สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สาระการเรียนรู้ 1.เกณฑ์การบันทึกบัญชี 2.ความหมายและประเภทของรายการปรับปรุงบัญชี 3.รายได้รับล่วงหน้า 4.รายได้ค้างรับ 5.ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ภาพรวม (Big Idea) กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูอภิปรายถึงรายได้ที่เกิดขึ้นในระหว่างงวดบัญชี ไม่ว่าจะได้รับเงินสดมาแล้วหรือไม่ก็ตามให้ถือเป็น รายได้ของงวดบัญชีนั้น ส่วนค่าใช้จ่ายก็เช่นเดียวกันให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับรายการที่เกิดขึ้นใน ระหว่างงวดบัญชี ไม่ว่าจะจ่ายเงินไปแล้วหรือไม่ก็ตาม การคำนวณกำไรขาดทุนตามเกณฑ์คงค้างจึงต้องมีการ ปรับปรุงบัญชีรายได้และบัญชีค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องตามงวดบัญชีนั้น ๆ เพื่อแสดงผลกำไรขาดทุนให้ถูกต้อง 2.ครูกล่าวถึงการปรับปรุงจำนวนเงินที่บันทึกไว้ในบัญชีให้ถูกต้องก่อนการจัดทำงบการเงิน ซึ่งจะต้อง บันทึกในสมุดรายวันทั่วไปและผ่านไปสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปที่เกี่ยวข้อง โดยรายการปรับปรุงเป็นรายการ ที่สำคัญรายการหนึ่งที่จะต้องทำในวันสิ้นงวดบัญชี เนื่องจากจะมีผลทำให้งบการเงินแสดงว่ากิจการมีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ณ วันสิ้นงวดจำนวนเท่าใด และทำให้ทราบว่ากิจการมีผลการดำเนินงานอย่างไร บ้าง 4.ผู้เรียนทำแบบประเมินผลก่อนเรียน โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วเปลี่ยนกันตรวจ ขั้นสอน 5.ครูอธิบายถึงเกณฑ์การบันทึกบัญชี โดยการบันทึกบัญชีที่จะนำมาใช้ในรายการปรับปรุงนี้ ได้แก่ 1) เกณฑ์เงินสด (Cash basis) คือ วิธีการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายเมื่อกิจการได้รับเงินสด หรือ จ่ายเงินสดไปจริง โดยไม่คำนึงถึงงวดเวลาที่เกี่ยวข้องของเงินที่ได้รับมาหรือจ่ายไป
หน้า1 2) เกณฑ์คงค้าง (Accrual basis) หรือเกณฑ์สิทธิ คือ วิธีการบัญชีที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาเพื่อ บันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงวดเวลาต่างๆ โดยคำนึงถึงรายได้ที่พึงรับและค่าใช้จ่ายที่พึงจ่าย เพื่อให้ แสดงผลการดำเนินงานของแต่ละงวดนั้นได้อย่างเหมาะสม โดยไม่คำนึงถึงรายรับและรายจ่ายที่เป็นเงินสดว่า ได้เงินมาแล้วหรือจ่ายเงินไปแล้วหรือไม่ตามเกณฑ์เงินสด 6.ครูอธิบายความหมายและประเภทของรายการปรับปรุงบัญชี โดยใช้สื่อ Power Point ประกอบ 7.ครูบอกประเภทของรายการปรับปรุง ได้แก่ รายการดังต่อไปนี้ 1) รายได้รับล่วงหน้า (Deferred revenue) 2) รายได้ค้างรับ (Accrued revenue) 3) ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (Prepaid expenses) 4) ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued expenses) 5) หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Account or Doubtful debt) 6) วัสดุสำนักงาน (Office supplies) 7) ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) 8.ครูอธิบายรายได้รับล่วงหน้า (Deferred revenue)หมายถึง รายได้ที่กิจการได้รับมาล่วงหน้าจาก ลูกค้าแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้ให้บริการตอบแทนแก่ลูกค้า เมื่อรับเงินมาแล้วจะยังไม่ถือว่าเป็นรายได้ของกิจการ แต่ถือว่ากิจการมีพันธะในหนี้สินเกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระคืนเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาที่ได้ทำสัญญากันไว้เช่น ค่า เช่ารับล่วงหน้า รายได้ค่าบริการรับล่วงหน้า เป็นต้น รายได้รับล่วงหน้าถือเป็นบัญชีหนี้สินหมุนเวียน โดยจะ แสดงยอดไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวดบัญชี 9.ครูสาธิตการคำนวณและการบันทึกบัญชีรายได้รับล่วงหน้ามีการบันทึกรายการได้2 วิธีคือ วิธีที่1 บันทึกไว้เป็นรายได้ณ วันที่กิจการได้รับเงินสด เมื่อกิจการบันทึกบัญชีเป็นรายได้ทั้งจำนวน ณ วันที่ได้รับเงิน กิจการต้องทำการปรับปรุงบัญชีเมื่อวันสิ้นงวดบัญชี เฉพาะส่วนที่ยังไม่ได้ให้บริการตอบแทน เป็นรายได้รับล่วงหน้า โดยบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี ดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป พ.ศ.25XX รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วัน ที่ บาท สต . บาท สต . 1 เงินสด 101 XX - รายได้.....(ระบุชื่อ) 401 XX - เมื่อบันทึกรายได้ทั้งจำนวน 2 รายได้....(ระบุชื่อ) 401 XX -
รายได้รับล่วงหน้า 203 XX - เมื่อปรับปรุงรายได้รับล่วงหน้า วิธีที่2 บันทึกไว้เป็นรายได้รับล่วงหน้า ( หนี้สิน) ณ วันที่กิจการได้รับเงินสด ณ วันที่รับเงิน กิจการจะบันทึกบัญชีเป็นหนี้สินทั้งจำนวน ดังนั้น กิจการจึงต้องปรับปรุงบัญชีเมื่อสิ้นงวดบัญชี เฉพาะส่วนที่ให้บริการตอบแทนแล้วเป็นรายได้ โดยมีการปรับปรุงบัญชีดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25XX รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วัน ที่ บาท สต . บาท สต . 1 เงินสด 101 XX - รายได้รับล่วงหน้า 203 XX - เมื่อบันทึกรายได้รับล่วงหน้าทั้งจำนวน 2 รายได้รับล่วงหน้า 203 XX - รายได้.....(ระบุชื่อ) 401 XX - เมื่อปรับปรุงรายได้รับล่วงหน้า 10.ผู้เรียนฝึกทักษะการบันทึกบัญชีวิธีที่1 บันทึกไว้เป็นรายได้ณ วันที่กิจการได้รับเงินสด และการ ผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป 11.ผู้เรียนแสดงการบันทึกบัญชีวิธีที่ 2 บันทึกไว้เป็นรายได้รับล่วงหน้า ( หนี้สิน) ณ วันที่กิจการ ได้รับเงินสด และการผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป ดังนี้ 12.ครูอธิบายรายได้ค้างรับ (Accrued revenue) หมายถึง รายได้ที่เกิดขึ้นแล้วในงวดบัญชีปัจจุบัน แต่ กิจการยังไม่ได้รับชำระเงินสด เพราะยังไม่ถึงวันครบกำหนดรับเงินจนกว่าจะถึงงวดบัญชีหน้า จึงต้องปรับปรุง รายได้ค้างรับนี้ให้เป็นรายได้ในงวดบัญชีปัจจุบัน เช่น รายได้ดอกเบี้ยค้างรับ รายได้ค่าเช่าค้างรับ เป็นต้น บัญชี รายได้ค้างรับเป็นบัญชีสินทรัพย์หมุนเวียน ซึ่งจะต้องแสดงยอดไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวดบัญชี
13.ผู้เรียนสาธิตการคำนวณรายได้ค้างรับมีวิธีการปรับปรุงในสมุดรายวัน ดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25XX รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. บาท สต . รายได้ค้างรับ 106 XX - รายได้..... 401 XX - ปรับปรุงรายได้ค้างรับ 14.ผู้เรียนแสดงการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป และการผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป 15.ครูอธิบายค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (Prepaid expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่กิจการได้จ่ายไปก่อน สำหรับบริการที่จะได้รับประโยชน์ในอนาคต และจะใช้หมดไปในระยะเวลาสั้น แต่มีบางส่วนที่เป็นของงวด บัญชีถัดไปรวมอยู่ด้วย เช่น ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า เป็นต้น ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเป็นค่าใช้จ่ายที่กิจการจ่ายไปเป็นค่าบริการแล้วในงวดบัญชีปัจจุบัน แต่ยังได้รับ ประโยชน์ไม่หมด เหลือบางส่วนที่สามารถจะใช้ประโยชน์ในงวดบัญชีถัดไป จึงต้องปรับปรุงค่าใช้จ่ายส่วนที่ยัง ไม่ถึงกำหนดเวลาการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าบัญชีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเป็นบัญชี สินทรัพย์หมุนเวียน ต้องแสดงยอดในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวดบัญชีมีวิธีบันทึกรายการปรับปรุงได้2 วิธีดังนี้ 1) เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ให้บันทึกไว้เป็นบัญชีค่าใช้จ่าย ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน 2) เมื่อมีค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าเกิดขึ้น ให้บันทึกไว้เป็นบัญชีสินทรัพย์ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน วิธีที่1 บันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่าย ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน เมื่อกิจการจ่ายเงินสดจะบันทึกบัญชีเป็น ค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน เมื่อสิ้นงวดบัญชีจึงปรับปรุงเฉพาะส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่จะได้รับประโยชน์ตอบแทน เป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้า โดยบันทึกบัญชีดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25XX รายการ เดบิต เครดิต
เดือน วันที่ เลขที่ บัญชี บาท สต. บาท สต . 1 ค่าใช้จ่าย (ระบุชื่อบัญชี) 50 X XX - เงินสด 101 XX - เมื่อกิจการจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นเงินสด 2 ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 10 X XX - ค่าใช้จ่าย (ระบุชื่อบัญชี) 50 X XX - เมื่อปรับปรุงค่าใช้จ่ายล่วงหน้า วิธีที่2 บันทึกไว้เป็นสินทรัพย์ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน เมื่อกิจการจ่ายเงินสดก็จะบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย ล่วงหน้าทั้งจำนวน หรือ ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน บันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายไปเป็นสินทรัพย์ทั้งจำนวน จึงต้อง ปรับปรุงบัญชีเมื่อสิ้นงวดบัญชี เฉพาะส่วนที่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไปแล้วเป็นค่าใช้จ่าย โดยปรับปรุง บัญชีดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25XX รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วัน ที่ บาท สต . บาท สต . 1 ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 10 X XX - เงินสด 101 XX - เมื่อกิจการจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นเงินสด 2 ค่าใช้จ่าย (ระบุชื่อบัญชี) 50 X XX - ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 10 X XX - เมื่อปรับปรุงค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
16.ผู้เรียนฝึกทักษะบันทึกบัญชีตามวิธีที่1 บันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่าย ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน และการ ผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป 17.ผู้เรียนฝึกทักษะบันทึกบัญชีตามวิธีที่ 2 บันทึกไว้เป็นสินทรัพย์ณ วันที่กิจการจ่ายเงิน และการผ่าน รายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป 18.ครูแนะนำให้ผู้เรียนนำเงื่อนไขความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับ วิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติและเงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนิน ชีวิต ขั้นสรุปและการประยุกต์ 19.ผู้เรียนแต่ละคนการปรับปรุงแต่ละรายการ โดยให้บันทึกหน้าชั้นเรียน 20.ครูสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม และร่วมกันสรุปเนื้อหาอีกครั้งจาก Power Point 21.จัดกิจกรรมต่อเนื่อง แล้ววิเคราะห์สรุปผล สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น (30200-0001) 3. ใบความรู้ 4. มาตรฐานการบัญชี 5. อินเทอร์เน็ต 6. Poewer Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอนของสถานศึกษา 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ 4.แบบประเมินกิจกรรม การวัดผลและการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจใบงาน 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ
5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียน ร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่16 หน่วยที่12 รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่16 (61-64) ชื่อหน่วย/เรื่อง การปิดบัญชี และสรุปวงจรบัญชี จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด การปิดบัญชี (Closing Entries) เป็นการโอนบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทุนซึ่งเป็นบัญชีชั่วคราว ได้แก่ บัญชีถอนใช้ส่วนตัว/เงินถอน (หมวด 3) บัญชีรายได้ (หมวด 4) และบัญชีค่าใช้จ่าย (หมวด 5) ไปยังบัญชีทุน เพื่อหายอดคงเหลือของบัญชีทุนที่ถูกต้อง ณ วันสิ้นงวดบัญชีรวมทั้งการหายอดคงเหลือของบัญชีสินทรัพย์ (หมวด 1) และบัญชีหนี้สิน (หมวด 2) หรือการทำให้ยอดรวมของเดบิตเท่ากับยอดรวมของด้านเครดิตของแต่ ละหมวดบัญชี โดยการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป และการปิดบัญชีแยกประเภททั่วไป จากนั้นจึงจัดทำงบ ทดลองหลังปิดต่อไป ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 6.คำนวณและบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายได้ 7.คำนวณและบันทึกบัญชีหนี้สงสัยจะสูญได้ 8.คำนวณและบันทึกบัญชีวัสดุสำนักงานได้ 9.คำนวณและบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคาได้ 10.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 10.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 10.2 ความมีวินัย 10.3 ความรับผิดชอบ 10.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 10.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 10.6 การประหยัด 10.7 ความสนใจใฝ่รู้ 10.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 10.9 ความรักสามัคคี 10.10 ความกตัญญูกตเวที
สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สาระการเรียนรู้ 6.ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 7.หนี้สงสัยจะสูญ 8.วัสดุสำนักงาน 9.ค่าเสื่อมราคา กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูและผู้เรียนทบทวนการปรับปรุงรายการบัญชีจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสุ่มให้ผู้เรียนบางคน คำนวณ และบันทึกรายการบัญชี 2.ผู้เรียนฝึกทักษะโดยแสดงการคำนวณรายการปรับปรุงบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป และผ่านไปยังบัญชี แยกประเภททั่วไป ขั้นสอน 3.ครูอธิบายค่าใช้จ่ายค้างจ่าย โดยค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นแล้วในระหว่างงวดบัญชีปัจจุบัน แต่กิจการยังมิได้ทำการจ่ายเงินซึ่งอาจจะจ่ายในงวดบัญชีหน้า และ กิจการยังมิได้ทำการบันทึกรายการลงสมุดบัญชีจึงทำให้กิจการมีหนี้สินเกิดขึ้น เช่น ดอกเบี้ยค้างจ่าย ค่าแรงงาน ค้างจ่าย ค่าเช่าค้างจ่าย เป็นต้น ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายถือเป็นหนี้สินหมุนเวียนที่ต้องแสดงไว้ในงบแสดงฐานะ การเงิน มีวิธีการปรับปรุงดังนี้
สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.2558 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต . บาท สต . ค่าใช้จ่าย (ระบุชื่อ) 50X XX - ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 204 XX - ปรับปรุงค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 4.ผู้เรียนและครูสาธิตการบันทึกบัญชีปรับปรุงค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และผ่านไปบัญชีแยกประเภท สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.2558 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วัน ที่ บาท สต. บาท สต . ธ.ค. 31 ค่าแรงงาน (9,000X2) 501 18,000 - ค่าแรงงานค้างจ่าย 202 18,000 - บันทึกค่าแรงงานค้างจ่าย การผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป ดังนี้ บัญชีค่าแรงงานค้างจ่าย เลขที่ 202 พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 ค่าแรงงาน ร.ว.1 18,000 - บัญชีค่าแรงงาน เลขที่ 501 พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต . ธ.ค. 3 1 ค่าแรงงาน ร.ว. 1 18,000 - ค้างจ่าย
5.ครูอธิบายหนี้สงสัยจะสูญตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 101 เรื่อง หนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ ของ สภาวิชาชีพบัญชีได้ให้คำนิยามและข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญไว้ดังนี้ หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Accounts) หมายถึงลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้ และถือ เป็นค่าใช้จ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ดังนั้น จึงบันทึกเป็นบัญชีค่าใช้จ่าย แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เกิดขึ้นจึง ให้ถือเป็นรายการปรับปรุงในวันสิ้นงวดบัญชีบัญชีหนี้สงสัยจะสูญเป็นบัญชีค่าใช้จ่าย แสดงในงบกำไรขาดทุน ลูกหนี้การค้า (Trade Receivable) หมายถึง ลูกหนี้ที่เกิดจากการดำเนินการค้าตามปกติของธุรกิจ และจะมีชื่อบัญชีแตกต่างกันได้ตามประเภทของธุรกิจ เช่น ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ หมายถึงบัญชีระหว่าง ธนาคารที่มีดอกเบี้ย เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ กิจการประกันภัย หมายถึง บัญชีเบี้ยประกันภัยค้างรับ เงินค้างรับเกี่ยวกับการประกันต่อ และเงินให้กู้ยืม ลูกหนี้อื่น (Other Receivable) หมายถึง ลูกหนี้ที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินการค้าตามปกติของธุรกิจ เช่น -ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการและลูกจ้าง -เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือและบริษัทร่วม -รายได้อื่นค้างรับ หนี้สูญ (Bad Debt) หมายถึงลูกหนี้ที่ได้ติดตามทวงถามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระ หนี้และได้ตัดจำหน่ายออกจากบัญชี ดังนั้น หนี้สูญจึงเป็นบัญชีค่าใช้จ่ายที่แสดงในงบกำไรขาดทุน ค่าเผื่อหนี้สูญ หรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) หมายถึง จำนวนที่กันไว้สำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้ และถือเป็นบัญชีปรับมูลค่า (Valuation Account) ที่ตั้งขึ้นเพื่อแสดงเป็นรายการหักจากบัญชีลูกหนี้ในงบการเงินเพื่อให้คงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิของลูกหนี้ที่ คาดหมายว่าจะเก็บได้ ดังนั้น เมื่อเป็นบัญชีปรับมูลค่า จึงต้องนำไปหักออกจากบัญชีลูกหนี้ในงบแสดงฐานะ การเงิน เพื่อให้คงเหลือลูกหนี้สุทธิที่คาดว่าจะเก็บเงินได้ถ้าคิดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากยอดลูกหนี้ปลายงวด ต้องดูบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเดิมในบัญชีด้วยถ้าคิดจากยอดขายก็คิดจากยอดขายของปีนั้น 6.ครูและผู้เรียนแสดงการบันทึกลูกหนี้ที่เก็บเงินไม่ได้ มี 2 วิธีคือ 1) วิธีตัดจำหน่ายโดยตรง (Direct Write- off method) จะไม่บันทึกรายการจนกว่าใน รอบระยะเวลาบัญชีที่มีลูกหนี้สูญจริง จึงบันทึกเป็นผลเสียหายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดย เดบิต บัญชีหนี้สูญ (เป็นบัญชีค่าใช้จ่าย) XX เดบิต ลูกหนี้การค้า XX ในทางปฏิบัติวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่มีข้อบกพร่องที่ไม่เป็นไปตามหลักทฤษฏีว่าด้วยการ เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรายได้ของระยะเวลาบัญชีอีกทั้งมูลค่าของลูกหนี้ที่แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน ก็ มิได้อยู่ในมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจริง วิธีนี้จึงไม่เป็นที่ยอมรับเว้นแต่ว่าหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้มีจำนวนที่ไม่มี นัยสำคัญ
2) วิธีตั้งค่าเผื่อ (Allowance method) จะประมาณหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้ โดยคำนวณจาก ยอดขายหรือจากยอดลูกหนี้ แล้วบันทึกจำนวนที่ประมาณขึ้นนั้น โดย เดบิต บัญชีหนี้สงสัยจะสูญ (เป็นบัญชีค่าใช้จ่าย) XX เดบิต บัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (เป็นบัญชีปรับมูลค่าลูกหนี้) XX 7.ครูอธิบายวิธีการประมาณหนี้สงสัยจะสูญ ที่นิยมใช้มี 3 วิธีดังนี้ 1) คำนวณเป็นร้อยละของยอดขาย (Percentage of Sales) วิธีนี้กิจการจะต้องวิเคราะห์จาก ประสบการณ์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับจำนวนลูกหนี้ที่เก็บไม่ได้ เทียบเป็นอัตราส่วนกับยอดขาย คือ 1.1 คำนวณเป็นร้อยละของยอดขายรวม โดยถือว่าการขายเป็นรายการที่ก่อให้เกิด ลูกหนี้และอัตราส่วนของการขายสัมพันธ์กับจำนวนหนี้ที่เก็บไม่ได้ 1.2 คำนวณเป็นร้อยละของยอดขายเชื่อ โดยถือว่าการขายเชื่อสัมพันธ์โดยตรงกับ ลูกหนี้ ส่วนการขายเงินสดไม่ได้ก่อให้เกิดลูกหนี้แต่อย่างใด 2) คำนวณเป็นร้อยละของยอดลูกหนี้ (Percentage of Outstanding Receivable) 2.1 คำนวณเป็นร้อยละของยอดลูกหนี้ โดยถือว่าอัตราส่วนของจำนวนหนี้สงสัยจะสูญสำหรับ ลูกหนี้ทั้งหมดจะคงที่ 2.2 คำนวณโดยจัดกลุ่มลูกหนี้จำแนกตามอายุของหนี้ที่ค้างชำระ โดยถือว่าลูกหนี้ที่ค้าง ชำระนานจะมีโอกาสไม่ชำระหนี้มากกว่าลูกหนี้ที่เริ่มเกิดขึ้น 3) คำนวณโดยพิจารณาลูกหนี้แต่ละราย และจะรวมเฉพาะรายที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้เท่านั้นเป็น หนี้สงสัยจะสูญ วิธีนี้อาจจะกระทำได้ยากในธุรกิจที่มีลูกหนี้จำนวนมากราย 8.ครูอธิบายและสาธิตการตัดจำหน่ายหนี้สูญ เมื่อมีการทวงถามหนี้จากลูกหนี้จนถึงที่สุดแล้ว ลูกหนี้ก็ยังไม่ชำระหนี้และกิจการได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายภาษีอากรแล้ว ให้กิจการตัด จำหน่ายลูกหนี้เป็นหนี้สูญ โดย เดบิต บัญชีหนี้สูญ XX เครดิต บัญชีลูกหนี้การค้า XX และในขณะเดียวกันก็ให้ลดจำนวนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญด้วยจำนวนเดียวกัน โดย เดบิต บัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ XX เครดิตบัญชีหนี้สงสัยจะสูญ XX 9.ครูอธิบาย คำนวณ และบันทึกบัญชีหนี้สูญได้รับคืน ในบางรอบระยะเวลาบัญชี กิจการอาจจะได้รับ ชำระหนี้จากลูกหนี้ที่ได้จำหน่ายเป็นหนี้สูญไปแล้ว วิธีการบัญชีอาจกระทำได้โดยถือเอาเงินที่ได้รับเป็นรายได้ อื่น หรือนำไปเพิ่มบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ผู้สนับสนุนวิธีแรกให้เหตุผลว่า เมื่อกิจการได้จำหน่ายลูกหนี้ราย ใดเป็นหนี้สูญแล้วก็ถือว่า ความสัมพันธ์กับลูกหนี้รายนั้นสิ้นสุดลงและกระบวนการเกี่ยวเนื่องกับการขายและ
ชำระเงินครบถ้วนแล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้น หากมีการชำระเงินในภายหลังถือว่าเป็นการได้รับเงินโดยไม่ได้ คาดหวังไว้ จึงควรถือเป็นรายได้อื่น ผู้สนับสนุนวิธีที่ 2 เห็นว่า ถ้าหากลูกหนี้ที่จำหน่ายเป็นสูญแล้วชำระหนี้ให้กิจการ การลงบัญชี กลับรายการเดิมโดยการตั้งบัญชีลูกหนี้รายนั้นขึ้นใหม่ และเพิ่มบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญด้วยจำนวนเดียวกัน โดยถือเสมือนหนึ่งว่า ไม่เคยจำหน่ายลูกหนี้นั้นเป็นสูญมาก่อน และลงรายการการชำระเงินที่ได้รับนั้นเป็นการ ชำระหนี้ปกติ กรณีที่การตัดหนี้สูญเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายภาษีอากร การลงรายการหนี้สูญได้รับคืนคือ (1) เดบิตตั้งบัญชีลูกหนี้นั้นขึ้นใหม่ และเครดิตหนี้สูญได้รับคืน ซึ่งถือเป็รายได้อื่น เดบิต บัญชีลูกหนี้การค้า XX เครดิต หนี้้สูญได้รับคืน XX (2) ลงบัญชีรับเงินสด และเครดิตบัญชีลูกหนี้ เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต ลูกหนี้การค้า XX ในกรณีที่การตัดหนี้สูญเป็นเพียงรายการทางการบัญชีการลงรายการหนี้สูญได้รับคืน คือ (1) เดบิตตั้งบัญชีลูกหนี้ขึ้นใหม่ และเครดิตบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นการกลับรายการที่ลงไว้ใน ตอนตัดจำหน่ายบัญชี เดบิต บัญชีลูกหนี้การค้า XX เครดิต ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ XX (2) ลงบัญชีเงินสด และเครดิตบัญชีลูกหนี้การค้า เดบิต บัญชีเงินสด XX เครดิต ลูกหนี้การค้า XX 10.ครูแสดงการคำนวณ และบันทึกบัญชีวัสดุสำนักงาน โดยวัสดุสำนักงาน (Office supplies) หรือ เรียกว่าวัสดุสิ้นเปลือง (Supplies Used) หมายถึง วัสดุสิ้นเปลืองไปตามสภาพการใช้งาน เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ มีอายุการใช้งาน ส่วนใหญ่ซื้อมาแล้วใช้หมดสภาพไปทันทีไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก โดยทั่วไปอายุใช้งาน มักจะไม่เกิน 1 ปี หรือเป็นของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในสำนักงาน มีลักษณะเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่ใช้แล้วหมด ไป เช่น น้ำยาลบคำผิด น้ำยาลบกระดาษไข กระดาษอัดสำเนา ลวดเย็บกระดาษ เป็นต้น ในวันที่กิจการซื้อวัสดุสำนักงานมาใช้ กิจการจะบันทึกวัสดุสำนักงาน หรือวัสดุสิ้นเปลืองเป็นบัญชี สินทรัพย์ทั้งจำนวน เมื่อวันสิ้นงวดบัญชีกิจการจะต้องตรวจนับวัสดุสำนักงานว่ามีจำนวนคงเหลือเท่าใด และจะ ปรับปรุงบัญชีวัสดุสำนักงานให้มียอดคงเหลือเท่ากับจำนวนจริงที่ตรวจนับได้และบันทึกบัญชีวัสดุสำนักงานที่ ใช้ไปดังนี้
สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25XX รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต . บาท สต. วัสดุสำนักงาน (วัสดุสิ้นเปลือง) 106 XX - เงินสด/เจ้าหนี้การค้า 101/20 1 XX - ซื้อวัสดุสำนักงานเป็นเงินสด/เงินเชื่อ วัสดุสำนักงานใช้ไป (วัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป) 508 XX - วัสดุสำนักงาน 106 XX - ปรับปรุงวัสดุสำนักงานใช้ไป บัญชีวัสดุสำนักงานใช้ไป (Supplies Used) เป็นบัญชีค่าใช้จ่าย จะแสดงในงบกำไรขาดทุน บัญชีวัสดุสำนักงาน (Office Supplies) เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนจะแสดงในงบแสดงฐานะการเงิน 11.ผู้เรียนฝึกทักษะในการคำนวณ และบันทึกบัญชีตามโจทย์ดังนี้1 มกราคม 2558 มีวัสดุสำนักงาน 16,000 บาท และซื้อ 50,000 บาท เมื่อวันที่31 ธันวาคม 2558 มีวัสดุสำนักงานเหลืออยู่ 18,000 บาท การคำนวณ วัสดุสำนักงานต้นงวด (1 ม.ค.58) 16,000 บาท บวก ซื้อวัสดุสำนักงานระหว่างงวด 50,000 บาท วัสดุสำนักงานมีอยู่ทั้งสิ้น 66,000 บาท หัก วัสดุสำนักงานปลายงวด (31 ธ.ค.2558) 18,000 บาท วัสดุสำนักงานใช้ไป 48,000 บาท สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.255 8 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต . บาท สต . ม.ค . 1 วัสดุสำนักงาน 106 50,000 -
เงินสด 101 50,000 - ซื้อวัสดุสำนักงานเป็นเงินสด ธ.ค. 3 1 วัสดุสำนักงานใช้ไป 510 48,000 - วัสดุสำนักงาน 106 48,000 - ปรับปรุงวัสดุสำนักงานไป การผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป ดังนี้ บัญชีเงินสด เลขที่ 101 พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือ น วัน ที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ม.ค. 1 วัสดุ สำนักงาน ร.ว. 1 50,000 - บัญชีวัสดุสำนักงาน เลขที่ 106 พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต.เดือน วันที่ บาท สต. ม.ค . 1 ยอดยกมา ✓ 16,000 - ธ.ค. 31 วัสดุสำนักงานใช้ ไป ร.ว.1 48,000 - เงินสด ร.ว. 1 50,000 - ยอดยกไป ✓ 18,000 - 66,000 - 66,000 - 2559 ม.ค . 1 ยอดยกมา 18,000 -
บัญชีวัสดุสำนักงานใช้ไป เลขที่ 510 พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือนวันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 วัสดุสำนักงาน ร.ว. 1 48,000 - 12.ครูและผู้เรียนแสดงการคำนวณค่าเสื่อมราคา และบันทึกบัญชี โดยค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หมายถึง การปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างมีระบบตลอดอายุ การให้ประโยชน์ของสินทรัพย์นั้น โดยมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้ จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลเป็นมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 (ปรับปรุง 2557) เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ โดยจะปรับปรุงเฉพาะย่อหน้าและปรับปรุงถ้อยคำ ซึ่งจะไม่มี ผลกระทบต่อกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ มูลค่าตามบัญชีหมายถึง มูลค่าขอสินทรัพย์ที่รับรู้หลังจากหักค่าเสื่อมราคาสะสมและผลขาดทุนจาก การด้อยค่าสะสมของสินทรัพย์ จำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคา หมายถึง ราคาของสินทรัพย์หรือมูลค่าอื่นที่ใช้แทนราคาทุนหักด้วยมูลค่า คงเหลือของสินทรัพย์ มูลค่าเฉพาะกิจการ หมายถึง มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดซึ่งกิจการคาดว่าจะได้รับจากการใช้ ประโยชน์จากสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องและจากการจำหน่ายสินทรัพย์นั้นเมื่อสิ้นอายุการให้ประโยชน์หรือที่คาด ว่าจะเกิดเมื่อมีการโอนสินทรัพย์นั้นเพื่อชำระหนี้สิน มูลค่ายุติธรรม หมายถึง ราคาที่จะได้รับจากการขายสินทรัพย์ หรือจ่ายเพื่อโอนหนี้สินในรายการปกติ ระหว่างผู้มีส่วนร่วมในตลาด ณ วันที่วัดมูลค่า ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์หมายถึง สินทรัพย์ที่มีตัวตนซึ่งเข้าเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้ 1) กิจการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตในการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อให้ เช่า หรือเพื่อใช้ในการบริหารงาน 2) กิจการคาดว่าจะใช้ประโยชน์มากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน หมายถึง มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขายของสินทรัพย์ หรือ มูลค่าจากการใช้ของสินทรัพย์นั้นแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
มูลค่าคงเหลือ หมายถึง จำนวนเงินที่กิจการคาดว่าจะได้รับในปัจจุบันจากการจำหน่ายสินทรัพย์ หลังจากหักต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการจำหน่ายสินทรัพย์นั้นหากสินทรัพย์นั้นมีอายุและสภาพที่คาดว่า จะเป็น ณ วันสิ้นสุดอายุการให้ประโยชน์ ประเภทของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์หมายถึง กลุ่มของสินทรัพย์ที่มีลักษณะและประโยชน์การใช้งาน ที่คล้ายคลึงกันต่อการดำเนินงานของกิจการ ตัวอย่างการแบ่งประเภทของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ได้แก่ 1.ที่ดิน 2.ที่ดินและอาคาร 3.เครื่องจักร 4.เรือ 5.เครื่องบิน 6.ยานพาหนะ 7.เครื่องตกแต่งและติดตั้ง 8.อุปกรณ์สำนักงาน 13.ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่ใช้ต้องสะท้อนรูปแบบของประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ใน อนาคตที่กิจการคาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์ ดังนั้นในการคำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์แต่ละชนิดต้อง ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ 1) ราคาทุน หมายถึง จำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่กิจการจ่ายไป หรือมูลค่ายุติธรรม ของสิ่งตอบแทนอื่นที่กิจการมอบให้เพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ ณ เวลาที่ได้สินทรัพย์นั้นมา หรือ ณ เวลาที่ ก่อสร้างสินทรัพย์นั้น หรือในกรณีที่เกี่ยวข้อง ให้รวมถึงจำนวนที่แบ่งมาเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ที่รับรู้เมื่อ เริ่มแรกตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับอื่น 2) อายุการให้ประโยชน์ หมายถึง กรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้ (1) ระยะเวลาที่กิจการคาดว่าจะมีสินทรัพย์ไว้ใช้ (2) จำนวนผลผลิตหรือจำนวนหน่วยในลักษณะอื่น ที่คล้ายคลึงกันซึ่งกิจการคาดว่า จะได้รับจากสินทรัพย์ 3) มูลค่าซาก คือ จำนวนเงินที่จะได้รับจากการขายสินทรัพย์นั้นหลังจากที่ได้ใช้สินทรัพย์นั้นจนครบอายุ การใช้งานตามหลัง จากที่ได้ใช้สินทรัพย์นั้นจนครบอายุการใช้งานตามที่ประมาณไว้ กิจการสามารถใช้วิธีการคิดค่าเสื่อมราคา ซึ่งมีหลายวิธีปันส่วนจากจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของ สินทรัพย์อย่างมีระบบตลอดอายุการให้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น 1.วิธีเส้นตรง (Straight line Method) วิธีนี้มีผลทำให้ค่าเสื่อมราคามีจำนวนคงที่ตลอดอายุการให้ ประโยชน์ของสินทรัพย์ หากมูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์นั้นไม่เปลี่ยนแปลง 2.วิธียอดคงเหลือลดลง (Diminishing balance Method) วิธีนี้มีผลทำให้ค่าเสื่อมราคาลดลงตลอด อายุการให้ประโยชน์ของสินทรัพย์ 3.วิธีจำนวนผลผลิต (Unit output Method) วิธีจำนวนผลผลิตมีผลทำให้ค่าเสื่อมราคาขึ้นอยู่ ประโยชน์หรือผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์
ในหน่วยการเรียนนี้ จะนำเฉพาะวิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงมาใช้เท่านั้น คำนวณได้ดังนี้ หรือค่าเสื่อมราคา = (ราคาทุนของสินทรัพย์-ราคาซาก) X อัตราค่าเสื่อมราคา 14.ผู้เรียนฝึกทักษะคำนวณ และบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคาตามโจทย์ ดังนี้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2558 กิจการซื้อรถยนต์มาใช้ในกิจการในราคาทุน 630,000 บาท มีอายุการใช้งาน ได้10 ปีสามารถขายเป็นเศษ ซากได้350,000 บาท การคำนวณ ค่าเสื่อมราคาต่อปี = 10 630,000−350,000 = 28,000บาท การบันทึกบัญชี เป็นดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.2558 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วัน ที่ บาท สต . บาท สต . ธ.ค. 31 ค่าเสื่อมราคา-รถยนต์ 509 28,000 - ค่าเสื่อมราคาสะสม-รถยนต์ 107 28,000 - คิดค่าเสื่อมราคารถยนต์ การผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป ดังนี้ บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม-รถยนต์ เลขที่ 107 พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือ น วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 ค่าเสื่อมราคา ร.ว. 1 28,000 - รถยนต์ บัญชีค่าเสื่อมราคา-รถยนต์ เลขที่ 509 พ.ศ.255 8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.2558 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือ น วันที่ บาท สต.
ธ.ค. 3 1 ค่าเสื่อมราคา ร.ว.1 28,000 - สะสม-รถยนต์ 15.ครูแนะนำให้ผู้เรียนนำเงื่อนไขความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับ วิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติและเงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนิน ชีวิต ขั้นสรุปและการประยุกต์ 16.ครูสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม และร่วมกันสรุปเนื้อหาอีกครั้งจาก Power Point 17.จัดกิจกรรมต่อเนื่อง แล้ววิเคราะห์สรุปผล 18.ผู้เรียนทำใบงาน และแบบฝึกปฏิบัติ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น (30200-0001) 3. ใบความรู้ 4. มาตรฐานการบัญชี 5. อินเทอร์เน็ต 6. Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอนของสถานศึกษา 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ 4.แบบประเมินกิจกรรม การวัดผลและการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจใบงาน 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียน ร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่17 หน่วยที่12 รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่16 (65-68) ชื่อหน่วย/เรื่อง การปิดบัญชี และสรุปวงจรบัญชี จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด การปิดบัญชี (Closing Entries) เป็นการโอนบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทุนซึ่งเป็นบัญชีชั่วคราว ได้แก่ บัญชีถอนใช้ส่วนตัว/เงินถอน (หมวด 3) บัญชีรายได้ (หมวด 4) และบัญชีค่าใช้จ่าย (หมวด 5) ไปยังบัญชีทุน เพื่อหายอดคงเหลือของบัญชีทุนที่ถูกต้อง ณ วันสิ้นงวดบัญชีรวมทั้งการหายอดคงเหลือของบัญชีสินทรัพย์ (หมวด 1) และบัญชีหนี้สิน (หมวด 2) หรือการทำให้ยอดรวมของเดบิตเท่ากับยอดรวมของด้านเครดิตของแต่ ละหมวดบัญชี โดยการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป และการปิดบัญชีแยกประเภททั่วไป จากนั้นจึงจัดทำงบ ทดลองหลังปิดต่อไป ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1.อธิบายความหมายของการปิดบัญชีได้ 2.บอกขั้นตอนการปิดบัญชีได้ 3.บันทึกการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปได้ 4.บันทึกการปิดบัญชีแยกประเภททั่วไปได้ 5.จัดทำงบทดลองหลังการปิดบัญชีได้ 6.แสดงความรู้เกี่ยวกับการสรุปวงจรบัญชีได้ 7.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 7.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 7.2 ความมีวินัย 7.3 ความรับผิดชอบ 7.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 7.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 7.6 การประหยัด 7.7 ความสนใจใฝ่รู้ 7.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 7.9 ความรักสามัคคี
7.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สาระการเรียนรู้ 1.ความหมายของการปิดบัญชี 2.ขั้นตอนการปิดบัญชี 3.การปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป 4.การปิดบัญชีแยกประเภททั่วไป 5.การจัดทำงบทดลองหลังการปิดบัญชี 6.การสรุปวงจรบัญชี ภาพรวม (Big Idea) กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูอภิปรายถึงการปิดบัญชีเป็นการทำให้ยอดรวมของด้านเดบิตเท่ากับยอดรวมของด้านเครดิตของ แต่ละหมวดบัญชี เช่น บัญชีแยกประเภทมียอดคงเหลือด้านเดบิตจะต้องบันทึกทางด้านเครดิตด้วยจำนวนเงิน ที่มียอดคงเหลือ เช่น บัญชีเงินเดือน หรือบัญชีเงินสด ในทางตรงกันข้ามถ้ากิจการมียอดคงเหลือทางด้าน เครดิตในบัญชีแยกประเภท เช่น เจ้าหนี้ หรือบัญชีรายได้ค่าบริการ เมื่อเวลากิจการต้องการปิดบัญชีในแยก ประเภทก็ต้องนำยอดเงินคงเหลือไปปิดด้านเดบิต 2.การบันทึกรายการปิดบัญชี ปกติแล้วจะกระทำเมื่อตอนสิ้นงวดหรือสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีคือ 1 ปี จะทำการบันทึกรายการปิดบัญชีโดยการโอนยอดดุลบัญชีรายได้ และยอดดุลบัญชีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกบัญชี โอนไปบัญชีที่เปิดขึ้นใหม่ คือ บัญชีกำไรขาดทุน ซึ่งเป็นบัญชีชั่วคราว เพื่อเปรียบเทียบและคำนวณหาผลกำไร ขาดทุนจากการดำเนินงานประจำงวดบัญชีนั้น เนื่องจากผลกำไรจะทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น และผล ขาดทุนจะทำให้ ส่วนของเจ้าของลดลงหลังจากนั้นจึงโอนปิดบัญชีกำไรขาดทุนเข้าไปบัญชีส่วนของเจ้าของ
3.ครูกล่าวว่าบัญชีกำไรขาดทุนซึ่งเป็นบัญชีชั่วคราวถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีคู่ เปิดขึ้นมาเพื่อทำ การรับโอนบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายที่ทำการบันทึกบัญชีในงวดบัญชีนั้นๆ มิใช่เป็นงบกำไรขาดทุนที่แสดงใน รูปแบบของบัญชี และบัญชีนี้จะถูกปิดไปเมื่อโอนไปเข้าบัญชีส่วนของเจ้าของ 4.ผู้เรียนทำแบบประเมินผลก่อนเรียน โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วเปลี่ยนกันตรวจ ขั้นสอน 5.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คือกระบวนการ ที่ผู้สอนมุ่งให้ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน เข้าใจเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการคือให้ผู้เรียนช่วยกันอภิปรายเรื่องความหมายของการปิดบัญชี โดยการปิดบัญชี(Closing entries) หมายถึง วิธีปฏิบัติเพื่อโอนปิดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายไปเข้าบัญชีกำไร ขาดทุน และโอนปิดบัญชีกำไรขาดทุนไปเข้าบัญชีส่วนของเจ้าของ รวมทั้งการปิดบัญชีถอนใช้ส่วนตัว (ถ้ามี) ไป เข้าบัญชีส่วนของเจ้าของ (ทุน) 6.ครูและผู้เรียนบอกขั้นตอนการปิดบัญชี โดยการปิดบัญชีจะบันทึกตามหลักการบันทึกบัญชีปกติ คือ จะทำการบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปแล้วผ่านไปยังบัญชีแยกประเภทดังนี้ 1) บันทึกรายการปิดบัญชีประเภทรายได้และประเภทค่าใช้จ่ายในสมุดรายวันทั่วไป 2) ผ่านรายการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปไปบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้อง มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ บันทึกรายการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป 1.1 บันทึกรายการปิดบัญชีในหมวดรายได้เข้าบัญชีกำไรขาดทุน 1.2 บันทึกรายการปิดบัญชีในหมวดค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีกำไรขาดทุน 1.3 บันทึกรายการปิดบัญชีกำไรขาดทุนเข้าบัญชีส่วนของเจ้าของ (ทุน) 1.4 บันทึกรายการปิดบัญชีถอนใช้ส่วนตัวหรือเงินถอนเข้าบัญชีทุน ขั้นตอนที่ ผ่านรายการปิดบัญชีจากสมุดรายวันทั่วไปไปยังสมุดแยกประเภททั่วไป ขั้นตอนที่ การปิดบัญชีสินทรัพย์ หนี้สิ และส่วนของเจ้าของในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป ขั้นตอนที่ การจัดทำงบทดลองหลังการปิดบัญชี 7.ครูสรุปการบันทึกรายการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป รายการ การบันทึกบัญชี การปิดบัญชีรายได้ เดบิต รายได้ (ระบุชื่อ) XX เครดิต กำไรขาดทุน XX การปิดบัญชีค่าใช้จ่าย เดบิต กำไรขาดทุน XX เครดิต ค่าใช้จ่าย (ระบุชื่อ) XX การปิดบัญชีกำไรขาดทุน 3.1 กรณีมีผลขาดทุนสุทธิ เดบิต ทุนเจ้าของกิจการ XX
(บัญชีค่าใช้จ่ายมากกว่าบัญชี รายได้) เครดิต กำไรขาดทุน XX 3.2 กรณีมีผลกำไรสุทธิ เดบิต กำไรขาดทุน XX (บัญชีรายได้มากกว่าบัญชี ค่าใช้จ่าย) เครดิต ทุนเจ้าของกิจการ XX ปิดบัญชีถอนใช้ส่วนตัว เดบิต ทุนเจ้าของกิจการ XX เครดิต ถอนใช้ส่วนตัว XX 8.ครูและผู้เรียนสาธิตการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปของร้านลูกศรบริการ มีดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป หน้า 1 พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. บาท สต . ธ.ค. 31 รายได้ค่าบริการ 401 78,300 - กำไรขาดทุน 303 78,300 - ปิดบัญชีรายได้เข้าบัญชีกำไรขาดทุน กำไรขาดทุน 303 55,440 - ค่าเช่า 501 9,000 - ค่าโฆษณา 502 2,700 - เงินเดือน 503 36,000 - ค่าเบี้ยประกันภัย 504 4,410 - ค่าพาหนะ 505 2,250 - ค่าสาธารณูปโภค 506 1,080 - ปิดบัญชีค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีกำไรขาดทุน กำไรขาดทุน 303 22,860 - ทุน-นางสาวลูกศร 301 22,860 - โอนบัญชีกำไรขาดทุนเข้าบัญชีทุน ทุน-นางสาวลูกศร 301 13,500 - ถอนใช้ส่วนตัว 302 13,500 - ปิดบัญชีถอนใช้ส่วนตัวเข้าบัญชีทุน
9.ครูและผู้เรียนแสดงการผ่านรายการปิดบัญชีจากสมุดรายวันทั่วไปไปสมุดบัญชีแยกประเภท เมื่อปิด บัญชีในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว ก็จะผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอ้างอิงเลขที่บัญชีด้วย ได้แก่ บัญชีแยกประเภทรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไรขาดทุน และถอนใช้ส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งจะมีผลทำให้บัญชี เหล่านั้นถูกปิดไปในที่สุด ซึ่งเรียกบัญชีแยกประเภทเหล่านี้ว่าบัญชีในนาม (Nominal accounts) บัญชีทุน-ลูกศร เลขที่ 301 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 ถอนใช้ส่วนตัว ร.ว.1 13,500 - ม.ค. 1 ยอดยกมา ✓ 270,000 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 22,860 - บัญชีถอนใช้ส่วนตัว เลขที่ 302 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 เงินสด ร.ว.1 13,500 - ธ.ค. 31 ทุน-ลูกศร ร.ว.1 13,500 - บัญชีกำไรขาดทุน เลขที่ 303 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 ค่าเช่า ร.ว.1 9,000 - ธ.ค. 31 รายได้ค่าบริการ ร.ว.1 78,300 - ค่าโฆษณา ร.ว.1 2,700 - เงินเดือน ร.ว.1 36,000 - ค่าเบี้ย ประกันภัย ร.ว.1 4,410 - ค่าพาหนะ ร.ว.1 2,250 - ค่า สาธารณูปโภค ร.ว.1 1,080 - ทุน-ลูกศร ร.ว.1 22,860 - 78,300 - 78,300 -
บัญชีรายได้ค่าบริการ เลขที่ 401 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 78,300 - ม.ค. 15 ลูกหนี้การค้า ร.ว.1 33,300 - 20 ลูกหนี้การค้า ร.ว.1 45,000 - 78,300 - 78,300 - บัญชีค่าเช่า เลขที่ 501 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 1 เงินสด ร.ว.1 9,000 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 9,000 - บัญชีค่าโฆษณา เลขที่ 502 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 20 เงินสด ร.ว.1 2,700 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 2,700 - บัญชีเงินเดือน เลขที่ 503 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 30 เงินสด ร.ว.1 36,000 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 36,000 - บัญชีค่าเบี้ยประกันภัย เลขที่ 504 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 5 เงินสด ร.ว.1 4,410 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 4,410 -
บัญชีค่าพาหนะ เลขที่ 505 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 25 เงินสด ร.ว.1 2,250 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 2,250 - บัญชีค่าสาธารณูปโภค เลขที่ 506 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 30 เงินสด ร.ว.1 1,080 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 1,080 - 10.ครูและผู้เรียนแสดงการปิดบัญชีแยกประเภททั่วไป โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1การผ่านรายการปิดบัญชีจากสมุดรายวันทั่วไป ไปบัญชีแยกประเภททั่วไป ขั้นตอนที่2 การหายอดคงเหลือ (Balancing) ของบัญชีที่มียอดคงเหลืออยู่จะมีเพียง 3 หมวดเท่านั้น คือ หมวดสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ตัวอย่างที่ การปิดบัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เงินสด เลขที่ 101 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 1 ทุน-ลูกศร ร.ว.1 270,000 - ธ.ค. 1 ค่าเช่า ร.ว.1 9,000 - 20 ลูกหนี้การค้า ร.ว.1 28,800 - 2 เครื่องใช้สำนักงาน ร.ว.1 13,500 - 5 ค่าเบี้ยประกันภัย ร.ว.1 4,410 - 17 เจ้าหนี้การค้า ร.ว.1 10,350 - 19 เครื่องใช้สำนักงาน ร.ว.1 1,800 - 24 ค่าโฆษณา ร.ว.1 2,700 - 29 ค่าพาหนะ ร.ว.1 2,250 - 30 ค่าสาธารณูปโภค ร.ว.1 1,080 - ถอนใช้ส่วนตัว ร.ว.1 13,500 - เงินเดือน ร.ว.1 36,000 - ธ.ค. 31 ยอดยกไป 204,210 -
25X9 298,800 - 298,800 - ม.ค. 1 ยอดยกมา 204,210 - บัญชีลูกหนี้การค้า เลขที่ 102 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 15 รายได้ค่าบริการ ร.ว.1 33,300 - ธ.ค. 20 เงินสด ร.ว.1 28,800 - 25 รายได้ค่าบริการ ร.ว.1 45,000 - 31 ยอดยกไป 49,500 - 25X9 78,300 - 78,300 - ม.ค. 1 ยอดยกมา 49,500 - บัญชีเครื่องใช้สำนักงาน เลขที่ 103 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต . ธ.ค. 2 เงินสด ร.ว.1 13,500 - ธ.ค. 31 ยอดยกไป 24,300 - เจ้าหนี้การค้า ร.ว.1 9,000 - 19 เงินสด ร.ว.1 1,800 - 25X9 24,300 - 24,300 - ม.ค. 1 ยอดยกมา 24,300 - บัญชีเครื่องตกแต่ง เลขที่ 104 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ. 25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือ น วันที่ บาท สต. ธ.ค. 9 เจ้าหนี้การค้า ร.ว.1 10,350 - ธ.ค. 31 ยอดยกไป 10,350 - 25X9 10,350 - 10,350 - ม.ค. 1 ยอดยกมา 10,350 -
บัญชีเจ้าหนี้การค้า เลขที่ 201 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ. 25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือ น วันที่ บาท สต. เดือ น วันที่ บาท สต. ธ.ค. 17 เงินสด ร.ว.1 10,350 - ธ.ค. 2 เครื่องใช้สำนักงาน ร.ว.1 9,000 - 31 ยอดยกไป 9,000 - 9 เครื่องตกแต่ง ร.ว.1 10,350 - 19,350 - 19,350 - 25X 9 ม.ค. 1 ยอดยกมา 9,000 - บัญชีทุน-ลูกศร เลขที่ 301 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 ถอนใช้ส่วนตัว ร.ว.1 13,500 - ม.ค. 1 ยอดยกมา ✓ 270,000 - ยอดยกไป 279,360 - ธ.ค. 31 กำไรขาดทุน ร.ว.1 22,860 - 292,860 - 292,860 - 25X 9 ม.ค. 1 ยอดยกมา 279,360 - บัญชีถอนใช้ส่วนตัว เลขที่ 302 พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บัญชี เครดิต เดือน วันที่ บาท สต. เดือน วันที่ บาท สต. ธ.ค. 31 เงินสด ร.ว.1 13,500 - ธ.ค. 31 ทุน-ลูกศร ร.ว.1 13,500 - 11.ครูและผู้เรียนแสดงการจัดทำงบทดลองหลังการปิดบัญชี โดยงบทดลองหลังปิดบัญชี (Afterclosing trial balance) คือ งบทดลองที่จัดทำขึ้นหลังจากปิดบัญชีเมื่อสิ้นงวดบัญชีแล้ว บัญชีที่แสดงในงบ ทดลองจะประกอบด้วยบัญชีแท้ (Real accounts) ได้แก่ บัญชีสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของเท่านั้น โดยยอดเดบิตต้องเท่ากับยอดเครดิตเสมอ 12.ครูและผู้เรียนสาธิตการทำงบทดลองหลังปิดบัญชีมีวิธีการ ดังนี้ 1) เขียนหัวงบทดลอง 2) เขียนชื่อบัญชีลงในช่องชื่อบัญชีโดยเรียงตามผังบัญชีและเขียนเฉพาะบัญชีที่มียอดคงเหลือ
3) เขียนเลขที่บัญชีลงในช่องเลขที่บัญชี 4) เขียนจำนวนเงินลงในช่องเดบิตหรือเครดิตแล้วแต่ลักษณะของบัญชี โดยดูยอดคงเหลือในบัญชีแยก ประเภททั่วไปตรงยอดยกไปหรือยอดยกมา 5) รวมยอดทั้ง 2 ช่อง ซึ่งจะได้เท่ากัน ตัวอย่างที่ ให้ใช้ข้อมูลตัวอย่างที่ 2 ร้านลูกศรบริการ งบทดลองหลังปิดบัญชี วันที่31 ธันวาคม 25X8 ชื่อบัญชี เลขที่ บัญชี เดบิต เครดิต บาท สต. บาท สต. เงินสด 101 204,210 - ลูกหนี้การค้า 102 49,500 - เครื่องใช้สำนักงาน 103 24,300 - เครื่องตกแต่ง 104 10,350 - เจ้าหนี้การค้า 201 9,000 - ทุน-นางสาวลูกศร 301 279,360 - 288,360 - 288,360 - 13.ครูและผู้เรียนสรุปวงจรบัญชี โดยวงจรบัญชี (Accounting Cycle) หมายถึง ลำดับขั้นตอนทาง บัญชีในการจดบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นลงในสมุดบัญชีต่างๆ จนถึงการตรวจสอบความถูกต้องในการจด บันทึกบัญชีการปิดบัญชีตลอดจนการจัดทำรายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการ วงจรบัญชี เป็นขั้นตอนทั้งหมดในการทำบัญชี ซึ่งประกอบด้วย 1.การวิเคราะห์รายการค้า (Transaction Analysis) 2.บันทึกรายการลงในสมุดรายวันทั่วไป (General Journal) 3.ผ่านรายการ (Posting) จากสมุดรายวันทั่วไปไปสมุดบัญชีแยกประเภท (Ledger) 4.จัดทำงบทดลอง (Trial Balance) 4.การปรับปรุงบัญชีในวันสิ้นงวด (Adjusting Entries) 5.จัดทำกระดาษทำการ (Worksheet) 6.จัดทำงบการเงิน (Financial Statement) 7.การปรับปรุงบัญชี (Adjusting Entry) 8.การปิดบัญชี(Closing Entries)
9.จัดทำงบทดลองหลังปิดบัญชี (After-closing trial balance) 14.ครูแนะนำให้ผู้เรียนนำเงื่อนไขความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับ วิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติและเงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนิน ชีวิต ขั้นสรุปและการประยุกต์ 15.ผู้เรียนแต่ละคนแสดงการบันทึกรายการปิดบัญชีตามใบงาน และแบบฝึกปฏิบัติ 16.ครูสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม และร่วมกันสรุปเนื้อหาอีกครั้งจาก Power Point 17.จัดกิจกรรมต่อเนื่อง แล้ววิเคราะห์สรุปผล สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น (30200-0001) 2. ใบความรู้ 3. มาตรฐานการบัญชี 4. อินเทอร์เน็ต, Power Point หลักฐาน 1.บันทึกการสอนของสถานศึกษา 2.ผลงานของผู้เรียน 3.แผนจัดการเรียนรู้ 4.แบบประเมินกิจกรรม การวัดผลและการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจใบงาน 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
8 การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียน 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียน ร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ เกณฑ์ผ่าน 50% 6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50% 7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50% 8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่18 หน่วยที่- รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบื้องต้น (2-2-3) สอนครั้งที่18 (69-72) ชื่อหน่วย/เรื่อง ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน จำนวนชั่วโมง 4 ช.ม. แนวคิด จากการที่ผู้เรียนได้ศึกษาวิชานี้ ซึ่งได้รับความรู้ความเข้าใจ และเกิดทักษะการฝึกปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้ผู้เรียนฝึกคิด เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยยึด หลักการนำไปใช้ให้เกิดไปประโยชน์ในการพัฒนาสังคม พร้อมทั้งนำหลักคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาประยุกต์ใช้กับ กิจกรรมการเรียนอย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. นำเรื่องที่ทบทวนตามเนื้อหาวิชาไปใช้ประโยชน์ได้ 2. แจ้งคะแนนระหว่างภาคเรียนให้ผู้เรียน 3. แก้ปัญหาการเรียนของผู้เรียนได้ 4. นักเรียนนำความรู้ที่ศึกษามาไปสอบปลายภาคเรียนได้ 5.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง 5.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 5.2 ความมีวินัย 5.3 ความรับผิดชอบ 5.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 5.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 5.6 การประหยัด 5.7 ความสนใจใฝ่รู้ 5.8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน 5.9 ความรักสามัคคี 5.10 ความกตัญญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และวิธีการบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ 2.ปฏิบัติงานบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
สาระการเรียนรู้ 1. ทบทวนเนื้อหาวิชาที่ได้ศึกษามาแบบย่อ 2. รวบรวมคะแนนระหว่างภาคเรียน 3. ปัญหาการเรียนของผู้เรียน 4. สอบปลายภาคเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ 1.ครูแจ้งให้ผู้เรียนทราบคะแนนระหว่างภาค และกลางภาค จุดประสงค์ที่ผู้เรียนยังไม่ได้ปฏิบัติ หรือไม่ ผ่าน หรือไม่ได้สอบ ให้ผู้เรียนดำเนินการโดยพบครูผู้สอนกำหนดวันเวลาที่จะปฏิบัติหรือสอบ หรือเรียน เพิ่มเติม 2.ผู้เรียนรับทราบจุดประสงค์การสอบปลายภาคว่า จะมีการสอบเรื่องใดบ้าง ผู้เรียนไม่เข้าใจเรื่องใดก็ให้ ซักถาม 3.ครูและผู้เรียนร่วมกันทบทวนบทเรียนที่ผ่านมาแบบคร่าวๆ โดยใช้ผังมโนทัศน์ หรือแผนที่ความคิด สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.ข้อมูลการเก็บคะแนนของผู้เรียน 2.จุดประสงค์การสอบปลายภาค กิจกรรมเสนอแนะ แจ้งการประเมินผลผู้เรียนที่ติด ร, มส การวัดผลและการประเมินผล เป็นไปตามเกณ์ที่ได้แจ้งไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 1
แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ คำชี้แจง ให้ประเมินรายการแต่ละข้อ แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคุณภาพตามความ เป็นจริง โดยกำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้5 = ดีมาก, 4 = ดี, 3 = พอใช้, 2 = ควรปรับปรุง, 1 = ใช้ไม่ได้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1.การมีมนุษยสัมพันธ์ แสดงกริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.ความมีวินัย ตรงต่อเวลาในการทำงาน ประพฤติตนถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม 3.ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จตาม กำหนด ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ 4.ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของ ตนเอง พูดในสิ่งที่เป็นความจริง 5.ความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ 6.ความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล กล้าทักท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมคะแนนที่ได้......................................คะแนน
ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 1.กระบวนการคิดที่ใช้คือ……….…………………………………….………………………… 2.สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ……….…………………………………….…………………………… ผู้ประเมิน.....…………….......................... เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ 28-30 คะแนน = ดีมาก 15-19 คะแนน = ควรปรับปรุง 25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน = ใช้ไม่ได้ 20-24 คะแนน = พอใช้