The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tnprungma, 2022-05-02 03:36:35

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ช่วั โมงที่ 4
ขน้ั นำ (15 นาที)

ขนั้ กระตุ้นความสนใจ

1. ครูเปดิ PowerPoint เร่อื ง ซากดึกดำบรรพ์ ให้นักเรียนดู และสนทนากับนกั เรียนว่า นอกจากตัวอย่าง
ซากดกึ ดำบรรพท์ ีท่ ำกจิ กรรมแลว้ ในประเทศไทยยังค้นพบซากดกึ ดำบรรพ์ของสิง่ มชี วี ติ ชนดิ อนื่ อกี เช่น
ใบไม้ สาหร่ายทะเล ปะการัง ปลา เต่า

2. นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้
- บรเิ วณอำเภอแมเ่ มาะ จังหวัดลำปาง พบซากดกึ ดำบรรพ์ของสง่ิ มีชีวิตใด
(แนวคำตอบ ค้นพบซากดกึ ดำบรรพ์หอยขม)
- ในประเทศไทยมกี ารพบซากดึกดำบรรพ์ที่กลายเปน็ หินหรอื ไม่ ถ้ามพี บทใี่ ด
(แนวคำตอบ มกี ารคน้ พบไมก้ ลายเป็นหนิ ที่บรเิ วณภาคตะวันเฉียงเหนอื และภาคเหนือ)
- ยกตวั อยา่ งซากดึกดำบรรพ์ทีพ่ บในจังหวดั สตลู มาอย่างน้อย 3 ชนิด
(แนวคำตอบ ซากดึกดำบรรพฟ์ ันกรามของช้างสเตโกดอน สาหร่ายทะเลโบราณ แมงดาทะเลโบราณ

หอยโข่งทะเลโบราณ)
ขั้นสอน (20 นาท)ี

ขน้ั สำรวจค้นหา
นักเรียนแบง่ กลุ่มออกเปน็ กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อทำกิจกรรม ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในประเทศไทย โดย
ปฏิบัติ ดังนี้
1) ส่งตวั แทนกลมุ่ ออกมารับแผนทีแ่ ละบัตรภาพซากดึกดำบรรพท์ ่ีพบในประเทศไทย
2) ให้นักเรียนศึกษาภาพดึกดำบรรพ์ในบัตรภาพซากดึกดำบรรพ์ที่พบในประเทศไทยและคาดคะเน
สภาพแวดลอ้ มในอดตี ของซากดกึ ดำบรรพ์
3) จากนั้นนำข้อมูลมาพิจารณาว่า พื้นที่ใดในประเทศไทยน่าจะพบซากดกึ ดำบรรพเ์ หลา่ นี้ และวาง
บัตรภาพลงในตำแหน่งนัน้ ในแผนที่
3) ช่วยกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบในประเทศไทย เพื่อตรวจสอบความ
ถูกตอ้ งของตำแหน่งบตั รภาพท่วี างในแผนที่ หากมีขอ้ ผิดพลาดให้แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

ขัน้ สรปุ (15 นาท)ี
1. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมว่า ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถม หรือการประทับ

รอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็นโครงสร้างของซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ใน
หิน ในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เชน่ พชื ปะการงั หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์
รอยเท้าสัตว์ ซากดึกดำบรรพส์ ามารถใช้เป็นหลักฐานหนึง่ ที่ช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของพืน้ ที่
ในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชวี ิตนั้น เช่น หากพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจดื สภาพแวดล้อมบริเวณ

37

นั้นอาจเคยเป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน และหากพบซากดึกดำบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อมบริเวณ
นั้นอาจเคยเป็นป่ามาก่อน นอกจากนี้ ซากดึกดำบรรพ์ยังสามารถใช้ระบุอายุของหิน และเป็น
ขอ้ มลู ในการศกึ ษาวิวัฒนาการของสงิ่ มชี วี ติ
2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เพ่ือตรวจสอบความรู้ของนักเรียนหลังทำ
กจิ กรรม
ขน้ั ประเมิน
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูใหค้ ะแนนจากผลการทำกจิ กรรม ซากดกึ ดำบรรพท์ พี่ บในประเทศไทย
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เพอื่ ตรวจสอบความรขู้ องนักเรียนหลังทำ
กิจกรรม
3. การสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คลและพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่

38

สอื่ 

บตั รภาพซากดกึ ดาบรรพ์

ซากดึกดำบรรพป์ ลา

ซากดกึ ดำบรรพ์ใบไม้

39

บตั รภาพซากดกึ ดาบรรพ์ 

รอยเท้าไดโนเสาร์

ซากดกึ ดำบรรพ์ไทรโลไบต์

40

บตั รภาพซากดกึ ดาบรรพ์ 

ซากยงุ ในอำพัน

หอยแอมโมไนต์

41

บตั รภาพซากดกึ ดาบรรพท์ ีค่ น้ พบในประเทศไทย 

ภเู วยี งโกซอรัส สิรนิ ธรเน
ซากหอยขม

สสุ านหอยแหลมโพธ์ิ
ไม้กลายเปน็ หิน

รอยเท้าไดโนเสาร์

42

แผนที่ประเทศไทย

43

แบบบนั ทกึ คะแนน (K)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 กระบวนการเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์

รายการประเมิน

ท่ี ชอื่ -สกลุ กจิ กรรมที่ 1 สร้าง กิจกรรมหนตู อบได้ ทดสอบหลงั เรยี น รวม
แบบจำลอง (5) หนว่ ยการเรยี นรู้ 15
1 ด.ช.สิทธกิ ร สิงหร์ กั ษ์
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ ซากดึกดำบรรพ์ (5) ท่ี 6 (5) 13
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 11
4 ด.ช.ณัฐนนั ท์ กองสง 4 54 14
5 ด.ญ.เมทติ า สเี ล่อื ม 4 14
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 5 43 12
7 ด.ญ.รตั น์ดาวรรณ โสภาเถร 4 13
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 5 55 15
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอุดม 5 12
10 ด.ญ.จิดาภา ปวงสุข 5 54 12
11 ด.ญ.ณชิ า ผลถาวร 5 12
12 ด.ญ.ธนชั ชา บุญตา 4 53 14
5 14
4 44

55

43

43

53

54

55

ลงชื่อ..........................................................ผู้ตรวจ
(นายธนพล หรั่งมา)

44

แบบประเมนิ สมรรถนะหลัก (S)
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 5 กระบวนการเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์

รายการประเมนิ

ท่ี ชื่อ-สกุล 2) การคิด ั้ขนสูง (4) รวม ระดับความสามารถ
2) การส่ือสาร (4) (16)
4) การรวมพลัง
ทำงานเ ็ปน ีทม (4)
6) การอ ู่ยร่วม ักบ
ธรรมชา ิต และ
ิวทยาการอ ่ยาง ั่ยง ืยน

(4)

1 ด.ช.สิทธิกร สิงหร์ กั ษ์ 4 2 2 4 12 สามารถ
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสิน 4 2 4 3 13 สามารถ
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 3 4 3 14 เหนือความคาดหวงั
4 ด.ช.ณฐั นันท์ กองสง 4 4 4 4 16 เหนือความคาดหวงั
5 ด.ญ.เมทติ า สีเล่อื ม 4 4 4 4 16 เหนอื ความคาดหวงั
6 ด.ญ.กนกพร เดอื นขาว 4 2 4 3 13 สามารถ
7 ด.ญ.รัตนด์ าวรรณ โสภาเถร 4 4 4 4 16 เหนอื ความคาดหวงั
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 4 3 4 2 13 สามารถ
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอดุ ม 3 3 4 3 13 สามารถ
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสุข 3 3 3 4 13 สามารถ
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 4 3 4 3 14 เหนือความคาดหวัง
12 ด.ญ.ธนัชชา บุญตา 4 4 4 4 16 เหนือความคาดหวงั

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นายธนพล หรั่งมา)

45

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ระดับความสามารถ
ช่วงคะแนน เหนือความคาดหวัง
14 - 16
11 - 13 สามารถ
8 - 10 กำลงั พฒั นา
ตำ่ กวา่ 7
เร่มิ ต้น

46

แบบประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (P)
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 กระบวนการเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์

รายการประเมนิ

ที่ ช่อื -สกุล การสังเกต รวม ระดับคุณภาพ
(4) (12)

การลงความเ ็หนจาก
้ขอมูล (4)

การสร้างแบบจำลอง
(4)

1 ด.ช.สิทธิกร สงิ ห์รักษ์ 4 4 4 12 ดีมาก
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ 4 4 4 12 ดีมาก
3 ด.ช.ณฐั พล ตาแล 4 4 4 12 ดีมาก
4 ด.ช.ณฐั นันท์ กองสง 3 4 4 11 ดีมาก
5 ด.ญ.เมทติ า สเี ลื่อม 4 4 4 12 ดมี าก
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 3 4 4 11 ดมี าก
7 ด.ญ.รัตนด์ าวรรณ โสภาเถร 4 4 4 12 ดีมาก
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 3 4 5 12 ดีมาก
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอดุ ม 3 4 5 12 ดีมาก
10 ด.ญ.จดิ าภา ปวงสขุ 4 4 4 12 ดมี าก
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 3 4 10 ดีมาก
12 ด.ญ.ธนชั ชา บญุ ตา 4 3 4 12 ดีมาก

4

ลงชื่อ............................................................ผปู้ ระเมิน
(นายธนพล หรั่งมา)

47

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11 - 12 ดีมาก
8 - 10 ดี
5 - 7 พอใช้
ต่ำกวา่ 4 ปรับปรุง

48

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล (A)
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 ส่วนประกอบของอากาศ

ที่ ชอื่ -สกลุ ลักษณะ/พฤติกรรมบง่ ช้ี ระดบั คณุ ภาพ
มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการ รวม
1 ด.ช.สทิ ธกิ ร สิงห์รกั ษ์ (4) (4) ทำงาน (4) (12) ดีมาก
2 ด.ช.วรากรณ์ สงวนสนิ ดีมาก
3 ด.ช.ณัฐพล ตาแล 4 4 3 11 ดีมาก
4 ด.ช.ณัฐนนั ท์ กองสง 4 4 3 11 ดมี าก
5 ด.ญ.เมทิตา สเี ล่อื ม 4 3 4 11 ดีมาก
6 ด.ญ.กนกพร เดือนขาว 4 4 4 12 ดมี าก
7 ด.ญ.รตั น์ดาวรรณ โสภาเถร 4 4 4 12 ดีมาก
8 ด.ญ.วราภรณ์ ปนั ทะนะ 4 4 3 11 ดมี าก
9 ด.ญ.อภิรดี โฉมอดุ ม 4 4 4 12 ดีมาก
10 ด.ญ.จิดาภา ปวงสขุ 3 4 4 11 ดีมาก
11 ด.ญ.ณิชา ผลถาวร 4 4 3 11 ดีมาก
12 ด.ญ.ธนชั ชา บุญตา 3 4 4 11 ดมี าก
3 4 4 11
4 4 4 12

ประเมนิ ลงชอ่ื .....................................................ผู้
(นายธนพล หรง่ั มา

49

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
เกณฑก์ ารตัดสนิ พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11-12 ดีมาก
8-10 ดี
5-7 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรบั ปรุง

50

บันทกึ หลงั การสอน

ผลการสอน

ในภาพรวมนกั เรยี นมกี ารตอบสนองต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเปน็ ทนี่ ่าพงึ พอใจ นักเรียนส่วน
ใหญใ่ หค้ วามรว่ มมอื ในการทำกจิ กรรมเป็นอย่างดี มคี วามกระตอื รือร้นทจ่ี ะเรยี นรู้ มนี ำ้ ใจและจติ อาสา อกี ทงั้
จากการทำกจิ กรรมรวมถงึ การทดสอบ นกั เรยี นสว่ นใหญ่มศี กั ยภาพทางการเรียนรู้อยใู่ นเกณฑท์ ีน่ ่าพงึ พอใจ
จนถึงในระดับดีเยี่ยม

ปัญหา/อปุ สรรค

เน่ืองจากสภาวะทสี่ ถานการณ์ของโรคตดิ ตอ่ จากเชอ้ื ไวรัสโคโรน่า ในภาคเรยี นน้ยี งั คงมีความรนุ แรง
และมอี ตั ราการแพร่ระบาดท่ีอาจสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพของนกั เรยี น ทางโรงเรยี นจงึ จำเปน็ ต้องมกี ารปรบั ตัวเพ่อื รบั กบั
สถานการณ์ การจดั การเรยี นการสอนจึงทำได้อยา่ งจำกดั กิจกรรมบางส่วนจึงตอ้ งมีการละเวน้ หรือปรบั เพื่อให้
สามารถจัดการเรยี นการสอนพร้อมท้ังป้องกันอนั ตรายให้กับตวั นกั เรียน และบคุ คลากร

แนวทางแก้ไข

ทางโรงเรียนได้มกี ารจดั มาตรการณร์ ับมอื กบั สถานการณข์ องโรคตดิ ต่อ จากเช้ือไวรัสโคโรน่า ทั้ง
มาตรการหลกั และมาตรการเสรมิ และมีปรับรปู แบบการจดั การเรียนการสอนเพือ่ ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์
ในช่วงนนั้ ๆ อาทิ การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ออนแฮนด์ และออนดีมานซ์ เป็นตน้

ในสว่ นของครผู ู้สอนเองได้มีการปรับลดเน้ือหาในบางส่วนลง และเพิ่มในส่วนของการสนบั สนนุ ให้
นักเรียนสามารถหาความร้ไู ด้ดว้ ยตนเอง พร้อมท้ังบรูณาการความรจู้ ากการเรียนการสอนท่คี รูจัดให้ เพื่อให้
นักเรยี นสามารถนำความรู้ และวิธีการหาความรเู้ หลา่ น้ี สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของนกั เรยี นได้

ลงช่ือ.................................................ครผู ู้สอน
(นายธนพล หร่ังมา)

วนั ท่ี..........เดือน...................พ.ศ............

51

ภาคผนวก

52

แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งที่สดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

1. หนิ ชนิดใดเปน็ หนิ ทเ่ี กิดเริ่มแรกบนโลก 6. หินในข้อใดนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง

ก. หินแปร ข. หนิ อคั นี ก. หนิ ไนส์–ทำครก

ค. หนิ ตะกอน ง. หินชน้ั ข. หนิ ทราย–ทำเครื่องประดับ

2. เพราะเหตใุ ดหินอัคนแี ทรกซอนจงึ มีผลกึ ขนาดใหญ่ ค. หนิ ชนวน–ทำถนน

และเนอ้ื หินหยาบกว่าหนิ อัคนพี ุ ง. หินปูน–ทำอาวธุ

ก. เพราะปรมิ าณของหินหนดื 7. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชน์จากหนิ อัคนี

ข. เพราะแมกมาเยน็ ตัวบนผวิ โลก ก. หนิ ทรายใช้ทำท่ีลบั มดี

ค. เพราะลาวาตกผลกึ ภายใต้เปลือกโลก ข. แร่ควอตซ์ใช้ทำกระจก

ง. เพราะระยะเวลาทใ่ี ช้ในการเยน็ ตัว ค. หินออ่ นใชใ้ นการก่อสรา้ ง

3. สถานที่ใดมกี ารชะลา้ งพงั ทลายของหินมากท่ีสุด ง. แร่ฟลอู อไรต์เป็นส่วนผสมในยาสีฟนั

ก. บนภเู ขา ข. ริมฝั่งแม่น้ำ 8. ข้อใดกล่าวถงึ ประโยชน์ของซากดกึ ดำบรรพไ์ ดถ้ กู ต้อง

ค. ตามชายทะเล ง. ตามทอ้ งนา ก. เป็นหลักฐานบอกอายุของสิ่งมชี ีวติ ในปจั จุบนั

4. ข้อใดกลา่ วถูกต้อง ข. ชว่ ยคาดคะเนถงึ สภาพแวดล้อมในอดีต

ก. หินอคั นเี กิดจากการเยน็ ตวั และตกผลึกของหินหนดื ค. เปน็ ข้อมูลแสดงถึงภมู ิอากาศย้อนหลงั 10 ปี

ข. หนิ แปรเกดิ จากหนิ ตะกอนสลายตวั และผพุ งั ง. ใชร้ ะบคุ วามสำคัญของสงิ่ มีชวี ิตในอดตี

ค. หนิ ตะกอนเกิดจากการแปรสภาพดว้ ยความรอ้ น 9. ข้อใดไม่จดั เป็นปจั จัยในการเกดิ ซากดึกดำบรรพ์

และความดัน ก. ขนาด ข. อุณหภมู ิ

ง. หินอคั นแี ละหินตะกอนไม่สามารถเปลย่ี นเป็น ค. ระยะเวลา ง. องคป์ ระกอบของสง่ิ มีชีวิต

หนิ แปรได้ 10. การพบซากดึกดำบรรพ์ของปะการงั แอมโมไนต์

5. ต้นข้าวพบหินชนิดหนึ่งบริเวณชายทะเลลักษณะเป็น และสาหร่าย บรเิ วณอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

ชั้นมีเศษซากเปลือกหอยติดอยู่ จากข้อมูล หินที่ นักเรียนคิดว่าพนื้ ทนี่ ี้ในอดีตเป็นอยา่ งไร

ต้นข้าวพบจัดเปน็ หินชนดิ ใด ก. บรเิ วณนีเ้ ป็นแมน่ ำ้ มาก่อน

ก. หนิ อัคนี ข. หนิ แปร ข. บริเวณน้ีอยู่ใกล้แหลง่ นำ้ จดื

ค. หินตะกอน ง. หินชนวน ค. บริเวณนเ้ี คยเป็นทะเลมาก่อน

ง. บริเวณน้เี ปน็ ธารนำ้ แข็งมากอ่ น

เฉลย

1. ข 2. ง 3. ค 4. ก 5. ค 6. ก 7. ง 8. ข 9. ก 10. ค

53

แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ งที่สดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

1. สถานทใ่ี ดมีการชะล้างพงั ทลายของหินมากที่สดุ 6. ต้นข้าว พบหินชนิดหนึ่งบริเวณชายทะเลลักษะเป็นชั้น

ก. บนภเู ขา ข. รมิ ฝัง่ แม่นำ้ มีเศษซากเปลือกหอยติดอยู่ จากข้อมูลหินที่ต้นข้าวพบ

ค. ตามชายทะเล ง. ตามท้องนา จัดเป็นหนิ ชนิดใด

2. ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง ก. หินอคั นี ข. หนิ แปร

ก. หนิ อคั นีเกิดจากการเยน็ ตวั และตกผลึกของหนิ หนืด ค. หนิ ตะกอน ง. หนิ ชนวน

ข. หินแปรเกิดจากหินตะกอนสลายตัวและผุพงั 7. หนิ ในขอ้ ใดนำไปใช้ประโยชน์ไดถ้ กู ตอ้ ง

ค. หินตะกอนเกดิ จากการแปรสภาพดว้ ยความรอ้ น ก. หินไนส์–ทำครก

และความดัน ข. หินทราย–ทำเครอ่ื งประดับ

ง. หนิ อัคนแี ละหินตะกอนไม่สามารถเปลย่ี นเปน็ ค. หินชนวน–ทำถนน

หินแปรได้ ง. หนิ ปนู –ทำอาวุธ

3. หนิ ชนิดใดเปน็ หนิ ที่เกดิ เริ่มแรกบนโลก 8. การพบซากดึกดำบรรพ์ของปะการัง แอมโมไนต์และ

ก. หินแปร ข. หนิ อคั นี สาหร่าย บรเิ วณอำเภอโคกสำโรง จังหวดั ลพบรุ ี

ค. หินตะกอน ง. หินชนั้ นักเรียนคิดวา่ พ้ืนที่น้ีในอดตี เปน็ อยา่ งไร

4. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชน์จากหินอัคนี ก. บริเวณน้เี ปน็ แม่นำ้ มากอ่ น

ก. หินทรายใชท้ ำที่ลับมีด ข. บริเวณนอ้ี ยูใ่ กลแ้ หลง่ น้ำจืด

ข. แร่ควอตซใ์ ช้ทำกระจก ค. บริเวณน้ีเคยเปน็ ทะเลมาก่อน

ค. หินอ่อนใชใ้ นการก่อสร้าง ง. บริเวณนเี้ ป็นธารน้ำแขง็ มาก่อน

ง. แร่ฟลอู อไรตเ์ ปน็ สว่ นผสมในยาสีฟนั 9. ขอ้ ใดไม่จดั เปน็ ปจั จยั ในการเกิดซากดึกดำบรรพ์

5. เพราะเหตุใดหนิ อคั นแี ทรกซอนจงึ มผี ลกึ ขนาดใหญ่ ก. ขนาด ข. อุณหภูมิ

และเน้อื หนิ หยาบกว่าหนิ อัคนีพุ ค. ระยะเวลา ง. องค์ประกอบของสง่ิ มชี วี ิต

ก. เพราะปรมิ าณของหินหนดื 10. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ประโยชนข์ องซากดกึ ดำบรรพไ์ ด้ถกู ต้อง

ข. เพราะแมกมาเย็นตวั บนผิวโลก ก. เป็นหลักฐานบอกอายุของสงิ่ มชี วี ติ ในปจั จุบัน

ค. เพราะลาวาตกผลกึ ภายใตเ้ ปลอื กโลก ข. ชว่ ยคาดคะเนถึงสภาพแวดลอ้ มในอดีต

ง. เพราะระยะเวลาทใี่ ช้ในการเย็นตัว ค. เปน็ ข้อมลู แสดงถึงภูมิอากาศย้อนหลัง 10 ปี

ง. ใช้ระบคุ วามสำคญั ของสิ่งมีชีวติ ในอดตี

เฉลย

1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ง 6. ค 7. ก 8. ค 9. ก 10. ข

54

ตารางเกณฑ์การประเมนิ สมรรถนะหลกั (S)

รายการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
432 1
1. การจดั การ (เริ่มต้น)
ตนเอง (เหนอื ความคาดหวัง) (สามารถ) (กำลังพฒั นา) รจู้ ักความสามารถของ
ตนเอง มีวินัยในการดูแล
2. การคดิ ขั้นสงู มีความม่นั ใจและ มมี โนทศั นเ์ กี่ยวกับ รูจ้ ักความสามารถของ จัดการชวี ิตประจำวนั
ของตนเอง รับรู้และ
ภาคภูมิใจในตนเอง ตวั เอง (Self Concept) ตนเอง มวี ินยั ในการดูแล จัดการอารมณ์และ
ความเครยี ด แยกแยะส่งิ
(Self Esteem) สามารถ ท่ถี ูกต้อง สามารถ จดั การชวี ิตประจำวนั ถูกผดิ หลีกเล่ยี งการ
นำพาตัวเองเขา้ ไปสู่
ตัดสนิ ใจและวางแผน ตดั สินใจและมงุ่ มนั่ ท่ีจะ ของตนเอง รับรู้ และ ภาวะเสี่ยงตามคำแนะนำ
อดทนตอ่ ปัญหาใน
เก่ยี วกับชวี ติ และการ จดั การสิ่งท่ีจำเปน็ จัดการอารมณ์และ ชีวิตประจำวันและการ
เรยี น
เรยี นของตนเอง มีวนิ ยั สำหรับชวี ติ และการ ความเครยี ด ตระหนกั รู้
ต้งั คำถามหรือระบุ
และจงู ใจตนเองให้ไปสู่ เรียนของตนเอง รับรู้ ผิดชอบช่วั ดี จดั การ ปัญหาอย่างงา่ ยจากการ
สงั เกตส่ิงต่าง ๆ รอบตัว
เป้าหมาย รับรแู้ ละ และจัดการอารมณแ์ ละ ปญั หาชีวติ ประจำวัน สถานการณ์ หรอื
ปรากฏการณใ์ น
จดั การอารมณแ์ ละ ความเครยี ด ละเวน้ การ และการเรยี นตาม ชวี ิตประจำวัน สังเกต
จำแนก หรอื ระบุ
ความเครียด มจี ุดยนื และ กระทำที่ไม่ควรทำ รทู้ นั คำแนะนำ พรอ้ มเผชิญ ความสัมพันธข์ องส่งิ ท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั
ความเช่อื ของตัวเอง การเปล่ียนแปลงที่ และยอมรับปญั หาที่ ปรากฏการณห์ รอื
สถานการณ์นน้ั ๆ ได้
ปรบั ตัวรับการ เกิดขนึ้ จดั การปญั หา เกิดขึน้ สามารถสำรวจ วางแผน
รวบรวมข้อมลู หรือ
เปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ข้ึน ชีวติ ประจำวัน และการ ทรพั ยากร แปล
ความหมายข้อมลู ด้วย
และสามารถฟน้ื คนื จาก เรียนตามคำแนะนำ หลักฐานเชงิ ประจักษ์

สภาพปญั หาเม่อื เผชิญ

ภาวะวกิ ฤตตาม

คำแนะนำ

ตง้ั คำถามหรือระบุ ตัง้ คำถามหรือระบุ ตง้ั คำถามหรอื ระบุ

ปญั หาหรือสถานการณ์ท่ี ปัญหาทซี่ ับซ้อน จาก ปญั หาอยา่ งงา่ ยจากการ

ซบั ซอ้ น จากการสังเกต การสังเกตส่งิ ตา่ ง ๆ สังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตวั

สิ่งตา่ ง ๆ สถานการณ์ สถานการณ์ หรือ สถานการณ์ หรือ

หรือปรากฏการณใ์ น ปรากฏการณ์ ใน ปรากฏการณใ์ น

ชวี ิตประจำวัน ระบุ ชีวิตประจำวนั โดย ชีวิตประจำวนั โดย

สาเหตขุ องปัญหา แยก ละเอียด สามารถ ละเอียด ระบุ

ปญั หาเป็นปัญหาย่อย ๆ วางแผนและดำเนินการ ความสัมพันธข์ องส่ิงที่

สามารถวางแผนและ การสำรวจตรวจสอบ เกี่ยวขอ้ งกับ

ดำเนนิ การการสำรวจ เลือกวิธกี ารเก็บรวบรวม ปรากฏการณ์หรอื

ตรวจสอบ เลอื กวิธีการ ขอ้ มูล วิเคราะห์ข้อมลู สถานการณน์ นั้ ๆ ได้

เกบ็ รวบรวมข้อมลู แปลความหมายขอ้ มลู สามารถวางแผนและ

เปรยี บเทียบแหลง่ ขอ้ มูล เพอื่ สร้างขอ้ สรปุ ท่ี ดำเนนิ การสำรวจ

และข้อเท็จจริงได้ แม่นยำและนา่ เช่อื ถอื ตรวจสอบ เลอื กวิธีการ

วเิ คราะหข์ อ้ มูล แปล พร้อมนำเสนอและ เกบ็ รวบรวมข้อมลู แปล

ความหมายขอ้ มลู ลง เปรยี บเทียบขอ้ สรุปท่ี ความหมายข้อมลู ดว้ ย

55

รายการ ระดับคะแนน
ประเมิน
4321
3. การสื่อสาร
(เหนือความคาดหวงั ) (สามารถ) (กำลังพฒั นา) (เริ่มตน้ )

ข้อสรุปได้อย่างถกู ตอ้ ง เหมือนหรือแตกตา่ งกับ หลักฐานเชิงประจกั ษ์ และสรุปข้อมูล เพ่อื

นำเสนอข้อสรปุ รวมทั้ง ขอ้ สรุปของตน สามารถ และสรุปขอ้ มูล พร้อมท้ัง เปรียบเทยี บ ประเมิน

เปรยี บเทยี บและ พัฒนาชน้ิ งานหรอื วิธีการ ประเมินความถกู ต้อง ตดั สนิ ใจ หรือเสนอ

ประเมนิ ขอ้ สรุปที่ โดยใชค้ วามคิดทแ่ี ปลก และขอ้ จำกัดของข้อมลู แนวทางแกป้ ัญหาอยา่ ง

แตกต่างหรือตรงกนั ข้าม ใหม่ ทไ่ี มซ่ ำ้ ใครหรอื เพือ่ เปรียบเทียบ งา่ ยได้ พร้อมแสดง

กับข้อสรุปของตน และ พฒั นาต่อยอดจาก ประเมนิ ตดั สนิ ใจ หรอื เหตุผล โดยคำนึงถงึ

สามารถปรบั ปรงุ ข้อสรุป ของเดิม วิเคราะห์ เสนอแนวทางแกป้ ัญหา ความเหมาะสมของการ

ของตนตามข้อมลู และ องค์ประกอบของช้ินงาน อยา่ งงา่ ยได้ สามารถ ออกแบบวิธกี าร

หลกั ฐานใหม่สร้าง หรือวิธกี ารเพอื่ สรา้ ง จินตนาการและเสนอ แก้ปัญหา สามารถ

แบบจำลองเพ่ือแสดง แบบจำลองอยา่ งง่าย ความคดิ ไดอ้ ย่าง จินตนาการและเสนอ

โครงสร้างของปัญหา คล่องแคล่ว หลากหลาย ความคดิ ได้อย่าง

หรือสถานการณไ์ ด้ โดยใชค้ วามคิดทแี่ ปลก คลอ่ งแคล่ว หลากหลาย

พฒั นาชิ้นงานหรือวิธีการ ใหมท่ ่ีไมซ่ ้ำใคร หรือ โดยใช้ความคิดทแี่ ปลก

โดยใช้ความคดิ ที่แปลก พัฒนาต่อยอดจาก ใหม่ทีไ่ มซ่ ้ำใคร ตลอดจน

ใหมท่ ่ีไม่ซำ้ ใคร หรอื ของเดมิ สามารถผลิตผลงานตาม

พัฒนาต่อยอดจาก จนิ ตนาการโดยอาศัย

ของเดิม ใหเ้ หมาะสมต่อ ตน้ แบบ

การใชง้ านจรงิ

รบั และสง่ สารผ่านสอ่ื ท่ี รบั และส่งสารทเี่ กยี่ วขอ้ ง รบั และสง่ สารที่เกยี่ วข้อง รับและสง่ สารท่เี ปน็

หลากหลาย โดย กับสถานการณใ์ นชุมชน กับสถานการณ์ท่ใี กล้ตัว ข้อมลู ข้อเท็จจริง และ

ปราศจากอคติ สรุป สงั คม อย่างมีสติ จับ จับประเดน็ สำคัญ หรือ ความรู้สึกทมี่ ี

ประเดน็ ตคี วาม และ ประเดน็ สำคัญ ข้อคิด วัตถุประสงค์ของผ้สู ่งสาร รายละเอยี ดมากขน้ึ ใน

ประเมินคุณค่า ในมิติ ทัง้ เชงิ บวก และลบท่ี ได้ อธบิ ายความรูส้ กึ ท่ี สถานการณใ์ กลต้ วั มี

ความจรงิ (ขอ้ มูล ไดร้ บั ตามวตั ถุประสงค์ เกิดขึ้นจากการรับสาร ความอดทน ในการรับ

ขา่ วสาร) ความดี (แกน่ ของผู้สง่ สาร แลกเปล่ียน ประเภทตา่ ง ๆ ที่มีความ สารแลกเปล่ียน

แนวคิด) และความงาม ประสบการณอ์ ยา่ งมีสติ ซบั ซอ้ นมากขึ้น มคี วาม ประสบการณ์และสือ่ สาร

(อารมณ์ สนุ ทรยี ะ) แบบ กบั บุคคลทีห่ ลากหลาย อดทนในการรบั และส่ง โดยตระหนกั ถึงความ

ง่ายได้ ส่อื สารอย่าง ขึ้น ในสถานการณ์ท่ีมี สาร ใช้สื่อท่ีมคี วาม แตกต่างระหว่างตนเอง

สร้างสรรค์เพ่อื การอยู่ ความซับซ้อน ทงั้ โลกจรงิ หลากหลายข้ึน เข้าใจ กบั บุคคลใกล้ตัว

ร่วมกนั ในสังคม โดย และโลกเสมอื น มี ผลกระทบของสื่อทมี่ ีต่อ คำนึงถึงประโยชนแ์ ละ

คำนงึ ถงึ ผลกระทบของ มารยาทและจรยิ ธรรมใน ตนเอง มจี ุดมุง่ หมาย โทษของสื่อทีม่ ีตอ่ ตนเอง

การส่ือสาร รผู้ ลกระทบ การสอ่ื สาร เลอื กใช้ และกลวิธีในการสือ่ สาร สามารถส่อื สารเรือ่ งราว

ของส่อื ประเมนิ คณุ ค่า กลวธิ ใี นการผลิตสอื่ และ และการผลติ สอื่ เพอ่ื สอื่ ใกลต้ ัวท้งั ท่ีเป็นภาษา

และจรยิ ธรรมในการ สอ่ื สารที่เหมาะสม และ ภาพ เสียง สญั ลักษณ์

56

รายการ ระดบั คะแนน
ประเมิน
4321
4. การรวมพลัง
ทำงานเป็นทมี (เหนือความคาดหวัง) (สามารถ) (กำลังพฒั นา) (เร่ิมต้น)

5. การเปน็ สอื่ สาร ผ่านสอื่ ประเภท เกดิ ประโยชน์ต่อตนเอง สาระทีเ่ ป็นประโยชนต์ ่อ ทา่ ทาง การแสดงออก
พลเมืองที่เข้มแข็ง
ตา่ ง ๆ มีจุดมุ่งหมายใน และต่อกลุ่ม ตาม ตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม ทางศลิ ปะอยา่ งงา่ ย โดย

การสอ่ื สาร การผลติ สือ่ จุดมุง่ หมายท่กี ำหนดไว้ เลอื กและผลติ สื่อให้

และออกแบบการสื่อสาร เหมาะกับบุคคล และ

เพือ่ ให้เกิดประโยชน์ต่อ กาลเทศะ

ตนเอง ต่อกลุ่ม และต่อ

สังคม

เปน็ ผนู้ ำตนเองมีสว่ น เปน็ สมาชกิ ท่รี เิ รมิ่ เปน็ สมาชิกทีมที่ มคี วามรับผดิ ชอบและใช้

รว่ มในการตัดสินใจและ กำหนดเปา้ หมาย วิธกี าร รบั ผิดชอบต่อบทบาท จดุ เดน่ ในการทำงานให้

การทำงานเพอ่ื ใหบ้ รรลุ ทำงานทั้งของตนเองและ และงานตามทีไ่ ด้รับ สำเรจ็ รักการทำงาน

เปา้ หมายของตนเองและ ทมี ใชค้ วามคิด มอบหมาย จดั ระบบ เป็นสมาชิกทมี ทม่ี ีส่วน

ทมี จัดระบบความคิด สร้างสรรค์ในการวาง ความคดิ ก่อนลงมอื รว่ มในการตัดสนิ ใจ การ

และการทำงาน สะท้อน แผนการทำงานอยา่ งเปน็ ทำงานอย่างเป็นลำดับ กำหนดเป้าหมาย การ

ผลการทำงานโดย ลำดบั ข้นั และปฏิบัตงิ าน ข้นั และปฏบิ ตั ิงานจน สร้างขอ้ ตกลงและการ

ตระหนกั ถงึ เป้าหมาย จนสำเร็จ วิเคราะหแ์ ละ สำเร็จ รวมทั้งการ ทำงานของทีม

และสัมพนั ธภาพเชงิ บวก สะทอ้ นการทำงาน ช่วยเหลอื เพ่อื นในทีม แสดงออกถงึ ความเขา้ ใจ

ของทีม แสดง ความคิดเห็นและ โดยปฏิบัติต่อผู้อื่นอยา่ ง ตอ่ เพื่อนในทมี ด้วยความ

สนับสนนุ การทำงานของ เป็นมิตร เป็นมติ รตามคำแนะนำ

สมาชกิ ในทีมให้บรรลุ

เป้าหมาย

ร้จู กั และปกปอ้ งสิทธิ รจู้ ักและปกปอ้ งสทิ ธิ อดทนอดกลั้นในความ อสิ ระท่จี ะคิดและ

เสรีภาพของตนเอง และ เสรีภาพของตนเอง และ คดิ เห็นและการ แสดงออกทีร่ ับผดิ ชอบ

ผู้อนื่ พยายามท่ีจะเห็น ผอู้ น่ื ยอมรับและเคารพ แสดงออกทแี่ ตกต่าง และไม่ทำให้ผอู้ น่ื

อกเห็นใจและชว่ ยเหลือ ความแตกตา่ ง ยอมรับความแตกตา่ ง เดอื ดรอ้ น เคารพสทิ ธิ

ผูอ้ ่นื เคารพและปฏิบตั ิ หลากหลาย พยายามท่ี หลากหลาย ชว่ ยเหลือ เสรีภาพของผูอ้ นื่

ตนตามกฎ กติกาทาง จะเห็นอกเห็นใจ และแบง่ ปันกบั ผอู้ ่นื ช่วยเหลอื ผูอ้ ่ืน

สงั คม มคี วามรับผิดชอบ ช่วยเหลอื และแบ่งปนั กบั รับผิดชอบและปฏบิ ัติตน รับผดิ ชอบและปฏบิ ตั ติ น

ตอ่ ผลการกระทำตาม ผอู้ นื่ รับผดิ ชอบและ อยา่ งเหมาะสมตาม อยา่ งเหมาะสม ตาม

บทบาทหน้าท่พี ลเมอื ง ปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสม บทบาทหน้าท่ใี นฐานะ บทบาทหนา้ ที่ของตนเอง

ประชาธิปไตย ตดิ ตาม ตามบทบาทหน้าท่ใี น พลเมอื งในระบอบ เคารพต่อสถาบันหลกั

และประเมนิ ความ ฐานะพลเมอื ง ในระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมี ของชาติ ตดิ ตามขอ้ มูล

ถกู ตอ้ งและน่าเช่อื ถือ ประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษตั ริยท์ รงเป็น ข่าวสารที่เกย่ี วข้องกับ

ของขอ้ มลู รเิ รม่ิ และมี พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ เคารพต่อ ตนเอง ครอบครวั เพอื่ น

ส่วนร่วมทางสังคมใน ประมุข เคารพตอ่ สถาบันหลกั ของชาติ รว่ มช้ันเรียน มีสว่ นร่วม

57

รายการ ระดับคะแนน
ประเมนิ
4 32 1
6. การอย่รู ว่ มกบั (เหนอื ความคาดหวัง) (เร่ิมต้น)
ธรรมชาติ และ ประเด็นทีส่ นใจระดับ (สามารถ) (กำลังพฒั นา) ในกจิ กรรมสว่ นรวมต่าง
วทิ ยาการอย่าง ทอ้ งถิ่นและประเทศ ๆ ในระดบั ชน้ั เรยี นหรอื
ย่งั ยืน ดว้ ยจติ สาธารณะ สถาบนั หลักของชาติ ติดตามและตรวจสอบ โรงเรยี น แก้ไขปญั หา
กระตอื รอื ร้นในการหา ความขดั แยง้ ในช้ันเรียน
ทางออก และรว่ มสร้าง ตดิ ตามและตรวจสอบ ข้อมลู ขา่ วสาร เข้ารว่ ม อยา่ งมเี หตผุ ล
การเปล่ยี นแปลงรว่ มกนั
เก่ยี วกับประเดน็ ปัญหา ขอ้ มลู ขา่ วสาร เข้ารว่ ม กจิ กรรมและร่วมเปน็ กระตอื รือร้นและมีฉนั ทะ
โดยคำนงึ ถึง ความเทา่ ในการใฝ่หาความรู้ ตัง้
เทยี มเป็นธรรมด้วยสนั ติ กจิ กรรมและรว่ มเป็น อาสาสมคั รในกจิ กรรม คำถามท่นี ำไปสู่การหา
วธิ แี ละวิถปี ระชาธิปไตย คำตอบและรวบรวม
อนั มีพระมหากษตั ริย์ อาสาสมัคร ในกจิ กรรม สาธารณะประโยชน์ ข้อมูลโดยใชเ้ ครื่องมอื
ทรงเป็นประมุข อย่างง่าย เลือกรูปแบบ
สาธารณะประโยชน์ ระดับโรงเรยี นและชมุ ชน การนำเสนอ วิเคราะห์
มงุ่ ม่นั ในการหาสาเหตุ และประเมนิ ความ
ของปรากฏการณ์ ระดบั โรงเรยี นและชมุ ชน หาทางออกรว่ มกันกบั น่าเชื่อถือของข้อสรปุ
ออกแบบวิธกี ารรวบรวม อธบิ ายสาเหตุของ
ขอ้ มลู วเิ คราะหแ์ ละ หาทางออกร่วมกนั กบั ผเู้ ก่ยี วข้องในการ ปรากฏการณ์จาก
นำเสนอขอ้ มูลที่คอ่ นข้าง หลกั ฐานท่ีรวบรวมได้
ซับซ้อนและประเมิน ผเู้ กี่ยวข้องในการ แกป้ ัญหา หรอื ความ และเชื่อมโยงผลท่ีมีตอ่
ความสมเหตุ สมผลของ ชีวติ และสงิ่ แวดลอ้ มใน
ขอ้ สรปุ และการอนุมาน แกป้ ัญหา โดยใช้ ขัดแย้งอย่างมีเหตุผล ชุมชน ออกแบบแนวทาง
ยอมรบั และยนิ ดี และลงมอื แกป้ ญั หา จาก
เปลย่ี นแปลงขอ้ สรปุ เม่ือ กระบวนการ สถานการณ์ใกล้ตวั หรือ
มีหลกั ฐานทน่ี า่ เชอ่ื ถือ สิง่ แวดลอ้ มโดยใชค้ วามรู้
เพยี งพอ อธบิ ายสาเหตุ ปรึกษาหารือตามวถิ ี คณิตศาสตร์
และกระบวนการของ วิทยาศาสตร์ และ/ หรือ
ปรากฏการณจ์ าก ประชาธิปไตย เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยี
หลกั ฐานทร่ี วบรวมได้
โดยใชค้ วามรู้ในศาสตร์ ใส่ใจ และมีฉันทะในการ รวบรวมข้อมูลอยา่ ง
ตา่ ง ๆ และเชอื่ มโยงผล
ตอ่ ธรรมชาตแิ ละ ใฝห่ าความรู้ สังเกต ตั้ง ซ่ือสัตย์ ออกแบบและ
ส่งิ แวดล้อมใน
ระดับประเทศอยา่ งเป็น คำถามทนี่ ำไปสกู่ ารหา เลือกใชเ้ ครือ่ งมือที่
ระบบ คาดการณ์
คำตอบเกี่ยวกับ เหมาะสม ประเมนิ ความ

ปรากฏการณ์ทวั่ ไป น่าเชอื่ ถอื ของขอ้ มูล

ประเมนิ และเลอื กวิธีการ วเิ คราะหข์ ้อมูลทจี่ ดั การ

รวบรวมขอ้ มลู ที่ เพอ่ื ลงขอ้ สรปุ อธิบาย

สอดคล้องกับคำถาม สาเหตแุ ละกระบวนการ

ประเมนิ ความน่าเชื่อถอื ของปรากฏการณจ์ าก

ของขอ้ มลู จัดการและ หลักฐานทีร่ วบรวมได้

นำเสนอขอ้ มลู หลาย โดยใช้ความรใู้ นศาสตร์

ประเภทไดอ้ ย่าง ตา่ ง ๆ และเชือ่ มโยงผล

เหมาะสม วิเคราะห์และ ตอ่ ธรรมชาติ และ

เลือก ชุดข้อมลู ที่ สง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชน

สอดคล้องกับสมมตฐิ าน คาดการณ์เก่ียวกับ

และประเมนิ ข้อสรุปและ ปรากฏการณโ์ ดยอาศัย

ขอ้ กล่าวอา้ ง อธิบาย หลักวชิ าและไม่มอี คติ

สาเหตแุ ละกระบวนการ ออกแบบแนวทางและลง

ของปรากฏการณจ์ าก มือแกป้ ัญหาจาก

หลกั ฐานทร่ี วบรวมได้ สถานการณ์ ตา่ ง ๆ ใน

โดยใชค้ วามรใู้ นศาสตร์ ธรรมชาติหรือ

58

รายการ ระดบั คะแนน
ประเมิน
4 32 1
(เหนือความคาดหวัง) (เรม่ิ ตน้ )
เก่ียวกับปรากฏการณ์ (สามารถ) (กำลงั พัฒนา) อย่างปลอดภยั และ
โดยอาศัยหลักวิชาและ เหมาะสม ใสใ่ จ ดแู ล
ขอ้ มลู รอบด้าน ตา่ ง ๆ และเชอื่ มโยงผล สิ่งแวดล้อม โดยใช้ ส่งิ แวดลอ้ มในบริเวณ
แก้ปญั หาอย่างเป็นระบบ บา้ น โรงเรียน หรือ
ด้วยคณิตศาสตร์ ตอ่ ธรรมชาติ และ ความร้คู ณติ ศาสตร์ ชมุ ชน ของตนเอง ใช้
วทิ ยาศาสตร์ และ ทรัพยากรธรรมชาติ
เทคโนโลยี และปฏบิ ตั ิ ส่งิ แวดล้อมในชมุ ชน วทิ ยาศาสตร์ และ อยา่ งรู้คุณค่า
ตนเพอ่ื อยู่ร่วมกบั การ
เปล่ยี นแปลงของ คาดการณเ์ กย่ี วกับ เทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี
ปรากฏการณ์ในระบบ
ธรรมชาตไิ ดอ้ ย่าง ปรากฏการณ์โดยอาศยั ตามวัตถปุ ระสงคอ์ ย่าง
เหมาะสม ใช้เทคโนโลยี
โดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบ หลกั วชิ าอย่างมเี หตผุ ล คมุ้ คา่ และปลอดภยั รบั รู้
ต่อตนเอง สงั คมและ
สง่ิ แวดล้อม และรู้เท่าทนั และไมม่ อี คติ แก้ปญั หา และมีจิตสำนกึ ในการ
ในการสื่อสารผา่ นโลก
ดจิ ิทลั ใช้ ปัจจุบันท่ีเกย่ี วขอ้ งกับ ดูแลธรรมชาตแิ ละ
ทรัพยากรธรรมชาติ
อย่าง มีความรับผดิ ชอบ การเปล่ียนแปลงของ สิง่ แวดลอ้ ม

ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ใน

ระบบธรรมชาติ โดยใช้

ความรู้คณิตศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ และ

เทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี

อยา่ งคุ้มค่า ปลอดภัย

และเหมาะสม รบั ร้แู ละ

เห็นตัวเองเป็นสว่ นหนึ่ง

ของระบบธรรมชาติ ใช้

ทรัพยากรธรรมชาตติ าม

ความจำเปน็

59

ตารางเกณฑ์การประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล (A)

รายการ ระดบั คะแนน

ประเมิน 4 3 2 1

มคี รบในประเด็น ขาดประเดน็ ใด ขาดมากกวา่ 1 ขาดมากกว่า 2

ตอ่ ไปน้ี ประเดน็ หนึง่ ใน ประเดน็ ในตอ่ ไปน้ี ประเด็นในตอ่ ไปนี้

- เอาใจใสใ่ นการเรยี น ต่อไปนี้ - เอาใจใสใ่ นการเรียน - เอาใจใส่ในการเรียน

และมีความเพยี ร - เอาใจใส่ในการเรยี น และมีความเพียร และมคี วามเพยี ร

พยายามในการเรยี น และมีความเพยี ร พยายามในการเรียน พยายามในการเรยี น

- เข้ารว่ มกจิ กรรมการ พยายามในการเรยี น - เข้าร่วมกจิ กรรมการ - เขา้ รว่ มกิจกรรมการ

เรียนรู้ตา่ ง ๆ - เขา้ ร่วมกิจกรรมการ เรียนร้ตู ่าง ๆ เรยี นรตู้ ่าง ๆ

ใฝเ่ รยี นรู้ - บนั ทึกความรู้ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ - บนั ทกึ ความรู้ - บนั ทกึ ความรู้
วิเคราะห์ ตรวจสอบ - บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ วิเคราะห์ ตรวจสอบ

บางส่ิงทเ่ี รยี นรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ บางส่ิงท่เี รียนรู้ บางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้

แลกเปลี่ยนความรู้ บางสิ่งที่เรียนรู้ แลกเปล่ยี นความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้

- ศกึ ษาค้นควา้ หา แลกเปล่ียนความรู้ - ศึกษาค้นคว้า หา - ศกึ ษาค้นควา้ หา

ความรู้จากหนังสือ - ศกึ ษาค้นควา้ หา ความรู้จากหนังสอื ความรูจ้ ากหนังสอื

เอกสาร ส่งิ พิมพ์ สอ่ื ความรูจ้ ากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สื่อ เอกสาร ส่งิ พิมพ์ สอ่ื

เทคโนโลยตี ่าง ๆ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยตี ่าง ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ

เทคโนโลยีต่าง ๆ

มคี รบในประเด็น ขาดประเด็นใด ขาดมากกวา่ 1 ขาดมากกวา่ 2

ตอ่ ไปนี้ ประเด็นหนึง่ ใน ประเด็นในตอ่ ไปนี้ ประเดน็ ในตอ่ ไปนี้

- ต้ังใจทำงานผลงาน ตอ่ ไปนี้ - ตั้งใจทำงานผลงาน - ตั้งใจทำงานผลงาน

สำเรจ็ และมี - ต้ังใจทำงานผลงาน สำเร็จ และมี สำเร็จ และมี

ประสทิ ธภิ าพ สำเร็จ และมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ

ม่งุ มั่นใน - เอาใจใสต่ ่อการ ประสทิ ธิภาพ - เอาใจใสต่ ่อการ - เอาใจใสต่ ่อการ

การทำงาน ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีท่ีไดร้ บั - เอาใจใสต่ อ่ การ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ ับ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ท่ีได้รบั

มอบหมาย ปฏิบัตหิ น้าท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย มอบหมาย

- ไมย่ ่อท้อต่อปัญหา มอบหมาย - ไมย่ อ่ ทอ้ ตอ่ ปญั หา - ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อปัญหา

และอปุ สรรคในการ - ไม่ย่อท้อต่อปัญหา และอุปสรรคในการ และอุปสรรคในการ

ทำงาน และอุปสรรคในการ ทำงาน ทำงาน

ทำงาน

60

รายการ 4 ระดับคะแนน 1
ประเมิน - พยายามแกป้ ญั หา 32 - พยายามแก้ปัญหา
และอปุ สรรคในการ - พยายามแก้ปัญหา - พยายามแก้ปัญหา และอปุ สรรคในการ
ทำงานให้สำเรจ็ และอปุ สรรคในการ และอุปสรรคในการ ทำงานให้สำเรจ็
ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทำงานใหส้ ำเรจ็

61

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

คำชี้แจง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน

ลำดับ ชื่อ–สกุล การ ความมี การมี รวม
ท่ี ของนกั เรียน การแสดง การ ทำงาน น้ำใจ ส่วนรว่ ม 15
ในการ คะแนน
ความ ยอมรบั ฟงั ตามท่ี ปรับปรงุ
คดิ เห็น คนอ่ืน ไดร้ ับ ผลงาน

มอบหมาย กลุม่

321321321321321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ช่วงคะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
14-15
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน 11-13 ระดับคุณภาพ
8-10 ดมี าก
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ (70%) ให้ 2 คะแนน ต่ำกว่า 8 ดี
พอใช้
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง (50%) ให้ 1 คะแนน ปรบั ปรงุ

62

โครงสร้างรายวิชา

วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2

ลำดบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน
/ ตวั ชว้ี ัด

หน่วยที่ 5 สารรอบตัวเรา
หนว่ ยย่อยท่ี 1 การแยกสารผสม

สารผสมที่ประกอบด้วยของแข็งและ

การแยกสารท่ีเป็นของแขง็ ของเหลวโดยของแข็งไม่ละลายในของเหลว
ออกจากของแขง็
1 ว 2.1 ป.6/1 นั้น แยกได้โดยการตกตะกอน การรินออก 3 5
3 5
และการกรอง ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถ

นำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั ได้

สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2

ชนิดขึ้นไปผสมอยู่รวมกัน เช่น ข้าวสารปน

กรวดทราย วิธีการที่เหมาะสมในการแยก

สารผสมข้นึ อยู่กบั ลกั ษณะและสมบตั ิของสาร

2 การแยกสารทเ่ี ป็นของแข็ง ว 2.1 ป.6/1 ที่ผสมอยู่ร่วมกัน ถ้าองค์ประกอบของสาร
ออกจากของเหลว ผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาด

แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบ

ออกหรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใด

สารหนึ่งเป็น สารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้

แมเ่ หล็กดงึ ดดู

หนว่ ยที่ 6 หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์ หินอัคนีเกดิ มาจากการเย็นตัวของแมก
หน่วยย่อยที่ 1 หินในธรรมชาติ
มา หินตะกอนเกิดมาจากการทับถมของ
3 กระบวนการเกิดหนิ
ตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและมีสารเชื่อม

ว 3.2 ป.6/1 ประสานจึงเกิดเป็นหิน หินแปรเกิดมาจาก 4 5
การแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหิน

อัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยการ

กระทำของความรอ้ น ความดัน และปฏิกิรยิ า

เคมี

63

ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
/ ตัวช้วี ัด

หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร มี

การเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึง่ ไปเป็นอกี

ประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบ

รูปการเปลี่ยนแปลงคงท่ีและต่อเนื่องเปน็ วัฏ

จักร

หินและแร่มีประโยชน์หลายอย่าง

4 ประโยชน์ของหินและแร่ เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน 3 5
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 ซากดึกดำบรรพ์ ว 3.2 ป.6/2 เครื่องประดับ อุปกรณ์ทางการแพทย์

นำหนิ มาใชใ้ นงานกอ่ สร้างตา่ ง ๆ

5 กระบวนการเกิดซากดกึ ดำ ซากดึกดาบรรพ์เกิดจากการทบั ถม 4 5
บรรพ์ หรอื การประทบั รอยของสง่ิ มชี วี ติ ในอดตี
จนเกดิ เป็นโครงสรา้ งของซากหรอื ร่องรอย
ของสงิ่ มีชีวิตท่ปี รากฏอยู่ในหิน ประเทศ
ไทยพบซากดกึ ดาบรรพท์ ห่ี ลากหลาย เช่น
พืช ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์
รอยเทา้ สตั ว์

ซากดึกดาบรรพ์สามารถใช้เป็ น
หลักฐานช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของ
พ้ืนท่ีในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนัน้ เช่น
ว 3.2 ป.6/3 ถ้าพบซากดึกดาบรรพ์ของหอยน้าจืด
สภาพแวดล้อมบริเวณนัน้ อาจเคยเป็น
แ ห ล่ ง น้ า จื ด ม า ก่ อ น แ ล ะ ถ้ า พ บ
ซากดึกดาบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อม
บ ริเ ว ณ นั้น อ า จ เ ค ย เ ป็ น ป่ า ม า ก่ อ น
นอกจากน้ี ซากดกึ ดาบรรพย์ งั สามารถใช้
ระบุอ า ยุข อ ง หิน และเ ป็ น ข้อ มู ล ใ น
การศกึ ษาววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี วี ติ

64

ลำดับ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
/ ตัวชีว้ ัด

หน่วยที่ 7 ปรากฏการณท์ างธรรมชาตแิ ละธรณพี บิ ัติภัย

หน่วยยอ่ ยที่ 1 ลมบก ลมทะเล และลมมรสมุ

ลมบก ลมทะเล และลมมรสุม เกิด

จากพ้ืนดินและพ้ืนน้ามีอุณหภูมิอากาศ

เหนือพ้นื ดนิ และพน้ื น้าแตกต่างกนั จึง

เกดิ การเคล่อื นทข่ี องอากาศจากบรเิ วณทม่ี ี

อณุ หภูมติ ่าเขา้ ไปแทนทอ่ี ากาศบรเิ วณท่มี ี

อุณหภูมิสูง ลมบกและลมทะเลเป็นลม

ประจาถ่ินท่พี บบรเิ วณชายฝัง่ โดยลมบก

เกิดเวลากลางคืน จึงทาให้มีลมพัดจาก

ชายฝั่งไปสู่ทะเล ชาวประมง จึงใช้

ประโยชน์จากลมบกในการออกเรอื ส่วน

ลมทะเลเกิดเวลากลางวนั ทาให้มีลมพดั

จากทะเลเข้าสู่ชายฝัง่ ชาวประมงจึงใช้

ประโยชน์จากลมทะเลในการนาเรอื กลบั

6 การเกดิ ลมบก ลมทะเล ว 3.2 ป.6/4 เข้าฝัง่ ส่วนลมมรสุมเป็นลมประจาฤดูท่ี 4 5
และลมมรสุม ว 3.2 ป.6/5 เกดิ บรเิ วณเขตรอ้ นของโลกเท่านนั้ ซึ่งเป็น

บรเิ วณกว้างระดบั ภูมภิ าค โดยมหี ลกั การ

เช่นเดยี วกบั การเกิดลมบก ลมทะเล ซ่ึง

ลมมรสุม เกิดจากอุณหภูมขิ องอากาศ

เหนือพ้นื ทวีปและพน้ื มหาสมุทรแตกต่าง

กนั

ลมมรสุมท่พี ดั ผ่านประเทศไทยมี 2

ชนิด คอื ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใตแ้ ละลม

มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซึ่งลมมรสุม

ตะวนั ตกเฉียงใต้จะส่งผลให้ประเทศไทย

เ กิ ด ฤ ดู ฝ น ส่ ว น ล ม ม ร สุ ม

ตะวนั ออกเฉียงเหนือจะส่งผลใหป้ ระเทศ

ไทยเกิดฤดูหนาว ส่วนช่วงเปล่ยี นมรสุม

ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย อ ยู่ ใ ก ล้ เ ส้ น ศู น ย์สูต ร

แ ส ง อ า ทิ ต ย์ เ กื อ บ ตั้ง ต ร ง แ ล ะ ตั้ง ต ร ง

65

ลำดบั ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
/ ตัวชี้วัด

ประเทศไทยในเวลาเท่ยี งวนั ทาให้ได้รบั
ค ว า ม ร้ อ น จ า ก ด ว ง อ า ทิต ย์ อ ย่ า ง เ ต็ม ท่ี
อากาศจงึ รอ้ นอบอา้ วทาใหเ้ กดิ ฤดรู อ้ น

หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2 ภยั ธรรมชาติและปรากฏการเรือนกระจก

น้าท่วม และดินถล่ม มีผลกระทบต่อ

ชีวิตและส่ิงแวดล้อมแตกต่างกัน มนุษย์

ควรเรียนรู้วิธีปฏบิ ัติตนให้ปลอดภยั เช่น

7 ธรณพี ิบตั ิภยั 1 (น้ำท่วม ดนิ ว 3.2 ป.6/6 ติดตามขา่ วสารอย่างสม่าเสมอ เตรยี มถุง 4 5
ถลม่ ) ว 3.2 ป.6/7 ยงั ชพี ห้พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏิบัติ

ตามคาสงั่ ของผู้ปกครองและเจ้าหน้าท่ี

อย่างเคร่งครดั เม่อื เกิดภัยทางธรรมชาติ

และธรณพี บิ ตั ภิ ยั

แผ่นดินไหว สึนามิ และการกัดเซาะ

ชายฝั่ง มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

8 ธรณีพบิ ัติภัย 2 แตกตา่ งกัน มนษุ ยค์ วรเรยี นรู้วธิ ีปฏิบัติตนให้ 4 5
(แผน่ ดนิ ไหว สนึ ามิ การกดั ว 3.2 ป.6/6 ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสารอ ย่าง
เซาะชายฝัง่ ) ว 3.2 ป.6/7 สม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้พร้อมใช้

ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของ

ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเม่ือ

เกิดภยั ทางธรรมชาตแิ ละธรณีพบิ ัตภิ ัย

ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากแกส๊

เรอื นกระจกในชัน้ บรรยากาศของโลกกักเก็บ

ความร้อน จากนั้นคาย ความร้อนบางส่วน

ว 3.2 ป.6/8 กลับสู่ผิวโลก จึงทำให้อากาศบนโลกมี
ว 3.2 ป.6/9
9 ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก อุณหภมู ทิ เี่ หมาะสมต่อการดำรงชวี ิต แต่เมื่อ 4 10
ปรากฏการณ์เรือนกระจกมีความรุนแรงมาก

ข้นึ จะมผี ลตอ่ การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก

และทำให้เกดิ ภาวะโลกรอ้ น เราทุกคนจงึ ควร

ช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน

66

ลำดบั ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
/ ตวั ช้ีวัด

กระจก เช่น ใช้รถจักรยานแทนรถยนต์ ไม่

เผาขยะ ไมเ่ ผาป่า ไมต่ ดั ไมท้ ำลายป่า

หน่วยท่ี 8 ดาราศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอวกาศ

หนว่ ยย่อยท่ี 1 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์

ปรากฏการณ์สุริยุปราคา เกิดในเวลา

กลางวนั เกิดจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และ

โลก โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกนั โดยมีดวง

จันทร์อยตู่ รงกลางระหวา่ งดวงอาทิตยก์ บั โลก

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาอาจเกิดได้ 3

ลักษณะ คอื สุรยิ ุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคา

บางส่วน และสุริยุปราคาวงแหวน เราไม่

สามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้

ด้วยตาเปล่า ควรใช้อุปกรณ์ในการสังเกต

เช่น แวน่ ตาดูดวงอาทิตย์

ปรากฏการณ์จันทรุปราคา เกิดในเวลา

กลางคืน เกิดจากดวงอาทิตย์ โลก และดวง

10 การเกิดอปุ ราคา ว 3.1 ป.6/1 จันทร์ โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยมี 4 10

โลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวง

จันทร์ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเกิดได้ 3

ลักษณะ คือ จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาบางส่วน จันทรุปราคาแบบ

บางส่วน และจันทรุปราคาแบบเงามัว เรา

สามารถสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้

ดว้ ยตาเปลา่

67

ลำดับ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
/ ตัวชวี้ ัด

หนว่ ยย่อยท่ี 2 ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยอี วกาศ

เทคโนโลยีอวกาศมีจุดเร่ิมตน้ จากมนุษย์

ว 3.1 ป.6/2 มีความต้องการสำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตา
เปล่า จากนั้นพัฒนามาเป็นการใช้กล้อง

โทรทรรศน์ และได้มีการพัฒนาจนสามารถ

ขนส่งเพื่อสำรวจอวกาศด้วยจรวดและยาน

11 พฒั นาการของเทคโนโลยี ขนส่งอวกาศและยังมีการพัฒนาอย่าง 3 10
อวกาศ 40 70
ต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี

อวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตประจำวัน เชน่ การใช้ดาวเทียมเพ่ือการ

สื่อสาร การพยากรณอ์ ากาศ หรอื การสำรวจ

ทรัพยากรธรรมชาติ แม้กระท่ังสิง่ ประดิษฐท์ ี่

ได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เช่น

หมวกนริ ภยั ชดุ กีฬา

รวม

สอบปลายภาค 30

68

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 6 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

รหสั วชิ า ว16101 เวลา 120 ชั่วโมง / ปี

.............................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน
การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความ
ปลอดภยั ต่อสุขภาพ แบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร หนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร การย่อยอาหารและ
การดูดซึมสารอาหาร ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงาน
เป็นปกติ การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการ
ตกตะกอน วธิ กี ารแกป้ ัญหาในชีวิตประจำวันเกย่ี วกบั การแยกสาร การเกดิ และผลของแรงไฟฟา้ ซ่งึ เกดิ จากวัตถุ
ทผ่ี า่ นการขัดถู ส่วนประกอบ หนา้ ท่ี ของวงจรไฟฟ้าแตล่ ะส่วนอย่างง่าย แผนภาพการตอ่ วงจรไฟฟ้าอนุกรม
และแบบขนาน การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและขนานด้วยวิธีการทเี่ หมาะสม ประโยชน์ ข้อจำกัด การเกิด
เงามืด เงามัว แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว แบบจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ
จันทรปุ ราคา พฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศและการใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวนั กระบวนการเกิดหินอัคนี
หนิ ตะกอน และหินแปร แบบจำลองวฏั จักรหนิ การใชป้ ระโยชน์ของหนิ และแร่ในชีวิตประจำวัน แบบจำลอง
การเกิด ซากดึกดำบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง ผลของ
มรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของ น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม
แผ่นดินไหว สึนามิ ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย แนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้
ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ แบบจำลองอธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมท่ี
กอ่ ให้เกิดแก๊สเรือนกระจก ผลกระทบของปรากฏการณเ์ รอื นกระจกลกู เห็บ

ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา การทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ต
คน้ หาความรู้ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ทีห่ ลากหลาย เพื่อแกป้ ัญหาใน
ชวี ิตประจำวัน ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เขา้ ใจสิทธิและหน้าทข่ี องตน เคารพในสิทธิของผอู้ นื่

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมูล
การเปรียบเทยี บข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสอ่ื สารส่งิ ที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ นำความร้ไู ปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์
มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

69

รหสั ตวั ชี้วัด ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ป.6/1
มาตรฐาน ว 1.2 ป.6/1
มาตรฐาน ว 2.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8
มาตรฐาน ว 2.2 ป.6/1 , ป.6/2
มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป’6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป.6/9
มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4
มาตรฐาน ว 3.2
มาตรฐาน ว 4.2
รวม 30 ตัวช้ีวัด

สมรรถนะหลัก

1. การคดิ ขน้ั สูง
2. การสื่อสาร
3. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
4. การอยู่ร่วมกบั ธรรมชาตแิ ละวิทยาการอย่างย่งั ยืน

70


Click to View FlipBook Version