการเกิดหินอคั นี
- หัวข้อ กระบวนการเกดิ หนิ ตะกอน
- หัวข้อ กระบวนการหินแปร

3) ให้นักเรยี นวาดภาพเพื่ออธิบายการเกิดหินตามชนิดท่ีจับสลากได้ ลงในกระดาษปรู๊ฟพร้อมตกแต่งให้
สวยงาม
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นกั เรียน โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม)

ขน้ั อธบิ ายความรู้

1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอข้อมลู กระบวนการเกิดหนิ ตามหวั ขอ้ ที่ไดร้ บั มอบหมาย
2. นักเรยี นตอบคำถามวา่ หินอคั นีเกิดขึ้นได้อย่างไร

(แนวคำตอบ หินอคั นีเกดิ จากการรวมตัวของแรท่ เี่ ย็นตัวและตกผลึกจากหินหนดื ทีอ่ ณุ หภมู สิ ูง)
3. ครูสาธติ กระบวนการเกิดหินอคั นี โดยปฏิบัติ ดงั นี้

1) นำเศษสีเทยี นสีตา่ งๆ ใส่ในบกี เกอร์ขนาด 100 mL เททรายลงไป และเติมน้ำลงไปใหท้ ่วมทราย
2) นำไปตั้งบนตะแกรง จุดตะเกียงแอลกอฮอล์ นักเรียนสังเกตการเปลย่ี นแปลง
3) เม่อื สเี ทียนหลอมละลายเรยี บร้อยแลว้ ดบั ไฟ และตง้ั ท้งิ ไว้ให้สีเทยี นแข็งตวั ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการ

เปลี่ยนแปลง
4. นักเรียนตอบคำถามวา่ ถ้าเปรียบเทยี บสีเทยี นตอนท่ีหลอมละลายเป็นหนิ หนืด แล้วสีเทียนตอนที่แขง็ ตัว

เปน็ อะไร (แนวคำตอบ หนิ อคั นี)

6

5. นักเรยี นสแกนร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกบั การเกดิ หนิ อัคนพี ุ
6. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการเกดิ หนิ อัคนีว่า เกิดจากการเย็นตัวและตกผลึกของหนิ หนืด โดยหินอคั นีท่ี

เยน็ ตวั ใตเ้ ปลือกโลกเรียกหนิ อัคนกี ลมุ่ นี้ว่า หินอัคนีแทรกซอนหรอื หนิ อคั นีระดับลึก ส่วนหนิ อัคนีที่แข็งตัว
บนโลก เรยี กหนิ อัคนกี ลุม่ นว้ี า่ หินภูเขาไฟหรือหินอัคนีพุ
7. ครูใช้ไม้บรรทัดสับสีเทียนแต่ละสีให้มีขนาดเล็กๆ บนกระดาษ A4 จากนั้นนำสีเทียนที่สับเทลงในถ้วย
ซลิ ิโคนทลี ะสี แล้วบบี อดั กดทบั สเี ทียนในถว้ ยไปเรอ่ื ยๆ จากน้นั ให้นักเรียนสงั เกตลกั ษณะของสีเทียน
(หมายเหตุ : ครูอาจใหน้ กั เรยี นมีส่วนรว่ มในการสาธติ )
8. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมว่า สเี ทยี นทถ่ี ูกบีบอัดเปรยี บเหมอื นหินตะกอนหรือหนิ ช้นั ซึง่ หินตะกอนเกดิ จากการทับ
ถมของเศษหนิ ทผี่ ุกร่อน แล้วถกู พดั พามาสะสมรวมกนั ทำให้ตะกอนเกิดการถูกบีบอัด กดทบั และเกิดการ
เช่ือมประสานเมด็ ตะกอนจนทำใหช้ ้ันหนิ กลายเปน็ หนิ ตะกอน
9. นกั เรยี นตอบคำถามว่า หนิ แปรเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ หินแปรเกิดจากการแปรสภาพของหนิ อัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยมกี ารตกผลกึ ใหม่ของแร่ใน
สภาวะท่ีเปน็ ของแข็ง เน่อื งจากความร้อนและความดนั ภายในโลก)
ขั้นสรุป (5 นาที)
นักเรียนร่วมกันอภิปรายกจิ กรรมกระบวนการเกิดหิน โดยมีใจความสำคัญคือ หินอัคนี หินตะกอน และ
หินแปร มีการเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบรูปการ
เปล่ียนแปลงคงที่และต่อเนื่องเปน็ วฏั จักร

ข้นั ประเมนิ

ขั้นตรวจสอบผล
1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 หินและซากดึกดำบรรพ์ เพื่อตรวจสอบความรู้

พนื้ ฐานของนักเรยี น
2. การตอบคำถามของนกั เรียนจากกิจกรรมชวนอา่ น ชวนคดิ กอ่ นเรยี น ตอน ประโยชน์ของหนิ
3. การสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคลและพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

7

ชว่ั โมงท่ี 2
ข้ันนำ (5 นาที)

ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครูทบทวนสิง่ ทไี่ ด้เรียนรู้ในชว่ั โมงทผี่ ่านมาเกีย่ วกบั การเกิดการเปล่ียนแปลงของหนิ
ขัน้ สอน (50 นาที)

ขั้นขยายความเข้าใจ

1. ครูเปดิ PowerPoint เรื่อง หนิ ในธรรมชาติ ให้นักเรียนดู เพ่ือเพม่ิ เตมิ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การกระบวนการ
เกดิ หนิ จากนน้ั ให้นกั เรียนแลกเปลีย่ นความร้เู กีย่ วกบั กระบวนการเกดิ หินกับสมาชกิ ในกล่มุ

2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นำความรทู้ ่ไี ดม้ าออกแบบและสรา้ งแบบจำลองวัฏจักรของหนิ
3. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น โดยใชแ้ บบจำลองวัฏจักรหนิ อธบิ ายเปรยี บเทยี บกระบวนการเกิด

หินอัคนี หนิ ตะกอน และหินแปร
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายกลมุ่ )
ขั้นสรปุ (5 นาท)ี
นักเรียนรว่ มกนั สรปุ กจิ กรรมท่ี 1 กระบวนการเกิดหนิ ตอนที่ 1 วา่ หินอคั นีเกิดมาจากการเยน็ ตัวของแมก
มา หินตะกอน เกิดมาจากการทับถมของตะกอนเม่ือถูกแรงกดทับและมสี ารเชื่อมประสานจึงเกิดเป็นหิน หินแปร
เกิดมาจากการแปรสภาพของหนิ เดิม ซึ่งอาจเป็นหินอัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยการกระทำของความร้อน
ความดัน และปฏิกริ ยิ าเคมี

ขัน้ ประเมิน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจผลการทำกิจกรรมสร้างแบบจำลองวฏั จกั รของหิน พรอ้ มตรวจให้คะแนนชิน้ งาน
2. การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คลและพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่

8

ชง่ั โมงท่ี 3
ข้นั นำ (5 นาที)

ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
นักเรียนตอบคำถามเพอื่ ทบทวนความรู้เดมิ ว่า หินทเ่ี ยน็ ตัวใตเ้ ปลอื กโลก เราเรยี กหินกลุ่มนว้ี า่ อะไร

(แนวคำตอบ หินอัคนีแทรกซอนหรือหนิ อัคนรี ะดบั ลกึ )
ข้ันสอน (45 นาท)ี

ขัน้ สำรวจคน้ หา
แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเปน็ กลุ่มละ 4-5 คน (กลุ่มเดมิ ) ปฏบิ ตั ิกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดหิน ตอนที่ 2
โดยปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1) ส่งตัวแทนออกมารบั วัสดุ-อปุ กรณใ์ นการทำกิจกรรม
2) แต่ละกลุ่มชว่ ยกันสงั เกตหินจากชุดหนิ ตัวอย่างทีค่ รเู ตรยี มให้
3) จำแนกหินจากชุดตัวอย่างหิน โดยใช้เกณฑ์กระบวนการเกิดหิน แล้วบันทึกผลลงในสมุด
ประจำตัว
4) ช่วยกันนำผลการจำแนกมาจัดทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนผัง แผนภาพ ตาราง ลงในกระดาษ
แขง็ แผ่นใหญ่ พรอ้ มตกแตง่ ใหส้ วยงาม
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน
2. นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
- หินอคั นแี ทรกซอนหรอื หินอคั นีระดบั ลกึ มลี ักษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ หินมเี น้ือหยาบและแนน่ แขง็ เพราะมแี ร่หลายชนิดเป็นสว่ นประกอบอย่ใู นเนื้อหิน)
- หนิ ภเู ขาไฟมีลักษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ เน้อื หินเป็นรูพรุน บางชนดิ มีเนือ้ หินละเอยี ด)
- ลักษณะหินตะกอนกับหนิ แปรแตกตา่ งกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ เนื้อหินตะกอนส่วนใหญ่มลี ักษณะเปน็ เม็ดตะกอน บางชนิดเป็นเนื้อผลึกที่ยึดเกาะ
กัน บางชนิดมลี ักษณะเปน็ ชั้นๆ ส่วนเนือ้ หินแปรบางชนิดผลึกแรเ่ รียงตัวขนานกันเป็นแถบ บาง
ชนดิ แซะออกเป็นแผน่ ได้ บางชนิดมีความแข็งมาก)

9

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ

ครสู แกน QR Code 3D เร่อื ง วฏั จกั รหิน เพ่ืออธิบายเกีย่ วกบั วัฏจักรหนิ
ขั้นสรปุ (10 นาที)

1. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายและสรปุ กจิ กรรมท่ี 1 กระบวนการเกิดหนิ ตอนท่ี 2 ว่า หินอคั นี หินตะกอน
และหินแปร เปน็ หนิ ในธรรมชาตทิ ่ีมีความสมั พนั ธก์ นั เพราะแต่ละประเภทมกี ารเปลย่ี นแปลงจากประเภท
หน่ึงไป เป็นอกี ประเภทหน่ึง หรือเปลย่ี นแปลงกลับมาเปน็ ประเภทเดมิ ได้ แตม่ ีสมบตั บิ างประการ
เปลี่ยนแปลงไป

2. ครนู ดั หมายให้นกั เรียนเตรยี มหินในทอ้ งถนิ่ มาคนละ 1 ชนิด เพ่อื ทำกจิ กรรมในชวั่ โมงถดั ไป

ขั้นประเมนิ

ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูใหค้ ะแนนจากพฤตกิ รรมการตอบคำถาม
2. การสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คลและพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ

10

ชว่ั โมงท่ี 4
ขัน้ นำ (5 นาที)

ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ทบทวนความรู้เดิมนักเรียน โดยแจกบัตรภาพหนิ ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น จากนั้นให้สงั เกตลักษณะของ
หนิ และจำแนกวา่ เปน็ หินชนิดใด ถ้าแปรสภาพจะกลายเป็นหนิ ชนดิ ใดหรอื แปรสภาพมาจากหินชนิดใด
2. นกั เรียนคนที่จบั ไดห้ นิ แปรตามหาเพอื่ นที่จบั ไดห้ นิ ท่ีจะกลายมาเปน็ หนิ แปรตามหนิ ในบัตรภาพ

สมุ่ นักเรียนแตล่ ะคูน่ ำเสนอตัวอยา่ งการแปรสภาพของหนิ
ข้ันสอน (45 นาท)ี

ขน้ั อธบิ ายความรู้

1. นักเรยี นแต่ละคู่นำหินในท้องถน่ิ ท่ีเตรยี มมาวิเคราะห์ลกั ษณะของหนิ แหล่งท่ีมา และจำแนกประเภทของ
หิน จากนนั้ บนั ทึกลงในใบงาน 6.1 หินในทอ้ งถิน่

2. นกั เรยี นแตล่ ะคู่นำเสนอผลการทำกจิ กรรม
ข้นั สรุป (10 นาท)ี
นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมว่า หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร มีการเปลี่ยนแปลงจาก

ประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหน่งึ หรอื ประเภทเดมิ ได้ โดยมแี บบรูปการณ์เปล่ยี นแปลงคงที่และต่อเนื่องเป็นวัฏ
จักร

ขน้ั ประเมิน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคลและพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
2. ตรวจใบงาน 6.1 หนิ ในท้องถน่ิ

11

สื่อ

ใบงานท่ี 6.1
หนิ ในท้องถ่ิน

คำช้แี จง : ให้นักเรียนนำหินที่มอี ยใู่ นท้องถนิ่ สังเกตลักษณะของหนิ แหล่งท่มี า และจำแนกประเภทของหนิ
ภาพวาดตัวอยา่ งหนิ

ขอ้ มลู ตวั อย่าง

แหล่งทพี่ บ : ……………………………………………………………………………………………………………………………
ลกั ษณะหนิ : ……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ประเภทหิน : ........................................................................................................................................

12

บตั รภาพหิน



หินแกรนติ หินไนส์

หินทราย หนิ ควอร์ตไซต์

13

บตั รภาพหิน



หินดินดาน หินชนวน

หนิ ปนู หนิ ออ่ น

14

บตั รภาพหิน



หนิ ชนวน หนิ ชสี ต์

แบบบนั ทึกคะแนน (K) 15
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 3 กระบวนการเกิดหนิ
รวม
รายการประเมิน 10

ท่ี ชือ่ -สกุล กิจกรรมท่ี 2 สรปุ สาระสำคัญ 8
8
1 ด.ช.สิทธกิ ร สงิ ห์รกั ษ์ หินมปี ระโยชน์อยา่ งไร ประจำบทท่ี 1 8
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ 10
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล (5) (5) 10
4 ด.ช.ณฐั นนั ท์ กองสง 9
5 ด.ญ.เมทิตา สีเล่ือม 44 10
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 9
7 ด.ญ.รัตนด์ าวรรณ โสภาเถร 44 9
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปันทะนะ 8
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอุดม 44 10
10 ด.ญ.จิดาภา ปวงสุข 9
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 55
12 ด.ญ.ธนัชชา บุญตา
44

54

55

54

54

44

55

45

ลงชอ่ื ..........................................................ผู้ตรวจ
(นายธนพล หรงั่ มา)

16

แบบประเมนิ สมรรถนะหลัก (S)
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 กระบวนการเกิดหนิ

รายการประเมิน

ท่ี ช่อื -สกลุ 2) การคิด ั้ขนสูง (4) รวม ระดับความสามารถ
2) การส่ือสาร (4) (16)
4) การรวมพลัง
ทำงานเ ็ปน ีทม (4)
6) การอ ู่ยร่วม ักบ
ธรรมชา ิต และ
ิวทยาการอ ่ยาง ั่ยง ืยน

(4)

1 ด.ช.สิทธิกร สงิ ห์รกั ษ์ 3 3 3 4 13 สามารถ
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ 3 2 4 3 12 สามารถ
3 ด.ช.ณฐั พล ตาแล 3 2 4 3 12 สามารถ
4 ด.ช.ณัฐนันท์ กองสง 4 3 4 4 15 เหนือความคาดหวงั
5 ด.ญ.เมทติ า สีเลื่อม 4 3 4 4 15 เหนอื ความคาดหวงั
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 3 3 4 3 13 สามารถ
7 ด.ญ.รัตนด์ าวรรณ โสภาเถร 4 4 4 4 16 เหนือความคาดหวงั
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 3 3 4 3 13 สามารถ
9 ด.ญ.อภริ ดี โฉมอดุ ม 3 3 4 3 13 สามารถ
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสุข 3 3 3 4 13 สามารถ
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 3 3 4 3 13 สามารถ
12 ด.ญ.ธนชั ชา บุญตา 4 3 4 4 15 เหนอื ความคาดหวงั

ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นายธนพล หรงั่ มา)

17

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ระดับความสามารถ
ช่วงคะแนน เหนือความคาดหวงั
14 - 16
11 - 13 สามารถ
8 - 10 กำลงั พฒั นา
ตำ่ กวา่ 7
เร่มิ ต้น

แบบประเมินด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) 18
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 กระบวนการเกิดหิน
รวม ระดบั
รายการประเมิน (24) คุณภาพ

ที่ ชอื่ -สกลุ
การสร้างแบบจำลอง
(4)

การ ีตความหมาย

้ขอมูลและลง ้ขอสรุป

(4)
การจัดกระทำและส่ือ
ความหมาย ้ขอมูล (4)
การลงความเ ็หนจาก

้ขอมูล (4)
จำแนกประเภท(4)

การสังเกต (4)

1 ด.ช.สิทธกิ ร สิงห์รกั ษ์ 4 3 3 4 3 4 21 ดี
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ 4 3 3 4 3 4 21 ดี
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 3 3 4 3 4 21 ดี
4 ด.ช.ณัฐนนั ท์ กองสง 4 4 4 4 4 4 24 ดีมาก
5 ด.ญ.เมทติ า สีเล่ือม 4 4 4 4 4 4 24 ดมี าก
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 4 4 4 4 3 4 23 ดมี าก
7 ด.ญ.รตั น์ดาวรรณ โสภาเถร 4 4 4 4 4 4 24 ดีมาก
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปันทะนะ 4 3 4 4 3 4 22 ดมี าก
9 ด.ญ.อภริ ดี โฉมอดุ ม 4 3 3 4 3 4 21 ดี
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสุข 4 3 3 4 4 4 22 ดีมาก
11 ด.ญ.ณชิ า ผลถาวร 4 4 3 4 4 4 23 ดีมาก
12 ด.ญ.ธนัชชา บุญตา 4 4 3 4 4 4 23 ดีมาก

ลงชื่อ............................................................ผู้ประเมิน

(นายธนพล หรงั่ มา)

19

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั

ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

22 – 24 ดีมาก

19 – 21 ดี

16 – 18 พอใช้

ตำ่ กว่า 15 ปรับปรงุ

20

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (A)
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 กระบวนการเกิดหิน

ลกั ษณะ/พฤติกรรมบง่ ช้ี

ท่ี ชอ่ื -สกลุ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการ รวม ระดบั คณุ ภาพ

1 ด.ช.สิทธกิ ร สงิ ห์รกั ษ์ (4) (4) ทำงาน (4) (12) ดี
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ ดีมาก
3 ด.ช.ณฐั พล ตาแล 33 2 8
4 ด.ช.ณฐั นันท์ กองสง ดี
5 ด.ญ.เมทิตา สีเล่อื ม 4 4 3 11 ดีมาก
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว ดมี าก
7 ด.ญ.รตั นด์ าวรรณ โสภาเถร 23 4 9 ดมี าก
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปันทะนะ ดีมาก
9 ด.ญ.อภริ ดี โฉมอดุ ม 4 4 4 12
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสขุ ดี
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 4 4 4 12 ดีมาก
12 ด.ญ.ธนชั ชา บญุ ตา
4 4 3 11 ดี
ดี
4 3 4 11 ดีมาก

3 3 4 10

4 4 3 11

3 3 4 10

3 3 4 10

4 4 4 12

ลงชอื่ .....................................................ผปู้ ระเมิน
(นายธนพล หรัง่ มา)

21

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
เกณฑ์การตดั สินพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
11-12 ดมี าก
8-10 ดี
5-7 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 22

กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 วชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ปกี ารศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 6 หนิ และซากดึกดำบรรพ์
เรอื่ ง ประโยชน์ของหินและแร่ หนว่ ยย่อยที่ 1 หนิ ในธรรมชาติ
จำนวน 3 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใชป้ ระโยชน์ของหินและแรใ่ นชีวิตประจำวันจากข้อมูลท่ี

รวบรวมได้

2. สาระการเรยี นรู้
ประโยชนข์ องหินและแรใ่ นชีวิตประจำวัน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
หินและแร่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ อุปกรณ์ทาง

การแพทย์ นำหินมาใช้ในงานก่อสรา้ งต่าง ๆ

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) บรรยายการใชป้ ระโยชน์ของหนิ และแร่ได้ (K)
2) นำหนิ และแร่มาใชป้ ระโยชน์ได้ (P)
3) การนำความรู้เร่อื งหินและแร่ที่อยใู่ นทอ้ งถิน่ มาใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวันได้ (A)

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
2) การคดิ ขั้นสูง 1) การสงั เกต 1) มวี ินัย
3) การสอ่ื สาร 2) การลงความเหน็ จากขอ้ มูล 2) ใฝเ่ รยี นรู้
4) การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม 3) การจัดกระทำและส่อื ความหมายข้อมูล 3) มุ่งมัน่ ในการทำงาน
6) การอยู่ร่วมกับธรรมชาตแิ ละ 4) การตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรปุ

23

5. สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้

สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 2
2) วัสด-ุ อุปกรณ์ท่ใี ช้ในกจิ กรรมที่ 2 หินมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
3) วสั ด-ุ อุปกรณท์ ีใ่ ช้ในกิจกรรมสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
4) ตารางบงิ โก เรือ่ ง หนิ
5) โจทย์คำถาม เร่อื ง หิน
6) โจทยส์ ถานการณ์
7) บัตรภาพหอ้ งน้ำ
8) สมดุ ประจำตัวนักเรียน

แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) ปา้ ยนิเทศ
3) อนิ เทอร์เนต็

6. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้

รายการวดั วธิ วี ัด เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
- สมดุ ประจำตัว - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) กิจกรรมท่ี 2 - ตรวจสมดุ ประจำตวั

หนิ มีประโยชน์

อย่างไร

2) สรุปสาระสำคัญ - ตรวจสมดุ ประจำตวั - สมดุ ประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ประจำบทท่ี 1 นกั เรยี น นักเรยี น

3) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - คุณภาพอยู่ในระดับ ดี

ทำงานรายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

(A)

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกต - คุณภาพอยู่ในระดับ ดี
ทำงานกลุม่ ทำงานกลมุ่
พฤติกรรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์

กลมุ่

หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤตกิ รรมประเมินรายเทอม

24

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (3 ชั่วโมง)
ชว่ั โมงท่ี 1

ข้นั นำ (5 นาท)ี

ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ทบทวนความรู้เดิมช่วั โมงที่แลว้ โดยให้นักเรียนบอกชื่อหินชนดิ ต่างๆ ทีร่ ูจ้ ัก และครูเขียนชื่อหินที่นักเรียน
บอกไว้ที่หนา้ กระดาน (ชอื่ หินท่ีเขยี นหน้ากระดานพิจารณาจากชนดิ หินในบัตรโจทยค์ ำถามประกอบด้วย
หากกรณีชอ่ื หินบางชนดิ ท่ีนักเรียนไม่ได้บอก ครูเขยี นเพ่มิ เติมลงไปได)้ ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรม บิงโกช่ือ
หิน โดยนกั เรยี นปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
1) จับคู่กนั แล้วรับตารางบิงโก เร่อื ง หิน 1 แผน่ ตอ่ คู่
2) เขียนชอื่ หนิ ชนดิ ต่างๆ ท่นี ักเรียนชอบหรอื ร้จู ักจากหน้ากระดานลงในตารางบงิ โก
3) ครูสมุ่ เลอื กบัตรโจทย์คำถามขน้ึ มาทีละใบ จากนัน้ ครูเปน็ คนอา่ นโจทย์คำถาม ให้นักเรียนชว่ ยกัน
ตอบ
4) ถา้ คำตอบตรงกับชนดิ หนิ ที่นกั เรยี นเขียนไวใ้ นตารางบงิ โกให้กากบาททับ
5) ถ้ามีนักเรียนคู่ใดกากบาทได้ตามแนวที่กำหนด เช่น แนวตั้ง แนวนอน แนวทแยง ก็ถือว่าเป็นผู้
ชนะใหย้ กมือ แลว้ พูดว่า “บิงโก”
2. นักเรียนยกตัวอย่างการนำหินมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันทีน่ ักเรียนพบ เช่น ปูพื้นทางเดิน ทำที่น่ัง
ทำครก
3. ครสู นทนากับนกั เรียนเพื่อเชอ่ื มโยงเขา้ สกู่ จิ กรรมว่า หินแต่ละชนิดมีสมบัติแตกตา่ งกนั เช่น หินบางชนิด มี
ความแขง็ แรงทนทาน หนิ บางชนิดมผี ลึกที่สวยงามซง่ึ เรานำหินมาใช้ประโยชน์ต่างๆ มากมาย วนั นี้เราจะ
มาเรียนร้วู ่าหินมีประโยชน์อย่างไร จากกจิ กรรมตอ่ ไปนี้

ข้นั สอน (50 นาท)ี

ข้ันสำรวจคน้ หา
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นศึกษาขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ 2 หินมีประโยชน์
อยา่ งไร ในหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เลม่ 2 หนา้ 35
2. นกั เรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 2 หินมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร โดยปฏิบัติ ดงั น้ี
1) ส่งตวั แทนกลมุ่ รบั วสั ดุ-อปุ กรณใ์ นการทำกจิ กรรม

25

2) ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสังเกตผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากหินหรือแร่ที่ครูเตรียมมา จากนั้นให้แต่ละกลุ่ม
สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่าทำมาจากหินหรือแร่ชนิดใด แล้วบันทึกผลลง
ในสมดุ ประจำตวั นกั เรยี น

3) ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าในชีวิตประจำวนั ของสมาชิกในกลุ่มเคยใช้ประโยชน์จากหินและแร่ชนิด
ใดบ้าง จากนั้นนำมาจัดทำรูปแบบตา่ ง ๆ เช่น ตารางแผนผัง แผนภาพพร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )

ขั้นอธิบายความรู้

1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้

- หินลบั มดี ทำมาจากหนิ ชนิดใด เพราะเหตุใดจึงใช้หินชนดิ น้ี
(แนวคำตอบ หินทราย เพราะลักษณะของหินทรายเป็นหินเนื้อหยาบ และประกอบด้วยแร่
ควอตซ์ทีม่ ีความแขง็ จงึ เหมาะแก่การนำมาทำเป็นหนิ ลับมดี )

- หากต้องการทำครกหนิ ควรเลือกใชห้ นิ แกรนติ หรอื หินชนวน เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ เลอื กใช้หินแกรนิต เพราะเป็นหินท่มี คี วามแขง็ แรงและสวยงาม)

(หมายเหตุ : ครปู ระเมนิ นกั เรียน โดยใชก้ ารสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคลและพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม)
ขั้นสรปุ (5 นาท)ี
นักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมที่ 2 หินมีประโยชน์อยา่ งไร ว่า หินสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลายๆ

ดา้ น เชน่ นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสฟี นั เครอ่ื งประดับ อปุ กรณ์ทางการแพทย์ นำหินมาใชใ้ นงานก่อสรา้ งต่าง ๆ

ขั้นประเมิน

ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ผลการปฏิบัติกิจกรรมท่ี 2 หนิ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร ของนกั เรียนและตรวจสมดุ ประจำตวั
2. การสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคลและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

26

ชั่วโมงท่ี 2
ข้ันนำ (5 นาท)ี

ขน้ั กระตุ้นความสนใจ

ทบทวนความรเู้ ดิมโดยใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มดูบัตรภาพหอ้ งนำ้ แล้ววงกลมล้อมรอบผลติ ภัณฑ์ท่ีทำมาจาก
หินในบัตรภาพห้องน้ำ จากนั้นร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นว่า ในบัตรภาพห้องน้ำน่าจะเป็นหินชนิด
ใดบ้าง พรอ้ มเหตุผล
(แนวคำตอบ ฝ้าเพดาน ผลิตมาจากแร่ยิปซัม กำแพงห้องที่ก่อสร้างมาจากปูนซีเมนต์ ผลิตมาจากหินปูนที่
ประกอบด้วยแร่แคลไซต์เป็นหลัก อ่างล้างหน้าเซรามิก ผลิตมาจากแร่ดิน แร่เฟลด์สปาร์และทราย พื้นกระเบื้อง
หอ้ งนำ้ ท่ปี ดู ว้ ยหินอ่อนหรือหนิ แกรนติ )

ขน้ั สอน (50 นาท)ี

ขัน้ สำรวจค้นหา
นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ออกเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน เพื่อทำกจิ กรรม รอบรูเ้ รื่องหิน โดยปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1) ครเู ขยี นตาราง 3x3 ท่กี ระดาน

2) แต่ละกลุม่ จะได้หมายเลขประจำกลุ่ม เช่น กลุ่มท่ี 1 หมายเลขประจำกลุ่ม คือ 1
3) ครูจะอ่านโจทย์สถานการณ์ จากนั้นให้นักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์จากสถานการณท์ ี่ครอู ่าน ควรใช้หนิ

หรือแรช่ นดิ ใดจึงจะเหมาะสม เมอื่ ได้คำตอบแลว้ ให้รบี ยกมือ
4) กลุ่มท่ีตอบกอ่ นและถกู จะไดไ้ ปเขยี นหมายเลขกลุ่มของตนเองในชอ่ งตารางที่กระดานทคี่ รเู ขยี นไว้
5) กรณที ่กี ล่มุ ตอบกอ่ น ตอบไมถ่ กู กลุ่มถดั ไปมีสิทธต์ิ อบ กลมุ่ ทีต่ อบถกู จะได้สิทธ์ไิ ปเขยี นหมายเลขกลุ่ม

ท่ีกระดาน
6) การเขียนหมายเลขกลุ่มที่กระดานมีเงือ่ นไขว่า กลุ่มใดที่สามารถเขยี นหมายเลขกลุ่มเรียงติดกันได้ 3

ตวั ก่อน ถอื วา่ กลมุ่ นน้ั เปน็ ผู้ชนะ กรณที ่ีไมม่ กี ลุ่มใดเขียนเรยี งติดกนั ได้ 3 ตัว ใหน้ ับจำนวนตัวเลขกลุ่ม
ในตาราง กลมุ่ ที่มีจำนวนตวั เลขกลมุ่ บนหนา้ กระดานมากสุดถอื วา่ เปน็ ผชู้ นะ
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรยี นโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคลและพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )
ขั้นสรปุ (5 นาที)
1. นักเรียนรว่ มกันสรุปผลการทำกิจกรรม
2. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ได้เรียนรู้จากบทที่ 1 ในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนผัง
ความคดิ แผนภาพ ลงในสมดุ ประจำตวั นกั เรียน
3. นกั เรียนทกุ คนศึกษาแผนผังความคิด สรปุ สาระสำคัญ ประจำบทท่ี 1 จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6
เลม่ 2 หนา้ 37 เพือ่ ตรวจสอบการเขียนสรปุ ความรู้ทน่ี กั เรยี นทำไวใ้ นสมุดประจำตัวนกั เรยี น

27

ข้นั ประเมนิ

ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครใู ห้คะแนนจากการสังเกตจากการทำกิจกรรม รอบรู้เรือ่ งหิน
2. ตรวจแผนผงั ความรจู้ ากสมดุ ประจำตวั นักเรยี น
3. การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คลและพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ

28

ช่ัวโมงท่ี 3
ขั้นนำ (5 นาท)ี

ข้ันกระตุ้นความสนใจ
ทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน โดยให้ยกตัวอย่างการนำหินมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั อย่างน้อย

3 ชนดิ
ขน้ั สอน (50 นาท)ี

ขั้นสำรวจค้นหา
1) นักเรียนนำข้อมูลในใบงานที่ 6.1 หินในท้องถิ่นออกมา (ใบงานที่ 6.1 หินในท้องถิ่น จากแผนฯ ที่ 6-1
กระบวนการเกิดหิน) และจับคู่กับเพื่อนคนเดิม ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า หินชนิดนี้สามารถนำไปใช้
ประโยชนไ์ ด้อยา่ งไรบา้ ง
2) นักเรียนร่วมกันออกแบบการนำหินที่มีอยู่ในท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์ โดยเลือกชนิดหินจากใบงานที่ 6.1
หินในทอ้ งถนิ่ โดยเลือกหนิ ชนิดใดชนิดหนึ่งกไ็ ด้ แลว้ วาดภาพหรอื เขียนบนั ทกึ ลงในสมดุ ประจำตัวนักเรียน
เช่น นำหินพมั มซิ ใส่ในตูป้ ลา เพือ่ เป็นที่อยู่อาศัยของจลุ นิ ทรยี ์
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ

นกั เรียนนำผลงานทอ่ี อกแบบไปปฏิบัตจิ รงิ และรายงานผลใหค้ รฟู งั นอกเวลาเรยี น
ขนั้ สรุป (5 นาที)
นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ผลการทำกจิ กรรมว่า หินและแร่มีประโยชน์หลายอยา่ ง เช่น นำแรม่ าทำเครื่องสำอาง
ยาสีฟัน เครอ่ื งประดบั อุปกรณท์ างการแพทย์ นำหนิ มาใช้ในงานก่อสร้างตา่ ง ๆ

ข้นั ประเมิน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูใหค้ ะแนนจากการรายงานผลการใช้ประโยชน์จากหินของนักเรียน
2. การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคลและพฤติกรรมการทำงานกล่มุ

29

ส่อื

ตารางบงิ โก เรือ่ ง หิน



30

โจทยค์ าถาม เรื่อง หิน

โจทย์ :ตเนาอ้ื หรินาเปง็นบผลงิ ึกโขกนาดเใรหื่อญง่ มหคี วินามแวววาว มคี วามแขง็ ทนทานมาก จงึ นิยมนำมาใช้ในงานกอ่ สรา้ งอาคาร

ต่าง ๆ (เฉลย หินแกรนิต)

โจทย์ : เน้ือหินจะมีสีคล้ำจนถึงดำ เนอื้ หนิ แนน่ ละเอยี ด ไมม่ ีความแวววาว แตม่ รี พู รนุ มีความแขง็ และทนทานต่อการ
สึกกร่อน นยิ มนำมาใช้ในงานก่อสร้าง (เฉลย หินบะซอลต์)

โจทย์ : เน้อื หนิ มีความแขง็ และเนือ้ สาก มรี พู รุนจำนวนมาก มีนำ้ หนักเบาทำให้สามารถลอยน้ำได้ นยิ มใชท้ ำวัสดขุ ัดถู
(เฉลย หนิ พัมมซิ )

โจทย์ : เนื้อหนิ มีลักษณะเหมอื นแกว้ มีสดี ำ และผิวเรียบเป็นมัน (เฉลย หินออบซิเดยี น)
โจทย์ : มีอยูท่ ัว่ ไปประกอบด้วยทรายทส่ี ึกกรอ่ นจากหนิ แกรนติ เกาะติดกันแนน่ มหี ลายสี เช่น เหลือง น้ำตาล แดง

ขาว เทา นยิ มใช้ทำหินลบั มีด และใช้ตกแตง่ บา้ นในงานก่อสรา้ ง (เฉลย หนิ ทราย)

โจทย์ : เกิดจากกรวดทรายมาทับถมกัน หนิ ชนดิ น้ีนยิ มนำมาใชใ้ นการทำถนน หรอื หินประดบั (เฉลย หนิ กรวด)

โจทย์ : เกิดจากเปลือกหอยหรือซากสัตวเ์ ลก็ ๆ ทับถมกนั อยู่ใต้ทะเลนาน ๆ มีสเี ทาหรอื สีดำ บางกอ้ นจะเห็นเปลอื ก
หอยหรอื ซากสัตวท์ ะเลติดอยู่ หนิ ปนู ใช้ทำปนู ขาวและผสมทำคอนกรตี (เฉลย หินปูน)

โจทย์ : เกิดจากการทบั ถมของโคลนและดนิ เหนียวเปน็ เวลานาน ๆ มีลกั ษณะเปน็ ชน้ั บาง ๆ เนอ้ื หนิ ละเอยี ดมาก
กะเทาะ หรือหลุดเป็นแผ่นไดง้ ่าย เหมาะสำหรับใชผ้ สมทำปนู ซเี มนต์ ใช้ในอุตสาหกรรมดนิ เผาและเซรามิก
(เฉลย หนิ ดนิ ดาน)

โจทย์ : เป็นหนิ ทีแ่ ปรสภาพมาจากหินดนิ ดาน เน้ือละเอียด ผิวเรยี บ เปน็ มัน เรียงกนั เป็นแผน่ บาง ๆ แยกออกจากกนั
ได้ แข็งกว่าหินดนิ ดาน ใช้ทำกระดานชนวน ทำแผ่นอิฐปูทางเดนิ (เฉลย หินชนวน)

โจทย์ : เปน็ หนิ ที่แปรสภาพมาจากหินปูน มีท้ังเน้ือละเอยี ด และเนื้อหยาบ มสี ีขาวหรือสตี า่ ง ๆ นยิ มใช้ทำหนิ ประดับ
อาคาร และนำมาแกะสลัก (เฉลย หนิ ออ่ น)

โจทย์ : เปน็ หินที่แปรสภาพมาจากหนิ ทราย มลี กั ษณะเปน็ เม็ด ๆ นิยมใช้ทำกรวดคอนกรตี ทำหนิ อัดเมด็ และใช้ทำ
วัสดุทนไฟ (เฉลย หินควอร์ตไซต์)

โจทย์ : เปน็ หนิ ที่แปรสภาพมาจากหินแกรนติ มีความแขง็ และทนทานมาก ประกอบด้วยสารที่มสี ขี าวขนุ่ สีขาวใส
และสีดำเปน็ มนั เรยี งกนั เป็นรว้ิ ขนาน นิยมใชท้ ำโม่และครก (เฉลย หินไนส์)

บตั รภาพหอ้ งน้า

31



โจทยส์ ถานการณ์ 

“ชานนท์สังเกตเห็นว่าน้ำในตู้ปลาขุ่นมาก วันก่อนมีคนแนะนำให้ชานนท์เติมหินลงไป น้ำจะได้ใส เพราะหิน
เหลา่ น้ันจะเป็นทีอ่ ยูข่ องจลุ ินทรีย์ แตป่ ัญหาคอื หินทมี่ คี นแนะนำมาคือหินอะไร”
คำถาม : นกั เรียนคิดวา่ หนิ ทช่ี านนท์กำลังตามหาคอื หนิ ชนดิ ใด เพราะเหตุใด
“ข้าวหอมจะตำน้ำพริกโดยใช้ครกหิน ข้าวหอมอยากได้ครกหินที่เนื้อของครกหินมีความแข็งแรง ทนทาน และให้
ลวดลายท่ีสวยงาม”
คำถาม : นกั เรยี นคิดวา่ ครกหนิ ทขี่ า้ วหอมต้องการทำมาจากหินชนิดใด เพราะเหตใุ ด
“อิ่มกำลังปอกเปลือกมะม่วงเพื่อไปกินกับน้ำปลาหวาน แต่มีดของอิ่มไม่คมเลย อิ่มจึงอยากได้หินมาลับมีด
แตอ่ ิม่ ไมแ่ น่ใจว่าควรใชห้ ินอะไรมาลบั มีด”
คำถาม : นกั เรียนคดิ ว่า หนิ ชนดิ ใดเหมาะกับการนำมาลบั มดี เพราะเหตุใด
“ณิชาอยากจะขดั ผิว จงึ ไปซอื้ หนิ ขดั ผิวทต่ี ลาดมา แต่ณชิ ามคี วามสงสัยวา่ หินชนิดนี้คือหนิ อะไร แล้วทำไมถึงนำมา
ขดั ผิวได้”
คำถาม : นกั เรียนคดิ วา่ หนิ ท่สี ามารถนำมาขัดผิวได้คือชนดิ ใด เพราะเหตุใด
“พอ่ จะพาตน้ คณู ปพู ้นื ทางเดินที่สวนหลงั บ้าน พ่อจงึ บอกใหต้ ้นคูณไปหาหินมาใช้ปพู ้ืน แต่ต้นคูณไม่รู้ว่าควรใช้หิน
ชนดิ ใดปพู ื้น”
คำถาม : นกั เรียนคดิ ว่า หนิ ชนดิ ทีเ่ หมาะสำหรบั ปูพืน้ ทางเดนิ เพราะเหตุใด
“ลุงวิชัยจะแกะสลักรูปเต่ากวาง ลุงวิชัยจึงฝากปวินซื้อหนิ เพื่อไปแกะสลัก แต่ปวินจำไม่ได้ว่าหินที่ลงุ วชิ ัยตอ้ งการ
คอื หนิ อะไร”
คำถาม : นักเรยี นคิดว่า ลุงวชิ ยั ฝากปวินซ้ือหนิ ชนิดใด เพราะเหตุใด
“ปราณกำลังคิดหาวิธีลดต้นทุนในการสร้างถนนเข้าไปที่สวนหลังบ้าน โดยปราณกำลังคิดว่า หินชนิดใดที่จะ
สามารถใช้แทนหินแกรนติ ไดแ้ ละต้องมรี าคาถกู กวา่ ”
คำถาม : นักเรียนคดิ วา่ หนิ ชนิดใดทสี่ ามารถยึดติดกบั ยางมะตอยได้ดี มีราคาถกู กว่าหินแกรนิตและนำไปใช้ใน
งานก่อสรา้ งได้ เพราะเหตุใด

20

โจทยส์ ถานการณ์

“แปง้ เหลอื บเห็นถงุ สีขาวๆ ในตะกรา้ หมากคณุ ยาย จงึ ถามคุณยายวา่ คอื อะไร คณุ ยายเลยตอบวา่ ปูนกินหมาก”
คำถาม : นักเรยี นคิดวา่ ปนู กนิ หมากคอื หินชนิดใด เพราะเหตุใด
“ใบบวั สงั เกตพ้นื กระเบอ้ื งในหอ้ งน้ำว่ามลี กั ษณะเป็นหินลวดลายสวยงาม ใบบัวจงึ เกิดขอ้ สงสยั ว่า กระเบอ้ื งหอ้ งนำ้

ทำมาจากหนิ ชนิดใด”
คำถาม : นกั เรียนคดิ วา่ หินชนิดใดบ้างทเี่ หมาะกบั การปูพืน้ ห้องน้ำ เพราะเหตุใด

21

แบบบนั ทกึ คะแนน (K)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 ประโยชน์ของหนิ และแร่

รายการประเมนิ

ที่ ชือ่ -สกลุ กิจกรรมที่ 2 สรุปสาระสำคญั รวม
10
1 ด.ช.สทิ ธิกร สงิ ห์รักษ์ หนิ มีประโยชน์อย่างไร ประจำบทที่ 1
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ 8
3 ด.ช.ณฐั พล ตาแล (5) (5) 8
4 ด.ช.ณัฐนันท์ กองสง 8
5 ด.ญ.เมทิตา สเี ล่ือม 44 10
6 ด.ญ.กนกพร เดอื นขาว 10
7 ด.ญ.รัตนด์ าวรรณ โสภาเถร 44 9
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 10
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอุดม 44 9
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสุข 9
11 ด.ญ.ณชิ า ผลถาวร 55 8
12 ด.ญ.ธนัชชา บญุ ตา 10
44 9

54

55

54

54

44

55

45

ลงช่อื ..........................................................ผู้ตรวจ
(นายธนพล หร่ังมา)

22

แบบประเมินสมรรถนะหลัก (S)
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 4 ประโยชน์ของหนิ และแร่

รายการประเมนิ

ท่ี ชื่อ-สกลุ 2) การคิด ั้ขนสูง (4) รวม ระดบั ความสามารถ
2) การส่ือสาร (4) (16)
4) การรวมพลัง
ทำงานเ ็ปน ีทม (4)
6) การอ ู่ยร่วม ักบ
ธรรมชา ิต และ
ิวทยาการอ ่ยาง ั่ยง ืยน

(4)

1 ด.ช.สทิ ธิกร สิงห์รกั ษ์ 4 3 3 4 14 เหนอื ความคาดหวงั
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ 4 3 4 3 14 เหนือความคาดหวงั
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 2 4 3 13 สามารถ
4 ด.ช.ณฐั นันท์ กองสง 4 3 4 4 15 เหนือความคาดหวงั
5 ด.ญ.เมทติ า สีเลือ่ ม 4 4 4 4 16 เหนือความคาดหวัง
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 4 4 4 3 15 เหนือความคาดหวงั
7 ด.ญ.รตั น์ดาวรรณ โสภาเถร 4 4 4 4 16 เหนอื ความคาดหวัง
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 4 3 4 3 14 เหนือความคาดหวงั
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอุดม 3 4 4 3 14 เหนอื ความคาดหวัง
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสขุ 3 3 4 4 14 เหนือความคาดหวัง
11 ด.ญ.ณชิ า ผลถาวร 4 4 4 3 15 เหนอื ความคาดหวงั
12 ด.ญ.ธนชั ชา บญุ ตา 4 4 4 4 16 เหนือความคาดหวัง

ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
(นายธนพล หรั่งมา)

23

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ระดับความสามารถ
ช่วงคะแนน เหนือความคาดหวัง
14 - 16
11 - 13 สามารถ
8 - 10 กำลงั พฒั นา
ตำ่ กวา่ 7
เร่มิ ต้น

24

แบบประเมนิ ด้านทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 ประโยชน์ของหนิ และแร่

รายการประเมิน

ที่ ชือ่ -สกุล การสังเกต รวม ระดับ
(4) (16) คุณภาพ

การลงความเ ็หนจาก
้ขอมูล (4)

การจัดกระทำและส่ือ
ความหมาย ้ขอมูล(4)
การ ีตความหมาย

้ขอมูล
(4)

1 ด.ช.สิทธกิ ร สิงหร์ ักษ์ 4 4 4 4 16 ดมี าก
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสิน 4 4 4 4 16 ดีมาก
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 4 4 4 16 ดมี าก
4 ด.ช.ณฐั นนั ท์ กองสง 3 4 4 3 14 ดีมาก
5 ด.ญ.เมทติ า สเี ลอ่ื ม 4 4 4 4 16 ดีมาก
6 ด.ญ.กนกพร เดอื นขาว 3 4 4 4 15 ดมี าก
7 ด.ญ.รตั น์ดาวรรณ โสภาเถร 4 4 4 4 16 ดมี าก
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 3 4 5 4 16 ดมี าก
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอุดม 3 4 5 4 16 ดีมาก
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสขุ 4 4 4 4 16 ดีมาก
11 ด.ญ.ณชิ า ผลถาวร 3 3 4 4 14 ดีมาก
12 ด.ญ.ธนชั ชา บุญตา 4 4 4 3 15 ดมี าก

ประเมิน ลงชอื่ ............................................................ผู้

(นายธนพล หร่งั มา)

25

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั

ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครง้ั

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

13 - 16 ดมี าก

9 - 12 ดี

5 - 8 พอใช้

ตำ่ กวา่ 5 ปรับปรุง

26

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล (A)
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4 ประโยชน์ของดวงอาทติ ย์ตอ่ สิง่ มีชีวิต

ที่ ชื่อ-สกลุ ลักษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ระดบั คุณภาพ
มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการ รวม
1 ด.ช.สทิ ธิกร สงิ หร์ กั ษ์ (4) (4) ทำงาน (4) (12) ดมี าก
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ ดีมาก
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 4 3 11 ดีมาก
4 ด.ช.ณัฐนนั ท์ กองสง 4 4 3 11 ดมี าก
5 ด.ญ.เมทติ า สเี ล่ือม 4 3 4 11 ดมี าก
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 4 4 4 12 ดมี าก
7 ด.ญ.รตั น์ดาวรรณ โสภาเถร 4 4 4 12 ดีมาก
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปันทะนะ 4 4 3 11 ดีมาก
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอดุ ม 4 4 4 12 ดีมาก
10 ด.ญ.จิดาภา ปวงสขุ 3 4 4 11 ดีมาก
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 4 4 3 11 ดีมาก
12 ด.ญ.ธนัชชา บญุ ตา 3 4 4 11 ดมี าก
3 4 4 11
4 4 4 12

ประเมนิ ลงชอื่ .....................................................ผู้
(นายธนพล หร่งั มา)

27

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
เกณฑก์ ารตัดสนิ พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11-12 ดีมาก
8-10 ดี
5-7 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรบั ปรุง

28

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 วิชา วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 ปีการศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 6 หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์
เรอื่ ง กระบวนการเกิดซากดกึ ดำบรรพ์ หน่วยยอ่ ยที่ 2 ซากดึกดำบรรพ์
จำนวน 4 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
ว 3.2 ป.6/3 สร้างแบบจำลองทีอ่ ธิบายการเกิดซากดึกดำบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีต
ของซากดกึ ดำบรรพ์

2. สาระการเรยี นรู้
ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทบั ถมหรือการประทับรอยของสิ่งมีชวี ิตในอดตี จนเกดิ เปน็ โครงสร้างของ

ซากหรือรอ่ งรอยของสิ่งมชี วี ิตท่ปี รากฏอย่ใู นหิน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ซากดกึ ดำบรรพ์เกิดจากการทับถม หรือการประทบั รอยของสิ่งมชี ีวิตในอดตี จนเกิดเปน็ โครงสรา้ งของ

ซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในหิน ประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช
ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์ รอยเทา้ สัตว์

ซากดึกดำบรรพ์สามารถใช้เป็นหลักฐานช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของพ้ืนท่ีในอดตี ขณะเกิดสิ่งมีชีวิต
นนั้ เช่น ถ้าพบซากดกึ ดำบรรพ์ของหอยนำ้ จืด สภาพแวดลอ้ มบริเวณนน้ั อาจเคยเปน็ แหลง่ น้ำจดื มาก่อน และ
ถ้าพบ ซากดกึ ดำบรรพข์ องพชื สภาพแวดลอ้ มบริเวณน้ันอาจเคยเป็นป่ามาก่อน นอกจากน้ี ซากดึก
ดำบรรพย์ ังสามารถใชร้ ะบุอายุของหิน และเป็นข้อมลู ในการศกึ ษาวิวฒั นาการของส่ิงมีชีวิต

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายการเกดิ ซากดึกดำบรรพ์ได้ (K)
2) คาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดกึ ดำบรรพ์ได้ (K)
3) สรา้ งแบบจำลองทอี่ ธบิ ายการเกดิ ซากดกึ ดำบรรพไ์ ด้ (P)
4) การนำแนวคดิ และความรู้เรอ่ื งซากดกึ ดำบรรพม์ าใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวันได้ (A)

29

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1) การสังเกต 1) มีวนิ ยั
2) การคดิ ขนั้ สงู 2) การลงความเหน็ จากขอ้ มูล 2) ใฝเ่ รียนรู้
3) การสร้างแบบจำลอง 3) มุง่ มัน่ ในการทำงาน
3) การสอ่ื สาร
4) การรวมพลังทำงานเป็นทีม
6) การอยู่รว่ มกับธรรมชาติและ

วิทยาการอย่างย่งั ยนื

5. สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้

ส่ือการเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 2
2) วัสด-ุ อปุ กรณท์ ี่ใช้ในกจิ กรรมท่ี 1 สร้างแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์
3) วัสด-ุ อปุ กรณ์ท่ีใช้ในกิจกรรมสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
4) QR Code 3D เร่ือง ฟอสซิล
5) PowerPoint เรื่อง ซากดึกดำบรรพ์
6) ใบกจิ กรรม ถว้ ยป้นั ซากดกึ ดำบรรพ์
7) บัตรภาพซากดกึ ดำบรรพ์
8) บัตรภาพซากดกึ ดำบรรพท์ คี่ ้นพบในประเทศไทย
9) แผนที่ประเทศไทย
10) สมุดประจำตวั นักเรยี น

แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) ป้ายนเิ ทศ
3) อนิ เทอร์เน็ต

30

6. การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้

รายการวัด วธิ วี ดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน

1) กจิ กรรมที่ 1 สรา้ ง - ตรวจสมดุ ประจำตวั - สมุดประจำตัว - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

แบบจำลองซากดึก

ดำบรรพ์

2) กจิ กรรมหนตู อบได้ - ตรวจสมดุ ประจำตัว - สมดุ ประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

นกั เรียน นกั เรียน

3) ทดสอบหลงั เรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลัง - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 หลังเรยี น หนว่ ยการ เรยี นหน่วยการ

เรยี นรู้ ที่ 6 เรียนรู้ที่ 6

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - คุณภาพอยู่ในระดับ ดี

ทำงานรายบุคคล ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

(A)

5) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกต - คุณภาพอยู่ในระดับ ดี

ทำงานกลุม่ ทำงานกลมุ่ พฤติกรรมการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
กลุ่ม

หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤติกรรมประเมินรายเทอม

31

7. กิจกรรมการเรียนรู้ (3 ชั่วโมง)

ช่วั โมงท่ี 1

ขน้ั นำ (15 นาท)ี

1. ทบทวนความรู้เดิมโดยตั้งคำถามกับนักเรียนดังนี้ อาจพบซากดึกดำบรรพ์ในหินชนิดใด

เพราะเหตุใด

(แนวคำตอบ สามารถพบซากดกึ ดำบรรพ์ได้ในหนิ ตะกอน เมื่อสิ่งมีชวี ติ ลม้ ตายลง ส่วนที่เปน็ เน้ือเย่ือ

จะผุพังสลายไปเหลอื แต่ส่วนที่เปน็ โครงสร้างแข็งและบางครั้งบางชิ้นสว่ นอาจมีไม่ครบ เนื่องจากเกิด

การผพุ ังและพัดพาไปของตะกอนเกิดการทบั ถมและฝังตวั อยูใ่ นช้นั หนิ )

2. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 2 หน้า 41 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ในภาพคือ

ภาพซากดึกดำบรรพแ์ ละตอบคำถามตอ่ ไปนี้

- นักเรียนคิดวา่ ในภาพคอื สงิ่ มีชวี ติ ชนิดใด และนา่ จะมีอายุประมาณเท่าไร

(แนวคำตอบ ตามความคิดเหน็ ของนักเรียน เชน่ ปลาน่าจะมีอายปุ ระมาณ 1 หมื่นปขี น้ึ ไป)

- ซากดึกดำบรรพค์ ืออะไร

(แนวคำตอบ คือ หินที่เก็บรักษาซากสิ่งมีชีวิตโบราณหรือร่องรอยของการดำรงชีวิตของ

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ แบคทีเรีย ส่วนของละอองเกสร หรือ

แม้แต่รอยเท้าต่าง ๆ ซึ่งถูกแปรสภาพและเก็บรักษาไว้ด้วยกระบวนการทาง

ธรรมชาติในชั้นหินใตเ้ ปลอื กโลก)

- การศึกษาเก่ยี วกับซากดึกดำบรรพ์มปี ระโยชน์อย่างไร

(แนวคำตอบ ตอบตามความคิดเหน็ ของนักเรยี นอยา่ งอสิ ระ เชน่ เพื่อศึกษาเก่ยี วกบั สัตว์ท่ีสูญ

พนั ธไ์ุ ปแล้ว)

3. นกั เรียนอ่านกจิ กรรมชวนอ่านชวนคิดก่อนเรียน ตอน ไมก้ ลายเป็นหนิ ในหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ฯ

ป.6 เล่ม 2หนา้ 42 และตอบคำถามชวนตอบ ดังน้ี

- เพ่ือนๆ คิดว่า ซากดึกดำบรรพเ์ กดิ ขนึ้ ไดอ้ ย่างไร และมปี จั จยั ใดเกี่ยวข้องบา้ ง

(แนวคำตอบ ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือประทับรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต แล้ว

ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ จนทำให้กลายเป็นโครงสร้างของซากหรือ

ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการเกิดซากดึกดำบรรพ์ ได้แก่ องค์ประกอบ

ของสิง่ มชี วี ิต อุณหภูมิ ระยะเวลาการทบั ถม)

4. นักเรียนดูตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 2 หน้า 43 จากนั้นครู

สนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมการเรยี นรู้ว่า วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกีย่ วกับซากดกึ ดำ

บรรพ์ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ มีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร เราจะได้

ทราบคำตอบจากการทำกิจกรรมตอ่ ไปนี้

32

ขนั้ สอน (20 นาท)ี
ขน้ั สำรวจค้นหา

1. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ ออกเปน็ กลุม่ ละ 4-5 คน จากนั้นศึกษาขั้นตอนการทำกจิ กรรมที่ 1 สรา้ งแบบจำลอง
ซากดึกดำบรรพ์ ในหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 2 หน้า 44-45

2. นกั เรียนปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 1 สรา้ งแบบจำลองซากดกึ ดำบรรพ์ ตอนท่ี 1 โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี
1) สง่ ตวั แทนออกมารบั วัสดุ-อุปกรณใ์ นการทำกิจกรรม
2) สบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกับซากดกึ ดำบรรพ์ในหนงั สือและแหลง่ เรียนรู้อื่น ๆ
3) ออกแบบแบบจำลองซากดกึ ดำบรรพ์ แลว้ บนั ทกึ ผลลงในสมุดประจำตวั
4) สร้างแบบจำลองโดยปฏิบัติตามขั้นตอนสร้างแบบจำลองในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม
2 หน้า 44-45 (หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม)
ขัน้ สรปุ (15 นาที)

1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมที่ 1 สร้างแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ ตอนที่ 1
ในประเด็นต่อไปนี้
1) ผลงานแบบจำลอง
2) อธิบายการเกดิ ซากดึกดำบรรพ์ โดยใช้แบบจำลอง

2. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปกิจกรรมที่ 1 สรา้ งแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ ตอนท่ี 1 ว่า ซากดึกดำบรรพ์เกิด
จากการ ทับถมหรือการประทับรอยของสิ่งมชี ีวติ ในอดตี จนเกิดเป็นโครงสร้างของซากหรือรอ่ งรอย
ของสง่ิ มีชีวิตทีป่ รากฏอย่ใู นหนิ
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล)
ขน้ั ประเมนิ

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ตรวจกจิ กรรมชวนอ่านชวนคดิ ก่อนเรียน ตอน ไม้กลายเป็นหนิ
2. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมที่ 1 สรา้ งแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ ตอนที่ 1
3. การสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคลและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

33

ชว่ั โมงท่ี 2
ขัน้ นำ (5 นาท)ี

ขั้นกระตุ้นความสนใจ
ทบทวนความรเู้ ดมิ ของนักเรียน โดยครแู จกบตั รภาพซากดึกดำบรรพ์ใหน้ กั เรยี นคนละ 1 แผ่น จากนน้ั

สุ่มนักเรียนบางคนให้อธิบายว่า กระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ตามบัตรภาพซากดึกดำบรรพ์ท่ีไดร้ ับเกดิ ข้ึน
ไดอ้ ยา่ งไร

ขัน้ สอน (40 นาท)ี

ขน้ั สำรวจคน้ หา
นักเรียนจบั กลุ่ม 5-6 คน โดยมเี งอื่ นไขการจบั กลมุ่ ว่า สมาชกิ ในกลุ่มต้องไมม่ ีบตั รภาพซากดึกดำบรรพ์

ซ้ำกันจากน้นั ให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 1 สร้างแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ ตอนที่ 2 โดยปฏบิ ัติ ดงั นี้
1) สังเกตบตั รภาพซากดกึ ดำบรรพ์
2) ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า สภาพแวดล้อมในอดีตของซากดกึ ดำบรรพใ์ นบัตรภาพเคยเป็นแหล่ง
นำ้ จืด แหล่งนำ้ เค็ม หรือเป็นปา่ แล้วบนั ทึกผลในสมุดประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )

ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าชนั้ เรียน
2. นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ ถ้าเราพบซากดึกดำบรรพ์ของเปลือกหอยทะเลบนภูเขา นักเรียน
คาดว่า สภาพแวดล้อมในอดตี ของซากดึกดำบรรพ์เปลอื กหอยเปน็ อย่างไร
(แนวคำตอบ เป็นทะเล เนื่องจากหอยเปน็ สัตว์ท่ีอยู่ในทะเล ภูเขานีใ้ นอดตี อาจจมอยใู่ ต้ท้องทะเล
ก็เปน็ ได)้

ขน้ั สรุป (5 นาท)ี
1. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายและสรุปกิจกรรมท่ี 1 สรา้ งแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ตอนที่ 2 ว่า ซากดึก

ดำบรรพ์สามารถใช้เป็นหลักฐานที่ช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนั้น
เชน่ หากพบซากดึกดำบรรพข์ องหอยนำ้ จดื สภาพแวดลอ้ มบริเวณนั้นอาจเคยเป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน
และหากพบซากดกึ ดำบรรพข์ องพืช สภาพแวดลอ้ มบรเิ วณนนั้ อาจเคยเป็นป่ามาก่อน
2. ให้นักเรียนร่วมกันสังเกตบัตรภาพซากดึกดำบรรพ์ ศึกษาเกี่ยวกับประเภทของซากดึกดำบรรพ์ใน
หนงั สอื เรยี นหรอื แหลง่ เรียนรอู้ ื่น ๆ จากนั้นนำข้อมูลมาแบ่งประเภทซากดึกดำบรรพ์
3. นักเรียนร่วมสรุปผลการทำกิจกรรมว่า ประเภทของซากดึกดำบรรพ์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
ซากดึกดำบรรพส์ ตั ว์ ซากดึกดำบรรพพ์ ืช และซากดึกดำบรรพ์รอ่ งรอย

34

ข้นั ประเมิน
ขัน้ ตรวจสอบผล

1. ปฏิบตั ิกจิ กรรมท่ี 1 สรา้ งแบบจำลองซากดกึ ดำบรรพ์ ตอนท่ี 2
2. การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คลและพฤติกรรมการทำงานกล่มุ

35

ชว่ั โมงที่ 3
ข้ันนำ (10 นาที)

ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ
ครูทบทวนความรู้เดมิ โดยสแกน QR Code 3D เรอ่ื ง ฟอสซิล ใหน้ กั เรียนดู จากน้นั ให้นกั เรยี นรว่ มกัน

อภิปรายแสดงความคิดเห็นว่า ซากดกึ ดำบรรพ์น้นั คือซากของอะไร และเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร
ข้นั สอน (30 นาท)ี

ขั้นสำรวจคน้ หา
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเปน็ กลุม่ ละ 4-5 คน ส่งตัวแทนมาเลือกบัตรภาพซากดึกดำบรรพ์กลุ่มละ 1 ใบ
และปฏิบัตดิ งั น้ี
1) ศึกษากระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพป์ ระเภทน้ี
2) อธบิ ายกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ประเภทนี้
2. นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
- ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์แบบซากกลายเปน็ หนิ เกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ เกดิ จากเมอื่ สัตว์ตายลง สว่ นอ่อนจะเร่ิมเน่าเปื่อยเหลือเพยี งโครงร่าง เม่ือเวลา
ผ่านไปแรธ่ าตจุ ะแทรกซมึ เข้าไปสะสมในชอ่ งว่างของโครงร่างสัตว์ เมือ่ เวลาผา่ นไปหลายล้าน
ปี
โครงร่างของสัตว์จะแปรสภาพกลายเปน็ หิน)
- การเกิดซากดึกดำบรรพ์แบบใด ทำใหไ้ ด้ซากดกึ ดำบรรพ์ท่ีมสี ภาพใกล้เคียงกบั สภาพเดิมของ
ส่งิ มีชวี ิตชนดิ นัน้ มากที่สดุ (แนวคำตอบ การเกิดซากดึกดำบรรพ์แบบคงสภาพ)
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมินนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ )

ข้นั สรุป (10 นาที)
ครตู ั้งประเดน็ ให้นกั เรียนในช้นั เรียนรว่ มกันอภปิ รายว่า การค้นพบซากดกึ ดำบรรพ์ต่างๆ มีประโยชน์
หรือไม่ อย่างไร จนได้ข้อสรุป การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ มีประโยชน์ในหลายด้าน ซากดึกดำบรรพ์
สามารถใช้ เปน็ หลกั ฐาน ทช่ี ว่ ยอธิบายสภาพแวดล้อมของพื้นท่ีในอดีตขณะเกดิ สิ่งมีชีวติ นั้น เช่น หากพบซาก
ดกึ ดำบรรพ์ ของ หอยน้ำจดื สภาพแวดล้อมบรเิ วณน้ันอาจเคยเปน็ แหล่งน้ำจดื มากอ่ น และหากพบซากดึกดำ
บรรพ์ของพชื สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคยเปน็ ป่ามาก่อน นอกจากนี้ ซากดึกดำบรรพ์ยังสามารถใช้ระบุ
อายุของหินและเปน็ ข้อมลู ในการศึกษาววิ ฒั นาการของสิ่งมีชีวิต

ข้นั ประเมิน

ขนั้ ตรวจสอบผล
การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คลและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

36


Click to View FlipBook Version