The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปฏิบัติงานด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ สำหรับห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nitchamon_palm, 2021-10-26 23:43:16

คู่มือการปฏิบัติงานด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ สำหรับห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา

คู่มือการปฏิบัติงานด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ สำหรับห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา

96

แบคทีเรียได้ทุกชนิดแต่ไม่สามารถทำลายสปอร์ของ
แบคทีเรียได้
- การน่ึงฆา่ เช้ือภายใต้ความดันโดยใช้หม้อนงึ่ ฆ่าเชือ้ นิยมใช้
ฆา่ เชือ้ อปุ กรณอ์ าหารเลีย้ งเช้ือ และน้ำยาเคมีชนดิ ตา่ ง ๆ

2) การกรอง (filtration) วิธีนี้จุลินทรีย์ไม่ได้ถูกทำลายแต่เป็นการแยก
จุลินทรีย์ออกจากของเหลวหรืออากาศที่ต้องการทำให้ปราศจากเชื้อเช่น แผ่นกรองเมมเบรน
(membranefilter)จะใช้สำหรับของเหลวซึ่งถ้าถูกความร้อนหรือสารเคมีแล้ว จะเสื่อมคุณภาพได้
ง่าย เช่น เอนไซม์ ซีรั่ม ยาปฏิชีวนะ น้ำตาล ซ่ึงรูของแผ่นกรองขนาด 0.02 - 0.45 ไมครอน จะ
สามารถใช้กรองแบคทีเรียได้ ส่วนขนาด 0.002-0.01 ไมครอน สามารถใช้กรองไวรัสได้โดยเคร่ือง
กรองและส่วนประกอบท่ีเกี่ยวข้องซ่ึงต้องสัมผัสกับสารท่ีต้องการกรองน้ันจะต้องผ่านการทำให้
ปราศจากเช้ือก่อนท่ีจะทำการกรอง และแผ่นกรองอากาศชนิด HEPA จะใช้ในการกรองจุลินทรีย์
ออกจากอากาศและปอ้ งกนั การแพร่กระจายออกสูภ่ ายนอก

3) การใช้รงั สี (radiation) รงั สีสามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ 2 กลมุ่ คือ
3.1) รังสีแกมมาและรังสีเอ็กซ์นิยมใช้ในการทำลายจุลินทรีย์ใน
เครือ่ งมือแพทย์และอาหารในภาชนะบรรจุ
3.2) รังสีอัลตราไวโอเลต นิยมใช้ลดจำนวนจุลินทรีย์ในอากาศเช่น
ในหอ้ งปฏบิ ตั ิการห้องบรรจุปลอดเช้อื หอ้ งผ่าตดั

4) การใช้คลื่นเสียงส่ันสะเทือน (ultrasonic) คล่ืนเสียงที่มีความถ่ีสูง
เช่น ความถี่900 รอบต่อวินาทีในแนวด่ิง สามารถทำให้โมเลกุลของสารภายในเซลล์สั่นสะเทือนจน
ทำใหเ้ ซลล์ของแบคทีเรียแตกได้

4.1.2. การใชว้ ธิ กี ารทางเคมี
สารเคมหี ลายชนิดสามารถยับย้ังกระบวนการ metabolism และการเจริญ

ของจุลินทรีย์รวมทั้งฆ่าทำลายจุลินทรีย์ได้ด้วยกลไกท่ีแตกต่างกัน สารเคมีที่สามารถควบคุมจุลินทรยี ์
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพควรมีคณุ สมบตั ิดังน้ี

1) สามารถฆ่า ทำลาย หรือยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้ดีโดยใช้ความ
เข้มขน้ ตำ่ ๆ ที่อุณหภมู หิ ้องหรอื อณุ หภูมิของรา่ งกายโดยไมจ่ ำเป็นตอ้ งควบคุมอุณหภูมเิ ป็นพเิ ศษ

97

การใชง้ าน 2) ต้องละลายในน้ำหรือตัวทำละลายอ่ืน ๆ ที่เหมาะสม และสะดวกใน
สว่ นเกนิ
3) มคี วามคงตวั ไม่เส่อื มสลายได้ง่าย
4) ไม่มคี วามเปน็ พิษต่อคนและสตั ว์
5) ควรทำปฏิกิริยาเฉพาะกับจุลินทรีย์ไม่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์

6) มีคณุ สมบัติในการแทรกซึมหรอื ซึมผา่ นผวิ วัตถุไดด้ ี
7) ไม่กดั กร่อน ไมท่ ำให้เกดิ สนิมหรอื เปน็ สเี กาะติดวตั ถุ
8) ควรเป็นสารท่ไี มม่ กี ลิ่นและมีคุณสมบัตใิ นการดับกลน่ิ
9) มคี ณุ สมบตั ิในการเป็นสารซักล้างหรอื เป็นสารทำให้สะอาด
10) สามารถจดั หาได้ในปรมิ าณมากและราคาถูก

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีสารเคมีชนิดใดท่ีมีคุณสมบัติครบทั้งหมดการ
เลือกใช้สารเคมีจึงควรเลือกสารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับท่ีกล่าวข้างต้นมากท่ีสุด สารเคมีที่นิยมใช้
แสดงในตาราง 16

ตาราง 16 สารเคมีทใี่ ชใ้ นการควบคมุ จลุ ินทรีย์

สารเคมี วตั ถุประสงค์
เอทลิ แอลกอฮอล์ ใชท้ ำความสะอาดมือ และพ้ืนโตะ๊ บริเวณทีท่ ำงาน
ความเข้มข้นรอ้ ยละ 70 ไมน่ ยิ มใช้กับโลหะ เพราะจะทำให้เกิดสนมิ
สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ นิยมใช้ในการอบฆ่าเชื้อในห้องปฏิบัติการ โดยทำให้ระเหย
(formaldehyde solution) เป็นแกส๊
เขม้ ขน้ รอ้ ยละ 37
คลอรนี (chlorine) และสารประกอบ ใช้ฆ่าเช้ือโรคในน้ำประปา น้ำใช้น้ำในสระว่ายน้ำ ซึ่งความ
คลอรนี เข้มข้นของคลอรีนในน้ำใช้ควรอยู่ประมาณ 0.5 - 1 ส่วนใน
ล้านส่วน (ppm) รวมถึงใช้ในการฆ่าเชื้อเครื่องมือ อุปกรณ์
ครซี อล (cresol) และบริเวณสถานทีผ่ ลิตในโรงงานอตุ สาหกรรมอาหาร
ผสมกบั สบเู่ ปน็ ไลซอล (lysol) ใชท้ ำความสะอาดพนื้ โตะ๊ เกา้ อีผ้ นังหอ้ ง เพดานและอนื่ ๆ
ความเข้มขน้ ร้อยละ 2

98

ตาราง 16 (ตอ่ )

สารเคมี วตั ถปุ ระสงค์

เอทิลีนออกไซด์ (ethylene oxide) ใช้อบฆ่าเช้ือภาชนะท่ไี ม่สามารถนำไปฆ่าเช้อื โดยความร้อนได้

ผสมกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์หรือ เชน่ ยาง พลาสติก

แกส๊ เฉ่อื ย อัตราสว่ น 1:10

สบูแ่ ละสารชำระล้าง ทำให้แบคทีเรียตามผิวหนังหลุดติดออกมากับไขมัน และสาร

อื่นๆ

5. การจดั การของเสีย
5.1. การคัดแยก บรรจุ และกักเก็บมูลฝอยติดเชื้อมีข้อปฏิบัติในการเก็บมูลฝอยติดเช้ือ
แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
5.1.1. มลู ฝอยติดเชื้อประเภทวัสดุของมคี ม ให้เก็บในภาชนะท่ีเป็นกล่องหรือถัง ที่
ทำจากวัสดุแขง็ แรง ทนทานต่อการแทงทะลแุ ละการกัดกรอ่ นของสารเคมีมี
ฝาปิ ดมิดชิดและป้ องกันการร่ัวไหลของของเหลวภายใน ได้และสามารถ
เคลื่อนย้ายได้สะดวก โดยไม่สัมผัสกับมูลฝอยติดเชื้อ โดยบรรจุมูลฝอยไม่
เกนิ กวา่ 3 ใน 4
5.1.2. มูลฝอยติดเชื้อทั่วไป ให้บรรจุในถุงที่ทำจากพลาสติกหรือวัสดุอ่ืนที่มี
ความเหนียวไม่ฉีกขาดง่าย ทนทานต่อสารเคมีและรับน้ำหนักได้กันน้ำได้
ไม่ร่ัวซึมและไม่ดูดซึม บรรจุมูลฝอยติดเช้ือไม่เกิน 2 ใน 3 ส่วน ของความจุ
ภาชนะสำหรับบรรจุมูลฝอยแล้วมัดปากถุงด้วยเชือกหรือวัสดุอ่ืนให้แน่น
แล้วนำไปกำจดั ด้วยวธิ กี ารท่ีเหมาะสมโดยเรว็

5.2. การขนย้ายมูลฝอยตดิ เชื้อต้องมกี ารปฏิบัตใิ ห้ถกู สขุ ลกั ษณะ ดังน้ี
5.2.1. ดำเนินการโดยผู้มีความรู้ที่ผ่านการฝึกอบรมการป้องกันและระงับการแพร่
เชอื้ หรืออนั ตรายที่อาจเกดิ จากมูลฝอยติดเชอื้ ของกระทรวงสาธารณสุข
5.2.2. เจ้าหน้าทผ่ี ู้ปฏิบตั ิงานตอ้ งสวมอุปกรณ์ปอ้ งกันส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาท่ี
ปฏิบัติงาน ได้แก่ ถุงมือยางหนา ผ้ากันเป้ือน ผ้าปิดปาก ปิดจมูก และ
รองเท้าพนื้ ยางหุ้มแขง้
5.2.3. ตอ้ งขนยา้ ยมลู ฝอยตดิ เชื้อทกุ วันตามตารางท่กี ำหนด ยกเวน้ มเี หตจุ ำเป็น

99

5.2.4. ต้องเคลอื่ นย้ายโดยใช้รถเข็นสำหรับเคลื่อนย้ายภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ
โดยมีเส้นทางการเคล่ือนย้ายท่ีแน่นอน และต้องกระทำอย่างระมัดระวัง
หากมีมลู ฝอยติดเช้ือตกหลน่ หรอื ภาชนะแตกระหว่างทางต้องใช้คมี คีบหรือ
หยิบด้วยถุงมือยางหนา หากเป็นของเหลวให้ซับด้วยกระดาษ แล้วเก็บมูล
ฝอยติดเช้ือหรือกระดาษน้ันในภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อใบใหม่ จากน้ัน
ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเช้ือที่บริเวณพ้ืนท่ีน้ันก่อนเช็ดถูตามปกติหลัง
การขนย้ายต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานอย่างน้อยวันละ
ครงั้ และหา้ มนำรถเขน็ มูลฝอยติดเช้ือไปใช้ในงานอ่ืน ๆ

5.3. การกำจัดมูลฝอยตดิ เช้ือใหป้ ฏิบตั ิดงั นี้
5.3.1. ต้องกำจัดมลู ฝอยตดิ เชอ้ื โดยวธิ กี ารที่เหมาะสม ภายใน 7 วนั
5.3.2. ต้องมีพื้นที่พักรวมมูลฝอยติดเชื้อเพ่ือใช้ในการเก็บกักภาชนะบรรจุมูลฝอย
ติดเช้ือ ท่ีเพียงพอทจ่ี ะเกบ็ ไว้ได้จนกวา่ จะกำจัดหมดและต้องมีป้ายคำเตือน
สีแดงท่ีมีขนาดสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่า“ที่เก็บภาชนะบรรจุมูลฝอยติด
เช้อื ”
5.3.3. เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส ่วนบุคคลที่เหมาะสม
รวมท้ังตอ้ งมีเคร่ืองมือสำหรับป้องกนั อุบัตเิ หตุที่อาจเกิดข้ึนจากการตกหล่น
หรือการรั่วไหลของมูลฝอยติดเช้ือ และอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยไว้ประจำ
บรเิ วณระบบกำจัดมลู ฝอยตดิ เชือ้ ดว้ ย

วธิ ีการกำจัดมูลฝอย ทำได้ 3 แบบ คือ การเผาในเตาเผา ใช้หม้อน่ึงฆ่าเชื้อ และใช้ความรอ้ น
ซ่ึงต้องมีการตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานทางชีวภาพโดยวิธีการตรวจวิเคราะห์เชื้อ Bacillus
stearothermophillus หรอื เชอ้ื Bacillus subtitis เมื่อกำจัดดว้ ยหมอ้ น่งึ ฆ่าเชื้อ และใชค้ วามรอ้ น

5.4. การกำจดั วัสดุตดิ เช้อื หกหลน่ ดำเนนิ การดงั นี้
5.4.1. คลมุ รอยหกหล่นด้วยกระดาษที่มนี ้ำยาฆา่ เชอ้ื
5.4.2. เทนำ้ ยาฆ่าเช้ือ รอบ ๆ รอยหกหล่น
5.4.3. เคร่ืองมือทปี่ นเป้ือนใหเ้ ชด็ ดว้ ยน้ำยาฆา่ เช้ือท่เี หมาะสม
5.4.4. นำกระดาษหรอื วัสดุท่ปี นเป้อื นเช้อื ใส่ในถุงของเสียติดเชื้อ
5.4.5. นำถุงใสข่ องเสียตดิ เชอ้ื ไปอบนง่ึ ฆ่าเชือ้
5.4.6. แจ้งอุบัติเหตุการหกหล่นและการท ำความสะอาดให้ผู้รับผิดชอบ
ห้องปฏบิ ัติการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบตั งิ านท่เี กีย่ วขอ้ งให้ทราบ

100

การครอบครองและการขนย้ายเชื้อจุลินทรีย์

กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องในการผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า และส่งออกเช้ือจุลินทรีย์
การขออนุญาตผลิตครอบครองจำหน่าย นำเข้าส่งออก หรอื นำผา่ นซงึ่ เช้ือจุลนิ ทรีย์ จะต้องดำเนินการ
ตามพระราชบัญญัติเช้ือโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558 คือ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไข
ทีก่ ำหนดในกฎกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง “กำหนดหลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ัติของหน่วยงานท่ไี ด้รับยกเว้น
ไม่ตอ้ งขออนุญาตในการผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซ่ึงเชอ้ื โรคและพิษจาก
สัตว”์ ตาม พ.ร.บ. เช้อื โรคและพิษจากสตั วพ์ .ศ. 2558

อย่างไรก็ตามหน่วยงานราชการได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตในการผลิต ครอบครอง
จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ดังท่ีระบุไว้ในมาตรา 5/1 วรรคสอง แห่ง พรบ. เชื้อโรคและพิษ
จากสัตว์พ.ศ. 2558 แต่ตอ้ งดำเนนิ การลงทะเบยี นการครอบครอง กบั กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์

การเกบ็ รกั ษาเชอื้ จลุ ินทรยี ์เพ่อื การศกึ ษาวิจยั และวิเคราะหท์ ดสอบ
การเกบ็ รักษาเช้ือจลุ นิ ทรยี ์ในห้องปฏบิ ัติการจุลชวี วิทยาต้องปฏบิ ตั ิดังน้ี

1. ตอ้ งเก็บในหลอดหรอื ขวดที่ทำดว้ ยแกว้ พลาสตกิ หรอื โลหะ ทม่ี ฝี าปิดสนิทดา้ นนอก
2. ปดิ ฉลากแสดงชอ่ื และชอ่ื ทางวทิ ยาศาสตรข์ องเชื้อจุลนิ ทรีย์เป็นภาษาองั กฤษ
3. พนั หลอดหรอื ขวดดว้ ยกระดาษที่ดูดซึมน้ำได้โดยรอบ
4. บรรจใุ นภาชนะช้ันทีส่ องซึ่งตอ้ งมคี วามคงทนไมแ่ ตกง่ายและกันน้ำซึมผา่ นได้
5. เก็บรักษาเช้ือจุลินทรีย์ที่อุณหภูมิสม่ำเสมอ ไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส และปลอดภัยจากการ

แพรก่ ระจายของเชอื้
6. จดั ทำบญั ชีรายชื่อเชื้อจุลินทรีย์ที่มไี วใ้ นครอบครองซึ่งต้องมรี ายละเอียด ได้แก่ ชือ่ เชื้อจุลนิ ทรีย์

แหล่งทม่ี า จำนวน สถานทเี่ กบ็ รกั ษา และผรู้ ับผิดชอบ
7. ต้องมีการบันทึกเม่ือเบิกเช้ือไปใช้งานและมีการตรวจสอบจากหัวหน้าห้องปฏิบัติการอย่าง

สม่ำเสมอ โดยใช้แบบฟอรม์ บัญชจี ดแจ้งเช้ือโรคและพิษจากสัตว์
8. ควรจัดบริเวณเฉพาะสำหรับใช้รับตัวอย่างทดสอบเก็บตัวอย่างที่รอการทดสอบและรอการ

จำหนา่ ย

101

การนำเข้าหรอื สง่ ออกเชื้อจุลนิ ทรยี ร์ ะหวา่ งประเทศ
กรณีที่เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานประสงค์จะนำเข้าหรือส่งออกเชื้อจุลินทรีย์ระหว่างประเทศต้อง

ปฏิบัตติ ามข้อปฏิบัติดังน้ี (ในกรณีท่ีนำเข้าหรอื ส่งออกผ่านตัวแทน ต้องมั่นใจว่า ตัวแทนไดป้ ฏิบัตติ าม
ข้อปฏิบัติ)

1. ปฏิบัติตามกฎกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง“กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติของหน่วยงานท่ี
ไดร้ ับยกเว้นไมต่ ้องขออนุญาตในการผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งเชื้อโรค
และพิษจากสัตว์” ตาม พ.ร.บ. เช้ือโรคและพิษจากสัตว์พ.ศ. 2558 ท้ังในเร่ืองการบรรจุหีบห่อและ
การขออนุญาต

2. กรณีประสงค์นำเข้าเชื้อจุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรมจากต่างประเทศจะต้องปฏิบัติตาม
แนวทางปฏิบัติเพ่ือความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่
หรือพันธุวิศวกรรม โดยคณะกรรมการเทคนิคความปลอดภัยด้านชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและ
เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2554

3. บรรจุเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์โดยเพื่อการจำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน
ตามกฎกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง “กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติของหน่วยงานที่ได้รับยกเว้นไม่ต้อง
ขออนุญาตในการผลิตครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซ่ึงเช้ือโรคและพิษจากสัตว์”
ตาม พ.ร.บ. เช้อื โรคและพษิ จากสตั ว์ พ.ศ. 2558 โดยจะต้องบรรจใุ นภาชนะแบบ 3 ชั้น ดงั นี้

3.1. ภาชนะชั้นในที่บรรจุเช้ือโรคหรือพิษจากสัตว์ต้องเป็นหลอดหรือขวดท่ีทำด้วยแก้ว
พลาสติก หรือโลหะ ปากหลอดหรือขวดต้องเชื่อมปิดสนิทหรือมีฝาปิดสนิทด้าน
นอกของหลอดหรือขวดให้ปิดฉลากแสดงชื่อ และชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเช้ือโรค
หรือพิษจากสัตว์ท่ีใช้ในภาษาอังกฤษ และพันหลอดหรือขวดด้วยกระดาษที่ดูดซึม
น้ำได้โดยรอบ

3.2. ภาชนะชน้ั กลางต้องมีความคงทนไมแ่ ตกงา่ ยและกันน้ำซึมผ่านไดถ้ ้าภาชนะชั้นในมี
ปริมาตรรวมกันเกิน 50 มิลลิลิตร ต้องใส่วัสดุกันแตกระหว่างภาชนะช้ันกลางและ
ช้ันนอกโดยรอบ ในกรณีท่ีต้องการรักษาคุณภาพของเช้ือโรคหรือพิษจากสัตว์ให้
เก็บในภาวะทมี่ อี ณุ หภมู ิไม่เกนิ 5 องศาเซลเซยี ส

3.3. ภาชนะช้ันนอกต้องเป็นหีบห่อบรรจุทำด้วยกระดาษแข็ง ไม้หรือวัสดุอ่ืนท่ีมีความ
คงทนต่อการกระทบกระเทือน ด้านนอกปิดฉลากแสดงชื่ อ และชื่อทาง
วิทยาศาสตร์ของเช้ือโรคหรือพิษจากสัตว์ท่ีใช้ในภาษาอังกฤษ ปริมาณท่ีบรรจุวัน
เดือน ปีที่ผลิตสถานท่ีผลิต มีข้อความว่า “เชื้ออันตราย” หรือ “สารอันตราย”
และช่ือ ท่ีอยู่ของผู้ที่จะติดต่อได้ในกรณีที่ภาชนะบรรจุนั้นแตกหรือเสียหายใน
ระหว่างการขนส่ง

102

3.4. องค์การอนามยั โลก (WHO, laboratory biosafety manual, 2004)แนะนำให้ใช้
การบรรจุหบี ห่อแบบสามชั้น (triple packaging system) สำหรับการขนยา้ ยวัสดุ
ท่ีปนเป้ือนเช้ือจุลินทรีย์ดังแสดงใน ภาพ 31 ซึ่งประกอบด้วยภาชนะรองรับ 3 ชั้น
ดังนี้
3.4.1. ภาชนะรองรับชั้นในซึ่งบรรจุตัวอย่างที่จะถูกส่งต้องมีน้ำหนักเบา
ไม่รั่วซึม และติดฉลากชัดเจน แล้วพันหรือห่อภาชนะนี้ ด้วยวัสดุ
ดูดซับ เพ่ือซับของเหลวในกรณีทีภ่ าชนะแตกหรอื รั่ว
3.4.2. ห่อช้ันกลางต้องกันน้ำ อาจบรรจุภาชนะรองรับช้ันในหลายๆอันก็
ได้และมีเอกสารระบุนำ้ หนักหรอื ปริมาตรของวสั ดุตดิ เชอ้ื
3.4.3. หอ่ ชนั้ นอก มีข้อมูลตัวอย่าง ระบุผสู้ ง่ ผู้รบั และเอกสารอืน่ ๆ

ภาพ 31 ตัวอยา่ ง triple packaging system สำหรับเชอ้ื จลุ ินทรีย์
(ที่ ม า : Biosafety in Microbiological and Biomedical Laboratories, US department of
Health and Human Service, 2009)

103

การขนยา้ ยเชื้อจุลินทรยี ์ระหวา่ งหนว่ ยงาน
การขนย้ายเชื้อจุลินทรีย์ระหว่างหน่วยงาน ไม่ว่าจากท้ังแหล่งจำหน่าย หรือห้องปฏิบัติการ

หรือสถานทอี่ น่ื ๆ ภายนอกหอ้ งปฏิบัติการ ต้องปฏบิ ัตดิ ังนี้
1. ตอ้ งมั่นใจว่าภาชนะบรรจเุ ช้ือจุลนิ ทรยี ์มหี ลายช้ัน หากมีการร่วั หรอื ฉกี ขาดของหีบห่อที่บรรจุ
เชอ้ื จลุ นิ ทรยี จ์ ะไมม่ ีการแพรก่ ระจายของเชอื้ และเป็นอันตรายตอ่ มนษุ ย์หรอื สิง่ แวดลอ้ ม
2. ต้องมีผู้ทมี่ คี วามรเู้ กี่ยวกับเชอ้ื จุลนิ ทรยี ์กำกับดแู ลการขนย้าย
3. การเปิดบรรจุภัณฑ์ท่ีภายในมีเช้ือจลุ ินทรยี ์ต้องทำอย่างระมดั ระวังและเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงาน
ที่ทำการเปิดควรได้รับความรู้เก่ียวกับข้อควรระวังต่างๆ หากภาชนะท่ีบรรจุเส่ียงต่อการแตก
หรือร่วั ซึม ควรเปดิ ภาชนะทบี่ รรจเุ ช้อื หรือตวั อย่างภายในตปู้ ลอดเชอื้

การขนยา้ ยเชอ้ื จุลนิ ทรยี ์ระหว่างหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารภายในคณะวิทยาศาสตร์
1. ต้องบรรจเุ ช้ือจุลินทรียใ์ นภาชนะทป่ี ้องกนั การปนเป้ือนออกสสู่ ่ิงแวดล้อม และควรมีภาชนะท่ี
ไมแ่ ตกหักบรรจุภายนอกอกี ช้ันหนึ่ง และปิดใหม้ ิดชดิ
2. ขณะเคลื่อนย้ายภาชนะต้องอยู่ในแนวต้ังเพื่อป้องกันการหกเลอะและต้องใช้กล่องรองท่ี
สามารถน่ึงฆ่าเชื้อได้ทำจากพลาสติกหรือเหล็กซึ่งทนต่อการกระแทกและน้ำยาฆ่าเช้ือได้รอง
อกี ชน้ั เพือ่ ปอ้ งกนั การรั่วซึม

ภาพ 32 ตวั อยา่ งการบรรจุสำหรบั การขนย้ายระหว่างหอ้ งปฏิบตั กิ ารภายในหนว่ ยงาน

104

การให้และการรับเชื้อจลุ นิ ทรยี ร์ ะหว่างเจา้ หน้าทีผ่ ปู้ ฏบิ ัติงานดา้ นจุลชีววทิ ยา
เจา้ หนา้ ทผี่ ู้ปฏิบตั ิงานดา้ นจลุ ชีววทิ ยาตอ้ งปฏบิ ตั ิดงั นี้

1. การให้และการรับเช้ือจุลินทรีย์ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และต้องมีการเก็บ
ข้อมูลรายละเอียดไวใ้ นบัญชรี ายการเชื้อทค่ี รอบครอง

2. การให้เชื้อจุลินทรีย์แก่ผู้อื่น ต้องทราบวัตถุประสงค์การใช้งานของผู้รับ และมั่นใจว่าผู้รับมี
แนวทางปฏบิ ัติท่จี ำเปน็ ในการควบคมุ ความปลอดภัยด้านชวี ภาพ

3. การรับเชื้อจุลินทรีย์จากผู้อ่ืน ต้องสามารถระบุแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจนและมีข้อมูลเฉพาะ
ของเชอื้ จลุ ินทรยี ์

ทั้งน้ีเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานภายในคณะวิทยาศาสตร์ จะรับเชื้อจุลินทรีย์ท่ีถูกจำแนกอยู่ใน
กลุม่ ระดับความปลอดภัย 1 และ 2 ได้ เท่าน้ัน ในกรณีทีต่ อ้ งการรับเช้ือจลุ นิ ทรยี ท์ ่อี ยู่ในกลุ่มเสีย่ ง
ท่ีระดับความปลอดภัย 3 ข้ึนไป ต้องได้รับอนุญาต จากอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพษิ จากสตั ว์ พ.ศ. 2558

บรรณานกุ รม

จิราภรณ์ สิริสณั ห์. 2555. มาตรฐาน ISO/IEC 17025 จากข้อกำหนดสู่การปฏิบตั ิงานจริง. [ระบบ
ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า http://www.rdi.ku.ac.th/cl/activity/activity50/ISO_28-
30Nov07/Jiraporn.pdf (28 สงิ หาคม 2555).

จุไรรตั น์ มหาเทยี น. 2555. การตรวจสอบความใชไ้ ดของวิธีทดสอบ (Method validation).
[ระบบออนไลน์]. แหล่งทีม่ า
http://reo06.mnre.go.th/home/images/upload/file/report/ Jurairut070509.pdf
(28 สิงหาคม 2555).

ฐปน ช่นื บาล และณิชมน ธรรมรกั ษ.์ 2552. จลุ ินทรยี ก์ ับการบำบดั นำ้ เสีย. เชยี งใหม่: สำนกั งาน
พฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ (สวทช.) เครอื ขา่ ยภาคเหนือ. 104 น.

นงลกั ษณ์ ต้ังไพศาลกุล, บรรฑรู ย์ ละอองศรี, ปทุมพร มานาม, ชัยณรงค์ เชิดชู. 2555. มาตรวทิ ยา
ของการวดั คา่ ความเป็นกรด – เบส. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า http://www.
nimt.or.th/nimt/upload/contentfile/sys-lab_magazine-387-395.pdf (28 สิงหาคม
2555).

นวพรรณ จารรุ กั ษ์. 2554. Principle of Validation for New Technique. วารสารโลหิตวทิ ยา
และ เวชศาสตร์บรกิ ารโลหติ : 21(2): 69 – 72.

นราพร เกดิ วัดเกาะ, วนติ า ทองไพรวรรณ และอัญชลี ตรีวรี ์. 2555. หลกั ปฏิบตั ิท่ดี ใี นการใชง้ าน
เคร่ืองช่ังไฟฟา้ . [ระบบออนไลน์]. แหล่งทม่ี า
http://www.dld.go.th/qcontrol/images/ stories/E-journal/ejournal%201-
2552/text/lesson52-7.pdf (28 สิงหาคม 2555).

บริษทั อีสสโ์ กไทย เทคโนโลยี จำกัด. 2555. ตู้ปลอดเช้ือคืออะไร? (ตไู้ บโอฮาซาร์ด). [ระบบ
ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า http://www.isscothai.com/th/resources/biological-safety-
cabinets/introduction-to-biological-safety-cabinet.html (28 สิงหาคม 2555).

พลู ทรพั ย์ วริ ุฬหกลุ . 2547. การจัดการผลผลติ สัตว์น้ำ เพือ่ ความปลอดภยั ของผู้บรโิ ภค.
กรงุ เทพฯ: กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 106 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคมุ อาหาร. 2552. คู่มือการปฏิบัตติ ามประกาศ
กระทรวงสาธารณสขุ เร่อื ง มาตรฐานอาหารด้านจลุ ินทรีย์ท่ีทำให้เกิดโรค. กรุงเทพฯ:
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. 50 น.

105

สุมาลี เหลอื งสกุล. 2545. คู่มอื ปฏิบัติการจุลชวี วทิ ยาทางอาหาร. กรุงเทพฯ: ภาควิชาชีววิทยา
คณะวิทยาศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. 120 น.

อธั ยา กังสุวรรณ. 2555. ค่มู อื ดา้ นจุลินทรยี ์ (Micro Manual). กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั ห้องปฏิบัตกิ าร
กลาง (ประเทศไทย) จำกดั . 29 น.

ASTM International. 2007. Designation: Standard Practice for Calibration of
Laboratory Volumetric Apparatus. ASTM E542 – 01 (2007).
. 2007. Designation: Standard Specification for Glass Volumetric
(Transfer) Pipettes. ASTM E969 – 02 (2007).

British Standard. 1987. Guide for the Determination of Repeatability and
Reproducibility for a Standard Test Method by Interlaboratory Test. BS
5497.

Downes, F. P. and K. Ito (eds.). 2001. Compendium of Methods for the Microbiological
Examination of food. 4th ed. Washington, DC: American public Health
Association. 676 p.

Eaton, A. D., L. S. Clesceri, E. W. Rice and A. E. Greenberg (eds.). 2005. Standard
Methods for the Examination of Water and Wastewater. 21st ed.
Washington, DC: American public Health Association.
. 2012. Standard Methods for the Examination of Water and
Wastewater. 22nd ed. Washington, DC: American public Health Association.

Hammack, T. 2012. U.S. Food and Drug Administration’s Bacteriological
Analytical Manual online. [Online]. Available http://www.fda.gov/ Food/
ScienceResearch/LaboratoryMethods/BacteriologicalAnalyticalManualBAM/
default.htm (28 August 2012)

Holt, J. G., N. R. Krieg, P. H. A. Sneath, J. T. Staley and S. T. Williams. (eds.). 1994.
Bergy’s Manual of Determinative Bacteriology. 4th ed. Baltimore, Md:
Williams & Wilkins. 787 p.

Horwitz, W. and W. G., Latimer Jr. (eds.). 2005. Official Method of Analysis of
AOAC International. 18th ed. Gaithersburg, Md: AOAC International.
. 2010. Official Method of Analysis of AOAC International: Revision
2010. 18th ed. Rev. 3. Gaithersburg, Md: AOAC International.

106

. 2012. Official Method of Analysis of AOAC International. 19th
ed., Gaithersburg, Md: AOAC International.
International Organization for Standardization. 1981. Laboratory glassware-
Graduated pipettes-Part 1: General requirements. ISO835/1:1981(E)

. 1984. Laboratory glassware-Burettes-Part 1: General
requirements. ISO385/1:1984(E)

. 1998. Laboratory glassware-One-mark volumetric flasks.
ISO1042/1:1998(E)

. 2002. Piston-operated volumetric apparatus - Part 2: Piston
pipettes. ISO8655-2:2002(E).

. 2003. Microbiology of food and animal feeding stuff –
Guidelines on preparation and production of culture media – Part 2:
Practical Guidelines on performance testing of culture media in the
laboratory. ISO 11133 – 2

. 2003. Microbiological of food and animal feeding Stuffs-Protocol
for the Validation of alternative method. ISO 16140.

. 2005. General requirements for the competence of testing and
calibration laboratories. ISO/IEC 17025.

. 2006. Microbiology of food and animal feeding stuff –
Guidelines for estimation of measurement uncertainty for quantitative
determinations. ISO/TS 19036.

. 2007. Microbiology of food and animal feeding stuff – General
requirements and guidance for microbiological examinations. ISO 7218.

. 2009. Microbiology of food and animal feeding stuff –
Guidelines on preparation and production of culture media – Part 1:
General Guidelines on quality assurance for the preparation of culture
media in the laboratory. ISO 11133 – 1.

. 2009. Microbiology of food and animal feeding stuff –
Guidelines for estimation of measurement uncertainty for quantitative
determinations AMENDMENT 1: Measurement uncertainty for low count.
ISO/TS 19036 – AMENDMENT 1.

107

Thompson M., S. L. R. Ellison and R. WOOD. 2006. The International Harmonized
Protocol for the Proficiency Testing of Analytical Chemistry Laboratories.
Pure Appl. Chem. 78(1): 145 – 196.


Click to View FlipBook Version